Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

Keywords: แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

Search

Read the Text Version

กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงท่ี 1 ข้ันนา 1. ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ให้นักเรยี นทราบ 2. ครทู บทวนความรเู้ กย่ี วกับประพจน์ โดยครูอาจใหน้ ักเรยี นดูประโยคจากแผ่นปา้ ยแลว้ ร่วมกนั ตอบว่า ประโยคที่เหน็ นนั้ เปน็ ประพจนห์ รือไม่ ถ้าเป็นประพจน์ จะมีค่าความจรงิ คอื อะไร และถา้ ไมเ่ ปน็ ประพจน์ เหตผุ ลทไ่ี ม่เป็นประพจนค์ ืออะไร โดยครจู บั เวลาแผ่นปา้ ยละ 30 วนิ าที จากนั้นครแู ละ นกั เรยี นร่วมกนั เฉลยคาตอบ ขั้นสอน 1. ครนู าเขา้ สูบ่ ทเรยี นโดยการกลา่ วถึงการสร้างประพจน์ใหมท่ เี่ กิดจากการนาประพจน์ต้ังแตส่ องประพจน์ ขึน้ ไปมาเชื่อมกันโดยใช้ตวั เช่ือมประพจน์ รวมถงึ การหาค่าความจรงิ ทีเ่ ปน็ ไปไดข้ องประพจน์ย่อยจาก หนังสอื เรยี นหน้า 51-52 2. ครูให้นักเรยี นจับคูศ่ ึกษาการหาค่าความจริงท่ีเปน็ ไปไดข้ องประพจนย์ อ่ ยจากหนังสือเรยี นหนา้ 52 แล้ว ถามคาถาม ดงั น้ี  ประพจนย์ อ่ ย 1 ประพจน์ มีค่าความจรงิ ทเ่ี ป็นไปได้กีก่ รณี (แนวตอบ 2 กรณ)ี  ประพจน์ยอ่ ย 2 ประพจน์ มคี า่ ความจริงที่เปน็ ไปไดก้ ีก่ รณี (แนวตอบ 4 กรณี)  ประพจน์ยอ่ ย 3 ประพจน์ มคี า่ ความจริงท่ีเป็นไปไดก้ ี่กรณี (แนวตอบ 8 กรณี)  จากคาถามในกิจกรรม Class Discussion “ถ้าประพจนย์ อ่ ย n ประพจน์ จะมีคา่ ความจริงท่ีเปน็ ไป ไดข้ องรูปแบบของประพจนท์ ง้ั หมดกีก่ รณี (แนวตอบ 2n กรณี) 3. ครกู ลา่ วสรุปดังนี้ จากกจิ กรรม Class Discussion นกั เรียนรู้แล้วว่า ถา้ มีประพจนย์ ่อย n ประพจน์ จะ ได้ ค่าความจริงที่เป็นไปได้ทง้ั หมดของรปู แบบของประพจน์ คือ 2n กรณี 4. ครอู ธบิ ายเกี่ยวกบั การเช่ือมประพจนด์ ้วยตัวเชอ่ื ม “และ” “หรอื ” “ถ้า...แลว้ ...” พรอ้ มทั้งยกตวั อย่างที่ 2-4จากหนังสอื เรียนหน้า 53-55 แล้วถามคาถาม ดังน้ี  รูปแบบของประพจน์ p  q จะมีค่าความจรงิ เปน็ จรงิ เมื่อใด (แนวตอบ เมือ่ ประพจน์ p และประพจน์ q เปน็ จริง)  รปู แบบของประพจน์ p  q จะมีคา่ ความจรงิ เป็นเทจ็ เม่อื ใด (แนวตอบ เม่อื ประพจน์ p และประพจน์ q เปน็ เทจ็ )  รูปแบบของประพจน์ p  q จะมคี ่าความจรงิ เปน็ เทจ็ เมือ่ ใด (แนวตอบ เมอื่ ประพจน์ p มีค่าความจริงเป็นจริง และประพจน์ q มคี ่าความจรงิ เปน็ เทจ็ ) 5. ครเู นน้ ย้าขอ้ มลู ท่สี าคญั ท่ีนักเรยี นควรรู้เพิ่มเตมิ ในกรอบ ATTENTION จากหนงั สอื เรยี นหนา้ 53-55

6. ครูใหน้ กั เรียนจับคู่ศกึ ษาเรื่อง การเชือ่ มประพจน์ด้วยตัวเชอื่ ม “และ” “หรอื ” โดยการนาเสนอด้วย แผนภาพเวนน์ ผา่ น QR Code จากนน้ั สุ่มนักเรียน 2 คู่ มาอธบิ ายหนา้ ชั้นเรยี น โดยครตู รวจสอบ ความถูกตอ้ ง 7. ครใู ห้นักเรียนทา “ลองทาดู” ในหนังสือเรยี นหน้า 54-56 เมื่อนกั เรียนทาเสร็จให้ร่วมกนั เฉลยคาตอบ โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง ชว่ั โมงท่ี 2 8. ครูทบทวนการเชื่อมประพจน์ดว้ ยตวั เชอื่ ม “และ” “หรอื ” “ถา้ ...แลว้ ...” โดยครูเขยี นตารางค่าความ จริง บนกระดาน ดงั นี้ p q pq pq pq TT TF FT FF จากนั้นครูสุม่ นกั เรยี นออกมาเขียนคา่ ความจรงิ ทีละช่องจนครบทุกชอ่ ง จากนน้ั ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยคาตอบรว่ มกนั (แนวตอบ) p q pq pq pq TTTT T TFFT F FTFT T FFFF T 9. ครูอธิบายเก่ยี วกบั การเชอื่ มประพจนด์ ว้ ยตัวเช่อื ม “...กต็ อ่ เมือ่ ...” และนเิ สธของประพจน์ พรอ้ มทงั้ ยกตวั อย่างที่ 5-6 จากหนังสือเรียนหนา้ 56-57 แล้วถามคาถาม ดงั นี้  รปู แบบของประพจน์ p  q จะมคี ่าความจริงเป็นจริงเมือ่ ใด (แนวตอบ เมื่อประพจน์ p และประพจน์ q มีค่าความจรงิ เหมือนกนั ) 10. ครเู นน้ ย้าข้อมูลที่สาคัญท่นี กั เรยี นควรรู้เพิ่มเติมในกรอบ ATTENTION จากหนงั สอื เรียนหน้า 56-57 11. ครูให้นักเรียนทา “ลองทาดู” ในหนังสอื เรยี นหนา้ 57 จากนน้ั ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยคาตอบ 12. ครูให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ ทกั ษะ 2.2 ข้อ 1-2 ในหนังสือเรียนหนา้ 58 จากนน้ั ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบ

13. ครูให้นักเรยี นทาแบบฝกึ ทักษะ 2.2 ขอ้ 3 ในหนังสอื เรียนหน้า 58 และ Exercise 2.2 ในหนังสอื แบบฝกึ หัด เป็นการบ้าน ขัน้ สรปุ 1. ครูใหน้ กั เรยี นเขยี นผงั ความรูร้ วบยอดเร่ืองการเชือ่ มประพจนล์ งในสมุด 2. ครสู รปุ โดยเขียนตารางค่าความจริงของประพจนท์ ม่ี ตี ัวเช่ือม ดังน้ี p q pq pq pq pq p TTT T T T F T TF F T F F F T FT FT T F FF F F T T สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ส่อื การเรยี นรู้ 1) หนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ม.4 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เซต 2) แบบฝกึ หัดรายวิชาพนื้ ฐาน ม.4 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 2 ตรรกศาสตร์เบ้อื งต้น 3) แผ่นปา้ ยข้อความ

การวัดและประเมินผล รายการวดั วธิ ีวดั เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน การประเมินระหวา่ ง - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 1)การเชอื่ มประพจน์ - ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะ 2.2 - แบบฝึกทกั ษะ 2.2 - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจ Exercise 2.2 - Exercise 2.2 2)พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม รายบคุ คล การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล 3) คุณลักษณะอนั พึง - สงั เกตความมวี ินัย - แบบประเมิน ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่ัน คุณลักษณะอนั พงึ ในการทางาน ประสงค์ ขอ้ เสนอแนะ  ใชส้ อนได้  ควรปรับปรุง ลงช่อื ( นางสาวปวริศา ก๋าวงค์วนิ ) หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วันท.ี่ .......เดือน..............พ.ศ............

แผน่ ปา้ ยข้อความ 2+4=5 เขาเป็นคนขยนั อยา่ สง่ เสยี งดงั Y เปน็ จานวนนับ 0 เป็นจานวนเตม็

แผนการจัดการเรยี นรู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วชิ าคณิตศาสตร์พืน้ ฐาน รหสั วชิ า ค 31101 ปกี ารศกึ ษา 2564 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 4 ชวั่ โมง แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรือ่ ง การหาคา่ ความจริงของรูปแบบของประพจน์ ผ้สู อน นางสาววไิ ลวรรณ รยิ ะนา วนั ที่ …………………………………………… มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชว้ี ัด ค 1.1 ม.4/1 เข้าใจและใช้ความรเู้ กี่ยวกบั เซตและตรรกศาสตร์เบือ้ งตน้ ในการสื่อสารและส่ือความหมาย ทางคณติ ศาสตร์ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) บอกคา่ ความจริงของรปู แบบของประพจนท์ ่ีกาหนดใหไ้ ด้ (K) 2) เขยี นแสดงวิธกี ารหาคา่ ความจรงิ ของรปู แบบของประพจน์ที่กาหนดให้ได้ (P) 3) รับผดิ ชอบต่อหนา้ ทท่ี ไี่ ด้รบั มอบหมาย (A) สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด การหาค่าความจริงของรปู แบบของประพจน์ ทาได้โดยนาคา่ ความจริงของประพจนย์ ่อยมาเช่ือมกันด้วย ตวั เชื่อมประพจน์ตา่ ง ๆ เพ่ือหาคา่ ความจรงิ ของรูปแบบประพจน์ ดงั น้ี p q pq pq pq pq q TT T T T T F F T TFF T F F F T T FT F T T FFF F T สาระการเรียนรู้ ประพจนแ์ ละตัวเช่อื ม (นิเสธ และ หรือ ถ้า...แลว้ ... กต็ อ่ เมอื่ ) สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวนิ ัย 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุง่ ม่นั ในการทางาน 1) ทกั ษะการสงั เกต 2) ทักษะการระบุ

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา ชั่วโมงที่ 1 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขัน้ นา 1. ครูแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้ใู หน้ ักเรียนทราบ 2. ครทู บทวนความรู้ของนกั เรยี นเรอ่ื งการเช่อื มประพจน์ โดยแจกตารางคา่ ความจริงใหก้ ับนกั เรียนคนละ 1 ใบ จากน้นั ใหน้ ักเรียนเริ่มลงมือทาพร้อมกันโดยครจู ับเวลา 5 นาที ตารางคา่ ความจริง p q pq pq pq pq p 3. ครูและนกั เรียนรว่ มกันเฉลยคาตอบพรอ้ มกนั นกั เรยี นแต่ละคนตรวจเชค็ ความถกู ตอ้ งจากตาราง ค่าความจรงิ ของตนเอง ขั้นสอน 1. ครูนาเข้าสู่บทเรยี นโดยการยกตัวอยา่ งรูปแบบประพจนท์ ม่ี ปี ระพจนย์ อ่ ย 2 ประพจน์ บนกระดาน โดย ครกู าหนดคา่ ความจรงิ ของประพจนย์ อ่ ยดว้ ย แล้วใหน้ กั เรยี นตอบว่ารูปแบบประพจนน์ ้มี คี า่ ความจริง คืออะไร ซง่ึ ครูอาจยกตวั อย่างรูปแบบประพจน์ 2-3 ตัวอยา่ ง เชน่  p  q มีคา่ ความจริงคืออะไร เมื่อกาหนดให้ p มีคา่ ความจริงเปน็ เทจ็ และ q มคี า่ ความจริงเปน็ จริง (แนวตอบ รูปแบบประพจนน์ ้มี ีค่าความจริงเป็นจรงิ ) 2. ครยู กตวั อย่างรูปแบบประพจน์ท่มี ีประพจนย์ ่อย 3 ประพจน์ บนกระดาน โดยครูกาหนดค่าความจริง ของประพจนย์ ่อยด้วย เช่น  กาหนด p มีค่าความจรงิ เปน็ จรงิ q มคี ่าความจรงิ เปน็ เทจ็ และ r มคี ่าความจรงิ เปน็ เทจ็ ให้หาค่า ความจรงิ ของรูปแบบประพจน์ (p  q)  r จากน้ันครูถามนักเรียนว่า - นักเรยี นคิดว่าตวั เชือ่ มหลักของรูปแบบประพจนท์ ่ีกาหนดให้คือตัวเชอ่ื มใด (แนวตอบ )

- ถ้านักเรยี นจะหาคา่ ความจรงิ ของรปู แบบของประพจนน์ ีน้ ักเรียนจะเริ่มจากการหาคา่ ความจริง จากประพจน์คใู่ ดก่อน (แนวตอบ p  q ) - จากรูปแบบประพจน์ทกี่ าหนดให้ตวั เช่อื มใดทนี่ ักเรยี นนามาหาคา่ ความจริงครัง้ สุดทา้ ย (แนวตอบ ) - รูปแบบของประพจนท์ ก่ี าหนดใหน้ ี้มคี ่าความจริงคืออะไร (แนวตอบ รปู แบบประพจน์น้มี ีค่าความจรงิ เปน็ จรงิ ) 3. ครูอาจยกตัวอย่างรูปแบบของประพจน์ 4-5 ตัวอย่าง โดยอาจมีประพจนย์ อ่ ยมากกว่า 3 ประพจนข์ ้ึนไป แล้วถามคาถามในลกั ษณะเดยี วกันกับขา้ งต้น เมือ่ ครูยกตัวอยา่ งครบเรียบรอ้ ยแลว้ ใหค้ รถู ามนักเรยี นว่า  นักเรยี นมวี ธิ กี ารหาคา่ ความจรงิ ของรูปแบบของประพจน์ทีม่ ีประพจนย์ ่อยมากกว่า 2 ประพจน์ อย่างไร (แนวคาตอบ ทาเหมอื นกับรปู แบบของประพจน์ทม่ี ปี ระพจน์ย่อย 2 ประพจน์ โดยเร่ิมจากการหาค่า ความจรงิ ของประพจนท์ อ่ี ย่ใู นวงเล็บในสุดกอ่ น ทาเรยี งมาเรือ่ ย ๆ โดยให้ตัวเชอ่ื มหลกั เป็นการหาคา่ ความจริงของประพจน์ครง้ั สุดท้าย) 4. ครูใหน้ กั เรียนจบั คู่ศึกษาตวั อยา่ งท่ี 7-9 จากหนงั สอื เรยี นหน้า 59-60 จากน้นั สุม่ นักเรียน 3 คู่ มา อธบิ ายคาตอบหนา้ ชน้ั เรยี น โดยครูตรวจสอบความถกู ต้อง 5. ครใู หน้ กั เรียนทา “ลองทาดู” ในหนังสอื เรียนหน้า 60 เมอ่ื นักเรยี นทาเสร็จให้รว่ มกนั เฉลยคาตอบ โดย ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง ชัว่ โมงท่ี 2 6. ครูแจกใบงานที่ 2.2 เร่ือง การหาคา่ ความจริงของรปู แบบของประพจน์ (1) ใหก้ ับนกั เรยี นทุกคน จากน้ัน ให้นกั เรยี นอ่านคาชี้แจงแล้วลงมอื ทา 7. เมอ่ื นกั เรียนทาเสรจ็ ให้ร่วมกันเฉลยคาตอบ โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง 8. ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 3 - 4 คน จากนน้ั แจกใบงานท่ี 2.3 เร่ือง การหาค่าความจรงิ ของรปู แบบ ของประพจน์ (2) ให้กบั นักเรยี นทกุ กลุ่ม จากน้ันให้นกั เรยี นอา่ นคาชแ้ี จงแลว้ ลงมอื ทา 9. จากใบงานท่ี 3.2 ครใู หน้ กั เรียนเตรียมความพรอ้ มในการนาเสนอมาเปน็ การบา้ นทง้ั ส่อื ที่ใช้ รวมถึงเอกสาร ประกอบสาหรบั แจกเพ่ือน ๆ ทุกกลมุ่ ในชว่ั โมงถดั ไป ช่ัวโมงท่ี 3 10. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอโจทย์เรอื่ งการหาคา่ ความจริงของประพจน์ทก่ี ลุ่มของตนเอง ตง้ั ขน้ึ โดยแจกเอกสารให้เพอ่ื น ๆ ทุกกลุ่มลงมือทา แตล่ ะกลมุ่ มเี วลา 10 นาที จากนั้นตวั แทนกลุ่มเฉลยคาตอบ ท่ถี กู ตอ้ ง โดยครคู อยตรวจสอบความถกู ตอ้ งอีกครง้ั

ช่ัวโมงที่ 4 11. ครใู หน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 2 - 3 คน จากนั้นครแู จกกระดาษ A4 ให้กล่มุ ละหน่งึ แผ่น ให้นักเรียน รว่ มกนั ทาแบบฝกึ ทักษะ 2.3 ขอ้ 1-3 ในหนงั สือเรียน หนา้ 60 แลว้ ส่งตัวแทนกลุ่มละ 1 คน ออกมา นาเสนอหน้าชน้ั เรยี น โดยครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง ขั้นสรุป 1. ครใู ห้นักเรยี นเขียนผังความรรู้ วบยอดเร่อื งการหาคา่ ความจรงิ ของรปู แบบของประพจน์ลงในสมุด 2. ครสู รุปโดยใช้การถาม-ตอบ ดังนี้  นกั เรยี นมีวิธกี ารหาคา่ ความจรงิ ของรูปแบบประพจนท์ ี่มีประพจนย์ อ่ ยมากกว่า 2 ประพจนอ์ ยา่ งไร (แนวตอบ ทาเหมือนกบั รูปแบบประพจนท์ ม่ี ีประพจน์ยอ่ ย 2 ประพจน์ โดยเร่ิมจากการหาค่าความ จรงิ ของประพจน์ท่ีอย่ใู นวงเลบ็ ในสุดก่อน ทาเรียงมาเร่อื ย ๆ โดยใหต้ วั เชือ่ มหลักเปน็ การหาค่าความ จรงิ ของประพจนค์ รั้งสุดทา้ ย) สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ม.4 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 เซต 2) ใบงานที่ 2.2 เรื่อง การหาค่าความจริงของรูปแบบของประพจน์ (1) 3) ใบงานท่ี 2.3 เรอื่ ง การหาค่าความจรงิ ของรูปแบบของประพจน์ (2) 4) ใบตารางคา่ ความจรงิ

การวดั และประเมินผล วธิ วี ดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน รายการวดั - ตรวจใบงานขทอ่ี ง2ร.ปู2แบบของ- ใบงานท่ี 2.2 ประพจน์- รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การประเมนิ ระหวา่ ง การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ 1)การหาคา่ ความจรงิ - ตรวจใบงานท่ี 2.3 - ใบงานท่ี 2.3 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 2.3 - แบบฝกึ ทักษะ 2.3 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 2) การนาเสนอผลงาน - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดบั คุณภาพ 2 นาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ ผลงาน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานรายบุคคล - ระดบั คุณภาพ 2 3)พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์ การทางานกล่มุ - ระดับคุณภาพ 2 รายบุคคล การทางานรายบคุ คล - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอนั พงึ - ระดบั คุณภาพ 2 4)พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ กล่มุ การทางานกลมุ่ 5) คณุ ลกั ษณะอันพงึ - สงั เกตความมีวินัย ประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทางาน ข้อเสนอแนะ  ใช้สอนได้  ควรปรบั ปรงุ ลงช่ือ ( นางสาวปวริศา กา๋ วงคว์ นิ ) หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ วนั ท่.ี .......เดือน..............พ.ศ............

ใบงานที่ 2.2 เรื่อง การหาคา่ ความจรงิ ของรปู แบบของประพจน์ (1) คาชีแ้ จง : กาหนด p, q, r, s และ t เปน็ ประพจน์ที่มคี า่ ความจรงิ เป็นเท็จ จรงิ จรงิ เทจ็ และจรงิ ตามลาดบั ให้หาค่าความจริงของรูปแบบประพจนต์ ่อไปน้ี 1. (p  s)  q 2. r  r  p 3. (t  s)  (q  r) 4.  r  p  s

ใบงานที่ 2.2 เฉลย เรอื่ ง การหาคา่ ความจริงของรปู แบบของประพจน์ (1) คาช้ีแจง : กาหนด p, q, r, s และ t เป็นประพจน์ท่มี คี ่าความจริงเป็นเท็จ จริง จรงิ เทจ็ และจริง ตามลาดบั ใหห้ าคา่ ความจริงของรปู แบบประพจนต์ อ่ ไปนี้ 1. (p  s)  q ดังน้ัน รูปแบบของประพจน์ มคี า่ ความ จริง เป็นจรงิ 2. r  r  p ดงั นน้ั รปู แบบของประพจน์ มคี า่ ความ จริง เปน็ เท็จ 3. (t  s)  (q  r) ดังนน้ั รปู แบบของประพจน์ มีคา่ ความจริง เป็นเทจ็ 4.  r  p  s ดังนน้ั รูปแบบของประพจน์ มีคา่ ความจริง เป็นจรงิ

ใบงานท่ี 2.3 เร่ือง การหาค่าความจริงของรูปแบบของประพจน์ (2) คาช้ีแจง : ให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ สรา้ งรูปแบบของประพจนเ์ พื่อหาค่าความจรงิ โดยนกั เรยี นตอ้ งกาหนด ประพจน์ p, q, r, s และ t ในรปู แบบประโยคหรือข้อความท่เี กิดจากการนาความรใู้ นวิชาอน่ื ๆ ท่เี รียนในภาค เรยี นปัจจุบัน มาตั้งเป็นประโยคเพื่อให้นักเรียนกลมุ่ อ่ืน ๆ หาค่าวา่ ประพจน์ที่ตงั้ ขึ้นมีคา่ ความจรงิ คอื อะไร แล้ว คอ่ ยมาหาค่าความจริงจากรปู แบบของประพจน์ท่ีสรา้ งขึน้ และในช่ัวโมงถดั มาให้นักเรียนออกมานาเสนอหนา้ ห้องโดยนักเรยี นตอ้ งจดั เตรยี มถ่ายสาเนาเอกสารชุดนีใ้ หก้ ับเพือ่ นทุกกลุ่มไดล้ งมือทา เมอ่ื ทกุ กลุ่มทาเสรจ็ เรยี บรอ้ ยใหน้ ักเรียนเฉลยคาตอบอยา่ งละเอียด ให้ p แทน ซงึ่ มีคา่ ความจริงเปน็ q แทน ซงึ่ มีคา่ ความจริงเปน็ r แทน ซงึ่ มคี า่ ความจรงิ เปน็ s แทน ซึ่งมคี ่าความจริงเปน็ t แทน ซึง่ มีคา่ ความจรงิ เป็น รปู แบบประพจน์ คอื ดังนน้ั รปู แบบประพจน์ มคี า่ ความจรงิ เป็น

ใบงานท่ี 2.3 เฉลย เร่อื ง การหาคา่ ความจริงของรูปแบบของประพจน์ (2) คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มสร้างรปู แบบของประพจนเ์ พือ่ หาคา่ ความจริง โดยนักเรียนต้องกาหนด ประพจน์ p, q, r, s และ t ในรูปแบบประโยคหรือขอ้ ความท่ีเกดิ จากการนาความรใู้ นวชิ าอืน่ ๆ ทเ่ี รียนในภาค เรยี นปัจจุบัน มาตง้ั เป็นประโยคเพอ่ื ใหน้ กั เรียนกลุ่มอ่ืน ๆ หาคา่ วา่ ประพจน์ทตี่ ัง้ ขึน้ มีคา่ ความจรงิ คอื อะไร แลว้ คอ่ ยมาหาค่าความจรงิ จากรูปแบบของประพจนท์ ่สี ร้างขน้ึ และในชัว่ โมงถัดมาใหน้ กั เรียนออกมานาเสนอหนา้ ห้องโดยนกั เรียนตอ้ งจัดเตรียมถ่ายสาเนาเอกสารชุดนี้ให้กบั เพื่อนทกุ กล่มุ ไดล้ งมอื ทา เม่ือทกุ กลุ่มทาเสร็จ เรยี บร้อยให้นกั เรยี นเฉลยคาตอบอยา่ งละเอียด ให้ p แทน ซง่ึ มีคา่ ความจรงิ เป็น q แทน ซง่ึ มีค่าความจรงิ เป็น r แทน ซง่ึ มคี า่ ความจรงิ เป็น s แทน ซึ่งมีค่าความจรงิ เป็น t แทน ซึ่งมีคา่ ความจรงิ เปน็ รูปแบบประพจน์ คอื คาตอบขึ้นอยูก่ ับ ประพจนท์ น่ี ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสรา้ งข้ึน ดังนัน้ รปู แบบประพจน์ มคี า่ ความจริงเปน็ ใบตารางค่าความจริง pq pq pq pq p pq

แผนการจดั การเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน รหัสวิชา ค 31101 ปกี ารศกึ ษา 2564 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 4 ชว่ั โมง แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 เร่ือง การสร้างตารางค่าความจริง ผ้สู อน นางสาววิไลวรรณ ริยะนา วันท่ี …………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั ค 1.1 ม.4/1 เข้าใจและใช้ความรูเ้ กีย่ วกับเซตและตรรกศาสตรเ์ บอื้ งตน้ ในการส่ือสารและสื่อความหมาย ทางคณิตศาสตร์ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) บอกค่าความจริงทกุ กรณีทเ่ี กิดจากการสร้างตารางคา่ ความจริงจากรูปแบบของประพจน์ท่ีกาหนดใหไ้ ด้ (K) 2) สร้างตารางค่าความจริงจากรูปแบบของประพจนท์ ีก่ าหนดได้ (P) 3) รับผิดชอบต่อหน้าทที่ ี่ไดร้ บั มอบหมาย (A) สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด การสร้างตารางคา่ ความจริง ใชเ้ มื่อเราไม่ทราบค่าความจริงของประพจน์ย่อยตัวใดเลย เราจึงจาเป็น จะต้องหาค่าความจรงิ โดยการสร้างตารางแสดงค่าความเปน็ จริงทงั้ หมดท่ีเป็นไปไดข้ องประพจนย์ อ่ ย สาระการเรียนรู้ ประพจน์และตวั เชอ่ื ม (นิเสธ และ หรอื ถา้ ...แล้ว... ก็ต่อเมื่อ) สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียนและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวินัย 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมั่นในการทางาน 1) ทกั ษะการสังเกต 2) ทักษะการระบุ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงท่ี 1 ข้ันนา ข้นั การใช้ความร้เู ดมิ เชื่อมโยงความรใู้ หม่ (Prior Knowledge) ครทู บทวนความร้ขู องนักเรียนเรื่องการหาคา่ ความจริงท่ีเปน็ ไปได้ทัง้ หมดของประพจน์ยอ่ ยเมอ่ื มีประพจน์ ยอ่ ย n ประพจน์ จะมคี ่าความจรงิ ท่ีเป็นไปได้ทั้งหมด 2n กรณี โดยครอู าจอธิบายให้ละเอยี ดอกี ครัง้ จากการ แสดงเป็นลาดบั ตามในหนงั สือแบบเรยี นหน้า 52 ขน้ั สอน ขน้ั รู้ (Knowing) 1. ครอู ธิบายวา่ การสรา้ งตารางค่าความจรงิ ใชเ้ ม่อื เราไมท่ ราบคา่ ความจริงของประพจน์ยอ่ ยตัวใดเลย เรา จงึ จาเปน็ จะต้องหาค่าความจรงิ โดยการสร้างตารางแสดงคา่ ความเปน็ จริงทงั้ หมดท่ีเป็นไปไดข้ องประพจนย์ อ่ ย 2. ครยู กตวั อยา่ งการสรา้ งตารางคา่ ความจรงิ ของรปู แบบประพจน์จากตัวอย่างที่ 10 ในหนงั สอื เรียนหนา้ 61 3. ครูเน้นย้าข้อมลู ทสี่ าคญั ทน่ี ักเรยี นควรรเู้ พิม่ เตมิ ในกรอบ ATTENTION จากหนงั สือเรยี นหน้า 61 ขั้นเขา้ ใจ (Understanding) 1. ครใู ห้นกั เรียนทา “ลองทาดู” ของตวั อยา่ งท่ี 10 ในหนังสือเรียนหน้า 62 และแบบฝกึ ทักษะ 2.4 ขอ้ 1 ในหนังสือเรยี นหนา้ 63 เม่ือนักเรยี นทาเสรจ็ ใหร้ ่วมกันเฉลยคาตอบ โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง ชั่วโมงที่ 2 ข้นั รู้ (Knowing) 1. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบของ Exercise 2.4 ขอ้ 1 ในหนังสอื แบบฝึกหัด 2. ครใู หน้ กั เรียนจบั คศู่ กึ ษาตวั อยา่ งท่ี 11 ในหนังสือเรียนหนา้ 62 จากน้นั สุม่ นกั เรยี นมาอธบิ ายคาตอบ หน้า ชั้นเรยี น โดยครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง 3. ครเู นน้ ย้าขอ้ มูลทีส่ าคัญที่นกั เรยี นควรร้เู พมิ่ เติมในกรอบ ATTENTION จากหนังสอื เรยี นหนา้ 62 ข้ันเขา้ ใจ (Understanding) 1. ครใู ห้นักเรียนทา “ลองทาดู” ของตวั อยา่ งท่ี 11 ในหนงั สือเรียนหน้า 62 จากน้ันสุม่ นักเรยี นมาอธิบาย คาตอบหนา้ ช้ันเรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง 2. ครูแจกใบงานท่ี 2.4 เรือ่ ง การสรา้ งตารางค่าความจรงิ ให้กับนกั เรยี นทกุ คน จากน้ันใหน้ ักเรียนอา่ นคา ชแี้ จงแลว้ ลงมอื ทา

3. เมอ่ื นกั เรียนทาเสรจ็ ให้รว่ มกันเฉลยคาตอบ โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง 4. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกทกั ษะ 2.4 ขอ้ 2 ในหนังสอื เรยี นหนา้ 63 และ Exercise 2.4 ขอ้ 2 ในหนงั สอื แบบฝกึ หดั เปน็ การบ้าน ชว่ั โมงท่ี 3 ขน้ั เขา้ ใจ (Understanding) 5. นักเรยี นและครรู ่วมกันเฉลยคาตอบของแบบฝกึ ทักษะ 2.4 ข้อ 2 ในหนังสือเรียนหนา้ 63 และ Exercise 2.4 ข้อ 2 ในหนงั สอื แบบฝกึ หดั 6. ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 2 - 3 คน จากน้นั ให้แตล่ ะกล่มุ ค้นคว้าหาโจทยป์ ัญหาในระดับขอ้ สอบ แขง่ ขนั จากแหลง่ ต่าง ๆ โดยตอ้ งใช้การสรา้ งตารางคา่ ความจรงิ ในการหาคาตอบ จานวน 4-5 ข้อ พร้อม ทง้ั แสดงวิธหี าคาตอบอย่างละเอียด 7. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มละ 1 คน ออกมานาเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น โดยมีครูคอยตรวจสอบ ความถูกต้อง ช่วั โมงที่ 4 ขั้นลงมอื ทา (Doing) 1. ครูให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 2 - 3 คน จากน้ันครูแจกกระดาษ A4 ใหก้ ลุ่มละหน่งึ แผน่ จากนัน้ ให้ นกั เรยี นรว่ มกนั ทาแบบฝึกทักษะ 2.4 ขอ้ 3 ในหนงั สอื เรียน หนา้ 63 แลว้ ส่งตัวแทนกลมุ่ ละ 1 คน ออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน โดยมคี รตู รวจสอบความถกู ต้อง 2. ครใู หน้ ักเรยี นทา Exercise 2.4 ขอ้ 3 ในหนังสือแบบฝกึ หัด เป็นการบา้ น ขนั้ สรุป 1. ครูสรปุ โดยใชก้ ารถาม-ตอบ ดงั นี้  เราจะสรา้ งตารางค่าความจรงิ ของรูปแบบของประพจนเ์ ม่อื ใด (แนวตอบ เมอ่ื เราไม่ทราบคา่ ความจริงของประพจนย์ ่อยตัวใดเลย เราจึงจาเปน็ จะตอ้ งหาคา่ ความ จริงโดยการสรา้ งตารางแสดงค่าความเปน็ จริงทั้งหมดทเ่ี ปน็ ไปได้ของประพจนย์ อ่ ย) สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน คณติ ศาสตร์ ม.4 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เซต 2) ใบงานที่ 2.4 เรื่อง การสร้างตารางคา่ ความจริง

การวัดและประเมนิ ผล วธิ วี ดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ รายการวดั - ตรวจใบงานคทว่ีา2ม.จ4ริง - ใบงานท่ี 2.4 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การประเมนิ ระหวา่ ง - ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะ 2.4 - แบบฝกึ ทักษะ 2.4 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1)การสรา้ งตารางค่า 2) การนาเสนอผลงาน - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดบั คุณภาพ 2 นาเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์ ผลงาน - แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล - ระดบั คณุ ภาพ 2 3)พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ การทางานกลุม่ - ระดบั คุณภาพ 2 รายบุคคล การทางานรายบุคคล - แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอนั พึง - ระดับคุณภาพ 2 4)พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ กลุม่ การทางานกลุม่ 5) คณุ ลักษณะอนั พงึ - สังเกตความมวี นิ ยั ประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทางาน ข้อเสนอแนะ  ใชส้ อนได้  ควรปรับปรงุ ลงชอื่ ( นางสาวปวรศิ า ก๋าวงค์วิน ) หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ วันท่ี........เดอื น..............พ.ศ............

ใบงานที่ 2.4 เร่ือง การสรา้ งตารางคา่ ความจรงิ คาชแ้ี จง : กาหนด p, q, r และ s เปน็ ประพจน์ ใหส้ ร้างตารางแสดงคา่ ความจรงิ ของรูปแบบของประพจน์ ตอ่ ไปน้ี 1) (r  q )  s 2) (q  r)  (q  s) 3) (q  r)  (r  p)

4) (r  s)  p 5) (p  q)  (r  s)

ใบงานท่ี 2.4 เฉลย เรอ่ื ง การสร้างตารางค่าความจริง คาชี้แจง : กาหนด p, q, r และ s เป็นประพจน์ ใหส้ ร้างตารางแสดงค่าความจริงของรูปแบบของประพจน์ ตอ่ ไปน้ี 1) (r  q )  s q r s r (r  q (r  q )  s TTTF T T TTFF T F T FTT T T T FFT T F FTTF T T FTFF T F F FTT F F F F FT F F 2) (q  r)  (q  s) q r s qr qs (q  r)  (q  s) TTT T T T TTF T F F TFT T T T TFF T F F FTT T F F FTF T F F FFT F F T FFF F F T

3) (q  r)  (r  p) pq r qr rp (q  r)  (r  p) TT T T T T TT F F T T TF T F T T TF F T T T FT T T F F FT F F T T FF T F F T FF F T T T 4) (r  s)  p (r  s)  p pr s s (r  s) T T TTT FF T TTF TT T TFT FF T TFF TF F FTT FF T FTF TT T FFT FF FFF TF

5) (p  q)  (r  s) s pq rs (p  q)  (r  s) pq r TT T T TTT FT T T TTT TTF TT T T TTF TFT FT F F TFT TFF TF T F TFF FTT FF T F FTT FTF TF T F FTF FFT FF F T FFT FFF TF T F FFF FF T F TF T F FF F T TF T F FF T F TF T F FF F T

แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ วิชาคณิตศาสตรพ์ ืน้ ฐาน รหสั วชิ า ค 31101 ปีการศกึ ษา 2564 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 4 ช่ัวโมง แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เรอื่ ง รูปแบบของประพจนท์ สี่ มมู,กนั ผู้สอน นางสาววไิ ลวรรณ รยิ ะนา วันท่ี …………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชีว้ ดั ค 1.1 ม.4/1 เขา้ ใจและใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั เซตและตรรกศาสตร์เบ้อื งตน้ ในการส่ือสารและส่ือความหมาย ทางคณิตศาสตร์ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) บอกได้วา่ รปู แบบของประพจน์ที่กาหนดสมมลู กันหรอื ไมไ่ ด้ (K) 2) บอกได้วา่ รูปแบบของประพจน์ท่ีกาหนดเป็นนเิ สธกนั หรือไม่ได้ (K) 3) ตรวจสอบได้ว่ารปู แบบของประพจนท์ ่กี าหนดสมมูลกนั หรือไม่ โดยการสรา้ งตารางค่าความจรงิ (P) 4) ตรวจสอบไดว้ า่ รปู แบบของประพจนท์ ี่กาหนดสมมูลกันหรือไม่ โดยใชร้ ูปแบบของประพจนท์ ่สี มมูลกัน (P) 5) ตรวจสอบได้วา่ รปู แบบของประพจน์ที่กาหนดเปน็ นเิ สธกนั หรือไม่ โดยการสรา้ งตารางคา่ ความจรงิ (P) 6) ตรวจสอบได้วา่ รูปแบบของประพจนท์ ี่กาหนดเปน็ นเิ สธกนั หรอื ไม่ โดยใช้รูปแบบของประพจนท์ ี่สมมูล กนั (P) 7) รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าที่ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A) สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด รปู แบบของประพจนส์ องรปู แบบใด ๆ สมมูลกัน กต็ ่อเมื่อ รูปแบบของประพจน์ทั้งสองมีค่าความจริง ตรงกันทกุ กรณี แบบกรณีตอ่ กรณี รูปแบบของประพจน์สองรูปแบบเปน็ นเิ สธของกนั และกัน ก็ต่อเมื่อ รูปแบบของประพจน์ทั้งสองมีค่า ความจรงิ ตรงข้ามกนั ทุกกรณี แบบกรณตี ่อกรณี สาระการเรียนรู้ ประพจนแ์ ละตัวเชอ่ื ม (นิเสธ และ หรอื ถา้ ...แลว้ ... ก็ต่อเมอื่ ) สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี ินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุ่งม่ันในการทางาน 2) ทักษะการระบุ

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา กจิ กรรมการเรียนรู้ ช่วั โมงที่ 1 ข้ันนา ข้ันการใชค้ วามรูเ้ ดมิ เช่ือมโยงความรใู้ หม่ (Prior Knowledge) 1. ครูกระตุ้นให้นกั เรยี นสนใจโดยการถามปัญหาเชาวท์ ี่เกยี่ วขอ้ งกบั ตรรกศาสตร์ ดังน้ี  สงิ โตกบั เสอื ในสวนสตั วแ์ ห่งหน่ึงสามารถพดู ภาษาคนได้ โดยสิงโตจะพดู โกหกในวันจันทร์ วันอังคาร และวันพธุ สว่ นวนั ท่ีเหลอื พูดความจรงิ ขณะที่เสือจะพูดโกหกในวันพฤหสั วันศุกร์ และวนั เสาร์ วนั ทีเ่ หลือพดู ความจรงิ วันหนึ่งสิงโตคารามวา่ “เมื่อวานนีข้ า้ พดู โกหก” เสอื ได้ยินดงั นั้นจึงคาราม ตอบว่า “เม่ือวานนข้ี ้ากพ็ ดู โกหกเหมอื นกัน” ถามว่าวันนเ้ี ป็นวันอะไร 2. เมอ่ื ครูถามคาถามจบ ครใู หน้ กั เรียนไดล้ องคดิ เป็นเวลา 10 นาที แล้วให้นักเรยี นลองเสนอคาตอบที่ ตวั เองคดิ พร้อมบอกวธิ ีคดิ อยา่ งละเอยี ด ครแู ละนักเรียนคนอ่ืน ๆ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง (แนวตอบ สิงโตจะพูดอย่างนไี้ ดใ้ นวนั จันทร์ (โกหกว่าเมื่อวาน คือ วนั อาทิตย์พดู โกหก) กับวันพฤหัส (พดู จริงว่าเม่อื วาน คือ วนั พธุ พดู โกหก) เสอื จะพูดอย่างนี้ได้ในวันพฤหสั (โกหกว่าเมื่อวาน คอื วนั พุธพดู โกหก)กับวนั อาทิตย์ (พดู จริงว่าเม่ือวาน คอื วันเสารพ์ ูดโกหก) แสดงว่าวันน้ตี อ้ งเปน็ วันพฤหสั ) 3. ครูใหน้ ักเรยี นตอบคาถามจากกิจกรรม Investigation จากหนังสือเรียนหนา้ 64 ดังนี้  ให้นกั เรยี นเติมค่าความจรงิ ของรูปแบบของประพจน์ในตาราง แลว้ ตอบคาถามท่ีกาหนด - เมอ่ื กาหนดให้ p และ q เป็นประพจน์ p q p p  q p q T T F T T F F F (แนวตอบ) p q p p  q p q TTFT T TFFF F FTTT T FFTT T

- จากตารางคา่ ความจริงของรูปแบบของประพจน์ p  q และ p q ในแต่ละบรรทัดเหมอื น หรือตา่ งกันอยา่ งไร (แนวตอบ มคี า่ ความจริงเหมือนกนั ทกุ กรณี แบบกรณีตอ่ กรณี) ขัน้ สอน ข้ันรู้ (Knowing) 1. ครอู ธบิ ายว่าการที่ค่าความจริงของรูปแบบของประพจน์ p  q และ p q มีคา่ ความจริงตรงกันทุ กรณแี บบกรณีต่อกรณี โดยลักษณะเช่นนี้เรากล่าวว่า รูปแบบของประพจน์ p  q และ p q สมมลู กัน เขียนแทนด้วย p  q p  q 2. ครูให้นกั เรียนจบั คศู่ กึ ษาเกี่ยวกบั การตรวจสอบวา่ รูปแบบของประพจน์ทกี่ าหนดใหส้ มมูลกนั หรือไม่ โดย การใชต้ ารางคา่ ความจรงิ จากตัวอย่างท่ี 12-14 ในหนังสือเรียนหนา้ 64-66 3. ครสู ่มุ นักเรยี น 3 คู่ ออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ช้ันเรียน โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง 4. ครเู น้นย้าขอ้ มลู ทีส่ าคัญที่นกั เรียนควรรเู้ พิ่มเตมิ เกี่ยวกบั การใช้สญั ลกั ษณ์ในการเขียนแทนรรปู แบบของ ประพจนท์ ไ่ี ม่สมมลู กันในกรอบ ATTENTION จากหนังสอื เรยี นหนา้ 65 ขน้ั เข้าใจ (Understanding) 1. ครูใหน้ ักเรียนทา “ลองทาดู” ในหนังสอื เรยี นหนา้ 65-66 เม่อื นกั เรียนทาเสรจ็ ให้ร่วมกันเฉลยคาตอบ โดยครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 2. ครใู ห้นักเรยี นทาแบบฝึกทักษะ 2.5 ข้อ 1 ในหนงั สือเรียนหน้า 71 และ Exercise 2.5 ขอ้ 1 ในหนังสอื แบบฝึกหัด เป็นการบ้าน ชั่วโมงที่ 2 ขั้นรู้ (Knowing) 1. นักเรียนและครรู ว่ มกนั เฉลยคาตอบในแบบฝกึ ทกั ษะ 2.5 ขอ้ 1 ในหนงั สอื เรยี นหน้า 71 และ Exercise 2.5 ขอ้ 1 ในหนงั สอื แบบฝกึ หัด 2. ครูอธิบายเก่ียวกบั รูปแบบของประพจนท์ ่สี มมลู กันท่ีควรทราบ พร้อมท้งั การตรวจสอบว่ารูปแบบของ ประพจน์ที่กาหนดให้สมมูลกันหรอื ไม่ โดยการใช้รูปแบบของประพจน์ท่สี มมูลกันจากตัวอย่างท่ี 15-16 ในหนงั สอื เรยี นหน้า 68-69 ขน้ั เข้าใจ (Understanding) ครูให้นักเรยี นทา “ลองทาดู” ในหนังสือเรียนหน้า 68 เม่อื นกั เรียนทาเสรจ็ ให้ร่วมกันเฉลยคาตอบ โดยครู ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ขน้ั รู้ (Knowing) 1. ครูใหน้ กั เรียนจับคูศ่ ึกษาเก่ียวกบั การตรวจสอบข้อความสองข้อความวา่ สมมูลกันหรือไม่ จากตวั อย่างท่ี 17 ในหนงั สอื เรียนหนา้ 69

2. ครูส่มุ นักเรียน 1 คู่ ออกมานาเสนอคาตอบหน้าชน้ั เรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง ขนั้ เข้าใจ (Understanding) 1. ครใู ห้นักเรยี นทา “ลองทาดู” ในหนงั สือเรยี นหน้า 69 และแบบฝึกทกั ษะ 2.5 ขอ้ 2-3 และ 5 ใน หนงั สอื เรียนหนา้ 72 เมือ่ นกั เรยี นทาเสรจ็ ให้ร่วมกันเฉลยคาตอบ โดยครูตรวจสอบความถกู ต้อง 2. ครใู ห้นักเรยี นทา Exercise 2.5 ข้อ 2-3 ในหนังสือแบบฝึกหดั เป็นการบา้ น ข้ันรู้ (Knowing) ชั่วโมงท่ี 3 1. นักเรียนและครูร่วมกนั เฉลยคาตอบในแบบฝึกทักษะ 2.5 ข้อ 1 ในหนังสอื เรยี นหน้า 71 และ Exercise 2.5 ขอ้ 1 ในหนงั สอื แบบฝกึ หัด 2. ครใู หน้ กั เรียนจบั คูแ่ ล้วช่วยกันตอบคาถามจากกิจกรรม Class Discussion จากหนังสือเรียนหน้า 69 ดังนี้  ให้นักเรียนเติมค่าความจรงิ ของรปู แบบของประพจนใ์ นตาราง แล้วตอบคาถามท่กี าหนด - เม่อื กาหนดให้ p และ q เปน็ ประพจน์ p q p q p  q ( p  q ) p q TT TF FT FF (แนวตอบ) p q p q p  q ( p  q ) p  q TTF F T F F TF F T T F F FTT F T F F FFTT F T T - จากตารางค่าความจริงของรปู แบบของประพจน์ p  q และ ( p  q ) ในแต่ละบรรทดั เหมอื นหรอื ต่างกันอยา่ งไร (แนวตอบ มีคา่ ความจรงิ เหมอื นกันทุกกรณี แบบกรณีตอ่ กรณี) - จากตารางคา่ ความจริงของรูปแบบของประพจน์ ( p  q ) และ p  q ในแตล่ ะบรรทดั เหมอื นหรือตา่ งกนั อย่างไร

(แนวตอบ มีคา่ ความจรงิ ตรงข้ามกนั ทุกกรณี แบบกรณตี ่อกรณี) - จากตารางค่าความจริงของรูปแบบของประพจน์ p  q และ p  q ในแตล่ ะบรรทดั เหมอื น หรอื ต่างกันอยา่ งไร (แนวตอบ มีคา่ ความจริงตรงขา้ มกนั ทุกกรณี แบบกรณีต่อกรณี) 3. ครูและนกั เรียนชว่ ยกนั สรุปจากกิจกรรม Class Discussion วา่ รูปแบบของประพจน์สองรูปแบบเป็น นเิ สธของกนั และกัน ก็ต่อเมอื่ รปู แบบของประพจน์ท้งั สองมคี ่าความจรงิ ตรงข้ามกันทุกกรณี แบบกรณี ตอ่ กรณี 4. ครใู ห้นักเรยี นจบั คศู่ ึกษาตวั อย่างท่ี 18-19 ในหนังสือเรยี นหนา้ 70-71 จากนน้ั สุ่มนกั เรียนมาอธิบาย คาตอบหน้าชัน้ เรยี น โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง ข้นั เขา้ ใจ (Understanding) 1. ครใู ห้นักเรียนทา “ลองทาดู” ในหนงั สือเรยี นหน้า 71 และแบบฝึกทกั ษะ 2.5 ข้อ 4 และ 6 ในหนังสอื เรียนหนา้ 72 เม่ือนักเรยี นทาเสรจ็ ให้ร่วมกนั เฉลยคาตอบ โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง 2. ครใู ห้นักเรยี นทา Exercise 2.5 ข้อ 4 ในหนังสอื แบบฝึกหัด เป็นการบา้ น ช่วั โมงที่ 4 ขน้ั เข้าใจ (Understanding) 3. นักเรยี นและครรู ่วมกนั เฉลยคาตอบใน Exercise 2.5 ข้อ 4 ในหนังสอื แบบฝึกหัด 4. ครูใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 2-3 คน จากนัน้ ให้แตล่ ะกล่มุ ค้นควา้ หาโจทยป์ ัญหาที่อยู่ในระดับ ขอ้ สอบแขง่ ขนั จากแหลง่ ตา่ ง ๆ เร่อื งรูปแบบของประพจนท์ ่ีสมมลู กนั และรปู แบบประพจนท์ ่ีเปน็ นเิ สธ กัน จานวน 4-5 ข้อ พรอ้ มทงั้ แสดงวิธหี าคาตอบอยา่ งละเอียด 5. แตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนกลมุ่ ละ 1 คน ออกมานาเสนอหน้าช้ันเรยี น โดยมีครูและนักเรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง ชั่วโมงที่ 5 ข้นั ลงมอื ทา (Doing) ครใู ห้นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน จากนั้นครแู จกใบงานที่ 2.5 เร่อื ง รปู แบบของประพจน์ทสี่ มมลู กัน ให้ทุกคนในกลมุ่ จากน้นั ให้นักเรียนร่วมกนั ทาใบงาน แล้วส่งตัวแทนกลุ่มละ 1 คน ออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรยี น โดยมีครูคอยตรวจสอบความถกู ต้อง ขัน้ สรปุ 1. ครูให้นักเรยี นเขยี นผงั ความรรู้ วบยอดเรื่องรปู แบบของประพจน์ท่ีสมมูลกนั ลงในสมุด 2. ครูสรปุ โดยใช้การถาม-ตอบ ดงั น้ี  รูปแบบของประพจนส์ องรปู แบบใด ๆ จะสมมลู กันเม่ือใด

(แนวตอบ รูปแบบของประพจนส์ องรูปแบบใด ๆ สมมลู กัน กต็ ่อเม่ือ รปู แบบของประพจน์ท้ังสองมี คา่ ความจริงตรงกนั ทกุ กรณี แบบกรณตี อ่ กรณี)  รปู แบบของประพจนส์ องรปู แบบใด ๆ จะเปน็ นเิ สธกันเมือ่ ใด (แนวตอบ รูปแบบของประพจน์สองรูปแบบเปน็ นิเสธของกนั และกนั ก็ต่อเมอ่ื รูปแบบของประพจน์ ท้ังสองมคี า่ ความจรงิ ตรงข้ามกนั ทุกกรณี แบบกรณตี อ่ กรณี) ส่อื /แหล่งการเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน คณิตศาสตร์ ม.4 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เซต 2) แบบฝกึ หดั รายวชิ าพืน้ ฐาน ม.4 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ตรรกศาสตร์เบอื้ งตน้ 3) ใบงานท่ี 2.5 เร่ือง รูปแบบของประพจน์ที่สมมลู กนั การวดั และประเมนิ ผล รายการวดั วิธีวดั เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน การประเมนิ ระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1)รูปแบบของประพจน์ - ตรวจใบงานททส่ี ี่ ม2ม.5ลู กนั - ใบงานท่ี 2.5 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 2.5 - แบบฝึกทักษะ 2.5 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 2) การนาเสนอผลงาน - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดบั คุณภาพ 2 นาเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์ ผลงาน - แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทางานรายบุคคล - ระดบั คุณภาพ 2 3)พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์ การทางานกลุ่ม - ระดบั คณุ ภาพ 2 รายบุคคล การทางานรายบคุ คล - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์ คุณลักษณะอันพึง - ระดบั คุณภาพ 2 4)พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ กลมุ่ การทางานกลุ่ม 5) คุณลกั ษณะอันพึง - สงั เกตความมีวนิ ัย ประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมน่ั ในการทางาน ข้อเสนอแนะ  ใชส้ อนได้  ควรปรับปรุง ลงชอื่ ( นางสาวปวรศิ า กา๋ วงคว์ นิ ) หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ วันที.่ .......เดือน..............พ.ศ............

ใบงานที่ 2.5 เรื่อง รปู แบบของประพจน์ท่ีสมมลู กัน คาช้แี จง : ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปนี้ 1. พจิ ารณารปู แบบของประพจน์ทกี่ าหนดใหว้ ่าสมมลู กันหรอื ไม่ โดยการสร้างตารางคา่ ความจรงิ 1) (p  r)  q และ p r  q  p 2) (q  p)  r และ (q  r)  (p  r)

2. พจิ ารณาและตรวจสอบว่า รปู แบบของประพจน์ท่ีกาหนดให้ต่อไปนี้ เปน็ นิเสธหรือไม่ 1) p  q และp  q 2) p  q และ pq

ใบงานท่ี 2.5 เฉลย เร่ือง รปู แบบของประพจน์ทีส่ มมูลกนั คาช้ีแจง : ให้นกั เรียนตอบคาถามต่อไปนี้ 1. พิจารณารปู แบบของประพจนท์ ่กี าหนดให้ว่าสมมูลกนั หรอื ไม่ โดยการสร้างตารางคา่ ความจริง 1) (p  r)  q และ p r  q  p p q r r p  r (p r)  q p q  p r  (q p) p  r  q  p TTTF T T FT T T TTFT T T FT T T TFTF T T FT T T TFFT T T FT T T FTTF F T TT T T FTFT T T TT T T FFTF F F TF F F FFFT T T TF T T ดงั นน้ั (p  r)  q p r  q  p 2) (q  p)  r และ (q  r)  (p  r) p q r q  p (q  p)  r q  r pr (q  r)  (p  r) TTT T T T TT TTF T F F FF T FT F T T TT TFF F T T FT FTT F T T TT FTF F T F TT F FT F T T TT FFF F T T TT ดงั นั้น (q  p)  r และ (q  r)  (p  r)

2. พิจารณาและตรวจสอบว่า รูปแบบของประพจนท์ ่กี าหนดใหต้ อ่ ไปน้ี เปน็ นิเสธหรอื ไม่ 1) p  q และp  q pq pq p q p q FF F TT T TF F FT T FT F TF T FF F TT T ดงั น้นั จากตาราง พบวา่ p  q และ p q ค่าความจริงตรงขา้ มกันทุกกรณี น่ันคือ p  q และ p q เป็นนิเสธกนั 2) p  q และ pq p q p  q p q p q TT T FF T TF F FT F FT T T F T FF T TT T ดงั นนั้ พบวา่ p  q และ pq ค่าความจรงิ เหมอื นกนั ทุกกรณี นน่ั คอื p  q และ pq ไมเ่ ปน็ นเิ สธกนั

แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตรพ์ นื้ ฐาน รหัสวิชา ค 31101 ปีการศึกษา 2564 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 5 ชว่ั โมง แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6 เรือ่ ง สจั นริ ันดร์ ผู้สอน นางสาววิไลวรรณ ริยะนา วันท่ี …………………………………………… มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชีว้ ัด ค 1.1 ม.4/1 เขา้ ใจและใชค้ วามรูเ้ กยี่ วกับเซตและตรรกศาสตร์เบื้องตน้ ในการส่ือสารและส่ือความหมาย ทางคณติ ศาสตร์ จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1) บอกไดว้ ่ารูปแบบของประพจนท์ ีก่ าหนดใหเ้ ปน็ สจั นิรนั ดร์หรือไม่ได้ (K) 2) ตรวจสอบได้ว่ารูปแบบของประพจน์ทีก่ าหนดใหเ้ ป็นสัจนิรันดร์หรอื ไม่ โดยการสรา้ งตารางค่าความจริง (P) 3) ตรวจสอบไดว้ า่ รปู แบบของประพจนท์ ี่กาหนดให้เปน็ สัจนิรนั ดร์หรอื ไม่ โดยวิธีการหาข้อขัดแย้ง (P) 4) ตรวจสอบได้วา่ รูปแบบของประพจน์ทกี่ าหนดใหเ้ ปน็ สัจนริ ันดรห์ รอื ไม่ โดยใช้รูปแบบของประพจน์ทสี่ มมลู กนั (P) 5) รับผดิ ชอบต่อหน้าทที่ ี่ได้รับมอบหมาย (A) สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด สัจนิรันดร์ คือ รูปแบบของประพจนท์ มี่ คี ่าความจริงเป็นจรงิ ทุกกรณี สาระการเรยี นรู้ ประพจนแ์ ละตัวเชื่อม (นิเสธ และ หรอื ถา้ ...แล้ว... ก็ต่อเมื่อ) สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี ินัย 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 1) ทกั ษะการสงั เกต 2) ทกั ษะการระบุ 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

กิจกรรมการเรยี นรู้ ชว่ั โมงท่ี 1 ขั้นนา ขน้ั การใช้ความร้เู ดมิ เชอื่ มโยงความรู้ใหม่ (Prior Knowledge) 1. ครกู ระตนุ้ ให้นักเรยี นสนใจโดยการถามปญั หาเชาวท์ ีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั ตรรกศาสตร์ ดังน้ี  ดวงวญิ ญาณของนางสาวสดุ สวย มาถึงทางแยกทีจ่ ะผา่ นประตไู ปสูส่ วรรคห์ รือนรก เทวดาซ่งึ มหี น้าท่ี เฝ้าประตสู วรรค์พดู จริงเสมอ สว่ นปศี าจซึ่งมหี น้าที่เฝา้ ประตูส่นู รกพดู เท็จเสมอ เทวดาและปีศาจคนู่ ้ี บางครง้ั ก็สลบั หนา้ ที่กนั เฝ้าประตู และมรี ูปรา่ งหนา้ ตาคล้ายคลึงกัน ดวงวิญญาณของนางสาวสุดสวย จะตอ้ งถาม ผ้เู ฝ้าประตูเพยี งผู้เดยี ว และคาถามเดยี วเท่าน้ัน ดวงวญิ ญาณของนางสาวสดุ สวยจะตอ้ งถามอยา่ งไร จงึ จะทราบวา่ ประตูไหนไปสสู่ วรรค์ ประตไู หนไปสู่นรก (ขอ้ สอบสมาคมคณิตศาสตร์ฯ/2527) 2. เม่ือครูถามคาถามจบ ครูให้นักเรียนไดล้ องคดิ เป็นเวลา 10 นาที แลว้ ให้นกั เรียนลองเสนอคาตอบท่ี ตวั เองคดิ พร้อมบอกวิธคี ิดอย่างละเอยี ด ครแู ละนักเรียนคนอืน่ ๆ ชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้อง (แนวตอบ ถามว่าทา่ นเฝา้ ประตูนี้ใช่หรอื ไม่ ใหเ้ ขา้ ประตทู ่ีตอบว่าใช่ ถ้าตอบว่าไม่ใช่ก็เข้าอีกประตู เพราะถ้าเปน็ ประตสู วรรค์ เทวดาจะบอกว่าใช่ ปีศาจกจ็ ะตอบว่าใชเ่ พราะเขาโกหก (จริง ๆ แล้วเขาคุม ประตนู รกตอ้ งตอบวา่ ไม่ใช่) เพราะฉะนั้นไม่วา่ ใครมาคุมประตูไหนก็ตอบวา่ ใชท่ ปี่ ระตสู วรรคท์ ้ังน้ัน สว่ น ประตูนรกเทวดาและปศี าจกจ็ ะตอบไม่ใชท่ ้ังสองคน) 3. ครใู หน้ กั เรยี นตอบคาถามจากกิจกรรม Investigation จากหนงั สือเรยี นหน้า 73 ดงั น้ี  ให้นักเรยี นเตมิ คา่ ความจริงของรปู แบบของประพจน์ในตาราง แล้วตอบคาถามทก่ี าหนด - เม่ือกาหนดให้ p และ q เปน็ ประพจน์ p q pq p  (p  q) [p  (p  q)]  q TT TF FT FF (แนวตอบ ) p q pq p  (p  q) [p  (p  q)]  q TT T T T TF F F T FT T F T FF T F T

จากตารางคา่ ความจริงในแต่ละบรรทัดของรูปแบบของประพจน์ p  q , p (p q) และ [p  (p  q)]  q เป็นอย่างไร ใหอ้ ธบิ าย (แนวตอบ คา่ ความจรงิ ในแต่ละบรรทัดตามเฉลยในตารางด้านบน ซง่ึ จะเห็นว่ารปู แบบของ ประพจน์ [p  (p  q)]  q มีค่าความจริงเปน็ จรงิ ทุกกรณี) ขัน้ สอน ข้ันรู้ (Knowing) 1. ครูอธิบายว่าค่าความจริงของรปู แบบของประพจน์ [p  (p  q)]  q มคี ่าความจริงเป็นจริงทุกรณี โดยลักษณะเชน่ นี้ เรากลา่ ววา่ รปู แบบของประพจน์ [p  (p  q)]  q เปน็ สจั นิรนั ดร์ 2. ครูใหน้ กั เรียนจับคู่ศกึ ษาเก่ยี วกบั การตรวจสอบวา่ รปู แบบของประพจน์ใดเป็นสัจนิรันดร์ โดยการสร้าง ตารางค่าความจรงิ จากตัวอยา่ งท่ี 20-21 ในหนงั สอื เรยี นหน้า 74 3. ครูสมุ่ นักเรยี น 2 คู่ ออกมานาเสนอคาตอบหน้าชัน้ เรยี น โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง ขน้ั เข้าใจ (Understanding) 1. ครูใหน้ กั เรยี นทา “ลองทาดู” ในหนงั สอื เรียนหน้า 74 เมือ่ นักเรียนทาเสรจ็ ให้ร่วมกันเฉลยคาตอบ โดย ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 2. ครใู หน้ ักเรยี นทาแบบฝึกทักษะ 2.6 ขอ้ 1 ในหนงั สอื เรยี นหนา้ 79 และ Exercise 2.6 ข้อ 1 ในหนงั สือ แบบฝึกหดั เป็นการบา้ น ช่วั โมงที่ 2 ขนั้ รู้ (Knowing) 1. นกั เรียนและครูรว่ มกนั เฉลยคาตอบในแบบฝกึ ทักษะ 2.6 ข้อ 1 ในหนงั สือเรียนหน้า 79 และ Exercise 2.6 ข้อ 1 ในหนงั สือแบบฝกึ หดั 2. ครูอธบิ ายเก่ียวกับการตรวจสอบวา่ รูปแบบของประพจนใ์ ดเปน็ สจั นริ นั ดร์ โดยวิธกี ารหาขอ้ ขัดแยง้ จาก ตัวอยา่ งท่ี 22-25 ในหนังสอื เรียนหน้า 75-77 3. ครเู นน้ ยา้ ข้อมูลทสี่ าคัญท่นี ักเรียนควรรเู้ พิ่มเติมในกรอบ ATTENTION จากหนังสือเรียนหนา้ 77 ขนั้ เขา้ ใจ (Understanding) 1. ครูใหน้ ักเรียนทา “ลองทาดู” ในหนงั สอื เรยี นหน้า 75-77 จากน้ันสุม่ นกั เรยี น 4 คน ออกมานาเสนอ คาตอบหน้าชัน้ เรยี น โดยครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 2. ครูให้นักเรียนทา Exercise 2.6 ข้อ 2 ในหนงั สือแบบฝึกหดั เป็นการบา้ น

ชว่ั โมงท่ี 3 ขน้ั รู้ (Knowing) 1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันเฉลยคาตอบใน Exercise 2.6 ขอ้ 2 ในหนังสอื แบบฝกึ หัด 2. ครูทบทวนความรเู้ ก่ยี วกบั รปู แบบของประพจน์ท่สี มมลู กัน ในหนังสือเรยี นหน้า 67 3. ครูอธบิ ายเก่ียวกบั การตรวจสอบวา่ รปู แบบของประพจน์ใดเป็นสัจนิรนั ดร์ ซึง่ พจิ ารณารูปแบบของ ประพจน์ p  q โดยการตรวจสอบการสมมลู กนั ของรูปแบบของประพจน์ จากตัวอยา่ งที่ 26-27 ใน หนังสอื เรียนหนา้ 78 ขน้ั เข้าใจ (Understanding) 1. ครูให้นักเรยี นทา “ลองทาดู” ในหนงั สอื เรียนหนา้ 78 เมอ่ื นกั เรยี นทาเสรจ็ ใหร้ ่วมกนั เฉลยคาตอบ โดย ครตู รวจสอบความถกู ต้อง 2. ครูใหน้ ักเรียนจบั คชู่ ว่ ยกนั ทาแบบฝกึ ทักษะ 2.6 ขอ้ 2 ในหนังสือเรียนหนา้ 79 จากนนั้ สุ่มนกั เรยี น 4 คน ออกมานาเสนอคาตอบหน้าช้นั เรียน โดยครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 3. ครใู หน้ กั เรยี นทา Exercise 2.6 ขอ้ 3 ในหนังสอื แบบฝกึ หัด เปน็ การบา้ น ข้ันเข้าใจ (Understanding) ช่ัวโมงที่ 4 4. นักเรยี นและครรู ่วมกันเฉลยคาตอบใน Exercise 2.6 ข้อ 3 ในหนงั สือแบบฝกึ หัด 5. ครูใหน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 2-3 คน จากนนั้ ใหน้ ักเรียนรว่ มกันทาแบบฝกึ ทักษะประจาหน่วยการ เรียนรูท้ ี่ 2 ข้อ 7 ในหนังสือเรียน หนา้ 75 แล้วส่งตวั แทนกลมุ่ ละ 1 คน ออกมานาเสนอหน้าชัน้ เรียน โดย มคี รคู อยตรวจสอบความถูกตอ้ ง ข้นั ลงมอื ทา (Doing) 1. ครูให้นกั เรียนจบั คแู่ ลว้ ชว่ ยกนั หาคาตอบของแบบฝึกทักษะ 2.6 ข้อ 3 จากน้นั สุม่ นักเรยี น 1 คู่ ออกมา นาเสนอคาตอบหน้าชั้นเรยี น โดยครูตรวจสอบความถกู ต้อง 2. ครูแจกกระดาษ A4 ให้นักเรียนคนละหนงึ่ แผ่น จากนัน้ ให้นกั เรียนพจิ ารณาและวเิ คราะหค์ าตอบของ กจิ กรรม Journal Writing จากหนังสือเรียนหน้า 79 และเขยี นวิธีคิดลงในกระดาษ A4 3. ครูใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกทกั ษะประจาหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ข้อ 1-6 ในหนังสือเรียนหน้า 82-83 เปน็ การบา้ น ชวั่ โมงท่ี 5 ขัน้ เข้าใจ (Understanding) นกั เรยี นและครรู ว่ มกันเฉลยคาตอบในแบบฝกึ ทักษะประจาหนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 ข้อ 1-6 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 82-83ขนั้ ลงมอื ทา (Doing) ครใู ห้นักเรยี นทารายงานเรื่อง นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กีย่ วกบั ตรรกศาสตรเ์ บอ้ื งตน้ มาใช้ในชวี ติ ประจาวัน อยา่ งไรได้บา้ ง

ขั้นสรปุ 1. ครูให้นักเรยี นเขยี นผังความร้รู วบยอดเรื่องสัจนริ ันดร์ลงในสมดุ 2. ครสู รปุ โดยใช้การถาม-ตอบ ดงั น้ี  สัจนิรันดร์ คืออะไร (แนวตอบ สจั นริ นั ดร์ คือ รูปแบบของประพจนท์ มี่ คี ่าความจรงิ เป็นจริงทกุ กรณี)  วิธกี ารตรวจสอบว่ารูปแบบของประพจน์ใดเป็นสจั นริ นั ดร์มีก่วี ิธี อะไรบ้าง (แนวตอบ 3 วิธี คอื วิธีที่ 1 การสรา้ งตารางคา่ ความจริง วิธีท่ี 2 วิธีการหาข้อขัดแย้ง และวิธีท่ี 3 พจิ ารณารูปแบบของประพจน์ p  q โดยการตรวจสอบการสมมูลกันของรปู แบบของประพจน์) 3. นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 เรอ่ื ง ตรรกศาสตรเ์ บือ้ งตน้ ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐาน คณิตศาสตร์ ม.4 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 เซต 2) แบบฝึกหัดรายวชิ าพนื้ ฐาน ม.4 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 ตรรกศาสตรเ์ บอ้ื งต้น การวดั และประเมินผล รายการวดั วิธีวดั เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน 7.1 การประเมนิ ชิ้นงาน/ - ตรวจรายงานเรื่อง - แบบประเมนิ ชนิ้ งาน/ - ระดับคุณภาพ 2 ภาระงาน (รวบยอด) นักเรียนสามารถนา ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์ ความรู้เกี่ยวกบั ตรรกศาสตร์เบ้ืองต้นมา ใช้ในชีวิตประจาวัน อย่างไรไดบ้ า้ ง 7.2 การประเมนิ ระหว่าง การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 1)สัจนริ ันดร์ - ตรวจแบบฝกึ ทักษะ 2.6 - แบบฝึกทกั ษะ 2.6 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ตรวจ Exercise 2.6 - Exercise 2.6 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจแบบฝึกทกั ษะ - ตรวจแบบฝึกทักษะ ประจาหนว่ ยการ ประจาหนว่ ยการ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ เรียนร้ทู ี่ 2 เรียนรทู้ ี่ 2 2) การนาเสนอผลงาน - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผลงาน นาเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์ 3)พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2 รายบุคคล การทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์

รายการวดั วธิ วี ัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คณุ ภาพ 2 4)พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์ - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2 กลมุ่ การทางานกลุ่ม คณุ ลักษณะอนั พงึ ผ่านเกณฑ์ ประสงค์ 5) คุณลักษณะอนั พงึ - สงั เกตความมวี ินยั ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมนั่ ในการทางาน 7.3 การประเมินหลังเรียน - แบบทดสอบหลงั - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ เรียนหน่วยการ หลงั เรียน เรยี นรูท้ ่ี 2 ขอ้ เสนอแนะ  ใชส้ อนได้  ควรปรับปรุง ลงชอ่ื ( นางสาวปวรศิ า ก๋าวงค์วิน ) หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ วนั ที่........เดือน..............พ.ศ............