บนั ทึกการเดินทางสิกขาจาริกอารยะธรรมลา้ นนา พระนิสิตสาขาพระพุทธศาสนาปี ที ๑-๔ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยา เขตสรุ ินทร์
วดั ร่องขุ่น มีความโดดเดน่ ในดา้ นพุทธศิลป์ ท่ีงดงามแฝงไปดว้ ยพุทธ ปรชั ญาและเป็นวดั ท่ีเป็นแหลง่ ทอ่ งเท่ียวเชิงพุทธศิลป์ ซ่ึงเป็นผลงานช้ินเอกของ อาจารยเ์ ฉลิมชยั โฆษิต พิพฒั น์ โดยจาลองแบบมาจากวดั ม่ิงเมืองจงั หวดั น่าน
วดั หว้ ยปลากงั้ เป็ นวดั ท่ีโดดเด่นในดา้ นสาธารณะสงเคราะหใ์ นทกุ ๆดา้ น เช่นมีโรงพยาบาลวดั หว้ วยปลากง้ั รวมทงั้ ใหก้ ารศึกษาแก่ เยาวชนในชุมชนวดั หว้ ยปลากง้ั โดยไม่แบ่งชนชนั้ วรรณะ และศาสนาทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารจดั การวดั ไดอ้ ย่าง ดีเย่ียม โดยทง้ั หมดน้ีเกิดจากปณิธานอนั แน่วแน่ของพระ อาจารยพ์ บโชคซึ่งท่านไดบ้ ริหารจดั การอย่างเป็ นระบบและ เป็ นระเบียบ อีกดา้ นคือท่านไดพ้ ฒั นาวดั หว้ ยปลากง้ั เป็ น แหล่งท่องเท่ียวอีกแห่งหนึ่งในจงั หวดั เชียงราย
วดั พระธาตุผาเงา เป็ นวดั เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งในจงั หวดั เชียงรายที่มี ประวดั ิความเป็ นมาของวดั ที่น่าสนใจ ปัจจุบนั วดั พระ ธาตผุ าเงานน้ั เป็ นศูนยว์ ิปัสนากรรมฐานประจาจงั หวดั เชียงราย ซ่ึงเจดียพ์ ระธาตุอยู่บนยอดเขาติดกบั สกายว อกคต์ ลอดจนมีสิ่งศกั ดส์ ิทธ์ิที่อย่ภู ายในบริเวณวดั เช่น หลวงพ่อพระธาตุผาเงา ซ่ึงบริหารโดย พระสทุ ธิญาณ มุนี(ประเสริฐ ปญฺญาวชิโร) เจา้ คณะจงั หวดั เชียงราย
วดั เจ็ดยอด (เดิมชื่อวดั โพธารามมหาวิหาร)พระอารามหลวงชน้ั ตรี ชนิดสามญั ตงั้ อย่ทู ่ีตาบลชา้ งเผือกอาเภอเมือง เชียงใหม่ จงั หวดั เชียงใหม่ พระเจา้ ติโลกราชรชั กาลท่ี๙ แห่งราชวงษม์ งั รายโปรดใหส้ รา้ งข้ึนในปี พ ศ.๑๙๙๘ พระเจดียส์ รา้ งดว้ ยศิลาแลงประดบั ลวดลายปนู ป้ั เลียนแบบมหาโพธิวิหาร ประเทศอินเดีย ในปี พ ศ.๒๐๒๐ วดั โพธารามมหาวิหารเป็ นสถานท่ีทาการสงั คายนา พระไตรปิ ฎกครง้ั ที่๘ของโลกปัจจบุ นั เจดียเ์ จ็ดยอดหกั พงั ไปเกือบหมด
วดั เจดียห์ ลวงวรมหาวิหาร วดั เจดียห์ ลวงวรวิหาร (คาเมือง: )เป็นพระอารามหลวงในจงั หวดั เชียงใหม่ มีช่ือ เรียกหลายช่ือ ไดแ้ ก่ ราชกุฏาคาร วดั โชติการาม สรา้ งข้ึนในรชั สมยั พญาแสน เมืองมา พระมหากษตั ริยร์ ัชกาลท่ี 7 แหง่ ราชวงศม์ งั ราย ไมป่ รากฏปีท่ีสรา้ งแน่ ชดั สนั นิษฐานวา่ วดั แหง่ น้ีน่าจะสรา้ งในปี พ.ศ. 1928 - 1945 และมีการบูรณะ มาหลายสมยั สาหรบั พระธาตุเจดียม์ ีขนาดความกวา้ งดา้ นละ 60 เมตร เป็นองค์ พระเจดียท์ ่ีมีความสาคญั อกี องคห์ น่ึงของจงั หวดั เชียงใหม่ ในปัจจุบนั คงเหลือ สภาพเพียงคร่ึงองค์ จากเหตุการณแ์ ผน่ ดินไหวใหญใ่ นสมยั มหาเทวีจิรประภา รัชกาลท่ี 15 แหง่ ราชวงศม์ งั ราย[1] มีการสนั นิษฐานวา่ เจดียอ์ าจมีความสูงถึง 80 เมตร ซ่ึงทาใหเ้ ป็นเจดียท์ ่ีสูงท่ีสุดในภาคเหนือในชว่ งเวลาดงั กลา่ ว วดั เจดียห์ ลวงสรา้ งอยูก่ ลางใจเมืองเชียงใหม่ ซ่ึงแตเ่ ดิมถือวา่ เป็นศูนยก์ ลาง ทางการปกครองของอาณาจกั รลา้ นนา ตง้ั อยูเ่ ลขท่ี 103 ถนนพระปกเกลา้ ตาบลพระสิงห์ อาเภอเมือง จงั หวดั เชียงใหม่ มีเน้ือท่ีภายในวดั ประมาณ 32 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา
วดั หริภุญชยั วรมหาวิหาร วดั พระธาตหุ ริภุญไชยวรมหาวิหาร เป็ นปชู นียสถานสาคญั ในภาคเหนือ ส่ิงศกั ดิ์สิทธ์ิที่อยู่ค่เู มืองลาพนู มาอย่างยาวนาน ตงั้ อดีตนบั เวลามากกว่าพนั ปี ตง้ั อย่ใู จกลางเมืองลาพนู ห่าง จากศาลากลางจงั หวดั ประมาณ 150 เมตร มีถนนลอ้ มรอบ สี่ดา้ น คือ ถนนอฏั ฐารสทางทิศเหนือ ถนนชยั มงคลทางทิศ ใต้ ถนนรอบเมืองทาง ทิศตะวนั ออก นอกจากนน้ั ยงั เป็ นองค์ พระธาตุประจาปี เกิดของคนเกิดปี ระกา
พระบรมธาตหุ รภิ ญุ ไชย ภายในบรรจพุ ระเกศบรมธาตบุ รรจใุ นโกศ ทองคา ประดิษฐานในพระเจดยี ์ ประกอบดว้ ยฐานปัทม์ แบบฐานบวั ลกู แกว้ ย่อเก็จ ตอ่ จากฐานบวั ลกู แกว้ เป็นฐานเขียงกลมสามชนั้ ตงั้ รบั องคร์ ะฆงั กลม บลั ลงั กย์ อ่ เหล่ยี ม สงู 25 วา 2 ศอก ฐานกวา้ ง 12 วา 2 ศอก 1 คบื มีสตั ติ- บญั ชร (รวั้ เหลก็ และทองเหลอื ง) 2 ชนั้ สาเภาทอง ประดษิ ฐานอยปู่ ระจารวั้ ชนั้ นอกทงั้ ทิศเหนือ และทิศใต้ มีซมุ้ กมุ ภณั ฑ์ และฉตั รประจาส่มี มุ และหอคอยประจาทกุ ดา้ นรวม 4 หอ บรรจุ พระพทุ ธรูป น่งั ทกุ หอ นอกจากนีย้ งั มีโคมประทปี และแทน่ บชู ากอ่ ประจาไวเ้ พ่อื เป็นท่ีสกั การะบชู าของพทุ ธศาสนิกชนท่วั ไป
วดั พระธาตุหริภุญชยั วรมหาวิหาร เดิมทีเป็นพระราชวงั ของพระเจา้ อทิตยราช กษตั ริยผ์ ูค้ รองนครหริภุญชยั องคท์ ่ี ๓๓ ตอ่ จาก พระนางจามเทวี ปฐมบรม กษตั ริยข์ องเมืองหริภุญชยั บริเวณกาแพงพระราชวงั ของพระเจา้ อาทิตยราชได้ แบง่ ออกเป็น ๒ ชน้ั คือ ชนั้ นอกและชน้ั ใน ในกาลตอ่ มาภายหลงั พระเจา้ อาทิตย ราช ไดถ้ วายราชวงั ของพระองคใ์ หเ้ ป็นสงั ฆารามไวก้ บั ทางพระพุทธศาสนาเม่ือ ถวายเป็นสงั ฆารามแลว้ ไดร้ ้ือกาแพงชน้ั นอกออกแลว้ ปน้ั สิงหค์ ูห่ น่ึงไวท้ ่ีซุม้ ประตู ดา้ นทิศตะวนั ออก เป็นสิงหข์ นาดใหญป่ ระดบั เคร่ืองทรงยืนอา้ ปากประดิษฐานไว้ แทน ตามคติโบราณทางเหนือซ่ึงนิยมสรา้ งสิงหเ์ ฝ้าวดั วดั พระธาตุหริภุญชยั จึงมี กาแพงสองชนั้ ตามรูปลกั ษณข์ องพระราชวงั เดิมของพระเจา้ อาทิตยราช คือ รอบบริเวณวดั ชน้ั นอกชน้ั หน่ึง และกอ่ กาแพงเป็นศาลาบาตรรอบองคพ์ ระธาตุ หริภุญชยั เป็นกาแพงชนั้ ในอกี ชนั้ หน่ึง
วดั พระธาตุหริภญุ ชัย วรมหาวหิ าร ตงั้ อย่ใู จกลางเมอื งลาพนู มถี นน ล้อมรอบสดี่ า้ น สร้างขนึ้ เมอื่ พ.ศ. 1651 มสี งิ่ ทน่ี ่าสนใจคอื ซุ้มประตซู ง่ึ ก่อนทจ่ี ะเข้าไปในบริเวณวัด ตอ้ งผ่านซุ้มประตกู อ่ อฐิ ถอื ปนู ประดับ ลวดลายวิจติ รพสิ ดาร เป็ นฝี มือโบราณสมัยศรีวชิ ัย ประกอบดว้ ยซุ้ม ยอดเป็ น ชัน้ ๆ เบอื้ งหน้าซุ้มประตมู สี งิ หใ์ หญ่คู่หนึ่งยนื เป็ นสงา่ บนแทน่ สูงประมาณ 1 เมตร สงิ หค์ ู่นีป้ ั้นขนึ้ ใน สมัยพระ เจา้ อาทติ ยราชเมอ่ื ทรง ถวายวงั ใหเ้ ป็ นสังฆารามวหิ ารหลวง เมอื่ ผ่านซุ้มประตเู ข้าไปแล้วจะเหน็ วิหารหลังใหญ่ เรียกวา่ วิหารหลวง เป็ นวหิ ารหลงั ใหญ่มพี ระระเบยี ง รอบดา้ นและมมี ุขออกทงั้ ดา้ นหน้าและดา้ นหลัง เป็ นวหิ ารทสี่ ร้างขนึ้ ใหม่แทนวหิ ารหลังเก่า ซง่ึ ถกู พายุพดั พงั ทลายไปเมอื่ พ.ศ. 2466
วดั พระธาตุลาปางหลวง (คาเมือง: ) ตง้ั อย่ใู นเขตเทศบาลตาบลลาปาง หลวง อาเภอเกาะคา จงั หวดั ลาปาง อยู่ห่างจากตวั เมืองลาปางไปทางทิศ ตะวนั ตกเฉียงใตป้ ระมาณ 18 กิโลเมตร วดั ตงั้ อย่บู นเนินสงู มีการจดั วางผงั และส่วนประกอบของวดั สมบรู ณแ์ บบที่สดุ มีสิ่งก่อสรา้ ง และสถาปัตยกรรม ต่าง ๆ บริเวณพุทธาวาสประกอบดว้ ย องคพ์ ระธาตุลาปางหลวง เป็ นประธาน มีบนั ไดนาคนาข้ึนไปส่ซู มุ้ ประตโู ขง ถดั ซมุ้ ประตโู ขงข้ึนไปเป็ น วิหารหลวง บริเวณทิศเหนือขององคพ์ ระธาตุมีวิหารบริวารตงั้ อย่คู ือ วิหารน้าแตม้ และ วิหารตน้ แกว้ ดา้ นตะวนั ตกขององคพ์ ระธาตุประกอบดว้ ย วิหารละโว้ และ หอ พระพุทธบาท ดา้ นใตม้ ี วิหารพระพุทธ และอุโบสถ ทงั้ หมดน้ีจะแวดลอ้ มดว้ ย แนวกาแพงแกว้ ทง้ั สี่ดา้ น นอกกาแพงแกว้ ดา้ นใตม้ ีประตทู ่ีจะนาไปส่เู ขต สงั ฆาวาส ซึ่งประกอบดว้ ยอาคาร หอพระไตรปิ ฎก กฏุ ิประดิษฐาน พระแกว้ ดอนเตา้ อาคารพิพิธภณั ฑแ์ ละกฏุ ิสงฆ์
ศิลปกรรม วดั พระธาตลุ าปางหลวง เป็ นโบราณสถานสาคญั ท่ีตง้ั อยู่ใน บริเวณซากเมืองโบราณลมั พกปั ปะนคร ตามประวตั ิพระนางจาม เทวีเคยเสด็จมานมสั การ และทาการบรู ณะซ่อมแซมอย่เู สมอ นบั ว่าเป็ นวดั สาคญั ค่บู า้ นค่เู มืองมาแต่โบราณกาล มีความสวยงาม และมีความยอดเย่ียมทง้ั สถาปัตยกรรม ประติมากรรม และ จิตรกรรม เป็ นที่ประดิษฐาน พระแกว้ ดอนเตา้ ซ่ึงเป็ นที่เคารพ สกั การะของชาวลาปาง และชาวพทุ ธทวั่ ไป
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: