Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 60 ไอเดีย จิตตปัญญาในห้องเรียน

60 ไอเดีย จิตตปัญญาในห้องเรียน

Published by Aj.pan Rattanaumporn, 2022-08-20 05:44:52

Description: 60 ไอเดีย จิตตปัญญาในห้องเรียน

Search

Read the Text Version

วิธีการ 1. การ Check In ความรู้สึกโดยใช้สื่อออนไลน์ ผ่านโปรแกรมต่างๆ ไดแ้ ก่ Line, Google Meet ในรูปแบบอิโมจิของความร้สู กึ ของผเู้ รียนแตล่ ะคน (กรณีออนไลน์) กรณใี นชั้นเรียนใช้วธิ พี ูดบอกความรู้สึก 2. จากนั้นน�ำเครื่องมือเร่ืองบุคลิกภาพ 4 ทิศ หรือกงล้อสี่ทิศ หรือ สัตว์ส่ีทิศมาใช้ โดยการถ่ายรูปลง Line หรือ Google Meet และให้ผู้เรียน เปรยี บเทียบตนเองกับสัตวว์ า่ ลกั ษณะของเราเหมือนสตั วช์ นดิ ใด 3. อธิบายบุคลกิ ภาพของสัตวส์ ่ีทิศหรอื กงลอ้ ส่ีทศิ ฝกึ เรอื่ งการฟงั อยา่ ง ลึกซึ้ง หรอื สุนทรยี สนทนา 4. เรมิ่ บรู ณาการสถติ ใิ นรปู แบบคา่ ความถ่ี และทำ� มาเปน็ ตารางแจกแจง ความถี่ และน�ำตวั เลขมาหาคา่ เฉลย่ี หาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5. อธิบายการเก็บงานวิจัยในรูปแบบปฐมภูมิ กรณีเราเก็บข้อมูลเอง และอธิบายเพิ่มกรณีน�ำข้อมูลมาจากผู้อ่ืนเป็นรูปแบบทุติยภูมิ รวมถึงการ สรา้ งเครอื่ งมอื วัดลกั ษณะนิสัยของคนแต่ละทิศ 6. ท้ายบทเรียนใหผ้ เู้ รยี นสะท้อนคิด และสะทอ้ นความรูส้ ึก อปุ กรณ์ การจดั หอ้ ง 1. ผา่ นชารจ์ กงลอ้ ส่ีทศิ ควรจัดแบบไม่เป็นทางการ 2. สื่อออนไลน์ตา่ งๆ ตวั อยา่ ง นัง่ ลอ้ มวงกบั พนื้ เนื้อหาในรายวิชา 3. ตารางการแจงแจงความถี่ 4. โปรแกรมส�ำเรจ็ รูป เชน่ SPSS รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ 10 – 15 สปั ดาห์ 189

ผลท่คี าดว่าจะไดร้ บั 1. สร้างบรรยากาศชั้นเรยี นสถิตใิ นรปู แบบ Active Learning เพ่อื นำ� ไปสชู่ ้ันเรียนสถิตทิ ไ่ี ม่เครียด และสามารถประยกุ ต์กับชวี ติ ของตนเองได้ 2. เป็นชั้นเรียนวงกลมแห่งการเรียนรู้ คือท้ังครูและผู้เรียนแลกเปล่ียน ซง่ึ กันและกันได้ 3. ผู้เรียนได้กลับมาทบทวนตนเอง เข้าใจตนเอง และผู้อื่นมากขึ้น โดยใช้กระบวนการจิตตปัญญาในการจัดการเรียนการสอน ซ่ึงผู้สอนท่ีท�ำ หน้าที่ออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้เปิดพ้ืนท่ีให้ผู้เรียนได้กลับมา สำ� รวจตนเอง สะท้อนคดิ และรบั ฟังผู้อื่นอยา่ งเข้าใจ ออกแบบโดย อ.ปารชิ าต ดอนเมอื ง วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษานครสวรรค์ 190

46. สมดุ บันทกึ อารมณ์ กิจกรรมสมุดบันทึกอารมณ์เป็นการเรียนรู้เก่ียวกับอารมณ์ตนเอง ท้ังอารมณ์ท่ีพึงประสงค์ และอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ การเขียนบันทึกเป็น กระบวนการค้นหาสาเหตุของการเกิดอารมณ์ต่างๆ ซึ่งเกิดข้ึนได้จาก บุคลิกลักษณะอันเป็นธรรมชาติของตนเอง และเกิดขึ้นเพราะได้รับผลกระทบ จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว แล้วเชื่อมโยงสู่การเรียนรู้ผู้อ่ืน สภาพสังคม และ วัฒนธรรมไทย เพ่ือการปรับตัวอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างเข้าใจมากขึ้น มุ่งเน้น ให้ผู้เรียนเกิดการเปล่ียนแปลงภายในหลังจากได้รู้จักตัวเอง รู้ความต้องการ ของตนเอง รู้ข้อเด่นข้อด้อยของตนเอง รู้จักยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และรู้วิธีการปรับอารมณ์ ปรับพฤติกรรมเพื่อแสดงออกอย่างเหมาะสมต่อ สภาพแวดล้อม กฎ ระเบียบ และสงั คมที่เปน็ อยู ่ ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมในรายวชิ า รายวชิ า ชวี ิตกบั สงั คมไทย กลมุ่ เป้าหมาย นักศึกษาระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพชัน้ สูง (ปวส.) วตั ถุประสงค์ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี น 1. มคี วามเขา้ ใจตนเอง เข้าใจอารมณ์และจิตใจของตนเอง เพือ่ การปรบั ตวั แสดงพฤตกิ รรมทีเ่ หมาะสมเมอ่ื อยู่รว่ มกับผู้อ่นื ในสงั คม 2. มคี วามเข้าใจเกยี่ วกับสงั คม ศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณี และภมู ิปญั ญา ไทย 2. สามารถวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์การเปล่ียนแปลงของสังคม และวฒั นธรรมไทย 3. ตระหนักและเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญา ไทย 191

วธิ กี าร 1. ขั้นน�ำเข้าสู่บทเรียน พูดคุยกับผู้เรียนถึงการปรับวิธีเรียนเปลี่ยน วิธีสอนว่า ในการเรียนการสอนวิชาชีวิตกับสังคมไทยในภาคเรียนน้ีจะปรับ จุดประสงค์การเรียนโดยเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เข้าใจตนเองให้ชัดเจนก่อน ท่ีจะไปเรียนรู้เข้าใจสังคม และจะสอดแทรกแนวทางการปรับพฤติกรรม ของผู้เรียนให้เหมาะสมเพื่อสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข โดย ผู้เรียนต้องท�ำความรู้จักตนเองโดยการจดบันทึกอารมณ์ของตนเองลงใน สมุดบันทึกอารมณ์ทุกวัน เพ่ือน�ำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ถึงสาเหตุของอารมณ์ นั้น แล้วสังเคราะห์หาแนวทางหรือวิธีการปรับแก้ไขอารมณ์ท่ีไม่พึงประสงค์ เพื่อสามารถแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์เหมาะสมกับสภาพสังคมที่แตกต่าง กนั ทั้งในชนั้ เรียน ในครอบครัว และในชุมชน 2. ข้ันการเรียนการสอน ผู้สอนน�ำตัวอย่างสมุดบันทึกอารมณ์มาแสดง ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ โดยก�ำหนดหัวข้อหลักที่ผู้เรียนต้องบันทึกทุกวัน (ตามหลัก อรยิ สจั 4) ประกอบด้วย 1) วนั /เดอื น/ปี และเวลาที่จดบนั ทึก 2) สภาพปัจจุบันของอารมณข์ ณะท่ีจดบันทกึ 3) อารมณ์ท่ไี มพ่ ึงประสงค์ประจำ� วัน เช่น โกรธ เกลยี ด ผดิ หวงั น้อยใจ ฯลฯ โดยบันทกึ เหตุการณ์หรือสาเหตขุ องการเกิดอารมณ์ดงั กลา่ วโดยสรปุ 4) อารมณ์ทีพ่ ึงประสงค์ประจ�ำวัน เชน่ ดีใจ พอใจ สมหวงั ฯลฯ โดย บันทึกเหตกุ ารณห์ รือสาเหตุของการเกิดอารณด์ ังกลา่ วโดยสรปุ 5) วิเคราะหส์ าเหตขุ องการเกดิ อารมณ์ทงั้ สขุ และทุกข์ 6) สังเคราะห์วธิ กี ารปรับอารมณท์ ไ่ี ม่พึงประสงค์ และวิธรี กั ษาอารมณ์ ที่พึงประสงค์ในแต่ละวนั 7) ทุกสัปดาห์ให้สรุปสาเหตุ หรือปัจจัยท่ีส่งผลให้ผู้เรียนมีความทุกข์ หรอื มคี วามสขุ 192

8) ทุกเดือนให้เสนอแนวทางการปรับปรุงอารมณ์ของตนเองให้พัฒนา ข้นึ เพ่อื การปรบั ตัวเข้ากบั สงั คม 9) ทุกเดือนให้น�ำสมุดบันทึกอารมณ์แลกเปลี่ยนกันอ่านกับเพื่อนสนิท หรือครู เพ่อื ช่วยกันปรับปรงุ แกไ้ ข 10) ตกแตง่ สมดุ บนั ทึกอารมณใ์ หส้ วยงามตามความพอใจ แลว้ น�ำส่งครู ในสัปดาหส์ ดุ ท้ายของการเรียน 3. ขั้นสรุป ครูน�ำผลงานที่ดีเด่นของผู้เรียนมาจัดแสดงในป้ายนิเทศ หน้าชั้นเรียนเพ่อื แลกเปล่ยี นเรียนรู้ รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ อุปกรณ์ 1 ภาคเรยี น สมดุ บนั ทกึ อารมณท์ ผ่ี เู้ รยี นออกแบบ ดว้ ยตนเอง ผลทค่ี าดว่าจะไดร้ ับ ผู้เรียนได้รู้จักอารมณ์ท่ีไม่พึงประสงค์ของตนเอง (ทุกข์) รู้สาเหตุของ การเกิดอารมณ์ท่ีไม่พึงประสงค์ (สมุทัย) รู้ถึงการดับทุกข์หรืออารมณ์ ทไ่ี มพ่ ึงประสงค์ (สมทุ ัย) และร้วู ิธกี ารปรบั อารมณ์ทีไ่ ม่พงึ ประสงค์ (มรรค) จากการจัดการเรียนการสอนด้วยสมุดบันทึกอารมณ์พบว่า ผู้เรียนบางคน มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชั้นเรียน สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่าง มีความสุขตามอัตภาพ ส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนที่สูงข้ึน สามารถผ่านเกณฑ์การประเมินผลรายวชิ าชีวติ กบั สงั คมไทยได้ ออกแบบโดย อ.ศรณั ดา ทองทาบวงศ์ วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาล�ำปาง 193

47. ล�ำดบั ข้ันแห่งชีวิต การเข้าใจในคุณค่าแห่งชีวิตเริ่มต้นท่ีความรู้สึกขอบคุณ ทบทวนถึง บุคคลส�ำคัญในชีวิตต้ังแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบันท่ีอยากขอบคุณ ในกิจกรรม ล�ำดับขั้นแห่งชีวิต (Flow Chart for Life) กิจกรรมท่ีเปิดหัวใจให้ผู้เรียน ไดเ้ รยี นรูท้ ักษะการดำ� เนินชีวิตได้อยา่ งมีความหมายยง่ิ ขน้ึ ผ่านการคิดทบทวน และส�ำรวจความรสู้ กึ ของตนเองท่มี ีต่อบุคคลสำ� คญั ในชีวิต ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กจิ กรรมในรายวิชา รายวชิ า หลักการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (หลกั การวิเคราะหแ์ ละ ออกแบบระบบโปรแกรมคอมพิวเตอรเ์ บื้องตน้ ) กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนระดับชั้น ปวช.1 แผนกวิชาเทคโนโลยี สารสนเทศ ผเู้ ข้าร่วมกจิ กรรม จำ� นวน 21 คน วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนกลับมาส�ำรวจตนเอง สร้างความตระหนักรู้ในตนเอง และตระหนกั รตู้ อ่ บคุ คลสำ� คญั รอบขา้ ง ตงั้ แตถ่ อื กำ� เนดิ จนดำ� เนนิ ชวี ติ ถงึ ปจั จบุ นั 2. ตระหนักรู้ถึงความส�ำคัญของบุคคลท่ีเป็นแรงผลักดันทางบวกและ ทางลบนัน้ มีส่งผลต่อจิตใจของตนเองไดอ้ ยา่ งไร 3. เพอื่ การเขา้ ใจตนเอง และเขา้ ใจผู้อน่ื ก่อให้เกิดความร้สู ึกขอบคณุ ข้นึ ในจติ ใจของผเู้ รยี น 4. จากการล�ำดับขั้นการให้ความส�ำคัญกับบุคคลที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ผู้เรียนสามารถบูรณาการเข้ากับการเรียนรู้ในรายวิชาหลักการเขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์ โดยใช้เน้ือหาการเขียนล�ำดับขั้นตอนผ่านการใช้สัญลักษณ์ ผังงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Flow Chart) 194

วธิ กี าร 1. การเช็กอินความรู้สึกโดยใช้สื่อออนไลน์ผ่านโปรแกรมต่างๆ ใน รูปแบบอิโมจิบอกความรู้สึกของผู้เรียนแต่ละคน (ส�ำหรับออนไลน์) และ ภายในหอ้ งเรียนใชว้ ธิ ีพูดบอกความรูส้ กึ 2. น�ำเคร่ืองมือเรื่องบุคลิกภาพ 4 ทิศ หรือสัตว์ 4 ทิศ มาให้ผู้เรียน ส�ำรวจตนเอง และรูจ้ กั ตนเอง 3. อธิบายบุคลิกภาพของสัตว์ส่ีทิศหรือกงล้อส่ีทิศ ฝึกเรื่องการฟัง อยา่ งลกึ ซ้งึ หรือสนุ ทรยี สนทนา 4. เริ่มบูรณาการสัญลักษณ์ในการเขียนผังงานล�ำดับขั้นของโปรแกรม คอมพิวเตอร์ โดยให้ความหมาย หน้าท่ี ความส�ำคัญของการน�ำสัญลักษณ์ ผังงานไปใช้ล�ำดับข้ันตอนต่างๆ โดยมีลูกศร ก�ำหนดทิศทางในการด�ำเนินการ ต่างๆ ของขั้นตอนโปรแกรมหรอื ผังงาน 5. ก�ำหนดกิจกรรมโจทย์การล�ำดับขั้นตอนต่างๆ จากเร่ืองใกล้ตัว ผู้เรียน เช่น ล�ำดับข้ันตอนในการมาเรียนในแต่ละวัน ล�ำดับขั้นตอนในการ สมัครเรียน ล�ำดับข้ันตอนในการซื้อสินค้า ฯลฯ และฝึกการวาดสัญลักษณ์ ของผงั งานอธบิ ายความส�ำคัญเหตกุ ารณ์จากโจทยน์ ้นั ๆ 6. บูรณาการน�ำกิจกรรมทบทวนถึงบุคคล/เร่ืองราว/เหตุการณ์/ ความเสียใจ/ความประทับใจ ฯลฯ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของผู้เรียนท่ีผู้เรียน อยาก “ขอบคุณ” ส่ิงต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา โดยการใช้สัญลักษณ์ผังงาน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Flow Chart) เพื่อน�ำเสนอเก่ียวกับสิ่งที่อยาก “ขอบคุณ” 7. จากนั้นให้ผู้เรียนแลกเปล่ียนกับเพ่ือนๆ ถึงเร่ืองราวจากผังงาน ลำ� ดับขั้นตา่ งๆ ท่ีอยากจะขอบคณุ และฝกึ การฟงั อย่างลึกซึง้ 8. ท้ายบทเรียนใหส้ ะท้อนคดิ และสะทอ้ นความรสู้ กึ ของผ้เู รียน 195

อุปกรณ์ 1. แผน่ ชารจ์ กงลอ้ ส่ีทิศ 2. สื่อออนไลน์ต่างๆ ตัวอย่างสำ� หรับการเช็กอินความรู้สกึ 3. สัญลกั ษณใ์ นการเขยี นผังงานล�ำดบั ข้ันโปรแกรม 4. โปรแกรมส�ำเร็จรูป Visio สำ� หรับการเขยี นผงั งานทางคอมพวิ เตอร์ การจัดห้อง รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ ควรจัดแบบไมเ่ ปน็ ทางการ 10 – 15 สัปดาห์ นงั่ ลอ้ มวงกบั พื้น ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ 1. สร้างบรรยากาศช้ันเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใน รูปแบบ Active Learning 2. ผเู้ รยี นไดก้ ลบั มาทบทวนตนเอง เขา้ ใจตนเองและผอู้ นื่ มากขน้ึ โดยใช้ กระบวนการจิตตปัญญาในการจัดการเรียนการสอน ซ่ึงครูท�ำหน้าที่ ออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้เปิดพ้ืนที่ให้ผู้เรียนได้กลับมาส�ำรวจ ตนเอง สะทอ้ นคดิ และรบั ฟังผูอ้ ื่นอย่างเขา้ ใจ 3. ผู้เรียนให้ความส�ำคัญกับบุคคลในชีวิต รู้คุณค่า จนก่อให้เกิดการ ให้ความส�ำคัญกับครู อาจารย์ เพ่ือน และคนส�ำคัญในชีวิตต้ังแต่อดีต ปจั จุบนั และอนาคตตอ่ ไป 4. สร้างคุณธรรม จรยิ ธรรม ภายในจติ ใจ น�ำไปส่กู ารแสดงออกท่ี อยากจะขอบคณุ จากใจ ออกแบบโดย อ.ปานเทพ รตั นอมั พร วิทยาลยั อาชวี ศึกษานครสวรรค์ 196

48. เปลี่ยนตนเองเพื่อการเปลีย่ นแปลงสังคม ชวนมาเป็นผู้กล้าสร้างความเปล่ียนแปลง กระบวนการพัฒนาผู้เรียน จากภายในให้รู้จกั ตนเอง เข้าใจผอู้ ืน่ มีส�ำนกึ ต่อสว่ นรวม โดยเริม่ เปลี่ยนแปลง สังคมด้วยการเปลี่ยนแปลงตนเองในกิจกรรม Self-challenge ที่เน้นย้�ำว่า พฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยแต่ส่งผลกระทบอันคาดไม่ถึง ไดอ้ ยา่ งมหาศาลต่อส่วนรวม เรียนรู้ประเด็นสำ� คัญนีผ้ ่านกิจกรรม “เดด็ ดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว” หรือ “เพียงผีเสื้อขยับปีกก็เกิดพายุ” ใช้กิจกรรม จิตตปัญญาศึกษาสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้จากภายใน การคิด ใคร่ครวญจนเกิดความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความส�ำคัญของส่ิงที่ได้ เรยี นรู้ เกดิ ความเขา้ ใจในความเปน็ ธรรมชาติทแี่ ทจ้ ริงของสงิ่ ต่างๆ ท่ีเกย่ี วข้อง กับตนเอง เกิดปัญญา และท�ำให้จิตใจได้รบั การพัฒนาอย่างแทจ้ รงิ ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมในรายวชิ า รายวิชา โครงงาน (Project) กลมุ่ เป้าหมาย นกั ศกึ ษาแผนกวิชาช่างยนต์ จ�ำนวน 10 คน วัตถุประสงคเ์ พอื่ ใหน้ กั ศกึ ษา 1. มีการเปล่ียนแปลงตนเอง โดยมีความเข้าใจในตนเอง ผู้อื่น สรรพสิ่ง อย่างลึกซึ้ง และสอดคล้องกับความเป็นจริง เกิดความรักความเมตตา ความ อ่อนนอ้ มถอ่ มตน และมที ัศนคตทิ ด่ี ตี ่อตนเอง 2. มจี ิตสำ� นึกตอ่ สว่ นรวม นำ� ไปสู่การลงมอื ปฏิบัติเพื่อเปลย่ี นแปลงสงั คม โดยสามารถกระท�ำได้โดยการลบอคติจากสิ่งต่างๆ มีความรัก ความเมตตา ความเขา้ ใจเพ่อื นมนษุ ยแ์ ละสรรพสง่ิ วิธกี าร บูรณาการกจิ กรรมจติ ตปญั ญาสู่การจดั การเรียนรใู้ นช้ันเรยี น 1. ขนั้ การน�ำเขา้ สู่บทเรยี น (5-10 นาท)ี กิจกรรม “ผ่อนพักตระหนักรู้” และ Check In ก่อนท�ำกิจกรรม การเรียนรู้ทุกครั้ง 197

2. ข้ันสอน (30-50 นาที) คร้งั ที่ 1 กจิ กรรม รจู้ กั ตนเอง และเข้าใจผูอ้ ืน่ ผ่านกิจกรรมกงล้อ 4 ทิศ ครง้ั ท่ี 2 กจิ กรรม มคี วามเขา้ ใจผอู้ ื่นอยา่ งลึกซง้ึ (Deep Listening) โดยการจับคู่ รับฟัง ปญั หาของแตล่ ะคน สรุปสิ่งทีเ่ พ่ือนเล่าใหท้ ุกคนในกลมุ่ รบั ฟังร่วมกนั ครั้งที่ 3 กิจกรรม Self-challenge โดยให้ทุกคนร่วมกิจกรรม “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” หรือ “เพียงผีเส้ือขยับปีกก็เกิดพายุ” ประเด็นส�ำคัญคือ พฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยแต่ส่งผลกระทบ อนั คาดไม่ถงึ อยา่ งมหาศาล 3. ข้ันสรปุ คร้ังท่ี 4 สรุปผลการท�ำกิจกรรมท้ังหมดด้วยการสังเกตพฤติกรรม และการถอดบทเรยี น กระรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ อปุ กรณ์ เดือนมกราคม 2565 – 1. แผ่นภาพกงล้อสัตว์ 4 ทศิ เดอื นกมุ ภาพันธ์ 2565 2. ปากกาเมจกิ หลากสี 3. การดาษปรู๊ฟ 4. สีเทียน ผลท่คี าดวา่ จะไดร้ ับ 1. ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงตนเองโดยการเกิดความเข้าใจในตนเอง ผู้อื่น และสรรพส่ิงอย่างลึกซึ้งสอดคล้องกับความเป็นจริง เกิดความรัก ความเมตตา ความอ่อนน้อมถอ่ มตน และมที ัศนคตทิ ่ีดตี อ่ ตนเอง 2. ผู้เรียนเกิดจิตส�ำนึกต่อส่วนรวม น�ำไปสู่การลงมือปฏิบัติเพ่ือ เปลี่ยนแปลงสังคม โดยสามารถกระท�ำได้จากการลบอคติต่อสิ่งต่างๆ มีความรัก ความเมตตา ความเข้าใจตอ่ เพ่อื นมนุษยแ์ ละสรรพสง่ิ ออกแบบโดย อ.วฒั นา ทองเทพ ครูผูส้ อนประจ�ำแผนกช่างยนต์ วทิ ยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ 198

49. เปลยี่ นวิชาเปน็ อาชีพ อาชีพเร่ิมท่ีบา้ น ใช้กระบวนการจิตตปัญญาบูรณาการสู่การเรียนรู้เพ่ือผลิตและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจ�ำวันและส�ำนักงานให้ปลอดภัย โดยใช้การวิจัย เป็นฐานภายใต้การปฏิบัตติ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กิจกรรมในรายวิชา รายวิชา รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพื่องานธรุ กจิ และบริการ กลมุ่ เป้าหมาย นกั ศึกษาระดับ ปวส.1 ปวส.2 วตั ถปุ ระสงค์ 1. ผลิตผลิตภัณฑ์ท่ีใช้ในชีวิตประจ�ำวันและส�ำนักงานให้ปลอดภัย โดยใช้การวิจัยเป็นฐานภายใต้การปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งได้ 2. ผลิตน้�ำยาอเนกประสงค์จากสมุนไพรสูตรต่างๆ โดยการท�ำวิจัย เป็นฐานบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้ 3. มสี มรรถนะวชิ าชีพโดยใช้การวจิ ัยเปน็ ฐานรูปแบบ 2IDEA บูรณาการ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้ 4. มีเจตคตทิ ี่ดใี นการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์งานธุรกิจและบริการ วธิ ีการ 1. ใช้กระบวนการจิตตปัญญาฝึกผู้เรียนให้ปฏิบัติงานกลุ่ม ผ่านการ ท�ำกิจกรรมทางสังคม (Activist Practice) โดยการท�ำวิจัยผลิตภัณฑ์ชุมชน พอเพียง “เปลี่ยนวิชาเป็นอาชีพ อาชีพเริ่มที่บ้าน” จัดกิจกรรมให้ผู้เรียน ท�ำงานเป็นกลุ่ม ได้สัมผัสเรียนรู้และใคร่ครวญเห็นความเชื่อมโยงแห่งเหตุ ปัจจัยของความสุข และทุกข์ในชีวิตจริง โดยเริ่มจากการค้นหาวัตถุดิบ ในครวั เรือน ชุมชน และสงั คม เพือ่ น�ำมาทำ� โครงงานวิทยาศาสตร์ 2. ฝึกทักษะการฟังอย่างลึกซ้ึง (Deep listening) ฝึกการสะท้อนคิด ทบทวนปัญหาตนเองอยู่เสมอ “ใช้ปัญหาหรือความผิดพลาดเป็นครู” ช่วยให้ ผ้เู รยี นไดเ้ รยี นร้กู ารแกไ้ ขปญั หาด้วยตนเอง เกดิ ความรับผดิ ชอบ มีวนิ ยั มนั่ ใจ ภาคภูมิใจในตนเอง และประสบความส�ำเร็จในการเรยี นได้ง่ายขนึ้ 199

3. ครูปรับเปลี่ยนบทบาทตนเองจากผู้คอยจับผิด ควบคุมลงโทษ มาเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ มีบทบาทเสริมพลังให้ผู้เรียนมั่นใจในศักยภาพ ของตนเอง สร้างใจรัก (Passion) ความรู้สึกอยากเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในใจ ผู้เรยี น สร้างพื้นที่ปลอดภัย และบรรยากาศทผี่ ่อนคลายในการเรียนรู้ รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ อปุ กรณ์ 20 ช่ัวโมง วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา ทดลองในแต่ละกลุ่มของผู้เรียน ในการท�ำโครงงานวิทยาศาสตร์ ผลท่ีคาดว่าจะได้รับ 1. ได้มองเห็นและตระหนักถึงความไม่สมดุลของการเรียนรู้ใน รูปแบบท่ีมุ่งเน้นแต่ความรู้ทางวิชาการ (ทฤษฎี) โดยละเลยความส�ำคัญ ของความหมายของชวี ติ ทำ� ใหน้ ำ� มาปรบั กระบวนการเรยี นรู้ มงุ่ เนน้ 3 อยา่ ง ใหไ้ ปด้วยกันได้อยา่ งพอดีคือ ชวี ิต อาชีพ และเนื้อหาสาระในรายวิชา 2. ครูและผเู้ รยี นมคี วามสขุ มคี วามเข้าใจซ่ึงกนั และกนั ร่วมกนั แกไ้ ข ปัญหา ปรับปรงุ และพฒั นากระบวนการจัดการเรยี นรูไ้ ปดว้ ยกนั 3. ครูสามารถแก้ไขปัญหาผู้เรียน ท้ังการขาดเรียน ส่งงานล่าช้า ไม่ตรงเวลา ไม่สนใจเรียน ขาดจติ สำ� นกึ 4. ท�ำให้ผู้เรียนมีชีวิตชีวาในการเรียนรู้ เข้าใจตนเอง มีดวงตา เห็นธรรม สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง จัดการตนเองได้ดีข้ึน จนท�ำให้งาน ส�ำเร็จตามเปา้ หมาย 5. ท�ำให้ครูและผู้เรียนเกิดจิตส�ำนึกต่อส่วนรวม มีการเปลี่ยนแปลง ตนเองโดยต้ังอยู่บนพ้ืนฐานของการเข้าถึงความจริงสูงสุด (ความจริง ความดี ความงาม) แล้วน�ำไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงในวิถีชีวิตประจ�ำวัน “เปลี่ยนวิชาเป็นอาชีพ อาชีพเร่ิมท่ีบ้าน” ซึ่งเช่ือมโยงสู่ความเข้าใจ การเปลย่ี นแปลงสังคมและการเปลย่ี นแปลงของโลก ออกแบบโดย อ.สุดใจ เกตุเดชา วิทยาลยั อาชีวศึกษานครสวรรค์ 200

50. การพฒั นาตนเองสวู่ ชิ าชีพในอนาคต สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง เน้นให้ผู้เรียน ได้ส�ำรวจความรู้สึกของตนเอง ท�ำความเข้าใจเก่ียวกับข้อดีและข้อเสียของ ตนเอง จากนนั้ ชวนผเู้ รยี นจนิ ตนาการถงึ คณุ ลกั ษณะทดี่ ขี องตนเองทอี่ ยากพฒั นา ให้ดีข้ึนต่อไป และสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาคุณลักษณะน้ันเพื่อท�ำวิชาชีพ ทใ่ี ฝฝ่ นั ในอนาคต ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมในรายวิชา รายวชิ า รายวชิ าภาษาองั กฤษเพอื่ การสอื่ สาร ในหน่วยท่ี 2 Seeking a Job กลมุ่ เปา้ หมาย นักศกึ ษา ปวส.1 สาขาวิชาการบญั ชี จำ� นวน 20 คน วัตถุประสงค์ เพ่ือให้ผู้เรียนรู้จักตนเองมากข้ึนหลังจากเรียนรู้เร่ืองเมล็ดพันธุ์ แห่งอารมณ์ สามารถปรับอารมณ์ผ่านการคิดแบบใคร่ครวญ ส่งเสริมให้เกิด การแลกเปล่ียนเรียนรู้ในกลุ่มนักศึกษา เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ โดยผสู้ อนและผู้เรียนไดแ้ ลกเปลย่ี นเรยี นรูซ้ ่งึ กนั และกนั วิธีการ 1. การ Check In ความรู้สึกของผู้เรียน เพื่อเตรียมความพร้อม และ ให้ผู้เรยี นกลับมาอยู่กับปัจจุบนั 2. การนำ� กงลอ้ สที่ ศิ ผนู้ ำ� สท่ี ศิ หรอื สตั วส์ ที่ ศิ เขา้ มาเสรมิ ทกั ษะการเขา้ ใจ เรอื่ งบคุ ลกิ ภาพของคนแตล่ ะทศิ ใหผ้ เู้ รยี นกลบั เขา้ มาใครค่ รวญสำ� รวจวา่ ตนเอง มีลักษณะเป็นสัตว์ทิศใดมากที่สุด โดยให้เขียนเป็นพายชาร์จออกมาว่าตนเอง เป็นทิศอะไรมากท่ีสุด ข้อดี ข้อเสียของทิศตนเองคืออะไร และต้องพัฒนา ความเปน็ ทศิ ของตนเองอยา่ งไร 201

3. เม่ือผู้เรียนรู้จักตนเองแล้ว เข้าสู่กิจกรรมวิเคราะห์ตนเอง ผ่าน Mind Map (ด้วยการวาดอยา่ งง่าย หรือ ภาพปะตดิ หรือกราฟฟิก) สะทอ้ น ลักษณะนิสัย “ปัจจุบัน” จากความเป็นทิศ และบอกได้ว่าคุณลักษณะ ความงาม ความดี ความจริงอะไรท่ีท�ำให้เรามาศึกษาในวิชาชีพน้ีได้ และ “อนาคต” จะพฒั นาคณุ ลกั ษณะน้นั ในตวั เรา และวชิ าชพี ในอนาคตได้อย่างไร ปจั จบุ นั อนาคต ความงาม..... ความงาม..... ความดี..... ความดี..... ความจริง.... ความจริง.... 202

203

4. เชื่อมโยงให้ผู้เรียนเห็นว่า กิจกรรมการเรียนรู้ที่ผ่านมานอกจาก ได้แนวทางในการพัฒนาตนเองแล้วยังได้รู้วิธีการปรับตัวในการท�ำงานร่วมกับ ผู้อ่ืนในวิชาชีพในอนาคตไดอ้ ีกด้วย 5. สรุปสะทอ้ นคิดผ่านกจิ กรรม Check Out อุปกรณ์ การจัดหอ้ ง 1. ชาร์จกงล้อสท่ี ิศ น่ังลอ้ มวง ให้ผู้เรียน 2. กระดาษ ปากกา สี เหน็ สีหนา้ ทา่ ทาง 3. สือ่ ออนไลน์ ของทกุ คน รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ 1 ภาคการศึกษา ผลทีค่ าดว่าจะได้รบั 1. ผูเ้ รยี นเข้าใจตนเอง เขา้ ใจผู้อื่นมากขนึ้ 2. ผู้เรยี นเขา้ ใจลกั ษณะนสิ ัย เข้าใจอารมณข์ องตนเอง สามารถพัฒนา ทกั ษะการรเู้ ทา่ ทนั อารมณ์ และไดพ้ ฒั นาเมลด็ พนั ธแ์ุ หง่ อารมณท์ ด่ี ใี นตวั เอง ซึ่งจะนำ� ไปสูก่ ารพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ทีด่ ีข้ึน 3. สร้างบรรยากาศช้ันเรียนให้เป็นชั้นเรียนวงกลมแห่งการเรียนรู้ คือ ทั้งครูและผู้เรียนแลกเปลีย่ นซึ่งกนั และกนั 4. ผเู้ รยี นเกดิ แรงบนั ดาลใจในการพัฒนาตนเองและวิชาชีพของตนเอง ออกแบบโดย อ.อดิษฐา สังข์ชยั วิทยาลัยอาชีวศกึ ษานครสวรรค์ 204

51. ฝึกสมาธิเรยี งกอ้ นหนิ ให้เกดิ ความสมดุล เรียงหินสร้างสติและสมาธิ อุ่นเครื่องให้ผู้เรียนซึมซับความงามของ ธรรมชาติ เพื่อน�ำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะต่อไป กิจกรรมเตรียม ความพร้อมก่อนเรียนเพื่อให้ผู้เรียนมีสมาธิ เป็นการพัฒนาสติโดยให้กลับมา อยู่กับปัจจุบันขณะ มีความส�ำรวมกายและใจด้วยการสงบน่ิงฟังเสียงจาก ธรรมชาติ พร้อมกับการเรียงก้อนหินให้เกิดความสมดุล และมีความงาม ตามธรรมชาติ ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กิจกรรมในรายวิชา รายวิชา องคป์ ระกอบศิลป์ส�ำหรับงานคอมพิวเตอร์ กลมุ่ เปา้ หมาย นกั เรยี นระดบั ชนั้ ปวช.1/1 แผนกวชิ าคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ ผู้เข้ารว่ มกิจกรรม จำ� นวน 39 คน วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ให้ผู้เรียนฝกึ ปฏิบตั กิ ารสรา้ งสมาธกิ �ำหนดความสมดลุ (Balance) ใน กจิ กรรมทค่ี รอู อกแบบเพอ่ื เปน็ การสำ� รวมจติ ใจใหส้ งบ มสี มาธใิ นการสรา้ งสรรค์ งานทางดา้ นศลิ ปะ โดยผเู้ รยี นสามารถถา่ ยทอดจนิ ตนาการออกมาเปน็ ผลงานได้ อยา่ งชดั เจนและงดงาม สาระส�ำคัญ กิจกรรมนี้เนน้ ใหผ้ เู้ รยี นไดฝ้ กึ ปฏบิ ตั กิ ารควบคุม กาย ใจ ลมหายใจ และ ความน่ิง สามารถบูรณาการสิ่งที่ได้เรียนรู้เข้าไปในรายวิชาองค์ประกอบศิลป์ ส�ำหรับงานคอมพวิ เตอรไ์ ด้ วิธีการ 1. ผู้สอนและผู้เรียนทักทายกันด้วยความรู้สึกตามสต๊ิกเกอร์ท่ีแทนความ ร้สู กึ ในขณะนัน้ (กรณเี รียนออนไลน์) 2. จากนนั้ อธบิ ายเรอื่ งความสำ� คญั ของสมาธิ การฝกึ นงิ่ การสำ� รวมกายใจ และการฟัง 3. เรม่ิ จากกจิ กรรมการฟงั อยกู่ บั ปจั จบุ นั (Sound Map) ฟงั เสยี งทอ่ี ยรู่ อบ ตัวอย่างมสี ติร้ตู วั ซ่ึงเปน็ การฝึกสมาธิอยา่ งหนง่ึ 205

4. เม่ือท�ำกิจกรรมการฟังอยู่กับปัจจุบัน (Sound Map) จนเกิดสมาธิ ส�ำรวมกายใจ และนิ่งได้แล้ว ให้ผู้เรียนท�ำการเรียงก้อนหินให้เกิดความสมดุล (Balance) 5. ผ้สู อนอธบิ ายถึงผลทจี่ ะได้จากการทำ� สมาธิ 6. ท้ายบทเรียนให้ผู้เรียนสะท้อนความรู้สึกจากกิจกรรมท่ีได้ปฏิบัติ โดยเพอื่ นรว่ มหอ้ งรว่ มฟงั อยา่ งลกึ ซง้ึ (Deep Listening) ในขณะทม่ี เี พอื่ น 1 คน ก�ำลังสะทอ้ นความรู้สึก อปุ กรณ์ การจัดหอ้ ง 1. กอ้ นหนิ ท่ีมีในบริเวณ จดั แบบไม่เปน็ ทางการ รอบๆ บา้ นของนักเรียน 2. โทรศัพทม์ อื ถอื รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ 3. ดนิ สอ ปากกา 10 สัปดาห์ 4. กระดาษ ผลทค่ี าดว่าจะได้รบั 1. ผเู้ รยี นมสี มาธิ สำ� รวมกายใจ และมพี ฤตกิ รรมการฟงั อยา่ งลกึ ซง้ึ อยา่ ง ไดผ้ ลดี บรรยากาศในช้นั เรยี นดีข้ึนในทศิ ทางทีเ่ ปลย่ี นกนั พดู เปลยี่ นกนั ฟัง 2. ไดผ้ ลงานทส่ี วยงาม และสร้างสรรค์ นกั เรยี นมคี วามภาคภูมิใจ ออกแบบโดย อ.อารีลักษณ์ เปรมษั เฐยี ร สาขาคอมพวิ เตอร์ธุรกิจ วทิ ยาลยั อาชีวศึกษานครสวรรค์ 206

52. พัฒนาตนจากภายในสู่ความเป็นนักโลจิสติกส์มือ อาชพี เตรยี มความพรอ้ มกอ่ นกา้ วสกู่ ารเรยี นรคู้ วามเปน็ นกั โลจสิ ตกิ สม์ อื อาชพี การประยุกตใ์ ช้จติ ตปัญญาในการจดั การเรยี นการสอน ก่อนเรมิ่ ท�ำการสอนให้ ผเู้ รียนสำ� รวจตนเองให้มคี วามพร้อมในการเรียนดว้ ยกจิ กรรม Check In และ สอบถามความรู้สึกภายหลังจากการเรียนรู้โดยให้สะท้อนความคิดหลังจากท�ำ กิจกรรมด้วยการ Check Out เน้นกระตุ้นให้ผู้เรียนกล้าแสดงความคิดเห็น และมีความมั่นใจในการท�ำความเข้าใจความรู้สึกของตนเอง รวมถึงมีกิจกรรม เตรียมความพร้อมก่อนการเรียนเพื่อฝึกความสงบน่ิงด้วยการท�ำกิจกรรมแผน ท่ีเสียง การน่ิงฟังเสียงรอบตัวแล้วบันทึกเป็นแผนที่ กิจกรรมการวาดลายเส้น เพ่ือฝึกสติ และน�ำหลักการสัตว์ส่ีทิศท่ีเป็นการเรียนรู้คุณลักษณะของตนเอง และผอู้ น่ื เชอ่ื มโยงสกู่ ารพฒั นาคณุ ลกั ษณะของความเปน็ นกั โลจสิ ตกิ สม์ อื อาชพี ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กิจกรรมในรายวิชา รายวชิ า นักโลจสิ ตกิ ส์มอื อาชพี เบอ้ื งต้น กลุม่ เปา้ หมาย นักเรยี นระดับ ปวช.2/1 โลจสิ ตกิ ส์ วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพาใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ส�ำรวจตนเองให้มี ความพร้อมในการเรยี น 2. เพ่อื ฝึกความน่งิ สงบ เป็นการจัดระเบียบกายใจของตนเอง ก่อนพร้อม รับการพัฒนาความเปน็ นกั โลจสิ ตกิ สม์ ืออาชพี 3. เพ่ือพัฒนาความกล้าแสดงความคิดเห็น มีความมั่นใจในการเข้าใจ ความรสู้ กึ ของตนเอง และสามารถสะทอ้ นส่งิ ทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรูอ้ อกมาได้ 4. เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เก่ียวกับการพัฒนาตนเอง พัฒนาการทำ� งาน ร่วมกบั ผ้อู ื่น และเตรียมพรอ้ มสอู่ าชีพนักโลจสิ ติกส์ 207

วิธกี าร 1. กิจกรรม Check In พาใหผ้ ู้เรียนกลบั มาอยูก่ ับปัจจบุ นั โดยใหท้ ำ� การ Check In ก่อนเริม่ เรียน ผา่ นชอ่ งทางแชท (ในกรณสี อนออนไลน์) เพ่อื สำ� รวจ ความรู้สึกพร้อมหรือไม่พร้อมในการเรียนรู้ และให้มีส่วนร่วมในการแสดง ความคดิ เห็นเพิม่ เติมดว้ ยการเปดิ ไมค์ และเปดิ กล้อง 2. กิจกรรม “แผนที่เสียง” ให้ผู้เรียนฟังเสียงที่อยู่รอบข้าง แล้วบันทึ เป็นภาพวาดว่ามีเสียงอะไรอยู่รอบตัวบ้าง เพื่อฝึกความนิ่งสงบ ฝึกสติ และ พัฒนาปญั ญาจากการฟัง 208

3. กิจกรรมการวาดลายเส้น โดยให้วาดลายเส้นอิสระ เพื่อให้ผู้เรียน ฝกึ สติ และอยกู่ ับปัจจุบนั 4. กิจกรรมสัตว์สี่ทิศเพ่ือส�ำรวจตนเอง และประยุกต์ใช้กับการพัฒนา การท�ำงานร่วมกับผู้อื่น แล้วให้ผู้เรียนวิเคราะห์ลักษณะของคนแต่ละทิศ พร้อมเชื่อมโยงว่ามีความส�ำคัญ หรือมีความเกี่ยวข้องกับอาชีพโลจิสติกส์ อย่างไรบา้ ง 5. กิจกรรม Check Out เพ่ือสะท้อนส่ิงที่ได้จากการเรยี น ใรนะยกะาเรวจลดั ากจิ กรรม อุปกรณ์ 3 วนั 1. กระดาษ A4 2. ดินสอ 3. โทรศพั ท์มอื ถือทใ่ี ช้บันทึกภาพ 209

การประเมนิ ผล 1. การมีสว่ นร่วมในระหวา่ งการจดั การเรียนการสอน 2. ประเมนิ จากผลงานของผู้เรยี น 3. ประเมนิ จากการแสดงความคิดเหน็ ในช่วงของการ Check In และ Check Out ผลทคี่ าดวา่ จะเกิดข้นึ 1. นกั เรียนมีความกล้าที่จะแสดงความคดิ เหน็ มากขน้ึ 2. นกั เรียนมคี วามมั่นใจในการส�ำรวจความรู้สกึ ของตนเอง 3. นกั เรียนสามารถสรา้ งสรรคง์ านที่เกดิ จากตวั เองผ่านกระบวนการ การจดั การเรยี นการสอน ออกแบบโดย อ.ชนาธปิ อรณุ สรุ ตั น์ วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษานครสวรรค์ 210

53. วัยรุ่นแว๊นด้วยจิตสำ� นกึ เร่ืองความปลอดภยั สร้างความตระหนักว่า ชีวิตทุกชีวิตมีความหมายและมีความส�ำคัญ เมื่อเห็นคุณค่าในชีวิตของตนเองและเคารพในชีวิตของผู้อื่น จึงจะสามารถ เปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมใหม้ จี ติ สำ� นกึ ในการขบั ขร่ี ถจกั รยานยนตอ์ ยา่ งปลอดภยั มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้ จากภายใน มีการคิดและใคร่ครวญจนเกิดความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึง ความส�ำคัญของส่ิงท่ีเรียนรู้จากประสบการณ์ท่ีเกิดขึ้นในการท�ำกิจกรรม เกิดความเข้าใจในธรรมชาติของตัวเรา ผู้อื่น และสภาพแวดล้อมท่ีเก่ียวข้อง เกิดปัญญาอันท�ำให้จิตใจได้รับการพัฒนาอย่างแท้จริง และส่งผลต่อ การพัฒนาตนเองเปลีย่ นแปลงพฤตกิ รรมการขับขี่อยา่ งปลอดภัยต่อไป ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมในรายวิชา รายวชิ า งานขบั ขีร่ ถจักรยานยนต์ กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนแผนกวิชาช่างยนต์ กลุ่ม/ห้อง ชย.2 จ�ำนวน 26 คน และนกั เรียนมัธยมโรงเรียนบา้ นปะอา กลุ่ม/ห้อง ม.3 จ�ำนวน 23 คน วัตถุประสงค์ เพือ่ ให้นกั ศกึ ษา 1. มีการเปล่ียนแปลงตนเองจากการเรียนรู้โลกภายใน สร้างความเข้าใจ ในตนเอง ผอู้ น่ื และสรรพสง่ิ อยา่ งลกึ ซึง้ สอดคลอ้ งกบั ความเปน็ จริง เกิดความ รักความเมตตา ความออ่ นน้อมถอ่ มตน มที ัศนคตทิ ด่ี ีต่อตนเองและผอู้ ืน่ 2. มีจิตส�ำนึกเรื่องความปลอดภัยต่อส่วนรวม น�ำไปสู่การลงมือปฏิบัติ การขับข่ีรถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย โดยใช้จิตตปัญญาช่วยเสริมสร้าง แรงจูงใจ ร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้การพัฒนาตนเอง เกิดการใคร่ครวญและ ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล มีความรัก ความเมตตา ความเข้าใจ ตอ่ เพอื่ นมนุษยภ์ ายใตก้ ารเคารพคณุ ค่าซงึ่ กนั และกัน 211

วธิ ีการ บูรณาการกจิ กรรมจิตตปัญญาสู่การจัดการเรียนร้ใู นชั้นเรียน 1. ข้นั การน�ำเขา้ สบู่ ทเรียน (10-15 นาที) กิจกรรม “รวมพลังสมาธิยามเช้า” และ Check In ก่อนท�ำกิจกรรม การเรียนรู้ทุกครงั้ (เก็บโทรศพั ทข์ องทุกคนกอ่ น) 2. ข้ันสอน (30-50 นาท)ี ครง้ั ท่ี 1 (แทรกในช่วงสปั ดาห์ที่ 1-2) กิจกรรม “วัชพืช” รู้จักของเสีย (อารมณ์ด้านลบ) ของตนเองในด้าน การขับขรี่ ถจักรยานยนต์ คร้งั ท่ี 2 (แทรกในช่วงสปั ดาห์ 3-5) - กิจกรรม “สามเหลยี่ มด้านเท่า” หรอื “เด็ดดอกไมส้ ะเทือนถงึ ดวงดาว” เพ่อื ใหม้ ีความเข้าใจผ้อู น่ื มคี วามเขา้ ใจต่อเพือ่ นมนุษย์ ภายใต้การเคารพคุณค่า ซงึ่ กนั และกัน เกดิ การใครค่ รวญและยอมรับความแตกตา่ งระหว่างบุคคล - ชมคลิป “โครมเปล่ียนชีวิต” สะท้อนคิดชีวิตผู้ป่วยจากอุบัติเหตุ เมา งว่ ง ขบั เร็ว/แว้น โทร เพ่อื การเหน็ คณุ ค่าชีวิตของผอู้ ่ืน - ร่วมกันสะท้อนคิดหลังท�ำกิจกรรม ใช้ประสบการณ์ตนเองในการ บอกเล่ามุมมองจากสถานการณ์ต่างๆ ท่ีได้เผชิญมา หรือจากการรับชมคลิป ทำ� การวเิ คราะหน์ ำ� ไปสกู่ ารพฒั นากระบวนการขบั ขรี่ ถจกั รยานยนตท์ ปี่ ลอดภยั บนพ้ืนฐานทักษะการขับขี่ท่ีถูกต้องและปฏิบัติตามกฎจราจร ภายใต้จิตส�ำนึก ความปลอดภัยต่อส่วนรวมตามหลักการอันเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ: คน รถ สง่ิ แวดล้อม - กจิ กรรม “คนขับรู้กาย รถรู้สกึ ” จบั คสู่ องคน เพ่อื จ�ำลองสถานการณ์ ใหค้ นหนงึ่ เปน็ ผขู้ บั ขี่ (เปิดตา + ควบคุมรถโดยการจบั ไหล่คนหนา้ ) อีกคนหนึง่ รับบทเป็นรถ (ปิดตา + ถูกควบคุมด้วยการจับไหล่ของผู้ขับข่ี) แล้วขับข่ีรถ ตามค�ำสั่งท่ีได้ยิน ผู้ขับข่ีสังเกตร่างกายตนเอง รถสังเกตความรู้สึกท่ีเกิดข้ึน แล้วสลับบทบาทกนั 212

- ถอดบทเรียนจากกิจกรรมสามเหล่ียมด้านเท่า สะท้อนคิดจากการชม คลปิ “โครมเปลยี่ นชวี ติ ” และหลกั การขบั ขป่ี ลอดภยั เชอื่ มโยงกบั ประสบการณ์ เท่าทันตนเอง เข้าใจความรู้สึกเพ่ือนร่วมถนนท่ีได้จากกิจกรรม “คนขับรู้กาย รถรู้สึก” เพ่ือสร้างความตะหนักในการขับขี่รถจักรยานยนต์ท่ีเห็นคุณค่าต่อ ชีวติ ของตนเองและผอู้ น่ื ครัง้ ที่ 3 (แทรกในชว่ งสปั ดาห์ 5) - กจิ กรรม Self-Challenge ในเวลา 3 สปั ดาห์ ใหผ้ เู้ รยี นออกแบบโครงการ เปลยี่ นแปลงพฤติกรรมการขบั ขรี่ ถจกั รยานยนต์ของตนเอง เนือ่ งจากแตล่ ะคน มีพฤติกรรมการขับข่ีรถจักรยานยนต์ที่แตกต่างกัน ดังน้ันให้แต่ละคนสังเกต ตนเอง และเร่ิมเปล่ียนแปลงตนเองด้วยการเห็นคุณค่าว่าการเปลี่ยนแปลง เพียงเล็กน้อย แต่อาจส่งผลกระทบอันคาดไม่ถึงอย่างมหาศาล ยกตัวอย่าง โครงการ เช่น จะไม่ฝ่าไฟแดง(เพราะมาสาย) ไม่ขี่รถย้อนศร ไม่ใช้ความเร็ว เกนิ ในเขตชุมชน ดมื่ ไม่ขบั ขี่ เป็นต้น 3. ขั้นสรปุ คร้ังท่ี 4 สรุปผลการท�ำกิจกรรมท้ังหมดด้วยการสังเกตพฤติกรรม ผ่านกล่องบันทกึ ภาพพฤตกิ รรมการขบั ข่รี ถจกั รยานยนต์ของนักเรยี น ระหว่าง เดินทางไป-กลับบ้านกับวทิ ยาลัยฯ และถอดบทเรียน 213

กระรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ อปุ กรณ์ เดอื นธันวาคม 2564 – 1. กล่องบนั ทกึ ภาพเคลื่อนไหว เดอื นกุมภาพนั ธ์ 2565 2. ปากกาเมจิกหลากสี 3. การดาษปรฟู๊ 4. สเี ทียน ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั 1. การเปลี่ยนแปลงระดับกลุ่ม: นักเรียนมีพฤติกรรมการขับข่ี รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัยโดยใช้ทักษะการขับข่ีท่ีถูกต้องควบคู่กับ การปฏบิ ัติตามกฎจราจร ด้วยจติ ส�ำนึกความปลอดภยั ต่อสว่ นรวม ภายใต้ การเคารพคณุ คา่ ซงึ่ กนั และกนั และความเขา้ ใจตอ่ เพอื่ นมนษุ ยบ์ นพน้ื ฐาน ความแตกต่างระหว่างบคุ คล 2. การเปลี่ยนแปลงระดับบุคคล: นักเรียนมีสติระลึกรู้ เกิดจิตส�ำนึก ต่อสว่ นรวม น�ำไปสกู่ ารลงมอื ปฏบิ ัติ สามารถสงั เกตตนเองและสงิ่ รอบตัว ได้ละเอียดรอบคอบมากขึ้น รู้เท่าทันความคิดของตนเอง พัฒนาจิตใจ ด้วยการใคร่ครวญรับฟังผู้อื่น ยอมรับตนเอง มีความรักและความเมตตา ตอ่ เพอ่ื นมนษุ ย์ (ผ้ใู ช้รถใชถ้ นน) ออกแบบโดย อ.ไพรัช วิลาลักษณ์ ครูผ้สู อนประจำ� แผนกช่างยนต์ วิทยาลยั การอาชีพบอ่ ไร่ จ.ตราด 214

54. จดุ ภาพเพิ่มสมาธิ วาดภาพด้วยการจุด เพื่อเป็นการฝึกสมาธิ และให้ผู้เรียนได้พักสมอง สักครู่ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเรียนเน้ือหาต่อไป ซึ่งจะช่วยให้ ผู้เรียนสามารถเรยี นรไู้ ด้ดีข้นึ ช่อื กจิ กรรม จดุ ภาพเพิ่มสมาธิ ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมเสริม กลุ่มเป้าหมาย ผู้เรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีท่ี 1 กลุ่ม 1 สาขาวชิ าการบญั ชี 40 คน วัตถุประสงค์ 1. เพอื่ ใหผ้ ู้เรียนได้ฝึกสมาธิโดยไม่ตอ้ งนัง่ สมาธิ 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้เปล่ียนกิจกรรมในชั่วโมงเรียน เป็นการพักเพื่อ เตรยี มความพรอ้ มในเนื้อหาต่อไป วิธกี าร ระหว่างชั่วโมงสอน เม่ือจบเนื้อหาสาระที่สอน หรือก่อนมอบหมาย ใบงาน ครูผู้สอนจะให้ผู้เรียนได้พักเพ่ือลดความเม่ือยล้าประมาณ 3 นาที จากนั้นให้ผู้เรียนได้ท�ำกิจกรรมจุดภาพ โดยภาพที่จุดจะมาจากการดูภาพ เป็นต้นแบบ หรือจากจินตนาการก็ได้ โดยก�ำหนดให้ขนาดของภาพใหญ่ ประมาณ 1 หนา้ กระดาษขนาด A4 หลังจากทท่ี กุ คนส่งผลงานเรยี บรอ้ ยแลว้ ครูจะสุ่มภาพเพื่อให้เจ้าของภาพได้เล่าถึงความรู้สึกตั้งแต่ก่อนจุดภาพ ขณะ จุดภาพ และหลังจุดภาพ จากนั้นจึงท�ำการสรุปกิจกรรมอีกคร้ังว่ากิจกรรมน้ี มวี ตั ถุประสงค์เพื่ออะไร 215

ภาพแสดงตัวอย่างการจุดภาพเพมิ่ สมาธิของผเู้ รยี นแผนกวชิ าการบญั ชี รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ อุปกรณ์ ประมาณ 15-20 นาที 1. กระดาษขนาด A4 2. ดินสอ 3. ปากกา (สใี ดก็ได)้ ผลท่คี าดว่าจะได้รบั 1. ผเู้ รยี นเกดิ สมาธิในระหวา่ งจดุ ภาพ 2. ผเู้ รยี นเกิดความพรอ้ มกอ่ นเรียนเนื้อหาต่อไป ออกแบบโดย อ.ณัฐชญา เจริญผล วทิ ยาลัยการอาชพี กบนิ ทรบ์ ุรี 216

55. การสรา้ งความเปลยี่ นแปลงจากภายในของผนู้ ำ� อกท. องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี (อกท.) (องั กฤษ: Future Farmers of Thailand) จัดกิจกรรมให้กับนักเรียนนักศึกษาสถาบันการอาชีวศึกษา เกษตรและประมง เพ่ือสร้างความเปล่ียนแปลงจากภายในของผู้น�ำ อกท. หน่วยราชบุรี (Transformative RBCAT’S Leader) โดยการจัดกิจกรรม ใชแ้ นวคดิ 4A Model อนั ประกอบดว้ ย - A1: Attitude สง่ เสรมิ เจตคตขิ องการทำ� งานทดี่ กี อ่ ใหเ้ กดิ ทกั ษะดา้ นชวี ติ และอาชพี - A2: Activity สร้างกจิ กรรมการเรยี นรู้ ก่อใหเ้ กิดทกั ษะด้านการเรยี นรู้ และนวัตกรรม - A3: Application ใช้แอพพลิเคช่ัน ส�ำหรับการปฏิบัติงานก่อให้เกิด ทักษะด้านสารสนเทศ - A4: Awareness สรา้ งการตระหนกั รใู้ นตนเอง การรจู้ กั ตวั เองและชมุ ชน การจัดกิจกรรมนี้เน้นฐาน A4: Awareness ในการสร้างความเปล่ียนแปลง จากภายในของผนู้ ำ� อกท.หนว่ ยราชบุรี (Transformative RBCAT’S Leader) ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กจิ กรรมเสริม กลมุ่ เป้าหมาย นกั เรยี น นักศกึ ษา ผู้น�ำ อกท. จ�ำนวน 40 คน วตั ถุประสงค์ 1. เพอื่ ให้ผ้นู ำ� รจู้ กั ตวั เอง 2. เพื่อให้ผูน้ �ำรจู้ ักและเขา้ ใจผ้อู น่ื 3. เพอ่ื ใหผ้ ้นู �ำมีเป้าหมายการใช้ชีวติ ของตนเอง 4. เพื่อให้ผู้น�ำสามารถเชื่อมโยงตนเองกับผู้อื่นและธรรมชาติอย่างมี ความสุข 217

วธิ ีการ Check In กอ่ นท�ำกจิ กรรม และ Check Out หลังทำ� กิจกรรมทกุ ครง้ั ครงั้ ท่ี 1 เปน็ การทำ� กจิ กรรมใหผ้ นู้ ำ� นกั เรยี นนกั ศกึ ษารจู้ กั ตนเองมากขนึ้ - ท�ำกิจกรรมรู้จักตัวเอง และฝึกทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) เพอื่ การเขา้ ใจผอู้ น่ื อยา่ งลกึ ซงึ้ ในการทำ� กจิ กรรมมกี ารบนั ทกึ ขอ้ มลู ผา่ น Application เก็บข้อมลู สขุ ภาวะ สขุ ภาพกาย สุขภาพใจ ความร้สู ึกตา่ งๆ การเปลีย่ นแปลงของตนเองในทกุ ชว่ งเวลา รวมถึงการมสี ว่ นรว่ มกบั ชุมชน - ทำ� กจิ กรรม Self-challenge เพ่ือการเปลีย่ นแปลงตวั เองจากภายใน คร้ังท่ี 2 เป็นการท�ำกิจกรรมนอกสถานท่ี เพ่ือใกล้ชิดธรรมชาติ ณ โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจาก พระราชดำ� ริ อำ� เภอโพธาราม จังหวัดราชบรุ ี - กิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติ เพ่ือเกิดประสบการณ์การเรียนรู้เพ่ือ การเปลย่ี นแปลงจากธรรมชาติ กจิ กรรมท่ใี ช้ อาทิ Meet a tree, Camera, Sound Map และ Contemplative Drawing เป็นต้น คร้ังท่ี 3 สรุปผลการท�ำกิจกรรมทั้งหมดด้วยการสังเกตพฤติกรรม และการถอดบทเรยี น อปุ กรณ์ กระรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ 1. โทรศพั ทม์ ือถอื เดือนมกราคม 2565 – 2. กระดาษ Flip Chart เดอื นกุมภาพันธ์ 2565 3. สีเทยี น ผลที่คาดวา่ จะไดร้ ับ 1. ผนู้ ำ� รู้จกั ตวั เองอย่างสรา้ งสรรค์ 2. ผู้น�ำรูจ้ กั และเขา้ ใจผู้อื่นอย่างมคี วามสุข 3. ผนู้ ำ� มเี ปา้ หมายการใช้ชีวติ ของตนเอง 4. ผ้นู ำ� สามารถเชอื่ มโยงตนเองกบั ผู้อ่นื และธรรมชาตอิ ยา่ งมคี วามสขุ ออกแบบโดย อ.เรณุกา หนูวฒั นา และ อ.ธนพล อ่อนพุก วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยรี าชบรุ ี 218

กิจกรรมโฮมรมู เพอื่ พัฒนาผู้เรียน กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพการเรียนรู้ในชั่วโมงโฮมรูม ท่ีผู้สอนหรือ อาจารย์ท่ีปรึกษาจัดกระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับผู้เรียน เพ่ือให้ ผู้เรียนตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง โดยเป็นการท�ำกิจกรรมกลุ่มที่ท�ำให้ได้ท�ำ ความรจู้ กั กบั เพอ่ื นและครเู พอ่ื เรมิ่ ตน้ สรา้ งความสมั พนั ธท์ ด่ี ตี อ่ กนั รวมถงึ เพอื่ ให้ ผู้เรยี นสามารถปรบั ตัวอยใู่ นสถาบันการศกึ ษาได้อยา่ งมคี วามสขุ มากขึน้ 219

56. ในช่วั โมงครอบครัวเสมอื น อาจารย์และนักศึกษาสมาชิกครอบครัวเสมือนได้มาท�ำกิจกรรม หลอมรวมใจสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนา นักศึกษาในที่ปรึกษาให้รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อ่ืน มีแรงบันดาลใจในการพัฒนา ตนเอง และมคี วามภาคภูมิใจในวชิ าชีพพยาบาล ชอื่ กิจกรรม จิตตปัญญาพัฒนามนุษย์ในชวั่ โมงครอบครวั เสมือน ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมเสรมิ หลักสตู ร กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษาที่เป็นสมาชิกในครอบครัวเสมือนจ�ำนวน 20 คน (คละชน้ั ปที ี่ 1-4) ในความดแู ลอาจารยแ์ ม่ 2 ท่าน (อาจารย์แม่ 1 ท่าน ตอ่ สมาชกิ ในครอบครวั เสมอื น 10 คน ดแู ลตอ่ เนอื่ งตลอด 4 ปี ทอ่ี ยใู่ นโครงการ ครอบครัวคณุ ธรรม พบกันสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง) วัตถุประสงค์ 1. เพอื่ ใหน้ กั ศกึ ษาเกดิ แรงบันดาลใจในการเรียนและการปรับตวั 2. เพอื่ ใหน้ กั ศึกษาเกิดความตระหนกั และพฒั นาคณุ คา่ ในตนเอง 3. เพอื่ ใหน้ ักศกึ ษามแี นวทางในการปรบั ปรงุ และพัฒนาตนเอง 220

วธิ ีการ 1. ขัน้ ตอนการเตรยี มตวั ของผ้สู อน 1) ช้แี จง ซกั ซอ้ ม ทำ� ความเขา้ ใจในกล่มุ ของอาจารย์ 2) อธบิ ายรายละเอยี ด วธิ กี ารดำ� เนนิ การกจิ กรรม และการประเมนิ ผล 2. ข้ันตอนการจัดกจิ กรรม 1) ชีแ้ จงรายละเอียดของกจิ กรรมของนักศึกษาแต่ละกลุม่ เป้าหมาย 2) ดำ� เนนิ การจดั กจิ กรรมตามข้นั ตอน 3) เก็บรวบรวมข้อมูล พิจารณาส่งต่ออาจารย์ให้ค�ำปรึกษาแนะแนว กรณีพบปัญหาหรอื ขอ้ สงั เกตทจี่ ะต้องส่งต่อ แผนการเรยี นรตู้ ามกระบวนการจิตตปัญญา 1) ช้ันปที ่ี 1 -2 - กจิ กรรมตระหนกั รพู้ ฒั นาคณุ คา่ ในตนเอง ผสู้ อนเรมิ่ สนทนาถงึ พรสวรรค์ ความโดดเด่นของชื่อนักศึกษาแต่ละคน และให้ผู้เรียนน�ำเสนอ เพ่ือให้สมาชิก ในครอบครวั เสมือนไดร้ ับฟงั จากนัน้ สรปุ ประเด็นให้แรงเสรมิ ช่นื ชม - กิจกรรมสายธารชีวิต เริ่มจากเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสงบน่ิง เจริญสติ และใคร่ครวญชีวิตที่ผ่านมาอย่างลึกซ้ึง และส่ือความหมายทาง ภาพวาด เพอ่ื ความเขา้ ใจตนเอง ตระหนกั ถงึ จดุ แขง็ ทค่ี วรภาคภมู ใิ จ และจดุ ออ่ น ที่ควรแก้ไข ยอมรับความแตกต่าง และไว้วางใจสมาชิกกลุ่ม ขอให้ทุกคนฟัง อย่างลึกซึ้งด้วยหัวใจความเคารพ จากน้ันร่วมกันสะท้อนความคิดในประเด็น เร่อื งความไวว้ างใจ จดุ เปลยี่ นของชีวติ ทเ่ี กดิ ขน้ึ 2) ชัน้ ปีท่ี 3-4 - กจิ กรรมแสงนอ้ ยนำ� ทางสปู่ ระสบการณท์ เี่ รยี นรู้ ใหผ้ เู้ รยี นฟงั เพลงเทยี น หนึ่ง ย้อนระลึกวันแรกรับ ถ่ายทอดพลังบวกซ่ึงกันและกัน และร่วมบอกเล่า ประสบการณ์ความประทบั ใจในการใหก้ ารพยาบาล - กิจกรรมฉันเป็นคนดี ฉันพร้อมที่จะเปล่ียนแปลงตนเองให้ดีข้ึน ผู้สอน ให้นักศึกษาหลับตา เขียนข้อดีของตนเอง รู้สึกอย่างไร ส่ิงนี้จะเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาตนอย่างไร และใช้สุนทรียสนทนาให้ร่วมกันรับฟัง ช่ืนชมใน 221

ความดีน้ัน จากน้ันให้เขียนข้อด้อยหรือสิ่งท่ีควรปรับปรุง และร่วมกันชี้แนะ ใหข้ อ้ เสนอแนะเพอื่ พฒั นาตนเอง - จากน้ันหากเหลือเวลาให้ผู้เรียนได้วางแผนว่า หากต้องเลือก ใช้เวลาสุดท้ายของชีวิต จะน�ำไปใช้ในเรื่องใด กับบุคคลใด และวางแผนถึง การใช้เวลานนั้ อย่างคมุ้ คา่ ทีส่ ุด การประเมนิ ผล ให้นักศึกษาสะท้อนคิดหลังการท�ำกิจกรรมท้ังในรูปแบบการเขียน และการบอกเล่าความรู้สึก พบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจ ในการเรียนรู้ สามารถปรบั ตวั ในการใชช้ ีวติ และมีจดุ มุง่ หมายในการพัฒนา ตนเอง กระรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ 1 ชั่วโมง ผลที่คาดว่าจะไดร้ ับ 1. ผู้เรียนเกิดความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของตนเอง และยอมรับ ความแตกตา่ งของผู้อนื่ มากขึ้น 2. ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจในวิชาชีพพยาบาล สามารถให้การ บรกิ ารดว้ ยหัวใจของความเปน็ มนษุ ย์ 3. ผ้เู รียนมีแนวทางในการเรยี นรู้และพัฒนาตนเอง ทงั้ ในด้านการเรยี น และการปรับตัว ออกแบบโดย อ.พรรณภา เรืองกิจ วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชนนี นพรัตนว์ ชิระ 222

57. พฒั นาฐานใจดว้ ยจิตตปญั ญา ในช่ัวโมงพบที่ปรึกษา อาจารย์ท่ีปรึกษาชวนนักศึกษามาพัฒนาฐานใจ ผ่านกิจกรรมจิตตปัญญา โดยอาจารย์หนึ่งคนจะได้รับมอบหมายให้ดูแล เป็นท่ีปรึกษานักศึกษาพยาบาลศาสตร์ทุกชั้นปี ช้ันปีละประมาณ 2-3 คน ในทุกวนั พุธเวลา 13.30-16.30 น. อาจารย์จะนัดนกั ศกึ ษาเพือ่ พดู คยุ ซกั ถาม ความเป็นอยู่ ให้ค�ำปรึกษาเร่ืองต่างๆ ตามความเหมาะสม และอาจารย์ได้น�ำ กิจกรรมจิตปัญญามาใช้กับนักศึกษาในความดูแลเพ่ือเพิ่มประสบการณ์ตรง ในการพัฒนาฐานใจ ถือเป็นคุณค่าเพ่ิมเติมจากท่ีนักศึกษาได้รับการพัฒนา ฐานหวั มาแล้วจากการเรยี นวิชาการในห้องเรียน ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมเสริมในช่ัวโมงพบท่ีปรึกษา ประจำ� กลมุ่ กลมุ่ เปา้ หมาย นกั ศกึ ษาพยาบาลศาสตรบ์ ณั ฑติ ในความดแู ล ชน้ั ปที ี่ 1-4 จ�ำนวน 12 คน วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือสร้างเสริมประสบการณ์การพัฒนาจิตใจผ่านเกม หรือกิจกรรม จิตตปัญญาศกึ ษา 223

แนวคิด วิธีการ 1. ใช้กิจกรรมวาดภาพโลกของตนเอง และให้ตั้งช่ือภาพ พร้อมอธิบาย เพือ่ แนะนำ� ตนเองให้สมาชกิ ในกลมุ่ อาจารย์ทีป่ รกึ ษาเดยี วกันได้รูจ้ ัก 2. Check In และ Check Out ทุกครั้งเมอ่ื เข้ากลมุ่ พบอาจารย์ท่ีปรึกษา โดยใช้คำ� ถาม เชน่ “สัปดาห์ท่ีผ่านมา รสู้ กึ อยา่ งไรบ้าง” “ถ้าเปรยี บความรสู้ กึ กับท้องฟา้ ขณะนีท้ ้องฟา้ เป็นสอี ะไร” 3. ขยายจิตท่ีเล็กให้ใหญ่ขึ้น มอบความเห็นใจให้กับนักศึกษามากข้ึน เมื่อให้ค�ำปรกึ ษาในเรอ่ื งตา่ งๆ 4. ฟังให้เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของนักศึกษา (I-in-you) เช่น นักศึกษาต้องการลาออกจากการเป็นนักศึกษาพยาบาล หรือต้องการเพียง ออกไปพกั หอพักภายนอก เป็นต้น กระรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ อปุ กรณ์ 3 เดือน เดือนละ 4 คร้ัง 1. กระดาษวาดรปู 2. สชี อรค์ (ทกุ วนั พธุ ) ครง้ั ละ 1-2 ชว่ั โม ง 3. กระดาษเขยี นแบบ ผลทค่ี าดว่าจะไดร้ บั 1. นักศึกษาเขา้ ใจตนเองและเขา้ ใจผูอ้ ื่น 2. นกั ศกึ ษาไดร้ ะบายความรสู้ กึ ทแี่ ทจ้ รงิ ของตนเมอ่ื พบอาจารยท์ ป่ี รกึ ษา 3. ท่าทกี ารให้คำ� ปรกึ ษาของอาจารย์กบั นกั ศกึ ษาเปลีย่ นไป ออกแบบโดย กอล.ดุ่มรว.ศชิ ุภากวาดรี พแยถาวบเพาลียมารดาทารก และการผดุงครรภ์ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น 224

58. พ้นื ทีค่ วามสขุ สงบ...ผา่ นงานศิลปะ ใช้กิจกรรมภาพแมนดาลาในการบ�ำบัดอารมณ์ จิตใจ สร้างสมาธิ และส�ำรวจตนเอง ด้วยแนวคิดศิลปะเป็นหนทางในการปลดปล่อยอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด มีประโยชน์ในด้านการพัฒนาอารมณ์ สติปัญญา สมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และในขณะท�ำงานศิลปะร่างกายและจิตใจก็ได้พักผ่อน และผ่อนคลายในระดบั หนึง่ อกี ด้วย ช่ือกจิ กรรม พื้นทขี่ องความสขุ สงบ...ผา่ นงานศิลปะ ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กิจกรรมโฮมรูม กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษาช้ันปีท่ี 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์ วชิ าเอกชวี วทิ ยา สาขาวิชาเทคโนโลยี ดจิ ิทลั วชิ าเอกวิทยาการคอมพวิ เตอร์ รวม 17 คน นักศึกษาช้ันปีท่ี 2 คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิชาเทคโนโลยีการ ประมง สาขาวชิ าเทคโนโลยีอาหาร สาขาวิชานวัตกรรมเกษตรเพอ่ื ความยั่งยนื รวม 35 คน วัตถปุ ระสงค์ สำ� รวจตนเอง รจู้ ักตนเอง พฒั นาตนเอง เสรมิ สร้างความคิด สร้างสมาธิ พักสมอง มีจติ ใจท่ีสงบผ่อนคลาย วธิ ีการ เปิดช่วงเวลาใหผ้ ู้เรยี นได้ทำ� งานในพื้นทีข่ องความสขุ สงบผ่านงานศลิ ปะ โดยใช้ภาพแมนดาลาในการบำ� บัดอารมณ์ จิตใจ สรา้ งสมาธิ ส�ำรวจตนเอง รูจ้ กั ตนเอง และปรบั สมดลุ ให้กบั ชีวติ โจทย์คือ ให้เลือกท�ำงานศิลปะแมนดาลาคนละ 2 ช้ิน และให้เขียนส่ิง ที่เกิดขน้ึ ในขณะทท่ี ำ� ชิน้ งานนัน้ ช้ินท่ี 1 แมนดาลาผ่าน Application โดยสร้างสรรค์ภาพแมนดาลา ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 225

ช้ินที่ 2 แมนดาลาผ่านธรรมชาติ โดยใช้วัสดุส่ิงที่เป็นธรรมชาติรอบตัว เช่น ดอกไม้ ใบไม้ มาจัดวางเป็นภาพแมนดาลา ผู้เรียนใช้เวลานอกเหนือ จากห้องเรียน ท�ำชิ้นงานท่ีได้รับมอบหมาย และเม่ือชิ้นงานเสร็จสมบูรณ์ ให้นักศึกษาลงโพส Facebook Private Group เพ่ือแลกเปล่ียนเรียนรู้ ร่วมกันกับเพ่ือนในชั้นเรียน เพ่ือนๆ สามารถกด like และ Comment เพื่อแสดงความคิดเห็นในทางสรา้ งสรรค์ได้ 226

รกะรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ อปุ กรณ์ ให้เวลาทำ� งาน 1 สปั ดาห์ และ 1. Smartphone โพสส่งผลงานผ่าน Facebook 2. วัสดุธรรมชาติ Private Group ผลท่คี าดว่าจะไดร้ ับ ผู้เรียนไดส้ �ำรวจตนเอง ร้จู กั ตนเอง พฒั นาตนเอง เสรมิ สรา้ งความคิด สรา้ งสรรค์ สร้างสมาธิ ไดพ้ กั สมอง มีจติ ใจสงบ และผ่อนคลาย ออกแบบโดย ผศ.ชุตมิ า ประมวลสขุ วิชาเอกคอมพิวเตอรศ์ ึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภเู ก็ต 227

59. Self - challenge กลา้ ดีใน 21 วนั สร้างแรงบันดาลใจการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง ท้าทายตนเอง ให้ก้าวผ่านข้อจ�ำกัดที่เคยมี และเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่อตนเอง ด้วยโครงการ Self - challenge (กล้าดีใน 21 วนั ) เพอื่ การเปล่ยี นแปลงตนเอง ใหไ้ ดต้ ามเปา้ หมายที่ผู้เรยี นเลอื กเองภายในระยะเวลา 21 วนั กิจกรรม Self - challenge (กล้าดีใน 21 วนั ) ประเภทของกระบวนการเรยี นรู้ กจิ กรรมโฮมรมู กลุม่ เปา้ หมาย นกั เรยี นช้ัน ปวช. 2/1 วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือให้ผเู้ รียนมแี รงบนั ดาลใจในการใชช้ วี ิต 2. เพ่ือให้ผู้เรียนก้าวพ้นข้อจ�ำกัดท่ีมีอยู่ในตัวเอง และเป็นแรงผลักดัน ให้เกิดก�ำลังใจในการทำ� สง่ิ ใหม่ๆ ทด่ี ีขน้ึ กบั ชวี ติ 3. เพ่ือให้ผู้เรียนได้ฝึกสังเกตส่ิงท่ีเปล่ียนแปลงในร่างกายและจิตใจ ของตนเอง 4. เพอื่ ให้ผ้เู รยี นได้ฝึกการมสี ตใิ นการใช้ชีวิตมากขน้ึ แนวคดิ คำ� วา่ กล้า ในท่ีนีห้ มายถงึ ความกล้า และ/หรอื ต้นกล้า วิธีการคอื การฝึกท�ำกิจกรรมที่ครูท้าทายให้นักเรียน กล้าท�ำ/ปลูกต้นกล้าที่ดี เพอ่ื การเปลย่ี นแปลงตวั เองใน 21 วนั ชวนใหน้ กั เรยี นปลกู ตน้ กลา้ ทด่ี ภี ายใน ร่างกายและจิตใจให้งอกงามเจริญเติบโต โดยการรดน�้ำใส่ปุ๋ย พรวนดิน ต้นกล้าที่ดีในใจและในกายของนักเรียนในทุกๆ วัน และเป็นความกล้า/ ต้นกล้าท่ีผู้เรียนเป็นผู้เลือกเอง โดยมีการเสริมแรง (พลังบวก) จาก ครปู ระจ�ำชัน้ โดยการไถ่ถาม และบอกเล่าวา่ ครกู ก็ ำ� ลังท�ำอยู่ดว้ ยเชน่ กนั 228

วธิ กี าร 1. บอกจุดประสงค์การท�ำกิจกรรม Self - challenge ให้นักเรียน ไดท้ ราบ และเขา้ ใจในกิจกรรม 2. ยกตัวอย่างกิจกรรม Self - challenge ที่นกั เรยี นอยากเปลย่ี นแปลง และ/ หรืออยากทำ� เพ่อื ตนเองและสามารถกระทำ� ได้ 3. ครรู ว่ มทำ� กจิ กรรม Self – challenge กบั นกั เรยี นในชนั้ โดยการสรา้ ง กลุ่ม Line ข้ึนมาเฉพาะกลุ่มแล้วให้นักเรียนแต่ละคนพิมพ์กิจกรรม Self - challenge ลงในโน้ตกลุ่ม และมารายงานความคืบหน้าในคาบ กจิ กรรมโฮมรมู ของทกุ สปั ดาห์ กระรยะะบเววนลกาขารอเงรยี นรู้ วนั ท่ี 2 - 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 (21 วนั ) ผลทค่ี าดว่าจะได้รบั 1. ผู้เรียนเกิดแรงบันดาลใจ และจุดมุ่งหมายในการใช้ชีวิตใน แต่ละวัน และเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวผ่านข้อจ�ำกัดของตัวเองในการ เริ่มต้นสง่ิ ที่ดีขึน้ 2. นักเรียนสามารถพูดสะท้อนความรู้สึก และการเปล่ียนแปลง ท่เี กิดขึ้นระหว่างทำ� กจิ กรรม Self - challenge 2.1 การเปลยี่ นแปลงทางดา้ นรา่ งกาย 2.2 การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ 2.3 มมุ มองของชวี ติ ออกแบบโดย อ.ศริ ิพนั ธ์ แสงมณี วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยสี ุพรรณบรุ ี 229

60. วาดภาพอดีต ปจั จบุ ัน อนาคต กิจกรรมที่ให้ผู้เรียนวาดภาพสื่อถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตท่ีวาดหวัง เพ่ือให้ครูท่ีปรึกษาได้ท�ำความรู้จักและเข้าถึงผู้เรียนในที่ปรึกษาเป็นรายบุคล ครูจัดกิจกรรมนี้เพื่อเข้าใจชีวิต สภาพความเป็นอยู่ ผลการเรียน และสิ่งที่ ส่งผลให้ผู้เรียนแสดงออกหรือมีพฤติกรรมต่างๆ ซ่ึงจะช่วยให้ครูสามารถให้ค�ำ ปรึกษา และดแู ลนักเรียนไดด้ ยี ่ิงขนึ้ ชือ่ กจิ กรรม วาดภาพอดีต ปจั จุบัน อนาคต ประเภทของกระบวนการเรียนรู้ กิจกรรมโฮมรูม หรือกิจกรรมเสริม ในรายวชิ าใดวิชาหนง่ึ ของครทู ป่ี รกึ ษา กลมุ่ เป้าหมาย นักเรียนในทปี่ รกึ ษา ปวช.1 จ�ำนวน 25 คน วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียนในท่ีปรึกษาแต่ละคนเข้าสู่การดูแล ของครูท่ีปรึกษา และให้ครูท่ีปรึกษาสามารถรับรู้สภาวะภายในของผู้เรียน ในท่ปี รึกษาได้ 2. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นกลบั มาสำ� รวจ รบั รอู้ ารมณค์ วามรสู้ กึ ของตวั เองในปจั จบุ นั และแบง่ ปันออกมาให้ผู้อนื่ รับรู้ 3. เพื่อให้ครูที่ปรึกษาและผู้เรียนมีความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจกัน มากขึ้น 4. เพื่อให้ผู้เรียนได้บอกกล่าวเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ซึ่งมีทั้ง เรื่องราวดีๆ และเรื่องราวที่เลวร้าย แบ่งปันประสบการณ์ที่ผ่านมา และหาก เปน็ เรอ่ื งเลวรา้ ยผา่ นมาไดอ้ ยา่ งไร เพอื่ เปดิ พน้ื ทก่ี ารรบั ฟงั และเขา้ ใจกนั และกนั มากข้นึ 230

วิธกี าร 1. ครทู ปี่ รกึ ษาชวนผเู้ รยี น Check In ความรสู้ กึ แบง่ ปนั ใหเ้ พอ่ื นในหอ้ งฟงั 2. ครูให้ผู้เรียน วาดภาพ อดีต ปัจจุบัน อนาคต เพื่อแสดงว่าที่ผ่านมา ชวี ติ ของผู้เรยี นเปน็ อยา่ งไรบา้ ง 3. เมื่อผู้เรียนวาดเสร็จแล้ว ครูชวนแบ่งปันเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน อนาคตของแต่ละคน ซ่ึงมีท้ังเร่ืองราวดีๆ เร่ืองราวเลวร้ายที่ผ่านมา ผู้เรียน ผา่ นเรื่องราวเหลา่ นัน้ มาได้อย่างไร มวี ธิ กี ารจดั การอยา่ งไร 4. ครูชวนให้เพ่ือนในห้องต้ังใจฟัง เพ่ือรับรู้ค�ำพูด การกระท�ำ และ ความรู้สกึ นกึ คดิ ของเพอ่ื นผา่ นภาพวาด อดตี ปจั จุบนั อนาคตของเพ่ือนทกุ คน 5. จากนั้นชวนผู้เรียนในห้องเรียนร่วมแชร์ประสบการณ์ที่เหมือนกัน แต่ละคนมวี ธิ กี ารจดั การ หรือวางแผนชีวติ อย่างไร 6. กจิ กรรม Check Out สะทอ้ นความรู้สึกหลงั ได้แบง่ ปนั ประสบการณ์ ทผี่ ่านมาใหเ้ พือ่ นได้รับรู้ กระรยะะบเววนลกาขารอเงรียนรู้ อปุ กรณ์ 2 ชว่ั โมง 1. สชี อลค์ 2. กระดาษวาดภาพ A4 ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ ับ 1. ครทู ี่ปรกึ ษารจู้ ักผู้เรยี นในทปี่ รึกษาเพิม่ มากขน้ึ 2. ครเู ข้าใจปัญหาของผเู้ รียนรายบุคคลมากขึ้น 3. ครูทป่ี รกึ ษาและผู้เรียนทีไ่ ด้ทนุ การศกึ ษารว่ มกันแกป้ ญั หาได้ตรงจุดมากขึ้น 4. ผเู้ รยี นรับรู้อารมณ์ความรูส้ ึกของตัวเองในปจั จบุ นั 6. ครูและเพื่อนเข้าใจและเหน็ อกเห็นใจกนั มากข้นึ 7. ผเู้ รียนร้สู กึ ดกี บั การได้แบ่งปนั ประสบการณ์ท่ผี ่านมาให้เพ่ือนๆ รับรู้ ออกแบบโดย อ.ศภุ รัตน์ แตงนอ้ ย ครผู ้ชู ่วย วิทยาลยั การอาชพี ขาณวุ รลักษบุรี จังหวัดกำ� แพงเพชร 231

232



ศนู ยจ์ ิตตปญั ญาศึกษา มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล 999 ถ.พทุ ธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พทุ ธมณฑล จ.นครปฐม 73170


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook