ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 187 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 57 (คำแปล) เราท้งั หลายถึงซ่ึงพระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคใ์ ดวา่ เป็นที่พ่งึ พระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคใ์ ดเป็นศาสดาของเรา ท้งั หลาย และเราท้งั หลายชอบซ่ึงธรรมของพระผมู้ ีพระภาค เจา้ พระองคใ์ ด พระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั แล ไดอ้ บุ ตั ิข้นั แลว้ ในหมู่มนุษยช์ าวอริยกะ ในมชั ฌิมชนบท พระองคท์ รง เป็นกษตั ริยโ์ ดยพระชาติ เป็นโคดม (เหลา่ กอแห่งพระ อาทิตย)์ โดยพระโคตร เป็นบุตรแห่งศากยะ เสด็จออก บรรพชาแลว้ แตศ่ ากยสกุล เป็นผตู้ รัสรู้พร้อมเฉพาะแลว้ ซ่ึง พระอนุตตระสัมมาสัมโพธิญาณ ในโลกกบั ท้งั เทวโลก มาร โลก พรหมโลก ในหมสู่ ตั ว์ พร้อมท้งั สมณพราหมณ์ พร้อม ท้งั เทวดาและมนุษย์ พระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั ทรงเป็น พระอรหนั ต์ เป็นผตู้ รัสรู้ชอบ ไดโ้ ดยพระองคเ์ อง เป็นผถู้ ึง พร้อมดว้ ยวชิ ชาและจรณะ (ความรู้และความประพฤต)ิ เป็นผู้ เสด็จไปดีแลว้ เป็นผรู้ ู้แจง้ โลก เป็นผสู้ ามารถฝึกบรุ ุษที่ สมควรฝึกไดอ้ ยา่ งไมม่ ีใครยง่ิ ไปกวา่ เป็นศาสดาของเทวดา และมนุษยท์ ้งั หลาย เป็นผตู้ ่ืนแลว้ เป็นผเู้ บิกบานแลว้ เป็นผมู้ ี
188 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 58 ความเจริญจาแนกหธนรั งรสมื อสสง่ั วสดอมนนเวตไ์ นวยั ดสปัต่ าวบ์ โ้ าดนยเไชมี ยต่ งอ้ งงาสมงส| 5ยั 8 คแลวามเจริญจาแนกธรรม ส่ังสอนเวไนยสตั ว์ โดยไมต่ อ้ งสงสัย แล อน่ึง พระธรรมเป็นธรรมอนั พระผมู้ ีพระภาคเจา้ นธเเพสธนพปปรราอ้อรร้็็นนรรวะะมมมมธกธออเเขขรรทขทงงรรอาา้อ้คค่ีคี่คมมมมนงนน์์ววาาททพ่ึงรร้้นนััใใ่ีี่ปกปกรสพสตตะลลฏฏ่่ตตรรรผ่า่าิิบบััสสะววััววมู้ ธตตััไไกกเเีพปปรววิิไไบบัั ็รร็ดดดดน้น้ ผผะมีีแแแแ้้ธธอูอู้ภ้เลลลลรรปื่น่ืนาววะะร้้ร็นคใใมมววออเธหหจททา่า่นนััราทท้ผผ้้่ีผ่ีผรผผพลลา่า่รูรู้ม้บบูู้้นนรไูไู้พ้พอะรรดดจจงึึงนัอรรงงออ้้รรลลงพมมูยยู้ไ้ไคจุจุาาาา่่รดดะะนด์ดงงะเเ้้ ไไพพฉฉูเู้เนผัถถมมพพงงึึมู้ิดิดเจ่จ่เเาปาีพหหาาะเเะ็นปปรกก็็นนตต็ะ็ดดนผันัไไนนภกกปูดด้ธธาพาพาดด้้รฏรคลลรรววร้้ริบเเเมมจะยยะววตั าตต้สทสทลลิดนนงาาี่งค่ีคีแฆฆเเววเเลออปปรร์์ว้งง็็นน สาวกของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั เป็นผปู้ ฏิบตั ิดีแลว้
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 189 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 59 แล เป็นผปู้ ฏิบตั ิตรงแลว้ เป็นผปู้ ฏิบตั ิเพ่อื รู้ธรรมเป็นเคร่ือง ออกจากทุกขแ์ ลว้ เป็นผปู้ ฏิบตั ิสมควรแลว้ น้ีคือคูแ่ ห่งบุรุษ ๔ คู่ นบั เรียงตวั บุรุษได้ ๘ บุรุษ นน่ั แหละคือพระสงฆส์ าวกของ พระผมู้ ีพระภาคเจา้ เป็นสงฆค์ วรแก่สกั การะท่ีเขานามาบูชา เป็นสงฆค์ วรแก่สกั การะที่เขาจดั ไวต้ อ้ นรับ เป็นผคู้ วรรับ ทกั ษิณาทาน เป็นผทู้ ี่บคุ คลทวั่ ไปควรทาอญั ชลี เป็นเน้ือนา บญุ ของโลก ไม่มีนาบญุ อ่ืนยงิ่ กวา่ พระปฏิมาน้ีแล นกั ปราชญ์ ไดอ้ ทุ ิศเฉพาะตอ่ พระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั สร้างไว้ แลว้ เพยี งเพื่อเป็นเคร่ืองใหร้ ะลึกถึงพระผมู้ พี ระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั ดว้ ยการเห็นแลว้ ไดค้ วามเล่ือมใส และความ ระลึกถึง บดั น้ีเราท้งั หลายมาถึงวนั วิสาขบชู า อนั เป็นที่รู้กนั ทวั่ ไปวา่ เป็นวนั ที่ ประสูติ วนั ตรัสรู้ และวนั ปรินิพพาน ของ พระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั จึงมาประชุมกนั แลว้ ในที่น้ี ถือสกั การะมีธูปเทียนเป็นตน้ เหลา่ น้ี ทากายของตนเองใหเ้ ป็น ดงั ภาชนะรองรับเคร่ืองสักการะ ระลึกถึงพระคุณท้งั หลาย ของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั ตามความเป็นจริง บชู า
190 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 60 ดว้ ยเครื่องสักการะ ตามที่ไดถ้ ือไวแ้ ลว้ จกั ทาประทกั ษิณซ่ึง ประปฏิมากรน้ีสิ้นวาระ ๓ รอบ ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จริญ ขออญั เชิญพระผมู้ พี ระภาคเจา้ แมเ้ สดจ็ ดบั ขนั ธปรินิพพานไปนานแลว้ ยงั ทรงปรากฏอยดู่ ว้ ย พระคุณสมบตั ิอนั ขา้ พระพุทธเจา้ ท้งั หลายจะพึงรู้โดยความ เป็นอตีตารมณ์ ขอจงทรงรับซ่ึงเครื่องสักการะอนั ขา้ พเจา้ ท้งั หลาย ตลอดกาลนานเทอญฯ
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 191 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 61 คานาถวายดอกไม้ธูปเทยี น วนั อาสาฬบูชา ยะมัมหะ โข มะยัง ภะคะวนั ตงั สะระณัง คะตา โย โน ภะคะวา สัตถา ยัสสะ จะ มะยงั ภะคะวะโต ธัมมงั โรเจมะ อะโหสิ โข โส ภะคะวา อะระหงั สัมมาสัมพุโธ สัตเตสุ การุญญัง ปะฏิจจะ กะรุณายะโก หเิ ตสี อะนุกมั ปัง อุปทายะ อาสาฬหะ ปณุ ณะมยิ งั พาราณะสิยัง อสิ ิ ปะตะเน มคิ ะทาเย ปัญจะวคั คยิ านัง ภิกขนู ัง อะนุตตะรัง ธัมมะจกั กงั ปะฐะมัง ปะวตั เตตวา จัตตาริ อะริยะสัจจานิ ปะ กาเสสิ ฯ ตัสมิญจะ โข สะมะเย ปัญจะวคั คยานงั ภกิ ขูนัง ปะมุ โข อายัสมา อญั ญาโกณฑัญโญ ภะคะวะโต ธัมมงั สุตวา วริ ะ ชัง วตี ะมะลงั ธมั มะจักขุง ปะฏิละภิตตา ยงั กญิ จิ สะมุทะ ยะธัมมัง สัพพนั ตงั นโิ รธะธัมมนั ติ ภะคะวนั ตงั อุปสัมปะทัง ยาจติ วา ภะคะวะโต เยวะ
192 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 62 สันติกา เอหิภกิ ขุ อุปสัมปะทัง ปะฏลิ ะภิตวา ภะคะวะโต ธัมมะวนิ ะเยอะริยะสาวะกะสังโฆ โลเก ปะฐะมงั อปุ ปันโน อะโหสิ พทุ ธะระตะนังธัมมะระตะนงั สังฆะระตะนนั ติ ตริ ะ ตะนงั สัมปณุ ณงั อะโหสิ ฯ มะยงั โข เอตะระหิ อมิ งั อาสาฬหะปณุ ณะมีกาลงั ตสั สะ ภะคะวะโต ธัมมะจักกปั ปะวตั ตะนะกาละสัมมะตงั อะริ ยะสาวะกะสังฆะอปุ ปัตติกาละสัมมะตญั จะ ระตะนตั ตะ ยะสัมปุณณะกาละสัมมะตัญจะ ปัตวา อมิ ัง ฐานงั สัมปัตตา อิ เม สักกาเร คะเหตวา อตั ตะโน กายัง สักการุปะธานงั กะริตะวา, ตสั สะ ภะคะวะโต ยะถาภจุ เจ คุเณ อะนุสสะรันตา, อมิ ัง ปะฏิมัง ตกิ ขักตุง ปะทักขิณัง กะ ริสสามะ, อมิ ัง ยะถา คะหเิ ตหิ สักกาเรหิ ปชู ัง กุรุมานา, สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินพิ พุโตปิ ญาตพั เพหิ คุเณหิ อะตตี ารัมมะณะตายะ ปัญญายะมาโน อเิ ม อมั
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 193 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 63 เหหิ คะหเิ ต สักกาเร ปะฏคิ คณั หาตุ, อมั หากงั ทฆี ะรัตตงั หิ ตายะ สุขายะ (คำแปล) เราท้งั หลายถึงซ่ึงพระผมู้ ีพระภาคพระองคใ์ ดแลว้ วา่ เป็นที่พ่งึ พระผมู้ ีพระภาคพระองคใ์ ด เป็นพระศาสดาของเรา ท้งั หลาย อน่ึง เราท้งั หลายชอบใจซ่ึงพระธรรมของพระผมู้ ี พระภาคพระองคใ์ ด พระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองคน์ ้นั เป็นพระ อรหนั ตต์ รัสรู้ชอบเอง ทรงอาศยั ความการุณในสตั วท์ ้งั หลาย ทรงพระกรุณาแสวงหาประโยชนเ์ ก้ือกูล ทรงอาศยั ความ เอน็ ดู ไดย้ งั พระธรรมจกั รอนั ยอดเยย่ี มใหเ้ ป็นไป ทรง ประกาศอริยสัจ ๔ เป็นคร้ังแรกแก่พระภิกษปุ ัญจวคั คีย์ ท่ีป่ า อิสิปตนมฤคทายวนั ใกลก้ รุงพาราณสีในวนั อาสาฬหปณุ ณมี อน่ึง ในสมยั น้นั แล ทา่ นพระอญั ญาโกณฑญั ญะผเู้ ป็นหวั หนา้ ของภิกษปุ ัญจวคั คียฟ์ ังธรรมของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ แลว้ ได้ ธรรจกั ษอุ นั บริสุทธ์ิ ปราศจากมลทิน วา่ “ส่ิงใดส่ิงหน่ึงมี ความเกิดข้ึนเป็นธรรมดา ส่ิงท้งั ปวงน้นั มีความดบั เป็น
194 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 64 ธรรมดา” จึงทูลขออปุ สมบทกะพระผมู้ ีพระภาคเจา้ เป็นองค์ แรกในโลก อน่ึง ในสมยั แมน้ ้นั แล พระสังฆรัตนะไดบ้ งั เกิดข้ึน เป็นคร้ังแรกพระรัตนตรัย คือ พระพทุ ธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ ไดส้ มบูรณ์ แลว้ ในโลก บดั น้ี เราท้งั หลายแล มาประจวบมงคลสมยั อาสาฬห ปุณณมี วนั เพญ็ อาสาฬหมาสที่รู้พร้อมกนั วา่ เป็นวนั ที่พระผมู้ ี พระภาคพระองคน์ ้นั ทรงประกาศพระธรรมจกั รเป็นวนั ท่ี เกิดข้ึนแห่งพระอริยสงฆส์ าวก และเป็นวนั ท่พี ระรัตนตรัย สมบูรณ์ คือ ครบ ๓ รัตนะ จึงมาประชุมกนั แลว้ ณ ท่ีน้ีถือสกั การาะเหล่าน้ี ทากายของตนใหเ้ ป็นดงั ภาชนะรับเครื่อง สักการะ ระลึกถึงพระคุณตามเป็นจริงท้งั หลายของพระผมู้ ี พระภาคเจา้ น้นั จกั ทาประทกั ษิณสิ้นวาระสามรอบซ่ึงพระ สถปู (พระพทุ ธปฏิมา) น้ี บชู าอยดู่ ว้ ยสักการะ อนั ถือไวแ้ ลว้ อยา่ งไร
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 195 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 65 ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จริญ ขอเชิญพระผมู้ ีพระภาคเจา้ แม้ เสด็จปรินิพานนานแลว้ ยงั ปรากฏอยดู่ ว้ ยคุณสมบตั ิ อนั ขา้ พระพทุ ธเจา้ ท้งั หลายจะพึงรู้โดยความเป็นอตีตารมณ์ จง ทรงรับเคร่ืองสักการะ อนั ขา้ พระพทุ ธเจา้ ท้งั หลายถือไวแ้ ลว้ น้ี เพอื่ ประโยชน์ เพ่ือความสุข แก่ขา้ พระพทุ ธเจา้ ท้งั หลาย สิ้นกาลนานเทอญ.
196 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 66 พุทธชัยมงคลคาถา (บทสวดชัยน้อย นะโมเม) นะโม เม พทุ ธะเตชสั สา ระตะนะตะยะธมั มิกา เตชะประสิทธิปะสีเทวา นารายะบะระเมสุรา สิทธิพรหมา จะ อินทา จะ จะตโุ ลกา คมั ภีรักขะกา สะมทุ า ภูตงุ คงั กา จะ สะหรัมพะชยั ยะปะสิทธิ ภะวนั ตเุ ต ชยั ยะ ชยั ยะ ธรณิ ธรณี อุทะธิ อทุ ะธี นาทิ นาที
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 197 ชยั ยะ ชยั ยะ คะคนละตนละนิสยั ชยั ยะ ชยั ยะ คมั ภรี ะ โสมภี นาเคน ทะนาคี ปิ สาจจะภูตะกาลี ชยั ยะ ชยั ยะ ทนุ นิมติ ตะโรคี ชยั ยะ ชยั ยะ สิงคสี ุทาทานะมขุ ะชา ชยั ยะ ชยั ยะ วะรุณณะมขุ ะสาตรา ชยั ยะ ชยั ยะ จมั ปา ทนิ า คะกุละคณั ถก ชยั ยะ ชยั ยะ คชั ชะคนนะตรุ ง สุกะระภุชง สีหะเพยี คฑะทปี า ชยั ยะ ชยั ยะ วะรุณณะมุขะยาตรา ชิตะ ชิตะ เสนนารี ปุนะสุทธินระดี ชยั ยะ ชยั ยะ สุขา สุขา ชีวี ชยั ยะ ชยั ยะ ธระณีตะเลสะทาสุชยั ยา ชยั ยะ ชยั ยะ ธระณีสานตนิ สะทา ชยั ยะ ชยั ยะ มงั กะราชรญั ญา ภะวคั เค ชยั ยะ ชยั ยะ วะรุณณะยกั เข ชยั ยะ ชยั ยะ รกั ขะเสสุระภูชะเตชา ชยั ยะ ชยั ยะ พรหมเมนทะคะณา ชยั ยะ ชยั ยะ ราชาธิราช สาชชยั ชยั ยะ ชยั ยะ ปะฐะวิง สัพพงั ชยั ยะ ชยั ยะ อะระหนั ตา ปัจเจกะพุทธะสาวงั ชยั ยะ ชยั ยะ มะเหสุโร หะโรหะรินเทวา
198 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ชยั ยะ ชยั ยะ พรหมาสุรกั โข ชยั ยะ ชยั ยะ นาโค วริ ุฬหะโก วิรูปักโข จนั ทมิ า ระวิ อินโท จะ เวนะเตยโย จะ กุเวโร วะรุโณปิ จะ อคั คิ วาโย จะ ปาชุณโห กุมาโร ธะตะรฏั ฐะโก อฏั ฐาระสะ มะหาเทวา สิทธิตาปะสะอาทะโย อิสิ โน สาวะกา สัพพา ชยั ยะ ราโม ภะวนั ตุ เต ชยั ยะ ธมั โม จะ สังโฆ จะ ทะสะปาโล จะ ชยั ยะกงั เอเตนะ ชยั ยะเตเชนะ ชยั ยะ โสตถี ภะวนั ตเุ ต เอเตนะ พทุ ธะ เตเชนะ โหตุ เต ชยั ยะมงั คะลงั ชยั โย ปิ พทุ ธสั สะ สิริมะโต อะยงั มารสั สะ จะปา ปิ มะโต ปะราชะโย อุคโฆสะยมั โพธิ มณั เฑ ปะโมทติ า ชยั ยะ ตะทา พรหมะคะนา มะเหสิโน ชยั โย ปิ พทุ ธสั สะ สิริมะโต
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 199 อะยงั มารัสสะ จะ ปาปิมะโต ปะราชะ โย อุคโฆสะยมั โพธิมณั เฑ ปะโมทิตา ชยั ยะ ตะทา อนิ ทะคะณา มะเหสิโน ชยั โยปิ พทุ ธสั สะ สิริมะโต อะยงั มารสั สะ จะ ปาปิ มะโต ปะราชะโย อุคโฆสะยมั โพธิมณั เฑ ปะโมทิตา ชยั ยะ ตะทา เทวะคะณา มะเหสิโน ชยั โยปิ พทุ ธสั สะ สิริมะโต อะยงั มารสั สะ จะ ปา ปิ มะโต ปะราชะโย อุคโฆสะยมั โพธิมนั เฑ ปะโมทติ า ชยั ยะ ตะทา สุปัณณะคะนา มะเหสิโน ชยั โยปิ พทุ ธสั สะ สิริมะโต อะยงั มารสั สะ จะ ปาปิ มะโต ปะราชะโย อคุ โฆสะยมั โพธิมนั เฑ ปะโมทิตา ชยั ยะ ตะทา นาคะคะณา มะเหสิโน ชยั โยปิ พทุ ธสั สะ สิรีมะโต อะยงั มารสั สะ จะ ปาปิ มะโต ปะราชะโย อคุ โฆสะยมั โพธิมนั เฑ ปะโมทติ า ชยั ยะ ตะทา สะหรัมพคะณามะเหสิโน
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 201 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 73 โรคา จุปัททะวา เตสงั นิวาเรนตุ จะ สัพพะทา กายาสุขงั จิตติสุขงั อะระหนั ตุ ยะถาระหงั (อิติ จุลละชัยยะสิทธิมังคะลัง สะมันตัง ฯ)
202 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 74 หมวดพระวนิ ัย รักษาพรหมจรรย์ไว้ด้วยน้าตา “ภิกษุ ท้งั หลาย! บรรพชิตรูปใด จะเป็นภิกษุหรือภิกษณุ ีกต็ ามม, แมจ้ ะ ทกุ ขก์ ายทกุ ขใ์ จ ถึงน้าตานองหนา้ ร้องไหอ้ ยู่ กย็ งั สู้ประพฤติ พรหมจรรยใ์ หบ้ ริสุทธ์ิบริบูรณ์อยไู่ ดก้ ็มี ขอ้ ท่ีน่าสรรเสริญเธอ ใหเ้ หมาะสมแก่ธรรมทเ่ี ธอไดม้ ี ในบดั น้ี มีอยหู่ า้ อยา่ ง. หา้ อยา่ งอะไรบา้ งเลา่ ? หา้ อยา่ งคือ : (๑)ธรรมท่ีช่ือวา่ ศรัทธา ในกุศลธรรมท้งั หลาย กไ็ ดม้ ี แลว้ แก่เธอ.
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 203 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 75 (๒) ธรรมที่ช่ือวา่ หริ ิ ในกศุ ลธรรมท้งั หลายก็ไดม้ ีแก่ เธอ. (๓) ธรรมที่ชื่อวา่ โอตตปั ปะ ในกุศลธรรมท้งั หลาย ก็ ไดม้ ีแลว้ แก่เธอ. (๔) ธรรมท่ีช่ือวา่ วริ ิยะ ในกุศลธรรมท้งั หลาย กไ็ ดม้ ี แลว้ แก่เธอ. (๕) ธรรมท่ีชื่อวา่ ปัญญา ในกศุ ลธรรมท้งั หลาย ก็ไดม้ ี แลว้ แก่เธอ. ภิกษุ ท้งั หลาย! บรรพชิตรูปใด จะเป็นภิกษุหรือภิกษณุ ี กต็ าม, แมจ้ ะทกุ ขก์ ายทกุ ขใ์ จถึงกบั น้าตานองหนา้ ร้องไหอ้ ยู่ กย็ งั สูป้ รพฤตพิ รหมจรรยใ์ หบ้ ริสุทธ์ิบริบูรณ์อยไู่ ดก้ ็มี ขอ้ ท่ี น่าสรรเสริญเธอใหเ้ หมาะสมแก่ธรรมที่เธอไดม้ ี ในบดั น้ีหา้ อยา่ เหลา่ น้ีแล.” (พระไตรปิ ฎกบาลี สยามรัฐ ๒๒/๕/๔)
204 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 76 วธิ ีบรรพชาอปุ สมบทแบบเอสาหงั กลุ บตุ รผมู้ ีศรัทธามุ่งอปุ สมบท พงึ รับผา้ ไตร อมุ้ ประนมมือเขา้ ไปในสงั ฆสนั นิบาต วางผา้ ไตรไวข้ า้ งตวั ดา้ นซา้ ย รับเคร่ืองสกั การะถวายพระอปุ ัชฌายะ แลว้ กราบลง ดว้ ย เบญจางคประดิษฐ์ ๓ คร้ัง แลว้ นง่ั คุกเข่าอุม้ ผา้ ไตร ประนม มือเปลง่ วาจาถงึ สรณะ และขอบรรพชาดว้ ยคามคธ หยดุ ตาม เครื่องหมายจุลภาค (,) วา่ เอสาหงั ภันเต, สุจริ ะปะรินิพพุตัมปิ , ตัง ภะคะวนั ตัง สะระณัง คจั ฉามิ, ธัมมญั จะ ภกิ ขุสังฆญั จะ, ละเภยยาหัง ภนั เต, ตสั สะ ภะคะวะโต, ธัมมะวนิ ะเย ปัพพชั ชัง, ละเภยยัง อุ ปะสัมปะทงั ฯ ทตุ ยิ มั ปาหงั ภนั เต, สุจริ ะปะรินพิ พตุ ัมปิ , ตัง ภะคะวนั ตัง สะระณงั คจั ฉามิ, ธัมมัญจะ ภกิ ขสุ ังฆญั จะ, ละเภยยาหงั
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 205 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 77 ภันเต, ตสั สะ ภะคะวะโต, ธมั มะวนิ ะเย ปัพพชั ชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทงั ฯ ตะติยมั ปาหงั ภันเต, สุจริ ะปะรินพิ พุตมั ปิ , ตัง ภะคะ วนั ตัง สะระณงั คจั ฉามิ, ธัมมญั จะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยา หงั ภนั เต, ตสั สะ ภะคะวะโต, ธัมมะวนิ ะเยปัพพชั ชัง, ละเภย ยงั อุปะสัมปะทงั ฯ อะหงั ภนั เต, ปัพพชั ชัง ยาจามิ, อมิ านิ กาสายานิ วตั ถา นิ คะเหตวา, ปัพพาเชถะ มงั ภนั เต, อะนุกมั ปัง อปุ าทายะ ทตุ ยิ มั ปิ อะหัง ภนั เต, ปัพพชั ชัง ยาจามิ, อมิ านิ กาสา ยานิ วตั ถานิ คะเหต์วา, ปัพพาเชถะ มงั ภนั เต, อะนุกมั ปัง อุ ปาทายะฯ ตะตยิ มั ปิ อะหงั ภนั เต, ปัพพชั ชัง ยาจามิ, อมิ านิ กาสา ยานิ วตั ถานิ คะเหต์วา, ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกมั ปัง อุ ปาทายะ
206 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 78 (ถา้ บวชเป็นสามเณร ใหต้ ดั คาวา่ ละเภยยัง อปุ ะสัมปะ ทัง ออกเสีย) ในลาดบั น้นั พระอปุ ัชฌายะรับผา้ ไตรจากผมู้ งุ่ บรรพชาวางไวต้ รงหนา้ ตกั แลว้ กลา่ วสอนถึงรัตนตรัยเป็นตน้ และบอก ตะจะปัญจะกะกมั มฏั ฐาน ใหว้ า่ ตามไปทีละบท โดยอนุโลม (ไปขา้ งหนา้ ) และปฏิโลม (ทวนกลบั ) ดงั น้ี เกสา โลมา นะขา ทนั ตา ตะโจ (อนุโลม) ตะโจ ทนั ตา นะขา โลมา เกสา (ปฏิโลม) คร้ันใหโ้ อวาทแลว้ พระอปุ ัชฌายะชกั องั สะออกจากผา้ ไตร สวมใหผ้ บู้ วช แลว้ สั่งใหอ้ อกไปครองผา้ ไตรจีวรตาม ระเบียบ คร้ันเสร็จแลว้ เขา้ ไปหาพระกรรมวาจาจารย์ รับ เคร่ืองสักการะถวายท่านแลว้ กราบ ๓ คร้ัง นงั่ คุกเขา่ ประนม มือ เปลง่ วาจาขอสรณะและศีล ดงั น้ี อะหัง ภนั เต, สะระณะสีลงั ยาจามิ ทตุ ยิ มั ปิ อะหัง ภนั เต, สะระณะสีลงั ยาจามิ
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 207 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 79 ตะตยิ ัมปิ อะหงั ภันเต, สะระณะสีลงั ยาจามิ ลาดบั น้นั พระอาจารย์กลา่ วคานมสั การ ใหผ้ มู้ ่งุ บรรพชาวา่ ตามไป ดงั น้ี นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัส สะ (๓ จบ) แต่น้นั ท่านจะกลา่ ววา่ เอวงั วะเทหิ หรือ ยะมะหัง วะ ทามิตงั วะเทหิ พงึ รับวา่ อามะ ภันเต คร้ันแลว้ ทา่ นจะวา่ นาใหเ้ ปล่งวาจาวา่ สรณคมน์ ตาม ไปท่ีละพากย์ (ตอน) ดงั น้ี พทุ ธัง สะระณัง คจั ฉามิ ธัมมัง สะระณงั คจั ฉามิ สังฆัง สะระณัง คจั ฉามิ ทตุ ิยมั ปิ พทุ ธัง สะระณงั คจั ฉามิ ทตุ ยิ มั ปิ ธมั มงั สะระณัง คจั ฉามิ
208 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 80 ทุตยิ มั ปิ สังฆงั สะระณงั คจั ฉามิ ตะตยิ มั ปิ พุทธัง สะระณัง คจั ฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คจั ฉามิ ตะติยมั ปิ สังฆัง สะระณัง คจั ฉามิ เม่ือจบแลว้ ท่านจะกลา่ ววา่ ติสะระณะคะมะนงั นิฏฐิ ตงั พงึ รับวา่ อามะ ภนั เต
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 209 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 81 ลาดบั น้นั ทา่ นจะบอกใหร้ ู้วา่ การบรรพชาเป็น สามเณรสาเร็จดว้ ยสรณคมน์เพยี งเทา่ น้ี (ผมู้ ่งุ อุปสมบทเป็น สามเณรเม่ือจบไตรสรณคมน)์ ทีน้นั พงึ สมาทานสิกขาบท ๑๐ ประการ วา่ ตามท่านไปทีละขอ้ ดงั น้ี ปาณาตปิ าตา เวระมะณี อะทนิ นาทานา เวระมะณี อะพรัหมจะริยา เวระมะณี มุสาวาทา เวระมะณี สุราเมระยะมชั ชะปะมาทฏั ฐานา เวระมะณี วกิ าละโภชะนา เวระมะณี นจั จะคตี ะ วาทติ ะ วสิ ูกะทสั สะนา เวระมะณี มาลาคนั ธะวเิ ลปะนะธาระณะมณั ฑะนะวภิ ูสะ นัฏฐานา เวระมะณี อจุ จาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี ชาตะรูปะระชะตะปฏิคคะหะณา เวระมะณี อมิ านิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สะมาทยิ ามิฯ (วา่ ๓ หน)
210 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 82 ในลาดบั น้นั สามเณรพงึ รับบาตร อมุ้ เขา้ ไปหาพระ อุปัชฌายะในสงั ฆสันนิบาตวางไวข้ า้ งตวั ดา้ นซา้ ย รับเคร่ือง สกั การะถวายทา่ นแลว้ กราบ ๓ หน นงั่ คุกเขา่ ประนมมือกลา่ ว คาขอนิสัย วา่ ดงั น้ี อะหัง ภันเต, นสิ สะยงั ยาจามิ ทตุ ยิ มั ปิ อะหงั ภนั เต, นิสสะยัง ยาจามิ ตะตยิ มั ปิ อะหงั ภนั เต, นสิ สะยัง ยาจามิ อปุ ัชฌาโย เม ภนั เต, โหหิ (วา่ ๓ หน) พระอปุ ัชฌายะกลา่ ววา่ โอปายิกงั , ปะฏริ ูปัง, ปาสาทิเก นะ สัมปาเทหิ บทใดบทหน่ึงพึงรับวา่ สาธุ ภนั เต ทกุ บทไป แต่น้นั สามเณรพึงกล่าวรับเป็นธุระใหก้ นั และกนั วา่ ดงั น้ี อชั ชะตัคเคทานิ เถโร, มยั หัง ภาโร, อะหมั ปิ เถรัสสะ ภาโร (วา่ ๓ หน เสร็จแลว้ กราบลง ๓ หน) ลาดบั น้นั พระอปุ ัชฌายะแนะนาสามเณรไปตาม ระเบียบแลว้ พระอาจารยผ์ เู้ ป็นกรรมวาจา เอาบาตรมีสาย
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 211 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 83 คลอ้ งตวั ผมู้ ุง่ อุปสมบท บอกบาตรและจีวร และผา้ สบง ผมู้ งุ่ อปุ สมบท ใหพ้ งึ รับวา่ อามะ ภนั เต ๔ หน ดงั น้ี คาบอกบาตรจวี ร คารับ ๑. อะยนั เต ปัตโต อามะ ภันเต ๒. อะยัง สังฆาฏิ อามะ ภนั เต ๓. อะยัง อตุ ตะราสังโค อามะ ภนั เต ๔. อะยงั อนั ตะระวาสะโก อามะ ภันเต ต่อจากน้นั พระอาจารยจ์ ะบอกใหอ้ อกไปขา้ งนอก วา่ คจั ฉะอะมุมหิ โอกาเส ติฏฐาหิ พึงถอยออกลุกข้ึนไปยนื อยใู่ นที่ท่ีกาหนดไว้ พระอาจารย์ แสดงสมมติตนเป็นผสู้ อนซอ้ ม แลว้ ออกไปสวดถาม อนั ตรายกิ ธรรม พงึ รับวา่ นตั ถิ ภันเต ๕ หน และ อามะ ภนั เต ๘ หน ดงั น้ี
212 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 84 ถาม ตอบ ๑. กฏุ ฐัง นัตถิ ภนั เต ๒. คณั โฑ นตั ถิ ภันเต ๓. กลิ าโส นัตถิ ภนั เต ๔. โสโส นตั ถิ ภันเต ๕. อะปะมาโร นัตถิ ภันเต ถาม ตอบ ๑. มะนุสโสสิ อามะ ภนั เต ๒. ปรุ ิโสสิ อามะ ภันเต ๓. ภุชิสโสสิ อามะ ภันเต ๔. อะนะโณสิ อามะ ภนั เต ๕. นะสิ ราชะภะโฏ อามะ ภนั เต ๖. อะนุญญาโตสิ มาตาปิ ตูหิ อามะ ภันเต ๗. ปะริปุณณะวสี ะตวิ สั โสสิ อามะ ภันเต ๘. ปะริปุณณนั เต ปัตตะจวี ะรัง อามะ ภันเต
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 213 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 85 ถาม ตอบ ๑. กนิ นาโมสิ อะหัง ภันเต………. นามะ ๒. โก นามะ เต อุปัชฌาโย อุปัชฌาโย เม ภนั เต อายัสสะมา………. นามะ ถา้ ตอบพร้อมกนั ใหเ้ ปลี่ยน เม เป็น โน ช่องที่... ไว้ พระอุปัชฌายะหรือพระอาจารยท์ ่านจะต้งั ช่ือของอปุ สัมปทา เปกขะ กรอกลงช่องช่ือของพระอปุ ัชฌาย์ กเ็ ช่นเดียวกนั ให้ กรอกตามช่ือของพระอปุ ัชฌายะ ซ่ึงทา่ นจะบอกและกรอดให้ ไวก้ ่อนวนั บวช คร้ันสวดสอนซอ้ มแลว้ พระคูส่ วดจะกลบั เขา้ มาสวด ขอเรียกอปุ สัมปทาเปกขะเขา้ มา อุปสัมปทาเปกขะพึงเขา้ มา ในสังฆสันนิบาต กราบลงตรงหนา้ พระอปุ ัชฌาย์ 3 คร้ัง แลว้ นงั่ คุกเขา่ ประนมมอื เปล่งวาจาขออปุ สมบท ดงั น้ี สังฆัมภนั เต, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ (มะ), อุลลมุ ปะตุ มัง(โน) ภันเต, สังโฆ อะนุกมั ปัง อปุ าทายะ
214 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 86 ทตุ ยิ มั ปิ ภนั เต, สังฆัง อปุ ะสัมปะทัง ยาจามิ(มะ), อุ ลลุมปะตุ มัง(โน) ภนั เต, สังโฆ อะนุกมั ปัง อุปาทายะ ตะติยมั ปิ ภันเต, สังฆัง อปุ ะสัมปะทงั ยาจามิ(มะ), อลุ ลมุ ปะตุ มงั (โน) ภนั เต, สังโฆ อะนุกมั ปัง อุปาทายะฯ (ถา้ วา่ พร้อมกนั หลายคนใหเ้ ปลี่ยนคาวา่ ยาจา มิ เป็น ยาจามะ และเปล่ียน มงั เป็น โน) ในลาดบั น้นั พระอุปัชฌายะกลา่ วเผดียงสงฆแ์ ลว้ พระ อาจารย์ (คูส่ วด) สวดสมมตุ ิตนถามอนั ตรายกิ ธรรม อุปสมั ปทาเปกขะ พึงรบั วา่ นตั ถิ ภนั เต ๕ หน อามะ ภนั เต ๘ หน ตอบชื่อตน และช่ือพระอุปัชฌายรวม ๒ หน โดยนยั หน หลงั แต่น้นั นง่ั ฟังทา่ นสวดกรรมวาจาอปุ สมบทไปจนจบ คร้ันจบแลว้ ทา่ นเอาบาตรออกจากตวั แลว้ พึงกราบลง ๓ คร้ัง นง่ั พบั เพียบประนมมือฟังพระอปุ ัชฌายบ์ อกอนุศาสน์ไปจน จบ แลว้ รับวา่ อามะ ภนั เต แลว้ กราบ ๓ หน ถวายไทยธรรม กรวดน้า
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 215 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 87
216 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 89
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 217 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 88 สามเณรสิกขา (เฉพาะบทขัดและบทสวด) บทขดั ท่ี ๑ สัมพทุ โธ โลเก อปุ ปันโน มะหาการุณิโก มนุ ิ ธัมมะจักกงั ปะวตั เตตวา โลเก อปั ปะฏวิ ตั ติยัง โลกสั สะ สังคหัง กาตงุ จะริตวา โลกะจาริกงั ติวธิ ัง โลเก สัทธัมมัง สัมมะเทวะ ปะวตั ตยิ ัง อะนุปพุ เพนะ สาวตั ถงิ ปัตวา เชตะวะเน วะสัง สามะเณรานงั นสิ สายะ จติ ตงั กะถานุสิกขติ ุง อะนุญญาสิ ทะสะ สิกขา สามะเณเรหิ สิกขติ ุง สามะเณรานงั ทะสังคงั สิกขาปะทงั ภะณามะเส.
218 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 90 บทสวดท่ี ๑ (สิกขาบท ๑๐) อะนุญญาสิ โข ภะคะวา, สามะเณราณัง ทะสะ สิกขา ปะทานิ เตสุ จะ สามะเณเรหิ สิกขติ งุ , ปาณาตปิ าตา เวระมะณี, อะทนิ นาทานา เวระมะณี, อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี, มสุ าวาทา เวระมะณี, สุราเมระยะมชั ชะปะมาทฏั ฐานา เวระ มะณี, วกิ าละโภชะนา เวระมะณี, นจั จะคตี ะวาทติ ะวสิ ูกะทัสสะนา เวระมะณี, มาลาคนั ธะวเิ ล ปะนะธาระนะมัณฑะนะวภิ ูสะนัฏฐานา เวระมะณี, อจุ จาสะ ยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี, ชาตะรูปะระชะตะปะฏคิ คะ หะณา เวระมะณีติ
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 219 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 91 บทขดั ท่ี ๒ เตนะ โข ปะนะ สะมะเยนะ สักยะปตุ โต ปะนนั ทะสะ สามะเณโณ กณั ฏะโก นามะ กณั ฏะกงิ ภกิ ขุณงิ ทุสิ ญัตวา ตะมัตถัง ภะคะวา ภกิ ขูนญั เญวะ สันตกิ า อะนุญญาสิ โข นาเสตุง สามะเณรัง ทะสังคกิ งั สามะเณรานงั นาสะนะ การะณงั คงั ภะณามะ เส
220 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 93
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 221 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 92 บทสวดท่ี ๒ (นาสนังคะ ๑๐) อะนุญญาสิ โข โส ภะคะวา, ทะสะหิ องั เคหิ สะมนั นา คะตงั สามะเณรัง นาเสตุง, กะตะเมหิ ทะสะหิ, ปาณาตปิ าตี โหต,ิ อะทินนาทายี โหต,ิ อะพรัหมะจารี โหติ, มสุ าวาที โหติ, มัชชะปายี โหติ, พทุ ธัสสะ อะวณั ณัง ภาสะติ, ธัมมัสสะ อะ วณั ณัง ภาสะติ, สังฆสั สะ อะวณั ณงั ภาสะติ, มจิ ฉาทิฏฐิโก โห ต,ิ ภิกขณุ ี ทูสะโก โหติ, อะนุญญาสิ โข ภะคะวา, อเิ มหิ ทะ สะหิ องั เคหิ สะมนั นาคะตงั สามะเณรัง นาเสตนุ ติ.
222 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 94 บทขัดท่ี ๓ เตนะ โข ปะนะ สะมะเยนะ สามะเณรา อะคาระวา ภกิ ขูสุ อปั ปะตสิ สา เจ- วะ อะสะภาคะวตุ ติกา ญัตวา ตะมัตถัง ภะคะเว ภกิ ขูนัญเญวะ สันติกา อะนุญญาสิ ทณั ฑะกมั มัง กาตงุ ปัญจงั คกิ สั สะ จะ สามะเณรานัง ทณั ฑะกมั มะ การะณังคงั ภะณามะ เส. บทสวดท่ี ๓ (ทณั ฑกรรม ๕) อะนุญญาสิ โข ภะคะวา, ปัญจะหิ องั เคหิ สะมนั นา คะตัสสะ สามะเณรัสสะ ทัณฑะกมั มัง กาตงุ , กะตะเมหิ ปัญ จะหิ ภิกขนู ัง อะลาภายะ ปะริสักกะติ, ภกิ ขนู งั อะนตั ถายะ ปะริสักกะติ, ภิกขูนัง อะนาวาสายะ ปะริสักกะติ, ภกิ ขู อกั โก สะติ ปะริภาสะติ, ภิกขู ภิกขหู ิ เภเทติ, อะนุญญาสิ โข ภะคะ
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 223 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 95 วา, อเิ มหิ ปัญจะหิ องั เคหิ สะมันนาคะตสั สะ สามะเณรัสสะ ทณั ฑะกมั มงั กาตนุ ต.ิ คาพนิ ทุผ้า อมิ ัง พนิ ทุกปั ปัง กะโรมิ คาอธิษฐานบริขาร คาอธิษฐานบริขารส่ิงเดียว ในหตั ถบาส วา่ ๓ หน บาตร อมิ งั ปัตตัง อะธิฏฐาม.ิ สังฆาฏิ อมิ งั สังฆาฏิง อะธิฏฐาม.ิ อุตตราสงค์ (จีวร) อมิ งั อตุ ตะราสังคงั อะธิฏฐามิ อนั ตรวาสก (สบง) อมิ งั อนั ตะระวาสะกงั อะธิฏฐามิ ผ้าอาบน้าฝน อมิ งั วสั สิกะสาฏิกงั อะธิฏฐามิ นิสีทนะ (ผ้าปูนั่ง) อมิ งั นิสีทะนัง อะธิฏฐามิ
224 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 96 ผ้าปิ ดฝี อมิ ัง กณั ฑปุ ะฏิจฉานงั อะธิฏฐามิ ผ้าปูนอน อมิ ัง ปัจจตั ถะระนัง อะธิฏฐามิ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดปาก อมิ งั มุขะปุญฉะนะโจลงั อะธิฏฐามิ ผ้าบริวาร อมิ ัง ปะริกขาระโจลงั อะธิฏฐามิ คาถอนบริขารทอ่ี ธิษฐานแล้ว อมิ ัง..................ปัจจุทธะรามิ ช่องวา่ งท่ีเวน้ ไวใ้ หใ้ ส่ชนิดของผา้ ท่ีไดอ้ ธิษฐานไวใ้ น หวั ขอ้ คาอธิษฐาน คาวกิ ปั บริขาร คาวกิ ปั ต่อหนา้ ผรู้ ับ ในหตั ถบาส วา่ ดงั น้ี (๓ หน) จีวรผืนเดียว อมิ งั จวี ะรัง ตยุ หงั วกิ ปั เปม.ิ จีวรหลายผืน อมิ านิ จีวะรานิ ตุยหัง วกิ ปั เปมิ. บาตรใบเดียว อมิ งั ปัตตัง ตุยหัง วกิ ปั เปม.ิ บาตรหลายใบ อมิ านิ ปัตตานิ ตยุ หัง วกิ ปั เปมิ.
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 225 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 97 คาถอนวกิ ปั ผถู้ อนแก่พรรษากวา่ ในหตั ถบาส วา่ ดงั น้ี (๓ หน) จีวรผืนเดียว อิมรัง จีวะรัง มยั หงั สนั ตะกงั ปริภุญชะ วา วิสัชเชหิ วา ยะถาปัจจะยงั วา กะโรหิ. จีวรหลายผืน อิมานิ จีวะรานิ มยั หงั สันตะกานิ ปริภญุ ชะ วา วิสัชเชหิ วา ยะถาปัจจะยงั วา กะโรหิ. บาตรใบเดยี ว อิมงั ปัตตงั มยั หงั สันตะกงั ปริภุญชะ วา วิสชั เชหิ วา ยะถาปัจจะยงั วา กะโรหิ. บาตรหลายใบ อิมานิ ปัตตานิ มยั หงั สนั ตะกานิ ปริภุญ ชะ วา วิสัชเชหิ วา ยะถาปัจจะยงั วา กะโรหิ. (ผถู้ อนออ่ นพรรษากวา่ ในหตั ถบาส ใหเ้ ปลี่ยน กะโรหิ เป็น กะโรถะ )
226 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13
228 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 100 วธิ ีถือนิสัยพระอาจารย์ อนั เตวาสิกน้นั พึงห่มผา้ อตุ ตราสงคเ์ ฉวียงบ่า ไหวเ้ ทา้ นง่ั กระโหยง่ ประคองอญั ชลี แลว้ กล่าวอยา่ งน้ี ๓ หนวา่ “อาจะริโย เม ภนั เต โหหิ, อายสั ๎มะโต นิสสายะ วจั ฉามิ.” “ทา่ นเจา้ ขา้ ขอทา่ นจงเป็นอาจารยข์ องขา้ พเจา้ ขา้ พเจา้ จกั อาศยั ทา่ นอย”ู่ (ลาดบั ต่อจากน้ี เหมือนกบั วธิ ีถือนิสัยพระอปุ ัชฌายท์ กุ อยา่ ง)
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 229 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 101 คาอธิษฐานเข้าพรรษา อมิ ัสมิง อาวาเส อมิ ัง เตมาสัง วสั สัง อเุ ปมิ (วา่ ๓ จบ) คาปวารณาออกพรรษา สังฆมั ภนั เต ปะวาเรมิ ทิฏเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริ สงั กายะ วา, วะทนั ตุ มงั อายสั ม๎ นั โต อะนุกมั ปัง อุปาทายะ, ปัสสันโต ปะฏิกกะริสสามิ ทตุ ิยมั ปิ ภนั เต, สงั ฆงั ปะวาเรมิ, ทิฏเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสงั กายะ วา, วะทนั ตุ มงั อายสั ม๎ นั โต อะนุกมั ปัง อุปา ทายะ, ปัสสันโต ปะฏิกกะริสสามิ ตะติยมั ปิ ภนั เต, สงั ฆงั ปะวาเรมิ, ทิฏเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสงั กายะ วา, วะทนั ตุ มงั อายสั ม๎ นั โต อะนุกมั ปัง อปุ า ทายะ, ปัสสันโต ปะฏิกกะริสสามิ
230 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 102 คาสัตตาหะกะระณียะ “สตั ตาหะกะระณียะกิจจงั เม อตั ถิ ตสั มา มะ ยา คนั ตพั พงั อิมสั ๎มิง สัตตาหพั ภนั ตะเร นิวตั ติสสามิ.” ทรงอนุญาตให้ไปกลบั ภายใน ๗ วนั ทรงอนุญาตใหเ้ ดินทางไดใ้ นระหวา่ งพรรษาโดยให้ กลบั ภายใน ๗ วนั ในเม่ือมีความจาเป็นเกิดข้ึน ท่ีเรียกวา่ \"สัต ตาหกรณียะ\" ดงั ต่อไปน้ี ๑. ทายกปรารถนาจะบาเพญ็ กุศล ส่งคนมานิมนต์ ใน กรณีเช่นน้ี ทรงอนุญาตใหไ้ ปไดเ้ ฉพาะท่ีเขาส่งคานิมนตม์ า ถา้ ไม่ส่งคานิมนตม์ า ไม่ใหไ้ ป ๒. เพื่อนสหธมั มิก ๕ คือ ภิกษุ, ภิกษณุ ี, นาง สิกขมานา, สามเณร, สามเณรี เป็นไข้ จะส่งคนมานิมนต์ หรือไม่ก็ตาม ทรงอนุญาตใหไ้ ปได.้ นอกจากน้นั ยงั ทรงบญั ญตั ิรายละเอียดเกี่ยวกบั เพ่ือน สหธมั มิกอีก คือ เมื่อเพอื่ นสหธมั มิกเป็นไข้ ภิกษุปรารถนาจะ ช่วยแสวงหาอาหาร, ยารักษาโรค หรือเป็นผพู้ ยาบาลกไ็ ปได้
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 231 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 103 เมื่อเพอื่ นสหธมั มิกเกิดความไมย่ นิ ดี เกิดความรังเกียจ หรือเกิดความเห็นผดิ ข้ึน ไปเพือ่ ระงบั เหตุน้นั ๆ, เมื่อเพ่ือน สหธมั มิก (เฉพาะภิกษุ, ภิกษณุ ี) ตอ้ งอาบตั ิสังฆาทิเสส ปรารถนาจะออกจากอาบตั ิในข้นั ใด ๆก็ตาม, เม่ือสงฆจ์ ะทา สังฆกรรมลงโทษภิกษรุ ูปหน่ึง ภิกษุรูปที่จะถกู ลงโทษ ตอ้ งการใหไ้ ปเพอ่ื ไกล่เกล่ียไมใ่ หต้ อ้ งทากรรม หรือให้ ลงโทษเบาลงไป เพอ่ื ใหป้ ฏิบตั ิโดยชอบดว้ ยพระวนิ ยั เพ่อื ปลอบใจ เป็นตน้ , เม่ือนางสิกขมานาหรือสามเณรปรารถนา จะสมาทานสิกขาบท ถามปี หรือจะบวช ไปเพอ่ื ช่วยเหลือใน การน้นั ได.้ ๓. มารดาบิดาเป็นไข้ ส่งคนมานิมนตห์ รือรู้เขา้ ไปได้ ส่วนญาติหรือผอู้ ยอู่ าศยั เป็นภิกษเุ ป็นไข้ ส่งคนมานิมนตจ์ ึง ไปได้ ถา้ ไม่ส่งมาไมพ่ งึ ไป. ๔. มีเหตุซ่อมเสนาสนะตรัสวา่ อนุญาตใหไ้ ปได้ เพราะกรณียะของสงฆ์
232 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 104 อานิสงส์จาพรรษา ภิกษุผอู้ ยู่ จาพรรษาตลอดกาลจนไดป้ วารณาแลว้ ยอ่ ม ไดอ้ านิสงส์แห่งการจาพรรษา นบั แต่วนั ปาฏิบทไปเดือนหน่ึง คือ ๑. เที่ยวไปโดยไม่ตอ้ งบอกลา ตามสิกขาบทท่ี ๖ แห่งอเจลก วรรคในปาจิตติยกณั ฑ์ ๒.จาริกไปโดยไม่ตอ้ งเอาไตรจีวรไปครบสารับ ๓. ฉนั คณโภชนแ์ ละปรัมปรโภชน์ได้ ๔. เก็บอดิเรกจีวรไดต้ ามปรารถนา ๕. จีวรอนั เกิดข้ึนในทน่ี ้นั เป็นของไดแ้ ก่พวกเธอท้งั หลาย ท้งั ไดโ้ อกาสเพอ่ื กรานกฐินและไดร้ ับอานิสงส์ ๕ ขา้ งตน้ น้นั เพ่มิ ออกไปอีก ๔ เดือนตลอดฤดูเหมนั ต์
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 233 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 105 คาขอขมาโทษ คาขอขมาพระรัตนตรัย ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ท๎วารัตตะเยนะ กะตัง สัพพงั อะ ปะราธัง ขะมะถะ เม ภนั เต (ถา้ ขอพร้อมกนั หลายรูป เปลี่ยน ขะมะถะ เม เป็น ขะมะตุ โน) คาขอขมาพระเถระ (ผู้ขอ) เถเร ปะมาเทนะ ท๎วารัตตะเยนะ กะตัง สัพพงั อะปะ ราธัง ขะมะถะ เม ภนั เต (ถา้ ขอหลายรูป เปลี่ยน ขะมะถะ เม เป็น ขะมะตุ โน) (ผ้รู ับ) อะหัง ขะมามิ ตะยาปิ เม ขะมติ พั พงั (ถา้ ขอหลายรูป เปลี่ยน ตะยาปิ เป็น ตมุ เหหิปิ ) (ผ้ขู อ) ขะมามิ ภัณเต (ถา้ ขอหลายรูป เปลี่ยน มิ เป็น มะ) ถา้ ผรู้ ับขมาเป็นพระเถระผมู้ ีอาวโุ สมาก พงึ ใชค้ าวา่ “มหา เถระ” รองจากน้นั ลงมาวา่ “เถเร” รองลงมาอีกวา่ “อาจาริเย” ต่ากวา่ น้นั อีกวา่ “อายสั ๎มนั เต” พงึ เลือกใชค้ าใหเ้ หมาะสม
234 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 106 คาให้พรเม่ือมีผู้มาขอขมา เอวงั โหตุ เอวงั โหตุ, โยจะปพุ เพปะมชั ชิตวา ปัจฉาโส นัปปะ มัชชะติ, โสมัง โลกงั ปะภาเสติ อพั ภามตุ โตวะ จันทมิ า , ยสั สะ ปาปัง กะตงั กมั มงั กุสะเลนะ ปะหยิ ะติ, โสมัง โลกงั ปะภาเสติ อพั ภา มุตโต วะ จันทิมา, อภิวาทะนะสีลสิ สะ นิจ จงั วุฒฒาปะจายิโน, จตั ตา โร ธมั มาวฑั ฒนั ติ อายุ วณั โณ สุ ขัง พะลงั . คาเสียสละของเป็ นนิสสัคคยี ์ จวี รวรรค สิกขาบทท่ี ๑ (เกี่ยวกบั การเกบ็ จีวรเกินจาเป็นไว้ เกิน ๑๐ วนั ) พงึ เขา้ ไปหาภิกษรุ ูปหน่ึง ห่มผา้ อุตตราสงคเ์ ฉวยี งบา่ นง่ั กระโหยง่ ประนมมือกลา่ วอยา่ งน้ีวา่ “อทิ งั เม ภันเต (อาวโุ ส) จีวะรัง ทะสาหาติกกนั ตงั นิสสัคคยิ งั อมิ าหัง อายสั ๎มะโต นิสสัชชามิ.”
ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 235 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 107 “ทา่ นเจา้ ขา้ จีวรผนื น้ีของขา้ พเจา้ ลว่ ง ๑๐ วนั เป็นของ จาจะเสียสละ ขา้ พเจา้ สละจีวรผืนน้ีแก่ทา่ น.” ถา้ สละต้งั แต่ ๒ ผืนข้ึนไป พึงวา่ รวมกนั ดงั น้ี “อมิ านิ เม ภนั เต (อาวโุ ส) จวี ะรานิ ทะสาหาตกิ กนั ตานิ นิส สัคคยิ านิ อมิ านาหัง อายสั ๎ัมะโต นิสสัชชาม.ิ ” “ท่านเจา้ ขา้ จีวรเหลา่ น้ีของขา้ พเจา้ ล่วง ๑๐ วนั เป็น ของจาจะเสียสละ ขา้ พเจา้ สละจีวรเหลา่ น้ีแก่ทา่ น.” คร้ันสละแลว้ พงึ แสดงอาบตั ิ ภิกษผุ รู้ ับเสียสละน้นั พึงรับ อาบตั ิ พงึ คืนจีวรท่ีเสียสละให้ คาคืนจวี ร จีวรผนื เดียว พงึ วา่ “อมิ งั จีวะรัง อายสั ๎มะโต ทมั ม.ิ ” จีวรหลายผนื พงึ วา่ “อมิ านิ จวี ะรานิ อายสั ั๎มะโต ทิมม.ิ ” จวี รวรรค สิกขาบทที่ ๒ (เกี่ยวกบั อยปู่ ราศจากไตรจีวร แม้ ราตรีหน่ึง)
236 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 13 ห นั ง สื อ ส ว ด ม น ต์ วั ด ป่ า บ้ า น เ ชี ย ง ง า ม | 108 พงึ เขา้ ไปหาภิกษรุ ูปหน่ึง ห่มผา้ อตุ ตราสงคเ์ ฉวียงบ่า นง่ั กระโหยง่ ประนมมือกล่าวอยา่ งน้ีวา่ “อทิ ัง เม ภนั เต (อาวุโส) จีวะรัง รัตติวปิ ปะวตุ ถัง อญั ญัต๎ระ ภกิ ขุสัมมะติยา นิสสัคคยิ งั อมิ าหัง อายัส๎มะโต นสิ สัชชาม.ิ ” “ท่านเจา้ ขา จีวรผนื น้ีของขา้ พเจา้ อยปู่ ราศจากแลว้ ล่วง ราตรี เป็นของจาจะเสียสละ เวน้ แตภ่ ิกษไุ ดร้ ับสมมติ ขา้ พเจา้ สละจีวรผนื น้ีแก่ทา่ น.” ถา้ สละ ๒ ผนื พงึ วา่ “ทะวจิ ีวะรัง” ถา้ สละ ๓ ผนื พงึ วา่ “ตจิ วี ะรัง” คร้ันสละแลว้ พงึ แสดงอาบตั ิ ภิกษผุ รู้ ับเสียสละน้นั พึงรับ อาบตั ิ พงึ คืนจีวรท่ีเสียสละไปอยา่ งสิกขาบทท่ี ๑ จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๓ (เกี่ยวกบั เกบ็ อกาลจีวร ไวเ้ กิน กาหนด) “อทิ งั เม ภนั เต (อาวุโส) จีวะรัง อะกาละจีวะรัง มาสาตกิ กนั ตงั นิสสัคคยิ งั อมิ าหัง อายสั ๎มะโต นิสสัชชาม.ิ ” “อกาลจีวรผืนน้ีของขา้ พเจา้ ลว่ งเดือนหน่ึง จาจะสละ ขา้ พเจา้ สละจีวรผนื น้ีแก่ทา่ น.”
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300