คมู อื การปราบปรามการคา มนษุ ย และคมุ ครองชวยเหลือผเู สียหายจากการคา มนษุ ย
คมู อื การปราบปรามการคา มนษุ ย และคมุ ครองชวยเหลือผเู สียหายจากการคา มนษุ ย
ค่มู ือการปราบปรามการคา้ มนษุ ย์และค้มุ ครองช่วยเหลือผ้เู สยี หายจากการคา้ มนษุ ย์
คำ�นำ� การค้ามนุษย์เป็นอาชญากรรมร้ายแรงท่ีทำ�ลายสิทธิ เสรีภาพ ศักดิ์ศรี และความมั่นคง ของมนุษย์ รัฐบาลได้ประกาศใช้กลไก “ประชารัฐ” เพ่ือระดมความร่วมมือระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้าน การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม ในการร่วมกันขจัดปัญหาดังกล่าว โดยได้มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งถือเป็นกลไก สำ � คั ญ ใ น ก า ร ดำ � เ นิ น ง า น ใ ห้ มี ค ว า ม รู้ เ ท่ า ทั น ต่ อ ส ถ า น ก า ร ณ์ ค ว า ม ซั บ ซ้ อ น ข อ ง ปั ญ ห า แ ล ะ มีแนวทางปฏิบัติในการปราบปรามการค้ามนุษย์และคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ที่มีประสิทธิภาพตามหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการประสานและกำ�กับการดำ�เนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมี พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จึงได้แต่งต้ังคณะอนุกรรมการ เ ฉ พ า ะ กิ จ พิ จ า ร ณ า แ น ว ท า ง ป ฏิ บั ติ ร่ ว ม กั น ใ น ก า ร ป้ อ ง กั น แ ล ะ ป ร า บ ป ร า ม ก า ร ค้ า ม นุ ษ ย์ โดยมีปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ เป็นประธาน เพ่ือดำ�เนินการจัดทำ� คู่ มื อ ก า ร ป ร า บ ป ร า ม ก า ร ค้ า ม นุ ษ ย์ แ ล ะ คุ้ ม ค ร อ ง ช่ ว ย เ ห ลื อ ผู้ เ สี ย ห า ย จ า ก ก า ร ค้ า ม นุ ษ ย์ สำ � ห รั บ ให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานที่ครอบคลุมทุกมิติ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และ ถูกตอ้ งตามหลักกฎหมาย ค่มู ือการปราบปรามการค้ามนุษย์และการค้มุ ครองช่วยเหลือผ้เู สียหายจากการค้ามนุษย์ แบ่งออกเป็น 7 บท ประกอบด้วย บทท่ี 1 ความรู้ทั่วไป บทท่ี 2 การรับแจ้งเหตุ การช่วยเหลือ และ การตรวจสถานท่ีเกิดเหตุ บทท่ี 3 การจับกุม บทที่ 4 การคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ บทท่ี 5 การสอบสวน บทที่ 6 การคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหาย และบทท่ี 7 กรณีบุคคลผู้มีสัญชาติ ไทยและคนต่างด้าวท่ีได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ในตา่ งประเทศ โดยแตล่ ะบทมเี นอ้ื หาทก่ี ระชบั เขา้ ใจงา่ ย และมแี ผนภาพแสดงขน้ั ตอนการด�ำ เนนิ งาน ท่ีสำ�คัญ รวมทงั้ กฎหมายที่เกยี่ วข้อง ก า ร จั ด ทำ � คู่ มื อ ฯ ฉ บั บ นี้ เ ป็ น ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ร ะ ห ว่ า ง ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม และความม่ันคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท้ังภาครัฐ และองค์กรภาคประชาสังคม ท่ีมีประสบการณ์ในการทำ�งานเกี่ยวกับการปราบปรามการค้ามนุษย์และการคุ้มครองช่วยเหลือ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ได้ร่วมกันแบ่งปันความรู้ ความคิด และประสบการณ์ในการจัดทำ� คมู่ อื ฯ ทง้ั น ้ี ขอขอบคณุ นายประวทิ ย ์ รอ้ ยแกว้ อยั การผเู้ ชย่ี วชาญพเิ ศษ ในฐานะประธานคณะท�ำ งาน พิจารณาแนวทางปฏิบัติและกรณีศึกษาในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ที่ได้ยกร่าง และจดั ท�ำ คมู่ อื ฯ จนเสร็จสมบรู ณ ์ คู่มือการปราบปรามการค้ามนษุ ยแ์ ละคุม้ ครองชว่ ยเหลือผ้เู สียหายจากการคา้ มนษุ ย์
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ และช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ดำ�เนินงานได้อย่างเป็นระบบ มปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ เกดิ ความเชอ่ื มโยงและบรู ณาการการท�ำ งานระหวา่ งหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งตอ่ ไป สำ�นกั งานปลัดกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์ พฤษภาคม 2560 ค่มู อื การปราบปรามการคา้ มนษุ ยแ์ ละคุ้มครองชว่ ยเหลอื ผูเ้ สยี หายจากการค้ามนษุ ย์
สารบัญ หนา้ คำ�น�ำ บทที่ 1 ความรู้ทัว่ ไป 9 1. การคา้ มนษุ ย ์ (Human Trafficking) คืออะไร 9 2. องค์ประกอบความผิดฐานคา้ มนุษยต์ ามกฎหมายไทย 11 3. การคา้ มนษุ ย์ในกลมุ่ เด็กอายตุ าํ่ กวา่ 18 ปี 14 4. การค้ามนษุ ย์และการลกั ลอบขนคนเข้าเมือง 16 บทท่ี 2 การรับแจง้ เหตุ การชว่ ยเหลอื และการตรวจสถานที่เกิดเหตุ 19 1. การรับแจง้ เหต ุ 19 1.1 กรณผี ู้แจง้ ไม่ใชผ่ เู้ สียหายจากการคา้ มนุษย์ 20 1.2 กรณีมีการแจง้ เหตกุ ารค้ามนุษย์ในเรอื ประมง 20 1.3 กรณผี ู้แจง้ เปน็ ผเู้ สียหายหรอื มเี หตุอนั ควรเชื่อว่าเป็นผเู้ สยี หาย 21 จากการคา้ มนษุ ย์ 2. การเตรยี มการวางแผนและจัดทมี เขา้ ปฏิบตั ิการก่อนเข้าท�ำ การชว่ ยเหลอื 21 3. การเข้าปฏบิ ัติการชว่ ยเหลอื 22 4. การตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานในท่ีเกิดเหตุ 23 5. การจัดทำ�บันทึกการตรวจคน้ 27 6. การด�ำ เนนิ งานตามมาตรการที่เกีย่ วขอ้ งกบั สถานประกอบกิจการ 28 โรงงาน และยานพาหนะ บทท่ ี 3 การจับกุม 30 1. ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา 78 30 2. การแจง้ ความนำ�จับและการขอรับเงนิ รางวลั หรือค่าตอบแทนในการน�ำ จับ 31 คู่มอื การปราบปรามการค้ามนุษย์และคมุ้ ครองชว่ ยเหลอื ผู้เสียหายจากการคา้ มนษุ ย์
บทท ่ี 4 การคัดแยกผู้เสยี หายจากการคา้ มนษุ ย ์ 35 1. ข้อควรพจิ ารณาก่อนทำ�การสัมภาษณ์ 35 2. ข้อควรพจิ ารณาระหวา่ งท�ำ การสมั ภาษณ์และหลังเสรจ็ สน้ิ การสัมภาษณ์ 37 3. การดำ�เนินการหลงั การคดั แยกเสรจ็ ส้นิ 38 3.1 กรณเี ป็นผู้เสียหายจากการค้ามนษุ ย์ 38 3.2 กรณเี ป็นบุคคลทีม่ เี หตอุ นั ควรเชอ่ื วา่ เปน็ ผู้เสียหายจากการคา้ มนุษย์ 39 3.3 กรณไี มเ่ ป็นผู้เสยี หายจากการค้ามนษุ ย์ 39 3.3.1 กรณีทเ่ี ปน็ ขอทาน 39 3.3.2 กรณีทเี่ ป็นการค้าประเวณี 40 บทท่ ี 5 การสอบสวน 42 1. ขอ้ พิจารณาเบอื้ งต้น 42 2. การรายงานเหตุ 44 3. การสอบสวนผู้เสียหายที่เป็นหญิง 44 4. การสอบสวนผเู้ สยี หายที่เปน็ เดก็ 44 5. การสอบสวนคดีความผดิ ที่มโี ทษตามกฎหมายไทยไดก้ ระท�ำ ลง 44 นอกราชอาณาจกั ร 6. สาระสำ�คัญของการสอบสวน 45 6.1 กรณีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี 45 6.2 กรณกี ารแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบงั คบั ใชแ้ รงงาน 46 6.3 กรณกี ารแสวงหาประโยชนโ์ ดยมชิ อบจากการนำ�คนมาขอทาน 47 7. การสบื พยานลว่ งหน้า 47 8. การสอบสวนผู้ตอ้ งหา 48 8.1 การสอบสวนผูต้ ้องหาท่เี ปน็ เดก็ หรือเยาวชน 48 8.2 การรายงานเหตกุ รณีผูต้ อ้ งหาเป็นคนตา่ งชาติ 48 8.3 การกันผตู้ ้องหาเปน็ พยาน 49 8.4 การดำ�เนินการตามกฎหมายฟอกเงนิ 50 9. การขอปล่อยตัวชว่ั คราว 51 ค่มู ือการปราบปรามการคา้ มนษุ ย์และคุ้มครองชว่ ยเหลือผู้เสยี หายจากการค้ามนษุ ย์
บทท ่ี 6 การคุม้ ครองสวัสดภิ าพผูเ้ สียหาย 53 1. การคุ้มครองชั่วคราว 53 54 2. การคุ้มครองสวัสดิภาพในสถานคุม้ ครองฯ ตามมาตรา 33 54 54 3. การช่วยเหลอื ผเู้ สียหาย ตามมาตรา 37 3.1 การอนญุ าตให้ผ้เู สียหายจากการค้ามนุษยอ์ ยูใ่ นราชอาณาจกั ร 55 เป็นกรณีพิเศษ 57 3.2 การขออนญุ าตใหผ้ ู้เสยี หายต่างด้าวท�ำ งานเป็นการชัว่ คราว 57 4. การให้ความช่วยเหลือในการบังคบั คดี ตามมาตรา 15 57 แห่งพระราชบัญญตั ิวิธีพจิ ารณาคดคี า้ มนุษย์ พ.ศ. 2559 61 5. การชว่ ยเหลอื ผู้เสยี หายได้รบั การเยียวยาตามกฎหมายอนื่ 64 5.1 พระราชบัญญัตคิ ่าตอบแทนผเู้ สยี หาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย 66 แก่จ�ำ เลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และฉบับท่ ี 2 พ.ศ. 2559 5.2 พระราชบัญญตั ิคมุ้ ครองพยานในคดอี าญา พ.ศ. 2546 66 5.3 พระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 66 67 บทท ่ี 7 กรณีบคุ คลผมู้ สี ัญชาติไทยและคนต่างดา้ วทไี่ ด้รบั อนุญาตให้มถี น่ิ ทอ่ี ยู่ 68 ในราชอาณาจักร ตกเป็นผ้เู สยี หายจากการคา้ มนุษย์ในตา่ งประเทศ 69 1. กรณมี ีการแจง้ เหตใุ นประเทศไทย 2. กรณีมกี ารแจ้งเหตุในต่างประเทศ 3. ข้อพิจารณาก่อนสง่ ตัวผ้เู สยี หายกลับประเทศไทย 4. การรับตวั ผ้เู สียหาย ภาคผนวก คมู่ ือการปราบปรามการค้ามนุษย์และค้มุ ครองชว่ ยเหลอื ผ้เู สียหายจากการค้ามนษุ ย์
ค่มู ือการปราบปรามการคา้ มนษุ ย์และค้มุ ครองช่วยเหลือผ้เู สยี หายจากการคา้ มนษุ ย์
บทท ่ี 1 ความรทู้ ว่ั ไป 1. การคามนษุ ย คืออะไร (หนา 9) 2. องคประกอบความผิดฐานคา มนษุ ยตามกฎหมายไทย (หนา 11) 3. การคา มนษุ ยใ นกลุม เด็กอายุตาํ่ กวา 18 ป (หนา 14) 4. การคา มนษุ ยและการลักลอบขนคนเขาเมอื ง (หนา 16) 1. การค้ามนุษย์ คอื อะไร การค้ามนุษย์ (Human Trafficking) เป็นการกระทำ�ที่เก่ียวข้องกับการเป็นธุระจัดหา การนำ�พา การรับตัวไว้ และการบริหารจัดการบุคคลที่ได้มา ซ่ึงก็คือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำ�ตัวผู้เสียหายไปก่อให้เกิดผลกำ�ไร และ/หรือ ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ในวงจรของการค้ามนุษย์จะใช้วิธีการต่าง ๆ เพ่ือควบคุมผู้เสียหายให้ยอมปฏิบัติตาม ไม่กล้า หลบหนี หรือป้องกันในกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ ซึ่งนอกเหนือจากการใช้กำ�ลังบังคับแล้ว ยั ง ร ว ม ถึ ง ก า ร ทำ � ใ ห้ ผู้ เ สี ย ห า ย ถู ก ผู ก มั ด ด้ ว ย ภ า ร ะ ห น้ี สิ น ท่ี เ กิ ด ข้ึ น โ ด ย มิ ช อ บ ห รื อ ก า ร ใช้ กระบวนการทางกฎหมาย หรือขูว่ ่าจะใชก้ ระบวนการทางกฎหมายมาบังคบั กับผเู้ สยี หาย วิธีการท่ีใช้ในการควบคุมผู้เสียหาย ทำ�ให้ผู้เสียหายตัดสินใจที่จะไม่หลบหนี หรือทำ�ให้ ผู้เสียหายเชื่อหรือกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อตนเองหรือคนใกล้ชิด หากปฏิเสธการให้บริการ หรือทำ�งาน ผู้เสียหายอาจต้องเผชิญกับการถูกข่มเหงทั้งด้านร่างกาย เพศ และจิตใจ และ อาจตอ้ งอาศยั หรอื ท�ำ งานในสถานทที่ มี่ สี ภาพเลวรา้ ย การคา้ มนุษย์ ประกอบด้วยขั้นตอนหลกั 3 ขน้ั ตอน คือ 1.1 การจัดหา (recruitment) ก า ร จั ด ห า ผู้ เ สี ย ห า ย โ ด ย ฉ ก ฉ ว ย แ ล ะ อ า ศั ย ค ว า ม ไร้ เ ดี ย ง ส า แ ล ะ ค ว า ม ใ ส ซ่ื อ ข อ ง คนหนุ่มสาวผู้ที่กำ�ลังมองหาโอกาสใหม่ สถานที่ใหม่ เพื่ออนาคตท่ีสดใส หรือพยายามดิ้นรน เพอ่ื ชวี ติ ทด่ี ขี น้ึ โดยการชกั จงู หรอื หลอกลอ่ คนเหลา่ นเ้ี ขา้ สวู่ งั วนของการคา้ มนษุ ย ์ โดยใชว้ ธิ กี ารตา่ ง ๆ เช่น คำ�ม่ันสัญญาจอมปลอมเก่ียวกับงานท่ีมีค่าจ้างค่าแรงสูง การแกล้งหลอกเก่ียวกับการจัดการ เดินทาง การทำ�สัญญาจัดงานแต่งงานท่ีกุเร่ืองข้ึนมา หรือแม้แต่การขายผู้เสียหายให้แก่ขบวนการ ค้ามนุษย ์ โดยพ่อแม่ ผปู้ กครอง หรือคนใกล้ชดิ เปน็ ต้น 9คูม่ อื การปราบปรามการค้ามนษุ ยแ์ ละคมุ้ ครองช่วยเหลอื ผเู้ สียหายจากการค้ามนุษย์ 9
1.2 การน�ำ พา (transfer/transportation) ก า ร นำ � พ า ผู้ เ สี ย ห า ย ไ ป ยั ง จุ ด ห ม า ย ป ล า ย ท า ง โ ด ย ส่ ว น ใ ห ญ่ คื อ ส ถ า น ท่ี ที่ เ กิ ด การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ อาจเป็นการนำ�พาตัวผู้เสียหายจากเมืองหน่ึงไปยังอีกเมืองหนึ่ง หรอื จากประเทศหนง่ึ ไปยงั อกี ประเทศหนง่ึ การท�ำ เชน่ นก้ี เ็ พอ่ื ท�ำ ใหผ้ เู้ สยี หายถกู ตดั ขาดจากสถานท่ ี หรอื บคุ คลทตี่ นมคี วามสนิมสนมคนุ้ เคย ซง่ึ จะทำ�ใหง้ า่ ยตอ่ การควบคุมตัวผเู้ สียหาย 1.3 การแสวงหาประโยชน์โดยมชิ อบ (exploitation) การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์น้ัน บุคคลท่ีเข้ามา เกี่ยวข้องไม่ว่าในขั้นตอนใด หากกระทำ�โดยรู้และเจตนาแสวงหาประโยชน์ โดยใช้ผู้เสียหาย เป็นเครื่องมือ หรือช่วยเหลือให้การกระทำ�บรรลุผล ย่อมมีความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยกันทุกคน วัตถุประสงค์สำ�คัญของการค้ามนุษย์ก็เพ่ือแสวงหากำ�ไร โดยการนำ�ตัวผู้เสียหาย ไปหาประโยชน์โดยมิชอบในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แสวงหาประโยชน์ทางเพศ แสวงหาประโยชน์ ทางด้านแรงงาน บังคับให้ขอทาน บังคับให้แต่งงาน หรือรูปแบบอ่ืนท่ีคล้ายคลึงกัน เป็นต้น และโดยมากมักจะเกิดในสถานที่หรือประเทศอันเป็นจุดหมายปลายทาง เพ่ือให้เกิดความม่ันใจว่าผู้เสียหายจะเช่ือฟัง ยอมปฏิบัติตาม และเพื่อเป็นการ ควบคุมผู้เสียหายให้อยู่ภายใต้คำ�ส่ัง นักค้ามนุษย์จะมีการใช้ความรุนแรง (ท้ังทางร่างกาย เพศ และจิตใจ) มีการข่มขู่คุกคามในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การแบล็คเมล์ การขู่ว่าจะทำ�ร้ายร่างกาย ตั ว ผู้ เ สี ย ห า ย ห รื อ บุ ค ค ล ใ ก ล้ ชิ ด เ ป็ น ต้ น น อ ก จ า ก น้ั น อ า จ มี ก า ร ยึ ด เ อ ก ส า ร แ ส ด ง ต น เช่ น ห นั ง สื อ เ ดิ น ท า ง นั ก ค้ า ม นุ ษ ย์ จ ะ กี ด กั น ผู้ เ สี ย ห า ย ไ ม่ ใ ห้ ติ ด ต่ อ กั บ บุ ค ค ล อื่ น ค ว บ คุ ม เ ส รี ภ า พ ในการเดินทาง และผู้เสียหายบางรายอาจถูกทำ�ให้กลายเป็นผู้ติดยาเสพติดหรือสุรา วธิ ที ่พี บและเปน็ ที่นิยมในการน�ำ มาใช้ในการควบคมุ ผเู้ สียหายมากที่สดุ คอื การทำ�ให้ ตกเป็นทาสชดใช้หน้ี (indebted slavery) นักค้ามนุษย์จะบอกผู้เสียหายว่าได้ทดลองจ่ายเงิน สำ�หรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งเงินจำ�นวนน้ีจะมียอดสะสมเพ่ิมขึ้นเรื่อย ๆ จากดอกเบย้ี และคา่ ใชจ้ า่ ยส�ำ หรบั อาหารและปจั จยั การยงั ชพี อน่ื ๆ ในชวี ติ ประจ�ำ วนั ของผเู้ สยี หาย โดยผู้เสียหายจะถกู ทำ�ใหเ้ ช่อื ว่าในทันทที ี่พวกเขาชำ�ระหนี้หมด พวกเขาจะได้รับอสิ รภาพ 1010 ค่มู อื การปราบปรามการค้ามนษุ ยแ์ ละคมุ้ ครองช่วยเหลอื ผู้เสียหายจากการค้ามนษุ ย์
2. องคป์ ระกอบความผดิ ฐานคา้ มนุษยต์ ามกฎหมายไทย พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ได้กำ�หนดความผิด ฐานค้ามนุษยไ์ วใ้ นมาตรา 6 มีองค์ประกอบท่ีส�ำ คญั 2 ประการคือ 2.1 องค์ประกอบภายนอก ประกอบดว้ ย 1) กระท�ำ การอยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดหรอื หลายอยา่ ง ดังตอ่ ไปน ้ี -- เปน็ ธรุ ะจัดหา -- ซือ้ ขาย จ�ำ หน่าย -- พามาจากหรือสง่ ไปยงั ทใี่ ด -- หน่วงเหนีย่ ว กกั ขงั -- จดั ใหอ้ ยอู่ าศยั หรอื รับไว้ซึ่งบคุ คลใด 2 ) ก า ร ก ร ะ ทำ � ต า ม ข้ อ 1 ) ไ ด้ ก ร ะ ทำ � ล ง โ ด ย ใช้ วิ ธี ก า ร ต่ า ง ๆ อ ย่ า ง ห น่ึ ง อ ย่ า ง ใ ด หรอื หลายอยา่ ง ดังตอ่ ไปน้ี -- ข่มขู่ -- ใช้ก�ำ ลังบงั คบั -- ลักพาตัว -- ฉอ้ ฉล หลอกลวง -- ใชอ้ ำ�นาจโดยมชิ อบ -- ใช้อำ�นาจครอบงำ�บุคคลด้วยเหตุท่ีอยู่ในภาวะอ่อนด้อยทางร่างกาย จิตใจ การศึกษา หรือทางอนื่ ใด โดยมชิ อบ -- ขูเ่ ข็ญว่าจะใช้กระบวนการทางกฎหมายโดยมิชอบ -- โดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลบุคคลนั้นเพ่ือให้ ผปู้ กครองหรือผ้ดู แู ลใหค้ วามยินยอมแก่ผกู้ ระท�ำ ความผดิ 2.2 องค์ประกอบภายใน ประกอบด้วย 1) มีเจตนาในการกระท�ำ ผิด และ 2) มเี จตนาพิเศษเพ่อื แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ (หาก�ำ ไร) จากผเู้ สยี หาย 11คมู่ อื การปราบปรามการคา้ มนษุ ย์และคมุ้ ครองชว่ ยเหลือผ้เู สียหายจากการคา้ มนษุ ย์ 11
มาตรา 6 วรรคสาม ได้กำ�หนดความหมายของ “การแสวงหาประโยชนโ์ ดยมชิ อบ” ว่าหมายความรวมถงึ (1) การแสวงหาประโยชน์จากการคา้ ประเวณี (2) การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุลามกหรือส่ือลามก เช่น นำ�ตัวมาเพื่อแสดงภาพยนตร์ ลามก เปน็ ตน้ (3) การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอ่ืน เช่น บังคับให้เต้นระบำ�เปลื้องผ้า เป็นต้น (4) การเอาคนมาเป็นทาสหรือใหม้ ีฐานะคลา้ ยทาส (5) การน�ำ คนมาขอทาน (6) การตดั อวยั วะเพอื่ การคา้ (7) การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ (8) การอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคล เช่น ให้คนต่างด้าว (ไม่ได้ ถูกบังคับ แต่เดินทางเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย) นำ�โรตีออกไปเร่ต้ังแต่เช้าจนพลบคํ่า แต่ให้ คา่ จา้ งเป็นขา้ ว 1 หอ่ และเงินเพยี ง 20 บาท เป็นต้น หมายเหตุ •• การที่กฎหมายกำ�หนด (8) เป็นการแสดงให้เห็นว่า การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ อาจมีรปู แบบอื่นอีกก็ได ้ •• วลีที่ว่า “ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” หมายความว่า แม้ว่าบุคคลนั้น จะยนิ ยอม การกระท�ำ ดงั กลา่ วกถ็ อื เปน็ การแสวงหาประโยชนโ์ ดยมชิ อบ ซง่ึ หากปรากฏวา่ มีองค์ประกอบภายนอกอ่ืนครบถ้วน เช่น ถูกพามาด้วยวิธีการหลอกลวง หรือรับตัวไว้ แลว้ ถูกบงั คับเชน่ น้ ี บุคคลนนั้ กถ็ อื เป็นผเู้ สยี หายจากการคา้ มนษุ ย ์ เปน็ ตน้ ม า ต ร า 6 ว ร ร ค สี่ กำ � ห น ด ว่ า “ ก า ร บั ง คั บ ใช้ แร ง ง า น ห รื อ บ ริ ก า ร ” ห ม า ย ถึ ง การขม่ ขนื ใจให้ท�ำ งานหรือให้บรกิ าร โดยใชว้ ธิ ีการอย่างหนง่ึ อย่างใดหรือหลายอย่าง ดังตอ่ ไปน ้ี (1) ทำ�ให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ช่ือเสียง หรือทรัพย์สิน ของบุคคลนน้ั เอง หรือผ้อู ื่น (2) ขู่เข็ญดว้ ยประการใด ๆ 1212 ค่มู ือการปราบปรามการคา้ มนษุ ย์และคุ้มครองชว่ ยเหลอื ผเู้ สียหายจากการค้ามนุษย์
(3) ใช้กำ�ลงั ประทุษร้าย (4) ยึดเอกสารสำ�คัญประจำ�ตัวของบุคคลนั้นไว้ หรือนำ�ภาระหนี้ของบุคคลน้ัน หรือของผอู้ ื่นมาเปน็ สงิ่ ผกู มดั โดยมิชอบ (debt bondage) (5) ท�ำ ให้บุคคลนนั้ อยใู่ นภาวะที่ไมส่ ามารถขดั ขนื ได้ ขอ้ สงั เกต 1. แนวความคิดพ้ืนฐานของการค้ามนุษย์ คือ การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จ า ก ผู้ เ สี ย ห า ย แ ต่ ม า ต ร า 4 ไ ม่ ไ ด้ อ ธิ บ า ย ว่ า “ ก า ร แ ส ว ง ห า ป ร ะ โ ย ช น์ โ ด ย มิ ช อ บ ” คื อ อ ะ ไร เพียงแต่ยกตัวอย่างรูปแบบของการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนท้ายท่รี ะบุว่า “การอ่นื ใดท่คี ล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคล ไม่ว่าบุคคลน้นั จะยินยอม หรอื ไมก่ ต็ าม” ก็จะเป็นการยากสำ�หรับผู้ปฏิบัติ หากไม่เข้าใจความหมายของคำ�ว่า “การแสวงหา ประโยชนโ์ ดยมิชอบ” แต่เนื่องจากปจั จุบันยงั ไมม่ กี ฎหมายใดบัญญตั ิความหมายของคำ�ว่า “การแสวงหา ประโยชน์โดยมิชอบ” ไว้ และโดยที่แนวความคิดพ้ืนฐานในเร่ืองนี้พัฒนามาจากอนุสัญญาระหว่าง ประเทศ ซึ่งใช้คำ�ว่า “Exploitation” การค้นหาความหมายที่ใช้โดยทั่วไปจากพจนานุกรมภาษา องั กฤษจะท�ำ ให้เขา้ ใจความหมายไดใ้ กลเ้ คยี งท่ีสดุ O x f o r d D i c t i o n a r y แ ล ะ B r i t i s h & Wo r l d E n g l i s h D i c t i o n a r y ไ ด้ ใ ห้ ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง คำ � ว่ า “ ก า ร แ ส ว ง ห า ป ร ะ โ ย ช น์ โ ด ย มิ ช อ บ ” ไว้ ค ล้ า ย กั น แ ล ะ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ การค้ามนษุ ยม์ ี 2 นยั คือ 1.1 การกระทำ�ใด ๆ ต่อบุคคลหน่ึงบุคคลใดอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อท่ีจะได้ ประโยชน์ จากการทำ�งาน หรอื นา้ํ พักนํ้าแรงของบุคคลนนั้ 1.2 การอาศัยหรือการใช้สถานการณ์หรือโอกาสเพื่อตักตวงผลประโยชน์อย่าง ไม่เป็นธรรมใหแ้ กต่ นเอง C a m b r i d g e A d v a n c e d L e a r n e r ’ s D i c t i o n a r y & T h e s a u r u s ไ ด้ ใ ห้ ความหมายว่า การใช้บุคคลหนึ่งบุคคลใดอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ดั ง นั้ น คำ � ท่ี เ ป็ น หั ว ใจ สำ � คั ญ ใ น ก า ร พิ จ า ร ณ า ว่ า เ ป็ น ก า ร แ ส ว ง ห า ป ร ะ โ ย ช น์ โดยมิชอบหรือไม่ คือ การใช้อย่างไม่เป็นธรรม (Unfair use) และการได้ประโยชน์อย่างไม่ เป็นธรรม (Unfair advantage) 13คู่มอื การปราบปรามการคา้ มนุษยแ์ ละคุม้ ครองช่วยเหลอื ผูเ้ สยี หายจากการค้ามนุษย์ 13
2 . ค ว า ม ผิ ด ฐ า น ค้ า ม นุ ษ ย์ ไ ด้ ถู ก บั ญ ญั ติ ใ ห้ ส า ม า ร ถ นำ � ม า ใช้ ดำ � เ นิ น ค ดี กั บ บุ ค ค ล ท่เี ก่ยี วข้องในวงจรการค้ามนุษย์ในบทบาทต่าง ๆ รวมท้งั บุคคลท่แี ม้ไม่ได้เป็นผ้แู สวงหาประโยชน์ จากแรงงานหรือบริการของผู้เสียหายโดยตรง หากแต่ได้รับผลประโยชน์หรือช่วยเหลือสนับสนุน ให้เกิดการค้ามนษุ ย์ 3. วงจรการค้ามนุษย์จะมีส่วนเก่ียวข้องกับการกระทำ�หลายอย่าง ซ่ึงการกระทำ� บางอย่างอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายอื่นโดยตัวเอง ดังนั้น จึงควรพิจารณานำ�กฎหมาย และมาตราทเ่ี ก่ยี วขอ้ งมาปรับใชใ้ หค้ รบถว้ น 3. การค้ามนษุ ยใ์ นกลุม่ เดก็ อายุตํ่ากว่า 18 ปี 3.1 มาตรา 4 กำ�หนดว่า “เด็ก” หมายถึง บุคคลผู้มีอายุตํ่ากว่า 18 ปี (ให้พิจารณาจาก อายุของผูเ้ สยี หายในวนั แรกท่ตี กเปน็ ผู้เสยี หาย) 3.2 มาตรา 6 (2) กำ�หนดองค์ประกอบความผิดในกรณีท่ีการค้ามนุษย์กระทำ�ต่อเด็ก ไว ้ 2 ประการ คอื องคป์ ระกอบภายนอก คอื มกี ารกระท�ำ อยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดหรอื หลายอยา่ ง ดงั ตอ่ ไปน้ ี •• เป็นธรุ ะจดั หา •• ซือ้ ขาย จ�ำ หน่าย •• พามาจาก หรือสง่ ไปยังท่ใี ด •• หน่วงเหนีย่ ว กักขัง •• จดั ใหอ้ ย่อู าศัย หรือรบั ไวซ้ ่งึ เดก็ องคป์ ระกอบภายใน คอื การกระท�ำ ดงั กลา่ วมเี จตนาเพอ่ื แสวงหาประโยชนโ์ ดยมชิ อบ จากเด็ก ทั้งน้ี แม้จะไม่มีการใช้วิธีการอย่างหน่ึงอย่างใดตามท่ีกล่าวไว้ในข้อ 2.1 ข้อย่อย 2) หรือแมเ้ ด็กน้ันจะได้ใหค้ วามยนิ ยอมกถ็ อื ว่าเป็นความผดิ ฐานค้ามนุษย์ หมายเหตุ การกระทำ�ความผิดฐานค้ามนุษย์ตามมาตรา 6 (2) นี้ ต้องมีองค์ประกอบที่สำ�คัญ ป ร ะ ก า ร ห น่ึ ง คื อ ก า ร แ ส ว ง ห า ป ร ะ โ ย ช น์ โ ด ย มิ ช อ บ น อ ก จ า ก น้ั น ก า ร แ ส ว ง ห า ป ร ะ โ ย ช น์ โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการซ่ึงกระทำ�กับเด็กที่มีอายุต่ํากว่าสิบแปดปี ตามมาตรานี้จะแตกต่างจากความผิดตามมาตรา 56/1 ซ่ึงเป็นบทบัญญัติที่กำ�หนดความผิด ต่างหาก ซึ่งไม่ใช่ความผิดฐานค้ามนุษย์ 1414 คู่มือการปราบปรามการค้ามนษุ ยแ์ ละคุ้มครองชว่ ยเหลือผเู้ สียหายจากการค้ามนุษย์
3.3 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 ได้บัญญัติความผิดขึ้นใหม่ เป็นความผิดฐานใช้เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี หรือผู้มีกายพิการหรือ มีจิตฟ่ันเฟือนไม่สมประกอบ ทำ�งานหรือให้บริการอันอาจเป็นอันตรายอย่างร้ายแรง ในมาตรา 56/1 โดยมอี งคป์ ระกอบ ทส่ี �ำ คญั คือ ผกู้ ระทำ� คอื ผู้ใด การกระทำ� คือ •• เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำ�หน่าย พามาจากหรือส่งไปยังท่ีใด หน่วงเหน่ียวกักขัง จดั ให้อยู่อาศัย จดั ให้หรอื รับไวซ้ ่ึงบคุ คลอายไุ มเ่ กินสิบหา้ ปี •• ใหท้ �ำ งานหรือให้บรกิ าร ท่ีมีลกั ษณะอยา่ งหน่ึงอย่างใดหรือหลายอยา่ ง ดงั ตอ่ ไปนี้ (1) เป็นอันตรายอย่างร้ายแรงและมีผลกระทบต่อร่างกายหรือจิตใจ การเจริญ เตบิ โต หรือพัฒนาการของบคุ คลน้ัน (2) ในลกั ษณะหรอื ในสภาพแวดลอ้ มทเ่ี ปน็ อนั ตรายตอ่ ความปลอดภยั ของบคุ คลนน้ั (3) ขดั ตอ่ ศลี ธรรมอันดี ระวางโทษ มี 2 กรณี คอื 1. กรณที วั่ ไป คือ จำ�คกุ ไม่เกนิ สป่ี ี และปรับไม่เกนิ ส่ีแสนบาท 2. กรณีที่บุพการีให้ผู้สืบสันดานทำ�งานหรือให้บริการ ศาลอาจไม่ลงโทษเลยก็ได้ หากปรากฏข้อเทจ็ จรงิ อยา่ งหนงึ่ อยา่ งใด ดังตอ่ ไปนี้ -- ใหท้ �ำ เพราะความยากจนเหลอื ทนทาน -- เม่อื พจิ ารณาถึงสภาพความผิด หรือเหตอุ ันควรปราณอี น่ื คำ�ว่า “บุพการี” หมายถึง บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ทวด สืบสายโลหิตโดยตรง ข้ึนไป กล่าวคือ พิจารณาความเป็นเครือญาติตามความเป็นจริงยิ่งกว่าความสัมพันธ์ทางกฎหมาย ดังนัน้ แม้จะเป็นบดิ าทีไ่ มช่ อบด้วยกฎหมาย แต่เป็นบดิ าตามความเป็นจริงก็ถือเปน็ บุพการี ผูส้ ืบสันดาน หมายถึง ผู้สบื สายโลหติ โดยตรงลงมา เช่น ลกู หลาน เหลน ล่อื 15คมู่ ือการปราบปรามการค้ามนษุ ย์และคุ้มครองชว่ ยเหลือผู้เสยี หายจากการคา้ มนษุ ย์ 15
4. การคา้ มนุษยแ์ ละการลกั ลอบขนคนเข้าเมอื ง ก า ร ค้ า ม นุ ษ ย์ แ ล ะ ก า ร ลั ก ล อ บ ข น ค น เข้ า เ มื อ ง ( H u m a n Tr a f fi c k i n g a n d P e o p l e Smuggling) ถือเป็นอาชญากรรมท่ีมขี ้อแตกต่างท่สี �ำ คัญ ได้แก่ การเปรียบเทยี บระหวา่ งการค้ามนุษย์กับการลักลอบขนคนเข้าเมือง การคา้ มนุษย์ การลกั ลอบขนคนเขา้ เมือง 1. เป็นความผิดที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต 1. เป็นความผิดที่ส่งผลกระทบต่อความสงบ ร่างกาย เสรีภาพ และอนามัยของผ้เู สยี หาย เรียบร้อย ความมั่นคงปลอดภัยของ ซึ่งถูกบังคับ หลอกลวง นำ�ตัวมาแสวงหา ประเทศท่ีมีการลักลอบเดินทางระหว่างกัน ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ (ผู้เสียหาย (รฐั เป็นผู้เสยี หาย) แจง้ ความรอ้ งทุกข์หรอื กล่าวโทษได)้ 2. ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ไม่ได้ยินยอม 2. ผู้ที่ลักลอบข้ามแดนมาน้ันยินยอมหรือ ที่จะถูกพามาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ สมัครใจท่ีจะข้ามแดนไปยังประเทศ แม้จะมีบางกรณีที่ผู้เสียหายยินยอม หรือ ปลายทาง ผู้รับจ้างพาข้ามแดนเป็นเพียง เต็มใจที่จะถูกพามาจากภูมิลำ�เนาของตน ผอู้ �ำ นวยความสะดวกในการขา้ มแดนเทา่ นน้ั แต่ความยินยอมดังกล่าว มักเกิดจาก และเมื่อข้ามแดนได้สำ�เร็จแล้ว ผู้ที่ลักลอบ การถูกหลอก หรือใชอ้ ุบายชักจูง ข้ามแดนมีอิสระที่จะทำ�การใด ๆ ตามท่ีตน ต้องการ ผรู้ ับจ้างจะไม่เขา้ มาย่งุ เกี่ยว 3. วัตถุประสงค์ของการค้ามนุษย์ คือ การพา 3. วัตถุประสงค์ของผู้กระทำ�ความผิดฐาน ผู้เสียหายไปแสวงหาประโยชน์ยังสถานที่ รับจ้างพาข้ามแดน คือ นำ�พาผู้ประสงค์ ที่กำ�หนดไว้ ซึ่งในทางกฎหมายถือว่า ข้ามแดนผ่านแดนไปได้ตามท่ีตกลงกันไว้ ผู้กระทำ�มีเจตนาพิเศษเพ่ือแสวงหา (Facilitative purpose) มิได้มีเจตนา ประโยชน์โดยมิชอบ (Exploitative แสวงหาประโยชน์อื่นใดจากผู้ลักลอบ purpose) เช่น แสวงหาประโยชน์ทางเพศ ข้ามแดนนอกจากค่าจ้างที่ได้ตกลงกัน บังคับใช้แรงงานหรือบริการ บังคับ ตัดอวัยวะเพื่อการค้า เป็นต้น 1616 คู่มอื การปราบปรามการคา้ มนุษย์และคุ้มครองช่วยเหลอื ผเู้ สียหายจากการค้ามนุษย์
การเปรียบเทยี บระหวา่ งการคา้ มนุษย์กับการลกั ลอบขนคนเขา้ เมอื ง การคา้ มนษุ ย์ การลกั ลอบขนคนเขา้ เมอื ง 4. เป็นการกระทำ�ผิดที่เกิดขึ้นได้ทั้งภายใน 4. เป็นความผิดที่เกิดได้เฉพาะระหว่าง ประเทศ และระหว่างประเทศ เช่น ประเทศเท่านั้น เพราะวัตถุประสงค์ คือ หลอกลวงหญิงจากทางภาคเหนือของ เป็นการลักลอบพาคนจากประเทศหนึ่ง ประเทศเพ่ือมาขายประเวณีทางภาคใต้ของ ขา้ มแดนไปยงั อกี ประเทศหนง่ึ โดยไมถ่ กู ตอ้ ง ประเทศ หรืออาจข้ามประเทศไปยัง ตามกฎหมาย ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง เป็นต้น 5. ผู้กระทำ�ความผิดจะเป็นฝ่ายสรรหา 5. ผู้ประสงค์จะข้ามแดนจะเป็นผู้มาติดต่อ ผู้เสียหาย โดยผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น ผ่าน ขอใช้บริการจากผู้รับจ้างขนคนข้ามแดน ตัวแทน นายหน้า ใช้อุบายหลอกลวงทำ�ให้ โดยตรงหรือจากการผ่านโฆษณาเชิญชวน ผู้เสียหายเชื่อว่าจะไปประกอบอาชีพ ผู้รับจ้างขนคนข้ามแดน จะมีอำ�นาจ ท่ีม่ันคงมีรายได้ดี หรือบางรายใช้กำ�ลัง ควบคมุ ไดเ้ ฉพาะชว่ งเวลาในการพาขา้ มแดน ประทุษร้ายทันทีท่ีผู้เสียหายตกอยู่ภายใต้ เท่านน้ั การควบคุม แล้วทำ�ให้ผู้เสียหายไม่มีอำ�นาจ ตัดสนิ ใจ หรือต่อรองใด ๆ 6. ผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์เกิดจาก 6 . ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ คื อ ค่ า ต อ บ แ ท น ที่ การน�ำ ตวั ผเู้ สยี หายไปท�ำ งานหรอื ใหบ้ รกิ าร คนประสงค์เดินทางข้ามแดนจ่ายให้ อย่างหนึ่งอย่างใดเพ่ือก่อให้เกิดกำ�ไรแก่ เมื่อสามารถพาข้ามพรมแดนประเทศมาได้ นักค้ามนษุ ย์ 7. การค้ามนุษย์ มักมีการใช้ความรุนแรง 7. การเดินทางขา้ มแดนเปน็ ความประสงค์ของ หรือการจำ�กัดเสรีภาพของผู้เสียหาย ผู้เดินทางโดยแท้ ถ้าผู้ประสงค์จะข้ามแดน เป็นมาตรการในการควบคุมไม่ให้ผู้เสียหาย ประเมนิ ถงึ ความเสย่ี งแลว้ เหน็ วา่ ไมเ่ หมาะสม หลบหนี หรอื ยอมปฏิบตั ติ าม ที่จะข้ามแดนในช่วงเวลาดังกล่าวเขาจะ บอกเลิกก็ได้ ซึ่งผู้รับจ้างขนคนข้ามแดน ไมม่ ีอำ�นาจบงั คบั หรือใช้ความรุนแรง 17ค่มู ือการปราบปรามการค้ามนุษยแ์ ละคมุ้ ครองชว่ ยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ 17
การเปรียบเทยี บระหว่างการคา้ มนษุ ยก์ บั การลกั ลอบขนคนเข้าเมอื ง การค้ามนษุ ย์ การลกั ลอบขนคนเขา้ เมือง 8. เมื่อเดินทางมาถึงที่หมาย ผู้เสียหายจะถูก 8. เม่ือผู้รับจ้างพาผู้ประสงค์เดินทางมาถึง ขายหรือถูกบังคับให้ทำ�งานในประเภท ทห่ี มายปลายทางตามทต่ี กลงกนั ไว ้ ทง้ั สอง และสถานที่ท่ีกำ�หนดไว้ ผู้เสียหายจะถูก ฝ่ายไม่มีพันธะผูกพันใด ๆ ต่อกัน การจะ จำ�กัดเสรีภาพโดยมักจะถูกควบคุม หรือ ดำ�เนินชีวิตต่อไปอย่างไร เป็นการตัดสินใจ คุมขังในสถานท่ีท่ีถูกแสวงหาประโยชน์ ของผปู้ ระสงค์เดินทางแตเ่ พยี งฝา่ ยเดยี ว เอกสารเดินทาง หรือเอกสารสำ�คัญอ่ืน เช่น ตั๋วเครอ่ื งบนิ จะถูกรบิ หรอื ยดึ ไว้ หมายเหต ุ 1. บางกรณีผู้ที่ถูกลักพาตัวไม่ได้ยินยอม แต่การท่ีจะเป็นการค้ามนุษย์หรือไม่ ให้ไป พจิ ารณาที่องค์ประกอบของการค้ามนุษย์ 2. ผู้ท่ีลักลอบเดินทางเข้าประเทศถือเป็นบุคคลที่อยู่ในภาวะเส่ียง ดังนั้น ผู้ที่ลักลอบ เข้าเมอื งอาจกลายเปน็ ผเู้ สียหายจากการค้ามนุษยใ์ นภายหลังกไ็ ด้ 1818 คู่มอื การปราบปรามการค้ามนษุ ยแ์ ละคุ้มครองช่วยเหลอื ผู้เสียหายจากการค้ามนษุ ย์
บทท ี่ 2 การรับแจ้งเหตุ การช่วยเหลอื และการตรวจสถานทีเ่ กดิ เหตุ 1. การรับแจง เหตุ (หนา 19) 2. การเตรียมการวางแผนและจัดทมี เขาปฏิบตั ิการกอนเขาทาํ การชวยเหลอื (หนา 21) 3. การเขาปฏบิ ัติการชว ยเหลือ (หนา 22) 4. การตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานในทเ่ี กดิ เหตุ (หนา 23) 5. การจัดทําบันทกึ การตรวจคน (หนา 27) 6. การดาํ เนนิ งานตามมาตรการท่เี ก่ียวของกับสถานประกอบกจิ การ โรงงาน และยานพาหนะ (หนา 28) 1. การรบั แจง้ เหตุ กรณผี แู จง ไมใ ชผูเ สียหายจากการคา มนุษย กรณีการแจงเหตุการคามนุษยใ นเรอื ประมง พฤตกิ รรมที่แจง เปน อยางไร สอบถามพิกดั ตาํ แหนง ของเรอื ทั้งแลตตจิ ูด ลองตจิ ดู ผลการตรวจสอบขอ เท็จจรงิ เบื้องตน ชื่อเรอื /หมายเลขขางเรอื /ชอื่ เจาของเรือ/บรษิ ทั /ไตกง / พรอมพยานบุคคล พยานวตั ถุ และเอกสาร (ถา มี) นายหนา (ถารู) ส-รฐุปาขนอคเวสานมอผ/ิดคอวะาไมรเห็น ประเภทการทําประมง เชน เรอื ไดรห มึก เรืออวนลอย - แนวทางการดําเนินการ เสนอผบู ังคับบญั ชา อวนลาก อวนลอ ม อวนรนุ เปนตน ลักษณะและขนาดของเรอื เชน ทําดวยไม สีของเกง เปน ตน ทิศทางของเรือ (สอบถามตน ทางและปลายทางเรือรวมท้งั ความเร็วเรือ) 19คมู่ อื การปราบปรามการคา้ มนษุ ย์และคุม้ ครองชว่ ยเหลือผเู้ สยี หายจากการค้ามนุษย์ 19
1.1 กรณีผแู้ จ้งไมใ่ ชผ่ ู้เสยี หายจากการค้ามนุษย์ ให้ผู้รับแจ้งทำ�การตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานเบื้องต้น และจัดทำ� รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณา โดยในรายงานการตรวจสอบ ข้อเทจ็ จรงิ ควรมรี ายละเอยี ด ดังน้ี 1) พฤติกรรมตามท่ีแจง้ เปน็ อย่างไร 2) ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พร้อมพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยาน เอกสาร (หากมี) 3) ขอ้ เสนอและความเหน็ วา่ เปน็ การกระท�ำ ความผดิ ทางอาญาหรอื ไม ่ ควรด�ำ เนนิ การ อย่างไร และหากเห็นว่าการกระทำ�ดังกล่าว เป็นความผิดทางอาญาฐานอื่น ให้พิจารณาด้วยว่า เปน็ ความผดิ ฐานใดแลว้ เสนอผบู้ งั คบั บญั ชาพจิ ารณาสง่ั การ เชน่ ใหพ้ นกั งานสอบสวนรบั ค�ำ รอ้ งทกุ ข ์ เพื่อด�ำ เนินคดตี ามกฎหมายตอ่ ไป เป็นต้น กรณีพบว่าน่าจะเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ อาจเรียกบุคคลที่มีเหตุอันควรเช่ือว่า เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์มาสัมภาษณ์เพ่ือคัดแยกเบื้องต้น แล้วส่งแบบสัมภาษณ์เบ้ืองต้น เพ่ือคัดแยกผู้เสียหายประกอบรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพ่ือให้พนักงานสอบสวนนำ�ไปใช้ ประกอบการสอบสวนตอ่ ไป 1.2 กรณีมกี ารแจ้งเหตกุ ารค้ามนุษย์ในเรือประมง เนอ่ื งจากมเี รอื ประมงจ�ำ นวนมาก ผรู้ บั แจง้ จงึ ควรสอบถามขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ใหไ้ ดม้ ากทส่ี ดุ เพ่ือประโยชน์ในการคน้ หาของหนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้อง โดยขอ้ มูลทผ่ี ู้รับแจง้ เหตคุ วรสอบถาม ได้แก ่ 1) พิกัดตำ�แหน่งเรือท้ังแลตติจูด ลองติจูด หรือเรียกกันทั่วไปว่า “แลตลอง” ซ่ึงได้ มาจากเครื่องมือหาตำ�แหนง่ ท่ีเรอื ติดตงั้ ประจำ�อยู่บนเรอื 2) ชือ่ เรอื หรอื หมายเลขขา้ งเรอื 3) ประเภทการทำ�ประมงของเรือ เช่น เรือไดร์หมึก เรืออวนลอย เรืออวนล้อม เรืออวนรนุ เป็นตน้ 4) ลักษณะท่ัวไปของเรือ เช่น เรือทำ�ด้วยไม้ขนาดประมาณ 12 วา ตัวเรือสีขาว เกง๋ เรือสีฟา้ เปน็ ต้น 5) ทศิ ทางของเรอื สอบถามตน้ ทางทเ่ี รอื ออกและจดุ หมายปลายทาง รวมทง้ั ความเรว็ เรอื เปน็ ตน้ 2020 ค่มู ือการปราบปรามการค้ามนษุ ยแ์ ละค้มุ ครองชว่ ยเหลอื ผ้เู สียหายจากการคา้ มนษุ ย์
6) สภาพแวดล้อมโดยรอบ เช่น ชื่อเรือท่ีแล่นผ่าน โดยเฉพาะเรือขนาดใหญ่ ซึ่งอาจ มีชอ่ งทางติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ ได ้ หรือสิ่งท่ีสามารถใชเ้ ป็นจุดอา้ งองิ เชน่ กระโจมไฟ ทา่ เรอื อา่ ว แหลม เป็นตน้ 1.3 กรณีผู้แจ้งเป็นผู้เสียหายหรือมีเหตุอันควรเช่ือว่าเป็นผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์ ให้เจ้าหน้าท่ีผู้รับแจ้งจัดให้มีการดำ�เนินการตามข้ันตอนการคัดแยกผู้เสียหายจาก การคา้ มนษุ ย์ตามท่กี ลา่ วไวใ้ นบทท่ ี 4 หมายเหต ุ หากผ้รู ับแจ้งไม่มีอำ�นาจหน้าท่ตี ามกฎหมาย ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบ้อื งต้น แล้วส่งเร่อื ง ให้สถานีตำ�รวจท้องที่ที่เกิดเหตุ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ สำ�นักงานตรวจคน เขา้ เมอื งหรอื ตรวจคนเขา้ เมอื งในพน้ื ท ่ี กรมสอบสวนคดพี เิ ศษ เพอ่ื ด�ำ เนนิ การ ตามกฎหมายตอ่ ไป โดยเร็ว พร้อมท้ังแจ้งใหผ้ ้แู จง้ เหตทุ ราบด้วย 2. การเตรียมการวางแผนและจดั ทมี เข้าปฏิบัตกิ ารกอ่ นเข้าท�ำ การ ชว่ ยเหลอื 1) กำ�หนดหัวหน้าชุดปฏิบัติการ (ในกรณีที่เป็นการทำ�งานร่วมกันหลายหน่วยงาน ควรมี การก�ำ หนดผ้บู ัญชาการเหตกุ ารณ์) 2) ระบุผู้ปฏิบตั ิงานและหน้าทีใ่ ห้ชดั เจน 3) แบ่งทีมงานสำ�หรับรับผิดชอบด้านต่าง ๆ เช่น ด้านสังคม ด้านกฎหมาย โดยแต่ละทีม กำ�หนดให้มีหวั หนา้ ทีม เพอื่ ประสานงานกบั ทมี อน่ื และสอ่ื สารกับหัวหนา้ ชดุ ปฏบิ ัตกิ าร 4 ) ป ร ะ เ มิ น ส ภ า พ แว ด ล้ อ ม ข อ ง ส ถ า น ที่ เ กิ ด เ ห ตุ เช่ น ท า ง เข้ า - อ อ ก ที่ ห ล บ ซ่ อ น กล้องวงจรปิด เป็นต้น จัดทำ�แผนท่ีหรือศึกษาแผนผังของสถานที่ท่ีจะเข้าปฏิบัติการ โดยอาจ ขอความร่วมมอื จากหนว่ ยงานที่เกยี่ วข้อง เช่น ฝา่ ยโยธาธกิ ารของสำ�นกั งานเขต เป็นต้น 5) ประเมินความเสี่ยงและความปลอดภัยท้ังของผู้ปฏิบัติงานและผู้เสียหาย เช่น จำ�นวน ผู้ตอ้ งสงสัย พฤติการณใ์ นการใช้ความรนุ แรงหรืออาวธุ เป็นตน้ 6) กำ�หนดจุดและสถานที่ที่เหมาะสมสำ�หรับการเคลื่อนย้ายผู้เสียหายออกจากสถานที่ เกดิ เหต ุ และทำ�การคัดแยกซ่งึ ต้องสอดรบั กบั จำ�นวนผ้เู สียหาย 21คมู่ ือการปราบปรามการคา้ มนษุ ย์และคมุ้ ครองช่วยเหลือผู้เสยี หายจากการค้ามนษุ ย์ 21
7) ประสานลา่ ม และนดั หมายเวลาและสถานทีใ่ หล้ า่ มเขา้ รว่ มปฏบิ ตั กิ าร 8) เตรียมอุปกรณ์ที่จำ�เป็นต้องใช้ในการตรวจค้น ช่วยเหลือ และรักษาความปลอดภัย ให้แกผ่ ูป้ ฏิบัติงานและผู้เสยี หาย 9 ) ป ร ะ ส า น ง า น กั บ ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม แ ล ะ ค ว า ม ม่ั น ค ง ข อ ง ม นุ ษ ย์ ( พ ม . ) โ ด ย ก อ ง ต่ อ ต้ า น ก า ร ค้ า ม นุ ษ ย์ ห รื อ ส ถ า น คุ้ม ค ร อ ง ส วั ส ดิ ภ า พ ผู้เ สี ย ห า ย จ า ก ก า ร ค้ า ม นุ ษ ย์ หรือบ้านพักเด็กและครอบครัว เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้า 10) กรณมี เี ดก็ ในสถานทเ่ี กดิ เหต ุ ควรประสานงานใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทต่ี ามพระราชบญั ญตั ิ คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เข้ารว่ มวางแผนการชว่ ยเหลอื 11) คำ�นึงถึงประเด็นข้อกฎหมายท่เี ก่ยี วข้อง เช่น การขอหมายค้น หรือเหตุผลท่จี ะทำ�การ เขา้ คน้ โดยไมม่ หี มาย เปน็ ตน้ 12) เตรียมการทางการแพทย์ อาหาร ยานพาหนะ อุปกรณ์การส่ือสาร และการบันทึก ข้อมลู อปุ กรณ์บันทึกภาพเคลอ่ื นไหว หรือ VDO 13) ก�ำ ชับเรื่องการรกั ษาแผนปฏิบัติการไวเ้ ป็นความลับ 3. การเขา้ ปฏิบัตกิ ารช่วยเหลอื 1) ก่อนปฏิบัติการ หัวหน้าชุดปฏิบัติการและหัวหน้าทีมด้านต่าง ๆ ควรมีการประชุม และซักซ้อมเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติการ กรณีท่ีมีส่ือมวลชนเข้าร่วมในขณะปฏิบัติการ ควรทำ�ความเขา้ ใจถึงบทบาทหนา้ ที่ การรักษาความปลอดภัยของผู้เสยี หายด้วย 2) ตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เข้าร่วมปฏิบัติการทุกคนมีสัญลักษณ์แสดงตนท่ีชัดเจน เพ่อื ป้องกันความสับสน 3) ควบคุมสถานท่เี กดิ เหตใุ นทันทที ่ที ำ�ได้ 4) กักตัวผู้ต้องสงสัยไว้ในทันทีท่ีทำ�ได้ เพ่ือป้องกันไม่ให้ผู้ต้องสงสัยทิ้งหรือทำ�ลายพยาน หลักฐาน และเพ่ือปอ้ งกนั ความเสีย่ งต่ออันตรายทีอ่ าจเกดิ แก่บุคคล รวมทงั้ ตดั การสื่อสารระหว่าง ผู้ ต้ อ ง ส ง สั ย กั บ บุ ค ค ล อื่ น ต ล อ ด จ น ร ะ ห ว่ า ง ผู้ ต้ อ ง ส ง สั ย ด้ ว ย กั น เ อ ง ห า ก จำ � เ ป็ น ใ ห้ ใช้ เ ค รื่ อ ง พันธนาการ 5) หากผู้เสียหาย ผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใด ได้รับบาดเจ็บ จากการปฏิบัติการ หรือเจ็บป่วยอย่างเห็นได้ชัด และต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ อย่างเร่งด่วน ให้จัดเข้ารับการรักษาพยาบาลทันทีที่ทำ�ได้ ทั้งในสถานท่ีเกิดเหตุหรือเคล่ือนย้าย ไปยงั สถานพยาบาล 2222 ค่มู อื การปราบปรามการคา้ มนุษยแ์ ละคมุ้ ครองชว่ ยเหลือผ้เู สียหายจากการค้ามนุษย์
6) หาสถานท่ปี ลอดภัยและแยกผ้เู สียหายไว้ต่างหาก โดยมอบให้มีผ้รู ับผิดชอบดูแลในกรณี ท่ีผู้เสียหายต่ืนตระหนกหรือมีปฏิกิริยาต่อต้านให้พยายามทำ�ความเข้าใจ และแยกผู้เสียหาย ออกจากผูต้ ้องสงสยั 7) ควรย้ายผู้เสียหายออกไปจากสถานที่เกิดเหตุ โดยก่อนเคล่ือนย้ายหากผู้เสียหาย ต้องการนำ�ทรัพย์สินส่วนตัวออกจากสถานที่เกิดเหตุ ให้จัดทำ�แผนที่คร่าว ๆ แสดงตำ�แหน่งของ ทรัพย์สิน และก่อนเคล่ือนย้ายทรัพย์สินดังกล่าว ให้ถ่ายภาพและบันทึกภาพวิดีโอประกอบ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน และควรให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เปน็ พยานดว้ ย 8) ควรแจ้งให้ผู้เสียหายทราบถึงสิทธิและกระบวนการทำ�งานในขั้นตอนต่อไป ตลอดจน การคุ้มครองและใหค้ วามปลอดภยั ตงั้ แตเ่ คลื่อนย้ายผู้เสียหายออกจากสถานท่ีเกิดเหตุ 9) หากมีบุคคลอ่ืนอยู่ด้วย เช่น ลูกค้า หรือคนงานถูกต้องตามกฎหมาย ให้เก็บบันทึก รายละเอียดและยา้ ยออกจากสถานท่เี กดิ เหตใุ นทันทีท่ที ำ�ได้ 4. การตรวจสอบและรวบรวมพยานหลกั ฐานในที่เกดิ เหตุ หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย และเคล่ือนย้ายผู้เสียหายไว้ในท่ีปลอดภัยแล้ว ให้ตรวจค้น สถานท่ีเกิดเหตุ ยานพาหนะท่ีเกี่ยวข้องและท่ีอยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ รวมท้ังภาพจากกล้อง วงจรปิดจากสถานท่ีเกิดเหตุหรือสถานที่ใกล้เคียงเพ่ือเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และก่อนเร่ิม การตรวจค้นให้แจ้งผู้ต้องสงสัยรวมท้ังเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานท่ีเกิดเหตุ (กรณีผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่เจ้าของหรือผคู้ รอบครองสถานท่ีเกิดเหตุ) ใหท้ ราบ ดังนี้ 4.1 อ�ำ นาจในการตรวจค้น หากเป็นการค้นตามหมายคน้ ใหแ้ สดงหมายคน้ ใหด้ ู 4.2 ระหว่างตรวจค้น ให้ผู้ต้องสงสัยรวมทั้งเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานท่ีเกิดเหตุ (กรณี ผู้ต้องสงสัยไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่เกิดเหตุ) อยู่ร่วมเป็นพยานในการตรวจค้น ถ่ายภาพ และบันทกึ ภาพวิดโี อไว้โดยตลอด 4.3 ให้พิจารณาเก็บสิ่งของทุกชิ้นท่ีคิดว่าอาจใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันหรือโต้แย้ง การกระทำ�ผดิ ได ้ หากไม่แน่ใจใหเ้ กบ็ สิ่งนัน้ สง่ ใหพ้ นกั งานสอบสวนพิจารณาด�ำ เนนิ การต่อไป 4.4 จัดทำ�บัญชีรายการสิ่งของท่ัวไปและสิ่งของที่ใช้เป็นพยานหลักฐาน หากมีส่ิงของ และเอกสารเป็นจำ�นวนมากให้หากล่องมาบรรจุปิดผนึก แล้วให้เจ้าหน้าท่ีและผู้ต้องสงสัย รวมท้ังเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่เกิดเหตุ (กรณีผู้ต้องสงสัยไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ส ถ า น ท่ี เ กิ ด เ ห ตุ ) ล ง ล า ย มื อ ชื่ อ กำ � กั บ พ ร้ อ ม ถ่ า ย ภ า พ แ ล ะ บั น ทึ ก ภ า พ วิ ดี โ อ ไว้ เ ป็ น ห ลั ก ฐ า น เพอื่ นำ�ไปตรวจสอบในภายหลงั 23คมู่ ือการปราบปรามการค้ามนุษย์และคุ้มครองชว่ ยเหลือผู้เสยี หายจากการคา้ มนุษย์ 23
4.5 พยานหลักฐานที่รวบรวมจากท่ีเกิดเหตุน้ัน อาจมีความแตกต่างกันไป ข้ึนอยู่กับว่า เป็นการแสวงหาประโยชน์รูปแบบใด อย่างไรก็ตามพยานหลักฐานที่สามารถพบได้ในที่เกิดเหตุ บ ริ เว ณ ใ ก ล้ เ คี ย ง ห รื อ จ า ก ก า ร ต ร ว จ ค้ น ตั ว ผู้ เ สี ย ห า ย ท่ี อ า จ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ ต่ อ ก า ร ดำ � เ นิ น ค ดี อาจสรุปเป็นแนวทางโดยจำ�แนกตามรูปแบบการแสวงหาประโยชน์ที่มักพบบ่อยได้ ดังนี้ 4.5.1 การแสวงหาประโยชน์ทางเพศหรือจากการค้าประเวณี 1) หากเปน็ การลอ่ ซอ้ื หลกั ฐานทส่ี �ำ คญั คอื ธนบตั รทใ่ี ชล้ อ่ ซอ้ื โดยจะตอ้ งยนื ยนั ไดว้ า่ ธนบตั รอยใู่ นการครอบครองของผใู้ ด (ถา่ ยรปู ขณะตรวจพบเปน็ หลกั ฐาน) ข้อควรร ะวัง พยานสำ�คัญในคดีค้ามนุษย์ คือ การให้การยืนยันการกระทำ�ผิดจากผู้เสียหาย ดังน้ัน ในการล่อซ้อื ต้องไม่มีการร่วมประเวณีกับผ้เู สียหาย หากมีการร่วมประเวณีและผ้เู สียหายเป็นเด็ก เจ้าหน้าที่หรือสายลับท่ีร่วมประเวณีกับผู้เสียหาย รวมท้ังผู้ที่ส่ังการให้ทำ�เช่นนั้นถือว่ากระทำ�ผิด กฎหมายและตอ้ งถูกดำ�เนนิ คดี 2) หลักฐานท่ีแสดงว่ามีการค้าประเวณี เช่น ถุงยางอนามัย ครีมสำ�หรับใช้ หล่อล่ืนขณะร่วมเพศ ต๋ัวหรือเอกสารใด ๆ ที่ผู้ประกอบการทำ�ขึ้นเพ่ือเป็น หลกั ฐานในการจ่ายเงนิ ใหก้ ับหญงิ ขายบริการ หรอื เพือ่ ให้ทราบจำ�นวนครั้ง หรอื วงรอบในการคา้ ประเวณี 3) เอกสารเก่ียวกับสถานที่เกิดเหตุ ได้แก่ ใบอนุญาตประกอบการ ใบอนุญาต ขายบุหรี่หรือสุรา เอกสารแสดงกรรมสิทธ์ิหรือการครอบครองอาคาร ที่เกดิ เหต ุ ทง้ั น ้ี เพอ่ื เปน็ การขยายผลใหท้ ราบวา่ ผปู้ ระกอบการแทจ้ รงิ คอื ใคร 4) หลักฐานเก่ียวกับบัตรประจำ�ตัวประชาชน หนังสือเดินทางของผู้เสียหาย หรือผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ควรถ่ายรูปหรือบันทึกวีดิโอ ไว้เป็นหลักฐานว่า ถูกเก็บไว้ท่ใี ดหรือเก็บในลักษณะซุกซ่อนหรือไม่ อย่างไร เพ่ือใช้เป็นพยานหลักฐานกรณผี เู้ สยี หายยนื ยนั ว่าถูกยดึ เอกสารดังกลา่ วไว้ 5) หลักฐานทางการเงิน เช่น สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม หลักฐาน การสง่ เงนิ เปน็ ตน้ ทง้ั น ้ี เพอ่ื เปน็ หลกั ฐานในการตรวจสอบรายไดแ้ ละเพอ่ื ใช้ เปน็ หลกั ฐานในการสบื สวนความผิดฐานฟอกเงนิ อีกส่วนหน่งึ 6) หลักฐานแสดงว่ามีการพันธนาการ เช่น กุญแจประตู กุญแจมือ โซ่ตรวน เป็นต้น 2424 ค่มู อื การปราบปรามการค้ามนษุ ย์และคุ้มครองช่วยเหลอื ผู้เสียหายจากการคา้ มนุษย์
7) หลักฐานทางการสื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ ใบเสร็จรับเงินค่าโทรศัพท์ จดหมายติดต่อกับผู้อื่น เพ่ือใช้เป็นประโยชน์ในการสืบหาและเช่ือมโยง ขบวนการคา้ มนษุ ย์ 8) หากเป็นคนต่างด้าวให้ตรวจยึดหลักฐานการเดินทาง และหลักฐานการ เข้าเมือง ใบอนุญาตทำ�งาน หรือเอกสารที่เก่ียวข้อง เพ่ือตรวจสอบหา นายจา้ งและผู้เกย่ี วข้อง 9) รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ท่จี อดใกล้เคียงสถานท่เี กิดเหตุ เน่อื งจากอาจมี พยานหลักฐานท่ีเก่ียวข้องอยู่ภายใน รวมท้ังอาจทราบเบาะแสเช่ือมโยงกับ ผ้กู ระท�ำ ผดิ ได ้ 1 0 ) ห า ก เ ป็ น ก า ร ล่ อ ซ้ื อ ห ญิ ง บ ริ ก า ร เ พ่ื อ ไ ป ใช้ บ ริ ก า ร น อ ก ส ถ า น ที่ เ กิ ด เ ห ตุ ให้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ท่ีใช้ส่งหญิงบริการเป็นของกลาง ประกอบการดำ�เนินคดี และตรวจสอบทะเบียนรถ เพื่อให้ทราบผู้ถือ กรรมสทิ ธหิ์ รอื ผคู้ รอบครองและหาความเชือ่ มโยง 1 1 ) เ สื้ อ ผ้ า เ ค รื่ อ ง ใช้ ข อ ง ห ญิ ง บ ริ ก า ร ห รื อ ผู้ เ สี ย ห า ย เ พ่ื อ แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ว่ า ห ญิ ง บ ริ ก า ร ห รื อ ผู้ เ สี ย ห า ย พั ก อ า ศั ย อ ยู่ ใ น ท่ี เ กิ ด เ ห ตุ แ ล ะ เ พื่ อ ป้ อ ง กั น ขอ้ ตอ่ สู้ว่าหญงิ เขา้ มาขายบรกิ ารเอง โดยผู้ประกอบการไม่มีสว่ นเกี่ยวขอ้ ง 12) หากเป็นกรณีการค้ามนุษย์ทางอินเตอร์เน็ต จะต้องตรวจสอบและตรวจยึด หลักฐานการใช้อินเตอร์เน็ต รวมท้ังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และแท็ปเล็ต ทั้ ง น้ี ก า ร เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม พ ย า น ห ลั ก ฐ า น ป ร ะ เ ภ ท นี้ ค ว ร ป ร ะ ส า น ง า น ใ ห้ พนักงานเจ้าหน้าท่ีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ�ความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร ์ พ.ศ. 2550 เข้าร่วมดว้ ย 4.5.2 การแสวงหาประโยชนจ์ ากการบงั คับใชแ้ รงงานหรือบริการ 1) เอกสารเก่ียวกับสถานท่ีเกิดเหตุ ได้แก่ ใบอนุญาตประกอบการ ใบอนุญาต ขายบหุ รห่ี รอื สรุ า เอกสารแสดงกรรมสทิ ธห์ิ รอื การครอบครองอาคารทเ่ี กดิ เหตุ ทง้ั น้ี เพอื่ เปน็ การขยายผลใหท้ ราบวา่ ผูป้ ระกอบการแทจ้ ริงคือใคร 2) เอกสารเกี่ยวกับการจ้างงาน ได้แก่ สัญญาจ้าง ทะเบียนลูกจ้าง เอกสาร ก า ร จ่ า ย ค่ า จ้ า ง เ ป็ น ต้ น ท้ั ง น้ี ใ น ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร บ า ง แ ห่ ง อ า จ มี การบันทึกการทำ�งานหรือการจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างไว้ในคอมพิวเตอร์ ดงั นน้ั จงึ ควรตรวจหรอื ยดึ แฟลชไดรท ์ อปุ กรณค์ อมพวิ เตอรท์ พ่ี บในทเ่ี กดิ เหต ุ ไว้เป็นหลักฐานเพ่อื ตรวจสอบ หากไม่พบข้อมูลท่เี ก่ยี วข้องให้น�ำ ส่งคืนต่อไป 25ค่มู อื การปราบปรามการค้ามนษุ ย์และคุม้ ครองช่วยเหลอื ผู้เสียหายจากการคา้ มนษุ ย์ 25
3) หลักฐานเกี่ยวกับบัตรประจำ�ตัวประชาชน หนังสือเดินทางของผู้เสียหาย หรือผู้ต้องสงสัยท่ีอยู่ในสถานท่ีเกิดเหตุ ท้ังน้ี ควรถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอ ไว้ เ ป็ น ห ลั ก ฐ า น ว่ า ถู ก เ ก็ บ ไว้ ที่ ใ ด ห รื อ เ ก็ บ ใ น ลั ก ษ ณ ะ ซุ ก ซ่ อ น ห รื อ ไ ม่ เพอ่ื ใชเ้ ป็นพยานหลกั ฐาน กรณีผูเ้ สียหายยืนยนั ว่าถกู ยึดเอกสารดังกล่าวไว้ 4) หลักฐานทางการเงิน เช่น สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม หลักฐาน การส่งเงิน ตู้เซฟ เป็นต้น ทั้งน้ี เพ่ือเป็นหลักฐานในการตรวจสอบรายได้ ของแรงงาน และเพ่ือใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนความผิดฐานฟอกเงิน อีกสว่ นหนึง่ 5) หลักฐานแสดงว่ามีการพันธนาการ เช่น กุญแจประตู กุญแจมือ โซ่ตรวน เป็นตน้ 6) หลักฐานทางการสื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ ใบเสร็จรับเงินค่าโทรศัพท์ จดหมายติดต่อกับผู้อ่ืน เพ่ือใช้เป็นประโยชน์ในการสืบหาและเช่ือมโยง ขบวนการคา้ มนุษย์ 7) หากเป็นคนต่างด้าวให้ตรวจยึดหลักฐานการเดินทางและหลักฐานการ เข้ า เ มื อ ง ใ บ อ นุ ญ า ต ทำ � ง า น ห รื อ เ อ ก ส า ร ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง เ พื่ อ ต ร ว จ ส อ บ ห า นายจา้ งและผูเ้ ก่ยี วขอ้ ง 8) รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ท่ีจอดใกล้เคียงสถานท่ีเกิดเหตุ เนื่องจากอาจมี พยานหลักฐานท่ีเก่ียวข้องอยู่ภายใน รวมท้ังอาจทราบเบาะแสเชื่อมโยง กับผู้กระทำ�ผดิ ได้ 9) ในบางกรณีอาจมีการเรียกค่าไถ่จากญาติผู้เสียหาย และอาจมีการโอนเงิน เข้ า บั ญ ชี ผู้ ต้ อ ง ส ง สั ย ใ ห้ ต ร ว จ ห า ห ลั ก ฐ า น ก า ร เ ปิ ด บั ญ ชี แ ล ะ เ อ ก ส า ร ที่เก่ียวขอ้ ง 10) เสื้อผ้าเครื่องใช้ของแรงงานหรือผู้เสียหาย เพ่ือแสดงให้เห็นว่าแรงงาน หรือผู้เสียหายพักอาศัยอยู่ในที่เกิดเหตุ 11) หลักฐานจากกล้องวงจรปิดใกล้ท่ีเกิดเหตุ อาจทำ�ให้เห็นการเคล่ือนไหว ของผู้เสียหายและผู้ต้องสงสัย 2626 คู่มอื การปราบปรามการคา้ มนษุ ยแ์ ละคุม้ ครองช่วยเหลือผเู้ สียหายจากการค้ามนุษย์
4.5.3 การแสวงหาประโยชน์จากการน�ำ คนมาขอทาน การรวบรวมพยานหลักฐานในการดำ�เนินคดีลักษณะนี้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธี เฝ้าจุด และสะกดรอยตามกลุ่มขบวนการไปยังท่ีต่าง ๆ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานก่อนทำ�การ จับกมุ ซง่ึ หลักฐานที่สำ�คญั ได้แก่ 1) หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าขบวนการค้ามนุษย์มารับและส่งผู้เสียหายบริเวณ ท่ีเกิดเหตุ (อาจใช้วิธีการสะกดรอยและถ่ายภาพหรือบันทึกภาพวิดีโอไว้ เป็นหลกั ฐาน) 2) การใช้วิธีล่อซื้อโดยการให้เจ้าหน้าที่แฝงตัวเป็นประชาชนท่ีสัญจรไปมา แล้วนำ�เงิน (เงินล่อซื้อ) ให้ทานกับผู้เสียหาย แล้วเฝ้าสังเกตการณ์ว่า มีผู้ใดมานำ�เงินไปจากผู้เสียหายหรือไม่ หากมี ให้ถ่ายรูปหรือบันทึกภาพ วดิ โี อเปน็ หลกั ฐาน 3) เข้าตรวจค้นบริเวณท่ีพักหรือที่กักตัวผู้เสียหาย และเก็บพยานหลักฐาน เช่นเดียวกันกับการเก็บพยานหลักฐานในคดีค้ามนุษย์ในรูปแบบการบังคับ ใช้แรงงานตามทไ่ี ด้กล่าวมาแลว้ ในขอ้ 4.5.2 4) กรณีมีการกล่าวอ้างว่าบุคคลใดเป็นบิดาหรือมารดาของผู้เสียหายซึ่งมีอายุ ตํ่ากว่า 18 ปี ให้เก็บหลักฐานเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ โดยระหว่าง การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ส่งตัวผู้เสียหายท่ีมีอายุ ตํ่ากว่า 18 ปี ไปยังสถานสงเคราะห์ เพ่ือให้การสงเคราะห์และช่วยเหลือ กรณผี ู้เสยี หายอายเุ กินกว่า 18 ปี ใหไ้ ปดกู ารปฏิบตั ใิ นบทที่ 4 5. การจดั ท�ำ บนั ทกึ การตรวจค้น เจ้าหน้าท่ีผู้เข้าปฏิบัติจะต้องจัดทำ�บันทึกการตรวจสอบหรือบันทึกการตรวจค้น เพ่ือเป็น หลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบการดำ�เนินคดี สำ�หรับแนวทางการจัดทำ�บันทึก การตรวจค้นมี 2 แบบ คือ บันทึกการค้นโดยมีหมายค้น และบันทึกการค้นโดยไม่มีหมายค้น นอกจากนั้น หากเป็นการตรวจค้นโดยอาศัยอำ�นาจตามมาตรา 27 (4) แห่งพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 พนักงานเจ้าหน้าท่ีผู้เป็นหัวหน้าต้องส่งสำ�เนา ร า ย ง า น เ ห ตุ ผ ล แ ล ะ ผ ล ก า ร ต ร ว จ ค้ น บั ญ ชี พ ย า น ห ลั ก ฐ า น ห รื อ บุ ค ค ล ท่ี ต ก เ ป็ น ผู้ เ สี ย ห า ย และบัญชีทรัพย์ที่ยึดอายัดไว้ต่อศาลจังหวัดที่มีเขตอำ�นาจเหนือท้องท่ีท่ีทำ�การตรวจค้น หรือ ศาลอาญาภายใน 48 ช่วั โมง หลงั สนิ้ สุดการตรวจคน้ ด้วย 27คมู่ อื การปราบปรามการค้ามนุษยแ์ ละค้มุ ครองชว่ ยเหลอื ผ้เู สยี หายจากการคา้ มนุษย์ 27
ขอ้ สงั เกต ในกรณีที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจากสถานที่หน่วงเหน่ียวกักขังจากการค้าประเวณี เรื อ ป ร ะ ม ง โร ง ง า น ต่ า ง ๆ ซึ่ ง เ ป็ น ที่ ร โ ห ฐ า น แ ล ะ ย า ก แ ก่ ก า ร ก ลั บ ไ ป ร ว บ ร ว ม พ ย า น ห ลั ก ฐ า น แ ล ะ พ นั ก ง า น ส อ บ ส ว น ไ ม่ ไ ด้ ร่ ว ม ป ฏิ บั ติ ด้ ว ย ห า ก เจ้ า ห น้ า ที่ ผู้ เข้ า ช่ ว ย เ ห ลื อ ไ ด้ ร ว บ ร ว ม แ ล ะ เก็บพยานหลักฐานท่ีเกี่ยวข้อง เช่น ภาพถ่ายอาวุธ คราบเลือด ส่ิงของ เอกสารหนังสือเดินทาง จดหมาย บันทึกส่วนตัว บัญชีรายชื่อ รายรับ–รายจ่าย รถยนต์ที่ใช้ในการนำ�พา โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ บัตรผู้ป่วย ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ ท่ีผู้เสียหายยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับ การกระทำ�ความผิด หรือที่เจ้าหน้าที่ตำ�รวจเห็นว่าส่ิงของดังกล่าวเป็นสิ่งของซ่ึงมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำ�ผิด หรือได้ใช้หรือสงสัยว่าได้ใช้ในการกระทำ�ผิด หรือซ่ึงอาจใช้เป็นพยาน หลักฐานได้แล้ว บันทึกรายละเอียดในการตรวจยึด พร้อมระบุเหตุผลที่ยึด สถานท่ีตรวจพบ รวมทงั้ ทำ�แผนทหี่ รอื ผังที่ตง้ั ของพยานหลักฐานแต่ละชนดิ ไว ้ กจ็ ะเปน็ ประโยชน์ต่อการดำ�เนนิ คด ี 6. การดำ�เนนิ งานตามมาตรการที่เกยี่ วข้องกับสถานประกอบ กจิ การ โรงงาน และยานพาหนะ ให้เจ้าหน้าท่ีที่เก่ียวข้องดำ�เนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2558 มาตรา 16/2 คำ�ส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 22/2558 ลงวันท่ี 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 และคำ�สั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 4 6 / 2 5 5 9 เร่ื อ ง แ ก้ ไข เ พิ่ ม เ ติ ม คำ � ส่ั ง หั ว ห น้ า ค ณ ะ รั ก ษ า ค ว า ม ส ง บ แ ห่ ง ช า ติ ท่ี 2 2 / 2 5 5 8 ลงวนั ท่ี 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 โดยเครง่ ครดั (ภาคผนวก) 2828 ค่มู ือการปราบปรามการค้ามนษุ ยแ์ ละค้มุ ครองช่วยเหลอื ผ้เู สยี หายจากการคา้ มนษุ ย์
หลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขการส่ังปดสถานประกอบกิจการหรือโรงงานชั่วคราว การพกั ใชใบอนญุ าตประกอบการสําหรับการประกอบธุรกจิ หรือโรงงาน การหามใชยานพาหนะเปนการชั่วคราว หรือดําเนินมาตรการที่จําเปนเพื่อปอ งกันการกระทําผิดขน้ึ อีก ตามพระราชบัญญตั ปิ องกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2558 29คูม่ อื การปราบปรามการค้ามนุษย์และคุม้ ครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการคา้ มนษุ ย์ 29
บทท ่ี 3 การจับกมุ 1. ประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา มาตรา 78 (หนา 30) 2. การแจง ความนาํ จับและการขอรับเงนิ รางวลั หรือคา ตอบแทนในการนําจับ (หนา 31) 1. ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา 78 ต า ม ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย วิ ธี พิ จ า ร ณ า ค ว า ม อ า ญ า ม า ต ร า 7 8 ก า ร จั บ จ ะ ต้ อ ง ก ร ะ ทำ � โดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำ�รวจ และต้องมีหมายจับหรือคำ�สั่งของศาล ยกเว้น 1. เมอื่ บคุ คลน้ันไดก้ ระท�ำ ความผดิ ซง่ึ หน้า หรือ 2. เม่ือพบบุคคลโดยมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่า ผู้นั้นน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตราย แก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อ่ืน โดยมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอ่ืน ซ่ึงอาจใช้ในการกระทำ� ผิด หรอื 3. เม่ือมีเหตุท่ีจะออกหมายจับบุคคลน้ัน แต่มีความจำ�เป็นเร่งด่วนท่ีไม่อาจขอให้ศาล ออกหมายจับบุคคลนน้ั ได ้ หรอื 4. เป็นการจับผตู้ ้องหาหรือจำ�เลยทห่ี ลบหนหี รอื จะหลบหนใี นระหว่างถูกปล่อยช่วั คราว เจ้าพนักงานผู้จัดการตามหมายจับจะขอความช่วยเหลือจากบุคคลใกล้เคียง เพื่อจัดการ ตามหมายจับนั้นก็ได้ แต่จะบังคับให้ผู้ใดช่วยโดยอาจเกิดอันตรายแก่เขาไม่ได้ ตามประมวล กฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา 82 3030 ค่มู ือการปราบปรามการคา้ มนษุ ยแ์ ละคุม้ ครองชว่ ยเหลอื ผเู้ สียหายจากการคา้ มนษุ ย์
ข้อสงั เกต 1. เจ้าพนักงานจะขอให้บุคคลท่ีอยู่ใกล้เคียงช่วยจับได้เฉพาะกรณีท่ีมีหมายจับบุคคล ทจ่ี ะถูกจับเท่านั้น 2. พนักงานเจ้าหน้าท่ตี ามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ไม่มีอำ�นาจในการจับกุมตัวผ้กู ระทำ�ผิด แต่อาจเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการจัดการตามหมายจับ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 82 หรือเป็นกรณีพบการกระทำ�ผิดซ่ึงหน้า แต่ก็ต้องเป็นความผิดตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย เช่น ความผิดฐานข่มขืนกระทำ�ชำ�เรา ความผิดฐานประทุษร้ายต่อชีวิตหรือร่างกาย หรือความผิดฐาน กระท�ำ ให้เส่อื มเสยี เสรีภาพ เปน็ ตน้ 3. พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 41 ห้ามมิให้ พนักงานสอบสวนดำ�เนินคดีกับผู้เสียหายในความผิดฐานเข้ามา ออกไป หรืออยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ฐานปลอมหรือใช้หนังสือเดินทางปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีเฉพาะท่ีเกี่ยวกับการติดต่อชักชวน แนะนำ�ตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลเพ่ือค้าประเวณี และการเข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณีเพื่อ ค้าประเวณี หรือความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวทำ�งานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วย การทำ�งานของคนต่างด้าว ดังน้นั การพิจารณาจับบุคคลหน่งึ บุคคลใดควรท่จี ะคัดแยกผ้เู สียหาย เ บื้ อ ง ต้ น ก่ อ น ว่ า บุ ค ค ล ที่ จ ะ จั บ เ ป็ น ผู้ เ สี ย ห า ย จ า ก ก า ร ค้ า ม นุ ษ ย์ ห รื อ ไ ม่ ห า ก เ ป็ น ผู้ เ สี ย ห า ย และไม่ได้กระทำ�ความผิดอ่นื นอกจากทก่ี ล่าวข้างตน้ ก็ไมค่ วรที่จะจับกมุ 2. การแจง้ ความน�ำ จบั และการขอรบั เงินรางวลั หรอื ค่าตอบแทน ในการนำ�จับ คณะกรรมการประสานและกำ�กับการดำ�เนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ไ ด้ อ อ ก ป ร ะ ก า ศ ฉ บั บ ล ง วั น ท่ี 1 2 กุ ม ภ า พั น ธ์ 2 5 5 9 กำ � ห น ด ว ง เ งิ น แ ล ะ ร า ย ก า ร ค่ า ใช้ จ่ า ย เป็นเงินรางวัลและค่าตอบแทนในการนำ�จับและดำ�เนินคดีกับผู้กระทำ�ความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยมีหลักการที่สำ�คัญ ดังนี้ 31ค่มู ือการปราบปรามการค้ามนุษยแ์ ละคมุ้ ครองชว่ ยเหลือผเู้ สียหายจากการค้ามนุษย์ 31
เงนิ รางวลั และคา่ ตอบแทน ผูแ้ จ้งความนำ�จบั การขอรบั เงินรางวลั ระยะเวลาในการยนื่ ค�ำ รอ้ ง หรือค่าตอบแทน และขอรับเงินรางวัล หรอื คา่ ตอบแทน ผู้ แจ้ ง ค ว า ม นำ � จั บ คื อ 1. ในเขตกรุงเทพมหานคร : 1. ใหย้ น่ื ภายในหนง่ึ รอ้ ยแปดสบิ ผู้แจ้งความหรือให้เบาะแส ปลัดกระทรวงการพัฒนา วัน นับแต่วันที่จับกุมตัวได้ นำ�จับผู้ต้องหาหรือจำ�เลย สังคมและ ควา ม มั่ นคง และน�ำ สง่ พนกั งานสอบสวน ต่อเจ้าหน้าท่ีผู้รับแจ้งความ ข อ ง ม นุ ษ ย์ / ร อ ง ป ลั ด พนักงานอัยการ หรือศาล จนเจ้าพนักงานจับกุมตัว กระทรวงการพัฒนาสังคม ท่ีมีหน้าท่ีดำ�เนินคดีกับ ผู้กระทำ�ความผิด ผู้ต้องหา และความม่ันคงของมนุษย์ ผู้ ต้ อ ง ห า ห รื อ ผู้ ก ร ะ ทำ� หรือจ�ำ เลยได้ /ผู้อำ�นวยการกองต่อต้าน ความผดิ ได้ การค้ามนุษย์ สำ�นักงาน 2. ผู้มีสิทธิได้รับเงินรางวัล ผ้รู ับแจ้งความนำ�จบั ปลัดกระทรวงการพัฒนา และค่าตอบแทนจะต้อง สังคมและ ควา ม มั่ นคง ขอรับเงิน จากผู้รับคำ�ร้อง 1. ปลัดกระทรวงการพัฒนา ของมนษุ ย์ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน สัง ค มแ ละความมั่นคง 2 . ใ น ส่ ว น ภู มิ ภ า ค : นับแต่วันท่ีได้รับแจ้งเป็น ข อ ง ม นุ ษ ย์ / ร อ ง ป ลั ด ผู้ ว่ า ร า ช ก า ร จั ง ห วั ด / ห นั ง สื อ ห า ก พ้ น กำ � ห น ด กระทรวงการพัฒนาสังคม รองผู้ว่าราชการจังหวัด/ ดั ง ก ล่ า ว ใ ห้ เ งิ น ร า ง วั ล และความม่ันคงของมนุษย์ พฒั นาสงั คมและความมน่ั คง และค่าตอบแทนดังกล่าว /ผู้อำ�นวยการกองต่อต้าน ของมนุษย์จงั หวัด ต ก เ ป็ น ข อ ง ก อ ง ทุ น เ พื่ อ ก า ร ค้ า ม นุ ษ ย์ สำ � นั ก ง า น 3 . ข้ า ร า ช ก า ร ท ห า ร : การปอ้ งกนั และปราบปราม ปลัดกระทรวงการพัฒนา ผู้ บั ง คั บ ก า ร ก ร ม ห รื อ การคา้ มนษุ ย์ สัง ค มแ ละความมั่นคง เทียบเท่าขึ้นไป ของมนษุ ย์ 2 . พ นั ก ง า น ส อ บ ส ว น / เจ้าพนักงานตำ�รวจซึ่งมียศ ตง้ั แตร่ ้อยต�ำ รวจตรีขึน้ ไป 3 . ผู้ ว่ า ร า ช ก า ร จั ง ห วั ด / รองผู้ว่าราชการจังหวัด/ ปลัดจังหวัด/นายอำ�เภอ/ ปลัดอำ�เภอ 3232 ค่มู อื การปราบปรามการคา้ มนษุ ยแ์ ละคมุ้ ครองชว่ ยเหลือผู้เสยี หายจากการคา้ มนุษย์
เงนิ รางวลั และคา่ ตอบแทน ผู้แจง้ ความนำ�จับ การขอรบั เงินรางวัล ระยะเวลาในการย่ืนคำ�รอ้ ง หรือคา่ ตอบแทน และขอรับเงินรางวัล หรือคา่ ตอบแทน 4. ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร ต้ังแต่ช้ัน ผู้บังคับกองพัน ห รื อ เ ที ย บ เ ท่ า ข้ึ น ไ ป / นายทหารฝ่ายการสารวัตร /นายทหารฝ่ายสารวัตร สบื สวนสอบสวน 5. พ นั ก ง า น เ จ้ า ห น้ า ท่ี ตามกฎหมาย ว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปราม การคา้ มนุษย์ เอกสารประกอบการยน่ื ค�ำ รอ้ ง 1. ส�ำ เนาใบรับแจ้งความน�ำ จับ 2. สำ�เนาบันทึกการจับกุมของเจ้าพนักงานสืบสวนหรือจับกุม และพนักงานสอบสวน ท่ปี รากฏเลขรบั คดอี าญา 3. สำ�เนาคำ�ฟ้องของพนักงานอัยการ หรือคำ�สั่งศาลที่มีหน้าที่ดำ�เนินคดีกับผู้ต้องหา หรือจ�ำ เลย แล้วแต่กรณี 4. ขอ้ ตกลงในการแบง่ เงินรางวัลและคา่ ตอบแทน (ถา้ มี) 5. หลักฐานการสละสิทธ์ิท่ีได้รับเงินสินบน เงินรางวัล หรือเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน ตามกฎหมายหรือระเบียบอื่นในคดีความผิดฐานค้ามนษุ ยค์ ดีเดยี วกันนี้ (ถา้ มี) 33คมู่ ือการปราบปรามการค้ามนษุ ยแ์ ละคุม้ ครองช่วยเหลอื ผเู้ สียหายจากการคา้ มนุษย์ 33
หมายเหต ุ 1) ในกรณีจำ�เป็นเร่งด่วน อาจแจ้งความนำ�จับด้วยวาจา แล้วจึงนำ�หลักฐานการแจ้งความ น�ำ จบั ภายหลังการจับกุมก็ได้ 2 ) ใ น ก ร ณี ที่ มี ผู้ แจ้ ง ค ว า ม นำ � จั บ ห รื อ เจ้ า พ นั ก ง า น สื บ ส ว น ห รื อ จั บ กุ ม ห รื อ พ นั ก ง า น สอบสวนถึงแก่กรรม หรือมีความจำ�เป็นอ่ืนใด ไม่สามารถย่ืนคำ�ขอรับเงินรางวัลหรือ ค่าตอบแทนได้ ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดก หรือผู้มีส่วนได้เสียของผู้แจ้งความนำ�จับ หรือของเจ้าพนักงานสืบสวน หรือจับกุม หรือของพนักงานสอบสวน เป็นผู้ดำ�เนินการ แล้วแตก่ รณี 3434 ค่มู ือการปราบปรามการค้ามนุษยแ์ ละคุ้มครองชว่ ยเหลอื ผ้เู สยี หายจากการคา้ มนษุ ย์
บทท่ ี 4 การคัดแยกผเู้ สยี หายจากการคา้ มนุษย์ 1. ขอ ควรพิจารณากอ นทําการสัมภาษณ (หนา 35) 2. ขอ ควรพิจารณาระหวางทาํ การสัมภาษณแ ละหลังเสร็จสนิ้ การสัมภาษณ (หนา 37) 3. การดําเนนิ การหลังการคัดแยกเสรจ็ สน้ิ (หนา 38) การคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เป็นการสัมภาษณ์เบ้ืองต้นเพื่อคัดแยกว่าบุคคลใด เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เป็นอำ�นาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ส่วนทีมสหวิชาชีพมีหน้าที่ช่วยพนักงานสอบสวน สัมภาษณ์เพื่อคัดแยกผู้เสียหายเบ้ืองต้น กรณีท่ีพนักงานสอบสวนและทีมสหวิชาชีพมีความเห็น ไมต่ รงกนั ให้พนักงานสอบสวนเป็นผตู้ ดั สนิ ชข้ี าดหรอื วินจิ ฉัยเป็นขอ้ ยุติ แมว้ า่ กระบวนการคดั แยกผเู้ สยี หายจากการคา้ มนษุ ยจ์ ะไมม่ กี ฎหมายบงั คบั วา่ จ�ำ เปน็ ตอ้ งท�ำ หรือใครมีหน้าที่ต้องทำ� แต่การคัดแยกท่ีมีประสิทธิภาพจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างย่ิงทั้งต่อตัว ผู้เสียหายและพนักงานสอบสวน เน่ืองจากการคัดแยกที่รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ� จะช่วยให้ ผู้เสียหายหลุดพ้นจากการถูกแสวงหาประโยชน์ได้เร็วขึ้น ทำ�ให้ผู้เสียหายรู้สึกปลอดภัยและเชื่อม่ัน ในการทำ�งานของเจ้าหน้าท่ีอันจะนำ�ไปสู่ความพร้อมท่ีจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในข้ันตอน ต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการคัดแยกเบ้ืองต้นจะไม่มีผลในการผูกมัด ให้พนักงานสอบสวน ต้องยึดถือตามนั้น แต่อาจช่วยให้พนักงานสอบสวนได้รับความร่วมมือจากบุคคลที่ผ่านการ คั ด แ ย ก เ บ้ื อ ง ต้ น แ ล้ ว เชื่ อ ว่ า เ ป็ น ผู้ เ สี ย ห า ย ซ่ึ ง จ ะ ทำ � ใ ห้ แ น ว ท า ง ใ น ก า ร ส อ บ ส ว น ดำ � เ นิ น ไ ป อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 1. ข้อควรพจิ ารณาก่อนท�ำ การสมั ภาษณ์ 1.1 การสัมภาษณ์เพ่ือทำ�การคัดแยกผู้เสียหาย ไม่ใช่การสอบสวน แต่มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ทราบว่าบุคคลนั้นเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จริงหรือไม่ และเพ่ือรวบรวมข้อเท็จจริง ที่จำ�เป็น เพื่อนำ�ไปใช้ดำ�เนินคดีกับผู้กระทำ�ผิด รวมทั้งต้องสร้างความไว้เนื้อเช่ือใจ และทำ�ให้ ผเู้ สยี หายเกดิ ความรู้สึกปลอดภยั 1.2 หากเปน็ ไปไดค้ วรใชผ้ สู้ มั ภาษณ/์ ลา่ ม ที่มีประสบการณ์ 35ค่มู ือการปราบปรามการคา้ มนุษย์และคุม้ ครองชว่ ยเหลอื ผเู้ สียหายจากการคา้ มนษุ ย์ 35
1.3 พึงระลึกเสมอว่าการบันทึกการสัมภาษณ์มีความสำ�คัญยิ่งต่อการวางแผนช่วยเหลือ และดำ�เนินคดี 1.4 ก่อนเริ่มสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ควรพยายามเรียนรู้และหาข้อมูลเก่ียวกับผู้เสียหาย ให้มากที่สุดเท่าทีจ่ ะท�ำ ได้ เชน่ ความเช่อื ดา้ นศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม เป็นต้น 1.5 ผู้เสียหายบางคนอาจไม่ตอบตามความเป็นจริง หรือตอบตามท่ีได้รับการเสี้ยมสอนมา หรอื อาจไม่ยอมตอบค�ำ ถามใด ๆ ทง้ั นี ้ อาจเนอื่ งมาจากหลายสาเหตุ เชน่ 1) เชอ่ื วา่ ตนหรือคนท่ีตนรจู้ ัก กำ�ลังถกู คกุ คามและไม่ปลอดภยั 2) เชื่อวา่ ตนไดท้ ำ�ความผดิ และตอ้ งถูกจับกุมดำ�เนนิ คดี 3) ผเู้ สียหายคนน้นั เปน็ สว่ นหนงึ่ ของขบวนการคา้ มนุษย์ 4 ) ไ ม่ ต ร ะ ห นั ก ถึ ง ห รื อ ถู ก ห ล อ ก ห รื อ ไ ด้ รั บ ข้ อ มู ล ที่ ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ สิ ท ธิ ใ น ฐ า น ะ เ ป็ น ผู้เสยี หายจากการคา้ มนุษย์ 5) รู้สึกพึงพอใจกับสถานภาพท่ีเป็นอยู่มากกว่าสถานภาพท่ีเคยเป็นมาก่อนที่จะ ตกเป็นผเู้ สยี หาย 6) รูส้ กึ ละอายใจ หรอื อบั อายท่จี ะเลา่ เรอ่ื งทเี่ กดิ ขน้ึ กบั ตนให้ผ้อู ่ืนฟงั 7) กลัววา่ เม่อื เรือ่ งของตนถกู เปดิ เผย จะถกู ตำ�หน ิ ประณาม 8) ความเช่อื ดา้ นวัฒนธรรม ศาสนา 9) รู้สกึ วา่ ตนตอ้ งรับผดิ ชอบหรือสมควรไดร้ ับผลจากการกระท�ำ ของตน 10) ต้องการรักษาสัมพันธภาพที่เคยมีกับผู้ต้องหาหรือผู้กระทำ�ผิด ผู้เสียหายบางคน ถกู แนะน�ำ ใหร้ จู้ กั กบั ผกู้ ระท�ำ ผดิ โดยเพอ่ื น หรอื ญาต ิ ซง่ึ ท�ำ ใหผ้ เู้ สยี หายเกดิ ความรสู้ กึ ผูกพัน หรือไม่กล้าให้ความร่วมมือเพราะเกรงว่าเพ่อื น หรือญาติของตนจะเดือดร้อน บางกรณีขบวนการค้ามนุษย์อาจใช้วิธีการพัฒนาความผูกพันทางด้านจิตใจและ อารมณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกระท่ังผู้เสียหายไว้ใจและยอมทำ�ตามท่ีขบวนการ ค้ า ม นุ ษ ย์ บ ง ก า ร ห รื อ จ น ถึ ง ขั้ น ที่ ผู้ เ สี ย ห า ย มี ค ว า ม รู้ สึ ก ที่ ดี ต่ อ ค น ที่ ม า แ ส ว ง ห า ป ร ะ โ ย ช น์ มี พ ฤ ติ ก ร ร ม เข้ า ข้ า ง ช่ ว ย เ ห ลื อ แ ต่ ก ลั บ รู้ สึ ก ไ ม่ ดี ห รื อ เ ป็ น ป ร ปั ก ษ์ ต่อสมาชิกในครอบครัว เพอ่ื น หรอื เจา้ หนา้ ทีท่ ่ีพยายามจะช่วยเหลือ 11) ในกรณีของผู้เสียหายที่เป็นชาวต่างประเทศ พวกเขาอาจกังวลเกี่ยวกับสถานภาพ ทางกฎหมาย รวมทงั้ สิทธแิ ละความชว่ ยเหลอื ต่าง ๆ 3636 ค่มู ือการปราบปรามการค้ามนษุ ย์และคมุ้ ครองช่วยเหลือผ้เู สียหายจากการคา้ มนุษย์
1.6 ก่อนเริ่มทำ�การสัมภาษณ์ ผู้เข้าช่วยเหลือควรให้ข้อมูลในการช่วยเหลือผู้เสียหาย รวมท้ังข้อมูลจากผู้ที่เข้ามาทำ�การช่วยเหลือ ต้องมั่นใจว่าผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือข้ันพื้นฐาน ไ ด้ แ ก่ อ า ห า ร ก า ร รั ก ษ า พ ย า บ า ล ท่ี อ ยู่ อ า ศั ย เ ส้ื อ ผ้ า ข อ ง ใช้ ส่ ว น ตั ว แ ล ะ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย อยา่ งเหมาะสมแลว้ 2. ข้อควรพจิ ารณาระหวา่ งท�ำ การสมั ภาษณแ์ ละหลังเสรจ็ สิน้ การสัมภาษณ์ 2 . 1 ก่ อ น เร่ิ ม สั ม ภ า ษ ณ์ ต้ อ ง อ ธิ บ า ย ใ ห้ ผู้ ถู ก สั ม ภ า ษ ณ์ ท ร า บ ถึ ง วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง ก า ร สัมภาษณ์ บทบาทของผู้สัมภาษณ์ ผู้ถูกสัมภาษณ์ และการสัมภาษณ์ต้องเป็นไปโดยสมัครใจ ควรแจ้งให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ทราบว่า เขากำ�ลังถูกสัมภาษณ์ในฐานะเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่เป็น ผ้ตู ้องหา และจะไมถ่ กู ด�ำ เนินคดี 2.2 การจัดให้มีผู้สัมภาษณ์ท่ีเป็นเพศเดียวกับผู้ถูกสัมภาษณ์ อาจช่วยทำ�ให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ รสู้ กึ สะดวกใจทจี่ ะเล่าเรือ่ งหรือใหข้ ้อมูลมากกวา่ 2.3 แจ้งให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ทราบว่า การสัมภาษณ์จะถูกบันทึก และหากมีการฟ้องร้อง ดำ�เนนิ คดจี ะถกู นำ�ไปใชใ้ นกระบวนการทางกฎหมาย 2.4 อนุญาตให้บุคคลท่ีผู้ถูกสัมภาษณ์มีความสนิทสนมคุ้นเคย ซ่ึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ร่วม ระหว่างการสัมภาษณ์พูดคุย เพราะจะช่วยให้ผู้ถูกสัมภาษณ์เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและเต็มใจ ที่จะให้ความร่วมมือ 2.5 ผู้ท่ีทำ�การสัมภาษณ์พึงตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า การแสดงออกอย่างเป็นมิตร สุภาพ และแสดงความเอื้ออาทรต่อผู้ถูกสัมภาษณ์ จะช่วยให้ผู้ถูกสัมภาษณ์เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และไวว้ างใจ ซ่ึงจะท�ำ ใหผ้ ู้ถูกสมั ภาษณก์ ล้าพดู และใหข้ ้อมลู 2.6 ผู้สัมภาษณ์ต้องมีความอดทนและใส่ใจกับเรื่องท่ีผู้ถูกสัมภาษณ์กำ�ลังเล่า หลีกเลี่ยง การคาดคั้นให้ผู้ถูกสัมภาษณ์เร่งเล่าเรื่องหรือให้ข้อเท็จจริง อย่าแสดงออกถึงความเบื่อหน่าย ความไม่เช่ือถือ ในเรื่องท่ีผู้ถูกสัมภาษณ์กำ�ลังเล่า หรือขัดจังหวะการเล่าของผู้ถูกสัมภาษณ์ ดว้ ยคำ�ถามในลกั ษณะโต้แย้ง 2 . 7 ใช้ คำ � ถ า ม สั้ น ๆ แ ล ะ ใช้ คำ � ธ ร ร ม ด า ส า มั ญ ห ลี ก เ ล่ี ย ง ก า ร ถ า ม ยํ้ า ไ ป ม า เว้ น แ ต่ ผู้ถูกสัมภาษณ์ต้องการให้อธิบาย หลีกเล่ียงการถามที่จะเป็นการซํ้าเติมความชอกชํ้าจิตใจของ ผูถ้ ูกสัมภาษณ์ 2.8 เปิดโอกาสให้ผ้ถู ูกสมั ภาษณไ์ ด้ซกั ถาม หากเขามขี อ้ สงสัยใด ๆ 37คมู่ อื การปราบปรามการค้ามนษุ ยแ์ ละคุม้ ครองช่วยเหลอื ผูเ้ สยี หายจากการคา้ มนษุ ย์ 37
2.9 หลกี เลย่ี งการให้คำ�มนั่ หรอื สัญญาในเรื่องหน่งึ เรอ่ื งใด ท่ยี ังไม่มคี วามแน่นอน 2.10 สรุปความเขา้ ใจของผ้สู มั ภาษณใ์ หผ้ ู้ถูกสมั ภาษณ์ฟัง 2.11 หลังเสร็จส้ินการสัมภาษณ์ สรุปสิ่งที่ได้จากการสัมภาษณ์ให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ฟัง เพ่ือท่ี เขาจะได้แก้ไขข้อผดิ พลาด หรอื เพ่มิ เตมิ ข้อมลู เพอื่ ให้ครบถว้ น หมายเหตุ 1) กรณีที่ผู้ถูกสัมภาษณ์เป็นเด็กควรให้ผู้ท่ีมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือคุ้มครองเด็ก เขา้ ร่วมในการสมั ภาษณ์ 2) สถานท่ีในการสัมภาษณ์ควรจัดแยกเป็นสัดส่วนให้พ้นจากสายตาของผู้อ่ืน โดยเฉพาะ ผู้ตอ้ งสงสยั ว่าเป็นผู้กระทำ�ผิด 3 ) ก า ร รั ก ษ า ค ว า ม ลั บ ข อ ง ข้ อ มู ล ท่ี ไ ด้ จ า ก ผู้ ถู ก สั ม ภ า ษ ณ์ ร ว ม ทั้ ง ข้ อ มู ล เ ก่ี ย ว กั บ ตัวฃผู้ถูกสัมภาษณ์และสมาชิกในครอบครัวถือเป็นสิ่งสำ�คัญและต้องเก็บรักษา มิให้รั่วไหลไปสู่ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง 4 ) ใ ห้ ค ว า ม สำ � คั ญ กั บ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ข อ ง ผู้ ถู ก สั ม ภ า ษ ณ์ แ ล ะ ส ม า ชิ ก ใ น ค ร อ บ ค รั ว โดยท�ำ การประเมนิ ความเสย่ี งเปน็ ระยะ ๆ รวมทง้ั ตอ้ งประเมนิ ความเสย่ี งทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ หรือเพ่ิมข้ึน หลังจากผู้ถูกสัมภาษณ์ให้ความร่วมมือหรือให้ข้อมูล หรือหลังจากท่ี เจ้าหน้าท่ีมีการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น ทำ�การตรวจค้น หรือจับกุมสมาชิก ในขบวนการค้ามนษุ ย ์ เปน็ ตน้ 3. การด�ำ เนนิ การหลังการคดั แยกเสร็จสน้ิ 3.1 กรณีเปน็ ผู้เสียหายจากการคา้ มนษุ ย์ ให้ส่งตัวผู้เสียหายพร้อมแบบสัมภาษณ์เบ้ืองต้นให้พนักงานสอบสวน เพ่ือดำ�เนินการ รับคำ�ร้องทุกข์และสอบปากคำ� แล้วส่งต่อให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ค ว า ม ม่ั น ค ง ข อ ง ม นุ ษ ย์ เ พื่ อ ดำ � เ นิ น ก า ร ต า ม ม า ต ร า 3 3 แ ห่ ง พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ป้ อ ง กั น แ ล ะ ปราบปรามการคา้ มนษุ ย ์ พ.ศ. 2551 3838 คู่มอื การปราบปรามการคา้ มนุษย์และคมุ้ ครองชว่ ยเหลอื ผู้เสยี หายจากการคา้ มนุษย์
3.2 กรณเี ปน็ บคุ คลทม่ี เี หตอุ นั ควรเชอ่ื วา่ เปน็ ผเู้ สยี หายจากการคา้ มนษุ ย์ 1) ในกรณีมีเหตุจำ�เป็นเพื่อประโยชน์ในการแสวงหาข้อเท็จจริง และเพ่ือคุ้มครอง ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ ห้ แ ก่ บุ ค ค ล ดั ง ก ล่ า ว พ นั ก ง า น เจ้ า ห น้ า ที่ อ า จ จั ด ใ ห้ บุ ค ค ล ดั ง ก ล่ า ว เข้ า รั บ ก า ร คุ้ ม ค ร อ ง ชั่ ว ค ร า ว ใ น ส ถ า น ท่ี ท่ี เ ห ม า ะ ส ม ที่ ไ ม่ ใช่ ที่ คุ ม ขั ง ต า ม พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ป้ อ ง กั น และปราบปรามการคา้ มนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 29 2 ) จั ด ทำ � ร า ย ง า น ใ ห้ ผู้ บั ญ ช า ก า ร ตำ � ร ว จ แ ห่ ง ช า ติ อ ธิ บ ดี ก ร ม ส อ บ ส ว น ค ดี พิ เ ศ ษ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ท ร า บ โ ด ย ไ ม่ ชั ก ช้ า ท้ั ง น้ี ต้ อ ง ไ ม่ เ กิ น ยี่ สิ บ สี่ ช่ั ว โ ม ง นั บ ตั้ ง แ ต่ จั ด ใ ห้ บุ ค ค ล ดั ง ก ล่ า ว อ ยู่ ใ น ความคมุ้ ครองช่ัวคราว 3) หากมีความจำ�เป็นต้องคุ้มครองเกินกว่า 24 ชั่วโมง พนักงานเจ้าหน้าท่ีต้อง ย่ืนคำ�ร้องต่อศาลเพื่อมีคำ�ส่ังอนุญาต ทั้งนี้ ศาลมีอำ�นาจอนุญาตได้ไม่เกิน 7 วัน โดยจะกำ�หนด เง่ือนไขใด ๆ ไวด้ ้วยกไ็ ด้ 4) ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีทำ�การสอบปากคำ�บุคคลดังกล่าวในฐานะผู้ให้ถ้อยคำ� และรวบรวมพยานหลกั ฐานเบอ้ื งตน้ เพอ่ื ประกอบการย่นื คำ�รอ้ งดว้ ย 5) หากศาลไมอ่ นญุ าต การคมุ้ ครองชว่ั คราวยตุ ิ หากเปน็ คนไทยจะไดร้ บั การปลอ่ ยตวั และคนตา่ งชาติจะตอ้ งด�ำ เนนิ คดีตามกฎหมายอ่ืนตอ่ ไป 6) หากศาลอนุญาต เมื่อครบกำ�หนดแล้วยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นผู้เสียหาย หรือไม่ การคุ้มครองยุติ แต่หากระบุได้ว่าเป็นผู้เสียหาย ให้นำ�ตัวบุคคลน้ันเข้าสู่กระบวนการ คุ้มครองช่วยเหลือต่อไป 3.3 กรณไี มเ่ ปน็ ผ้เู สียหายจากการค้ามนุษย์ 3.3.1 กรณีท่ีเป็นขอทาน 1) หากบุคคลน้ันเป็นคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป ให้นำ�ส่งหน่วยงานในสังกัด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์ 2 ) ห า ก เ ป็ น ช า ว ต่ า ง ช า ติ อ า ยุ 1 8 ปี ข้ึ น ไ ป ใ ห้ นำ � ส่ ง สำ � นั ก ง า น ต ร ว จ ค น เข้าเมือง (ตม.) เพ่ือด�ำ เนินการตามกฎหมายต่อไป 3 ) ห า ก เ ป็ น เ ด็ ก อ า ยุ ตํ่ า ก ว่ า 1 8 ปี ทั้ ง ค น ไ ท ย แ ล ะ ต่ าง ช า ติ ดำ � เ นิ น ก า ร ต า ม พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ คุ้ ม ค ร อ ง เ ด็ ก พ . ศ . 2 5 4 6 นำ � ส่ ง ส ถ า น แร ก รั บ ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก คือ บ้านพักเด็กและครอบครัวซ่ึงมี อยทู่ ัว่ ทกุ จงั หวดั 39คู่มือการปราบปรามการคา้ มนุษยแ์ ละคุ้มครองช่วยเหลอื ผ้เู สยี หายจากการค้ามนุษย์ 39
4) กรณคี นต่างชาติทม่ี าในรปู แบบมารดาและเด็ก ระหวา่ งด�ำ เนนิ การทางคดี กับบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง หรือรอพิสูจน์ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง บิดา มารดา ผู้ปกครอง และเด็ก ให้นำ�เด็กส่งหน่วยงานสังกัดกระทรวง ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม แ ล ะ ค ว า ม ม่ั น ค ง ข อ ง ม นุ ษ ย์ เ พ่ื อ คุ้ ม ค ร อ ง เ ด็ ก โ ด ย มี หน่วยงานให้ความช่วยเหลือหรือร่วมมือตามบันทึกข้อตกลงในการ พัฒนาระบบคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง คนขอทาน และผู้ด้อยโอกาสในชุมชน เพื่อจัดระเบียบขอทาน ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ข อ ง ม นุ ษ ย์ แ ล ะ ห น่ ว ย ง า น ที่ เ ก่ี ย ว ข้ อ ง เ พ่ื อ ร อ พิ สู จ น์ แ ล ะ ยื น ยั น ค ว า ม สัมพันธ์ระหว่างบิดา มารดา ผู้ปกครอง และเด็ก เมื่อดำ�เนินการทางคดี หรือพิสูจน์ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างบิดา มารดา ผู้ปกครอง และเด็ก เสรจ็ แลว้ ใหป้ ระสานพนกั งานสอบสวนและหนว่ ยงานทีเ่ กย่ี วขอ้ ง 3.3.2 กรณที เี่ ปน็ การคา้ ประเวณี 1) หากเป็นเด็กอายุต่ํากว่า 18 ปี ท้ังชาวไทยและต่างชาติ และไม่ปรากฏว่า ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำ�เนินคดีในความผิดฐานอ่ืน ซ่ึงเป็นความผิด ที่มีโทษจำ�คุกหรือต้องคำ�พิพากษาให้จำ�คุก ให้พนักงานสอบสวนในกรณี ที่ได้เปรียบเทียบคดีแล้วดำ�เนินการจัดส่งตัวเด็กผู้นั้นไปเพื่อรับการดูแล ในสถานแรกรับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก คือ บ้านพักเด็กและ ครอบครวั ซึ่งมอี ยู่ท่วั ทกุ จงั หวัด 2) หากเปน็ คนไทยอาย ุ 18 ปีข้ึนไป หากศาลพิพากษาลงโทษและเห็นสมควร ให้ผ้กู ระทำ�ความผิดรับการค้มุ ครองและพัฒนาอาชีพด้วย หรือถ้าบุคคลน้นั ประสงค์ท่ีจะได้รับการคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ ให้พนักงานสอบสวน ดำ�เนินการจัดส่งตัวผู้นั้นไปเพื่อรับการดูแลในสถานแรกรับ คือ บ้านพัก เ ด็ ก แ ล ะ ค ร อ บ ค รั ว ห รื อ ส ถ า น คุ้ ม ค ร อ ง ส วั ส ดิ ภ า พ ผู้ เ สี ย ห า ย จ า ก ก า ร ค้ามนุษย์ 4 แห่ง (บ้านเกร็ดตระการ จังหวัดนนทบุรี / บ้านสองแคว จังหวัดพิษณุโลก / บ้านนารีสวัสด์ิ จังหวัดนครราชสีมา และ บา้ นศรสี ุราษฎร์ จงั หวดั สุราษฎร์ธาน)ี 3) หากเปน็ ชาวต่างชาตอิ าย ุ 18 ปีข้ึนไปใหน้ ำ�ส่งส�ำ นักงานตรวจคนเขา้ เมอื ง 4040 คู่มอื การปราบปรามการค้ามนุษย์และคุ้มครองช่วยเหลอื ผ้เู สยี หายจากการคา้ มนษุ ย์
หมายเหตุ 1 ) ก ร ณี ที่ เ ป็ น ค น ต่ า ง ช า ติ แ ล ะ ไ ม่ ใช่ ผู้ เ สี ย ห า ย จ า ก ก า ร ค้ า ม นุ ษ ย์ ห รื อ เ ป็ น ผู้ เ สี ย ห า ย แตไ่ มย่ นิ ยอมเขา้ รบั การชว่ ยเหลอื และคมุ้ ครองสวสั ดภิ าพ ตามมาตรา 33 ใหป้ ระสานงาน สง่ ตวั ไปยงั ส�ำ นกั งานตรวจคนเขา้ เมอื ง เพอ่ื รอการสง่ กลบั ประเทศภมู ลิ �ำ เนาตามชอ่ งทาง ของรฐั หากบคุ คลนน้ั มเี อกสารหลกั ฐานและมสี ทิ ธอิ ยใู่ นราชอาณาจกั รใหส้ ง่ คนื ถน่ิ ทอ่ี ย่ ู ต า ม ที่ ไ ด้ รั บ อ นุ ญ า ต ใ น ก ร ณี ท่ี บุ ค ค ล นั้ น มี สิ ท ธิ อ ยู่ ใ น ร า ช อ า ณ า จั ก ร ช่ั ว ค ร า ว เ พื่ อ การทำ�งานแต่ไม่สามารถกลับไปอยู่กับนายจ้างเดิมและไม่สามารถหานายจ้างใหม่ได้ ถือวา่ การอนญุ าตนั้นส้ินสุด ใหน้ ำ�ส่งสำ�นักงานตรวจคนเขา้ เมือง 2) กรณีบุคคลอายุต่ํากว่า 18 ปี เป็นผู้เสียหายหรือไม่เป็นผู้เสียหาย ไม่ยินยอมเข้ารับ การช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพ พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ (แล้วแต่กรณี) อาจมอบตัวบุคคลนั้นให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เพื่อสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพระหว่างการสอบสวน ก็ได ้ 3) อายุของผู้เสียหายให้พิจารณานับแต่วันแรกที่ตกเป็นผู้เสียหาย ในการประเมินอายุ เบื้องต้น หากพิจารณาจากลักษณะทางกายภาพ รวมทั้งรูปร่างหน้าตาแล้ว ยังไม่ สามารถยืนยันอายุได้ ต้องจัดให้บุคคลนั้นเข้ารับการตรวจร่างกายทางการแพทย์ โดยทันที 4) พงึ ระลกึ วา่ พระราชบญั ญตั ปิ อ้ งกนั และปราบปรามการคา้ มนษุ ย ์ พ.ศ. 2551 มาตรา 41 ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนดำ�เนินคดีกับผู้เสียหายในความผิดฐานเข้ามาออกไป ห รื อ อ ยู่ ใ น ร า ช อ า ณ า จั ก ร โ ด ย ไ ม่ ไ ด้ รั บ อ นุ ญ า ต ต า ม ก ฎ ห ม า ย ว่ า ด้ ว ย ค น เข้ า เ มื อ ง ความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานฐานปลอมหรือใช้หนังสือเดินทางปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผดิ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปราม การค้าประเวณีเฉพาะท่ีเก่ียวกับการติดต่อ ชักชวน แนะนำ�ตัว ติดตาม หรือรบเร้า บุคคลเพ่ือค้าประเวณี และการเข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณีเพ่ือค้าประเวณี หรือความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวทำ�งานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วย การทำ�งานของคนต่างด้าว ดังน้นั เม่อื ท�ำ การคัดแยกแล้วพบว่าบุคคลใดเป็นผ้เู สียหาย จากการค้ามนุษย์ แม้เขาจะไม่ยินยอมเข้ารับการช่วยเหลือคุ้มครอง หากบุคคลนั้น ไ ม่ ไ ด้ ก ร ะ ทำ � ค ว า ม ผิ ด อื่ น น อ ก จ า ก ท่ี ก ล่ า ว ข้ า ง ต้ น เจ้ า ห น้ า ที่ จ ะ ทำ � ก า ร จั บ กุ ม และด�ำ เนนิ คดกี ับเขาไม่ไดเ้ ช่นกนั 41คู่มอื การปราบปรามการค้ามนษุ ยแ์ ละคุ้มครองช่วยเหลือผ้เู สยี หายจากการค้ามนษุ ย์ 41
บทที่ 5 การสอบสวน 1. ขอ พิจารณาเบื้องตน (หนา 42) 2. การรายงานเหตุ (หนา 44) 3. การสอบสวนผเู สียหายทเ่ี ปนหญิง (หนา 44) 4. การสอบสวนผูเสยี หายทีเ่ ปนเด็ก (หนา 44) 5. การสอบสวนคดีความผิดที่มโี ทษ (หนา 44) 6. สาระสําคญั ของการสอบสวน (หนา 45) ตามกฎหมายไทยไดกระทาํ ลง 7. การสบื พยานลว งหนา (หนา 47) นอกราชอาณาจกั ร 8. การสอบสวนผตู อ งหา (หนา 48) 9. การขอปลอ ยตัวชว่ั คราว (หนา 51) 1. ขอ้ พจิ ารณาเบือ้ งตน้ 1 . 1 ค ดี ค้ า ม นุ ษ ย์ เ ป็ น ค ดี อ า ญ า แ ผ่ น ดิ น ก า ร ส อ บ ส ว น เริ่ ม ต้ น ไ ด้ ทั้ ง ด้ ว ย ก า ร ร้ อ ง ทุ ก ข์ หรอื การกล่าวโทษ 1.2 พนักงานสอบสวนควรนำ�ข้อควรพิจารณาก่อน ระหว่าง และหลังการสัมภาษณ์ ตามท่ีกล่าวไว้ในบทที ่ 4 ข้อ 1 และ 2 มาพิจารณาประกอบการด�ำ เนินการด้วย 1.3 การสอบสวนผู้เสียหายคดีค้ามนุษย์ พนักงานสอบสวนควรขอข้อมูลจากหน่วยงาน ของรัฐท่ีเกี่ยวข้องกับผู้เสียหาย เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสถานบริการที่เกิดเหตุจากนายทะเบียนสถาน บริการ ข้อมูลเรือลำ�ท่ีเกิดเหตุจากกรมเจ้าท่า ข้อมูลการขออนุญาตทำ�งานของแรงงานต่างด้าว ข้อมูลการขออาชญาบัตรจากกรมประมง ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างแรงงานก่อนเกิดเหตุและ การตกลงการจ่ายค่าจ้างหลังเกิดเหตุ จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และข้อมูลอื่น ๆ ที่เก่ียวข้องนำ�ไปประกอบการสอบสวน เพราะผู้เสียหายอาจให้ข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานดังกล่าว และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ให้ไว้กับพนักงานสอบสวน หรืออาจมีข้อมูลที่อาจเชื่อมโยงไปยัง กลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ได้ หากข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน พนักงานสอบสวนพึงหาพยานแวดล้อมกรณี เท่าทท่ี �ำ ได้ เพ่ือนำ�มาช่ังนาํ้ หนกั พยานหลกั ฐานประกอบการใชด้ ุลพินจิ ในการท�ำ ความเหน็ ทางคดี 4242 คู่มอื การปราบปรามการค้ามนุษย์และคุ้มครองช่วยเหลือผ้เู สยี หายจากการค้ามนุษย์
1.4 หลังรับแจ้งความร้องทุกข์ และสอบปากคำ�เบ้ืองต้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้พนักงาน สอบสวนทำ�หนังสือส่งตัวผู้เสียหายเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพภายใต้การดูแลของหน่วยงาน ในสังกดั กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์ ดงั น ้ี 1) ผู้เสียหายที่เป็นเด็กหญิง และผู้เสียหายหญิง รวมถึงบุตรของผู้เสียหาย (กรณี เป็นเด็กชาย ต้องอายุไม่เกิน 6 ปี) ให้นำ�ส่งสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์ (หญิง) ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย ์ (พม.) เพื่อให้ความชว่ ยเหลือตามความเหมาะสมต่อไป 2) ผู้เสียหายที่เป็นเด็กชายอายุ 6 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี นำ�ส่งสถานแรกรับเด็กชาย ปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท) จังหวัดนนทบุรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคง ของมนษุ ย์ 3) ผู้เสียหายท่ีเป็นชายอายุ 15 ปี ข้ึนไป นำ�ส่งสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์ (ชาย) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำ�หรับผู้เสียหายท่ีมาในรูปแบบครอบครัว (สามี ภรรยา และบุตร) นำ�ส่งสถาน คุ้มครองสวสั ดิภาพผู้เสียหายจากการคา้ มนษุ ย์ จงั หวดั ปทุมธาน ี ทงั้ น ้ี หนังสอื น�ำ สง่ ควรแนบเอกสารหลักฐาน ปรากฏตามรูปภาพด้านล่างน้ี 1) สําเนาแบบสมั ภาษณเ บอื้ งตน 2) สาํ เนาบันทึกการจับกุม 3) สาํ เนาทะเบียนบา นและ สาํ หรบั การคดั แยกผูเ สยี หาย ของพนักงานสอบสวน สําเนาบตั รประจาํ ตวั ประชาชน จากการคามนษุ ย (กรณคี นไทย) 4) เอกสารทางการแพทย หนงั สอื นาํ สงควรแนบ 5) สําเนาหลกั ฐานทางการศึกษา 6) สาํ เนาเอกสารการเดนิ ทาง เอกสารหลกั ฐาน (กรณีคนไทย) (หากม)ี 9) ทรพั ยสินสว นตวั 7) สําเนาแบบรบั รองรายการ 8) สาํ เนาใบอนญุ าตทาํ งาน ของผเู สยี หาย (หากม)ี ทะเบยี นประวตั ิของคนตา งดา ว ของคนตางดา ว (หากม)ี (ท.ร. 38/1) (หากมี) 10) ขอมูลอืน่ ที่เก่ียวขอ ง (หากม)ี 43คมู่ อื การปราบปรามการคา้ มนุษย์และคมุ้ ครองช่วยเหลอื ผเู้ สียหายจากการคา้ มนุษย์ 43
2. การรายงานเหตุ หลังจากรับคำ�ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษแล้ว พนักงานสอบสวนต้องรีบรายงานผู้บังคับบัญชา ตามระเบยี บโดยใชแ้ บบฟอรม์ แบบรายงานเหตอุ กุ ฉกรรจแ์ ละสะเทอื นขวญั และเหตทุ ต่ี อ้ งรายงานดว่ น ในกรณที ่ผี เู้ สียหายเปน็ คนตา่ งดา้ ว 3. การสอบสวนผ้เู สียหายท่ีเป็นหญงิ ใ น ก ร ณี เ ป็ น ค ว า ม ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ เ พ ศ ถ้ า ผู้ เ สี ย ห า ย เ ป็ น ห ญิ ง ใ ห้ พ นั ก ง า น ส อ บ ส ว น ห ญิ ง เป็นผสู้ อบสวน เวน้ แตผ่ เู้ สยี หายนน้ั ยนิ ยอมสอบสวนกบั พนกั งานสอบสวนชาย หรอื มเี หตจุ �ำ เปน็ อย่างอ่ืน และผู้เสียหายจะขอให้บุคคลใดอยู่ร่วมในการถามปากคำ�นั้นด้วยก็ได้ ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 133 4. การสอบสวนผู้เสยี หายท่เี ป็นเด็ก การสอบสวนผู้เสียหายท่ีเป็นเด็ก ให้ดำ�เนินการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 133 ทวิ และก่อนเริ่มถามปากคำ�ให้แจ้งสิทธิเด็กตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา 133 ทวิ วรรคหนึ่ง ให้เด็กทราบ ในกรณีเป็นความผิดเกี่ยวกับเพศ และผู้เสียหายเป็นหญิง ให้พนักงานสอบสวนหญิงเป็นผู้สอบสวน เว้นแต่ผู้เสียหายนั้นยินยอม สอบสวนกับพนักงานสอบสวนชาย หรือมีเหตุจำ�เป็นอย่างอ่ืน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 133 ทั้งน ้ี อาจจะจัดหาบุคคลทเ่ี ด็กร้องขอให้เขา้ ร่วมฟังการสอบสวนด้วย 5. การสอบสวนคดคี วามผิดท่มี ีโทษตามกฎหมายไทยได้กระท�ำ ลง นอกราชอาณาจักร คดีค้ามนุษย์ส่วนใหญ่มีความเช่ือมโยงเป็นขบวนการท้ังในและต่างประเทศ ดังน้ัน เม่ือมี การร้องทุกข์กล่าวโทษ พนักงานสอบสวนควรพิจารณาเบ้ืองต้นว่า กรณีดังกล่าวเป็นคดีความผิด ท่ีมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำ�ลงนอกราชอาณาจักรหรือไม่ หากใช่ต้องรีบมีหนังสือแจ้ง ให้อัยการสูงสุดพิจารณามอบหมายหน้าท่ีให้บุคคลใดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ระหว่างรอคำ�ส่ังจากอัยการสูงสุด พนักงานสอบสวนสามารถทำ�การสอบสวนไปพลางได้ เฉพาะกรณีมีเหตุจำ�เป็นตามประมวล กฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญา มาตรา 20 วรรค 5 เท่านั้น 4444 คู่มือการปราบปรามการคา้ มนุษยแ์ ละคมุ้ ครองชว่ ยเหลอื ผู้เสียหายจากการคา้ มนษุ ย์
6. สาระสำ�คัญของการสอบสวน การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานท่ีจะนำ�ไปสู่การฟ้องร้องและลงโทษได้ ต้องมีพยาน ที่จะพิสูจน์องค์ประกอบท้ัง 3 ประการ คือ การกระทำ� (ใครทำ�อะไร) วิธีการ (ทำ�อย่างไร) และ วัตถปุ ระสงคข์ องการกระท�ำ (เพอ่ื อะไร) ใ น ทุ ก สำ � น ว น ก า ร ส อ บ ส ว น ต้ อ ง ใ ห้ ไ ด้ ข้ อ มู ล ต า ม รู ป ภ า พ ข้ า ง ล่ า ง นี้ โ ด ย ใ ห้ ป ร า ก ฏ รายละเอียด วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ พฤติการณ์ และการกระทำ�ท้ังหลายแห่งคดี พยาน หลักฐานที่มีความเชื่อมโยงและสนับสนุนข้อเท็จจริงดังกล่าว 1) ชอ่ื อายุ ที่อยู บดิ า มารดา ประวัตสิ ว นตัว 2) จุดเริ่มตนการติดตอ เชน อาชีพ รายได การศึกษา ติดตอ ดวยเรอื่ งใด พรอมพยานหลกั ฐาน สถานภาพครอบครัว พรอมพยานหลักฐาน 7) การไดรับการชว ยเหลือ สาระสาํ คัญของ 3) การนาํ พา คนเดยี วหรือกบั พวก หรอื หลบหนี พรอมพยานหลกั ฐาน การสอบสวน การสง -รับตอเน่ืองกัน พรอมพยานหลกั ฐาน 6) ผลจากการกระทํา 5) ถกู หนว งเหนี่ยว กกั ขัง ทาํ ราย บงั คบั ใครเปนผูร บั รายได บาดเจ็บ อยางไรหรอื ไม พรอ มพยานหลกั ฐาน 4) การถูกกระทํา ใครกระทํา หรอื บาดแผล พรอมพยานหลักฐาน กระทํา อยางไรดวยวธิ กี ารใด พรอมพยานหลกั ฐาน 6.1 กรณีการแสวงหาประโยชนโ์ ดยมิชอบจากการค้าประเวณี ประเด็นในการซักถาม ได้แก่ ผู้เสียหายพักอาศัยอยู่กับผู้ใด ใครเป็นผู้ติดต่อชักชวน ชักชวนให้ไปทำ�อะไร ใครรับผู้เสียหายไว้ ใครเป็นผู้จัดหาสถานท่ีพักอาศัย ที่ใด ติดต่อลูกค้า ด้วยวิธีการอย่างไร ใครเป็นผู้ติดต่อ ใครเป็นผู้ควบคุมดูแลสถานที่บริการ ท่ีใด ค่าบริการครั้งละ เท่าใด ใครรับค่าบริการไว้ แบ่งกันอย่างไร ใครได้เท่าใด ผู้เสียหายได้เท่าใด มีบัญชีหรือไม่ ถูกข่มขู่ ใช้กำ�ลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำ�นาจโดยมิชอบให้ขายบริการหรือไม่ ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอยู่ในความปกครองดูแลของผู้ใด ถ้าเปน็ เดก็ พ่อแม ่ ผปู้ กครอง หรอื ผูด้ แู ล รู้หรือไม ่ รแู้ ลว้ ทำ�อยา่ งไร 45ค่มู อื การปราบปรามการคา้ มนุษยแ์ ละคุ้มครองชว่ ยเหลอื ผู้เสียหายจากการค้ามนษุ ย์ 45
พยานหลักฐาน ได้แก่ บุคคลที่รู้เห็นการติดต่อระหว่างกลุ่มผู้กระทำ�ผิดกับผู้เสียหาย ห ลั ก ฐ า น ก า ร ติ ด ต่ อ จ ด ห ม า ย โ ท ร ศั พ ท์ อิ น เ ต อ ร์ เ น็ ต ห ลั ก ฐ า น ท่ี เ ก่ี ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร เ ดิ น ท า ง หลักฐานทางการเงินและธนาคาร บันทึกส่วนตัว บันทึกการทำ�งาน รายรับรายจ่าย เงินส่วนแบ่ง เ งิ น ข อ ง ก ล า ง ภ า พ ถ่ า ย ที่ เ ก่ี ย ว ข้ อ ง ร่ อ ง ร อ ย บ า ด แ ผ ล ร า ย ง า น ก า ร ต ร ว จ พิ สู จ น์ ข อ ง แ พ ท ย์ หลักฐานการตรวจอายุ (กรณีไม่แน่ชัดเรื่องอายุ) และสิ่งของที่ได้จากที่พักอาศัยฯลฯ กรณีเป็นการค้ามนุษย์ในรูปแบบการค้าประเวณีข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจะต้อง ตรวจสอบหลักฐานการเข้า-ออกของผู้เสียหายจากสำ�นักงานตรวจคนเข้าเมือง หลักฐานการขอ หนังสือเดินทางจากกองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หลักฐาน การขอวีซ่าเข้าประเทศปลายทาง หลักฐานการซื้อต๋ัวเคร่ืองบิน และตรวจสอบบุคคลในเที่ยวบิน ที่เดินทางเข้าและออกประเทศดังกล่าว แล้วนำ�ข้อมูลมาเช่ือมโยงกันเพ่ือสามารถวิเคราะห์ หาผนู้ �ำ พาผู้เสยี หายไปคา้ ประเวณ ี 6.2 กรณีการแสวงหาประโยชน์โดยมชิ อบจากการบังคบั ใช้แรงงาน ประเด็นในการซักถาม ได้แก่ ผู้เสียหายพักอาศัยอยู่กับผู้ใด สมัครใจมาทำ�งาน หรือใครเป็นผู้ติดต่อชักชวน ชักชวนด้วยข้อความว่าอย่างไร เสียค่าเดินทางเองหรือใครออกให้ ใครพามาส่งท่ีทำ�งาน ใครรับไว้ ได้ทำ�งานตามท่ีถูกชักชวนหรือไม่ งานที่ทำ�เป็นงานอะไร ถ้างาน ไม่ตรงกับที่ชักชวนหรือต้องทำ�งานหนัก งานเส่ียง สมัครใจทำ�งานหรือไม่ ถ้าไม่สมัครใจได้โต้แย้ง อย่างไร หรือไม่ ไม่ทำ�งานได้หรือไม่ ทำ�งานก่ีชั่วโมง พักผ่อนทานอาหารเพียงพอหรือไม่ ใครเป็น ผคู้ วบคมุ ใหท้ �ำ งาน ผู้ควบคมุ เกย่ี วข้องกบั นายจ้างหรือผู้ท่รี บั ไวอ้ ยา่ งไร ผลจากการท�ำ งานมอี าการ บาดเจ็บหรือมีบาดแผลหรือไม่ รักษาอย่างไร มีข้อตกลงเรื่องการทำ�งานและค่าจ้างหรือไม่ กับผู้ใด ใครเป็นนายจ้าง ได้รับค่าจ้างครบถ้วนหรือไม่ ถูกข่มขู่ ใช้กำ�ลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใชอ้ �ำ นาจโดยมชิ อบใหท้ �ำ งานหรือไม ่ อย่างไร ถา้ ผูเ้ สยี หายเปน็ เด็ก พ่อแม ่ ผูป้ กครอง หรอื ผดู้ แู ล รู้หรอื ไม ่ รู้แล้วทำ�อยา่ งไร พยานหลักฐาน ได้แก่ บุคคลที่รู้เห็นการติดต่อระหว่างกลุ่มผู้กระทำ�ผิดกับผู้เสียหาย ห ลั ก ฐ า น ก า ร ติ ด ต่ อ จ ด ห ม า ย โ ท ร ศั พ ท์ อิ น เ ต อ ร์ เ น็ ต ห ลั ก ฐ า น ท่ี เ ก่ี ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร เ ดิ น ท า ง สั ญ ญ า จ้ า ง ห ลั ก ฐ า น ท า ง ก า ร เ งิ น แ ล ะ ธ น า ค า ร บั น ทึ ก ส่ ว น ตั ว บั น ทึ ก ก า ร ทำ � ง า น ภ า พ ถ่ า ย ท่ีเกี่ยวข้อง ร่องรอยบาดแผล รายงานการตรวจพิสูจน์ของแพทย์ หลักฐานการตรวจอายุ (กรณี ไมแ่ นช่ ดั เร่อื งอายุ) และสิ่งของทไ่ี ดจ้ ากท่พี กั อาศยั ฯลฯ 4646 ค่มู ือการปราบปรามการคา้ มนุษย์และคมุ้ ครองชว่ ยเหลือผเู้ สยี หายจากการคา้ มนษุ ย์
6.3 กรณีการแสวงหาประโยชนโ์ ดยมชิ อบจากการนำ�คนมาขอทาน ประเด็นในการซักถาม ได้แก่ ผู้เสียหายพักอาศัยอยู่กับผู้ใด สมัครใจมาขอทาน หรือใครเป็นผู้ติดต่อ ชักชวน รู้หรือไม่ว่าต้องมาขอทาน เสียค่าเดินทางเอง หรือใครออกให้ ใครเป็นผู้พามาขอทาน สถานท่ีขอทาน ใช้อุปกรณ์อะไรประกอบการขอทาน ขณะขอทานมีใคร ควบคุมดูแลรายได้จากการขอทาน ในแต่ละวันขอทานตั้งแต่เวลาใดถึงเวลาใด เงินท่ีได้จากการ ขอทานเก็บไว้ท่ีใด ใครเก็บ ใช้ประโยชน์อย่างไร คนท่ีพามาและควบคุมขอทานเก่ียวข้องกับ ผู้เสียหายอย่างไร เมื่อเลิกขอทานต่อวันใครมารับ รับไปที่ใด พักอาศัยท่ีใด มีวันหยุดหรือไม่ สมัครใจขอทานหรือไม่ ถ้าไม่สมัครใจได้โต้แย้งอย่างไร หรือไม่ ไม่ขอทานได้หรือไม่ พักผ่อน ทานอาหารเพียงพอหรือไม่ ถูกข่มขู่ ใช้กำ�ลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำ�นาจ โดยมิชอบให้ขอทานหรือไม่ ขณะเกิดเหตุอยู่ในความปกครองดูแลของผู้ใด ถา้ เปน็ เด็ก พ่อแม ่ ผ้ปู กครอง หรอื ผดู้ แู ลรู้หรือไม่ ร้แู ล้วทำ�อย่างไร พยานหลักฐาน ได้แก่ บุคคลท่ีรู้เห็นการติดต่อระหว่างกลุ่มผู้กระทำ�ผิดกับผู้เสียหาย ห ลั ก ฐ า น ก า ร ติ ด ต่ อ จ ด ห ม า ย โ ท ร ศั พ ท์ อิ น เ ต อ ร์ เ น็ ต ห ลั ก ฐ า น ท่ี เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร เ ดิ น ท า ง หลักฐานทางการเงินและธนาคาร บันทึกส่วนตัว บันทึกการทำ�งาน ค่าแรงเงินเหรียญหรือธนบัตร ของกลาง ภาพถ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่องรอยบาดแผล รายงานการตรวจพิสูจน์ของแพทย์ หลักฐาน การตรวจอายุ (กรณีไมแ่ นช่ ดั เร่อื งอายุ) และสิ่งของทีไ่ ด้จากทพี่ กั อาศยั ฯลฯ หมายเหตุ ในการสอบสวนผู้เสียหาย ควรต้องทำ�ให้ปรากฏในคำ�ให้การว่า พนักงานสอบสวน ได้แจ้งให้ผู้เสียหายทราบถึงสิทธิท่ีจะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน อันเนื่องมาจากการกระทำ� ความผิดฐานค้ามนุษย์ และสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายแล้ว 7. การสบื พยานล่วงหน้า 7.1 เหตผุ ลในการขอสืบพยานล่วงหนา้ 1 ) เ ห ตุ ต า ม ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย วิ ธี พิ จ า ร ณ า ค ว า ม อ า ญ า ม า ต ร า 2 3 7 ท วิ ไ ด้ แ ก่ ผู้เสียหายเป็นชาวต่างชาติประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ หรือผู้เสียหายเป็นบุคคลไม่มีที่อยู่ เป็นหลักแหล่ง หรืออยู่ห่างไกลจากศาล หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีความยุ่งยากกับพยาน หลกั ฐาน หรือมีเหตจุ �ำ เปน็ อย่างอ่นื อัน จะเป็นการยากท่จี ะน�ำ พยานมาเบิกความในภายหน้า 47ค่มู ือการปราบปรามการค้ามนุษยแ์ ละคุ้มครองช่วยเหลือผ้เู สียหายจากการค้ามนุษย์ 47
2) เหตุผลอื่นที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ต า ม ม า ต ร า 3 1 แ ห่ ง พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ป้ อ ง กั น แ ล ะ ป ร า บ ป ร า ม ก า ร ค้ า ม นุ ษ ย์ พ . ศ . 2 5 5 1 เช่น เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลและมีแนวโน้มว่าผู้เสียหายจะกลับคำ�ให้การ เป็นต้น 7.2 ในคดีค้ามนุษย์ การสืบพยานล่วงหน้าอาจเร่ิมต้นโดยพนักงานอัยการ หรือพนักงาน สอบสวนร้องขอไปยังพนักงานอัยการ หรือผู้เสียหายร้องขอไปยังพนักงานสอบสวนหรือพนักงาน อยั การ 7.3 ก่อนที่จะทำ�การสืบพยานล่วงหน้า ควรมีการหารือร่วมกันว่า การสอบสวนรวบรวม พ ย า น ห ลั ก ฐ า น ไ ด้ ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง ส ม บู ร ณ์ ค ร บ ถ้ ว น ห รื อ ไ ม่ เ พี ย ง ใ ด แ ล ะ ก า ร สื บ พ ย า น ล่ ว ง ห น้ า จะสง่ ผลกระทบตอ่ การด�ำ เนินคดกี บั บคุ คลทีเ่ กี่ยวขอ้ งหรอื ไม ่ เพยี งใด 7.4 การสืบพยานล่วงหน้าไม่ได้จำ�กัดว่าผ้เู สียหายต้องเป็นชาวต่างชาติเท่าน้นั แม้ผ้เู สียหาย เป็นคนไทยก็สามารถขอให้ท�ำ การสืบพยานลว่ งหน้าได้ 7.5 พนักงานอัยการจะซักถามและนำ�สืบเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนท่ีผู้เสียหายประสงค์ จะเรียกร้องจากผู้ต้องหาหรือจำ�เลยไปในคราวเดียวกัน ดังนั้น จึงควรมีการประสานงานเร่งให้มี การประชุมเพ่ือกำ�หนดค่าสินไหมทดแทน และแจ้งให้พนักงานอัยการทราบก่อนทำ�การสืบพยาน ลว่ งหน้า 7.6 การที่ผู้เสียหายได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพอยู่ในสถานคุ้มครองฯ ไม่ใช่เหตุผล ท่จี ะปฏิเสธไมด่ �ำ เนินการใหม้ กี ารสืบพยานลว่ งหน้า 7.7 คำ�ร้องขอสืบพยานล่วงหน้าให้ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำ�นาจเหนือท้องท่ีอันเป็นท่ีต้ัง ของสถานคมุ้ ครองฯ 8. การสอบสวนผ้ตู ้องหา ก่อนเร่ิมถามคำ�ให้การผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนต้องแจ้งสิทธิตามประมวลกฎหมาย วิ ธี พิ จ า ร ณ า ค ว า ม อ า ญ า ม า ต ร า 7 / 1 แ ล ะ แจ้ ง สิ ท ธิ แ ก่ ผู้ ต้ อ ง ห า ก่ อ น เร่ิ ม ถ า ม คำ � ใ ห้ ก า ร ตามมาตรา 134/4 แจ้งข้อหาตามรายละเอียด ตามมาตรา 134 และดำ�เนินการตามท่ีระบุไว้ใน มาตรา 134/1–134/4 8.1 การสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กหรือเยาวชน 1) ในกรณีที่เป็นบุคคลอายุไม่เกิน 10 ปี ในวันกระทำ�ความผิด (กรณีดังกล่าว ไม่ถือเป็นเด็กตามนิยามของพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับท่ี 5 พ.ศ. 2559 เด็ก คือ บุคคลท่ีอายุ 4848 ค่มู ือการปราบปรามการคา้ มนุษย์และคุ้มครองช่วยเหลอื ผเู้ สียหายจากการค้ามนษุ ย์
Search