พฒั นาการของวยั รุ่น Kanyarat Amram วิทยาลยั อาชีวศกึ ษานครราชสีมา
พฒั นาการของวยั รุ่นวยั รุ่น คอื ชว่ งวยั ที่มีความสาคญั ท่ีสดุ ในชีวิตของแตล่ ะคน อนั เน่ืองมาจากการปรับตวั ที่สมบรู ณ์ของพฒั นาการทางด้านร่างกาย เพศภาวะ สตปิ ัญญา และอารมณ์ เป็ นชว่ งวยั ท่ีบรรลศุ าสนภาวะ และมีความใกล้เคยี งกบั วยัผ้ใู หญ่ในด้านจิตวิทยา วยั รุ่น คือชว่ งวยั ท่ีเริ่มตงั้ แตก่ ารบรรลเุ พศภาวะ(เชน่ มีอาการฝันเปี ยกในเดก็ ผ้ชู าย การเริ่มมีประจาเดือนในเดก็ ผ้หู ญิง) ไปจนถงึ ชว่ งการเจริญเตบิ โตของกลไกทางเพศอยา่ งสมบรู ณ์โดยทว่ั ไป วยั นีจ้ ะเริ่มตงั้ แตเ่ มื่อเดก็ มีอายุ 12 ปี ไปจนถงึ อายุ 18 ปี โดยประมาณ สรุปแล้ว วยั รุ่น คอื วยั ท่ีเร่ิมต้นเม่ือบรรลเุ พศภาวะ ไปสนิ ้ สดุ จนถงึ วยั ท่ีเร่ิมมีพฒั นาการเป็นผ้ใู หญ่อนั ที่จริงเป็นการยากท่ีเราจะจากดั อายกุ ารเริ่มต้นท่ีแนน่ อนของวยั รุ่น ทงั้ นีเ้พราะความแตกตา่ งของการเจริญวยัระหวา่ งเพศชายและเพศหญิง รวมถงึ ความแตกตา่ งของกลไกตา่ งๆ ในเพศเดียวกนั เองอีกด้วย จดุ ของการเร่ิมวยั ท่ีแตกตา่ งเชน่ นีเ้ป็ นผลมาจากปัจจยั ตา่ งๆ หลายประการ เชน่ ปริมาณอาหารที่แตล่ ะคนบริโภคโดยเฉลี่ย การได้รับโปรตีนในจานวนมากจะทาให้การบรรลวุ ยั เร็วขนึ ้ ในขณะท่ีถ้าหากได้รับคาร์โบไฮเดรตมากกวา่ ก็จะทาให้บรรลวุ ยั ช้าลง การได้รับปริมาณอาหารที่ไมเ่ พียงพอ ก็มีสว่ นทาให้การบรรลวุ ยั ช้าลงและทาให้การพฒั นาของกลไกทางเพศช้าลง นอกจากนี ้ปัจจยั อื่นๆ เชน่ พนั ธุกรรมและภมู ิอากาศก็มีสว่ นเชน่ เดยี วกนั คนที่อาศยั อยใู่ นประเทศที่มีอากาศร้อนหรืออบอนุ่ มกั จะบรรลวุ ยั เร็วกวา่ คนที่อาศยั อยใู่ นแถบท่ีมีภมู อิ ากาศเย็นกวา่ลักษณะเฉพาะของวัย1. ความต้องการทางเพศ วยั รุ่นต้องพบกบั การเปลี่ยนแปลงและปรับตวั ของอวยั วะตา่ งๆ ท่ีเจริญเตบิ โตอยา่ งรวดเร็วลกั ษณะเชน่ นี ้จะสร้างภาวะความต้องการทางเพศให้เกิดขนึ ้ บทบญั ญตั ทิ างศาสนาได้จดั ระบบให้กบั การสนองความต้องการทางเพศด้วยส่ิงท่ีกอ่ ให้เกิดประโยชน์กบั ตวั เองและสงั คม นน่ั คอื การแตง่ งานอยา่ งถกู ต้อง และได้ห้ามไมใ่ ห้ตอบสนองความต้องการนีด้ ้วยวธิ ีการเยี่ยงเดรัจฉาน เหมือนท่ีเป็ นไปในสงั คมของคนกาฟิร2. การเลียนแบบตวั อยา่ ง สง่ิ นีเ้ป็นลกั ษณะท่ีชดั เจนอีกอย่างหนง่ึ ของชว่ งวยั นี ้ลกั ษณะอาการที่ช่ืนชอบเพื่อนที่เรียนเก่ง เลน่ กีฬาเก่ง เป็นเครื่องบง่ ชีว้ า่ เดก็ ต้องการที่จะเป็นเช่นนนั้ และพยายามที่จะทาให้ได้ ด้วยวิธีการตา่ งๆ ที่ตนสามารถทาได้ ดงั นนั้ เป็นสง่ิ จาเป็นท่ีต้องมีการชีแ้ นะเพื่อสนองความต้องการดงั กลา่ วให้เกิดผลดี เดก็ อาจจะสนองธรรมชาตขิ องวยั ด้วยวิธีท่ีผิดทาง เชน่ การเลียนแบบดารานกั ร้อง หรือฮีโร่ในใจของเขา และอาจจะเบ่ยี งเบนไปจนถึงการมีนสิ ยั ไมด่ ี และใช้กาลงั เพ่ือแสดงออกวา่ ตนใหญ่และต้องอยขู่ ้างหน้าเพ่ือนๆ เสมอ3. การสงั เกตและความต้องการที่จะแก้ไข ประสบการณ์และความเข้าใจเร่ืองราวตา่ งๆ รอบตวั ที่เพิ่มมากขนึ ้ ทาให้ 1
เกิดความรู้สกึ ค้านกบั สงิ่ ตา่ งๆท่ีตนมองวา่ ไมถ่ กู ต้อง จงึ ก่อให้เกิดแรงผลกั ดนั อยากท่ีจะแก้ไข แตก่ ็เป็นด้วยวธิ ีท่ีหนุ หนั ขาดความยงั้ คดิ ไมเ่ หมือนผ้ใู หญ่ สิง่ ท่ีสาคญั คือต้องมีการแนะนาและให้การชว่ ยเหลือเพ่ือให้เด็กรู้จกั การแก้ปัญหาตา่ งๆ ด้วยความรอบคอบและคอ่ ยเป็นคอ่ ยไป4. การเพิ่มขนึ ้ ของภาวะทางอารมณ์ วยั รุ่นมกั จะมีอารมณ์ที่ไมส่ มดลุ กบั เหตตุ า่ งๆท่ีทาให้เกิดความรู้สกึ นนั้ ๆ เรายงัพบวา่ วยั รุ่นยงั มีความไมค่ งท่ีของอารมณ์ ความสบั สน ลงั เลในการเลือกระหวา่ งชอบกบั เกลียด กล้าๆกลวั ๆ รวมถงึการรู้สกึ อาย อาการเหลา่ นีม้ กั จะมีผลตอ่ นิสยั และการแสดงออกของวยั รุ่นกบั คนอ่ืน ตวั อยา่ งเชน่ การอาย ถ้าใช้ไม่ถกู กาลเทศะ ก็อาจจะเป็ นอปุ สรรคในการรับส่งิ ดีๆ เพราะระแวงวา่ จะทาผดิ หรือกลวั คนอ่ืนตเิ ตียนได้5. อาการเหมอ่ ลอย บางครัง้ วยั รุ่นจะมีอาการวาดฝันอนาคต และคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาตา่ งๆ ที่ตนคิดวา่ อาจจะต้องเจอตอ่ ไปข้างหน้า จนิ ตนาการเหล่านีอ้ าจจะมีทงั้ ที่เป็นไปได้ เชน่ การคาดหวงั ในชีวติ การงานเม่ือเป็ นผ้ใู หญ่หรืออาจจะเป็นสิง่ ที่นอกเหนือจากความเป็ นไปได้ท่ีจะทา การจินตนาการที่ไร้ขอบเขตเชน่ นีบ้ างทีจะนาไปส่กู ารคดิทาในสิ่งที่ผดิ ดงั นนั้ จงึ เป็นหน้าท่ีของครอบครัว และสถาบนั ตา่ งๆ ในสงั คม ท่ีต้องให้คาแนะนาที่ถกู ต้องด้วยวิธีการท่ีเหมาะสม6. การเข้ากลมุ่ เม่ือยา่ งเข้าสวู่ ยั หนมุ่ สาว เด็กวยั รุ่นจะมีความต้องการเข้าสงั คมที่มากขนึ ้ มีความรู้สกึ อยากจะเป็นสมาชกิ คนหนงึ่ ที่ร่วมทกุ ข์ร่วมสขุ และทากิจกรรมตา่ งๆด้วยกนั มติ รสหายท่ีมีอายไุ ลเ่ ล่ียกนั จะเป็นท่ียอมรับของเดก็ในวยั นีม้ ากกวา่ ท่ีจะคลกุ คลีกบั ผ้ใู หญ่ ถ้าหากกลมุ่ เพ่ือนท่ีคบหาเป็นกลมุ่ ที่ดี ไมเ่ หลวไหล ก็จะสง่ ผลให้เดก็ มีนสิ ยั ท่ีดี ในทางตรงกนั ข้าม ปัจจยั หนง่ึ ท่ีเป็นเหตใุ ห้เดก็ เหลวไหลและมีพฤตกิ รรมเบ่ียงเบนก็คือกลมุ่ เพ่ือนที่นสิ ยั ไมด่ ีนนั่ เองคาชีแ้ นะของอสิ ลาม1. ด้านความต้องการทางเพศ ความต้องการทางเพศเป็ นความต้องการตามธรรมชาตใิ นตวั มนษุ ย์ ซงึ่ เป็นปัจจยัสาคญั ของการขยายตวั และสืบทอดเผา่ พนั ธ์ุมนษุ ย์ตอ่ ไป อิสลามได้กาหนดวถิ ีท่ีงดงามท่ีจะใช้สนองความต้องการทางเพศให้หา่ งไกลจากสง่ิ ที่สกปรกและต่าทราม ด้วยการปิดช่องทางทกุ อยา่ งท่ีเร้าให้เกิดความรู้สกึ และนาไปสกู่ ารคลกุ คลีระหวา่ งชายหญิงสองตอ่ สอง และตกหลมุ พรางท่ีชยั ตอนได้วางกบั ดกั ไว้ในที่สดุ ทา่ น รสลู ศอ็ ลลลั ลอฮุ อะลยั ฮิ วะซลั ลมั ได้กลา่ วไว้มีใจความวา่ ((ผ้ชู ายห้ามอยกู่ บั หญิงที่แตง่ งานได้สองตอ่ สอง นอกเสียจากนางต้องมีมะหฺรอม ผ้หู ญิงจะต้องไมเ่ ดนิ ทางนอกจากจะต้องมีมะหฺรอมอยดู่ ้วย)) ชายผ้หู นง่ึ ได้ลกุ ขนึ ้ ยืนกลา่ วแกท่ า่ นรสลูศอ็ ลลลั ลอฮุ อะลยั ฮิ วะซลั ลมั วา่ \"แท้จริงภรรยาของฉนั ได้ออกไปทาฮจั ญ์ สว่ นตวั ฉนั ถกู เกณฑ์ให้ออกไปรบ\" ทา่ นรสลู ศอ็ ลลลั ลอฮุ อะลยั ฮิ วะซลั ลมั สงั่ วา่ ((จงออกไปทาฮจั ญ์กบั ภรรยาของทา่ น)) รายงานโดยบคุ อรี 5233อมิ ามนะวะวีย์ได้กลา่ ววา่ ถ้าหากชายอ่ืนคลกุ คลีกบั หญิงอื่น โดยไมม่ ีใครเป็นคนท่ีสาม มนั จะเป็นการหะรอมโดยการเห็นพ้องของอลุ ะมาอฺ และมนั ก็เป็นหะรอมเชน่ กนั ถ้าหากคนที่อยดู่ ้วยนนั้ เป็นคนที่ไมม่ ีผลให้ผ้ชู ายคนนนั้ เกิดความละอาย เชน่ คนท่ีอยดู่ ้วยเป็นเด็กอายสุ องถงึ สามขวบ เพราะการที่เขาอยดู่ ้วยเหมือนวา่ เขาไมไ่ ด้อยู่ การพบปะ 2
กนั เฉยๆ ระหวา่ งชายหญิงก็ถือวา่ หะรอมเชน่ กนั ดู บทอธิบายซอเหียะหฺมสุ ลิม 9/109 ทา่ น รสลู ศ็อลลลั ลอฮุ อะลยั ฮิ วะซลั ลมั ยงั ได้กลา่ วอีกวา่ ((จงรู้เถิดวา่ ห้ามชายใดค้างในบ้านของหญิงที่แตง่ งานแล้ว นอกเสียจากเขาเป็นสามีของนาง หรือเป็ นผ้ทู ี่แตง่ งานกนั ไมไ่ ด้)) (รายงานโดย มสุ ลิม บทการให้สลาม เรื่องท่ี 8 )อลุ ะมาอฺได้อธิบายวา่ ท่ีเจาะจงเฉพาะหญิงที่แตง่ งานแล้ว เพราะโดยทวั่ ไปคนอื่นจะเข้าออกบ้านของนางเป็นปกติธรรมดา แตท่ ่ีจริงหะดษี นีร้ วมหญิงสาวที่ยงั ไมแ่ ตง่ งานด้วย และท่ีไมไ่ ด้กลา่ วถึงเป็นเพราะโดยหลกั เดมิ แล้ว หญิงสาวต้องเก็บตวั หา่ งจากผ้ชู ายให้มากท่ีสดุ จงึ ไมจ่ าเป็นท่ีต้องกลา่ วถึงในหะดษี อีกทงั้ หะดษี นีเ้ป็นการตกั เตือนผ้ทู ี่ชอบละเลยคาสงั่ ห้ามการเข้าออกบ้านหญิงหม้ายโดยคิดวา่ เป็นเรื่องเล็กๆ ดงั นนั้ การเข้าบ้านของหญิงสาวที่ยงั ไม่แตง่ งานจงึ ยอ่ มต้องกาชบั กวา่ ในการตกั เตือนและระมดั ระวงัอสิ ลามยงั ได้ห้ามญาตมิ ิตรของสามีคลกุ คลีกบั ภรรยาของเขา เพื่อป้ องกนั ไมใ่ ห้เกิดฟิตนะฮฺ ทา่ นรสลู ศอ็ ลลลั ลอฮุอะลยั ฮิ วะซลั ลมั ได้กลา่ วว่า ((พวกทา่ นจงระวงั การเข้าหาผ้หู ญิง)) ชายอนั ศอรฺผ้หู นงึ่ ถามวา่ \"แล้วญาตขิ องสามีละ่ ?\" ทา่ นรสลู ตอบวา่ ((ญาตขิ องสามีนนั่ ละ่ คือความตาย)) หมายถึงเป็นฟิตนะฮฺที่ร้ายแรงท่ีสามารถนาไปสคู่ วามพินาศได้อิสลามยงั ได้สงั่ ให้ผ้หู ญิงคลมุ หญิ าบ ปกปิ ดร่างกาย เพ่ือไมใ่ ห้เกิดการเย้ายวนผ้ชู ายท่ีมีจิตใจแปรปรวน (ดซู ูเราะฮฺอลั นรู 31 และซูเราะฮฺ อลั อะหฺซาบ 59) และเพื่อให้มสุ ลิมมีมารยาททที่สงู สง่ ขนึ ้ ไปอีกอิสลามได้สงั่ ให้เราลดสายตาจากการดสู ่งิ ตา่ งๆที่ก่อให้เกิดอารมณ์ทางเพศ (ดู ซูเราะฮฺ อลั นรู 30) ในจานวนมารยาททงั้ หลายท่ีทา่ นรสลู ศอ็ ลลลั ลอฮุ อะลยั ฮิ วะซลั ลมั ได้สอนไว้คือ ((พวกทา่ นจงระวงั การนง่ั อยตู่ ามถนน)) ซอฮาบะฮฺถามวา่ \"มีเหตใุ ดท่ีจะเกิดขนึ ้ หรือกถ้าหากเรานง่ั พดู คยุ กนั เฉยๆ?\" ทา่ นตอบว่า ((ถ้าพวกทา่ นยงั เลิกมนั ไมไ่ ด้ก็จงให้สิทธิแกผ่ ้ทู ี่เดนิ ผา่ นไปมา)) พวกเขาถามตอ่ วา่ \"อะไรคอื สทิ ธินนั้ ?\" ทา่ นตอบวา่ ((ลดสายตา ไมส่ ร้างความเดอื ดร้อน ตอบรับสลาม ชกั ชวนในสงิ่ ท่ีดี ห้ามปรามในส่ิงที่ผดิ )) รายงานโดยบคุ อรี 2465 มสุ ลมิ 2121อสิ ลามได้ห้ามไมใ่ ห้ผ้หู ญิงใสน่ า้ หอม และออกไปเดนิ ทา่ มกลางผ้ชู าย เพ่ือให้พวกเขาได้กลิน่ นา้ หอม และก่อให้เกิดฟิตนะฮฺหรือปลกุ อารมณ์ของพวกเขา ทา่ นรสลู ศอ็ ลลลั ลอฮุ อะลยั ฮิ วะซลั ลมั กลา่ วไว้มีความวา่ ((หญิงใดที่ใส่นา้ หอม และเดนิ ผา่ นกลมุ่ ผ้คู นเพื่อให้พวกเขาได้สมั ผสั กลิ่นหอม หญิงคนนนั้ ผิดเหมือนผ้ทู ี่ทาซนิ า)) รายงานโดย อบูดาวดู 4173 ถ้าหากวยั รุ่นหญิงชายทงั้ หลายประพฤตติ ามแบบอยา่ งที่ดีเหลา่ นี ้ยอ่ มสง่ ผลดใี ห้กบั ทกุ คนให้สามารถจากดั ขอบเขตของความต้องการทางเพศได้ อนิ ชาอลั ลอฮฺ2. ด้านพฤตกิ รรมการเลียนแบบ อสิ ลามได้ชีแ้ นะให้ประชาชาตมิ สุ ลมิ ประพฤตติ ามทา่ นรสลู ศอ็ ลลลั ลอฮุ อะลยั ฮิวะซลั ลมั เพราะทา่ นคือแบบอยา่ งท่ีสงู สง่ และเป็นแมบ่ ทท่ีดที ่ีสดุ อลั กรุ อานได้ระบไุ ว้ในซูเราะฮฺ อลั อะหฺซาบ 21 มีใจความวา่ \"ขอสาบาน แท้จริงในตวั ทา่ นศาสนทตู ของอลั ลอฮฺนนั้ มีตวั อยา่ งที่ดสี าหรับพวกเจ้า ผ้ทู ี่มอบความหวงัให้อลั ลอฮฺและวนั แหง่ โลกหน้า\" โองการนีเ้ป็นรากฐานอนั ย่ิงใหญ่ที่ชีช้ ดั ให้เราตามแบบอยา่ งของทา่ น รสลูศอ็ ลลลั ลอฮุ อะลยั ฮิ วะซลั ลมั ทงั้ ในวาจา การกระทาและวถิ ีการดารงตน 3
อลั ลอฮฺได้ทรงใช้ให้เหลา่ มสุ ลิมเอาอยา่ งทา่ นรสลู ของพวกเขาในสงครามคู ซง่ึ ทา่ นได้แสดงให้เหน็ ตวั อยา่ งของการอดทน เข้มแขง็ เช่ือมน่ั ตอ่ ส้อู ปุ สรรค และหวงั ในการชว่ ยเหลือขององค์อภิบาล ชีวประวตั ขิ องท่านรสลู เป็ นสดุ ยอดแหง่ ชีวประวตั ทิ ี่ถกู บนั ทกึ เพราะได้แสดงให้เห็นถึง จรรยามารยาทอนั สงู สง่ ของทา่ น บทบาทของบรุ ุษผ้กู ล้าหาญอดทน เข้มแขง็ ในการตอ่ ส้แู ละเชื่อฟังพระผ้เู ป็นเจ้า เหลา่ นีค้ ือแบบอยา่ งของทา่ นซง่ึ เราสามารถนามาประพฤตติ ามได้โดยทนั ที เชน่ เดียวกบั ที่เราสามารถเห็นได้วา่ เหลา่ นบีและรสลู ทกุ คนก็ได้ทาแบบอยา่ งที่ดีไว้ ถ้าหากเราศกึ ษาและค้นคว้าเพื่อมงุ่ มนั่ ปฏิบตั ิตาม (ดู ซเู ราะฮฺ อลั มมุ ตะหะนะฮฺ 6)ผ้ปู กครองและพี่เลีย้ งผ้สู อนก็มีบทบาทสาคญั ในการเป็นตวั อยา่ งให้กบั วยั รุ่น เพราะพวกเขาต้องคลกุ คลีอยกู่ บั เดก็ ๆเหลา่ นีท้ กุ เวลา ทงั้ ยามทกุ ข์และสขุ ในเหตกุ ารณ์ตา่ งๆ ทงั้ ดีและร้าย ดงั นนั้ จงึ เป็นสงิ่ จาเป็นท่ีต้องทาตวั ให้เป็นแบบอยา่ งท่ีดใี ห้กบั อนชุ นรุ่นเยาว์ เพื่อปลกู ฝังมารยาทและจริยธรรมอสิ ลามให้อยใู่ นตวั ของพวกเขาสืบไป3. ด้านการชอบตเิ ตยี นและความต้องการที่จะแก้ไข เมื่ออายยุ า่ งเข้าชว่ งวยั รุ่น เดก็ จะมีนิสยั โน้มเอียงท่ีจะวจิ ารณ์และมีสว่ นร่วมในการแก้ไขสิ่งที่ตนมองวา่ ไมถ่ กู หรือขดั หขู ดั ตา บญั ญตั ขิ องอิสลามได้สนบั สนนุ ในเร่ืองนีแ้ ตอ่ ยใู่ นกรอบที่เป็นไปอย่างรอบคอบ \"จงให้มีในหมพู่ วกเจ้าผ้ทู ่ีเรียกร้องไปส่คู วามดี สงั่ เสียในสิ่งท่ีถกู ต้อง และห้ามปรามในสิง่ ท่ีผดิ \" (ซเู ราะฮฺ อาลิ อมิ รอน 104) ในหะดีษหนงึ่ มีใจความวา่ ((ผ้ใู ดในหมพู่ วกเจ้าท่ีพบเห็นส่ิงที่มงุ กรั (สิ่งท่ีอิสลามถือวา่ ผิด) ให้เขาแก้ไขมนั ด้วยมือของพวกเขา ถ้าไมส่ ามารถทาเชน่ นนั้ ได้ให้เขาใช้คาพดู หรือไมเ่ ชน่ นนั้ ก็ให้เขานกึ ที่จะแก้ไขด้วยใจ และนนั่ คอื ระดบั อีหมา่ นท่ีออ่ นท่ีสดุ แล้ว)) (โดย มสุ ลิม 78) ใครท่ีเราเห็นวา่ ละเลยตอ่ คาสงั่ สอนของทา่ นนบีและไมห่ ยดุ ทาในสิง่ ท่ีทา่ นห้ามก็ควรที่จะต้องได้รับการชีแ้ นะหรือตกั เตือน จากสมาชกิ ในสงั คมบญั ญตั ขิ องอิสลามนนั้ ตรงต้องกบั สญั ชาตอิ นั เป็นนิสยั เดมิ ของมนษุ ย์ท่ีต้องการให้เขารู้สกึ ถงึ หน้าท่ี เพียงแตส่ ิง่เหลา่ นีย้ อ่ มต้องการการฝึกฝนและการอบรมที่ดี เพื่อคอ่ ยๆฝึกให้เดก็ เรียนรู้อยา่ งถกู ต้อง ณ ที่นี ้จงึ เป็นบทบาทของครอบครัว โรงเรียน มสั ยิด และส่ือตา่ งๆ ท่ีต้องเอาใจใส่การสร้างคนรุ่นใหมไ่ ฟแรง ให้อยใู่ นกรอบการชีน้ าท่ีไม่เบย่ี งเบน4. ด้านการเพ่มิ ขนึ ้ ของภาวะทางอารมณ์ วยั รุ่นเป็นวยั ท่ีกาลงั พฒั นาตวั เองให้พ้นจากวยั เดก็ เป็นวยั ที่มีความการเรียนรู้มากกวา่ วยั เดก็ เพื่อเตรียมตวั เข้าสวู่ ยั ผ้ใู หญ่ เป็นธรรมดาท่ีเราพบวา่ วยั รุ่นจะมีอาการสบั สนระหวา่ งรักและเกลียด กล้าๆกลวั ๆ ส่ิงนีเ้ป็นจดุ สาคญั และง่ายตอ่ การ อบรมและชีน้ าให้อยใู่ นมารยาทอนั ประเสริฐ การปลกู ฝังให้เกิดความรังเกียจตอ่ มารยาทอนั เส่ือมทราม และทาให้เกิดสานกึ เมื่อพลาดพลงั้ ทาในส่งิ ที่ผิด จะเห็นได้วา่ การโน้มน้าวจติ ใจวยั รุ่นไปสจู่ ริยธรรมท่ีดีงามเชน่ ความซื่อสตั ย์ การมีอะมานะฮฺ ความอิคลาส ความกล้า ใจกว้าง ให้รักในสิ่งท่ีดี และรังเกียจในสิง่ ที่ผิดนนั้ เป็นสงิ่ ที่กระทาได้และถกู ตอบรับได้ไมย่ ากนกั เราอาจจะทาได้โดยการนาคาตกั เตือนและคาสอนจากอลั กรุ อานและหะดีษ มาใช้กบั พวกเขา หรืออาจจะเป็นเร่ืองราวของบรรดาซอฮาบะฮฺ ที่ใช้เป็นบทเรียนในการปลกู ฝังเร่ืองตา่ งๆเหลา่ นีไ้ ด้ ในขณะเดียวกนั ก็ไม่ควรลืมท่ีจะใช้วิธีสร้างให้พวกเขาเกิดความเกลียดชงั ตอ่ นสิ ยั ท่ีไมด่ เี ชน่ การพดู ปด การนินทา การหกั หลงั ความขลาดกลวั นสิ ยั เหลวไหล ด้วยการพดู ถงึ การลงโทษของอลั ลอฮฺและการทรมานที่เจบ็ ปวดสาหรับผ้คู นท่ีกระทาบาปเชน่ นนั้ ความอายเป็นลกั ษณะเดน่ อีกประการหนง่ึ ของวยั นี ้การใช้ความอายไมถ่ กู ท่ีอาจจะทาให้เกิดความออ่ นแอ หมดกาลงั ใจ ไมก่ ล้าทาในสง่ิ ท่ีถกู ต้อง 4
ควรจะต้องบอกให้พวกเขาใช้ความอายให้ถกู กาลเทศะ ความอายท่ีถกู ต้องคือการอายจากการทาผิดบาปตอ่ อลั ลอฮฺ ความอายเชน่ นีเ้ป็นส่วนหนง่ึ ของอีหมา่ น ในหะดีษมีว่า ((อีหมา่ นนนั้ มีประมาณเจด็ สบิ กวา่ แขนง สว่ นท่ีสงู ท่ีสดุคือคากล่าว ลาอิลาฮะ อลิ ลลั ลอฮฺ ที่ลา่ งที่สดุ คือการขจดั ส่ิงที่กอ่ ความเดือดร้อนให้พ้นทาง ความอายก็เป็ นสว่ นหน่งึของอีหมา่ น)) (รายงานโดยบคุ อรี 9 มสุ ลมิ 58) นอกจากนีต้ ้องปรามพวกเขาไมใ่ ห้อายในสง่ิ ท่ีไมค่ วรอายเชน่ การพดู ส่งิ ที่ถกู ต้อง การถามเมื่อไมร่ ู้ และการตกั เตือนผ้อู ื่นให้ทาดี5. ด้านพฒั นาการการเข้าสงั คม มนษุ ย์เป็นผ้ทู ่ีชอบคลกุ คลีและเข้าสงั คมโดยวิสยั ชอบที่จะมีเพื่อนฝงู และไมอ่ ยากที่จะต้องโดดเดย่ี วอ้างว้าง แตใ่ นวยั รุ่นจะมีภาวะเชน่ ท่ีกลา่ วนีม้ ากกว่าวยั ที่ผ่านมา อสิ ลามสอนให้คบเพื่อนฝงู ในรูปแบบของการเป็นพ่ีน้องกนั เพื่ออลั ลอฮฺ(เป็นความผกู พนั ที่ถกู มดั ขนึ ้ ภายใต้การมอบความภกั ดีของแตล่ ะคนให้กบัพระผ้เู ป็นเจ้า) มนั เป็นความรักแหง่ อีหมา่ นท่ีมนั่ คง เป็นความเข้มแข็งที่สามารถสร้างและปฏิรูปสงั คมของเราให้เป็ นปึกแผน่ และมีความยง่ั ยืนตลอดไป อลั ลอฮฺทรงตรัสในซูเราะฮฺอาล อิมรอน อายะฮฺท่ี 103 มีความวา่ \"และจงราลกึ ถึงการประทานของอลั ลอฮฺเถิด ในขณะที่พวกเจ้านนั้ เป็นศตั รูกนั แล้วพระองคก์ ็ทรงทาให้หวั ใจของพวกเจ้าประสานกนั ด้วยความอ่อนโยน และแล้วพวกเจ้าก็เป็ นพี่น้องกนั ด้วยการประทานของพระองค\"์กจิ กรรมอันเป็ นรูปธรรมครอบครัวและองค์กรทางสงั คมล้วนมีบทบาทสาคญั ในการชกั จงู เดก็ วยั นีใ้ ห้ดาเนนิ ชีวิตอย่ใู นครรลองที่ดงี ามและสร้างประโยชน์ รวมทงั้ ให้หลีกพ้นจากความเลวทรามตา่ งๆในสงั คม ในจานวนคาแนะนาก็คือ ...- ชีน้ าวยั รุ่นให้มีสว่ นร่วมในการทาความดีร่วมกนั กบั เพื่อนฝงู ของพวกเขา เพ่ือสร้างพฒั นาการทางด้านจิตใจท่ีดีงามด้วยกิจกรรมตา่ งๆท่ีเป็นประโยชน์-สร้างความเข้าใจเก่ียวกบั นิสยั ท่ีไมด่ ีและมารยาทที่เลวทรามอนั จาเป็นต้องหลีกหา่ งและระวงั ตวั เองไมใ่ ห้เข้ากบักลมุ่ คนท่ีมีลกั ษณะเชน่ นนั้ พร้อมทงั้ สร้างให้พวกเขามีบทบาทในการแก้ไขสิ่งเหลา่ นนั้ ด้วยการชกั ชวนผ้อู ื่นให้ประพฤตดิ ีและห้ามคนอ่ืนจากการทาผิด-แสดงให้พวกเขาได้ซมึ ซบั ตวั อยา่ งที่ดจี ากการศกึ ษาประวตั ขิ องทา่ นรสลู และบรรดาบรรพบรุ ุษอิสลามรุ่นเก่าก่อนเชน่ บรรดาซอฮาบะฮฺ เหล่าอลุ ามาอฺ เพื่อให้พวกเขาได้เอาอยา่ งในการประพฤติตาม และป้ องกนั จากการหนั เหไปเลียนแบบดารานกั ร้องและผ้คู นที่กลายเป็ นตวั อย่างที่ไมด่ ีให้กบั หนมุ่ สาวในสมยั นี ้แปลจากหนงั สือ \"การเจริญวยั ของมนษุ ย์ในมมุ มองของอิสลาม\" โดย ศร.ดร.คอลิด บิน ฮามดิ อลั ฮาซมิ ีย์ อาจารย์ประจาภาควิชาครุศาสตร์ อิสลาม คณะดะวะห์และอซุ ูลดุ ดีน มหาวทิ ยาลยั อสิ ลาม นครมาดีนะห์(แปลและคดั ย่อโดย ซุฟอมั ) 5
Search
Read the Text Version
- 1 - 6
Pages: