Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ตะลุยอาณาจักรสัตว์

ตะลุยอาณาจักรสัตว์

Published by Ratta Vam, 2021-12-05 17:59:04

Description: ตะลุยอาณาจักรสัตว์

Search

Read the Text Version

ชดุ กจิ กรรมเสรมิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ตะลยุ ชอ้ันปาระณถมศากึ ษจาปกั ที่ ร4 สตั ว ชอ่ื ....................................นามสกุล.................................... ชั้น..............เลขท.ี่ ............. 1จ6. ผเู ขยี น : รัตนาภรณ วามะสุรีย

ชุดกจิ กรรมเสรมิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ตะลยุ ชนัอปาระณถมศากึ ษจาปกั ท ีร4 สตั ว ชุดกิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร มีทังหมด 4 เลม ประกอบดวย ตะลยุ อาณาจกั รสตั ว สำรวจโลกของพชื สนกุ กบั วทิ ยาศาสตรร อบตวั ผจญภยั ในอวกาศ ชุดกจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ตะลยุ อาณาจกั รสตั ว เลมนี นกั เรียนจะไดส นกุ ไปกบั การเรยี นรเู กียวกับธรรมชาติในอาณาจกั รสัตว ทงั กลุมสตั ว ที่มีกระดูกสันหลังและไมมีกระดูกสันหลัง รูจักประโยชนและคุณคาของสิ่งมีชีวิต ผานกิจกรรมการเรียนรูทีนักเรียนจะไดสัมผัส ปฏิบัติ และทดลองดวยตนเอง จากสือของจริง โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร ไดแก การสังเกต การสำรวจ การบันทึกผล การคิดวิเคราะห และสรางสรรค ตอยอดองคความรู อันจะสงเสริม ใหนักเรียนเปนนักคิด นักคนควา นักทดลอง และแกปญหาอยางเปนระบบ ดวยวิธีการทีหลากหลาย อีกทังยังจะไดรูจัก แหลงสืบคนขอมูลใหม ๆ ไดแก หนังสืออิเล็กทรอนิกสบุก สือ AR และเว็บไซต ทีนักเรียนสามารถไปศึกษา หาความรูเพิม เตมิ ไดด ว ยตนเอง kg.CO2eq/เลม

ชุดกิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตะลุยอาณาจักรสัตว์ รัตนาภรณ์ วามะสุรีย์ 2563 115.-

รัตนาภรณ์ วามะสุรีย์ ตะลุยอาณาจักรสัตว์ : ชุดกิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4 / รัตนาภรณ์ วามะสุรีย์ 1. วิทยาศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน (ประถมศึกษา). 2. วิทยาศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน (ประถมศึกษา) -- กิจกรรมการเรียนการสอน. 3. สัตว์. 372.35044 ISBN 978-974-03-3942-7 สพจ. 2416 Kสรnรคoุณwคleา วdิชgากeารtสoสู งั Aคlมl www.cupress.chula.ac.th สรรคุณคาวิชาการ สูสังคม Kwwnwo.สcwuิทlperธedsิใgsน.echกutาloa.รacผA.tลlhl ิตและพิมพ์หนังสือเล่มนี้เป็นของสำ�นักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแต่ผู้เดียว การผลิตและการลอกเลียนหนังสือเล่มนี้ไม่ว่ารูปแบบใดทั้งสิ้น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก สำ�นักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิมพ์โดย สำ�นักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิมพ์ครั้งที่ 1 จำ�นวน 10,000 เล่ม พ.ศ. 2563 ผู้จัดจำ�หน่าย ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 สาขา ศาลาพระเกี้ยว โทร. 0-2218-7000-3 โทรสาร 0-2255-4441 สยามสแควร์ โทร. 0-2218-9881-2 โทรสาร 0-2254-9495 ม.นเรศวร จ.พิษณุโลก โทร. 0-5526-0162-4 โทรสาร 0-5526-0165 ม.เทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา โทร. 0-4421-6131-4 โทรสาร 0-4421-6135 ม.บูรพา จ.ชลบุรี โทร. 0-3839-4855-9 โทรสาร 0-3839-3239 โรงเรียนนายร้อย จปร. จ.นครนายก โทร. 0-3739-3023 โทรสาร 0-3739-3023 ม.พะเยา จ.พะเยา โทร. 0-5446-6799-800 โทรสาร 0-5446-6798 จตั รุ สั จามจรุ ี (CHAMCHURI SQUARE) ชน้ั 4 โทร. 0-2160-5301-2 โทรสาร 0-2160-5304 หัวหมาก โทร. 0-2374-1378 โทรสาร 0-2374-1377 ม.เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน จ.นครราชสมี า โทร. 0-4492-2662-3 โทรสาร 0-4492-2664 Call Center (จัดส่งทั่วประเทศ) โทร. 0-2255-4433 http://www.chulabook.com และเครือข่าย รา้ นคา้ หนงั สอื เขา้ ชน้ั เรยี น ตดิ ตอ่ แผนกขายสง่ สาขาหวั หมาก โทร. 0-2374-1375-6 โทรสาร 0-2374-1375 กองบรรณาธิการ : ทัศนีย์ ผิวขำ� ออกแบบปกและรูปเล่ม : สำ�นักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิมพ์ที่ : สำ�นักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [CUB 6302-017] โทร. 0-2218-3562-3 โทรสาร 0-2218-3547 www.cupress.chula.ac.th

ค�ำนยิ ม โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ได้จัดท�ำชุดกิจกรรม เสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่มีเน้ือหากิจกรรมสอดคล้องกับ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ซ่ึงเน้นให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ผ่านการลงมือปฏิบัติโดยเช่ือมโยงความรู้เข้ากับ กระบวนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนา ความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล ความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ การคดิ แบบมวี จิ ารณญาณ มที กั ษะทส่ี �ำคญั ทง้ั ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และทักษะในศตวรรษท่ี 21 ซึ่งเป็นเป้าหมายส�ำคัญของหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง 2560) ในนามของโรงเรยี นสาธติ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ฝา่ ยประถม ขอขอบคณุ คณาจารย์ผู้จัดท�ำท่ีได้อุทิศเวลาเสียสละแรงกาย แรงใจ ในการพัฒนาและ สร้างสรรค์ชุดกิจกรรมน้ี และผู้ทรงคุณวุฒิท่ีให้ค�ำปรึกษา พร้อมท้ังข้อเสนอ แนะอันทรงคุณค่าต่อการท�ำให้ชุดกิจกรรมน้ีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น หากผู้ท่ีน�ำชุด กิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์น้ีไปใช้ มีข้อเสนอแนะใด ๆ อันเป็นประโยชน์ คณาจารย์ผู้จัดท�ำและโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม น้อมรับเพ่ือน�ำไปพัฒนาให้ดียิ่งข้ึนต่อไป ด้วยความขอบคุณย่ิง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทินกร บัวพูล ผู้อ�ำนวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม

คำ� นำ� ชดุ กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ตะลยุ อาณาจกั รสตั ว์ เป็นหน่ึงในชุดกิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีท้ังหมด 4 เลม่ ประกอบดว้ ย ตะลยุ อาณาจกั รสตั ว์ ส�ำรวจโลกของพชื สนกุ กบั วทิ ยาศาสตร์ รอบตัว และผจญภัยในอวกาศ จัดท�ำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม โดยเน้นการ เชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการ มีทักษะส�ำคัญในการค้นคว้าและสร้าง องคค์ วามรู้ โดยใชก้ ระบวนการในการสบื เสาะหาความรู้ และแกป้ ญั หาทหี่ ลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกข้ันตอน มีการท�ำกิจกรรมด้วยการลงมือ ปฏิบัติจริงอย่างหลากหลาย ในหนังสือเล่มน้ีนักเรียนจะได้เรียนรู้พฤติกรรมลักษณะภายนอกและ ภายในของสัตว์แต่ละชนิด วิธีการด�ำรงชีวิตของสัตว์ทั้งกลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูก สนั หลังและสัตวม์ กี ระดกู สันหลงั นอกจากนี้ยงั สามารถสืบค้นจากแหลง่ เรียนรูท้ ี่ ผู้เขียนแนะน�ำไว้ในเล่ม ได้แก่ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์บุ๊ก สื่อ AR และเว็บไซต์ ที่นักเรียนสามารถไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง ในการจัดท�ำชุดกิจกรรมเล่มน้ี ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจาก รศ. ดร.บัณฑิกา อารีย์กุล บุทเชอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผ้ทู รงคุณวุฒิ นักวิชาการอิสระ คณาจารยท์ งั้ หลาย จึงขอขอบคณุ ไว้ ณ ทนี่ ้ี ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เรียนจะได้รับทั้งความรู้และความสนุกสนาน จากการฝึกฝนผ่านชุดกิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์น้ี และ เป็นส่วนหน่ึงในการท�ำให้เกิดความรักในการเรียนวิทยาศาสตร์ต่อไป อาจารย์รัตนาภรณ์ วามะสุรีย์ ผู้เขียน

ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์บุ๊ก รายละเอียด แหล่งเผยแพร่ ชื่อเร่ือง พฤติกรรมและการด�ำรงชีวิตของสัตว์ ในกลุม่ ปลา พฤติกรรมและการด�ำรงชีวิตของสัตว์ ในกลุม่ สัตวส์ ะเทินน้ำ� สะเทินบก พฤติกรรมและการด�ำรงชีวิตของสัตว์ ในกลมุ่ สตั วเ์ ล้ือยคลาน พฤติกรรมและการด�ำรงชีวิตของสัตว์ ในกลมุ่ นก พฤติกรรมและการด�ำรงชีวิตของสัตว์ ในกลุ่มสตั ว์เล้ยี งลกู ดว้ ยนำ�้ นม

ส่ือแอปพลิเคช่ันภาพเสมือนจริง AR แหล่งเผยแพร่ ชื่อ รายละเอียด Quiver ภาพเสมอื นจรงิ ของสตั วช์ นดิ ตา่ ง ๆ ทง้ั การเคล่ือนไหวและเสียง Froggipedia ภ า พ เ ส มื อ น จ ริ ง ก า ร ศึ ก ษ า ก บ ทั้ ง ภายนอกและภายใน โดยนักเรียนได้ ทดลองผา่ กบเสมอื นจรงิ ความรเู้ พมิ่ เตมิ พฤติกรรมและการด�ำรงชีวิตของกบ สื่อสังคมออนไลน์ รายละเอียด แหล่งเผยแพร่ ชื่อ Play House by Ajarn ออ รวมเรอ่ื งราว ภาพถา่ ย จากกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของวิทยาศาสตร์ระดับช้ัน ป.4 และ แบ่งปันแหล่งเรียนรู้ สื่อต่าง ๆ ให้กับ ผปู้ กครอง นกั เรยี น และครทู ส่ี นใจ Science kids at Satit Chula รวมเรอื่ งราวและรปู ภาพของการจดั การ เรยี นการสอนและกจิ กรรมของกลมุ่ สาระ การเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์

สารบญั ค�ำนยิ ม คำ � ค�ำน�ำ นยิ ม สอื่ อิเลก็ ทรอนิกส์ กิจกรรมที่ 1 ในโรงเรียนของเรามสี ่ิงมชี ีวติ อะไรบา้ ง 14 กิจกรรมที่ 2 ลกั ษณะภายนอกและภายในของสตั วแ์ ต่ละชนดิ 17 ตา่ งกนั หรือไม่ กจิ กรรมท่ี 3 สัตว์ไม่มกี ระดกู สนั หลังมีลกั ษณะส�ำคญั อยา่ งไร 2 0 กิจกรรมที่ 4 โครงรา่ งแขง็ ในสัตวค์ ืออะไร 2 6 กจิ กรรมที่ 5 เราสามารถจ�ำแนกสัตวม์ กี ระดูกสนั หลงั ออกเป็นก่ีกลมุ่ 2 9 กิจกรรมท่ี 6 สัตวม์ ีกระดูกสนั หลงั แต่ละชนดิ ด�ำรงชีวิตอย่างไร 3 9 กลมุ่ ท่ี 1 ปลา 39 กล่มุ ท่ี 2 สตั วส์ ะเทินน้ำ� สะเทินบก 4 7 กล่มุ ท่ี 3 สตั วเ์ ลือ้ ยคลาน 55 กลุ่มท่ี 4 กล่มุ นก 63 กลุ่มที่ 5 สตั วเ์ ล้ียงลกู ดว้ ยนำ้� นม 72 สรปุ และทบทวนการเรยี นรู้ 75 บรรณานุกรม 91 ประวตั ผิ ู้เขยี น 92



การจําแนกสงิ่ มีชีวิต สิ่งมีชีวิตบนโลกของเรามีอยู่มากมายหลายล้านชนิด พบได้ทั้งบนบก ในนำ�้ จดื และนำ�้ เคม็ บางชนดิ มลี กั ษณะคลา้ ยคลงึ กบั สง่ิ มชี วี ติ อนื่ แตบ่ างชนดิ มคี วามพเิ ศษเฉพาะตวั ของมนั การศกึ ษาสงิ่ มชี วี ติ ตา่ ง ๆ ใหไ้ ดค้ รอบคลมุ นนั้ นักวิทยาศาสตร์จึงจ�ำเป็นต้องจัดหมวดหมู่ของส่ิงมีชีวิตออกเป็นกลุ่ม ๆ เพอ่ื ใหง้ า่ ยตอ่ การศกึ ษาและคน้ ควา้ วจิ ยั สามารถจดั จ�ำแนกสง่ิ มชี วี ติ ออกเปน็ 3 กลมุ่ ใหญ่ ดังนี้ ส่ิงมีชีวิต พืช ไม่ใช่พืช และสัตว์ สัตว์

2 1. ส่ิงมีชีวิตกลุ่มพืช เซลล์พืช มีสารสีเขียวท่ี เรียกว่า คลอโรฟิลล์ ช่วยใน ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห ์ ด ้ ว ย แ ส ง สามารถผลิตอาหารเองได้ เคลื่อนที่ไม่ได้แต่เคลื่อนไหว ได้ มกี ารด�ำรงชวี ติ แบบผผู้ ลติ 2. สิ่งมีชีวิตกลุ่มสัตว ์ ส่วนใหญ่เคล่ือนที่ได้ สัตว์ทุกชนิดต้องกิน ส่ิงมีชีวิตอ่ืน หรือผลิตภัณฑ์ของสิ่งมีชีวิตเพื่อ การด�ำรงชีวิต ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง เซลล์ไม่มีคลอโรฟิลล์

3 3. ส่งิ มีชีวติ ทีไ่ ม่ใช่พืชและสตั ว์ แบง่ ออกเป็น 2 กลมุ่ ใหญ่ ๆ คือ 1. จุลินทรีย์ แบคทีเรีย เป็นส่ิงมีชีวิตท่ีมีขนาดเล็กมากมองด้วยตาเปล่า ไมเ่ หน็ ตอ้ งใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศนท์ มี่ กี �ำลงั ขยายเปน็ 1,000 เทา่ หรอื 10,000 เท่าจึงจะมองเห็นได้ 2. เห็ดรา เห็ดและราประกอบจากใยราหรือไรฟา ซ่ึงเป็นเซลล์รูปหลอด ภายในเซลล์ไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงสร้างอาหารเองไม่ได้ เห็ดและรา ได้รับสารอาหารจากการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ เห็ดราขยายพันธุ์ โดยใช้สปอร์

4 การจําแนกสตั ว์ สตั วต์ า่ ง ๆ ในโลกนม้ี มี ากมายหลายชนดิ และมลี กั ษณะทแ่ี ตกตา่ งกนั อารสิ โตเตลิ นักวิทยาศาสตร์ชาวกรีก ได้ริเร่ิมรากฐานเกี่ยวกับการแบ่งประเภทของสัตว์เป็น หมวดโดยถอื เอาลกั ษณะและกระดกู สนั หลงั เปน็ เกณฑ์ จ�ำแนกเปน็ 2 กลมุ่ ใหญ่ ๆ ได้แก่ สัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สตั วไ์ มม่ ีกระดกู สนั หลัง สตั ว์มีกระดกู สนั หลัง 1. ไมม่ ีกระดกู เป็นแกนภายในร่างกาย 1. มกี ระดกู สนั หลังท�ำหนา้ ทีเ่ ปน็ แกน กลางของรา่ งกาย 2. อวัยวะภายในไม่ซบั ซอ้ น 2. เปน็ สัตวท์ ่ีมวี วิ ฒั นาการสูง เนือ้ เยอ่ื ของรา่ งกายเจรญิ เปน็ อวัยวะที่มี การท�ำงานซับซอ้ น 3. บางชนิดอาจมีโครงรา่ งแขง็ ทไ่ี ม่ใช่ 3. กระดกู สนั หลงั ช่วยให้ร่างกายคงรปู กระดูกอยู่ภายในล�ำตวั เพื่อชว่ ยค�ำ้ จุน ทแ่ี นน่ อนอยไู่ ด้ รา่ งกายและใชเ้ ปน็ ทยี่ ดึ ของกลา้ มเนอื้ 4. บางชนดิ มเี ปลอื กแข็งหุ้มอยู่ภายนอก 4. บางชนดิ มีขนเพอื่ ปกคลมุ รา่ งกาย เพือ่ ป้องกนั อันตราย และรักษาอณุ หภูมิของร่างกาย 5. เป็นสตั ว์เลอื ดเย็นทง้ั หมด 5. บางกลุ่มเป็นสัตว์เลือดเย็น และ บางกลุ่มเป็นสตั ว์เลือดอุ่น

5 สัตว์มีกระดูกสันหลังมีประมาณ 5 % ของสัตว์ทั้งหมด ซึ่งสามารถแบ่ง ออกได้เป็น 5 กลุ่ม ดังน้ี สัตว์สะเทินน้�ำสะเทินบก ปลา สัตว์มีกระดูกสันหลัง สัตว์เลื้อยคลาน นก สัตว์เล้ียงลูกด้วยน้�ำนม ค�ำศพั ท์ควรรู้ กระดูกสันหลัง (vertebrate) เป็นส่วนหน่ึงของโครงกระดูกภายในล�ำตัว ท่ีใช้ค�้ำจุนและปกป้องร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสามารถคงรูปร่างและเป็นที่ให้ กล้ามเน้ือเกาะเกี่ยว

6 สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ ฟองน้�ำ สัตว์ล�ำตัว กลวง หนอนและพยาธิ สัตว์ทะเลผิวขรุขระ หอยและหมึก และสัตว์ที่ มีขาเป็นข้อปล้อง สัตว์ล�ำตัวกลวง ฟองน้ำ� หนอนและพยาธิ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สัตว์ทะเลผิวขรุขระ สัตว์ที่มีขาเป็นข้อปล้อง หอยและหมึก สตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั Invertebrates หมายรวมถงึ สตั วท์ ไี่ มม่ แี ทง่ กระดกู สนั หลงั และไม่มีกระดูกอ่อนอยู่ในร่างกาย

7 นักวิทยาศาสตร์พบว่า แมลง เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง กลมุ่ ใหญท่ สี่ ดุ สว่ นใหญอ่ าศยั อยบู่ นบกมากกวา่ อาศยั อยใู่ นนำ้� คำ� ศพั ทค์ วรรู้ สตั วเ์ ลอื ดอนุ่ (warm blood) คอื สตั วท์ มี่ อี ณุ หภมู ขิ องรา่ งกายอนุ่ และคงท่ี เพราะรา่ งกายมกี ลไกควบคมุ อุณหภูมิไมใ่ หเ้ ปลย่ี นแปลงตามอณุ หภูมิของ สงิ่ แวดลอ้ ม ไมว่ า่ อณุ หภมู ภิ ายนอกอาจจะหนาวเยน็ หรอื รอ้ นเพยี งใดกต็ าม สตั วเ์ ลอื ดเยน็ (cold blood) คอื สตั วท์ มี่ อี ณุ หภมู ใิ นรา่ งกายเปลย่ี นแปลง ไปตามอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมอยู่เสมอ จึงสามารถอยู่ได้ทั้งในที่ที่มี อากาศร้อนและอากาศเย็น สัตว์เลือดเย็นสามารถปรับอุณหภูมิของตนให้ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้

8 สตั วไ์ มม่ ีกระดูกสันหลัง กลุ่มที่ 1 ฟองนำ�้ ฟองน�้ำ เป็นส่ิงมีชีวิตท่ีมักเกาะแน่นอยู่กับที่ตามหิน หรือแนวปะการัง จนบางคร้งั อาจเขา้ ใจผดิ ได้ว่าเปน็ พืช ทง้ั ทคี่ วามจริงแลว้ ฟองน้ำ� จัดเปน็ สัตว์ไม่มี กระดูกสันหลังชนิดหนึ่ง ซ่ึงมีอยู่มากกว่า 5,000 ชนิด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทะเล แตก่ ม็ บี างชนดิ อาศัยอยูใ่ นน�ำ้ จดื โดยมกั อาศัยอยรู่ วมกนั เปน็ โคโลนี ลกั ษณะส�ำคญั ล�ำตวั มรี พู รนุ และมชี อ่ งเปดิ กลางล�ำตวั ปากและทวารหนกั ใชช้ อ่ งเปดิ เดยี วกนั อยทู่ างดา้ นบน ตวั ออ่ นของฟองนำ้� จะใชช้ วี ติ อยา่ งอสิ ระลอ่ งลอย ไปตามกระแสน้ำ� แต่เมอื่ โตเต็มวยั มนั จะเกาะนง่ิ และไม่เคลอ่ื นที่ ฟองน้�ำแก้ว ฟองน�้ำหินปูน ฟองน�้ำถูตัว ตัวอย่างสัตว์ท่ีอยู่ในกลุ่มน้ี เชน่ ฟองนำ�้ แกว้ ฟองนำ้� หนิ ปนู ฟองนำ�้ นำ�้ จดื ฟองน้�ำถตู ัว

9 กลุม่ ที่ 2 โลกของสัตว์ล�ำตวั กลวง สัตว์ล�ำตัวกลวง สตั วใ์ นกลมุ่ นเี้ ปน็ สตั วท์ มี่ คี วามส�ำคญั ตอ่ ระบบนเิ วศทาง ทะเล เนื่องจากเป็นแหล่งที่อยูอ่ าศัยและเพาะพันธุส์ ตั วน์ ้�ำขนาดเล็ก ลักษณะส�ำคัญ สัตว์ในกลุ่มน้ีจะมีล�ำตัวใสคล้ายวุ้น ตรงกลางล�ำตัวเป็น โพรง บางชนิดสร้างสารประเภทหินปูนมาหุ้มตัวไว้ มีช่องเปิดบริเวณกลางล�ำตัว ท�ำหน้าท่ีเป็นท้ังทางน�ำอาหารเข้าและทางท่ีใช้ขับเศษอาหารออก สัตว์ในกลุ่มนี้ จะมีเข็มพิษเล็ก ๆ ที่ปลายหนวดส�ำหรับป้องกันตัวและจับเหยื่อ เหยื่อที่โดนแทง ด้วยเขม็ พษิ จะมอี าการตวั ชา ไมส่ ามารถเคลื่อนที่หรืออาจตายได้ ตัวอย่างสัตว์ท่ีอยู่ในกลุ่มน้ี เช่น ปะการัง กัลปังหา ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุน ไฮดรา เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ท่ีด�ำรงชีวิตอยู่ในทะเล ยกเว้น ไฮดราและแมงกะพรุนน้�ำจืด ปะการัง กัลปังหา ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุนไฟ แมงกะพรุน ไฮดรา

10 กลุ่มที่ 3 หนอนและพยาธิ หนอนและพยาธิ เป็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตท่ีมีท้ังประโยชน์และโทษ สัตว์ในกลุ่มนี้ บางชนิดเป็นอันตรายเพราะอาหารของมันคือ เลือดของคนและ สตั วต์ า่ ง ๆ แตบ่ างชนิดเปน็ ตัวชว่ ยทส่ี �ำคัญใหก้ ับเกษตรกร ลักษณะส�ำคัญ สัตว์ในกลุ่มน้ีมีล�ำตัวอ่อนนิ่มท้ังหมด ไม่มีขา มีรูปร่าง หลายแบบ เช่น ล�ำตัวแบน ล�ำตัวกลมยาว บางชนิดล�ำตัวเป็นปล้องรูปทรง กระบอกมรี ะยางคย์ นื่ ออกมา บางชนดิ ด�ำรงชวี ติ และหากนิ อยา่ งอสิ ระ แตบ่ างกลมุ่ เช่น พยาธิ ด�ำรงชีวิตเป็นปรสิตตลอดชีวิต ต้องอาศัยเกาะตามร่างกายของคน และสตั ว์ เพ่อื ดูดกนิ เลอื ดเปน็ อาหาร ตวั อยา่ งสตั วท์ อี่ ยใู่ นกลมุ่ นี้เชน่ ปลงิ นำ�้ จดื ไสเ้ ดอื น พยาธติ วั ตดื หนอนตวั แบน ปลิงน้�ำจืด ไส้เดือน พลานาเรีย พยาธิตัวตืด

11 กลุ่มที่ 4 สตั วท์ ะเลผวิ ขรขุ ระ สัตว์ในกลุ่มน้ีทุกชนิดอาศัยอยู่ในทะเล มีรูปร่างและสีสันหลากหลาย ช่วยเพ่ิมความสวยงามให้กับท้องทะเล บางชนิดสามารถน�ำมารับประทานได้ แตบ่ างชนดิ มอี นั ตรายท่ที �ำใหม้ นุษย์ถงึ ตายได้ ลักษณะส�ำคัญ สัตว์ในกลุ่มน้ีจะมีสารประเภทหินปูน หรือแคลเซียม คาร์บอเนต (CaCo3) เกาะตามผิวล�ำตัว เป็นหนาม ใต้ล�ำตัวมีอวัยวะพิเศษ ท่ีเรียกว่า “เท้าท่อ (tube feet)” ซ่ึงมีลักษณะเป็นหลอดเล็ก ๆ จ�ำนวนมาก ใชส้ �ำหรบั เดนิ และเคลอ่ื นทช่ี า้ ๆ เทา้ ทอ่ นนี้ อกจากจะใชเ้ ดนิ แลว้ ยงั ใชส้ �ำหรบั การ จบั อาหารเขา้ ปาก ปากของสัตว์ในกลมุ่ น้ีมกั อย่ตู รงกลางใต้ล�ำตัว ตวั อยา่ งสตั วท์ อี่ ยใู่ นกลมุ่ น้ี ไดแ้ ก่ ดาวทะเล ดาวเปราะ ปลงิ ทะเล เมน่ ทะเล เหรียญทะเลหรืออีแปะทะเล ดาวทะเล ดาวเปราะ เม่นทะเล ปลิงทะเล เหรียญทะเล

12 กลุม่ ที่ 5 หอยและหมึก สตั วใ์ นกลมุ่ หอยและหมกึ ถอื วา่ มคี วามส�ำคญั ทางดา้ นเศรษฐกจิ เนอื่ งจาก เป็นสินค้าที่ผคู้ นนยิ มรับประทาน จงึ มกี ารค้าขายกนั อยา่ งแพร่หลายท่ัวโลก ลักษณะส�ำคัญ หอยและหมึกอาจมีลักษณะภายนอกท่ีแตกต่างกัน แต่มี ลักษณะส�ำคัญที่มีร่วมกันคือ ร่างกายของหอยและหมึกมีลักษณะอ่อนนุ่ม หอยมีเปลือกแข็งหุ้มด้านนอกซ่ึงเป็นสารประเภทหินปูน แต่หมึกไม่มี เนื่องจาก เปลือกลดรูปลงกลายเป็นโครงแข็งภายในล�ำตัวซึ่งท�ำหน้าท่ีให้ตัวหมึกคงรูปร่าง อยู่ได้ ตวั อยา่ งสตั วใ์ นกลมุ่ น้ี ไดแ้ ก่ หอยและหมกึ ชนดิ ตา่ ง ๆ รวมถงึ หอยทากและ ทากทะเล หอยทาก หอยเต้าปูน หอยเป๋าฮ้ือ หอยเชลล์ หมึกกระดอง หมึกสาย หมึกกล้วย

13 กลุม่ ที่ 6 สตั วท์ ี่มีขาเป็นขอ้ ปลอ้ ง ในบรรดาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังท้ัง 6 กลุ่มนี้ สัตว์ที่มีขาเป็นข้อปล้อง เป็นกลุ่มที่มีจ�ำนวนมากท่ีสุดในโลก สัตว์ในกลุ่มน้ีสามารถพบได้ทุก ๆ ที่ ไม่วา่ จะเป็นบนบก ในน�ำ้ ในทะเล หรอื แม้แต่ใต้ดิน ลักษณะส�ำคัญ ล�ำตวั แบง่ ออกเปน็ 3 สว่ น ไดแ้ ก่ สว่ นหวั อก และทอ้ ง หรอื บางชนิดล�ำตัวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ หัว + อกเชื่อมกัน และท้อง มีเปลือกแข็ง หุ้มล�ำตัวเพ่ือช่วยคงรูปร่างของล�ำตัวอ่อนนุ่มภายใน มีจ�ำนวนขาเป็นคู่ ขาเป็นข้อ ปล้อง บางชนิดมีการลอกคราบในระยะตัวอ่อนเพื่อสลัดเปลือกเก่าทิ้ง และสร้าง เปลอื กใหมท่ ดแทน จงึ อาจมกี ารเปลย่ี นแปลงรปู รา่ งระหวา่ งการเจรญิ เตบิ โตจาก ตัวอ่อนไปเป็นตวั เตม็ วยั ตัวอย่างสัตว์ในกลุ่มนี้ เช่น แมงมุม กุ้ง ปู กั้ง ตะขาบ ก้ิงกือ ต๊ักแตน ด้วง แมงดา แมงปอ่ ง ยงุ แมลงปอ ผเี สื้อ แมลงชีปะขาว จก๊ั จน่ั ต่อ แตน เปน็ ต้น ต๊ักแตน แมลงปอ ผีเสื้อ ผึ้ง แมลงสาบ เต่าทอง

14 กิจกรรมที่ 1 ในโรงเรยี นของเรามสี งิ่ มีชีวติ อะไรบ้าง จุดประสงค ์ เพ่อื ส�ำรวจและจ�ำแนกกล่มุ ส่ิงมชี วี ติ ในโรงเรยี น กิจกรรม ส�ำรวจสิ่งมีชีวิตในโรงเรียนบันทึกผลการส�ำรวจ ลงในตารางจ�ำแนกตามกล่มุ สง่ิ มชี วี ติ ชื่อ ภาพประกอบ พืช สัตว์ แไมล่ใะชส่พัตืชว์ ตัวอย่าง ผีเส้ือ  1. 2. 3. 4. 5. 6.

15 คำ� ถามท้ายกิจกรรม 1. พชื มลี ักษณะใดบ้างท่ีเหมือนกันเป็นสว่ นใหญ่ ............................................................................................................................. 2. สัตว์มีลกั ษณะใดบา้ งท่ีเหมือนกนั เป็นสว่ นใหญ่ ............................................................................................................................. 3. พืชและสตั วม์ ีสง่ิ ใดแตกตา่ งกนั บา้ ง ............................................................................................................................. 4. สง่ิ มชี ีวติ ท่ไี มใ่ ช่พืชและสัตว์มสี ิ่งใดบ้าง ............................................................................................................................. 5. สง่ิ มีชีวิตในกลุ่มท่ไี ม่ใชพ่ ืชและสัตว์สว่ นใหญพ่ บในพื้นที่ลักษณะใด ............................................................................................................................. สรุปผล สงิ่ มชี วี ติ แบง่ เปน็ .........กลมุ่ ไดแ้ ก.่ ........................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. จากกจิ กรรมนกั เรยี น เพือ่ น ๆ ทราบหรือไม่วา่ มีสงิ่ มชี วี ติ จะเห็นว่า พืชมีคลอโร- กลุ่มหนึ่งท่ีไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มของ ฟิลล์เป็นองค์ประกอบ พืชและสัตว์ เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่�ำ และสัตว์มีการเคลื่อนที่ มีประโยชน์และโทษต่อมนุษย์ ได้อย่างชัดเจน อย่างไรบ้าง เราไปเรียนรู้กันเถอะ

16 ความรเู้ พ่มิ เตมิ ประโยชน์ของแบคทีเรีย 1. ดา้ นอุตสาหกรรม เช่น การผลิตอาหารหมกั ใชฟ้ อกหนัง 2. ดา้ นการเกษตร เช่น ใชเ้ ปน็ ป๋ยุ 3. การทดสอบคุณภาพน�ำ้ 4. ทางด้านการแพทย์ เช่น การผลติ ยาปฏชิ วี นะ 5. ใช้ในเทคโนโลยีชีวภาพ โดยใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรมสร้างแบคทีเรียท่ีมี ลกั ษณะต่าง ๆ 6. ชว่ ยย่อยสลายซากสิ่งมชี วี ติ ให้เปน็ อาหารของพืช ราที่เป็นประโยชน์ ราหลายชนิดมีประโยชน์ทางการแพทย์ เช่น ปฏิชีวนะสารเพนนิซิลิน ราบางชนดิ ชว่ ยเพมิ่ รสชาตใิ หก้ บั เนยแขง็ และไวน์ ราบนขอนไมช้ ว่ ยยอ่ ยสลายซาก เห็ดราที่ใช้เป็นอาหารของมนุษย์และเห็ดราที่มีสรรพคุณทางยาและ อาหารเสรมิ ตัวอยา่ งเช่น เหด็ นางรม เหด็ นางฟา้ เหด็ เปา๋ ฮื้อ เห็ดฟาง ราท่เี ป็นโทษ กอ่ ให้เกดิ โรคกับมนษุ ย์ สัตว์ และพืช โทษของรา ราบางชนดิ ขน้ึ ในห้องน�้ำและหนังสอื ราทป่ี นเปอ้ื นในอาหาร ไดแ้ ก่ ราในผลสม้ โอ ราบนขนมปงั ราบนเมลด็ ถว่ั ราชนิดท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ โรคในพชื สตั ว์ และมนษุ ย์

17 กจิ กรรมท่ี 2 ลักษณะภายนอกและภายในของสตั ว์ แต่ละชนดิ ตา่ งกนั หรอื ไม่ จุดประสงค ์ สงั เกตลกั ษณะภายนอกและภายในของสตั ว์ชนิดตา่ ง ๆ อปุ กรณ์ 1. สตั ว์ชนิดตา่ ง ๆ ได้แก่ หอย หมกึ ทะเล ไก่ กุง้ กบ 2. ไมส้ �ำหรบั เข่ีย 3. มดี 4. ภาชนะส�ำหรับใส่ กิจกรรม 1. สังเกตลักษณะภายนอกของสัตวแ์ ตล่ ะชนิดให้ละเอยี ด มากท่สี ุดและบนั ทกึ ผล 2. ใช้มีดผ่าสัตว์แต่ละชนิดตามความยาว สังเกตลักษณะ ภายในใหล้ ะเอยี ดมากทส่ี ดุ และบนั ทึก

18 ตารางบันทกึ ผลการสงั เกตลกั ษณะภายนอกและภายในของสตั ว์ ช่ือสัตว์ ลักษณะภายนอก ลักษณะภายใน หอย กระดูกสันหลัง ขนาด ส่ิงหุ้มตัว จ�ำนวนขา (เลก็ กลาง ใหญ)่ (มี/ไม่มี) กุ้ง หมึกทะเล ปลา ไก่ กบ

19 สรปุ ผล สตั ว์ท่ไี ม่มกี ระดูกสันหลงั มลี กั ษณะ......................................................... ............................................................................................................................. ไดแ้ ก.่ .................................................................................................................... ............................................................................................................................. สตั ว์ท่มี ีกระดูกสนั หลงั มลี ักษณะ............................................................. ............................................................................................................................. ไดแ้ ก.่ .................................................................................................................... ............................................................................................................................. จากกจิ กรรมนกั เรยี นจะเหน็ วา่ กงุ้ หมกึ ทะเล หอย จดั อยใู่ นกลมุ่ สตั ว์ ไม่มีกระดูกสันหลัง เพราะไม่มีโครงสร้างแข็งภายในร่างกาย มีหนัง และเปลือกแข็งห่อหุ้มตัว ไก่ กบ และปลา จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลังจะมีโครงสร้าง แข็งภายในร่างกาย และมีผิวหนัง ขนปกคลุมตัว เพ่ือน ๆ ทราบหรือไม่ว่า สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเป็นกลุ่มของสัตว์ ท่ีมีจ�ำนวนมากที่สุดในโลก มีประมาณ 96 % สัตว์ในกลุ่มนี้มีอะไร บ้างนะเราไปเรียนรู้กันเถอะ

20 กิจกรรมที่ 3 สตั วไ์ ม่มีกระดกู สนั หลังมีลักษณะสำ� คญั อย่างไร จุดประสงค ์ สามารถบอกลกั ษณะตา่ ง ๆ และตวั อยา่ งของสตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั ได้ กิจกรรม 1. ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ตัวอย่างสัตว์ ไม่มีกระดกู สนั หลังและบนั ทึกผลการเรยี นร้ ู 2. เติมชื่อกล่มุ สัตว์ ข้อมูลตา่ ง ๆ ในตารางลักษณะส�ำคัญ และตวั อยา่ งของสัตว์ไม่มีกระดกู สันหลงั ใหถ้ กู ต้อง ตารางแสดงลักษณะส�ำคัญและสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ช่ือกลุ่ม ลักษณะส�ำคัญ สัตว์ที่อยู่ในกลุ่ม 1. ฟองน้�ำ มีลักษณะคล้ายพืช เกาะติดอยู่กับท่ี ล�ำตัว ........................................... เป็นโพรง มีช่องเปิดด้านบน มีรูพรุนโดยรอบ ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ...........................................

21 ช่ือกลุ่ม ลักษณะส�ำคัญ สัตว์ท่ีอยู่ในกลุ่ม 2.................. ล�ำตัวใสคล้ายวุ้น บางชนิดมีรูปร่างคล้ายทรง แมงกะพรุน กระบอก ตรงกลางล�ำตวั เปน็ โพรง มชี อ่ งเปดิ ออก ........................................... จากล�ำตวั เพยี งช่องเดียว เปน็ ทางน�ำอาหารเขา้ ........................................... และขับเศษอาหารออก ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... อยู่ในน้�ำเค็ม ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... อยู่ในน้�ำจืด ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ...........................................

22 ชื่อกลุ่ม ลักษณะส�ำคัญ สัตว์ท่ีอยู่ในกลุ่ม แ3ล.3แหะล.พนหะอยพน3 น ำ.อย ธหพนำนิยธอาิข-ธนิำแหข-ลนำะหมอนปี ม -น ำอมหปี ตกีปนนำาแอวั ตกกนตแแแวัตบต่ไตัวแ่มไนแบม่ไบ่ม่มมนนมีทที ่มวลีมวมาที ีลา�รำลี�วตหำรต�านำวััวหตักรนนนวั่ิมหดมิ่กัน�นแำรบม่ิงกัแดนชบีำ�วยแดิตนารบเ�ำวยงปนรไ็ชนามยงปวีว่มชารติีขสวีวาไเิตติมปไ่มเ็นมปี...่ม...น็ ......ี................................................................................................................................................. ปรปสริตสติ ...................................................................... ................................................. ........................................... ........................................... ........................................... - -หนหอ-นหนอนตอนนวั ตกวัวกลกลมมลลมล�ำตา� ลวัตน�ามว่ิั ตนกวั ลม่ิ นมยม่ิ กาวลกไมมลม่ ยขมี าายผวาวิ เวรไยีมบไ่มมี ่ม....ี ....................................... ขำขผำวิ ผ เ รวไิ มยีเร่เบปยี ็นบไปมลไเ่้อปมงนเ็่ ปมปีปน็ ลาปกอ้ ลงแอ้ ลมงะปที มวำปีากรำแหกลนแะักลทะวทำวรำหรนหกั น....กั.................................................................................. ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... - หนอนปล้อง ล�ำตัวกลมยาว เป็นปล้องคล้าย ........................................... วงแหวนตอ่ กนั ผวิ หนงั เปยี กชนื้ มรี ะบบประสาท ........................................... และระบบทางเดินอาหาร ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ...........................................

23 ช่ือกลุ่ม ลักษณะส�ำคัญ สัตว์ท่ีอยู่ในกลุ่ม 4.................. มผี ิวล�ำตัวเป็นหนาม ไม่มีส่วนหวั มีรูปร่างต่าง ๆ ........................................... ใต้ล�ำตัวมีเท้าเป็นหลอดเล็ก ๆ จ�ำนวนมาก ........................................... (เทา้ ทอ่ ) ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... 5.................. หอย ........................................... ล�ำตัวนิ่ม ส่วนใหญ่มีกาบแข็งเป็นสารพวก ........................................... หินปูนหุ้มภายนอก เคลื่อนท่ีโดยใช้กล้ามเนื้อ ........................................... ที่ย่ืนออกจากเปลือกหอย ........................................... ........................................... หมึกทะเล ........................................... มีโครงสร้างแข็งอยู่ภายในล�ำตัว เคลื่อนท่ีโดย ........................................... ใช้หนวด และการพ่นน้�ำออกจากล�ำตัว หายใจ ........................................... ด้วยปอดและผิวหนัง ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ........................................... ...........................................

24 ช่ือกลุ่ม ลักษณะส�ำคัญ สัตว์ท่ีอยู่ในกลุ่ม 6.................. มีขาต่อกันเป็นข้อ ๆ มี 6 ขา ได้แก่ ล�ำตัวแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนหัว ............................................ อก ท้อง มีเปลือกแข็งหุ้มร่างกาย ............................................ ส่วนใหญ่เจริญเติบโตโดยการลอกคราบ มี 8 ขา ได้แก่ ............................................ ............................................ มี 10 ขา ได้แก่ ............................................ ............................................ มีขาจ�ำนวนมาก ได้แก่ ............................................ ............................................ ............................................ สรปุ ผล ลักษณะส�ำคัญของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังคือ ..................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. .............................................................................................................................

25 จากกิจกรรมนักเรียนจะเห็นว่า สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (invertebrates) หมายความรวมถึงสัตว์ที่ไม่มีแท่งกระดูกสันหลัง ส�ำหรับยึดติดให้เป็นส่วนเดียวกันของร่างกาย จัดเป็นสัตว์ประเภท ที่ไม่มีกระดูก และไม่มีกระดูกอ่อนอยู่ภายในร่างกาย สว่ นใหญ่มผี วิ หนงั เปลอื กแขง็ ห่อหุ้มร่างกาย มีขนาดเล็ก อาศยั อยู่ ทั้งบนบกและในน้�ำ เพอื่ น ๆ ทราบหรอื ไมว่ า่ โครงสรา้ งแขง็ ภายในสตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั มีรูปร่างลักษณะอย่างไรบ้าง ไปเรียนรู้กันเถอะ

26 กิจกรรมที่ 4 โครงร่างแขง็ ในสัตวค์ ืออะไร จดุ ประสงค ์ ศึกษาโครงร่างแข็งและส่วนประกอบของกระดูกสัตว์มี กระดกู สนั หลัง กจิ กรรม สงั เกตรปู รา่ งลกั ษณะภายนอกและภายในของกระดกู สตั วต์ า่ งๆ บนั ทกึ ผลการทดลองและวาดภาพประกอบ อปุ กรณ ์ แวน่ ขยาย กระดกู ส่วนตา่ ง ๆ ของสัตว์

วาดภาพ 27 วาดภาพ วาดภาพ กระดกู ไก่ ................................................................... ................................................................... ................................................................... ................................................................... ................................................................... กระดกู หมู ................................................................... ................................................................... ................................................................... ................................................................... ................................................................... ก้างปลา ................................................................... ................................................................... ................................................................... ................................................................... ...................................................................

28 ค�ำถามท้ายกจิ กรรม 1. โครงรา่ งแข็งในสัตวค์ อื อะไร มคี วามส�ำคัญอยา่ งไร ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. 2. กระดกู สว่ นใหญม่ ีลกั ษณะเหมอื นและแตกตา่ งกนั อยา่ งไร ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. กระดูกมีความส�ำคัญ ท�ำให้ กระดูกส่วนใหญ่มี โครงร่างของร่างกายท�ำให้ ความแขง็ มาก เพอ่ื น ๆ ร่างกายคงรูปอยู่ได้ ป้องกัน รู้หรือไม่ว่า กระดูก อันตรายให้แก่อวัยวะที่ส�ำคัญ มีส่วนประกอบอะไร เป็นที่ยึดของกล้ามเน้ือ บา้ ง ความรเู้ พ่มิ เติม กระดกู เปน็ เนอื้ เยอ่ื ทม่ี ชี วี ติ คอื มกี าร สร้างและการท�ำลายอยู่ตลอดเวลา ในระหว่างท่ีมีชีวิต กระดูกประกอบ ข้ึนด้วย 2 ส่วนใหญ่ คือ โปรตีน และแร่ธาตุในกระดูก-แคลเซียม ซ่ึงท�ำให้กระดูกมีความแข็งและ แข็งแรงทนทาน

29 กจิ กรรมท่ี 5 เราสามารถจำ� แนกสัตว์มีกระดกู สนั หลัง ออกเป็นกีก่ ลุ่ม จุดประสงค์ ศึกษาและจ�ำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลัง ออกเป็น 5 กลุ่ม โดยใช้รปู วธิ านหรือไดโคโตมัสคยี ์ (dichotomous key) สัตว์มีกระดูกสันหลัง มีขนปกคลมุ ตัว ไมม่ ขี นปกคลุมล�ำตวั ขนเป็นเสน้ ขนเป็นแผง มคี รีบคู่ ไมม่ คี รบี คู่ คล้ายผม สตั วเ์ ล้ยี งลูก นก มีแผน่ ปิด ไม่มแี ผน่ ปดิ มเี กล็ด ไม่มีเกล็ด ดว้ ยน�้ำนม ช่องเหงอื ก ชอ่ งเหงอื ก ปลา ปลา กระดกู แข็ง กระดูกอ่อน สัตว์ สตั วส์ ะเทนิ นำ้� เลื้อยคลาน สะเทนิ บก วิธีการจ�ำแนกส่ิงมีชีวิตแบบไดโคโตมัสคีย์ เป็นวิธีหน่ึงในการจ�ำแนกสิ่งมีชีวิต เป็นกลุ่มย่อย ๆ ได้ โดยใช้ลักษณะท่ีแตกต่างกันเป็นคู่ ๆ

30 ตอนที่ 1 เปรียบเทียบตัวอย่างภาพสัตว์ตามหลักของไดโคโตมัสคีย์และ เขียนตามล�ำดบั ตัวอยา่ ง เช่น เปด็ มขี นปกคลุมล�ำตัว ขนเปน็ แผง กลุ่มนก ล�ำดับท่ี การจ�ำแนกตามเกณฑ์ กลุ่มสัตว์ 1.................. 2.................. 3.................. 4.................. 5..................

31 ตอนท่ี 2 ศึกษาการจ�ำแนกกลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลังตามลักษณะส�ำคัญและ เขยี นตัวอยา่ งสัตว์ในกล่มุ กลุ่ม ลักษณะส�ำคัญ ตัวอย่างสัตว์ในกลุ่ม ปลา สัตว์เลือดเย็น หายใจด้วยเหงือก ........................................... มีแผ่นปิดเหงือก มีครีบ บางชนิด ........................................... มีเกล็ด บางชนิดไม่มีเกล็ด ไข่ไม่มี ........................................... เปลือกหุ้ม ........................................... สัตว์สะเทินน�้ำสะเทินบก สตั วเ์ ลอื ดเยน็ ผวิ หนงั เปยี กชนื้ ไมม่ เี กลด็ ........................................... ตัวอ่อนอยู่ในน้�ำ หายใจด้วยเหงือก ........................................... เม่ือโตหายใจด้วยปอด อาศัยบนบก ........................................... มีขา 4 ขา ไข่มีวุ้นหุ้ม ........................................... สัตว์เล้ือยคลาน สัตว์เลือดเย็น ผิวหนังแห้ง ล�ำตัว ........................................... มีเกล็ดปกคลุม หายใจด้วยปอด วางไข่ ........................................... บนบก ไข่มีเปลือกแข็งหุ้ม ........................................... ........................................... นก สัตว์เลือดอุ่น หายใจด้วยปอด ขาคู่ ........................................... หน้าพัฒนาเป็นปีก ขนเป็นแผง ........................................... มเี กลด็ ทข่ี าและนวิ้ เทา้ ไขม่ เี ปลอื กแขง็ ........................................... หุ้มและมีจะงอยที่ปากแข็ง ........................................... สัตว์เล้ียงลูกด้วยน�้ำนม สัตว์เลือดอุ่น หายใจด้วยปอด ผิวหนัง ........................................... เรียบ มีขนแบบเส้นขน ส่วนใหญ่อาศยั ........................................... อยู่บนบก บางชนิดอาศัยอยู่ในน�้ำ ........................................... ตวั เมียมีต่อมสร้างน้�ำนมส�ำหรับเลี้ยง ........................................... ลูกอ่อน ส่วนใหญ่ออกลูกเป็นตัว ...........................................

32 สตั วม์ ีกระดูกสนั หลัง สัตว์มีกระดูกสันหลัง คือกระดูกสันหลังจะอยู่เป็นแนวยาวไปตามด้านหลัง ของสัตว์ กระดูกสันหลังจะต่อกันเป็นข้อ ๆ ยืดหยุ่น เคลื่อนไหวได้มีหน้าที่ช่วย พยงุ รา่ งกายใหเ้ ปน็ รปู รา่ งทรวดทรงอยไู่ ดแ้ ละยงั ชว่ ยปอ้ งกนั เสน้ ประสาทอกี ดว้ ย นกั วิทยาศาสตร์แบ่งสัตวม์ ีกระดูกสันหลังออกเปน็ 5 พวกคือ สัตว์สะเทินน�้ำสะเทินบก ปลา สัตว์มีกระดูกสันหลัง สัตว์เลื้อยคลาน นก สัตว์เล้ียงลูกด้วยน้�ำนม

33 สตั วม์ ีกระดกู สนั หลังกลุม่ ที่ 1 ปลา ปลาเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง ระบบประสาทและโครงร่างค�้ำจุนร่างกายพัฒนา เป็นอย่างดี จัดเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการสูง ปลาเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง ท่ีเกิดข้ึนในโลกเป็นพวกแรก จึงเป็นบรรพบุรษของสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดอ่ืน ปลาอาศัยอยู่ในน�้ำ เป็นสัตว์เลือดเย็น มีกระดูกสันหลังต่อกันเป็นข้อ ๆ กระดูก ของปลา เรียกวา่ ก้าง ปลาสว่ นใหญ่มพี ฤตกิ รรมและการด�ำรงชวี ิตดังนี้

34 ลักษณะภายนอก à¡Åç´ ¤ÃÕºËÅѧ µÒ »Ò¡ à˧×Í¡ ¤ÃÕºËÒ§ ¤Ãպ͡ ¤ÃÕºàÍÇ ¤ÃÕº¡Œ¹ ปลาส่วนใหญ่มีเกล็ดเพื่อ ปกคลุมทั่วทั้งตัว เกล็ด ปลามักจะแข็งเป็นแผ่น เรียงเหลื่อมซ้อนกัน เกล็ด ท�ำ ห น ้ า ที่ ป ก ค ลุ ม แ ล ะ ป้องกันอันตรายท่ีจะเกิด แก่เน้ือและหนังปลาซึ่ง อ่อนนุ่ม ปลาบางชนิดมีเกล็ด บางชนิดไม่มีเกล็ด บางชนิดมีเมือกที่ช่วยให้ล่ืน สามารถเคลือ่ นทีไ่ ด้สะดวก

35 รูปร่างของปลาโดยทั่วไปแตกต่างกันไปตาม ชนิดของปลา ปลาส่วนใหญ่มีรูปร่างเป็นแบบ กระสวย ซึ่งเป็นลักษณะของปลาท่ีว่ายน้�ำเร็ว เชน่ ปลาทู ปลาโอ ปลาทนู า่ ปลาจ�ำพวกอื่น ๆ รปู ร่างอาจจะผิดแผกไปจากแบบทไ่ี ด้ กลา่ วไว้ เชน่ มรี ูปกลมเหมอื นลูกโลก ได้แก่ ปลาปกั เป้า บางชนิดมีรูปยาวคล้ายงู เช่น ปลาไหลทะเล หรือปลาไหลน้�ำจีด ปลาบางชนิดมีล�ำตัวแบบแบนบน-ล่าง เชน่ ปลากระเบน มา้ นำ�้ มรี ปู รา่ งแปลกกวา่ ปลาอนื่ ๆ มหี างมว้ นงอส�ำหรบั จบั ยึดกิ่งไมห้ รอื ปะการังใตน้ �้ำ

36 ปลามีครีบตามล�ำตัวหลายแห่ง โดยท่ัวไปครีบจะช่วยในการทรงตัว และว่ายน้�ำ ปลามีเหงือก ใช้ในการหายใจ เหงือกตั้งอยู่ 2 ข้างของตัวปลาที่ บริเวณส่วนท้ายของหัว เม่ือเราแง้มหรือเปิดกระพุ้งแก้มของปลา เราจะเห็น อวัยวะส�ำหรับใช้ในการหายใจ มีลักษณะเป็นเส้นคล้ายขนนกหรือหวีเรียง กันเป็นแผงเป็นระเบียบและมีสีแดงจัด การหายใจ ปลาหายใจด้วยเหงือก เม่ือปลาว่ายน�้ำมันจะอ้าปากอม น้�ำเข้าไว้ในปาก น�้ำซ่ึงมีก๊าซ ออกซิเจนละลายปนอยู่ด้วยนี้ จะ ผา่ นเขา้ ไปทางชอ่ งเหงอื กซงึ่ ตงั้ อยู่ ชองทางน้ำเขา ในกระพุ้งแก้ม เหงือกจะรับเอา ก๊าซออกซิเจนไว้แล้วปล่อยสู่สายเลือด ในขณะเดียวกันก็จะถ่ายเทก๊าซ คารบ์ อนไดออกไซดใ์ หล้ ะลายลงในนำ้� นำ�้ ทมี่ กี า๊ ซคารบ์ อนไดออกไซดป์ นอยจู่ ะถกู สง่ ออกทางช่องแกม้ แรงส่งออกนี้จะชว่ ยเสรมิ ให้ปลาเคลอื่ นทไี่ ปข้างหน้าได้ด้วย การด�ำรงชีวิต สมอง ไต ถงุ ลม ปลาอาศัยอยู่ใน เหงอื ก ตับ ลำไส น�้ำจืดและน้�ำเค็ม ปลามี ถุงลมภายในตัว ช่วยลด หัวใจ และเพิ่มปริมาณอากาศ และยังช่วยในการลอยตัว ของปลา

37 การกินอาหาร ปลากินอาหารแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของปลา อาหารที่ปลากิน โดย ทว่ั ไป ไดแ้ ก่ พชื นำ�้   เชน่ ปลาจนี ปลาบางชนดิ กนิ แพลงกต์ อน (plankton) ซงึ่ เปน็ สงิ่ มชี วี ติ เลก็ ๆ อาจเปน็ พชื หรอื สตั วท์ อ่ี าศยั อยใู่ นนำ้� เชน่ ปลาทู บางจ�ำพวก หากนิ ตามพื้นท้องน�้ำ เช่น กินหอย ปู กุ้ง เป็นอาหาร ปลาขนาดใหญ่หลายชนิดตามล่า เหย่อื เปน็ อาหาร เช่น ปลาช่อน ปลาดาบเงนิ ปลาอินทรี เปน็ ตน้ การเคลื่อนที่ ครีบต่าง ๆ ของปลา ช่วยในการเคล่ือนไหวของปลา ครีบมีหน้าท่ีพยุง และรกั ษาการทรงตวั ของปลาในนำ�้ เวลาปลาวา่ ยนำ้� เรว็ ครบี ตา่ ง ๆ จะหบุ ลงหรอื ยบุ ลงทอดแนบตามตัวของปลา ท้ังน้ีเพ่ือให้ลู่ตามน�้ำ และความต้านทานนอ้ ยลง ครีบหางท�ำหน้าที่เปรียบเสมือนหางเสือของเรือ เมื่อต้องการจะหยุด ครีบอก และครบี ทอ้ งจะกางออกต้านนำ�้ ครบี อื่นก็จะแผ่ออก ท�ำหนา้ ทีท่ รงตัวพร้อมกนั

38 การขยายพันธุ์ ปลาเกอื บทกุ ชนดิ สบื พนั ธโ์ุ ดย การออกไข่ ลกั ษณะของไขป่ ลา เป็นเม็ดกลม ไม่มีเปลือก แข็งหุ้ม แม่ปลาวางไขค่ รง้ั หนึ่งเป็นจ�ำนวนมากมาย เมื่อวางไข่แล้วแม่ปลาพ่อ ปลามกั จากไปเลย ปลอ่ ยให้ ไข่ฟักเป็นตัวตามล�ำพัง ดังนั้น ไขแ่ ละลกู ปลาจ�ำนวนมาก จงึ กระจดั กระจายและ มกั ถกู สัตว์อืน่ กินเปน็ อาหาร เหลอื รอดเปน็ ตัวและเตบิ โตขึน้ เพียงเลก็ นอ้ ย ความร้เู พ่ิมเตมิ ตวั อย่างปลาทว่ี ่ายน�้ำไดเ้ ร็ว ไดแ้ ก่ 1. ปลากระโทง (Sailfish) 2. ปลาวาฮู (Wahoo) 3. ปลาทนู ่าเหลอื ง (Yollow Tuna)

39 กิจกรรมท่ี 6 สตั วม์ ีกระดกู สนั หลังแต่ละชนดิ ดำ� รงชีวติ กนั อยา่ งไร จุดประสงค์ เพอื่ ศกึ ษาลกั ษณะส�ำคญั พฤตกิ รรม และการด�ำรงชวี ติ ของ สัตว์ทมี่ กี ระดูกสันหลัง กลุม่ ที่ 1 ปลา กจิ กรรม 1. สงั เกตลกั ษณะของเกลด็ ปลา เหงอื กปลา ไขป่ ลา อาหารของปลา บนั ทกึ ผลการสังเกตและวาดรูปประกอบ 2. สงั เกตการหายใจของปลาและวดั อตั ราการหายใจของปลาบนั ทกึ ผลการสงั เกต 3. สงั เกตการเคล่ือนทีข่ องปลาในตูป้ ลา บันทกึ ผลการสังเกต 4. สงั เกตพฤติกรรมตา่ ง ๆ ของปลาในตูป้ ลา บันทกึ ผลการสงั เกต 5. ทดลองใหอ้ าหารปลา สงั เกตการกนิ อาหารของปลา บนั ทกึ ผลการสงั เกต 6. ศึกษาวีดิทัศน์และอิเล็กทรอนิกส์บุ๊ก ค้นคว้าเก่ียวกับการด�ำรงชีวิตของ ปลา และบันทึกผลการสังเกต อปุ กรณ์ 1. ปลาที่มีเกล็ด เช่น ปลาทับทิม ปลานิล ปลากะพง และผ่าแสดงภายใน ใหเ้ ห็นเหงือกและกา้ ง 2. ไขป่ ลาชนิดตา่ ง ๆ 3. ต้ปู ลาบรรจนุ ำ้� และจัดเปน็ ทอี่ ย่ขู องปลา เช่น ปลาหางนกยงู ปลาสอด 4. อาหารปลาชนิดต่าง ๆ 5. แวน่ ขยาย

40 ตารางบันทึกผล 6. ไข่ปลามีลักษณะอย่างไร 1.เกลด็ ปลามลี กั ษณะอยา่ งไร 2.เหงอื กปลามลี กั ษณะอยา่ งไร ........................................ ........................................... ........................................ วาดภาพ วาดภาพ วาดภาพ ปลาหายใจ...........(ครง้ั /นาท)ี 5. ปลาเคลื่อนที่อย่างไร 4. ปลากินอย่างไร 3.ทอี่ ยอู่ าศยั ของปลาเปน็ อยา่ งไร ......................................... ........................................... ........................................... ......................................... ........................................... ........................................... สรปุ ผล สัตว์มีกระดูกสันหลังพวกปลาส่วนใหญ่มีการด�ำรงชีวิต คือ ...................................................................................................................... ตัวอย่างสัตว์ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ...................................................................................................................... ......................................................................................................................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook