Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Grammar M.4

Grammar M.4

Published by Helper Forwork, 2021-12-30 20:48:12

Description: Grammar M.4

Search

Read the Text Version

Eletronic book Grammar M.4 Submitted by Natcha Poonsawat m.4/7 no.40

Preface 1 This play report is made as part of the English language subject, grade 4, in order to learn about grammar and understand it for the benefit of learning. The organizer hopes that This report is useful to readers or students who are looking for information on this subject The organizer hopes that This report is useful to readers or students who are looking for information on this subject like to accept and apologize. Natcha poonsawat 1 13 2

สารบญั 3 6 1) Presen Simple : affirmative and negative 8 2) Present Simple : yes/no and wh-question 9 3) Countable and Uncountable noun 10 4) present continuous 12 5) Present Simple and present continuous 13 6) Comparative and superlative 14 7) have to/don't have to 14 8) must/mustn't;should /shouldn't 15 9) Past Simple:was/were, could 16 10) Past simple:affirmatives 17 11) past simple:questions and negative 18 12) Present Perfect with ever/never 19 13) Present Perfect with just/already/yet 14) Future with will 2

1 affirmPraetsiveen aSnimdpnleeg:ative ลกั ษณะการใช Present Simple Tense Present แปลวา ปจจ�บนั ดงั น้ัน Present Simple Tense จ�งเปนประโยค ที่มโี ครงสรา งแบบงา ย ๆ เพอื่ ใชพ ดู ถงึ เหตกุ ารณในปจ จบ� นั นน่ั เอง โดยมลี กั ษณะ ตาง ๆ ดังนี้ 1. ใชเพอ่ื พดู ถงึ ความเปนจร�งในชว� �ตประจําวนั When the earth moves around itself, it makes Day and Night. (เม่ือโลกหมนุ รอบตัวเอง มนั ทําใหเ กิดกลางวันกลางคนื ) 2. ใชเพ่ือพูดถึงเหตุการณ นิสัย หร�อการกระทําที่เกิดข้�นซํ้า ๆ บอย ๆ เปนประจาํ ทกุ วัน เชน I walk to school every day. (ฉนั เดินไปโรงเร�ยนทุกวนั ) 3. ใชเ พอ่ื ใหคําแนะนําหรอ� การบอกทศิ ทาง เชน Turn off the television before going to bed. (ปด โทรทศั นกอ นเขา นอน) รูปประโยคของ Present Simple Tense ดังที่ไดกลาวขางตนวา Present Simple Tense คือประโยคที่บอกเลา เรอ�่ งราวตา ง ๆ เชน ฉนั วา ยนาํ้ ทกุ ๆ วนั โดยรปู ประโยคของ Present Simple Tense มรี ปู แบบดงั ตอ ไปน้ี 1. ประโยคบอกเลา โครงสรา งของประโยคบอกเลา :  Subject + Verb.1 + Object + (คาํ บอกเวลา) ทัง้ นค้ี ํากร�ยาชองที่ 1 น้ันจะมีการเติม s หร�อ es 3

ถาหากประธานของประโยคเปนเอกพจน (He, She, It) แตถาประธานเปน I, You หร�อประธานพหูพจน (You (หลายคน), We, They) ใหคงรูปคํา กร�ยานั้น ๆ ไวเ ชน เดมิ เชน I go to university by bus every morning. (ฉนั ไปมหาว�ทยาลัยโดยรถโดยสารประจําทางทกุ เชา ) **ประโยคน้ีประธานคือ I แมจะเปนเอกพจนแตเปนขอยกเวน ดังกร�ยา go จ�งไมตอ งเตมิ s หร�อ es 2. ประโยคคําถาม โครงสรางของประโยคคําถามใน Present Simple Tense มีสองรูปแบบคือ แบบท่ี 1 : Verb to be + Subject + Object/สว นขยาย + (คาํ บอกเวลา) ? ใชเ มอ่ื ในประโยคน้ันมี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู เชน She is my sister.   --->   Is she your sister ? (หลอ นเปน นอ งสาวคณุ หรอ� เปลา ?) เมือ่ เหน็ V. to be ในประโยคใหน าํ V. to be ขน้� ตน ประโยคนาํ หนา ประธานไดเ ลย เพียงเทาน้กี จ็ ะกลายเปนประโยคคําถาม (และอยาลืมเปล่ียนคําสรรพนาม ดวยนะคะ จาก my เปน your) แบบที่ 2 : Verb to do + Subject + Verb.1 + Object + (คําบอกเวลา)? ใชเมื่อประโยคนั้นไมมี V. to be จ�งตองนํา V. to do ไดแก do กับ does เขา มาชว ย โดยขน้� ตน ประโยคนาํ หนา ประธาน ซง่� มวี ธ� ก� ารใชท แี่ ตกตา งกนั คอื Do ใชน าํ หนา I, You และประธานทเี่ ปน พหพู จน (You, We, They) สว น Does ใชน ําหนาประธานท่ีเปนเอกพจน (He, She, It) และคํากร�ยาคงรูปชองท่ี 1 เหมอื นเดิมโดยไมต อ งเตมิ s, es เชน 4

3. ประโยคปฏิเสธ รูปแบบประโยคปฏเิ สธใน Present Simple Tense มสี องรปู แบบคลา ยกบั รปู แบบ ประโยคคําถามคอื แบบท่ี 1 : Subject + Verb to be + not + Object/สว นขยาย + (คาํ บอกเวลา) ใชเ มือ่ ในประโยคนนั้ มี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู เชน I am your servant.   --->   I am not your servant. (ฉนั ไมไ ดเ ปน คนรบั ใช ของคุณ) เมื่อเหน็ V. to be ในประโยคใหเ ตมิ not ไวห ลงั V. to be ไดท นั ที เพยี งเทา นี้ ก็จะกลายเปน ประโยคปฏเิ สธ แบบท่ี 2 : Subject + Verb to do + not + Verb.1 + Object + (คาํ บอกเวลา) แบบทส่ี องใชเ มอ่ื ประโยคนน้ั ไมม ี V. to be จง� ตอ งนาํ V. to do ไดแ ก do กบั does เขา มาชว ยแลว ตามหลงั ดว ย not เพอื่ บอกความปฏเิ สธ สว นคาํ กรย� า ใหคงรปู ชองที่ 1 เหมือนเดมิ โดยไมต องเติม s,es เชน คาํ บอกเวลาใน Present Simple Tense ในประโยค Present Simple Tense มกั จะมคี าํ บอกเวลาซง่� เปน Adverbs of Frequency ปรากฎอยใู นประโยคเพอ่ื บอกความถข่ี องเหตกุ ารณห รอ� การกระทาํ นนั้ ๆ ไดแก Adverbs of Frequency คาํ บอกเวลา Always สมํ่าเสมอ, เปน ประจาํ Frequently บอ ย ๆ Often บอย ๆ Usually โดยปกติ Hardly แทบจะไมเคย Never ไมเคย Rarely แทบจะไมเคย Seldom นาน ๆ คร้งั Sometimes บางครง้ั 5

2 yes/Pnroesaenndt wSihm-pqluees: tion 1. ถามนําขน�้ ตน ดว ย Verb to be ถา ประโยคนนั้ มี Verb to be ใหน าํ มาวางขา งหนา ไดเ ลย ดงั เชน รปู ประโยคตอ ไปนี้ ประโยคบอกเลา ประโยคคําถาม การตอบ He is a teacher. (เขาคอื คณุ คร)ู Is he a teacher? (เขาคือคุณครใู ชไ หม?) Yes, he is. (ใช เขาเปน) No, he isn’t. (ไม เขาไมไดเปน) You are Japanese. (คุณเปนคนญี่ปุน ) Are you Japanese? (คุณเปนคนญีป่ ุนใชไหม?) Yes. I’m. (ใช ฉันเปน) No, I’m not. (ไม ฉนั ไมไ ดเ ปน) 2. ถามขน�้ ตน ดว ย Verb to do ถาประโยคทเี่ ราจะถามไมม ี Verb to be ใหน าํ Verb to do มาใชน าํ หนา ประโยค โดยใชร ูปเอกพจนห รอ� พหูพจนต ามประธาน ดังเชน รปู ประโยคตอ ไปน้ี 6

ประโยคบอกเลา ประโยคคําถาม การตอบ You know her name. (คณุ รจู กั ช�่อของเธอ) Do you know her name? (คุณรจู กั ชอ�่ ของเธอไหม?) Yes, I do. (คะ ฉันรูจกั ) No, I don’t. (ไม ฉนั ไมรจู กั ) She plays the piano. (เธอเลน เปย โน) Does she play the piano? (เธอเลนเปยโนไหม?) Yes, she does. (คะ เธอเลน เปย โน) No, she doesn’t. (ไมค ะ เธอไมไดเ ลนเปย โน) 3. ถามข�้นตน ดวยกร�ยาชว ย 7 หากประโยคนน้ั มกี รย� าชว ยตวั อนื่ ๆ เชน Can, Could, Will, Would, Shall, Should ใหเอาคํากร�ยาเหลาน้ีข้�นตนแลวตามดวยประโยคคําถาม เชน ประโยคบอกเลา ประโยคคําถาม การตอบ You can speak Chinese. (คุณพดู ภาษาจ�นได) Can you speak Chinese? (คณุ พดู ภาษาจ�นไดไหม?) Yes, I can. (คะ ฉนั พูดได) No, I can’t. (ไมค ะ ฉนั พดู ไมไ ด)

You will go with us. (คณุ กจ็ ะไปกับพวกเราดวย) Will you go with us? (คณุ จะไปกบั พวกเราดวยไหม?) Yes, I will. (คะ ฉนั จะไปดวย) No, I won’t. (ไมคะ ฉันไมไดไปดวย 3 UnCcoouuAnntrtataibcbllleeesannodun คาํ นามนบั ได (Countable Noun) และคาํ นามนบั ไมไ ด (Uncountable Noun) คํานามนับได (Countable Noun) คือ คํานามที่เราสามารถระบุไดวามี ก่ีช้�น กี่อัน กี่ตัว ก่ีแหง ฯลฯ เชน ดนิ สอ 5 แทง     —— 5 pencils หนังสือ  8  เลม  ——  8 books บา น 1 หลัง       ——- a house จะเหน็ ไดว า คาํ นามขา งตน พวก ดนิ สอ หนงั สอื บา น น้ี เปน คาํ นามนบั ไดค ะ เพราะ เราสามารถระบจุ าํ นวนของสง่ิ นน้ั ๆไดว า มเี ทา ไหร ซง�่ คาํ นามนบั ได (Countable Noun) จะแบงออกเปน 2 ประเภท คือ คํานามเอกพจนและคํานามพหูพจน คาํ นามนบั ไมได (Uncountable Noun) คือ คาํ นามทเี่ ราไมส ามารถระบุจาํ นวน หรอ� บอกวามีกี่ชน้� ก่ีอันได อาทิ ของเหลวตา งๆ  เชน นม นาํ้ ไวน หรอ� ขา ว นา้ํ ตาล หรอ� ของทม่ี ปี รม� าณมากๆ เชน ผม  ฟางหญา เปน ตน  จะใหเ ราพดู วา ขอขา ว 2 เมด็ จา หรอ� ขอนม 3 หยด 8

4 present continuous โครงสราง present continuous tense S + is, am, are + V ing ประธาน + is, am, are + กรย� าเตมิ ing I am eating He, She, It, A cat is eating You, We, They, Cats are eating หลักการใช present continuous tense คือ คํานามท่ีเราสามารถระบุไดวามี ก่ีช้�น ก่ีอัน ก่ีตัว ก่ีแหง ฯลฯ 1. ใชกลาวเหตุการณที่กําลังเกิดข�้นขณะท่ีพูดอยู หร�อในระหวางอาทิตยน้ัน เดือนน้ันก็ได ซ่�งอาจจะมีคําเหลานี้อยูดวยก็ได now / right now  ตอนนี้ at the moment  ตอนนี้ * I am studying hard, John. * ฉนั กําลังเรย� นหนกั นะ จอหน (ไมใชขณะน้ี แตเปนในชว งนี้) 2. ใชก ลา วถงึ เหตกุ ารณท ก่ี าํ ลงั จะเกดิ ขน�้ ในอนาคต (แนๆ ) และมกั จะมคี าํ ทบี่ ง บอก อนาคตกํากบั อยดู วย this evening เยน็ นี้ 9 tonight คืนน้ี tomorrow พรุง น้ี this weekend สุดสัปดาหนี้ next  week สัปดาหหนา next month เดอื นหนา next year ปห น

5 PprreesseennttSciomnptilneuaonuds Present Simple Tense Present Simple Tense คอื การพดู ถงึ เรอ่� งทวั่ ไป เรอ่� งทที่ าํ ซาํ้ ๆ ในปจ จบ� นั โครงสรางประโยคของ Present Simple Tense S + V.1 ถา ประธานเปน เอกพจนบ รุ ษุ ท่ี 3 (He, She, It, The library, a dog, etc…) กรย� าตองเติม s/es He drives a taxi. She eats pizza. I live in Bangkok. S + Auxiliary Verb (กรย� าชว ย) + V.1 (V.1 ไมเ ตมิ s/es) She can play tennis. We must work hard. หลกั การใช Present Simple Present Simple Tense คอื การพดู ถงึ เรอ�่ งทว่ั ไป เรอ�่ งทที่ าํ ซา้ํ ๆ ในปจ จบ� นั 1. ใชพูดถงึ สง่ิ ทเี่ ปน ความจรง� ทว่ั ไป (ทงั้ เรอ่� งเกย่ี วกบั ตวั เราและความจรง� ตาม ธรรมชาต)ิ I live in Bangkok. (ฉันอาศัยอยทู ่กี รุงเทพ) 2. ใชพ ูดถงึ นสิ ยั หรอ� กิจวตั รที่ทาํ เปน ประจําในปจ จบ� ัน She eats fruit every day. (เธอกินผลไมท กุ วนั ) I go to work by BTS. (ฉันไปทํางานโดยรถไฟฟา บีทีเอส) ขอ สังเกต: เหตุการณหร�อการกระทําที่ทําเปนประจํามักมีคําบอกความถ่ี (Adverbs of frequency) แสดงอยูในประโยค 10

3. ใชพ ูดเก่ียวกับส่ิงท่ีกําหนดไววาจะทําในอนาคต (มักเกี่ยวกับแผนงานและ ตารางเวลา) Our holiday starts on the 11th August. (วันหยุดของพวกเราเร�่มตนท่ี วนั ที่ 11 สิงหาคม) 4. ใชเลาเร่อ� งตลก สรุปเร่�องราวจากละคร ภาพยนตร นิยาย หร�อรายงาน การแขง กฬี าแบบเร�ยลไทม In her new movie, Yaya plays a troubled woman. (ในภาพยนตร เรอ�่ งใหม ญาญาเลน เปน นางรา ย) 5. ใชพ ดู แสดงความชอบ ความคดิ เหน็ ความรสู กึ โดยคาํ กรย� าสว นใหญท ใ่ี ชค อื like, love, prefer, know, understand, hate, need, want, believe, remember, see, hear, taste, smell, look I need to know right now. (ฉันตอ งรเู ดยี๋ วน)้ี **eating ในท่นี เี่ ปน Gerund มสี ถานะเปน คาํ นาม หมายถึง การกนิ Present Continuous Tense Present Continuous Tense คอื การพดู ถงึ เหตกุ ารณท เี่ กดิ ขน้� อยอู ยา ง ตอเน่อื งในขณะนั้น แตจะสน้ิ สดุ ในไมชา โครงสรา งของ Present Continuous Tense S + V to be (is, am, are) + V ing She is talking to her friend. I’m watching the movie. หลกั การใช Present Continuous Tense 1. ใชพูดถึงสิง่ ทก่ี ําลังทําหรอ� กําลังเกดิ ข�น้ อยูในขณะทพ่ี ดู They are swimming in the pool. (พวกเขากําลังวายนํ้าในสระวายน้ํา) ** เราสามารถเติมคําวา just ขางหนา V ing เพ่ือเนนยํ้าวา กําลัง… ได He is just having breakfast. 2. ใชพ ูดเหตุการณที่จะเกิดข�้นในอนาคตอันใกลหร�อตองเปนอยางนั้นแน ๆ ซ�ง่ มักใชกับกร�ยาที่มีการเคลอ่ื นที่ I’m flying to Milan in September. (ฉนั กาํ ลงั จะบนิ ไปมลิ านในเดอื นกนั ยายน) 11

6 aCndomsuppaerraltaitvieve Comparative เปน การเปรย� บเทยี บใหเ หน็ ความมากกวา หรอ� นอ ยกวา ของ 2 สงิ่ ไมว า จะเปน ในแงใดกต็ าม โดยมโี ครงสรา งประโยคแบบงา ยๆ ในการเปรย� บเทยี บแบบ มากกวา คอื S + V. to be + Comparative adj. + than + O เชน The elephant is bigger than the cow. (ชา งตวั ใหญกวาววั ) แตถาหากเราตองการเปร�ยบเทียบในเช�งนอยกวา ก็ใหเติม less ซ�่งแปลวา นอ ยกวา ไวดา นหนา comparative adjective ดงั นี้ S + V. to be + less + Comparative adj. + than + O เชน The cow is less bigger than the elephant. (ชา งตวั ใหญน อ ยกวา ววั ) Superlative เปน การเปรย� บเทยี บสง่ิ ของตงั้ แต 3 สง่ิ ขน้� ไป หรอ� ในหมวดหมเู ดยี วกนั ท้งั หมด วาสง่ิ นัน้ ดีหร�อมากท่ีสุดแลว มีโครงสรางประโยคงา ยๆ คอื S + V. to be + the + Superlative adj. เชน I’m the richest person in this town. (ฉันเปนคนท่ีรวยที่สุดในเมืองนี้) 12

7 have to/don't have to สาํ หรบั การใช mustn’t และ don’t have to นนั้ mustn’t (แปลวา ตอ งไม, อยา) เชนการหามทําผิดกฏหร�อกฏหมาย สวน don’t have to (แปลวาไม จาํ เปนตอ ง) มกั ใชบอกวาไมจําเปนตองทาํ บางส่งิ บางอยา ง ตวั อยางประโยคการใช mustn’t You mustn’t smoke on buses. คุณตองไมสบู บุหร�่บนรถโดยสาร (เพราะผิดกฏหมาย) In football you mustn’t touch the ball with your hands. ในเกมสฟ ตุ บอลคณุ ตอ งไมใชม อื แตะตอ งลกู บอล (เพราะผดิ กฏ) ตวั อยา งประโยคการใช don’t have to In Britain, people don’t have to carry a passport with them. ในสหราชอนาจกั ร ประชาชนไมจ าํ เปน ตอ งพกหนงั สอื เดนิ ทางตดิ ตวั Tanggwa doesn’t have to stay at home. แตงกวาไมจ ําเปนตอ งอยบู านก็ได 13

8 shmouusldt//mshuostunld'tn;'t การใช must ใชแสดงถงึ ความจาํ เปน หร�อสาํ คญั ในมมุ มองของคนพดู It’s dark now. We must stay here tonight. มันมดื แลวตอนน้ี พวกเราตอ งพกั ที่นคี ืนนี้ (ฉันคิดวามันอันตราย ถาเดินทาง ดังน้ันจ�งจําเปนตองพักกอน) การใช mustn’t ใชในการหา มในรูปแบบทเี่ ปน ทางการ หรอ� หา มในเรอ่� งทส่ี ําคญั ๆ We’re leaving early tomorrow. We must not go to bed late. พวกเราออกเดินทางแตเชาพรุงน้ี พวกเราตองไมเขานอนดึกนะ (ต่นื สายไปไมทนั เคร�อ่ ง ทรป� นี้พังหมดพอด)ี 9 PaswteSriem,pcloeu:wldas/ หลักการใช was/were ใน Past Tense (อดตี กาล) คําวา was, were คือ ชองท่ี 2 ของ Verb to be (is, am, are) was มาจาก is, am ใชกบั ประธานเอกพจน รวมทง้ั I ดวย ประธานเอกพจน ไดแ ก I, he, she, it were มาจาก are ใชก ับประธานพหูพจน ประธานพหูพจน ไดแ ก you, we, they ท้ัง was/were แปลวา เปน , อย,ู คือ แตเปน เรอ�่ งราวทีเ่ กดิ ขน้� ในอดีต (Past Tense) โครงสรา ง: Subject + was/were + Object 14

การยอรูปในเช�งปฏิเสธ was not >>> wasn’t แปลวา ไม were not >>> weren’t แปลวา ไม 1. Past Simple Tense was, were  แปลวา เปน อยู คอื I was an engineer. ฉัน (เคย) เปน ว�ศวกร We were doctors.  พวกเราเคยเปน หมอ 2. Past Continuous Tense was, were อยา แยกแปล ใหแ ปลควบกบั คาํ กรย� าทเี่ ตมิ -ing (แปลวา กาํ ลงั …) ตวั อยาง เชน I was walking in the park. ฉนั กาํ ลงั เดนิ เลน ในสวนสาธารณะ He was drinking soft drinks. เขากาํ ลงั ด่มื นํ้าอดั ลม 10 aPaffistrmsiamtipvlees: Affirmative Sentence: การสรา งประโยคบอกเลาในเชง� บวก (ไมไ ดเปน ประโยคปฏิเสธ หร�อประโยคคาํ ถามนนั่ เอง) 1. Present Simple (Subject + V1) ข้น� อยกู บั วา ประธานวาจะเตมิ s/es หรอ� ไมเ ตมิ ตัวอยางประโยค a) My name is Jeep. b) I live in Chiang Mai, Thailand. 15

2. Past Simple (Subject + V2) กฎของ Verb ที่เปนในรูปของอดีต  (เคาเรย� กมันวา V2 นะ) 1. บางคร้ังกอเตมิ -ed เชน walked 2. บางคํากเ็ ปล่ียนรปู ไปเลย เชน ate  3. บางครงั้ ก็ไมเปลี่ยนอะไรเลย เชน read, hit ตวั อยางประโยค a) My name was Lula. b) I lived in Illinois, United States. 3) Future Simple (Subject + will + Main Verb) Main Verb คอื คาํ กรย� าทไ่ี มม กี ารเตมิ s/es ไมว า ประธานจะเปน ใครกต็ าม ตัวอยางประโยค a) I will change my name to Jenny. b) I will live in London next year. 11 questipoansstasnimdpnleeg: ative Negative Question (ประโยคคาํ ถามเช�งปฏิเสธ) โครงสรางประโยคคําถามโดยทั่วไปที่เราใชในภาษาอังกฤษ สวนใหญ เราจะรูจักกันแตประโยคที่เปนคําถามแบบบอกเลา เชน What are you going to buy at the supermarket? Do you know Alex? คําถามแบบ Yes/No question คําถามแบบ Yes/No question จะข�้นตน ประโยคคาํ ถามดวยกร�ยาชว ย ถาตอ งการทาํ เปน negative question กง็ า ยๆเลยคะ ใส not เขา ไปหลงั กรย� า ชวยไดเ ลย แตส ว นใหญแ ลว เรามกั จะเขย� นหรอ� พดู ในรปู ยอ (contracted form) เชน 16

Isn’t she a member of the club? เธอไมใชส มาช�กของชมรมเหรอ Don’t you go to work today? วนั นคี้ ณุ ไมไปทํางานเหรอ 12 wPrietsheenvtePr/enrefevcetr Ever คาํ กรย� าวเ� ศษณ  ever และ never อธบ� ายหรอ� แสดงใหเ หน็ เวลาทไ่ี มไ ดร ะบไุ วอ ยา งเจาะจง กอ นหนา น ้ี (Have you ever visited Berlin?)' Ever' และ 'never' จะถกู วางไว  กอ นหนา กรย� าหลกั (กรย� าชอ ง 3) โดย Ever จะใช Never Never แปลวา ไมเ คยจนถงึ ตอนน ้ี และมคี วามหมายเหมอื น not ….. ever  (I have never visited Berlin) หามใช  never กบั  not ดวยกัน I haven't never been to Italy. I have never been to Italy. 17

13 witPhrejussetn/talPreerafdeyc/tyet Already แลว (ทาํ แลว) Yet ยัง (ยังไมไ ดท าํ ) Just เพ่งิ จะ (เพิง่ จะทาํ ) ความแตกตา ง ความหมายของทง้ั 3 คาํ มคี วามชดั เจนอยูในตวั เองแลว ความแตกตา ง ของ Already Yet และ Just คือใชบงบอกสถานะของเหตุการณท่ีกลาวถึง วา อยูในสถานะใด ระหวาง เกิดข�้นแลว (already) ยังไมไดเกิดข�้น (yet) หร�อ เพ่ิงจะเกิดข้�น (just) ตวั อยา งประโยค Already I’ve already read that book. ฉนั อานหนังสือเลมน้ันแลว He has finished his work already. เขาทํางานของเขาเสรจ็ แลว Just I have just finished my lunch. ฉนั เพิง่ จะกนิ มอ้ื กลางวนั เสรจ็ Jane’s just called. Can you ring him back, please? เจนเพิ่งจะโทรมา คุณกรุณาชวยโทรกลับหาเขาไดไหม 18

Yet I haven’t done my work yet. ฉนั ยงั ทํางานของฉันไมเ สร็จ Jane hasn’t received email from you yet. เจนยังไมไ ดรับอเี มลจากคุณ โครงสรา งประโยค Subject + has/have + v.3 14 Future with will Future Simple Tense คอื ประโยคอนาคตกาล เอาไวพ ดู ถงึ เรอ่� งราวใน อนาคต เชน สง่ิ ทย่ี งั ไมเ กดิ ขน�้ สง่ิ ทจ่ี ะเกดิ ขน�้ สงิ่ ทจี่ ะทาํ เปน ตน …  เราลองมาดู ตัวอยางประโยคกนั กอนดีกวา คะ My parents will retire soon. She will travel in Korea. หลกั การใช Future Simple Tense 1. เหตกุ ารณในอนาคต 2. การคาดเดาสถานการณในอนาคต 3. ใหคาํ สัญญาวาจะทําหร�อไมทาํ อะไร 4. การใหข อเสนอวาจะทาํ อะไรในขณะนนั้ 19

ประโยคบอกเลา I will take you to the park. Bobby will sit an exam soon. ประโยคปฏิเสธ เราสามารถเติมคาํ วา not หลงั will ไดเ ลย The principal will not tolerate bad behaviors. The house will not be on sale. ประโยคคําถาม ในการทาํ ประโยคคาํ ถาม พวกเราจะตอ งสลบั ตาํ แหนง ของประธานกบั กรย� าชวย will เชน Will you go to the library with me? Will he be late again? 20

3


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook