Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือศึกษาดูงาน ศรร.

คู่มือศึกษาดูงาน ศรร.

Published by oyuroyur, 2023-06-09 02:23:48

Description: ศรร. สกร.อำเภอชำนิ

Search

Read the Text Version

คู่มอื การศกึ ษาดงู าน ศนู ย์การเรยี นรู้ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงดา้ นการศกึ ษา กศน.อาเภอชานิ สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั บรุ รี มั ย์ สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร

คานา ก \"เศรษฐกิจพอเพียง\" เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว รชั กาลที่ 9 ทรงมี พระราชดารัสชี้แนะ แนวทางการดาเนินชวี ิตแกพ่ สกนกิ รชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 40 ปีตง้ั แต่ก่อนวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่ง เม่ือภายหลังได้ทรงเน้นย้าแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นสามารถดารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและย่ังยืนภายใต้ กระแสความเปล่ียนแปลงตา่ ง ๆ โดยใช้ หลักความพอประมาณ คานึงถงึ ความมีเหตุผล การสร้างภมู ิคมุ้ กันท่ีดี กศน.อาเภอชานิ ได้ร่วมกับสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดบุรีรัมย์ พัฒนาผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักศึกษา ให้มีความรู้ ความเข้าใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เพื่อขับเคลื่อนสู่สถานศึกษาอย่าง ถูกต้อง เป็นแบบอย่างท่ีดีแก่สถานศึกษาอ่ืน กศน.อาเภอชานิ มี ความพร้อมใน ด้านบุคลากร อาคาร สถานท่ี สง่ิ แวดล้อม และแหล่งเรยี นรู้ เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะ \"อยู่อย่าง พอเพียง\" จึงขอรับการประเมินเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในด้านการศึกษา เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้ พัฒนา ปลูกฝัง และเสริมสร้างคุณลักษณะ \"อยู่อย่างพอเพียง\" ให้กับนักศึกษาเป็น แบบอย่างการบริหารจัดการสถานศึกษา และกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน ให้แก่สถานศึกษาอ่ืน ชุมชน และ หน่วยงานอ่นื การจัดทาเอกสารเล่มนี้ เพื่อเผยแพร่ความรู้ แลกเปล่ียนประสบการณ์แก่บุคคลท่ัวไป ครู บุคลากร ทางการศกึ ษา และนกั ศกึ ษา เพ่ือนาไปประยุกต์ใช้ในการขบั เคล่ือนสถานศึกษาที่ ต้องการพฒั นาไดอ้ ย่างยัง่ ยืน ขอขอบคุณคณะทางานและผู้ที่มีส่วนร่วมเก่ียวข้องทุกท่าน ทุกหน่วยงาน ท่ีทาให้การดาเนินงานครั้งนี้ สาเรจ็ ลุลว่ งดว้ ยดี กศน.อาเภอชานิ

สารบัญ ข เร่ือง หนา้ คานา ก สารบญั ข บรบิ ททว่ั ไป 1 วสิ ัยทศั น/์ พันธกจิ /เปา้ ประสงค์ 2 การบริหารจดั การการศึกษาแบบมีส่วนรว่ มตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 4 แผนผังฐานการเรยี นรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6 ห้องศูนยร์ วมข้อมลู การขับเคลอ่ื น ปศพพ. 7 ฐานการเรียนรทู้ ี่ 1 การทาปุย๋ น้าหมกั 8 ฐานการเรียนรทู้ ่ี 2 การอ่านเพอื่ สขุ ภาพ 11 ฐานการเรียนรทู้ ่ี 3 การเล้ียงปลาดกุ 14 ฐานการเรียนรู้ท่ี 4 การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 17 ฐานการเรียนรทู้ ี่ 5 การทอผ้าลายขอปลาเคา้ 20 วิทยากรแกนนาประจาฐาน 23 หลกั สูตรการศึกษาดูงานศนู ย์การเรยี นรูต้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเต็มวนั 24 หลักสูตรการศึกษาดูงานศนู ยก์ ารเรียนร้ตู ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งคร่งึ วัน 25 ระเบยี บการติดต่อศกึ ษาดูงาน 26 คณะผ้จู ดั ทา

บริบททว่ั ไป 1 ประวตั คิ วามเป็นมาของสถานศกึ ษา ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอาเภอชานิ จัดต้ังข้ึนตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจดั ต้งั ศนู ย์บริการการศกึ ษานอกโรงเรยี นอาเภอ / กิ่งอาเภอ ลงวันท่ี 27 สิงหาคม 2536(ลงนามโดย นาย ปราโมทย์ สขุ มุ รฐั มนตรีชว่ ยว่าการฯ รักษาการแทน รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร) เลขรหัสจังหวัด (26) บุรรี ัมย์ เลขรหัสอาเภอ (22) อาเภอชานิ (อ้างถึงหนังสือกรมการศึกษานอกโรงเรียน ท่ี ศธ 1103/1879 ลง วันที่ 6 กนั ยายน 2536) และตาม พรบ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2551 ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอาเภอชานิ ได้เป็นสถานศึกษาในสังกัด สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดบุรีรัมย์ และให้เปล่ียนชื่อเป็นศูน ย์ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอชานิ ปัจจุบัน นายพงศ์สวัสดิ์ จา่ งจติ ต์ ปฏบิ ัติราชการในหน้าที่ ผู้อานวยการศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอชานิ แนวทางการพัฒนา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอชานิ โดยผู้บริหาร ครู ผู้เรียน คณะกรรมการสถานศึกษา อาสาสมัคร กศน. และประชาชนในอาเภอบ้านเขว้า มีส่วนร่วมในการกาหนด ปรัชญา วิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ ภายใต้กรอบปรัชญา วิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ของสานกั งาน กศน.จงั หวัดบุรีรมั ย์ โดยมีกลยุทธ์การดาเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอธั ยาศยั ภายใต้โครงการ/กจิ กรรม ที่สอดคล้องกับข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และข้อมูลผลการประเมินตนเองในรอบปีท่ีผ่านมาไปใช้ในการจัดทาแผนปฏิบัติการประจาปี แผนพัฒนา คุณภาพการศึกษา เพ่ือเป็นเคร่ืองมือในการปฏิบัติงานการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในพื้นที่ให้มี ประสทิ ธภิ าพ

2 วิสยั ทัศน์ “ประชาชนในอาเภอชานิไดร้ ับการศึกษาตลอดชวี ิตและการศึกษาอาชพี เพื่อการมีงานทาที่มคี ุณภาพ อยา่ งทวั่ ถึง และเท่าเทยี มกนั เพอื่ ใหเ้ กดิ สงั คมฐานความรู้ และการมีอาชีพอยา่ งย่ังยนื ตามหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง” อตั ลักษณ์ “จิตอาสา ร่วมพัฒนาชมุ ชน” เอกลักษณ์ “สร้างอาชพี สร้างงานทาตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง” พนั ธกจิ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ เพ่ือยกระดับ การศึกษาตามอัธยาศัยท่ีมีคุณภาพ เพ่ือยกระดับการศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุก กลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมทุกช่วงวัย และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงบริบททางสังคม และสร้างสังคมแห่ง การเรยี นรู้ตลอดชวี ิต 2. พัฒนาการเรียนรู้ให้แก่ประชาชน เพ่ือให้มีคุณธรรมนาความรู้และมีทักษะในการดารงชีวิต บนพื้นฐานปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

3 3. ส่งเสริมและสนับสนุน และประสานการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ในการจัดการศึกษา นอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย และการเรียนรูต้ ลอดชีวติ ของชุมชน รวมท้ังการดาเนินกิจกรรมของ ศนู ย์การเรยี นและแหล่งเรยี นรอู้ น่ื ในรูปแบบตา่ ง ๆ 4. ส่งเสริมและพัฒนาการนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิด ประสทิ ธภิ าพในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ใหก้ ับประชาชนอย่างทว่ั ถึง 5. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเพ่ือมุ่งจัดการศึกษาที่มี คณุ ภาพโดยยึดหลกั ธรรมมาภบิ าล เปา้ ประสงค์ 1. คนไทยได้รับโอกาสทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยท่ีมี คุณภาพ อยา่ งท่วั ถึงและเทา่ เทียม 2. ประชากรวัยแรงงานมีระดับการศึกษาและคุณภาพชีวิตท่ีสูงขึ้น และมีอาชีพท่ีสามารถสร้างรายได้ ใหก้ ับตนเองและครอบครัวอย่างยั่งยนื บนหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและเศรษฐกจิ เชงิ สรา้ งสรรค์ 3. ชุมชนมีฐานอาชีพท่ีกว้างและหลากหลาย สามารถพัฒนาไปสู่ระดับวิสาหกิจชุมชน ชนที่มี ความสามารถเชิงการแข่งขัน มีความเช่ือมโยงอย่างเป็นระบบ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความ เข้มแขง็ ของชมุ ชน 4. ประชาชนมีเจตคติเชิงวิทยาศาสตร์ และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมในการเรียนรู้ แก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมอยา่ งสร้างสรรค์ 5. ประชาชนมีความรู้และทักษะด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษากลุ่มประเทศอาเซียน รวมทั้ง ความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั ภมู ิภาคและความเป็นประชาคมอาเซียน 6. องค์กรภาคสว่ นต่างๆ ทง้ั ในและตา่ งประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศอาเซียนร่วมเป็นภาคี เครอื ข่ายในการดาเนนิ งานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อยา่ งกวา้ งขวางและต่อเนือ่ ง 7. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาท่ีมีคุณภาพมาใช้ในการจัด กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ใหแ้ กก่ ลมุ่ เป้าหมายและประชาชนทว่ั ไปอยา่ งทัว่ ถึง 8. หน่วยงานและสถานศึกษานาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีคุณภาพมาใช้ในการเพิ่ม ประสิทธภิ าพการจัดการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิผล

4 9. ชมุ ชนได้รบั การสง่ เสรมิ กระบวนการเรียนรู้ มีกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนโดยใช้รูปแบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมี กศน.ตาบลและศูนย์การเรียนชุมชนต่างๆ เป็นกลไก ส่งเสริมการเรียนรู้ การขับเคลื่อนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอชานิ ได้ดาเนินการจัดทาวงจรคุณภาพ PDCA ทุกองค์ประกอบ ตัวช้ีวัด และ พฒั นาให้เป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพด้วยความยง่ั ยนื ยดึ แนวปฏบิ ตั ิดว้ ยการกาหนดนโยบายมา ขับเคลื่อนบูรณา การในแผนปฏิบัตกิ ารประจาปี มกี ารประชุมช้แี จงข้นั ตอนการจัดโครงการ/กิจกรรม มีการรายงานสอดคล้องกับ นโยบายที่เกิดจากการมีสว่ นร่วมของทกุ ฝา่ ย มีการจัดกิจกรรมครอบคลมุ ทกุ กลุม่ งานอย่างเหมาะสมกับสภาพ ความเป็นจริงทางภมู ิสังคม การบริหารจัดการการศกึ ษาแบบมีสว่ นรว่ มตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อาเภอชานิ ได้น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการบริหาร จัดการ สถานศึกษาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การบริหารงานวิชาการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงาน งบประมาณ และ การบรหิ ารงานท่ัวไป การประยกุ ต์ใช้ วงจร DEMMING (PDCA) เป็นหลักในการบรหิ ารจดั การสถานศึกษา 1.) Plan มกี ารประชมุ วางแผนเพ่อื ใหก้ ารดาเนินการบรรลุเป้าหมายท่ีวางไว้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดย การศึกษานโยบายและกาหนด วิสยั ทศั น์ เป้าหมายของแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษา วางแผน จดั ทาโครงการ/กจิ กรรม โดยยดึ ปัจจยั พ้นื ฐานในการดาเนนิ งานตามหลัก ๔M 2.) Do แต่งต้ังบุคลากรเพ่ือขับเคล่ือนสถานศึกษาพอเพียง โดยการแบ่งครูแกนนา บูรณาการ ตาม สาระการเรยี นรู้ ในการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่าง พอเพียง ทั้งในและนอก สถานศึกษา/ดาเนินกจิ กรรมตามโครงการ/รายงานผลการดาเนินงาน

5 3.) Check ตรวจสอบวธิ กี ารและระยะเวลาทใ่ี ช้ในการปฏบิ ัตจิ รงิ ว่าทาไดต้ ามแผนหรอื ไม่ ตรวจสอบผลทไ่ี ด้วา่ เปน็ ไปตามเป้าหมายหรือไม่ โดยใช้แบบทดสอบ/แบบบนั ทึกคะแนน/แบบ ประเมิน โครงการและรายงานผลจากการดาเนินงาน 4.) Act นาขอ้ สรุป/ข้อเสนอแนะ/ปัญหาตา่ งๆ ที่เกิดข้ึน มาพัฒนาและปรับปรุงในการจัด กิจกรรมการ เรียนการสอน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดประสิทธิภาพและมี ประสิทธิผลในสถานศึกษา อย่างตอ่ เนื่อง โดยการบรหิ ารจัดการสถานศกึ ษา การจดั การเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทา ให้ผู้เรียนมี คุณลักษณะ \"อยู่อย่างพอเพียง\" ได้อย่างถาวร ด้วยความเช่ือมั่นในหลักการที่ว่า หลักปรัชญา ของ เศรษฐกิจพอเพยี งน้ัน เปน็ สง่ิ ทส่ี ามารถสรา้ งขน้ึ ไดใ้ นสงั คมทกุ ระดับเพอื่ ที่จะได้นาสังคมไทยสู่ \"สังคมอยู่ เย็นเป็น สขุ รว่ มกัน\" จะได้นาพาสังคมไทยให้เปน็ สังคมท่มี ั่นคงและย่งั ยนื ต่อไป

6 แผนผงั ฐานการเรยี นรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง หมายเหตุ : การเรยี นรฐู้ านการเรยี นรโู้ ดยเรม่ิ ตน้ ทฐี่ านหมายเลข 1 และสนิ้ สดุ ท่ี ฐานหมายเลข 5 ดงั นี้ 1 ฐานการเรยี นรกู้ ารทาปยุ๋ หมกั 2 ฐานการเรยี นรกู้ ารอา่ นเพ่ือสขุ ภาพ 3 ฐานการเรยี นรกู้ ารเลย้ี งปลาดกุ 4 ฐานการเรียนรกู้ ารปลกู ผกั ปลอดสารพิษ 5 ฐานการเรียนรผู้ า้ ทอลายขอปลาเคา้

7 หอ้ งศนู ย์รวมขอ้ มลู การขบั เคลอื่ น ปศพพ. หลกั การทรงงาน โครงการพระราชดาริ ทฤษฎบี นั ได 9 ขน้ั สคู่ วามพอเพยี ง หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

8 1 ฐานการทาปยุ๋ หมกั วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามรู้ ความเขา้ ใจการทาการทาปุย๋ หมักอินทรียจ์ ากเศษวสั ดธุ รรมชาติ 2. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจวสั ดุอปุ กรณท์ ่ใี ช้ทาป๋ยุ หมกั 3. เพอื่ ให้ผู้เรียนมคี วามร้คู วามเข้าใจในการดูแลบารงุ รักษาการทาป๋ยุ หมัก 4. เพือ่ ให้ผเู้ รียนมีความรไู้ ด้ประโยชนก์ ารใชป้ ุ๋ยหมกั อนิ ทรีย์ กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูประจาฐานแนะนาตนเอง 2. แนะนาฐานใหผ้ ู้มาศกึ ษา แจกใบความร้กู ารทาปยุ๋ หมกั 3. ครูประจาฐานอธิบายกระบวนการ วัสดุ อุปกรณ์ ขั้นตอน วิธีการทาปุ๋ยหมัก และวิธีการดูแล บารุงรกั ษา 4. ผมู้ าศึกษาเรยี นร้กู ารทาปุ๋ยหมกั เห็ดขอนขาวได้ฝกึ ปฏิบตั จิ รงิ 5. ครปู ระจาฐานอธิบายซกั ถามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 6. ให้ผู้มาศึกษาทาใบงานและการถอดบทเรียนจากกิจกรรมการทาปุ๋ยหมักตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงอื่ นไข 3 หลักการ ส่งผลใหเ้ กดิ สมดุลใน 4 มิติ 7. รว่ มกนั สรุปและประเมนิ ผลการเรียนร้กู ารทาปยุ๋ หมัก 8. การวดั ผลการประเมินโดยดูจากการถอดบทเรียนและการตอบคาถาม ๙. การประเมนิ ความพงึ พอใจในการใช้ฐานการเรยี นรู้

9 ความสอดคลอ้ งกบั หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง สมดลุ และพร้อมรบั ต่อการเปลีย่ นแปลงใน 4 มิติ 2 เงอ่ื นไข เงอ่ื นไขความรู้ 1. มคี วามรับผดิ ชอบ เงอ่ื นไขคณุ ธรรม 1. ความรูใ้ นเร่ืองการทาป๋ยุ หมกั 2. ตรงต่อเวลา การมภี มู คิ มุ้ กนั ในตวั ทดี่ ี 2. รู้ต้นทนุ งบประมาณในการทาปยุ๋ หมกั 3. ซือ่ สัตย์ 3. รวู้ สั ดุอุปกรณ์ ขนั้ ตอนและวธิ ีการทาปยุ๋ หมกั 4. อดทน 4. รู้วธิ กี ารทาปยุ๋ หมกั ดูแลและบารุงรกั ษา 5. รวู้ ิธกี ารเกบ็ เกีย่ ว การจาหนา่ ย และการตลาด 3 หลกั การ ความมเี หตุผล ความพอประมาณ 1. เลือกวัสดุธรรมชาติไดเ้ หมาะสมกบั ขนาดพ้นื ทีท่ ี่ 1. เพ่อื ให้มีความรู้ในเร่ืองการทาปยุ๋ หมกั 1. วางแผนการทาปุย๋ หมกั อย่างเปน็ ขนั้ ตอน จัดเตรียมไว้ 2. เพือ่ ได้ปุ๋ยหมกั ไว้ใช้ในครัวเรอื น 2. ใชว้ สั ดุอุปกรณ์อยา่ งระมัดระวงั และปลอดภยั 2. ใชง้ บประมาณได้เหมาะสมกับพ้ืนและต้นทนุ 3. เพื่อสรา้ งรายได้ สรา้ งอาชพี การจัดเก็บอย่าง ถกู ต้องและเป็นระเบยี บ 3. เหมาะสมกับระยะเวลา 4. เพ่อื ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ 3. ตรวจสอบความพรอ้ ม วัสดุ - อุปกรณ์ 4. ต้งั ราคาให้สอดคล้องกบั ทอ้ งตลาด สมดลุ และพรอ้ มรบั ตอ่ การเปลยี่ นแปลงใน 4 มติ ิ วตั ถ/ุ เศรษฐกจิ สังคม 1. มีปยุ๋ หมกั ไว้ใช้ในครวั เรือน 1. สร้างความสัมพนั ธอ์ นั ดใี นครัวเรือน เพอ่ื น ครู และชุมชน 2. ลดรายจ่ายในครอบครัว 2. การทางานเปน็ ทมี 3. จาหนา่ ยเพ่อื เพ่ิมรายไดใ้ ห้กบั ตนเองและครอบครวั 3. การมนี า้ ใจ แบง่ ปัน มคี วามเขม้ แขง็ ในชมุ ชน 4. มีความสามัคคีในหม่คู ณะเปน็ สงั คมแห่งการพอเพยี ง วฒั นธรรม 1. ใชท้ รพั ยากรอย่างประหยดั เกิดประโยชน์และคุ้ม คา่ สูงสดุ สิง่ แวดลอ้ ม 2. นาวสั ดทุ ี่มอี ยู่ในพ้นื ทมี่ าใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ เชน่ การเศษ ใบไม้ ชนิดตา่ งๆ เรียนรูแ้ ละสบื ทอดภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่นเรือ่ งการทาป๋ยุ หมักไว้ใชใ้ นครัวเรือน 3 ศาสตร์ ศาสตร์พระราชา ศาสตร์สากล ศาสตรช์ าวบา้ น / ศาสตร์ภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ น หลกั การทรงงาน - วิชาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องปรัชญา ของ - มีภูมปิ ญั ญาทม่ี ีความรู้ เร่ือง การทาปยุ๋ ข้อ 18 การพง่ึ ตนเอง เศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการเรียนรู้ เรื่อง หมกั การพฒั นาตามแนวพระราชดาริ ในเบือ้ งตน้ เป็นการแก้ไขปญั หาเฉพาะหนา้ การ ประกอบอาชีพอย่างพอเพียง ระดับ - มแี หล่งเรียนร้ใู นชุมชน เพ่อื ให้ ประชาชนมีความแข็งแรงพอทจ่ี ะดารงชวี ติ ได้ และขนั้ ตอนต่อไปคอื การ มัธยมศึกษาตอนปลาย พัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อม สามารถพง่ึ ตนเอง - สอ่ื วีดที ัศนใ์ นยทู ปู (You Tube) เรอื่ งการ ไดอ้ ย่างยั่งยืน โดยใช้หลักคดิ ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง คือ การวางเสน้ ทาง ทาปุ๋ยหมกั ชวี ิตของตนเองให้เรียบง่าย ธรรมดา และเดินสายกลางดว้ ยปญั ญาพร้อม คุณธรรมในจติ ใจ เพ่ือนาชีวติ ไปสู่ความสมดลุ ของทรพั ยากร ให้มคี วามมั่นคง และ เกิดความยัง่ ยนื ในที่สุด เปรยี บเสมอื นเป็นการวางรากฐานของอาคารให้แขง็ แรง

10 พระบรมราโชบายดา้ นการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ในข้อที่ 3. มีงานทา – มอี าชีพ 3.1 การเล้ียงดูลูกหลานในครอบครัว หรือบ้านเมือง การฝึกฝนอบรมสถานศึกษาต้องให้เด็กและเยาวชนรักงาน สู้งาน ทางานงานสาเร็จ 3.2 การฝกึ ฝนอบรมทั้งในหลกั สตู รและนอกหลักสูตรตอ้ งมจี ดุ มงุ่ หมายใหผ้ ู้เรยี นทางานเปน็ และมงี านทาในทส่ี ดุ 3.3 ต้องสนบั สนนุ ผสู้ าเร็จหลกั สตู รมีอาชพี มงี านทา จนสามารถเลี้ยงตวั เองและครอบครวั

11 2 ฐานการเรียนรู้ เรอื่ ง การอา่ นเพอื่ สขุ ภาพ วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพ 2. เพื่อให้ผเู้ รยี นมีความรู้ จากการอ่านใบความร้เู ร่ืองเกี่ยวกับสุขภาพมากขน้ึ 3. เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนมีความรู้ และสามารถนาไปใช้กบั ชีวิตประจาวัน กิจกรรมการเรยี นรู้ 4.1 ครูประจาฐานแนะนาตนเอง 4.2 แนะนาฐานใหผ้ ้มู าศึกษา แจกใบความรู้การอ่านเพื่อสุขภาพ 4.3 ครูประจาฐานอธิบายกระบวนการ วสั ดุ อุปกรณ์ ขั้นตอน วิธกี ารอา่ น และการออกกาลงั กาย 4.4 ผมู้ าศึกษาเรยี นรอู้ ่าน และการออกกาลังกาย 4.5 ครปู ระจาฐานอธบิ ายซักถามและแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกนั 4.6 ใหผ้ ูม้ าศึกษาทาใบงานและการถอดบทเรยี นจากกิจกรรมการอ่านตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง 2 เงอื่ นไข 3 หลักการ สง่ ผลให้เกดิ สมดุลใน 4 มิติ 4.7 ร่วมกนั สรปุ และประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ ารอา่ น 4.8 การวัดผลการประเมนิ โดยดจู ากการถอดบทเรยี นและการตอบคาถาม ๔.๙ การประเมินความพงึ พอใจในการใชฐ้ านการเรียนรู้

ความสอดคลอ้ งกบั หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 12 เงอื่ นไขความรู้ 2 เงอื่ นไข เงอื่ นไขคณุ ธรรม 1. ความรู้ ความเขา้ ใจเรือ่ งการดูแลสขุ ภาพ 1. มคี วามรบั ผิดชอบ การมภี มู คิ มุ้ กนั ในตวั ทด่ี ี 2 ความรู้ จากการอา่ นใบความรู้เรือ่ งเก่ียวกบั สขุ ภาพมากข้ึน 2. ตรงต่อเวลา 3 ความรู้ และสามารถนาไปใช้กับชีวติ ประจาวัน 3. ซือ่ สัตย์ 4. อดทน ความพอประมาณ 3 หลกั การ ความมเี หตผุ ล 1. เลอื กสือ่ การอา่ นท่เี หมาะสมกบั ตนเอง 1. เพื่อใหผ้ เู้ รยี นมีความเข้าใจในการออกกาลังกาย 1. มีการวางแผนขั้นตอนในการดูแลสขุ ภาพอย่างเปน็ ระบบ 2. ใชว้ ัสดุอุปกรณ์ที่มใี นทอ้ งถน่ิ ไดอ้ ย่าง 2. เพอ่ื ลดและป้องกนั การเจ็บปว่ ย 2. มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจิตที่ดี เหมาะสม 3. เพอ่ื ดูแลสขุ ภาพเบอ้ื งต้นด้วยตนเอง 3. สรา้ งนสิ ยั รักการอา่ นเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ีให้ลกู หลาน 3. เหมาะสมกับระยะเวลา ๔. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สมดลุ และพรอ้ มรบั ตอ่ การเปลยี่ นแปลงใน 4 มติ ิ วตั ถ/ุ เศรษฐกจิ สงั คม 1. เปน็ ผู้ไม่ลืมหนังสอื 1. สร้างความสมั พนั ธ์อันดีในชมุ ชน 2. มีสขุ ภาพทแี่ ขง็ แรงข้ึน 2. การทางานเปน็ ทีม 3. ลดค่าใชจ้ ่ายในการดแู ลสขุ ภาพ 3. การมนี า้ ใจ แบง่ ปัน มีความเข้มแข็งในชุมชน 4. มีความสามัคคใี นหมูค่ ณะเปน็ สังคมแหง่ การอ่านเพ่ือความพอเพยี ง วฒั นธรรม สง่ิ แวดลอ้ ม เรยี นรแู้ ละสบื ทอดภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่นเรอ่ื งการดูแลสขุ ภาพ 1. ใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยัดเกดิ ประโยชนแ์ ละคุม้ ค่าสงู สุด 2. นาวสั ดทุ มี่ อี ยู่ในพ้ืนท่มี าใช้ให้เกดิ ประโยชน์ เชน่ ขวดนา้ พลาสตกิ ไมพ้ ลอง ท่อพีวซี ี หนงั ยาง 3 ศาสตร์ ศาสตรพ์ ระราชา ศาสตรส์ ากล ศาสตรช์ าวบา้ น / ศาสตรภ์ มู ปิ ญั ญา ชาวบา้ น หลกั การทรงงาน - วิชาสุขศึกษา พละศึกษา เร่ืองการดูแลสุขภาพ นางประชัน อินทร์บารงุ วิทยากรการ ข้อ 6. มคี วามสขุ ในการทาประโยชนใ์ ห้แก่ผูอ้ ื่น ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ออกกาลงั กาย ความสุขเป็นเรื่องของการทาประโยชน์ให้เกิดขึ้น ซ่ึง - เพจหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอชานิ ความสุขท่ีแท้จริงคือ การทาประโยชน์ให้ผู้อ่ืน มิใช่ทาให้ตนเองเพียงเท่านั้น ต้องสร้างประโยชน์กับคนอื่น เม่ือคนอื่นมีความสุขแล้วเราก็มีความสุขด้วย https://www.facebook.com/2511oyur2521 โดยความสุขของผู้อื่น คือความสุขส่วนรวมนั่นเอง เราต้องยึดประโยชน์ ส่วนรวมมากอ่ นประโยชนส์ ว่ นตน ดังมีพระราชดารสั ครั้งหนึง่ ความว่า - เพจ มนษุ ย์ตึง “...ขอบใจนะท่มี าชว่ ยฉันทางาน ฉันขอบอกก่อนนะ ชว่ ยฉนั ทางาน ไมม่ ีอะไร https://www.facebook.com/Manudteung จะให้ นอกจากมคี วามสขุ ร่วมกัน ในการทาประโยชน์ให้กบั ผอู้ ืน่ ...”

13 พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของในหลวงรัชกาลท่ี 10 ในขอ้ ที่ 2. มพี น้ื ฐานทม่ี น่ั คง มคี ณุ ธรรม - การอ่านใบความรู้ เรอ่ื งการดูแลสขุ ภาพทาใหผ้ ู้เรียนมีความรู้และสามารถนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั และเมื่อร้วู า่ ดี ก็ทาเป็นประจา เช่นการออกาลังกาย ก็จะทาให้ร่างกายแข็งแรง เจบ็ ป่วยน้อยลงซึ่งเป็นรากฐานท่มี นั่ คงของชวี ิต สุขภาพดี ชวี ิตก็จะดี

14 3 ฐานการเรยี นรู้ เรอื่ ง การเลย้ี งปลาดกุ วตั ถปุ ระสงค์ 1.เพอื่ มุ่งพฒั นาใหผ้ ู้เรยี นมคี ุณภาพชวี ติ ท่ดี ี มีศักยภาพในการประกอบอาชพี 2. เพื่อใหผ้ เู้ ขา้ ศกึ ษาเรียนรู้สามารถบอกความหมายความสาคัญของการเล้ยี งปลาดุก 3. เพื่อให้ผเู้ ข้าศึกษาเรียนรู้มคี วามรเู้ กีย่ วกับสายพนั ธ์ุปลาดกุ ชนดิ ต่างๆ 4. เพื่อให้ผ้เู ข้าศกึ ษาเรยี นร้หู ลักการข้ันตอนและวิธีการเล้ียงปลาดุกเป็น อาหาร และหารายได้ 5. เพ่ือใหผ้ ู้เข้าศึกษาได้เรียนรเู้ กี่ยวการบรหิ ารจดั การการตลาด/ความต้องการของผู้บริโภค 6. เพือ่ ให้ผเู้ รียนมีความรูค้ วามเข้าใจและสามารถปฏิบัติการเลี้ยงปลาดุก กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ศกึ ษาเอกสารแผ่นพบั และสนทนาเกยี่ วกบั ความหมาย สาคัญของการเล้ียงปลาดุก 2. วทิ ยากรอธิบายเกี่ยวกบั พันธป์ุ ลาดุกชนดิ ต่างๆ 3. วิทยากรอธบิ ายหลกั การขั้นตอนและวธิ ีการเลย้ี งปลาดุกเป็น อาหาร และหารายได้ 4. วทิ ยากรสาธติ การเลีย้ งปลาดกุ เพื่อความสมบรู ณ์ของผลิตผล 5. วทิ ยากรบรรยายความสาเรจ็ ท่ีได้ทาการทดลองในพน้ื ที่ต่างๆ กนั ตามสภาพความเป็นจรงิ 6. วทิ ยากรให้ความรู้เกี่ยวกบั การบริหารจัดการการตลาด/ความต้องการของผบู้ ริโภค 7. บนั ทกึ การเรียนรู้ เรอ่ื ง การเล้ียงปลาดุก 8. ถอดบทเรียนการใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการเรยี นร้/ู ทากิจกรรม 9. การประเมินความพึงพอใจในการใชฐ้ านการเรียนรู้

15 ความสอดคลอ้ งกบั หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงอ่ื นไข เงอื่ นไขคณุ ธรรม เงอื่ นไขความรู้ 1. ความอดทน 1. รูค้ วามหมายความสาคัญของการเลี้ยงปลาดุก 2. ความซ่ือสตั ย์ 2. มีความรเู้ กี่ยวกับสายพนั ธุ์ปลาดุกชนดิ ตา่ งๆ 3. ความเพียร 3. รู้ข้ันตอนการเล้ียงปลาดุก 4. ความขยัน 4. รู้วธิ กี ารเลย้ี งปลาดุก 5. มีความรเู้ ก่ียวกับการบรหิ ารจดั การการตลาด/ความต้องการของผู้บริโภค 6. มคี วามรู้ความเข้าใจในการปฏบิ ัติการเล้ยี งปลาดุก ความพอประมาณ 3 หลกั การ การมภี มู คิ มุ้ กนั ในตวั ทด่ี ี ความมเี หตผุ ล 1. จานวนปลาท่ีจะเลี้ยงเหมาะสมกบั ขนาดของบอ่ ปลา 1. เพอ่ื เป็นแหล่งศกึ ษาเรยี นร้ใู นเรอ่ื งการเล้ยี งปลาดกุ 1. การวางแผนในการกาหนดขนั้ ตอนการเลย้ี งปลาดกุ 2. การใหอ้ าหารเหมาะสมกบั ขนาด และอายขุ องปลา 2. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการเลย้ี งปลาดุกเป็นอาชพี 2. ดาเนินการตามข้นั ตอนอยา่ งรอบคอบระมดั ระวงั 3. จัดสรรงบประมาณในการใช้ส่ืออปุ กรณ์เพยี งพอกบั ได้ 3. ตรวจสอบทบทวนความรู้ให้เข้าใจอยา่ งชดั เจนก่อน ผ้เู รียน 3. เพ่อื ใหเ้ ปน็ อาชีพ และสร้างรายได้ ลงมือปฏบิ ตั แิ ละนาไปใชไ้ ดจ้ ริง 4. เนอื้ หาการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนเหมาะสมกบั 4. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนมีเหตุผลในการทางานตามลาดบั 4. มกี ารจัดเตรียมสอ่ื อุปกรณใ์ หพ้ ร้อม ทกุ ชว่ งวยั และทกุ ระดับชัน้ ขนั้ ตอน วตั ถ/ุ เศรษฐกจิ สมดลุ และพรอ้ มรบั ตอ่ การเปลยี่ นแปลงใน 4 มติ ิ สงั คม 1. ได้ปลาไว้ขายและประกอบอาชีพโดยไมต่ ้องซื้อ 1. การทางานเป็นทีม 2. มีอาชีพเล้ียงปลาสร้างรายได้ 2. ความรักสามคั คี 3. ร้จู ักแบง่ ปัน วฒั นธรรม ส่ิงแวดลอ้ ม 1. ผเู้ รยี นเรยี นรภู้ มู ิปญั ญาและวัฒนธรรมตา่ งๆในการเล้ยี งปลาดกุ 1. ชว่ ยอนุรกั ษ์สิง่ แวดล้อม 2. ลงมอื เรียนรแู้ ละปฏบิ ัติการเรยี นรตู้ ามภูมปิ ญั ญา 2. นาน้าท่เี ปล่ียนถา่ ยออกจากบอ่ มารดน้าแปลงผกั และต้นไม้ 3. ปลกู ผักตบชวาเพอ่ื รกั ษาสภาพนา้ 3.เหน็ คุณคา่ และสืบทอดภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น

16 3 ศาสตร์ ศาสตรพ์ ระราชา ศาสตร์สากล ศาสตรช์ าวบ้าน / ศาสตรภ์ มู ปิ ญั ญาชาวบา้ น 1) หลกั การทรงงาน 1. กลุม่ สาระทักษะการเรียนร:ู้ วชิ าทกั ษะการ นางกัญญาณี เทียรวรรณ์ ข้อ 4 รู้ รกั สามคั คี เรยี นร,ู้ เรือ่ งแหล่งเรยี นรู้ ภมู ิปญั ญาชาวบา้ น ถา่ ยทอดวิธกี ารเล้ยี งปลาดุก รู้ : การทเี่ ราจะลงมอื ทาสงิ่ ใดน้ันจะต้องรู้ 2. กลุ่มสาระความรู้พ้ืนฐาน: วชิ าคณิตศาสตร์, การจดบันทึกรายรบั รายจ่าย, รอ้ ยละ เสยี กอ่ น รถู้ งึ ปัจจยั ทั้งหมด รูถ้ ึงปญั หาและรถู้ ึงวิธแี กป้ ัญหา วิชาวทิ ยาศาสตร,์ วรจรชีวิตของสตั ว,์ ระบบนิเวศ รกั : คอื ความรกั เมือ่ เราร้คู รบดว้ ยกระบวนความ 3. กล่มุ สาระการเรยี นรูก้ ารประกอบอาชพี : วิชา ทักษะการประกอบอาชพี , เร่ืองการตลาด แลว้ จะต้องมีความรกั การพจิ ารณาท่จี ะเขา้ ไปลงมือปฏบิ ตั ิ 4. กลมุ่ สาระการพัฒนาสงั คม: วิชาพัฒนาสงั คม แก้ไขปัญหาน้ันๆ ชุมชน, เรือ่ งคณุ ธรรม จริยธรรม สามัคคี : การท่ีจะลงมอื ปฏบิ ัตินนั้ ควรคานึง เสมอวา่ เราจะทางานคนเดียวไมไ่ ด้ ตอ้ งทางานรว่ มมือ รว่ ม ใจ เป็นองคก์ ร เป็นหมคู่ ณะ จงึ จะมพี ลังเข้าไปแก้ไขปัญหา ใหล้ ลุ ว่ งไปไดด้ ้วยดี ขอ้ 12 ประหยัด เรียบง่าย ไดป้ ระโยชนส์ งู สดุ ขอ้ 15 ใชธ้ รรมชาตชิ ว่ ย ธรรมชาติ ข้อ 23 การมีสว่ นรว่ ม 2) โครงการในพระราชดาริ - 3) พระบรมราโชวาท/พระราชดารสั พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของในหลวงรชั กาลท่ี 10 1. มีทัศนคตทิ ีถ่ กู ตอ้ งต่อบ้านเมือง ขอ้ 4 มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน 2. มพี นื้ ฐานชวี ิตที่ม่นั คง-มีคณุ ธรรม ขอ้ 2 ปฏบิ ตั ิสง่ิ ทช่ี อบ สิ่งทด่ี งี าม ๓. มีงานทา-มีอาชพี ขอ้ 3 ต้องสนับสนนุ ผสู้ าเรจ็ หลกั สตู รมอี าชพี มงี านทา จนสามารถเลยี้ งตัวเองและครอบครวั 4. เป็นพลเมืองดี -

17 4 ฐานการเรียนรู้ เรอื่ ง การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ วตั ถปุ ระสงค์ 3.1. เพอื่ ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจในวัสดอุ ปุ กรณ์ และพันธผุ์ กั ในการปลูกผกั ปลอดสารพษิ 3.2. เพื่อใหม้ ที กั ษะในการใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์ การปลูกและดูแลผกั ปลอดสารพษิ 3.3. เพอ่ื ให้เห็นคุณคา่ และประโยชนข์ องผักปลอดสารพษิ สามารถนาความรไู้ ปปรับใช้ในชีวิตประจาวัน ได้ 3.4. เพ่อื ให้มรี ายได้เพิ่มมากขึ้น เน่อื งจากผลผลิตท่ีได้มคี ณุ ภาพทาให้สามารถขายผลผลติ ได้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ 4.1. ครูวิทยากรประจาฐานแนะนาตนเอง/แนะนาวิทยากรประจาฐานการเรียนรู้การปลูกผักปลอด สารพษิ 4.2. ครวู ทิ ยากรประจาฐานให้ผ้มู าศึกษาดใู บความรู้การปลกู ผกั ปลอดพษิ 4.3. ครวู ทิ ยากรประจาฐาน บรรยาย อธบิ ายกระบวนการ 4.4. ผู้เรยี น ศึกษาดงู านในสถานท่ีจรงิ 4.5. ครปู ระจาฐานซกั ถามและแลกเปลยี่ นเรยี นรู้รว่ มกัน 4.6. ผเู้ รยี นถอดบทเรยี นรูก้ ารปลกู ผกั ปลอด 4.7. ร่วมกันสรปุ และประเมินผลการเรยี นรกู้ ารปลกู ผกั ปลอดสารพิษ 4.8. การวดั ผลการประเมินโดยดจู ากการถอดบทเรียนและการตอบคาถาม 4.9. การประเมนิ ความพงึ พอใจในการใชฐ้ านการเรยี นรู้

ความสอดคลอ้ งกับหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 18 เงอื่ นไขความรู้ 2 เงอื่ นไข เงอื่ นไขคณุ ธรรม 1. ความรู้ในเรือ่ งพันธ์ุผักชนิดต่างๆ 2. รู้เร่อื งวัสดุอุปกรณ์ การจดั เกบ็ และการรักษาวัสดอุ ุปกรณ์ 1. ขยัน 3. รตู้ ้นทุน งบประมาณในการทาแปลงผกั 2. อดทน 4. รู้ข้นั ตอนและวธิ กี ารเตรยี มดนิ 3. ประหยัด 5. รวู้ ิธีการปลูกผกั ดูแลและบารงุ รกั ษาผกั ปลอดสารพษิ 4. ซอ่ื สตั ย์ 6. รวู้ ิธกี ารเก็บเก่ยี ว การจาหนา่ ย และการตลาด 5. มีนา้ ใจ ความพอประมาณ 3 หลกั การ การมภี มู คิ มุ้ กนั ในตวั ทดี่ ี ความมเี หตผุ ล 1.วางแผนการปลูกผกั อยา่ งเป็นข้นั ตอน 1. ปลกู ผกั ได้เหมาะสมกบั พื้นที่ 1.เพอ่ื ได้ผกั ปลอดสารพิษไวร้ บั ประทานใน 2.ใชว้ ัสดอุ ปุ กรณ์อย่างระมดั ระวงั และปลอดภยั การจัดเกบ็ 2. เลอื กผักได้เหมาะสมกับฤดกู าล ครวั เรอื น อยา่ งถกู ตอ้ งและเป็นระเบยี บ 3. ใชง้ บประมาณได้อยา่ งเหมาะสมกบั พน้ื และตน้ ทุนของเรา 2.เพื่อสรา้ งรายได้ สรา้ งอาชีพ 3.ศกึ ษาโรคทเ่ี กิดกบั ผกั ป้องกันไมใ่ หเ้ กดิ โรคกบั ผกั การจัด 4. ตั้งราคาใหส้ อดคลอ้ งกับท้องตลาด 3.เพอ่ื ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เวลาการดแู ลรกั ษาผัก วตั ถ/ุ เศรษฐกจิ สมดลุ และพรอ้ มรบั ตอ่ การเปลย่ี นแปลงใน 4 มติ ิ 1.มผี ักปลอดสารพิษ ไว้รบั ประทาน สงั คม 2.ลดรายจ่ายในครอบครวั 3.จาหนา่ ยเพอ่ื เพมิ่ รายไดใ้ ห้กบั ตนเองและครอบครวั 1. สร้างความสัมพันธ์อันดใี นครัวเรอื น เพ่อื น ครแู ละชุมชน 2. การเรียนรูแ้ ละการทางานเป็นทีม 3. การมนี ้าใจ แบง่ ปัน มคี วามเข้มแข็งในชุมชน 4. มีความรกั สามคั คใี นหมู่คณะเป็นสังคมแห่งการพอเพยี ง ง วฒั นธรรม สิ่งแวดลอ้ ม 1. เรียนรูแ้ ละสบื ทอดภมู ิปัญญาท้องถิน่ 2. อนรุ กั ษ์ วัฒนธรรมไทย โดยการเหน็ คุณคา่ ของ ผักพื้นบา้ นของไทย 1.ปราศจากสารเคมี ไมม่ สี ารพษิ ตกค้างในดนิ และพืชผกั ไมท่ าลายสิ่งแวดลอ้ ม 3. รู้จกั ชื่อพชื ผกั พื้นบา้ นตา่ ง ๆ เชน่ ผักชี ผกั แพวผักแขยง ซึ่งเปน็ ช่อื ผกั ในทอ้ งถิ่น 2. ใช้ทรพั ยากรอย่างประหยดั เกดิ ประโยชน์และคุ้มค่าสงู สุด 3. นาวัสดุทม่ี อี ยู่ในพื้นท่ีมาใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ เช่นการหมักปยุ๋ ชวี ภาพจาก เศษผักต่างๆ

19 3 ศาสตร์ ศาสตรพ์ ระราชา ศาสตรส์ ากล ศาสตรช์ าวบา้ น / ศาสตรภ์ มู ปิ ญั ญาชาวบา้ น หลกั การทรงงาน - วิชาเศรษฐกิจพอเพียง เร่ืองเกษตรธรรมชาติตาม -วิทยากรท่ีมีความรู้ ความชานาญในการปลูกผัก ข้อท่ี 18 การพงึ่ ตนเองการพัฒนาตามแนวพระราชดาริในเบอ้ื งต้น แนวทางเศรษฐกิจพอเพยี ง ปลอดสารพษิ เป็นการแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหนา้ เพ่ือใหป้ ระชาชนมีความแข็งแรง พอท่จี ะดารงชีวติ ได้ และข้นั ตอนตอ่ ไปคอื การพฒั นาให้ -วิชาภาษาไทย เรอื่ งดูพ่อทา ฟังคาพอ่ สอน แลกเปลยี่ น -ปราชญช์ าวบ้าน ให้ความรูเ้ รอ่ื งการปลกู ผัก การ ประชาชนสามารถอยู่ ในสังคมได้ตาม สภาพแวดลอ้ ม สามารถ เรยี นรู้ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดูแลรักษา วธิ กี ารปอ้ งกัน ศัตรูพชื ตามธรรมชาติ พงึ่ ตนเองไดอ้ ยา่ งย่งั ยนื โดยใช้หลกั คดิ ปรัชญาของเศรษฐกิจ การเลอื กดนิ ท่ีเหมาะสมกับการเพาะปลกู และ พอเพยี ง คอื การวางเส้นทางของตนเองใหเ้ รียบง่าย ธรรมดา และ การเกบ็ เกี่ยวผลผลติ ในช่วงเวลาที่ เหมาะสม เดินสานกลางด้วยปญั ญาพร้อม คุณธรรมในจิตใจ เพ่ือนาชวี ิตไปสู่ ความสมดุลของทรัพยากร ใหม้ คี วามม่นั คง และเกิดความยัง่ ยนื ใน ที่สดุ เปรียบเสมอื นเป็นการวางรากฐานของอาคารให้แข็งแรง พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของในหลวงรชั กาลท่ี 10 ในขอ้ ที่ 3. มงี านทา – มอี าชพี 3.2 การเล้ยี งดลู กู หลานในครอบครวั หรือบา้ นเมอื ง การฝึกฝนอบรมสถานศกึ ษาตอ้ งให้เด็กและเยาวชนรกั งาน ส้งู าน ทางานงานสาเร็จ 3.2 การฝกึ ฝนอบรมทั้งในหลักสตู รและนอกหลักสตู รต้องมีจดุ มงุ่ หมายให้ผเู้ รยี นทางานเป็น และมงี านทาในทีส่ ุด 3.3 ต้องสนับสนนุ ผ้สู าเร็จหลักสูตรมีอาชพี มงี านทา จนสามารถเลีย้ งตวั เองและครอบครัว

20 5 ฐานการเรียนรู้ เรอ่ื ง ผา้ ทอลายขอปลาเคา้ วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ ผูเ้ รียนมคี วามรู้ ความเข้าใจ ประวัตคิ วามเปน็ มาของผ้าทอลายขอปลาเค้า ผา้ ประจาท้องถิน่ ของ ตนเอง 2. เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการทอผา้ ลายขอปลาเคา้ 3. เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ ความเข้าใจ วัสดุ อุปการณ์ที่นามาใชใ้ นการทอผา้ 4. เพอื่ ให้ผูเ้ รียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ วธิ กี ารหาชอ่ งทางในการขายออนไลนแ์ ละแหลง่ จาหนา่ ยทอ ผ้าลายขอปลาเค้า กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครูประจาฐานแนะนาตนเอง 2. แนะนาฐานให้ผูม้ าศึกษา แจกเอกสารแผน่ พับการทอผา้ ลายขอปลาเค้าและบรรยายเกี่ยวกับประวัติ ความเปน็ มาของผา้ ทอลายขอปลาเค้า 3. ครปู ระจาฐานอธบิ ายกระบวนการ วัสดุ อปุ กรณ์ ขั้นตอน วธิ กี ารทอผ้าลายขอปลาเคา้ 4. ผมู้ าศึกษาเรียนรู้ได้สัมผัสกับกระบวนการและสถานทจ่ี ริง 5. ครูประจาฐานอธบิ ายซักถามและแลกเปลยี่ นเรียนร้รู ่วมกัน 6. ใหผ้ ูม้ าศกึ ษาทาใบงานและการถอดบทเรยี นจากกิจกรรมการทอผา้ ลายขอปลาเค้าตามหลักปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงือ่ นไข 3 หลักการ สง่ ผลให้เกดิ สมดุลใน 4 มิติ 3 ศาสตร์ 4 พระบรมราโชบาย 7. รว่ มกนั สรุปและประเมินผลการเรยี นรกู้ ารทอผ้าลายขอปลาเค้า 8. การวัดผลการประเมินโดยดูจากการถอดบทเรียนและการตอบคาถาม ๙. การประเมนิ ความพึงพอใจในการใช้ฐานการเรียนรู้

21 ความสอดคลอ้ งกบั หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง เงอ่ื นไขความรู้ 2 เงอ่ื นไข เงอื่ นไขคณุ ธรรม 1. ความรใู้ นการทอผา้ ลายขอปลาเคา้ การมภี มู คิ มุ้ กนั ในตวั ทดี่ ี 2. รู้วัสดุ อุปกรณ์ ขน้ั ตอนและวิธกี ารทอผา้ ลายขอปลาเคา้ 1. มีความรบั ผดิ ชอบ 3. รแู้ หล่งการตดั เยบ็ ทีเ่ หมาะสม 2. ตรงต่อเวลา 4. รู้กลมุ้ ผู้บริโภค การจาหนา่ ย และการตลาด 3. ซ่ือสัตย์ 4. อดทน ความพอประมาณ 3 หลกั การ ความมเี หตผุ ล 1. มกี ารทอผา้ เพื่อไวใ้ ชเ้ อง 1. เพอื่ ใหม้ คี วามรู้ในเรอื่ งการทอผ้าลายขอปลาเคา้ 1. สารวจความตอ้ งการของตลาด 2. ทอผ้าให้เหมาะสมกบั ความตอ้ งการของตลาด 2. เพอื่ สบื ทอดภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ 2. ใชว้ ัสดอุ ปุ กรณ์อยา่ งระมัดระวัง และปลอดภยั การจดั เกบ็ อย่าง 3. เพอื่ ใหม้ ีลายผ้าทีเ่ ป็นเอกลกั ษณป์ ระจาอาเภอ ถกู ตอ้ งและเปน็ ระเบียบ 4. เพอ่ื ให้เกดิ รายได้ สร้างอาชพี ในชมุ ชน 3. วางแผนการผลิต การรบั ออเดอร์ 4. มเี งินออมในกลมุ่ เพื่อใชใ้ นการ ซ้อื วัสดใุ นการทอผ้าให้เพยี งพอ 5. ตรวจสอบคุณภาพสนิ ค้า สมดลุ และพรอ้ มรบั ตอ่ การเปลย่ี นแปลงใน 4 มติ ิ วตั ถ/ุ เศรษฐกจิ สงั คม 1. เลือกใชว้ ัสดุและอปุ กรณ์ทต่ี รงกบั การใช้งาน 1. สรา้ งความสัมพนั ธอ์ นั ดีในกลุ่มสมาชกิ ทอผ้า เพอื่ น ครู และชมุ ชน 2. ใช้อปุ กรณท์ ่ีมีในชมุ ชนอยา่ งคุ้มคา่ 2. การทางานเปน็ กลุม่ 3. จาหน่ายเพือ่ เพมิ่ รายไดใ้ หก้ บั ครอบครวั และและชุมชน 3. การมีนา้ ใจ แบ่งปัน มคี วามเข้มแขง็ ในชมุ ชน 4. มคี วามสามคั คใี นหมูค่ ณะเป็นสังคมแห่งการพอเพยี ง วฒั นธรรม ส่งิ แวดลอ้ ม 1. มกี ารสบื สานวัฒนธรรมประเพณี โดยการนาภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่นมาใช้ในการประกอบ 1. มีความรใู้ นการดูแลความสะอาดและการจัดขยะอยา่ งถกู วธิ ี อาชพี ในการทอผ้า 2. ดูแลรกั ษาความสะอาดสถานทีจ่ ัดการเรยี นรู้ไม่ใหส้ ่งผลกระทบกับสง่ิ แวดล้อม 2. เกิดเอกลักษณ์การแต่งกายในชมุ ชน 3. มบี ่อบาบดั นา้ เสยี 3. ใช้วสั ดอุ ปุ กรณท์ ม่ี ีจากทอ้ งถ่นิ 4. มีจติ สานึก และเหน็ คณุ ค่าของการรักษาสงิ่ แวดล้อม 3 ศาสตร์ ศาสตรพ์ ระราชา ศาสตรส์ ากล ศาสตร์ชาวบา้ น / ศาสตร์ภูมิปัญญาชาวบ้าน หลักการทรงงาน - สาระประกอบอาชีพ - นางสาวญาณดา เอยี่ มสะอาด ขอ้ 18 การพึง่ ตนเอง วชิ าพฒั นาอาชีพใหม้ ีความม่นั คง ภูมปิ ัญญาชาวบา้ นถา่ ยทอดวิธีการทอผา้ ลาย การพฒั นาตามแนวพระราชดาริ ในเบ้ืองตน้ เป็นการแกไ้ ขปญั หา : โครงการพัฒนาอาชพี ให้มคี วามม่ันคง ขอปลาเค้า เฉพาะหนา้ เพอ่ื ให้ ประชาชนมีความแขง็ แรงพอทจ่ี ะดารงชวี ติ ได้ - สาระการพฒั นาสงั คม และขนั้ ตอนตอ่ ไปคอื การพฒั นาใหป้ ระชาชนสามารถอยู่ ใน วชิ าพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม สงั คมไดต้ ามสภาพแวดล้อม สามารถพง่ึ ตนเองไดอ้ ยา่ งย่ังยืน โดย : ประโยชน์ของข้อมูลด้านต้นเอง ชมุ ชน สังคม ใช้หลกั คดิ ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง คือ การวางเสน้ ทาง ชวี ติ ของตนเองใหเ้ รียบง่าย ธรรมดา และเดินสายกลางด้วย - ส่ือวีดีทศั นใ์ นยทู ูป เร่ืองวิธกี ารทอผา้ ปญั ญาพร้อม คณุ ธรรมในจิตใจ เพ่ือนาชีวิตไปสูค่ วามสมดลุ ของ ทรัพยากร ให้มคี วามมนั่ คง และเกิดความยัง่ ยนื ในท่สี ดุ - เฟสบคุ๊ ชื่อ Yanada Aiamsaart เปรยี บเสมอื นเปน็ การวางรากฐานของอาคารใหแ้ ข็งแรง

22 พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของในหลวงรชั กาลท่ี 10 มที ศั นคตทิ ถ่ี กู ตอ้ งตอ่ บา้ นเมอื ง ขอ้ ๔ มีความเอื้ออาทรต่อครอบครวั และชุมชนของตน มพี น้ื ฐานชวี ติ ทมี่ นั่ คง- มคี ุณธรรม ขอ้ ๒ ปฏบิ ัติส่งิ ทช่ี อบ สิง่ ทดี่ งี าม มงี านทา-มอี าชพี ขอ้ ๓ ตอ้ งสนับสนุนผู้สาเรจ็ หลกั สตู รมอี าชีพ มงี านทาจนสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว เปน็ พลเมอื งดี -

23 วิทยากรแกนนาประจาฐาน ชอ่ื ฐานการเรยี นรู้ ซอื่ วิทยากรแกนนา ชอื่ วทิ ยากรแกนนา (ครู) (นกั ศกึ ษา) 1 ฐานการเรียนรูก้ ารทาปุ๋ยหมัก 1. นายเดชา แก้วนาพันธ์ 1. นางสาวกาญจนา แป้นนางรอง 2. นางนรศิ รา เมอื งจนั ทร์ 2. นางสาวจฑุ าทพิ ย์ พิมพจ์ ันทร์ 3. นางสาวนติ ยิ า ไพรชัฎ 4. นายปฏญิ ญา บุญที 5. นางสาวนภิ าพร พงษ์ประเทศ 2 ฐานการเรยี นรู้ 1. น.ส.มิรา สมทอง 1. นายผดุง แก้วสุข การอา่ นเพื่อสขุ ภาพ 2. นางเสาวรี พิบาล 2. นางสริ ัชญา หลงเหลอื ชาติ 3. น.ส.สมพร แสนเมอื งสวา่ งศรี 4. นายสงิ หนาท จาเนียรกลู 3 ฐานการเรยี นรู้ 1. นางสาวสนุ ทิ ิยา ปาลี 1. นางกญั ญาณี เทยี รวรรณ์ การเลีย้ งปลาดกุ 2. นางสรุ ยี ์ภรณ์ เอีย่ มรมั ย์ 2. นางผกาวลั ย์ หรงั่ นรนิ ทร์ 3. นางสาวณฐั นรี ไมส้ งู เนนิ 4. นายสารวย จาเนียรกลู 5. นางสาวสรวงสุดา โกง่ กระโทก 4 ฐานการเรียนรู้ 1.นายชาญณรงค์ อดตี รัมย์ 1. นางสาวกัลยา หงษา การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 2.นายวสนั ต์ิ ศรีนนตรี 2. นางสารวย เสาวพนั ธ์ 3.นางยบุ ลวรรณ บุรตั น์ 4.นางโสภา ไม้สูงเนนิ 5.นางสาวเพ็ญนภา ปะโนรมั ย์ 5 ฐานการเรียนรู้ 1. นางละเอยี ด คงเปน็ นจิ 1. นางสารวย คุระจอก ผา้ ทอลายขอปลาเค้า 2. นางสาวนิธิมา คาประโคน 2. นางพชั รี มะลิวรรณ 3. นายปรากาญจน์ คากอง 4. นางสาวชุตนิ พร สลับศรี

24 กาหนดการศกึ ษาดงู าน ศนู ยก์ ารเรยี นรตู้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ด้านการศกึ ษา ศนู ยก์ ารศกี ษานอกระบบและการศกี ษาตามอธั ยาศยั อาเภอชานิ สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั บรุ ีรมั ย์ เวลา กจิ กรรม (หลกั สตู รเตม็ วนั ) 08.00 – 08.45 น. ลงทะเบียน ณ ห้องประชมุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม อัธยาศยั อาเภอบ้านเขวา้ 08.45 – 09.00 น. พธิ ีเปดิ โครงการ โดย นายพงศส์ วัสดิ์ จ่างจติ ต์ ผู้อานวยการศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอชานิ 09.00 – 10.00 น. รับฟังคาบรรยาย ภาพรวม ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ด้านการศึกษา ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั 10.00 – 10.00 น. อาเภอชานิ จานวน 5 ฐานการเรียนรู้ โดยครแู กนนาโครงการ 10.00 – 11.10 น. รับประทานอาหารว่าง ศกึ ษาดูงาน ณ ศูนย์ขอ้ มูลการเรียนรู้ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 11.10 – 12.00 น. ด้านการศึกษา ฐานการเรยี นร้ทู ี่ 1 การทาปุ๋ยน้าหมัก 12.00 – 13.00 น. ศึกษาดงู าน ณ ฐานการเรยี นรู้ท่ี 2 การอา่ นเพ่ือสุขภาพ 13.00 – 14.00 น. รบั ประทานอาหารกลางวัน 14.00 – 15.00 น. ศึกษาดูงาน ณ ฐานการเรียนรู้ที่ 3 การเล้ียงปลาดกุ 15.00 – 16.00 น. ศกึ ษาดูงาน ณ ฐานการเรียนรู้ที่ 4 การปลูกผกั สวนครัว 16.00 – 16.30 น. ศึกษาดงู าน ณ ฐานการเรยี นรู้ท่ี 5 ผา้ ทอลาดขอปลาเคา้ 16.30 น. สรุปองคค์ วามรู้ เดินทางกลบั โดยสวสั ดิภาพ

25 กาหนดการศกึ ษาดงู าน ศนู ยก์ ารเรยี นรตู้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดา้ นการศกึ ษา ศนู ยก์ ารศกี ษานอกระบบและการศกี ษาตามอธั ยาศยั อาเภอชานิ สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวดั บรุ รี มั ย์ เวลา กจิ กรรม (หลกั สตู รคร่งึ วนั ) 08.00 – 08.45 น. ลงทะเบียน ณ ห้องประชมุ ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อธั ยาศยั อาเภอชานิ 08.45 – 09.00 น. พิธีเปิดโครงการ โดย นายพงศ์สวัสดิ์ จ่างจิตต์ ผู้อานวยการศนู ยก์ ารศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอชานิ 09.00 – 10.00 น. รบั ฟงั คาบรรยาย ภาพรวม ศูนยก์ ารเรยี นรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง ดา้ นการศึกษา ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย 10.00 – 10.30 น. อาเภอชานิ จานวน 5 ฐานการเรียนรู้ โดยครแู กนนาโครงการ ศกึ ษาดูงาน ณ ศูนย์ขอ้ มูลการเรียนรูต้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 10.30 – 10.40 น. ดา้ นการศึกษา ฐานการเรยี นรูท้ ่ี 1 การทาปยุ๋ น้าหมกั 10.40 – 11.10 น. รับประทานอาหารวา่ ง 11.10 – 11.40 น. ศึกษาดูงาน ณ ฐานการเรียนรู้ท่ี 3 การเลยี้ งปลาดกุ 11.40 – 12.00 น. ศกึ ษาดงู าน ณ ฐานการเรียนรู้ที่ 4 การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 12.00 น. สรุปองคค์ วามรู้ เดินทางกลบั โดยสวัสดภิ าพ

26 ระเบยี บการตดิ ตอ่ ศกึ ษาดงู าน ศนู ยก์ ารเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ด้านการศกึ ษา ศนู ยก์ ารศกี ษานอกระบบและการศกึ ษาอาเภอชานิ สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั จงั หวดั บุรรี ัมย์ 1. ตดิ ตอ่ ประสานงานศึกษาดูงานศนู ยก์ ารเรยี นร้ตู ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา้ นการศึกษา ลว่ งหนา้ อยา่ งนอ้ ย 2 สปั ดาห์ พรอ้ มแจง้ จานวนผู้เขา้ ศึกษาดงู าน 2. ทางหน่วยงานตอ้ งระบุจานวนผศู้ ึกษาดงู านศนู ยก์ ารเรียนรูต้ ามหลักปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ใหช้ ัดเจน 3. ศนู ยก์ ารเรยี นรตู้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปิดให้บรกิ าร วนั จนั ทร์-วัน ศุกร์เวลา 06.00 น. ถึง เวลา 16.00 น. 4. ในการจองวนั และเวลาในการศกึ ษาศูนย์การเรยี นรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ตอ้ งมัด จาคา่ ใชจ้ า่ ย คร่งึ หน่ึงของคา่ ใชจ้ ่ายทัง้ หมด 5. สามารถตดิ ต่อสอบถามข้อมลู เพมิ่ เติมได้ที่ G-mail : [email protected]

27 บันทกึ ................................................................................................................................................ ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ...........................................................................................................

28 บนั ทกึ ................................................................................................................................................ ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ........................................................................................................... ...........................................................................................................

คณะผจู้ ดั ทา ทป่ี รกึ ษา นายเอกราช ชววี ฒั น์ ผู้อานวยการสานักงาน กศน.จงั หวัดบุรรี ัมย์ นายพงศส์ วสั ดิ์ จา่ งจิตต์ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอชานิ ผเู้ รยี บเรยี งและจดั ทาตน้ ฉบับ นายเดชา แกว้ นาพนั ธ์ ครู คศ.1 คณะทางาน นางละเอียด คงเปน็ นจิ ครู อาสาสมัคร กศน. คณะทางาน นายชาญณรงค์ อดตี รัมย์ ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นางสาวสมพร แสนเมอื งสวา่ งศรี ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นายวสันต์ิ ศรนี นตรี ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นางยบุ ลวรรณ บุรัตน์ ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นางสาวณฐั นรี ไมส้ ูงเนนิ ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นายปรากาญจน์ คากอง ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นายปฏิญญา บญุ ที ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นางนรศิ รา เมอื งจนั ทร์ ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นางสาวนิติยา ไพรชัฎ ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นางสาวนิธิมา คาประโคน ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นางโสภา ไม้สงู เนนิ ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นายสงิ หนาท จาเนยี รกลู ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นางสาวเสาวรี พบิ าล ครู กศน.ตาบล คณะทางาน นายสารวย จาเนยี รกูล ครู ศรช. คณะทางาน นางสาวชุตินพร สลับศรี ครู ศรช. คณะทางาน นางสาวเพญ็ นภา ปะโนรมั ย์ ครู ศรช. คณะทางาน นางสาวสรวงสดุ า โกง่ กระโทก ครู ศรช. คณะทางาน นางสาวนิภาพร พงษป์ ระเทศ ครผู ้สู อนคนพกิ าร คณะทางาน นางสาวมริ า สมทอง บรรณารักษ์จา้ งเหมา คณะทางาน นางสรุ ยี ภ์ รณ์ เอยี่ มรัมย์ ครู กศน.ตาบล ผู้ช่วยผเู้ รียบเรยี ง นางสาวสุนิทิยา ปาลี ครู คศ.1 ผเู้ รยี บเรยี ง

สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั บรุ รี มั ย์ สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั สานกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook