หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง ระบบนิเวศ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิทยาศาสต์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาป็นฐานร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ
ตารางวิเคราะหห์ ลกั สูตรสำห รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระด สาระ สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ัด ที่ (ระบุเลขขอ้ ของตวั ชว้ี ดั วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ ใจความ 1 หลากหลายของระบบนิเวศ ความสมั พันธ์ระหวา่ งสิ่งไม่มชี วี ติ กบั ส่งิ มชี ีวติ และความสมั พนั ธ์ ระหว่างสิง่ มชี วี ติ กบั ส่ิงมชี ีวติ ตา่ ง ๆ ในระบบนิเวศ การถา่ ยทอด พลังงาน การเปลย่ี นแปลงแทนที่ ในระบบนเิ วศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบท่ี 1 มีต่อทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ สิ่งแวดลอ้ ม แนวทางในการ อนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและ การแก้ไขปัญหาสิง่ แวดลอ้ ม รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
เอกสารหมายเลข 1 หรบั การจัดทำหนว่ ยการเรยี นรู้ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ เวลา (ชัว่ โมง) ดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เวลา 15 ชว่ั โมง 15 ด) สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1.ระบบนิเวศประกอบด้วย องค์ประกอบท่มี ีชวี ิต เช่น พชื สัตวจ์ ุลนิ ทรยี ์และ องคป์ ระกอบทไ่ี มม่ ชี วี ิต เชน่ แสง น้ำ อณุ หภูมแิ รธ่ าตแุ กส๊ องค์ประกอบเหลา่ น้มี ปี ฏสิ ัมพันธ์กัน เช่น พืชต้องการแสง นำ้ และแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ในการสร้าง อาหาร สตั วต์ อ้ งการอาหาร และ สภาพแวดลอ้ มทีเ่ หมาะสมในการ ดำรงชวี ิต เชน่ อณุ หภูมคิ วามชนื้ องค์ประกอบทง้ั สองส่วนน้ี จะตอ้ งมคี วามสมั พนั ธก์ ันอยา่ ง เหมาะสม ระบบนิเวศจึงจะสามารถ คงอยูต่ อ่ ไปได้
สาระ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวช้วี ดั ที่ (ระบุเลขข้อของตัวชว้ี ดั 2
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ เวลา ด) (ชวั่ โมง) 2. สง่ิ มชี วี ิตกบั สงิ่ มชี ีวติ มี ความสมั พนั ธก์ นั ในรปู แบบ ตา่ ง ๆ เช่น ภาวะพงึ่ พากนั ภาวะอิงอาศยั ภาวะเหยอ่ื กบั ผู้ล่า ภาวะปรสิต 3. สง่ิ มีชวี ิตชนดิ เดยี วกนั ท่อี าศัยอยู่ รว่ มกันใน แหลง่ ทอี่ ยู่เดยี วกนั ในช่วงเวลาเดยี วกัน เรยี กวา่ ประชากร 4. กล่มุ ส่ิงมีชีวิตประกอบด้วย ประชากรของสงิ่ มชี วี ติ หลาย ๆ ชนดิ อาศัยอยู่รว่ มกันในแหลง่ ทอ่ี ยู่ เดียวกนั
สาระ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วดั ที่ (ระบุเลขขอ้ ของตัวชว้ี ัด 3,4,5,6
ด) สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ เวลา 5. กลุม่ ส่ิงมีชวี ติ ในระบบนเิ วศแบ่ง (ช่วั โมง) ตามหน้าทไ่ี ดเ้ ปน็ ๓ กลุ่ม ไดแ้ ก่ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ยอ่ ยสลาย สารอนิ ทรยี ส์ ง่ิ มชี ีวติ ทงั้ ๓ กลมุ่ นี้มี ความ สัมพนั ธ์กนั ผผู้ ลิตเปน็ สงิ่ มีชีวิตที่สร้างอาหาร ไดเ้ อง โดย กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ผ้บู รโิ ภค เป็นสง่ิ มชี วี ติ ทไ่ี มส่ ามารถ สรา้ งอาหาร ได้เอง และตอ้ งกนิ ผผู้ ลิตหรือสิง่ มีชีวติ อ่ืน เป็นอาหาร เมอื่ ผ้ผู ลติ และผบู้ ริโภคตายลง จะ ถูก ยอ่ ยโดยผู้ยอ่ ยสลายสารอินทรยี ์ ซ่งึ จะเปลย่ี น สารอินทรยี ์เปน็ สารอ นนิ ทรยี ์กลบั คนื สู่ สง่ิ แวดล้อม ทำให้ เกดิ การหมุนเวียนสารเปน็ วัฏจักร จำนวนผผู้ ลิตผบู้ รโิ ภคและผ้ยู อ่ ย สลายสารอนิ ทรีย์ จะตอ้ งมคี วาม เหมาะสม จึงทำใหก้ ล่มุ ส่งิ มีชวี ติ อยู่ ได้อยา่ งสมดุล 6. พลังงานถกู ถ่ายทอดจากผู้ผลติ ไปยงั ผูบ้ รโิ ภค ลำดบั ตา่ ง ๆ รวมทงั้
ผยู้ อ่ ยสลายสารอนิ ทรีย์ ในรปู แบบ สายใยอาหาร ทปี่ ระกอบด้วยโซ่ อาหาร หลายโซ่ทส่ี มั พนั ธ์กนั ใน การถ่ายทอดพลังงานใน โซอ่ าหาร พลงั งานที่ถกู ถา่ ยทอดไปจะลดลง เรื่อย ๆ ตามลำดับของการบรโิ ภค 7. การถา่ ยทอดพลงั งานในระบบ นิเวศ อาจทำให้ มสี ารพิษสะสมอยู่ ในส่ิงมีชีวติ ได้จนอาจกอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อสงิ่ มีชวี ิต และทำลาย สมดุลใน ระบบนิเวศ ดงั นนั้ การ ดแู ลรกั ษาระบบนเิ วศ ใหเ้ กดิ ความ สมดลุ และคงอยู่ตลอดไปจึงเปน็ สง่ิ สำคญั
ตารางการออกแบบ รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชา...... หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรอื่ ง ระบ ตัวชีว้ ดั ตัวแปรท่ีศึกษา ตัวแปรที่ 1 ตัวแปรที่ 2 1. อธิบายปฏิสัมพนั ธ์ของ ผลสมั ฤทธท์ิ างการ ความสามารถในการแกป้ องคป์ ระกอบของ เรียน กระบวนการทาง วิทยาศ ระบบนิเวศท่ีได้จากการสาํ รวจ 1.1 การสังเกต 1.2 การจำแนกประเภท 1.3 การคำนวณ 2. อธิบายรปู แบบความสัมพนั ธ์ 1.4 การลงความเห็นจาก ระหวา่ งสงิ่ มชี ีวติ 1.5 การจดั กระทำและส กบั สิง่ มีชวี ติ รปู แบบตา่ งๆในแหล่งท่ี ขอ้ มลู อยู่เดยี วกนั 1.6 การตีความหมายข้อ ท่ีได้จากการสาํ รวจ ขอ้ สรุป 1.7 การสร้างแบบจำลอง 3. สร้างแบบจําลองในการอธิบาย 2. ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ การถา่ ยทอด 2.1 การคดิ อยา่ งมีวิจารณ พลงั งานในสายใยอาหาร การแกป้ ัญหา
เอกสารหมายเลข 2 บหนว่ ยการเรยี นรู้ ..................................ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 บบนิเวศ มาตรฐาน ว 1.1 2 ชน้ิ งาน ฐานคิดการจัดการเรยี นรู้ ปัญหา ทกั ษะ -แผนภาพแสดงองค์ประกอบของ การจดั การเรยี นร้แู บบใช้ ศาสตร์ ระบบนเิ วศ ปัญหาเปน็ ฐาน -แผนภาพแสดงความสมั พนั ธ์ของ องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ กข้อมูล -ผงั มโนทศั น์ เรอื่ ง ความสัมพันธ์ การจัดการเรยี นรูแ้ บบใช้ สือ่ ความหมาย ระหวา่ งส่งิ มชี ีวติ ตา่ ง ๆ ในระบบ ปญั หาเปน็ ฐาน นิเวศ อมูล และลง - แผนภาพแสดงระบบนเิ วศในพ้ืนท่ี ทีส่ ำรวจ ง 21 -แบบจำลองการอธิบายการถ่ายทอด การจัดการเรยี นรแู้ บบใช้ ณญาณ และ พลงั งานในสายใยอาหาร ปัญหาเป็นฐาน
ตวั ช้วี ดั ตวั แปรที่ 1 ตัวแปรทศ่ี กึ ษา 4. อธิบายความสมั พันธ์ของผู้ผลติ ตวั แปรท่ี 2 ผู้บริโภค และ ผยู้ อ่ ยสลายสารอนิ ทรียใ์ นระบบ 2.2 ความรว่ มมอื การทำ นิเวศ และภาวะผ้นู ำ 2.3 ดา้ นการสื่อสารสารส 5. อธิบายการสะสมสารพิษใน การรเู้ ทา่ ทันส่ือ สง่ิ มีชีวิตในโซ่อาหาร 2.4 ด้านการสร้างสรรค์แ 6. ตระหนกั ถงึ ความสัมพนั ธ์ของ การทำงาน การเรียนรู้แล ส่งิ มชี ีวิต และสิง่ แวดล้อมในระบบ ตัวเอง นิเวศ โดยไม่ทำลายสมดุลของระบบ นเิ วศ
ชน้ิ งาน ฐานคดิ การจดั การเรยี นรู้ 2 ำงาน เป็นทมี -แผนภาพความสมั พันธข์ องผู้ผลิต การจดั การเรยี นรแู้ บบใช้ ผ้บู ริโภค และผ้ยู อ่ ยสลาย ปญั หาเป็นฐาน สนเทศและ -แผนภาพแบ่งแยกความสัมพันธ์ใน ระบบนเิ วศ และนวัตกรรม ละการพึ่งพา -แผนภาพเรื่องการสะสมสารอาหาร การจัดการเรียนรู้แบบใช้ ในชีวิตประจำวนั ปัญหาเป็นฐาน
หน่วยย่อยท่ี 1 กรอบแนวคิดการออกแบ เรือ่ ง องค์ประกอบของระบบนิเวศ หน่วยการเร เรอื่ ง ระ จำนวน 2 ช่ัวโมง จำนวน 1 สาระสำคญั หนว่ ยย เร ระบบนเิ วศ (ecosystem) หมายถงึ กลุ่มสงิ่ มีชวี ติ ทอี่ าศัยอยู่รว่ มกันในบรเิ วณใด ความสัมพันธ์ระหว่างส บริเวณหนง่ึ ระบบนเิ วศประกอบดว้ ย จำนวน องคป์ ระกอบ 2 ส่วน ได้แก่ องคป์ ระกอบ ที่มชี วี ิตและองค์ประกอบที่ไม่มชี วี ิต สาระสำคัญ องค์ประกอบที่ไม่มชี ีวติ (abiotic สิง่ มีชีวติ และสงิ่ ไม่มีชีวติ component) ได้แก่ น้ำ แรธ่ าตุ แก๊ส แสง กัน เชน่ พชื ต้องการแส อุณหภมู ิ เป็นตน้ องค์ประกอบท่ีมชี ีวิต และแกส๊ คารบ์ อนไดออ (biotic component) ได้แก่ ผ้ผู ลิต ในการสร้างอาหาร สตั ว (producer) ผู้บริโภค (consume) และสภาพแวดล้อมทเี่ ห และผู้ย่อยสลายอนิ ทรยี ์ (decomposer) เชน่ อณุ หภมู ิ ความชื้น ตวั ชว้ี ดั ท่ี 1 ตวั ช้ีวัดท่ี 1
บบหนว่ ยการเรยี นรยู้ ่อย หน่วยยอ่ ยท่ี 3 เร่อื ง ความสมั พันธ์ของสงิ่ มชี ีวติ รยี นรูท้ ่ี 1 ะบบนเิ วศ จำนวน 2 ชว่ั โมง 15 ช่ัวโมง สาระสำคญั ย่อยท่ี 2 ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสิง่ มชี วี ติ ร่ือง กบั สิ่งมชี วี ติ มีความสัมพนั ธ์กันในรูปแบบต่างๆ ส่งิ มีชวี ติ และสิง่ ไม่มชี วี ติ เช่น ภาวะพ่งึ พากนั ภาวะอิงอาศัย 2 ช่ัวโมง ภาวะเหยือ่ กับผ้ลู า่ ภาวะปรสิต ตมคี วามสมั พันธ์ ตวั ช้วี ัดท่ี 2 สง นำ้ อกไซด์ วต์ อ้ งการอาหาร หมาะสมในการดำรงชวี ติ น
หน่วยยอ่ ยที่ 4 กรอบแนวคดิ การออกแบ เรอื่ ง ประชากร หนว่ ยการเร เรอื่ ง ระ จำนวน 2 ชว่ั โมง จำนวน 15 สาระสำคัญ หนว่ ยย เรอ่ื ง สาย ในระบบนิเวศมสี งิ่ มชี วี ติ ทหี่ ลากหลาย ทอ่ี าศยั จำนวน 3 อย่ใู นแหล่งท่ีอยูเ่ ดยี วกัน พบว่าสง่ิ มชี ีวติ แต่ละ สาระสำคัญ ชนดิ มกั อยรู่ วมกันหลายต้นหรือหลายตวั กล่มุ สิ่งมีชีวิตชนดิ ต่า ส่ิงมีชีวติ ท่อี าศยั อยู่รวมกันในระยะเวลาหนึง่ น้ี ความสัมพันธซ์ ่งึ กนั และก เรยี กวา่ ประชากร (popular) ซ่งึ มีขนาด ระบบนิเวศ จะมีความสมั แตกต่างกันไปตามความสมบูรณ์ในแต่ละพ้ืนท่ี เป็นอาหาร ถ่ายทอดพลงั ในลกั ษณะของห่วงโซ่อาห ตวั ชวี้ ัดท่ี 2 ความสมั พนั ธ์ทีเ่ กย่ี วข้องก ของแตล่ ะหว่ งโซอ่ าหารว ตัวชีว้ ดั ที่ 3
บบหน่วยการเรยี นรู้ยอ่ ย หนว่ ยยอ่ ยท่ี 6 เร่ือง บทบาทของส่ิงมีชวี ิตในระบบนเิ วศ รียนรทู้ ี่ 1 ะบบนเิ วศ จำนวน 2 ชวั่ โมง 5 ชั่วโมง สาระสำคญั ย่อยที่ 5 องคป์ ระกอบที่มีชีวติ เปน็ สว่ นหน่งึ ใน ยใยอาหาร ระบบนเิ วศปรมิ าณของสิ่งมีชีวติ แตล่ ะประเภท 3 ช่วั โมง เป็นสงิ่ ท่สี ามารถบอกได้ว่าสภาพของระบบ นิเวศน้ัน ๆ สมบูรณห์ รือไม่สมบูรณ์ าง ๆ ทอ่ี ยูร่ ว่ มกันและมี ซึง่ ประกอบด้วย ผผู้ ลิต (producer) ผู้บริโภค กนั ที่อาศยั อยูใ่ น (consumer) และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ มพันธ์กนั ในแง่ท่ี (decomposer) งงานต่อกนั เป็นทอด ๆ หาร เรียก ลักษณะ ตวั ช้ีวัดท่ี 4 กนั อยา่ งซับซอ้ น วา่ สายใยอาหาร
หนว่ ยกา เรอื่ ง จำนวน หน่ว เรอื่ ง กา จำนว สาระสำคญั การถา่ ยทอดพลงั งา อาจทาํ ให้มีสารพิษ ก่อให้เกิดอนั ตรายต สมดลุ ในระบบนิเวศ ระบบนเิ วศใหเ้ กิดค ตลอดไปจงึ เปน็ สง่ิ ส ตัวช้ีวดั ท่ี 5,6
ารเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ น 14 ชว่ั โมง วยย่อยที่ 7 ารสะสมสารพษิ วน 2 ช่ัวโมง านในระบบนิเวศ ษสะสมอยู่ในสิง่ มีชวี ติ ได้ ต่อส่งิ มีชวี ติ และทาํ ลาย ศ ดังนั้น การดูแลรกั ษา ความสมดลุ และคงอยู่ สําคญั
เอกสารหมายเลข 4 แบบบนั ทึกหน่วยการเรียนรู้ย่อย (แผนการจดั การเรยี นร)ู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรอื่ งระบบนเิ วศ หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยที่ 1 เรอื่ ง องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ รหัสวชิ า/ช่อื วชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เวลา 2 ช่ัวโมง ผูส้ อน นายตรยั ศกั ด์ิ หินแกว้ โรงเรียน ดดั ดรุณี มาตรฐานการเรียนรู้ ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ใน ระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มตี ่อทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม แนวทางใน การอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและการแกไ้ ขปญั หาสงิ่ แวดลอ้ ม รวมท้ังนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ ตัวช้วี ัด 1. อธิบายปฏิสมั พนั ธ์ขององค์ประกอบของระบบนิเวศได้จากการสํารวจ จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธิบายความสมั พนั ธ์ขององค์ประกอบภายในระบบนเิ วศได้ สาระสำคัญ ระบบนิเวศ คือ กลมุ่ ส่ิงมชี วี ิตทอี่ าศัยอยู่ร่วมกันในบริเวณใดบรเิ วณหน่งึ ระบบนเิ วศประกอบดว้ ย องคป์ ระกอบ 2 สว่ น ไดแ้ ก่ องคป์ ระกอบท่ีมีชีวิตเช่น พชื สัตว์ จลุ นิ ทรีย์ และองคป์ ระกอบที่ไม่มีชีวติ เชน่ แสง นำ้ อณุ หภมู ิ แรธ่ าตุ แกส๊ เปา้ หมายการเรียนรู้/สาระการเรียนรู้ 1. ดา้ นความรู้ 1.ความสมั พันธข์ ององค์ประกอบภายในระบบนเิ วศ 2. (ทกั ษะ/กระบวนการ) 2.1 ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.1.1 การสังเกต 2.1.2 การจำแนกประเภท 2.1.3 การลงความเห็นจากข้อมูล 2.2 ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 2.2.1 การทำงาน การเรยี นร้แู ละการพ่ึงตนเอง 2.2.2 ความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผ้นู ำ 3. (เจตคติทางวทิ ยาศาสตร์) 3.1 อยากรอู้ ยากเหน็ 3.2 ม่งุ มั่น มานะ อดทน 3.3 ยอมรับความเหน็ ตา่ ง 3.4 มีความซือ่ สตั ย์ ชิน้ งาน/ภาระงาน แผนภาพแสดงองคป์ ระกอบของระบบนิเวศ
กิจกรรมการเรียนรู้ ขน้ั ตอนท่ี 1 : ขั้นกำหนดปญั หา 1.1 ครนู ำเข้าสู่กจิ กรรมนักสำรวจตวั นอ้ ยโดยใช้คำถามต่อไปนี้ - ในบรเิ วณของโรงเรยี น เชน่ สนามฟตุ บอล นักเรยี นเคยพบอะไรบา้ งบรเิ วณนนั้ (แนวคำตอบ: นก ต้นไม้ แมลง) - แลว้ บริเวณพืน้ ท่อี ่ืน นักเรยี นเคยพบอะไรบ้างในบรเิ วณน้นั ๆ (แนวคำตอบ:แมว นก ต้นไม้ แมง แมลง) 1.2 ครูคละนกั เรียนแบง่ เปน็ กล่มุ ละ 5 คน (คละเด็กเก่ง กลาง อ่อน) พรอ้ มใหเ้ ลอื กหวั หนา้ กลุ่ม และเลขานกุ าร ขัน้ ตอนที่ 2 : ขั้นวางแผนและดำเนนิ การ 2.1 นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันวางแผนว่าจะต้องศึกษาอะไร เกบ็ ข้อมลู เกยี่ วกับส่ิงใดบา้ ง และแบง่ ภาระงานท่ี สมาชิกแตล่ ะคนตอ้ งรบั ผิดชอบ 2.2 ใหต้ วั แทนนกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมารับอุปกรณ์ ดงั น้ี 2.2.1 แวน่ ขยาย 2.2.2 ชุดกจิ กรรม 2.3 นกั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามขัน้ ตอน โดยมีครูคอยจะใหค้ ำปรกึ ษาและตดิ ตามความก้าวหนา้ ในการทำงาน ของนักเรยี น รวมถงึ ช่วยเหลอื นักเรียนเม่ือต้องการความช่วยเหลือ 2.3.1 ให้นักเรียนสำรวจระบบนิเวศภายในบริเวณว่ามสี ง่ิ มีชวี ติ และสง่ิ ไมม่ ีชวี ิตอะไรบา้ ง 2.3.2 สังเกตลกั ษณะของส่ิงมชี วี ติ และส่ิงไม่มชี วี ิตทอ่ี ยู่รอบ ๆ โดยใชแ้ วน่ ขยาย และบันทึกผลการสังเกต 2.3.3 นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ทำความเข้าใจจากส่ิงทล่ี งไปสำรวจและศกึ ษามาแล้วบันทกึ ลงในชุดกิจกรรมว่า พบอะไรบา้ ง ขน้ั ตอนที่ 3 : ขั้นวิเคราะหแ์ ละสังเคราะห์ความรู้ 3.1 นกั เรยี นนำความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการสำรวจของแต่ละคนมาสงั เคราะหร์ วมกันภายในกลมุ่ 3.2 นักเรยี นสรา้ งแผนภาพแสดงองคป์ ระกอบของระบบนิเวศ ข้นั ตอนท่ี 4 : ขั้นนำเสนอ 4.1 นักเรยี นแต่ละกลมุ่ นำเสนอแผนภาพแสดงองคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ 4.2 นักเรยี นร่วมกนั สรุปผลการทำกิจกรรม โดยมีครูกระต้นุ ดว้ ยการตัง้ คำถามจากประเดน็ ทน่ี ักเรียนนำเสนอ ดังนี้ - หากส่งิ มีชวี ติ หนงึ่ ตายหรอื สูญหายจากบริเวณนน้ั จะสง่ ผลกระทบต่อสงิ่ มีชีวติ อ่นื หรอื ไม่ (แนวคำตอบ: ไมม่ ีผลกระทบ/มผี ลกระทบ เช่น หนอน หรือใสเ้ ดือนเปน็ อาหารของนก หากบรเิ วณนนั้ ไมม่ อี าหารของมัน บรเิ วณนนั้ จะมปี รมิ าณนกลดลง) - จากการสำรวจแต่ละพน้ื ที่ของนักเรยี นสามารถจำแนกสงิ่ ทพี่ บได้ออกเป็นกี่ประเภท (แนวคำตอบ: ส่งิ มีชีวิต เชน่ พืชและสัตว์ตา่ งๆ กับสิ่งทีไ่ ม่มีชีวติ เช่น ดนิ นำ้ แสงแดด เปน็ ต้น) ขั้นตอนที่ 5 : ข้ันประเมินผล 5.1 ประเมินความรู้ของผเู้ รยี น ดงั นี้ 5.1.1 การทำแผนภาพของนกั เรยี น ใช้เกณฑก์ ารประเมินแบบ Rubric Score 5.1.2 การนำเสนอผลการทำกิจกรรม ใช้เกณฑ์การประเมนิ แบบ Rubric Score 5.1.3 การทดสอบแบบปรนยั 4 ตวั เลอื ก จำนวน 10 ข้อ 5.2 ประเมินทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรจ์ ากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน ขณะทำกิจกรรม ใชเ้ กณฑ์ การประเมนิ แบบ Rubric Score 5.3 ประเมินทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 จากการสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน ขณะทำกจิ กรรม ใชเ้ กณฑ์การประเมนิ แบบ Rubric Score 5.4 ประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตรจ์ ากการสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน ขณะทำกจิ กรรม ใช้เกณฑก์ ารประเมิน แบบ Rubric Score
สื่อ/นวตั กรรม และแหลง่ เรยี นรู้ - ชุดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องระบบนเิ วศ หนว่ ยการเรยี นรยู้ อ่ ยที่ 1 องค์ประกอบ ของระบบนิเวศ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 - แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน การวดั และประเมินผล ประเดน็ การประเมิน วิธีการประเมิน เคร่ืองมอื เกณฑ์ ดา้ นความรู้ 1.ตรวจแผนภาพ 1. แบบประเมนิ RUBIC ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 80 1. องค์ประกอบของระบบ องค์ประกอบภายในระบบ 2.แบบทดสอบปรนัย 4 นิเวศ นเิ วศ ตัวเลือก 2.ทดสอบหลงั เรียน 2.สงั เกตจากการนำเสนอ หน้าชนั้ เรยี น 3.ทดสอบหลังเรียนปรนยั 4 ตัวเลอื ก จำนวน 10 ข้อ ด้านทกั ษะ / กระบวนการ 1.สงั เกตพฤตกิ รรมเวลา 1.แบบประเมนิ RUBIC ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดขี น้ึ ไป นักเรยี นทำกิจกรรม 1.แบบประเมนิ RUBIC ผ่านเกณฑ์ระดบั ดขี ึ้นไป 2.1 ทักษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ 1.สงั เกตพฤตกิ รรมเวลา นักเรียนทำกจิ กรรม 2.1.1 การสังเกต 2.1.2 การจำแนก ประเภท 2.1.3 การลงความเหน็ จากขอ้ มูล 2.2 ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 2.2.1 ดา้ นการคิดอย่างมี วจิ ารณญาณและกาแก้ปัญหา 2.2.2 ความรว่ มมือ การ ทำงานเป็นทีมและภาวะผ้นู ำ ด้าน เจตคติทางวิทยาศาสตร์ 1. สงั เกตพฤตกิ รรมขณะ 1. แบบประเมิน RUBIC ผา่ นเกณฑ์ระดบั ดีข้นึ ไป 1. อยากรู้อยากเหน็ ผเู้ รยี นทำกิจกรรม 2. มุง่ ม่ัน มานะ อดทน 3. ยอมรับความเห็นต่าง 4. ความละเอียดรอบคอบ
แบบบนั ทึกหลงั การสอน พฤติกรรมท่ีพบ แนวทางแกไ้ ข ประเด็นปัญหาที่พบ 1. ดา้ นพฤตกิ รรมผู้เรยี น 2. ดา้ นการเรยี นการสอน
เกณฑ์การประเมนิ ช้นิ งาน ผลการนำเสนอ เกณฑ์พิจารณาผลการนำเสนอ 1. รูปแบบชิน้ งาน ปฏบิ ตั ิครบทุกข้อ : 3 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดับขั้น : ปฏิบัตบิ างขอ้ : 2 คะแนน 1. รูปแบบชน้ิ งานถูกตอ้ งตามท่กี ำหนด ปฏิบัติ 1 ข้อ : 1 คะแนน 2. รปู แบบมีความสมั พนั ธ์กับเนือ้ หา 3. มีการจัดวางตำแหนง่ ขององค์ประกอบ ปฏบิ ัติครบทกุ ข้อ : 3 คะแนน ตา่ ง ๆ ไดเ้ หมาะสม ปฏบิ ัติบางข้อ : 2 คะแนน ปฏิบัติ 1 ข้อ : 1 คะแนน 2. เนอื้ หา พฤติกรรมตามลำดับขัน้ : 1. เนอ้ื หาตรงตามหัวขอ้ เรือ่ ง 2. เนอื้ หามีความถูกต้อง ครบถ้วน 3. เน้ือหามีความสอดคลอ้ งกนั 3. การสร้างสรรคช์ น้ิ งาน ปฏิบตั คิ รบทกุ ขอ้ : 3 คะแนน พฤติกรรมตามลำดับขั้น : ปฏบิ ัติบางขอ้ : 2 คะแนน 1. ช้นิ งานมขี นาดเหมาะสม ปฏบิ ัติ 1 ข้อ : 1 คะแนน 2. รูปแบบแปลกใหม่ นา่ สนใจ 3. ชน้ิ งานมสี สี นั สวยงาม
เกณฑก์ ารประเมินการนำเสนอผลงาน ผลการนำเสนอ เกณฑพ์ ิจารณาผลการนำเสนอ 1. ดา้ นเนื้อหาสาระหรอื ความรู้ ปฏบิ ัติครบทกุ ขอ้ : 3 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดับขั้น : ปฏบิ ัติบางข้อ : 2 คะแนน 1. นำเสนอเนอ้ื หาถกู ตอ้ ง ชดั เจน ปฏิบัติ 1 ขอ้ : 1 คะแนน 2. นำเสนอเป็นลำดับขัน้ ตอน 3. ตอบขอ้ ซกั ถามได้ตรงประเดน็ 2. ลลี าทา่ ทางการใชภ้ าษาและความชดั เจนของการ ปฏิบตั ิครบทุกขอ้ : 3 คะแนน สือ่ สารข้อมูล ปฏิบัติบางขอ้ : 2 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดบั ขัน้ : ปฏบิ ัติ 1 ข้อ : 1 คะแนน 1. ใชภ้ าษาถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษาไทย 2. ใชก้ ริ ยิ า วาจา ท่าทางเหมาะสม 3. นำเสนอได้นา่ สนใจ
แบบประเมินดา้ นความรู้ กำหนดเกณฑ์ประเมนิ ไวท้ ี่รอ้ ยละ 80 เป็นเกณฑผ์ ่าน เลขท่ี ชอื่ - นามสกุล ผลการประเมิน* รวม คดิ เป็น สรปุ 1 2 3 (25 คะแนน) รอ้ ยละ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
เลขที่ ช่อื - นามสกุล ผลการประเมิน* รวม คดิ เป็น สรุป 1 2 3 (30 คะแนน) รอ้ ยละ 31 32 ภาพรวม 33 34 1. ชน้ิ งาน 35 2. การนำเสนอผลงาน 36 3. การทดสอบแบบปรนยั 4 ตัวเลอื ก จำนวน 10 ข้อ 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 *หมายถงึ (ลงชอื่ ) ................................ผ้ปู ระเมนิ (.......................................)
เกณฑ์การประเมินทกั ษะทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ทกั ษะทางวิทยาศาสตร์ เกณฑพ์ ิจารณาทักษะทางวิทยาศาสตร์ 1. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ปฏิบตั ิ 5 ข้อ : 5 คะแนน 1.1 ทกั ษะการสงั เกต ปฏบิ ตั ิ 4 ข้อ : 4 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดับขั้น : ปฏบิ ัติ 3 ขอ้ : 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิ 2 ข้อ : 2 คะแนน 1.ใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือ ปฏบิ ตั ิ 1 ข้อ : 1 คะแนน หลายอยา่ งรวมกนั เพอื่ สมั ผัสโดยตรงกับวัตถุประสงค์ ประสบการณ์ หรือสถานการณ์ ปฏบิ ัติ 5 ข้อ : 5 คะแนน ปฏบิ ตั ิ 4 ขอ้ : 4 คะแนน 2. บันทกึ การสังเกตเชงิ คุณภาพ ปฏิบตั ิ 3 ข้อ : 3 คะแนน 3. บันทึกการสังเกตเชิงปริมาณ ปฏบิ ัติ 2 ข้อ : 2 คะแนน 4. ไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตวั ของผสู้ ังเกตลงไป ปฏิบัติ 1 ขอ้ : 1 คะแนน ในสง่ิ ที่สงั เกต 5. บนั ทึกการสังเกตในเชิงการเปลี่ยนแปลง 1.2 ทักษะการจำแนกประเภท พฤตกิ รรมตามลำดับขัน้ : 1. กำหนดเกณฑใ์ นการจำแนกประเภทด้วย ตนเองได้ 2. แบง่ วัตถุหรือเหตกุ ารณ์ออกเป็นกลมุ่ ๆ ตามเกณฑ์ที่ตงั้ ข้นึ เองได้ 3. จัดเรยี งวตั ถุหรือเหตกุ ารณ์ตามเกณฑ์ที่ ต้ังขนึ้ เองได้ 4. บอกเกณฑท์ ีผ่ อู้ ่นื ใช้ในการจดั จำแนก ประเภทได้ 5. แบง่ วัตถุหรือเหตกุ ารณอ์ อกเป็นกลุม่ ๆ ตาม เกณฑ์ทีผ่ ู้อนื่ กำหนดใหไ้ ด้ 1.3 ทักษะการตีความหมายของข้อมลู และการลง ปฏิบตั ิ 5 ข้อ : 5 คะแนน ข้อสรุป ปฏิบัติ 4 ข้อ : 4 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดบั ขนั้ : ปฏบิ ัติ 3 ข้อ : 3 คะแนน ปฏบิ ัติ 2 ข้อ : 2 คะแนน 1. ตีความหมายของข้อมูลท่มี ีอยูอ่ ยา่ ง ปฏบิ ตั ิ 1 ข้อ : 1 คะแนน ตรงไปตรงมา 2. ตีความหมายของข้อมูลทม่ี ีอยูอ่ ยา่ ง ตรงไปตรงมาและคลอ่ งแคลว่ 3. บรรยายลกั ษณะของขอ้ มลู ทมี่ อี ยู่ได้ 4. บรรยายสมบัตขิ องข้อมูลทีม่ อี ยไู่ ด้ 5. ใช้ทักษะอื่นๆ เช่น การสังเกต การคาํ นวณ ประกอบในการตคี วามข้อมูล 1 ทกั ษะทกั ษะการ จำแนกประเภท
2. ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 ปฏิบตั ิ 5 ข้อ : 5 คะแนน 2.1 ด้านการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและการ ปฏิบตั ิ 4 ขอ้ : 4 คะแนน ปฏิบัติ 3 ขอ้ : 3 คะแนน แก้ปัญหา ปฏบิ ัติ 2 ขอ้ : 2 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดับข้นั : ปฏิบัติ 1 ข้อ : 1 คะแนน 1. เขา้ ใจบรบิ ทและขอบเขตของปญั หาทีเ่ กดิ ขนึ้ ปฏบิ ตั ิ 5 ข้อ : 5 คะแนน 2. รวบรวมข้อมูลจากขอ้ มูลเดิมท่มี อี ยู่และขอ้ มลู ท่ี ปฏบิ ัติ 4 ข้อ : 4 คะแนน ศกึ ษาเพมิ่ เติม ปฏบิ ัติ 3 ขอ้ : 3 คะแนน 3. หาวธิ แี ก้ปัญหาโดยใช้ขอ้ มลู จากการวิเคราะห์ ปฏบิ ัติ 2 ข้อ : 2 คะแนน 4. ใช้เหตุใช้ผลพิจารณา โดยอาศยั การศกึ ษาขอ้ มูล ปฏิบัติ 1 ขอ้ : 1 คะแนน แยกแยะข้อมูล 5. อธิบายผลทีเ่ กดิ ข้ึนหลงั จากการใช้วธิ กี ารคิดและ แกป้ ญั หา 2.2 ดา้ นความร่วมมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะ ผู้นำ พฤตกิ รรมตามลำดับขน้ั : 1. ทำงานร่วมกนั อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 2. เคารพการตดั สินใจของกลมุ่ 3. รบั ผิดชอบรว่ มกนั 4. เหน็ คุณค่าของเพอื่ น 5. มีปฏิสมั พันธ์กนั ในกลุ่ม
แบบประเมินทกั ษะทางวทิ ยาศาสตร์ ผลการประเมิน 1. ทักษะกระบวนการ 2. ทกั ษะแห่ง เลขที่ ช่อื - นามสกลุ ทางวิทยาศาสตร์* ศตวรรษท่ี 21* รวม คา่ เฉลี่ย สรปุ 1.1 1.2 1.3 2.1 2.2 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
เลขท่ี ชอ่ื - นามสกลุ ผลการประเมนิ สรปุ 1. ทกั ษะกระบวนการ 2. ทกั ษะแหง่ 31 ทางวิทยาศาสตร์* ศตวรรษที่ 21* รวม ค่าเฉลี่ย 32 1.1 1.2 1.3 2.1 2.2 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 ภาพรวม * ความหมาย กำหนดเกณฑป์ ระเมินคณุ ภาพดงั น้ี 1.1 ทกั ษะการสงั เกต คะแนนเฉล่ยี ระหว่าง 4.51 - 5.00 ระดบั ดีเย่ียม 1.2 ทกั ษะการจําแนกประเภท 3.51 - 4.50 ระดับ ดมี าก 1.3 ทกั ษะการตคี วามหมายขอ้ มลู และลงข้อสรปุ 2.51 - 3.50 ระดับ ดี 2.1 ด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและการแก้ปญั หา 1.51 - 2.50 ระดับ พอใช้ 2.2 ด้านความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผ้นู าํ 1.00 - 1.50 ระดับ ปรับปรุง (ลงชือ่ ) ................................ผู้ประเมนิ (.......................................)
เกณฑก์ ารประเมนิ เจตคติทางวทิ ยาศาสตร์ เจตคติทางวิทยาศาสตร์ เกณฑพ์ จิ ารณาเจตคติทางวิทยาศาสตร์ 1. ความอยากรู้อยากเหน็ ปฏบิ ัติ 5 ข้อ : 5 คะแนน ปฏิบตั ิ 4 ขอ้ : 4 คะแนน พฤติกรรมตามลำดับขน้ั : ปฏบิ ัติ 3 ขอ้ : 3 คะแนน 1. มีความสนใจในเร่ืองท่เี รียน 2. กระตอื รอื ร้นตอ่ กิจกรรมท่ีปฏิบัติ ปฏบิ ัติ 2 ขอ้ : 2 คะแนน ปฏบิ ัติ 1 ขอ้ : 1 คะแนน 3. ชอบซกั ถาม 4. ร่วมแสดงความคิดเหน็ ต่างๆ 5. มีความพอใจที่จะแสวงหาความรใู้ น สถานการณ์ใหม่ ๆ 2. มุง่ มั่น มานะ อดทน ปฏบิ ตั ิ 5 ข้อ : 5 คะแนน พฤติกรรมตามลำดับขนั้ : ปฏบิ ัติ 4 ข้อ : 4 คะแนน ปฏบิ ตั ิ 3 ข้อ : 3 คะแนน 1. ไม่ยอ่ ทอ้ ในการค้นหาขอ้ มูล ปฏิบตั ิ 2 ข้อ : 2 คะแนน 2. ไม่ยอ่ ท้อในการค้นหาขอ้ มูลและหลักฐาน ปฏบิ ตั ิ 1 ข้อ : 1 คะแนน 3. มคี วามมุ่งมน่ั ทำช้นิ งานจนเสรจ็ สมบูรณ์ 4. แสดงความเข้าใจและยอมรบั วา่ ความไม่ ชัดเจนสามรถเกิดข้นึ ได้ 5. มีความอดทนในการทำงานไมย่ ่อทอ้ ตอ่ อปุ สรรค 3. ยอมรบั ความเห็นต่าง ปฏบิ ัติ 5 ขอ้ : 5 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดับข้นั : ปฏิบตั ิ 4 ขอ้ : 4 คะแนน ปฏบิ ตั ิ 3 ขอ้ : 3 คะแนน 1.รับฟังความคิดเหน็ ท่ีตวั เองยังไมเ่ ข้าใจ และ ปฏบิ ัติ 2 ข้อ : 2 คะแนน พรอ้ มที่จะทำความเข้าใจ ปฏิบตั ิ 1 ขอ้ : 1 คะแนน 2.ไม่ยึดมันในความคิดของ ตนเองและ ปฏิบตั ิ 5 ขอ้ : 5 คะแนน ยอมรบั การเปลี่ยนแปลง ปฏิบัติ 4 ขอ้ : 4 คะแนน ปฏิบตั ิ 3 ข้อ : 3 คะแนน 3.รบั ฟงั คาํ วิพากษว์ ิจารณ์ ขอ้ โต้แย้งหรือ ปฏบิ ตั ิ 2 ข้อ : 2 คะแนน ข้อคดิ เหน็ ท่ีมีเหตุผลของผ้อู น่ื ปฏิบัติ 1 ขอ้ : 1 คะแนน 4.ยอมพจิ ารณาขอ้ มูลหรือความคดิ ที่ยังสรุป ไม่ไดแ้ ละพร้อมทจ่ี ะหาข้อมูลเพม่ิ เติม 5.การยนิ ยอมให้มกี ารตรวจสอบตนเอง 4.ความละเอยี ดรอบคอบ พฤติกรรมตามลำดับขนั้ : 1.ทำงานอยา่ งมรี ะเบยี บและเรียบร้อย 2.เหน็ คุณคา่ ของความรอบคอบ 3.มีความละเอยี ดถ่ถี ว้ นในการทำงาน 4.ตรวจสอบความเรยี บร้อยของงาน 5.มีการวางแผนการทำงานและจัดระบบ การทำงาน
แบบประเมินเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ เลขท่ี ช่อื - นามสกลุ เจตคตทิ างวิทยาศาสตร์* 1 2 3 4 รวม คา่ เฉล่ยี สรปุ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
เลขท่ี ชือ่ - นามสกุล เจตคตทิ างวิทยาศาสตร์* 1 2 3 4 รวม คา่ เฉลยี่ สรปุ 31 32 กำหนดเกณฑ์ประเมินคณุ ภาพดงั น้ี 33 คะแนนเฉลยี่ ระหวา่ ง 4.51 - 5.00 ระดบั ดเี ยี่ยม 34 35 3.51 - 4.50 ระดับ ดีมาก 36 2.51 - 3.50 ระดบั ดี 37 1.51 - 2.50 ระดบั พอใช้ 38 1.00 - 1.50 ระดบั ปรบั ปรุง 39 40 41 41 43 44 45 46 47 48 49 50 ภาพรวม * ความหมาย 1. ความอยากรอู้ ยากเหน็ 2. มุ่งมัน่ มานะ อดทน 3. การยอมรบั ความเห็นตา่ ง 4.ความละเอยี ดรอบคอบ (ลงชื่อ) ................................ผปู้ ระเมิน (.......................................)
เอกสารหมายเลข 4 แบบบนั ทกึ หน่วยการเรียนร้ยู อ่ ย (แผนการจัดการเรียนรู้) หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง ระบบนเิ วศ หน่วยการเรยี นรยู้ อ่ ยที่ 2 เรื่อง ความสัมพนั ธ์ ระหวา่ งสิง่ มชี ีวติ และส่ิงไม่มีชีวติ รหสั วชิ า/ชอ่ื วชิ า วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 เวลา 2 ช่วั โมง ผสู้ อน นางสาวสวุ นนั ท์ ซำเซน็ โรงเรียน สเุ หร่าแคราย มาตรฐานการเรยี นรู้ : ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสิ่งไม่มชี วี ติ กับส่ิงมชี ีวติ และความสมั พันธร์ ะหวา่ งสง่ิ มชี ีวติ กบั ส่งิ มชี ีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถา่ ยทอดพลงั งาน การเปลีย่ นแปลงแทนทีใ่ น ระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร ปญั หาและผลกระทบท่มี ตี อ่ ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางใน การอนรุ ักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปญั หาสงิ่ แวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ตัวชี้วัด : 1. อธบิ ายปฏิสมั พนั ธข์ ององค์ประกอบของระบบนเิ วศที่ได้จากการสํารวจ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. อธิบายปฏิสัมพนั ธข์ ององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศได้ สาระสำคัญ : ระบบนิเวศประกอบด้วยสิง่ มีชีวิตและสิ่งไมม่ ชี วี ิต ซ่งึ มคี วามสมั พนั ธ์กนั โดยสิง่ มีชีวติ จำเปน็ ต้องอาศัย สิง่ แวดล้อมต่าง ๆ เพ่อื ช่วยในการดำรงชวี ิต ซึ่งสงิ่ แวดล้อมจัดเปน็ ปจั จยั ท่ไี ม่มชี ีวติ เช่น พชื ต้องการแสง นำ้ และแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ในการสรา้ งอาหาร สัตว์ต้องการอาหาร และสภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสมในการดำรงชีวติ เช่น อณุ หภมู ิ ความช้ืน ซง่ึ สามารถเรยี นรไู้ ดจ้ ากการสำรวจระบบนเิ วศ เป้าหมายการเรยี นรู้/สาระการเรยี นรู้ 1. ด้านความรู้ ความสัมพนั ธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ 2. ด้านทกั ษะสำคัญในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 2.1 ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.1.1 ทกั ษะการสังเกต 2.1.2 ทกั ษะการจําแนกประเภท 2.1.3 ทกั ษะการตคี วามหมายข้อมูลและลงขอ้ สรปุ 2.2 ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 2.2.1 ด้านการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและการแกป้ ัญหา 2.2.2 ดา้ นความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นาํ 3. ด้านเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ 3.1 ความอยากรูอ้ ยากเห็น 3.2 การยอมรับความเห็นต่าง 3.3 ความละเอียดรอบคอบ ชิน้ งาน/ภาระงาน 1. แผนภาพแสดงความสัมพนั ธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ กจิ กรรมการเรียนรู้ ขนั้ ตอนท่ี 1 : ขั้นกำหนดปัญหา 1.1 ครใู ชค้ ำถามตรวจสอบความรู้เดมิ เกีย่ วกบั องค์ประกอบของระบบนเิ วศ ดงั น้ี - นกั เรยี นคิดว่าบริเวณสวนหย่อมของโรงเรียนมีพชื และสัตวช์ นดิ ใดบา้ ง - นอกจากพชื และสตั วแ์ ล้ว ยังมีอะไรอีกบ้าง
- ดงั นั้นระบบนิเวศจึงประกอบดว้ ยอะไรบ้าง 1.2 ครเู ช่ือมโยงความรู้เดมิ ของนกั เรียนเขา้ ส่กู จิ กรรมท่ี 1 เร่ือง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสิ่งมชี ีวิตกบั สิง่ ไม่มชี วี ติ โดยใชค้ ำถามวา่ นกั เรียนทราบหรือไม่ว่า สิ่งไมม่ ชี วี ิตหรอื สภาพแวดล้อมทางกายภาพนีม้ คี วามสมั พนั ธ์กบั ส่งิ มชี ีวิต อย่างไรบา้ ง เรามาหาคำตอบกันไหมคะ 1.3 ใหน้ ักเรยี นจดั กล่มุ กลุม่ ละ 5 คน (คละเด็กเกง่ กลาง อ่อน) พรอ้ มเลอื กหวั หนา้ กลมุ่ และเลขานุการ 1.5 ใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ ปฏิบตั ิกิจกรรมท่ี 1 เรื่อง ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสิง่ มชี วี ิตกับสง่ิ ไมม่ ชี วี ติ โดยการ สำรวจระบบนิเวศบริเวณแหลง่ นำ้ ของโรงเรยี น เพือ่ วเิ คราะห์ความสัมพนั ธ์และปญั หาที่เกดิ ข้นึ กบั ระบบนเิ วศ และหา แนวทางในการแก้ปัญหา ขั้นตอนท่ี 2 : ข้ันวางแผนและดำเนนิ การ 2.1 นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวางแผนวา่ จะต้องศึกษาอะไร เก็บข้อมูลเกี่ยวกบั ส่งิ ใดบา้ ง และแบง่ ภาระงาน ทีส่ มาชิกแตล่ ะคนตอ้ งรับผดิ ชอบ 2.2 ให้ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมารบั อุปกรณ์ ดังนี้ 2.2.1 แว่นขยาย 2.2.2 แก้วนำ้ 2.2.3 กระดาษยูนเิ วอร์ซลั อินดเิ คเตอร์ 2.3 นกั เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรมตามขัน้ ตอน โดยมีครคู อยใหค้ ำปรกึ ษาและตดิ ตามความกา้ วหนา้ ในการทำงาน ของนกั เรียน รวมถงึ ชว่ ยเหลือนกั เรียนเม่ือตอ้ งการความช่วยเหลือ ดังน้ี 2.3.1 ให้นักเรยี นสำรวจระบบนเิ วศบรเิ วณแหล่งน้ำ โดยการสังเกตส่ิงมชี วี ิตและสิ่งไมม่ ชี วี ิตบริเวณ บอ่ นำ้ บันทกึ ผลการสงั เกต 2.3.2 สงั เกตลกั ษณะของสี กล่ิน และสิ่งเจือปนในน้ำโดยใช้แว่นขยาย และบนั ทกึ ผลการสังเกต 2.3.3 ทดสอบความเป็นกรด-เบสของนำ้ โดยนำแกว้ น้ำตักนำ้ จากแหล่งนำ้ นำกระดาษยนู เิ วอรซ์ ัล อนิ ดิเคเตอร์ดา้ นทีม่ ีแถบสจี ุ่มลงในนำ้ และนำไปเทยี บสีทีร่ ะบคุ า่ pH (ความเปน็ กรด-เบส) บนั ทึกผลการสงั เกต ขน้ั ตอนท่ี 3 : ข้ันวเิ คราะห์และสังเคราะห์ 3.1 นกั เรยี นแต่ละกล่มุ นำข้อมูลทไี่ ดจ้ ากการปฏิบัติกจิ กรรมมารว่ มกันอภปิ รายถึงความสัมพนั ธข์ อง องคป์ ระกอบของระบบนิเวศบริเวณแหลง่ น้ำ และวเิ คราะห์ปัญหาที่เกดิ ข้นึ กับระบบนิเวศบรเิ วณแหลง่ นำ้ ของโรงเรียน ท่ไี ด้ไปสำรวจ 3.2 นกั เรยี นระบุปัญหาและสาเหตขุ องปัญหา จากนนั้ จดั ลำดบั และเลอื กสาเหตุของปัญหาท่ีคดิ ว่าสำคัญ ทสี่ ุด 3.3 นักเรยี นภายในกลุ่มร่วมกนั หาแนวทางในการแกป้ ญั หาจากสาเหตุทนี่ ักเรยี นไดเ้ ลอื กไว้ โดยการศกึ ษา คน้ คว้าหาความรเู้ พิ่มเตมิ จากแหล่งการเรียนรตู้ า่ ง ๆ 3.4 นักเรียนนำขอ้ มลู ทีไ่ ดจ้ ากกระบวนการแก้ปัญหามาประเมินว่าวิธแี กป้ ัญหามีความถูกต้องและเหมาะสม หรอื ไม่อย่างไร 3.5 ใหน้ กั เรียนจัดทำแผนภาพเพอื่ อธบิ ายความสมั พนั ธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนิเวศทไ่ี ด้จากการสำรวจ ขนั้ ตอนที่ 4 : ขั้นนำเสนอ 4.1 นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอแผนภาพ เพอื่ อธิบายความสัมพันธข์ ององค์ประกอบของระบบนิเวศท่ี ไดจ้ ากการสำรวจ เปิดโอกาสใหน้ กั เรียนในชนั้ เรยี นมสี ว่ นร่วมในกิจกรรม เชน่ การถาม การตอบปญั หา หรือการทำ กจิ กรรมทผ่ี ู้รายงานกำหนดให้ทำ เปน็ ตน้ เพือ่ เป็นการขยายความรู้ของนักเรยี น 4.2 นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ผลการทำกิจกรรม โดยมีครูกระตุน้ ด้วยการต้ังคำถามจากประเดน็ ทนี่ กั เรียนนำเสนอ ขนั้ ตอนที่ 5 : ขั้นประเมินผล 5.1 ประเมินความรูข้ องผู้เรยี น ดงั นี้ 5.1.1 การทำแผนภาพของนกั เรยี น ใช้เกณฑ์การประเมินแบบ Rubric Score
5.1.2 การนำเสนอผลการทำกิจกรรม ใชเ้ กณฑ์การประเมนิ แบบ Rubric Score 5.1.3 การทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ 5.2 ประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จากการสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน ขณะทำกจิ กรรม ใช้ เกณฑก์ ารประเมนิ แบบ Rubric Score ดังน้ี 5.2.1 ทกั ษะการสังเกต 5.2.2 ทักษะการจาํ แนกประเภท 5.2.3 ทกั ษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ 5.3 ประเมินทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จากการสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น ขณะทำกจิ กรรม ใชเ้ กณฑ์การ ประเมนิ แบบ Rubric Score ดังน้ี 5.3.1 ดา้ นการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณและการแก้ปัญหา 5.3.2 ดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นาํ 5.4 ประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตรจ์ ากการสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น ขณะทำกจิ กรรม ใชเ้ กณฑก์ าร ประเมินแบบ Rubric Score ดงั นี้ 5.4.1 ความอยากรู้อยากเหน็ 5.4.2 การยอมรบั ความเห็นต่าง 5.4.3 ความละเอียดรอบคอบ ส่อื /นวตั กรรม และแหล่งเรยี นรู้ 1. ชุดกิจกรรมการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยท่ี 2 เรื่อง ความสมั พันธ์ระหว่างสิ่งมชี วี ิตและ สิ่งไมม่ ีชวี ติ 2. แหล่งการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ ภายในโรงเรยี น การวดั และประเมินผล ประเดน็ การประเมิน วธิ ีการประเมนิ เครอ่ื งมอื เกณฑ์ ด้านความรู้ 1. ตรวจแผนภาพ 1. แบบประเมิน RUBIC ผ่านเกณฑ์ร้อย 1. ความสมั พันธ์ขององค์ประกอบ 2. สงั เกตจากการนำเสนอ ละ 70 ของระบบนิเวศ หน้าชน้ั เรียน 3. การทดสอบแบบปรนัย 4 2. แบบทดสอบปรนยั 4 ตวั เลอื ก จำนวน 10 ขอ้ ตัวเลอื ก ดา้ นทักษะ / กระบวนการ 1. สังเกตพฤติกรรมขณะ 1. แบบประเมิน RUBIC ผ่านเกณฑ์ ผู้เรียนทำกิจกรรม ระดบั ดขี ้ึนไป
1. ทักษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ 1.1 ทักษะการสงั เกต 1.2 ทักษะการจําแนกประเภท 1.3 ทักษะการตคี วามหมายขอ้ มลู และลงข้อสรปุ 2. ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 2.1ด้านการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ และการแก้ปัญหา 2.2ด้านความรว่ มมือ การทำงาน เป็นทีมและภาวะผนู้ าํ ด้านคุณลกั ษณะ / เจตคติ 1. สังเกตพฤติกรรมขณะ 1. แบบประเมนิ RUBIC ผ่านเกณฑ์ ระดับดีขนึ้ ไป 1. ความอยากรู้อยากเหน็ ผู้เรียนทำกจิ กรรม 2. การยอมรบั ความเห็น ต่าง 3. ความละเอยี ดรอบคอบ แบบบนั ทกึ หลังการสอน พฤตกิ รรมทพ่ี บ แนวทางแก้ไข ประเดน็ ปัญหาทพ่ี บ 1. ด้านพฤติกรรมผูเ้ รยี น 2. ด้านการเรียนการสอน (ลงชอื่ ) ................................ผู้ประเมิน (.......................................)
แบบประเมินด้านความรู้ กำหนดเกณฑ์ประเมนิ ไวท้ ี่รอ้ ยละ 70 เป็นเกณฑ์ผ่าน เลขท่ี ช่ือ - นามสกุล ผลการประเมนิ * รวม คดิ เป็น สรปุ 1 2 3 (25 คะแนน) ร้อยละ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ภาพรวม * หมายถงึ 1. ช้นิ งาน 2. การนำเสนอผลงาน 3. การทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลอื ก จำนวน 10 ขอ้ (ลงชื่อ) ................................ผู้ประเมนิ (.......................................)
ตารางเกณฑ์การประเมินแบบทดสอบ การประเมนิ แบบทดสอบ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน แบบทดสอบ เร่ือง ความสัมพันธร์ ะหว่างส่งิ มีชวี ิตและ ตอบถูกขอ้ ละ 1 คะแนน สง่ิ ไมม่ ชี วี ิต แบบปรนยั เลือกตอบ 4 ตวั เลอื ก จำนวน 10 ข้อ เกณฑ์การประเมนิ ช้ินงาน ผลการนำเสนอ เกณฑ์พิจารณาผลการนำเสนอ 1. รปู แบบชิ้นงาน ปฏิบตั คิ รบทุกขอ้ : 3 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดับขัน้ : ปฏิบัติบางข้อ : 2 คะแนน 1. รูปแบบชิ้นงานถกู ต้องตามทก่ี ำหนด ปฏิบัติ 1 ข้อ : 1 คะแนน 2. รปู แบบมคี วามสัมพันธก์ บั เน้ือหา 3. มีการจดั วางตำแหน่งขององคป์ ระกอบต่าง ๆ ได้ ปฏิบัตคิ รบทกุ ขอ้ : 3 คะแนน ปฏิบัตบิ างข้อ : 2 คะแนน เหมาะสม ปฏิบัติ 1 ข้อ : 1 คะแนน 2. เนอื้ หา ปฏิบัตคิ รบทุกขอ้ : 3 คะแนน พฤติกรรมตามลำดับข้ัน : ปฏบิ ัตบิ างขอ้ : 2 คะแนน ปฏิบัติ 1 ขอ้ : 1 คะแนน 1. เนือ้ หาตรงตามหัวข้อเรื่อง 2. เน้อื หามีความถกู ต้อง ครบถ้วน 3. เนอื้ หามีความสอดคล้องกนั 3. การสรา้ งสรรคช์ ้นิ งาน พฤตกิ รรมตามลำดับขั้น : 1. ชนิ้ งานมขี นาดเหมาะสม 2. รูปแบบแปลกใหม่ น่าสนใจ 3. ชน้ิ งานมีสสี ัน สวยงาม เกณฑ์การประเมินการนำเสนอผลงาน ผลการนำเสนอ เกณฑพ์ จิ ารณาผลการนำเสนอ 1. ดา้ นเนอื้ หาสาระหรอื ความรู้ ปฏิบตั ิครบทกุ ข้อ : 3 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดับขั้น : ปฏบิ ัตบิ างข้อ : 2 คะแนน 1. นำเสนอเน้อื หาถูกต้อง ชดั เจน ปฏิบตั ิ 1 ขอ้ : 1 คะแนน 2. นำเสนอเป็นลำดับข้ันตอน 3. ตอบขอ้ ซักถามได้ตรงประเดน็ 2. ลีลาท่าทางการใชภ้ าษาและความชัดเจนของการสอ่ื สาร ปฏบิ ัตคิ รบทกุ ข้อ : 3 คะแนน ปฏิบัตบิ างขอ้ : 2 คะแนน ข้อมูล พฤติกรรมตามลำดับขนั้ : ปฏิบัติ 1 ขอ้ : 1 คะแนน 1. ใช้ภาษาถูกต้องตามหลักภาษาไทย 2. ใช้กริ ยิ า วาจา ท่าทางเหมาะสม 3. นำเสนอไดน้ า่ สนใจ
แบบประเมนิ ทักษะทางวทิ ยาศาสตร์ เลขที่ ชอ่ื - นามสกุล ผลการประเมนิ สรุป 1 1. ทักษะกระบวนการ 2. ทักษะแห่ง 2 ทางวทิ ยาศาสตร์* ศตวรรษที่ 21* รวม คา่ เฉลี่ย 3 4 1.1 1.2 1.3 2.1 2.2 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ภาพรวม * ความหมาย ระดับคณุ ภาพ ระดบั 1.1 ทกั ษะการสงั เกต คะแนนเฉล่ียระหวา่ ง ดีเยีย่ ม 1.2 ทกั ษะการจาํ แนกประเภท ดีมาก 1.3 ทกั ษะการตคี วามหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรุป 4.51 - 5.00 2.1 ด้านการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณและการแก้ปัญหา 3.51 - 4.50 ดี 2.2 ด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นํา 2.51 - 3.50 พอใช้ 1.51 - 2.50 ปรับปรุง 1.00 –1.50 (ลงชือ่ ) ................................ผปู้ ระเมนิ (.......................................)
เกณฑ์การประเมนิ ทกั ษะทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทกั ษะทางวิทยาศาสตร์ เกณฑพ์ จิ ารณาทักษะทางวิทยาศาสตร์ 1. ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ปฏิบตั ิ 5 ขอ้ : 5 คะแนน 1.1 ทกั ษะการสังเกต ปฏบิ ัติ 4 ขอ้ : 4 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดับขนั้ : ปฏิบตั ิ 3 ข้อ : 3 คะแนน ปฏบิ ัติ 2 ข้อ : 2 คะแนน 1.ใช้ประสาทสมั ผัสอย่างใดอย่างหน่ึงหรือ ปฏิบตั ิ 1 ข้อ : 1 คะแนน หลายอยา่ งรวมกนั เพือ่ สมั ผสั โดยตรงกับวตั ถุประสงค์ ประสบการณ์ หรือสถานการณ์ ปฏบิ ัติ 5 ขอ้ : 5 คะแนน ปฏิบตั ิ 4 ข้อ : 4 คะแนน 2. บนั ทกึ การสังเกตเชิงคุณภาพ ปฏิบตั ิ 3 ขอ้ : 3 คะแนน 3. บนั ทึกการสังเกตเชิงปรมิ าณ ปฏิบตั ิ 2 ข้อ : 2 คะแนน 4. ไม่ใส่ความคิดเห็นสว่ นตวั ของผสู้ ังเกตลงไป ปฏบิ ตั ิ 1 ขอ้ : 1 คะแนน ในสงิ่ ท่ีสงั เกต 5. บนั ทกึ การสังเกตในเชงิ การเปลย่ี นแปลง 1.2 ทักษะการจำแนกประเภท พฤตกิ รรมตามลำดับขนั้ : 1. กำหนดเกณฑ์ในการจำแนกประเภทด้วย ตนเองได้ 2. แบ่งวัตถุหรือเหตุการณอ์ อกเปน็ กล่มุ ๆ ตามเกณฑ์ท่ีต้งั ขนึ้ เองได้ 3. จัดเรียงวัตถุหรอื เหตกุ ารณ์ตามเกณฑ์ท่ี ตง้ั ขึ้นเองได้ 4. บอกเกณฑท์ ่ผี อู้ ื่นใชใ้ นการจัดจำแนก ประเภทได้ 5. แบ่งวัตถหุ รือเหตุการณ์ออกเป็นกลุ่ม ๆ ตาม เกณฑท์ ีผ่ อู้ น่ื กำหนดใหไ้ ด้ 1.3 ทกั ษะการตคี วามหมายของข้อมลู และการลง ปฏิบตั ิ 5 ข้อ : 5 คะแนน ข้อสรุป ปฏบิ ัติ 4 ข้อ : 4 คะแนน พฤติกรรมตามลำดบั ขนั้ : ปฏบิ ัติ 3 ข้อ : 3 คะแนน 1. ตีความหมายของข้อมูลทมี่ อี ยู่อย่าง ปฏิบัติ 2 ขอ้ : 2 คะแนน ตรงไปตรงมา ปฏิบตั ิ 1 ข้อ : 1 คะแนน 2. ตีความหมายของข้อมูลท่มี อี ยู่อยา่ ง ตรงไปตรงมาและคลอ่ งแคล่ว 3. บรรยายลักษณะของขอ้ มูลทมี่ อี ยู่ได้ 4. บรรยายสมบตั ขิ องขอ้ มูลท่มี อี ยไู่ ด้
5. ใช้ทกั ษะอ่ืนๆ เช่น การสงั เกต การคาํ นวณ ปฏิบัติ 5 ข้อ : 5 คะแนน ประกอบในการตีความขอ้ มลู 1 ทกั ษะทกั ษะการ ปฏิบัติ 4 ขอ้ : 4 คะแนน จำแนกประเภท ปฏบิ ตั ิ 3 ขอ้ : 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิ 2 ข้อ : 2 คะแนน 2. ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ปฏิบตั ิ 1 ขอ้ : 1 คะแนน 2.1 ด้านการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและการ ปฏบิ ตั ิ 5 ข้อ : 5 คะแนน แกป้ ัญหา ปฏิบตั ิ 4 ข้อ : 4 คะแนน พฤติกรรมตามลำดับขน้ั : ปฏิบตั ิ 3 ขอ้ : 3 คะแนน 1. เขา้ ใจบรบิ ทและขอบเขตของปญั หาที่ ปฏบิ ัติ 2 ข้อ : 2 คะแนน ปฏิบัติ 1 ขอ้ : 1 คะแนน เกิดขน้ึ 2. รวบรวมขอ้ มลู จากขอ้ มลู เดิมทมี่ อี ยแู่ ละ ข้อมูลท่ีศึกษาเพิ่มเตมิ 3. หาวธิ ีแกป้ ญั หาโดยใช้ข้อมูลจากการ วิเคราะห์ 4. ใชเ้ หตุใช้ผลพิจารณา โดยอาศัยการศึกษา ขอ้ มูล แยกแยะข้อมลู 5. อธิบายผลทเ่ี กดิ ขึ้นหลังจากการใชว้ ิธกี าร คดิ และแก้ปัญหา 2.2 ดา้ นความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และ ภาวะผนู้ ำ พฤติกรรมตามลำดับข้ัน : 1. ทำงานร่วมกันอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ 2. เคารพการตัดสนิ ใจของกลมุ่ 3. รบั ผิดชอบร่วมกนั 4. เหน็ คุณค่าของเพ่อื น 5. มปี ฏิสมั พันธก์ ันในกลุ่ม
แบบประเมนิ เจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ เลขที่ ชอ่ื - นามสกลุ เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์* รวม ค่าเฉลย่ี สรุป 1 23 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ภาพรวม * ความหมาย ระดบั คณุ ภาพ ระดับ 1. ความอยากรอู้ ยากเห็น คะแนนเฉล่ียระหว่าง ดีเยีย่ ม 2. การยอมรับความเห็นต่าง ดีมาก 3. ความละเอยี ดรอบคอบ 4.51 - 5.00 3.51 - 4.50 ดี 2.51 - 3.50 พอใช้ 1.51 - 2.50 ปรับปรงุ 1.00 –1.50 (ลงชื่อ) ................................ผู้ประเมิน (.......................................)
เกณฑ์การประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ เกณฑพ์ จิ ารณาเจตคติทางวิทยาศาสตร์ 1. ความอยากรูอ้ ยากเห็น ปฏบิ ตั ิ 5 ขอ้ : 5 คะแนน ปฏิบัติ 4 ขอ้ : 4 คะแนน พฤติกรรมตามลำดับขั้น : ปฏบิ ัติ 3 ขอ้ : 3 คะแนน 1. มคี วามสนใจในเร่อื งทเี่ รยี น ปฏิบตั ิ 2 ข้อ : 2 คะแนน 2. กระตือรือรน้ ตอ่ กิจกรรมทีป่ ฏบิ ัติ ปฏิบัติ 1 ข้อ : 1 คะแนน 3. ชอบซักถาม 4. รว่ มแสดงความคดิ เห็นต่างๆ ปฏิบตั ิ 5 ข้อ : 5 คะแนน 5. มคี วามพอใจท่ีจะแสวงหาความรใู้ น ปฏิบัติ 4 ขอ้ : 4 คะแนน สถานการณ์ใหม่ ๆ ปฏิบตั ิ 3 ข้อ : 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิ 2 ข้อ : 2 คะแนน 2. การยอมรับความเหน็ ต่าง ปฏบิ ัติ 1 ขอ้ : 1 คะแนน พฤตกิ รรมตามลำดับข้นั : ปฏิบัติ 5 ขอ้ : 5 คะแนน 1.รับฟังความคิดเหน็ ที)ตัวเองยงั ไม่เขา้ ใจ ปฏิบัติ 4 ข้อ : 4 คะแนน และพร้อมท่ีจะทำความเข้าใจ ปฏิบัติ 3 ข้อ : 3 คะแนน ปฏิบตั ิ 2 ข้อ : 2 คะแนน 2.ไม่ยึดมนั ในความคดิ ของ ตนเองและ ปฏิบตั ิ 1 ข้อ : 1 คะแนน ยอมรบั การเปล่ียนแปลง 3.รับฟงั คาํ วพิ ากษ์วิจารณ์ ขอ้ โตแ้ ยง้ หรือ ข้อคดิ เหน็ ทม่ี ีเหตุผลของผอู้ ืน่ 4.ยอมพจิ ารณาขอ้ มลู หรอื ความคดิ ทีย่ งั สรุป ไมไ่ ดแ้ ละพรอ้ มทจี่ ะหาขอ้ มลู เพมิ่ เติม 5.การยนิ ยอมให้มกี ารตรวจสอบตนเอง 3. ความละเอยี ดรอบคอบ พฤตกิ รรมตามลำดับข้นั : 1.ทำงานอยา่ งมรี ะเบียบและเรยี บรอ้ ย 2.เห็นคุณคา่ ของความรอบคอบ 3.มคี วามละเอยี ดถี่ถว้ นในการทำงาน 4.ตรวจสอบความเรยี บร้อยของงาน 5.มีการวางแผนการทำงานและจดั ระบบ การทำงาน
เอกสารหมายเลข 4 แบบบนั ทกึ หนว ยการเรียนรูยอย (แผนการจดั การเรียนร)ู หนวยการเรียนรทู ี่ 1 เรอ่ื ง ระบบนิเวศ หนว ยการเรยี นรยู อ ยที่ 3 เรื่อง ความสมั พันธข องสง่ิ มชี วี ติ รหสั วิชา/ชื่อวชิ า วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2564 เวลา 2 ช่ัวโมง ผูสอน นางสาว จริ าภรณ นันทสนิ ธ โรงเรยี น สตรีวทิ ยา มาตรฐานการเรยี นร:ู ว 1.1 เขา ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพนั ธร ะหวา งสงิ่ ไมม ีชีวิต กบั สง่ิ มีชีวิต และความสมั พนั ธร ะหวา งสง่ิ มชี ีวติ กบั ส่งิ มชี วี ิตตาง ๆ ในระบบนิเวศ การถายทอดพลงั งาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ ในระบบนเิ วศ ความหมายของ ประชากร ปญ หาและผลกระทบทมี่ ตี อทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม แนวทาง ในการอนุรกั ษท รพั ยากรธรรมชาติและการแกไ ขปญ หาสง่ิ แวดลอ ม รวมท้งั นำความรไู ปใชป ระโยชน ตวั ช้วี ดั : 3. อธบิ ายรปู แบบความสมั พนั ธระหวางสงิ่ มชี วี ติ กบั สง่ิ มชี ีวิตรูปแบบตา ง ๆ ในแหลง ท่อี ยเู ดียวกนั ท่ีไดจ าก การสำรวจ จดุ ประสงคการเรียนรู 1. อธิบายรูปแบบความสมั พันธร ะหวา งสง่ิ มีชวี ิตกบั สิง่ มชี วี ิต 2. บอกความสำคัญและยกตัวอยา งความสมั พนั ธข องสิ่งมชี ีวติ ตา งชนิดทีอ่ าศยั อยูรวมกันในรูปแบบตา ง ๆ 3. เขียนแผนผังมโนทศั นความสมั พนั ธของส่งิ มชี วี ติ ตา งชนดิ ท่อี าศยั อยรู วมกันในรูปแบบตา ง ๆ สาระสำคัญ : ความสัมพนั ธระหวา งสง่ิ มชี ีวติ กับสิ่งมีชีวิตมีความสมั พนั ธกนั ในรูปแบบตา ง ๆ เชน ภาวะพงึ่ พากนั ภาวะองิ อาศัย ภาวะเหย่ือกับผลู า ภาวะปรสิต ซึ่งสิง่ มชี วี ติ เหลาน้ีในระบบนิเวศมีความสมั พันธซง่ึ กนั และกันในรูปแบบ ตาง ๆ ทัง้ นี้เปน ไปเพอื่ การดำรงชวี ติ ในระบบนเิ วศรว มกนั เปา หมายการเรียนร/ู สาระการเรยี นรู 1. ดานความรู รปู แบบความสมั พนั ธร ะหวา งสงิ่ มชี วี ิตกับสิ่งมีชวี ิตรปู แบบตา ง ๆ ในแหลงทอ่ี ยเู ดียวกนั 2. ดา นทักษะ/กระบวนการ 2.1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร 2.1.1 การสังเกต 2.1.2 การลงความเหน็ จากขอ มลู 2.1.3 ตคี วามหมายขอ มูลและลงขอสรปุ 2.2 ทักษะแหงศตวรรษที่ 21 2.2.1 ความรวมมอื การทำงานเปนทมี และภาวะผนู ำ 3. เจตคตทิ างวิทยาศาสตร 3.1 มีความอยากรูอ ยากเหน็
3.2 มีความใจกวาง 3.3 มีความรบั ผิดชอบ ช้ินงาน/ภาระงาน แผนผงั มโนทศั น เร่อื ง ความสมั พันธข องสิ่งมีชีวติ ในรูปแบบตา ง ๆ กิจกรรมการเรียนรู ข้ันท่ี 1 กำหนดปญ หา 1.1 ครนู ำเขาบทเรยี นดวยคำถามตอไปนี้ - นกั เรียนคดิ วาสิ่งมีชวี ิตทอ่ี าศัยอยรู ว มกนั มคี วามสัมพันธกนั ในลกั ษณะใดบาง - นักเรียนเคยเหน็ ตวั อยา งส่งิ มชี วี ิตอนื่ ๆ ในทองถ่นิ ท่แี สดงความสมั พนั ธร ะหวา งสิง่ มชี ีวิตทอ่ี าศยั อยรู วมกนั หรือไม อยา งไร - นกั เรียนเคยเห็นความสมั พนั ธของ ตน กาฝากท่อี ยตู ามบนตนไมใหญ หรอื ไม แลวนกั เรียนรไู หมวา มี ความสัมพนั ธก ันอยา งไร (แนวคำตอบ ภาวะปรสิต ซ่งึ ตน กาฝากจะเปนฝา ยไดประโยชน โดยกาฝากดูดกินนำ้ และอาหารจากตน มะมวง สว นตน ไมใหญเ ปน ฝายเสยี ประโยชน เพราะตน กาฝากมกี ารดดู กนิ น้ำและอาหาร อาจทำใหต นไมใหญอาจจะตายได) - นกั เรยี นเคยเห็นความสมั พันธของ นกเอ้ียงกบั ควาย ตามทงุ หญาหรอื ไม แลวนักเรียนรูไหมวามี ความสัมพันธกันอยา งไร (แนวคำตอบ ภาวะการไดป ระโยชนรว มกนั ซึ่งเปน ความสมั พันธทีม่ ีชีวติ ทัง้ สองฝา ยตางไดป ระโยชนดวยกัน ทั้งคู คอื นกเอี้ยงไดก ินแมลงตาง ๆ บนหลงั ควายเปนอาหาร อีกฝายก็ไดร บั ประโยชนจากท่แี มลงไดก ิน ทำใหค วาย สบายตัวขึน้ ไมรำคาญแมลงทมี่ าตอม) 1.2 นกั เรียนรว มกนั ตอบคำถามและแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับคำตอบของคำถาม เพือ่ เชอื่ มโยงไปสกู ารเรียนรู เรือ่ ง ความสมั พันธร ะหวางสิ่งมชี ีวิต 1.3 นักเรยี นแบง กลมุ กลุมละ 3-5 คน ใหแตละกลมุ สบื คน ขอมลู เก่ยี วกบั ความสมั พันธแบบตาง ๆ ระหวาง ส่ิงมชี ีวิตและสิง่ ไมม ชี ีวิตท่อี าศยั อยูรวมกนั ในระบบนเิ วศภายในโรงเรียน ขัน้ ที่ 2 วางแผนและดำเนินการ 2.1 นกั เรยี นในกลมุ วางแผนการเกบ็ ขอมลู ของแตล ะกลุม ในการลงไปสำรวจพ้นื ทภ่ี ายในบรเิ วณโรงเรียน 2.2 นักเรยี นสำรวจพื้นท่ภี ายในบรเิ วณโรงเรียน และบนั ทกึ ขอ มลู ลงในชุดกิจกรรม อปุ กรณท ี่ใชใ นการสำรวจ ไดแก ชดุ กจิ กรรม ปากกา แวนขยาย 2.3 ครูคอยแนะนำชว ยเหลือนักเรยี นขณะปฏิบตั กิ จิ กรรม รวมทง้ั ใหคำปรึกษาและเปดโอกาสใหนักเรยี นทกุ คน ซกั ถามเมอื่ มปี ญหา และสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูข องแตล ะกลุม
ข้ันท่ี 3 วเิ คราะหแ ละสังเคราะหค วามรู 3.1 นักเรยี นแตล ะกลุมรวบรวมและวิเคราะหข อ มลู ท่ไี ดจ ากการลงไปสำรวจขอ มลู และจัดจำแนกขอ มูลแตล ะ ความสัมพันธที่มคี วามสมั พนั ธซง่ึ กนั และกันในรปู แบบตา ง ๆ ทไี่ ดศ กึ ษาจากการสำรวจ 3.2 นกั เรยี นแตล ะกลุมรว มกนั สรุปผลการศึกษาคน ควาที่ไดจ ากการสำรวจ 3.3 นกั เรยี นรว มกันอภปิ รายวาสิ่งที่ศกึ ษาวา ความรูท่ไี ดม ามีความถูกตอ ง สมบูรณและครบถว นตามประเดน็ ที่ ตองการศึกษา 3.4 นักเรยี นเขียนแผนผังมโนทัศนค วามสมั พันธข องสงิ่ มชี วี ติ ตางชนดิ ทอ่ี าศัยอยรู ว มกนั ในรูปแบบตา ง ๆ ท่พี บใน การสำรวจ ขนั้ ท่ี 4 นำเสนอผลการศกึ ษา 4.1 นักเรียนแตล ะกลมุ นำเสนอแผนผงั มโนทัศน เร่ือง ความสมั พนั ธร ะหวา งสงิ่ มชี วี ติ โดยการนำเสนอตาม รปู แบบทต่ี นเองสนใจ 4.2 นักเรียนรว มกนั สรปุ ผลการทำกจิ กรรม โดยมคี รคู อยกระตุนดวยการตั้งคำถามจากประเดน็ ท่นี กั เรียน นำเสนอ ข้นั ท่ี 5 ประเมนิ ผล 5.1 ครปู ระเมนิ ดา นความรูของนกั เรียนจากการใหผเู รยี นนำเสนอแผนผังมโนทัศน ใชประเมินแบบ Rubric score และการทำแบบทดสอบ 5.2 ครปู ระเมนิ ดานทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทกั ษะแหง ศตวรรษที่ 21 จากการสงั เกตระหวา ง ปฏิบตั กิ ิจกรรม โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมเปน เครอ่ื งมือในการวัด 5.3 ครูประเมินดา นเจตคติทางวทิ ยาศาสตร จากการสงั เกตระหวา งปฏบิ ัตกิ จิ กรรม โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรม เปนเครอ่ื งมอื ในการวดั ส่อื /นวตั กรรม และแหลง เรยี นรู 1. ส่ือการเรยี นรู - ชดุ กิจกรรมการเรยี นรูวิทยาศาสตร หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 เรอื่ ง ระบบนิเวศ หนวยการเรียนรยู อยที่ 3 เรอ่ื ง ความสมั พันธของสิง่ มชี ีวิต 2. แหลงเรียนรู - แหลงเรยี นรตู าง ๆ ภายในโรงเรียน
การวดั และประเมินผล วธิ ีการประเมนิ เครือ่ งมือ เกณฑ ประเดน็ การประเมิน - ตรวจผังมโนทัศน ดานความรู - แบบทดสอบ - แบบประเมิน Rubric ผา นเกณฑร อ ยละ 80 - ตรวจชดุ กจิ กรรม score 1. อธิบายและวเิ คราะห - แบบทดสอบปรนัย ความสัมพันธของสงิ่ มชี ีวิต - แบบประเมิน Rubric ตา งชนิดทีอ่ าศัยอยูรวมกนั score ในรูปแบบตา ง ๆ ได 2. บอกความสำคัญและ ยกตวั อยางความสมั พนั ธ ของสง่ิ มีชีวติ ตา งชนิดที่ อาศัยอยรู วมกนั ในรปู แบบ ตาง ๆ ได ดา นทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมขณะ แบบบันทึกการสงั เกต ผา นเกณฑร ะดบั ดีข้นึ ไป 1. ทักษะกระบวนการทาง นักเรยี นทำกิจกรรม พฤติกรรม วทิ ยาศาสตร 1.1 การสังเกต 1.2 การลงความเหน็ จากขอมลู 1.3 ตีความหมาย ขอมูลและลงขอสรุป 2. ทักษะแหง ศตวรรษท่ี 21 2.1 ความรว มมอื การ ทำงานเปน ทมี และภาวะ ผนู ำ ดา นเจตคติ สงั เกตพฤตกิ รรมขณะ แบบบันทกึ การสงั เกต ผานเกณฑร ะดบั ดขี น้ึ ไป 1. มคี วามอยากรูอ ยากเห็น นักเรียนทำกจิ กรรม พฤติกรรม 2. มีความใจกวาง 3. มคี วามรับผดิ ชอบ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263