Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การล้างมือเพื่อสุขภาพที่ดี

การล้างมือเพื่อสุขภาพที่ดี

Published by Palmysomt, 2023-06-27 03:29:14

Description: การล้างมือเพื่อสุขภาพที่ดี

Search

Read the Text Version

สขุ าภบิ าลอาหารและนำ้วารสาร FOOD AND WATER SANITATION JOURNAL ปที ่ี 10 ฉบบั ท่ี 1 เดอื นตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562 VOL 10 NO. 1 OCT 2018 - JAN 2019 ISSN : 1906-8212 การล้างมือ เพื่อสุขภาพท่ีดี ในวนั นแ้ี ละอนาคต ของชาติ

สขุ าภบิ าลอาหารและนำ้วารสาร FOOD AND WATER SANITATION JOURNAL สขุ าภบิ าลอาหารและนำ้วารสาร FOOD AND WATER SANITATION JOURNAL cสoาnรteบnัญts ปที ่ี 10 ฉบบั ท่ี 1 เดอื นตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562 ปที ่ี 10 ฉบบั ท่ี 1 เดอื นตลุ าคม 2561 - มกราคา 2562 VOL 10 NO. 1 OCT 2018 - JAN 2019 ISSN : 1906-8212 VOL 10 NO. 1 OCT 2018 - JAN 2019 ISSN : 1906-8212 2-4 การล้างมอื เรื่องจากปก เพอ่ื สขุ ภาพทด่ี ี “การล้างมอื ” เพอื่ สุขภาพท่ีดใี นวันน้ี และอนาคตของชาติ ในวันนแี้ ละอนาคต 5-6 ของชาติ รายงานพเิ ศษ นลา้ งมือโลก” การจดั ระเบียบคาเฟส่ ตั วเ์ ลยี้ ง เจา้ ของ 7-38 สำนักสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ งานวิจัย ทีป่ รึกษา  ปจั จยั ทมี่ ีความสมั พันธ์กับพฤตกิ รรมการบริโภคอาหาร นางอมั พร จันทวบิ ลู ย์ ของพนกั งานโรงงานอตุ สาหกรรมในนคิ มอตุ สาหกรรมภาคเหนือ บรรณาธกิ าร จังหวัดลำพูน  การประเมินสภาพการณด์ ้านสุขาภิบาลอาหาร นางนภพรรณ นนั ทพงษ์ ของสถานทจี่ ำหน่ายอาหาร เพอ่ื ยกระดบั สกู่ ารเปน็ นครภเู ก็ต กองบรรณาธิการ แหง่ การท่องเที่ยวด้านอาหารเชิงสรา้ งสรรค์  การศึกษาสถานการณ์การสขุ าภิบาลอาหาร นายวิโรจน์ วัชระเกียรตศิ ักด์ิ นายสชุ าติ สุขเจริญ ของสถานประกอบการดา้ นอาหาร น.ส.นยั นา หาญวโรดม ในท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายรชั ชผดงุ ดำรงพิงคสกุล  รูปแบบการพฒั นาคณุ ภาพนำ้ ประปา นายเอกชัย ชยั เดช โดยใช้กระบวนการจดั การคณุ ภาพน้ำประปา EHA 2001 น.ส.ศรัลชนา ดษิ ยาวานชิ (กรณีศึกษา เทศบาลเมืองสองพน่ี ้อง) ผู้ชว่ ยบรรณาธกิ าร 39 นายกิตติพงศ์ ภอู ดุ ม บทความ ศิลปกรรม กรมอนามยั แนะ “เลอืิ กสกุ เลีย่ งเสีย่ ง เลย้ี งที่สะอาด” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายกิตตพิ งศ์ ภอู ดุ ม 40-42 พมิ พ์ที่ เร่อื งเลา่ ...ขา่ วชมรม บริษัท ทเี อส อนิ เตอรพ์ รนิ้ ท์ จำกัด 43-44 พมิ พ์คร้งั ท่ี 1/2562 เกาะประเด็นรอ้ น จำนวนพมิ พ์ 3,000 เล่ม กรมอนามยั ย้ำ...น้ำประปาปลอดภยั ใชห้ ุงตม้ ได้ วตั ถุประสงค์ แนะต้ังท้งิ ไว้ ลดกลน่ิ คลอรีน  เพอ่ื เผยแพร่วิชาการ ขา่ วสารทางวทิ ยาศาสตร์และ 45 เทคโนโลยีทางอาหาร สรปุ ขา่ วสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ  เพอ่ื เป็นเอกสารประชาสมั พันธผ์ ลงานของ สำนกั สขุ าภิบาลอาหารและน้ำและศูนย์อนามยั ที่ 1-13 กรมอนามยั หนนุ “วัยเรยี น” มพี ฤตกิ รรมลา้ งมอื ประจำ สำนกั งานสาธารณสขุ จังหวดั เทศบาล และบคุ คล หวงั เป็นผ้ใู หญท่ ม่ี สี ุขอนามัย ในแวดวงสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ 46-52  เพือ่ รายงานกิจกรรมความเคลื่อนไหวของบุคคลในแวดวง สุขาภบิ าลอาหารและนำ้ กิจกรรมสุขาภบิ าลอาหารและนำ้  เพ่อื เปน็ สื่อกลางในการแสดงความคิดเหน็ ของบคุ คล  การจดั การคุณภาพน้ำบรโิ ภค ในแวดวงสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ ในโครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ  การพฒั นาและสรา้ งความเชอื่ มนั่ คุณภาพนำ้ ประปา  เพือ่ เสริมสร้างความสมั พนั ธอ์ ันดีระหว่างบุคลากรกรมอนามัย สำนกั งานสาธารณสขุ จังหวดั เทศบาล ภาคเอกชน แก่ประชาชน และหน่วยงานตา่ งๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง  กรมอนามัยร่วมแถลงขา่ วรณรงคเ์ ดอื นแห่งการล้างมือ สถานที่ตดิ ตอ่ เนอ่ื งใน “วันล้างมอื โลก 2018 (Global Hand Washing Day)” สำนกั สุขาภบิ าลอาหารและนำ้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ถนนตวิ านนท์ อำเภอเมอื ง จงั หวัดนนทบรุ ี 11000 โทรศพั ท์ 0 2590 4179 Website : http//foodsan.anamai.moph.go.th

บรรณาธิการแถลง สวสั ดคี ะ่ ทา่ นสมาชกิ และผอู้ า่ น พบกนั ฉบบั นเ้ี ปน็ ฉบบั แรกของปที ่ี 10 คะ่ สำหรบั ในปงี บประมาณใหมน่ ้ี ทางกองบรรณาธิการมีความยินดีจะแจ้งให้ท่านสมาชิกทราบว่าเราได้รับงบประมาณจัดสรรเพิ่มขึ้นแม้จะ ไม่เทา่ เดมิ แต่เราสามารถบริหารจัดการใหม้ ีจำนวนหน้าไดเ้ ท่าเดมิ นะคะแตเ่ ปน็ สเี ดียว ส่วนจำนวนพิมพย์ งั คง ได้แค่ 3000 เลม่ ตอ่ ฉบบั ดังนน้ั ทางกองบรรณาธกิ ารจงึ จดั ให้มกี ารสอบถามท่านสมาชิกเพื่อแสดงความจำนง ในการรับวารสารต่อนะคะ โดยขอให้เข้าไปตอบแบบสอบถามผ่านระบบ QR Code ในท้ายฉบับค่ะ รบกวน ท่านสมาชิกสละเวลาตอบด้วยนะคะเพื่อให้วารสารของเรายังคงอยู่และเป็นช่องทางการเผยแพร่ผลงาน ของสมาชิกทกุ ๆ ท่านคะ่ สำหรบั เน้อื หาในฉบบั น้ยี ังมีสาระวชิ าการ ความรู้ และงานวจิ ัย รวมทง้ั ข่าวคราวของ เครือข่ายเนื้อหายังเต็มเปี่ยมเหมือนเดิมค่ะ มีเกาะประเด็นร้อนคือเรื่องราวที่เป็นกระแสข่าวในโลกโซเชียล เรื่องการหุงข้าวด้วยน้ำประปาอันตรายหรือไม่ ติดตามหาคำตอบได้ในเล่มค่ะ รวมทั้งเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เป็นวันล้างมือโลก ทุกภาคส่วนจึงมีการจัดกิจกรรมรณรงค์การล้างมือกันนะคะ เพราะการล้างมือเป็นการลด ความเสย่ี งตอ่ การแพรก่ ระจายโรคทเ่ี กดิ จากอาหารและนำ้ เปน็ สอ่ื ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพสงู และตน้ ทนุ ตำ่ คะ่ อยา่ ลมื ลา้ งมอื หลงั จากออกจากหอ้ งสว้ มลา้ งมอื กอ่ นรบั ประทานอาหารและลา้ งมอื เมอ่ื ไปหยบิ จบั สง่ิ สกปรกหรอื อมุ้ เลน่ กบั สตั วเ์ ลย้ี งนะคะ สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านท่สี นใจ และร่วมส่งบทความ งานวจิ ยั สาระความรู้มาเผยแพร่ ส่งกันมาได้เลยนะคะเพื่อลงในฉบับต่อไปค่ะ และทางกองบรรณาธิการยินดีรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพ่ือการปรับปรงุ วารสารคะ่ อย่าลมื นะคะ “กินรอ้ น ช้อนกลาง ล้างมือ คือกำแพงปอ้ งกนั โรค” ค่ะ กองบรรณาธิการ คำแนะนำ สำหรับการนำผลการศกึ ษาวิจัยลงพมิ พ์ในวารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้ เป็นผลงานการศึกษาวิจัยเกยี่ วกบั งานสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ซง่ึ สรุปเนือ้ หา ดงั นี้ 1. ช่อื เรอื่ ง ภาษาไทย 2. ช่ือผู้เขยี น ชอ่ื เตม็ / ตำแหน่ง / สถานที่ทำงาน 3. บทคัดยอ่ เขยี นนำตัวเรื่อง สรปุ สาระสำคัญของเร่ือง โดยเฉพาะวตั ถปุ ระสงค์ วธิ กี ารและผลการศึกษา 4. เน้ือหา ควรประกอบด้วย  บทนำ เพื่ออธิบายความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาและวตั ถปุ ระสงค์  วธิ ีการศกึ ษา  ผลการศึกษา  สรปุ และเสนอแนะ เปน็ การสรุปสาระสำคัญและแนวทางท่ีจะนำผลไปใช้ประโยชน์ ทงั้ น้ี เนือ้ หาที่จะลงเผยแพรท่ ง้ั หมดไม่ควรเกนิ 8 หนา้ กระดาษ A 4 และการเขยี นเอกสารอา้ งอิงจะใช้แนวทางแบบแวนคเู วอร์ (Vancouver Style) โดยส่งมาที่ กองบรรณาธิการ วารสารสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ สำนักสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ ต.ตลาดขวัญ อ.เมอื ง จ.นนทบรุ ี 11000 หรือ Email : [email protected] กิตตพิ งศ์ ภอู ดุ ม โทรศัพท์ 0 2590 4179 Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

เร่ืองจากปก “การลา้ งมือ” เพ่ือสขุ ภาพที่ดีในวนั นี้และอนาคตของชาติ โดย...อัมพร จนั ทวิบูลย์* มือนน้ั สำคญั ไฉน มอื เปน็ อวัยวะท่ีถกู ใช้งานเกอื บตลอดทงั้ วนั ไม่ย่งิ หย่อนกว่าอวัยวะใด เพอ่ื การหยบิ จับ สัมผัส มนุษยใ์ ช้มอื ทำกจิ วตั ร กิจกรรม สร้างสรรค์ ในทางตรงกันข้ามมือถูกใช้ในการทำลายล้างสิ่งต่างๆ และอาจจะทำอันตรายแก่ตัวเราเอง หรือคนอื่น โดยไม่ตั้งใจได้ มือเป็นพาหะนำเชื้อโรคหลายชนิดเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายที่สุดเนื่องจากมือต้องสัมผัสกับคน สัตว์ สิ่งของ รวมท้ังสง่ิ ปฏิกลู ตา่ งๆ ดังน้นั มือจึงมีโอกาสสัมผัสกับเช้ือท่ีอยใู่ นสง่ิ ของเครอื่ งใชต้ ่างๆ และใชม้ อื น้นั สัมผสั อาหารก็สามารถ นำเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ หากไม่มีการทำความสะอาดมือ สิ่งสกปรกและเชื้อโรคก็สามารถเข้าสู่ร่างกายของตัวเราเอง และ ผู้อื่นที่เกี่ยวข้องรอบตัว ทั้งทางปาก จมูก ตาและทางผิวหนังทำให้เกิดการติดโรค จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง หรือ อาจรนุ แรงเปน็ การเกดิ อุบัตกิ ารณ์การแพร่โรคในกลมุ่ คนจำนวนมากๆ ได้ มือนำเช้อื โรคอะไรบ้าง โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ โรคหัด โดยติดต่อผ่านการหายใจเอาเชื้อโรคเข้าไป และตดิ ตอ่ ได้จากการที่มือสัมผัสกับสิ่งของ เครือ่ งใช้ หรอื สารคัดหลงั่ ของผ้ปู ่วย (นำ้ มกู นำ้ ลาย เสมหะ เลือด) โรคตดิ ตอ่ ทางระบบทางเดนิ อาหาร เชน่ อจุ จาระรว่ ง อหวิ าตกโรค อาหารเปน็ พษิ โรคตบั อกั เสบชนดิ เอ โรคพยาธชิ นดิ ตา่ งๆ การติดตอ่ เกดิ จากการที่มอื ปนเปอื้ นเชือ้ เหล่านน้ั แล้วหยบิ จับอาหารรบั ประทาน โรคติดต่อจากการสัมผัสได้โดยตรง เช่น โรคตาแดง โรคเชื้อรา แผลอักเสบที่ผิวหนัง หิด เริม การติดต่อเกิดจากมือไป สมั ผสั แผล ฝี หนอง โดยตรง แล้วมาสัมผสั กบั สว่ นต่างๆ ของรา่ งกาย โรคติดต่อที่รุนแรง เช่น โรคไข้หวัดมรณะ (SARS) ไข้หวัดนก การติดต่อเกิดจากการรับเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ หรอื มอื ไปสัมผัสกบั สารคดั หลัง่ ต่างๆ (นำ้ มกู น้ำลาย เสมหะ เลอื ด) จากสตั ว์ปกี ทปี่ ว่ ยเป็นโรคไขห้ วดั นก ทำไมการลา้ งมือจึงเป็นเรือ่ งทตี่ ้องใหค้ วามสำคญั “การลา้ งมอื ” อาจดูเปน็ เรอื่ งเล็กๆ แตใ่ นอดตี ถือเป็นการคน้ พบทย่ี ่ิงใหญ่ในวงการแพทย์ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1847 Ignaz Semmelweis ได้เขียนประกาศที่หน้าห้องคลอดทุกห้องในโรงพยาบาล Vienna ว่า ให้แพทย์และพยาบาลทุกคน ทเ่ี ดนิ ออกจากหอ้ งผา่ ศพกอ่ นจะเขา้ ไปในหอ้ งคลอดตอ้ งลา้ งมอื ทง้ั สองขา้ งใหส้ ะอาดหมดจดดว้ ยนำ้ คลอรนี 1 และการพฒั นา มาตรฐานการผ่าตัดที่ช่วยให้ผู้ป่วยผ่าตัดอย่างปลอดภัย และไม่เสียชีวิตหลังการผ่าตัด โดย Joseph Lister ศัลยแพทย์ สวมถุงมือที่สะอาดและล้างมือ ทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดด้วยน้ำที่มีกรด carbolic เจือ 5% อุปกรณ์ผ่าตัดทุกชิ้น ก็ถูกนำมาล้าง นอกจากนก้ี ใ็ หผ้ ชู้ ่วยแพทยฉ์ ดี ละอองน้ำท่มี ีกรด Carbolic เจือปนในหอ้ งผา่ ตัดดว้ ย โดยได้เผยแพร่ความคิดครั้งแรกผ่านบทความเรื่อง “On the New Method of Treating Compound Fractures, Abscesses with Observations on the Conditions of Suppuration” ปรากฏในวารสาร Lancet ฉบับวนั ท่ี 16 มนี าคม ค.ศ. 18672 วงการแพทย์ได้มกี ารศึกษาและพัฒนาเป็นแนวปฏบิ ัตใิ นการลา้ งมอื เพ่อื ปอ้ งกันและควบคุมการติดเชื้อ ในโรงพยาบาลซึ่งนำไปสู่การดื้อยาและเสียชีวิต  โดย Prof. Didier Pittet ผู้อำนวยการ โครงการ Infection Control Programme จากมหาวทิ ยาลยั เจนีวา และหวั หนา้ โครงการ Global Patient Safety : Clean Care is Safer Care ในปี พ.ศ. * ผ้อู ำนวยการสำนักสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ กรมอนามัย  วารสารสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ ปที ี่ 10 ฉบบั ท่ี 1 เดือนตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

เรือ่ งจากปก 25483 ใชท้ กั ษะการลา้ งมอื 5Moment(รปู ท่ี1)เปน็ เครอ่ื งมอื ในการดำเนนิ การปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื จากการสมั ผสั แบบ Universal Contract Precaution กลา่ วคอื การล้างมอื ทุกครง้ั (1) ก่อนสัมผัสผปู้ ว่ ย (Before touching) (2) กอ่ นทำหตั ถการกับผูป้ ว่ ย (Before Clean/Aseptic Procedure) (3) หลงั สมั ผสั สารคดั หลง่ั จากผปู้ ว่ ย (After Body Fluid Exposure risk) (4) หลงั สมั ผัสคนไข้ (After Touching a Patient) (5) หลังสัมผสั สิ่งท่ลี ้อมรอบผปู้ ่วย (After touching Patient Surrounding) การล้างมือสขุ นสิ ัยทดี่ ีในการป้องกนั โรค รปู ท่ี 1 ทักษะการลา้ งมือ 5 moment การศึกษาของ Ruby และคณะ4 ในปี พ.ศ. 2548 เกี่ยวกับผลของการล้างมือต่อสุขอนามัยในเด็กต่อการติดเชื้อ ในเด็กในประชากรกลุ่มรายได้ต่ำในเมืองการาจีประเทศปากีสถานโดยใช้การส่งเสริมการดูแลสุขอนามัยมือโดยเจ้าหน้าที่ ออกเยี่ยมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อแจกจ่ายสบู่ล้างมือและให้ความรู้ในภาคครัวเรือนโดยเฉพาะมารดาของเด็ก เพื่อส่งเสริมให้มีการล้างมือและแจกเอกสารเปรียบเทียบกับกลุ่มครอบครัวที่ไม่ได้รับการสอนและไม่ได้รับสื่อเอกสารต่างๆ พบว่าอัตราการเกิดโรคติดเชื้อที่ผิวหนังลดลง ร้อยละ 34 อัตราการเกิดโรคท้องร่วงลดลง ร้อยละ 53 และอัตราการเกิด โรคปอดบวมลดลง ร้อยละ 50 ทั้งนี้ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่มีการล้างมือด้วยสบู่ทั่วไปกับกลุ่มที่มีการล้างมือ ดว้ ยสบู่ผสมนำ้ ยาฆ่าเชอ้ื ดังนั้น สุขอนามัยของมือจึงเป็นพื้นฐานในการดูแลสุขภาพที่สำคัญ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน ไดม้ กี ารศกึ ษาวิธีการ ขน้ั ตอน วัสดุ อปุ กรณ์ และสารเคมีท่ีใชใ้ นการล้างทำความสะอาดมอื กับวตั ถปุ ระสงค์ของการลา้ งมือ ในชวี ิตประจำวัน กระบวนการผลติ สินค้า - อาหารหรือเครื่องดมื่ หรอื การล้างมือเพ่ือฆา่ เชือ้ โรคกอ่ นและหลังการทำหัตถการ อย่างแพร่หลาย ด้วยวิธีการล้างมือให้สะอาด 7 ขั้นตอน (รูปที่ 2) นับเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ จากมอื เป็นพาหะเพือ่ ลดการสญู เสยี ในการเกิดการตดิ ต่อและแพร่ระบาดของโรคติดต่อท่ีทุกๆ คน สามารถทำได้ดว้ ยตวั เอง รปู ที่ 2 วิธีการลา้ งมอื 7 ข้นั ตอน การลา้ งมอื (Hand hygiene) หมายถงึ การขดั ถใู หท้ ว่ั มอื รวมทง้ั ชอ่ งลายนว้ิ มอื ดว้ ยสบหู่ รอื สารเคมแี ละนำ้ แลว้ ลา้ งออก ใหส้ ะอาด โดยแบ่งวิธีการล้างมือ ดงั นี้ 1. Normal hand washing (การล้างมือทั่วไป) หมายถึง การล้างมือเพื่อขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ เหงื่อ ไขมัน ที่ออกมา ตามธรรมชาติ และลดจำนวนเชอื้ โรคที่อาศัยอยชู่ ว่ั คราวบนมือ การลา้ งมือท่ถี กู วิธตี อ้ งลา้ งดว้ ยสบ่กู อ้ น หรอื สบู่เหลว ใชเ้ วลา ในการฟอกมอื นานประมาณ 15 วนิ าที 2. Hygienic hand washing (การล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ) หมายถึง การล้างมือด้วยสบู่เหลวผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น Chlorhexidine 4% ใช้เวลาในการฟอกมอื ประมาณ 20 - 30 วินาที 3. Surgical hand washing (การลา้ งมอื ก่อนทำหัตถการ) หมายถึง การล้างมือกอ่ นทำหตั ถการในหอ้ งผา่ ตัดหรือห้องคลอด เพื่อป้องกันการติดเชอื้ โดยการฟอกมือดว้ ยสบผู่ สมน้ำยาฆา่ เชื้อ เช่น Chlorhexidine 4% ตัง้ แต่มือ แขน ถงึ ขอ้ ศอกให้ทั่ว เปน็ เวลา 2 - 5 นาที 4. Alcohol gel hand washing (การลา้ งมอื ดว้ ยแอลกอฮอลเ์ จล) หมายถงึ การลา้ งมอื ในกรณรี บี ดว่ นไมส่ ะดวกในการลา้ งมอื ด้วยน้ำและมือไม่ปนเปื้อนสิ่งสกปรก หรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย ให้ทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล การล้างมือ ด้วยแอลกอฮอล์เจลประมาณ 10 มิลลลิ ิตร ใชเ้ วลาประมาณ 15 - 25 วินาที การล้างมอื ไดร้ ับการยอมรบั จากผู้เช่ยี วชาญจากทัว่ โลก วา่ เปน็ วธิ ีการปอ้ งกันและควบคุมการแพรก่ ระจายเช้ือโรคทีม่ ี ประสิทธิภาพทำได้ง่ายและสิ้นเปลื้องค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด5, 6 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ได้เสนอแนะให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันปฏิบัติ และจัดทำแนวทางเกี่ยวกับสุขศาสตร์ในการดูแลสุขภาพมือ7 และ สมชั ชาแหง่ สหประชาชาติ (UNITED NATIONS : UN)เลง็ เหน็ ถงึ ความสำคญั ของการลา้ งมอื ทส่ี ามารถลดอตั ราการเจบ็ ปว่ ย Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

เรื่องจากปก และเสียชีวิตดังกล่าว จึงได้กำหนดให้ทุกวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันล้างมือโลก (Global Hand Washing Day)” เพื่อเป็นการรณรงค์และกระตุ้นให้เด็ก เยาวชน และประชากรทั่วโลก หันมาให้ความสำคัญในเรื่องของการล้างมือด้วยสบู่ อยา่ งถกู วธิ เี ปน็ ประจำ ตลอดจนเกดิ การปฏบิ ตั อิ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม โดยวนั ลา้ งมอื โลกถกู จดั ขน้ึ เปน็ ครง้ั แรกเมอ่ื วนั ท่ี 15 ตลุ าคม ค.ศ. 2008 (พ.ศ. 2551)และมีการรณรงค์ตอ่ เนอ่ื งมาครบทศวรรษในปีน้ี “การลา้ งมอื ” มสี ว่ นสำคญั ในการสร้างสขุ ภาพท่ีดีแก่ทุกคนในวันน้ี และเดก็ ทเี่ ปน็ อนาคตของชาติ วันล้างมือโลกปีนี้ ได้มุ่งเน้นให้เห็นความเชื่อมโยงการล้างมือเพื่อให้อาหารสะอาดปลอดภัยป้องกันการเกิดโรค และช่วยทำให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น โดยเน้นให้ผู้มีหน้าที่ปรุง ประกอบอาหาร ผู้ดูแลเด็กศูนย์เด็กเล็ก/โรงเรียน รวมทั้งมารดาที่ให้นมบุตร ต้องมีการล้างมือให้สะอาดอย่างถูกวิธีด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุง เตรียม เสิร์ฟ ป้อนอาหาร เนื่องจากเป็นวิธีการที่ป้องกันเชื้อโรคสู่อาหาร8 นอกจากนี้ในรายงานฉบับดังกล่าวได้กล่าวถึง ความเชื่อมโยง ระหว่างการล้างมอื กบั ภาวการณ์ขาดอาหาร และการส่งผลตอ่ การเจริญเติบโตของเดก็ โดยเฉพาะการเจริญเติบโต และพัฒนาการ เนื่องจากการที่เด็กเกิดอุจจาระร่วงนอกจากจะเสี่ยงจากอันตรายของชีวิต จะส่งผลให้เด็กกินอาหาร และ การดดู ซบั สารอาหารนอ้ ยลง ซง่ึ สง่ ผลตอ่ การขาดอาหารในอนาคตได้ ทง้ั นห้ี ากเกดิ ในกลมุ่ เดก็ เลก็ ในชว่ งเวลาสำคญั เดอื นแรก อาจทำใหเ้ กดิ ภาวะทพุ โภชนาการแบบเฉยี บพลนั ได้9,10,11 เดก็ ทเ่ี จบ็ ปว่ ย จะไมม่ คี วามสขุ ทง้ั กายและใจ ออ่ นเพลยี ลดการเลน่ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กหากการเจ็บป่วยรุนแรงอาจทำให้เด็กต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และบางรายมกี ารเจบ็ ปว่ ยรุนแรงอาจถึงขั้นเสยี ชีวติ 12 ประเด็นดังกล่าวนี้เป็นจุดเน้นที่สำคัญสำหรับประเทศไทยเช่นกัน เพื่อให้มีการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึง ความสำคัญของ “การล้างมือ ที่ถูกวิธี ทุกครั้ง ก่อนการปรุง เตรียมอาหารให้เด็ก และให้นมบุตร” เพื่อช่วยป้องกัน การเกดิ โรคทต่ี ดิ จากมอื ของมารดาญาติ หรอื ผดู้ แู ลเดก็ โดยเฉพาะผทู้ ด่ี แู ลเดก็ ในศนู ยเ์ ดก็ เลก็ ทต่ี อ้ งดแู ลเดก็ เปน็ จำนวนมาก เพ่อื ช่วยให้เดก็ ไทยมีสุขภาพทดี่ ี ในชว่ งจังหวะชวี ิตทสี่ ำคญั โดยเฉพาะในช่วงมหัศจรรย์หนึ่งพนั วันแรกของชีวิตต่อไป ... เอกสารอ้างอิง 1. สทุ ศั น์ ยกสา้ น., Ignaz Semmelweis แพทยผ์ บู้ กุ เบกิ มาตรฐานความสะอาดในการผา่ ตดั ., วารสารวชิ าการมหาวทิ ยาลยั อสี เทริ น์ เอเชยี ., ปที ่ี 7 ฉบบั ท่ี 2 ประจำเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2556, หน้าท่ี 1 - 5. 2. สุทศั น์ ยกส้าน., Joseph Lister. บดิ าวิทยาการปอ้ งกนั โดยการทำลายเชอ้ื ., เผยแพร่ : 10 มกราคม 2557 14 : 27  คน้ หาจาก https://mgronline.com/ science/detail/9570000003418, วันท่ี 6 พฤศจิกายน 2561. 3. WorldHealthOrganization.WHOguidelinesonhandhygieneinhealthcare(advanceddraft)Internet].Geneva: WorldHealthOrganization; 2006 [cited 2016 Sep 20]. Available from : http : //www.who.int/patientsafety/information_centre/Last_April_versionHH_Guidelines%5b3%5d.pdf?ua=1. 4. LubySP, AgboatwallaM,FeikinDR,PainterJ,BillhimerW,AltafA,etal.,Effectofhandwashingonchildhealth: arandomizedcontrolledtrial. Lancet. 2005 ; 366(9481) : 225 - 33. 5. World Health Organization. World alliance for patient safety : Global patient safety challenge : Clean care is safer care. Switzerland : The WHO document production services ; 2005. 6. Bureau of Infectious Diseases, Department of Disease Control, Ministry of Health. Guidelines for the Prevention and Control of Communicable Diseases. Childcare. Bangkok : Office of National Buddhism ; 2011. 7. World Health Organization. WHO Guideline on Hand Hygiene in Health Care (Advance Draft)., April 2006.   8. Global Handwashing Partnership. “Clean Hands - A Recipe for Health Global Handwashing Day Fact Sheet”., www.GlobalHandwashing.org. 9. Raihan, M.J., Farzana, F. D., Sultana, S., Haque, M.A., Rahman, A.S., Waid, J.L., … Ahmed, T. (2017). Examining the relationship between socioeconomic status, WASH practices and wasting. PLoS ONE, 12(3). https://doi.org/10.1371/journal.pone.0172134. 10. Gizaw, Z., Woldu, W., &Bitew, B. D. (2018). Acute malnutrition among children aged 6 - 59 months of the nomadic population in Hadaleala district, Afar region, northeast Ethiopia. Italian Journal of Pediatrics, 44(1). https : //doi.org/10.1186/s13052 - 018 - 0457 - 1. 11. Langford, R., Lunn, P., &Panter - Brick, C. (2011). Hand - washing, subclinical infections, and growth : A longitudinal evaluation of an intervention in Nepali slums. American Journal of Human Biology, 23(5), 621 - 629. https://doi.org/10.1002/ajhb.21189. 12. Sedighi, Nouri, Sadrosadat, Nemati&Shahbazi, 2012 ; Hai - feng, 2014 ; Cao et al., 2015.  วารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 10 ฉบับที่ 1 เดือนตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

รายงานพเิ ศษ การจัดระเบียบคาเฟส่ ัตวเ์ ลีย้ ง Pet cafe หรือคาเฟ่สัตว์เลี้ยง เป็นไอเดียที่เริ่มต้น โดย...ศริ พิ ร จนั ทบั * ท่ีไตห้ วนั ย้อนไปเมื่อปี 2541 คาเฟส่ ตั ว์เล้ียงแหง่ แรกของ โลกเปิดใหบ้ ริการทไี่ ทเป ชอ่ื คาเฟ่ “Cat Flower Garden” และเครอ่ื งดม่ื อนั นจ้ี ะเปน็ คาเฟส่ ไตลเ์ อเชยี ทส่ี ว่ นใหญม่ สี ตั ว์ ไดร้ บั การตอบรบั ดี โดยเฉพาะจากนกั ทอ่ งเทย่ี ว จนแนวคดิ ไวใ้ หล้ กู คา้ เขา้ มาคลกุ คลีแตใ่ นฝง่ั ตะวนั ตกคาเฟส่ ตั วเ์ ลย้ี งหลาย นถ้ี กู ลอกเลยี นแบบในญป่ี นุ่ กลายเปน็ ธรุ กจิ ทม่ี าแรงเฉพาะ แห่งไม่มีสัตว์ให้เล่น แต่อนุญาตให้ลูกค้านำสัตว์เลี้ยง ในโตเกียวมีคาเฟ่สัตว์เลี้ยงบริการราว 40 แห่ง และยัง ของตัวเองมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยได้ บางร้านเมื่อเจ้าของ ลุกลามไปยังสัตว์อื่นนอกเหนือไปจากแมว และสุนัข เช่น สง่ั อาหารก็จะไดแ้ ถมอาหารใหส้ ตั วท์ พี่ ามาด้วย เปน็ ต้น นกเคา้ แมว กระต่าย แพะ และสัตว์เลอ้ื ยคลาน (แหล่งข้อมูล : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์ www. ในกรุงเทพมหานครก็มีคาเฟ่ประเภทนี้หลายแห่ง smethailandclub.com ศนู ย์รวมข้อมูลธรุ กิจเอสเอม็ อี) ธุรกิจนี้มีทีท่าขยายตัวตอบรับความต้องการของผู้บริโภค มีการวิเคราะห์ถึงเบื้องหลังกระแสความสำเร็จของคาเฟ่ ปัจจุบันสื่อนำเสนอรายงานเรื่องธุรกิจประเภทคาเฟ่ สัตว์เลี้ยงว่าการอยู่กับสัตว์เลี้ยงสามารถสร้างความสุข สตั วเ์ ลย้ี งในไทยกำลงั เตบิ โตขณะท่ีน.สพ. เกษตร สเุ ตซะ ทางใจและทำใหค้ ลายความเครยี ดลงได้ แต่บรรดาคนรกั สัตวแพทย์ประจำหน่วยสัตว์เลี้ยงพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์ สตั วจ์ ำนวนมากโดยเฉพาะทอ่ี าศยั ในเมอื งใหญ่ มอี ปุ สรรค มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์เหน็ วา่ การจดั ระเบยี บแยกสว่ น มากมายที่ทำให้ไม่สามารถมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองได้ กนิ อาหารของคนและสตั ว์ในคาเฟ่สัตวเ์ ลยี้ งไม่ใหป้ ะปนกัน อุปสรรคที่ว่าก็เช่น ทำงานไม่เป็นเวลาต้องเดินทางบ่อย เปน็ เรอ่ื งจำเปน็ ในการควบคมุ ปอ้ งกนั โรค เพราะการสมั ผสั งบประมาณนอ้ ยเพราะการเลย้ี งสตั วก์ ม็ คี า่ ใชจ้ า่ ย ทอ่ี ยอู่ าศยั หรือกินอาหารใกล้ชิดกับสัตว์ มีโอกาสทำให้เชื้อโรคจาก ไมเ่ ออ้ื ใหเ้ ลย้ี งเนอ่ื งจากอยหู่ อ อยคู่ อนโด หรอื อยใู่ นบา้ นทม่ี ี สัตว์แพร่สู่คนได้ เช่น โปรโตรชัวบางชนิดในอุจจาระแมว สมาชิกแออัดจนไม่มีพนื้ ทสี่ ำหรับสตั วเ์ ลย้ี ง ทำใหห้ ญงิ ตง้ั ครรภแ์ ทง้ หรอื ปรสติ บางอยา่ งกระตนุ้ ใหเ้ กดิ อาการภมู ิแพ้ เป็นต้น สำหรบั ผสู้ นใจทำธรุ กจิ คาเฟส่ ตั วเ์ ลย้ี งนอกเหนอื ไปจาก การออกแบบรา้ นสง่ิ ทต่ี อ้ งทำคอื การวางแผนเรอ่ื งรปู แบบการ 1. พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เปน็ ใหบ้ รกิ าร เชน่ เปน็ คาเฟใ่ หล้ กู คา้ เขา้ มาเลน่ กบั สตั วโ์ ดยเกบ็ กฎหมายทใ่ี ชห้ ลกั การกระจายอำนาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครอง คา่ ธรรมเนยี มหรอื ไมเ่ กบ็ คา่ ธรรมเนยี มแตล่ กู คา้ ตอ้ งสง่ั อาหาร สว่ นทอ้ งถน่ิ มีอำนาจหนา้ ท่ี ตรวจสอบ ควบคุม กำกับดูแล ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตนเองกรณีสถานที่จำหน่าย อาหารมีบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 38 “ผู้ใดจะจัดตั้งสถานที่จำหน่าย อาหารหรอื สถานทส่ี ะสมอาหารในอาคารหรอื พน้ื ทใ่ี ด ซง่ึ มพี น้ื ทเ่ี กนิ สองรอ้ ยตารางเมตรและมใิ ชเ่ ปน็ การขาย ของในตลาด ตอ้ งไดร้ บั ใบอนญุ าตจากเจา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ ตามมาตรา 56 ถา้ สถานทด่ี งั กลา่ วมพี น้ื ทไ่ี มเ่ กนิ สองรอ้ ย ตารางเมตร ตอ้ งแจง้ ตอ่ เจา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ เพอ่ื ขอรบั หนงั สอื รับองรแจง้ ตามมาตรา 47 กอ่ นการจดั ตั้ง” * นกั วิชาการสาธารณสขุ ปฏบิ ัติการ สำนกั สุขาภบิ าลอาหารและน้ำ กรมอนามัย  Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

รายงานพเิ ศษ ดังนั้น ผู้ใดประสงค์จัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร กรมอนามยั จะมผี ลบงั คบั ใชใ้ นวนั ท่ี16ธนั วาคม2561โดยมี ต้องดำเนินการขออนุญาตหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ข้อบัญญัติให้สถานที่จำหน่ายอาหารต้องมีการควบคุม และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือ สตั วแ์ มลงนำโรค รวมถงึ สตั วเ์ ลย้ี งตอ้ งดำเนนิ การใหถ้ กู ตอ้ ง เงอ่ื นไขในใบอนญุ าต องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ จงึ มอี ำนาจ ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร เมื่อกฎกระทรวงสุขลักษณะ ออกขอ้ บญั ญตั ทิ อ้ งถน่ิ ในการกำหนดประเภทสถานทจ่ี ำหนา่ ย ของสถานท่ีจำหนา่ ยอาหาร พ.ศ. 2561 มีผลบงั คับใชแ้ ลว้ อาหารตามประเภทอาหาร ลักษณะหรือวิธีการจำหน่าย จะมีผลให้ธุรกิจคาเฟ่สัตว์เลี้ยงจะปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ กำหนดหลักเกณฑ์เกีย่ วกบั การจดั ตง้ั ใช้ ดแู ลรกั ษาสถานที่ ปะปนกบั คนขณะบรโิ ภคอาหารไม่ได้ และสขุ ลกั ษณะของบรเิ วณทใ่ี ชจ้ ำหนา่ ยอาหาร และกำหนด หลกั เกณฑ์เกย่ี วกบั การปอ้ งกนั เหตุรำคาญและโรคตดิ ต่อ 4. ตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอ่ื ง กจิ การท่ี เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 กรณีหากมีผู้ใด สำหรบั ผฝู้ า่ ฝนื กฎหมายน้ีมบี ทลงโทษกำหนดไว้ ประสงค์จะจัดตั้งธุรกิจคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ซึ่งเข้าข่ายถือเป็น หากผู้ใดจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารพื้นที่เกินสองร้อย กจิ การทเ่ี ปน็ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพประเภทท่ี1(2)การประกอบ ตารางเมตรโดยไมไ่ ดร้ บั ใบอนญุ าตตอ้ งระวางโทษจำคกุ ไม่ กิจการเลี้ยง รวบรวมสัตว์ หรือธุรกิจอื่นใดอันมีลักษณะ เกิน 6 เดอื น หรอื ปรับไม่เกิน 50,000 บาท แตห่ ากจดั ตั้ง ทำนองเดียวกัน เพอื่ ใหป้ ระชาชนเข้าชมหรอื เพอ่ื ประโยชน์ สถานที่จำหน่ายอาหาร ซึ่งมีพื้นที่ไม่เกินสองร้อยตาราง ของกจิ การนน้ั ทง้ั น้ีไมว่ า่ จะมกี ารเรยี กเกบ็ คา่ ดหู รอื คา่ บรกิ าร เมตร โดยไม่มหี นังสอื รับรองการแจง้ ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ในทางตรง หรือทางอ้อม หรือไม่ก็ตามดังนั้นก่อนดำเนิน ไม่เกนิ 3 เดือน หรอื ปรบั ไม่เกิน 25,000 บาท กจิ การผปู้ ระกอบธรุ กจิ คาเฟส่ ตั วเ์ ลย้ี งตอ้ งไดร้ บั ใบอนญุ าต จากเจา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ อกี ทง้ั ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามเพอ่ื ปอ้ งกนั 2. กรมอนามยั จดั ทำ“คมู่ อื วชิ าการสขุ าภบิ าลอาหาร อันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชน ตามหลักเกณฑ์ สำหรับเจ้าหน้าที่” เผยแพร่ให้แก่องค์กรปกครองส่วน กฎกระทรวงควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทอ้ งถน่ิ ทว่ั ประเทศ ซง่ึ มาตรฐานวชิ าการกำหนดสขุ ลกั ษณะ พ.ศ. 2560 ดว้ ย ดงั น้ัน ผู้ประกอบการธุรกิจคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ของสถานที่จำหน่ายอาหาร และการควบคุมกำจัดสัตว์ หากจะจัดให้มีการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มไว้บริการ แมลงพาหะนำโรครวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วย โดยไม่ให้มีสัตว์ ดว้ ยผนู้ น้ั ตอ้ งไดร้ บั ใบอนญุ าตรวม2ประเภทคอื ใบอนญุ าต ตา่ งๆ เขา้ มาปะปนในพน้ื ท่ีปรงุ ประกอบและทร่ี บั ประทาน ประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์และใบอนุญาตสถานที่จำหน่าย อาหาร เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสิ่งสกปรกลงสู่อาหาร อาหาร และพื้นท่ใี หบ้ รกิ ารลกู ค้าตอ้ งแยกสัดส่วนท่ชี ดั เจน หรอื เชื้อโรคทีเ่ กิดจากสัตวเ์ ป็นสื่อสคู่ น ไมส่ ามารถใช้พนื้ ที่ใหบ้ ริการร่วมกันได้ ... กรณี หากพบสถานประกอบกิจการจำหน่าย กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ เผยแพรป่ ระชา- อาหารจัดให้มีสัตว์เลี้ยงเข้ามาอยู่ปะปนกับผู้บริโภคใน สัมพันธ์ข้อเท็จจริงผ่านสื่อออนไลน์ 4 ช่องทาง บริเวณรับประทานอาหาร ถือได้ว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องตาม ได้แก่ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการป้องกันเหตุรำคาญและโรคติดต่อ 1. เวบ็ ไซต์กรมอนามัย (www.anamai.moph.go.th) เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถออกคำสั่งทางปกครองให้ 2. เฟสบุค๊ กรมอนามยั (www.facebook.com/dohanamai) ผปู้ ระกอบกจิ การแกไ้ ขปรบั ปรงุ จดั การปอ้ งกนั และไมใ่ หม้ ี 3. Line@ กรมอนามยั (@pranamai) สัตว์เลี้ยงในบริเวณสถานที่จำหน่ายอาหารได้ หากฝ่าฝืน 4. เวบ็ ไซต์สารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข (http://pr. คำสัง่ จะมโี ทษตามกฎหมาย moph.go.th) 3. ขณะนี้มีกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่ จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ  วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ ปที ี่ 10 ฉบับที่ 1 เดอื นตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

งานวจิ ยั ปัจจัยทม่ี ีความสมั พนั ธ์กบั พฤตกิ รรม การบรโิ ภคอาหารของพนักงาน โรงงานอุตสาหกรรมในนคิ มอุตสาหกรรมภาคเหนอื จังหวดั ลำพูน ดาราวรรณ สกลุ วงศ์* บทคดั ยอ่ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารของพนักงานโรงงาน อตุ สาหกรรมในนคิ มอตุ สาหกรรมภาคเหนอื จงั หวดั ลำพนู เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งพฤตกิ รรมการบรโิ ภค อาหารของพนกั งานโรงงานอตุ สาหกรรมในนคิ มอตุ สาหกรรมภาคเหนอื จงั หวดั ลำพนู จำแนกตามปจั จยั สว่ นบคุ คล และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมในนิคม- อุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน โดยการใช้ PRECEDE-PROCEED Model เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย โดยแบง่ ปจั จยั ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหาร ออกเปน็ 3 กลุ่ม คือ ปจั จยั นํา ปัจจยั เสรมิ และปัจจยั เอ้อื กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน จำนวน 407 คน เครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในการวิจยั เปน็ แบบสอบถาม เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลในระหว่างเดือนมนี าคม ถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2561 สถิตทิ ่ีใชว้ เิ คราะหข์ อ้ มูล คอื ความถ,่ี รอ้ ยละ, ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน, t-test, One-way ANOVA และ สหสัมพนั ธ์ของเพยี รส์ ัน ผลการวจิ ยั พบวา่ กลมุ่ ตวั อยา่ งมพี ฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารโดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลางปจั จยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กับพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหาร ในดา้ นปัจจยั นำ กลุม่ ตวั อยา่ งมคี วามรเู้ กย่ี วกบั เรอื่ งอาหารและโภชนาการอยูใ่ น ระดบั ปานกลางรอ้ ยละ56.76 มที ศั นคตติ อ่ การบรโิ ภคอาหารโดยรวมอยใู่ นระดบั ดีดา้ นปจั จยั เสรมิ มกี ารไดร้ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารเกย่ี วกบั เรอ่ื งอาหารและโภชนาการ โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลางสว่ นการไดร้ บั คาํ แนะนาํ สนบั สนนุ เกย่ี วกบั การบรโิ ภคอาหาร โดยรวมอยใู่ นระดบั นอ้ ย ดา้ นปจั จยั เออ้ื เกย่ี วกบั สภาพแวดลอ้ ม และนโยบายของสถานทท่ี ำงาน ที่เอื้อต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง พฤติกรรมการบริโภคอาหาร จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ และระดับการศึกษาที่ แตกตา่ งกนั มพี ฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารทแ่ี ตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั 0.05ในดา้ นความสมั พนั ธ์ พบวา่ ปจั จยั นำ ไดแ้ ก่ ความรเู้ กย่ี วกบั เรอ่ื งอาหารและโภชนาการ และทศั นคตติ อ่ การบรโิ ภคอาหาร มคี วามสมั พนั ธ์ เชิงบวกในระดับปานกลางกับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ ดา้ นปจั จยั เสรมิ ไดแ้ ก่ การไดร้ บั คาํ แนะนาํ สนบั สนนุ ในการบรโิ ภคอาหารมคี วามสมั พนั ธเ์ ชงิ บวกในระดบั ปานกลาง กบั พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหาร อยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั 0.05 * นกั วิชาการสาธารณสขุ ชำนาญการ กลมุ่ งานอนามัยสิ่งแวดลอ้ มและอาชีวอนามยั สำนกั งานสาธารณสขุ จังหวัดลำพูน  Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวจิ ยั บทนำ การออกกำลงั กายทำใหเ้ สย่ี งเกดิ ภาวะอว้ นและโรคไมต่ ดิ ตอ่ ในสภาวะปจั จบุ นั สงั คมไทยไดร้ บั กระแสโลกาภวิ ตั น์ เรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ จากการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ทั้งด้านเทคโนโลยี  และหลอดเลือด เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลต่อสภาวะสุขภาพ เศรษฐกจิ   สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งรวดเรว็ และตอ่ เนอ่ื ง ทำให้เกิดการเจ็บป่วย ความพิการ การสูญเสียสุขภาวะ จึงส่งผลให้บุคคลมีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีความเร่งรีบ คุณภาพชีวิต และตายก่อนวัยอันควร เป็นภาระการดูแล และมขี อ้ จาํ กดั ในดา้ นเวลาซง่ึ ลว้ นแตเ่ ปน็ ปจั จยั ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ รกั ษาพยาบาลและคา่ ใชจ้ า่ ยทง้ั ของครอบครวั ชมุ ชน และ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะ ประเทศชาติ อยา่ งยง่ิ วถิ ชี วี ติ ในดา้ นการบรโิ ภคอาหารทเ่ี ปลย่ี นแปลงไป จากขอ้ มลู สถานการณก์ ารเฝา้ ระวงั การเสยี ชวี ติ จาก โรคไมต่ ดิ ต่อเรื้อรังที่สำคญั ระหวา่ งปี พ.ศ. 2555 - 2559 ตามภาวะเศรษฐกิจและสังคม เมื่อผู้คนส่วนใหญ่ออกไป แนวโนม้ การเสยี ชวี ติ กอ่ นวยั อนั ควรระหวา่ งอายุ 30 - 69 ปี ทำงานนอกบา้ น มเี วลาเหลอื นอ้ ยสำหรบั การปรงุ ประกอบ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน พบว่า อัตราการตายสูงที่สุด อาหารรบั ประทานในครอบครวั จงึ นยิ มรบั ประทานอาหาร คอื โรคหลอดเลอื ดสมอง มแี นวโน้มเพิ่มข้ึนจาก 33.4 ตอ่ นอกบ้านทั้งในร้านอาหาร แผงลอยจำหน่ายอาหารและ แสนประชากร ในปี พ.ศ. 2555 เปน็ 45.3 ตอ่ แสนประชากร ตลาดสด ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยของ ในปี พ.ศ. 2559 รองลงมาคอื โรคหวั ใจขาดเลอื ด อตั ราตาย ผบู้ รโิ ภค หากอาหารไมส่ ะอาดปลอดภยั มกี ารปนเปอ้ื นของ เพม่ิ จาก 22.4 ตอ่ แสนประชากร ในปี พ.ศ. 2555 เปน็ 30.2 เชอื้ โรคและสารพษิ สารเคมี วัตถเุ จือปนตา่ งๆ ทส่ี ามารถ ตอ่ แสนประชากรในปีพ.ศ.2559โรคเบาหวานอตั ราการตาย เกดิ ขน้ึ ไดจ้ ากทกุ ขน้ั ตอนหว่ งโซอ่ าหาร สง่ ผลใหผ้ บู้ รโิ ภคเกดิ เพิ่มเป็น 20.6 ต่อแสนประชากร ในปี พ.ศ. 2559 และ การเจ็บป่วยด้วยโรคจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ เช่น โรค โรคความดนั โลหติ สูง อัตราการตายเพ่ิมเป็น 12.2 ตอ่ แสน อาหารเปน็ พษิ โรคอจุ จาระรว่ งเปน็ ตน้ อกี ทง้ั ความกา้ วหนา้ ประชากร ในปี พ.ศ. 2559(2) นอกจากน้ีขอ้ มูลรายงานการ ของเทคโนโลยกี ารผลติ และแปรรปู อาหารในปจั จบุ นั มกี าร เฝา้ ระวงั โรคของสำนกั ระบาดวทิ ยากรมควบคมุ โรค พบวา่ พัฒนาอย่างรวดเร็ว มีผลิตภัณฑ์อาหารในรูปแบบต่างๆ โรคอาหารเปน็ พษิ มอี ตั ราปว่ ยอยใู่ น 10 อนั ดบั แรกของโรค เพอ่ื ตอบสนองตอ่ การบรโิ ภคใหม้ คี วามสะดวก รวดเรว็ มาก ที่อยู่ในระบบเฝ้าระวังของสํานักระบาดวิทยา จากสถาน- ขน้ึ  เชน่  อาหารกระปอ๋ ง อาหารสำเรจ็ รปู แชแ่ ขง็ นอกจากน้ี การณก์ ารเฝา้ ระวงั โรคอาหารเปน็ พษิ ตง้ั แต่ ปี พ.ศ. 2555 - ในปัจจุบันการสื่อสารของคนไทยอยู่ในยุคเทคโนโลยีสาร 2559 พบว่า อตั ราปว่ ยมีแนวโนม้ เพิ่มมากข้ึน โดยมอี ัตรา สนเทศ สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว ปว่ ยดว้ ยโรคอาหารเปน็ พษิ ตอ่ แสนประชากรเทา่ กบั 185.78, ประกอบกับกลไกของธุรกิจด้านการตลาด การโฆษณา 205.51, 209.61, 199.06 และ 211.83 ตามลําดับ ซ่งึ โรค สินค้าให้เป็นที่รู้จักโดยผ่านสื่อต่างๆ มีส่วนส่งเสริมให้เกิด อาหารเป็นพิษยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของ ค่านิยม และความต้องการบริโภคอาหารตามแบบการ ประเทศไทย(3)ทง้ั นเ้ี มอ่ื พจิ ารณาขอ้ มลู สถานการณก์ ารเจบ็ ปว่ ย โฆษณาอกี ทง้ั ยงั มกี ารรบั เอารปู แบบการบรโิ ภคอาหารตาม และเสยี ชวี ติ กอ่ นวยั อนั ควรขา้ งตน้ บคุ คลวยั ทาํ งานจงึ เปน็ แบบตะวนั ตก ทง้ั อาหารฟาสตฟ์ ดู้  อาหารจานดว่ นทห่ี าซอ้ื ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อสภาวะการเจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าว ไดง้ า่ ยซง่ึ สว่ นมากเปน็ อาหารทม่ี ปี รมิ าณโปรตนี  ไขมนั และ ซึ่งจะเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศชาติ เพราะบุคคล พลังงานสูง  ส่งผลให้การบริโภคอาหารไม่ได้สัดส่วนที่ วัยทำงานมีบทบาทสําคัญต่อสภาวะเศรษฐกิจ เป็นกลไก เหมาะสม และอาจจะทำให้มีการบริโภคอาหารที่มากเกิน ที่ขับเคลื่อนผลผลิตในด้านเศรษฐกิจ และยังเป็นเสาหลัก ความจำเป็นต่อร่างกาย โดยสาระสำคัญของแผนยุทธ- ในการหารายไดม้ าจนุ เจอื ครอบครวั การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ศาสตร์สุขภาพดีวิถีชีวิตไทย  พ.ศ. 2554 - 2563(1) ได้มี และป้องกันโรคเพื่อการมีสุขภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงพื้นฐานที่เป็นภัยคุกคามสุขภาพ การบริโภคอาหารที่เหมาะสม ปลอดภัยและมีคุณค่าทาง ของคนไทย เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มี โภชนาการ จะส่งผลให้มีภาวะโภชนาการที่ดี เป็นปัจจัย รสหวาน มนั เค็ม มากเกนิ ไป กินผกั และผลไมน้ อ้ ย ขาด สำคัญนำไปสสู่ ุขภาพท่สี มบรู ณ์ สง่ ผลตอ่ คณุ ภาพชีวติ ที่ดี  วารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 10 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม 2561 - มกราคม 2562

งานวจิ ัย จงั หวดั ลำพนู เปน็ จงั หวดั ทม่ี กี ารพฒั นาและขยายตวั วธิ ีดำเนนิ การวจิ ัย ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากเป็นที่ตั้งของนิคม อตุ สาหกรรมภาคเหนอื มโี รงงานอตุ สาหกรรมทเ่ี ปดิ ดำเนนิ การวจิ ยั ครง้ั นเ้ี ปน็ การวจิ ยั เชงิ พรรณนา(Descriptive กิจการแล้ว จำนวน 74 โรงงาน และมีแรงงานจำนวน research) ประชากรท่ีศกึ ษา คอื พนกั งานโรงงานอตุ สาห- 40,740 คน(4) เปน็ กล่มุ วยั ทำงานทม่ี วี ถิ ีชวี ติ สมยั ใหมท่ ่ีเต็ม กรรมในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน ซึ่งมี ไปด้วยความเร่งรีบ อาจจะส่งผลต่อพฤติกรรมการดูแล จำนวน 40,740 คน(6)กำหนดขนาดกลมุ่ ตวั อยา่ งโดยใชส้ ตู ร สุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภค ของทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) ที่ระดบั ความเช่ือม่นั อาหารเพื่อการมีสุขภาพที่ดี จากสภาพปัญหาที่กล่าวมา ร้อยละ 95 ค่าความคลาดเคลื่อนทางสถติ ิเทา่ กับรอ้ ยละ 5 ข้างต้น ผู้วิจัยได้ตระหนักถึงความสำคัญและสนใจที่จะ คำนวณขนาดตัวอย่างได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ศกึ ษาเรอ่ื งปจั จยั ทม่ี คี วามสมั พนั ธก์ บั พฤตกิ รรมการบรโิ ภค อยา่ งนอ้ ยจำนวน396คนคดั เลอื กกลมุ่ ตวั อยา่ งแบบโควตา้ อาหารของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาห- (Quota sampling) ตามสัดส่วนของพนักงานโรงงาน กรรมภาคเหนอื จงั หวดั ลำพนู โดยการศกึ ษาครง้ั นผ้ี วู้ จิ ยั ใช้ อตุ สาหกรรมในนคิ มอตุ สาหกรรมภาคเหนอื จังหวดั ลำพูน กรอบแนวคิด PRECEDE - PROCEED Model(5) ในการ จำแนกตามหมวดอตุ สาหกรรม ได้แก่ หมวดอตุ สาหกรรม วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภค อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์หมวดชน้ิ สว่ นและอปุ กรณ์ หมวดอาหารและ อาหาร โดยแบง่ ปัจจัยท่ีเกย่ี วขอ้ งเปน็ 3 กลุ่ม คือ ปัจจัยนํา เครื่องดื่ม หมวดอัญมณีและเครื่องประดับ และหมวด ปจั จยั เสรมิ และปจั จยั เออ้ื ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาสามารถ อตุ สาหกรรมอน่ื ๆโดยผวู้ จิ ยั ไดเ้ พม่ิ กลมุ่ ตวั อยา่ งเปน็ จำนวน นาํ ไปประยกุ ตใ์ ชป้ ระโยชนใ์ นการพฒั นาปรบั เปลย่ี นพฤต-ิ 426 คน เพื่อป้องกันความเสี่ยงของแบบสอบถามที่ไม่ กรรมการบริโภคอาหารของพนกั งาน และประชาชนทั่วไป สมบูรณ์ ได้รับแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์สามารถ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสมรวมทง้ั ใชเ้ ปน็ แนวทางในการ นำมาวเิ คราะห์ได้ จำนวน 407 ชดุ คดิ เป็น รอ้ ยละ 95.54 วางแผนการดำเนนิ งานของหนว่ ยงานและองคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ในการดำเนนิ งานสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพและควบคมุ ปอ้ งกนั โรค เครื่องมอื ที่ใช้ในการวิจัย ของคนในวยั ทำงาน อันจะส่งผลตอ่ การมคี ณุ ภาพชีวิตท่ดี ี ของบุคคลในวยั ทำงานและประชาชนทั่วไป ขยายผลไปสู่ เครอ่ื งมอื ในการวจิ ยั ครง้ั น้ีเปน็ แบบสอบถามทผ่ี วู้ จิ ยั การพฒั นาทางด้านเศรษฐกิจและสงั คมโดยรวมตอ่ ไป สร้างขึ้นบนพื้นฐานของทฤษฎี กรอบแนวคิดและวัตถุ- ประสงค์ในการวิจัย ผ่านการทดสอบค่าความเชื่อมั่นของ วัตถปุ ระสงค์ เครอ่ื งมอื โดยวธิ หี าคา่ สมั ประสทิ ธอ์ิ ลั ฟา่ ของครอนบาคแบง่ ออกเป็น 3 ตอน ดงั นี้ 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารของ พนักงานโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมภาค ตอนท่ี 1 แบบสอบถามข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคล เหนือ จังหวดั ลำพนู ของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพการศึกษา รายได้ ระยะเวลาการทำงาน ทีพ่ กั อาศัย คา่ ดชั นีมวลกาย 2. เพอ่ื เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งพฤตกิ รรม และการมีโรคประจำตวั การบริโภคอาหารของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมใน นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน จำแนกตาม ตอนท่ี 2 แบบสอบถามปจั จยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั พฤต-ิ ปัจจัยสว่ นบุคคล กรรมการบริโภคอาหาร 3. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม 2.1 ดา้ นปจั จยั นำไดแ้ ก่แบบทดสอบ การบริโภคอาหารของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมใน ความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาหารและโภชนาการ เป็นลักษณะ นิคมอตุ สาหกรรมภาคเหนือ จงั หวัดลำพนู เลือกตอบขอ้ ท่ีถูกต้องทสี่ ุดเพียง 1 ขอ้ จากทง้ั หมด 4 ข้อ มีจำนวน 20 ข้อ และแบบสอบถามทศั นคติในการบริโภค อาหารเปน็ มาตราสว่ นประมาณคา่  (RatingScale)5ระดบั จำนวน 15 ขอ้ Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวจิ ยั 2.2 ดา้ นปจั จยั เสรมิ ไดแ้ ก่ การไดร้ บั 62.16 เพศชาย ร้อยละ 37.84 ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องอาหารและโภชนาการ 7 ข้อ 20 - 30 ปี รอ้ ยละ 43.32 สถานภาพโสด ร้อยละ 45.95 และการได้รับคําแนะนําสนับสนุนในการบริโภคอาหาร มีการศึกษาสูงสุดในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. 8 ขอ้ เปน็ ลกั ษณะมาตราสว่ นประมาณคา่  (Rating Scale) รอ้ ยละ37.84มรี ายไดเ้ ฉลย่ี ตอ่ เดอื นอยใู่ นระหวา่ ง15,001- 5 ระดับ รวมเป็นจำนวน 15 ข้อ 20,000 บาท ร้อยละ 35.14 ระยะเวลาในการทำงานใน โรงงานอุตสาหกรรม 5 - 10 ปี ร้อยละ 49.25 พักอาศัย 2.3 ด้านปัจจัยเอื้อ ได้แก่ สภาพ- ในหอพกั หรอื บา้ นเชา่ รอ้ ยละ62.16มคี า่ ดชั นมี วลกายปกติ แวดล้อมที่เอื้ออํานวยต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร (18.50 - 22.90) ร้อยละ 66.09 และส่วนใหญ่ไม่มีโรค เปน็ มาตราสว่ นประมาณคา่  (RatingScale)5ระดบั จำนวน ประจำตัว รอ้ ยละ 43.24 15 ขอ้ 2. ปจั จยั ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั พฤติกรรมการบรโิ ภคอาหาร ตอนที่ 3 แบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภค ผลการศกึ ษาดา้ นปจั จยั นำ ไดแ้ ก่ ความรเู้ กย่ี วกบั อาหาร เป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) อาหารและโภชนาการ และทัศนคติต่อการบริโภคอาหาร 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ พบวา่ กลมุ่ ตัวอยา่ งส่วนใหญม่ ีความรู้เกยี่ วกบั อาหารและ โภชนาการ อยใู่ นระดบั ปานกลาง รอ้ ยละ 56.76 รองลงมา การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล คอื ระดบั มาก รอ้ ยละ 24.32 และระดบั นอ้ ย รอ้ ยละ 18.92 โดยขอ้ ทต่ี อบถกู มากทส่ี ดุ 3อนั ดบั แรกคอื การดม่ื เครอ่ื งดม่ื เก็บรวบรวมข้อมูล ในระหว่างเดือนมีนาคม - แอลกอฮอล์เป็นประจํามีโอกาสเสี่ยงต่อ การเป็นโรคใด พฤษภาคม 2561 โดยประสานการดำเนนิ งานกับตวั แทน ร้อยละ 95.34 รองลงมาคือ ถ้าต้องการสารอาหารประเภท พนักงานโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรม แคลเซยี มควรรบั ประทานอาหารในขอ้ ใดรอ้ ยละ92.30และ ภาคเหนือ จังหวดั ลำพนู ส่งแบบสอบถามให้กลุ่มตัวอย่าง ประโยชน์ของอาหารที่มีเส้นใยและกากอาหารคือข้อใด ร้อยละ 90.26 ส่วนขอ้ ทไี่ ดค้ ะแนนน้อยท่ีสุด คอื ขอ้ ใดเปน็ การวเิ คราะหข์ ้อมลู และสถิติทใี่ ช้ วิธีล้างผักผลไม้สดเพื่อลดสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง ไดด้ ที ส่ี ดุ รอ้ ยละ52.46ผลการศกึ ษาในดา้ นทศั นคตติ อ่ การ ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาครง้ั นน้ี ำมาตรวจสอบความ บรโิ ภคอาหารโดยรวมอยใู่ นระดบั ดี(X =3.57,SD=0.19) สมบรู ณข์ องแบบสอบถามก่อนการประมวลและวิเคราะห์ มขี อ้ ทค่ี า่ เฉลย่ี อยใู่ นระดบั ดมี าก3ขอ้ คอื การบรโิ ภคอาหาร นำผลการศึกษามาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์ หลายชนดิ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง (X = 4.76, SD = 0.43) โปรแกรมสำเร็จรปู SPSS วเิ คราะห์หาค่าสถติ ิเชิงพรรณา อาหารกระปอ๋ งเปน็ อาหารทไ่ี มเ่ หมาะกบั สขุ ภาพ(X =4.62, ไดแ้ ก่ ความถ่ีรอ้ ยละ คา่ เฉลย่ี และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน SD = 0.47) และการบริโภคผักผลไม้ตามฤดูกาลจะมี วิเคราะห์หาค่าสถิติเชิงอนุมาน โดยการทดสอบค่า t-test คุณภาพดแี ละราคาถูก (X = 4.51, SD = 0.50) สว่ นขอ้ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยเป็นข้อเชิงลบ คือ การ ANOVA) เปรยี บเทยี บพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารจำแนก รบั ประทานอาหารเสรมิ มคี วามจำเปน็ เพราะมปี ระโยชนต์ อ่ ตามลักษณะปจั จยั สว่ นบุคคล วิเคราะหค์ วามสัมพนั ธ์ของ รา่ งกาย (X = 2.35, SD = 0.48) ข้อมูลปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริม กับพฤติกรรม ด้านปัจจัยเสริม พบว่า การได้รับข้อมูลข่าวสาร การบริโภคอาหารด้วยสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ เกี่ยวกับเรื่องอาหารและโภชนาการ โดยรวมอยู่ในระดับ เพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation ปานกลาง(X =2.63,SD=0.19)มขี อ้ ทค่ี า่ เฉลย่ี อยใู่ นระดบั ดี Coefficient) 2 ข้อ คอื การได้รบั ขอ้ มูลขา่ วสารเกี่ยวกับเรอ่ื งอาหารและ โภชนาการทางอินเตอรเ์ น็ต (X = 3.78, SD = 0.42) และ ผลการวิจัย 1. ข้อมลู ปจั จยั ส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอยา่ ง ผลการศกึ ษาขอ้ มลู ปจั จยั สว่ นบคุ คล พบวา่ กลมุ่ ตัวอย่างทั้งหมด จำนวน 407 คน เป็นเพศหญิง ร้อยละ 10 วารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ปที ี่ 10 ฉบบั ที่ 1 เดอื นตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

งานวิจัย ทางโทรทศั น์ (X = 3.59, SD = 0.60) สว่ นขอ้ ทม่ี คี า่ เฉลย่ี อยู่ (X = 2.27, SD = 0.45) การใช้ชอ้ นกลางเม่อื รับประทาน ในระดับน้อย คือ การได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่อง อาหารรว่ มกบั ผอู้ ่นื (X = 2.43, SD = 0.50) และการอุน่ อาหารและโภชนาการทางเสยี งตามสายในหมบู่ า้ น/ชมุ ชน อาหารปรงุ สำเรจ็ ใหร้ อ้ นกอ่ นนำมารบั ประทาน (X = 2.45, (X = 1.57, SD = 0.69) สว่ นการไดร้ บั คาํ แนะนาํ สนบั สนนุ SD = 0.51) เกี่ยวกับการบรโิ ภคอาหาร โดยรวมอยใู่ นระดับน้อย (X = 2.19,SD=0.24)มขี อ้ ทค่ี า่ เฉลย่ี อยใู่ นระดบั ปานกลาง2ขอ้ 4. การเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งพฤติ - คือ ครอบครัวมักชวนไปรับประทานอาหารในร้านอาหาร กรรมการบรโิ ภคอาหารของพนกั งานโรงงานอตุ สาหกรรม ทสี่ ะอาด ถูกหลักอนามัย (X = 2.73, SD = 0.78) และ ในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวดั ลำพูน จำแนก ครอบครัวมักจะตักเตือนเมื่อกินอาหารที่มีไขมันหรือของ ตามปจั จัยส่วนบคุ คล หวานมาก (X = 2.54, SD = 0.51) สว่ นขอ้ ทมี่ คี า่ เฉลย่ี อยู่ ในระดับน้อยมากเปน็ ขอ้ เชิงลบ คอื เพ่อื นรว่ มงานมักชวน ผลการศกึ ษา พบว่า กลุ่มตวั อยา่ งทีม่ ีอายุ และ รบั ประทานอาหาร/เครอ่ื งดม่ื ตามทไ่ี ดเ้ หน็ /ไดย้ นิ ทางโฆษณา ระดับการศึกษาที่แตกต่างกันมีพฤติกรรมการบริโภค (X = 1.48, SD = 0.35) อาหารทแ่ี ตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั 0.05 โดยกลุ่มตัวอยา่ งที่มีอายรุ ะหวา่ ง 41 - 50 ปี มีคา่ เฉลีย่ ของ ผลการศึกษาด้านปัจจัยเอื้อ พบว่า ปัจจัยด้าน พฤติกรรมการบริโภคอาหารสูงกว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ สภาพแวดล้อม และนโยบายของสถานท่ีทำงาน ทเ่ี อื้อตอ่ ระหว่าง 31 - 40 ปี และ 20 - 30 ปี ตามลำดับ และกลุ่ม พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหาร โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง ตัวอย่างที่มีการศึกษาในระดับปริญญาตรี/เทียบเท่า มี (X =3.16,SD=0.14)ขอ้ ทม่ี คี า่ เฉลย่ี อยใู่ นระดบั ดี3อนั ดบั ค่าเฉลี่ยของพฤติกรรมการบริโภคอาหาร สูงกว่ากลุ่ม แรกคอื ทพ่ี กั อาศยั อยใู่ กลต้ ลาดสดหรอื ในระหวา่ งทางผา่ น ตัวอย่างที่มีการศึกษาในระดับอนุปริญญา/ปวส. และ ตลาดสดที่จําหน่ายอาหารหลากหลายชนิด (X = 3.95, มัธยมศึกษา ตามลำดับ ส่วนปัจจัยด้านเพศ สถานภาพ SD = 0.66) รองลงมา คือ สถานที่ทํางานมีการมีการจัด รายได้ ระยะเวลาทำงานในโรงงาน ที่พักอาศัย ค่าดัชนี บริการนำ้ ดื่มสะอาดพอเพียง (X = 3.92, SD = 0.59) และ มวลกาย และการมีโรคประจำตัว ไม่มีความแตกต่างกัน ราคาอาหารในสถานทท่ี าํ งานมคี วามเหมาะสมสามารถซอ้ื ของพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหาร รบั ประทานไดเ้ พียงพอตอ่ ความต้องการ (X = 3.73, SD = 0.61) สว่ นขอ้ ทม่ี คี า่ เฉลย่ี อยใู่ นระดบั นอ้ ยเปน็ ขอ้ เชงิ ลบคอื 5. ค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ในระหวา่ งทางจากบา้ นถงึ ทท่ี าํ งานมกี ารขายอาหารประเภท ปัจจัยเสริม และปัจจัยเอื้อกับพฤติกรรมการบริโภค ของทอดหรอื ขนมหวาน เช่น ขนมโดนัท ไอศกรีม ขนมเคก้ อาหารของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมในนิคม- หลากหลายประเภท (X = 2.43, SD = 0.50) อุตสาหกรรมภาคเหนอื จังหวดั ลำพูน 3. พฤติกรรมการบริโภคอาหาร ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยนำ ได้แก่ ความรู้ ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรม เกี่ยวกับเรื่องอาหารและโภชนาการ และทัศนคติต่อการ การบรโิ ภคอาหารโดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง(X =3.01, บริโภคอาหารของกลุ่มตัวอย่าง มีความสัมพันธ์เชิงบวก SD = 0.22) ขอ้ ท่มี คี ่าเฉลีย่ อย่ใู นระดับดี 3 อนั ดบั แรก คือ ในระดับปานกลางกับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร อย่าง การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารโดย ดูวันหมดอายุที่ฉลาก มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ส่วนในด้านปัจจัยเอื้อ (X = 3.81, SD = 0.52) รองลงมา คอื การเลอื กรบั ประทาน ไดแ้ ก่ สภาพแวดลอ้ มทเ่ี ออ้ื อาํ นวยตอ่ พฤตกิ รรมการบรโิ ภค อาหารในร้านอาหารทีส่ ะอาด ถกู สุขลกั ษณะ (X = 3.68, อาหารไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร SD=0.47)และการรบั ประทานอาหารกระปอ๋ ง(X =3.59, และในดา้ นปจั จยั เสรมิ ไดแ้ ก่การไดร้ บั คาํ แนะนาํ สนบั สนนุ SD = 0.72) ส่วนขอ้ ทม่ี ีค่าเฉลีย่ อยใู่ นระดับนอ้ ย คือ การ ในการบรโิ ภคอาหาร มคี วามสมั พนั ธเ์ ชงิ บวก ในระดบั ปาน รับประทานอาหารมื้อเย็นในปริมาณมากกว่ามื้ออื่นๆ กลางกบั พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารอยา่ งมนี ยั สำคญั ทาง สถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนการได้รับข้อมูลข่าวสารไม่มีความ สมั พนั ธก์ บั พฤติกรรมการบรโิ ภคอาหาร 11Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวจิ ยั สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล ได้รับคําแนะนําสนับสนุนเกี่ยวกับการบริโภคอาหาร โดย และขอ้ เสนอแนะ รวมอยู่ในระดับน้อย มีข้อที่ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยมาก เป็นข้อเชิงลบ คือ เพื่อนร่วมงานมักชวนรับประทาน จากผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างพนักงาน อาหาร/เครื่องดื่มตามที่ได้เห็น/ได้ยินทางโฆษณา ด้าน โรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ปัจจยั เอ้อื พบว่า ปจั จยั ดา้ นสภาพแวดล้อม และนโยบาย จงั หวดั ลำพนู มพี ฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารโดยรวมอยใู่ น ของสถานที่ทำงานที่เอื้อต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ระดับปานกลาง โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดอยู่ในระดับดี โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดอยู่ คอื การเลอื กซอ้ื ผลติ ภณั ฑอ์ าหารโดยดวู นั หมดอายทุ ฉ่ี ลาก ในระดับดี คือ ที่พักอาศัยอยู่ใกล้ตลาดสดหรือในระหว่าง รองลงมา คือ การเลอื กรับประทานอาหารในร้านอาหารที่ ทางผ่านตลาดสดที่จําหน่ายอาหารหลากหลายชนิด ส่วน สะอาดถกู สขุ ลกั ษณะแสดงวา่ กลมุ่ ตวั อยา่ งใหค้ วามสาํ คญั ขอ้ ทม่ี คี า่ เฉลย่ี อยใู่ นระดบั นอ้ ยเปน็ ขอ้ เชงิ ลบ คอื ในระหวา่ ง ต่อความปลอดภัยของอาหาร ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ใน ทางจากบ้านถึงที่ทํางานมีการขายอาหารประเภทของ ระดับน้อย คือ การรับประทานอาหารมื้อเย็นในปริมาณ ทอด หรือขนมหวาน เช่น โดนัท ไอศกรีม ขนมเค้ก หลาก มากกว่ามื้ออื่นๆ, การใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหาร หลายประเภท รว่ มกบั ผอู้ น่ื และการอนุ่ อาหารปรงุ สำเรจ็ ใหร้ อ้ นกอ่ นนำมา รับประทาน ซึ่งจากวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของคน ผลการศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง ภาคเหนอื ทร่ี บั ประทานขา้ วเหนยี วเปน็ หลกั ทำใหไ้ มค่ นุ้ เคย พฤติกรรมการบริโภคอาหารของพนักงานโรงงานอุตสาห- กบั การใชช้ อ้ นตกั กบั ขา้ วมาใสภ่ าชนะของตนเองจงึ ไมน่ ยิ ม กรรมในนคิ มอตุ สาหกรรมภาคเหนอื จงั หวดั ลำพนู จำแนก ใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหาร(6) ตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ และ ระดับการศึกษาที่แตกต่างกันมีพฤติกรรมการบริโภค ผลการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการ อาหารทแ่ี ตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั 0.05 บรโิ ภคอาหารดา้ นปจั จยั นำพบวา่ กลมุ่ ตวั อยา่ งสว่ นใหญม่ ี เมื่อพิจารณาความแตกต่างด้านอายุ และการได้รับการ ความรู้ด้านการบริโภคอาหารอยู่ในระดับปานกลาง มี ศึกษาของบุคคล มีส่วนเกี่ยวข้องและก่อให้เกิดความ ทัศนคติตอ่ การบริโภคอาหาร โดยรวมอยใู่ นระดบั ดี ขอ้ ทีม่ ี แตกต่างในเร่อื งความสนใจ ความรอบรู้ ความสามารถใน ค่าเฉลี่ยสูงที่สุดอยู่ในระดับดีมาก คือ การบริโภคอาหาร การแก้ไขปัญหา ความคิด ความมีเหตุผล และวุฒิภาวะ หลากหลายชนดิ ชว่ ยใหร้ า่ งกายแขง็ แรงสว่ นขอ้ ทม่ี คี า่ เฉลย่ี ด้านอื่นๆ เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงทาง ตำ่ ทส่ี ุดอยูใ่ นระดับนอ้ ยเป็นขอ้ เชงิ ลบ คือ การรบั ประทาน สรรี วทิ ยาและมคี วามเสย่ี งจากโรคตา่ งๆ ทำใหบ้ คุ คลใสใ่ จ อาหารเสริมมีความจำเป็นเพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย ดแู ลสขุ ภาพมากขน้ึ (7) จงึ เปน็ ปจั จัยท่มี ีผลทำใหพ้ ฤติกรรม แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การมอี ทิ ธพิ ลของกลไกธรุ กจิ ดา้ นการตลาด การบรโิ ภคอาหารแตกต่างกนั ได้ ของสนิ คา้ ประเภทอาหารเสรมิ ทม่ี กี ารโฆษณาสรา้ งคา่ นยิ ม ให้เกิดความน่าเชื่อถือ ด้านปัจจัยเสริม พบว่า การได้รับ ผลการศกึ ษาความสัมพันธร์ ะหว่างปัจจัยนำ ปจั จยั ขอ้ มลู ขา่ วสารเกย่ี วกบั เรอ่ื งอาหารและโภชนาการ โดยรวม เสริม และปัจจัยเอื้อ กับพฤติกรรมการการบริโภคอาหาร อยใู่ นระดบั ปานกลาง โดยการไดร้ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารเกย่ี วกบั ของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรม เรื่องอาหารและโภชนาการทางอินเตอร์เน็ต และทาง ภาคเหนือ จังหวัดลำพูน พบว่า ปัจจัยนำ ได้แก่ ความรู้ โทรทัศน์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดี ซึ่งการรับข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับเรื่องอาหารและโภชนาการ และทัศนคติต่อการ จากแหลง่ ทง้ั สองรปู แบบนม้ี คี วามสำคญั เปน็ อยา่ งยง่ิ ท่ี ผมู้ ี บริโภคอาหาร มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับปานกลาง สว่ นเกย่ี วขอ้ งควรพจิ ารณาใการพฒั นารปู แบบการสอ่ื สาร กบั พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหาร อยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถติ ิ ประชาสัมพันธ์การให้ความรู้และสร้างความตระหนักใน ท่ีระดบั 0.01 สอดคล้องกบั ทฤษฎเี กีย่ วกับความรู้ ทศั นคติ ด้านส่งเสริมการบริโภคอาหารและโภชนาการ ส่วนการ และพฤติกรรมของชวาร์ท(8) ที่กล่าวถึง ความรู้ ทัศนคติ และการปฏบิ ตั พิ ฤตกิ รรม มคี วามสมั พนั ธแ์ ละมกี ารเปลย่ี น 12 วารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 10 ฉบบั ท่ี 1 เดอื นตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

งานวจิ ยั แปลงในลักษณะต่อเนื่อง โดยทัศนคติเป็นตัวกลางทำให้ ความรู้ในรปู แบบตา่ งๆเพอ่ื เสรมิ สรา้ งความรู้ความตระหนกั เกิดการเรียนรู้ และเกิดความรู้ ซึ่งมีผลต่อการปฏิบัติหรือ ในดา้ นการบรโิ ภคอาหารและโภชนาการ แกผ่ ดู้ แู ลนโยบาย พฤติกรรมต่างๆทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้านปัจจัยเสริม ดา้ นสขุ ภาพของพนกั งานแกนนำพนกั งานและตวั พนกั งาน ได้แก่ การได้รับคําแนะนําสนับสนุนในการบริโภคอาหาร ในสถานประกอบการ มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับปานกลางกับพฤติกรรม การบรโิ ภคอาหาร อย่างมนี ยั สำคญั ทางสถิติท่ีระดบั 0.05 2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลาง เช่น กรม- ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากกลุ่มตัวอย่างพนักงานโรงงานนิคม อนามัย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ควรมีการ อุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน ส่วนใหญ่อยู่ในวัย เสริมสร้างและพัฒนาสื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค หนมุ่ สาวครอบครวั ยงั มสี ว่ นรว่ มในการใหค้ าํ แนะนาํ ตกั เตอื น อาหารและโภชนาการใหเ้ ขา้ ถงึ กลมุ่ วยั ทำงานในสถานประกอบ- และชมเชย เพอ่ื กระตนุ้ ใหเ้ กดิ พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหาร การซง่ึ มวี ถิ ชี วี ติ ทจ่ี ำกดั ดว้ ยเวลาเพอ่ื สรา้ งความรแู้ ละความ ทถ่ี กู ตอ้ ง และกลมุ่ คนหนมุ่ สาวยงั ใหค้ วามสำคญั กบั การมี ตระหนักในด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคจาก สว่ นร่วมในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ กับเพ่ือนร่วมงาน ซ่งึ อาหารและน้ำเป็นสื่อ เช่น การให้ความรู้ในด้านกินร้อน สิ่งเหล่านี้ส่งจะผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของ ช้อนกลาง การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ พนกั งานโรงงานนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวดั ลำพนู เปน็ ตน้ ข้อเสนอแนะ 3. สถานประกอบการควรมีการสร้างเสริมความรู้ และการนำผลงานไปใชป้ ระโยชน์ ความตระหนักในด้านการบริโภคอาหารและโภชนาการ เพื่อสุขภาพที่ดีแก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ และมีการ 1. หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งในพน้ื ท่ีเชน่ องคก์ รปกครอง จำหนา่ ยอาหารทด่ี ตี อ่ สขุ ภาพในสถานประกอบการในราคา สว่ นทอ้ งถ่ิน และหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข สามารถ ที่เหมาะสม สามารถซื้อได้ง่าย หากพนักงานมีสุขภาพดี นำไปการวางแผนดำเนนิ งานหรอื ปรบั เปลย่ี นวธิ กี ารดำเนนิ จะสง่ ผลต่อผลผลิตของสถานประกอบการ งานเกย่ี วกบั โครงการดา้ นการสง่ เสรมิ สขุ ภาพและควบคมุ ป้องกันโรค และควรจัดทำแผนเพื่อดำเนินการอบรมให้ 4. ผลวจิ ยั เปน็ ขอ้ มลู ทส่ี ามารถนำไปใชเ้ ปน็ แนวทาง ศกึ ษาวจิ ยั ในประเดน็ การสง่ เสรมิ สขุ ภาพและประเดน็ อน่ื ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง ... เอกสารอ้างองิ 1. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์, สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีไทย 2554 - 2563. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สำนัก พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ; 2554. 2. สำนกั โรคไม่ติดต่อ, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ . รายงานประจำ ปี 2560 สำนกั โรคไม่ตดิ ต่อ กรมควบคุมโรค. กรุงเทพฯ : สำนักพมิ พ์อกั ษร กราฟฟคิ แอนด์ดไี ซน์ ; 2560. 3. กองแผนงาน, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แผนงานโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ปี 2560 - 2564 (ระบบออนไลน์). แหล่งที่มา http:// www.ddc.moph.go.th/plan.ddc.moph.go.th (15 พฤษภาคม 2561). 4. สำนักงานนคิ มอุตสาหกรรมภาคเหนอื จังหวดั ลำพนู . ขอ้ มลู สภาวการณ์ลงทนุ อตุ สาหกรรมของจังหวัดลำพูน. ลำพูน ; 2559. 5. Green, L. Krueter, M. Health Promotion Planning An Education Approach. 3ed ed.Toronto : Mayfield Publishing Company ; 2005. 6. ประหยัด สายวเิ ชียร. อาหาร วฒั นธรรมและสุขภาพ. เชยี งใหม่ : บริษัทนพบุรีการพิมพ์ จำกัด ; 2547. 7. พวงจันทร์ ดลุ ะลมั พะ. จติ วทิ ยาเบือ้ งต้น. พิมพค์ รั้งท่ี 1. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ; 2553. 8. Schwartz, NE. Nutrition Knowladge attitude and practice of high school graduates. J Am Diet Assoc ; 1975. 13Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวงิจยั านวิจัย การประเมนิ สภาพการณ์ดา้ นสขุ าภบิ าลอาหาร ของสถานทจี่ ำหนา่ ยอาหาร เพื่อยกระดับสู่การเป็นนครภูเก็ตแห่งการทอ่ งเท่ยี ว ดา้ นอาหารเชงิ สรา้ งสรรค์ ศภุ ลกั ษณ์ ดำรงเชือ้ * รศ.ดร.อารีย์ ชดู ำ** บทคัดยอ่ การประเมนิ สภาพการณด์ า้ นสขุ าภบิ าลอาหารของสถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหารเพอ่ื ยกระดบั สกู่ ารเปน็ นครภเู กต็ แหง่ การทอ่ งเทย่ี วดา้ นอาหารเชงิ สรา้ งสรรคเ์ พอ่ื ศกึ ษาสภาพการณด์ า้ นสขุ าภบิ าลอาหารของสถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหาร และประเมินสถานที่จำหน่ายอาหารตามเกณฑ์มาตรฐาน Phuket City of Gastronomy เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (survey research) ดำเนินการเก็บข้อมูลสถานที่จำหน่ายอาหารที่มีขนาดมากกว่า 200 ตารางเมตร ในพื้นที่ จงั หวดั ภเู กต็ จำนวน 502 รา้ น โดยใชแ้ บบตรวจสขุ าภบิ าลอาหารสถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหารเพอ่ื พฒั นาภเู กต็ สกู่ ารเปน็ นครแหง่ การทอ่ งเทย่ี วดา้ นอาหารเชงิ สรา้ งสรรค์(PhuketCityofGastronomy)โดยพฒั นาจากกฎกระทรวงสขุ ลกั ษณะ ของสถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหาร พ.ศ. 2561 และเกณฑม์ าตรฐานอ่ืนๆที่เก่ยี วขอ้ ง และชุดทดสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรยี (อ 13) เพือ่ ตรวจสอบเช้อื โคลฟิ อร์มแบคทเี รีย ในอาหาร ภาชนะอุปกรณ์ และมือผ้สู ัมผัสอาหาร ผลการศึกษาพบวา่ มสี ถานทจี่ ำหน่ายอาหารทผ่ี า่ นเกณฑม์ าตรฐาน Phuket City of Gastronomy จำนวน 106รา้ นคดิ เปน็ รอ้ ยละ21.16โดยแบง่ เปน็ ระดบั ยอดเยย่ี มซง่ึ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานดา้ นกายภาพมาตรฐานแบคทเี รยี และมาตรฐานเคมี (หมวด 1 - 8) จำนวน 2 ร้าน คดิ เป็น ร้อยละ 1.89 และมรี ้านท่ผี า่ นเกณฑ์มาตรฐานระดับดมี าก ซง่ึ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานดา้ นกายภาพ (หมวด 1 - 7) แตไ่ มผ่ า่ นเกณฑม์ าตรฐานแบคทเี รยี (หมวด 8) จำนวน 66 รา้ น คดิ เป็น ร้อยละ 62.26 และระดับดี ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐานดา้ นกายภาพ (หมวดท่ี 1 - 6) จำนวน 38 ร้าน คดิ เป็น ร้อยละ 35.85 โดยจากผลการศึกษาพบว่าในการพัฒนานครภูเก็ตสู่การเป็นนครแห่งการท่องเที่ยวด้านอาหาร เชงิ สรา้ งสรรค์ (Phuket City of Gastronomy) ในดา้ นกายภาพหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งตอ้ งใหค้ วามสำคญั ในประเดน็ การอบรมหลกั สตู รสขุ าภบิ าลอาหารแกผ่ ปู้ ระกอบการและผสู้ มั ผสั อาหารซง่ึ จะทำใหผ้ เู้ กย่ี วขอ้ งกบั สถานทจ่ี ำหนา่ ย อาหารมคี วามรู้ ความเขา้ ใจหลักการสุขาภิบาลมากขนึ้ และผลการประเมนิ ดา้ นแบคทเี รยี และเคมี ตอ้ งให้ความ สำคัญมาตรการในการดูแลการปนเปื้อนแบคทีเรียในอาหาร โดยเฉพาะประเด็นของน้ำแข็ง และควรเฝ้าระวัง การปนเปอ้ื นสารเคมปี ระเภทยาฆา่ แมลงมากท่ีสดุ * สำนักงานสาธารณสุขจงั หวดั ภเู ก็ต ** คณะเทคโนโลยีและสิง่ แวดลอ้ ม มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตภูเก็ต 14 วารสารสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ ปที ่ี 10 ฉบับท่ี 1 เดือนตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

งานวิจัย บทนำ การเป็นนครแห่งการท่องเที่ยวด้านอาหารเชิงสร้างสรรค์ จึงได้จัดทำการศึกษาสภาพการณ์ด้านสุขาภิบาลอาหาร อาหารเปน็ สง่ิ จำเปน็ สำหรบั มนษุ ย์ เปน็ หนง่ึ ในปจั จยั ส่ี ของสถานทจ่ี ำหน่ายอาหารในจงั หวัดภูเก็ต ที่มนุษย์ต้องการในขั้นพื้นฐาน โดยคุณภาพอาหารที่ บรโิ ภคจะเปน็ ตวั ชว้ี ดั ถงึ ความสามารถในการดำรงชวี ติ การ วัตถุประสงค์ ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ใหป้ ลอดจากโรคภยั ไขเ้ จบ็ ในสภาพปจั จบุ นั ประชาชนโดย 1. เพอ่ื ศกึ ษาสภาพการณด์ า้ นสขุ าภบิ าลอาหารของ สว่ นใหญม่ พี ฤตกิ รรมทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปประกอบกบั วถิ ชี วี ติ สถานท่ีจำหน่ายอาหาร เพื่อรองรับการยกระดบั ส่กู ารเป็น สงั คมเมอื ง สว่ นใหญเ่ ลอื กซอ้ื อาหารจากตลาด นยิ มบรโิ ภค นครภูเกต็ แห่งการท่องเที่ยวด้านอาหารเชงิ สร้างสรรค์ อาหารนอกบ้าน และอาหารปรุงสำเร็จมากขึ้น เนื่องจาก ความสะดวก ประหยัดเวลา และราคาถูก ข้อมูลจาก 2. เพื่อประเมินสถานที่จำหน่ายอาหารตามเกณฑ์ การเก็บตัวอย่างอาหารถุงทั่วประเทศ เพื่อการเฝ้าระวัง มาตรฐานสุขาภิบาลอาหารสถานที่จำหน่ายอาหาร เพื่อ การปนเปื้อนโคลิฟอร์มแบคทีเรียจากตลาดประเภทที่ 1 พัฒนาภูเก็ตสู่การเป็นนครแห่งการท่องเที่ยวด้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เกต และแผงลอยจำหนา่ ยอาหารทวั่ ประเทศ เชงิ สร้างสรรค์ (Phuket City of Gastronomy) ในปี 2549 - 2550 จำนวน 12,300 ตวั อยา่ ง พบวา่ อาหาร ถงุ มกี ารปนเปอ้ื นโคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี คดิ เปน็ รอ้ ยละ34.3% วิธีการดำเนนิ งานวิจัย จังหวัดภูเก็ตมีอัตราป่วยจากโรคระบบทางเดินอาหาร 1. รปู แบบการวจิ ยั (Research design) และนำ้ ในอตั ราตอ่ แสนประชากรเพม่ิ ขน้ึ โดยโรคทพ่ี บบอ่ ย การวจิ ยั เชงิ สำรวจ (surveyresearch)เพอ่ื ศกึ ษา คอื โรคอจุ จาระรว่ งและโรคอาหารเปน็ พษิ ซง่ึ มจี ำนวนผปู้ ว่ ย สภาพการณ์ด้านสุขาภิบาลอาหารของสถานที่จำหน่าย รวม ต้ังแตป่ ี 2553 - 2557 จำนวน 61,546 ราย เสียชวี ิต อาหารและประเมนิ แบบตรวจสขุ าภบิ าลอาหารของสถานท่ี 3 ราย พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า จำหน่ายอาหาร เพื่อพัฒนาภูเก็ตสู่การเป็นนครแห่ง 5 ขวบ จะเห็นได้ว่าโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ การท่องเที่ยวด้านอาหารเชิงสร้างสรรค์ (Phuket City of ยงั คงเปน็ ปัญหาในการดำรงชวี ติ ประจำวนั ของประชาชน Gastronomy) 2. ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ งทใี่ ช้ในการศกึ ษา ปี 2558 จังหวัดภูเก็ตได้รับการประกาศยกย่องให้ กลมุ่ ตัวอย่าง ในการศกึ ษา คือ สถานท่จี ำหนา่ ย เป็นเมืองสรา้ งสรรค์ดา้ นวิทยาการอาหาร จากยเู นสโก อาหารในพน้ื ทจ่ี งั หวดั ภเู กต็ ทม่ี ขี นาดมากกวา่ 200 ตาราง- ซง่ึ เปน็ หนง่ึ ใน 18 เมอื งทว่ั โลก และภเู กต็ เปน็ เมอื งแรกของ เมตร ในปี 2561 ไทยและของอาเซยี นจะทำใหค้ นทว่ั โลกไดร้ จู้ กั ภเู กต็ ในอกี วธิ กี ารคดั เลอื กตวั อยา่ งคอื ดำเนนิ การสมุ่ ตวั อยา่ ง มมุ มองหนงึ่ นอกเหนือจากการเป็นเกาะหรือสถานทท่ี ่อง- สถานที่จำหน่ายอาหารโดย โดยขนาดตัวอย่างสามารถ เทยี่ วที่สวยงามเทา่ นน้ั ทำใหจ้ งั หวดั ภเู ก็ตมจี ุดเดน่ 2 ดา้ น คำนวณไดจ้ ากสตู รไมท่ ราบขนาดตวั อยา่ งของW.G.Cochran คอื ดา้ นการทอ่ งเทย่ี วและดา้ นอาหาร จงั หวดั กำลงั ผลกั ดนั โดยกำหนดระดับค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 95 และระดับ ให้มียุทธศาสตร์ในการพัฒนาเมืองเพื่อรองรับความเป็น คา่ ความคลาดเคล่อื น รอ้ ยละ 5 City of Gastronomy สนบั สนนุ ใหภ้ เู กต็ เปน็ หอ้ งอาหารของ = p(1 - p)z2 โลก จงึ ทำให้ต้องเตรียมความพร้อมในการพฒั นาสถานที่ n แทน e2ขนาดตัวอยา่ ง จำหน่ายอาหารจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจำนวนสถานที่จำหน่าย n อาหารในจงั หวดั ภเู กต็ แบง่ เปน็ ประเภทรา้ นอาหารประมาณ P แทน สดั สว่ นของประชากรทผ่ี วู้ จิ ยั กำลงั 2,568แหง่ ประเภทแผงลอยประมาณ302แหง่ ซง่ึ สถานท่ี สุ่ม .50 จำหนา่ ยอาหารเหลา่ น้ีจำเปน็ ตอ้ งไดร้ บั การพฒั นาเพอ่ื รองรบั Z แทน ระดบั ความเชอ่ื มนั ทผ่ี วู้ จิ ยั กำหนด ไว้Zมคี า่ เทา่ กบั 1.96ทร่ี ะดบั ความ เชื่อมนั่ รอ้ ยละ 95 (ระดับ .05) 15Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวิจยั E แทน ค่าความผิดพลาดสูงสุดที่เกิดขึ้น (StandardDeviation)โดยประมวลผลและวเิ คราะหข์ อ้ มลู = .05 โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรปู 0.5(1 - 0.5)1.962 n = 0.052 หมายเหตุ  ชดุ ทดสอบโคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี (อ 13) ถา้ อา่ น n = 384.16 ผลเป็นบวก คือ สารละลายเปลี่ยนสีจากม่วงเป็นเหลือง หมายถึง ตัวอยา่ งทีต่ รวจนน้ั มโี คลฟิ อร์มปนเป้ือน โดยในการศกึ ษาวจิ ยั ครง้ั นผ้ี วู้ จิ ยั ทำการศกึ ษา  ชดุ ทดสอบโคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี (อ 13) ถา้ อา่ น ในสถานที่จำหน่ายอาหาร จำนวน 502 ร้าน ซึ่งถือได้ว่า ผลเปน็ ลบ คอื สารละลายไมเ่ ปลย่ี นสี ยงั คงสมี ว่ ง หมายถงึ ผ่านเกณฑ์ตามที่เงื่อนไขกำหนดคือไม่น้อยน้อยกว่า 384 ตัวอย่างที่ตรวจนั้นสะอาด ไมม่ ีโคลิฟอร์มปนเป้ือน ตวั อย่าง 3. เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ในการศกึ ษา ประกอบด้วย ผลการศึกษา 1) ดา้ นกายภาพ ใชแ้ บบตรวจสขุ าภบิ าลอาหาร สถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหาร เพอ่ื พฒั นาภเู กต็ สกู่ ารเปน็ นครแหง่ 1. ข้อมลู ท่ัวไปของรา้ นอาหาร การท่องเที่ยวด้านอาหารเชิงสร้างสรรค์ (Phuket City of ทำการสุ่มตัวอย่างสถานที่จำหน่ายอาหาร ที่มี Gastronomy) โดยอา้ งองิ จากกฎกระทรวงสขุ ลกั ษณะของ พ้นื ทม่ี ากกวา่ 200 ตารางเมตร จำนวน 502 รา้ น ในพนื้ ที่ สถานทจ่ี ำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 และเกณฑม์ าตรฐาน จังหวดั ภูเกต็ อ่นื ๆ ทเ่ี กี่ยวข้องประกอบดว้ ย 8 หมวด ดงั น้ี 2. สภาพการณด์ า้ นสขุ าภบิ าลอาหารของสถานท่ี อาหาร แล ะสถ าหนมทวีร่ บัดทปีร่ ะ1ทสาถนาอนาหทาี่เตรจรีำยหมนปา่ รยุงอจาำหหารน่าย จำหนา่ ยอาหาร ด้านกายภาพ  หมวดท่ี 2 สขุ ลกั ษณะของอาหาร การปรุง ผลการประเมนิ สภาพการณด์ า้ นสขุ าภบิ าลอาหาร ประกอบการเกบ็ รกั ษา และการจำหน่ายอาหาร ของสถานท่ีจำหน่ายอาหารในด้านกายภาพ พบว่า ปัจจยั และเค ร อ่ื ง ใชอ้ ืน่ หๆมวดท่ี 3 สขุ ลกั ษณะของภาชนะ อปุ กรณ์ ทส่ี ำคญั ทท่ี ำใหส้ ถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหารไมผ่ า่ นเกณฑม์ าตร-  หมวดท่ี 4 การจดั การมลู ฝอย นำ้ เสีย และ ฐานด้านกายภาพมากทีส่ ดุ 2 ลำดบั แรก คอื สิ่งปฏิกลู (1) หมวดที่ 5 ผู้สัมผัสอาหารพบว่า ไม่ผ่าน ปลอดภ ยั ก ารใช เ้หหชมม้อื ววเพดดลททงิ่่ีี 56 ผ้สู ัมผัสอาหาร เกณฑม์ าตรฐาน จำนวน 187 รา้ น คดิ เปน็ รอ้ ยละ 37.25 ซง่ึ การจดั การสารเคมี และความ ผสู้ มั ผสั อาหารจำนวน 129 รา้ น คดิ เปน็ รอ้ ยละ 68.98 (จาก ทง้ั หมด187รา้ น)ไมเ่ คยผา่ นการอบรมหลกั สตู รสขุ าภบิ าล-  หมวดท่ี 7 การสรา้ งสรรค์ หรอื สง่ เสรมิ ดา้ น อาหาร และพบว่าบางส่วนไม่สวมหมวกหรือเน็ตคลุมผม อาหาร จำนวน 46 ร้าน และในขณะปฏบิ ตั งิ านสวมใสแ่ หวนด้าน อาหาร วตั ถดุบิ หมวดท่ี 8 การจดั การความปลอดภยั ของ อาหารจำนวน26รา้ นเครอ่ื งประดบั จำนวน16รา้ น ทำสเี ลบ็ 2) ดา้ นชวี ภาพ ใชช้ ดุ ทดสอบโคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี เลบ็ ยาว เปน็ ต้น (อ 13) เพื่อตรวจสอบเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ในอาหาร (2) หมวดที่ 3 สุขลักษณะของภาชนะการใช้ ภาชนะอุปกรณ์ และมือผ้สู ัมผสั อาหาร โฟมเป็นภาชนะบรรจุอาหารประเภทกลับบ้าน จากการ 4. การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ประเมินพบว่า ร้านสถานที่จำหน่ายอาหารอาหารจำนวน (DescriptiveStatistics)ไดแ้ ก่ความถ่ี(Frequency)รอ้ ยละ 150 รา้ น มกี ารใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร คดิ เป็น รอ้ ยละ (Percentage) ค่าเฉลยี่ (Mean) ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน 29.88 ของจำนวนสถานท่จี ำหนา่ ยอาหารท้งั หมด ในส่วนของปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้สถานที่ จำหน่ายอาหารไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านกายภาพ ไดแ้ ก่ 16 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ ปที ่ี 10 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม 2561 - มกราคม 2562

งานวิจัย  ห้องน้ำ โดยพบว่า สถานที่จำหน่าย ภูเก็ตสู่ความเป็นนครแห่งการท่องเที่ยวด้านอาหาร เชิง อาหาร จำนวน 108 ร้าน มีห้องนำ้ ทีไ่ มเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ สร้างสรรค์ (Phuket City of Gastronomy) คิดเป็น รอ้ ยละ 21.51 โดยเฉพาะหอ้ งนำ้ สกปรก บางร้าน ยงั ไมม่ สี ้วมน่ังราบ (22 รา้ น) 3.2 การประเมินการปนเปื้อนของแบคทีเรีย บนมอื ผสู้ มั ผสั อาหารจำนวน956ตวั อยา่ งพบวา่ มอื ผสู้ มั ผสั  ถงั ดบั เพลงิ /มาตรฐานความปลอดภยั อาหาร จำนวน 448 ตัวอยา่ ง ใหผ้ ลลบ (Negative) กบั ชุด ด้านอัคคีภัย โดยพบว่า มีสถานที่จำหน่ายอาหารที่ไม่มี ทดสอบ SI-2 คิดเปน็ รอ้ ยละ 46.86 ชใี้ ห้เห็นว่า ผูส้ มั ผสั ถังดับเพลงิ จำนวน 95 รา้ น คิดเปน็ ร้อยละ 18.92 อาหารในร้านอาหารของจังหวัดภูเก็ตมีความสะอาดที่มือ ตำ่ กวา่ ร้อยละ 50  ถงั ดกั ไขมนั โดยพบวา่ มสี ถานทจ่ี ำหนา่ ย อาหารท่ีไมม่ ีถังดักไขมนั จำนวน 43 รา้ น คดิ เป็น ร้อยละ 3.3 ประเมินการปนเปื้อนของแบคทีเรียบน 8.57 แก้วน้ำ จำนวน 496 ตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างแก้วน้ำ จำนวน 324 ตวั อยา่ ง ให้ผลลบ (Negative) กบั ชดุ ทดสอบ  ที่ตักน้ำแข็งไม่มีด้ามจับ โดยพบว่า SI-2 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 65.32 ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ แกว้ นำ้ ในรา้ นอาหาร มีร้านสถานที่จำหน่ายอาหารที่ที่ตักน้ำแข็งไม่มีด้ามจับ ของจังหวดั ภเู กต็ มีความสะอาดมากกว่าร้อยละ 50 จำนวน 30 ร้าน คิดเป็น ร้อยละ 5.98 3.4 การประเมินการปนเปื้อนของแบคทีเรีย  มสี ัตวเ์ ลี้ยงในบริเวณร้านอาหาร โดย บนช้อนและส้อม จำนวน 498 ตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง พบวา่ มสี ถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหารทม่ี สี ตั วเ์ ลย้ี งจำนวน28รา้ น ชอ้ นและสอ้ ม จำนวน 287 ตัวอยา่ ง ใหผ้ ลลบ (Negative) คิดเป็น รอ้ ยละ 5.58 กบั ชดุ ทดสอบ SI-2 คิดเปน็ ร้อยละ 57.63 ชี้ให้เห็นว่าชอ้ น และส้อมในร้านอาหารของจังหวัดภูเก็ตมีความสะอาด  ไมม่ ปี า้ ยหา้ มสบู บหุ รบ่ี รเิ วณรา้ นอาหาร นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 50 โดยพบว่า มีร้านสถานที่จำหน่ายอาหารที่ไม่มีป้ายห้าม สูบบหุ ร่ี จำนวน 23 รา้ น คิดเปน็ ร้อยละ 4.58 3.5 การประเมินการปนเปื้อนของแบคทีเรีย บนจาน จำนวน 497 ตวั อยา่ ง พบวา่ ตัวอยา่ งจานจำนวน  มีแมลงวัน โดยพบว่า มีสถานที่ 275 ตัวอย่าง ให้ผลลบ (Negative) กับชุดทดสอบ SI-2 จำหน่ายอาหารที่มีแมลงวัน จำนวน 20 ร้าน คิดเป็น คิดเป็น ร้อยละ 55.33 ชี้ให้เห็นว่าจานในร้านอาหารของ รอ้ ยละ 3.98 จงั หวดั ภูเกต็ มีความสะอาดมากกว่า รอ้ ยละ 50 3. สภาพการณด์ า้ นสขุ าภบิ าลอาหารของสถานท่ี 3.6 การประเมินการปนเปื้อนของแบคทีเรีย จำหน่ายอาหาร ดา้ นชีวภาพ ในน้ำดื่ม (ทั้งน้ำดื่มแบบเหยือก แบบกด และแบบน้ำ บรรจขุ วดพลาสติกปดิ สนิท) จำนวน 480 ตวั อย่าง พบวา่ ผลการประเมนิ สภาพการณด์ า้ นสขุ าภบิ าลอาหาร ตัวอย่างน้ำ จำนวน 348 ตัวอย่าง ให้ผลลบ(Negative) ของสถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหารในดา้ นชวี ภาพ จะประกอบดว้ ย กับชุดทดสอบ อ 11 คิดเป็น ร้อยละ 72.5 ชี้ให้เห็นว่า การตรวจอาหาร จำนวน 5 ตวั อย่าง ตรวจภาชนะอุปกรณ์ น้ำดื่มในร้านอาหารของจังหวัดภูเก็ตมีความสะอาดมาก จำนวน 3 ตัวอย่าง และตรวจมือผู้สัมผัสอาหาร จำนวน กว่ารอ้ ยละ 50 2 ตวั อยา่ ง โดยใชช้ ดุ ทดสอบโคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี ในอาหาร (SI 2) เพื่อตรวจสอบเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ในอาหาร 3.7 การประเมนิ การปนเปอ้ื นของแบคทเี รยี ใน ภาชนะอุปกรณ์ และมือผู้สัมผัสอาหารผลการประเมิน น้ำแข็ง จำนวน 488 ตัวอย่าง พบว่า มีตัวอย่างน้ำแข็ง พบวา่ เพยี ง27ตวั อยา่ งใหผ้ ลลบ (Negative)กบั ชดุ ทดสอบ อ11 คิดเป็น ร้อยละ 5.53 ชี้ให้เห็นว่า น้ำแข็งในร้านอาหาร 3.1 ตวั อยา่ งอาหารสว่ นใหญใ่ หผ้ ลบวก(positive) ของจงั หวัดภูเก็ตมคี วามสะอาดในระดับต่ำมาก ประมาณ กบั นำ้ ยา SI 2 โดยตรวจพบตวั อยา่ งอาหาร จำนวน 12 รา้ น รอ้ ยละ 6 ทุกตัวอย่าง (3 ตัวอย่าง) ให้ผลลบกับน้ำยาดังกล่าว คิดเป็น ร้อยละ 2.39 ชี้ให้เห็นว่า ความสะอาดในอาหาร ที่จำหน่ายในภูเก็ตยังอยู่ในระดับต่ำ หากต้องการพัฒนา 17Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวิจยั 4. ผลการประเมนิ สถานท่ีจำหนา่ ยอาหารตามเกณฑ์มาตรฐาน Phuket City of Gastronomy ผลการตรวจคณุ ภาพสถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหารตามเกณฑม์ าตรฐานPhuketCity of Gastronomyพบวา่ มสี ถานท่ี จำหนา่ ยอาหารผา่ นเกณฑม์ าตรฐาน จำนวน 106 รา้ น คดิ เปน็ รอ้ ยละ โดยแบง่ เปน็ ระดบั ยอดเยย่ี มซง่ึ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐาน ดา้ นกายภาพมาตรฐานแบคทเี รยี และมาตรฐานเคมี(หมวด1-8)จำนวน2รา้ นไดแ้ ก่รา้ นชามทองพน้ื ทเ่ี ทศบาลนครภเู กต็ และ ร้าน Blue Sea Café พ้ืนท่ีองคก์ ารบริหารตำบลกมลา และมีร้านทผี่ ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับดมี ากซึ่งผ่านเกณฑ์ มาตรฐานดา้ นกายภาพ หมวด 1 - 7 แต่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานแบคทเี รีย (หมวด 8) กลา่ วคอื มีการตรวจพบแบคทเี รีย มากกวา่ รอ้ ยละ 90 ของตวั อยา่ งทท่ี ดสอบจำนวน 66 รา้ น และระดบั ด ี ซง่ึ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานดา้ นกายภาพหมวดท่ี1 - 6 จำนวน 38 ร้าน สามารถสรปุ ได้ตาม ตารางที่ 1 ตารางที่ 1 สรุปผลการประเมนิ มาตรฐานร้านอาหารในจงั หวัดภูเกต็ พืน้ ที ่ จำนวนรา้ น ยอดเยีย่ ม ดมี าก ด ี ไม่ผ่าน นครภเู กต็ 91 1 22 3 65 กะทู้ 31 ป่าตอง 37 0 3 3 60 วชิ ติ 13 กะรน 72 0 9 3 30 เชิงทะเล 17 เทพกษตั รี 21 0 6 2 9 ถลาง 9 ฉลอง 35 0 4 1 17 ป่าคลอก 11 ราไวย ์ 19 0 1 1 12 รัษฎา 35 ศรีสุนทร 13 0 4 0 19 เกาะแกว้ 5 ไม้ขาว 33 0 3 21 7 กมลา 31 สาคู 24 0 5 2 25 13 0 1 1 396 12 0 0 0 36 0 0 1 21 0 2 0 6 0 1 0 7 0 0 0 35 1 3 0 27 0 2 0 รวม 502 2 66 38 18 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและนำ้ ปีท่ี 10 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม 2561 - มกราคม 2562

สรปุ และอภิปรายผลการศกึ ษา งานวิจยั จากการศึกษาภาพการณ์ด้านสุขาภิบาลอาหาร อาหารได้ รวมถงึ ในประเด็นของการไมส่ วมหมวกหรอื เน็ต ของสถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหารเพอ่ื ยกระดบั สกู่ ารเปน็ นครภเู กต็ คลมุ ผมสวมใสแ่ หวนเครอ่ื งประดบั ทำสเี ลบ็ เลบ็ ยาวเปน็ ตน้ แหง่ การทอ่ งเทย่ี วดา้ นอาหารเชงิ สรา้ งสรรค์ (PhuketCityof สอดคลอ้ งกบั การศกึ ษาของ เพ็ญนภา พรอ้ มพิมพ์ (2555) Gastronomy) ของสถานทีจ่ ำหน่ายอาหาร ท่ีมีขนาดมาก ทไ่ี ดศ้ กึ ษาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความรู้การปฏบิ ตั ติ ามหลกั กวา่ 200 ตารางเมตร ในพน้ื ทจ่ี งั หวดั ภเู กต็ จำนวน 502 รา้ น สุขาภบิ าลอาหารของร้านจำหน่ายอาหารกบั การปนเป้ือน ผลการศกึ ษาพบวา่ มสี ถานทจี่ ำหนา่ ยอาหารท่ีผ่านเกณฑ์ เชอ้ื แบคทเี รยี ของอาหารทภ่ี าชนะและมอื ผปู้ ระกอบอาหาร มาตรฐาน Phuket City of Gastronomy จำนวน 106 ร้าน ใน อ.กระสงั จ.บรุ รี มั ย์ โดยพบวา่ รา้ นอาหารไมผ่ า่ นเกณฑ์ คดิ เป็น รอ้ ยละ 21.16 โดยแบง่ เปน็ ระดบั ยอดเยี่ยมซึ่งผา่ น มาตรฐานในการประเมินในข้อ 12 ที่จะต้องแต่งกายให้ เกณฑ์มาตรฐานด้านกายภาพ มาตรฐานแบคทีเรีย และ สะอาดและเหมาะสม ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ มาตรฐานเคมี(หมวด1-8)จำนวน 2 ร า้ น ค ดิ เปน็ ร อ้ ยละ1.89 ความสำคัญในประเด็นการอบรมหลักสูตรสุขาภิบาล และมรี า้ นทผ่ี า่ นเกณฑม์ าตรฐานระดบั ดมี าก ซง่ึ ผา่ นเกณฑ์ อาหารแก่ผู้ประกอบการ และผู้สัมผัสอาหาร ซึ่งจะทำให้ มาตรฐานดา้ นกายภาพ(หมวด1-7)แตไ่ มผ่ า่ นเกณฑม์ าตรฐาน ผเู้ กย่ี วขอ้ งกบั สถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหารมี ความรู้ความเขา้ ใจ แบคทเี รยี (หมวด 8) จำนวน 66 รา้ น คดิ เปน็ รอ้ ยละ 62.26 หลกั การสุขาภิบาลมากขนึ้ และระดับดี ซ่ึงผา่ นเกณฑ์มาตรฐานดา้ นกายภาพ (หมวด ท่ี1-6)จำนวน38รา้ นคดิ เปน็ รอ้ ยละ35.85จากผลการศกึ ษา ด้านชีวภาพ จากผลการประเมินสภาพการณ์ด้าน พบว่า ในการพัฒนานครภูเก็ตสู่การเป็นนครแห่งการ สุขาภิบาลอาหารของสถานที่จำหน่ายอาหาร พบว่า ท่องเที่ยวด้านอาหารเชิงสร้างสรรค์ (Phuket City of ตวั อยา่ งอาหารสว่ นใหญใ่ หผ้ ลบวก(positive)กบั นำ้ ยาSI2 Gastronomy)ในดา้ นต่างๆ ต้องมกี ารพฒั นา ดงั นี้ ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ ความสะอาดในอาหารทจ่ี ำหนา่ ยในภเู กต็ ยงั อยู่ ในระดบั ตำ่ โดยสว่ นใหญต่ วั อยา่ งอาหารทพ่ี บการปนเปอ้ื น ดา้ นกายภาพ พบวา่ ปจั จยั ดา้ นผสู้ มั ผสั อาหารทำให้ ของแบคทเี รยี เปน็ อาหารประเภทผกั ท่ีใหผ้ ปู้ ระเมนิ สมุ่ ตรวจ สถานที่จำหน่ายอาหารไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมากที่สุด เชน่ แตงกวา ผักกาดหอม เพราะราคาไม่สูงมาก ผกั กินสด ถึงรอ้ ยละ 37.25 เชน่ ผสู้ มั ผสั อาหารไมเ่ คยผา่ นการอบรม เหลา่ น้มี ีโอกาสปนเปอ้ื นโคลิฟอร์มสงู มาก จงึ ทำใหผ้ ลการ หลักสูตรสุขาภิบาลอาหาร และการไม่สวมหมวกหรือเน็ต ประเมินโดยใช้ชุดทดสอบชนิด SI 2 เกิดผลบวกมากไป คลุมผม สวมใส่แหวน เครื่องประดับ ทำสีเล็บ เล็บยาว ซง่ึ มีความสอดคล้องกับ จริ พรรณ พรหมลิขติ ชัย (2559) ท่ี เป็นต้นซึ่งทีความสอดคล้องกับ ญาณิศา ศรีใส (2559) ศกึ ษาการประเมนิ สถานการณส์ ขุ าภบิ าลอาหารในสถาน- ที่มีการศึกษาสถานการณ์สุขาภิบาลอาหาร บริเวณรอบๆ ประกอบกจิ การดา้ นอาหารทพ่ี บอาหารทม่ี กี ารปนเปอ้ื นเชอ้ื มหาวทิ ยาลยั นเรศวร พบวา่ โดยสว่ นใหญก่ ารแตง่ กายของ โคลิฟอร์มแบคทีเรียมากที่สุดได้แก่อาหารที่ไม่ผ่านความ ผู้ประกอบการยังไม่ถูกต้องเหมาะสมตามเกณฑ์มาตร- รอ้ น เชน่ ผักสด ผลไมต้ ดั แตง่ นำ้ แขง็ เป็นตน้ ในสว่ นของ ฐานฯ รวมถึงการศึกษาของ อรศรี ผลถาวร (2554) ที่ได้ การประเมินการปนเปื้อนของแบคทีเรียบนมือผู้สัมผัส ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสภาวะสุขาภิบาลอาหาร อาหาร พบว่า ให้ผลลบ (Negative) กับชุดทดสอบ SI-2 ในเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พบว่า ร้านจำหนา่ ยอาหาร คิดเป็น ร้อยละ 46.86 ชี้ให้เห็นว่ามือผู้สัมผัสอาหารมี ที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน สว่ นมากไม่ได้รับการอบรมและ ความสะอาดทม่ี อื ทต่ี ำ่ กวา่ รอ้ ยละ 50ประเมนิ การปนเปอ้ื น ฝึกปฏิบตั ิ พบเปน็ 9.5 เท่า ของร้านท่ีผ่านการอบรม และ ของแบคทเี รยี บนแก้วน้ำ พบวา่ ให้ผลลบ (Negative) กับ ฝึกปฏิบัติด้านการสุขาภิบาลอาหาร ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ชดุ ทดสอบ SI-2 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 65.32 ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ แกว้ นำ้ มี สถานที่จำหน่ายอาหารที่ผู้สัมผัสอาหารผ่านการอบรม ความสะอาดมากกวา่ รอ้ ยละ 50 การประเมนิ การปนเปอ้ื น ดา้ นสขุ าภบิ าลอาหาร จะสามารถจดั การสขุ าภบิ าลอาหาร ของแบคทเี รยี บนชอ้ นและสอ้ มพบวา่ ใหผ้ ลลบ(Negative) ให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามเกณฑ์มาตรฐานสุขาภิบาล กับชุดทดสอบ SI-2 คิดเป็น ร้อยละ 57.63 ชีใ้ หเ้ หน็ ว่าช้อน และส้อมมีความสะอาดน้อยกว่าร้อยละ 50การประเมิน 19Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวิจัย การปนเปื้อนของแบคทีเรียบนจาน ให้ผลลบ (Negative) การท่องเที่ยวด้านอาหารเชิงสร้างสรรค์ (Phuket City of กบั ชดุ ทดสอบSI-2คดิ เปน็ รอ้ ยละ55.33ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ มคี วาม Gastronomy) ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้จะนำ สะอาดมากกวา่ รอ้ ยละ50ซง่ึ มคี วามสอดคลอ้ งกบั ญาณศิ า ไปใชใ้ นการพฒั นามาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารสำหรบั รองรบั ศรใี ส (2559) และ อรศรี ผลถาวร (2554) ทต่ี รวจพบการ กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร ปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียที่มือผู้สัมผัสอาหารมาก พ.ศ.2561ซง่ึ ผวู้ จิ ยั ไดน้ ำขอ้ กำหนดของกฎกระทรวงมาเปน็ ทส่ี ดุ ในสว่ นของการประเมนิ การปนเปอ้ื นของแบคทเี รยี ใน เกณฑใ์ นการศึกษาดว้ ย ดังน้นั เจา้ หน้าที่ที่ปฏิบัติงานดา้ น นำ้ ดม่ื (ทง้ั นำ้ ดม่ื แบบเหยอื กแบบกดและแบบนำ้ บรรจขุ วด สขุ าภบิ าลอาหารตอ้ งใหค้ วามสำคญั มนี โยบายและมาตรการ พลาสตกิ ปดิ สนทิ )พบวา่ ใหผ้ ลลบ(Negative)กบั ชดุ ทดสอบ ในการควบคุมกำกับสถานที่จำหน่ายอาหารให้ปฏิบัติไป อ11คดิ เปน็ รอ้ ยละ72.5ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ นำ้ ดม่ื ในรา้ นอาหารของ ตามข้อกำหนดของกฎหมายทกี่ ำลังจะบงั คับใช้ในอนาคต จังหวัดภูเก็ตมีความสะอาดมากกว่า ร้อยละ 50 และ การประเมนิ การปนเปอ้ื นของแบคทเี รยี ในนำ้ แขง็ ใหผ้ ลลบ ข้อเสนอแนะ (Negative) กบั ชุดทดสอบ อ 11 คิดเป็น รอ้ ยละ 5.53 ช้ีให้ เหน็ วา่ นำ้ แขง็ ในรา้ นอาหารของจงั หวดั ภเู กต็ มคี วามสะอาด หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งโดยเฉพาะราชการสว่ นทอ้ งถน่ิ ในระดบั ตำ่ มากประมาณรอ้ ยละ6ซง่ึ มคี วามสอดคลอ้ งกบั ควรใหค้ วามสำคญั กบั การอบรมหลกั สตู รสขุ าภบิ าลอาหาร จิรพรรณ พรหมลิขิตชัย (2559) ในประเด็นของน้ำแข็ง แกผ่ ปู้ ระกอบการและผสู้ มั ผสั อาหารซง่ึ จะทำใหผ้ เู้ กย่ี วขอ้ ง ก็ยังพบการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียมากที่สุด กบั สถานทจ่ี ำหนา่ ยอาหารมีความรู้ ความเข้าใจหลักสขุ า- ดงั นน้ั จากผลการประเมนิ ดา้ นชวี ภาพ ตอ้ งใหค้ วามสำคญั ภบิ าลมากขนึ้ รวมถึงตอ้ งให้ความสำคัญมาตรการในการ มาตรการในการดูแลการปนเปื้อนแบคทีเรียในอาหาร ดแู ลและเฝา้ ระวงั การปนเปอ้ื นแบคทเี รยี ในอาหารโดยเฉพาะ โดยเฉพาะประเด็นของนำ้ แขง็ ประเด็นของน้ำแข็ง และนอกจากนี้ควรมีการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ความปลอดภัยด้านอาหารและน้ำให้แก่ จากการศกึ ษาในครง้ั นท้ี ำใหท้ ราบสถานการณด์ า้ น ผู้บริโภคทราบ เพื่อให้สามารถเลือกซื้อ เลือกสถานที่ สุขาภิบาลอาหาร เพื่อพัฒนาภูเก็ตสู่การเป็นนครแห่ง รบั ประทานอาหารทีถ่ กู สขุ ลักษณะได้มาตรฐาน ... เอกสารอ้างอิง สำนกั สุขาภิบาลอาหารและนำ้ . คู่มอื วิชาการสุขาภบิ าลอาหารสำหรบั เจ้าหนา้ ที.่ โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั . กรงุ เทพฯ. 2556. สำนกั สขุ าภบิ าลอาหารและนำ้ . คมู่ อื แนวทางการดำเนนิ งานเฝา้ ระวงั สขุ าภบิ าลอาหารสำหรบั เจา้ หนา้ ท.่ี โรงพมิ พช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด. กรงุ เทพฯ. 2556. กฎกระทรวงสขุ ลกั ษณะสถานทจี่ ำหนา่ ยอาหาร พ.ศ. 2561. (2561, 31 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนท่ี 42 ก. หนา้ 19 - 25. กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย. กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง คำแนะนำ และแนวปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535. พิมพ์ครั้งที่ 1 กรงุ เทพฯ. โรงพิมพอ์ งค์การสงเคราะหท์ หารผ่านศกึ . 2548. กระทรวงสาธารณสขุ กรมอนามยั กองสขุ าภบิ าลอาหาร.มาตรฐานและกลวธิ ใี นการดำเนนิ งานสขุ าภบิ าลอาหารของสถานทป่ี รงุ ประกอบและจำหนา่ ยอาหาร. พมิ พค์ รงั้ ที่ 1 กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผา่ นศึก. 2545. สมุ ณฑา วัฒนสนิ ธ์.ุ จุลชวี วทิ ยาทางอาหาร. พิมพ์คร้งั ท่ี 1 กรงุ เทพฯ : โรงพิมพม์ หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. 2543. วนิดา วรเกริกกุลชัย และคณะ. เกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์กิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศึก. 2549. ญาณิศา ศรีใส. สถานการณ์การสุขาภิบาลอาหาร บรเิ วณรอบๆ มหาวทิ ยาลัยนเรศวร. วารสารควบคมุ โรค. 2559 ; 42(4) : 327 - 336. จิรพรรณ พรหมลิขิตชัย และคณะ. การประเมินสถานการณ์สุขาภิบาลอาหารในสถานประกอบการด้านอาหาร. วารสารสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ. 2559 ; 7(1) ; 12 - 19. อรศรี ผลถาวร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสภาวะสุขาภิบาลอาหารในเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร;์ 2554. เพ็ญนภา พร้อมพมิ พ.์ ความสมั พันธ์ระหว่างความรู้ การปฏิบตั ติ ามหลกั สขุ าภิบาลอาหารของร้านจำหนา่ ยอาหารกับการปนเป้อื นเชอื้ แบคทีเรยี ของอาหาร ทภ่ี าชนะ และมอื ผปู้ ระกอบอาหาร ใน อ.กระสงั จ.บรุ รี มั ย์ (วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาสาธารณสขุ ศาสตรม์ หาบณั ฑติ ). สรุ นิ ทร์ : มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั สรุ นิ ทร์ ; 2555. 20 วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ ปที ี่ 10 ฉบับท่ี 1 เดือนตุลาคม 2561 - มกราคม 2562

งานวจิ ัย งานวจิ ัย การศึกษาสถานการณก์ ารสขุ าภบิ าลอาหาร ของสถานประกอบการดา้ นอาหาร ในท่าอากาศยานนานาชาตหิ าดใหญ่ จังหวัดสงขลา วิชตุ า บษุ บงค์* อิสรยิ า อกั ษรช่ืน** ชารีฟ นาแว*** สะหลัน สามะ**** สันติ รกั ทรพั ย์***** บทคัดยอ่ การศกึ ษานเ้ี ปน็ การศกึ ษาภาคตดั ขวางเชงิ พรรณนา โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ศกึ ษาสถานการณก์ ารสขุ าภบิ าล อาหารของสถานประกอบการด้านอาหารในท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในด้านกายภาพ เก็บขอ้ มูลโดยใชแ้ บบตรวจร้านอาหารตามขอ้ กำหนดสุขาภบิ าลอาหาร 15 ข้อ ของกรมอนามัย และดา้ นชวี ภาพ เก็บข้อมูลโดยใช้ชุดทดสอบการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียขั้นต้น (SI-2) ตัวอย่างอาหาร ภาชนะอุปกรณ์ และมือผู้สัมผัสอาหารจากสถานประกอบการด้านอาหารที่เปิดให้บริการระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ถึง 31 มีนาคม 2560 จำนวนทั้งหมด 13 ร้าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาแสดงความถี่และร้อยละ ผลการศกึ ษาพบวา่ ด้านกายภาพผา่ นเกณฑม์ าตรฐาน จำนวน 3 ร้าน (ร้อยละ 23.08) สว่ นใหญ่จำหนา่ ยอาหาร ประเภทอาหารที่ผ่านความร้อนน้อย/เครื่องดื่มและน้ำแข็ง เมื่อพิจารณาข้อกำหนดสุขาภิบาลอาหารตามรายข้อ 15 ขอ้ พบวา่ ขอ้ กำหนดสขุ าภบิ าลอาหารไมผ่ า่ นเกณฑส์ งู สดุ 3 อนั ดบั แรก คอื ขอ้ 1 สถานทไ่ี มส่ ะอาดเปน็ ระเบยี บ และจดั ไมเ่ ปน็ สดั สว่ น (รอ้ ยละ 61.54) ขอ้ 12 การแตง่ กายของผสู้ มั ผสั อาหารยงั ไมถ่ กู ตอ้ งเหมาะสม (รอ้ ยละ 38.46) และ ข้อ 9 การเก็บภาชนะอุปกรณไ์ มถ่ ูกตอ้ งตามหลกั สขุ าภบิ าลอาหาร (รอ้ ยละ 30.77) ตามลำดบั ดา้ นชีวภาพ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 6 ร้าน (ร้อยละ 46.15) จากการตรวจการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย พบ การปนเปื้อนสงู ท่สี ดุ จากภาชนะอปุ กรณ์ (ร้อยละ 16.11) รองลงมาคอื ตวั อย่างอาหารและน้ำแขง็ (รอ้ ยละ 13.11) และมือผู้สัมผัสอาหาร (ร้อยละ 11.54) ตามลำดับ ภาชนะอุปกรณ์ที่พบการปนเปื้อนสูงที่สุดคือ ช้อนส้อม (ร้อยละ 9.68) ประเภทตัวอย่างอาหารที่พบการปนเปื้อนสูงที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ (ร้อยละ 9.83) ดังนั้น การเฝา้ ระวงั สถานการณด์ า้ นสขุ าภบิ าลอาหารอยา่ งเปน็ ระบบและตอ่ เนอ่ื งมคี วามสำคญั ยง่ิ เพอ่ื ยกระดบั มาตรฐาน และสรา้ งความม่นั ใจแก่ผู้บริโภคตามมาตรฐานอาหารสะอาด รสชาตอิ ร่อย (Clean Food Good Taste) * นักวชิ าการสาธารณสุขปฏิบตั กิ าร ด่านควบคุมโรคตดิ ต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 21 ** นกั วิชาการสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจงั หวดั สงขลา *** เจ้าหน้าท่ีความปลอดภยั ในการทำงาน 4 ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ บริษทั ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) **** นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชำนาญการพิเศษ ศนู ย์อนามัยท่ี 12 ยะลา ***** นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชำนาญการ ด่านควบคุมโรคตดิ ต่อระหวา่ งประเทศ ทา่ อากาศยานหาดใหญ่ Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวิจัย ไดแ้ ก่สถานประกอบการดา้ นอาหารทม่ี กี ารเตรยี มปรงุ เกบ็ จำหน่าย เสริ ์ฟ และสถานทีร่ ับประทานอาหาร เปิดบรกิ าร บทนำ ระหวา่ งวนั ท ่ี1 กมุ ภาพนั ธ ์2559 ถ งึ 31 มนี าคม 2560 ท ง้ั ภายใน และภายนอกอาคารผโู้ ดยสาร จำนวนทั้งหมด 13 ร้าน การปฏริ ปู ประเทศไปสปู่ ระเทศไทย 4.0 มกี ารพฒั นา หลายด้าน การขยายตัวของเมืองและด้วยเวลาที่เร่งรีบ เครือ่ งมือ/อปุ กรณ์ ทำใหว้ ถิ ชี วี ติ การบรโิ ภคอาหารของประชาชนเปลย่ี นแปลง ท่ีใชใ้ นการศกึ ษาและการวดั มดี งั น้ี ไปจากการประกอบอาหารเองที่บ้านเป็นบริโภคอาหาร นอกบ้าน ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด 1. แบบตรวจร้านอาหารตามข้อกำหนดสุขาภิบาล ปลอดภัย จากการรายงานการเฝ้าระวังโรคสำนักระบาด อาหาร จำนวน 15 ขอ้ ของสำนักสุขาภิบาลอาหารและนำ้ วิทยา พบว่า อัตราป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ ใชใ้ นการประเมนิ มาตร- และโรคอาหารเป็นพิษ ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556 - ฐานด้านกายภาพ แบ่งระดบั การวัดเปน็ 2 ระดบั คือ ผ่าน 2560) ยงั คงมอี ัตราปว่ ย(1) ในปี 2558 องคก์ ารอนามยั โลก เกณฑ์ (ปฏิบัติถูกต้อง) ร้อยละ 100 และไม่ผ่านเกณฑ์ ประกาศเปน็ ปแี หง่ ความปลอดภยั ดา้ นอาหารโดยกระทรวง (ปฏบิ ัติถกู ต้องแตไ่ มค่ รบ) ร้อยละ 100 จากข้อทีก่ ำหนด(5) สาธารณสขุ มกี ารขบั เคลอ่ื นนโยบายพฒั นาอาหารปลอดภยั ในสถานประกอบการดา้ นอาหาร ในโครงการพฒั นาสถาน- 2. ชุดทดสอบการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ประกอบการด้านอาหารในท่าอากาศยาน(2) การเข้าสู่ ขั้นต้น (SI-2) ใช้ในการประเมินมาตรฐานด้านชีวภาพ ประชาคมอาเซยี นทาํ ใหท า อากาศยานหลายแหง มเี ทย่ี วบนิ จากตัวอย่างอาหารและน้ำแข็ง ภาชนะอุปกรณ์ และมือ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ผู้สัมผัสอาหาร ซึ่งการวิเคราะห์ผล แบ่งระดับการวัดเป็น จังหวัดสงขลาด้วย จากรายงานสถิติผู้เดินทางเข้า - ออก 2 ระดับ คือ ผ่านเกณฑ์ต้องตรวจไม่พบเชื้อโคลิฟอร์ม พบว่า แนวโน้มผู้เดินทางเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.08 และ แบคทีเรีย ตัง้ แต่ร้อยละ 90.00 ขน้ึ ไปของตัวอยา่ งทที่ ำการ ผู้เดินทางออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.11 ในปี 2560(3) ทำให้ ตรวจ ถา้ สารละลายเปลย่ี นจากสมี ว่ งเปน็ สเี หลอื ง แสดงวา่ ผู้ประกอบกิจการอาหารตื่นตัวแข่งแย่งฐานผู้บริโภคเพิ่ม มีเชื้อ รายงานผลเป็นบวก แต่ถ้าไม่เปลี่ยนสีหรือจางลง มากขน้ึ โดยทผ่ี า่ นมาสถานประกอบการดา้ นอาหารเปดิ ให้ เลก็ น้อย แสดงว่าไม่มีเชือ้ รายงานผลเป็นลบ(5) บรกิ ารผเู้ ดนิ ทางจำนวน9รา้ นในปี2559ไดเ้ ปดิ เพม่ิ ขน้ึ เปน็ ตวั อยา่ งทใ่ี ช้ในการตรวจวเิ คราะห์ด้านชวี ภาพ มดี งั นี้ 13 รา้ น ในปี 2560 อาคารผูโ้ ดยสาร ชัน้ 1 จำนวน 7 รา้ น ชั้น 2 จำนวน 4 ร้าน และภายนอกอาคาร จำนวน 2 ร้าน 1. อาหารและนำ้ แขง็ ไดแ้ ก่กาแฟ2ตวั อยา่ ง,เบเกอร่ี สถานประกอบการดา้ นอาหารอาจเปน็ แหลง่ รวมขยะแหลง่ 24 ตวั อยา่ ง, อาหารว่าง 12 ตัวอยา่ ง, ข้าวสวย 1 ตัวอย่าง, อาหาร/ทพ่ี กั อาศยั ของสตั วแ์ ละแมลงนำโรคหากผปู้ ระกอบ อาหารคาว 5 ตัวอย่าง, ขนมหวาน 2 ตัวอย่าง, ไอศรีม กจิ การ/ผสู้ มั ผสั อาหารไมป่ ฏบิ ตั ติ ามหลกั สขุ าภบิ าลอาหาร 3 ตวั อย่าง และนำ้ แข็ง 12 ตวั อยา่ ง รวมทั้งหมด 61 ตวั อยา่ ง การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การ สุขาภิบาลอาหารของสถานประกอบการด้านอาหารใน 2. ภาชนะอุปกรณ์ ได้แก่ แก้ว 11 ตัวอย่าง, จาน ทา่ อากาศยานนานาชาตหิ าดใหญ่ทำใหท้ ราบขอ้ มลู พน้ื ฐาน 6 ตัวอยา่ ง, ชอ้ นสอ้ ม 5 ตัวอย่าง, ช้อนกาแฟ 3 ตัวอย่าง, เพอ่ื ใหก้ ำหนดแนวทางการดำเนนิ งานเพอ่ื ยกระดบั มาตรฐาน ตะเกียบ 1 ตัวอย่าง, กรวยสแตนเลส 2 ตัวอยา่ ง, ทคี่ บี ขนม และสรา้ งความมน่ั ใจแกผ่ บู้ รโิ ภคในมาตรฐานอาหารสะอาด 1 ตัวอย่าง, ถาดรองขนม 1 ตัวอย่าง และกล่องกระดาษ รสชาติอรอ่ ย (Clean Food Good Taste) สอดคลอ้ งกบั บรรจอุ าหาร 1 ตวั อยา่ ง รวมทง้ั หมด 31 ตวั อยา่ ง ข้อกำหนดตามกฎการบินพลเรือนระหว่างประเทศและ พระราชบัญญตั กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ. 2535(4,5) 3. มือผู้สัมผัสอาหาร ร้านละ 2 คน จาก 13 ร้าน รวมทงั้ หมด 26 ตวั อยา่ ง วธิ กี ารศึกษา สถติ แิ ละการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ใชส้ ถติ เิ ชงิ พรรณนา การศกึ ษาครง้ั นเ้ี ปน็ การศกึ ษาภาคตดั ขวางเชงิ พรรณนา เพอ่ื อธบิ ายการสขุ าภบิ าลอาหารดา้ นกายภาพ และชวี ภาพ (cross-sectional descriptive study)กลมุ่ ตวั อยา่ งทศ่ี กึ ษา ของสถานประกอบการด้านอาหาร นำเสนอในรูปตาราง แจกแจงความถีแ่ ละร้อยละ 22 วารสารสขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ ปีท่ี 10 ฉบับที่ 1 เดอื นตุลาคม 2561 - มกราคม 2562

งานวิจัย ผลการศกึ ษา 1. สถานการณก์ ารสขุ าภบิ าลอาหารด้านกายภาพ จากการประเมนิ การสขุ าภบิ าลทางดา้ นกายภาพพบวา่ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานดา้ นกายภาพจำนวน3รา้ นคอื รา้ น Caffe’ RITAZZA ช้ัน 1 ลูกช้ินปลาแมนเอ และ Coffee Au Lait คิดเปน็ รอ้ ยละ 2.08 ดังตารางที่ 1 ตารางท่ี 1 แสดงผลการประเมินการสุขาภบิ าลอาหารทางดา้ นกายภาพ พ้นื ท่ี จำแนกประจเำภนทวตนาร้ามนว ธิ ีกายรปอดรงุเยอ่ยีามห าร (nด=มี 1า3ก) ด ี ไมผ่ ่าน เม่อื พจิ ารณาขอ้ กำหนดสุขาภบิ าลอาหารตามรายข้อ 15 ข้อ พบวา่ ข้อท่ไี มผ่ า่ นเกณฑส์ ูงสดุ 3 อันดับแรก คือ ข้อ 1 สถานที่ต้องสะอาดเป็นระเบียบและจัดเป็นสัดส่วน (ร้อยละ 61.54) ข้อ 12 การแต่งกายของผู้สัมผัสอาหาร (รอ้ ยละ 38.46) และขอ้ 9 ภาชนะอปุ กรณ์สมั ผัสอาหาร (ร้อยละ 30.77) ตามลำดบั ดังตารางที่ 2 ตารางท่ี 2 แสดงผลการประเมนิ สถานการณ์การสุขาภิบาลอาหารด้านกายภาพ จำแนกตามรายข้อ 15 ข้อ (n = 13) 23Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวจิ ยั 24 วารสารสุขาภบิ าลอาหารและนำ้ ปที ี่ 10 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม 2561 - มกราคม 2562

งานวจิ ยั 2. สถานการณ์การสุขาภบิ าลอาหารดา้ นชวี ภาพ จากการสขุ าภิบาลอาหารดา้ นชวี ภาพ พบว่า สถานประกอบการผา่ นเกณฑม์ าตรฐาน 6 ร้าน (ร้อยละ 46.15) คอื รา้ น Caffe’ RITAZZA ช้ัน 1, Dairy Queen ชัน้ 1, AIRPORT KOPI TIAM, ลกู ชิ้นปลาแมนเอ Dairy Queen ช้นั 2 และ Coffee Au Lait ดังตารางที่ 3 ตารางท่ี 3 แสดงผลการประเมนิ การสุขาภบิ าลอาหารด้านชวี ภาพ จำแนกประเภทตามวิธีการปรงุ อาหาร (n = 13) 3. การสุขาภิบาลอาหารด้านชีวภาพ โดยตรวจตัวอย่างอาหารและน้ำแข็ง ภาชนะอุปกรณ์ และมือ ผสู้ มั ผัสอาหาร จากการประเมนิ การสขุ าภบิ าลอาหารดา้ นชวี ภาพ พบวา่ ภาชนะอปุ กรณม์ กี ารปนเปอ้ื นเชอ้ื โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี สูงท่ีสุด (ร้อยละ 16.13) รองลงมาคือ ตวั อยา่ งอาหารและนำ้ แขง็ (ร้อยละ 13.11) และมือผู้สัมผัสอาหาร (รอ้ ยละ 11.54) ตามลำดบั ดังตารางที่ 4 ตารางที่ 4 แสดงผลตรวจการปนเป้อื นเช้อื โคลฟิ อรม์ แบคทีเรยี ในตวั อย่างอาหารและนำ้ แขง็ (n = 61 ) ภาชนะอปุ กรณ์ (n = 31) และมือผสู้ มั ผัสอาหาร (n = 26) 25Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวิจัย เมื่อวิเคราะห์ตามประเภทของตัวอย่างอาหาร 8 ประเภท พบว่า เบเกอรี่ เค้ก ขนมปัง ตรวจพบการปนเปื้ อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียสูงที่สุด (ร้อยละ 9.83) โดยพบที่ร้าน Caffe’ RITTAZZA ร้อยละ 50 ของตัวอย่างเบเกอรี่ เค้ก ขนมปงั ทั้งหมดทตี่ รวจพบเชื้อ รองลงมาคือ อาหารคาวและอาหารว่างเท่ากนั คดิ เป็น ร้อยละ 1.64 ในขณะทภ่ี าชนะ อุปกรณ์ พบว่า ช้อนส้อม ตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียสูงที่สุด (ร้อยละ 9.68) รองลงมา คือ จานและแก้วเท่ากัน คิดเป็นร้อยละ 3.22 ดังแผนภาพที่ 1 สำหรับมือผู้สัมผัสอาหาร ตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อ โคลิฟอร์มแบคทีเรียในมือผู้สัมผัสอาหารร้าน BLACK CANYON COFFEE ทั้ง 2 คน (ร้อยละ 7.69) และ DOI CHAANG Caffe’ 1 คน (ร้อยละ 3.85) แผนภาพที่ 1 แสดงร้อยละของการปนเป้อื นเช้ือโคลิฟอรม์ แบคทีเรีย จำแนกตามประเภทของตัวอยา่ งอาหาร และภาชนะอุปกรณ์ อภปิ รายผล และคณะ(7) พบวา่ ผู้สัมผัสอาหารยังขาดความรู้ ทศั นคติ การจดั เกบ็ ภาชนะอปุ กรณใ์ หถ้ กู สขุ ลกั ษณะ จงึ ตอ้ งพฒั นา จากการศึกษาการสุขาภิบาลอาหารด้านกายภาพ กลยทุ ธใ์ หมเ่ พอ่ื ปรบั ความรแู้ ละทศั นคตขิ องผสู้ มั ผสั อาหาร พบวา่ มเี พยี ง3รา้ นทผ่ี า่ นเกณฑ์อาจเนอ่ื งมาจากผปู้ ระกอบ สู่การปฏิบัติที่ถูกต้อง อันดับ 2 คือ ข้อ 12 การแต่งกาย กิจการหรือผู้สัมผัสอาหาร 3 ร้านนี้ เคยผ่านการอบรมมา ซึ่งพบว่า ผู้ปรุงประกอบอาหาร/ผู้เสิร์ฟ ไม่ผูกผ้ากันเปื้อน สอดคล้องกับผลการศึกษาของสุธาทิพย์ สมสนุก และ ไมส่ วมหมวกหรือเนท็ คลุมผม เนอ่ื งจากชดุ ฟอรม์ พนักงาน คณะ(6) พบว่า โปรแกรมสุขศึกษาที่ผู้สัมผัสอาหารกลุ่ม ไมม่ ผี า้ กนั เปอ้ื นหรอื หมวก สอดคลอ้ งกบั ผลการศกึ ษาของ ทดลองได้รับ คือ บรรยายให้ความรู้ การสาธิตฝึกปฏิบัติ นฤมล วรี ะพนั ธ์ และปราณี ทองคำ(8) พบวา่ ผสู้ มั ผสั อาหาร แลกเปล่ียนประสบการณ์ร่วมกัน และการได้รับคำแนะนำ ไมส่ ะดวกและรำคาญ จงึ ละเลยขอ้ ปฏบิ ตั ดิ งั กลา่ ว อนั ดบั 3 อยา่ งต่อเนอ่ื งตลอดระยะทม่ี กี จิ กรรมสง่ ผลใหก้ ลมุ่ ทดลอง คอื ขอ้ 9ภาชนะอปุ กรณ์โดยพบวา่ ชอ้ นสอ้ มตะเกยี บวางตง้ั เกดิ การเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมสขุ าภบิ าลอาหารในทศิ ทาง เอาด้ามลงหรือวางนอนในภาชนะทึบ สอดคล้องกับ ทีด่ ีขน้ึ ตามเกณฑ์ ผลการศึกษาของ สมเจตน์ ทองตำ และคณะ(9) ที่พบว่า การวางช้อนส้อมโดยเอาด้ามลงหรือวางนอนนั้น โอกาส เมื่อพิจารณาข้อกำหนดสุขาภิบาลอาหารตามราย ที่มือสัมผัสกับตัวช้อนส้อมมีมากขึ้น หากผู้สัมผัสอาหาร/ ขอ้ 15 ขอ้ พบวา่ ไมผ่ า่ นเกณฑส์ งู สดุ 3 อนั ดบั แรก อนั ดบั 1 ผู้บริโภคไม่ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร จะทำให้ คือ ข้อ 1 เรื่องสถานที่รับประทานอาหาร เตรียมปรุง ซึ่ง เชื้อแบคทีเรียที่สะสมบนปลายนิ้วมือ ซอกเล็บติดไปกับ พบวา่ วางวตั ถดุ บิ วสั ดอุ ปุ กรณท์ ใ่ี ชใ้ นการปรงุ ประกอบและ ตวั ช้อนส้อม ตะเกียบเมือ่ หยบิ จบั และอาจถา่ ยทอดเชือ้ ไป จำหน่ายอาหาร จากการตรวจประเมินยังพบปัญหาคือ ยงั อาหารต่อไปได้ บางรา้ นยงั วางตำ่ กวา่ 60เซนตเิ มตรอาจเนอ่ื งมาจากคา่ เชา่ ท่ี ราคาแพง ทำให้จัดวางไม่เป็นระเบียบและไม่เป็นสัดส่วน และสอดคล้องกับผลการศึกษาของ ธนชีพ พีระธรณิศร์ 26 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 1 เดอื นตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

งานวจิ ยั จากการศึกษาการสุขาภิบาลอาหารด้านชีวภาพ เฉพาะเชื้อ Staphylococcus aureus และ E. coli สูง พบวา่ ผ่านเกณฑม์ าตรฐาน 6 ร้าน โดยมีการปนเปอ้ื นเช้ือ ซ่งึ มาจากสขุ วิทยาสว่ นบุคคลท่ีไม่ถกู ตอ้ ง สูงที่สุดบนภาชนะอุปกรณ์ อาจเนื่องมาจากการล้างทำ ความสะอาดหรือเก็บภายหลังการล้างไม่ถูกต้องตาม ขอ้ จำกดั ในการศกึ ษาครัง้ นี้ คือ 1) การศึกษาครง้ั น้ี หลักสุขาภิบาล สอดคล้องกับผลการศึกษาของ นัยนา เปน็ การศกึ ษาภาคตดั ขวางเชงิ พรรณนาในอนาคตควรเปน็ ใช้เทียมวงศ์ และคณะ(10) พบว่า หากใช้ผ้าเช็ดมือปนกับ การศึกษาระยะยาวและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และ ผา้ เชด็ ทำความสะอาดอน่ื ๆโดยไมไ่ ดแ้ ยกตามวตั ถปุ ระสงค์ 2) ควรเก็บข้อมูลปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขาภิบาล หรือผึ่งให้แห้งทุกครั้งหลังใช้ อาจเป็นแหล่งสะสมของ เช่น ข้อมูลทั่วไป ความรู้ ทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงาน จุลินทรีย์บางชนิด มีโอกาสปนเปื้อนข้ามลงสู่อาหาร แรงจูงใจของผสู้ มั ผสั อาหาร เป็นต้น โดยผา่ นผา้ เชด็ ทำความสะอาดภาชนะอปุ กรณไ์ ด้จากการ ศึกษานี้พบว่า ประเภทอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อสูงที่สุด คือ ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งต่อไป คือ 1) ผลติ ภณั ฑเ์ บเกอร่ีซง่ึ มสี ว่ นประกอบของกะทิ ผลติ ภณั ฑน์ ม ควรตรวจโคลิฟอร์มแบคทีเรียทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธี แหล่งอาหารที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อ Multiple Tube Fermentation Technique (MPN) แบคทีเรียแม้เก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ สอดคล้องกับ เพอ่ื เปน็ การยนื ยนั ผลการตรวจ2)ขยายผลฝกึ อบรมพฒั นา ผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ โดยศูนย์วิทยา- ศักยภาพผู้ประกอบกิจการ/ผู้สัมผัสอาหารตรวจการ ศาสตรก์ ารแพทยท์ ่ี 3 นครสวรรค(์ 11) พบวา่ กลมุ่ ขนมปงั มไี ส้ ปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียและสารเคมีด้วยตนเอง เค้กมีหน้าและเอแคลร์มีค่าปริมาณน้ำอิสระสูง (water และ 4) พฒั นาระบบขอ้ มลู สารสนเทศ mobile application activity) ซง่ึ เชอ้ื จลุ นิ ทรยี ส์ ามารถใชน้ ำ้ เพอ่ื การเจรญิ เตบิ โต ในการตรวจประเมิน แมค้ วามรอ้ นทใ่ี ชป้ รงุ ชว่ ยทำลายเชอ้ื จลุ นิ ทรยี ์ แตเ่ นอ่ื งจาก ภายหลังการปรุงหากเก็บอาหารไว้เป็นเวลานานก่อน สรุป การเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารอย่างเป็น จำหนา่ ย/เกบ็ ในอณุ หภมู ไิ มเ่ หมาะสม/สถานทเ่ี กบ็ ไมส่ ะอาด/ ระบบและต่อเนื่องมีความสำคัญยิ่ง เพื่อให้ผู้บริโภคได้ ไม่เก็บในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทอาจปนเปื้อนเชื้อได้ การ บริโภคอาหารที่มีคุณภาพสะอาด ปลอดภัย สร้างเสริม ศึกษานี้ยังตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อ โคลิฟอร์มแบคทีเรีย คณุ ภาพชวี ิตท่ดี ีและคุม้ ครองสิทธทิ างสขุ ภาพ จากฝ่ามือและนิ้วมือของพนักงาน สอดคล้องกับผลการ ศึกษาของ ดารวิ รรณ เศรษฐธี รรม คณะ(12) ที่พบวา่ อาหาร กติ ติกรรมประกาศ ที่มีลักษณะกึ่งสุกกึ่งดิบและเป็นอาหารที่ใช้มือสัมผัส มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์กลุ่มโคลิฟอร์ม โดย คณะผู้ศึกษาขอขอบพระคุณ ดร.นพ.สุวิช ธรรมปาโลผอู้ ำนวยการสำนกั งานปอ้ งกนั ควบคมุ โรคท่ี12 จงั หวดั สงขลา ขอขอบคณุ บคุ ลากรสาธารณสขุ ผปู้ ระกอบ กิจการ และผู้สัมผัสอาหารทุกท่านที่ให้ความอนุเคราะห์ เปน็ อยา่ งดียง่ิ จนสามารถดำเนนิ การศกึ ษาได้สำเร็จ ... 27Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวจิ ัย เอกสารอ้างองิ 1. สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ระบบเฝ้าระวังโรค (รายงาน 506) [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 17 พ.ค. 2561]. แหลง่ ข้อมลู : http://www.boe.moph.go.th/boedb/surdata/index.php 2. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสขุ . ข้อเสนอโครงการสำคญั (Flagship Projects) ของกระทรวงสาธารณสขุ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 17 พ.ค. 2561]. แหล่งข้อมูล: bps.moph.go.th/new_bps/sites/default/files/elm_flagship_projects_ 29_jul_2015.pdf 3. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน). รายงานประจำปี 2560. กรงุ เทพมหานคร : บริษทั ท่าอากาศยานไทย จำกดั (มหาชน) ; 2560. 4. วราลักษณ์ ตังคณะกุล, ชวลิต ตันตินิมิตกุล. การพัฒนาสมรรถนะหลักของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตามข้อกำหนดของกฎอนามัยระหว่างประเทศ ระหว่างปี พ.ศ. 2550 - 2555. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2556 ; 22 : 1029 - 34. 5. สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้สัมผัสอาหารและผู้ประกอบกิจการ ด้านอาหาร. กรุงเทพมหานคร : ศนู ยส์ ื่อและสง่ิ พิมพแ์ กว้ เจ้าจอม ; 2557. 6. สุทธาทิพธ์ สมสนุก, ณฐั กฤตา ศริ โิ สภณ, กรณั ฑรตั น์ บุญชว่ ยธนาสทิ ธ์ิ. ประสทิ ธผิ ลโปรแกรมสุขศกึ ษาเพื่อการพฒั นาพฤติกรรมสขุ าภิบาลอาหารของ ผู้สมั ผัสอาหารในทา่ อากาศยานดอนเมือง. วารสารวิจัยทางวทิ ยาศาสตร์สขุ ภาพ 2559 ; 10 : 141 - 9. 7. ธนชีพ พรี ะธรณศิ ร์, ดสุ ติ สุจิรารัตน์, ศริ าณี ศรีใส. การวิเคราะห์ปจั จัยที่มคี วามสมั พันธต์ อ่ สภาวการณ์สุขาภิบาลอาหารในเขตเทศบาลนครพษิ ณโุ ลก จงั หวดั พิษณโุ ลก. วารสารสาธารณสุขศาสตร์ 2558 ; 45 : 230 - 43. 8. นฤมล วีระพันธ์, ปราณี ทองคำ. ปัจจัยที่มีผลต่อสภาวะการสุขาภิบาลอาหารตามหลักเกณฑ์ข้อกำหนดมาตรฐานของร้านอาหารในเขตอำเภอเมือง จังหวัดปตั ตานี. วารสารสงขลานครินทร์ ฉบับสงั คมศาสตร์และมนษุ ยศาสตร์ 2550 ; 13 : 187 - 200. 9. สมเจตน์ ทองตำ, จิราภรณ์ หลาบคำ, ลักษณีย์ บุญขาว. การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองกำกับการ ตำรวจตระเวนชายแดนท่ี 22 อบุ ลราชธานี. วารสารวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 2558 ; 17 : 37 - 49. 10. นัยนา ใช้เทียมวงศ์, จิรพรรณ พรหมลิขิตชัย, พาสนา ชมกลิ่น, ภาณุพงศ์ องคะกาศ. การศึกษาสถานการณ์การปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในผ้าเช็ดมือ ในสถานประกอบการดา้ นอาหาร. วารสารสุขาภบิ าลอาหารและนำ้ 2557 ; 5 : 21 - 7. 11. ศนู ย์วิทยาศาสตร์การแพทยท์ ี่ 3 นครสวรรค์ กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ . คุณภาพผลติ ภณั ฑ์เบเกอร่ี ทีจ่ ำหน่าย ในเขตเทศบาล เมอื งจังหวัดนครสวรรคแ์ ละจงั หวดั อุทัยธาน.ี รายงานเร่ืองประเมนิ ความเสีย่ งแจง้ เตือนภัย 2553 ; 6 : 1 - 3. 12. ดาริวรรณ เศรษฐีธรรม, กาญจนา นาถะพินธุ, จรัสศรี นามแก้ว, ภัควลัญชณ์ จันทรา. สถานการณ์การปนเปื้อนจุลินทรีย์ในอาหารพร้อมบริโภค : กรณศี กึ ษาจงั หวดั ขอนแก่นและอดุ รธานี. วารสารวจิ ัยสาธารณสขุ ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ 2556 ; 6 : 154 - 9. 28 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 10 ฉบับท่ี 1 เดือนตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

งานวจิ ัย งานวิจัย รูปแบบการพฒั นาคุณภาพน้ำประปา โดยใช้ กระบวนการจดั การคุณภาพนำ้ ประปา EHA 2001 (กรณศี กึ ษา เทศบาลเมอื งสองพ่นี อ้ ง) เฉลมิ พล กาละพงษ*์ จ่าเอกเชิดศกั ด์ ิ ผิวเกล้ียง** สุภาภรณ์ หลักรอด*** บทคัดย่อ การพัฒนาคุณภาพน้ำประปาที่ผลิตโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเทศบาลเมืองสองพี่น้องเป็นการวิจัย และพัฒนาแบบ R & D ด้วยการทดลองใช้กระบวนการจัดการคุณภาพน้ำประปา EHA2001 มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตน้ำประปาให้มีความสะอาดปลอดภัยในการบริโภคและเป็นที่พึงพอใจต่อประชาชน เพิ่มขึ้นโดยทำการศึกษาคุณภาพน้ำประปาจากระบบประปาผิวดินเทศบาลเมืองสองพี่น้องด้านกายภาพ เคมี และแบคทีเรีย จากระบบผลิตและปลายท่อผู้ใช้น้ำ เปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างก่อนกับหลัง การนำรูปแบบใหม่ที่พัฒนามาใช้ ด้วยสถิติเชิงพรรณา สถิติวิเคราะห์และการวิเคราะห์เนื้อหา พบว่าผลการ ดำเนินงานตามมาตรฐาน (SOP) กระบวนงาน EHA2001 7 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ การกำหนดผรู้ บั ผิดชอบ สำรวจข้อมลู พน้ื ฐานสถานการณร์ ะบบประปา การวเิ คราะหร์ ะบบประปาและบคุ ลากร การพฒั นาศกั ยภาพผดู้ แู ลระบบประปา พัฒนา/ปรับปรุงระบบประปา การเฝ้าระวงั คุณภาพน้ำประปา และสรุปผลการดำเนนิ งานเปรยี บเทยี บกับรปู แบบ ที่พัฒนาจากผู้เชี่ยวชาญจากการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อให้กระบวนการผลิตประปาเป็นไปตามหลักวิชาการ ในลักษณะเชิงป้องกันโดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ปรับการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมมี การวเิ คราะห์ความเสย่ี งและพัฒนาปรับปรงุ ตามผลวิเคราะห์ สง่ ผลใหร้ ะบบผลติ สะอาดเปน็ ระเบยี บ ผลคณุ ภาพ นำ้ ทต่ี น้ ทอ่ และปลายทอ่ ระหวา่ งและหลงั การศกึ ษาคณุ ภาพนำ้ ดขี น้ึ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานนำ้ ประปาดม่ื ไดค้ า่ เฉลย่ี สารต่างๆ มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน เป็นการลดปัจจัยเสี่ยงทางด้านสุขอนามัยประชาชนมีความพึงพอใจ คุณภาพน้ำโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ผลการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำโดยประชาชน และการคืนข้อมูลสู่เทศบาลครอบคลุมทั้งพื้นที่ ทำให้เทศบาลสามารถปรับปรุงและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ ได้ทันที ประหยัดค่าไฟฟ้าและสารเคมีที่ใช้ลดลง 376,000 บาท (พฤษภาคม - สิงหาคม 2561) เกิดประโยชน์ ตอ่ การพฒั นาระบบประปาอย่างชดั เจน คำสำคญั : คุณภาพน้ำประปา, การพัฒนารปู แบบ, EHA 2001 * สำนกั งานสาธารณสุขจงั หวดั สุพรรณบรุ ี 29 ** เทศบาลเมอื งสองพน่ี ้อง *** ศนู ย์อนามัยที่ 5 ราชบรุ ี Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวิจัย ความเปน็ มาและความสำคัญ นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ ของปัญหา คุณภาพน้ำประปา หมายถึง คุณลักษณะของ น้ำประปาเป็นแหล่งน้ำบริโภค - อุปโภคที่สำคัญ น้ำประปาที่ใช้บ่งบอก หรือตัดสินคุณภาพของน้ำโดยการ ในการดำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี จากผลการ ตรวจทางวิทยาศาสตร์ ตามตัวบ่งชี้ ได้แก่ ด้านกายภาพ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในเขตสุขภาพที่ 5 ปี 2561 พบว่า ดา้ นเคมี และดา้ นแบคทเี รยี ตามเกณฑม์ าตรฐานคณุ ภาพ นำ้ ประปา อปท. สว่ นใหญไ่ ม่ผ่านเกณฑม์ าตรฐาน ร้อยละ นำ้ ประปาดม่ื ได้ พ.ศ. 2553 79.66 มีเทศบาลผ่านเกณฑ์การพัฒนาด้านการจัดการ คุณภาพน้ำประปา ร้อยละ 7 ในขณะท่ี จ.สพุ รรณบรุ ี ผา่ น มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน(SOP)ตามกระบวนการ มาตรฐานเพียง ร้อยละ 3 สอดคล้องกับสถานการณ์ มาตรฐานEHA2001หมายถงึ ขน้ั ตอนกระบวนการทำงาน โรคติดต่อทางอาหารและน้ำจากการเฝ้าระวังโรคของ และรายละเอียดการปฏิบัติงานในการจัดการคุณภาพ สำนกั ระบาดวทิ ยาทป่ี ระชาชนในเขต5 มกี ารเจบ็ ปว่ ยเนอ่ื ง น้ำประปาที่ผลิตโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มาจากโรคทม่ี อี าหารและนำ้ เปน็ สอ่ื โดยเฉพาะโรคอจุ จาระ ให้ได้มาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภคอย่างต่อเนื่อง ตาม ร่วงมีอุบตั ิการณ์สงู เป็นลำดับตน้ ๆ ในโรคติดต่อ 10 ลำดับ แนวทางการพฒั นาระบบบรกิ ารอนามยั สง่ิ แวดลอ้ มองคก์ ร แรกของเขตอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ประกอบกบั นโยบายการพฒั นา ปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ของกรมอนามยั ปี 2560 จังหวัดในเขต ที่เน้นด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวจำเป็น ต้องมีการพัฒนามาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภคให้สะอาด วธิ กี ารศึกษา และปลอดภัยเพียงพอ จำเป็นตอ้ งส่งเสรมิ ใหม้ ีการพฒั นา รปู แบบการจดั การไปสมู่ าตรฐานมากขน้ึ ซง่ึ กระบวนการจดั ทำการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ใน การคุณภาพน้ำประปา (EHA 2001) จัดเป็นรูปแบบที่ รปู แบบระเบยี บวธิ วี จิ ยั และพฒั นา(R&D) ระหวา่ ง ปี 2561 สามารถพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทของเทศบาลที่ให้ ด้วยการพัฒนารูปแบบการจัดการคุณภาพน้ำประปา นำ้ ประปา สะอาด และปลอดภยั สำหรบั ประชาชนได้ โดยใช้ 7ขั้นตอนมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ตาม กระบวนการจัดการคุณภาพน้ำประปา (ผลิตโดย อปท.) วัตถุประสงค์ของการวิจยั หรือ EHA 2001 นำรูปแบบไปทดลองใช้ และพัฒนาใน เทศบาลเมืองสองพี่น้องซึ่งมีคุณภาพน้ำประปาไม่ผ่าน เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณภาพน้ำประปา เกณฑ ์ ประชากรคอื นำ้ ประปาทผ่ี ลติ จากระบบประปาผวิ ดนิ ของเทศบาล ให้มีความสะอาดปลอดภัยในการบริโภค โดยเทศบาลเมืองสองพี่น้อง ในประเด็นคุณภาพด้าน และเป็นที่พงึ พอใจต่อประชาชนเพ่มิ ขึน้ กายภาพเคม ี และแบคทเี รยี ทีร่ ะบบผลิต ปลายท่อผ้ใู ช้นำ้ เก็บรวบรวมข้อมูลจากผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ขอบเขตของการวจิ ยั ทางห้องปฏิบัติการ ผลการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปา ปลายท่อในชุมชนด้วยชุดทดสอบการปนเปื้อนโคลิฟอร์ม ทำการศกึ ษาคณุ ภาพนำ้ ประปาในกระบวนการผลติ แบคทเี รยี ในนำ้ (อ.11) ชดุ ทดสอบปรมิ าณคลอรนี อสิ ระคง น้ำประปาเทศบาลเมอื งสองพน่ี อ้ ง ปี 2561 จากระบบผลติ เหลอื ในนำ้ (อ.31) การสงั เกตผลการปฏบิ ตั งิ านในกระบวน และปลายท่อ ซึ่งให้บริการในเขตเทศบาลฯ โดยใช้เกณฑ์ การผลติ นำ้ ประปาการสนทนากลมุ่ การประชมุ แลกเปลย่ี น มาตรฐานคณุ ภาพนำ้ ประปาดื่มได้ พ.ศ. 2553 เรียนรู้ และการประเมินความพึงพอใจของตัวแทนชุมชน แล้วทำการเปรียบเทียบผลก่อนกับหลังการนำรูปแบบที่ พฒั นามาใช้ ดว้ ยสถติ ิเชงิ พรรณา สถติ วิ เิ คราะห์ และการ วิเคราะห์เนอื้ หา 30 วารสารสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ ปีที่ 10 ฉบับท่ี 1 เดือนตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

งานวิจัย ผลการศึกษา วางแผนพัฒนา/ปรับปรุง การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ ผดู้ แู ล การเฝา้ ระวงั คณุ ภาพนำ้ ประปา และสรปุ ผล ซง่ึ บาง ผลการศึกษาตามขั้นตอนการศึกษา ในรูปแบบ ประเด็นไม่มีการดำเนินงานมาก่อน และบางประเด็นมี R & D 4 ขน้ั ตอน คือ การดำเนนิ งานแต่ไม่ครอบคลมุ และสม่ำเสมอ 1. ผลการศึกษารูปแบบการผลิตและพัฒนา 2. ผลการสร้าง รูปแบบการพัฒนาคุณภาพ คณุ ภาพนำ้ ประปาแบบเดมิ นำ้ ประปา (รูปแบบใหม)่ ระบบประปามกี ำลังผลติ 300 ลบ.ม./ชั่วโมง ให้ ผลจากการวเิ คราะหร์ ปู แบบการจดั การการผลติ บริการประชาชน 19 ชุมชน รวม 4,996 หลังคาเรือน และควบคุมคุณภาพน้ำประปาก่อนการศึกษามีความ 12,898 คน สถานทส่ี าธารณะทใี่ ช้บรกิ ารนำ้ ประปา ได้แก่ เหมาะสมในการนำ 7 ขน้ั ตอน ปฏบิ ตั งิ านมาตรฐาน (SOP) วัด 3 แห่ง โรงเรียน 5 แห่ง โรงพยาบาล 1 แห่ง ตลาด EHA 2001 ได้แก่ การกำหนดผู้รับผิดชอบบริหารและ 1 แห่ง และศูนย์เด็กเล็ก 1 แห่ง ไม่มีพื้นที่ให้บริการ ดูแลระบบ สำรวจข้อมูลพื้นฐานและวินิจฉัยระบบประปา ทับซ้อนกับการประปาอื่น ใช้แหล่งน้ำดิบจากคลองบางลี่ การวิเคราะห์ประเมินจุดเสี่ยงของระบบประปา พัฒนา ปริมาณค่อนข้างเพียงพอและเริ่มมีปัญหาในช่วงฤดูแล้ง ศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล พัฒนา/ปรับปรุงระบบประปา ของปี 2560 - 2561 ระบบผลิตมี 4 ชุด ได้แก่ ตามแผนท่ี เฝา้ ระวงั คุณภาพนำ้ ประปา และสรปุ ผลมาใช้ เป็นแนวทางในการพัฒนา แต่เนื่องจากข้อจำกัดในด้าน ชดุ ที่ 1 และ 3 เป็นแบบ solid contact Clarifier ความรู้เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์และ ถงั ตกตะกอน ระบบมา่ นตะกอน แก้ไขปัญหาด้านเทคนิคกระบวนการผลิตจึงมีข้อสรุป ร่วมกันให้เพิ่มขั้นตอน “ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ชุดที่ 2 เป็นแบบ conventional ขณะทำการ การผลิตน้ำประปา” ในขั้นตอนปฏิบัติงานมาตรฐาน ศกึ ษาไม่ได้ใช้ (SOP)ท่ี3.2และเลอื กใชเ้ ปน็ รปู แบบในการพฒั นาคณุ ภาพ น้ำประปาของเทศบาลเมืองสองพี่น้องในการศึกษาครั้งนี้ ชุดที่ 4 เป็นแบบ Pulsator Clarifier ประเภท โดยประสานงานขอความร่วมมือจากการประปาส่วน Vacuum ภูมิภาคเขต 3 เพื่อเป็นที่ปรึกษาในด้านวิชาการและ เทคนิค และได้กำหนดผลการดำเนินงานตามขั้นตอน ใชส้ าร Polyaluminuim chloride Liquid : PAC ปฏบิ ัตงิ านมาตรฐาน ดงั น้ี ในการตกตะกอน เปน็ สารและใช้ Calcium Hypochloride 65% ในการฆา่ เชอ้ื โรค รวมคา่ สารเคมี 370,000 - 400,000 1) การกำหนดผู้รับผิดชอบ มีคำสั่งแต่งตั้ง บาท ต่อเดือน น้ำที่ผ่านระบบตกตะกอนและกรองแล้ว ผู้รับผิดชอบงานการจัดการคุณภาพน้ำประปาในรูป นำ้ ใสจะถกู สง่ ไปเกบ็ ในถงั นำ้ ใส มกี ารเตมิ คลอรนี กอ่ นปม๊ั คณะกรรมการ และหนว่ ยงานท่เี ก่ียวขอ้ ง รว่ มเปน็ ที่ปรึกษา ข้นึ หอถังสงู แล้วจา่ ยไปยงั ผใู้ ชน้ ำ้ โดยจำหนา่ ยนำ้ ประปา ในอัตราก้าวหนา้ 2) การสำรวจจดั ทำฐานขอ้ มลู วเิ คราะหส์ ถาน- การณ์ระบบประปาเกี่ยวกับความครอบคลุมของการให้ การพฒั นาคณุ ภาพนำ้ ประปาใชก้ ารระดมความ บริการ ข้อมูลแหล่งน้ำดิบ แผนผังเส้นท่อ แนวการจ่าย คดิ FocusGroupวเิ คราะหร์ ปู แบบการการผลติ และควบคมุ นำ้ และอตั ราการจา่ ยนำ้ ตรวจวเิ คราะหแ์ หลง่ นำ้ ดบิ ตน้ ทนุ คุณภาพน้ำประปา พบปัญหาคุณภาพน้ำประปาไม่ผ่าน จากคลองบางล่ีพบวา่ มคี ณุ ภาพตามมาตรฐานคณุ ภาพนำ้ เกณฑม์ าตรฐาน ป ลายทอ่ มคี วามขนุ่ และตะกอน ป ระชาชน ในแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 3 มีการจัดทำทะเบียนข้อมูล ไม่มั่นใจและเกิดข้อร้องเรียน การดำเนินงานผลิตและ โครงสร้างระบบประปา ควบคุมคุณภาพน้ำประปาของเทศบาลไม่เป็นรูปแบบ ชัดเจน แม้จะมีนโยบายการพัฒนาคุณภาพน้ำประปา ให้สะอาดสิ่งที่ควรปรับปรุง ได้แก่ การเก็บรวบรวมข้อมูล สถานการณ์ และการวเิ คราะห์หาความเสี่ยงในระบบ เพอื่ 31Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวิจยั 3) การพฒั นาศกั ยภาพเจา้ หนา้ ทผ่ี ดู้ แู ลระบบ ผู้ใช้น้ำโดยเลือกที่จุดประชากรหนาแน่นและมีความเสี่ยง ประปา ใหม้ คี วามรู้ ความเข้าใจเพ่มิ พูนทักษะและแนวคดิ ไดแ้ ก่ รพ. ตลาด และศนู ยเ์ ดก็ เลก็ และพฒั นาการเฝา้ ระวงั ในการพฒั นางานโดยมกี ารสง่ ทมี ผลติ นำ้ ประปาและคณะ- โดยภาคประชาชน ดว้ ยการอบรมอาสาสมคั รสาธารณสุข กรรมการเขา้ รบั การอบรมหลกั สตู รการพฒั นาระบบประปา ของเทศบาล จำนวน 150 คน เพื่อส่งเสริมความรู้ความ ตามแนวทางการจดั การน้ำสะอาด (Water Safety Plan : เข้าใจให้แก่ตัวแทนประชาชนสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับ WSP) และหลกั สูตรพฒั นาระบบมาตรฐานการตรวจสอบ น้ำประปา สอดสอ่ งดแู ล แจ้งปัญหาท่เี กดิ ในระบบประปา คุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน และเข้าศึกษาดูงานการผลิต ของเทศบาลและมกี ารดงู านกระบวนการผลติ ประปา และ ประปาทด่ี ี ฝึกปฏิบัติการใช้ชุดทดสอบคุณภาพน้ำอย่างเข้มข้น เพื่อ ตรวจสอบคณุ ภาพนำ้ ประปาทุกเดือน และรายงานสถาน- 4) การวิเคราะห์ระบบประปาโดยการขอ การณ์เฝ้าระวังเชื่อมต่อข้อมูลกับทางกองประปา ทำให้ คำแนะนำจากผู้เช่ียวชาญ ได้แก่ การประปาส่วนภูมิภาค มีการดำเนินการตอบสนองต่อสถานการณ์คุณภาพน้ำที่ เขต 3 และศนู ยอ์ นามยั ท่ี 5 ราชบรุ ี เพอ่ื สำรวจกระบวนการ เปล่ียนแปลงไปได้ทันท่วงทใี นชมุ ชนทม่ี ีความเสย่ี ง ผลติ และตรวจสอบคณุ ภาพนำ้ ประปาตน้ ทอ่ พบวา่ คณุ ภาพ 7) สรุปผลการดำเนินงานสรุปผลการประชุม น้ำประปามกี ลนิ่ โคลน ไม่ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานด้าน ความ เปน็ ระยะ เสนอตอ่ ผบู้ รหิ ารเทศบาลจงึ สามารถปรบั /แทรก ขุ่น และแมงกานิส และมีค่าคลอรีนอิสระคงเหลือ แผนเพื่อของบประมาณสนับสนุนในการพัฒนา/ปรับปรุง ส(Fภreาeพ-Cนl้ำ2)ปทรีต่ะ้นปทา่อให0้ป.2ล2อpดpภmัยซใน่งึ ไเมส่เ้นพทีย่งอพนอตำมอ่ กาาวรินริจักฉษัยา ระบบผลิตประปาได้ระหว่างปี ทำให้การปรับปรุงพัฒนา ความสัมพันธ์ถึงความเสี่ยงและปัญหาที่อาจก่อให้เกิด ระบบประปาไดร้ บั การแกไ้ ขอยา่ งรวดเรว็ สามารถนำขอ้ มลู ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพนำ้ ประปาในกระบวนการผลติ ตง้ั แต่ คณุ ภาพนำ้ ประปาสอ่ื สารสรา้ งความเชอ่ื มน่ั ใหแ้ กป่ ระชาชน แหล่งน้ำดิบจนถึงปลายท่อ ในประเด็นทีมงานรับผิดชอบ ผู้ใช้น้ำได้รวมทั้งมีข้อเสนอแนะเพื่อเตรียมการรองรับ แหลง่ นำ้ ดบิ ตน้ ทนุ สถานสี บู นำ้ แรงดนั ตำ่ การจา่ ยสารเคมี ปญั หาในอนาคตหรอื เมอ่ื สถานการณท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั คณุ ภาพ ถังสรา้ งและตกตะกอน การกรอง ถงั น้ำใสการเติมคลอรีน น้ำเปลี่ยนไป โดยเสนอในแผนพัฒนาเทศบาลระยะ 4 ปี ฆา่ เชอ้ื โรคระบบจา่ ยเสน้ ทอ่ การตรวจสอบควบคมุ คณุ ภาพ สำหรบั ประเดน็ ทตี่ อ้ งเสนอขอนมุ ัติจากสภาเทศบาล การบำรุงรักษา ความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย 3. ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ การควบคุมกำกับ และระบบรายงาน การประเมินความ การพัฒนาคณุ ภาพน้ำประปา พึงพอใจผูใ้ ชน้ ำ้ การสรปุ ผลประจำปี 1) คุณภาพน้ำประปา กอ่ นศกึ ษาคณุ ภาพนำ้ ประปามคี ณุ ภาพได้ 5) พฒั นา/ปรบั ปรงุ ระบบประปา ผลการประเมนิ มาตรฐานไมส่ มำ่ เสมอ มกั มคี วามขนุ่ เกนิ มาตรฐานทป่ี ลาย จดุ เสย่ี ง/ปญั หาทว่ี เิ คราะหไ์ ดใ้ นขน้ั ตอนท่ี 4 ถกู นำไปพฒั นา ท่อ ปลายท่อมีตะกอนดำ มีสีและกลิ่นโคลน ในระยะเริ่ม ปรบั ปรงุ ตามลำดบั ความสำคญั ในประเดน็ ทพ่ี บมคี วามเสย่ี ง โครงการไดท้ ำการตรวจสอบโดยใชเ้ ครอ่ื งมอื ภาคสนามใน สูงท่ีทำไดเ้ ลย โดยไม่ต้องใช้งบประมาณกอ่ น และวางแผน พารามิเตอร์ ความเป็นกรดด่าง สคี วามขนุ่ conductivity การปฏิบัติงาน มาตรการควบคุม ตลอดจนแผนพัฒนา ใเหนลนก็ำ้ ปแรมะงปกาาตนน้ สี ทแอ่ ล(ะ0.F5rมeกe.-/Cลl.2) พบวา่ มปี รมิ าณแมงกานสี กระบวนการผลิตทั้งระยะสั้นและระยะยาวตามประเด็น เกนิ คา่ มาตรฐานและระดบั ความเส่ียงทีพ่ บ ค0.่า2ค2ลpอpรmีนสอว่ ิสนรผะลคคงณุ เหภลาือพน(Fำ้ ปreรeะ-ปCาlจ2)ากทกี่นา้ำรปตรรวะจปวาเิ คตร้นาทะห่อ์ ทางห้องปฏิบัติการก่อนศึกษาพบว่าน้ำประปาผ่านมาตร- 6) การเฝา้ ระวงั คณุ ภาพนำ้ ประปาโดยการสมุ่ ฐานร้อยละ 33.33 ดัชนีที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่ เกบ็ ตวั อยา่ งนำ้ บรโิ ภคสง่ ตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารตามหลกั วชิ าการ 4 เดอื น/คร้ัง ไดแ้ ก่ ก่อนศึกษา ระหวา่ ง และหลงั การศึกษา ที่ตำแหน่งต้นทางที่ระบบผลิต และปลายทาง 32 วารสารสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ปีท่ี 10 ฉบับที่ 1 เดอื นตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

งานวจิ ยั ความขนุ่ แมงกานสี โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี และฟคี ลั โคลฟิ อรม์ การประสานงานแจ้งผลการเฝ้าระวัง คืนข้อมูลให้กอง แบคทีเรีย เมื่อดำเนินโครงการไป 4 เดือนมีการพัฒนา ประปาของเทศบาลทราบ และทำการปรบั ปรงุ เพม่ิ ปรมิ าณ ปรบั ปรงุ กระบวนการในระบบผลติ เปน็ ระยะๆ เกบ็ ตวั อยา่ ง คลอรีนในน้ำประปา รวมถึงมีการล้างท่อเมนประปาใน น้ำประปาต้นท่อและปลายท่อ ครั้งที่ 2 (ระหว่างพัฒนา) ชมุ ชนรว่ มพฒั นาและประชารว่ มใจทนั ที เพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้ และเมื่อเสร็จสิ้นโครงการศึกษาอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 (หลัง เกดิ ปัญหาตอ่ คณุ ภาพน้ำประปาอีก การศึกษา) พบว่าคุณภาพน้ำประปาดีขึ้นอย่างชัดเจน ผลคณุ ภาพนำ้ ประปาทงั้ ต้นท่อท่ีระบบผลิต และปลายท่อ 2) ความพึงพอใจของประชาชนผใู้ ชน้ ำ้ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานนำ้ ประปาดม่ื ไดค้ รบทง้ั 20พารามเิ ตอร์ การประเมินความพึงพอใจของประชาชน ทกุ ตวั อยา่ ง(รอ้ ยละ100)ทง้ั 2ครง้ั เมอ่ื เปรยี บเทยี บคณุ ภาพ ผู้ใช้น้ำผ่านทางอสม.ที่เป็นตัวแทนชุมชนที่มีต่อคุณภาพ น้ำประปา พบน้ำประปา ก่อนการศึกษามีคุณภาพผ่าน น้ำประปา รวม 99 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 74 คน เกณฑด์ า้ นกายภาพ และดา้ นเคมี รอ้ ยละ 66.7 ผา่ นเกณฑ์ (ร้อยละ 74.7) มีอายุเฉลี่ย 51.05 ปี (SD.11.46) อายุ ดา้ นชวี ภาพ รอ้ ยละ 33.33 ระหวา่ งการศกึ ษาและหลงั การ น้อยสุด 28 ปี และอายุสูงสุด 78 ปี ส่วนใหญ่มีระดับ ศึกษาพบว่าคุณภาพน้ำประปาผ่านเกณฑ์ทางด้าน การศกึ ษาสงู สดุ ชน้ั ประถมศกึ ษา รอ้ ยละ 46.5 มธั ยมศกึ ษา กายภาพ ด้านเคมี ด้านชีวภาพทุกตัวอย่าง (ร้อยละ100) หรือเทียบเท่า ร้อยละ 21.2 และปริญญาตรี ร้อยละ 8.1 สำหรบั คา่ คลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในนำ้ ประปากอ่ นการศกึ ษา โดยลกั ษณะของบา้ นพักอาศัยแบบบา้ นหลังเดย่ี ว รอ้ ยละ ทต่ี น้ ทอ่ มรี ะดบั ปรมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลอื ไดต้ ามเกณฑ์ 62.6 ตึกแถว/อาคารพาณิชย์ ร้อยละ19.2 ทาวส์เฮ้าส์ คือ มากกว่า 1 ppm แต่ปลายท่อพบว่ามีน้อยกว่า 0.2 ร้อยละ 4.0 พบวา่ ระดบั ความพงึ พอใจคุณภาพนำ้ ประปา ppm และหลังการศกึ ษาพบว่าเปลย่ี นแปลงดีขนึ้ ปรมิ าณ โดยรวมเฉลย่ี มแี นวโนม้ เพม่ิ มากขน้ึ กวา่ กอ่ นการใชร้ ปู แบบ คลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำประปาอยู่ ระหว่าง 0.2 ถึง เกา่ อยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถติ ิ (คา่ p < 0.001) โดยภายหลงั มากกว่า 0.5 ppm ดงั รายละเอยี ดในตารางท่ี 1 การเปลย่ี นมาใช้รปู แบบ EHA 2001 มคี ะแนนเฉล่ยี 3.89 (ร้อยละ 77.8) หรือพึงพอใจระดับมาก เพิ่มจากก่อนการ เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยคุณภาพน้ำประปา ใชร้ ปู แบบใหมท่ ม่ี รี ะดบั ความพงึ พอใจเฉลย่ี 2.65Sd.0.884 ตามดัชนชี ี้วดั มาตรฐานน้ำประปาด่ืมได้ก่อน ระหวา่ งและ (ร้อยละ 53.0) หรือระดบั ปานกลาง หลังดำเนินการที่ศึกษา พบว่า ค่าเฉลี่ยของปริมาณสาร 3) ประโยชนท์ ไี่ ดร้ บั ปนเปื้อนในน้ำ ส่วนใหญ่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงใน พบว่าคุณภาพน้ำประปาดีขึ้นผ่านเกณฑ์ ปริมาณที่ลดลง ยกเว้นความเป็นกรดด่างและปริมาณ มาตรฐานนำ้ ประปาด่ืมไดข้ องกรมอนามยั และประชาชน ไนเตรทที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมีปริมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับ ผู้ใช้น้ำมีความพึงพอใจในคุณภาพน้ำประปาเพิ่มมากขึ้น ค่ามาตรฐาน ดงั ตารางที่ 2 แล้วยังกอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์ในแง่มมุ อื่นๆ ได้แก่ (1) เกดิ ความรว่ มมอื และแลกเปลย่ี น ผลการตรวจเฝ้าระวังน้ำประปาโดย ความรู้ประสบการณซ์ ง่ึ กนั และกนั ในการทำงานเปน็ ทมี แบบ เครอื ขา่ ยภาคประชาชนทำการตรวจนำ้ ประปาใน19ชมุ ชน สหสาขา ทั้งเทศบาล การประปาส่วนภูมิภาค สาธารณสขุ เดือนละ 1 ครั้ง ผลการศึกษาระหว่างเดือนมกราคมถึง และประชาชน มิถนุ ายน 2561 พบว่า นำ้ ประปา มีปรมิ าณคลอรนี อสิ ระ (2) ประหยัดค่าใช้จ่าย ในระบบการ คงเหลอื ตามเกณฑม์ าตรฐานในระดบั 0.2ppmและบางจดุ ผลิตจากการแก้ไขปัญหาที่ตรงประเด็นความเสี่ยง ทำให้ 0.5 - 1 ppm โดยส่วนใหญ่ตรวจไม่พบการปนเปื้อนของ สามารถลดคา่ ไฟฟา้ และคา่ สารเคมลี งไดป้ ระมาณ 1 ใน 3 โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี ยกเวน้ ในเดอื นเมษายนและพฤษภาคม ของงบประมาณที่เคยใช้ ก่อนการศึกษา จากค่าใช้จ่าย ซึ่งเกิดภาวะภัยแล้งตรวจพบการปนเปื้อนของแบคทีเรีย เดือนละ 400,000 บาท ลดลงได้เดือนละ 91,000 - แตย่ ังพบปริมาณคลอรีนอิสระ 0.2 ppm ตามเกณฑ์ ซ่งึ มี 97,000 บาท 33Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวจิ ยั 34 วารสารสุขาภบิ าลอาหารและนำ้ ปที ี่ 10 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม 2561 - มกราคม 2562 ตารางท่ี 1 ผลการตรวจคณุ ภาพนำ้ ประปากอ่ น ระหวา่ ง และหลังดำเนินการตามรปู แบบการพฒั นาคณุ ภาพนำ้ ประปา โดยใชก้ ระบวนการมาตรฐาน EHA 2001 ตารางท่ี 2 คา่ เฉลย่ี คุณภาพนำ้ ตามดชั นชี ี้วดั ของเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาด่มื ได้ กอ่ น ระหว่าง และหลงั ดำเนนิ การตามรูปแบบการพฒั นาคุณภาพน้ำประปาฯ

งานวจิ ยั (3) กระบวนการผลิตน้ำประปาทั้งระบบ มีความถูกต้องในด้านเทคนิควิชาการ และมีแนวทาง ในวิธปี ฎบิ ัตงิ านย่อยในระบบผลิตที่ชดั เจนเป็นมืออาชพี มากขนึ้ (4) เกิดเครือข่ายระบบการเฝ้าระวังแบบครบวงจร ตั้งแต่ระบบผลิต ถึงบ้านผู้ใช้น้ำ โดยการมีส่วนร่วม ของประชาชน เสริมความเขม้ แขง็ ให้แก่ภาคประชาชนมากขน้ึ (5) ผใู้ ช้น้ำ ไดร้ บั บริการนำ้ ประปาทมี่ คี ณุ ภาพมาตรฐานปลอดภัยและเพยี งพอ (6) ลดความเส่ยี งทางด้านสขุ อนามยั 4. ผลสรุปการพฒั นาคุณภาพนำ้ ประปา (ทีผ่ ลติ โดยอปท.) โดยใชก้ ระบวนการมาตรฐาน EHA 2001 การพัฒนาคณุ ภาพนำ้ ประปาของเทศบาลเมืองสองพี่นอ้ ง โดยรูปแบบการใชม้ าตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ตามกระบวนงานมาตรฐานEHA2001 ท่ีพฒั นาขึน้ นี้ มีลกั ษณะทีโ่ ดดเดน่ คอื 1) การมรี ปู แบบ เป็นขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ านท่ีดี ชัดเจน และสามารถปฏบิ ัติได้จริง 2) มีกระบวนการค้นหาความเส่ยี งอย่างเป็นระบบ ทำใหท้ ราบถงึ สาเหตุของปัญหา พร้อมหาแนวทางแกไ้ ข และควบคมุ ความเสี่ยงอยา่ งมรี ะบบถกู ต้องตามเทคนิควิชาการ 3) ภาคประชาชนมีส่วนรว่ มในกระบวนการเฝ้าระวงั และควบคมุ คุณภาพนำ้ ประปา ซง่ึ เมอ่ื วเิ คราะห์พบวา่ มวี ธิ กี ารทำงานทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปจาก แบบเดมิ มาเปน็ รปู แบบทใ่ี ช้“มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน (SOP) ตามกระบวนการจดั การคุณภาพน้ำประปา EHA2001” เปรียบเทยี บกันได้ ดงั ตารางที่ 3 ตารางที่ 3 แสดงการเปรียบเทียบ รปู แบบการพฒั นาคุณภาพนำ้ ประปาทเี่ ปล่ยี นแปลงไป ระหว่างรปู แบบเดมิ กับรปู แบบใหมท่ พี่ ฒั นาข้นึ 35Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวจิ ยั 36 วารสารสุขาภบิ าลอาหารและนำ้ ปที ี่ 10 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม 2561 - มกราคม 2562

งานวจิ ยั คณะผวู้ จิ ยั นำความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะจาก ปอ้ งกนั และมหี ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ และเนอ่ื งจากรปู แบบ เวทีการประชุมแลกเปลี่ยนในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องต่อความ ที่พัฒนาขึ้นอาศัยหลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม การ เหมาะสมของรูปแบบการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาของ ประเมินและควบคุมความเสยี่ ง และ PDCA cycle มีการ เทศบาลโดยการใชม้ าตรฐานการปฏบิ ตั งิ านตามEHA2001 วิเคราะห์ความเสี่ยงและพัฒนาปรับปรุงตามผลวิเคราะห์ ซง่ึ ผวู้ จิ ยั ไดว้ เิ คราะหห์ าสาเหตุ และกำหนดแนวทางในการ ซง่ึ สง่ ผลใหร้ ะบบผลติ สะอาดเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยมากขน้ึ แก้ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในขณะดำเนินการ มาทำ เมอ่ื เปรยี บเทยี บคณุ ภาพนำ้ จากตน้ ทอ่ และปลายทอ่ พบวา่ การปรบั ปรงุ พฒั นารปู แบบพฒั นาคณุ ภาพนำ้ ประปาเปน็ ระหว่างและหลังการศึกษาคุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงดีขึ้น ระยะๆ ต่อเนื่อง จนได้เป็นรูปแบบการพัฒนาคุณภาพ กว่าจนผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาดื่มได้และค่าเฉลี่ย น้ำประปา โดยการใช้มาตรฐานการปฏิบัติงานตาม EHA สารต่างๆ ในดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำมีแนวโน้มลดน้อยลง 2001 ซ่ึงใชใ้ นเทศบาลเมอื งสองพน่ี ้องถึงปัจจุบนั ชดั เจนเปน็ การลดปจั จยั เสย่ี งทางดา้ นสขุ อนามยั ประชาชน มีความพึงพอใจคุณภาพน้ำประปาเพิ่มขึ้นอย่างมี สรปุ สาระสำคญั และแนวทาง นยั สำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ผลการเฝา้ ระวงั คุณภาพ ท่จี ะนำผลการศกึ ษาไปใชป้ ระโยชน์ น้ำปลายท่อครอบคลุมทั้งพื้นที่และคืนข้อมูลสู่เทศบาล ทำให้นำผลไปใช้ปรับปรุงกระบวนการผลิตได้ทันที ช่วย ผลการดำเนินงานด้วยรูปแบบที่ใช้ 7 ขั้นตอน ประหยัดค่าใช้จ่ายจากค่าไฟฟ้าและสารเคมีที่ใช้ลดลง ปฏบิ ัตงิ านมาตรฐาน (sop) ตามกระบวนงาน EHA2001 376,000บาท(พ.ค.-ส.ค.)โดยตอ้ งมกี ารลงทนุ คา่ เครอ่ื งมอื ได้แก่ การกำหนดผู้รับผิดชอบ สำรวจข้อมูลสถานการณ์ วิทยาศาสตร์ที่ใช้วัดวิเคราะห์เพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาวจะ ระบบประปา การวิเคราะห์ระบบประปา การพัฒนา ทำให้เทศบาลสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนได้ ศักยภาพผู้ดูแลระบบ พัฒนา/ปรับปรุงระบบประปา อย่างคมุ้ ค่า การเฝา้ ระวงั คณุ ภาพนำ้ ประปาและสรปุ ผลซง่ึ มกี ารพฒั นา รูปแบบโดยเพิ่มเติมการขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ สรุปได้ว่ารูปแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบใหม่ (กปภ.) และการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำให้ภาคประชาชนมี ที่ดี มีประสิทธิภาพ มีขั้นตอนการปฏิบัติงานชัดเจน ส่วนร่วม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในของกระบวนการ ปฏิบัติได้จริง เหมาะสมกับบริบทของเทศบาลเมืองสอง ผลิตประปาที่เป็นระบบถูกต้องตามหลักวิชาการเชิง พน่ี อ้ งซง่ึ อปท.อน่ื ๆสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการพฒั นา 37Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

งานวิจยั คุณภาพน้ำประปาของ อปท. ได้ โดยสิ่งสำคัญในการนำ  ต้องทวนสอบ วิเคราะห์ความเสี่ยงใน รูปแบบนี้ไปใช้ คือ การสร้างความเข้าใจในรูปแบบการ ระบบประปา และวางมาตรการปอ้ งกัน แกไ้ ขใหม่ ทกุ ปี ทำงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) EHA 2001 กับทีมงาน การแสวงหาที่ปรึกษาด้านเทคนิควิชาการ 2) ควรพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ไปสู่การ เพื่อการวิเคราะห์และการพัฒนาปรับปรุงระบบประปา เปน็ ระบบผลติ นำ้ ประปาสะอาดตามแนวทางขององคก์ าร การสร้างระบบเครือข่ายเฝ้าระวังที่ประชาชนมีส่วนร่วม อนามัยโลก (Water Safety Plan : WSP) : ซึ่งเน้นการ รวมถึงการสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพ ประเมินและจัดการความเส่ยี ง น้ำประปาให้สะอาดปลอดภัย 2. ข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาขั้นตอนปฏิบัติ 1. ข้อเสนอแนะต่อเทศบาลเมืองสองพ่ีนอ้ ง มาตรฐาน (SOP) ในกระบวนการ EHA2001  1) การรกั ษาสภาพให้ยง่ั ยนื  ตอ้ งสรา้ งวนิ ยั ใหท้ มี ผลติ และทมี ควบคมุ 1) พฒั นาปรบั ปรงุ ขน้ั ตอนปฏบิ ตั งิ านมาตรฐาน กำกับคุณภาพ ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนมาตรฐาน (SOP) ในกระบวนการมาตรฐานใน EHA 2001 เพม่ิ เติม การทำงานที่วางไว้ ต้องวางแผนงบประมาณในการ ขั้นตอนกระบวนงานย่อยๆ ในสายระบบผลิต เพิ่มขึ้น ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏบิ ตั กิ าร ค่าบำรงุ รกั ษาเครอ่ื งมอื เชน่ การกำหนดรายละเอยี ดเรือ่ ง แผนการบำรงุ รักษา ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ 2) ควรมีการจัดทำคู่มือเอกสารสนับสนุน แนวทางการปฏิบัติงาน ที่กำหนดขั้นตอนวิธีปฏิบัติงาน Work Instruction ทจ่ี ำเป็นในการผลติ ดูแล และควบคุม กำกบั คุณภาพน้ำประปา ... เอกสารอา้ งอิง 1. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Environmental Health Accreditation : EHA) ; 2558. 2. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ประเด็นงานที่ 2.1 การจัดการคุณภาพน้ำประปาผลิตโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. ใน : คู่มือผู้ตรวจประเมิน มาตรฐานคณุ ภาพระบบบรกิ ารอนามยั ส่งิ แวดล้อมองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ ; 2558. หนา้ 20 - 24. 3. ศนู ยอ์ นามัยท่ี 5 นครราชสีมา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ . สถานการณ์การดำเนนิ งานเฝ้าระวงั นำ้ ประปา เขตสขุ ภาพท่ี 9 ; 2558. 4. นชุ ราบญุ กนก.กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ .การพฒั นาคณุ ภาพนำ้ ประปาหมบู่ า้ นสมู่ าตรฐานนำ้ ประปาดม่ื ได้ศกึ ษาเฉพาะกรณที ่ีอ.แกง่ กระจาน จ.เพชรบรุ ี : ศนู ยอ์ นามยั ที่ 5 ราชบรุ ี ; 2552. 5. ปรีชา มะระยงค์. ประสิทธิผลของการอบรมผู้ดูแลและผู้บริหารกิจการระบบประปาหมู่บ้านของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข : ศูนย์อนามัยที่ 2 สระบุรี ; 2540. 6. อัฏฐวฒั น์ เจรญิ รัตน์. ปรมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลือในน้ำประปา จังหวดั สมทุ รสงคราม : สำนักงานสาธารณสุขจงั หวัดสมุทรสงคราม ; 2560. 38 วารสารสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ ปีท่ี 10 ฉบับที่ 1 เดือนตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

บทความ งานวจิ ัย กรมอนามัย แนะ “เลอื กสุก เลีย่ งเสีย่ ง เลยี้ งท่ีสะอาด” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดย...รัชชผดงุ ดำรงพิงคสกลุ * เทศกาลสง่ ทา้ ยปเี กา่ ตอ้ นรบั ปใี หม่ เปน็ ชว่ งเทศกาลสง่ ความสขุ ใหก้ บั บคุ คลตา่ งๆ โดยจะมกี จิ กรรมการทอ่ งเทย่ี วเดนิ ทาง งานเลย้ี ง สงั สรรค์ การแลกเปลย่ี นของขวญั ระหวา่ งเพอ่ื นสนทิ มติ รสหาย ญาตพิ น่ี อ้ ง เพอ่ื นรว่ มงาน และนกั เรยี นในโรงเรยี น เพอ่ื ใหท้ กุ ทา่ น สามารถสนกุ สนานไดอ้ ยา่ งเตม็ ทใ่ี นชว่ งเทศกาลปใี หม่ ควรระมดั ระวงั เปน็ พเิ ศษ ในเรอ่ื งความสะอาดปลอดภยั ของอาหารทจ่ี ะบรโิ ภค ในการเลย้ี งฉลองเทศกาลปใี หม่ ทง้ั นเ้ี นอ่ื งจากในชว่ งเทศกาลปใี หม่ การจดั ทำอาหารจำเปน็ จะตอ้ งทำในปรมิ าณมาก ในระยะเวลาสน้ั หรืออาจจำเป็นจะต้องเตรียมอาหารล่วงหน้าก่อนงานเลี้ยง ทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคที่เป็นอันตราย หรือเกิดการบูดเสียง่าย จนเป็นเหตุให้ผู้บริโภคที่มาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในเทศกาลปีใหม่ จะต้องเจ็บป่วยหรือเข้าโรงพยาบาล แตต่ ้นปี ทำให้บรรยากาศของการเล้ียงฉลองความสขุ เปล่ียนเป็นความทกุ ข์ได้ ทงั้ นโ้ี รคอุจจาระรว่ งและอาหารเปน็ พษิ ส่วนใหญเ่ กิด สกุ ๆดบิ ๆเชน่ ลาบหลู้กงุ้ แชน่ ำ้ ปลาพลา่ เปน็ ตน้ หรอื อาหาร จากเชอ้ื โรคทส่ี ำคญั 3ชนดิ คอื Staphylococcusaureusหรอื ทท่ี ำจากกะทิ นม ทป่ี รงุ ไวน้ านเกนิ 2 ชว่ั โมง โดยไมไ่ ดแ้ ชเ่ ยน็ เชือ้ โรคจากแผลฝหี นอง เชอ้ื Vibrio Parahaemolyticus เช่น น้ำสลัด สังขยา ขนมจีนน้ำยากะทิ หรืออาหารจำพวก หรอื เชอ้ื โรคทพ่ี บกบั อาหารทะเลและเชอ้ื Salmonellaหรอื ขา้ วผดั เชน่ ขา้ วผดั เน้ือปูที่มักจะทำไวน้ าน และหากจัดงาน เชื้อไทฟอยด์ โดยอาการสำคัญที่พบประจำคือ ปวดท้อง เลี้ยงในร้านอาหาร ควรเลือกร้านอาหารที่มีสถานที่สะอาด ทอ้ งเสีย หรอื อาจจะมอี าเจียนรว่ มด้วยก็ได้ จัดเป็นสัดส่วน ไม่มีแมลงนำโรค ผู้ปรุง ผู้เสิร์ฟ มีสุขวิทยา ส่วนบุคคลที่ถูกต้อง หรือสังเกตจากมีป้ายรับรองมาตรฐาน เพอ่ื ใหป้ ระชาชนไดร้ ว่ มฉลองงานเทศกาลสง่ ทา้ ยปเี กา่ จากหน่วยงานราชการ เช่น ป้าย Clean Food Good Taste ต้อนรับปีใหม่ ได้อย่างสนุกสนาน และมีสุขภาพอนามัยที่ดี เป็นต้น นอกจากนั้นหากไปซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหาร จึงต้องพถิ ีพถิ นั ในการเลือกรบั ประทานอาหาร รวมถงึ ระมดั - ควรพิถีพิถันในการเลือก การล้างวัตถุดิบเหล่านั้นด้วย โดย ระวังในการปรุงประกอบอาหารสำหรับงานเลี้ยง และเลือก เลอื กซอ้ื วัตถดุ บิ ทส่ี ะอาด ดูและดมแล้วไมม่ ีลักษณะ กลิน่ สี ร้านอาหารสำหรบั การจดั เลยี้ งที่สะอาดได้มาตรฐานโดยยึด ผดิ ปกติหรอื เลอื กซอ้ื ในตลาดสดนา่ ซอ้ื และกอ่ นปรงุ ตอ้ งนำมา หลัก “เลือกสุก เลี่ยงเสี่ยง เลี้ยงที่สะอาด” โดยการปรุง ลา้ งดว้ ยนำ้ ใหส้ ะอาดโดยเฉพาะผกั ผลไม้เพอ่ื ลดการปนเปอ้ื น อาหารที่จะนำมาเลี้ยงสังสรรค์นั้นต้องปรุงให้สุกหรืออุ่น จากสารเคมีและเชื้อจุลินทรีย์ การเตรียมผักหรือปอกผลไม้ อาหารดว้ ยความร้อนอย่างท่วั ถงึ โดยเฉพาะอาหารประเภท สำหรบั รบั ประทานน้ันควรสวมถุงมือทุกครง้ั เนอ้ื สัตว์ อาหารทะเล สว่ นผปู้ รงุ ตอ้ งมีสขุ วทิ ยาทีถ่ กู ตอ้ ง เช่น ล้างมือก่อนปรุงอาหาร ไม่ใช้มือหยิบจับอาหาร เป็นต้น ท้ายที่สุด ทุกท่านควรยึดหลักง่ายๆ สำหรับการ ใสภ่ าชนะทส่ี ะอาดปลอดภยั มกี ารปกปดิ เสมอควรวางอาหาร ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ คือ “กินร้อน ให้สูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร อาหารที่นำมาเลี้ยง ใชช้ อ้ นกลาง หมน่ั ลา้ งมอื ”เพอ่ื สขุ ภาพทา่ นและคนทท่ี า่ นรกั ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นอาหารเสี่ยง เช่น อาหาร ถอื เปน็ ของขวญั ทม่ี คี า่ สำหรบั คนใกลช้ ดิ ในชว่ งเทศกาลปใี หมน่ ้ ี * นักวิชาการสาธารณสขุ ชำนาญการพิเศษ สำนกั สขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ 39 Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

เรือ่ งเล่า...ขา่ วชมรม โดย...สุชาติ สุขเจรญิ * แพทยห์ ญงิ พรรณพมิ ล วปิ ลุ ากร อธบิ ดกี รมอนามยั ซง่ึ ทา่ นมาดำรงตำแหนง่ เมอ่ื 1 ตลุ าคม 2561 ประกาศนโยบายจะสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหเ้ กดิ การประสานงานกบั ภาคเี ครอื ขา่ ย (Partnership) ทง้ั ภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสขุ เพอ่ื สรา้ งความเขม้ แขง็ ความตระหนกั ความ รว่ มมอื ในการเผยแพรข่ า่ วสารทถ่ี กู ตอ้ ง เพอ่ื ใหก้ ารอภบิ าลระบบสง่ เสรมิ สขุ ภาพและระบบ อนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม ใหม้ คี วามเขม้ แขง็ และยง่ั ยนื ...ชว่ ยสรา้ งขวญั กำลงั ใจ ใหส้ มาคมฯ ชมรมฯ แกนนำภาคีเครอื ข่ายด้านสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ ที่ขบั เคล่ือนงานใหช้ มุ่ ชนื่ หัวใจ... นายกิตติพัฒน์ สำแดงเดช นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย (สอพท.) จัดประชมุ ใหญ่คณะกรรมการสมาคมฯ สมาชิกชมรมฯ และคณะภาคีเครือขา่ ยชมรมรา้ นอาหาร แผงลอย ตลาดสดน่าซื้อ 8 จังหวัด ภาคกลางตะวันตก เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนงานในปี 2562 เมอื่ 23 พฤศจิกายน 2561 ณ จังหวัดเพชรบรุ ี ... นายปานทอง สระคูพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานพิธเี ปดิ ประชมุ เครือขา่ ยผู้ประกอบการรา้ นอาหาร คร้งั ท่ี 5/2561 (ภาคอสี าน 20 จงั หวัด) โดยมี นายสมพงษ์จริ ะพรพงศ์นายกสมาคมผปู้ ระกอบการอาหารกลา่ วถงึ วตั ถปุ ระสงคก์ ารจดั ประชมุ ฯ&จดั เวทเี สวนา “การทอ่ งเทย่ี วเชงิ อาหาร กระตนุ้ เศรษฐกจิ ไทย” ณ โรงแรมโฆษะ ขอนแกน่ มภี าคเี ครอื ขา่ ยรว่ มงานกวา่ 300 คน เพ่ือพฒั นารา้ นอาหารและผู้ประกอบการใหก้ า้ วทันยคุ 4.0 ทนั สมัย เม่ือวันที่ 13 - 14 พฤศจกิ ายน 2561 ... * นักวชิ าการสาธารณสขุ ชำนาญการพิเศษ สำนกั สขุ าภบิ าลอาหารและน้ำ 40 วารสารสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ ปีท่ี 10 ฉบบั ท่ี 1 เดือนตุลาคม 2561 - มกราคม 2562

เร่อื งเล่า...ข่าวชมรม คุณณัจยา แก้วนุ้ย ผู้จัดการโครงการขยายและพัฒนาเครือข่ายอาหารปลอดภัย เพื่อส่งเสริม การบริโภคผักผลไม้ (สสส.) อาจารย์วิฑูร อินทจันท์ อาจารย์จอมทัช กาญจนกิตต์ จัดเวทีการมา ร่วมแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์อบรมให้ความรู้ ด้านการสร้างแบรนด์ สินค้าผลิตภัณฑ์ แก่ผู้ประกอบการเกษตรกร เมื่อวันที่ 12 - 13 พฤศจิกายน 2561 ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตร จังหวัดสงขลา ... “น้ำท่วม...(มัก)แพ้น้ำใจ” พี่แขก​ (สมศรี หีมขาว) ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร จังหวัดชุมพร​& สมาชิก จัดทำข้าวกล่องปลอดโฟม​+ น้ำสะอาดปลอดภัยช่วยเหลือผู้ประสบภัย นำ้ ทว่ มบา้ นบางลกึ ม.12 อ.เมืองชมุ พร...ปรบมือรวั ๆๆๆ....ครบั ... 41Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

เรอ่ื งเลา่ ...ข่าวชมรม “ทำบุญ..ได้งาน” นางพิมพ์ปวีณ์ ทองประสงค์ นายกสมาคมการค้าธุรกิจอาหารมาร่วมทอดกฐิน วดั ห้วยใหญ่ ชลบรุ ี ถอื โอกาสตรวจงานอาหารปลอดภยั พบวา่ โรงทานทีน่ ำมารว่ มงานบญุ ใหญ่ จำนวน เกอื บ 60 รา้ นโรงทาน มอี ยเู่ พยี ง 2 - 3 รา้ นโรงทาน ทไ่ี มใ่ ชโ้ ฟมใสอ่ าหาร เลยไดใ้ หค้ วามรแู้ ละทำความเขา้ ใจ กับรา้ นทีใ่ ชโ้ ฟมบรรจุอาหารในการร่วมกนั รณรงคร์ กั ษาส่งิ แวดลอ้ ม โดยไมใ่ ชโ้ ฟมใสอ่ าหาร และปลอดภัย ไม่กอ่ สารมะเรง็ ผปู้ ระกอบการเข้าใจและพร้อมจะนำไปปฎิบตั ติ อ่ ไป ... “Go Green” เทศกาลทอ่ งเท่ียวแม่เมาะ ครงั้ ที่ 14 ระหว่างวันที่ 9 - 11 พฤศจกิ ายน 2561 ณ กฟผ. แม่เมาะ จ.ลำปาง เราจะ Go Green ไปด้วยกนั โดยร้านค้าต่างๆ ทมี่ าออกร้านในงาน พรอ้ มใจไม่ใชโ้ ฟม และถุงพลาสติก มาร่วมกัน “งดใช้โฟมและถุงพลาสติก” “พกถุงผ้า” และ “ทิ้งขยะ” ให้ลงถังในจุดที่จัดไว้ เพื่อชว่ ยกนั รักษาสิ่งแวดล้อมและความสะอาดในบรเิ วณงาน ... 42 วารสารสขุ าภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 10 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม 2561 - มกราคม 2562

เกาะประเด็นรอ้ น กรมอนามัย ย้ำ... น้ำประปาปลอดภยั ใช้หงุ ตม้ ได้ แนะต้ังทง้ิ ไว้ ลดกลิ่นคลอรีน กรมอนามัย กระทรวง สาธารณสุข ย้ำ คลอรนี ใน น้ำประปาปลอดภัย นำมา บรโิ ภค หงุ ตม้ อาหารได้ แนะ เพิ่มความมั่นใจโดยตั้งทิ้งไว้ หรือกรองน้ำก่อนใช้ เพื่อลด กลิ่นคลอรีน “ผ้บู ริโภคสามารถตรวจสอบ แพทยห์ ญงิ พรรณพมิ ล วปิ ลุ ากรอธบิ ดกี รมอนามยั เปิดเผยว่า คลอรีนในน้ำประปาไม่เป็นอันตราย ที่มีกลิ่น คณุ ภาพความสะอาดของน้ำ เพราะมีคลอรีนตกค้างในน้ำประปา ซึ่งจะต้องมีปริมาณ ได้โดยเปดิ นำ้ ใสภ่ าชนะ คงเหลือเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจหลงเข้าสู่ระบบเส้นท่อตั้งแต่ โรงผลิตน้ำจนถึงบ้านผู้ใช้น้ำ ซึ่งองค์การอนามัยโลกให้การ และสงั เกตว่าต้องใส ไม่มตี ะกอน ยอมรับและได้กำหนดให้มีคลอรีนคงเหลือในน้ำประปาไว้ หากมีกลิ่นคลอรนี แสดงว่า 0.2 - 0.5 มลิ ลกิ รมั ตอ่ ลติ ร โดยเฉพาะในหนา้ แลง้ ทอ่ี าจมกี ลน่ิ คลอรีนแรงมากกว่าปกติ เน่อื งจากมีการเพิม่ ปรมิ าณคลอรีน ”น้ำได้ผา่ นการฆ่าเช้อื มาแล้ว เพอ่ื ปอ้ งกนั โรคระบาด ทก่ี งั วลวา่ คลอรนี อาจเกดิ ปฏกิ ริ ยิ ากบั สารอินทรีย์ที่มีอยู่ในน้ำ ทำให้เกิดสารไตรฮาโลมีเทนที่เป็น สารก่อมะเร็งนั้น ในความเป็นจริงระบบประปามีการ ควบคุมปริมาณสารอินทรีย์ในน้ำประปาโดยให้มีความ ขนุ่ ไมเ่ กนิ 5NTUและมกี ารเฝา้ ระวงั ตรวจสอบคณุ ภาพนำ้ ดบิ ที่จะนำมาใช้ในการผลิตน้ำประปาและคุณภาพน้ำประปา อยู่เป็นประจำ จึงทำให้โอกาสที่จะเกิดสารไตรฮาโลมีเทน ในน้ำประปามนี ้อยมาก 43Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

เกาะประเดน็ รอ้ น “สารคลอรีนทีม่ อี ยเู่ พยี ง 0.2 - 0.5 มิลลิกรัมตอ่ ลติ ร ขา้ วสารหรือแป้งชนิดต่างๆ แมว้ า่ จดั อยใู่ นกลุ่มคารโ์ บไฮเดรต ทม่ี ขี นาดโมเลกุลใหญ่ สามารถทำปฏิกิรยิ ากับคลอรีนอิสระได้ แตจ่ ะช้ามากจงึ มโี อกาสที่จะเกดิ สารไตรฮาโลมเี ทน ”ท่ีมีอนั ตรายตอ่ มนุษย์ในปริมาณท่ีน้อยมาก จากกระแสข่าวที่แชร์ในโลกโซเชียลที่บอกว่า หากมีกลิ่นคลอรีนแสดงว่าน้ำได้ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้ว การนำน้ำประปาที่มีคลอรีนตกค้างมาหุงข้าวแล้ว ให้ต้งั ทง้ิ ไวน้ าน 20 - 30 นาที กลนิ่ คลอรีนจะจางหายไป จะทำปฏิกิริยาเกิดเป็นสารไตรฮาโลมีเทน ซึ่งเป็น และเพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจให้มากยิ่งขึ้น ก่อนดื่มควร สารกอ่ มะเรง็ นน้ั ขอบอกเลยวา่ เปน็ ขา่ วมว่ั .....ขอ้ เทจ็ จรงิ เปิดน้ำประปารองใส่ตุ่มพักไว้ ลดกลิ่นคลอรีน หาก คือ สารคลอรีนที่มีอยู่นั้นมีประมาณเพียงนิดเดียว คือ ไม่มั่นใจในความสะอาดอาจจะนำไปต้มจนเดือด นาน 0.2 - 0.5 มลิ ลิกรมั ต่อลิตร และสำหรับขา้ วสารหรือแป้ง 3-5นาทีจะทำใหน้ ำ้ สะอาดแตป่ จั จบุ นั ประชาชนนยิ มใช้ ชนิดต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร แม้ว่า เครื่องกรองน้ำผ่านการกรองชั้นถ่านเพื่อดูดกลิ่น และ จะเป็นสารอินทรีย์ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่มี ผ่านสารเรซินเพื่อลดความกระด้าง และนำไปฆ่าเชื้อ ขนาดโมเลกุลใหญ่ สามารถทำปฏิกริ ิยากับคลอรนี อสิ ระ จลุ นิ ทรยี ด์ ว้ ยการผา่ นแสงอลั ตราไวโอเลตหรอื แกส๊ โอโซน ได้แต่จะช้ามากเมือ่ เทยี บกับสารอนิ ทรียช์ นดิ อ่ืนๆ ดังน้นั ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ต้องทำความ โอกาสทจ่ี ะเกดิ สารไตรฮาโลมเี ทนในปรมิ าณมากพอทจ่ี ะ สะอาดเครอ่ื งกรองนำ้ อยา่ งสมำ่ เสมอเพอ่ื ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ เป็นอันตรายต่อมนุษย์เนื่องจากการนำน้ำประปาที่มี ที่ดีในการกรองน้ำและไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค คลอรนี มาใชห้ ุงขา้ วสาร จงึ มโี อกาสเกดิ ขึน้ ไดน้ อ้ ยมาก เนอ่ื งจากบางครวั เรอื นทย่ี งั มกี ารใชท้ อ่ ทเ่ี ปน็ เหลก็ อยู่เมอ่ื “ทั้งนี้ เพื่อความมั่นใจในการบริโภคน้ำประปา ใชง้ านไปในระยะเวลานานอาจมคี ราบสนมิ เกาะในบรเิ วณ ผบู้ รโิ ภคสามารถตรวจสอบคณุ ภาพความสะอาดของนำ้ ทอ่ และหลดุ ออกมาปนเปอ้ื นในนำ้ ทำใหเ้ สย่ี งเปน็ อนั ตราย ไดโ้ ดยเปดิ นำ้ ใสภ่ าชนะและสงั เกตวา่ ตอ้ งใสไมม่ ตี ะกอน ตอ่ สขุ ภาพได้” อธบิ ดีกรมอนามัย กล่าวในท่สี ุด... ขอ้ มลู จาก : ขา่ วประชาสมั พนั ธ์กรมอนามัย 44 วารสารสุขาภบิ าลอาหารและนำ้ ปีที่ 10 ฉบบั ท่ี 1 เดอื นตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562

สรุปข่าวสุขาภิบาลอาหารและนำ้ กรมอนามัยหนุน “วยั เรียน” มพี ฤติกรรมลา้ งมอื ประจำ หวงั เปน็ ผใู้ หญท่ ่มี สี ุขอนามัยทีด่ ี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริม กลุ่มวัยเรียนใส่ใจสร้าง พฤติกรรมล้างมืออย่างถูกวิธีให้เป็นนิสัย เนื่องจากเป็นกลุ่มวัยที่ นยิ มเลน่ ของเลน่ หรอื หยบิ จบั สง่ิ ของตา่ งๆ ทอ่ี ยรู่ อบตวั ช้ี ลา้ งมอื ประจำ ปอ้ งกันโรคติดต่อทางเดินอาหาร นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย “ท้งั นี้ การสรา้ งเสริมพฤติกรรมการล้างมือที่ถูกวิธดี ว้ ย เปิดเผยว่า ทุกวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี สมัชชาใหญ่แห่ง นำ้ และสบู่7ขน้ั ตอนไดแ้ ก่1)ฝา่ มอื ถกู นั 2)ฝา่ มอื ถหู ลงั มอื และ สหประชาชาตไิ ดก้ ำหนดใหเ้ ปน็ วนั ลา้ งมอื โลก (Global Hand น้วิ ถซู อกนวิ้ 3) ฝา่ มือถูฝ่ามอื และนว้ิ ถูซอกนวิ้ 4) หลังนวิ้ มอื Washing Day) เพ่ือรณรงค์สรา้ งความรู้ ความตระหนักและ ถูฝา่ มอื 5) ถูนิว้ หัวแม่มอื โดยรอบดว้ ยฝ่ามือ 6) ปลายนว้ิ มอื กระตุ้นให้เด็ก เยาวชน และประชากรทั่วโลกมีการล้างมือ ถขู วางฝา่ มอื และ7)ถรู อบขอ้ มอื โดยทกุ ขน้ั ตอนทำ5ครง้ั สลบั ดว้ ยนำ้ และสบอู่ ยา่ งถกู วธิ เี ปน็ ประจำ ซง่ึ เปน็ การปอ้ งกนั เชอ้ื โรค กันทง้ั 2 ข้าง ซึ่งการสง่ เสริมพฤตกิ รรมการลา้ งมือท้ังกอ่ นทำ ไดอ้ กี ทางหนง่ึ โดยขอ้ มลู จากองคก์ ารยนู เิ ซฟ พบวา่ ในแตล่ ะปี อาหาร กอ่ นกนิ อาหาร หลงั เขา้ หอ้ งนำ้ หลงั หยบิ จบั สง่ิ ปกปรก มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลก เสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วง กอ่ นและหลงั เยย่ี มผปู้ ว่ ยหลงั สมั ผสั หรอื เลน่ กบั สตั วเ์ ลย้ี งและ ประมาณ 3.5 ลา้ นคน และโรคปอดบวมประมาณ รอ้ ยละ 25 หลังกลับจากนอกบา้ น สามารถทำได้ทุกกลุ่มวยั ไมว่ ่าจะเปน็ ในส่วนของประเทศไทยนั้น เด็กนกั เรียนเปน็ กลมุ่ วยั ที่ตอ้ งให้ หญงิ มคี รรภ์ เดก็ วยั เรยี น วยั รนุ่ วยั ทำงาน และผสู้ งู อายุ แตใ่ น ความสำคญั ตอ่ การลา้ งมอื มากเปน็ พเิ ศษ เพอ่ื โตขน้ึ เปน็ ผใู้ หญ่ กรณที ไ่ี มส่ ะดวกลา้ งมอื ดว้ ยนำ้ และสบใู่ หใ้ ชเ้ จลลา้ งมอื แทนได้ ที่มีสุขอนามัยที่ดี เนื่องจากเด็กวัยนี้นิยมเล่นของเล่นหรือ ซง่ึ หาซอ้ื ไดง้ า่ ย พกตดิ ตวั ไดต้ ลอดเวลา ซง่ึ พฤตกิ รรมดงั กลา่ ว หยิบจับสิ่งของต่างๆ ที่อยู่รอบตัว และยิ่งในช่วงที่มีฝนตก จะช่วยลดพาหะนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและป้องกันโรค จำเป็นต้องระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะมืออาจจะสัมผัสกับ ต่างๆ อาทิ โรคติดตอ่ ทางเดนิ อาหาร เช่น อจุ จาระรว่ ง โรคตบั น้ำสกปรก หากไม่มกี ารล้างมอื ใหส้ ะอาดกอ่ นสัมผสั ร่างกาย อักเสบชนิดเอ โรคบิด อหิวาตกโรค เป็นต้น และสำหรับวัน กอ็ าจจะทำใหเ้ สย่ี งนำเชอ้ื โรคเขา้ สรู่ า่ งกายได้ซง่ึ ผลการสำรวจ ลา้ งมอื โลกในปี 2561 เน้นการจัดกจิ กรรมในรปู แบบ “ขอให้ พฤติกรรมท่พี ึงประสงคเ์ ด็กวัยเรยี น ปี 2560 ของกรมอนามัย ทกุ คนมมี อื ทส่ี ะอาด:Let’sgiveeveryoneacleanhand” ซง่ึ โดยสอบถามนักเรียน อายุ 10 ปี จำนวน 4,745 คน และ ไมใ่ ชเ่ พยี งเปน็ การเตอื นใหท้ ราบวา่ การลา้ งมอื เปน็ การปอ้ งกนั นกั เรยี นอายุ12ปีจำนวน4,745คนพบวา่ เดก็ นกั เรยี นอาย ุ 10 ปี สุขภาพ แต่ยังรวมถึงเป็นการ “สร้างอนาคตสุขภาพ ด้วย และ12ปีลา้ งมอื ดว้ ยสบกู่ อ่ นกนิ อาหารรอ้ ยละ53.1และ45.4 มือเรา” ซึ่งต้องสร้างพฤติกรรมด้านสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง ตามลำดับ ส่วนการล้างมือด้วยน้ำและสบู่หลังเข้าห้องส้วม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีเป็นประโยชน์ต่อตัวเรา ครอบครัว และ เด็กนักเรยี น อายุ 10 ปี รอ้ ยละ 67.6 และ 12 ปี รอ้ ยละ 76.2 ชมุ ชน” รองอธิบดกี รมอนามัย กลา่ ว... ข้อมลู จาก : ขา่ วประชาสมั พนั ธ์กรมอนามัย 45Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

กิจกรรมสุขาภิบาลอาหารและน้ำ การจัดการคณุ ภาพน้ำบริโภค ในโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ โดย...กลุ่มพัฒนาระบบจัดการคุณภาพน้ำบริโภค สำนกั สุขาภบิ าลอาหารและนำ้ การจดั การคณุ ภาพนำ้ บรโิ ภคในโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื พฒั นา คุณภาพน้ำบริโภคให้ปลอดภัยและส่งแสริมการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค และมสี ุขอนามัยทดี่ ี จากขอ้ จำกดั ดา้ นทรพั ยากรและแหล่งนำ้ เพือ่ การบรโิ ภค โดยการสรา้ ง ความเขม้ แขง็ ใหก้ บั ประชาชนใหส้ ามารถตรวจสอบ เฝา้ ระวงั และปรบั ปรงุ คณุ ภาพนำ้ บรโิ ภค จึงเป็นปจั จยั ทีจ่ ะชว่ ยใหป้ ระชาชนในพื้นที่มนี ำ้ บรโิ ภคทีม่ คี ุณภาพ ผลการดำเนินงานการจัดการคุณภาพน้ำบรโิ ภค ตามโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ พ.ศ. 2561 1. โครงการบรหิ ารจัดการและฟ้ืนฟนู เิ วศลมุ่ น้ำปากพนัง  จัดทำต้นแบบปรบั ปรุงคุณภาพนำ้ บรโิ ภค ต.ลานขอ่ ย อ.ปา่ พะยอม จ.พัทลุง  พฒั นาระบบเฝา้ ระวงั คุณภาพนำ้ บรโิ ภคพื้นที่ลุ่มนำ้ ปากพนงั 2. โครงการรกั ษ์น้ำเพอ่ื พระแมข่ องแผน่ ดนิ  พัฒนานวัตกรรมปรับปรุงคุณภาพน้ำชุมชนต้นแบบ บ้านสาม อ.ห้วยห้อม จ.แม่ฮ่องสอน (ถังซีเมนต)์ 46 วารสารสุขาภิบาลอาหารและนำ้ ปีที่ 10 ฉบับท่ี 1 เดอื นตุลาคม 2561 - มกราคม 2562

กจิ กรรมสุขาภิบาลอาหารและน้ำ  ประสาน สำนกั งานสาธารณสขุ จังหวดั ศูนยอ์ นามัยในพ้ืนท่โี ครงการรกั ษ์น้ำเพอ่ื พระแมข่ องแผน่ ดิน สง่ เสรมิ สขุ อนามัยประชาชน จดั การคุณภาพน้ำบรโิ ภคเพ่อื พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ของประชาชน และอนุรกั ษท์ รพั ยากร ธรรมชาติอย่างสมดุลและยงั่ ยนื 3. โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา- สยามบรมราชกุมารี  สำรวจขอ้ มลู ระบบจดั การนำ้ บรโิ ภคเกบ็ ตวั อยา่ งนำ้ แนะนำวธิ กี ารดแู ลรกั ษาระบบปรบั ปรงุ คณุ ภาพนำ้ / เครื่องกรอง แก่ ครู นักเรียน โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร โดยดำเนินการ จำนวน 318 โรงเรียน เก็บตัวอย่าง จำนวน 479 ตวั อย่าง และพัฒนาบุคคลกรในโรงเรียน จำนวน 610 คน  จัดทำต้นแบบปรับปรุงคุณภาพน้ำเพื่อลดเหล็กในน้ำบริโภค ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 4 จังหวดั ภาคใต้ 47Food and Water Sanitation Journal Vol. 10 No. 1 Oct 2018 - Jan 2019

กิจกรรมสุขาภบิ าลอาหารและน้ำ การพัฒนาและสรา้ งความเชอ่ื มั่น คณุ ภาพน้ำประปาแกป่ ระชาชน โดย...กลมุ่ พฒั นาระบบจัดการคุณภาพนำ้ บริโภค สำนักสขุ าภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัยร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาคลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) การสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพ นำ้ ประปา เม่อื วนั ที่ 23 มกราคม 2561เพื่อกระต้นุ การพฒั นาคุณภาพระบบผลิตและคณุ ภาพนำ้ ประปาท่ีการประปา ส่วนภูมภิ าคให้บริการแก่ประชาชน โดยภายหลงั การลงนามบันทกึ ความรว่ มมือกรมอนามัยได้ดำเนนิ กจิ กรรม 1. เยยี่ มเสรมิ พลังและส่มุ ตรวจรกั ษามาตรฐานหน่วยผลติ น้ำประปาที่ผา่ นการรับรองคุณภาพน้ำประปาด่มื ได้ ของการประปาส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2561 ร่วมกับศูนย์อนามัยที่ 2 พิษณุโลก ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี และศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ผลการสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค ผ่านเกณฑ์มาตรฐานฯ ร้อยละ 89.7 ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านเกณฑ์มาตรฐานฯ ร้อยละ 54 ซึ่งสาเหตุที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานฯ คือ พบ การปนเป้อื นแบคทเี รยี ท่ีจุดปลายท่อบา้ นผู้ใช้นำ้ 48 วารสารสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ปที ่ี 10 ฉบับที่ 1 เดอื นตลุ าคม 2561 - มกราคม 2562


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook