~47~ลกั ษณะของเหนียน ปศี าจในตานานของจีน-หวั มีขนรุงรงั ดุร้ายเปน็ อย่างมาก-อาศัยในทะเลลึกเปน็ เวลายาวนาน-ทกุ ปีพอถึงวันส้ินปีก็จะปีนข้ึนฝั่ง มาทารา้ ยผคู้ นและสตั ว์เลี้ยง 5.16 ปีศาจเหนียนดังนั้นทุกปีพอถึงวันสิ้นปี ผู้คนในหมู่บ้านบนภูเขาต่างก็อุ้มลูกจูงหลานเข้าไปในหุบเขาลึก เพื่อซ่อนตัวไม่ให้ปีศาจ เหนียน มาทาร้าย ต่อมาพบว่า เหนียน มีจุดอ่อน มีอยู่คร้ังหนึ่ง เม่ือเหนียน มาถึงหมู่บ้านแห่งหน่ึง มีเด็กกลุ่มหน่ึงกาลังหวดแส้เล่นกัน เมื่อ เหนียน ได้ยินเสียงแส้ดังเปร้ียงปร้างก็เลยตกใจเผ่นหนีไปเมอ่ื เหนียน ไปถึงหม่บู า้ นอีกแห่งหนง่ึ เห็นมชี ดุ เสอ้ื ผ้าสแี ดงตากอยู่หน้าบ้านของครอบครัวหนึ่ง สีแดงฉูดฉาดน้ัน ทาให้ เหนียน ตกใจและเผ่นหนีไปอีก เมื่อ เหนียน มาถึงหมู่บ้านแห่งท่ีสาม ปรากฏว่าไปพบเห็นกองเพลิงกองหนึ่งบนถนน แสงเพลิงที่เจิดจ้าทาให้ เหนียน ต้องเผ่นหนีไปอีก ต้ังแต่นั้นมา ผู้คนต่างรู้ว่าแม้ว่า เหนียน จะดุร้ายแต่มันก็กลัวสีแดง เสียงดัง และไฟ ทาให้ผู้คนสามารถคิดหาวิธีกาจัด เหนียนได้ โดยไม่ยากนกั เมื่อวัน ตรุษจีน เวียนมาอีกครั้งหนึ่ง ทุกๆ ครัวเรือนจึงต่างนากระดาษสีแดงมาติดไว้บนประตูหน้าบ้านแขวนโคมไฟสีแดง พร้อมกับจุดประทัดและตีฆ้องรัวกลองอย่างต่อเน่ือง เมื่อ เหนียน มาถึงในตอนเย็น เห็นทุกๆ ครัวเรือนมีแสงไฟสว่างไสว มีเสียงประทัดดังสน่ันจึงตกใจเผ่นหนีกลับเข้าป่าไป และไม่กล้าออกมาอาละวาดอีก ทุกๆ คนจึงผ่านพ้นคืนแห่งอันตรายไปอย่างปลอดภัย เมื่อฟ้าสางแล้ว ผู้คนจึงออกมาจากบ้านกล่าวคาอวยพรซ่ึงกันและกันอย่างมีความสุข พร้อมกับการนาอาหารออกมารับประทานร่วมกันอย่างสนุกสนานตอ่ มา วนั ดังกลา่ วจงึ กลายมาเป็นวันเฉลมิ ฉลองที่มแี ต่ความสุขที่เรยี กกันวา่ “วนั ตรษุ จีน” 5.17 จดุ ประทัด-เชดิ สิงโต
~48~คาอวยพรสวสั ดีปีใหม่- 新年快乐 Xīnnián kuàilè ขอให้มีความสขุ ในวันปใี หม่- 恭贺新年 Gōnghè xīnnián สขุ สันต์วนั ปใี หม่- 恭贺新禧 Gōnghè xīnxǐ สขุ สนั ต์วันปีใหม่- 招财进宝 Zhāocái jìnbǎo เงนิ ทองไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัตไิ หลเข้าบ้าน- 金玉满堂 Jīnyù mǎntáng ร่ารวยเงนิ ทอง ทองหยกเตม็ บา้ น- 祝您步步高升 ! Zhùnín bùbùgāoshēng! ขอให้ทา่ นเจริญกา้ วหน้ายงิ่ ๆ ข้ึนไป - 祝你长寿 Zhù nǐ chángshòu ขอให้คุณอายยุ ืนยาว- 祝你健康 Zhù nǐ jiànkāng ขอใหค้ ุณมสี ุขภาพแข็งแรง- 身体健康 Shēntǐ jiànkāngสุขภาพแข็งแรง- 万事如意 Wànshì rúyì ทกุ เรื่องสมปรารถนา- 事事顺利 Shì shì shùnlì ราบรนื่ ในทุก ๆ เร่ือง- 好运年年 Hǎo yùn nián nián โชคดีตลอดไป 新年快了!!
~49~5.18 เทศกาลโคมไฟ元宵节 เทศกาลหยวนเซียว (โคมไฟ) เทศกาลโคมไฟ คอื เทศกาลฉลองในวันที่ 15 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ เป็นสัญลักษณ์ของวันสุดท้ายในการฉลองเทศกาลปีใหม่ของจีนตามปฏิทินทางจันทรคติ ในเทศกาลโคมไฟ เด็กๆ จะถือโคมไฟกระดาษ ออกไปวดั กนั ในตอนกลางคนื และพากนั ทายปรศิ นาท่ีอยูบ่ นโคมไฟ เรยี กว่า ไชเติงหมี 猜灯迷 ในเดือนแรกของปฏิทินจันทรคติเรียกว่าเดือนหยวน,และในสมัยก่อนเรียกเวลากลางคืนว่า เซียว ในภาษาจีนกลางดังนั้น ในประเทศจีนวันนี้จึงถูกเรียกว่า เทศกาลหยวนเซียวในวันท่ี 15 ของเดือนแรกในปีจันทรคติน้ีเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ตามประเพณีของลัทธิเต๋าวันที่ 15 ในเดือนแรกของปฏิทินจันทรคติ เรียกว่า ซ่างหยวน ตรงกับคาเรียก \"เทพแห่งฟ้า\"ท่านเป็นผู้ท่ีชอบแสงสว่าง และวัตถุแห่งความสุข ดังน้ัน ผู้คนจงึ ไดแ้ ขวนโคมไฟสสี ันสวยงามนบั พนั ๆ 5.19 ขนมบวั ลอย ขนมของเทศกาลโคมไฟเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณท่าน ในปัจจุบันผู้คนจะมีการละเล่นแก้ปริศนาท่ีอยู่ในโคมไฟ และกินขนมบัวลอยในเทศกาลหยวนเซยี ว
~50~ประวัตคิ วามเป็นมา ความเช่ือที่หลากหลายต่างๆ กันเกี่ยวกับต้นกาเนิดของเทศกาลโคมไฟ มีหนึ่งตานาน ได้กล่าวว่าการกอ่ กาเนิดเทศกาลหยวนเชยี ว คือ \"ความมดื ลงของฤดูหนาว\" และ ผู้คนในชุมชนสามารถที่จะ \"ลบความมืดนั้นออกไปด้วยแสงสว่างที่เกิดจากฝีมือมนุษย์\" ที่เรียกว่า โคมไฟ ในสมัยของราชวงศ์ฮ่ัน เทศกาลน้ีมีความเชื่อมโยงกับเทพเจา้ ไท่อ่ี 太一 ตานานเล่าว่า มันคือช่วงเวลาของการบูชาเทพเจ้าไท่อี่ 太一 เป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า เช่ือว่าเทพแห่งฟ้านี้คือผู้กุมโชคชาตะชีวิตของมนุษย์. ท่านมีมังกร16 ตัวอยู่ที่หลัง ยามท่ีเกิดภัยแล้ง พายุ โรคระบาดในมนุษย์ก็จะต้องเรียกให้ท่านช่วย และนับต้ังแต่กษัตริย์จินซีฮ่องเต้ กษัตริย์องค์แรกของจีน มาจนถึงกษัตริย์ทุกพระองค์จะต้องมีการจัดเทศกาลฉลองอย่างสวยงามในทุกๆ ปี โดยท่ีกษัตริย์ก็จะขอให้เทพเจ้าไท่อี่ดลบันดาลให้อากาศดี และสุขภาพร่างกายแข็งแรงจงเกิดกับตัวเขาเองและประชาชน กษัตริย์ฮั่น หวู่ตี้ แห่งราชวงศ์ฮั่นมคี วามสนใจในเทศกาลนี้มาก ในปีคริสต์ศักราช 104 เขาได้ประกาศให้เทศกาลน้ีเป็นเทศกาลท่ีสาคัญท่ีสุดเทศกาลหนึ่ง และให้มีการเฉลิมฉลองกนั ตลอดทัง้ คืน5.20 มีการประดับโคมไฟท่ัวเมือง
~51~ 5.21 ขนมบ๊ะจา่ งของเทศกาลไหวบ้ ะ๊ จ่าง端午节 เทศกาลไหว้บะ๊ จ่าง เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง, เทศกาลตวนอู่ หรือเทศกาลต่วนหงอ (อักษรจีน: 端午节,端陽節) ตรงกับวันท่ี 5 เดือน 5 ตามปฏิทินทางจันทรคติ หรือ \"โหงวเหว่ยโจ่ว\" เป็นการระลึกถึงวันท่ี คุดก้วน หรือ ชีว์หยวน หรือ ชีหยวน (อักษรจีน: 屈原, Qu Yuan (340-278 ปีก่อนคริสต์ศักราช) กวีผู้รักชาติแห่งรัฐฉู่กระโดดน้าเสียชีวิตนอกจากน้ี ในประเทศจีน บริเวณแม่น้าฉางเจียง (แยงซีเกียง), ฮ่องกง, ไต้หวัน, มาเก๊า ยังมีการละเล่น แข่งเรือมังกร (Dragon Boat Festival 龙舟赛) จัดอย่างยิ่งใหญ่ในวันนี้ด้วย ทางรัฐบาลจีนยงั กาหนดใหว้ นั ขึ้น 5 ค่า เดือน 5 น้ีเป็น วันกวีจีน (The Chinese Poet's Day) อีกด้วย เนื่องจากชีหยวน นับเป็นอีก ผู้หนึ่งที่เป็นกวี คนสาคัญของจีน 5.22 ประเพณีแขง่ เรอื ในเทศกาลไหว้บะ๊ การไหว้บ๊ะจ่าง ประเพณแี ขง่ เรือมจงัา่ งกรคนจีนโบราณยังเชื่อว่าเป็นวันที่เหล่าปิศาจจะออกมาสาแดงเดช จึงต้องมีการป้องกันด้วยการปัดกวาดทาความสะอาดบ้าน และจุดเคร่ืองหอมรวมท้ังกายานเพ่ือให้บรรยากาศในบ้านดูสดช่ืนขึ้น ภูตผีปิศาจจะได้ไม่กล้าเข้ามากล้ากราย ในวันน้ีสัตว์มีพิษทั้ง 4 ชนิด อันได้แก่แมงป่อง แมงมุม ตะขาบ และงู จะพากันหลบซ่อนตัว จึงเป็นโอกาสท่ีเจ้าบ้านจะต้องอบบ้านด้วยการจุดกามะถัน เพ่ือไม่ให้สัตว์มีพิษเหล่านี้กลับเข้ามาอาศัยได้อีก นอกจากน้ียังมีการดื่มเหล้ายาที่ผสมด้วยผงกามะถันด้วย โดยเช่อื กนั ว่า จะสามารถป้องกันโรคภัยไข้เจบ็ ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
~52~ตานาน ในรัชสมัยของกษัตริย์ก๊กฉู่ มีขุนนางผู้หน่ึงนามว่า คุกง้วน หรือ ชีหยวน (340-278 ปีก่อนครสิ ต์ศกั ราช) ซึ่งเปน็ ขุนนางตงฉิน รบั ราชการดว้ ยความซอ่ื สัตย์สุจริต เป็นขุนนางในสมัย พระเจ้าฉู่หวายอ๋องเป็นที่ปรึกษาและดูแลเหล่าเช้ือพระวงศ์ ชีหยวนเป็นขุนนางท่ีซื่อสัตย์ และเปี่ยมด้วยความรู้ความสามารถ ถือเอา ประโยชน์ของราษฎรเป็นที่ตั้ง จึงทาให้ ชีหยวนเป็นท่ีรักใคร่ของ ประชาชน เมื่อมีคนรัก แน่นอนย่อมต้องมีคนชังเป็นธรรมดา เหล่าขุนนางกังฉินท้ังหลายต่างก็ไม่พอใจชีหยวน ด้วยความที่ชีหยวนน้ัน เปน็ คนท่ีซื่อตรง ทางานอยา่ งตรงไปตรงมา จึงมีหลายครั้งที่การทางาน ของชีหยวนไปขัดขวางการโกงกินบ้านโกงกินเมืองของขุนนางกังฉิน เหล่าน้ัน พวกเขาจึงรวมหัวกันพยายามใส่ไคล้ชีหยวนต่างๆ นานา จนพระเจ้าฉู่หวายอ๋องเองก็ชักเร่ิมมีใจเอนเอียง จนในท่ีสุดฮ่องเต้หูเบา5.23 ขุนนางชหี ยวน ก็หลงเชื่อ ส่ังให้เนรเทศชีหยวนออกจากเมืองไป ระหว่างท่ีร่อนเร่ พเนจรอยู่น้ัน ชีหยวนก็ได้แต่งบทกลอนเล่าถึงชีวิตท่ีรันทดและความอยตุ ธิ รรมของฮ่องเตไ้ ว้มากมาย พอความทราบถึงฮอ่ งเต้ ก็ย่ิงทรงพิโรธหนักเข้าไปอีก ส่วนชีหยวนก็ยังอดรนทนไม่ได้ท่ีจะกราบทูลเสนอแนะข้อราชการท่ีเป็นประโยชน์กับทางราชการให้กับองค์ฮ่องเต้ แต่ฮ่องเต้ก็ไม่ทรงสนพระทัยชีหยวนเลยแมแ้ ตน่ ้อย ขนุ นางชีหยวนน้อยอกนอ้ ยใจมาก เลยไปกระโดดน้าตายทแี่ ม่น้าไหมโ่ หลย ในมณฑลยูนนาน ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 น่ันเอง (บางตาราก็ว่ากระโดดน้าท่ี แม่น้าเปาะล่อกัง บางตาราว่าเป็นแม่น้าแยงซีเกียง) พอพวกชาวบ้านรู้ข่าว ก็พากันไปช่วยงมหาศพ แต่หาศพเท่าไหร่ก็หาไม่พบ ชาวบ้านเลยเอาข้าวโปรยลงไปในน้าพร้อมกบั อธิฐาน ขออย่าให้ พวกปูปลามากดั กินศพของชีหยวนเลย กนิ แต่ข้าวท่ีโปรยไว้ใหก้ ็พอ
~53~ หลังจากน้ันทุกปีเมื่อถึงวันครบรอบวันตายของชีหยวน ชาวบ้านจะนาเอาอาหารไปโปรยลงแม่น้าเปาะล่อกัง หลังจากที่ทามาได้ 2 ปี ก็มีชาวบ้านผู้หน่ึงฝันเห็นชีหยวนที่มาในชุดอันสวยงาม กล่าวขอบคุณเหล่าชาวบ้านท่ีนาเอาอาหารไปโปรยให้เพ่ือเซ่นไหว้ แต่เขาบอกว่าอาหารที่เหล่าชาวบ้านนาไปโปรยเพ่ือเป็นเคร่ืองเซ่นถูกเหล่าสัตว์น้ากินเสียจนหมดเกล้ียง เน่ืองจากบริเวณน้ันมีสัตว์น้าอาศัยอยู่มากมาย ชีหยวนจึงแนะนาให้นาอาหารเหล่านั้นห่อด้วยใบไผ่ หรือใบจากก่อนนาไป โยนลงน้า เพ่ือท่ีเหล่าสัตว์น้าจะได้นึกว่าเป็นต้นไม้อะไรสักอยา่ ง จะไดไ้ มก่ นิ เขา้ ไป หลังจากนัน้ ในปีต่อมา ชาวบ้านต่างก็ทาตามที่ชีหยวนแนะนา คือนาอาหารห่อด้วยใบไผไ่ ปโยนลงนา้ เพื่อเซ่นให้แก่ชีหยวน หลังจากวันนั้นชีหยวนก็ได้มาเข้าฝันชาวบ้านอีก ว่าคราวน้ีได้กินมากหน่อยแต่ก็ยังคงโดนสัตว์น้าแย่งไปกินได้ ชาวบ้านต้องการให้ชีหยวนได้กินอาหารท่ีพวกเขาเซ่นให้อย่างอ่ิมหนาสาราญจึงได้ถามชีหยวนว่าควรทาเช่นไรดี ชีหยวนจึงแนะนาอีกว่าเวลาท่ีจะนาอาหารไปโยนลงแม่น้า ให้ตกแต่งเรือเป็นรปู มังกรไป เม่อื สัตวน์ า้ ท้งั หลายไดเ้ หน็ กจ็ ะนึกวา่ เป็นเครื่องเซน่ ของพญามงั กร จะได้ไมก่ ลา้ เขา้ มากิน จากน้ันเป็นต้นมา ในแต่ละปีชาวเมืองเสฉวนซ่ึงอยู่ติดกับมณฑลยูนนาน ที่ซึ่งชีหยวนปกระโดดน้าตาย ก็จะมาร่วมกันระลึกถึงขุนนางผู้ซ่ือสัตย์คนนี้ ด้วยการเอาใบจ่างมาห่อข้าวและกับ เมื่อห่อเรียบร้อยแล้วจึงเอาไปโยนลงน้า และนีเ่ องจงึ เป็นที่มาของ เทศกาลไหวข้ นมจ้าง ท่ยี ังคงความศักด์สิ ทิ ธมิ์ าจนถึงปัจจุบัน จากตานานเล่าขาน กลายเป็นประเพณีการไหว้ขนมบ๊ะจ่าง ซ่ึงจะมีในช่วงเดือน 5 ของจีนตรงกับฤดูร้อน ช่วงน้ีจะมีการไหว้เจ้าด้วยขนมบ๊ะจ่าง สาเหตุท่ีไหว้ด้วยขนมบ๊ะจ่าง เพราะเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนอาหารมักเก็บได้ไม่นาน เน่าเสียง่าย แต่บ๊ะจ่างที่ทาจากข้าวเหนียวสามารถเก็บไว้ได้นานมากข้ึน และการไหว้ด้วยขนมบ๊ะจ่างในช่วงฤดูร้อนจะทาให้มีความเป็นอยู่ดี เมื่อไหว้เสร็จคนจีนจะเอาไปชุบน้าตาลทรายขาวหรือนา้ ตาลทรายแดงเพือ่ นามารับประทาน อนั ถือวา่ จะทาใหเ้ กดิ สงิ่ มงคลต่าง ๆ 5.24 บ๊ะจ่างทที่ าจากข้าวเหนียวสามารถเก็บไว้ ได้นาน
~54~ 5.25 เทศกาลฉงหยางหรอื วันผูส้ งุ อายุของชาวจีน重阳节 เทศกาลฉงหยาง วันที่ 9 เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน หรือเรียกว่า จิ่วจิ่วฉงหยวง (九九重阳)จิว่ จวิ่ (九九)แปลวา่ เก้าเก้า พอ้ งเสยี งกับคาว่า จวิ่ จวิ่ (久久)ที่แปลว่า ยนื ยาววันฉงหยางมีมาต้ังแ ต่สมัยโบราณยุคจ้านก๋ัวมาจนถึงสมัยราชวงศ์ถัง จึงได้กาหนดวันฉงหยางเป็นวันเทศกาล สาหรับท่ีมาของชื่อเทศกาลฉงหยางมาจากตาราอี้จิ้ง «易经» ท่ีเก่าแก่ของจีน ซ่ึงได้ระบุไว้ว่าเลข 6 เป็นเลขยิน และ เลข 9 เป็นเลขหยาง ดังนั้นจึงเรียก วันท่ี 9 เดือน 9 ว่า เป็นวันฉงหยาง ( 重阳)แปลวา่ หยางคูห่ รือ หยางซอ้ นนัน่ เอง 5.26 ผสู้ งุ อายชุ าวจีนรบั ประทานอาหารรว่ มกันในบรรดาตัวเลข คนจีนถือว่า เลขคี่เป็นเลขหยาง เลขคู่เป็นเลขยิน ซึ่งเลข 9 เป็นเลขหยางที่ใหญ่ท่ีสุด เป็นเลขมงคล เลขท่ีมีความหมายดีที่สุด ทั้งมีความหมายว่าอายุยืนยาว สามีภรรยารักกันและอยู่ด้วยกันยาวนานจนแก่เฒ่า ประเพณปี ฎบิ ตั ิในเทศกาลฉงหยางที่นิยมทากันอย่างหน่ึงก็คือการไป \"ปีนท่ีสูง\"ทาให้มีช่ือเรียกเทศกาลน้ีอีกช่ือหน่ึงว่า เทศกาลเติงเกาแปลว่า \"ปีนที่สูง\" (登高节)เพราะเดือนเก้าในฤดูใบไม้ร่วงทุกปี ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศเย็นสบาย การไปปีนที่สูงจะทาให้เกิดความปลอดโปร่งโล่งใจ การท่ีไปปีนท่ีสูงในวันฉงหยางน้ันไม่มีกาหนดว่าต้องไปปีนสถานที่ใด แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่จะนิยมไปปีนเขาหรือเดินขึ้นเจดีย์สูง ซ่ึงมิใช่เพยี งแค่ต้องการปีนขึ้นไปเพียงอย่างเดียว ยังทาให้ได้สัมผัสกับกลิ่นไอธรรมชาติ ได้ชมความงามของดอกไม้ป่าตน้ ไมป้ ่าระหวา่ งทางดว้ ย ซง่ึ เปน็ โอกาสทดี่ ีมากสาหรบั ออกไปเที่ยว ดังน้ันจุดมุ่งหมายสาคัญของการปีนที่สูงไม่ ได้เ ป็นเ พียงก ารก ระท า ที่ สาคัญ ทุกค นเชื่ อว่า การ ปีนที่ สูงจ ะทา ให้ชีวิ ตได้ ก้าว สูงขึ้ นหน้าที่การงานจะเจริญก้าวหน้าหรือเลื่อนตาแหน่งสูงข้ึน ยังเป็น การทาจิตใจให้ช่ืนมื่น สบายใจเพ่มิ ความเข้มแข็ง ให้สุขภาพกายและจิต
~55~ 5.27 หรือวันผู้สุงอายจุ นี จะพากนั ไปปีนเขา นอกจากการปีนท่ีสูงในวันท่ี 9 เดือน 9 แล้ว เทศกาลฉงหยางก็เฉกเช่นเดียวกันกับเทศกาลอ่ืนๆท่ีชาวบ้านจะนิยมทาอาหารหรือขนมท่ีเป็นสิริมงคลเพื่อมารับประทานเฉลิมฉลองกัน เช่น ขนมฉงหยางเกาหรอื ขนมดอกไม้ ขนมเบญจมาศ ขนมห้าสีแรกเร่ิมเดิมทีการทาขนมฉงหยาง เกิดจากการที่ชาวบ้านเพียงแค่ต้องการรับประทานขนมสดใหม่ที่ทาจากข้าวท่ีเพง่ิ เกบ็ เก่ียวเพื่อเปน็ การเฉลิมฉลอง แต่ต่อมาขนมฉงหยางได้ถูกนามาเปน็ ขนมสิริมงคล เน่ืองมาจากคาว่า เกา (糕)หมายถึงขนมท่ีทาจากแป้งข้าวเจ้า และมีเสียงพ้องเสียงกับคาว่า\"เกา\"(高)ที่แปลว่าสูง ดังนั้น การรับประทานขนมฉงหยางจงึ เปน็ การอธิษฐานวา่ จะไดร้ บั ส่ิงที่สงู ๆ ย่งิ ขึ้นไป 5.28 ขนมฉงหยางเกา หรือขนมดอกไม้ ขนมเบญจมาศ ขนมหา้ สี ของเทศกาลฉงหยางด้วยเหตุนี้ทาให้ขนมฉงหยางเกา กลายมาเป็นขนมประจาเทศกาลฉงหยาง ซ่ึงไม่เพียงแต่รับประทานกันเองภายในครอบครัว ยังสามารถมอบเป็นของขวัญให้กับญาตสิ นทิ และมติ รสหายได้ด้วย ขนมฉงหยางคล้ายๆ ขนมชั้นของไทย แต่ส่วนใหญ่จะมีสองสามช้ันเท่าน้ัน โดยระหว่างช้ันจะมีผลไม้เช่ือมอย่าง พุทรากวน ถ่ัวหรือธัญพืชต่างๆ เป็นต้นในช่วงเทศกาลฉงหยางน้ียังถือเป็นเทศกาลแห่งการชมดอกเบญจมาศอีกด้วย เนื่องจากสมัยโบราณชาวบ้านท่ัวไปเชื่อว่าจนี เป็นต้นกาเนิดของดอกเบญจมาศ ในสมัยก่อน เกือบทุกบ้านมีการปลูกดอกเบญจมาศ ซึ่งมีห5ล.2า9ยเสทศี กแาลตช่สมดีเอหกลเบือญงจเมปาศ็นสในีทเท่ีโศดกดาลเดฉง่นหทยา่ีสง ุดทง้ั นเ้ี พราะดอกเบญจมาศเป็นดอกไม้ท่ีมีอายุยืนชนิดหนึ่ง ชาวบ้านจึงเช่ือว่าดอกเบญจมาศเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว และในเดือน 9 นี้จะเป็นช่วงที่ดอกเบญจมาศบานสะพร่ังมากท่ีสุด และสวยงามที่สุด จึงมีการเรยี กเดอื น 9 วา่ เป็นเดอื นเบญจมาศด้วย
~56~ นอกจากนี้ ตามประเพณีจีน ยังเรียกเทศกาลฉงหยางว่า เป็น\"เทศกาลผู้สูงอายุ\" ตั้งแต่ปี ค.ศ.ปี 1989เป็นต้นมา รัฐบาลจีนได้กาหนดให้วันท่ี 9 เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติเป็นเทศกาลผู้สูงอายุ เพื่อปลูกจิตสานึกของคนรุ่นหลังให้เคารพรักและดูแลผู้สูงอายุซึ่งทางการกาหนดนโยบายและใช้มาตรการต่างๆ ให้สิทธิพิเศษนานัปการเพ่ือให้ผู้สูงอายุมีชีวิตความเป็นอยู่สะดวกสบาย เช่น หน่วยงานรัฐบาลจะแจกคูปองอาหารแก่ผู้สงู อายุเดือนละ 100 หยวน ซึ่งสามารถใชแ้ ทนเงินไปรบั ประทานอาหารในร้านอาหารท่ีกาหนดได้ นอกจากนี้ผสู้ งู อายทุ ม่ี ีอายุ 65 ปขี ้ึนไป เขา้ สถานท่ีทอ่ งเที่ยวฟรี น่งั รถเมล์ รถไฟใต้ดินฟรี เป็นตน้ กิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลผู้สูงอายุมีมากมายหลายอย่าง ท่ีนิยมทากันในปัจจุบันคือ จัดประกวดความแข็งแรง มีอายุยืนยาว พาผู้สูงอายุไปข้ึนเขาหรือเจดีย์สูง ชมดอกเบญจมาศ และรับประทานขนมฉงหยางรว่ มกัน 5.30 วันผสู้ งู อายคุ นจนี ชมดอกเบญจมาศ ขนมหา้ สี ของเทศกาลฉงหยาง
~57~ 5.31 ขนมไหวพ้ ระจนั ทร์ ของเทศกาลไหว้พระจันทร์中秋节 เทศกาลไหว้พระจนั ทร์ เทศกาลไหว้พระจันทร์ หรือ เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง เป็นเทศกาลตามวัฒนธรรมจีนที่มีข้ึนในกลางฤดูใบไมร้ ่วง เพอื่ เฉลิมฉลองการเก็บเกย่ี ว จะมีขนึ้ ในคืนวันเพญ็ เดือน 8 ตามปฏิทนิ จนั ทรคติ ในเทศกาลน้ี ชาวจีนจะเฉลิมฉลองด้วยการไหว้ดวงจันทร์ในเวลากลางคืน ในบางประเทศ เช่นสิงคโปร์ หรือเวียดนาม จะจัดเป็นประเพณีใหญ่ มีการเฉลิมฉลองด้วยโคมไฟสีแดง เป็นสีสันยามค่าคืนหรอื บางแหง่ อาจมกี ารเชดิ มังกร ทั้งนีจ้ ะมชี ่ือเรียกต่างกันออกไปตามแต่ท้องถ่ิน วันไหว้พระจันทร์ เป็นวันที่พระจันทร์ส่องแสงงดงามที่สุด และเต็มดวงที่สุด ชาวจีนจึงให้พระจันทร์เป็นสัญลกั ษณข์ องความสวยงาม เป็นส่ือกลางของการคิดถึงซึ่งกันและกัน เม่ือคนในครอบครัวจากบ้านเกิดไปไกลคิดถึงครอบครัว ก็ให้แหงนมองดวงจันทร์ส่งความรู้สึกท่ีดี ส่งความคิดถึงไปสู่ครอบครัวและคนท่ีรักผ่านดวงจนั ทร์ นอกจากน้ี ชาวจนี ยงั ถือวา่ วันไหว้พระจันทร์ เปน็ วนั ทค่ี นในครอบครัวจะได้แสดงความสามัคคีกนั และได้ชมดวงจนั ทรพ์ รอ้ มหนา้ กนั ซ่ึงชาวจีนไดน้ ิยาม วันไหว้พระจันทร์ ว่า \"วันแห่งการอยู่พร้อมหน้าของครอบครวั \" นอกจากน้ีแล้ว ยังมีขนมชนิดหนึ่ง เรียกว่า \"ขนมไหว้พระจันทร์\" (月饼) ที่มีสัณฐานกลมคล้ายขนมเค้ก ทาจากแปง้ มไี ส้ตา่ ง ๆ เปน็ ธญั พืช ใชเ้ ซน่ ไหวแ้ ละรับประทานกนั จนเปน็ เอกลักษณ์สาหรับเทศกาลน้ี 5.32 ขนมไหวพ้ ระจันทร์ ไส้ของขนมเปน็ ธัญพชื
~58~ตานานฉางเอ๋อมเี รือ่ งเลา่ ขานกันวา่ เม่อื ครงั้ สมยั ก่อนโบราณกาลน้ันโลกของเรามีดวงอาทิตย์อยู่ถึงสิบดวง ทาให้โลกมนุษย์เกิดภัยพิบัติไปท่ัว แผ่นดินร้อนระอุ น้าเหือดแห้งผู้คนไม่มีที่หลบซ่อนอาศัย ต่อมาได้ปรากฏวีรบุรุษนามว่าโฮ่วอี้ เป็นผู้ท่ีมีฝีมือในการยิงธนูได้แม่นยาอย่างมากโดยสามารถยิงธนูข้ึนสู่ฟ้าเพียงดอกเดียว ถูกดวงอาทิตย์ถึงเก้าดวง ทาให้เหลือดวงอาทิตย์อยู่เพียงดวงเดียว เป็นการขจัดความทุกข์ให้กับประชาชนทั่วไป จึงได้รับการยกย่องให้เป็นกษัตริย์ แต่เมื่อโฮ่วอี้ได้ข้ึนเป็นกษัตริย์ ก็ลุแก่อานาจ 5.33 นางฉางเออ๋ลุ่มหลงในสุรานารี ฆ่าฟันผู้คนตามอาเภอใจ ทาให้ราษฎรโกรธแค้นชิงชังเขาเป็นที่สุด เม่ือโฮ่วอ้ีรู้ตัวดังน้ันจึงเดนิ ทางไปท่ีภูเขาคนุ หลนุ เพอ่ื ขอยาอายุวฒั นะจากเจ้าแมห่ วงั หมมู่ ากนิ แต่ ฉางเอ๋อ ผู้เป็นภรรยากลัวว่า ถ้าสามีของนางมีอายุยนื นาน อาจจะนาพาเอาความเดือดร้อนมาสู่ประชาชนเป็นแน่แท้ ดังนั้นนางจึงตัดสินใจแอบขโมยยาอายุวัฒนะนั้นมากินเสียเอง เมื่อกินเข้าไปแล้ว ร่างของฉางเอ๋อก็เบาหวิว และลอยข้ึนไปสู่ดวงจันทร์ นับแต่นนั้ มา บนดวงจนั ทร์กป็ รากฏภาพเทพธดิ า ทเี่ ช่อื กนั วา่ เป็นฉางเอ๋อตานานกระตา่ ยบนดวงจันทร์ ยังมีอีกตานานเล่าขานเกี่ยวกับวันไหว้พระจันทร์ก็คือ ตานาน 5.34 กระต่ายขาวหยกกระต่ายบนดวงจันทร์ ตามตานานกลา่ ววา่ มอี ย่ปู หี นง่ึ ในเมืองปักก่ิงเกดิ โรคอหวิ าระบาดหนัก เม่ือเทพธดิ าฉางเอ๋อซ่ึงอยู่บนดวงจันทร์ได้มองลงมาเห็น ก็ทาให้รู้สึกทุกข์ใจเป็นอย่างมาก จึงได้ส่งกระต่ายหยกข้างกายที่ปกติตายาอยู่บนดวงจันทร์ ให้ลงมารักษาโรคชาวบ้าน กระต่ายหยกแปลงกายเป็นหญิงสาวไปรักษาผู้คนหายจากโรค ชาวบ้านรู้สึกซาบซ้ึงใจในความช่วยเหลือ จึงได้ตอบแทนด้วยการให้ส่ิงของ แต่กระต่ายหยกก็ไม่ยอมรับส่ิงใดเลย เพียงแค่ขอยืมชุดชาวบา้ นใส่เทา่ น้นั ไปถงึ ไหนกจ็ ะเปล่ยี นชดุ ไปเรอื่ ย บางทีก็เห็นแต่งกายเป็นคนขายน้ามัน บ้างก็เป็นหมอดูดวง บ้างแต่งกายเป็นชาย บ้างแต่งเป็นหญิง และเพือ่ ให้สามารถช่วยเหลอื ผคู้ นได้มากขึ้น กระต่ายหยกจะข่ีม้าบ้าง กวางบ้าง สิงโตบ้าง หลังจากกาจัดโรคภัยให้ชาวเมอื งเสรจ็ เรียบร้อย กระตา่ ยหยก ก็กลับขึ้นไปยังดวงจันทร์ นับแต่นั้นมาชาวบ้านจึงได้กราบไหว้บูชาเทพเจ้ากระตา่ ยในวันไหว้พระจนั ทร์ดว้ ย
~59~5.35 การจดุ โคมในเทศกาลวันไหวพ้ ระจันทร์ 5.36 ต๊กุ ตาเทพเจา้ กระต่าย นอกจากการไหว้พระจนั ทร์แล้วยังมีการจุดโคมเป็นประเพณีหน่ึงในเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ เพ่ือช่วยแต่งแต้มสีสนั ในคนื จนั ทรก์ ระจา่ ง การเล่นตุก๊ ตาเทพเจ้ากระต่าย ในตานานพื้นบ้าน เชื่อว่าการนอนยิ่งดึกในคืนวันไหว้พระจันทร์จะย่ิงอายุยนื ยาวในเทศกาลวันไหว้พระจันทร์5.37 เทศกาลไหวพ้ ระจันทร์
~60~กจิ กรรมทา้ ยบทท5ี่1.1 แบบฝกึ หดั 1. ชา ท่ีเปน็ ท่ีนยิ มของชาวจนี มกี ช่ี นดิ อะไรบา้ ง __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ 2. เทศกาลตรุษจีน เรียกเทศกาลอกี อยา่ งหนง่ึ ว่า _________________________________________________________________________________ 3. เทศกาลโคมไฟเป็นเทศกาลฉลองในวันท่ีเท่าไรและนิยมทานขนมอะไร __________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________ 4.วันข้ึน 5 คา่ เดอื น 5 นี้เป็นเทศกาลไหว้พระจันทรแ์ ล้ว ยังเป็นวนั สาคญั ของจีน คือ _____________________________________________________________________________________________________________ 5. เทศกาลไหวพ้ ระจนั ทร์ มีขนมชนิดหนึ่ง เรียกวา่ _____________________________________________________________________________________________________________1.2 ให้นักเรยี นแสดงละครตานานของเทศกาลจนี มา 1เรอ่ื ง
~61~บรรณานกุ รมถาวร สกิ ขโกศล. (2549). วารสารศลิ ปวัฒนธรรมจนี .พิมพ์ครงั้ ท่ี2 .กรงุ เทพฯ :อมรินทร์พร้ินติง้แอนดพ์ บั ลชิ ช่งิ , 2539. ปีที่ 27. ฉบบั ท่ี 10.จิรวรรณ จิรนั ธร.(2553).วฒั นธรรมจีน.[เวบ็ บล็อก].สืบค้นจากhttp://www.jiewfudao.com/วัฒนธรรมจีน.รศ.ดร.คณุ หญงิ สรุ ิยา รัตนกลุ .(2548),วฒั นธรรมจีน(5) ภาษาจีน.[ระบบออนไลน์]. สืบค้นจากhttps://mgronline.com/china/detail/9480000096615.วิภาดา จิระรตั นกลุ .วฒั นธรรมการแตง่ กายของจีน.[ระบบออนไลน]์ . สบื ค้นจากhttp://www.thaigoodview.com/node/83316. (16/11/2010).อารยธรรมจนี :ศลิ ปะจนี .[ระบบออนไลน]์ . สืบค้นจากhttps://sites.google.com/site/phasathaionline/hnwy-kar-reiyn-ru9.(กันยายน 16, 2013).อารยธรรมจนี :เทศกาลจนี .[ระบบออนไลน์]. สบื ค้นจากhttps://sites.google.com/site/phasathaionline/hnwy-kar-reiyn-ru9.(กันยายน 16, 2013).อาหารพน้ื เมอื งของจนี แตล่ ะภาค และ วัฒนธรรมการกินของชาวจีน.[ระบบออนไลน์]. สบื คน้ จากhttp://chinafoodveryym.blogspot.com/.(5 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2559).
Search