ของแถม: การทางานของตบั (Liver) 25 Inferior vena cava Aorta Hepatic artery ตับ เป็นอวัยวะที่มีบทบาทสาคัญท่ี Gall bladder Portal vein หลากหลายตอ่ รา่ งกาย ตบั มีโครงสร้างเกี่ยวข้อง กับหลอดเลือดต่าง ๆ ทาหน้าท่ีกาจัดของเสีย หรือสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย นอกจากน้ี ส่วนล่างของตับมีส่วนท่ีเรียกว่า ถุงน้าดี (Gall bladder) ทาหน้าที่เก็บน้าดี (Bile salt) ซ่ึงช่วยในการแตกตัวของไขมัน ทาให้เกิด กระบวนการย่อยไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น Common bile duct
ของแถม: การทางานของตับ (Liver) 25 นา้ ดี นน้ั จะถกู หลงั่ จากถงุ นา้ ดีผา่ นทอ่ นา้ ดไี ปยังลาไสเ้ ลก็ ท่ซี ึง่ เกดิ การย่อยสารอาหารประเภทไขมันนัน่ เอง โดยทางาน ร่วมกบั เอนไซมท์ ช่ี อ่ื ว่า ไลเปส (Lipase)
3
48 1. ควบคมุ ความเปน็ กรด-เบสในรา่ งกาย 2. ควบคมุ ปรมิ าณนาใ้ นรา่ งกายใหส้ มดลุ 3. ควบคมุ ปรมิ าณสารทเ่ี ปน็ พษิ ตอ่ รา่ งกาย 4. ควบคมุ ปรมิ าณสารทม่ี มี ากเกนิ ความตอ้ งการ
ของเสียคืออะไร ?
48 ไตเป็นอวัยวะขับถ่ายที่สาคัญของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านมท่ัวไป ไตเป็นอวัยวะคู่ รูปร่างเหมือนเมล็ดถ่ัว เป็นอวัยวะท่ีมีเลือดมาเลี้ยงถึง 20% ของการบีบตัวของหัวใจหนึ่งครั้ง หน้าท่ี ของไต คือ กรองของเสียออกจากเลือด ช่วยกาจัดสารบางอย่าง ไตมีหน่วยย่อยสุดคือ Nephron หรือ หน่วยไต และมเี น้อื เย่อื 2 ชั้นคือ Renal cortex : ไตช้นั นอก Renal medulla : ไตชัน้ ใน
48 หลอดเลอื ดทน่ี เลอื ดมายงั ไต เปน็ หลอดเลือดทีอ่ อกจากหวั ใจ จะนาสารท่มี ีประโยชน์และสารที่ ต้องการกาจัดออก ส่งเข้าสู่หน่วยไตทางหลอดเลือดฝอย หน่วยไตจะทาหน้าที่กรองสารออกจากเลือด แร่ธาตุ และสารบางชนิดท่ีเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และน้าบางส่วนจะถูกผนังของหน่วยไตดูดซึม กลบั คนื มายงั หลอดเลือดฝอย ส่วนของเสียอื่น ๆ รวมกันเรียกว่า น้าปัสสาวะ (urine) จะถูกส่งไปตาม ท่อไตเขา้ สกู่ ระเพาะปัสสาวะ หน่วยไต : Nephron
44 ในหน่ึงวนั เราควรบรโิ ภคอาหารทมี่ โี ซเดยี ม (Na+) ไมเ่ กนิ วนั ละประมาณ 2,000 มลิ ลกิ รมั ร่างกายได้มอบหมายหนา้ ทสี่ าคัญอย่างการควบคมุ ปริมาณเกลอื หรือโซเดียมในรา่ งกายให้กับ ไต และมอบหมายการทาหน้าท่ีควบคุมสมดุลน้าให้กับต่อมใต้สมอง ซึ่งท้ัง 2 ทาหน้าท่ีประสานกันอย่าง ลงตัว ทาให้เมื่อร่างกายของเรากินเค็มจนล้ินชามากเกินไป ไตจะรับรู้ว่าถึงเวลาแล้วสินะท่ีต้องจัดการ ไตจึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังต่อมใต้สมองเพื่อขอน้าเข้ามาเจือจาง จึงสั่งการให้เราหิวกระหาย ตอ้ งการด่มื นา้ มากเปน็ พเิ ศษ บะหมก่ี ง่ึ สาเรจ็ รูปแบบถว้ ย เครอ่ื งปรุงรสตา่ ง ๆ ขนมขบเคย้ี ว/อาหารแปรรูปตา่ ง ๆ (ประมาณ 1,600 – 2,200 มก.)
อาการผิดปกตเิ กีย่ วกับการขับถ่ายโดยไต 48 1. เบาหวาน (Diabetes mellitus) เกิดจากตับออ่ นไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้มาก พอมาควบคุมระดับน้าตาลในเลือดให้ปกติ ท่อหน่วยไตตอนต้นไม่สามารถดูดน้าตาลกลับคืน เขา้ ส่เู ลอื ด จงึ มีนา้ ตาลกลโู คสปนออกมากับปัสสาวะ 2. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งปนเปื้อนจาก อจุ จาระ จะปัสสาวะบ่อย 3. โรคนิ่ว ทั้งนิ่วในไตหรือท่อไต และนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เกิดจากตะกอนขางแร่ธาตุใน ปัสสาวะไม่ละลายแต่รวมตัวกันเป็นก้อน ไปอุดตามทางเดินปัสสาวะ รักษา ใช้ยา หรือการ ผ่าตัด หรือการสลายนิว่ 4. โรคไตวาย (Renal failure) เป็นภาวะที่ไตสูญเสียหน้าที่การทางาน มีการสะสมของเสีย ตอ้ งใชย้ าหรอื ฟอกเลอื ด หรือใชไ้ ตเทียม
1. 48 ผิวหนงั ทาหนา้ ท่ีกาจดั เหงอ่ื (sweat) ประกอบด้วยนา้ และแรธ่ าตุเป็นส่วนใหญ่ มียูเรียเล็กน้อย เหง่ือถูกลาเลียงผ่าน หลอดเลือดในชั้นผิวหนังแท้มารวมกันในต่อมเหง่ือ แล้วระเหย ออกนอกร่างกาย 2. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับน้า ซึ่งเกิดจากการเผา ผลาญอาหารภายในเซลลจ์ ะแพร่เขา้ สเู่ ลอื ด แล้วเลอื ดจะลาเลยี ง แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดก์ ับนา้ ไปยังปอด เมื่อถึงปอดจะแพร่เข้า สู่ถงุ ลมในปอด และขับออกส่ภู ายนอกโดยลมหายใจออก
48 3. อาหารท่ีเหลอื จากการยอ่ ยและดูดซึมแล้ว จะผ่านเข้าสู่ลาไส้เล็ก ในลาไส้ใหญ่มีแบคทีเรีย จานวนมาก มบี างชนิดท่ีสังเคราะห์วิตามินเคและ วิตามินบี 12 เซลล์ที่บุผนังลาไส้ใหญ่สามารถดูด น้า แร่ธาตุ วิตามิน และกลูโคส จากกากอาหาร เข้ากระแสเลอื ด ซง่ึ สว่ นใหญ่เปน็ นา้ จงึ ทาให้กาก อาหารขน้ ขึน้ จนเปน็ กอ้ นอจุ จาระ
4
อวัยวะท่เี กีย่ วของกับระบบหมนุ เวยี นเลือด 48 ห้องบนขวา ห้องบนซา้ ย (Right atrium) (Left atrium) ห้องลา่ งขวา หอ้ งลา่ งซ้าย (Right ventricle) (Left ventricle) หวั ใจ เปน็ อวยั วะท่สี าคัญ ตง้ั อยบู่ ริเวณทรวงอกของมนุษย์ ทาหน้าท่ีเสมือนเครือ่ งสูบฉีด ทาให้เกิดแรงดันให้แก๊สไหลไปกับ เลอื ดไปยงั สว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย เกดิ การแลกเปลย่ี นแก๊ส
โครงสรา้ งของหวั ใจ (Heart structure) 48
อวยั วะทเ่ี ก่ียวของกบั ระบบหมุนเวยี นเลอื ด 48 หลอดเลือด ทาหน้าที่นาเลือดออกจากหัวใจ นาเลือดกลับสู่หัวใจ และนา เลือดไปเลี้ยงตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งหลอดเลือดสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด ตามลกั ษณะการลาเลยี งเลอื ด
หลอดเลอื ดอารเ์ ตอรี (Artery) หรือหลอดเลือด 32 แดง เป็นหลอดเลือดที่นาเลือดออกจากหัวใจ หลอด เลอื ดแดงทมี่ ีขนาดใหญ่ทส่ี ดุ เรียกว่า เอออรต์ า (Aorta) หลอดเลือดเวน (Vein) หรือหลอดเลือดดา เป็น หลอดเลือดที่นาเลือดจากอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย กลับเขา้ สูห่ วั ใจ หลอดเลอื ดฝอย (Capillaries) เปน็ หลอดเลอื ดที่ เชื่อมระหว่างปลายหลอดเลือดอาร์เตอรีเล็กกับปลาย หลอดเลอื ดเวนเล็ก
เลือด (blood) เป็นของเหลวที่ทาหน้าที่นาแก๊ส สารอาหาร หรือลาเลียงสารต่าง ๆ 48 ไปยังอวัยวะหรือเซลล์ตา่ ง ๆ ภายในรา่ งกาย เลอื ดประกอบด้วยองคป์ ระกอบท่สี าคญั ไดแ้ ก่ 1. พลาสมา : หรอื น้าเลอื ด เปน็ ของเหลว ทีป่ ระกอบด้วยน้า โปรตนี วติ ามิน แร่ธาตุ เอนไซม์ และแกส๊ 2 .เซลลเ์ มด็ เลือด : ประกอบด้วยเซลล์ เมด็ เลอื ดแดงและขาว 3. เพลตเลต : หรือเกลด็ เลอื ด ไมใ่ ชเ่ ซลล์ แตเ่ ปน็ ชนิ้ สว่ นของเซลล์ ทาหนา้ ทเี่ กยี่ วกบั การแขง็ ตวั ของเลอื ด (การเกดิ สะเกด็ แผล)
การหมนุ เวยี นเลือดผา่ นหัวใจ 48
48
ความดันเลอื ด (blood pressure) 48 การบีบตวั ของหวั ใจทาให้เกดิ ความดนั ภายในหลอดเลอื ด ความดนั เลือดจะสงู มากใน หลอดเลือดอาร์เตอรที ีอ่ ยู่ใกล้หวั ใจ และค่อย ๆ ลดลงเมอ่ื อยู่หา่ งจากหวั ใจออกไป สว่ นในหลอด เลือดฝอยและหลอดเลือดเวนจะมคี วามดนั เลอื ดทตี่ ่ามาก ค่าความดนั เลอื ดทวี่ ดั ไดจ้ ะมตี วั เลข 2 คา่ เช่น 120/80 มิลลเิ มตรปรอท 120 แสดงค่าความดนั เลือดขณะหัวใจบบี ตวั ให้ เลอื ดออกจากหวั ใจ 80 แสดงค่าความดนั เลอื ดขณะหวั ใจคลายตวั เพ่อื รับเลอื ดเขา้ สู่หวั ใจ
ชีพจร (vital sign) 48 คอื การหดตัวและคลายตวั ของหลอดเลอื ดในจงั หวะเดยี วกบั การหดตวั และคลายตัว ของหวั ใจ ดังนัน้ อตั ราชพี จรจะบอกอตั ราการเตน้ ของหวั ใจ สามารถวดั ไดจ้ ากหลอดเลอื ดอาร์ เตอรที อี่ ยู่ตน้ื ๆ ใต้ผิวหนงั เชน่ ที่บริเวณข้อมอื ข้างนวิ้ หวั แมม่ อื ซอกคอ และขาหนบี เพศชาย อตั ราการเต้นของชพี จรประมาณ 70 ครั้งตอ่ นาที เพศหญงิ อตั ราการเตน้ ของชพี จรประมาณ 75 คร้ังตอ่ นาที
5
48 1. ควบคมุ ให้ระบบตา่ ง ๆ ทางานประสานกนั เพอื่ ให้รา่ งกายอยไู่ ดอ้ ย่างปกติ 2. ออกคาสั่งให้กล้ามเนื้อไปควบคุมการทางานของ อวยั วะตา่ ง ๆ และประมวลขอ้ มลู ทไี่ ดร้ บั จากประสาท สัมผสั ทง้ั 5 3. ควบคุมสุขภาพการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการ ของมนุษย์
48 1. สมอง (brain) เป็นอวัยวะสาคัญและซับซ้อน แบ่งเป็น 2 ซีก คือ สมอง ซีกซ้าย และสมองซีกขวา และสามารถจาแนกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ สมองส่วน หน้า สมองส่วนกลาง และสมองส่วนทา้ ย
48 สมองสว่ นหนา้ ทาหน้าทเี่ ก่ยี วกบั ความจา เชาวน์ปญั ญา รบั ความรูส้ กึ ในการมองเห็น การไดย้ นิ การรับกล่ิน และการรับรส สมองส่วนกลาง ทาหน้าท่เี กีย่ วกับการมองเหน็ และการไดย้ ิน สมองส่วนท้าย ทาหนา้ ทีเ่ กย่ี วกับการควบคุมและประสานงานเกยี่ วกบั การทางานของกล้ามเนื้อ ทาให้ทางานอยา่ งละเอียดอ่อน
48 2. ไขสนั หลงั (spinal cord) ทาหน้าท่ีเปน็ ศนู ย์กลางของการเคลอ่ื นไหวตา่ ง ๆ ทตี่ อบสนอง การสัมผัสทางผิวหนัง
48 ไขสนั หลงั ประสาทไขสนั หลงั เซลลป์ ระสาท เยื่อไมอีลนิ
48 การส่งกระแสประสาทของมนุษย์ตอ้ งอาศยั เซลล์ประสาทท่ปี ระกอบดว้ ย ตัวเซลล์ (cell body) แอกซอน (axon) และเดนไดรต์ (dendrite) เดนไดรต์ ตัวเซลล์ (Dendrite) (Cell body) แอกซอน (Axon)
48
48 กระแสประสาทจะส่งจากแอกซอนของเซลล์หนึ่งไปยังเดนไดรต์ของอีกเซลล์หนึ่ง ผ่านจุดประสานหรือไซแนปส์ (synapse) โดยปลายแอกซอนของเซลล์ประสาทมี ลกั ษณะเป็นกระเปาะภายในมถี งุ เล็ก ๆ บรรจสุ ารส่อื ประสาท เมื่อกระแสประสาทเคลื่อนมาถึงปลายแอกซอน ถุงบรรจุสารสื่อประสาทจะเชื่อม กบั เยอ่ื หุ้มเซลล์กอ่ นไซแนปสแ์ ล้วหลงั่ สารสอื่ ประสาทออกไปกระตุ้นให้เกิดกระแสประสาท ทปี่ ลายเดนไดรต์ของอีกเซลล์หน่งึ เกิดการถ่ายทอดกระแสประสาทต่อไปเร่ือย ๆ
48
48
48
48
6
48 > เป็นระบบของร่างกายท่มี วี ตั ถุประสงคเ์ พื่อท่จี ะเพิ่มจานวนส่งิ มีชวี ติ ให้มากข้นึ
48 การฝังตวั ของตวั ออ่ นและการตั้งครรภ์
48 การตั้งครรภ์ (Pregnancy) คือ ภาวะท่ีเกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่ กับอสุจิ แล้วได้ตัวอ่อนเกิดข้ึนในการต้ังครรภ์ที่ปกติตัวอ่อนจะไปฝังที่เยื่อบุโพรงมดลูก จากนั้นตวั อ่อนซึ่งมีเซลล์เดียวก็จะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่าง ๆ และเจริญเป็นทารก ต่อไป ซง่ึ โดยทวั่ ไป ในผหู้ ญงิ ปกติที่มีประจาเดือนทกุ ๆ ประมาณ 4 สปั ดาห์ จะมีอายุครรภ์ ประมาณ 40 สัปดาห์ หรอื 280 วัน นับจากวนั แรกของการมปี ระจาเดอื นคร้งั ลา่ สดุ
47 เปน็ เซลลส์ บื พนั ธ์เุ พศชายทีเ่ คลื่อนทไ่ี ด้ สรา้ งจาก อวยั วะภายในรา่ งกายของเพศชาย มขี นาดเล็กมาก จนมองไม่เหน็ เป็นเซลลส์ ืบพันธ์เุ พศหญิงท่มี ลี ักษณะค่อนข้างกลม เคลือ่ นทไ่ี มไ่ ด้ มขี นาดใหญก่ วา่ เซลล์อสจุ มิ าก เซลล์ไข่ของ มนุษย์มขี นาดเสน้ ผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.25 มลิ ลเิ มตร
48
1 49 ส่ิงมีชวี ิตทุกชนิดต้องสร้างสิ่งมีชีวิตตัวใหม่ทเ่ี หมอื นตัวเองเพ่อื ดารงเผา่ พันธ์ุ ไว้ไมใ่ หส้ ูญพันธ์ุ ระบบสืบพนั ธุจ์ งึ ขาดไม่ได้สาหรบั สงิ่ มชี ีวิต 1) อัณฑะ ทาหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์ คือ เซลล์อสุจิ และสร้างฮอรโ์ มนควบคมุ ลกั ษณะเพศชายอยใู่ นถุงอณั ฑะ 2) ถุงอัณฑะ ทาหน้าท่ีปรับอุณหภูมิของอัณฑะให้ต่ากว่า อุณหภูมิปกติของร่างกาย ประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส เพ่อื ให้เหมาะสมต่อการสรา้ งเซลล์อสุจิ
50 3) ต่อมสร้างน้าเลี้ยงอสุจิ ทาหน้าที่สร้างอาหารให้เซลล์ อสุจิ อาหารประกอบด้วย น้าตาลฟรุกโทส วิตามินซี โปรตีน บางชนดิ สารเมือก และสารอ่ืน ๆ 4) ต่อมลูกหมาก ทาหน้าที่สร้างสารที่เป็นเบสอย่างอ่อน เพื่อลดความเปน็ กรดในท่อปัสสาวะและในระบบสืบพันธุ์เพศ ชาย นอกจากน้ียังชว่ ยให้เซลล์อสุจแิ ขง็ แรงว่องไว 5) ต่อมคาวเปอร์ ทาหน้าท่สี รา้ งสารเมือก เม่อื ได้รับการ กระตุ้นทางเพศ 6) หลอดเก็บเซลล์อสจุ ิ ทาหน้าท่เี กบ็ เซลลอ์ สจุ ิ และเป็นท่ี พกั ของเซลลอ์ สจุ จิ นกว่าจะแขง็ แรง
2 51 ทอ่ นาไข่ : Fallopian tube มดลูก : Uterus 1) รังไข่ ทาหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์ คือ เซลล์ไข่ และสร้างฮอร์โมนควบคมุ ลักษณะเพศหญิง 2) ท่อนาไข่ หรือปีกมดลูก ทาหน้าที่เป็นทางผ่าน รงั ไข่ : Ovary ของเซลล์ไข่ที่ออกจากรังไข่เข้าสู่มดลูก ท่อน้าไข่เป็น บรเิ วณทีเ่ ซลลอ์ สุจจิ ะเขา้ ปฏิสนธกิ บั เซลลไ์ ข่ ปากมดลูก : Cervix
52 3) มดลูก ประกอบด้วยเนือ้ เย่ือ 3 ช้ัน ชั้นในสุด เป็นเนื้อเยื่อคล้ายฟองน้า ซึ่งจะสร้าง รกเพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนแก๊ส สารอาหาร ของเสีย ระหว่างแมก่ บั ลูกขณะต้งั ครรภ์ ชั้นกลาง เป็นกล้ามเนื้อที่หนา ให้ความแข็งแรง มีความยืดหยุ่นสูง ขยายตัวได้หลายเท่าในระหว่าง ต้งั ครรภ์ และหลงั คลอดจะหดตัวได้เลก็ เท่าเดิม ชั้นนอกสุด เป็นเนื้อเยื่อบาง ๆ มดลูกทาหน้าที่ เป็นที่ฝังตัวของตัวอ่อนจนถึงกาหนดคลอด และเป็น แหล่งทท่ี าให้เกิดประจาเดือนถ้าไม่มีการต้ังครรภ์
3 53 ฮอร์โมน (hormone) หมายถึง สารเคมีที่สร้างจากต่อมไร้ท่อแล้วส่งไปกับกระแสเลือด เพื่อควบคุมเนื้อเยื่อ อวัยวะที่อยู่ห่างไกลจากต่อมที่สร้าง ฮอร์โมนมีหลายชนิด ในหน่วยนี้จะ กลา่ วเฉพาะฮอรโ์ มนเพศเท่าน้นั
54 1. เอสโตรเจน (estrogen) ทาหนา้ ที่ควบคมุ ลกั ษณะที่สองของเพศหญงิ ทาให้มีเสียงแหลม สะโพกผาย มีขนบรเิ วณรักแร้ 2. โพรเจสเตอโรน (progesterone) มีหน้าที่ทาให้เกดิ การเปลย่ี นแปลงที่รงั ไขแ่ ละมดลกู
55 1. เทสโทสเทอโรน (testosterone) ทาหนา้ ทีค่ วบคมุ ลักษณะท่ีสองของเพศชาย ทาให้เสียงแตก มหี นวดขนึ้ บริเวณริมฝปี าก มขี นหน้าแข้ง และขนรกั แร้
4 56 การมีประจาเดือน มีความสัมพันธ์กับการตกไข่ โดยเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของระดับ ฮอร์โมน เมื่อเพศหญิงมีการตกไข่และเซลล์ไข่ได้รับการปฏิสนธิกับเซลล์อสุจิจะทาให้ได้ไซโกต ไซโกตจะเจริญเป็นเอม็ บรโิ อและฟตี ัส จนกระท่ังคลอดเป็นทารก
เอ็มบริโอจะเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปตามอายุ โดยมีลาดับพัฒนาการเจริญของ 57 อวยั วะต่าง ๆ ดงั ภาพ แม่จะตั้งครรภ์ประมาณ 280 วัน นับจากวันแรกของการมีประจาเดือนครั้งสุดท้าย จากนั้นก็ถึง กาหนดคลอด และเจริญเติบโตเพิม่ ความสูงและมวลของร่างกายเปน็ มนษุ ยท์ เี่ จริญเตม็ วัยตอ่ ไป
5 58 การมีประจาเดือน มีความสัมพันธ์กับการตกไข่ โดยเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของระดับ ฮอร์โมน เมื่อเพศหญิงมีการตกไข่และเซลล์ไข่ได้รับการปฏิสนธิกับเซลล์อสุจิจะทาให้ได้ไซโกต ไซโกตจะเจริญเป็นเอม็ บรโิ อและฟตี ัส จนกระท่ังคลอดเป็นทารก
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119