อาหารญ่ปี ุน มีอะไรบาง
ประวัติ อาหารญี่ปนุ อยูบนพื้นฐานของการจดั สาํ รับอันประกอบดว ยอาหารจานหลัก (主食 shushoku) โดยเปน ขา วหรืออาหารเสน ซุป และกับขาวหรอื โอ กาซุ (おかずokazu) ซ่ึงทาํ จากปลา เน้ือสัตว ผกั และเตา หู ปรงุ รสดวยดาชิ (หัวเชื้อน้ําซุป) มโิ ซะ (เตาเจีย้ วญ่ีปุน) และโชยุ (ซอี ว๊ิ ญีป่ ุน) ทาํ ใหอาหารญี่ปุน สว นมาก มไี ขมนั ตํ่า แตมีปรมิ าณเกลอื สูง สาํ รบั อาหารญ่ีปุนมาตรฐานประกอบดว ยกับขาวอยางนอ ยหน่ึงอยา ง ขา วญป่ี นุ (御飯 gohan) หนึง่ ชาม ซุปหนึง่ ถวย และผกั ดองหรือสเึ กโมโนะ (漬 物 tsukemono) เปน เครอื่ งเคียง สํารับญ่ปี ุนมาตรฐานสวนมาก จะใชเทคนิคการจดั ที่เรยี กวา อจิ ิจูซันไซ (一汁三菜 ichijū-sansai) หรือซปุ หนง่ึ อยางกบั ขาวสามอยา ง กบั ขาวนาํ มา จดั สํารบั จะปรุงดวยหลากหลายวิธี ท้งั แบบดบิ (ซาชมิ ิ) การยา ง การตนุ หรือการตม การนึ่ง การทอด การดอง หรือการยาํ (สลัด) มมุ มองของคนญ่ีปุน ตอ อาหารนัน้ ถูกสะทอ นในการจัดบทในตําราอาหารโดยจะจัดแยกตามวิธีการปรุงอาหาร ไมไดจ ัดตามประเภทวตั ถดุ ิบ หรอื อาจจัดเปน แยกเปนประเภท ซปุ ซชู ิ ขา ว อาหารเสน และของหวาน เนอื่ งจากญป่ี นุ เปนประเทศท่เี ปนเกาะ ชาวญ่ปี ุนจงึ บรโิ ภคอาหารทะเลในปริมาณมาก ในอดีตชาวญีป่ นุ ไมน ิยมบริโภคเนอื้ สตั วใ หญ จนเม่ือมีการเปด ประเทศ ชาวญป่ี ุนจึงรับวฒั นธรรมการรบั ประทานเน้อื สัตวเขามา และเปนที่นยิ มมากขน้ึ เร่อื ย ๆ จนปจ จุบัน อาหารเสนกเ็ ปนอาหารท่สี าํ คัญประเภทหนึง่ ในอาหารญี่ปุน อาจรับประทานเปน อาหารจานเดยี ว จดั สํารับแทนขาว หรือจัดคูกบั ขา วเลยกไ็ ด อาหาร เสนทเี่ ปนท่รี จู กั กันดี ไดแ ก โซบะ (เสนเลก็ สีนา้ํ ตาล ทําจากแปงบักวตี ) และอูดง (เสนหนาสขี าว ทาํ จากแปงสาลี) อาหารเสน สามารถรับประทานแบบรอ นและ เยน็ คกู บั นาํ้ ซปุ ทีท่ ําจากดาชิผสมโชยุ อาหารเสน อีกประเภทหนึง่ ทไ่ี ดรบั ความนยิ มอยา งมากในชว งศตวรรษที่ผานมาคอื ราเมง็ ซึ่งเปน บะหม่ีในน้าํ ซุปแบบจีน ทท่ี ําจากเน้ือสัตว และปรับปรุงโดยชาวญีป่ ุน จนมีเอกลกั ษณของตนเอง
ประวัตกิ ารกาํ เนิดซูชิ ซชู แิ ตเ ดมิ ทเี ปน การถนอมอาหาร? ทเ่ี อเชยี อาคเนยราวๆ กอ นยคุ ศตวรรษที่ 4 มีการเก็บรกั ษาอาหารโดยการนําปลามาหมกั ในขา วและเกลอื ขา วน้เี ปน เพยี งของทใ่ี ชส าํ หรบั เก็บ รักษาปลา และจะถูกทง้ิ ไปไมไ ดกนิ วธิ ีการเกบ็ รกั ษาปลานก้ี ็สงผานไปยังญ่ปี ุน ในสมยั เฮอัน ก็ถกู กินกนั ในนามของ “นาเระซชู ิ” ชาวญี่ปนุ ท่ชี ่นื ชอบขา วกน็ าํ ขา วมากนิ พรอมกับปลาโดยไมทง้ิ ราวๆ สมัยมุโระมาจิ ตอ มาในสมัยเอโดะกม็ กี ารเสนอฮายาซูชิ โดยเลกิ การหมัก และนํา นา้ํ สมสายชูมาผสมทําใหข า วมรี สเปรี้ยว
ความเปนมาของวัฒนธรรมการกินของญี่ปุน กอ นคริสตกาลถึงศตวรรษที่ 3 น้นั ญ่ปี ุน ไดเรม่ิ มกี ารทาํ นาและการประกอบอาหาร จาํ พวกอาหารทอด ชา และอนื่ ๆ ถูกถา ยทอดผานทางพระพุทธศาสนาไป ยังทวปี และมีการทานอาหารทอด อาหารหมักอยา งถว่ั นตั โตะ(ถ่ัวหมัก) และอนื่ ๆมานานนับ1000ป ในสมยั เอโดะนั้น อาหารมงคลอยาง\"อาหารเอโดะ\" หรอื อาหารทองถนิ่ กพ็ ัฒนาอยางแพรห ลาย วฒั นธรรมการไมนิยมทานเนือ้ สัตวก เ็ ปลย่ี นแปลงตามบอทิ ธพิ ลจากชาติตะวนั ตก จงึ เกดิ เปนอาหารญีป่ นุ แบบด้ังเดิม ขึ้นมา
ซชู ยิ ั่วจา าาา
อาหารจานหลกั (主食 shushoku) ขาว (御飯 gohan) ต้งั แตช าวญีป่ นุ รูจกั การทาํ นาเมื่อ 2,000 พันปทีแ่ ลว ขาว กเ็ ปนพืชเศรฐกจิ ท่สี าํ คญั ท่ีสุดของญ่ีปุน ความสาํ คญั ของขา วตอ วัฒนธรรมญปี่ ุน สะทอ นได จากในอดตี ขา วถูกใชเ หมือนเงนิ ตราในการแลกเปล่ียนสนิ คา และเครื่องแสดงความมั่งคง่ั คาํ วาขา ว ในภาษาญปี่ นุ คอื โกะฮัง (御飯 gohan) และ เมะ ชิ (飯 meshi) (นยิ มใชเ ฉพาะผชู าย) เมอ่ื จะบอกวา รับประทานอาหาร ชาวญปี่ ุนจะบอกวากินขา ว ซง่ึ หมายถึงม้ืออาหารนั่นเอง เชน 朝ご飯 (asagohan) แปลตามตัวไดว า ขาวเชา หรือหมายถงึ อาหารเชา ขา วญปี่ นุ มเี มลด็ สนั้ และเมอื่ สกุ แลวจะเหนยี วเล็กนอ ย ชาวญี่ปนุ นยิ มรบั ประทานขา วขาว (白米 hakumai) คอื ขาวท่ถี กู ขดั สีจะไมเหลอื เยือ่ หมุ เมลด็ อยู เลย ชาวญ่ีปุนสว นใหญเชอื่ วา ขา วกลอ ง (玄米 genmai) หรือขา วท่ยี ังมเี ยื่อกหมุ เมลด็ ติดอยนู ัน้ อรอยนอยกวา แตขา วกลอ งก็ไดร บั ความนยิ มมากข้นึ เรื่อยๆ ในฐานะทีเ่ ปน อาหารเพือ่ สขุ ภาพ นอกจากนขี้ า วธรรมดาแลว ชาวญี่ปนุ ยังนิยมรบั ประทานโมจิ (餅 mochi) ซงึ่ ทาํ จากขาวเหนยี ว นาํ ไปทาํ ใหสุกและทุบจนเหนียวเปน กอน นาํ ไปปรุงได ทัง้ ของคาว (ใสซ ุป) และของหวาน (ปง รับประทานกับซอสหวาน หรือกบั ถ่ัวแดงกวน) ขาวยงั สามารถนําประกอบอาหารตา งๆไดอ ีกหลายชนิด เชน ซูชิ (寿司 sushi) ดงบุริ (丼 donburi) โจก (お粥 okayu) เซม็ เบ (煎餅 senbei) วะงะชิ (和菓子 wagashi) และสาเก (酒 sake) เปน ตน
ทาโกะยากิ
กําเนดิ ซชู หิ นาเอโดะ ปลายสมยั เอโดะ (ตนศตวรรษที่ 19) กาํ เนดิ “ขา วปน ซชู ิ” ในเอโดะ ดงั นนั้ แมในปจ จุบนั กม็ ีคนญป่ี ุนเปน จาํ นวนมาก ทยี่ อมรบั วา หากพดู ถงึ ซชู ิหนาเอโดะก็เรยี กวาขา วปน ซูชิ หากพูดถงึ โอซากา ซูชิก็หมายถงึ ซชู ิกลอง (โอชซิ ูชิ)* แตม ีอีกความหมายหน่ึงในคาํ วาซชู ิหนา เอโดะ มีความ หมายวาซูชิทใ่ี ชส าหรา ยหรือปลาที่จบั ไดที่หนาเมอื งเอโดะหรืออา วโตเกียวท้ังนั้น
1.2) โซเมง็ (Somen) : เปน บะหมนี่ ิยมทานในหนา รอนเชนกัน เสน ของโซเมง็ ทาํ จากขาวสาลี (sobako-ขาวสาลี) ดังน้นั เสน จงึ มีสขี าวนวลและเสน จะ บางกวาโซบะ เสน โซเมง็ จะนมุ สามารถดัดแปลงทําอาหารไดห ลายอยาง โซเม็งสามารถเสิรฟแบบโงะโมะคุ (gomoku-หารส) โดยโรยไขเจียวซอยเสน ไก และผกั ตางๆ หรอื เสิรฟแบบโงะมะดาเระ (gomadare) ท่ีมมี ะเขอื ยาว ปลา และชิโสะ (shiso) เปน เครือ่ งเคยี ง เสิรฟแบบเยน็ ก็มี เรียกวา ฮยิ ะชิ-hiyashi ที่ใสแ ตซอสถั่วเหลืองผสมนํ้ามนั งา โซเม็งเปนอาหารเบาๆทชี่ วยทําใหสดชื่นในหนารอ น
อาหารเสน (麺類 men-rui) อาหารเสนอาจ รับประทานเปน อาหารจานเดยี ว จดั สาํ รบั แทนขาว หรือจัดคูกบั ขาวเลยก็ได อาหารเสนท่ีเปนท่รี จู กั กันดี สามารถรับประทานแบบรอ น ในนํา้ ซปุ หรือแบบเย็นจุมซอสกไ็ ด
อาหารญป่ี ุน หลกั ๆ 1.1) โซบะ (Soba) : ทําจากบกั วตี เสนจะมสี นี าํ้ ตาลบาง ผคู นนยิ มทานโซบะกนั มากท่สี ุด เพราะติดใจในแปง บักวตี โดยเฉพาะรสชาติที่อรอยของเสนทีไ่ ม ผสมแปงชนิดอื่นลงไปมากนัก โดยทั่วไปโซบะจะเสิรฟพรอมวาซาบิ (wasabi) หอมหวั ใหญฝ าน นํ้าจิ้มทําจากมิรนิ (mirin-สาเกหวาน) และคตั สึโอะบชู ิ (เกล็ด ปลาแหง )โซบะแบบนี้หากเสริ ฟแบบเย็นบนซารุหรือถาดไมไผ จะเรียกวา ซารุโซบะ (zarusoba) ซ่งึ เปนอาหารยอดนิยมในหนารอ น
1.3) อุดง (Udon) : เปนอาหารยอดนิยมในหนาหนาว อุดง ทําจากขา วสาลี และมีเสน หนา ถงึ หนามาก โดยจะ เสิรฟ พรอมนา้ํ ซปุ ซอสถ่ัวเหลอื งรอนๆ หอมหัวใหญฝ าน ผกั ชนิดตา งๆ และไข อุดง จะตางจากโซบะและราเม็งเวลารบั ประทานตรงที่ ไมตองจุม เสนในน้าํ ซุปกอ น รับประทาน เสนอุดงจะมขี นาดเสนท่ใี หญแ ละเหนยี วนมุ จึงใหความอบอนุ เปน อยางดใี น หนา หนาว
ลาแซลมอน เน้อื ปลาแซลมอนของ Salmon You มาจากฟารมระบบเปด ในประเทศนอรเวย จึงทําใหมไี ขมนั แทรกอยใู นเนอ้ื ปลาเยอะ นอกจากปลาดบิ แลว ยังมีเมนูอืน่ ๆที่นา ลิ้มลองไมแพก ัน เพราะเปนการนาํ เน้อื ปลามาฟวชนั กับอาหารไทย ไดแ ก ยาํ ปลาแซลมอ นและลาบปลาแซลมอนสูตรเฉพาะของทนี่ ี่ รา นต้งั อยูท ถ่ี นนโพธ์ิแกว ซอย 4 หากคณุ อยูภ ายในรัศมี 5 กิโลเมตรจากทต่ี งั้ ราน จะ ไมเ สยี คา บริการจัดสง นอกระยะทางจงึ จะคิดคาจัดสงตามจรงิ
สง่ั ปลาดิบมาทานที่บานใหจ ุใจกับ 10 รา นแซลมอนเดลิเวอรท่ี ว่ั กรุงเทพฯ ปลาดิบโดยเฉพาะปลาแซลมอนเปน อาหารสดุ โปรดของใครหลายๆคน ดว ยรสชาติทอี่ รอยนมุ ล้นิ และอดุ มไปดว ยคณุ คา ทาง โภชนาการ หากยอนกลบั ไปสกั 5 ปกอ น
รา นอาหารญ่ปี นุ ในรปู แบบตลาดปลาแหงแรกของเมอื งไทย รับประกนั วัตถดุ ิบ คุณภาพดี สด ใหม ใหเ ลือกหลากหลายทงั้ ซูชิ ซาซมิ ิ มากิ และ เมนูตาง ๆ กวา 300 เมนู ที่สาํ คัญราคาไมแ พงอยา งท่ีคิด! มาแลว หา มพลาด “Live Seafood” สตั วทะเลเปน ๆ นําเขาจากญ่ปี ุนมาเลยี้ งในบอ ทะเลจําลอง มใี หเลือกหลากหลาย อาทิ ปูทาระบะ กุง ล็อบสเตอร หอยตางๆ และอาหารทะเลสด ๆ ของไทยมากมาย รวมไปถงึ สเตก็ เนอ้ื เกรดพรี เมียมจากญีป่ ุน นอกจากนี้ยงั มีโซนซุปเปอรมารเกต็ ที่รวบรวมสินคา ญ่ีปนุ ครบวงจรในทเ่ี ดียว
สาหราย ใครกําลงั หาวิธีลดนํ้าหนกั หรืออยากดแู ลสุขภาพ เชิญทางน้ี วนั นี้เราเอาขอมูลนาสนใจเก่ียวกบั อาหารทคี่ นญ่ีปนุ ทานกันอยปู ระจาํ หาทานงา ย มีหลากหลายชนิดใหเลอื ก ที่สาํ คัญคือเหมาะมากๆสําหรับคนที่อยากลดนา้ํ หนัก เราอาจจะพอคนุ ตากนั มาบา ง แตก เ ช่ือวามีอีกหลายแบบทเ่ี พ่อื นๆนาจะไมเคยเห็น ไปทาํ ความรจู ักพวกเคากัน…สาหรายญปี่ ุน!!
สาหรา ย สาหราย บางคนอาจจะมองวา เปน ขนมทานเลน แตจ รงิ ๆแลว มปี ระโยชนเ ยอะแยะเลย มีทัง้ วติ ามนิ ซี แคลเซียม และแรธาตอุ ื่นๆ เปนอาหารที่มีความเปน ดาง (Alkaline Food) ซงึ จะชว ยบาลานซสมดุลในรางกายเราท่ีกินเนอื้ สตั วห รืออาหารทเ่ี ปน กรดเยอะ (Acidic Food) คนญ่ปี ุน เปน หน่งึ ในชาตเิ อเชียที่นิยมทานสาหรา ยจึงมเี มนูสาหรายเยอะ และใชส าหรายหลายประเภทใน อาหารเยอะมาก เรามาดกู ันวา มีอะไรกนั บา ง
ลกั ษณะของสาหรา ย สาหรา ยพวงองุน มชี ่ือญปี่ ุน วา Umibudo หรือแปลตรงตวั วา องุน แหงทองทะเล ( Sea Grapes) ลักษณะของสาหรายมีเม็ดกลมเล็กๆ สี เขียวเกาะกันเปนพวงคลา ยองุน
แหลง เพาะเลี้ยงท่สี ําคญั ในญป่ี นุ สาหรา ยพวงองุน จะถูกเพาะเลย้ี งไดเ ปน หลกั จากเกาะโอกินาวา นอกจากญ่ปี ุนแลว แหลงเพาะเล้ยี งสําคัญของสาหรายชนิดนี้ ไดแก เวยี ดนาม ฟลิปปน ส อนิ โดนีเซยี ไทย รวมถึงประเทศเขตรอ น เชน เคนยา มาดากสั การ โซมาเลีย และปาปว นวิ กีนี เปนตน อยา งไรก็ตามมกี ารกลาววา สาหรายพวงองนุ ท่อี รอยมากนัน้ มาจากเกาะโอกินาวาและฟล ปิ ปนสจนมีการใหชือ่ สาหรายนี้วา คาเวยี รสีเขียว (Green Caviar)
◌อ่ าหารญ่ปี นุ
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: