ระเบยี บการปฏิบตั ิราชการทางปกครอง และวินยั นายเดโช ชนะสวุ รรณ์ นิตกิ รชาํ นาญการพเิ ศษ ผูอ้ าํ นวยการกลุ่มสรรหาและวนิ ยั สาํ นกั บริหารกลาง กรมทางหลวงชนบท โลโกข้ องคุณทนี ี
บรหิ ารธุรกิจบนั ฑิต พ.ศ. 2539 มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง การจดั การภาครฐั และเอกชนมหาบญั ฑติ พ.ศ. 2553 สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ นติ ิศาสตรบณั ฑติ พ.ศ. 2556 มหายวิทยาลยั รามคาํ แหง นติ ิศาสตรมหาบณั ฑติ พ.ศ. 2560 สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ โลโกข้ องคุณทนี ี
การจดั ทาํ บรกิ ารสาธารณะของฝ่ ายปกครอง หลกั นติ ริ ฐั หลกั การกระทาํ ทางปกครองตอ้ งชอบดว้ ยกฎหมาย เอกชน รฐั “บรกิ ารสาธารณะ” ประชาชน ประโยชน ์ ประโยชนส์ ว่ นรวม เครอื งมอื สว่ นตวั ประโยชนส์ าธารณะ กฎหมาย ประชาชน กฎ คาํ สงั ทางปกครอง การกระทําอนื ทรพั ยส์ นิ เจา้ หนา้ ที ... คนเราทกุ คนเมอื มอี ํานาจแลว้ มกั จะมวั เมาในอาํ นาจและมกั ใชอ้ าํ นาจอยา่ งสดุ โตง่ เสมอ... (Montesquieu) “Power Corrupts, absolute power Corrupts absolutely” .. อาํ นาจทาํ ใหผ้ ถู้ อื อํานาจนนั เลวลง อํานาจเด็ดขาดยงิ ทาํ ใหผ้ ถู้ อื อาํ นาจนนั เลวลงอยา่ งถงึ ทสี ดุ ... (Lord Acton)
หลกั การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย 1) เจ4า้ หนา้ ทไี มส่ ามารถกระทาํ การใดไปกระทบสทิ ธหิ รอื เสรภี าพของ บคุ คลใดได้ เวน้ แตจ่ ะมกี ฎหมาย (พ.ร.บ.) ใหอ้ ํานาจไว้ 2) ในกรณที กี ฎหมายทใี หอ้ าํ นาจไวน้ นั กําหนดหลกั เกณฑ์ ขนั ตอน วธิ กี าร หรอื เงอื นไขการใชอ้ าํ นาจไวอ้ ยา่ งไร การใชอ้ ํานาจในเรอื งนนั ก็จะตอ้ งเป็ นไปตามหลกั เกณฑ์ ขนั ตอน วธิ กี าร หรอื เงอื นไข นนั 3) หากการใชอ้ ํานาจเรอื งนนั มกี ฎหมายเกยี วขอ้ งหลายฉบบั การกระทาํ ของเจา้ หนา้ ทกี ็จะตอ้ งถกู ตอ้ งและชอบดว้ ยกฎหมายนนั ทกุ ฉบบั 4) กรณที กี ฎหมายใหเ้ ป็ นดลุ พนิ จิ กบั เจา้ หนา้ ที การใชด้ ลุ พนิ จิ ของ เจา้ หนา้ ทใี นเรอื งนนั ก็จะตอ้ งชอบดว้ ยกฎหมายดว้ ยกฎหมาย 5) ถกู ตรวจสอบไดโ้ ดยศาลปกครอง
การปฏบิ ตั หิ นา้ ที กบั ความรบั ผดิ ของเจา้ หนา้ ที การปฏบิ ตั หิ นา้ ที ปฏบิ ตั หิ นา้ ทถี กู ตอ้ ง ปฏบิ ตั หิ นา้ ทไี มถ่ กู ตอ้ ง ชอบดว้ ยกฎหมาย ไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย อาจเป็ นความรบั ผดิ อยา่ งอนื เจตนาทจุ รติ ทําใหเ้ กดิ เขา้ เหตตุ าม เป็ นเหตุ กลนั แกลง้ ใหเ้ สยี หาย ความเสยี หาย มาตรา 81-85 พน้ จากตาํ แหนง่ รบั ผดิ ทางละเมดิ รบั ผดิ ทางวนิ ยั ผบู้ รหิ ารทอ้ งถนิ / รบั ผดิ ทางอาญา สมาชกิ สภาทอ้ งถนิ
การกระทาํ ของฝ่ ายปกครอง การกระทาํ ทางปกครอง การกระทาํ ทวั ไป การกระทาํ การกระทาํ ฝ่ ายเดยี ว สองฝ่ าย สญั ญา ของฝ่ ายปกครอง กฎ คาํ สงั ทางปกครอง การกระทาํ อนื สญั ญา สญั ญาทาง (ปฏบิ ตั กิ ารทางปกครอง) ทางแพง่ ปกครอง เนอื หา กฎกระทรวง ฉบบั ที ๑๒ 6
•“กฎ” หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ขอ้ บัญญัติทอ้ งถนิ ระเบยี บ ข้อบังคับ หรอื บทบัญญัตอิ นื ทมี ีผลบงั คบั เป็ นการทวั ไป โดยไม่มุง่ หมายให้ ใช้บังคับแก่กรณใี ดหรือบุคคลใดเป็ นการเฉพาะ
กฎ พระราชกฤษฎกี า บทบญั ญตั อิ นื กฎกระทรวง ทมี ผี ลบงั คบั เป็ นการทวั ไป ประกาศกระทรวง ไมม่ งุ่ หมายใหบ้ งั คบั แก่ ขอ้ บญั ญตั ทิ อ้ งถนิ “กรณีใดหรอื บคุ คลใด” ระเบยี บ เป็ นการเฉพาะ ขอ้ บงั คบั 8
•คาํ สังทางปกครอง หมายความว่า (๑) การใชอ้ าํ นาจตามกฎหมายของเจา้ หน้าทที มี ผี ลเป็ นการสร้าง นิตสิ ัมพนั ธข์ นึ ระหวา่ งบุคคลในอันทจี ะก่อ เปลียนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรอื หน้าทขี องบุคคล ไม่ว่าจะเป็ นการถาวรหรือชัวคราว เช่น การสังการ การอนุญาต การ อนุมตั ิ การวนิ ิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจดทะเบยี น แตไ่ ม่ หมายความรวมถงึ การออกกฎ (๒) การอนื ทกี าํ หนดในกฎกระทรวง
คาํ สังทางปกครอง (1) ลักษณะทวั ไป (2) กฎกระทรวง ฉบบั ที 12 1) การใช้อาํ นาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที เช่น การสงั 1) การดําเนนิ การเกยี วกบั การ จดั หาหรือให้สิทธิประโยชน์ การ การอนุญาต การอนุมตั ิ การวินิจฉยั อทุ ธรณ์ การรับรอง ในกรณดี งั นี การรับจดทะเบียน 1. การสังรับหรือไม่รับคาํ เสนอขาย รับจ้าง แลกเปลยี น ให้เช่า 2) มีผลสร้างนิตสิ ัมพันธ์ระหว่างบุคคล/กระทบ ซือ เช่า หรือให้สิทธิประโยชน์ สถานภาพของสิทธิหรือหน้าทขี องบุคคล 2. การอนุมัติสังซือ จ้าง แลกเปลยี น เช่า ขาย ให้เช่า หรือให้สิทธิ 3) มีผลเฉพาะ ประโยชน์ “กรณีใด หรือบคุ คลใด” 3. การสังยกเลกิ กระบวนการพจิ ารณาคําเสนอหรือการ 4) เป็ นการกระทาํ ทมี ผี ลไปสู่ภายนอกโดยตรง ดาํ เนินการอืนใดในลกั ษณะเดยี วกนั 4. การสังให้เป็ นผู้ทงิ งาน 2) การให้หรือไม่ให้ทนุ การศึกษา
ลกั ษณะการกระทําการทไี ม่ชอบด้วยกฎหมาย • ออกกฎ คาํ สงั หรือกระทาํ การอนื ใด เนืองจาก 1) ไม่มีอาํ นาจ 2) นอกเหนืออาํ นาจ 3) ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 4) ไม่ถกู ต้องตามรูปแบบขันตอน หรือวธิ ีการอันเป็ นสาระสาํ คัญ 5) ไม่สุจริต 6) เลอื กปฏบิ ัตโิ ดยไมเ่ ป็ นธรรม 7) สร้างขันตอนโดยไม่จาํ เป็ น 8) สร้างภาระเกนิ สมควร 9) ใช้ดุลพนิ ิจโดยไม่ชอบ 11
• ออกกฎ คาํ สัง หรือกระทาํ การอนื ใด เนืองจาก ไม่มอี าํ นาจ • กระทาํ โดยไมม่ อี าํ นาจเลย • ออกโดยเจา้ หน้าทที ไี ม่มีอาํ นาจ (ออกโดยเจ้าหน้าทอี ืน/เจา้ หน้าที ไมไ่ ด้รับมอบอาํ นาจ/การมอบอาํ นาจไมช่ อบด้วยกฎหมาย) • ออกโดยเจ้าหน้าทที มี สี ่วนไดเ้ สีย • ออกคาํ สังฯ เมือพน้ ระยะเวลา (คาํ สังตามมาตรา 12) นอกเหนืออาํ นาจ • เกินกว่าทกี ฎหมายใหอ้ าํ นาจ ไมถ่ ูกต้องตามกฎหมาย • เนือหาของคาํ สังฯขดั หรือแย้งต่อกฎหมาย • ออกกฎหรือคาํ สังฯ ไม่เป็ นไปตามเงอื นไขทกี ฎหมายกาํ หนด 12
ไมถ่ กู ต้องตามรูปแบบ ขันตอน หรือวิธีการอนั เป็ น สาระสาํ คัญ • รูปแบบตามทกี ฎหมายกาํ หนด (ทาํ เป็ นหนังสือ, เหตผุ ลประกอบ คาํ สังฯ,รายการไม่ครบ ฯลฯ) • ขันตอนและวธิ กี าร (การรับฟังคู่กรณี,ไม่แจ้งขอ้ เทจ็ จริง,ไม่ให้ โอกาสโตแ้ ย้ง, ไม่ผ่านขนั ตอนความเหน็ ชอบ ฯลฯ) ไมส่ ุจริต • เป็ นการใช้อาํ นาจเพอื ประโยชนส์ ่วนตัว (เฉพาะกรณีมีดุลพนิ ิจ) เลือกปฏบิ ตั โิ ดยไมเ่ ป็ นธรรม • ขดั ตอ่ หลักความเสมอภาค 13
สร้างขันตอนโดยไม่จาํ เป็ น หรอื สร้างภาระเกินสมควร • เกินขอบเขตแห่งความจาํ เป็ นตามทรี ัฐธรรมนูญกาํ หนด • กระทาํ การโดยขดั ตอ่ หลักความไดส้ ัดส่วน ใช้ดุลพนิ ิจโดยไม่ชอบ • ใช้อาํ นาจเพอื ประโยชนส์ าธารณะอืนนอกเหนือจากกฎหมายทใี ห้ อาํ นาจ • ใช้ดลุ พนิ ิจโดยไมช่ อบด้วยเหตุผล 14
หลกั เกณฑแ์ ละขนั ตอนการตรวจสอบ ความชอบดว้ ยกฎหมายของการกระทาํ ทางปกครอง
การตรวจสอบความชอบดว้ ยกฎหมาย ๓. เนอื หาของการกระทาํ ชอบหรอื ไม่ ๒. ถกู ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ ขนั ตอนวธิ กี าร เงอื นไขอนั เป็ นสาระสําคญั หรอื ไม่ ๑. มอี ํานาจตาม กฎหมายหรอื ไม่
ลกั ษณะความไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย 1) มีอาํ นาจกระทาํ การหรือไม่ ไม่มีอาํ นาจตามกฎหมาย นอกเหนืออํานาจ 2) ถูกต้องตามรูปแบบขนั ตอนและวธิ ีการอนั เป็ นสาระสําคัญหรือไม่ ไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ขนั ตอน หรือวธิ ีการอนั เป็ นสาระสําคัญ 3) เนือหาของคาํ สัง/การกระทาํ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สุจริต เลือกปฏิบตั โิ ดยไม่เป็ นธรรม สร้างขันตอนโดยไม่จําเป็ น สร้างภาระเกินสมควร ใช้ดุลพนิ ิจโดยไม่ชอบ
ขอ้ สงั เกต แนวทางปฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง ยดึ หลกั ความชอบด้วยกฎหมายของการกระทาํ ทางปกครอง ต้องคํานึงถงึ ประโยชน์ส่วนร่วม/ประโยชน์สาธารณะ กบั การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน สุจริต และตรงไปตรงมา ปรับกระบวนการทํางาน เช่น ศึกษากฎหมาย และระเบียบ ทีเกยี วข้องในการทํางานทังหมด และ เกบ็ รวบรวมไว้สําหรับใช้ประกอบในการทํางาน จัดทําเป็ นคู่มือการปฏบิ ตั ใิ นแต่ละเรือง แต่ละเรืองมกี ฎหมายและระเบยี บทเี กยี วข้องอะไรบ้าง และได้กาํ หนดหลกั เกณฑ์ ขนั ตอน วิธีการ เงือนไข และรูปแบบ ใน เรืองนันไว้อย่างไรบ้าง ต้องใช้เอกสารประกอบอะไรบ้าง เรืองทาํ เป็ น checklist ในแต่ละเรือง (หากทาํ ได้) ข้อบกพร่องทมี กั พบเสมอ และต้องระมดั ระวงั กาํ ชับเจ้าหน้าทเี บืองต้น ตรวจสอบการกระทาํ ว่า “มลี กั ษณะของการกระทาํ ทไี ม่ชอบฯ หรือไม่” ตอบคาํ ถามได้ว่า ทกี ระทําการไปเช่นนันเพราะอะไร อาจเพมิ ประสิทธิภาพการทาํ งานด้วยหลกั /เทคนิคการบริหาร
คาํ สงั ทางปกครอง “ การใชอ้ าํ นาจตามกฎหมายของเจา้ หนา้ ทีทีมีผลเป็ นการสรา้ ง นิตสิ มั พนั ธ์ขนึ ระหว่างบุคคลในอนั ทีจะก่อเปลยี นแปลง โอน สงวน ระงบั หรอื มีผลกระทบต่อสถานภาพของสทิ ธิหรอื หนา้ ทีของบุคคล ไม่ว่าจะเป็ น การถาวรหรือชวั คราว เช่น การสงั การ การอนุญาต การอนุมตั ิ การ วินิจฉยั อุทธรณ์ การรบั รอง และการรบั จดทะเบยี น แต่ไม่หมายความ รวมถึงการออกกฎ การอนื ทีกาํ หนดในกฎกระทรวง ”
รปู แบบของคาํ สงั ทางปกครอง 1. หนงั สอื วาจา หรอื สอื ความหมายโดยวิธีอนื (นงิ หรือโดยปริยาย) 2. คาํ สงั ทางปกครองตอ้ งชดั เจน 3. คาํ สงั ทางปกครองทเี ป็ นหนงั สอื 4. การแสดงเหตุผลในการออกคาํ สงั 5. การแจง้ สทิ ธิในการอทุ ธรณ์ โตแ้ ยง้ และฟ้ องศาล
การอทุ ธรณค์ าํ สงั ทางปกครอง พ.ร.บ.วิธีปฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง - คาํ สงั ไม่ไดอ้ อกโดยกรรมการหรือรฐั มนตรี - อทุ ธรณต์ ่อผูอ้ อกคาํ สงั ภายใน 15 วนั ถา้ ไม่แจง้ ขยายเป็ น 1 ปี
การอทุ ธรณค์ าํ สงั ทางปกครอง พ.ร.บ. ระเบยี บขา้ ราชการพลเรอื น พ.ศ. 2551 - ยนื อทุ ธรณ์ ต่อ ก.พ.ค. - ภายใน 30 วนั
การอทุ ธรณค์ าํ สงั ทางปกครอง - คาํ อทุ ธรณต์ อ้ งทาํ เป็ นหนงั สอื - ระบขุ อ้ โตแ้ ยง้ ขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ กฎหมาย
การอทุ ธรณค์ าํ สงั ทางปกครอง ผูพ้ จิ ารณาอุทธรณ(์ ก.พ.ค.)พจิ ารณาอทุ ธรณใ์ หเ้ สรจ็ ภายใน 120 วนั ขยายเวลาไดอ้ กี ไม่เกนิ 120 วนั - แกไ้ ขคาํ สงั ไดท้ งั หมด * ขอ้ เทจ็ จรงิ * ขอ้ กฎหมาย
ฟ้ องคดีต่อศาลปกครองสงู สดุ “ในกรณีทีผูอ้ ุทธรณ์ไม่เห็นดว้ ยกบั คําวินิจฉยั อุทธรณ์ของ ก.พ.ค. ใหฟ้ ้ องคดีต่อศาลปกครองสูงสดุ ภายใน 90 วนั นบั แต่ วนั ทีทราบหรือถอื ว่าไดท้ ราบคาํ วินจิ ฉยั ของ ก.พ.ค.”
การขอพจิ ารณาใหม่ เหตทุ ีค่กู รณขี อใหพ้ จิ ารณาใหม่ 1. มีพยานหลกั ฐานใหม่ 2. คู่กรณมี ไิ ดเ้ ขา้ มาในกระบวนพจิ ารณา 3. เจา้ หนา้ ทไี ม่มอี าํ นาจจะทาํ คาํ สงั 4. ขอ้ เท็จจรงิ ขอ้ กฎหมาย เปลยี นแปลงไป - ตอ้ งขอพจิ ารณาใหม่ภายใน 90 วนั
ความหมายของวินยั
สาเหตขุ องการกระทาํ ผดิ วินยั 1. ความไม่รู้ 2. งานกบั คนไม่สมดุลกนั 3. อบายมุขต่าง ๆ 4. ตวั อย่างทไี ม่ดี 5. โอกาสเปิ ดช่องล่อใจ 6. ความขดั แยง้ ระหว่างบคุ คล
ผลกระทบจากการถกู ลงโทษทางวนิ ัย 1. จติ ใจ/ครอบครวั /ชอื เสยี ง/ ความกา้ วหนา้ 2. เงนิ เดอื น 3. บาํ เหนจ็ /บาํ นาญ 4. คดอี าญา/คดแี พง่ 5. คณุ สมบตั กิ ารกลบั เขา้ รบั ราชการ
หลกั เกณฑก์ ารพจิ ารณาว่าเป็ นการกระทาํ ผดิ วินยั 1. กระทบต่อประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล ของทางราชการ 2. กระทบต่อความมนั คงของชาติ 3. กระทบต่อความผาสกุ ของประชาชน 4. กระทบต่อภาพลกั ษณแ์ ละชือเสยี ง ของทางราชการ
โทษทางวินยั ขา้ ราชการ มี 5 สถาน ■ไม่รา้ ยแรง ■ รา้ ยแรง 1.ภาคทณั ฑ์ 1. ปลดออก 2.ตดั เงนิ เดอื น 2. ไล่ออก 3.ลดเงนิ เดอื น
พ.ร.บ.ระเบยี บขา้ ราชการพลเรอื น พ.ศ.2551 งาน ความ ราชการ ประพฤติ สว่ นตวั
โครงสรา้ งวินยั ขา้ ราชการ ขา้ ราชการตอ้ งมีวินยั ต่อ 1. ประเทศชาติ ม. 81 2. ประชาชน ม. 82(8), ม. 83(9), ม. 85(5) 3. ผูบ้ งั คบั บญั ชา ม. 82(4), ม. 83(1)(2) 4. ผูร้ ่วมงาน ม. 82(7), ม. 83(7) 5. ตาํ แหน่งหนา้ ทีราชการ ม. 82(1)(2)(3)(5) (6)(9), ม. 83(3)(4)(5), ม. 85(1)(2)(3) 6. ตนเอง ม. 82(10), ม. 83(6)(8), ม. 85(4)(6)
หมวดที 6 วินยั และการรกั ษาวินยั ลกั ษณะของกฎหมายทางดา้ นวินยั ใหก้ ระทาํ การอนั ตอ้ งไม่กระทาํ การกระทาํ เป็ นขอ้ ปฎบิ ตั ิ อนั เป็ นขอ้ หา้ ม ทเี ป็ นวินยั รา้ ยแรง ม.82 ม.83 ม.85
วินยั ไม่รา้ ยแรง วินยั รา้ ยแรง 1. การกระทาํ ตาม ม. 81 1. การกระทาํ ความผดิ 2. การกระทาํ อนั เป็ นขอ้ ปฏบิ ตั ิ ในลกั ษณะรา้ ยแรง ตาม ม. 85 (1)-(8) ตาม ม. 82(1)-(11) 3. การกระทาํ อนั เป็ นขอ้ หา้ ม 2. การกระทาํ ตาม ม. 82 และตาม ม. 83 อนั ตาม ม. 83(1)-(10) เป็ นเหตุ ใหเ้ สยี หายแก่ ราชการอยา่ งรา้ ยแรง
ขอ้ กาํ หนดวนิ ยั ขา้ ราชการพลเรอื น มาตรา 80 วรรค 1 ตอ้ งรกั ษาวินยั โดยกระทาํ การ หรอื ไม่กระทาํ การตามทีบญั ญตั ไิ วใ้ นหมวดนี โดยเคร่ง ครดั อยู่เสมอ วรรค 2 ขา้ ราชการผปู้ ฏบิ ตั ริ าชการ ในต่าง ประเทศ นอกจากตอ้ งรกั ษาวินยั ตามทีบญั ญตั ิไว้ ในหมวดนแี ลว้ ตอ้ งรกั ษาวินยั โดยกระทาํ การ หรอื ไม่กระทาํ การตามทีกาํ หนดไวใ้ นกฎ ก.พ. ดว้ ย
ขอ้ กาํ หนด วินยั ขา้ ราชการพลเรอื น 1. วินัยต่อประเทศชาติ มาตรา 81 ขา้ ราชการตอ้ งสนบั สนุน การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี พระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็ นประมุขดว้ ย ความบรสิ ทุ ธิใจ
2. ความผดิ ต่อประชาชน 2. 1 ตอ้ งตอ้ นรบั ใหค้ วามสะดวก ใหค้ วามเป็ นธรรม และใหก้ ารสงเคราะหแ์ กป่ ระชาชนผตู้ ดิ ต่อราชการเกยี วกบั หนา้ ทีของตน มาตรา 82(8)
2.2. ตอ้ งไม่ดหู มิน เหยยี ดหยามกดขี หรอื ข่มเหง ประชาชนผูต้ ิดต่อราชการ มาตรา 83(9) 2.3 ดูหมิน เหยยี ดหยาม กดขี ข่มเหง หรอื ทาํ รา้ ย ประชาชน ผูต้ ดิ ต่อราชการอยา่ งรา้ ยแรง มาตรา 85(5) (ผดิ รา้ ยแรง
3. วินยั ต่อตาํ แหน่งหน้าที 3.1 ตอ้ งปฏบิ ตั ิหนา้ ทีราชการดว้ ยความ ซอื สตั ย์ สจุ รติ และเทยี งธรรม มาตรา 82(1) 3.2 ตอ้ งไม่อาศยั หรอื ยอมใหผ้ ูอ้ นื อาศยั ตาํ แหน่งหนา้ ทีราชการของตน หาประโยชน์ ใหแ้ ก่ตนเอง หรอื ผูอ้ นื มาตรา 83(3)
3.3 -ปฏบิ ตั ิหรือละเวน้ การปฏิบตั หิ นา้ ที ราชการโดยมิชอบ เพอื ใหเ้ กดิ ความ เสยี หายอย่างรา้ ยแรง แก่ผหู้ นงึ ผูใ้ ด หรอื - ปฏบิ ตั หิ รอื ละเวน้ การปฏบิ ตั ิ หนา้ ที ราชการ โดยทุจรติ (มาตรา 85(1)(ผดิ รา้ ยแรง) ป.อาญา “ปโดรยะโทยุจชรนิต์ท”มี หคิ มวรายไดถ้โึงดยเพชืออแบสดว้วงยหา กฎหมายสําหรับตนเอง หรือผู้อืน
ทุจรติ ต่อหนา้ ทรี าชการ หลกั 3 ประการ 1. ผูก้ ระทาํ มหี นา้ ทีราชการทีจะตอ้ งปฏบิ ตั ิ 2. แต่ไม่ปฏบิ ตั ิ หรือ งดเวน้ ไม่กระทาํ ตามหนา้ ทีโดยจงใจ หรอื เจตนาไม่ปฏบิ ตั ิ 3. เพอื ใหต้ นเองหรอื ผอู้ นื ไดป้ ระโยชนท์ ีไม่มสี ทิ ธิ โดยชอบธรรมทีจะไดร้ บั
มติ ค.ร.ม.วันที 21 ธ.ค.2536 (นร 0205/ว 234 ลว. 24 ธ.ค.2536) - การลงโทษผู้กระทาํ ผดิ วินัยฐานทุจริต ควรลงโทษเป็ นไล่ออกจากราชการ - การนาํ เงนิ ทที ุจริตไปแลว้ มาคืน หรอื มีเหตุอันควรปรานีอนื ใด ไม่เป็ นเหตุ ลดหย่อนโทษเป็ นปลดออกจากราชการ
3.4 ตอ้ งปฏบิ ตั หิ นา้ ทรี าชการ ใหเ้ กิดผลดหี รอื ความ กา้ วหนา้ แกร่ าชการ ดว้ ยความ ตงั ใจ อตุ สาหะ เอาใจใส่และรกั ษาประโยชนข์ องทางราชการ มาตรา 82(3) 3.5 ตอ้ งไม่ประมาทเลนิ เล่อในหนา้ ทใี นหนา้ ทรี าชการ มาตรา 83(4)
3.6 ตอ้ งปฏบิ ตั หิ นา้ ทรี าชการ ใหเ้ ป็ นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบยี บของทางราชการ มตคิ ณะรฐั มนตรี นโยบายของรฐั บาล และ ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บแบบแผน ของทางราชการ มาตรา 82(2)
กฎหมาย, กฎ กฎหมาย หรือ กฎ ใดกไ็ ด้ ทีกาํ หนด “หนา้ ที” ไว้ ระเบยี บของทางราชการ ตอ้ งเป็ นระเบยี บเฉพาะ เช่น ระเบยี บการเงนิ /พสั ดุ ทกี าํ หนด “หนา้ ที” ไว้
การผ่อนผนั /ยกเวน้ การปฏบิ ตั ิตามระเบยี บฯพสั ดุ ระเบยี บ สร.ว่าดว้ ยการพสั ดุ พ.ศ. 2535 ขอ้ 12(2) คณะกรรมการว่าดว้ ยพสั ดุ (กวพ.) - พจิ ารณาการอนุมตั ยิ กเวน้ หรอื ผ่อนผนั - การไม่ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บ
3.7. ตอ้ งรกั ษาความลบั ของทางราชการ มาตรา 82(6) 3.8 ตอ้ งไม่กระทาํ การ หรอื ยอมใหผ้ ูอ้ นื กระทาํ การ หาผลประโยชนอ์ นั อาจทาํ ใหเ้ สยี ความเทียงธรรม หรอื เสอื มเสยี เกียรติศกั ดขิ องตาํ แหน่งหนา้ ที ราชการของตน มาตรา 83(5) 3.9 ตอ้ งวางตนเป็ นกลางทางการเมือง ในการปฏบิ ตั ิ หนา้ ทีราชการ และในการปฏบิ ตั ิการอย่างอนื ทีเกยี วขอ้ ง กบั ประชาชนกบั จะตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บของทางราชการ ว่าดว้ ยมารยาททางการเมืองของขา้ ราชการดว้ ย ม.82(9)
Search