Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สรุปนักธรรมเอก

สรุปนักธรรมเอก

Published by takfcpb4, 2021-08-30 21:25:45

Description: Summary_DhammaAke_v64

Search

Read the Text Version

มาตรา ๑๓ ใหอ้ ธิบดีกรมการศาสนาเป็นเลขาธิการมหาเถรสมาคม โดยตาแหน่ง และใหก้ รมการศาสนาทาหนา้ ท่สี านกั เลขาธกิ ารมหาเถร สมาคม * มาตรา ๑๔ กรรมการมหาเถรสมาคมซ่งึ พระมหากษตั รยิ ท์ รงแตง่ ตงั้ อยใู่ นตาแหน่งคราวละสองปีและอาจไดร้ บั การแตง่ ตงั้ อกี ได้ * มาตรา ๑๕ นอกจากการพน้ จากตาแหนง่ ตามวาระตามมาตรา ๑๔ กรรมการมหาเถรสมาคมซง่ึ พระมหากษตั รยิ ท์ รงแตง่ ตงั้ พน้ จากตาแหน่ง เม่ือ (๑) มรณภาพ (๒) พน้ จากความเป็นพระภิกษุ (๓) ลาออก (๔) พระมหากษัตรยิ ม์ ีพระบรมราชโองการใหอ้ อก ในกรณีท่กี รรมการมหาเถรสมาคมพน้ จากตาแหน่งก่อนวาระ พระมหากษัตรยิ อ์ าจทรงแตง่ ตงั้ พระภกิ ษุตามมาตรา ๑๒ รูปใดรูปหนง่ึ เป็นกรรมการแทน กรรมการซ่งึ ไดร้ บั แตง่ ตงั้ ตามความในวรรคสองใหอ้ ยใู่ นตาแหน่งเทา่ กับวาระท่เี หลืออย่ขู องผซู้ ง่ึ ตนแทน * มาตรา ๑๕ ทวิ พระบรมราชโองการตามมาตรา ๑๐ วรรคเจด็ การแตง่ ตงั้ กรรมการมหาเถรสมาคมตามมาตรา ๑๒ และการใหก้ รรมการ มหาเถรสมาคมพน้ จากตาแหนง่ ตามมาตรา ๑๕ ใหน้ ายกรฐั มนตรเี ป็นผลู้ งนามรบั สนองพระบรมราชโองการ มาตรา ๑๕ ตรี มหาเถรสมาคมมีอานาจหนา้ ท่ดี งั ตอ่ ไปนี้ (๑) ปกครองคณะสงฆใ์ หเ้ ป็นไปโดยเรียบรอ้ ยดงี าม (๒) ปกครองและกาหนดการบรรพชาสามเณร (๓) ควบคมุ และส่งเสรมิ การศาสนศกึ ษา การศกึ ษา สงเคราะห์ การเผยแผ่ การสาธารณปู การ และการสาธารณสงเคราะหข์ องคณะสงฆ์ (๔) รกั ษาหลกั พระธรรมวนิ ยั ของพระพทุ ธศาสนา (๕) ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่อี น่ื ๆ ตามท่ีบญั ญตั ิไวใ้ นพระราชบญั ญัตนิ ี้ หรอื กฎหมายอน่ื เพ่อื การนใี้ หม้ หาเถรสมาคมมีอานาจตรากฎมหาเถรสมาคม ออกขอ้ บงั คบั วางระเบยี บ ออกคาส่งั มมี ตหิ รือออกประกาศ โดยไมข่ ดั หรอื แยง้ กบั กฎหมายและพระธรรมวนิ ยั ใชบ้ งั คบั ได้ และจะมอบใหพ้ ระภกิ ษุรูปใดหรือคณะกรรมการหรอื คณะอนกุ รรมการตามมาตรา ๑๙ เป็นผใู้ ช้ อานาจหนา้ ท่ตี ามวรรคหน่ึงก็ได้ มาตรา ๑๕ จตั วา เพ่อื รกั ษาหลกั พระธรรมวินยั และเพ่อื ความเรยี บรอ้ ยดีงามของคณะสงฆ์ มหาเถรสมาคมจะตรากฎมหาเถรสมาคม เพ่อื กาหนดโทษหรอื วธิ ีลงโทษทางการปกครองสาหรบั พระภิกษุและสามเณรท่ปี ระพฤติใหเ้ กิดความเสยี หายแก่พระศาสนา และการปกครองของ คณะสงฆก์ ็ได้ พระภิกษุและสามเณรท่ีไดร้ บั โทษตามวรรคหนงึ่ ถึงขน้ั ใหส้ ละสมณเพศตอ้ งสกึ ภายในสามวนั นบั แต่วนั ทราบคาส่งั ลงโทษ หมวด ๓ การปกครองคณะสงฆ์ มาตรา ๒๐ คณะสงฆต์ อ้ งอยภู่ ายใตก้ ารปกครองของมหาเถรสมาคม 23 | P a g e

* มาตรา ๒๐/๑ เพ่อื ประโยชนแ์ กก่ ารปกครองคณะสงฆส์ ว่ นกลางและส่วนภมู ิภาค ใหม้ ีเจา้ คณะใหญ่ปฏิบตั ิหนา้ ท่ใี นเขตปกครองคณะสงฆ์ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา ๒๐/๒ การแต่งตงั้ และการกาหนดอานาจหนา้ ท่เี จา้ คณะใหญ่ ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการท่กี าหนดใน กฎมหาเถรสมาคม * มาตรา ๒๐/๒ การแต่งตงั้ และถอดถอนเจา้ คณะใหญ่และเจา้ คณะภาค หากมีพระราชดารเิ ป็นประการใด ใหด้ าเนนิ การไปตามพระราชดาริ นนั้ สาหรบั การแตง่ ตงั้ และถอดถอนพระภิกษุผดู้ ารงตาแหน่งปกครองคณะสงฆต์ าแหนง่ อน่ื ใหด้ าเนนิ การไปตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ เวน้ แตจ่ ะมีพระราชดารเิ ป็นประการอ่ืน มาตรา ๒๑ การปกครองคณะสงฆส์ ว่ นภมู ภิ าค ใหจ้ ดั แบง่ เขตปกครองดงั นี้ (๑) ภาค (๒) จงั หวดั (๓) อาเภอ (๔) ตาบล จานวนและเขตปกครองดงั กลา่ วใหเ้ ป็นไปตามท่กี าหนดในกฎมหาเถรสมาคม มาตรา ๒๒ การปกครองคณะสงฆส์ ่วนภมู ิภาค ใหม้ พี ระภิกษุเป็นผปู้ กครองตามชน้ั ตามลาดบั ดงั ต่อไปนี้ (๑) เจา้ คณะภาค (๒) เจา้ คณะจงั หวดั (๓) เจา้ คณะอาเภอ (๔) เจา้ คณะตาบล เม่ือมหาเถรสมาคมเห็นสมควรจะจดั ใหม้ รี องเจา้ คณะภาค รองเจา้ คณะจงั หวดั รองเจา้ คณะอาเภอ และ รองเจา้ คณะตาบล เป็นผชู้ ่วยเจา้ คณะนนั้ ๆ ก็ได้ มาตรา ๒๓ การแตง่ ตงั้ ถอดถอนพระอปุ ัชฌาย์ เจา้ อาวาส รองเจา้ อาวาส ผชู้ ่วยเจา้ อาวาส พระภกิ ษุอนั เกี่ยวกบั ตาแหนง่ ปกครอง คณะสงฆ์ ตาแหนง่ อ่ืน ๆ และไวยาวจั กร ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการ ท่กี าหนดในกฎมหาเถรสมาคม หมวด ๔ นิคหกรรมและการสละสมณเพศ มาตรา ๒๔ พระภิกษุจะตอ้ งรบั นิคหกรรมก็ต่อเม่ือกระทาการล่วงละเมดิ พระธรรมวนิ ยั และ นิคหกรรม ท่จี ะลงแก่พระภกิ ษุกต็ อ้ งเป็น นิคหกรรมตามพระธรรมวนิ ยั มาตรา ๒๕ ภาย ใตบ้ งั คบั มาตรา ๒๔ มหาเถรสมาคมมีอานาจตรากฎมหาเถรสมาคม กาหนดหลกั เกณฑ์ และวธิ ีการปฏบิ ตั ิ เพ่อื ใหก้ ารลง นิคหกรรมเป็นไปโดยถกู ตอ้ ง สะดวก รวดเรว็ และเป็นธรรม และใหถ้ ือวา่ เป็นการชอบดว้ ยกฎหมายท่ีมหาเถรสมาคมจะกาหนดในกฎมหาเถร 24 | P a g e

สมาคมใหม้ หาเถรสมาคม หรือ พระภิกษุผปู้ กครองสงฆต์ าแหน่งใดเป็นผมู้ ีอานาจลงนิคหกรรมแกพ่ ระภกิ ษุผลู้ ่วง ละเมดิ พระธรรมวนิ ยั กบั ทง้ั การกาหนดใหก้ ารวนิ ิจฉยั การลงนิคหกรรมใหเ้ ป็นอนั ยตุ ใิ นชนั้ ใด ๆ นนั้ ดว้ ย มาตรา ๒๖ พระภกิ ษุรูปใดลว่ งละเมิดพระธรรมวนิ ยั และไดม้ คี าวนิ ิจฉยั ถงึ ท่สี ดุ ใหไ้ ดร้ บั นคิ หกรรม ถา้ ใหส้ กึ ตอ้ งสกึ ภายในย่ีสิบสี่ช่วั โมงนบั แต่เวลาท่ไี ดท้ ราบคาวนิ จิ ฉยั นนั้ มาตรา ๒๗ เม่ือพระภิกษุรูปใดตอ้ งดว้ ยกรณีขอ้ ใดขอ้ หนง่ึ ดงั ต่อไปนี้ (๑) ตอ้ งคาวินิจฉยั ตามมาตรา ๒๕ ใหร้ บั นิคหกรรมไม่ถงึ ใหส้ กึ แตไ่ ม่ยอมรบั นิคหกรรมนนั้ (๒) ประพฤติล่วงละเมดิ พระธรรมวนิ ยั เป็นอาจณิ (๓) ไมส่ งั กดั อยใู่ นวดั ใดวดั หนงึ่ (๔) ไม่มวี ดั เป็นท่อี ยเู่ ป็นหลกั แหล่ง ใหพ้ ระภิกษุรูปนน้ั สละสมณเพศตามหลกั เกณฑ์ และวิธีการกาหนดในกฎมหาเถรสมาคม พระภิกษุผตู้ อ้ งคาวนิ ิจฉยั ใหส้ ละสมณเพศตามวรรคสอง ตอ้ งสึกภายในสามวนั นบั แตว่ นั ท่ไี ดร้ บั ทราบคาวินิจฉยั นนั้ มาตรา ๒๘ พระภิกษุรูปใดตอ้ งคาพิพากษาถงึ ท่สี ดุ ใหเ้ ป็นบคุ คลลม้ ละลาย ตอ้ งสกึ ภายในสามวนั นบั แต่ วนั ท่คี ดถี งึ ท่สี ดุ มาตรา ๒๙ พระภกิ ษุรูปใดถกู จบั โดยตอ้ งหาวา่ กระทาความผิดอาญา เม่ือพนกั งานสอบสวนหรือพนกั งาน- อยั การไม่เหน็ สมควรใหป้ ลอ่ ย ช่วั คราว และเจา้ อาวาสแหง่ วดั ทพ่ี ระภกิ ษุรูปนน้ั สงั กดั ไมร่ บั มอบตวั ไวค้ วบคมุ หรือพนกั งานสอบสวนไมเ่ ห็นสมควรใหเ้ จา้ อาวาสรบั ตวั ไป ควบคมุ หรอื พระภกิ ษุรูปนนั้ มิไดส้ งั กดั ในวดั ใด วดั หน่งึ ใหพ้ นกั งานสอบสวนมอี านาจจดั ดาเนินการใหพ้ ระภกิ ษุรูปนน้ั สละสมณเพศเสียได้ มาตรา ๓๐ เม่ือจะตอ้ งจาคกุ กกั ขงั หรอื ขงั พระภิกษุรูปใดตามคาพพิ ากษา หรือคาส่งั ของศาลใหพ้ นกั งาน เจา้ หนา้ ท่ผี มู้ อี านาจหนา้ ท่ี ปฏบิ ตั ิการใหเ้ ป็นไปตามคาพพิ ากษา หรอื คาส่งั ของศาลมีอานาจดาเนนิ การให้ พระภิกษุรูปนนั้ สละสมณเพศเสียได้ และใหร้ ายงานใหศ้ าล ทราบถงึ การสละสมณเพศนน้ั หมวด ๕ วดั มาตรา ๓๑ วดั มีสองอยา่ ง (๑) วดั ท่ีไดร้ บั พระราชทานวิสงุ คามสีมา (๒) สานกั สงฆ์ ใหว้ ดั มฐี านะเป็นนิติบคุ คล เจา้ อาวาสเป็นผแู้ ทนของวดั ในกจิ การท่วั ไป มาตรา ๓๒ การสรา้ ง การตงั้ การรวม การยา้ ย การยบุ เลิกวดั และการขอรบั พระราชทาน วสิ งุ คามสีมา ให้ เป็นไปตามวธิ ีการท่กี าหนดในกฎกระทรวง ในกรณียบุ เลิกวดั ทรพั ยส์ ินของวดั ท่ีถกู ยบุ เลกิ ใหต้ กเป็น ศาสนสมบตั กิ ลาง 25 | P a g e

มาตรา ๓๒ ทวิ วดั ใดเป็นวดั รา้ งท่ไี ม่มีพระภกิ ษุอยอู่ าศยั ในระหวา่ งท่ยี งั ไมม่ กี ารยบุ เลกิ วดั ใหก้ รมการศาสนามีหนา้ ท่ปี กครองดแู ลรกั ษาวดั นนั้ รวมทงั้ วดั ท่ธี รณีสงฆ์ และทรพั ยส์ นิ ของวดั นน้ั ดว้ ย การยกวดั รา้ งขนึ้ เป็นวดั มีพระภิกษุอยู่จาพรรษา ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการท่กี าหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๓ ท่วี ดั และท่ซี ่งึ ขนึ้ ต่อวดั มีดงั นี้ (๑) ท่วี ดั คือ ท่ซี ่งึ ตงั้ วดั ตลอดจนเขตของวดั นนั้ (๒) ท่ธี รณีสงฆ์ คอื ท่ซี ง่ึ เป็นสมบตั ขิ องวดั (๓) ท่กี ลั ปนา คือ ท่ซี ง่ึ มผี อู้ ทุ ศิ แตผ่ ลประโยชนใ์ หว้ ดั หรอื พระศาสนา มาตรา ๓๔ การโอนกรรมสิทธิท์ ่ีวดั ท่ีธรณีสงฆ์ หรอื ท่ีศาสนสมบตั ิกลาง ใหก้ ระทาไดก้ แ็ ต่โดยพระราชบญั ญตั ิ เวน้ แตเ่ ป็นกรณีตามวรรคสอง การโอนกรรมสทิ ธิ์ท่ีวดั ท่ีธรณีสงฆ์ หรือท่ศี าสนสมบตั กิ ลาง ใหแ้ กส่ ว่ นราชการ รฐั วิสาหกจิ หรือหนว่ ยงานอื่น ของรฐั เม่ือมหาเถร สมาคมไมข่ ดั ขอ้ งและไดร้ บั คา่ ผาตกิ รรมจากส่วนราชการ รฐั วิสาหกจิ หรอื หนว่ ยงานนน้ั แลว้ ใหก้ ระทาโดยพระราชกฤษฎกี า หา้ มมใิ หบ้ คุ คลใดยกอายคุ วามขนึ้ ตอ่ สกู้ บั วดั หรือกรมการศาสนาแลว้ แต่กรณีในเรื่องทรพั ยส์ นิ อนั เป็นท่วี ดั ท่ธี รณีสงฆ์ หรอื ท่ศี าสน สมบตั ิกลาง มาตรา ๓๕ ท่วี ดั ท่ธี รณีสงฆ์ และท่ศี าสนสมบตั ิกลาง เป็นทรพั ยส์ นิ ซ่งึ ไมอ่ ยใู่ นความรบั ผดิ แหง่ การบงั คบั คดี มาตรา ๓๖ วดั หนงึ่ ใหม้ ีเจา้ อาวาสรูปหน่ึง และถา้ เป็นการสมควรจะใหม้ รี องเจา้ อาวาสหรือผชู้ ่วยเจา้ อาวาสดว้ ยกไ็ ด้ มาตรา ๓๗ เจา้ อาวาสมีหนา้ ท่ดี งั นี้ (๑) บารุงรกั ษาวดั จดั กิจการและศาสนสมบตั ิของวดั ใหเ้ ป็นไปดว้ ยดี (๒) ปกครองและสอดส่องใหบ้ รรพชติ และคฤหสั ถท์ ม่ี ที ่ีอย่หู รอื พานกั อาศยั อยใู่ นวดั นน้ั ปฏิบตั ิตามพระธรรมวินยั กฎมหาเถรสมาคม ขอ้ บงั คบั ระเบยี บหรอื คาส่งั ของมหาเถรสมาคม (๓) เป็นธุระในการศกึ ษาอบรมและส่งั สอนพระธรรมวนิ ยั แก่บรรพชิตและคฤหสั ถ์ (๔) ใหค้ วามสะดวกตามสมควรในการบาเพญ็ กศุ ล มาตรา ๓๘ เจา้ อาวาสมีอานาจดงั นี้ (๑) หา้ มบรรพชติ และคฤหสั ถซ์ ง่ึ มิไดร้ บั อนญุ าตของเจา้ อาวาสเขา้ ไปอยอู่ าศยั ในวดั (๒) ส่งั ใหบ้ รรพชิตและคฤหสั ถซ์ ง่ึ ไมอ่ ยใู่ นโอวาทของเจา้ อาวาสออกไปเสยี จากวดั (๓) ส่งั ใหบ้ รรพชติ และคฤหสั ถท์ ม่ี ที ่อี ยหู่ รอื พานกั อาศยั ในวดั ทางานภายในวดั หรือใหท้ าทณั ฑบ์ น หรือให้ ขอขมาโทษ ในเม่ือบรรพชิตหรือ คฤหสั ถใ์ นวดั นนั้ ประพฤตผิ ิดคาส่งั เจา้ อาวาส ซง่ึ ไดส้ ่งั โดยชอบดว้ ย พระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม ขอ้ บงั คบั ระเบยี บ หรือคาส่งั ของมหา เถรสมาคม 26 | P a g e

มาตรา ๓๙ ในกรณีท่ีไมม่ เี จา้ อาวาสหรือเจา้ อาวาสไม่อาจปฏิบตั หิ นา้ ท่ไี ด้ ใหแ้ ตง่ ตงั้ ผรู้ กั ษาการแทนเจา้ อาวาส ใหผ้ รู้ กั ษาการแทนเจา้ อาวาส มีอานาจและหนา้ ทเ่ี ชน่ เดียวกบั เจา้ อาวาส การแตง่ ตงั้ ผรู้ กั ษาการแทนเจา้ อาวาส ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการท่กี าหนดในกฎมหาเถรสมาคม หมวด ๖ ศาสนสมบตั ิ มาตรา ๔๐ ศาสนสมบตั ิแบ่งออกเป็นสองประเภท (๑) ศาสนสมบตั กิ ลาง ไดแ้ ก่ ทรพั ยส์ นิ ของพระศาสนาซง่ึ มใิ ชข่ องวดั ใดวดั หนึ่ง (๒) ศาสนสมบตั ิของวดั ไดแ้ ก่ ทรพั ยส์ ินของวดั ใดวดั หนง่ึ การดแู ลรกั ษาและจดั การศาสนสมบตั กิ ลาง ใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ท่ขี องกรมการศาสนา เพ่อื การนี้ ใหถ้ ือว่า สานกั งานพระพทุ ธศาสนา แห่งชาตเิ ป็นเจา้ ของศาสนสมบตั กิ ลางนนั้ ดว้ ย การดแู ลรกั ษาและจดั การศาสนสมบตั ขิ องวดั ใหเ้ ป็นไปตามวิธีการท่กี าหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๑ ใหก้ ระทรวงศกึ ษาธิการจดั ทางบประมาณประจาปีของศาสนสมบตั กิ ลางดว้ ยความเหน็ ชอบ ของ มหาเถรสมาคม และเม่ือได้ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ชง้ บประมาณนนั้ ได้ มาตรา ๔๒ ผใู้ ดมิไดร้ บั แตง่ ตงั้ ใหเ้ ป็นพระอปุ ัชฌายห์ รอื ถกู ถอดถอนจากความเป็นพระอปุ ัชฌายต์ ามมาตรา ๒๓ แลว้ กระทาการบรรพชา อปุ สมบทแก่บคุ คลอน่ื ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หนึง่ ปี มาตรา ๔๓ ผใู้ ดฝ่าฝืนมาตรา ๑๕ จตั วา วรรคสองมาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ วรรคสาม หรือมาตรา ๒๘ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หนง่ึ ปี มาตรา ๔๔ ผใู้ ดพน้ จากความเป็นพระภกิ ษุเพราะตอ้ งปาราชิกมาแลว้ ไม่วา่ จะมคี าวนิ จิ ฉยั ตามมาตรา ๒๕ หรอื ไมก่ ต็ าม แตม่ ารบั บรรพชา อปุ สมบทใหม่โดยกล่าวความเทจ็ หรอื ปิดบงั ความจรงิ ต่อพระอปุ ัชฌาย์ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ หนงึ่ ปี มาตรา ๔๔ ทวิ ผใู้ ดหมน่ิ ประมาท ดหู มนิ่ หรือแสดงความอาฆาต มาดรา้ ยสมเด็จพระสงั ฆราช ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กินหนง่ึ ปี หรือปรบั ไม่ เกนิ สองหม่ืนบาท หรือทงั้ จาทง้ั ปรบั มาตรา ๔๔ ตรี ผใู้ ดใสค่ วามคณะสงฆห์ รอื คณะสงฆอ์ ่ืนอนั อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความเส่อื มเสยี หรือความแตกแยกตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ หนึ่งปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ สองหม่ืนบาท หรอื ทง้ั จาทงั้ ปรบั \" มาตรา ๔๕ ใหถ้ ือว่าพระภิกษุซง่ึ ไดร้ บั แตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ในการปกครองคณะสงฆแ์ ละ ไวยาวจั กร เป็น เจา้ พนกั งานตามความใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๖ การปกครองคณะสงฆอ์ น่ื ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ และวิธีการทก่ี าหนดในกฎกระทรวง ----------------------- 27 | P a g e

ขอ้ สอบขา้ งล่าง จะเฉลยตามยคุ สมยั ท่ีบงั คบั ใชพ้ ระราชบญั ญตั นิ นั้ ๆ *** ระวงั ใหด้ ี ขอ้ สอบอาจจะออกพระราชบญั ญัตใิ หม่ ทอ่ งจาใหด้ คี รบั *** (ปี 63, 61, 50) พระราชบญั ญัตคิ ณะสงฆ์ คอื อะไร? ตอบ คอื กฏหมายฉบบั หน่งึ วา่ ดว้ ยคณะสงฆ์ ฯ (ปี 54) คาวา่ คณะสงฆ์ และคณะสงฆอ์ ่ืน แหง่ มาตรา ๕ ทวิ ในพระราชบญั ญัตคิ ณะสงฆห์ มายถงึ ใคร? ตอบ คณะสงฆ์ หมายถงึ บรรดาพระภิกษุท่ไี ดร้ บั บรรพชาอปุ สมบทจากพระอปุ ัชฌายต์ ามพระราชบญั ญตั ินีห้ รอื ตามกฎหมายท่ีใชบ้ งั คบั กอ่ น พระราชบญั ญัตนิ ี้ ไมว่ า่ จะปฏิบตั ศิ าสนกิจในหรอื นอกราชอาณาจกั ร ฯ คณะสงฆอ์ ื่น หมายถึงบรรดาบรรพชติ จีนนกิ ายหรอื อนมั นิกาย ฯ (ปี 45) ตามพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ ใครเป็นผสู้ ถาปนาสมเดจ็ พระสงั ฆราช? ตอบโดยอา้ งมาตรา คาวา่ คณะสงฆ์ และคณะสงฆอ์ น่ื แห่งมาตรา ๕ ทวิ ในพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆห์ มายถึงใคร? ตอบ มาตรา ๗ พระมหากษัตรยิ ท์ รงสถาปนาสมเดจ็ พระสงั ฆราชองคห์ นงึ่ ฯ คณะสงฆ์ หมายถงึ บรรดาพระภกิ ษุท่ไี ดร้ บั บรรพชาอปุ สมบทจากพระอปุ ัชฌาย์ ตามพระราชบญั ญตั ินี้ หรอื ตามกฎหมายท่ใี ชบ้ งั คบั กอ่ น พระราชบญั ญัตนิ ี้ ไมว่ ่าจะปฏิบตั ศิ าสนกจิ ในหรือนอกราชอาณาจกั ร ฯ คณะสงฆอ์ น่ื หมายถึงบรรดาบรรพชติ จนี นิกายหรอื อนมั นกิ าย ฯ ➢ มหาเถรสมาคม (ปี 60 57, 52) กรรมการมหาเถรสมาคมซ่งึ สมเดจ็ พระสงั ฆราชทรงแตง่ ตงั้ พน้ จากตาแหนง่ เม่ือใด? ตอบ พน้ เม่ือ ๑. มรณภาพ ๒. พน้ จากความเป็นพระภกิ ษุ ๓. ลาออก ๔. สมเด็จพระสงั ฆราชมีพระบญั ชาใหอ้ อก ๕. อย่คู รบวาระ ๒ ปี (ปี 51) กรรมการมหาเถรสมาคมดารงอย่ใู นตาแหนง่ คราวละกี่ปี? ตอบ กรรมการท่เี ป็นสมเดจ็ พระราชาคณะ ไมม่ กี าหนดเวลา กรรมการท่สี มเดจ็ พระสงั ฆราชทรงแตง่ ตงั้ ดารงอยใู่ นตาแหน่งคราวละ ๒ ปีฯ (ปี 49) ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบญั ญัตคิ ณะสงฆ์ กาหนดองคป์ ระกอบมหาเถรสมาคมไวอ้ ยา่ งไร? ตอบ กาหนดไวด้ งั นี้ สมเดจ็ พระสงั ฆราช ทรงดารงตาแหนง่ ประธานกรรมการโดยตาแหนง่ สมเด็จพระราชาคณะทกุ รูป เป็นกรรมการโดยตาแหน่ง และพระราชา คณะซ่งึ สมเดจ็ พระสงั ฆราชทรงแตง่ ตงั้ มจี านวนไมเ่ กิน ๑๒ รูป เป็นกรรมการ ฯ (ปี 48) มหาเถรสมาคมมอี านาจหนา้ ท่อี ะไรบา้ ง? ตอบ มอี านาจหนา้ ท่ดี งั นี้ ๑. ปกครองคณะสงฆใ์ หเ้ ป็นไปโดยเรยี บรอ้ ยดีงาม ๒. ปกครองและกาหนดการบรรพชาสามเณร ๓.ควบคมุ และส่งเสรมิ การศาสนศกึ ษา การศกึ ษาสงเคราะห์ การเผยแผ่ การสาธารณปู การ และการสาธารณสงเคราะหข์ องคณะสงฆ์ ๔. รกั ษาหลกั พระธรรมวินยั ของพระพทุ ธศาสนา ๕.ปฏิบตั หิ นา้ ท่อี ่นื ๆ ตามท่บี ญั ญัติไวใ้ นพระราชบญั ญัตินี้ หรอื กฎหมายอื่น ฯ (ปี 47) กรรมการมหาเถรสมาคมดารงอย่ใู นตาแหนง่ คราวละกี่ปี? ตอบ กรรมการมหาเถรสมาคมทเ่ี ป็นสมเดจ็ พระราชาคณะ ไมม่ กี าหนดเวลา กรรมการมหาเถรสมาคมท่สี มเดจ็ พระสงั ฆราชทรงแตง่ ตงั้ ดารงอย่ใู นตาแหน่งคราวละ ๒ ปี ฯ (ปี 46) องคก์ รการปกครองคณะสงฆส์ งู สดุ คอื อะไร? ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ กาหนดองคป์ ระกอบขององคก์ รนนั้ ไวอ้ ยา่ งไร? 28 | P a g e

ตอบ คอื มหาเถรสมาคม ฯ กาหนดไวด้ งั นี้ สมเด็จพระสงั ฆราช ทรงดารงตาแหน่งประธานกรรมการโดยตาแหนง่ สมเด็จพระราชาคณะทกุ รูป เป็นกรรมการโดยตาแหน่ง และพระราชา คณะซง่ึ สมเดจ็ พระสงั ฆราชทรงแตง่ ตงั้ มีจานวนไมเ่ กนิ ๑๒ รูปเป็นกรรมการ ฯ (ปี 45) ผมู้ ิไดร้ บั แตง่ ตงั้ ใหเ้ ป็นพระอปุ ัชฌาย์ หรอื ถกู ถอดถอนจากความเป็นพระอปุ ัชฌาย์ กระทาการบรรพชาอปุ สมบทแก่บคุ คลอ่นื ตอ้ ง ระวางโทษอยา่ งไร? ตามพระราชบญั ญตั ิคณะสงฆ์ ผดู้ ารงตาแหนง่ เลขาธกิ ารมหาเถรสมาคมคือใคร? ตอบ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หนงึ่ ปี ฯ คืออธิบดีกรมการศาสนาโดยตาแหน่ง ตามพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ มาตรา ๑๓ ความวา่ ใหอ้ ธิบดีกรมการศาสนาเป็นเลขาธิการมหาเถร สมาคมโดยตาแหน่ง ฯ (ปี 44) ตามมาตรา ๑๒ แหง่ พระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ กาหนดองคป์ ระกอบของมหาเถรสมาคมไวอ้ ย่างไร? มหาเถรสมาคมมีอานาจหนา้ ท่อี ย่างไร? ตอบเพยี ง ๒ ขอ้ ตอบ กาหนดไวด้ งั นี้ สมเด็จพระสงั ฆราช ทรงดารงตาแหนง่ ประธานกรรมการโดยตาแหน่ง สมเดจ็ พระราชาคณะทกุ รูป เป็นกรรมการโดยตาแหนง่ และ พระราชาคณะซง่ึ สมเดจ็ พระสงั ฆราชทรงแตง่ ตงั้ มีจานวนไมเ่ กนิ ๑๒ รูป เป็นกรรมการ ฯ มอี านาจหนา้ ท่อี ยา่ งนี้ (ตอบเพยี ง ๒ ขอ้ ) ๑. ปกครองคณะสงฆใ์ หเ้ ป็นไปโดยเรียบรอ้ ยดงี าม ๒. ปกครองและกาหนดการบรรพชาสามเณร ๓. ควบคมุ และส่งเสรมิ การศาสนศกึ ษา การศกึ ษาสงเคราะห์ การสาธารณปู การ และการสาธารณสงเคราะหข์ องคณะสงฆ์ ๔. รกั ษาหลกั พระธรรมวนิ ยั ของพระพทุ ธศาสนา ๕. ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่อี น่ื ๆ ตามท่บี ญั ญัตไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั นิ หี้ รือกฎหมายอ่ืน (ปี 43) กรรมการมหาเถรสมาคมดารงอยใู่ นตาแหน่งคราวละก่ีปี? ผจู้ ะดารงตาแหน่งเลขาธิการมหาเถรสมาคมมกี าหนดไวอ้ ยา่ งไร? ตอบ กรรมการมหาเถรสมาคมทเ่ี ป็นสมเดจ็ พระราชาคณะ ไมม่ ีกาหนดเวลา สว่ นกรรมการมหาเถรสมาคมท่สี มเดจ็ พระสงั ฆราชทรงแตง่ ตงั้ ดารงอยใู่ นตาแหน่งคราวละ ๒ ปี ฯ มีกาหนดไวว้ า่ ตอ้ งเป็นอธิบดกี รมการศาสนา (โดยพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕, (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๓ ความว่า ให้ อธิบดีกรมการศาสนาเป็นเลขาธกิ ารมหาเถรสมาคมโดยตาแหนง่ ) ฯ ➢ การปกครองคณะสงฆ์ (ปี 59, 54) องคก์ รปกครองคณะสงฆส์ งู สดุ คอื อะไร? มกี ารกาหนดองคป์ ระกอบไวอ้ ยา่ งไร? ตอบ คือ มหาเถรสมาคม ฯ มีการกาหนดองคป์ ระกอบไวอ้ ย่างนี้ คือ สมเด็จพระสงั ฆราช ทรงดารงตาแหนง่ ประธานกรรมการโดยตาแหนง่ สมเด็จพระราชาคณะทกุ รูปเป็นกรรมการโดยตาแหน่ง และพระราชาคณะ ซ่งึ สมเดจ็ พระสงั ฆราชทรงแตง่ ตงั้ มจี านวนไมเ่ กนิ ๑๒ รูปเป็นกรรมการ ฯ (ปี 57) การปกครองคณะสงฆส์ ว่ นภมู ภิ าค จดั แบง่ เขตการปกครองไวอ้ ยา่ งไร? จงอา้ งมาตราประกอบ 29 | P a g e

ตอบ ๑. ภาค ๒. จงั หวดั ๓. อาเภอ ๔. ตาบล ฯ ตามมาตรา ๒๑ แหง่ พระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ ฯ (ปี 51) ตามมาตรา ๒๑ แหง่ พระราชบญั ญัตคิ ณะสงฆ์ ใหจ้ ดั แบง่ เขตปกครองคณะสงฆส์ ว่ นภมู ภิ าคไวอ้ ย่างไร? ตอบ แบ่งดงั นี้ คือ ๑. ภาค ๒. จงั หวดั ๓. อาเภอ ๔. ตาบล สว่ นจานวนและเขตปกครองดงั กลา่ วใหเ้ ป็นไปตามทก่ี าหนดในกฎมหาเถรสมาคม ฯ (ปี 45) คณะสงฆจ์ ะตงั้ เป็นอสิ ระ ไมอ่ ยภู่ ายใตก้ ารปกครองของมหาเถรสมาคมไดห้ รอื ไม่? จงอา้ งมาตรา ตอบ ไมไ่ ด้ ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๐ ความวา่ คณะสงฆต์ อ้ งอยภู่ ายใตก้ ารปกครองของมหาเถรสมาคม ฯ (ปี 44) ตามมาตรา ๒๑ แหง่ พระราชบญั ญัตคิ ณะสงฆ์ ใหจ้ ดั แบง่ เขตปกครองคณะสงฆส์ ว่ นภมู ภิ าคไวอ้ ยา่ งไร? พระภกิ ษุจะตอ้ งรบั นิคหกรรมเมอ่ื ทาผิดเชน่ ไร? และไดร้ บั นคิ หกรรมใหส้ กึ ตอ้ งสกึ ภายในเวลาเทา่ ไร? ตอบ แบ่งดงั นคี้ ือ ๑) ภาค ๒) จงั หวดั ๓) อาเภอ ๔) ตาบล สว่ นจานวนและเขตปกครองดงั กลา่ วใหเ้ ป็นไปตามท่กี าหนดในกฎมหาเถรสมาคม ฯ เม่ือกระทาการลว่ งละเมดิ พระธรรมวินยั และนิคหกรรมท่จี ะลงโทษแก่ภิกษุจะตอ้ งเป็นนคิ หกรรมตามพระธรรมวินยั ตอ้ งสกึ ภายใน ๒๔ ช่วั โมง นบั แตเ่ วลาท่ไี ดท้ ราบคาวินจิ ฉยั นน้ั ฯ ➢ นิคหกรรมและการสละสมณเพศ (ปี 56) พระภกิ ษุจะไม่สงั กดั อยใู่ นวดั ใดวดั หนึง่ เลยไดห้ รือไม่ จงอา้ งมาตราประกอบดว้ ย? ตอบ ไม่ได้ ฯ ตามมาตรา ๒๗ (๓) แห่งพระราชบญั ญัติคณะสงฆ์ ๒๕๐๕, (แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตคิ ณะสงฆฉ์ บบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ฯ (ปี 55) ภกิ ษุผลู้ ว่ งละเมิดพระธรรมวนิ ยั และไดม้ คี าวนิ ิจฉยั ถึงท่สี ดุ ใหไ้ ดร้ บั นคิ หกรรมใหส้ กึ ตอ้ งปฏบิ ตั ิอย่างไร? ถา้ ไม่ปฏิบตั ิตามตอ้ งไดร้ บั โทษอะไร? ตอบ ตอ้ งสกึ ภายในย่ีสบิ ส่ชี ่วั โมงนบั แต่เวลาท่ไี ดท้ ราบคาวนิ จิ ฉยั ฯ ถา้ ไมป่ ฏิบตั ติ าม ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หนงึ่ ปี ฯ (ปี 49) พระภกิ ษจุ ะตอ้ งรบั นิคหกรรมเม่ือทาผิดเช่นไร? และผไู้ ดร้ บั นิคหกรรมใหส้ กึ ตอ้ งสกึ ภายในเวลาเทา่ ไร? ตอบ เม่ือกระทาการลว่ งละเมิดพระธรรมวนิ ยั และนคิ หกรรมทจ่ี ะลงโทษแก่ภิกษุนน้ั จะตอ้ งเป็นนคิ หกรรมตามพระธรรมวินยั ฯ ตอ้ งสกึ ภายใน ๒๔ ช่วั โมง นบั แตเ่ วลาทไ่ี ดท้ ราบคาวนิ ิจฉยั นน้ั ฯ (ปี 49) พระภกิ ษจุ ะไมส่ งั กดั อยใู่ นวดั ใดวดั หนงึ่ เลยไดห้ รือไม่? อา้ งมาตราประกอบดว้ ย ตอบ ไมไ่ ด้ ฯ ตามมาตรา ๒๗ (๓) แห่งพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ ๒๕๐๕ แกไ้ ขเพม่ิ เติม พ.ศ. ๒๕๓๕ ฯ (ปี 48) ตามมาตรา ๒๗ แหง่ พระราชบญั ญัตคิ ณะสงฆ์ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ กาหนดใหพ้ ระภิกษุสละสมณเพศในกรณีใดบา้ ง? ตอบ ในกรณีใดกรณีหนง่ึ ดงั ต่อไปนี้ ๑. ตอ้ งคาวินิจฉยั ตามมาตรา ๒๕ ใหร้ บั นคิ หกรรมไมถ่ งึ ใหส้ กึ แตไ่ ม่ยอมรบั นิคหกรรมนนั้ ๒. ประพฤตลิ ว่ งละเมิดพระธรรมวนิ ยั เป็นอาจณิ ๓. ไม่สงั กดั อยใู่ นวดั ใดวดั หนง่ึ ๔. ไม่มีวดั เป็นท่อี ยเู่ ป็นหลกั แหลง่ ฯ (ปี 46) ภกิ ษุรูปหนง่ึ ตอ้ งคาพพิ ากษาคดถี งึ ท่สี ดุ ใหเ้ ป็นบคุ คลลม้ ละลาย ภิกษุนน้ั จะตอ้ งปฏบิ ตั อิ ย่างไร? ตามพระราชบญั ญัติคณะสงฆม์ าตรา ไหน? ถา้ ภิกษุนน้ั ฝ่าฝืนไม่ปฏบิ ตั ิตามคาพิพากษาจะถกู ลงโทษอยา่ งไร? ตอบ ภกิ ษุนนั้ ตอ้ งสกึ ภายในสามวนั นบั แต่วนั ท่คี ดถี งึ ท่สี ดุ ฯ ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบญั ญัตคิ ณะสงฆ์ ฯ ถา้ ฝ่าฝืนไมป่ ฏบิ ตั ติ าม ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หนึง่ ปี ตามมาตรา ๔๓ แหง่ พระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ ฯ (ปี 44) ตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบญั ญัตคิ ณะสงฆ์ ใหจ้ ดั แบง่ เขตปกครองคณะสงฆส์ ว่ นภมู ิภาคไวอ้ ย่างไร? 30 | P a g e

พระภกิ ษุจะตอ้ งรบั นิคหกรรมเม่อื ทาผดิ เชน่ ไร? และไดร้ บั นคิ หกรรมใหส้ กึ ตอ้ งสกึ ภายในเวลาเทา่ ไร? ตอบ แบง่ ดงั นคี้ ือ ๑. ภาค ๒. จงั หวดั ๓. อาเภอ ๔. ตาบล ส่วนจานวนและเขตปกครองดงั กลา่ วใหเ้ ป็นไปตามท่กี าหนดในกฎมหาเถรสมาคม ฯ เม่ือกระทาการล่วงละเมดิ พระธรรมวนิ ยั และนิคหกรรมทจ่ี ะลงโทษแกภ่ กิ ษุจะตอ้ งเป็นนคิ หกรรมตามพระธรรมวินยั ตอ้ งสึกภายใน ๒๔ ช่วั โมง นบั แตเ่ วลาท่ไี ดท้ ราบคาวินจิ ฉยั นนั้ ฯ (ปี 44) พระภิกษจุ ะไม่สงั กดั อยใู่ นวดั ใดวดั หนึง่ เลยไดห้ รือไม่ อา้ งมาตราประกอบดว้ ย? เจา้ พนกั งาน ตามความในประมวลกฎหมายอาญา ในพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ ไดแ้ กใ่ คร? ตอบ ไม่ได,้ ตามมาตรา ๒๗ (๓) แห่งพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ ๒๕๐๕, (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ฯ ไดแ้ กพ่ ระภกิ ษุซง่ึ ไดร้ บั แตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ในการปกครองคณะสงฆ์ และไวยาวจั กร เป็นเจา้ พนกั งานตามความในประมวลกฎหมาย อาญา (มาตรา ๔๕) ฯ ➢ วดั (ปี 63, 58) พระราชบญั ญตั ิคณะสงฆม์ าตรา ๓๗ ระบหุ นา้ ทเ่ี จา้ อาวาสไวก้ ่ีอยา่ ง ? อะไรบา้ ง ? ตอบ ระบไุ ว้ ๔ อยา่ ง ฯ คือ ๑. บารุงรกั ษาวดั จดั กจิ การและศาสนสมบตั ขิ องวดั ใหเ้ ป็นไปดว้ ยดี ๒. ปกครองและสอดสอ่ งใหบ้ รรพชิตและคฤหสั ถท์ ่มี ีท่อี ย่หู รอื พานกั อาศยั อยใู่ นวดั นน้ั ปฏิบตั ติ ามพระธรรมวินยั กฎมหาเถรสมาคม ขอ้ บงั คบั ระเบียบหรอื คาส่งั ของมหาเถรสมาคม ๓. เป็นธรุ ะในการศกึ ษาอบรมและส่งั สอนพระธรรมวินยั แกบ่ รรพชติ และคฤหสั ถ์ ๔. ใหค้ วามสะดวกตามสมควรในการบาเพญ็ กศุ ล ฯ (ปี 62, 46) ท่วี ดั ท่ธี รณีสงฆ์ และท่ศี าสนสมบตั ิกลาง ไดแ้ ก่สถานท่เี ชน่ ไร ? ตอบ ท่วี ดั ไดแ้ ก่ท่ซี ง่ึ ตงั้ วดั ตลอดจนเขตของวดั นนั้ ท่ธี รณีสงฆ์ ไดแ้ ก่ท่ีซง่ึ เป็นสมบตั ขิ องวดั ท่ศี าสนสมบตั กิ ลาง ไดแ้ กท่ ่ซี ง่ึ เป็นทรพั ยส์ ินของพระศาสนาซง่ึ มิใช่ของวดั ใดวดั หนง่ึ ฯ (ปี 62, 52) เจา้ อาวาส หมายถงึ ใคร ? ภิกษุผจู้ ะดารงตาแหนง่ เจา้ อาวาสวดั ท่ีไมใ่ ช่พระอารามหลวง ตอ้ งมคี ณุ สมบตั โิ ดยเฉพาะอะไรบา้ ง ? ตอบ หมายถงึ พระภกิ ษุผไู้ ดร้ บั แตง่ ตงั้ ตามกฎมหาเถรสมาคมใหเ้ ป็นพระสงั ฆาธิการปกครองวดั ใดวดั หนงึ่ ฯ คอื ๑. มพี รรษาพน้ ๕ ๒. เป็นผทู้ รงเกียรตคิ ณุ เป็นทเ่ี คารพนบั ถือของคฤหสั ถแ์ ละบรรพชติ ในถ่นิ นนั้ ฯ (ปี 60, 45) จงใหค้ วามหมายของคาต่อไปนี้ ก. ท่วี ดั ข. ท่ธี รณีสงฆ์ ค. ท่กี ลั ปนา ตอบ ก. ท่วี ดั คือท่ซี ง่ึ ตงั้ วดั ตลอดจนเขตของวดั นน้ั ข. ท่ธี รณีสงฆ์ คือท่ซี ่งึ เป็นสมบตั ขิ องวดั ค. ท่กี ลั ปนา คือท่ซี ่งึ มผี อู้ ทุ ิศแตผ่ ลประโยชนใ์ หว้ ดั หรอื พระศาสนา ฯ (ปี 58) ท่วี ดั และท่ซี ง่ึ ขึน้ ตอ่ วดั ตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบญั ญัติคณะสงฆ์ มกี ี่อยา่ ง ? อะไรบา้ ง ? ตอบ มี ๓ อยา่ ง ฯ คือ ๑. ท่วี ดั คอื ท่ซี ่งึ ตงั้ วดั ตลอดจนเขตของวดั นนั้ ๒. ท่ธี รณีสงฆ์ คือท่ซี ง่ึ เป็นสมบตั ขิ องวดั ๓. ท่กี ลั ปนา คือท่ซี ่งึ มผี อู้ ทุ ศิ แตผ่ ลประโยชนใ์ หว้ ดั หรือพระศาสนา ฯ (ปี 55) ตามความในพระราชบญั ญัตคิ ณะสงฆ์ วดั มกี ่ีประเภท? อะไรบา้ ง? และใครเป็นผแู้ ทนของวดั ในกจิ การท่วั ไป? ตอบ มี ๒ ประเภท ฯ คอื ๑. วดั ท่ไี ดร้ บั พระราชทานวิสงุ คามสมี า ๒. สานกั สงฆ์ ฯ เจา้ อาวาสเป็นผแู้ ทนของวดั ในกจิ การท่วั ไป ฯ (ปี 53) ท่ีวดั ท่ีธรณีสงฆ์ หรอื ท่ศี าสนสมบตั ิกลาง จะสามารถโอนกรรมสทิ ธิ์ไดห้ รอื ไม่? มหี ลกั ปฏบิ ตั อิ ย่างไร? 31 | P a g e

ตอบ สามารถโอนได้ ฯ มหี ลกั ปฏบิ ตั ิตามความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบญั ญตั ิคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ (มาตรา ๓๔ การโอนกรรมสิทธิท์ ่ีวดั ท่ธี รณีสงฆ์ หรือ ท่ีศาสนสมบตั ิกลาง ใหก้ ระทาไดก้ แ็ ต่โดยพระราชบญั ญตั ิ เวน้ แต่เป็นกรณี ตามวรรคสอง (ปี 48) ท่วี ดั และท่ธี รณีสงฆไ์ ดแ้ กท่ ่เี ช่นไร? นาย ก ไดร้ บั อนญุ าตจากเจา้ อาวาสใหเ้ ขา้ ปลกู บา้ นอยอู่ าศยั ในทเ่ี ช่นนนั้ นานเกนิ สบิ ปี ภายหลงั จะยึดท่ดี ินผนื นน้ั เป็นสมบตั สิ ว่ นตวั จึงยกอายุ ความขึน้ ตอ่ สกู้ บั วดั โดยอา้ งสิทธคิ รอบครองไดห้ รือไม่? เพราะเหตไุ ร? ตอบ ท่วี ดั คือท่ที ่ตี งั้ วดั ตลอดจนเขตของวดั นนั้ ท่ธี รณีสงฆ์ คอื ท่ซี ่งึ เป็นสมบตั ขิ องวดั ฯ ไมไ่ ด้ เพราะมาตรา ๓๔ วรรคสาม แห่งพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ บญั ญตั วิ ่า หา้ มมใิ หบ้ คุ คลใดยกอายคุ วามขึน้ ตอ่ สู้ กบั วดั หรือสานกั งานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาตแิ ลว้ แต่กรณี ในเรอื่ งทรพั ยส์ นิ อนั เป็นท่วี ดั ท่ธี รณีสงฆห์ รอื ท่ศี าสนสมบตั ิกลาง ฯ (ปี 47) ท่ีวดั ท่ีธรณีสงฆ์ หรือท่ศี าสนสมบตั ิกลาง จะสามารถโอนกรรมสิทธิไ์ ดห้ รอื ไม่ มีหลกั ปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร? ตอบ สามารถโอนได้ มีหลกั ปฏบิ ตั ิตามความในมาตรา ๓๔ แหง่ พระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิ คณะสงฆ์ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ฯ (ปี 43) ในกรณียบุ เลกิ วดั ทรพั ยส์ นิ ของวดั นนั้ จะพึงตกแกใ่ คร? การดแู ลและจดั การศาสนสมบตั ิ กาหนดใหเ้ ป็นหนา้ ท่ขี องใคร? ตอบ ใหต้ กเป็นของศาสนสมบตั กิ ลาง จะแบง่ ใหใ้ ครไมไ่ ด้ (มาตรา ๓๒ วรรค ๒ แหง่ พระราชบญั ญตั ิคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕, (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕) ฯ การดแู ลและจดั การศาสนสมบตั กิ ลาง กาหนดใหเ้ ป็นหนา้ ท่ขี องกรมการศาสนา การดแู ลและจดั การศาสนสมบตั ขิ องวดั กาหนดใหเ้ ป็นหนา้ ท่ขี องเจา้ อาวาส (การดแู ลและจดั การศาสนสมบตั กิ ลาง บญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๔๐ วา่ ใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ท่ขี องกรมการศาสนา เพ่อื การนใี้ หถ้ ือว่ากรมการศาสนา เป็นเจา้ ของศาสนสมบตั กิ ลางนนั้ ดว้ ย และมาตรา ๔๑ วา่ ใหก้ ระทรวงศกึ ษาธิการจดั ทางบประมาณประจาปีของศาสนสมบตั ิกลาง ดว้ ยความ เหน็ ชอบของมหาเถรสมาคม และเม่ือไดป้ ระกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ชง้ บประมาณนน้ั ได้ ส่วนการดแู ลรกั ษาและจดั การศาสนสมบตั ิ ของวดั มีในมาตรา ๓๗ (๑) วา่ เจา้ อาวาสมหี นา้ ท่บี ารุงรกั ษาวดั จดั กจิ การและศาสนสมบตั ขิ องวดั ให้เป็นไปดว้ ยดีและใน มาตรา ๔๐ วา่ การดแู ลรกั ษาและจดั การศาสนสมบตั ิของวดั ใหเ้ ป็นไปตามวธิ กี ารท่กี าหนดในกฎกระทรวง)ฯ (ปี 43) เจา้ อาวาส ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบบั ท่ี ๒๔ ใครเป็นผแู้ ต่งตงั้ ? เจา้ อาวาสผไู้ ดร้ บั แต่งตงั้ มีหนา้ ท่อี ยา่ งไร? ตอบ สมเดจ็ พระสงั ฆราช ทรงแต่งตงั้ เจา้ อาวาสพระอารามหลวง เจา้ คณะจงั หวดั แตง่ ตงั้ เจา้ อาวาสวดั ราษฎร์ ฯ เจา้ อาวาสมีหนา้ ทต่ี ามมาตรา ๓๗ แหง่ พระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕, (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ดงั นี้ ๑. บารุงรกั ษาวดั จดั กจิ การและศาสนสมบตั ขิ องวดั ใหเ้ ป็นไปดว้ ยดี ๒. ปกครองและสอดส่องใหบ้ รรพชิตและคฤหสั ถท์ ม่ี ที ่ีอย่หู รอื พานกั อาศยั อยใู่ นวดั นนั้ ปฏบิ ตั ิตามพระธรรมวินยั กฎมหาเถรสมาคม ขอ้ บงั คบั ระเบยี บ หรือคาส่งั ของมหาเถรสมาคม ๓. เป็นธรุ ะในการศกึ ษาอบรม และส่งั สอนพระธรรมวินยั แกบ่ รรพชติ และคฤหสั ถ์ ๔. ใหค้ วามสะดวกตามสมควรในการบาเพญ็ กศุ ล ฯ 32 | P a g e

➢ ศาสนสมบัติ (ปี 62, 46) ท่วี ดั ท่ธี รณีสงฆ์ และท่ศี าสนสมบตั กิ ลาง ไดแ้ กส่ ถานท่เี ช่นไร ? ตอบ ท่วี ดั ไดแ้ ก่ท่ซี ง่ึ ตงั้ วดั ตลอดจนเขตของวดั นน้ั ท่ธี รณีสงฆ์ ไดแ้ กท่ ่ซี ง่ึ เป็นสมบตั ขิ องวดั ท่ศี าสนสมบตั กิ ลาง ไดแ้ ก่ท่ซี ่งึ เป็นทรพั ยส์ นิ ของพระศาสนาซ่งึ มิใช่ของวดั ใดวดั หนง่ึ ฯ (ปี 53) ศาสนสมบตั มิ กี ่ีประเภท? อะไรบา้ ง? การจะนาผลประโยชนจ์ ากศาสนสมบตั ิไปใชจ้ า่ ย มีหลกั เกณฑอ์ ยา่ งไร? ตอบ มี ๒ ประเภท ฯ คอื ศาสนสมบตั กิ ลาง และ ศาสนสมบตั วิ ดั ฯ มีหลกั เกณฑอ์ ย่างนคี้ อื ศาสนสมบตั กิ ลาง ใชจ้ า่ ยในกจิ การของสงฆท์ ่วั ไป ตามพระวนิ ยั โดยอนมุ ตั ขิ องสงฆ์ ศาสนสมบตั วิ ดั ใชจ้ า่ ยในกจิ การของวดั นนั้ ๆ แต่จะนาศาสนสมบตั ิของวดั หนง่ึ ไปใชอ้ กี วดั หน่ึงไมไ่ ด้ ฯ (ปี 47) ศาสนสมบตั มิ กี ี่ประเภท? อะไรบา้ ง? ใครเป็นผมู้ อี านาจดแู ลรกั ษาและจดั การศาสนสมบตั ิ? ตอบ มี ๒ ประเภท (ตามมาตรา ๔๐) คอื ๑. ศาสนสมบตั กิ ลาง ไดแ้ ก่ ทรพั ยส์ ินของพระศาสนาซง่ึ มใิ ชข่ องวดั ใดวดั หนงึ่ ฯ สานกั งานพระพทุ ธศาสนาแหง่ ชาติ มอี านาจดแู ลรกั ษาและจดั การ ฯ ๒. ศาสนสมบตั ิของวดั ไดแ้ ก่ ทรพั ยส์ ินของวดั ใดวดั หนง่ึ ฯ เจา้ อาวาสวดั แตล่ ะวดั มีอานาจดแู ลรกั ษาและจดั การ ฯ (ปี 46) เจา้ พนกั งาน ตามความในประมวลกฎหมายอาญา ในพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆไ์ ดแ้ ก่ใคร? ตอบ ไดแ้ ก่พระภกิ ษุซง่ึ ไดร้ บั แตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ในการปกครองคณะสงฆแ์ ละไวยาวจั กร ฯ (ปี 44) พระภิกษุจะไมส่ งั กดั อยใู่ นวดั ใดวดั หนงึ่ เลยไดห้ รือไม่ อา้ งมาตราประกอบดว้ ย? เจา้ พนกั งาน ตามความในประมวลกฎหมายอาญา ในพระราชบญั ญัติคณะสงฆ์ ไดแ้ กใ่ คร? ตอบ ไมไ่ ด,้ ตามมาตรา ๒๗ (๓) แหง่ พระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ ๒๕๐๕, (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ฯ ไดแ้ กพ่ ระภิกษุซง่ึ ไดร้ บั แตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ในการปกครองคณะสงฆ์ และไวยาวจั กร เป็นเจา้ พนกั งานตามความในประมวลกฎหมาย อาญา (มาตรา ๔๕) ฯ ➢ บทกาํ หนดโทษ (ปี 59, 56, 50) ผใู้ ดใสค่ วามคณะสงฆห์ รือคณะสงฆอ์ ่ืนอนั อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความเสือ่ มเสียหรอื ความแตกแยก มีโทษอย่างไร? ตอบ ตอ้ งระวาง โทษจาคกุ ไม่เกินหนงึ่ ปี หรือปรบั ไม่เกนิ สองหม่ืนบาท หรือทง้ั จาทงั้ ปรบั ฯ (ปี 45) ผมู้ ไิ ดร้ บั แตง่ ตงั้ ใหเ้ ป็นพระอปุ ัชฌาย์ หรือถกู ถอดถอนจากความเป็นพระอปุ ัชฌาย์ กระทาการบรรพชาอปุ สมบทแกบ่ คุ คลอืน่ ตอ้ ง ระวางโทษอยา่ งไร? ตามพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ ผดู้ ารงตาแหนง่ เลขาธิการมหาเถรสมาคมคอื ใคร? ตอบ ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หนง่ึ ปี ฯ คืออธิบดกี รมการศาสนาโดยตาแหนง่ ตามพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ มาตรา ๑๓ ความวา่ ให้ อธิบดีกรมการศาสนาเป็นเลขาธิการมหาเถรสมาคมโดยตาแหนง่ ฯ กฎมหาเถรสมาคม มปี ระมาณ๑๐กว่าฉบบั มรี ายละเอยี ดมาก ถา้ อา่ นทงั้ หมด คงอา่ นไม่ทนั สอบแน่ ฉะนนั้ ใหท้ าํ ตามคาํ แนะนาํ ขา้ งลา่ งครบั (ปี 61 แนะนําให้จาํ ไปเลย) เจา้ อาวาส ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบบั ท่ี ๒๔ ใครเป็นผแู้ ตง่ ตงั้ ? ตอบ สมเดจ็ พระสงั ฆราช ทรงมพี ระบญั ชาแตง่ ตงั้ เจา้ อาวาสพระอารามหลวง ตามมตมิ หาเถรสมาคม เจา้ คณะจงั หวดั แต่งตงั้ เจา้ อาวาสวดั ราษฎร์ ฯ 33 | P a g e


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook