เรอื่ งการลงโทษเดก็ ในกลมุ่ น้ีอาจจะบอกใหค้ ณุ ครใู ชก้ ารพดู คุยอยา่ งอนื่ อยา่ งอ่อนโยน การระบายความรสู้ กึ เดก็ อาจจะพดู ออกมาไมไ่ ดอ้ าจจะตอ้ งใหบ้ อกเป็นสแี ทน 6.ตอ้ งใชง้ บประมาณสาหรบั เดก็ กลมุ่ น้เี พมิ่ เตมิ อยา่ งไรหรอื ไม่ จาเป็นตอ้ งใชง้ บประมาณเกยี่ วกบั เส้อื ผา้ ชดุ นกั เรยี น กางเกง คา่ รถรบั สง่ ทเี่ พมิ่ ขน้ึ ซงึ่ เงนิ กลมุ่ น้ีไดจ้ ากเงนิ บรจิ าค การบรจิ าคสงิ่ ของ 7.มขี อ้ เสนอแนะหรอื ความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ระบบการสง่ เดก็ เขา้ เรยี นของบา้ นพกั เด็กเชน่ ควรจะสง่ เดก็ ใหเ้ รว็ ทสี่ ดุ หลงั จาก แยกเดก็ จากครอบครวั หรอื อนื่ ๆ ทาตอ่ คดิ วา่ ถา้ ไมม่ ปี ัญหาระหวา่ งการดาเนินเรอื่ งกฎหมายทกุ คนจะถกู สง่ ไปทบี่ า้ นต่างๆ ศนู ยใ์ หญ่ๆ อยแู่ ลว้ คดิ วา่ สง่ ไปโรงเรยี นอยา่ งเรว็ ทสี่ ดุ ดกี วา่ เนือ่ งจากครอบครวั ทดี่ แู ลเกอื บทงั้ หมดมาจากการเล้ียงดทู ไี่ มด่ ี 8.ทา่ นคดิ วา่ บา้ นพกั จงั หวดั ตา่ งๆ มแี นวทางเดยี วกบั บา้ นพกั ของท่านในการสง่ เดก็ ทไี่ ดร้ บั การชว่ ยเหลอื สสู่ ถานพฒั นาเดก็ ประถมวยั หรอื โรงเรยี นอนุบาล ในพน้ื ทใี่ กลเ้ คยี งหรอื ไม่ มผี ลดี ผลเสยี อุปสรรค ปัญหาตามทที่ า่ นไดท้ ราบอยา่ งไร สามารถทาไดเ้ นือ่ งจากกระบวนการยงั ไมเ่ สรจ็ แตถ่ า้ หากบา้ นพกั ทอี่ นื่ มกี จิ กรรมใหท้ าอยแู่ ลว้ กจ็ ะไมจ่ าเป็นตอ้ งให้ ไปโรงเรยี น เหน็ วา่ ในภารกจิ กไ็ มค่ วรทาเนือ่ งจากยงั มงี านอยา่ งอนื่ อกี ทตี่ อ้ งทาทผี่ า่ นมาระหวา่ งดาเนินกจิ กรรมไมม่ ผี ลเสยี อุปสรรค 9.นโยบายของกระทรวงการพฒั นาสงั คมในการดาเนินการเรอื่ งน้ีสนบั สนุนหรอื เป็นปัญหาอุปสรรคอยา่ งไรหรอื ไม่ ยงั ไมม่ นี โยบายหรอื เงนิ งบประมาณสนบั สนุนในการดาเนินงานเรอื่ งน้ี ซงึ่ ทางบา้ นพกั เดก็ ใชเ้ งนิ จากผบู้ รจิ าค เอน็ จี โอเป็นหลกั เพราะกระทรวงไมม่ นี โยบายสนบั สนุนอยเู่ ลยซงึ่ ถอื วา่ เป็นปัญหาหลกั 10.มขี อ้ เสนอแนะเกยี่ วกบั โครงการน้ีอยา่ งไรบา้ งสาหรบั บา้ นพกั อนื่ ๆ จากความเหน็ ของผบู้ รหิ ารคดิ วา่ การใหเ้ ดก็ ๆ ไปโรงเรยี นถอื เป็นการแบง่ เบาภาระเจา้ หน้าทขี่ องบา้ นพกั คณุ ครู น่าจะมคี วามเชยี่ วชาญในการสอนเดก็ ทากจิ กรรมกบั เดก็ ๆไดม้ ากกวา่ ในสว่ นของปัญหา อุปสรรคในการดาเนินการไมค่ อ่ ยมเี นือ่ งจากโรงเรยี นทตี่ ดิ ตอ่ ไมม่ ปี ัญหาอะไร 11.ทา่ นพรอ้ มทจี่ ะเผยแพรโ่ ครงการดงั กล่าวสสู่ าธารณะและยนิ ดเี ป็นบา้ นพกั ตน้ แบบหรอื ไม่ ยนิ ดที จี่ ะเผยแพรส่ สู่ าธารณะโดยขน้ึ กบั การรว่ มงาน ประสานงานกนั ของหลายกระทรวงและข้นึ อยกู่ บั ความรู้ ความเขา้ ใจของผใู้ หญ่และผรู้ ว่ มงานคนอนื่ ๆ ถา้ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจดมี คี วามพรอ้ มทกุ ฝ่ายกย็ นิ ดที จี่ ะเป็น ตน้ แบบต่อไป -------------------------------------------- แบบสมั ภาษณ์ความคิดเหน็ ของผอู้ านวยการ โรงเรียน
1.ขอทราบแนวคดิ ทรี่ บั เดก็ กล่มุ น้ีเขา้ เรยี น อยากใหเ้ ดก็ ไดม้ โี อกาสไดเ้ ขา้ มารบั การศกึ ษาซงึ่ ก่อนหน้าน้ีเคยรบั เดก็ ตา่ งดา้ วมาเรยี นรว่ ม สามารถทาได้ ตอนน้ีทรพั ยากรในโรงเรยี นมอี ยแู่ ลว้ ไมไ่ ดต้ อ้ งเพมิ่ เตมิ อะไรมาก คดิ วา่ น่าจะใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ใหม้ ากขน้ึ คดิ วา่ อยา่ งน้อยเดก็ ไดม้ าโรงเรยี นกไ็ ดม้ าฝึกอา่ น เขยี น ไดอ้ าหาร ถา้ เดก็ มกี ารศกึ ษาเคา้ จะมโี อกาสในอนาคต ทงั้ ตอ่ ตวั เองและครอบครวั 2.การทเี่ ดก็ กลุม่ น้ีเขา้ เรยี นมผี ลกระทบตอ่ การเรยี นการสอนอยา่ งไรหรอื ไม่ เชน่ เพมิ่ จานวนเดก็ อตั รากาลงั ครไู มพ่ อ ไมม่ ผี ลกระทบเนือ่ งจากเดก็ แต่ละระดบั ชนั้ มเี ดก็ จานวนไมม่ ากอยแู่ ลว้ อกี ทงั้ จานวนเดก็ ทมี่ าเมอื่ กระจายไปตาม ระดบั ชนั้ ต่างๆ กไ็ มไ่ ดเ้ พมิ่ จานวนไปจากเดมิ มากเทา่ ไหร่ 3.การทสี่ ง่ เดก็ เขา้ โรงเรยี นเรว็ หลงั จากแยกจากครอบครวั มผี ลกระทบกบั เดก็ อยา่ งไร โดยสว่ นใหญ่ทางบา้ นพกั เป็นคนประเมนิ วา่ ปรบั ตวั ไดแ้ ลว้ จงึ พามาสง่ โรงเรยี นไดจ้ งึ ไมค่ อ่ ยเจอปัญหาในสว่ นน้ี 4. ทา่ นไดป้ ระวตั ปิ ัญหาครอบครวั และการเล้ยี งดูเดก็ จากบา้ นพกั อยา่ งละเอยี ดเพอื่ ทราบพน้ื ฐานอารมณ์จติ ใจของเดก็ หรอื ไม่ ไดร้ บั ทราบขอ้ มลู จากเดก็ บา้ นพกั เบ้อื งตน้ ไมไ่ ดท้ ราบขอ้ มลุ อยา่ งละเอยี ด และเดก็ บางคนสามารถเลา่ ขอ้ มลู ของ ตนเองใหฟ้ ังได้ เวน้ แต่มปี ัญหารนุ แรงทางบา้ นพกั จงึ แจง้ เดก็ ประถมพอดอู อกบา้ งบางคนทมี่ อี าการกา้ วรา้ วของเดก็ เดก็ ระดบั อนุบาลไมค่ อ่ ยมปี ัญหา โดยสว่ นใหญ่บา้ นพกั เดก็ ไมไ่ ดใ้ หข้ อ้ มลู เกยี่ วกบั เดก็ ผอู้ านวยการคดิ วา่ ถา้ ทราบอาจจะดใี นแงข่ องการชว่ ยสงั เกต และเฝ้าระวงั 5.ความแตกต่างระหวา่ งเดก็ กลมุ่ ปฐมวยั เขา้ เรยี นทโี่ รงเรยี นกบั เดก็ อยทู่ บี่ า้ นพกั เป็นอยา่ งไร เดก็ จากครอบครวั ปกตจิ ะรา่ เรงิ เรยี นรไู้ ดไ้ ว เดก็ จากบา้ นพกั เรยี นรไู้ ดช้ า้ ตอ้ งอาศยั เวลาในการปรบั ตวั กจิ กรรมตา่ งๆ เชน่ งานวนั พอ่ งาน/วนั แมท่ างโรงเรยี นมกั ใชว้ ธิ กี ารเชญิ ตวั แทนมา เดก็ ทมี่ าจากบา้ นพกั มเี งนิ มาดว้ ยผอู้ านวยการไมท่ ราบมาจากไหน เดก็ ไดซ้ ้อื ขนมเหมอื นเพอื่ น 6.ใชง้ บประมาณสาหรบั กล่มุ น้ีจากสว่ นไหนเพยี งพอหรอื ไม่ เป็นทุนโดยรวมของโรงเรยี นทนี่ ามาจดั สรรงบจากการลงทะเบยี นรายคนตอนตน้ ปีการศกึ ษา 7.ทา่ นมปี ัญหาดา้ นงบประมาณในการจดั สงิ่ เราน้ีสาหรบั เดก็ ทไี่ มส่ ามารถมาทนั ลงชอื่ ลงทะเบยี นหรอื ไม่ เสอ้ื ผา้ - ใชช้ ดุ เกา่ จากปีกอ่ นทเี่ หลอื อยู่ อุปกรณ์การเรยี น – ของทมี่ อี ยจู่ ดั สรรไปใหใ้ ช้ อาหารเชา้ กลางวนั เฉลยี่ งบรวมกบั เดก็ คนอนื่ ได้ กจิ กรรมพเิ ศษ - พาไปเขา้ รว่ มตามปกติ
8.มขี อ้ เสนอแนะหรอื ความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ระบบการสง่ เดก็ เขา้ เรยี นของบา้ นพกั เดก็ เชน่ ควรจะสง่ เดก็ ใหเ้ รว็ ทสี่ ดุ หลงั จาก แยกจากครอบครวั เอกสารเชน่ ผลการเรยี นจากโรงเรยี นเดมิ ควรตามใหเ้ รว็ ขน้ึ เอกสารผปู้ กครองเพอื่ ใหก้ ารดาเนินงานไมล่ ่าชา้ ออกไป ใหส้ ง่ เดก็ มาไดก้ อ่ นแต่ชว่ ยประสานงานเรอื่ งเอกสารต่อไป ชว่ ยดวู า่ เดก็ ขาดอะไร เชน่ เสอ้ื ผา้ อุปกรณ์การเรยี นชุดนกั เรยี น แนะนาใหท้ างบา้ นพกั ชว่ ยรบั ผดิ ชอบจดั หาในสว่ น น้ีเพอื่ ไมใ่ หเ้ กดิ ความแตกตา่ ง 9.ทา่ นคดิ วา่ สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั หรอื โรงเรยี นอนุบาลตา่ งจงั หวดั มแี นวทางเดยี วกนั เชน่ เดยี วกบั โรงเรยี นของทา่ นในการ รบั เดก็ จากบา้ นพกั ในพ้นื ทใี่ กลเ้ คยี งหรอื ไม่ และสามารถรบั เดก็ ไดท้ ุกเวลาโดยไมข่ น้ึ กบั เวลาทะเบยี นหรอื เวลาเปิดเทอม เชน่ เดยี วกบั โรงเรยี นของทา่ นหรอื ไม่ มผี ลดี ผลเสยี อุปสรรค ปัญหาตามทที่ า่ นไดร้ บั อยา่ งไร คดิ วา่ สามารถทาไดเ้ นือ่ งจากคดิ วา่ แตล่ ะโรงเรยี นมที รพั ยากรเดมิ อยแู่ ลว้ ขน้ึ อยกู่ บั ความพรอ้ มของแต่ละโรงเรยี น และการจดั สรร แต่ละโรงเรยี นควรเป็นโรงเรยี นทใี่ กลก้ บั บา้ นพกั เดนิ ทางงา่ ยสามารถรว่ มดแู ลได้ 10. นโยบายกระทรวงศกึ ษาหรอื องคก์ รทอ้ งถนิ่ ทเี่ ป็นผกู้ ากบั สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั หรอื โรงเรยี นอนุบาลในการดาเนินงาน ในเรอื่ งน้ีสนบั สนุนหรอื เป็นปัญหา อุปสรรคอยา่ งไร ยงั ไมค่ อ่ ยไดร้ บั การจดั สรรจากกระทรวงอนื่ ไดร้ บั จากกระทรวงศกึ ษาทอี่ ุดหนุนโรงเรยี นอยู่เดมิ 11.ทา่ นพรอ้ มทจี่ ะเผยแพรโ่ ครงการดงั กล่าวสสู่ าธารณะและยนิ ดเี ป็นโรงเรยี นตน้ แบบหรอื ไม่ พรอ้ มเผยแพรแ่ ละพรอ้ มเป็นโรงเรยี นตน้ แบบ -------------------------------------------------------------------------- แบบสมั ภาษณ์ครปู ระจาชนั้ 1.ทา่ นมคี วามคดิ เหน็ อยา่ งไรในการรบั เดก็ กลมุ่ น้ีเขา้ เรยี นในชนั้ เรยี นของทา่ น ยนิ ดที จี่ ะรบั เขา้ มาดแู ลเป็นการชว่ ยกนั ดแู ลสง่ เสรมิ พฒั นาการของเดก็ ทถี่ กู กระทามา เดก็ ทเี่ ขา้ มาไมไ่ ดแ้ ตกตา่ ง จากเดก็ ทวั่ ไป จะมแี คช่ ว่ งแรกทดี่ เู กบ็ ตวั ระมดั ระวงั ตวั หลงั เขา้ มาสกั ระยะเดก็ กส็ ามารถปรบั ตวั ไดจ้ นเหมอื นกบั เดก็ ทวั่ ไป 2.การทเี่ ดก็ กลุม่ น้ีเขา้ เรยี นมผี ลกระทบต่อการเรยี นการสอนหรอื ไมอ่ ยา่ งไร เช่นเพมิ่ จานวนเดก็ เกนิ กาลงั ครปู ระจาชนั้ ไมม่ ผี ลกระทบตอ่ การเรยี นของเดก็ ในชนั้ อนุบาล พฒั นาการของเดก็ ไล่เลยี่ กนั สามารถมาไลส่ อนทหี ลงั ไดท้ นั ใน ชนั้ ประถมเดก็ จะไดร้ บั การเรยี นการสอนมากอ่ นบา้ งแลว้ ทาใหส้ ามารถเรยี นต่อกนั ไดเ้ ลยหรอื เรยี นซ้าชนั้ แคป่ ีเดยี ว สว่ นจานวนครปู ระจาชนั้ เดมิ คุณครหู นึง่ คนสอนอนุบาล1-อนุบาล3 อยแู่ ลว้ จานวนเดก็ ทเี่ ขา้ มาไมไ่ ดม้ จี านวนมาก ทาใหค้ ณุ ครสู ามารถดแู ลไหวอยู่ 3.เดก็ กลมุ่ น้มี ปี ัญหาในการปรบั ตวั หรอื สรา้ งปัญหาอยา่ งไรหรอื ไม่ ทา่ นมกี ารจดั การอยา่ งไร
มปี ัญหาการปรบั ตวั ในแคช่ ว่ งแรกเทา่ นนั้ ไมไ่ ดม้ กี ารสรา้ งปัญหาอนื่ แตกต่างจากเดก็ คนอนื่ ๆชว่ งแรกทเี่ ดก็ มา คณุ ครจู ะปลอ่ ยใหเ้ ดก็ เลน่ กนั เองก่อน ไมไ่ ดม้ กี ารแบง่ แยกเพอื่ ดแู ลสงั เกตพฤตกิ รรมความตอ้ งการของเดก็ แต่ละ คน หลงั จากนนั้ คณุ ครจู ะคอยชว่ ยเหลอื เตมิ เตม็ ในสว่ นทเี่ ดก็ ตอ้ งการไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งตามแต่ละปัญหาของเดก็ 4.การทสี่ ง่ เดก็ เขา้ โรงเรยี นโดยเรว็ หลงั จากแยกครอบครวั มผี ลกบั เดก็ อยา่ งไรหรอื ไม่ เชน่ การปรบั ตวั การรบั รู้ มผี ลกระทบในการปรบั ตวั แคช่ ว่ งแรกเทา่ นนั้ หลงั จากคนุ้ เคยกบั เพอื่ นกบั คุณครกู ส็ ามารถปรบั ตวั เหมอื นกบั เดก็ ทวั่ ไปไดเ้ ลย 5.ครปู ระจาชนั้ ทา่ นอนื่ ๆ สามารถดาเนินการเชน่ เดยี วกบั โรงเรยี นของทา่ นไดห้ รอื ไม่ สามารถดาเนินการเชน่ เดยี วกนั ไดท้ กุ โรงเรยี น สามารถทาไดค้ ดิ วา่ ไมต่ อ้ งทาอยา่ งอนื่ เพมิ่ เตมิ มากคุณครูเรยี น ทางดา้ นอนุบาลมา สามารถจดั การสถานการณ์เฉพาะหน้าเวลาเจอเดก็ ทมี่ ปี ัญหาอยแู่ ลว้ จงึ คดิ วา่ โรงเรยี นอนื่ ๆ สามารถทาไดเ้ ลยเพยี งมกี ารรว่ มมอื กนั ของหลายหลายภาคสว่ น 6.ถา้ ไมไ่ ดต้ ามขอ้ 5 ทา่ นมขี อ้ เสนอแนะอยา่ งไร - 7.ครปู ระจาชนั้ ทจี่ ะตอ้ งดแู ลเดก็ กลมุ่ น้ีจาเป็นตอ้ งได้รบั การอบรมเพมิ่ เตมิ หรอื ไม่ ปัจจบุ นั ยงั ไมม่ กี ารฝึกอบรมคณุ ครเู ป็นพเิ ศษแต่ตวั คณุ ครจู ะมกี ารศกึ ษาดว้ ยตวั เอง โดยถามจากนกั จติ วทิ ยา คุณครทู เี่ คยมปี ระสบการณ์ดแู ลเดก็ เปราะบางดจู ากอนิ เตอรเ์ น็ต หนงั สอื โดยความคดิ คุณครอู ยากใหม้ กี าร ฝึกอบรมแบบชดั เจนเพราะในบางปัญหาของเดก็ วธิ กี ารเขา้ หาเดก็ ๆ อาจจะตอ้ งมวี ธิ ที พี่ เิ ศษออกไปซงึ่ สงิ่ ทคี่ ุณครู ทากไ็ มแ่ น่ใจวา่ ถกู หลกั การหรอื ไม่ 8.ทา่ นคดิ อยา่ งไรถงึ ความแตกต่างระหวา่ งเดก็ เขา้ โรงเรยี นกบั เดก็ ทอี่ ยใู่ นบา้ นพกั คดิ วา่ แตกตา่ งแคใ่ นชว่ งแรกสดุ ทา้ ยกจ็ ะเหมอื นกนั มพี ฒั นาการในการเรยี นรทู้ เี่ ท่าเทยี มกนั โดยสว่ นตวั แลว้ คงจะแตกตา่ งกนั แคพ่ ้นื ฐานครอบครวั แต่ถา้ ไมร่ วู้ า่ เดก็ เจออะไรมาก่อนกแ็ ทบจะไมแ่ ตกต่าง 9.ทา่ นมขี อ้ เสนอแนะเกยี่ วกบั โครงการน้ีอยา่ งไรบา้ ง เหน็ ดว้ ยกบั โครงการน้ีอยากใหด้ าเนินการต่อ เนือ่ งจากคดิ วา่ เป็นการชว่ ยเหลอื เดก็ ทาใหเ้ ดก็ ไดอ้ ยใู่ นสงั คมรว่ มกนั กบั เดก็ ทวั่ ไป ไดด้ าเนินชวี ติ ตามปกติ โดยมขี อ้ เสนอแนะ คอื อยากใหท้ าโครงการน้ีครอบคลมุ ทกุ กลมุ่ อายทุ งั้ วยั ประถมถงึ วยั มธั ยมซงึ่ เป็นกลมุ่ ทเี่ ปราะบางมากกวา่ โดยเฉพาะดา้ นจติ ใจ ………………………………………………………………………………………………………….. ความเหน็ ครแู ละเจ้าหน้าทีผ่ รู้ บั ผิดชอบหลกั ในการดาเนินโครงการ จดุ แขง็ จดุ อ่อน โอกาส และอปุ สรรค จดุ แขง็ -ทางบา้ นพกั เดก็ และครอบครวั กรงุ เทพมหานครและสมทุ รปราการใหค้ วามรว่ มมอื ในการดแู ลเดก็ และ ยนิ ดสี ง่ เดก็ เขา้ รว่ มโครงการ
จดุ อ่อน -เดก็ ทเี่ ขา้ รว่ มโครงการมกี ารเปลยี่ นแปลงในทางทดี่ ขี น้ึ อยา่ งรวดเรว็ เพยี งไมก่ วี่ นั จะมคี วามกลา้ โอกาส แสดงออกและเรยี นรเู้ รว็ อปุ สรรค -โครงการมงี บประมาณสนบั สนุนทเี่ หมาะสม -ทางโครงการมคี รทู มี่ คี วามรคู้ วามสามารถในการดแู ลเดก็ กล่มุ เปราะบางน้ีได้ -ผปู้ ฏบิ ตั งิ านไดป้ รบั ปรงุ ตนเอง และคานึงถงึ ผลของประสบการณ์ในวยั เดก็ ของตนทอี่ าจมผี ลต่อ พฤตกิ รรมในการทางานการดแู ลเดก็ -ผปู้ ฏบิ ตั งิ านรสู้ กึ วา่ ไดบ้ าบดั ตนเองไปดว้ ย -บางครงั้ เดก็ ทเี่ ขา้ รว่ มโครงการมคี วามสนใจและพรอ้ มเขา้ เรยี น แต่เนือ่ งจากปัญหาเรอื่ งสขุ อนามยั (เหา) อาจทาใหเ้ ดก็ ไมส่ ามารถเขา้ รว่ มชนั้ เรยี นกบั เพอื่ นได้ -พอ่ แมเ่ ดก็ ทวั่ ไปอาจเกดิ ความไมเ่ ขา้ ใจ รสู้ กึ รงั เกยี จ หวาดระแวง กลวั ตดิ โรค กลวั ลกู ตวั เองเลยี นแบบ พฤตกิ รรมไมด่ ี -ตอ้ งเพมิ่ การดแู ลสขุ ลกั ษณะเดก็ และการแต่งตวั เป็นพเิ ศษเพอื่ หลกี เลยี่ งความรสู้ กึ รงั เกยี จ เพราะเดก็ ขาดการดแู ลเรอื่ งสขุ อนามยั จากบา้ นพกั เชน่ เดก็ มกี ลนิ่ ตวั เนือ่ งจากไมไ่ ดร้ บั การอาบน้าทสี่ ะอาด เดก็ เป็นเหา เนือ่ งจากเดก็ นอนรวมกนั จงึ ทาใหเ้ หาแพรก่ ระจายไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ -เนือ่ งจากโครงการน้ีเป็นโครงการทใี่ หค้ วามสาคญั กบั เดก็ กลุม่ เปราะบาง จงึ มผี ใู้ หญใ่ จดสี นบั สนุน งบประมาณในการดาเนินโครงการอยา่ งเหมาะสม รวมถงึ หลายทา่ นไดม้ อบเครอื่ งอุปโภคและบรโิ ภคที่ จาเป็นใหก้ บั เดก็ ทเี่ ขา้ รว่ มโครงการนี -สามารถช้นี านโยบายใหป้ ฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ ทุกจงั หวดั เพราะเป็นลกั ษณะ win win หมายถงึ บา้ นพกั ใชเ้ วลา ดแู ลเดก็ ในเวลากลาวนั น้อยลง สามารถไปชว่ ยคนใหมเ่ ขา้ มาไดอ้ กี โดยไมต่ อ้ งกงั วลวา่ ไมม่ ผี ดู้ แู ลเดก็ โรงเรยี นไมไ่ ดเ้ พมิ่ งานมากนกั ตรงขา้ มไดท้ าความเขา้ ใจกบั trauma informed classroom จะเป็น ประโยชน์ต่อเดก็ อนื่ ๆอกี ดว้ ย อาจเกดิ การเปลยี่ นแปลงนโยบายของกระทรวง พม ใหเ้ ดก็ ปฐมวยั ทงั้ หมดขา้ มผา่ นบา้ นพกั เดก็ ไปยงั สถานสงเคระหเ์ ดก็ ออ่ นทนั ที ทาใหต้ อ้ งเปลยี่ นวธิ กี ารดาเนินงานหลกั ในอนาคต (แต่อาจเป็นไปไดย้ าก เนือ่ งจากต่างจงั หวดั โครงสรา้ งของบา้ นสงเคราะหเ์ ดก็ อ่อนไมไ่ ดม้ ที กุ จงั หวดั เหมอื นบา้ นพกั เดก็ และ ครอบครวั ) แนวทางการแก้ไข
1. จดั ทาตารางกจิ วตั รประจาวนั ของเดก็ ก่อนเขา้ ชนั้ เรยี นและหลงั เลกิ เรยี น โดยใหพ้ เี่ ล้ยี งเป็นผูอ้ าบน้า สระผม สางเหาและเปลยี่ นเสอ้ื ผา้ ใหเ้ ดก็ ทุกคน หากพบวา่ เดก็ คนใดยงั มตี วั เหาอยกู่ ไ็ มส่ ามารถสง่ เขา้ หอ้ งเรยี นได้ ทาง พเี่ ล้ยี งตอ้ งเป็นผดู้ แู ลความสะอาดใหเ้ ดก็ อยา่ งใกลช้ ดิ 2. คดิ กจิ กรรมการเรยี น การเล่นทเี่ หมาะสมใหก้ บั เดก็ ทไี่ มส่ ามารถเขา้ เรยี นในชนั้ เรยี นได้ (เนือ่ งจากปัญหาเหา) 3.3 โครงการฝึ กอบรมนาร่อง เพ่ือพฒั นาแผนการดแู ลเดก็ ท่ีได้รบั ประสบการณ์เลวร้ายในชีวิต โดยครใู นศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ ปฐมวยั และ ผนู้ าชุมชน ไดด้ ำเนินกำรจดั ฝึกอบรมนำรอ่ งและแลกเปลย่ี นเรยี นรเู้ พอ่ื พฒั นำแผนกำรดแู ลเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ประสบกำรณ์ เลวรำ้ ยในชวี ติ โดยครใู นศนู ยพ์ ฒั นำเดก็ ปฐมวยั และผนู้ ำชุมชน ระหวำ่ งวนั ท่ี 17-19มกรำคม พ.ศ. 2563 ณ หอ้ งประชมุ นิตยำ คชภกั ดี สถำบนั แหง่ ชำตเิ พอ่ื กำรพฒั นำเดก็ และครอบครวั มหำวทิ ยำมหดิ ล ศำลำยำ ผเู้ ข้าอบรม รำยชอ่ื ผเู้ ขำ้ รบั กำรอบรม วนั ท่ี 17 - 19 มกรำคม 2563 ณ สถำบนั แหง่ ชำตเิ พอ่ื กำรพฒั นำเดก็ และครอบครวั มหำวทิ ยำลยั มหดิ ล ศำลำยำ จ.นครปฐม ลำดบั ท่ี ช่อื – สกุล ตำแหน่ง เขต กรงุ เทพมหำนคร ครู ดสุ ติ อพม ดุสติ 1 นำงสำวจนั ทรใ์ ด เหมะธรุ นิ ทร์ ครอู พม มนี บุรี อพม มนี บรุ ี 2 นำงสำวนยั นำ ยลจอหอ อสส มนี บรุ ี ครู มนี บรุ ี 3 นำงสำวอรวรรณ ยะซนั อพม อสส มนี บรุ ี ครู มนี บุรี 4 นำงสำวศวิ ำพร เสมสมบุญ ครู จอมทอง อพม จอมทอง 5 นำงสำวมทุ ติ ำ คงพกิ ุลชยั ครู ตลง่ิ ชนั 6 นำงบงั อร ตงสำลี 7 น.ส.จนั ทรจ์ ริ ำ ดเี หลอื 8 นำงวำรณุ ี บวั ดำ 9 นำง กอบกุล นะนิ 10 นำงวนั ทนำ นกั เพยี ร 11 นำงมกุ ดำ ไทยหอม
12 นำงประยรู พกุ ทอง อพม ตลง่ิ ชนั 13 นำงวรรณำ แสงออ่ น อพม ทงุ่ ครุ 14 นำงจริ ภญิ ญำ ชงิ ดวง ครู ทงุ่ ครุ 15 นำงขนั แกว้ สนั แดง ครู บงึ กุม่ 16 นำงสมมติ ร์ ไพโสภำ อพม บงึ กุ่ม 17 นำงอไุ รวรรณ แคลว้ จนั ทรส์ ะอำด ครู สำยไหม 18 นำงนิตยำ ปรชี ำสวสั ดิ ์ อพม สำยไหม 19 นำงพรทพิ ย์ เขยี นนุกลู อพม ดอนเมอื ง 20 นำงประสพศรี เอย่ี มสำอำงค์ ครู ดอนเมอื ง 21 นำงสกุ ญั ญำ ธนะคุปต์ ครู บำงซ่อื 22 นส จมุ พติ ำ ทกั ษณิ อพม บำงซ่อื 23 นำงจรยิ พร นิยมสวสั ดิ ครู หลกั ส่ี 24 นำยบุญสม สสี วุ รรณ อพม หลกั ส่ี 25 นำงชฎำพร วงศส์ ระทอง ครู ลำดกระบงั 26 นำงกติ ตริ ์ วี ธนำอมรสวสั ดิ ์ ครู จตุจกั ร 27 นำงกนกวรรณ ดว้ งเงนิ อพม จตุจกั ร 28 นำงสำวจนั จริ ำ จอดเกำะ ครู รพ.สต.ตำบลทำ่ จนี 29 นำยอรณุ กลมละมำ้ ย อพม รพ.สต.ตำบลทำ่ จนี 30 นำงนพมำศ เทศปัญ ครู รพ.สต.บำงโทรดั 31 นำงนพพร ฟักขำ กรรมกำรชมุ ชน รพ.สต.บำงโทรดั 32 นำงสำวพรทพิ ำ เหวำ่ มี ครู รพ.สต.บำ้ นขอม 33 นำงสมศรี ปัน่ สมตน อพม รพ.สต.บำ้ นขอม 34 นำงสำววรรณวณชั ทบสน ครู รพ.สมทุ รสำคร 35 นำงวนั เพญ็ ภแู่ สง กรรมกำรชมุ ชน รพ.สมทุ รสำคร 36 นำงสำวสวุ รรณำ สอ่ื สวุ รรณ ครู รพ.สต.ตำบลนำโคก 37 นำงภทั รำภรณ์ ทองคง อพม รพ.สต.ตำบลนำโคก 38 นำง ฐติ มิ ำ ป่ินมองเล ครู รพ.สต.บำงกระเจำ้
39 นำงวรรณำ ปัน้ ภริ มย์ กรรมกำรชมุ ชน รพ.สต.บำงกระเจำ้ 40 นำงบวั ทอง นนทศ์ ริ ิ พยำบำลวชิ ำชพี ศนู ยบ์ รกิ ำรสำธำรณสุข 41 นำงสำวศริ นิ ทรำ เกตุพำนิช ชำนำญกำร เทศบำลนคร ครู สมทุ รปรำกำร 42 นำงสมคดิ จติ รงี ำม ศนู ยบ์ รกิ ำรสำธำรณสุข กรรมกำรชุมชน เทศบำลนคร 43 นำงอรสิ รำ ธงชยั สมทุ รปรำกำร กรรมกำรชุมชน ศนู ยบ์ รกิ ำรสำธำรณสขุ 44 นำงสำวปิยะธดิ ำ พมิ ศร เทศบำลนคร นกั วชิ ำกำร สมุทรปรำกำร 45 นำงณฐั สดุ ำ ดำรงคส์ ทุ ธพิ งศ์ สำธำรณสุข ศนู ยบ์ รกิ ำรสำธำรณสุข เทศบำลนคร 46 นำงอรณุ ์โรจน์ สงำ่ งำม ครู สมุทรปรำกำร สถำนีอนำมยั เฉลมิ พระ 47 นำงคณำธปิ ญำ ปันดษิ ฐ์ ประธำนชมุ ชน เกยี รตฯิ บำ้ นคลองบำง 48 นำงคำนิง นิยมสุข 49 นำงจำรนยั ขดั มะโน นกั วชิ ำกำร ป้ิง สำธำรณสขุ สถำนีอนำมยั เฉลมิ พระ เกยี รตฯิ บำ้ นคลองบำง ครู กรรมชมุ ชน ป้ิง สถำนีอนำมยั เฉลมิ พระ เกยี รตฯิ บำ้ นคลองบำง ป้ิง รพ.สต.สำโรงเหนือ รพ.สต.สำโรงเหนือ รพ.สต.สำโรงเหนือ
50 นำงสวุ ะรยี .์ ดำเนินวุฒิ นกั วชิ ำกำร สำธำรณสขุ จงั หวดั สมทุ รปรำกำร สำธำรณสขุ ชำนำญ ต.กำแพงแสน กำร ต.กำแพงแสน ต.กำแพงแสน 51 นำยสมศกั ด.ิ ์ ชสู ขุ อพม ต.หนองปำกโลง ต.หนองปำกโลง 52 นำงสำวมะลวิ ลั ย์ เสรมิ แสง อพม ต.สนำมจนั ทร์ ต.สนำมจนั ทร์ 53 นำงวชั รำภรณ์. มณตรรี ตั น ครู ต.วงั เยน็ 54 นำงสนี ิมติ อนิ ทรจนิ ดำ ครู ต.วงั เยน็ ต.มำบแค 55 น.ส.สนุ ดั ดำ ทำกนิ รวบ อพม ต.มำบแค ต.วงั ตะกู 56 นำงกนกศรี พรรณรกั ษำ ครู 57 นำงประยรู หอมระเหย อพม 58 นำงชเอม ชวิ ปรชี ำ อสม 59 ละอองกำญจนำนฤนำท ครู 60 นำงสทิ ธสิ นิ ี ยอดแกว้ ครู 61 นำงกมลวรรณ นิ่มเป๋ ำ อสม 62 คุณเตชสทิ ธิ ์ธรรมรกั ษ์เจรญิ **เขำ้ รว่ ม17 อพม วนั เดยี ว หลกั สตู รการอบรม วนั ศกุ รท์ ่ี 17 มกราคม 2563 เวลา รายการ โดย 08.00 – 08.45 น. ลงทะเบยี น 08.45 – 09.15 น. กล่ำวเปิดกำรอบรม รศ.นพ. อดศิ กั ดิ ์ผลติ ผลกำร พมิ พ์ 09.15 –09.30 น. กจิ กรรมทกั ทำย คุณสยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ ง 09.30 -11.00 น. แนะนำหลกั สตู รและ คณุ หลนิ ฟ้ำ อปุ ัชฌำย์ หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 1 เสน้ ทำงกำรเจรญิ เตบิ โต คณุ ศริ ยิ ภุ ำ เลำหภญิ โญจนั ทรำ ของเดก็ คุณสยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ ง
11.00 – 12.30 น. หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 2 กำรพฒั นำเดก็ แบบองค์ คณุ ศริ ยิ ภุ ำ เลำหภญิ โญจนั ทรำ รวม คณุ หลนิ ฟ้ำ อปุ ัชฌำย์ 12.30 – 13.30 น. คณุ สยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ ง 13.30 – 13.45 น. พกั กลำงวนั 13.45 – 15.00 น. กจิ กรรมผอ่ นคลำย คุณสยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ ง หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 3 ควำมรสู้ กึ ไวและกำร คุณศริ ยิ ภุ ำ เลำหภญิ โญจนั ทรำ 15.00 – 16.15 น. ตอบสนองของผเู้ ลย้ี งดู คุณหลนิ ฟ้ำ อุปัชฌำย์ คณุ สยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ ง 16.15 – 16.30 น. หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 4 แนวทำงกำรเลย้ี งดเู พอ่ื คุณหลนิ ฟ้ำ อปุ ัชฌำย์ สง่ เสรมิ พฒั นำกำรดำ้ นรำ่ งกำย คณุ ศริ ยิ ภุ ำ เลำหภญิ โญจนั ทรำ คุณสยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ ง สรปุ วนั ท่ี 1 คุณหลนิ ฟ้ำอปุ ัชฌำย์ วนั เสารท์ ี่ 18 มกราคม 2563 เวลา รายการ โดย 08.00 – 08.30 น. ลงทะเบยี น 08.30 – 08.45 น. ทบทวน กจิ กรรมนนั ทนำกำร คุณสยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ ง 08.45 – 09.45 น. หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 5 แนวทำงกำรเลย้ี งดเู พอ่ื คณุ ศริ ยิ ภุ ำ เลำหภญิ โญจนั ทรำ สง่ เสรมิ พฒั นำกำรดำ้ นกำรรคู้ ดิ คุณหลนิ ฟ้ำ อปุ ัชฌำย์ คุณสยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ ง 09.45 – 10.45 น. หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 6 แนวทำงกำรเลย้ี งดเู พอ่ื คณุ หลนิ ฟ้ำ อุปัชฌำย์ สง่ เสรมิ พฒั นำกำรดำ้ นสตปิ ัญญำ คณุ ศริ ยิ ภุ ำ เลำหภญิ โญจนั ทรำ คณุ สยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ ง 10.45– 11.15 น. หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 8สงิ่ แวดลอ้ มในบำ้ น คณุ สยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ คณุ หลนิ ฟ้ำ อุปัชฌำย์ คุณศริ ยิ ภุ ำ เลำหภญิ โญจนั ทรำ 11.15 – 12.30 น. หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 7 กำรเลน่ และกำรสอ่ื สำร คณุ สยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ คณุ หลนิ ฟ้ำ อุปัชฌำย์ คุณศริ ยิ ภุ ำ เลำหภญิ โญจนั ทรำ 12.30 – 13.30 น. พกั กลำงวนั 13.30 – 13.45 น. เตรยี มตวั ทดสอบ
13.45 – 15.45 น. ทดสอบเออ้ื กระบวนกำร คุณสยมุ ภู ขนุ บำ้ นฆอ้ 15.45 - 16.00 น. สรปุ คุณหลนิ ฟ้ำ อุปัชฌำย์ คุณศริ ยิ ภุ ำ เลำหภญิ โญจนั ทรำ วนั อาทิตย์ 19 มกราคม 2563 โดย เวลา รายการ รศ.นพ อดศิ กั ดิ ์ผลติ ผลกำรพมิ พ์ 08.30 – 09.00 น. ลงทะเบยี น อ.นพ.ฉตั รชยั อมิ่ อำรมย์ 09.00 – 09.45 น ควำมสำคญั ของทมี บรู ณำกำรสขุ ภำพกำร คณุ งำมตำ รอดสนใจ และ คณะ ดร.จริ ำวรรณ กล่อมเมฆ เรยี นรพู้ ฒั นำ และกำรคมุ้ ครองเดก็ เพอ่ื กำร ผศ.ดร.ชญำภรณ์ตวี ำรี สรำ้ งเสรมิ สขุ ภำวะกลุ่มเดก็ ยำกจน 09.45 – 10.30 น เลย้ี งลกู ดว้ ยวนิ ยั เชงิ บวก ดร.จริ ำวรรณ กลอ่ มเมฆ 10.30 – 11.15 น สงิ่ แวดลอ้ มปลอดภยั สำหรบั เดก็ ผศ.ดร.ชญำภรณ์ตวี ำรี 11.15 – 12.00 น สขุ ภำวะอนำมยั สำหรบั เดก็ ผปู้ ระสำนงำนเจำ้ ของเคส รศ.นพ.อดศิ กั ดิ ์ผลติ ผลกำรพมิ พ์ 12.00 – 12.45 น พกั รบั ประทำนอำหำร คุณงำมตำ รอดสนใจ 12.45 – 14.45 น. แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ จำกประสบกำรณ์ตดิ ตำม เยย่ี มบำ้ น กำรนำเสนอเคส และ กำรวำงแผนช่วยเหลอื 14.45 – 16.00 น. อธบิ ำยแบบสอบถำม วธิ กี ำรประเมนิ วำงแผนตดิ ตำมรำยบุคคล สรปุ ปิดกำรประชมุ
บทที่ 4 สรปุ แนวทางการดาเนินงานและแนวทางการขยายผล 4.1 กรอบแนวคิดในการขยายผล จำกกำรทบทวนเอกสำร และกำรดำเนินโครงกำรนำรอ่ ง นำไปสกู่ ำรพฒั นำแนวคิด trauma informed ECEC เป็นระบบเสริมกบั ระบบการค้มุ ครองเดก็ ท้องถิ่น และการป้องกนั ความรนุ แรงใน สงั คม โดยมกี รอบแนวคิดดงั นี้ ควำมกำ้ วหน้ำในดำ้ นวทิ ยำศำสตรร์ ะบบประสำท ไดส้ รำ้ งควำมรคู้ วำมคดิ ใหมๆ่ ทอ่ี ธบิ ำยควำม แตกต่ำงในวถิ กี ำรพฒั นำของเดก็ ควำมรทู้ ำงดำ้ นชวี โมเลกลุ จโี นมและ epigenetics ระบุวำ่ ยนี เป็น พมิ พเ์ ขยี ว-ของสถำปัตยกรรมสมอง (brain architecture) แต่สง่ิ แวดลอ้ มรอบตวั เดก็ หลงั คลอดจะ สง่ ผลต่อกำรเช่อื มต่อเซลระบบประสำทตำ่ งๆใหท้ ำงำนรว่ มกนั เป็นวงจรของระบบประสำท (brain circuit) ผดู้ แู ลเดก็ เป็นสง่ิ แวดลอ้ มทม่ี อี ทิ ธพิ ลสงู มำกต่อเดก็ ปฐมวยั ปฏสิ มั พนั ธท์ ไ่ี มด่ รี ะหวำ่ งผดู้ แู ล เดก็ กบั เดก็ จะสำมำรถทำลำยวงจรประสำท (brain circuit) ซง่ึ จะบ่อนทำลำยกำรเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ พฤตกิ รรมและสขุ ภำพกำยและสขุ ภำพจติ (Fox, Levitt และ Nelson, 201011; Meaney, 201012; Shonkoff, 201213) ยง่ิ ไปกวำ่ นนั้ หลกั ฐำนทเ่ี พมิ่ ขน้ึ จำกประสำทวทิ ยำแสดงใหเ้ หน็ วำ่ เดก็ กลุม่ เสย่ี งท่ี ตกอยใู่ นภำวะยำกลำบำกมคี วำมเครยี ดสงู (toxic stress) จำกปฏสิ มั พนั ธท์ ไ่ี มด่ ขี องผดู้ แู ลน้ี ตอ้ งกำร กำรแกไ้ ขโดยสรำ้ งผดู้ แู ลทด่ี ี สง่ิ แวดลอ้ มทด่ี อี ยำ่ งเรง่ ด่วน ยง่ิ รอนำนเทำ่ ไร ยงิ่ แกป้ ัญหำเพอ่ื ทจ่ี ะ บรรลผุ ลในเชงิ บวกในภำยหลงั ไดย้ ำกมำกขน้ึ เทำ่ นนั้ (Knudsen, Heckman, Cameron, & Shonkoff, 200614; Lupien, McEwen, Gunnar, & Heim, 200915) 11 Fox SE, Levitt P, Nelson CA. How the timing and quality of early experiences influence the development of brain architecture. Child Development. 2010; 81:28–40. [PubMed: 20331653] 12 Meaney MJ. Epigenetics and the biological definition of gene × environment interactions. Child Development. 2010; 81:41–79. [PubMed: 20331654] 13 Shonkoff JP, Boyce WT, McEwen BS. Neuroscience, molecular biology, and the childhood roots of health disparities: Building a new framework for health promotion and disease prevention. Journal of the American Medical Association. 2009; 301:2252– 2259. [PubMed: 19491187] 14 Knudsen E, Heckman J, Cameron J, Shonkoff J. Economic, neurobiological, and behavioral perspectives on building America's future workforce. Proceedings of the National Academy of Sciences. 2006; 103:10155–62. 15 Lupien SJ, McEwen BS, Gunnar MR, Heim C. Effects of stress throughout the lifespan on the brain, behavior, and cognition. Nature Reviews Neuroscience. 2009; 10:434–445. [PubMed: 19401723]
เดก็ ทบ่ี ำดเจบ็ ทำงใจมกี ำรตอบสนองดว้ ยกำรต่อสู้ หนี และนง่ิ แชแ่ ขง็ (fight, flight, freeze) เป็น พฤตกิ รรมทเ่ี กดิ จำกสมองทอ่ี ยใู่ นโหมดกำรเอำตวั รอด (survival brain) ไมใ่ ชโ่ หมดของกำรเรยี นรู้ หรอื สรำ้ งสรรค์ (learning brain) เดก็ เหลำ่ น้ีตอ้ งกำรกำรปรบั ภำวะควำมเครยี ดเป็นพษิ (toxic stress) ใหล้ งมำระดบั ปกตใิ หเ้ รว็ ทส่ี ดุ และตอ้ งไมก่ ระทำซ้ำโดยผดู้ แู ลชุดใหมท่ งั้ ทต่ี งั้ ใจและไมต่ งั้ ใจ ผดู้ แู ล เดก็ ทข่ี ำดควำมไวในกำรรบั รคู้ วำมรสู้ กึ น้ี มกั คดิ วำ่ เดก็ มพี ฤตกิ รรมไมด่ ี ต่อตำ้ น ตอ่ สู้ ไมใ่ หค้ วำม รว่ มมอื หำกใชก้ ำรดดุ ำ่ เกรย้ี วกรำด หรอื ลงโทษจะเป็นกำรกระทำใหเ้ กดิ กำรบำดเจบ็ ทำงใจซ้ำ หลกั กำรในกำรดแู ลเบอ้ื งตน้ ตอ้ งเป็นกำรดแู ลและสง่ เสรมิ ทำงดำ้ นพฤตกิ รรมและอำรมณ์เชงิ บวก (positive behavior intervention and support)โดยลำดบั แรกตอ้ งทำใหเ้ ดก็ รสู้ กึ วำ่ ปลอดภยั แลว้ ทงั้ ทำงรำ่ งกำยและจติ ใจ ลำดบั สองทำใหเ้ ดก็ มตี วั ตน ไดร้ บั กำรตอ้ นรบั จำกคนรอบขำ้ ง มคี รเู พอ่ื นทใ่ี ห้ ควำมหว่ งใย เลน่ ดว้ ย พดู ดว้ ย มกี ำรแต่งกำย ขำ้ วของเครอ่ื งใชเ้ หมอื นหรอื คลำ้ ยเดก็ คนอน่ื ไมแ่ ปลก แยก ลำดบั สำมวเิ ครำะหพ์ ฤตกิ รรม อำรมณ์ พฒั นำกำร และ และนำไปสกู่ ระบวนกำรแกไ้ ขในแต่ละ เรอ่ื งทค่ี น้ พบ จำกกำรศกึ ษำกลุ่มตวั อยำ่ งผใู้ หญ่และเดก็ โตในต่ำงประเทศ พบวำ่ มำกกวำ่ รอ้ ยละ 50 ของประชำกร จะไดร้ บั ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ ในวยั เดก็ และมคี วำมสมั พนั ธก์ บั กำรดอ้ ยศกั ยภำพของกำร ทำงำนเมอ่ื เตบิ โต ควำมรนุ แรงทำงสงั คม ควำมออ่ นแอของครอบครวั ในรุ่นถดั ไป และกำรไดร้ บั ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยขำ้ มรนุ่ พนั ธกุ รรมต่อไปรนุ่ ตอ่ รนุ ดงั นนั้ กำรปรบั กำรบรกิ ำรสำธำรณะทกุ รปู แบบ บรกิ ำรทำงกำรศกึ ษำ บรกิ ำรทำงทำงสขุ ภำพทก่ี ระทำกบั เดก็ ใหเ้ ป็นบรกิ ำรทม่ี คี วำมไวต่อ เดก็ ทไ่ี ดร้ บั ประสบกำรณ์เลวรำ้ ย และมวี ธิ กี ำรฟ้ืนฟูใผสมผสำนในรปู แบบบรกิ ำรเหลำ่ นนั้ จงึ มคี วำม จำเป็น เดก็ ทไ่ี ดร้ บั เหตุกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ ไดร้ บั ผลกระทบทำงดำ้ นจติ ใจอำรมณ์และกำรเปลย่ี นแปลง ระบบประสำทจำกภำวะควำมเครยี ดสงู และสง่ ผลตอ่ พฒั นำกำรทุกดำ้ นรวมถงึ กำรควบคุมอำรมณ์ ควำมจำกำรประมวลผลทำงปัญญำ ทกั ษะทำงสงั คมและสขุ ภำพกำย ภำวะควำมเครยี ดสงู และกำร บำดเจบ็ ทำงใจน้ีสำมำรถบ่อนทำลำยควำมสำมำรถของเดก็ ในกำรเรยี นรู้ ในกำรสรำ้ งควำมสมั พนั ธ์ และกำรทำงำนอยำ่ งเหมำะสมกบั กล่มุ เพอ่ื น รวมถงึ กำรพฒั นำทกั ษะดำ้ นภำษำและกำรสอ่ื สำร กำร จดั ระเบยี บของเน้ือหำ กำรเลำ่ เรอ่ื ง ควำมสำมำรถในกำรเขำ้ ใจควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งสำเหตุและ ผลกระทบในมมุ มองของผอู้ น่ื นอกจำกมุมมองของตวั เองและควำมสำมำรถในกำรบรหิ ำรจดั กำร (executive function) เชน่ กำรกำหนดเป้ำหมำยและกำรวำงแผนคำดกำรณ์ผลทต่ี ำมมำ กำร จดั บรกิ ำรกำรพฒั นำและเรยี นรขู้ องเดก็ ปฐมวยั ทเ่ี น้นเรอ่ื งกำรพฒั นำพฤตกิ รรมและอำรมณ์เชงิ บวก รว่ มกบั ควำมไวในกำรตรวจพบเดก็ ทม่ี บี ำดแผลทำงใจ และเขำ้ ใจในกำรแสดงออกถงึ พฤตกิ รรมของ เขำ รวมทงั้ เขำ้ ใจตนเองทอ่ี ำจมบี ำดแผลทำงใจมำกอ่ นและสง่ ผลต่อกำรใหบ้ รกิ ำร ดงั นัน้ การพฒั นา พฤติกรรมและอารมณ์เชิงบวก ร่วมกบั ความไวในการตรวจพบเดก็ ทีม่ ีบาดแผลทางใจ จึง
ควรเป็นบรรทดั ฐานของการดแู ลและเรียนร้ขู องเดก็ ปฐมวยั ทกุ คนทุกชนั้ เรียน มากกว่าทีจ่ ะ เป็นการดแู ลเฉพาะเดก็ บางกล่มุ เพือ่ การบาบดั เท่านัน้ ดงั นัน้ ระบบท่ีเก่ียวข้องได้แก่
ระบบกำรคมุ้ ครองเดก็ ในระดบั สว่ นกลำงไดแ้ ก่ กรรมกำรสทิ ธมิ นุษยชน คณะกรรมกำรคมุ้ ครองเดก็ แหง่ ชำติ กระทรวงกำรพฒั นำสงั คมและควำมมนั่ คงมนุษย์ ในระดบั สน่ ภูมภิ ำคไดแ้ ก่ คณะกรรมกำรคมุ้ ครองเดก็ จงั หวดั บำ้ นพกั เดก็ และครอบครวั พฒั นำสงั คมและควำมมนั่ คงมนุษยจ์ งั หวดั NGO ตำ่ งๆ อำสำสมคั ร พฒั นำสงั คม ระบบกำรศกึ ษำ ในระดบั สว่ นกลำงไดแ้ ก่ คณะกรรมกำรพฒั นำเดก็ ปฐมวยั แหง่ ชำติ สภำกำรศกึ ษำ กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร ในระดบั สน่ ภมู ภิ ำคไดแ้ ก่ องคก์ รทอ้ งถน่ิ สถำนพฒั นำเดก็ ปฐมวยั เขตกำรศกึ ษำ โรงเรยี น ระบบสขุ ภำพกลุม่ โรคไมต่ ดิ ต่อ และ ควำมรุนแรง กระทรวงสำธำรณสขุ ในระดบั สน่ ภมู ภิ ำคไดแ้ ก่ สำธรณสขุ จงั หวดั ต่ำงๆ ฝ่ำยเวชศำสตรช์ มุ ชน โรงพยำบำลต่ำงๆ อสม 4.2 หลกั เกณฑ์ วิธีพิจารณา และดาเนินการคดั เลือกศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ ต่อการดาเนินการ เป็นศูนยเ์ ดก็ เลก็ ศูนยพ์ ฒั นำปฐมวยั หรอื โรงเรยี นอนุบำล ทม่ี กี ำรจดั บรกิ ำรกำรพฒั นำและเรยี นรู้ ของเดก็ ปฐมวยั ทเ่ี น้นเรอ่ื งกำรพฒั นำพฤตกิ รรมและอำรมณ์เชงิ บวก ผบู้ รหิ ำร ผปู้ ฏบิ ตั ิ เขำ้ ใจเหตุผล ควำมสำคญั ของกำรพฒั นำกระบวนกำรดแู ลเดก็ ทม่ี บี ำดแผลทำงใจ รว่ มกบั เดก็ ปกติ และพรอ้ มทจ่ี ะเขำ้ รบั กำรอบรม และปรบั รปู แบบบรกิ ำรหลงั กำรอบรม เป็นศูนยเ์ ดก็ เลก็ ศูนยพ์ ฒั นำปฐมวยั หรอื โรงเรยี นอนุบำล ท่อี ยู่ใกล้บำ้ นพกั เดก็ และครอบครวั ใน ระยะทเ่ี จำ้ หน้ำทค่ี มุ้ ครองเดก็ เหน็ ดว้ ยกบั กำรนำสง่ เดก็ และมำรบั กลบั ในเวลำเยน็ หรอื มยี ำนพำหนะ และพรอ้ มจะจดั กำรรบั สง่ เป็นศูนยเ์ ดก็ เลก็ ศูนยพ์ ฒั นำปฐมวยั หรอื โรงเรยี นอนุบำล ทพ่ี รอ้ มรบั เดก็ ไดท้ ุกวนั ไม่มขี อ้ จำกดั ท่ี จะตอ้ งมำในช่วงตน้ เทอมเท่ำนนั้ และมอี ุปกรณ์สำรองทงั้ เสอ้ื ผำ้ อุปกรณ์กำรเรยี น นม อำหำร ทจ่ี ะ ไมท่ ำใหเ้ ดก็ แตกต่ำงจำกเดก็ ทอ่ี ยเู่ ดมิ หรอื เป็นศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พฒั นำปฐมวยั หรอื โรงเรยี นอนุบำล ท่ีดำเนินโครงกำรคล้ำยคลึงกันกบั บำ้ นพกั เดก็ และครอบครวั อยกู่ ่อน่ แลว้ ศูนยท์ ไ่ี ดร้ บั กำรคดั เลอื กในโครงกำรมี 2 ศูนย์ ไดแ้ ก่ ศูนยป์ ฐมวยั สำธติ มหำวทิ ยำลยั มหดิ ล รบั เดก็ จำกบำ้ นพกั เดก็ และครอบครวั กรุงเทพมหำนคร และ สถำนพฒั นำเดก็ ปฐมวยั และโรงเรยี นอนุบำล คนั ลดั 4.3 ข้อกาหนดเดก็ ในโครงการนารอ่ ง
เดก็ ทเ่ี ขำ้ สรู่ ะบบไดแ้ ก่เดก็ ทไ่ี ดร้ บั กำรเลย้ี งดไู มเ่ หมำะสมและถกู แยกออกจำกครอบครวั มำพกั ไวท้ ่ี บำ้ นพกั เดก็ และครอบครวั ใหท้ ำกำรตรวจบำดแผล สขุ ภำพกำย สขุ ภำพจติ และคดั กรองโรคตดิ ต่อในเวลำสนั้ ทส่ี ดุ โดยตรวจดู สภำพรำ่ งกำยจติ ใจ โรคตดิ ต่อโดยแพทยท์ โ่ี รงพยำบำล โดยคดั กรองโรค โรคตดิ เชอ้ื ทำงผวิ หนงั หดิ เหำ ระบบทำงเดนิ หำยใจ HIV ซฟิ ิลสิ และดรคตดิ เชอ้ื เพศสมั พนธ์ และอ่นื ๆทต่ี ดิ ต่อไดท้ ำงสำรคดั หลงั่ วณั โรค ตบั อกั เสบบี หำกตรวจพบใหด้ ำเนินกำรรกั ษำพยำบำลจนพน้ ระยะกำรตดิ ต่อ พจิ ำรณำขนั้ ตอนกำรดำเนินคดี และควำมปลอดภยั ของกำรนำสง่ เดก็ ไปทศ่ี นู ยเ์ ดก็ ปฐมวยั เดก็ ทต่ี อ้ งชะลอกำรนำเขำ้ สรู่ ะบบไดแ้ กเ่ ดก็ ทม่ี โี รคตดิ ต่อเดก็ ทม่ี ภี ำวะพฒั นำกำรต่ำมำกในระดบั ทม่ี ี ควำมแตกต่ำงจำกเดก็ ผอู้ น่ื อยำ่ งชดั เจนและตอ้ งกำรกำรชว่ ยเหลอื เป็นพเิ ศษอยำ่ งมำกเช่นเดก็ พกิ ำร เดก็ ทม่ี รี ะดบั สตปิ ัญญำต่ำแบบรนุ แรงเป็นตน้ เดก็ ทม่ี ภี ำวะอนั ตรำยจำกกำรนำออกจำกบำ้ นพกั ทไ่ี ม่ สำมำรถปกป้องไดโ้ ดยทมี ทน่ี ำเดก็ ออกจำกบำ้ นพกั สศู่ นู ยส์ มำนใจปฐมวยั สำธติ หำกไมม่ คี วำมเสย่ี ง ดำ้ นสขุ ภำพและควำมปลอดภยั ใหจ้ ดั สง่ ได้ เพรำะกำรรอกำรดำเนินคดกี ่อนจะใชเ้ วลำนำนมำก กำร เขำ้ สโู่ ปรแกรมกำรดแู ลเดก็ ทม่ี ยี ำดแผลทำงใจเพอ่ื ลดรบั ควำมเครยี ดในระยะฉบั พลนั จะล่ำชำ้ นำน 4.4 การสร้างความเข้าใจและชี้ให้เห็นความสาคญั ของโครงการแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ที่ เกี่ยวข้องอื่นๆของเดก็ เดิมที่ใช้บริการศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ อย่แู ล้ว ก่อนดำเนินโครงกำรควรมกี ำรชแ้ี จงผูป้ กครองของเดก็ ทวั่ ไปใหร้ บั ทรำบควำมสำคญั ของโครงกำร ประโยชน์ทไ่ี ดน้ อกจำกประโยชน์ต่อสงั คมในกำรพฒั นำรปู แบบกำรชว่ ยเหลอื เดก็ รว่ มกนั ประโยชน์ตอ่ เดก็ ใน ศนู ยป์ ฐมวยั เองคอื กำรทค่ี รไู ดเ้ พง่ เลง็ ในกำรปฏบิ ตั กิ ำรพฒั นำพฤตกิ รรมและอำรมณ์เชงิ บวก ซง่ึ เป็นทกั ษะท่ี มคี วำมจำเป็นทจ่ี ะใชใ้ นกำรดแู ลและสอนเดก็ ทกุ คน ผลเสยี คอื เดก็ จะมเี พอ่ื นใหมท่ อ่ี ำจมปี ัญหำพฤตกิ รรมเขำ้ มำเป็นระยะๆ แต่ครูหรือผู้ดูแลท่ีผ่ำนกำรอบรมจะใช้เป็นโอกำสในกำรสอนเด็กได้ดี ปัญหำโรคติดต่อ โดยเฉพำะเรอ่ื งเหำ จะเป็นปัญหำทส่ี ำคญั ทส่ี รำ้ งควำมไม่พอใจแกผ่ ปู้ กครองรำยอน่ื ได้ 4.5 ระบบฐานข้อมูลเดก็ เพ่ือคดั กรองภาวะเดก็ ท่ีได้รบั บาดเจบ็ ทางใจและมีความเปราะบางทาง สงั คม ระบบขอ้ มลู ครอบคลุม ขอ้ มลู ทวั่ ไปของเดก็ และครอบครวั ขอ้ มลู ภำวะวกิ ฤตครอบครวั ขอ้ มลู ควำม ยำกจน ขอ้ มลู กำรเลย้ี งดทู ำงกำยและใจ โดยไดพ้ ฒั นำระบบขอ้ มลู เบอ้ื งตน้ จำก ขอ้ มลู พน้ื ฐำนครอบครวั ขอ้ มลู ภำวะครอบครวั วกิ ฤต ขอ้ มลู ประเมนิ ควำมยำกจนหลำยมติ ิ
ขอ้ มลู กำรประเมนิ มำตรฐำนขนั้ ต่ำในกำรเลย้ี งดเู ดก็ ตำมพระรำชบญั ญตั คิ มุ้ ครองเดก็ พ.ศ. 2546” ของมลู นิธศิ นู ยพ์ ทิ กั ษ์สทิ ธเิ ดก็ https://www.thaichildrights.org/wp- content/uploads/dlm_uploads/2018/03/mscr_3-6_years.pdf ขอ้ มลู สขุ ภำพกำยแรกรบั ตรวจบำดแผล คดั กรองโรค โรคตดิ เชอ้ื ทำงผวิ หนงั หดิ เหำ ระบบทำงเดนิ หำยใจ HIV ซฟิ ิลสิ และดรคตดิ เชอ้ื เพศสมั พนั ธ์ และอ่นื ๆทต่ี ดิ ต่อไดท้ ำงสำรคดั หลงั่ วณั โรค ตบั อกั เสบบี ขอ้ มลู พฒั นำกำร พฤตกิ รรม อำรมณ์ ควำมเครยี ด สงั คม สมำธิ จรยิ ธรรม ทกั ษะกำรเรยี นรู้ กำรพฒั นำ EF 4.6 การวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วย (รายหวั ) ในการนาเด็กที่มีความเปราะบางทางสงั คม มาอยู่ ภายใต้การดูแลและส่งเสริมพฒั นาการของศูนย์เด็กเล็กในสงั กดั ในสงั กดั องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นตามมาตรฐานของระบบ Inclusive Care ตน้ ทุน ต่อ 1 รำย บาท ต่อคน ต่อ บ า ท ต่ อ ค น 1/3 ปี ห รือ 88 ต่อปี หรือ 260 วนั วนั ) ค่ำนำเด็กจำกบ้ำนในครอบครวั ยำกจน หรอื ครอบครวั ท่มี ภี ำวะ 880-1760 2600-5200 วิกฤต สู่ศุนย์พัฒนำเด็ก โดยชุมชน ร่วมกับบ้ำนพักเด็กและ ครอบครวั 20 บำทต่อวนั รวม 1760 บำท หรอื /และ ค่ำเดนิ ทำงจำกบำ้ นพกั เดก็ และครอบครวั ไป-กลบั ศูนยพ์ ฒั นำเดก็ 10 บำทต่อวนั รวม 880 บำท คำ่ อปุ กรณ์กำรเรยี น 100 บำท หนงั สอื 200 บำท 300 300 คำ่ เครอ่ื งแบบ ถุงนอนและอปุ กรณ์ 300 บำท 300 300 คำ่ อำหำร 20 บำทต่อวนั นม 7.4 บำทต่อวนั 2411.80 7124 ค่ำกจิ กรรมพฒั นำเฉพำะผูเ้ รยี นกลุ่ม trauma 400 บำทต่อเทอม + 400 1200 คำ่ จดั กำรเรยี นกำรสอน 1700 บำทต่อปี (1700/3 = 566) คำ่ จดั กำรเรยี นกำรสอน 1700 บำทต่อปี (1700/3 = 566) 566 1700
ค่ำกำรพัฒนำครูเพ่ือรองรับกำรเป็ น trauma informed ECEC 600 600 (คำนวณจำกค่ำพฒั นำครู 1 คน ต่อเดก็ 1 คน โดยมสี มมตฐิ ำน ครู 5457.8-6337.8 13824-16424 2 คนต่อเดก็ ทวั่ ไป 20 คนใน 1 หอ้ งเรยี น ซง่ึ ควรรบั เดก็ traumaไม่ เกนิ ไดร้ อ้ ยละ 10 ของนกั เรยี นในหอ้ ง เทำ่ กบั ครู 1 คนตอ่ นกั เรยี น trauma 1คน) รวม คาดประมาณความค้มุ ทุน จำนวนเดก็ ปฐมวยั ระหวำ่ งอำยุ 2ปี-6ปี มจี ำนวนประมำณ 2 400 000 คน คำดประมำณ ขนั้ ต่ำของเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ อย่ำงน้อย สอง ชนิดขน้ึ ไปคดิ เป็น รอ้ ยละ 30 คดิ เป็น 720 000 คน คำดประมำณ ขนั้ ต่ำของเดก็ ท่ไี ดร้ บั ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ และไดร้ บั กำรเลย้ี งดูไม่เหมำะสม จนตอ้ งไดร้ บั กำรคุม้ ครองเดก็ โดยนำเขำ้ ส่บู ำ้ นพกั เดก็ และครอบครัว (ประมำณจำกกลุ่มตวั อย่ำงใน โครงกำรบูรณำกำรกำรดแู ลเดก็ ในครอบครวั ยำกจน) คดิ เป็น 2 /1000 คน รอ้ ยละ 0.2 คดิ เป็น 1500 คน ต่อปี ดงั นัน้ รฐั ต้องใช้งบประมำณในกำรจดั กำรเรยี นรู้และดูแลกลุ่มท่ไี ด้รบั กำรเล้ียงดูไม่เหมำะสมขนั้ รนุ แรง 20 736 000 – 24 636 000 บำท แต่ระบบท่เี กดิ ข้นึ จะนำไปสู่กำรปรบั ระบบกำรเรยี นรู้และดูแลเดก็ ปฐมวยั ในศูนย์พฒั นำเด็กและ โรงเรียนอนุบำล ชุมชน และสถำนคุ้มครองเด็ก ท่ีตอบสนองต่อเด็กท่ีมีบำดแผลทำงใจ จำก ประสบกำรณ์เลวร้ำยในชวี ติ ทงั้ ท่อี ำกำรรุนแรงได้รบั กำรช่วยเหลอื แยกออกจำกครอบครวั และ อำกำรไมร่ นุ แรง แต่อำจมผี ลต่อพฤตกิ รรม อำรมณ์ในระยะยำวกวำ่ 720 000 คน 4.7 หลกั สตู รการดแู ลและฟื้ นฟตู งั้ แต่ระยะแรกสาหรบั เดก็ ที่ได้รบั ความเจบ็ ปวดทางใจจาก ประสบการณ์เลวร้ายในชีวิต (Curriculum of early intervention for traumatized children with adverse childhood experiences) เป้าหมาย
เพอ่ื ใหผ้ ดู้ แู ลเดก็ ในชมุ ชนและหน่วยบรกิ ำรเดก็ ปฐมวยั ทุกรปู แบบ ครแู ละผดู้ แู ลเดก็ วยั เรยี นในโรงเรยี น และนอกระบบกำรศกึ ษำ ผใู้ หบ้ รกิ ำรสุขภำพในสถำนพยำบำล และผทู้ ำหน้ำทค่ี มุ้ ครองสวสั ดภิ ำพเดก็ เจำ้ หน้ำทท่ี เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กำรพฒั นำและคมุ้ ครองเดก็ ทกุ ระดบั เกย่ี วขอ้ ง ผนู้ ำชุมชน และ ผบู้ รหิ ำรหน่วยงำน 1. มคี วำมรู้ เกย่ี วกบั กำรควำมสำคญั ของกำรพฒั นำเดก็ ปฐมวยั ตอ่ กำรพฒั นำตลอดช่วงวยั และ ผลกระทบของกำรเลย้ี งดไู มเ่ หมำะสม และ ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในวยั เดก็ ต่อกำรพฒั นำเดก็ ปฐมวยั 2. มคี วำมสำมำรถในกำรประเมนิ พฒั นำกำรเดก็ ทงั้ ทำงดำ้ นสขุ ภำพ พฤตกิ รรม อำรมณ์ สงั คม ควำมรู้ คดิ และEF กำรประเมนิ เดก็ ทไ่ี ดร้ บั ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ 3. มคี วำมรแู้ ละควำมสำมำรถในกำรฟ้ืนฟูเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ ทงั้ ทำงดำ้ นสุขภำพ พฤตกิ รรม อำรมณ์ สงั คม สภำพจติ ใจ พฤตกิ รรมของเดก็ ควำมรคู้ ดิ และEF 4. มคี วำมสำมำรถในกำรวำงแผน และพฒั นำระบบบรกิ ำรของตนเองเพอ่ื ใหเ้ ป็นบรกิ ำรทม่ี คี วำมไวต่อ กำรคน้ หำ และฟ้ืนฟูเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ และมบี ำดแผลทำงใจ 5. เหน็ ควำมสำคญั ในกำรคน้ หำ แกไ้ ข ฟ้ืนฟู และป้องกนั ปัญหำเดก็ ปฐมวยั ทไ่ี ดร้ บั กำรเลย้ี งดไู ม่ เหมำะสม และ ไดร้ บั ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้ 1. ด้านความรู้ ผรู้ บั กำรฝึกอบรม สำมำรถอธบิ ำยกำรพฒั นำมนุษยต์ ลอดชว่ งวยั และผลกระทบจำกกำรพฒั นำทไ่ี มย่ งั่ ยนื สำมำรถอธบิ ำยเครอ่ื งมอื กำรประเมนิ พฒั นำกำรเดก็ ปฐมวยั ทงั้ ดำ้ นพฤตกิ รรม อำรมณ์ สงั คม และ เครอ่ื งมอื กำรประเมนิ ทกั ษะควำมรคู้ ดิ และEF สำมำรถอธบิ ำยพยำธสิ รรี วทิ ยำของควำมเครยี ดเป็นพษิ อนั เกดิ ขน้ึ เน่ืองจำก ควำมเจบ็ ปวดทำงใจ จำกประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ ของเดก็ และอธบิ ำยประเภทต่ำงๆของประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ควำมเจบ็ ปวดทำงใจได้ สำมำรถอธบิ ำย แนวทำงกำรฟ้ืนฟูเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจำกกำรเลย้ี งดไู มเ่ หมำะสม สำมำรถอธบิ ำย วธิ กี ำรวำงแผน และพฒั นำระบบกำรเรยี นรแู้ ละดแู ลเดก็ ปฐมวยั ทค่ี วำมเจบ็ ปวดทำง ใจจำกประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ เครอื ขำ่ ยทเ่ี กย่ี วขอ้ งระดบั ทอ้ งถนิ่ จงั หวดั และสว่ นกลำและ กฎหมำยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 2. ด้านทกั ษะ ผรู้ บั กำรฝึกอบรม
สำมำรถประเมนิ พฒั นำกำรเดก็ ปฐมวยั ทงั้ ดำ้ นพฤตกิ รรม อำรมณ์ สงั คม และวธิ กี ำรประเมนิ ทกั ษะ ควำมรคู้ ดิ และEF สำมำรถประเมนิ อำกำรควำมเครยี ดเป็นพษิ ในเดก็ และประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ -ภำวะวกิ ฤต ครอบครวั -กำรเลย้ี งดไู มเ่ หมำะสม สำมำรถใหก้ ำรดแู ลและจดั กำรเรยี นรเู้ พอ่ื ฟ้ืนฟูเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจำกกำรเลย้ี งดไู มเ่ หมำะสมโดย แนวทำงกำรดแู ลเดก็ เพอ่ื สง่ เสรมิ พฤตกิ รรมและอำรมณ์เชงิ บวก กำรเลน่ สกู่ ำรเปลย่ี นแปลง กำรจดั สง่ิ แวดลอ้ มเพอ่ื สง่ เสรมิ พฒั นำกำรและลดควำมเครยี ดและระดบั เป็นพษิ แก่เดก็ กำรทำงำนกบั ครอบครวั และกบั ชุมชน สำมำรถเขยี นแผน ดำ้ นงบประมำณ สง่ิ ของ สง่ิ แวดลอ้ ม และกำลงั คนในกำรพฒั นำระบบกำรเรยี นรู้ และดแู ลเดก็ ปฐมวยั ทค่ี วำมเจบ็ ปวดทำงใจจำกประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ สำมำรถสรำ้ งควำมรว่ มมอื กบั เยำวชน ครอบครวั ชุมชน และหน่วยงำนสหวชิ ำชพี เพอ่ื พฒั นำ กระบวนกำรพฒั นำและคมุ้ ครองเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ควำมเจบ็ ปวดทำงใจจำกประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ อยำ่ งต่อเน่ือง สามารถคน้ หา ประเมิน บาบดั ฟ้ื นฟเู บ้ืองตน้ และแนะนาการส่งต่อแก่ พอ่ แม่ ผดู้ ูแลเดก็ อ่ืนๆ ผทู้ างาน และตนเอง ที่ไดร้ ับผลกระทบจากความเจบ็ ปวดทางใจจากประสบการณ์เลวร้ายในชีวิต เพือ่ ใหส้ ามารถ ดูแลเดก็ ต่อเน่ืองต่อไปได้ 3. ด้านเจตคติ ผรู้ บั กำรฝึกอบรม ตระหนกั ในเรอ่ื งผลกระทบจำกกำรพฒั นำทไ่ี มย่ งั่ ยนื ตอ่ กำรพฒั นำมนุษยต์ ลอดชว่ งวยั ตระหนกั ในเรอ่ื งผลกระทบของควำมเครยี ดเป็นพษิ และควำมเจบ็ ปวดทำงใจจำกประสบกำรณ์ เลวรำ้ ยในชวี ติ และยอมรบั ควำมจำเป็นของกำรป้องกนั และกำรบำบดั ฟ้ืนฟูใหเ้ รว็ ทส่ี ดุ ตงั้ แต่ ระยะแรกทค่ี น้ พบ ตระหนกั ในคุณคำ่ บทบำทของตน ในกำรคน้ หำ ประเมนิ บำบดั ฟ้ืนฟู สง่ ต่อ และป้องกนั เดก็ ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจำกควำมเจบ็ ปวดทำงใจจำกประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ ตระหนกั ในคณุ คำ่ บทบำทของตนในกำรบรหิ ำรจดั กำรใหก้ ระบวนกำรพฒั นำและคมุ้ ครองเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ควำมเจบ็ ปวดทำงใจจำกประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ ดำเนินไดอ้ ยำ่ งต่อเน่ืองและมคี ณุ ภำพ
ตระหนกั ในคณุ คำ่ บทบำทของตน ในกำรคน้ หำ ประเมนิ บำบดั ฟ้ืนฟูเบอ้ื งตน้ และแนะนำกำรสง่ ต่อ แก่ พอ่ แม่ ผดู้ แู ลเดก็ อ่นื ๆ ผทู้ ำงำนทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจำกควำมเจบ็ ปวดทำงใจจำกประสบกำรณ์ เลวรำ้ ยในชวี ติ เพอ่ื ใหส้ ำมำรถดแู ลเดก็ ตอ่ เน่ืองต่อไปได้ ตระหนกั ในคุณคำ่ บทบำทของตนในกำรสรำ้ งควำมรว่ มมอื กบั เยำวชน ครอบครวั ชุมชน และ หน่วยงำนสหวชิ ำชพี เพอ่ื พฒั นำกระบวนกำรพฒั นำและคมุ้ ครองเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ควำมเจบ็ ปวดทำงใจ จำกประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ อยำ่ งต่อเน่ือง เนื้อหาหลกั สตู ร ประกอบดว้ ย 5 หน่วยกำรเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 การพฒั นาตลอดช่วงวยั ของมนุษย์ พฒั นำกำรของมนุษยต์ ลอดชว่ งวยั ตงั้ แต่แรกเกดิ ถงึ วยั ชรำ ควำมสำคญั ของกำรพฒั นำในชว่ งปฐมวยั ผลกระทบกำรพฒั นำทไ่ี มย่ งั่ ยนื ตอ่ กำรพฒั นำมนุษย์ หน่วยการเรียนที่ 2 การประเมินพฒั นาการเดก็ ปฐมวยั กำรประเมนิ พฤตกิ รรม อำรมณ์ และพฒั นำกำรดำ้ นสงั คมของเดก็ ปฐมวยั กำรประเมนิ ทกั ษะควำมรคู้ ดิ และEF หน่วยการเรยี นท่ี 3 ประสบการณ์เลวรา้ ยในเดก็ และ การประเมิน ควำมเครยี ดระดบั ต่ำงๆ และควำมเครยี ดเป็นพษิ พยำธสิ รรี วทิ ยำของควำมเครยี ดเป็นพษิ ผลกระทบของควำมเครยี ดเป็นพษิ ต่อกำรพฒั นำสมอง-ควำมทรงจำ-พฒั นำกำร-พฤตกิ รรม-กำร ตอบสนองของเดก็ -และโรคทำงกำยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ทงั้ ในวยั เดก็ วยั รนุ่ จนถงึ วยั ผใู้ หญเ่ มอ่ื เตบิ โตขน้ึ และเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยหลำยมติ ิ ประเภทต่ำงๆของประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ ของเดก็ ภำวะวกิ ฤตครอบครวั กำรเลย้ี งดทู ไ่ี ม่ เหมำะสม ในรปู แบบกำรละเลย และกำรทำรณุ กรรมทำงอำรมณ์ กำรเลย้ี งดทู ไ่ี มเ่ หมำะสม ใน รปู แบบกำรทำรณุ กรรมทำงรำ่ งกำย และเพศ ปัจจยั ทำงวฒั นธรรมทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อควำมรบั รแู้ ละกำรตอบสนองของเดก็ ต่อประสบกำรณ์เลวรำ้ ยใน ชวี ติ ทก่ี ่อใหเ้ กดิ ควำมเจบ็ ปวดทำงใจ กำรใชเ้ ครอ่ื งมอื เพอ่ื ประเมนิ อำกำรควำมเครยี ดเป็นพษิ ในเดก็
กำรใชเ้ ครอ่ื งมอื เพอ่ื คน้ หำและประเมนิ ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ -ภำวะวกิ ฤตครอบครวั -กำรเลย้ี ง ดไู มเ่ หมำะสม หน่วยการเรยี นท่ี 4 แนวทางการฟื้ นฟเู ดก็ ที่ได้รบั ผลกระทบจากการเลีย้ งดไู มเ่ หมาะสม แนวทำงกำรดแู ลเดก็ เพอ่ื สง่ เสรมิ พฤตกิ รรมและอำรมณ์เชงิ บวก กำรเล่นและกำรสอ่ื สำร กำรจดั สง่ิ แวดลอ้ มเพอ่ื สง่ เสรมิ พฒั นำกำรและลดควำมเครยี ดและระดบั เป็นพษิ แก่เดก็ กำรสง่ เสรมิ ควำมอยดู่ มี สี ขุ ของครอบครวั กำรทำงำนรว่ มกบั ชุมชนเพอ่ื สง่ เสรมิ ระบบคุม้ ครองเดก็ ทอ้ งถน่ิ หน่วยการเรยี นที่ 5 การบริหารจดั การระบบการพฒั นาและค้มุ ครองเดก็ ท่ีได้รบั ความเจบ็ ปวดทางใจ จากประสบการณ์เลวรา้ ยในชีวิตในศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ ปฐมวยั โรงเรียน บา้ นพกั เดก็ และครอบครวั และ จดุ บริการสาธารณะอ่ืนๆ กำรบรู ณำกำรงำนขำ้ มฝ่ำยหลำยมติ ทิ งั้ ระดบั ทอ้ งถน่ิ จงั หวดั และสว่ นกลำง กำรเตรยี มทรพั ยำกรใหพ้ รอ้ มดำ้ นงบประมำณ สง่ิ ของ สงิ่ แวดลอ้ ม และกำลงั คน กฎหมำยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กำรสรำ้ งควำมรว่ มมอื กบั เยำวชน ครอบครวั ชมุ ชน และหน่วยงำนสหวชิ ำชพี เพอ่ื พฒั นำ กระบวนกำรพฒั นำและคมุ้ ครองเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ควำมเจบ็ ปวดทำงใจจำกประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในชวี ติ อยำ่ งต่อเน่ือง การคน้ หา ประเมิน บาบดั ฟ้ื นฟูเบ้ืองตน้ และแนะนาการส่งต่อแก่ พอ่ แม่ ผดู้ ูแลเดก็ อ่ืนๆ ผทู้ างาน และ ตนเอง ท่ีไดร้ ับผลกระทบจากความเจบ็ ปวดทางใจจากประสบการณ์เลวร้ายในชีวิต เพือ่ ใหส้ ามารถดูแล เดก็ ต่อเนื่องต่อไปได้ สรปุ กำรเรยี นรู้ และ ภำระกจิ ทต่ี อ้ งปฏบิ ตั ิ บท1-6 กจิ กรรมการฝึ กอบรม
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 1 กำรพฒั นำตลอดช่วงวยั ของมนุษยแ์ ละ ด้าน ด้านทกั ษะ ด้าน ควำมสำคญั ของกำรพฒั นำในชว่ งปฐมวยั ความรู้ การปฏิบัติ เจตคติ หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 2 กำรประเมนิ พฒั นำกำรเดก็ ปฐมวยั กำรพฒั นำ oo ตลอดชว่ งวยั ของมนุษยแ์ ละควำมสำคญั ของกำรพฒั นำในชว่ งปฐมวยั หน่วยกำรเรยี นท่ี 3 ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในเดก็ และ กำรประเมนิ oo หน่วยกำรเรยี นท่ี 4 แนวทำงกำรฟ้ืนฟูเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจำกกำร oo o เลย้ี งดไู มเ่ หมำะสม oo o หน่วยกำรเรยี นท่ี 5 การบริหารจดั การระบบ oo ตวั อย่างรูปแบบการฝึ กอบรม Day1: หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 1 กำรพฒั นำตลอดช่วงวยั ของมนุษยแ์ ละ สอน/ การปฏบิ ตั ิ เยยี่ ม ควำมสำคญั ของกำรพฒั นำในชว่ งปฐมวยั อภปิ ราย ชม Day2: หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 2 กำรประเมนิ พฒั นำกำรเดก็ ปฐมวยั กำร o o พฒั นำตลอดชว่ งวยั ของมนุษยแ์ ละควำมสำคญั ของกำรพฒั นำในช่วง oo o ปฐมวยั o oo oo Day3 หน่วยกำรเรยี นท่ี 3 ประสบกำรณ์เลวรำ้ ยในเดก็ และ กำร oo ประเมนิ Day4: หน่วยกำรเรยี นท่ี 4 แนวทำงกำรฟ้ืนฟูเดก็ ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบ จำกกำรเลย้ี งดไู มเ่ หมำะสม Day5: หน่วยกำรเรยี นท่ี 5 การบริหารจดั การระบบ + สรปุ และ อภิปราย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124