๒ คำนำ แบบฝึ กทกั ษะการอ่านจบั ใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษา ปี ท่ี ๕ การอ่านจบั ใจความนิทาน เล่มน้ี มีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือใชใ้ นการฝึ กทกั ษะการอ่าน จบั ใจความจากสื่อส่ิงพิมพต์ ่างๆ ซ่ึงเป็นวธิ ีการหน่ึงที่จะทาใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ความเขา้ ใจ เกี่ยวกบั หลกั เกณฑท์ างภาษาอย่างแม่นยา สามารถอ่านจบั ใจความไดถ้ ูกตอ้ ง และยงั ทาให้ นกั เรียนมีความเพลิดเพลิน ตลอดจนมีทกั ษะที่ดีในการเรียน ภูมิใจในผลงานของตนเอง และเกิดเจตคติท่ีดีต่อการเรียนภาษาไทย ผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอยา่ งยงิ่ วา่ แบบฝึ กทกั ษะการอ่านจบั ใจความเล่มน้ี จะเป็นประโยชน์ สูงสุดแก่ผเู้ รียน ครูและผสู้ นใจทุกท่าน ปิ ยะวรรณ ก๋าจกั
สำรบญั ๓ เรื่อง หน้ำ คานา ก สารบญั ข คาช้ีแจง ค คาแนะนาสาหรับครู ง แบบทดสอบก่อนเรียน แบบฝึกทกั ษะท่ี ๑ แบบฝึกทกั ษะท่ี ๒ แบบฝึกทกั ษะที่ ๓ แบบฝึกทกั ษะท่ี ๔ แบบฝึกทกั ษะท่ี ๕ แบบฝึกทกั ษะท่ี ๖ แบบฝึกทกั ษะที่ ๗ แบบฝึกทกั ษะที่ ๘ แบบฝึกทกั ษะที่ ๙ แบบฝึกทกั ษะท่ี ๑๐ แบบฝึกทกั ษะท่ี ๑๑ แบบทดสอบหลงั เรียน
๔ คำชี้แจง แบบฝึ กทกั ษะการอ่านจบั ใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาหรับนกั เรียน ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๕ เล่มน้ี เป็ นแบบฝึ กทักษะที่พฒั นาข้ึน เพื่อใช้สาหรับเป็ น เคร่ืองมือใหน้ กั เรียนไดฝ้ ึ กอ่านจบั ใจความสาคญั ของเร่ืองและสรุปประเด็นสาคญั จากเร่ือง ท่ีอ่าน โดยเน้ือเร่ืองจะเป็นงานเขียนประเภทนิทานท่ีมีเน้ือหาเหมาะสมกบั ความสามารถ และความสนใจของนักเรียน ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๐ ซ่ึงเป็นการฝึ กใหร้ ู้จกั วิเคราะห์และใชก้ ระบวนการคิดท่ี หลากหลาย ปลูกฝังใหน้ กั เรียนมีนิสยั รักการอ่านและมีทกั ษะพ้ืนฐานท่ีดีในการอ่าน มี ความพร้อมท่ีจะเรียนรู้ในระดบั ช้นั ท่ีสูงข้ึนต่อไป แบบฝึ กทกั ษะการอ่านจบั ใจความ มีท้งั หมด ๕ เรื่อง ดงั น้ี เร่ืองท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความนิทาน เรื่องที่ ๒ การอ่านจบั ใจความบทเพลง เรื่องที่ ๓ การอ่านจบั ใจความสารคดี เร่ืองที่ ๔ การอ่านจบั ใจความบทโฆษณา เร่ืองท่ี ๕ การอ่านจบั ใจความข่าว
๕ คำแนะนำสำหรับครู แบบฝึ กทกั ษะการอ่านจบั ใจความเล่มน้ี เป็นการเรียนรู้ท่ีเนน้ การฝึ กปฏิบตั ิ เพ่ือให้ เกิดทกั ษะการอ่านจบั ใจความท่ีถูกตอ้ ง ครูควรปฏิบตั ิดงั น้ี ๑. ให้คาแนะนาในการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทกั ษะ เพ่ือให้นกั เรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถฝึ กปฏิบตั ิไดต้ ามกิจกรรมในแบบฝึ กทกั ษะ มีวินยั มีความรับผิดชอบ และมีความซ่ือสัตยใ์ นการทาแบบฝึ กทกั ษะ โดยทาขอ้ ตกลงในการเรียน และการวดั ผล และประเมินผล ๓. ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมตามแบบฝึ กทกั ษะ ต้งั แต่ตน้ จนจบตามลาดบั ใน แผนการจดั การเรียนรู้ ๕. ครูมีหนา้ ท่ีดาเนินการตรวจแบบฝึ กทกั ษะ แบบทดสอบ สังเกตพฤติกรรม อานวยความสะดวกในการทาแบบฝึ กทกั ษะ เพ่ือใหก้ ารเรียนรู้เป็นไปตามวตั ถุประสงค์ บนั ทึกคะแนน แจง้ ผลแก่นกั เรียน และติดตามซ่อมเสริมนกั เรียนท่ีไม่ผา่ นกิจกรรม
๖ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ ำงกำรเรียน (ก่อนเรียน) เร่ือง กำรอ่ำนจบั ใจควำม กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี ๕ ภำคเรียนที่ ๑ ข้อสอบ จำนวน ๓๐ ข้อ ๓๐ คะแนน คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงคาตอบเดียวและทาเครื่องหมาย (×) ลงในกระดาษคาตอบ ************************************* ๑. การอา่ นจบั ใจความ หมายถึงขอ้ ใด ก. การอา่ นเพื่อความรู้ ข. การอ่านเพื่อหาขอ้ คิด ค. การอา่ นเพอ่ื ความบนั เทิง ง. การอา่ นเพ่ือความเขา้ ใจแนวคิดสาคญั ๒. ขอ้ ใดเป็นประโยชนข์ องการอา่ นจบั ใจความที่ถูกตอ้ งท่ีสุด ก. ช่วยใหม้ ีชื่อเสียงมากข้ึน ข. ช่วยใหอ้ า่ นหนงั สือไดง้ ่ายข้ึน ค. ช่วยใหเ้ ป็นคนเรียนเก่งมากข้ึน ง. ช่วยใหอ้ ่านหนงั สือไดจ้ านวนมากข้ึน ๓. เมืองไทยเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปดว้ ยผลไมห้ ลายชนิด เช่น ขนุน นอ้ ยหน่า พุทรา มงั คุด ฯลฯ ขอ้ ใดคือใจความสาคญั ของประโยคขา้ งตน้ ก. เมืองไทยมีขนุน นอ้ ยหน่า ข. ผลไมท้ ุกชนิดมีที่เมืองไทย ค. เมืองไทยมีผลไมห้ ลายชนิด ง. ขนุน พทุ รา มงั คุด ฯลฯ เป็ นผลไมเ้ มืองไทย
๗ อ่ำนข้อควำมต่อไปนีแ้ ล้วตอบคำถำมข้อ ๔ – ๕ เพ่ือนทดี่ ีน้ันต้องเป็ นคนทอ่ี ยู่กบั เรำเสมอแม้ยำมเรำสุขหรือทุกข์ ๔. ขอ้ ความน้ีกล่าวถึงส่ิงใด ก. คุณสมบตั ิของเพ่ือน ข. ประเภทของเพื่อน ค. คุณคา่ ของเพ่ือน ง. ท่ีมาของเพอ่ื น ๕. ขอ้ ความน้ีกล่าวในลกั ษณะใด ก. ใหเ้ หตุผล ข. ใหต้ วั อยา่ ง ค. ใหร้ ายละเอียด ง. ใหข้ อ้ เสนอแนะ อ่ำนบทเพลงต่อไปนีแ้ ล้วตอบคำถำมข้อ ๖ – ๑๐ เด็กเอ๋ยเด็กดี เพลงหน้ำทเี่ ดก็ เด็กเอ๋ยเดก็ ดี ต้องมีหน้ำทส่ี ิบอย่ำงด้วยกนั หนึ่ง นับถือศำสนำ ต้องมหี น้ำทส่ี ิบอย่ำงด้วยกนั สำม เชื่อพ่อแม่ครูอำจำรย์ สอง รักษำธรรมเนียมมั่น ห้ำ ยดึ มั่นกตัญญู ส่ี วำจำน้ันต้องสุภำพอ่อนหวำน เจ็ด ต้องศึกษำให้เช่ียวชำญ หก เป็ นผู้รู้รักกำรงำน แปด รู้จักออมประหยดั ต้องมำนะบำกบนั่ ไม่เกยี จไม่คร้ำน นำ้ ใจนักกฬี ำกล้ำหำญ เก้ำ ต้องซ่ือสัตย์ตลอดกำล ให้เหมำะกบั กำลสมยั ชำติพฒั นำ สิบ ทำตนให้เป็ นประโยชน์ รู้บำปบุญคุณโทษ สมบัตชิ ำตติ ้องรักษำ เดก็ สมยั ชำตพิ ฒั นำ จะเป็ นเดก็ ทพี่ ำชำตไิ ทยเจริญ
๘ ๖. ขอ้ ใดกล่าวถึงเพลงหนา้ ที่เดก็ ไดถ้ ูกตอ้ งที่สุด ก. วนั เดก็ ข. พฤติกรรมของเด็กไทย ค. คุณธรรมของเดก็ นกั เรียน ง. หนา้ ท่ีที่เด็กๆ ควรปฏิบตั ิ ๗. หนา้ ท่ีเดก็ ในขอ้ ใดไมไ่ ดก้ ล่าวถึงในบทเพลง ก. กตญั ญู ข. ซื่อสตั ย์ ค. วาจาสุภาพ ง. เช่ือฟังคาแนะนาของเพื่อน ๘. ถา้ นกั เรียนปฏิบตั ิตนตามหนา้ ท่ีในเน้ือเพลงจะเกิดผลอยา่ งไร ก. ทาใหส้ ุขภาพแขง็ แรง ข. ทาใหเ้ ป็นคนดีในสังคม ค. ทาใหเ้ ป็นเศรษฐีร่ารวยเงินทอง ง. ทาใหม้ ีช่ือเสียงโด่งดงั มากท่ีสุด ๙. สุจิตราพูดกบั เพือ่ นดว้ ยถอ้ ยคาที่สุภาพ สุจิตราปฏิบตั ิตามหนา้ ที่เดก็ ในขอ้ ใด ก. ขอ้ ๓ ข. ขอ้ ๔ ค. ขอ้ ๕ ง. ขอ้ ๖ ๑๐. ปรีชาทาขอ้ สอบดว้ ยตนเอง แสดงวา่ ปรีชาปฏิบตั ิตามหนา้ ท่ีเด็กในขอ้ ใด ก. ขอ้ ๖ ข. ขอ้ ๗ ค. ขอ้ ๘ ง. ขอ้ ๙
๙ อา่ นนิทานต่อไปน้ีแลว้ ตอบคาถามขอ้ ๑๑ – ๑๕ นิทานเรื่อง ลูกววั เกียจคร้าน ลูกววั ตวั หน่ึงไม่ขยนั ทางาน วนั หน่ึงๆ ไดแ้ ต่วง่ิ เล่นไปมาบนทุง่ หญา้ อยมู่ าวนั หน่ึง ลูกววั เห็นววั เทียมเกวยี นบรรทุกของหนกั ลูกววั จึงเขา้ ไปพดู จาเยาะเยย้ ววั เทียมเกวยี นวา่ “ดูสิ ขนของทา่ นและร่างกายของท่านดูสกปรกจริงๆ เพราะขา้ ไมต่ อ้ ง ทางานหนกั ขนของขา้ จึงสะอาดเป็ นมนั ราวกบั เส้นไหม แตท่ า่ นสิตอ้ งทางานเยย่ี งทาส ถา้ ท่านแลกเปลี่ยนกบั ขา้ ได้ ท่านคงรีบเปลี่ยนใช่ไหมล่ะ” ววั เทียมเกวยี นไดฟ้ ังคาพูดน้นั กน็ ิ่งเฉย ตอ่ มาไม่นานเจา้ ของลูกววั นาลูกววั ไปบูชายญั เพราะวา่ ลูกววั ไมไ่ ดช้ ่วยงานในไร่ ววั เทียมเกวยี นเห็นดงั น้นั จึงกล่าววา่ “เป็นอยา่ งไรเล่าเจา้ ลูกววั ชีวติ ของเจา้ ไม่ตอ้ ง ทางานหนกั ก็อยสู่ ุขสบาย แตอ่ ะไรเล่าท่ีทาใหต้ อ้ งพบจุดจบเช่นน้ี มิใช่ความสุขสบายท่ีเจา้ ตอ้ งการหรอกหรือ” ๑๑. ลูกววั ไปวงิ่ เล่นอยบู่ ริเวณใด ก. ภูเขา ข. ลาธาร ค. ทุง่ หญา้ ง. ป่ าลึก ๑๒. “ขนของท่านและร่างกายของท่านดูสกปรก” หมายถึงใคร ก. ลูกววั ข. มา้ แข่ง ค. กระบือ ง. ววั เทียมเกวยี น ๑๓. ลูกววั มีนิสยั อยา่ งไร ก. เกียจคร้าน ข. ขยนั ขนั แขง็ ค. อดทน พยายาม ง. อ่อนนอ้ มถ่อมตน
๑๐ ๑๔. เจา้ ของลูกววั นาลูกววั ไปไหน ก. บูชายญั ข. ใหค้ นขา้ งบา้ น ค. ขายตอ่ ใหพ้ อ่ คา้ ง. นาไปปล่อยในป่ าลึก ๑๕. นิทานเรื่อง ลูกววั เกียจคร้าน ใหข้ อ้ คิดอยา่ งไร ก. การพดู จาดูถูกผอู้ ื่นทาให้ผอู้ ่ืนเดือดร้อน ข. ความขยนั ขนั แขง็ ทาใหป้ ระสบความสาเร็จ ค. ความสามคั คีกนั ในหมูค่ ณะจะทาใหช้ นะตอ่ ศตั รู ง. ความเกียจคร้าน เฉยเมยตอ่ การงาน จะนาผลเสียมาสู่ตนเอง อ่านข่าวต่อไปน้ีแลว้ ตอบคาถามขอ้ ๑๖ – ๑๘ รายงานขา่ วเอพแี จง้ เม่ือวนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคมวา่ พบศพนกั ผจญภยั ชาวรัสเซียใกลภ้ ูเขา เอเวอเรสต์ ยอดเขาที่ไดช้ ่ือวา่ สูงท่ีสุดในโลกต้งั อยปู่ ระเทศเนปาล โดยศพ นกั ผจญภยั ดงั กล่าวเป็น หน่ึงในจานวนนกั เดินทางท่ีพยายามพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ในขณะท่ีนกั ผจญภยั อีก ๖ คน ยงั หาย สาบสูญอยู่ ซ่ึงคาดวา่ คงเสียชีวติ แลว้ เช่นเดียวกนั นายทออดด์ เบิร์ลสัน หน่ึงในทีมพิชิตยอดเขาเอ เวอเรสตว์ า่ “ผทู้ ่ีพยายามพชิ ิตยอดเขาเอเวอเรสตเ์ สียชีวติ ไปแลว้ หลายคน แตก่ ย็ งั มีอีกหลายคนที่ ตอ้ งการพชิ ิตยอดเขาน้ีแมว้ า่ ตอ้ งเอาชีวิตเขา้ เส่ียงกต็ าม” ๑๖. ขอ้ ความน้ีจดั เป็นข่าวประเภทใด ก. ขา่ วกีฬา ข. ข่าวเศรษฐกิจ ค. ข่าวในประเทศ ง. ข่าวต่างประเทศ ๑๗. เหตุการณ์น้ีเกิดข้ึนท่ีใด ก. อินเดีย ข. เนปาล ค. บงั กลาเทศ ง. ปากีสถาน
๑๑ ๑๘. “เอเวอเรสต”์ เป็นช่ือของส่ิงใด ก. ช่ือทะเล ข. ช่ือกีฬา ค. ชื่อแม่น้า ง. ช่ือยอดเขา อ่านโฆษณาน้ีแลว้ ตอบคาถามขอ้ ๑๙ – ๒๐ ๑๙. โฆษณาดงั กล่าวมีจุดประสงคอ์ ยา่ งไร ก. เพื่อชวนร่วมธุรกิจอาหารเสริมบารุงสมอง ข. เพอ่ื แนะนาความรู้เกี่ยวกบั การบารุงสมอง ค. เพอื่ ประชาสมั พนั ธ์อาหารเสริมบารุงสมอง ง. เพ่ือใหท้ ุกคนช่วยกนั สนบั สนุนการบริหารสมอง ๒๐. นกั เรียนจะซ้ือสินคา้ ในโฆษณาน้ีไดอ้ ยา่ งไร ก. โทรศพั ทส์ ั่งซ้ือ ข. ซ้ือในหา้ งสรรพสินคา้ ค. ซ้ือในร้านขายยาทวั่ ไป ง. ซ้ือในร้านสะดวกซ้ือทวั่ ไป
๑๒ ใบควำมรู้ กำรอ่ำนจับใจควำมสำคญั กำรอ่ำนจบั ใจควำมสำคญั หมายถึง การอ่านเพ่ือคน้ หาความคิดสาคญั หรือสาระสาคญั ของเรื่องท่ีผเู้ ขียน มุ่งเสนอใหผ้ อู้ ่านทราบ ใจควำมสำคญั หมายถึง ขอ้ ความท่ีมีสาระคลุมขอ้ ความอื่นๆ ในยอ่ หนา้ หรือเรื่องน้นั ท้งั หมด (ที่จะทาใหผ้ อู้ ่านสามารถเขา้ ใจเรื่องไดง้ ่าย) โดยมีขอ้ ความ อื่นๆ เป็นเพยี งส่วนขยายใจความสาคญั เท่าน้นั ขอ้ ความหน่ึงหรือตอนหน่ึงจะมี ใจความสาคญั เพียงหน่ึงเดียว นอกน้นั เป็นใจความสาคญั รองลงไป ตวั อย่ำง พ่อแม่มีหนา้ ท่ีอบรมส่ังสอนลูกใหเ้ ป็นคนดี ใหป้ ฏิบตั ิในสิ่งท่ีดีงาม เช่น ต้งั ใจเรียนหนงั สือ เชื่อฟังผใู้ หญ่ ใจควำมสำคญั คือ พ่อแม่มีหนา้ ท่ีอบรมส่ังสอนใหล้ ูกเป็นคนดี ปลาโลมาเป็นสัตวเ์ ล้ียงลูกดว้ ยนม อาศยั อยใู่ นทะเล เป็นสตั วท์ ่ีฉลาด วอ่ งไวนามาฝึ กแสดงท่าวา่ ยน้า กระโดดน้าท่าต่าง ๆ ได้ ใจควำมสำคญั คือ ปลาโลมาเป็นสัตวเ์ ล้ียงลูกดว้ ยนม
๑๓ ใบควำมรู้ กำรอ่ำนจบั ใจควำมนิทำน นิทำน หมายถึง เรื่องราวท่ีเล่าสืบต่อกนั มา มุ่งใหเ้ ห็นความบนั เทิงสอดแทรก แนวคิด และสอดแทรกแง่คิดหรือแฝงคติสอนใจใหแ้ ก่ผอู้ ่าน หลกั ในกำรอ่ำนจับใจควำม นิทำน ๑. ต้งั ใจอ่าน มีสมาธิในการอ่าน ๒. อ่านเร่ืองราวต้งั แต่ตน้ จนจบเรื่อง ๓. พยายามต้งั คาถามจากเรื่องที่อ่าน โดยใชค้ าถาม มีใคร ทาอะไร ท่ีไหน เม่ือไร เพราะอะไร และผลเป็นอยา่ งไร ๔. อ่านอยา่ งพจิ ารณา เพือ่ ตอบคาถามท่ีต้งั ไว้ แลว้ สรุป เรื่องตามความเขา้ ใจโดยการเล่าเร่ือง หรือเขียนเรื่องยอ่ ๕. วเิ คราะหค์ วามสาคญั ของเรื่องที่อ่าน ลกั ษณะนิสัย ของตวั ละคร การกระทาของตวั ละคร ขอ้ คิดท่ีได้ จากนิทานเพื่อเป็ นแนวทางในการดาเนินชีวติ ชีวติ ประจาวนั
๑๔ คำชี้แจง นกั เรียนอ่านนิทานเร่ือง “ห่านกบั ไข่ทองคา”แลว้ เขียนวเิ คราะหอ์ งคค์ วามรู้ ลงในตาราง KWL-Chart
๑๕
๑๖ คำชี้แจง นกั เรียนอ่านนิทานเรื่อง “ห่านกบั ไข่ทองคา”แลว้ เขียนเครื่องหมาย หนา้ ขอ้ ความท่ีตรงกบั เน้ือเร่ือง และเขียนเคร่ืองหมาย X หนา้ ขอ้ ความ ที่ไม่ตรงกบั เน้ือเรื่อง (๑๐ คจะแนน) ตัวอย่ำง X ชายยากจนเล้ียงหมูและมา้ ๑. ไข่ทองคากลายเป็นกอ้ นหิน ๒. ชายยากจนขยนั ทามาหากิน ๓. ชายยากจนคิดวา่ ในทอ้ งห่านตอ้ งมีไข่ทองคามากมาย ๔. ห่านออกไข่ทองคาทุกเชา้ ๕. สุดทา้ ยห่านตอ้ งตายและไม่สามารถออกไข่ทองคาไดอ้ ีก
๑๗ คำชี้แจง นกั เรียนอ่านนิทานเรื่อง นกอินทรีกบั อีกา แลว้ ตอบคาถามวเิ คราะหอ์ งค์ ความรู้ลงในตาราง KWL-Chart นิทำนเรื่อง “นกอนิ ทรีกบั อกี ำ” วนั หน่ึงมีอีกาหิวโซตวั หน่ึง บินมาเกาะอยทู่ ี่บนตน้ ไมใ้ กลๆ้ กบั หนา้ คอกเล้ียงแกะแห่งหน่ึงเขา้ อยา่ งบงั เอิญ “อ๋า อ๋า อา้ วนั น้ีขา้ ยงั ไม่ไดก้ ินอะไรและไม่มีอะไรตกถึงทอ้ งมาต้งั แต่เชา้ แลว้ หิวจงั เลย เฮอ้ ...หิว” มนั พดู ดว้ ยความข้ีเกียจ แต่ตาของมนั กจ็ อ้ งมองไปที่ ฝงู แกะที่กาลงั หากินและเลม็ หญา้ กนั อยทู่ ่ีทุ่งกวา้ งหนา้ คอกเล้ียงแกะ เผอิญขณะน้นั ไดม้ ีนกอินทรีตวั หน่ึงบินผา่ นมา เมื่อมนั แลเห็น ลูกแกะตวั หน่ึงเดินอยู่ กบ็ ินโฉบลงมา ดว้ ยความไว และเฉ่ียวเอาลูกแกะท้งั ตวั ติดกรงเลบ็ ของมนั ข้ึนไป สู่ทอ้ งฟ้าเบ้ืองบน อีกาเมื่อแลเห็นเช่นน้นั มนั ก็ นึกอิจฉานกอินทรีตวั น้นั ข้ึนมาเป็นอยา่ งมาก “แหม...ช่างน่าอิจฉาเจา้ นกอินทรีมนั เสียเหลือเกิน ใจกลา้ โฉบแกะ ข้ึนไปไดท้ ้งั ตวั เลย มนั คงจะอ่ิมทอ้ งและสบายไปท้งั วนั เลยล่ะ” มนั คิดและมองตามนกอินทรีท่ีโฉบลูกแกะ และกาลงั บินหนีไป และมนั เร่ิมคิดอยากที่จะกินแกะไดอ้ ยา่ งนกอินทรีบา้ ง มนั จึงบินตรงข้ึนไปสู่ทอ้ งฟ้า บินสูงข้ึนไปจนสูงท่ีสุด เท่าที่มนั จะทาได้ แลว้ พงุ่ ถลาตรงแน่วลงมาท่ีกลางฝงู แกะ และขณะที่มนั บินถลาลงมาน้นั มนั กใ็ ชส้ ายตาของมนั มองเลือกหาแกะตวั ที่ใหญ่ท่ีสุด หมายจะกินใหอ้ ิ่มและหวงั เหน่ือยทีเดียวตามนิสัยโลภ มากของมนั มนั จึงเลือกแกะตวั ที่ใหญ่ท่ีสุดและอว้ นที่สุดในฝงู น้นั ทนั ที แลว้ มนั กพ็ ุ่ง
๑๘ ตรงเขา้ โฉบลงไป และเอากรงเลบ็ อนั นอ้ ยนิดของมนั จิกลงที่หลงั ของแกะไวอ้ ยา่ งมนั่ คง จนเลบ็ ของมนั ติดแน่นและพนั อยกู่ บั ขนแกะ มนั พยายามท่ีจะบินและยกแกะข้ึนไปสู่ เบ้ืองบนใหไ้ ด้ แต่ดว้ ยแกะตวั ที่มนั เลือกน้นั ท้งั ตวั ใหญ่และหนกั มากนน่ั เอง ไม่วา่ มนั จะพยายามบินเท่าไหร่กไ็ ม่เป็นผล เลบ็ ของมนั พนั อยกู่ บั ขนแกะน้นั แน่นข้ึนไปทุกที ๆ ไม่นานคนเล้ียงแกะกเ็ ห็นมนั เขา้ แลว้ วงิ่ มาจบั มนั ไวไ้ ด้ เขาตีมนั ดว้ ยไมจ้ นน่วมไปหมด ท้งั ตวั และเขายงั ขริบขนปี กของมนั จนเห้ียนจนบินไปไหนไม่ได้ ตกเยน็ เขากย็ งั เอามนั ไปใหล้ ูกเล่น ลูกเมื่อเห็นมนั กถ็ ามวา่ “พ่อจ๋า นี่เอานกอะไรมาล่ะพอ่ ” พ่อตอบและนึกขา ไปดว้ ยวา่ “มนั คงคิดวา่ มนั เป็นนกอินทรี จึงพยายามล่าเหยอ่ื อยา่ งอินทรี แต่ลูกกเ็ ห็นนี่ วา่ มนั เป็นเพียงอีกาตวั หน่ึงเท่าน้นั ”
๑๙
๒๐ คำชี้แจง นกั เรียนเขียนแผนผงั ตวั ละครท่ีปรากฏในนิทานเร่ือง นกอินทรีกบั อีกา (๕ คะแนน) ตวั ละครในเร่ือง นกอนิ ทรีกบั อกี ำ
๒๑ คำชี้แจง นกั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี (๕ คะแนน) ๑. นกอินทรีทาอะไร ๒. เหตุการณ์น้ีเกิดข้ึนที่ไหน ๓. นกั เรียนคิดวา่ อีกามีนิสัยอยา่ งไร ๔. เพราะเหตุใดอีกาจึงถูกคนเล้ียงแกะจบั ได้ ๕. นกั เรียนไดข้ อ้ คิดอะไรจากนิทานเร่ืองน้ี ๖. นกั เรียนเขียนสรุปใจความสาคญั ไดค้ วามวา่ อยา่ งไร
๒๒ คำชี้แจง นกั เรียนอ่านนิทานเร่ือง คา้ งคาวเลือกพวก แลว้ ตอบคาถามวเิ คราะหอ์ งค์ ความรู้ลงในตาราง KWL-Chart นิทำนเร่ือง “ค้ำงคำวเลือกพวก” กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้ มีคา้ งคาวตวั หน่ึงมนั ถือวา่ ตนมีปี กเหมือนนก เเละกม็ ีหูเหมือนสัตวอ์ ื่นทว่ั ๆ ไป ดงั น้นั เม่ือนกยกพวกไปต่อสู้กบั สัตวอ์ ่ืนๆ คา้ งคาวกข็ อตวั …ไม่เขา้ ขา้ งฝ่ ายใดโดยทาตวั เป็นกลาง แต่พอเม่ือพวกนกน้นั มีท่าทีวา่ จะชนะ…คา้ งคาวกจ็ ะ ประกาศตวั แลว้ ไปเขา้ ขา้ งกบั พวกนกทนั ที ต่อมาพวกนกกาลงั พลาดท่าเสียทีเเก่สตั วอ์ ่ืนๆ… คา้ งคาวกผ็ ละจากพวกนก ไปเขา้ พวกกบั สตั วอ์ ื่นๆ ต่อมาพวกนก ต่อสู้จนใกลจ้ ะไดร้ ับชยั ชนะ… คา้ งคาวกก็ ลบั มาอยกู่ บั พวกนกอีก เม่ือนกกบั สตั วอ์ ื่นๆ ทาสัญญาสงบศึกเเละเป็นมิตรต่อกนั สัตวท์ ้งั หลายต่างกพ็ ากนั ขบั ไล่คา้ งคาว ไม่ยอมใหเ้ ขา้ พวกดว้ ย คา้ งคาวอบั อายจึงตอ้ งไปซ่อนตวั อยใู่ นถ้า… และจะออกจากถ้าไปหาอาหารในตอนกลางคืนเท่าน้นั
๒๓
๒๔ คำชี้แจง นกั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี (๕ คะแนน) ๑. นิทานเรื่องน้ีมีสตั วอ์ ะไรบา้ ง ๒. เหตุการณ์น้ีเกิดข้ึนท่ีไหน ๓. คา้ งคาวมีนิสัยอยา่ งไร ๔. เพราะเหตุใดสตั วท์ ้งั หลายจึงพากนั ขบั ไล่คา้ งคาว ๕. นิทานเร่ืองน้ีใหข้ อ้ คิดอยา่ งไร
๒๕ คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบขอ้ ท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว (๕ คะแนน) ๑. คา้ งคาวมีรูปร่างลกั ษณะอยา่ งไร ก. มีปี ก มีหู ข. มีหู ไม่มีปี ก ค. มีปี ก ไมม่ ีขา ง. มีปี ก ไมม่ ีหาง ๒. สัตวใ์ นนิทานแบง่ ออกเป็นก่ีพวก ก. ๔ พวก ข. ๓ พวก ค. ๒ พวก ง. ๑ พวก ๓. เม่ือมีการตอ่ สู้กนั คา้ งคาวเลือกเขา้ ขา้ งสัตวพ์ วกใด ก. พวกนก ข. พวกผเี ส้ือ ค. พวกสัตวอ์ ่ืนๆ ง. ไมเ่ ขา้ ขา้ งฝ่ ายใด ๔. เหตุการณ์ใดเกิดข้ึนก่อน ก. สตั วท์ ้งั หลายพากนั ขบั ไล่คา้ งคาว ข. นกกบั สัตวอ์ ่ืนๆทาสญั ญาสงบศึกกนั ค. เม่ือนกกบั สตั วอ์ ่ืนๆต่อสู้กนั คา้ งคาวจะไม่เขา้ ขา้ งฝ่ ายใด ง. เมื่อพวกนกต่อสู้ชนะคา้ งคาวจะประกาศตวั ไปเขา้ ขา้ งพวกนกทนั ที ๕. เพราะเหตุใดพวกสตั วท์ ้งั หลายจึงพากนั ขบั ไล่คา้ งคาว ก. เพราะคา้ งคาวไม่มีความจริงใจ ข. เพราะคา้ งคาวมีนิสัยชอบลกั ขโมย ค. เพราะคา้ งคาวไม่มีหูเหมือนสัตวอ์ ่ืนๆ ง. เพราะคา้ งคาวออกหากินในเวลากลางคืน
๒๖ ใบควำมรู้ กำรอ่ำนจบั ใจควำมสำคญั กำรอ่ำนจับใจควำมสำคญั หมายถึง การอ่านเพอ่ื คน้ หาความคิดสาคญั หรือสาระสาคญั ของเรื่องที่ผเู้ ขียนมุ่งเสนอใหผ้ อู้ ่านทราบ ใจควำมสำคญั หมายถึง ขอ้ ความท่ีมีสาระคลุม ขอ้ ความอื่นๆ ในยอ่ หนา้ หรือเร่ืองน้นั ท้งั หมด (ท่ีจะทาใหผ้ อู้ ่านสามารถเขา้ ใจเร่ือง ไดง้ ่าย) โดยมีขอ้ ความอื่นๆ เป็นเพยี งส่วน ขยายใจความสาคญั เท่าน้นั ขอ้ ความหน่ึง หรือตอนหน่ึงจะมี ใจความสาคญั เพียงหน่ึง เดียว นอกน้นั เป็นใจความสาคญั รองลงไป ตวั อย่ำง “ไทยน้ีรักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด เอกราชจะไม่ใหใ้ ครข่มข่ี สละเลือด ทุกหยาดเป็นชาติพลี เถลิงประเทศชาติไทย ทวมี ีชยั ไชโย” ใจควำมสำคญั คือ ความรักชาติไทย
๒๗ ใบควำมรู้ กำรอ่ำนจบั ใจควำมบทเพลง บทเพลงเป็นงานเขียนประเภทจรรโลงใจ เป็นงานเขียนท่ีช่วยให้ จิตใจมีความประณีตข้ึนเป็นการผอ่ นคลายอารมณ์เครียด ผอู้ ่านควรอ่าน ดว้ ยความต้งั ใจ ทาใจใหส้ บายและใชจ้ ินตนาการตามไปดว้ ย หลกั ในกำรอ่ำนจับใจควำมบทเพลง ๑. ใหน้ กั เรียนฝึกอ่านอยา่ งรวดเร็ว โดยใชว้ ธิ ีการ กวาดสายตาจากซา้ ยไปขวาเพื่อพจิ ารณา รายละเอียดของขอ้ ความบทเพลงในแต่ละยอ่ หนา้ ๒. ฝึ กต้งั คาถามจากบทเพลงท่ีอ่าน โดยใชค้ าถาม บทเพลงเก่ียวกบั เรื่องอะไร ผเู้ ขียน มีจุดมุ่งหมาย อยา่ งไร เป็นตน้ ๓. อ่านอยา่ งพจิ ารณา เพอื่ ตอบคาถามท่ีต้งั ไว้ ๔. ใหน้ กั เรียนสรุปสาระสาคญั ตามความเขา้ ใจโดย การเล่าเร่ือง หรือเขียนสรุปยอ่
๒๘ คำชี้แจง นกั เรียนอ่านบทเพลงต่อไปน้ีแลว้ เขียนวเิ คราะหอ์ งคค์ วามรู้ ลงในตาราง KWL-Chart
๒๙
๓๐ ตวั อย่ำง หนา้ ที่ของเดก็ มี ๑๐ ประการ ๑. ดีตอ้ งเอาแต่ใจตนเอง ๒. เดก็ ดีตอ้ งพดู จาสุภาพออ่ นหวาน ๓. เดก็ ดีตอ้ งเช่ือฟังพอ่ แม่ ครู อาจารยเ์ ดก็ ๔. เดก็ ดีตอ้ งขยนั หมนั่ เพียร ไม่เกียจคร้าน ๕. เดก็ ดีตอ้ งมีความซ่ือสตั ยต์ ่อตนเองและผอู้ ่ืน ๖. เดก็ ดีตอ้ งแตง่ กายทนั สมยั ใชข้ องราคาแพง ๗. เดก็ ดีตอ้ งรู้จกั ประหยดั อดออม ๘. เดก็ ดีตอ้ งมีน้าใจ รู้จกั ช่วยเหลือผอู้ ื่น ๙. เดก็ ดีตอ้ งไม่ยอมแพใ้ คร ตอ้ งชนะเท่าน้นั ๑๐. เดก็ ดีตอ้ งมกั ใหญ่ใฝ่ สูง
๓๑ คำชี้แจง นกั เรียนอ่านบทเพลงแลว้ ตอบคาถามวเิ คราะหอ์ งคค์ วามรู้ลงในตาราง KWL- Chart เพลงเยำวชนไทย ท รคาร้อง : เลิศ ประสมทรัพย์ งทานอง : เอ้ือ สุนทรสนาน เยาวชนชาติไทย ตอ้ งหยง่ิ ในความเป็นไทย ชีวติ จิตใจอยา่ ใหใ้ ครดูหมิ่น เยาวชนไทยน้นั เป็นไทยทุกเม่ือ จะอยเู่ หนืออยกู่ ลางหรือทางใต้ แมจ้ ะถือศาสนาใดๆ เกิดเป็นไทยตอ้ งเป็นไทยอยชู่ ว่ั กลั ป์ เดก็ วนั น้ีคือผใู้ หญ่ในวนั หนา้ ชาติศาสนามหากษตั ริยซ์ ่ือสัตยม์ นั่ จงทาดี จงทาดี ไวช้ วั่ ชีวนั ส่ิงสาคญั เพอ่ื มุ่งใหช้ าติไทยเจริญ
๓๒
๓๓ ๑. จุดประสงคใ์ นการเขียนบทเพลงน้ีคืออะไร ตอบ............................................................................................................................. ......................................................................................................................... ......................................................................................................................... ๒. เน้ือหาของบทเพลงกล่าวถึงอะไร ตอบ.............................................................................................................................. .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... ๓. นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไรเม่ือไดอ้ ่านบทเพลงน้ี ตอบ.............................................................................................................................. .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... ๔. นกั เรียนไดป้ ระโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ งจากการอ่านบทเพลงน้ี ตอบ.............................................................................................................................. .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... ๕. นกั เรียนจะนาขอ้ คิดจากการอ่านบทเพลงน้ีไปประยกุ ตใ์ ชช้ ีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร ตอบ...............................................................................................................................
๓๔ ใบควำมรู้ กำรอ่ำนจบั ใจควำมสำรคดี กำรอ่ำนจับใจควำมสำคญั หมายถึง การอ่านเพือ่ คน้ หาความคิดสาคญั หรือสาระสาคญั ของเรื่องที่ ผเู้ ขียนมุ่งเสนอใหผ้ อู้ ่านทราบ ใจควำมสำคญั หมายถึง ขอ้ ความที่มีสาระคลุมขอ้ ความอื่นๆ ในยอ่ หนา้ หรือเรื่องน้นั ท้งั หมด (ที่จะทาใหผ้ อู้ ่านสามารถเขา้ ใจเร่ืองไดง้ ่าย) โดยมีขอ้ ความ อื่นๆ เป็นเพยี งส่วนขยายใจความสาคญั เท่าน้นั ขอ้ ความหน่ึงหรือตอนหน่ึงจะมี ใจความสาคญั เพียงหน่ึงเดียว นอกน้นั เป็นใจความสาคญั รองลงไป สำรคดี สำรคดี หมายถึง งานเขียนร้อยแกว้ ประเภทหน่ึ งที่เสนอเร่ื องราวของบุคคล สถานท่ีหรื อเหตุการณ์เก่ียวกับความรู้ ขอ้ เทจ็ จริง โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือใหค้ วามรู้ และขอ้ เทจ็ จริงเป็นสาคญั นอกจากน้ียงั ทา ให้ผูอ้ ่านเกิดคุณค่าทางปัญญาและไดร้ ับ ความเพลิดเพลินไปในขณะเดียวกนั กลวิธี ก า ร เ ขี ย น ท่ี เ ร้ า ค ว า ม ส น ใ จ แ ล ะ ก า ร ใ ช้ สานวนท่ีชวนอ่าน
๓๕ ประเภทของสำรคดี แบ่งตามวธิ ีเขียน มี ๓ ประเภท คือ สารคดีประเภทความเรียง สารคดีประเภทเร่ืองเล่า และสารคดีประเภทรวบรวม ๑. สำรคดีประเภทควำมเรียง เป็นงานเขียนเรียบเรียงเรื่องราวที่เป็นความรู้ และความเขา้ ใจ แก่ผอู้ ่าน ใชภ้ าษาเขียนท่ีสละสลวย เป็นภาษาแบบแผน มี ๒ ลกั ษณะ คือ สารคดีความเรียงเชิงประวตั ิศาสตร์ และสารคดีความเรียงพรรณนา ๒. สำรคดปี ระเภทเร่ืองเล่ำ เป็นงานเขียนท่ีมีรูปแบบเชิงถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ เร่ืองส่วนตวั ของ ผเู้ขียน ท้งั ท่ีไดท้ ากิจกรรมต่างๆ มีอารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด และไดร้ ับ ประสบการณ์ใหม่ๆ นามาเขียนเล่าเป็นเร่ืองขนาดยาว มี ๒ ลกั ษณะ คือ สารคดีประเภทบนั ทึก และสารคดีประเภทจดหมาย ๓. สำรคดปี ระเภทรวบรวม เป็นหนงั สือท่ีรวบรวมงานเขียนท่ีมีเร่ืองราวเฉพาะเรื่อง ส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของความรู้ท่ีผเู้ ขียนเช่ียวชาญ หรือท่ีมีประสบการณ์ตรง เช่น สารคดี ๕ นาทีกบั ศิลปะไทย มีเน้ือหาเกี่ยวกบั ศิลปะไทย เป็นตน้ มี ๒ ลกั ษณะ คือ สารคดีประเภท โนม้ นา้ วใจ และสารคดีประเภท การขอร้องวงิ วอน
๓๖ หลกั ในกำรอ่ำนจบั ใจควำมสำรคดี ๑. อ่านผา่ นๆ ใหร้ ู้วา่ เร่ืองน้นั วา่ ดว้ ยเร่ืองอะไร จุดใดเป็น จุดสาคญั ของเร่ือง ๒.อ่านเพอ่ื พิจารณาขอ้ ความสาคญั เป็นรายยอ่ หนา้ โดยอาจ สงั เกตไดจ้ ากคาหรือประโยคที่กล่าวซ้ากนั หรือสอดคลอ้ งกนั ซ่ึงปรากฏอยใู่ นแต่ละยอ่ หนา้ ๓. ถาม - ตอบคาถามส้ันๆ เก่ียวกบั ใจความสาคญั ของเร่ือง ในแต่ละยอ่ หนา้ ๔. เช่ือมโยงความคิดสาคญั ของแต่ละยอ่ หนา้ เขา้ ดว้ ยกนั เพอ่ื จบั ใจความสาคญั ๕. เรียบเรียงใจความสาคญั ดว้ ยภาษาของตนเอง ที่เห็นวา่ จะทาใหเ้ ขา้ ใจเรื่องไดถ้ ูกตอ้ ง ๖. วเิ คราะหค์ วามน่าเชื่อถือของขอ้ มูลวา่ ถูกตอ้ งเพยี งใด รวมท้งั วเิ คราะห์เจตนาและจุดประสงคใ์ นการเขียนสารคดี ของผเู้ ขียนดว้ ย
๓๗ คำชี้แจง นกั เรียนอ่านสารคดีเร่ือง “ตุ่น” แลว้ ตอบคาถามวเิ คราะหอ์ งคค์ วามรู้ลงใน ตาราง KWL-Chart ต่นุ ตุ่นมีลกั ษณะคลา้ ยหนูตะเภาตวั อว้ นๆ ซ่ึงเป็นสตั วใ์ นอนั ดบั สัตวฟ์ ันแทะ แต่ทวา่ ตุ่นมีอนั ดบั แยกออกมาเองต่างหาก ซ่ึงใกลเ้ คียงกบั หนูผมี ากกวา่ มีขนอ่อนนุ่ม สีคล้าอยา่ งสีเทาหรือสีดาตลอดท้งั ลาตวั ซ่ึงขนน้ีมีคุณลกั ษณะพิเศษที่สามารถบิดไป ในทิศทางใดกไ็ ด้ แตกต่างจากสตั วป์ ระเภทอ่ืนๆ ส่วนหางส้ัน ตุ่นอาศยั ในโพรงใตด้ ิน ตลอดเวลา จะไม่ข้ึนมาบนพ้ืนดิน หากไม่จาเป็น ดงั น้นั จึงมีหูและตาเลก็ มาก เพราะ แทบไม่ไดใ้ ชป้ ระโยชนแ์ ละถูกเกบ็ ซ่อนอยใู่ ตข้ น เพอื่ ป้องกนั มิใหด้ ินเขา้ เวลาขดุ ดิน ในบางชนิดจะมีหนงั พิเศษปิ ดเหนือตาดว้ ย ขาคู่หนา้ ของตุ่นซ่อนอยใู่ ตข้ น ซ่ึงจะยน่ื ออกมาแต่ส่วนปลายเป็นขอ้ มือที่มีเลบ็ ท่ีแขง็ แรง ๕ เลบ็ ซ่ึงใชใ้ นการขดุ โพรงดิน แต่จะ ใชเ้ ดินบนพ้นื ดินไม่ไดเ้ ลย หากตุ่นข้ึนมาบนดินจะทาไดเ้ พียงแค่คืบคลาน ในโพรง ใตด้ ินของตุ่นมีทางยาวมาก โดยมกั จะขดุ ใหล้ ึกไปจากผวิ ดินราว ๓ นิ้วคร่ึงถึงคร่ึงฟุต เป็นทางยาวขนานไปกบั ผวิ ดิน และลึกจากหนา้ ดินราวหน่ึงฟุตกม็ ีอีกโพรงหน่ึงเป็น คู่ขนานดว้ ยเช่นกนั ซ่ึงท้งั สองสายน้ีเชื่อมไวด้ ว้ ยทางเช่ือมเลก็ ๆ ในแนวตามจุดต่างๆ เป็นระยะๆ แต่ในบางจุดอาจมีแนวดิ่งลึกลงไปถึง ๔ ฟุต ผนงั โพรงราบเรียบสม่าเสมอ กนั ท่ีปลายสุดของโพรงจะใชเ้ ป็นท่ีกลบั ตวั ซ่ึงมีความกวา้ งเพียงขนาดเท่าตวั ของตุ่น ดิน ท่ีขดุ ข้ึนทาโพรงน้นั จะถูกอดั ไปตามผนงั โพรงเพือ่ ใหแ้ น่นและแขง็ แรง แต่บางส่วนกจ็ ะ ถูกดนั ข้ึนไปเหนือพ้ืนดิน เห็นเป็นเนินๆ ซ่ึงเรียกในภาษาไทยวา่ \"โขย\"
๓๘ ตุ่นกินอาหารหลกั คือ ไสเ้ ดือนดินและกส็ ามารถกินอาหารอื่นได้ เช่น หนอน, หอยทาก และพชื ประเภทหวั เช่น มนั หรือ แหว้ หลายชนิด ในวนั หน่ึงๆ ตุ่นสามารถที่จะกินอาหารไดเ้ ท่ากบั น้าหนกั ตวั จึงเป็นสัตวท์ ่ีไม่อาจอดอาหารไดน้ าน ในฤดูแลง้ ที่อาหารขาดแคลน ตุ่นสามารถจะสะสมอาหารเป็นเสบียงได้ ในโพรงดิน ส่วนที่เป็นหอ้ งเกบ็ อาหาร โดยมีรายงานวา่ ตุ่นบางตวั เกบ็ หนอนไวใ้ นหอ้ งเกบ็ อาหาร นบั ร้อยตวั โดยท่ีหวั ของหนอนเหล่าน้ีถูกกดั จนหวั ขาดแลว้ แต่ยงั ไม่ตาย ไม่อาจจะหนี ไปไหนได้ ตามปกติ ตุ่นเป็นสัตวท์ ่ีอาศยั อยลู่ าพงั นอกจากในฤดูผสมพนั ธุ์ ซ่ึงในฤดูผสม พนั ธุ์ตวั ผตู้ อ้ งต่อสู้แยง่ ชิงตวั เมียเสียก่อน ตวั เมียจะเป็นฝ่ ายสร้างรังขนาดลูกรักบ้ีที่บุ ดว้ ยใบไมแ้ ละฟางหรือกิ่งไมเ้ ลก็ ๆ โดยจะอยลู่ ึกจากหนา้ ดินประมาณ ๒ ฟุต หรือ ต้ืนกวา่ น้นั มีทางแยกออกจากรังหลายทาง เพื่อท่ีจะเขา้ ออกไดห้ ลายทาง เพอ่ื ความสะดวกและปลอดภยั ซ่ึงรังของตุ่นจะสะอาดสะอา้ นอยเู่ สมอ
๓๙
๔๐ ตวั อย่ำง ตุ่นมีลกั ษณะคลา้ ยหนูตะเภาตวั อว้ น ๑. “โขย” คือดินท่ีถูกตวั ตุ่นดนั ข้ึนไปเหนือพ้ืนดิน เป็นเนิน ๒. ตวั ตุ่นใชเ้ ลบ็ ในการขดุ โพรงดิน ๓. ในฤดูผสมพนั ธุ์ตุ่นตวั ผจู้ ะต่อสูก้ นั เพอื่ แยง่ ชิงตุ่นตวั เมีย ๔. ตวั ตุ่นกินผลไมเ้ ป็นอาหารหลกั ๕. โพรงของตวั ตุ่นจะลึกลงไปในใตด้ ินเป็นแนวด่ิง ๖. ตวั ตุ่นมีขนสีขาวอ่อนนุ่มตลอดท้งั ตวั ๗. รังของตวั ตุ่นจะรกรุงรังไปดว้ ยเศษอาหาร ๘. ขาคู่หนา้ ของตวั ตุ่นจะซ่อนอยใู่ ตข้ น ๙. ตวั ตุ่นสามารถอดอาหารไดน้ านมาก ๑๐. ตวั ตุ่นอาศยั อยใู่ นโพรงใตด้ ินเป็นบางคร้ัง
๔๑ คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนอ่านสารคดีแลว้ ตอบคาถามวเิ คราะหอ์ งคค์ วามรู้ลงในตาราง KWL- Chart ภำชนะรักษ์โลก ถา้ เหลียวมองไปบนทอ้ งถนน แลว้ มีส่ิงปฏิกลู กระจายเกล่ือน คูคลองมีเศษ พลาสติก ขวดน้าหรือเศษขยะต่างๆ ท่ีถูกทิ้งดว้ ยน้ามือของมนุษย์ กค็ งสร้างความ ไม่สบายใจใหก้ บั สายตาของคนที่มอง โดยเฉพาะพลาสติกและโฟม ที่เขา้ มามีบทบาท สาคญั ในชีวติ ความเป็นอยขู่ องมนุษยท์ ุกคน เพราะช่วยอานวยประโยชนแ์ ละความ สะดวกสบายใหม้ ากมาย แต่หลงั การใชง้ านแลว้ ขยะพลาสติกและโฟมเหล่าน้ี กลบั สร้างปัญหาใหส้ ิ่งแวดลอ้ มอยา่ งรุนแรง เน่ืองจากยอ่ ยสลายยากมาก จนอาจกล่าวไดว้ า่ ไม่ยอ่ ยสลายในธรรมชาติเม่ือนาไปฝังกลบ และหากนาไปเผาจะปล่อยกา๊ ซพิษสู่ สิ่งแวดลอ้ ม นกั วจิ ยั จากมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ จึงศึกษาวจิ ยั จนคิดคน้ วสั ดุยอ่ ยสลาย ไดท้ างชีวภาพจากมนั สาปะหลงั โดยเห็นวา่ แป้งเป็นพอลิเมอร์ชีวภาพชนิดหน่ึง ไดจ้ าก พชื หวั หรือธญั พืชที่สามารถผลิตทดแทนส่วนท่ีใชไ้ ปไดต้ ลอดเวลาและราคาถูก นอกจากน้ีแป้งยงั มีคุณสมบตั ิทางกายภาพและทางเคมีที่เหมาะสมในการนามาแปรรูป เป็นวสั ดุท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยโฟมและยอ่ ยสลายไดง้ ่ายทางชีวภาพ ขณะเดียวกนั มนั สาปะหลงั เป็นพชื เศรษฐกิจของประเทศไทย แต่มกั ประสบปัญหาผลผลิตลน้ ตลาด ราคาตกต่า และไม่มีเสถียรภาพ การนามาแปรรูปเป็นวสั ดุยอ่ ยสลายไดเ้ พอ่ื ทดแทน ภาชนะพลาสติกและโฟมจะช่วยสร้างมูลค่าเพม่ิ ใหม้ นั สาปะหลงั และช่วยลดปัญหา สิ่งแวดลอ้ มท่ีเกิดจากการใชแ้ ละกาจดั ขยะพลาสติกและโฟมไปพร้อมกนั ผลงานวจิ ยั น้ี ไดร้ ับรางวลั ในเวทีต่างๆ มาแลว้ หลายประเทศ รวมท้งั ไดร้ ับสิทธิบตั รจากกรมทรัพยส์ ิน
๔๒ ทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ วสั ดุบรรจุยอ่ ยสลายไดท้ างชีวภาพจากมนั สาปะหลงั น้ี สามารถข้ึนรูปเป็นภาชนะใหม้ ีรูปแบบต่างๆ ไดอ้ ยา่ งหลากหลายตามความตอ้ งการของ ผบู้ ริโภค ไดแ้ ก่ จาน ชาม แกว้ รวมท้งั ถาดอาหารท้งั แบบสองหลุมและสามหลุม ซ่ึง เหมาะสาหรับการใชบ้ รรจุอาหารพร้อมบริโภค และอาหารก่ึงสาเร็จรูปเพ่ือการใช้ คร้ังเดียว สามารถบรรจุไดท้ ้งั อาหารแหง้ อาหารเหลว อาหารร้อน อาหารเยน็ และ สามารถใชอ้ ุ่นอาหารในตูไ้ มโครเวฟได้ นอกจากน้ียงั เหมาะสาหรับการใชง้ านที่ตอ้ ง แยกภาชนะบรรจุอาหารเห็นสดั ส่วน เนื่องจากเหตุผลทางศาสนาและสุขอนามยั การใชว้ สั ดุบรรจุยอ่ ยสลายไดท้ างชีวภาพจากมนั สาปะหลงั จึงช่วยลดภาระให้ ผปู้ ระกอบการธุรกิจอาหาร ท้งั เวลาและค่าใชจ้ ่ายในการจดั เกบ็ และทาความสะอาด ภาชนะบรรจุดว้ ย สาหรับลกั ษณะของภาชนะชนิดน้ีเป็นฟองอากาศกระจายตวั ภายใน เน้ือวสั ดุคลา้ ยโฟม มีสีน้าตาลอ่อนที่เป็นสีธรรมชาติ อาจมีกลิ่นอ่อนๆ ของแป้งท่ีผา่ น ความร้อน แต่ไม่มผี ลเสียต่อคุณภาพอาหาร ใชบ้ รรจุอาหารและเคร่ืองดื่มไดอ้ ยา่ ง ปลอดภยั สามารถเกบ็ รักษาในภาชนะท่ีปิ ดสนิทได้ ๒ ปี ภายใตส้ ภาพบรรยากาศปกติ หลงั ใชง้ านสามารถเกบ็ รวบรวมนาไปใชเ้ ป็นส่วนผสมอาหารสัตวห์ รือทาป๋ ุยหมกั และ ยอ่ ยสลายไดเ้ องตามธรรมชาติ ภายในระยะเวลา ๒-๓ เดือน กรณีท่ีทิง้ ในระบบนิเวศน์ หรือระบบกาจดั ขยะทวั่ ไป โดยไม่มีสารพษิ ตกคา้ งในสิ่งแวดลอ้ ม
๔๓
๔๔ คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี ๑. นกั วจิ ยั ไดค้ ิดคน้ วสั ดุยอ่ ยสลายทางชีวภาพจากส่ิงใด ก. มะละกอ ข. มะเขือเทศ ค. มนั สาปะหลงั ง. เปลือกขา้ วโพด ๒. ขอ้ ใดเป็นประโยชน์ของภาชนะรักษโ์ ลก ก. ช่วยลดปัญหาส่ิงแวดลอ้ ม ข. ช่วยลดปัญหามลพิษทางเสียง ค. ช่วยลดปัญหาเศรษฐกิจตกต่า ง. ช่วยลดปัญหาความขดั แยง้ ทางการเมือง ๓. ขอ้ ใดกล่าวไดถ้ ูกตอ้ ง ก. ภาชนะท่ีผลิตจากมนั สาปะหลงั จะมีสีขาวใส ข. ภาชนะท่ีผลิตจากมนั สาปะหลงั แขง็ แรง คงทน ถาวร ค. ภาชนะที่ผลิตจากมนั สาปะหลงั สามารถเกบ็ อาหารไวไ้ ดน้ าน ง. ภาชนะท่ีผลิตจากมนั สาปะหลงั ใชบ้ รรจุอาหารไดอ้ ยา่ งปลอดภยั ๔. สารคดีน้ีกล่าวถึงเร่ืองใด ก. ภาชนะบรรจุอาหารจากออ้ ย ข. ภาชนะบรรจุอาหารจากโฟม ค. ภาชนะบรรจุอาหารจากตน้ กลว้ ย ง. ภาชนะบรรจุอาหารจากมนั สาปะหลงั ๕. เหตุใดขยะประเภทพลาสติกและโฟมจึงสร้างปัญหาใหก้ บั ส่ิงแวดลอ้ ม ก. เพราะคนนิยมใชก้ นั มาก ข. เพราะไมย่ อ่ ยสลายในธรรมชาติ ค. เพราะยอ่ ยสลายไดด้ ว้ ยการฝังดิน ง. เพราะพลาสติกและโฟมสามารถนามาแปรรูปได้
๔๕ ใบควำมรู้ กำรอ่ำนจบั ใจควำมบทโฆษณำ โฆษณำ คือ การนาเสนอสินคา้ หรือบริการท่ีดึงดูดความสนใจใหผ้ ซู้ ้ือ หนั มาสนใจสินคา้ และบริการอยา่ งต่อเนื่อง โดยจะตอ้ งเนน้ จุดขายของสินคา้ น้นั และไมค่ วร กล่าวเกินจริง จนดูเหมือนวา่ ลูกคา้ ถูกหลอกลวง ถอ้ ยคาสานวนตอ้ งสร้างความ สะดุดใจแก่ผพู้ บเห็น น่าเชื่อถือและดึงดูดความสนใจท้งั ภาพ ตวั หนงั สือ การออกแบบและสีสนั ส่ วนประกอบของโฆษณำ ๑. พาดหวั เป็นส่วนสาคญั ของขอ้ ความโฆษณาที่จะเรียกความสนใจ มกั จะใช้คาหรือประโยคที่สะดุดตา สะดุดใจ เช่น มอบความหอม พร้อมผวิ สวย เป็นตน้ ๒. ขยายพาดหัว เป็ นส่วนขอ้ ความขยายหรือประกอบพาดหัวให้ เขา้ ใจชดั เจนข้ึน ๓. ส่วนขยายรายละเอียดของสินคา้ หรือบริการ เป็ นส่วนท่ีเสนอ ขอ้ มูลท่ีเป็นความดีเด่นของสินคา้ บริการท่ีดีเลิศ ผรู้ ับสื่อโฆษณาจะได้ รับทราบถึงคุณภาพ ประโยชน์ ความดีเด่นพิเศษต่างๆ ของตวั สินคา้ และบริการอยา่ งละเอียดทุกดา้ น ๔. ส่วนสรุปหรือส่วนลงทา้ ย มกั เป็นขอ้ ความกระตุน้ ให้ ผูซ้ ้ือตดั สินใจเร็วข้ึน หรือกระตุ้นให้ผูอ้ ่านทาตาม เช่น แนะวิธี ปฏิบตั ิที่จะซ้ือสินคา้ หรือบริการน้นั อยา่ งไร ที่ไหน
๔๖ ลกั ษณะของโฆษณำทดี่ ี ๑. ชดั เจนไม่คลุมเครือ ๒. ใจความส้นั ไม่เยน่ิ เยอ้ ๓. ใชถ้ อ้ ยคาท่ีชวนใหเ้ ห็นตามและน่าเช่ือถือ ๔. ใชข้ อ้ ความที่เหมาะสมกบั บุคคล อ่านแลว้ ทราบไดท้ นั ที วา่ สินคา้ น้ีตอ้ งการขายใหใ้ คร ๕. ใชภ้ าษาเขา้ ใจง่าย ประโยคส้ัน อ่านแลว้ เขา้ ใจทนั ที หลกั ในกำรอ่ำนจบั ใจควำมโฆษณำ ๕. ใหน้ กั เรียนฝึกอ่านอยา่ งคร่าวๆ ๖. ฝึ กต้งั คาถามตามส่วนประกอบของโฆษณา ๗. อ่านอยา่ งต้งั ใจและตอบคาถามท่ีต้งั ไวใ้ หค้ รบทุกขอ้ ๘. สรุปสาระสาคญั ของโฆษณาตามความเขา้ ใจโดย การเล่าเร่ือง หรือเขียนสรุปเร่ือง
๔๗ คำชี้แจง นกั เรียนอ่านบทโฆษณาแลว้ เขียนตอบคาถามวเิ คราะหอ์ งคค์ วามรู้ลงในตาราง KWL-Chart
๔๘
๔๙ คำชี้แจง คำชี้แจง นกั เรียนอ่านบทโฆษณาแลว้ เขียนตอบคาถามวเิ คราะหอ์ งคค์ วามรู้ลงใน ตาราง KWL-Chart
๕๐
Search