48 ใบงาน คร้ังที่ 6 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ชือ่ – นามสกลุ .............................................................................กศน.ตำบลบ้านแหลม คำชแ้ี จง ให้ผเู้ รียนตอบคำถามตอ่ ไปนีใ้ ห้ถูกต้อง ( 10 คะแนน ) 1. ให้ผเู้ รียนอธบิ ายความหมายของสำนวน สภุ าษติ คำพังเพย และเขยี นตวั อยา่ งของ สำนวน สภุ าษิต คำพงั เพย อย่างละ 5 คำ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. ให้ผเู้ รยี นอธบิ ายชนิดของประโยคดังนี้ ประโยคความเดียว ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. ใหผ้ ู้เรยี นอธิบาย ภาษาระดบั ทางการ คืออะไร ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................... ....................................... ........................................................................................... ................................................................................... 4. ให้ผเู้ รยี นอธบิ ายลกั ษณะของคำสภุ าพ และ คำราชาศัพท์ คอื อะไร ............................................................................................................... ............................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................. ................................ .................................................................................................. ............................................................................ 5. ให้ผู้เรยี นบอกบทร้อยกรองตามประเภทคำประพันธ์มีกป่ี ระเภทอะไรบ้าง ................................................................................................................. ............................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................ .............................. .................................................................................................... ..........................................................................
49 เฉลย ใบงาน ครงั้ ที่ 6 รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย คำชแี้ จง ใหผ้ ู้เรียนตอบคำถามต่อไปนีใ้ หถ้ ูกต้อง ( 10 คะแนน ) 1. ใหผ้ เู้ รยี นอธบิ ายความหมายของสำนวน สุภาษติ คำพงั เพย และเขียนตวั อย่างของ สำนวน สุภาษิต คำ พังเพย อยา่ งละ 2 คำ ตอบ สำนวน หมายถงึ โวหาร ทำนองพดู ถอ้ ยคำท่เี รยี บเรียง เปน็ ลกั ษณะความหมายเชงิ อุปมาเปรียบเทยี บ ไมแ่ ปล ความหมายตามตวั อกั ษร จงึ ฟงั แลว้ มักจะไมไ่ ด้ความหมายของตัวมันเอง ต้องนำไปประกอบกับเร่อื ง หรือเหตกุ ารณ์ จงึ จะได้ความหมายเป็นคติเตือนใจ เชน่ เดยี วกบั คำท่เี ปน็ สุภาษิต เชน่ กงกำกงเกวียน , แก้เผด็ , ควำ่ บาตร , เกลือจิ้ม เกลือ เป็นต้น สุภาษติ หมายถงึ คำพดู ที่พูดออกมา ไม่ว่าจะเป็นทำนอง สำนวนโวหาร ทม่ี คี วามหมายที่ดี ส่วนใหญค่ นไทยเราจะ หยิบยกคำสุภาษติ มาเป็นตวั อย่างในการอบรมสง่ั สอนลูกหลาน หรือบางครั้งใชแ้ สดงเปรียบเทยี บประกอบการสนทนา เชน่ ทำดีได้ดี ทำชว่ั ได้ชั่ว ตนเปน็ ทพ่ี ึ่งแห่งตน อยา่ หมายน้ำบอ่ หนา้ เปน็ ต้น คำพังเพย หมายถงึ ถ้อยคำทีเ่ รยี บเรยี งขึ้นมาเปน็ ความหมายกลาง ๆ คือ ไมเ่ นน้ การสงั่ สอน แต่กแ็ ฝงคตเิ ตือนใจหรือ ข้อคิดสะกิดใจใหน้ ำไปปฏิบัตไิ ด้ และ เนื้อหาของใจความนน้ั ก็ไมจ่ ำเปน็ ว่าจะต้องเปน็ ความดี หรอื ความจริงแท้ แนน่ อน เพอื่ ให้ตีความเขา้ กับเร่ือง มีความหมายลึกซง้ึ กวา่ สำนวน มลี กั ษณะติชมหรอื แสดงความเหน็ ในตัว แตย่ ัง ไมไ่ ด้วางหลักความจริงอนั เทยี่ งแท้ และยังไม่เป็นคำสอน เชน่ กระต่ายตื่นตมู ทำนาบนหลังคน ถี่ลอดตาช้าง ห่าง ลอดตาเลน็ เสยี นอ้ ยเสียยากเสยี มากเสยี งา่ ย นำ้ ถึงไหนปลาถึงนัน้ เปน็ ตน้ 2. ใหผ้ เู้ รียนอธิบายชนิดของประโยคดังนี้ ประโยคความเดียว ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน ตอบ -ประโยคความเดยี ว (เอกรรถประโยค) คือ ประโยคท่ีมขี ้อความหรือใจความเดยี ว ซึง่ เรยี กอีกอย่างหน่งึ วา่ เอกรรถประโยค เป็นประโยคทมี่ ภี าคประโยคเพียงบทเดยี ว และมีภาคแสดงหรือกรยิ าสำคัญเพยี งบทเดียว หากภาค ประธานและภาคแสดงเพ่ิมบทขยายเขา้ ไป ประโยคความเดยี วนน้ั กจ็ ะเปน็ ประโยคความเดยี วทซี่ บั ซอ้ นย่ิงขน้ึ -ประโยคความรวม (อเนกรรถประโยค) คือ ประโยคท่ีรวมเอาโครงสรา้ งประโยคความเดียวต้ังแต่ 2 ประโยคขน้ึ ไปเข้าไว้ในประโยคเดยี วกัน โดยมคี ำเชอื่ มหรือสนั ธานทำหนา้ ที่เชื่อมประโยคเหลา่ น้นั เข้าด้วยกัน ประโยคความรวม เรยี กอีกอย่างหน่ึงว่า อเนกกรรถประโยค -ประโยคความซ้อน คอื ประโยคทม่ี ใี จความสำคัญเพยี งใจความเดียว ประกอบดว้ ยประโยคความเดียวท่ีมีใจความ สำคัญ เปน็ ประโยคหลัก (มุขยประโยค) และมปี ระโยคความเดยี วทีม่ ีใจความเป็นสว่ นขยายส่วนใดสว่ นหน่งึ ของ ประโยคหลกั เป็นประโยคย่อยซอ้ นอยู่ในประโยคหลัก (อนุประโยค) โดยทำหนา้ ท่ีแต่งหรือประกอบประโยคหลกั ประโยคความซ้อนนี้เดิม เรยี กวา่ สังกรประโยค 3. ให้ผู้เรียนอธบิ าย ภาษาระดบั ทางการ คอื อะไร ตอบ ภาษาระดับทางการ คือ ภาษาระดบั น้ีใช้บรรยายหรืออธิบายอยา่ งเป็นทางการในท่ีประชมุ หรอื ใชเ้ ขยี น ขอ้ ความที่จะให้ปรากฏต่อสาธารณชนอย่างเป็นการเปน็ งาน หนงั สอื ท่ีใช้ติดต่อกับทางราชการก็ใช้ภาษาระดับนี้ ผสู้ ่งสารและผูร้ บั สารมกั เปน็ บคุ คลในวงการหรอื วงอาชีพเดียวกนั สมั พนั ธภาพระหวา่ งทงั้ สองฝา่ ยจงึ เปน็ ไป ในด้านธุรกิจและการงาน สารมลี ักษณะเจาะจงเกี่ยวกับธุรกจิ หรอื ความรคู้ วามคิดที่สำคญั หรอื จำเป็นต้องทำ ความเข้าใจให้ตรงกนั ระหว่างผู้รับสารกับผ้สู ่งสาร การใช้ถอ้ ยคำจงึ มกั ตรงไปตรงมา อาจมีศพั ท์เทคนคิ หรอื ศัพท์ วิชาการ
50 4. ใหผ้ เู้ รยี นอธิบายลกั ษณะของคำสภุ าพ และ คำราชาศพั ท์ คืออะไร ตอบ คำสุภาพ หมายถงึ คำทีไ่ ด้ยนิ แล้วนา่ ฟัง ชวนฟังเปน็ ถ้อยคำทเ่ี หมาะสม ลกั ษณะของคำสภุ าพ คือคำท่ีไมเ่ ป็นคำ ที่ได้ยนิ แล้วไมน่ า่ ฟัง ไม่เปน็ คำกระด้าง ไม่เป็นคำทสี่ ้นั หรือห้วนไป เปน็ คำท่ีพดู ผวนแลว้ ไมห่ ยาบ คำราชาศพั ท์ หมายถึง คำศัพทส์ ำหรบั พระราชา เปน็ ภาษาท่กี ำหนด และตกแต่งข้ึนใหส้ ุภาพ และเหมาะสม เพ่อื ใช้ พดู ถงึ หรือพดู กับพระมหากษัตรยิ ์ และพระบรมวงศานุวงศ์ปัจจุบันนี้หมายถึง คำสภุ าพท่ีใชก้ ับบุคคลที่ควรเคารพ 5. ใหผ้ ูเ้ รยี นบอกบทร้อยกรองตามประเภทคำประพนั ธ์มกี ี่ประเภทอะไรบ้าง ตอบ ประเภทของคำประพันธ์. แบง่ เปน็ ประเภทใหญ่ๆ ได้ 5 ประเภท คือ 1. โคลง 2.กาพย์ 3.กลอน 4.รา่ ย 5.ฉันท์
51 แบบทดสอบย่อย ครัง้ ท่ี 6 รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ช่ือ – นามสกุล....................................................................กศน.ตำบลบ้านแหลม ข้อสอบปรนยั จำนวน 5 ข้อ คำส่งั ใหเ้ ลือกคำตอบที่ถูกต้องทส่ี ดุ เพียงคำตอบเดียว 1.โคลงสี่สุภาพ 1 บท มีกี่บาท 4. ข้อใดเปน็ ประโยคความรวม ก. 1 บาท ก. กระแสน้ำไหลแรงจนเซาะตล่ิงพังไปแถบหน่งึ ข. 2 บาท ข. มหี ลกั ฐานวา่ มนุษย์ยุคหินใชข้ วานทองแดงใน ค. 3 บาท การลา่ สัตว์ ง. 4 บาท ค. ฟ้าทะลายโจรเปน็ พชื สมุนไพรที่นยิ มใช้รกั ษา 2.กาพยย์ านี 11 1 บทมีก่ีวรรค อาการเจ็บคอ ก. 2 วรรค ง. การสง่ เสริมการอา่ นเป็นการพัฒนาทรพั ยากร ข. 4 วรรค บคุ คลอย่างหนึ่ง ค. 6 วรรค 5. ขอ้ ใดใชภ้ าษาระดบั ทางการ ง. 8 วรรค ก. วิถชี วี ติ ไทยรมิ สองฝ่งั นำ้ กลบั มาคึกคักอีกครงั้ 3. “ไกไ่ ด้พลอย” หมายถึงข้อใด ข. เม่ือกระบวนเห่เรือพระราชพธิ ใี นแมน่ ้ำ ก. เมอื่ เกิดความเสยี หายแล้วจึงคิดหาทางป้องกนั เจ้าพระยาปิดฉากลง ข. เก็บเลก็ ผสมนอ้ ยจนสำเรจ็ ค. ถนนการลงทนุ ทุกสายต่างเร่งปดั ฝนุ่ เศรษฐกิจ ค. ยืนกรานไมย่ อมรบั ฟืน้ จุดขาย ง. ได้ส่งิ ที่มคี ่าแต่กไ็ ม่รู้คณุ ค่า ง. กระทรวงการท่องเทย่ี วและกฬี าส่งเสริมการ ทอ่ งเท่ยี วเชิงอนุรักษ์ ขอ้ สอบอัตนัย จำนวน 2 ข้อ 1. ประโยคจะมีความสมบูรณ์จะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คืออะไร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. สำนวนและสภุ าษิตต่างกนั อยา่ งไร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................
52 เฉลยแบบทดสอบย่อย ครั้งที่ 6 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ขอ้ สอบปรนัย จำนวน 5 ขอ้ 1. ง. 4 บาท 2. ข. 4 วรรค 3. ง. ได้สง่ิ ท่ีมีคา่ แต่ก็ไมร่ ู้คุณค่า 4. ก. กระแสน้ำไหลแรงจนเซาะตลงิ่ พังไปแถบหนึ่ง 5. ง. กระทรวงการท่องเท่ยี วและกฬี าส่งเสริมการทอ่ งเท่ียวเชิงอนุรักษ์ ขอ้ สอบอัตนัย จำนวน 2 ข้อ แนวตอบ 1. ประโยคจะมีความสมบูรณ์จะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คืออะไร ตอบ ภาคประธาน หมายถึง ส่วนสำคัญของข้อความเป็นผู้กระทำ คำ ส่วนใหญ่เป็นคำนาม หรือสรรพนาม ภาค ประธานประกอบด้วย บทประธาน และ/ หรือ บทขยายประธานหรือความเป็นไป ส่วนภาคแสดง หมายถึง ส่วนที่แสดงกิริยาอาการหรือความเป็นไปของภาคประธาน ประกอบด้วย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม และบทขยายกรรม 2. สำนวนและสุภาษิตตา่ งกันอยา่ งไร ตอบ ความแตกต่างระหว่าง สำนวน กับสุภาษิต โดยสำนวนนั้นจะใช้คำเปรียบเทียบ เพื่อให้เรามองเห็นภาพ หรือก็คือเราต้องใช้จินตนาการในการตีความสำนวน แต่สุภาษิตนั้นเป็นคำกล่าวที่จริงแท้ เพียงแค่ได้ยินก็สามารถ เข้าใจได้อย่างชัดเจน
นกั ศึกษาทง้ั หมด จำนวน....................คน 53 นักศกึ ษาที่เขา้ เรียน จำนวน....................คน บนั ทึกผลหลงั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ นกั ศกึ ษาทขี่ าดเรียน จำนวน....................คน คร้งั ท.ี่ ... วนั ท่ี...........................เดือน...........................................พ.ศ..................... ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ........................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................... ................................ สภาพการจดั การเรียนรู้แบบพบกลุม่ (ปัจจัย กระบวนการจัดกิจกรรม และผู้เรียน) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………................................................................ ................................................................................................................. ........................................................................ ........................................................................................................................................................................................ . สภาพการจดั การเรยี นรู้แบบเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง (ปจั จัย กระบวนการจดั กจิ กรรม และผ้เู รียน) ………………………............................................................................................................................... .............................. ........................................................................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ดา้ นสอ่ื การเรยี นรู้........................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................................... ปัญหาทพ่ี บ และการแก้ไขปัญหา (อยา่ งไร)................................................................................................................. .................................................................................................. ....................................................................................... ขอ้ คิดเห็น ข้อเสนอแนะ (เพ่ือการปรบั ปรงุ แก้ไข/พฒั นา)............................................................................................ ....................................................................................................................................... ....................................... ลงชื่อ.............................................................ผู้บนั ทึก (นายนรนิ ทร์ธร พัฒนไชยการ) เสนอขอ้ คดิ เห็น ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอื่ .............................................................ผู้ตรวจเสนอ (นายปรชี า พทิ ักษ์วงศ)์ นายทะเบยี น การดำเนนิ การแก้ไข/พัฒนา ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอ่ื .............................................................ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสมควร วงษแ์ ก้ว) ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอบางปลาม้า ผลจากการนำข้อเสนอแนะไปปฏิบตั ิ .............................................................................................................................. ................................................
54 แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบ พบกลุ่ม ครั้งท่ี 7 จำนวน 6 ช่ัวโมง รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย จำนวน 5 หนว่ ยกิต จดั กระบวนการเรียนรู้ วนั ที่ 1 กันยายน 2565 เวลา 08.30 – 16.30 ณ กศน.ตำบลองครักษ์ ชื่อเร่ือง หลักการใช้ภาษา ตวั ชี้วัด 1. เลอื กใช้ถ้อยคำ สำนวนสภุ าษิต คำพังเพยให้ตรงความหมาย 2. ใช้ประโยคไดถ้ ูกต้องตามเจตนาของผู้สง่ สาร 3. ใช้คำสุภาพ และคำราชาศัพท์ให้ถกู ต้องตามฐานะและบุคคล 4. แต่งคำประพนั ธ์ประเภทร้อยกรอง เนือ้ หา เรอ่ื ง หลกั การใชภ้ าษา 1. การใช้ถ้อยคำ สำนวนสุภาษติ คำพังเพย 2. โครงสรา้ งของประโยค รูปประโยค และชนดิ ของประโยค 3. ระดับภาษา 4. คำสุภาพ 5. คำราชาศัพท์ 6. การแต่งคำประพนั ธ์ประเภทร้อยกรอง ขั้นตอนการจัดกระบวนการเรยี นรู้ ขั้นที่ 1 การกำหนดสภาพปญั หา ความต้องการในการเรยี นรู้ ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยกล่าวทักทายผู้เรียนจากนั้นสนทนากับผู้เรียนโดยยกตัวอย่าง คำประพันธ์ประเภท ร้อยกรอง “ภาษาไทยงดงามด้วยน้ำเสียง ถ้อยเรียบเรียงหวานหูไม่รู้หาย สื่อความคิดสื่อความรู้สื่อแทนกาย สื่อความหมายด้วยภาษาน่าชื่นชม” แล้วถามผู้เรียนว่า ร้อยกรองบทนี้ มีความหมายว่าอย่างไร ครูบอกวัตถุประสงค์ การเรยี นรู้ ขน้ั ท่ี 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรยี นรู้ ครูให้นักศึกษาดูคลิปวีดีโอสื่อการสอน เรื่อง กว่าจะมาเป็นร้อยกรอง แล้วสอบถามผู้เรียนได้ความรู้ อะไรบ้างจากคลิปที่ดู จากนั้นครูแบ่งกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น 4 กลุ่มเท่าๆ กันมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าตาม หวั ขอ้ ที่มอบหมายดงั นี้ กลุ่มที่ 1 การใช้ถ้อยคำ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย กลุ่มท่ี 2 โครงสรา้ งของประโยครปู ประโยค และชนิดของประโยค และระดบั ของภาษา กลมุ่ ท่ี 3 คำสภุ าพ และคำราชาศัพท์ กลมุ่ ท่ี 4 การแตง่ คำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง จากนัน้ ใหผ้ ูเ้ รียนสง่ ตวั แทนออกมานำเสนอหน้าชนั้ เรียน
55 ข้ันที่ 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ ครูให้ผู้เรียนสรุปองค์ความรูท้ ี่ไดใ้ นรปู แบบ 2 3 4 ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง แลว้ ทำใบงานและ ทำแบบทดสอบยอ่ ย ขนั้ ท่ี 4 การประเมินผล ใบงานและแบบทดสอบย่อย สอ่ื 1. หนังสอื เรียน 2. อนิ เตอร์เน็ต 3. คลิปวดี ีโอส่อื การสอน เรื่อง กว่าจะมาเปน็ ร้อยกรอง การวัดผลประเมินผล ใบงาน/แบบทดสอบย่อย
56 ใบงาน คร้ังท่ี 7 รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ชอ่ื – นามสกุล .............................................................................กศน.ตำบลองครักษ์ คำชี้แจง ให้ผู้เรยี นตอบคำถามต่อไปนใ้ี หถ้ กู ต้อง ( 10 คะแนน ) 1. ใหผ้ เู้ รยี นอธบิ ายความหมายของสำนวน สภุ าษติ คำพังเพย และเขียนตัวอย่างของ สำนวน สุภาษติ คำพงั เพย อย่างละ 5 คำ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................................ ...... ............................................................................................................................ .................................................. 2. ใหผ้ ู้เรียนอธิบายชนิดของประโยคดงั นี้ ประโยคความเดียว ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน ...................................................................................................................... ........................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ..................................................................................................................................................... ......................... ......................................................................................................... ..................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................ ...................................... 3. ให้ผู้เรียนอธบิ าย ภาษาระดับทางการ คืออะไร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 4. ให้ผ้เู รียนอธิบายลักษณะของคำสภุ าพ และ คำราชาศัพท์ คืออะไร ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................... .......................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 5. ให้ผเู้ รียนบอกบทร้อยกรองตามประเภทคำประพันธ์มีกปี่ ระเภทอะไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ..............................................................................................................................................................................
57 ............................................................................................................................. ................................................. เฉลย ใบงาน ครั้งท่ี 7 รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย คำชแี้ จง ใหผ้ ู้เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ีให้ถกู ต้อง ( 10 คะแนน ) 1. ใหผ้ เู้ รยี นอธบิ ายความหมายของสำนวน สุภาษติ คำพงั เพย และเขยี นตวั อยา่ งของ สำนวน สุภาษิต คำ พังเพย อยา่ งละ 2 คำ ตอบ สำนวน หมายถงึ โวหาร ทำนองพดู ถอ้ ยคำท่เี รียบเรียง เป็นลักษณะความหมายเชิงอปุ มาเปรยี บเทียบ ไม่แปล ความหมายตามตัวอักษร จึงฟงั แล้วมกั จะไม่ได้ความหมายของตัวมันเอง ต้องนำไปประกอบกบั เร่ือง หรือเหตกุ ารณ์ จงึ จะได้ความหมายเป็นคตเิ ตือนใจ เชน่ เดยี วกับคำทเี่ ป็นสุภาษิต เช่น กงกำกงเกวียน , แกเ้ ผ็ด , ควำ่ บาตร , เกลอื จ้ิม เกลือ เป็นตน้ สภุ าษติ หมายถงึ คำพดู ท่ีพูดออกมา ไมว่ ่าจะเปน็ ทำนอง สำนวนโวหาร ที่มคี วามหมายทด่ี ี ส่วนใหญ่คนไทยเราจะ หยิบยกคำสุภาษิตมาเปน็ ตัวอย่างในการอบรมส่งั สอนลกู หลาน หรอื บางคร้งั ใชแ้ สดงเปรียบเทียบประกอบการสนทนา เชน่ ทำดไี ด้ดี ทำชวั่ ได้ชวั่ ตนเปน็ ท่พี ึง่ แหง่ ตน อย่าหมายน้ำบ่อหนา้ เปน็ ต้น คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำทีเ่ รยี บเรยี งขน้ึ มาเปน็ ความหมายกลาง ๆ คือ ไม่เนน้ การสั่งสอน แตก่ แ็ ฝงคตเิ ตือนใจหรอื ขอ้ คิดสะกิดใจใหน้ ำไปปฏบิ ตั ไิ ด้ และ เนื้อหาของใจความนัน้ ก็ไมจ่ ำเปน็ วา่ จะต้องเปน็ ความดี หรือ ความจริงแท้ แน่นอน เพอ่ื ให้ตีความเขา้ กับเรื่อง มีความหมายลึกซึ้งกว่าสำนวน มลี ักษณะติชมหรอื แสดงความเห็นในตวั แต่ยงั ไมไ่ ด้วางหลักความจรงิ อนั เทยี่ งแท้ และยังไมเ่ ปน็ คำสอน เช่น กระตา่ ยตน่ื ตมู ทำนาบนหลงั คน ถี่ลอดตาช้าง หา่ ง ลอดตาเลน็ เสียนอ้ ยเสียยากเสยี มากเสียงา่ ย นำ้ ถงึ ไหนปลาถึงนน้ั เป็นตน้ 2. ให้ผเู้ รียนอธิบายชนดิ ของประโยคดังนี้ ประโยคความเดียว ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน ตอบ -ประโยคความเดียว (เอกรรถประโยค) คือ ประโยคท่ีมขี ้อความหรอื ใจความเดยี ว ซงึ่ เรียกอีกอย่างหน่งึ ว่า เอกรรถประโยค เป็นประโยคท่มี ภี าคประโยคเพียงบทเดียว และมภี าคแสดงหรือกรยิ าสำคญั เพยี งบทเดียว หากภาค ประธานและภาคแสดงเพิ่มบทขยายเข้าไป ประโยคความเดียวน้ันก็จะเป็นประโยคความเดยี วทซี่ ับซ้อนย่ิงขนึ้ -ประโยคความรวม (อเนกรรถประโยค) คือ ประโยคท่ีรวมเอาโครงสร้างประโยคความเดยี วตั้งแต่ 2 ประโยคข้ึน ไปเขา้ ไว้ในประโยคเดียวกนั โดยมคี ำเช่อื มหรอื สนั ธานทำหน้าท่เี ช่อื มประโยคเหลา่ นนั้ เข้าดว้ ยกัน ประโยคความรวม เรียกอีกอย่างหนึ่งวา่ อเนกกรรถประโยค -ประโยคความซ้อน คอื ประโยคทม่ี ใี จความสำคัญเพียงใจความเดียว ประกอบดว้ ยประโยคความเดียวที่มีใจความ สำคญั เป็นประโยคหลัก (มุขยประโยค) และมีประโยคความเดยี วทม่ี ีใจความเปน็ ส่วนขยายส่วนใดสว่ นหนึ่งของ ประโยคหลัก เป็นประโยคย่อยซอ้ นอยู่ในประโยคหลัก (อนุประโยค) โดยทำหน้าท่ีแตง่ หรือประกอบประโยคหลกั ประโยคความซ้อนนเ้ี ดิม เรยี กว่า สงั กรประโยค 3. ใหผ้ เู้ รยี นอธิบาย ภาษาระดับทางการ คอื อะไร ตอบ ภาษาระดับทางการ คือ ภาษาระดับน้ีใชบ้ รรยายหรอื อธิบายอยา่ งเปน็ ทางการในท่ีประชุมหรอื ใชเ้ ขียน ข้อความที่จะใหป้ รากฏต่อสาธารณชนอยา่ งเป็นการเปน็ งาน หนงั สอื ท่ใี ช้ตดิ ต่อกับทางราชการก็ใชภ้ าษาระดับน้ี ผ้สู ่งสารและผู้รับสารมกั เปน็ บคุ คลในวงการหรือวงอาชีพเดียวกัน สัมพันธภาพระหว่างท้งั สองฝ่ายจงึ เปน็ ไป ในดา้ นธรุ กจิ และการงาน สารมีลักษณะเจาะจงเกย่ี วกับธุรกิจหรอื ความรคู้ วามคิดที่สำคญั หรอื จำเปน็ ต้องทำ
58 ความเข้าใจใหต้ รงกนั ระหวา่ งผ้รู บั สารกับผู้สง่ สาร การใช้ถ้อยคำจงึ มกั ตรงไปตรงมา อาจมศี ัพทเ์ ทคนคิ หรือศพั ท์ วิชาการ 4. ให้ผู้เรียนอธิบายลักษณะของคำสภุ าพ และ คำราชาศพั ท์ คอื อะไร ตอบ คำสุภาพ หมายถงึ คำที่ได้ยนิ แลว้ นา่ ฟัง ชวนฟงั เป็นถ้อยคำท่ีเหมาะสม ลักษณะของคำสภุ าพ คอื คำท่ีไม่เป็นคำ ท่ไี ดย้ ินแลว้ ไม่นา่ ฟัง ไม่เปน็ คำกระด้าง ไมเ่ ป็นคำทส่ี น้ั หรือห้วนไป เปน็ คำท่ีพดู ผวนแลว้ ไม่หยาบ คำราชาศัพท์ หมายถึง คำศัพทส์ ำหรับพระราชา เปน็ ภาษาที่กำหนด และตกแต่งขนึ้ ให้สุภาพ และเหมาะสม เพ่ือใช้ พูดถงึ หรือพูดกบั พระมหากษัตรยิ ์ และพระบรมวงศานุวงศ์ปจั จุบนั นห้ี มายถึง คำสุภาพท่ีใช้กับบุคคลท่ีควรเคารพ 5. ใหผ้ ้เู รยี นบอกบทรอ้ ยกรองตามประเภทคำประพนั ธ์มีกี่ประเภทอะไรบ้าง ตอบ ประเภทของคำประพนั ธ์. แบง่ เป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 5 ประเภท คือ 1. โคลง 2.กาพย์ 3.กลอน 4.รา่ ย 5.ฉนั ท์
59 แบบทดสอบย่อย คร้ังที่ 7 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ชอื่ – นามสกุล....................................................................กศน.ตำบลองครกั ษ์ ข้อสอบปรนัย จำนวน 5 ข้อ คำสั่ง ให้เลือกคำตอบท่ีถูกตอ้ งทสี่ ุดเพียงคำตอบเดยี ว 1.โคลงสี่สุภาพ 1 บท มีก่ีบาท 4. ขอ้ ใดเป็นประโยคความรวม ก. 1 บาท ก. กระแสนำ้ ไหลแรงจนเซาะตลง่ิ พังไปแถบหนึ่ง ข. 2 บาท ข. มีหลกั ฐานวา่ มนุษยย์ ุคหินใชข้ วานทองแดงใน ค. 3 บาท การลา่ สตั ว์ ง. 4 บาท ค. ฟา้ ทะลายโจรเป็นพชื สมุนไพรทนี่ ิยมใชร้ กั ษา 2.กาพยย์ านี 11 1 บทมกี ่วี รรค อาการเจบ็ คอ ก. 2 วรรค ง. การส่งเสริมการอา่ นเป็นการพฒั นาทรัพยากร ข. 4 วรรค บคุ คลอยา่ งหนง่ึ ค. 6 วรรค 5. ขอ้ ใดใช้ภาษาระดบั ทางการ ง. 8 วรรค ก. วถิ ีชวี ติ ไทยรมิ สองฝงั่ น้ำกลับมาคึกคักอีกครั้ง 3. “ไก่ได้พลอย” หมายถงึ ข้อใด ข. เมอื่ กระบวนเหเ่ รือพระราชพธิ ใี นแมน่ ้ำ ก. เม่ือเกดิ ความเสียหายแล้วจึงคดิ หาทางป้องกัน เจ้าพระยาปิดฉากลง ข. เกบ็ เล็กผสมน้อยจนสำเรจ็ ค. ถนนการลงทุนทกุ สายต่างเร่งปดั ฝนุ่ เศรษฐกิจ ค. ยนื กรานไมย่ อมรับ ฟื้นจุดขาย ง. ได้ส่งิ ท่ีมคี า่ แต่ก็ไมร่ คู้ ณุ ค่า ง. กระทรวงการท่องเทีย่ วและกฬี าสง่ เสรมิ การ ท่องเท่ยี วเชิงอนุรักษ์ ขอ้ สอบอัตนัย จำนวน 2 ข้อ 1. ประโยคจะมีความสมบูรณ์จะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คืออะไร ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................................... ..... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. สำนวนและสภุ าษิตตา่ งกันอยา่ งไร ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................................... ..... ............................................................................................................................. .................................................
60 เฉลยแบบทดสอบย่อย ครั้งที่ 7 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ขอ้ สอบปรนัย จำนวน 5 ขอ้ 1. ง. 4 บาท 2. ข. 4 วรรค 3. ง. ได้สง่ิ ท่ีมีคา่ แต่ก็ไมร่ ู้คุณค่า 4. ก. กระแสน้ำไหลแรงจนเซาะตลงิ่ พังไปแถบหนึ่ง 5. ง. กระทรวงการท่องเท่ยี วและกฬี าส่งเสริมการทอ่ งเท่ียวเชิงอนุรักษ์ ขอ้ สอบอัตนัย จำนวน 2 ข้อ แนวตอบ 1. ประโยคจะมีความสมบูรณ์จะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คืออะไร ตอบ ภาคประธาน หมายถึง ส่วนสำคัญของข้อความเป็นผู้กระทำ คำ ส่วนใหญ่เป็นคำนาม หรือสรรพนาม ภาค ประธานประกอบด้วย บทประธาน และ/ หรือ บทขยายประธานหรือความเป็นไป ส่วนภาคแสดง หมายถึง ส่วนที่แสดงกิริยาอาการหรือความเป็นไปของภาคประธาน ประกอบด้วย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม และบทขยายกรรม 2. สำนวนและสุภาษิตตา่ งกันอยา่ งไร ตอบ ความแตกต่างระหว่าง สำนวน กับสุภาษิต โดยสำนวนนั้นจะใช้คำเปรียบเทียบ เพื่อให้เรามองเห็นภาพ หรือก็คือเราต้องใช้จินตนาการในการตีความสำนวน แต่สุภาษิตนั้นเป็นคำกล่าวที่จริงแท้ เพียงแค่ได้ยินก็สามารถ เข้าใจได้อย่างชัดเจน
นักศกึ ษาทัง้ หมด จำนวน....................คน 61 นกั ศึกษาที่เขา้ เรยี น จำนวน....................คน บันทกึ ผลหลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ นักศึกษาทข่ี าดเรยี น จำนวน....................คน ครั้งท.่ี ... วันที่...........................เดือน...........................................พ.ศ..................... ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ........................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................................................... .......................... สภาพการจัดการเรยี นรู้แบบพบกล่มุ (ปัจจยั กระบวนการจดั กิจกรรม และผเู้ รียน) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………................................................................ ......................................................................................... ................................................................................................ .......................................... ...................................................................................................................... ......................... สภาพการจดั การเรียนรู้แบบเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง (ปัจจัย กระบวนการจัดกิจกรรม และผูเ้ รียน) ………………………............................................................................................................................... .............................. ........................................................................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ดา้ นสือ่ การเรยี นรู้............................................................................................................................. .............................. ........................................................................................................................................................................................ ปญั หาที่พบ และการแก้ไขปัญหา (อย่างไร)................................................................................................................. .................................................................................................. ....................................................................................... ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ (เพอ่ื การปรบั ปรงุ แก้ไข/พฒั นา)............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................ผู้บนั ทกึ (นายนรินทรธ์ ร พัฒนไชยการ) เสนอขอ้ คิดเหน็ ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................ผู้ตรวจเสนอ (นายปรชี า พทิ กั ษ์วงศ)์ นายทะเบยี น การดำเนนิ การแก้ไข/พัฒนา ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................ผบู้ ริหารสถานศึกษา (นางสมควร วงษแ์ กว้ ) ผ้อู ำนวยการ กศน.อำเภอบางปลามา้ ผลจากการนำข้อเสนอแนะไปปฏิบัติ .............................................................................................................................. ................................................
62 แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบ พบกลุ่ม คร้งั ท่ี 8 จำนวน 6 ช่ัวโมง รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย จำนวน 5 หน่วยกิต จัดกระบวนการเรียนรู้ วันท่ี 8 กนั ยายน 2565 เวลา 08.30 – 16.30 ณ กศน.ตำบลบางปลามา้ ช่อื เรอื่ ง หลักการใช้ภาษา ตัวชีว้ ัด 1. เลอื กใชถ้ ้อยคำ สำนวนสุภาษิต คำพงั เพยใหต้ รงความหมาย 2. ใช้ประโยคได้ถูกต้องตามเจตนาของผสู้ ง่ สาร 3. ใชค้ ำสุภาพ และคำราชาศัพท์ให้ถูกต้องตามฐานะและบุคคล 4. แตง่ คำประพันธป์ ระเภทร้อยกรอง เนื้อหา เรอ่ื ง หลกั การใช้ภาษา 1. การใชถ้ อ้ ยคำ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย 2. โครงสรา้ งของประโยค รูปประโยค และชนิดของประโยค 3. ระดับภาษา 4. คำสุภาพ 5. คำราชาศัพท์ 6. การแตง่ คำประพันธ์ประเภทรอ้ ยกรอง ขน้ั ตอนการจดั กระบวนการเรยี นรู้ ขั้นที่ 1 การกำหนดสภาพปัญหา ความตอ้ งการในการเรยี นรู้ ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยกล่าวทักทายผู้เรียนจากนั้นสนทนากับผู้เรียนโดยยกตัวอย่าง คำประพันธ์ประเภท ร้อยกรอง “ภาษาไทยงดงามด้วยน้ำเสียง ถ้อยเรียบเรียงหวานหูไม่รู้หาย สื่อความคิดสื่อความรู้สื่อแทนกาย สื่อความหมายด้วยภาษาน่าชื่นชม” แล้วถามผู้เรียนว่า ร้อยกรองบทนี้ มีความหมายว่าอย่างไร ครูบอกวัตถุประสงค์ การเรียนรู้ ขน้ั ท่ี 2 การแสวงหาข้อมูลและจดั การเรยี นรู้ ครูให้นักศึกษาดูคลิปวีดีโอสื่อการสอน เรื่อง กว่าจะมาเป็นร้อยกรอง แล้วสอบถามผู้เรียนได้ความรู้ อะไรบ้างจากคลิปที่ดู จากนั้นครูแบ่งกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น 4 กลุ่มเท่าๆ กันมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าตาม หัวขอ้ ที่มอบหมายดงั นี้ กลุ่มที่ 1 การใช้ถ้อยคำ สำนวนสภุ าษิต คำพังเพย กลุ่มท่ี 2 โครงสรา้ งของประโยครูปประโยค และชนดิ ของประโยค และระดับของภาษา กล่มุ ที่ 3 คำสภุ าพ และคำราชาศัพท์ กลุ่มที่ 4 การแตง่ คำประพันธป์ ระเภทรอ้ ยกรอง จากน้ันให้ผู้เรียนส่งตวั แทนออกมานำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น ขน้ั ที่ 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยุกต์ใช้
63 ครใู ห้ผูเ้ รยี นสรุปองค์ความรทู้ ่ีได้ในรปู แบบ 2 3 4 ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง แลว้ ทำใบงานและ ทำแบบทดสอบยอ่ ย ข้ันที่ 4 การประเมินผล ใบงานและแบบทดสอบย่อย สอ่ื 1. หนงั สือเรยี น 2. อนิ เตอร์เนต็ 3. คลิปวดี โี อสือ่ การสอน เร่ือง กวา่ จะมาเป็นร้อยกรอง การวัดผลประเมินผล ใบงาน/แบบทดสอบย่อย
64 ใบงาน ครงั้ ที่ 8 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ชอ่ื – นามสกลุ .............................................................................กศน.ตำบลบางปลามา้ คำชแ้ี จง ใหผ้ ู้เรยี นตอบคำถามต่อไปนใี้ ห้ถูกต้อง ( 10 คะแนน ) 1. ใหผ้ ู้เรยี นอธบิ ายความหมายของสำนวน สุภาษิต คำพังเพย และเขยี นตวั อยา่ งของ สำนวน สภุ าษิต คำพังเพย อยา่ งละ 5 คำ ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................................... ... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................. ................ .................................................................................................................. ............................................................ 2. ให้ผู้เรยี นอธบิ ายชนิดของประโยคดงั น้ี ประโยคความเดียว ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน ............................................................................................................ .................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................... ................................... ............................................................................................... ............................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. ให้ผเู้ รียนอธบิ าย ภาษาระดับทางการ คอื อะไร ................................................................................................................................................................. ............. ..................................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ................................................. 4. ใหผ้ เู้ รยี นอธิบายลักษณะของคำสุภาพ และ คำราชาศัพท์ คอื อะไร ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................................ ...... ............................................................................................................................ .................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 5. ใหผ้ เู้ รียนบอกบทร้อยกรองตามประเภทคำประพันธ์มีกปี่ ระเภทอะไรบา้ ง ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................................................... .... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. .................................................
65 เฉลย ใบงาน ครงั้ ที่ 8 รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย คำชแี้ จง ใหผ้ ู้เรียนตอบคำถามต่อไปนีใ้ หถ้ ูกต้อง ( 10 คะแนน ) 1. ใหผ้ เู้ รยี นอธบิ ายความหมายของสำนวน สุภาษติ คำพงั เพย และเขยี นตวั อย่างของ สำนวน สุภาษิต คำ พังเพย อยา่ งละ 2 คำ ตอบ สำนวน หมายถงึ โวหาร ทำนองพดู ถอ้ ยคำท่เี รยี บเรียง เปน็ ลกั ษณะความหมายเชงิ อุปมาเปรียบเทยี บ ไมแ่ ปล ความหมายตามตวั อกั ษร จงึ ฟงั แลว้ มักจะไมไ่ ด้ความหมายของตัวมันเอง ต้องนำไปประกอบกับเร่อื ง หรือเหตกุ ารณ์ จงึ จะได้ความหมายเป็นคติเตือนใจ เชน่ เดยี วกบั คำท่เี ปน็ สุภาษิต เชน่ กงกำกงเกวียน , แก้เผด็ , ควำ่ บาตร , เกลือจิ้ม เกลือ เป็นต้น สุภาษติ หมายถงึ คำพดู ที่พูดออกมา ไม่ว่าจะเป็นทำนอง สำนวนโวหาร ทม่ี คี วามหมายที่ดี ส่วนใหญค่ นไทยเราจะ หยิบยกคำสุภาษติ มาเป็นตวั อย่างในการอบรมสง่ั สอนลูกหลาน หรือบางครั้งใชแ้ สดงเปรียบเทยี บประกอบการสนทนา เชน่ ทำดีได้ดี ทำชว่ั ได้ชั่ว ตนเปน็ ทพ่ี ึ่งแห่งตน อยา่ หมายน้ำบอ่ หนา้ เปน็ ต้น คำพังเพย หมายถงึ ถ้อยคำทีเ่ รยี บเรยี งขึ้นมาเปน็ ความหมายกลาง ๆ คือ ไมเ่ นน้ การสงั่ สอน แต่กแ็ ฝงคตเิ ตือนใจหรือ ข้อคิดสะกิดใจใหน้ ำไปปฏิบัตไิ ด้ และ เนื้อหาของใจความนน้ั ก็ไมจ่ ำเปน็ ว่าจะต้องเปน็ ความดี หรอื ความจริงแท้ แนน่ อน เพอื่ ให้ตีความเขา้ กับเร่ือง มีความหมายลึกซง้ึ กวา่ สำนวน มลี กั ษณะติชมหรอื แสดงความเหน็ ในตัว แตย่ ัง ไมไ่ ด้วางหลักความจริงอนั เทยี่ งแท้ และยังไม่เป็นคำสอน เชน่ กระต่ายตื่นตมู ทำนาบนหลังคน ถี่ลอดตาช้าง ห่าง ลอดตาเลน็ เสยี นอ้ ยเสียยากเสยี มากเสยี งา่ ย นำ้ ถึงไหนปลาถึงนัน้ เปน็ ตน้ 2. ใหผ้ เู้ รียนอธิบายชนิดของประโยคดังนี้ ประโยคความเดียว ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน ตอบ -ประโยคความเดยี ว (เอกรรถประโยค) คือ ประโยคท่ีมขี ้อความหรือใจความเดยี ว ซึง่ เรยี กอีกอย่างหน่งึ วา่ เอกรรถประโยค เป็นประโยคทมี่ ภี าคประโยคเพียงบทเดยี ว และมีภาคแสดงหรือกรยิ าสำคัญเพยี งบทเดียว หากภาค ประธานและภาคแสดงเพ่ิมบทขยายเขา้ ไป ประโยคความเดยี วนน้ั กจ็ ะเปน็ ประโยคความเดยี วทซี่ บั ซอ้ นย่ิงขน้ึ -ประโยคความรวม (อเนกรรถประโยค) คือ ประโยคท่ีรวมเอาโครงสรา้ งประโยคความเดียวต้ังแต่ 2 ประโยคขน้ึ ไปเข้าไว้ในประโยคเดยี วกัน โดยมคี ำเชอื่ มหรือสนั ธานทำหนา้ ที่เชื่อมประโยคเหลา่ น้นั เข้าด้วยกัน ประโยคความรวม เรยี กอีกอย่างหน่ึงว่า อเนกกรรถประโยค -ประโยคความซ้อน คอื ประโยคทม่ี ใี จความสำคัญเพยี งใจความเดียว ประกอบดว้ ยประโยคความเดียวท่ีมีใจความ สำคัญ เปน็ ประโยคหลัก (มุขยประโยค) และมปี ระโยคความเดยี วทีม่ ีใจความเป็นสว่ นขยายส่วนใดสว่ นหน่งึ ของ ประโยคหลกั เป็นประโยคย่อยซอ้ นอยู่ในประโยคหลัก (อนุประโยค) โดยทำหนา้ ท่ีแต่งหรือประกอบประโยคหลกั ประโยคความซ้อนนี้เดิม เรยี กวา่ สังกรประโยค 3. ให้ผู้เรียนอธบิ าย ภาษาระดบั ทางการ คอื อะไร ตอบ ภาษาระดับทางการ คือ ภาษาระดบั น้ีใช้บรรยายหรืออธิบายอยา่ งเป็นทางการในท่ีประชมุ หรอื ใชเ้ ขยี น ขอ้ ความที่จะให้ปรากฏต่อสาธารณชนอย่างเป็นการเปน็ งาน หนงั สอื ท่ีใช้ติดต่อกับทางราชการก็ใช้ภาษาระดับนี้ ผสู้ ่งสารและผูร้ บั สารมกั เปน็ บคุ คลในวงการหรอื วงอาชีพเดียวกนั สมั พนั ธภาพระหวา่ งทงั้ สองฝา่ ยจงึ เปน็ ไป ในด้านธุรกิจและการงาน สารมลี ักษณะเจาะจงเกี่ยวกับธุรกจิ หรอื ความรคู้ วามคิดที่สำคญั หรอื จำเป็นต้องทำ ความเข้าใจให้ตรงกนั ระหว่างผู้รับสารกับผ้สู ่งสาร การใช้ถอ้ ยคำจงึ มกั ตรงไปตรงมา อาจมีศพั ท์เทคนคิ หรอื ศัพท์ วิชาการ
66 4. ใหผ้ เู้ รยี นอธิบายลกั ษณะของคำสภุ าพ และ คำราชาศพั ท์ คืออะไร ตอบ คำสุภาพ หมายถงึ คำทีไ่ ด้ยนิ แล้วนา่ ฟัง ชวนฟังเปน็ ถ้อยคำทเ่ี หมาะสม ลกั ษณะของคำสภุ าพ คือคำท่ีไมเ่ ป็นคำ ที่ได้ยนิ แล้วไมน่ า่ ฟัง ไม่เปน็ คำกระด้าง ไม่เป็นคำทสี่ ้นั หรือห้วนไป เปน็ คำท่ีพดู ผวนแลว้ ไมห่ ยาบ คำราชาศพั ท์ หมายถึง คำศัพทส์ ำหรบั พระราชา เปน็ ภาษาท่กี ำหนด และตกแต่งข้ึนใหส้ ุภาพ และเหมาะสม เพ่อื ใช้ พดู ถงึ หรือพดู กับพระมหากษัตรยิ ์ และพระบรมวงศานุวงศ์ปัจจุบันนี้หมายถึง คำสภุ าพท่ีใชก้ ับบุคคลที่ควรเคารพ 5. ใหผ้ ูเ้ รยี นบอกบทร้อยกรองตามประเภทคำประพนั ธ์มกี ี่ประเภทอะไรบ้าง ตอบ ประเภทของคำประพันธ์. แบง่ เปน็ ประเภทใหญ่ๆ ได้ 5 ประเภท คือ 1. โคลง 2.กาพย์ 3.กลอน 4.รา่ ย 5.ฉันท์
67 แบบทดสอบย่อย ครั้งท่ี 8 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ชอื่ – นามสกลุ ....................................................................กศน.ตำบลบางปลาม้า ขอ้ สอบปรนัย จำนวน 5 ขอ้ คำสงั่ ใหเ้ ลอื กคำตอบทถ่ี ูกต้องที่สุดเพยี งคำตอบเดียว 1.โคลงสี่สุภาพ 1 บท มีก่ีบาท 4. ข้อใดเปน็ ประโยคความรวม ก. 1 บาท ก. กระแสนำ้ ไหลแรงจนเซาะตล่งิ พังไปแถบหน่ึง ข. 2 บาท ข. มีหลักฐานวา่ มนษุ ย์ยคุ หินใชข้ วานทองแดงใน ค. 3 บาท การลา่ สัตว์ ง. 4 บาท ค. ฟ้าทะลายโจรเปน็ พชื สมุนไพรท่นี ยิ มใชร้ ักษา 2.กาพย์ยานี 11 1 บทมีกวี่ รรค อาการเจ็บคอ ก. 2 วรรค ง. การส่งเสริมการอา่ นเปน็ การพฒั นาทรพั ยากร ข. 4 วรรค บคุ คลอย่างหน่ึง ค. 6 วรรค 5. ขอ้ ใดใชภ้ าษาระดบั ทางการ ง. 8 วรรค ก. วิถีชวี ิตไทยริมสองฝง่ั นำ้ กลบั มาคึกคักอีกครัง้ 3. “ไกไ่ ด้พลอย” หมายถึงข้อใด ข. เม่ือกระบวนเหเ่ รือพระราชพธิ ีในแมน่ ้ำ ก. เมือ่ เกิดความเสียหายแล้วจงึ คดิ หาทางป้องกัน เจา้ พระยาปิดฉากลง ข. เก็บเลก็ ผสมน้อยจนสำเรจ็ ค. ถนนการลงทุนทกุ สายต่างเรง่ ปัดฝนุ่ เศรษฐกจิ ค. ยืนกรานไมย่ อมรบั ฟื้นจุดขาย ง. ไดส้ ่ิงทีม่ ีค่าแต่ก็ไม่รคู้ ุณค่า ง. กระทรวงการท่องเท่ียวและกฬี าส่งเสริมการ ท่องเทย่ี วเชงิ อนุรักษ์ ข้อสอบอตั นัย จำนวน 2 ข้อ 1. ประโยคจะมีความสมบูรณ์จะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คืออะไร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. สำนวนและสภุ าษติ ตา่ งกนั อยา่ งไร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................
68 เฉลยแบบทดสอบย่อย ครั้งที่ 8 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ขอ้ สอบปรนัย จำนวน 5 ขอ้ 1. ง. 4 บาท 2. ข. 4 วรรค 3. ง. ได้สง่ิ ท่ีมีคา่ แต่ก็ไมร่ ู้คุณค่า 4. ก. กระแสน้ำไหลแรงจนเซาะตลงิ่ พังไปแถบหนึ่ง 5. ง. กระทรวงการท่องเท่ยี วและกฬี าส่งเสริมการทอ่ งเท่ียวเชิงอนุรักษ์ ขอ้ สอบอัตนัย จำนวน 2 ข้อ แนวตอบ 1. ประโยคจะมีความสมบูรณ์จะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คืออะไร ตอบ ภาคประธาน หมายถึง ส่วนสำคัญของข้อความเป็นผู้กระทำ คำ ส่วนใหญ่เป็นคำนาม หรือสรรพนาม ภาค ประธานประกอบด้วย บทประธาน และ/ หรือ บทขยายประธานหรือความเป็นไป ส่วนภาคแสดง หมายถึง ส่วนที่แสดงกิริยาอาการหรือความเป็นไปของภาคประธาน ประกอบด้วย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม และบทขยายกรรม 2. สำนวนและสุภาษิตตา่ งกันอยา่ งไร ตอบ ความแตกต่างระหว่าง สำนวน กับสุภาษิต โดยสำนวนนั้นจะใช้คำเปรียบเทียบ เพื่อให้เรามองเห็นภาพ หรือก็คือเราต้องใช้จินตนาการในการตีความสำนวน แต่สุภาษิตนั้นเป็นคำกล่าวที่จริงแท้ เพียงแค่ได้ยินก็สามารถ เข้าใจได้อย่างชัดเจน
นักศกึ ษาทั้งหมด จำนวน....................คน 69 นกั ศึกษาทเ่ี ขา้ เรียน จำนวน....................คน บันทึกผลหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ นักศกึ ษาทขี่ าดเรียน จำนวน....................คน ครั้งท.ี่ ... วนั ที่...........................เดือน...........................................พ.ศ..................... ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย จุดประสงค์การเรยี นรู้ ........................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................... ................................ สภาพการจัดการเรยี นรู้แบบพบกล่มุ (ปัจจยั กระบวนการจัดกิจกรรม และผู้เรยี น) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………................................................................ ................................................................................................................. ........................................................................ ........................................................................................................................................................................................ . สภาพการจดั การเรียนรู้แบบเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง (ปจั จยั กระบวนการจดั กจิ กรรม และผ้เู รียน) ………………………............................................................................................................................... .............................. ........................................................................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ดา้ นสื่อการเรยี นรู้........................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................................... ปัญหาทพี่ บ และการแก้ไขปัญหา (อยา่ งไร)................................................................................................................. .................................................................................................. ....................................................................................... ขอ้ คิดเห็น ข้อเสนอแนะ (เพ่อื การปรบั ปรุงแก้ไข/พัฒนา)............................................................................................ ....................................................................................................................................... ....................................... ลงชื่อ.............................................................ผบู้ ันทึก (นายนรินทร์ธร พฒั นไชยการ) เสนอขอ้ คิดเห็น ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอ่ื .............................................................ผู้ตรวจเสนอ (นายปรีชา พิทักษ์วงศ์) นายทะเบยี น การดำเนนิ การแก้ไข/พัฒนา ................................................................................................ .............................................................................. ลงชือ่ .............................................................ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา (นางสมควร วงษแ์ กว้ ) ผ้อู ำนวยการ กศน.อำเภอบางปลาม้า ผลจากการนำข้อเสนอแนะไปปฏบิ ตั ิ .............................................................................................................................. ................................................
70 ปฏิทนิ การเรยี นรู้นักศึกษา กศน. หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 แผนการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง วชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดบั ม.ปลาย กศน. ตำบลบ้านแหลม กศน.อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสพุ รรณบุรี วัน เดือน ปี เรือ่ ง สาระสำคญั วิธีการหาข้อมูล จำนวน แหล่งข้อมลู แหลง่ เรอื่ ง การเขียน ชม. เรียนรทู้ ใี่ ช้ 4 - การกรอกแบบพมิ พ์ -ศกึ ษาคน้ หาจากเอกสาร 17 -หนงั สอื เรียนวิชา ส.ค. 2565 ประเภทตา่ งๆไดถ้ ูกต้อง ประกอบการเรียนวิชา ภาษาไทย พท 31001 ภาษาไทย ระดบั 11 -คน้ คว้าจากอินเตอร์เน็ต มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ส.ค. 2565 -คน้ คว้าจากเอกสารที่ -ห้องสมุดประชาชน เกี่ยวข้องกับเน้ือหา -กศน.ตำบล -อินเทอร์เน็ต -ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผู้มีมารยาท -ศึกษาคน้ หาจากเอกสาร ในการเขียนและมีการจด ประกอบการเรยี นวิชา 8 -หนังสือเรยี นวชิ า บนั ทกึ อย่างสม่ำเสมอ ภาษาไทย พท 31001 ภาษาไทย ระดับ -ค้นคว้าจากอนิ เตอรเ์ น็ต มัธยมศกึ ษาตอนปลาย -ค้นคว้าจากเอกสารที่ -ห้องสมดุ ประชาชน เกย่ี วข้องกับเน้ือหา -กศน.ตำบล -อินเทอรเ์ น็ต 16 ส.ค. 2565 -ศึกษาค้นหาจากเอกสาร -หนังสือเรียนวชิ า - ใชค้ วามรกู้ ารเขียน ประกอบการเรยี นวชิ า ภาษาไทย ระดับ เร่อื ง ภาษาไทยใน ภาษาไทยเปน็ ช่องทางการ ภาษาไทย พท 31001 17 มธั ยมศึกษาตอนปลาย -ค้นคว้าจากอนิ เตอรเ์ น็ต -หอ้ งสมุดประชาชน การประกอบอาชีพ ประกอบอาชีพ -คน้ ควา้ จากเอกสารท่ี -กศน.ตำบล เก่ียวขอ้ งกบั เนื้อหา 18 -อนิ เทอร์เน็ต ส.ค. 2565
วนั เดอื น ปี เรื่อง สาระสำคัญ วธิ ีการหาขอ้ มลู 71 23 เรื่อง หลักการใช้ ธรรมชาติของภาษา -ศึกษาคน้ หาจากเอกสาร จำนวน แหล่งข้อมูลแหล่ง ส.ค. 2565 ภาษา - การเปลย่ี นแปลงของ ประกอบการเรยี นวิชา ชม. เรยี นรู้ทีใ่ ช้ ภาษา ภาษาไทย พท 31001 -คน้ คว้าจากอนิ เตอรเ์ น็ต -หนงั สือเรยี นวิชา 25 ธรรมชาตขิ องภาษา -ค้นคว้าจากเอกสารที่ 18 ภาษาไทย ระดับ ส.ค. 2565 - ลักษณะของภาษา เกี่ยวขอ้ งกบั เน้ือหา มธั ยมศึกษาตอนปลาย 1 ธรรมชาตขิ องภาษา -ศึกษาคน้ หาจากเอกสาร -หอ้ งสมดุ ประชาชน ก.ย. 2565 - พลังของภาษา ประกอบการเรยี นวิชา -กศน.ตำบล ภาษาไทย พท 31001 -อนิ เทอร์เน็ต 8 -ค้นคว้าจากอนิ เตอรเ์ น็ต ก.ย. 2565 -ค้นคว้าจากเอกสารที่ 24 -หนงั สือเรยี นวชิ า เก่ียวข้องกับเนื้อหา ภาษาไทย ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย -ศกึ ษาคน้ หาจากเอกสาร -ห้องสมุดประชาชน ประกอบการเรียนวิชา -กศน.ตำบล ภาษาไทย พท 31001 -อินเทอรเ์ น็ต -คน้ คว้าจากอินเตอร์เน็ต -คน้ ควา้ จากเอกสารท่ี 18 -หนังสอื เรยี นวชิ า เกย่ี วข้องกับเน้ือหา ภาษาไทย ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย -ห้องสมดุ ประชาชน -กศน.ตำบล -อินเทอร์เน็ต
72 แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า ภาษาไทย พท31001 ระดับ ม.ปลาย จำนวน 5 หนว่ ยกิต คร้ังที่ 1-4 แบบ การเรียนรู้ด้วยตนเอง จำนวน 42 ชั่วโมง ช่อื เร่ือง การเขยี น ภาษาไทยในการประกอบอาชีพ ตวั ช้วี ดั เรื่องการเขียน 1. การกรอกแบบพมิ พป์ ระเภทต่างๆได้ถูกต้อง 2. ปฏิบัตติ นเป็นผู้มีมารยาทในการเขยี นและมีการจดบันทึกอยา่ งสมำ่ เสมอ เร่ือง ภาษาไทยในการประกอบอาชีพ ใช้ความรกู้ ารเขยี นภาษาไทยเป็นช่องทางการประกอบอาชีพ เน้ือหา เรอ่ื งการเขียน 1. การกรอกแบบพมิ พ์ประเภทต่างๆเช่น กรอกใบสมคั รงาน กรอกใบสมัครเรยี น. กรอกใบคำร้อง ตา่ งๆ 2. การปฏบิ ตั ติ นเป็นผ้มู มี ารยาทในการเขียนและมีนสิ ัยรักการเขยี น เร่อื ง ภาษาไทยในการประกอบอาชพี ภาษาไทยด้านการเขียนกบั ช่องทางการประกอบอาชีพ ขั้นตอนการจดั กระบวนการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 การกำหนดสภาพปัญหา ความตอ้ งการในการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนอธิบายความหมาย ความสำคัญของการกรอกแบบพิมพ์ประเภทต่างๆ เช่น กรอกใบสมัครงาน กรอกใบสมัครเรียน. กรอกใบคำร้องตา่ งๆ ขั้นที่ 2 การแสวงหาขอ้ มูลและจดั การเรยี นรู้ ผูเ้ รยี นสามารถจดั การเรียนรูด้ ้วยตวั เองโดยศึกษาจากแหลง่ เรียนรู้ หนังสอื แบบเรียน และคน้ คว้าหาความรู้ เพ่ิมเติมจากอินเตอร์เน็ต เร่อื ง ใชค้ วามรูก้ ารเขียนภาษาไทยเปน็ ช่องทางการประกอบอาชีพ ขัน้ ท่ี 3 การปฏิบัตแิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ 3.1 ผู้เรยี นเรยี นร้ดู ้วยตัวเองโดยศกึ ษาจากแหล่งเรียนรู้ หนงั สือแบบเรยี น และคน้ ควา้ หาความรู้ เพมิ่ เติมจากอนิ เตอรเ์ นต็ เร่อื ง การเขียน ภาษาไทยในการประกอบอาชีพ 3.2 ผู้เรยี นสรุปประเด็นสำคญั โดยการบนั ทกึ ประเดน็ สำคญั ในสมุดบันทกึ การเรยี นรเู้ รอื่ งการเขยี น และภาษาไทยในการประกอบอาชพี ส่งงานในสัปดาห์ 15
73 ขั้นที่ 4 การประเมนิ ผล ใบงาน สอ่ื . 1. ใบงาน 2. อินเตอรเ์ น็ต 3. หนงั สอื เรียน วชิ า ภาษาไทย พท31001 การวดั ผลประเมนิ ผล ใบงาน
74 ใบงาน การเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง คร้งั ที่ 1-4 รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ชื่อ – นามสกลุ .............................................................................กศน.ตำบล .................................. คำชแ้ี จง ใหผ้ เู้ รยี นเรยี นร้ดู ้วยตนเองแล้วตอบคำถามจากใบงาน (…10… คะแนน) 1. ใหผ้ ู้เรียนเขยี นตัวอยา่ ง การกรอกแบบพิมพป์ ระเภทต่างๆ เช่น กรอกใบสมัครงาน กรอกใบสมัครเรียน. กรอกใบคำ ร้องต่างๆ มา 1ตัวอยา่ ง ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ..................................................................................................................................................................... ......... ......................................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................ ...................... ............................................................................................................ .................................................................. 2. ใหผ้ ู้เรยี นอธบิ ายการปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทในการเขียนและมีนสิ ยั รักการเขยี น ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ..............................................................................................................................................................................
75 เฉลยใบงาน การเรียนร้ดู ้วยตนเอง ครงั้ ที่ 1-4 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย คำชี้แจง ให้ผ้เู รียนเรียนรดู้ ้วยตนเองแลว้ ตอบคำถามจากใบงาน (…10… คะแนน) 1. ใหผ้ ู้เรยี นเขียนตัวอย่าง การกรอกแบบพิมพ์ประเภทตา่ งๆ เชน่ กรอกใบสมัครงาน กรอกใบสมัครเรยี น. กรอกใบคำ รอ้ งตา่ งๆ มา 1ตวั อยา่ ง ใบสมคั รเรยี น. ชื่อ(นาย/นาง/นางสาว).............ต่อเนือ่ ง........................นามสกลุ ..........อธั ยาศยั .................วนั /เดอื น/ป เกดิ ...... 1...../.....5....../....2545........ อายุ......18........ป.......-.........เดือน (นบั ถงึ วันข้นึ ทะเบียน) นำ้ หนัก.....56...........ก.ก. ส วนสูง....170..............ซ.ม. กรปุ เลอื ด.........เอ.......... ศาสนา..พทุ ธ.... สญั ชาติ..ไทย.........อาชพี ....จ้าง........ ความรูเดิมจบชัน้ ........ม3........ ป พ.ศ. ท่ีจบ........2562...........จากสถานศึกษา.....โรงเรียนสงวนหญิง อาํ เภอ...........เมอื ง..................................จงั หวดั ...........สุพรรณบุรี.................................... ท่อี ยูปจจุบนั สามารถตดิ ตอไดสะดวก รหสั บาน.........................บานเลขที่.........45.............หมูท.่ี .......2............ ตาํ บล/แขวง..........รว้ั ใหญ่...................อาํ เภอ/เขต.......เมืองสุพรรณบุรี......... จังหวดั ..........สุพรรณบรุ ี..........รหัส ไปรษณีย.....72000...หมายเลขโทรศพั ท..........0211121212....................... 2. ให้ผเู้ รยี นอธิบายการปฏิบตั ิตนเป็นผูม้ มี ารยาทในการเขียนและมีนสิ ยั รกั การเขียน แนวตอบ มารยาทในการเขยี น 1. ไมควรเขียนโดยปราศจากความรูเก่ียวกับเร่ืองน้นั ๆ เพราะอาจเกดิ ความผดิ พลาดหากจะเขยี นก็ควรศกึ ษา คนควาใหเกิดความพรอมเสยี กอน 2. ไมเขียนเร่ืองทีส่ งผลกระทบตอความม่ันคงของชาติหรอื สถาบันเบื้องสูง 3. ไมเขยี นเพอ่ื มุงเนนทาํ ลายผูอ่นื หรอื เพ่ือสรางผลประโยชนใหแกตน พวกพองตน 4. ไมเขียนโดยใชอารมณสวนตวั เปนบรรทดั ฐาน 5. ตองบอกแหลงที่มาของขอมูลเดมิ เสมอเพ่ือใหเกยี รติเจาของขอมูลนน้ั ๆ การสรางนิสัยรกั การเขียน ในการเร่มิ ตนของการเขยี นอะไรก็ตาม ผูเขียนจะเขียนไมออกถาไมตง้ั เปาหมายในการเขยี น ไวลวงหนาวาจะเขยี นอะไรเขียนทาํ ไม เพราะการเขียนเรอื่ ยเป อยไมทําใหงานเขยี นนาอานและ ถาทําใหงาน ชิ้นน้นั ไมมีคณุ คาเทาท่คี วร งานเขยี นทีม่ ีคณุ คาคืองานเขียนอยางมีจดุ หมาย มีขอมลู ขาวสารไรพรมแดน ดงั เชนในปจจุบัน การมีขอมูลมากยอมทําใหเปนผูไดเปรยี บผูอน่ื เปนอันมากเพราะยคุ ปจจุบนั เปนยุคแหง การแขงขัน กนั ในทุกทางโดยเฉพาะในทางเศรษฐกจิ ใครมขี อมูลมากจะเปนผูไดเปรียบคแู ขงขนั อืน่ ๆ เพราะการนําขอมูลมาใชประ โยชนไดเร็วกวานนั้ เอง การหมน่ั แสวงหาความรูเพื่อสะสมขอมูล ตางๆ ใหตวั เองมากๆ จึงเปนความไดเปรียบ และควร กระทําใหเปนนสิ ัยติดตัวไป เพราะการกระทาํ ใดๆถาทําบอยๆทาํ เปนประจําในวนั หนงึ่ ก็จะกลายเปนนสิ ยั และความเคยชินที่ตองทาํ ตอไป
76 แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชา ภาษาไทย พท31001 ระดบั ม.ปลาย จำนวน 5 หน่วยกิต ครั้งที่ 5 - 8 แบบ การเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง จำนวน 60 ชั่วโมง ชื่อเร่ือง หลักการใช้ภาษา ตวั ชว้ี ดั 1. อธบิ ายธรรมชาติของภาษาและใชป้ ระโยคตามเจตนาของการสอ่ื สาร เน้อื หา เรอื่ ง หลกั การใชภ้ าษา 1. ธรรมชาติของภาษา - การเปลย่ี นแปลงของภาษา - ลกั ษณะของภาษา - พลงั ของภาษา ขนั้ ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ขนั้ ที่ 1 การกำหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการในการเรยี นรู้ มอบหมายใหผ้ ู้เรียนอธิบาย เร่ือง ธรรมชาติของภาษา 1. การเปลี่ยนแปลงของภาษา 2. ลักษณะของภาษา 3. พลงั ของภาษา ขั้นที่ 2 การแสวงหาขอ้ มูลและจัดการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถจัดการเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ หนังสือเรียน และค้นคว้าหาความรู้ เพิ่มเตมิ จากอนิ เตอรเ์ น็ต เรอื่ ง ธรรมชาตขิ องภาษา ไดด้ ้วยตวั เอง ขั้นที่ 3 การปฏิบัตแิ ละนำไปประยกุ ต์ใช้ 3.3 ผู้เรยี นสามารถจัดการเรยี นรู้ด้วยตัวเองโดยศกึ ษาจากแหล่งเรยี นรู้ หนงั สือแบบเรียน และค้นคว้า หาความรูเ้ พิ่มเติมจากอินเตอร์เนต็ เรอื่ ง ธรรมชาติของภาษา 1. การเปล่ียนแปลงของภาษา 2. ลกั ษณะของภาษา 3. พลงั ของภาษา 3.2 ผู้เรียนสรุปประเด็นสำคัญ โดยการบันทึกประเดน็ สำคัญใบงาน และสมุดบันทกึ การเรยี นรู้ เรื่อง ธรรมชาติ ของภาษา ส่งงานในสัปดาห์ที่ 16 ขน้ั ท่ี 4 การประเมินผล ใบงาน สอ่ื 1. ใบงาน 2. อนิ เตอร์เนต็ 3. หนังสอื เรียน วิชา ภาษาไทย พท31001 การวดั ผลประเมนิ ผล ใบงาน
77 ใบงาน การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง ครั้งท่ี 5 - 8 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ชอื่ – นามสกลุ .............................................................................กศน.ตำบล .................................. คำชแี้ จง ให้ผเู้ รียนเรยี นรูด้ ้วยตนเองแล้วตอบคำถามจากใบงาน(…10… คะแนน) 1. ใหผ้ เู้ รยี นอธิบายเรอื่ งการเปลี่ยนแปลงของภาษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................. ................ .................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................. ............................. ..................................................................................................... .................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ..................................................................................................................................... ......................................... ......................................................................................... ..................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. 2. ใหผ้ เู้ รียนอธิบายลกั ษณะของภาษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. ให้ผู้เรยี นอธิบาย พลังของภาษา ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................... .......................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. .................................................
78 เฉลยใบงาน การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง คร้งั ที่ 5 - 8 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย คำช้แี จง ใหผ้ ูเ้ รียนเรยี นรูด้ ้วยตนเองแล้วตอบคำถามจากใบงาน (…10… คะแนน) 1. ใหผ้ ้เู รยี นอธิบายเรือ่ งการเปลย่ี นแปลงของภาษา ตอบ การเปล่ียนแปลงของภาษามีสาเหตุ ดังนี้ 1. การพูดจาในชีวิตประจำวัน - การกร่อนเสียงพยางค์หน้า เช่น หมากขาม เป็น มะขาม สาวใภ้ เป็นสะใภ้ - ตัวอัพภาส เป็นการตัดเสียง หรือ การกร่อนจากตัวที่ซ้ำกัน เช่น ยับยับ เป็น ยะยับ วิบวิบ เป็น วะวิบ รี่รี่ เป็น ระร่ี - การกลมกลืนของเสียง เช่น อย่างไร เป็น ยังไง ดิฉัน เป็น เด๊ียน อันหนึ่ง เป็น อนึ่ง 2. อิทธิพลของภาษาอื่น เช่น ภาษาอังกฤษจะมีอิทธิพลมากที่สุด มีการยืมคำ และประโยคมาใช้ทำให้เป็น เกิดเป็นสำนวน ต่างประเทศ และมีการดัดแปลงเพื่อให้เข้ากับลักษณะภาษาไทย 3. ความเปลี่ยนแปลงของส่ิงแวดล้อม เม่ือมีส่ิงใหม่ ๆ เกิดข้ึน กระบวนการความคิดใหม่ ๆ เกิดข้ึน เป็นสาเหตุให้เกิดคำศัพท์ใหม่ ๆ ตามมามากขึ้นตามยุคตามสมัยปัจจุบัน ส่วนคำที่ใช้มาแต่เดิมอาจจะสูญหายไป ซ่ึงคน สมัยใหม่อาจจะไม่รู้จัก เช่น ดงข้าว หรือ เกิดศัพท์ใหม่แทนของเก่า เช่น ถนน เป็น ทางด่วน บ้าน เป็น คอนโด ทาวเฮาส์ 2. ให้ผ้เู รยี นอธบิ ายลักษณะของภาษา ตอบ ๑. ภาษาใช้เสยี งสอ่ื ความหมาย ซงึ่ ตอ้ งประกอบด้วยหนว่ ยเสยี ง ( เป็นหนว่ ยในภาษา ) และ ความหมาย ความหมายของภาษามี ๒ อย่าง คือ ๑ ) ความหมายอย่างกว้าง ภาษา หมายถึง การแสดงออกเพ่ือส่อื ความหมายโดยมีระบบกฎเกณฑ์เข้าใจกนั ระหวา่ งสองฝ่าย อาจจะเป็นการ แสดงออกทางเสียง ทา่ ทาง หรอื สญั ลกั ษณต์ ่าง และอาจเป็นการสอื่ ความหมายระหว่างมนุษย์หรอื ระหว่างสตั ว์ก็ได้ ๒ ) ความหมายอย่างแคบ ภาษา หมายถงึ ถ้อยคำที่มนุษย์ใชส้ ือ่ ความหมาย ๒. เสียงกับความหมายมีความสัมพันธ์กัน มสี าเหตุเกดิ จากการเลียนเสยี งจากธรรมชาติ เชน่ ๑ ) เกิดจากการเลียงเสยี งจากสง่ิ ต่าง ๆ เชน่ เพล้ง , โครม , ปัง ๒ ) เกิดจากการเลยี นเสียงของสตั ว์ เชน่ แมว , ตุ๊กแก ๓ ) เกิดจากการเลียนเสยี งจากสิง่ ส่ิงนน้ั เช่น หวูด , ออด ๔ ) เกดิ จากเสียงสระหรือพยัญชนะท่ีมีความสัมพนั ธ์กับความหมาย เช่น เซ , เป๋ มีความหมายวา่ ไมต่ รง ( แตเ่ ปน็ เพียงสว่ นน้อยในภาษาเท่านน้ั ) ๕ ) ภาษาถิน่ บางถน่ิ จะมเี สยี งสัมพันธ์กบั ความหมาย เช่น สระเอาะ หรอื ออ ภาษาถ่ินบาง
79 ถิ่นจะบอกความหมายวา่ เปน็ ขนาดเล็ก ดังเชน่ จอ่ ว่อ หมายถงึ เลก็ , โจโ่ ว่ หมายถึง ใหญ่ ๓. เสียงกบั ความหมายไมส่ มั พนั ธ์กนั เช่น เด็ก น้อย เดิน เสียงจะไม่สัมพันธ์กนั แต่เรากร็ ู้วา่ “ เด็ก ” หมายถงึ คนที่มีอายนุ ้อย “ น้อย ” หมายถึง เล็ก และ “ เดนิ ” หมายถึง การยกเทา้ กา้ วไป เป็นการตกลงกนั ของคนท่ีใชเ้ สยี งน้นั ๆ วา่ จะใหม้ ีความหมายเปน็ อยา่ งไร ๔. หนว่ ยในภาษาประกอบกนั เป็นพยางค์ทีใ่ หญ่ขน้ึ หนว่ ยในภาษา หมายถงึ ส่วนประกอบของภาษา ได้แก่ เสยี ง คำ และประโยค ซ่งึ เราสามารถนำเสียงทม่ี ีอยู่อย่างจำกัด มาสรา้ งคำได้เพิ่มข้ึน และนำคำมาสรา้ งเป็นประโยคต่าง ๆ ได้มากขนึ้ เช่น ฉนั กนิ ข้าว อาจจะเพิ่มคำเปน็ “ ฉันกนิ ข้าว ผดั กะเพรา ” เปน็ ตน้ 3. ใหผ้ ู้เรยี นอธบิ าย พลังของภาษา ตอบ พลังของภาษา ภาษาช่วยให้มนุษย์รู้จักคิดโดยแสดงออกผ่านทางการพูด การเขียน และการ กระทำ ซึ่งเป็นผลจากการคิด ถ้าไม่มีภาษามนุษย์จะคิดไม่ได้ ถ้ามนุษย์มีภาษาน้อย มีคำศัพท์น้อยความคิดของ มนุษย์ย่อมแคบไม่กว้างไกล ผู้ที่ใช้ภาษาได้ดีจะมีความคิดดีด้วย ส่งผลให้การเรียนรู้ในสิ่งต่างๆดีขึ้นตามไป ด้วย ผู้ท่ีใช้ภาษาได้ดีจะมีความคิดดีด้วย เมื่ออ่านแล้วสามารถจับใจความและสรุปความได้ ย่อมส่งผลให้อ่าน สาระวิชาความรู้ในแขนงต่างๆได้อย่างเข้าใจ ดังนั้นผู้ท่ีจะเรียนวิชาใดๆให้ได้ดี ควรจะมีทักษะทางภาษาไทย อย่างดีเสียก่อน เพ่ือเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะเพื่อแสวงหาความรู้ต่อไป นอกจากน้ีมนุษย์ยังใช้ความคิดและถ่ายทอดความคิดเป็นภาษา ซึ่งส่งผลไปสู่การกระทำผลของการกระทำส่งผล ไปสู่ความคิด ความคิดท่ีดีย่อมช่วยกันธำรงสังคมให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข มีไมตรีต่อ กัน ช่วยเหลือกันด้วยการใช้ภาษาติดต่อส่ือสาร ช่วยให้คนปฏิบัติตนตามเกณฑ์ของสังคม เช่น การเจรจาเจริญ สัมพันธไมตรีกับต่างประเทศหรือการติดต่อค้าขาย ล้วนมีภาษาเป็นสื่อกลางท้ังส้ิน ภาษาช่วยให้มนุษย์เกิดการพัฒนา โดยใช้ภาษาในการแลกเปล่ียนความคิดเห็น การอภิปรายโต้แย้งเพื่อนไปสู่ ผลสรุป มนุษย์ใช้ภาษาในการเรียนรู้ จดบันทึกความรู้ แสวงหาความรู้ และช่วยจรรโลงใจด้วยการอ่านบท กลอน ร้องเพลง ภาษาจึงมีพลังในตนเอง เพราะภาษาประกอบด้วยเสียงและความหมาย การใช้ภาษา ถ้อยคำ จึงทำให้เกิดความรู้สึกต่อผู้รับสาร เช่นเกิดความชื่นชอบ ความรัก ความรู้สึกอคติ เหล่านี้ล้วนเกิดจาก พลังของภาษาทั้งส้ิน โดยสรุปแล้ว พลังของภาษา ก็คือ อิทธิพลของภาษาที่มีผลต่อมนุษย์น่ันเอง ไม่ว่าจะเป็น อิทธิพลทางด้านพฤติกรรม ความคิด จิตใจ ความเช่ือ ทัศนคติ หรืออ่ืนๆ
80 อา้ งองิ สาํ นักงาน กศน. สํานกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร , หนังสอื เรียนสาระความรู้พืน้ ฐาน รายวชิ าภาษาไทย (พท31001) ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560: โรงพมิ พองคการคา ของครุ ุสภา. 2560.
81
Search