Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 60 ไอเดีย จิตตปัญญาในห้องเรียน

60 ไอเดีย จิตตปัญญาในห้องเรียน

Published by Aj.pan Rattanaumporn, 2022-08-20 05:44:52

Description: 60 ไอเดีย จิตตปัญญาในห้องเรียน

Search

Read the Text Version

กระรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ อุปกรณ์ 3 ชว่ั โมง 1. ส่ือความรู้ 1 ชดุ 2. คลปิ วิดโี อ 3 คลปิ 3. กระดาษรปู หัวใจ 4. กระดาษปรู๊ฟ 5. สีประเภทต่างๆ 6. เคร่ืองเขียน 7. เข็มหมุด 8. กระดาษ A4 ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ ับ นักศึกษาคลายความวิตกกังวล และมีก�ำลังใจในการพยาบาลแก่ผู้ป่วย คร้ังแรก ออกแบบโดย อ.ดร.ดวงดาว เทพทองคำ� ภาควิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผสู้ งู อายุ วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดติ ถ์ 89

17. ห้องเรียนรู้ดว้ ยหวั ใจความเปน็ มนุษย์ เน้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ อย่างลึกซ้ึงและยั่งยืน ใช้กระบวนการจิตตปัญญาศึกษาบูรณาการในการ บ่มเพาะความสามารถ คุณลักษณะการเป็นพยาบาลท่ีดี และสมรรถนะจิตใจ ของนักศกึ ษาพยาบาลใหพ้ ร้อมสำ� หรับการฝกึ ปฏิบัติการพยาบาลในหอผปู้ ว่ ย ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กจิ กรรมในรายวิชา รายวิชา ปฏิบัติการพยาบาลสำ� หรับนกั ศึกษาพยาบาล กล่มุ เป้าหมาย นกั ศกึ ษาพยาบาลศาสตรบ์ ณั ฑิต จำ� นวน 7-8 คน วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ ใหน้ กั ศกึ ษาพยาบาลเกดิ การเปลยี่ นแปลงภายใน ตระหนกั รใู้ นตนเอง เขา้ ใจคนอน่ื มคี วามสมั พนั ธท์ ดี่ กี บั เพอื่ น ครู รวมถงึ ทมี การพยาบาล และพฒั นา คุณลักษณะของการดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษาพยาบาล เพือ่ เตรียมพร้อมการเป็นพยาบาลท่ดี ี แนวคดิ “การเรียนรู้เพ่ือการเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning)” เป็นการออกแบบการเรียนการสอนท่ีเน้นให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ ท่ีลึกซ้ึงและยั่งยืน โดยองค์ประกอบของ Transformative Learning นั้นประกอบด้วยสาระส�ำคัญส่ีประการคือ ประสบการณ์ (Experience) การใคร่ครวญด้วยวจิ ารณญาณ (Critical Reflection) วาทกรรม (รูปแบบ หรือกรอบแนวคิด) ท่ีเกิดจากการใคร่ครวญ (Reflective Discourse) และการกระท�ำ (Action) เม่ือเช่ือมโยงไปสู่กระบวนการจิตตปัญญา ศึกษา ซ่ึงเป็นการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นประสบการณ์ของการตระหนักรู้ ความ เข้าใจอย่างลึกซ้ึง และความเมตตาทั้งต่อตนเองและผู้อื่น โดยการใช้วิธี การด้านจิตตปัญญาศึกษาเป็นเครื่องมือ จะช่วยให้เกิดการสังเกต และ สืบค้นภายในตนเองอย่างลกึ ซึ้ง ท�ำให้เข้าถงึ ขุมปัญญาภายใน ซึ่งมิไดล้ ะทิ้ง 90

ความเป็นวิชาการ แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการเรียนรู้ภายนอก กับการเรียนรู้ภายใน เพื่อบ่มเพาะความสามารถของผู้เรียนอันน�ำไปสู่ สมรรถนะของจิตใจ บุคลิกลักษณะ นิสัยใจคอ ความสร้างสรรค์ การ ตระหนักรู้ในตนเอง การมีสมาธิ ความเปิดกว้าง และการยืดหยุ่นทาง ความคิด โดยคุณลักษณะดังกล่าวน้ันมีความจ�ำเป็นและส�ำคัญอย่างย่ิง กบั นกั ศกึ ษาพยาบาล สำ� หรบั นำ� ไปฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลในหอผปู้ ว่ ยตา่ งๆ วิธีการ การดำ� เนินกจิ กรรมไดท้ �ำการเลือกกจิ กรรมประกอบด้วย 1. กจิ กรรมการทำ� สมาธิ กจิ กรรมนใี้ หผ้ เู้ รยี นหลบั ตาตงั้ สติ ทำ� จติ ใหน้ งิ่ กอ่ น Pre - conference ใช้เวลา 3-5 นาที ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวผู้สอนจะกล่าว เกร่ินน�ำให้ผู้เรียนทบทวนการเรียนรู้ที่ผ่านมา แล้วเชื่อมโยงกับความรู้หรือ กิจกรรมที่จะท�ำต่อไป แล้วปล่อยให้ท�ำจิตน่ิง เม่ือครบเวลาก่อนที่ผู้เรียน จะลืมตา ผู้สอนจะทบทวนอีกคร้ัง หรือให้ผู้เรียนหลับตาต้ังสติ ท�ำสมาธิ ทบทวนสิ่งท่ีผู้เรียนจะต้องปฏิบัติ ก่อนจะท�ำการสอบท�ำหัตถการต่างๆ เพื่อ คลายความกังวล และลดความตื่นเต้นในการสอบปฏิบัติ 2. กิจกรรม Check In ในตอนเช้าก่อน Pre – conference เพ่ือเปิด โอกาสใหน้ กั ศกึ ษาสำ� รวจความรสู้ กึ ตนเอง และพดู ความรสู้ กึ ของตน โดยเปรยี บ เทยี บกบั สภาพทอ้ งฟา้ ใชเ้ วลาในการทำ� กจิ กรรมเปน็ เวลา 15 นาที เพอ่ื เปน็ การ เตรยี มความพร้อมในการเรียนรู้ กิจกรรม Check Out ในตอนเย็น หลัง Post - conference เพื่อให้ ผู้เรียนส�ำรวจความรู้สึกตนเองภายหลังฝึกปฏิบัติการพยาบาล โดยเปรียบ ความรสู้ กึ กบั สภาพทะเล และอาจารย์ประจำ� กล่มุ สรปุ ประเดน็ การแลกเปล่ียน ความรสู้ ึกเปน็ เวลา 15 นาที 3. กจิ กรรมการฟงั อย่างใครค่ รวญ ให้ผเู้ รียนจับคู่ เลา่ เหตกุ ารณ์ทต่ี นเอง ประสบความส�ำเร็จ และเหตุการณ์ท่ีไม่ชอบหรือรู้สึกแย่กับเหตุการณ์นั้นๆ 91

โดยผฟู้ งั จะไมพ่ ดู แทรก แลว้ สลบั ใหอ้ กี ฝา่ ยเปน็ คนเลา่ โดยใหเ้ วลาคนละ 5 นาที ต่อ 1 เร่ืองเล่า จากนั้นอาจารย์ประจ�ำกลุ่มให้ผู้เรียนสะท้อนความรู้สึกท่ีได้ฟัง จากเพ่ือน และสรุปประเด็นการฟังอย่างใคร่ครวญท่ีจะท�ำให้เราให้เกียรติผู้อ่ืน และเข้าใจถงึ ความรูส้ กึ ของผอู้ ื่นมากข้นึ 4. กิจกรรมกงล้อสี่ทิศ เพ่ือส่งเสริมการรู้จักตนเองและเข้าใจผู้อ่ืน เปน็ ศาสตรโ์ บราณของอนิ เดยี แดงทนี่ ำ� สตั วส์ ช่ี นดิ มาเปน็ แบบของคน 4 ประเภท ได้แก่ เหย่ียว หมี กระทงิ และหนู ใหผ้ ู้เรยี นวเิ คราะห์นิสยั ของตนเอง ลักษณะ ที่มีจุดแข็งและจุดอ่อนแตกต่างกันออกไปน้ันตรงกับสัตว์ประเภทใด น�ำเสนอเหตุผลของการเลือกสัตว์ชนิดน้ันๆ อาจารย์ประจ�ำกลุ่มสรุปประเด็น การแลกเปล่ียนความคิดเห็น การเข้าใจตนเองและผู้อ่ืนท่ีแต่ละคนมีทั้งจุดดี และข้อจ�ำกัด หากพัฒนาข้อจ�ำกัดได้จะท�ำให้จุดด้อยหายไปกลายเป็นจุดดี มากขึน้ ได้ 5. กจิ กรรมศิลปะ และสุนทรียสนทนา ผสู้ อนใหผ้ ู้เรียนวาดภาพระบายสี ที่สะท้อนถึงตัวผู้เรียน พร้อมท้ังตั้งเป้าหมายในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้จากการ ฝึกปฏิบัติ ซ่ึงกิจกรรมการวาดภาพจะช่วยให้ผู้เรียนส�ำรวจ และทำ� ความรู้จัก ตนเองมากขึ้น มีสติอยู่กับตนเอง หรือการเรียนรู้ประเด็นต่างๆ และจากนั้น ใหผ้ เู้ รยี นเลา่ สงิ่ ทอ่ี ยากจะบอกเกยี่ วกับรปู วาดของตนเอง โดยสมาชิกท่านอืน่ ๆ รับฟงั อยา่ งต้ังใจ ไตร่ตรอง ฟงั อย่างรเู้ ทา่ ทนั ใหผ้ พู้ ดู ไดพ้ ดู อย่างตอ่ เนือ่ ง โดย ผู้ฟังแขวนลอยข้อสงสัย ข้อค�ำถามไว้ก่อน ไม่ด่วนสรุป และวิจารณ์แสดง ความเห็นระหว่างท่ีฟัง ซึ่งการรับฟังอย่างตั้งใจจะเป็นการสร้างบรรยากาศ ความมง่ั คงปลอดภยั ให้แก่กัน 6. กิจกรรมสัมผัสธรรมชาติ เป็นกิจกรรมที่ส่ือให้ผู้เรียนตระหนักรู้ เกี่ยวกับตนเอง เช่ือมโยงกับผู้อื่น และสรรพส่ิงอย่างลึกซ้ึง กิจกรรมน้ีจะพา ผูเ้ รยี นไปสัมผัสกับสวนพฤกษาของวิทยาลัย ไปฟงั เสียงธรรมชาติ สมั ผสั ต้นไม้ ลม แสงแดด เสียงนก แล้วอธิบายเกี่ยวกับความรู้สึกของตนเอง และส่ิงท่ีได้ เรยี นรู้ เพ่อื เช่อื มโยงส่กู ารเปดิ ใจ รบั ฟงั สงั เกต รู้สึก เข้าถงึ ความคดิ อารมณ์ ความต้องการของผบู้ รกิ าร ญาติ และสมาชกิ ทีมสขุ ภาพ 92

ผลทเ่ี กิดกบั ผูเ้ รียน จากการน�ำกระบวนการจิตตปญั ญาศึกษามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเรียน 1. ความผ่อนคลาย โดยผู้เรียนกล่าวบรรยายความรู้สึกผ่อนคลายน้ี ผา่ นข้อความดังต่อไปนี้ ผู้เรียน A “การเรียนในรายวิชาฝึกปฏิบัติ (Bcpn) เป็นวิชาที่ต้องเน้น การฝึกทักษะ อีกท้ังต้องเตรียมความพร้อมในส่วนของการเขียนแผน การพยาบาลอกี มากมายทำ� ใหร้ สู้ กึ กดดนั และเครยี ด แตพ่ อไดร้ ว่ มทำ� กจิ กรรม จิตตปญั ญาก็ท�ำใหร้ ู้สกึ ผ่อนคลาย และเขา้ ใจในหลายๆ อย่างมากข้ึน” ผูเ้ รยี น B “กจิ กรรมจิตตปัญญาช่วยเพิ่มสสี นั ในการเรียน ชว่ ยใหผ้ ู้เรียน และผู้สอนมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น ช่วยลดความกดดันในเวลาเรียน ช่วย เสริมสรา้ งบรรยากาศท่ดี ีในการเรียน” 2. การมีสติ โดยผู้เรียนกล่าวบรรยายการรับรู้การมีสติผ่านข้อความ ดงั ตอ่ ไปน้ี ผู้เรียน C “การนั่งสมาธิ ฟังเสียงจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง และฟัง เสียงหัวใจตัวเอง มีหลายสิ่งและความวุ่นวายมากมายในชีวิตจนไม่รู้จะ จัดระเบียบอย่างไร การได้ปล่อยวางและมองสิ่งที่ใกล้ที่สุดที่อยู่ข้างหน้า ท�ำให้เรารู้ว่าควรท�ำสิ่งใดกอ่ น” ผเู้ รยี น D “การทำ� สมาธิ เพราะเปน็ การอยกู่ บั ตนเอง ทำ� ใหไ้ ดย้ นิ เสยี ง ตนเองมากขึ้น ได้คิดว่าตอนนี้ตนเองเป็นอย่างไร ก�ำลังจะท�ำอะไร และ ในอนาคตต้องท�ำอะไร ได้ยินเสียงที่ไม่เคยได้ยินหรือเสียงท่ีเมื่อก่อน ไม่ไดค้ ดิ สนใจมนั เชน่ เสียงของนำ้� เสยี งของลม” 93

3.การรจู้ กั ตนเอง ผเู้ รยี นไดอ้ ธบิ ายเกย่ี วกบั การรจู้ กั ตนเองผา่ นขอ้ ความ ดงั ตอ่ ไปน้ี ผู้เรียน A “มีความรสู้ กึ ดีมากกว่าเดิมค่ะ เพราะไดร้ ู้จักตนเองมากข้ึน มีจุดอ่อนและจุดแข็งอะไรบ้าง น�ำมาปรับใช้ในการฝึกและพัฒนาตนเอง ใหม้ ากขน้ึ กวา่ เดมิ กลา้ ทจี่ ะพดู กลา้ ทจี่ ะเผชญิ หนา้ กบั ปญั หาตา่ งๆ ทเี่ ขา้ มา เพราะเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตนเองเป็นการฝึกให้มีความม่ันใจในตนเอง แสดงความคิดเห็นท่ีอยู่ในกรอบท่ีถูกต้อง เรียนรู้การแลกเปล่ียนต่างๆ หรือการกระตุ้นการตอบค�ำถามของอาจารย์เป็นส่ิงท่ีดีมากๆ เป็นการฝึก กระบวนการคดิ ของนักศึกษาได้ดี เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคดิ เห็น เปน็ การเสริมสรา้ งกระบวนการคิด และความมั่นใจไดด้ ีมากๆ” 4. การมีความสุขกับการเรียน ผู้เรียนไดบ้ รรยายผา่ นขอ้ ความดงั ตอ่ ไปนี้ ผู้เรียน C “ข้อดีของกิจกรรมจิตตปัญญาคือ ท�ำให้เกิดความสมดุล ในตนเอง เพือ่ ปรบั ความรู้สึกเครียดหรือแย่ใหผ้ ่อนคลาย และเพิม่ ความสุข ให้กับตนเอง เพือ่ ส่งผลให้แกผ่ ู้อนื่ ได้มีความสขุ ร่วมกนั ได้แลกเปล่ยี นความ คดิ เหน็ ของแตล่ ะคนทำ� ใหเ้ ขา้ ใจความรสู้ กึ ของเพอ่ื นรว่ มงาน สามารถนำ� ไป ปรับใช้ในการท�ำงานเป็นทีมมากข้ึน โดยการฟังความคิดเห็นของทุกคน มารวมกนั เพอื่ ได้งานท่มี ปี ระสิทธิภาพมากยิ่งขึน้ ” ผู้เรียน D “กิจกรรมจิตตปัญญา ช่วยท�ำให้การเรียนรู้วิชาฝึกปฏิบัติ (Bcpn) มีความกดดันหรือวิตกลดลง ท�ำให้สามารถเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติได้ อยา่ งมีความสุข” 94

5. เข้าใจและสามารถดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ผู้เรียน ได้บรรยายผ่านข้อความดังต่อไปนี้ ผู้เรียน A “หนูจะตั้งใจรับฟังปัญหา หรือสิ่งท่ีผู้ป่วยและญาติร้องขอ ให้มากขึน้ ” ผู้เรียน B “หนเู ต็มใจและมีความสขุ ทุกครงั้ ทไ่ี ด้ดูแลผ้ปู ่วย” จากข้อมูลท่ีได้ท�ำการรวบรวมพอจะสรุปได้ว่า การน�ำจิตตปัญญาศึกษา มาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ภาคปฏิบัติการพยาบาลส�ำหรับนักศึกษาพยาบาล ช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาพยาบาลเกิดความผ่อนคลาย เพ่ิมการรับรู้สติ รู้จักตนเองมากข้ึน มีความสุขกับการเรียน เข้าใจและสามารถดูแลผู้ป่วย ด้วยใจหัวความเป็นมนุษย์ สิ่งเหล่านี้เป็นคุณลักษณะที่จะส่งเสริมให้นักศึกษา พยาบาลมคี วามพร้อมกับการเปน็ พยาบาลท่ดี ี ออกแบบโดย อ.ปยิ พงศ์ สอนลบ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี พุทธชนิ ราช 95

18. กระบวนทศั นใ์ นการดแู ลด้วยหัวใจความเป็นมนษุ ย์ การน�ำจิตตปัญญาไปใช้ในการปรับกระบวนทัศน์ในการดูแลผู้ป่วย ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ โดยมุ่งพัฒนาให้นักศึกษารู้จักตนเอง และรู้จักผู้อื่น มแี รงบนั ดาลใจในการพฒั นาตนเอง เปดิ ใจสมั ผสั ไดถ้ งึ ความงามและความสมดลุ ของชีวติ ผ่านกิจกรรมทจ่ี ัดให้ ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กจิ กรรมในรายวิชา รายวิชา กระบวนทัศน์ในการดแู ลดว้ ยหัวใจความเปน็ มนษุ ย์ กลมุ่ เปา้ หมาย นักศกึ ษาพยาบาลศาสตรช์ นั้ ปีท่ี 1 จำ� นวน 112 คน วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อให้นักศึกษารจู้ กั ตนเอง 2. เพอ่ื ให้นักศึกษารู้จกั ผอู้ ่ืน 3. เพอื่ ใหน้ กั ศึกษามที กั ษะการฟังอย่างตง้ั ใจ 4. เพ่อื ใหน้ กั ศึกษาเหน็ ความดคี วามงามในชวี ติ วิธีการ ขั้นการเตรยี มอาจารย์ - โดยการทบทวนความรคู้ วามเขา้ ใจกจิ กรรมทง้ั 4 กจิ กรรม จากการอบรม จิตตปญั ญาของอาจารย์ในการจดั อบรมของมหาวิทยาลยั มหิดล - แบ่งอาจารย์เป็น 4 ทีม ในแต่ละทีมจะมีอาจารย์ 3 คน แต่ละคน รับผดิ ชอบประเมนิ นักศกึ ษา 9-10 คน - แบ่งนักศกึ ษาเปน็ 4 กลุม่ กลมุ่ ละ 28 คน - แต่ละทีมจะสอนนักศึกษาดว้ ยกิจกรรมทเ่ี หมือนกันในแตล่ ะสัปดาห์ 96

ข้ันตอนการสอน สัปดาห์ท่ี 1 จ�ำนวน 2 ชั่วโมง เป็นการพบกันคร้ังแรกของนักศึกษา และอาจารย์ผู้สอน เป็นการบอกวัตถุประสงค์การเรียน การประเมินผล และ Check In ความรู้สึก ความคาดหวัง และความพร้อมในการเรียน เพื่อท�ำความเข้าใจข้อจ�ำกัดของนักศึกษา เร่ิมเปิดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรม ไวรสั ครองเมอื ง เพอ่ื ละลายพฤตกิ รรม ทำ� ใหส้ นกุ กบั การเรยี นรแู้ บบจติ ตปญั ญา และปิดกจิ กรรมดว้ ยการ Check Out ฝกึ การสะทอ้ นคิดกับตัวเอง สัปดาห์ที่ 2 จ�ำนวน 2 ชั่วโมงเริ่มที่ Check In ความรู้สึก จากนั้น จัดกิจกรรมให้เรียนรู้การฟังอย่างต้ังใจ โดยให้จับคู่กันเล่าเร่ืองที่ภาคภูมิใจ และต่อด้วยกิจกรรมสตั ว์ 4 ทิศ จบด้วยการ Check Out สัปดาห์ท่ี 3 จ�ำนวน 2 ชั่วโมง เริ่มที่ Check In ความรู้สึก จากน้ัน ให้นักศึกษาเล่นเกมรูปภาพปริศนา โดยมอบหมายผู้เล่นให้เหมาะสมกับ สตั วแ์ ตล่ ะทศิ จบด้วยการ Check Out สัปดาห์ท่ี 4 จ�ำนวน 2 ชั่วโมง เริ่มที่ Check In ความรู้สึก จากนั้น ใหน้ กั ศกึ ษาสมั ผสั ธธรรมชาตภิ ายในวทิ ยาลยั เรยี นรใู้ นการอยกู่ บั ความสงบเงยี บ ฝึกฟังเสียงธรรมชาติ ท�ำตนเป็นส่วนหน่ึงของธรรมชาติ และวาดภาพบรรยาย ความรสู้ ึก จบด้วยการ Check Out สัปดาห์ที่ 5 จ�ำนวน 2 ชั่วโมง เร่ิมท่ี Check In แล้วต่อด้วยกิจกรรม การสร้างแรงบันดาลใจ โดยดูวีดีโอเพ่ือการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการสังเกต เร่ืองเด็กขายสัปปะรด และการปลูกถ่ัวงอก หลังจากนั้นให้นักศึกษาทบทวน ตนเอง และวางแผนในการพัฒนาตนเอง โดยการวาดภาพ หรือการเขียน จบดว้ ยการ Check Out 97

รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ 10 ช่วั โมง อุปกรณ์ ในแต่ละทีมใช้อปุ กรณด์ ังนี้ 1. กระดาษหนา สีเมจิก และเชอื กใช้ส�ำหรบั ทำ� ป้ายชอื่ 2. เทปกาว ติดเป็นพื้นทบ่ี ้านจำ� นวน 2 ม้วน 3. ภาพสัตว์ 4 ทศิ และคุณสมบตั ิของสัตว์ 4. รปู ภาพปริศนา 5. กระดาษปอนด์ คนละ 2 แผ่น 6. สชี อ็ ค 2 กล่อง ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั 1. นกั ศกึ ษาบอกจดุ อ่อนและแนวทางในการพัฒนาตนเองได้ 2. นกั ศึกษาเป็นผฟู้ ังท่ีดี 3. นกั ศึกษาเขา้ ใจและยอมรับในผอู้ ื่น ไมร่ ีบตัดสนิ ผูอ้ ืน่ 4. นกั ศกึ ษาสงบและมีสตมิ ากข้นึ ออกแบบโดย อ.นิตยา ทองมา สาขาวชิ าการพยาบาลมารดา ทารกและผดงุ ครรภ์ วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จงั หวัดเพชรบรุ ี 98

19. ปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลสขุ ภาพจติ และการพยาบาลจติ เวช เรียนรู้ความส�ำคัญของการบ�ำบัดผู้ป่วยแบบองค์รวม เพ่ือน�ำไปสู่ การตระหนักรู้ว่าตนเองเป็นเครื่องมือในการบ�ำบัดผู้ป่วยแบบองค์รวมได้ โดยจัดกิจกรรมให้นักศึกษาตระหนักรู้ในตนเอง และตระหนักรู้ในบทบาท ของผู้บ�ำบัดผู้ป่วยจิตเวช โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ท่ีสร้าง Self-awareness ท้ังการ Check In การใช้ค�ำถามส�ำรวจความรู้สึกตนเอง ใช้ค�ำถามเพื่อ การใคร่ครวญหาต้นเหตุ ใช้ค�ำถามเพื่อการทวนสอบสิ่งท่ีได้เรียนรู้ ใช้ค�ำถาม เพื่อให้เกิดก�ำลังใจและแรงจูงใจในการให้การพยาบาลผู้ป่วยด้วยหัวใจ ความเปน็ มนษุ ย์ ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กจิ กรรมในรายวิชา รายวิชา ปฏบิ ตั ิการพยาบาลสุขภาพจติ และการพยาบาลจิตเวช กลมุ่ เป้าหมาย นกั ศึกษาปี 3 จำ� นวน 8 คน วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือให้นักศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ของรายวิชาปฏิบัติการพยาบาล สุขภาพจติ และการพยาบาลจติ เวช 2. เพื่อให้นักศึกษาสามารถให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ โดยใช้ (ความตระหนักรู้) ตนเองเป็นเครื่องมือในการบ�ำบัด และใช้การสะท้อนความ รสู้ กึ ในการตระหนกั รตู้ นเอง 3. เพือ่ ใหเ้ กิด Self-awareness และนำ� ไปใช้ในการบ�ำบัดคนไข้จิตเวช 4. การทวนสอบในความรู้ว่าเกิด Empathy ในขณะให้การพยาบาล และไม่เกิดภาวะ Sympathy รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ 5 สัปดาห์ 99

วิธกี าร ข้นั ตอนเตรียมตัวอาจารย์ ทบทวนความเชื่อของครู การดูแลตนเอง ด้วยการตระหนักรู้ถึงคุณค่า ในความเป็นครู ในการสร้างอนาคตของชาติท่ีจะเป็นผู้ช่วยชีวิตของคนไข้ อีกจำ� นวนมาก ฝกึ ทกั ษะการส�ำรวจความรู้สึก ตระหนักรู้ในตนเอง ความไวต่อพฤติกรรม และความรู้สึกของผู้เรียน การฟังอย่างลึกซึ้ง มีการฝึกทักษะความม่ันคง ทางอารมณ์ และการใหโ้ อกาสโดยไมค่ าดหวงั ขั้นตอนการฝกึ ปฏิบตั ิจิตเวชชุมชน การส�ำรวจความรสู้ กึ ตนเอง สัปดาหท์ ี่ 1 1. ทำ� ความรจู้ กั สรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอาจารย์ นกั ศกึ ษา และระหวา่ ง นกั ศึกษาในชั้นเรียน ถามถงึ ความต้องการเรยี นร้ขู องนกั ศึกษาแทนการก�ำหนด จากอาจารย์ เช่น นักศึกษาเคยรู้อะไรมาบ้างเล่าให้ฟังหน่อย แล้วรู้สึกอย่างไร กบั ส่ิงทจี่ ะไดป้ ระสบพบเจอ แลว้ ท�ำอยา่ งไรเราจึงจะกา้ วขา้ มไปได้ 2. สร้างความมั่นคงทางอารมณ์ ให้ก�ำลังใจ พร้อมให้รายละเอียด รายวิชา และให้ความม่ันใจว่าเราจะเรียนรู้ไปด้วยกัน โดยครูจะเป็นเพื่อน ในการเรียนรู้ นักศึกษาสามารถสอบถามครูได้ตลอดเวลา ครูจะคอยดูแล และประเมนิ สถานการณก์ ารเรียนรูร้ ่วมกนั เปน็ ระยะ 3. แจกเคสจากสถานการณ์จริงคนละเคส และอาจารย์เร่ิมใช้ค�ำถาม สำ� รวจความรสู้ ึก เพ่อื ให้นักศึกษาเริ่มท�ำความร้จู กั กบั เคส - ใช้คำ� ถามเพ่ือใครค่ รวญ เช่น ส�ำรวจความรู้สกึ ตนเอง - ใช้ค�ำถามสืบค้นสาเหตุของคนไข้ ท่ีกระตุ้นให้เกิดความกรุณาอยาก เขา้ ไปใหก้ ารพยาบาล - ใช้ค�ำถามเพ่ือการใครค่ รวญหาตน้ เหตุ เช่น เกดิ อะไรขึน้ สภาวะจติ ใจ ของคนไข้เป็นอย่างไร ท�ำไมจึงเกิดซ้�ำๆ มีวิธีอะไรที่จะช่วยเหลือ และคัดกรอง กระบวนการใหก้ ารพยาบาล 100

- ใช้ค�ำถามเพ่ือการทวนสอบสิ่งท่ีได้เรียนรู้ เช่น ส่ิงท่ีได้ยินจากคนไข้ (ซักประวัติสัมภาษณ์) การตรวจสภาพจิต และการได้ยินเสียงจากคนชุมชน เทยี บเคยี งกบั สงิ่ ทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษา นกั ศกึ ษาจะเชอ่ื ถอื สงิ่ ใด จนเกดิ การประกอบ สร้าง (Construct) ความรูด้ ้วยตัวผู้เรียนเอง - ใชค้ ำ� ถามเพอ่ื ใหเ้ กดิ กำ� ลงั ใจและแรงจงู ใจในการใหก้ ารพยาบาลผปู้ ว่ ย เช่น เชา้ มาเคยขอบคณุ ตวั เองบา้ งไหม เปน็ ตน้ สัปดาหท์ ี่ 2 ประเมิน วางแผน พูดเพื่อสร้างสัมพันธภาพกับผู้ป่วย (สนทนาเพื่อ การบำ� บัด) - Interaction ระยะ 1 (ทำ� ความรูจ้ ักเพื่อใหเ้ กดิ ไวว้ างใจ) - การตรวจสภาพจิตผ้ปู ่วย - กิจกรรมกลุม่ ย่อย (Sub Group) - Pre - conference ทุกวัน อาจารย์ใช้ค�ำถามเพ่ือส�ำรวจความรู้สึก ของตนในวันนี้ และวางแผนการจัดกิจกรรมผู้ป่วยอย่างไรตลอดวัน รวมถึง ใชค้ ำ� ถามเพือ่ ให้ตระหนกั รูใ้ นความรู้สกึ ของตนเองในทุกกิจกรรมบ�ำบัด - Post - conference นักศึกษาได้ตรวจสอบความรู้และความรู้สึก ในการให้การพยาบาล ท้ังจากการท�ำกิจกรรมกลุ่มบ�ำบัด การสนทนาเพื่อ การบ�ำบัด ให้นักศึกษาสะท้อนปัญหาในการท�ำกิจกรรมกับผู้ป่วย และ ความรู้สึกที่เกิดข้ึนในขณะน้ัน และอาจารย์เป็นแบบอย่างในการช่วยบ�ำบัด คลายความกังวล ท�ำให้นักศึกษาได้รับการบ�ำบัดก้าวข้ามปัญหาทางอารมณ์ โดยการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของตนเอง และสามารถน�ำไปใช้จริง ตลอดการฝึกภาคปฏบิ ัติ สัปดาห์ท่ี 3 - Interaction ระยะ 2 (การให้ผปู้ ่วยยอมรับและด�ำเนนิ การแกป้ ัญหา ดว้ ยตนเอง) น�ำเคสที่นักศกึ ษาเลือก 1 เคส มาร่วมแลกเปล่ยี นเรียนรกู้ บั อาจารย์และ เพื่อน โดยระหว่างการประชุมปรึกษาทางการพยาบาล อาจารย์ใช้ค�ำถาม 101

ที่กระตุ้นให้เกิดการคิดวิเคราะห์ ต้ังแต่การประเมิน การซักประวัติ การตรวจสภาพจิต การต้ังข้อวินิจฉัยการพยาบาลที่มีข้อมูลสนับสนุน มีเกณฑ์การประเมินผล และเหตุผลในการให้การพยาบาลในแต่ละกิจกรรม การวิเคราะห์กลไกทางจิต การใช้ยา การสังเกตอาการผิดปกติจากการใช้ยา นักศึกษามีการแลกเปล่ียนเรียนรู้โดยผู้สอนให้อิสระในการเป็นผู้น�ำอภิปราย และให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสะท้อนคิดถึงกระบวนการเรียนรู้ ท้ังการได้มา ของความรู้ การสืบค้น การไปดูงาน การศึกษาจากเคสจริง รวมถึงการศึกษา เปรียบเทยี บทฤษฎีจติ เวชกบั ผ้ปู ่วย - Pre – conference ทุกวัน อาจารย์ใช้คำ� ถามเพอ่ื ส�ำรวจความรู้สึกของ ตนในวันน้ี และวางแผนการจัดกิจกรรมผู้ป่วยอย่างไรตลอดวัน และใช้ค�ำถาม เพื่อให้ตระหนกั รใู้ นความร้สู ึกของตนเองในทุกกิจกรรมบำ� บัด - Post - conference นักศึกษาได้ตรวจสอบความรู้และความรู้สึก ในการให้การพยาบาล ทั้งจากการท�ำกิจกรรมกลุ่มบ�ำบัด การสนทนาเพื่อ การบ�ำบัด ให้นักศึกษาสะท้อนปัญหาในการท�ำกิจกรรมกับผู้ป่วย และ ความรู้สึกท่ีเกิดข้ึนในขณะนั้น และอาจารย์เป็นแบบอย่างในการช่วยบ�ำบัด คลายความกังล ท�ำให้นักศึกษาได้รับการบ�ำบัดก้าวข้ามปัญหาทางอารมณ์ โดยผ่านการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ของตนเอง และสามารถน�ำไปใช้จริง ตลอดการฝึกภาคปฏิบัติ สปั ดาหท์ ี่ 4 - Interaction ระยะ 3 (ระยะยุติสมั พนั ธภาพ) - ดูงานท่ีสถาบันเด็ก โรงพยาบาลธัญญลักษณ์ (ดูระบบการให้บริการ ในสถาบนั สขุ ภาพจติ เด็กและโรงพยาบาล) เลือกคนละเคส เพื่อฝึกการประเมิน ผู้ปว่ ยสารเสพติด ผูเ้ รียนแลกเปลย่ี นรว่ มกบั บคุ ลากรในแหลง่ ฝึก - Post – conference นกั ศกึ ษาไดต้ รวจสอบความรแู้ ละความรสู้ กึ ในการ ศกึ ษาดงู าน และสง่ิ ทไี่ ดเ้ รยี นรแู้ ละสงิ่ ทจี่ ะนำ� มาปรบั มาใชใ้ นการใหก้ ารพยาบาล ผ้ปู ่วยตดิ สารเสพติด และผู้ปว่ ยท่มี ปี ัญหาสุขภาพจิตเด็กและวัยร่นุ 102

สปั ดาหท์ ี่ 5 นักศึกษาเลือกเคสจิตเวชในชุมชนคนละเคส หรือเคสในบ้าน หรือเคส จากขา่ ว โดยใหน้ กั ศกึ ษาไดต้ รวจสอบกระบวนการเรยี นรใู้ นการศกึ ษาเคสจติ เวช ในชุมชน โดยอาจารย์ใช้ค�ำถามกระตุ้นความกรุณาและกระตุ้นความต้องการ ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย เช่น รู้สึกอย่างไร รวมถึงถามค�ำถามเพื่อการค้นหา ปัญหา และบรรเทาปัญหาท่ีจะมีความเส่ียงเพิ่มข้ึน หรือพฤติกรรมของผู้ป่วย ทเ่ี ปน็ อันตรายตอ่ สงั คม หรือผู้อื่น อปุ กรณ์ แบบคดั กรองสุขภาพจติ เบือ้ งต้น ผลทีค่ าดว่าจะได้รบั 1. นกั ศกึ ษาเกดิ การตระหนกั รใู้ นตนเอง และตระหนกั รใู้ นบทบาทของ ผู้บำ� บัดทางจิตเวชในชมุ ชน 2. นกั ศึกษาตระหนักถึงความสำ� คญั ทีจ่ ะเขา้ ไปสง่ เสริมและป้องกนั ผู้ทม่ี ี ความเสย่ี งทจี่ ะเกิดปัญหาสุขภาพจติ หรอื วางแผนป้องกนั การกลับไปรกั ษา ตวั ซ้�ำทโ่ี รงพยาบาล โดยการจดั กิจกรรมสุขภาพจติ ศึกษา 3. สามารถใช้แบบประเมินคัดกรองเบ้ืองต้นชนิดต่างๆ การซักประวัติ การตรวจสภาพจิต การประเมินความรุนแรงของปัญหา เพ่ือท่ีจะต้ัง ขอ้ วนิ จิ ฉยั การพยาบาลบนพ้ืนฐานของขอ้ มลู ทีม่ ีอย่จู รงิ 4. รจู้ กั ตวั องมากขนึ้ เทา่ ทนั อารมณ์ เปดิ ใจ มปี ฏสิ มั พนั ธท์ ดี่ ขี นึ้ กบั เพอ่ื น และคนไข้ 5. เปิดใจเรียนรู้ในสิ่งท่ีต้องการศึกษา การประกอบสร้างความรู้ได้ ด้วยตนเอง ท้งั จากทฤษฎแี ละสถานการณ์จริง 6. ตระหนกั รู้ว่าตนเองเป็นเครื่องมือในการบ�ำบัดผูป้ ว่ ยจติ เวช 7. ความกล้าแสดงออก กล้าคิดต่างในการให้เหตุผลอ้างอิงโดยใช้ หลักฐานทางวิชาการในการวิเคราะห์การเจ็บป่วยทางจิตและกลไกทางจิต ตลอดจนสามารถใหก้ ารพยาบาลแบบองค์รวมได้ ออกแบบโดย อ.ดร.ภาสนิ ี โทอินทร์ สาขาสุขภาพจติ และการพยาบาลจิตเวช วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี ขอนแกน่ 103

20. เยย่ี มบา้ นอยา่ งไรใหเ้ ข้าถงึ ใจสูงอายุ เคล็ดวิชาเย่ียมบ้านให้ได้ใจผู้สูงอายุ การดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นองค์รวม ครอบคลุมทั้งกาย ใจ สังคม จิตวิญญาณ และการบริการด้วยหัวใจความเป็น มนษุ ย์ ชอ่ื โครงการ เยี่ยมบ้านอย่างไรให้เข้าถึงใจสูงอายุ ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมในรายวิชา รายวิชา วชิ าการพยาบาลผูส้ ูงอายุ: ปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลบคุ คลท่มี ีปัญหา สขุ ภาพ 3 กลมุ่ เปา้ หมาย นกั ศึกษาพยาบาลศาสตรช์ น้ั ปที ี่ 3 จำ� นวน 7-8 คน วตั ถุประสงค์ เพอื่ ใหน้ ักศกึ ษาดูแลผสู้ งู อายไุ ดค้ รอบคลมุ ทงั้ กาย จิต สงั คม จิตวิญญาณ 104

วธิ ีการ 1. วัน Pre-clinic 4 ชั่วโมง - Check In - ฝึกทักษะ Deep Listening โดยให้นักศึกษาจับคกู่ ับเพื่อนเล่าเกยี่ วกบั “ความประทบั ใจในผสู้ งู อาย”ุ - กิจกรรมสัตว์ 4 ทิศ เรียนรู้จักตนเอง เข้าใจผู้อ่ืน เข้าใจความแตกต่าง หลากหลายของผรู้ บั บรกิ าร 2. ระหวา่ งฝึกปฏบิ ตั ิงาน สปั ดาห์ละ 1 คร้งั ครั้งละ 2 ช่วั โมง (3 สปั ดาห์) - Reflection หลังเย่ียมบ้าน สะท้อนความคิด ทบทวนความรู้สึก และ สง่ิ ทไ่ี ด้เรยี นรู้ 3. วนั Conference - Check Out บอกเลา่ ความรูส้ กึ และสิง่ ท่ไี ด้เรยี นรู้ กระรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ 3 สัปดาห์ ผลท่ีคาดว่าจะได้รับ นกั ศกึ ษาสามารถเยย่ี มบา้ นดแู ลผสู้ งู อายไุ ดค้ รอบคลมุ ทง้ั กาย ใจ สงั คม จติ วิญญาณ ออกแบบโดย สอา.พขชัากรารรินพทยรา์ เบนายี ลมผเสู้ กูงดิ อายอุ.ชนาภา สมใจ วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกลา้ จงั หวดั เพชรบุรี 105

21. เรยี นรูก้ ารพยาบาลชมุ ชนอยา่ งมีความสุข การเรียนรู้งานพยาบาลชุมชนอย่างมีความสุข มีเป้าหมายในการเข้าใจ เน้ือหาวิชา สามารถวางแผน คดิ วเิ คราะห์ และสรา้ งสรรคง์ านด้วยตนเอง และ ตอ่ ยอดจากองค์ความรู้เดิมอยา่ งคอ่ ยเปน็ ค่อยไป ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมในรายวิชา ภาคทฤษฎี (ออนไลน)์ รายวิชา การพยาบาลชมุ ชน 1 กลุ่มเป้าหมาย นักศกึ ษาพยาบาล ชั้นปที ี่ 2 จ�ำนวน 70-80 คน วัตุประสงค์ 1. เพ่ือบรรลวุ ตั ถุประสงค์รายวชิ าการพยาบาลชมุ ชน 1 2. เพื่อให้ผู้เรียนเรียนอย่างเข้าใจและมีความสุข ในบรรยากาศ ผ่อนคลายสบายๆ 3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถต่อยอดจากองค์ความรู้เดิมเช่ือมโยงกับชีวิต เกดิ แรงจงู ใจ และมีเปา้ หมายในการเรียนวิชานี้ แนวคิด น�ำแนวคิดเร่ืองของบุคคล ครอบครัวและชุมชน งานอนามัย สิ่งแวดล้อม งานระบาดวิทยา เพ่ือน�ำมาใช้กับกระบวนการพยาบาล ในการดูแลครอบครัวที่มีภาวะปกติและเบี่ยงเบนเล็กน้อย และการใช้ กระบวนการพยาบาลในโรงเรียนและสถานประกอบการ เพ่ือเสริมสร้าง ศกั ยภาพของบคุ คล ครอบครัว และชุมชนในการดูแลตนเอง ระยะเวลาของกระบวนการเรียนรู้ 17 สปั ดาห์ (1 ภาคการศกึ ษา) 106

วิธีการ 1. ขนั้ ตอนการเตรยี มตวั ของผสู้ อน 1.1. อาจารย์มคี วามตระหนกั รใู้ นตนเอง ร้จู ักตนเองว่ากำ� ลงั ทำ� อะไรอยู่ ท�ำเพื่อใคร ตอนนี้อยู่ในสภาวะที่พร้อมสอนหรือไม่ ท�ำอย่างไรให้พร้อม เมื่อ พรอ้ มแลว้ จากนน้ั นกึ ถงึ ผเู้ รยี นวา่ เขามพี นื้ ฐานแคไ่ หน สอนอยา่ งไรจงึ จะตอ่ เตมิ จากฐานที่เขามี เพ่ือใหเ้ กดิ การเรียนรอู้ ย่างเตม็ ที่ 1.2. อาจารย์มีใจนึกถึงผู้เรียนเป็นส�ำคัญ อยากให้ผู้เรียนเรียนอย่าง เข้าใจและมีความสุข อาจารย์จึงต้องมีความสุขก่อนสอนและก่อนเข้าสอน เพอื่ ทำ� ใหเ้ กดิ ความคดิ ดๆี ในการจดั กจิ กรรมเรยี นการสอนในรปู แบบทเ่ี หมาะสม ภายใต้วัตถุประสงค์ของหัวข้อการเรียนนั้นๆ รวมถึงตระหนักว่าการเข้าสอน ด้วยความสุขท�ำให้บรรยากาศการเรียนการสอนต่างกับการเข้าสอนแบบ เขา้ ไปหาขอ้ ผดิ พลาดจากผ้เู รยี น ซึ่งผูเ้ รยี นรับรู้ได้ 1.3. อาจารย์คิดไว้ในใจเสมอว่า ผู้เรียนกลุ่มน้ีเป็นเด็กใหม่ น่ันคือ เป็นนักศึกษาปี 2 ภาคการศึกษาที่ 1 ที่เพ่ิงจะเริ่มเรียนวิชาทางการพยาบาล เพราะในปี 1 ทั้งปีเรียนเพียงวิชาท่ัวไปเพื่อเตรียมเข้าสู่การพยาบาล และ ภาคการศึกษานี้ก็เรียนวิชาการพยาบาลต่างๆ พร้อมกันด้วย การเข้าใจดังน้ี ผสู้ อนจะไม่โกรธ ไม่โมโหนักศึกษาเลย อะไรทน่ี ักศกึ ษาจำ� ไมไ่ ด้ ทำ� ไมไ่ ด้ หรอื ท�ำออกมาไม่ใช่อย่างท่ีผู้สอนบอกไว้ ผู้สอนถามควรถามเหตุผลว่าท�ำไปด้วย สาเหตุใด เพ่ือให้ได้มุมมองของนักศึกษา แล้วจึงค่อยๆ สอนให้นักศึกษา เข้าใจและท�ำได้ ซ่ึงการสอนนักศึกษาปี 2 ต้องสอนอย่างใกล้ชิดมากกว่า เม่ือเทียบกบั การสอนชัน้ ปี 3 และ 4 ซงึ่ มีความรูแ้ ละความสามารถมากข้ึนแล้ว 2. ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 2.1 ชี้แจงรายละเอียดของวิชา วัตถุประสงค์ เกณฑ์การประเมินผล การวัด และการประเมินผลและ Test Blue Print และให้นักศึกษาเสนอ ความคดิ เห็นตอ่ การจัดการเรยี นการสอน 107

2.2 บรรยายเนอื้ หาแบบมสี ว่ นรว่ ม และใหน้ กั ศกึ ษาวเิ คราะหก์ รณศี กึ ษา ฝึกให้นักศึกษาเขียนผังครอบครัว เขียน Concept Mapping และค�ำนวณ สถิตชิ ีพ 2.3 มอบหมายงานการสร้างสิ่งประดิษฐ์ในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ในชุมชนที่นักศกึ ษาอาศยั อยแู่ ละปรึกษาอาจารย์ประจำ� กล่มุ 2.4 ใหน้ กั ศึกษานำ� เสนอผลงานสิง่ ประดิษฐ์ในรปู แบบออนไลน์ 3. กระบวนการจิตตปัญญาที่ใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ ออนไลน์ 3.1 ปฐมนิเทศรายวิชาให้นักศึกษาเข้าใจและเห็นภาพกว้างว่า วิชานี้ เรียนอะไรบ้าง และแต่ละหัวข้อมีความส�ำคัญกับรายวิชาและการพยาบาล อย่างไร สอบถามความเห็นนักศึกษาว่า รูส้ ึกอย่างไรท่จี ะไดเ้ รยี นหวั ข้อเหลา่ นี้ 3.2 เม่ือขึ้นหัวข้อใหม่สอบถามนักศึกษาว่า รู้จักหัวข้อน้ีหรือไม่ มี เป้าหมายในการเรยี นหัวข้อน้ีอย่างไร และอยากรเู้ รอ่ื งอะไรบ้าง 3.3 เม่ือจบหัวข้อสอบถามนักศึกษาว่าเป้าหมายในหัวข้อนี้คืออะไร ไดร้ ับผลจากการเรียนร้อู ยา่ งไรบา้ ง ส่ิงทอี่ ยากรู้ ไดร้ แู้ ล้วหรือไม่ 3.4 Check In ความพร้อมในการเรยี น เชน่ ตอนน้เี ป็นอย่างไรบ้าง มี ความพร้อมในการเรียนหรือไม่ ถ้าไม่ เราจะแก้ไขอย่างไรกันดี บางครั้ง อาจสอบถามให้เทียบความรู้สึกขณะน้ีกับทะเล กลางวัน หรือกลางคืน การ Check In เป็นการพูดคุยน�ำเข้าสู่บทเรียน เพื่อให้นักศึกษารู้สึกมี ส่วนรว่ มและสนใจจะฟงั ต่อไป 3.5 เม่ือเรียนจบหัวข้อจะทบทวน และสอบถามความเข้าใจ และเสริม ให้ในส่งิ ท่ขี าด 3.6 ในการเรียนกลุ่มย่อยจะให้โอกาสนักศึกษาคิดวิเคราะห์ และ สร้างสรรค์งานด้วยตนเองอย่างเต็มที่ และช่วยสนับสนุนเพ่ิมเติมให้ หรือช่วย ปรบั ใหถ้ ้ายังผดิ พลาดอยู่ 108

3.7 การเรยี นหวั ขอ้ ตา่ งๆ จะใชก้ ระบวนการทที่ ำ� ใหน้ กั ศกึ ษาเขา้ ใจตนเอง และโยงสิ่งท่ีได้เรียนรู้เข้าหาตนเองตลอดเนื่องจากรายวิชานี้เป็นการเรียนรู้ เรื่องบุคคล ครอบครัว และชุมชน ความเข้าใจตนเองจะท�ำให้นักศึกษาเข้าใจ ในเน้ือหา และเข้าใจผู้อนื่ ได้ตอ่ ไป 4. การประเมนิ ผล ด้วยการสะทอ้ นคดิ การใคร่ครวญผา่ นค�ำถาม 19 ขอ้ 1) What did I notice? (ฉนั สังเกตเหน็ อะไรบ้าง จากการเรียนวชิ าการ พยาบาลชุมชน 1 ทผี่ ่านมา) 2) How did I feel about this? (ฉนั รสู้ กึ อยา่ งไรกบั ส่ิงทเี่ หน็ น้)ี 3) Why did it make me feel this way? (ท�ำไมสง่ิ ทีเ่ หน็ นที้ ำ� ให้ฉันรสู้ ึก เชน่ นน้ั ) 4) What might I have done differently? (ถ้าฉันไม่ได้ศึกษาวิชานี้ ฉันจะพลาดอะไร) 5) What is the meaning of this event in my life? (การศึกษาวิชาน้ี มีความหมายต่อชีวิตฉันอย่างไร) 6) How is this similar to something else that I’ve experienced? (สิ่งทฉ่ี ันพบ มีความแตกต่างจากประสบการณเ์ ดมิ ในอดีตอย่างไร) 7) How can I use this to help someone else? (ฉันจะใชส้ ่ิงท่ีฉนั ไดร้ ับน้ีไปชว่ ยคนอ่นื อยา่ งไร) 8) Was this a good or a bad thing for me? (สงิ่ ท่พี บนี้ดีหรอื แย่ ส�ำหรบั ฉนั ) 9) What skills did I learn? (ฉนั ไดเ้ รยี นรูท้ ักษะอะไรบ้าง) 10) How can I apply what I learned to my life? (ฉันจะน�ำสงิ่ ทไ่ี ด้ เรียนรนู้ ไี้ ปประยุกต์ใช้อยา่ งไร) 109

11) How can I apply this experience to my studies? (ฉนั จะน�ำ ประสบการณ์น้ีไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการศกึ ษาอย่างไร) 12) How can this help me in my career? (สิง่ นีม้ ปี ระโยชน์ในอาชพี ของฉนั อย่างไร) 13) How was this emotionally important? or emotionally difficult? (ประสบการณ์ที่ได้รับมีความส�ำคัญทางจิตใจและอารมณ์อย่างไร หรอื มีความลำ� บากใจอยา่ งไร) 14) What questions did this experience make me have? (ประสบการณน์ ท้ี �ำให้ฉนั ต้งั ค�ำถามอะไรข้นึ มาบา้ ง) 15) How has this changed the way I think? (ประสบการณ์นี้ เปลย่ี นความคดิ ของฉันอย่างไร) 16) How was this unexpected? Or how did this fulfill my expectations? (ประสบการณ์น้ีเติมเต็มความคาดหวังของฉันอย่างไร หรือประสบการณ์นม้ี สี งิ่ ทไ่ี ม่ได้คาดหวังอะไรบ้าง) 17) Would I want to repeat this experience? (ฉันต้องการ มีประสบการณแ์ บบน้ีอีกหรือไม่) 18) Would this experience be the same if I did it again? (ถ้าฉันได้ศึกษาหัวข้อเดิมอีกคร้ัง การได้รับประสบการณ์จะเหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไร) 19) สรปุ เร่ืองราวทงั้ หมดอีก 1 ยอ่ หนา้ หวั ขอ้ สะทอ้ นคดิ นด้ี ดั แปลงจาก Virginia Kearney.(2019). How to Write a Reflective Essay With Sample Essays. https://owlcation.com/ humanities/How-to-Write-a-Reflective-Essay-with-Sample-Essays. Access 17 October 2562. 110

ระยะเวลาของกระบวนการเรยี นรู้ ระหว่างเดอื นกรกฎาคม - สงิ หาคม พ.ศ.2564 (สอนแบบ Online ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19) ผลท่คี าดวา่ จะได้รบั 1. ผู้เรยี นมคี วามสุข ความสบายใจ และสนใจในการเรยี น 2. ผู้เรียนเข้าใจในเน้ือหาวิชา สามารถวางแผน คิดวิเคราะห์ และ สร้างสรรค์งานด้วยตนเอง 3. ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในตนเอง และให้ความสนใจในครอบครัว ของตนเองมากข้นึ ออกแบบโดย อ.อัจฉรา สกุนตนิยม วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ 111

22. กิจกรรมเสรมิ สรา้ งเจตคติท่ีดีตอ่ วิชาชพี พยาบาล การเสริมสร้างให้นักศึกษาพยาบาลมีเจตคติท่ีดีต่อวิชาชีพพยาบาล ด้วยกระบวนการเรียนรู้ท่ีเปิดพื้นท่ีให้นักศึกษาได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ได้แบ่งปัน ประสบการณ์ภายใต้บรรยากาศท่ีรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย และใช้เคร่ืองมือ ที่ช่วยให้นักศึกษาได้ส�ำรวจความรู้สึกของตนเองก่อนและหลังการเรียนรู้ ในแตล่ ะครั้ง ดว้ ยการจดบันทึกความรู้สกึ ลงในสมุดบนั ทกึ ประสบการณเ์ รียนรู้ ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมในรายวิชา รายวิชา หลักการและเทคนิคการพยาบาล ซึ่งเป็นวิชาวิชาบังคับใน หมวดวชิ าเฉพาะ: กลุ่มวิชาชพี กลุม่ เปา้ หมาย นักศึกษาพยาบาลศาสตรช์ น้ั ปีที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562 วัตถุประสงค์ เพ่ือศึกษาผลของการใช้จิตตปัญญาศึกษา เพื่อเสริมสร้างเจตคติต่อ วิชาชพี พยาบาลของนักศกึ ษาพยาบาลศาสตร์ชน้ั ปีที่ 2 สาระสำ� คญั วิชาชีพพยาบาลเป็นวิชาชีพท่ีให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการ ของสังคมในด้านบริการสุขภาพท้ังภาวะที่มีสุขภาพดีหรือเจ็บป่วย โดยอาศัย ความรเู้ ฉพาะทางการพยาบาลในการปฏบิ ตั งิ าน อกี ทง้ั พยาบาลยงั ตอ้ งมเี จตคติ ทดี่ ตี อ่ วชิ าชพี หากพยาบาลมเี จตคตทิ ไ่ี มด่ ตี อ่ วชิ าชพี จะไมส่ ามารถใหบ้ รกิ ารทด่ี ี กบั ผรู้ บั บรกิ าร อาจสง่ ผลใหเ้ กดิ ความเบอื่ หนา่ ย โยกยา้ ย หรอื ลาออกจากวชิ าชพี ในการเตรียมพยาบาลให้มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพจึงจ�ำเป็นต้องเตรียมต้ังแต่ เป็นนักศึกษาพยาบาล จากการศึกษาท่ีผ่านมาพบว่าการใช้จิตตปัญญาศึกษา เป็นวิธีที่ดีวิธีหน่ึงท่ีช่วยส่งเสริมให้เกิดการเปล่ียนแปลงเจตคติของนักศึกษา พยาบาล 112

วธิ ีการ ผู้สอนใหผ้ ูเ้ รยี นเข้าร่วมกจิ กรรมการสอนทส่ี อดแทรกจติ ตปัญญาดังนี้ การเรยี นการสอนในภาคทฤษฎี 1) ผสู้ อนมอบหมายให้ผเู้ รียนศึกษาเรียนร้ดู ้วยตนเองล่วงหน้าในบทเรียน หัวข้อหลักการและเทคนิคการให้อาหาร ยา และหัวข้อหลักการและเทคนิค การดูแลขับถ่าย ร่วมกับการดูวีดีโอในการท�ำหัตถการการใส่สายยางให้อาหาร การใส่สายสวนปัสสาวะ พร้อมกับให้ผู้เรียนจุดกราฟอารมณ์ ความรู้สึก สติ และความสุข ก่อนการเข้ากิจกรรมลงในสมดุ บนั ทกึ ประสบการณเ์ รยี นรู้ 2) ผู้สอนสอนในชัน้ เรียนโดยใชเ้ วลาประมาณ 1.30 ชว่ั โมง หลังจากน้ัน ให้ผู้เรยี นเข้าห้องทดลอง ใช้เวลา 30 นาที โดยแบ่งเปน็ 4 กลมุ่ กลุ่มละ 20 คน โดยทีมผูส้ อนใช้กระบวนการดังน้ี 2.1) ทีมผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละคนสะท้อนความรู้สึกเก่ียวกับ กราฟอารมณ์ ความรู้สึก สติ และความสุขของตนเองก่อนเข้ากิจกรรม 2.2) ทมี ผู้สอนใช้ค�ำถามในการ Check In ก่อนฝึกปฏิบตั กิ ารดงั นี ้ 2.2.1 รสู้ กึ อยา่ งไรท่ีต้องเปน็ คนท�ำหัตถการใหก้ บั ผปู้ ่วย 2.2.2 เคยมีประสบการณ์/เคยเห็นผู้อื่นถูกท�ำหัตถการนี้หรือไม่ ร้สู กึ อยา่ งไร (ประสบการณ์เดมิ ) 2.3) ทีมผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติการท�ำหัตถการกับ หุ่นจ�ำลอง โดยทีมผู้สอนเป็นผู้ช่วยเหลือคอยกระตุ้นให้กลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทุกคน และบันทึกส่ิงท่ีเกิดข้ึนในกระบวนการกลุ่ม (ขณะที่สังเกตการปฏิบัติ ของผเู้ รียน) หลังจากปฏิบัติหตั ถการเป็นทเ่ี รยี บรอ้ ย ผ้สู อนเปิดโอกาสให้ผเู้ รยี น ทุกคนเขียนค�ำถามท่ยี งั สงสยั แลว้ น�ำไปใสก่ ลอ่ งค�ำถามหนา้ หอ้ งเรยี น 2.4) ให้ผู้เรียนกลับเข้ามาในห้องเรียน ใช้เวลา 30 นาที ผู้สอน เปิดวีดีโอในการท�ำหัตถการน้ันๆ อีกคร้ัง และตอบข้อสงสัยจากค�ำถาม ท่ีผู้เรยี นเขียนคำ� ถาม ผสู้ อนสรปุ แนวคดิ กระบวนการทสี่ �ำคัญให้กบั ผ้เู รยี น 113

การเรยี นการสอนภาคทดลอง 1. แบ่งผูเ้ รยี นเข้าห้องทดลอง แบ่งเป็น 4 กล่มุ กลมุ่ ละ 3 คน ทีมผสู้ อน สรุปประเด็นส�ำคัญของการท�ำหัตถการท่ีเรียนในภาคทฤษฎี และเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนถามข้อสงสัยต่างๆ จากการได้ทดลองฝึกปฏิบัติการท�ำหัตถการ ในภาคทฤษฎที ผ่ี ่านมา 2. ให้ผู้เรียนสาธิตย้อนกลับรายบุคคลในการท�ำหัตถการนั้นๆ โดยให้ เพ่อื นบันทึกวดี ีโอ เพ่อื ให้ผเู้ รยี นได้นำ� กลบั ไปทบทวนตนเอง (Reflection) 3. หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนภาคทดลองแต่ละหัตถการ ทีมผู้สอน จะประเมินผลการสาธิตย้อนกลับให้ผู้เรียนรายบุคคล (Reflection) โดยใช้ ค�ำถามในการเรยี นรู้ (Check Out) โดยถามวา่ หลงั จากท่ีได้เรียนรูแ้ ละปฏิบตั ิ การทำ� หัตถการแล้วผเู้ รยี นรู้สกึ อย่างไร 4. ทีมผู้สอนใช้วิธีการสนทนากลุ่ม และใช้ค�ำถามว่า ขณะท�ำหัตถการ เห็นตวั เองอยา่ งไรบา้ ง เห็นเพือ่ นในการทำ� หัตถการอยา่ งไรบ้าง (Reflection) 5. หลังจากส้ินสุดการเรียนในแต่ละกิจกรรมให้ผู้เรียนเขียนสะท้อน ความรู้สึก โดยบันทึกความรู้สึกของตนเอง และจุดกราฟอารมณ์ ความรู้สึก สติ และความสุข หลังการเขา้ กจิ กรรมลงในสมุดบันทกึ ประสบการณ์เรียนรู้ รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ อปุ กรณ์ 6 สัปดาห์ สมุดบันทึกประสบการณ์เรียนรู้ (Journal) ผลที่คาดว่าจะได้รับ นักศึกษาพยาบาลศาสตรช์ ัน้ ปีท่ี 2 มีเจตคติทด่ี ตี ่อวิชาชพี พยาบาล ออกแบบโดย อ.พกั ตร์วภิ า ตันเจริญ สาขาการพยาบาลพนื้ ฐานและผู้สูงอายุ วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชยี งใหม่ 114

23. กจิ กรรมสง่ เสริมทกั ษะปฏิบัตกิ ารพยาบาล เพ่ือลดความวิตกกังวลในการฝึกทักษะปฏิบัติการพยาบาลท่ีมีความ น่าหวาดหว่ันทั้งหลาย จึงได้น�ำจิตตปัญญาบูรณาการในการเรียนการสอน รายวชิ าปฏิบัติหลกั การและเทคนคิ ทางการพยาบาล ซงึ่ มลี ักษณะวิชาเปน็ การ ฝึกปฏิบัติการพยาบาลพ้ืนฐาน โดยใช้กระบวนการสะท้อนคิด (Reflective Thinking) ทั้งการพูดคุยแลกเปล่ียน และการเขียนบันทึกสะท้อนคิด เพ่ือให้ นักศึกษาได้ทบทวนความรู้สึกจนคลายความหวาดวิตก และสามารถฝึกทักษะ การพยาบาลต่างๆ ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพย่ิงขน้ึ ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กิจกรรมในรายวชิ า รายวิชา ปฏบิ ัติหลักการและเทคนคิ ทางการพยาบาล กล่มุ เปา้ หมาย นักศึกษาหลักสตู รพยาบาลศาสตรบณั ฑติ ช้ันปีที่ 2 วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือให้นักศึกษาสามารถสะท้อนคิดเก่ียวกับการฝึกทักษะทางการ พยาบาล ในการฝึกปฏบิ ตั กิ ับผู้ปว่ ยในโรงพยาบาล วธิ ีการ ใช้กระบวนการสะท้อนคิดภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกปฏิบัติหัตถการ ทางการพยาบาล (Post-conference) และมอบหมายให้นักศึกษา สะทอ้ นคดิ ด้วยการเขยี นบนั ทึกดังน้ี การใช้การสะท้อนคิดในการท�ำ Post-conference เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติหัตถการทางการพยาบาล อาจารย์นิเทศ ใช้ค�ำถามในการกระตุ้นให้นักศึกษาได้สะท้อนเก่ียวกับความรู้สึกในการ ปฏบิ ตั หิ ตั ถการแกผ่ ปู้ ว่ ย การแลกเปลยี่ นประสบการณร์ ว่ มกนั ระหวา่ งนกั ศกึ ษา ภายในกลุ่ม (ท้ังในกรณีท่ีได้ท�ำหัตถการพยาบาลเหมือนกันและแตกต่างกัน) โดยอาจารย์นิเทศใช้เป็นค�ำถามปลายเปิดเพ่ือให้นักศึกษาได้มีโอกาสอธิบาย หรอื สะทอ้ นความรูส้ กึ นึกคิดออกมาใหม้ ากที่สดุ 115

เมือ่ เสร็จส้นิ การปฏิบัตหิ ัตถการทางการพยาบาล อาจารยน ิเทศใชค ําถามในการกระตุน ใหนกั ศึกษาได สะทอนเก่ยี วกับความรูสกึ ในการปฏบิ ตั ิหตั ถการแกผ ปู วย การแลกเปลย่ี นประสบการณรวมกันระหวา งนกั ศึกษา ภายในกลมุ (ท้งั ในกรณีทีไ่ ดทําหัตถการพยาบาลเหมือนกนั และแตกตางกนั ) โดยอาจารยนิเทศใชเปน คําถาม ปลายเปดเพื่อใหนกั ศกึ ษาไดมีโอกาสอธบิ าย หรอื สะทอนความรสู กึ นกึ คดิ ออกมาใหม ากท่ีสุด ตตัวัวอยอายงคา่ าํ งถาคม�ำกถาราสมะทกอานครดิสใะนทกา้อรทนาํ คPดิostใ-cนoกnfาeรreทnc�ำe Post-conference ทักษะปฏบิ ตั ิการพยาบาล การดดู เสมหะในทอชวยหายใจ การใสส ายสวนปส สาวะ - นักศกึ ษารูสึกอยา งไรในการท่ตี อ งปฏบิ ตั ิการดดู - นักศึกษารสู ึกอยางไรในการที่ตองปฏบิ ตั ิการใสสาย เสมหะในทอชว ยหายใจใหแกผูป วย สวนปส สาวะใหแ กผปู วย - นักศกึ ษามปี ระเด็นใดท่ีคิดวาเปน อปุ สรรคในการ - นักศึกษามีประเด็นใดที่คิดวาเปนอุปสรรคในการ ปฏิบัตหิ ัตถการน้ี ปฏบิ ัติหตั ถการนี้ - นักศกึ ษาคิดวาผปู วยจะรูสึกอยางไรในขณะที่เรา - นักศึกษาคิดวาผูปวยจะรูสึกอยางไรในขณะท่ีเรา ปฏิบตั กิ ารดดู เสมหะให ปฏบิ ัตกิ ารใสสายสวนปส สาวะให - ขณะทน่ี ักศึกษากําลงั ปฏบิ ตั ิการดดู เสมหะ - ขณะที่นักศึกษากาํ ลงั ปฏบิ ัติการใสส ายสวน นักศึกษารูสึก หรือกําลังคิดอะไร ปสสาวะนักศกึ ษารสู กึ หรอื กําลังคดิ อะไร - ภายหลังปฏิบัติทักษะการดูดเสมหะแลว นักศึกษา - ภายหลงั ปฏิบตั ิทักษะการใสสายสวนปสสาวะแลว รสู ึกอยางไร/รูส ึกอยางไรเมือ่ ปฏบิ ัติไดส าํ เร็จ นักศึกษารสู ึกอยา งไร/รสู ึกอยางไรเมื่อปฏิบัตไิ ด - นกั ศกึ ษาไดเรยี นรู หรอื พบปญหา/อปุ สรรค สาํ เรจ็ อยา งไรในการปฏิบตั ิการดูดเสมหะ - นักศึกษาไดเรยี นรู หรือพบปญ หา/อปุ สรรค - นักศกึ ษาคิดวา ตนเองยงั ตองมกี ารพัฒนาใน อยา งไรในการปฏบิ ตั ิการใสสายสวนปส สาวะ ข้นั ตอนใดในการปฏิบัติการดูดเสมหะในครงั้ ตอไป - นักศกึ ษาคิดวา ตนเองยังตองมกี ารพฒั นาใน - นักศกึ ษารูสึกอยา งไรบางตอการปฏิบัติทักษะน้ี ทั้ง ขัน้ ตอนใดในการปฏบิ ัติการใสสายสวนปสสาวะใน ในดา นความรู ความมั่นใจ และความรสู ึกตอ ผปู วย ครั้งตอไป - นักศึกษารูส กึ อยา งไรบางตอการปฏิบัติทักษะน้ี ทั้ง ในดานความรู ความมัน่ ใจ และความรูส ึกตอผูปวย ไมไดอมกําาอหจอมบนาอาดหจบหราหมรัวยมยขา์านนอยยใเิ ิเทดใใหทๆศหน มศเัก้นอปศมบดกักึ หโออษศมกบาากึ สายหสะษใใทหมนาอนกานสักาคยศระดิเึกใขทดษหียวอ้านย้ทนสนกุกะักาคคทรนศเอดิ ขเนึกขียดคียนษ้วิดนบอาบยันยันททกา ทึกงุากอึกริสสครเะนขะทอแยีเขนลนะคียเบิดหนเมนัปบานทะัรนสาึกมทยสไึกมัปสดส้ันาะจหนท สเก้ัปอนิ ดนไาปหคลิดะเ1ปค็นรั้ง โดย รายสปั ตดัวาอหยา์ งกสาัปรเดขยีานหส์ละทะอน1คิดครัง้ โดยไม่ได้กำ� หนดหวั ข้อใดๆ เปดิ โอกาสในการ เขยี นสะทอ้ นคิดอย่างอสิ ระ และเหมาะสม ไมส่ ั้นจนเกินไป 64 116

ตวั อย่างการเขียนสะทอ้ นคิด 117

ระยะเวลาของกระบวนการเรียนรู้ วนั ท่ี 8 พฤศจิกายน – 7 มกราคม 2565 ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ 1. นักศึกษามีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และสามารถ นำ� ไปพฒั นาการปฏบิ ัติหัตถการทางการพยาบาลไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ 2. นักศกึ ษาเกดิ ความเชยี่ วชาญในการปฏิบัติทางการพยาบาล ส่งเสรมิ ความมั่นใจในการใหก้ ารพยาบาลแก่ผู้ปว่ ยในชน้ั ปีท่สี งู ขนึ้ ต่อไป 3. นกั ศกึ ษาเกิดทัศนคติทีด่ ีต่อวิชาชีพพยาบาล ออกแบบโดย อ.ปวณี า ยศสรุ นิ ทร์ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ 118

24. การออกแบบวิธีการสอนทางสุขภาพที่ผู้สอน มีความสขุ ผู้ฟังสบาย ส่ือสารด้านสุขภาพอย่างมืออาชีพให้ผู้ฟังสบายใจและยอมรับฟัง น�ำจิตตปัญญาไปใช้ในรายวิชาการส่ือสาร การสอน และการให้การปรึกษา ทางสุขภาพ เพื่อให้นักศึกษาสามารถออกแบบวิธีการสอนทางสุขภาพ ที่สอดคล้องกับบุคลิกลักษะของผู้ฟัง ด้วยความเข้าใจในความแตกต่าง หลากหลายของผ้ทู ี่มารบั บริการปรึกษาทางสุขภาพ ช่ือกิจกรรม การออกแบบวิธีการสอนทางสุขภาพท่ีผู้สอนมีความสุข ผฟู้ งั สบาย ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมในรายวชิ า รายวชิ า การสอื่ สาร การสอน และการให้การปรึกษาทางสขุ ภาพ กลมุ่ เปา้ หมาย นักศกึ ษาพยาบาลศาสตร์ช้นั ปี 2 จำ� นวน 107 คน วตั ถุประสงค์ 1. เพื่อให้นักศึกษาได้ออกแบบวิธีการสอนทางสุขภาพท่ีสอดคล้อง กบั กจิ กรรมสัตว์ 4 ทิศ 2. เพอ่ื ใหน้ ักศกึ ษารจู้ ักตนเอง 3. เพอ่ื ให้นักศึกษารู้จกั ผู้อ่นื 4. เพอื่ ให้นักศึกษามีทักษะการฟงั อยา่ งต้ังใจ 119

วิธีการ ขน้ั ตอนเตรยี มตัวอาจารย์ - เตรียมความพร้อม และพัฒนาอาจารย์ในทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง และทักษะการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัย เพื่อให้เกิดไว้วางใจ ระหวา่ งผู้สอนและผ้เู รียน - โดยการทบทวนความรู้ความเข้าใจกิจกรรมท้ัง 4 กิจกรรม จากการ อบรมจติ ปญั ญาของอาจารย์ในการจัดอบรมของมหาวทิ ยาลัยมหดิ ล ขัน้ ตอนการจดั กิจกรรม สอนภาคทฤษฎใี ชร้ ะยะเวลา 2 ชว่ั โมง 1. เร่ิมต้นด้วยกิจกรรม Check In (ลักษณะท้องฟ้าในใจ) เพ่ือเตรียม ความพร้อมของนักศกึ ษา และให้นกั ศึกษาสะทอ้ นความรสู้ กึ ขณะนัน้ กบั ตนเอง และผู้สอนสมุ่ ถามนกั ศึกษาบางส่วน (10 นาท)ี 2. การสร้างแรงบันดาลใจ โดยให้ดคู ลปิ วีดโี อ “Children Full of Life : ห้องเรียนแห่งความสุข” ( https://youtu.be/OP9u54vMV2g) แล้วให้ นักศึกษาเขียนสะท้อนความรู้สึกและการเรียนรู้ของตนเองลงในกระดาษ (15 นาที) 3. จัดกิจกรรมให้เรียนรู้การฟังอย่างตั้งใจ โดยให้จับคู่กันเล่าเร่ือง “ผ้สู อนทดี่ ใี นความทรงจำ� ” (10 นาท)ี 4. แบ่งกลุ่มนักศึกษาเป็นกลุ่มละ 3-4 คู่ และช่วยกันสรุป “ผู้สอนที่ดี ในความทรงจ�ำ” ของคนในกล่มุ ลงกระดาษ (20นาที) 5. “วิเคราะห์ตนเองผ่านสัตว์ 4 ทิศ” (นักศึกษาเคยวิเคราะห์ตนเอง มาแล้ว) โดยให้นักศึกษาวิเคราะห์ และสะท้อนตนเองในฐานะผู้ให้ความรู้ ด้านสุขภาพ และผู้ฟัง พร้อมท้ังแลกเปล่ียนร่วมกับเพ่ือนกลุ่มสัตว์เดียวกัน โดยแบ่งกลมุ่ ละ 6-8 คน (40 นาที) 6. อาจารย์มอบหมายให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มจากข้อ 5 ออกแบบวิธีการ สอนทางสุขภาพท่ีผู้สอนมีความสุขผู้ฟังสบาย (กิจกรรมกลุ่มนอกเวลาเรียน สง่ งานภายหลัง) 120

7. นักศึกษาถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้ในกิจกรรมครั้งน้ีผ่าน รูปแบบต่างๆ เช่น Mapping กลอนค�ำคม ข้อความส้ันๆ หรืออื่นๆ ลงบน กระดาษ (10 นาที) 8. น�ำกระดาษของผเู้ รยี นจากข้อ 2, 4, และ7 ติดไว้ทบ่ี อร์ดหลังห้องเรียน 9. ช่วงสุดท้ายของกิจกรรม ปิดด้วยกิจกรรม Check Out “ความรู้สึก หลังการเรียนวันนี้” เพ่ือให้นักศึกษาสะท้อนคิด และสะท้อนความรู้สึก หลงั จากทไี่ ด้ร่วมกจิ กกรม และผูส้ อนส่มุ ถามนกั ศกึ ษาบางสว่ น (10 นาที) รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ 2 ช่วั โมง อปุ กรณ์ 1. คลปิ วดี ีโอ “วิธีสอนคนของครชู าวญป่ี นุ่ ” 2. กระดาษ 3. ภาพสัตว์ 4 ทิศ และคณุ สมบัตขิ องสัตว์ ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั 1. นักศึกษามีทักษะการให้ความรู้ด้านสุขภาพที่เข้าใจและยอมรับ ไม่ตดั สินผูอ้ นื่ 2. นกั ศกึ ษาบอกจดุ อ่อนและแนวทางในการพฒั นาตนเองได้ 3. นกั ศกึ ษาเปน็ ผูฟ้ ังท่ดี ี 4. นักศึกษาเกิดความภาคภมู ใิ จในวิชาชีพการพยาบาล ออกแบบโดย ดร.ชตุ ิมา เทยี นชัยทัศน์ สาขาวชิ าการพยาบาลมารดาทารกและผดุงครรภ์ วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จงั หวดั เพชรบรุ ี 121

25. เพิ่มพลังกาย…เพ่ิมพลงั ใจฝึกปฏิบตั งิ านห้องคลอด กา้ วผา่ นความกลวั เรยี นรอู้ ยา่ งมคี วามสขุ ภมู ใิ จในวชิ าชพี การผดงุ ครรภ์ ปรับเปล่ียนการฝึกปฏิบัติงานห้องคลอดที่เคยเป็นห้องแห่งความหวาดกลัว ให้เป็นประสบการณ์การฝึกฝนตนเองที่น่าจดจ�ำ ด้วยบรรยากาศการเรียนรู้ ทปี่ ลอดภัย ไมร่ ู้สกึ โดดเด่ยี วสน้ิ หวัง และเตมิ เตม็ กำ� ลงั ใจใหก้ นั และกนั อยูเ่ สมอ ตลอดการฝกึ ชือ่ กิจกรรม เพ่มิ พลังกาย…เพ่ิมพลังใจในการฝึกปฏบิ ตั ิงานห้องคลอด ประเภทของกระบวนการเรียนเรยี นรู้ กจิ กรรมในรายวิชา รายวิชา ปฏบิ ัติการพยาบาลมารดาทารกและผดุงครรภ์ 1 กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปี 3 จ�ำนวน 8 คน ฝึกปฏิบัติงานแผนกห้องคลอด วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อให้นักศึกษาได้รับรู้ความรู้สึกของตนเอง และวิเคราะห์จุดท่ี ควรพฒั นา 2. เพื่อให้นักศกึ ษาได้ระบายความรูส้ กึ 3. เพอื่ ให้นกั ศกึ ษาเปน็ ผฟู้ ังท่ดี ี 4. เพอื่ สร้างชุมชนทป่ี ลอดภยั ในการฝึกปฏิบตั ิงานห้องคลอด 122

วิธกี าร ขั้นตอนเตรียมตวั อาจารย์ เตรียมความพร้อมและพัฒนาอาจารย์ในทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง และทักษะการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ท่ีปลอดภัย เพ่ือให้เกิดไว้วางใจ ระหวา่ งผูส้ อนและผเู้ รียน พัฒนาอาจารย์ในการวางเป้าหมายเพ่ือพัฒนานักศึกษาให้ครอบคลุม ท้ังด้านความรู้ สมาธิ และจิตวิญญาณ โดยพัฒนาอาจารย์ผ่านการเรียนรู้ สตั ว์ 4 ทศิ ข้ันตอนการนิเทศนักศึกษาในวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดาทารก และผดุงครรภ์ 1 สปั ดาห์ท่ี 1 Pre-clinic ใช้ระยะเวลา 4 ช่วั โมง 1. เริ่มตน้ ดว้ ยกจิ กรรม Check In เพื่อเตรยี มความพรอ้ มของนักศกึ ษา และให้นักศึกษาสะท้อนความรู้สกึ ขณะนน้ั 2. นักศึกษาสะท้อนคิด สะท้อนความรู้สึกผ่านเรื่องราวโดยใช้ประเด็น “ความสขุ ความทกุ ข์ ในการปฏบิ ตั งิ านทก่ี ำ� ลงั จะมาถงึ ” โดยนกั ศกึ ษาจะสะทอ้ น ในมุมมองของประสบการณเ์ ดมิ ทเ่ี กดิ ข้ึน หรือความรู้สกึ ของตนเองขณะน้ัน 3. อาจารย์และเพ่ือนนักศึกษาฟังอย่างตั้งใจ (Deep Listening) หากนกั ศกึ ษาตอ้ งการความชว่ ยเหลอื มขี อ้ สงสยั อาจารยส์ ามารถเตมิ เตม็ ขอ้ มลู ทถี่ ูกตอ้ ง และแลกเปล่ียนประสบการณ์ ใหก้ ำ� ลังใจกันภายในกลุม่ ยอ่ ยได้ 4. อาจารย์เป็นผู้น�ำกิจกรรม “วิเคราะห์ตนเองผ่านสัตว์ 4 ทิศ” (นักศึกษาเคยวิเคราะห์ตนเองมาแล้ว) โดยให้นักศึกษาวิเคราะห์ตนเองผ่าน กจิ กรรม “วเิ คราะหต์ นเองผา่ นสัตว์ 4 ทศิ ” และสะทอ้ นวา่ ตนเองเหมือนหรอื ตา่ งจากสตั ว์ 4 ชนดิ ดา้ นใดบา้ ง เปน็ การแลกเปลย่ี นผา่ นเพอื่ นกลมุ่ สตั วเ์ ดยี วกนั และเพ่ือนกลมุ่ ใหญ่ 123

5. อาจารย์ฟังอย่างต้ังใจ และรวบรวมข้อมูลลักษณะของนักศึกษา ในกลุ่มแต่ละบุคคล เพื่อเป็นข้อมูลในการนิเทศต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้ อาจารยน์ เิ ทศได้เขา้ ใจ ยอมรบั และทราบข้อดีข้อเสยี ของนักศึกษาแตล่ ะบุคคล ท่ีแตกต่างกัน เพ่ือการคิดสร้างสรรค์วิธีการนิเทศที่เหมาะสมกับนักศึกษา แตล่ ะบุคคล 6. ชว่ งสดุ ทา้ ยของกจิ กรรม ปดิ ดว้ ยกจิ กรรม Check Out เพอื่ ใหน้ กั ศกึ ษา สะท้อนคดิ และสะท้อนความร้สู ึก หลงั จากทไ่ี ด้ร่วมกจิ กรรม สัปดาหท์ ี่ 1-3 ระหวา่ งฝกึ งาน 1. หลงั รบั เวรของทกุ วนั อาจารยแ์ ละนกั ศกึ ษารว่ มกนั Pre-conference โดยการใช้กิจกรรม Check In เพื่อเตรียมความพร้อมของนักศึกษา และให้ นกั ศึกษาสะทอ้ นความรู้สึกขณะน้นั 2. เม่ือส้ินสุดการนิเทศแต่ละวัน อาจารย์และนักศึกษาร่วมกัน Post-conference โดยการใช้กิจกรรม Check Out ในหัวข้อ “ความรู้สึก หลังฝึกงานในวนั นี”้ 3. อาจารย์และเพื่อนในกลุ่มชื่นชมสิ่งท่ีนักศึกษาท�ำได้ดีในการฝึกงาน วนั นั้น และอาจารย์เตมิ เต็มส่วนทนี่ ักศกึ ษายังต้องพัฒนาดว้ ยความเขา้ ใจ และ ดว้ ยหวั ใจความเปน็ มนษุ ย์ พรอ้ มทง้ั ใหน้ กั ศกึ ษาสะทอ้ นคดิ สงิ่ ทจี่ ะพฒั นาตนเอง ให้ดขี ้ึน เพือ่ ประโยชน์ของผู้รับบรกิ าร 4. หลังฝกึ งานร่วมกนั 1 สัปดาห์ เล่นเกมสไ์ วรสั ครองเมอื ง และทบทวน การเก็บประสบการณ์ร่วมกันในห้องคลอด 5. กิจกรรมพื้นท่ีศักด์ิสิทธ์ิเพื่อให้นักศึกษาได้ทบทวน และแสวงหา ความสขุ ในการเรียนรรู้ ะหวา่ งฝึกปฏบิ ตั ิงาน 124

เสร็จส้ินการฝกึ ปฏิบัติงานสปั ดาหท์ ่ี 3 นักศึกษาถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้ ในหัวข้อความภาคภูมิใจ ประทบั ใจในการขน้ึ ฝกึ ครง้ั นี้ ผา่ นกระดาษ โดยจะถา่ ยทอดผา่ นกลอน เรยี งความ ค�ำคม ข้อความสั้นๆ หรอื บทเพลงก็ได้ หลังจากนัน้ ให้แลกเปลี่ยนความคดิ เห็น กันในกลุม่ ชว่ งเลา่ สกู่ นั ฟงั กระรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ อุปกรณ์ 3 สัปดาห์ 1. กระดาษ 2. สีเทียน ผลที่คาดว่าจะไดร้ ับ 1. นักศึกษามคี วามสขุ ในการขนึ้ ฝึกปฏบิ ัติงาน 2. เพื่อให้นกั ศกึ ษาและครกู า้ วผา่ นความกลวั ในใจตนเอง 3. นักศกึ ษาเกิดความภาคภูมใิ จในวิชาชีพการผดุงครรภ์ ออกแบบโดย ดร.ชตุ ิมา เทยี นชยั และคณะอาจารย์ สาขาวชิ าการพยาบาลมารดาทารกและผดงุ ครรภ์ วทิ ยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวดั เพชรบุรี 125

26. กลา้ ท่ีจะสอนให้กระทบใจ เปลี่ยนจากความกลัวกับครูสายโหดมาเป็นห้องเรียนแห่งความสุข ท่ีผู้เรียนรู้สึกวางใจและผ่อนคลาย การเพิ่มมิติจิตใจในการเรียนรู้ การปรับ เปล่ียนท่าทีในการสอน การรับฟังนักศึกษาเพ่ือเข้าใจความต้องการที่แท้จริง ลดช่องว่างระหว่างผู้สอนและผู้เรียน โดยมีเป้าหมายให้เกิดบรรยากาศ การเรียนรู้ท่ีผู้เรียนและผู้สอนมีความสุข และลดความตึงเครียดของนักศึกษา ท่ขี ้นึ ฝึกปฏบิ ัตงิ านการพยาบาลหญงิ ตงั้ ครรภ์ในคลินกิ ฝากครรภ์ ชื่อโครงการ กล้าทีจ่ ะสอนให้กระทบใจ ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ การนิเทศการฝึกปฏิบัติงานให้ การพยาบาลหญงิ ต้ังครรภ์ในคลินิกฝากครรภ์ รายวชิ า วชิ าปฏบิ ตั ิการพยาบาลมารดาทารกและการผดงุ ครรภ์ 2 กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษาพยาบาลศาสตร์บัณฑิต ชั้นปีท่ี 4 จ�ำนวน 8 คน วัตถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ ลดชอ่ งวา่ งระหว่างผู้สอนและผเู้ รียน 2. เพื่อสร้างเสรมิ บรรยากาศการเรียนรใู้ หผ้ ู้เรียนและผู้สอนมีความสุข 126

แนวคดิ จากสมญานาม “ครูสายโหด”“เผ็ดสวยดุ”“หนีเสือปะจระเข้” ค�ำเหล่าน้ีท่ีผู้เรียนต้ังฉายาให้กับผู้สอน จนผู้สอนต้องพิจารณาตัวเอง การได้รับฉายาอาจมาจากการวางตัวในบทบาทผู้สอนและผู้เรียนท่ีมี ช่องว่างระหว่างกัน น่ันเป็นที่มาของค�ำถาม “ท�ำอย่างไรจึงจะสอนและ เรยี นอย่างมีความสขุ ” เพราะลกั ษณะวิชาที่ยาก ซบั ซ้อน ในการพยาบาล หญิงต้ังครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงน้ันมีส่วนท�ำให้ผู้เรียนเครียดมากอยู่แล้ว ผสู้ อนจงึ ไดเ้ รมิ่ สอดแทรกกจิ กรรมเขา้ กบั การเรยี นการสอนตามวตั ถปุ ระสงค์ การเรียนของรายวิชา โดยคาดหวังว่าบรรยากาศการฝึกปฏิบัติงานร่วม กับการใช้จิตตปัญญาศึกษาจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนและผู้สอน มีความสุขได้ วธิ ีการ 1. Check In and Check Out ทกุ วนั ในชว่ ง Pre และ Post - conference โดยใช้ค�ำถาม เช่น - วันแรกของการขึ้นวอรด์ ผ้ปู ว่ ย “รูส้ กึ อยา่ งไรท่ีไดข้ น้ึ วอร์ดกับคร”ู - วนั ตอ่ ๆ ไป “เชา้ วนั นร้ี สู้ กึ อยา่ งไรบา้ ง” “ถา้ เปรยี บความรสู้ กึ กบั ทอ้ งฟา้ ขณะนท้ี อ้ งฟ้าเปน็ สีอะไร” 2. ถา่ ยทอดความรกั ความหวงั ดโี ดยการสัมผัส โอบไหล่ ตบบ่าเบาๆ แทนการหยกิ 3. ใช้ค�ำถามกระทบใจ แทนค�ำถามกระทบสมอง ถามค�ำถามเก่ียวกับ ความรู้สกึ น�ำมากอ่ น แทนคำ� ถามท่ีมลี ักษณะคาดค้ันใหต้ อบเฉพาะความรู้ เชน่ - “วันนี้ตรวจครรภ์หญิงท่ีมีภาวะแทรกซ้อนเป็นอย่างไรบ้าง” แทน “จงบอกการตรวจครรภ์ในหญิงที่มีภาวะแทรกซ้อน” หรือ “วันนี้มีเหตุการณ์ หรือมีสิ่งใดท่ีได้เรียนรู้และต้องการแลกเปลี่ยนให้เพ่ือนได้ฟังเพื่อปรับใช้” แทน “จงระบุขอ้ ผดิ พลาด ปญั หา อุปสรรคของการทำ� งานวนั น”ี้ 127

4. ขยายจิตท่ีเล็กให้ใหญ่ข้ึน เห็นใจนักศึกษามากข้ึน เช่น เหตุการณ์ ส่งงานช้า มาสาย หรือแม้แต่การทำ� ผิดพลาดขณะฝึกงาน โดยซักถามพูดคุย กอ่ นตัดสิน เป็นตน้ 5. ฟงั ใหเ้ ขา้ ใจความต้องการของนักศึกษา (I-in-you) ระยะเวลาของกระบวนการเรยี นรู้ 4 วัน ระหวา่ งการฝกึ ใหก้ ารพยาบาลหญงิ ตง้ั ครรภ์ คลนิ ิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลขอนแก่น ผลท่ีไดร้ บั 1. นักศึกษาเขา้ หามากขึ้น 2. นักศึกษาไม่ทุกข์เมือ่ ข้นึ วอร์ดผปู้ ่วย 3. นกั ศึกษากลา้ ท่ีจะซักถาม พูดคยุ 4. ทา่ ทกี ารสอนเปลย่ี นไป ลดการใชเ้ สยี งดัง รบั ฟังมากขึน้ 5. ผลประเมินการสอนโดยนักศกึ ษาอยใู่ นระดับดีมาก ออกแบบโดย อ.ดร.ศภุ วดี แถวเพยี กลุ่มวิชาการพยาบาลมารดาทารกและการผดงุ ครรภ์ วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแกน่ 128

27. กิจกรรมช่วยลดความเครียดจากโควิด-19 และ การเรยี นออนไลน์ การลดความตึงเครียดของนักศึกษาพยาบาลจากการเรียนออนไลน์ ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ท่ีทุกคนต้องปรับวิถีชีวิต ตนเองสู่วิถีใหม่ (New Normal) ปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนจากด้ังเดิม มาเป็นการเรียนการสอนออนไลน์ ผู้สอนจึงน�ำกระบวนการจิตตปัญญาศึกษา มาใช้ช่วยให้ทั้งผู้สอนและผู้เรียนตระหนักรู้การเปล่ียนแปลงภายในตนเอง ช่วยให้ปล่อยวางอารมณ์ได้เร็ว ส่งผลให้เกิดความรัก ความเมตตาต่อตนเอง และสรรพสิ่ง ตระหนักรู้ว่าตนเองและสรรพสิ่งมีความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว สามารถน�ำไปใช้ในชีวิตเพ่ือการมองโลกในแง่ดี มีเหตุผล และมีความสัมพันธ์ ท่ดี ขี ้นึ กบั เพอื่ น ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กจิ กรรมเสรมิ รายวิชา ปฏิบตั หิ ลักการและเทคนิคการพยาบาล กลมุ่ เปา้ หมาย นกั ศกึ ษาพยาบาลชนั้ ปที ่ี 2 วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี พทุ ธชนิ ราช จำ� นวน 7-8 คน วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นสามารถ 1. ตระหนกั รู้ในความรู้สกึ ความคดิ อารมณ์ และบคุ ลกิ ภาพของตนเอง 2. ลดความเครียดและความวติ กกังวล 3. เขา้ ใจและเชอ่ื มโยงตนเองกบั ธรรมชาติรอบตัวได้ 129

วิธกี าร กระบวนการจิตตปญั ญาศกึ ษาที่ใชป้ ระกอบด้วย 3 กิจกรรม 1. สตั ว์ 4 ทศิ ไดแ้ ก่ เหยย่ี ว หมี กระทิง และหนู โดยเช่อื มโยงพฤตกิ รรม หรือบุคลิกภาพของคนกับสัตว์ทั้งส่ี เปรียบเทียบเรียนรู้ข้อดี ข้อด้อยของตน โดยท�ำกจิ กรรมตอนเช้าและเยน็ ทกุ 2 วัน 2. การท�ำสมาธิ นับเลข พร้อมกับก�ำหนดลมหายใจเข้า-ออกเมื่อสอบ หัตถการกับหุ่นจ�ำลอง โดยน�ำมาใช้เมื่อตนเองเกิดความเครียด เป็นการ สรา้ งสตใิ ห้ระลึกตนเอง รูส้ ึกสงบเย็น ท�ำให้ลดความตน่ื เตน้ ลดความประหม่า และสร้างความมนั่ ใจใหก้ บั ตนเอง 3. การเรียนรู้ธรรมชาติ 1 คร้ัง โดยให้นักศึกษาออกนอกห้องมายัง บริเวณสระน�้ำของวิทยาลัยท่ีมีชื่อเรียกว่า สระแก้ว เพ่ือสังเกตธรรมชาติ ฟงั เสียงต่างๆ ในธรรมชาติดว้ ยความสงบ เฝา้ ดูสง่ิ มีชวี ิตเล็กๆ เช่น มด แมลง ที่อยูก่ ับใบไม้ นกท่ีบนิ บนทอ้ งฟ้า เปน็ ตน้ รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ อปุ กรณ์ 2 สปั ดาห์ PowerPoint ผลทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั 1. ผู้เรียนมีความเข้าใจบุคลิกภาพของตนเอง ยอมรับบุคลิกภาพ พฤติกรรมของตนเอง ตระหนักรู้ถึงจุดดีและจุดด้อยของตน เข้าใจเพื่อน มากขนึ้ และเกดิ การเรียนรู้ซ่ึงกันและกนั 2. ผ้เู รยี นมีจติ ใจนงิ่ สงบเย็น มสี มาธิมากขน้ึ 3. ผเู้ รยี นไดส้ ำ� รวจความรสู้ กึ ภายในของตน และชว่ ยทำ� ใหจ้ ติ ใจ อารมณ์ ผ่อนคลาย 130

ผลลพั ธ์ที่เกิดขน้ึ ผลจากการสะท้อนคิดพบว่า ผู้เรียนมีความเข้าใจจุดดีและจุดด้อย ของตน เขา้ ใจบคุ ลกิ ภาพของตนเอง ยอมรบั บคุ ลกิ ภาพ พฤตกิ รรมของตนเอง และเขา้ ใจเพอื่ น ทำ� ใหเ้ กดิ การเรยี นรซู้ งึ่ กนั และกนั สว่ นกจิ กรรมการทำ� สมาธิ ช่วยทำ� ให้จติ ใจน่งิ สงบเย็น มีสมาธิมากขน้ึ อกี ทง้ั การสงั เกตธรรมชาติท�ำให้ รู้ว่าสรรพส่ิงในธรรมชาติมีมากมายล้อมตัวเรา และท�ำให้เกิดการส�ำรวจ ความรู้สึกภายในของตน ตระหนักรู้ว่าตนเองคิดและก�ำลังกระท�ำอะไร อีกทัง้ ชว่ ยทำ� ใหจ้ ิตใจ อารมณผ์ ่อนคลายมากขึน้ เม่ือน�ำกระบวนการจิตตปัญญาศึกษามาใช้ร่วมกับการสอนออนไลน์ ช่วยใหผ้ เู้ รยี นเข้าใจตนเอง จติ ใจนงิ่ สงบเยน็ และรบั รตู้ อ่ ธรรมชาติ สรรพสิ่ง รอบตัวมากข้ึน ซ่ึงสอดคล้องกับเป้าหมายการจัดการเรียนการสอน ในวิชาชีพพยาบาลที่ต้องมีสมดุลระหว่างศาสตร์ทางวิชาชีพในการดูแล ความเจ็บป่วยทางด้านร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ ดังน้ันเพ่ือการฟูมฟัก ขัดเกลาผู้เรียนให้เข้าใจในวิชาชีพ กระบวนการจิตตปัญญาสามารถน�ำไป ใช้ประโยชน์ต่อนักศึกษาพยาบาลในการฝึกปฏิบัติการพยาบาลในหอผู้ป่วย ตา่ งๆ ในสถานการณ์จริงต่อไปได้ ออกแบบโดย อวทิ.สยวุ ารลรัยณพียสารบอ้ ายลสบงรคม์ ราชชนนี พทุ ธชนิ ราช 131

28. นวตั กรรมใจ Mind Innovation สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ สร้างการเปลี่ยนแปลงภายในใจตนเอง มอบ โจทยใ์ หน้ กั ศกึ ษาสรา้ งสง่ิ ประดษิ ฐ์ และเขยี นสะทอ้ นคดิ วา่ ในกระบวนการสรา้ ง ส่ิงประดิษฐ์นั้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองอย่างไร เช่ือมโยงสู่แนวคิดเร่ืองพัฒนาตนเอง และหลักการพยาบาลแบบองค์รวม ดว้ ยหวั ใจความเปน็ มนุษย์ ชอ่ื กิจกรรม “นวตั กรรมใจ” Mind Innovation ประเภทของการเรยี นรู้ กิจกรรมในรายวชิ า รายวิชา หลักการและเทคนคิ การพยาบาล Principles and Techniques in Nursing กลมุ่ เปา้ หมาย นกั ศกึ ษาพยาบาลศาสตร์ช้นั ปที ี่ 2 วัตถปุ ระสงค์ เพื่อเป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้นักศึกษามีความเข้าใจ แนวคิด หลักการ และเทคนิคปฏิบัติการพยาบาลแบบองค์รวมด้วยหัวใจ ความเป็นมนุษย์ ผ่านกระบวนการจิตตปัญญาศึกษาเพื่อพัฒนาจิตใจ ดว้ ยการสรรค์สร้างสิง่ ประดิษฐ์ และการเขียนสะทอ้ นคดิ แนวคิด นวัตกรรมใจคือ สิ่งใหม่ของใจที่เกิดข้ึนในระหว่างการประดิษฐ์ ท่ีตนเองเลือกท�ำตามความสนใจ ความชอบหรือเกิดจากแรงบันดาลใจ ตั้งแต่แรกเร่ิมของการคิดและลงมือ ท�ำจนกระท่ังส�ำเร็จเป็นผลงาน และเขียนบรรยายสะท้อนความความรู้สึกภายในของตนเอง และ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหลังจากการสร้างสรรค์ผลงาน การสะท้อน จะเชอื่ มโยงไปยงั หลกั การพยาบาลแบบองคร์ วมดว้ ยหวั ใจความเปน็ มนษุ ย์ และความเอื้ออาทร 132

วธิ ีการ 1. อาจารย์บรรยายเนือ้ หารายวิชาในชัว่ โมง 2. มอบหมายงานการประดิษฐ์ช้ินงานสร้างสรรค์คนละ 1 ผลงาน โดยไมก่ ำ� หนดรูปแบบ 3. กำ� หนดระยะเวลาในการสง่ ผลงานเมอื่ สิ้นสุดการเรียนภาคทฤษฎี 4. ให้นักศึกษาเขียนสะท้อนคิด ความรู้สึก การเรียนรู้ และการ เปลย่ี นแปลงตนเองในช่วงของการสร้างสงิ่ ประดิษฐ์ 5. อาจารย์ประเมนิ ผลงานของนกั ศกึ ษา 6. อาจารย์สรุปแนวคิด และสาระส�ำคัญที่ได้จากการสะท้อนคิด ของนักศกึ ษา บันทกึ รวบรวมขอ้ มลู เพ่ือนำ� ไปใช้ในการพัฒนานักศกึ ษาต่อไป กระรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ 3 เดอื น ผลท่คี าดวา่ จะไดร้ ับ เมอื่ เสร็จสิน้ กิจกรรมนกั ศึกษาสามารถ 1. บอกถึงการพฒั นาตนเองหรือการเดินทางด้านใน (Inner Self) ผา่ น กระบวนการสรา้ งสง่ิ ประดษิ ฐ์ได้ 2. บอกถึงการเปล่ียนแปลงตนเองด้านพฤติกรรมได้ 3. สรปุ เชอื่ มโยงการเรยี นรทู้ ไ่ี ดร้ บั ไปสแู่ นวคดิ หลกั การการพยาบาลแบบ องคร์ วมด้วยหัวใจความเปน็ มนษุ ย์ และความเอือ้ อาทร คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชพี การพยาบาลได้ ออกแบบโดย อ.ดร.ดวงดาว เทพทองคำ� ภาควิชาการพยาบาลผูใ้ หญ่และผู้สูงอายุ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ 133

การศกึ ษาด้วยหวั ใจความเป็นมนุษย์ (Humanized Education) สถาบันอดุ มศกึ ษา เพ่ือให้นิสิตนักศึกษาเรียนรู้สาระส�ำคัญในแต่ละรายวิชาได้อย่างลึกซึ้ง ยิ่งขน้ึ สามารถเรยี นร้คู ณุ คา่ และความหมายของประเด็นส�ำคัญนั้นๆ อย่างใส่ใจ ลงลึกดว้ ยหวั ใจความเป็นมนุษย์ โดยผสู้ อนไดใ้ ชก้ ระบวนการจิตตปญั ญาศกึ ษา ในการน�ำพาให้ผู้เรียนได้ใคร่ครวญคุณค่าของสาระความรู้นั้นๆ ผ่านการ ท�ำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่ผู้สอนได้ออกแบบให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่าน ประสบการณ์ตรง 134

29. ครูผเู้ สียสละ ชวนนักศึกษาท�ำความเข้าใจ “ค่านิยม อุดมการณ์ และจิตวิญญาณ ความเป็นครู” ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้นักศึกษาคิดเกี่ยวกับ ความหมายและคุณค่าของความเป็นครู และสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนา ตนเองเปน็ ครทู ด่ี ี เพอ่ื เปน็ จดุ เรมิ่ ตน้ ในการบม่ เพาะคณุ ลกั ษณะและจติ วญิ ญาณ ความเปน็ ครูไว้ในหัวใจของนกั ศกึ ษา ชอื่ กจิ กรรม ครผู เู้ สยี สละ ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กจิ กรรมในรายวิชา รายวชิ า ความเปน็ ครู รายวิชาเฉพาะด้านวชิ าชพี ครู หลกั สตู รครศุ าสตร์ บัณฑิต สาขาวชิ าการศึกษา (4 ปี) กลุ่มเปา้ หมาย นักศกึ ษาช้นั ปีที่ 1 วชิ าเอกดนตรศี ึกษา จ�ำนวน 25 คน วตั ถปุ ระสงค์ 1. รู้และมคี วามเข้าใจในค่านิยม อดุ มการณ์ และจติ วิญญาณความเปน็ ครู 2. ปลูกฝังจิตวิญญาณความเปน็ ครู แนวคิด “คา่ นยิ ม อุดมการณ์ และจิตวญิ ญาณความเปน็ คร”ู ครเู ปน็ บุคลากร วชิ าชพี ทกี่ ารมที ศั นคติ และจติ วญิ ญาณของความเปน็ ครนู น้ั มคี วามสำ� คญั ไม่น้อยกว่าความรู้ความสามารถ ผู้ประกอบวิชาชีพครูจ�ำเป็นอย่างย่ิง ที่จะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม และจติ วญิ ญาณความเป็นครู เพราะอาชีพ ครูมีความส�ำคัญในการพัฒนาคนให้เป็นคนดีมีคุณภาพ เพ่ือก้าวออกไป พัฒนาสังคมประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป โดยครูควรเป็น ผูท้ ่ปี ระพฤติปฏบิ ตั ติ นในทางท่ดี ีงามเหมาะสมเปน็ แบบอย่างท่ดี ี ยดึ ความ ถูกต้อง ค�ำนึงถึงส่ิงที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และส่วนรวมเสมอ ดังน้ัน คุณธรรม จริยธรรม และจิตวิญญาณความเป็นครูจึงเป็นส่ิงส�ำคัญที่ต้อง ไดร้ บั การปลูกฝังพัฒนาใหเ้ กดิ ขึน้ ในตัวครทู กุ คนอย่างจรงิ จงั 135

วิธกี าร จัดการเรยี นการสอนในชั้นเรยี น ด้วยวธิ ีการบรรยาย อภปิ ราย ระดมสมอง การใชค้ ำ� ถาม และการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ร่วมกัน 136

รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ อุปกรณ์ 1 คาบเรยี น 3 ชวั่ โมง 1. เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ 2. กระดาษฟลิปชารต์ 3. กระดาษรูปหวั ใจ 4. สเี มจกิ 5. สก็อตเทปใส ผลที่คาดวา่ จะไดร้ ับ นกั ศกึ ษามคี ณุ ลกั ษณะความเปน็ ครู มคี วามรกั ความศรทั ธาในวชิ าชพี ครู มีอุดมการณ์ความเป็นครู และมีจิตวิญญาณความเป็นครู มีความเสียสละ และประพฤติปฏบิ ตั ทิ เ่ี ปน็ แบบอยา่ งของครทู ่ดี ี ออกแบบโดย ผวชิศา.ชเอุตกิมคาอมปพระิวมเตวอลรสศ์ ุขึกษา คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภูเก็ต 137

30. จิตวิทยาสำ� หรับครู เข้าใจคน เข้าใจจิตวิทยา เชื่อมโยงความรู้เรื่องบุคลิกและลักษณะนิสัย ของคนจากกิจกรรมสัตว์ 4 ทิศ เพื่อเข้าใจเร่ืองจติ วิทยาการสอน เทคนิค วธิ กี าร การสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน และสามารถออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้ตรงตามความตอ้ งการของผูเ้ รยี นได้ตอ่ ไป ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กจิ กรรมในรายวิชา รายวชิ า จิตวทิ ยาสำ� หรบั ครู กลุ่มเปา้ หมาย นสิ ิตคณะครุศาสตร์ วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื ใหน้ สิ ติ ครศุ าสตรไ์ ดเ้ รยี นรวู้ ธิ กี ารสงั เกตพฤตกิ รรมผเู้ รยี น เพอ่ื นำ� ไปสกู่ ารออกแบบการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หต้ รงตามความตอ้ งการของผเู้ รยี น 2. เพอื่ ใหผ้ สู้ อนไดเ้ ขา้ ใจพฤตกิ รรม และความตอ้ งการของผเู้ รยี นมากขน้ึ 3. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นเขา้ ใจ และรู้จักตนเองมากขึน้ วิธกี าร กระบวนการเรยี นร้ใู ชก้ ิจกรรมสตั ว์ 4 ทิศ 1. นำ� เขา้ สบู่ ทเรยี นดว้ ยการ Check In โดยใหผ้ เู้ รยี นถา่ ยภาพตนเองแลว้ สังเกต หรือจนิ ตนาการใบหนา้ ตนเองวา่ เหมอื นสตั วอ์ ะไร พรอ้ มให้เหตผุ ล 2. ผเู้ รยี นศกึ ษาขอ้ มลู จากบอรด์ ความรเู้ รอื่ งสตั ว์ 4 ทศิ แลว้ สงั เกตอปุ นสิ ยั ของตนเองวา่ ตรงตามลกั ษณะของสตั ว์ทิศใดมากทส่ี ุด 3. ผ้เู รียนเข้ากลุม่ ตามลักษณะสตั ว์ 4 ทศิ 4. กระบวนกรท�ำหน้าท่ีคัดกรองผู้เรียนเข้ากลุ่มสัตว์ 4 ทิศ โดยการ สนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต้ังค�ำถามเช่ือมโยงเหตุการณ์เกี่ยวกับการเรียนรู้ หรอื ชวี ิตจรงิ เพอ่ื ใหเ้ ห็นพฤติกรรมตนเองชดั เจนยิง่ ขน้ึ 138


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook