Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ทำเนียบแหล่งเรียนรู้อำเภอบางไทร - เล่ม

ทำเนียบแหล่งเรียนรู้อำเภอบางไทร - เล่ม

Published by libwk.2546, 2023-08-21 09:06:55

Description: ทำเนียบแหล่งเรียนรู้อำเภอบางไทร - เล่ม

Search

Read the Text Version

46 วดั โบสถอ์ ินทรำรำม ที่ตงั้ ต้งั อยเู่ ลขที่ 22 บ้านขนมจีน หมูท่ ่ี 1 ตำบลช้างนอ้ ย อำเภอบางไทร จังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา ประเภทแหล่งเรียนรู้ : วัด หอระฆงั วดั โบสถอ์ ินทรำรำม ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ วดั โบสถ์อนิ ทราราม ตัง้ อยรู่ ิมแม่น้ำเจ้าพระยาแควน้อย สรา้ งขึน้ เปน็ วัดนับแต่สมัยกรงุ ศรี อยุธยา ประมาณ พ.ศ. 2145 จากตำนานพน้ื บ้านทเ่ี ล่าสบื กนั มาว่าพระองคใ์ ดพระองคห์ นงึ่ สรา้ ง อุทิศถวายแด่พระเจา้ อินทราธิราช พระเจ้าแผน่ ดินกรงุ ศรอี ยุธยา มที ่ดี นิ ตง้ั วดั เน้ือที่ 41 ไร่ 2 งาน 11 ตารางวา ไดร้ ับพระราชทานวิสงุ คามสมี าแลว้ ประมาณ พ.ศ. 2150 ผูร้ บั ผิดชอบ : พระอธิการแผน ทปี ธมโม เจ้าอาวาสวดั โบสถอ์ ินทราราม ภำพแหล่งเรียนรู้

47 วดั ขุนจ่ำธรรมำรำม ท่ีตง้ั ตัง้ อยู่เลขที่ 47 หมู่ที่ 4 ตำบลห่อหมก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา ประเภทแหล่งเรียนรู้ : วัด พระประธำนภำยในอโุ บสถ์ ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ วัดขุนจ่าธรรมราม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 17 ไร่ เป็นพื้นที่ราบ อาคารเสนาสนะต่างๆ มี อุโบสถลักษณะแบบกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ผสมผสานกั บ กรุงรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2342 ชาวบ้านเรียกว่า “วัดขุนจ่า” นับเป็นวัด ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้วในราว พ.ศ.2347 ที่วัดนี้มีโรงเรียนประถมศึกษาของ ราชการตั้งอยดู่ ว้ ย ขนุ จา่ ย ชาวบา้ นมักเรยี กวา่ “ขุน จ่า” คงเป็นขุนทหารกล้าในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอน ปลายยุคเสียกรุง ได้ช่วยกอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้ โดยร่วมมือกับพระเจ้าตาก เจ้าพระยามหากษัตริย์ ศึก กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงห์นาท (บุญมา) จนถึงในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ตำแหนง่ ท่ี “ขุนวัง” เม่ือช่วย ช่วยชาติ พระมหากษัตริย์ บ้านเมืองสงบเรียบร้อยดีแล้วด้วยจิตใจที่ฝักใฝ่ในทางพระพุทธศาสนา จงึ ได้กลับบ้านเกดิ สร้างวัดไว้เปน็ อนุสรณใ์ นพระพทุ ธศาสนาในนามไว้ว่า “วดั ขนุ จ่าธรรมาราม”

48 ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ (ต่อ) ผูร้ บั ผิดชอบ : พระอธกิ ารประทปี อคคจิตโต เจา้ อาวาสวดั ขนุ จ่าธรรมาราม ภำพแหล่งเรียนรู้

49 วดั สุนทรำรำม ที่ตง้ั ตง้ั อยู่เลขท่ี 45 หมทู่ ี่ 1 ตำบลห่อหมก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเภทแหล่งเรียนรู้ : วดั พระประธำนภำยในอโุ บสถ์ ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ วัดสุนทรารามสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดประมาณ 15 ไร่ 1 งาน 91 ตารางวา สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อประมาณ พ.ศ.2243 เดิมมีนามว่า วัดห่อหมกสุนทราราม ชาวบ้านมักเรียกกันว่า “วัดห่อหมก”ได้เปลี่ยนเป็นวัดสุนทราราม ในปี พ.ศ.2483 ได้รับ พระราชทานวสิ งุ คารามคร้ังหลัง วันที่ 18 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2495 ผูร้ บั ผิดชอบ : พระมหาสำเรงิ ธมมเตโร เจ้าอาวาสวัดสุนทราราม ภำพแหล่งเรียนรู้

50 วดั สิงหส์ ุทธำวำส ท่ีตงั้ ตำบลบา้ นแปง้ อำเภอบางไทร จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา ประเภทแหล่งเรียนรู้ : วัด วดั สิงหส์ ทุ ธำวำส ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ วัดสิงห์สุทธาวาส ชาวบ้านเรียก “วัดสิงห์” สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๒๑๕๕ ในสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า “วัดตะพังโคลนสุทธาวาส” ต่อมาใน พ.ศ.๒๔๘๓ ได้ เปลี่ยนเป็น “วัดสุทธาวาส” และเป็น “วัดสิงห์สุทธาวาส” ในระยะต่อมา นับว่าเป็นวัดที่ได้รับ พระราชทานวสิ ุงคามสมี าแล้ว มีท่ีดินตง้ั วัดเน้อื ท่ี ๑๕ ไร่ ผูร้ บั ผิดชอบ : พระครวู จิ ิตรนวกรรม เจ้าอาวาสวัดสิงหส์ ทุ ธาวาส ภำพแหล่งเรียนรู้

51 วดั ชำ้ งใหญ่ ท่ีตง้ั ตัง้ อยู่เลขท่ี 18 หมู่ที่ 3 ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา ประเภทแหล่งเรียนรู้ : วดั หลวงพ่อดำศกั ด์ิสิทธิ์ ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ วัดช้างใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบางไทร ติดศูนย์ศิลปาชีพบางไทร 1 กิโลเมตร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 38 ไร่ 2 งาน 57 ตารางวา วัดช้างใหญ่สร้างขึ้นเป็น วัด นับตั้งแต่ พ.ศ.2319 เดิมเรียกวัดเสาธงหิน “ปัจจุบันมีเสาหินตั้งปรากฏอยู่” ต่อมาได้เปลี่ยน นามวัดใหม่เป็น “วัดช้างเฉย” เนื่องจากมีคลองเพนียดคล้องช้างตั้งอยู่และเกี่ยวกับช้างป่า อาละวาดทำลายบ้านเรือนและทำลายกุฏิสงฆ์หักพงั และเพื่อต้องการให้ช้างอยู่เฉยๆ และสถานท่ี วัดนี้เป็นที่ต่อช้างและเลี้ยงช้าง ฝึกช้างป่า และต่อมาได้เปลี่ยนนามวัดใหม่อีกครั้งเป็นวัดช้างใหญ่ ตามที่ชาวบ้านขนานนามว่า “ช้างใหญ่” เพราะเป็นที่อยู่ของช้างป่า หลังจากความดุร้ายของช้าง ป่าที่เคยทำร้ายวัดและชาวบ้านได้จางหายไป ไม่มาทำร้ายวัดและช้างบ้านอีกเลย ต่อจากน้ัน ช้างปา่ เหลา่ นนั้ ไดช้ ่วยนำท่อนซุงในป่าที่จมอยู่ ชว่ ยกนั ลากเอามาใหท้ างวัดโดยไม่มีคนบังคับอยู่อยู่ บนหลังช้าง วัดช้างใหญ่ ชาวบ้านเรียกสั้นๆว่า “วัดช้าง” ได้รับพระราชทานวิสุงคามแล้ว ประมาณ พ.ศ.2360 พระประธานในพระอโุ บสถวัดช้างใหญ่ เดิมพระประธานในพระอุโบสถชื่อ “หลวงพ่อทองศักดิ์สิทธิ์” สร้างยุคสุโขทัย ตอนตน้ ได้ประดิษฐานอยพู่ ระอุโบสถหลังเกา่ ซ่ึงเดิมชื่อ “วัดธงเสาหิน” และหลังจากนน้ั มาวัดและ พระอโุ บสถ

52 ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ (ต่อ) ได้เกา่ และชำรุดมาก ไม่สามารถจะบรู ณปฏสิ ังขรณ์ ได้ จงึ ได้ขยบั ขยายขนึ้ มาสร้างวดั ใหมท่ างดา้ นเหนือ และเปลี่ยนชื่อเป็น “วดั ช้างเฉย” แต่ตงั้ ช่ืออยู่ไม่ นาน เพราะความดุร้ายของชา้ งป่า ชาวบ้านจงึ ลง ความคิดเห็นว่า สมควรเปลี่ยนวดั ชา้ งเฉยเป็น “วัดชา้ งใหญ่” ในปี พ.ศ.2319 โดยบริเวณพนื้ ที่ ของวัดช้างใหญน่ เี้ คยเปน็ ทางผ่านและทีพ่ ักอาศยั ของพอ่ ค้าคนจีน เวลาเดนิ ทางไปคา้ ขาย ต่อมาพ่อค้าคนจีนเหลา่ น้ัน ไดท้ ำมาคา้ ขายรำ่ รวยข้ึน จงึ ได้กลับมาสรา้ งพระตามทีบ่ นบานศาลกล่าวไว้ โดยเรยี กนามของพระพุทธรูปองค์นี้วา่ “หลวงพ่อ ทอง” ตอ่ มาพ่อค้าคนจีนและชาวบา้ นได้เกิดจติ ศรัทธา โดย ได้ร่วมกนั สร้างพระอโุ บสถหลงั ใหม่ และไดอ้ ญั เชิญ พระประธานหลวงพ่อทองศักดส์ิ ิทธ์ิ ในพระอุโบสถ หลังเก่ามาประดษิ ฐานในพระ อุโบสถหลงั ใหม่ พอ่ ค้า คนจีนและชาวบา้ นเกรงว่า หลวงพ่อทองจะเกดิ การ สูญหาย จึงได้นำหลวงพ่อ ทองหลบเขา้ ไวใ้ นพระอุโบสถหลงั ดงั กล่าว พระ อโุ บสถวดั ช้างใหญ่ ไดร้ บั พระราชทานวิสงุ คามสมี า เมื่อ พ.ศ.2360 ตอ่ มา หลวงพอ่ ทองศกั ดส์ิ ทิ ธไิ์ ดป้ ดิ ชอ่ื เพราะเกรงวา่ จะเกิดเหตอุ ันตราย จงึ เปล่ยี นชอ่ื ใหม่ว่า “หลวงพ่อดำศกั ด์สิ ทิ ธ์ิ” และได้สรา้ งเหรยี ญและรปู หลอ่ หลวงพ่อดำเป็นรุน่ แรก ของวัด ใน พ.ศ.2533 เมอื่ ประชาชนเข้าไปสกั การบชู า เพอื่ ชมบารมีหลวงพ่อแลว้ หลวงพอ่ จะหย่ัง จิตใจใหผ้ เู้ ขา้ ไปสกั การะบูชาได้รู้ว่า จะมีความสขุ หรือมคี วามทุกข์หลวงพอ่ จะแสดงสหี น้าใหร้ ู้ ถา้ ผใู้ ดมจี ิตใจทเี่ บิกบานและผอ่ งใส หลวงพอ่ จะแสดงใบหน้ายิ้มให้ แต่ถา้ ผู้ใดมจี ติ ใจท่ีเปน็ ทุกข์ หลวง พอ่ จะมีใบหน้าท่ีบ้งึ ตึง ผูร้ บั ผิดชอบ : พระครวู นิ ยั ธรรมรรยาท สภุ าจาโร เจา้ อาวาสวัดชา้ งใหญ่

53 วดั สนำมไชย ที่ตง้ั ต้งั อยหู่ มทู่ ี่ 6 ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเภทแหล่งเรียนรู้ : วดั หลวงพ่อดำศกั ดิ์สิทธิ์ ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ วัดสนามไชย มีพื้นที่ตั้งวัดรวม 10 ไร่ วัดนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2144 เดิมชาวบ้าน เรียกกันวา่ “วดั ขีไ้ ก”่ ต่อมาได้เปล่ยี นนามวดั เสยี ใหม่ใหม้ ีความหมายและพเราะข้นึ เปน็ “วดั สนาม ไชย” ไดร้ บั พระราชทานวสิ ุงคามสีมาในปี พ.ศ.2147 ผูร้ บั ผิดชอบ : พระอธิการอภิชาต ขนติโก เจา้ อาวาสวัดสนามไชย ภำพแหล่งเรียนรู้

54 วดั บำงไทร ท่ีตง้ั เลขท่ี 30 บ้านบางไทร หมู่ที่ 7 ตำบลบางไทร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา ประเภทของกำรเรียนรู้ : วัด หลวงพ่อดำ ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ วัดบางไทร เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ จำนวน ๒๑ ไร่ ๓ งาน ๕๓ ตารางวา ได้รับการประกาศให้เป็นวัดเมื่อ พ.ศ..2400 (จากหนังสือประวัติวัดทั่ว ราชอาณาจักร จัดพมิ พ์โดยกรมการศาสนา เล่มที่ ๔ หนา้ 184) เป็นวัดท่สี ร้างมาประมาณ 160 ปี กวา่ ปี ตงั้ อยูท่ ี่สามแยกแมน่ ำ้ เจา้ พระยา และแม่นำ้ แควนอ้ ยบางไทร ตำบลบางไทร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝั่งด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำแควน้อย แต่ทราบได้ จากถ้อยคำของท่านผู้ใหญ่ ซึ่งมีอายุยืนอยู่ 90 ปี เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมวัดเรียกว่า “วัดใหม่สอง กุมาร” โดยมีพระมหาด้วง ซึ่งมีชาติภูมิอยู่ในถิ่นนี้เป็นผู้สร้าง ท่านเล่าต่อไปว่า พระมหาด้วง ผู้นี้ เป็นนักเทศน์มหาชาติ ผู้เรืองนามอย่างเยี่ยม กัณฑ์ที่ท่านชำนาญละว่าไพเราะจับใจผู้ฟังมากที่สุด คือ กัณฑ์กุมาร ด้วยความเป็นนกั เทศน์จนมีชื่อเสียงโด่งดังน้ีแหละจึงสามารถรวบรวมจตุปัจจยั ที่มี นำมาบชู าธรรม เปน็ ตน้ ทนุ เดมิ เร่มิ สร้างเป็นวัดขน้ึ ได้ การท่ีมชี ื่อกันว่า “วดั ใหมส่ องกมุ าร” นั้น คือ เพ่งถึงมลู เหตโุ ดยความเปน็ นกั เทศน์ในกัณฑ์กุมารก็มีเหตผุ ลน่าฟังไดอ้ ยู่ และทช่ี อ่ื เรียกวา่ “วัดบาง ไทร” บัดนี้นั้น มาเปลี่ยนใหม่ในสมัย “พระครูวุฒิสารโศภน” เพื่อจะให้เหมาะสมตามพระมหา สมณะนยิ ม ที่ว่าวดั ที่ดจี ักตอ้ งมชี ื่อตามตำบลที่วดั ตง้ั อยู่

55 ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ (ต่อ) วัดบางไทร มีปูนียวัตถุ มีหลวงพ่อดำ เป็น พระพุทธรูปปางมารวิชัยวัสดุโลหะทองเหลือง ขนาด พระเพลากว้าง ๓๕ นิ้ว ประดิษฐานอยู่ที่อุโบสถ “หลวง พ่อดำ” หล่อขึ้นมาใหม่ในสมัยในสมัย “พระครูฉอ ฐิตา จาโร” เพราะหลวงพ่อดำ องค์เดิมเป็นปูนมีการแตกร้าว จงึ หล่อองค์ใหม่ขึ้นเมอ่ื ปี พ.ศ. 2530 ที่มา หนังสือ การสืบค้น ประวัติและรายการปฏิสังขรณ์ วัดบางไทร “พระครูวุฒิสารโศภน” ในงานฉลองวดั บางไทร ตำบลบางไทร อำเภอบางไทร จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา พ.ศ. 2485 ผูร้ บั ผิดชอบ : พระปลัดบุญะโชติ ปภงกโร เจา้ อาวาสวัดบางไทร ภำพแหล่งเรียนรู้

56 วดั พระคริสตประจกั ษ์ ที่ตง้ั เลขที่ 3 หมู่ท่ี 1 ตำบลไมต้ รา อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเภทของกำรเรียนรู้ : โบสถ์ วดั พระคริสตป์ ระจกั ษ์ ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ คริสตังวดั เกาะใหญ่ คือคริสตงั ญวณที่อพยพมาจากสามเสน เพื่อมาทำมาหากินจับปลาอยู่ ตามริมคลองในจังหวัดอยุธยาเช่นเดียวกับคริสตังที่วัดเจ้าเจ็ด และบ้านปลายนา โดยมี คุณพ่อ ปิแอร์ มอริส ยบิ าร์ตา เจ้าอาวาสวดั สามเสนมาโปรดศลี และทำมิสซาใหเ้ ป็นครัง้ คราวตัง้ แตป่ ี ค.ศ. 1850 จนถึงปี ค.ศ. 1871 คุณพ่ออาลอยส์ อัลฟองส์ ด็อนต์ เจ้าอาวาสวัดสามเสนองค์ต่อมาได้ส่ง พระสงฆ์ไทยซึ่งเป็นปลัดของท่านมาเยี่ยมเยือนดูแล และโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นระยะๆ และ บนั ทึกลงในบญั ชขี องวัดสามเสน โดยเขียนวา่ \"ในหมู่บ้านชาวประมง...\" หรอื \"ท่เี กาะใหญ่...\" ต่อมาพระสังฆราชเวย์ เห็นว่าที่เกาะใหญ่ มีคริสตังจำนวนมากพอสมควรแล้ว และคุณ พอ่ ด็อนต์ ก็ไมค่ อ่ ยมเี วลามาดแู ลไดบ้ อ่ ยๆ จงึ ตัดสนิ ใจเรยี กคุณพ่อ ยอแซฟ พริ้ง เกลแมนเต ซึ่งเป็น พระสงฆ์ไทยทำงานแพร่ธรรมอยู่ที่อุบลฯ กลับ แล้วในปี ค.ศ. 1888 ก็ส่งท่านมาเป็นเจ้าอาวาสที่ \"คลองเก่า\" ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะใหญ่ราว 4-5 กิโลเมตร หลังจากนั้น เมื่อพบทำเลที่ดีกว่า เหมาะ กว่า และอุดมกว่า ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันก็คือ “เกาะใหญ่” อาชีพหลักของชาวเกาะ ใหญค่ อื การจบั ปลา ก่อตั้งโรงสวดที่นี่มีโรงสวดซึ่งมุงด้วยใบจาก สัตบุรุษได้ช่วยกันสร้างเพ่ือใช้เป็นสถานทีส่ วด ภาวนาร่วมกัน และใช้เป็นท่ีพักของพระสงฆท์ ี่มาเยี่ยม โปรดศีลศกั ดสิ์ ิทธ์ิ และถวายบูชามิสซาเป็น ครั้งคราว นานๆ จะมีพระสงฆ์มาเยี่ยมเยือนสักครั้ง ซึ่งเป็นเช่นนี้อยู่หลายปี แต่ไม่ได้ทำให้ความ เชื่อของชาวเกาะใหญ่ลดนอ้ ยลงไปเลย

57 ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ (ต่อ) เริ่มสร้างวัดเมื่อคุณพ่อเกลแมนเต มาถึงในปี ค.ศ. 1888 คุณพ่อได้เดินสำรวจที่ดินแถบ นั้น และพาบรรดาผู้ใหญ่ไปดูทำเลที่ดีกว่า และอุดมสมบูรณ์มากกว่า ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ปัจจุบันคือที่ตั้งของวัดเกาะใหญ่) เมื่อทุกคนเห็นดีเห็นชอบด้วย ท่านจึงจัดการสร้างวัดใหม่ท่ี แข็งแรง ฝาผนังเป็นไม้ ปูพื้นด้วยไม้ โดยใช้บรรดาคริสตัง เหล่านั้นเป็นช่างไม้และแรงงาน วัดหลัง น้ีอยใู่ นความอปุ ถัมภข์ องพระยาสามองค์ วัดน้ีอยไู่ ด้ถงึ ปี ค.ศ.1957 ตอ่ มาคุณพ่อได้สร้างโรงเรียน ของวดั ขนึ้ 2 หลัง สำหรบั นกั เรียนชายและนักเรยี นหญิง โดยใช้เป็นทีส่ อนคำสอนและสอนวิชาการ ต่างๆ คณุ พ่อปกครองดูแลวัดเกาะใหญจ่ นถึงปี ค.ศ.1900 จงึ ย้ายไปคณุ พ่อกา๊ ซต็อง ดาวดิ ปลดั ของ คุณพ่อด็อนต์ ที่สามเสนได้มาดูแล โปรดศีลศักดิ์สิทธ์ิ และถวายบูชามิสซาให้กับคริสตังวัดเกาะ ใหญ่จนถงึ ปี ค.ศ.1903 ต่อมาได้รับแต่งตง้ั เปน็ เจ้าอาวาสวัดเกาะใหญจ่ นถงึ ปี ค.ศ.1914 ในปี ค.ศ.1911 คณุ พ่อด็อนต์ ได้สง่ ซิสเตอร์ 2 รปู จากอารามสามเสนมาอยทู่ ่ีเกาะใหญเ่ พือ่ ช่วยเหลืองานของวัดและโรงเรียน ในชว่ งสงครามโลกครงั้ ท่ี 1 บรรดามิชชนั นารีต้องเดนิ ทางกลบั ประเทศของตน เพื่อรบั ราชการทหาร ปี ค.ศ. 1914-1917 คุณพอ่ อนั ตน โตอัน พระสงฆไ์ ทย ซ่งึ เปน็ ปลัดวัดบา้ นปลายนา ได้รบั แตง่ ตง้ั ใหม้ าเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะใหญ่ด้วย ปี ค.ศ. 1917-1926 คุณพ่อยอแซฟ บรัวซาต์ กลับจากสงครามแล้ว ได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าอาวาสวัดสามเสนและวัดเกาะใหญ่ คุณพ่อได้ร่วมมือกับคุณพ่ออันตนช่วยกันบูรณะวัดเกาะ ใหญ่โดยขยายให้กว้างและยาวกว่าเดิมเพื่อให้เหมาะกับจำนวนสัตบุรุษที่เพิ่มขึ้น และเปลี่ยน หลังคาเป็นสังกะสี นอกจาก นี้ยังได้บูรณะบ้านพักพระสงฆ์ บ้านพัก ซิสเตอร์ สร้างหอระฆังและ สัง่ ซือ้ ระฆัง 3 ใบ นอกจากนัน้ คณุ พ่อเองเคยคดิ ท่ีจะสรา้ งวัดใหม่ แต่ตอ้ งย้ายตามวาระเสียก่อน ปี ค.ศ. 1926 -1939 คุณพ่ออันตน โตอัน รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะใหญ่ คุณพ่อได้ สร้างโรงเรียนใหม่ให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ และได้ขออนุญาตเปิดเป็น ทางการโดยตั้งชื่อว่า โรงเรียนราษฎร์พระยาสามองค์ เปิดสอน ป.1-ป.4 คุณพ่อทำการขยายวัดให้ มีความกว้าง-ยาวมากขึ้น เพื่อเหมาะกับจำนวนคริสต์ศาสนิกชนที่เพิ่มขึ้น และได้เปลี่ยนหลังคา เป็นสังกะสี คณุ พ่อปกครองดแู ลวดั นถ้ี ึงปี ค.ศ. 1939 จึงไดย้ ้ายไปเพราะสุขภาพไม่อำนวยในช่วงนี้ ก็มีพระสงฆ์หลายองค์ ไปๆ มาๆ อยเู่ สมอ ปี ค.ศ. 1939-1942 คุณพ่อราฟาแอล บุญมี รกั สงบ รบั หนา้ ท่เี ป็นเจ้าอาวาสวดั เกาะใหญ่ ปี ค.ศ. 1942-1945 คุณพ่อเกลแมนเต แฉล้ม คลงั ทรพั ย์ รบั หน้าท่ีเปน็ เจา้ อาวาสวดั เกาะใหญ่ ปี ค.ศ. 1945-1953 คุณพ่อหลุยส์ สง่า สังขรนั ตน์ รับหน้าที่เปน็ เจ้าอาวาสวัดเกาะใหญ่ คุณพ่อได้เริม่ ปรบั ปรงุ พืน้ ท่ี เพ่อื เตรยี มสร้างวดั ใหม่ แต่งานที่หวงั ไวน้ ีไ้ มส่ ำเรจ็ เพราะคณุ พ่อสง่า ได้ ถงึ แก่มรณภาพเสียก่อน ในวนั ที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1953

58 ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ (ต่อ) สร้างวดั พระครสิ ตประจกั ษ์หลังปจั จุบนั ปี ค.ศ.1953-1961 คณุ พอ่ อมั บรอซโิ อ กิ๊น มิลลกุ ูล (พ่อเตี้ย) รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะใหญ่ คุณพ่อเห็นว่าวัดไม้หลังเก่าทรุดโทรมลงมากแล้ว ท่านจึงขออนุมัติจากพระสังฆราชเพื่อสรา้ งวัดใหม่ ซึ่งก็คือหลังปจั จุบันนั่นเอง ได้ลงมือก่อสร้างใน เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1956 คุณพ่อเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างเอง โดยอาศัยแรงงานจากสัตบุรุษ วัดเกาะใหญ่ ในวันท่ี 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1957 ท่านได้เชิญพระสังฆราชหลุยส์ เคลเมนต์ โชแรง มาทำพิธีเสก เชิญภรรยาของอัครราชทูตเวียดนามมาเป็นผู้เปิดป้าย \"วัดพระคริสตประจักษ์\" มี พระสงฆ์และสตั บรุ ุษจากที่ตา่ งๆมาร่วมในพธิ ีเปน็ จำนวนมาก ตอ่ มาคณุ พอ่ อมั บรอซโิ อ ก๊ิน มิลลุกูล ได้เริ่มเจ็บออดๆ แอดๆ มาจนกระทั่งวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1958 คุณพ่อก็ได้ถึงแก่มรณภาพท่ี โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ขณะที่วันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 1958 ก็จะเป็นวันฉลองวัด การจากไปของ คุณพ่อนำความเศร้าสลดมาสู่ชาววัดเกาะใหญ่อย่างมาก งานฉลองวัดในปีนั้น ต้องหลายเป็น งานศพแทน และด้วยความรกั ความอาลัย บรรดาสัตบุรุษวัดเกาะใหญไ่ ด้นำศพของคุณพ่อกลับมา ทำพธิ ปี ลงศพท่วี ดั เกาะใหญ่ ซึ่งคุณพอ่ เปน็ ผูส้ ร้าง และศพของคุณพ่อกไ็ ดฝ้ งั ไวท้ ว่ี ัดนดี้ ้วย ปี ค.ศ. 1961-1967 คุณพ่อปีแอร์ ลาบอรี่ รบั หน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวดั เกาะใหญ่ คุณพอ่ ไดส้ รา้ ง บ้านพักพระสงฆห์ ลงั ปัจจุบนั และบ้านพักซิสเตอร์ใหม่ ปี ค.ศ. 1967-1973 คณุ พ่อยอแซฟ เสวียง ศุระศรางค์ ได้รับแต่งตงั้ เปน็ เจา้ อาวาส คณุ พ่อได้ ทาสีบริเวณหนา้ วัดเสียใหม่ และขยายห้องเรยี น โดยดัดแปลงบา้ นพักพระสงฆเ์ ป็นหอ้ งเรียนเพิม่ อกี 4 หอ้ ง ปี ค.ศ. 1973-1979 คณุ พอ่ ยอแซฟ สมศกั ด์ิ ธิราศักด์ิ ไดร้ บั แต่งต้ังเป็นเจ้าอาวาส ไดส้ ร้าง บา้ นพัก ซิสเตอร์หลังปัจจุบัน และในปี ค.ศ. 1975 ได้ก่อสร้างอาคารเรยี นหลังปจั จบุ ันเป็นอาคาร ไม้ 2 ช้นั เปิดใช้เปน็ ทางการเมือ่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1976 คณุ พ่อเกรียงศกั ด์ิ โกวทิ วานิช (ค.ศ. 1976-1979) ซ่ึงเป็นปลดั อยู่วดั บา้ นแพน มาประจำอยู่ทีว่ ัดเกาะใหญ่น้ี ไดจ้ ัดทำถนนรอบๆ หม่บู ้าน ติดตงั้ ไฟฟา้ และวาดภาพฝาผนังภายในวัด ตกแตง่ ภายในวัดเสียใหม่ ทำสนามใตถ้ ุนวดั พร้อมทั้งทำเข่อื นหนา้ วดั ด้วย ปี ค.ศ. 1979-1981 คุณพอ่ เปโตรสานิจ สถะวรี ะวงส์ ไดร้ ับแต่งตง้ั เปน็ เจา้ อาวาส คุณพอ่ ทำงานสืบตอ่ จนเสร็จ โดยไดถ้ มเขอ่ื นหนิ ถมดิน ทำใต้ถนุ วัดใหเ้ รยี บรอ้ ย จัดทำรัว้ รอบโรงเรียน ปรบั ปรงุ การบรหิ ารงานดา้ นโรงเรยี นจนโรงเรยี นได้รับการรับรองวิทยฐานะจาก กระทรวงศึกษาธกิ าร ปี ค.ศ. 1981-1984 คณุ พ่อยวงบัปติสตา สำรวย กิจสำเรจ็ จำนวนนักเรียนของโรงเรยี นได้ เพมิ่ ข้ึนเป็นจำนวน 600 กวา่ คน คณุ พ่อได้เป็นผู้บรหิ ารโรงเรียนทที่ ำหน้าท่เี ตม็ ปี ค.ศ. 1984-1989 คณุ พ่อวนิ เซนต์ เอกพงษ์ พงษส์ ูงเนนิ ไดร้ บั แตง่ ต้งั เปน็ เจา้ อาวาส คณุ พ่อได้ เตรยี มการกอ่ สรา้ งอาคารเรียน

59 ประวตั ิควำมเป็ นมำ/เน้ือหำสำระในแหล่งเรียนรู้ (ต่อ) ปี ค.ศ. 1989-1994 คุณพอ่ เปโตร วิทยา แกว้ แหวน ได้รบั แตง่ ตัง้ เปน็ เจ้าอาวาส คุณพ่อได้เร่ิม ก่อสร้างอาคารเรียนและหอระฆังใหม่ ในปี ค.ศ. 1990 คุณพ่อได้จัดทำถนนรอบวัด รวมทั้งได้ จดั การเรื่องท่ดี นิ ของวัดใหเ้ รยี บร้อย ปี ค.ศ. 1994 - 1999 คณุ พ่อเรนาตสุ ธีรวฒั น์ เสนางคน์ ารถ ได้รับแต่งตัง้ เปน็ เจ้าอาวาส ปี ค.ศ. 1994 - 1999 คุณพอแอนโทนี ประยทุ ธ ชลหาญ ไดร้ บั แต่งตงั้ เป็นเจา้ อาวาส ปี ค.ศ. 1999 – 2004 คณุ พ่อยวง ไพรนิ เกิดสมทุ ร ได้รบั แตง่ ตง้ั เปน็ เจ้าอาวาส ปี ค.ศ. 2004 – 2009 คุณพ่อฟโิ ลมโิ น สรุ พงษ์ ไมม้ งคล ได้รับแตง่ ตั้งเป็นเจ้าอาวาส ปี ค.ศ. 2009 – 2012 คุณพ่อนิโคลาส ศกั ดชิ์ ัย ทรพั ย์อปั ระไมย ไดร้ บั แตง่ ตัง้ เปน็ เจ้าอาวาส ปี ค.ศ. 2012 - 2018 - เดอื นมกราคม ค.ศ. 2017 สมโภชวัดครบ 60 ปี - บูรณะซ่อมแซมวัด โดยไดร้ ับการบริจาค เงินจากทางบ้านและผู้มใี จศรทั ธา จนโครงการสำเรจ็ ลุล่วงด้วยดี คุณพอ่ สุรนันท์ กวยมงคล ไดร้ ับแต่งตง้ั เป็นเจ้าอาวาส ปี ค.ศ. 2018-ปจั จุบัน

บรรณำนุกรม ขนิษฐา ดว้ งชนะ, วิภาดา วรรณวิจิตร, ณธษา ถนอมทรัพย์, วัชราพร วงศ์สมงิ , ดาวรัตน์ ปญั ญากาญจน, ประเสริฐ ประภากจิ . (2550). เจา้ อาวาสและวดั ในประเทศไทย. กรงุ เทพฯ : ประชามติ พระปลดั สมศกั ดิ์ สมจิตโต. (2563). ประวัติวดั กกแกว้ บรู พา. พระธำมรงค์ จารุธมโม. (2560). รายงานประวัติวดั บางไทร. กรุงเทพฯ หอจดหมายเหตุ อคั รสงั ฆมณฑลกรุงเทพฯ. วดั พระคริสตประจกั ษ์ (วัดเกาะใหญ)่ . [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://catholichaab.com/main/index.php/1/church7/6/931- 2015-12-08-03-21-30. สบื คน้ เมอ่ื 30 สิงหาคม 2564 หนงั สอื เรียนสาระการพัฒนาสงั คม รายวิชา สค23059 บางไทรศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. หน้า 34 เรื่องเลา่ ขานตำนานพระเกจฆิ ราวาส-วัตถุมงคลเครือ่ งราง\" ประชาสัมพนั ธ์งานบุญ\". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://www.facebook.com/1661293580767888/posts/1675054432725136/ . สบื คน้ เม่อื 27 มิถนุ ายน 2564


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook