Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานผลการดำเนินงานคณะกรรมการอำนวยการฯ

รายงานผลการดำเนินงานคณะกรรมการอำนวยการฯ

Published by rujipas.kansuwan, 2020-12-07 11:40:01

Description: รายงานผลการดำเนินงานคณะกรรมการอำนวยการฯ 9/63

Search

Read the Text Version

๔๓ ๗. นายสบุ รรณ บุตรวงศ์ ได้สอบถามวา่ การเลือกต้ังทอ้ งถ่นิ จะเกดิ ข้นึ หรอื ไม่ ถ้าเกิดข้ึนต้องใช้ ระยะเวลานานเท่าใด ๘. นางม่ิงเมือง บุรินทร์นิตย์ ขอรับการสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น อาทิ บ้านเชียง รวมทั้งการรณรงค์ให้ชาวบ้านและนักท่องเท่ียวสวมใส่เสื้อผ้าพื้นเมือง และสนับสนุน OTOP นวัตวิถี ของจงั หวัดอดุ รธานี ๙. นายธรี ะพงษ์ พลมั่น และนางนิตยา องอาจ ได้นาเสนอโครงการโคกหนองนาโมเดล และ ขอให้ภาครัฐสนับสนุนให้ขยายโครงการโคกหนองนาโมเดล ในพนื้ ทจี่ งั หวดั อดุ รธานี ๑๐. นายรุง่ เรือง ปณั ณราช สาธารณสขุ อาเภอหนองหาน ประธานสาธารณสุขแห่งประเทศ ไทย สาขาอุดรธานี ไดก้ ล่าวขอบคณุ รัฐบาลในการประกาศห้ามใชส้ ารเคมี ๓ ชนดิ ในการทาการเกษตร รวมท้ังนาเสนอขอให้มีการเพิ่มเบ้ียยังชีพผู้สูงอายุ และขอให้สนับสนุนเร่ืองความก้าวหน้าในอาชีพของ ข้าราชการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบล (รพสต.) ๑๑. นางปิยธิดา ชีชวาลย์ นาเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล เช่น นโยบายเร่ืองสมุนไพร นโยบายบ่อน้า ให้ครบทุกตาบล นโยบายการจัดการฝุ่นมลพิษ เช่น การตัดอ้อย โดยไม่เผา ทั้งน้ีต้นเหตุของปัญหา คือการขาดแคลนแรงงาน เครื่องจักรในการตัดสด จึงมีการเผาทาให้ เกิดฝ่นุ และควัน หากสามารถจัดหาแรงงานได้จะแก้ปัญหาได้จากต้นเหตุ นอกจากน้ขี อรบั การสนับสนุน ระบบน้าเพื่อการเกษตร และขอความสนบั สนนุ การขยายตลาดสนิ ค้าเกษตร ๑๒. นางประนอม ภกั ดศี รี กานนั ตาบลหนองไผ่ เสนอให้มีการแกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ ในชมุ ชน โดยเสนอแนะให้แก้ไขกฎหมายเก่ียวกับยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความเด็ดขาด และบทลงโทษที่หนกั ข้นึ รวมท้งั การขน้ึ คา่ ตอบแทนใหผ้ ู้นาท้องที่ ๑๓. กลุ่มอุดรเฮ็ดนาแน่ แลนา กาแฟสด ๑๐ บาท ซ่ึงเป็นกลุ่มเยาวชนคนร่นุ ใหม่ ได้นาเสนอ แนวคิดให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนการรวมกลุ่มกันทาธุรกิจกาแฟท้องถ่ิน และงานฝีมือพ้ืนถ่ิน เพื่อสร้างอาชีพให้คนในชุมชน โดยส่ือสารทางโซเซียลมีเดีย ให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ และสนใจเข้ามา ท่องเท่ียวในพ้ืนท่ี ท้ังนี้ ทางกลุ่มได้จัดโครงการอุดรเฮ็ดนาแน่ เพ่ือให้ชาวบ้านนาผลิตภัณฑ์มาวางขาย และนาเสนอไปสชู่ าวต่างชาติ ทั้งน้ี รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ได้กล่าวในภาพรวม ตั้งแต่ ผู้นาเสนอคนที่ ๖ ถึงผนู้ าเสนอคนท่ี ๑๓ ช่ืนชมชาวหนองหาน ทีม่ คี วามตง้ั ใจในการพงึ่ พาตนเอง โดยไม่พยายามร้องขอจาก ภาครัฐ โดย เร่ืองต่าง ๆ ท่ีได้นาเสนอวุฒิสภาจะติดตามทุกประเด็นและแจ้งกลับมาให้ทราบ ซง่ึ วฒุ ิสภาได้แต่งต้ัง คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ครบทั้ง ๗ ภาค ซึง่ ตลอดอายุ ของวุฒิสภาชุดน้ี สมาชิกวุฒิสภาท่ีประจาแต่ละภาคจะแวะเวียนลงพื้นท่ีมาพบปะพี่น้องประชาชน โดยไมเ่ ปล่ยี นหนา้ มาแบบเป็นกลั ยาณมิตร หากมีอะไรจะเสนอแนะ แสดงความคิดเหน็ สามารถนาเสนอ ตอ่ สมาชกิ วฒุ ิสภาได้ และจะนาไปดาเนินการประสานตอ่ ให้ตามทไ่ี ด้แจ้งไวแ้ ลว้ ทั้ง ๓ ระดบั

๔๔ ภาพกจิ กรรม จากนั้น ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวกราบขอบพระคุณ พระครสู ุธธี รรมธร เจ้าอาวาสวัดศรีทรงธรรม และขอบคุณส่วนราชการ เจ้าหน้าท่ี และประชาชนในการ เข้าร่วมโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ณ วัดศรีทรงธรรม พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนร่วม รบั ประทานอาหารกับสมาชิกวุฒิสภา เพ่ือเสริมสรา้ งความเป็นกนั เอง และแลกเปลยี่ นประเด็นความเห็น ซึง่ กันและกนั ตอ่ ไป โดยสมาชกิ วฒุ ิสภา ไดร้ ว่ มรับประทานอาหารกบั ประชาชนอยา่ งเป็นกันเอง แต่ละท่านได้แยกไป ตามโต๊ะอาหารต่าง ๆ เพื่อให้สามารถพบประประชาชนไดอ้ ย่างทว่ั ถึง ท้ังนี้ นางจินตนา ชยั ยวรรณาการ สมาชิกวฒุ สิ ภา ได้รับเชิญจากชาวบา้ นใหร้ ว่ มพิธีบูชาพระแม่ โพสพ อันเป็นประเพณีพื้นถิ่นของชาวนาซึ่งมีความเชื่อว่า พระแม่โพสพเป็นเทวีแห่งข้าว เม่ือเก็บเก่ียว ผลผลิตแล้วชาวนาจึงจัดพิธีบูชาพระแม่โพสพ เพื่อแสดงความเคารพ สร้างขวัญ กาลังใจ และความเป็น สิริมงคลแก่พืชพนั ธ์ธุ ัญญาหาร และตนเอง ต่อไป ภาพกิจกรรม

๔๕ จากน้ัน ชาวบ้านหนองดินจ่ี ได้กราบเรียนเชิญ ประธานวุฒิสภา และเรียนเชิญ รองประธาน วุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ อันเป็นประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของถิ่นอสี านในการต้อนรบั แขกทีม่ าเยยี่ มเยือน ภาพกิจกรรม วนั ศกุ รท์ ี่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๓๐ นาฬกิ า พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนท่ีหนึ่ง นาคณะสมาชิกวุฒิสภาร่วมเคารพ ธงชาติและทากจิ กรรมหนา้ เสาธง กับผูบ้ รหิ าร คณาจารย์ และนักศึกษาวิทยาลัยการอาชพี หนองหาน ภาพกจิ กรรม โดยนักศกึ ษาได้ทากจิ กรรมต่าง ๆ หนา้ เสาธง นอกจากการเคารพเพลงชาติ และเชญิ ธงชาติขึน้ สู่ ยอดเสาแล้ว ยังมีการ สวดมนต์ แผ่เมตตา ปฏิญาณตนด้วยศีลห้า ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และกล่าวทบทวนปรชั ญา วสิ ยั ทศั น์ และอัตลักษณ์ ของวิทยาลัยการอาชีพหนองหานด้วย ในการน้ี พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนท่ีหน่ึง ได้กล่าวทักทาย ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพหนองหาน พร้อมท้ังชื่นชมในการแสดงออกถึง ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผ่านกิจกรรมหน้าเสาธงของวิทยาลัยการอาชีพ หนองหาน ซึ่งจะเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนมคี วามเคารพ เทิดทูนสถาบนั หลกั ของชาติ พร้อมทง้ั ได้แสดง

๔๖ ความยินดีต่อผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพหนองหาน ว่าเป็นประวัติศาสตร์ ครั้งสาคัญท่ี ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง และรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ได้ลงพ้นื ทเ่ี ย่ียมเยยี นวิทยาลยั การอาชพี หนองหานพร้อมกนั ทั้ง ๓ ทา่ น ซึง่ ไมเ่ คยเกดิ ขน้ึ ทไ่ี หนมาก่อน นอกจากน้ี พลเอก สิงห์ศึก สิงหไ์ พร รองประธานวุฒสิ ภาคนที่หนง่ึ ยังได้แนะนารองประธาน วุฒสิ ภา คนท่ีสอง และสมาชิกวฒุ ิสภาแต่ละทา่ น พร้อมประวัตแิ ละตาแหน่งในคณะกรรมาธกิ าร ประจา วฒุ ิสภาของแต่ละทา่ น ต่อผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศกึ ษาดว้ ย จากนั้น พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ได้เชิญรองศาสตราจารย์ ประเสริธ ปิ่นปธมรัธ สมาชิกวุฒิสภา บอกเล่าประสบการณ์ในการเป็นนักศึกษาสายอาชีวะศึกษา ตลอดจนเป็นครูอาชวี ะ จนเปน็ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี โดยรองศาสตราจารย์ ประเสริธ ปิ่นปธมรัธ สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวว่ามีความภาคภูมิใจในการเป็นนักศึกษาอาชีวะ ซึ่งสามารถหาเงินได้เองตั้งแต่จบระดับช้ัน ปวช.สามารถเรียนต่อ ระดับ ปวส. โดยไม่รบกวนเงินพ่อแม่ และเรียนต่อระดับปริญญาตรีได้เช่นกัน จากน้ัน ท่านได้เป็นครูอาชีวะ ได้สอนนักศึกษาอาชีวะ เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย จึงภาคภูมิใจท่ีได้สร้างทรัพยากรบุคคลออกสู่ตลาดแรงงาน พร้อมท้ัง ได้เน้นย้าวา่ นักศึกษาทุกคนเป็นทุนมนษุ ย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ในระบบเศรษฐกิจ และในฐานะเด็กอาชีวะ ศึกษาเช่นกัน จึงขอให้ทุกคนภาคภูมใิ จและต้ังใจศึกษาเล่าเรยี น เนื่องจากเด็กอาชีวะจะเป็นผู้สร้างสรรค์ นวัตกรรม และความเจรญิ ของประเทศดว้ ยเชน่ กัน ภาพกิจกรรม ลาดับต่อมา ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ไดก้ ล่าวเปิดโครงการ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน : กิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบเยาวชน ณ วิทยาลัยการอาชีพหนองหาน โดยสรุปว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือสาคัญ ในการพัฒนาคนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า หากไดร้ ับการพัฒนาให้เตม็ ตามศกั ยภาพย่อมเปน็ ประโยชนต์ อ่ การพัฒนาประเทศในอนาคต ทกุ คนในทนี่ ี้ จึงถือว่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถมีความสาคัญอย่างย่ิงต่อตลาดแรงงานอุตสาหกรรม ในอนาคตของไทย เพ่ือที่จะสามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้ นอกจากความรู้ท่ีจาเป็นต่อการ ประกอบอาชีพแล้ว ความเป็นนักประชาธิปไตยก็เป็นเร่ืองสาคัญในการเตรียมความพร้อมของเยาวชน ท่จี ะเติบโตเปน็ ผู้ใหญ่ทด่ี ใี นอนาคต โดยการสร้างนิสยั ให้รจู้ กั ระเบียบ ข้อบังคับ กฎเกณฑแ์ ละกติกา รูจ้ ัก รบั ผิดชอบต่อหน้าท่ีของตนพรอ้ มรับฟังความคิดเห็นจากผู้อนื่ ซึ่งถอื เปน็ สิ่งสาคัญทงั้ ในสังคมการทางาน และประเทศชาติ จากนั้น พลเอก สิงหศ์ ึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง ได้กล่าวถึงวตั ถุประสงค์ของ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน : กิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบเยาวชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ทจี่ ะมาทาความรู้จัก และสร้างความคุ้นเคย กับเยาวชนและวิทยาลยั การอาชีพหนองหาน ตลอดจนแนะนา เร่ืองราวของสมาชิกวุฒิสภาและบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

๔๗ ว่าเรื่องสาคัญที่สุดของสมาชิกวุฒิสภาชุดน้ี คือ การปฏิรูปประเทศให้ได้ภายใน ๕ ปี ถือเป็นงานหลักที่ รฐั ธรรมนญู ได้กาหนดไว้ในบทเฉพาะกาล รวมท้ังส่งเสรมิ เรื่องการเมอื งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ การน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและแนวทางการปฏิรูป ประเทศ ภาพกิจกรรม จากนัน้ ไดม้ กี ารแบง่ กลมุ่ ยอ่ ยเพ่ือร่วมกันทากิจกรรมร่วมกับเยาวชนนกั ศกึ ษาวิทยาลัยการอาชีพ หนองหาน จานวน ๔ กลุ่ม เพื่อรับฟังข้อมูลข้อเสนอแนะจากเยาวชนเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ประกอบดว้ ย โดยมีรายละเอยี ด ดงั นี้ กลมุ่ ท่ี ๑ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข ทีมวิทยากรกลุ่ม ประกอบด้วย นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนท่ีสอง พลเอก ประสาท สุขเกษตร สมาชิกวุฒิสภา นายสุชัย บุตรสาระ สมาชิกวุฒิสภา นายวีระศักดิ์ ภูครองหนิ สมาชิกวฒุ ิสภา นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนท่ีสอง ได้นาวิทยากรกลุ่ม แนะนาตัวกับ นักศึกษา และนานักศึกษาร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ โดยมีประเด็นจานวน ๑๒ ประเด็น โดยไดเ้ ปิดโอกาสเยาวชนได้ร่วมกัน แสดงความคิดเห็น ดงั นี้ ๑. หน้าที่ของพลเมือง ได้แก่อะไร เยาวชนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยสรุปได้ว่า หน้าท่ี ของพลเมือง ไดแ้ ก่ ชายไทยมีหน้าท่ีต้องเกณฑ์ทหาร การต้องไปใช้สิทธเิ ลือกต้ังการเสียภาษี การเคารพ กฎหมาย การปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การไม่ร่วมมือกับการทุจริต การรักษา มรดกและวัฒนธรรม การรักษาส่งิ แวดล้อมและปา่ ไมข้ องประเทศ ๒. การพัฒนาการเมืองโดยระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้ดีได้ อย่างไร เยาวชนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยสรุปได้ว่า การปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษตั ริย์ การเคารพกฎหมายการไมล่ ะเมิดสิทธิผอู้ ่ืน ๓. กรณีพบการดูหม่ิน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์จะดาเนนิ การอยา่ งไร เยาวชนได้ร่วมกัน แสดงความคดิ เห็นโดยสรปุ ได้วา่ ทาหนา้ ท่ปี กป้อง โดยการชี้แจง และอธบิ าย ๔. ทาอย่างไรให้การเมืองดีขึ้น เยาวชนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยสรุปได้ว่า สามารถ ทาได้โดยการเพ่ิมงบประมาณด้านการศึกษาหรือส่งเสริมการศึกษา (ทุนการศึกษาไปไม่ถึงตัวเด็ก) การดแู ลสวัสดิการของประเทศ (เครอื่ งมือทางการแพทย์ไม่เพียงพอ)

๔๘ ๕. หลักในการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีอย่างไร เยาวชนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยสรุปได้ว่า ได้แก่ หลักการอานาจอธิปไตยเป้นของปวงชน หลักเสรีภาพ มีสิทธิที่จะพูด คิด โดยไม่ละเมิดผู้อื่น หลักความเสมอภาค หลักนิติธรรม สิทธิข้ันพ้ืนฐานของประชาชน และการเลือกตั้ง โดยใช้เสยี งข้างมาก และรบั ฟังเสียงข้างนอ้ ย ๖. ประวตั ศิ าสตร์ดา้ นรปู แบบปกครองของพระมหากษตั รยิ ์ไทยเปน็ อยา่ งไร เยาวชนได้รว่ มกัน แสดงความคดิ เหน็ โดยสรปุ ไดว้ า่ สมัยสุโขทัยใช้การปกครองแบบพ่อปกครองลูก รชั กาลที่ ๕ วางรากฐาน ระบอบประชาธิปไตย รัชกาลที่ ๖ ทรงสร้างดุสิตธานี ทดสอบรูปแบบประชาธิปไตย รัชกาลท่ี ๗ เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย รัชกาลท่ี ๙ ยึดหลักการครองแผ่นดินโดยธรรม รชั กาลท่ี ๑๐ สบื สาน รักษาการปกครองแผน่ ดนิ โดยธรรม ๗. กรณีพบเห็นการทุจริต จะดาเนินการอย่างไร เยาวชนได้รว่ มกันแสดงความคิดเห็นโดยสรุป ได้ว่า สามารถดาเนินการได้โดยการแจ้งหน่วยงานที่เก่ียวข้องเพื่อตรวจสอบ ไม่ให้ความร่วมมือและ สนบั สนนุ ในการทจุ ริต และใหข้ ้อมลู กบั ผมู้ ีอานาจตรวจสอบ ๘. กรณีมีการละเมิดสิทธิสาธารณะ สามารถดาเนินการได้อย่างไร เยาวชนได้ร่วมกันแสดง ความคดิ เหน็ โดยสรุปได้วา่ สามารถดาเนนิ การไดโ้ ดยรอ้ งเรยี นตอ่ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร ๙. หนา้ ทขี่ องเยาวชนในระบอบประชาธิปไตยในการใชส้ ิทธิเลอื กต้ัง ต้องทาอย่างไร เยาวชน ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยสรุปได้ว่า สามารถทาได้โดยการเลือกคนดี มีจริยธรรม มีคุณธรรม การพิจารณานโยบายของพรรคการเมือง การไม่ซื้อสิทธิซ้ือเสียง การไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทาให้ไม่ สามารถสมัครเปน็ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๐. สิทธิเสรีภาพ มีหลักการอย่างไร เยาวชนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยสรุปได้ว่า การมีสิทธเิ สรีภาพควรมีกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ควรตรวจสอบความจริงก่อนการสง่ ต่อ หรือ เผยแพร่ และการไม่ละเมดิ สิทธิเสรภี าพของผอู้ นื่ ๑๑. หน้าที่ในการเสียภาษี มีอย่างไร เยาวชนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยสรุปได้ว่า ควรมีการลดหย่อนภาษี เนอ่ื งจากเศรษฐกจิ ไมด่ ี ควรลดหย่อนการเกบ็ ภาษนี าเข้า ๑๒. รายได้ของรัธบาลมที ่มี าอย่างไร เยาวชนได้รว่ มกนั แสดงความคิดเห็นโดยสรุปไดว้ ่า มที ม่ี า จากการเกบ็ ภาษี การสง่ ออกสินค้า ภาพกิจกรรมกลมุ่ ที่ ๑

๔๙ กลุ่มที่ ๒ การนอ้ มนาหลักปรัชญาของเศรษธกิจพอเพียงสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ทมี วทิ ยากรกล่มุ ประกอบดว้ ย พลโท จเรศักณ์ิ อานุภาพ สมาชิกวุฒิสภา นายสมเดช นิลพันธ์ุ สมาชิกวฒุ สิ ภา นายออน กาจกระโทก สมาชกิ วฒุ สิ ภา พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวแนะนาทีมวิทยากรกลุ่ม ๒ พร้อมกับสร้าง ความคุ้นเคยกบั น้อง ๆ เยาวชนท่ีเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มในวันนี้ โดยได้บรรยายเบอ้ื งต้นให้น้องเยาวชนได้ ทราบในเร่ืองของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก่อนท่ีจะนาเยาวชนร่วมแสดงความคิดเห็นในการ นาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาปรับใชเ้ พื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต พรอ้ มทั้งมแี นวขอ้ เสนอแนะ ซ่ึง บรรยากาศในวงเสวนากลุ่มเป็นไปด้วยความเรียบร้อย น้อง ๆ เยาวชนสนุกสนานและได้แสดงความ คดิ เหน็ กนั หลากหลาย ภายหลังจากการรับฟังความคิดเห็นและทาความเข้าใจเกี่ยวกับการน้อมนาหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงส่กู ารพฒั นาคุณภาพชีวิต จากเยาวชนนักศึกษาภายในกลุ่มได้แสดงความคิดเหน็ อย่าง เต็มท่แี ละได้ส่งตัวแทนกลุ่มที่ ๒ ไปนาเสนอขอ้ ความคิดเกีย่ วกับกฎหมายในมมุ มองของเยาวชนนกั ศกึ ษา จากการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและน้อมนามาปรับใช้สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต สรุปความได้ ดังนี้ หลัก ๓ หว่ ง ๒ เงื่อนไข หลัก ๓ ห่วง ประกอบไปด้วย ความพอเพียง ความมเี หตุผล ความมภี มู คิ ุ้มกนั ตนเองทด่ี ี หลัก ๒ เงื่อนไข ประกอบไปด้วย ความรู้ คือ การมีความรอบรู้ ความรอบครอบ และความ ระมดั ระวงั คณุ ธรรม คือ ความซ่อื สัตย์สุจรติ ความขยนั อดทน ความมสี ตปิ ญั ญา และ การรู้จักแบ่งปัน โดยในมมุ มองของเยาวชนและนกั ศึกษากลุ่มท่ี ๒ เห็นว่า การน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งส่กู ารพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ จะสามารถดาเนินการได้ ดังน้ี หลกั ๓ หว่ ง แนวทางหลกั ความพอเพียง เช่น ปลกู ผักทานเอง ไมต่ ามแฟช่นั ประหยัดอดออม ออมเงนิ ไว้ใช้ ในวนั ข้างหน้า ซอ้ื ของเทา่ ท่ีจาเปน็ เปน็ ต้น แนวทางหลักความมีเหตุผล เช่น ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สร้างมูลค่าสินค้า หารายได้ ซ้ือของเท่าท่ี จาเป็น เปน็ ตน้ แนวทางหลักความมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตนเอง เช่น คิดก่อนท่ีจะกระทาส่ิงต่าง ๆ มีความ รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่ี ออมเงนิ ไวใ้ ชใ้ นวนั ขา้ งหน้า เปน็ ต้น ท้ังน้ีจะพบว่า น้องเยาวชนนาเสนอเรื่องออมเงินไว้ใช้ในวันข้างหน้า อยู่ในหลักความพอเพียง และหลักความมีภูมิคุ้มกันตนเองท่ีดี และ เรื่องซื้อของเท่าท่ีจาเป็น อยู่ในหลักความพอเพียง และหลัก ความมีเหตผุ ล

๕๐ หลัก ๒ เงือ่ นไข แนวทางตามเง่ือนไขความรู้ (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) เช่น วางแผนการใช้ชีวิตในอนาคต ตรวจสอบข้อมูลกอ่ นท่ีจะซ้ือสินค้า สวมหมวกกนั นอ๊ คทุกคร้ังที่ขบั ขี่รถจกั รยานยนต์ เพ่ือความปลอดภัย จากอุบตั ิเหตุ เปน็ ตน้ แนวทางตามเง่ือนไขคุณธรรม เช่น ประกอบอาชีพสุจริต แบ่งปันผลผลิตที่ได้ให้กับเพ่ือนบ้าน เป็นต้น ท้ังนี้ น้อง ๆ เยาวชนได้นาเสนอสรุปว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะเป็นสิ่งที่ทาให้ การดาเนินชีวิตมีความสุข มุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไข และสามารถปรับตัวให้พร้อมสาหรับ ความเปลย่ี นแปลงไดเ้ สมอ ภาพกิจกรรมกลุ่มที่ ๒ กลมุ่ ท่ี ๓ อาชวี ะกา้ วไกลส่ยู ุคดจิ ทิ ัล Thailand ๔.๐ ทีมวทิ ยากรกลมุ่ ประกอบดว้ ย นายสมชาย แสวงการ สมาชกิ วฒุ สิ ภา รองศาสตราจารย์ ประเสริฐ ปนิ่ ปฐมรฐั สมาชกิ วฒุ สิ ภา รองศาสตราจารยศ์ กั ดไ์ิ ทย สรุ กิจบวร สมาชกิ วฒุ สิ ภา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวแนะนาทีมวิทยากรกลุ่ม ๓ พร้อม กับสร้าง ความคุ้นเคยกับน้อง ๆ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มในวันนี้พร้อมกับนาเสนอหัวข้อสนทนาของกลุ่ม ท่ี ๓ ในประเด็นเร่อื ง อาชวี ะกา้ วไกลส่ยู ุคดิจิทัล Thailand ๔.๐ โดยได้อธิบายให้น้อง ๆ เยาวชน กลุ่มที่ ๓ ซ่งึ เปน็ นักศึกษาแผนกชา่ งยนต์ ไดร้ ับฟังเร่อื งราวการพัฒนาเศรษฐกจิ ของไทย ในยุค ตา่ ง ๆ ต้งั แต่ ยคุ Thailand ๑.๐ ท่ีเน้นการเกษตรกรรม ใช้แรงงานมนุษย์ยุค Thailand ๒.๐ เน้นอุตสาหกรรมเบา ใช้ แรงงานมนุษย์ ร่วมกับเครื่องจักร เช่น การผลิตเคร่ืองนุ่งห่ม เคร่ืองประดับ ยุค Thailand ๓.๐ เน้นอุตสาหกรรมหนัก เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ แผงวงจรไฟฟ้า โดยอาศัยเทคโนโลยีข้ันสงู และในยุค Thailand ๔.๐ จะเป็นการมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมมาช่วยในการผลิต ท้ังนี้ จะมีลักษณะที่จะเพ่ิม มูลค่าของสินค้า ให้ได้ค่าตอบแทนที่มากข้ึน และนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในพัฒนาผลิตภัณฑ์

๕๑ หลงั การรบั ฟังความเปน็ มาได้ให้ เยาวชนได้นาเสนอความคดิ ว่าจากการศกึ ษาด้านอาชีวะศึกษาของ นอ้ ง ๆ แผนกชา่ งยนต์ จะนาเสนออะไรใหส้ อดรับกบั ยคุ Thailand ๔.๐ ท้ังนี้ น้อง ๆ แผนกช่างยนต์ได้นาเสนอสิ่งท่ีอยากสร้างสรรค์ และทาในยุค Thailand ๔.๐ ได้แก่ ผลิตรถยนต์ไร้คนขับ โดยใช้ระบบ GPS เป็นตัวนาทาง และมีระบบ AI ในการหลบหลีก สิ่งกีดขวางด้วยตัวเอง ผลิตรถไฟฟ้าความเร็วสูงท่ีผลิตโดยเด็กอาชีวะศึกษาไทย ผลิตรถยนต์บินได้ ท่ีพัฒนาโดยเด็กอาชีวะศึกษาไทย ผลิตโดรน (อากาศยานไร้คนขับ) สาหรับส่งอาหาร เพ่ือตอบสนองธุรกิจการส่งอาหารในปัจจุบัน ผลิตเรือรบที่ควบคุมด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผลิตรถไถ รถเก่ียวข้าวไร้คนขับ รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน ตาเทพ หรือ กล้องตรวจสอบอัตลักษณ์ ส่วนบุคคล เครื่องเปล่ียนขยะเป็นดิน เพื่อลดปริมาณขยะ และเร่งการย่อยสลาย และหุ่นยนต์ สาหรับปฏบิ ัติงานบรกิ าร นอกจาก นี้ น้อง ๆ เยาวชนกลุ่ม ๓ ได้แสดงความเห็น ภายใต้แนวคิดว่า “เราจะเป็นชา่ ง” โดยกาหนดเป็นแนวทางปฏิบัติ ได้แก่ จะต้ังใจเรียน และตั้งใจปฏิบัติ กล้าลองผิดลองถูก พยายาม ทาสิ่งที่คิดให้สาเร็จ วางแผนก่อนการปฏิบัติ ใช้หลัก ๕ ส. มีความคิดสร้างสรรค์ ทางานเป็นทีม เรมิ่ จากผู้สอน (คร/ู อาจารย์) เป็นลาดบั ๑ ทั้งนี้ การนาเสนอของเยาวชนกลุ่มท่ี ๓ มุ่งเน้นการนานวัตกรรม และปัญญาประดิษฐ์มา แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศ รวมทั้งยกระดับการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีความ สะดวกสบาย ปลอดภยั มากยงิ่ ขนึ้ อนึ่ง เยาวชนกลุ่ม ๓ ได้นาเสนอ สิ่งที่สถาบันอาชีวะศึกษาควรได้รับการสนับสนุน เพื่อให้ พัฒนาสู่ยุคดิจิทัล Thailand ๔.๐ ได้แก่ โครงการนักศึกษาระหว่างประเทศ ได้รับการสนับสนุน อุปกรณ์ท่ีทันสมัยในสถานศึกษา เพื่อการศึกษา ให้มีการศึกษานอกสถานที่ สนับสนุนท่ีพักระหว่าง เรียน โครงการโรงเรยี นโรงงาน จบแล้วมีงานรองรบั โดยไดร้ บั การสนับสนนุ จากภาครัฐ ภาพกจิ กรรมกลุม่ ท่ี ๓ กลุ่มที่ ๔ อาชวี ะกบั ตลาดอาเซียน และเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (EEC) ทีมวิทยากรกลุ่ม ประกอบด้วย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง และนางจนิ ตนา ชยั ยวรรณาการ สมาชกิ วฒุ ิสภา พลเอก สิงห์ศกึ สิงห์ไพร รองประธานวฒุ ิสภา คนท่ีหน่ึง ได้กล่าวแนะนาทีมวิทยากรกลุ่ม ๔ และได้อธิบายความเป็นมาของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor

๕๒ (EEC) ว่าเป็นการพัฒนาเชิงพ้ืนที่ที่ต่อยอดความสาเร็จมาจากโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเล ตะวนั ออกหรอื Eastern Seaboard ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ Thailand ๔.๐ ครอบคลุมพนื้ ที่ ๓ จงั หวดั ไดแ้ ก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซ่ึงเป็นพ้ืนท่ีเชอื่ มตอ่ การคา้ การลงทุนกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ในพ้นื ทดี่ งั กล่าวจะมีการส่งเสรมิ ใหม้ อี ุตสาหกรรมใหม่ ๆ เชน่ อุตสาหกรรมหนุ่ ยนต์ อตุ สาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ และอุตสาหกรรมดิจิทัล โดย อุตสาหกรรมเหลา่ นี้ ลว้ นต้องการแรงงานวชิ าชีพทมี่ ีทักษะ ความชานาญ โดยนอ้ ง ๆ อาชีวะจะไดเ้ ปรยี บ จากการศึกษาวิชาชีพโดยตรง ท้ังนี้ เม่ือน้อง ๆ เยาวชนศึกษาจบแล้ว หากต้องการไปทางานในเขต เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก จาเปน็ ตอ้ งพฒั นาตนเองอย่างต่อเนือ่ ง เป็นต้น จากน้ัน นักศึกษาซึ่งเป็นแผนกช่างไฟฟ้าได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอาชีวะกับ ตลาดอาเซียน และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยหากต้องการไปทางานในพ้ืนที่ดังกล่าว จะต้องทาอย่างไร กล่าวคือ รู้จักภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่ ๓ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น การพัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้าน หุ่นยนต์ การใช้เงินตรา ตา่ งประเทศ การเตรียมเอกสาร การรูก้ ฎหมายเก่ยี วกับ EEC และทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ภาพกจิ กรรมกลุ่มที่ ๔ จากน้ัน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ได้กล่าวปิดกิจกรรมสมาชิก วุฒิสภาเยาวชน ณ วิทยาลัยการอาชีพหนองหาน และขอขอบคุณนักศึกษาทุกคนที่ได้ให้ความร่วมมือ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมท้ัง เชิญชวนเยาวชนร่วมรับประทานอาหารกลางกันกับสมาชิกวุฒิสภา โดย กลุ่มเยาวชนทุกคนได้ร่วมกันเดินเข้าแถวเพ่ือแสดงความขอบคุณ รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง รองประธานวุฒสิ ภา คนท่ีสอง และคณะสมาชิกวฒุ ิสภา กอ่ นไปรับประทานอาหารรว่ มกัน ภาพบรรยากาศนกั ศกึ ษาวทิ ยาลัยการอาชพี หนองหานแสดงความขอบคุณ คณะสมาชิกวฒุ ิสภา

๕๓ จากนัน้ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนท่ีสอง ได้ทาหน้าท่ีผู้ดาเนินรายการ ในการแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ระหวา่ งสมาชกิ วฒุ สิ ภากบั ผู้บริหาร และคณาจารยข์ องวทิ ยาลัยการอาชีพ หนองหาน ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจะได้นาไปเป็น ข้อมูลประกอบการปฏิบัติหน้าที่ ท้ังในส่วนของ การพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย การพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการท่ีเกี่ยวข้อง รวมท้ังการให้ ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ตามหน้าทแ่ี ละอานาจของวุฒิสภา โดยมีสาระสาคญั เกย่ี วกบั การจดั การศกึ ษา ดา้ นอาชีวะศึกษา ดงั น้ี ๑. การทาวิทยาธานะของข้าราชการครู ซึ่งทาให้ประสบความลาบากมาก จากกฎเกณฑ์ การประเมินที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนด โดย นายออน กาจกระโทก สมาชิกวุฒิสภา ได้ช้ีแจงว่า เกณฑ์การประเมินดังกล่าว วัตถุประสงค์คร้ังแรกมิใช่แบบนี้ แต่เม่ือนาไปใช้กลับมีการตีความจนเกิด ปญั หาและอปุ สรรค ทงั้ น้ี ปัจจุบนั คณะกรรมาธิการการศึกษาไดพ้ ิจารณาเร่ืองน้ี และได้จัดทาข้อเสนอไป ยังกระทรวงศึกษาธิการและประสานเพื่อให้มีการปรับเกณฑ์ดังกล่าว โดยอยู่ระหว่างการจัดทา หลักเกณฑใ์ หม่ ๒. ด้านบุคลากร เนื่องจากบุคลากรของวิทยาลัยการอาชีพหนองหาน ส่วนใหญ่ไม่ได้รับ การบรรจุเป็นขา้ ราชการ แต่เปน็ ครูอตั ราจ้างพิเศษ จากเงินอุดหนนุ ของวิทยาลัยการอาชีพหนองหาน ทา ใหป้ ระสบปญั หาต่าง ๆ ดงั นี้ ๒.๑ รายได้ของครูไม่เพียงพอต่ออัตราค่าครองชีพ เน่ืองจากครูอัตราจ้างพิเศษได้รับ เงินเดอื นเพียงเดอื นละ ๘,๐๐๐ บาท ซึง่ เมือ่ เทยี บกับค่าครองชีพในสภาพเศรษฐกิจปัจจบุ ันถอื ไดว้ ่าน้อยมาก ๒.๒ สืบเนื่องจากรายได้ที่ไม่เพียงพอ ทาให้มีครูซึ่งสอบบรรจุกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือหน่วยงานอ่ืนได้ ลาออกจากการเป็นครูอัตราจ้างพิเศษระหว่างเทอม เป็นปัญหาและอุปสรรคในการ จดั การเรียนการสอน ๒.๓ จากการที่ตอ้ งนาเงินอุดหนนุ ของวทิ ยาลยั การอาชีพหนองหานมาจัดจ้างครอู ัตราจ้างพิเศษ ทาให้ งบประมาณสาหรับการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์สาหรับการเรียน การสอนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการเรียน ด้านวิชาชีพท่ีต้องมุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติ ทาให้การพัฒนาทักษะความชานาญของนักศึกษามีข้อจากัด ไม่ท่ัวถึง ๒.๔ กรณีการขาดแคลนบุคลากรครู ทั้งจากกรณีครูลาออกกลางเทอม หรือไม่มีงบประมาณใน การจ้างครูให้เพียงพอ ทาให้ต้องบรหิ ารจัดการโดยให้ครดู ูแลชั้นเรียนสลับหลายชั้น ซึ่งหากเป็นการเรียนการ สอนในสายสามญั ศึกษา อาจมีปัญหาน้อย แต่ในสายอาชีวะศกึ ษาซ่ึงเน้นการฝึกปฏิบัติ ต้องมีครูคอยควบคุม ดา้ นความปลอดภยั ในการใชเ้ คร่อื งมือ ดังนั้นการให้ครูดูแลสลับหลายช้ันเรียน จงึ ทาใหม้ ีปญั หาในการที่จะให้ นักศกึ ษาไดล้ งมอื ปฏบิ ัติ ๓. ปัญหาด้านอาคารสถานที่และครุภัณฑ์ ซ่ึงมีไม่เพียงพอต่อจานวนนักศึกษาท่ีเพิ่มข้ึน การจัด กจิ กรรมต่าง ๆ ให้นกั ศกึ ษาไม่สามารถดาเนนิ การได้ จงึ อยากขอการสนับสนุนในดา้ นดงั กลา่ ว ทัง้ นี้ พลเอก สงิ ห์ศึก สิงหไ์ พร รองประธานวฒุ สิ ภา คนท่ีหนึ่ง ไดร้ บั ทจี่ ะนาประเดน็ ดงั กลา่ วไป ดาเนินการหาแนวทางนาเสนอต่อผู้รบั ผดิ ชอบตอ่ ไป นอกจากน้ีพระครูสุธีธรรมธร เจ้าอาวาสวัดศรีทรงธรรม ในฐานะกรรมการบริหารสถานศึกษา วทิ ยาลัยการอาชีพหนองหาน ได้เสนอความเห็นเก่ียวกับการปฏิรูปด้านการศึกษาเพ่ือให้เกิดความเสมอ ภาคเทา่ เทียม พัฒนาคนให้สามารถพ่ึงพาตนเองได้ โดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวฒุ ิสภา คนที่หน่ึง ได้กล่าวเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการปฏิรูปด้านการศึกษา และบทบาทหน้าท่ีของวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่ีต้องติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการ ปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ให้ประสบผลสาเร็จตามแผนการ

๕๔ ปฏิรูปประเทศและเป้าหมายของรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้มีการต้ังคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และ เรง่ รดั การปฏริ ูปประเทศ และการจดั ทาและดาเนนิ การตามยทุ ธศาสตร์ชาติ ของวุฒิสภา ซึง่ พลเอก สิงห์ ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ดารงตาแหน่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว ดังนั้น ข้อเสนอต่าง ๆ ท่ีได้รับจะถูกนาไปพิจารณาศึกษา และจัดทาเป็นข้อเสนอแนะให้กับผู้รับผิดชอบ ตอ่ ไป ภาพบรรยากาศการแลกเปลย่ี นความคดิ เห็นระหวา่ งสมาชิกวฒุ สิ ภา กับผบู้ ริหาร และคณาจารย์ของวิทยาลัยการอาชพี หนองหาน เม่ือได้เวลาสมควร พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ได้กล่าวขอบคุณ ผ้บู ริหาร คณาจารย์ วิทยาลัยการอาชพี หนองหานท่ีได้อานวยความสะดวกให้โครงการสมาชิกวฒุ สิ ภาพบ ประชาชนดาเนินการได้อย่างลุล่วง จากนั้นพลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง พร้อมด้วยนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนท่ีสอง และคณะสมาชิกวุฒิสภา ได้อาลา ผู้บรหิ าร คณาจารย์ วิทยาลัยการอาชีพหนองหาน และเดนิ ทางกลับ

๕๕ ๒.๘ การลงพื้นท่ีพบประชาชน ณ จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดนครปธม ระหว่างวันพุธ ท่ี ๒๖ – วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี จังหวัด เพชรบุรี และมหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครปธม จงั หวัดนครปธม วันพุธท่ี ๒๖ – วันพฤหัสบดีท่ี ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี และมหาวิทยาลัยราชภฏั นครปฐม จังหวัดนครปฐม คณะกรรมการอานวยการโครงการ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง นาคณะ สมาชกิ วฒุ ิสภา ลงพื้นท่ีพบประชาชน โดยมีรายละเอยี ดและรปู แบบของกิจกรรม ดงั นี้ วันพุธที่ ๒๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬกิ า พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หน่ึง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา พบปะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ภายใต้กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคล่ือน การปฏิรูปประเทศ โดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร กล่าวถึงความเป็นมาของการปฏิรูปประเทศและ เป้าหมายในการปฏิรูปประเทศ จากนั้น ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารมหาวิทยาลัย และ สมาชิกวุฒิสภา โดยผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้นาเสนอผลการดาเนินการของมหาวิทยาลัยเก่ียวกับการ ให้ความรู้ และสนับสนุนชุมชนในพ้ืนที่รับผิดชอบของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เพ่ือเสริมสร้าง เศรษฐกิจของชุมชน มีการให้ความรู้การจัดทาบัญชีครัวเรือน เพื่อลดรายจ่ายที่ไม่จาเป็น ส่งเสริมการ พฒั นาอาชีพ รวมท้ังนาเสนอเกย่ี วกับแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวของจังหวัดเพชรบุรีอย่างย่ังยืน โดยนาเสนอการพัฒนาพ้ืนท่ีซ่ึงมีการกัดเซาะชายฝ่ังให้มีภูมิทัศน์ในการป้องกันแนวคลื่นที่สวยงาม สามารถเป็นจุดชมววิ ใหแ้ ก่นกั ท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังนาเสนอเกีย่ วกบั วฒั นธรรมดา้ นอาหารของจงั หวัด เพชรบุรีท่ีมีเอกลักษณ์ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้จัดหลักสูตรการศึกษาเก่ียวกับอาหาร เพอื่ พัฒนาทรัพยากรบคุ คลในการสร้างสรรอาหารประจาถน่ิ เมอื งเพชรให้มีความโดดเด่น ภายใต้แนวคิด “เมืองเพชรเป็นอู่ข้าวอู่น้าของประเทศไทย” ท้ังยังเสนอแนะให้มีการจัดตั้งสถาบันเกลือแห่งชาติ เพือ่ บริหารจดั การเกลือสมุทรทเ่ี ปน็ สนิ ค้าเศรษฐกจิ ของพื้นทชี่ ายฝ่งั ทะเล ภาพกิจกรรม

๕๖ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬกิ า กิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบเยาวชน : นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนท่ีหนึ่ง ได้ปาฐกถาพิเศษ เร่ือง “ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศกับบทบาทหน้าที่ของวุฒิสภา” และรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ สนทนา ถาม - ตอบ ระหว่างนักศึกษากับสมาชิกวุฒิสภา โดยนักศึกษาได้ให้ความสนใจเก่ียวกับการปาฐกถา และสอบถามเก่ียวกับความสาคัญของการปฏิรูปประเทศ นอกจากน้ี ยังมีเยาวชนซ่ึงเป็นเด็กพิเศษ ได้สอบถามเก่ียวกับโอกาสของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของบุคคลพิเศษ ท้ังการมีช่องทางในการ ให้โอกาสบุคคลพิเศษได้เสนอความเห็นการร่างรัฐธรรมนูญ การมีโอกาสเข้าไปมีบทบาทในฐานะ เป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการทางการเมืองคณะต่าง ๆ ซ่ึงทางสมาชิกวุฒิสภาได้ให้ความ สนใจ ตอ่ ขอ้ เสนอดงั กล่าว และจะไดน้ าไปเป็นแนวทางในการปฏิบตั ิหน้าท่ีท่เี กี่ยวข้องตอ่ ไป ภาพกิจกรรม

๕๗ วนั พฤหัสบดีที่ ๒๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนท่ีหนึ่ง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา พบปะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ภายใต้กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคล่ือน การปฏิรูปประเทศ โดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร กล่าวถึงความเป็นมาของการปฏิรูปประเทศและ เป้าหมายในการปฏิรูปประเทศ จากนั้น ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารมหาวิทยาลัย และ สมาชิกวุฒิสภา โดยผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้นาเสนอผลการดาเนินการของมหาวิทยาลัยเก่ียวกับการ ดาเนินงานของมหาวิทยาลัยในการพฒั นาคณุ ภาพการจัดการเรียนการสอน การยกระดับคุณภาพบัณฑิต ของมหาวิทยาลัย การบริการทางวิชาการต่อสังคม และชุมชนเป้าหมายท่ีรับผิดชอบ รวมท้ังการให้ ความรเู้ กยี่ วกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฏีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ภาพกจิ กรรม เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา กิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบเยาวชน : นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปธม โดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนท่ีหนึ่ง ได้ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ยุทธศาสตร์ชาติและ การปฏิรูปประเทศกับบทบาทหน้าท่ีของวุฒิสภา” และรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ สนทนาถาม - ตอบ ระหว่างนักศึกษากับสมาชิกวุฒิสภา โดยนักศึกษาได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการปาฐกถา โดยได้ สอบถามเกี่ยวกับความสาคัญของการปฏิรูปประเทศ และสถานการณ์ทางการเมืองเก่ียวกับบทบาท หนา้ ทขี่ องวุฒิสภาตามรัฐธรรมนญู ซ่งึ สมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมตอบขอ้ ซักถามดงั กลา่ ว

๕๘ ภาพกจิ กรรม เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา พลเอก สิงห์ศึก สงิ หไ์ พร รองประธานวุฒสิ ภาคนทหี่ น่งึ นาคณะสมาชกิ วฒุ สิ ภาเย่ยี ม ชมพื้นท่แี ปลงทดลองเกษตรพอเพียง ของมหาวทิ ยาลัยราชภฏั นครปฐม ภาพกจิ กรรม

๕๙ ๒.๙ การลงพ้ืนท่ีพบประชาชน ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันพุธท่ี ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓ โดยจัด กิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบนักเรียน ณ โรงเรียนพรหมานุเคราะห์ อาเภอบางปะกง และกิจกรรม สมาชกิ วฒุ ิสภาพบประชาชน ณ สถานคมุ้ ครองและพัฒนาคนพิการบางปะกง (บ้านบางปะกง) วันท่ี ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ณ โรงเรียนพรหมานุเคราะห์ จังหวัด ฉะเชิงเทรา คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนนาโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒสิ ภา คนท่หี น่ึง ในฐานะประธานกรรมการ มอบอุปกรณป์ ้องกันการตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ ได้แก่ เครื่องวัดอุณหภูมิ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และอ่างล้างมือ ให้แก่ นายไววทิ ย์ นาถ้าพลอย ผอู้ านวยการโรงเรียนพรหมานุเคราะห์ โดยสิ่งของดังกล่าวได้มาจากเงินบริจาค ในการแกป้ ัญหา Covid-๑๙ ของสมาชิกวุฒิสภา จากน้ัน คณะได้เข้าเย่ียมชมการจัดการเรียนการสอนภายใต้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ของโรงเรียนพรหมานุเคราะห์ ต่อมาเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา เดินทางไปยังบ้านบางปะกง สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ บางปะกง เพือ่ รับฟงั ปญั หา ขอ้ เสนอแนะ และให้กาลงั ใจแก่ผู้พกิ ารและเจ้าหน้าที่ รวมทง้ั ได้มอบของใช้ท่ี จาเป็นในการดารงชวี ิตให้แกผ่ ูพ้ กิ ารดว้ ย ภาพกิจกรรม

๖๐ ๒.๑๐การลงพ้ืนท่ีพบประชาชน ณ จังหวัดลาพูน และจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันพุธ ท่ี ๑๙ – วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ โรงเรียนวชิรป่าซาง อาเภอป่าซาง จังหวัด ลาพนู และโรงเรียนศกึ ษาสงเคราะห์เชยี งดาว อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ วันพุธท่ี ๑๙ – วันพฤหัสบดีท่ี ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ โรงเรียนวชิรป่าซาง อาเภอป่าซาง จังหวัดลาพูน และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการ อานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่หี นงึ่ นาคณะสมาชิกวุฒสิ ภา ลงพ้นื ที่พบประชาชน โดยมีรายละเอยี ดและรูปแบบของกจิ กรรม ดงั นี้ วันพุธที่ ๑๙ สงิ หาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนท่ีหน่ึง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา พบปะเยาวชน นกั เรยี น โรงเรยี นวชิรป่าซาง โดย สมาชิกวุฒิสภาได้รับฟังการนาเสนอผลการดาเนนิ การ เกี่ยวกับการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ได้แก่ การเลือกตั้งสภานักเรียน โดยมีธรรมนูญ และ รปู แบบการเลือกต้ังท่ีเป็นระบบ และการจัดทาโครงการท่ีเป็นการรบั ผิดชอบต่อสังคม ของสภานักเรียน โรงเรียนวชิรป่าซาง เก่ียวกับการกาจัดขยะ โดยสมาชิกวุฒิสภาได้กล่าวชื่นชม และมีความประทับใจ เกยี่ วกบั การดาเนนิ การของสภานักเรยี น หลังจากน้ัน สมาชิกวุฒิสภาได้มอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัส Covid-๑๙ และ อาหารว่างใหแ้ ก่ สภานักเรียน เพอ่ื นาไปแจกจา่ ยแกน่ ักเรียนโรงเรยี นวชิรปา่ ซางต่อไป จากนัน้ คณะสมาชิกวฒุ ิสภา ได้เปดิ โอกาสใหส้ ภานกั เรยี นได้พดู คยุ ซกั ถามประโนต่าง ๆ จากสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งสภานักเรียนได้ซักถามอย่างสร้างสรรค์ เช่น การเข้าถึงสิทธิข องกองทุนทาง การศึกษา โดย พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ สมาชิกวุฒิสภา ได้ตอบว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีกองทุนเพื่อ ความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งนักเรียนสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ ท้ังน้ี ศึกษาธิการจังหวัดควร เรง่ ประชาสัมพนั ธ์ชอ่ งทางการขอรับทุนการศกึ ษาให้นักเรยี น ผ้ปู กครองทราบ เพือ่ ให้สามารถเขา้ ถงึ สิทธิ ตา่ ง ๆ ทร่ี ฐั บาลได้จัดไวใ้ ห้ นอกจากน้ี ทางสภานักเรียนได้นาสมาชิกวุฒิสภาเย่ียมชมกิจกรรมประชาธิปไตย ในโรงเรียน ซ่ึงประกอบไปด้วยฐานขยะรีไซเคิล ฐานการแยกขยะ ฐานกรงขยะและถังขยะ และฐานการ ทาปุ๋ยหมัก ภาพกจิ กรรม

๖๑ วนั พุธที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬกิ า คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนนาโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะสมาชิก วุฒิสภา เดินทางไปยังโรงแรมเชียงดาวกู๊ดวิว รีสอร์ท อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าร่วม กิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ชาวอาเภอเชียงดาว และได้กล่าวเปิดงานพร้อมวัตถุประสงค์ของ โครงการฯ จากน้ัน คณะฯ ได้ร่วมพบปะพูดคุย รับฟังข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆ อาทิ ประเด็นที่ดิน ทากิน ประเด็นราคาพืชผลทางการเกษตร ปัญหาการบุกรุกป่า และปัญหาไฟป่าในพ้ืนที่ เป็นต้น ท้ังนี้ ประชาชนได้นาเสนอประเด็นและสาเหตุของปัญหาให้สมาชกิ วุฒิสภารับทราบ เช่น การทาไร่หมุนเวียน ของชาวพื้นท่ีราบสูงกับการบุกรุกป่า การเผาป่าโดยมสี าเหตุจากฝีมอื มนษุ ย์ ทง้ั น้ี ข้อมูล ข้อคดิ เหน็ และ ข้อเสนอแนะท่ีได้รับจากการลงพ้ืนที่ คณะกรรมการฯ จะนาไปดาเนินการตามหน้าท่ีและอานาจของ วุฒิสภาต่อไป นอกจากนี้สมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมรับประทานอาหารกับข้าราชการ และประชาชนชาว อาเภอเชยี งดาว ดว้ ยบรรยากาศอย่างเป็นกันเอง รวมทง้ั ยังไดม้ อบปากกาที่ระลึก เจลแอลกอฮอล์สาหรบั ล้างมอื ผ้าขนหนู และเมลด็ พันธผุ์ กั สวนครัวใหก้ ับประชาชนผูเ้ ข้ารว่ มโครงการ ภาพกจิ กรรม

๖๒ วันพฤหัสบดที ่ี ๒๐ สงิ หาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๐๐ นาฬกิ า คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สงิ หศ์ ึก สิงห์ไพร รองประธานวฒุ ิสภา คนที่หนึง่ ในฐานะประธานคณะกรรมการ เข้าร่วมกิจกรรมสมาชกิ วฒุ ิสภา พบเยาวชน ณ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว อาเภอเชียงดาว จงั หวดั เชียงใหม่ โดยได้ร่วมกิจกรรม เคารพธงชาติ สวดมนต์ และกล่าวปฏิญาณตนร่วมกับนักเรียน จากน้ัน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่งึ ได้กล่าวเปิดงานและวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการฯ โอกาสนี้ คณะสมาชิกวุฒิสภา ยังได้ร่วมมอบสิ่งของเคร่ืองใช้ ได้แก่ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ มอบเครื่องสูบน้าสาหรับสูบน้าเข้าพ้ืนที่การเกษตรของโรงเรียน พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร มอบอุปกรณ์ทางการเกษตร พลเอก ประสาท สุขเกษตร มอบหน้ากากอนามัย นางเบญจรัตน์ จริยธาราสิทธิ์ มอบไก่พื้นเมือง จานวน ๒ ชุด โดยมี ผู้อานวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว เป็นผู้รับมอบ นอกจากนี้ ได้มอบรองเท้าผ้าใบ ถุงเท้า และอาหารว่าง ให้แก่นักเรียน จานวน ๕๐๐ คน และโรงเรียน อนบุ าลเมอื งใหม่ จังหวัดชลบุรี ไดร้ ว่ มมอบอุปกรณ์เครอ่ื งเขยี น ตามลาดับ นอกจากนี้ ได้ร่วมพบปะกับผู้บริหาร คณะครูและคณะกรรมการสภานักเรียน ณ ห้อง ประชมุ จิตอาสา อาคารจิตอาสา ชั้น ๒ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แลกเปลี่ยนเรยี นรูก้ ับกลุ่ม เยาวชน และเยีย่ มชมกจิ กรรมของนกั เรยี น ดงั นี้ กล่มุ ที่ ๑ กิจกรรมสภานกั เรยี น เย่ียมชมหอพัก และความเป็นอยู่ของนักเรียน กลมุ่ ท่ี ๒ กิจกรรมการเรียนร้เู ศรษฐกิจพอเพียงตามหลกั ศาสตร์พระราชา กลมุ่ ท่ี ๓ กจิ กรรมกฬี าวูด๊ บอลของโรงเรียน ท้งั ๓ กล่มุ ยงั ไดเ้ ย่ียมชมกิจกรรมยวุ ชนทหารอีกด้วย ภายหลังเสร็จส้ินกิจกรรม คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่นักเรียน โรงเรยี นศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว ภาพกิจกรรม

๖๓ ๒.๑๑ การลงพ้ืนที่พบประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันพฤหัสบดีท่ี ๑๗ – วันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓ ณ โรงเรียนโดมประดิษธ์วิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และมหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี วันพฤหัสบดีท่ี ๑๗ กันยายน ๒๕๖๓ ณ โรงเรียนโดมประดิษธ์วิทยา อาเภอน้ายืน จังหวัดอุบลราชธานี คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพ้ืนที่ พบประชาชนในกิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบสภานักเรียน โดยมีคณะผู้บริหาร อาจารย์ และนักเรียน โรงเรียนโดมประดิษธ์วิทยา รวมท้ังข้าราชการและผู้บริหารท้องถ่ินในพื้นท่ีเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีรายละเอียดและรูปแบบของกจิ กรรม ดังนี้ นายสมชยั บรู ณะ นายอาเภอน้ายนื กลา่ วต้อนรบั คณะสมาชกิ วุฒิสภา ภาพกจิ กรรม จากน้ัน นางเสาวคนธ์ จันทร์ผ่องศรี กรรมการในคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิก วุฒิสภาพบประชาชน ได้ทาหน้าที่พิธีกรในการแนะนาสมาชิกวุฒิสภา โดยมีสมาชิกวุฒิสภาที่เข้าร่วม ในการลงพื้นที่พบปะประชน ได้แก่ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง พลเอก ประสาท สขุ เกษตร นายสมเดช นลิ พันธ์ุ นายออน กาจกระโทก นางเพญ็ พกั ตร์ ศรีทอง และนางประยูร เหล่าสายเชอื้

๖๔ ในเวลาต่อมา พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง ได้กล่าวถึงกล่าวเปิด กิจกรรมและกล่าวถงึ วัตถปุ ระสงค์ ท่ีมาของกิจกรรมสมาชิกวุฒสิ ภาพบเยาวชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการ ลงพ้ืนท่ีเพ่ือรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของเยาวชนและบุคลากรทางการศึกษา เพ่ือท่ีจะได้นา ข้อเสนอแนะไปสู่กระบวนการตามกลไกของวุฒิสภา ตามบทบาทหน้าท่ีและอานาจตามท่ีกาหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันได้แก่ ได้แก่ การพิจารณาและการกลั่นกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการให้คาแนะนาหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารง ตาแหน่ง รวมทั้งหน้าท่ีและอานาจท่ีสาคัญตามบทเฉพาะกาล กล่าวคือ การติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และได้ให้ข้อคิดกับนักเรียนเพ่ือให้มีจิตสานึกในการรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข รวมท้ังให้มีความกตญั ญูต่อบพุ การี ท้ังนี้ จากการทไ่ี ด้มาเยี่ยมเยอื นโรงเรยี นในวนั นี้ จดุ เดน่ ทเี่ ห็น ได้ชดั คือ ความสามัคคีของนักเรียนในการช่วยกันจัดสถานที่ การที่ผู้บริหารของโรงเรียนสามารถบริหาร จัดการโรงเรียนได้อย่างมีคุณภาพ จึงขอให้มีการรักษาจุดเด่นเหล่าน้ี ซึ่งจะนาไปสู่การปฏิรูปประเทศ ในดา้ นการศึกษาตอ่ ไป ภาพกจิ กรรม จากนั้น คณะสมาชิกวุฒิสภาได้มอบชุดคอมพิวเตอร์ อาหารว่างและเคร่ืองด่ืม และของที่ระลึก ให้กับโรงเรียนฯ และในเวลาต่อมา พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้เป็น ประธานในพธิ ีเปดิ หอ้ งเรยี นคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนฯ ภาพกิจกรรม

๖๕ จากนนั้ เป็นกิจกรรม “คณะสมาชกิ วุฒิสภาพบผู้บริหารและตวั แทนสภานักเรียนของโรงเรยี น โดมประดิษธ์วิทยา” ณ ห้องประชุมผู้บริหาร โดยมีรายละเอียดในการแสดงความคิดเห็นของนักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน นายอาเภอน้ายืน และผู้นาท้องถ่ิน ในตาบลโดมประดิษฐ์ อาเภอน้ายืน จังหวัด อุบลราชธานี ดงั นี้ ๑. การแสดงความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะของนายอาเภอนา้ ยนื และผู้นาท้องถน่ิ ๑.๑ นายสมชัย บูรณะ นายอาเภอน้ายืน ได้ให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ สภาพปญั หาในพื้นทอี่ าเภอนา้ ยืน จานวน ๒ ประเด็น ดงั น้ี ๑) ประเด็นด้านการคมนาคม กล่าวคือ อาเภอน้ายืนอยู่ในระหว่างการพัฒนา สถานที่ท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์ เช่น การท่องเท่ียวช่องบกเนิน ๕๐๐ เป็นต้น โดยส่ิงท่ีจะสามารถ ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวได้คือ ความสะดวกของเส้นทางการคมนาคม โดยเส้นทางที่สมควรจะได้รับ พัฒนามีจานวน ๒ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางจากอาเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มายังอาเภอน้ายืน และเส้นทางจากอาเภอเดชอุดมมายังอาเภอนา้ ยนื เพื่อให้เป็นถนนส่ชี อ่ งทางจราจร โดยเรื่องดงั กลา่ วไดม้ ี การทาหนงั สอื เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว ๒) ประเด็นด้านการเกษตร เน่ืองจากในช่วงปีนี้มีฝนตกในพื้นที่น้อยมาก ทาให้ เกษตรกรขาดแคลนน้าในสาหรับทาการเกษตร ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร เน่ืองจากได้รับ ผลผลิตทางการเกษตรน้อยลง ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการบริหารจัดการน้าเพ่ือให้เพียงพอต่อการ ทาการเกษตรของประชาชน โดยเรื่องดังกล่าวได้มีการนาเสนอต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในขณะลงพน้ื ทแี่ ล้ว ในสองประเด็นดังกล่าว พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ได้รับ ข้อมูลไว้เพ่ือดาเนินการตามกลไกของวฒุ ิสภาต่อไป

๖๖ ๑.๒ นางวาสนา คาโส นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลโดมประดิษฐ์ ไดใ้ หข้ ้อมลู และแสดง ความคิดเห็นเก่ียวกับสภาพปัญหาในพ้ืนที่ตาบลโดมประดิษฐ์ กล่าวคือ องค์การบริหารส่วนตาบล โดมประดิษฐ์มีแนวความคิดในการจัดทาแหล่งท่องเท่ียวเพื่อนารายได้มาสู่ชุมชน โดยมีแหล่งท่องเท่ียว เช่น แก่งลาดวน หาดทรายสามเหล่ียมมรกต น้าตกจรวด ช่องบกเนิน ๕๐๐ เป็นต้น ท้ังน้ี องค์การ บริหารส่วนตาบลโดมประดิษฐ์มีความประสงค์ที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างถนน ในเส้นทางจากชอ่ งบกเนิน ๕๐๐ ไปยังน้าตกวัดถ้าบอน ระยะทาง ๖ กิโลเมตร ใชง้ บประมาณ ๑๕ ล้าน บาท ในประเด็นดังกล่าว พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง ได้ให้ คาแนะนาว่า ในประเด็นเก่ียวกับงบประมาณเป็นเรื่องของจังหวัดที่ต้องตั้งเร่ืองในการเสนอ ของบประมาณ โดยแสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ประกอบกับมาตรา ๑๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติห้ามมิให้สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร สมาชิกวุฒิสภาหรือกรรมาธิการ เสนอ แปรญัตติหรือการกระทาด้วยประการใด ๆ ในการ พจิ ารณาร่างพระราชบญั ญตั งิ บประมาณรายจ่ายท่ีมีผลใหต้ น มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการ ใชง้ บประมาณรายจ่าย ๒. การแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของตัวแทนสภานกั เรียน ๒.๑ ตัวแทนสภานักเรยี นไดม้ กี ารนาเสนอผลงานของสภานักเรียน โดยสรปุ ได้ ดังน้ี ๑) การเป็นผนู้ าเพ่ือสว่ นรวมตามหลักธรรมาภิบาล เช่น การเป็นผู้นาทากิจกรรม หนา้ เสาธง การเปน็ ผู้นาในการทาความสะอาดในพ้นื ที่รบั ผิดชอบในแต่ละหอ้ งเรียน ๒) การส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติกิจกรรมให้กับส่วนรวม เช่น การเป็นผู้นาใน การทากิจกรรมในวนั สาคัญต่าง ๆ ไดแ้ ก่ วนั ภาษาไทย วนั ครู วันวิทยาศาสตร์ ๓) การเป็นผู้นาเพ่ือกิจกรรมของส่วนรวมและสังคม เช่น กิจกรรมเล่านิทานให้ เด็กในชมุ ชนฟัง กิจกรรมเลา่ ขา้ งให้ผู้สูงอายฟุ ัง กิจกรรมการเปน็ ผ้นู าในการทาความสะอาดชมุ ชน ๔) การรณรงค์ให้นักเรียนทาความดีเพ่ือประโยชน์ของโรงเรียน เช่น กิจกรรม การเป็นผู้นาในการทาความสะอาด (Big Cleaning Day) ภายในโรงเรียน ในทุกวันศุกร์ กิจกรรม โครงการธนาคารขยะเพ่อื สรา้ งจติ สานึกในการทงิ้ ขยะและการคดั แยกขยะ ภายหลังจากที่ได้รับฟังการนาเสนอผลงานของสภานักเรียน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่งึ ไดก้ ลา่ วต่อนักเรยี น สรปุ ไดว้ ่า จากการรับฟงั การนาเสนอผลงานของสภา นักเรียน เห็นว่า การดาเนินงานต่าง ๆ ล้วนแสดงถึงความมีจิตสาธารณะ การรู้จักเสียสละในการทา ประโยชน์เพ่อื ส่วนรวม ประกอบกบั กระบวนการในการระดมสมอง การแลกเปลีย่ นความคดิ เห็น การรับ ฟงั ความเหน็ ของผ้อู ื่น นาไปสูก่ ารมมี ติในประเด็นตา่ ง ๆ แสดงให้เหน็ ถงึ ความเปน็ ประชาธิปไตย จงึ ขอให้ นกั เรยี นได้ดาเนินกจิ กรรมเหลา่ น้ีอย่างตอ่ เนื่องต่อไป ๒.๒ การแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ ระหว่างตวั แทนสภานกั เรียนกบั สมาชกิ วฒุ ิสภา ๑) พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้ต้ังคาถาม ในประเด็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาในปัจจุบันท่ีมีความแตกต่างทางความคิดระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่น ใหม่ จึงใหน้ ักเรยี นไดแ้ สดงความคดิ เห็นวา่ การท่ีคนรนุ่ ใหม่มคี วามคิดแบบใหม่ เปน็ อย่างไร ต่อประเดน็ ดงั กลา่ ว ตวั แทนนักเรยี นไดแ้ สดงความคิดเหน็ ว่า ความคดิ เห็นของคน รุน่ ใหม่ คือ จะทาอย่างไรที่จะมีรายไดม้ าเล้ียงดูพ่อ แม่ และครอบครัวได้ โดยคนรุ่นเกา่ มแี นวความคิดท่ี

๖๗ จะให้ลกู หลานประกอบอาชีพท่มี คี วามมนั่ คง เชน่ การรับราชการ แต่คนรุ่นใหมอ่ าจไมม่ ีความถนดั ในการ ประกอบอาชพี ดังกลา่ ว ๒) จากน้ัน พลเอก ประสาท สุขเกษตร สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวต่อท่ีประชุม สรุปได้วา่ วุฒิสภาได้มีการพิจารณาศึกษาในเรือ่ งยุทธศาสตร์และแนวทางการสรา้ งคนดี คนเก่ง คนกล้า และโอกาสสู่สังคมเพ่ือพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งจะได้มีการเผยแพร่เรื่องดังกล่าวให้สังคมรับทราบ ต่อไป โดยจากการลงพื้นท่ีในสถานศึกษาต่าง ๆ ทาให้ทราบว่า ความดีของนักเรียนจะมีการปลูกฝัง ท่ีโรงเรียน แมน้ ักเรียนจะจบการศึกษาไป ก็ควรท่ีจะรักษาความดีดงั กล่าวต่อไป สาหรบั แนวทางที่จะทา ให้คนดีได้รับโอกาสในการศึกษาและการทางานน้ัน มีแนวความคิดว่า โรงเรียนหรือสถานศึกษาต่าง ๆ ควรมีการจัดทาแฟ้มประวัติของนักเรียนโดยระบุถึงการทาความดี การมีจิตสาธารณะและการทา ประโยชน์เพ่ือส่วนรวม โดยการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และการรับสมัครงาน ในท่ีต่าง ๆ ควรมีการพิจารณาแฟ้มประวัติดังกล่าวประกอบด้วย ซึ่งจะให้เกิดการสนับสนุนให้คนดีได้มี โอกาสในการศึกษาและการทางานตอ่ ไป ๓) จากน้ัน ตัวแทนสภานักเรียนได้แสดงความคิดเห็นว่า การที่นโยบายด้าน การศึกษาเปล่ียนแปลงไป โดยมีการให้อิสระกับเด็กมากเกินไป เช่น การที่ให้นักเรียนชายมีการไว้ผม ท่ียาวเกินไป เห็นว่าจะเกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย จึงอยากให้นาระเบียบเก่ียวกับการให้ตัดผม เช่นเดิมมาใช้ ๔) ตัวแทนสภานักเรียนได้แสดงความคิดเห็นว่า ควรมีการให้ทุนแก่นักเรียน เพื่อการศึกษาต่อในต่างประเทศ เมื่อจบการศึกษาแล้ว จะทาให้สามารถนาความรู้มาใช้ในการพัฒนา ท้องถนิ่ ประเด็นดังกล่าว นายออน กาจกระโทก สมาชิกวุฒิสภา ได้ให้ข้อมูลว่า ใน ปัจจุบัน ได้มี พ ระราชบัญ ญั ติ กองทุน เพ่ื อความเสมอภาคท างการศึกษ า พ.ศ. ๒ ๕ ๖ ๑ โดยพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวได้กาหนดให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า “กองทุนเพ่ือความ เสมอภาคทางการศึกษา” มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา รวมทั้งมีวัตถุประสงค์ เช่น ให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนเงินและค่าใช้จ่ายให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส และผู้ด้อยโอกาส จนสาเร็จการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาหรือพัฒนา เพอื่ ให้มคี วามรูค้ วามสามารถในการประกอบอาชพี ตามความถนัดและมีศักยภาพที่จะพึ่งพาตนเองในการ ดารงชีวิตได้ เป็นต้น โดยเร่ืองดังกล่าวหากหน่วยงานชองรัฐและผู้นาท้องถ่ิน มีการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนได้รบั ทราบอยา่ งทว่ั ถึง จะทาใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ เดก็ และเยาวชนผดู้ ้อยโอกาสทางการศกึ ษา เป็นอย่างมาก ๕) จากน้ัน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง ได้ให้ ข้อคิดต่อนักเรียนเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองเพ่ือให้สามารถรองรับรูปแบบและลักษณะของงาน ท่ีเปล่ียนแปลง ซ่ึงจะทาให้ได้รับการคัดเลือกให้ทางานในหน่วยงาน องค์กร หรือบริษัท ที่มีคุณภาพ โดยไม่ตกงานกล่าวคือ การเรียนรู้เก่ียวกับการทางานของเคร่ืองจักรกล หรือปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือ เอไอ (AI) และการเรียนรู้ในส่ิงท่ีเคร่ืองจักรกล หรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทาไม่ได้ การเรียนรู้เกีย่ วกับภาษาต่างประเทศและการส่ือสารผา่ นระบบออนไลน์

๖๘ ภาพกจิ กรรม วันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี คณะกรรมการ อานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธาน วุฒิสภา คนที่หนึ่ง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นท่ีพบประชาชนในกิจกรรมสมาชิกวุฒิสภา พบสโมสรนักศึกษาและคณาจารย์ โดยมีรายละเอยี ดและรูปแบบของกิจกรรม ดงั นี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศักดา บุญยืด รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฎ อุบลราชธานี กลา่ วต้อนรับคณะสมาชกิ วฒุ สิ ภา และแนะนาคณะผู้บรหิ ารของมหาวทิ ยาลยั จากนั้น นางเสาวคนธ์ จันทร์ผ่องศรี กรรมการในคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิก วุฒิสภาพบประชาชน ได้ทาหน้าทพ่ี ธิ ีกร โดยได้เรยี นเชิญสมาชิกวุฒิสภาแนะนาตนเอง ในเวลาต่อมา พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ได้กล่าวถึงกล่าวเปิด กจิ กรรมและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ ท่ีมาของกิจกรรมสมาชิกวุฒสิ ภาพบเยาวชน ซ่ึงมวี ัตถุประสงค์ในการ ลงพ้ืนที่ กล่าวคือ เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้มีพ้ืนที่รบั ผิดชอบเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามสมาชิกวุฒิสภาในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ซึ่งมีหน้าท่ีและอานาจตามที่กาหนดไว้ใน รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงต้องมีการลงพื้นท่ีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อนามา เป็นข้อมูลในการดาเนินงานตามหน้าที่และอานาจดังกล่าว โดยคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชนประกอบด้วยคณะกรรมจานวน ๘ คณะ ได้แก่ คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชนในพื้นท่ีจังหวดั ภาคต่าง ๆ จานวน ๗ คณะ และคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิก วุฒิสภาพบประชาชน ซ่ึงคณะกรรมการโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชนในพ้ืนทจ่ี ังหวัดภาคต่าง ๆ

๖๙ จะเน้นการพบปะประชาชนและส่วนราชการ ส่วนคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชนจะเน้นการพบปะกับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งการ ดาเนินงานของคณะกรรมการฯ ในรอบปีท่ีผ่านมา ได้มีการปรับปรุงรูปแบบกิจกรรมในการลงพ้ืนที่ ให้เกดิ ความเหมาะสมและสามารถรับฟังความคิดเห็นได้อย่างรอบด้าน เพื่อจะนาขอ้ มูลท่ีเป็นประโยชน์ ดงั กล่าวเขา้ สู่กระบวนการตามกลไกของวฒุ ิสภาต่อไป ภาพกิจกรรม จากนั้น นางเสาวคนธ์ จันทร์ผ่องศรี กรรมการในคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิก วฒุ สิ ภาพบประชาชน ได้ทาหนา้ ทีพ่ ธิ ีกรในกิจกรรม “เปิดบา้ นราชภัฏพูดคยุ กนั ” ซ่งึ เป็นการแลกเปลย่ี น ความคิดเห็นระหว่างสมาชิกวุฒิและตัวแทนสโมสรนักศึกษาจากคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยฯ โดยมีรายละเอียด ดงั นี้ ๑) ตัวแทนนักศึกษาจากคณะครุศาสตร์ ได้สอบถามสมาชิกวุฒิสภาเกี่ยวกับประเด็น ความสัมพนั ธข์ องจานวนผู้ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลยั ราชภัฏกับความต้องการของตลาดแรงงาน ในประเด็นดังกล่าว พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ได้ตอบ ข้อซักถามและให้คาแนะนาแก่นักศึกษา โดยสรุปได้ว่า จากกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด – ๑๙ ทาให้ทราบว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านการเกษตร แต่ผลผลิตทางการเกษตรกลับ ราคาตกต่า มีสาเหตุมาจากการท่ีเกษตรกรมีวัตถุดิบ แต่ไม่สามารถนาไปสู่การผลิตจนออกมาเป็น ผลิตภัณฑ์ท่ีสามารถจาหน่ายได้ทันที โดยนักศึกษาควรนาความรู้ไปพัฒนาเพ่ือให้สามารถผลิตวัตถุดิบ ทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถจาหน่ายสู่ท้องตลาดได้ กล่าวโดยสรุปคือ นักศึกษาควรมีการ พัฒนาองค์ความรู้เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน หากสามารถทาได้ดังกล่าว เมื่อ จบ การศึกษาแล้ว ก็จะมงี านรองรบั อย่างแน่นอน จากนั้น ตัวแทนนักศึกษาได้สรุปส่ิงที่รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ให้คาแนะนา โดยสามารถสรปุ เปน็ ถอ้ ยคาได้ว่า “ตอ้ งคิดเปน็ ต้องร้วู ิธที า ต้องเท่าทนั เทคโนโลยี และตอ้ งปรบั ตวั ” ๒) ตัวแทนนักศึกษา ได้สอบถามในประเด็นท่ีว่า กรณีท่ีสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคโควดิ – ๑๙ ผ่านพ้นไปแล้ว รัฐบาลหรือองค์กรฝ่ายนิติบัญญตั ิอย่างวุฒสิ ภา จะมีแนวทางในการ เยียวยาประชาชนและการกระตนุ้ เศรษฐกจิ อย่างไร ในประเด็นดังกล่าว พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ได้ให้ ข้อมูลแก่นักศึกษา โดยสรุปได้ว่า จากกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – ๑๙ ทาให้ทราบ จุดแข็งของประเทศไทย ๓ ประการ ได้แก่ การเป็นแหล่งอาหารของโลก การมีจุดแข็งด้านระบบ

๗๐ การสาธารณสุข รวมทั้งการท่ีรัฐบาลให้ความสาคัญกับการท่องเท่ียว ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมาย รองรับ รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน ประกอบกับการที่มีการออกกฎหมายเพ่ือรองรับการ พัฒนาเศรษฐกิจอันได้แก่ พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงเห็นได้ว่า จากองค์ประกอบดังท่ีกล่าวมาจะทาให้เศรษฐกิจของประเทศไทยสามารถฟื้นตัวภายหลังจากที่ สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ – ๑๙ ผ่านพน้ ไป ๓) ตัวแทนนักศึกษาจากคณะครุศาสตร์ ได้สอบถามสมาชิกวุฒิสภาเก่ียวกับกรณีท่ีใน ปัจจุบันการสอบแข่งขนั เพ่อื เขา้ รับการบรรจุเป็นข้าราชครมู กี ารแข่งขนั ทส่ี ูงมาก โดยผมู้ สี ทิ ธสิ อบมีทั้งผู้ที่ จบการศึกษาในสาขาครูศาสตร์และผู้ท่ีไม่ได้จบการศึกษาจากสาขาดังกล่าว จะเป็นไปได้หรือไม่ท่ีจะมี การกาหนดให้ผู้มีสิทธิสอบเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชครูมีเฉพาะผู้ที่จบการศึกษาในสาขาครูศาสตร์ เทา่ นั้น ในประเด็นดังกล่าว นายสมเดช นิลพันธ์ุ และนายออน กาจกระโทก สมาชิกวุฒิสภา ได้ให้ข้อมูลแก่นักศึกษา สรุปได้ว่า ในปัจจุบันบัณฑิตที่จบการศึกษาสาขาครุศาสตร์ไม่ได้มีแต่เฉพาะจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏเท่านั้น ยังมีจากมหาวิทยาลัยอ่ืน ๆ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเอกชนอ่ืน ๆ จึงทาให้มีจานวน ผู้มีสิทธิสอบเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชครูจานวนมาก โดยเห็นด้วยกับการที่จะกาหนดให้หลักสูตร การเรียนครูมีระยะเวลา ๕ ปี มีการฝึกปฏิบัติจริงหรือการฝึกงานต้ังแต่เร่ิมการศึกษาในปีแรก และประเด็นท่ีสาคญั คอื การสรา้ งจิตวิญญาณความเป็นครใู หก้ บั นกั ศกึ ษา ๔) ตัวแทนนักศึกษาจากคณะแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ได้สอบถามสมาชิก วุฒิสภาเกี่ยวกับ นโยบายหรือแนวทางในการพัฒ นาองค์ความรู้และการส่งเสริม การแพทย์แผนไทย และแพทยท์ างเลอื ก เพ่อื ให้สอดคล้องกบั สังคมยุคปจั จบุ ัน ในประเด็นดังกล่าว พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ได้ให้ ขอ้ มูลแกน่ ักศึกษา โดยสรุปได้ว่า การแพทยแ์ ผนไทยและแพทย์ทางเลือกเป็นภูมปิ ัญญาของคนไทยท่ีสืบ ทอดมาอย่างยาวนาน ซ่ึงเดิมไม่มีกฎหมายรองรับ ต่อในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์ สมนุ ไพรพ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบญั ญัตแิ หง่ ชาติ และประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒ โดยพระราชบัญญตั ฉิ บบั ดงั กลา่ วไดก้ าหนดนิยามของคาวา่ “ยาแผนไทย” “การแพทย์แผนไทย” ไว้อย่างชัดเจน และอีกประการที่สาคัญเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยคือ การกาหนดให้มีการใช้กัญชาเพ่อื ประโยชนท์ างการแพทย์ โดยมกี ารประกาศใช้พระราชบัญญตั ยิ าเสพติด ให้โทษ (ฉบบั ท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ๕) ตัวแทนนักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ได้สอบถามสมาชิกวุฒิสภาในประเด็นเก่ียวกับ บทบาทของวุฒิสภาในฐานะองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติในการปรับหรือลดกฎหมายที่มีความซ้าซ้อนหรือ ลา้ สมัย ในประเด็นดังกล่าว พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง ได้ให้ ขอ้ มูลแกน่ ักศึกษา โดยสรปุ ได้ว่า ตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทยบัญญัติให้รัฐพึง จัดใหม้ กี ฎหมายเพยี งเทา่ ท่ีจาเปน็ และยกเลิกหรอื ปรับปรุงกฎหมายทห่ี มดความจาเป็นหรือไมส่ อดคล้อง กับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดารงชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้ าเพ่ือไม่ให้ เป็นภาระแก่ประชาชน และดาเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและ สามารถเขา้ ใจกฎหมายไดง้ า่ ยเพื่อปฏบิ ตั ิตามกฎหมายได้อยา่ งถกู ตอ้ ง และก่อนการตรากฎหมายทกุ ฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เก่ียวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนจากกฎหมาย

๗๑ อย่างรอบด้านและเปน็ ระบบ รวมทง้ั เปดิ เผยผลการรบั ฟงั ความคดิ เห็นและการวเิ คราะหน์ ้ันตอ่ ประชาชน และนามาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทกุ ขั้นตอน เมอ่ื กฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว รัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาที่กาหนด โดยรับฟังความคิดเห็น ของผู้เก่ียวข้องประกอบด้วย เพ่ือพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ท่ีเปล่ียนแปลงไป ท้ังน้ี รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้ให้ข้อสังเกตแก่นักศึกษาเพ่ือให้นาไปศึกษา ค้ น ค ว้ า เพ่ิ ม เติ ม ใน ป ร ะ เด็ น ท่ี ห น่ ว ย ง า น ซ่ึ ง เป็ น ผู้ รั ก ษ า ก า ร ต า ม ก ฎ ห ม า ย ห รื อ ที่ มี อ า น า จ ใน ก า ร ออกอนุบัญญตั ิมีการออกอนุบญั ญตั ทิ น่ี อกเหนือหรอื เกนิ ขอบอานาจตามท่พี ระราชบญั ญตั กิ าหนด ๖) ตวั แทนนกั ศกึ ษาจากคณะสาธารณสุขศาสตรไ์ ดแ้ สดงความคิดเหน็ และสอบถามสมาชิก วุฒิสภาในประเด็น เกี่ยวกับความก้าวหน้าในสายอาชีพของผู้ประกอบอาชีพเกี่ ยวกับการสาธารณสุข ซ่ึงเป็นบุคลากรที่มีความสาคัญของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด – ๑๙ ในประเด็นดังกล่าว พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้ให้ ข้อมูลแก่นักศึกษา โดยสรุปได้ว่า จากกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – ๑๙ ทาให้เห็น ถึงความสาคัญของผู้ท่ีประกอบอาชีพเกี่ยวกับการสาธารณสุข จึงเป็นโอกาสของผู้ที่ประกอบอาชีพ ดงั กล่าวทจี่ ะมีความเจริญกา้ วหนา้ ในสายอาชีพ อยา่ งไรกต็ ามยังมปี ระเด็นปญั หากรณที ่ีมแี รงงานตา่ งด้าว หรือแรงงานไม่ถูกกฎหมายเข้ามาแข่งขันในการประกอบอาชีพดังกล่าวกับคนไทย ซึ่งจะต้องมีการ ควบคมุ และตรวจสอบต่อไป ท้ังนี้ ไม่ว่าจะมีสภาพปัญหาหรือการแข่งขันในการประกอบอาชีพมากน้อย เพียงใดก็ตาม หากผู้ที่ประกอบอาชีพดังกล่าว มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอก็จะทาให้มีความ เจรญิ กา้ วหน้าอยา่ งแนน่ อน ๗) ตัวแทนนักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นและสอบถามสมาชิกวุฒิสภาถึงแนวทางในการ ปฏิรูปการศึกษาในประเด็นเก่ียวกับหลักสูตรการเรียนการสอนและความเช่ียวชาญของอาจารย์ผู้สอน กล่าวคอื การที่หลกั สตู รการศึกษาท่มี ีการใชก้ นั มากว่าสบิ ปีแต่ไม่มีการพฒั นา รวมท้ังการที่อาจารย์ผู้สอน ไมม่ ีความเชย่ี วชาญในหลักสูตรหรอื วิชาท่ีสอน ในประเด็นดังกล่าว นายสมเดช นิลพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ให้ข้อมูลแก่นักศึกษา โดยสรปุ ไดว้ ่า สภาพปัญหาในการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา คือ การขาดแคลน อาจารย์ประจาหลักสูตร หรือแม้จะมีอาจารย์ประจาหลักสูตรท่ีมีวุฒิการศึกษาตรงกับหลักสูตรครบ ตามจานวนที่กาหนด แต่ยังขาดความรู้ ความสามารถหรือประสบการณ์ในการสอน ซึ่งคณะกรรมาธกิ าร การอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ได้มีการพิจารณาศกึ ษาในเร่ืองดังกล่าวและได้ เสนอความเห็นไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพ่ือให้ดาเนินการแก้ไข ปญั หาดังกล่าวต่อไป ๘) ตัวแทนนักศึกษาจากคณะพยาบาลศาสตร์ได้แสดงความคิดเห็นและสอบถามสมาชิก วุฒิสภาในประเด็นเกี่ยวกับความเจริญก้าวหน้าของผู้ประกอบอาชีพพยาบาล เน่ืองจากการภาระงาน ในโรงพยาบาลที่หนัก ทาให้มีพยาบาลการลาออกจานวนมาก จะมีความเป็นไปได้หรือไม่จะให้นักศึกษา ทจ่ี บการศกึ ษาในสาขาพยาบาลได้รบั การบรรจุเปน็ พยาบาลวิชาชพี ทนั ที ในประเด็นดังกล่าว นายสมเดช นิลพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ให้ข้อมูลแก่นักศึกษา โดยสรุปได้ว่า ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพพยาบาลถูกกาหนดไว้ว่า ผู้ที่จบการศึกษาสาขาพยาบาลจะต้อง สอบใบประกอบวิชาชีพ จึงควรมีการนาผู้มีความรู้เกี่ยวกับการสอบใบประกอบวิชาชีพมาแนะนาให้กับ นักศึกษาพยาบาล เพ่ือการเตรียมสอบดังกล่าว ท้ังนี้ พยาบาลที่มีใบประกอบวิชาชีพ จะมีค่าตอบแทน

๗๒ มากกว่าผู้ท่ีไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ประกอบกับปัจจุบันสถานพยาบาลเอกชนมีการว่าจ้างพยาบาล จากต่างประเทศเป็นจานวนมาก จึงต้องมีการพิจารณาเร่ืองกฎหมายเก่ียวกับการประกอบวิชาชีพ พยาบาลของคนต่างชาตดิ ว้ ย อยา่ งไรกต็ ามพยาบาลของไทยมจี ุดเด่นทคี่ วามอ่อนนอ้ มถอ่ มตน ทาให้เกิด ความประทับใจของชาวต่างชาติในการเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทย ซ่ึงเป็นโอกาสท่ีจะทาให้ ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลได้รับค่าจ่างหรือค่าตอบแทนในอัตราท่ีสูงทาให้มีความก้าวหน้าในสายอาชีพ ต่อไป ๙) ตัวแทนนกั ศึกษาได้แสดงความคิดเห็นและสอบถามสมาชกิ วุฒสิ ภาในประเด็นเก่ียวกับ การท่ีในอนาคตจะมีการนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตร (Smart Farmer) ซึ่งจะ ทาให้เกิดการใช้แรงงานนอ้ ยลง จะมแี นวทางในการแก้ไขปญั หาอยา่ งไรเพอื่ ไมใ่ ห้คนตกงาน ในประเด็นดังกล่าว พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง และพลเอก ประสาท สุขเกษตร สมาชิกวุฒิสภา ได้ให้ข้อมูลแก่นักศึกษา โดยสรุปได้ว่า ปัจจุบัน เกษตรกรไทยมีจานวนประมาณ ๓.๒ ล้านคน แต่มีแนวโน้มที่จะมีจานวนลดลงเร่ือยๆ เนื่องจากคนรุ่น ใหม่ไมป่ ระสงค์ท่ีจะทาการเกษตร ประกอบกบั มีการใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานคน อย่างไรกต็ าม เหน็ ว่า หากเกษตรกรมีการปรับตัว โดยการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ เกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย และเรียนรู้ ในการนาวัตถุดิบมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์รวมทั้งเรียนรู้เก่ียวกับการประกอบธุรกิจ เพ่ือให้สามารถผลิต สนิ ค้าออกจาหนา่ ยในทอ้ งตลาด หากสามารถปรับตวั ดังทไ่ี ดก้ ล่าวมา จะทาใหเ้ กษตรกรสามารถประกอบ อาชีพได้อยา่ งม่ันคง ๑๐) ตวั แทนนกั ศกึ ษาจากคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมได้แสดงความคิดเหน็ และสอบถาม สมาชิกวุฒิสภาในประเด็นเก่ียวกับความเท่าเทียมในการประกอบอาชีพของนักศึกษาท่ีจบการศึกษา จากสภาบันตา่ ง ๆ กล่าวคือ จะมีแนวทางอยา่ งไรท่จี ะทาให้สถานประกอบการตา่ ง ๆ พิจารณาในการรับ บุคคลเข้าทางาน โดยไม่พิจารณารับเฉพาะผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาท่ีมีช่ือเสียงเข้าทางาน กอ่ น แต่ควรพิจารณาจากผ้ทู ่จี บการศกึ ษาจากทกุ สถาบนั อยา่ งเทา่ เทยี มกนั ในประเด็นดังกล่าว พลเอก ประสาท สุขเกษตร และนายสมเดช นิลพันธ์ุ สมาชิก วุฒิสภา ได้ให้ข้อมูลแก่นักศึกษา โดยสรุปได้ว่า ในปัจจุบันสถานประกอบการต่าง ๆ ไม่ได้รับบุคคล เข้าทางานโดยพจิ ารณาจากสถานศึกษา แต่พจิ ารณาจากวุฒิการศึกษาหรือสาขาที่จบการศึกษาประกอบ กบั ประสบการณ์และความสามารถในการทางาน เกย่ี วกับประเดน็ ดังกล่าว มีแนวความคิดที่จะนาเสนอ วา่ ในการรับบคุ คลเขา้ ทางาน สถานประกอบการตา่ ง ๆ ควรพิจารณาข้อมลู ในการทากิจกรรมของบคุ คล ดังกล่าวในระหว่างที่กาลังศึกษาประกอบด้วย โดยให้มหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนในการจัดทาข้อมูล หรอื การจดั ทาประวตั กิ ารทากจิ กรรม และในระหวา่ งท่กี าลังศกึ ษา นกั ศึกษาจะต้องมีการฝกึ งานในสถาน ประกอบการต่าง ๆ โดยได้รบั ค่าตอบแทนจากการฝึกงาน ท้ังนี้ แนวความคิดดังกล่าวคณะกรรมาธิการ การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา จะนาไปผลักดันเพ่ือให้สถานประกอบการ ตา่ ง ๆ ใหค้ วามรว่ มมือและสนบั สนนุ ตอ่ ไป จากนั้น พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง นายออน กาจกระโทก นางเพญ็ พักตร์ ศรีทอง และนางประยูร เหล่าสายเชื้อ สมาชกิ วุฒิสภา ไดแ้ สดงความเหน็ เพิ่มเติมต่อประเด็นดังกล่าว สรุปได้ว่า ในการจัดทาข้อมูลหรือการจัดทาประวัติการทากิจกรรมเพ่ือใช้ ประกอบการสมัครงาน ควรมีการบันทึกเก่ียวกับคุณธรรม จริยธรรม คุณงามความดี และการทา ประโยชน์เพ่ือสังคมของนักศึกษาด้วย โดยผู้ที่จะประสบความสาเร็จในสายอาชีพ ไม่จาเป็นว่าจะต้อง จบการศึกษาในระดับสูงเสมอไป แต่จะต้องนาประสบการณ์ไปใช้ในการปฏิบัติงาน ประกอบกับจะต้อง

๗๓ เป็นผู้มีจิตสาธารณะ จะทาให้บุคคลดังกล่าวสามารถประสบความสาเร็จในการประกอบอาชีพ นามา ซ่ึงความเจริญก้าวหนา้ ตอ่ ไป ในช่วงท้ายของกิจกรรม ตัวแทนนักศึกษา ได้กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการ ร่วมกิจกรรม กล่าวคือ การได้นาเสนอความคิดเห็นรวมท้ังข้อเสนอแนะในฐานะกระบอกเสียง ของนักศึกษาต่อสมาชิกวุฒิสภา เพื่อนาไปสู่การพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตของนักศึกษาซ่ึงเป็น บุคลากรที่สาคัญของชาติ ประกอบกับความรู้ท่ีได้รับสามารถนาไปปรับใช้กับการทากิจกรรมต่าง ๆ ในมหาวทิ ยาลัย รวมทง้ั นาไปปรับใชเ้ พือ่ การพัฒนาตนเอง อันจะทาใหส้ ามารถอยูร่ อดในสังคมและมีชีวิต ทีม่ ีคุณภาพตอ่ ไป จากนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศักดา บุญยืด รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุบลราชธานี ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกวุฒิสภา โดยรู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณสมาชิกวุฒิสภา ท่มี าเยีย่ มเยือนมหาวิทยาลัย และรับฟังความคิดเห็นของนักศกึ ษา เพ่ือนาไปเป็นแนวทางในการกาหนด ทศิ ทางในการพฒั นาต่อไป ต่อจากนั้น พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง ได้กล่าวสรุป และขอบคณุ คณะผู้บรหิ าร อาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัย ที่ไดใ้ ห้ความร่วมมือทาให้ กิจกรรมสาเร็จตามวัตถุประสงค์ โดยสมาชิกวุฒิสภามาด้วยมิตรไมตรี ปฏิบัติต่อทุกคนในพ้ืนท่ี อย่างเป็นกัลยาณมิตร มีความเป็นกลาง ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและความผาสุก ของประชาชนเป็นท่ีต้ัง ขอให้กาลังใจคณะผู้บริหาร อาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัย ในการรักษาคุณงามความดีต่อไป โดยเฉพาะนักศึกษาซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ขอให้รักษาสิ่งท่ีดีงาม ทบ่ี รรพชนได้สร้างไวแ้ ละขอฝากอนาคตของชาติไวใ้ หล้ ูกหลานดูแลรักษาต่อไป ภาพกจิ กรรม

๗๔ วันศุกร์ท่ี ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓ ณ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะกรรมการอานวยการ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพ้ืนท่ีพบประชาชนในกิจกรรม เย่ียมชมโครงการ ๑ ไร่ ๑ ล้าน โดยมรี ายละเอยี ดและรปู แบบของกิจกรรม ดงั น้ี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุตินันท์ ประสิทธ์ิภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กลา่ วตอ้ นรบั คณะสมาชิกวุฒสิ ภา และแนะนาคณะผบู้ ริหารของมหาวทิ ยาลยั จากน้ัน นางเสาวคนธ์ จันทร์ผ่องศรี กรรมการในคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิก วฒุ สิ ภาพบประชาชน ไดท้ าหน้าท่พี ิธีกร โดยไดเ้ รียนเชิญสมาชกิ วฒุ สิ ภาแนะนาตนเอง ในเวลาต่อมา พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ได้กล่าวเปิดกิจกรรม และกล่าวถึงวัตถุประสงค์ ที่มาของกิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบเยาวชน สรุปได้ว่า หน้าที่และอานาจ ของสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากหน้าท่ีและอานาจตามบทหลัก ได้แก่ การพิจารณาและการกลั่นกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการ ให้คาแนะนาหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่ง ยังมีหน้าที่และอานาจตามบทเฉพาะกาล กล่าวคือ หน้าที่และอานาจในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ การที่ได้มาเยี่ยมชม โครงการ ๑ ไร่ ๑ ล้าน ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นโอกาสท่ีดีในการที่จะได้นาข้อมูลและความรู้ ท่ีได้รับไปถ่ายทอดให้แก่ประชาชนในพ้ืนที่ต่าง ๆ โดยการลงพ้ืนที่พบปะประชาชนของสมาชิกวุฒิสภา ตามโครงการสมาชิกวุฒิ สภาพ บประชาชน มีการรับฟั งความคิดเห็ น และข้อเสน อแน ะ ของประชาชนในพ้ืนที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการปฏิบัติหน้าท่ีของสมาชิกวุฒิสภาตามที่กาหนด ไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีการลงพ้ืนท่ีครอบคลุมทั้ง ๗๖ จังหวัดของประเทศ มีการ แบ่งสมาชิกวุฒิสภาเพื่อรับผิดชอบในแต่ละพ้ืนที่ เพ่ือสร้างความคุ้มเคยกับประชาชน ในส่วน คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชนซึ่งให้ความสาคัญกับการพบปะเยาวชน จากการลงพ้ืนที่ทาให้ทราบว่า เยาวชนส่วนใหญ่ยังมีความอ่อนน้อมถ่อมตน เคารพครูอาจารย์ ซึ่งเป็น สิ่งที่นา่ ยนิ ดเี ปน็ อยา่ งยิง่ ภาพกิจกรรม

๗๕ จากนั้น เป็นกิจกรรมรับฟังบรรยายสรุปโครงการ ๑ ไร่ ๑ ล้าน “โครงการปลาดุกบิ๊กอุยเพ่ิม กรดไขมันทีไ่ ม่อิ่มตัวสูง พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ภายใตโ้ มเดล : ไบโอฟลอค (Biofloc) โดย รศ.ดร.ธนาทิพย์ แหลมคม รองคณะบดีฝ่ายวิชาการของคณะเกษตรศาสตร์ มีรายละเอียดสรุปได้ ดงั น้ี จากสภาพปัญหาการเล้ียงปลาดุกของเกษตรกรโดยท่ัวไป มีการเลี้ยงอย่างหนาแน่น ต้องพึ่งพา สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ มีการใช้ไส้ไก่ในการเลี้ยงซึ่งไม่ปลอดภัยกับผู้บริโภค ทาให้ประสบปัญหา ราคาตกต่า มหาวิทยาลัยจึงได้ปรึกษากับประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งได้รับคาแนะนาว่า หากสามารถผลิตปลาดุกที่เป็นอาหารปลอดภัยได้ โดยใช้พ้ืนที่เลี้ยงจานวนจากัด กล่าวคือ การเล้ียง ในระบบถังพลาสติก จะทาให้เกษตรกรสามารถพัฒนาผลผลิตและสามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรได้ เบ้ืองต้นคณะเกษตรศาสตร์ได้ไปประชุมร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาดิจิทัล เพอ่ื พัฒนาเศรษฐกจิ แหง่ ประเทศไทย ร่วมกับสมาคมตลาดสดแหง่ ประเทศไทย เพือ่ รว่ มกนั ในการพัฒนา อาชีพการเลี้ยงปลาดกุ ต้ังแตข่ นั้ ตอนการผลติ การแปรรปู และการจาหน่าย โดยมรี ายละเอยี ด ดังนี้ ๑. การเลี้ยงปลาในระบบไบโอฟล็อคมีความเหมาะสมสาหรับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเกษตรกร/ผ้ปู ระกอบการ/ผู้สงู อายุ สามารถพฒั นาทกั ษะการเล้ยี งปลา (upskill) เพือ่ พฒั นาอาชพี ได้ อีกทงั้ ระบบไบโอฟลอ็ คสามารถลดความเสยี่ งจากการเล้ียงปลาในบ่อดนิ และกระชัง ๒. การจัดระบบถังไบโอฟล็อคใช้พื้นท่ีไม่มากและไม่ต้องทางานกลางแจ้ง การเล้ียงปลาดุก บกิ๊ อุยได้อย่างหนาแน่น (๕๐๐ ตัวต่อน้า ๑ ตัน) การจัดการระบบน้าและอาหารปลาได้สะดวก โดยการ เลี้ยงปลาดุกบ๊ิกอุยในระบบไบโอฟล็อคจนถึงขนาดท่ีจับขายได้ ประกอบกับผู้เลี้ยงดูแลระบบน้าได้ง่าย และสามารถใชป้ ระโยชนเ์ พ่ือการเกษตรอนื่ ได้ รวมทั้งยังเปน็ การลดแรงงานในการจับผลผลติ ภาพประกอบ

๗๖ จากนั้น เป็นกิจกรรมรับฟังบรรยายสรุปโครงการจัดสร้างโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) ด้านอาหาร เพื่อให้บริการและยกระดับมาตรธานการผลิตแก่ผู้ประกอบการ SMEs (โรงงานแปรรูป เน้ือสัตว์แห่งแรกในพ้ืนท่ีภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้) โดย ผศ.ดร.อารีรัตน์ ลุนผา ผู้ช่วย ผู้อานวยการโครงการอุทยานวทิ ยาศาสตร์ มีรายละเอยี ดสรปุ ได้ ดงั น้ี ๑. โรงงานต้นแบบได้จัดสร้างขึ้นในพ้ืนที่โครงการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัย อุบลราชธานี ในพ้ืนทป่ี ระมาณ ๒๐๐ ไร่ มีพ้นื ที่ก่อสร้างประมาณ ๘๗ ไร่ ประกอบด้วยโรงงานต้นแบบ ๓ หลัง ได้แก่ โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ โรงงานแปรรูปผักและผลไม้ โรงงานผลิตเกี่ยวกับสมุนไพร และเครือ่ งสาอาง ๒. การให้บริการของโรงงานต้นแบบ เช่น การให้บริการผลิต ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Pilot Scale) การให้เช่าใช้งานเครื่องจักร การให้บรกิ ารวิจัย การให้บริการคาปรึกษาแนะนาดา้ นต่าง ๆ เปน็ ต้น ๓. ศักยภาพการผลิตของโรงงานต้นแบบ เช่น การผลิตไส้กรอกสด ไส้กรอกแห้ง ไส้กรอก รมควนั ผลิตภณั ฑเ์ น้อื สัตว์อนื่ ๆ เปน็ ต้น ๔. กิจกรรมด้านการให้บริการผู้ประกอบการ เช่น การให้บริการบริษัท เมดิเฮิร์บ จากัด ในการทาผลิตภัณฑ์ต้นแบบออกทดสอบตลาด การให้บริการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อสุขภาพ แบรนด์ Pumpkin ในการแปรรูปซุปฟักทองพร้อมทาน เพ่ือมอบให้กับผู้ประสบปัญหา ในช่วงท่ีมสี ถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 เปน็ ตน้ ภาพประกอบ

๗๗ **************************************************

บทที่ ๓ การประเมินผลการดาเนินงาน การลงพื้นที่ ของคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เพ่ือรับฟัง ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนนั้น ไดม้ ีการประเมินผลการดาเนินงาน เพื่อท่ีจะทาให้ทราบถึงผลสัมฤทธ์ิตามวัตถุประสงค์ของโครงการ รวมท้ังเพ่ือเป็นข้อมูลในการพัฒนา รปู แบบและรายละเอยี ดในการลงพนื้ ท่ใี นโอกาสต่อไป โดยมีรายละเอียด ดงั ตอ่ ไปน้ี ๑. ผลการประเมินจากการลงพื้นท่ีพบเยาวชน ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันพฤหัสบดีท่ี ๒๒ สงิ หาคม ๒๕๖๒ ณ โรงเรยี นเบญจมราชรงั สฤษฎ์ิ จังหวัดฉะเชิงเทรา จานวนผู้เขา้ ร่วม ๑๐๐ คน ๒. ผลการประเมินจากการลงพื้นท่ีพบเยาวชน ณ จังหวัดเชียงราย ในวันพุธท่ี ๑๑ สงิ หาคม ๒๕๖๒ ณ โรงเรยี นสหศาสตรศ์ กึ ษา จังหวดั เชยี งราย จานวนผู้เขา้ ร่วม ๑๗๐ คน

๗๙ ๓. ผลการประเมินจากการลงพื้นท่ีพบเยาวชน ณ จังหวัดนราธิวาส ในวันพฤหัสบดีท่ี ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ มหาวิทยาลัยนราธวิ าสราชนครนิ ทร์ จานวนผูเ้ ข้าร่วม ๔๘ คน ๔. ผลการประเมินจากการลงพื้นที่พบเยาวชน ณ จังหวัดขอนแก่น ในวันพฤหัสบดีท่ี ๒๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ ณ วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาขอนแก่น จงั หวดั ขอนแก่น จานวนผู้เขา้ รว่ ม ๑๕๕ คน

๘๐ ๕. ผลการประเมินจากการลงพ้ืนที่พบเยาวชน ณ จังหวดั อุดรธานี ในวนั ศกุ ร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ ณ วทิ ยาลยั การอาชพี หนองหาน จงั หวดั อุดรธานี จานวนผเู้ ข้ารว่ ม ๑๖๐ คน การประเมนิ ความร้คู วามเขา้ ใจเก่ียวกบั สมาชกิ วฒุ สิ ภา ข้อคาถาม : ก่อนท่ีท่านจะได้พบกับสมาชิกวุฒิสภาท่านได้รับความรู้เก่ียวกับหน้าที่และอานาจของ สมาชิกวุฒิสภาในระดับใด ข้อคาถาม : หลังจากท่านได้พบกับสมาชิกวุฒิสภาท่านได้รับความรู้เก่ียวกับหน้าท่ีและอานาจของ สมาชิกวฒุ ิสภาในระดบั ใด

๘๑ การประเมนิ ความพงึ พอใจทม่ี ีตอ่ สมาชิกวฒุ สิ ภา ขอ้ คาถาม : สมาชิกวุฒสิ ภามีความเปน็ กันเอง มมี ิตรไมตรี และมีความเปน็ กลั ยาณมิตร ข้อคาถาม : ท่านมคี วามพึงพอใจในการพบปะสมาชกิ วุฒสิ ภา ขอ้ คาถาม : อยากให้มกี ารจัดโครงการสมาชกิ วุฒสิ ภาพบประชาชนอีก

๘๒ ๖. ผลการประเมินจากการลงพ้ืนที่พบเยาวชน ณ จังหวัดเพชรบุรี ในวันพุธที่ ๒๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรุ ี จังหวัดเพชรบุรี จานวนผเู้ ข้ารว่ ม ๒๓๑ คน การประเมนิ ความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั สมาชกิ วฒุ สิ ภา ข้อคาถาม : ก่อนท่ีท่านจะได้พบกับสมาชิกวุฒิสภาท่านได้รับความรู้เกี่ยวกับหน้าท่ีและอานาจของ สมาชกิ วฒุ ิสภาในระดับใด ข้อคาถาม : หลังจากท่านได้พบกับสมาชิกวุฒิสภาท่านได้รับความรู้เกี่ยวกับหน้าท่ีและอานาจของ สมาชกิ วฒุ สิ ภาในระดบั ใด

๘๓ การประเมินความพึงพอใจท่ีมีต่อสมาชกิ วฒุ สิ ภา ขอ้ คาถาม : สมาชกิ วฒุ ิสภาใหค้ วามรู้ในเร่อื งบทบาทหน้าที่ส.ว. ไดช้ ดั เจน ข้อคาถาม : สมาชกิ วุฒสิ ภาให้ความรูใ้ นเรอื่ งยทุ ธศาสตร์ชาตไิ ด้ชดั เจน ขอ้ คาถาม : สมาชกิ วฒุ ิสภามีมิตรไมตรี และมีความเปน็ กลั ยาณมิตร

๘๔ ขอ้ คาถาม : ท่านมีความพงึ พอใจท่สี มาชกิ วุฒสิ ภามาพบ ข้อคาถาม : อยากใหม้ ีการจัดโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชนอกี ๗. ผลการประเมินจากการลงพื้นที่พบเยาวชน ณ จังหวัดนครปฐม ในวันพฤหัสบดีท่ี ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครปฐม จงั หวัดนครปฐมจานวนผูเ้ ขา้ รว่ ม ๔๓๕ คน

๘๕ การประเมนิ ความรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกบั สมาชกิ วฒุ ิสภา ข้อคาถาม : ก่อนที่ท่านจะได้พบกับสมาชิกวุฒิสภาท่านได้รับความรู้เก่ียวกับหน้าที่และอานาจของ สมาชิกวุฒิสภาในระดบั ใด ข้อคาถาม : หลังจากท่านได้พบกับสมาชิกวุฒิสภาท่านได้รับความรู้เก่ียวกับหน้าท่ีและอานาจของ สมาชกิ วฒุ ิสภาในระดับใด การประเมนิ ความพึงพอใจทม่ี ีต่อสมาชกิ วฒุ ิสภา ข้อคาถาม : สมาชกิ วุฒิสภาใหค้ วามรู้ในเร่ืองบทบาทหน้าที่ ส.ว. ไดช้ ดั เจน

๘๖ ข้อคาถาม : สมาชกิ วฒุ สิ ภาใหค้ วามรใู้ นเรอื่ งยุทธศาสตรช์ าตไิ ดช้ ดั เจน ขอ้ คาถาม : สมาชกิ วฒุ สิ ภาให้ความร้ใู นเรื่องอืน่ ๆ เพมิ่ เตมิ มากน้อยเพียงใด ข้อคาถาม : สมาชิกวฒุ สิ ภามมี ิตรไมตรี และมีความเป็นกัลยาณมติ ร

๘๗ ข้อคาถาม : ท่านมีความพงึ พอใจทีส่ มาชกิ วุฒสิ ภามาพบ ข้อคาถาม : อยากให้มกี ารจดั โครงการสมาชกิ วุฒสิ ภาพบประชาชนอกี

บทที่ ๔ บทสรปุ และขอ้ เสนอแนะ ๔.๑ ประเดน็ ปัญหาและข้อเสนอแนะทีไ่ ดร้ ับและแนวทางการดาเนินการ จากการดาเนนิ งานของคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชกิ วฒุ ิสภาพบประชาชนในฐานะ สมาชิกวุฒสิ ภาซึ่งเป็นผแู้ ทนของปวงชนชาวไทย ที่มีหนา้ ท่แี ละอานาจในการพิจารณาและการกลน่ั กรอง กฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูป ประเทศ โดยเฉพาะการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศกึ ษา ประกอบกับหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการฯ จึงมีการรับฟังสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะเก่ียวกับการศึกษาจากนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะของประชาชนในประเด็นต่าง ๆ เพื่อนามาเปน็ ข้อมูลประกอบการดาเนินการตามหน้าทแี่ ละอานาจ ดงั นี้ ๔.๑.๑ ประเดน็ ข้อเสนอแนะเกย่ี วกับการศกึ ษา จากการลงพื้นท่ีพบปะเยาวชน ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ของคณะกรรมการ อานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ทาให้ทราบถึงสภาพปัญหา รวมท้ังความคิดเห็น และขอ้ เสนอแนะเกี่ยวกบั การศึกษาในภาพรวม ดงั นี้ ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะของนักเรียน นกั ศึกษา ๑. ประเด็นความเหลือ่ มลาทางการศกึ ษา ๑) นักเรียนในต่างจังหวัดหรือจังหวัดที่มีพื้นที่ห่างไกลมีความรู้สึกว่า การเรียน การสอนของโรงเรียนในต่างจังหวัดมีคุณภาพด้อยกว่าโรงเรียนในกรุงเทพฯ การเข้าถึงแหล่งความรู้ หรือการเรียนเสริมเพ่ิมเติมยังไม่เท่าเทียมกับนักเรียนในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ ๆ ซ่ึงมีผลต่อการ แข่งขนั เพ่ือเข้าศึกษาในระดบั มหาวิทยาลยั ๒) นักเรียนสายศิลปศาสตร์ – สังคม มีความรู้สึกว่า โรงเรียนให้ความสาคัญ กับการเรียนในสายดังกล่าวน้อยเกินไป แต่ไปมุ่งเน้นให้ความสาคัญเฉพาะสายวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ในการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยนักเรียนสายศิลป์ มีความเสียเปรียบนักเรียน สายวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ นักเรียนต้องการให้การจัดการศึกษาของรัฐบาลควรเปิดพื้นท่ีให้กับ คนเรียนไม่เก่ง ได้มกี จิ กรรมตามความถนัดหรือตามทีน่ ักเรียนอยากรอู้ ยากจะทา ๓) การจัดการศึกษาบางอย่างในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทก์ เนื่องจากยังมีความ เหล่ือมล่าทั้งในด้านฐานะ และภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน อุปกรณ์การเรียนการสอนมีความ แตกต่างกนั ๒. ประเด็นการจัดหลักสตู รการเรียน การสอน ๑) สภาวการณ์ของนักเรียนมีความเครียด มีหลายคนที่มีอาการซึมเศร้า โดยครู ไม่สามารถช่วยเหลือได้ท้ังหมด เพื่อน ๆ ช่วยได้เพียงการปลอบใจ บางคนต้องพบแพทย์รับประทานยา สาเหตุน่าจะมาจากสภาพปัญหาทางครอบครัว และปัญหาเก่ียวกับการเรียน เนื่องจากโรงเรียนจัดการ เรียนท่ีเป็นวิชาการมากเกินไป (เพ่ือสอบแข่งขัน นักเรียนมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ – ๖) ทาให้นักเรียน มีความเครียด ไม่ไดจ้ ัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกบั ความถนัดและทักษะของนักเรยี น โดยควรเน้น การเรยี นการสอบแบบ “ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู้” ๒) เยาวชนตอ้ งการใหม้ หาวทิ ยาลัยอานวยความสะดวกเก่ยี วกบั อุปกรณก์ ารเรยี น การสอน เช่น อุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เป็นต้น พร้อมท้ัง การพัฒนาหลักสูตรท่ี ตอบสนองความต้องการของนักศึกษา และเสนอแนะให้มหาวิทยาลัยมีการจัดการเรื่องการส่ือสารและ ภาษาถ่ินอยา่ งเหมาะสม

๘๙ ๓) ในเรื่องการสนับสนุนด้านกีฬา เยาวชนมองว่ารัฐบาลควรสนับสนุนโครงการ ด้านกีฬาและบุคลากรดา้ นกฬี าอย่างต่อเน่อื ง - ๔) ควรใหค้ วามสาคัญกับการศกึ ษาภาคบังคับอยา่ งจริงจัง ๓. ประเด็นคณุ ภาพในการเรียน การสอน ๑) ครมู ีภาระมาก ไม่คอ่ ยอยู่ในห้องสอน มงี านอ่ืนทามาก ครไู มส่ อนตามศกั ยภาพ ของนักเรียน เพราะนักเรียนแต่ละคนมีการรับรู้และความต้องการแตกต่าง จึงมีความประสงค์ที่จะให้ รฐั บาลส่งเสรมิ “โครงการคนื ครสู หู่ อ้ งเรยี น” ๒) ควรให้ครูมีเวลาในการสอนนักเรียนมากกว่าการทาผลงานเอกสาร หรือการ ประเมินโรงเรียน ๓) ครูควรให้คาแนะนาหรือให้ข้อมูลในการตัดสินใจเลือกอาชีพให้สอดรับกับ การปฏิวัติอุตสาหกรรม ๔.๐ ซึ่ง Internet of Things และ Artificial Intelligence เข้ามามีบทบาท สาคญั เพ่อื ให้สอดคลอ้ งกบั การทีน่ กั เรียนมีความใฝ่ฝัน และแรงบันดาลใจตอ่ การเลอื กอาชพี ในอนาคต ๔. ประเดน็ เก่ยี วกบั การสร้างงานหรืออาชพี ทร่ี องรบั ภายหลังจากจบการศกึ ษา ๑) เยาวชนเสนอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องการสร้างงาน สร้างอาชีพ เน้นวิชาชีพ โดยมีสถาบันฝึกสอนโดยตรง เน้นให้ความรู้ด้านการศึกษา เพ่ิมช่องทางในการค้าขาย และการแปรรูป ผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างอาชพี ให้กบั เยาวชนและประชาชน ซ่ึงจะช่วยลดปญั หาการว่างงาน และการย้ายถิ่น ฐานไปทางานที่กรุงเทพมหานคร ๒) เยาวชนต้องการให้มีการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ การเพิ่ม มูลค่าสินค้าเกษตร และการยกระดับวิถีชีวิตในชุมชน/สินค้าเกษตรภายในชุมชนให้เป็นสินค้าส่งออก ทีส่ ร้างรายได้ใหก้ ับชุมชนได้ ๓) เมอ่ื จบการศกึ ษาแลว้ ควรมงี านรองรบั โดยได้รบั การสนบั สนนุ จากภาครฐั ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ๑. ประเด็นนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกบั การศึกษา ๑) นโยบายทางศึกษามีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยคร้ัง เนื่องจากสถานการณ์ ทางการเมืองทมี่ ีการเปลย่ี นแปลงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ ทาใหก้ ารดาเนินการตามแผนงาน เดิมที่กาหนดไมท่ ันแล้วเสรจ็ ก็มีแนวนโยบายใหม่ออกมาใหป้ ฏิบตั ิต่อ ทาให้ครไู ม่มเี วลาในการที่จะสอน นกั เรียนได้อย่างแท้จรงิ แต่ตอ้ งคอยศกึ ษาเกย่ี วกบั แนวนโยบายและแผนงานเพื่อใหส้ อดคล้องกบั นโยบาย ทางการศกึ ษาทถ่ี กู กาหนดใหม่ ๒) การปรับเปล่ียนโครงสร้างการกากับดูแลโรงเรียน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการ กาหนดให้มีสานักงานเขตมัธยมศึกษาเป็นหน่วยท่ีทาหน้าทก่ี ากับดแู ลโรงเรยี นมัธยม แต่ปัจจบุ นั ไดม้ ีการ แต่งต้ังศึกษาธิการจังหวัดข้ึนมา ทาให้ทั้ง ๒ หน่วยงานมีหน้าที่และอานาจที่ซ้าซ้อนกัน การรับแนว ทางการดาเนินงานของโรงเรียนก็เป็นไปอย่างสับสน รวมท้ังอานาจของศึกษาธิการจังหวัดมีบทบาท เข้ามาในการกาหนดการประเมินเพื่อพิจารณาเงินเดือนของครู ทาให้โรงเรียนขาดเอกภาพในการ ดาเนินงาน ๓) การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ซ่ึงในปัจจุบันมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการ ให้ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก โดยในประเด็นดังกล่าวนี้อาจจะมองได้ว่าเมื่อมีการประเมินผลการศึกษา ด้วยระบบ O - NET ทาให้นักเรียนตามพ้ืนที่ต่าง ๆ มุ่งท่ีจะเข้าสู่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงโดยหวังว่า จะสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาท่ีมีคุณภาพ ทาให้โรงเรียนในชุมชนและท้องถิ่นไม่ได้รับความสนใจ ซง่ึ ปญั หาดังกลา่ วย่อมท่ีจะกระทบต่อครูและนักเรียนโดยตรง โดยเฉพาะในเร่ืองค่าใช้จา่ ยในการเดินทาง โดยแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากการท่ีจะต้องเพิ่มศักยภาพและความเท่าเทียม ทางการศึกษา อาจจะต้องมีการปรับหลักเกณฑ์เพื่อกาหนดให้แต่ละโรงเรียนให้มีจานวนขั้นต่าและขั้น

๙๐ สูงสุดของจานวนนักเรียนที่พึงมีแต่ละโรงเรียน เพื่อให้เกิดการกระจายนักเรียนไปยังโรงเรียนชุมชน และทอ้ งถิน่ ๔) ปัญหาการประเมินครูและหลักสูตรมีจานวนมากเกินไป ตลอดจนควรมีการ เพ่ิมอัตราภารโรงและลูกจ้างประจาให้แก่โรงเรียน เพ่ือเป็นการแบ่งเบาภารกิจของครูให้สามารถมีเวลา จดั การเรยี นการสอนให้แก่นกั เรียนได้อย่างจริงจงั ๕) ปัญหาเก่ียวกับการอนุญาตให้บุคคลท่ีไม่ได้จบการศึกษาด้านวิชาชีพครู โดยเฉพาะมีสิทธิในการสอบเขา้ มาเป็นครู แล้วคอ่ ยไปศึกษาตอ่ ให้ได้มาซึ่งใบประกอบวิชาชีพครู อาจจะ ทาให้บุคคลดังกล่าวขาดจิตวิญญาณความเป็นครูท่ีแท้จริง มุ่งแต่ผลสัมฤทธ์ิของตนเอง โดยไม่คานึงถึง ภาพรวม ๖) การทาวิทยาฐานะของข้าราชการครู ซ่ึงทาให้ประสบความลาบากมาก จากกฎเกณฑก์ ารประเมินท่กี ระทรวงศึกษาธกิ ารกาหนด ๒. ประเด็นการจดั สรรงบประมาณและบุคลากรใหก้ บั สถานศึกษา ๑) งบประมาณของโรงเรียนที่ได้รับจัดสรรแบบรายหัว ไม่สอดคล้องกับสภาพ เศรษฐกจิ ในปจั จบุ ัน ๒) ขาดแคลนครูท่ีมีความเช่ียวชาญด้านภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในพื้นที่เขต เศรษฐกจิ พเิ ศษภาคตะวันออก (EEC) ซงึ่ ภาษาดังกลา่ วมคี วามสาคัญมาก ๓) การปฏิรูปกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้มุ่งเน้นไปท่ีการพัฒนาสถานศึกษา ให้เปน็ นิติบุคล เพื่อความคล่องตัวรวดเร็วในการดาเนินงาน รวมถึงการกระจายอานาจด้านงบประมาณ และการบริหารบุคลากร การจัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนคุณภาพประจาตาบล เกี่ยวกับอาคาร สถานที่ รวมถึงจานวนครูและบุคลากรให้เพียงพอ และโรงเรียนขนาดเล็กไม่มีผู้บริหาร เน่ืองจากถูกตัด ตาแหน่งไป ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการบริหารจัดการภายในสถานศึ กษา โรงเรียนและชุมชน ขาดแคลนน้าเพ่ือใช้ในการอุปโภคและบริโภค จึงขอให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือโดยการขุดเจาะบ่อน้า บาดาล และขุดลอกหนองน้าสาธารณะใหส้ ามารถกกั เก็บนา้ ใชไ้ ด้ตลอดทั้งปี ๔) การที่สถาบนั อาชวี ศึกษาตอ้ งนาเงนิ อุดหนนุ มาจดั จ้างครูอตั ราจ้างพิเศษ ทาให้ งบประมาณสาหรับการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์สาหรับการเรียน การสอนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการเรียน ด้านวิชาชีพที่ต้องมุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติ ทาให้การพัฒนาทักษะความชานาญของนักศึกษามีข้อจากัด ไม่ทว่ั ถงึ ๕) กรณีสถาบันอาชีวศึกษาขาดแคลนบุคลากรครู โดยมีสาเหตุมาจากการที่ ครูลาออกกลางเทอม หรือไม่มีงบประมาณในการจ้างครูให้เพียงพอ ทาให้ต้องบริหารจัดการโดยให้ครู ดแู ลช้ันเรียนสลบั หลายชนั้ ซ่ึงหากเปน็ การเรยี นการสอนในสายสามญั ศกึ ษา อาจมปี ญั หาน้อย แต่ในสาย อาชีวะศึกษาซึ่งเน้นการฝึกปฏิบัติ ต้องมีครูคอยควบคุมด้านความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือ ดังน้ัน การให้ครดู ูแลสลบั หลายชัน้ เรียน จึงทาใหม้ ีปญั หาในการทจ่ี ะให้นกั ศึกษาได้ลงมือปฏิบตั ิ ๖) ปัญหาด้านอาคารสถานท่ีและครุภัณฑ์ ซึ่งมีไม่เพียงพอต่อจานวนนักศึกษา ที่เพ่ิมขึ้น การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักศึกษาไม่สามารถดาเนินการได้ จึงมีความจาเป็นที่จะต้องขอรับ การสนับสนุนในดา้ นดงั กลา่ ว ๓. ประเด็นคณุ ภาพชีวิตของครูและความเจรญิ ก้าวหนา้ ของครู ๑) การที่บุคลกรในสถาบันอาชีวศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ แต่เป็นครูอตั ราจ้างพิเศษ จากเงินอุดหนุนของสถานศกึ ษา ทาใหป้ ระสบปัญหาในด้านต่าง ๆ ๒) รายได้ของครูไม่เพียงพอต่ออัตราค่าครองชีพ เน่ืองจากครูอัตราจ้างพิเศษ ไดร้ ับเงินเดือนเพยี งเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท ซงึ่ เมื่อเทยี บกับค่าครองชพี ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันถอื ไดว้ ่า นอ้ ยมาก

๙๑ ๓) สืบเนื่องจากรายได้ท่ีไม่เพียงพอ ทาให้มีครูอัตราจ้างพิเศษซ่ึงสอบบรรจุ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือหน่วยงานอ่ืนได้ ลาออกจากการเป็นครูระหว่างเทอม เป็นปัญหา และอปุ สรรคในการจัดการเรยี นการสอน ๔.๑.๒ ประเดน็ ข้อเสนอแนะของประชาชนในประเด็นอ่ืน ๆ ๑. ประเด็นปญั หาท่ีดนิ ๑) ประเด็นท่ีดินทากินของประชาชนคาบเกี่ยวและประเด็นการเข้าใช้ประโยชน์ ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตอทุ ยานแห่งชาติ จึงมีความประสงค์ท่ีจะให้ภาครัฐช่วยส่งเสริมให้มี ป่าชุมชนในพื้นที่เพ่ือให้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมรักษาพื้นท่ีป่าของตนเอง รวมทั้งสามารถ ใชป้ ระโยชนใ์ นพนื้ ทปี่ ่าในพน้ื ทข่ี องตนเองไดด้ ้วย ๒) ประเด็นที่ดินทากินของประชาชนในพื้นที่ โดยประชาชนในพื้นที่ได้ทากิน และใช้ประโยชน์ในพ้ืนท่ีดังกล่าวมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งบางส่วนได้ให้ข้อมูลว่าในระหว่างที่ภาครัฐ ไดด้ าเนินการจัดทาแนวเขตปา่ สงวนแห่งชาติ ไม่ได้เปดิ โอกาสให้ประชาชนในพ้นื ที่ไดม้ สี ว่ นร่วมตลอดจน ประชาชนบางส่วนยังขาดความรู้ ความเข้าใจที่ดี เกี่ยวกับการกาหนดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทาให้ พ้ืนที่ท่ีประชาชนเคยทากินและใช้ประโยชน์ถูกผนวกเข้ากับเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบัน ส่งผลกระทบตอ่ ประชาชนในพ้นื ทห่ี ลายดา้ น อาทิ ปญั หาการเขา้ ไปใชป้ ระโยชนเ์ พอ่ื ทากินในพ้นื ท่ีปญั หา ความขดั แย้งระหว่างเจ้าหนา้ ท่ีรัฐและประชาชน ๓) ประเด็นการพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองท่ีดินของประชาชนก่อนประกาศ เขตป่าสงวนแหง่ ชาติ ซง่ึ เมือ่ ไดพ้ ิสูจนส์ ทิ ธิก์ ารครอบครองทีด่ ินของประชาชนในพน้ื ท่ีแลว้ โดยปรากฏว่า ประชาชนได้อยู่อาศัยและทากินมาก่อนการประกาศแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ควรมีการออกเอกสาร สิทธิให้แก่ประชาชน และในส่วนท่ีมาหลังประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ อาจจะมีการจัดสรรที่ดิน ในลักษณะของพ้ืนทป่ี ฏริ ปู ท่ดี ินเพอื่ การเกษตร เพ่อื ใหป้ ระชาชนไดม้ ีที่ดนิ ในการทากิน ๔) ประเด็นการจัดสรรที่ดินของสานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ไมเ่ ปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามสี ่วนรว่ มเท่าทค่ี วร ๒. ประเดน็ เกีย่ วกบั สญั ชาติ ประเด็นการได้มาซึ่งสัญชาติไทยของประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ ห่างไกล โดยประชาชนและเยาวชนบางส่วนไม่มีบัตรประชาชน ทาให้ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ รวมทง้ั ระบบสาธารณสขุ และระบบการศึกษา ๓. ประเด็นเกยี่ วกบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ ๑) ประเด็นเก่ียวกับค่าตอบแทนของบุคลากรท้องท่ี (กานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ ประจาตาบล ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)) ที่มีความรับผิดชอบในพื้นท่ีค่อนข้างกว้าง การเดนิ ทางไม่ค่อยสะดวก แต่ค่าตอบแทนของบุคลากรไม่สอดคลอ้ งกับสภาพข้อเท็จจริงและเศรษฐกิจ ในปัจจบุ ัน ๒) การเพ่ิมค่าตอบแทนผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งเมื่อเทียบกับหน้าที่อานาจและความ รบั ผิดชอบ รวมทง้ั ข้อจากดั ในการประกอบอาชีพสว่ นตัวตามกฎหมายว่าด้วยการขัดกันแหง่ ผลประโยชน์ ทาให้ไมส่ อดคล้องกับสภาพเศรษฐกจิ และค่าครองชีพ ๓) การขอให้ปรับเพ่ิมค่าตอบแทนของกานัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เน่ืองจากภาระหน้าท่ี และค่าครองชีพท่ีสูงขึ้น ดังน้ี กานัน ๑๕,๐๐๐ บาท/เดือน ผู้ใหญ่บ้าน ๑๓,๐๐๐ บาท/เดือน ผชู้ ว่ ยผู้ใหญ่บา้ น ๘,๐๐๐ บาท/เดอื น และคณะกรรมการหมู่บา้ น ควรไดร้ บั ค่าตอบแทนจาก การทางาน

๙๒ ๔. ประเดน็ เกีย่ วกับการเกษตร ๑) ประเดน็ การเข้าถงึ ขอ้ มูลอนั เป็นประโยชนต์ อ่ การประกอบอาชพี เกษตรกรรม ซึ่งประชาชนไดม้ ีการรบั รูด้ า้ นข้อมูลสารสนเทศคอ่ นขา้ งนอ้ ย ทาใหข้ าดโอกาสในการเขา้ ถึงขอ้ มลู สาคัญ ๒) ประเด็นการเข้าถึงกฎหมายและข้อมูลด้านวิชาการด้านการเกษตร ของประชาชนในพื้นท่ี ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีทีอยู่อาศัยค่อนข้าง ห่างไกล ทาใหม้ ีการรบั รู้ขอ้ มูลทางกฎหมายและวิชาการเกษตรน้อย ทาใหข้ าดความร้คู วามเข้าใจในดา้ น ดงั กล่าว รวมทั้งยงั ไม่ค่อยไดร้ บั การสง่ เสริมในประเด็นดังกลา่ วจากภาครฐั ๓) ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณโครงการขุดลอกหนองทุ่งย้ัง บ้านทุ่งยั้ง หมู่ท่ี ๔ ตาบลโพนงาม อาเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เน่ืองจากโครงการดังกล่าว เป็นโครงการท่ีเกินศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตาบลโพนงาม ทั้งน้ีเพ่ือใช้ในการอุปโภค และเป็นแหล่งน้าเพื่อการเกษตร ๔) การขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์ในการดึงน้าจากแหล่งน้าใกล้เคียงได้แก่ ท่อสง่ นา้ และระบบไฟฟ้าในการสบู น้ามาใชก้ ารเกษตร (การเพาะปลูกไมด้ อก) ๕) การขอให้ภาครัฐสนับสนุนใหข้ ยายโครงการโคกหนองนาโมเดล ๖) การขอรับการสนับสนุนระบบน้าเพื่อการเกษตร และขอความสนับสนุน การขยายตลาดสินค้าเกษตร ๔.๑.๓ แนวทางการดาเนินการของคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชน ๑) การอธิบายเพ่ือทาความเข้าใจและให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา รวมท้ังประชาชนที่มีการนาเสนอถึงสภาพปัญหาและแสดงความคิดเห็น ในประเดน็ ต่าง ๆ ๒) การนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับสภาพปัญหารวมทั้งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ที่ได้รับจากการลงพ้ืนท่ีให้คณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อดาเนินการตามหน้าท่ี และอานาจ รวมทั้งเป็นข้อมูลให้กับคณะกรรมาธิการติดตามเสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูป ประเทศ โดยเฉพาะการปฏริ ูปประเทศดา้ นการศกึ ษา ๔.๒ สรปุ ภาพรวมและข้อเสนอแนะเพ่อื พัฒนารปู แบบการดาเนินโครงการ การลงพื้นที่ของคณะกรรมการฯ ในช่วงแรก โดยเฉพาะการลงพื้นที่ในจังหวัดแพร่ ณ โรงเรียน นารีรตั น์ โรงเรียนพิริยาลัย และโรงเรียนเทศบาล วดั เหมืองแดง มีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือพิจารณาหาแนวทาง และวิธีการในการลงพ้นื ที่ของสมาชิกวุฒิสภาในการพบปะกลุ่มเป้าหมายนักเรยี นและเยาวชน ซึง่ การลง พื้นที่ในคร้ังดังกล่าวพบวา่ รูปแบบการรับรู้ปัญหาและความคิดเห็นของเด็กนักเรียนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็กมีส่วนร่วมและกล้าแสดงออก เช่น การแข่งขันถาม – ตอบ เป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่ต้องใช้ วิทยากร ผู้เช่ียวชาญเฉพาะท่ีเข้าใจจิตวิทยาของเด็ก ด้วยวัยที่ต่างกันระหว่างสมาชิกวุฒิสภาและเด็ก รวมท้ังการลงพ้ืนที่ควรมีการประชาสัมพันธ์ก่อนลงพื้นที่ และระหว่างการลงพื้นท่ี เพื่อให้ประชาชน ในพ้นื ทไ่ี ดร้ บั ทราบถงึ การลงพน้ื ท่ีของสมาชิกวุฒสิ ภา การเตรียมการ ควรมกี ารประชมุ วางแผนและเตรียมการล่วงหนา้ ประเดน็ ปัญหาทตี่ อ้ งการทราบ กาหนดกลุ่มเป้าหมาย วิธีการเข้าหากลุ่มเป้าหมาย จัดวิทยากร ทีมงา นสนับสนุนวางแผน การประชาสัมพันธ์ ก่อน ระหว่าง และหลังการลงพ้ืนท่ี โดยรูปแบบการดาเนินการ ควรแบ่งกิจกรรม ออกเป็น ๓ ส่วน คือ ๑) การจัดกิจกรรม เพ่ือสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชน เยาวชน นักเรียน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook