Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในโรงพยาบาล

คู่มือพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในโรงพยาบาล

Description: คู่มือพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคในโรงพยาบาล

Search

Read the Text Version

...คู่มือ... แนวทางการพัฒนา คณุ ภาพนำ�้ บรโิ ภค ในโรงพยาบาล

คำ� นำ� โรงพยาบาล เป็นสถานบริการสาธารณสุขที่มีความส�ำคัญ และ มีบทบาทโดยตรงเกี่ยวข้องกับชีวิตและสุขภาพของประชาชน ซึ่งได้แก่ การรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันควบคุมโรค และ การฟื้นฟูสุขภาพ ดังน้ันภารกิจต่างๆ ในโรงพยาบาลจึงต้องค�ำนึงถึง ปัจจัยที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพและการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อประกันการให้บริการที่ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยที่ดีของทั้งบุคลากร ภายในโรงพยาบาล ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วยท่ีมารับบริการ และขยายผลไปสู่ ประชาชนท่ีอาศัยโดยรอบโรงพยาบาล โดยปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมปัจจัย หนึ่งท่ีเป็นเรื่องส�ำคัญและมีความจ�ำเป็นส�ำหรับการด�ำรงชีวิตของมนุษย์ คอื นำ้� บรโิ ภค หากนำ�้ มกี ารปนเปอ้ื นเชอื้ โรคหรอื สารพษิ เชน่ เชอื้ อหวิ าตกโรค เชอ้ื โรคบิด สารเคมที างการเกษตร ตะกัว่ ปรอท สารหนู ฯลฯ อาจท�ำให้ ผู้บริโภคได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นคุณภาพและความปลอดภัย ของน้�ำอุปโภคบริโภค ต้องมีการพิจารณาคุณภาพน�้ำทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านกายภาพ ด้านเคมี และด้านชีวภาพ ควรด�ำเนินการควบคุมดูแล คุณภาพให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้�ำบริโภค เพื่อป้องกัน

การเจ็บป่วยจากโรคท่ีเกิดจากน�้ำเป็นสื่อ การด�ำเนินงานพัฒนาคุณภาพ น้�ำบริโภคในโรงพยาบาลให้สะอาดปลอดภัยได้มาตรฐาน จึงเปน็ สง่ิ ท่ีตอ้ ง ด�ำเนนิ การและบรรจุเขา้ ไวใ้ นแผนปฏิบัติการของโรงพยาบาล ซึ่งจะส่งผล โดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนและบคุ ลากรท่ีอย่ใู นโรงพยาบาล กรมอนามัย มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนา คุณภาพน้�ำบริโภคของประเทศไทย เห็นควรให้มีการจัดท�ำคู่มือแนวทาง การพฒั นาคณุ ภาพน�้ำบริโภคในโรงพยาบาลข้นึ เพอ่ื ใหค้ ณุ ภาพน�้ำบรโิ ภค ในโรงพยาบาลมีความสะอาด ได้มาตรฐาน และสามารถให้บริการ ประชาชนได้อย่างปลอดภยั อน่ึงเอกสารฉบับนี้ประกอบดว้ ย ขน้ั ตอนและ แนวทางการด�ำเนินงานพัฒนาคุณภาพน�้ำบริโภค การเฝ้าระวังตรวจสอบ คณุ ภาพนำ้� ดมื่ ในโรงพยาบาล การปรบั ปรงุ คณุ ภาพนำ้� ดม่ื อา้ งองิ ตามเกณฑ์ คุณภาพน�้ำประปาด่ืมได้ กรมอนามัย ปี พ.ศ. 2553 แบบส�ำรวจระบบ ประปา การตรวจสอบคุณภาพน�้ำ และแบบประเมินตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital ประเดน็ จดั ใหม้ นี ำ้� ดมื่ สะอาด ผจู้ ดั ทำ� หวงั วา่ คมู่ อื ฉบบั น้ี จะเป็นประโยชน์แก่โรงพยาบาลที่น�ำไปประยุกต์ใช้ หากมีข้อบกพร่อง หรือผิดพลาดประการใด ผู้จัดท�ำต้องขออภัยมา ณ ที่น้ีด้วย หรือหากมี ประเดน็ สมควรแกไ ขเพมิ่ เตมิ ประการใด โปรดแจง สำ� นกั สขุ าภบิ าลอาหาร และน้�ำ กรมอนามัย เพ่ือจะได้ใช้เป็นข้อมูลส�ำหรับการปรับปรุงแกไขใน โอกาสต่อไป กลุ่มพฒั นาระบบจัดการคุณภาพน้�ำบริโภค ส�ำนกั สุขาภบิ าลอาหารและนำ้� กรมอนามยั

สารบญั คำ� นำ� บทที่ 1 ระบบนำ�้ บริโภคอุปโภคในโรงพยาบาล.............................. 5 บทที่ 2 แนวทางการดำ� เนินงานพัฒนาคณุ ภาพนำ�้ บริโภค ในโรงพยาบาล.................................................................. 7 บทท่ี 3 การควบคมุ คณุ ภาพนำ�้ บรโิ ภคในโรงพยาบาล.................... 13 บทท่ี 4 การปรบั ปรงุ คณุ ภาพนำ�้ บรโิ ภคในโรงพยาบาล..................19 บทท่ี 5 การตรวจสอบคณุ ภาพนำ้� และการสมุ่ เกบ็ ตวั อยา่ งนำ�้ ....... 25 เคลด็ ไมล่ บั ...แตต่ อ้ งร.ู้ ..สำ� หรบั ผดู้ แู ลระบบประปา.......................... 41 ภาคผนวก ภาคผนวกที่ 1 เกณฑค์ ุณภาพนำ�้ ประปาดืม่ ได้ ปี พ.ศ. 2553..............48 ภาคผนวกที่ 2 แบบสำ� รวจระบบประปา..............................................49 ภาคผนวกท่ี 3 จำ� นวนโรงพยาบาลในสงั กัดกระทรวงสาธารณสขุ .......53 ภาคผนวกท่ี 4 แบบประเมินตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital......54 เอกสารอา้ งองิ ....................................................................................... 55

คมู่ ือแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพน้ำ�บริโภคในโรงพยาบาล บทท่ี 1 ระบบน�ำ้ บรโิ ภค อปุ โภค ในโรงพยาบาล “โรงพยาบาล” เปน็ องคก์ รทม่ี คี วามสำ� คญั ตอ่ ชมุ ชนทงั้ ในเขตเมอื ง และเขตชนบท เป็นสถานบริการ ที่มีบทบาทโดยตรงเกี่ยวข้องกับชีวิต และสุขภาพของประชาชน ไดแ้ ก่ การรกั ษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและฟื้นฟูสุขภาพ ดังนั้นภารกิจต่างๆ ในโรงพยาบาล จึงต้องค�ำนึงถึงปัจจัยที่เอ้ือต่อการส่งเสริมสุขภาพและการจัดการ ด้านอนามัยส่ิงแวดล้อม เพื่อส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของทั้งบุคลากรใน โรงพยาบาล และผู้ป่วย ญาติผู้ป่วยท่ีมารับบริการ รวมถึงการขยายผล สู่ชุมชนรอบโรงพยาบาล การด�ำเนินงานพัฒนาคุณภาพน�้ำบริโภคใน โรงพยาบาลให้สะอาดปลอดภัยได้มาตรฐาน จึงเป็นการด�ำเนินงาน ที่ส�ำคัญประการหน่ึงที่โรงพยาบาลควรพิจารณาบรรจุเข้าไว้ในแผนงาน ประจ�ำปีของโรงพยาบาล ท้ังน้ีเพ่ือเป็นการป้องกันการเจ็บป่วยจาก โรคที่เกิดจากน้�ำเป็นสื่อ และเป็นการให้บริการท่ีครอบคลุมทุกมิติแก่ ผูม้ ารบั บริการ นยิ าม น้�ำสะอาด หมายถึง น้�ำท่ีใส ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ไม่มีธาตุ สารพิษ หรือกัมมันตรังสี ตลอดจนเชื้อโรคปนอยู่ หรือถ้าจะปะปนอยู่ได้ก็ต้อง ไม่เกินมาตรฐานความปลอดภัยท่ีก�ำหนดไว้ส�ำหรับอุปโภค - บริโภค (โกมล ศวิ ะบวร และเลศิ ไชยณรงค,์ 2539) 5

คมู่ อื แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพน้ำ�บริโภคในโรงพยาบาล น�้ำสะอาดและปลอดภัย มีลักษณะที่ส�ำคัญคือ ปราศจากเชื้อที่ อาจท�ำให้เกิดโรคโดยน้�ำเปน็ สอ่ื ไม่มีสารพษิ เจือปน และหากมีแรธ่ าตหุ รอื สารบางอยา่ งปนอยู่ ตอ้ งไม่เกินกวา่ ที่มาตรฐานก�ำหนดไว้ (Wagner and Lanoix, 1959) ดงั นน้ั อาจกลา่ วโดยสรปุ ไดว้ า่ “นำ�้ สะอาดและปลอดภยั ” มีลกั ษณะส�ำคญั 3 ประการ คอื • ไมม่ ีสารพษิ เจือปน • ปราศจากเชอื้ โรคที่อาจทำ� ให้เกดิ โรคโดยน้�ำเปน็ สื่อ • หากมีแรธ่ าตุหรือสารบางอย่างปนอยู่ตอ้ งไมเ่ กินกว่าท่มี าตรฐาน ก�ำหนด น�ำ้ บรโิ ภค หมายถึง นำ้� ที่มวี ัตถุประสงค์ในการผลติ เพ่ือบรกิ ารหรือ จ�ำหน่ายแก่ประชาชนเพื่อใช้ในการดื่มกิน ปรุงประกอบอาหาร น้�ำที่ใช้ สัมผสั ใบหนา้ หรอื นำ้� ทส่ี ัมผสั รา่ งกายภายใน ระบบประปา หมายถงึ ระบบทน่ี ำ� นำ�้ ผา่ นกระบวนการทำ� ใหส้ ะอาด ปราศจากเช้อื โรคและไดม้ าตรฐานนำ้� ด่มื จ่ายให้ประชาชนดว้ ยระบบท่อ ผ่านการรับรองน้�ำประปาด่ืมได้ หมายถึง คุณภาพน�้ำประปา ผ่านเกณฑ์ตามข้อก�ำหนดการรบั รองน้�ำประปาดมื่ ได้กรมอนามัย 6

คู่มอื แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพน้ำ�บรโิ ภคในโรงพยาบาล บทที่ 2 แนวทางการด�ำเนนิ งานพฒั นา คุณภาพนำ�้ บรโิ ภคในโรงพยาบาล 2.1 ขัน้ ตอนการด�ำเนินงานพฒั นาคุณภาพน�้ำบริโภคในโรงพยาบาล 1. ส�ำรวจระบบน�้ำประปา และน้�ำบริโภคในโรงพยาบาล โดยดูตามแบบแปลนระบบน�้ำประปา และจุดให้บริการน�้ำบริโภค ณ แผนกตา่ งๆ 2. พฒั นาระบบประปา ทง้ั ดา้ นโครงสรา้ งระบบประปา/ระบบ น�้ำบริโภคในโรงพยาบาล สถานท่ี การบริหารจัดการ โดยการตรวจสอบ แหล่งน้�ำบริโภค อุปโภค แนวท่อ เครื่องกรองน�้ำ ภาชนะเก็บน้�ำและ ก๊อกนำ�้ ให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน ไม่ช�ำรุด สะอาด 3. ทดสอบคุณภาพน�้ำบริโภคเบื้องต้น ด้วยชุดทดสอบ อย่างง่าย โดยเฉพาะน�้ำประปาควรตรวจสอบโดยการวัดค่าคลอรีนอิสระ คงเหลือในน้�ำ (อ31) ณ จุดปลายท่อของโรงพยาบาล และตรวจสอบ การปนเปื้อนโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (อ11) ท่ีจุดเสี่ยง/มีผู้ใช้บริการมาก เชน่ โรงครัว จดุ ให้บริการน้ำ� ดื่มของผู้ปว่ ย 4. เก็บตัวอย่างน�้ำตรวจสอบคุณภาพ ตามเกณฑ์มาตรฐาน คุณภาพน�้ำบริโภค กรมอนามัยทางห้องปฏิบัติการ (20 พารามิเตอร์) จ�ำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งท่ี 1 และคร้ังท่ี 2 เป็นจุดเดียวกัน และสุ่มเก็บ ตัวอยา่ งนำ้� ตามจุดทีก่ ำ� หนด /จำ� นวนตัวอยา่ ง - จุดต้นท่อระบบจ่ายน�้ำ เก็บท่ีก๊อกของท่อจากหอถังสูง ภายในระบบผลิต เก็บตัวอย่างจ�ำนวน 1 ตัวอย่าง เพื่อตรวจวิเคราะห์ 7

คมู่ ือแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพนำ�้ บริโภคในโรงพยาบาล คุณภาพน้�ำ ทั้งด้านกายภาพ ด้านเคมี และด้านชีวภาพ 20 พารามิเตอร์ ตามเกณฑน์ ำ�้ ประปาด่ืมได้กรมอนามยั ปี พ.ศ. 2553 - จดุ ปลายทอ่ ระบบจา่ ยนำ�้ สมุ่ เกบ็ ทจ่ี ดุ ปลายทอ่ หลกั ระบบ จา่ ยนำ้� ประปาทเ่ี ปน็ จดุ เสยี่ ง เชน่ โรงครวั แผนกผปู้ ว่ ยนอก แผนกผปู้ ว่ ยใน หรือใช้แบบแปลนระบบเส้นท่อการจ่ายน้�ำประปาประกอบในการก�ำหนด จุดสุ่มเก็บตัวอย่างน้�ำตามขนาดการให้บริการ ตรวจเฉพาะข้อมูลด้าน แบคทีเรยี (โคลฟิ อร์มแบคทเี รีย และฟีคลั โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี ) ตามขนาด ของโรงพยาบาลดังตอ่ ไปนี้ โรงพยาบาลชุมชน ตรวจวเิ คราะห์คณุ ภาพน้�ำ อย่างนอ้ ย 2 จุด โรงพยาบาลทว่ั ไป ตรวจวิเคราะหค์ ุณภาพน�้ำ อย่างน้อย 3 จดุ โรงพยาบาลศูนย ์ ตรวจวิเคราะหค์ ณุ ภาพนำ้� อยา่ งน้อย 4 จุด 5. การรักษามาตรฐานคณุ ภาพน้ำ� บรโิ ภคอย่างต่อเน่ือง 5.1 ตรวจวิเคราะห์น้�ำบริโภคอุปโภคเฉพาะทางด้านแบคทีเรีย ดว้ ยชุดทดสอบอยา่ งงา่ ย (อ 11) อย่างน้อยเดอื นละ 1 คร้งั (สำ� หรับการ ขอรับรอง “ประปาดื่มได้”) หรืออย่างน้อย 3 เดือนต่อคร้ัง (ส�ำหรับการ ดำ� เนินงานโรงพยาบาล GREEN & CLEAN Hospital) 5.2 ตรวจวิเคราะห์น�้ำบริโภคอุปโภคตามเกณฑ์คุณภาพ นำ�้ บริโภค ทัง้ ดา้ นกายภาพ ดา้ นเคมี และดา้ นชวี ภาพ ณ หอ้ งปฏิบตั ิการ วทิ ยาศาสตร์ที่ได้รบั การรบั รองมาตรฐาน ISO 17025 อย่างน้อย 1 คร้งั ต่อปี 8

ค่มู อื แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพน�้ำ บรโิ ภคในโรงพยาบาล ขัน้ ตอนการดำ� เนนิ งานพัฒนาคุณภาพน้ำ� บรโิ ภค ในโรงพยาบาลสงั กัดกระทรวงสาธารณสขุ ส�ำรวจ และพัฒนาปรับปรุงระบบนำ้� บริโภคในโรงพยาบาล (แนวทอ่ เครอื่ งกรองน้ำ� ภาชนะเก็บน้�ำ ก๊อกน�้ำ) ทดสอบคณุ ภาพนำ้� บริโภคทางดา้ นแบคทเี รยี เบอื้ งตน้ ดว้ ยชดุ ทดสอบอยา่ งงา่ ย (Test kit) ไม่ผา่ น ผ่าน ตรวจสอบคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ส่งน้�ำตรวจเฉพาะ คุณภาพน้ำ� บริโภค กรมอนามยั พารามิเตอรท์ ดสอบทีไ่ ม่ผา่ น ทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร (20 พารามเิ ตอร์) ภายใน 4 เดอื น ผ่าน ไมผ่ ่าน ปรบั ปรุงแกไ้ ข พารามเิ ตอรท์ ดสอบ ท่ไี มผ่ ่าน ประกาศรับรองเปน็ โรงพยาบาลทมี่ คี ณุ ภาพน้ำ� ไดม้ าตรฐาน รักษามาตรฐานคณุ ภาพ น�้ำบรโิ ภคอย่างต่อเน่ือง 9

คมู่ ือแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพน�้ำ บริโภคในโรงพยาบาล 2.2 ขอ้ ก�ำหนดการรบั รองนำ�้ ประปาโรงพยาบาล 2.2.1 ข้อก�ำหนดก่อนการรับรองน้�ำประปาดื่มได้ (น�้ำประปา โรงพยาบาล) 1. ประชาสัมพันธ์/แจ้งให้ผู้เก่ียวข้องรับทราบ เกี่ยวกับ โครงการนำ้� ประปาดืม่ ได้ การผลติ หรือจัดหานำ�้ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ และ ความสะอาดปลอดภยั ของน้ำ� บริโภค 2. พัฒนาระบบประปา ทั้งด้านโครงสร้างระบบประปา สถานท่ี การบริหารจดั การ และคณุ ภาพน้�ำ 3. ส่มุ เกบ็ ตัวอยา่ งนำ�้ 3.1 ตามจดุ ทก่ี �ำหนด/จ�ำนวนตัวอยา่ ง - จุดต้นท่อระบบจ่ายน�้ำ เก็บท่ีก๊อกของท่อจากหอถังสูง ภายในระบบผลิต เก็บตัวอย่างจ�ำนวน 1 ตัวอย่าง โดยตรวจคุณภาพน้�ำ ครบทง้ั 20 พารามิเตอร์ - จุดปลายท่อระบบจ่ายน้�ำ สุ่มเก็บท่ีจุดปลายท่อหลัก ระบบจ่ายน้�ำประปาที่เป็นจุดเสี่ยง เช่น โรงครัว แผนกผู้ป่วยนอก แผนก ผู้ป่วยใน หรือใช้แบบแปลนระบบเส้นท่อการจ่ายน�้ำประปาประกอบ 10

คูม่ อื แนวทางการพฒั นาคุณภาพนำ้�บรโิ ภคในโรงพยาบาล ในการก�ำหนดจุดสุ่มเก็บตัวอย่างน�้ำ โดยในการเก็บตัวอย่างน้�ำปลายท่อ จะตรวจคุณภาพนำ�้ เฉพาะด้านแบคทเี รีย ตามขนาดการให้บรกิ ารดังนี้ ประเภทของโรงพยาบาล จำ� นวนตัวอยา่ ง โรงพยาบาลชมุ ชน 2 ตัวอย่าง โรงพยาบาลทว่ั ไป 3 ตัวอย่าง โรงพยาบาลศูนย ์ 4 ตัวอย่าง 3.2 ความถี่ในการสุ่มเก็บตัวอย่างน้�ำโดยสุ่มเก็บตัวอย่างน้�ำ 2 ครัง้ ต่อ 1 จุด โดยครงั้ ท่ี 1 และครง้ั ท่ี 2 ตอ้ งเป็นจุดเดียวกัน และมรี ะยะ เวลาห่างกนั ไมน่ อ้ ยกว่า 2 เดอื น และไม่เกิน 4 เดือน 3.3 ขอ้ มลู ทตี่ รวจวเิ คราะหค์ ณุ ภาพนำ้� ไดแ้ ก่ ขอ้ มลู ทางกายภาพ เคมที ว่ั ไป โลหะหนัก และแบคทเี รีย จ�ำนวน 20 พารามเิ ตอร์ ตามเกณฑ์ คุณภาพน้�ำประปาด่มื ได้กรมอนามัย พ.ศ. 2553 3.4 ผลการตรวจวเิ คราะหต์ วั อยา่ งนำ�้ ตอ้ งผา่ นเกณฑม์ าตรฐาน คุณภาพน้�ำประปาดื่มได้กรมอนามัย พ.ศ. 2553 ท้ัง 2 ครั้งติดต่อกัน หากผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้�ำไม่ผ่านเกณฑ์พารามิเตอร์ใด ตอ้ งตรวจพารามิเตอร์นั้นๆ ซำ้� โดยมรี ะยะเวลาห่างกันไมเ่ กิน 4 เดือน 11

คมู่ ือแนวทางการพฒั นาคุณภาพน้�ำ บรโิ ภคในโรงพยาบาล 4. แจ้งขอรับรอง “น้�ำประปาด่ืมได้” จากกรมอนามัย พร้อมหลักฐาน สำ� เนาผลการตรวจคณุ ภาพนำ�้ ตามข้อก�ำหนด 5. กำ� หนดระยะเวลาการรบั รอง 2 ปี นบั ตง้ั แตว่ นั ประกาศรบั รอง 2.2.2 ขอ้ กำ� หนดหลงั การประกาศรบั รองนำ้� ประปาดม่ื ได้ (นำ�้ ประปา โรงพยาบาล) 1. ด�ำเนินการเฝ้าระวังเพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพน�้ำ อย่างต่อเน่ือง โดยสุ่มเก็บตัวอย่างน้�ำ เพื่อเฝ้าระวังทางภาคสนามท่ีจุด ปลายทอ่ อยา่ งนอ้ ย 1 จดุ ทกุ สปั ดาห์ ตรวจวดั ปรมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในน้�ำให้อยู่ระหว่าง 0.2-0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร หากพบค่าน้อยกว่า 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร ให้เก็บตัวอย่างวิเคราะห์แบคทีเรียทุกครั้ง และปรับปรุง แก้ไขทันที โดยเพ่มิ การใส่คลอรีนในนำ้� 2. ด�ำเนินการต่ออายุผลการรับรองน�้ำประปาดื่มได้ทันท ี หลงั จากพ้นกำ� หนดการรบั รอง 2 ปี โดย 2.1 ส่มุ เก็บตัวอยา่ งน้ำ� ท่จี ุดต้นท่อ 1 ตวั อยา่ ง โดยตรวจครบ 20 พารามิเตอร์ และปลายท่อระบบจ่ายน�้ำ ตรวจเฉพาะด้านแบคทีเรีย ส�ำหรับจ�ำนวนตัวอย่างพิจารณาตามขนาดของการให้บริการ ตรวจ วเิ คราะหท์ างกายภาพ เคมที วั่ ไป โลหะหนกั และแบคทเี รยี จำ� นวน 1 ครงั้ 2.2 ผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้�ำผ่านเกณฑ์คุณภาพ นำ�้ ประปาดื่มได้กรมอนามยั พ.ศ. 2553 2.3 แจ้งขอรับการต่ออายุการรับรองน�้ำประปาดื่มได้ พร้อม ส่งผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้�ำตามข้อ 2.2 ให้กรมอนามัยเพ่ือ การรับรองตอ่ เนอื่ งทกุ 2 ปี 12

คมู่ ือแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพน�ำ้ บริโภคในโรงพยาบาล บทท่ี 3 การควบคมุ คุณภาพน�ำ้ บรโิ ภคในโรงพยาบาล 3.1 แหล่งน�ำ้ การควบคุม แหลง่ น้ำ� 1.ปอ้ งกนั การปนเปอ้ื นในระบบจา่ ยนำ�้ และระบบท่อน�้ำให้อยู่ในสภาพที่เส้นท่อ 1. น้�ำประปา ไม่แตกรั่ว ช�ำรุด อุดตัน และก๊อกน้�ำ น้�ำประปาเป็นน�้ำที่ผ่านการปรับปรุง สะอาด ไม่มตี ะไครน่ ำ้� ไมช่ ำ� รุด หากชำ� รุด คุณภาพโดยผ่านกระบวนการตกตะกอน ตอ้ งปรบั ปรงุ ซอ่ มแซมใหอ้ ยใู่ นสภาพดี ใช้ การกรอง และการฆ่าเช้ือโรคในข้ันตอน งานได้โดยเร็ว สดุ ทา้ ยของนำ�้ ท่ีส่งทางทอ่ ประปา ซึ่งเปน็ 2. หม่ันตรวจสอบเคร่ืองมือ วัสดุ ข้ันตอนท่ีส�ำคัญที่สุดเพื่อให้น�้ำสะอาด อปุ กรณท์ ่ีเกี่ยวข้องกับการผลิตน้�ำประปา ปลอดภัยหลังผ่านกระบวนการผลิตตาม เช่น เครื่องจ่ายคลอรีน เคร่ืองตรวจวัด ข้ันตอนสมบูรณ์แล้ว น้�ำประปาจะถูก คุณภาพน้�ำต่างๆ ให้สามารถใช้การได้ กกั เกบ็ ไวใ้ นถงั นำ�้ ใส เพอื่ ใหม้ เี วลาเพยี งพอ อย่างปกติ กับการฆ่าเช้ือโรคจึงจ่ายเข้าเส้นท่อส่ง 3. ล้างหน้าทรายกรอง ท�ำความ ไปยังผู้รบั บริการต่อไป สะอาดถังกรอง คลองวนเวียน ถังตก ตะกอน ถงั นำ�้ ใส หอถงั สงู ทอ่ จา่ ยนำ�้ และ อ่ืนๆ ตามระยะเวลาทเ่ี หมาะสม หรือเห็น ว่าเร่ิมไมส่ ะอาด 13

คมู่ ือแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพน้ำ�บรโิ ภคในโรงพยาบาล แหลง่ น้�ำ การควบคมุ 4. ตรวจวัดระดับคลอรีนอิสระ คงเหลือในน้�ำ (อ31) ให้มีค่าอยู่ในช่วง 0.2-0.5 มิลลกิ รัมต่อลิตร เพือ่ ใหส้ ามารถ ฆ่าเชื้อโรคในท่อจ่ายประปาที่อาจปนเปื้อน ภายหลังไดต้ ลอดเวลา 5. ตรวจสอบคุณภาพน�้ำทางชวี ภาพ ดว้ ยชดุ ทดสอบโคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี (อ11) 6. ตรวจสอบคุณภาพน้�ำตามเกณฑ์ ม า ต ร ฐ า น คุ ณ ภ า พ น�้ ำ ป ร ะ ป า ด่ื ม ไ ด ้ กรมอนามยั อย่างน้อยปีละ1 คร้ัง 2. น�ำ้ บาดาล 1. ทตี่ งั้ ไม่ควรอยูใ่ กลส้ ว้ ม หรือแหลง่ น้ำ� บาดาล เปน็ นำ้� ทไี่ หลซึมลึกลงใต้ดนิ มลพิษอ่ืนๆ เช่น มูลสัตว์ ขยะ และ นำ�้ โสโครก โดยใหห้ า่ งอยา่ งนอ้ ย 30 เมตร จนสุดท้ายถูกเก็บกักไว้ในช่องว่างของ ชั้นหินที่เป็นเขตอ่ิมตัวในระดับความลึก 2. บ�ำรุงรักษาดูแลทางระบายน�้ำให้ แตกต่างกัน นับว่าเป็นน�้ำที่ค่อนข้าง ใชก้ ารได้ และนำ้� ไมข่ งั บรเิ วณรอบสบู มอื โยก สะอาด เพราะเชอื้ โรคและสง่ิ สกปรกตา่ งๆ พืน้ คอนกรีต ไม่แตกรา้ ว ช�ำรดุ เพอ่ื ป้องกนั ถูกชั้นดินกรองไว้ แต่อาจมีความกระด้าง การไหลซมึ เข้าบอ่ นำ้� สูง เพราะขณะท่ีน�้ำซึมลงไปในดินอาจ ผ่านแหล่งแร่ธาตุหรือเกลือแร่ น�้ำจะ 3. ซอ่ มแซมสบู มอื โยก เมอื่ ชำ� รดุ หลวม ละลายสารตา่ งๆ ไปดว้ ย การนำ� นำ�้ บาดาล 4. ควรมีรั้วล้อมรอบบ่อน้�ำ เพ่ือ มาใช้ประโยชน์ ต้องใช้เครื่องมือเจาะซ่ึง ป้องกนั สตั ว์ กระท�ำได้หลายวิธี ทั้งแบบฉีดพ่น แบบ 5. ท�ำการฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน กระแทก และแบบหมนุ เม่อื เจาะทะลถุ ึง โดยให้มีคลอรีนอิสระคงเหลืออยู่ในช่วง ช้ันน�้ำแล้ว ใส่ท่อกรุเพ่ือเป็นผนังถาวร 0.2-0.5 มลิ ลกิ รมั ตอ่ ลติ ร ของบ่อ เพ่ือป้องกันมิให้น�้ำจากภายนอก 6. ตรวจสอบคุณภาพน้�ำทางชีวภาพ ดว้ ยชดุ ทดสอบโคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี (อ11) 14

ค่มู ือแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพนำ้�บริโภคในโรงพยาบาล แหล่งน้ำ� การควบคุม ไหลซึมลงข้างท่อกรุบ่อ การน�ำน�้ำมาใช้ 7. ตรวจสอบคณุ ภาพนำ�้ ทางเคมีกอ่ น จะต้องใช้เครื่องสูบน�้ำและใส่ท่อกรอง ใช้เป็นน้�ำด่ืม เน่ืองจากคุณภาพน�้ำทาง เพ่ือเป็นทางให้น้�ำบาดาลไหลเข้าสู่บ่อ เคมีในนำ�้ ใตด้ ินมกั มปี ญั หา เน่อื งจากน้�ำ และเปน็ การปอ้ งกนั ความเสยี่ งทจี่ ะทำ� ให้ ทซี่ มึ ผา่ นลงใตด้ นิ จะละลายแรธ่ าตตุ า่ งๆ บอ่ ตนั หรอื เปน็ อันตรายตอ่ เคร่ืองสูบน้ำ� ปะปนมาดว้ ย บริเวณปากบ่อให้ท�ำลานคอนกรีต เปน็ ชานบอ่ รอบปากบอ่ นำ้� บาดาล ขนาด 1. สภาพภายนอกและสภาพภายใน 1.5 x 1.5 x 0.15 เมตร และรอบชานบอ่ ของถัง/ขวดที่ใช้บรรจุต้องสะอาด ไม่มี จะต้องมีทางระบายน�้ำออกจากบริเวณ ตะไคร่น�้ำ อยู่ในสภาพดี บริเวณฝาปิด บอ่ เพ่อื ปอ้ งกนั น�้ำขงั ต้องไม่มีคราบปนเปื้อน ฝาต้องปิดสนิท มีแผ่นพลาสตกิ รัดฝาอีกชน้ั หนึ่ง 3. น้ำ� บรรจุถงั /น�้ำบรรจขุ วด 2. ลกั ษณะของนำ�้ ตอ้ งใส ไมม่ ตี ะกอน สี กลนิ่ รสทผี่ ดิ ปกติ 3. ฉลากตอ้ งระบชุ อื่ ตรานำ้� ดมื่ ทต่ี ั้ง ของผู้ผลิต ปริมาตรสุทธิ เลขทะเบียน สารบบอาหาร (เลขทะเบยี น อย.) อยา่ ง ชดั เจน 15

คูม่ ือแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพน้ำ�บริโภคในโรงพยาบาล 3.2 โครงสรา้ งระบบจ่ายน้�ำ การควบคมุ โครงสรา้ งระบบจา่ ยนำ้� 1. ต้องตรวจสอบสม�่ำเสมอ ต้อง ไม่แตกรั่วซึม อุดตัน เพื่อป้องกันการ 1. ระบบท่อจา่ ยน�้ำ ปนเปื้อนของเชื้อโรคและส่ิงสกปรกต่างๆ สนู่ ำ้� ในเสน้ ทอ่ 2. บริเวณรอบๆ ไม่เฉอะแฉะ ไม่มี นำ้� ขงั ไมม่ สี งิ่ ปฏกิ ลู แหลง่ นำ�้ โสโครก และ ท่ที ิ้งขยะ 2. ระบบกรองน�้ำ 1. สะอาด ไม่มฝี นุ่ คราบสกปรก 2. มีการบ�ำรุงรักษาเครื่องกรองน�้ำ ตามค�ำแนะน�ำของผู้ผลิตท่ีก�ำหนดไว้ ท้ัง การลา้ ง และการเปลีย่ นวัสดุกรองตลอดทงั้ อปุ กรณอ์ น่ื ๆ ใหเ้ หมาะสมกับการใชง้ าน 3. ท่ีเก็บกกั นำ้� 1. ที่เก็บกักน�้ำต้องท�ำจากวัสดุที่ไม่ เป็นอันตราย ปลอดภัยจากการตกค้างของ โลหะหนกั ไม่เป็นสนมิ ทำ� ความสะอาดไดง้ า่ ย กรณีที่เป็นตู้ท�ำความเย็นต้องเลือกซื้อตู้ ท่ีใชว้ ัสดทุ �ำด้วยเหล็กกลา้ ไร้สนมิ เกรดดี ชนิดหนา การเช่ือมตะเข็บรอยต่อต้อง เชอื่ มดว้ ยกา๊ ซอารก์ อน การดแู ลรกั ษาควร ท�ำความสะอาดเป็นประจ�ำ โดยใช้ผ้านุ่ม หรือฟองน้�ำ ไม่ควรใช้เหล็กกล้าหรือ ฝอยเหลก็ กลา้ ขดั ถู กรณรี วั่ ซมึ ควรสง่ ซอ่ ม กับตวั แทนของบรษิ ัทโดยตรง 16

คมู่ อื แนวทางการพฒั นาคุณภาพนำ�้ บรโิ ภคในโรงพยาบาล โครงสร้างระบบจ่ายน�้ำ การควบคุม 2. มฝี าปดิ มกี ๊อกน้�ำ หรอื ทางเทรนิ 4. กอ๊ กน�้ำดื่ม 3. ถ้าเป็นภาชนะขนาดเล็ก ล้าง 5. ภาชนะดืม่ น�้ำ ทำ� ความสะอาดทเี่ กบ็ กกั นำ้� ทกุ ๆ 1 สปั ดาห์ และแช่ด้วยน้�ำผสมคลอรีนความเข้มข้น 1 ช้อนชา ต่อน�้ำ 20 ลิตร แช่ท้ิงไว้ อยา่ งนอ้ ย 5 นาที สำ� หรบั ถงั สำ� รองขนาด ใหญต่ อ้ งขดั ลา้ งท�ำความสะอาด อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง 1. สภาพของก๊อกน�้ำสะอาด ไม่มี ตะไครน่ ้ำ� จับ ไม่ช�ำรดุ 2. ดแู ลและหมน่ั ลา้ งทำ� ความสะอาด ก๊อกน้ำ� ดมื่ ทัง้ ภายนอกและภายในอยา่ ง สมำ่� เสมอ 1. ภาชนะดื่มน้�ำควรท�ำจากวัสดุท่ี ไม่เป็นอันตรายมีรูปแบบท่ีท�ำความสะอาด งา่ ย 2. ควรจัดเตรียมภาชนะดื่มน้�ำไว้ที่ จดุ บรกิ ารนำ้� ดม่ื และแยกแกว้ นำ�้ ทใี่ ชแ้ ลว้ กับแก้วน�้ำท่ียังไม่ได้ใช้ออกจากกัน ติดป้ายแสดงชัดเจน หรือใช้แก้วน้�ำ ประเภททใี่ ชค้ รง้ั เดยี วแลว้ ทงิ้ เพอื่ ปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายของโรคติดต่อ 17

คู่มือแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพน�้ำ บรโิ ภคในโรงพยาบาล โครงสรา้ งระบบจา่ ยน้�ำ การควบคุม 6. จดุ บรกิ ารนำ้� ดืม่ /นำ้� บรโิ ภค 1. ไม่ช�ำรุด สะอาด ไม่มีฝุ่นละออง และคราบสกปรก 2. ไม่เฉอะแฉะ หรือมนี ำ้� ขัง 3. มจี �ำนวนเพียงพอ ดงั น้ี - ส�ำหรบั ผูป้ ่วยนอก [75 คน/1 จดุ บริการ] - สำ� หรบั ผ้ปู ว่ ยรวมแตล่ ะแผนก [1 แผนก/ 1 จุดบรกิ าร] - สำ� หรับเจา้ หน้าทีใ่ น WARD [1 WARD/ 1 จุดบริการ] - สำ� หรับผปู้ ว่ ยใน จดั ให้มีภาชนะใส่ น้�ำดื่มเฉพาะโดยให้ได้ปริมาณเพียงพอ ตามมาตรฐาน น้�ำด่มื 2 ลิตร/คน/วัน 4. มีการตรวจสอบคุณภาพน้�ำด่ืม ทางห้องปฏิบัติการ 20 พารามิเตอร์ อยา่ งนอ้ ยปีละ 1 ครงั้ - มกี ารเฝ้าระวังคุณภาพน้�ำดืม่ ดว้ ย ชุดทดสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (อ11) อยา่ งนอ้ ยเดอื นละ 1 ครง้ั (สำ� หรบั การ ขอรับรอง “ประปาด่มื ได”้ ) หรอื อยา่ ง น้อย 3 เดือนต่อครั้ง (ส�ำหรับการ ด�ำเนินงานโรงพยาบาล GREEN & CLEAN Hospital) 18

คู่มือแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพนำ้�บรโิ ภคในโรงพยาบาล บทที่ 4 การปรับปรุงคุณภาพนำ�้ บริโภคในโรงพยาบาล 4.1 วิธกี ารปรับปรุงคณุ ภาพนำ้� (Water treatment) การปรับปรุงคุณภาพน�้ำ เพ่ือให้มีคุณภาพดี เหมาะสมส�ำหรับ การอุปโภคบริโภคนับวา่ มคี วามจำ� เป็น และสำ� คญั อย่างย่งิ เพราะว่าแหลง่ น�้ำ บางแห่งมีคุณภาพทางด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ ที่ไม่เหมาะสมต่อ การอปุ โภคบรโิ ภค กรรมวธิ ใี นการปรบั ปรงุ คณุ ภาพนำ้� มหี ลายวธิ ี ซงึ่ แตล่ ะ วธิ ีมีความเหมาะสมและจำ� เปน็ สำ� หรบั น�้ำแตล่ ะแหลง่ ไมเ่ หมอื นกัน วธิ กี าร ปรบั ปรงุ คุณภาพนำ�้ ท่สี ำ� คัญ พอสรุปไดด้ ังน้ี • การต้ม (Boiling) เป็นวิธีการปรับปรุงคุณภาพน�้ำที่ง่าย มี วัตถุประสงค์ คือ การท�ำลายเชื้อจุลินทรีย์ในน้�ำให้หมดไป โดยการใช้ ความร้อน • การกลั่น (Distillation) เป็นวิธีการปรับปรุงคุณภาพน�้ำท้ัง 3 ดา้ น คอื ทางดา้ นกายภาพ ดา้ นเคมี และดา้ นชวี ภาพ เปน็ วธิ กี ารปรบั ปรงุ คุณภาพน�้ำทด่ี ที ่ีสดุ แตม่ คี วามยงุ่ ยากและราคาแพง • การใช้สารเคมี (Chemical treatment) การปรับปรุงคุณภาพน�ำ้ โดยใชส้ ารเคมี เพอื่ ทำ� ลายเชอ้ื จลุ นิ ทรยี ใ์ นนำ้� มสี ารเคมหี ลายชนดิ ทส่ี ามารถ ท�ำลายเช้ือโรคในน้�ำได้ เช่น ด่างทับทิม (Potassium Permanganate) ทิงเจอร์ไอโอดีน คลอรีน ฯลฯ แต่การใช้สารเคมีดังกล่าวจะต้องค�ำนึงถึง ความเข้มขน้ ระยะเวลาท่ใี หส้ ารเคมอี ยู่ในน้ำ� เพ่อื ทำ� ปฏิกิริยาในการกำ� จดั เชอ้ื โรค ดงั นน้ั การเตมิ สารเคมจี งึ ตอ้ งศกึ ษา และใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั สารเคมี แต่ละชนดิ 19

คมู่ อื แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพน�้ำ บรโิ ภคในโรงพยาบาล • การกรอง (Filtration) เป็นกรรมวิธีการปรับปรุงคุณภาพน�้ำท่ี แพร่หลายมากท่ีสุดในปัจจุบัน ทั้งระบบประปา และการกรองน�้ำส�ำหรับ ครัวเรือน การกรองอาศัยหลักการ คือ การน�ำน้�ำที่สกปรก หรือมีการ ปนเปื้อนผ่านวัสดุบางอย่างท่ีเป็นตัวกรอง (Filter Media) โดยท่ีวัสดุจะ ต้องมีคุณสมบัติท่ีจะสามารถกักเก็บหรือกันไม่ให้ส่ิงสกปรกที่ติดมากับน�้ำ หลดุ ออกไปได้ 4.2 วิธกี ารปรับปรุงคุณภาพน้ำ� ในการท�ำประปา หลักการท�ำน�้ำประปานั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้น้�ำที่สะอาด ปลอดภัย มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการใช้น�้ำ ส�ำหรับการใช้น�้ำดิบ จากแหลง่ น้ำ� ประเภทต่างๆ มาผลิตนำ�้ ประปาน้นั มีข้นั ตอนในการดำ� เนินการ ดังตอ่ ไปนี้ 1. Aeration เป็นวิธีท�ำน�้ำให้สะอาดข้ันแรก โดยอาศัยหลักตาม ธรรมชาตซิ งึ่ ทำ� ไดห้ ลายวธิ ดี ว้ ยกนั เชน่ สบู นำ้� พน่ ขนึ้ ไปในอากาศใหแ้ ตกเปน็ ฝอยเพ่ือให้น้�ำมีโอกาสสัมผัสกับออกซิเจนมากท่ีสุด จากน้ันออกซิเจน จะทำ� ปฏกิ ริ ยิ ากบั สารทตี่ ดิ มากบั นำ้� ทำ� ใหส้ ารเกดิ การเปลย่ี นสภาพไปหรอื กระท�ำการสมั ผสั อากาศโดยปลอ่ ยน้�ำไหลตกลงเปน็ ขน้ั บนั ได คอื ปลอ่ ยให้ น้ำ� ไหลตกลงมาเปน็ ชัน้ ๆ เพ่อื เพ่ิมพ้ืนทใี่ ห้น้�ำสัมผสั กับอากาศมากขน้ึ 2. Coagulation เป็นวิธีการปรับปรุงคุณภาพของน�้ำ โดยใช้ สารเคมีบางอย่างใส่ลงไปเพ่ือให้เกิดการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าท�ำให้ ตกตะกอนลงสู่พ้ืนล่าง โดยใช้สารที่เป็นตัวท�ำให้ตกตะกอน เช่น สารส้ม (Aluminum Sulfate) เฟอริคซัลเฟต (Ferric Sulfate) เฟอรคิ คลอไรด์ (Ferric Chloride) และปูนขาว (Lime) โดยการเลือกใช้สารเคมีช่วยให้ ตกตะกอนชนิดใดและปริมาณเทา่ ใดน้นั ควรทำ� การทดสอบดว้ ยวิธี Coagulation test หรือ Jar test ก่อน โดยท่ัวไป ระบบประปานิยมใช้สารส้มเป็น ตวั ตกตะกอน เน่ืองจากเป็นตัวทท่ี ำ� ให้ตกตะกอนไดด้ แี ละราคาถูก 20

คู่มอื แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพน้�ำ บริโภคในโรงพยาบาล 3. Sedimentation เป็นวิธีการท�ำให้ตะกอนท่ีเกิดขึ้นจากการ รวมตัวโดยใช้สารเคมีช่วยตกลงสู่พื้นล่าง ท�ำได้โดยการปล่อยน�้ำไหลผ่าน ถังตกตะกอนช้าๆ ในอัตราการไหลไม่เกิน 3 ฟุต ต่อ 1 นาที จนกระทั่ง ปลอ่ ยใหน้ ้�ำอยนู่ ่งิ ๆ เป็นเวลานานพอใหต้ ะกอนท่ีมีอย่ใู นน้ำ� ตกลงส่พู นื้ ล่าง ซง่ึ จะทำ� ใหน้ ำ้� ใสขน้ึ 4. Filtration เปน็ วธิ กี ารกรองนำ�้ หลงั จากทผ่ี า่ นกรรมวธิ ตี กตะกอน ท�ำให้น้�ำขุ่นกลายเป็นน้�ำใสสะอาดแล้ว การกรองส่วนใหญ่นิยมใช้แบบ rapid sand filter หรือระบบทรายกรองเรว็ โดยคณุ ภาพนำ�้ ดิบก่อนทีจ่ ะ น�ำมาเขา้ เครอื่ งกรองควรจะมคี วามขุ่นไมเ่ กนิ 5 NTU หรือในพื้นทชี่ นบท ห่างไกล ทุรกันดารมักนิยมใช้แบบ slow sand filter หรือระบบทราย กรองช้า น้�ำดิบท่ีเข้าสู่เครื่องกรองทรายแบบกรองช้าควรมีความขุ่น ไม่เกิน 30 – 50 NTU ระบบน้ีเป็นระบบท่ีง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องจักรกล ไม่ตอ้ งใช้ไฟฟ้า ค่าใชจ้ า่ ยน้อย 5. Disinfection เป็นวธิ กี ารเติมสารคลอรีนลงไปในน้�ำหลงั จากท่ี ผา่ นการกรองมาแลว้ เพอื่ ใหน้ ำ�้ ปลอดภยั ยง่ิ ขนึ้ เนอ่ื งจากนำ้� ทผี่ า่ นเครอื่ งกรอง มาอาจจะมเี ชอื้ โรคหลงเหลอื อยู่ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งทำ� ลายใหห้ มดสน้ิ ไปโดยการ ใช้คลอรีน ซ่ึงถือหลักว่าเมื่อเติมสารคลอรีนลงไปแล้วจะต้องมีค่าคลอรีน อิสระ (Residual Chlorine) หลงเหลืออยูใ่ นนำ้� ไมต่ �่ำกว่า 0.2-0.5 ppm การฆ่าเชื้อโรคในนำ้� ดว้ ยคลอรีน คลอรีนเปน็ สารเคมีท่ใี ชส้ �ำหรบั ฆ่าเชื้อโรคได้มากกวา่ 99% รวมทั้ง อี.โคไล (E.coli) และเช้ือไวรัส นอกจากนี้ท่ีส�ำคัญ คือ มีฤทธ์ิคงเหลือ เพอื่ ฆ่าเช้อื โรคในน้ำ� ตอ่ ไปได้อีก โดยคลอรีนท่ีเติมลงไปจะละลายนำ�้ อยู่ใน รูปของคลอรีนอิสระ (Residual Chlorine) ท�ำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรคท่ีอาจ ปนเปอ้ื นในภายหลงั ทง้ั นกี้ ารฆา่ เชอ้ื โรคจะมปี ระสทิ ธภิ าพจะตอ้ งมปี รมิ าณ และระยะเวลาทีเ่ หมาะสม 21

คมู่ ือแนวทางการพัฒนาคุณภาพน้�ำ บริโภคในโรงพยาบาล ข้อดีของคลอรีนที่ใช้ฆ่าเชื้อโรค ได้แก่ ราคาไม่แพง ใช้ง่าย และการดูแลเก็บรักษาง่าย คลอรีนท่ีเหมาะสมส�ำหรับใช้ในโรงพยาบาล ได้แก่ คลอรีนผง คลอรีนเม็ด และคลอรีนน้�ำ การใช้ควรเลือกชนิดและ ปริมาณท่ีพอเหมาะส�ำหรับการใช้แต่ละคร้ัง เพราะคลอรีนมีการระเหย เสื่อมคณุ ภาพได้ และจะใช้ไมไ่ ด้ผล 1. ประเภทคลอรนี 1) คลอรนี ผง ลกั ษณะเปน็ ผงหรอื เกลด็ สขี าว เวลาใชต้ อ้ ง น�ำมาละลายนำ้� กอ่ น จากน้ันนำ� ส่วนที่เปน็ ส่วนนำ�้ ใสไปใชง้ าน วิธีใช้ คลอรีนผง 60 % เพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้�ำดื่มและ น้�ำใช้ ล้างผักสดผลไม้ อาหารทะเล ภาชนะอุปกรณ์ และพื้นผิวอาคาร สถานที่ มวี ิธีการเตรียม ปริมาณ และระยะเวลาการใช้ ดงั น้ี 1.1 เตรยี มนำ�้ ปรมิ าณทตี่ อ้ งการใชป้ ระโยชนใ์ สใ่ นภาชนะ ที่สะอาด เช่น โอ่ง แท็งก์ หรือ ถัง 1.2 ตักน้�ำบางส่วนส�ำหรับละลายคลอรีน ใส่ในภาชนะ ทส่ี ะอาดประมาณคร่ึงแก้วหรอื ปีบ๊ 1.3 นำ� ผงปนู คลอรีนผสมลงไปตามสัดส่วน คนใหเ้ ขา้ กัน เพื่อให้ปนู คลอรีนละลายนำ้� ไดม้ ากท่สี ุด 1.4 ตง้ั ทิ้งไว้ให้ผงปนู ตกตะกอน 1.5 น�ำน้�ำปูนคลอรีนส่วนที่เป็นน�้ำใสผสมในภาชนะที่ เตรียมน้�ำในข้อ 1.1 ไวต้ ามสัดสว่ น คนใหเ้ ข้ากนั 1.6 ปิดฝาภาชนะให้มิดชิด เพื่อไม่ให้คลอรีนระเหยเร็ว เกนิ ไป และป้องกนั สิง่ สกปรกจากภายนอกปนเปือ้ นลงไป 1.7 จัดภาชนะสำ� หรับตกั น้ำ� ประจ�ำ หรือใชเ้ ปดิ กอ๊ ก 1.8 สามารถเติมคลอรีนได้อีก เมื่อพบว่าน้�ำไม่มีกลิ่น คลอรนี แล้ว 1.9 หากไมช่ อบกลนิ่ คลอรนี ใหเ้ ปดิ ภาชนะทง้ิ ไวป้ ระมาณ 30 นาที กลิน่ คลอรีนจะระเหยไป และยังคงความสะอาดได้ระยะหน่งึ 22

คู่มอื แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพน�้ำ บริโภคในโรงพยาบาล 2) คลอรีนเมด็ คลอรีน 1 เม็ดขนาด 3 กรมั วิธใี ช้ 2.1 ใช้คลอรีน 1 เม็ดต่อน้ำ� 1,000 ลติ ร หรือน�้ำ 50 ปบี๊ 2.2 คลอรีนจะคอ่ ยๆ ท�ำปฏกิ ิริยากบั น้ำ� เกิดฟองฟูข่ ึ้นมา พรอ้ มทั้งปล่อยคลอรนี อสิ ระออกมา 2.3 ทงิ้ ไว้ 30 นาทจี งึ นำ� ไปใช้เปน็ น�้ำด่มื นำ�้ ใช้ 3) คลอรนี น้ำ� หรือหยดทพิ ย์ (อ 32) เปน็ คลอรนี น�้ำ เขม้ ขน้ 2% วธิ ใี ช้ 3.1 ใช้หยดทิพย์ 1 หยด ต่อน้�ำ 1 ลิตร หรือ 20 หยด ต่อน�้ำ 1 ปบ๊ี หรอื 1 ขวดขนาดบรรจุ 100 มลิ ลลิ ิตร ต่อน�ำ้ 100 ปีบ๊ 3.2 คนให้เขา้ กันด้วยอุปกรณ์ท่สี ะอาด 3.3 ท้งิ ไว้ 30 นาที จงึ นำ� ไปใชเ้ ปน็ น�้ำดืม่ น้ำ� ใช้ 2. ปรมิ าณคลอรนี อสิ ระคงเหลอื ปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือในน�้ำ แสดงถึงความสะอาด ปลอดภัยจากเชื้อโรค ปริมาณในภาวะปกติ = 0.2-0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร (0.2-0.5 ppm) ปรมิ าณในสถานการณเ์ กดิ โรคระบาด = 0.5-1.0 มลิ ลกิ รมั ตอ่ ลติ ร (0.5-1.0 ppm) • ขอ้ ควรระวงั - เกบ็ สารเคมใี หพ้ น้ มอื เดก็ เกบ็ ในทแ่ี หง้ และไมถ่ กู แสงแดด - อย่าสัมผัสคลอรีนด้วยมือโดยตรง และอย่าให้ถูกผิวหนัง หากถกู ผวิ หนงั ใหร้ บี ลา้ งดว้ ยนำ้� สะอาดจนอาการระคายเคอื งทเุ ลา หากไม่ ทเุ ลาให้ไปพบแพทย์ - หา้ มรับประทานคลอรีนโดยตรง 23

คูม่ ือแนวทางการพัฒนาคุณภาพน�้ำ บรโิ ภคในโรงพยาบาล 3. ปรมิ าณ และระยะเวลาการท�ำลายเช้อื โรค 13 ความเขม ขน ผงปนู คลอรีน ปรมิ าณนํา้ ที่ผสม ระยะเวลาแช ประเภทอาหาร ของคลอรีน 60 % 50 พีพีเอ็ม คร่ึงชอ นชา 20 ลติ ร (1 ปบ ) 30 นาที ผัก, ผลไม 1 ชอนชา 20 ลติ ร 30 นาที อาหารทะเล 100 พพี ีเอ็ม 1 ชอนชา 20 ลิตร 2 นาที ภาชนะอุปกรณ 1 ชอ นชา 20 ลติ ร ทําความสะอาด อาคารสถานที่ 1 ชอ นชา 50 ปบ ท้งิ ไวน าน 30 นาที นาํ้ ดม่ื - น้าํ ใช 2 พพี เี อ็ม 1/8 ชอนชา โองนาํ 8 ปบ (โอง ท้ิงไวน าน 30 นาที นํ้าดื่ม - น้ําใช นํา้ ทว่ั ไปลายมงั กร) นํา้ ดบิ จากแนหำ้� ลดง บิ นจํ้าปากระแเหภลทง่ตนางำ้� ๆปนระาํ มเภาผทาตนา่ ขงัน้ ๆตอนนำ� กมราะผบา่ วนนขกนั้ารตปอรนบั กประุงคบณุ วนภากพาเรพ่อื ผลติ เปน นตนใหะํ้า้าํ บปไซครรึง่ริกะกนาปา้าํรารจแเแากลยลนปซ็บว นะ่ึงก�รำจา้ํกกักับมใะานาหาไปรรด้าํกปเรสเนกับนกุงะ้าํ็บผเค็บอทปใู ไุณาชกส่ีอวดตะนักภ้ในลอจนน้ันาอาา้�ำถพดดกจสัปงเสเําวพะนล่งิเลปอสอ�้่ืำอานกดาใแผปสตดภลลอรยันะิตกง(ส้ันนCมเภมปําีฝlาํา่ มจeยา็นเสาป�ำนaนเมเดอrปก้�ำอทก็บปw็นี่ มรไรตวaวิดะใม้อtชสนปeทงิดวถามrัง้นแงั แตีฝนวลwอิธละาํ้ากีงใ้eวปไสามมlิดรใแีlจ(จห)ทระCาแง่ีมพยlไดสeดิดนันงรa้นาํ้ชแข้rอดิดอ้�ำ(WมดทงแจeDนผี่ลสl่าาi้ําlsะะนใยtWนไอrเใiมขทbาaหา่ใอutดถ้หแetปงึทriก้แo)ี่คล่สผnพเงอพ)งู้ใทรดแช่อือ่ีเจปภดช้มนะนอจดัย้�ำตกงาอกยันงันใหสแกแลาากมระผากเรกูใ าชถิดร จายนาํ้ จะตอ ผงจ่าานยเผขา ้านถทงึ อนเพา้ํ อ่ื เพปอ่ื ้อปงอกงนั กกนั าไมรใเหกมดิ ีสตง่ิ ะสไกคปรรน่กเ�ำ้ จือแปลนะการปนเปอื้ นจากส่ิงสกปรก ภายนอก ส่วนวิธีการจ่ายน�้ำ (Distribution) จะต้องสามารถให้บริการ จ่ายน�้ำให้กับผู้ใช้ตลอดเวลาและสม�่ำเสมอ รวมท้ังต้องมีแรงดันของน�้ำ ในท่อที่คงท่ีเช่นกัน และการจ่ายน�้ำจะต้องจ่ายผ่านท่อน�้ำ เพื่อป้องกัน ไมใ่ ห้มสี ิ่งสกปรกเจอื ปน 24

คมู่ อื แนวทางการพัฒนาคุณภาพนำ้�บริโภคในโรงพยาบาล บทท่ี 5 การตรวจสอบคณุ ภาพน�ำ้ และการสมุ่ เก็บ ตัวอย่างนำ�้ 5.1 การตรวจสอบคณุ ภาพน�้ำ การตรวจสอบคณุ ภาพนำ้� บรโิ ภคเปน็ การตรวจวเิ คราะหค์ ณุ ภาพนำ�้ เพ่ือดูสาเหตุการปนเปื้อน และหาแนวทางแก้ไขได้อย่างถูกต้องตาม หลกั วิชาการ ซ่งึ สามารถตรวจวเิ คราะหไ์ ดท้ ้ังในภาคสนามและหอ้ งปฏิบตั ิการ วิทยาศาสตร์ แต่ในคู่มือเล่มนี้จะแนะน�ำวิธีการตรวจสอบคุณภาพน�้ำใน ภาคสนาม ซ่ึงสามารถตรวจสอบด้วยชุดทดสอบอยา่ งงา่ ย ไดแ้ ก่ ชุดตรวจสอบ เชือ้ โคลฟิ อรม์ แบคทเี รีย (อ11) และ ชดุ ตรวจสอบคลอรนี อิสระคงเหลือในน�ำ้ (อ31) ดงั นี้ 5.1.1 การตรวจสอบโคลิฟอรม์ แบคทีเรยี การตรวจสอบโคลิฟอรม์ แบคทีเรียในนำ้� ดมื่ สามารถตรวจสอบ เบอ้ื งตน้ ดว้ ยอาหารตรวจเชอื้ โคลฟิ อรม์ แบคทเี รยี (อ11) เปน็ วธิ ที งี่ า่ ยและ สะดวก ในการปฏิบัติโดยสังเกตจากการเปลี่ยนสีของอาหารตรวจเชื้อ จากสีแดงเป็นสีต่างๆ เช่น สีแดงปนส้ม สีส้ม สีส้มปนเหลือง สีเหลือง มีความขุ่น และมฟี องแก๊สปุดขึน้ เมอื่ เขย่าเบาๆ อุปกรณ ์ (1) อาหารตรวจเชอ้ื (อ11) เปน็ สารเคมสี ำ� เรจ็ รปู (สารละลาย ใสสีแดง) ใช้ตรวจเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียในน้�ำ บรรจุไว้ 10 มิลลิลิตร (2 ขดี ) ในขวดแก้วขนาด 25 มลิ ลิลิตร (2) แอลกอฮอล์ 70 % (3) สำ� ลี (4) ใบมีด 25

แบคทีเรียในน้ํา บรรจไุ ว 10 มลิ ลลิ ิตร (2 ขีด) ในขวดแกว ขนาด 25 มิลลิลติ ร ((23ค))่มู แสอื อาํ แลลนีกวอทฮางอกลา ร7พ0 ัฒ%นาคณุ ภาพน้ำ�บริโภคในโรงพยาบาล (4) ใบมดี ออาหาหาราตรรตวรจวเจชเื้อชโือ้คโลคฟิ ลอิฟรอม รแ์มบแคบทคเี รทียีเรอยี .1อ111 วธิ ีตรวจ สอ บ วธิ ีตรวจสอบ 15 (1) ท�ำความสะอาดมือทั้ง 2 ข้าง และอุปกรณ์ ด้วยส�ำลีชุบ วิธีต(ร1ว)จทแสาํออคบลวกาอมฮสอะอลา์ 7ด0ม%อื ทั้ง 2 ขา ง และอปุ กรณ ดว ยสําลชี บุ แอลกอฮอล 70% (1) ทาํ ความสะอาดมือท้ัง 2 ขา ง และอุปกรณ ดว ยสําลชี ุบแอลกอฮอล 70% ((22))ทท าํ าํคคว าวมา สมะสอะาอดบา(ดร2ิเบ)วณรทเิ รว�ำอณคบรวฝอาาขบมวฝสดาแะขลอวะาดคดอแบขลวระดิเคหวอลณขังตวรัดดอแหบถลฝบงั ราตดัขัดปวแาดกถแขบวลรดะดั ใหคปส อาะกขอขวาวดดดอหใกี หลคสรังั้งตะหอัดนา่งึ ดดอวยีกคร้ังหน่ึงด สสาํ าํลลีชีชุบแอลลกกออฮฮอแอลถล บ7 07ร%ัด0%ปากขวดให้สะอาดอีกคร้ังหนึง่ ด้วยส�ำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% (3) ใชน้วิ หวั แมมอื และนวิ้ ชห้ี มนุ ฝาขวด โดยไมใหน้ิวมือโดนปากขวด และใชนวิ้ นางและนวิ้ กอย หนบี ฝาขวด(ไ3ว) โใดชยนไมวิ้ ว หางวั ฝแามขมวดอื บแนลพะ้ืนนวิ้ ชี้หมนุ ฝาขวด โดยไมใหนวิ้ มอื โดนปากขวด และใชนิ้วนางและนวิ้ กอ ย หนบี ฝาขวดไว โดยไมวางฝาขวดบนพ้นื 26

(3) ใชน ้ิวหัวแมม อื และนว้ิ ช้ีหมนุ ฝาขวด โดยไมใหน้ิวมือโดนปากขวด และ หนคีบูม่ฝือาขแวนดวไทวาโงดกยไามรวพางัฒฝานขาวคดณุ บนภพาพ้นื นำ้�บริโภคในโรงพยาบาล ((33)) ใใชช นน ้ิิวว้ หหัวัวแแมม(มม3ืืออ)แแใลลชะะ้นนน้ิ้ววิ้ิวชชห้ีหหี้ ัวมมแุุนนมฝฝาา่มขขือววดดแลโโดดะยยนไไมม้ิวใใ ชหหี้หนน ิ้ิ้ววมมมุนืออื ฝโโดดานนขปปวาาดกกโขขดววดดยไแแมลล่ะะใหใใชช้นนน้ิวิ้้วิวนนมาาืองงแแโดลละะนนนิวว้ิ้ กกออ ยย หหนนีบีบฝฝาาขขววปดดไไาววก โโขดดวยยดไไมมววใชาางง้นฝฝว้ิ าานขขววาดดงบบแนนลพพะนน้ืื้นว้ิ กอ้ ยหนบี ฝาขวดไว้ โดยไม่วางฝาขวดบนพืน้ (4) เตมิ นํ้าตัวอยา งท่ตี องการตรวจ 10 มิลลิลิตร จนถงึ ขีดท่ี 4 ของขวด ใช ภาชนะสําหรับรินนํ้าอยา ใหภ าชนะโดนปากขวด ใหอ ยหู างจากปากขวดประมาณ 1 เ ตัวอยางนา้ํ ลงในขวด ((44)) เเ ตตมิมิ นนํ้ําา้ ตตววัั ออ(ยย4าา )งงเททตี่ตีต่ มิ ออนงงกกำ�้ าาตรรวั ตตอรรยววจจา่ ง11ท00ต่ี มมอ้ ิลิลงลลกลิิลาิิตตรรรตจจรนนวถถจึึงงขขีีดดทท่ี่ี 44 ขขอองงขขววดด ใใชชนน ้วิว้ิ ชช้รี้รี บับั นนา้ํ้ําหหนนกัักขขอองง ตตภภัวัวาาออชชยยนนาาะะงงสสนนําาํ ้ําาํ้หห1ใลลชรร0งงบบัั ้ใในนนรริ้มวนินิขขชนนิววลดดําํ้า้ี้รลออับิลยยนาาิตใใ้�ำหหรหภภ าาหนชชักรนนือขะะโโจอดดนงนนภปปถาาาึงกกชขขขนีดววดดะทสใใ่ี หห�ำ4ออหยยขรหููหับาาองงรงจจินขาากกวนปปด�้ำาากกขขววดดปปรระะมมาาณณ 11 เเซซนนตตเิเิ มมตตรร ใในนขขณณะะเเทท อย่าให้ภาชนะโดนปากขวด ให้อยู่ห่างจาก ปากขวดประมาณ 1 เซนติเมตร ในขณะเท ตัวอย่างน�้ำลงในขวด 16 16 5) ปดฝาขวด หม(5ุน)ข กปวบั ดด เอฝบาาาขหๆ วาดรหตมร(ุนว5จข)วเชดปเ้อื ิดบเาฝขาๆ้าขดวว้ ดยกหันมุนขวดเบา ๆ เพ่ือผสมตัวอย่างน�้ำ 6) ตง้ั ไวในอณุ หภูมิหอง (25-40 ℃) เปน เวลา 24-48 ชวั่ โมง 27 (6) ตง้ั ไวในอณุ หภมู ิหอง (25-40 ℃) เปนเวลา 24-48 ชวั่ โมง (6) ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้อง (25-40 องศาเซลเซียส) เปน็ เวลา 24-48 ชั่วโมง ดูผลจากสขี องอาหารตรวจเชือ้ ที่เปล่ียนไป หลังจากตงั้ ไว 24 ช่ัวโมง ถา สีเปลย่ี นจากสีแดงเปน สี แกมเหลือง หรือสเี หลือง มคี วามขุนและฟองแกสปดุ ขึน้ เมือ่ เขยา เบาๆ แสดงวาน้ํามกี ารปนเปอ น

คู่มอื แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพนำ�้ บรโิ ภคในโรงพยาบาล (7) ดูผลจากสขี องอาหารตรวจเชือ้ ท่ีเปลย่ี นไป หลงั จากตั้งไว้ 4ขส8อมงชหโวั่ครโลอืมิฟสง(7อสี))รมมดแแูผก2มใขบลหม4อีคจคเต้ งวหชาทงั้โากวลั่คไเี มโรวสือลมยีขต้ขีงิฟงุ่นอ่อไหอถมงอแรรอา้คกีลือม์าสวะส2หแเีรฟปีเ4บาใหชอลรคชลบตย่ีงทวือ่ั รรแนโงีเวโิกมรจภจมยี๊สางคเคีกชปรไว(ือ้สมุวดถาทแีม่คขามดเ่ีตเวึ้นขปปงง้ัรุนเลเนไ็ใมปแวย่ีชื่อนล็4น้บ2เะ8สไ4ขรปฟสีิโชยชภอม้ ว่ัห่าัว่ งคโเโลหแบมมัง(กรงางถจอืส ๆ้าาแไสปกมตลสีดุแตเ้งัว้ ม้ปขไสงั้ดวแน้ึลไดผูว้กยี่เ2งลมนม2ว4ก่ือ4สเ่าหาเชใีนขชรหล่ัวย้�ำเวั่ อตโืปามโม้ังงมเลีกบงไงหยี่วาาไตนรถรๆมออืาปส่เสอสปอีนแเีกีเีลกีสปเหปีย่คด2ลลื้อนงร4ยี่อื วงั้นสนงชา)ีจน่วั าโํ้ามกมงสีกแี ราดวรมงปเเนปปเน นปสอ หมา231ย... เคเมหมวีออื่ตราตเุยกรุก็บวาจอรห สาใมชหองา บา า ยรแนตเบ321หปรค...วรตทคมจะุเมีเมเวอี รชราื่อาีย้อื ณเยตเกแสุกรบบ็1ราวคอ็จรจปทแาใสชหลเีหรอ้งวาลยี าบรคังในตแนกวปรบตารวรรเเูคทยจผะท็นอเมลชีเาติาร้ือหณียแาเบร1สตครรปท็จวี ีเแจหรเลยีลช้วใงั้ือนกใคนตาวรโเู้ ถยรผสน็เลทขุ ติ ภอณัาหฑา รแตละรลวาจงเขชวื้อดใในหสะอาดกอนทิง้ 5.1.2 วธิ ตี โรถวสจขุ สภอณั บคฑล์ แอลรีนะลอิส้างรขะวคดงเใหหลส้ อื ะใอนานด้ําก่อนท้ิง การ ตรว จสอ บป รมิ 5า.ณ1ค.2ลอวรธิ นี ีตอรสิ วรจะสคองเบหคลลอื อในรนนี ํ้าอดสิ วรยะชคุดงอเห3ล1อื เใปนน นวำ�้ ธิ ีการตรวจทง่ี ายและสะดวก โดยการอา นคา ของคลอ รนี อสิ กระาครงตเหรลวอืจใสนอนบ้ําปจรากิมกาาณรเคปลรียอบรเีนทอยี ิบสสรกีะับคมงาเหตรลฐือาในนขนอง้�ำชดุด้วตยรวจสอบ คมงสี เมีหาลตือรใฐนานนํ้า3คชรุดละทอดดรับีนสแอตอกบิสตราอะง3คก1งนั เเหคปือล็นือ0วใ.ิธ2นีก0นา.�้รำ5ตแจรลวาะจกท1ก.ี่งา0่ารยมเปแิลลลรีกิะยรสบมัะเตดทอ วียลกบติ สรโดีกคยับากทมาอ่ีาราตอนร่าไฐนดาคคน่าอื ขขคออางงคลอรนี อสิ ระ ชดุ ทดสอบมสี มี าตรฐาน 3 ระดบั แตกตา่ งกนั คอื 0.2 0.5 และ 1.0 มลิ ลกิ รมั ตอ่ ลิตร คา่ ท่ีอ่านได้ คือ ค่าคลอรนี อสิ ระคงเหลอื ในน�้ำ 28

ค่มู อื แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพน้�ำ บริโภคในโรงพยาบาล 17 17 อปุ กรณ ชุดชทดุ ดทสดอสอบบคคลลออรรนีนี ออิสิสรระะคคงเงหเลหือลในือนในํ้า นอำ้� 31อ 31 ข1อกงลคอลชงอดุ รทข นีวดดอสเสิ อทรบยีะคบ คลสงอ เบี หรอีนลกอือ ริสชอะทรดุดปุ่ีระบัะทคกดขงดรบัอเหสณงคลอ0 ์ลอื .บ 2อใ นครน0นีล.า้ํออ5สิอรรแีน3ะลอ1คะงิสปเ1หรร.0ะะลกือคมองจิลบเาํ หลดนิกวลวรยนือมั กใต3นลออขนลวงิต้�ำพดรลเอพาสห่ือ3ตลเป1กิอรใดสยีปเทปบรรลเะทงาสกยีมเ่ีบอขีหรดีบละบีย่ดดอม้วบั กผยครืนวะผาดามบั เทขมีใ่ สข น ตวั อยา งนก้ํามลีฝ่อางปพดลแาลสะตขิกวใดสบทรรรจงุนส้ํา่ีเยหาลออ่ียโมธโผทืนลผิดีน้า จ1าํ นกวลน่อ1ง0ขมวิลดลเทลิ ติ ียรบส1ีบขอวดกระดับของ (1ช)ุดเทตวอหขคดมิิธุปสอลลีทตกองอวัดอรบคอสรณดคยลอนี เาลบปอองอนรลิสรีนา้ํนี่ารทออมะี่ติสสิคีขอรรงีดงะเะกบคหาคงอรลเงชทหกอืเุดดลหรทสือจะลดอใำ�ดือนสบนับนอลทว้ําบทงน่ีรใคอ่ีในะลส3ห3ดอ่ต1ลรบั ขัวอนีปวอดอรดเ0ยิสะป.รก่าล2เะองพาคบนจื่อง0ดน้�ำเเห.วถปม5ยลงึ ีฝรขือกยีาีดแใลนปบบลอนอเิดะงท้ํากพรีย1อละแบ.า3ด0สลร1ับตะะทกิมดข่กีใลิสบัวําลทหดครกินบวงดราสรไัมมี่เรวหตจเลข่อุน่ยี ้มล�้ำมขิตยผน้ รืนาผา 1 กลอ ง ขอวดอเโทธยี โบทสลบี ดิ อนีกระจด�ำับนขวอนงคล1อ0รีนมอสิลรละลิคิตงเรหลือ1 จขําวนดวน 3 ขวด เพ่อื เปรียบเทียบระดับความเขม ขน ตขอัวองคยลา งอนรํ้านี มอฝี สิ า ร ปะดค ง เแหล ละ ือขวท(วด1ร่ี ิธบะ)ทีรดเรบัดตจมิสนุ 0ตอ้ํา.ย2วับาออ0ยอ.5า่โธงโแนทล้�ำละทดิ 1ีนตี่ .0้อจาํงมนกลิวานลรกิ ทร1ดมั0สตอมอลิลบิตลลรลิ งติ ใรหนลห1อลดขอวเปดดลเาปมลีข่าดี จบนอกถรงึ ะดบั ที่ใส (1) เตวิมขิธีทตีดวัดบอสอยอากบงรนะ้ําดทบัี่ตอ ทงกี่กาำ� รหทนดดสอไวบ้ลงในหลอดเปลาจนถงึ ขดี บอกระดบั ท่ีกาํ หนดไว (2) หยดนํ้ายาออโธโทลิดนี จํานวน 4 หยดลงในนา้ํ ตัวอยา ง (2) หยดนาํ้ ยาออโธโทลดิ ีน จํานวน 4 หยดลงในนํ้าตวั อยา ง (3) ผสมใหเขา กนั โดยกลับขวดตัวอยา งไป-มา ประมาณ 20 คร้ัง สังเกตการเกดิ สใี นขวดตวั อยา ง ทดสอบ 29

คมู่ ือแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพน้�ำ บรโิ ภคในโรงพยาบาล (2) ห ยด นาํ้ ย าออโธโ(ท2ล)ิดหีนยจดํานนว้�ำนย4าอหอยโดธลโงทในลนดิ ้าํ นีตวั จอ�ำยนา งวน 4 หยดลงในน้�ำตัวอย่าง (2) หยดนาํ้ ยาออโธโทลดิ ีน จาํ นวน 4 หยดลงในนํ้าตัวอยา ง ททดดสส((ออ33บบ)) ผผ 2สสมม0 ใใหหคเเ รขข้งัาา กกสันันงั โโเดดกยย(3ตกก)ลลกบัับาผขขรสววเกดดมตติดใััววสหออใี ้ยยเนขาาขงง้าไไวกปปด--ันมมตโาาวั ดปปอยรรยกะะ่ามมลงาาทับณณดข22สว00อดคคบตรรัวังั้้ง อสสังงัยเเกก่าตตงกกไปาารร-เเมกกิดดิ าสสีใใี ปนนขขรววะดดมตตาััววออณยยาางง 18 (4) อ่านผลโดยการเทียบสีท่ีเกิดขึ้นกับสีมาตรฐานคลอรีน มลิ ล(กิ4ร) มั อ3ตาอนรลผะติลดรโดบั ยกคาอื รเทรียะบดสับที ี่เ0ก.ดิ2ขน้ึ 0ก.ับ5สแมี ลาตะรฐ1า.น0คมลลิอรลีนิก3รัมรตะด่อับลติคือร ระดบั 0.2 0.5 และ 1.0 ข12อ ..คอเกวยบ็รา รใใหะห วพป งั นน ใมนเป ือกอ เาดนร็กใในชน อ้ําข21ด..3อ้ มื่ 1เอคกยวบ็ ่ารใใรหหะพ้ป้ วน้นังใมเปนอื ือ้กเดนาก็รในใชน้ �ำ้ อดื่ม31 305.2 การสมุ เก็บตัวอยางนา้ํ การสมุ เกบ็ ตัวอยางน้ําเพอื่ ตรวจวิเคราะหใ นหองปฏิบัตกิ ารจาํ เปนตองมกี าร เกบ็ ทถี่ กู วธิ ใี นปริมาณที่

คู่มอื แนวทางการพัฒนาคุณภาพนำ�้ บรโิ ภคในโรงพยาบาล 5.2 การส่มุ เก็บตัวอยา่ งน้�ำ การสุ่มเก็บตัวอย่างน้�ำเพื่อตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการจ�ำเป็น ต้องมีการเก็บที่ถูกวิธีในปริมาณที่พอเหมาะต่อการตรวจวิเคราะห์ และ ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเน่ืองจากวิธีการเก็บและการขนส่ง อีกทั้งสามารถ ใช้เป็นตัวแทนของแหล่งน�้ำน้ันๆ ในการแสดงผลคุณภาพน�้ำในแหล่งน�้ำ ต่างๆ ได้ดี และถูกต้อง จึงต้องค�ำนึงถึงหลักการ และแหล่งน�้ำส�ำหรับ การบริโภคท่ีมีหลายประเภท การสุ่มเก็บตัวอย่างน�้ำเพื่อเป็นตัวแทนท่ีดี ควรพจิ ารณาการสมุ่ เกบ็ ตัวอยา่ งนำ้� แต่ละประเภทดงั นี้ 1. นำ้� ประปา เนอ่ื งจากระบบนำ�้ ประปามรี ะบบทอ่ ในการจา่ ยนำ�้ ควรสมุ่ เกบ็ ตวั อยา่ งนำ�้ จากจดุ ทน่ี ำ�้ ออกจากระบบปรบั ปรงุ คณุ ภาพนำ�้ ดงั นี้ ต้นท่อระบบจ่ายน�้ำ 1 ตัวอย่าง และปลายท่อ ณ จุดที่มีความเส่ียงต่อ สุขภาพของผู้ป่วย เช่น น�้ำใช้ในการปรุงประกอบอาหารในห้องครัว หรือ จดุ ปลายสดุ ของเสน้ ทอ่ กระจายใหค้ รอบคลมุ โรงพยาบาล จำ� นวนจดุ ทเี่ กบ็ ของตัวอย่างปลายท่อข้ึนกับขนาดของโรงพยาบาล ถ้าระบบท่อจ่ายน�้ำ มเี ส้นทอ่ จา่ ยน้ำ� แยกออกไปอีก ควรสมุ่ เกบ็ ตวั อย่างท่ีเสน้ ทอ่ จ่ายน�ำ้ ท่ีแยก แขนงออกไปดว้ ย 2. บอ่ น�ำ้ ต้ืนหรอื บ่อบาดาล สุม่ เก็บตัวอย่างน�ำ้ จากบอ่ นำ้� ตนื้ โดยตรง ถ้าจ�ำเป็นใหใ้ ช้ภาชนะประจำ� บอ่ นำ้� ตืน้ ทีส่ ะอาดส่มุ เก็บ แลว้ เทใส่ ขวดเก็บตัวอย่างน้�ำปิดฝาทันที ส่วนบ่อบาดาลใช้วิธีเก็บโดยตรงจากก๊อก เน่ืองจากบ่อบาดาลจะมีที่สูบน�้ำข้ึนมาใช้ และควรเก็บตัวอย่างหลังจากท่ี ได้สูบน�้ำที่ค้างท่อสูบจากบ่อออกสักระยะหน่ึงก่อน เพื่อให้ได้ตัวแทน นำ�้ บาดาลทีแ่ ท้จรงิ 3. นำ้� ฝน ควรสมุ่ เกบ็ ตวั อยา่ งนำ้� จากภาชนะเกบ็ นำ้� ฝนโดยตรง ถ้าจ�ำเป็นให้ใช้ภาชนะท่ีสะอาดสุ่มเก็บหรือรองรับ แล้วเทใส่ขวดเก็บ ตัวอย่างน้�ำปิดฝาทันที ส�ำหรับภาชนะท่ีเก็บน้�ำฝนมีก๊อกให้เก็บเช่นเดียว กบั นำ�้ ประปา 31

คู่มือแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพนำ้�บรโิ ภคในโรงพยาบาล 4. นำ้� บรโิ ภค ณ จดุ ใหบ้ รกิ ารนำ�้ แกผ่ ปู้ ว่ ย ควรสมุ่ เกบ็ ตวั อยา่ ง จากกอ๊ กของตเู้ กบ็ นำ�้ ดมื่ หรอื จากถงั สแตนเลสใสน่ ำ้� ดมื่ โดยตรง ทกุ จดุ ทใี่ ห้ บริการ ใสล่ งในขวดชุดตรวจสอบโคลิฟอร์มแบคทเี รีย (อ11) 5.2.1 วธิ ีการสุ่มเกบ็ ตัวอย่างน�ำ้ 1) การสมุ่ เกบ็ ตวั อยา่ งนำ้� เพอื่ ตรวจวเิ คราะหท์ างกายภาพ และเคมที ว่ั ไป ก. เขยี นรายละเอยี ด ชนิดน�้ำ สถานท่สี ่มุ เก็บตวั อย่างน้ำ� ปดิ ขา้ งขวด ข. ล้างภาชนะส่มุ เก็บตวั อย่างน้�ำขนาด 2 ลิตร ด้วยน�ำ้ ที่ จะเก็บ 2-3 ครั้ง ก่อนสุ่มเก็บตัวอย่างน้�ำ เพ่ือล้างสิ่งปนเปื้อนท่ีอาจเหลือ ตกคา้ งในภาชนะ ค. เก็บตัวอย่างน�้ำจนเกือบเต็มขวด เหลือที่ว่างไว้ ประมาณ 1 น้ิว ง. ปิดฝาขวดใหส้ นทิ ก่อนแชเ่ ยน็ 2) การสุ่มเกบ็ ตวั อยา่ งน�้ำเพือ่ ตรวจวิเคราะห์ทางโลหะหนัก ก. เขยี นรายละเอียด ชนิดน�้ำ สถานท่ีสมุ่ เก็บตวั อยา่ งนำ้� ปดิ ข้างขวด ข. ล้างภาชนะสุ่มเกบ็ ตัวอยา่ งนำ�้ ขนาด 1 ลติ ร ด้วยนำ�้ ที่ จะเก็บ 2-3 คร้ัง ก่อนสุ่มเก็บตัวอย่างน�้ำ เพื่อล้างส่ิงปนเปื้อนท่ีอาจเหลือ ตกค้างในภาชนะ ค. บรรจุตัวอย่างน�้ำจนเกือบเต็มขวด เหลือที่ว่างไว้ ประมาณ 1 นวิ้ ง. เติมกรดไนตริก (1.5 มิลลิลิตร) เพ่ือรักษาสภาพของ โลหะหนักในน�้ำ ปิดฝาขวด เขย่าโดยการกลับขวดไป-มาให้เข้ากัน เก็บ สง่ ตรวจ 32

คูม่ ือแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพนำ้�บรโิ ภคในโรงพยาบาล 3) การสุม่ เก็บตัวอยา่ งน�้ำเพอ่ื ตรวจสอบทางชวี ภาพ การสมุ่ เกบ็ ตวั อยา่ งนำ้� ในการตรวจสอบทางชวี ภาพ จะใช้ ภาชนะเก็บตรวจ เป็นขวดแก้วขนาดบรรจุประมาณ 125 มิลลิลิตร มีฝาปิด แบบกราวน์จอยท์ ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ปิดทับฝาปิดด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ และใส่ในกระป๋องสแตนเลสอีกช้ัน การเก็บตัวอย่างควรระมัดระวังเป็น พเิ ศษ โดยใชว้ ธิ กี ารเกบ็ แบบปลอดเชอ้ื (Aseptic technique) เพอ่ื ปอ้ งกนั การปนเปือ้ นจากตัวผู้เกบ็ และจากสิ่งแวดลอ้ ม โดยทำ� ตามขนั้ ตอนดังน้ี ก. เขยี นรายละเอยี ด ชนดิ นำ�้ สถานทสี่ มุ่ เกบ็ ตวั อยา่ งนำ�้ ปิดข้างกระป๋องสแตนเลส ท�ำความสะอาดหัวก๊อกโดยรอบ ทั้งด้านนอก ด้านใน และเช็ดมือด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเช้ือที่มือผู้เก็บ เปิดน�้ำที่ค้างท่อ ออกท้ิง ประมาณ 1 นาที ก่อนเกบ็ ตัวอย่างน้�ำ ข. เปิดกระป๋องสแตนเลส โดยคว่�ำกระป๋องที่บรรจุขวดลง ดงึ ฝากระปอ๋ งสว่ นลา่ งออก จบั ขวดตง้ั ขนึ้ และหงายกระปอ๋ งขน้ึ ทงั้ 2 สว่ น วางบนทสี่ ะอาด ค. เปดิ ฝาขวดแกว้ โดยจบั บนแผน่ อลมู เิ นยี ม เกบ็ ตวั อยา่ ง น�ำ้ ประมาณ 4/5 ของขวด (ประมาณ 100 มิลลลิ ติ ร) ง. ปดิ ฝาขวดใหส้ นทิ บบี แผน่ อลมู เิ นยี มปดิ ครอบฝาขวด ให้แน่น จากน้ันคว�่ำขวดลงในฝากระป๋องสแตนเลส แล้วปิดกระป๋องให้ เรียบรอ้ ย จ. ใชก้ ระดาษกาวยน่ พนั รอบบรเิ วณรอยตอ่ ของกระปอ๋ ง สแตนเลส ประมาณ 2-3 รอบ ฉ. บรรจลุ งในถงุ พลาสตกิ มดั ปากถงุ ใหแ้ นน่ กนั นำ้� ซมึ เขา้ ช. แชต่ วั อยา่ งนำ�้ ลงในหบี บรรจนุ ำ้� แขง็ สง่ ตวั อยา่ งตรวจ หอ้ งปฏิบัตกิ ารภายใน 24 ช่ัวโมง 5.2.2 ข้อควรปฏิบตั ิในการส่มุ เก็บตัวอย่างนำ�้ การเก็บ ตวั อย่างน้�ำประปา ควรพจิ ารณาถงึ สิง่ ต่อไปนี้ 33

ค่มู อื แนวทางการพฒั นาคุณภาพน้ำ�บริโภคในโรงพยาบาล 1. การก�ำหนดจุดสุ่มเก็บตัวอย่างน�้ำ ก�ำหนดสุ่มเก็บที่ ตน้ ทอ่ ระบบจา่ ยนำ้� 1 ตวั อยา่ ง ปลายทอ่ พจิ ารณาจากจดุ ทมี่ คี วามเสยี่ งตอ่ 2020 สขุ ภาพของผปู้ ว่ ย โดยกระจายการสมุ่ เกบ็ ใหค้ รอบคลมุ จำ� นวนตามขนาด ขพอิจพขงาโอริจรณงางโรพารณจงยพาาากจบย1จาาาก.ุดบลข6 1กจทา.ดุอา0ลี่มรกทงคี ก าโ่ีมเวราํรซีคาหกงมนวพํา นาเหตสดยมนิีย่เจเา มสดงุดบต่ยีจตสา องดุุมรลตสสเอกุขุม2เส็บภเพ.กุขาตื่อ็บภพวัตปาตอขัวพวัยอ้อกอขางงง๊ยผออนกาูปงกง้าํผันวนนปูยกกา้ํ�้ำวําาทยหกโรดาํี่นใปหยชโดดกนนส้สยรดมุเุ่มกะปสเจรกเุมืกะ้าอ็บเยจ็กบนทกา็บต่ีตสยาทนรกัวิ่งี่ตสทาสอนรุมอกยสทเรกปุ่มาอะ็บงเบรรกใะบกหบ็ คบจกคใวบหารรรยจคอะอนารบเยยา้ํอคดนบู่สล็นํา้ คูุมง1จลจาุมาต1จกกัวาํ ตอพพนจัวย้ืําวน้ืนอา นนงยวตา นปางมตลปาขามนยลขทาานดยอทาดอ สเเกปกบ็นเเสปกปจลกร็บนาําปกกจลรกไกาาํมกรกอกกะไกกมเรรอดนกะะ2ก็น้าํจเร.ดนโจะนหถา2ตดน็ยาาจํ้.ัวงั�้ำลยกโจาตกพปดีกตยพาวัอ รกัยรกเก้ืนกะลตงนพอนปร่ียหไ้�ำืน้กา้ํงมางลนทลโคหกไกีดํา้ี่ใมกัวล๊อชเทยครลษีก สกีใ่เเวี่ย ชเกกุมณนรลงส็บ็บเเกย่ี้�ำกะกุมผจอ3งทบ็ก็บเากากก.ตี่รานผกอนบ็กวั่ัวราสกก้าํตอนไาหานท๊อหัวยรยสรํา้กี่รอาลเยาืทอ่ัวกงนยยาขหี่รหา็บง�ำ้ยคอัว่รงโยาวตเหืองดงคครดนัวรหยอรวเอือ้ำ�ยตคอ่ืรยกหคดอยรงรูสายก่ืองยวาู่งกรดรงจสูงไาเกอาใงูมนกรกหรงกจเ่คา็้�ำบนอกพาน้รวปงกาํ้ต็บ้ืนเำ้�รนกพรัตวถไเํา้็บะกน้ืหวัอัง6ปตพอบ็ถยล0วัยังกัาผ6่เาพอเาปน0่างซงยตักน้าํน็นนนเาน้อซสล้�ตำงา้ํ ํ้างนนาคคิเกั�ำปมยตลวา้ํษวตไครยเิฏกั ณรมมเรวาษบิปเต่กะรงปณนตัเเรกรพปเ็นตะาดิะคน่ือเรกวัตจรงัพปไตแาัวอื่นาห่อืรทัวอ แยงลป้ีไแงนกหทขทกอ ขรลอนันงนอขกงกขขงนอันานอนอง้ํารกงาํ้ นำ้�งคปานปวํา้รน้าํรครปปเะใวปนหปรรอเะนาใปนหปโํ้าอดสนาไนยหโงิ่า้ํ ดสลไยหิ่งล 3. 3ก .ารกเ ากรบ็ เ กตบ็ วั ตอวัยอา งยนางา้ํ นปก้ํารป.ะเปรปะาดิปตนาอำ้�ตงปปอลงฏปอ่บิ ฏยตั บิใดิ หัตงั นน้ดิ งัี้ำ้� นไห้ี ลทง้ิ นาน 1 นาที เพอ่ื ใหน้ ้�ำทค่ี า้ ง อยกใู่.นกเปเ.สดเนป้ นดท้ํานปอ่ ํา้ลไปหอ ลยอใหยอนใกห้าํ ในไหหํ้าห้ ลไหมทดลิ้งทแน้งิ ลานนะาค1นวรน1ตานรทวาี เจทพสี อื่เอพใบหอ่ื คนใหา่ํ้านคทํ้าลคี่ ทอางี่ครอานี ยงออใู สินยรเูใสนะนคเสทงนเอ หทไลหอ อืลไหใอนลออนกอใำ�้ หกหใหมห ดมดแลแะละ ควครตวรรตวจรสวจอสบอคบกา คคอ่ ลา นคอลรแอีนลรอะีนสิ บอริสันะครทะงกึเคหผงลเลหือลลใงนือในในนา้ํ ในกบอ้าํ สกน่งอแตนลรแะวลบจะนันบทำ้� ันึกททผนั กึลทผลลีงใลนงใใบนสใบง ตสรง ตวจรนวจํา้ นทํ้านั ททนั ี ที แกอารแกลสอากรุมลอสเกฮกุมออบ็ เฮลกตอ็บัว7ลตอ0 วัย7% ดกกอา0่อ้๊าของย%เ น.นนชกาขง้าํด็เนทนเช.นช กอ�ำ�้็ดำาํ้ด็เอกชกบกก ด็าโร-อนดรดบิเกวาํ้ส รย้านณเิมุ่ทนใวํา้ กชั้งเณใกทดอ น้ไกบ็ากงั้ขฟนดอใต.แเหากนผัวลนแใเออหาชนหะกยหแ็ดอบง-ดหา่กรบรทงางื-อิเรํานดนวทสกิเาใ�ำ้ณวนาาํน�ำรกณใลวแฆนาีาชลกรา ลแุฆเะบ๊อชล์บวาแกอ้ื เะเรชโอปใบิเรือ้วหลริดคณโเิ้แกรท-ววคปหป่ีณอาทิดล้ฮลงวี่ปานวาอยลลเท�้ำลปกาว�ำดย์อเเกปก-7กพปดาอน0่ือด-รก้ํา%ปนเฆนปดโํา้ ํา้่ดาน็นเเยเโํ้าพชชกดใ่ือ็ชดเ้ืยอาพไเใกรโปฟอื่ชรฆ๊อนเไเคผปฟ่ากกาทนเเานหผชรก่ีปา้�รำ้ือฆาหือลราโรสฆทเราชือาําคยั้งื้อลสเชโชีาํ ร้อืลุบคโีชรกุบคอกนอทนําทํา 34 ค.เคป.ดเปนดํา้ นใหํ้าไใหหลไ หปลาปนากนลกางลาทงาํ ทกาาํ รกสารุม สเกุม ็บเกต็บวั ตอวัยอา งยนา ง้าํ นเพาํ้ ่อืเพต่อืรตวจรสวจอสบอทบาทงแาบงแคบทคเี รทียเี กรียอกนอแนลแวลว จงึ สุม เกบ็ ตวั อยา งนํ้าเพื่อตรวจวเิ คราะหท างเคมี และกายภาพ

คู่มอื แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพน�้ำ บรโิ ภคในโรงพยาบาล ค. เปิดน้�ำให้ไหลปานกลาง ท�ำการสุ่มเก็บตัวอย่างน�้ำ เพื่อค.ตเปรดวนจาํ้ สใหอไบหทลปางาแนกบลคาทงีเทรําียกการ่อสนมุ เกแ็บลต้วัวจอึงยสา ุ่มงนเกํ้าเ็บพต่ือตัวรอวยจ่าสงอนบ�้ทำเาพงแ่ือบตครทวีเจรียกอ น แลว จงึ สมุ เก็บตวั อยาวงิเนค้าํรเาพะอ่ื หตท์รวาจงวเิเคคมรีาแะลหะทกางาเยคภมีาแพละกายภาพ 21 ง. การสมุ่ เกบ็ ตวั อยา่ งนำ้� สำ� หรบั ตรวจสอบทางแบคทเี รยี ระวังองย. ่ากใาหรส้ปุมาเกกบ็ ขตวัวดอทยา ่ีเงกน็บาํ้ สตาํ ัวหอรยบั ่าตงรวนจ�้ำสไอปบสทัมางผแัสบกคับทีเปรียลารยะวกงั ๊ออยกา ใหหรปือากสขิ่งวอดื่นท่ีเๆก็บ ตัวอยา งน้าํ ไปเสพมั รผาสั ะกจับะปทลาำ� ยใหกอ เ้ กกิดหกรือาสรงิ่ปอน่ืนเๆปเอื้พนราเะชจอ้ื ะโทรําคใหไดเก้ ดิ การปนเปอ นเชือ้ โรคได 4. การสมุ เกบ็ ตัวอยางนาํ้ จากบอ นา้ํ ก . ใชเ ชอื กผกู ขวดและถวง หยอ นลงเก็บตัวอยางนํ้าในบอน้ํา ข. 35

คมู่ ือแนวทางการพฒั นาคุณภาพนำ้�บริโภคในโรงพยาบาล 44.. กกาา รร สสุุมมเเ กก ็็บบตต ััววออยย4กาา..งงนนกใํ้าา้ําชจจร้เาาสชกกื่มุบบอออเกกนนผบ็ํ้าา้ํ ูกตขวั วอดยแา่ ลงะนถ�ำ้ จ่วางกหบยอ่ ่อนนำ�้ ลงเก็บตัวอย่างน�้ำใน กก บอ่ น�้ำ.. ใใชชเเ ชชือือกกผผกูกู ขขววดดแแลละะถถวว งง หหยยออ นนลลงงเเกกบ็บ็ ตตัววั ออยยาา งงนนา้้ํําใในนบบออ นนําํา้้ ขข.. ขขววดด ปล่อ ยหหใ หยยออ้นนน �ำ้ ขขไววหดดขลใใ.หหเขหจจ า้มมยจลลอ่ งงนนใใตตเขตรร วะะม็ ดดดขใับับหวนนด้จ้ําาํ้ มททลี่ี่คคววงาาใมมตลล้รึึกกะด22บั00--น5500�ำ้ ทเเซซ่คี นนวตตาิิเเมมมลตตรรึกปป2ลล0ออ -ยย5ใใ0หหนนเซ้ํา้ําไไนหหตลลเิเเมขขาาตจจรนนเเตตมม็็ นนาาํํ ขขววดดเเกก็็บบตตวััวออ 4ยย/าา 5งง นนขคค้ํํา้า..อบบ ดดงรรึงงึขรรเเวจจชช ดุลุลือืองงกกเกใใเเนนคกกบ็ กก็็บบ.ตรรตตะะวัดวัวั ปปอออึงออยยยเงงชาาา่ งงงือนนนกํา้ํา้ ำ้� เเกททปนน็บดิ ํํา้้าตจใใหหัวกุ รร อนะะยำ�ดดขบัับ่าวนนงด้าํ้ํานเเเหห้�ำกลลบ็ อือืเตทเเพพวั นียียอ้�งงำยใา44่ ห//ง55น้รำ้�ขขะบออดงงรัขขบรววจนดดลุ�้เเำกกงเบ็บ็ใหนตตลกัวัวือออรยยะเาาพปงงียอ๋นนํา้ํา้งงปปดดจจกกุุ22 5.2.3 การเก็บรักษาสภาพตัวอยา งนาํ้ ตัวอยางน้ําทสี่ ุมเก็บเพอ่ื ตรวจสอบคุณภาพนาํ้ มีการเปลีย่ นแปลงอยูต ลอดเวลา ดังนัน้ วิธที ี่ถกู ตอง คือ3ต6รวจวิเคราะหทันทที ีเ่ กบ็ ตัวอยางได แตในทางปฏบิ ัตมิ ขี ดี จาํ กดั ในหลายๆ ดา น ไมสามารถวเิ คราะห ตวั อยางไดพรอ มกนั หมดทกุ ขอมลู บางขอมูลสามารถวิเคราะหในภาคสนามได แตบางขอ มูลตอ งนาํ ไปตรวจ

คมู่ ือแนวทางการพัฒนาคุณภาพน้ำ�บรโิ ภคในโรงพยาบาล 5.2.3 การเกบ็ รักษาสภาพตัวอยา่ งนำ�้ ตวั อยา่ งนำ้� ทส่ี มุ่ เกบ็ เพอื่ ตรวจสอบคณุ ภาพน้�ำมกี ารเปลย่ี นแปลง อยตู่ ลอดเวลา ดงั นน้ั วธิ ที ถ่ี กู ตอ้ ง คอื ตรวจวเิ คราะหท์ นั ทที เี่ กบ็ ตวั อยา่ งได้ แตใ่ นทางปฏบิ ตั มิ ขี ดี จำ� กดั ในหลายๆ ดา้ น ไมส่ ามารถวเิ คราะหต์ วั อยา่ งได้ พร้อมกันหมดทุกข้อมูล บางข้อมูลสามารถวิเคราะห์ในภาคสนามได้ แต่ บางข้อมูลต้องน�ำไปตรวจวิเคราะห์ท่ีห้องปฏิบัติการ จึงต้องมีการรักษา คุณภาพน้�ำให้เปลี่ยนแปลงน้อยท่ีสุด โดยการแช่เย็นด้วยน้�ำแข็ง ขณะ เดียวกันต้องส่งตัวอย่างน้�ำให้ถึงห้องปฏิบัติการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะท�ำได้ การส่งตัวอย่างควรอยู่ภายในระยะเวลา 8 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 24 ช่ัวโมง โดยเกบ็ รกั ษาตวั อยา่ งในทเี่ ยน็ อณุ หภมู ิ 4 – 10 องศาเซลเซยี ส ตลอดระยะ เวลาที่ส่ง การเก็บรักษาตวั อย่างขณะขนส่งไปยังห้องปฏิบัตกิ าร เม่อื สุ่มเก็บตัวอยา่ งน้ำ� เสรจ็ แล้วจะตอ้ งส่งตวั อยา่ งน้�ำไปตรวจ วิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการ ขณะขนส่งจะต้องไม่ให้ตัวอย่างถูกแสงแดด และต้องรักษาสภาพคุณภาพน�้ำโดยการแช่เย็นในภาชนะที่เก็บความเย็น ได้ วางเรียงขวดเก็บตัวอย่างน�้ำในภาชนะแช่เย็นให้เป็นระเบียบ ระวัง ขวดตัวอย่างล้ม การใส่น้�ำแข็งแช่ตัวอย่างให้ใส่เสมอระดับปากขวดเก็บ ตัวอย่างน้�ำไม่ให้มากเกินไปจนล้น ขณะขนส่งต้องเติมน�้ำแข็งและไขน้�ำ ทล่ี ะลายทงิ้ เป็นระยะๆ ถา้ สามารถท�ำได้ 5.2.4 การเขียนฉลากและใบส่งตวั อย่าง เพ่ือไม่ให้เกิดความผิดพลาดในรายละเอียดเนื่องจากมี ตัวอย่างน�้ำส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเป็นจ�ำนวนมาก ผู้เก็บ ตัวอยา่ งควรด�ำเนนิ การดงั น้ี 37

ค่มู ือแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพน้ำ�บรโิ ภคในโรงพยาบาล 1) ฉลากปิดภาชนะเก็บตวั อยา่ งนำ�้ ควรมรี ายละเอยี ด ดังนี้ ก. รหสั ตวั อยา่ ง หมายถงึ รหสั หรอื สญั ลกั ษณข์ องตวั อยา่ งนำ้� ท่ีผู้ส่งใช้ ซ่ึงผู้ส่งสามารถก�ำหนดได้เอง อาจใช้เป็นตัวอักษร และตัวเลข เช่น A01 (เป็นชือ่ จังหวดั /พืน้ ที่ทีเ่ ก็บตัวอย่าง) เป็นต้น ข. หน่วยงานท่ีส่ง หมายถึง หน่วยงานท่ีส่งตัวอย่างน้�ำตรวจ วิเคราะห์ เชน่ สำ� นกั สุขาภิบาลอาหารและน้ำ� ค. ประเภทของแหลง่ น�ำ้ หมายถึง รายละเอยี ดตวั อยา่ งน�ำ้ ท่ี เก็บเป็นประเภทใด เช่น น�้ำประปา (ส่วนภูมิภาค) น�้ำประปา (เทศบาล) นำ้� ประปา (หมู่บา้ น) นำ�้ ประปา (โรงพยาบาล) น�้ำฝน น้ำ� บ่อบาดาล น้�ำบ่อตื้น น้�ำประปาผ่านเครอื่ งกรอง น้ำ� บาดาลผา่ นเครื่องกรอง น�้ำถงั 20 ลิตร และ 23 ปตบนาลดายาลทอน้ําเชบ แตนนอผฉ้น�ำ้ ต.บนหทืน้ อรก่องรนรคOจํา้ งจ ะรปุข.P.วับรวสวDชะโบนัดถร ่อืปจฉาทจงเงผานพปเ..ีเ่่.าผูสปกทย็นยวชสาุม็บ็นาี่เนันนอื่ตเกถบตกตเท็บผ้�ำ้นาัวคาบ็้นอหตนลสู้ีเ่รตกยัวอื่.มุ่รท.ัวอ.าบ็งืออเีเ่งกยตกกตยนปราูนบ็า็บัวํ้างอล้าํงนอตงดตแาา้ํยืม่ัวลวันยรอา่ะอาํ้ทแะงเบยยผว่อบนา่าลน่าุจด้ำ�งางกเุดาทนชลแเOเี่ก่้ำ�นผกลP็บาบ็ ะDรตนหตเะัวเวัวเ้คออบปอลรยงนจุย่อืาาคตาุดทงงรงนกทเเ่ีนัวกรกกี่ ้าํอ็บํา็บโงหตรตนนงัววั ดา้ํพออถเยยงัยชาา่ ่าน2งบง0ทตนาลน่กีล้�ำิตทำ�.ร.อห.รแนตะลบดู้ะนบน้�ำเจํ้าดชบาน่ื่มยรนรจ้ําขุหวรดอื เปน ตัวอยา งฉลากปดภาชนะเกบ็ ตวั อยางนํ้า รหสั ตัวอยา ง..............A01..............หนวยงานท่สี ง.................สาํ นักสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้ .......... ประเภทแหลงนา้ํ ..............น้าํ ประปา............................................................................................... สถานทีเ่ ก็บตวั อยา งน้ำ......ตนทอระบบ.......โรงพยาบาล A ต.ในเมอื ง อ.เมอื ง จ.นนทบรุ .ี .............. วนั ทเี่ กบ็ ตวั อยา ง..........30..ม.ค..2562....................................เวลา............10.00..น.................. ชื่อผูเกบ็ ตัวอยาง.................นายตนน้ํา.....สะอาดดี................................................................... ทมีราางหยลอะงปเอฏยี1ทบิ ด า2ตั ทใ ง)บิก ่คีห การ ้อร แาบ นร งลถ เั้นป วะข นฏ ยีใ2ตบนิบ)วั สรัตยกาง่ิกา ยาตงาลรนวัระเํา้อนขเอย้ัน1ยี ียา่ นดตงตใรวันบัวาอำ�้ยสยยคง่าาลตวงงะวันรจเอม�้ำอํายรีเยี าป1าดงนยนใตตล้ําบัวอะสอสงาํเมอยง่หีใต่าียรบงบัวัดสกอทจง ายตีค่�ำรัวา่เเรขปองบยีย็นนถนาตำ�้ ใว้ง บ้อนนสเงํ้าพงมดต1อ่ืีใังวับตในอบสรย้ี ว่งาแตงจลนัววะา้ํอใเิ เบคพยสร่า่อื งางตตะนรวั หว้�ำอจ์ยวาิเงคนรํ้าาคะวหร 38

ค่มู ือแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพนำ้�บรโิ ภคในโรงพยาบาล ตัวอยา ง ใบสงตัวอยา งนาํ้ พัฒนาคุณภาพนํา้ บริโภคในโรงพยาบาล สาํ นักสุขาภิบาลอาหารและนาํ้ อาํ เภอ เมอื ง A 01 ประปา (ตนทอ ) สถานที่เกบ็ โรงพยาบาล A จงั หวัด นนทบรุ ี 30 ม.ค. 62 เวลา 10.00 น. 30 ม.ค.62 นายตน นํา้ สะอาดดี 082-1767012 11.00 น. 39

คมู่ ือแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพน�้ำ บรโิ ภคในโรงพยาบาล ข้อควรระวัง ก. การปิดฉลาก และเขียนรายละเอียดของตัวอย่างน้�ำท่ีภาชนะ ทุกใบ ตอ้ งเขียนด้วยปากกาหมึกแหง้ กนั นำ้� ไมค่ วรใช้ดินสอหรือปากกาหมึกซึม ข. ควรปิดฉลากบนภาชนะให้เรียบร้อย ก่อนเก็บตัวอยา่ งน�้ำ ค. ใหแ้ ชเ่ ยน็ ตวั อยา่ งนำ�้ ในขวดเกบ็ ตวั อยา่ งนำ้� ขนาดความจุ 2 ลติ ร และในขวดเก็บตัวอย่างน�้ำตรวจสอบแบคทีเรีย หลังเก็บตวั อยา่ งทันที เพื่อรักษา สภาพของตัวอยา่ ง ง. ควรระบขุ อ้ มลู ชนดิ ของนำ้� สถานทเี่ กบ็ นำ�้ และขอ้ มลู ทจี่ ำ� เปน็ อน่ื ๆ ใหช้ ัดเจนในใบสง่ ตวั อยา่ งใหค้ รบถ้วนและถกู ตอ้ ง ตามตวั อย่างใบส่งตวั อย่างน้�ำ จ. ควรตรวจสอบวา่ รายละเอยี ดของจดุ เกบ็ และรหสั ทภี่ าชนะเกบ็ ตัวอยา่ งน้�ำ มีรหสั ทตี่ รงกนั กับใบสง่ ตัวอย่างนำ้� 5.2.5 การตดิ ตอ่ หนว่ ยงานที่ท�ำการวเิ คราะห์ ก. แจ้งแผนก�ำหนดส่งตัวอย่างน้�ำล่วงหน้า เพื่อห้องปฏิบัติการ ได้เตรียมอุปกรณ์ และสารเคมีที่จ�ำเป็นไว้ล่วงหน้า หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ศูนย์หอ้ งปฏบิ ัติการกรมอนามัย 0 2968 7600 หรือห้องปฏิบตั กิ ารวิทยาศาสตร์ ทไ่ี ด้รบั การรบั รอง ISO 17025 ในพนื้ ท่ี ข. ควรส่งตัวอย่างน้�ำถึงห้องปฏิบัติการโดยเร็วภายในเวลาไม่เกิน 8 ชัว่ โมง หรืออย่างช้าไม่เกนิ 24 ชั่วโมง ซึ่งควรส่งตัวอยา่ งถึงหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารใน ตอนเชา้ เพอ่ื ทจี่ ะทำ� การตรวจวเิ คราะหไ์ ดท้ นั ทที ตี่ วั อยา่ งถงึ หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร เพราะ หากสง่ ตวั อยา่ งถงึ ตอนบา่ ยอาจมเี วลาไมพ่ อในการตรวจวเิ คราะห์ ทำ� ใหต้ อ้ งเลอื่ น การตรวจวเิ คราะหเ์ ป็นในวนั ถัดไป ค. ปิดผนึกหีบห่อ และหบี แช่เย็นบรรจุตวั อยา่ งให้แนน่ หนา พรอ้ มทั้ง แนบใบสง่ ตวั อย่างน้�ำมากบั หีบหอ่ ทุกครงั้ ง. ใส่รายละเอียดผรู้ ับปลายทางให้ชดั เจน จ. หลังจากส่งตัวอย่างน้�ำแล้ว โปรดโทรแจ้งศูนย์ห้องปฏิบัติการ กรมอนามัย หรือห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่ส่งตรวจน้�ำ เพื่อทราบและไปรับ ตวั อย่างปลายทางไดถ้ กู ต้อง 40

คูม่ ือแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพน�้ำ บรโิ ภคในโรงพยาบาล เคลด็ ไม่ลับ...แต่ตอ้ งรู้... ส�ำหรบั ผ้ดู ูแลระบบประปา ทอ่ และอปุ กรณท์ ใ่ี ช้ในระบบประปา ขนาดทอ่ ขนาดของท่อนำ้� ประปา สามารถกำ� หนดให้เหมาะสมได้ โดยอาศัย ข้อมูลท่ีมีความสัมพันธ์กัน คือ จ�ำนวนของผู้ใช้น้�ำ ความยาวของท่อ แรงดันของน�้ำ ปริมาณน้�ำท่ีใช้ ท้ังน้ีเพ่ือให้มีน�้ำใช้อย่างเพียงพอ และ ราคาประหยัด ชนิดของท่อ ท่อเหลก็ มกี ารใชง้ าน 2 ชนดิ 1. ทอ่ เหล็กด�ำ (API, ASTM) ใช้ต่อท่อน้ำ� สง่ จากแหล่งน�้ำ นำ�้ บ่อ บาดาล หรอื เปน็ ทอ่ กรบุ อ่ บาดาล เพราะทนตอ่ การกดั กรอ่ นจากสนมิ เหลก็ ไดด้ กี ว่าทอ่ เหลก็ ชนดิ อ่นื 2. ท่อเหล็กอาบสังกะสี หรือเรียกกันว่า “แป๊บน้�ำ” มีความหนา หลายระดับ คอื ชนดิ ธรรมดา (คาดเหลอื ง) ชนดิ หนา (คาดนำ�้ เงนิ ) ชนิดหนาพเิ ศษ (คาดแดง) ท่อพีวซี ี เป็นท่อท่ีนิยมใช้กันมากในปัจจุบันเพราะมีน�้ำหนักเบา ทนต่อ การกดั กร่อน การตอ่ ประสานท�ำได้ง่าย มใี หเ้ ลือกตามลกั ษณะการใช้งาน ซงึ่ ก�ำหนดโดยมาตรฐานผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรม คอื 41

คู่มอื แนวทางการพัฒนาคุณภาพนำ้�บริโภคในโรงพยาบาล สีเหลือง ใชก้ บั งานทอ่ รอ้ ยสายไฟฟ้า สฟี ้า ใชเ้ ป็นท่อประปาน�้ำดม่ื สเี ทา ใช้เป็นทอ่ ระบายน�ำ้ ทิ้ง หรอื การชลประทาน • ท่อและอุปกรณ์ในระบบการผลิตประปามักใช้ท่อเหล็กอาบ สังกะสี และอุปกรณ์ที่ท�ำจากเหล็กหล่อหน้าจาน เนื่องจากสะดวกในการ ถอดซ่อม ดแู ลรักษาระบบทอ่ และอุปกรณ์ • ส่วนของท่อจ่ายน้�ำท่ีต่อจากระบบผลิตไปยังอาคารเรียกว่า ระบบทอ่ เมนจา่ ยนำ�้ สำ� หรบั ระบบประปาของกรมอนามยั สว่ นใหญใ่ ชท้ อ่ และอปุ กรณพ์ วี ซี ี ยกเวน้ บรเิ วณทอ่ ขา้ มถนน สะพาน หรอื สว่ นของทอ่ ทไ่ี ม่ สามารถฝงั ลงดินไดจ้ ะใชท้ อ่ เหล็กอาบสังกะสี • ส�ำหรับท่อเหล็กอาบสังกะสีในระบบประปา ผู้ดูแลต้องหมั่น ตรวจดกู ารรัว่ ไหลตามรอยตอ่ และประเกน็ หากพบวา่ มีการรั่วไหลตอ้ งรีบ ด�ำเนินการแก้ไขโดยขันรอยต่อใหแ้ นน่ หรือเปล่ียนประเก็นใหม่ • ท่อเหล็กอาบสังกะสีควรติดต้ังในสถานท่ีแห้ง ไม่ช้ืนแฉะ หรือ เค็มจากกรดและด่าง • วธิ ตี รวจสอบหาการรว่ั ไหลในระบบทอ่ เมนจา่ ยนำ�้ ทำ� ไดโ้ ดยปดิ วาลว์ ท่อจ่ายน้�ำทุกจุด หากมิเตอร์วัดน�้ำรวมของระบบผลิตยังมีการหมุนอยู่ แสดงว่าระบบทอ่ จ่ายนำ�้ มีการรว่ั ไหล • สังเกตตามแนวเส้นท่อระบบท่อเมนจ่ายน�้ำว่ามีดินเปียกชื้นหรือไม่ เพราะถา้ มอี าจหมายถงึ การรั่วไหลเกดิ ข้ึนในระบบ • ส�ำหรับทอ่ พีวีซี เมื่อต่อแล้วจะไมส่ ามารถถอดออกได้ ดังนั้นจงึ ควรฝังดินเพ่อื ป้องกันความเสยี หาย การซ่อมทอ่ แตกรั่ว หากเกิดอุบัติเหตสุ ่งผลทำ� ให้ท่อแตก รว่ั สามารถแยกซ่อมได้ 2 วิธี 1. วิธีการซ่อมทอ่ โดยใชข้ อ้ ต่อและสวมท่อใหม่ • ปดิ ประตูนำ�้ เพอ่ื ไมใ่ หน้ ้�ำไหลผา่ นจดุ ทเี่ กดิ การแตกหรอื ร่วั 42

คมู่ อื แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพน�ำ้ บริโภคในโรงพยาบาล • ตดั สว่ นทเี่ สยี หายออกพอประมาณ แลว้ ใช้ขอ้ ตอ่ ตรงตดิ ทปี่ ลาย ทั้งสองดา้ นของท่อทต่ี ัดสว่ นเสียหายออกไปแลว้ • วดั ความยาวของทอ่ สว่ นทต่ี อ้ งการตอ่ ใหพ้ อดี นำ� ทอ่ สน้ั ดงั กลา่ ว ไปต่อยังข้อต่อท้ังสองดา้ นตามวิธีการตอ่ ท่อ 2. วิธีการซอ่ มท่อโดยใชข้ ้อตอ่ ยูเน่ียน • ปดิ ประตนู ้�ำ เพอ่ื ไม่ให้น�ำ้ ไหลผ่านจุดทเ่ี กิดการแตกหรือรัว่ • ตัดส่วนท่ีเสยี หายออก แลว้ ใชย้ ูเนี่ยนในการตอ่ ประกอบ • หากทอ่ ร่ัวเป็นจุด ให้ใช้ปอ เชือก หรือเศษผ้าบางๆ พันรอบจุด ที่ร่ัวให้แน่น เพื่อท�ำให้น�้ำไหลน้อยลง เป็นวิธีการซ่อมแซมท่อท่ีแตก หรือ รว่ั ช่ัวคราว ก่อนจะน�ำอุปกรณ์มาซอ่ มถาวร • หากท่อรั่ว ไม่สามารถพันเชือกได้ให้ใช้เศษไม้ตอกอุดเอาไว้ได้ ชวั่ คราว • หากทอ่ แยกขาดออกจากกนั และแรงดนั นำ�้ ไมแ่ รง ใหใ้ ชถ้ งุ พลาสตกิ ซอ้ นกัน 2-3 ใบ หุม้ แล้วรัดดว้ ยยางหรือพันเชือกให้แนน่ หรือตอกอดุ ดว้ ยไม้ การตรวจสอบท่อเมนจ่ายน�ำ้ • ทุก 2 สัปดาห์ ควรส�ำรวจเส้นทางท่ีมีการวางท่อเมนจ่ายน้�ำ หากมีลักษณะเป็นรอยน้�ำขังหรือมีน้�ำซึม ให้ขุดลงไปดูว่ามีท่อแตกหรือไม่ ถ้าพบวา่ มีท่อแตกตอ้ งรีบซ่อมแซมโดยทันที • ควรตรวจสอบตรงทอ่ เมนจ่ายน�ำ้ ทจี่ ะเข้าอาคารทุกวัน วธิ งี ่ายๆ ในการหาวา่ มีท่อรั่วภายในอาคาร • ใหใ้ ชห้ แู นบฟงั กบั พนื้ ไลไ่ ปตามเสน้ ทอ่ และฟงั ตอนกลางคนื จะ ได้ยินเสียงชัดเจน • หากไมไ่ ดพ้ กั อาศยั อยปู่ ระจำ� ในบา้ นหลงั นน้ั ควรทำ� การปดิ ประตนู ำ้� หลังมาตรวัดน้�ำไว้เสมอ เพราะถ้ามีท่อรั่วภายในอาคาร จะได้ไม่เกิด การสูญเสียน�้ำทจี่ ะทำ� ใหต้ อ้ งจา่ ยค่านำ้� สูงขึ้น 43

คู่มือแนวทางการพัฒนาคุณภาพนำ้�บริโภคในโรงพยาบาล การสญู เสยี น้�ำจากการรวั่ ไหล • ก๊อกน้�ำท่ีมีน้�ำหยดตลอดเวลา จะสูญเสียน้�ำถึง 1,500 ลิตร ต่อเดือน (1.5 ลูกบาศกเ์ มตรต่อเดือน) • กอ๊ กน้�ำทปี่ ดิ ไมส่ นทิ น�้ำรว่ั ไหลเปน็ สายจะสญู เสยี น�้ำไมน่ อ้ ยกวา่ 10 ลูกบาศกเ์ มตรตอ่ เดอื น • ชักโครกที่ลูกลอยปิดไม่สนิท มีน�้ำไหลลงโถส้วมตลอดเวลา จะ สูญเสยี นำ้� กว่า 30 ลกู บาศก์เมตรตอ่ เดือน ปัญหาทพี่ บมากทส่ี ุด • ในเร่ืองการรั่วไหลของน�้ำ คือ มาจากอุปกรณ์ประปาท่ีไม่ได้ คุณภาพ ท�ำให้เกิดอัตราการสูญเสียน้�ำต่�ำกว่าความสามารถของมาตรวัด ทุกประเภทจะวดั ค่าได้ • การรั่วไหลท่อี าจจะดเู ลก็ นอ้ ย แตเ่ ปน็ การไหลของน้�ำท่ีต่อเนือ่ ง ตลอด 24 ชั่วโมง เม่ือคิดเป็นปริมาณน�้ำต่อเดือนอาจจะสูงกว่าปริมาณ น้�ำใช้ปกติ จากการส�ำรวจการใช้น�้ำในอาคาร พบว่าน�้ำท่ีรั่วไหลโดยมิได้ ใช้ประโยชน์โดยเฉลย่ี สงู ถงึ 30% ปัญหาเรื่องคุณภาพน้�ำและการแกไ้ ข หากน้�ำประปาไหลภายในโรงพยาบาลมีสีเหมือนสีสนิม หรือมี สิ่งสกปรกไหลปนเปอ้ื นออกมา แสดงว่านำ�้ ไมไ่ ด้มาตรฐาน อาจเกดิ ไดจ้ าก หลายสาเหตุ • ทอ่ ประปาเก่าเป็นสนิม ท่อเหล็กอาบสังกะสีที่ใช้งานเป็นเวลานานเกินกว่า 5 ปี อาจเป็น สนิม ท�ำให้นำ�้ ประปามีคราบสแี ดง เนือ่ งจากมีตะกอนสนิมปะปนอยู่ ควร รีบเปลี่ยนท่อใหม่ทนั ที • ทอ่ หรอื อุปกรณป์ ระปาแตกร่วั หากพบวา่ มกี ารรว่ั ไหลเกดิ ขนึ้ ทงั้ ทร่ี ว่ั เพยี งเลก็ นอ้ ยจากถงั ชกั โครก หรอื ถังเก็บนำ้� ทล่ี ูกลอยชำ� รุด ไปจนถงึ การรั่วไหลปริมาณมาก อนั เกดิ จาก 44

คู่มอื แนวทางการพัฒนาคุณภาพนำ�้ บรโิ ภคในโรงพยาบาล ท่อแตกร่ัวใต้ดินท่ีมองไม่เห็น ควรรีบซ่อมแซมอุปกรณ์เหล่าน้ันให้อยู่ใน สภาพท่ดี อี ยู่เสมอ • เครือ่ งกรองน�้ำ เครอ่ื งกรองนำ�้ ทใี่ ชง้ านมานานโดยไมล่ า้ งหรอื เปลย่ี นไสก้ รอง อาจเปน็ แหล่งสะสมเช้ือโรคและแบคทีเรีย และประสิทธิภาพการกรองลดลงได้ ควรท�ำความสะอาดเคร่อื งกรองน้�ำอยู่เสมอ • เคร่ืองสบู น้�ำ การตดิ ตงั้ เครอ่ื งสบู นำ�้ ทส่ี บู โดยตรงจากเสน้ ทอ่ อาจดดู สงิ่ สกปรกจาก บรเิ วณใกล้เคียง เชน่ น้�ำขุ่นจากท่อแตกร่ัว หรอื น�ำ้ แดงจากท่อสนิมเขา้ มา ในท่อประปาในอาคารได้ ดังน้ันควรติดตั้งถังพักน้�ำ เพ่ือส�ำรองน้�ำไว้ก่อน แล้วจึงสูบจากถังพักน�้ำน้ันจ่ายไปยังท่อประปาภายในอาคารต่อไป เพื่อท่ี จะได้น้ำ� ท่สี ะอาดปลอดภยั • ถังพักน�ำ้ หรอื ถังเก็บน�ำ้ ควรล้างท�ำความสะอาดอย่างน้อยทุก 6 เดือน หากไม่มีการล้าง ถังพักน้�ำหรือถังเก็บน้�ำเลย ส่ิงมีชีวิตขนาดเล็กอาจเล็ดลอดเข้าไป และ เจรญิ เติบโตเพม่ิ จำ� นวนขึ้น ทำ� ให้น้�ำประปาปนเปอ้ื นสง่ิ สกปรกโดยไมร่ ู้ตวั • ท่อ การใช้ท่อภายในอาคารควรให้มีขนาดเดียวกับมาตรวัดน้�ำ จะเป็น ท่อพีวีซีหรือท่อเหล็กก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีควรใช้ท่อพีวีซีชั้น 13.5 เพราะมี ความแข็งแรงและสะดวกในการวางท่อ • ชดุ ติดตง้ั มาตรวดั น้ำ� มาตรฐาน มาตรวดั นำ�้ เปน็ เครอื่ งมอื ทใี่ ชว้ ดั ปรมิ าณนำ�้ ทไี่ หลผา่ นภายในทอ่ วา่ มปี รมิ าณเท่าใด มาตรวดั น้ำ� หรอื ทร่ี ู้จักกันในชือ่ “มเิ ตอร์” นน้ั จะตดิ ต้ังไว้ ที่ท่อเมนจ่ายน้�ำเข้าอาคาร โดยท�ำเป็นกล่องไว้เพ่ือป้องกันการช�ำรุด และสะดวกตอ่ การอา่ นคา่ ทหี่ น้าปัทม์ โดยจะใชร้ ่วมกบั เกทวาลว์ เสมอ 45

คมู่ ือแนวทางการพัฒนาคุณภาพนำ้�บรโิ ภคในโรงพยาบาล • อ่างล้างหนา้ สว่ นมากมกั ท�ำด้วยเครอ่ื งเคลอื บดนิ เผา ปจั จุบันมีวสั ดรุ าคาถูกกว่า ท�ำดว้ ยเหล็กเคลือบสี ซ่งึ มีผวิ หยาบกร้านกวา่ ชนดิ เคร่ืองเคลอื บ ปกติแลว้ อ่างล้างหน้าจะมีท่อน้�ำร้อนและน�้ำเย็นเข้าสองข้างของอ่าง และมีรูท่ี กน้ อา่ ง ซง่ึ ตอ่ ตรงไปยงั ทอ่ นำ้� ทงิ้ โดยทวั่ ไปอา่ งลา้ งหนา้ จำ� เปน็ ตอ้ งมคี อหา่ น ติดประจ�ำเสมอ เพ่ือดับกล่ินเหม็นจากภายในของท่อน้�ำท้ิงไม่ให้ออกมา ภายนอกได้ • โถสว้ ม สว่ นมากทำ� ดว้ ยเครอ่ื งเคลอื บดนิ เผา แบง่ ตามลกั ษณะไดห้ ลายชนดิ เชน่ ชกั โครกธรรมดา ชนิดชักโครกด้วยแรงพงุ่ น�ำ้ ชนดิ คอห่านกลับ และ ชนิดชักโครกด้วยแรงดูด ทุกชนิดล้วนมีคอห่าน (Traps) เพื่อเก็บน�้ำไว้ ไม่ให้กลิ่นเหม็นรั่วออกมาภายนอกได้ และทุกชนิดติดตั้งโดยวิธีเดียวกัน แคม่ ีระบบของการชกั โครกแตกตา่ งกนั เล็กน้อยเท่านนั้ • ถงั ชกั โครก ท�ำด้วยเครื่องเคลือบดินเผาหรือพลาสติกแข็ง หรือเหล็กหล่อ อาจตดิ ไวใ้ นทส่ี งู ๆ หรอื ตดิ กบั โถสว้ มกไ็ ด้ ถงั ชกั โครกชนดิ ทด่ี ที สี่ ดุ คอื ชนดิ ไมม่ ถี งั นำ�้ และใชม้ อื โยกปมุ่ เพราะเปน็ ชนดิ ทใี่ ชน้ ำ�้ จำ� นวนนอ้ ย มเี สยี งเงยี บ และมปี ระสิทธิภาพในการช�ำระล้าง • กอ๊ กน้ำ� กอ๊ กนำ�้ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คอื กอ๊ กบอล และกอ๊ กบอลสนาม กอ๊ กบอล เป็นกอ๊ กน�ำ้ ท่ีไหลออกไมม่ ีเกลยี ว เหมาะจะใชใ้ นบา้ น เชน่ ครวั หอ้ งนำ�้ โดยมรี ปู แบบและสสี นั ตามแตร่ สนยิ มและความพอใจของผซู้ อ้ื ก๊อกบอลสนาม จะต่างกับก๊อกบอลธรรมดา ตรงที่ทางน้�ำไหล ออกของกอ๊ กจะมีเกลียวเพ่อื ไวส้ ำ� หรับสวมสายยางรดนำ้� การเลอื กก๊อกน�้ำ ตอ้ งเลอื กให้ถกู กบั ขนาดและการใช้งาน ทสี่ �ำคญั ต้องดูท่ีคุณภาพวัสดุ ควรเลือกก๊อกท่ีช้ินส่วนภายในท�ำจากทองเหลือง คุณภาพดี ดา้ มจับถนัดมือ เปิด - ปิดสะดวก ผวิ ภายนอกเรยี บ แตไ่ มเ่ ปน็ มนั วาว 46

ภาคผนวก

เกณฑคณุ ภาพภนภาภํ้าคาาปคคผรผผะนนนปววาวกดกทกท่ืมี่ ี่ไ1ด11 ป พ.ศ. 2553 เกณฑคุณภาพน้าํ ประปาดื่มได ป พ.ศ. 2553 พารามเิ ตอร หนวยวัด เกณฑท่ีกาํ หนด คณุ ภาพนํ้าทางกายภาพพารามเิ ตอร หนวยวดั เกณฑที่กําหนด คควณุ ามภเาปพน นกาํ้รทดา-งดกาางยภ(pาHพ) อยูระหวา ง 6.5-8.5 คคววาามมขเุนปน(Tกuรดrb-idดitาyง) (pH) เอ็นทียู อยูร ะไหมเวกาินง 65.5-8.5 สคี ว(Cาoมlขoุน ur()Turbidity) แพลทนิเอัมน็ -โทคียบู อลต ไมไมเกเินกนิ 15 คสุณี (ภCoาพloนuา้ํ rท) างเคมีท่วั ไป แพลทนิ ัม-โคบอลต ไมเ กิน 15 สคาณุรลภะาลพานยท้ําท้ังหางมเดคทมีเ่ีทหั่วลไอื ปจากการระเหย (TDS) มลิ ลกิ รัม/ลิตร ไมเ กนิ 1,000 ไซคคฟคซฟคไสคนัลลวุณนลาลัลวลเาเออูเตราเฟอภูอมตไฟอลมรไรอาตกรทไะรตกดพทไรรดล(รรดะS(น(า(ะดSN(ดC(ONยาํ้ดCO(OาlF(ททO=าl-Fง=)-4--งาง้ั))3-4-))3(ห)งaH(aโHมsลasaดrNหrNdทdOะnOี่เnหห-e3-eน3)ลs)ssกัอืs)จ) ากการระเหย (TDS) มมลิ ิลลลกิ ิกรรมั ัม//ลลติ ติ รร ไมเ กนิ 15,000 มมิลิลลลกิ ิกรรมั มั //ลลติ ติ รร ไไมมเ เกกินิน255000 มมิลิลลลกิ กิ รรมั มั //ลลิตติ รร ไไมมเ เกกินนิ 225500 มมลิ ิลลลกิ กิ รรัมมั //ลลติ ิตรร ไมเ กนิ 52050 มมลิ ลิ ลลิกิกรรัมมั //ลลิตติ รร ไมไมเ กเ กนิ ิน05.70 มลิ ลิกรมั /ลิตร ไมเ กนิ 0.7 เหคุณลก็ ภา(Fพeน) ้ําทางโลหะหนัก มิลลิกรัม/ลติ ร ไมเกนิ 0.5 แเมหงลก็กาน(Fสี e)(Mn) มมลิ ลิ ลลิกกิ รรมั มั //ลลิติตรร ไไมมเ เกกนิ ิน00.3.5 ทแอมงงแกดางน(ีสCu(M) n) มมลิ ิลลลิกิกรรัมัม//ลลิติตรร ไไมมเ เกกินิน10.0.3 สทังอกงะแสดี (งZ(nC)u) มมิลิลลลิกิกรรัมัม//ลลิติตรร ไไมมเ เกกินนิ 31.0.0 คสณุ งั กภะาสพี (นZ้ําnท)างโลหะหนกั สารเปน พิษ มิลลิกรมั /ลิตร ไมเ กิน 3.0 ตคะุณก่ัวภา(Pพbน)าํ้ ทางโลหะหนักสารเปนพษิ มลิ ลิกรมั /ลติ ร ไมเกิน 0.01 โตคะรกเมว่ั ีย(มPb(C)r) มมลิ ลิ ลลิกิกรรมั มั //ลลิตติ รร ไไมมเ เกกนิ นิ 00.0.051 แโคดรเมยี ม (Crd)) มมลิ ลิ ลลกิ กิ รรัมัม//ลลิตติ รร ไมไมเกเกินนิ 0.00.035 สแาครดหเนมู ยี (Aมs)(Cd) มมลิ ลิ ลลกิ กิ รรมั ัม//ลลิติตรร ไมเกนิ 0.0103 ปสราอรทหน(Hู (gA)s) มมลิ ลิ ลลกิ กิ รรมั มั //ลลติ ติ รร ไมไมเ กเ กนิ นิ 0.00.0011 คปุณรอภทาพ(Hนg้ํา)ทางชวี ภาพ มลิ ลกิ รัม/ลิตร ไมเกนิ 0.001 โคคุณลิฟภอารพมนแ้ําบทคาทงีเชรวีียภ(าCพoliform bacteria) เอม็ พเี อ็น/100มลิ ลลิ ติ ร ตอ งตรวจไมพบ ฟโคค ลลั ฟิโคอลรฟิ ม อแรบม คแทบเี ครียทเี (รCียo(lFifaoercmalbcaoclitfeorrima) bacteria) เอเอ็ม็มพพีเอเี อน็ น็ //110000มิลลลิ ิตร ตตออ งงตตรรววจจไไมมพพบบ ฟค ลั โคลฟิ อรม แบคทเี รยี (Faecal coliform bacteria) เอ็มพีเอ็น/100 มิลลิลติ ร ตองตรวจไมพ บ หหมมาายยเเหหตMให คตหุ ุณุมe123 ้ม123.าt..ภ...ีhทวaปคยวaปลคา ธิnลลรoิธn่ีปเิตลรีตพdะติอตีหdะdรอรกลรรรกนใWวรตsใาWีนวชาาจนีชศำ�้จaใอุ ศfวยaใอนกวs ปoสินกิเsิสt เิเรรครtรรคerร12สระมeระะมwระะบ..าอwt้นคบาอ คะhaบนปงะaคบนทงหtวเากeหteเาหากลเeมิหธา่อเมrปาลrปรัยEอลีตรยัEนอืเEนือxเฝรd0รไฝd((ไaปาีนi(1(Rวปา.ti1Rรmtต23ieรตจoอ3iะeoาะsาnวตsวมิสiinวตdม–niงัุลdวงัิเลุ2รคuว2าaคคธิu1าธิุณะaค10กีณุtaคsีกรlมtsคiาภl.มtoาภFา2ร5าFง2ราrnใ0ะ2พrใe0เน5พe0น5หหนe0ม5หนo5e5ห5้าํ3ลิน์ลเาํ้C3fนปAC)ปปAงั)ือhลังรPhWสรPl็สนะHlิoกือะHoือ(ปarAไปRรrAiSาnปtiSาnัมeAteeAtaeตWasต)rWn)niากdW่อdaกdWมาํaาํnลuaAหrAหวrddนิตadWนิธWดlMรดีกWMEใEใหFeFหาeFใa.tมr.tรมhชeshีททีoใ้tใoี่ปeนdีป่eนdลsลwหsราCาfยะfนoaยhoเrเสบtังrlสeนtoสนtบhrทhrทือeกeiอEnอEาd0EeS0xร.xia2.t)ta2เmiamฝ–oก–ni้าnni0�ำn0daร.หa5.t52ะatiนoiม1oวมrnลิดdsnลิังtลoลoกิ fกิ fรรWมัWมั ตaตaอtอteerr 2005 APHA AWWA WEF. 3. ประกาศกรมอนามยั (13 ตลุ าคม 2553) 48

ภภาาคภคาผผคนผนวนกววทก่ีกท2ี่ 22 ชุดชทดุ ่ี 1ท(่ี น1 ํ้า(นผิวํ้าผดวินิ ด)นิ ) แบแบบสบาํ รสวําจรวรจะบระบบปบรปะประาป(าก(รกณรใี ณชนใี ชํ้านผิวา้ํ ผดวิินด)นิ ) ระบรบะบปบระปปราะโปรางโพรงยพาบยาาลบ.า..ล.......................................................................................ห...ม. หทู ม่.ี ..ูท....ี่ ...ต...ํา.บตลาํ บ...ล..........................................อ...ํา..เอภาํอเ.ภ..อ......................................จ...ัง..หจวงั หดั วดั ………………………… ผใู หผขใู หอ มข ลูอ มชูล่ือช.่ือ..............................................................................ส...ก..ุลส.ก..ุล........................................................................................................โ..ท...รโศทัพรศทัพ. ..ท.... ............................................................................................................. สว นที่ 1 ขอ มลู ทัว่ ไป 1. ระบบประปาสรา งป พ.ศ.............................โดยหสนว วนยทงี่า1นขอ มูลท่วั ไป 1. ระบบ(ป)ระกปรมาสอรนาางมปยั  พ.ศ.........(...)...ก..ร..ม...โ..ย..ธ..า.โดยหนว ยงาน ( )(ก)รกมรอมนทารมพั ยั ยากรธรณ(ี ) (กร)มอโนื่ ยธๆาระบ.ุ .......................... 2.( ร)ะกบรบมปทรระพั ปยาาเกครยธผรา นณกี าร(ร)บั อร่นื องๆเปรน ะนบาํุ้..ป...ร..ะ..ป...า..ด..่ืม...ไ..ด... ... 2. ระบบ(ป)รไะมปผาาเคนยผานการรับรอ(งเ)ปผนานํา้ปป พระ.ศป..า.ด...ืม่ ...ไ..ด...................... 3.(ร)ะไบมบผปา รนะปาสามารถให(บ )รผกิ า นรนป้ํา พได.ศค .ร..อ...บ...ค..ล...มุ ...จ..ํา..น...ว..น............หมูบา น..............หลังคาเรือน 3. ร4.ะบรบะบปบระปปราะสปาามมาอี รตั ถรใาหกบ ารรผกิ ลารติ นา้ํ .ไ...ด..ค..ร...อ..บ...ค..ล...มุ ...จาํลนูกวบนาศ...ก..เ.ม...ตหรม/บู วานั น..............หลงั คาเรอื น 4. สระวบนบทปี่ 2ระกปารามบอีรัติหราารกกาจิ รกผาลรติปร.ะ..ป...า.................. ลกู บาศกเมตร / วัน สว น1.ทก่ี 2ารกบารรหิบารริหกาิจรกกาิจรกปารระปปราะโปดาย 1. กกา.รบกผ.รบู ิหผร((1าหิบู.)1ร)าร(1(กบบคมริห.ิจ)1รณ)รกีผ(ากิหบหิบคิจมูบระา)การณารกกีผรรรริหาหิิจมหิรูบปะใใรเการคาีกนารรนปรรมารยหิะรรรใรใรกผกรปูนาปูนปะปิจามาราปรแแรนรรกกโกููปบาปะบบากดจิาปรแบแบรรายแกปริหบาบบเลใาดฝรรหบาบระแิมกะปริหผมเลใดปโกอรหดูาะตดมิิจบาะรูแผมาโยกปโกรมลดูตดคดามิจารปแูารยณโยกหะมลรปตดคาะบละรปรรรยณกบะักกงะรปตระบสาปปะรรรศกบกูต(งราะมรรหาะรปปก)ะรศบปมรามเารไบหราะรบู กะมหิยีปบมาเามบบนาารรูบรีกหิียบา กบรนารจิะรกิหกทกราาจิระรรกวทกปงาจิรรรมกวะปหงาปรรมาาะปดหปไราทาะดหปยไมโทาหดูบยยมโาอนดูบงยาคอนกงาครก บารริหบารรหิ สาวรนสวตนํา5บตลํา5บ/ล / ( )(ม)ี เคย ( )( ไ)มไมมีเ คย 1.2 มเผีคูดยูแผลา นระกบารบฝปก รอะบปรามโหดยลตักรสงูตรบริหารกจิ การประปา 5 ( )(เค)ยมี ( ) ไ(ม)เ คไยมม ี 1.2 มีผูด ูแลเรคะยบผบานปกระารปฝากโดอยบตรรมงหลกั สตู รการดแู ลบาํ รุงรกั ษาระบบประปา 5 ( ) มี ( ) เคย ( )( ไ)มไมมี เ คย ข. ระบบกาเรคเยงินผาแนลกะากราฝรกบอัญบชรี มหลักสตู รการดูแลบาํ รงุ รกั ษาระบบประปา 1.3 ขณะ(น)้ีกาเครยประปามเี งนิ กองท(ุน) ไมเ คย 5 ข. ระบบการ(เง)นิ แมลี ะการบญั ชี ( ) ไมม ี 1.31ข.4ณมะนรี ะ้กี บารบปบรัญะชปีารมาเียงรินบั ก-อรางยทจนุ ายท่ชี ัดเจนและเปด เผยได 55 ( ) (ม)ี มี ( ) ไ( ม)มไีมมี 2. ความ1.เ4พ(ยีมง)รี พ(ะมอบ)ีขบอเพบงยีัญนงชาํ้ พดี รอบิ าใยนรับกา-รร(าผย)ลจ(ไิตามน)ยมทไํ้าีมปชี่ พรัดะอเจปนาแตลละอเดปปดเผยได 55 2. คช34..ววางชปมเววจเงลจพเบุาวียทลนังีใ่พาม(หทอกี )บใ่ีข(า(หรรอเพิก)บจ)งียาานรตรงยผกิ้าํลพนนาดาอนอํา้้าํรบิ ดปนขใร2ํา้นั้นะ4ตกปชาอาร่ังนอโผกยมลาา(งติงรนไ)ผร(ไาํ้ลมปติ)พรนใะหอนปบ ํา้ าปรติกรลาะอรปดนาป้ําเเตปมิ น คเวลลอารนี แลว จา ย 5 3. 5 ( )( ต)ลสอูบดจ2า4ยชต่ังรโงมจางกแ(ห)ลใง หนบ าํ ดริกิบารน้าํ เปน เวลา 20 4. ปจจบุ ันมกี ารจายนาํ้ ประปาอยา งไร ( ) ผา นขนั้ ตอนการผลติ 5ประปา แลว จา ย ( ) อ่ืน ๆ ระบ.ุ ...............2..0.......... ( ) ผา นข้นั ตอนการผลิตนนํ้าประปา เตมิ คลอรีนแลว จาย ( ) ผา นขัน้ ตอนการผลิตประปา แลว จา ย ( ) สบู จา ยตรงจากแหลง นาํ ดิบ ( ) อ่นื ๆ ระบ.ุ ........................... 49