งานเคร่ืองยนต์แก๊สโซลนี (Gasoline Engine Job) รหัสวชิ า 20101-2001 ระบบหล่อเยน็ เครื่องยนต์แก๊สโซลนี
สาระสาคญั ระบบหล่อเยน็ หรือระบบระบายความร้อนของเคร่ืองยนต์ มีความสาคญั มากระบบหน่ึง เพราะระหวา่ งการเผาไหมแ้ ก๊สจากการเผาไหมอ้ าจมีอุณหภูมิสูงถึง 2,200 ˚C หรือสูงกวา่ น้ี ความร้อนจากการเผาไหมส้ ่วนหน่ึงถูกดูดชบั โดยผนงั กระบอกสูบ ฝาสูบ และลูกสูบ ดงั น้นั จึงตอ้ งมีการถ่ายเทความร้อนเหล่าน้ีออกไป เพื่อป้องกนั ไม่ให้ชิ้นส่วนเหล่าน้ีร้อนเกินไป ถา้ ระบบหล่อเยน็ ทางานผดิ ปกติ เครื่องยนตจ์ ะร้อนจดั และเกิดความเสียหายได้ ถา้ เครื่องยนต์ เยน็ เกินไปประสิทธิภาพการทางานของเครื่องยนตจ์ ะลดลงเช่นกนั
สาระการเรียนรู้ 1. ระบบหล่อเยน็ เคร่ืองยนต์ 2. วธิ ีการหล่อเยน็ เครื่องยนต์ 3. ส่วนประกอบของระบบหล่อเยน็ 4. การดูแลระบบระบายความร้อน 5. การตรวจสอบระดบั นา้ หล่อเยน็ 6. การถอด ประกอบสายพานหน้าเคร่ือง
จุดประสงค์ 1. อธิบายระบบหล่อเยน็ เคร่ืองยนต์ได้ การเรียนรู้ 2. อธิบายวธิ ีการหล่อเยน็ เครื่องยนต์ได้ 3. อธิบายส่วนประกอบของระบบหล่อเยน็ ได้ 4. อธิบายการดูแลระบบระบายความร้อนได้ 5. อธิบายการตรวจสอบนา้ หล่อเยน็ ได้ 6. ปฏิบัติการถอดและประกอบสายพานหน้าเคร่ืองได้
สมรรถนะประจาหน่วย 1. การถอดและประกอบสายพานหนา้ เครื่องไดต้ ามคูม่ ือ 2. ถอด ประกอบ ติดต้งั ปั๊มน้ารถยนตไ์ ดต้ ามคู่มือ
1 ระบบหล่อเยน็ เครื่องยนต์ ระบบหล่อเยน็ เครื่องยนต์ (Engine Cool System) คือ การรักษาอุณหภูมิการทางานของ เครื่องยนตภ์ ายใตส้ ภาวะการทางานทุกสภาพ เมื่อเครื่องยนตส์ ตาร์ตติดใหม่ ๆ เครื่องยนตจ์ ะยงั ไม่มีการดึงความร้อนออกจากเครื่องยนต์ เม่ือเคร่ืองยนตร์ ้อนข้ึน ระบบหล่อเยน็ จึงเริ่มดึงความ ร้อนออกจากเคร่ืองยนตแ์ ละเม่ืออุณหภูมิสูงข้ึนถึงอุณหภูมิทางาน ระบบหล่อเยน็ จะดึงความ ร้อนออกจากเคร่ืองยนต์ ประมาณ 45 เปอร์เซ็นตข์ องความร้อนจากการเผาไหมน้ ้ามนั เช้ือเพลิง
ถ้าอุณหภูมิของเคร่ืองยนต์สูงเกนิ ไปจะมผี ลดงั นี้ 1. ทาใหล้ ูกสูบ กระบอกสูบ วาลว์ และชิ้นส่วนต่าง ๆ เสียหายได้ 2. ฟิ ลม์ น้ามนั หล่อลื่นจะถูกทาลายจนขาดคุณสมบตั ิในการหล่อลื่นและคุณสมบตั ิในการป้องกนั ความดนั รั่วออกจากกระบอกสูบ ทาใหก้ าลงั ของเคร่ืองยนตต์ ก 3. เช้ือเพลิงท่ีเขา้ สู่กระบอกสูบจะติดไฟไดเ้ องก่อนการจุดระเบิดของหวั เทียน ทาให้ \"น็อก\" กาลงั เครื่องยนตจ์ ะตก
2 วธิ ีการหล่อเยน็ เคร่ืองยนต์ ระบบหล่อเยน็ มี 2 ประเภท ไดแ้ ก่ 1. การหล่อเยน็ ด้วยอากาศ (Air Cooling) หรือการระบายความร้อนดว้ ยอากาศ จะใชก้ บั เครื่องบิน รถจกั รยานยนต์ และเคร่ืองยนตเ์ ลก็
2. การหล่อเยน็ ด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ใชก้ ารผสมกนั ระหวา่ งน้าและอากาศ เคร่ืองยนตจ์ ะ ถูกออกแบบใหเ้ ส้ือสูบและฝาสูบมีผนงั 2 ช้นั เป็นวธิ ีท่ีใชก้ บั ระบบหล่อเยน็ ของรถยนตโ์ ดยทว่ั ไป
3 ส่วนประกอบของระบบหล่อเยน็ ประกอบดว้ ย 1. หม้อนา้ (Radiator) มีหนา้ ที่แลกเปล่ียนความร้อน โดยการถ่ายเทความร้อนออกจาก น้าหล่อเยน็ มี 2 แบบ คือ 1.1) แบบไหลแนวดิ่ง 1.2) แบบไหลแนวนอน
2. ป๊ัมนา้ (Water pump) มีหนา้ ท่ีทาใหน้ ้า ไหลเวยี นไปเล้ียงส่วนต่าง ๆ ของเคร่ืองยนต์ 3. โพรงน้า (Water Jacket) โพรงน้า เป็ นช่องทางเดินของน้าหล่อเยน็ ความร้อนจาก ห้องเผาไหมจ้ ะถ่ายเทเขา้ สู่โพรงน้าเพ่ือระบาย ความร้อน
4. พดั ลม (Cooling Fan) มีหนา้ ท่ีดูดอากาศให้ ผา่ นรังผ้งึ เพอ่ื ระบายความร้อนใหก้ บั น้าหล่อเยน็ 5. ปลกั๊ อดุ ช่องหล่อ (Plug) มีหนา้ ท่ีอุดช่องหล่อ เป็นเสมือนวาลว์ นิรภยั สาหรับเส้ือสูบและฝาสูบ ป้องกนั ไม่ใหเ้ กิดรอยร้าว
6. ฝาหม้อน้า (Radiator Cap) ทาหนา้ ที่ ระบบหล่อเยน็ อยู่ภายใต้ความดนั มีขอ้ ดีดงั น้ี ซีลและรักษาความดนั ภายในหมอ้ น้าและ 1. จุดเดือดของน้าหล่อเยน็ จะมีค่าสูงข้ึน ทาให้ ระบบหล่อเยน็ ประสิทธิภาพของระบบน้าหล่อเยน็ สูงข้ึน 2. การสูญเสียน้า เน่ืองจากการระเหยลดลง 3. สามารถใชห้ มอ้ น้าท่ีมีขนาดเลก็ ลงได้ 4. ลดแรงกระแทกของน้าลงได้
7. สายพานขับ (Drive Belt) มีหนา้ ท่ี ถ่ายเทพลงั งานจากเพลาขอ้ เหวยี่ งไปท่ีป๊ัมน้าพดั ลม และไดชาร์จ 8. เทอร์โมสตัต (Thermostat) มีหนา้ ที่ เป็นวาลว์ ควบคุมปริมาณการไหลของน้า โดยใชอ้ ุณหภมู ิเป็นตวั ควบคุม 9. เซนเซอร์วดั อณุ หภูมนิ า้ หล่อเยน็ (Coolant Temperature Sensor : CTS) มีหนา้ ที่ คอยตรวจวดั อุณหภูมิน้าหล่อเยน็ ในเคร่ืองยนต์
4 การดูแลระบบระบายความร้อน 1. ควรตรวจดูระดบั น้าทุก ๆ คร้ังก่อนสตาร์ตเคร่ืองยนต์ หรืออยา่ งนอ้ ยทุก ๆ 2-3 วนั 2. ควรเติมน้าท่ีสะอาดลงไปในหมอ้ น้าเท่าน้นั เพ่ือป้องกนั ไม่ใหห้ มอ้ น้าหรือทางเดินของ หลอดรังผ้งึ หมอ้ น้าเกิดการอุดตนั 3. หมนั่ ตรวจดูรอยร่ัวตามท่ีจุดต่าง ๆ หากพบรอยร่ัวซึมควรซ่อมหรือเขา้ ศูนยบ์ ริการเปลี่ยนใหม่ 4. ตรวจดูครีบรังผ้งึ ของหมอ้ น้า 5. พดั ลมระบายความร้อนควรอยใู่ นสภาพท่ีดี 6. หากน้าในหมอ้ น้าแหง้ ในขณะท่ีเครื่องยนตก์ าลงั ทางานและมีอุณหภูมิสูง ใหอ้ ุณหภูมิเคร่ืองยนตล์ ดลง แลว้ ค่อยเติมน้าที่สะอาดลงไปทีละนอ้ ย 7. ควรถ่ายน้าในหมอ้ น้าทิ้งทุก ๆ 3-4 เดือน 8. ขณะขบั ขี่ตอ้ งคอยดูเกจความร้อน หากข้ึนถึงขีดแดงหรือที่เรียกวา่ \"โอเวอร์ฮีต\" ใหด้ บั เครื่อง
5 การตรวจสอบระดบั น้าหล่อเยน็ ระดบั น้าหล่อเยน็ ควรมีการตรวจสอบอยา่ งนอ้ ยสปั ดาห์ละ 1 คร้ัง สาหรับรถยนตท์ ี่ใชง้ านปกติ และหากเป็นรถยนตท์ ี่ใชง้ านหนกั หรือวงิ่ ทางไกลอยเู่ ป็นประจา ควรตรวจสอบทุกคร้ังก่อนออกรถ หรือทุกเชา้ ก่อนออกรถ
5 การถอด ประกอบสายพานหน้าเครื่อง สายพานจะทางานไดด้ ีข้ึนอยกู่ บั แนวศูนยก์ ลางของพลู เลย์ ความตึงของสายพาน ความกวา้ งและมุม ของตวั วที ่ีถูกตอ้ ง ขนาดของพลู เลยจ์ ะตอ้ งมีความลึกมากกวา่ ความหนาของสายพานเพอื่ ไม่ใหส้ ายพานยนั กบั พ้นื ร่องของพลู เลย์ ชนิดของสายพานที่ใชก้ นั มากในเครื่องยนต์ ไดแ้ ก่ สายพานแบบตวั วี สายพานแบบ ร่องฟัน และสายพานแบบหลายร่อง ปัจจุบนั รถยนตน์ ง่ั จะใชส้ ายพานเสน้ เดียวเรียกวา่ สายพานหนา้ เครื่อง
การถอด ประกอบสายพานหนา้ เครื่อง (รถยนตโ์ ตโยตา้ วอี อส) มีข้นั ตอนการปฏิบตั ิดงั น้ี 1. กาหนดตาแหน่งนอตยดึ กา้ นอลั เทอร์เนเตอร์หรือไดชาร์จ ใชป้ ระแจบลอ็ กเบอร์ 12 คลายนอต ยดึ กา้ นไดชาร์จ 2. คลายนอตยดึ กา้ นไดชาร์จท้งั 2 ดา้ น ดนั ไดชาร์จเขา้ หาเครื่องยนต์ สายพานหนา้ เครื่องจะเริ่มหยอ่ นลง 3. ถอดสายพานหนา้ เครื่องออก (หากรอกมีเสียงดงั ใหถ้ อดรอกออกดว้ ย) ตรวจดูสภาพของสายพาน หากมีรอยแตก ฉีกหรือขาดใหเ้ ปลี่ยนใหม่ 4. เปล่ียนสายพานใหม่ ต้งั ตาแหน่งกา้ นไดชาร์จใหอ้ ยตู่ าแหน่งเดิม ขนั นอต 5. ใชด้ า้ มประแจงดั กา้ นไดชาร์จใหส้ ายพานตึงไดท้ ี่ จากน้นั ใชป้ ระแจบลอ็ กเบอร์ 12 ขนั แน่น ทดลองสตาร์ตเครื่องยนต์ ตอ้ งไม่มีเสียงดงั ผดิ ปกติ
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: