1 แผนการเรยี นรู้แบบรายวชิ า รายวิชา ภาษาไทย พท31001 จำนวน 5 หน่วยกิต ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2563 โดย ................................................................ ครู กศน.ตำบล.................... ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอ...... สำนกั งาน กศน.จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
ก คำนำ แผนการจัดการเรียนรู้แบบรายวิชาเล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา พท31001 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ของสถานศึกษา กศน. โดยที่เน้นผู้เรียนเป็น สำคัญ มีการจดั กจิ กรรมและการวัดผลประเมินผลทีห่ ลากหลายสอดคลอ้ งกบั สาระการเรียนร้แู ละตัวชี้วัดตามหลักสูตร แกนกลาง พุทธศักราช 2551 ซึ่งการจัดทำในครั้งนี้ได้รับการส่งเสริมการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จากสำนักงาน กศน.จงั หวดั สพุ รรณบุรี อยา่ งดยี ิง่ อนึ่งหวังว่าแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ คงจะมีประโยชน์ต่อครู กศน. บ้างไม่มากก็น้อย ในการใช้ เป็นแนวทางในการจดั การเรียนการสอนและการจัดทำแผนการเรียนรู้ นอกจากนอี้ าจจะทำให้การศึกษาของชาติมีการ พฒั นามากขน้ึ ขอขอบพระคุณผทู้ เ่ี กีย่ วขอ้ งทุกท่านที่มีส่วนทำใหแ้ ผนการจัดการเรียนรนู้ ้สี ำเรจ็ ลงดว้ ยดี คณะผ้จู ัดทำ
สารบญั ข คำนำ หน้า สารบญั ก คำอธบิ ายรายวิชา ข รายละเอยี ดคำอธิบายรายวิชา 1 ผลการวิเคราะห์รายละเอยี ดคำอธิบายรายวชิ า 3 ปฏทิ ินการเรยี นรู้รายสปั ดาห์ 6 แผนการจดั เรียนรูร้ ายภาค 8 แผนการจดั การเรียนรแู้ บบพบกลมุ่ ครั้งที่ 1 9 แผนการจัดการเรียนร้แู บบพบกลมุ่ ครั้งที่ 2 10 แผนการจัดการเรยี นร้แู บบพบกลมุ่ ครั้งที่ 3 17 แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบพบกลุ่ม ครั้งท่ี 4 24 แผนการจดั การเรียนรแู้ บบพบกลุ่ม ครั้งท่ี 5 31 แผนการจัดการเรียนรู้แบบพบกลมุ่ ครงั้ ท่ี 6 38 แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบพบกลมุ่ ครงั้ ที่ 7 46 แผนการจดั การเรียนรู้แบบพบกลมุ่ ครง้ั ที่ 8 54 ปฏทิ ินการเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง 62 แผนการเรียนร้ดู ้วยตนเอง ครั้งท่ี 1 - 4 70 แผนการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง ครั้งที่ 5 - 8 72 อา้ งองิ 76 80
1 คำอธบิ ายรายวิชา พท31001 ภาษาไทย จำนวน 5 หนว่ ยกิต ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดับ การฟัง การดู 1. สามารถเลอื กสื่อ ในการฟงั และดอู ย่างสรา้ งสรรค์ 2. สามารถฟงั และดูอย่างมวี จิ ารณญาณ 3. เป็นผมู้ มี ารยาทในการฟังและดู การพูด 1. สามารถพูดท้ังที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยใช้ภาษาถูกต้องเหมาะสม 2. สามารถแสดงความคิดเห็นเชงิ วเิ คราะห์ และประเมินค่าการใชภ้ าษาพูดจากส่ือตา่ งๆ 3. มมี ารยาทในการพูด การอา่ น 1. สามารถอา่ นอยา่ งมวี ิจารณญาณ จัดลำดบั ความคิดจากเรอ่ื งท่ีอา่ น 2. สามารถศกึ ษาภาษาถ่ิน สำนวน สุภาษิตที่มอี ยใู่ นวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและ วรรณกรรมท้องถิ่น 3. สามารถวิเคราะห์ วจิ ารณ์ ประเมนิ ค่าองคป์ ระกอบของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจบุ ัน วรรณกรรมท้องถิน่ 4. สามารถค้นคว้าหาความร้จู ากส่ือสงิ่ พมิ พแ์ ละส่ือสารสนเทศ 5. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผูม้ ีมารยาทในการอ่าน และนิสยั รักการอา่ น การเขยี น 1. รูแ้ ละเข้าใจหลกั การเขยี นประเภทตา่ งๆ โดยใช้คำในการเขยี นได้ตรงความหมา และ ถกู ต้องตามอกั ขระวิธีและระดับภาษา 2. สามารถวิพากษว์ จิ ารณ์และประเมนิ งานเขยี นของผูอ้ นื่ เพ่ือนำมาพฒั นางานเขยี น 3. สามารถแตง่ คำประพนั ธป์ ระเภทร้อยแกว้ และร้อยกรอง 4. มมี ารยาทในการเขียน และนิสัยรกั การเขยี น หลักการใชภ้ าษา 1. รู้และเข้าใจธรรมชาติของภาษา 2. สามารถใช้ภาษาสรา้ งมนุษยสมั พันธ์ในการปฏบิ ัติงานร่วมกบั ผู้อ่ืน และใชค้ ำราชาศพั ท์ คำสภุ าพได้ถกู ต้องตามฐานะของบคุ คล วรรณคดี วรรณกรรม สามารถวิเคราะหแ์ ละเห็นคณุ คา่ วรรณคดวี รรณกรรมปัจจุบัน และวรรณกรรมท้องถ่นิ โดยใช้ หลักการพนิ ิจวรรณคดี
2 ภาษาไทยกบั การประกอบอาชีพ 1. ใชค้ วามรู้ด้านการพดู ภาษาไทยเพ่อื การประกอบอาชพี 2. ใช้ความรดู้ า้ นการเขยี นภาษาไทยเพื่อการประกอบอาชพี ศกึ ษาและฝึกทักษะเกย่ี วกบั เร่ืองดังต่อไปนี้ การฟัง การดู การวิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดบั ความและความเป็นไปได้ของเรอ่ื งท่ีฟงั และดูจากสื่อ ทห่ี ลากหลาย ตลอดจนมารยาทของการฟงั และดู การพูด ศิลปะการพดู ที่เป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการ และมารยาทในการพดู การอ่าน การอา่ นเพ่ือตีความ แปลความ ขยายความ ความหมายของภาษาถิ่น สำนวน สภุ าษิต องคป์ ระกอบ ของการประเมนิ ค่าวรรณคดี วรรณกรรมปจั จบุ ันและวรรณกรรมท้องถนิ่ ตลอดจนมารยาทในการอา่ น การเขียน หลักการเขียนประเภทต่างๆ และการแตง่ คำประพันธป์ ระเภทร้อยกรอง ตลอดจนมารยาทในการเขยี น หลักการใช้ภาษา ธรรมชาตขิ องภาษา การใชถ้ ้อยคำ ประโยค สำนวน สภุ าษิต คำพังเพย คำสภุ าพ คำราชาศพั ท์ วรรณคดแี ละวรรณกรรม หลกั การพินิจและประเมนิ คุณค่าเกี่ยวกับวรรณคดี วรรณกรรมปจั จุบนั และวรรณกรรมท้องถ่นิ ภาษาไทยกับการประกอบอาชพี การใช้ความรดู้ า้ นการพูด การเขียนภาษาไทยเปน็ ช่องทางในการประกอบอาชพี การจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ จดั ประสบการณ์หรอื สถานการณใ์ นชีวติ ประจำวนั ใหผ้ เู้ รียนได้ฝึกปฏิบัตจิ รงิ เกี่ยวกับทักษะการฟงั การดู การพูด การอ่าน การเขยี น และหลกั การใช้ภาษาเป็นรายบคุ คลหรือใช้กระบวนการกลุม่ การวัดและประเมนิ ผล การสงั เกต การฝึกปฏิบัติ การทดสอบ ตรวจสอบ ตอบคำถาม และการประเมินชิ้นงานในแต่ละกจิ กรรม
3 รายละเอยี ดคำอธบิ ายรายวิชา พท31001 ภาษาไทย จำนวน 5 หนว่ ยกิต ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ การเขียน 1. รูแ้ ละเข้าใจหลักการเขยี นประเภทตา่ งๆ โดยใช้คำในการเขียนไดต้ รงความหมาย และ ถูกตอ้ งตามอักขระวิธีและระดับภาษา 2. สามารถวพิ ากษ์วิจารณแ์ ละประเมินงานเขียนของผอู้ ื่น เพอ่ื นำมาพัฒนางานเขยี น 3. สามารถแตง่ คำประพันธ์ประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง 4. มมี ารยาทในการเขยี น และนิสยั รกั การเขียน หลกั การใชภ้ าษา 1. รู้และเข้าใจธรรมชาตขิ องภาษา 2. สามารถใช้ภาษาสร้างมนุษยสมั พันธ์ในการปฏิบตั งิ านร่วมกบั ผอู้ น่ื และใชค้ ำราชา ศัพทค์ ำสภุ าพ ได้ถูกตอ้ งตามฐานะของบุคคล วรรณคดี วรรณกรรม สามารถวเิ คราะห์และเหน็ คณุ คา่ วรรณคดีวรรณกรรมปัจจุบัน และวรรณกรรมท้องถิ่น โดยใช้ หลกั การพนิ จิ วรรณคดี ภาษาไทยกบั การประกอบอาชพี 1. ใชค้ วามรดู้ ้านการพดู ภาษาไทยเพื่อการประกอบอาชพี 2. ใช้ความร้ดู า้ นการเขียนภาษาไทยเพ่ือการประกอบอาชีพ ที่ หัวเรอื่ ง ตัวช้ีวดั เนือ้ หา จำนวน 1 การเขียน (ชั่วโมง) 1. เขียนแผนภาพความคิด 1. การเขียนแผนภาพความคิด เขยี นย่อความ เรียงความ 2. การเขยี นย่อความ 2 จดหมาย เขียนอธบิ าย ช้แี จง 3. การเขียนเรยี งความ 2 โนม้ น้าวใจ แสดงทัศนะและ 4. การเขียนจดหมาย 2 การเขยี นเชงิ สร้างสรรค์ โดยใช้ 5. การเขียนอธิบาย 2 หลักการเขียนและโวหารต่างๆ 6. การเขยี นชี้แจง โน้มนา้ วใจ 2 ไดถ้ ูกต้องตามอกั ขระวิธีและ 7. การเขยี นแสดงทัศนะ 2 ระดับภาษา 8. การเขียนคำขวญั 2 9. การเขยี นคำโฆษณา 2 10. หลักการเขียนโวหารแบบ 2 ตา่ งๆ 5 6
4 ที่ หัวเร่ือง ตวั ชว้ี ดั เนือ้ หา จำนวน (ช่วั โมง) 5 หลกั การใช้ ภาษา 2. แต่งคำประพนั ธ์ประเภทร้อยกรองได้ 11. การเขียนพรรณนาและการ 5 6 วรรณคดแี ละ ถกู ต้องตามฉนั ทลักษณ์และใช้ถ้อยคำที่ เขียนบรรยายเหตกุ ารณ์ วรรณกรรม ไพเราะ 12. หลกั การเขียนรายงานทาง 1 วชิ าการ 2 13. หลกั การเขยี นอา้ งอิง 3. การกรอกแบบพิมพป์ ระเภท 14. การกรอกแบบพมิ พป์ ระเภท ต่างๆ ได้ถกู ต้อง ต่างๆ เช่นกรอกใบสมัครงาน กรอกใบสมคั รเรยี น. กรอกใบคำ 1 ร้องตา่ งๆ 15.การปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้มมี ารยาท 4. ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ ีมารยาทในการเขียน ในการเขยี นและมนี ิสยั รักการเขยี น และมีการจดบนั ทึกอยา่ งสม่ำเสมอ 1. อธิบายธรรมชาติของภาษาและใช้ 1. ธรรมชาติของภาษา 10 ประโยคตามเจตนาของการสื่อสาร - การเปลยี่ นแปลงของภาษา - ลกั ษณะของภาษา - พลงั ของภาษา 2. เลือกใช้ถ้อยคำ สำนวนสภุ าษติ คำ 2. การใชถ้ ้อยคำ สำนวนสุภาษิต 4 พังเพยให้ตรงความหมาย คำพงั เพย 3. ใช้ประโยคได้ถูกต้องตามเจตนาของผู้สง่ 3. โครงสร้างของประโยครูป 10 สาร ประโยค และชนิดของประโยค 4. ใชค้ ำสภุ าพ และคำราชาศัพท์ให้ถูกต้อง 4. ระดบั ภาษา 8 ตามฐานะและบคุ คล 5. คำสภุ าพ 6. คำราชาศพั ท์ 5. แต่งคำประพนั ธป์ ระเภทร้อยกรอง 7. การแตง่ คำประพันธ์ประเภท 8 ร้อยกรอง อธิบายคุณคา่ วรรณคดี วรรณกรรมปจั จุบนั 1. ความหมายของวรรณคดี 10 และวรรณกรรมท้องถิ่นวรรณคดีวรรณกรรม วรรณกรรมปัจจบุ ันและ วรรณกรรมท้องถิน่ วรรณคดีและ วรรณกรรม 15
5 ท่ี หัวเรือ่ ง ตวั ช้วี ัด เนอ้ื หา จำนวน (ชัว่ โมง) 7 ภาษาไทยกับ 1. ใชค้ วามรู้การพดู ภาษาไทยเปน็ ชอ่ งทาง 2. คุณคา่ ของวรรณคดีและ การประกอบ ในการประกอบอาชีพ วรรณกรรม ด้านวรรณศิลป์ และ 15 อาชีพ 2. ใชค้ วามรู้การเขียนภาษาไทยเปน็ ช่อง ด้านสังคม ทางการประกอบอาชพี 3. แนวคิดและค่านิยมทป่ี รากฏ 2 ในวรรณคดีและวรรณกรรม 2 1. ภาษาไทยด้านการพูดกับ ช่องทางการประกอบอาชีพ 2. ภาษาไทยด้านการเขยี นกับ ชอ่ งทางการประกอบอาชพี
6 ผลการวิเคราะห์รายละเอียดคำอธบิ ายรายวชิ า วชิ า ภาษาไทย พท31001 จำนวน 5 หน่วยกิต ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน แผนการจดั การเรยี นรู้ (ช่วั โมง) ท่ี ตัวชีว้ ัด เนือ้ หา พบกลุ่ม เรียนรดู้ ว้ ย ตนเอง 4 1. เขยี นแผนภาพความคิด 1. การเขยี นแผนภาพ 2⁄ เขียนย่อความ เรยี งความ ความคดิ 2⁄ จดหมาย เขียนอธบิ าย ชี้แจง 2. การเขยี นยอ่ ความ 2⁄ โน้มนา้ วใจ แสดงทัศนะและ 3. การเขยี นเรยี งความ 2⁄ การเขยี นเชงิ สร้างสรรค์ โดยใช้ 4. การเขียนจดหมาย 2⁄ หลกั การเขียนและโวหารตา่ งๆ 5. การเขียนอธบิ าย 2⁄ ไดถ้ ูกต้องตามอักขระวิธีและ 6. การเขยี นชี้แจง โนม้ นา้ ว 2 ⁄ ระดับภาษา ใจ 2⁄ 7. การเขยี นแสดงทัศนะ 2 ⁄ 8. การเขยี นคำขวญั 5⁄ 2. แต่งคำประพันธป์ ระเภทร้อยกรองได้ 9. การเขียนคำโฆษณา ถูกต้องตามฉนั ทลักษณแ์ ละใช้ถ้อยคำที่ 10. หลักการเขียนโวหาร 6 ⁄ ไพเราะ แบบต่างๆ 11. การเขียนพรรณนาและ 5 ⁄ การเขียนบรรยายเหตุการณ์ 3. การกรอกแบบพมิ พ์ประเภท 12. หลักการเขียนรายงาน 1 ⁄ ตา่ งๆ ได้ถูกต้อง ทางวชิ าการ 2 ⁄ 13. หลกั การเขยี นอา้ งองิ 14. การกรอกแบบพมิ พ์ 4. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้มีมารยาทในการ ประเภทตา่ งๆ เช่นกรอกใบ เขยี นและมีการจดบนั ทกึ อยา่ ง สมัครงาน กรอกใบสมัคร 1 ⁄ สม่ำเสมอ เรยี น. กรอกใบคำรอ้ งตา่ งๆ 15. การปฏิบัติตนเปน็ ผูม้ ี มารยาทในการเขียนและมี นิสยั รกั การเขยี น 5 1. อธิบายธรรมชาติของภาษาและใช้ 1. ธรรมชาตขิ องภาษา 10 ⁄ ประโยคตามเจตนาของการส่ือสาร - การเปล่ยี นแปลงของภาษา - ลักษณะของภาษา
7 จำนวน แผนการจัดการเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) ที่ ตัวช้ีวัด เนื้อหา พบกลุ่ม เรยี นรดู้ ว้ ย ตนเอง - พลงั ของภาษา 2. เลอื กใชถ้ ้อยคำ สำนวนสภุ าษิต คำ 2. การใช้ถอ้ ยคำ สำนวน 4 ⁄ พงั เพยใหต้ รงความหมาย สุภาษติ คำพังเพย 3. ใช้ประโยคได้ถูกต้องตามเจตนาของ 3. โครงสรา้ งของประโยครปู 10 ⁄ ผสู้ ่งสาร ประโยค และชนิดของ 4. ใช้คำสุภาพ และคำราชาศัพท์ให้ ประโยค 8 ถกู ต้องตามฐานะและบคุ คล 4. ระดับภาษา ⁄ 5. คำสภุ าพ ⁄ 5. แตง่ คำประพนั ธ์ประเภทร้อยกรอง 6. คำราชาศัพท์ 8⁄ 7. การแต่งคำประพนั ธ์ ⁄ ประเภทร้อยกรอง 6 อธบิ ายคุณค่าวรรณคดี วรรณกรรม 1. ความหมายของวรรณคดี 10 ⁄ ⁄ วรรณกรรมปัจจบุ นั และ ⁄ ⁄ ปจั จุบนั และวรรณกรรมท้องถ่ิน วรรณกรรมท้องถนิ่ 15 ⁄ วรรณคดีและวรรณกรรม 15 7 1. ใชค้ วามรกู้ ารพดู ภาษาไทยเปน็ 2. คุณคา่ ของวรรณคดีและ 2 วรรณกรรม ด้านวรรณศลิ ป์ 2 ชอ่ งทางในการประกอบอาชีพ และดา้ นสงั คม 2. ใชค้ วามรูก้ ารเขียนภาษาไทย 3. แนวคดิ และคา่ นิยมท่ี เป็นช่องทางการประกอบ ปรากฏในวรรณคดแี ละ อาชพี วรรณกรรม 1. ภาษาไทยด้านการพดู กับ ช่องทางการประกอบอาชีพ 2. ภาษาไทยดา้ นการเขยี น กบั ชอ่ งทางการประกอบ อาชพี
8 ปฏทิ ินการเรยี นรู้นกั ศกึ ษา กศน. หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 คร้งั ท่ี ว/ด/ป สถานที่ การจัดการเรยี นรู้แบบพบกลุ่ม การจัดการเรยี นร้แู บบเรยี นรดู้ ว้ ย กศน.ตำบล ตนเอง วชิ าภาษาไทย พท31001 วชิ าภาษาไทย พท31001 1 4 บางปลามา้ เรือ่ ง การเขยี น เร่อื ง การเขียน สงิ หาคม 2565 1. การเขียนแผนภาพความคิด 1. การกรอกแบบพิมพ์ประเภทต่างๆ เชน่ กรอกใบสมคั รงาน กรอกใบ 2. การเขียนย่อความ 3. การเขียนเรยี งความ สมัครเรยี น กรอกใบคำร้องตา่ งๆ 4. การเขยี นจดหมาย 2. การปฏิบัติตนเป็นผ้มู ีมารยาทใน 2 11 องครักษ์ 5. การเขยี นอธบิ าย การเขยี นและมีนสิ ยั รักการเขียน สงิ หาคม 2565 6. การเขียนช้ีแจงโนม้ น้าวใจ เรื่อง ภาษาไทยในการประกอบ อาชพี 7. การเขียนแสดงทัศนะ 8. การเขยี นคำขวญั 1. ภาษาไทยด้านการเขียนกับ 9. การเขียนคำโฆษณา ช่องทางการประกอบอาชีพ 3 16 โคกคราม 10. หลักการเขียนโวหารแบบตา่ งๆ สิงหาคม 2565 11. การเขียนพรรณนาและการเขยี น บรรยายเหตุการณ์ 12. หลักการเขียนรายงานทางวิชาการ 18 13. หลักการเขยี นอ้างอิง สิงหาคม 2565 4 บา้ นแหลม เร่ือง ภาษาไทยในการประกอบอาชพี 1. ภาษาไทยด้านการพูดกับช่องทางการ ประกอบอาชีพ 5 23 โคกคราม วิชาภาษาไทย พท31001 วิชาภาษาไทย พท31001 สงิ หาคม 2565 เรื่อง หลักการใช้ภาษา เรือ่ ง หลักการใช้ภาษา 6 25 บา้ นแหลม 1. การใช้ถ้อยคำสำนวนสภุ าษิตคำพังเพย 1. ธรรมชาตขิ องภาษา สิงหาคม 2565 2. โครงสรา้ งของประโยครูปประโยคและ - การเปล่ยี นแปลงของภาษา 1 ชนิดของประโยค - ลักษณะของภาษา กนั ยายน 2565 7 องครักษ์ 3. ระดับภาษา - พลังของภาษา 4. คำสภุ าพ 8 8 บางปลามา้ 5. คำราชาศัพท์ กันยายน 2565 6. การแตง่ คำประพนั ธป์ ระเภทร้อยกรอง
9 แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้รายวิชา (รายภาค) หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 คร้ังที่ วนั /เดอื น/ปี กิจกรรม/โครงการ สถานท่ี วธิ ีการ ผู้รับผดิ ชอบ หมาย เหตุ กศน.ตำบล การจดั การเรยี นรู้แบบพบกลุ่ม บางปลาม้า 1 4 วิชา ภาษาไทย พท31001 กศน.ตำบล สงิ หาคม 2565 เรอ่ื ง การเขียน องครักษ์ เร่ือง ภาษาไทยในการประกอบอาชพี กศน.ตำบล โคกคราม การจัดการเรยี นรู้แบบเรียนรดู้ ้วยตนเองวิชา 11 ภาษาไทย พท31001 กศน.ตำบล 2 สงิ หาคม 2565 เร่อื ง การเขยี น บ้านแหลม - การกรอกแบบพมิ พป์ ระเภทต่างๆเช่นกรอก กศน.ตำบล พบกลมุ่ / ครผู ู้ช่วย โคกคราม เรียนรูด้ ้วย 16 ใบสมัครงาน สงิ หาคม 2565 กรอกใบสมคั รเรยี น. กรอกใบคำร้องต่างๆ กศน.ตำบล ตนเอง บา้ นแหลม 3 กศน.ตำบล - การปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผูม้ ีมารยาทในการเขยี น องครักษ์ และมีนิสัยรกั การเขยี น กศน.ตำบล บางปลามา้ 4 18 เรอ่ื ง ภาษาไทยในการประกอบอาชพี สิงหาคม 2565 - ภาษาไทยดา้ นการเขยี นกับชอ่ งทางการ ประกอบอาชีพ การจัดการเรยี นรู้แบบพบกลุ่ม 23 วิชา ภาษาไทย พท31001 5 สงิ หาคม 2565 เรื่อง หลักการใชภ้ าษา - การใชถ้ อ้ ยคำสำนวนสภุ าษติ คำพังเพย 6 25 - โครงสรา้ งของประโยครูปประโยคและชนดิ พบกลมุ่ / สิงหาคม 2565 ของประโยค เรียนรู้ด้วย - ระดับภาษา ตนเอง ครผู ชู้ ว่ ย 7 1 - คำสุภาพ กนั ยายน 2565 - คำราชาศพั ท์ - การแต่งคำประพนั ธ์ประเภทร้อยกรอง 8 8 การจดั การเรยี นรู้แบบเรยี นรดู้ ้วยตนเอง กันยายน 2565 วชิ า ภาษาไทย พท31001 เรอ่ื ง หลักการใชภ้ าษา ธรรมชาตขิ องภาษา
10 แผนการจัดการเรียนรู้ แบบ พบกลุ่ม ครั้งที่ 1 จำนวน 6 ช่ัวโมง รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดบั ม.ปลาย จำนวน 5 หนว่ ยกติ จดั กระบวนการเรียนรู้ วนั ท่ี 4 สงิ หาคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 ณ กศน.ตำบลบางปลาม้า ช่อื เรื่อง การเขยี น ภาษาไทยในการประกอบอาชพี ตัวช้วี ัด เรื่อง การเขยี น 1. เขยี นแผนภาพความคดิ เขียนยอ่ ความ เรยี งความจดหมาย เขียนอธิบาย ชแี้ จงโนม้ นา้ วใจ แสดงทศั นะและ การเขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์ โดยใชห้ ลกั การเขียนและโวหารตา่ งๆไดถ้ ูกต้องตามอักขระวธิ ีและระดบั ภาษา 2. แตง่ คำประพนั ธ์ประเภทร้อยกรองได้ถูกต้องตามฉนั ทลกั ษณ์และใช้ถ้อยคำทไ่ี พเราะ เรอื่ ง ภาษาไทยในการประกอบอาชพี 1. ใช้ความรู้การพดู ภาษาไทยเปน็ ช่องทางในการประกอบอาชพี เนอ้ื หา เรอื่ ง การเขียน 1. การเขยี นแผนภาพความคิด 2. การเขียนย่อความ 3. การเขยี นเรยี งความ 4. การเขยี นจดหมาย 5. การเขียนอธบิ าย 6. การเขียนชีแ้ จงโนม้ น้าวใจ 7. การเขยี นแสดงทัศนะ 8. การเขียนคำขวัญ 9. การเขียนคำโฆษณา 10. หลักการเขียนโวหารแบบต่างๆ 11. การเขียนพรรณนาและการเขยี นบรรยายเหตุการณ์ 12. หลักการเขียนรายงานทางวิชาการ 13. หลกั การเขียนอ้างองิ เรอ่ื ง ภาษาไทยในการประกอบอาชีพ ภาษาไทยด้านการพดู กับช่องทางการประกอบอาชีพ
11 ข้ันตอนการจดั กระบวนการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 การกำหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการในการเรียนรู้ ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยเปิดเพลง จดหมายผิดซอง แล้วสอบถามผู้เรียนว่าเคยได้ยินเพลงนี้หรือเปล่า แล้วมี ใครยงั เขียนจดหมายเปน็ บา้ ง และครูแจง้ วัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้ ขน้ั ที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ ครูอธิบายเนื้อหาโดยใช้สื่อการสอน เรื่อง หลักการเขียน การพูดในการประกอบอาชีพ แล้วมอบหมายให้ ผู้เรียน ร่วมกันศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนประเภทต่างๆ และภาษาไทยด้านการพูดกับช่องทางการประกอบ อาชีพ โดยแบ่งผู้เรียน เป็น 6 กลุ่ม เท่าๆ กัน จากนั้น ให้ทำแผนผังความคิด ตามหัวข้อ การเขียน 12 ที่เหลือ ท่ีแต่ละกลุ่มสนใจโดยไม่ซำ้ กนั 1. การเขยี นย่อความ 2. การเขียนเรียงความ 3.การเขยี นจดหมาย 4. การเขยี นอธิบาย 5. การเขียนชแ้ี จงโนม้ นา้ วใจ 6. การเขยี นแสดงทศั นะ 7. การเขยี นคำขวัญ 8. การเขียนคำโฆษณา 9. การเขยี นโวหาร 10. การเขียนพรรณนาและการเขียนบรรยายเหตุการณ์ 11.หลกั การเขียนรายงานทางวิชาการ 12. หลกั การเขียนอ้างอิง พรอ้ มออกมานำเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น ขน้ั ท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ ครใู หผ้ ู้เรยี นสรุปองค์ความรู้ที่ได้ในรูปแบบ 2 3 4 ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง รว่ มกัน แล้วทำ ใบงานและ ทำแบบทดสอบย่อย ขัน้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล ใบงานและแบบทดสอบยอ่ ย สอ่ื 1.หนังสือเรยี น 2.อินเตอร์เน็ต 3. คลิปวีดีโอสอื่ การสอน เรื่อง หลกั การเขียน การพดู ในการประกอบอาชีพ การวัดผลประเมนิ ผล ใบงาน/แบบทดสอบย่อย
12 ใบงาน ครง้ั ที่ 1 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ มธั ยมศึกษาตอนปลาย ชอ่ื –นามสกลุ .............................................................................กศน.ตำบลบางปลาม้า คำชแ้ี จงให้ผูเ้ รียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ื (10 คะแนน ) 1. MIND MAP (มายดแ์ ม็ป) หรอื แผนท่ีความคดิ คือ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 2.หลักการเขยี นเรยี งความ มีอะไรบ้าง ................................................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 3.โวหาร หมายถงึ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 4.จงบอกลักษณะการเขยี นท่ีดี ........................................................................................................................................... ................................... ............................................................................................... ............................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................. ................................................ .................................................................................. ............................................................................................
13 เฉลยใบงาน คร้งั ท่ี 1 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย คำชีแ้ จงใหผ้ เู้ รียนตอบคำถามต่อไปนี้ (10 คะแนน ) 1. MIND MAP (มายดแ์ มป็ ) หรือ แผนท่ีความคดิ คอื ตอบ เทคนคิ การคิด และวธิ ีการจดบันทึกความคิดของเรา เปรียบเสมอื นการจำลองความคิดจากสมองลง สู่กระดาษโดยออกมาในลักษณะคล้ายแผนท่ี แผนภาพ ทแี่ ตกแขนงออกเหมือนก่ิงไม้และเชือ่ มโยงกัน เหมือน เซลล์ประสาทในสมองโดยจะใช้ภาพ เสน้ สี สัญลักษณ์ และคำสำคัญมาใช้วาดจากตรงกลางแล้วกระจาย ความคิดออกไปแทนการเขยี นบนั ทกึ ด้วยตัวอักษรเรยี งเป็นบรรทัดยาว ๆ 2.หลักการเขยี นเรียงความ มอี ะไรบ้าง ตอบ 1. เขียนชอ่ื เรื่องไวก้ ่งึ กลางหน้ากระดาษ 2. ลายมอื เขยี นใหช้ ัดเจนอา่ นง่าย เขียนใหถ้ ูกต้อง 3. เวน้ ทีว่ ่างทางด้านซ้ายและขวาใหพ้ องาม 4. การยอ่ หนา้ อย่างนอ้ ยจะต้องย่อหน้า คำนำ เนอ้ื เร่ือง สรุป 5. เนอ้ื เรือ่ งกบั ชอื่ เรื่องต้องมีความสมั พนั ธก์ นั และใช้ภาษาสภุ าพ 3. โวหาร หมายถึง ตอบ การเลือกใช้ถอ้ ยคำ สำนวนในการเขยี นใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของงานเขียนในการถ่ายทอดอารมณ์ ความร้สู กึ นึกคดิ จินตนาการ 4.จงบอกลกั ษณะการเขยี นที่ดี ตอบ 1. รอบรู้ในเรือ่ งทจี่ ะเขยี นเป็นอยา่ งดี 2. เลอื กรูปแบบและกลวิธใี นการเขยี นได้อย่างเหมาะสม 3. เลือกใหภ้ าษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 4. มีความละเอียด รอบคอบ ในการใช้ภาษา 5. มีวิสัยทัศนแ์ ละมีความรับผิดชอบในการเขียน
14 แบบทดสอบย่อยครงั้ ท่ี 1 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ช่ือ–นามสกลุ ....................................................................กศน.ตำบลบางปลามา้ ขอ้ สอบปรนยั จำนวน 5 ข้อ 1.ข้อใดคอื ผังความคิดในการเขยี นเรยี งความอยา่ ง 4. แผนที่ความคดิ (Mind Mapping) คืออะไร ครา่ วๆ ก. รปู ภาพทใ่ี ช้แผนความคิด ก. คาํ นํา - เนือ้ เร่ือง - สรปุ ข. แผนผงั ความคดิ กอ่ นการทํางาน ข. ชอ่ื เรื่อง - เนือ้ เร่ือง - สรุป ค. การสรุปใจความสาํ คญั เป็นหลัก ค. ช่ือเรอ่ื ง - คํานาํ - เน้อื เร่ือง ง. การถ่ายทอดความคดิ หรือข้อมูลโดยใช้ภาพสี ง. ชอ่ื เรอ่ื ง - คาํ นํา - เนือ้ เรอื่ ง – สรุป เสน้ และการโยงใย 2.ข้อใดเปน็ คาํ ข้นึ ต้นจดหมายถงึ บิดามารดา 5. “สำนวนการเขยี นท่ีกลา่ วพรรณนาสง่ิ ตา่ งๆ ก. สวัสดีค่ะ ตลอดจนความรูส้ ึกอยา่ งละเอยี ดลออ คือ ข. ถึงพ่อและแม่ท่เี คารพของลกู ก.บรรยายโวหาร ค. กราบเรียนคณุ พ่อคุณแม่ทีเ่ คารพ ข. พรรณนาโวหาร ง. กราบเทา้ คณุ พ่อคุณแมท่ ่ีเคารพอย่างสูง ค. เทศนาโวหาร 3.มารยาทในการเขยี นข้อใดไมถ่ กู ต้อง ง. อปุ มาโวหาร ก. ไม่เขียนให้รา้ ยผู้อนื่ ข. เขยี นการนั ต์วรรณยุกต์ถูกตอ้ ง ค. เขยี นขอ้ ความในท่สี าธารณะ ง. เขยี น มียอ่ หน้าเว้นวรรค ขอ้ สอบอัตนัย จำนวน 2 ข้อ 1. การเขียนบรรยายเหตุการณ์ประกอบด้วยก่สี ่วน มีอะไรบ้าง ............................................................................................................................. ........................................................... ............................................................. ................................................................................................ ............................ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ 2.หลกั การเขยี นพรรณนามีอะไรบา้ ง ............................................................................................................................. ........................................................... ......................................................... .................................................................................................... ............................ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................... ..............................................
15 เฉลยแบบทดสอบย่อยคร้งั ที่ 1 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ขอ้ สอบปรนัย 1.ก 2.ง 3.ค 4.ง 5.ข ขอ้ สอบอัตนัย แนวตอบ 1. การเขียนบรรยายเหตุการณ์ประกอบดว้ ยกี่สว่ น มอี ะไรบ้าง ตอบ การเขียนบรรยายเหตุการณป์ ระกอบด้วย 2 สว่ น คอื 1.บุคคล หรือตวั ละคร 2.เหตุการณ์ในเร่อื ง หมายถงึ การกระทำของบคุ คลหรอื ตงั ละครนนั้ 2. หลักการเขียนพรรณนามีอะไรบา้ ง ตอบ 1.การเขียนพรรณนาธรรมชาติ 2.การเขียนพรรณนาสถานท่ี 3.การเขียนพรรณนาลกั ษณะ และการ พฤติกรรมของบคุ คล 4.การเขียนพรรณนาความร้สู ึก และอารมณ์ 5.การเขียนพรรณนาความคิด
นักศึกษาทั้งหมด จำนวน....................คน 16 นกั ศึกษาทเ่ี ข้าเรยี น จำนวน....................คน บันทกึ ผลหลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ นักศึกษาทีข่ าดเรียน จำนวน....................คน ครงั้ ท.่ี ... วันท่ี...........................เดือน...........................................พ.ศ..................... ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จุดประสงค์การเรียนรู้ ........................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ สภาพการจดั การเรยี นรู้แบบพบกลมุ่ (ปัจจัย กระบวนการจัดกจิ กรรม และผู้เรียน) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………................................................................ ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... สภาพการจัดการเรยี นรู้แบบเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง (ปัจจยั กระบวนการจัดกจิ กรรม และผู้เรียน) ………………………............................................................................................................................... .............................. ........................................................................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ดา้ นสื่อการเรยี นรู้........................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................................... ปัญหาทพี่ บ และการแก้ไขปัญหา (อยา่ งไร)................................................................................................................. .................................................................................................. ....................................................................................... ข้อคิดเห็น ขอ้ เสนอแนะ (เพ่ือการปรับปรุงแก้ไข/พัฒนา)............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ลงช่ือ.............................................................ผู้บันทึก (นายนรนิ ทรธ์ ร พัฒนไชยการ) เสนอข้อคดิ เห็น .................................................................................................... .......................................................................... ลงชื่อ.............................................................ผู้ตรวจเสนอ (นายปรชี า พิทักษว์ งศ)์ นายทะเบียน การดำเนินการแก้ไข/พฒั นา ...................................................................................................................................... ........................................ ลงชื่อ.............................................................ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา (นางสมควร วงษแ์ ก้ว) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบางปลาม้า ผลจากการนำข้อเสนอแนะไปปฏบิ ัติ .............................................................................................................................. ................................................
17 แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบ พบกลุ่ม ครง้ั ท่ี 2 จำนวน 6 ช่ัวโมง รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย จำนวน 5 หนว่ ยกิต จัดกระบวนการเรยี นรู้ วันที่ 11 สิงหาคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 ณ กศน.ตำบลองครกั ษ์ ช่อื เรื่อง การเขยี น ภาษาไทยในการประกอบอาชีพ ตัวช้วี ัด เรื่อง การเขียน 1. เขยี นแผนภาพความคิดเขียนย่อความ เรยี งความจดหมาย เขียนอธบิ าย ช้แี จงโน้มนา้ วใจ แสดงทัศนะและ การเขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์ โดยใชห้ ลักการเขียนและโวหารตา่ งๆไดถ้ ูกต้องตามอักขระวธิ แี ละระดบั ภาษา 2. แตง่ คำประพันธป์ ระเภทร้อยกรองได้ถูกต้องตามฉนั ทลักษณ์และใช้ถ้อยคำทไ่ี พเราะ เรอื่ ง ภาษาไทยในการประกอบอาชพี 1. ใชค้ วามรกู้ ารพดู ภาษาไทยเปน็ ช่องทางในการประกอบอาชีพ เนอ้ื หา เรอื่ ง การเขยี น 1. การเขียนแผนภาพความคิด 2. การเขยี นยอ่ ความ 3. การเขยี นเรยี งความ 4. การเขียนจดหมาย 5. การเขียนอธิบาย 6. การเขยี นชแ้ี จงโน้มน้าวใจ 7. การเขยี นแสดงทัศนะ 8. การเขียนคำขวัญ 9. การเขียนคำโฆษณา 10. หลักการเขยี นโวหารแบบต่างๆ 11. การเขยี นพรรณนาและการเขียนบรรยายเหตุการณ์ 12. หลกั การเขยี นรายงานทางวชิ าการ 13. หลักการเขียนอา้ งองิ เรอ่ื ง ภาษาไทยในการประกอบอาชพี ภาษาไทยดา้ นการพดู กับช่องทางการประกอบอาชีพ
18 ข้ันตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 การกำหนดสภาพปญั หา ความต้องการในการเรยี นรู้ ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยเปิดเพลง จดหมายผิดซอง แล้วสอบถามผู้เรียนว่าเคยได้ยินเพลงนี้หรือเปล่า แล้วมี ใครยงั เขียนจดหมายเปน็ บ้าง และครูแจ้งวัตถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ ขน้ั ที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรยี นรู้ ครูอธิบายเนื้อหาโดยใช้สื่อการสอน เรื่อง หลักการเขียน การพูดในการประกอบอาชีพ แล้วมอบหมายให้ ผู้เรียน ร่วมกันศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนประเภทต่างๆ และภาษาไทยด้านการพูดกับช่องทางการประกอบ อาชีพ โดยแบ่งผู้เรียน เป็น 6 กลุ่ม เท่าๆ กัน จากนั้น ให้ทำแผนผังความคิด ตามหัวข้อ การเขียน 12 ที่เหลือ ท่ีแต่ละกลมุ่ สนใจโดยไม่ซำ้ กนั 2. การเขยี นย่อความ 2. การเขยี นเรยี งความ 3.การเขยี นจดหมาย 4. การเขียนอธบิ าย 5. การเขียนชแ้ี จงโนม้ น้าวใจ 6. การเขียนแสดงทัศนะ 7. การเขยี นคำขวัญ 8. การเขียนคำโฆษณา 9. การเขียนโวหาร 10. การเขียนพรรณนาและการเขยี นบรรยายเหตกุ ารณ์ 11.หลักการเขียนรายงานทางวชิ าการ 12. หลกั การเขยี นอ้างอิง พรอ้ มออกมานำเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น ขน้ั ท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ ครูให้ผูเ้ รียนสรุปองค์ความรู้ที่ได้ในรูปแบบ 2 3 4 ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ร่วมกัน แลว้ ทำ ใบงานและ ทำแบบทดสอบย่อย ขัน้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล ใบงานและแบบทดสอบย่อย สอ่ื 1.หนังสอื เรยี น 2.อนิ เตอร์เน็ต 3. คลิปวดี โี อสอื่ การสอน เรื่อง หลักการเขยี น การพดู ในการประกอบอาชีพ การวัดผลประเมนิ ผล ใบงาน/แบบทดสอบย่อย
19 ใบงาน ครง้ั ที่ 2 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ช่ือ–นามสกุล.............................................................................กศน.ตำบลองครกั ษ์ คำช้ีแจงให้ผู้เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ื (10 คะแนน ) 1. MIND MAP (มายดแ์ มป็ ) หรอื แผนท่คี วามคิด คือ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 2.หลักการเขียนเรยี งความ มีอะไรบา้ ง ................................................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................. ............................ ...................................................................................................... ........................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. 3.โวหาร หมายถงึ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 4.จงบอกลักษณะการเขียนที่ดี .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................................................... ....... ........................................................................................................................... ...................................................
20 เฉลยใบงาน คร้งั ท่ี 2 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย คำชีแ้ จงใหผ้ เู้ รียนตอบคำถามต่อไปน้ี (10 คะแนน ) 2. MIND MAP (มายดแ์ ม็ป) หรือ แผนท่ีความคดิ คือ ตอบ เทคนคิ การคดิ และวธิ กี ารจดบันทึกความคดิ ของเรา เปรียบเสมอื นการจำลองความคดิ จากสมองลง สู่กระดาษโดยออกมาในลกั ษณะคล้ายแผนท่ี แผนภาพ ท่ีแตกแขนงออกเหมือนก่ิงไม้และเชอ่ื มโยงกัน เหมือน เซลล์ประสาทในสมองโดยจะใชภ้ าพ เส้น สี สญั ลักษณ์ และคำสำคัญมาใช้วาดจากตรงกลางแลว้ กระจาย ความคิดออกไปแทนการเขยี นบนั ทึกดว้ ยตวั อักษรเรียงเป็นบรรทัดยาว ๆ 2.หลักการเขยี นเรียงความ มอี ะไรบา้ ง ตอบ 1. เขียนช่อื เร่อื งไว้กึ่งกลางหน้ากระดาษ 2. ลายมอื เขยี นใหช้ ัดเจนอา่ นง่าย เขียนให้ถกู ต้อง 3. เวน้ ทีว่ า่ งทางด้านซา้ ยและขวาให้พองาม 4. การยอ่ หน้าอยา่ งนอ้ ยจะต้องยอ่ หนา้ คำนำ เนอ้ื เรื่อง สรุป 5. เนอ้ื เร่ืองกบั ช่อื เร่ืองต้องมีความสมั พนั ธก์ นั และใช้ภาษาสภุ าพ 3. โวหาร หมายถึง ตอบ การเลือกใชถ้ ้อยคำ สำนวนในการเขยี นให้เหมาะสมกบั ลกั ษณะของงานเขียนในการถา่ ยทอดอารมณ์ ความร้สู กึ นึกคดิ จนิ ตนาการ 4.จงบอกลกั ษณะการเขยี นท่ีดี ตอบ 1. รอบรู้ในเรอื่ งที่จะเขยี นเปน็ อยา่ งดี 2. เลอื กรูปแบบและกลวิธใี นการเขยี นได้อยา่ งเหมาะสม 3. เลือกใหภ้ าษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 4. มีความละเอยี ด รอบคอบ ในการใช้ภาษา 5. มีวิสัยทัศน์และมีความรบั ผิดชอบในการเขียน
21 แบบทดสอบย่อยคร้งั ที่ 2 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ชอ่ื –นามสกลุ ....................................................................กศน.ตำบลองครกั ษ์ ข้อสอบปรนยั จำนวน 5 ข้อ 1.ข้อใดคอื ผังความคิดในการเขียนเรยี งความอย่าง 4. แผนทคี่ วามคดิ (Mind Mapping) คืออะไร ครา่ วๆ ก. รูปภาพที่ใชแ้ ผนความคิด ก. คาํ นํา - เน้อื เรอื่ ง - สรุป ข. แผนผงั ความคิดก่อนการทาํ งาน ข. ช่อื เร่อื ง - เน้ือเรอื่ ง - สรุป ค. การสรปุ ใจความสําคัญเปน็ หลกั ค. ช่ือเรื่อง - คํานาํ - เนอ้ื เรื่อง ง. การถา่ ยทอดความคิดหรือข้อมูลโดยใช้ภาพสี ง. ชอื่ เรื่อง - คาํ นาํ - เน้ือเรือ่ ง – สรุป เส้นและการโยงใย 2.ขอ้ ใดเป็นคาํ ขึ้นตน้ จดหมายถงึ บดิ ามารดา 5. “สำนวนการเขียนทกี่ ลา่ วพรรณนาส่ิงตา่ งๆ ก. สวัสดีค่ะ ตลอดจนความรู้สึกอยา่ งละเอียดลออ คือ ข. ถึงพอ่ และแม่ท่เี คารพของลกู ก.บรรยายโวหาร ค. กราบเรียนคณุ พ่อคุณแม่ท่ีเคารพ ข. พรรณนาโวหาร ง. กราบเทา้ คณุ พอ่ คณุ แม่ที่เคารพอยา่ งสูง ค. เทศนาโวหาร 3.มารยาทในการเขียนข้อใดไม่ถกู ต้อง ง. อุปมาโวหาร ก. ไมเ่ ขียนให้รา้ ยผูอ้ ื่น ข. เขียนการันตว์ รรณยุกต์ถูกตอ้ ง ค. เขียนขอ้ ความในท่สี าธารณะ ง. เขยี น มยี ่อหน้าเวน้ วรรค ขอ้ สอบอตั นัย จำนวน 2 ข้อ 1. การเขียนบรรยายเหตุการณ์ประกอบด้วยกสี่ ่วน มอี ะไรบ้าง ............................................................................................................................. ........................................................... ................................................................................................................................................ ......................................... .......................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ 2.หลกั การเขียนพรรณนามีอะไรบา้ ง ............................................................................................................................. ........................................................... ............................................................................................................................................ ............................................. ...................................................................................... ................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................
22 เฉลยแบบทดสอบยอ่ ยคร้ังท่ี 2 วชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ข้อสอบปรนัย 1.ก 2.ง 3.ค 4.ง 5.ข ขอ้ สอบอตั นัย แนวตอบ 2. การเขยี นบรรยายเหตุการณ์ประกอบด้วยก่สี ่วน มีอะไรบา้ ง ตอบ การเขยี นบรรยายเหตกุ ารณป์ ระกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.บคุ คล หรอื ตวั ละคร 2.เหตกุ ารณ์ในเรอ่ื ง หมายถึงการกระทำของบคุ คลหรอื ตงั ละครนนั้ 2. หลกั การเขียนพรรณนามีอะไรบา้ ง ตอบ 1.การเขยี นพรรณนาธรรมชาติ 2.การเขยี นพรรณนาสถานที่ 3.การเขียนพรรณนาลักษณะ และการพฤตกิ รรมของบุคคล 4.การเขียนพรรณนาความร้สู กึ และอารมณ์ 5.การเขยี นพรรณนาความคดิ
นักศกึ ษาทั้งหมด จำนวน....................คน 23 นักศึกษาที่เขา้ เรียน จำนวน....................คน บนั ทึกผลหลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ นักศึกษาท่ขี าดเรียน จำนวน....................คน ครั้งท.่ี ... วนั ท่ี...........................เดอื น...........................................พ.ศ..................... ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย จุดประสงค์การเรียนรู้ ........................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................ ......................................................... .......................................................................... ............................................................................................................ ... สภาพการจดั การเรยี นรู้แบบพบกลมุ่ (ปัจจัย กระบวนการจดั กจิ กรรม และผเู้ รยี น) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... สภาพการจัดการเรยี นรู้แบบเรยี นรดู้ ้วยตนเอง (ปัจจยั กระบวนการจัดกิจกรรม และผูเ้ รียน) ………………………............................................................................................................................... .............................. ........................................................................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ด้านสื่อการเรยี นรู้........................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................................... ปัญหาท่ีพบ และการแก้ไขปัญหา (อยา่ งไร)................................................................................................................. .................................................................................................. ....................................................................................... ข้อคิดเหน็ ขอ้ เสนอแนะ (เพื่อการปรบั ปรงุ แกไ้ ข/พฒั นา)............................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ.............................................................ผู้บนั ทกึ (นายนรนิ ทร์ธร พัฒนไชยการ) เสนอข้อคิดเหน็ ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................ผู้ตรวจเสนอ (นายปรชี า พิทักษว์ งศ์) นายทะเบยี น การดำเนินการแก้ไข/พฒั นา ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา (นางสมควร วงษแ์ กว้ ) ผูอ้ ำนวยการ กศน.อำเภอบางปลาม้า ผลจากการนำข้อเสนอแนะไปปฏบิ ัติ .............................................................................................................................. ................................................
24 แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบ พบกลุ่ม คร้งั ท่ี 3 จำนวน 6 ชั่วโมง รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย จำนวน 5 หน่วยกิต จดั กระบวนการเรียนรู้ วันที่ 16 สิงหาคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 ณ กศน.ตำบลโคกคราม ช่ือเรือ่ ง การเขยี น ภาษาไทยในการประกอบอาชพี ตัวชีว้ ัด เรือ่ ง การเขียน 1. เขยี นแผนภาพความคิดเขยี นยอ่ ความ เรยี งความจดหมาย เขียนอธบิ าย ชแ้ี จงโนม้ นา้ วใจ แสดงทัศนะและ การเขยี นเชิงสร้างสรรค์ โดยใชห้ ลักการเขียนและโวหารตา่ งๆไดถ้ ูกต้องตามอักขระวธิ ีและระดบั ภาษา 2. แต่งคำประพนั ธป์ ระเภทร้อยกรองได้ถกู ต้องตามฉันทลักษณ์และใช้ถ้อยคำทไ่ี พเราะ เรื่อง ภาษาไทยในการประกอบอาชีพ 1. ใช้ความรูก้ ารพูดภาษาไทยเปน็ ชอ่ งทางในการประกอบอาชีพ เนือ้ หา เร่ือง การเขยี น 1. การเขียนแผนภาพความคิด 2. การเขยี นยอ่ ความ 3. การเขยี นเรยี งความ 4. การเขยี นจดหมาย 5. การเขยี นอธิบาย 6. การเขียนชแ้ี จงโน้มน้าวใจ 7. การเขียนแสดงทัศนะ 8. การเขียนคำขวัญ 9. การเขยี นคำโฆษณา 10. หลักการเขียนโวหารแบบตา่ งๆ 11. การเขยี นพรรณนาและการเขียนบรรยายเหตุการณ์ 12. หลักการเขียนรายงานทางวชิ าการ 13. หลักการเขียนอ้างอิง เรอ่ื ง ภาษาไทยในการประกอบอาชีพ ภาษาไทยด้านการพดู กับชอ่ งทางการประกอบอาชีพ
25 ข้ันตอนการจดั กระบวนการเรยี นรู้ ขั้นที่ 1 การกำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้ ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยเปิดเพลง จดหมายผิดซอง แล้วสอบถามผู้เรียนว่าเคยได้ยินเพลงนี้หรือเปล่า แล้วมี ใครยงั เขียนจดหมายเปน็ บ้าง และครูแจ้งวัตถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ ขน้ั ที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรยี นรู้ ครูอธิบายเนื้อหาโดยใช้สื่อการสอน เรื่อง หลักการเขียน การพูดในการประกอบอาชีพ แล้วมอบหมายให้ ผู้เรียน ร่วมกันศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนประเภทต่างๆ และภาษาไทยด้านการพูดกับช่องทางการประกอบ อาชีพ โดยแบ่งผู้เรียน เป็น 6 กลุ่ม เท่าๆ กัน จากนั้น ให้ทำแผนผังความคิด ตามหัวข้อ การเขียน 12 ที่เหลือ ท่ีแต่ละกลมุ่ สนใจโดยไมซ่ ำ้ กนั 1.การเขียนยอ่ ความ 2. การเขยี นเรยี งความ 3.การเขยี นจดหมาย 4. การเขียนอธบิ าย 5. การเขียนชีแ้ จงโนม้ น้าวใจ 6. การเขียนแสดงทัศนะ 7. การเขยี นคำขวัญ 8. การเขียนคำโฆษณา 9. การเขยี นโวหาร 10. การเขียนพรรณนาและการเขยี นบรรยายเหตกุ ารณ์ 11.หลกั การเขียนรายงานทางวชิ าการ 12. หลกั การเขยี นอ้างอิง พรอ้ มออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรียน ขน้ั ท่ี 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ ครใู หผ้ เู้ รียนสรุปองค์ความรู้ที่ได้ในรูปแบบ 2 3 4 ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ร่วมกัน แลว้ ทำ ใบงานและ ทำแบบทดสอบย่อย ขัน้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล ใบงานและแบบทดสอบย่อย สอ่ื 1.หนังสือเรียน 2.อนิ เตอร์เนต็ 3. คลปิ วดี โี อสือ่ การสอน เรื่อง หลักการเขยี น การพดู ในการประกอบอาชีพ การวัดผลประเมินผล ใบงาน/แบบทดสอบย่อย
26 ใบงาน ครัง้ ท่ี 3 วชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ชอ่ื –นามสกุล.............................................................................กศน.ตำบลโคกคราม คำช้ีแจงให้ผูเ้ รียนตอบคำถามต่อไปน้ื (10 คะแนน ) 1. MIND MAP (มายด์แมป็ ) หรือ แผนทีค่ วามคิด คือ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 2.หลกั การเขยี นเรยี งความ มีอะไรบา้ ง ................................................................................................................... ........................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3.โวหาร หมายถึง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ..................................................................................................................................................................... ......... 4.จงบอกลกั ษณะการเขยี นที่ดี ............................................................................................... ............................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. .................................................
27 เฉลยใบงาน คร้งั ท่ี 3 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย คำชีแ้ จงใหผ้ เู้ รียนตอบคำถามต่อไปนี้ (10 คะแนน ) 3. MIND MAP (มายดแ์ มป็ ) หรือ แผนท่ีความคดิ คือ ตอบ เทคนคิ การคิด และวธิ ีการจดบันทึกความคิดของเรา เปรียบเสมอื นการจำลองความคดิ จากสมองลง สู่กระดาษโดยออกมาในลักษณะคล้ายแผนท่ี แผนภาพ ทแี่ ตกแขนงออกเหมือนก่ิงไม้และเชอ่ื มโยงกัน เหมือน เซลล์ประสาทในสมองโดยจะใช้ภาพ เสน้ สี สัญลักษณ์ และคำสำคัญมาใช้วาดจากตรงกลางแลว้ กระจาย ความคิดออกไปแทนการเขยี นบนั ทกึ ด้วยตัวอักษรเรียงเป็นบรรทัดยาว ๆ 2.หลักการเขยี นเรียงความ มอี ะไรบ้าง ตอบ 1. เขียนชอ่ื เรื่องไวก้ ่งึ กลางหน้ากระดาษ 2. ลายมอื เขยี นใหช้ ัดเจนอา่ นง่าย เขียนใหถ้ ูกต้อง 3. เวน้ ทีว่ ่างทางด้านซ้ายและขวาใหพ้ องาม 4. การยอ่ หนา้ อย่างนอ้ ยจะต้องย่อหน้า คำนำ เนอ้ื เร่ือง สรุป 5. เนอ้ื เรือ่ งกบั ชอื่ เรื่องต้องมีความสมั พันธก์ ัน และใช้ภาษาสภุ าพ 3. โวหาร หมายถึง ตอบ การเลือกใช้ถอ้ ยคำ สำนวนในการเขยี นใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของงานเขียนในการถา่ ยทอดอารมณ์ ความร้สู กึ นึกคดิ จินตนาการ 4.จงบอกลกั ษณะการเขยี นที่ดี ตอบ 1. รอบรู้ในเรือ่ งทจี่ ะเขยี นเป็นอยา่ งดี 2. เลอื กรูปแบบและกลวิธใี นการเขยี นได้อยา่ งเหมาะสม 3. เลือกใหภ้ าษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 4. มีความละเอียด รอบคอบ ในการใช้ภาษา 5. มีวิสัยทัศนแ์ ละมีความรับผิดชอบในการเขียน
28 แบบทดสอบย่อยครง้ั ที่ 3 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ชอ่ื –นามสกลุ ....................................................................กศน.ตำบลโคกคราม ขอ้ สอบปรนัย จำนวน 5 ข้อ 1.ข้อใดคอื ผงั ความคิดในการเขยี นเรยี งความอยา่ ง 4. แผนทคี่ วามคดิ (Mind Mapping) คืออะไร ครา่ วๆ ก. รูปภาพทใ่ี ชแ้ ผนความคิด ก. คาํ นาํ - เนอ้ื เรอ่ื ง - สรปุ ข. แผนผังความคดิ ก่อนการทํางาน ข. ช่ือเรอ่ื ง - เนื้อเรื่อง - สรุป ค. การสรปุ ใจความสาํ คญั เป็นหลัก ค. ช่อื เรอ่ื ง - คํานาํ - เนอ้ื เร่ือง ง. การถา่ ยทอดความคิดหรือข้อมลู โดยใช้ภาพสี ง. ชือ่ เรอื่ ง - คํานาํ - เน้ือเร่ือง – สรปุ เส้นและการโยงใย 2.ข้อใดเป็นคาํ ขนึ้ ต้นจดหมายถึงบิดามารดา 5. “สำนวนการเขยี นที่กล่าวพรรณนาส่ิงตา่ งๆ ก. สวสั ดีค่ะ ตลอดจนความรูส้ กึ อย่างละเอียดลออ คือ ข. ถงึ พอ่ และแม่ท่เี คารพของลกู ก.บรรยายโวหาร ค. กราบเรยี นคณุ พ่อคุณแม่ทีเ่ คารพ ข. พรรณนาโวหาร ง. กราบเทา้ คณุ พ่อคุณแม่ท่ีเคารพอย่างสูง ค. เทศนาโวหาร 3.มารยาทในการเขยี นข้อใดไม่ถกู ต้อง ง. อุปมาโวหาร ก. ไม่เขยี นใหร้ า้ ยผอู้ ่นื ข. เขียนการนั ตว์ รรณยกุ ต์ถูกตอ้ ง ค. เขยี นขอ้ ความในท่สี าธารณะ ง. เขยี น มยี ่อหนา้ เวน้ วรรค ข้อสอบอตั นัย จำนวน 2 ข้อ 1. การเขียนบรรยายเหตกุ ารณ์ประกอบดว้ ยกสี่ ่วน มอี ะไรบา้ ง ............................................................................................................................. ........................................................... ................................................................................................................................................ ......................................... .......................................................................................... ............................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ 2.หลักการเขยี นพรรณนามีอะไรบ้าง ............................................................................................................................. ........................................................... ............................................................................................................................................ ............................................. ...................................................................................... ................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................
29 เฉลยแบบทดสอบยอ่ ยคร้ังท่ี 3 วชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ข้อสอบปรนัย 1.ก 2.ง 3.ค 4.ง 5.ข ขอ้ สอบอตั นัย แนวตอบ 3. การเขยี นบรรยายเหตุการณป์ ระกอบด้วยก่สี ่วน มีอะไรบา้ ง ตอบ การเขียนบรรยายเหตุการณป์ ระกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.บคุ คล หรือตวั ละคร 2.เหตกุ ารณ์ในเร่ือง หมายถงึ การกระทำของบคุ คลหรอื ตงั ละครนนั้ 2. หลกั การเขียนพรรณนามีอะไรบา้ ง ตอบ 1.การเขียนพรรณนาธรรมชาติ 2.การเขยี นพรรณนาสถานที่ 3.การเขยี นพรรณนาลักษณะ และการพฤตกิ รรมของบุคคล 4.การเขยี นพรรณนาความรสู้ กึ และอารมณ์ 5.การเขียนพรรณนาความคดิ
นกั ศกึ ษาทงั้ หมด จำนวน....................คน 30 นักศกึ ษาที่เขา้ เรยี น จำนวน....................คน บันทกึ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ นักศึกษาที่ขาดเรยี น จำนวน....................คน ครง้ั ท.ี่ ... วนั ท่ี...........................เดอื น...........................................พ.ศ..................... ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ........................................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................... ................................................................ สภาพการจดั การเรยี นรู้แบบพบกลมุ่ (ปัจจยั กระบวนการจดั กจิ กรรม และผู้เรยี น) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... สภาพการจัดการเรยี นรู้แบบเรยี นรดู้ ้วยตนเอง (ปจั จยั กระบวนการจดั กจิ กรรม และผเู้ รียน) ………………………............................................................................................................................... .............................. ........................................................................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ด้านสอื่ การเรียนรู้........................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................................... ปัญหาที่พบ และการแก้ไขปัญหา (อย่างไร)................................................................................................................. .................................................................................................. ....................................................................................... ข้อคิดเหน็ ข้อเสนอแนะ (เพือ่ การปรับปรุงแก้ไข/พฒั นา)............................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื .............................................................ผู้บนั ทกึ (นายนรินทรธ์ ร พฒั นไชยการ) เสนอข้อคดิ เห็น .................................................................................................................................. ............................................ ลงช่ือ.............................................................ผู้ตรวจเสนอ (นายปรีชา พทิ กั ษ์วงศ)์ นายทะเบยี น การดำเนินการแก้ไข/พฒั นา ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................ผู้บรหิ ารสถานศึกษา (นางสมควร วงษ์แก้ว) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบางปลามา้ ผลจากการนำข้อเสนอแนะไปปฏบิ ตั ิ .............................................................................................................................. ................................................
31 แผนการจดั การเรียนรู้ แบบ พบกลุ่ม ครัง้ ท่ี 4 จำนวน 6 ช่ัวโมง รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย จำนวน 5 หน่วยกติ จดั กระบวนการเรียนรู้ วันท่ี 18 สิงหาคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 ณ กศน.ตำบลบ้านแหลม ช่อื เรื่อง การเขยี น ภาษาไทยในการประกอบอาชีพ ตัวช้วี ัด เร่อื ง การเขยี น 1. เขยี นแผนภาพความคดิ เขียนย่อความ เรียงความจดหมาย เขียนอธบิ าย ช้ีแจงโนม้ นา้ วใจ แสดงทศั นะและ การเขยี นเชงิ สรา้ งสรรค์ โดยใช้หลักการเขียนและโวหารตา่ งๆไดถ้ ูกต้องตามอักขระวธิ ีและระดับภาษา 2. แตง่ คำประพันธป์ ระเภทร้อยกรองได้ถกู ต้องตามฉนั ทลกั ษณ์และใช้ถ้อยคำท่ีไพเราะ เรือ่ ง ภาษาไทยในการประกอบอาชีพ 1. ใชค้ วามรู้การพูดภาษาไทยเปน็ ช่องทางในการประกอบอาชพี เนอ้ื หา เรอื่ ง การเขียน 1. การเขยี นแผนภาพความคิด 2. การเขียนยอ่ ความ 3. การเขยี นเรยี งความ 4. การเขยี นจดหมาย 5. การเขียนอธิบาย 6. การเขียนชีแ้ จงโนม้ น้าวใจ 7. การเขยี นแสดงทัศนะ 8. การเขียนคำขวญั 9. การเขียนคำโฆษณา 10. หลักการเขยี นโวหารแบบต่างๆ 11. การเขียนพรรณนาและการเขยี นบรรยายเหตกุ ารณ์ 12. หลักการเขียนรายงานทางวชิ าการ 13. หลกั การเขียนอ้างอิง เรอ่ื ง ภาษาไทยในการประกอบอาชพี ภาษาไทยด้านการพูดกับช่องทางการประกอบอาชีพ
32 ข้ันตอนการจัดกระบวนการเรยี นรู้ ขั้นที่ 1 การกำหนดสภาพปญั หา ความต้องการในการเรยี นรู้ ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยเปิดเพลง จดหมายผิดซอง แล้วสอบถามผู้เรียนว่าเคยได้ยินเพลงนี้หรือเปล่า แล้วมี ใครยงั เขียนจดหมายเปน็ บ้าง และครูแจ้งวัตถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ ขน้ั ที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรยี นรู้ ครูอธิบายเนื้อหาโดยใช้สื่อการสอน เรื่อง หลักการเขียน การพูดในการประกอบอาชีพ แล้วมอบหมายให้ ผู้เรียน ร่วมกันศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนประเภทต่างๆ และภาษาไทยด้านการพูดกับช่องทางการประกอบ อาชีพ โดยแบ่งผู้เรียน เป็น 6 กลุ่ม เท่าๆ กัน จากนั้น ให้ทำแผนผังความคิด ตามหัวข้อ การเขียน 12 ที่เหลือ ท่ีแต่ละกลมุ่ สนใจโดยไม่ซำ้ กัน 1. การเขยี นย่อความ 2. การเขยี นเรยี งความ 3.การเขยี นจดหมาย 4. การเขียนอธบิ าย 5. การเขียนช้ีแจงโน้มน้าวใจ 6. การเขียนแสดงทัศนะ 7. การเขยี นคำขวัญ 8. การเขียนคำโฆษณา 9. การเขียนโวหาร 10. การเขียนพรรณนาและการเขยี นบรรยายเหตกุ ารณ์ 11.หลักการเขียนรายงานทางวชิ าการ 12. หลกั การเขยี นอ้างอิง พรอ้ มออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรียน ขน้ั ท่ี 3 การปฏิบัติและนำไปประยกุ ตใ์ ช้ ครใู หผ้ เู้ รียนสรปุ องค์ความรู้ที่ได้ในรูปแบบ 2 3 4 ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ร่วมกัน แลว้ ทำ ใบงานและ ทำแบบทดสอบย่อย ขัน้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล ใบงานและแบบทดสอบย่อย สอ่ื 1.หนงั สือเรยี น 2.อนิ เตอรเ์ น็ต 3. คลปิ วีดโี อสือ่ การสอน เรื่อง หลักการเขยี น การพดู ในการประกอบอาชีพ การวัดผลประเมินผล ใบงาน/แบบทดสอบย่อย
33 ใบงาน ครง้ั ที่ 4 วชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ชอ่ื –นามสกลุ .............................................................................กศน.ตำบลบา้ นแหลม คำช้แี จงใหผ้ ู้เรียนตอบคำถามตอ่ ไปนื้ (10 คะแนน ) 1. MIND MAP (มายด์แมป็ ) หรอื แผนทคี่ วามคดิ คือ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 2.หลกั การเขียนเรียงความ มีอะไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 3.โวหาร หมายถงึ .......................................................................................................................... .................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................... .................... .............................................................................................................. ................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. 4.จงบอกลกั ษณะการเขยี นท่ีดี ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ..............................................................................................................................................................................
34 เฉลยใบงาน คร้งั ท่ี 4 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย คำชีแ้ จงใหผ้ เู้ รียนตอบคำถามต่อไปนี้ (10 คะแนน ) 4. MIND MAP (มายดแ์ มป็ ) หรือ แผนท่ีความคดิ คอื ตอบ เทคนคิ การคิด และวิธีการจดบันทึกความคิดของเรา เปรียบเสมือนการจำลองความคดิ จากสมองลง สู่กระดาษโดยออกมาในลักษณะคล้ายแผนท่ี แผนภาพ ทแี่ ตกแขนงออกเหมือนก่ิงไมแ้ ละเช่ือมโยงกัน เหมือน เซลล์ประสาทในสมองโดยจะใช้ภาพ เสน้ สี สัญลักษณ์ และคำสำคัญมาใช้วาดจากตรงกลางแล้วกระจาย ความคิดออกไปแทนการเขยี นบนั ทกึ ด้วยตัวอักษรเรยี งเป็นบรรทัดยาว ๆ 2.หลักการเขยี นเรียงความ มอี ะไรบ้าง ตอบ 1. เขียนชอ่ื เรื่องไวก้ ่งึ กลางหน้ากระดาษ 2. ลายมอื เขยี นใหช้ ัดเจนอา่ นง่าย เขียนใหถ้ ูกต้อง 3. เวน้ ท่วี ่างทางด้านซ้ายและขวาใหพ้ องาม 4. การย่อหนา้ อย่างนอ้ ยจะต้องย่อหน้า คำนำ เนอ้ื เร่ือง สรุป 5. เนอ้ื เรือ่ งกบั ชอื่ เรื่องต้องมีความสมั พนั ธก์ นั และใช้ภาษาสภุ าพ 3. โวหาร หมายถึง ตอบ การเลือกใช้ถอ้ ยคำ สำนวนในการเขยี นใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของงานเขียนในการถา่ ยทอดอารมณ์ ความร้สู กึ นึกคดิ จินตนาการ 4.จงบอกลกั ษณะการเขียนที่ดี ตอบ 1. รอบรู้ในเรือ่ งทจี่ ะเขยี นเป็นอยา่ งดี 2. เลอื กรูปแบบและกลวิธใี นการเขยี นได้อย่างเหมาะสม 3. เลือกใหภ้ าษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 4. มีความละเอียด รอบคอบ ในการใช้ภาษา 5. มีวิสยั ทัศนแ์ ละมีความรับผิดชอบในการเขียน
35 แบบทดสอบย่อยครั้งที่ 4 วิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ช่ือ–นามสกุล....................................................................กศน.ตำบลบา้ นแหลม ขอ้ สอบปรนยั จำนวน 5 ข้อ 1.ข้อใดคอื ผังความคดิ ในการเขยี นเรียงความอย่าง 4. แผนท่คี วามคิด (Mind Mapping) คืออะไร คร่าวๆ ก. รูปภาพท่ีใช้แผนความคิด ก. คาํ นาํ - เนื้อเร่อื ง - สรปุ ข. แผนผังความคิดกอ่ นการทํางาน ข. ช่อื เรื่อง - เน้ือเร่ือง - สรุป ค. การสรปุ ใจความสาํ คัญเป็นหลกั ค. ช่อื เร่ือง - คํานํา - เนื้อเร่ือง ง. การถา่ ยทอดความคดิ หรือข้อมูลโดยใช้ภาพสี ง. ช่ือเร่อื ง - คํานาํ - เนอื้ เรอื่ ง – สรุป เสน้ และการโยงใย 2.ขอ้ ใดเป็นคาํ ขึ้นต้นจดหมายถงึ บิดามารดา 5. “สำนวนการเขียนท่ีกล่าวพรรณนาส่ิงต่างๆ ก. สวัสดคี ะ่ ตลอดจนความรู้สกึ อยา่ งละเอียดลออ คือ ข. ถึงพ่อและแม่ทเี่ คารพของลูก ก.บรรยายโวหาร ค. กราบเรียนคุณพ่อคุณแม่ทีเ่ คารพ ข. พรรณนาโวหาร ง. กราบเทา้ คณุ พ่อคุณแมท่ ่ีเคารพอย่างสงู ค. เทศนาโวหาร 3.มารยาทในการเขียนข้อใดไม่ถูกต้อง ง. อุปมาโวหาร ก. ไม่เขยี นให้ร้ายผอู้ ่ืน ข. เขยี นการันตว์ รรณยุกต์ถูกตอ้ ง ค. เขียนขอ้ ความในทส่ี าธารณะ ง. เขียน มียอ่ หนา้ เว้นวรรค ขอ้ สอบอตั นัย จำนวน 2 ข้อ 1. การเขียนบรรยายเหตุการณป์ ระกอบด้วยก่สี ่วน มีอะไรบ้าง ............................................................................................................................. ........................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ 2.หลักการเขยี นพรรณนามีอะไรบา้ ง ............................................................................................................................. ........................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................... ..............................................
36 เฉลยแบบทดสอบยอ่ ยคร้ังท่ี 4 วชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ข้อสอบปรนัย 1.ก 2.ง 3.ค 4.ง 5.ข ขอ้ สอบอตั นัย แนวตอบ 4. การเขยี นบรรยายเหตุการณ์ประกอบด้วยก่สี ่วน มีอะไรบา้ ง ตอบ การเขยี นบรรยายเหตกุ ารณป์ ระกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.บคุ คล หรอื ตวั ละคร 2.เหตกุ ารณ์ในเรอ่ื ง หมายถึงการกระทำของบคุ คลหรอื ตงั ละครนนั้ 2. หลกั การเขียนพรรณนามีอะไรบา้ ง ตอบ 1.การเขยี นพรรณนาธรรมชาติ 2.การเขยี นพรรณนาสถานที่ 3.การเขียนพรรณนาลักษณะ และการพฤตกิ รรมของบุคคล 4.การเขียนพรรณนาความร้สู กึ และอารมณ์ 5.การเขยี นพรรณนาความคดิ
นกั ศกึ ษาทงั้ หมด จำนวน....................คน 37 นกั ศึกษาทเี่ ขา้ เรยี น จำนวน....................คน บนั ทกึ ผลหลงั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ นักศึกษาทข่ี าดเรยี น จำนวน....................คน ครงั้ ที่ 4 วันที่...........................เดือน...........................................พ.ศ..................... ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ........................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ สภาพการจดั การเรียนรู้แบบพบกลุม่ (ปจั จยั กระบวนการจดั กิจกรรม และผเู้ รียน) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………................................................................ ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... สภาพการจัดการเรยี นรู้แบบเรยี นรู้ด้วยตนเอง (ปัจจยั กระบวนการจัดกจิ กรรม และผูเ้ รียน) ………………………............................................................................................................................ ................................. ........................................................................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ด้านส่ือการเรียนรู้............................................................................................................................. .............................. ........................................................................................................................................................................................ ปญั หาทพี่ บ และการแก้ไขปัญหา (อยา่ งไร)................................................................................................................. .................................................................................................. ....................................................................................... ข้อคิดเหน็ ขอ้ เสนอแนะ (เพ่อื การปรบั ปรุงแก้ไข/พฒั นา)............................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ .............................................................ผบู้ นั ทึก (นายนรินทร์ธร พัฒนไชยการ) เสนอข้อคิดเห็น ............................................................................................................................. ................................................. ลงช่อื .............................................................ผู้ตรวจเสนอ (นายปรชี า พทิ ักษ์วงศ)์ นายทะเบียน การดำเนินการแก้ไข/พฒั นา ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................ผู้บริหารสถานศกึ ษา (นางสมควร วงษแ์ กว้ ) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบางปลาม้า ผลจากการนำข้อเสนอแนะไปปฏบิ ตั ิ .............................................................................................................................. ................................................
38 แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบ พบกลุ่ม ครง้ั ท่ี 5 จำนวน 6 ชั่วโมง รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดบั ม.ปลาย จำนวน 5 หน่วยกิต จัดกระบวนการเรียนรู้ วนั ท่ี 23 สิงหาคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 ณ กศน.ตำบลโคกคราม ช่อื เร่อื ง หลักการใชภ้ าษา ตวั ชี้วัด 1. เลือกใช้ถ้อยคำ สำนวนสุภาษิต คำพงั เพยใหต้ รงความหมาย 2. ใชป้ ระโยคไดถ้ ูกต้องตามเจตนาของผู้ส่งสาร 3. ใช้คำสุภาพ และคำราชาศัพทใ์ ห้ถูกต้องตามฐานะและบุคคล 4. แต่งคำประพนั ธป์ ระเภทร้อยกรอง เนอื้ หา เรื่อง หลักการใช้ภาษา 1. การใช้ถ้อยคำ สำนวนสภุ าษิต คำพังเพย 2. โครงสรา้ งของประโยค รูปประโยค และชนิดของประโยค 3. ระดับภาษา 4. คำสภุ าพ 5. คำราชาศพั ท์ 6. การแตง่ คำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง ขั้นตอนการจดั กระบวนการเรยี นรู้ ข้ันที่ 1 การกำหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการในการเรยี นรู้ ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยกล่าวทักทายผู้เรียนจากนั้นสนทนากับผู้เรียนโดยยกตัวอย่าง คำประพันธ์ประเภท ร้อยกรอง “ภาษาไทยงดงามด้วยน้ำเสียง ถ้อยเรียบเรียงหวานหูไม่รู้หาย สื่อความคิดสื่อความรู้สื่อแทนกาย สื่อความหมายด้วยภาษาน่าชื่นชม” แล้วถามผู้เรียนว่า ร้อยกรองบทนี้ มีความหมายว่าอย่างไร ครูบอกวัตถุประสงค์ การเรียนรู้ ขัน้ ท่ี 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ ครูให้นักศึกษาดูคลิปวีดีโอสื่อการสอน เรื่อง กว่าจะมาเป็นร้อยกรอง แล้วสอบถามผู้เรียนได้ความรู้ อะไรบ้างจากคลิปที่ดู จากนั้นครูแบ่งกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น 4 กลุ่มเท่าๆ กันมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าตาม หัวข้อทมี่ อบหมายดังน้ี กลุ่มท่ี 1 การใชถ้ ้อยคำ สำนวนสุภาษิต คำพังเพย กลุ่มที่ 2 โครงสร้างของประโยครูปประโยค และชนิดของประโยค และระดับของภาษา กลมุ่ ท่ี 3 คำสภุ าพ และคำราชาศพั ท์ กลมุ่ ท่ี 4 การแตง่ คำประพันธ์ประเภทรอ้ ยกรอง จากนัน้ ใหผ้ เู้ รยี นส่งตวั แทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรยี น
39 ข้ันที่ 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ ครูให้ผู้เรียนสรุปองค์ความรูท้ ี่ไดใ้ นรปู แบบ 2 3 4 ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง แลว้ ทำใบงานและ ทำแบบทดสอบยอ่ ย ขนั้ ท่ี 4 การประเมินผล ใบงานและแบบทดสอบย่อย สอ่ื 1. หนังสอื เรียน 2. อนิ เตอร์เน็ต 3. คลิปวดี ีโอส่อื การสอน เรื่อง กว่าจะมาเปน็ ร้อยกรอง การวัดผลประเมินผล ใบงาน/แบบทดสอบย่อย
40 ใบงาน คร้ังที่ 5 รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ชื่อ – นามสกุล .............................................................................กศน.ตำบลโคกคราม คำชแี้ จง ให้ผู้เรียนตอบคำถามตอ่ ไปนใ้ี หถ้ กู ต้อง ( 10 คะแนน ) 1. ให้ผู้เรยี นอธบิ ายความหมายของสำนวน สุภาษติ คำพังเพย และเขียนตวั อย่างของ สำนวน สุภาษติ คำพงั เพย อยา่ งละ 5 คำ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. ให้ผู้เรยี นอธบิ ายชนิดของประโยคดังน้ี ประโยคความเดียว ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. ใหผ้ เู้ รียนอธิบาย ภาษาระดบั ทางการ คอื อะไร ................................................................................................................................. ............................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 4. ให้ผ้เู รยี นอธิบายลักษณะของคำสภุ าพ และ คำราชาศัพท์ คืออะไร ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................ ...................................... ............................................................................................ .................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 5. ใหผ้ ู้เรยี นบอกบทร้อยกรองตามประเภทคำประพันธ์มีกป่ี ระเภทอะไรบา้ ง ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................... .................................... .............................................................................................. ................................................................................ ............................................................................................................................. .................................................
41 เฉลย ใบงาน ครงั้ ที่ 5 รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย คำชแี้ จง ใหผ้ ู้เรียนตอบคำถามต่อไปนีใ้ หถ้ ูกต้อง ( 10 คะแนน ) 1. ใหผ้ เู้ รยี นอธบิ ายความหมายของสำนวน สุภาษติ คำพงั เพย และเขยี นตวั อย่างของ สำนวน สุภาษิต คำ พังเพย อยา่ งละ 2 คำ ตอบ สำนวน หมายถงึ โวหาร ทำนองพดู ถอ้ ยคำท่เี รยี บเรียง เปน็ ลกั ษณะความหมายเชงิ อุปมาเปรียบเทยี บ ไมแ่ ปล ความหมายตามตวั อกั ษร จงึ ฟงั แลว้ มักจะไมไ่ ด้ความหมายของตัวมันเอง ต้องนำไปประกอบกับเร่อื ง หรือเหตกุ ารณ์ จงึ จะได้ความหมายเป็นคติเตือนใจ เชน่ เดยี วกบั คำท่เี ปน็ สุภาษิต เชน่ กงกำกงเกวียน , แก้เผด็ , คว่ำบาตร , เกลือจิ้ม เกลือ เป็นต้น สุภาษติ หมายถงึ คำพดู ที่พูดออกมา ไม่ว่าจะเป็นทำนอง สำนวนโวหาร ทม่ี คี วามหมายที่ดี ส่วนใหญค่ นไทยเราจะ หยิบยกคำสุภาษติ มาเป็นตวั อยา่ งในการอบรมสง่ั สอนลูกหลาน หรือบางครั้งใชแ้ สดงเปรียบเทยี บประกอบการสนทนา เชน่ ทำดีได้ดี ทำชว่ั ได้ชว่ั ตนเปน็ ทพ่ี ึ่งแห่งตน อย่าหมายน้ำบอ่ หนา้ เปน็ ต้น คำพังเพย หมายถงึ ถ้อยคำท่ีเรยี บเรยี งขึ้นมาเปน็ ความหมายกลาง ๆ คือ ไมเ่ นน้ การสงั่ สอน แต่ก็แฝงคตเิ ตือนใจหรือ ข้อคิดสะกิดใจใหน้ ำไปปฏิบัตไิ ด้ และ เนื้อหาของใจความนน้ั ก็ไมจ่ ำเปน็ ว่าจะต้องเปน็ ความดี หรอื ความจริงแท้ แนน่ อน เพอื่ ให้ตีความเขา้ กับเร่ือง มีความหมายลึกซง้ึ กวา่ สำนวน มลี กั ษณะติชมหรอื แสดงความเหน็ ในตัว แตย่ ัง ไมไ่ ด้วางหลักความจริงอนั เทยี่ งแท้ และยังไม่เป็นคำสอน เชน่ กระต่ายตื่นตมู ทำนาบนหลังคน ถี่ลอดตาช้าง ห่าง ลอดตาเลน็ เสยี นอ้ ยเสียยากเสยี มากเสยี งา่ ย นำ้ ถึงไหนปลาถึงนัน้ เป็นตน้ 2. ใหผ้ เู้ รียนอธิบายชนิดของประโยคดังนี้ ประโยคความเดียว ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน ตอบ -ประโยคความเดยี ว (เอกรรถประโยค) คือ ประโยคท่ีมขี ้อความหรือใจความเดยี ว ซึง่ เรยี กอีกอย่างหน่งึ วา่ เอกรรถประโยค เป็นประโยคทมี่ ภี าคประโยคเพียงบทเดยี ว และมีภาคแสดงหรือกรยิ าสำคัญเพยี งบทเดียว หากภาค ประธานและภาคแสดงเพ่ิมบทขยายเขา้ ไป ประโยคความเดยี วนน้ั กจ็ ะเปน็ ประโยคความเดยี วทซี่ บั ซอ้ นย่ิงขน้ึ -ประโยคความรวม (อเนกรรถประโยค) คือ ประโยคท่ีรวมเอาโครงสรา้ งประโยคความเดียวต้ังแต่ 2 ประโยคขน้ึ ไปเข้าไว้ในประโยคเดยี วกัน โดยมคี ำเชอื่ มหรือสนั ธานทำหนา้ ที่เชื่อมประโยคเหลา่ น้นั เข้าด้วยกัน ประโยคความรวม เรยี กอีกอย่างหน่ึงว่า อเนกกรรถประโยค -ประโยคความซ้อน คอื ประโยคทม่ี ใี จความสำคัญเพยี งใจความเดียว ประกอบดว้ ยประโยคความเดียวท่ีมีใจความ สำคัญ เปน็ ประโยคหลัก (มุขยประโยค) และมปี ระโยคความเดยี วทีม่ ีใจความเป็นสว่ นขยายส่วนใดสว่ นหน่งึ ของ ประโยคหลกั เป็นประโยคย่อยซอ้ นอยู่ในประโยคหลัก (อนุประโยค) โดยทำหนา้ ท่ีแต่งหรือประกอบประโยคหลกั ประโยคความซ้อนนี้เดิม เรยี กวา่ สังกรประโยค 3. ให้ผู้เรียนอธบิ าย ภาษาระดบั ทางการ คอื อะไร ตอบ ภาษาระดับทางการ คือ ภาษาระดับน้ีใช้บรรยายหรืออธิบายอยา่ งเป็นทางการในท่ีประชมุ หรอื ใชเ้ ขยี น ขอ้ ความที่จะให้ปรากฏต่อสาธารณชนอย่างเป็นการเปน็ งาน หนงั สอื ท่ีใช้ติดต่อกับทางราชการก็ใช้ภาษาระดับนี้ ผสู้ ่งสารและผูร้ บั สารมกั เปน็ บคุ คลในวงการหรอื วงอาชีพเดียวกนั สมั พนั ธภาพระหวา่ งทงั้ สองฝา่ ยจงึ เปน็ ไป ในด้านธุรกิจและการงาน สารมลี ักษณะเจาะจงเกี่ยวกับธุรกจิ หรอื ความรคู้ วามคิดที่สำคญั หรอื จำเป็นต้องทำ ความเข้าใจให้ตรงกนั ระหว่างผู้รับสารกับผ้สู ่งสาร การใช้ถอ้ ยคำจงึ มกั ตรงไปตรงมา อาจมีศพั ทเ์ ทคนคิ หรอื ศัพท์ วิชาการ
42 4. ใหผ้ เู้ รยี นอธิบายลกั ษณะของคำสภุ าพ และ คำราชาศพั ท์ คืออะไร ตอบ คำสุภาพ หมายถงึ คำทีไ่ ด้ยนิ แล้วนา่ ฟัง ชวนฟังเปน็ ถ้อยคำทเ่ี หมาะสม ลกั ษณะของคำสภุ าพ คือคำท่ีไมเ่ ป็นคำ ที่ได้ยนิ แล้วไมน่ า่ ฟัง ไม่เปน็ คำกระด้าง ไม่เป็นคำทสี่ ้นั หรือห้วนไป เปน็ คำท่ีพดู ผวนแลว้ ไมห่ ยาบ คำราชาศพั ท์ หมายถึง คำศัพทส์ ำหรบั พระราชา เปน็ ภาษาท่กี ำหนด และตกแต่งข้ึนใหส้ ุภาพ และเหมาะสม เพ่อื ใช้ พดู ถงึ หรือพดู กับพระมหากษัตรยิ ์ และพระบรมวงศานุวงศ์ปัจจุบันนี้หมายถึง คำสภุ าพท่ีใชก้ ับบุคคลที่ควรเคารพ 5. ใหผ้ ูเ้ รยี นบอกบทร้อยกรองตามประเภทคำประพนั ธ์มกี ี่ประเภทอะไรบ้าง ตอบ ประเภทของคำประพันธ์. แบง่ เปน็ ประเภทใหญ่ๆ ได้ 5 ประเภท คือ 1. โคลง 2.กาพย์ 3.กลอน 4.รา่ ย 5.ฉันท์
43 แบบทดสอบย่อย คร้ังที่ 5 รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ช่ือ – นามสกลุ ....................................................................กศน.ตำบลโคกคราม ข้อสอบปรนยั จำนวน 5 ขอ้ คำส่ัง ใหเ้ ลือกคำตอบทถ่ี ูกต้องทสี่ ดุ เพยี งคำตอบเดยี ว 1.โคลงส่ีสุภาพ 1 บท มีก่ีบาท 4. ขอ้ ใดเป็นประโยคความรวม ก. 1 บาท ก. กระแสน้ำไหลแรงจนเซาะตลง่ิ พังไปแถบหนึง่ ข. 2 บาท ข. มีหลักฐานว่ามนุษยย์ คุ หินใชข้ วานทองแดงใน ค. 3 บาท การลา่ สัตว์ ง. 4 บาท ค. ฟ้าทะลายโจรเปน็ พืชสมุนไพรที่นยิ มใชร้ ักษา 2.กาพย์ยานี 11 1 บทมกี ่ีวรรค อาการเจบ็ คอ ก. 2 วรรค ง. การส่งเสรมิ การอา่ นเป็นการพัฒนาทรพั ยากร ข. 4 วรรค บคุ คลอย่างหนึ่ง ค. 6 วรรค 5. ขอ้ ใดใชภ้ าษาระดบั ทางการ ง. 8 วรรค ก. วิถชี ีวิตไทยรมิ สองฝงั่ น้ำกลบั มาคึกคักอีกคร้งั 3. “ไก่ได้พลอย” หมายถึงข้อใด ข. เมื่อกระบวนเหเ่ รือพระราชพธิ ีในแมน่ ้ำ ก. เม่ือเกิดความเสียหายแล้วจงึ คิดหาทางป้องกัน เจ้าพระยาปิดฉากลง ข. เก็บเลก็ ผสมนอ้ ยจนสำเร็จ ค. ถนนการลงทนุ ทุกสายต่างเรง่ ปดั ฝุ่นเศรษฐกิจ ค. ยนื กรานไม่ยอมรับ ฟน้ื จดุ ขาย ง. ได้สิง่ ท่ีมคี า่ แต่กไ็ ม่ร้คู ณุ ค่า ง. กระทรวงการท่องเท่ียวและกฬี าส่งเสรมิ การ ทอ่ งเท่ียวเชงิ อนุรักษ์ ข้อสอบอตั นัย จำนวน 2 ข้อ 1. ประโยคจะมีความสมบูรณ์จะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คืออะไร ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. สำนวนและสุภาษิตตา่ งกันอย่างไร ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................... ............... ................................................................................................................... ...........................................................
44 เฉลยแบบทดสอบย่อย ครั้งที่ 5 รายวิชา ภาษาไทย พท 31001 ระดับ ม.ปลาย ขอ้ สอบปรนัย จำนวน 5 ขอ้ 1. ง. 4 บาท 2. ข. 4 วรรค 3. ง. ได้สง่ิ ท่ีมีคา่ แต่ก็ไมร่ ู้คุณค่า 4. ก. กระแสน้ำไหลแรงจนเซาะตลงิ่ พังไปแถบหนึ่ง 5. ง. กระทรวงการท่องเท่ยี วและกฬี าส่งเสริมการทอ่ งเท่ียวเชิงอนุรักษ์ ขอ้ สอบอัตนัย จำนวน 2 ข้อ แนวตอบ 1. ประโยคจะมีความสมบูรณ์จะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คืออะไร ตอบ ภาคประธาน หมายถึง ส่วนสำคัญของข้อความเป็นผู้กระทำ คำ ส่วนใหญ่เป็นคำนาม หรือสรรพนาม ภาค ประธานประกอบด้วย บทประธาน และ/ หรือ บทขยายประธานหรือความเป็นไป ส่วนภาคแสดง หมายถึง ส่วนที่แสดงกิริยาอาการหรือความเป็นไปของภาคประธาน ประกอบด้วย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม และบทขยายกรรม 2. สำนวนและสุภาษิตตา่ งกันอยา่ งไร ตอบ ความแตกต่างระหว่าง สำนวน กับสุภาษิต โดยสำนวนนั้นจะใช้คำเปรียบเทียบ เพื่อให้เรามองเห็นภาพ หรือก็คือเราต้องใช้จินตนาการในการตีความสำนวน แต่สุภาษิตนั้นเป็นคำกล่าวที่จริงแท้ เพียงแค่ได้ยินก็สามารถ เข้าใจได้อย่างชัดเจน
นักศกึ ษาทั้งหมด จำนวน....................คน 45 นักศึกษาทเ่ี ขา้ เรยี น จำนวน....................คน บนั ทกึ ผลหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ นกั ศึกษาทีข่ าดเรยี น จำนวน....................คน ครั้งท.่ี ... วันท่ี...........................เดือน...........................................พ.ศ..................... ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จุดประสงค์การเรยี นรู้ ........................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................... ................................ สภาพการจัดการเรียนรู้แบบพบกลุ่ม (ปจั จัย กระบวนการจดั กจิ กรรม และผ้เู รียน) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………................................................................ ......................................................................................... ................................................................................................ .......................................... ...................................................................................................................... ......................... สภาพการจัดการเรยี นรู้แบบเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง (ปัจจยั กระบวนการจัดกิจกรรม และผเู้ รียน) ………………………............................................................................................................................... .............................. ........................................................................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ด้านสอ่ื การเรยี นรู้............................................................................................................................. .............................. .................................................................................................... .................................................................................... ปัญหาทพ่ี บ และการแก้ไขปัญหา (อย่างไร)................................................................................................................. ......................................................................................................................................................................................... ขอ้ คิดเห็น ข้อเสนอแนะ (เพ่อื การปรับปรุงแก้ไข/พฒั นา)............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอ่ื .............................................................ผ้บู ันทึก (นายนรินทรธ์ ร พฒั นไชยการ) เสนอขอ้ คดิ เห็น ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอื่ .............................................................ผู้ตรวจเสนอ (นายปรชี า พทิ ักษว์ งศ์) นายทะเบียน การดำเนนิ การแก้ไข/พฒั นา ....................................................................................................................................... ....................................... ลงชื่อ.............................................................ผูบ้ ริหารสถานศึกษา (นางสมควร วงษ์แก้ว) ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอบางปลาม้า ผลจากการนำข้อเสนอแนะไปปฏบิ ัติ .............................................................................................................................. ................................................
46 แผนการจดั การเรียนรู้ แบบ พบกลุ่ม ครง้ั ท่ี 6 จำนวน 6 ช่ัวโมง รายวชิ า ภาษาไทย พท 31001 ระดบั ม.ปลาย จำนวน 5 หนว่ ยกิต จัดกระบวนการเรยี นรู้ วันท่ี 25 สิงหาคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 ณ กศน.ตำบลบ้านแหลม ชอ่ื เร่อื ง หลักการใช้ภาษา ตัวชีว้ ดั 1. เลือกใช้ถ้อยคำ สำนวนสุภาษติ คำพงั เพยให้ตรงความหมาย 2. ใช้ประโยคไดถ้ ูกต้องตามเจตนาของผู้สง่ สาร 3. ใชค้ ำสุภาพ และคำราชาศัพทใ์ ห้ถูกต้องตามฐานะและบุคคล 4. แต่งคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง เนอ้ื หา เรื่อง หลักการใช้ภาษา 1. การใช้ถ้อยคำ สำนวนสภุ าษิต คำพังเพย 2. โครงสร้างของประโยค รูปประโยค และชนดิ ของประโยค 3. ระดบั ภาษา 4. คำสุภาพ 5. คำราชาศัพท์ 6. การแตง่ คำประพนั ธ์ประเภทร้อยกรอง ขัน้ ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นท่ี 1 การกำหนดสภาพปัญหา ความตอ้ งการในการเรยี นรู้ ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยกล่าวทักทายผู้เรียนจากนั้นสนทนากับผู้เรียนโดยยกตัวอย่าง คำประพันธ์ประเภท ร้อยกรอง “ภาษาไทยงดงามด้วยน้ำเสียง ถ้อยเรียบเรียงหวานหูไม่รู้หาย สื่อความคิดสื่อความรู้สื่อแทนกาย สื่อความหมายด้วยภาษาน่าชื่นชม” แล้วถามผู้เรียนว่า ร้อยกรองบทนี้ มีความหมายว่าอย่างไร ครูบอกวัตถุประสงค์ การเรยี นรู้ ขัน้ ท่ี 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรยี นรู้ ครูให้นักศึกษาดูคลิปวีดีโอสื่อการสอน เรื่อง กว่าจะมาเป็นร้อยกรอง แล้วสอบถามผู้เรียนได้ความรู้ อะไรบ้างจากคลิปที่ดู จากนั้นครูแบ่งกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น 4 กลุ่มเท่าๆ กันมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าตาม หวั ขอ้ ทม่ี อบหมายดงั นี้ กลุ่มที่ 1 การใช้ถ้อยคำ สำนวนสภุ าษติ คำพงั เพย กลุ่มที่ 2 โครงสรา้ งของประโยครปู ประโยค และชนิดของประโยค และระดบั ของภาษา กลุ่มที่ 3 คำสภุ าพ และคำราชาศพั ท์ กลุ่มท่ี 4 การแต่งคำประพนั ธป์ ระเภทรอ้ ยกรอง จากน้นั ให้ผูเ้ รยี นส่งตัวแทนออกมานำเสนอหน้าช้นั เรียน
47 ข้ันที่ 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ ครูให้ผู้เรียนสรุปองค์ความรูท้ ี่ไดใ้ นรปู แบบ 2 3 4 ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง แลว้ ทำใบงานและ ทำแบบทดสอบยอ่ ย ขนั้ ท่ี 4 การประเมินผล ใบงานและแบบทดสอบย่อย สอ่ื 1. หนังสอื เรียน 2. อนิ เตอร์เน็ต 3. คลิปวดี ีโอส่อื การสอน เรื่อง กว่าจะมาเปน็ ร้อยกรอง การวัดผลประเมินผล ใบงาน/แบบทดสอบย่อย
Search