Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Published by konmanbong_k3, 2021-10-08 02:57:16

Description: แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์
เพื่อขับเคลื่อนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Search

Read the Text Version

แผนปฏิบัติการดานการประชาสมั พันธ เพ่อื ขับเคลอ่ื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม

คำนำ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทางด้าน ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของประเทศให้อยู่คู่กับสังคมไทย โดยการสงวน อนุรักษ์ ฟ้ืนฟู และ จัดการใช้ประโยชน์อย่างย่ังยืน รวมท้ังประชาชนได้มีการดารงชีวิตอยู่อย่างมีความสุขภายใต้คุณภาพ สง่ิ แวดล้อมท่ีดี กรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อม ในฐานะที่เป็นหน่วยงาน ที่มีหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริม ให้ ความรู้ สร้างความเข้าใจ และเป็นสื่อกลางในการสร้างความตระหนัก และกระบวนการมีส่วนร่วม ของประชาชน ผ่านกระบวนการปลูกฝังจิตสานึกโดยการใช้ส่ือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และช่องทางการ สื่อสารต่าง ๆ เพื่อปรับเปล่ียนทัศนคติของประชาชนในการที่จะช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดล้อม จึงได้ดาเนินการจัดทาแผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อขับเคล่ือนงานด้าน ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ฯ ฉบับนี้ เป็นเคร่ืองมือ เป็นกรอบและแนวทางในการดาเนินงานสร้างความเข้าใจและสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม รวมทง้ั การดาเนนิ งานสอื่ สารเพ่ือการสร้างจิตสานึกและกระตุ้นให้มี ความตระหนักตอ่ การมสี ว่ นร่วมของประชาชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่างมีกรอบและ ทิศทางการดาเนินงานท่ชี ัดเจน กรมสง่ เสรมิ คุณภาพส่งิ แวดลอ้ ม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม หวังเป็นอย่างย่ิง ว่า แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ฯ ฉบับน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน ผู้บริหาร บุคลากรท่ี เกี่ยวข้องที่จะนาไปสู่การปฏิบัติงาน เพ่ือให้บรรลุตามยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดล้อม ในการขับเคล่ือนและสร้างความร่วมมือในการท่ีจะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ให้มีคณุ ภาพทดี่ ียงิ่ ขึ้นต่อไป กรมสง่ เสริมคุณภาพส่งิ แวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม แผนปฏบิ ตั ิการดา้ นการประชาสัมพันธ์ เพือ่ ขบั เคลอื่ นงานด้านทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม

สารบญั หน้า คานา 1 หลกั การและเหตผุ ล 2 ความสาคัญ 3 วัตถปุ ระสงค์ 3 เป้าหมาย 3 ประโยชนท์ ี่จะได้รบั 4 กรอบโครงสรา้ งในการจัดทาแผน 6 ผลทไ่ี ด้จากการศึกษา 12 กรอบโครงสรา้ งในการนาเสนอ 15 การวิเคราะห์สถานการณแ์ ละสภาพแวดลอ้ ม SWOT 18 ความเชอ่ื มโยงยุทธศาสตร์ 23 ลาดับความสาคญั ของแผนปฏบิ ัติการดา้ นการประชาสมั พนั ธ์ 24 แผนปฏบิ ตั กิ ารดา้ นการประชาสัมพันธ์ 26 เพื่อขบั เคล่ือนงานดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564) 34 36 1. แผนงานด้านภาพลักษณ์และการส่ือสารองค์กร 41 ขอ้ สรปุ และเสนอแนะ และแผนการดาเนนิ งาน 43 47 2. แผนงานด้านสอ่ื นวตั กรรมและส่อื ใหม่ 49 ข้อสรุปและเสนอแนะ และแผนการดาเนินงาน 55 59 3. แผนงานดา้ นเน้ือหา การบรหิ าร Content 63 ขอ้ สรปุ และเสนอแนะ และแผนการดาเนินงาน 66 68 4. แผนงานดา้ นการขบั เคล่ือนและการสร้างจิตสานึก 70 ขอ้ สรปุ และเสนอแนะ และแผนการดาเนนิ งาน 72 5. แผนงานดา้ นพันธมิตร เครือข่ายการสอ่ื สารในภาคประชาชน ขอ้ สรปุ และเสนอแนะ และแผนการดาเนินงาน 6. แผนงานดา้ นพ้นื ทกี่ ารทางานและกรณีศึกษา ขอ้ สรุปและเสนอแนะ และแผนการดาเนนิ งาน 7. แผนงานดา้ นการจัดแบง่ บทบาทหนา้ ที่ ข้อสรุปและเสนอแนะ และแผนการดาเนนิ งาน บทสรปุ และข้อเสนอแนะ 74 เอกสารและข้อมลู ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง 77 แผนปฏบิ ตั กิ ารดา้ นการประชาสัมพันธ์ เพื่อขับเคล่อื นงานดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

หลักการและเหตผุ ล ในปจจุบันประเทศไทยตองเผชิญกับขอจํากัดดานทรัพยากรธรรมชาติท่ีถูกใชไปอยางขาด ประสทิ ธิภาพ จงึ อยูใ นสภาพที่เสอ่ื มโทรม รวมท้ังสภาพแวดลอมมีคุณภาพนอยลง ทั้งปญหาคุณภาพ น้ํา อากาศ และขยะของเสียเหลือท้ิงท่ีกําจัดไมทัน ซึ่งปญหาเหลาน้ีสงผลกระทบ ท้ังตอตนทุนการผลิต สินคาบริการ และสรางผลเสียตอคุณภาพชีวิตประชาชน ขณะเดียวกันก็กอใหเกิดความขัดแยงจากการ แยงชิงทรัพยากร การเปลี่ยนแปลงสภาพภมู ิอากาศของโลกท่ีมคี วามผันผวนและฤดูกาลที่ผิดไป สงผลให เกิดความตระหนักในการท่ีผูคนจะสามารถอยูรวมกันอยางเปนมิตรตอสิ่งแวดลอมภายใตกรอบแนวคิด การพัฒนาท่ียง่ั ยนื ความเสี่ยงและความทา ทายจากสภาพแวดลอมและภัยพิบัติ ไดนําไปสูขอตกลงใน ระดับโลกท่ีสําคัญ ท้ังในเรื่องการบรรลุซ่ึงเปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เปาหมายการลดกาซเรือนกระจก และการใชมาตรฐานดาน สง่ิ แวดลอ มมาเปนขอ กาํ หนดท่ีสงผลตอ การแขงขนั ทางการคา ในตลาดโลก ดังนั้นรัฐบาลจึงไดกําหนดยุทธศาสตรการสรางความเจริญเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเปนมิตรกับ ส่ิงแวดลอม ไวในยุทธศาสตรชาติ 20 ป มีเปาหมายคือ การบริโภคและการผลิตท่ียั่งยืน คือการเรง วางระบบการอนุรักษ ฟนฟู และสรางความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากน้ีรัฐบาลยัง แสดงเจตนารมณท ีช่ ดั เจนในการใหความสําคัญกบั ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม โดยกําหนดไวใน แผนการปฏริ ูปประเทศดา นทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ ม เพื่อปฏิรูปประเทศใหเกิดความสมดุล ในดานตางๆ และใหความสําคัญกับการมีสวนรวมของภาคสวนตางๆ เพ่ือขับเคล่ือนประเทศอยางเปน รูปธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ในฐานะท่ีเปนหนวยงานท่ีมีหนาที่ในการสงวน อนุรักษ ฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และการจัดการใชประโยชนอยางย่ังยืน ไดกําหนด ยุทธศาสตรกระทรวงฯ ระยะ 20 ป (พ.ศ. 2560-2579) ดานการสรางความเจริญเติบโตบน คุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และสอดคลองกับแผนปฏิรูปประเทศ โดยมียุทธศาสตรและ เปาหมาย 6 ยุทธศาสตร คือ 1) อนุรักษ คุมครอง ฟนฟู สงเสริม และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและ ความหลากหลายทางชวี ภาพอยา งย่ังยืน 2) บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ทั้งนํ้าผิวดินและน้ําใตดินแบบมี สว นรวม เปน ธรรม และเพยี งพอ 3) รักษาและฟน ฟูคณุ ภาพส่งิ แวดลอมอยางมีสวนรวม 4) ขับเคลื่อน การผลิตและการบริโภคที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม ในการพัฒนาและจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมที่มีประสิทธิภาพ 5) ลดกาซเรือนกระจกและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ 6) พัฒนากลไก ระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สงิ่ แวดลอมอยา งมีประสิทธิภาพและการจดั การองคกรอยา งมีธรรมาภิบาลและทนั ตอการเปล่ยี นแปลง ดังน้ันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จึงไดดําเนินการจัดทําแผนปฏิบัติการ ดานการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) เพื่อใหการดําเนินการสรางการรับรูสรางความเขาใจ สงเสริมการมีสวนรวม ดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมของประชาชน บรรลุวัตถุประสงคไดอยางมีประสิทธิภาพ และประสิทธผิ ลไดอยางยง่ั ยนื 1 แผนปฏบิ ัตกิ ารดานการประชาสมั พันธ เพื่อขบั เคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม

ความสําคัญ องคการอุตุนิยมวิทยาโลก ไดสรุปไววา ปพ.ศ. 2560 เปนอีกหนึ่งในสามปท่ีรอนท่ีสุด ติดตอกันเทาท่ีมีการบันทึก โดยไมมีอิทธิพลของปรากฏการณเอลนิโญมาเก่ียวของ โดยมีเหตุการณ สภาพภมู ิอากาศท่ีสรางผลกระทบสูง ซ่ึงรวมถึงพายุเฮอรริเคนและอุทกภัยที่เปนหายนะ คลื่นความรอน และวิกฤตภัยแลงเขากระหน่ําหลายจุดท่ัวโลก การฟอกขาวของปะการังเกรทแบริเออรรีฟเกิดขึ้นเปน ครั้งท่ีสองในรอบป ทะเลนํ้าแข็งในเขตอารกติกหดตัวลงอีก และแผนน้ําแข็งขนาดใหญแตกตัวออกจาก คาบสมทุ รทวีปแอนตารกตกิ เกือบตลอดท้ังปพ.ศ. 2560 ประเทศไทยเผชิญกับอุทกภัยรายแรงถึง 7 เหตุการณ นอกจากน้ียังเผชิญหนากับพลาสติกในทะเล การเกิดขึ้นของแพขยะยาว 10 กิโลเมตร ในทะเลนอก ชายฝง ชุมพรมาตั้งแตตนปพ.ศ. ป 2560 ในปพ.ศ. 2561 ก็มีขาวขยะปริมาณหลายตันเกยหาดอยูเปน ระยะ ไมวาจะเปนหาดบานอําเภอ-สัตหีบ จ.ชลบุรี หาดพัทยา หาดจอมเทียน หาดแหลมงู-เกาะสีชัง หาดหัวหิน หาดปราณบรุ -ี ประจวบคีรขี นั ธ ฯลฯ ปรากฏการณน ้ีมาจากมลพษิ ทางบก ท่ีขาดการจัดการท่ี ถูกตอ งทําใหข ยะพลาสติกหลุดรอดออกสูทะเล ขาวและภาพเหลานี้เกิดข้ึนที่ประเทศไทยและคนท่ัวโลกไดเห็นพรอมกันเมื่อตนเดือน มิถนุ ายน ปพ .ศ. 2560 สิ่งเหลา น้สี ะทอนใหเหน็ ปญ หาของการจัดการขยะในระดับโลก ผลของขยะ ทปี่ นเปอนลงสูทะเลน้ันมผี ลกระทบตอสตั วนา้ํ และทส่ี ดุ สงผลตอมนุษยซ ่ึงเปน ผูบรโิ ภคขนั้ สุดทาย workpointnews.com รายงานการวิจัยเรื่อง Effects Of Microplastics on sessile invertebrates in the eastern coast of Thailand: An approach to coastal zone conservation ซ่ึงตีพิมพลงใน Marine Pollution Bulletin เดือนมิถุนายน ปพ.ศ. 2560 เปดเผยถึง ผลกระทบจากชิ้นสวนไมโครพลาสติก ในสัตวทะเลท่ีมีเปลือกแข็งบริเวณชายฝงทะเลตะวันออก และ ขอเสนอตอการอนุรักษเขตชายฝงทะเลไทย โดยระบุวา สัตวทะเลตระกูลหอยใน “พ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ชลบุรี” พบสารเคมีปนเปอนจากไมโครพลาสติก (พลาสติกขนาดจิ๋ว) เกินคามาตรฐาน โดยพื้นท่ี บริเวณอา งศิลาพบการปนเปอ นมากท่ีสุด ขอมูลท่ีถูกยกมานําเสนอเหลาน้ีเปนเพียงบางสวนเทานั้น เพ่ือใหมองเห็นภาพของการขาด จิตสํานึกและการขาดการมีสวนรวมในการจัดการดานส่ิงแวดลอมของภาคประชาชนวามีผลกระทบที่ เกิดขึ้นอยางไร ดังน้ันการรณรงคในการสรางจิตสํานึกและการมีสวนรวมดานทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอมของประชาชน จึงมีความสําคัญในระดับขั้นสูงสุดที่จะตองดําเนินการโดยเรงดวน เพื่อสขุ ภาพ คุณภาพชวี ิต และส่งิ แวดลอ มทีด่ ีขึน้ ของประชาชนคนไทย 2 แผนปฏบิ ตั กิ ารดา นการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคลอื่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม

วตั ถปุ ระสงค 1. เพ่ือนําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพ่ือขับเคลื่อนงานดานทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมฯ ไปสรางความเขาใจและสื่อสารภาพลักษณท่ีดีของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอม 2. เพื่อนําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมฯ ไปสื่อสารเพื่อการสรางจิตสํานึกและกระตุนใหมีความตระหนักตอการมีสวนรวมของ ประชาชนดา นทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มอยา งมกี รอบและทิศทางการดาํ เนินงานที่ชัดเจน 3. เพ่ือนําแผนงานที่เก่ียวของ และแนวทางการสรางจิตสํานึกและการมีสวนรวมดาน ส่งิ แวดลอม ไปดําเนินงานเพื่อเสรมิ สรางจติ สาํ นกึ ดา นสิ่งแวดลอ มใหแ กป ระชาชน เปาหมาย 1.เพ่ือภาพลักษณในการเปนผูนําดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ระดับประเทศและนานาชาติ 2.เพื่อสรางจติ สํานึกและการมีสวนรวมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมใหแก ประชาชนคนไทย 3.เพ่ือสนับสนุนการทํางานขับเคล่ือนและผลักดันยุทธศาสตรทั้ง 6 ของกระทรวง ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม ประโยชนทีจ่ ะไดรบั 1. ประชาชนรับรภู าพลกั ษณท ่ีดีของกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ไปในทิศทาง เดียวกัน สงผลดานบวกตอการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สงิ่ แวดลอ ม 2. ประชาชนเกิดความรู ความเขาใจ ในเร่ืองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม วาเปนเรื่อง ของประชาชนทุกคน ทําใหเกิดความตระหนักวาตนเองตองมีสวนรวมกับปญหาส่ิงแวดลอมของ ประชาคมโลก 3. ประชาชนเกิดจิตสํานึกดานส่ิงแวดลอม ทําใหเกิดความรวมมือและการมีสวนรวมดานการ บริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม 3 แผนปฏบิ ัติการดานการประชาสัมพันธ เพือ่ ขบั เคลอื่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม

กรอบโครงสรางในการจัดทําแผน วธิ ีการดําเนินงาน ดาํ เนนิ การรวบรวมและจัดเก็บขอมูลเชิงลึก ดวยกระบวนการจัดทําวิจัยศึกษาแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative research) เพือ่ นาํ ไปสูขอ เสนอแนะ และแนวทางที่สามารถนาํ ไปปฏบิ ตั ิทเี่ ปน รปู ธรรมและ เหมาะสมกบั บริบทของสังคม คณะท่ีปรึกษาไดใชระเบียบวิธีการจัดเก็บขอมูลเชิงลึก การสนทนากลุม (Focus Group Discussion) การสัมภาษณพิเศษ (In-depth interview) และการประชุมเพื่อรับฟงความคิดเห็นจาก บุคคลภายนอกท่ีใชการตอบคําถามดวยวิธีการเขียนลงบนกระดาษ และใหขอคิดเห็น ขอเสนอแนะ ตอคณะที่ปรึกษา เพ่ือใหครอบคลุมกลุมเปาหมายตางๆ ท่ีเก่ียวของ คือ ผูบริหารและหนวยงานภายใต สงั กัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม หนว ยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ เครือขาย ภาคประชาสังคม ผนู ําทางความคิดและสอ่ื มวลชน ท้งั นี้ การทํางานในเบ้ืองตนไดใชรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ เปนการศึกษาเพื่อรับทราบขอมูล ท่ีปรากฏขึ้นจากสภาพแวดลอมตามธรรมชาติ ซ่ึงจะใหความสําคัญกับการรับรู ความเขาใจและ การตีความจากขอมูลท่ีไดรับทําการศึกษา โดยการรวบรวมขอมูลจึงใชวิธีการสังเกต การสัมภาษณ พูดคุย การวเิ คราะหเ อกสารเปนหลัก รวมทั้งใชว ธิ ีวเิ คราะหข อ มลู เชิงพรรณนา การวิเคราะหเน้ือหา และ การวเิ คราะหแ บบสรา งขอ สรปุ การสมั ภาษณพ เิ ศษ (In-depth interview) ปลดั กระทรวง สัมภาษณพ ิเศษ 9 ราย 1 รองปลัดกระทรวง 1 อธิบดี /รองอธบิ ดี 7 4 แผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพนั ธ เพอ่ื ขบั เคลื่อนงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม

การสนทนากลมุ (Focus Group Discussion) จํานวน 6 คร้งั รวม 47 ราย การสนทนากลมุ 6 คร้งั รวม 47 ราย 1 1 ส่ือมวลชนดานสงิ่ แวดลอ ม 10 2 กลุม ภารกิจดานทรพั ยากรธรรมชาติ (1) 9 3 กลุมภารกจิ ดา นทรพั ยากรธรรมชาติ (2) 10 4 กรมสง เสรมิ คุณภาพส่งิ แวดลอม 10 5 กลุมภารกิจดา นอํานวยการ และกลุม ภารกจิ ดา นนํ้าในแผน ดิน 7 6 กลมุ ภารกจิ ดานสงิ่ แวดลอม การจัดประชมุ รบั ฟงความคดิ เหน็ จากบุคคลภายนอก 1 ครั้ง รวม 40 หนวยงาน 51 ราย การจดั ประชุมรบั ฟง ความคิดเห็นจากบคุ คลภายนอกรวม 40 หนวยงาน 51 คน 1 หนวยงานภาครัฐ 6 หนวยงาน 2 หนว ยงานรัฐวสิ าหกิจ 11 หนว ยงาน 3 ภาคเอกชน 10 หนว ยงาน 4 สถาบนั การศกึ ษา 4 หนวยงาน 5 ส่ือมวลชน 9 หนวยงาน โดยมแี ผนการดําเนนิ งานตามแผนภาพดงั นี้ 5 แผนปฏิบตั ิการดานการประชาสัมพนั ธ เพือ่ ขบั เคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม

ผลทไี่ ดจ ากการศึกษา ภาพลกั ษณที่ปรากฏตอ สาธารณะ เป็นผู้สงู วัยอายุประมาณ เป็นหนุ่มสาวทนั สมยั อายุ 25-30 เป็นผ้นู าํ ทางด้านวิชาการ 60-70 ปี ท่ฉี ลาด รอบรู้ ปี ฉลาด รอบรู้ สดใสกระตอื รือร้น การพัฒนาด้านธรรมชาตแิ ละ กล้าแสดงออกความคดิ เฉียบคม สง่ิ แวดล้อม ท่เี จาะลึกถงึ มกี ารศึกษาดี จติ ใจดี เข้าถงึ ปัญหา มคี วามสามารถด้าน มคี วามสขุ มุ มคี วามเป็น ปัญหาแบบเกาะตดิ นักวิชาการสงู แต่เข้าถงึ ยาก การถ่ายทอดได้ดี ตดิ ดนิ มนี วัตกรรมท่นี าํ ไปใช้ได้ เข้าถงึ ง่าย มอี ดุ มการณ์ ทนั สมยั อยู่เสมอ สามารถ ด้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ ส่อื สาร รณรงคไ์ ด้อย่าง ส่งิ แวดล้อม เช่ียวชาญ มเี สน่ห์ เป็นมติ ร เข้าถงึ ง่าย จากการศึกษาวิจัยและเก็บขอมูลในการจัดทําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ พบวา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม มีภาพลักษณที่ปรากฏตอสาธารณะสองดานควบคูกันไป โดยสามารถแยกออกเปนภาพลักษณที่ปรากฏในมุมของการเปนสถาบันหรือหนวยงานภาครัฐ และ ภาพลักษณในเชิงผลลัพธและความคาดหวังของการปฏิบัติงาน กลาวคือ ในดานองคกร บทบาทและ ภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม มีภาพลักษณที่ปรากฏในเชิงบวก ดวยการ เปนองคก รหรือหนว ยงานหลักของประเทศที่ทําหนาที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ในดา นตางๆ รวมไปถึงการเปนหนวยงานที่ทําหนาที่บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอยางเปนระบบ เพื่อสรางคุณภาพชีวิตท่ีดีใหเกิดข้ึนกับประชาชนทุกระดับ และมีการใชประโยชนจาก ทรัพยากรธรรมชาติใหเกิดประโยชนกับประเทศชาติอยางสูงสุด โดยคํานึงถึงเรื่องของการอนุรักษ และพฒั นา ควบคไู ปกับการใชป ระโยชนอ ยางสมดุลและยง่ั ยนื แตในขณะเดียวกันความคาดหวังจากผลการดําเนินงานตางๆ ที่ไมสามารถตอบโจทย สภาวการณปญหาและความตองการของภาคประชาชนตอปญหาที่เกิดขึ้นในปจจุบันไดน้ัน ก็ได กอใหเ กดิ ภาพลกั ษณเชงิ ลบในมุมของการปฏิบัติงานควบคูกันไป โดยพบวามุมมองและความคาดหวัง ท่ีมีตอการดําเนินงานตางๆ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ตองการเห็นองคกร แหงนมี้ คี วามเปน ผูนาํ ในการขับเคลอื่ นในประเด็นปญ หาหรอื เรื่องราวตางๆ ดานทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ทั้งในเร่ืองของการปกปกดูแลรักษา พัฒนาขยายผล หรือแกปญหาตางๆ ท่ีมี ผลกระทบกับประชาชนในทุกมิติ รวมไปถึงการเปน ผูนําในการปรับเปลี่ยนทัศนคติ มุมมอง ความคิด จิตสํานึก พฤติกรรม โดยเปนตัวอยางหรือเปนตนแบบใหกับประชาชนในการขับเคลื่อนสังคมไทย ไปสูสังคมท่ีเปนมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยมีผลการดําเนินงานในดานตางๆ ที่ไดรับ การยอมรบั ทง้ั ในระดับประเทศและในระดับโลก 6 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม

ความคาดหวังตอการดาํ เนนิ งานดานสง่ิ แวดลอม จากการศึกษาและวิจัยถึงแนวนโยบายและแนวทางการดําเนินงานดานส่ิงแวดลอม ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ไดขอสรุปวา กระทรวง และหนวยงานในสังกัดจะตอง กําหนดนโยบายตางๆ ที่มุงเนนการสรางใหเกิดภาพลักษณเชิงบวก เปนนโยบายท่ีจะตองสงผลดี ตอคณุ ภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิตทิ างสงั คม โดยจะตองคาํ นึงถึงเร่ืองของปญ หาสิ่งแวดลอมควบคู ไปกับปญหาดานเศรษฐกิจของประชาชนในกลุมตางๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งควรมุงเนนใหมีการยกระดับ งานวิจัยตางๆ ไปสูนโยบายระดับชาติ นโยบายตางๆ จะตองกําหนดหรือมีการวางระบบการบริหาร จัดการสิ่งแวดลอมในดานตางๆ ที่ชัดเจน และสามารถนาํ ไปสูการปฏบิ ตั ไิ ดจ รงิ 1. มุง เนน การสรา งภาพลักษณเ ชงิ บวก บุคลากรภายในกระทรวงมองไปในทิศทางเดียวกันวา กระทรวงมีภาพลักษณการเปนนักอนุรักษ ธรรมชาติ เปนหนวยงานหลักดานการจัดการสิ่งแวดลอมที่ไดรับการยอมรับและความนาเช่ือถือ มีการ บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเสนอแนะวา กระทรวงตองเปน Green Office ทเ่ี ปน มิตรและคํานึงถึงส่ิงแวดลอม เพ่ือตอกย้ําภาพลักษณในการ เปน องคก รผูนาํ ดานส่งิ แวดลอ ม และเปนตัวอยา งใหกบั องคก รอนื่ ๆ 2. การยกระดับงานวจิ ยั ไปสนู โยบายระดบั ชาติและระดับนานาชาติ งานวิจัยดานสิ่งแวดลอมในปจจุบัน เปนงานที่ผลิตขึ้นมาโดยไมไดศึกษาสถานการณปจจุบันวา สงั คมหรือประชาชนสนใจอะไร ทําใหเมอื่ มผี ลงานวิจัยออกมาแลวไมไดรับความสนใจจากสังคม งานวิจัยควรเปนงานที่สามารถนําไปปรับใชไดในชีวิตประจําวัน โดยการนําขอมูลทางวิชาการ และวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอมมาสรางใหเกิดความเขาใจงาย จากการศึกษาคร้ังน้ีพบวามีงานวิจัยที่ดี จํานวนมาก แตขาดการนาํ ไปสือ่ สารใหเ กิดความนาสนใจ กระทรวงจักตองพัฒนาองคความรูและงานวิจัยใหมๆ ดานส่ิงแวดลอม สงตอใหกับหนวยงาน องคกรปกครองสวนทองถ่ินชวยขยายผลการดําเนินงานลงไปในระดับชุมชน ดวยการนํางานวิจัยหรือ บทเรียนจากพื้นท่ีตนแบบไปใชประโยชนหรือขยายผลในเชิงพื้นที่ แลวยกระดับไปสูนโยบายระดับชาติ และนานาชาติ 7 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขบั เคลอื่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม

3. วางแผนระบบการบรหิ ารจดั การสงิ่ แวดลอมท่ีสามารถนําไปสกู ารปฏบิ ัตไิ ดจรงิ ในการทํางานส่ิงแวดลอมนั้นตองกําหนดเปาหมายที่ชัดเจน และมีโจทยที่ทาทาย เชน ปาไม จะเพมิ่ ขน้ึ เทาไหร คาของน้ําเสียจะลดลงหรือหมดไปเม่ือไหร ปริมาณขยะตองลดลงหรือควบคุมไวไมให เกินเทาไหร รวมถึงตองมีการดําเนินงานตามนโยบายตางๆ ใหครบถวน มีการบังคับใชกฎหมาย และมี บทลงโทษทจี่ รงิ จงั และรุนแรง สามารถเหน็ ผลเสียหากกระทาํ ผดิ หรือเห็นบทลงโทษที่ชัดเจนและรวดเร็ว โดยมีคาํ แนะนาํ ตา งๆ ท่นี า สนใจดังน้ี 2.1 มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอยางเปนระบบ และสรางการมีสวนรวมในการ ดูแลรักษา 2.2 รับฟงผูมีสวนไดสวนเสีย บนพื้นฐานความเปนธรรม คํานึงถึงผลประโยชนของ ประเทศ คํานึงถงึ ประชาชนเพ่ือใหเ กิดประโยชนที่ยั่งยืน 2.3 บูรณาการดานการสื่อสาร ประเมินวิเคราะห วางแผนการสื่อสาร รวมท้ังการจัด โครงสรางองคก รใหเหมาะสมกบั บรบิ ททางสงั คมท่ีเปล่ยี นไป 2.4 มีระบบการทํางานที่รวดเร็ว โปรงใส กระชับ ทันโลก ทันเหตุการณ มุงเนนการ อนรุ ักษ สง เสรมิ ควบคูไปกับการพฒั นา 2.5 กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับตางๆ ที่ออกมาตองชัดเจน เขาใจงาย และมี ประโยชนตอสิง่ แวดลอมและประชาชน 2.6 มกี ารทาํ งานดานเชิงรุก ในประเดน็ ปญ หาสําคญั ๆ อยางตอเนื่อง 2.7 มกี ารประสานงานและการทํางานรว มกบั ภาคประชาชนใหม ากขึ้นในมิติของเพ่ือน รว มงาน โดยมใิ ชผมู ีอาํ นาจหรอื ผบู งั คับใชกฎหมาย 2.8 คนไทยไดรับทราบขอมูลขาวสารตางๆ ดานสิ่งแวดลอมมากข้ึน ผานการนําเสนอ ขอมูลของกระทรวงไปยังกลุม เปาหมายตา งๆ โดยตรง 4. นโยบายการแกปญหาเชิงรุก อยางชัดเจนทั้งในดานการอนุรักษและการใชประโยชน อยา งสมดลุ การกําหนดนโยบายจะตองเปนนโยบายท่ีมุงเนนการแกปญหาเชิงรุก มีการแบงการทํางานให ชัดเจนใน 2 ดานคือ การอนุรักษและการใชประโยชนอยางสมดุลควบคูกันไป สิ่งท่ีสําคัญคือ ทุกนโยบายจะตองมีการกําหนดผลลัพธหรือเปาหมายท่ีชัดเจน รวมไปถึงมีนโยบายดานการทํา ประชาสัมพันธในเชิงรุกอยางจริงจังตอเน่ืองสําหรับทุกหนวยงานในสังกัด และตองการเห็นการแกไข กฎหมาย ขอบงั คบั ระเบียบตางๆ ท่ีเปน อุปสรรคตอ การทาํ งานดา นส่ิงแวดลอม ที่เอื้อตอการทํางานและ มีความเหมาะสมกับบริบททางสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป โดยตองคํานึงถึงการอนุรักษและการใช ประโยชนอ ยา งยง่ั ยนื 5. เนน การทาํ งานอยา งมีสวนรวมกับภาคประชาสงั คม การย้ําเนนการทํางานอยางมีสวนรวมกับภาคประชาสังคม ดังจะเห็นไดจากท่ีผูบริหารระบุวา บุคคลากรตองมีจิตสํานึกเหมือนทหารหนวยรบ มีจิตใจเปนนักสู เพราะตองไปสรางความเปนธรรม แกปญหาความเหลื่อมล้ําในการเขาถึงทรัพยากรธรรมชาติดานตางๆ รวมไปถึงการมีความเปนมิตรกับ ทุกคนเปน พวกเดยี วกันกบั ทุกคนดวยการ “เขา ถงึ พงึ่ ได ใกลชดิ ประชาชน” นอกจากนย้ี ังระบุอีกวา บคุ ลากรของกระทรวงนน้ั มบี ทบาทดงั นี้ 1. เปนผูอํานวยความสะดวกและเปนที่ปรึกษาดานทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอม ใหก บั ภาคประชาสังคม 8 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสมั พันธ เพ่ือขบั เคลอื่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม

2. ผูปฏิบัติงานตองมีทัศคติที่ดีกับประชาชน มีความเขาใจกฎหมายและบริบทของ ชุมชน มีการเจรจาท่ีเปนมิตร สรางความไววางใจ เช่ือใจ ใหกับประชาชน ไมสรางความกลัว ใหเกดิ กับประชาชน 3. การเปนหนว ยงานสนบั สนุนใหประชาชนหรอื ทอ งถนิ่ เขามามีสวนรวมในการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม วางแผนการใชประโยชนรวมกันกับชุมชน รวมทั้ง สรางการรับรู ท้ังความรู ความเขาใจที่ถูกตอง และขอกฎหมายตอประชาชนหรือชุมชน ท่เี กย่ี วขอ ง 6. สรา งความรคู วามเขาใจดา นสง่ิ แวดลอ มทถ่ี ูกตอ งใหกบั ประชาชน สามารถขับเคลื่อนการ เปลี่ยนแปลงจิตสํานกึ และพฤติกรรมของประชาชนท่ีพงึ ประสงคไ ด ดังนี้ 1. สรางการรับรูใหเกิดความตระหนักและความเขาใจ รวมท้ังการสรางจิตสํานึก นําไปสูก ารเปล่ยี นแปลงพฤติกรรมการใชชีวิตทเี่ ปน มิตรกับสิง่ แวดลอ ม 2. สรางใหสังคมไทยเกิดการรกั ษาทรัพยากรและส่ิงแวดลอมควบคูไปกับการพัฒนาใน ทกุ มิติของประชาชนคนไทย 3. ปรับทัศนคติประชาชนในการสรางวินยั และจิตสํานึก ดวยการใหความรูความเขาใจ ตามฐานความรูทแี่ ตกตา งกนั วาสิ่งแวดลอมเปนเรื่องใกลตัว เปนเร่ืองของตัวเอง ไมใชเร่ืองของ หนวยงานภาครัฐ เพราะมีผลกระทบกับตนเองและคนในครอบครัว เกิดการตระหนักรูวา คุณภาพชวี ติ ท่ดี ี ตองมาจากส่ิงแวดลอมทีด่ ี ดวยการใหความรู 4. ประชาชนตองรู 3 เรื่อง 1) ตองรูขอกฎหมายตางๆ ท่ีเกี่ยวของ 2) ควรรูขอควร ปฏิบัตติ างๆ ดานส่งิ แวดลอม และ 3) เรอ่ื งทอี่ ยากรูตองใหป ระชาชนรไู ดอ ยา งทันทวงที ซึ่งส่ิงท่ีสําคัญที่สุดท่ีควรสอดแทรกหรือถูกระบุเปนผลลัพธในทุกๆ นโยบายนับจากนี้คือ การ สรางความสมดุลทุกมิติระหวางการอนุรักษควบคูกับการใชประโยชน เพ่ือใหเกิดประโยชนสูงสุด สําหรับประชาชนและประเทศชาติ เนนการทํางานอยางมีสวนรวมกับภาคประชาสังคม รวมไปถึง นโยบายดังกลาวจะตองสามารถสรางความรูความเขาใจเรื่องของส่ิงแวดลอมท่ีถูกตองใหกับประชาชน และสามารถขบั เคล่อื นการเปลี่ยนแปลงจิตสาํ นกึ และพฤติกรรมของประชาชนตามที่พงึ ประสงคได ความคาดหวังตอการประชาสัมพันธ 9 แผนปฏิบัติการดา นการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขบั เคลอื่ นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม

ดานแนวทางการประชาสัมพันธนั้น ขอมูลจากการศึกษาวิจัยพบวามีรูปแบบและแนวทางการ ดาํ เนินงานหลกั ๆ อยู 5 ดา น คือ 1. การใหรูเกี่ยวกับการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมใหกับประชาชน ทง้ั เชิงบวกและเชิงลบควบคูกันไป รวมถึงขอกฎหมายตางๆ ที่เก่ียวของ ผานการสื่อสารที่เขาใจงายและ เขาถึงประชาชนทุกกลุม โดยใชขอมูลขาวสารหรือเร่ืองราว แหลงเรียนรูตางๆ หรือปญหาส่ิงแวดลอม ใกลๆ ตวั มาสรา งเปนเน้ือหาและการทํางานเชิงรุกอยางตอเนื่อง เพ่ือกระตุกและกระตุนจิตสํานึกใหเกิด ความตระหนัก และนําไปสูการเปล่ียนแปลงในดานจิตสํานึกและพฤติกรรมของประชาชนที่มีความเปน มติ รกับสงิ่ แวดลอ มมากขนึ้ 2. การสรางความเชื่อถือ เช่ือมั่น และศรัทธาในตัวหนวยงาน และสรางความเขาใจใน การดาํ เนินงานตางๆ ของหนวยงาน ผานการใหความรูความเขาใจ โดยเฉพาะในเร่ืองการออกกฎหมาย และกํากับดูแลดานส่ิงแวดลอมของกระทรวง ที่สามารถเปนที่พึ่งใหกับประชาชนได ควบคูไปกับ การบังคับใชกฎหมายอยางเขมงวด การแกปญหาตางๆ ไดอยางทันทวงที หรือการมีบทบาทในการ เปนผูนําในเรื่องตางๆ รวมไปถึงการเปนผูประสานงานกับหนวยงานทุกระดับในสังคมไทยใน การแกป ญหาดา นสิ่งแวดลอม 3. การพัฒนาองคความรูและงานวิจัยใหมๆ ดานส่ิงแวดลอม ยกระดับไปสูนโยบาย ในระดับชาติที่สอดคลองกับกระแสสิ่งแวดลอมของโลก รวมถึงการนํางานวิจัยลงพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบ ดว ยการมสี วนรวมกับภาคประชาชน และถอดบทเรยี นความสําเรจ็ เพ่ือนาํ ไปใชห รือขยายผลในพน้ื ที่อน่ื ๆ 4. การนําวิกฤติหรือกระแสดานส่ิงแวดลอมท้ังในประเทศและตางประเทศมาสรางเปน โอกาสในการสื่อสารและประชาสัมพันธเพ่ือสรางความตระหนักดานสิ่งแวดลอม รวมไปถึงการใชโอกาส ทางสงั คมหรอื เทศกาลงานประเพณตี า งๆ ในการสอื่ สารเชิงรุกเพ่อื สรา งการรบั รูใหกับประชาชน 5. การสรางผูนําทางความคิด Opinion Leader เพ่ือส่ือสารไปยังกลุมเปาหมายตางๆ ในสังคมไทย และเปน ตนแบบในการดาํ เนนิ ชีวิตทีม่ ีความตระหนักรกั ธรรมชาติและสิง่ แวดลอม ในดานการใชส่ือ ขอมูลจากการศึกษาวิจัยพบวา ควรสรางชองทางการส่ือสารท่ีเหมาะสม ครอบคลุมกลุมเปาหมายทุกกลุม โดยการเลือกใชส่ือน้ันสามารถใชไดหลายประเภท ท้ังสื่อเกา เชน หนงั สอื พมิ พ วิทยุ โทรทัศน แผนพับ ฯลฯ หรือสือ่ สมัยใหมอยาง Social Media หรือส่ือทองถ่ินพ้ืนบาน เปนตน โดยจะตองคัดเลือกสื่อใหเหมาะสมกับกลุมเปาหมาย มีการออกแบบกิจกรรมหรือเน้ือหา ใหเ หมาะสมกบั กลุม ผรู ับสารและบริบทในเชิงพ้ืนท่ี ในขณะเดียวกันก็จะตองวางแผนการทํางานเชิงรุก ท้ังในระยะสั้นและในระยะยาวเพื่อสรา งจิตสํานึก โดยจะตองดําเนินงานอยา งตอ เนื่อง นอกจากนี้การประชาสัมพันธและส่ือสารเร่ืองราวตางๆ ออกไปสูประชาชน จะตองมุงเนน ท่ีวิธีการท่ีจะทําใหขอมูลขาวสารน้ันๆ เขาถึงเชิงพื้นที่หรือกลุมเปาหมายท่ีแตกตางกันอยางทั่วถึง ตองสรางความรูความเขาใจใหกับประชาชนใหตามฐานความรูและความสนใจของแตละกลุมเปาหมาย อยางตอเนื่อง โดยใชเน้ือหาที่สั้น กระชับ ดึงดูดความสนใจ มีรูปแบบที่สรางสรรค นาสนใจ มีศิลปะ ในการนําเสนอสูสาธารณะ ส่ิงสําคัญคือตองเนนความรวดเร็ว ถูกตอง นาเช่ือถือ และสอดคลองกับ ความตองการรับรูของประชาชนไดอยางทันทวงที เพื่อใหประชาชนไดเขาถึงขอมูลท่ีถูกตองไดจากทุกที่ 10 แผนปฏบิ ตั กิ ารดา นการประชาสัมพนั ธ เพือ่ ขบั เคลือ่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม

ทุกเวลา รวมถึงการพัฒนา Application เพ่ือใหประชาชนเขามามีสวนชวยเฝาระวังแจงขาว หรือ รับทราบขอ มูลขาวสารตา งๆ ทีส่ นใจไดอยา งทนั ทว งที ในขณะเดียวกันก็ตองสรางเครือขายการทํางานดานประชาสัมพันธ การเช่ือมโยงเครือขาย การทํางานดานประชาสัมพันธระหวางหนวยงานภายใน และหนวยงานภายนอก รวมไปถึงสื่อมวลชน ภาคเอกชน และองคกรสาธารณะตา งๆ เพือ่ ท่ีชวยกันส่อื สารขอ มูลตา งๆ ออกไปในทิศทางเดียวกัน กลุมเปาหมายและกระบวนการตดิ ตามผล สําหรับกลุมเปาหมายหลัก และกลุมเปาหมายรองทางการประชาสัมพันธทางดานสิ่งแวดลอม ที่ตองการ พบวากลุมเปาหมายจะขึ้นอยูกับงานและภารกิจของแตละหนวยงาน หรือเปาประสงคของ การทํางานตางๆ รวมไปถึงเร่ืองท่ีตองการสื่อสาร โดยพบวากลุมเปาหมายหลักๆ คือ เด็กและ ประชาชน และกลุมขาราชการในกระทรวง ตองปรับทัศนคติและสรางจิตสํานึกและเปนตัวอยางเร่ือง สิ่งแวดลอม อยางไรก็ตาม การส่ือสารที่ดีจะตองเขาถึงประชาชนทุกกลุมใหมากที่สุด ดังนั้น กลุมวัย ทํางาน วยั ผใู หญ ประชาชนคนไทยทุกชวงอายุ ทุกกลุมท่ีเกี่ยวของ โดยเฉพาะกลุมผูท่ีใชประโยชนจาก ทรพั ยากรธรรมชาติตางๆ โดยตรง ก็มีความสําคัญไมยงิ่ หยอ นกวา กนั แตกลุม เปา หมายท่ีควรระบุทุกครั้ง ในการทํางานคือ ส่ือมวลชน ผูนําทางความคิดของสังคม และตองมีการแบงกลุมเปาหมายหรือผูรับ สารใหมีหลากหลายมิติทั้งในดาน สังคม เศรษฐกิจ พื้นท่ี ตัวอยางเชน เยาวชนชายหญิงในเมืองและใน ชนบท คนวัยทาํ งานในเมอื งหรือในชนบท เปน ตน ในสวนของกระบวนการติดตามผลและวัดผลดานการสื่อสารและการประชาสัมพันธน้ัน พบวา ท่ีผานมาไมมีการประเมินผลลัพธท่ีเกิดข้ึนจากการทํางานประชาสัมพันธ จึงไมสามารถสราง การเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมได ดังน้ันการทํางานนับจากน้ี จึงจะตองมีการกําหนดผลลัพธหรือ ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและเปนรูปธรรม และจะตองมีการทําแบบสอบถามประเมินผลการรับรู ความพึงพอใจ มีแบบทดสอบตางๆ กับกลุมเปาหมายอยางตอเนื่อง โดยจะตองใหหนวยงานเอกชน ที่เช่ียวชาญดานการประชาสัมพันธ เปนผูวิเคราะหผลการดําเนินงาน การรับรูในการทํางานเร่ืองตางๆ รวมไปถงึ ใชองคก รหนว ยงานภายนอกทีน่ าเช่ือถอื เขามาชว ยประเมนิ ผลการประชาสัมพนั ธ 11 แผนปฏิบัติการดา นการประชาสมั พันธ เพอื่ ขบั เคลอ่ื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม

กรอบโครงสรางในการนาํ เสนอ การวเิ คราะหภาพลักษณ ภาพลักษณในเชิงบวกท่ีคนภายนอกมองกระทรวง คือการเปนหนวยงานที่กําหนดนโยบาย ปกปอง อนุรักษ ฟนฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และรักษาผลประโยชนของชาติ ในขณะเดียวกันก็มองเปนภาพลักษณในเชิงลบดวย กลาวคือ การท่ีมีระเบียบกฎหมาย แตประชาชน ยงั เหน็ วาขาดความจรงิ ใจในการบังคับใชและแกไขปญหา เนื่องจากเปนหนวยงานวิชาการ มีขอมูล สถิติ ตัวเลข มากมายแตกลับไมคอยเห็นผลงานเปนรูปธรรมในเรื่องที่กระทรวงจะตองเรงแกไขปญหาใหญ กอนในเชิงรุก รวมท้ังยังขาดการประชาสัมพันธท่ีเขาถึงประชาชน ทําใหประชาชนขาดการมีสวนรวม อยางจรงิ จัง การวิเคราะหปจ จยั ดา นการสอ่ื สาร 12 แผนปฏิบตั กิ ารดา นการประชาสัมพันธ เพ่ือขับเคลื่อนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม

เมื่อภูมิทัศนสื่อเปล่ียน ชองทางการสื่อสารก็เปลี่ยนไป ดังนั้นแนวคิดเรื่องการส่ือสารองคกร จึงตองเปล่ียน การส่ือสารผานส่ือดั้งเดิมส่ือกระแสหลักจึงไมใชทางเลือกเดียวอีกตอไปแลว สื่อดั้งเดิม มีองคกรท่ีเล็กลง จํานวนบุคลากรท่ีลดลง “วิกฤติ” ของส่ือนี้จึงเปน “โอกาส” ของนักประชาสัมพันธ ซ่ึงตองปรับตัวเองใหมีความสามารถรอบดาน ท้ังการถายภาพนิ่ง ภาพเคล่ือนไหว เขียนขาว เขียนสคริปต เตรียมพรอมสําหรับการสงใหกับสื่อทุกชองทางเปนการผลิตขาวแบบ “Tailor made” ผลิตขาวใหโดนใจส่ือกับชองทางท่ีตองการจะนําเสนอ และตองทําการส่ือสารองคกรเชิงรุกใหครบถวน และรอบดาน (Comprehensive Offensive Communication) ( อา งองิ 1) สอดคลองกับงานวิจัย(อางอิง 2) เร่ือง “เปรียบเทียบมุมมองของนักประชาสัมพันธกับ นักหนังสือพิมพ : เก่ียวกับคุณลักษณะและบทบาทหนาท่ีของนักประชาสัมพันธในประเทศไทย” ทส่ี รุปไววา “นักประชาสัมพันธยุคใหมไมไดเปน “คนสงขาว” อีกตอไป แตตองมีความคิดสรางสรรค มีทักษะดานการสื่อสาร การจัดกิจกรรมพิเศษ การกําหนดกลยุทธกลวิธีของการสื่อสาร การนํา เทคโนโลยีมาใชเพิ่มชองทางการส่ือสาร และมีการขยายบทบาทการส่ือสารในเชิงบูรณาการมากข้ึน รวมท้ังมีแนวโนมวานักประชาสัมพันธจะเปนผูกําหนดแนวทางของสังคมและส่ือ (Trend Setter) เพราะความรับผดิ ชอบและความสามารถของนักประชาสัมพนั ธท ส่ี ูงขึน้ น่ันเอง” “นักประชาสัมพันธตองออกแบบชองทางการสื่อสาร คือ หน่ึง ชองทางที่มีอยูแลว สอง คือ ชองทางท่ีสังเคราะหข้ึนใหม ชองทางหมายถึงส่ือตางๆ เชน โทรทัศน วิทยุ การจัดกิจกรรม นิทรรศการ ฯลฯ เรยี กวาการออกแบบชองทาง เพราะวามันเปนการเรียงรอยวาชองทางท่ีหนึ่ง สื่อที่สอง สาม สี่ คือ Communication Plans มี เฟสหนงึ่ เฟสสอง เฟสสาม ฉะน้ันนักประชาสัมพันธ คือคนที่มีความเขาใจ เรื่องกระบวนการสื่อสารเปนอยางดี มีความรูความสามารถในการถายทอด ออกแบบ แลวก็วางแผน กิจกรรมการสื่อสารไดอยางเหมาะสม ในขณะเดียวกันนักประชาสัมพันธในปจจุบันไมไดทําเรื่อง ประชาสมั พันธเ พียงอยางเดยี วอกี ตอ ไป”(อางองิ 2) “ในการทํางานของทีมประชาสัมพันธ KTC ที่ทําใหประสบความสําเร็จ เน่ืองจาก นักประชาสัมพันธ เขาใจหนาท่ีและธรรมชาติของแตละสื่อ รวมทั้งความตองการของส่ือ แมในขณะ ปรับเปลี่ยนติดตามตลอดเวลา ทําใหนักประชาสัมพันธตองทํางานในสวน “การผลิต” ขอมูล ไดท ้ังหมด ตอ งเขยี นขาว ถายคลิป ตัดตอ ไดห มด” (อา งองิ 3) “ส่ือทางออนไลน” ที่ใชอยูในประเทศไทยขณะน้ี จึงเปนทางเลือกของประชาชนในปจจุบัน ดวยการเขาถึง ดวยการใชงานท่ีสอดรับกับความรวดเร็วโดยเฉพาะคอมพิวเตอร และสมารทโฟนท่ีได ทําใหการเขาถึงผูบริโภคที่ตองการหาขอมูล หรือ ใชบริการตางๆ ในส่ือออนไลน แทนท่ีนอกจากจะได ขอ มลู ผลติ ภณั ฑน ้ันๆ แลวยังไดร ับรถู งึ ความคดิ เห็นท่หี ลากหลาย จากกลมุ คนตา งๆ ไปพรอ มกันดว ย ดังน้ันแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพ่ือขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอม ระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จึงมี แนวคดิ การออกแบบจากการสือ่ สารดังภาพตอไปนี้ 13 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสมั พนั ธ เพื่อขับเคลือ่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม

คณะที่ปรึกษานําขอมูลจากการศึกษาดานเอกสารและจากการเก็บขอมูลทั้งภายในและ ภายนอกองคกรขางตนมาสรุปเปนแนวทางของแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคล่ือน งานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม และมีการลําดับความสําคัญไดด ังน้ี 14 แผนปฏบิ ตั ิการดานการประชาสมั พันธ เพ่ือขับเคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม

การวิเคราะหสถานการณและสภาพแวดลอม SWOT การวเิ คราะหส ถานการณแ ละสภาพแวดลอ ม ในการจัดทาํ ยทุ ธศาสตรก ระทรวงทรพั ยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม พ.ศ. 2559 – 2564 นั้น ไดดําเนินการตามกระบวนการวิเคราะหปจจัย ทางยุทธศาสตร (SWOT Analysis) เพ่ือวิเคราะหปจจัยภายนอกและภายใน ประกอบดวย จุดแข็ง (Strength) จุดออน (Weakness) โอกาส (Opportunity) และภยั คุกคาม (Threat) ผลการวิเคราะหป จจัยสภาพแวดลอ มโดยวธิ ี “SWOT Analysis” มีดังน้ี จดุ แข็ง 1. กระทรวงฯ เปนผูขับเคล่ือนโครงสรางพ้ืนฐานของประเทศ ท้ังนี้ เพราะบทบาทกระทรวง เปนผูครอบครองที่ดินปาไมและท่ีดินทํากินรอยละ 50 ของประเทศ โครงสรางพ้ืนฐานของประเทศ ขบั เคลื่อนโดยกระทรวงฯ 2. มีหนวยงานที่มีภารกิจหลักรวมในกระทรวง ที่รับผิดชอบงานดานทรัพยากร ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมตั้งแต ตนทาง กลางทาง และปลายทาง เปนท่ีพึ่งของประชาชนในการรับเร่ืองรองเรียนและ ตรวจสอบเก่ยี วกับการออกใบอนญุ าตเกีย่ วกับส่ิงแวดลอมทห่ี นว ยงานทอ งถ่ินเปน ผดู ําเนินการ 3. เปนหนว ยงานในการปฏบิ ตั งิ านโดยตรง เพ่ือการบังคับใชกฎหมายดาน ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดลอ ม 4. มีสวนของหนวยงานที่สําคัญสังกัดกระทรวง ท่ีกระจายในระดับภูมิภาคมีองคกรและ เครอื ขายในพ้นื ท่ี ซง่ึ เปน กลไกรวมในพ้ืนท่เี พ่ือการปฏบิ ตั ิงาน 5. เปน หนว ยงานท่มี ขี อมูล วิชาการ และมผี ลการดําเนินงานทีผ่ า นการปฏิบตั งิ านโดยตรง ดานทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอมมากที่สดุ 6. มีความสัมพันธ และสามารถประสานหนวยงานภายนอกท่ีเกี่ยวของ เพ่ือการบูรณาการ การปฏิบัติงาน รวมถึงงบประมาณและการประเมินผล ในฐานะหนวยงานหลักดานทรัพยากรธรรมชาติ และ สงิ่ แวดลอ ม 7. มีแผนแมบ ท และ Road map ในการบริหารจัดการทงั้ ดา นทรัพยากรปา ไม ทรัพยากรนา้ํ และการจดั การขยะมลู ฝอยและของเสยี อนั ตราย 8. ทุกหนวยงานภายใตสังกัดกระทรวง รอยละ 90 มีหนวยงานและบุคลากรดานการสื่อสาร ประชาสัมพนั ธ 9. กระทรวงมีคลังขอมูลจํานวนมหาศาล สามารถนํามาสรางเน้ือหาในการสื่อสารสราง ภาพลักษณ สรา งจิตสาํ นึกและการมีสวนรว มไดเปนอยางดี จุดออ น 1. ขาดการปฏิบตั งิ านรวมกับหนว ยงานที่มภี ารกจิ อยา งเดียวกนั หรอื คลายคลึงกนั มีการ ปฏิบัติหนาที่แยกกันของแตละหนวยงาน จึงมีปญหาการขาดแคลนงบประมาณ และผลการปฏิบัติงาน ที่ซํา้ ซอน 2. กฎหมายและระเบียบที่เก่ียวของ ลาสมัย ไมทันตอสถานการณและสภาพการณปจจุบัน และบางภารกิจยังขาดกฎหมายในการปฏิบัติ รวมถึงปญหาการบังคับใชกฎหมาย และมีกฎหมาย ท่ีเกี่ยวของเปน จํานวนมากจนผปู ฏิบตั ไิ มสามารถนาํ มาบรู ณาการไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ 15 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พันธ เพือ่ ขบั เคลอื่ นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม

3. ความชัดเจนของเปาประสงค กลยุทธ ยังไมครอบคลุมตามยุทธศาสตรของกระทรวง ทําให เกิดผลสัมฤทธ์ิของงานที่ปฏิบัตินอยและไมชัดเจน และยังไมมีการบูรณาการของแผนงาน/ โครงการ ภายในกระทรวงและนอกกระทรวง 4. ขอ มลู มกี ารจัดเก็บไวเฉพาะหนวยงาน ไมม ีการนาํ มาจัดระบบ บูรณาการหรือเช่ือมโยง และแชรก ารใชเพือ่ การวิเคราะห ทําใหก ารใชขาดประสิทธภิ าพ 5. ยุทธศาสตรและแผนการพัฒนายังขาดการดําเนินงานใหบรรลุผล เชน การพัฒนา ระบบ บริหารราชการ การพฒั นาบคุ ลากร การสนบั สนุนเครอื่ งมือ เครอื ขา ยขอมูลและการส่ือสาร 6. ขาดความตอ เนื่องและการครอบคลุมของระบบตดิ ตาม ท้งั การติดตามสถานการณ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม และการประเมินผลการปฏิบัติงานหรือดําเนินงานตามแผนงาน โครงการใหมีประสิทธภิ าพ 7. ขาดยุทธศาสตร และแผนการบรู ณาการความรว มมือในการบรหิ ารจดั การทรัพยากร ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ มของประชาคมอาเซยี น และระหวา งประเทศ 8. ยุทธศาสตรและแผนการสง เสรมิ การมีสว นรว มของภาคสวนตางๆ ทีเ่ กย่ี วขอ งกับการ บริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม ยังไมมีความชัดเจนตอ การปฏิบัตงิ าน 9. ยังขาดการพฒั นาหรือจดั การองคความรู (KM) รวมถงึ ยุทธศาสตรแ ละแผนการวจิ ัยและ พัฒนาทเี่ ปน รูปธรรมเพ่ือการใชประโยชน 10. มีหนวยงานสังกัดกระทรวงฯ ในระดับภูมิภาคท่ีครอบคลุมภารกิจแตยังขาดประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมในระดับพื้นท่ีและจังหวัด เพราะกําลังคน ไมเ พยี งพอตอการประสานงานในชมุ ชนขนาดยอยท่ีจะไปสรา งความเขาใจในระดับชมุ ชนอยางใกลช ิด 11. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จัดตั้งโดยมาจาก 2 สวน ซ่ึงมีวิธีคิดและ กระบวนการทํางานคนละแบบ คือ หนวยงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณเปนสวนปฏิบัติผูซึ่ง มีคําสั่งลงมาก็ปฏิบัติไดไมมีขอยอนกลับ และหนวยงานจากกระทรวงวิทยาศาสตร เปนสวนกํากับ ควบคมุ ซ่งึ เปน นกั วิทยาศาสตรจ ะมขี อคําถามตรวจสอบอยเู สมอ 12. ขาดหนวยงานประชาสัมพันธสวนกลางระดับกระทรวงที่ทําหนาที่กํากับทิศทางการสราง ภาพลักษณของกระทรวงตอ สาธารณชน ภายใตก ารทาํ งานของหนวยงานในสังกดั 13. ภาระงานท่ีมีหลากหลายจึงทาํ ใหภาพลกั ษณของกระทรวงไมช ดั เจน 14. กระทรวงมเี ครอื ขาย ทสม. แตไมเ ขมแขง็ ขาดพลัง คุณภาพ และการทํางานทต่ี อ เนื่อง โอกาส 1. รัฐบาลใหความสําคัญ และสนับสนุนตอการแกไขปญหาดานทรัพยากรธรรมชาติและ ส่งิ แวดลอ ม รวมถงึ จัดใหเ ปน กลมุ ปญ หาท่ตี องการการปฏิรูป 2. สังคมตื่นตวั สนใจผลกระทบจากปญ หาดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม และ พรอม ใหค วามรวมมอื 3. องคกรภาคประชาชน เอกชน พรอมใหความรวมมือตอการแกไขปญหา โดยเฉพาะที่อาจ มีผลกระทบตอ ธรุ กจิ และบริเวณพน้ื ทร่ี อบสถานประกอบการ 4. กระแสความสนใจของเวทภี ูมภิ าคทั้งประชาคมอาเซียน และระดบั โลก 5. ประชาชนคนไทยเร่ิมมกี ารต่นื ตัวเรือ่ งสง่ิ แวดลอ มมาก 6. หนวยงานเอกชนมบี ทบาทเปนผนู ําการเปล่ียนแปลงในการลด ละ เลิก ใช พลาสตกิ 16 แผนปฏิบตั กิ ารดา นการประชาสมั พันธ เพ่ือขับเคล่อื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม

ภยั คกุ คาม 1. ขาดเสถียรภาพของยุทธศาสตร เปาประสงค กลยุทธ และแผนงาน/โครงการ ดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ ม 2. ผูกระทําผิดมักจะเปนผูทรงอิทธิพล นายทุน และผูประกอบการรายใหญและมีการ ใช ประชาชน หรอื กลุมประชาชนมาเปน เครอ่ื งมือตอ รองภาครฐั 3. แรงกดดันจากกลุมภาคประชาชน และองคกรเอกชน (NGO) ท่ีเสียผลประโยชนจาก การปอ งกนั การบุกรุก คกุ คามทรัพยากรธรรมชาตแิ ละพัฒนาดา นสิ่งแวดลอม 4. ปญหาดานภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ และการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ท่ไี มส ามารถควบคมุ ได 5. งบประมาณทอี่ าจไมสอดคลองกบั ภารกจิ หรอื สภาพปญ หาดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ สิ่งแวดลอมที่อาจเกิดข้ึน เนื่องจากยุทธศาสตรและแผนการดานการปองกันมักจะไมไดรับการสนับสนุน (พิจารณาหากเกิดปญหา) และรวมถึงการใชงบประมาณอาจยังไมมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขาดระบบ ตรวจ ตดิ ตามและประเมินผลจากภายนอก 6. ความลาชาของระบบราชการ ทําใหกระทรวงไมสามารถทํางานตามกระแสสังคม หรือตอบ โตกรณีวิกฤติไดอยางทันทีทันใด จึงทําใหเสียโอกาสหรือเกิดภาพลักษณเชิงลบที่ยากจะแกไขไดใน ภายหลงั 7. บุคลากรทไ่ี มป รับ mind set ในการทํางานใหเ ขา กบั โลกยคุ ใหม 8. ความเช่ือของประชาชนทีไ่ มย อมรบั วาตนเองเปนผสู รางปญหาส่งิ แวดลอมทุกเร่ือง 9. จํานวนส่ือหลักท่ีลดลง พ้ืนที่ในการนําเสนอขาวนอยลง เกิดการชิงพ้ืนท่ีขาว ทําให การสอ่ื สารสาธารณท่ีใชง บประมาณนอ ยทํางานไดย ากมากขึน้ 10. หลายคร้ังเกิดภาพลักษณเชิงลบเพราะ NGO ทําใหประชาชนขาดความเช่ือม่ันตอ กระทรวง 17 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพ่อื ขับเคล่อื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอม

ความเชือ่ มโยงยทุ ธศาสตร เปา หมายการพัฒนาท่ยี งั่ ยืน Sustainable Development Goals (SDGs) 13. จัดการอยางเรงดวนเพอ่ื ตอ สูกบั การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศและผลกระทบทเ่ี กิดขน้ึ 14. อนุรักษแ ละใชประโยชนจ ากมหาสมทุ ร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลสําหรับการพัฒนาท่ี ยง่ั ยนื ใหเ ปนไปอยางย่งั ยนื 15. พิทักษ บูรณะ และสงเสริมการใชประโยชนท่ียั่งยืนของระบบนิเวศบนบก จัดการปาไม อยางยั่งยืน ตอสูกับการแปรสภาพเปนทะเลทราย หยุดย้ังและฟนฟูความเสื่อมโทรมของที่ดิน และ หยุดย้งั การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ แผนยทุ ธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ.2561-2580) 5. ดานการสรา งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเี่ ปน มิตรตอ ส่ิงแวดลอ ม แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ยุทธศาสตรท ี่ 4 การเตบิ โตทีเ่ ปน มติ รกบั ส่งิ แวดลอ มเพอื่ การพัฒนาทีย่ ง่ั ยนื เปาหมายที่ 3 สรางคุณภาพสิ่งแวดลอมท่ีดี ลดมลพิษ และลดผลกระทบตอสุขภาพของ ประชาชนและระบบนิเวศ แผนการประชาสมั พันธแ หง ชาติ ฉบบั ที่ 5 (พ.ศ.2559-2564) มีเปา หมายดงั น้ี 1. ใหประชาชนเกดิ ความเขาใจ ยอมรับ ใหค วามรวมมอื ในการสรางความปรองดองของคนในชาติ 2. หนวยงานและภาคสวนที่เก่ียวของรวมทั้งประชาชนไดรับขอมูลขาวสารท่ีถูกตอง และเกิด ทศั นคตทิ ่ดี ี โดยใหค วามรวมมือกับหนวยงานของรฐั 3. ประชาชนไดรับรูขอมูลขาวสารท่ีถูกตอง รวดเร็ว ทันตอเหตุการณ เม่ือเกิดสถานการณ ฉกุ เฉนิ หรอื ภาวะวิกฤติและสามารถนําไปปฏบิ ัติไดจรงิ 4. ประเทศไทยมีภาพลักษณท่ดี แี ละไดร บั การยอมรบั จากประชาคมโลก ยุทธศาสตรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ระยะ 20 ป (พ.ศ.2560-2579) ยทุ ธศาสตรท่ี 1 อนุรักษ คมุ ครอง ฟนฟู สงเสริม และพัฒนาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละความ หลากหลายทางชวี ภาพอยางยงั่ ยนื ยทุ ธศาสตรท ่ี 2 บรหิ ารจัดการทรพั ยากรนํ้า ทง้ั น้าํ ผวิ ดินและนาํ้ ใตด ินแบบมสี วนรว ม เปนธรรม และเพยี งพอ ยทุ ธศาสตรท่ี 3 รกั ษาและฟนฟูคุณภาพสงิ่ แวดลอ มอยา งมีสวนรวม ยทุ ธศาสตรท ี่ 4 ขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคทีเ่ ปน มิตรกับสงิ่ แวดลอ ม ในการพัฒนา และจดั การทรัพยากร ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมท่ีมปี ระสิทธภิ าพ ยทุ ธศาสตรท่ี 5 ลดกาซเรือนกระจกและลดผลกระทบจากการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ และภยั พบิ ตั ิทางธรรมชาติ ยุทธศาสตรที่ 6 พัฒนากลไก ระบบบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ มอยาง มีประสิทธิภาพและการจัดการองคกรอยางมีธรรมาภิบาลและทันตอการ เปล่ียนแปลง 18 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พันธ เพอ่ื ขับเคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม

19 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสัมพนั ธ เพื่อขบั เคลื่อนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ ม

ในอดตี การพฒั นาของประเทศทวั่ โลกมงุ เนนการพฒั นาในภาคอตุ สาหกรรม เพ่ือใหไดม าซ่ึง การเพ่ิมผลผลิตใหเ พียงพอกับความตองการของประชากร โดยมีเปาหมายเพือ่ สรา งความมัง่ คั่งและ มนั่ คงทางเศรษฐกจิ ของแตละประเทศ มกี ารใชท รพั ยากรธรรมชาตอิ ยางฟุมเฟอย ปลอ ยมลพิษสู สง่ิ แวดลอ ม ทําใหสงผลกระทบอยางรุนแรงตอทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เกิดปญหามลพิษ และทรัพยากรธรรมชาตเิ ส่ือมโทรม สงผลโดยตรงตอ ประชากรโลก ดงั จะเหน็ ไดจ ากการเปลย่ี นแปลง สภาพภูมิอากาศทีส่ ง ผลกระทบตอ ผูคนท่วั โลก ตอ มาทศิ ทางการพฒั นาของประเทศตางๆ เริ่มมีความตระหนักและคํานึงถึงส่ิงแวดลอมมากขึ้น ในการประชุมองคการสหประชาชาติท่ีมหานครนิวยอรก สหรัฐอเมริกา เม่ือป พ.ศ.2543 ทั้ง 189 ประเทศเห็นพองในการต้ังเปาหมายการพัฒนาท้ังในระดับชาติและระดับสากลที่ทุกประเทศ จะดําเนินการรวมกันใหไดภายในป พ.ศ. 2558 คือ เปาหมายการพัฒนาแหงสหัสวรรษ หรือ Millennium Development Goals (MDGs) โดย 1 ใน 8 เปาหมายหลัก นั้นคือ ขอ 7.รักษาและ จัดการสงิ่ แวดลอ มอยา งยง่ั ยนื เมือ่ เปาหมายการพัฒนาแหง สหัสวรรษไดสิ้นสดุ ลงไปในป พ.ศ. 2558 และประสบความสําเร็จ ในการดําเนินงานเปน อยา งดใี นหลายประเทศ องคก ารสหประชาชาตจิ งึ กําหนดเปาหมายการพฒั นาขน้ึ ใหม ภายใตช ือ่ “เปาหมายการพฒั นาท่ยี ่ังยนื ” Sustainable Development Goals (SDGs) เร่มิ ตั้งแตเดือนกันยายน พ.ศ.2558 ถงึ เดอื นสิงหาคม พ.ศ. 2573 รวมระยะเวลา 15 ป โดยทปี่ ระชุม เห็นตรงกันวา การจะบรรลุเปา หมายไดนัน้ จําเปนจะตองสรา งความสมดุลใหเ กิดข้ึนท้ัง มติ เิ ศรษฐกจิ (Economic Dimension) มิตทิ างสังคม (Social Dimension) และ มิติดา นสิ่งแวดลอม (Environmental Dimension) ประกอบไปดวย 17 เปาหมาย โดยมีสาระทเ่ี กีย่ วของกับสิง่ แวดลอ ม อยา งชดั เจนอยหู ลายขอ คือ 13. จัดการอยา งเรงดว นเพื่อตอสกู บั การเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศและผลกระทบทีเ่ กดิ ขน้ึ 14. อนรุ กั ษและใชป ระโยชนจากมหาสมุทร ทะเล และทรพั ยากรทางทะเลสําหรับการพฒั นา ทยี่ ่งั ยืน ใหเ ปน ไปอยางยัง่ ยนื 15. พทิ กั ษ บูรณะ และสงเสรมิ การใชประโยชนท ยี่ ่ังยนื ของระบบนเิ วศบนบก จดั การปาไม อยางยง่ั ยืน ตอสูกับการแปรสภาพเปน ทะเลทราย หยดุ ยง้ั และฟน ฟูความเส่อื มโทรมของท่ดี ิน และ หยดุ ยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ สาํ หรับประเทศไทยนั้นนอกจากรัฐบาลจะไดใ หความสาํ คญั กับการพัฒนาใน 3 มติ ิ ทงั้ ดา น เศรษฐกิจ สงั คม และส่ิงแวดลอม ตามแนวทางและเปาหมายการพฒั นาทย่ี ง่ั ยืนแลว ยังใหความสําคญั กบั มติ ิ ทางดา น “วฒั นธรรม” เพิม่ ขน้ึ อีก 1 ดา น โดยไดน อมนาํ “หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง” มาเปน กรอบ แนวทางการพัฒนาประเทศ ใน แผนแมบทยทุ ธศาสตรช าติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) รวมกบั 17 เปาหมายและ 169 เปา ประสงคของการพฒั นาท่ยี ั่งยืน ภายใตวิสยั ทัศน “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคง่ั ย่ังยืน เปนประเทศทพ่ี ฒั นาแลว ดว ยการพัฒนาตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง” โดยกําหนดกรอบ ยทุ ธศาสตรการพฒั นาประเทศไปสูความมงั่ คง่ั อยา งย่ังยนื ใน 6 ดาน ประกอบไปดว ย 1. ความม่นั คง 2. การสรา งความสามารถในการแขงขนั 3. การพฒั นาและเสรมิ สรางศกั ยภาพคน 4. การสรางโอกาสและความเสมอภาคและเทาเทยี มกันในสังคม 5. การสรา งการเตบิ โตบนคุณภาพชวี ิตที่เปนมติ รตอสงิ่ แวดลอม 6. การปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบบรหิ ารจดั การภาครัฐ 20 แผนปฏิบตั ิการดานการประชาสัมพนั ธ เพ่ือขบั เคลื่อนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม

โดยเรื่องของส่ิงแวดลอมน้ันเปนสาระสําคัญท่ีถูกบูรณาการอยูในยุทธศาสตรตางๆ โดยเฉพาะ อยางย่ิงจะเห็นแนวทางการขับเคลื่อนในเรื่องดังกลาวไดอยางชัดเจนใน ยุทธศาสตรขอท่ี 5.ดานการ สรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม ท่ีมีเปาหมายเพื่อเรงอนุรักษฟนฟูและสราง ความมัน่ คงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ และมีความมั่นคงดานน้ํา รวมทั้งมีความสามารถในการปองกัน ผลกระทบและปรับตัวตอการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยพิบัติธรรมชาติและพัฒนามุงไปสู การเปนสังคมสีเขียว ทไ่ี ดก ําหนดแนวทางการดาํ เนนิ งานได 6 ขอ ประกอบไปดว ย 1. จดั ระบบอนุรกั ษธรรมชาติ ฟน ฟแู ละปอ งกันการทาํ ลายทรพั ยากรธรรมชาติ 2. วางระบบการบริหารจัดการนํ้าใหมีประสิทธิภาพทั้ง 25 ลุมนํ้า เนนการปรับระบบ การบริหารจดั การอุทกภัยอยา งบรู ณาการ 3. การพฒั นาและใชพ ลงั งานท่ีเปน มิตรกบั ส่งิ แวดลอม 4. การพฒั นาเมอื งอตุ สาหกรรมเชงิ นิเวศและเมืองท่ีเปนมิตรกับส่งิ แวดลอม 5. การรวมลดปญหาโลกรอนและปรบั ตวั ใหพ รอมกบั การเปล่ียนแปลงสภาพภมู อิ ากาศ 6. การใชเ คร่อื งมือทางเศรษฐศาสตรแ ละนโยบายการคลังเพ่ือส่งิ แวดลอม นอกจากน้ีใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยังไดกําหนดใหเรื่องของส่ิงแวดลอมเปนเปาหมายหลัก และเปนยุทธศาสตรที่สําคัญในการพัฒนา ประเทศ โดยถูกกําหนดเปน ยุทธศาสตรท่ี 4 : การเติบโตท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมเพื่อการพัฒนาที่ ย่ังยืน โดยมีเปาหมายเพ่ือรักษา ฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติและใชประโยชนอยางยั่งยืนและเปนธรรม สรางความม่ันคงดานน้ําของประเทศและบริหารจัดการทรัพยากรน้ําท้ังระบบใหมีประสิทธิภาพ ควบคู ไปกับการบริหารจัดการส่ิงแวดลอมและลดมลพิษใหมีคุณภาพท่ีดีขึ้น พัฒนาขีดความสามารถในการ ลดกาซเรอื นกระจก และการปรับตวั เพอ่ื ลดผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและการรับมือ จากภยั พิบัติ แนนอนวาแผนแมบทยุทธศาสตรชาติ 20 ป และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 นั้น จะประสบความสําเร็จไมไดเลยหากไมมีการประชาสัมพันธใหประชาชนไดรับรู แผนการประชาสัมพนั ธแ หง ชาติ ฉบับท่ี 5 (พ.ศ. 2559-2564) จึงกาํ หนดใหมีเปา หมายดงั น้ี 1. ใหป ระชาชนเกิดความเขาใจ ยอมรบั ใหความรวมมอื ในการสรา งความปรองดองของคนในชาติ 2. หนวยงานและภาคสวนที่เกี่ยวของรวมทั้งประชาชนไดรับขอมูลขาวสารที่ถูกตอง และเกิด ทัศนคติท่ีดี โดยใหค วามรวมมอื กบั หนวยงานของรฐั 3. ประชาชนไดรับรูขอมูลขาวสารที่ถูกตอง รวดเร็ว ทันตอเหตุการณ เม่ือเกิดสถานการณ ฉกุ เฉนิ หรอื ภาวะวกิ ฤตแิ ละสามารถนําไปปฏบิ ัตไิ ดจ ริง 4. ประเทศไทยมภี าพลักษณท่ีดีและไดร ับการยอมรับจากประชาคมโลก ดวยเหตุที่กลาวมาขางตน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จึงไดกําหนด “ยุทธศาสตรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ระยะ 20 ป (พ.ศ. 2560-2579)” ขน้ึ มาเพื่อขบั เคลอื่ นประเทศไทยใหไปสูความมง่ั คั่งอยางยง่ั ยืนตาม เปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน(SDGs) ขององคการสหประชาติ รวมไปถึง แผนแมบทยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2560-2579) และ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) โดยไดกําหนดวิสัยทัศน “อนุรักษและใชประโยชนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เพ่ือเปนรากฐานการพัฒนาอยาง สมดลุ ” โดยมพี นั ธกจิ ทีส่ ําคญั 3 ดา นคือ 21 แผนปฏบิ ัตกิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพ่ือขับเคลอ่ื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม

1. ขับเคลื่อนและผลักดันยุทธศาสตรและมาตรการดานการอนุรักษ คุมครอง ฟนฟู สงเสริม และพฒั นาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละความหลากหลายทางชวี ภาพอยางย่งั ยืน 2. บูรณาการและสรางการมีสวนรวมกับภาคีเครือขายทุกภาคสวนในการบริหารจัดการ ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม ทั้งในประเทศและระหวางประเทศ 3. เสริมสรางขีดความสามารถในเขิงรุกขององคกร พัฒนาระบบกลไกและฐานขอมูลใน การบรหิ ารจดั การ รวมทงั้ การปรบั ปรงุ และบงั คับใชกฎหมายอยา งเปน ธรรม โดยมปี ระเดน็ ยุทธศาสตร 5 เรอื่ งดงั นี้ ยทุ ธศาสตรท ี่ 1 อนุรักษ คุมครอง ฟนฟู สงเสริม และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและความ หลากหลายทางชีวภาพอยา งยง่ั ยนื ยทุ ธศาสตรท ี่ 2 บริหารจัดการทรัพยากรนํ้า ทั้งนํ้าผิวดินและนํ้าใตดินแบบมีสวนรวม เปน ธรรม และเพยี งพอ ยุทธศาสตรท ี่ 3 ปอ งกัน รักษา และฟน ฟู คุณภาพส่ิงแวดลอ ม ยทุ ธศาสตรที่ 4 ขับเคลอ่ื นการผลติ และการบรโิ ภคที่เปนมติ รกบั สงิ่ แวดลอ ม ในการพัฒนาและ จัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ ยุทธศาสตรท่ี 5 ลดกาซเรือนกระจกและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยพบิ ัตทิ างธรรมชาติ ยุทธศาสตรท ่ี 6 พัฒนากลไก ระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางมี ประสทิ ธิภาพ และการจัดการองคกรอยางมธี รรมาภบิ าลและทันตอการเปลย่ี นแปลง จากยุทธศาสตรทั้ง 6 ดาน ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม จะเห็นไดวา ลวนมีเปาหมายสําคัญอยูที่ภาคประชาชน โดยเฉพาะอยางย่ิงจะประสบความสําเร็จไดก็ตอเมื่อภาค ประชาชนมีความรู มคี วามเขา ใจ มคี วามตระหนัก และเห็นความสําคัญของการมีสวนรวมในการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จึงจะสามารถทําใหภาคประชาชนสามารถปรับพฤติกรรม ในการดํารงชีวิต มีจิตสํานึก มีวินัย และมีสวนรวมในการอนุรักษ ฟนฟู และดูแลส่ิงแวดลอมโดยมี เปา หมายเดยี วกนั คือการมงุ ไปสูก ารสรางสงั คมที่เปน มิตรกับสง่ิ แวดลอม เพ่อื ใหการดําเนินงานบรรลุผลดังกลาว จึงมีการศึกษาและวิเคราะหแนวทางการสรางจิตสํานึก และการมสี วนรว มดานสง่ิ แวดลอ ม โดยการจดั ทําแผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสมั พนั ธเ พือ่ ขบั เคล่ือน งานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) เพื่อใหผูปฏิบัติงาน สามารถดําเนินการสื่อสารครบถวนทุกชองทางการ ครอบคลุมทุกกลุมเปาหมายเหมาะสมกับรูปแบบ การบริโภคขอมูลขาวสารของประชาชนในปจจุบันไดอยางมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงเพื่อให การดําเนินงานดานการเผยแพรขอมูลขาวสารที่สําคัญดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม มียุทธศาสตรและกลยุทธในการดําเนินงานท่ีชัดเจน สอดคลองกับเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน ของประชาคมโลก ยุทธศาสตรชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ แผนประชาสัมพันธ แหงชาติ ยุทธศาสตรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ในการขับเคลื่อนและสรางความ รว มมอื ในการทจี่ ะดูแลรกั ษาสิง่ แวดลอมของประเทศไทยใหมีคุณภาพท่ีดียง่ิ ข้นึ ตอไป. 22 แผนปฏิบตั ิการดา นการประชาสัมพันธ เพอ่ื ขบั เคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม

ลําดบั ความสําคญั ของแผนปฏบิ ตั ิการดานการประชาสมั พันธ ฯ ลาํ ดบั ที่ 1. แผนงานดานภาพลกั ษณแ ละการสือ่ สารองคก ร การสรางความแข็งแกรง ความจดจําได ความนาเชื่อถือของภาพลักษณที่ดี และการบริหาร ชื่อเสียงขององคกรควบคูไปกับการดําเนินงานขององคกรน้ัน เปนกลยุทธท่ีสําคัญท่ีสุดในการ ประชาสมั พนั ธ ลําดับท่ี 2. แผนงานดา นสือ่ นวัตกรรมและสอ่ื ใหม การสรางชองทางสื่อเปนของตนเอง การบูรณาการส่ือเกาและส่ือใหม จะสามารถสื่อสาร ภาพลกั ษณท ดี่ ไี ปยังกลมุ เปา หมายทตี่ อ งการไดอยา งดีท่ีสุด ลําดับท่ี 3. แผนงานดานเนอื้ หา การบรหิ าร Content การนาํ ภารกจิ หลักและเรงดว นมาลาํ ดับความสําคญั นาํ ไปสรา งเนอื้ หาเพ่ือใหหนวยงานในสังกัด สื่อสารไปในทิศทางเดียวกนั เพือ่ สอ่ื สารผานชอ งทางสื่อตางๆ ลาํ ดบั ท่ี 4. แผนงานดานการขับเคลือ่ นและการสรา งจติ สาํ นกึ หลังจากโครงสรา งและแนวทางสือ่ สารเนอื้ หามคี วามชัดเจนแลว จึงนํามาใชเปนแกนดําเนินการ ของแผนงานการรณรงคในรูปแบบตางๆ เพ่ือการสรางวินัย สรางจิตสํานึก เพ่ือใหคนไทยเกิดลักษณะ นสิ ยั และพฤติกรรมดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ มท่ีสอดคลอง เหมาะสม ลําดบั ที่ 5. แผนงานดานพนั ธมิตร เครอื ขา ยการสอื่ สารในภาคประชาชน การไดร ับความรว มมือ การยอมรบั จากภาคสว นตางๆ คือพลังที่สําคญั เม่ือทําการรณรงคก็ตอง สรางและขยายเครือขายพันธมิตร เพื่อกระตุนใหเกิดพลังการมีสวนรวมจากคนในสังคม เปนการพัฒนา ความสัมพันธก ับเครอื ขา ยภาคประชาชนใหม คี วามตอ เนื่องและแขง็ แรง ลําดับท่ี 6. แผนงานดา นพืน้ ที่การทํางานและกรณศี กึ ษา การสรา งแบบอยา งของการเปน ผรู ู ผูเช่ียวชาญในงานทท่ี าํ ใหป รากฏ การทํางานโครงการนํารอง ใหเกิดเปนกรณีศึกษาอยางชัดเจนในดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จึงมีความสําคัญในลําดับ ตอมา ทจี่ ะทาํ ใหเ กดิ พนื้ ที่แลกเปลี่ยนเรียนรู ลาํ ดับท่ี 7. แผนงานดา นการจดั แบง บทบาทหนา ที่ การแบงบทบาทหนาที่ระหวา งการขับเคล่ือนภารกิจหลัก งานวิชาการ งานวิจัยกับงานทางดาน การสอ่ื สารประชาสัมพันธใหชัดเจน มีการดาํ เนนิ งานควบคูกนั ใหความสําคัญของกลยทุ ธทางการส่ือสาร ต้ังแตตน จะทําใหผลงานนั้นมีท้ังมูลคาและคุณคา สามารถนําเสนอออกสูสาธารณชน ท้ังในระดับ ประเทศและระดับโลก 23 แผนปฏิบตั ิการดา นการประชาสัมพนั ธ เพ่ือขับเคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ ม

แผนปฏบิ ตั กิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพ่ือขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม ระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) 1. แผนงานดา นภาพลกั ษณแ ละการสือ่ สารองคก ร 2. แผนงานดานสือ่ นวัตกรรมและสือ่ ใหม 3. แผนงานดา นเน้อื หา การบริหาร Content 4. แผนงานดานการขับเคลอื่ นและการสรางจิตสาํ นกึ 5. แผนงานดา นพนั ธมติ ร เครอื ขายการสอื่ สารในภาคประชาชน 6. แผนงานดา นพืน้ ท่กี ารทํางานและกรณศี กึ ษา 7. แผนงานดา นการจดั แบงบทบาทหนา ท่ี ท่ีปรึกษาออกแบบกรอบแนวทางการดําเนินของแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธฯ ทจ่ี ะตอ งเรมิ่ จากภายในองคกรออกไปสภู ายนอกองคกร ดังภาพตอ ไปนี้ นอกจากน้ี ในการจัดทําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคล่ือนงานดาน ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม นั้น ไดมีการศึกษาและจัดทําแผนการสรางจิตสํานึกและการมีสวนรวมดานสิ่งแวดลอม เขา ไปในแผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พนั ธฯ ดวย เนื่องจากการทํางานดานการสื่อสารและประชาสัมพันธของกระทรวง และการสรางจิตสํานึก และการมสี ว นรวมดานส่ิงแวดลอม มที ศิ ทางการทํางานที่มเี ปาประสงคเ ดียวกันคือ “ภาพลักษณที่ดีของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จะเกิดข้ึนไดยอมมาจาก ทุกคนทุกหนวยงานในองคกรตองรวมมือรวมใจกันสรางข้ึน เพราะภาพลักษณท่ีไดมาน้ัน เปน ภาพสะทอนมาจากความพรอ มจากขางในองคกรอนั เปนองคป ระกอบทีส่ าํ คญั ” 24 แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสมั พนั ธ เพอ่ื ขบั เคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม

ก า ร ส ร า ง ภ า พ ลั ก ษ ณ อ ง ค ก ร ขึ้ น ม า ใ ห มั่ น ค ง แ ล ะ แ ข็ ง แ ร ง ผ า น ก า ร จั ด ก า ร ส่ื อ ส า ร ประชาสัมพันธที่มีแผนงาน รูปแบบที่ชัดเจน สะทอนการบริหารที่มุงม่ันทําตามคํามั่นสัญญา อยางเปนระบบ รวดเร็ว นโยบายองคกรท่ีชัดเจนเหมาะสมกับภารกิจขององคกร ความชํานาญ ความเปนมืออาชีพ ดวยการพัฒนาความรู ทักษะท่ีตอเนื่อง สมํ่าเสมอ ภายใตบรรยากาศ สภาพ สิ่งแวดลอมท่ีสงเสริมการเปนผูนําในภารกิจหลัก มีทิศทางที่บงบอกคุณคาขององคกร ท่ีจะชวย หลอหลอมความเปนหน่ึงเดียวกันในดานจิตใจของพนักงานในองคกร พรอมกับภาพลักษณ ขององคกรในดานสังคม การที่องคกรสรางประโยชนตอชุมชนรอบขาง และสังคมอยางสม่ําเสมอ สามารถสรางความภูมใิ จใหกับพนกั งานในองคกร ขณะเดียวกัน การสรางจิตสํานึกและการมีสวนรวมดานส่ิงแวดลอมใหเกิดขึ้นแกประชาชนน้ัน คือการปลูกจิตสํานึกที่ดีกับประชาชน และผูประกอบการ ใหตระหนักเห็นคุณคาของ ทรัพยากรธ รรมชา ติและสิ่งแวดลอม รวมทั้งผลกระทบจากกา รกระทําที่สงผลตอ ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม รว มสรา งความรูส ึกรับผดิ ชอบ ตอปญหาที่เกิดขึ้น ใหคําแนะนํา วิธีการรักษาทรัพยากรธรรมชาติท่ีจําเปนและหายาก การศึกษา เรียนรู ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศวิทยา และความสมั พนั ธความเช่อื งโยงความอยูรอดระหวางมนุษยและสิ่งแวดลอม ฟนฟู ทรัพยากรธรรมชาติท่ีทดแทนไดใหก ลับมาเพมิ่ ข้ึน การใชอยางฉลาด ใชอยางประหยัด และฟนฟูธรรมชาติท่ีเสียหายหรือเสื่อมโทรมใหดีขึ้น ใชพลังงานอยางรูคุณคา แสวงหาแหลงพลังงานใหม ๆ ลดการเกิดขยะมูลฝอย หรือจัดการขยะ อยางมีประสิทธิภาพ วางแผนการการใชชีวิตอยางเรียบงาย ดวยการไมทําลายชีวิตอื่น ๆ ท่ีอยูใน ธรรมชาติทั้งทางตรงและทางออม ดํารงชีวิตและประกอบการท่ีเอื้อตอส่ิงแวดลอม สอดคลองกับ ธรรมชาติ ชวยเผยแพรจิตสํานึกไปยังครอบครัว ชุมชนและสังคมที่ตนอาศัยอยู ใหเห็นคุณคาและ ตระหนักถึงภัยพิบัติที่กําลังเกิดข้ึนตอธรรมชาติและสิ่งแวดลอม พรอมท้ังแนวทางในการแกไข ตามหลักการพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื เหลาน้ี นับเปนภารกิจของกระทรวง ที่จําเปนตองใชทั้งการส่ือสาร การประชาสัมพันธใหเกิด ความรวมมือจากประชาชน ท่ีตองอาศัยศรัทธา ทัศนคติ ความรูสึก ความจดจําตอภาพลักษณท่ีดี ของกระทรวง จึงทําใหการทํางานการส่ือสารภาพลักษณกระทรวงและการสรางจิตสํานึกและการมีสวน รวมดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ไมสามารถแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิงได เปนการทํางาน ท่ีมีความเกี่ยวของและเกี่ยวเน่ืองอยูดวยกัน และเปนงานท่ีทุกหนวยงานภายใตสังกัดกระทรวงตอง มสี วนรวมในการดําเนินงานทตี่ อ งเริ่มจากภายในองคก ร และขยายสภู ายนอกในทีส่ ดุ ดังนั้น การดําเนินงานตามแผนปฏิบัติการใหมีการทํางานส่ือสารภายในองคกรและการสื่อสาร จากในองคกรออกไปนอกองคกร ซ่ึงจะตองดําเนินงานควบคูกันไปเปนคูขนานกันอยางตอเนื่อง งานประชาสัมพันธภาพลักษณกระทรวงจึงจะปรากฏเห็นเปนภาพที่ชัดเจนภายใตกรอบการทํางานและ กรอบเวลาทไี่ ดกาํ หนดไว 25 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขับเคล่ือนงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม

1. แผนงานดา นภาพลักษณและการสื่อสารองคกร วตั ถุประสงค 1. เพื่อสรางภาพลักษณท ่ีดใี หกระทรวงเปนองคกรท่เี ปน มติ รกับทรพั ยากรธรรมชาติและ คํานึงถึงส่งิ แวดลอ มอยา งชัดเจน 2. เพอ่ื กาํ หนดทศิ ทางในการสื่อสารภาพลกั ษณ 3. เพ่ือสรา งอตั ลักษณองคก ร และคณุ ลักษณะของบุคลากรท่ตี องการ 4. เพอ่ื พัฒนาบุคลากรดานการสือ่ สารประชาสัมพนั ธ 5. เพอื่ ปลกู จิตสาํ นกึ ของบุคลากรใหเกดิ วัฒนธรรม คานิยมดา นทรพั ยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดลอ ม Image & Brand Management แนวทางการบริหารจดั การภาพลักษณอ งคก รท่ชี ัดเจนตอสาธารณชน ความสาํ คัญของอัตลักษณ อัตลักษณ = ลกั ษณะเฉพาะตัวของส่งิ ใดส่ิงหนงึ่ คุณลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งเปนตัวบงช้ีของลักษณะเฉพาะของตัวบุคล สังคม ชุมชน องคกรหรือ ประเทศนั้นๆ เชน เช้ือชาติ ภาษา วัฒนธรรมทองถ่ิน และศาสนา ฯลฯ ซ่ึงมีคุณลักษณะท่ีไมท่ัวไปหรือ สากลกับสังคม อ่ืนๆ กลา วคือ ลกั ษณะที่ไมเหมือนกับของคนอนื่ ๆ เพ่ือท่ีจะสรางอัตลักษณของแบรนด ตองเขาใจวาองคประกอบเร่ืองอัตลักษณของแบรนดน้ัน มอี งคประกอบอยูดวยกัน 2 สวนคือ แกนของแบรนด (Core Identity) และสวนขยายแกนของแบรนด (Extended Identity) ท้ังสองสวนนั้นเปนองคประกอบรวมกันที่ทําใหแบรนดใดแบรนดหนึ่ง มีคณุ ลักษณะท่เี ปน ตวั ของตวั เอง แตกตางจากแบรนดอ ื่นๆ แกนของแบรนดนั้นเปนสิ่งท่ีฝงลึกอยูในแบรนดๆ นั้นเปนความมุงมั่น จุดยืนในชีวิต ของแบรนด มีม่ันคงไมเปลี่ยนแปลง คือเวลาไมไดเปนตัวกําหนดวา ความมุงมั่นหรือจุดยืนที่ตั้งข้ึน นั้นจะส้ินสุดลงในเวลาใด หรือเม่ือใด แตจุดยืนน้ันจะอยูกับแบรนดตราบเทาท่ีแบรนดๆ นั้น ยังมใี หเห็นอยู 26 แผนปฏิบตั ิการดา นการประชาสัมพันธ เพอ่ื ขับเคล่ือนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม

ความสําคัญของภาพลกั ษณ การบริหารชื่อเสียงขององคกรนั้น เปนอีกหนึ่งยุทธศาสตรที่สําคัญขององคกรท้ังดาน ภาพลักษณและการดําเนินงานควบคูกัน ในขณะท่ีการเติบโตขององคกรจะสะทอนประสิทธิภาพ และ ความมั่นคง สว นภาพลกั ษณขององคกรก็จะสะทอ นถงึ ประสทิ ธผิ ลในการดําเนินงาน ไดเปน อยางดี นอกจากน้ีการประสบความสําเร็จในการดําเนินงานขององคกรยังข้ึนอยูกับภาพลักษณใน การดําเนนิ งานเปน สําคญั หากหนวยงานใดมภี าพลักษณใ นเชงิ ลบมีชือ่ เสยี งเสื่อมเสียประชาชนก็จะไมให ความไววางใจ ไมเช่ือถือ เกิดความระแวงสงสัยหรือเกลียดชังหนวยงานน้ันในท่ีสุด ผลท่ีตามมาก็คือ องคกรน้นั ๆ ยอ มประสบอุปสรรคเกดิ แรงตอ ตา นจากบุคคลภายนอกองคก ร ความสําคญั ของแบรนด การสรางแบรนดขององคกรที่ประสบความสําเร็จ มีปจจัยและองคประกอบท่ีสําคัญหลาย ประการ ไมวาจะเปนการกําหนดบุคลิกภาพ หรือการสรางคุณลักษณะใหเดนชัด เพ่ือใหเกิดการจดจําได งาย อาทิ การใช “สี” ท่ที ําใหกลุมเปา หมายนึกถงึ องคกรหรือบริการ การออกแบบ “ตราสัญลักษณ” (Logo) ที่มีเอกลักษณ โดนใจกลุมเปาหมาย การมอบ “บริการ” ท่ีมีความโดดเดนเฉพาะตัว “การส่ือสาร” ทีส่ ะทอนเรือ่ งราวที่ทําใหเ ขา ถงึ และรสู ึกไดวาเปนแบรนดเหลาน้นั เปน ตน แบรนดท ีด่ ี จะเกิดขนึ้ ไดอ ยูทีค่ วามรว มมือของทุกคน ทกุ สว นในองคกร แบรนดลมเหลว ...เพราะไมไดเ ลาเรือ่ งเดียวกนั การบริหารแบรนด มีสิ่งหนึ่งที่สําคัญ คือการสรางการรับรู (Perception) ใหกลุมเปาหมาย จดจํา และเขาใจในส่ิงท่ีองคกรตองการจะส่ือออกไป การรับรูจะเกิดข้ึนจากการวางแผนและการ ใชเ ครอ่ื งมือส่ือสารไดอยางมีประสิทธิภาพ ตัวอยางเชน ตราสัญลักษณที่กลุมเปาหมายรับรูวามีลักษณะ ท่ีโดดเดนอยางไร ซึ่งสวนเหลานี้พนักงานจําเปนตองเขามามีสวนรวม ทั้งในดานของการแสดงความ คิดเหน็ และเปน กลมุ เปาหมายกลมุ แรกๆ ในการสรา งการรบั รูโดยตรง หลายองคกรประสบกับความลมเหลวโดยสิ้นเชิงกับการบริหารแบรนด เพราะมุงสื่อสาร แตภายนอกองคกร ส่ือสารผาน Mass Media / เดินหนาสื่อความกับสาธารณชน โดยขาดความใสใจ ทจี่ ะสือ่ ความไปยังบุคลากร การสรางแบรนดจําเปนตองเร่ิมจากการสื่อสารภายในเพ่ือสรางความเขาใจ ท่ีชัดเจนตรงกนั ใหทุกคนสามารถเลา เรอ่ื งแบรนดไดเปน เรื่องเดียวกัน (อา งอิง 4) ขนั้ ตอนในการสรางแบรนด (อา งอิง 5) 1. กาํ หนด เปาหมายของแบรนด (Brand Purpose) 27 2. วางตําแหนงของแบรนด (Positioning) 3. สรางความแตกตางใหก ับแบรนด (Brand Differentiation) 4. สรางตัวตนของแบรนด (Brand Identity) 5. สรา งความเชือ่ ม่นั ใหก บั แบรนด (Brand Trust) 6. การทําความดขี องแบรนด (Brand Beneficence) แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสัมพนั ธ เพอื่ ขับเคล่อื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม

ขอ 1 -4 Philip Kotler เขียนหนังสือไวหลายเลม สวนขอ 5 และ 6 Kotler ไมไดเขียนไว แต Marketing Journal เพ่มิ ไวเพื่อใหเขาใจวา หากสรางแบรนดอยางเขาใจสุดทาย ผูบริโภคก็จะเช่ือในสิ่ง ท่ีคณุ พูดและทํา David Aaker ผูเชี่ยวชาญดานการสรางแบรนด แนะนําวาการสรางแบรนดไมควรหยุดอยูแค เปาหมายในการใชงาน (Functional Purpose) แตควรเพิ่มไปถึงเปาหมายที่ลึกข้ึน ซึ่งดานอารมณ (Emotional Purpose) และ การตอบแทนสังคมดวย (Social Benfit) ยกตัวอยาง เปาหมายดานการใชงานของการดื่มโคกชวยใหเราสดช่ืนและอรอย เปาหมาย ดา นอารมณค ือ การสรา งความสขุ หรอื ท่ชี ว งนี้ใชคาํ พดู วา “ดื่มด่ําทกุ ความรูสึก” ฉะน้ันโคกก็สามารถเลนกับพ้ืนที่ “ความสุข” ได ไมวาจะทําอะไรก็นึกถึงความสุขเขาไว ในขณะที่ Volvo ก็นึกถึง Safety ไวกอน เมื่อ Brand Purpose ชัดเจน Brand Identity ก็ชัดเจน ตามไปดว ย จึงสรุปไดวา“แบรนด” มีความสําคัญตอการดําเนินงานขององคกร เพื่อสรางการจดจําและ ภาพลักษณท ด่ี ตี อ องคก รอยางยง่ั ยืน ผลของการเกบ็ ขอ มูลดานภาพลกั ษณโ ดยสรุป Internal change แนวทางการสรา งภาพลกั ษณองคก รจากการเปลย่ี นแปลงภายใน สิ่งทสี่ ําคัญทีส่ ุดกค็ อื การส่อื สารแบรนดท ี่เปน พันธสญั ญาเดียวกัน ไมใชค วามหลากหลาย ตางคน ตางทํา ตางคนตา งเขา ใจ หรือมีแบบฉบับเปนแบรนดของตัวเอง หากการส่ือสารภายในยังไมชัดเจนแลว จะสรางความรบั รทู ่ีมีตอ แบรนด ภายนอกองคกรไดอยางไร การส่ือสารแบรนดภายในองคก รผานการสอื่ ความที่เปนเน้อื หา การจัดกิจกรรม ชองทาง วิธีการ ท่ีมีวัตถุประสงค มีการวัดผลท่ีมีเปาหมายชัดเจน เพ่ือสอดคลองกับทิศทางของแบรนด การแทรก เรื่องราวของแบรนดในกิจกรรมท่ีทําอยูแลว เชน การประชุม อบรม สัมมนา กิจกรรมท่ีองคกร ดําเนินการ หรือการสรางกิจกรรม ชองทางการส่ือสารขึ้นมาใหม ดวยการกําหนด Theme Idea ท่ีใช ความคิดสรางสรรค ของแตละฝายในองคกร ตามวัฒนธรรมของแตละองคกร อยางตอเน่ือง ภายใน ระยะเวลาทเ่ี หมาะสมอยางสมาํ่ เสมอ 28 แผนปฏิบัติการดา นการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขับเคลื่อนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม

การสรางความเขา ใจถงึ อัตลักษณของแบรนด (Brand Identity) สูพนักงานในองคกรใหได นับเปนความทาทายของผูท่ีเก่ียวของ ดวยเปนองคประกอบสําคัญในการบริหารแบรนดใหประสบ ความสําเร็จ แบรนดท่ีชัดเจนจะเปนส่ิงที่ชวยสรางความแตกตาง และความไดเปรียบทางการ ส่ือสาร โดยเปนตัวกลางเชื่อมโยงคณุ คา (Value) และเอกลักษณ (Uniqueness) บางอยางเพ่ิมเติมเขากับหนาที่ ใชสอยพ้นื ฐาน (Functional) ขององคกรนน้ั ๆ ใหเกดิ การรับรขู องกลุม เปา หมาย แบรนด ...ตอ งสอื่ สารขา งในอยา งเขม ขน หากองคกรสามารถสื่อความใหพนักงานมีความเขาใจท่ีชัดเจนเกี่ยวกับอัตลักษณของแบรนด มากเทาไร ก็ย่งิ ทาํ ใหแ บรนดน ั้นๆ มพี ลงั สามารถโนม นาวและสรา งความเชื่อมนั่ ใหก ับผูบริโภคไดมากขึ้น เทานั้น เปนภาระหนาที่และความรับผิดชอบขององคกร ท่ีจะตองมอบหมายใหมีการจัดการส่ือสาร แบรนดภายในองคกรใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะเปนสิ่งจําเปนและมีประโยชนตอการบริหารงาน ในทกุ ระดับ (อา งอิง 4) จากแนวคิดท่ีกลาวมาขางตนท้ังแนวทางการบริหารจัดการภาพลักษณองคกรท่ีชัดเจน ตอสาธารณชนและแนวทางการสรางภาพลักษณองคกรจากการเปลี่ยนแปลงภายใน สอดคลองกับผล จากการศึกษาของคณะท่ีปรกึ ษาดงั นี้ “ตอ งการเหน็ องคก รแหง นีม้ ีความเปน ผนู าํ ในการขับเคลอื่ นในประเด็นปญหาหรือเรื่องราวตางๆ ดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ทั้งในเร่ืองของการปกปกดูแลรักษา พัฒนาขยายผล หรือ แกปญหาตางๆ ท่ีมีผลกระทบกับประชาชนในทุกมิติ รวมไปถึงการเปนผูนําในการปรับเปล่ียนทัศนคติ มุมมอง ความคิด จิตสํานึก พฤติกรรม โดยเปนตัวอยางหรือเปนตนแบบใหกับประชาชน ในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสูสังคมท่ีเปนมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยมีผลการดําเนินงาน ในดา นตางๆ ทีไ่ ดร ับการยอมรับท้งั ในระดับประเทศและในระดบั โลก” ดังน้ัน จึงควรใหมีการปรับปรุงในการสรางภาพลักษณท่ีดีจากภายในองคกร (Internal change ) ควบคูไปกับการส่ือสารภายนอกในเชิงรุกที่ดีดวย (External Communications) ที่สอดคลองกับ สถานการณ รวมถึงการเรงพัฒนาปจจัยตางๆ ท่ีเก่ียวของกับการส่ือสาร และสรางภาพลักษณท่ีดี ตามตวั อยา ง แนวทางการส่ือสารแบรนด เบื้องตน ดงั นี้ 1. อตั ลักษณอ งคกร “ฉนั คือใคร-ใครคือฉนั ” Image & Corporate Identity 29 แผนปฏบิ ัติการดานการประชาสัมพนั ธ เพอ่ื ขบั เคลอ่ื นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม

“อัตลักษณ” คือคุณลักษณะเฉพาะตัว เปนตัวบงชี้ของลักษณะเฉพาะของตัวบุคล สังคม ชุมชน หรือประเทศน้ันๆ ซ่ึงมีลักษณะท่ีไมเหมือนกับคนอ่ืน การออกแบบอัตลักษณขององคกรจึงเปน หนาตางสาํ คญั ที่จะกําหนดหนาตาและทิศทางขององคกรนัน้ ๆ 1.1 ช่ือของกระทรวงท่ียาวและสัญลักษณที่ส่ือไมชัดเจนทําใหจดจํายาก ปรับไดโดย การใชช่ือรอง หรือสัญลักษณรองท่ีสอดคลองในกิจกรรมหรือชองทางประชาสัมพันธ เชน กระทรวง GREEN (ทส), ตราสัญลกั ษณทีม่ ีใบไมและทรัพยากรธรรมชาติ, ใชเปนหัวเอกสารขาว ประชาสัมพันธ, การแถลงขาว ส่ือประชาสัมพันธตางๆ ที่เผยแพรสาธารณะในเชิง ประชาสัมพนั ธ และสรา งการรบั รู ตวั อยาง กระทรวง Green 1.2 การเผยแพรช่ือ สัญลักษณของกระทรวง ใหมีการเผยแพรชื่อหนวยงาน ช่ือและตราสญั ลกั ษณก ระทรวง ทกุ ครงั้ ในกิจกรรมสาธารณะกบั ทุกหนว ยงานในสงั กัด 1.3 โทนสีในการส่ือสารเพ่อื สรางความจดจาํ สเี ขยี ว หมายถึง ธรรมชาติ ชีวติ มนษุ ยชาติ ธรรมชาติ ชวี ติ มนุษยชาติ การเริ่มตน ความสดช่ืน ความปลอดภัย อาหาร ความอุดม สมบูรณ ความเปนอมตะ การเจริญงอกงาม การเติบโต การดูแล ความเห็นอกเห็นใจ การควบคมุ ความสมดุลทางกายและใจ ความสัมพันธท ด่ี ี พลังของสีเขยี ว สีเขียวชวยกระตุนใหรูสึกสดช่ืน ลดความเหน็ดเหน่ือย คลายความตึงเครียด ความตน่ื ตระหนกและความวติ กกังวลลงไป อีกทั้งยังเปนสัญลักษณสากลของคําวา ‘ผาน’ หรือ ‘ไปได’ สีเขียวสามารถชวยผอนคลายสายตาและระบบประสาท สีเขียวเขมชวยในเรื่องการ มองเห็นและสมาธิ มีพลังชวยใหจิตสงบ ชวยพัฒนาอารมณและพฤติกรรม สื่อถึงเกียรติยศ ความรํ่ารวยและเงิน สเี ขยี วออ นนั้นจะชวยใหรูสกึ สดชน่ื สีชมพู หมายถึง ความรักความเอาใจใส และรกั ษส ิ่งแวดลอ ม ความนุมนวล ความออนโยน ความไรเดียงสา ความออนเยาว การดูแลเอาใจใส การทะนุถนอม ความเอื้อเฟอเผื่อแผ จิตใจดี ความหวาน ความบอบบาง ความรัก ความเอ็นดู หัวใจ มิตรภาพ เสนห  สุขภาพทด่ี ี ความออ นไหวทางอารมณ พลังของสชี มพู สีชมพมู พี ลงั ในการรักษา โดยเฉพาะกับผูท ่มี ีปญหาทางอารมณ สีชมพูชวยใหจิตใจสงบ ผอนคลายและออนโยน สีชมพูชวยกระตุนใหรูสึกถึงความรัก ความชื่นชม และความนาทะนุ ถนอม สีชมพูจะดึงดูดความออนเยาว ความม่ันใจ ความกระปรี้กระเปรา และความสนุกสนาน สวนสีชมพูออนจะดึงดูดความออนหวาน ความสวยงาม ความเสนหาที่นุมนวล ความออนโยน และความรกั แบบไมม เี งือ่ นไข 30 แผนปฏบิ ัตกิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพื่อขบั เคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม

ตัวอยางเชน ธนาคารแตละแหงจะมีโทนสี โลโก และตัวอักษรท่ีเปนเอกลักษณ เม่ือชื่อของ ธนาคารยาวไปยากตอการจดจํา บางก็ใชชื่อยอ บางก็ใชช่ือของโลโก นอกจากน้ีเมื่อมีผลิตภัณฑใหม ธนาคารก็สรางสัญลักษณรองมาใช โดยอิงกับสัญลักษณหลัก ทําใหส่ือสารออกถึงภาพลักษณเฉพาะตัว ของธนาคารเม่อื ประชาชนเหน็ สามารถจดจาํ และบอกไดท นั ทวี าเปน เปนธนาคารใด 2. คา นิยมหลกั (Core Value) คานิยมหลักหมายถึง คุณลักษณะและบรรทัดฐานที่เปนลักษณะเฉพาะขององคกรน้ัน ๆ เพื่อเปนแนวทางในการประพฤติปฏิบัติของพนักงานในองคกร หากองคกรใดสามารถสรางคานิยมหลัก และถายทอดพฤติกรรมทีพ่ งึ ประสงคใหแกพนกั งานทุกคนใหปฏิบัติตามไดแลว องคกรนั้นก็ยอมสามารถ สรา งความแตกตางและการจดจาํ ใหแ กส าธารณชนไดเ ชน กนั ในท่ีนี้ คณะที่ปรึกษาไดจัดทําแนวทางการขับเคล่ือนคานิยมแบบ HAPPY GREEN การสรางวัฒนธรรมการทํางานท่ีมีเอกลักษณของพนักงานอยางมีความสุขทามกลางความสดช่ืน แจมใส เปนมิตรกับธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ทําใหงานนั้นราบรื่นประสบความสําเร็จ สงผล ใหประชาชนไดร บั ความความรสู ึกทดี่ ีนั้นไปดวย คุณลกั ษณะ ซงึ่ โดดเดน 5+5 ประการคอื H A PP Y HONESTY ACCOMPLISH PROACTIVE PROFESSIONEL YIELD ความซื่อสัตย กระตอื รอื รน มืออาชพี ใหเ กดิ ผลผลิต ทาํ ใหสาํ เรจ็ ผลทค่ี าดวา จะไดร ับ 1.การทํางานดวยความ 1. ผลกั ดันองคก รไปให 1. มคี วามคิดริเร่ิม 1.ทาํ งานอยางรวดเร็ว รว มมือ รวมใจ 1.การบรหิ ารจัดการทีด่ ี ถงึ จดุ หมาย 2. ทาํ งานอยา งมสี ติ และตอเน่ือง 2.ทํางานดวยความ สงผลใหงานสําเรจ็ 2.รักษาผลประโยชน ไมใ หเกดิ ขอผิดพลาด 2.ปรับปรงุ การทาํ งาน เขา ใจ และ ใหอ ภยั 2.รูจักแบงหนา ที่ตาม ขององคกร 3. สอื่ สารและ ของตัวเองเสมอ 3.การทํางานโดยไม ความสามารถของแตล ะ 3.ทํางานเปนทมี ประสานงานอยา งมี 3.พัฒนาการทาํ งาน มี เกี่ยงหนัก - เบา คนและใชค นใหถ กู กบั 4.สือ่ สารกนั อยา งมี ประสิทธิภาพ ไหวพรบิ และปฏภิ าณ 4.ชวยกนั ทาํ งานโดยมงุ งาน ประสทิ ธิภาพ 4. ทาํ งานอยา งตอเน่ือง 4.รจู กั แบง ความ ผลสาํ เร็จ 3.ทําใหเ กิดความอดทน 5.การทํางานทีไ่ ดผล จนสําเร็จ รบั ผดิ ชอบ 5.ปราศจากคอรปั ชน่ั และ เสียสละ เปนบวก 5. คาํ นงึ ถงึ ทมี งาน 5.การทาํ งานมงุ 6.พรอมใจทํางาน ดว ย 5.ประสานการทาํ งาน 6. ทํางานแบบมอื อาชีพ ผลสําเร็จ ความซอื่ สัตย อยางตอเนือ่ ง จน ประสบความสาํ เรจ็ 31 แผนปฏิบัติการดา นการประชาสมั พันธ เพ่ือขบั เคล่อื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม

G R EE N Goal RAPIDITY ENERGY ENDURANCE NEED เปาหมาย รวดเร็ว ทนั ที มพี ลัง ความอดทน ความจําเปน ผลทคี่ าดวาจะไดร บั 1. ทาํ งานแบบมี 1. ทาํ งานอยา งรวดเร็ว 1. มีพละกาํ ลังทาํ งาน 1. มคี วามอดทนไมเ ก่ียง 1. รูวาอะไรควรทาํ ไม เปา หมาย และตอ เน่ือง อยา งขะมกั เขมน หนกั - เบา ควรทํา 2. ตั้งใจทํางานใหบรรลุ 2. ปรบั ปรุงการทาํ งาน 2. มคี วามสามารถใน 2. ขยัน ยอมรับ และ ให 2. เรียงลําดับ เปาประสงค ของตนเองเสมอ การทํางาน อภัยกับผรู ว มงาน ความสาํ คัญกอนหลงั 3. ทาํ งานดวยความ 3. มไี หวพรบิ และ 3. มีพลงั งานในการ 3. ฝา ฟน อุปสรรค 3. ส่งิ ทีค่ วรปฏบิ ัติ หรือ มุงม่ัน ปฏิภาณ ทาํ งาน มุงม่นั สูผลสําเร็จ ควรแกไ ขอยา งไร 4. รูจักแบง ความ รบั ผิดชอบ 3. มหี นว ยงานกลางรบั ผิดชอบงานดา นภาพลกั ษณและการสอื่ สารภายนอกที่ชดั เจน ขอคนพบจากการศึกษาไมวาจะเปนผูบริหารหรือบุคลากรตางเห็นไปในทิศทางเดียวกันวา ควรมีหนวยงานกลางที่รับผิดชอบงานดานภาพลักษณและการส่ือสารของกระทรวงอยางชัดเจน เน่ืองจากปริมาณของภารกิจและขอมูลที่มีเปนจํานวนมาก รวมทั้งหนวยงานภายใตสังกัดคอนขางมาก งานดา นภาพลักษณแ ละสื่อสาร จงึ ตอ งมีหนวยงานที่ไดรับการแตงต้ังหรือมอบหมายใหทํางานในภารกิจ น้ีอยางเปน ทางการ (ปจจุบันมีคําส่ังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ท่ี 41/2560 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ พ.ศ. 2560 เรื่องการจัดต้ังสํานักงานโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานดานการประชาสัมพันธ โดยข้ึนตรงตอปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม) 4. การเรง พัฒนาบคุ ลากรและเตรยี มความพรอ มดานทรัพยากร 32 จัดอบรมและฝกทักษะทางดานกลยุทธก ารสือ่ สาร แบรนด ภาพลักษณองคก ร ใหกบั ผบู ริหารและพนักงานทเ่ี กยี่ วขอ ง 4 ดานคือ 1. ทักษะและความเขา ใจในงานส่ือสาร การประชาสัมพนั ธ และการรณรงค 2. เทรนดก ารสอ่ื สารของโลกและพฤตกิ รรมประชากร 3. การบรู ณาการส่ือหลักกับสื่อสมยั ใหม 4. การขยายขอบขายการสื่อสารและเครือขา ย ตัวอยา งหัวขอการอบรมดงั นี้ • การสรางภาพลกั ษณท ่ีดีจากขางในสูภายนอกองคก ร • ทักษะการสื่อสารกบั ส่ือมวลชน การสอื่ สารสาธารณะ • จับประเดน็ ใหเ ปน “ขาว” / เขยี นอยางไรใหโ ดนใจส่อื • กลยทุ ธการส่อื สารภายในองคกร • เทคนิคการบรู ณาการเครื่องมือการส่ือสารครบวงจร • การเขยี นเพ่ือสรา ง Content ใหเกดิ Impact ผา นสือ่ ออนไลน • นวตั กรรมการประชาสัมพนั ธเ ชิงกลยทุ ธผ านเครือขา ยสงั คมออนไลน • เทคนิคการเปน Social Media Manager ใหก บั องคก ร • กลยทุ ธการส่อื สารในภาวะวิกฤติ แผนปฏบิ ตั ิการดา นการประชาสัมพันธ เพ่ือขับเคล่ือนงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ ม

5. ปลกู จติ สํานกึ เรอ่ื งทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอมจากคนในองคก ร การสรางแบบอยางในการปฏิบัติตัวดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยาง เปนรปู ธรรม ซึง่ ขณะนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมไดประกาศเจตนารมณในการหาม นําถุงพลาสติกและโฟมเขาไปในอาคารสํานักงานทุกหนวยงานภายใตสังกัดกระทรวงแบบ 100 % โดยใหเ วลากบั บุคลากรไดปรับตัวเปนเวลา 6 เดอื น การปลูกจติ สํานกึ มาจากพฤติกรรมการดาํ เนินชีวติ อาทิ 5.1 ลดประมาณขยะ 5.2 ลดการใชพลาสติก 5.3 เลอื กใชผลิตภณั ฑทาํ ความสะอาดท่ีเปน มิตรกบั สิ่งแวดลอ ม 5.4 พกกลองพรอ มใสอาหารชอน+สอ ม แกวกาแฟ ขวดนํ้าเตมิ น้ําดมื่ ไวใ ชเ สมอ 5.5 ใชซ ้ําแทนการท้งิ 5.6 คดั แยกขยะรีไซเคิล 5.7 จัดสภาพแวดลอ มในการทาํ งาน ใหสง เสริมภาพลักษณด า นส่ิงแวดลอ มของ กระทรวงใหเ กิดความชดั เจน 5.8 ใชน ํา้ และไฟฟาอยางรคู ุณคา 5.9 ไมใ ชสนิ คาท่ีทาํ ลายทรัพยากรธรรมชาติ 5.10 ในลําดับตอไป กระทรวง ควรกําหนดระเบียบ แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ พฤติกรรมที่เปนมิตรกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมสําหรับผูที่จะมารับจางทํางาน ใหกับหนวยงานกระทรวง กรณีศึกษา สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ท่ีกําหนด ใหหนวยงานหรือบุคคลท่ีมารับจางทํางานใหกับ สสส. จะตองเปนสถานที่ ปลอดบุหรี่ มีการตดิ ปา ยประกาศ จดั สถานท่สี ําหรับสบู บุหรอ่ี ยางชัดเจน 33 แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสมั พันธ เพ่อื ขบั เคล่อื นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม

ขอ สรุปและเสนอแนะ แผนงานท่ี 1. แผนงานดานภาพลกั ษณแ ละการสื่อสารองคก ร แผนงานดานภาพลักษณและการสื่อสารองคกร ถูกจัดใหมีความสําคัญที่สุดเปนอันดับแรก เน่ืองจากการสรางภาพลักษณองคกรน้ันจะประสบความสําเร็จได จักตองดําเนินการจากภายในองคกร และเปนภารกิจท่จี ะตอ งดาํ เนนิ การอยางเรงดวนเปนเรื่องแรก หากสามารถสื่อสารและสรางภาพลักษณ จากคนภายในองคกรแลว ก็สามารถดําเนินงานตามแผนงานที่ 2-7 ไดโดยไมยากและสามารถประสบ ความสําเรจ็ ตามแผนงานที่ออกแบบไวใ นระยะเวลาท่ีกาํ หนด 34 แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคลื่อนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม

แผนการดาํ เนนิ งาน แผนงานที่ 1. แผนงานดานภาพลักษณแ ละการส่อื สารองคก ร ลาํ ดบั รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตวั ชวี้ ัด หนวยงาน รับผดิ ชอบ 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 1 อัตลักษณอ งคกร ความเหมาะสม ระยะเวลา 1.จัดหาผชู าํ นาญการเพื่อศกึ ษา สาํ รวจ ขั้นตอน การมี ประเมนิ หรือวิจยั ออกแบบ กาํ หนด สวนรว ม รปู แบบ อัตลกั ษณข ององคก ร ประสิทธิผลกอน 2.การสรางและส่ือสารอตั ลักษณภ ายใน และหลงั การ องคกร ดําเนนิ งาน 3.การส่ือสารอตั ลักษณอ งคก รสสู าธารณะ 2 การสรา งคา นยิ มหลัก ประสทิ ธิภาพ ของรูปแบบการ 1.การวิเคราะห ประมวลผล ระดมสมอง ดาํ เนินงาน การ สรปุ ผล นําเสนอ คา นิยมหลกั ขององคกร ตอบโจทยข องผล 2.การช้ีแจง เผยแพร คานยิ มหลักภายใน ทไ่ี ดร บั การรบั รู องคก ร และความจดจํา 3.การส่อื สารคานิยมหลักองคก รสู นําไปใชใ นการ สาธารณะ ดําเนนิ งาน 3 หนว ยงานกลางรบั ผิดชอบงาน ดา นภาพลักษณและการส่อื สาร ภายนอก 4 การเรง พฒั นาบคุ ลากร การจดั การ 1.ออกแบบและวางแผนหัวขอการ หลักสูตร เน้ือหา อบรม จัดทาํ หลักสตู ร สรรหา วทิ ยากร และ วิทยากร ประโยชนตอ 2.จัดการอบรมและติดตามผล การนําไปใช 5 ปลกู จิตสํานกึ เรื่อง การตดิ ตามผล ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ การ ส่ิงแวดลอมจากคนในองคกร เปลีย่ นแปลง 1.กจิ กรรมปลกู จิตสาํ นึกทสี่ ราง พฤตกิ รรม แบบอยา งฯ ใหกบั คนภายนอก แบบสอบถาม 2.กิจกรรมทรี่ ณรงคไ ปยงั ครอบครวั เปรียบเทียบ ของบุคลากร กอนและหลงั การดําเนนิ งาน 6 การบรหิ ารจดั การภาพลกั ษณ การวิจยั องคกรท่ีชดั เจนตอสาธารณชน ภาพลักษณ แบบสอบถาม 1.การสอ่ื สาร “อัตลกั ษณองคก ร” เปรยี บเทียบ 2.การสื่อสาร “สรางคา นิยมหลักของ กอ นและหลงั องคกร” การดําเนนิ งาน 3.การส่ือสารเร่ืองการพัฒนาบุคลากร 4.การสอ่ื สารเรอ่ื งการปลกู จิตสํานกึ ใหก ับบุคลาการและครอบครวั 5.การสือ่ สารระเบียบเกย่ี วกบั พฤติกรรมทเี่ ปนมิตรกบั ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม สําหรบั ผูทีม่ ารับจางทํางานใหกับ หนวยงานในกระทรวง 35 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสัมพันธ เพื่อขบั เคล่อื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม

2. แผนงานดานสอ่ื นวัตกรรม และส่ือใหม วตั ถปุ ระสงค 1. เพื่อการสรางชองทางส่ือของกระทรวง ท่บี รหิ ารจดั การและควบคุมได 2. เพ่ือสรางกองบรรณาธิการ มีหนาท่ีหลักในการผลิตเนื้อหาที่ไมไดมีแตเน้ือหาของกระทรวง เทาน้ัน แตผลิตประเด็นขาวความเคล่ือนไหวที่เก่ียวของกับทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ระดบั ประเทศ รวมท้งั ระดบั โลก 3. เพ่อื การบริหารจดั การ บรู ณาการส่ือเกาและสอื่ ใหม ใหเ ขาถึงกลมุ เปาหมาย 4. เพ่อื การสรา งสอ่ื บคุ คลใหเ ปนผนู าํ การเปลย่ี นแปลง 5. เพอ่ื สรางเครอื ขา ยส่อื ชวยในการกระจายขา วสาร “ส่ือสังคมออนไลน ไมไดเปนเพียงสื่อท่ีไดรับความนิยมเทานั้น กลาวไดวาเปนส่ือหลักของ การส่ือสารเพื่อสรางการรับรู และยังคงมีนวัตกรรมความกาวหนาอยางตอเนื่องอีกท้ังยังมีแนวโนมวา จะพัฒนาไปอีกมาก จึงเปนที่นาสนใจวาองคกรควรใหความสําคัญกับการเปล่ียนแปลงดังกลาว การใช สื่อสังคมออนไลนเพ่ือการประชาสัมพันธ นํามาซ่ึงช่ือเสียงภาพลักษณ สนับสนุนธุรกิจและกิจการ ขององคกรที่ไมใชเพียงแคมีแลว ใชแลว แตตองใชอยางมีประสิทธิภาพโดยคํานึงถึงประโยชนที่จะไดรับ จากการสื่อสารของผูมีสวนไดสวนเสีย สังคม ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม สื่อสังคมออนไลน เปน รปู แบบการสื่อสารทเี่ ขา ถงึ กลมุ เปา หมายทกุ ระดับ ทงั้ ในประเทศและเวทโี ลก” (อางองิ 6) นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัย 2018 Digital Yearbook (อางอิง 7) พบวา “ไทย” เสพติดเน็ต มากท่ีสดุ ในโลก“กรุงเทพ”เปนเมืองท่ีมีผูใช Facebook สูงสุด โดย“We Are Social” ดิจิทัลเอเยนซี่ และ “Hootsuite” ผูใหบริการระบบจัดการ Social Media และ Marketing Solutions ไดรวบรวม สถิติการใชงานอินเทอรเน็ตท่ัวโลก ฉายภาพการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคธุรกิจออนไลน และพฤติกรรม การใชอินเทอรเ น็ตในแตละประเทศ พบวามีผูใ ชง านอนิ เทอรเนต็ มากกวา 4,000 ลา นคนทว่ั โลก โดย 5 อันดับภาษาที่นิยมส่ือสารกันบน Facebook อันดับ 1 คืออังกฤษ รองลงมาคือ สเปน, ฮินด,ี อินโดนีเซยี , โปรตุกสี โดย “ไทย” ติดอนั ดับ 12 มจี ํานวนผใู ชง าน 52,000,000 คน ประเทศไทยมีประชากร 69.11 ลานคน (53% อยูในเขตเมือง) แบงเปนประชากรผูหญิง 51.3% และผูชาย 48.7% รายไดตอหัวประชากรไทย โดยเฉล่ียอยูที่ 16,946 ดอลลารสหรัฐตอคน ตอป มีอัตราการรูหนังสือของประชากรไทย คิดเปนสัดสวน 97% ของประชากรทั้งประเทศ มีผูใชงาน 36 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พนั ธ เพอ่ื ขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม

อินเทอรเ น็ต 57 ลานคน มีผูใ ชงาน Social Media มากถึง 51 ลานคน มีผูใชงานโทรศัพทมือถือ สูงถึง 93.61 ลานเลขหมาย มากกวาจํานวนประชากรทั้งประเทศ ในจํานวนผูใชงานอินเทอรเน็ตทั้งหมด มีผใู ช Social Media เปนประจําผา น Smart Device จาํ นวน 46 ลานคน ทําใหปจจุบันประเทศไทยเปนประเทศท่ีใชเวลาตอวันอยูกับอินเทอรเน็ตมากที่สุดในโลก รวมทุกอุปกรณเฉล่ียอยูที่ 9 ชั่วโมง 38 นาทีตอวัน และถาวัดเฉพาะการใชงานอินเทอรเน็ตบน สมารทโฟน “ไทย” ยังคงเปนประเทศท่ีใชเวลาทองเน็ตตอวันมากที่สุดในโลกเชนกันเฉลี่ยอยูที่ 4 ชั่วโมง 56 นาที นอกจากน้ีคนไทยยังใชเวลาในการเลน Social Media เฉล่ีย 3 ชั่วโมง 10 นาทีตอวัน และใชเวลาไปกับการดูทีวี (Broadcast, Streaming, Video On Demand) ไมต ํ่ากวา 4 ชั่วโมง 3 นาทตี อวัน สวนพฤติกรรมดูวิดีโอออนไลนของคนไทย พบวา 57% ดูวิดีโอออนไลนทุกวัน 27% ดูวิดีโอ ออนไลนทุกสัปดาห 9% ดูวิดีโอออนไลนทุกเดือน 3% ดูวิดีโอออนไลนนอยกวา 1 ครั้งตอเดือน และ 3% ไมเ คยดวู ิดีโอออนไลน ขณะท่ีพฤติกรรมของผูใชอินเทอรเน็ตตอการดู “ทีวี”พบวา 96% ชมผานเครื่องรับ โทรทัศน อีกหนึ่งขอมูลที่นาสนใจคือ มี 21% ท่ีดูคอนเทนต Online Streaming บนเคร่ืองรับ โทรทัศน แสดงใหเห็นวาปจจุบัน “Smart TV” เริ่มเจาะเขาไปอยูในครัวเรือนคนไทยมากขึ้น และ มี 40% ดคู อนเทนต Online Streaming ผานอุปกรณตางๆ เชน สมารท โฟน, แทบ็ เลต็ 10 แ อ ป พลิ เ ค ชั นใ ช ง าน สู ง สุ ดใ น ไ ทย อั น ดับ 1)LINE 2)Facebook 3)Facebook Messenger 4)Instagram 5)K-Mobile Banking 6)Joox Music 7)LAZADA 8)Twitter 9) WHOSCALL 10) My AIS ปดทายผลวิจัยสําหรับประเทศไทย ดวยการใช “สื่อโฆษณา” เพ่ือสราง Brand/Product Awareness ใหไดผล พบวาส่ือ 5 อันดับแรกท่ี “ทรงพลัง” ในการสรางการรับรูในแบรนดและสินคา- บรกิ าร คอื 1 สอื่ โทรทศั น 2 ส่อื ออนไลน 3 ส่ือส่งิ พิมพ 4 ส่ือในสโตร และ 5 โปสเตอร 37 แผนปฏิบัตกิ ารดา นการประชาสมั พันธ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม

สรปุ ไดวาแมสื่อออนไลนจะมาแรงแซงทางโคงทกุ สื่อ แตส่ือเกาก็ยังคงมีความสําคัญและทรง อิทธพิ ลตอผูบริโภคสาร เนอ่ื งจากยังคงมคี วามนาเชอื่ ถอื (ไมเปนขาวเท็จ) มากทส่ี ดุ โดยในปจจุบัน YouTube ยังคงเปนวิดีโอแพลตฟอรมชองทางเลือกอันดับ 1 ที่ผูใชงานจะ นึกถึงและเขาใชงาน โดยขอมูลจากการสํารวจยอดวิวคอนเทนต Re-Run พบวาผูชมเลือกชมผาน ชองทาง YouTube มากถึง 89% ของยอดวิวคอนเทนต Re-Run ท้ังหมด เม่ือเทียบกับวิดีโอ แพลตฟอรม อน่ื ๆ และจากการสํารวจของ YouTube ยังพบวา จากจํานวนผูใชอินเทอรเน็ตท้ังหมดในประเทศ ไทย ประมาณ 46 ลานคน มีผูใชในเมืองและนอกเมือง เปนสัดสวน 92-93% ท่ีใชงาน YouTube แสดงวาสถานทีอ่ ยูไมไ ดมผี ลตอ การใชงาน และมีสัดสวนมากถึง 75% เขาใชงานเปนประจําทุกวัน และ 62% ใชง านอยางสมํา่ เสมอ นอกจากนผ้ี ูใชงาน YouTube ยังสามารถแบง ตามกลมุ ไดดังนี้ 85% อายุ 16-24 ป 79% อายุ 25-34 ป และ 67% อายุ 35 ปข น้ึ ไป ซึ่งตัวเลขเหลาน้ีบอกวา YouTube เปนแพลตฟอรมวิดีโอที่คนไทย ไมวาจะอยูท่ีไหน ไมวา จะอายุเทา ไร กใ็ ชง าน YouTube กันเปนเรอ่ื งปกติ โดยผลสาํ รวจยังระบดุ ว ยวา 51% ดรู ายการ Re-Run พลาดการดรู ายการสาํ คญั , ละครยอดนิยม 33% เรยี นรสู ่งิ ใหม / 70% ฟง เพลง / 24% หาขอ มูลสินคา และบรกิ าร คนใช YouTube ระหวา งสปั ดาหเ ฉลย่ี 2.3 ชวั่ โมง และชวงสุดสัปดาหเพิม่ เปน 2.9 ชว่ั โมง เพ่ิมขน้ึ 30% 6 ใน 10 Top เพลงคือ เพลงลูกทุง แสดงวาเนอ้ื หาของไทยท่เี ปน Local ไดร บั ความนยิ มสงู คกุ ก้เี สีย่ งทาย Bnk48 ไดรับความนิยมสงู เผยแพร 4 เดอื น 90 ลานววิ และนา จะถึง 150 ลานวิวเรว็ ๆ นี้ 38 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสัมพันธ เพอื่ ขับเคล่ือนงานดานทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม

กรณีศึกษา : ความสําเร็จของการใช Social Media ของ SCB สรางคอนเทนตที่แตกตางใน แตละแพล็ทฟอรม (อา งองิ 8) สําหรับทุกแพลตฟอรมของ SCB ไมวาจะเปน Facebook LINE Instagram Youtube หรือ Twitter มียอดผูติดตามสูงที่สุดในบรรดาระบบธนาคารของไทย ท่ีสําคัญยังมียอดความผูกพัน (Engagement) ท่ีสูงมากอีกดวย สูงท้ังในแงของปริมาณและคุณภาพของโซเชียลมีเดีย แตทวา คอนเทนตของแตละแพล็ทฟอรม มีหนาตาและหนาท่ีท่ีแตกตางกัน โดยทาง SCB มีวิธีการจัดการกับ แพล็ทฟอรม ตางๆ ทีไ่ มเ หมอื นกนั • Facebook มียอดกดติดตาม 3.2 ลานคน วิธีการคือเลนกับอารมณ เชน สนุกตลก เศรา ซึ้ง เปน ตน โดยโพสตวนั ละ 3 คอนเทนต • LINE มีจํานวนเฟรนด 31.5 ลานคน จะเนนอะไรท่ีคอนขางส่ือกับกลุมท่ัวไป การสื่อสาร เฉพาะกลมุ จะใชไมไ ดก ับไลน และโพสตแคว นั ละครั้งเทา นัน้ • Twitter มีผูติดตาม 632,000 คน จะเปนเรื่องของการแจงขาวสาร ดวยขอความสั้นๆ หรือเรื่องราวดวนๆ จะใชไดดี ทวิตเตอรจะประมาณ 5-6 ทวิตตอ วนั • Youtube มียอด Subscriber 58,712 คน จะเปนเสมือนชอง TV และจะเนนเน้ือหา ท่ีมอี รรถรสมากข้นึ • Pantip จะเปนชองทางที่ทรงอิทธิพลมาก แตคนที่เขามาอานหรือมาโพสตถึงอาจจะไมใช คนท่ีเปนแฟนของแบรนดทีเดียวนกั • Instagram มียอดผูติดตาม 2.56 หม่ืนคน เปนเสมือนแม็กกาซีนของแบรนด ใชเพ่ือ ความเปน Lifestyle Branding สวยๆ ดเู พลนิ ไมเ นน ความหวอื หวา เนน ความสุนทรีย ตัวอยา งองคก รที่สรา งชองทางสื่อของตนเองและประสบความสาํ เร็จ 39 แผนปฏิบตั กิ ารดา นการประชาสมั พันธ เพื่อขบั เคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอม

แผนงานดา นสือ่ คอื การสรางชองทางสือ่ ท่ีควบคุมได การสรา งชอ งทางส่ือสารของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมที่ชัดเจน ท้ังส่ือหลัก และสื่อ Social Media อาทิ สถานีโทรทัศน website youtube line ฯลฯ ควบคูไปกับ การดําเนินงานแบบพันธมิตรกับสื่อหลัก (โทรทัศน วิทยุ หนังสือพิมพ) รวมทั้งการสรางความแข็งแรง การสรางกระแส การประชาสัมพนั ธเ พ่ือขับเคลือ่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมซึ่งจะตอง มีกองบรรณาธิการในการบริหารจัดการในการติดตาม วิเคราะห นําเสนอประเด็นเน้ือหา การนําเสนอ ตลอดเวลา ดวยการส่อื สารอยางมกี ลยุทธ ทีม่ ศี กั ยภาพบนทุกพน้ื ทีส่ ่อื นอกจากน้ียังตองมีการสรา งสื่อบุคคลและการสรา งเครือขา ยสื่อควบคูก นั ไปดวย สอ่ื บคุ คล 1. สรรหาสื่อบุคคลที่มีการใชชีวิตเปนมิตรกับธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ไมจําเปนตอง เปนผูมีชื่อเสียงเสมอไป นํามาเปนบุคคล หรือครอบครัวตนแบบ ถายทอดวิธีการ กระบวนการ การใชชีวิต เพื่อเปนตัวอยางใหเกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู หากเปนผูบริหารกระทรวงเองสวนหนึ่ง จะไดภ าพลักษณของกระทรวงมีความชัดเจนขึ้น 2. “ทูต Green/สีเขียว” คัดเลือก ดีเจ พิธีกร ดารา ท่ีมีความสนใจ ใสใจเรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เพื่อใหเปนตัวแทนในการสื่อสารเพ่ือสรางความตระหนก ใหประชาชนตระหนัก เกิดจิตสํานึก และเขามามีสวนรวมเร่ืองของการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอ มในท่สี ุด สรา งเครอื ขายส่ือ 1. สรางเครือขา ยส่ือระดบั ทองถ่ิน 1.1 สอ่ื มวลชนทองถน่ิ 1.2 สราง ทสม. ใหเ ปน ผูก ระจายขา ว 2. เพ่มิ พ้ืนท่ีการนาํ เสนอขา ว ดวยการสรา งเครือขา ยสื่อในหมวดอ่ืนๆ 40 แผนปฏิบัติการดานการประชาสมั พันธ เพื่อขับเคล่อื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม

ขอสรปุ และเสนอแนะ แผนงานท่ี 2. แผนงานดา นสือ่ นวัตกรรมและส่อื ใหม แผนงานดานสื่อ นวัตกรรมและสื่อใหมถูกจัดลําดับความสําคัญเปนอันดับที่ 2 เพ่ือการสราง ชองทางสื่อเปนของตนเอง เปนการบูรณาการส่ือเกาและส่ือใหม เปนการสื่อสารภาพลักษณท่ีดีไปยัง กลมุ เปาหมายท่ีตองการไดอ ยา งดที ่ีสุด “ปจ จุบนั นีไ้ มมีใครอานหนังสือพิมพและแมกระท่ังเปดเว็บไซต ทุกคนรอ รอมีคนแชร เขามา ใน LINE ใน Facebook ใน Twitter ใน Instagram หมดแลว มีคนชวยอาน ชวยกลน่ั กรองให เพราะฉะนั้นตอ งคิดวา เราจะใชประโยชนจาก Social Media ไดอ ยางไร จากการท่ีสื่อด้ังเดิมลดลงเปนท้ังอุปสรรคและโอกาสของนักประชาสัมพันธ อุปสรรค หมายถงึ เมอื่ จัดกจิ กรรมทเ่ี กยี่ วของกบั สือ่ มวลชนกล็ าํ บากใจในการเชิญส่อื ที่มีจาํ นวนลดนอยลง มาก แตเปนโอกาสก็คือ ไมตองเหน่ือยมากหากมีความสัมพันธท่ีดีกับสื่อมวลชน เราก็ สง Footage แบบ Taylor Made ใหก บั โทรทศั นทุกชอง หนงั สอื พิมพทกุ ฉบับ น่ีคือโอกาสของการสื่อสารองคกรยุคใหม ที่ไมตองพ่ึงนักขาวอีกตอไป ขณะเดียวกัน ก็เปน ผลพลอยได ขา วนั้นสามารถนําไปผลิตเพอ่ื ชอ งทางสือ่ ขององคกร” (อางอิง 1 ) สอดคลองกับผลจากการศกึ ษาวจิ ยั ในดานการใชส่อื สรปุ ไดวา ควรสรางชองทางการสื่อสารท่ีเหมาะสมครอบคลุมกลุมเปาหมายทุกกลุม โดยการเลือกใชสื่อ นั้นสามารถใชส ือ่ ไดหลากหลายทุกประเภททัง้ สอ่ื เกา เชน หนงั สือพิมพ วิทยุ โทรทัศน แผนพับ ฯลฯ ส่ือ สมัยใหมอ ยาง Social Media ตางๆ หรือสื่อทองถิน่ พืน้ บานเปนตน โดยจะตองคัดเลือกส่ือใหเหมาะสม กบั กลมุ เปา หมาย มีการออกแบบกิจกรรมหรอื เนอ้ื หาใหเหมาะสมกับกลุมผูรับสารและบริบทในเชิงพ้ืนที่ ในขณะเดียวกันก็จะตองวางแผนการทํางานเชิงรุกท้ังในระยะสั้นและในระยะยาวเพื่อสรางจิตสํานึก โดยจะตอ งดาํ เนนิ งานอยา งตอเนือ่ ง ดังนั้นการสรางชองทางส่ือเปนขององคกรเอง จึงเปนทางเลือกใหมที่จะทําการส่ือสาร การประชาสัมพันธเพื่อขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม ใหเ ขาถึงกลุม เปา หมายไดอ ยา งมน่ั คงและย่ังยนื 41 แผนปฏบิ ัติการดานการประชาสัมพนั ธ เพื่อขบั เคลือ่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม

แผนการดําเนนิ งาน แผนงานที่ 2. แผนงานดานสือ่ นวัตกรรมและส่อื ใหม ลาํ ดบั รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตวั ชว้ี ัด หนวยงาน รบั ผดิ ชอบ 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 1 การสรางชอ งทางสอ่ื การดาํ เนนิ การ ตามระยะเวลา / 1.จัดตัง้ กองบรรณาธกิ ารที่มีความ การออกแบบ เช่ยี วชาญทางดานการจดั การเน้ือหา ชอ งทางสื่อ / ในการบรหิ ารจดั การประเด็น เนื้อหา รูปแบบและ สถานีขา ว ทรัพยากรธรรมชาติและ เนือ้ หาของ สง่ิ แวดลอ ม รายการ / 2.จดั หาผูดําเนินการท่ีเชี่ยวชาญใน ประเด็นท่ี การออกแบบและสรา งชอ งทางสื่อ นําเสนอ / อาทิ สถานีโทรทัศน website จํานวนผูติดตาม youtube line ท่ีไมใช website รับชม และผล หลักขององคกร สะทอ นกลบั 3.การดําเนินงาน 2 สรรหาสื่อบุคคลท่มี ีการใชช วี ิตเปน การครอบคลุม มิตรกบั ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม ของรายช่อื 1.สํารวจรายช่ือสื่อบุคคลเปา หมาย ประสทิ ธิภาพ ใหค รอบคลุมผูนําความคิด และ ของการ จดั ทําบญั ชรี ายชื่อ ประสานงาน / 2.สรา ง-สง เสริมใหเปน บคุ คลหรอื ความตอเนอื่ ง ครอบครวั ตนแบบใชช ีวติ เปนมิตร และความ กบั ธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม เหมาะสมขอ กิจกรรม 3 “ทตู Green/สเี ขียว” เครือขาย 1.คัดเลือก ศลิ ปน ดีเจ พธิ ีกร ดารา การครอบคลุม บคุ คลในวงการบนั เทงิ ทม่ี ชี ่ือเสยี ง ของรายชื่อ ทง้ั บุคคลเบื้อหนา และเบอ้ื งหลงั ความรว มมือ และจดั ทําบญั ชีรายช่อื รปู แบบกิจกรรม 2.เปนตวั แทนในการสื่อสาร การ และการมสี วน อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ รว ม /การ ดําเนินงาน และ ผลสะทอนกลบั สงิ่ แวดลอม 3.จัดรูปแบบกจิ กรรมทเ่ี หมาะสม อาทิ การประชุมช้แี จง การมอบ รางวลั จัดกิจกรรมในพ้ืนท่ีตางๆ 4 สรา งเครือขา ยส่อื ระดบั ทองถน่ิ การครอบคลุม 1. สาํ รวจส่อื ทอ งถ่ิน จดั ทําบัญชี ของรายช่อื รายช่อื ความรวมมือ 2. อบรม ทสม. เกีย่ วกับการสื่อสาร รูปแบบกจิ กรรม และการประชาสมั พนั ธ และการ และการมีสว น สรา งความสมั พนั ธกบั ส่ือทองถิน่ รวม /การ 3. ขยายเครือขาย ดําเนินงาน และ ผลสะทอนกลับ 5 การเพ่ิมพนื้ ท่กี ารนําเสนอขา ว 42 แผนปฏิบตั ิการดานการประชาสัมพันธ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม

3. แผนงานดานเนื้อหา การบริหาร Content วตั ถปุ ระสงค 1. เพ่ือการสรางประเด็นใหเปนวาระแหงชาติ 2 บทบาทคือ ทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดลอ ม 2. เพ่ือสรางความ“ตระหนก”จากประเด็นเชิงลบใหเห็นผลรายของการทําลายทรัพยากร ธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เพ่ือใหเกิดความ“ตระหนัก”ในการใชชีวิตเปนมิตรตอธรรมชาติและ ส่งิ แวดลอ ม 3. เพ่ือสรางประเด็นเชิงบวกที่เปนองคความรู และนวัตกรรมดานทรัพยากรธรรมชาติและ สงิ่ แวดลอม 4. เพ่อื จัดทาํ ตารางปฏิทนิ การสอ่ื สารเชงิ รกุ ดวยภารกิจ บทบาทและหนาที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมมีจํานวนมาก โดยครอบคลุมทรัพยากรธรรมชาติท้ังหมดของประเทศ คือ ปาไม สัตว นํ้า ทะเล อากาศ มลพิษ ขยะ ทรัพยากรธรณี ฯลฯ หากนําเอาภารกิจ บทบาทและหนาที่น้ันมาเปนประเด็นนําในการส่ือสารเพ่ือ การสรางภาพลักษณ รวมทั้งการประชาสัมพันธเพื่อขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดลอมแลวไมส ามารถสรา งภาพลกั ษณ หรือสรา งจติ สาํ นึกเพอื่ การมสี ว นรวมแบบองกรวมได คณะท่ีปรึกษาจึงออกแบบแผนงานดานเน้ือหา เปนการบริหารจัดการประเด็น 3 สวน ตามบริบทของสังคมไทย ซ่ึงตอบโจทยยุทธศาสตรชาติ 20 ปท่ีวา “สรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิต ท่เี ปน มิตรตอ สิ่งแวดลอ ม” เรียงตามลาํ ดับดงั นี้ 43 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสัมพันธ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ ม

1. ตนเองและครอบครวั “กนิ อยูรคู ิดเปน มิตรกบั ธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม” ประเด็นท่ีผูคนสนใจมากที่สุดก็คือ สิ่งที่เก่ียวของกับตนเองและครอบครัว ก็คือพฤติกรรม ที่เก่ียวของกับชีวิตประจําวัน การทําใหตนเองและครอบครัวกินอ่ิมนอนหลับ สุขภาพรางกายแข็งแรง มีเงนิ ใช มคี วามสุข การจัดการส่ิงแวดลอมที่เกี่ยวของก็คือ ขยะในบาน การใชน้ํา การใชผลิตภัณฑอุปโภค ท่เี ปน มิตรกับธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม การบริโภคอาหารใหเ หลอื เปน ขยะนอยท่ีสุด การเพ่ิมโอโซนหรือ เพิ่มพืน้ ท่ีสเี ขียวของธรรมชาตภิ ายในบาน ฯลฯ 2. สังคม “คุณภาพทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มคือคณุ ภาพชีวิต” ประเด็นทางสังคม เกี่ยวของกับชีวิตมนุษยในอันดับถัดมา ก็คือความเปนอยู การมีอาชีพใน การทํามาหากิน เร่ืองของสังคมรอบๆ ตัว บาน ที่ทํางาน เมื่ออยูภายใตสังคมที่ดี ธรรมชาติท่ีดี สงิ่ แวดลอ มทดี่ ี สังคมก็เปนสขุ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมท่ีเกี่ยวของก็คือ การเลือกใชวัสดุ อุปกรณ สํานักงาน ผลิตภัณฑท่ีผลิตโดยไมทําลายทรัพยากรธรรมชาติ หรือจากผูผลิตท่ีคํานึงถึงการรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ขยะสํานักงาน การใชพลังงาน การใชวัสดุสิ้นเปลืองใหคุมคาท่ีสุด อาทิ กระดาษ การชว ยกนั รกั ษาสภาพแวดลอมสาธารณะ อาทิ ไมท้งิ ขยะในท่สี าธารณะ ฯลฯ 3. ประเทศ “คนไทยหวั ใจสีเขียว” ประเด็น คือ การจดั การทรัพยากรธรรมชาตใิ หเ กิดประโยชนส ูงสุด การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเกี่ยวท่ีของก็คือ การท่ีประชาชนมีสวนรวมกับ ภาครัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ มีจิตสาธารณะในการรวมมือกันอนุรักษ ทรพั ยากรธรรมชาติและและรกั ษาสงิ่ แวดลอ ม โดยนําเอาภารกิจของกระทรวงมาส่ือสารใหสอดคลองกับสถานการณ ประเด็นขับเคล่ือนและ ประเด็นชนี้ ําสังคม ดังน้ี 1. ประเดน็ ปญ หาดานขยะ เน้ือหา : นําเสนอขอมูลตัวเลขและสถานการณปญหาขยะประเภทตางๆ ของประเทศไทย ในปจจุบัน เปรียบเทียบขอมูลยอนหลังกับในอดีต หรือแนวโนมการเพ่ิมขึ้นของประเภทหรือชนิดตางๆ โดยนําขอมูลเหลาน้ีมาเปรียบเทียบหรืออางอิงกับประเทศเพ่ือนบาน กับประเทศที่ไดรับการยอมรับวา มปี ญหาขยะนอยหรือมรี ะบบการจัดการขยะที่ไดร บั การยอมรบั ในระดับสากล รวมไปถึงผลกระทบที่เกิด ขนึ้ กับประชาชนเพือ่ กระตนุ ใหเ กดิ ความตระหนักและเหน็ ความสาํ คัญ แนวทางการขับเคล่ือน : นําประเด็นปญหาตางๆ มาสรางเปนเรื่องราวที่มีความตอเนื่อง ผานการนําเสนอท่ีนาสนใจ โดยใชลักษณะของการเปรียบเทียบใหประชาชนไดรับรูขอมูล รับทราบ ปญหา รวมท้ังผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พรอมกับการพัฒนาพื้นท่ีตนแบบ ในการจัดการปญหาขยะในระดับครัวเรือน ชุมชน หมูบาน ตําบล อําเภอ หรือจังหวัด รวมไปถึง ภาคเอกชนที่มีความสามารถในการจัดการกับปญหาขยะ ท่ีจะเปนแรงบันดาลใจใหกับชุมชนหรือพื้นที่ อ่ืนๆ นําไปขยายผลได 44 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสัมพันธ เพอื่ ขับเคลอ่ื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม

2. ประเด็นดานทรัพยากรน้าํ เน้ือหา : นําเสนอขอมูลสถานการณนํ้าในประเทศไทยท้ังหมด และสถานการณและปญหา เรอ่ื งทรพั ยากรน้าํ ในนานาประเทศ ไมวาจะเปนจากแหลงนํ้าในธรรมชาติ แหลงน้ําจากใตดิน และแหลง นา้ํ จากแหลงกกั เก็บตา งๆ โดยใชต ัวเลขเชงิ เปรยี บเทยี บกบั ความจําเปนในการใชน้ําท้ังในดานการเกษตร และการอุปโภคบริโภค หรือในอุตสาหกรรม รวมไปถึงการนําเสนอเรื่องคุณภาพนํ้าจากแหลงตางๆ ท้ังแหลงนํ้าจากธรรมชาติตามปาเขา แมนํ้าลําคลอง รวมไปถึงทะเล เพื่อเช่ือมโยงกับเร่ืองของการ อนุรักษธรรมชาติ แนวทางการขับเคล่ือน : นําประเด็นปญหาตางๆ มาสรางเปนเรื่องราวท่ีมีความตอเน่ืองผาน การนําเสนอทน่ี าสนใจ มกี ารเปรียบเทยี บขอ มลู ยอ นหลงั และการคาดการณลว งหนา รวมไปถึงขอมูลกับ ประเทศเพือ่ นบา น และประชาคมโลก การนาํ เสนอขอมูลในเชิงพื้นท่ีๆ มีการระบบการบริหารจัดการนํ้า ท่ดี ี หรอื โครงการดีๆ ของภาครฐั ทตี่ อ งการใหนํ้าเปน ทรัพยากรสําคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยในมิติ ตางๆ เพ่ือใหประชาชนไดมองเห็นผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนในภายหนา แลวเกิดความตระหนักและ เห็นความสําคัญของการใชนํ้าอยางรูคุณคา ใชน้ําใหเกิดประโยชนสูงสุด และไมสรางผลกระทบ ทจ่ี ะสงผลตอ คุณภาพนาํ้ 3. ประเด็นดานทรัพยากรปาไมและธรรมชาติ เนื้อหา : นําเสนอขอมูลดานสถานการณปาไมและทรัพยากรธรรมชาติตางๆ ในปจจุบัน อาทิ พื้นที่ปา ไมใ นปจจุบัน พื้นท่ีของปาประเภทตางๆ มีการเปรียบเทียบการเพิ่มหรือลดจํานวนของปริมาณ ปาไม นําเสนอโครงการสําคัญท่ีดําเนินการในระดับพ้ืนที่ๆ สามารถสรางการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ขึ้น มีผลหรือตัวเลขชี้วัดท่ีชัดเจน รวมไปถึงการพัฒนาพื้นท่ีตนแบบใหคนสามารถอยูกับปาและ ใชประโยชนจากปาไดอยางยั่งยืนโดยมีการสํารวจและเก็บขอมูลเชิงสถิติที่ชัดเจน วาพื้นที่ปาแตละแหง จะสามารถสรางงานสรา งอาชพี และสรางรายไดใหก บั คนในชมุ ชนเพิม่ ขึน้ มากนอยแคไหนอยางไร รวมไป ถึงแนวทางการแกปญหาท้งั ในระดบั ชุมชนทอ งถ่ินทหี่ นว ยงานภาครฐั เขาไปหนุนเสริม ทางการขับเคล่ือน : นําประเด็นปญหาตางๆ ดานทรัพยากรปาไมและธรรมชาติมาสราง เปนเรื่องราวที่มีความตอเนอื่ งผานการนําเสนอท่ีนาสนใจ เช่ือมโยงเรื่องของปาไมเขากับปญหาตางๆ ใน ชีวิตประจําวันของคนในปจจุบัน เพื่อใหประชาชนหรือกลุมเปาหมายตระหนักและเห็นความสําคัญของ การดูแลรกั ษาปา เพราะปาจะสรางมูลคาใหกับชุมชนโดยรอบไดมากกวาการตัดไมไปขายหรือการตัดไม ทําลายปา รวมไปถงึ การนาํ เสนอโครงการตางๆ ที่ประสบความสําเร็จมองความเปลี่ยนแปลงท่ีชัดเจน มี ขอมูลสถิติเปรียบเทียบในดานตางๆ เพื่อสรางใหเกิดภาพลักษณท่ีดีในการทํางานรวมกับชุมชนทองถ่ิน ในการรวมกันอนุรกั ษปา ไม โดยไมจ าํ เปน ตองนําเสนอแตเ ร่ืองของการจับกมุ ผูกระทําความผดิ อยางเดยี ว 4. ประเดน็ เร่อื งภาวะโลกรอ นและกา ซเรอื นกระจก เนื้อหา : นําเสนอขอมูลที่อัพเดทเปนประจําและตอเน่ืองเกี่ยวกับสถานการณปญหาโลกรอน และกาซเรือนกระจก ใชขอมูลเชิงเปรียบเทียบ ตัวเลข สถิติ ความเปลี่ยนแปลงตางๆ ท้ังในเร่ือง ของอุณหภมู ใิ นเชงิ พืน้ ท่ี ลงลกึ ไปในระดับอําเภอ ตําบล ของแตละจังหวัดท้ังในประเทศและตางประเทศ รวมไปถึงแนวทางการถอดบทเรียนความสําเร็จของประเทศท่ีกอใหเกิดกาซเรือนกระจกนอยที่สุด และ สรางพ้ืนท่ีตนแบบทั้งในระดับชุมชน หมูบาน ที่มีกระบวนการหรือมีสวนรวมในการแกปญหาเหลานี้ อยา งย่ังยนื 45 แผนปฏบิ ตั ิการดา นการประชาสัมพันธ เพอื่ ขับเคลอ่ื นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม

แนวทางการขับเคลื่อน : นําประเด็นปญหาและขอมูลในดานตางๆ ของปญหาเร่ืองภาวะ โลกรอนและกาซเรือนกระจกมานําเสนอใหประชาชนไดเกิดการรับรูอยางตอเนื่องเปนประจํา เพื่อสราง การรบั รู สรางความตระหนักและนําไปสูการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมท้ังตัวบุคคลและในระดับองคกรหรือ หนวยงานในการชวยกันลดปญหา หรือมีการประกวดแขงขันเพ่ือใหรางวัลชุมชนหมูบาน หนวยงาน องคกรตางๆ ในการมีสวนรวมปองกนั และบรรเทาปญหาภาวะโลกรอ นและกาซเรือนกระจก หมายเหตุ : ท้ัง 4 ประเด็นหลักนั้น จะมุงเนนไปการนําเสนอขอมูล ตัวเลข สถิติ ตางๆ ในเชิงเปรียบเทียบทั้งในประเทศและตางประเทศ นําเสนอพื้นท่ีตนแบบ โมเดลการทํางานตางๆ ที่ ประสบความสําเร็จ ผานการนําเสนอขอมูล ขาวสาร เร่ืองราวตางๆ ดวยความคิดสรางสรรคใหเขาถึง ประชาชนแตล ะกลมุ อยา งทั่วถึง เพือ่ ใหป ระชาชนไดร ับรู รับทราบ เกดิ ความตระหนัก เกิดจิตสํานึก และ มีสวนรว มในแกปญ หาตางๆ โดยจะตองชี้ใหเห็นวา ประชาชนจะไดประโยชนอะไรและประเทศชาติจะได ประโยชนอะไรจากการทําในเรอ่ื งดังกลาว รวมไปถึงการนําขอมูลตางๆ ท่ีนาสนใจในแตละดานบูรณาการการนําไปใชรวมกับกระทรวง ทบวงกรมหรือหนวยงานอ่ืนๆ อาทิเชน กระทรวงวัฒนธรรม เพ่ือสอดแทรกในเรื่องของ การสรางจิตสํานกึ เขาไปในละคร หรือรว มกบั ภาคเอกชน เชน ผูผ ลติ ภาพยนตร เพลง ในการสรางสรรค ผลงานที่สอดแทรกเรื่องราวเหลานี้เขาไปในผลงาน หรือกําหนดเปนมาตรการทางกฎหมายรวมกับ กระทรวงตางๆ เชน การลดหยอนภาษี เพื่อสนับสนุนหรือสรางแรงจูงใจใหกับประชาชน องคกร ชุมชน หรือหนวยงานตางๆ ทจ่ี ะเขา มารวมกนั ขับเคลือ่ นในเรื่องตา งๆ ทัง้ 4 ประเด็นเปน ตน 46 แผนปฏบิ ตั กิ ารดานการประชาสัมพันธ เพอ่ื ขบั เคลอื่ นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม

ขอ สรปุ และเสนอแนะ แผนงานท่ี 3. แผนงานดานเน้ือหา การบรหิ าร Content ดังท่ีกลาวไวแลววา ภารกิจ บทบาทและหนาที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอมมีจํานวนมาก ผลจากการศึกษาวิจัยพบวา บุคลากรหนวยงานภายใตสังกัดกระทรวง มคี วามคาดหวังตอการประชาสมั พันธเ พ่ือขับเคลอื่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ในดาน การบรหิ ารจัดการเน้ือหาวา ควรใหร เู กี่ยวกับการอนุรักษท รพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอมใหก บั ประชาชน ทั้งเชิงบวก และเชิงลบควบคูกันไป รวมถึงขอกฎหมายตางๆ ท่ีเก่ียวของ ฯลฯ ผานการส่ือสารที่เขาใจงายและ เขาถึงประชาชนทุกกลุม โดยใชขอมูลขาวสารหรือเรื่องราว แหลงเรียนรูตางๆ หรือปญหา สงิ่ แวดลอ มใกลๆ ตวั มาสรางเปนเน้ือหาและการทํางานเชิงรุกอยางตอเนื่อง เพื่อกระตุกและกระตุน จิตสํานึกใหเ กดิ ความตระหนกั และนําไปสกู ารเปล่ยี นแปลงในดานจติ สํานกึ และพฤติกรรมของประชาชน ท่ีมีความเปนมิตรกับส่ิงแวดลอมมากขึ้น รวมทั้งการนําวิกฤติหรือกระแสดานส่ิงแวดลอมท้ังในประเทศ และตางประเทศมาสรางเปนโอกาสในการสื่อสารและประชาสัมพันธเพื่อสรางความตระหนัก ดานสิ่งแวดลอม รวมไปถึงการใชโอกาสทางสังคมหรือเทศกาลงานประเพณีตางๆ ในการส่ือสารเชิงรุก เพ่ือสรางการรบั รูใหก บั ประชาชน ดังน้ันการนําภารกิจหลักและเรงดวนมาลําดับความสําคัญ นําไปสรางเนื้อหาบริหารจัดการ ประเด็น 3 สวน ตามบริบทของสังคมไทย เพ่ือใหหนวยงานในสังกัดสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน ในการสื่อสาร การประชาสัมพันธผ านชอ งทางส่ือตางๆ เปนความสําคัญลาํ ดับถัดมา 47 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พันธ เพ่ือขบั เคลือ่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอม