The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 1
วารสารสํานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 2
The oวffiาceรสofาdรisสeaําsนe pกั rงevาeนntปionอ aงnกdนั coคnวtroบl ค5,มุRaโtรchคaทbuี่ r5i prจovงั iหncวe ัดJoรuาrnชalบ: รุVoี lume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 The Office of Disease Prevention and Control 5, Ratchaburi Province Journal ปท ่ี 6 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2565 Volume 6 No.2 Jul – Dec 2022 ISSN : 2539-6676 สารบัญ / นพิ นธตน ฉบับ หนา / Page Contents / Original Articles ปจจัยที่มีผลตอการดําเนินงานปองกันควบคุมโรค 12 Factors Affecting to the implementation on of ติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ -19) ของเจา หนา ที่ Coronavirus Disease 2019(COVID-19) Prevention and สาธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บล Control among Public Health Officers in Sub-District ในจงั หวดั ราชบรุ ี Health Promoting Hospitals, Ratchaburi Province. อัครวุฒิ ศุภอักษร Akarawut Suphaaksorn สํานกั งานสาธารณสขุ จังหวดั ราชบรุ ี Ratchaburi Provincial Public Health Office ความรู ทัศนคติ และพฤตกิ รรมในการปฏิบัติตาม 24 Knowledge, attitude, and behavior in traffic rules กฎจราจรและการปองกันอุบัติเหตุจากการจราจร and the prevention of road traffic accidents among ทางถนนของผขู บั ขี่ในพ้นื ท่อี ําเภอเมอื งอตุ รดติ ถ drivers in Mueang Uttaradit district. จาํ เริญ มรฤทธิ์ พย.ม. (การพยาบาลศกึ ษา) Jumrean Monralid M.N.S. (Nursing Education) สาํ นักงานปอ งกนั ควบคุมโรคท่ี 2 จงั หวัดพษิ ณโุ ลก The Office of Disease Prevention and Control 2, Phitsanulok Province การพัฒนาความรูและการปฏิบัติดานสุขาภิบาล 38 The Development of Knowledge and Practices on อาหารและน้ําของผูสัมผัสอาหารรานหมูกระทะ Food and Water Sanitation of Grilled Pork Restau- กรณีศึกษาตําบลแหงหนึ่ง อําเภอเมือง จังหวัด rants’ Food Handlers: A Case Study of a Sub-District, ขอนแกน Muang District, Khon Kaen Province นปมณฑ ทรงศรี Napamont Songsri มหาวิทยาลยั ขอนแกน Khon Kaen University การประเมินคลินิกโรคไมติดตอเรื้อรังคุณภาพ 56 THE EVALUATION OF NON-COMMUNICABLE DISEASE จังหวัดกาญจนบุรี ป 2563-2565 CLINIC ACCREDITATION OF KANCHANABURI PROVINCE 2017-2019 ณญาดา ชมุ มะ (พยาบาลศาสตรบณั ฑิต) Nayada Chumma (Bachelor of Nursing Science) สํานกั งานสาธารณสุขจังหวดั กาญจนบรุ ี Kanchanaburi Provincial Health Office การสอบสวนโรคผูปวยโรคไขมาลาเรีย ตําบลทา 72 Malaria Investigation Report in Thamaprang Sub-district, มะปราง อําเภอแกง คอย จังหวดั สระบรุ ี Kaeng Khoi District Saraburi Province จรรยาบรรณการใชส ตั วเพ่ืองานทางวทิ ยาศาสตร 88 สภาวจิ ยั แหงชาติ 1
วารสารสาํ นักงานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 วารสารสาํ นักงานปอ งกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี เปนวารสารทางวชิ าการในดานการเฝาระวงั ปองกนั ควบคมุ โรคและภัยสุขภาพ กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข วัตถุประสงค 1. เพือ่ เผยแพรข อ มลู ขา วสารดานวิชาการ และเปนฐานขอมลู ในการศึกษา คน ควาอา งองิ จากแหลง ขอมูลการวิจัย และการพัฒนางานใหเกิดประโยชน แกบุคลากรทางการแพทยและเครือขาย สาธารณสขุ 2. เพ่ือสงเสริมสนับสนุนใหบุคลากรทางการแพทยและเครือขายสาธารณสุขมีการนําเสนอผลการ ดําเนินงาน มีการแลกเปลีย่ นองคค วามรจู ากการปฏิบตั งิ านรวมกัน เปนแนวทางการดาํ เนนิ งาน 1. คณะทป่ี รกึ ษา ผอู ํานวยการสํานักงานปองกันควบคมุ โรคที่ 5 จังหวัดราชบรุ ี 1.1 นางรพีพรรณ โพธิ์ทอง นายแพทยผทู รงคณุ วฒุ ิกรมควบคุมโรค 1.2 นายอนพุ งค สจุ ริยากุล นายแพทยเช่ียวชาญ สํานักงานคณะกรรมการควบคุมเคร่ืองด่ืม 1.3 นายพงศธร ชาติพทิ กั ษ แอลกอฮอล 1.4 นายอรรถพล ชพี สัตยากร อาจารยป ระจาํ มหาวิทยาลัยเวสเทริ น 2. บรรณาธกิ าร ไพรสุวรรณ นายแพทยเช่ียวชาญ รองผูอํานวยการสํานักงานปองกัน 2.1 นายพราน ควบคมุ โรคที่ 5 จงั หวัดราชบรุ ี 3. กองบรรณาธิการ นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชาํ นาญการพเิ ศษรกั ษาการในตาํ แหนง 3.1 นางสาวจุฑาทิพย ชมภูนุช นกั วิชาการสาธารณสขุ เชี่ยวชาญ นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชาํ นาญการพเิ ศษรกั ษาการในตาํ แหนง 3.2 นางณวรฎั อติรตั นา นกั วชิ าการสาธารณสขุ เชี่ยวชาญ นายแพทยช าํ นาญการพเิ ศษ 3.3 นายมานติ คงแปน นักเทคนคิ การแพทยชํานาญการพิเศษ 3.4 นายไกรฤกษ สุธรรม ผชู ว ยศาสตราจารย คณะวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยสี ขุ ภาพ 3.5 นายชาญชัยณรงค ทรงคาศรี มหาวทิ ยาลยั กาฬสนิ ธุ วทิ ยาจารยช าํ นาญการพเิ ศษ วทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ นิ ธร 3.6 นายวรยทุ ธ นาคอา ย จังหวัดชลบรุ ี 2
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 3.7 นางสาววรญั ญศ ิชา ทรพั ยป ระเสรฐิ วิทยาจารยชํานาญการพิเศษ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จงั หวัดชลบุรี 3.8 นางสาวเหลอื งแกว โกยทรัพย วิทยาจารยชํานาญการพิเศษ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวดั ชลบรุ ี 3.9 นายเดชา วรรณพาหุล วิทยาจารยชํานาญการพิเศษ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบรุ ี 3.10 นางสาวทพิ สคุ นธ บาํ รงุ วงศ นักวิเคราะหนโยบายและแผน กองโรคเอดสและโรคติดตอ ทางเพศสัมพนั ธ 3.11. รอ ยเอกหญิงสพุ ตั รา นตุ รักษ ผชู ว ยศาสตราจารย คณะพยาบาลศาสตรแ ละวทิ ยาการสขุ ภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 3.12. นางสาววรรณไพร แยม มา ผชู ว ยศาสตราจารย คณะพยาบาลศาสตรแ ละวทิ ยาการสขุ ภาพ มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรุ ี 4. ผจู ดั การสํานักงานปอ งกนั ควบคุมโรคท่ี 5 จังหวัดราชบุรี 4.1 นายภควตั กุลจนั ทร นักวชิ าการสาธารณสุขชาํ นาญการ 5. ฝายจัดการ สํานักงานปองกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวดั ราชบุรี 5.1 นายสปุ ระสันน วิริยะวงศานกุ ูล นักวิชาการสาธารณสุขชํานาญการ 5.2 นางโสภา วิชยพงศก ุล นักจัดการงานท่วั ไปชํานาญการ 6. คณะผจู ดั ทาํ วารสาร สํานกั งานปองกนั ควบคุมโรคที่ 5 จังหวดั ราชบุรี 6.1 นายไกรฤกษ สุธรรม นกั เทคนิคการแพทยชํานาญการพเิ ศษ 6.2 วา ท่ีรอ ยตรอี นุสรณ ภวภตู านันท นักวชิ าการสาธารณสขุ ชํานาญการพิเศษ 6.3 นายกวี โพธเ์ิ งนิ นกั วิชาการสาธารณสขุ ชาํ นาญการพเิ ศษ 6.4 นางสาวศภุ ลกั ษณ แยม สกุล พยาบาลวชิ าชพี ชาํ นาญการพเิ ศษ 6.5 นายภควัต กุลจนั ทร นักวิชาการสาธารณสขุ ชํานาญการ 6.6 นางกานตชนก อบุ ลบาน นักวชิ าการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6.7 นางสาวพวงเพชร อภริ กั ษอโนทยั นักวิชาการคอมพิวเตอรป ฏบิ ัตกิ าร กําหนดออก ปล ะ 2 ครง้ั มกราคม , กรกฎาคม พิมพที่ : บริษทั ธรรมรักษการพิมพ จาํ กดั โทร. 0-3232–5534-5 โทรสาร 0–3232-7344 3
วารสารสาํ นกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 คําแนะนาํ สําหรับผูเขียน วารสารสาํ นกั งานปองกนั ควบคุมโรคที่ 5 จังหวดั ราชบุรี วารสารสาํ นักงานปองกันควบคุมโรคท่ี ๕ จังหวดั ราชบรุ ี เปน วารสารทางวิชาการ มวี ตั ถปุ ระสงคเ พ่ือ สงเสริมสนับสนุนใหบุคลากรทางการแพทยและเครือขายสาธารณสุข ไดมีเวทีการแลกเปล่ียนองคความรู แนวทางการปฏิบตั ิงานรว มกัน และเผยแพรผลงานทางวิชาการ หรอื รายงานผลการวจิ ยั ในดา นการเฝา ระวัง ปอ งกันควบคมุ โรคและภัยสขุ ภาพ ทีเ่ ปนประโยชนก ับบคุ ลากรเครือขา ย โดยใชเ ปน แหลงขอ มลู อา งอิงในการ ศึกษา คน ควา และวิจยั ทเี่ ปนลักษณะนิพนธตน ฉบับ (Original Article) จดั พิมพปล ะ ๒ ฉบับ ฉบับท่ี ๑ ประจาํ เดอื น มกราคม – มถิ นุ ายน ตีพมิ พส ัปดาหท า ยของเดือน มถิ ุนายน ฉบบั ท่ี ๒ ประจําเดือน กรกฎาคม – ธันวาคม ตพี ิมพสัปดาหท ายของเดือน ธันวาคม รับเรื่องเพ่ือตีพิมพ ฉบับที่ ๑ ภายในเดือน มีนาคม ฉบับที่ ๒ ภายในเดือนกันยายน ยินดีรับบทความ ทางวิชาการ นวตั กรรม งานวจิ ัย บทความฟน วชิ า รายงานการสอบสวนโรค การพยากรณโ รค หรอื รายงาน ผลการวิจัยท่เี กี่ยวกับโรคและภยั สขุ ภาพ โดยเรอื่ งทส่ี ง มาจะตอ งไมเ คยตพี ิมพม ากอ นหรืออยู ระหวา งตีพมิ พ ในวารสารอื่น ทัง้ น้ี กองบรรณาธกิ ารวารสารฯ ขอสงวนสิทธ์ใิ นการพจิ ารณาตีพมิ พตามลําดบั กอ นหลงั โดยมี การพจิ ารณาตามขั้นตอน ดังนี้ ๑. ผูสงเรื่องตีพิมพตองศึกษาหลักเกณฑ คําแนะนําสําหรับสงเร่ืองเพื่อตีพิมพ กองบรรณาธิการ วารสารฯ จะไมร ับนิพนธตน ฉบับท่ีไมถกู ตองตามแบบฟอรมและกตกิ า ๒. ผูสงเร่ืองตองกรอกแบบฟอรมใบสมัครสงบทความ/ผลงานวิชาการลงตีพิมพ พรอมเอกสารนิพนธ ตน ฉบับ จาํ นวน ๑ ชุด และสงไฟล Microsoft Word ที่ E-mail : [email protected] ๓. กองบรรณาธกิ ารวารสารฯ จะตรวจความสมบรู ณแ ละถูกตองของตน ฉบับ ๔. กองบรรณาธกิ ารวารสารฯจดั สง ตน ฉบบั ใหผ เู ชยี่ วชาญ (Peer Review) ในสาขานน้ั ๆ เปน ผพู จิ ารณา ตรวจสอบ อา นบทความ และตัดสนิ วาบทความดงั กลา วเปน ท่ยี อมรบั หรือปฏิเสธ หรือใหก ลบั ไป ปรบั ปรงุ แกไข กอ นรบั รองใหลงพมิ พว ารสาร จํานวน ๓ ทาน ตอเร่อื ง ๕. ในกรณที ผี่ เู ชยี่ วชาญลงความเหน็ วา ใหป รบั ปรงุ แกไ ข กองบรรณาธกิ ารวารสารฯจะสง ใหผ เู ขยี นแกไ ข ตามผลการพิจารณาของผูเช่ียวชาญ ๖. เรอื่ งทไี่ ดพ จิ ารณาตพี มิ พ กองบรรณาธกิ ารวารสารฯ จะตรวจสอบความถกู ตอ งและจดั พมิ พต น ฉบบั วารสารสาํ นักงานปองกันควบคมุ โรคท่ี ๕ จงั หวดั ราชบุรี ๗. จัดสงตนฉบับ ดําเนนิ การจัดทํารูปเลม ๘. กองบรรณาธกิ ารวารสารฯ ดําเนินการเผยแพรวารสาร ๙. การขอใบรับรองการตีพิมพ จะสามารถออกใบรับรองการตีพิมพไดในกรณีที่ผูเช่ียวชาญยอมรับ ใหต พี มิ พได 4
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 หลกั เกณฑและคาํ แนะนาํ สาํ หรบั สง เรอ่ื งเพื่อตีพิมพ ๑. บทความท่สี ง ลงพมิ พ นิพนธต น ฉบับ การเขยี นเปน บทหรือตอนตามลาํ ดับ ดงั น“้ี บทคัดยอ บทนาํ วัสดุ และวธิ ี การศกึ ษา ผลการศึกษา วจิ ารณ สรปุ กิตตกิ รรมประกาศ เอกสารอา งองิ ” ความยาวของเรือ่ งไมเ กนิ 12 หนา พิมพ รายงานผลการปฏบิ ตั งิ าน ประกอบดวย บทคัดยอ บทนํา วิธีการดําเนินงาน ผลการดําเนินงาน วจิ ารณ กิตติกรรมประกาศ เอกสารอา งอิง บทความฟนวิชา ควรเปนบทความที่ใหความรูใหม รวบรวมส่ิงท่ีตรวจพบใหม หรือเร่ือง ทน่ี า สนใจ ทผ่ี อู า นนาํ ไปประยกุ ตไ ด หรอื เปน บทความวเิ คราะหส ถานการณ โรคตางๆ ประกอบดวย บทคัดยอ บทนํา ความรูหรือขอมูลเก่ียวกับ เรอ่ื งท่นี ํามาเขียน วิจารณ หรอื วิเคราะห สรุป เอกสารอา งอิงท่คี อนขา ง ทนั สมัย ยอ เอกสาร อาจยอ บทความภาษาตางประเทศหรือภาษาไทย ที่ตพี ิมพไ มเกนิ 2 ป ๒. การเตรียมบทความเพอ่ื ลงพิมพ ชือ่ เร่อื ง ควรส้ันกะทัดรัด ใหไดใจความที่ครอบคลุมและตรงกับวัตถุประสงคและ เน้อื เรอ่ื ง ชือ่ เร่อื งตองมที ้งั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ ชื่อผูเ ขยี น ใหมที ัง้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ (ไมใชคํายอ) พรอ มท้ังอภิไธยตอทา ย ชอ่ื และสถาบนั ท่ีทํางานอยู ทั้งภาษาไทยและภาษาองั กฤษ เนื้อเรื่อง ควรใชภ าษาไทยใหม ากทส่ี ดุ และภาษาทเ่ี ขา ใจงา ย สน้ั กะทดั รดั และชดั เจน เพือ่ ประหยัดเวลาของผอู าน หากใชค าํ ยอ ตอ งเขยี นเต็มไวครั้งแรกกอ น บทคดั ยอ คือการยอเนื้อหาสําคัญ เอาเฉพาะที่จําเปนเทานั้น ระบุตัวเลขทางสถิติ ที่สําคัญ ใชภาษารัดกุมเปนประโยคสมบูรณและเปนรอยแกว ความยาว ไมเกิน 15 บรรทัด และมีสวนประกอบคือ วัตถุประสงค วัสดุและวิธี การศกึ ษา ผลการศกึ ษา และวจิ ารณห รอื ขอ เสนอแนะ (อยา งยอ ) ไมต อ งมี เชงิ อรรถอางอิง บทคดั ยอ ตอ งเขยี นท้ังภาษาไทยและภาษาองั กฤษ บทนาํ อธบิ ายความเปน มาและความสาํ คญั ของปญ หาทที่ าํ การวจิ ยั ศกึ ษาคน ควา ของผูท เ่ี กี่ยวของและวัตถุประสงคข องการวจิ ยั วัสดุและวธิ กี าร อธิบายวิธีการดําเนินการวิจัย โดยกลาวถึงแหลงท่ีมาของขอมูล วิธีการ รวบรวมขอ มลู วธิ กี ารเลอื กสมุ ตวั อยา งและการใชเ ครอื่ งมอื ชว ยในการวจิ ยั ตลอดจนวธิ กี ารวเิ คราะห ขอ มูลหรือใชหลกั สถิติมาประยกุ ต ผลการศึกษา อธิบายส่ิงที่ไดพบจากการวิจัย โดยเสนอหลักฐานและขอมูลอยางเปน ระเบียบ พรอมทั้งแปลความหมายของผลท่ีคนพบหรือวิเคราะหแลว พยายามสรปุ เปรียบเทียบกับสมมุตฐิ านท่วี างไว 5
วารสารสํานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 วิจารณ ควรเขียนอภิปรายผลการวิจัยวาเปนไปตามสมมุติฐานท่ีต้ังไวหรือไม เพยี งใด และควรอา งองิ ถงึ ทฤษฏหี รอื ผลการดาํ เนนิ งานของผอู น่ื ทเ่ี กยี่ วขอ ง มาประกอบคําวจิ ารณดวย สรปุ (ถาม)ี ควรเขียนสรุปเกี่ยวกับความเปนมาและความสําคัญของปญหา วัตถุประสงคขอบเขตการวิจัย วิธีการวิจัยอยางสั้นๆ รวมท้ังผลการวิจัย ไปใชใหเปนประโยชน หรือใหขอเสนอแนะประเด็นปญหาที่สามารถ ปฏบิ ตั ิไดสําหรบั การวิจยั คร้ังตอ ไป เอกสารอา งองิ ๑. ผูเขยี นตอ งรับผดิ ชอบในความถกู ตองของเอกสารอางองิ ๒. การเขยี นเอกสารอา งอใิ หใชรปู แบบแวนคูเวอร (Vancouverstyle) ๓. การอา งองิ เอกสารใด ใหใ ชเ ครอ่ื งหมายเชงิ อรรถเปน หมายเลข โดยใช หมายเลข ๑ สําหรับเอกสารอางอิงอันดบั แรก และเรยี งตอตามลําดับ แตถา ตองการอางองิ ซํ้าใหใ ชหมายเลขเดมิ ๔. เอกสารอางอิงหากเปนวารสารภาษาอังกฤษใหใชชื่อยอวารสาร ตามหนงั สอื Index Medicus การใชเ อกสารอา งองิ ไมถ กู แบบจะทาํ ให เรอ่ื งทสี่ งมาเกิดความลาชา ในการพมิ พ เพราะตองมกี ารติดตอ ผูเขยี น เพอ่ื ขอขอ มลู เพมิ่ เตมิ ครบตามหลกั เกณฑ ๓. การเขยี นเอกสารอา งอิง การอางอิงเอกสารใชระบบแวนคูเวอร (Vancouver style) โดยใชหมายเลข(๑) ตัวยก สําหรับ เอกสารอางอิงอันดับแรกและเรียงตอไปตามลําดับ ถาตองการอางอิงซ้ําใหใชหมายเลขเดิม หามใชคํายอ ในเอกสารอางอิง ยกเวนชอื่ ตน และชอ่ื วารสาร บทความทบี่ รรณาธกิ ารรบั ตีพมิ พแลวแตยงั ไมเผยแพรใ หระบุ “กาํ ลังพิมพ” บทความท่ไี มไดตพี ิมพใ หแจง “ไมไดตีพิมพ” หลีกเลี่ยง “ตดิ ตอ สวนตัว” มาใชอ า งอิง(เวนแต มขี อ มลู สาํ คญั มากทห่ี าไมไ ดท วั่ ไป) ใหร ะบชุ อื่ และวนั ทต่ี ดิ ตอ ในวงเลบ็ ทา ยชอ่ื เรอ่ื งทอ่ี า งองิ ชอ่ื วารสารในการ อางองิ ใหใ ชชอื่ ยอตามรปู แบบของ U.S. Nation Library of Medicine ทต่ี พี มิ พใ น Index Medicus ทุกป หรอื ในเวบ็ ไซด http://www.nlm.nih.gov/tsd/serials/liji.htmlการเขยี นเอกสารอา งองิ ในวารสารวชิ าการ มหี ลกั เกณฑแ ละรปู แบบการอา งองิ ดังน้ี ๓.๑ การอา งเอกสาร ลําดับท.่ี ช่อื ผนู พิ นธ. ชอื่ เรื่อง. ชอ่ื วารสาร/ชอ่ื ยอวารสาร ปท่ีพิมพ: เลม ที่:หนา แรก-หนา สุดทาย. ก.วารสารภาษาไทย ชอ่ื ผนู พิ นธใหใชชอื่ เตม็ ท้ังช่ือและชื่อสกุล ชอ่ื วารสารเปน ช่อื เตม็ ปที่พมิ พเปน ปพทุ ธศักราช ตัวอยา ง เชน ธีระ รามสูต, นวิ ตั ิ มนตรีวสุวตั ,ิ สรุ ศกั ดิ์ ลัมปตตะวนิช. อุบตั ิการณโ รคเร้ือนระยะแรก โดยการศึกษาจลุ พยาธิวิทยาคลนิ ิกจากวงดา งขาวของผวิ หนังผูป ว ยทส่ี งสยั เปน โรคเรอื้ น ๕๘๙ ราย. วารสาร โรคตดิ ตอ ๒๕๒๗;๑๐:๑๐๑-๒. 6
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ข.วารสารภาษาอังกฤษ ใชชื่อสกลุ กอน ตามดว ยอักษรยอตัวหนาตัวเดียวของชอ่ื ตัวและชอื่ รอง ถา มีผูนิพนธมากกวา ๖ คน ใหไสชือ่ เพยี ง ๖ คนแรก แลวตามดว ย et.al. หรือและคณะ ถาเปน ภาษาไทย ใชช ่อื วารสารใชชอ่ื ยอ ตามแบบ ของ Index Medicus หรอื ตามแบบทใ่ี ชใ นวารสารน้ันๆ เลขหนาสุดทา ยใสเ ฉพาะเลขทายตามตัวอยาง ดังนี้ ตัวอยาง เชน Fischl MA, Dickinson GM, Scottn GB. Evaluation of Heterosexual partner, children and household contacts of adults with AIDS. JAMA ๑๙๘๗;๒๕๗:๖๔๐-๔. ๓.๒ การอางองิ หนงั สอื หรอื ตาํ รา แบง เปน ๒ ลกั ษณะ ก.การอางองิ ทง้ั หมด ลาํ ดบั ท.่ี ชอื่ ผแู ตง (สกลุ อกั ษรยอ ของชอื่ ). ชอื่ หนงั สอื . ครงั้ ทพี่ มิ พ (edition). เมอื งทพี่ มิ พ: สาํ นกั พมิ พ; ปท ี่พมิ พ. ตวั อยาง เชน Toman K. Tuberculosis cas-finding and chemo-therapy. Geneva: World Health Organization; ๑๙๗๙. ข.การอา งอิงบทหนงั สอื ที่มีผูเขยี นเฉพาะบท และบรรณาธิการของหนงั สือ ลําดับท.ี่ ชื่อผูเขยี น. ชือ่ บท. ใน:ชือ่ บรรณาธิการ,บรรณาธกิ าร.ช่อื หนังสือ. ครั้งทีพ่ ิมพ. เมืองท่พี มิ พ: สาํ นักพมิ พ; ปทพ่ี มิ พ. หนาแรก-หนา สุดทา ย. ตัวอยาง เชน ศรชัย หลูอารียสุวรรณ. การด้ือยาของเช้ือมาลาเรีย. ใน:ศรชัย หลูอารียสุวรรณ, ดนยั บนุ นาค, ตระหนกั จติ หะรณิ สตุ , บรรณาธกิ าร. ตาํ ราอายรุ ศาสตรเ ขตรอ น. พมิ พค รง้ั ท่ี ๑. กรงุ เทพมหานคร: รวมทรรศน; ๒๕๓๓. หนา ๑๑๕-๒๐. ๓.๓ เอกสารอางอิงที่เปนหนังสือประกอบการประชุม หรือรายงานการประชุม (Conference proceeding) ลําดับที่อางอิง. ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ. ช่ือเรื่อง. ชื่อการประชุม;วัน เดือน ป ท่ีประชุม; สถานทจ่ี ดั ประชมุ . เมอื งท่พี ิมพ; สาํ นักพมิ พ;ปพิมพ. ตวั อยา ง เชน Kimura J, Shibasaki H, editors. Recent advances in clinical neurophysiology. Proceedings of the ๑๐th International Congress of EMG and Clinical Neurophysiology; ๑๙๙๕ Oct ๑๕-๑๙; Kyoto, Japan. Amsterdam: Elsevier; ๑๙๙๖. 3.4 การอางองิ บทความท่นี าํ เสนอในการประชุม หรือสรปุ ผลการประชมุ (Conference paper) ลําดับท่ีอา งอิง. ชอื่ ผูเขียน, ชอื่ เรื่อง. ใน/In: ช่ือบรรณาธกิ าร,บรรณาธกิ าร/editor. ชอ่ื การประชุม; วนั เดอื นป ทป่ี ระชมุ ; สถานท่จี ดั ประชุม. เมอื งท่ปี ระชมุ . เมอื งท่พี ิมพ; ปพ มิ พ.หนา แรก-หนา สุดทา ย. ตวั อยาง เชน Bengtsson S, Solheirn BG.Enforcement of data protection, privacy and security in medical informatics.In:Lun KC, Degoulet P, Piemme TE, Rienhoff O, editors. MED- NFO ๙๒. Proceedings of the 7th World Congress on Medical Informatics; ๑๙๙๒ Sep ๖-๑๐; Geneva, Switzerland. Amsterdam: North-Holland; ๑๙๙๒. P. ๑๕๖๑-๕. 7
วารสารสาํ นกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ๓.๕ เอกสารอา งองิ ทเี่ ปน วทิ ยานิพนธ ลําดบั ทีอ่ างองิ . ช่อื ผูนพิ นธ. เรอื่ ง [ประเภท/ระดบั ปรญิ ญา]. เมอื งทีพ่ ิมพ: มหาวิทยาลยั ; ปท่ีไดร ับ ปรญิ ญา. จํานวนหนา . ตัวอยาง เชน เอื้อมเดือน ไชยหาญ. ลักษณะเครือขายชุมชนเพ่ือการปองกันและแกไขปญหา ยาเสพติดในชุมชน [วิทยานิพนธปริญญาสังคมสงเคราะหศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร; ๒๕๔๒. ๘๐ หนา. ๓.๖ การอา งองิ เอกสารอิเลก็ ทรอนิกส ก.วารสารอิเล็กทรอนิกส ลําดบั ทอ่ี างอิง. ชอ่ื ผูแตง . ช่อื บทความ. ช่อื วารสาร [ประเภทของส่ือ]. ปทพ่ี ิมพ [สบื คนเม่ือ/cited ป เดอื น วนั ที่]; เลม ที่ (Volume): หนา แรก-หนาสุดทา ย. เขาถึงไดจาก/Available from:http//…. ตวั อยา ง เชน Alavi-Naini R, Moghtaderi A, Mohammadi M, Zabetian M. Factors associated with mortality in Tubeculosis patients. J Res Med Sci. [internet]. ๒๐๑๓ [cited ๒๐๑๓ Nov ๕]; ๑๘:๕๒-๕. Available from: http//www.ncbi.ntm.nih.gov/pmc/articles/PMC3719227/ ข.หนงั สอื หรอื บทความอเิ ล็กทรอนกิ ส ลําดบั ทีอ่ างอิง. ชื่อผูแตง . ชื่อเรอ่ื ง[ประเภทของสอื่ ]. เมืองที่พมิ พ. สํานักพิมพ; ปท พ่ี ิมพ [สืบคน เม่อื / citied ป เดอื น วันท]ี่ . จาํ นวนหนา. จํานวนหนา . แหลง ขอมูล/Available from:http//…. ตัวอยาง เชน Mewertris M, Gould D, Mahato B. Rising out-of-pocket spending for medical care: a growing strain of family budgets [Internet]. New York. Commonwealth Fund; ๒๐๐๖ Feb [cited ๒๐๐๖ Oct ๒]. ๒๓ p. Available from: http//www.cmwf.org/usr_doc/Merlis_ risingoopspending_๘๘๗.pdf ขนฎิ ฐา กาญจนรงั สนี นท. การสรา งเครอื ขา ยเพอื่ การพฒั นา [อนิ เตอรเ นต็ ]. [สบื คน เมอ่ื วนั ที่ ๑๓ ต.ค. ๒๕๕๕].แหลงขอ มูล: http://www.northphc.org ๔. การสงตน ฉบบั ๔.๑ การสง เรื่องตีพมิ พใ หส ง ตนฉบบั ๑ ชดุ ใชก ระดาษพมิ พดดี ขนาด A๔ พมิ พห นาเดยี วถงึ กลมุ พัฒนา นวัตกรรมและวิจัย สํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี ๕ จังหวัดราชบุรี ๑๒๓/๒๐๒ ถนนเพชรเกษม ซอย ๑ อําเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ๗๐๐๐๐ และสงไฟล Microsoft Word ที่ Email : [email protected] ๔.๒ ภาพประกอบถาเปนภาพเสนตองเขียนดวยหมึกดําบนกระดาษหนามัน ถาเปนภาพถายควรเปน ภาพสไลด หรอื อาจใชภ าพขาวดําขนาดโปสการดแทนได การเขียนคําอธบิ ายใหเ ขยี นแยกตา งหากอยาเขียน ลงในรูป ๕. การรบั เร่ืองตนฉบบั ๕.๑ เรอื่ งทรี่ บั ไว กองบรรณาธกิ ารจะแจง ตอบรบั ใหผ เู ขยี นทราบ และสง ให ผเู ชย่ี วชาญ (Peer Reviewer) อยา งนอย ๒ ทาน รวมพจิ ารณา 8
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ๕.๒ เร่อื งที่ไมไดร ับพจิ ารณาลงพมิ พ กองบรรณาธิการวารสารฯ จะแจง ใหทราบแตจะไมสง ตนฉบบั คนื ๕.๓ เรอื่ งทไี่ ดร บั พจิ ารณาลงพมิ พ กองบรรณาธกิ ารวารสารฯ จะนาํ เลม วารสารเขา สเู วบ็ ไซต http://ddc. moph.go.th/odpc5/journal.php ผูเขียนสามารถดาวนโหลดวารสารได ความรบั ผิดชอบ บทความที่ลงพิมพในวารสารสํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี ๕ จังหวัดราชบุรี ถือวาเปนผลงาน ทางวชิ าการหรอื การวจิ ยั และวเิ คราะหต ลอดจนเปน ความเหน็ สว นตวั ของผเู ขยี น ไมใ ชค วามเหน็ ของสาํ นกั งาน ปอ งกนั ควบคมุ โรคท่ี ๕ จงั หวดั ราชบรุ ี หรอื กองบรรณาธกิ ารแตป ระการใด ผเู ขยี นจาํ ตอ งรบั ผดิ ชอบตอ บทความ ของตน ติดตอ ประสานงาน ๑. กลมุ พัฒนานวตั กรรมและวิจยั สํานักงานปองกนั ควบคุมโรคท่ี ๕ จงั หวดั ราชบรุ ี ๑๒๓/๒๐๒ ถนนเพชรเกษม ซอย ๑ อําเภอเมอื ง จงั หวัดราชบรุ ี ๗๐๐๐๐ Email : odpc๕[email protected] โทร. ๐๓๒-๓๑๐๘๐๒ ๒. นายสปุ ระสันน วริ ยิ ะวงศานกุ ูล โทร. ๐๘๑-๘๙๓๓๓๐๙ 9
ใบสมัครสงบทความ/ผลงานวิชาการลงตพี ิมพวารสารสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 วารสารสาํ นกั งานปองกนั ควบคุมโรคที่ 5 จงั หวดั ราชบรุ ี ********************************************************************************** 1. ชอ่ื เรอ่ื ง (ภาษาไทย) ………………………………………………………......................………………………………………………………………………………………………… 2. ชือ่ เรื่อง (ภาษาอังกฤษ) …………………………………………………………………………………………………………………………………......................……………………… 3. ผูนิพนธ ………………………………………………………………………………………………………………………………................................…..…………… ชอื่ -สกลุ ……………………………………................….………………… ตําแหนง……………………………….…........…..……..……………… หนว ยงาน……………………….…………………………..................................................…………………………….….………………………… โทรศพั ท ………………………………… โทรสาร…………….………...……….… E-mail…………….….…….................…………..……… 4. วุฒิการศึกษาชัน้ สงู สดุ …………………………………… วฒุ ิยอ (ภาษาไทย) ……………..…..............……….………………… ……………………………….………………………............................ วฒุ ยิ อ (ภาษาอังกฤษ)…………….…………………..………………… 5. ชื่อผเู ขยี นรวม (ถา มี) ………………………..............… วุฒิยอ (ภาษาไทย) …………......................….……………………… ……………………………….………………………............................ วฒุ ิยอ (ภาษาองั กฤษ)…………….…………………..………………… 6. สงิ่ ทีส่ ง มาดวย แผนดสิ กข อมูลตน ฉบับ ชื่อแฟม ขอ มูล เอกสารพมิ พต นฉบับ จํานวน 1 ชดุ ขาพเจาขอรับรองวาบทความ/ผลงานวิชาการนี้ไมเคยตีพิมพเผยแพรท่ีใดมากอน และไมอยูระหวางการ พิจารณาของวารสารฉบับอื่นหากขาพเจาขาดการติดตอในการแกไขบทความนานเกิน 2 เดือน ถือวาขาพเจาสละ สทิ ธใิ์ นการลงวารสาร ลงชื่อ................................................................. เจาของบทความ/ผลงานวชิ าการ (.........................................................) วันท.ี่ ................. เดอื น.......................... พ.ศ........................ 7. การสง ใบสมัครและบทความ/ผลงานวชิ าการ 1. ตนฉบบั บทความ/ผลงานวชิ าการ ใชอ กั ษร TH SarabunPSKขนาด 16 สําหรับภาพประกอบถา เปน ภาพลายเสน ตอ งเขยี นดว ยหมกึ ดาํ บนกระดาษหนามนั ถา เปน ภาพถา ยควรเปน ภาพสไลด หรอื อาจใชภ าพขาว ดําขนาดโปสการดแทนกไ็ ด การเขียนคาํ อธิบายใหเขียนแยกออกตางหาก อยา เขยี นลงในภาพ 2. การสง ใบสมคั รและบทความ/ผลงานวชิ าการ ใหส งเอกสารตน ฉบับ 1 ชุดพรอม Electronics File โดย 2.1 ใบสมัครและเอกสารบทความ/ผลงานวิชาการ ใชกระดาษพิมพดีดขนาด A4 พิมพหนาเดียวสงท่ี กลุมพัฒนานวัตกรรมและวิจัย สํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี 5 จังหวัดราชบุรี ถนนศรีสุริยวงศ ตาํ บลหนา เมอื ง อาํ เภอเมอื งราชบรุ ี จงั หวดั ราชบรุ ี 70000 โทร.032-310802 และมอื ถอื 081-8933309 2.2 เอกสารบทความ/ผลงานวิชาการ สงเปน Electronics File พรอ มระบชุ ่ือ Le (กิตติกรรมประกาศ) และระบบที่ใช พมิ พดวยโปรแกรม Ms Word ที่ E-mail: [email protected] 10
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ÊÒèҡºÃóҸ¡Ô Òà วารสารสํานักงานปองกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี ไดดําเนินการมาถึงฉบับนี้เปนปที่ 6 ยังคงความเขมขนดวยสาระความรูและเนื้อหาสาระทางวิชาการที่นาสนใจเกี่ยวกับการเฝาระวัง ปองกัน และควบคุมโรคและภัยสุขภาพใหกับผูอานทุกๆ ทาน สําหรับในฉบับนี้มีนิพนธตนฉบับหลายเรื่องที่นาสนใจ อยากเชิญชวนใหผูอานไดหาความรู ไดแกเรื่องปจจัยที่มีผลตอการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของเจา หนา ทีส่ าธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจงั หวดั ราชบรุ ี เรอื่ งความรู ทศั นคตแิ ละพฤตกิ รรมในการปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ ากการจราจร ทางถนนของผขู บั ขใ่ี นพน้ื ทอี่ าํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถเ รอ่ื งการพฒั นาความรแู ละการปฏบิ ตั ดิ า นสขุ าภบิ าลอาหารและ นา้ํ ของผสู มั ผสั อาหารรา นหมกู ระทะกรณศี กึ ษาตาํ บลแหง หนงึ่ อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั ขอนแกน เรอ่ื งการประเมนิ คลนิ กิ โรคไมต ดิ ตอ เรอื้ รงั คณุ ภาพ จงั หวดั กาญจนบรุ ี ป 2563-2565 และปด ทา ยดว ยรายงานการสอบสวนโรค 1 เร่ือง คอื การสอบสวนโรคผูป ว ยโรคไขมาลาเรยี ตาํ บลทา มะปราง อําเภอแกงคอย จงั หวัดสระบุรีนอกจาก นใี้ นฉบบั น้ียงั มเี กร็ดความรเู รอ่ื งจรรยาบรรณการใชสัตวเ พอ่ื งานทางวทิ ยาศาสตร สดุ ทา ยเรามคี วามมงุ มนั่ ตง้ั ใจเสนอผลงานทางวชิ าการและความรเู พอ่ื เปน สอ่ื กลางการพฒั นาเฝา ระวงั ปองกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่มีคุณภาพตอไป กองบรรณาธิการขอเรียนวาเรายินดีตอนรับ บทความ ทางวิชาการและงานวิจัยดานการเฝาระวัง ปองกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากทุกทาน นอกจากน้ี ทา นยงั สามารถดาวนโ หลดเอกสารไดจ ากเวบ็ ไซตข องเราทhี่ ttps://ddc.moph.go.th/odpc5/journal.php บรรณาธิการ 11
วารสารสาํ นักงานป้ องกนั ควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 Original Article นพิ นธต นฉบบั ปจจัยที่มีผลตอ การดําเนนิ งานปองกนั ควบคุมโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ -19) ของเจา หนาทสี่ าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสงเสริมสขุ ภาพตําบลในจังหวดั ราชบรุ ี Factors Affecting to the implementation onofCoronavirus Disease 2019(COVID-19) Prevention and Control amongPublicHealth Officers inSub-District Health Promoting Hospitals, Ratchaburi Province. อคั รวุฒิ ศุภอกั ษร Akarawut Suphaaksor สาํ นกั งานสาธารณสุขจังหวดั ราชบุรี Ratchaburi Provincial Public Health Office บทคัดยอ การวิจัยเชิงวิเคราะหแบบภาคตัดขวางครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาปจจัยที่มีผลตอการดําเนินงาน ปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ ตาํ บลในจงั หวดั ราชบรุ ี กลมุ ตวั อยา งในการศกึ ษา คอื เจา หนา ทส่ี าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพ ตําบลในจังหวัดราชบุรีท่ีไดรับมอบหมายหรือแตงต้ังใหปฏิบัติงานดานการปองกันควบคุมโรคติดตอ รพ.สต. ละ 1 คน จํานวน 158 คน เกบ็ รวบรวมขอ มูลโดยใชแบบสอบถาม ซง่ึ ผา นการตรวจสอบความตรงของเน้ือหา ความเช่อื ม่นั สถิตทิ ่ใี ชในการวเิ คราะหข อมูล ไดแก สถติ ิเชงิ พรรณนา ไดแก รอ ยละ คาเฉล่ยี สวนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ไดแก คาสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธของเพียรสัน และการวิเคราะหการถดถอย พหคุ ณู แบบข้นั ตอนโดยกําหนดนัยสาํ คัญท่ี 0.05 การศกึ ษาพบวา ระดบั การสนับสนุนจากองคกร ระดบั แรง จงู ใจ และระดบั การปฏบิ ตั งิ านปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจงั หวดั ราชบรุ ี ภาพรวมในระดบั สงู และพบวา ปจ จยั จงู ใจดา นความรบั ผดิ ชอบ ปจ จยั คาํ้ จนุ ดา นความมน่ั คงในการทาํ งานปจ จยั คาํ้ จนุ ดา นความสมั พนั ธร ะหวา งบคุ คล ตวั แปรทง้ั 3 ตวั มี ผลและสามารถพยากรณก ารดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ ประจําโรงพยาบาลสง เสริมสขุ ภาพตาํ บลในจงั หวดั ราชบรุ ี ไดรอยละ 46.3 (R2= 0.463, p-value<0.001) Abstract This cross-sectional analytical research was aimed to study factors affecting to the implementation on coronavirus disease 2019 (COVID-19) prevention and control amongpublic health offices in sub-district health promoting hospitals, Ratchaburi province, Thailand. The target group was public health officers from 158 sub-district health promoting hospitals. Data were collected by questionnaires which examined for content validity and reliability. Data were analyzed by descriptive statistics: percentage, mean and standard deviation, and inferential statistics: Pearson’s correlation coefficientand stepwise multiple linear regression 12
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 analysis with the significance level at 0.05. Results showed that levels of organizational support, motivation, and implementation on coronavirus disease 2019 operation prevention and control were high. The key success factors of responsibility, job Securityand interpersonal relations could predict the implementation oncoronavirus disease 2019prevention and control amongpublic health officers in sub-district health promoting hospitals, Ratchaburi province at 46.3 percent (R2= 0.463, p-value<0.001). 13
วารสารสาํ นักงานป้ องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 บทนํา โรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 หรอื โรคโควดิ -19 ไดมีการกําหนดแนวทางในการดําเนินการเฝาระวัง (Coronavirus Disease 2019(COVID-19)) มีการ คัดกรอง และปองกันควบคุมโรค ไมใหมีการระบาด คนพบครั้งแรกท่ีเมอื งอูฮน่ั มณฑลหเู ปย สาธารณรฐั ของโรค คอื การคัดกรองผทู ่เี ดนิ ทางเขาออกประเทศ ประชาชนจนี ในชว งปลายป พ.ศ. 2562 ทผี่ า นมาการ ท้ังทาอากาศยาน ทาเรือ พรมแดน แจงใหสถาน ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 เร่ิมตนเมื่อ พยาบาลทุกแหง ทําการคัดกรองผูปวย ท่ีมีอาการ รัฐบาลจีนรายงานผูปวยติดเช้ือใหแกองคการอนามัย ไขรวมกับมีอาการทางเดินหายใจ และมีประวัติการ โลก ประจําสาธารณรฐั ประชาชนจนี ทราบ เม่อื วันท่ี เดินทางจากประเทศจีน หรือพ้ืนที่ท่ีมีการระบาด 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 จากน้ันองคการอนามัย ตอเนื่อง ภายใน 14 วัน ตลอดจนบุคลากรทางการ โลกไดประกาศใหเปนภาวะฉุกเฉินดานสาธารณสุข แพทยและสาธารณสุขที่สัมผัสกับผูปวยตามเกณฑ ในวันท่ี 30 มกราคม พ.ศ. 2563(1) และยกระดับให เฝาระวัง รวมถึงใหมีการเฝาระวังในชุมชน ใหความ เปนการระบาดใหญทั่วโลก (Pandemic) ในวันท่ี รูกับประชาชนมีมาตรการปองกันสวนบุคคล เชน มี 11 มีนาคม พ.ศ. 2563(2) นอกจากสง ผลกระทบตอ การใชห นา กากอนามัย การรกั ษาระยะหางทางสงั คม คุณภาพชีวิตของประชาชนแลว ยังสงผลกระทบตอ รวมถึงการลางมือดวยแอลกอฮอลหรือสบู เม่ือเกิด การดาํ รงชีวิต เศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรม และความ การแพรระบาดเปนวงกวางจากประชากรภายใน มนั่ คงของประเทศตา งๆ ไปทว่ั โลก ณ วนั ท่ี 1 สงิ หาคม ประเทศและสถานการณแพรระบาดมีความรายแรง 2565 สถานการณการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส มากขน้ึ รัฐบาลจึงประกาศใชพระราชกําหนดบรหิ าร โคโรนา 2019 มผี ปู ว ยตดิ เชอ้ื ทว่ั โลก 582,173,485 คน ราชการในสถานการณฉุกเฉนิ พ.ศ. 2548 และออก เสียชีวิต 6,491,833 ราย(3) สําหรับสถานการณการ ขอ กาํ หนดตามความในมาตรา 9 แหง พระราชกาํ หนด ระบาดในประเทศไทยน้ัน กระทรวงสาธารณสุข ในสถานการณฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมาตรา 11 ยนื ยนั พบผตู ดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 รายแรกในวนั ที่ แหงพระราชกําหนดบริหารราชการแผนดิน พ.ศ. 13มกราคม พ.ศ.2563 เปน หญงิ ชาวอฮู น่ั ทเี่ ดนิ ทางมา 2534 เพอื่ ควบคมุ สถานการณแ ละจาํ กดั พน้ื ทก่ี ารแพร จากเมอื งอฮู นั่ ตอมาพบผูป วยคนไทยคนแรก ในวันที่ ระบาดของโรค(6) 15 มกราคม พ.ศ.2563 เปน หญิงไทยเดนิ ทางกลบั มา จังหวัดราชบุรีเปนจังหวัดหน่ึงที่มีผูปวยโรคติด จากเมืองอูฮ่ัน และไดพบผูปวยคนไทยคนแรกท่ีไมมี เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จํานวนมาก โดยพบวาในป ประวัติเดินทางไปประเทศจีน ในวันที่ 27 มกราคม 2563 มีผูป ว ย 20 ราย ป 2564 มีผูปวย 42,307 ราย พ.ศ. 2563 เปนชายไทยอาชพี ขับรถแท็กซ่ี(4) และพบ เสียชีวิต 402 ราย(7) ป 2565 ณ วันท่ี 1 สิงหาคม ผูปวยประปรายตอเน่ือง จนมีรายงานผูเสียชีวิต 2565 มีผูปวย 41,205 ราย เสียชีวิต 193 ราย(8) รายแรกในเดือนกุมภาพันธ กระทรวงสาธารณสุข ในการดําเนินงานปองกันควบคุมการระบาดของ ไดประกาศใหโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เปน โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดราชบุรี โรคติดตออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดตอ มกี ารบรู ณาการงานทกุ ภาคสว นทง้ั ภาครฐั และเอกชน พ.ศ.2558 และเปนโรคติดตออันตรายในลําดับโรค โดยมีกลไกของคณะกรรมการโรคติดตอจังหวัด ท่ี 14(5) ในชวงแรกของการระบาด กรมควบคุมโรค ราชบุรีขับเคล่ือนแนวทางการดําเนินงานตาง ๆ 14
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 จากศูนยบริหารสถานการณการแพรระบาดของโรค ปจจัยดังกลาวจะมีผลตอการปฏิบัติงานใหบรรลุ ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) สูการปฏิบัติใน วัตถุประสงคตามตองการเพราะแรงจูงใจเปนสวน ระดับอําเภอ ตําบล โดยคณะกรรมการระดับอําเภอ หนึ่งของผูบริหารท่ีจะใหความสําคัญ เพ่ือกระตุนให และตําบล ซ่ึงในการดําเนินงานในพ้ืนที่เจาหนาที่ ผปู ฏบิ ตั งิ านมคี วามพงึ พอใจในการปฏบิ ตั งิ านใหไ ดผ ล สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล งานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จากการศกึ ษา มีความสําคัญเปนอยางย่ิง โดยเปรียบเสมือนทหาร งานวิจัยท่ีผานมา พบวา ภาพรวมแรงจูงใจมีความ ทปี่ ฏบิ ตั งิ านอยดู า นหนา และมบี ทบาททสี่ าํ คญั เหมอื น สมั พนั ธร ะดบั สงู กบั การปฏบิ ตั งิ านปอ งกนั ควบคมุ โรค มดงานท่ีตองดําเนินงานปองกันและควบคุมโรค ของเจา หนาทส่ี าธารณสขุ (11) ประกอบดว ย การคดั กรองและเฝา ระวงั การสอบสวน การที่เจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาล โรค การปองกันการแพรกระจายเช้ือ การติดตาม สง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บล ไดด าํ เนนิ การตามบทบาทหนา ท่ี ผูสัมผัสโรคและควบคุมการระบาดในชุมชน ในสถานการณก ารระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา การสื่อสารความเส่ียง การใชมาตรการทางกฎหมาย 2019 ผวู จิ ยั ตระหนกั ถงึ การดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ การประสานงานและจัดการขอมูล เพ่ือลดการแพร โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ในชมุ ชนของเจา หนา ที่ ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ในพ้นื ที่ สาธารณสุขในจังหวัดราชบุรีซึ่งไดทุมเทปฏิบัติงาน การปฏิบัติงานปองกันและควบคุมโรคใหมี ตามบทบาทหนา ทดี่ งั กลา ว ตองอาศัยความรู ทกั ษะ ประสิทธิภาพและสําเร็จไปตามเปาหมาย การ การปองกันโรค กําลังใจ ความอดทน ทุม เท เสียสละ สนับสนุนจากองคการยังถือวาเปนปจจัยท่ีจําเปน ปฏิบัติงานทามกลางความเสี่ยงตอการไดรับเช้ือโรค ตอการปฏิบัติงานปองกันและควบคุมโรค ท้ังในดาน เชน กัน ซึ่งสงผลใหส ถานการณร ะบาดของโรคตดิ เช้ือ ปจจัยการบริหารและการสนับสนุนจากผูบริหาร ซึ่ง ไวรัสโคโรนา 2019 ในจังหวัดราชบุรี ไดคลี่คลายลง การสนับสนุนจากองคก ารประกอบดว ย 4 ดา น ไดแ ก ดังนั้นผูวิจัยจึงสนใจศึกษาปจจัยที่มีผลตอการ ดา นบคุ ลากร ดา นงบประมาณ ดา นวสั ดอุ ปุ กรณ และ ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ดานการบริหารจัดการ(9) นอกจากนี้แรงจูงใจถือวา 2019 ของเจาหนาที่สาธารณสุขประจําโรงพยาบาล เปนปจจัยอีกปจจัยหนึ่ง ซึ่งเปนส่ิงสําคัญท่ีจะสงผล สงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรีเพื่อนําผลการ ใหเจาหนาที่ผูปฏิบัติงานมีขวัญและกําลังใจ สงเสริม วจิ ยั มาประยกุ ตใ ชป ระโยชนใ นการพฒั นางานปอ งกนั ใหเจาหนาท่ีสามารถปฏิบัติงานใหบรรลุวัตถุประสงค และควบคุมโรคท่ีอาจจะเกิดการระบาดของโรคอุบัติ และเปาหมายที่กําหนดไว และมีผลการปฏิบัติงานที่ ใหม โรคตดิ ตอ อนั ตรายขน้ึ ไดใ นอนาคต ของเจา หนา ท่ี มปี ระสิทธภิ าพ ซ่ึงแรงจงู ใจมี 2 ปจจัย ดังนี้ 1.ปจจยั สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล จงู ใจ ประกอบดวย ความสําเรจ็ ในการทํางาน การได ในจังหวดั ราชบุรี ใหม ีประสทิ ธภิ าพมากยิง่ ข้นึ รบั การยอมรบั ความกา วหนา ในหนา ทก่ี ารงานลกั ษณะ งานทท่ี าํ ความรบั ผดิ ชอบ 2.ปจ จยั คา้ํ จนุ ประกอบดว ย วตั ถปุ ระสงคข องการวจิ ัย เงินเดือนหรือคาตอบแทน ความสัมพันธระหวาง เพอื่ ศกึ ษาปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ การดาํ เนนิ งานปอ งกนั บุคคล การปกครองบังคับบัญชา นโยบายและการ ควบคุมโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 ของเจา หนา ที่ บริหารงาน สภาพการทํางาน ความมั่นคงในการ สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล ปฏิบัติงาน สถานภาพของวิชาชีพ ชีวิตสวนตัว(10) ในจังหวดั ราชบรุ ี 15
วารสารสํานักงานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 วสั ดแุ ละวธิ กี ารศกึ ษา มาจัดเปน 3 ระดับ ตามแนวคิดของเบสท(12) คือ การศึกษาวิจัยเชิงวิเคราะหแบบภาคตัดขวาง ระดับสูง (3.68-5.00) ปานกลาง (2.34-3.67) ต่ํา (Cross-Sectional Analytical Study) (1.00-2.33) กลมุ ตัวอยา ง สว นท่ี 4 การปฏิบตั งิ านดานการปอ งกนั ควบคมุ กลมุ ตวั อยา งที่ใชศึกษาครง้ั นี้ ใชก ารสุมตัวอยา ง โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แบงเปน 4 ดาน แบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ เจาหนาท่ี 1.ดานการคัดกรองเฝาระวัง 2.ดานการรายงานโรค สาธารณสขุ ทไ่ี ดร บั มอบหมายหรอื แตง ตงั้ ใหป ฏบิ ตั งิ าน 3.ดานการวิเคราะหขอมูล 4.ดานการสอบสวนและ ดา นการปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ ประจาํ โรงพยาบาล ควบคุมโรค จํานวน 20 ขอ โดยคําถามเปนแบบ สงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี (ทุกแหง) ประเมนิ คา (Rating Scale) จํานวน 5 ระดบั ตงั้ แต จํานวน 158 คน (แหงละ 1 คน ปฏิบัติมากท่ีสุด ถึง นอยที่สุด แปลผลจากคะแนน เครือ่ งมือทใ่ี ชใ นการวิจัย เฉล่ียเปนรายขอ รายดาน และภาพรวม มาจัดเปน เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ นการวจิ ยั ครงั้ น้ี เปน แบบสอบถาม 3 ระดับ ตามแนวคิดของเบสท(12) คอื ระดบั สูง (3.68- ทผี่ วู จิ ยั สรา งขนึ้ จากการศกึ ษา แนวคดิ ทฤษฎี งานวจิ ยั 5.00) ปานกลาง (2.34-3.67) ตํ่า (1.00-2.33) ที่เกี่ยวของ เปนคําถามปลายปด สําหรับเจาหนาท่ี สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล การเกบ็ รวบรวมขอมลู ตอบดว ยตนเอง โดยมเี นอ้ื หาประกอบดว ย 4 สว น ดงั นี้ ดาํ เนินการเก็บขอมลู ระหวางวนั ท่ี 29 กันยายน สวนที่ 1 ขอมูลคุณลักษณะดานประชากร – 31 ตุลาคม 2565 โดยจดั ทําหนงั สือถึงสาธารณสขุ ประกอบดว ย เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพ อําเภอทุกแหง เพือ่ ขอความอนุเคราะหเ กบ็ ขอมูลเจา ตาํ แหนง ประสบการณด า นการควบคมุ โรคตดิ ตอ และ หนาท่ีในพืน้ ที่ และติดตอประสานงานเจา หนาท่ผี ูรบั การฝกอบรม ผิดชอบงานควบคุมโรคของสํานักงานสาธารณสุข สว นท่ี 2 ปจ จยั สนบั สนนุ จากองคก รในการปฏบิ ตั ิ อําเภอ ทั้ง 10 อําเภอ เพื่อเปนผูประสานงานใน งานดานการปองกันควบคุมโรคติดตอ ประกอบดวย การแจกแบบสอบถามใหกับกลุมตัวอยาง โดยให ดา นบคุ ลากร ดา นงบประมาณ ดา นวสั ดอุ ปุ กรณ และ กลุมตัวอยางตอบแบบสอบถามดวยตนเอง และ ดา นการบริหาร จาํ นวน 16 ขอ โดยคาํ ถามเปน แบบ ประสานงานเจาหนาที่ของอําเภอในการเก็บรวบรวม ประเมนิ คา (Rating Scale) จํานวน 5 ระดับ ตั้งแต แบบสอบถามกลับ โดยใหสง กลับภายใน 2 สัปดาห มากท่สี ดุ ถงึ นอยทส่ี ุด แปลผลจากคะแนนเฉลีย่ เปน รายขอ รายดาน และภาพรวม มาจัดเปน 3 ระดับ การวเิ คราะหขอ มูล ตามแนวคิดของเบสท(12) คือ ระดับสูง (3.68-5.00) 1. สถติ เิ ชงิ พรรณนา ไดแ ก คา รอ ยละ คา เฉลย่ี คา ปานกลาง (2.34-3.67) ตํา่ (1.00-2.33) สว นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน สวนที่ 3 ปจจัยแรงจูงใจ ประกอบดวย ปจจัย 2. สถิติเชงิ อนุมาน ไดแ ก การหาคาสมั ประสิทธ์ิ จงู ใจ แบง เปน 5 ดา น และปจ จยั คา้ํ จนุ แบง เปน 6 ดา น สหสมั พนั ธข องเพยี รส นั (Pearson Product Moment จาํ นวน 44 ขอ โดยคาํ ถามเปน แบบประเมนิ คา (Rating Correlation Coefficient) เพ่ือหาความสัมพันธ Scale) จาํ นวน 5 ระดบั ตง้ั แตมากทสี่ ดุ ถงึ นอยทสี่ ุด ระหวางตัวแปรท่ีศึกษาและใชสถิติการวิเคราะหการ แปลผลจากคะแนนเฉล่ียเปนรายดาน และภาพรวม ถดถอยพหุคูณแบบข้ันตอน (Stepwise Multiple 16
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 Linear Regression Analysis) เพอ่ื หาปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ รวมของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสง การดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา เสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี พบวา มีระดับ 2019 ของเจาหนาที่สาธารณสุขประจําโรงพยาบาล ความคิดเห็นอยูในระดับสูง คาเฉล่ีย 3.81 คะแนน สงเสรมิ สขุ ภาพตําบล (S.D. = 0.26)เมื่อพิจารณาเปนรายดา น พบวา ดา น จริยธรรมการวิจยั การบรหิ าร มคี า เฉลย่ี สงู สดุ ซง่ึ อยใู นระดบั สงู มคี า เฉลย่ี ผานการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรม 4.12 คะแนน(S.D. = 0.11)รองลงมาคอื ดานบุคลากร การวิจัยในคน สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี มคี า เฉลยี่ อยใู นระดบั สงู มคี า เฉลยี่ 3.76 คะแนน (S.D. เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 เลขที่โครงการวิจัย = 0.30) สวนดานที่มีคาเฉล่ียนอยที่สุดคือ ดานงบ RbPH REC 061/2565 ประมาณ มีคาเฉลี่ย 3.61 (S.D. = 0.16) 3. ปจจัยแรงจูงใจในการดําเนินงานการ ผลการศึกษา ปอ งกันควบคุมโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 1. คุณลักษณะของเจาหนาที่สาธารณสุข ปจจัยแรงจูงใจในการดําเนินงานการปองกัน ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจงั หวดั ควบคมุ โรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 ของเจาหนา ท่ี ราชบรุ ี สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล เจา หนา ทส่ี าธารณสขุ ทไ่ี ดร บั มอบหมายหรอื แตง ในจงั หวดั ราชบรุ ี โดยรวมพบวา พบวา ปจ จยั แรงจงู ใจ ต้ังใหปฏิบัติงานดานการปองกันควบคุมโรคติดตอ อยูในระดบั สงู คา เฉลี่ย 3.87 คะแนน (S.D. = 0.11) ประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัด ปจจัยจูงใจ โดยรวมอยูในระดับสูง คาเฉล่ีย 3.95 ราชบุรี จาํ นวน 158 คน สวนใหญเ ปนเพศชาย รอ ย คะแนน (S.D. = 0.36) เม่ือพิจารณาเปนรายดาน ละ52.53 อยูใ นกลุมอายุระหวาง 41-50 ป มากท่สี ดุ พบวา ดานความสําเร็จในการทํางาน มีคาเฉล่ียอยู รอยละ 36.71 อายเุ ฉล่ีย 43 ป อายุต่ําสดุ 25 ป อายุ ในระดบั สูงสดุ คา เฉล่ีย 4.16 คะแนน (S.D. = 0.08) สูงสุด 60 ป สถานภาพสมรสคู รอยละ 56.33สวน สว นดา นทมี่ คี า เฉลยี่ นอ ยทส่ี ดุ คอื ดา นโอกาสกา วหนา ใหญสาํ เร็จการศกึ ษาระดับปริญญาตรี รอ ยละ 82.28 ในหนา ที่การงาน มีคาเฉลยี่ อยใู นระดับปานกลาง คา ปฏบิ ตั งิ านในตาํ แหนง นกั วชิ าการสาธารณสขุ รอ ยละ เฉลี่ย 3.36 (S.D. = 0.21) ปจจัยค้ําจุนโดยรวมอยู 69.62 มีประสบการณการทํางานควบคุมโรคติดตอ ในระดับสูง คาเฉล่ีย 3.79 คะแนน (S.D. = 0.38) ในชว ง 0-5 ป มากทส่ี ดุ รอ ยละ 31.01 โดยมรี ะยะเวลา เม่ือพิจารณาเปนรายดาน พบวา ดานความสัมพันธ ตา่ํ สดุ 1 ป มากทสี่ ดุ 40 ป สว นใหญผ า นการฝก อบรม ระหวางบุคคล มีคาเฉลี่ยอยูในระดับสูงสุด คาเฉล่ีย การปฏบิ ัตงิ านควบคมุ โรค งานระบาดวทิ ยา รอยละ 4.16 คะแนน (S.D. = 0.05) สว นดา นทม่ี คี า เฉลย่ี นอ ย 89.24 และเคยผา นการการฝกอบรมการปฏบิ ตั งิ าน ท่สี ดุ คอื ดา นเงินเดือนและสวัสดิการ มีคา เฉลี่ยอยใู น ควบคมุ โรค งานระบาดวทิ ยา ครง้ั สุดทา ยระยะเวลา ระดับปานกลาง คา เฉล่ยี 3.13 (S.D. = 0.17) มากมากกวา 3 ป รอยละ 50 4. การดาํ เนินงานดานการปอ งกนั ควบคมุ โรค 2. ปจจัยสนับสนุนจากองคกรในการดําเนิน ตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 งานปองกันควบคุมโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 การดําเนินงานดานการปองกันควบคุมโรคติด ปจจัยสนับสนุนจากองคกรในการดําเนินงาน เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของเจาหนาที่สาธารณสุข ปองกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดย ประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัด 17
วารสารสํานักงานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ราชบุรี มีระดับความคิดเหน็ โดยภาพรวมอยูในระดับ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี สงู คา เฉลย่ี 4.21 คะแนน (S.D. = 0.29) เมอื่ พจิ ารณา อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ (r=0.409, p-value<0.001) เปน รายดา น พบวา ดา นการคดั กรองเฝา ระวงั ดา นการ ปจจัยแรงจูงใจ พบวา ปจจัยแรงจูงใจ ปจจัยจูงใจ รายงานโรค ดานการสอบสวนและควบคุมโรค มีคา ปจจัยคํ้าจุน มีความสัมพันธระดับปานกลางกับการ เฉลีย่ สงู สุดซึง่ อยใู นระดบั สูง มคี า เฉล่ีย 4.35 คะแนน ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา (S.D. =0.04, 0.07, 0.08 ตามลาํ ดบั ) สว นดานทม่ี ีคา 2019 ของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เฉลย่ี นอ ยทส่ี ดุ คอื ดา นการวเิ คราะหข อ มลู มคี า เฉลยี่ เสริมสขุ ภาพตาํ บลในจังหวัดราชบุรี อยางมนี ยั สาํ คัญ 3.78 (S.D. = 0.10) ทางสถิติ (r=0.660, p-value<0.001) , (r=0.641, 5. คณุ ลกั ษณะสว นบคุ คล ปจ จยั การสนบั สนนุ p-value<0.001) , (r=0.590, p-value<0.001) จากองคกร และปจจัยแรงจูงใจท่ีมีความสัมพันธ โดยคณุ ลกั ษณะสว นบคุ คล เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา กับการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส ประสบการณด า นการควบคมุ โรคตดิ ตอ การฝก อบรม โคโรนา 2019 ดานการควบคุมโรคติดตอ ไมมีความสัมพันธกับการ ปจจัยการสนับสนุนจากองคกร พบวา ปจจัย ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา การสนับสนุนจากองคกรมีความสัมพันธระดับ 2019 ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาล ปานกลางกบั การดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอื้ สงเสริมสขุ ภาพตาํ บลในจังหวัดราชบุรี ดังตารางที่ 1 ไวรัสโคโรนา 2019 ของเจา หนา ทส่ี าธารณสุขประจาํ ตารางท่ี 1 สัมประสิทธิ์สหสัมพันธของเพียรสันระหวางการสนับสนุนจากองคกร และแรงจูงใจ กับการ ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของเจาหนาที่สาธารณสุขประจํา โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจงั หวัดราชบุรี การดาํ เนนิ งานปอ งกันควบคมุ โรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 การสนับสนุนจากองคกร และแรงจงู ใจ สัมประสิทธิส์ หสัมพันธ p-value ระดับความสัมพันธ ของเพยี รส นั (r) การสนับสนุนจากองคกร 0.409 <0.001 ปานกลาง - ดานบุคคล 0.311 <0.001 ปานกลาง - ดา นงบประมาณ 0.232 <0.003 ตาํ่ - ดานวสั ดอุ ุปกรณ 0.281 <0.001 ต่ํา - ดานการบรหิ าร 0.508 <0.001 ปานกลาง แรงจูงใจ 0.660 <0.001 ปานกลาง ปจจัยจูงใจ 0.641 <0.001 ปานกลาง - ดา นความสาํ เร็จในการทาํ งาน 0.555 <0.001 ปานกลาง - ดา นการยอมรบั นบั ถอื 0.545 <0.001 ปานกลาง - ดานลกั ษณะของงาน 0.442 <0.001 ปานกลาง 18
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ตารางท่ี 1 สัมประสิทธ์ิสหสัมพันธของเพียรสันระหวางการสนับสนุนจากองคกร และแรงจูงใจ กับการ ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจํา โรงพยาบาลสง เสริมสุขภาพตาํ บลในจังหวัดราชบรุ ี (ตอ ) การดาํ เนินงานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 การสนับสนุนจากองคก ร และแรงจงู ใจ สมั ประสิทธ์ิสหสัมพนั ธ p-value ระดบั ความสัมพันธ ของเพียรสนั (r) - ดา นความรบั ผิดชอบ 0.570 <0.001 ปานกลาง - ดา นโอกาสกา วหนาในหนาทก่ี ารงาน 0.428 <0.001 ปานกลาง ปจ จยั ค้าํ จุน 0.590 <0.001 ปานกลาง - ดา นเงินเดอื นและสวสั ดิการ 0.338 <0.001 ปานกลาง - ดานความสัมพนั ธร ะหวา งบคุ คล 0.496 <0.001 ปานกลาง - ดา นการปกครองบังคบั บัญชา 0.492 <0.001 ปานกลาง - ดานนโยบายและการบริหารงาน 0.533 <0.001 ปานกลาง - ดานสภาพการทาํ งาน 0.442 <0.001 ปานกลาง - ดา นความม่ันคงในการทํางาน 0.302 <0.001 ปานกลาง 6. ปจจยั การสนับสนนุ จากองคกร และปจ จัย จากผลการศึกษาสามารถนํามากําหนดเปน แรงจูงใจท่ีมีผลตอการดําเนินงานปองกันควบคุม สมการถดถอยพหเุ ชงิ เสน ตรง ซงึ่ เปน สมการทาํ นายใน โรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 รปู คะแนนดิบ ดังนี้ Y = 7.692 + (0.293) ปจ จัยจูงใจ ผลการวิเคราะห พบวา ตัวแปรที่มีผลตอการ ดา นความรบั ผดิ ชอบ + (0.287) ปจ จยั คาํ้ จนุ ดา นความ ดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา มนั่ คงในการทาํ งาน + (0.278) ปจ จยั คา้ํ จนุ ดา นความ 2019ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาล สัมพันธระหวางบุคคล ซึ่งสามารถอธิบายไดวาเม่ือ สงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี ทถ่ี ูกเลอื กเขา คะแนนของตัวแปร ปจจัยจูงใจดานความรับผิดชอบ สมการ คอื ตวั แปรทมี่ นี ยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดบั 0.05 ปจ จยั คาํ้ จนุ ดา นความมน่ั คงในการทาํ งานปจ จยั คา้ํ จนุ โดยตวั แปรทถ่ี กู เลอื ดเขา สมการเรยี งลาํ ดบั ดงั นี้ ปจ จยั ดานความสมั พนั ธระหวางบคุ คล เพม่ิ ข้ึน 1 หนว ย จะ จูงใจดานความรับผิดชอบ ปจจัยคํ้าจุนดานความ ทาํ ใหค ะแนนการดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอื้ ม่ันคงในการทํางานปจจัยค้ําจุนดานความสัมพันธ ไวรัสโคโรนา 2019ของเจาหนาที่สาธารณสุขประจํา ระหวางบุคคล ทั้งน้ีตัวแปรทั้ง 3 มีผลและสามารถ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี พยากรณการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเช้ือ เพ่ิมขึน้ 0.293 , 0.287 และ 0.278 ตามลาํ ดบั มีคา ไวรัสโคโรนา 2019ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจํา คงท่ีของการทํานายเทากับ 7.692 โดยตัวแปรอิสระ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจงั หวดั ราชบรุ ี ได ทั้ง 3 ตัวแปร มีผลและสามารถรวมกันพยากรณ รอยละ 46.3 การดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส 19
วารสารสํานักงานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 โคโรนา 2019 ของเจาหนาที่สาธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจังหวดั ราชบรุ ี ไดร อ ยละ 46.3 ดังตารางที่ 2 ตารางท่ี 2 การวเิ คราะหถ ดถอยแบบพหคุ ณู แบบขน้ั ตอนของการดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บลในจงั หวดั ราชบรุ ี ตัวแปร B Beta t p-value 1. ปจจยั จูงใจดา นความรับผดิ ชอบ .293 .270 3.530 <0.001 2. ปจ จยั คาํ้ จุนดานความมนั่ คงในการทาํ งาน .287 .330 4.969 <0.001 3. ปจจยั คํ้าจุนดา นความสมั พนั ธระหวา งบุคคล .278 .280 4.023 <0.001 คาคงที่ 7.692 , F = 44.24, P-value < 0.001, R2= 0.463, R2adj = 0.452 วจิ ารณแ ละสรุป ทําใหมีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่สูง เจาหนาที่ จากผลการศึกษาวิจัย พบวา ปจจัยท่ีมีผลตอ สาธารณสุขประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล การดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา ตองมีความรับผิดชอบอยางสูง และมีความสัมพันธ 2019 ของเจา หนา ทส่ี าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง ระหวางบุคคลท่ีดี เนื่องจากตองปฏิบัติงานปองกัน เสริมสุขภาพตําบลในจงั หวัดราชบรุ ีไดแก ปจ จัยจูงใจ ควบคุมโรคหลากหลายมิติ ไดแก การคัดกรองและ ดานความรับผิดชอบ ปจจัยค้ําจุนดานความม่ันคง เฝาระวัง สอบสวนโรค ปองกันการแพรกระจายเชื้อ ในการทํางานปจจัยค้ําจุนดานความสัมพันธระหวาง ติดตามผูสัมผัสโรคและควบคุมการระบาดในชุมชน บุคคล มีผลและสามารถพยากรณการดําเนินงาน สื่อสารความเส่ียงกับประชาชนในพ้ืนที่ ใชมาตรการ ปอ งกนั ควบคุมโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019ของเจา ทางกฎหมาย ประสานงานและจัดการขอมูล ใหมี หนา ทส่ี าธารณสขุ ประจาํ โรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพ ประสิทธิภาพเพ่ือลดการแพรระบาดของโรคติดเชื้อ ตาํ บลในจังหวดั ราชบุรี ไดรอ ยละ 46.3 ไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นท่ี ซ่ึงสอดคลองกับการ ปจจัยจูงใจดานความรับผิดชอบ คือ การไดมี ศึกษาของสันติ ธรณี(13)พบวาปจจัยจูงใจดานความ โอกาสไดรับมอบหมายงานหรือมีสวนรวมในงานท่ี รับผิดชอบ มีผลตอการปฏิบัติงานเฝาระวังสอบสวน ไดรับมอบหมาย ความต้ังใจ ความสํานึกในอํานาจ เคล่ือนท่ีเร็วของเจาหนาท่ีสาธารณสุขในโรงพยาบาล หนา ที่ ปจ จยั คา้ํ จนุ ดา นความสมั พนั ธร ะหวา งบคุ คล สงเสริมสุขภาพตําบล จังหวัดรอยเอ็ด เชนเดียวกับ คือ การติดตอไมวาจะเปนกิริยาหรือวาจาที่แสดงถึง สุภาวดี ศรีลามาตย(14) พบวาปจจัยคํ้าจุนดานความ ความสัมพันธอันดีตอกัน สามารถทํางานรวมกันมี สัมพันธระหวางบุคคลมีผลตอการบริหารเวชภัณฑ ความเขาใจซึ่งกันและกันอยางดีตอกัน เชน ความ ของเจาหนาท่ีสาธารณสุขในโรงพยาบาลสงเสริมสุข สนิทสนม ความจริงใจ ความรวมมือและการไดรับ ภาพตาํ บลจงั หวดั ขอนแกน ความชว ยเหลอื จากเพอ่ื นรว มงาน จะพบวา การดาํ เนนิ ปจจัยค้ําจุนดานความมั่นคงในการทํางาน คือ งานปองกันควบคุมโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 ซ่ึง ความรูสึกของบุคคลท่ีมีตอความมั่นคงในการทํางาน เปนโรคติดตออันตราย สามารถแพรระบาดไดงาย ความยงั่ ยืนของหนา ทก่ี ารงาน ความมั่นคง ภาพพจน 20
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ช่ือเสียง หรือขนาดขององคกรท่ีมีผลตอการปฏิบัติ ปฏบิ ตั งิ าน และดา นงบประมาณมคี วามลา ชา ในการได งาน ท้ังน้ีการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ีสาธารณสุข รบั งบประมาณ คาตอบแทนตา ง ๆ การสนับสนุนจาก ประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล หากขาด องคกรดานงบประมาณและวัสดุอุปกรณ เปนปจจัย ความม่ันคงในการทํางานจะสงผลตอขวัญและกําลัง หนงึ่ ทมี่ คี วามสาํ คญั ตอ การปฏบิ ตั งิ านและการบรหิ าร ใจในการปฏิบตั งิ าน ซ่งึ ในชวงการเกบ็ รวบรวมขอ มูล จัดการขององคกร หากโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ คาบเก่ียวกับการโอนไปสังกัดองคการบริหารสวน ตําบลไดรับการจัดสรรงบประมาณและวัสดุอุปกรณ จังหวัดของเจาหนาท่ีสาธารณสุขประจําโรงพยาบาล เพียงพอ จะสงผลใหการปฏิบัติงานประสบผลสําเร็จ สงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี อาจมีผลตอ และมีประสทิ ธิภาพ ปจจัยคา้ํ จุนดา นความม่นั คงในการทํางานได ในสวนของคุณลักษณะประชากรสวนบุคคล ปจ จยั สนบั สนนุ จากองคก ร พบวา มคี วามสมั พนั ธ ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา ระยะเวลาในการ ระดบั ปานกลางกบั การดาํ เนนิ งานปอ งกนั ควบคมุ โรค ปฏิบัติงาน การฝกอบรมดานการควบคุมโรค ไมมี ตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 ของเจา หนาทีส่ าธารณสุข ความสัมพันธกับการดําเนินงานปองกันควบคุมโรค ท่ีประจําโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัด ติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 อธิบายไดวา การระบาด ราชบุรี อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (r = 0.409 , ของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 มกี ารระบาดไปทวั่ p-value<0.001) ซ่ึงสอดคลองกับการศึกษาของ โลก รวมทง้ั ประเทศไทย กระทรวงสาธารณสขุ จงึ มนี โย กรณัฐ ชูเนตร(15) ท่ีพบวาการสนับสนุนจากองคกรมี บายเรงรัดในการควบคุมโรค มีแนวทางการเฝาระวัง อิทธิพลทางบวกตอการปฏิบัติงานแกไขปญหาโรค สอบสวนและควบคุมโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019มี ไขเลือดออกของบุคลากรโรงพยาบาลสงเสริมสุข การใช พรบ.โรคติดตอ พ.ศ.2558 เปนกลไกสําคัญ ภาพตําบลที่อยูในพื้นท่ีระบาดซํ้าซาก จังหวัด ในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ดังน้ัน นครศรธี รรมราช เชนเดียวกบั การศึกษาของสุกานดา เจาหนา ทีส่ าธารณสุขทุกคนไมนับวา เพศ อายุ ระดับ สีลาพัฒน(16) ท่ีพบวาการสนับสนุนจากองคการ การศกึ ษา ประสบการณท าํ งาน และการฝก อบรมดา น ภาพรวมมีความสัมพันธทางบวกระดับสูงกับการ การควบคมุ โรค จะเปน อยา งไร ตา งกร็ บั รนู โยบายของ ปฏบิ ตั งิ านสขุ าภบิ าลอาหารของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ กระทรวงสาธารณสขุ และแนวทางการดาํ เนนิ งาน จงึ ในองคก รปกครองสวนทอ งถิน่ จังหวัดขอนแกน และ ไมมีผลตอการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อ การศึกษาของ สิรินทรทิพย อุดมวงศ(17) ที่พบวา ไวรสั โคโรนา 2019 ภาพรวมการสนับสนุนจากองคการมีความสัมพันธ ระดับสูงกับคุณภาพชีวิตการทํางานของกลุมตัวอยาง ขอ เสนอแนะ สํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี 6 จังหวัดขอนแกน 1.ผลการศึกษาพบวา ปจจัยดานความรับผิด การสนบั สนนุ จากองคก ร เมอ่ื จาํ แนกทง้ั 4 ดา น พบวา ชอบ ดา นความมน่ั คงในการทาํ งานดา นความสมั พนั ธ ดา นงบประมาณและดา นวสั ดอุ ปุ กรณ มคี วามสมั พนั ธ ระหวางบุคคล รวมถึงปจจัยสนับสนุนจากองคกร ระดับระดับตํ่า อาจเนื่องจากการปฏิบัติงานปองกัน มีผลกับการดําเนินงานปองกันควบคุมโรคติดเชื้อ ควบคมุ โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ในชว งระยะแรก ไวรัสโคโรนา 2019 ของเจา หนาทสี่ าธารณสขุ ประจํา วัสดุอุปกรณสําหรับเจาหนาที่ยังมีไมเพียงพอกับการ โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลในจังหวัดราชบุรี 21
วารสารสาํ นักงานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ดงั นนั้ สํานักงานสาธารณสุขจงั หวดั ราชบรุ ี สาํ นกั งาน 3. WorldmeterCovid.(2022).Covidliveupdate. สาธารณสุขอําเภอ และองคการบริหารสวนจังหวัด Retrieved August 1, 2022, fromhttps:// จึงควรสนับสนุนงบประมาณ คาตอบแทนและ www.worldometers.info/coronavirus/ สวัสดิการ ความกาวหนาในหนาท่ีการงาน และสง เสริมความสัมพันธที่ดีระหวางเจาหนาท่ีในหนวยงาน 4. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.การระบาดท่ัวของ เพ่ือเปนการสรางแรงจูงใจ สรางขวัญกําลังใจใหกับ โควดิ -19ในประเทศไทย.สบื คน 1สงิ หาคม2565, เจาหนาทผี่ ูป ฏบิ ัติงานควบคุมปอ งกนั โรคตดิ ตอ และ จาก https://th.wikipedia.org/wiki ควรสง เสรมิ ใหผ ปู ฏบิ ตั งิ านดา นการปอ งกนั ควบคมุ โรค การระบาดทวั่ ของโควิด-19_ในประเทศไทย ติดตอ ไดม ีโอกาสพฒั นาทักษะ องคความรู มกี ารฝก อบรมและฝกประสบการณในการดําเนินงานปองกัน 5. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและ ควบคมุ โรคอยา งตอ เนอื่ ง เพอ่ื รองรบั กรณมี กี ารระบาด อาการสาํ คญั ของโรคตดิ ตอ อนั ตราย (ฉบบั ที่ 3) ของโรคตดิ ตออนั ตราย โรคติดตออบุ ตั ิใหมในอนาคต พ.ศ. 2563, 29 กุมภาพนั ธ 2563 2.เนอ่ื งจาก รพ.สต. ในจงั หวดั ราชบรุ โี อนไปสงั กดั 6. แนวทางปฏิบัติดานสาธารณสุขเพ่ือการจัดการ องคการบรหิ ารสว นจังหวดั จาํ นวน 79 แหง (รอ ยละ ภาวะระบาดของโรคโควิด-19 ในขอกําหนด 50) จึงควรมีการศึกษาเปรียบเทียบการปฏิบัติงาน ออกตามความในมาตรา 9 แหง พระราชกาํ หนด ดา นการปอ งกนั ควบคมุ โรคของเจา หนา ทสี่ าธารณสขุ การบริหารราชการในสถานการณฉุกเฉิน พ.ศ. ในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล สังกัดสํานกั งาน 2548 (ฉบบั ที่ 1) สาธารณสุขจังหวัด และสังกัดองคการบริหารสวน จังหวดั 7. สรปุ รายงานการประชมุ คณะกรรมการโรคตดิ ตอ เอกสารอางองิ จงั หวดั ราชบรุ .ี ครง้ั ที่ 1/2565 12 มกราคม 2565 1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. คูมือ 8. สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ราชบรุ .ี สถานการณ เจา หนา ทสี่ าธารณสขุ ในการตอบโตภ าวะฉกุ เฉนิ COVID-19 จังหวดั ราชบรุ ี 1 สงิ หาคม 2565. กรณีการระบาด โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สบื คน 2 สงิ หาคม 2565,จาก https://rbpho. ในประเทศไทย ; 2563. moph.go.th/covid19/ 2. World Health Organization.WHO Director- General’s opening remarks at the media 9. ทองหลอ เดชไทย. หลักการบรหิ ารสาธารณสุข. briefing on COVID-19 - 11 March 2020 พมิ พค รั้งท่ี 4. กรงุ เทพฯ : สามเจรญิ พาณิชย ; From https://www.who.int/director- 2549. general/speeches/Detail/who-director- general-s-opening-remarks-at-the-media- 10. Herzberg F. Mausner B, snyderman BB. briefing-on-covid-19-11-march-2020 The motivation to work New York: Transaction Publishers. 2017 11. เปรมากร หยาดไธสง. แรงจูงใจและปจจัยแหง ความสําเร็จที่มีผลตอการปฏิบัติงานปองกัน และควบคุมโรคโควิด 19 ของเจาหนาท่ี สาธารณสขุ ในโรงพยาบาลสง เสรมิ สขุ ภาพตาํ บล จงั หวัดรอ ยเอด็ .วารสารวจิ ยั มข. 2565; 22(2): 175-188 22
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 12. Best, J. W. & Kahn, J. V. (2006). Research 16. สุกานดา สีลาพัฒน. ปจจัยแหงความสําเร็จ in education. Boston: Allyn and Bacon. และการสนับสนุนจากองคการท่ีมีผลตอการ ปฏิบัติงานสุขาภิบาลอาหารของเจาหนาท่ี 13. สันติ ธรณี. การปฏิบัติงานเฝาระวังสอบสวน สาธารณสุขในองคกรปกครองสวนทองถิ่น เคล่ือนที่เร็ว ของเจาหนาที่สาธารณสุข จังหวัดขอนแกน.วารสารวิจัย มข.2565; ในโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล จังหวัด 23(1):14-25. รอ ยเอด็ . วารสารวจิ ยั มข. 2557; 17(3):89-104. 17. สริ นิ ทรท พิ ย อดุ มวงศ. การสนบั สนนุ จากองคก าร 14. สุภาวดี ศรีลามาตย. การบริหารเวชภัณฑ ของ ท่ีมีผลตอคุณภาพชีวิตการทํางานของบุคลากร เจาหนาท่ีสาธารณสุขในโรงพยาบาลสงเสริม สํานักงานปองกันควบคุมโรคท่ี 6 จังหวัด สุขภาพตําบล จังหวดั ขอนแกน.วารสารวิจัย มข. ขอนแกน. วารสารสํานักงานปอ งกนั ควบคุมโรค 2556; 13(2):121-132. ที่ 6 จงั หวัดขอนแกน .2558; 22(1):78-88. 15. กรณัฐ ชูเนตร. ปจจัยท่ีมีผลตอการปฏิบัติงาน เพื่อแกไขปญหาโรคไขเลือดออกของบุคลากร โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลที่อยูในพื้นที่ ระบาดซาํ้ ซากจงั หวัดนครศรีธรรมราช. วารสาร สาธารณสุขและวิทยาศาสตรสุขภาพ. 2565; 5(1):93-106. 23
วารสารสาํ นักงานป้ องกนั ควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 นพิ นธต นฉบบั Original Article ความรู ทัศนคติ และพฤตกิ รรมในการปฏบิ ัติตามกฎจราจรและการปองกันอุบัติเหตุ จากการจราจรทางถนนของผูขับข่ใี นพนื้ ที่อาํ เภอเมอื งอุตรดติ ถ Knowledge, attitude, and behavior in traffic rules and the prevention of road traffic accidents among drivers in MueangUttaraditdistrict. จําเรญิ มรฤทธิ์ พย.ม. (การพยาบาลศึกษา) JumreanMonralid M.N.S. (Nursing Education) สํานกั งานปอ งกนั ควบคมุ โรคที่ 2 จังหวดั พษิ ณุโลก The Office of Disease Prevention and Control 2, Phitsanulok Province บทคดั ยอ การศึกษานี้เปนการวิจัยเชิงพรรณาแบบตัดขวาง (cross-sectional descriptive studies) มี วตั ถุประสงคเ พ่ือศกึ ษาความรู ทัศนคติ และพฤติกรรมในการปฏิบตั ติ ามกฎจราจรและการปองกันอุบตั เิ หตุ จากการจราจรทางถนนของผขู บั ขใี่ นพน้ื ทอี่ าํ เภอมอื งอตุ รดติ ถ กลมุ ตวั อยา งเปน ประชาชนอายุ 15 ปข นึ้ ไปทมี่ ี ประสบการณในการขบั ขี่ จํานวน 400 คน เกบ็ รวบรวมขอ มูลดวยแบบสอบถามประเภทถามตอบดว ยตนเอง วเิ คราะหข อมูลดวยสถิติพรรณนา ไดแ ก ความถี่ รอยละ คาเฉลีย่ และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบวา กลุมตัวอยางสวนใหญมีความรูเก่ียวกับกฎจราจรอยูในระดับปานกลาง รอยละ 57.75 (x=4.59,S.D.=1.76) มที ศั นคตติ อ การขบั ขอ่ี ยใู นระดบั ปานกลางรอ ยละ 52.75 (x=34.96, S.D.=5.24) และมีพฤติกรรมในการปฏิบัติตามกฎจราจรและการปองกันอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนอยูในระดับมาก รอยละ 73.25 (x=49.38, S.D.= 6.98) ขอเสนอแนะในการนําผลการวจิ ยั ไปใช 1) คณะกรรมการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ระดับอาํ เภอหรอื ศูนย ปฏบิ ตั กิ ารความปลอดภยั ทางถนนอาํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถ ควรสนบั สนนุ ใหป ระชาชนทข่ี บั ขรี่ ถจกั รยานยนตเ ปน ประจาํ ทาํ ใบอนญุ าตขับข่ี และ 2) สถานตี ํารวจภธู รและหนวยงานสงั กดั ทองถิ่นในพน้ื ทอ่ี ําเภอเมืองอตุ รดติ ถ ควรเพม่ิ ชอ งทางการสอ่ื สารประชาสมั พนั ธใ หป ระชาชนเขา ใจเรอื่ งกฎจราจร การบงั คบั ใชก ฎหมาย ผลกระทบ ของอบุ ตั เิ หตจุ ากการจราจรทางถนน สรา งทศั นคตดิ า นบวกในการขบั ข่ี ขอ เสนอแนะในการทาํ วจิ ยั ครงั้ ตอ ไป ควรศกึ ษาปจ จยั ทสี่ ง ผลตอ การปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการบงั คบั ใชก ฎหมายในพนื้ ทอี่ าํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถ รวม ทงั้ ศึกษาเปรียบเทียบในกลุม วัยรุน วัยผูใหญ และสูงอายุ คาํ สาํ คญั : ความร,ู ทศั นคติ, พฤตกิ รรม,อุบตั เิ หตุจากการจราจรทางถนน, กฎจราจร 24
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 Abstract This cross-sectional descriptive study aims to study knowledge, attitude, and behavior in traffic rules and the prevention of road traffic accidents among drivers in Mueang Uttaraditdistrict in which the vehicle is controlled. The samples consisted of 400 people at the age of 15 years or older with driving experience. Data were collected by self-responsive questionnaire. Data were analyzed by descriptive statistics including frequency, percentage, mean, and standard deviation. The results of the study found that most samples had a medium knowledge of traffic rules on 57.75 percent (x= 4.49, S.D. = 1.76), a medium driving attitude on 52.75 percent (x = 34.96, S.D. = 5.24), and a highbehavior in traffic rules and the prevention of road traffic accidents on 73.25 percent (x = 49.38, S.D. = 6.98). Recommendations for further research application: 1) the District Quality of Life De- velopment Committee or the Road Safety Operations Center of the district should encourage people who regularly drive motorcycles to obtain a driver’s license, and 2) the district police stations and local agencies, MueangUttaradit district should add the public communication channels to publicize the people to understand the traffic rules, law enforcement, road traffic accident impact, and building positive driving attitude. Suggestions for further research: they should study factors affecting traffic rule compliance and law enforcement in MueangUt- taradit district, including comparative studies among adolescents, adults and the elderly. Key words : Knowledge, Attitude, Behavior, Road traffic accidents, Traffic rules 25
วารสารสาํ นักงานป้ องกนั ควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 บทนาํ อุบัติเหตจุ ากการจราจรทางถนนเปน ภัยสขุ ภาพ สโุ ขทยั (29.05) และตาก (26.75) ตามลาํ ดบั สาํ หรบั ท่ีสําคัญของประเทศไทย ทําใหเกิดความสูญเสียตอ จังหวดั อตุ รดิตถ แมว าอตั ราตายในป 2555-2561มี ชีวิตและทรัพยสนิ ของผปู ระสบเหตโุ ดยขอมลู 3 ฐาน แนวโนมลดลงแตในป 2561 ยังสูงกวาในระดับ จากกระทรวงสาธารณสุข สํานักงานตํารวจแหงชาติ ประเทศ(1) และบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถจํากัด อําเภอเมืองอุตรดิตถเปนอําเภอที่พบจํานวนผู พบวาในชวงป 2554-2562 มผี เู สยี ชีวติ จากอุบัติเหตุ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนสูงสุด จากการจราจรทางถนนทั้งประเทศเฉลี่ย มาก ในจังหวัดอุตรดิตถ อยางตอเนื่อง ในป2561มีผูเสีย ถึง 20,973 คน/ป หรือ 57คน/วัน(1) และแมวา ชวี ติ 46 คน และเพ่ิมข้ึนเปน 54 คน ในป 2562 ซ่งึ ประเทศไทยจะใหความสําคัญในการแกไขปญหา เปน เพศชาย รอ ยละ 85.00 เพศหญงิ รอ ยละ 15.00 อุบตั เิ หตจุ ากการจราจรทางถนน โดยคณะรัฐมนตรมี ี สวนใหญเ ปนวัยผใู หญอายุ 25-29 ป รอยละ 16.67 มตเิ ห็นชอบใหป 2554-2563 เปนทศวรรษแหง ความ อายุ 20-24 ป รอยละ 12.96 และอายุ 40-44 ป ปลอดภัยทางถนน ต้ังเปาหมายลดอัตราตายใหต่ํา รอ ยละ 9.26 ยานพาหนะทผี่ เู สยี ชวี ติ ใชข บั ขส่ี ว นใหญ กวา 10 ตอประชากรแสนคนภายในป 2563 และ เปนรถจักรยานยนตรอยละ 79.63ในกลุมนี้พบวา กําหนดกลไกเพ่ือบริหารจัดการดานความปลอดภัย เมาแลวขับรอ ยละ 59.23 ไมส วมหมวกนิรภยั รอยละ ทางถนนของภาครัฐ ท้ังในระดับประเทศถึงระดับ 33.33(4)จากสถานการณด งั กลา วทาํ ใหค ณะกรรมการ อําเภอและทองถิ่น(2)แตอัตราตาย (ตอประชากร พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอเมืองอุตรดิตถเห็น แสนคน) มีแนวโนมลดลงเพียงเล็กนอยจาก 34.27 ความรุนแรงของปญหาท่ีสงผลกระทบถึงคุณภาพ ในป 2554 เหลอื 30.36 ในป 2562(1) รวมทัง้ ยังสง ชีวิตของประชาชน จึงคดั เลือกมาเปน ประเดน็ ปญหา ผลกระทบตอเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอยาง ในการแกไขผานกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ มากมาย ซงึ่ จากการคํานวณมลู คา ความสญู เสยี จาก อาํ เภอ เพ่อื จะลดจาํ นวนผเู สียชีวติ ลง การเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุจากการ จากทฤษฎโี ดมโิ น (Domino Theory) ทวี่ เิ คราะห จราจรทางถนนของประเทศไทยในป 2554-2556 สาเหตุและขั้นตอนของการเกิดอุบัติเหตุ โดยเปรียบ โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยพบวา เสมอื นการลม ของโดมโิ น 5 ตวั ทอี่ ยใู กลก นั เมอ่ื โดมโิ น มีมูลคาความสูญเสียอยางมหาศาลเปนเงินสูงถึง ตัวท่ี 1 ลมจะสงผลใหโดมิโนตัวถัดไปลมตามไปดวย 545,435 ลานบาท/ป คิดเปนรอยละ 6.00 ของ โดมโิ นตวั ที่ 1หมายถงึ ภมู หิ ลงั หรอื สภาพแวดลอ มทาง ผลิตภัณฑม วลรวมในประเทศ (GDP)(3) สงั คมของคน ตวั ที่ 2หมายถึงความบกพรอ ง ผดิ ปกติ ในพื้นที่เขตสุขภาพท่ี 2 พบอัตราตาย (ตอ ของคน ตวั ที่ 3 หมายถงึ การกระทาํ หรือสภาพการณ ประชากรแสนคน) จากอุบัติเหตุจากการจราจรทาง ที่ไมปลอดภยั ตวั ที่ 4 หมายถงึ อุบตั ิเหตุ และตวั ที่ 5 ถนนมีแนวโนม ลดลงเลก็ นอ ยจาก 38.48 ในป 2554 หมายถึงการบาดเจ็บหรือเสียหายเมื่อนําทฤษฎีดัง เหลือ 33.31 ในป 2562 แตส งู กวาในระดับประเทศ กลาวมาใชกับอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน หาก โดยจังหวัดท่ีมีอัตราตายสูงสุดคือพิษณุโลก (39.79) ตองการปองกันการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและ รองลงไปเปนเพชรบูรณ (36.81) อุตรดิตถ (31.77) ทรัพยสิน (โดมิโนตัวท่ี 5) ตองมุงเนนจัดการที่การก 26
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ระทําหรอื สภาพการณท ไ่ี มปลอดภยั (โดมิโนตัวท่ี 3) โรงพยาบาล 12 แหงจาก 4 ภาคของประเทศไทย เน่ืองจากแกไขไดงายกวาภูมิหลังหรือสภาพแวดลอม พบวา พฤติกรรมเส่ียงและการกระทําผิดกฎจราจร ทางสังคมของคน (โดมิโนตวั ท่ี 1) และความบกพรอ ง มากทสี่ ดุ คอื ไมส วมหมวกนริ ภยั หรอื สวมแตไ มร ดั คาง ผดิ ปกติของคน(โดมโิ นตวั ท่ี 2)(5) รอ ยละ 82.10 ดืม่ แอลกอฮอล รอยละ 31.60 ขบั ขี่ ปจจัยท่ีทําใหเกิดอุบัติเหตุจากการจราจร เรว็ เกนิ กวา กฎหมายกาํ หนด รอ ยละ 31.10 ซงึ่ ผทู ไี่ มม ี ทางถนนประกอบดว ยปจจัยดา นคน (รอ ยละ 95.62) ใบอนุญาตขับขี่ขับเร็วมากกวาผูที่มีใบอนุญาตขับข่ี ยานพาหนะ(รอยละ 27.54) ถนนและส่ิงแวดลอม 2 เทา(8) และนัชรัศม ชูหิรัญญวัฒน ไดศึกษาปจจัย (รอยละ 21.56) ซ่ึงปจจัยดานคนทําใหเกิดอุบัติเหตุ ที่มีความสัมพันธตอพฤติกรรมการปฏิบัติตาม จากการจราจรทางถนนไดมากท่ีสุด(6)ประเทศไทย กฎหมายจราจรของผูขับข่ีรถจักรยานยนตภายใน จึงนํากฎหมายจราจรมาควบคุมพฤติกรรมของผูใช เขตเทศบาลนครนครราชสีมา พบวาในภาพรวม รถใชถนน รวมทั้งผูเ ดินเทา ท่ีสําคัญคือการประกาศ พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั คิ อ นขา งดี เพศหญงิ มกี ารปฏบิ ตั ิ ใชพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และมี ตามกฎหมายจราจรดกี วา เพศชาย ทง้ั ในดา นความเรว็ การแกไขเพ่ิมเติมใหเหมาะสมกับสภาพปจจุบัน(7) การใชโทรศัพทมือถือ และเมาแลวขับ ดานอายุ สําหรับกฎจราจรเปนสวนหน่ึงของกฎหมายจราจร พบวากลุมอายุระหวาง 26-40 ป มีการปฏิบัติตาม มลี กั ษณะเปน คาํ สง่ั หรอื ขอ บงั คบั ใหท กุ คนปฏบิ ตั ติ าม กฎหมายจราจรดีกวากลุมอ่ืนๆ ดานประสบการณ อยา งเครง ครดั และเสมอภาค เพอื่ ใหก ารจราจรในถนน การขับข่ีพบวากลุมท่ีมีประสบการณในการขับขี่นอย เปน ไปดว ยความสะดวก ไมต ดิ ขดั เกดิ ความปลอดภยั กวา 1 ปมีการปฏิบัติตามกฎหมายจราจรนอยกวา เชน การมีใบอนุญาตขับข่ี การปฏิบัติตามสัญญาณ กลุมท่ีมีประสบการณต้ังแต 1 ปขึ้นไป(9) นอกจากน้ี จราจรการกลับรถหรือเล้ียวรถการใชความเร็วใน ธวัชชัย เอกสันติ, กมลทิพย ลมไธสง, นิศารัตน การขับข่ีหามแซงในที่คับขัน หามขับขี่ในขณะหยอน มลู กระโทก, อนสุ า ชนิ ราช, และศริ กิ ญั ญา ฤทธแิ์ ปลก ความสามารถ ไมประมาทหรือขับขีน่ าหวาดเสยี วอนั ไดศ กึ ษาความสมั พนั ธข องความรู ทศั นคติ พฤตกิ รรม อาจเกิดอนั ตรายแกผูขับขีห่ รอื ผอู ่นื ได การสวมหมวก การขับขี่รถจักรยานยนตกับการปองกันอุบัติเหตุของ นิรภัยการคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อปองกันการบาดเจ็บ นกั ศกึ ษาคณะสาธารณสขุ ศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั รุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนดัง นครราชสมี า พบวา สว นใหญม คี วามรใู นระดบั ดี รอ ยละ นนั้ หากประชาชนทใี่ ชร ถใชถ นนปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจร 86.90 มที ศั นคติอยูใ นระดบั สงู รอยละ 86.80 และ อยา งเครง ครดั นอกจากจะทําใหเ กดิ ความสะดวกใน พฤติกรรมการขับข่ีรถจักรยานยนตอยางปลอดภัย การสัญจรแลว ยังสามารถปองกันอุบัติเหตุจากการ สว นใหญอ ยใู นระดบั ดี รอ ยละ 65.90 แตก ารปอ งกนั จราจรทางถนน และลดความสูญเสียท้ังทางรางกาย อุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต สวนใหญอยู จิตใจและทรพั ยสนิ ได ในระดบั ปานกลาง รอยละ 60.20 และพบวาความรู อยา งไรกต็ ามยงั พบการฝา ฝน กฎจราจรและเกดิ ทัศนคติ และพฤติกรรมการขับขี่มีความสัมพันธกับ อุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน โดยการศึกษาของ การปองกันอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต ศิริกุล กุลเลียบ และคณะท่ีศึกษาขอมูลผูบาดเจ็บ อยางมีนัยสาํ คัญ(10) จากอุบัติเหตุรถจักรยานยนตท่ีเขารับการรักษาใน สาํ หรบั ในพน้ื ทอี่ าํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถ ยงั ไมม กี าร 27
วารสารสาํ นักงานป้ องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 ศึกษาเก่ียวกับความรู ทัศนคติ และพฤติกรรมการ สุมแบบ clusters ขั้นแรกสุมพ้ืนท่ีตําบลโดยการสุม ปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ ากการ อยางงายดวยการจับฉลาก 5 ตําบลจากท้ังหมด 17 จราจรทางถนนของผูขับข่ีดังน้ันผูวิจัยในฐานะผูรับ ตําบล ไดตําบลทาอิฐ บานเกาะ งว้ิ งาม ปา เซา และ ผิดชอบงานควบคุมโรคเขตเมืองและสนับสนุนการ วังกะพ้ี ข้ันตอ ไปสุมพืน้ ท่หี มบู าน/ชุมชนโดยสมุ อยา ง ขับเคล่ือนกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอ งา ยดว ยการจับฉลากตาํ บลละ 2 หมบู าน/ชุมชนจาก จากสาํ นกั งานปอ งกนั ควบคมุ โรคท่ี 2 จงั หวดั พษิ ณโุ ลก 5 ตําบลดังกลาว รวม 10 หมูบาน/ชุมชน และขั้น จึงมีความสนใจและดําเนินการวิจัยในคร้ังน้ีเพื่อใหได สุดทายสุมกลุมตัวอยางในหมูบาน/ชุมชนละ 40 คน ขอมูลสนับสนุนการแกปญหาดานอุบัติเหตุจากการ รวม 400 คน จราจรทางถนนในพ้ืนทตี่ อ ไป เครือ่ งมอื ทใ่ี ชในการวจิ ยั วตั ถุประสงคของการวจิ ยั เปนแบบสอบถามที่ผูวิจัยสรางขึ้นมา โดยแบง เพอื่ ศกึ ษาความรู ทศั นคติ และพฤตกิ รรมในการ เปน 4 สว น ไดแก ปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ ากการ สวนที่ 1 ขอ มลู ทั่วไปของกลุมตัวอยางประกอบ จราจรทางถนนของผขู บั ขใ่ี นพน้ื ทอ่ี าํ เภอมอื งอตุ รดติ ถ ดว ยเพศ อายุ การศกึ ษา อาชีพ รายได สถานภาพ สมรส รถทใี่ ชข บั ขบี่ อ ยทส่ี ดุ ประสบการณใ นการขบั ขี่ วัสดุและการวจิ ยั การมีใบอนุญาตขบั ขี่ปญ หาสขุ ภาพ และการประสบ การศึกษาคร้ังนี้เปนการวิจัยเชิงพรรณาแบบ อุบัติเหตุ ตัดขวาง (cross-sectional descriptive studies) สวนท่ี 2 ความรูเก่ียวกับกฎจราจร มีลักษณะ ดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลโดยการสํารวจในชวง เปนคําถามใหเลือกคําตอบท่ีถูกที่สุดจาก 4 ตัวเลือก เดอื นกุมภาพันธ - มนี าคม 2563 รวม 10 ขอ กําหนดเกณฑการใหคะแนน โดยถาตอบ ประชากร คือประชาชนอายุ 15 ปข้ึนไปที่ ถกู ให 1 คะแนน ตอบผดิ ให 0 คะแนน ทง้ั นี้คะแนน อาศยั อยูในพืน้ ทอ่ี าํ เภอเมืองจังหวดั อุตรดติ ถ จํานวน รวมท่ีเปนไปไดอยูระหวาง 0-10 คะแนน และแบง 96,873 คน โดยใชฐานขอมูลประชากรอําเภอเมือง ระดับความรูเปน 3 ระดับ ประกอบดวย ระดับตํ่า จงั หวดั อตุ รดติ ถ ป 2562 จากระบบ HDC กระทรวง หมายถงึ คะแนนรวม 0.00-3.33 คะแนน ระดับปาน สาธารณสุข (ณ วันที่ 1 มกราคม 2563)(11) กลางหมายถึงคะแนนรวม 3.34-6.67 และระดับสูง กลุม ตัวอยา ง หมายถึงคะแนนรวม 6.68-10.00 คือประชาชนอายุ 15 ปขึ้นไปท่ีมีประสบการณ สวนที่ 3 ทัศนคติตอการขับข่ีแบงเปน 2 ดาน ในการขับขี่รถ สามารถอานออกเขียนได และอาศัย ประกอบดวย ดา นความปลอดภัยในการขบั ข่ี 5 ขอ อยูในพ้ืนท่ีอําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ กําหนด และดานการบังคับใชกฎหมายจราจรทางบก 5 ขอ ขนาดของกลมุ ตวั อยา งทรี่ ะดบั ความเชอ่ื มน่ั รอ ยละ 95 รวม 10 ขอ มีลักษณะเปนคําถามใหเลือกตอบแบบ โดยใชต ารางสาํ เรจ็ รปู ของเครซแี่ ละมอรแ กน (Krejcie ประมาณคา (Rating Scale) 5 ระดับ โดยไมเห็น and Morgan)(12) ไดจ าํ นวนกลมุ ตวั อยา ง 384 คน และ ดวยอยางย่ิงหมายถึง 1 คะแนนไมเห็นดวยหมายถึง ปรับเพิม่ เปน 400 คน คดั เลือกกลมุ ตัวอยา งดวยการ 2 คะแนนไมแนใ จหมายถึง 3 คะแนนเหน็ ดว ยหมาย 28
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ถงึ 4 คะแนนและเหน็ ดว ยอยา งยงิ่ หมายถงึ 5 คะแนน จังหวัดอุตรดิตถ 2) ประสานงานกับผูผิดชอบงาน คะแนนรวมที่เปนไปไดอยูระหวาง10-50 คะแนน พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอของสํานักงาน และแบงระดับทัศนคติเปน 3 ระดับ ประกอบดวย สาธารณสขุ อาํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถ เพอ่ื ขอความรว มมอื ระดับต่ําหมายถึงคะแนนรวม 10.00-23.33 ระดับ ในการสงหนังสือขออนุญาตเก็บขอมูลไปยังประธาน ปานกลางหมายถึงคะแนนรวม 23.34-36.67และ ชุมชน/ผูนําชุมชนในพ้ืนที่เปาหมาย 3) จัดเตรียม ระดับสูงหมายถงึ คะแนนรวม 36.68-50.00 แบบสอบถามฉบบั สมบูรณท่ปี รับปรงุ แกไขแลว และ สว นที่ 4 พฤตกิ รรมในการปฏิบัตติ ามกฎจราจร ชแี้ จง ทาํ ความเขา ใจกบั ทมี เกบ็ รวบรวมขอ มลู เพอ่ื ให และการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ ากการจราจรทางถนน แบง ทราบถงึ วตั ถุประสงคในการเกบ็ รวบรวมขอ มลู กลุม เปน 2 ดาน ประกอบดวย ดานการปฏิบัติตามกฎ ตัวอยาง และรายละเอียดของแบบสอบถาม และ จราจร 9 ขอ และดานการปองกันอุบัติเหตุจากการ 4) ทีมเก็บรวบรวมขอมูลลงพ้ืนที่เพื่อดําเนินการเก็บ จราจรทางถนน 6ขอ รวม 15 ขอ มลี กั ษณะเปน คาํ ถาม ขอมูลกับกลุมตัวอยางตามเกณฑที่กําหนดไว เม่ือ ใหเ ลอื กตอบแบบประมาณคา (Rating Scale) 4 ระดบั กลุมตัวอยางยินยอมตอบแบบสอบถาม จึงช้ีแจง ประกอบดว ย ไมเ คยปฏบิ ตั หิ มายถงึ 1 คะแนนปฏบิ ตั ิ วิธีการตอบแบบสอบถามและใหกลุมตัวอยางตอบ บางคร้งั หมายถงึ 2 คะแนน ปฏิบัตบิ อ ยครง้ั หมายถึง แบบสอบถามดวยตนเอง และตรวจสอบความครบ 3 คะแนน และปฏิบัติทุกคร้ังหมายถึง 4 คะแนน ถว นในการตอบแบบสอบถามทกุ ชุด คะแนนรวมท่ีเปนไปไดอยูระหวาง 15-60 คะแนน การพิทักษสิทธ์ิของกลุมตัวอยางดวยการ และแบง ระดบั พฤตกิ รรมเปน 3 ระดับ ประกอบดว ย แนะนาํ ตวั แจงวตั ถุประสงค ขนั้ ตอนการวจิ ยั และ ระดับนอยหมายถึงคะแนนรวม 15.00-30.00 ระดับ ประโยชนของการวิจัย ใหเวลากลุมตัวอยางตัดสิน ปานกลางหมายถึงคะแนนรวม 30.01-45.00 และ ใจเขารวมวิจัยดวยความสมัครใจ ไมมีการบังคับหรือ ระดบั มากหมายถงึ คะแนนรวม 45.01-60.00 จูงใจ หากมีขอสงสัยใหสอบถามได และสามารถ การตรวจสอบคณุ ภาพเครอื่ งมอื แบบสอบถาม ปฏิเสธ ถอนตัวไดตลอดเวลาโดยไมม ีผลใดๆ ตอกลมุ ผานการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา (Content ตวั อยา ง ใหต อบแบบสอบถามดว ยตนเอง ใชเ ลขลาํ ดบั Validity) จากผูเชี่ยวชาญ 3 ทานวิเคราะหความ ที่แทนช่ือของกลุมตัวอยาง เก็บขอมูลที่ไดเปนความ สอดคลองภายในของความรูเก่ียวกับกฎจราจรดวย ลับ วิเคราะหผลในภาพรวม และนําไปใชประโยชน สูตร KR-20 ของคูเดอร-ริชารดสัน (Kuder-Rich- เฉพาะการวิจัยครง้ั นเ้ี ทา นั้น ardson) ได 0.71 ทศั นคติในการขบั ข่แี ละพฤตกิ รรม การวิเคราะหขอมูล นําขอมูลท่ีไดมาวิเคราะห การปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ าก ดวยโปรแกรมสําเร็จรูปและใชสถิติพรรณนา ไดแก การจราจรทางถนน ใชส ตู รหาสมั ประสทิ ธแิ์ อลฟาของ ความถ่ี รอ ยละ คา เฉลยี่ และสว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ครอนบาค (Cronbach, s Alpha Coefficient) ได 0.85 และ 0.76 ตามลาํ ดับ ซ่งึ อยใู นเกณฑท ย่ี อมรับ ผลการศกึ ษา ได (0.70 ขึ้นไป) สวนท่ี 1 ขอมูลทั่วไปของกลุมตัวอยาง กลุม การเก็บรวบรวมขอมูล ดําเนินการโดย ตัวอยา งเปน เพศหญงิ มากกวาเพศชาย โดยเปนเพศ 1) ขออนุญาตเก็บรวบรวมขอ มูลจากนายอาํ เภอเมอื ง หญิงรอ ยละ 56.75 และเพศชายรอ ยละ 42.25 อายุ 29
วารสารสาํ นกั งานป้ องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 เฉล่ีย 41.14 ป สวนใหญมีการศึกษาอยูในระดับ บอ ยทส่ี ดุ รอ ยละ 9.75 มใี บอนญุ าตขบั ขรี่ ถยนตท กุ คน มัธยมศึกษา/ปวช. รอยละ 36.50 อาชีพหลักเปน และในภาพรวมกลมุ ตวั อยา งสว นใหญม ปี ระสบการณ เกษตรกร รอยละ 38.00รายไดเฉลยี่ ตอเดอื น 5,000 ในการขับข่ี 20 ปขึ้นไป รอยละ 49.25 ไมมีปญหา - 10,000 บาท รอยละ 34.25 และมสี ถานภาพสมรส สุขภาพท่ีเปนอุปสรรคตอการขับข่ี รอยละ 84.75 รอยละ 56.25 รถท่ีกลุมตัวอยางใชขับข่ีบอยที่สุด สาํ หรบั กลมุ ทมี่ ปี ญ หาสขุ ภาพ รอ ยละ 15.25 สว นใหญ ในรอบ 1 ปท่ีผานมาคือ รถจักรยานยนต รอยละ เปนปญหาเกี่ยวกับการมองเห็น รอยละ 63.93 ดัง 83.00 และในกลุมนี้สวนใหญมีใบอนุญาตขับขี่รถ ตารางที่ 1 จักรยานยนต รอ ยละ 74.10 สวนกลมุ ทข่ี ับขีร่ ถยนต ตารางที่ 1 จํานวนและรอยละของกลมุ ตวั อยาง จาํ แนกตามคุณลกั ษณะบุคคล (n = 400) คณุ ลกั ษณะบคุ คล จํานวน (คน) รอยละ 1. เพศ 227 56.75 หญิง 169 42.25 ชาย ขา มเพศ 4 1.00 16 4.00 2. อายุ (ป) 74 18.50 15 - 19 95 23.75 20 - 29 93 23.25 30 - 39 75 18.75 40 - 49 33 8.25 50 - 59 14 3.50 60 - 69 70 ขึ้นไป อายเุ ฉลี่ย ( x ) = 41.14 ป สวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.)=14.27 ป อายตุ า่ํ สดุ 15 ป และสงู สุด 80 ป 3. ระดบั การศกึ ษาสงู สดุ ประถมศึกษาหรือตา่ํ กวา 125 31.25 มธั ยมศึกษา / ปวช. 146 36.50 อนุปริญญา / ปวส. 60 15.00 ปริญญาตรี 67 16.75 ปริญญาโทหรือสงู กวา 2 0.50 30
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ตารางท่ี 1 จํานวนและรอ ยละของกลมุ ตวั อยาง จาํ แนกตามคณุ ลักษณะบุคคล (n = 400) (ตอ ) คณุ ลักษณะบุคคล จํานวน (คน) รอ ยละ 4. อาชพี หลกั 152 38.00 เกษตรกร 113 28.25 คา ขาย / ธุรกจิ สว นตัว 40 10.00 บริษทั / เอกชน 31 7.75 นกั เรยี น / นกั ศกึ ษา 23 5.75 ขา ราชการ / รฐั วิสาหกจิ 17 4.25 รบั จางทั่วไป 14 3.50 แมบาน / วางงาน 10 2.50 อน่ื ๆ 73 18.25 137 34.25 5. รายไดตอ เดอื น (บาท) 111 27.75 นอยกวา 5,000 38 9.50 5,000 - 10,000 41 10.25 10,001 - 15,000 225 56.25 15,001 - 20,000 153 38.25 มากกวา 20,000 20 5.00 0.50 6. สถานภาพสมรส 2 83.00 สมรส 332 9.75 โสด 39 7.25 หมาย/ หยา/ แยก 29 ไมระบุ 74.10 246 25.60 7. รถท่ใี ชข ับขบี่ อยท่สี ุดในชว ง 1 ปท ่ผี า นมา 85 0.30 รถจักรยานยนต 1 100.00 รถยนต 39 รถจักรยาน 8. การมใี บอนญุ าตขับข่ี ใบอนุญาตขบั ขี่รถจักรยานยนต (n = 332) - มี - ไมม ี - ไมร ะบุ ใบอนุญาตขับขี่รถยนต( n= 39) - มี 31
วารสารสาํ นักงานป้ องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ตารางที่ 1 จาํ นวนและรอ ยละของกลมุ ตัวอยา ง จาํ แนกตามคณุ ลักษณะบคุ คล (n = 400) (ตอ ) คณุ ลักษณะบุคคล จาํ นวน (คน) รอ ยละ 9. ประสบการณในการขับขี่รถจักรยานยนต 197 49.25 หรอื รถยนต (ป) 86 21.50 20 ขึน้ ไป 57 14.25 10 - 14 53 13.25 5-9 7 1.75 15 - 19 1-4 339 84.75 61 15.25 10. การมปี ญหาสุขภาพท่เี ปน อปุ สรรคตอการขับขี่ 39 63.93 ในชวง 1 ปทผี่ านมา 17 27.87 ไมมี 12 19.67 มี (มีปญหามากกวา 1 ดา น / คน) 7 11.48 - มีปญหาเก่ยี วกับการมองเห็น - มีปญหาเก่ียวกบั การไดย ิน 223 55.75 - มปี ญ หาเกย่ี วกบั เทาหรือขา 177 44.25 - มีปญ หาเกย่ี วกับมอื หรอื แขน 144 81.36 23 12.99 11. การประสบอุบตั ิเหตจุ ากการจราจรทางถนน 10 5.65 ในขณะขบั ข่ี ไมเ คย เคย (n = 177) - บาดเจบ็ เล็กนอ ย (มเี คล็ดขดั ยอก/แผลถลอก) - บาดเจ็บปานกลาง (มแี ผลเปดแตไ มลกึ ) - บาดเจ็บรนุ แรง (มีแผลเปดลกึ ถึงกระดกู / อวัยวะภายใน / รกั ษาแบบผูปวยใน) 32
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 สวนที่ 2 ความรูเกี่ยวกับกฎจราจร กลมุ ตวั อยา งสว นใหญม คี วามรเู กย่ี วกบั กฎจราจร คา เฉลีย่ 4.59 (S.D.=1.76) คะแนนต่ําสุด 0 คะแนน อยูในระดับปานกลาง รอยละ 57.75 โดยรวมมี และสูงสุด 9 คะแนน ดังตารางท่ี 2 ตารางที่ 2 จาํ นวนและรอ ยละของกลุม ตวั อยาง จําแนกตามระดบั ความรเู กย่ี วกับกฎจราจร(n = 400) ระดับความรู คะแนนรวม (เต็ม 10) จํานวน (คน) รอ ยละ ต่าํ 0.00 -3.33 114 28.50 ปานกลาง 3.34 - 6.67 231 57.75 สงู 6.68 -10.00 55 13.75 คาเฉล่ยี ( x ) = 4.59 คะแนนสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) = 1.76 คะแนน คะแนนตาํ่ สุด 0 คะแนนสงู สุด 9 เม่ือพิจารณาความรูเกี่ยวกับกฎจราจร ตามทกี่ ฎหมายกาํ หนด รอ ยละ 89.50 ความเรว็ ในการ เปน รายขอ พบวาขอท่ีกลุมตัวอยางตอบถูกมากท่สี ดุ ขบั ขรี่ ถจกั รยานยนตน อกเขตเทศบาลตามทกี่ ฎหมาย 3 อันดบั แรกคอื ความหมายของเครอ่ื งหมายจราจร กําหนด รอ ยละ 88.50 และการเวนระยะหา งในการ “สีขาว-ดํา” ท่ีทาสลับไวที่ขอบทาง รอยละ 84.75 ขบั ข่ีจากรถคันหนารอยละ 81.75 ตามลําดบั บรเิ วณทผี่ ขู บั ขส่ี ามารถจอดรถได รอ ยละ 75.00 และ สว นท่ี 3 ทัศนคตติ อการขบั ข่ี ความหมายของเครอ่ื งหมายจราจร “สขี าว-เหลอื ง” ท่ี กลุมตัวอยางสวนใหญมีทัศนคติตอการขับข่ีอยู ทาสลบั ไวท ขี่ อบทาง รอ ยละ 62.75 ตามลาํ ดบั สว น ในระดบั ปานกลาง รอ ยละ 52.75 โดยรวมมคี า เฉลยี่ ขอท่ีกลุมตัวอยางตอบผิดมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ 34.96 (S.D.=5.24) คะแนนต่ําสุด 17 คะแนนและ ความเร็วในการขับขี่รถจักรยานยนตในเขตเทศบาล สูงสดุ 44 คะแนน ดงั ตารางท่ี 3 ตารางที่ 3 จาํ นวนและรอยละของกลุมตวั อยา ง จําแนกตามระดบั ทัศนคตติ อการขบั ขี่ (n = 400) ระดบั ทัศนคติ คะแนนรวม (เต็ม 50) จาํ นวน (คน) รอ ยละ ตํ่า 10.00 - 23.33 7 1.75 ปานกลาง 23.34 - 36.67 211 52.75 สูง 36.68 - 50.00 182 45.50 คาเฉลีย่ ( x ) = 34.96 คะแนนสว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) = 5.24 คะแนน คะแนนตา่ํ สดุ 17 คะแนนสงู สดุ 44 33
วารสารสาํ นักงานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ตารางท่ี 4 พฤตกิ รรมในการปฏิบัติตามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ัติเหตุจากการจราจรทางถนน กลุมตัวอยางสวนใหญมีพฤติกรรมในการปฏิบัติตามกฎจราจรและการปองกันอุบัติเหตุจากการ จราจรทางถนนอยใู นระดบั มาก รอ ยละ 73.25โดยรวมมคี า เฉลยี่ 49.38 (S.D.=6.98) คะแนนตาํ่ สดุ 22 คะแนน และสงู สุด 60 คะแนน ดงั ตารางท่ี 4 ระดบั ทัศนคติ คะแนนรวม (เต็ม 60) จาํ นวน (คน) รอ ยละ นอย 15.00 - 30.00 6 1.50 ปานกลาง 30.01 - 45.00 101 25.25 มาก 45.01 - 60.00 293 73.25 คา เฉล่ยี ( x ) = 49.38 คะแนน สวนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) = 6.98 คะแนน คะแนนต่ําสดุ 22 คะแนนสงู สุด 60 สําหรับพฤติกรรมในดานการปฏิบัติตามกฎ ขับขี่ จึงอาจไมไดรับการอบรบเก่ียวกับกฎจราจร จราจรโดยรวมอยใู นระดับมาก (x=3.25 ,S.D.=0.04) หรือไมไดศึกษาหาความรูดวยตนเองอยางเพียงพอ และพฤติกรรมท่ีปฏิบัติไดทุกคร้ังมากท่ีสุด 3 อันดับ ประกอบกับกลุมตัวอยางที่มีการศึกษาอยูในระดับ แรกคือ ใหสัญญาณไฟกอนเปล่ียนชองทางเดินรถ ประถมศกึ ษาหรือตํา่ กวา (รอ ยละ 31.25) อาจเขา ถงึ หรือเล้ียวรถรอยละ 45.75 ไมฝาสัญญาณไฟจราจร ส่ือที่ใหความรูเก่ียวกับกฎจราจรไดนอย จึงมีความรู รอยละ 45.50 และไมแซงและตัดหนารถคันอื่นใน ท่ีถูกตองเกี่ยวกับกฎจราจรไมมากนักซึ่งแตกตางจาก ระยะกระชั้นชิด รอยละ 45.25 ตามลําดับ สําหรับ การศึกษาของธวัชชัย เอกสันติ, กมลทิพย ลมไธสง, พฤติกรรมท่ีปฏิบัติไดทุกคร้ังนอยท่ีสุด 3 อันดับแรก นศิ ารตั น มูลกระโทก, อนสุ า ชนิ ราช, และศิริกัญญา คอื สงั เกตเครอื่ งหมายจราจรและปฏบิ ตั ติ ามขณะขบั ข่ี ฤทธแิ์ ปลกทพ่ี บวา กลมุ ตวั อยา งสว นใหญม คี วามรเู กย่ี ว รอ ยละ 33.50 ไมจ อดรถในท่ีหามจอด รอ ยละ 37.25 กับการขับขี่รถจักรยานยนตอยูในระดับมาก(10)การ และไมข ับข่เี ร็วเกนิ กวา กฎหมายกาํ หนด ที่กลุมตัวอยางมีความรูเก่ียวกับกฎจราจรไมถูกตอง โดยเฉพาะการใชค วามเรว็ ในการขบั ขร่ี ถจกั รยานยนต วจิ ารณและสรปุ ท้ังในและนอกเขตเทศบาลการเวนระยะหางในการ จากผลการศกึ ษาความรู ทศั นคติ และพฤตกิ รรม ขับข่ีจากรถคันหนา และการปฏิบัติเมื่อพบสัญญาณ ในการปฏิบัติตามกฎจราจรและการปองกันอุบัติเหตุ จราจรไฟกระพรบิ สเี หลอื งในบรเิ วณทางรว มทางแยก จากการจราจรทางถนนของผขู บั ขใ่ี นพน้ื ทอี่ าํ เภอมอื ง อาจสง ผลใหเ กดิ การฝา ฝน กฎจราจรโดยไมเ จตนาและ อตุ รดติ ถ ผูวิจยั สรปุ และอภิปรายผลไดดงั นี้ นําไปสูการเกิดอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนได 1. กลุมตัวอยางสวนใหญมีความรูเก่ียวกับกฎ เชน ชนทา ยรถคันหนา จราจรอยใู นระดบั ปานกลาง เมอ่ื พจิ ารณาขอ มลู ทว่ั ไป 2. กลุมตัวอยางสวนใหญมีทัศนคติตอการ ประกอบ จะเห็นวามีกลุมตัวอยางบางสวน (รอยละ ขับข่ีอยูในระดับปานกลางแตในดานความปลอดภัย 21.60) ไมมีใบอนุญาตขับข่ี แสดงวาไมเคยไดรับใบ มีทัศนคติอยูในระดับสูง เนื่องจากสวนใหญเปนวัย อนุญาตขับข่ีมากอนหรือไมไดรับการตอใบอนุญาต ทํางานท่ีตองประกอบอาชีพและมีความรับผิดชอบ 34
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ตอครอบครัว มีประสบการณในการขับข่ีต้ังแต 5 ป จงึ มคี วามชาํ นาญในการขบั ขแ่ี ละปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจร ขึ้นไป จึงเห็นประโยชนของการใชอุปกรณเพ่ือชวย ไดเปนอยางดี รวมท้ังมีความระมัดระวัง ไมขับข่ี ลดความรนุ แรงของการบาดเจบ็ เมอื่ เกดิ อบุ ตั เิ หตจุ าก ดวยความคึกคะนอง สอดคลองกับการศึกษาของ การจราจรทางถนน ไดแก หมวกนิรภัย เข็มขัดนิรภัย นชั รศั ม ชหู ริ ญั ญว ฒั น ทพ่ี บวา มพี ฤตกิ รรมอยใู นระดบั และเห็นผลเสียของพฤติกรรมเสี่ยงที่สามารถนําไปสู คอนขางดี(9) แตแตกตางจากการศึกษาของสุวรรณา การเกดิ อบุ ตั เิ หตจุ ากการจราจรทางถนน ไดแ ก ขบั ขี่ ภัทรเบญจพล และทัดตา ศรีบุญเรือง ที่พบวากลุม เร็วเกินกวากฎหมายกําหนด และขับขี่ขณะมึนเมา ตวั อยา งจาํ นวนมากไมปฏิบัตติ ามกฎจราจร(13) รวมทั้งเห็นความสําคัญของการมีความรูความเขาใจ เก่ียวกับกฎจราจรซึ่งจะชวยใหขับข่ีไดอยางปลอดภัย ขอเสนอแนะ สําหรับดานการบังคับใชกฎหมายกลุมตัวอยางสวน ขอเสนอแนะในการนําผลการวิจัยไปใช1) ใหญมีทัศนคติอยูในระดับปานกลาง และมีทัศนคติ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอ ดา นลบ 2 เรอ่ื ง คอื 1) มคี วามคดิ เหน็ วา การกระทาํ ผดิ หรือศูนยปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอําเภอ กฎจราจรเปน คดเี ลก็ นอ ย ไมส ง ผลกระทบตอ ผอู น่ื หรอื เมืองอุตรดิตถ ควรสนับสนุนใหประชาชนท่ีขับข่ีรถ สังคม เน่ืองจากกลุมตัวอยางสวนใหญไมเคยประสบ จกั รยานยนตเ ปน ประจาํ ทาํ ใบอนญุ าตขบั ขที่ กุ คน เชน อุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน และแมวาบางสวน ประสานสํานักงานขนสงจังหวัดอุตรดิตถใหมาบริกา เคยประสบอบุ ตั เิ หตจุ ากการจราจรทางถนน แตม กั ได รนอกสถานท่ี เนื่องจากกอนไดรับใบอนุญาตขับข่ีจะ รับบาดเจ็บเพียงเล็กนอยจึงไมเขาใจถึงผลกระทบตอ มีการอบรมใหความรูทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผอู ืน่ หรอื สังคม และ 2) มีความคดิ เหน็ วาบทลงโทษ มีการทดสอบความรูและความสามารถในการขับขี่ จากการกระทาํ ผดิ กฎจราจรไมน า เกรงกลวั เนอื่ งจาก รวมทงั้ ตรวจสภาพความพรอ มของรา งกาย เชน การ บทลงโทษเมื่อกระทําผิดพระราชบัญญัติจราจรทาง มองเห็น 2) สถานีตํารวจภูธรและหนวยงานสังกัด บก พ.ศ. 2522 ไดกาํ หนดไวท้ังความผดิ รา ยแรงและ ทองถิ่นในพื้นที่อําเภอเมืองอุตรดิตถ ควรเพ่ิมชอง ไมร า ยแรง แตส ว นใหญก ระทาํ ผดิ กฎจราจรเปน ความ ทางการสื่อสารประชาสัมพันธใหประชาชนเขาใจ ผิดแบบไมร า ยแรง เชน ไมมีใบอนญุ าตขับข่ี ขบั ขเ่ี ร็ว เรอ่ื งกฎจราจร การบังคับใชกฎหมาย ผลกระทบของ เกินกวากฎหมายกําหนด ตัดหนากระช้ันชิด ซ่ึงการ อุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนสรางทัศนคติดาน ลงโทษมที ง้ั วากลา วตักเตือน จับกมุ ปรบั แตอัตราคา บวกในการขับข่ี เพ่มิ ความรบั ผิดชอบตอผูอื่น และ3) ปรับคอ นขางตา่ํ จงึ ทาํ ใหผ กู ระทาํ ผิดไมเกรงกลัวและ ตาํ รวจภธู รจงั หวดั อตุ รดติ ถแ ละสาํ นกั งานปอ งกนั และ อาจกระทาํ ผดิ ซา้ํ ได ซง่ึ ผวู จิ ยั คดิ วา ทศั นคตดิ า นลบทง้ั บรรเทาสาธารณภัยจังหวดั อุตรดิตถ ควรผลักดันเปน 2 เรื่องนเี้ ปนอปุ สรรคตอ การบังคับใชกฎหมาย นโยบายในระดับประเทศใหมีการเพ่ิมบทลงโทษ 3. กลุมตัวอยางสวนใหญมีพฤติกรรมในการ ในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เม่ือมี ปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรและการปอ งกนั อบุ ตั เิ หตจุ ากการ การฝาฝนกฎจราจร เพื่อสงเสริมใหเกิดการบังคับใช จราจรทางถนนอยูในระดับมาก เม่ือพิจารณาขอมูล กฎหมายอยา งเขมขน ท่ัวไปประกอบจะเห็นวากลุมตัวอยางสวนใหญเปน ขอเสนอแนะในการทําวิจัยครั้งตอไป ควรศึกษา วยั ทาํ งาน มปี ระสบการณใ นการขบั ขต่ี งั้ แต 5 ปข นึ้ ไป ปจจัยที่สงผลตอการปฏิบัติตามกฎจราจรและการ 35
วารสารสํานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 บงั คบั ใชก ฎหมายในพนื้ ทอ่ี าํ เภอเมอื งจงั หวดั อตุ รดติ ถ 5. กานสนิ ี ประทีป ณ ถลาง. รูปแบบการปองกัน เชน ความรอบรูดานสุขภาพในการปองกันอุบัติเหตุ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนในพนกั งานฝา ยขายของบรษิ ทั จากการจราจรทางถนน รวมท้ังศึกษาเปรียบเทียบ แหงหนึ่ง [วทิ ยานพิ นธวทิ ยาศาสตรมหาบัณฑติ ] ในกลุมวัยรุน วัยผูใหญ และสูงอายุ เพื่อใหไดขอมูล [อินเตอรเน็ต]. [สืบคนเม่ือ 25 มิ.ย. 2564]. มากําหนดมาตรการในการแกไขปญหาของพื้นที่ให สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร ; 2562. เหมาะเหมาะกับแตล ะกลมุ วัย 164 หนา. แหลงขอมูล:http://kb.psu.ac.th/ กติ ตกิ รรมประกาศ psukb/handle/2016/12601 ขอขอบคณุ นายอาํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถส าธารณสขุ 6. อดศิ กั ดิ์ พงษพ ลู ผลศกั ด,์ิ ธวชั ชยั เหลา ศริ หิ งสท อง, อําเภอเมืองอุตรดิตถและผูรับผิดชอบงานพัฒนา และกวี เออ้ื เกษมสุข. การศึกษาองคป ระกอบที่ คุณภาพชีวิตระดับอําเภอเมืองอุตรดิตถที่ชวย เก่ียวของกับการเกิดอุบัติเหตุจราจรทางถนน. สนับสนุนใหการวิจัยครั้งน้ีสําเร็จลุลวงดวยดีรวมทั้ง วารสารวิจัยและพัฒนา มจธ. [อินเตอรเน็ต]. ขอบคุณผูใหข อมลู ทุกทา นมา ณ โอกาสนี้ 2547 [สืบคนเมื่อ 25 มิ.ย. 2564]; 27(3) เอกสารอางองิ แหลงขอมลู : https://digital.lib.kmutt.ac.th/ 1. กรมควบคุมโรค. ขอมูลการตายจากอุบัติเหตุ journal/kmuttv27n3_6.pdf ทางถนน (3 ฐาน) [อินเตอรเ น็ต]. [สบื คนเมอ่ื 25 7. คณะวชิ าการ The Justice Group. (ม.ป.ป.). มิ.ย. 2564]. แหลงขอมูล: https://dip.ddc. พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522. moph.go.th/new/ กรงุ เทพมหานคร: หา งหนุ สว นจาํ กดั พมิ พอ กั ษร. 2. ธนพงศ จินวงษ. อุบัติเหตุทางถนน “ภัยเงียบ ที่ยังอันตรายและทาทายการจัดการ”. วารสาร 8. ศิริกุลกุลเลียบและคณะ. (2553). โครงการ การแพทยฉ กุ เฉนิ แหง ประเทศไทย [อนิ เตอรเ นต็ ]. ศึกษาข อมูล ก า ร บา ด เ จ็บจา ก อุบัติเหตุ 2564 [สืบคนเมอ่ื 25 มิ.ย. 2564]; 1(1): 72-76. รถจักรยานยนต [อินเตอรเน็ต]. [สืบคนเมื่อ แหลงขอมูล: https://he03.tci-thaijo.org/ 25 มิ.ย. 2564]. แหลงขอมูล : http:// index.php/Jemst-01JHS/article/view/137 www.roadsafetythai.org/edoc/ 3. ณชั ชา โอเจรญิ . อบุ ตั เิ หตทุ างถนน…ความเสยี หาย doc_20181124110053.pdf รายแรงตอเศรษฐกิจไทย[อินเตอรเน็ต].[สืบคน เมื่อ 25 มิ.ย. 2564]. แหลง ขอ มูล: https://tdri. 9. นัชรัศม ชูหิรัญญวัฒน. ปจจัยท่ีมีความสัมพันธ or.th/2017/08/econ_traffic_accidents/ ตอพฤติกรรมการปฏิบัติตามกฎจราจรของ 4. สํานักงานสาธารณสุขอําเภอเมืองอุตรดิตถ. ผู ขั บ ขี่ ร ถ จั ก ร ย า น ย น ต ใ น เ ข ต เ ท ศ บ า ล เอกสารสรุปสถานการณการเสียชีวิตจาก นครราชสีมา [วิทยานิพนธวิศวกรรมศาสต อบุ ตั เิ หตุทางถนนอาํ เภอเมอื งอตุ รดติ ถ. เอกสาร ร ม ห า บั ณ ฑิ ต ] [ อิ น เ ต อ ร เ น็ ต ] . [ สื บ ค น เ ม่ื อ อดั สาํ เนา. 2563. 25 มิ.ย. 2564]. นครราชสีมา:มหาวิทยาลัย เทคโนโลยสี รุ นารี; 2555. 67 หนา. แหลง ขอมูล http://sutir.sut.ac.th:8080/sutir/handle/ 123456789/4310 36
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 10. ธวชั ชัย เอกสันติ, กมลทพิ ย ลมไธสง, นศิ ารัตน 12. ลัดดาวัลย เพชรโรจน, สุภมาส อังศุโชติ, และ มูลกระโทก, อนุสา ชินราช, และศิริกัญญา อัจฉรา ชํานิปะศาสน. (2562). สถิติสําหรับ ฤทธิ์แปลก. พฤติกรรมปองกันอุบัติเหตุ การวจิ ัยและเทคนคิ การใช SPSS ฉบบั ปรับปรงุ จากการขับขี่รถจักรยานยนตของนักศึกษา คร้ังที่ 3. พิมพครั้งท่ี 3. กรุงเทพมหานคร: คณะสาธารณสุขศาสตรมหาวิทยาลัยราชภัฏ เจริญดีมั่นคงการพิมพ. นครราชสมี า. วารสารมหาวทิ ยาลยั วงษช วลติ กลุ [อนิ เตอรเ นต็ ]. 2564 [สบื คน เมอื่ 25 ม.ิ ย. 2564]; 13. สวุ รรณา ภัทรเบญจพล และทัดตา ศรบี ญุ เรือง. 9 (พเิ ศษ):132-137. แหลง ขอ มลู : https://he01. พฤติกรรมการปฏิบัติตามกฎจราจรของชุมชน tci-thaijo.org/index.php/IJPS/article/view/ มหาวิทยาลยั อุบลราชธาน.ี วารสารเภสัชศาสตร 16333 อสี าน [อินเตอรเน็ต].2557 [สบื คน เมอื่ 25 ม.ิ ย. 2564]; 34(2): 132-137. แหลงขอมลู : https:// 11. กระทรวงสาธารณสุข.Health Data Center he01.tci-thaijo.org/index.php/IJPS/article/ (HDC) [อนิ เตอรเน็ต].[สืบคน เมอ่ื 1 ธ.ค. 2563]. view/16333 แหลง ขอ มลู : https://hdcservice.moph.go.th/ hdc/main/index.php 37
วารสารสํานักงานป้ องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 Original Article นิพนธตน ฉบบั การพฒั นาความรูแ ละการปฏิบตั ิดานสขุ าภิบาลอาหารและนาํ้ ของผูสมั ผัสอาหารรานหมูกระทะ กรณศี ึกษาตําบลแหงหนง่ึ อาํ เภอเมอื ง จงั หวัดขอนแกน The Development of Knowledge and Practices on Food and Water Sanitation of Grilled Pork Restaurants’ Food Handlers: A Case Study of a Sub-District, Muang District, Khon Kaen Province นปมณฑ ทรงศรี Napamont Songsri มหาวทิ ยาลัยขอนแกน (Khon Kaen University) บทคัดยอ การวจิ ยั ครง้ั นใี้ ชร ะเบยี บวจิ ยั เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร (Action Research) มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื พฒั นาความรดู า น สขุ าภบิ าลอาหารและนาํ้ ของผสู มั ผสั อาหารรา นหมกู ระทะตาํ บลพระลบั อาํ เภอเมอื งจงั หวดั ขอนแกน ประชากร ท่ใี ชใ นการวจิ ยั ครั้งนี้คอื ผูส ัมผัสอาหารรานหมกู ระทะตําบลพระลับจาํ นวน 54 คนและรา นหมูกระทะจํานวน 12 ราน เครื่องมือท่ีใชในการวิจัยคือแบบสอบถามรายบุคคลแบบทดสอบความรูผูสัมผัสอาหารแบบทดสอบ การปฏิบัติตนดานสุขาภิบาลแบบสํารวจสภาพแวดลอมภายในและภายนอกของรานอาหารการตรวจ การปนเปอนของโคลิฟอรมแบคทีเรียบริเวณฝามือของผูสัมผัสอาหารการตรวจสารเคมีปนเปอนในอาหาร ของรานหมูกระทะ 3 ตวั อยาง ไดแ ก ฟอรมาลนิ บอแรกซแ ละสารฟอกขาวกิจกรรมตดิ ตาม 2 เดือนหลังจาก ไดรับกิจกรรมการพัฒนาและการตรวจการปนเปอนของโคลิฟอรมแบคทีเรียในอาหารประเภทเนื้อสัตวสด 5 ตัวอยาง ไดแก หมูไกกุงปลาหมึกและปลาซึ่งไดผานการตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหาโดยผูเชี่ยวชาญ 3 ทาน ทุกขอคําถามมีคาดัชนีความสอดคลองมากกวา 0.50 และไดคาความเช่ือมั่นเทากับ 0.85 ดําเนิน การเก็บรวบรวมขอ มูลระหวางวันท่2ี 7 มกราคม – 31 มีนาคม 2566 สถติ ิท่ีใชใ นการวิเคราะหขอมูลคือสถติ ิ เชงิ พรรณนาและสถติ เิ ชิงอนุมานโดยมกี ารกาํ หนดระดบั นยั สาํ คญั ทางสถิติที่ 0.05 ผลการศกึ ษาพบวาความรู ดานสุขาภิบาลอาหารและนํ้าของผูสัมผัสอาหารกอนเขารวมกิจกรรมมีความรูอยูในระดับปานกลางและหลัง เขา รว มกจิ กรรมมคี วามรอู ยใู นระดบั สงู สว นดา นปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สขุ าภบิ าลของผสู มั ผสั อาหารกอ นและหลงั การเขา รว มกจิ กรรมผสู มั ผสั อาหารมกี ารปฏบิ ตั ติ นอยใู นระดบั สงู โดยความรแู ละการปฏบิ ตั ติ นกอ นและหลงั เขา รว มกิจกรรมมคี วามแตกตา งกัน (p <0.01) อยา งมีนัยสําคัญทางสถติ ิทีร่ ะดับ 0.05 เม่ือสํารวจสภาพส่ิงแวดลอมภายในรานทง้ั 12 รานพบวา ผานเกณฑส ง่ิ แวดลอมรา นอาหารเบื้องตน ตอมาทําการทดสอบโคลิฟอรมที่บริเวณฝามือของผูสัมผัสอาหารกอนและหลังเขารวมกิจกรรมพบวากอนเขา รวมกิจกรรมพบโคลิฟอรมแบคทีเรียบริเวณฝามือมากกวาหลังเขารวมกิจกรรมซึ่งสวนใหญพบบริเวณฝามือ ผูปรุงอาหารสวนการสํารวจสารเคมีปนเปอนในอาหารพบวามี 1 รานที่พบฟอรมาลินหลังจากการเขารวม กจิ กรรม 2 เดอื นผวู จิ ยั ตรวจหาโคลฟิ อรม แบคทเี รยี ในอาหารสดประเภทเนอื้ สตั วพ บวา สว นใหญพ บโคลฟิ อรม แบคทเี รียในอาหารประเภทกุง 38
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ดงั นน้ั หนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ งควรมกี ารสมุ ตรวจสารเคมปี นเปอ นในอาหารของรา นหมกู ระทะอยา งนอ ย ปล ะ 2 ครง้ั เพอ่ี ใหเ กดิ การระมดั ระวงั และกระตนุ ใหเ กดิ การตน่ื ตวั อกี ทง้ั ควรเขา มาใหค วามรหู รอื จดั อบรมความ รใู หแ กผสู ัมผสั อาหารในรานหมูกระทะเพอ่ื ใหผ ทู ่สี ัมผสั อาหารรูและเขา ใจถงึ วิธกี ารปฏิบัติตนอยา งถูกตอง คําสําคญั : ความร,ู การปฏบิ ัตติ น, ผสู มั ผสั อาหาร Abstract The purpose of this action research was to study the development of knowledge before and after participating in the knowledge testing activity on food and water sanitation of food handlers at grilled pork restaurants in Phra Lap sub-district, Muang district, Khon Kaen province. The population used in this research was 54 people who touched food at Grilled Pork restaurants in Phra Lap sub-district and 12 grilled pork restaurants. Data were collected by interview and survey forms created by the researcher. Every question had a consistency index greater than 0.46 and a questionnaire’s reliability was 0.85. Data were collected between 27 January 2023 - 31 March 2023. Data were analyzed by descriptive statistics: percentage, mean, standard deviation and inferential statistics: Paired Samples Test to test the differences of scores before and after receiving development activities. The level of statistical significance was 0.05. The result found that Knowledge on food and water sanitation among food han- dlers before participating in the activitywas at a moderate level, and after participating in the activity, knowledge is at a high level.The change rate of the score increased by 28.75 percent, which Before and after participating in food and water handler’s activities having the high level of practical knowledge that has a change rate of 25.63% increasing in scores.The scores before participating in the activity and after participating in the activity are different (p < 0.01) at a statistically significant level of 0.05. When surveying the environment inside all 12 stores, the storeswere found to pass the preliminary restaurant environment criteria. Subsequently, coliform test was conducted on the palms of the food handlers before and after participating in the activity. It was found that before participating in the activity, more 39
วารสารสาํ นกั งานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบรุ ี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 coliform bacteria were found on the palms than after participating in the activity. Mostly found on the palms of customer service workers and cooks. As for the survey of chemical contamination in food, it was found that one restaurant found formalin. After 2 months of participating in the activity, the researcher examined coliform bacteria in fresh food such as meat. It was found that most of the coliform bacteria were found in shrimp accounting for 50.00 percent. Therefore, relevant agencies should randomly inspect for chemical contamination in the food of the grilled pork restaurants at least 2 times/year in order to be cautious and to encourage awareness. In addition, they should provide knowledge or training for food handlers in grilled pork restaurants so that food handlers know and under- stand how to behave properly. Keywords : knowledge, behavior, and food handler 40
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 บทนาํ ผูสัมผัสอาหารถือเปนบุคคลที่มีความสําคัญใน จงั หวดั ขอนแกนตงั้ อยูใ นภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื มี การจัดหาอาหาร ปรงุ ประกอบ และใหบริการอาหาร ทัง้ หมด 26 อําเภอ จังหวัดขอนแกน พบสถติ ขิ องการ ท่ีสะอาดปลอดภัย มีคุณคาทางโภชนาการ ผูสัมผัส ปว ยเปน โรคอจุ จาระรว งทงั้ จงั หวดั ในเดอื นมกราคม – อาหารจึงตองเปนผูที่มีความรู ความเขาใจในเร่ือง กรกฎาคม ป พ.ศ. 2565 พบผปู วยทีเ่ ปน โรคอุจจาระ หลักการสุขาภิบาลอาหารและนํ้า รวมทั้งกฎเกณฑ รวงตอแสนประชากรอยูท่ี 13,963 ราย คิดเปน และกฎหมายที่เก่ียวของ ซ่ึงผูสัมผัสอาหารจะตองรู 780.43 ตอประชากรแสนในจังหวัดขอนแกน และ และสามารถนําความรูน้ันไปปฏิบัติไดอยางถูกตอง อําเภอเมืองขอนแกนมีทั้งหมด 2,851 รายตอแสน เน่ืองจากผูสัมผัสอาหารสามารถแพรกระจายโรคให ประชากร(4) กบั ผบู รโิ ภคได โรคตดิ ตอ ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั ผสู มั ผสั อาหาร ตําบลพระลับเปนตําบลหน่ึงในอําเภอเมือง หมายถงึ โรคทสี่ ามารถตดิ ตอ จากผสู มั ผสั อาหารไปยงั ขอนแกน จังหวดั ขอนแกน ตําบลพระลบั อยใู กลเ คยี ง ผบู รโิ ภค อาทิ อหวิ าตกโรค ไขไ ทฟอยด โรคบดิ ไขส กุ ใส กับเขตเทศบาลเมืองขอนแกน รานอาหารขยายออก ไขห ดั โรคคางทมู วณั โรคในระยะอนั ตราย โรคเรอ้ื นใน มานอกพื้นที่มากขึ้น มีอาหารหลากหลายประเภท ระยะตดิ ตอ โรคผวิ หนงั ทนี่ า รงั เกยี จ ไวรสั ตบั อกั เสบเอ รวมถงึ รา นหมกู ระทะซงึ่ เปน ทนี่ ยิ มกนั อยา งแพรห ลาย ไขหวัดใหญ(1)การสุขาภิบาลอาหารในประเทศไทยมี โดยเฉพาะชว งเทศกาลจะมกี ารมาเลย้ี งรบั ประทานหมู ความจาํ เปน อยา งมาก เนอ่ื งจากประเทศไทยอยใู นเขต กระทะทร่ี า น หรอื ซอ้ื กลบั ไปรบั ประทานอาหารทบ่ี า น รอน สภาพอากาศในประเทศไทยเอื้ออํานวยตอการ หมูกระทะเปนอาหารประเภทปงยางและตมในหมอ เจริญเติบโตของแบคทีเรียและปรสิต รวมทั้งการรับ เดียวกัน การรับประทานหากรับประทานสุกๆ ดิบๆ ประทานอาหารสกุ ๆ ดิบ ๆ ของ ประชาชน ซง่ึ สง ผล หรือรับประทานสารเคมีที่ปนเปอน อาจกอใหเกิด ใหเกิดโรคจากอาหารและน้ําเปนสอ่ื มากขนึ้ (2) ความดันโลหิตต่ํา ปวดทอง อาเจียน อุจจาระรวง สถานการณโรคติดตอทางอาหารและน้ํา จากการปนเปอนของสาร จากขอมูลท่ีกลาวมาขาง ประเทศไทยยอ นหลงั 3 ป ทง้ั 13 เขตสขุ ภาพ ตงั้ แตป ตนผูวิจัยจึงสนใจศึกษาความรูและการปฏิบัติดาน พ.ศ. 2562 – 2565 พบวา มีรายงานผูปวยดว ย 5 โรค สุขาภิบาลอาหารและน้ําของผูสัมผัสอาหารรานหมู สําคัญที่ติดตอทางอาหารและน้ํา ไดแก โรคอุจจาระ กระทะ กรณศี กึ ษาตาํ บลแหง หนงึ่ อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั รว ง 15,313,686 ราย โรคอาหารเปน พษิ 40,973 ราย ขอนแกน โรคบดิ 1,108 ราย โรคไขไ ทฟอยดห รอื ไขร ากสาดนอ ย 220 ราย และอหิวาตกโรค 2 ราย สําหรับโรคตดิ ตอ วัตถปุ ระสงคในการวจิ ยั ทางอาหารและนาํ้ เกดิ จากการรบั ประทานอาหารหรอื 1. วตั ถปุ ระสงคท ว่ั ไป ดื่มน้ําท่ีมีการปนเปอนเช้ือแบคทีเรีย ไวรัสโปรโตซัว เพอื่ พฒั นาความรแู ละการปฏบิ ตั ดิ า นสขุ าภบิ าล หนอนพยาธิฯ ผูปวยจะมีอาการปวดทอง ถายเหลว อาหารและน้ําของผูสัมผัสอาหารรานหมูกระทะ 3 ครง้ั ตอ วนั หรอื มากกวา อจุ จาระอาจพบเยอ่ื มกู และ กรณีศึกษาพื้นท่ีตําบลพระลับ อําเภอเมือง จังหวัด มีเลือดปน คล่ืนไส อาเจยี น มีไข ในบางรายมอี าการ ขอนแกน รุนแรงอาจทําใหเสยี ชวี ติ ได( 3) 41
วารสารสาํ นกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 2. วัตถุประสงคเ ฉพาะ อางอิงจาก สํานักสุขาภิบาลอาหารและน้ําจาํ นวน 20 2.1 เพอ่ื พฒั นาความรดู า นการสขุ าภบิ าลอาหาร ขอ(ตอบใชหรือไมใชเ ปน คําถามเชงิ ลบและเชิงบวก) และนาํ้ ของผสู มั ผสั อาหารกอ นและหลงั ไดร บั กจิ กรรม สว นที่ 3 แบบสอบถามกอ นและหลงั การปฏบิ ตั ิ พัฒนา ติตนตามหลักสุขาภิบาลอาหารและน้ําในดานสถาน 2.2 เพอ่ื พฒั นาการปฏบิ ตั ติ นดา นการสขุ าภบิ าล ทเี่ ตรยี มประกอบอาหาร ดา นการเตรยี ม-ปรงุ อาหาร อาหารและน้ําของผูสัมผัสอาหารกอนและหลังไดรับ ดา นภาชนะอปุ กรณ ดา นสขุ วทิ ยาสว นบคุ คลและดา น กิจกรรมพฒั นา การควบคุมปองกันและกําจัดสัตวและแมลงนําโรค 2.3 เพื่อสํารวจสภาวะการสุขาภิบาลอาหาร จาํ นวน 17 ขอ และน้าํ ภายในรานอาหารประเภทหมกู ระทะ สว นที่ 4 แบบตรวจเชอื้ โคลฟิ อรม ทบ่ี รเิ วณฝา มอื 2.4 เพื่อทดสอบการปนเปอนของโคลิฟอรม ของผูสัมผัสอาหารรายบุคคลกอนและหลังเขารวม แบคทเี รียบริเวณฝามอื ของผสู ัมผัสอาหาร กจิ กรรมการพัฒนาโดยใชเคร่อื งมือ Si2 ในการตรวจ 2.5 เพอ่ื สาํ รวจสารการปนเปอ นของสารเคมใี น หาเชอ้ื โคลิฟอรม อาหารของรา นอาหารหมูกระทะ แบบสาํ รวจเก่ียวกับสขุ าภิบาลอาหารและนํา้ 2.6 เพื่อทดสอบการปนเปอนของโคลิฟอรม สวนท่ี 1 สํารวจสภาพแวดลอมของรานหมู แบคทีเรียในอาหารประเภทเน้ือสัตวสด หลังจากได กระทะตามขอกําหนดมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร(5) รบั กิจกรรมการพัฒนาเปนระยะเวลา 2 เดอื น (ตามกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานท่ีจําหนาย อาหาร พ.ศ. 2561) โดยแบง คําตอบเปน ถกู ตอ งครบ วิธดี าํ เนินการศกึ ษา ถว น ตอ งปรบั ปรุง และไมม ีกิจกรรม เปน การสาํ รวจ การศึกษาวิจัยครั้งน้ี ใชระเบียบวิจัยเชิงปฏิบัติ สภาพส่ิงแวดลอมภายในรานอาหารเบ้ืองตนตามกฎ การ (Action Research) มีวัตถปุ ระสงคเพื่อพฒั นา กระทรวง 10 ขอ แบงเปนผานและไมผาน คิดเปน ความรูและการปฏิบัติดานสุขาภิบาลอาหารและนํ้า คะแนน 7 ขอขนึ้ ไป ถือวาผานเกณฑสิง่ แวดลอ มราน ของผูสัมผัสอาหารรานหมูกระทะในพื้นที่ตําบลพระ อาหารเบอื้ งตน ผวู จิ ยั จะสาํ รวจและตอบแบบสอบถาม ลบั อําเภอเมอื ง จงั หวัดขอนแกน เองโดยใชเ วลา 5– 10 นาที ประชากรและกลมุ ตัวอยา ง สวนที่ 2 แบบตรวจสารเคมีปนเปอนในราน ผูสัมผัสอาหารรานหมูกระทะ ตําบลพระลับ อาหารทง้ั หมด 12 รา น โดยตรวจสารเคมีดังตอ ไปนี้ อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกนท้ังหมด 54 คน และ 1. ฟอรม าลนิ หรอื นาํ้ ยาดองศพเพอ่ื ความสดใหม จาํ นวนรา นหมูกระทะในพืน้ ทที่ ้งั หมด 12 ราน ของอาหาร เครอ่ื งมือทใี่ ชใ นการเก็บรวบรวมขอมูล 2. บอแรกซหรืองผงกรอบเพ่ือคงสภาพใหของ แบบสอบถามของผูสัมผัสอาหาร กรอบนา รับประทาน สวนที่ 1 แบบสอบถามขอมูลท่ัวไปของกลุม 3. สารฟอกขาวเพ่ือใหอาหารสะอาดขาวสดใส ตวั อยาง จาํ นวน 11 ขอ สวนที่ 3 กิจกรรมการติดตามหลังจากไดเขา สวนที่ 2 แบบทดสอบกอนและหลังความรู รว มกจิ กรรมการพฒั นา ตรวจเชอ้ื โคลฟิ อรม แบคทเี รยี ดา นสขุ าภิบาลอาหารและน้าํ ของผสู มั ผสั อาหาร โดย ในอาหารประเภทเนอ้ื สตั วส ดทนี่ าํ มาประกอบอาหาร 42
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 เปนหลกั ไดแก เนอื้ หมู เนอื้ ไก และประเภทอาหาร รอ ยละ 9.26 ตามลาํ ดับสาํ หรบั ประสบการณท าํ งาน ทะเลสด ไดแ ก กงุ เนอ้ื ปลาและปลาหมึกโดยใชเ ครือ่ ง ในรา นหมกู ระทะโดยมีประสบการณเ ฉลีย่ 4 ป (S.D. มอื Si2 จาํ นวนตวั อยา งทงั้ หมด 5 ตวั อยา ง โดยตดิ ตาม = 2.92) ซงึ่ สวนใหญมีประสบการณท ํางานอยูในชว ง การเกบ็ เชื้อโคลิฟอรม จะเก็บรา นละ 1 ครงั้ ตวั อยา ง 1 – 5 ปค ิดเปน รอ ยละ 72.22 รองลงมาคอื 6 – 10 เนอื้ สตั วอ ยา งละ 1 ช้ินตอ 1 ขวด ปคิดเปนรอยละ 25.93 และมากกวา 10 ปคิดเปน การเกบ็ รวบรวมและการวิเคราะหขอมลู รอยละ 1.85 ตามลําดับสวนเวลาในการทํางานพบ การวิเคราะหขอมูลหลังจากการเก็บรวบรวม วา ผสู มั ผสั อาหารมเี วลาทาํ งานโดยเฉลย่ี 8 ชว่ั โมง/วนั ขอมูล จากน้ันทําการตรวจสอบความถูกตองของ (S.D. = 1.49) (ดงั ตารางท1่ี ) ขอมลู เรียบรอยแลว นํามาวิเคราะหข อมูลโดยใชสถติ ิ สวนการไดรับบาดเจ็บจากการทํางานพบวา ดังน้ี สวนใหญผูสัมผัสอาหารในรานหมูกระทะรอยละ 1. สถติ เิ ชงิ พรรณนา (Descriptive Statistics) 74.07 ไมเคยไดรับบาดเจ็บจากการทํางานเม่ือ สําหรับขอมูลทั่วไปนําเสนอดวยคา รอยละ คาเฉล่ีย พิจารณาใบรับรองจากการอบรมสุขาภิบาลอาหาร สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คาต่ําสุด – สูงสุด และคา และน้ํากอนเขารวมกิจกรรมพบวาสวนใหญไมมี มัธยฐาน ใบรับรองการอบรมสุขาภิบาลอาหารและน้ําคิดเปน 2. สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) รอ ยละ 77.78 อกี รอ ยละ 22.22 มใี บรบั รองการอบรม ความสมั พันธทางสถิติทดสอบPaired t-testทดสอบ ซึ่งเปนเจาของรานทั้ง 12 รานสวนตําแหนงหนาท่ี ความแตกตา งของคะแนนกอ นและหลงั ไดร บั กจิ กรรม ที่มีการสัมผัสอาหารพบวาสวนใหญเปนพนักงานให การพัฒนา โดยมีการกําหนดระดับนัยสาํ คญั ทางสถิติ บรกิ ารลกู คา คดิ เปน รอ ยละ 42.59 รองลงมาคอื ผปู รงุ ท่ี 0.05 และระดบั ความเชอ่ื มน่ั ทร่ี อ ยละ 95 อาหารคิดเปนรอยละ 35.19 และเจาของรานคดิ เปน รอ ยละ 22.22 ตามลาํ ดบั นอกจากนผ้ี สู มั ผสั อาหารใน ผลการศกึ ษา รานหมูกระทะทั้งหมดไดรับการฉีดวัคซีนCovid-19 1. ขอ มูลท่วั ไปของผูสัมผัสอาหาร โดยเฉล่ีย 3 เข็ม/คน (S.D. = 0.55) (ดังตารางท่ี1) ผูสัมผัสอาหารในรานหมูกระทะเปนเพศชาย รอ ยละ 50.00 และเปน เพศหญงิ รอ ยละ 50.00 มอี ายุ เฉลยี่ 28 ป (S.D. = 7.37) โดยสว นใหญม อี ายรุ ะหวา ง 20–29 ป คิดเปนรอยละ 48.15 รองลงมาคืออายุ ระหวา ง 30–39 ป คดิ เปนรอยละ 29.63 อายตุ ่าํ กวา 20 ป คดิ เปน รอยละ 12.96 และอายรุ ะหวา ง 40–49 ปค ดิ เปน รอ ยละ 9.26 ตามลาํ ดบั สว นระดบั การศกึ ษา พบวา ผสู มั ผสั อาหารในรา นหมกู ระทะสว นใหญจ บการ ศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหรอื อนปุ รญิ ญาคดิ เปนรอ ยละ 66.67 รองลงมาคือระดับปรญิ ญาตรคี ดิ เปนรอยละ 24.07 และมัธยมศึกษาตอนตนคิดเปน 43
วารสารสาํ นกั งานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2565 ตารางท่ี 1 ขอ มลู ทัว่ ไปของผสู มั ผัสอาหารและน้าํ ในรานหมูกระทะ ขอ มลู ทัว่ ไป จาํ นวน (คน) รอ ยละ 50.00 1. เพศ 27 50.00 ชาย 27 12.96 หญิง 7 48.15 26 29.63 2. อายุ 16 9.26 ต่ํากวา 20 ป 5 20 - 29 ป 0 30 - 39 ป 0 0 40 - 49 ป 0 9.26 Mean = 28 ป, S.D. =7.37 5 66.67 36 24.07 3. ระดบั การศึกษา 13 - ไมไ ดรับการศกึ ษา - 0.00 ประถมศึกษา 39 72.22 มัธยมศกึ ษาตอนตน 14 25.93 มัธยมศกึ ษาตอนปลาย/อนปุ ริญญา 1 1.85 ปริญญาตรี 0.00 สงู กวา ปริญญาตรี 22 40.74 22 40.74 4. ประสบการณท าํ งาน 10 18.52 1-5 ป 6-10 ป 14 25.93 มากกวา 10 ป 40 74.07 Mean = 4 ป, S.D. =2.92 5. เวลาทํางาน 6 ชวั่ โมง/วัน 8 ช่วั โมง/วัน 10 ช่ัวโมง/วัน Mean = 8 ช่ัวโมง/วนั , S.D. =1.49 6. รับบาดเจ็บจากการทาํ งาน เคย ไมเ คย 44
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ตารางที่ 1 ขอมูลท่วั ไปของผูสัมผสั อาหารและนาํ้ ในรานหมูกระทะ (ตอ ) ขอ มูลทว่ั ไป จาํ นวน (คน) รอ ยละ 7. ใบรับรองจากการอบรมสุขาภิบาลอาหาร 42 77.78 ไมมี 12 22.22 มี 12 22.22 19 35.19 8. ตาํ แหนง หนาทใ่ี นการสมั ผัสอาหาร 23 42.59 เจา ของราน 0 0.00 ผปู รงุ อาหาร 0 0.00 พนักงานบริการลูกคา 6 11.11 37 68.52 9. จํานวนการไดรบั วคั ซีน Covid-19 11 20.37 ไมไ ดรบั วัคซีน 54 100.00 1 เข็ม/คน 2 เขม็ /คน 3 เขม็ /คน 4 เข็ม/คน Mean = 3 เขม็ /คน, S.D. = 0.55 รวม 2. ความรดู า นสขุ าภบิ าลอาหารและนา้ํ ของผสู มั ผสั อาหารสวนใหญรอยละ 25.93 มีความรูอยูในระดับ อาหาร ปานกลาง และพนกั งานบรกิ ารลกู คา สว นใหญร อ ยละ 2.1 การทดสอบความรดู า นสขุ าภบิ าลอาหาร 29.63 มคี วามรอู ยใู นระดบั ปานกลาง หลงั จากเขา รว ม และน้าํ ของผูสมั ผัสอาหาร กิจกรรมพัฒนาพบวา เจาของรานสวนใหญ รอยละ จากการทดสอบความรูดานสุขาภิบาลอาหาร 22.22 มีความรูอยูใ นระดบั สงู สวนผูป รุงอาหาร สว น และนํ้าของผูสัมผัสอาหารในรานหมูกระทะพบวา ใหญรอยละ 33.33 มีความรูอยใู นระดบั สงู พนกั งาน กอ นเขา รว มกจิ กรรมการพฒั นาเจา ของรา นสว นใหญ บริการลูกคาสวนใหญรอยละ 35.19 มีความรูอยูใน รอยละ 18.52 มีความรูอยูในระดับสูง สวนผูปรุง ระดับสงู (ดังตารางที่ 2) 45
วารสารสาํ นักงานป้ องกนั ควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 ตารางท่ี 2 ความรดู า นสขุ าภิบาลอาหารและนา้ํ ของผสู ัมผัสอาหาร ตําแหนง การสัมผัสอาหาร ระดับความรู กอนเขารว มกจิ กรรม หลังเขา รว มกจิ กรรม จํานวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ 1. เจา ของรา น 0 0 00 (n=12) ตาํ่ (นอยกวา รอ ยละ 60) 2 3.70 00 ปานกลาง (รอยละ 60-79) 10 18.52 12 22.22 สูง (รอยละ 80-100) 5 9.26 00 14 25.93 1 1.85 2. ผปู รุงอาหาร 0 18 33.33 (n=19) ต่าํ (นอยกวา รอยละ 60) 6 0 00 ปานกลาง (รอ ยละ 60-79) 16 11.11 4 7.41 สงู (รอยละ 80-100) 1 29.63 19 35.19 54 1.85 54 100.00 3. พนกั งานบริการลกู คา 100.00 (n=23) ตา่ํ (นอยกวา รอยละ 60) ปานกลาง (รอยละ 60-79) สูง (รอ ยละ 80-100) รวมทงั้ หมด จากการวิเคราะหภาพรวมของการตอบคําถามเก่ียว 2.2 การทดสอบความแตกตา งของความรดู า น กับความรูดานสุขาภิบาลอาหารและนํ้าของผูสัมผัส สุขาภิบาลอาหารและนา้ํ อาหารกอ นเขา รว มกจิ กรรมพบวา ขอ คาํ ถามทผี่ สู มั ผสั ความรดู า นสขุ าภบิ าลอาหารและนา้ํ ของผสู มั ผสั อาหารตอบผิดมากที่สุด คิดเปนรอยละ 75.93 คือ อาหารกอ นและหลงั เขา รว มกจิ กรรมผลการศกึ ษาพบ อาหารสดตองลางใหสะอาดกอนนํามาปรุง หรือการ วาคะแนนกอนและหลังเขารวมกิจกรรมมีความแตก เก็บอาหารประเภทตาง ๆ ตองแยกเก็บเปนสัดสวน ตางกัน (p<0.01) อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ อาหารประเภทเน้ือสัตวดิบ ควรเก็บในอุณหภูมิที่ 0.05 หมายความวา คะแนนหลังเขารวมกิจกรรม ตํา่ กวา 5 องศาเซลเซียส ใชห รือไม ท่สี วนใหญต อบ สูงกวาคะแนนกอนเขารวมกิจกรรมซึ่งมีอัตราการ ผิดเน่ืองจากปกติผูสัมผัสอาหารจะเก็บวัตถุดิบไวใน เปลี่ยนแปลงของคะแนนเพ่ิมข้ึนรอยละ 28.75 (ดัง ถังนํ้าแข็ง ซึ่งคิดวาความเย็นในถังน้ําแข็งมีเพียงพอ ตารางท่ี 3) แสดงใหเ หน็ วา กจิ กรรมการพฒั นาชว ยให สามารถรกั ษาคณุ ภาพของอาหารไมใ หเ นา เสยี ได หลงั ผูสัมผัสอาหารมีความรูดานสุขาภิบาลอาหารและน้ํา เขา รว มกจิ กรรมพบวา ผสู มั ผสั อาหารสามารถตอบขอ ในเพ่ิมข้ึนซ่ึงสังเกตไดจากคะแนนเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นหลัง น้ีไดถกู ตอ งทงั้ หมดคดิ เปน รอยละ 100 จากเขารวมกจิ กรรมการพัฒนา 46
The office of disease prevention and control 5, Ratchaburi province Journal : Volume 6 NO. 2 Jul-Dec 2022 ตารางท่ี 3 ผลทดสอบความแตกตางความรูของผูสัมผัสอาหารกอนและหลังเขารวมกิจกรรมโดยใช Paired t-test การดําเนินงาน คะแนนเฉลี่ย (S.D.) ความแตกตางของคะแนนเฉล่ีย 95%CI p-value กอ นเขารว มกจิ กรรม 13.46 (2.33) หลังเขา รวมกิจกรรม 17.33 (1.32) 3.87 3.20 ถึง 4.54 < 0.01 2.3 การปฏบิ ตั ติ ติ นตามหลกั สขุ าภบิ าลอาหาร ในระดับสูงสวนผูปรุงอาหารสวนใหญรอยละ 35.19 2.3.1 การทดสอบการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั มีมีการปฏิบัติตนตามหลักสุขาภิบาลอาหารและน้ํา สุขาภบิ าลอาหารและนาํ้ อยูในระดับปานกลางและพนักงานบริการลูกคาสวน จากการทดสอบการปฏิบัติตนตามหลัก ใหญร อ ยละ 40.74 มกี ารปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สขุ าภบิ าล สุขาภิบาลอาหารและนํ้าในดานสถานที่เตรียม อาหารและนํ้าอยูในระดับปานกลางหลังจากเขารวม ประกอบอาหารดา นการเตรยี มปรงุ อาหารดา นภาชนะ กจิ กรรมพบวาเจา ของรานสว นใหญรอยละ 22.22 มี อุปกรณดานสุขวิทยาสวนบุคคลและดานการควบคุม ความรูอยูในระดับสูงสวนผูปรุงอาหารสวนใหญรอย ปองกันและกําจัดสัตวและแมลงนําโรคพบวากอน ละ 35.19 มคี วามรอู ยใู นระดบั สงู และพนกั งานบรกิ าร เขารวมกิจกรรมเจาของรานสวนใหญรอยละ 20.37 ลกู คา สวนใหญรอ ยละ 42.59 มีความรอู ยใู นระดับสูง มีการปฏิบัติตนตามหลักสุขาภิบาลอาหารและนํ้าอยู (ดังตารางท่ี 4) ตารางที่ 4 การปฏบิ ัตติ นตามหลกั สขุ าภิบาลอาหารและนา้ํ ตาํ แหนง การสมั ผสั อาหาร ระดับความรู กอ นเขา รว มกิจกรรม หลังเขา รว มกิจกรรม จํานวน รอยละ จํานวน รอ ยละ 1. เจาของรา น ต่ํา (นอ ยกวา รอยละ 60) 0 0 00 (n=12) ปานกลาง (รอ ยละ 60-79) 1 1.85 00 สูง (รอยละ 80-100) 11 20.37 12 22.22 0 2. ผปู รุงอาหาร ตํา่ (นอ ยกวา รอ ยละ 60) 19 0 00 (n=19) ปานกลาง (รอ ยละ 60-79) 0 35.19 00 สงู (รอ ยละ 80-100) 0 19 35.19 22 0 3. พนักงานบริการลูกคา 1 0 00 (n=23) ตาํ่ (นอ ยกวา รอ ยละ 60) 54 40.74 00 ปานกลาง (รอยละ 60-79) 1.85 23 42.59 สงู (รอยละ 80-100) 100.00 54 100.00 รวมทงั้ หมด 47
วารสารสาํ นกั งานป้ องกันควบคมุ โรคที่ 5 ราชบุรี : ปีที่ 6 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565 จากการวิเคราะหภาพรวมของการตอบคําถาม การปฏิบัติตนตามหลักสุขาภิบาลอาหาร เกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สขุ าภบิ าลอาหารและ และนํ้าของผูสัมผัสอาหารกอนและหลังเขารวม นํ้าของผูสัมผัสอาหารกอนเขารวมกิจกรรมพบวาขอ กิจกรรม ผลการศึกษาพบวาคะแนนกอนและหลัง คาํ ถามทผ่ี สู มั ผสั อาหารปฏบิ ตั ผิ ดิ มากทส่ี ดุ คอื พดู คยุ ห เขารวมกิจกรรมมีความแตกตางกัน (p < 0.01) รอื สบู บหุ รใ่ี นขณะประกอบอาหารโดยสว นใหญป ฏบิ ตั ิ อยางมีนยั สําคัญทางสถติ ทิ ี่ระดับ0.05 หมายความวา บางครั้งคดิ เปน รอ ยละ 46.30 ซึง่ การพูดคยุ หรอื การ คะแนนหลังเขารวมกิจกรรมสูงกวาคะแนนกอนเขา สบู บหุ รขี่ ณะทก่ี าํ ลงั ประกอบอาหารอยนู น่ั เปน สงิ่ ทไ่ี ม รวมกิจกรรมซึ่งมีอัตราการเปลี่ยนแปลงของคะแนน ควรปฏบิ ตั ซิ ง่ึ จะทาํ ใหอ าหารมกี ารปนเปอ นไดห ลงั เขา เพิม่ ขึน้ รอ ยละ25.63 (ดังตารางที่ 5) แสดงใหเ ห็นวา รว มกจิ กรรมพบวา ผสู มั ผสั อาหารมกี ารปฏบิ ตั ติ นดขี นึ้ กจิ กรรมการพฒั นาชว ยใหผ สู มั ผสั อาหารมกี ารปฏบิ ตั ิ คอื ไมพ ดู คยุ หรอื ไมส บู บหุ รใ่ี นขณะประกอบอาหารคดิ ตนตามหลกั สขุ าภบิ าลอาหารและนา้ํ ไดด ขี น้ึ ซงึ่ สงั เกต เปน รอ ยละ 100.00 ไดจ ากคะแนนเฉลย่ี ทเี่ พม่ิ ขน้ึ หลงั จากเขา รว มกจิ กรรม 2.2.3 การทดสอบความแตกตา งของการ การพัฒนา ปฏิบตั ติ นตามหลักสุขาภบิ าลอาหารและนํ้า ตารางท่ี 5 ผลทดสอบความแตกตางการปฏิบัติตนตามหลักสุขาภิบาลอาหารและน้ํากอนและหลังเขารวม กิจกรรมโดยใช Paired t-test การดาํ เนินงาน คะแนนเฉลยี่ (S.D.) ความแตกตางของคะแนนเฉลีย่ 95%CI p-value กอนเขารว มกิจกรรม 40.35 (3.85) หลังเขา รว มกจิ กรรม 50.69 (0.70) 10.34 9.28 ถึง 11.39 < 0.01 2.4 สภาวะการสุขาภิบาลอาหารภายในราน รานอาหารเบื้องตนคิดเปนรอยละ 100 เมื่อจําแนก อาหารประเภทหมูกระทะ สภาพแวดลอ มเปน รายรา นพบวา รา นทไ่ี ดค ะแนนเตม็ 2.4.1 การสํารวจสภาวะการสุขาภิบาล มีจํานวน 5 รา นไดแกรา นท่ี 2, 6, 10, 11 และ12 รอง อาหารภายในรานอาหารประเภทหมูกระทะ ลงคอื รานท่ไี ด 9 คะแนนมีจํานวน 5 รานไดแกร านที่ การสํารวจสภาวะการสุขาภิบาลอาหาร 3, 4, 7, 8 และ 9 สวนรานทไี่ ดคะแนน 8 คะแนนมี ภายในรา นอาหารประเภทหมกู ระทะจํานวน 12 ราน จาํ นวน 2 รา นไดแกร า นที่1 และ5 (ดังตารางท่ี 6) ในพื้นที่ตําบลพระลับอําเภอเมืองจังหวัดขอนแกน เปนการสํารวจสภาพส่ิงแวดลอมภายในรานอาหาร เบื้องตนตามกฎกระทรวง 10 ขอแบงเปนผานและ ไมผานคิดเปนคะแนน 7 ขอขึ้นไปถือวาผานเกณฑ สิ่งแวดลอมรานอาหารเบื้องตนผลการศึกษาพบวา รานหมูกระทะในพ้ืนที่ตําบลพระลับอําเภอเมือง จังหวัดขอนแกนทั้ง 12 รานผานเกณฑส่ิงแวดลอม 48
Search