ร า ย วิ ช า ชิ้ น ส่ ว น เ ค รื่ อ ง ก ล ห ลั ก สู ต ร ป ร ะ ก า ศ นี ย บั ต ร วิ ช า ชี พ 20111-2003
61 แผนการเรยี นรู้ท่ี 5 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 5 เรื่อง ตลับลกู ปนื
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 62 ชอ่ื วิชา ชิ้นส่วนเคร่อื งกล ชว่ั โมงรวม 36 ชม. ช่อื หน่วย ตลบั ลกู ปืน สอนครั้งท่ี 4 หน่วยท่ี 5 ตลับลูกปืน จำนวน 2 ชั่วโมง 1. หวั ข้อเรอ่ื ง 1.1 ประเภทตลบั ลกู ปนื 1.2 ประเภทตลบั ลูกปืนรับแรงแนวแกน 1.3 การประยุกต์ใชแ้ ละเลอื กเบอรต์ ลบั ลูกปืน 2. สาระสำคัญ เขา้ ใจถึงประเภทตลับลูกปนื และอธิบายการประยกุ ตใ์ ช้และเลือกเบอร์ตลับลกู ปืนได้อยา่ งถูกต้อง 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหน่วย) แสดงความรเู้ กยี่ วกบั หลักการใชเ้ ครื่องมือและอปุ กรณ์ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนร)ู้ สมรรถนะทวั่ ไป (ทฤษฎี) 1) แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั การติดต้งั อุปกรณ์ 2) แสดงความรเู้ ก่ียวความปลอดภยั และการบำรงุ รกั ษาเครื่องมือกล สมรรถนะท่พี ึงประสงค์ (ทฤษฎ)ี เม่ือผเู้ รียนได้ศึกษาเน้อื หาในบทน้ีแลว้ ผ้เู รียนสามารถ 1) บอกหลักการใชเ้ คร่อื งมือและอปุ กรณ์ได้ถูกตอ้ ง 2) บอกหลกั ความปลอดภัยและการบำรงุ รักษาเคร่ืองมือกลได้ถกู ต้อง 5. กิจกรรมการเรียนการสอน ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาทฤษฎีเครื่องกล หน่วยที่ 5 เรื่องตลับลูกปืน ได้กำหนดกิจกรรมการ เรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเชิงรุก (Active Learning Competency Based) ด้านเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ MAIP โดยมีขั้นตอนในการดำเนินกิจกรรม การเรยี นการสอน ดังน้ี สอนคร้ังท่ี 1 1. ข้ันนำเขา้ สู่บทเรยี น 1.1 กจิ กรรมผู้สอน 1) ผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียนโดยกล่าวถึงความสำคัญของเรื่องที่จะเรียน และโดยเชื่อมโยงความรู้ เดิม กับความรใู้ หมท่ ีผ่ ูเ้ รยี นจะไดเ้ รยี นรู้ โดยการใชค้ ำถาม 2) ผู้สอนช้แี จงจุดประสงคข์ องการเรียนรหู้ นว่ ยที่ 5 ก่อนทำการเรียนการสอน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5 63 ชอ่ื วิชา ชนิ้ ส่วนเครื่องกล ชัว่ โมงรวม 36 ชม. ชอ่ื หน่วย ตลับลกู ปืน สอนครัง้ ท่ี 4 หน่วยท่ี 5 ตลบั ลูกปืน จำนวน 2 ช่วั โมง 1.2 กิจกรรมผเู้ รยี น 1) ผู้เรยี นตอบคำถามทีผ่ สู้ อนกำหนดให้ 2) ผเู้ รยี นรับฟงั พรอ้ มทำความเขา้ ในกับคำอธิบายของผสู้ อน 2. ข้ันปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรยี นรู้ 2.1 กจิ กรรมผ้สู อน 1) ผูส้ อน สอนทฤษฎีหน่วยท่ี 5 ตลับลูกปืน 2) ผูส้ อนแจกแบบฝกึ หัด หนว่ ยท่ี 5 ตลบั ลูกปนื 3) ผ้สู อนแจกใบกิจกรรมการเรียนรู้กับผู้เรียนพร้อมทั้งอธิบายวิธีการดำเนินกิจกรรม โดยผู้สอน จะคอยเปน็ ผแู้ นะนำ 4) ให้ผูส้ อนแจง้ ให้ผเู้ รยี นสรปุ ความร้หู รอื ประสบการณใ์ หมด่ ว้ ยตนเอง โดยการทำแบบทดสอบ 2.2 กจิ กรรมผูเ้ รียน 1) ผู้เรียนทำแบบฝกึ หัด หนว่ ยท่ี 5 2) ผ้เู รยี นปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย 3) ผู้เรียนทำแบบทดสอบ 4) ผู้เรียนสรปุ ความรหู้ รือประสบการณ์ใหมด่ ้วยตนเอง 3. ขนั้ สรุปกจิ กรรมการเรียนรู้ 3.1 กจิ กรรมผู้สอน 1) ผู้สอนตรวจสอบการสรปุ ความร้หู รือประสบการณ์ใหมข่ องผูเ้ รียน (ตรวจใบงาน/ใบกิจกรรม) 2) ผสู้ อนสะท้อนข้อมูลเก่ียวกบั การสรปุ ความรู้ของผเู้ รียน เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นนำไปปรับปรงุ ตนเอง 3) ถา้ ผ้เู รียนมีผลการสรุปความรไู้ มเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ ให้ผ้สู อนกระตนุ้ ให้เกิดความมั่นใจและหากผู้เรียนมีผลการ เรยี นรู้เป็นไปตามเกณฑ์ ผ้สู อนกระตนุ้ ให้ผเู้ รียนรสู้ ึกเกิดแรงบนั ดาลใจ 3.2 กิจกรรมผู้เรียน 1) ผู้เรียนรับทราบขอ้ มูลสะท้อนกลับ เพอ่ื ปรับปรุงการเรยี นร้ขู องตนเอง 4. ข้นั สะท้อนความคิด 4.1 กิจกรรมผู้สอน 1) ผสู้ อนมอบหมายให้ผเู้ รยี นสะท้อนความรู้ นำเสนอความสำเรจ็ หรือความผิดพลาดของ ตนเอง (อาจมอบหมายใหค้ นที่สำเรจ็ 1 คน และคนที่ไม่สำเรจ็ 1 คน เพื่อนำเสนอ)
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 64 ชอื่ วิชา ชิ้นส่วนเครื่องกล ชวั่ โมงรวม 36 ชม. ชอ่ื หน่วย ตลับลูกปนื สอนครัง้ ที่ 4 หนว่ ยท่ี 5 ตลบั ลูกปืน จำนวน 2 ช่วั โมง 4.2 กจิ กรรมผ้เู รียน 1) ผเู้ รยี นสะท้อนความรู้ นำเสนอความสำเรจ็ หรอื ความผดิ พลาดของตนเอง 5. ขั้นสรุปผลการจัดการเรยี นรู้ 5.1 กิจกรรมผ้สู อน 1) ผ้สู อนแจง้ ใหผ้ ูเ้ รียนประเมนิ ตนเอง 2) ผสู้ อนมอบหมายงานให้ผู้เรยี นศึกษาค้นคว้า หรือเรยี นรู้เพ่มิ เตมิ 5.2 กิจกรรมผู้เรียน 1) ผเู้ รยี นประเมินตนเอง 2) ผู้เรยี นศึกษาคน้ คว้า หรอื เรียนรู้เพมิ่ เตมิ จากประเด็นทผ่ี สู้ อนไดม้ อบหมาย 6. สอื่ การสอน 6.1 เอกสารประกอบการสอน 6.2 เอกสารประกอบการเรยี น 6.3 สอ่ื นำเสนอ PowerPoint 7. งานทม่ี อบหมาย/กิจกรรม 7.1 แบบฝกึ หัด 7.2 แบบทดสอบ 7.3 ใบงานที่ 5.1 8. การวัดและประเมนิ ผล สมรรถนะท่พี ึง วิธกี ารวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ประสงค์ 1. ด้านความจำ - ปฏิบตั ิกจิ กรรม - ใบกิจกรรมการเรียน - ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 (Knowledge) การเรียนรู้ 2. ด้านความเขา้ ใจ - การอธบิ าย - แบบประเมินผลการ - ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 (Skill) ปฏบิ ตั งิ าน 3. คุณลกั ษณะอนั พงึ - ประเมนิ คณุ ลักษณะ - แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ - ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 80 ประสงค์ (Attitude) อันพึงประสงค์ อันพงึ ประสงค์
หน่วยท่ี 5 ช่อื วิชา ชิ้นสว่ นเครื่องกล ใบความรหู้ นว่ ยท่ี 5 65 ชอ่ื หน่วย ตลับลูกปืน หนว่ ยท่ี 5 ชั่วโมงรวม 36 ชม. ตลับลกู ปนื ตลบั ลกู ปนื สอนคร้ังที่ 4 จำนวน 2 ช่วั โมง ตลับลูกปืนคือ ชิ้นส่วนเครอื่ งกลท่ีใชร้ องรับเพลา เพอื่ ให้เพลารับโหลดและหมุนได้เป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และมอี ายุการใช้งานทนนาน นอกจากน้ี ตอ้ งแข็งแกร่งและมีความเที่ยงตรง เพ่ือให้เครื่องจักรกลทำงานได้อย่าง มปี ระสทิ ธิภาพและเท่ยี งตรง ตลับลูกปืนเหมาะสำหรับรองรับภาระไม่มาก ถ้าใช้ในงานที่ความเร็วต่ำ อายุการใช้งานตลับลูกปืนจะสูงข้ึน ในช่วงเริ่มหมุนจะมีความฝืดน้อย จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เป็นชิ้นส่วนรองรับทีไ่ ม่มีความฝืด (Antiricion) แต่ท่ี จริงแลว้ มคี วามฝืดจากการตา้ นทานการกลง้ิ ระหว่างเม็ดลกู ปืน นอกจากน้ยี ังเกดิ จากการเฉือนของสารหลอ่ ลน่ื รปู ที่ 5.1 ตลบั ลูกปืน 5.1 ประเภทตลับลกู ปืนรบั แรงแนวรศั มี 5.1.1ตลับลกู ปืนเม็ดกลมรอ่ งลึก (Deep Groove Ball Bearing) ตลับลูกปืนเม็ดกลมรอ่ งลึก ออกแบบใช้งานท้ังแบบแถวเดียว (Single Row) หรือแบบ 2 แถว (Double Row) เป็นตลับลูกปืนท่นี ยิ ม ใชง้ านแพร่หลาย มีขดี ความสามารถรับแรงตามแนวรัศมีได้ในขนั้ ปานกลาง สว่ นแนวแกนได้เลก็ นอ้ ยใช้งานหมุนท่ีความเร็วรอบ สูง ๆ ได้ดี แหวนนอก-แหวนในไมส่ ามารถแยกช้ินออกจากกันได้ และไมเ่ หมาะกบั งานทต่ี อ้ งมีการเบยี่ งเบนเชิงมมุ 5.1.2 ตลบั ลกู ปนื เมด็ กลมสัมผัสเชงิ มุม (Angular Contact Ball Bearing) ตลบั ลูกปืนเมด็ กลมสมั ผสั เชิงมมุ สามารถรบั แรงแนวรัศมไี ดด้ ีสว่ นแนวแกนได้เล็กนอ้ ย ไมส่ ามารถแยกช้นิ สว่ นออกจากกนั ได้ และ ไม่สามารถรับภาระทีม่ ีการเอยี งมุมของเพลาได้ การใช้งานสามารถนำมาใชง้ านประกบเป็นคไู่ ด้
ใบความรูห้ น่วยที่ 5 66 ชอื่ วิชา ชิน้ ส่วนเครื่องกล ชว่ั โมงรวม 36 ชม. ช่อื หน่วย ตลบั ลกู ปนื สอนครง้ั ท่ี 4 หนว่ ยที่ 5 ตลบั ลูกปนื จำนวน 2 ชัว่ โมง 5.1.3 ตลับลกุ ปืนเม็ดกลมปรับแนวได้ (Self-Aligning Ball Bearing) ตลบั ลกู ปนื เม็ดกลมปรบั แนวได้ ลกั ษณะแหวนนอกของตลับลกู ปนื เปน็ ผวิ โค้ง ทำใหเ้ มด็ ลูกปืนสามารถกลง้ิ เอียงตัวตามได้โดยไม่ เกิดการงดั สามารถบิดเบย่ี งเบนเชิงมุมไดส้ ูงสุดไมเ่ กนิ 4 องศา จงึ เหมาะกับการประคองเพลายาว ๆท่อี าจเกิดการเบี่ยงหนีศูนย์ ขณะหมุนใช้งานสามารถรับแรงได้ท้ังแนวรัศมี และแนวแกน 5.1.4 ตลบั ลกู ปนื เม็ดยาว (Cylindereal Roller Bearing) ตลับลูกปืนเมด็ ยาวหรือเรียกเม็ดทรงกระบอก สามารถรับแรงแนวรัศมีได้มากกว่าเม็ดกลม ตลอดจนสามารถใช้งานที่ความเรว็ รอบสูง ๆ ได้เป็นอย่างดี แหวนนอกและแหวนในสามารถแยกชิ้นออกจากกันได้ ทำให้เกิดความสะดวกต่อการถอด- ประกอบ ขณะทำการติดต้ังตลบั ลกู ปนื แต่มขี อ้ เสยี คือ ไมส่ ามารถเบ่ียงหนีศนู ยไ์ ด้เม่อื เกดิ การเอียงเชิงมุมของเพลา และไม่สามารถรับแรง ตามแนวแกนได้ 5.1.5 ตลบั ลูกปนื เม็ดเรียว (Taper Roller Bearing) ตลบั ลูกปนื เม็ดเรยี ว แหวนนอกมลี ักษณะเปน็ เรยี ว ทำให้สามารถรบั แรงได้มาก ทั้งแนวรัศมีและแนวแกน โดยแรงแนวแกนรบั ได้ เพียงทิศทางเดียว ส่วนแหวนนอกและแหวนใน สามารถแยกชิ้นออกจากกันได้ แต่ไม่เหมาะใช้งานในสภาพที่มีการเบี่ยงเบน เชิงมมุ 5.1.6 ตลบั ลกู ปนื เมด็ โค้ง (Spherical Roller Bearing) ตลับลูกปืนเม็ดโค้งปรับแนวได้ มีลักษณะและการใช้งานเหมือนกับตลับลูกปืนเม็ดกลมปรับแนวได้เอง จะต่างกันก็แต่เพียง รูปทรงของเมด็ ลกู ปืน และสามารถรบั แรงในแนวแกนได้มากกวา่ 5.1.7 ตลบั ลกู ปนื เมด็ เขม็ (Needle Roller Bearing) ตลับลกู ปนิ เมด็ เขม็ สามารถรับแรงตามแนวรัศมีไดม้ าก แต่ไม่สามารถรับแรงตามแนวแกนได้เลย ลักษณะเมดี ลูกปืนมีขนาดเส้น ผ่านศูนย์กลางเล็ก แต่มีความยาวมาก จึงไม่เปลืองพื้นท่ีติดตั้งในแนวรัศมี รูปแบบของตลับลูกบินเม็ดเข็ม มี 2 แบบคือ แบบมี แหวนวงใน และไม่มีแทวนวงใน ท่ีประกอบตดิ ตง้ั โดยตรงกับเพลา 5.2 ประเภทตลบั ลกู ปนื รบั แรงแนวแกน 5.2.1 ตลบั ลูกปืนรบั แรงแนวแกนแถวเดียว (Thrust Ball Bearing) ตลับลูกปืนรับแรงแนวแกนแถวเดียวประกอบด้วยวงแหวน 2 วง โดยที่แหวนวงหนึ่งสวมกับเพลาส่วนอีกวงสวมอัดเข้ากับตัว เรือนสามารถรบั แรงแนวแกนได้ทิศทางเดยี ว แนวรัศมรี บั ได้เพยี งเล็กนอ้ ย 5.2.2 ตลบั ลูกปืนรับแรงแนวแกนทศิ ทางเดียว (Thrust Ball Bearing Single Direction) ตลับลูกปืนรับแรงแนวแกนทิศทางเดียวแบบมีแหวนรองผิวโค้ง มีลักษณะต่างจากตลับลูกปืนรับแรงแนวแกนแถวเดียว ตรงที่ แหวนนอกมีลักษณะเป็นผิวโค้ง ทำใหส้ ามารถปรับตวั เบี่ยงเบน กรณีเกดิ การแกวง่ หนีศนู ย์ 5.2.3ตลบั ลกู ปืนรับแรงแนวแกน 2 ทศิ ทาง (Thrust Ball Bearing Double Direction) ตลบั ลกู ปืนรบั แรงแนวแกน 2 ทศิ ทางมแี หวนรอง ทำหน้าที่เป็นรางวิ่งของเม็ดลกู ปนื ทงั้ 2 ด้าน ทำใหส้ ามารถรบั แรงแนวแกนได้ ในเวลาเดยี วกันทง้ั 2 ทศิ ทาง
ใบความรู้หน่วยที่ 5 67 ช่อื วิชา ชิ้นส่วนเครอื่ งกล ชัว่ โมงรวม 36 ชม. ช่อื หน่วย ตลับลกู ปืน สอนครง้ั ที่ 4 หน่วยที่ 5 ตลับลูกปืน จำนวน 2 ชั่วโมง 5.2.4 ตลับลกู ปนื รับแรงแนวแกน 2ทศิ ทาง แบบมแี หวนรองผวิ โค้ง (Thrust Ball Bearing Double Direction with Sphered Housing) ตลับลูกปืนรับแรงแนวแกน 2 ทิศทางแบบมีแหวนรองผิวโค้ง มีลักษณะทั่วไปเหมือนกับตลับลูกปืนรับแรงแนวแกน 2 ทิศทาง ต่างกันที่มีแหวนนอกที่มีลักษณะเป็นผิวโค้ง ทำให้สามารถปรับตัวเพื่อรักษาศูนย์กลางได้ตลอดเวลาตลับลูกปนื เมด็ ยาวรับแรง แนวแกนเม็ดยาว (Cylindereal,RollerThrust Bearing)ตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอกรับแรงแนวแกน ลักษณะเมด็ ลูกปนี เปน็ เม็ดยาว ทำ ใหม้ ีขีดสามารถการรับแรงแนวแกนเพิ่มมากขึ้นกว่าเมด็ กลม 5.2.5 ลบั ลูกปืนเมด็ โคง้ รับแรงแนวแกน (Spherical Roller Thrust Bearing) ตลับลูกปืนเม็ดโค้งรับแรงแนวแกนจากรูปทรงลูกปืนแบบเม็ดโค้ง ทำให้สามารถรับแรงแนวรัศมีได้เล็กน้อย ขณะเดียวกันยัง สามารถเล่อื นปรับตวั เองได้ หากเกิดการแกวง่ หนีศูนย์ 5.3 การประยุกต์ใชแ้ ละการเลือกเบอร์ตลบั ลูกปนื 5.3.1 แรงรวมมีค่าแรงรุนสูงถ้าแรงรวมมีค่าของแรงรุนสูง ใช้ตลับลูกปืนชุดที่ 2 ในกา' รับแรงแนวรัศมีโดยเฉพาะนอกจากการ เลอื กตลับลูกปนื รบั แรงรนุ ทเี่ หมาะสมแลว้ ตลับลกู ปืนรบั แรงแนวรัศมบี างประเภท เช่นตลับลูกปืนเมด็ กลมสมั ผสั 4 จดุ ก็มคี วาม เหมาะสมต่อการรับแรงรุนเช่นกัน เพื่อให้แน่ใจว่าตลบั ลูกปืนดังกล่าวจะรับเฉพาะแรงรุนแต่เพียงอย่างเดียว ต้องติดตั้งให้ตลบั ลูกปืนมชี อ่ งวา่ งในแนวรศั มที ่ีวงแหวนนอก 5.3.2 แรงดดั ตลบั ลกู ปืน (Moment Load) เมื่อแรงกระทำเย้ืองแนวต่อตัวตลับลูกปืนจะเกิดโมเมนต์ดัดขึ้น ตลับลูกปืนที่มี 2 แถว เช่นตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึกและตลับ ลูกปืนสัมผัสมุมสามารถรับโมเมนตน์ ี้ได้ แต่ที่ดีกว่าก็คือการใช้ตลับลูกปืนสัมผัสเชงิ มุมแถวเดีย่ ว หรือตลบั ลูกปืนเม็ดเรียวเป็นคู่ จัดให้หันหน้าชนกันหรอื หนั หลงั ชนกนั ตลอดจนการใช้ตลับลูกปนื เมด็ ยาวไขวแ้ ละตลับลกู ปนื เมด็ เรยี วไขว้ 5.3.3 การเย้ืองแนวเพลา (Misalignment) การเยื้องแนวเชิงมุมระหว่างเพลาและตัวเสื้อของตลับลกู ปืนเกิดขึ้นเมื่อเพลาถูกดัดโดยแรงในขณะใช้งาน หรือเมื่อฐานตั้งตลับ ลูกปืนทอ่ี ย่ใู นตัวเส้อื ไม่ได้รับการตดั กถึงใหอ้ ย่ใู นตำแหนง่ เดียว หรอื เมื่อเพลาถกู รองรับด้วยตลบั ลกู ปืนซึ่งตวั เสอื้ แยกจากกันท่ีอยู่ ห่างกันจนเกินไปตลับลูกปืนธรรมดาไม่สามารถรับการเยื้องแนวได้ หรือสามารถรับการเยื้องแนวได้น้อยมากโดยที่ไม่ทำให้ กระทบทต่ี ลับลูกปนื ตลับลูกปนื ชนดิ ทป่ี รบั แนวได้เอง เช่น ตลบั ลูกปืนเม็ดกลมปรับแนวได้เอง ลับลูกปืนเมด็ โค้งและตลับลูกปืน รุนเม็ดโค้งเหมะสำหรับการใช้งานที่มีการเยื้องแนวของแรงที่มากระทำ และยังสามารถที่จะช่วยขจัดค่าความ ผิดพลาดอัน เนอ่ื งมาจากการทำงานหรอื การติดต้งั อีกด้วย 5.3.4 ความเรว็ ใช้งานตลบั ลูกปืน ความเร็วซ่ึงตลับลูกปืนสามารถทำงานได้ถูกจำกดั ด้วยอณุ หภมู ทิ ่ีปลอดภยั ตลับลกู ปนื ชนิดทม่ี ีความเสยี ดทานตำ่ จะมีความร้อน เกิดขึน้ น้อย ดงั น้ัน ตลบั ลกู ปืนชนดิ นจี้ ึงมีความเหมาะสมตอ่ การใช้งานท่ีความเรว็ สูงมากตลบั ลกู ปนื เมด็ กลมร่องลึกซ่ึงรับเฉพาะ แรงในแนวรัศมี และตลับลูกปนื สัมผสั เชิงมมุ รบั แรงรวม สามารถใชง้ านไดท้ ีค่ วามเรว็ สงู สดุ โดยเฉพาะตลบั ลูกปืนความแม่นยำสูง พร้อมกับรงั พิเศษ เนื่องจากลักษณะการออกแบบของตลับลูกปนื รับแรงรุน ทำให้ตลบั ลูกปืนชนิดนี้ไม่สามารถใช้กับความเร็วได้ เทา่ ตลบั ลูกปนื รับแรงในแนวรศั มี
ใบความรหู้ น่วยที่ 5 68 ชือ่ วิชา ชน้ิ สว่ นเครอ่ื งกล ชัว่ โมงรวม 36 ชม. ชือ่ หน่วย ตลบั ลกู ปนื สอนครงั้ ท่ี 4 หน่วยที่ 5 ตลบั ลูกปืน จำนวน 2 ชว่ั โมง 5.3.5 ตลับลกู ปืนทำงานท่เี งียบ การใช้งานบางลักษณะ เช่น มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับเครื่องใช้ในบ้าน หรืออุปกรณ์ในสำนักงาน เสียงจากตลับลูกปนื จะ เป็นตัวแปรที่สำคัญในการพิจารณาเลือกชนิดของตลับลูกปืน ตลับลูกปินเม็ดกลมร่องลึกออกมาเพื่อลดเสียงการใช้งานใน ลักษณะตงั กลา่ วโดยเฉพาะ 5.3.6 เปรียบเทียบการรบั แรง ขนาดของแรงเป็นตัวท่กี ำหนดขนาดของตลับลกู ปืนที่จะต้องใช้ โดยทัว่ ไปแลว้ ตลับลกู ปนื เมีดยาวสามารถรบั แรงได้มากกว่าตลบั ลูกปืนเมีดกลมทีม่ ีมติ ริ อบนอกเท่ากัน ตลับลูกปินเม็ดกลมจะใช้รับแรงขนาดเบาไปจนถึงขนาดปานกลาง แต่ถ้าต้องรับแรงมาก และเพลามขี นาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลางใหญ่ให้เลอื กใชต้ ลับลกู ปืนเมด็ ยาว 5.3.7 การตดิ ตง้ั ตดบั ถูกปืนเผือ่ การขยายตัว การออกแบบเพ่ือทำการตดิ ต้งั และประกอบตลับลกู ปืน จำเป็นตอ้ งมกี ารออกแบบให้ตลับลูกปนื ตวั ใดตวั หนึง่ สามารถเลื่อนขยบั ตามแนวแกนเพลาได้บ้าง เพราะขณะใช้งาน เพลาจะเกิดการขยายตัว เนื่องจากการรับภาระในแนวรัศมีและการขยายตัวของ เพลาเนื่องจากความร้อน จะทำให้ลูกปืนถูกเบียดทางด้านข้าง อันตราย ส่งผลให้อายุการใช้งานของตลับลูกปืนลดลงก่อนเวลา อันควรดังนั้น การติดตั้งตลับลูกปืนรองรับเพลาต้องเผื่อระยะเพลาขยายตัว โดยติดตั้งตลับลูกปืน 2ตัวไม่เหมือนกันดังนี้ตลับ ลูกปืนตัวยึดคงที่ (Fixed Bearing)เมื่อประกอบเข้าที่แล้ว มีฝาปิดยึดแน่นเคลื่อนที่ไม่ได้ตลับลูกปืนตัวเคลื่อนที่ได้ (Loosed Bearing) ยอมให้เพลาเคล่อื นท่ีในรตู ลบั ลกู ปนื ได้บ้างหรอื ใหเ้ ปลือกรองลนื่ เคลอ่ื นท่ไี ดห้ ากใชล้ ูกปืนเข็ม เพลาเคลอ่ื นที่ได้ท้ัง 2 ทาง 5.3.8 ข้อพจิ ารณาในการเลอื กใช้ประเภทของตลบั ลูกปนื ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพการใช้งาน 1) ขนาดและทศิ ทางของแรงทก่ี ระทำตอ่ ตลับลกู ปืน 2) ความเรว็ รอบหมนุ ใชง้ านของตลับลกู ปนื 3) อายกุ ารใช้งานของตลบั ลกู ปืนทีต่ ้องการ 4) ความเทย่ี งศนู ยใ์ นการหมนุ ของตลับลูกปนื 5) ชนดิ ของสารหล่อลืน่ ทใี่ ช้หลอ่ ล่นื 6) พนื้ ทตี่ ดิ ตั้งตลบั ลกู ปืน ข้อดีของตลบั ลูกปืน - ความเสยี ดทานน้อยกว่ารองล่นื (แบร่งิ ปลอก) 25-50% - ระยะคลอนของตลับลกู ปนื นอ้ ยมาก มีความเที่ยงศูนยใ์ นการหมนุ ดี - บำรงุ รกั ษาง่าย ถอดเปลย่ี นสะดวก - หากมกี ารชำรดุ สามารถหาอะไหล่ทดแทนได้งา่ ย ข้อเสยี - ทนตอ่ แรงกระแทกตลับลูกปนื ไดไ้ ม่ดีนัก - สิน้ เปลอื งช้ินส่วนจับยึดตัวตลบั ลูกปืน - ขณะใชง้ านเสยี งดงั กวา่ แบร่ิงปลอก
หน่วยท่ี 5 ช่ือวิชา ชิ้นสว่ นเครื่องกล แบบฝึกทกั ษะหน่วยท่ี 5 69 ชอ่ื หน่วย ตลบั ลูกปนื หนว่ ยที่ 5 ชั่วโมงรวม 36 ชม. ตลบั ลกู ปนื ตลบั ลูกปืน สอนคร้ังท่ี 4 จำนวน 2 ชว่ั โมง แบบฝกึ ทกั ษะหน่วยท่ี 5 แบบทดสอบหน่วยท่ี 5
70 แผนการเรียนรู้ท่ี 5 สือ่ การสอน 5 เรอื่ ง ตลับลูกปนื
71
72
73
74
75
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: