1 โรงเรยี น 1 นวตั กรรม การบรหิ ารจดั การสู่การยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน งานเสวนาวชิ าการ “พลกิ โฉม CPN1” ประจาปีการศึกษา 2566 การยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของนกั เรยี นโรงเรยี นชุมชนประชานคิ ม ดว้ ยกระบวนการบรหิ ารแบบ 6 ร่วม 9 ขัน้ ตอน 0 สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาชุมพร เขต 1 สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
ก คานา รายงานนวัตกรรมการยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนชุมชนประชานิคมด้วย กระบวนการบริหารแบบ 6 ร่วม 9 ขั้นตอนโรงเรียนชุมชนประชานิคม สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาชุมพร เขต 1 ผู้ออกแบบผลงานนวัตกรรมได้ถอดบทเรียนโดยใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนรว่ ม ได้แก่ 1) ร่วมรับรู้ 2) ร่วมวางแผน 3) ร่วมปฏิบัติ 4) ร่วมนิเทศ ติดตาม 5) ร่วมประเมินผล และ 6) ร่วมชื่นชม ผ่านกระบวนการ 9 ข้ันตอนได้แก่ 1) ปัญหา 2) สาเหตุ 3) แนวทางแก้ไข 4) เลอื กวิธี 5) แผนงาน โครงการ/กจิ กรรม 6) นาไปใช้ 7) รวบรวมขอ้ มลู 8) ขยายผล และ 9) เผยแพร่นวัตกรรม) ขอขอบคุณคณะผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วน เก่ียวข้องในการขับเคล่ือนนวัตกรรมการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนชุมชนประชานิคม ดว้ ยกระบวนการบรหิ ารแบบ 6 รว่ ม 9 ขัน้ ตอนโรงเรียนชุมชนประชานิคม โรงเรยี นชมุ ชนประชานิคม
ข สารบญั คานา........................................................................................................................................... หน้า สารบญั ....................................................................................................................................... ก นวัตกรรม : การยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนของนกั เรยี นโรงเรยี นชมุ ชนประชานคิ ม ข 1 ดว้ ยกระบวนการบริหารแบบ 6 รว่ ม 9 ขั้นตอน............................................................... ความเป็นมาและความสาคัญ/แนวคดิ .................................................................................................. 1 วัตถปุ ระสงค์และเปา้ หมาย.................................................................................................................. 4 5 กระบวนการ/วิธีการ/ขั้นตอนการดาเนนิ งาน....................................................................................... 6 9 ผลการดาเนนิ การ................................................................................................................................ 10 10 ปจั จยั ความสาเร็จ................................................................................................................................ 11 12 บทเรยี นทไ่ี ด้รบั .................................................................................................................................... 13 การเผยแพร/่ การยอมรับ/รางวัลทไ่ี ด้รับ.............................................................................................. การนาเสนอในรูบแบบ Infographic................................................................................................... บรรณานุกรม................................................................................................................... .................... ภาคผนวก (รอ่ งรอย หลักฐาน ภาพถา่ ย ฯลฯ)....................................................................................
1 1 โรงเรียน 1 นวัตกรรม การบริหารจัดการสู่การยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน ช่อื ผลงาน การยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรยี นโรงเรียนชมุ ชนประชานคิ ม ดว้ ยกระบวนการบรหิ ารแบบ 6 ร่วม 9 ข้ันตอน โรงเรยี น ชุมชนประชานิคม หน่วยงานตน้ สงั กดั สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชมุ พร เขต 1 1. ความเปน็ มาและความสาคัญ/แนวคิด พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 10 การายหนดไว้ดังนี้ “การจัดการศึกษาตอ้ งจัดให้บุคคลมีสิทธแิ ละโอกาสเสมอกนั ในการรับ การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างท่ัวถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บ ค่าใช้จ่าย…” มาตรา 26 กาหนดให้ สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของ ผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกต พฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปใน กระบวนการเรียนการสอนตามความ เหมาะสมของแตล่ ะระดบั และรูปแบบการศึกษาให้สถานศึกษาใช้ วิธีการทหี่ ลากหลายในการจัดสรรโอกาสการ เข้าศึกษาต่อและการนาผลการประเมินผู้เรียนมาใช้ประกอบการพิจารณาการศึกษา หมายถึง กระบวนการ เรียนรู้เพื่อความเจรญิ งอกงามของบุคคลและ สังคม ดังน้ันผู้ท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทุกระดับจงึ ต้องให้ ความสาคัญ ความสนใจและตระหนัก ถึงภาระหน้าท่ีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาให้เกิดคุณภาพแก่ผู้เรียน นอกจากนี้มาตรา 24 การจัด กระบวนการเรยี นรู้ ไดก้ าหนดใหส้ ถานศึกษาและหนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวข้องดาเนินการ จัดเนื้อหาสาระและ กิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคานึงถึงความแตกต่าง ระหว่าง บุคคลมีการดาเนนิ การฝกึ ทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ ความร้มู าใชเ้ พอ่ื ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หา (อรสา ดที ุ่ง, 2559 : 1) คณุ ภาพผูเ้ รยี นเปน็ สิ่งท่ีบ่งบอกถงึ ความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม ดังนัน้ ผทู้ ี่ เกย่ี วขอ้ งกับการ จัดการศึกษาทุกระดับจึงต้องให้ความสนใจและตระหนักถึงภาระหน้าที่ท่ีเก่ียวข้องกับ การจัดการศึกษาจาก พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมวด 4 มาตรา 22 ระบุว่าผู้เรียนมี ความสาคัญที่สุดสามารถเรียนรู้และ พัฒนาตนเองได้ การจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถ พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ เพ่ือให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ของจุดมุ่งหมายในการจัด การศึกษาและตามท่ีกระทรวงศึกษาธิการได้ กาหนดการปฏิรูปการศกึ ษาในทศวรรษทีส่ อง (2552 - 2561) โดยมีวสิ ยั ทัศนใ์ หค้ นไทยเรียนรตู้ ลอดชวี ติ อย่างมี คุณภาพ ทั้งนี้ได้มีนโยบายพัฒนาและยกระดับ คุณภาพการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนได้รบั การส่งเสรมิ ให้มศี ักยภาพ สงู สมู่ าตรฐานสากลและมี ความสามารถทัดเทียมกับนานาชาติ โดยใชผ้ ลคะแนนจากการทดสอบระดับชาติขั้น พ้ืนฐาน (O-NET) เป็นตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษาของนักเรียนไทย สอดคล้องกับ อภิวัฒน์แสนคุ้ม (2561 : 19) ท่ีกล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนับเป็นตัวช้ีวัดทางการศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการศึกษาของ เด็กไทย เพราะเป็นสิ่งรับประกันการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความพร้อม มีศักยภาพสู่การพัฒนา ในด้าน ต่าง ๆ ความสาเร็จของการศึกษาจึงให้ความสาคัญกับการบริหารการศึกษาท่ีมีคุณภาพ และแม้ว่าจะ ประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแล้ว โดยในปัจจุบันจะมีการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปการเรียนรู้ ปรับปรุงบทบาทของครูจากผู้บอกความรู้มาเป็นผู้จัดประสบการณ์ เปลี่ยนบทบาทจากพระเอกให้เป็นผู้กากับ การแสดง นักเรียนเป็นผู้แสดงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพบว่าการศึกษาไทยมี ปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษา เห็นได้ จากสรุปผลการศึกษาศักยภาพของเด็กไทยของกรมวิชาการพบว่า นักเรียนระดับประถมศึกษาและระดับ
2 มัธยมศึกษามีศักยภาพต่าสุดในทักษะท่ีจาเป็นต่อการเรียนรู้ในอนาคต โดยเฉพาะทักษะการคิด (จาเริญ จิตร หลงั , 2543 : 75) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ : สทศ. (องค์การมหาชน) ได้จัดการทดสอบทาง การศึกษา ระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test:O-NET) ซ่ึงเป็นการจัด สอบโดยใช้แบบสอบ ทางการศึกษาเพื่อวัดความรู้และความคิดของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 และ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 โดยประเมินตามมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จานวน 67 มาตรฐานการเรียนรู้ ครอบคลุม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาฯภาษาอังกฤษ สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะและการงาน อาชีพและเทคโนโลยี ซึ่งจากรายงานผลการทดสอบวัด ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระดับชาติข้ันพ้ืนฐานของปี การศึกษา 2559 พบว่า รายวิชาคณิตศาสตร์และ ภาษาอังกฤษ มีผลคะแนนอยู่ในระดับต่าอีกท้ังภาพรวมของ ผลคะแนนการทดสอบระดับชาติ รายวชิ า คณิตศาสตร์ และรายวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนในทุกระดับที่ได้ ทดสอบวัดความรู้ทางการศึกษา ระดับชาติขั้นพื้นฐานมีคะแนนเฉลี่ยทั่วประเทศไม่ถึงคร่ึงหน่ึงจากคะแนนเต็ม (นิตย์ โรจน์รัตนวาณิชย์, 2556) ซ่ึงผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียนและต้นสังกัดรวมถึงหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง จักได้น าผล วิเคราะห์คะแนน O-NET ไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียน ให้ดี ย่ิง ๆ ข้ึนไปกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561) และ กาหนดยุทธศาสตร์ให้คนไทยและการศึกษาไทยมีคุณภาพได้มาตรฐานสากลและกาหนดตัวบ่งช้ีท่ี ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนในวิชาหลัก จากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพ้ืนฐานมีคะแนนเฉล่ีย มากกว่าร้อยละ 50 โดยเน้นการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษา ทุกระดับตามหลักสูตรและส่งเสริมความสามารถด้านเทคโนโลยีเพ่ือเป็น เครื่องมือในการเรียนรู้ คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองได้กาหนดเป้าหมาย ให้ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนในวิชา หลักจากการทดสอบระดบั ชาติมคี ะแนนเฉล่ยี มากกวา่ ร้อยละ 50 และจดุ เน้นที่ 3 ของสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5 กลุ่ม สาระวิชาหลักเพิ่มข้ึนอย่างน้อยร้อยละ 5 (นิตย์ โรจน์ รัตนวาณชิ ย์, 2556) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามความมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้น พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 อยบู่ นหลักการพ้นื ฐานสองประการ คือ 1) เพื่อพัฒนาผู้เรยี น และ 2) เพื่อตัดสนิ ผล การเรียนรู้ โดยการวัดและประเมินผลทางการศึกษามีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะทางด้านการบริหาร ด้านการจัดการเรียนการสอนด้านการทดสอบและการตัดเกรด ด้านการแนะแนวและการให้คาปรึกษา (Gronlund& Waugh, 2009; Miller, Linn, &Gronlund, 2009; Reynolds, Livingston, &Willson, 2009) และหากพิจารณาถึงนโยบายระดับประเทศที่มีความ เก่ียวข้องกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผูเ้ รียน นั้น พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สถาบันทดสอบทางการศึกษา แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ การศึกษาได้ให้ ความสาคัญและระบุถึงการวัดและประเมินผู้เรียนแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับชาติ จนถึง ระดับชั้นเรียน การประเมินแต่ละระดับมีองค์ประกอบของประเด็นการประเมินแตกต่างกันและกาหนด เป็นระเบียบปฏิบัติหรือข้อบังคับท่ีสถานศึกษาต้องปฏิบัติตามเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของ ผู้เรียนให้เต็ม ตามศักยภาพและสอดคล้องกับนโยบายและความมงุ่ หมายของชาติ ทั้งน้ีจากการศึกษาว่า สาเหตุที่ทาให้คะแนน O-NET ของนักเรียนตกต่าน้ันมีด้วยกันหลายปัจจัย ซ่ึง ปัจจัยที่สาคัญได้แก่ทักษะและความสามารถของผู้บริหารโรงเรียนความสามารถของ ครูผู้สอนนักเรียนการ ช้ีแนะที่ถูกต้อง หลักสูตรไม่สอดคล้องกับสภาพบริบทท้องถิ่น บรรยากาศการ จัดการเรียนรู้ไม่เอื้อต่อการ
3 จัดการ นักเรียนไม่มีความกระตือรอื ร้นในการศึกษาเล่าเรียนผู้ปกครองขาด ความตระหนักและสง่ เสริมต่อการ จัดการเรียนรู้ของนักเรียนและขีดจากัดของนักเรียนในโอกาสท่ีจะ ได้รับจากส่วนกลางตามโครงการต่าง ๆ ใน การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพน้ันต้องอาศัยองค์ประกอบ หลายด้านในการดาเนนิ การท้ังน้รี ะดับผลสัมฤทธ์ิของ นักเรียนนั้น เกิดจากปัจจัยท่ีสาคัญหลัก 3 ประการท่ีส่งผลต่อการเรียนรู้และระดับผลสัมฤทธ์ิ ได้แก่ ตัวผู้เรียน ตัวครูและการได้รับสนับสนุนทาง การศึกษา (อรสา ดีทุ่ง, 2559 : 3) ท้ังด้านการบริหารจัดการ กระบวนการ จัดการเรยี นการสอน การแนะแนวส่งเสรมิ และพัฒนาผูเ้ รียน อกี ทั้งยงั พบวา่ แบบการบริหารจดั การสถานศึกษา เปน็ ส่วนสาคัญอย่าง ยงิ่ ในการส่งผลต่อผลสัมฤทธ์ขิ องผเู้ รียน (ประหยัด อนศุ ิลป์, 2555) ดงั น้นั การยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นสิ่งสาคัญทจ่ี ะพฒั นาและผลักดันให้นโยบายสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานบรรลุเป้าหมาย จึงเป็นหน้าท่ีของผู้บริหารสถานศึกษาท่ีจะต้องบริหาร จัดการสถานศึกษาเพื่อให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ตรงตามเจตนารมณ์ของการจัดการศึกษาในยุคปฏิรูป การศึกษา ก่อให้เกิดความสามัคคีและลดความขัดแย้งในการทางานเพ่ิมความไว้วางใจ สร้างบรรยากาศที่ดีใน การทางาน ช่วยให้ผู้ร่วมงานมีสขุ ภาพจิตดีสร้างความเป็นประชาธิปไตย ลดค่าใช้จ่ายและใช้ทรัพยากร ช่วยให้ การใช้งบประมาณ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโรงเรียนต้องกาหนดเป้าหมายว่าแต่ละปีจะทาอย่างไรให้ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของเด็กเพ่ิมข้ึน และเป็นสัดส่วนเท่าใดตามสภาพความพร้อมของโรงเรียน ตลอดจน การประเมินผลในชน้ั เรียนทั้งก่อน และหลังเรียน และข้อสอบควรเน้นการคิดวิเคราะห์ การนาไปใช้ในรูปแบบ เดียวกบั ข้อสอบ O-NET หลักการและแนวคิดและทฤษฎีการบริหารแบบ 6 ร่วม 9 ข้ันตอนได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยท่ี เก่ียวข้อง ประกอบด้วยแนวคิดการบริหารแบบ 6 ร่วม 9 ข้ันตอน ซึ่งในการพัฒนาผลงานได้นาแนวคิดทฤษฎี และหลักการของการบริหารแบบมีส่วนร่วม การบริหารแบบมีส่วนร่วมมีวิวัฒนาการมาจากแนวคิดการบริหาร เชิงมนุษยสัมพันธ์ และการบริหารเชิงพฤติกรรม บุคคลที่เป็นผู้บุกเบิกแนวคิดนี้ คือ แมรี ปาร์คเกอร์ฟอลเลต จากบทความ ช่ือ “DynamicsAdministration” บรรยายให้ผู้บริหารแก้ปัญหาความขัดแย้งในองค์การด้วย วิธีการสร้างมนุษยสัมพันธ์ ได้รับการสนับสนุนจากเอลตัน เมโยและ เอฟเจโรธลิสเบอร์เกอร์ มหาวิทยาลัยฮาร์ วาร์ด โคเฮน และนอร์แมน อัฟฮอฟฟ์ (Cohen; & Norman Uphoff, 1980: 213-222) ไดแ้ บ่งลักษณะของการ มสี ว่ นร่วมไว้ 4 ประเภท ดงั นี้ 1) การมีส่วนรว่ มในการตัดสนิ ใจ ประกอบดว้ ย การรเิ รมิ่ ตัดสนิ ใจ การ ดาเนินการ ตัดสินใจและการตัดสินใจปฏิบัติการ 2) การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ (Implementation) ประกอบด้วยการ สนับสนุนด้านทรัพยากร การเข้าร่วมการบริหาร การประสานขอความร่วมมือ 3) การมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ (Benefits) ได้แก่ ผลประโยชน์ทางวัตถุผล ประโยชน์ทางสังคมและผลประโยชน์ส่วนบุคคล และ 4) การมีส่วน ร่วมในการประเมินผล (Evaluation) ซ่ึงนักการศึกษาและนักวิชาการหลายท่านได้ให้แนวคิดการบริหารแบบมี ส่วนร่วม สรุปได้ดังนี้ การบริหารแบบมีส่วนร่วมเป็นกระบวนการที่ผู้มีส่วนเก่ียวข้องในองค์กรได้มีโอกาสได้ร่วม การดาเนินงานในทุกกระบวนการบริหารท้ังร่วมกันเสนอแนะแนวทางการดาเนินงาน ร่วมกันแก้ไขปัญหาและ ร่วมกันชื่นชมความสาเร็จอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งการบริหารแบบมีส่วนร่วมเป็นการบริหารที่ใช้การจูงใจให้ ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ที่เก่ียวข้องได้มีโอกาสมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนา การปฏิบัติงานให้มีคุณภาพสูงข้ึน (ณรงค์ อภัยใจ, 2560 : 9) ผู้ออกแบบผลงานนวัตกรรมได้ถอดบทเรียนโดยใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม ได้แก่ 1) ร่วมรับรู้ 2) ร่วมวางแผน 3) ร่วมปฏิบัติ 4) ร่วมนิเทศ ติดตาม 5) ร่วมประเมินผล และ 6) ร่วมชื่นชม ผ่านกระบวนการ 9 ขั้นตอนไดแ้ ก่ 1) ปญั หา 2) สาเหตุ 3) แนวทางแก้ไข 4) เลอื กวธิ ี 5) แผนงาน โครงการ/กจิ กรรม 6) นาไปใช้ 7) รวบรวมขอ้ มูล 8) ขยายผล และ 9) เผยแพรน่ วัตกรรม) โรงเรียนชุมชนประชานิคม เปิดสอนต้ังแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น จัดการ เรียนการสอนโดยยดึ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐานพทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรุงปีพุทธศักราช 2560)
4 จากการจดั กจิ กรรมการสอนในทุกระดบั ชั้นจะต้องดาเนินการวดั และประเมนิ ผลในทุกรายวิชา โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 ต้องมีการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) และการ ประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตลอดจนการประเมินการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 และมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ตลอดจนการประเมิน ความสามารถด้านการอ่านของผู้เรยี น (RT) และการประเมินคุณภาพผู้เรยี น (NT) มผี ลการพฒั นาขึ้นทุกปี ส่วน การประเมินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-NET) นั้น ค่อนข้างต่ากว่าเกณฑ์ที่โรงเรียน กาหนดไว้ ทางโรงเรียนจึงมีมาตรการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ิโดยให้ครูผู้สอนใชเ้ ทคนิควธิ ีการทแ่ี ตกต่างจากรูป แบบเดิม การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้และความ สนใจในการเรียนซึ่งผลการเรียนรู้และความสนใจในการเรียนจะส่งผลต่อการเรียนรู้ท่ีย่ังยืนข องผู้เรียนอันเป็น พน้ื ฐานในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซ่งึ สอดคลอ้ งกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 หมวด 4 มาตรา 22 กล่าวว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ โดยการให้ผู้เรียนมีโอกาสในการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยการลงมือปฏิบัติจริง เน้นในเรื่องบทบาทของ ผ้เู รียนเป็นผู้ท่สี าคัญทสี่ ุด จากเหตผุ ลแรงบลั ดาลใจ ปญั หาและแนวคิดทฤษฎีดงั กล่าว ผู้บริหารสถานศกึ ษา ครู บคุ ลากรทางการ ศกึ ษา และผทู้ ีม่ สี ่วนเกยี่ วข้องรว่ มกนั สืบเสาะแสวงหาแนวทางในการแก้ปญั หาและได้ศึกษาเทคนคิ วธิ กี ารสอน ต่าง ๆ เพอื่ นามาประยกุ ตใ์ ช้ใหส้ อดคล้องกับบรบิ ทของผู้เรยี น จึงจดั ใหค้ รูได้พัฒนาความรโู้ ดยการจัดการอบรม เทคนิคการสอน พัฒนาการสอนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในทุกระดับชั้น เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนให้สูงขึ้น มีเจตคติท่ีดี ส่งผลให้นักเรียนมีความสุขกับการเรียน และเรียนรู้ ด้วยความสนุกสนาน ผ่านนวัตกรรมการบริหารจัดการสู่การยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน โรงเรยี นชุมชนประชานิคม ด้วยกระบวนการบริหารแบบ 6 ร่วม 9 ข้ันตอน 2. วัตถุประสงค์และเป้าหมาย 2.1 วัตถุประสงค์ 2.1.1 เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนชุมชนประชานิคม 5 กลุ่ม สาระการเรียนรู้ ได้แก่ รายวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาองั กฤษ 2.1.2 เพ่ือสร้างและออกแบบกระบวนการบริหารแบบ 6 ร่วม 9 ขั้นตอน ในการยกระดับ ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นของนกั เรยี นโรงเรียนชมุ ชนประชานคิ ม 2.2 เปา้ หมายเชิงปรมิ าณ 2.2.1 นักเรียนโรงเรยี นชมุ ชนประชานิคมที่มีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน 5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ได้แก่ รายวชิ าภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ ในระดับ 3 ขึ้นไป 2.2.2 สถานศึกษานารูปแบบการบริหารแบบ 6 ร่วม 9 ขั้นตอน ในการส่งเสริมให้ครูจัดการ เรียนการสอนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนชุมชนประชานิคม ต้ังแต่ระดับช้ัน ประถมศึกษาปที ่ี 1 ถงึ ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 จานวน 315 คน ปกี ารศกึ ษา 2566 2.3 เปา้ หมายเชิงคณุ ภาพ 2.3.1 นักเรียนโรงเรียนชุมชนประชานิคมท่ีมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพ่มิ ข้นึ ตามทีส่ ถานศกึ ษากาหนด 2.3.2 สถานศึกษานารูปแบบการบริหารแบบ 6 ร่วม 9 ข้ันตอน ในการส่งเสริมให้ครูจัดการ เรยี นการสอนเพอื่ ยกระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรียนโรงเรยี นชมุ ชนประชานิคม
5 3. กระบวนการ/วิธกี าร/ขั้นตอนการดาเนนิ งาน 3.1 การออกแบบผลงาน/นวัตกรรม 3.2 ประสิทธิภาพของการดาเนนิ งานตามกจิ กรรม โรงเรยี นชมุ ชนประชานิคม ไดน้ ากระบวนการ PDCA ของบคุ ลากร รว่ มกับผู้บริหารเพื่อใช้ใน การขับเคล่อื น โดยกระบวนการบริหารแบบ 6 รว่ ม ดงั นี้ 3.2.1 ร่วมรับรู้ โดยผู้บริหารประชมุ ชี้แจงสร้างความตระหนักให้กับคณะคร/ู บุคลากรใหเ้ หน็ ความสาคัญของการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนทุกระดับชั้น และผลการประเมินการอ่าน (RT) ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ตลอดจนผลการประเมินการทดสอบระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) ร่วมวิเคราะห์ เพอ่ื ระบุ (1) ปญั หา และ (2) หาสาเหตุเพ่อื หาทางแก้ไขตอ่ ไป 3.2.2 ร่วมวางแผน โดยการประชมุ ผู้บริหาร คณะครู/บุคลากรที่เกี่ยวข้องในการดาเนินการ (3) หารแนวทางแก้ไข และ(4) เลือกวิธีการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ร่วมกันวางแผนการ ดาเนินงาน แบง่ งานและรว่ มรบั ผิดชอบหน้าทต่ี ามท่ีได้รับมอบหมายเพ่ือให้บรรลเุ ป้าหมายทก่ี าหนด • 3.2.3 ร่วมปฏิบัติ ผู้บริหาร คณะครู/บุคลากรท่ีเกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติ (5) แผนงาน โครงการ/ กจิ กรรม และ (6) นาไปใช้ มขี น้ั ตอน ดงั นี้ 1) ขั้นเตรียมการ (Plan) โดยการประชุมบุคลากรท่ีเกี่ยวข้องในการดาเนินการตาม โครงการและกิจกรรม โดยการแตง่ ตั้งคณะทางานในรูปแบบของคาส่ังทม่ี กี ารแบง่ หนา้ ทใี่ นการรับผิดชอบอยา่ งชดั เจน 2) ขัน้ ดาเนินการ (Do) ดาเนินการตามโครงการและกจิ กรรมตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย ตามวนั เวลา ที่กาหนดไว้ 3) ข้ันการตรวจประเมินผล (Check) ประเมินผลการดาเนินงานตามโครงการ/ กิจกรรมหลกั จากการเสรจ็ สน้ิ และรายงานผลการดาเนนิ งานโครงการ/กจิ กรรมตามวนั เวลา ทกี่ าหนดไว้ 4) ขัน้ ปรบั ปรุงพัฒนา (Action) วิเคราะห์ผลการดาเนนิ งานโครงการและกิจกรรม จากรายงานผลการดาเนนิ งาน เพ่อื นาผลที่ได้ไปใช้ในการพฒั นาและปรงั ปรงุ ตอ่ ไป การดาเนนิ การตามโครงการ กิจกรรมเป็นขั้นตอนในการร่วมกนั ปฏิบัติและการขบั เคล่ือนเพื่อ การยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนให้พฒั นาขึน้ อย่างต่อเนื่อง
6 3.2.4 ร่วมนิเทศติดตาม โรงเรียนชุมชนประชานิคมได้ดาเนินการ (7) รวบรวมข้อมูล ตาม แผนงาน โครงการ/กิจกรรมท่ีร่วมกันวางแผนโดยมีการนิเทศติดตามจากผู้บริหารสถานศึกษา และจาก หนว่ ยงานต้นสังกัดระดับสงู ข้ึนไป เพอ่ื ปรับปรุงพัฒนาผลการดาเนินงานให้มีคณุ ภาพยิ่งข้นึ 3.2.5 ร่วมประเมินผล จากการดาเนินงานยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนชุมชนประชานิคมพร้อมรับการประเมินต้ังแต่ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา ระดับภาค และระดับชาติตามลาดับ พร้อม (8) ขยายผลเพื่อนาผลการประเมนิ มาปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป 3.2.6 ร่วมช่ืนชม เพ่ือการดาเนินงานยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียน ชุมชนประชานิคม บรรลุตามเป้าหมายท่ีวางไว้ถือว่าประสบความสาเร็จ ร่วมกันช่ืนชมยินดี ยกย่องชมเชย นักเรียนครู ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เก่ียวข้องต่อสาธารณชน (9) เผยแพร่นวัตกรรม มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ โดยโรงเรียนชุมชนประชานิคมมีองค์ความรู้ สามารถเป็นแหล่งแลกเปล่ียนเรียนรู้ศึกษาดูงานถ่ายทอดองค์ ความรู้ให้กับโรงเรียนอื่นและขยายเครือข่ายสู่ภายนอก ซึ่งเป็นขั้นตอนในการร่วมชื่นชมผลของความสาเร็จใน การยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของโรงเรียน 4. ผลการดาเนนิ งาน 4.1 ผลที่เกดิ ขึน้ ตามจุดประสงค์ ดาเนินการกระบวนการบริหารแบบ 6 ร่วม 9 ข้ันตอน ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนกั เรียนโรงเรียนชุมชนประชานิคมเพ่ือยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนชุมชนประชานิคม 5 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ รายวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สงั คมศึกษา และภาษาอังกฤษ 1) ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นปีการศึกษา 2564 2) ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นปีการศกึ ษา 2565 จำนวน จำนวนนักเรียนที่มีผลสมั ฤทธท์ิ ำงกำรเรยี นแตล่ ะรำยวชิ ำในระดบั 3 ขนึ้ ไป ปกี ำรศกึ ษำ 22556645 ระดบั ชน้ั นักเรยี น ภำษำไทย คณติ ศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ สงั คมศกึ ษำ ประวตั ศิ ำสตร์ สขุ ศกึ ษำฯ ศลิ ปะ ดนตรี กำรงำนฯ ภำษำองั กฤษ ทง้ั หมด จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ ป.1 32 25 78.13 26 81.25 28 87.50 27 84.38 26 81.25 31 96.88 28 87.50 31 96.88 26 81.25 ป.2 30 25 83.33 26 86.67 25 83.33 24 80.00 30 100.00 30 100.00 28 93.33 30 100.00 25 83.33 ป.3 37 26 70.27 28 75.68 30 81.08 36 97.30 31 83.78 37 100.00 29 78.38 36 97.30 30 81.08 ป.4 36 26 72.22 26 72.22 32 88.89 30 83.33 25 69.44 36 100.00 36 100.00 36 100.00 25 69.44 ป.5 52 36 69.23 35 67.31 33 63.46 43 82.69 39 75.00 46 88.46 38 73.08 49 94.23 31 59.62 ป.6 27 21 77.78 19 70.37 21 77.78 20 74.07 21 77.78 24 88.89 27 100.00 26 96.30 17 62.96 ม.1 30 21 70.00 15 50.00 27 90.00 25 83.33 25 83.33 30 100.00 30 100.00 27 90.00 22 73.33 ม.2 34 22 64.71 16 47.06 28 82.35 24 70.59 21 61.76 34 100.00 26 76.47 31 91.18 22 64.71 ม.3 31 22 70.97 25 80.65 24 77.42 24 77.42 24 77.42 29 93.55 25 80.65 31 100.00 24 77.42 รวมท้ังสน้ิ 309 224 72.49 216 69.90 248 80.26 253 81.88 242 78.32 297 96.12 267 86.41 297 96.12 222 71.84
7 จากตารางสามารถสรุปและเปรียบเทียบได้ว่าได้ว่าจานวนนักเรียนท่ีมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนแต่ละ รายวิชาในระดับ 3 ขึ้นไป ปีการศึกษา 2565 มีจานวนนักเรียนท่ีมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวิชาใน ระดับ 3 ข้นึ ไปเพมิ่ ข้นึ จากปีการศกึ ษา 2564 สรปุ ได้ดงั น้ี วชิ า นักเรยี นทีม่ ีผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นแตล่ ะรายวิชาในระดบั 3 ขึ้นไป เพ่ิมขน้ึ ปกี ารศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ภาษาไทย 66.27 72.49 +6.22 คณติ ศาสตร์ 67.16 69.90 +2.74 วิทยาศาสตร์ 77.51 80.26 +2.75 สงั คมศึกษา 74.56 81.88 +7.32 ภาษาอังกฤษ 69.82 71.84 +2.02 4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน ผลจากการดาเนินงานวิธีปฏิบัติท่ีเป็นเลิศ (Best Practice) การยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยบริหารแบบ 6 ร่วม ทาให้ประสบความสาเร็จ ดังน้ี 1) นักเรียนให้ความสนใจในกิจกรรมการเรียนการสอน มีความเอาใจใสด่ แู ลรบั ผดิ ชอบการเรียนเป็นอยา่ งดี 2) นกั เรียนมีความสุข สนุกกับการเรยี นและมเี จตคติที่ดีต่อ การเรียน 3) ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองอย่างดีเยี่ยมในการส่งเสริม สนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน 4) คณะครูมีความรู้ ความสามารถ มีทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีหลากหลายและพัฒนาตนเองอย่าง ต่อเนื่อง เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ เป็นแบบอย่างท่ีดี มีความภาคภูมิใจในการทางานและได้รับการยกย่องจาก ชุมชน และ 5) ผลสาเร็จที่เกดิ ข้นึ ซงึ่ เปน็ ทีช่ น่ื ชมยินดี ดงั นี้ (1) ผลการประเมนิ ความสามารถด้านการอ่านของผูเ้ รียน (RT) ในระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 มี คา่ เฉลย่ี รอ้ ยละเพิ่มขึ้นทุกปี และสูงกวา่ ระดับเขตพ้นื ที่ ระดบั จงั หวดั ระดบั ภาคและระดับประเทศ ระดบั ช้ัน คะแนนเฉลย่ี ร้อยละ ปกี ารศึกษา ปีการศึกษา ระดับประเทศ เปรยี บเทียบ เปรยี บเทยี บกบั 2564 2565 กับปีท่ีผา่ น ระดับประเทศ มา ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 90.81 93.57 71.38 +2.76 +22.19 (2) ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ เพิม่ ข้ึนอย่างต่อเน่ืองทุกปีและสูงกวา่ ระดับประเทศ ดา้ น คา่ เฉลีย่ รอ้ ยละของ คา่ เฉลี่ยรอ้ ยละ ค่าเฉลยี่ ร้อยละ ค่าเฉล่ยี รอ้ ยละ โรงเรยี น ระดับประเทศ เปรยี บเทยี บกับ (ปี 2565) เปรียบเทียบ ปี 2564 ปี 2565 (ปี 2565) ปที ่ผี า่ นมา กับประเทศ คณติ ศาสตร์ 45.21 59.75 49.12 + 14.54 +10.68 ภาษาไทย 57.76 72.82 55.86 + 15.06 +16.96 รวม 2 ด้าน 51.48 66.28 66.28 + 14.80 +13.78
8 (3) ผลการประเมินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ผลปรากฏวา่ คา่ เฉลย่ี ร้อยละของทุกกลุ่มสาระตา่ กว่าปีท่ีผ่านมาและต่ากว่าระดับประเทศ คา่ เฉล่ยี รอ้ ยละ ค่าเฉลย่ี ร้อยละของ ค่าเฉลย่ี ร้อยละของ กลมุ่ สาระ ค่าเฉลี่ยร้อยละของโรงเรยี น ระดับประเทศ(ปี โรงเรยี นเปรยี บเทยี บกบั โรงเรียน ปี 2564 ปี 2565 2565) ปีทีผ่ า่ นมา (ปี 2565) เปรยี บเทียบกบั ระดับประเทศ ภาษาไทย 53.87 51.26 53.89 - 2.61 -0.02 ภาษาองั กฤษ 34.87 31.25 37.62 - 3.62 -6.37 คณติ ศาสตร์ 32.50 24.99 28.06 -7.51 -3.07 วิทยาศาสตร์ 36.02 35.11 39.34 - 0.91 -4.23 (4) ผลการประเมินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ผล ปรากฏว่าค่าเฉล่ียร้อยละของกลุ่มภาษาไทยสูงกว่าปีท่ีผ่านมาและสูงกว่าระดับประเทศ กลุ่มสาระภาษาอังกฤษสูง กวา่ ปที ่ีผา่ นมา แต่ตา่ กวา่ ระดับประเทศ สว่ นกลมุ่ สาระคณิตศาสตรต์ ่ากว่าปที ่ผี ่านมาและต่าหว่าระดับประเทศ ค่าเฉลีย่ รอ้ ยละ คา่ เฉล่ยี รอ้ ยละของ ค่าเฉลีย่ ร้อยละของ กล่มุ สาระ คา่ เฉลี่ยร้อยละของโรงเรียน ระดับประเทศ(ปี โรงเรียนเปรียบเทยี บกับ โรงเรียน ปี 2564 ปี 2565 2565) ปีทผี่ า่ นมา (ปี 2565) เปรยี บเทียบกับ ระดบั ประเทศ ภาษาไทย 49.91 54.22 52.95 +4.31 +1.27 ภาษาอังกฤษ 25.87 26.62 32.05 +0.75 -5.43 คณิตศาสตร์ 19.79 20.31 24.39 -0.52 -4.08 วิทยาศาสตร์ 29.74 30.03 33.32 +0.29 -3.29 (5) จากการวิเคราะห์ผลการประเมินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ผลที่ได้รับยังไม่บรรลุเป้าหมายท่ีวางไว้ ทางโรงเรียนจึงต้องหา แนวทางเพื่อพัฒนาต่อไป โดยการกาหนดเป้าหมายในการยกระดับผลสัมฤทธ์ิ (สงู ข้นึ จากปีการศึกษา 2565 อย่าง นอ้ ยรอ้ ยละ 3) ระดับช้ัน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ เป้าหมาย (คะแนนเฉลีย่ ร้อยละ) ปกี ารศกึ ษา 2565 ปีการศกึ ษา 2566 ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาษาไทย 51.26 54.26 คณิตศาสตร์ 31.25 34.25 วิทยาศาสตร์ 24.99 27.99 ภาษาองั กฤษ 35.11 38.11 มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาษาไทย 54.22 57.22 คณติ ศาสตร์ 26.62 29.62 วทิ ยาศาสตร์ 20.31 23.31 ภาษาองั กฤษ 30.03 33.03
9 (6) ปฏิทนิ การดาเนินงานเพอ่ื ยกระดับผลสัมฤทธ์ิ O-NET ปีการศกึ ษา 2566 วัน เดอื น ปี กจิ กรรม ผู้ปฏิบัติ 1 ม.ิ ย.66 ประชมุ ชแี้ จงครูทุกคน/แตง่ ตงั้ คณะทางาน/จัดทา ผู้บริหาร แผนปฏทิ นิ ขบั เคล่ือน O-NET 5 มิ.ย.66 กาหนดมาตรการเพ่ือยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ ผบู้ รหิ าร/ฝ่ายวชิ าการ เรียน O-NET 10 มิ.ย.66 ครูผสู้ อนดาเนนิ การวิเคราะห์ผเู้ รยี นเปน็ รายบุคคล ครผู สู้ อน และแยกกลมุ่ ผเู้ รยี น (ดี ปานกลาง อ่อน) 17 มิ.ย.66 ครูผูส้ อนจัดทาสื่อ/เคร่ืองมือ/แบบฝึก/ ครผู สู้ อน แบบทดสอบ/ใบงานเพือ่ พัฒนาผลสมั ฤทธิ์ O-NET ฝา่ ยวิชาการ 3 พ.ย. 66 จัดทาตารางติว O-NET ตามตาราง ฝา่ ยวชิ าการ 4 พ.ย.66 ดาเนินการติว O-NET ตามตาราง ครผู สู้ อน/ผูท้ ่ีเก่ียวข้อง 15 พ.ย.66 จัดทาป้ายประชาสัมพนั ธ์ การสอบ O-NET /ปา้ ย ฝ่ายวชิ าการ Count down /ปา้ ยประชาสมั พันธ์ 20 พ.ย. 66 ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา/ผู้ปกครองและผู้ ผู้บริหาร/ฝ่ายวชิ าการ มสี ่วนเกย่ี วขอ้ ง 2 ธ.ค. 66 ถึง นเิ ทศ ตดิ ตามการพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิ O-NET อยา่ ง ฝ่ายวชิ าการ/ผูบ้ ริหาร 20 ก.พ.67 ต่อเน่อื ง 28 ก.พ.67 สรุปและรายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ O-NET ฝ่ายวชิ าการ 4.3 ประโยชนท์ ่ีไดร้ ับ 4.3.1 จานวนนักเรียนท่ีมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ข้ึนไป ปีการศึกษา 2565 มีจานวนนกั เรยี นท่ีมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนแต่ละรายวชิ าในระดับ 3 ขนึ้ ไปเพม่ิ ข้นึ จากปีการศึกษา 2564 4.3.2 ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 มคี ่าเฉลยี่ ร้อยละเพ่ิมขึ้นทุกปี และสงู กวา่ ระดับเขตพื้นท่ี ระดับจังหวดั ระดับภาคและระดับประเทศ 4.3.3 ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ เพม่ิ ขน้ึ อย่างต่อเนอื่ งทกุ ปแี ละสูงกวา่ ระดบั ประเทศ 4.3.4 นาผลการประเมินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ช้ัน ประถมศึกษาปีที่ 6 มาวิเคราะหเ์ พื่อยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นในปีการศกึ ษา 2566 4.3.5 นาผลการประเมินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน (O-NET) ชนั้ มัธยมศึกษา ปีที่ 3 มาวิเคราะห์เพ่ือยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในปีการศกึ ษา 2566 5. ปัจจัยความสาเร็จของการพฒั นา Best Practice 5.1 สถานศกึ ษามีงบประมาณในการสนับสนนุ และส่งเสรมิ การจดั กิจกรรมอย่างเต็มท่ี 5.2 สถานศึกษามีกระบวนการทางานท่ีเป็นระบบและมีขน้ั ตอน PDCA 5.3 สถานศึกษามีการประเมินผลการดาเนินงานและปรบั ปรุงผลงาน เพือ่ ให้บรรลเุ ปา้ หมายอย่างต่อเนื่อง 5.4 ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาสง่ เสริม สนบั สนุนและให้ขวัญกาลังใจในการทางานของครู 5.5 คณะครูมีความสามารถ มีความตั้งใจ มีการเสียสละและเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และให้การ สนบั สนนุ ร่วมแรงร่วมใจในการทางาน
10 5.6 ผ้เู รียนมคี วามมุง่ มนั่ ต้ังใจในการทางานและการระดมสมองในการทางานเป็นกล่มุ ตลอดจนมีความ รับผดิ ชอบตอ่ การเรียน 5.7 ผเู้ รียนมคี วามตระหนกั เห็นความสาคัญ มคี วามรู้ความสามารถ มที กั ษะในการคดิ วิเคราะห์ มกี าร วางแผนท่ดี ี 5.8 ผู้ปกครองให้ความสาคัญและสนับสนุนในการส่งเสริมกิจกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนให้ ความร่วมมอื เป็นอย่างดี 6. บทเรียนทีไ่ ดร้ ับ การพัฒนาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนชุมชนประชานิคมโดยใช้รูปแบบ 6 ร่วม 9 ขั้นตอน ดังน้ันโรงเรียนได้ปรับปรุงผลการดาเนินงานอย่าง ต่อเน่ือง ด้วยระบบคุณภาพวงจร PDCA โดยมีการกาหนดโครงสร้างการบริหารงานท่ีชัดเจน เน้นการมีส่วน ร่วมในการปฏิบัติงานใช้ระบบการนิเทศภายใน มีการนิเทศ ติดตามอย่างสม่าเสมอ การสร้างบรรยากาศที่เอื้อ ต่อการจัดการเรียนการสอน โดยให้ทุกคนเรียนรู้ร่วมกัน จัดอบรมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีการพัฒนาอย่าง ย่ังยืนด้วยการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและชุมชน การ พัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของผู้เรียนโดยการกระตุ้นให้บุคลากรครูจัดการเรียนการสอน การวัดและ ประเมินผลอย่างหลากหลายตามแนวทางของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 สรุปได้ว่าการทางานท่ีเป็นระบบและความทุ่มเทเอาใจใส่ของคณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน เป็นปัจจัย สาคญั ที่ทาใหก้ ารดาเนินงานบรรลวุ ัตถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมายที่วางไว้ 7. การเผยแพร่ผลงาน/การได้รบั การยอมรบั /รางวัลที่ได้รับ 7.1 การเผยแพร่ผลงาน 7.1.1 ภายในสถานศึกษา ขยายผลให้กับครูผู้สนใจในสถานศึกษาและสถานศึกษาใกล้เคียง นาส่กู ารปรับใช้ในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในหอ้ งเรยี นทุกรายวชิ า 7.1.2 ภายนอกสถานศึกษา จัดทาเป็นเอกสารเผยแพรข่ ้อมลู และเผยแพรข่ อ้ มลู ผ่านเวบ็ ไซต์ โรงเรยี นและเฟซบกุ้ ประชาสัมพนั ธ์โรงเรยี นชุมชนประชานคิ ม 7.2 รางวัลทีไ่ ด้รับ ประกาศสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เรื่อง ผลการคัดเลือกสถานศึกษาเพือ่ รับรางวัล IQA AWARD ประจาปีการศึกษา 2564 สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพรเขต 1 ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง โรงเรียนชุมชนประชานิคม ระดับยอดเยี่ยม ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566
11 8. Infographic การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนชุมชนประชานิคม ด้วย กระบวนการบรหิ ารแบบ 6 ร่วม 9 ข้นั ตอน
12 บรรณานกุ รม จาเริญ จติ รหลัง. (2543). นกั เรียนกับการปฏริ ปู การศกึ ษา.วารสารวชิ าการ.ปที ่ี 3,75. ณรงค์ อภัยใจ. (2560) รปู แบบการบริหารจดั การศึกษา เพอื่ สง่ เสริมอาชีพสาหรบั เดก็ ด้อยโอกาส โรงเรยี นในโครงการตามพระราชดาร.ิ บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยราชภฏั เชียงใหม่. นิตย์ โรจนร์ ัตนวาณชิ ย.์ (2556). การศึกษาแนวทางการยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของ นกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษาศึกษาปีที่ 3. จังหวดั ปราจีนบรุ ี. จงั หวดั ปราจนี บรุ .ี ประหยัด อนุศิลป.์ (2555). ผลของรูปแบบการบริหารสู่การยกระดับผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 สังกดั ส านกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2. สระบุรี สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสระบรุ ี เขต 2. อรสา ดที งุ่ . (2558). กลยทุ ธก์ ารยกระดับผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรียนระดับชนั้ มัธยมศึกษา ปที ่ี 6 จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่. อภิวัฒน์ แสนคมุ้ . (2561). การยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยนวัตกรรม “School Test. วารสารวิชาการ. ปที ่ี 21 ฉบับท่ี 2 เดือนเมษายน-มถิ นุ ายน 2561,19-29. Cohen, J.M. & Norman, T.U. (1980). Participation’s Place in Rural Develop: Seeking Clarity Through Specificity. World Development, 8(3), 213– 222. Gronlund, N.E. and Waugh,C.K. (2009). Assessment of Student Achievement. Columbus : PEARSON.
13 ภาคผนวก ประกาศสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน เร่อื ง ผลการคัดเลือกสถานศกึ ษาเพื่อรบั รางวัล IQA AWARD ประจาปกี ารศึกษา 2564 สานกั งานเขตพื้นท่ี การศึกษาประถมศึกษาชมุ พรเขต 1 ประเภทสถานศกึ ษาขนาดกลาง โรงเรยี นชมุ ชนประชานิคม ระดับยอดเย่ยี ม ประกาศ ณ วนั ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566
14 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมทางวชิ าการ
15 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมทางวชิ าการ
16 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมทางวชิ าการ
17 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมทางวชิ าการ
18 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมทางวชิ าการ
19 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมทางวชิ าการ
20 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมทางวชิ าการ
21 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมทางวชิ าการ
22 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมทางวชิ าการ
23 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมทางวชิ าการ
24 บทสรปุ สาหรับผู้บริหารรายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา (Self – Assessment Report : SAR) โรงเรียนชุมชนประชานคิ ม ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนชุมชนประชานิคม ที่ตั้ง 55 หมู่ที่ 14 ถนนประวัตินิคม ตาบลท่าแซะ อาเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพรสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 เปิดสอนระดับชั้น อนุบาล ถึง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีบุคลากรสายบริหารจานวน 2 คน และมีบุคลากรครู ครูอัตราจ้าง และครูพ่ี เลี้ยง จานวน 18 คน ผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศกึ ษา ตามมาตรฐานการศกึ ษา ระดับคณุ ภาพ 1. ระดบั ปฐมวยั ยอดเยย่ี ม (ระดับ 5) มาตรฐานการศกึ ษาระดบั ปฐมวัย ยอดเยี่ยม (ระดบั 5) ยอดเยย่ี ม (ระดับ 5) มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรียนการสอนทเ่ี นน้ เด็กเปน็ สาคญั มาตรฐานที่ 1 คุณภาพเด็ก จากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ กิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ทาให้เด็กมีพัฒนาการเป็นไปตามวัย เหมาะสมกับช่วงอายุ มีน้าหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยท่ีดี รักษาความ ปลอดภัยของตนเองและผู้อ่ืนได้ เคล่ือนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วประสานสัมพันธ์และทรงตัวได้ ใช้มือ ตา ประสานสัมพันธ์กัน เด็กแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อ่ืน สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว มีความซ่ือสัตย์สุจริต เมตตากรุณา มี น้าใจ และรู้จักช่วยเหลือแบ่งปัน มีความเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน รับผิดชอบในสิ่งท่ีตนเองได้รับมอบหมาย เด็ก สามารถช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจาวัน มีวินัยในตนเอง ประหยัดและพอเพียง ดูแลรักษา ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรักความเป็นไทย ยอมรับความแตกต่างระหว่าง บุคคล มีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีกับผู้อื่น ปฏิบัติเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม สนทนาโต้ตอบและเล่าเร่ืองให้ ผอู้ นื่ เข้าใจ อ่านนทิ านและเล่าเร่อื งท่ีตนเองอา่ นได้เหมาะสมกบั วยั สามารถคิดแกป้ ญั หาและตัดสนิ ใจเร่ืองง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง มีความกระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม ส่งผลให้โรงเรียนชุมชนประชานิคมมีผลสาเร็จของการ จดั กระบวนจัดประสบการณ์การเรียนร้ตู ามมาตรฐานคณุ ภาพของเด็กประเดน็ พิจารณา ดงั น้ี ประเดน็ ท่ี 1.1 เดก็ มีพัฒนาการด้านร่างกาย แขง็ แรง มสี ุขนสิ ยั ท่ดี ี และดแู ลความปลอดภัยของตนเอง ร้อยละ 95.00 สูงกวา่ คา่ เป้าหมายท่สี ถานศึกษากาหนด ประเด็นที่ 1.2 มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ ร้อยละ 100 สงู กวา่ ค่าเป้าหมายท่ีสถานศกึ ษากาหนด ประเด็นที่ 1.3 มีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกท่ีดี ร้อยละ 98.00 สูงกว่าค่า เป้าหมายทส่ี ถานศึกษากาหนด ประเด็นที่ 1.4 มีพัฒนาการด้านสติปัญญา ส่ือสารได้ มีทักษะการคิดพ้ืนฐาน และแสวงหาความรู้ได้ ร้อยละ 98.00 สูงกว่าคา่ เปา้ หมายที่สถานศกึ ษากาหนด
25 มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ โรงเรียนชุมชนประชานิคมมีการประเมินและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตร การศึกษาปฐมวัยและบริบทของท้องถ่ิน โดยการมีส่วนร่วมของผู้ท่ีเก่ียวข้อง ครูมีวุฒิตรงตามวิชาที่สอนจบ การศกึ ษาปฐมวัย ครูครบชัน้ เพียงพอกับชั้นเรียน สถานศกึ ษาส่งเสริม สนบั สนุน พัฒนาครู บุคลากร ใหม้ คี วาม เชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ และมีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีกับเด็ก และครอบครัว จัดให้มีชุมชนการเรียนรู้ทาง วชิ าชพี มาใชใ้ นการพัฒนางานและการจัดประสบการณข์ องเด็ก มีสิง่ อานวยความสะดวก เพอ่ื พัฒนาเด็กอย่าง รอบด้าน ดังนี้ มีอุปกรณ์ของเล่นของใช้ขนาดเหมาะสมกับเด็ก มีมุมหนังสือ และจานวนหนังสือ เพียงพอ เหมาะสมกับวัย มีพื้นท่ีสาหรับการแปรงฟัน ล้างหน้า และทาความสะอาดร่างกาย มีการให้บริการสื่อ เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ แ ล ะ สื่ อ ก า ร เ รี ย น รู้ เ พื่ อ ส นั บ ส นุ น ก า ร จั ด ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ท่ี เ ห ม า ะ ส ม กั บ บ ริ บ ท ข อ ง สถานศึกษา มีสิ่งอานวยความสะดวกในการจัดซื้อจัดหาวัสดุ และอุปกรณ์ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ พัฒนาการเด็ก มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาเหมาะสมและต่อเน่ือง โรงเรียนชุมชนประชา นิคมมีผลสาเร็จของการจัดกระบวนการบรหิ ารและจดั การตามประเดน็ พจิ ารณา ดงั น้ี ประเด็นที่ 2.1 มีหลักสูตรครอบคลมุ พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกบั บริบทของทอ้ งถ่นิ อยใู่ นระดับ คุณภาพยอดเย่ียม ส่งผลให้ผลการดาเนนิ การตามคา่ เปา้ หมายทส่ี ถานศกึ ษากาหนด ประเดน็ ที่ 2.2 จัดครใู ห้เพียงพอกับชั้นเรยี น อย่ใู นระดับคุณภาพยอดเยี่ยม สง่ ผลให้ผลการดาเนินการ ตามค่าเป้าหมายที่สถานศึกษากาหนด ประเดน็ ท่ี 2.3 สง่ เสรมิ ให้ครูมีความเชยี่ วชาญด้านการจัดประสบการณ์ อยู่ในระดบั คุณภาพยอดเย่ียม สง่ ผลให้ผลการดาเนินการตามค่าเป้าหมายทส่ี ถานศึกษากาหนด ประเด็นท่ี 2.4 จัดสภาพแวดล้อมและส่ือเพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอดภัยและพอเพียง อยู่ในระดับ คณุ ภาพยอดเยีย่ ม ส่งผลใหผ้ ลการดาเนนิ การตามค่าเป้าหมายทส่ี ถานศกึ ษากาหนด ประเด็นที่ 2.5 ใหบ้ รกิ ารส่อื เทคโนโลยีสารสนเทศและส่อื การเรียนรู้เพือ่ สนบั สนุนการจัดประสบการณ์ สาหรับครู อยใู่ นระดบั คุณภาพยอดเย่ยี ม สง่ ผลให้ผลการดาเนนิ การตามคา่ เปา้ หมายท่ีสถานศึกษากาหนด ประเด็นที่ 2.6 มีระบบบริหารคุณภาพท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม อยู่ในระดับ คณุ ภาพยอดเยย่ี มส่งผลใหผ้ ลการดาเนนิ การสูงกว่าเป้าหมายท่สี ถานศึกษากาหนด มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทเ่ี นน้ เดก็ เป็นสาคญั โรงเรียนได้จัดทาโครงการส่งเสริมประสบการณ์ท่ีเน้นเด็กเป็นสาคัญ จัดประสบการณ์ให้เด็กมี พฒั นาการครบทกุ ดา้ นอย่างสมดุลและเต็มศักยภาพ สร้างโอกาสให้เดก็ ได้รบั ประสบการณ์ตรง เลน่ และปฏบิ ัติ อย่างมีความสุข จัดบรรยากาศท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย และประเมินพัฒนาเด็กตาม สภาพจริง โรงเรียนได้ศึกษา สภาพปัญหาและความต้องการ โรงเรียนชุมชนประชานิคมมีผลสาเร็จของการจดั กระบวนการบรหิ ารและจัดการตามประเด็นพิจารณา ดังน้ี ประเด็นที่ 3.1 จัดประสบการณ์ให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ร้อยละ 96.00 สูงกวา่ ค่าเป้าหมายทส่ี ถานศกึ ษากาหนด ประเด็นที่ 3.2 สร้างโอกาสให้เด็กได้รบั ประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอยา่ งมีความสุข ร้อยละ 100 สูงกวา่ ค่าเปา้ หมายที่สถานศึกษากาหนด ประเดน็ ที่ 3.3 จดั บรรยากาศทเี่ อ้อื อานวยต่อการเรยี นรู้ ใช้สือ่ และเทคโนโลยีทเี่ หมาะสมกับวยั รอ้ ยละ 100 สงู กวา่ คา่ เปา้ หมายทส่ี ถานศึกษากาหนด
26 ประเด็นที่ 3.4 ประเมินพัฒนาเด็กตามสภาพจริง และนาผลประเมินพัฒนาการเด็กและปรับปรับปรุง การจดั ประสบการณ์และพัฒนาเดก็ ร้อยละ 95.00 สงู กว่าค่าเป้าหมายท่ีสถานศึกษากาหนด แผนพฒั นาเพื่อใหไ้ ด้มาตรฐานระดับสูงขึ้น แผนพฒั นาที่ 1 กิจกรรมทีส่ ง่ เสริมพัฒนาศักยภาพของผเู้ รียนปฐมวยั แผนพัฒนาท่ี 2 ส่งเสริมให้ชมุ ชน ผปู้ กครอง มสี ว่ นรว่ มในการเขา้ ร่วมกจิ กกรมของโรงเรียน แผนพัฒนาท่ี 3 ส่งเสริมให้ครูศึกษา อบรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้เร่ืองเทคโนโลยีท่ีทันสมัยมาประยุกต์ใน การจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมกับวยั 2. ระดบั การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน ระดับคุณภาพ ยอดเยย่ี ม (ระดับ 5) มาตรฐานการศกึ ษาระดบั การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ยอดเยย่ี ม (ระดับ 5) มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผเู้ รยี น ยอดเยยี่ ม (ระดับ 5) 1.1 ผลสมั ฤทธิท์ างวิชาการของผเู้ รยี น 1.2 คุณลักษณะที่พงึ ประสงคข์ องผูเ้ รยี น มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรยี นการสอนท่เี น้นผเู้ รียนเปน็ สาคญั มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผเู้ รียน ผู้เรียนสามารถอ่านออกและอ่านคล่องตามมาตรฐานการอ่านในแต่ละระดับช้ัน สามารถเขียนส่ือสาร ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเหมาะสม รู้จักการวางแผนสามารถทางานร่วมกับผู้อื่นได้ดีตามหลัก ประชาธิปไตย กล้าแสดงออก และแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์ได้อย่างสร้างสรรค์สามารถแก้ปัญหาและ นาไปประยุกต์ใชใ้ นสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมสืบค้นข้อมูลหรอื แสวงหาความรู้จากสือ่ เทคโนโลยไี ด้ ดว้ ยตนเองรวมทั้งสามารถวเิ คราะห์ จาแนกแยกแยะไดว้ า่ สิง่ ไหนดี สาคญั จาเป็น รวมทง้ั รู้เทา่ ทันสือ่ และสังคม ท่ีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านความรู้ความเข้าใจ และทักษะต่าง ๆ ตามหลักสูตรจาก พน้ื ฐานเดิมอยา่ งต่อเน่ือง และเมือ่ จบปกี ารศกึ ษา นักเรยี นเรยี นต่อในระดบั ชั้นทสี่ ูงขึน้ ผู้เรียนมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริตมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการ ทางาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ ยอมรับความคิดและวัฒนธรรมที่แตกตา่ ง รวมถึงมีความเข้าใจเรื่อง ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลและระหวา่ งวัยผู้เรียนรู้และตระหนักถึงโทษและพิษภัยของส่ิงเสพติดต่าง ๆ เลือก รับประทานอาหารที่สะอาด และมีประโยชน์ รักการออกกาลังกาย ยอมรับในกฎกติกาของกลุ่ม ของ สถานศึกษาของสังคม ส่งผลให้การประเมนิ คุณภาพผ้เู รยี นมผี ลสาเรจ็ ตามประเด็นพจิ ารณา ดงั น้ี 1 ผลสมั ฤทธท์ิ างวิชาการของผเู้ รยี น ประกอบดว้ ย 6 ประเด็นพิจารณา ประเดน็ ท่ี 1.1 นกั เรียนมีความสามารถในการอ่าน การเขยี น การส่อื สาร และการคิด คานวณรอ้ ยละ 88.35 ได้ระดับดขี ึน้ ไป สงู กว่าค่าเปา้ หมายทีส่ ถานศึกษากาหนด ประเด็นที่ 1.2 นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลย่ี น ความคิดเหน็ และแกป้ ัญหา ร้อยละ 86.08 ได้ระดับดขี ้นึ ไป สงู กว่าคา่ เป้าหมายท่ีสถานศึกษากาหนด ประเดน็ ที่ 1.3 นกั เรียนมีความสามารถในการสรา้ งนวตั กรรม ร้อยละ 92.23 ได้ระดบั ดีขน้ึ
27 ไป สูงกวา่ คา่ เปา้ หมายทส่ี ถานศกึ ษากาหนด ประเด็นที่ 1.4 นักเรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร้อยละ 92.88 ได้ระดับดีข้ึนไป สูงกว่าค่าเป้าหมายท่ีสถานศึกษากาหนด ประเด็นที่ 1.5 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ร้อยละ 81.55 ได้ระดับดีขึ้นไป สูงกว่าค่าเป้าหมายที่สถานศึกษากาหนด ประเด็นท่ี 1.6 นักเรียนมีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ร้อยละ 95.79 ได้ระดับดีข้นึ ไป สูงกวา่ ค่าเปา้ หมายท่สี ถานศกึ ษากาหนด 2. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผ้เู รยี น ประกอบดว้ ย 4 ประเดน็ พิจารณา ประเด็นท่ี 2.1 นกั เรยี นมคี ุณลักษณะและค่านิยมทีด่ ตี ามทสี่ ถานศึกษากาหนด ร้อยละ 98.71 ไดร้ ะดบั ดีขน้ึ ไป สูงกว่าคา่ เปา้ หมายท่สี ถานศกึ ษากาหนด ประเด็นที่ 2.2 นักเรียนมีความภูมิใจในท้องถ่ินและความเป็นไทย ร้อยละ 100 ได้ระดับดีข้ึนไป สงู กวา่ คา่ เปา้ หมายทสี่ ถานศึกษากาหนด ประเดน็ ท่ี 2.3 นกั เรียนมกี ารยอมรบั ที่จะอยรู่ ่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย ร้อยละ 98.38 ไดร้ ะดบั ดีขึน้ ไป สงู กวา่ คา่ เปา้ หมายทสี่ ถานศึกษากาหนด ประเด็นท่ี 2.4 นักเรียนมีสุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม ร้อยละ 94.82 ได้ระดับดีขึ้นไป สูงกว่าค่าเป้าหมายทสี่ ถานศกึ ษากาหนด มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ สถานศึกษามีเป้าหมาย วิสัยทัศน์และพันธกิจสอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการพัฒนาของ สถานศึกษา นโยบายการปฏิรูปการศึกษา ความต้องการของชุมชน ท้องถ่ิน และสอดคล้องกับแนวทางการ ปฏริ ูปตามแผนการศกึ ษาชาติ แผนพัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษา แผนปฏิบตั กิ ารประจาปี สอดคลอ้ งกับการ พัฒนาผู้เรียนทุกกลุม่ เป้าหมาย ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรูค้ วามเช่ียวชาญ ตามมาตรฐานตาแหน่ง ข้อมูลสารสนเทศมีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย นาไปประยุกต์ใช้ได้ ดาเนินการอย่างเป็นระบบ และมี กิจกรรมจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมท่ีกระตุ้นผู้เรียนให้ใฝ่เรียนรู้ สถานศึกษามีการปรับ แผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจาปี ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการ พัฒนา และนโยบายการปฏิรูปการศึกษาโดยผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในการพัฒนาและร่วมรับผิดชอบ ผู้เก่ียวข้องทุกฝ่าย และเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา มีส่วนร่วมในการร่วมวางแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษา และรับทราบ รับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา สถานศึกษามีการนิเทศ กากับ ติดตาม และ ประเมินผลการบริหารและการจัดการศกึ ษา ที่เหมาะสม เป็นระบบและตอ่ เนื่อง เปดิ โอกาสใหผ้ ูเ้ กย่ี วขอ้ งมสี ่วน ร่วมในการจัดการศึกษา สถานศึกษามีรูปแบบการบริหารและการจัดการเชิงระบบ โดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ยึด หลักธรรมาภิบาล และแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนตามแนวทางปฏิรูป การศึกษาส่งผลให้การประเมินคุณภาพด้านกระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษามี ผลสาเร็จตามประเด็นพจิ ารณา ดงั น้ี ประเด็นท่ี 1 มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากาหนดชัดเจน สอดคล้องกับบริบทของ สถานศกึ ษา สามารถปฏิบัติได้จริง อยใู่ นระดับคุณภาพยอดเยี่ยม ส่งผลให้การดาเนินการตามเป้าทสี่ ถานศึกษา กาหนด
28 ประเด็นท่ี 2 มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานของสถานศึกษาท่ีได้กาหนดค่าเป้าหมายความสาเร็จไว้ อยู่ในระดับคุณภาพยอดเย่ียม ส่งผลให้ การดาเนินการสูงกว่าเปา้ ทส่ี ถานศกึ ษากาหนด ประเด็นท่ี 3 มีการดาเนินงานพัฒนาวิชาการท่ีเน้นคุณภาพผู้เรียนอย่างรอบด้านตามหลักสูตร สถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย อยู่ในระดับคุณภาพยอดเย่ียม ส่งผลให้การดาเนินการสงู กว่าค่าเปา้ หมายท่ี สถานศึกษากาหนด ประเด็นที่ 4 มีการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเช่ียวชาญทางวิชาชีพ อยู่ในระดับคุณภาพยอด เยี่ยม ส่งผลให้การดาเนนิ การสูงกว่าคา่ เปาหมายท่สี ถานศึกษากาหนด ประเด็นที่ 5 มีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมท่ีเอ้ือต่อการจดั การเรียนรู้อยา่ งมีคุณภาพ อย่ใู นระดับคุณภาพยอดเยี่ยม สง่ ผลใหก้ ารดาเนินการสูงกวา่ คา่ เปา้ หมายท่ีสถานศกึ ษากาหนด ประเด็นที่ 6 มีการจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการ เรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพดเี ลศิ สง่ ผลให้การดาเนนิ การตามเป้าหมายทสี่ ถานศึกษากาหนด มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทเ่ี น้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ จากการดาเนินงาน/โครงการ/กิจกรรมอย่างหลากหลาย เพื่อพัฒนาให้ครูการจัดการเรียนการสอนที่ เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ส่งผลให้ครูผู้สอนมีแผนการจัดการเรียนรู้ที่มีเป้าหมายคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ สมรรถนะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ครูผู้สอนมีการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เปน็ ระดับเด็กอ่อน ปานกลาง และเก่ง ทาให้ครูผู้สอนสามารถออกแบบและจัดการเรียนรู้ทตี่ อบสนองต่อความ แตกต่างบุคคล มีการสอนเสริมความรู้ให้ผู้เรียนกลุ่มปานกลางและกลุ่มเก่ง มีการสอนซ่อมเสริมผู้เรียนกลุ่ม อ่อน มีการใช้ส่ือเทคโนโลยีท่ีและนาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบูรณาการในการจัดการเรียนรู้ในแต่ละวิชา มีการวัด ประเมินผลจากสภาพความเป็นจริงท่ีมุ่งเน้นพัฒนาการของผู้เรียนด้วยวิธกี ารหลากหลาย การจัดการเรียนการ สอนของครูครอบคลุมทักษะกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กระบวนการจัดการเรียนการ สอนทีเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญประสบผลสาเร็จตามประเดน็ การพจิ ารณา ดังนี้ ประเดน็ ที่ 1 ครจู ดั การเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏบิ ัติจรงิ และสามารถนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิต ได้ รอ้ ยละ 93.33 ไดร้ ะดบั ดีขึน้ ไป สงู กวา่ เปา้ หมายท่สี ถานศึกษากาหนด ประเดน็ ที่ 2 ครใู ช้สอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรยี นรทู้ เี่ ออื้ ต่อการเรยี นรู้ รอ้ ยละ 100 ได้ระดับ ดขี ึ้นไป สงู กว่าเป้าหมายที่สถานศกึ ษากาหนด ประเด็นท่ี 3 ครูมีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวกร้อยละ 100 ได้ระดับดีขึ้นไป สูงกว่าเป้าหมายที่ สถานศึกษากาหนด ประเด็นที่ 4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนาผลมาพัฒนาผู้เรียนร้อยละ 93.33 ไดร้ ะดบั ดีขน้ึ ไป สูงกว่าเป้าหมายทสี่ ถานศึกษากาหนด ประเด็นท่ี 5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการ เรยี นรู้ ร้อยละ 93.33 ไดร้ ะดบั ดขี น้ึ ไป สงู กว่าเปา้ หมายท่ีสถานศกึ ษากาหนด แผนพฒั นาเพ่ือให้ไดม้ าตรฐานระดบั สูงขึ้น แผนพัฒนาท่ี 1 โครงการยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรียน แผนพัฒนาท่ี 2 โครงการยกระดับผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นระดบั ชาติ
29 แผนพัฒนาที่ 3 พัฒนาจัดระบบการบริการเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรูท้ เ่ี หมาะสมใหท้ นั สมยั และสบื ค้นข้อมลู ได้อย่างรวดเรว็ แผนพัฒนาท่ี 4 โครงการพฒั นาศกั ยภาพครูดา้ นการทาวิจยั การสรา้ งนวัตกรรม แผนพัฒนาท่ี 5 โครงการฟ้ืนฟูศักยภาพผูเ้ รียนภายหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
การยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของนักเรยี นโรงเรียนชมุ ชนประชานคิ ม ด้วยกระบวนการบริหารแบบ 6 ร่วม 9 ขนั้ ตอน P 1. Dรว่ มรบั รู้ 1. ความเปน็ มาและความสาคัญ/แนวคิด ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการ ร่วม ศกึ ษา และผทู้ ่มี ีสว่ นเกี่ยวข้องรว่ มกันสบื เสาะแสวงหาแนวทางในการแก้ปัญหาและ วางแผน รว่ มชนื่ ชม ไดศ้ กึ ษาเทคนิค วิธกี ารสอนตา่ ง ๆ เพอ่ื นามาประยุกตใ์ ช้ให้สอดคล้องกับบริบทของ ผเู้ รยี น จงึ จดั ใหค้ รไู ด้พัฒนาความรโู้ ดยการจดั การอบรมเทคนิคการสอน พัฒนาการ การบรหิ าร สอนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในทุกระดับช้ัน แบบ 6 ร่วม เพอ่ื พฒั นาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นใหส้ งู ขึ้น มีเจตคตทิ ี่ดี สง่ ผลใหน้ ักเรยี นมีความสุข กบั การเรียน และเรียนรู้ดว้ ยความสนกุ สนาน ผ่านนวัตกรรมการบริหารจัดการสู่การ รว่ ม รว่ มปฏบิ ตั ิ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนชุมชนประชานิคม ด้วย ประเมนิ ผล กระบวนการบรหิ ารแบบ 6 รว่ ม 9 ขน้ั ตอน รว่ มนิเทศ 2.2. วตั ถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมาย เพอ่ื ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นของนกั เรยี นโรงเรยี นชุมชน ตดิ ตาม เปา้ หมายเชิงปรมิ าณ ประชานิคม 5 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ และเพื่อสรา้ งและออกแบบกระบวนการบริหารแบบ 6 รว่ ม 9 3.3. กระบวนการ/วธิ กี าร/ 1. นักเรียนโรงเรียนชุมชนประชานิคมมี ผลสัมฤทธ์ิ เปา้ หมายเชงิ คุณภาพ ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน ทางการเรียน 5 กล่มุ สาระการเรียนรู้ ในระดับ 3 ข้ึนไป 1. นักเรียนโรงเรียนชมุ ชนประชานคิ มที่มีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน 2. สถานศึกษานารูปแบบการบริหาร แบบ 6 ร่วม 9 ข้ันตอน ในการสง่ เสรมิ ให้ครูจัดการเรยี นการสอนเพอื่ 5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้เพม่ิ ขึ้นตามที่สถานศึกษากาหนด ยกระดับ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรยี น 2. ครจู ดั การเรยี นการสอนและมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน เพม่ิ ขึ้นตามทีส่ ถานศึกษากาหนด 4. 4. ผลการ นักเรียนท่มี ีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เพมิ่ ขึน้ ดาเนินงาน แต่ละรายวิชาในระดบั 3 ขนึ้ ไป วชิ า ปี การศึกษา 2564 ปี การศึกษา 2565 เผยแพร่ ปัญหา ภาษาไทย 66.27 72.49 +6.22 นวัตกรรม สาเหตุ คณิตศาสตร์ 67.16 69.90 +2.74 วทิ ยาศาสตร์ 77.51 80.26 +2.75 ขยาย แนว สังคมศึกษา 74.56 81.88 +7.32 ผล 9 ขนั้ ตอน ทางแก้ไข ภาษาองั กฤษ 69.82 71.84 +2.02 5. 5. ปัจจัยความสาเร็จของการพฒั นา Best Practice 1. สถานศึกษามีกระบวนการทางานทีเ่ ป็นระบบและมีข้นั ตอน PDCA 2. ผบู้ ริหารสถานศึกษาส่งเสริม สนบั สนุนให้ขวญั กาลงั ใจในการทางาน รวบรวม เลอื กวิธี ข้อมลู 3. ครูมีความสามารถ ต้งั ใจ เสียสละและเป็นบคุ คลแห่งการเรียนรู้ แผนงาน 4. ผเู้ รียนมีความมุ่งมนั่ ต้งั ใจในการทางานและการระดมสมองในการทางาน 7. นาไปใช้ โครงการ เป็นกลุ่มตลอดจนมีความรับผดิ ชอบต่อการเรียน กจิ กรรม 5. ผปู้ กครองใหค้ วามสาคญั และสนบั สนุนในการส่งเสริมกิจกรรมการเรียน การเผยแพร่ ผลงาน/การได้รับการยอมรับ/รางวัลท่ีได้รับ 6. การสอน ตลอดจนให้ความร่วมมือเป็นอยา่ งดี บทเรียนที่ได้รับ การพฒั นาวธิ ีปฏิบตั ิท่ีเป็ นเลิศ (Best Practice) การยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการ ภายในสถานศึกษา ขยายผลให้กบั ครูผูส้ นใจในสถานศึกษา เรียน โดยใช้รูปแบบ 6 ร่วม 9 ข้นั ตอน ได้ปรับปรุงผลการดาเนินงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบ และสถานศึกษาใกลเ้ คียง นาสู่การปรับใช้ในการจัดกิจกรรม คุณภาพวงจร PDCA มีการกาหนดโครงสร้างการบริหารงานที่ชดั เจน เน้นการมีส่วนร่วมในการ การเรียนการสอนในหอ้ งเรียนทุกรายวิชา ภายนอกสถานศึกษา ปฏิบตั งิ าน ระบบการนิเทศภายใน มีการนิเทศ ตดิ ตามอยา่ งสม่าเสมอ สร้างบรรยากาศที่เอ้ือต่อการ จัดทาเป็ นเอกสารเผยแพร่ข้อมูล และเผยแพร่ข้อมูลผ่าน จดั การเรียนการสอน ทุกคนเรียนรู้ร่วมกนั แลกเปล่ียนเรียนรู้มีการพฒั นาอย่างยง่ั ยืนด้วยการ ปรับปรุงหลกั สูตรสถานศึกษาใหท้ นั สมยั สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผเู้ รียนและชุมชน พฒั นา เวบ็ ไซตโ์ รงเรียนและเฟซบุก้ ประชาสัมพนั ธ์โรงเรียนชุมชน ประชานิคม และรางวลั ท่ีได้รับรางวลั IQA AWARD ประจาปี ผลสัมฤทธ์ิทางการเรี ยนของผูเ้ รี ยนโดยการกระตุ้นให้ครู จัดการเรี ยนการสอน การวดั และ การศึกษา 2564 สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา ประเมินผลอยา่ งหลากหลาย สรุปไดว้ า่ การทางานที่เป็นระบบและความทุ่มเทเอาใจใส่ของคณะครู ชุมพรเขต 1 ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง ระดบั ยอดเยยี่ ม ผปู้ กครอง นกั เรียน เป็นปัจจยั สาคญั ท่ีทาให้การดาเนินงานบรรลุวตั ถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้ A c โรงเรยี นชมุ ชนประชานิคม สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษาชุมพร เขต 1
Search
Read the Text Version
- 1 - 35
Pages: