Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การใช้นันทนาการเพื่อพัฒนาจิตใจเด็กช่วงก้าวสู่วัยรุ่น

การใช้นันทนาการเพื่อพัฒนาจิตใจเด็กช่วงก้าวสู่วัยรุ่น

Published by jariya5828.jp, 2022-06-22 03:32:14

Description: การใช้นันทนาการเพื่อพัฒนาจิตใจเด็กช่วงก้าวสู่วัยรุ่น แบ่งปันโดย ❝ ศร-ศิษฺฏ❞

Search

Read the Text Version

ช่อื หนงั สือ การใช้นันทนาการเพ่อื พฒั นาจิตใจเด็กช่วงก้าวสู่วยั ร่นุ ISBN ๙๗๘-๖๑๖-๒๙๗-๑๓๒-๗ จัดท�ำ โดย กลมุ่ นันทนาการเดก็ และเยาวชน ส�ำ นกั นนั ทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ่ งเท่ียวและกฬี า ๑๕๔ ถนนพระราม ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวนั กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐ www.dpe.go.th พิมพ์ครง้ั ที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๗ จำ�นวนพิมพ์ ๕,๐๐๐ เลม่ สถานท่พี มิ พ ์ โรงพมิ พ์ เอส.ออฟเซท็ กราฟฟคิ ดไี ซน์ ๖๓ ซอยประชาอุทิศ ๗๕ แยก ๕ แขวงทุ่งครุ เขตทงุ่ ครุ กรงุ เทพฯ ๑๐๑๔๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๘๗๓ ๖๐๙๕-๖ โทรสาร ๐ ๒๘๗๓ ๕๗๕๘ ออกแบบศิลป ์ บรษิ ทั แอนเิ มเนีย จ�ำ กัด www.animania.co.th

คำ�นำ� กรมพลศกึ ษา มงุ่ เนน้ สรา้ งโอกาสใหเ้ ดก็ เยาวชน และประชาชนโดยทว่ั ไป ประกอบกิจกรรมนันทนาการเป็นประจำ�จนเป็นวิถีชิวิต กิจกรรมนันทนาการ มีหลายประทเภท เช่น ศิลปหัตถกรรม เกมและกีฬา การเต้นรำ� การละคร เป็นต้น ซ่ึงแต่ละกิจกรรมนันทนาการนั้นสร้างความสุขกายและสุขใจ ใหก้ ับผู้ประกอบกจิ กรรมนันทนาการเป็นอย่างยงิ่ เพอ่ื เปน็ การเผยแพรอ่ งคค์ วามรดู้ า้ นนนั ทนาการทห่ี ลากหลายสสู่ าธารณชน กรมพลศึกษา โดยสำ�นักนันทนาการ จึงจัดทำ�หนังสือ “การใช้นันทนาการ เพ่ือพัฒนาจิตใจเด็กช่วงก้าวสู่วัยรุ่น” ขึ้น โดยมุ่งหวังให้ผู้อ่านได้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการใช้นันทนาการเพ่ือพัฒนาจิตใจเด็กช่วงก้าวสู่วัยรุ่น และประโยชน์ รวมถงึ การใชน้ นั ทนาการ ๑๑ ประเภทเพอื่ พฒั นาจติ ใจชว่ งกา้ ว ส่วู ยั รุ่น หวังเป็นอย่างย่ิงว่า หนังสือเลม่ นจ้ี ะเปน็ ประโยชน์ส�ำ หรบั เดก็ เยาวชน และประชาชนทว่ั ไปทีส่ นใจ คณะผจู้ ดั ท�ำ สำ�นักนนั ทนาการ กรมพลศกึ ษา

สารบัญ หนา้ ๗ ๘ บทท่ี ๑ วัยเดก็ และความต้องการของเดก็ ๙ วยั เด็ก ๑๐ ความโกรธของเด็ก ๑๑ ความกลัวของเดก็ ๑๒ ความรักของเด็ก ๑๕ ความรษิ ยาของเดก็ ๑๖ บทที่ ๒ ชว่ งก้าวจากวยั เด็กเขา้ สวู่ ัยรนุ่ ๑๗ การพฒั นาดา้ นร่างกายวัยเดก็ กา้ วสวู่ ยั รุน่ ๑๘ การเจริญเติบโตของร่างกายในวยั ต่าง ๆ ๑๙ การติดตามดแู ลการเจริญเตบิ โตของตนเอง ๒๓ การเปลีย่ นแปลงทางชวี วิทยา เมื่อเริ่มเขา้ สวู่ ัยรนุ่ ๒๓ การพฒั นาด้านจติ ใจวยั เด็กกา้ วสวู่ ัยร่นุ ๒๙ พัฒนาการทางจิตใจ ๒๙ พฒั นาการทางสงั คม ๓๑ ความสมั พันธ์ระหวา่ งเพ่ือน ๓๕ ปญั หาทางด้านสงั คมของวัยรนุ่ ๓๖ บทที่ ๓ ความหมาย ความสำ�คัญ ของนนั ทนาการ ๓๖ ความหมายของนนั ทนาการ ๓๖ นนั ทนาการ กจิ กรรมนนั ทนาการ แบง่ เปน็ ๑๑ ประเภท

สารบัญ หน้า บทที่ ๔ การใช้นนั ทนาการเพ่อื ใช้ในการพฒั นาจิตใจเด็กชว่ งก้าวสวู่ ัยรนุ่ ๔๑ ความร้คู วามเขา้ ใจในนนั ทนาการตอ่ การพฒั นาเด็กชว่ งกา้ วสู่วัยร่นุ ๔๗ แนวการจัดกจิ กรรมนนั ทนาการเด็กที่มคี วามส�ำ คญั ๕๑ การจดั กิจกรรมนันทนาการโดยใช้การเรียนปนเล่น ๕๑ การจดั กิจกรรมนันทนาการการเรียนรโู้ ดยใชเ้ พลง ๕๔ คุณคา่ และประโยชนข์ องนนั ทนาการ ๕๕ บทที่ ๕ การใชน้ ันทนาการเพือ่ พัฒนาจิตใจเด็กช่วงก้าวส่วู ยั รุ่น ๕๙ นนั ทนาการกับพฤตกิ รรมมนษุ ย์ ๖๐ กจิ กรรมนันทนาการมีสว่ นเก่ยี วข้องกบั พฤตกิ รรมของในแต่ละวัย ๖๑ ประเภทกิจกรรมนันทนาการและการใช้เวลาว่าง ๖๓ การน�ำ กจิ กรรมนันทนาการและการใช้เวลาวา่ งไปใช้ในชวี ติ ประจำ�วนั ๖๓ กิจกรรมนันทนาการท่ชี ว่ ยในการพัฒนาร่างกายและจิตใจ ๖๔

6

บทที่ ๑ วยั เดก็ และความตอ้ งการของเด็ก 7

เราคงได้ยินคำ�ว่าเด็ก ซึ่งเด็กนั้นมีความต้องการทางด้านร่างกาย ทางด้านจิตใจ อารมณ์ สังคมอย่างไรบ้าง เมื่อได้ทราบ ถึงความต้องการ ทางด้านต่าง ๆ แล้วก็จะสามารถพัฒนาจิตใจเด็กเพื่อก้าวสู่วันรุ่น จึงได้มี การใหค้ วามหมายของเด็ก ไดด้ ังต่อไปนี้ วัยเด็ก วยั เดก็ หมายถงึ วยั แรกเกดิ จนถงึ ๑๒ ปี ซง่ึ เปน็ ชว่ งกอ่ นทจ่ี ะเขา้ สวู่ ยั รนุ่ ท้งั น้อี าจจะพจิ ารณาเปน็ ๓ ระยะ คือ วัยทารกตั้งแตเ่ กิด ถงึ ๒ ปี วัยก่อนเรยี น หรือวัยเด็กตอนต้น อายุ ๓ ถึง ๖ ปี และวัยเรียนหรือวัยเด็กตอนกลาง และตอนปลาย อายุ ๖ ถึง ๑๒ ปี ในแต่ละวัยมนุษย์เรามีความต้องการ ตามธรรมชาติแตกต่างกันไป ถ้าได้บรรลุความต้องการก็จะเกิดความพึงพอใจ เชอ่ื มน่ั ในตนเองมานะพยายามและเกดิ การพฒั นาบคุ ลกิ ภาพในทางทเ่ี หมาะสมตอ่ ไป ถ้าผิดหวังก็เกิดขัดเคือง หมดความมั่นใจ ท้อถอยรู้สึกเป็นผู้แพ้ ๓ ส่ิงเหล่านี้ เปน็ เรอื่ งทเ่ี กดิ ขน้ึ ตามธรรมชาตขิ องมนษุ ย์ เดก็ เลก็ มคี วามตอ้ ง การทางรา่ งกาย ได้แก่อาหาร อากาศ น้ำ� สัมผัส ฯลฯ เมื่อโตข้ึนมีการเรียนรู้มากข้ึนก็เกิด ความตอ้ งการทางอารมณ์ สงั คม ความตอ้ งการของเดก็ แบง่ ไดเ้ ปน็ ๔ อยา่ ง คอื ๑. ความตอ้ งการความรกั (Need for Affection) เมอ่ื เดก็ จ�ำ ความได้ จะรสู้ กึ วา่ ความรกั ความอบอนุ่ นน้ั เปน็ ของส�ำ คญั อยากใหค้ นอน่ื รกั และไดร้ กั คนอน่ื เด็กท่ีมีความอบอุ่นได้รับความรักจากพ่อแม่ พี่น้อง จะมีอารมณ์แจ่มใสคงที่ ไม่มกี ารเอาเปรียบอิจฉารษิ ยา ซ่ึงตรงขา้ มกบั เดก็ ที่ขาดความรักความอบอุน่ ๒. ความตอ้ งการความปลอดภยั (Need for Security) เดก็ ตอ้ งการ ความเสมอต้นเสมอปลาย หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เด็กไม่สามารถ 8 บทท่ี ๑ วัยเดก็ และความตอ้ งการของเดก็

ปรับตัวไดท้ นั จะทำ�ใหร้ ู้สึกวา่ ตวั เองอยใู่ ฐานะไมป่ ลอดภยั ๓. ความตอ้ งการสถานะในสงั คม (Need for Status) เดก็ ทกุ คน ต้องการให้ผู้อ่ืนรับรู้ว่าตนเป็นส่วนหน่ึงของสังคม อยากให้คนอ่ืนเอาใจใส่ และชมเชย ๔. ความต้องการอิสรภาพ (Need for Independence) เด็กต้องการรับผิดชอบการงาน ต้องการทำ�งานเป็นอิสระตามความสามารถ ของตนความต้องการเหล่าน้ีเป็นแรงผลักดัน ให้เด็กเกิดมีการกระทำ�ต่าง ๆ หรือแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ออกมา เพ่ือสนองความต้องการที่เกิดขึ้น อารมณ์ของเด็ก อารมณ์ท่ีเกิดขึ้นในวัยเด็ก และมีการพัฒนาไปสู่ ความเป็นผู้ใหญ่ จนกระท่ังมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ (Emotional maturity) ไดแ้ ก่ ความโกรธ ความกลวั ความรักและความริษยาวุฒภิ าวะทางอารมณเ์ ด็ก (Emotional maturity) ความโกรธของเดก็ ความโกรธเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งใด หรือบุคคลใด มาขัดขวางความปรารถนาไว้ ทำ�ให้เกิดความคับข้องใจ (Frustration) ถา้ ผดิ หวงั มากกจ็ ะโกรธมากส�ำ หรบั เดก็ เลก็ ความโกรธจะปรากฏใหเ้ หน็ เมอื่ เดก็ ไมส่ ามารถท�ำ สง่ิ หนง่ึ สง่ิ ใดทต่ี อ้ งการไดห้ รอื เมอื่ การกระท�ำ ของเดก็ ถกู ขดั ขวาง การแสดงอาการโกรธจะแตกต่างกันไปตามอายุของเด็กแต่ละคน ในวัยทารก เม่ือการกระท�ำ ของเด็กถกู ขัดขวาง เดก็ ทารกจะแสดงการรอ้ งไห้ แสดงอาการ ไมเ่ ปน็ สขุ แตเ่ มอ่ื อายปุ ระมาณ ๒ ขวบ จะแสดงออกโดยการเตะถบี สง่ิ ของตา่ ง ๆ ลงมอื ลงเทา้ รอ้ งไห้ ดา่ ขว้างปาข้าวของ หรืออาการก้าวร้าวอืน่ ๆ เม่อื โตขน้ึ บทที่ ๑ วยั เด็กและความตอ้ งการของเดก็ 9

อาจจะแสดงออกในลกั ษณะตา่ ง ๆ กนั เชน่ แสดงออกทางสหี นา้ การไมย่ งุ่ เกย่ี วดว้ ย จนถึงการทำ�รา้ ยผอู้ ื่น ในสถานการณเ์ ดียวกันอาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความกลัวในระดับ อายหุ นงึ่ โกรธในอกี ระดบั อายหุ นง่ึ และอกี ระดบั อายหุ นง่ึ อาจมกี ารขบขนั กไ็ ด้ ความกลัวของเดก็ ความกลวั เกดิ ขน้ึ เมอื่ เดก็ รสู้ กึ วา่ ตนเองขาดความปลอดภยั (Insecurity) ซึ่งจะเกิดต่อเมื่อมีส่ิงใดส่ิงหน่ึงมาทำ�ให้เกิดข้ึน เด็กจะแสดงความกลัวโดย การร้องและแสดงอาการกระเถิบหนีตามธรรมชาติ ความกลัวมักมีสาเหตุ จากการที่เด็กตอ้ งเผชิญกบั สิง่ แปลก ๆ ใหม่ ๆ โดยทนั ทที นั ใดหรอื ไม่คาดฝัน เดก็ อายุ ๑-๓ ขวบ จะแสดงอาการกลวั ความมืด กลวั ฝนั ร้าย ความกลวั ของ เด็กอาจเน่ืองมาจากผู้ใหญ่ก็ได้ ถ้าผู้ใหญ่แสดงอาการกลัวต่อสิ่ง ใดส่ิงหน่ึง เด็กก็จะพลอยกลัวไปด้วย หรือ เกิดจากการท่ีผู้ใหญ่หลอกให้เด็กกลัว สง่ิ ท่ีไมม่ ีเหตุสมควร สงิ่ ต่าง ๆ ทเ่ี ด็กกลวั พอจะแบง่ ได้เปน็ ๔ ประเภท คอื ๑. สัตว์ ตัง้ แตส่ ัตวเ์ ล็กไปจนถงึ สัตว์ใหญ่ ๒. สถานการณน์ ่ากลวั ๓. ธรรมชาตทิ ่ีเดก็ กลัว เชน่ ฟา้ ผา่ ๔. สิ่งนอกเหนือธรรมชาติ เช่น ผี ยกั ษ์ ฯลฯ โดยท่ัวไปความกลัวของเด็กขึ้นกับอายุและการเรียนรู้ วัยทารก นน้ั ยงั มคี วามกลวั ไมม่ าก แตเ่ มอ่ื โตขนึ้ รบั รแู้ ยกแยะไดม้ ากขน้ึ ความกลวั กเ็ พมิ่ จ�ำ นวนมากขน้ึ ยง่ิ เรม่ิ จนิ ตนาการได้ บางทเี ดก็ กจ็ ะมคี วามกลวั จากจนิ ตนาการ ของตนเองเพม่ิ ขน้ึ อยา่ งไรกต็ ามเดก็ กจ็ ะสามารถใชส้ ตปิ ญั ญาความรคู้ วามเขา้ ใจตา่ ง ๆ ขจัดความกลัวในบางส่ิงบางอย่างท่ีเคยกลัวลงได้ ส่วนอิทธิพลของการเรียนรู้ 10 บทท่ี ๑ วยั เด็กและความต้องการของเดก็

ทมี่ ตี อ่ ความกลวั ของเดก็ นน้ั มองเหน็ ไดค้ อ่ นขา้ งชดั เจน การเรยี นรนู้ อี้ าจมาจาก ประสบการณ์ของเดก็ โดยตรง เชน่ เคยถูกสุนขั กดั ท�ำ ให้กลวั สุนัข หรอื มาจาก ค�ำ บอกเลา่ ของคนอน่ื หรอื มาจากจนิ ตนาการของเดก็ เอง เมอ่ื เดก็ เกดิ ความกลวั ปฏิกิริยาตอบสนองโดยท่ัวไป คือ พยายามหนีส่ิงท่ีกลัวส่วนการเผชิญหน้า หรือกำ�จัดส่ิงที่กลัวนั้น เด็กไม่ค่อยจะทำ� แต่ถ้าหนีทุกคร้ังไป ก็ทำ�ให้ ขาดประสบการณ์บางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการได้ การหนีส่ิงท่ีกลัว โดยไม่มีเหตุผลอันควรแสดงว่าเด็กยังขาดความรู้ความเข้าใจ บางคร้ังผู้ใหญ่ กไ็ มค่ อ่ ยอธบิ ายเทา่ ทค่ี วร มกั ตดั ปญั หาดว้ ยการบอกใหเ้ ดก็ หลบหลกี สง่ิ ทก่ี ลวั เสยี เม่อื โตขนึ้ กก็ ลายเป็นคนหวาดกลัวสง่ิ ตา่ ง ๆ ท่ีไม่มีเหตผุ ลอย่เู สมอ ถา้ เดก็ รจู้ ัก สง่ิ ตา่ ง ๆ มากขน้ึ ควบคมุ สถานการณต์ า่ ง ๆ ไดม้ ากขน้ึ เดก็ กจ็ ะคอ่ ย ๆ หายกลวั เด็กที่ตกใจต้องการคนปลอบใจมากกว่าการดุด่า เด็กต้องการท่ีจะเอาชนะ สถานการณ์น้ัน ๆ ดว้ ยตวั ของเขาเอง ถ้าเด็กไดพ้ บเห็นเหตุการณต์ ่าง ๆ มาก และพอ่ แมค่ อยชว่ ยแนะน�ำ อธบิ าย เดก็ กจ็ ะมเี หตผุ ลเกดิ ความเชอื่ มนั่ ในตนเอง ความกลวั ต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ หายไป ความรักของเดก็ ความรัก (Affection) เป็นอารมณ์อย่างหน่ึงต่อบุคคลหรือสิ่งของ ความรักของเด็กจะเป็นไปตามธรรมชาติ เกิดจากสถานการณ์ทางสังคม และการเรยี นรขู้ องเดก็ เดก็ จะรกั ผทู้ ด่ี แู ล และใหค้ วามเอน็ ดแู กเ่ ขาตง้ั แตใ่ นวยั ทารก และการแสดงความรักของเด็กก็จะพัฒนาข้ึนเร่ือย ๆ เมื่อเด็กรู้จักเก่ียวข้อง กบั คนมากขน้ึ เมอ่ื โตขน้ึ กจ็ ะรจู้ กั รกั สง่ิ ของ เชน่ ตกุ๊ ตา จากนน้ั เดก็ กจ็ ะรกั บคุ คล นอกบ้านท่ีรักและสนใจตน เด็กจะแสดงความรักต่อผู้อื่นเพียงใดนั้นข้ึนอยู่กับ ความรักที่เด็กได้รับจาก พ่อแม่ ครอบครัว ถ้าได้รับแต่ความจงเกลียดจงชัง บทท่ี ๑ วยั เด็กและความตอ้ งการของเดก็ 11

อารมณ์รักของเด็กจะไม่พัฒนาขึ้นมาเท่าที่ควร ท้ังเด็กยังต้องออกไปแสวงหา ความรักจากบคุ คลภายนอกบ้าน เด็กเลก็ ๆ ถา้ รักใครจะ แสดงออกมาให้เหน็ โดยการกอดรัด อยากอยูใ่ กลก้ ับคนหรอื สิ่งของท่ีตนรักตลอดเวลา นอกจากนี้ เดก็ ยังเตม็ ใจทีจ่ ะช่วยงานของคนทตี่ นรัก ทำ�งานเลก็ ๆ นอ้ ย ๆ เท่าท่ีจะทำ�ได้ เม่ือโตขึ้นเข้าโรงเรียนการแสดงออกก็เปลี่ยนไป จะกลายเป็นชอบอยู่ใกล้ คนที่เด็กรัก ทำ�งานร่วมกัน แทนที่จะแสดงความรักแบบวัยเด็กเล็ก ๆ ความรกั เปน็ สิ่งจ�ำ เป็นส�ำ หรับชวี ติ คนที่ขาดความรกั ไม่วา่ จะเป็นผู้ให้หรือผู้รบั ย่อมขาดความสุขใจรวมทั้งเกิดปม ด้อยได้ ดังน้ัน การเป็นผู้ท่ีมีความรักที่ดี และเหมาะสมจงึ เปน็ ประโยชนต์ ่อพัฒนาการทางจิตใจ อย่างมากมาย ความริษยาของเดก็ ความริษยา (Jealousy) เกิดขึ้นเม่ือเด็กต้องสูญเสียความรักไป หรือเมื่อเด็กพบว่ามีคนอ่ืนมาเอาส่ิงที่เขาคิดว่าเป็นสมบัติพิเศษของเขาไป ๓ อารมณร์ ษิ ยานจี้ ะแสดงออกมาในลกั ษณะของความโกรธ อาจจะโกรธบคุ คล หรอื สงิ่ ของกไ็ ด้ อาจจะมคี วามโกรธและความกลวั ผสมกนั ผทู้ เี่ กดิ อารมณร์ ษิ ยา จะรสู้ กึ วา่ ตนเองไดร้ บั การขม่ ขู่ ขาดความมน่ั คงมน่ั ใจในการทจ่ี ะตดิ ตอ่ สมั พนั ธ์ กับบุคคลที่ตนรัก เพราะเกิดความกลัวว่าคนที่ตนรักจะไม่รักตน สาเหตแุ ละการแสดงออกของอารมณ์ รษิ ยาของเดก็ ๆ นนั้ ขน้ึ อยกู่ บั การฝกึ ฝน การเรียนรู้ของเด็ก และการปฏิบัติของคนอ่ืนต่อเด็ก อารมณ์นี้ทำ�ให้เด็ก มคี วามรสู้ กึ มองโลกไปในแงร่ า้ ยแมใ้ นวยั ผใู้ หญ่ สง่ิ เรา้ ทท่ี �ำ ใหเ้ กดิ อารมณร์ ษิ ยา มกั จะเป็นบคุ คลและสถานการณ์ทางสังคม พอ่ แม่หรอื คนท่ีเลย้ี งดูเดก็ มักเปน็ ผู้ท่ีทำ�ให้เด็กเกิดอารมณ์ริษยา เนื่องจากเด็กต้องการความรัก ความสนใจ จากผูใ้ หญ่ เด็กมกั รูส้ ึกวา่ ตนต้องแข่งขันกับเด็กอืน่ อยเู่ สมอ ความริษยาในเด็ก 12 บทที่ ๑ วัยเด็กและความตอ้ งการของเดก็

จะแสดงออกในรปู พฤตกิ รรมตา่ ง ๆ เชน่ ปสั สาวะรดทน่ี อน กดั เลบ็ ท�ำ ลายขา้ วของ หรือเรียกร้องให้ผู้อื่นสนใจตน เม่ือโตขึ้นความริษยาบุคคลในบ้านจะลดลง เด็กจะเบนความสนใจไปสู่สิ่งแวดล้อมนอกบ้าน หันไปริษยาเพื่อน ๆ อาการทเี่ ดก็ แสดงออกบอ่ ย ๆ เมื่อเกิดอารมณร์ ิษยา คือ ๑. แสดงความเป็นศัตรู หรอื กา้ วร้าวกบั คู่แขง่ ของตน ๒. พยายามทำ�ตัวใหเ้ หมือนคู่แข่ง ๓. ยอมแพ้ ๔. พยายามเกบ็ กดไว้ คดิ ว่าเปน็ เรอ่ื งไมส่ �ำ คญั ๕. หาทางออกไปในการหาช่อื เสียงอ่ืน ในเดก็ โต การแสดงออกจะมาในรปู ทางออ้ มมากกวา่ ทางตรงความรษิ ยา ของเดก็ เรมิ่ กอ่ ตวั จาก ครอบครวั กอ่ น และเปน็ ผลจากการเลยี้ งดกู ารแสดงออก ของพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่แสดงความสนใจเด็ก เด็กย่อมไม่เกิดความริษยามากนัก อย่างไรก็ดีอารมณ์น้ีในเด็กเล็กถือว่าเป็น เร่ืองธรรมดา ๓ เพราะเด็กเล็ก ยอ่ มตอ้ งการความรกั ความสนใจ เอาใจใส่ ยงั ไมไ่ ดเ้ รยี นรถู้ งึ การเออื้ เฟอ้ื ตอ่ กนั พอ่ แมผ่ มู้ หี นา้ ทเ่ี ลย้ี งดเู ดก็ จงึ ควรฝกึ ใหเ้ ดก็ มคี วามรษิ ยานอ้ ยทสี่ ดุ หรอื ไมม่ เี ลย เม่ือเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะได้เป็นคนมีจิตใจเยือกเย็น หนักแน่น ดำ�รงชีวิต อยใู่ นสังคมได้อยา่ งมีความสุข บทท่ี ๑ วยั เดก็ และความตอ้ งการของเดก็ 13

14

บทท่ี ๒ ชว่ งกา้ วจากวยั เด็กเข้าสวู่ ัยรนุ่ 15

ชว่ งของการกา้ วของเดก็ นน้ั จะประกอบไปดว้ ย ๒ สว่ นหลกั ทจ่ี ะมกี าร เปล่ียนแปลงไปพร้อมกัน คือการเปล่ียนแปลงทางด้านร่างกาย และความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ ซึ่งทั้ง ๒ ส่วนน้ีจะต้องมีความสัมพันธ ์ จึงจะท�ำ ใหเ้ ดก็ ก้าวสู่วัยรนุ่ ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ ทัง้ ดา้ นร่างกายและจติ ใจ การพฒั นาด้านร่างกายวยั เดก็ กา้ วสูว่ ัยร่นุ พืชและสัตว์มีการเจริญเติบโต ตัวคนเราก็มีการเจริญเติบโต เช่นเดียวกับต้นพืช เม่ือก่อนเราตัวเล็ก เด๋ียวน้ีเราตัวโตข้ึน ที่เราตัวโตข้ึน เพราะเราไดก้ นิ อาหารทกุ วนั อาหารทเ่ี หมาะสมและชว่ ยใหเ้ ดก็ ๆ อยา่ งพวกเรา เจริญเติบโตได้ดีชนิดหน่ึง คือ นม การรับประทานอาหารท่ีดีมีประโยชน์ จะช่วยให้ร่างกายของเราเจริญเติบโตและแข็งแรง สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายของเรามีการเจริญเติบโต คือ การมีนำ้�หนักและส่วนสูงเพิ่มข้ึน ความสูงของร่างกายคนเรา จะเพ่ิมข้ึนอย่างพอเหมาะกับนำ้�หนักตัวเรา เด็กผู้หญิงจะมีส่วนสูงเต็มที่เม่ือมีอายุระหว่าง ๑๔–๑๕ ปี หลังจากนั้น ก็จะสูงเพ่ิมขึ้นอีกเล็กน้อย ส่วยเด็กผู้ชายส่วนสูงจะเพ่ิมขึ้นท่ีเมื่ออายุระหว่าง ๑๗–๑๘ ปี หลังจากนน้ั สว่ นสูงจะเพ่ิมข้ึนอกี เลก็ นอ้ ย การเจริญเติบโตของรา่ งกายในวัยตา่ ง ๆ ร่างกายคนเรา มีการเจริญเติบโตจากวัยทารกสู่วัยเด็ก วัยรุ่น และวยั ผใู้ หญ่ ซง่ึ ในแตล่ ะวยั ขนาดของรา่ งกายจะมกี ารเปลย่ี นแปลงแตกตา่ งกนั ไป การเจรญิ เตบิ โตทางร่างกายของคนเรา สังเกตได้จากสิ่งตอ่ ไปนี้ 16 บทที่ ๒ ชว่ งก้าวจากวัยเด็กเขา้ สูว่ ัยรุ่น

๑. น้ำ�หนัก ๒. ส่วนสูง ๓. ความยาวของลำ�ตวั ๔. ความยาวของชว่ งแขนเมื่อกางเตม็ ท่ี ๕. ความยาวของเสน้ รอบวงศีรษะ ๖. ความยาวของเสน้ รอบอก ๗. การข้ึนของฟันแท้ เด็กวัยทารกหรอื เด็กวยั แรกเกดิ เด็กวัยแรกเกิดจะมีอายุอยู่ในช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงสามปี จะมกี ารเจรญิ เตบิ โตโดยมีสัดส่วนของศรี ษะตอ่ ลำ�ตัวเป็น ๑ ตอ่ ๔ เด็กกอ่ นวยั เรยี น ในวัยนี้จะมีอายุอยู่ในช่วง ๓-๖ ปี รูปร่างและสัดส่วนของเด็ก จะเปล่ยี นไปจากวยั แรกเกิด ดงั น้ี รูปร่างค่อย ๆ ยืดตัวออกใบหน้าและศีรษะเล็กลงเมือเทียบกับลำ�ตัว มอื และเทา้ ใหญ่และแข็งแรง อกและไหล่ขยายกวา้ งขน้ึ แตห่ นา้ ท้องแฟบลง เดก็ วัยเรยี น เดก็ ในวยั เรยี นอายรุ ะหว่าง ๖–๑๒ ปี จะมกี ารเจริญเติบโต ดงั น้ี นำ้�หนักโดยเฉลี่ยจะเพิ่มข้ึนประมาณ ๒–๓ กิโลกรัมต่อปี ส่วนสูงเพิ่มประมาณ ๔–๕ เซนติเมตรต่อปี ฟันนำ้�นมจะเร่ิมหัก เม่ืออายุประมาณ ๖ ปี และจะมฟี ันแทข้ น้ึ มาแทนที่ บทท่ี ๒ ชว่ งก้าวจากวยั เดก็ เข้าสวู่ ัยรนุ่ 17

เด็กวยั รนุ่ เด็กวัยรุ่นจะมีอายุอยู่ในช่วงอายุประมาณ ๑๐ ปีขึ้นไป จนถึงอายุ ประมาณ ๒๐ ปี ระยะวัยรุ่นจัดว่าเป็นวัยที่มีความสำ�คัญอย่างย่ิง เพราะเปน็ วัยทร่ี า่ งกายและจติ ใจเรมิ่ เปล่ยี นจากวยั เด็กเข้าสูว่ ัยผู้ใหญ่ จงึ จัดว่า เป็นช่วงหัวเล้ียวหัวต่อท่ีสำ�คัญของชีวิต ซ่ึงถ้าวัยรุ่นไม่ได้รับการแนะนำ� อยา่ งถกู ต้อง อาจทำ�ใหป้ ระพฤติในสง่ิ ทผ่ี ิดได้ เมือ่ กา้ วเข้าสูว่ ัยรนุ่ ทง้ั เพศชาย และเพศหญิงจะมกี ารเปลี่ยนแปลงท่ีเกดิ ขนึ้ ตามธรรมชาติ ดงั น้ี เพศชาย จะมีการเจริญเตบิ โตอยา่ งรวดเร็ว เม่ืออายุประมาณ ๑๕ ปี รา่ งกายจะขยายใหญข่ น้ึ มกี ลา้ มเนอ้ื ขน้ึ เปน็ มดั แขนขาขาวใหญข่ นึ้ มหี นวดเครา นมแตกพานเสียงหา้ ว มีขนขึน้ เพศหญิง จะมีส่วนสูงเพ่ิมข้ึนอย่างรวดเร็ว เมืออายุประมาณ ๑๕ ปี หนา้ อกจะขยายใหญข่ น้ึ เอวคอด สะโพกพาย ใบหนา้ และผวิ พรรณเปลง่ ปลง่ั ขน้ึ มีสวิ ข้ึนที่ใบหนา้ และมีประจำ�เดอื น การติดตามดแู ลการเจริญเตบิ โตของตนเอง การเจรญิ เตบิ โตของคนเรา เปน็ สง่ิ ทบ่ี ง่ บอกเกย่ี วกบั สภุ าพของรา่ งกาย ของคนคนน้ัน เพราะถ้าร่างกายมีการเจริญเติบโตที่เหมาะสมกับวัย กจ็ ะท�ำ ใหค้ นคนนน้ั สามารถพฒั นาจากวยั หนงึ่ ไปสอู่ กี วยั หนง่ึ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ดังนั้นเราจึงต้องรู้จักติดตาม ดูแล และสังเกตการณ์เจริญเติบโตทางร่างกาย ของ ตนเองอยู่เสมอ 18 บทท่ี ๒ ช่วงกา้ วจากวัยเด็กเข้าสู่วยั รุ่น

การตดิ ตามดแู ลการเจริญเตบิ โต ๑. ชงั่ นำ้�หนกั และวัดสว่ นสูงของตนเองอย่างสม่ำ�เสมอ อย่างนอ้ ยปลี ะ ๒ ครง้ั ๒. สำ�รวจตนเองและจดบนั ทกึ การเปล่ยี นแปลงของร่างกาย และน�ำ มาเปรียบเทียบกบั เพ่ือนในวัยเดยี วกนั ๓. ควรเขา้ รบั การตรวจสขุ ภาพร่างกายประจ�ำ ปี เปน็ ประจำ�ทุก ๆ ปี การตดิ ตามดแู ลการเจรญิ เตบิ โตของตนเอง จะท�ำ ใหเ้ ราทราบวา่ ตนเอง มกี ารเจรญิ เตบิ โตทางรา่ งกายเปน็ ไปตามวยั หรอื ไม่ และถา้ พบวา่ ตวั เรามปี ญั หา ดา้ นสขุ ภาพก็จะท�ำ ให้สามารถไปปรกึ ษาแพทยไ์ ด้ตัง้ แต่ เบือ้ งต้น การเปล่ียนแปลงทางชีววิทยา เมอ่ื เรมิ่ เข้าสวู่ ยั รนุ่ อายุที่เราถือว่าอยู่ในวัยรุ่นคือ อายุ ระหว่าง ๑๑-๒๐ ปี สำ�หรับ การเปลย่ี นแปลงของเดก็ ชาย เรม่ิ ประมาณอายุ ๑๒-๑๔ ปี เดก็ หญงิ ก็ ๑๑-๑๓ ปี ซึ่งจะเร่ิมต้นมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายก่อน ต่อมาจึงมีการเปลี่ยนแปลง ทางเพศ ซงึ่ แบง่ ดังตารางท่ีแสดง บทที่ ๒ ชว่ งกา้ วจากวัยเดก็ เขา้ สวู่ ยั รนุ่ 19

การเปลีย่ นแปลงของเดก็ สวู่ ยั รุน่ เด็กชาย เด็กหญงิ ทางร่างกาย ส่ ว น สู ง แ ล ะ น้ำ � ห นั ก ตั ว จ ะ เ พิ่ ม ขึ้ น เมื่ออายุย่างเข้าประมาณ ๑๐-๑๓ ปี เด็กหญิง อย่างพรวดพราดเมื่ออายุย่างเข้าประมาณ จะโตเร็วกว่าเด็กชาย ๑-๒ ปีในช่วงน้ีจึงสูงกว่า ๑๒-๑๔ ปี ส่วนสูงเห็นชัดเจนกว่าน้ำ�หนัก เดก็ ชายวยั เดยี วกนั เลก็ นอ้ ย ไขมนั ใตผ้ วิ หนงั เพมิ่ ขน้ึ ไขมันใต้ผิวหนังบางลง ทำ�ให้แลดูผอมลง สะโพกจะกว้างกว่าเดก็ ชาย กล้ามเนื้อจะ เจริญเติบโตมากกว่าเด็กหญิง ไหล่จะกว้างกว่าเดก็ หญงิ ทางเพศ จะเปล่ียนแปลงตามลำ�ดับดงั นี้ อัณฑะจะใหญ่ขึ้น บริเวณผิวหนังหุ้มอัณฑะ เต้านมจะเริ่มมีขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ และเจริญเติบโต จะหนาเป็นรอยย่น และสีคลำ้�ข้ึน มีขนข้ึน ขึ้นเรื่อย ๆ มีขนข้ึนปริเวณหัวเหน่า (บางครั้ง ทห่ี วั เหนา่ อวัยวะเพศจะเริ่มใหญ่และยาวข้ึน อาจข้ึนพร้อม ๆ กับหน้าอกก็ได้) กระดูกสะโพก เต้านมเร่ิม ใหญ่ข้ึนท่ีเรียกว่า นมแตกพาน จะขยายออก เรม่ิ มไี ขมนั ทแ่ี ถวบรเิ วณสะโพกมากขน้ึ ส่วนมากเป็นทั้ง ๒ ข้างและไม่เจ็บแต่จะมี ประจำ�เดือนจะมีครั้งแรกหลังจากเด็กหญิงโต บางคนเป็นข้างเดียวหรือเจ็บก็เป็นของปกติ อย่างรวดเร็ว พอถึงสุดระยะเต็มท่ีก็คือ หลังจาก แตจ่ ะยุบเองภายใน ๖ เดอื นถงึ หน่ึงปี ถ้าไม่ยุบ สว่ นสูงและน�้ำ หนกั ตวั เพิ่มขน้ึ อย่างเรว็ เต็มที่ ถือวา่ ผิดปกติ 20 บทที่ ๒ ชว่ งกา้ วจากวยั เดก็ เขา้ ส่วู ัยรนุ่

การเปลย่ี นแปลงของเด็กส่วู ัยรนุ่ เด็กชาย เด็กหญิง เร่ิมมีขนรักแร้ หนวดเครามีมากน้อยข้ึนกับ หญงิ ไทยในกรงุ เทพฯอายเุ ฉลยี่ ประมาณ ๑๒ ปคี รง่ึ เชอ้ื ชาติ คนไทยเราปกติมีน้อย (โดยจะขึ้นหลัง จะเรมิ่ มปี ระจ�ำ เดอื นครงั้ แรก แตใ่ นชนบทอาจมชี า้ จากขนท่ีหัวเหน่าขึ้นแล้วประมาณ ๑ ปี) กว่าน้ี (ขึ้นกับกรรมพันธุ์ เข้ือชาติ อาหารการกิน เสียงแตก เป็นการเปล่ียนแปลงสิ่งสุดท้าย สภาพแวดลอ้ มและอน่ื ๆ ) ใน ๒ ปแี รกประจ�ำ เดอื น ของเดก็ ชาย (เกดิ จากฮอรโ์ มนเพศชายทม่ี าจาก อาจจะมาไมส่ ม่�ำ เสมอ ซ่ึงเปน็ ปกติ ลูกอัณฑะที่เจริญเต็มท่ีแล้ว มากระตุ้นให้เซลล์ ท่ีกล่องเสียงเปล่ียนแปลงทำ�ให้เสียงแตก) กลอ่ งเสยี งและลกู กระเดอื กจะโตเรว็ กวา่ เดก็ หญงิ หมายเหตุ หมายเหตุ เช่ืออสุจิของชายจะมีข้ึน ต้องรอให้อัณฑะ ขนรักแร้นน้ั ผหู้ ญิงกม็ ไี ด้ แตไ่ มม่ ากเหมอื นชาย เจริญเติบโตเต็มท่ี ซึ่งกินระยะเวลาประมาณ ประจ�ำ เดือนทีม่ าในปีแรก ๆ มกั ไมม่ กี ารตกไข่ ๒-๓ ปแี ตร่ ะยะเวลาไมแ่ นน่ อน การเปลยี่ นแปลง เสยี งไมแ่ ตกเพราะไมม่ ีฮอรโ์ มนเพศชาย ทางเพศในชาย บางคนอาจจะช้าจนถึงอายุ ๑๘ ปีก็ได้ซึ่งส่วนใหญ่ท่ีพบเป็นของปกติ อาจมีผดิ ปกติบา้ ง บทที่ ๒ ชว่ งก้าวจากวัยเดก็ เขา้ สวู่ ัยรุ่น 21

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เหมือนกันท้ังในผู้หญิงและผู้ชายคือ พอเข้าวยั รนุ่ อวัยวะภายในทกุ อย่างก็ จะโตขึ้น เชน่ หัวใจ ตับ ไต มีอวัยวะอยู่ ประเภทเดียวท่ีไม่โตเลย แต่กลับฝ่อลง คือ พวกระบบนำ้�เหลือง ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ ต่อม ทอนซิล จะมีขนาดเล็กลง เพราะฉะนั้น บางทีต่อมทอนซิลในเด็ก ๆ อายุสัก ๘-๙ ขวบที่ใหญ่ อาจจะรอได้จน ระยะวยั รนุ่ มนั จะเลก็ ลงได้ ไมต่ อ้ งรบี รอ้ นไปผา่ ตดั ตอ่ มอะดนี อยดอ์ กี อยา่ หนงึ่ เปน็ ตอ่ มทอนซลิ ทอี่ ยใู่ นบรเิ วณคอ ถา้ โตมากจะท�ำ ใหเ้ ดก็ บางคนหายใจทางปาก พอเข้าสู่วัยรุ่นต่อมนี้ก็ยุบลงได้ ส่วนสมองน้ัน ในวัย รุ่นมักไม่โตอีกแล้ว สมองมันจะเจริญเติบโตมากในตอนวัยเด็กราว ๆ ๒ ปแี รก และโตเตม็ ท่ตี อน อายปุ ระมาณ ๖ ปี 22 บทท่ี ๒ ชว่ งก้าวจากวัยเด็กเข้าสู่วยั รุ่น

การพฒั นาดา้ นจติ ใจวัยเด็กกา้ วสวู่ ยั ร่นุ จากการศึกษาพบว่า นายแพทย์พนม เกตุมาน ได้ให้ความหมายของ การพฒั นาการทางดา้ นจิตใจของวัยเดก็ กา้ วส่วู ัยร่นุ ดงั ต่อไปนี้ พฒั นาการทางจิตใจ (Psychological Development) สตปิ ญั ญา (Intellectual Development) วยั นส้ี ตปิ ญั ญาจะพฒั นาสงู ขน้ึ จนมีความคิดเป็นแบบรูปธรรม (Jean Piaget ใช้คำ�อธิบายว่า Formal Operation ซ่ึงมีความหมายถึงความสามารถเรียนรู้ เข้าใจเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ลึกซ้ึงข้ึนแบบ Abstract Thinking) มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์ ส่ิงต่าง ๆ ได้มากข้ึนตามลำ�ดับจนเม่ือพ้นวัยรุ่นแล้ว จะมีความสามารถทางสติปัญญาได้เหมือนผู้ใหญ่ แต่ในช่วงระหว่างวัยรุ่นน้ี ยังอาจขาดความย้งั คิด มีความหุนหนั พลันแลน่ ขาดการไตร่ตรองให้รอบคอบ บทท่ี ๒ ชว่ งกา้ วจากวยั เด็กเข้าสูว่ ัยรุน่ 23

ความคิดเกยี่ วกบั ตนเอง (Self Awareness) วัยน้จี ะเรม่ิ มคี วามสามารถในการรบั รู้ตนเอง ด้านต่าง ๆ ดงั นี้ ๑. เอกลักษณ์ (Identity) วัยรุ่นจะเริ่มแสดงออกถึงส่ิงตนเองชอบ สิ่งท่ีตนเองถนัด ซึ่งจะแสดงถึงความเป็นตัวตนของเขาท่ีโดดเด่น ได้แก่ วิชาที่เขาชอบเรียน กีฬาท่ีชอบเล่น งานอดิเรก การใช้เวลาว่างให้เกิดความ เพลิดเพลิน กลุ่มเพ่ือนที่ชอบและสนิทสนมด้วย โดยเขาจะเลือกคบคน ที่มีส่วนคล้ายคลึงกัน หรือเข้ากันได้ และจะเกิดการเรียนรู้และถ่ายทอดแบบ อย่างจากกลุ่มเพื่อนน้เี อง ทัง้ แนวคดิ ค่านิยม ระบบจริยธรรม การแสดงออก และการแกป้ ญั หาในชีวิต จนสิง่ เหล่านก้ี ลายเป็นเอกลักษณ์ของตน และกลาย เปน็ บุคลิกภาพนน่ั เอง สิง่ ที่แสดงถงึ เอกลกั ษณต์ นเองยงั มอี ีกหลายดา้ น ไดแ้ ก่ เอกลักษณ์ทางเพศ (Sexual Identity and Sexual Orientation) แฟช่ัน ดารา นกั รอ้ ง การแต่งกาย ความเช่ือในศาสนา อาชพี คติประจำ�ใจ เป้าหมาย ในการดำ�เนินชวี ิต (Erik Erikson อธบิ ายว่าวัยร่นุ จะเกดิ เอกลักษณข์ องตนใน วัยนี้ ถา้ ไม่เกดิ จะมีความสับสนในตนเอง Identity VS. Role Confusion ) 24 บทท่ี ๒ ช่วงก้าวจากวยั เด็กเข้าส่วู ยั รุน่

๒. ภาพลกั ษณข์ องตนเอง (Self Image) คอื การมองภาพของตนเอง ในด่านต่าง ๆ ได้แก่ หน้าตา รูปร่าง ความสวยความหล่อ ความพิการ ข้อดขี ้อด้อยทางร่างกายของตนเอง วัยรนุ่ จะสนใจหรอื ให้เวลาเกย่ี วกับรปู ร่าง ผวิ พรรณมากกว่าวัยอนื่ ๆ ถา้ ตัวมขี ้อดอ้ ยกวา่ คนอื่นกจ็ ะเกดิ ความอบั อาย ๓. การได้รับการยอมรับจากผ้อู ่นื (Acceptance) วัยน้ตี อ้ งการการ ยอมรบั จากกลุ่มเพื่อนอย่างมาก การได้รบั การยอมรบั จะชว่ ยให้เกดิ ความร้สู ึก ม่ันคง ปลอดภัย เห็นคุณค่าของตนเอง มั่นใจตนเอง วัยนี้จึงมักอยากเด่น อยากดัง อยากใหม้ คี นร้จู ักมาก ๆ บทที่ ๒ ชว่ งกา้ วจากวยั เดก็ เขา้ สวู่ ัยรุน่ 25

๔. ความภาคภูมิใจตนเอง (Self Esteem) เกิดจากการท่ีตนเอง เป็นท่ียอมรับของเพ่ือนและคนอ่ืน ๆ ได้ รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เป็นคนดี และมีประโยชน์แก่ผู้อนื่ ได้ ท�ำ อะไรได้ส�ำ เรจ็ ๕. ความเป็นตัวของตัวเอง (Independent) วัยนี้จะรักอิสระ เสรภี าพ ไม่ค่อยชอบอยู่ในกฎเกณฑก์ ตกิ าใด ๆ ชอบคิดเอง ท�ำ เอง พง่ึ ตัวเอง เชื่อความคิดตนเอง มีปฏิกิริยาตอบโต้ผู้ใหญ่ที่บีบบังคับสูง ความอยากรู้ อยากเห็นอยากลองจะมีสูงสุดในวัยนี้ ทำ�ให้อาจเกิดพฤติกรรมเสี่ยงได้ง่าย ถ้าวัยรุ่นขาดการยั้งคิดที่ดี การได้ทำ�อะไรด้วยตนเอง และทำ�ได้สำ�เร็จ จะช่วยให้วัยรุ่นมีความมัน่ ใจในตนเอง (Self Confidence) 26 บทที่ ๒ ช่วงก้าวจากวัยเด็กเข้าสู่วยั รนุ่

๖. การควบคุมตนเอง (Self Control) วัยน้ีจะเรียนรู้ท่ีจะควบคุม ความคิด การรู้จักย้ังคิด การคิดให้เป็นระบบ เพ่ือให้สามารถใช้ความคิด ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ และ อยรู่ ว่ มกบั ผู้อนื่ ได้ ๗. อารมณ์ (Mood) อารมณจ์ ะปน่ั ปว่ น เปลย่ี นแปลงงา่ ย หงดุ หงดิ งา่ ย เครียดง่าย โกรธง่าย อาจเกิดอารมณ์ซึมเศร้าโดยไม่มีสาเหตุได้ง่าย อารมณ์ท่ีไม่ดีเหล่าน้ีอาจทำ�ให้เกิดพฤติกรรมเกเร ก้าวร้าว มีผลต่อการเรียน และการดำ�เนินชีวิต ในวัยรุ่นตอนต้น การควบคุมอารมณ์ยังไม่ค่อยดีนัก บางครง้ั ยงั ท�ำ อะไรตามอารมณต์ วั เองอยบู่ า้ ง แตจ่ ะคอ่ ย ๆ ดขี น้ึ เมอ่ื อายมุ ากขน้ึ อารมณเ์ พศวยั นจ้ี ะมมี าก ท�ำ ใหม้ คี วามสนใจเรอ่ื งทางเพศ หรอื มพี ฤตกิ รรมทางเพศ เช่น การสำ�เร็จความใคร่ด้วยตนเอง ซ่ึงถือว่าเป็นเร่ืองปกติในวัยน้ี แต่พฤติกรรมบางอย่างอาจเป็นปัญหา เช่น เบี่ยงเบนทางเพศ กามวิปริต หรอื การมีเพศสัมพันธ์ในวยั รุ่น บทท่ี ๒ ช่วงก้าวจากวัยเดก็ เขา้ สวู่ ยั รุน่ 27

๘. จรยิ ธรรม (Moral Development) วยั นจี้ ะมคี วามคดิ เชงิ อดุ มคติ สงู (Idealism) เพราะเขาจะแยกแยะความผดิ ชอบชว่ั ดไี ดแ้ ลว้ มรี ะบบมโนธรรม ของตนเอง ต้องการให้เกิดความถูกต้อง ความชอบธรรมในสังคม ชอบช่วยเหลือผู้อ่ืน ต้องการเป็นคนดี เป็นท่ีช่ืนชอบของคนอื่น และจะรู้สึกอึดอัดคับข้องใจกับความไม่ถูกต้องในสังคม หรือในบ้าน แม้แต่พ่อแม่ของตนเองเขาก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ได้ดีสมบูรณ์แบบเหมือนเมื่อก่อน อีกตอ่ ไปแลว้ บางครง้ั เขาจะแสดงออก วพิ ากษ์วจิ ารณ์พอ่ แมห่ รอื ครูอาจารย์ ตรง ๆ อย่างรุนแรง การต่อต้าน ประท้วงจึงเกิดได้บ่อยในวัยนี้เมื่อวัยรุ่น เหน็ การกระท�ำ ทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง หรอื มกี ารเอาเปรยี บ เบยี ดเบยี น ความไมเ่ สมอภาคกนั ในวัยรุ่นตอนต้นการควบคุมตนเองอาจยังไม่ดีนัก แต่เมื่อพ้นวัยรุ่นนี้ไป การควบคมุ ตนเองจะดขี น้ึ จนเป็นระบบจริยธรรมที่สมบูรณเ์ หมอื นผู้ใหญ่ 28 บทท่ี ๒ ชว่ งกา้ วจากวยั เด็กเข้าสูว่ ยั รุ่น

พฒั นาการทางสังคม (Social Development) วัยนี้จะเริ่มห่างจากทางบ้าน ไม่ค่อยสนิทสนมคลุกคลีกับพ่อแม่พ่ีน้อง เหมือนเดิม แต่จะสนใจเพ่ือนมากกว่า จะใช้เวลากับเพ่ือนนาน ๆ มีกิจกรรม นอกบ้านมาก ไม่อยากไปไหนกับทางบ้าน เร่ิมมีความสนใจเพศตรงข้าม สนใจสงั คมสงิ่ แวดลอ้ ม ปรบั ตวั เองใหเ้ ขา้ กบั กฎเกณฑก์ ตกิ าของกลมุ่ ของสงั คม ได้ดีขึ้น มีความสามารถในทักษะสังคม การสื่อสารเจรจา การแก้ปัญหา การประนีประนอม การยืดหยุ่นโอนอ่อนผ่อนตามกัน และการทำ�งาน ร่วมกับผู้อ่ืน พัฒนาการทางสังคมที่ดีจะเป็นพื้นฐานมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และบคุ ลกิ ภาพทดี่ ี การเรยี นรสู้ งั คมจะชว่ ยใหต้ นเองหาแนวทางการด�ำ เนนิ ชวี ติ ท่ีเหมาะกับตนเอง เลือกวิชาชีพที่เหมาะกับตน และมีสังคมส่ิงแวดล้อมที่ดี ตอ่ ตนเองในอนาคตตอ่ ไป ความสมั พันธ์ระหว่างเพ่อื น ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน วัยรุ่นมีความต้องการในการที่จะเป็น ที่ยอมรับของเพ่ือนและสังคมรอบ ๆ ตัว มีการรวมกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกัน ซงึ่ สว่ นใหญม่ คี วามคดิ หรอื ท�ำ อะไรคลา้ ย ๆ กนั ชว่ ยเหลอื กนั มกี ารแลกเปลยี่ น ประสบการณ์ซ่ึงกันและกันเม่ืออยู่ในกลุ่ม กลุ่มเพ่ือนน้ีจะมีอิทธิพลมาก ต่อทัศนคติ ความสนใจ และพฤติกรรมการแสดงออกของวัยรุ่น วัยรุ่น มักมีความคิดว่าความคิดเห็นของคนอ่ืน ๆ ไม่มีความสำ�คัญเท่ากับความเห็น ของกลุม่ และมคี วามต้องการใหผ้ ูใ้ หญย่ อมรับกลมุ่ เพ่อื นของตนด้วย บทที่ ๒ ชว่ งกา้ วจากวยั เด็กเข้าสวู่ ัยรนุ่ 29

ความสมั พันธร์ ะหวา่ งเพื่อนตา่ งเพศ เม่อื เดก็ อายปุ ระมาณ ๑๓–๑๔ ปี เด็กหญิงเร่ิมสนใจเด็กชายและพยายามท่ีจะเรียกร้องความสนใจจากเด็กชาย แต่เด็กชายยังไม่มีความรู้สึกน้ี เม่ือเด็กชายอายุประมาณ ๑๔–๑๖ ปี จะเร่ิมสนใจเพศตรงข้ามและบางคนเร่ิมแยกตัวไปสนิทสนมกับเพศตรงข้าม วัยรุ่นหญิงจะพิถีพิถันเร่ืองการแต่งกายอย่างมาก เอาใจใส่เรื่องรูปร่าง ความสวยงามของหนา้ ตา เชน่ เดยี วกนั วยั รนุ่ ชายกม็ พี ฤตกิ รรมทม่ี งุ่ ใหว้ ยั รนุ่ หญงิ สนใจตนเอง เชน่ แซวหรือหยอกล้อวยั รนุ่ หญงิ ในวยั รุ่นที่มรี ปู รา่ งหนา้ ตาสวย เปน็ ทย่ี อมรบั ของกลมุ่ เพอ่ื นมกั จะไมม่ ปี ญั หา แตใ่ นวยั รนุ่ ทมี่ คี วามคดิ วา่ ตนเอง แตกต่างจากเพอ่ื น มปี มด้อยเรอื่ งรปู ร่างหน้าตา มักจะต้องแสดงพฤตกิ รรมอ่ืน ให้เป็นที่น่าสนใจของเพศตรงข้ามเมื่อวัยรุ่นชาย และหญิงมีความสนใจ ซง่ึ กนั และกนั ทง้ั สองฝา่ ยเรม่ิ ใหค้ วามส�ำ คญั ตอ่ การแสดงออกของบทบาททางเพศ ความสนใจและความสนิทสนมกับเพื่อนต่างเพศนี้อาจย่ังยืนไปจนกระทั่ง มกี ารแตง่ งานเกดิ ขน้ึ ในวัยผู้ใหญต่ อ่ ไป 30 บทที่ ๒ ช่วงกา้ วจากวยั เดก็ เข้าสวู่ ัยรนุ่

ปญั หาทางดา้ นสังคมของวัยร่นุ ปัญหาการขัดแย้งในครอบครัว วัยรุ่นคิดว่าผู้ใหญ่มีความคิดเห็น แตกต่างจากตนเองโดยเป็นความคิดเห็นที่ไม่เข้ากับยุคสมัยของตน วัยรุ่นยอมรับไม่ได้ท่ีผู้ใหญ่ตำ�หนิสิ่งที่ตนและกลุ่มเพ่ือนคิดว่าถูกต้อง และจากการท่ีวัยรุ่นมักมีอารมณ์รุนแรง มีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำ�ให้เกิด ความขัดแย้งกับบุคคลในครอบครัวอย่างมาก วัยรุ่นจึงมักอยู่กับกลุ่มเพื่อน ซงึ่ วยั รนุ่ คดิ วา่ มคี วามเขา้ ใจซงึ่ กนั และกนั อยา่ งมาก มคี วามสขุ เมอ่ื ไดอ้ ยดู่ ว้ ยกนั ไม่ชอบอยู่บา้ นเนื่องจากบุคคลในครอบครัวไมเ่ ข้าใจ ปัญหาการต้ังครรภ์ในวัยรุ่น จากความสัมพันธ์ระหว่างเพ่ือนต่างเพศ วัยรุ่นท่ีมีความสนใจซ่ึงกันและกัน อาจมีประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ โดยไมม่ กี ารปอ้ งกนั ท�ำ ใหเ้ กดิ ปญั หาการตง้ั ครรภใ์ นวยั รนุ่ ซง่ึ ยงั ไมม่ คี วามพรอ้ ม ในการเล้ียงดูบุตรที่จะเกิดมาเน่ืองจากยัง อยู่ในวัยเรียน จึงทำ�ให้เกิดปัญหา การทำ�แท้งผิดกฎหมายเกิดข้ึน และส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ของหญิงวัยรุ่นได้ ถึงแม้ไม่มีการทำ�แท้งเกิดข้ึน วัยรุ่นหญิงก็ได้รับผลกระทบ ทางด้านจิตใจอย่างสูงเนื่องจากเป็นการกระทำ�ที่ สังคมไม่ยอมรับและทำ�ให้ วัยรุน่ หญงิ ไมส่ ามารถศึกษาอย่างต่อเนือ่ งต่อไปได้ บทที่ ๒ ช่วงก้าวจากวยั เดก็ เข้าส่วู ยั รุ่น 31

ปญั หาโรคทางเพศสมั พนั ธ์ เชน่ เดยี วกนั กบั ปญั หาการตง้ั ครรภใ์ นวยั รนุ่ การมีประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีความรู้ในการป้องกันตนเอง จากการต้ังครรภ์หรือการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทำ�ให้วัยรุ่นชาย และหญิงมีโอกาสเป็นโรคได้ เช่น โรคหนองในแท้ หนองในเทียม โรคซิฟิลิส หรือการตดิ เชอ้ื HIV เป็นตน้ ปัญหาโสเภณีเด็กวัยรุ่น วัยรุ่นบางคนหรือบางกลุ่มมีความต้องการ ทางดา้ นวตั ถหุ รอื เงนิ อาจดว้ ยความตอ้ งการทจ่ี ะตอ้ งเหมอื นเพอื่ นถงึ แมฐ้ านะ ทางเศรษฐกิจทางครอบครัวไม่เอื้ออำ�นวย มีความต้องการสารเสพติด การเป็นวัยรุ่นขาดรัก การประชดชีวิต ทำ�ให้ต้องกลายเป็นหญิง หรือชายอาชพี พเิ ศษได้ ปัญหาการใช้สารเสพติด จากการท่ีวัยรุ่นมีความขัดแย้งกับบุคคลใน ครอบครวั อิทธพิ ลของกล่มุ เพ่ือน ความอยากลอง อยากเทห่ ์ หรอื อยากท่จี ะ ปฏิบัติตามผู้ใหญ่ที่ตนนิยมชมชอบ ฯลฯ ส่งผลให้ วัยร่นุ มีการใชส้ ารเสพติด เชน่ บุหร่ี สรุ า จนกระท่ัง กลายเป็นการใช้สารเสพติดที่มีอันตรายต่อตนเอง อย่างมากและผิดกฎหมายอย่างเฮโรอีนได้ ในโลกของวยั รนุ่ ปจั จบุ นั นยิ มการจดั การสงั สรรค์ ในกลุ่มเพื่อนและมีการใช้สารเสพติด เช่น ยาอี ทำ�ให้ขาดการควบคุมตนเอง เกิดปัญหา การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการคาดคิดมาก่อน หรือไม่มีการป้องกัน ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหา การตั้งครรภ์ท่ีไม่พึงประสงค์ การติดโรค ทางเพศสัมพันธ์ การเป็นหญิงชายอาชีพพิเศษ หรอื ปัญหาอาชญากรรมตามมาได้ 32 บทที่ ๒ ช่วงกา้ วจากวัยเดก็ เขา้ สู่วยั รนุ่

33

34

บทที่ ๓ ความหมาย ความสำ�คัญ ของนันทนาการ 35

การที่เด็กจะก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะต้องมีเคร่ืองมือในการพัฒนาทางด้าน ร่างกายและจิตใจของเด็ก นันทนาการคือส่ิงท่ีนำ�มาใช้ในการพัฒนาเด็ก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังน้ัน นันทนาการจึงมีความหมายและความสำ�คัญ ในการพฒั นาจากเด็กเพอ่ื ก้าวส่วู ัยรนุ่ ความหมายของนันทนาการ ความหมายของนนั ทนาการมีหลากหลาย ซึ่งกรมพลศึกษาไดร้ วบรวม ความหมายของนนั ทนาการจากผูเ้ ชย่ี วชาญต่าง ๆ ไดด้ งั นี้ นันทนาการ (Recreation) หมายถึง กิจกรรมท่ีกระทำ�ในยามว่างจากภารกิจงานประจำ� ซง่ึ ผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมกระท�ำ ดว้ ยความสมคั รใจและมคี วามพงึ พอใจ โดยกจิ กรรม น้ันไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมและกฎหมายบ้านเมือง ท�ำ ใหเ้ กดิ ความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ มสี ขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ทด่ี กี อ่ ใหเ้ กดิ การพัฒนาหรือความเจริญงอกงามทางกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา กิจกรรมนันทนาการ แบง่ เป็น ๑๑ ประเภท ๑. ศิลปหตั ถกรรม ๒. เกมและกฬี า ๓. การเต้นรำ� ๔. การละคร 36 บทที่ ๓ ความหมาย ความสำ�คัญ ของนนั ทนาการ

๕. งานอดเิ รก ๖. การดนตรแี ละร้องเพลง ๗. กิจกรรมกลางแจง้ ๘. วรรณกรรม (อา่ น เขียน พดู ) ๙. กจิ กรรมทางสงั คม ๑๐. กจิ กรรมพิเศษตามเทศกาลตา่ ง ๆ ๑๑. การบรกิ ารอาสาสมคั ร มนี กั วชิ าการไดใ้ หค้ วามหมายของนนั ทนาการไวห้ ลากหลาย ซง่ึ สามารถ สรุปได้ดังน้ี นนั ทนาการ คอื การท�ำ ใหช้ วี ติ สดชน่ื โดยการเสรมิ สรา้ งพลงั งานขน้ึ ใหม่ หลังจากที่ร่างกายใช้พลังงานแล้วเกิดเป็นความเหน่ือยเมื่อยล้าทางร่างกาย จิตใจและทางสมอง เม่ือบุคคลเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการจะช่วยขจัด หรอื ผอ่ นคลายความเหนอ่ื ยเมอ่ื ยลา้ ทางดา้ นรา่ งกายและจติ ใจ ในความหมายน้ ี นันทนาการจึงเป็นการตอบสนองความต้องการทางกายและจิตใจของบุคคล ได้อย่างแท้จรงิ บทที่ ๓ ความหมาย ความสำ�คัญ ของนันทนาการ 37

นันทนาการ คือ กิจกรรม (Activities) ต่างๆ ที่บุคคลเข้าร่วม ในชว่ งเวลาวา่ ง โดยไมม่ กี ารบงั คบั หรอื เขา้ รว่ มดว้ ยความสมคั รใจ มผี ลกอ่ ใหเ้ กดิ การพัฒนาอารมณ์สุข สนุกสนานหรือความสุขสงบ และกิจกรรมน้ัน ๆ จะต้องเป็นกิจกรรมท่ีสังคมยอมรับ ซ่ึงเป็นกิจกรรมท่ีมีความหลากหลาย เชน่ กจิ กรรมศลิ ปหตั กรรม การอา่ น-เขยี น กจิ กรรมอาสาสมคั ร ศลิ ปวฒั นธรรม งานอดเิ รก เกม กฬี า การละคร ดนตรี กจิ กรรมเข้าจังหวะ และนันทนาการ กลางแจ้งนอกเมอื ง นนั ทนาการ คอื กระบวนการ (Process) หรอื ประสบการณท์ บ่ี คุ คลไดร้ บั โดยอาศัยกิจกรรมนันทนาการในช่วงเวลาว่างเป็นส่ือ ก่อให้เกิดการพัฒนา หรอื ความเจรญิ งอกงามทางกาย อารมณ์ สงั คม และสติปัญญาของบคุ คล นนั ทนาการ คอื เปน็ สถาบันทางสงั คมหรอื แหลง่ ศูนยก์ ลางของสงั คม เพ่ือให้บุคคล หรือสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการแล้วก่อให้เกิด ความเจริญงอกงามทางร่างกายและพัฒนาทางด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคม ซงึ่ โดยปกตริ ฐั มหี นา้ ทจี่ ดั แหลง่ นนั ทนาการในรปู แบบตา่ งๆ เชน่ สวนสาธารณะ ในเมือง สวนหย่อม ศูนย์เยาวชน ห้องสมุดสำ�หรับประชาชน ดนตรีสำ�หรับ ประชาชน วนอทุ ยาน และอทุ ยานแหง่ ชาติ 38 บทท่ี ๓ ความหมาย ความสำ�คัญ ของนนั ทนาการ

กำ�โชค เผอื กสุวรรณ. (๒๕๓๙). ไดใ้ หค้ วามหมายเกี่ยวกบั นนั ทนาการ ไวใ้ นแงข่ องคำ�เชิงภาษานนั ทนาการ (Recreation) หมายถงึ อาการของบคุ คล ที่แสดงออกทางพฤติกรรมในด้านอารมณ์สุข สนุกสนาน รื่นเริง เบิกบานใจ เมื่อได้กระทำ�กิจกรรมนันทนาการ เป็นการพักผ่อนทางกายและจิตใจ สามารถครายความเครยี ดและสรา้ งพลังขึ้นใหม่อยา่ งนา่ พิศวง บทที่ ๓ ความหมาย ความสำ�คญั ของนันทนาการ 39

40

บทที่ ๔ การใช้นันทนาการ� เพ่อื ใชใ้ นการพฒั นาจิตใจเด็กช่วงก้าวสู่วัยรุน่ 41

นันทนาการเพื่อใช้ในการพัฒนาจิตใจเด็กช่วงก้าวสู่วัยรุ่นน้ัน มีคุณค่าหลากหลายใช้พฒั นาจติ ใจของเดก็ ชว่ งกา้ วสู่วยั ร่นุ ดังต่อไปน้ี เพอื่ พฒั นาอารมณ์ กิจกรรมนันทนาการเป็นกระบวนการเสริมสร้าง และพัฒนาอารมณ์ ของบุคคลและชุมชน โดยอาศัยกิจกรรมต่างๆ เป็นส่ือกลางในช่วงเวลาว่าง หรอื เวลาอสิ ระ การเขา้ รว่ มกจิ กรรมตอ้ งเปน็ ไปดว้ ยความสมคั รใจ และกจิ กรรมนน้ั จะต้องเป็นกิจกรรมท่ีสังคมยอมรับ สามารถก่อให้เกิดความสุข สนุกสนาน เพลิดเพลนิ เพ่ือเสริมสรา้ งประสบการณ์ใหม่ กิจกรรมนันทนาการ ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม ทั้งนี้เพราะความหลากหลายกิจกรรม เช่น การท่องเท่ียว ทัศนศึกษา การเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ในสถานท่แี ละทรพั ยากรท่องเทีย่ ว ข้ึนอยกู่ บั ประสบการณ์ และพ้ืนฐานเดมิ ของบุคคลหรอื ชมุ ชน 42 บทท่ี ๔ การใชน้ นั ทนาการเพือ่ ใช้ในการพฒั นาจิตใจเด็กช่วงก้าวสวู่ ยั รุ่น

เพื่อเพมิ่ พนู ประสบการณ์ กิจกรรมสร้างเสริมประสบการณ์ หรือกิจกรรมบางอย่างท่ีเคย เข้าร่วมมาแล้ว แต่ผู้เข้าร่วมอยากสร้างความประทับใจ หรือความทรงจำ�เดิม ก็จะเป็นการเพิ่มพูนประสบการณท์ ัง้ สิ้น เพ่ือส่งเสรมิ การมสี ว่ นร่วม กิจกรรมนันทนาการ จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคคลและชุมชน ฝึกให้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนด้วยความสนใจและสมัครใจ บทท่ี ๔ การใชน้ ันทนาการเพ่อื ใชใ้ นการพฒั นาจติ ใจเดก็ ช่วงกา้ วสวู่ ยั รนุ่ 43

สง่ เสรมิ การทำ�งานร่วมกนั เปน็ ทมี เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม รจู้ ักสิทธแิ ละหน้าที่ ตลอดจนความรับผิดชอบต่อตนเองและผอู้ ่ืนในฐานะองคก์ รของสังคม เพ่ือสง่ เสริมการแสดงออก กิจกรรมนันทนาการหลายประเภท เป็นการส่งเสริมให้บุคคล ได้แสดงออกทางด้านความรู้สึกนึกคิด สร้างสรรค์ การระบายอารมณ์ การเลยี นแบบสถานการณ์ หรอื พฤตกิ รรมต่างๆ ท�ำ ให้สามารถเรยี นรแู้ ละรจู้ กั ตนเองมากขึ้น สร้างความมน่ั ใจ ความเข้าใจและการควบคมุ ตนเอง 44 บทที่ ๔ การใช้นันทนาการเพือ่ ใช้ในการพฒั นาจิตใจเด็กช่วงก้าวสู่วยั รนุ่

เพอ่ื ส่งเสริมคณุ ภาพชวี ติ กิจกรรมนันทนาการเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาอารมณ์ ความสุข ความสามารถของบคุ คล สขุ ภาพและสมรรถภาพทางกายและจติ ใจ ความสมดลุ ทางกาย และจิต ส่ิงเหล่านี้จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ของสังคมทุกเพศ และวยั นอกจากน้ี ยงั ช่วยพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของกลุ่มประชากรทกุ กลมุ่ ด้วย เพอื่ ส่งเสริมความเปน็ มนษุ ยชาติ กิจกรรมนันทนาการจะช่วยส่งเสริมพฤติกรรม และพัฒนา ความเจรญิ งอกงามของบคุ คลท้ังทางกาย อารมณ์ สงั คม สติปัญญา และจติ ใจ ของคนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ตามความสนใจและความต้องการของบุคคล เช่น การจัดกิจกรรมนันทนาการนานาชาติ หรือ มหกรรมกีฬาโอลิมปิค ซง่ึ จะชว่ ยส่งเสริมความเขา้ ใจอนั ดแี ละมติ รภาพของมวลมนุษยชาติ บทท่ี ๔ การใชน้ ันทนาการเพื่อใช้ในการพัฒนาจิตใจเดก็ ช่วงก้าวสวู่ ยั รุ่น 45

เพอื่ สง่ เสรมิ ความเป็นพลเมอื งดี กิจกรรมนันทนาการเป็นการให้การศึกษาแก่เยาวชนในด้าน การช่วยเหลือตน เอง รู้จักสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย และการปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กับกลมุ่ และสงั คมได้เปน็ อย่างดี เปน็ การพัฒนาบทบาท ของการเป็นพลเมืองดี ไม่เห็นแก่ตัว ช่วยเหลือสังคมส่วนรวมเป็นสำ�คัญ ส่งผลให้สงั คมอบอุ่น และเพมิ่ พูนคุณภาพชีวติ 46 บทท่ี ๔ การใช้นันทนาการเพอื่ ใช้ในการพฒั นาจิตใจเด็กช่วงก้าวสวู่ ยั ร่นุ

ความรู้ความเขา้ ใจในนันทนาการตอ่ การพฒั นาเด็กช่วงกา้ วส่วู ัยร่นุ ประเภทของกจิ กรรมนันทนาการท่เี หมาะสมกับเดก็ มดี ังน้ี ๑. กิจกรรมประเภทกีฬา เป็นกิจกรรมท่ีช่วยพัฒนาทักษะ การเคล่ือนไหว การควบคุมอวัยวะต่าง ๆ เสริมสร้างความสามารถ การแสดงออก การมีนำ�้ ใจเป็นนักกฬี า ความเคารพกฎกา การท�ำ งานเป็นทมี การยอมรบั ผู้อื่น การเสียสละ ส่งเสริมระบบการท�ำ งานของร่างกายวยั รุน่ เป็น วัยท่รี ่างกายกำ�ลังเจริญเตบิ โต ๒. กิจกรรมประเภทเตน้ ร�ำ เปน็ กจิ กรรมท่ชี ว่ ยส่งเสริมการแสดงออก สร้างความสนุกสนาน ช่วยพัฒนาสุขภาพกาย และสุขภาพจิต พัฒนาความ มั่นใจในตนเอง พฒั นาการเคล่อื นไหว การทรงตัวและทา่ ทาง บทท่ี ๔ การใช้นันทนาการเพือ่ ใชใ้ นการพฒั นาจิตใจเด็กชว่ งกา้ วส่วู ัยรุ่น 47

๓. กจิ กรรมนนั ทนาการประเภทศลิ ปหตั ถกรรม เปน็ กจิ กรรมประเภท ศลิ ปะต่างๆ ท่ีทำ�ดว้ ยมือ สง่ เสริมความสามารถในการสรา้ งงานฝีมอื เช่น งาน เย็บปักถกั ร้อย งานแกะสลกั งานวาดภาพ งานประดษิ ฐ์ตา่ ง ๆ ชว่ ยเสรมิ สร้าง ความคดิ สรา้ งสรรค์ 48 บทท่ี ๔ การใช้นนั ทนาการเพ่ือใช้ในการพฒั นาจติ ใจเดก็ ชว่ งก้าวสวู่ ัยรุน่

๔. กจิ รรมประเภทดนตรแี ละการรอ้ งเพลง ธรรมชาตขิ องวยั รนุ่ มกั นยิ ม และช่ืนชอบบุคคลท่ีมีชื่อเสียง นักร้อง นักแสดง นักดนตรีท่ีตนชื่นชอบ และวยั รนุ่ มกั มพี ฤตกิ รรมเลยี นแบบบคุ คลทต่ี นเองชน่ื ชอบดนตรแี ละการรอ้ งเพลง เปน็ กจิ กรรมทีเ่ ปน็ ส่วนหนงึ่ ในชวี ิตประจ�ำ วันของบุคคลทัว่ ไป ๕. กิจกรรมนันทนาการประเภทวรรณกรรม กิจกรรมประเภท วรรณกรรมส่งเสริมให้บุคคลพัฒนาทักษะความรู้ด้านการใช้ภาษาในการอ่าน การเขยี นและการพดู กอ่ ใหเ้ กดิ การสรา้ งความคดิ ความสนกุ สนานจากการอา่ น บทท่ี ๔ การใช้นันทนาการเพือ่ ใชใ้ นการพฒั นาจิตใจเดก็ ชว่ งกา้ วสู่วยั ร่นุ 49

๖. กิจกรรมนันทนาการประเภทละคร เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม ความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการแสดงออก ส่งเสริมความคิดและจินตนาการ ในการคดิ ท่าทางประกอบการแสดงบทละครก่อใหเ้ กิดความสนกุ สนาน 50 บทท่ี ๔ การใช้นนั ทนาการเพอ่ื ใชใ้ นการพัฒนาจติ ใจเด็กช่วงก้าวสวู่ ัยรนุ่