Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสาร ปีที่ 6 ฉบับที่ 2

วารสาร ปีที่ 6 ฉบับที่ 2

Published by Prannawan Kongpad, 2023-08-09 07:03:38

Description: วารสาร ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565

Keywords: วารสาร,สคร.5

Search

Read the Text Version

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 1

วารสารสํานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 2

The oวffiาceรสofาdรisสeaําsนe pกั rงevาeนntปionอ aงnกdนั coคnวtroบl ค5,มุRaโtรchคaทbuี่ r5i prจovงั iหncวe ัดJoรuาrnชalบ: รุVoี lume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 The Office of Disease Prevention and Control 5, Ratchaburi Province Journal ปท ่ี 6 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2565 Volume 6 No.2 Jul – Dec 2022 ISSN : 2539-6676 สารบัญ / นพิ นธตน ฉบับ หนา / Page Contents / Original Articles ปจจัยที่มีผลตอการดําเนินงานปองกันควบคุมโรค 12 Factors Affecting to the implementation on of ติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ -19) ของเจา หนา ที่ Coronavirus Disease 2019(COVID-19) Prevention and สาธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บล Control among Public Health Officers in Sub-District ในจงั หวดั ราชบรุ ี Health Promoting Hospitals, Ratchaburi Province. อัครวุฒิ ศุภอักษร Akarawut Suphaaksorn สํานกั งานสาธารณสขุ จังหวดั ราชบรุ ี Ratchaburi Provincial Public Health Office ความรู ทัศนคติ และพฤตกิ รรมในการปฏิบัติตาม 24 Knowledge, attitude, and behavior in traffic rules กฎจราจรและการปองกันอุบัติเหตุจากการจราจร and the prevention of road traffic accidents among ทางถนนของผขู บั ขี่ในพ้นื ท่อี ําเภอเมอื งอตุ รดติ ถ drivers in Mueang Uttaradit district. จาํ เริญ มรฤทธิ์ พย.ม. (การพยาบาลศกึ ษา) Jumrean Monralid M.N.S. (Nursing Education) สาํ นักงานปอ งกนั ควบคุมโรคท่ี 2 จงั หวัดพษิ ณโุ ลก The Office of Disease Prevention and Control 2, Phitsanulok Province การพัฒนาความรูและการปฏิบัติดานสุขาภิบาล 38 The Development of Knowledge and Practices on อาหารและน้ําของผูสัมผัสอาหารรานหมูกระทะ Food and Water Sanitation of Grilled Pork Restau- กรณีศึกษาตําบลแหงหนึ่ง อําเภอเมือง จังหวัด rants’ Food Handlers: A Case Study of a Sub-District, ขอนแกน Muang District, Khon Kaen Province นปมณฑ ทรงศรี Napamont Songsri มหาวิทยาลยั ขอนแกน Khon Kaen University การประเมินคลินิกโรคไมติดตอเรื้อรังคุณภาพ 56 THE EVALUATION OF NON-COMMUNICABLE DISEASE จังหวัดกาญจนบุรี ป 2563-2565 CLINIC ACCREDITATION OF KANCHANABURI PROVINCE 2017-2019 ณญาดา ชมุ มะ (พยาบาลศาสตรบณั ฑิต) Nayada Chumma (Bachelor of Nursing Science) สํานกั งานสาธารณสุขจังหวดั กาญจนบรุ ี Kanchanaburi Provincial Health Office การสอบสวนโรคผูปวยโรคไขมาลาเรีย ตําบลทา 72 Malaria Investigation Report in Thamaprang Sub-district, มะปราง อําเภอแกง คอย จังหวดั สระบรุ ี Kaeng Khoi District Saraburi Province จรรยาบรรณการใชส ตั วเพ่ืองานทางวทิ ยาศาสตร 88 สภาวจิ ยั แหงชาติ 1

วารสารสาํ นักงานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 วารสารสาํ นักงานปอ งกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี เปนวารสารทางวชิ าการในดานการเฝาระวงั ปองกนั ควบคมุ โรคและภัยสุขภาพ กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข วัตถุประสงค 1. เพือ่ เผยแพรข อ มลู ขา วสารดานวิชาการ และเปนฐานขอมลู ในการศึกษา คน ควาอา งองิ จากแหลง ขอมูลการวิจัย และการพัฒนางานใหเกิดประโยชน แกบุคลากรทางการแพทยและเครือขาย สาธารณสขุ 2. เพ่ือสงเสริมสนับสนุนใหบุคลากรทางการแพทยและเครือขายสาธารณสุขมีการนําเสนอผลการ ดําเนินงาน มีการแลกเปลีย่ นองคค วามรจู ากการปฏิบตั งิ านรวมกัน เปนแนวทางการดาํ เนนิ งาน 1. คณะทป่ี รกึ ษา ผอู ํานวยการสํานักงานปองกันควบคมุ โรคที่ 5 จังหวัดราชบรุ ี 1.1 นางรพีพรรณ โพธิ์ทอง นายแพทยผทู รงคณุ วฒุ ิกรมควบคุมโรค 1.2 นายอนพุ งค สจุ ริยากุล นายแพทยเช่ียวชาญ สํานักงานคณะกรรมการควบคุมเคร่ืองด่ืม 1.3 นายพงศธร ชาติพทิ กั ษ แอลกอฮอล 1.4 นายอรรถพล ชพี สัตยากร อาจารยป ระจาํ มหาวิทยาลัยเวสเทริ น 2. บรรณาธกิ าร ไพรสุวรรณ นายแพทยเช่ียวชาญ รองผูอํานวยการสํานักงานปองกัน 2.1 นายพราน ควบคมุ โรคที่ 5 จงั หวัดราชบรุ ี 3. กองบรรณาธิการ นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชาํ นาญการพเิ ศษรกั ษาการในตาํ แหนง 3.1 นางสาวจุฑาทิพย ชมภูนุช นกั วิชาการสาธารณสขุ เชี่ยวชาญ นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชาํ นาญการพเิ ศษรกั ษาการในตาํ แหนง 3.2 นางณวรฎั อติรตั นา นกั วชิ าการสาธารณสขุ เชี่ยวชาญ นายแพทยช าํ นาญการพเิ ศษ 3.3 นายมานติ คงแปน นักเทคนคิ การแพทยชํานาญการพิเศษ 3.4 นายไกรฤกษ สุธรรม ผชู ว ยศาสตราจารย คณะวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยสี ขุ ภาพ 3.5 นายชาญชัยณรงค ทรงคาศรี มหาวทิ ยาลยั กาฬสนิ ธุ วทิ ยาจารยช าํ นาญการพเิ ศษ วทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ นิ ธร 3.6 นายวรยทุ ธ นาคอา ย จังหวัดชลบรุ ี 2

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 3.7 นางสาววรญั ญศ ิชา ทรพั ยป ระเสรฐิ วิทยาจารยชํานาญการพิเศษ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จงั หวัดชลบุรี 3.8 นางสาวเหลอื งแกว โกยทรัพย วิทยาจารยชํานาญการพิเศษ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวดั ชลบรุ ี 3.9 นายเดชา วรรณพาหุล วิทยาจารยชํานาญการพิเศษ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบรุ ี 3.10 นางสาวทพิ สคุ นธ บาํ รงุ วงศ นักวิเคราะหนโยบายและแผน กองโรคเอดสและโรคติดตอ ทางเพศสัมพนั ธ 3.11. รอ ยเอกหญิงสพุ ตั รา นตุ รักษ ผชู ว ยศาสตราจารย คณะพยาบาลศาสตรแ ละวทิ ยาการสขุ ภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 3.12. นางสาววรรณไพร แยม มา ผชู ว ยศาสตราจารย คณะพยาบาลศาสตรแ ละวทิ ยาการสขุ ภาพ มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรุ ี 4. ผจู ดั การสํานักงานปอ งกนั ควบคุมโรคท่ี 5 จังหวัดราชบุรี 4.1 นายภควตั กุลจนั ทร นักวชิ าการสาธารณสุขชาํ นาญการ 5. ฝายจัดการ สํานักงานปองกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวดั ราชบุรี 5.1 นายสปุ ระสันน วิริยะวงศานกุ ูล นักวิชาการสาธารณสุขชํานาญการ 5.2 นางโสภา วิชยพงศก ุล นักจัดการงานท่วั ไปชํานาญการ 6. คณะผจู ดั ทาํ วารสาร สํานกั งานปองกนั ควบคุมโรคที่ 5 จังหวดั ราชบุรี 6.1 นายไกรฤกษ สุธรรม นกั เทคนิคการแพทยชํานาญการพเิ ศษ 6.2 วา ท่ีรอ ยตรอี นุสรณ ภวภตู านันท นักวชิ าการสาธารณสขุ ชํานาญการพิเศษ 6.3 นายกวี โพธเ์ิ งนิ นกั วิชาการสาธารณสขุ ชาํ นาญการพเิ ศษ 6.4 นางสาวศภุ ลกั ษณ แยม สกุล พยาบาลวชิ าชพี ชาํ นาญการพเิ ศษ 6.5 นายภควัต กุลจนั ทร นักวิชาการสาธารณสขุ ชํานาญการ 6.6 นางกานตชนก อบุ ลบาน นักวชิ าการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6.7 นางสาวพวงเพชร อภริ กั ษอโนทยั นักวิชาการคอมพิวเตอรป ฏบิ ัตกิ าร กําหนดออก ปล ะ 2 ครง้ั มกราคม , กรกฎาคม พิมพที่ : บริษทั ธรรมรักษการพิมพ จาํ กดั โทร. 0-3232–5534-5 โทรสาร 0–3232-7344 3

วารสารสาํ นกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 คําแนะนาํ สําหรับผูเขียน วารสารสาํ นกั งานปองกนั ควบคุมโรคที่ 5 จังหวดั ราชบุรี วารสารสาํ นักงานปองกันควบคุมโรคท่ี ๕ จังหวดั ราชบรุ ี เปน วารสารทางวิชาการ มวี ตั ถปุ ระสงคเ พ่ือ สงเสริมสนับสนุนใหบุคลากรทางการแพทยและเครือขายสาธารณสุข ไดมีเวทีการแลกเปล่ียนองคความรู แนวทางการปฏิบตั ิงานรว มกัน และเผยแพรผลงานทางวิชาการ หรอื รายงานผลการวจิ ยั ในดา นการเฝา ระวัง ปอ งกันควบคมุ โรคและภัยสขุ ภาพ ทีเ่ ปนประโยชนก ับบคุ ลากรเครือขา ย โดยใชเ ปน แหลงขอ มลู อา งอิงในการ ศึกษา คน ควา และวิจยั ทเี่ ปนลักษณะนิพนธตน ฉบับ (Original Article) จดั พิมพปล ะ ๒ ฉบับ ฉบับท่ี ๑ ประจาํ เดอื น มกราคม – มถิ นุ ายน ตีพมิ พส ัปดาหท า ยของเดือน มถิ ุนายน ฉบบั ท่ี ๒ ประจําเดือน กรกฎาคม – ธันวาคม ตพี ิมพสัปดาหท ายของเดือน ธันวาคม รับเรื่องเพ่ือตีพิมพ ฉบับที่ ๑ ภายในเดือน มีนาคม ฉบับที่ ๒ ภายในเดือนกันยายน ยินดีรับบทความ ทางวิชาการ นวตั กรรม งานวจิ ัย บทความฟน วชิ า รายงานการสอบสวนโรค การพยากรณโ รค หรอื รายงาน ผลการวิจัยท่เี กี่ยวกับโรคและภยั สขุ ภาพ โดยเรอื่ งทส่ี ง มาจะตอ งไมเ คยตพี ิมพม ากอ นหรืออยู ระหวา งตีพมิ พ ในวารสารอื่น ทัง้ น้ี กองบรรณาธกิ ารวารสารฯ ขอสงวนสิทธ์ใิ นการพจิ ารณาตีพมิ พตามลําดบั กอ นหลงั โดยมี การพจิ ารณาตามขั้นตอน ดังนี้ ๑. ผูสงเรื่องตีพิมพตองศึกษาหลักเกณฑ คําแนะนําสําหรับสงเร่ืองเพื่อตีพิมพ กองบรรณาธิการ วารสารฯ จะไมร ับนิพนธตน ฉบับท่ีไมถกู ตองตามแบบฟอรมและกตกิ า ๒. ผูสงเร่ืองตองกรอกแบบฟอรมใบสมัครสงบทความ/ผลงานวิชาการลงตีพิมพ พรอมเอกสารนิพนธ ตน ฉบับ จาํ นวน ๑ ชุด และสงไฟล Microsoft Word ที่ E-mail : [email protected] ๓. กองบรรณาธกิ ารวารสารฯ จะตรวจความสมบรู ณแ ละถูกตองของตน ฉบับ ๔. กองบรรณาธกิ ารวารสารฯจดั สง ตน ฉบบั ใหผ เู ชยี่ วชาญ (Peer Review) ในสาขานน้ั ๆ เปน ผพู จิ ารณา ตรวจสอบ อา นบทความ และตัดสนิ วาบทความดงั กลา วเปน ท่ยี อมรบั หรือปฏิเสธ หรือใหก ลบั ไป ปรบั ปรงุ แกไข กอ นรบั รองใหลงพมิ พว ารสาร จํานวน ๓ ทาน ตอเร่อื ง ๕. ในกรณที ผี่ เู ชยี่ วชาญลงความเหน็ วา ใหป รบั ปรงุ แกไ ข กองบรรณาธกิ ารวารสารฯจะสง ใหผ เู ขยี นแกไ ข ตามผลการพิจารณาของผูเช่ียวชาญ ๖. เรอื่ งทไี่ ดพ จิ ารณาตพี มิ พ กองบรรณาธกิ ารวารสารฯ จะตรวจสอบความถกู ตอ งและจดั พมิ พต น ฉบบั วารสารสาํ นักงานปองกันควบคมุ โรคท่ี ๕ จงั หวดั ราชบุรี ๗. จัดสงตนฉบับ ดําเนนิ การจัดทํารูปเลม ๘. กองบรรณาธกิ ารวารสารฯ ดําเนินการเผยแพรวารสาร ๙. การขอใบรับรองการตีพิมพ จะสามารถออกใบรับรองการตีพิมพไดในกรณีที่ผูเช่ียวชาญยอมรับ ใหต พี มิ พได 4

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 หลกั เกณฑและคาํ แนะนาํ สาํ หรบั สง เรอ่ื งเพื่อตีพิมพ ๑. บทความท่สี ง ลงพมิ พ นิพนธต น ฉบับ การเขยี นเปน บทหรือตอนตามลาํ ดับ ดงั น“้ี บทคัดยอ บทนาํ วัสดุ และวธิ ี การศกึ ษา ผลการศึกษา วจิ ารณ สรปุ กิตตกิ รรมประกาศ เอกสารอา งองิ ” ความยาวของเรือ่ งไมเ กนิ 12 หนา พิมพ รายงานผลการปฏบิ ตั งิ าน ประกอบดวย บทคัดยอ บทนํา วิธีการดําเนินงาน ผลการดําเนินงาน วจิ ารณ กิตติกรรมประกาศ เอกสารอา งอิง บทความฟนวิชา ควรเปนบทความที่ใหความรูใหม รวบรวมส่ิงท่ีตรวจพบใหม หรือเร่ือง ทน่ี า สนใจ ทผ่ี อู า นนาํ ไปประยกุ ตไ ด หรอื เปน บทความวเิ คราะหส ถานการณ โรคตางๆ ประกอบดวย บทคัดยอ บทนํา ความรูหรือขอมูลเก่ียวกับ เรอ่ื งท่นี ํามาเขียน วิจารณ หรอื วิเคราะห สรุป เอกสารอา งอิงท่คี อนขา ง ทนั สมัย ยอ เอกสาร อาจยอ บทความภาษาตางประเทศหรือภาษาไทย ที่ตพี ิมพไ มเกนิ 2 ป ๒. การเตรียมบทความเพอ่ื ลงพิมพ ชือ่ เร่อื ง ควรส้ันกะทัดรัด ใหไดใจความที่ครอบคลุมและตรงกับวัตถุประสงคและ เน้อื เรอ่ื ง ชือ่ เร่อื งตองมที ้งั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ ชื่อผูเ ขยี น ใหมที ัง้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ (ไมใชคํายอ) พรอ มท้ังอภิไธยตอทา ย ชอ่ื และสถาบนั ท่ีทํางานอยู ทั้งภาษาไทยและภาษาองั กฤษ เนื้อเรื่อง ควรใชภ าษาไทยใหม ากทส่ี ดุ และภาษาทเ่ี ขา ใจงา ย สน้ั กะทดั รดั และชดั เจน เพือ่ ประหยัดเวลาของผอู าน หากใชค าํ ยอ ตอ งเขยี นเต็มไวครั้งแรกกอ น บทคดั ยอ คือการยอเนื้อหาสําคัญ เอาเฉพาะที่จําเปนเทานั้น ระบุตัวเลขทางสถิติ ที่สําคัญ ใชภาษารัดกุมเปนประโยคสมบูรณและเปนรอยแกว ความยาว ไมเกิน 15 บรรทัด และมีสวนประกอบคือ วัตถุประสงค วัสดุและวิธี การศกึ ษา ผลการศกึ ษา และวจิ ารณห รอื ขอ เสนอแนะ (อยา งยอ ) ไมต อ งมี เชงิ อรรถอางอิง บทคดั ยอ ตอ งเขยี นท้ังภาษาไทยและภาษาองั กฤษ บทนาํ อธบิ ายความเปน มาและความสาํ คญั ของปญ หาทที่ าํ การวจิ ยั ศกึ ษาคน ควา ของผูท เ่ี กี่ยวของและวัตถุประสงคข องการวจิ ยั วัสดุและวธิ กี าร อธิบายวิธีการดําเนินการวิจัย โดยกลาวถึงแหลงท่ีมาของขอมูล วิธีการ รวบรวมขอ มลู วธิ กี ารเลอื กสมุ ตวั อยา งและการใชเ ครอื่ งมอื ชว ยในการวจิ ยั ตลอดจนวธิ กี ารวเิ คราะห ขอ มูลหรือใชหลกั สถิติมาประยกุ ต ผลการศึกษา อธิบายส่ิงที่ไดพบจากการวิจัย โดยเสนอหลักฐานและขอมูลอยางเปน ระเบียบ พรอมทั้งแปลความหมายของผลท่ีคนพบหรือวิเคราะหแลว พยายามสรปุ เปรียบเทียบกับสมมุตฐิ านท่วี างไว 5

วารสารสํานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 วิจารณ ควรเขียนอภิปรายผลการวิจัยวาเปนไปตามสมมุติฐานท่ีต้ังไวหรือไม เพยี งใด และควรอา งองิ ถงึ ทฤษฏหี รอื ผลการดาํ เนนิ งานของผอู น่ื ทเ่ี กยี่ วขอ ง มาประกอบคําวจิ ารณดวย สรปุ (ถาม)ี ควรเขียนสรุปเกี่ยวกับความเปนมาและความสําคัญของปญหา วัตถุประสงคขอบเขตการวิจัย วิธีการวิจัยอยางสั้นๆ รวมท้ังผลการวิจัย ไปใชใหเปนประโยชน หรือใหขอเสนอแนะประเด็นปญหาที่สามารถ ปฏบิ ตั ิไดสําหรบั การวิจยั คร้ังตอ ไป เอกสารอา งองิ ๑. ผูเขยี นตอ งรับผดิ ชอบในความถกู ตองของเอกสารอางองิ ๒. การเขยี นเอกสารอา งอใิ หใชรปู แบบแวนคูเวอร (Vancouverstyle) ๓. การอา งองิ เอกสารใด ใหใ ชเ ครอ่ื งหมายเชงิ อรรถเปน หมายเลข โดยใช หมายเลข ๑ สําหรับเอกสารอางอิงอันดบั แรก และเรยี งตอตามลําดับ แตถา ตองการอางองิ ซํ้าใหใ ชหมายเลขเดมิ ๔. เอกสารอางอิงหากเปนวารสารภาษาอังกฤษใหใชชื่อยอวารสาร ตามหนงั สอื Index Medicus การใชเ อกสารอา งองิ ไมถ กู แบบจะทาํ ให เรอ่ื งทสี่ งมาเกิดความลาชา ในการพมิ พ เพราะตองมกี ารติดตอ ผูเขยี น เพอ่ื ขอขอ มลู เพมิ่ เตมิ ครบตามหลกั เกณฑ ๓. การเขยี นเอกสารอา งอิง การอางอิงเอกสารใชระบบแวนคูเวอร (Vancouver style) โดยใชหมายเลข(๑) ตัวยก สําหรับ เอกสารอางอิงอันดับแรกและเรียงตอไปตามลําดับ ถาตองการอางอิงซ้ําใหใชหมายเลขเดิม หามใชคํายอ ในเอกสารอางอิง ยกเวนชอื่ ตน และชอ่ื วารสาร บทความทบี่ รรณาธกิ ารรบั ตีพมิ พแลวแตยงั ไมเผยแพรใ หระบุ “กาํ ลังพิมพ” บทความท่ไี มไดตพี ิมพใ หแจง “ไมไดตีพิมพ” หลีกเลี่ยง “ตดิ ตอ สวนตัว” มาใชอ า งอิง(เวนแต มขี อ มลู สาํ คญั มากทห่ี าไมไ ดท วั่ ไป) ใหร ะบชุ อื่ และวนั ทต่ี ดิ ตอ ในวงเลบ็ ทา ยชอ่ื เรอ่ื งทอ่ี า งองิ ชอ่ื วารสารในการ อางองิ ใหใ ชชอื่ ยอตามรปู แบบของ U.S. Nation Library of Medicine ทต่ี พี มิ พใ น Index Medicus ทุกป หรอื ในเวบ็ ไซด http://www.nlm.nih.gov/tsd/serials/liji.htmlการเขยี นเอกสารอา งองิ ในวารสารวชิ าการ มหี ลกั เกณฑแ ละรปู แบบการอา งองิ ดังน้ี ๓.๑ การอา งเอกสาร ลําดับท.่ี ช่อื ผนู พิ นธ. ชอื่ เรื่อง. ชอ่ื วารสาร/ชอ่ื ยอวารสาร ปท่ีพิมพ: เลม ที่:หนา แรก-หนา สุดทาย. ก.วารสารภาษาไทย ชอ่ื ผนู พิ นธใหใชชอื่ เตม็ ท้ังช่ือและชื่อสกุล ชอ่ื วารสารเปน ช่อื เตม็ ปที่พมิ พเปน ปพทุ ธศักราช ตัวอยา ง เชน ธีระ รามสูต, นวิ ตั ิ มนตรีวสุวตั ,ิ สรุ ศกั ดิ์ ลัมปตตะวนิช. อุบตั ิการณโ รคเร้ือนระยะแรก โดยการศึกษาจลุ พยาธิวิทยาคลนิ ิกจากวงดา งขาวของผวิ หนังผูป ว ยทส่ี งสยั เปน โรคเรอื้ น ๕๘๙ ราย. วารสาร โรคตดิ ตอ ๒๕๒๗;๑๐:๑๐๑-๒. 6

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ข.วารสารภาษาอังกฤษ ใชชื่อสกลุ กอน ตามดว ยอักษรยอตัวหนาตัวเดียวของชอ่ื ตัวและชอื่ รอง ถา มีผูนิพนธมากกวา ๖ คน ใหไสชือ่ เพยี ง ๖ คนแรก แลวตามดว ย et.al. หรือและคณะ ถาเปน ภาษาไทย ใชช ่อื วารสารใชชอ่ื ยอ ตามแบบ ของ Index Medicus หรอื ตามแบบทใ่ี ชใ นวารสารน้ันๆ เลขหนาสุดทา ยใสเ ฉพาะเลขทายตามตัวอยาง ดังนี้ ตัวอยาง เชน Fischl MA, Dickinson GM, Scottn GB. Evaluation of Heterosexual partner, children and household contacts of adults with AIDS. JAMA ๑๙๘๗;๒๕๗:๖๔๐-๔. ๓.๒ การอางองิ หนงั สอื หรอื ตาํ รา แบง เปน ๒ ลกั ษณะ ก.การอางองิ ทง้ั หมด ลาํ ดบั ท.่ี ชอื่ ผแู ตง (สกลุ อกั ษรยอ ของชอื่ ). ชอื่ หนงั สอื . ครงั้ ทพี่ มิ พ (edition). เมอื งทพี่ มิ พ: สาํ นกั พมิ พ; ปท ี่พมิ พ. ตวั อยาง เชน Toman K. Tuberculosis cas-finding and chemo-therapy. Geneva: World Health Organization; ๑๙๗๙. ข.การอา งอิงบทหนงั สอื ที่มีผูเขยี นเฉพาะบท และบรรณาธิการของหนงั สือ ลําดับท.ี่ ชื่อผูเขยี น. ชือ่ บท. ใน:ชือ่ บรรณาธิการ,บรรณาธกิ าร.ช่อื หนังสือ. ครั้งทีพ่ ิมพ. เมืองท่พี มิ พ: สาํ นักพมิ พ; ปทพ่ี มิ พ. หนาแรก-หนา สุดทา ย. ตัวอยาง เชน ศรชัย หลูอารียสุวรรณ. การด้ือยาของเช้ือมาลาเรีย. ใน:ศรชัย หลูอารียสุวรรณ, ดนยั บนุ นาค, ตระหนกั จติ หะรณิ สตุ , บรรณาธกิ าร. ตาํ ราอายรุ ศาสตรเ ขตรอ น. พมิ พค รง้ั ท่ี ๑. กรงุ เทพมหานคร: รวมทรรศน; ๒๕๓๓. หนา ๑๑๕-๒๐. ๓.๓ เอกสารอางอิงที่เปนหนังสือประกอบการประชุม หรือรายงานการประชุม (Conference proceeding) ลําดับที่อางอิง. ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ. ช่ือเรื่อง. ชื่อการประชุม;วัน เดือน ป ท่ีประชุม; สถานทจ่ี ดั ประชมุ . เมอื งท่พี ิมพ; สาํ นักพมิ พ;ปพิมพ. ตวั อยา ง เชน Kimura J, Shibasaki H, editors. Recent advances in clinical neurophysiology. Proceedings of the ๑๐th International Congress of EMG and Clinical Neurophysiology; ๑๙๙๕ Oct ๑๕-๑๙; Kyoto, Japan. Amsterdam: Elsevier; ๑๙๙๖. 3.4 การอางองิ บทความท่นี าํ เสนอในการประชุม หรือสรปุ ผลการประชมุ (Conference paper) ลําดับท่ีอา งอิง. ชอื่ ผูเขียน, ชอื่ เรื่อง. ใน/In: ช่ือบรรณาธกิ าร,บรรณาธกิ าร/editor. ชอ่ื การประชุม; วนั เดอื นป ทป่ี ระชมุ ; สถานท่จี ดั ประชุม. เมอื งท่ปี ระชมุ . เมอื งท่พี ิมพ; ปพ มิ พ.หนา แรก-หนา สุดทา ย. ตวั อยาง เชน Bengtsson S, Solheirn BG.Enforcement of data protection, privacy and security in medical informatics.In:Lun KC, Degoulet P, Piemme TE, Rienhoff O, editors. MED- NFO ๙๒. Proceedings of the 7th World Congress on Medical Informatics; ๑๙๙๒ Sep ๖-๑๐; Geneva, Switzerland. Amsterdam: North-Holland; ๑๙๙๒. P. ๑๕๖๑-๕. 7

วารสารสาํ นกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ๓.๕ เอกสารอา งองิ ทเี่ ปน วทิ ยานิพนธ ลําดบั ทีอ่ างองิ . ช่อื ผูนพิ นธ. เรอื่ ง [ประเภท/ระดบั ปรญิ ญา]. เมอื งทีพ่ ิมพ: มหาวิทยาลยั ; ปท่ีไดร ับ ปรญิ ญา. จํานวนหนา . ตัวอยาง เชน เอื้อมเดือน ไชยหาญ. ลักษณะเครือขายชุมชนเพ่ือการปองกันและแกไขปญหา ยาเสพติดในชุมชน [วิทยานิพนธปริญญาสังคมสงเคราะหศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร; ๒๕๔๒. ๘๐ หนา. ๓.๖ การอา งองิ เอกสารอิเลก็ ทรอนิกส ก.วารสารอิเล็กทรอนิกส ลําดบั ทอ่ี างอิง. ชอ่ื ผูแตง . ช่อื บทความ. ช่อื วารสาร [ประเภทของส่ือ]. ปทพ่ี ิมพ [สบื คนเม่ือ/cited ป เดอื น วนั ที่]; เลม ที่ (Volume): หนา แรก-หนาสุดทา ย. เขาถึงไดจาก/Available from:http//…. ตวั อยา ง เชน Alavi-Naini R, Moghtaderi A, Mohammadi M, Zabetian M. Factors associated with mortality in Tubeculosis patients. J Res Med Sci. [internet]. ๒๐๑๓ [cited ๒๐๑๓ Nov ๕]; ๑๘:๕๒-๕. Available from: http//www.ncbi.ntm.nih.gov/pmc/articles/PMC3719227/ ข.หนงั สอื หรอื บทความอเิ ล็กทรอนกิ ส ลําดบั ทีอ่ างอิง. ชื่อผูแตง . ชื่อเรอ่ื ง[ประเภทของสอื่ ]. เมืองที่พมิ พ. สํานักพิมพ; ปท พ่ี ิมพ [สืบคน เม่อื / citied ป เดอื น วันท]ี่ . จาํ นวนหนา. จํานวนหนา . แหลง ขอมูล/Available from:http//…. ตัวอยาง เชน Mewertris M, Gould D, Mahato B. Rising out-of-pocket spending for medical care: a growing strain of family budgets [Internet]. New York. Commonwealth Fund; ๒๐๐๖ Feb [cited ๒๐๐๖ Oct ๒]. ๒๓ p. Available from: http//www.cmwf.org/usr_doc/Merlis_ risingoopspending_๘๘๗.pdf ขนฎิ ฐา กาญจนรงั สนี นท. การสรา งเครอื ขา ยเพอื่ การพฒั นา [อนิ เตอรเ นต็ ]. [สบื คน เมอ่ื วนั ที่ ๑๓ ต.ค. ๒๕๕๕].แหลงขอ มูล: http://www.northphc.org ๔. การสงตน ฉบบั ๔.๑ การสง เรื่องตีพมิ พใ หส ง ตนฉบบั ๑ ชดุ ใชก ระดาษพมิ พดดี ขนาด A๔ พมิ พห นาเดยี วถงึ กลมุ พัฒนา นวัตกรรมและวิจัย สํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี ๕ จังหวัดราชบุรี ๑๒๓/๒๐๒ ถนนเพชรเกษม ซอย ๑ อําเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ๗๐๐๐๐ และสงไฟล Microsoft Word ที่ Email : [email protected] ๔.๒ ภาพประกอบถาเปนภาพเสนตองเขียนดวยหมึกดําบนกระดาษหนามัน ถาเปนภาพถายควรเปน ภาพสไลด หรอื อาจใชภ าพขาวดําขนาดโปสการดแทนได การเขียนคําอธบิ ายใหเ ขยี นแยกตา งหากอยาเขียน ลงในรูป ๕. การรบั เร่ืองตนฉบบั ๕.๑ เรอื่ งทรี่ บั ไว กองบรรณาธกิ ารจะแจง ตอบรบั ใหผ เู ขยี นทราบ และสง ให ผเู ชย่ี วชาญ (Peer Reviewer) อยา งนอย ๒ ทาน รวมพจิ ารณา 8

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ๕.๒ เร่อื งที่ไมไดร ับพจิ ารณาลงพมิ พ กองบรรณาธิการวารสารฯ จะแจง ใหทราบแตจะไมสง ตนฉบบั คนื ๕.๓ เรอื่ งทไี่ ดร บั พจิ ารณาลงพมิ พ กองบรรณาธกิ ารวารสารฯ จะนาํ เลม วารสารเขา สเู วบ็ ไซต http://ddc. moph.go.th/odpc5/journal.php ผูเขียนสามารถดาวนโหลดวารสารได ความรบั ผิดชอบ บทความที่ลงพิมพในวารสารสํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี ๕ จังหวัดราชบุรี ถือวาเปนผลงาน ทางวชิ าการหรอื การวจิ ยั และวเิ คราะหต ลอดจนเปน ความเหน็ สว นตวั ของผเู ขยี น ไมใ ชค วามเหน็ ของสาํ นกั งาน ปอ งกนั ควบคมุ โรคท่ี ๕ จงั หวดั ราชบรุ ี หรอื กองบรรณาธกิ ารแตป ระการใด ผเู ขยี นจาํ ตอ งรบั ผดิ ชอบตอ บทความ ของตน ติดตอ ประสานงาน ๑. กลมุ พัฒนานวตั กรรมและวิจยั สํานักงานปองกนั ควบคุมโรคท่ี ๕ จงั หวดั ราชบรุ ี ๑๒๓/๒๐๒ ถนนเพชรเกษม ซอย ๑ อําเภอเมอื ง จงั หวัดราชบรุ ี ๗๐๐๐๐ Email : odpc๕[email protected] โทร. ๐๓๒-๓๑๐๘๐๒ ๒. นายสปุ ระสันน วริ ยิ ะวงศานกุ ูล โทร. ๐๘๑-๘๙๓๓๓๐๙ 9

ใบสมัครสงบทความ/ผลงานวิชาการลงตพี ิมพวารสารสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 วารสารสาํ นกั งานปองกนั ควบคุมโรคที่ 5 จงั หวดั ราชบรุ ี ********************************************************************************** 1. ชอ่ื เรอ่ื ง (ภาษาไทย) ………………………………………………………......................………………………………………………………………………………………………… 2. ชือ่ เรื่อง (ภาษาอังกฤษ) …………………………………………………………………………………………………………………………………......................……………………… 3. ผูนิพนธ ………………………………………………………………………………………………………………………………................................…..…………… ชอื่ -สกลุ ……………………………………................….………………… ตําแหนง……………………………….…........…..……..……………… หนว ยงาน……………………….…………………………..................................................…………………………….….………………………… โทรศพั ท ………………………………… โทรสาร…………….………...……….… E-mail…………….….…….................…………..……… 4. วุฒิการศึกษาชัน้ สงู สดุ …………………………………… วฒุ ิยอ (ภาษาไทย) ……………..…..............……….………………… ……………………………….………………………............................ วฒุ ยิ อ (ภาษาอังกฤษ)…………….…………………..………………… 5. ชื่อผเู ขยี นรวม (ถา มี) ………………………..............… วุฒิยอ (ภาษาไทย) …………......................….……………………… ……………………………….………………………............................ วฒุ ิยอ (ภาษาองั กฤษ)…………….…………………..………………… 6. สงิ่ ทีส่ ง มาดวย  แผนดสิ กข อมูลตน ฉบับ ชื่อแฟม ขอ มูล เอกสารพมิ พต นฉบับ จํานวน 1 ชดุ ขาพเจาขอรับรองวาบทความ/ผลงานวิชาการนี้ไมเคยตีพิมพเผยแพรท่ีใดมากอน และไมอยูระหวางการ พิจารณาของวารสารฉบับอื่นหากขาพเจาขาดการติดตอในการแกไขบทความนานเกิน 2 เดือน ถือวาขาพเจาสละ สทิ ธใิ์ นการลงวารสาร ลงชื่อ................................................................. เจาของบทความ/ผลงานวชิ าการ (.........................................................) วันท.ี่ ................. เดอื น.......................... พ.ศ........................ 7. การสง ใบสมัครและบทความ/ผลงานวชิ าการ 1. ตนฉบบั บทความ/ผลงานวชิ าการ ใชอ กั ษร TH SarabunPSKขนาด 16 สําหรับภาพประกอบถา เปน ภาพลายเสน ตอ งเขยี นดว ยหมกึ ดาํ บนกระดาษหนามนั ถา เปน ภาพถา ยควรเปน ภาพสไลด หรอื อาจใชภ าพขาว ดําขนาดโปสการดแทนกไ็ ด การเขียนคาํ อธิบายใหเขียนแยกออกตางหาก อยา เขยี นลงในภาพ 2. การสง ใบสมคั รและบทความ/ผลงานวชิ าการ ใหส งเอกสารตน ฉบับ 1 ชุดพรอม Electronics File โดย 2.1 ใบสมัครและเอกสารบทความ/ผลงานวิชาการ ใชกระดาษพิมพดีดขนาด A4 พิมพหนาเดียวสงท่ี กลุมพัฒนานวัตกรรมและวิจัย สํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี 5 จังหวัดราชบุรี ถนนศรีสุริยวงศ ตาํ บลหนา เมอื ง อาํ เภอเมอื งราชบรุ ี จงั หวดั ราชบรุ ี 70000 โทร.032-310802 และมอื ถอื 081-8933309 2.2 เอกสารบทความ/ผลงานวิชาการ สงเปน Electronics File พรอ มระบชุ ่ือ Le (กิตติกรรมประกาศ) และระบบที่ใช พมิ พดวยโปรแกรม Ms Word ที่ E-mail: [email protected] 10

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ÊÒèҡºÃóҸ¡Ô Òà วารสารสํานักงานปองกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี ไดดําเนินการมาถึงฉบับนี้เปนปที่ 6 ยังคงความเขมขนดวยสาระความรูและเนื้อหาสาระทางวิชาการที่นาสนใจเกี่ยวกับการเฝาระวัง ปองกัน และควบคุมโรคและภัยสุขภาพใหกับผูอานทุกๆ ทาน สําหรับในฉบับนี้มีนิพนธตนฉบับหลายเรื่องที่นาสนใจ อยากเชิญชวนใหผูอานไดหาความรู ไดแกเรื่องปจจัยที่มีผลตอการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของเจา หนา ทีส่ าธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจงั หวดั ราชบรุ ี เรอื่ งความรู ทศั นคตแิ ละพฤตกิ รรมในการปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ ากการจราจร ทางถนนของผขู บั ขใ่ี นพน้ื ทอี่ าํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถเ รอ่ื งการพฒั นาความรแู ละการปฏบิ ตั ดิ า นสขุ าภบิ าลอาหารและ นา้ํ ของผสู มั ผสั อาหารรา นหมกู ระทะกรณศี กึ ษาตาํ บลแหง หนงึ่ อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั ขอนแกน เรอ่ื งการประเมนิ คลนิ กิ โรคไมต ดิ ตอ เรอื้ รงั คณุ ภาพ จงั หวดั กาญจนบรุ ี ป 2563-2565 และปด ทา ยดว ยรายงานการสอบสวนโรค 1 เร่ือง คอื การสอบสวนโรคผูป ว ยโรคไขมาลาเรยี ตาํ บลทา มะปราง อําเภอแกงคอย จงั หวัดสระบุรีนอกจาก นใี้ นฉบบั น้ียงั มเี กร็ดความรเู รอ่ื งจรรยาบรรณการใชสัตวเ พอ่ื งานทางวทิ ยาศาสตร สดุ ทา ยเรามคี วามมงุ มนั่ ตง้ั ใจเสนอผลงานทางวชิ าการและความรเู พอ่ื เปน สอ่ื กลางการพฒั นาเฝา ระวงั ปองกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่มีคุณภาพตอไป กองบรรณาธิการขอเรียนวาเรายินดีตอนรับ บทความ ทางวิชาการและงานวิจัยดานการเฝาระวัง ปองกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากทุกทาน นอกจากน้ี ทา นยงั สามารถดาวนโ หลดเอกสารไดจ ากเวบ็ ไซตข องเราทhี่ ttps://ddc.moph.go.th/odpc5/journal.php บรรณาธิการ 11

วารสารสาํ นักงานป้ องกนั ควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 Original Article นพิ นธต นฉบบั ปจจัยที่มีผลตอ การดําเนนิ งานปองกนั ควบคุมโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ -19) ของเจา หนาทสี่ าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสงเสริมสขุ ภาพตําบลในจังหวดั ราชบรุ ี Factors Affecting to the implementation onofCoronavirus Disease 2019(COVID-19) Prevention and Control amongPublicHealth Officers inSub-District Health Promoting Hospitals, Ratchaburi Province. อคั รวุฒิ ศุภอกั ษร Akarawut Suphaaksor สาํ นกั งานสาธารณสุขจังหวดั ราชบุรี Ratchaburi Provincial Public Health Office บทคัดยอ การวิจัยเชิงวิเคราะหแบบภาคตัดขวางครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาปจจัยที่มีผลตอการดําเนินงาน ปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ ตาํ บลในจงั หวดั ราชบรุ ี กลมุ ตวั อยา งในการศกึ ษา คอื เจา หนา ทส่ี าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพ ตําบลในจังหวัดราชบุรีท่ีไดรับมอบหมายหรือแตงต้ังใหปฏิบัติงานดานการปองกันควบคุมโรคติดตอ รพ.สต. ละ 1 คน จํานวน 158 คน เกบ็ รวบรวมขอ มูลโดยใชแบบสอบถาม ซง่ึ ผา นการตรวจสอบความตรงของเน้ือหา ความเช่อื ม่นั สถิตทิ ่ใี ชในการวเิ คราะหข อมูล ไดแก สถติ ิเชงิ พรรณนา ไดแก รอ ยละ คาเฉล่ยี สวนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ไดแก คาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธของเพียรสัน และการวิเคราะหการถดถอย พหคุ ณู แบบข้นั ตอนโดยกําหนดนัยสาํ คัญท่ี 0.05 การศกึ ษาพบวา ระดบั การสนับสนุนจากองคกร ระดบั แรง จงู ใจ และระดบั การปฏบิ ตั งิ านปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจงั หวดั ราชบรุ ี ภาพรวมในระดบั สงู และพบวา ปจ จยั จงู ใจดา นความรบั ผดิ ชอบ ปจ จยั คาํ้ จนุ ดา นความมน่ั คงในการทาํ งานปจ จยั คาํ้ จนุ ดา นความสมั พนั ธร ะหวา งบคุ คล ตวั แปรทง้ั 3 ตวั มี ผลและสามารถพยากรณก ารดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ ประจําโรงพยาบาลสง เสริมสขุ ภาพตาํ บลในจงั หวดั ราชบรุ ี ไดรอยละ 46.3 (R2= 0.463, p-value<0.001) Abstract This cross-sectional analytical research was aimed to study factors affecting to the implementation on coronavirus disease 2019 (COVID-19) prevention and control amongpublic health offices in sub-district health promoting hospitals, Ratchaburi province, Thailand. The target group was public health officers from 158 sub-district health promoting hospitals. Data were collected by questionnaires which examined for content validity and reliability. Data were analyzed by descriptive statistics: percentage, mean and standard deviation, and inferential statistics: Pearson’s correlation coefficientand stepwise multiple linear regression 12

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 analysis with the significance level at 0.05. Results showed that levels of organizational support, motivation, and implementation on coronavirus disease 2019 operation prevention and control were high. The key success factors of responsibility, job Securityand interpersonal relations could predict the implementation oncoronavirus disease 2019prevention and control amongpublic health officers in sub-district health promoting hospitals, Ratchaburi province at 46.3 percent (R2= 0.463, p-value<0.001). 13

วารสารสาํ นักงานป้ องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 บทนํา โรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 หรอื โรคโควดิ -19 ไดมีการกําหนดแนวทางในการดําเนินการเฝาระวัง (Coronavirus Disease 2019(COVID-19)) มีการ คัดกรอง และปองกันควบคุมโรค ไมใหมีการระบาด คนพบครั้งแรกท่ีเมอื งอูฮน่ั มณฑลหเู ปย สาธารณรฐั ของโรค คอื การคัดกรองผทู ่เี ดนิ ทางเขาออกประเทศ ประชาชนจนี ในชว งปลายป พ.ศ. 2562 ทผี่ า นมาการ ท้ังทาอากาศยาน ทาเรือ พรมแดน แจงใหสถาน ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 เร่ิมตนเมื่อ พยาบาลทุกแหง ทําการคัดกรองผูปวย ท่ีมีอาการ รัฐบาลจีนรายงานผูปวยติดเช้ือใหแกองคการอนามัย ไขรวมกับมีอาการทางเดินหายใจ และมีประวัติการ โลก ประจําสาธารณรฐั ประชาชนจนี ทราบ เม่อื วันท่ี เดินทางจากประเทศจีน หรือพ้ืนที่ท่ีมีการระบาด 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 จากน้ันองคการอนามัย ตอเนื่อง ภายใน 14 วัน ตลอดจนบุคลากรทางการ โลกไดประกาศใหเปนภาวะฉุกเฉินดานสาธารณสุข แพทยและสาธารณสุขที่สัมผัสกับผูปวยตามเกณฑ ในวันท่ี 30 มกราคม พ.ศ. 2563(1) และยกระดับให เฝาระวัง รวมถึงใหมีการเฝาระวังในชุมชน ใหความ เปนการระบาดใหญทั่วโลก (Pandemic) ในวันท่ี รูกับประชาชนมีมาตรการปองกันสวนบุคคล เชน มี 11 มีนาคม พ.ศ. 2563(2) นอกจากสง ผลกระทบตอ การใชห นา กากอนามัย การรกั ษาระยะหางทางสงั คม คุณภาพชีวิตของประชาชนแลว ยังสงผลกระทบตอ รวมถึงการลางมือดวยแอลกอฮอลหรือสบู เม่ือเกิด การดาํ รงชีวิต เศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรม และความ การแพรระบาดเปนวงกวางจากประชากรภายใน มนั่ คงของประเทศตา งๆ ไปทว่ั โลก ณ วนั ท่ี 1 สงิ หาคม ประเทศและสถานการณแพรระบาดมีความรายแรง 2565 สถานการณการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส มากขน้ึ รัฐบาลจึงประกาศใชพระราชกําหนดบรหิ าร โคโรนา 2019 มผี ปู ว ยตดิ เชอ้ื ทว่ั โลก 582,173,485 คน ราชการในสถานการณฉุกเฉนิ พ.ศ. 2548 และออก เสียชีวิต 6,491,833 ราย(3) สําหรับสถานการณการ ขอ กาํ หนดตามความในมาตรา 9 แหง พระราชกาํ หนด ระบาดในประเทศไทยน้ัน กระทรวงสาธารณสุข ในสถานการณฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมาตรา 11 ยนื ยนั พบผตู ดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 รายแรกในวนั ที่ แหงพระราชกําหนดบริหารราชการแผนดิน พ.ศ. 13มกราคม พ.ศ.2563 เปน หญงิ ชาวอฮู น่ั ทเี่ ดนิ ทางมา 2534 เพอื่ ควบคมุ สถานการณแ ละจาํ กดั พน้ื ทก่ี ารแพร จากเมอื งอฮู นั่ ตอมาพบผูป วยคนไทยคนแรก ในวันที่ ระบาดของโรค(6) 15 มกราคม พ.ศ.2563 เปน หญิงไทยเดนิ ทางกลบั มา จังหวัดราชบุรีเปนจังหวัดหน่ึงที่มีผูปวยโรคติด จากเมืองอูฮ่ัน และไดพบผูปวยคนไทยคนแรกท่ีไมมี เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จํานวนมาก โดยพบวาในป ประวัติเดินทางไปประเทศจีน ในวันที่ 27 มกราคม 2563 มีผูป ว ย 20 ราย ป 2564 มีผูปวย 42,307 ราย พ.ศ. 2563 เปนชายไทยอาชพี ขับรถแท็กซ่ี(4) และพบ เสียชีวิต 402 ราย(7) ป 2565 ณ วันท่ี 1 สิงหาคม ผูปวยประปรายตอเน่ือง จนมีรายงานผูเสียชีวิต 2565 มีผูปวย 41,205 ราย เสียชีวิต 193 ราย(8) รายแรกในเดือนกุมภาพันธ กระทรวงสาธารณสุข ในการดําเนินงานปองกันควบคุมการระบาดของ ไดประกาศใหโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เปน โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดราชบุรี โรคติดตออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดตอ มกี ารบรู ณาการงานทกุ ภาคสว นทง้ั ภาครฐั และเอกชน พ.ศ.2558 และเปนโรคติดตออันตรายในลําดับโรค โดยมีกลไกของคณะกรรมการโรคติดตอจังหวัด ท่ี 14(5) ในชวงแรกของการระบาด กรมควบคุมโรค ราชบุรีขับเคล่ือนแนวทางการดําเนินงานตาง ๆ 14

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 จากศูนยบริหารสถานการณการแพรระบาดของโรค ปจจัยดังกลาวจะมีผลตอการปฏิบัติงานใหบรรลุ ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) สูการปฏิบัติใน วัตถุประสงคตามตองการเพราะแรงจูงใจเปนสวน ระดับอําเภอ ตําบล โดยคณะกรรมการระดับอําเภอ หนึ่งของผูบริหารท่ีจะใหความสําคัญ เพ่ือกระตุนให และตําบล ซ่ึงในการดําเนินงานในพ้ืนที่เจาหนาที่ ผปู ฏบิ ตั งิ านมคี วามพงึ พอใจในการปฏบิ ตั งิ านใหไ ดผ ล สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล งานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จากการศกึ ษา มีความสําคัญเปนอยางย่ิง โดยเปรียบเสมือนทหาร งานวิจัยท่ีผานมา พบวา ภาพรวมแรงจูงใจมีความ ทปี่ ฏบิ ตั งิ านอยดู า นหนา และมบี ทบาททสี่ าํ คญั เหมอื น สมั พนั ธร ะดบั สงู กบั การปฏบิ ตั งิ านปอ งกนั ควบคมุ โรค มดงานท่ีตองดําเนินงานปองกันและควบคุมโรค ของเจา หนาทส่ี าธารณสขุ (11) ประกอบดว ย การคดั กรองและเฝา ระวงั การสอบสวน การที่เจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาล โรค การปองกันการแพรกระจายเช้ือ การติดตาม สง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บล ไดด าํ เนนิ การตามบทบาทหนา ท่ี ผูสัมผัสโรคและควบคุมการระบาดในชุมชน ในสถานการณก ารระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา การสื่อสารความเส่ียง การใชมาตรการทางกฎหมาย 2019 ผวู จิ ยั ตระหนกั ถงึ การดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ การประสานงานและจัดการขอมูล เพ่ือลดการแพร โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ในชมุ ชนของเจา หนา ที่ ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ในพ้นื ที่ สาธารณสุขในจังหวัดราชบุรีซึ่งไดทุมเทปฏิบัติงาน การปฏิบัติงานปองกันและควบคุมโรคใหมี ตามบทบาทหนา ทดี่ งั กลา ว ตองอาศัยความรู ทกั ษะ ประสิทธิภาพและสําเร็จไปตามเปาหมาย การ การปองกันโรค กําลังใจ ความอดทน ทุม เท เสียสละ สนับสนุนจากองคการยังถือวาเปนปจจัยท่ีจําเปน ปฏิบัติงานทามกลางความเสี่ยงตอการไดรับเช้ือโรค ตอการปฏิบัติงานปองกันและควบคุมโรค ท้ังในดาน เชน กัน ซึ่งสงผลใหส ถานการณร ะบาดของโรคตดิ เช้ือ ปจจัยการบริหารและการสนับสนุนจากผูบริหาร ซึ่ง ไวรัสโคโรนา 2019 ในจังหวัดราชบุรี ไดคลี่คลายลง การสนับสนุนจากองคก ารประกอบดว ย 4 ดา น ไดแ ก ดังนั้นผูวิจัยจึงสนใจศึกษาปจจัยที่มีผลตอการ ดา นบคุ ลากร ดา นงบประมาณ ดา นวสั ดอุ ปุ กรณ และ ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ดานการบริหารจัดการ(9) นอกจากนี้แรงจูงใจถือวา 2019 ของเจาหนาที่สาธารณสุขประจําโรงพยาบาล เปนปจจัยอีกปจจัยหนึ่ง ซึ่งเปนส่ิงสําคัญท่ีจะสงผล สงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรีเพื่อนําผลการ ใหเจาหนาที่ผูปฏิบัติงานมีขวัญและกําลังใจ สงเสริม วจิ ยั มาประยกุ ตใ ชป ระโยชนใ นการพฒั นางานปอ งกนั ใหเจาหนาท่ีสามารถปฏิบัติงานใหบรรลุวัตถุประสงค และควบคุมโรคท่ีอาจจะเกิดการระบาดของโรคอุบัติ และเปาหมายที่กําหนดไว และมีผลการปฏิบัติงานที่ ใหม โรคตดิ ตอ อนั ตรายขน้ึ ไดใ นอนาคต ของเจา หนา ท่ี มปี ระสิทธภิ าพ ซ่ึงแรงจงู ใจมี 2 ปจจัย ดังนี้ 1.ปจจยั สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล จงู ใจ ประกอบดวย ความสําเรจ็ ในการทํางาน การได ในจังหวดั ราชบุรี ใหม ีประสทิ ธภิ าพมากยิง่ ข้นึ รบั การยอมรบั ความกา วหนา ในหนา ทก่ี ารงานลกั ษณะ งานทท่ี าํ ความรบั ผดิ ชอบ 2.ปจ จยั คา้ํ จนุ ประกอบดว ย วตั ถปุ ระสงคข องการวจิ ัย เงินเดือนหรือคาตอบแทน ความสัมพันธระหวาง เพอื่ ศกึ ษาปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ การดาํ เนนิ งานปอ งกนั บุคคล การปกครองบังคับบัญชา นโยบายและการ ควบคุมโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 ของเจา หนา ที่ บริหารงาน สภาพการทํางาน ความมั่นคงในการ สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล ปฏิบัติงาน สถานภาพของวิชาชีพ ชีวิตสวนตัว(10) ในจังหวดั ราชบรุ ี 15

วารสารสํานักงานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 วสั ดแุ ละวธิ กี ารศกึ ษา มาจัดเปน 3 ระดับ ตามแนวคิดของเบสท(12) คือ การศึกษาวิจัยเชิงวิเคราะหแบบภาคตัดขวาง ระดับสูง (3.68-5.00) ปานกลาง (2.34-3.67) ต่ํา (Cross-Sectional Analytical Study) (1.00-2.33) กลมุ ตัวอยา ง สว นท่ี 4 การปฏิบตั งิ านดานการปอ งกนั ควบคมุ กลมุ ตวั อยา งที่ใชศึกษาครง้ั นี้ ใชก ารสุมตัวอยา ง โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แบงเปน 4 ดาน แบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ เจาหนาท่ี 1.ดานการคัดกรองเฝาระวัง 2.ดานการรายงานโรค สาธารณสขุ ทไ่ี ดร บั มอบหมายหรอื แตง ตงั้ ใหป ฏบิ ตั งิ าน 3.ดานการวิเคราะหขอมูล 4.ดานการสอบสวนและ ดา นการปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ ประจาํ โรงพยาบาล ควบคุมโรค จํานวน 20 ขอ โดยคําถามเปนแบบ สงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี (ทุกแหง) ประเมนิ คา (Rating Scale) จํานวน 5 ระดบั ตงั้ แต จํานวน 158 คน (แหงละ 1 คน ปฏิบัติมากท่ีสุด ถึง นอยที่สุด แปลผลจากคะแนน เครือ่ งมือทใ่ี ชใ นการวิจัย เฉล่ียเปนรายขอ รายดาน และภาพรวม มาจัดเปน เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ นการวจิ ยั ครงั้ น้ี เปน แบบสอบถาม 3 ระดับ ตามแนวคิดของเบสท(12) คอื ระดบั สูง (3.68- ทผี่ วู จิ ยั สรา งขนึ้ จากการศกึ ษา แนวคดิ ทฤษฎี งานวจิ ยั 5.00) ปานกลาง (2.34-3.67) ตํ่า (1.00-2.33) ที่เกี่ยวของ เปนคําถามปลายปด สําหรับเจาหนาท่ี สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล การเกบ็ รวบรวมขอมลู ตอบดว ยตนเอง โดยมเี นอ้ื หาประกอบดว ย 4 สว น ดงั นี้ ดาํ เนินการเก็บขอมลู ระหวางวนั ท่ี 29 กันยายน สวนที่ 1 ขอมูลคุณลักษณะดานประชากร – 31 ตุลาคม 2565 โดยจดั ทําหนงั สือถึงสาธารณสขุ ประกอบดว ย เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพ อําเภอทุกแหง เพือ่ ขอความอนุเคราะหเ กบ็ ขอมูลเจา ตาํ แหนง ประสบการณด า นการควบคมุ โรคตดิ ตอ และ หนาท่ีในพืน้ ที่ และติดตอประสานงานเจา หนาท่ผี ูรบั การฝกอบรม ผิดชอบงานควบคุมโรคของสํานักงานสาธารณสุข สว นท่ี 2 ปจ จยั สนบั สนนุ จากองคก รในการปฏบิ ตั ิ อําเภอ ทั้ง 10 อําเภอ เพื่อเปนผูประสานงานใน งานดานการปองกันควบคุมโรคติดตอ ประกอบดวย การแจกแบบสอบถามใหกับกลุมตัวอยาง โดยให ดา นบคุ ลากร ดา นงบประมาณ ดา นวสั ดอุ ปุ กรณ และ กลุมตัวอยางตอบแบบสอบถามดวยตนเอง และ ดา นการบริหาร จาํ นวน 16 ขอ โดยคาํ ถามเปน แบบ ประสานงานเจาหนาที่ของอําเภอในการเก็บรวบรวม ประเมนิ คา (Rating Scale) จํานวน 5 ระดับ ตั้งแต แบบสอบถามกลับ โดยใหสง กลับภายใน 2 สัปดาห มากท่สี ดุ ถงึ นอยทส่ี ุด แปลผลจากคะแนนเฉลีย่ เปน รายขอ รายดาน และภาพรวม มาจัดเปน 3 ระดับ การวเิ คราะหขอ มูล ตามแนวคิดของเบสท(12) คือ ระดับสูง (3.68-5.00) 1. สถติ เิ ชงิ พรรณนา ไดแ ก คา รอ ยละ คา เฉลย่ี คา ปานกลาง (2.34-3.67) ตํา่ (1.00-2.33) สว นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน สวนที่ 3 ปจจัยแรงจูงใจ ประกอบดวย ปจจัย 2. สถิติเชงิ อนุมาน ไดแ ก การหาคาสมั ประสิทธ์ิ จงู ใจ แบง เปน 5 ดา น และปจ จยั คา้ํ จนุ แบง เปน 6 ดา น สหสมั พนั ธข องเพยี รส นั (Pearson Product Moment จาํ นวน 44 ขอ โดยคาํ ถามเปน แบบประเมนิ คา (Rating Correlation Coefficient) เพ่ือหาความสัมพันธ Scale) จาํ นวน 5 ระดบั ตง้ั แตมากทสี่ ดุ ถงึ นอยทสี่ ุด ระหวางตัวแปรท่ีศึกษาและใชสถิติการวิเคราะหการ แปลผลจากคะแนนเฉล่ียเปนรายดาน และภาพรวม ถดถอยพหุคูณแบบข้ันตอน (Stepwise Multiple 16

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 Linear Regression Analysis) เพอ่ื หาปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ รวมของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสง การดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา เสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี พบวา มีระดับ 2019 ของเจาหนาที่สาธารณสุขประจําโรงพยาบาล ความคิดเห็นอยูในระดับสูง คาเฉล่ีย 3.81 คะแนน สงเสรมิ สขุ ภาพตําบล (S.D. = 0.26)เมื่อพิจารณาเปนรายดา น พบวา ดา น จริยธรรมการวิจยั การบรหิ าร มคี า เฉลย่ี สงู สดุ ซง่ึ อยใู นระดบั สงู มคี า เฉลย่ี ผานการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรม 4.12 คะแนน(S.D. = 0.11)รองลงมาคอื ดานบุคลากร การวิจัยในคน สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี มคี า เฉลยี่ อยใู นระดบั สงู มคี า เฉลยี่ 3.76 คะแนน (S.D. เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 เลขที่โครงการวิจัย = 0.30) สวนดานที่มีคาเฉล่ียนอยที่สุดคือ ดานงบ RbPH REC 061/2565 ประมาณ มีคาเฉลี่ย 3.61 (S.D. = 0.16) 3. ปจจัยแรงจูงใจในการดําเนินงานการ ผลการศึกษา ปอ งกันควบคุมโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 1. คุณลักษณะของเจาหนาที่สาธารณสุข ปจจัยแรงจูงใจในการดําเนินงานการปองกัน ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจงั หวดั ควบคมุ โรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 ของเจาหนา ท่ี ราชบรุ ี สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล เจา หนา ทส่ี าธารณสขุ ทไ่ี ดร บั มอบหมายหรอื แตง ในจงั หวดั ราชบรุ ี โดยรวมพบวา พบวา ปจ จยั แรงจงู ใจ ต้ังใหปฏิบัติงานดานการปองกันควบคุมโรคติดตอ อยูในระดบั สงู คา เฉลี่ย 3.87 คะแนน (S.D. = 0.11) ประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัด ปจจัยจูงใจ โดยรวมอยูในระดับสูง คาเฉล่ีย 3.95 ราชบุรี จาํ นวน 158 คน สวนใหญเ ปนเพศชาย รอ ย คะแนน (S.D. = 0.36) เม่ือพิจารณาเปนรายดาน ละ52.53 อยูใ นกลุมอายุระหวาง 41-50 ป มากท่สี ดุ พบวา ดานความสําเร็จในการทํางาน มีคาเฉล่ียอยู รอยละ 36.71 อายเุ ฉล่ีย 43 ป อายุต่ําสดุ 25 ป อายุ ในระดบั สูงสดุ คา เฉล่ีย 4.16 คะแนน (S.D. = 0.08) สูงสุด 60 ป สถานภาพสมรสคู รอยละ 56.33สวน สว นดา นทมี่ คี า เฉลยี่ นอ ยทส่ี ดุ คอื ดา นโอกาสกา วหนา ใหญสาํ เร็จการศกึ ษาระดับปริญญาตรี รอ ยละ 82.28 ในหนา ที่การงาน มีคาเฉลยี่ อยใู นระดับปานกลาง คา ปฏบิ ตั งิ านในตาํ แหนง นกั วชิ าการสาธารณสขุ รอ ยละ เฉลี่ย 3.36 (S.D. = 0.21) ปจจัยค้ําจุนโดยรวมอยู 69.62 มีประสบการณการทํางานควบคุมโรคติดตอ ในระดับสูง คาเฉล่ีย 3.79 คะแนน (S.D. = 0.38) ในชว ง 0-5 ป มากทส่ี ดุ รอ ยละ 31.01 โดยมรี ะยะเวลา เม่ือพิจารณาเปนรายดาน พบวา ดานความสัมพันธ ตา่ํ สดุ 1 ป มากทสี่ ดุ 40 ป สว นใหญผ า นการฝก อบรม ระหวางบุคคล มีคาเฉลี่ยอยูในระดับสูงสุด คาเฉล่ีย การปฏบิ ัตงิ านควบคมุ โรค งานระบาดวทิ ยา รอยละ 4.16 คะแนน (S.D. = 0.05) สว นดา นทม่ี คี า เฉลย่ี นอ ย 89.24 และเคยผา นการการฝกอบรมการปฏบิ ตั งิ าน ท่สี ดุ คอื ดา นเงินเดือนและสวัสดิการ มีคา เฉลี่ยอยใู น ควบคมุ โรค งานระบาดวทิ ยา ครง้ั สุดทา ยระยะเวลา ระดับปานกลาง คา เฉล่ยี 3.13 (S.D. = 0.17) มากมากกวา 3 ป รอยละ 50 4. การดาํ เนินงานดานการปอ งกนั ควบคมุ โรค 2. ปจจัยสนับสนุนจากองคกรในการดําเนิน ตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 งานปองกันควบคุมโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 การดําเนินงานดานการปองกันควบคุมโรคติด ปจจัยสนับสนุนจากองคกรในการดําเนินงาน เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของเจาหนาที่สาธารณสุข ปองกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดย ประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัด 17

วารสารสํานักงานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ราชบุรี มีระดับความคิดเหน็ โดยภาพรวมอยูในระดับ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี สงู คา เฉลย่ี 4.21 คะแนน (S.D. = 0.29) เมอื่ พจิ ารณา อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ (r=0.409, p-value<0.001) เปน รายดา น พบวา ดา นการคดั กรองเฝา ระวงั ดา นการ ปจจัยแรงจูงใจ พบวา ปจจัยแรงจูงใจ ปจจัยจูงใจ รายงานโรค ดานการสอบสวนและควบคุมโรค มีคา ปจจัยคํ้าจุน มีความสัมพันธระดับปานกลางกับการ เฉลีย่ สงู สุดซึง่ อยใู นระดบั สูง มคี า เฉล่ีย 4.35 คะแนน ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา (S.D. =0.04, 0.07, 0.08 ตามลาํ ดบั ) สว นดานทม่ี ีคา 2019 ของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เฉลย่ี นอ ยทส่ี ดุ คอื ดา นการวเิ คราะหข อ มลู มคี า เฉลยี่ เสริมสขุ ภาพตาํ บลในจังหวัดราชบุรี อยางมนี ยั สาํ คัญ 3.78 (S.D. = 0.10) ทางสถิติ (r=0.660, p-value<0.001) , (r=0.641, 5. คณุ ลกั ษณะสว นบคุ คล ปจ จยั การสนบั สนนุ p-value<0.001) , (r=0.590, p-value<0.001) จากองคกร และปจจัยแรงจูงใจท่ีมีความสัมพันธ โดยคณุ ลกั ษณะสว นบคุ คล เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา กับการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส ประสบการณด า นการควบคมุ โรคตดิ ตอ การฝก อบรม โคโรนา 2019 ดานการควบคุมโรคติดตอ ไมมีความสัมพันธกับการ ปจจัยการสนับสนุนจากองคกร พบวา ปจจัย ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา การสนับสนุนจากองคกรมีความสัมพันธระดับ 2019 ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาล ปานกลางกบั การดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอื้ สงเสริมสขุ ภาพตาํ บลในจังหวัดราชบุรี ดังตารางที่ 1 ไวรัสโคโรนา 2019 ของเจา หนา ทส่ี าธารณสุขประจาํ ตารางท่ี 1 สัมประสิทธิ์สหสัมพันธของเพียรสันระหวางการสนับสนุนจากองคกร และแรงจูงใจ กับการ ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของเจาหนาที่สาธารณสุขประจํา โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจงั หวัดราชบุรี การดาํ เนนิ งานปอ งกันควบคมุ โรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 การสนับสนุนจากองคกร และแรงจงู ใจ สัมประสิทธิส์ หสัมพันธ p-value ระดับความสัมพันธ ของเพยี รส นั (r) การสนับสนุนจากองคกร 0.409 <0.001 ปานกลาง - ดานบุคคล 0.311 <0.001 ปานกลาง - ดา นงบประมาณ 0.232 <0.003 ตาํ่ - ดานวสั ดอุ ุปกรณ 0.281 <0.001 ต่ํา - ดานการบรหิ าร 0.508 <0.001 ปานกลาง แรงจูงใจ 0.660 <0.001 ปานกลาง ปจจัยจูงใจ 0.641 <0.001 ปานกลาง - ดา นความสาํ เร็จในการทาํ งาน 0.555 <0.001 ปานกลาง - ดา นการยอมรบั นบั ถอื 0.545 <0.001 ปานกลาง - ดานลกั ษณะของงาน 0.442 <0.001 ปานกลาง 18

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ตารางท่ี 1 สัมประสิทธ์ิสหสัมพันธของเพียรสันระหวางการสนับสนุนจากองคกร และแรงจูงใจ กับการ ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจํา โรงพยาบาลสง เสริมสุขภาพตาํ บลในจังหวัดราชบรุ ี (ตอ ) การดาํ เนินงานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 การสนับสนุนจากองคก ร และแรงจงู ใจ สมั ประสิทธ์ิสหสัมพนั ธ p-value ระดบั ความสัมพันธ ของเพียรสนั (r) - ดา นความรบั ผิดชอบ 0.570 <0.001 ปานกลาง - ดา นโอกาสกา วหนาในหนาทก่ี ารงาน 0.428 <0.001 ปานกลาง ปจ จยั ค้าํ จุน 0.590 <0.001 ปานกลาง - ดา นเงินเดอื นและสวสั ดิการ 0.338 <0.001 ปานกลาง - ดานความสัมพนั ธร ะหวา งบคุ คล 0.496 <0.001 ปานกลาง - ดา นการปกครองบังคบั บัญชา 0.492 <0.001 ปานกลาง - ดานนโยบายและการบริหารงาน 0.533 <0.001 ปานกลาง - ดานสภาพการทาํ งาน 0.442 <0.001 ปานกลาง - ดา นความม่ันคงในการทํางาน 0.302 <0.001 ปานกลาง 6. ปจจยั การสนับสนนุ จากองคกร และปจ จัย จากผลการศึกษาสามารถนํามากําหนดเปน แรงจูงใจท่ีมีผลตอการดําเนินงานปองกันควบคุม สมการถดถอยพหเุ ชงิ เสน ตรง ซงึ่ เปน สมการทาํ นายใน โรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 รปู คะแนนดิบ ดังนี้ Y = 7.692 + (0.293) ปจ จัยจูงใจ ผลการวิเคราะห พบวา ตัวแปรที่มีผลตอการ ดา นความรบั ผดิ ชอบ + (0.287) ปจ จยั คาํ้ จนุ ดา นความ ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา มนั่ คงในการทาํ งาน + (0.278) ปจ จยั คา้ํ จนุ ดา นความ 2019ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาล สัมพันธระหวางบุคคล ซึ่งสามารถอธิบายไดวาเม่ือ สงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี ทถ่ี ูกเลอื กเขา คะแนนของตัวแปร ปจจัยจูงใจดานความรับผิดชอบ สมการ คอื ตวั แปรทมี่ นี ยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดบั 0.05 ปจ จยั คาํ้ จนุ ดา นความมน่ั คงในการทาํ งานปจ จยั คา้ํ จนุ โดยตวั แปรทถ่ี กู เลอื ดเขา สมการเรยี งลาํ ดบั ดงั นี้ ปจ จยั ดานความสมั พนั ธระหวางบคุ คล เพม่ิ ข้ึน 1 หนว ย จะ จูงใจดานความรับผิดชอบ ปจจัยคํ้าจุนดานความ ทาํ ใหค ะแนนการดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอื้ ม่ันคงในการทํางานปจจัยค้ําจุนดานความสัมพันธ ไวรัสโคโรนา 2019ของเจาหนาที่สาธารณสุขประจํา ระหวางบุคคล ทั้งน้ีตัวแปรทั้ง 3 มีผลและสามารถ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี พยากรณการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือ เพ่ิมขึน้ 0.293 , 0.287 และ 0.278 ตามลาํ ดบั มีคา ไวรัสโคโรนา 2019ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจํา คงท่ีของการทํานายเทากับ 7.692 โดยตัวแปรอิสระ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจงั หวดั ราชบรุ ี ได ทั้ง 3 ตัวแปร มีผลและสามารถรวมกันพยากรณ รอยละ 46.3 การดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส 19

วารสารสํานักงานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 โคโรนา 2019 ของเจาหนาที่สาธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจังหวดั ราชบรุ ี ไดร อ ยละ 46.3 ดังตารางที่ 2 ตารางท่ี 2 การวเิ คราะหถ ดถอยแบบพหคุ ณู แบบขน้ั ตอนของการดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจงั หวดั ราชบรุ ี ตัวแปร B Beta t p-value 1. ปจจยั จูงใจดา นความรับผดิ ชอบ .293 .270 3.530 <0.001 2. ปจ จยั คาํ้ จุนดานความมนั่ คงในการทาํ งาน .287 .330 4.969 <0.001 3. ปจจยั คํ้าจุนดา นความสมั พนั ธระหวา งบุคคล .278 .280 4.023 <0.001 คาคงที่ 7.692 , F = 44.24, P-value < 0.001, R2= 0.463, R2adj = 0.452 วจิ ารณแ ละสรุป ทําใหมีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่สูง เจาหนาที่ จากผลการศึกษาวิจัย พบวา ปจจัยท่ีมีผลตอ สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล การดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา ตองมีความรับผิดชอบอยางสูง และมีความสัมพันธ 2019 ของเจา หนา ทส่ี าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง ระหวางบุคคลท่ีดี เนื่องจากตองปฏิบัติงานปองกัน เสริมสุขภาพตําบลในจงั หวัดราชบรุ ีไดแก ปจ จัยจูงใจ ควบคุมโรคหลากหลายมิติ ไดแก การคัดกรองและ ดานความรับผิดชอบ ปจจัยค้ําจุนดานความม่ันคง เฝาระวัง สอบสวนโรค ปองกันการแพรกระจายเชื้อ ในการทํางานปจจัยค้ําจุนดานความสัมพันธระหวาง ติดตามผูสัมผัสโรคและควบคุมการระบาดในชุมชน บุคคล มีผลและสามารถพยากรณการดําเนินงาน สื่อสารความเส่ียงกับประชาชนในพ้ืนที่ ใชมาตรการ ปอ งกนั ควบคุมโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019ของเจา ทางกฎหมาย ประสานงานและจัดการขอมูล ใหมี หนา ทส่ี าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพ ประสิทธิภาพเพ่ือลดการแพรระบาดของโรคติดเชื้อ ตาํ บลในจังหวดั ราชบุรี ไดรอ ยละ 46.3 ไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นท่ี ซ่ึงสอดคลองกับการ ปจจัยจูงใจดานความรับผิดชอบ คือ การไดมี ศึกษาของสันติ ธรณี(13)พบวาปจจัยจูงใจดานความ โอกาสไดรับมอบหมายงานหรือมีสวนรวมในงานท่ี รับผิดชอบ มีผลตอการปฏิบัติงานเฝาระวังสอบสวน ไดรับมอบหมาย ความต้ังใจ ความสํานึกในอํานาจ เคล่ือนท่ีเร็วของเจาหนาท่ีสาธารณสุขในโรงพยาบาล หนา ที่ ปจ จยั คา้ํ จนุ ดา นความสมั พนั ธร ะหวา งบคุ คล สงเสริมสุขภาพตําบล จังหวัดรอยเอ็ด เชนเดียวกับ คือ การติดตอไมวาจะเปนกิริยาหรือวาจาที่แสดงถึง สุภาวดี ศรีลามาตย(14) พบวาปจจัยคํ้าจุนดานความ ความสัมพันธอันดีตอกัน สามารถทํางานรวมกันมี สัมพันธระหวางบุคคลมีผลตอการบริหารเวชภัณฑ ความเขาใจซึ่งกันและกันอยางดีตอกัน เชน ความ ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขในโรงพยาบาลสงเสริมสุข สนิทสนม ความจริงใจ ความรวมมือและการไดรับ ภาพตาํ บลจงั หวดั ขอนแกน ความชว ยเหลอื จากเพอ่ื นรว มงาน จะพบวา การดาํ เนนิ ปจจัยค้ําจุนดานความมั่นคงในการทํางาน คือ งานปองกันควบคุมโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 ซ่ึง ความรูสึกของบุคคลท่ีมีตอความมั่นคงในการทํางาน เปนโรคติดตออันตราย สามารถแพรระบาดไดงาย ความยงั่ ยืนของหนา ทก่ี ารงาน ความมั่นคง ภาพพจน 20

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ช่ือเสียง หรือขนาดขององคกรท่ีมีผลตอการปฏิบัติ ปฏบิ ตั งิ าน และดา นงบประมาณมคี วามลา ชา ในการได งาน ท้ังน้ีการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ีสาธารณสุข รบั งบประมาณ คาตอบแทนตา ง ๆ การสนับสนุนจาก ประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล หากขาด องคกรดานงบประมาณและวัสดุอุปกรณ เปนปจจัย ความม่ันคงในการทํางานจะสงผลตอขวัญและกําลัง หนงึ่ ทมี่ คี วามสาํ คญั ตอ การปฏบิ ตั งิ านและการบรหิ าร ใจในการปฏิบตั งิ าน ซ่งึ ในชวงการเกบ็ รวบรวมขอ มูล จัดการขององคกร หากโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ คาบเก่ียวกับการโอนไปสังกัดองคการบริหารสวน ตําบลไดรับการจัดสรรงบประมาณและวัสดุอุปกรณ จังหวัดของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาล เพียงพอ จะสงผลใหการปฏิบัติงานประสบผลสําเร็จ สงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี อาจมีผลตอ และมีประสทิ ธิภาพ ปจจัยคา้ํ จุนดา นความม่นั คงในการทํางานได ในสวนของคุณลักษณะประชากรสวนบุคคล ปจ จยั สนบั สนนุ จากองคก ร พบวา มคี วามสมั พนั ธ ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา ระยะเวลาในการ ระดบั ปานกลางกบั การดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรค ปฏิบัติงาน การฝกอบรมดานการควบคุมโรค ไมมี ตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 ของเจา หนาทีส่ าธารณสุข ความสัมพันธกับการดําเนินงานปองกันควบคุมโรค ท่ีประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัด ติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 อธิบายไดวา การระบาด ราชบุรี อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (r = 0.409 , ของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 มกี ารระบาดไปทวั่ p-value<0.001) ซ่ึงสอดคลองกับการศึกษาของ โลก รวมทง้ั ประเทศไทย กระทรวงสาธารณสขุ จงึ มนี โย กรณัฐ ชูเนตร(15) ท่ีพบวาการสนับสนุนจากองคกรมี บายเรงรัดในการควบคุมโรค มีแนวทางการเฝาระวัง อิทธิพลทางบวกตอการปฏิบัติงานแกไขปญหาโรค สอบสวนและควบคุมโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019มี ไขเลือดออกของบุคลากรโรงพยาบาลสงเสริมสุข การใช พรบ.โรคติดตอ พ.ศ.2558 เปนกลไกสําคัญ ภาพตําบลที่อยูในพื้นท่ีระบาดซํ้าซาก จังหวัด ในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ดังน้ัน นครศรธี รรมราช เชนเดียวกบั การศึกษาของสุกานดา เจาหนา ทีส่ าธารณสุขทุกคนไมนับวา เพศ อายุ ระดับ สีลาพัฒน(16) ท่ีพบวาการสนับสนุนจากองคการ การศกึ ษา ประสบการณท าํ งาน และการฝก อบรมดา น ภาพรวมมีความสัมพันธทางบวกระดับสูงกับการ การควบคมุ โรค จะเปน อยา งไร ตา งกร็ บั รนู โยบายของ ปฏบิ ตั งิ านสขุ าภบิ าลอาหารของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ กระทรวงสาธารณสขุ และแนวทางการดาํ เนนิ งาน จงึ ในองคก รปกครองสวนทอ งถิน่ จังหวัดขอนแกน และ ไมมีผลตอการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อ การศึกษาของ สิรินทรทิพย อุดมวงศ(17) ที่พบวา ไวรสั โคโรนา 2019 ภาพรวมการสนับสนุนจากองคการมีความสัมพันธ ระดับสูงกับคุณภาพชีวิตการทํางานของกลุมตัวอยาง ขอ เสนอแนะ สํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี 6 จังหวัดขอนแกน 1.ผลการศึกษาพบวา ปจจัยดานความรับผิด การสนบั สนนุ จากองคก ร เมอ่ื จาํ แนกทง้ั 4 ดา น พบวา ชอบ ดา นความมน่ั คงในการทาํ งานดา นความสมั พนั ธ ดา นงบประมาณและดา นวสั ดอุ ปุ กรณ มคี วามสมั พนั ธ ระหวางบุคคล รวมถึงปจจัยสนับสนุนจากองคกร ระดับระดับตํ่า อาจเนื่องจากการปฏิบัติงานปองกัน มีผลกับการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อ ควบคมุ โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ในชว งระยะแรก ไวรัสโคโรนา 2019 ของเจา หนาทสี่ าธารณสขุ ประจํา วัสดุอุปกรณสําหรับเจาหนาที่ยังมีไมเพียงพอกับการ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี 21

วารสารสาํ นักงานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ดงั นนั้ สํานักงานสาธารณสุขจงั หวดั ราชบรุ ี สาํ นกั งาน 3. WorldmeterCovid.(2022).Covidliveupdate. สาธารณสุขอําเภอ และองคการบริหารสวนจังหวัด Retrieved August 1, 2022, fromhttps:// จึงควรสนับสนุนงบประมาณ คาตอบแทนและ www.worldometers.info/coronavirus/ สวัสดิการ ความกาวหนาในหนาท่ีการงาน และสง เสริมความสัมพันธที่ดีระหวางเจาหนาท่ีในหนวยงาน 4. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.การระบาดท่ัวของ เพ่ือเปนการสรางแรงจูงใจ สรางขวัญกําลังใจใหกับ โควดิ -19ในประเทศไทย.สบื คน 1สงิ หาคม2565, เจาหนาทผี่ ูป ฏบิ ัติงานควบคุมปอ งกนั โรคตดิ ตอ และ จาก https://th.wikipedia.org/wiki ควรสง เสรมิ ใหผ ปู ฏบิ ตั งิ านดา นการปอ งกนั ควบคมุ โรค การระบาดทวั่ ของโควิด-19_ในประเทศไทย ติดตอ ไดม ีโอกาสพฒั นาทักษะ องคความรู มกี ารฝก อบรมและฝกประสบการณในการดําเนินงานปองกัน 5. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและ ควบคมุ โรคอยา งตอ เนอื่ ง เพอ่ื รองรบั กรณมี กี ารระบาด อาการสาํ คญั ของโรคตดิ ตอ อนั ตราย (ฉบบั ที่ 3) ของโรคตดิ ตออนั ตราย โรคติดตออบุ ตั ิใหมในอนาคต พ.ศ. 2563, 29 กุมภาพนั ธ 2563 2.เนอ่ื งจาก รพ.สต. ในจงั หวดั ราชบรุ โี อนไปสงั กดั 6. แนวทางปฏิบัติดานสาธารณสุขเพ่ือการจัดการ องคการบรหิ ารสว นจังหวดั จาํ นวน 79 แหง (รอ ยละ ภาวะระบาดของโรคโควิด-19 ในขอกําหนด 50) จึงควรมีการศึกษาเปรียบเทียบการปฏิบัติงาน ออกตามความในมาตรา 9 แหง พระราชกาํ หนด ดา นการปอ งกนั ควบคมุ โรคของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ การบริหารราชการในสถานการณฉุกเฉิน พ.ศ. ในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล สังกัดสํานกั งาน 2548 (ฉบบั ที่ 1) สาธารณสุขจังหวัด และสังกัดองคการบริหารสวน จังหวดั 7. สรปุ รายงานการประชมุ คณะกรรมการโรคตดิ ตอ เอกสารอางองิ จงั หวดั ราชบรุ .ี ครง้ั ที่ 1/2565 12 มกราคม 2565 1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. คูมือ 8. สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ราชบรุ .ี สถานการณ เจา หนา ทสี่ าธารณสขุ ในการตอบโตภ าวะฉกุ เฉนิ COVID-19 จังหวดั ราชบรุ ี 1 สงิ หาคม 2565. กรณีการระบาด โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สบื คน 2 สงิ หาคม 2565,จาก https://rbpho. ในประเทศไทย ; 2563. moph.go.th/covid19/ 2. World Health Organization.WHO Director- General’s opening remarks at the media 9. ทองหลอ เดชไทย. หลักการบรหิ ารสาธารณสุข. briefing on COVID-19 - 11 March 2020 พมิ พค รั้งท่ี 4. กรงุ เทพฯ : สามเจรญิ พาณิชย ; From https://www.who.int/director- 2549. general/speeches/Detail/who-director- general-s-opening-remarks-at-the-media- 10. Herzberg F. Mausner B, snyderman BB. briefing-on-covid-19-11-march-2020 The motivation to work New York: Transaction Publishers. 2017 11. เปรมากร หยาดไธสง. แรงจูงใจและปจจัยแหง ความสําเร็จที่มีผลตอการปฏิบัติงานปองกัน และควบคุมโรคโควิด 19 ของเจาหนาท่ี สาธารณสขุ ในโรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บล จงั หวัดรอ ยเอด็ .วารสารวจิ ยั มข. 2565; 22(2): 175-188 22

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 12. Best, J. W. & Kahn, J. V. (2006). Research 16. สุกานดา สีลาพัฒน. ปจจัยแหงความสําเร็จ in education. Boston: Allyn and Bacon. และการสนับสนุนจากองคการท่ีมีผลตอการ ปฏิบัติงานสุขาภิบาลอาหารของเจาหนาท่ี 13. สันติ ธรณี. การปฏิบัติงานเฝาระวังสอบสวน สาธารณสุขในองคกรปกครองสวนทองถิ่น เคล่ือนที่เร็ว ของเจาหนาที่สาธารณสุข จังหวัดขอนแกน.วารสารวิจัย มข.2565; ในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล จังหวัด 23(1):14-25. รอ ยเอด็ . วารสารวจิ ยั มข. 2557; 17(3):89-104. 17. สริ นิ ทรท พิ ย อดุ มวงศ. การสนบั สนนุ จากองคก าร 14. สุภาวดี ศรีลามาตย. การบริหารเวชภัณฑ ของ ท่ีมีผลตอคุณภาพชีวิตการทํางานของบุคลากร เจาหนาท่ีสาธารณสุขในโรงพยาบาลสงเสริม สํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี 6 จังหวัด สุขภาพตําบล จังหวดั ขอนแกน.วารสารวิจัย มข. ขอนแกน. วารสารสํานักงานปอ งกนั ควบคุมโรค 2556; 13(2):121-132. ที่ 6 จงั หวัดขอนแกน .2558; 22(1):78-88. 15. กรณัฐ ชูเนตร. ปจจัยท่ีมีผลตอการปฏิบัติงาน เพื่อแกไขปญหาโรคไขเลือดออกของบุคลากร โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลที่อยูในพื้นที่ ระบาดซาํ้ ซากจงั หวัดนครศรีธรรมราช. วารสาร สาธารณสุขและวิทยาศาสตรสุขภาพ. 2565; 5(1):93-106. 23

วารสารสาํ นักงานป้ องกนั ควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 นพิ นธต นฉบบั Original Article ความรู ทัศนคติ และพฤตกิ รรมในการปฏบิ ัติตามกฎจราจรและการปองกันอุบัติเหตุ จากการจราจรทางถนนของผูขับข่ใี นพนื้ ที่อาํ เภอเมอื งอุตรดติ ถ Knowledge, attitude, and behavior in traffic rules and the prevention of road traffic accidents among drivers in MueangUttaraditdistrict. จําเรญิ มรฤทธิ์ พย.ม. (การพยาบาลศึกษา) JumreanMonralid M.N.S. (Nursing Education) สํานกั งานปอ งกนั ควบคมุ โรคที่ 2 จังหวดั พษิ ณุโลก The Office of Disease Prevention and Control 2, Phitsanulok Province บทคดั ยอ การศึกษานี้เปนการวิจัยเชิงพรรณาแบบตัดขวาง (cross-sectional descriptive studies) มี วตั ถุประสงคเ พ่ือศกึ ษาความรู ทัศนคติ และพฤติกรรมในการปฏิบตั ติ ามกฎจราจรและการปองกันอุบตั เิ หตุ จากการจราจรทางถนนของผขู บั ขใี่ นพน้ื ทอี่ าํ เภอมอื งอตุ รดติ ถ กลมุ ตวั อยา งเปน ประชาชนอายุ 15 ปข นึ้ ไปทมี่ ี ประสบการณในการขบั ขี่ จํานวน 400 คน เกบ็ รวบรวมขอ มูลดวยแบบสอบถามประเภทถามตอบดว ยตนเอง วเิ คราะหข อมูลดวยสถิติพรรณนา ไดแ ก ความถี่ รอยละ คาเฉลีย่ และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบวา กลุมตัวอยางสวนใหญมีความรูเก่ียวกับกฎจราจรอยูในระดับปานกลาง รอยละ 57.75 (x=4.59,S.D.=1.76) มที ศั นคตติ อ การขบั ขอ่ี ยใู นระดบั ปานกลางรอ ยละ 52.75 (x=34.96, S.D.=5.24) และมีพฤติกรรมในการปฏิบัติตามกฎจราจรและการปองกันอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนอยูในระดับมาก รอยละ 73.25 (x=49.38, S.D.= 6.98) ขอเสนอแนะในการนําผลการวจิ ยั ไปใช 1) คณะกรรมการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ระดับอาํ เภอหรอื ศูนย ปฏบิ ตั กิ ารความปลอดภยั ทางถนนอาํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถ ควรสนบั สนนุ ใหป ระชาชนทข่ี บั ขรี่ ถจกั รยานยนตเ ปน ประจาํ ทาํ ใบอนญุ าตขับข่ี และ 2) สถานตี ํารวจภธู รและหนวยงานสงั กดั ทองถิ่นในพน้ื ทอ่ี ําเภอเมืองอตุ รดติ ถ ควรเพม่ิ ชอ งทางการสอ่ื สารประชาสมั พนั ธใ หป ระชาชนเขา ใจเรอื่ งกฎจราจร การบงั คบั ใชก ฎหมาย ผลกระทบ ของอบุ ตั เิ หตจุ ากการจราจรทางถนน สรา งทศั นคตดิ า นบวกในการขบั ข่ี ขอ เสนอแนะในการทาํ วจิ ยั ครงั้ ตอ ไป ควรศกึ ษาปจ จยั ทสี่ ง ผลตอ การปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการบงั คบั ใชก ฎหมายในพนื้ ทอี่ าํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถ รวม ทงั้ ศึกษาเปรียบเทียบในกลุม วัยรุน วัยผูใหญ และสูงอายุ คาํ สาํ คญั : ความร,ู ทศั นคติ, พฤตกิ รรม,อุบตั เิ หตุจากการจราจรทางถนน, กฎจราจร 24

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 Abstract This cross-sectional descriptive study aims to study knowledge, attitude, and behavior in traffic rules and the prevention of road traffic accidents among drivers in Mueang Uttaraditdistrict in which the vehicle is controlled. The samples consisted of 400 people at the age of 15 years or older with driving experience. Data were collected by self-responsive questionnaire. Data were analyzed by descriptive statistics including frequency, percentage, mean, and standard deviation. The results of the study found that most samples had a medium knowledge of traffic rules on 57.75 percent (x= 4.49, S.D. = 1.76), a medium driving attitude on 52.75 percent (x = 34.96, S.D. = 5.24), and a highbehavior in traffic rules and the prevention of road traffic accidents on 73.25 percent (x = 49.38, S.D. = 6.98). Recommendations for further research application: 1) the District Quality of Life De- velopment Committee or the Road Safety Operations Center of the district should encourage people who regularly drive motorcycles to obtain a driver’s license, and 2) the district police stations and local agencies, MueangUttaradit district should add the public communication channels to publicize the people to understand the traffic rules, law enforcement, road traffic accident impact, and building positive driving attitude. Suggestions for further research: they should study factors affecting traffic rule compliance and law enforcement in MueangUt- taradit district, including comparative studies among adolescents, adults and the elderly. Key words : Knowledge, Attitude, Behavior, Road traffic accidents, Traffic rules 25

วารสารสาํ นักงานป้ องกนั ควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 บทนาํ อุบัติเหตจุ ากการจราจรทางถนนเปน ภัยสขุ ภาพ สโุ ขทยั (29.05) และตาก (26.75) ตามลาํ ดบั สาํ หรบั ท่ีสําคัญของประเทศไทย ทําใหเกิดความสูญเสียตอ จังหวดั อตุ รดิตถ แมว าอตั ราตายในป 2555-2561มี ชีวิตและทรัพยสนิ ของผปู ระสบเหตโุ ดยขอมลู 3 ฐาน แนวโนมลดลงแตในป 2561 ยังสูงกวาในระดับ จากกระทรวงสาธารณสุข สํานักงานตํารวจแหงชาติ ประเทศ(1) และบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถจํากัด อําเภอเมืองอุตรดิตถเปนอําเภอที่พบจํานวนผู พบวาในชวงป 2554-2562 มผี เู สยี ชีวติ จากอุบัติเหตุ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนสูงสุด จากการจราจรทางถนนทั้งประเทศเฉลี่ย มาก ในจังหวัดอุตรดิตถ อยางตอเนื่อง ในป2561มีผูเสีย ถึง 20,973 คน/ป หรือ 57คน/วัน(1) และแมวา ชวี ติ 46 คน และเพ่ิมข้ึนเปน 54 คน ในป 2562 ซ่งึ ประเทศไทยจะใหความสําคัญในการแกไขปญหา เปน เพศชาย รอ ยละ 85.00 เพศหญงิ รอ ยละ 15.00 อุบตั เิ หตจุ ากการจราจรทางถนน โดยคณะรัฐมนตรมี ี สวนใหญเ ปนวัยผใู หญอายุ 25-29 ป รอยละ 16.67 มตเิ ห็นชอบใหป 2554-2563 เปนทศวรรษแหง ความ อายุ 20-24 ป รอยละ 12.96 และอายุ 40-44 ป ปลอดภัยทางถนน ต้ังเปาหมายลดอัตราตายใหต่ํา รอ ยละ 9.26 ยานพาหนะทผี่ เู สยี ชวี ติ ใชข บั ขส่ี ว นใหญ กวา 10 ตอประชากรแสนคนภายในป 2563 และ เปนรถจักรยานยนตรอยละ 79.63ในกลุมนี้พบวา กําหนดกลไกเพ่ือบริหารจัดการดานความปลอดภัย เมาแลวขับรอ ยละ 59.23 ไมส วมหมวกนิรภยั รอยละ ทางถนนของภาครัฐ ท้ังในระดับประเทศถึงระดับ 33.33(4)จากสถานการณด งั กลา วทาํ ใหค ณะกรรมการ อําเภอและทองถิ่น(2)แตอัตราตาย (ตอประชากร พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอเมืองอุตรดิตถเห็น แสนคน) มีแนวโนมลดลงเพียงเล็กนอยจาก 34.27 ความรุนแรงของปญหาท่ีสงผลกระทบถึงคุณภาพ ในป 2554 เหลอื 30.36 ในป 2562(1) รวมทัง้ ยังสง ชีวิตของประชาชน จึงคดั เลือกมาเปน ประเดน็ ปญหา ผลกระทบตอเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอยาง ในการแกไขผานกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ มากมาย ซงึ่ จากการคํานวณมลู คา ความสญู เสยี จาก อาํ เภอ เพ่อื จะลดจาํ นวนผเู สียชีวติ ลง การเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุจากการ จากทฤษฎโี ดมโิ น (Domino Theory) ทวี่ เิ คราะห จราจรทางถนนของประเทศไทยในป 2554-2556 สาเหตุและขั้นตอนของการเกิดอุบัติเหตุ โดยเปรียบ โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยพบวา เสมอื นการลม ของโดมโิ น 5 ตวั ทอี่ ยใู กลก นั เมอ่ื โดมโิ น มีมูลคาความสูญเสียอยางมหาศาลเปนเงินสูงถึง ตัวท่ี 1 ลมจะสงผลใหโดมิโนตัวถัดไปลมตามไปดวย 545,435 ลานบาท/ป คิดเปนรอยละ 6.00 ของ โดมโิ นตวั ที่ 1หมายถงึ ภมู หิ ลงั หรอื สภาพแวดลอ มทาง ผลิตภัณฑม วลรวมในประเทศ (GDP)(3) สงั คมของคน ตวั ที่ 2หมายถึงความบกพรอ ง ผดิ ปกติ ในพื้นที่เขตสุขภาพท่ี 2 พบอัตราตาย (ตอ ของคน ตวั ที่ 3 หมายถงึ การกระทาํ หรือสภาพการณ ประชากรแสนคน) จากอุบัติเหตุจากการจราจรทาง ที่ไมปลอดภยั ตวั ที่ 4 หมายถงึ อุบตั ิเหตุ และตวั ที่ 5 ถนนมีแนวโนม ลดลงเลก็ นอ ยจาก 38.48 ในป 2554 หมายถึงการบาดเจ็บหรือเสียหายเมื่อนําทฤษฎีดัง เหลือ 33.31 ในป 2562 แตส งู กวาในระดับประเทศ กลาวมาใชกับอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน หาก โดยจังหวัดท่ีมีอัตราตายสูงสุดคือพิษณุโลก (39.79) ตองการปองกันการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและ รองลงไปเปนเพชรบูรณ (36.81) อุตรดิตถ (31.77) ทรัพยสิน (โดมิโนตัวท่ี 5) ตองมุงเนนจัดการที่การก 26

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ระทําหรอื สภาพการณท ไ่ี มปลอดภยั (โดมิโนตัวท่ี 3) โรงพยาบาล 12 แหงจาก 4 ภาคของประเทศไทย เน่ืองจากแกไขไดงายกวาภูมิหลังหรือสภาพแวดลอม พบวา พฤติกรรมเส่ียงและการกระทําผิดกฎจราจร ทางสังคมของคน (โดมิโนตวั ท่ี 1) และความบกพรอ ง มากทสี่ ดุ คอื ไมส วมหมวกนริ ภยั หรอื สวมแตไ มร ดั คาง ผดิ ปกติของคน(โดมโิ นตวั ท่ี 2)(5) รอ ยละ 82.10 ดืม่ แอลกอฮอล รอยละ 31.60 ขบั ขี่ ปจจัยท่ีทําใหเกิดอุบัติเหตุจากการจราจร เรว็ เกนิ กวา กฎหมายกาํ หนด รอ ยละ 31.10 ซงึ่ ผทู ไี่ มม ี ทางถนนประกอบดว ยปจจัยดา นคน (รอ ยละ 95.62) ใบอนุญาตขับขี่ขับเร็วมากกวาผูที่มีใบอนุญาตขับข่ี ยานพาหนะ(รอยละ 27.54) ถนนและส่ิงแวดลอม 2 เทา(8) และนัชรัศม ชูหิรัญญวัฒน ไดศึกษาปจจัย (รอยละ 21.56) ซ่ึงปจจัยดานคนทําใหเกิดอุบัติเหตุ ที่มีความสัมพันธตอพฤติกรรมการปฏิบัติตาม จากการจราจรทางถนนไดมากท่ีสุด(6)ประเทศไทย กฎหมายจราจรของผูขับข่ีรถจักรยานยนตภายใน จึงนํากฎหมายจราจรมาควบคุมพฤติกรรมของผูใช เขตเทศบาลนครนครราชสีมา พบวาในภาพรวม รถใชถนน รวมทั้งผูเ ดินเทา ท่ีสําคัญคือการประกาศ พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั คิ อ นขา งดี เพศหญงิ มกี ารปฏบิ ตั ิ ใชพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และมี ตามกฎหมายจราจรดกี วา เพศชาย ทง้ั ในดา นความเรว็ การแกไขเพ่ิมเติมใหเหมาะสมกับสภาพปจจุบัน(7) การใชโทรศัพทมือถือ และเมาแลวขับ ดานอายุ สําหรับกฎจราจรเปนสวนหน่ึงของกฎหมายจราจร พบวากลุมอายุระหวาง 26-40 ป มีการปฏิบัติตาม มลี กั ษณะเปน คาํ สง่ั หรอื ขอ บงั คบั ใหท กุ คนปฏบิ ตั ติ าม กฎหมายจราจรดีกวากลุมอ่ืนๆ ดานประสบการณ อยา งเครง ครดั และเสมอภาค เพอื่ ใหก ารจราจรในถนน การขับข่ีพบวากลุมท่ีมีประสบการณในการขับขี่นอย เปน ไปดว ยความสะดวก ไมต ดิ ขดั เกดิ ความปลอดภยั กวา 1 ปมีการปฏิบัติตามกฎหมายจราจรนอยกวา เชน การมีใบอนุญาตขับข่ี การปฏิบัติตามสัญญาณ กลุมท่ีมีประสบการณต้ังแต 1 ปขึ้นไป(9) นอกจากน้ี จราจรการกลับรถหรือเล้ียวรถการใชความเร็วใน ธวัชชัย เอกสันติ, กมลทิพย ลมไธสง, นิศารัตน การขับข่ีหามแซงในที่คับขัน หามขับขี่ในขณะหยอน มลู กระโทก, อนสุ า ชนิ ราช, และศริ กิ ญั ญา ฤทธแิ์ ปลก ความสามารถ ไมประมาทหรือขับขีน่ าหวาดเสยี วอนั ไดศ กึ ษาความสมั พนั ธข องความรู ทศั นคติ พฤตกิ รรม อาจเกิดอนั ตรายแกผูขับขีห่ รอื ผอู ่นื ได การสวมหมวก การขับขี่รถจักรยานยนตกับการปองกันอุบัติเหตุของ นิรภัยการคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อปองกันการบาดเจ็บ นกั ศกึ ษาคณะสาธารณสขุ ศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั รุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนดัง นครราชสมี า พบวา สว นใหญม คี วามรใู นระดบั ดี รอ ยละ นนั้ หากประชาชนทใี่ ชร ถใชถ นนปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจร 86.90 มที ศั นคติอยูใ นระดบั สงู รอยละ 86.80 และ อยา งเครง ครดั นอกจากจะทําใหเ กดิ ความสะดวกใน พฤติกรรมการขับข่ีรถจักรยานยนตอยางปลอดภัย การสัญจรแลว ยังสามารถปองกันอุบัติเหตุจากการ สว นใหญอ ยใู นระดบั ดี รอ ยละ 65.90 แตก ารปอ งกนั จราจรทางถนน และลดความสูญเสียท้ังทางรางกาย อุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต สวนใหญอยู จิตใจและทรพั ยสนิ ได ในระดบั ปานกลาง รอยละ 60.20 และพบวาความรู อยา งไรกต็ ามยงั พบการฝา ฝน กฎจราจรและเกดิ ทัศนคติ และพฤติกรรมการขับขี่มีความสัมพันธกับ อุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน โดยการศึกษาของ การปองกันอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต ศิริกุล กุลเลียบ และคณะท่ีศึกษาขอมูลผูบาดเจ็บ อยางมีนัยสาํ คัญ(10) จากอุบัติเหตุรถจักรยานยนตท่ีเขารับการรักษาใน สาํ หรบั ในพน้ื ทอี่ าํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถ ยงั ไมม กี าร 27

วารสารสาํ นักงานป้ องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 ศึกษาเก่ียวกับความรู ทัศนคติ และพฤติกรรมการ สุมแบบ clusters ขั้นแรกสุมพ้ืนท่ีตําบลโดยการสุม ปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ ากการ อยางงายดวยการจับฉลาก 5 ตําบลจากท้ังหมด 17 จราจรทางถนนของผูขับข่ีดังน้ันผูวิจัยในฐานะผูรับ ตําบล ไดตําบลทาอิฐ บานเกาะ งว้ิ งาม ปา เซา และ ผิดชอบงานควบคุมโรคเขตเมืองและสนับสนุนการ วังกะพ้ี ข้ันตอ ไปสุมพืน้ ท่หี มบู าน/ชุมชนโดยสมุ อยา ง ขับเคล่ือนกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอ งา ยดว ยการจับฉลากตาํ บลละ 2 หมบู าน/ชุมชนจาก จากสาํ นกั งานปอ งกนั ควบคมุ โรคท่ี 2 จงั หวดั พษิ ณโุ ลก 5 ตําบลดังกลาว รวม 10 หมูบาน/ชุมชน และขั้น จึงมีความสนใจและดําเนินการวิจัยในคร้ังน้ีเพื่อใหได สุดทายสุมกลุมตัวอยางในหมูบาน/ชุมชนละ 40 คน ขอมูลสนับสนุนการแกปญหาดานอุบัติเหตุจากการ รวม 400 คน จราจรทางถนนในพ้ืนทตี่ อ ไป เครือ่ งมอื ทใ่ี ชในการวจิ ยั วตั ถุประสงคของการวจิ ยั เปนแบบสอบถามที่ผูวิจัยสรางขึ้นมา โดยแบง เพอื่ ศกึ ษาความรู ทศั นคติ และพฤตกิ รรมในการ เปน 4 สว น ไดแก ปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ ากการ สวนที่ 1 ขอ มลู ทั่วไปของกลุมตัวอยางประกอบ จราจรทางถนนของผขู บั ขใ่ี นพน้ื ทอ่ี าํ เภอมอื งอตุ รดติ ถ ดว ยเพศ อายุ การศกึ ษา อาชีพ รายได สถานภาพ สมรส รถทใี่ ชข บั ขบี่ อ ยทส่ี ดุ ประสบการณใ นการขบั ขี่ วัสดุและการวจิ ยั การมีใบอนุญาตขบั ขี่ปญ หาสขุ ภาพ และการประสบ การศึกษาคร้ังนี้เปนการวิจัยเชิงพรรณาแบบ อุบัติเหตุ ตัดขวาง (cross-sectional descriptive studies) สวนท่ี 2 ความรูเก่ียวกับกฎจราจร มีลักษณะ ดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลโดยการสํารวจในชวง เปนคําถามใหเลือกคําตอบท่ีถูกที่สุดจาก 4 ตัวเลือก เดอื นกุมภาพันธ - มนี าคม 2563 รวม 10 ขอ กําหนดเกณฑการใหคะแนน โดยถาตอบ ประชากร คือประชาชนอายุ 15 ปข้ึนไปที่ ถกู ให 1 คะแนน ตอบผดิ ให 0 คะแนน ทง้ั นี้คะแนน อาศยั อยูในพืน้ ทอ่ี าํ เภอเมืองจังหวดั อุตรดติ ถ จํานวน รวมท่ีเปนไปไดอยูระหวาง 0-10 คะแนน และแบง 96,873 คน โดยใชฐานขอมูลประชากรอําเภอเมือง ระดับความรูเปน 3 ระดับ ประกอบดวย ระดับตํ่า จงั หวดั อตุ รดติ ถ ป 2562 จากระบบ HDC กระทรวง หมายถงึ คะแนนรวม 0.00-3.33 คะแนน ระดับปาน สาธารณสุข (ณ วันที่ 1 มกราคม 2563)(11) กลางหมายถึงคะแนนรวม 3.34-6.67 และระดับสูง กลุม ตัวอยา ง หมายถึงคะแนนรวม 6.68-10.00 คือประชาชนอายุ 15 ปขึ้นไปท่ีมีประสบการณ สวนที่ 3 ทัศนคติตอการขับข่ีแบงเปน 2 ดาน ในการขับขี่รถ สามารถอานออกเขียนได และอาศัย ประกอบดวย ดา นความปลอดภัยในการขบั ข่ี 5 ขอ อยูในพ้ืนท่ีอําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ กําหนด และดานการบังคับใชกฎหมายจราจรทางบก 5 ขอ ขนาดของกลมุ ตวั อยา งทรี่ ะดบั ความเชอ่ื มน่ั รอ ยละ 95 รวม 10 ขอ มีลักษณะเปนคําถามใหเลือกตอบแบบ โดยใชต ารางสาํ เรจ็ รปู ของเครซแี่ ละมอรแ กน (Krejcie ประมาณคา (Rating Scale) 5 ระดับ โดยไมเห็น and Morgan)(12) ไดจ าํ นวนกลมุ ตวั อยา ง 384 คน และ ดวยอยางย่ิงหมายถึง 1 คะแนนไมเห็นดวยหมายถึง ปรับเพิม่ เปน 400 คน คดั เลือกกลมุ ตัวอยา งดวยการ 2 คะแนนไมแนใ จหมายถึง 3 คะแนนเหน็ ดว ยหมาย 28

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ถงึ 4 คะแนนและเหน็ ดว ยอยา งยงิ่ หมายถงึ 5 คะแนน จังหวัดอุตรดิตถ 2) ประสานงานกับผูผิดชอบงาน คะแนนรวมที่เปนไปไดอยูระหวาง10-50 คะแนน พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอของสํานักงาน และแบงระดับทัศนคติเปน 3 ระดับ ประกอบดวย สาธารณสขุ อาํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถ เพอ่ื ขอความรว มมอื ระดับต่ําหมายถึงคะแนนรวม 10.00-23.33 ระดับ ในการสงหนังสือขออนุญาตเก็บขอมูลไปยังประธาน ปานกลางหมายถึงคะแนนรวม 23.34-36.67และ ชุมชน/ผูนําชุมชนในพ้ืนที่เปาหมาย 3) จัดเตรียม ระดับสูงหมายถงึ คะแนนรวม 36.68-50.00 แบบสอบถามฉบบั สมบูรณท่ปี รับปรงุ แกไขแลว และ สว นที่ 4 พฤตกิ รรมในการปฏิบัตติ ามกฎจราจร ชแี้ จง ทาํ ความเขา ใจกบั ทมี เกบ็ รวบรวมขอ มลู เพอ่ื ให และการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ ากการจราจรทางถนน แบง ทราบถงึ วตั ถุประสงคในการเกบ็ รวบรวมขอ มลู กลุม เปน 2 ดาน ประกอบดวย ดานการปฏิบัติตามกฎ ตัวอยาง และรายละเอียดของแบบสอบถาม และ จราจร 9 ขอ และดานการปองกันอุบัติเหตุจากการ 4) ทีมเก็บรวบรวมขอมูลลงพ้ืนที่เพื่อดําเนินการเก็บ จราจรทางถนน 6ขอ รวม 15 ขอ มลี กั ษณะเปน คาํ ถาม ขอมูลกับกลุมตัวอยางตามเกณฑที่กําหนดไว เม่ือ ใหเ ลอื กตอบแบบประมาณคา (Rating Scale) 4 ระดบั กลุมตัวอยางยินยอมตอบแบบสอบถาม จึงช้ีแจง ประกอบดว ย ไมเ คยปฏบิ ตั หิ มายถงึ 1 คะแนนปฏบิ ตั ิ วิธีการตอบแบบสอบถามและใหกลุมตัวอยางตอบ บางคร้งั หมายถงึ 2 คะแนน ปฏิบัตบิ อ ยครง้ั หมายถึง แบบสอบถามดวยตนเอง และตรวจสอบความครบ 3 คะแนน และปฏิบัติทุกคร้ังหมายถึง 4 คะแนน ถว นในการตอบแบบสอบถามทกุ ชุด คะแนนรวมท่ีเปนไปไดอยูระหวาง 15-60 คะแนน การพิทักษสิทธ์ิของกลุมตัวอยางดวยการ และแบง ระดบั พฤตกิ รรมเปน 3 ระดับ ประกอบดว ย แนะนาํ ตวั แจงวตั ถุประสงค ขนั้ ตอนการวจิ ยั และ ระดับนอยหมายถึงคะแนนรวม 15.00-30.00 ระดับ ประโยชนของการวิจัย ใหเวลากลุมตัวอยางตัดสิน ปานกลางหมายถึงคะแนนรวม 30.01-45.00 และ ใจเขารวมวิจัยดวยความสมัครใจ ไมมีการบังคับหรือ ระดบั มากหมายถงึ คะแนนรวม 45.01-60.00 จูงใจ หากมีขอสงสัยใหสอบถามได และสามารถ การตรวจสอบคณุ ภาพเครอื่ งมอื แบบสอบถาม ปฏิเสธ ถอนตัวไดตลอดเวลาโดยไมม ีผลใดๆ ตอกลมุ ผานการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา (Content ตวั อยา ง ใหต อบแบบสอบถามดว ยตนเอง ใชเ ลขลาํ ดบั Validity) จากผูเชี่ยวชาญ 3 ทานวิเคราะหความ ที่แทนช่ือของกลุมตัวอยาง เก็บขอมูลที่ไดเปนความ สอดคลองภายในของความรูเก่ียวกับกฎจราจรดวย ลับ วิเคราะหผลในภาพรวม และนําไปใชประโยชน สูตร KR-20 ของคูเดอร-ริชารดสัน (Kuder-Rich- เฉพาะการวิจัยครง้ั นเ้ี ทา นั้น ardson) ได 0.71 ทศั นคติในการขบั ข่แี ละพฤตกิ รรม การวิเคราะหขอมูล นําขอมูลท่ีไดมาวิเคราะห การปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ าก ดวยโปรแกรมสําเร็จรูปและใชสถิติพรรณนา ไดแก การจราจรทางถนน ใชส ตู รหาสมั ประสทิ ธแิ์ อลฟาของ ความถ่ี รอ ยละ คา เฉลยี่ และสว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ครอนบาค (Cronbach, s Alpha Coefficient) ได 0.85 และ 0.76 ตามลาํ ดับ ซ่งึ อยใู นเกณฑท ย่ี อมรับ ผลการศกึ ษา ได (0.70 ขึ้นไป) สวนท่ี 1 ขอมูลทั่วไปของกลุมตัวอยาง กลุม การเก็บรวบรวมขอมูล ดําเนินการโดย ตัวอยา งเปน เพศหญงิ มากกวาเพศชาย โดยเปนเพศ 1) ขออนุญาตเก็บรวบรวมขอ มูลจากนายอาํ เภอเมอื ง หญิงรอ ยละ 56.75 และเพศชายรอ ยละ 42.25 อายุ 29

วารสารสาํ นกั งานป้ องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 เฉล่ีย 41.14 ป สวนใหญมีการศึกษาอยูในระดับ บอ ยทส่ี ดุ รอ ยละ 9.75 มใี บอนญุ าตขบั ขรี่ ถยนตท กุ คน มัธยมศึกษา/ปวช. รอยละ 36.50 อาชีพหลักเปน และในภาพรวมกลมุ ตวั อยา งสว นใหญม ปี ระสบการณ เกษตรกร รอยละ 38.00รายไดเฉลยี่ ตอเดอื น 5,000 ในการขับข่ี 20 ปขึ้นไป รอยละ 49.25 ไมมีปญหา - 10,000 บาท รอยละ 34.25 และมสี ถานภาพสมรส สุขภาพท่ีเปนอุปสรรคตอการขับข่ี รอยละ 84.75 รอยละ 56.25 รถท่ีกลุมตัวอยางใชขับข่ีบอยที่สุด สาํ หรบั กลมุ ทมี่ ปี ญ หาสขุ ภาพ รอ ยละ 15.25 สว นใหญ ในรอบ 1 ปท่ีผานมาคือ รถจักรยานยนต รอยละ เปนปญหาเกี่ยวกับการมองเห็น รอยละ 63.93 ดัง 83.00 และในกลุมนี้สวนใหญมีใบอนุญาตขับขี่รถ ตารางที่ 1 จักรยานยนต รอ ยละ 74.10 สวนกลมุ ทข่ี ับขีร่ ถยนต ตารางที่ 1 จํานวนและรอยละของกลมุ ตวั อยาง จาํ แนกตามคุณลกั ษณะบุคคล (n = 400) คณุ ลกั ษณะบคุ คล จํานวน (คน) รอยละ 1. เพศ 227 56.75 หญิง 169 42.25 ชาย ขา มเพศ 4 1.00 16 4.00 2. อายุ (ป) 74 18.50 15 - 19 95 23.75 20 - 29 93 23.25 30 - 39 75 18.75 40 - 49 33 8.25 50 - 59 14 3.50 60 - 69 70 ขึ้นไป อายเุ ฉลี่ย ( x ) = 41.14 ป สวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.)=14.27 ป อายตุ า่ํ สดุ 15 ป และสงู สุด 80 ป 3. ระดบั การศกึ ษาสงู สดุ ประถมศึกษาหรือตา่ํ กวา 125 31.25 มธั ยมศึกษา / ปวช. 146 36.50 อนุปริญญา / ปวส. 60 15.00 ปริญญาตรี 67 16.75 ปริญญาโทหรือสงู กวา 2 0.50 30

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ตารางท่ี 1 จํานวนและรอ ยละของกลมุ ตวั อยาง จาํ แนกตามคณุ ลักษณะบุคคล (n = 400) (ตอ ) คณุ ลักษณะบุคคล จํานวน (คน) รอ ยละ 4. อาชพี หลกั 152 38.00 เกษตรกร 113 28.25 คา ขาย / ธุรกจิ สว นตัว 40 10.00 บริษทั / เอกชน 31 7.75 นกั เรยี น / นกั ศกึ ษา 23 5.75 ขา ราชการ / รฐั วิสาหกจิ 17 4.25 รบั จางทั่วไป 14 3.50 แมบาน / วางงาน 10 2.50 อน่ื ๆ 73 18.25 137 34.25 5. รายไดตอ เดอื น (บาท) 111 27.75 นอยกวา 5,000 38 9.50 5,000 - 10,000 41 10.25 10,001 - 15,000 225 56.25 15,001 - 20,000 153 38.25 มากกวา 20,000 20 5.00 0.50 6. สถานภาพสมรส 2 83.00 สมรส 332 9.75 โสด 39 7.25 หมาย/ หยา/ แยก 29 ไมระบุ 74.10 246 25.60 7. รถท่ใี ชข ับขบี่ อยท่สี ุดในชว ง 1 ปท ่ผี า นมา 85 0.30 รถจักรยานยนต 1 100.00 รถยนต 39 รถจักรยาน 8. การมใี บอนญุ าตขับข่ี ใบอนุญาตขบั ขี่รถจักรยานยนต (n = 332) - มี - ไมม ี - ไมร ะบุ ใบอนุญาตขับขี่รถยนต( n= 39) - มี 31

วารสารสาํ นักงานป้ องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ตารางที่ 1 จาํ นวนและรอ ยละของกลมุ ตัวอยา ง จาํ แนกตามคณุ ลักษณะบคุ คล (n = 400) (ตอ ) คณุ ลักษณะบุคคล จาํ นวน (คน) รอ ยละ 9. ประสบการณในการขับขี่รถจักรยานยนต 197 49.25 หรอื รถยนต (ป) 86 21.50 20 ขึน้ ไป 57 14.25 10 - 14 53 13.25 5-9 7 1.75 15 - 19 1-4 339 84.75 61 15.25 10. การมปี ญหาสุขภาพท่เี ปน อปุ สรรคตอการขับขี่ 39 63.93 ในชวง 1 ปทผี่ านมา 17 27.87 ไมมี 12 19.67 มี (มีปญหามากกวา 1 ดา น / คน) 7 11.48 - มีปญหาเก่ยี วกับการมองเห็น - มีปญหาเก่ียวกบั การไดย ิน 223 55.75 - มปี ญ หาเกย่ี วกบั เทาหรือขา 177 44.25 - มีปญ หาเกย่ี วกับมอื หรอื แขน 144 81.36 23 12.99 11. การประสบอุบตั ิเหตจุ ากการจราจรทางถนน 10 5.65 ในขณะขบั ข่ี ไมเ คย เคย (n = 177) - บาดเจบ็ เล็กนอ ย (มเี คล็ดขดั ยอก/แผลถลอก) - บาดเจ็บปานกลาง (มแี ผลเปดแตไ มลกึ ) - บาดเจ็บรนุ แรง (มีแผลเปดลกึ ถึงกระดกู / อวัยวะภายใน / รกั ษาแบบผูปวยใน) 32

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 สวนที่ 2 ความรูเกี่ยวกับกฎจราจร กลมุ ตวั อยา งสว นใหญม คี วามรเู กย่ี วกบั กฎจราจร คา เฉลีย่ 4.59 (S.D.=1.76) คะแนนต่ําสุด 0 คะแนน อยูในระดับปานกลาง รอยละ 57.75 โดยรวมมี และสูงสุด 9 คะแนน ดังตารางท่ี 2 ตารางที่ 2 จาํ นวนและรอ ยละของกลุม ตวั อยาง จําแนกตามระดบั ความรเู กย่ี วกับกฎจราจร(n = 400) ระดับความรู คะแนนรวม (เต็ม 10) จํานวน (คน) รอ ยละ ต่าํ 0.00 -3.33 114 28.50 ปานกลาง 3.34 - 6.67 231 57.75 สงู 6.68 -10.00 55 13.75 คาเฉล่ยี ( x ) = 4.59 คะแนนสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) = 1.76 คะแนน คะแนนตาํ่ สุด 0 คะแนนสงู สุด 9 เม่ือพิจารณาความรูเกี่ยวกับกฎจราจร ตามทกี่ ฎหมายกาํ หนด รอ ยละ 89.50 ความเรว็ ในการ เปน รายขอ พบวาขอท่ีกลุมตัวอยางตอบถูกมากท่สี ดุ ขบั ขรี่ ถจกั รยานยนตน อกเขตเทศบาลตามทกี่ ฎหมาย 3 อันดบั แรกคอื ความหมายของเครอ่ื งหมายจราจร กําหนด รอ ยละ 88.50 และการเวนระยะหา งในการ “สีขาว-ดํา” ท่ีทาสลับไวที่ขอบทาง รอยละ 84.75 ขบั ข่ีจากรถคันหนารอยละ 81.75 ตามลําดบั บรเิ วณทผี่ ขู บั ขส่ี ามารถจอดรถได รอ ยละ 75.00 และ สว นท่ี 3 ทัศนคตติ อการขบั ข่ี ความหมายของเครอ่ื งหมายจราจร “สขี าว-เหลอื ง” ท่ี กลุมตัวอยางสวนใหญมีทัศนคติตอการขับข่ีอยู ทาสลบั ไวท ขี่ อบทาง รอ ยละ 62.75 ตามลาํ ดบั สว น ในระดบั ปานกลาง รอ ยละ 52.75 โดยรวมมคี า เฉลยี่ ขอท่ีกลุมตัวอยางตอบผิดมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ 34.96 (S.D.=5.24) คะแนนต่ําสุด 17 คะแนนและ ความเร็วในการขับขี่รถจักรยานยนตในเขตเทศบาล สูงสดุ 44 คะแนน ดงั ตารางท่ี 3 ตารางที่ 3 จาํ นวนและรอยละของกลุมตวั อยา ง จําแนกตามระดบั ทัศนคตติ อการขบั ขี่ (n = 400) ระดบั ทัศนคติ คะแนนรวม (เต็ม 50) จาํ นวน (คน) รอ ยละ ตํ่า 10.00 - 23.33 7 1.75 ปานกลาง 23.34 - 36.67 211 52.75 สูง 36.68 - 50.00 182 45.50 คาเฉลีย่ ( x ) = 34.96 คะแนนสว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) = 5.24 คะแนน คะแนนตา่ํ สดุ 17 คะแนนสงู สดุ 44 33

วารสารสาํ นักงานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ตารางท่ี 4 พฤตกิ รรมในการปฏิบัติตามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ัติเหตุจากการจราจรทางถนน กลุมตัวอยางสวนใหญมีพฤติกรรมในการปฏิบัติตามกฎจราจรและการปองกันอุบัติเหตุจากการ จราจรทางถนนอยใู นระดบั มาก รอ ยละ 73.25โดยรวมมคี า เฉลยี่ 49.38 (S.D.=6.98) คะแนนตาํ่ สดุ 22 คะแนน และสงู สุด 60 คะแนน ดงั ตารางท่ี 4 ระดบั ทัศนคติ คะแนนรวม (เต็ม 60) จาํ นวน (คน) รอ ยละ นอย 15.00 - 30.00 6 1.50 ปานกลาง 30.01 - 45.00 101 25.25 มาก 45.01 - 60.00 293 73.25 คา เฉล่ยี ( x ) = 49.38 คะแนน สวนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) = 6.98 คะแนน คะแนนต่ําสดุ 22 คะแนนสงู สุด 60 สําหรับพฤติกรรมในดานการปฏิบัติตามกฎ ขับขี่ จึงอาจไมไดรับการอบรบเก่ียวกับกฎจราจร จราจรโดยรวมอยใู นระดับมาก (x=3.25 ,S.D.=0.04) หรือไมไดศึกษาหาความรูดวยตนเองอยางเพียงพอ และพฤติกรรมท่ีปฏิบัติไดทุกคร้ังมากท่ีสุด 3 อันดับ ประกอบกับกลุมตัวอยางที่มีการศึกษาอยูในระดับ แรกคือ ใหสัญญาณไฟกอนเปล่ียนชองทางเดินรถ ประถมศกึ ษาหรือตํา่ กวา (รอ ยละ 31.25) อาจเขา ถงึ หรือเล้ียวรถรอยละ 45.75 ไมฝาสัญญาณไฟจราจร ส่ือที่ใหความรูเก่ียวกับกฎจราจรไดนอย จึงมีความรู รอยละ 45.50 และไมแซงและตัดหนารถคันอื่นใน ท่ีถูกตองเกี่ยวกับกฎจราจรไมมากนักซึ่งแตกตางจาก ระยะกระชั้นชิด รอยละ 45.25 ตามลําดับ สําหรับ การศึกษาของธวัชชัย เอกสันติ, กมลทิพย ลมไธสง, พฤติกรรมท่ีปฏิบัติไดทุกคร้ังนอยท่ีสุด 3 อันดับแรก นศิ ารตั น มูลกระโทก, อนสุ า ชนิ ราช, และศิริกัญญา คอื สงั เกตเครอื่ งหมายจราจรและปฏบิ ตั ติ ามขณะขบั ข่ี ฤทธแิ์ ปลกทพ่ี บวา กลมุ ตวั อยา งสว นใหญม คี วามรเู กย่ี ว รอ ยละ 33.50 ไมจ อดรถในท่ีหามจอด รอ ยละ 37.25 กับการขับขี่รถจักรยานยนตอยูในระดับมาก(10)การ และไมข ับข่เี ร็วเกนิ กวา กฎหมายกาํ หนด ที่กลุมตัวอยางมีความรูเก่ียวกับกฎจราจรไมถูกตอง โดยเฉพาะการใชค วามเรว็ ในการขบั ขร่ี ถจกั รยานยนต วจิ ารณและสรปุ ท้ังในและนอกเขตเทศบาลการเวนระยะหางในการ จากผลการศกึ ษาความรู ทศั นคติ และพฤตกิ รรม ขับข่ีจากรถคันหนา และการปฏิบัติเมื่อพบสัญญาณ ในการปฏิบัติตามกฎจราจรและการปองกันอุบัติเหตุ จราจรไฟกระพรบิ สเี หลอื งในบรเิ วณทางรว มทางแยก จากการจราจรทางถนนของผขู บั ขใ่ี นพน้ื ทอี่ าํ เภอมอื ง อาจสง ผลใหเ กดิ การฝา ฝน กฎจราจรโดยไมเ จตนาและ อตุ รดติ ถ ผูวิจยั สรปุ และอภิปรายผลไดดงั นี้ นําไปสูการเกิดอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนได 1. กลุมตัวอยางสวนใหญมีความรูเก่ียวกับกฎ เชน ชนทา ยรถคันหนา จราจรอยใู นระดบั ปานกลาง เมอ่ื พจิ ารณาขอ มลู ทว่ั ไป 2. กลุมตัวอยางสวนใหญมีทัศนคติตอการ ประกอบ จะเห็นวามีกลุมตัวอยางบางสวน (รอยละ ขับข่ีอยูในระดับปานกลางแตในดานความปลอดภัย 21.60) ไมมีใบอนุญาตขับข่ี แสดงวาไมเคยไดรับใบ มีทัศนคติอยูในระดับสูง เนื่องจากสวนใหญเปนวัย อนุญาตขับข่ีมากอนหรือไมไดรับการตอใบอนุญาต ทํางานท่ีตองประกอบอาชีพและมีความรับผิดชอบ 34

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ตอครอบครัว มีประสบการณในการขับข่ีต้ังแต 5 ป จงึ มคี วามชาํ นาญในการขบั ขแ่ี ละปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจร ขึ้นไป จึงเห็นประโยชนของการใชอุปกรณเพ่ือชวย ไดเปนอยางดี รวมท้ังมีความระมัดระวัง ไมขับข่ี ลดความรนุ แรงของการบาดเจบ็ เมอื่ เกดิ อบุ ตั เิ หตจุ าก ดวยความคึกคะนอง สอดคลองกับการศึกษาของ การจราจรทางถนน ไดแก หมวกนิรภัย เข็มขัดนิรภัย นชั รศั ม ชหู ริ ญั ญว ฒั น ทพ่ี บวา มพี ฤตกิ รรมอยใู นระดบั และเห็นผลเสียของพฤติกรรมเสี่ยงที่สามารถนําไปสู คอนขางดี(9) แตแตกตางจากการศึกษาของสุวรรณา การเกดิ อบุ ตั เิ หตจุ ากการจราจรทางถนน ไดแ ก ขบั ขี่ ภัทรเบญจพล และทัดตา ศรีบุญเรือง ที่พบวากลุม เร็วเกินกวากฎหมายกําหนด และขับขี่ขณะมึนเมา ตวั อยา งจาํ นวนมากไมปฏิบัตติ ามกฎจราจร(13) รวมทั้งเห็นความสําคัญของการมีความรูความเขาใจ เก่ียวกับกฎจราจรซึ่งจะชวยใหขับข่ีไดอยางปลอดภัย ขอเสนอแนะ สําหรับดานการบังคับใชกฎหมายกลุมตัวอยางสวน ขอเสนอแนะในการนําผลการวิจัยไปใช1) ใหญมีทัศนคติอยูในระดับปานกลาง และมีทัศนคติ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอ ดา นลบ 2 เรอ่ื ง คอื 1) มคี วามคดิ เหน็ วา การกระทาํ ผดิ หรือศูนยปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอําเภอ กฎจราจรเปน คดเี ลก็ นอ ย ไมส ง ผลกระทบตอ ผอู น่ื หรอื เมืองอุตรดิตถ ควรสนับสนุนใหประชาชนท่ีขับข่ีรถ สังคม เน่ืองจากกลุมตัวอยางสวนใหญไมเคยประสบ จกั รยานยนตเ ปน ประจาํ ทาํ ใบอนญุ าตขบั ขที่ กุ คน เชน อุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน และแมวาบางสวน ประสานสํานักงานขนสงจังหวัดอุตรดิตถใหมาบริกา เคยประสบอบุ ตั เิ หตจุ ากการจราจรทางถนน แตม กั ได รนอกสถานท่ี เนื่องจากกอนไดรับใบอนุญาตขับข่ีจะ รับบาดเจ็บเพียงเล็กนอยจึงไมเขาใจถึงผลกระทบตอ มีการอบรมใหความรูทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผอู ืน่ หรอื สังคม และ 2) มีความคดิ เหน็ วาบทลงโทษ มีการทดสอบความรูและความสามารถในการขับขี่ จากการกระทาํ ผดิ กฎจราจรไมน า เกรงกลวั เนอื่ งจาก รวมทงั้ ตรวจสภาพความพรอ มของรา งกาย เชน การ บทลงโทษเมื่อกระทําผิดพระราชบัญญัติจราจรทาง มองเห็น 2) สถานีตํารวจภูธรและหนวยงานสังกัด บก พ.ศ. 2522 ไดกาํ หนดไวท้ังความผดิ รา ยแรงและ ทองถิ่นในพื้นที่อําเภอเมืองอุตรดิตถ ควรเพ่ิมชอง ไมร า ยแรง แตส ว นใหญก ระทาํ ผดิ กฎจราจรเปน ความ ทางการสื่อสารประชาสัมพันธใหประชาชนเขาใจ ผิดแบบไมร า ยแรง เชน ไมมีใบอนญุ าตขับข่ี ขบั ขเ่ี ร็ว เรอ่ื งกฎจราจร การบังคับใชกฎหมาย ผลกระทบของ เกินกวากฎหมายกําหนด ตัดหนากระช้ันชิด ซ่ึงการ อุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนสรางทัศนคติดาน ลงโทษมที ง้ั วากลา วตักเตือน จับกมุ ปรบั แตอัตราคา บวกในการขับข่ี เพ่มิ ความรบั ผิดชอบตอผูอื่น และ3) ปรับคอ นขางตา่ํ จงึ ทาํ ใหผ กู ระทาํ ผิดไมเกรงกลัวและ ตาํ รวจภธู รจงั หวดั อตุ รดติ ถแ ละสาํ นกั งานปอ งกนั และ อาจกระทาํ ผดิ ซา้ํ ได ซง่ึ ผวู จิ ยั คดิ วา ทศั นคตดิ า นลบทง้ั บรรเทาสาธารณภัยจังหวดั อุตรดิตถ ควรผลักดันเปน 2 เรื่องนเี้ ปนอปุ สรรคตอ การบังคับใชกฎหมาย นโยบายในระดับประเทศใหมีการเพ่ิมบทลงโทษ 3. กลุมตัวอยางสวนใหญมีพฤติกรรมในการ ในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เม่ือมี ปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ ากการ การฝาฝนกฎจราจร เพื่อสงเสริมใหเกิดการบังคับใช จราจรทางถนนอยูในระดับมาก เม่ือพิจารณาขอมูล กฎหมายอยา งเขมขน ท่ัวไปประกอบจะเห็นวากลุมตัวอยางสวนใหญเปน ขอเสนอแนะในการทําวิจัยครั้งตอไป ควรศึกษา วยั ทาํ งาน มปี ระสบการณใ นการขบั ขต่ี งั้ แต 5 ปข นึ้ ไป ปจจัยที่สงผลตอการปฏิบัติตามกฎจราจรและการ 35

วารสารสํานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 บงั คบั ใชก ฎหมายในพนื้ ทอ่ี าํ เภอเมอื งจงั หวดั อตุ รดติ ถ 5. กานสนิ ี ประทีป ณ ถลาง. รูปแบบการปองกัน เชน ความรอบรูดานสุขภาพในการปองกันอุบัติเหตุ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนในพนกั งานฝา ยขายของบรษิ ทั จากการจราจรทางถนน รวมท้ังศึกษาเปรียบเทียบ แหงหนึ่ง [วทิ ยานพิ นธวทิ ยาศาสตรมหาบัณฑติ ] ในกลุมวัยรุน วัยผูใหญ และสูงอายุ เพื่อใหไดขอมูล [อินเตอรเน็ต]. [สืบคนเม่ือ 25 มิ.ย. 2564]. มากําหนดมาตรการในการแกไขปญหาของพื้นที่ให สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร ; 2562. เหมาะเหมาะกับแตล ะกลมุ วัย 164 หนา. แหลงขอมูล:http://kb.psu.ac.th/ กติ ตกิ รรมประกาศ psukb/handle/2016/12601 ขอขอบคณุ นายอาํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถส าธารณสขุ 6. อดศิ กั ดิ์ พงษพ ลู ผลศกั ด,์ิ ธวชั ชยั เหลา ศริ หิ งสท อง, อําเภอเมืองอุตรดิตถและผูรับผิดชอบงานพัฒนา และกวี เออ้ื เกษมสุข. การศึกษาองคป ระกอบที่ คุณภาพชีวิตระดับอําเภอเมืองอุตรดิตถที่ชวย เก่ียวของกับการเกิดอุบัติเหตุจราจรทางถนน. สนับสนุนใหการวิจัยครั้งน้ีสําเร็จลุลวงดวยดีรวมทั้ง วารสารวิจัยและพัฒนา มจธ. [อินเตอรเน็ต]. ขอบคุณผูใหข อมลู ทุกทา นมา ณ โอกาสนี้ 2547 [สืบคนเมื่อ 25 มิ.ย. 2564]; 27(3) เอกสารอางองิ แหลงขอมลู : https://digital.lib.kmutt.ac.th/ 1. กรมควบคุมโรค. ขอมูลการตายจากอุบัติเหตุ journal/kmuttv27n3_6.pdf ทางถนน (3 ฐาน) [อินเตอรเ น็ต]. [สบื คนเมอ่ื 25 7. คณะวชิ าการ The Justice Group. (ม.ป.ป.). มิ.ย. 2564]. แหลงขอมูล: https://dip.ddc. พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522. moph.go.th/new/ กรงุ เทพมหานคร: หา งหนุ สว นจาํ กดั พมิ พอ กั ษร. 2. ธนพงศ จินวงษ. อุบัติเหตุทางถนน “ภัยเงียบ ที่ยังอันตรายและทาทายการจัดการ”. วารสาร 8. ศิริกุลกุลเลียบและคณะ. (2553). โครงการ การแพทยฉ กุ เฉนิ แหง ประเทศไทย [อนิ เตอรเ นต็ ]. ศึกษาข  อมูล ก า ร บา ด เ จ็บจา ก อุบัติเหตุ 2564 [สืบคนเมอ่ื 25 มิ.ย. 2564]; 1(1): 72-76. รถจักรยานยนต [อินเตอรเน็ต]. [สืบคนเมื่อ แหลงขอมูล: https://he03.tci-thaijo.org/ 25 มิ.ย. 2564]. แหลงขอมูล : http:// index.php/Jemst-01JHS/article/view/137 www.roadsafetythai.org/edoc/ 3. ณชั ชา โอเจรญิ . อบุ ตั เิ หตทุ างถนน…ความเสยี หาย doc_20181124110053.pdf รายแรงตอเศรษฐกิจไทย[อินเตอรเน็ต].[สืบคน เมื่อ 25 มิ.ย. 2564]. แหลง ขอ มูล: https://tdri. 9. นัชรัศม ชูหิรัญญวัฒน. ปจจัยท่ีมีความสัมพันธ or.th/2017/08/econ_traffic_accidents/ ตอพฤติกรรมการปฏิบัติตามกฎจราจรของ 4. สํานักงานสาธารณสุขอําเภอเมืองอุตรดิตถ. ผู  ขั บ ขี่ ร ถ จั ก ร ย า น ย น ต  ใ น เ ข ต เ ท ศ บ า ล เอกสารสรุปสถานการณการเสียชีวิตจาก นครราชสีมา [วิทยานิพนธวิศวกรรมศาสต อบุ ตั เิ หตุทางถนนอาํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถ. เอกสาร ร ม ห า บั ณ ฑิ ต ] [ อิ น เ ต อ ร  เ น็ ต ] . [ สื บ ค  น เ ม่ื อ อดั สาํ เนา. 2563. 25 มิ.ย. 2564]. นครราชสีมา:มหาวิทยาลัย เทคโนโลยสี รุ นารี; 2555. 67 หนา. แหลง ขอมูล http://sutir.sut.ac.th:8080/sutir/handle/ 123456789/4310 36

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 10. ธวชั ชัย เอกสันติ, กมลทพิ ย ลมไธสง, นศิ ารัตน 12. ลัดดาวัลย เพชรโรจน, สุภมาส อังศุโชติ, และ มูลกระโทก, อนุสา ชินราช, และศิริกัญญา อัจฉรา ชํานิปะศาสน. (2562). สถิติสําหรับ ฤทธิ์แปลก. พฤติกรรมปองกันอุบัติเหตุ การวจิ ัยและเทคนคิ การใช SPSS ฉบบั ปรับปรงุ จากการขับขี่รถจักรยานยนตของนักศึกษา คร้ังที่ 3. พิมพครั้งท่ี 3. กรุงเทพมหานคร: คณะสาธารณสุขศาสตรมหาวิทยาลัยราชภัฏ เจริญดีมั่นคงการพิมพ. นครราชสมี า. วารสารมหาวทิ ยาลยั วงษช วลติ กลุ [อนิ เตอรเ นต็ ]. 2564 [สบื คน เมอื่ 25 ม.ิ ย. 2564]; 13. สวุ รรณา ภัทรเบญจพล และทัดตา ศรบี ญุ เรือง. 9 (พเิ ศษ):132-137. แหลง ขอ มลู : https://he01. พฤติกรรมการปฏิบัติตามกฎจราจรของชุมชน tci-thaijo.org/index.php/IJPS/article/view/ มหาวิทยาลยั อุบลราชธาน.ี วารสารเภสัชศาสตร 16333 อสี าน [อินเตอรเน็ต].2557 [สบื คน เมอื่ 25 ม.ิ ย. 2564]; 34(2): 132-137. แหลงขอมลู : https:// 11. กระทรวงสาธารณสุข.Health Data Center he01.tci-thaijo.org/index.php/IJPS/article/ (HDC) [อนิ เตอรเน็ต].[สืบคน เมอ่ื 1 ธ.ค. 2563]. view/16333 แหลง ขอ มลู : https://hdcservice.moph.go.th/ hdc/main/index.php 37

วารสารสํานักงานป้ องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 Original Article นิพนธตน ฉบบั การพฒั นาความรูแ ละการปฏิบตั ิดานสขุ าภิบาลอาหารและนาํ้ ของผูสมั ผัสอาหารรานหมูกระทะ กรณศี ึกษาตําบลแหงหนง่ึ อาํ เภอเมอื ง จงั หวัดขอนแกน The Development of Knowledge and Practices on Food and Water Sanitation of Grilled Pork Restaurants’ Food Handlers: A Case Study of a Sub-District, Muang District, Khon Kaen Province นปมณฑ ทรงศรี Napamont Songsri มหาวทิ ยาลัยขอนแกน (Khon Kaen University) บทคัดยอ การวจิ ยั ครง้ั นใี้ ชร ะเบยี บวจิ ยั เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร (Action Research) มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื พฒั นาความรดู า น สขุ าภบิ าลอาหารและนาํ้ ของผสู มั ผสั อาหารรา นหมกู ระทะตาํ บลพระลบั อาํ เภอเมอื งจงั หวดั ขอนแกน ประชากร ท่ใี ชใ นการวจิ ยั ครั้งนี้คอื ผูส ัมผัสอาหารรานหมกู ระทะตําบลพระลับจาํ นวน 54 คนและรา นหมูกระทะจํานวน 12 ราน เครื่องมือท่ีใชในการวิจัยคือแบบสอบถามรายบุคคลแบบทดสอบความรูผูสัมผัสอาหารแบบทดสอบ การปฏิบัติตนดานสุขาภิบาลแบบสํารวจสภาพแวดลอมภายในและภายนอกของรานอาหารการตรวจ การปนเปอนของโคลิฟอรมแบคทีเรียบริเวณฝามือของผูสัมผัสอาหารการตรวจสารเคมีปนเปอนในอาหาร ของรานหมูกระทะ 3 ตวั อยาง ไดแ ก ฟอรมาลนิ บอแรกซแ ละสารฟอกขาวกิจกรรมตดิ ตาม 2 เดือนหลังจาก ไดรับกิจกรรมการพัฒนาและการตรวจการปนเปอนของโคลิฟอรมแบคทีเรียในอาหารประเภทเนื้อสัตวสด 5 ตัวอยาง ไดแก หมูไกกุงปลาหมึกและปลาซึ่งไดผานการตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหาโดยผูเชี่ยวชาญ 3 ทาน ทุกขอคําถามมีคาดัชนีความสอดคลองมากกวา 0.50 และไดคาความเช่ือมั่นเทากับ 0.85 ดําเนิน การเก็บรวบรวมขอ มูลระหวางวันท่2ี 7 มกราคม – 31 มีนาคม 2566 สถติ ิท่ีใชใ นการวิเคราะหขอมูลคือสถติ ิ เชงิ พรรณนาและสถติ เิ ชิงอนุมานโดยมกี ารกาํ หนดระดบั นยั สาํ คญั ทางสถิติที่ 0.05 ผลการศกึ ษาพบวาความรู ดานสุขาภิบาลอาหารและนํ้าของผูสัมผัสอาหารกอนเขารวมกิจกรรมมีความรูอยูในระดับปานกลางและหลัง เขา รว มกจิ กรรมมคี วามรอู ยใู นระดบั สงู สว นดา นปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สขุ าภบิ าลของผสู มั ผสั อาหารกอ นและหลงั การเขา รว มกจิ กรรมผสู มั ผสั อาหารมกี ารปฏบิ ตั ติ นอยใู นระดบั สงู โดยความรแู ละการปฏบิ ตั ติ นกอ นและหลงั เขา รว มกิจกรรมมคี วามแตกตา งกัน (p <0.01) อยา งมีนัยสําคัญทางสถติ ิทีร่ ะดับ 0.05 เม่ือสํารวจสภาพส่ิงแวดลอมภายในรานทง้ั 12 รานพบวา ผานเกณฑส ง่ิ แวดลอมรา นอาหารเบื้องตน ตอมาทําการทดสอบโคลิฟอรมที่บริเวณฝามือของผูสัมผัสอาหารกอนและหลังเขารวมกิจกรรมพบวากอนเขา รวมกิจกรรมพบโคลิฟอรมแบคทีเรียบริเวณฝามือมากกวาหลังเขารวมกิจกรรมซึ่งสวนใหญพบบริเวณฝามือ ผูปรุงอาหารสวนการสํารวจสารเคมีปนเปอนในอาหารพบวามี 1 รานที่พบฟอรมาลินหลังจากการเขารวม กจิ กรรม 2 เดอื นผวู จิ ยั ตรวจหาโคลฟิ อรม แบคทเี รยี ในอาหารสดประเภทเนอื้ สตั วพ บวา สว นใหญพ บโคลฟิ อรม แบคทเี รียในอาหารประเภทกุง 38

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ดงั นน้ั หนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ งควรมกี ารสมุ ตรวจสารเคมปี นเปอ นในอาหารของรา นหมกู ระทะอยา งนอ ย ปล ะ 2 ครง้ั เพอ่ี ใหเ กดิ การระมดั ระวงั และกระตนุ ใหเ กดิ การตน่ื ตวั อกี ทง้ั ควรเขา มาใหค วามรหู รอื จดั อบรมความ รใู หแ กผสู ัมผสั อาหารในรานหมูกระทะเพอ่ื ใหผ ทู ่สี ัมผสั อาหารรูและเขา ใจถงึ วิธกี ารปฏิบัติตนอยา งถูกตอง คําสําคญั : ความร,ู การปฏบิ ัตติ น, ผสู มั ผสั อาหาร Abstract The purpose of this action research was to study the development of knowledge before and after participating in the knowledge testing activity on food and water sanitation of food handlers at grilled pork restaurants in Phra Lap sub-district, Muang district, Khon Kaen province. The population used in this research was 54 people who touched food at Grilled Pork restaurants in Phra Lap sub-district and 12 grilled pork restaurants. Data were collected by interview and survey forms created by the researcher. Every question had a consistency index greater than 0.46 and a questionnaire’s reliability was 0.85. Data were collected between 27 January 2023 - 31 March 2023. Data were analyzed by descriptive statistics: percentage, mean, standard deviation and inferential statistics: Paired Samples Test to test the differences of scores before and after receiving development activities. The level of statistical significance was 0.05. The result found that Knowledge on food and water sanitation among food han- dlers before participating in the activitywas at a moderate level, and after participating in the activity, knowledge is at a high level.The change rate of the score increased by 28.75 percent, which Before and after participating in food and water handler’s activities having the high level of practical knowledge that has a change rate of 25.63% increasing in scores.The scores before participating in the activity and after participating in the activity are different (p < 0.01) at a statistically significant level of 0.05. When surveying the environment inside all 12 stores, the storeswere found to pass the preliminary restaurant environment criteria. Subsequently, coliform test was conducted on the palms of the food handlers before and after participating in the activity. It was found that before participating in the activity, more 39

วารสารสาํ นกั งานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 coliform bacteria were found on the palms than after participating in the activity. Mostly found on the palms of customer service workers and cooks. As for the survey of chemical contamination in food, it was found that one restaurant found formalin. After 2 months of participating in the activity, the researcher examined coliform bacteria in fresh food such as meat. It was found that most of the coliform bacteria were found in shrimp accounting for 50.00 percent. Therefore, relevant agencies should randomly inspect for chemical contamination in the food of the grilled pork restaurants at least 2 times/year in order to be cautious and to encourage awareness. In addition, they should provide knowledge or training for food handlers in grilled pork restaurants so that food handlers know and under- stand how to behave properly. Keywords : knowledge, behavior, and food handler 40

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 บทนาํ ผูสัมผัสอาหารถือเปนบุคคลที่มีความสําคัญใน จงั หวดั ขอนแกนตงั้ อยูใ นภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื มี การจัดหาอาหาร ปรงุ ประกอบ และใหบริการอาหาร ทัง้ หมด 26 อําเภอ จังหวัดขอนแกน พบสถติ ขิ องการ ท่ีสะอาดปลอดภัย มีคุณคาทางโภชนาการ ผูสัมผัส ปว ยเปน โรคอจุ จาระรว งทงั้ จงั หวดั ในเดอื นมกราคม – อาหารจึงตองเปนผูที่มีความรู ความเขาใจในเร่ือง กรกฎาคม ป พ.ศ. 2565 พบผปู วยทีเ่ ปน โรคอุจจาระ หลักการสุขาภิบาลอาหารและนํ้า รวมทั้งกฎเกณฑ รวงตอแสนประชากรอยูท่ี 13,963 ราย คิดเปน และกฎหมายที่เก่ียวของ ซ่ึงผูสัมผัสอาหารจะตองรู 780.43 ตอประชากรแสนในจังหวัดขอนแกน และ และสามารถนําความรูน้ันไปปฏิบัติไดอยางถูกตอง อําเภอเมืองขอนแกนมีทั้งหมด 2,851 รายตอแสน เน่ืองจากผูสัมผัสอาหารสามารถแพรกระจายโรคให ประชากร(4) กบั ผบู รโิ ภคได โรคตดิ ตอ ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั ผสู มั ผสั อาหาร ตําบลพระลับเปนตําบลหน่ึงในอําเภอเมือง หมายถงึ โรคทสี่ ามารถตดิ ตอ จากผสู มั ผสั อาหารไปยงั ขอนแกน จังหวดั ขอนแกน ตําบลพระลบั อยใู กลเ คยี ง ผบู รโิ ภค อาทิ อหวิ าตกโรค ไขไ ทฟอยด โรคบดิ ไขส กุ ใส กับเขตเทศบาลเมืองขอนแกน รานอาหารขยายออก ไขห ดั โรคคางทมู วณั โรคในระยะอนั ตราย โรคเรอ้ื นใน มานอกพื้นที่มากขึ้น มีอาหารหลากหลายประเภท ระยะตดิ ตอ โรคผวิ หนงั ทนี่ า รงั เกยี จ ไวรสั ตบั อกั เสบเอ รวมถงึ รา นหมกู ระทะซงึ่ เปน ทนี่ ยิ มกนั อยา งแพรห ลาย ไขหวัดใหญ(1)การสุขาภิบาลอาหารในประเทศไทยมี โดยเฉพาะชว งเทศกาลจะมกี ารมาเลย้ี งรบั ประทานหมู ความจาํ เปน อยา งมาก เนอ่ื งจากประเทศไทยอยใู นเขต กระทะทร่ี า น หรอื ซอ้ื กลบั ไปรบั ประทานอาหารทบ่ี า น รอน สภาพอากาศในประเทศไทยเอื้ออํานวยตอการ หมูกระทะเปนอาหารประเภทปงยางและตมในหมอ เจริญเติบโตของแบคทีเรียและปรสิต รวมทั้งการรับ เดียวกัน การรับประทานหากรับประทานสุกๆ ดิบๆ ประทานอาหารสกุ ๆ ดิบ ๆ ของ ประชาชน ซง่ึ สง ผล หรือรับประทานสารเคมีที่ปนเปอน อาจกอใหเกิด ใหเกิดโรคจากอาหารและน้ําเปนสอ่ื มากขนึ้ (2) ความดันโลหิตต่ํา ปวดทอง อาเจียน อุจจาระรวง สถานการณโรคติดตอทางอาหารและน้ํา จากการปนเปอนของสาร จากขอมูลท่ีกลาวมาขาง ประเทศไทยยอ นหลงั 3 ป ทง้ั 13 เขตสขุ ภาพ ตงั้ แตป  ตนผูวิจัยจึงสนใจศึกษาความรูและการปฏิบัติดาน พ.ศ. 2562 – 2565 พบวา มีรายงานผูปวยดว ย 5 โรค สุขาภิบาลอาหารและน้ําของผูสัมผัสอาหารรานหมู สําคัญที่ติดตอทางอาหารและน้ํา ไดแก โรคอุจจาระ กระทะ กรณศี กึ ษาตาํ บลแหง หนงึ่ อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั รว ง 15,313,686 ราย โรคอาหารเปน พษิ 40,973 ราย ขอนแกน โรคบดิ 1,108 ราย โรคไขไ ทฟอยดห รอื ไขร ากสาดนอ ย 220 ราย และอหิวาตกโรค 2 ราย สําหรับโรคตดิ ตอ วัตถปุ ระสงคในการวจิ ยั ทางอาหารและนาํ้ เกดิ จากการรบั ประทานอาหารหรอื 1. วตั ถปุ ระสงคท ว่ั ไป ดื่มน้ําท่ีมีการปนเปอนเช้ือแบคทีเรีย ไวรัสโปรโตซัว เพอื่ พฒั นาความรแู ละการปฏบิ ตั ดิ า นสขุ าภบิ าล หนอนพยาธิฯ ผูปวยจะมีอาการปวดทอง ถายเหลว อาหารและน้ําของผูสัมผัสอาหารรานหมูกระทะ 3 ครง้ั ตอ วนั หรอื มากกวา อจุ จาระอาจพบเยอ่ื มกู และ กรณีศึกษาพื้นท่ีตําบลพระลับ อําเภอเมือง จังหวัด มีเลือดปน คล่ืนไส อาเจยี น มีไข ในบางรายมอี าการ ขอนแกน รุนแรงอาจทําใหเสยี ชวี ติ ได( 3) 41

วารสารสาํ นกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 2. วัตถุประสงคเ ฉพาะ อางอิงจาก สํานักสุขาภิบาลอาหารและน้ําจาํ นวน 20 2.1 เพอ่ื พฒั นาความรดู า นการสขุ าภบิ าลอาหาร ขอ(ตอบใชหรือไมใชเ ปน คําถามเชงิ ลบและเชิงบวก) และนาํ้ ของผสู มั ผสั อาหารกอ นและหลงั ไดร บั กจิ กรรม สว นที่ 3 แบบสอบถามกอ นและหลงั การปฏบิ ตั ิ พัฒนา ติตนตามหลักสุขาภิบาลอาหารและน้ําในดานสถาน 2.2 เพอ่ื พฒั นาการปฏบิ ตั ติ นดา นการสขุ าภบิ าล ทเี่ ตรยี มประกอบอาหาร ดา นการเตรยี ม-ปรงุ อาหาร อาหารและน้ําของผูสัมผัสอาหารกอนและหลังไดรับ ดา นภาชนะอปุ กรณ ดา นสขุ วทิ ยาสว นบคุ คลและดา น กิจกรรมพฒั นา การควบคุมปองกันและกําจัดสัตวและแมลงนําโรค 2.3 เพื่อสํารวจสภาวะการสุขาภิบาลอาหาร จาํ นวน 17 ขอ และน้าํ ภายในรานอาหารประเภทหมกู ระทะ สว นที่ 4 แบบตรวจเชอื้ โคลฟิ อรม ทบ่ี รเิ วณฝา มอื 2.4 เพื่อทดสอบการปนเปอนของโคลิฟอรม ของผูสัมผัสอาหารรายบุคคลกอนและหลังเขารวม แบคทเี รียบริเวณฝามอื ของผสู ัมผัสอาหาร กจิ กรรมการพัฒนาโดยใชเคร่อื งมือ Si2 ในการตรวจ 2.5 เพอ่ื สาํ รวจสารการปนเปอ นของสารเคมใี น หาเชอ้ื โคลิฟอรม อาหารของรา นอาหารหมูกระทะ แบบสาํ รวจเก่ียวกับสขุ าภิบาลอาหารและนํา้ 2.6 เพื่อทดสอบการปนเปอนของโคลิฟอรม สวนท่ี 1 สํารวจสภาพแวดลอมของรานหมู แบคทีเรียในอาหารประเภทเน้ือสัตวสด หลังจากได กระทะตามขอกําหนดมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร(5) รบั กิจกรรมการพัฒนาเปนระยะเวลา 2 เดอื น (ตามกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานท่ีจําหนาย อาหาร พ.ศ. 2561) โดยแบง คําตอบเปน ถกู ตอ งครบ วิธดี าํ เนินการศกึ ษา ถว น ตอ งปรบั ปรุง และไมม ีกิจกรรม เปน การสาํ รวจ การศึกษาวิจัยครั้งน้ี ใชระเบียบวิจัยเชิงปฏิบัติ สภาพส่ิงแวดลอมภายในรานอาหารเบ้ืองตนตามกฎ การ (Action Research) มีวัตถปุ ระสงคเพื่อพฒั นา กระทรวง 10 ขอ แบงเปนผานและไมผาน คิดเปน ความรูและการปฏิบัติดานสุขาภิบาลอาหารและนํ้า คะแนน 7 ขอขนึ้ ไป ถือวาผานเกณฑสิง่ แวดลอ มราน ของผูสัมผัสอาหารรานหมูกระทะในพื้นที่ตําบลพระ อาหารเบอื้ งตน ผวู จิ ยั จะสาํ รวจและตอบแบบสอบถาม ลบั อําเภอเมอื ง จงั หวัดขอนแกน เองโดยใชเ วลา 5– 10 นาที ประชากรและกลมุ ตัวอยา ง สวนที่ 2 แบบตรวจสารเคมีปนเปอนในราน ผูสัมผัสอาหารรานหมูกระทะ ตําบลพระลับ อาหารทง้ั หมด 12 รา น โดยตรวจสารเคมีดังตอ ไปนี้ อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกนท้ังหมด 54 คน และ 1. ฟอรม าลนิ หรอื นาํ้ ยาดองศพเพอ่ื ความสดใหม จาํ นวนรา นหมูกระทะในพืน้ ทที่ ้งั หมด 12 ราน ของอาหาร เครอ่ื งมือทใี่ ชใ นการเก็บรวบรวมขอมูล 2. บอแรกซหรืองผงกรอบเพ่ือคงสภาพใหของ แบบสอบถามของผูสัมผัสอาหาร กรอบนา รับประทาน สวนที่ 1 แบบสอบถามขอมูลท่ัวไปของกลุม 3. สารฟอกขาวเพ่ือใหอาหารสะอาดขาวสดใส ตวั อยาง จาํ นวน 11 ขอ สวนที่ 3 กิจกรรมการติดตามหลังจากไดเขา สวนที่ 2 แบบทดสอบกอนและหลังความรู รว มกจิ กรรมการพฒั นา ตรวจเชอ้ื โคลฟิ อรม แบคทเี รยี ดา นสขุ าภิบาลอาหารและน้าํ ของผสู มั ผสั อาหาร โดย ในอาหารประเภทเนอ้ื สตั วส ดทนี่ าํ มาประกอบอาหาร 42

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 เปนหลกั ไดแก เนอื้ หมู เนอื้ ไก และประเภทอาหาร รอ ยละ 9.26 ตามลาํ ดับสาํ หรบั ประสบการณท าํ งาน ทะเลสด ไดแ ก กงุ เนอ้ื ปลาและปลาหมึกโดยใชเ ครือ่ ง ในรา นหมกู ระทะโดยมีประสบการณเ ฉลีย่ 4 ป (S.D. มอื Si2 จาํ นวนตวั อยา งทงั้ หมด 5 ตวั อยา ง โดยตดิ ตาม = 2.92) ซงึ่ สวนใหญมีประสบการณท ํางานอยูในชว ง การเกบ็ เชื้อโคลิฟอรม จะเก็บรา นละ 1 ครงั้ ตวั อยา ง 1 – 5 ปค ิดเปน รอ ยละ 72.22 รองลงมาคอื 6 – 10 เนอื้ สตั วอ ยา งละ 1 ช้ินตอ 1 ขวด ปคิดเปนรอยละ 25.93 และมากกวา 10 ปคิดเปน การเกบ็ รวบรวมและการวิเคราะหขอมลู รอยละ 1.85 ตามลําดับสวนเวลาในการทํางานพบ การวิเคราะหขอมูลหลังจากการเก็บรวบรวม วา ผสู มั ผสั อาหารมเี วลาทาํ งานโดยเฉลย่ี 8 ชว่ั โมง/วนั ขอมูล จากน้ันทําการตรวจสอบความถูกตองของ (S.D. = 1.49) (ดงั ตารางท1่ี ) ขอมลู เรียบรอยแลว นํามาวิเคราะหข อมูลโดยใชสถติ ิ สวนการไดรับบาดเจ็บจากการทํางานพบวา ดังน้ี สวนใหญผูสัมผัสอาหารในรานหมูกระทะรอยละ 1. สถติ เิ ชงิ พรรณนา (Descriptive Statistics) 74.07 ไมเคยไดรับบาดเจ็บจากการทํางานเม่ือ สําหรับขอมูลทั่วไปนําเสนอดวยคา รอยละ คาเฉล่ีย พิจารณาใบรับรองจากการอบรมสุขาภิบาลอาหาร สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คาต่ําสุด – สูงสุด และคา และน้ํากอนเขารวมกิจกรรมพบวาสวนใหญไมมี มัธยฐาน ใบรับรองการอบรมสุขาภิบาลอาหารและน้ําคิดเปน 2. สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) รอ ยละ 77.78 อกี รอ ยละ 22.22 มใี บรบั รองการอบรม ความสมั พันธทางสถิติทดสอบPaired t-testทดสอบ ซึ่งเปนเจาของรานทั้ง 12 รานสวนตําแหนงหนาท่ี ความแตกตา งของคะแนนกอ นและหลงั ไดร บั กจิ กรรม ที่มีการสัมผัสอาหารพบวาสวนใหญเปนพนักงานให การพัฒนา โดยมีการกําหนดระดับนัยสาํ คญั ทางสถิติ บรกิ ารลกู คา คดิ เปน รอ ยละ 42.59 รองลงมาคอื ผปู รงุ ท่ี 0.05 และระดบั ความเชอ่ื มน่ั ทร่ี อ ยละ 95 อาหารคิดเปนรอยละ 35.19 และเจาของรานคดิ เปน รอ ยละ 22.22 ตามลาํ ดบั นอกจากนผ้ี สู มั ผสั อาหารใน ผลการศกึ ษา รานหมูกระทะทั้งหมดไดรับการฉีดวัคซีนCovid-19 1. ขอ มูลท่วั ไปของผูสัมผัสอาหาร โดยเฉล่ีย 3 เข็ม/คน (S.D. = 0.55) (ดังตารางท่ี1) ผูสัมผัสอาหารในรานหมูกระทะเปนเพศชาย รอ ยละ 50.00 และเปน เพศหญงิ รอ ยละ 50.00 มอี ายุ เฉลยี่ 28 ป (S.D. = 7.37) โดยสว นใหญม อี ายรุ ะหวา ง 20–29 ป คิดเปนรอยละ 48.15 รองลงมาคืออายุ ระหวา ง 30–39 ป คดิ เปนรอยละ 29.63 อายตุ ่าํ กวา 20 ป คดิ เปน รอยละ 12.96 และอายรุ ะหวา ง 40–49 ปค ดิ เปน รอ ยละ 9.26 ตามลาํ ดบั สว นระดบั การศกึ ษา พบวา ผสู มั ผสั อาหารในรา นหมกู ระทะสว นใหญจ บการ ศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหรอื อนปุ รญิ ญาคดิ เปนรอ ยละ 66.67 รองลงมาคือระดับปรญิ ญาตรคี ดิ เปนรอยละ 24.07 และมัธยมศึกษาตอนตนคิดเปน 43

วารสารสาํ นกั งานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 ตารางท่ี 1 ขอ มลู ทัว่ ไปของผสู มั ผัสอาหารและน้าํ ในรานหมูกระทะ ขอ มลู ทัว่ ไป จาํ นวน (คน) รอ ยละ 50.00 1. เพศ 27 50.00 ชาย 27 12.96 หญิง 7 48.15 26 29.63 2. อายุ 16 9.26 ต่ํากวา 20 ป 5 20 - 29 ป 0 30 - 39 ป 0 0 40 - 49 ป 0 9.26 Mean = 28 ป, S.D. =7.37 5 66.67 36 24.07 3. ระดบั การศึกษา 13 - ไมไ ดรับการศกึ ษา - 0.00 ประถมศึกษา 39 72.22 มัธยมศกึ ษาตอนตน 14 25.93 มัธยมศกึ ษาตอนปลาย/อนปุ ริญญา 1 1.85 ปริญญาตรี 0.00 สงู กวา ปริญญาตรี 22 40.74 22 40.74 4. ประสบการณท าํ งาน 10 18.52 1-5 ป 6-10 ป 14 25.93 มากกวา 10 ป 40 74.07 Mean = 4 ป, S.D. =2.92 5. เวลาทํางาน 6 ชวั่ โมง/วัน 8 ช่วั โมง/วัน 10 ช่ัวโมง/วัน Mean = 8 ช่ัวโมง/วนั , S.D. =1.49 6. รับบาดเจ็บจากการทาํ งาน เคย ไมเ คย 44

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ตารางที่ 1 ขอมูลท่วั ไปของผูสัมผสั อาหารและนาํ้ ในรานหมูกระทะ (ตอ ) ขอ มูลทว่ั ไป จาํ นวน (คน) รอ ยละ 7. ใบรับรองจากการอบรมสุขาภิบาลอาหาร 42 77.78 ไมมี 12 22.22 มี 12 22.22 19 35.19 8. ตาํ แหนง หนาทใ่ี นการสมั ผัสอาหาร 23 42.59 เจา ของราน 0 0.00 ผปู รงุ อาหาร 0 0.00 พนักงานบริการลูกคา 6 11.11 37 68.52 9. จํานวนการไดรบั วคั ซีน Covid-19 11 20.37 ไมไ ดรบั วัคซีน 54 100.00 1 เข็ม/คน 2 เขม็ /คน 3 เขม็ /คน 4 เข็ม/คน Mean = 3 เขม็ /คน, S.D. = 0.55 รวม 2. ความรดู า นสขุ าภบิ าลอาหารและนา้ํ ของผสู มั ผสั อาหารสวนใหญรอยละ 25.93 มีความรูอยูในระดับ อาหาร ปานกลาง และพนกั งานบรกิ ารลกู คา สว นใหญร อ ยละ 2.1 การทดสอบความรดู า นสขุ าภบิ าลอาหาร 29.63 มคี วามรอู ยใู นระดบั ปานกลาง หลงั จากเขา รว ม และน้าํ ของผูสมั ผัสอาหาร กิจกรรมพัฒนาพบวา เจาของรานสวนใหญ รอยละ จากการทดสอบความรูดานสุขาภิบาลอาหาร 22.22 มีความรูอยูใ นระดบั สงู สวนผูป รุงอาหาร สว น และนํ้าของผูสัมผัสอาหารในรานหมูกระทะพบวา ใหญรอยละ 33.33 มีความรูอยใู นระดบั สงู พนกั งาน กอ นเขา รว มกจิ กรรมการพฒั นาเจา ของรา นสว นใหญ บริการลูกคาสวนใหญรอยละ 35.19 มีความรูอยูใน รอยละ 18.52 มีความรูอยูในระดับสูง สวนผูปรุง ระดับสงู (ดังตารางที่ 2) 45

วารสารสาํ นักงานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ตารางท่ี 2 ความรดู า นสขุ าภิบาลอาหารและนา้ํ ของผสู ัมผัสอาหาร ตําแหนง การสัมผัสอาหาร ระดับความรู กอนเขารว มกจิ กรรม หลังเขา รว มกจิ กรรม จํานวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ 1. เจา ของรา น 0 0 00 (n=12) ตาํ่ (นอยกวา รอ ยละ 60) 2 3.70 00 ปานกลาง (รอยละ 60-79) 10 18.52 12 22.22 สูง (รอยละ 80-100) 5 9.26 00 14 25.93 1 1.85 2. ผปู รุงอาหาร 0 18 33.33 (n=19) ต่าํ (นอยกวา รอยละ 60) 6 0 00 ปานกลาง (รอ ยละ 60-79) 16 11.11 4 7.41 สงู (รอยละ 80-100) 1 29.63 19 35.19 54 1.85 54 100.00 3. พนกั งานบริการลกู คา 100.00 (n=23) ตา่ํ (นอยกวา รอยละ 60) ปานกลาง (รอยละ 60-79) สูง (รอ ยละ 80-100) รวมทงั้ หมด จากการวิเคราะหภาพรวมของการตอบคําถามเก่ียว 2.2 การทดสอบความแตกตา งของความรดู า น กับความรูดานสุขาภิบาลอาหารและนํ้าของผูสัมผัส สุขาภิบาลอาหารและนา้ํ อาหารกอ นเขา รว มกจิ กรรมพบวา ขอ คาํ ถามทผี่ สู มั ผสั ความรดู า นสขุ าภบิ าลอาหารและนา้ํ ของผสู มั ผสั อาหารตอบผิดมากที่สุด คิดเปนรอยละ 75.93 คือ อาหารกอ นและหลงั เขา รว มกจิ กรรมผลการศกึ ษาพบ อาหารสดตองลางใหสะอาดกอนนํามาปรุง หรือการ วาคะแนนกอนและหลังเขารวมกิจกรรมมีความแตก เก็บอาหารประเภทตาง ๆ ตองแยกเก็บเปนสัดสวน ตางกัน (p<0.01) อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ อาหารประเภทเน้ือสัตวดิบ ควรเก็บในอุณหภูมิที่ 0.05 หมายความวา คะแนนหลังเขารวมกิจกรรม ตํา่ กวา 5 องศาเซลเซียส ใชห รือไม ท่สี วนใหญต อบ สูงกวาคะแนนกอนเขารวมกิจกรรมซึ่งมีอัตราการ ผิดเน่ืองจากปกติผูสัมผัสอาหารจะเก็บวัตถุดิบไวใน เปลี่ยนแปลงของคะแนนเพ่ิมข้ึนรอยละ 28.75 (ดัง ถังนํ้าแข็ง ซึ่งคิดวาความเย็นในถังน้ําแข็งมีเพียงพอ ตารางท่ี 3) แสดงใหเ หน็ วา กจิ กรรมการพฒั นาชว ยให สามารถรกั ษาคณุ ภาพของอาหารไมใ หเ นา เสยี ได หลงั ผูสัมผัสอาหารมีความรูดานสุขาภิบาลอาหารและน้ํา เขา รว มกจิ กรรมพบวา ผสู มั ผสั อาหารสามารถตอบขอ ในเพ่ิมข้ึนซ่ึงสังเกตไดจากคะแนนเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นหลัง น้ีไดถกู ตอ งทงั้ หมดคดิ เปน รอยละ 100 จากเขารวมกจิ กรรมการพัฒนา 46

The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ตารางท่ี 3 ผลทดสอบความแตกตางความรูของผูสัมผัสอาหารกอนและหลังเขารวมกิจกรรมโดยใช Paired t-test การดําเนินงาน คะแนนเฉลี่ย (S.D.) ความแตกตางของคะแนนเฉล่ีย 95%CI p-value กอ นเขารว มกจิ กรรม 13.46 (2.33) หลังเขา รวมกิจกรรม 17.33 (1.32) 3.87 3.20 ถึง 4.54 < 0.01 2.3 การปฏบิ ตั ติ ติ นตามหลกั สขุ าภบิ าลอาหาร ในระดับสูงสวนผูปรุงอาหารสวนใหญรอยละ 35.19 2.3.1 การทดสอบการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั มีมีการปฏิบัติตนตามหลักสุขาภิบาลอาหารและน้ํา สุขาภบิ าลอาหารและนาํ้ อยูในระดับปานกลางและพนักงานบริการลูกคาสวน จากการทดสอบการปฏิบัติตนตามหลัก ใหญร อ ยละ 40.74 มกี ารปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สขุ าภบิ าล สุขาภิบาลอาหารและนํ้าในดานสถานที่เตรียม อาหารและนํ้าอยูในระดับปานกลางหลังจากเขารวม ประกอบอาหารดา นการเตรยี มปรงุ อาหารดา นภาชนะ กจิ กรรมพบวาเจา ของรานสว นใหญรอยละ 22.22 มี อุปกรณดานสุขวิทยาสวนบุคคลและดานการควบคุม ความรูอยูในระดับสูงสวนผูปรุงอาหารสวนใหญรอย ปองกันและกําจัดสัตวและแมลงนําโรคพบวากอน ละ 35.19 มคี วามรอู ยใู นระดบั สงู และพนกั งานบรกิ าร เขารวมกิจกรรมเจาของรานสวนใหญรอยละ 20.37 ลกู คา สวนใหญรอ ยละ 42.59 มีความรอู ยใู นระดับสูง มีการปฏิบัติตนตามหลักสุขาภิบาลอาหารและนํ้าอยู (ดังตารางท่ี 4) ตารางที่ 4 การปฏบิ ัตติ นตามหลกั สขุ าภิบาลอาหารและนา้ํ ตาํ แหนง การสมั ผสั อาหาร ระดับความรู กอ นเขา รว มกิจกรรม หลังเขา รว มกิจกรรม จํานวน รอยละ จํานวน รอ ยละ 1. เจาของรา น ต่ํา (นอ ยกวา รอยละ 60) 0 0 00 (n=12) ปานกลาง (รอ ยละ 60-79) 1 1.85 00 สูง (รอยละ 80-100) 11 20.37 12 22.22 0 2. ผปู รุงอาหาร ตํา่ (นอ ยกวา รอ ยละ 60) 19 0 00 (n=19) ปานกลาง (รอ ยละ 60-79) 0 35.19 00 สงู (รอ ยละ 80-100) 0 19 35.19 22 0 3. พนักงานบริการลูกคา 1 0 00 (n=23) ตาํ่ (นอ ยกวา รอ ยละ 60) 54 40.74 00 ปานกลาง (รอยละ 60-79) 1.85 23 42.59 สงู (รอยละ 80-100) 100.00 54 100.00 รวมทงั้ หมด 47

วารสารสาํ นกั งานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 จากการวิเคราะหภาพรวมของการตอบคําถาม การปฏิบัติตนตามหลักสุขาภิบาลอาหาร เกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สขุ าภบิ าลอาหารและ และนํ้าของผูสัมผัสอาหารกอนและหลังเขารวม นํ้าของผูสัมผัสอาหารกอนเขารวมกิจกรรมพบวาขอ กิจกรรม ผลการศึกษาพบวาคะแนนกอนและหลัง คาํ ถามทผ่ี สู มั ผสั อาหารปฏบิ ตั ผิ ดิ มากทส่ี ดุ คอื พดู คยุ ห เขารวมกิจกรรมมีความแตกตางกัน (p < 0.01) รอื สบู บหุ รใ่ี นขณะประกอบอาหารโดยสว นใหญป ฏบิ ตั ิ อยางมีนยั สําคัญทางสถติ ทิ ี่ระดับ0.05 หมายความวา บางครั้งคดิ เปน รอ ยละ 46.30 ซึง่ การพูดคยุ หรอื การ คะแนนหลังเขารวมกิจกรรมสูงกวาคะแนนกอนเขา สบู บหุ รขี่ ณะทก่ี าํ ลงั ประกอบอาหารอยนู น่ั เปน สงิ่ ทไ่ี ม รวมกิจกรรมซึ่งมีอัตราการเปลี่ยนแปลงของคะแนน ควรปฏบิ ตั ซิ ง่ึ จะทาํ ใหอ าหารมกี ารปนเปอ นไดห ลงั เขา เพิม่ ขึน้ รอ ยละ25.63 (ดังตารางที่ 5) แสดงใหเ ห็นวา รว มกจิ กรรมพบวา ผสู มั ผสั อาหารมกี ารปฏบิ ตั ติ นดขี นึ้ กจิ กรรมการพฒั นาชว ยใหผ สู มั ผสั อาหารมกี ารปฏบิ ตั ิ คอื ไมพ ดู คยุ หรอื ไมส บู บหุ รใ่ี นขณะประกอบอาหารคดิ ตนตามหลกั สขุ าภบิ าลอาหารและนา้ํ ไดด ขี น้ึ ซงึ่ สงั เกต เปน รอ ยละ 100.00 ไดจ ากคะแนนเฉลย่ี ทเี่ พม่ิ ขน้ึ หลงั จากเขา รว มกจิ กรรม 2.2.3 การทดสอบความแตกตา งของการ การพัฒนา ปฏิบตั ติ นตามหลักสุขาภบิ าลอาหารและนํ้า ตารางท่ี 5 ผลทดสอบความแตกตางการปฏิบัติตนตามหลักสุขาภิบาลอาหารและน้ํากอนและหลังเขารวม กิจกรรมโดยใช Paired t-test การดาํ เนินงาน คะแนนเฉลยี่ (S.D.) ความแตกตางของคะแนนเฉลีย่ 95%CI p-value กอนเขารว มกิจกรรม 40.35 (3.85) หลังเขา รว มกจิ กรรม 50.69 (0.70) 10.34 9.28 ถึง 11.39 < 0.01 2.4 สภาวะการสุขาภิบาลอาหารภายในราน รานอาหารเบื้องตนคิดเปนรอยละ 100 เมื่อจําแนก อาหารประเภทหมูกระทะ สภาพแวดลอ มเปน รายรา นพบวา รา นทไ่ี ดค ะแนนเตม็ 2.4.1 การสํารวจสภาวะการสุขาภิบาล มีจํานวน 5 รา นไดแกรา นท่ี 2, 6, 10, 11 และ12 รอง อาหารภายในรานอาหารประเภทหมูกระทะ ลงคอื รานท่ไี ด 9 คะแนนมีจํานวน 5 รานไดแกร านที่ การสํารวจสภาวะการสุขาภิบาลอาหาร 3, 4, 7, 8 และ 9 สวนรานทไี่ ดคะแนน 8 คะแนนมี ภายในรา นอาหารประเภทหมกู ระทะจํานวน 12 ราน จาํ นวน 2 รา นไดแกร า นที่1 และ5 (ดังตารางท่ี 6) ในพื้นที่ตําบลพระลับอําเภอเมืองจังหวัดขอนแกน เปนการสํารวจสภาพส่ิงแวดลอมภายในรานอาหาร เบื้องตนตามกฎกระทรวง 10 ขอแบงเปนผานและ ไมผานคิดเปนคะแนน 7 ขอขึ้นไปถือวาผานเกณฑ สิ่งแวดลอมรานอาหารเบื้องตนผลการศึกษาพบวา รานหมูกระทะในพ้ืนที่ตําบลพระลับอําเภอเมือง จังหวัดขอนแกนทั้ง 12 รานผานเกณฑส่ิงแวดลอม 48


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook