Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การเพาะเลี้ยงกุ้งฝอยในเชงพาณิชย

การเพาะเลี้ยงกุ้งฝอยในเชงพาณิชย

Description: การเพาะเลี้ยงกุ้งฝอยในเชงพาณิชย

Search

Read the Text Version

เอกสารประกอบการฝึกอบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร การเพาะเลยี งกงุ ้ ฝอยในเชงิ พาณชิ ย์ โดย อาจารย์ ดร.บญั ชา ทองมี คณะเทคโนโลยกี ารประมงและทรัพยากรทางนํา มหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ ้ จังหวดั เชยี งใหม่ รว่ มกบั โครงการเครอื ขา่ ย สวทช.ภาคเหนือ ชนั 2 อาคารสถาบนั วจิ ัยวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ 239 ถ.หว้ ยแกว้ ต.สเุ ทพ อ.เมอื ง จ.เชยี งใหม่ 50200 โทร 053-226264 www.nn.nstda.or.th 0

สารบญั เรอื ง หนา้ คํานํา 2 ชวี วทิ ยากงุ ้ ฝอย 3 แหลง่ ทอี ยอู่ าศยั 3 การกนิ อาหาร 3 คณุ คา่ ทางโภชนาการ 4 การแยกเพศ 4 การผสมพนั ธุ์ 5 การเพาะฟักกงุ ้ ฝอย 5 การเพาะเลยี งกงุ ้ ฝอย 7 การเพาะนําเขยี วและโรตเิ ฟอร์ 8 การจําหน่ายกงุ ้ ฝอย 9 เมนูอาหาร (กงุ ้ เตน้ ) 10 1

คาํ นํา เมอื พดู ถงึ กงุ ้ ฝอยนอ้ ยคนทจี ะบอกวา่ ไมร่ จู ้ ัก แตอ่ าจจะมคี ําถามอยใู่ นใจวา่ มนั คอื ลกู ตวั เล็กๆ ของกงุ ้ กา้ มกรามหรอื กงุ ้ อนื ๆหรอื ไม่ มนั กนิ อะไร ขนายพนั ธอุ์ ยา่ งไร เลยี งในบอ่ ซเี มนตห์ ลังบา้ นได ้ หรอื ไม่ เป็ นตน้ มคี ําถามจากเกษตรกร ชาวบา้ นจํานวนมากทถี ามมาตลอดวา่ อยากจะเพาะเลยี ง ขยายพนั ธจุ์ ะทําอยา่ งไร เพอื ตอบคําถามและแกไ้ ขปัญหาความขาดแคลนกงุ ้ ฝอย จงึ ไดค้ ดิ วจิ ัย การเพาะเลยี งกงุ ้ ฝอยอยา่ งจรงิ จัง กงุ ้ ฝอยเป็ นสัตวน์ ําทมี รี สชาตดิ แี ละมคี ุณค่าทางอาหารสูงทังโปรตนี แคลเซยี มและแร่ธาตุ อนื ๆจงึ ทําใหม้ คี วามนยิ มในการบรโิ ภคกันมาก สามารถนํามาประกอบอาหารไดห้ ลากหลายทนี ยิ ม รับประทานกันมากทสี ดุ คอื กุง้ เตน้ รองลงมาคอื กงุ ้ ฝอยทอด ตํากงุ ้ พล่ากงุ ้ แกงสม้ กงุ ้ ฝอย กงุ ้ ตม้ หวาน ตม้ เค็ม นําพรกิ กงุ ้ เป็ นตน้ กงุ ้ ฝอยนอกจากเป็ นอาหารมนุษยแ์ ลว้ ยังมคี วามสําคัญในระบบ หว่ งโซอ่ าหารในธรรมชาติ เนืองจากเป็ นอาหารของปลากนิ เนือไดเ้ กอื บทกุ ชนดิ เชน่ ปลาบู่ ปลา สลาด ปลากราย หรือปลาสวยงาม เช่น ปลาตะพัด ปลาออสการแ์ ละปลาปอมปาดัวร์ เป็ นตน้ นอกจากนี ยังสามารถพัฒนาเป็ นผลติ ภัณฑแ์ ปรรปู สตั วน์ ํา เชน่ กะปิ และกงุ ้ ฝอยแหง้ เป็ นตน้ จากการทแี หลง่ นํามสี ภาพเสอื มโทรม ตนื เขนิ และถกู บกุ รกุ ทําใหแ้ หลง่ ทอี ยอู่ าศยั ของกงุ ้ ฝอยลดลง ทําใหป้ รมิ าณกงุ ้ ฝอยตามธรรมชาตลิ ดลงดว้ ย สง่ ผลใหร้ าคาของกงุ ้ ฝอยปัจจบุ นั มรี าคา แพงถงึ กโิ ลกรัมละ 200-300 บาท ดงั นันเพอื ตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของประชาชนในการ บรโิ ภคกงุ ้ ฝอยและเป็ นประโยชนแ์ กเ่ กษตรกรทสี นใจในการผลติ กงุ ้ ฝอยในเชงิ พาณชิ ย์ ผวู ้ จิ ัยจงึ ได ้ จัดทําเอกสารคมู่ อื การเพาะเลยี งกงุ ้ ฝอยเพอื ประกอบในการฝึกอบรม ขอขอบคณุ สวทช. (เครอื ขา่ ยภาคเหนอื ) ทเี ห็นความสําคัญของกงุ ้ ฝอยและใหก้ าร สนับสนุนทนุ วจิ ยั การเพาะเลยี งกงุ ้ ฝอย ขอขอบคณุ นักวจิ ัยทกุ ทา่ นทเี ห็นความสาํ คญั ของกงุ ้ ฝอย โดยเฉพาะทา่ นสชุ นิ ทองมี และทา่ นอาจารยว์ ทิ ย์ ธารชลานุกจิ ผบู ้ กุ เบกิ การศกึ ษาวจิ ัยกงุ ้ ฝอยตงั แตป่ ี 2516 แตอ่ ยา่ งไรก็ตามเรอื งของกงุ ้ ฝอยยงั ไมจ่ บลงแคน่ ี ยงั ตอ้ งมกี ารวจิ ยั เพมิ เตมิ ตอ่ ไป ทัง ในดา้ นการผลติ และการจัดการดา้ นตา่ งๆ เพอื ใหม้ ผี ลผลติ สงู สดุ สดุ ทา้ ยผทู ้ ยี งั ไมเ่ คยรับประทาน อาหารทใี ชก้ งุ ้ ฝอยนํามาประกอบอาหารในเมนูตา่ งๆ ก็ขอใหล้ องรับประทานดู ถา้ อยากทานกงุ ้ เตน้ (แบบไมเ่ ตน้ )กส็ งั ใหล้ วกสกุ กย็ ังมรี สชาดทอี รอ่ ยไมแ่ พก้ งุ ้ เตน้ เป็ นๆเลย 2

ชวี วทิ ยากงุ้ ฝอย กงุ ้ ฝอยเป็ นกงุ ้ นําจดื ขนาดเล็กมชี อื สามัญว่า Lanchester, s Freshwater Prawn และชอื วทิ ยาศาสตรว์ า่ Macrobrachium lanchesteri ,de Man ลกู ฝอยกงุ ้ ขนาดเล็กมลี กั ษณะคลา้ ยลกู กงุ ้ กา้ มกรามมาก แต่มลี ักษณะเด่นทสี ามารถแยกระหว่างลกู กุง้ กรามกับกุง้ ฝอยไดค้ อื กรขี องกุง้ ฝอยมลี ักษณะตรง ดา้ นบนมฟี ันหยัก 4-7 ซี ดา้ นลา่ ง 1-2 ซี ขณะทกี รขี องกงุ ้ กา้ มกรามมลี ักษณะ โคง้ ขนึ มฟี ันหยักดา้ นบน 12 -15 ซลี กู กงุ ้ ฝอยและกงุ ้ ฝอยตัวเต็มวัยมลี ักษณะลําตัวใส ซงึ จะชว่ ย ในการพรางตัว ป้องกนั ศัตรธู รรมชาตไิ ดด้ ี บรเิ วณหัว มหี นวดคสู่ ันและคยู่ าวอยา่ งละคู่ หนวดคยู่ าว รับสัมผัสไดด้ ชี ว่ ยเตอื นภัยจากศัตรูไดอ้ กี ทังยังมปี ระสาทรับกลนิ (กุง้ หาอาหารโดยใชก้ ลนิ เป็ น หลกั ) มขี าเดนิ 5 คู่ บรเิ วณดา้ นลา่ งของสว่ นอก ขาเดนิ คทู่ ี 1 และ 2 บรเิ วณสว่ นปลายจะมลี กั ษณะ เป็ นกา้ มหนีบ โดยกา้ มหนีบคู่ที 2 จะมีขนาดโตกว่าไวส้ ําหรับจับอาหารเขา้ ปาก บรเิ วณลําตัวมี ลกั ษณะเป็ นปลอ้ งๆ มที ังหมด 6 ปลอ้ ง บรเิ วณดา้ นลา่ งของ ปลอ้ งที 1-5 มขี าวา่ ยนํา ปลอ้ งละ 1 คู่ กุง้ ฝอยไม่มีถุงลมช่วยในการลอยตัวเหมือนในปลา การเคลือนทีสามารถใชข้ าว่ายนําว่านไป ดา้ นหนา้ หรอื ถอยหลงั งอตัวดดี ออกไปในทศิ ทางตา่ งๆ แหลง่ ทอี ยูอ่ าศยั พบทัวไปในแหลง่ นําจดื ทัวทกุ ภาคของ ประเทศไทยชอบซอ่ นตวั ตามใตก้ อ้ นหนิ หรอื เกาะตามพรรณไมน้ ํา กงุ ้ ฝอยชอบอาศัยอยใู่ นนํานงิ หรอื นําไหลเออื ยๆทมี ลี กั ษณะขนุ่ มรี ะดับนําลกึ ไมเ่ กนิ 1 เมตร มอี นิ ทรยี วตั ถุทบั ถมกนั การกนิ อาหาร 3

กงุ ้ ฝอยกนิ อาหารไดท้ ังพชื และสตั วแ์ ตช่ อบกนิ ของเน่าเปื อยเป็ นอาหารชอบออกหา อาหารเวลากลางคนื แตส่ ามารถกนิ อาหารกลางวันได ้ หากบรมิ าณออกซเิ จนตําการกนิ อาหารจะ ลดลง คณุ คา่ ทางโภชนาการ กงุ ้ ฝอยสด 100 กรัม ประกอบดว้ ย โปรตนี 15.8 กรัม (ประมาณ 60 % ของนําหนักแหง้ ) คารโ์ บไฮเดรต 1.0 กรัม ไขมนั 1.2 กรัม พลังงาน 78 แคลอรี เหล็ก 0.008 กรัม ความชนื 78.7 กรัม แคลเซยี ม 9.2 กรัม ฟอสฟอรัส 2.69 กรัม การแยกเพศ กงุ ้ ฝอยเป็ นสัตวน์ ําทมี เี พศแยกแต่เพศผูแ้ ละเพศเมยี มลี ักษณะคลา้ ยกันมากเพศเมยี ดไู ดจ้ าก ดา้ นในของขาเดนิ คู่ ที 3 มชี อ่ งเปิดของไข่ และขาเดนิ คทู่ ี 5 มชี อ่ งเปิดสําหรับเก็บนําเชอื ตัวผู ้ ตรง บรเิ วณส่วนปลายของขาว่ายนําคู่ที 2 จะมีลักษณะเป็ นแผ่น 2 แผ่นโดยมีตงิ ยืนออกมา 1 ตงิ เรยี กวา่ appendix interna รูปที 1 เพศผู ้ ดไู ดจ้ ากดา้ นในของขาเดนิ คทู่ ี 5 เป็ นป่ มุ สําหรับเป็ นที เปิดของนําเชอื ตัวผู ้ บรเิ วณสว่ นปลายของ ขาว่ายนําค่ทู ี 2 จะมลี ักษณะเป็ นแผ่น 2 แผ่นมตี งิ ยนื ออกมา 2 ตงิ เรยี กว่า appendix interna และ appendix musculina รปู ที 2 ลักษณะอนื ๆ ที พอจะแยกกงุ ้ ฝอยและเพศผูแ้ ละเพศเมยี ไดค้ อื บรเิ วณสว่ นหัวของกุง้ ฝอยเพศผูม้ สี นี ําตาลเหลอื ง สว่ นในเพศเมยี มสี เี ขยี วจัด กงุ ้ ตวั ผจู ้ ะมขี นาดเล็กรปู รา่ งเพรยี ว สว่ นกงุ ้ เพศเมยี มขี นาดโตกวา่ รปู รา่ ง คอ่ นขา้ งป้อม Appendix interna Appendix interna Appendix aculina 4

รปู ท1ี เพศเมยี รปู ที 2 เพศผู ้ การผสมพนั ธุ์ กงุ ้ ฝอยเพศเมยี จะเรมิ มไี ขแ่ ละสามารถผสมพันธุไ์ ดเ้ มอื อายุ 60 วัน ขนึ ไปโดย จะสรา้ งไข่ เก็บไวใ้ นถุงเก็บไขร่ ะยะนี กงุ ้ เพศผู ้ จะพยายามตดิ ตามกงุ ้ เพศเมยี หลังจากกงุ ้ เพศเมยี ลอกคราบ ภายใน 3-6 ชัวโมง ขณะทเี ปลอื กของกุง้ เพสเมยี ยังไม่แข็งจะมกี ารผสมพันธุก์ ัน โดยกงุ ้ เพศผูจ้ ะ ปลอ่ ยนําเชอื จากถงุ เก็บนําเชอื ทอี ยบู่ รเิ วณระหวา่ งโคนขาคทู่ ี 5 ปลอ่ ยเก็บไวท้ ถี ุงนําเชอื ในกงุ ้ เพศ เมยี ซงึ อยบู่ รเิ วณระหวา่ งขาเดนิ คทู่ ี 5 เมอื ไขแ่ ก่ กงุ ้ เพศเมยี กจ็ ะปลอ่ ยไข่ออกมาบรเิ วณขาเดนิ คทู่ ี 3 ขณะเดยี วกนั นําเชอื ก็จะถูกปลอ่ ยออกมาจากชอ่ งเก็บนําเชอื บรเิ วณขาเดนิ คทู่ ี 5 เพอื ผสมกับ ไข่ บรเิ วณเปลอื กไข่จะมเี มอื กเหนียว ไข่ทผี สมแลว้ จะเคลอื นไปตดิ อยู่บรเิ วณดา้ นล่างของส่วน ทอ้ งบรเิ วณดา้ นลา่ งของสว่ นทอ้ งบรเิ วณขาวา่ ยนํา กงุ ้ เพศเมยี จะมกี ารพัดโบกขาวา่ ยนําตลอดเวลา เพอื ใหไ้ ขไ่ ดร้ ับออกซเิ จน ไขก่ งุ ้ ฝอยเป็ นไขต่ ดิ รปู รเี หมอื นไขไ่ กข่ นาดประมาณ 0.5 มลิ ลเิ มตร ไข่ หนึงฟองหนัก 0.00059 กรัม แม่กุง้ ขนาดความยาว 1.8-2.5 เซนตเิ มตร จะมไี ขเ่ ฉลยี 200-250 ฟอง หลังจากผสมพันธแุ์ ละมกี ารปฏสิ นธขิ องไขก่ งุ ้ ฝอยภายในเวลา 3 วัน สขี องไขจ่ ะเปลยี นจากสี เขยี วเขม้ เป็ นสเี ขยี วออ่ น และสเี หลอื ง หลังจาก 7-9 วันจะเห็นตาของตัวออ่ นชดั เจน หลังจากนัน ไขจ่ ะเปลยี นเป็ นสเี หลอื งใสและฟักออกเป็ นตัว เมอื อายุ 21-25 วัน วธิ กี าร การเพาะฟกั กงุ้ ฝอย 1. รวบรวมแมก่ งุ ้ ฝอยจากแหลง่ นําธรรมชาตหิ รอื ในบอ่ เลยี ง การ รวบรวมสามารถใชส้ วงิ รูปสามเหลยี ม ทําดว้ ยผ่าโอลอ่ นแกว้ ไส ไปตามขอบบอ่ หรอื จะใชอ้ วนสเี ขยี วแบบตาไมม่ ปี มหรอื อวนสฟี ้า ลากทังบ่อ ในกรณีทีเป็ นบ่อขนาดไม่เกนิ 1 งาน ขณะจับกุง้ ให ้ ทะยอยรวบรวมบ่อยครังเพอื ไมใ่ หก้ งุ ้ บอบชําและใหท้ ําในเวลาที แดดไมร่ อ้ นจัด พักไวใ้ นกระชงั อยา่ งนอ้ ย 1 คนื 2. คัดเลอื กเฉพาะกงุ ้ ฝอยเพศเมยี ทมี ไี ขแ่ ก่ ระยะมตี า(ไขส่ ใี สมเี ม็ดจดุ ดําบรเิ วณไขก่ งุ ้ ) สว่ นกงุ ้ เพศเมยี ทมี ไี ขร่ ะยะอนื ๆสามารถนําไปเลยี งตอ่ ในกระชงั เพอื งา่ ยตอ่ การรวบรวมในครังตอ่ ไป แม่กงุ ้ ทีนํามาฟั กไข่จะนําไปใส่ในตะแกรงตาห่าง ทีแขวนไวใ้ นกระชังผา้ โอล่อนแกว้ ขนาด 1x1x1 5

ลกู บาศกเ์ มตร ทกี างไวใ้ นบอ่ ซเี มนตห์ รอื บอ่ ดนิ ตาแกรงขนาด 0.3 x 0.3 x 0.4 ลูกบาศกเ์ มตร สามารถใสแ่ มก่ งุ ้ ได ้ 30 ตวั 3. ใหอ้ าหารสําเร็จรปู โปรตนี 35 เปอรเ์ ซ็นตแ์ กแ่ มก่ งุ ้ ฝอยในปรมิ าณ 5 เปอรเ์ ซ็นตข์ องนําหนักตัว แบง่ ให ้ 2 ครังในเวลาเชา้ และเย็น ประมาณ 3-4 วันไขจ่ ะฟักออกเป็ นตัวแมก่ งุ ้ จํานวน 30 ตัว จะได ้ ลกู กงุ ้ ฝอย ประมาณ 7,500 ตัว (250 ตัวตอ่ แมก่ งุ ้ 1 ตัว) 4.นําลกู กงุ ้ ฝอยทไี ดไ้ ปอนุบาลในกระชงั ผา้ โอลอ่ นแกว้ ในบอ่ ดนิ หรอื บอ่ ซเี มนตห์ รอื ในคอกทลี อ้ ม ดว้ ยอวนสฟี ้าในบอ่ ดนิ สามารถปลอ่ ยในอตั รา 10,000-20,000 ตวั /ตารางเมตร ในกรณีทมี กี ารเตมิ อากาศจะสามารถใสล่ กู กงุ ้ ไดห้ นาแน่นและมกี ารเจรญิ เตบิ โตทสี งู กวา่ 5. ใหไ้ ข่แดงตม้ สกุ เป็ นอาหารแกล่ กู กงุ ้ ฝอยในสัปดาหท์ ี 1 นําเฉพาะไขแ่ ดง 13 กรัมบใี นผา้ โอ ลอ่ นผสมกบั นํา 100 มล. ในสัปดาหท์ ี 2และ3 ใหล้ กู กงุ ้ กนิ อัตรา 0.5 มล./ มอื /นํา 4 ลติ ร.ใหโ้ รติ 6

เฟอรเ์ ป็ นอาหารใน อัตรา 10 เซลล์ /มล. /มอื สัปดาหท์ ี 4 ใหก้ นิ โรตเิ ฟอร์ อัตรา 10 เซลล/์ มอื รว่ มกบั ไรแดงและอาหารสําเร็จรปู โปรตนี 40 % (ผงเม็ดเล็ก) 10% ของนําหนักตวั ตอ่ วันหรอื ใหร้ ํา ผสมปลาป่ นอัตราส่วน 2 ต่อ 1 ผสมใหล้ ุกกุง้ กนิ (ผสมนําพอใหจ้ ับตัวกันเป็ นกอ้ น) หากบรเิ วณ กระชงั ทเี ลยี งลกู กงุ ้ อดุ ตนั ใหใ้ ชฟ้ องนําหรอื แปรงขนออ่ นทําความสะอาดกระชงั การเลยี งกงุ้ ฝอย บอ่ เลยี งกงุ ้ ฝอยมขี นาดตังแต่ 1 งานถงึ 1 ไร่ ควรเป็ นบ่อทสี ามารถถา่ ยเทนําไดด้ ี กอ่ นการ เลยี ง ควรตากบอ่ ใหแ้ หง้ ถา้ เป็ นบอ่ เกา่ ใหป้ รับสภาพโดยการใชป้ นู ขาว 60 กโิ ลกรัมตอ่ ไร่ จากนัน เตมิ นําเขา้ บอ่ ระดับ นําลกึ 30-40 ซ.ม. นําทเี ตมิ ควรกรองดว้ ย ผา้ ขาวตาถี (ผา้ โอลอ่ นแกว้ ) เพอื ป้ องกนั ไขป่ ลาหรอื ลกู ปลาทจี ะหลดุ รอดเขา้ ไปจากนัน หวา่ นป๋ ยุ มลู ไก่ ในอัตรา 60- 90 กโิ ลกรัม ตอ่ ไรท่ งิ ไว ้ 3-4 วัน นําจะกลายเป็ นสขี าวใหเ้ พมิ ระดับนําเป็ น 1 เมตร นําลูกกงุ ้ อายุ 1 เดอื นปลอ่ ย ในอัตรา .30-50 กรัม ./1 ตารางเมตร ถ่ายเทนําออกในปรมิ าณ 20-30 เปอรเ์ ซ็นตข์ องนําในบ่อ ทกุ 15 วัน ใหอ้ าหารเม็ดสําเร็จรปู โปรตนี 35 % หรอื รําผสมปลาป่ นในอัตรา 2:1 เพอื ลดตน้ ทุน คา่ อาหาร ใหอ้ าหารในอัตรา 10 % ของนําหนักตวั กงุ ้ เลยี ง2-3 เดอื น ก็จะสามารถทยอยจับกงุ ้ ตวั โตขายได ้ วธิ กี ารจับสามารถทําไดโ้ ดยการดกั ลอบ ยกยอ การชอ้ นหรอื ลากอวน แตว่ ธิ กี ารดักลอบโดยกําหนดขนาดของซลี อบและใชไ้ ฟลอ่ ใน เวลากลางคนื จะทําใหไ้ ดก้ งุ ้ ทไี มบ่ อบชาํ และไดข้ นาดใกลเ้ คยี งกนั 7

การเพาะนําเขยี วและการเพาะเลยี งโรตเิ ฟอร์ การเตรยี มนําเขยี วทําไดเ้ ลยโดย นําเขยี ว หมายถงึ นําทมี สี เี ขยี วทเี กดิ จากแพลงกต์ อนพชื หลายๆชนดิ แตท่ พี บมากจะเป็ นสกลุ คลอเรลลา่ โรตเิ ฟอรเ์ ป็ นสตั วน์ ําขนาดเล็กกนิ อาหารไดเ้ กอื บ ทกุ ชนดิ ทมี ขี นาดเลก็ ทสี ามารถผา่ นเขา้ ปากได ้ เชน่ แบคทเี รยี ยสี ต์ โปรโตซวั แพลงกต์ อนตา่ งๆ 1) เตรยี มป๋ ยุ เลยี งคลอเรลลา่ (Chlorella sp.) สตู รที 1 (ภาชนะขนาดเล็กขนาด 10 ลติ ร) เตรยี มป๋ ยุ นา (16-20-0) 24 กรัม ปลาป่ น 10 กรัม ป๋ ยุ ยเู รยี (16-0-0) 24 กรัม ปนู ขาว 20 กรัม ป๋ ยุ ซเู ปอรฟ์ อสเฟต (0-46-0) 2 กรัม กากถัวเหลอื ง 10 กรัม รําละเอยี ด 20 กรัม นําผา่ นการกรอง 10 ลติ ร สตู รที 2 บอ่ ซเี มนต์ ขนาด 200 ลติ ร ป๋ ยุ นา (16-20-0 ) 100 กรัม ปลาป่ น 100 กรัม ยเู รยี ( 46-0-0 ) 200 กรัม ปนู ขาว 50 กรัม รํา 400 กรัม สตู รที 3 บอ่ ซเี มนต์ ขนาด 5x10x 0.6 เมตร ป๋ ยุ นา (16-20-0 ) 0.5 กโิ ลกรัม ปนู ขาว 3.0 กโิ ลกรมั ยเู รยี ( 46-0-0 ) 1.5 กโิ ลกรัม กากผงชรู ส (อามิ อามิ ) 20 ลติ ร ซปุ เปอรฟ์ อสเฟต (0-46-0 ) 130.0 กรัม 2) ผสมนํากบั ปนู ขาวคนใหป้ นู ขาวละลายแลว้ รอใหต้ กตะกอนแลว้ จงึ รนิ นําทไี ดม้ าใชผ้ สมหมักกบั สว่ นผสมอนื ๆ ในถังปิดฝาหมักไว ้ 1 คนื (ถา้ บอ่ ขนาดใหญไ่ มต่ อ้ งหมักในถัง) 3) นําหวั เชอื Chlorella sp. อตั รา 1 ลติ ร ตอ่ นําป๋ ยุ 5 ลติ ร (อตั รา 1:5) ใสล่ งในภาชนะหรอื บอ่ ซเี มนตใ์ หอ้ ากาศเพอื ใหป้ ๋ ยุ กระจายทัวถงั ตงั ไวก้ ลางแจง้ ประมาณ 1 สปั ดาห์ นําจะมสี เี ขยี วเขม้ 8

การเพาะโรตเิ ฟอร์ รวบรวมโรตเิ ฟอรเ์ พอื ทําการเพาะโดยการรวบรวมโรตเิ ฟอรใ์ นบอ่ ดนิ ใชถ้ ุงกรองแพลงกต์ อนสัตว์ หรอื กระชอนทําจากผา้ ผา้ ตาถี 40-60 ไมครอนกรองลากในบอ่ ดนิ หรอื ในแหลง่ นําธรรมชาติ นํานํา ทไี ดม้ าตรวจภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ กรองเอาแพลงกต์ อนสัตวช์ นดิ อนื ทโี ตกวา่ เชน่ ไรแดง โคพี พอดและตัวออ่ นแมลงออกโดยใชผ้ า้ ตาหา่ ง 100 ไมคร่อนมากรอง แลว้ นํานําทผี ่านการกรองมา เลยี งขยายในโหลโดยนําหัวเชอื โรตเิ ฟอรใ์ สโ่ หลพรอ้ มให ้ คลอเรลล่า (นําเขยี ว) อัตรา 3 ต่อ 1 ใหอ้ ากาศ 3-4 วนั ปรมิ าณความหนาแน่นของเซลลโ์ รตเิ ฟอร์ จะขยายเพมิ ขนึ (สังเกตจากสขี องนํา เขยี วทใี สไ่ ปเขม้ นอ้ ยลงและนํากลายเป็ นสนี ําตาลเขม้ แทน ถา้ มองใกล ้ จะเห็นลักษณะเหมอื นฝ่ ุน ขาวเล็กๆลอ่ งลอยอยใู่ นนํา )นําไปกรองดว้ ยผา้ กรองทมี ตี าขนาดไมเ่ กนิ 69 ไมครอน นําโรตเิ ฟอร์ ทไี ดใ้ หล้ กู กงุ ้ ฝอยกนิ การจาํ หนา่ ยกงุ้ ฝอย การขายกงุ ้ ฝอยมผี ูม้ าตระเวนซอื หรอื ขายยังรา้ นอาหารโดยตรงราคาจําหน่ายกงุ ้ ฝอยทมี ชี วี ติ ราคากโิ ลกรมั ละ 250-300 บาท ตน้ ทนุ - ตน้ ทนุ ทใี ชใ้ นการเพาะฟักลกู กงุ ้ 0.05 บาท - ตน้ ทนุ การเลยี งกงุ ้ ฝอยตัวละ 0.25 บาทตอ่ 1 ตวั ความหนาแน่นในการปลอ่ ยเลยี ง 100 ตวั ตอ่ ตารางเมตร (100 กรัมตอ่ ตารางเมตร) เมอื เลยี ง 3 เดอื นไดผ้ ลผลติ ประมาณ 1.88 กโิ ลกรัมตอ่ ตารางเมตร ไดก้ าํ ไร 8.92 บาทตอ่ ตารางเมตร (14,272บาทตอ่ ไร)่ 9

เมนอู าหาร กงุ้ เตน้ ลา้ งกงุ ้ ใหส้ ะอาด ใสห่ อมแดงซอย นําปลา นํามะนาว ผกั ชฝี รังซอย ใบสะระแหน่ พรกิ ป่ น อาจจะใสข่ า้ วควั ดว้ ยกไ็ ด ้ คนใหเ้ ขา้ กนั (ทางภาคเหนอื จะผสมเครอื งลาบไปดว้ ยกไ็ ด)้ แลว้ ก็ รับประทานอรอ่ ยที ซดู๊ ดด........... 10