แผนปฏิบัติการดานการประชาสมั พันธ เพ่อื ขับเคลอ่ื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม
คำนำ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทางด้าน ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของประเทศให้อยู่คู่กับสังคมไทย โดยการสงวน อนุรักษ์ ฟ้ืนฟู และ จัดการใช้ประโยชน์อย่างย่ังยืน รวมท้ังประชาชนได้มีการดารงชีวิตอยู่อย่างมีความสุขภายใต้คุณภาพ สง่ิ แวดล้อมท่ีดี กรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อม ในฐานะที่เป็นหน่วยงาน ที่มีหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริม ให้ ความรู้ สร้างความเข้าใจ และเป็นสื่อกลางในการสร้างความตระหนัก และกระบวนการมีส่วนร่วม ของประชาชน ผ่านกระบวนการปลูกฝังจิตสานึกโดยการใช้ส่ือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และช่องทางการ สื่อสารต่าง ๆ เพื่อปรับเปล่ียนทัศนคติของประชาชนในการที่จะช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดล้อม จึงได้ดาเนินการจัดทาแผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อขับเคล่ือนงานด้าน ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ฯ ฉบับนี้ เป็นเคร่ืองมือ เป็นกรอบและแนวทางในการดาเนินงานสร้างความเข้าใจและสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม รวมทง้ั การดาเนนิ งานสอื่ สารเพ่ือการสร้างจิตสานึกและกระตุ้นให้มี ความตระหนักตอ่ การมสี ว่ นร่วมของประชาชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่างมีกรอบและ ทิศทางการดาเนินงานท่ชี ัดเจน กรมสง่ เสรมิ คุณภาพส่งิ แวดลอ้ ม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม หวังเป็นอย่างย่ิง ว่า แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ฯ ฉบับน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน ผู้บริหาร บุคลากรท่ี เกี่ยวข้องที่จะนาไปสู่การปฏิบัติงาน เพ่ือให้บรรลุตามยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดล้อม ในการขับเคล่ือนและสร้างความร่วมมือในการท่ีจะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ให้มีคณุ ภาพทดี่ ียงิ่ ขึ้นต่อไป กรมสง่ เสริมคุณภาพส่งิ แวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม แผนปฏบิ ตั ิการดา้ นการประชาสัมพันธ์ เพือ่ ขบั เคลอื่ นงานด้านทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม
สารบญั หน้า คานา 1 หลกั การและเหตผุ ล 2 ความสาคัญ 3 วัตถปุ ระสงค์ 3 เป้าหมาย 3 ประโยชนท์ ี่จะได้รบั 4 กรอบโครงสรา้ งในการจัดทาแผน 6 ผลทไ่ี ด้จากการศึกษา 12 กรอบโครงสรา้ งในการนาเสนอ 15 การวิเคราะห์สถานการณแ์ ละสภาพแวดลอ้ ม SWOT 18 ความเชอ่ื มโยงยุทธศาสตร์ 23 ลาดับความสาคญั ของแผนปฏบิ ัติการดา้ นการประชาสมั พนั ธ์ 24 แผนปฏบิ ตั กิ ารดา้ นการประชาสัมพันธ์ 26 เพื่อขบั เคล่ือนงานดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564) 34 36 1. แผนงานด้านภาพลักษณ์และการส่ือสารองค์กร 41 ขอ้ สรปุ และเสนอแนะ และแผนการดาเนนิ งาน 43 47 2. แผนงานด้านสอ่ื นวตั กรรมและส่อื ใหม่ 49 ข้อสรุปและเสนอแนะ และแผนการดาเนินงาน 55 59 3. แผนงานดา้ นเน้ือหา การบรหิ าร Content 63 ขอ้ สรปุ และเสนอแนะ และแผนการดาเนินงาน 66 68 4. แผนงานดา้ นการขบั เคล่ือนและการสร้างจิตสานึก 70 ขอ้ สรปุ และเสนอแนะ และแผนการดาเนนิ งาน 72 5. แผนงานดา้ นพันธมิตร เครือข่ายการสอ่ื สารในภาคประชาชน ขอ้ สรปุ และเสนอแนะ และแผนการดาเนินงาน 6. แผนงานดา้ นพ้นื ทกี่ ารทางานและกรณีศึกษา ขอ้ สรุปและเสนอแนะ และแผนการดาเนนิ งาน 7. แผนงานดา้ นการจัดแบง่ บทบาทหนา้ ที่ ข้อสรุปและเสนอแนะ และแผนการดาเนนิ งาน บทสรปุ และข้อเสนอแนะ 74 เอกสารและข้อมลู ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง 77 แผนปฏบิ ตั กิ ารดา้ นการประชาสัมพันธ์ เพื่อขับเคล่อื นงานดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
หลักการและเหตผุ ล ในปจจุบันประเทศไทยตองเผชิญกับขอจํากัดดานทรัพยากรธรรมชาติท่ีถูกใชไปอยางขาด ประสทิ ธิภาพ จงึ อยูใ นสภาพที่เสอ่ื มโทรม รวมท้ังสภาพแวดลอมมีคุณภาพนอยลง ทั้งปญหาคุณภาพ น้ํา อากาศ และขยะของเสียเหลือท้ิงท่ีกําจัดไมทัน ซึ่งปญหาเหลาน้ีสงผลกระทบ ท้ังตอตนทุนการผลิต สินคาบริการ และสรางผลเสียตอคุณภาพชีวิตประชาชน ขณะเดียวกันก็กอใหเกิดความขัดแยงจากการ แยงชิงทรัพยากร การเปลี่ยนแปลงสภาพภมู ิอากาศของโลกท่ีมคี วามผันผวนและฤดูกาลที่ผิดไป สงผลให เกิดความตระหนักในการท่ีผูคนจะสามารถอยูรวมกันอยางเปนมิตรตอสิ่งแวดลอมภายใตกรอบแนวคิด การพัฒนาท่ียง่ั ยนื ความเสี่ยงและความทา ทายจากสภาพแวดลอมและภัยพิบัติ ไดนําไปสูขอตกลงใน ระดับโลกท่ีสําคัญ ท้ังในเรื่องการบรรลุซ่ึงเปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เปาหมายการลดกาซเรือนกระจก และการใชมาตรฐานดาน สง่ิ แวดลอ มมาเปนขอ กาํ หนดท่ีสงผลตอ การแขงขนั ทางการคา ในตลาดโลก ดังนั้นรัฐบาลจึงไดกําหนดยุทธศาสตรการสรางความเจริญเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเปนมิตรกับ ส่ิงแวดลอม ไวในยุทธศาสตรชาติ 20 ป มีเปาหมายคือ การบริโภคและการผลิตท่ียั่งยืน คือการเรง วางระบบการอนุรักษ ฟนฟู และสรางความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากน้ีรัฐบาลยัง แสดงเจตนารมณท ีช่ ดั เจนในการใหความสําคัญกบั ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม โดยกําหนดไวใน แผนการปฏริ ูปประเทศดา นทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ ม เพื่อปฏิรูปประเทศใหเกิดความสมดุล ในดานตางๆ และใหความสําคัญกับการมีสวนรวมของภาคสวนตางๆ เพ่ือขับเคล่ือนประเทศอยางเปน รูปธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ในฐานะท่ีเปนหนวยงานท่ีมีหนาที่ในการสงวน อนุรักษ ฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และการจัดการใชประโยชนอยางย่ังยืน ไดกําหนด ยุทธศาสตรกระทรวงฯ ระยะ 20 ป (พ.ศ. 2560-2579) ดานการสรางความเจริญเติบโตบน คุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และสอดคลองกับแผนปฏิรูปประเทศ โดยมียุทธศาสตรและ เปาหมาย 6 ยุทธศาสตร คือ 1) อนุรักษ คุมครอง ฟนฟู สงเสริม และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและ ความหลากหลายทางชวี ภาพอยา งย่ังยืน 2) บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ทั้งนํ้าผิวดินและน้ําใตดินแบบมี สว นรวม เปน ธรรม และเพยี งพอ 3) รักษาและฟน ฟูคณุ ภาพส่งิ แวดลอมอยางมีสวนรวม 4) ขับเคลื่อน การผลิตและการบริโภคที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม ในการพัฒนาและจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมที่มีประสิทธิภาพ 5) ลดกาซเรือนกระจกและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ 6) พัฒนากลไก ระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สงิ่ แวดลอมอยา งมีประสิทธิภาพและการจดั การองคกรอยา งมีธรรมาภิบาลและทนั ตอการเปล่ยี นแปลง ดังน้ันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จึงไดดําเนินการจัดทําแผนปฏิบัติการ ดานการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) เพื่อใหการดําเนินการสรางการรับรูสรางความเขาใจ สงเสริมการมีสวนรวม ดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมของประชาชน บรรลุวัตถุประสงคไดอยางมีประสิทธิภาพ และประสิทธผิ ลไดอยางยง่ั ยนื 1 แผนปฏบิ ัตกิ ารดานการประชาสมั พันธ เพื่อขบั เคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม
ความสําคัญ องคการอุตุนิยมวิทยาโลก ไดสรุปไววา ปพ.ศ. 2560 เปนอีกหนึ่งในสามปท่ีรอนท่ีสุด ติดตอกันเทาท่ีมีการบันทึก โดยไมมีอิทธิพลของปรากฏการณเอลนิโญมาเก่ียวของ โดยมีเหตุการณ สภาพภมู ิอากาศท่ีสรางผลกระทบสูง ซ่ึงรวมถึงพายุเฮอรริเคนและอุทกภัยที่เปนหายนะ คลื่นความรอน และวิกฤตภัยแลงเขากระหน่ําหลายจุดท่ัวโลก การฟอกขาวของปะการังเกรทแบริเออรรีฟเกิดขึ้นเปน ครั้งท่ีสองในรอบป ทะเลนํ้าแข็งในเขตอารกติกหดตัวลงอีก และแผนน้ําแข็งขนาดใหญแตกตัวออกจาก คาบสมทุ รทวีปแอนตารกตกิ เกือบตลอดท้ังปพ.ศ. 2560 ประเทศไทยเผชิญกับอุทกภัยรายแรงถึง 7 เหตุการณ นอกจากน้ียังเผชิญหนากับพลาสติกในทะเล การเกิดขึ้นของแพขยะยาว 10 กิโลเมตร ในทะเลนอก ชายฝง ชุมพรมาตั้งแตตนปพ.ศ. ป 2560 ในปพ.ศ. 2561 ก็มีขาวขยะปริมาณหลายตันเกยหาดอยูเปน ระยะ ไมวาจะเปนหาดบานอําเภอ-สัตหีบ จ.ชลบุรี หาดพัทยา หาดจอมเทียน หาดแหลมงู-เกาะสีชัง หาดหัวหิน หาดปราณบรุ -ี ประจวบคีรขี นั ธ ฯลฯ ปรากฏการณน ้ีมาจากมลพษิ ทางบก ท่ีขาดการจัดการท่ี ถูกตอ งทําใหข ยะพลาสติกหลุดรอดออกสูทะเล ขาวและภาพเหลานี้เกิดข้ึนที่ประเทศไทยและคนท่ัวโลกไดเห็นพรอมกันเมื่อตนเดือน มิถนุ ายน ปพ .ศ. 2560 สิ่งเหลา น้สี ะทอนใหเหน็ ปญ หาของการจัดการขยะในระดับโลก ผลของขยะ ทปี่ นเปอนลงสูทะเลน้ันมผี ลกระทบตอสตั วนา้ํ และทส่ี ดุ สงผลตอมนุษยซ ่ึงเปน ผูบรโิ ภคขนั้ สุดทาย workpointnews.com รายงานการวิจัยเรื่อง Effects Of Microplastics on sessile invertebrates in the eastern coast of Thailand: An approach to coastal zone conservation ซ่ึงตีพิมพลงใน Marine Pollution Bulletin เดือนมิถุนายน ปพ.ศ. 2560 เปดเผยถึง ผลกระทบจากชิ้นสวนไมโครพลาสติก ในสัตวทะเลท่ีมีเปลือกแข็งบริเวณชายฝงทะเลตะวันออก และ ขอเสนอตอการอนุรักษเขตชายฝงทะเลไทย โดยระบุวา สัตวทะเลตระกูลหอยใน “พ้ืนท่ีเศรษฐกิจ ชลบุรี” พบสารเคมีปนเปอนจากไมโครพลาสติก (พลาสติกขนาดจิ๋ว) เกินคามาตรฐาน โดยพื้นท่ี บริเวณอา งศิลาพบการปนเปอ นมากท่ีสุด ขอมูลท่ีถูกยกมานําเสนอเหลาน้ีเปนเพียงบางสวนเทานั้น เพ่ือใหมองเห็นภาพของการขาด จิตสํานึกและการขาดการมีสวนรวมในการจัดการดานส่ิงแวดลอมของภาคประชาชนวามีผลกระทบที่ เกิดขึ้นอยางไร ดังน้ันการรณรงคในการสรางจิตสํานึกและการมีสวนรวมดานทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอมของประชาชน จึงมีความสําคัญในระดับขั้นสูงสุดที่จะตองดําเนินการโดยเรงดวน เพื่อสขุ ภาพ คุณภาพชวี ิต และส่งิ แวดลอ มทีด่ ีขึน้ ของประชาชนคนไทย 2 แผนปฏบิ ตั กิ ารดา นการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคลอื่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม
วตั ถปุ ระสงค 1. เพ่ือนําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพ่ือขับเคลื่อนงานดานทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมฯ ไปสรางความเขาใจและสื่อสารภาพลักษณท่ีดีของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอม 2. เพื่อนําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมฯ ไปสื่อสารเพื่อการสรางจิตสํานึกและกระตุนใหมีความตระหนักตอการมีสวนรวมของ ประชาชนดา นทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มอยา งมกี รอบและทิศทางการดาํ เนินงานที่ชัดเจน 3. เพ่ือนําแผนงานที่เก่ียวของ และแนวทางการสรางจิตสํานึกและการมีสวนรวมดาน ส่งิ แวดลอม ไปดําเนินงานเพื่อเสรมิ สรางจติ สาํ นกึ ดา นสิ่งแวดลอ มใหแ กป ระชาชน เปาหมาย 1.เพ่ือภาพลักษณในการเปนผูนําดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ระดับประเทศและนานาชาติ 2.เพื่อสรางจติ สํานึกและการมีสวนรวมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมใหแก ประชาชนคนไทย 3.เพ่ือสนับสนุนการทํางานขับเคล่ือนและผลักดันยุทธศาสตรทั้ง 6 ของกระทรวง ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม ประโยชนทีจ่ ะไดรบั 1. ประชาชนรับรภู าพลกั ษณท ่ีดีของกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ไปในทิศทาง เดียวกัน สงผลดานบวกตอการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สงิ่ แวดลอ ม 2. ประชาชนเกิดความรู ความเขาใจ ในเร่ืองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม วาเปนเรื่อง ของประชาชนทุกคน ทําใหเกิดความตระหนักวาตนเองตองมีสวนรวมกับปญหาส่ิงแวดลอมของ ประชาคมโลก 3. ประชาชนเกิดจิตสํานึกดานส่ิงแวดลอม ทําใหเกิดความรวมมือและการมีสวนรวมดานการ บริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม 3 แผนปฏบิ ัติการดานการประชาสัมพันธ เพือ่ ขบั เคลอื่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม
กรอบโครงสรางในการจัดทําแผน วธิ ีการดําเนินงาน ดาํ เนนิ การรวบรวมและจัดเก็บขอมูลเชิงลึก ดวยกระบวนการจัดทําวิจัยศึกษาแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative research) เพือ่ นาํ ไปสูขอ เสนอแนะ และแนวทางที่สามารถนาํ ไปปฏบิ ตั ิทเี่ ปน รปู ธรรมและ เหมาะสมกบั บริบทของสังคม คณะท่ีปรึกษาไดใชระเบียบวิธีการจัดเก็บขอมูลเชิงลึก การสนทนากลุม (Focus Group Discussion) การสัมภาษณพิเศษ (In-depth interview) และการประชุมเพื่อรับฟงความคิดเห็นจาก บุคคลภายนอกท่ีใชการตอบคําถามดวยวิธีการเขียนลงบนกระดาษ และใหขอคิดเห็น ขอเสนอแนะ ตอคณะที่ปรึกษา เพ่ือใหครอบคลุมกลุมเปาหมายตางๆ ท่ีเก่ียวของ คือ ผูบริหารและหนวยงานภายใต สงั กัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม หนว ยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ เครือขาย ภาคประชาสังคม ผนู ําทางความคิดและสอ่ื มวลชน ท้งั นี้ การทํางานในเบ้ืองตนไดใชรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ เปนการศึกษาเพื่อรับทราบขอมูล ท่ีปรากฏขึ้นจากสภาพแวดลอมตามธรรมชาติ ซ่ึงจะใหความสําคัญกับการรับรู ความเขาใจและ การตีความจากขอมูลท่ีไดรับทําการศึกษา โดยการรวบรวมขอมูลจึงใชวิธีการสังเกต การสัมภาษณ พูดคุย การวเิ คราะหเ อกสารเปนหลัก รวมทั้งใชว ธิ ีวเิ คราะหข อ มลู เชิงพรรณนา การวิเคราะหเน้ือหา และ การวเิ คราะหแ บบสรา งขอ สรปุ การสมั ภาษณพ เิ ศษ (In-depth interview) ปลดั กระทรวง สัมภาษณพ ิเศษ 9 ราย 1 รองปลัดกระทรวง 1 อธิบดี /รองอธบิ ดี 7 4 แผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพนั ธ เพอ่ื ขบั เคลื่อนงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม
การสนทนากลมุ (Focus Group Discussion) จํานวน 6 คร้งั รวม 47 ราย การสนทนากลมุ 6 คร้งั รวม 47 ราย 1 1 ส่ือมวลชนดานสงิ่ แวดลอ ม 10 2 กลุม ภารกิจดานทรพั ยากรธรรมชาติ (1) 9 3 กลุมภารกจิ ดา นทรพั ยากรธรรมชาติ (2) 10 4 กรมสง เสรมิ คุณภาพส่งิ แวดลอม 10 5 กลุมภารกิจดา นอํานวยการ และกลุม ภารกจิ ดา นนํ้าในแผน ดิน 7 6 กลมุ ภารกจิ ดานสงิ่ แวดลอม การจัดประชมุ รบั ฟงความคดิ เหน็ จากบุคคลภายนอก 1 ครั้ง รวม 40 หนวยงาน 51 ราย การจดั ประชุมรบั ฟง ความคิดเห็นจากบคุ คลภายนอกรวม 40 หนวยงาน 51 คน 1 หนวยงานภาครัฐ 6 หนวยงาน 2 หนว ยงานรัฐวสิ าหกิจ 11 หนว ยงาน 3 ภาคเอกชน 10 หนว ยงาน 4 สถาบนั การศกึ ษา 4 หนวยงาน 5 ส่ือมวลชน 9 หนวยงาน โดยมแี ผนการดําเนนิ งานตามแผนภาพดงั นี้ 5 แผนปฏิบตั ิการดานการประชาสัมพนั ธ เพือ่ ขบั เคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม
ผลทไี่ ดจ ากการศึกษา ภาพลกั ษณที่ปรากฏตอ สาธารณะ เป็นผู้สงู วัยอายุประมาณ เป็นหนุ่มสาวทนั สมยั อายุ 25-30 เป็นผ้นู าํ ทางด้านวิชาการ 60-70 ปี ท่ฉี ลาด รอบรู้ ปี ฉลาด รอบรู้ สดใสกระตอื รือร้น การพัฒนาด้านธรรมชาตแิ ละ กล้าแสดงออกความคดิ เฉียบคม สง่ิ แวดล้อม ท่เี จาะลึกถงึ มกี ารศึกษาดี จติ ใจดี เข้าถงึ ปัญหา มคี วามสามารถด้าน มคี วามสขุ มุ มคี วามเป็น ปัญหาแบบเกาะตดิ นักวิชาการสงู แต่เข้าถงึ ยาก การถ่ายทอดได้ดี ตดิ ดนิ มนี วัตกรรมท่นี าํ ไปใช้ได้ เข้าถงึ ง่าย มอี ดุ มการณ์ ทนั สมยั อยู่เสมอ สามารถ ด้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ ส่อื สาร รณรงคไ์ ด้อย่าง ส่งิ แวดล้อม เช่ียวชาญ มเี สน่ห์ เป็นมติ ร เข้าถงึ ง่าย จากการศึกษาวิจัยและเก็บขอมูลในการจัดทําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ พบวา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม มีภาพลักษณที่ปรากฏตอสาธารณะสองดานควบคูกันไป โดยสามารถแยกออกเปนภาพลักษณที่ปรากฏในมุมของการเปนสถาบันหรือหนวยงานภาครัฐ และ ภาพลักษณในเชิงผลลัพธและความคาดหวังของการปฏิบัติงาน กลาวคือ ในดานองคกร บทบาทและ ภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม มีภาพลักษณที่ปรากฏในเชิงบวก ดวยการ เปนองคก รหรือหนว ยงานหลักของประเทศที่ทําหนาที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ในดา นตางๆ รวมไปถึงการเปนหนวยงานที่ทําหนาที่บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอยางเปนระบบ เพื่อสรางคุณภาพชีวิตท่ีดีใหเกิดข้ึนกับประชาชนทุกระดับ และมีการใชประโยชนจาก ทรัพยากรธรรมชาติใหเกิดประโยชนกับประเทศชาติอยางสูงสุด โดยคํานึงถึงเรื่องของการอนุรักษ และพฒั นา ควบคไู ปกับการใชป ระโยชนอ ยางสมดุลและยง่ั ยนื แตในขณะเดียวกันความคาดหวังจากผลการดําเนินงานตางๆ ที่ไมสามารถตอบโจทย สภาวการณปญหาและความตองการของภาคประชาชนตอปญหาที่เกิดขึ้นในปจจุบันไดน้ัน ก็ได กอใหเ กดิ ภาพลกั ษณเชงิ ลบในมุมของการปฏิบัติงานควบคูกันไป โดยพบวามุมมองและความคาดหวัง ท่ีมีตอการดําเนินงานตางๆ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ตองการเห็นองคกร แหงนมี้ คี วามเปน ผูนาํ ในการขับเคลอื่ นในประเด็นปญ หาหรอื เรื่องราวตางๆ ดานทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ทั้งในเร่ืองของการปกปกดูแลรักษา พัฒนาขยายผล หรือแกปญหาตางๆ ท่ีมี ผลกระทบกับประชาชนในทุกมิติ รวมไปถึงการเปน ผูนําในการปรับเปลี่ยนทัศนคติ มุมมอง ความคิด จิตสํานึก พฤติกรรม โดยเปนตัวอยางหรือเปนตนแบบใหกับประชาชนในการขับเคลื่อนสังคมไทย ไปสูสังคมท่ีเปนมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยมีผลการดําเนินงานในดานตางๆ ที่ไดรับ การยอมรบั ทง้ั ในระดับประเทศและในระดับโลก 6 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม
ความคาดหวังตอการดาํ เนนิ งานดานสง่ิ แวดลอม จากการศึกษาและวิจัยถึงแนวนโยบายและแนวทางการดําเนินงานดานส่ิงแวดลอม ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ไดขอสรุปวา กระทรวง และหนวยงานในสังกัดจะตอง กําหนดนโยบายตางๆ ที่มุงเนนการสรางใหเกิดภาพลักษณเชิงบวก เปนนโยบายท่ีจะตองสงผลดี ตอคณุ ภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิตทิ างสงั คม โดยจะตองคาํ นึงถึงเร่ืองของปญ หาสิ่งแวดลอมควบคู ไปกับปญหาดานเศรษฐกิจของประชาชนในกลุมตางๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งควรมุงเนนใหมีการยกระดับ งานวิจัยตางๆ ไปสูนโยบายระดับชาติ นโยบายตางๆ จะตองกําหนดหรือมีการวางระบบการบริหาร จัดการสิ่งแวดลอมในดานตางๆ ที่ชัดเจน และสามารถนาํ ไปสูการปฏบิ ตั ไิ ดจ รงิ 1. มุง เนน การสรา งภาพลักษณเ ชงิ บวก บุคลากรภายในกระทรวงมองไปในทิศทางเดียวกันวา กระทรวงมีภาพลักษณการเปนนักอนุรักษ ธรรมชาติ เปนหนวยงานหลักดานการจัดการสิ่งแวดลอมที่ไดรับการยอมรับและความนาเช่ือถือ มีการ บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเสนอแนะวา กระทรวงตองเปน Green Office ทเ่ี ปน มิตรและคํานึงถึงส่ิงแวดลอม เพ่ือตอกย้ําภาพลักษณในการ เปน องคก รผูนาํ ดานส่งิ แวดลอ ม และเปนตัวอยา งใหกบั องคก รอนื่ ๆ 2. การยกระดับงานวจิ ยั ไปสนู โยบายระดบั ชาติและระดับนานาชาติ งานวิจัยดานสิ่งแวดลอมในปจจุบัน เปนงานที่ผลิตขึ้นมาโดยไมไดศึกษาสถานการณปจจุบันวา สงั คมหรือประชาชนสนใจอะไร ทําใหเมอื่ มผี ลงานวิจัยออกมาแลวไมไดรับความสนใจจากสังคม งานวิจัยควรเปนงานที่สามารถนําไปปรับใชไดในชีวิตประจําวัน โดยการนําขอมูลทางวิชาการ และวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอมมาสรางใหเกิดความเขาใจงาย จากการศึกษาคร้ังน้ีพบวามีงานวิจัยที่ดี จํานวนมาก แตขาดการนาํ ไปสือ่ สารใหเ กิดความนาสนใจ กระทรวงจักตองพัฒนาองคความรูและงานวิจัยใหมๆ ดานส่ิงแวดลอม สงตอใหกับหนวยงาน องคกรปกครองสวนทองถ่ินชวยขยายผลการดําเนินงานลงไปในระดับชุมชน ดวยการนํางานวิจัยหรือ บทเรียนจากพื้นท่ีตนแบบไปใชประโยชนหรือขยายผลในเชิงพื้นที่ แลวยกระดับไปสูนโยบายระดับชาติ และนานาชาติ 7 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขบั เคลอื่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม
3. วางแผนระบบการบรหิ ารจดั การสงิ่ แวดลอมท่ีสามารถนําไปสกู ารปฏบิ ัตไิ ดจรงิ ในการทํางานส่ิงแวดลอมนั้นตองกําหนดเปาหมายที่ชัดเจน และมีโจทยที่ทาทาย เชน ปาไม จะเพมิ่ ขน้ึ เทาไหร คาของน้ําเสียจะลดลงหรือหมดไปเม่ือไหร ปริมาณขยะตองลดลงหรือควบคุมไวไมให เกินเทาไหร รวมถึงตองมีการดําเนินงานตามนโยบายตางๆ ใหครบถวน มีการบังคับใชกฎหมาย และมี บทลงโทษทจี่ รงิ จงั และรุนแรง สามารถเหน็ ผลเสียหากกระทาํ ผดิ หรือเห็นบทลงโทษที่ชัดเจนและรวดเร็ว โดยมีคาํ แนะนาํ ตา งๆ ท่นี า สนใจดังน้ี 2.1 มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอยางเปนระบบ และสรางการมีสวนรวมในการ ดูแลรักษา 2.2 รับฟงผูมีสวนไดสวนเสีย บนพื้นฐานความเปนธรรม คํานึงถึงผลประโยชนของ ประเทศ คํานึงถงึ ประชาชนเพ่ือใหเ กิดประโยชนที่ยั่งยืน 2.3 บูรณาการดานการสื่อสาร ประเมินวิเคราะห วางแผนการสื่อสาร รวมท้ังการจัด โครงสรางองคก รใหเหมาะสมกบั บรบิ ททางสงั คมท่ีเปล่ยี นไป 2.4 มีระบบการทํางานที่รวดเร็ว โปรงใส กระชับ ทันโลก ทันเหตุการณ มุงเนนการ อนรุ ักษ สง เสรมิ ควบคูไปกับการพฒั นา 2.5 กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับตางๆ ที่ออกมาตองชัดเจน เขาใจงาย และมี ประโยชนตอสิง่ แวดลอมและประชาชน 2.6 มกี ารทาํ งานดานเชิงรุก ในประเดน็ ปญ หาสําคญั ๆ อยางตอเนื่อง 2.7 มกี ารประสานงานและการทํางานรว มกบั ภาคประชาชนใหม ากขึ้นในมิติของเพ่ือน รว มงาน โดยมใิ ชผมู ีอาํ นาจหรอื ผบู งั คับใชกฎหมาย 2.8 คนไทยไดรับทราบขอมูลขาวสารตางๆ ดานสิ่งแวดลอมมากข้ึน ผานการนําเสนอ ขอมูลของกระทรวงไปยังกลุม เปาหมายตา งๆ โดยตรง 4. นโยบายการแกปญหาเชิงรุก อยางชัดเจนทั้งในดานการอนุรักษและการใชประโยชน อยา งสมดลุ การกําหนดนโยบายจะตองเปนนโยบายท่ีมุงเนนการแกปญหาเชิงรุก มีการแบงการทํางานให ชัดเจนใน 2 ดานคือ การอนุรักษและการใชประโยชนอยางสมดุลควบคูกันไป สิ่งท่ีสําคัญคือ ทุกนโยบายจะตองมีการกําหนดผลลัพธหรือเปาหมายท่ีชัดเจน รวมไปถึงมีนโยบายดานการทํา ประชาสัมพันธในเชิงรุกอยางจริงจังตอเน่ืองสําหรับทุกหนวยงานในสังกัด และตองการเห็นการแกไข กฎหมาย ขอบงั คบั ระเบียบตางๆ ท่ีเปน อุปสรรคตอ การทาํ งานดา นส่ิงแวดลอม ที่เอื้อตอการทํางานและ มีความเหมาะสมกับบริบททางสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป โดยตองคํานึงถึงการอนุรักษและการใช ประโยชนอ ยา งยง่ั ยนื 5. เนน การทาํ งานอยา งมีสวนรวมกับภาคประชาสงั คม การย้ําเนนการทํางานอยางมีสวนรวมกับภาคประชาสังคม ดังจะเห็นไดจากท่ีผูบริหารระบุวา บุคคลากรตองมีจิตสํานึกเหมือนทหารหนวยรบ มีจิตใจเปนนักสู เพราะตองไปสรางความเปนธรรม แกปญหาความเหลื่อมล้ําในการเขาถึงทรัพยากรธรรมชาติดานตางๆ รวมไปถึงการมีความเปนมิตรกับ ทุกคนเปน พวกเดยี วกันกบั ทุกคนดวยการ “เขา ถงึ พงึ่ ได ใกลชดิ ประชาชน” นอกจากนย้ี ังระบุอีกวา บคุ ลากรของกระทรวงนน้ั มบี ทบาทดงั นี้ 1. เปนผูอํานวยความสะดวกและเปนที่ปรึกษาดานทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอม ใหก บั ภาคประชาสังคม 8 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสมั พันธ เพ่ือขบั เคลอื่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม
2. ผูปฏิบัติงานตองมีทัศคติที่ดีกับประชาชน มีความเขาใจกฎหมายและบริบทของ ชุมชน มีการเจรจาท่ีเปนมิตร สรางความไววางใจ เช่ือใจ ใหกับประชาชน ไมสรางความกลัว ใหเกดิ กับประชาชน 3. การเปนหนว ยงานสนบั สนุนใหประชาชนหรอื ทอ งถนิ่ เขามามีสวนรวมในการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม วางแผนการใชประโยชนรวมกันกับชุมชน รวมทั้ง สรางการรับรู ท้ังความรู ความเขาใจที่ถูกตอง และขอกฎหมายตอประชาชนหรือชุมชน ท่เี กย่ี วขอ ง 6. สรา งความรคู วามเขาใจดา นสง่ิ แวดลอ มทถ่ี ูกตอ งใหกบั ประชาชน สามารถขับเคลื่อนการ เปลี่ยนแปลงจิตสํานกึ และพฤติกรรมของประชาชนท่ีพงึ ประสงคไ ด ดังนี้ 1. สรางการรับรูใหเกิดความตระหนักและความเขาใจ รวมท้ังการสรางจิตสํานึก นําไปสูก ารเปล่ยี นแปลงพฤติกรรมการใชชีวิตทเี่ ปน มิตรกับสิง่ แวดลอ ม 2. สรางใหสังคมไทยเกิดการรกั ษาทรัพยากรและส่ิงแวดลอมควบคูไปกับการพัฒนาใน ทกุ มิติของประชาชนคนไทย 3. ปรับทัศนคติประชาชนในการสรางวินยั และจิตสํานึก ดวยการใหความรูความเขาใจ ตามฐานความรูทแี่ ตกตา งกนั วาสิ่งแวดลอมเปนเรื่องใกลตัว เปนเร่ืองของตัวเอง ไมใชเร่ืองของ หนวยงานภาครัฐ เพราะมีผลกระทบกับตนเองและคนในครอบครัว เกิดการตระหนักรูวา คุณภาพชวี ติ ท่ดี ี ตองมาจากส่ิงแวดลอมทีด่ ี ดวยการใหความรู 4. ประชาชนตองรู 3 เรื่อง 1) ตองรูขอกฎหมายตางๆ ท่ีเกี่ยวของ 2) ควรรูขอควร ปฏิบัตติ างๆ ดานส่งิ แวดลอม และ 3) เรอ่ื งทอี่ ยากรูตองใหป ระชาชนรไู ดอ ยา งทันทวงที ซึ่งส่ิงท่ีสําคัญที่สุดท่ีควรสอดแทรกหรือถูกระบุเปนผลลัพธในทุกๆ นโยบายนับจากนี้คือ การ สรางความสมดุลทุกมิติระหวางการอนุรักษควบคูกับการใชประโยชน เพ่ือใหเกิดประโยชนสูงสุด สําหรับประชาชนและประเทศชาติ เนนการทํางานอยางมีสวนรวมกับภาคประชาสังคม รวมไปถึง นโยบายดังกลาวจะตองสามารถสรางความรูความเขาใจเรื่องของส่ิงแวดลอมท่ีถูกตองใหกับประชาชน และสามารถขบั เคล่อื นการเปลี่ยนแปลงจิตสาํ นกึ และพฤติกรรมของประชาชนตามที่พงึ ประสงคได ความคาดหวังตอการประชาสัมพันธ 9 แผนปฏิบัติการดา นการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขบั เคลอื่ นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม
ดานแนวทางการประชาสัมพันธนั้น ขอมูลจากการศึกษาวิจัยพบวามีรูปแบบและแนวทางการ ดาํ เนินงานหลกั ๆ อยู 5 ดา น คือ 1. การใหรูเกี่ยวกับการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมใหกับประชาชน ทง้ั เชิงบวกและเชิงลบควบคูกันไป รวมถึงขอกฎหมายตางๆ ที่เก่ียวของ ผานการสื่อสารที่เขาใจงายและ เขาถึงประชาชนทุกกลุม โดยใชขอมูลขาวสารหรือเร่ืองราว แหลงเรียนรูตางๆ หรือปญหาส่ิงแวดลอม ใกลๆ ตวั มาสรา งเปนเน้ือหาและการทํางานเชิงรุกอยางตอเนื่อง เพ่ือกระตุกและกระตุนจิตสํานึกใหเกิด ความตระหนัก และนําไปสูการเปล่ียนแปลงในดานจิตสํานึกและพฤติกรรมของประชาชนที่มีความเปน มติ รกับสงิ่ แวดลอ มมากขนึ้ 2. การสรางความเชื่อถือ เช่ือมั่น และศรัทธาในตัวหนวยงาน และสรางความเขาใจใน การดาํ เนินงานตางๆ ของหนวยงาน ผานการใหความรูความเขาใจ โดยเฉพาะในเร่ืองการออกกฎหมาย และกํากับดูแลดานส่ิงแวดลอมของกระทรวง ที่สามารถเปนที่พึ่งใหกับประชาชนได ควบคูไปกับ การบังคับใชกฎหมายอยางเขมงวด การแกปญหาตางๆ ไดอยางทันทวงที หรือการมีบทบาทในการ เปนผูนําในเรื่องตางๆ รวมไปถึงการเปนผูประสานงานกับหนวยงานทุกระดับในสังคมไทยใน การแกป ญหาดา นสิ่งแวดลอม 3. การพัฒนาองคความรูและงานวิจัยใหมๆ ดานส่ิงแวดลอม ยกระดับไปสูนโยบาย ในระดับชาติที่สอดคลองกับกระแสสิ่งแวดลอมของโลก รวมถึงการนํางานวิจัยลงพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบ ดว ยการมสี วนรวมกับภาคประชาชน และถอดบทเรยี นความสําเรจ็ เพ่ือนาํ ไปใชห รือขยายผลในพน้ื ที่อน่ื ๆ 4. การนําวิกฤติหรือกระแสดานส่ิงแวดลอมท้ังในประเทศและตางประเทศมาสรางเปน โอกาสในการสื่อสารและประชาสัมพันธเพ่ือสรางความตระหนักดานสิ่งแวดลอม รวมไปถึงการใชโอกาส ทางสงั คมหรอื เทศกาลงานประเพณตี า งๆ ในการสอื่ สารเชิงรุกเพ่อื สรา งการรบั รูใหกับประชาชน 5. การสรางผูนําทางความคิด Opinion Leader เพ่ือส่ือสารไปยังกลุมเปาหมายตางๆ ในสังคมไทย และเปน ตนแบบในการดาํ เนนิ ชีวิตทีม่ ีความตระหนักรกั ธรรมชาติและสิง่ แวดลอม ในดานการใชส่ือ ขอมูลจากการศึกษาวิจัยพบวา ควรสรางชองทางการส่ือสารท่ีเหมาะสม ครอบคลุมกลุมเปาหมายทุกกลุม โดยการเลือกใชส่ือน้ันสามารถใชไดหลายประเภท ท้ังสื่อเกา เชน หนงั สอื พมิ พ วิทยุ โทรทัศน แผนพับ ฯลฯ หรือสือ่ สมัยใหมอยาง Social Media หรือส่ือทองถ่ินพ้ืนบาน เปนตน โดยจะตองคัดเลือกสื่อใหเหมาะสมกับกลุมเปาหมาย มีการออกแบบกิจกรรมหรือเน้ือหา ใหเ หมาะสมกบั กลุม ผรู ับสารและบริบทในเชิงพ้ืนท่ี ในขณะเดียวกันก็จะตองวางแผนการทํางานเชิงรุก ท้ังในระยะสั้นและในระยะยาวเพื่อสรา งจิตสํานึก โดยจะตองดําเนินงานอยา งตอ เนื่อง นอกจากนี้การประชาสัมพันธและส่ือสารเร่ืองราวตางๆ ออกไปสูประชาชน จะตองมุงเนน ท่ีวิธีการท่ีจะทําใหขอมูลขาวสารน้ันๆ เขาถึงเชิงพื้นที่หรือกลุมเปาหมายท่ีแตกตางกันอยางทั่วถึง ตองสรางความรูความเขาใจใหกับประชาชนใหตามฐานความรูและความสนใจของแตละกลุมเปาหมาย อยางตอเนื่อง โดยใชเน้ือหาที่สั้น กระชับ ดึงดูดความสนใจ มีรูปแบบที่สรางสรรค นาสนใจ มีศิลปะ ในการนําเสนอสูสาธารณะ ส่ิงสําคัญคือตองเนนความรวดเร็ว ถูกตอง นาเช่ือถือ และสอดคลองกับ ความตองการรับรูของประชาชนไดอยางทันทวงที เพื่อใหประชาชนไดเขาถึงขอมูลท่ีถูกตองไดจากทุกที่ 10 แผนปฏบิ ตั กิ ารดา นการประชาสัมพนั ธ เพือ่ ขบั เคลือ่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม
ทุกเวลา รวมถึงการพัฒนา Application เพ่ือใหประชาชนเขามามีสวนชวยเฝาระวังแจงขาว หรือ รับทราบขอ มูลขาวสารตา งๆ ทีส่ นใจไดอยา งทนั ทว งที ในขณะเดียวกันก็ตองสรางเครือขายการทํางานดานประชาสัมพันธ การเช่ือมโยงเครือขาย การทํางานดานประชาสัมพันธระหวางหนวยงานภายใน และหนวยงานภายนอก รวมไปถึงสื่อมวลชน ภาคเอกชน และองคกรสาธารณะตา งๆ เพือ่ ท่ีชวยกันส่อื สารขอ มูลตา งๆ ออกไปในทิศทางเดียวกัน กลุมเปาหมายและกระบวนการตดิ ตามผล สําหรับกลุมเปาหมายหลัก และกลุมเปาหมายรองทางการประชาสัมพันธทางดานสิ่งแวดลอม ที่ตองการ พบวากลุมเปาหมายจะขึ้นอยูกับงานและภารกิจของแตละหนวยงาน หรือเปาประสงคของ การทํางานตางๆ รวมไปถึงเร่ืองท่ีตองการสื่อสาร โดยพบวากลุมเปาหมายหลักๆ คือ เด็กและ ประชาชน และกลุมขาราชการในกระทรวง ตองปรับทัศนคติและสรางจิตสํานึกและเปนตัวอยางเร่ือง สิ่งแวดลอม อยางไรก็ตาม การส่ือสารที่ดีจะตองเขาถึงประชาชนทุกกลุมใหมากที่สุด ดังนั้น กลุมวัย ทํางาน วยั ผใู หญ ประชาชนคนไทยทุกชวงอายุ ทุกกลุมท่ีเกี่ยวของ โดยเฉพาะกลุมผูท่ีใชประโยชนจาก ทรพั ยากรธรรมชาติตางๆ โดยตรง ก็มีความสําคัญไมยงิ่ หยอ นกวา กนั แตกลุม เปา หมายท่ีควรระบุทุกครั้ง ในการทํางานคือ ส่ือมวลชน ผูนําทางความคิดของสังคม และตองมีการแบงกลุมเปาหมายหรือผูรับ สารใหมีหลากหลายมิติทั้งในดาน สังคม เศรษฐกิจ พื้นท่ี ตัวอยางเชน เยาวชนชายหญิงในเมืองและใน ชนบท คนวัยทาํ งานในเมอื งหรือในชนบท เปน ตน ในสวนของกระบวนการติดตามผลและวัดผลดานการสื่อสารและการประชาสัมพันธน้ัน พบวา ท่ีผานมาไมมีการประเมินผลลัพธท่ีเกิดข้ึนจากการทํางานประชาสัมพันธ จึงไมสามารถสราง การเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมได ดังน้ันการทํางานนับจากน้ี จึงจะตองมีการกําหนดผลลัพธหรือ ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและเปนรูปธรรม และจะตองมีการทําแบบสอบถามประเมินผลการรับรู ความพึงพอใจ มีแบบทดสอบตางๆ กับกลุมเปาหมายอยางตอเนื่อง โดยจะตองใหหนวยงานเอกชน ที่เช่ียวชาญดานการประชาสัมพันธ เปนผูวิเคราะหผลการดําเนินงาน การรับรูในการทํางานเร่ืองตางๆ รวมไปถงึ ใชองคก รหนว ยงานภายนอกทีน่ าเช่ือถอื เขามาชว ยประเมนิ ผลการประชาสัมพนั ธ 11 แผนปฏิบัติการดา นการประชาสมั พันธ เพอื่ ขบั เคลอ่ื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม
กรอบโครงสรางในการนาํ เสนอ การวเิ คราะหภาพลักษณ ภาพลักษณในเชิงบวกท่ีคนภายนอกมองกระทรวง คือการเปนหนวยงานที่กําหนดนโยบาย ปกปอง อนุรักษ ฟนฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และรักษาผลประโยชนของชาติ ในขณะเดียวกันก็มองเปนภาพลักษณในเชิงลบดวย กลาวคือ การท่ีมีระเบียบกฎหมาย แตประชาชน ยงั เหน็ วาขาดความจรงิ ใจในการบังคับใชและแกไขปญหา เนื่องจากเปนหนวยงานวิชาการ มีขอมูล สถิติ ตัวเลข มากมายแตกลับไมคอยเห็นผลงานเปนรูปธรรมในเรื่องที่กระทรวงจะตองเรงแกไขปญหาใหญ กอนในเชิงรุก รวมท้ังยังขาดการประชาสัมพันธท่ีเขาถึงประชาชน ทําใหประชาชนขาดการมีสวนรวม อยางจรงิ จัง การวิเคราะหปจ จยั ดา นการสอ่ื สาร 12 แผนปฏิบตั กิ ารดา นการประชาสัมพันธ เพ่ือขับเคลื่อนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม
เมื่อภูมิทัศนสื่อเปล่ียน ชองทางการสื่อสารก็เปลี่ยนไป ดังนั้นแนวคิดเรื่องการส่ือสารองคกร จึงตองเปล่ียน การส่ือสารผานส่ือดั้งเดิมส่ือกระแสหลักจึงไมใชทางเลือกเดียวอีกตอไปแลว สื่อดั้งเดิม มีองคกรท่ีเล็กลง จํานวนบุคลากรท่ีลดลง “วิกฤติ” ของส่ือนี้จึงเปน “โอกาส” ของนักประชาสัมพันธ ซ่ึงตองปรับตัวเองใหมีความสามารถรอบดาน ท้ังการถายภาพนิ่ง ภาพเคล่ือนไหว เขียนขาว เขียนสคริปต เตรียมพรอมสําหรับการสงใหกับสื่อทุกชองทางเปนการผลิตขาวแบบ “Tailor made” ผลิตขาวใหโดนใจส่ือกับชองทางท่ีตองการจะนําเสนอ และตองทําการส่ือสารองคกรเชิงรุกใหครบถวน และรอบดาน (Comprehensive Offensive Communication) ( อา งองิ 1) สอดคลองกับงานวิจัย(อางอิง 2) เร่ือง “เปรียบเทียบมุมมองของนักประชาสัมพันธกับ นักหนังสือพิมพ : เก่ียวกับคุณลักษณะและบทบาทหนาท่ีของนักประชาสัมพันธในประเทศไทย” ทส่ี รุปไววา “นักประชาสัมพันธยุคใหมไมไดเปน “คนสงขาว” อีกตอไป แตตองมีความคิดสรางสรรค มีทักษะดานการสื่อสาร การจัดกิจกรรมพิเศษ การกําหนดกลยุทธกลวิธีของการสื่อสาร การนํา เทคโนโลยีมาใชเพิ่มชองทางการส่ือสาร และมีการขยายบทบาทการส่ือสารในเชิงบูรณาการมากข้ึน รวมท้ังมีแนวโนมวานักประชาสัมพันธจะเปนผูกําหนดแนวทางของสังคมและส่ือ (Trend Setter) เพราะความรับผดิ ชอบและความสามารถของนักประชาสัมพนั ธท ส่ี ูงขึน้ น่ันเอง” “นักประชาสัมพันธตองออกแบบชองทางการสื่อสาร คือ หน่ึง ชองทางที่มีอยูแลว สอง คือ ชองทางท่ีสังเคราะหข้ึนใหม ชองทางหมายถึงส่ือตางๆ เชน โทรทัศน วิทยุ การจัดกิจกรรม นิทรรศการ ฯลฯ เรยี กวาการออกแบบชองทาง เพราะวามันเปนการเรียงรอยวาชองทางท่ีหนึ่ง สื่อที่สอง สาม สี่ คือ Communication Plans มี เฟสหนงึ่ เฟสสอง เฟสสาม ฉะน้ันนักประชาสัมพันธ คือคนที่มีความเขาใจ เรื่องกระบวนการสื่อสารเปนอยางดี มีความรูความสามารถในการถายทอด ออกแบบ แลวก็วางแผน กิจกรรมการสื่อสารไดอยางเหมาะสม ในขณะเดียวกันนักประชาสัมพันธในปจจุบันไมไดทําเรื่อง ประชาสมั พันธเ พียงอยางเดยี วอกี ตอ ไป”(อางองิ 2) “ในการทํางานของทีมประชาสัมพันธ KTC ที่ทําใหประสบความสําเร็จ เน่ืองจาก นักประชาสัมพันธ เขาใจหนาท่ีและธรรมชาติของแตละสื่อ รวมทั้งความตองการของส่ือ แมในขณะ ปรับเปลี่ยนติดตามตลอดเวลา ทําใหนักประชาสัมพันธตองทํางานในสวน “การผลิต” ขอมูล ไดท ้ังหมด ตอ งเขยี นขาว ถายคลิป ตัดตอ ไดห มด” (อา งองิ 3) “ส่ือทางออนไลน” ที่ใชอยูในประเทศไทยขณะน้ี จึงเปนทางเลือกของประชาชนในปจจุบัน ดวยการเขาถึง ดวยการใชงานท่ีสอดรับกับความรวดเร็วโดยเฉพาะคอมพิวเตอร และสมารทโฟนท่ีได ทําใหการเขาถึงผูบริโภคที่ตองการหาขอมูล หรือ ใชบริการตางๆ ในส่ือออนไลน แทนท่ีนอกจากจะได ขอ มลู ผลติ ภณั ฑน ้ันๆ แลวยังไดร ับรถู งึ ความคดิ เห็นท่หี ลากหลาย จากกลมุ คนตา งๆ ไปพรอ มกันดว ย ดังน้ันแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพ่ือขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอม ระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จึงมี แนวคดิ การออกแบบจากการสือ่ สารดังภาพตอไปนี้ 13 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสมั พนั ธ เพื่อขับเคลือ่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม
คณะที่ปรึกษานําขอมูลจากการศึกษาดานเอกสารและจากการเก็บขอมูลทั้งภายในและ ภายนอกองคกรขางตนมาสรุปเปนแนวทางของแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคล่ือน งานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม และมีการลําดับความสําคัญไดด ังน้ี 14 แผนปฏบิ ตั ิการดานการประชาสมั พันธ เพ่ือขับเคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม
การวิเคราะหสถานการณและสภาพแวดลอม SWOT การวเิ คราะหส ถานการณแ ละสภาพแวดลอ ม ในการจัดทาํ ยทุ ธศาสตรก ระทรวงทรพั ยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม พ.ศ. 2559 – 2564 นั้น ไดดําเนินการตามกระบวนการวิเคราะหปจจัย ทางยุทธศาสตร (SWOT Analysis) เพ่ือวิเคราะหปจจัยภายนอกและภายใน ประกอบดวย จุดแข็ง (Strength) จุดออน (Weakness) โอกาส (Opportunity) และภยั คุกคาม (Threat) ผลการวิเคราะหป จจัยสภาพแวดลอ มโดยวธิ ี “SWOT Analysis” มีดังน้ี จดุ แข็ง 1. กระทรวงฯ เปนผูขับเคล่ือนโครงสรางพ้ืนฐานของประเทศ ท้ังนี้ เพราะบทบาทกระทรวง เปนผูครอบครองที่ดินปาไมและท่ีดินทํากินรอยละ 50 ของประเทศ โครงสรางพ้ืนฐานของประเทศ ขบั เคลื่อนโดยกระทรวงฯ 2. มีหนวยงานที่มีภารกิจหลักรวมในกระทรวง ที่รับผิดชอบงานดานทรัพยากร ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมตั้งแต ตนทาง กลางทาง และปลายทาง เปนท่ีพึ่งของประชาชนในการรับเร่ืองรองเรียนและ ตรวจสอบเก่ยี วกับการออกใบอนญุ าตเกีย่ วกับส่ิงแวดลอมทห่ี นว ยงานทอ งถ่ินเปน ผดู ําเนินการ 3. เปนหนว ยงานในการปฏบิ ตั งิ านโดยตรง เพ่ือการบังคับใชกฎหมายดาน ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดลอ ม 4. มีสวนของหนวยงานที่สําคัญสังกัดกระทรวง ท่ีกระจายในระดับภูมิภาคมีองคกรและ เครอื ขายในพ้นื ท่ี ซง่ึ เปน กลไกรวมในพ้ืนท่เี พ่ือการปฏบิ ตั ิงาน 5. เปน หนว ยงานท่มี ขี อมูล วิชาการ และมผี ลการดําเนินงานทีผ่ า นการปฏิบตั งิ านโดยตรง ดานทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอมมากที่สดุ 6. มีความสัมพันธ และสามารถประสานหนวยงานภายนอกท่ีเกี่ยวของ เพ่ือการบูรณาการ การปฏิบัติงาน รวมถึงงบประมาณและการประเมินผล ในฐานะหนวยงานหลักดานทรัพยากรธรรมชาติ และ สงิ่ แวดลอ ม 7. มีแผนแมบ ท และ Road map ในการบริหารจัดการทงั้ ดา นทรัพยากรปา ไม ทรัพยากรนา้ํ และการจดั การขยะมลู ฝอยและของเสยี อนั ตราย 8. ทุกหนวยงานภายใตสังกัดกระทรวง รอยละ 90 มีหนวยงานและบุคลากรดานการสื่อสาร ประชาสัมพนั ธ 9. กระทรวงมีคลังขอมูลจํานวนมหาศาล สามารถนํามาสรางเน้ือหาในการสื่อสารสราง ภาพลักษณ สรา งจิตสาํ นึกและการมีสวนรว มไดเปนอยางดี จุดออ น 1. ขาดการปฏิบตั งิ านรวมกับหนว ยงานที่มภี ารกจิ อยา งเดียวกนั หรอื คลายคลึงกนั มีการ ปฏิบัติหนาที่แยกกันของแตละหนวยงาน จึงมีปญหาการขาดแคลนงบประมาณ และผลการปฏิบัติงาน ที่ซํา้ ซอน 2. กฎหมายและระเบียบที่เก่ียวของ ลาสมัย ไมทันตอสถานการณและสภาพการณปจจุบัน และบางภารกิจยังขาดกฎหมายในการปฏิบัติ รวมถึงปญหาการบังคับใชกฎหมาย และมีกฎหมาย ท่ีเกี่ยวของเปน จํานวนมากจนผปู ฏิบตั ไิ มสามารถนาํ มาบรู ณาการไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ 15 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พันธ เพือ่ ขบั เคลอื่ นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม
3. ความชัดเจนของเปาประสงค กลยุทธ ยังไมครอบคลุมตามยุทธศาสตรของกระทรวง ทําให เกิดผลสัมฤทธ์ิของงานที่ปฏิบัตินอยและไมชัดเจน และยังไมมีการบูรณาการของแผนงาน/ โครงการ ภายในกระทรวงและนอกกระทรวง 4. ขอ มลู มกี ารจัดเก็บไวเฉพาะหนวยงาน ไมม ีการนาํ มาจัดระบบ บูรณาการหรือเช่ือมโยง และแชรก ารใชเพือ่ การวิเคราะห ทําใหก ารใชขาดประสิทธภิ าพ 5. ยุทธศาสตรและแผนการพัฒนายังขาดการดําเนินงานใหบรรลุผล เชน การพัฒนา ระบบ บริหารราชการ การพฒั นาบคุ ลากร การสนบั สนุนเครอื่ งมือ เครอื ขา ยขอมูลและการส่ือสาร 6. ขาดความตอ เนื่องและการครอบคลุมของระบบตดิ ตาม ท้งั การติดตามสถานการณ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม และการประเมินผลการปฏิบัติงานหรือดําเนินงานตามแผนงาน โครงการใหมีประสิทธภิ าพ 7. ขาดยุทธศาสตร และแผนการบรู ณาการความรว มมือในการบรหิ ารจดั การทรัพยากร ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ มของประชาคมอาเซยี น และระหวา งประเทศ 8. ยุทธศาสตรและแผนการสง เสรมิ การมีสว นรว มของภาคสวนตางๆ ทีเ่ กย่ี วขอ งกับการ บริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม ยังไมมีความชัดเจนตอ การปฏิบัตงิ าน 9. ยังขาดการพฒั นาหรือจดั การองคความรู (KM) รวมถงึ ยุทธศาสตรแ ละแผนการวจิ ัยและ พัฒนาทเี่ ปน รูปธรรมเพ่ือการใชประโยชน 10. มีหนวยงานสังกัดกระทรวงฯ ในระดับภูมิภาคท่ีครอบคลุมภารกิจแตยังขาดประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมในระดับพื้นท่ีและจังหวัด เพราะกําลังคน ไมเ พยี งพอตอการประสานงานในชมุ ชนขนาดยอยท่ีจะไปสรา งความเขาใจในระดับชมุ ชนอยางใกลช ิด 11. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จัดตั้งโดยมาจาก 2 สวน ซ่ึงมีวิธีคิดและ กระบวนการทํางานคนละแบบ คือ หนวยงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณเปนสวนปฏิบัติผูซึ่ง มีคําสั่งลงมาก็ปฏิบัติไดไมมีขอยอนกลับ และหนวยงานจากกระทรวงวิทยาศาสตร เปนสวนกํากับ ควบคมุ ซ่งึ เปน นกั วิทยาศาสตรจ ะมขี อคําถามตรวจสอบอยเู สมอ 12. ขาดหนวยงานประชาสัมพันธสวนกลางระดับกระทรวงที่ทําหนาที่กํากับทิศทางการสราง ภาพลักษณของกระทรวงตอ สาธารณชน ภายใตก ารทาํ งานของหนวยงานในสังกดั 13. ภาระงานท่ีมีหลากหลายจึงทาํ ใหภาพลกั ษณของกระทรวงไมช ดั เจน 14. กระทรวงมเี ครอื ขาย ทสม. แตไมเ ขมแขง็ ขาดพลัง คุณภาพ และการทํางานทต่ี อ เนื่อง โอกาส 1. รัฐบาลใหความสําคัญ และสนับสนุนตอการแกไขปญหาดานทรัพยากรธรรมชาติและ ส่งิ แวดลอ ม รวมถงึ จัดใหเ ปน กลมุ ปญ หาท่ตี องการการปฏิรูป 2. สังคมตื่นตวั สนใจผลกระทบจากปญ หาดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม และ พรอม ใหค วามรวมมอื 3. องคกรภาคประชาชน เอกชน พรอมใหความรวมมือตอการแกไขปญหา โดยเฉพาะที่อาจ มีผลกระทบตอ ธรุ กจิ และบริเวณพน้ื ทร่ี อบสถานประกอบการ 4. กระแสความสนใจของเวทภี ูมภิ าคทั้งประชาคมอาเซียน และระดบั โลก 5. ประชาชนคนไทยเร่ิมมกี ารต่นื ตัวเรือ่ งสง่ิ แวดลอ มมาก 6. หนวยงานเอกชนมบี ทบาทเปนผนู ําการเปล่ียนแปลงในการลด ละ เลิก ใช พลาสตกิ 16 แผนปฏิบตั กิ ารดา นการประชาสมั พันธ เพ่ือขับเคล่อื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม
ภยั คกุ คาม 1. ขาดเสถียรภาพของยุทธศาสตร เปาประสงค กลยุทธ และแผนงาน/โครงการ ดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ ม 2. ผูกระทําผิดมักจะเปนผูทรงอิทธิพล นายทุน และผูประกอบการรายใหญและมีการ ใช ประชาชน หรอื กลุมประชาชนมาเปน เครอ่ื งมือตอ รองภาครฐั 3. แรงกดดันจากกลุมภาคประชาชน และองคกรเอกชน (NGO) ท่ีเสียผลประโยชนจาก การปอ งกนั การบุกรุก คกุ คามทรัพยากรธรรมชาตแิ ละพัฒนาดา นสิ่งแวดลอม 4. ปญหาดานภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ และการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ท่ไี มส ามารถควบคมุ ได 5. งบประมาณทอี่ าจไมสอดคลองกบั ภารกจิ หรอื สภาพปญ หาดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ สิ่งแวดลอมที่อาจเกิดข้ึน เนื่องจากยุทธศาสตรและแผนการดานการปองกันมักจะไมไดรับการสนับสนุน (พิจารณาหากเกิดปญหา) และรวมถึงการใชงบประมาณอาจยังไมมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขาดระบบ ตรวจ ตดิ ตามและประเมินผลจากภายนอก 6. ความลาชาของระบบราชการ ทําใหกระทรวงไมสามารถทํางานตามกระแสสังคม หรือตอบ โตกรณีวิกฤติไดอยางทันทีทันใด จึงทําใหเสียโอกาสหรือเกิดภาพลักษณเชิงลบที่ยากจะแกไขไดใน ภายหลงั 7. บุคลากรทไ่ี มป รับ mind set ในการทํางานใหเ ขา กบั โลกยคุ ใหม 8. ความเช่ือของประชาชนทีไ่ มย อมรบั วาตนเองเปนผสู รางปญหาส่งิ แวดลอมทุกเร่ือง 9. จํานวนส่ือหลักท่ีลดลง พ้ืนที่ในการนําเสนอขาวนอยลง เกิดการชิงพ้ืนท่ีขาว ทําให การสอ่ื สารสาธารณท่ีใชง บประมาณนอ ยทํางานไดย ากมากขึน้ 10. หลายคร้ังเกิดภาพลักษณเชิงลบเพราะ NGO ทําใหประชาชนขาดความเช่ือม่ันตอ กระทรวง 17 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพ่อื ขับเคล่อื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอม
ความเชือ่ มโยงยทุ ธศาสตร เปา หมายการพัฒนาท่ยี งั่ ยืน Sustainable Development Goals (SDGs) 13. จัดการอยางเรงดวนเพอ่ื ตอ สูกบั การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศและผลกระทบทเ่ี กิดขน้ึ 14. อนุรักษแ ละใชประโยชนจ ากมหาสมทุ ร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลสําหรับการพัฒนาท่ี ยง่ั ยนื ใหเ ปนไปอยางย่งั ยนื 15. พิทักษ บูรณะ และสงเสริมการใชประโยชนท่ียั่งยืนของระบบนิเวศบนบก จัดการปาไม อยางยั่งยืน ตอสูกับการแปรสภาพเปนทะเลทราย หยุดย้ังและฟนฟูความเสื่อมโทรมของที่ดิน และ หยุดย้งั การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ แผนยทุ ธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ.2561-2580) 5. ดานการสรา งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเี่ ปน มิตรตอ ส่ิงแวดลอ ม แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ยุทธศาสตรท ี่ 4 การเตบิ โตทีเ่ ปน มติ รกบั ส่งิ แวดลอ มเพอื่ การพัฒนาทีย่ ง่ั ยนื เปาหมายที่ 3 สรางคุณภาพสิ่งแวดลอมท่ีดี ลดมลพิษ และลดผลกระทบตอสุขภาพของ ประชาชนและระบบนิเวศ แผนการประชาสมั พันธแ หง ชาติ ฉบบั ที่ 5 (พ.ศ.2559-2564) มีเปา หมายดงั น้ี 1. ใหประชาชนเกดิ ความเขาใจ ยอมรับ ใหค วามรวมมอื ในการสรางความปรองดองของคนในชาติ 2. หนวยงานและภาคสวนที่เก่ียวของรวมทั้งประชาชนไดรับขอมูลขาวสารท่ีถูกตอง และเกิด ทศั นคตทิ ่ดี ี โดยใหค วามรวมมือกับหนวยงานของรฐั 3. ประชาชนไดรับรูขอมูลขาวสารท่ีถูกตอง รวดเร็ว ทันตอเหตุการณ เม่ือเกิดสถานการณ ฉกุ เฉนิ หรอื ภาวะวิกฤติและสามารถนําไปปฏบิ ัติไดจรงิ 4. ประเทศไทยมีภาพลักษณท่ดี แี ละไดร บั การยอมรบั จากประชาคมโลก ยุทธศาสตรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ระยะ 20 ป (พ.ศ.2560-2579) ยทุ ธศาสตรท่ี 1 อนุรักษ คมุ ครอง ฟนฟู สงเสริม และพัฒนาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละความ หลากหลายทางชวี ภาพอยางยงั่ ยนื ยทุ ธศาสตรท ่ี 2 บรหิ ารจัดการทรพั ยากรนํ้า ทง้ั น้าํ ผวิ ดินและนาํ้ ใตด ินแบบมสี วนรว ม เปนธรรม และเพยี งพอ ยทุ ธศาสตรท่ี 3 รกั ษาและฟนฟูคุณภาพสงิ่ แวดลอ มอยา งมีสวนรวม ยทุ ธศาสตรท ี่ 4 ขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคทีเ่ ปน มิตรกับสงิ่ แวดลอ ม ในการพัฒนา และจดั การทรัพยากร ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมท่ีมปี ระสิทธภิ าพ ยทุ ธศาสตรท่ี 5 ลดกาซเรือนกระจกและลดผลกระทบจากการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ และภยั พบิ ตั ิทางธรรมชาติ ยุทธศาสตรที่ 6 พัฒนากลไก ระบบบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ มอยาง มีประสิทธิภาพและการจัดการองคกรอยางมีธรรมาภิบาลและทันตอการ เปล่ียนแปลง 18 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พันธ เพอ่ื ขับเคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม
19 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสัมพนั ธ เพื่อขบั เคลื่อนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ ม
ในอดตี การพฒั นาของประเทศทวั่ โลกมงุ เนนการพฒั นาในภาคอตุ สาหกรรม เพ่ือใหไดม าซ่ึง การเพ่ิมผลผลิตใหเ พียงพอกับความตองการของประชากร โดยมีเปาหมายเพือ่ สรา งความมัง่ คั่งและ มนั่ คงทางเศรษฐกจิ ของแตละประเทศ มกี ารใชท รพั ยากรธรรมชาตอิ ยางฟุมเฟอย ปลอ ยมลพิษสู สง่ิ แวดลอ ม ทําใหสงผลกระทบอยางรุนแรงตอทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เกิดปญหามลพิษ และทรัพยากรธรรมชาตเิ ส่ือมโทรม สงผลโดยตรงตอ ประชากรโลก ดงั จะเหน็ ไดจ ากการเปลย่ี นแปลง สภาพภูมิอากาศทีส่ ง ผลกระทบตอ ผูคนท่วั โลก ตอ มาทศิ ทางการพฒั นาของประเทศตางๆ เริ่มมีความตระหนักและคํานึงถึงส่ิงแวดลอมมากขึ้น ในการประชุมองคการสหประชาชาติท่ีมหานครนิวยอรก สหรัฐอเมริกา เม่ือป พ.ศ.2543 ทั้ง 189 ประเทศเห็นพองในการต้ังเปาหมายการพัฒนาท้ังในระดับชาติและระดับสากลที่ทุกประเทศ จะดําเนินการรวมกันใหไดภายในป พ.ศ. 2558 คือ เปาหมายการพัฒนาแหงสหัสวรรษ หรือ Millennium Development Goals (MDGs) โดย 1 ใน 8 เปาหมายหลัก นั้นคือ ขอ 7.รักษาและ จัดการสงิ่ แวดลอ มอยา งยง่ั ยนื เมือ่ เปาหมายการพัฒนาแหง สหัสวรรษไดสิ้นสดุ ลงไปในป พ.ศ. 2558 และประสบความสําเร็จ ในการดําเนินงานเปน อยา งดใี นหลายประเทศ องคก ารสหประชาชาตจิ งึ กําหนดเปาหมายการพฒั นาขน้ึ ใหม ภายใตช ือ่ “เปาหมายการพฒั นาท่ยี ่ังยนื ” Sustainable Development Goals (SDGs) เร่มิ ตั้งแตเดือนกันยายน พ.ศ.2558 ถงึ เดอื นสิงหาคม พ.ศ. 2573 รวมระยะเวลา 15 ป โดยทปี่ ระชุม เห็นตรงกันวา การจะบรรลุเปา หมายไดนัน้ จําเปนจะตองสรา งความสมดุลใหเ กิดข้ึนท้ัง มติ เิ ศรษฐกจิ (Economic Dimension) มิตทิ างสังคม (Social Dimension) และ มิติดา นสิ่งแวดลอม (Environmental Dimension) ประกอบไปดวย 17 เปาหมาย โดยมีสาระทเ่ี กีย่ วของกับสิง่ แวดลอ ม อยา งชดั เจนอยหู ลายขอ คือ 13. จัดการอยา งเรงดว นเพื่อตอสกู บั การเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศและผลกระทบทีเ่ กดิ ขน้ึ 14. อนรุ กั ษและใชป ระโยชนจากมหาสมุทร ทะเล และทรพั ยากรทางทะเลสําหรับการพฒั นา ทยี่ ่งั ยืน ใหเ ปน ไปอยางยัง่ ยนื 15. พทิ กั ษ บูรณะ และสงเสรมิ การใชประโยชนท ยี่ ่ังยนื ของระบบนเิ วศบนบก จดั การปาไม อยางยง่ั ยืน ตอสูกับการแปรสภาพเปน ทะเลทราย หยดุ ยง้ั และฟน ฟูความเส่อื มโทรมของท่ดี ิน และ หยดุ ยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ สาํ หรับประเทศไทยนั้นนอกจากรัฐบาลจะไดใ หความสาํ คญั กับการพัฒนาใน 3 มติ ิ ทงั้ ดา น เศรษฐกิจ สงั คม และส่ิงแวดลอม ตามแนวทางและเปาหมายการพฒั นาทย่ี ง่ั ยืนแลว ยังใหความสําคญั กบั มติ ิ ทางดา น “วฒั นธรรม” เพิม่ ขน้ึ อีก 1 ดา น โดยไดน อมนาํ “หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง” มาเปน กรอบ แนวทางการพัฒนาประเทศ ใน แผนแมบทยทุ ธศาสตรช าติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) รวมกบั 17 เปาหมายและ 169 เปา ประสงคของการพฒั นาท่ยี ั่งยืน ภายใตวิสยั ทัศน “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคง่ั ย่ังยืน เปนประเทศทพ่ี ฒั นาแลว ดว ยการพัฒนาตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง” โดยกําหนดกรอบ ยทุ ธศาสตรการพฒั นาประเทศไปสูความมงั่ คง่ั อยา งย่ังยนื ใน 6 ดาน ประกอบไปดว ย 1. ความม่นั คง 2. การสรา งความสามารถในการแขงขนั 3. การพฒั นาและเสรมิ สรางศกั ยภาพคน 4. การสรางโอกาสและความเสมอภาคและเทาเทยี มกันในสังคม 5. การสรา งการเตบิ โตบนคุณภาพชวี ิตที่เปนมติ รตอสงิ่ แวดลอม 6. การปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบบรหิ ารจดั การภาครัฐ 20 แผนปฏิบตั ิการดานการประชาสัมพนั ธ เพ่ือขบั เคลื่อนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม
โดยเรื่องของส่ิงแวดลอมน้ันเปนสาระสําคัญท่ีถูกบูรณาการอยูในยุทธศาสตรตางๆ โดยเฉพาะ อยางย่ิงจะเห็นแนวทางการขับเคลื่อนในเรื่องดังกลาวไดอยางชัดเจนใน ยุทธศาสตรขอท่ี 5.ดานการ สรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม ท่ีมีเปาหมายเพื่อเรงอนุรักษฟนฟูและสราง ความมัน่ คงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ และมีความมั่นคงดานน้ํา รวมทั้งมีความสามารถในการปองกัน ผลกระทบและปรับตัวตอการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยพิบัติธรรมชาติและพัฒนามุงไปสู การเปนสังคมสีเขียว ทไ่ี ดก ําหนดแนวทางการดาํ เนนิ งานได 6 ขอ ประกอบไปดว ย 1. จดั ระบบอนุรกั ษธรรมชาติ ฟน ฟแู ละปอ งกันการทาํ ลายทรพั ยากรธรรมชาติ 2. วางระบบการบริหารจัดการนํ้าใหมีประสิทธิภาพทั้ง 25 ลุมนํ้า เนนการปรับระบบ การบริหารจดั การอุทกภัยอยา งบรู ณาการ 3. การพฒั นาและใชพ ลงั งานท่ีเปน มิตรกบั ส่งิ แวดลอม 4. การพฒั นาเมอื งอตุ สาหกรรมเชงิ นิเวศและเมืองท่ีเปนมิตรกับส่งิ แวดลอม 5. การรวมลดปญหาโลกรอนและปรบั ตวั ใหพ รอมกบั การเปล่ียนแปลงสภาพภมู อิ ากาศ 6. การใชเ คร่อื งมือทางเศรษฐศาสตรแ ละนโยบายการคลังเพ่ือส่งิ แวดลอม นอกจากน้ีใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยังไดกําหนดใหเรื่องของส่ิงแวดลอมเปนเปาหมายหลัก และเปนยุทธศาสตรที่สําคัญในการพัฒนา ประเทศ โดยถูกกําหนดเปน ยุทธศาสตรท่ี 4 : การเติบโตท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมเพื่อการพัฒนาที่ ย่ังยืน โดยมีเปาหมายเพ่ือรักษา ฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติและใชประโยชนอยางยั่งยืนและเปนธรรม สรางความม่ันคงดานน้ําของประเทศและบริหารจัดการทรัพยากรน้ําท้ังระบบใหมีประสิทธิภาพ ควบคู ไปกับการบริหารจัดการส่ิงแวดลอมและลดมลพิษใหมีคุณภาพท่ีดีขึ้น พัฒนาขีดความสามารถในการ ลดกาซเรอื นกระจก และการปรับตวั เพอ่ื ลดผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและการรับมือ จากภยั พิบัติ แนนอนวาแผนแมบทยุทธศาสตรชาติ 20 ป และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 นั้น จะประสบความสําเร็จไมไดเลยหากไมมีการประชาสัมพันธใหประชาชนไดรับรู แผนการประชาสัมพนั ธแ หง ชาติ ฉบับท่ี 5 (พ.ศ. 2559-2564) จึงกาํ หนดใหมีเปา หมายดงั น้ี 1. ใหป ระชาชนเกิดความเขาใจ ยอมรบั ใหความรวมมอื ในการสรา งความปรองดองของคนในชาติ 2. หนวยงานและภาคสวนที่เกี่ยวของรวมทั้งประชาชนไดรับขอมูลขาวสารที่ถูกตอง และเกิด ทัศนคติท่ีดี โดยใหค วามรวมมอื กบั หนวยงานของรฐั 3. ประชาชนไดรับรูขอมูลขาวสารที่ถูกตอง รวดเร็ว ทันตอเหตุการณ เม่ือเกิดสถานการณ ฉกุ เฉนิ หรอื ภาวะวกิ ฤตแิ ละสามารถนําไปปฏบิ ัตไิ ดจ ริง 4. ประเทศไทยมภี าพลักษณท่ีดีและไดร ับการยอมรับจากประชาคมโลก ดวยเหตุที่กลาวมาขางตน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จึงไดกําหนด “ยุทธศาสตรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ระยะ 20 ป (พ.ศ. 2560-2579)” ขน้ึ มาเพื่อขบั เคลอื่ นประเทศไทยใหไปสูความมง่ั คั่งอยางยง่ั ยืนตาม เปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน(SDGs) ขององคการสหประชาติ รวมไปถึง แผนแมบทยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2560-2579) และ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) โดยไดกําหนดวิสัยทัศน “อนุรักษและใชประโยชนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เพ่ือเปนรากฐานการพัฒนาอยาง สมดลุ ” โดยมพี นั ธกจิ ทีส่ ําคญั 3 ดา นคือ 21 แผนปฏบิ ัตกิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพ่ือขับเคลอ่ื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม
1. ขับเคลื่อนและผลักดันยุทธศาสตรและมาตรการดานการอนุรักษ คุมครอง ฟนฟู สงเสริม และพฒั นาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละความหลากหลายทางชวี ภาพอยางย่งั ยืน 2. บูรณาการและสรางการมีสวนรวมกับภาคีเครือขายทุกภาคสวนในการบริหารจัดการ ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม ทั้งในประเทศและระหวางประเทศ 3. เสริมสรางขีดความสามารถในเขิงรุกขององคกร พัฒนาระบบกลไกและฐานขอมูลใน การบรหิ ารจดั การ รวมทงั้ การปรบั ปรงุ และบงั คับใชกฎหมายอยา งเปน ธรรม โดยมปี ระเดน็ ยุทธศาสตร 5 เรอื่ งดงั นี้ ยทุ ธศาสตรท ี่ 1 อนุรักษ คุมครอง ฟนฟู สงเสริม และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและความ หลากหลายทางชีวภาพอยา งยง่ั ยนื ยทุ ธศาสตรท ี่ 2 บริหารจัดการทรัพยากรนํ้า ทั้งนํ้าผิวดินและนํ้าใตดินแบบมีสวนรวม เปน ธรรม และเพยี งพอ ยุทธศาสตรท ี่ 3 ปอ งกัน รักษา และฟน ฟู คุณภาพส่ิงแวดลอ ม ยทุ ธศาสตรที่ 4 ขับเคลอ่ื นการผลติ และการบรโิ ภคที่เปนมติ รกบั สงิ่ แวดลอ ม ในการพัฒนาและ จัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ ยุทธศาสตรท่ี 5 ลดกาซเรือนกระจกและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยพบิ ัตทิ างธรรมชาติ ยุทธศาสตรท ่ี 6 พัฒนากลไก ระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางมี ประสทิ ธิภาพ และการจัดการองคกรอยางมธี รรมาภบิ าลและทันตอการเปลย่ี นแปลง จากยุทธศาสตรทั้ง 6 ดาน ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม จะเห็นไดวา ลวนมีเปาหมายสําคัญอยูที่ภาคประชาชน โดยเฉพาะอยางย่ิงจะประสบความสําเร็จไดก็ตอเมื่อภาค ประชาชนมีความรู มคี วามเขา ใจ มคี วามตระหนัก และเห็นความสําคัญของการมีสวนรวมในการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จึงจะสามารถทําใหภาคประชาชนสามารถปรับพฤติกรรม ในการดํารงชีวิต มีจิตสํานึก มีวินัย และมีสวนรวมในการอนุรักษ ฟนฟู และดูแลส่ิงแวดลอมโดยมี เปา หมายเดยี วกนั คือการมงุ ไปสูก ารสรางสงั คมที่เปน มิตรกับสง่ิ แวดลอม เพ่อื ใหการดําเนินงานบรรลุผลดังกลาว จึงมีการศึกษาและวิเคราะหแนวทางการสรางจิตสํานึก และการมสี วนรว มดานสง่ิ แวดลอ ม โดยการจดั ทําแผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสมั พนั ธเ พือ่ ขบั เคล่ือน งานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) เพื่อใหผูปฏิบัติงาน สามารถดําเนินการสื่อสารครบถวนทุกชองทางการ ครอบคลุมทุกกลุมเปาหมายเหมาะสมกับรูปแบบ การบริโภคขอมูลขาวสารของประชาชนในปจจุบันไดอยางมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงเพื่อให การดําเนินงานดานการเผยแพรขอมูลขาวสารที่สําคัญดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม มียุทธศาสตรและกลยุทธในการดําเนินงานท่ีชัดเจน สอดคลองกับเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน ของประชาคมโลก ยุทธศาสตรชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ แผนประชาสัมพันธ แหงชาติ ยุทธศาสตรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ในการขับเคลื่อนและสรางความ รว มมอื ในการทจี่ ะดูแลรกั ษาสิง่ แวดลอมของประเทศไทยใหมีคุณภาพท่ีดียง่ิ ข้นึ ตอไป. 22 แผนปฏิบตั ิการดา นการประชาสัมพันธ เพอ่ื ขบั เคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม
ลําดบั ความสําคญั ของแผนปฏบิ ตั ิการดานการประชาสมั พันธ ฯ ลาํ ดบั ที่ 1. แผนงานดานภาพลกั ษณแ ละการสือ่ สารองคก ร การสรางความแข็งแกรง ความจดจําได ความนาเชื่อถือของภาพลักษณที่ดี และการบริหาร ชื่อเสียงขององคกรควบคูไปกับการดําเนินงานขององคกรน้ัน เปนกลยุทธท่ีสําคัญท่ีสุดในการ ประชาสมั พนั ธ ลําดับท่ี 2. แผนงานดา นสือ่ นวัตกรรมและสอ่ื ใหม การสรางชองทางสื่อเปนของตนเอง การบูรณาการส่ือเกาและส่ือใหม จะสามารถสื่อสาร ภาพลกั ษณท ดี่ ไี ปยังกลมุ เปา หมายทตี่ อ งการไดอยา งดีท่ีสุด ลําดับท่ี 3. แผนงานดานเนอื้ หา การบรหิ าร Content การนาํ ภารกจิ หลักและเรงดว นมาลาํ ดับความสําคญั นาํ ไปสรา งเนอื้ หาเพ่ือใหหนวยงานในสังกัด สื่อสารไปในทิศทางเดียวกนั เพือ่ สอ่ื สารผานชอ งทางสื่อตางๆ ลาํ ดบั ท่ี 4. แผนงานดานการขับเคลือ่ นและการสรา งจติ สาํ นกึ หลังจากโครงสรา งและแนวทางสือ่ สารเนอื้ หามคี วามชัดเจนแลว จึงนํามาใชเปนแกนดําเนินการ ของแผนงานการรณรงคในรูปแบบตางๆ เพ่ือการสรางวินัย สรางจิตสํานึก เพ่ือใหคนไทยเกิดลักษณะ นสิ ยั และพฤติกรรมดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ มท่ีสอดคลอง เหมาะสม ลําดบั ที่ 5. แผนงานดานพนั ธมิตร เครอื ขา ยการสอื่ สารในภาคประชาชน การไดร ับความรว มมือ การยอมรบั จากภาคสว นตางๆ คือพลังที่สําคญั เม่ือทําการรณรงคก็ตอง สรางและขยายเครือขายพันธมิตร เพื่อกระตุนใหเกิดพลังการมีสวนรวมจากคนในสังคม เปนการพัฒนา ความสัมพันธก ับเครอื ขา ยภาคประชาชนใหม คี วามตอ เนื่องและแขง็ แรง ลําดับท่ี 6. แผนงานดา นพืน้ ที่การทํางานและกรณศี กึ ษา การสรา งแบบอยา งของการเปน ผรู ู ผูเช่ียวชาญในงานทท่ี าํ ใหป รากฏ การทํางานโครงการนํารอง ใหเกิดเปนกรณีศึกษาอยางชัดเจนในดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จึงมีความสําคัญในลําดับ ตอมา ทจี่ ะทาํ ใหเ กดิ พนื้ ที่แลกเปลี่ยนเรียนรู ลาํ ดับท่ี 7. แผนงานดา นการจดั แบง บทบาทหนา ที่ การแบงบทบาทหนาที่ระหวา งการขับเคล่ือนภารกิจหลัก งานวิชาการ งานวิจัยกับงานทางดาน การสอ่ื สารประชาสัมพันธใหชัดเจน มีการดาํ เนนิ งานควบคูกนั ใหความสําคัญของกลยทุ ธทางการส่ือสาร ต้ังแตตน จะทําใหผลงานนั้นมีท้ังมูลคาและคุณคา สามารถนําเสนอออกสูสาธารณชน ท้ังในระดับ ประเทศและระดับโลก 23 แผนปฏิบตั ิการดา นการประชาสัมพนั ธ เพ่ือขับเคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ ม
แผนปฏบิ ตั กิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพ่ือขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม ระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) 1. แผนงานดา นภาพลกั ษณแ ละการสือ่ สารองคก ร 2. แผนงานดานสือ่ นวัตกรรมและสือ่ ใหม 3. แผนงานดา นเน้อื หา การบริหาร Content 4. แผนงานดานการขับเคลอื่ นและการสรางจิตสาํ นกึ 5. แผนงานดา นพนั ธมติ ร เครอื ขายการสอื่ สารในภาคประชาชน 6. แผนงานดา นพืน้ ท่กี ารทํางานและกรณศี กึ ษา 7. แผนงานดา นการจดั แบงบทบาทหนา ท่ี ท่ีปรึกษาออกแบบกรอบแนวทางการดําเนินของแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธฯ ทจ่ี ะตอ งเรมิ่ จากภายในองคกรออกไปสภู ายนอกองคกร ดังภาพตอ ไปนี้ นอกจากน้ี ในการจัดทําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคล่ือนงานดาน ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม นั้น ไดมีการศึกษาและจัดทําแผนการสรางจิตสํานึกและการมีสวนรวมดานสิ่งแวดลอม เขา ไปในแผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พนั ธฯ ดวย เนื่องจากการทํางานดานการสื่อสารและประชาสัมพันธของกระทรวง และการสรางจิตสํานึก และการมสี ว นรวมดานส่ิงแวดลอม มที ศิ ทางการทํางานที่มเี ปาประสงคเ ดียวกันคือ “ภาพลักษณที่ดีของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จะเกิดข้ึนไดยอมมาจาก ทุกคนทุกหนวยงานในองคกรตองรวมมือรวมใจกันสรางข้ึน เพราะภาพลักษณท่ีไดมาน้ัน เปน ภาพสะทอนมาจากความพรอ มจากขางในองคกรอนั เปนองคป ระกอบทีส่ าํ คญั ” 24 แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสมั พนั ธ เพอ่ื ขบั เคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม
ก า ร ส ร า ง ภ า พ ลั ก ษ ณ อ ง ค ก ร ขึ้ น ม า ใ ห มั่ น ค ง แ ล ะ แ ข็ ง แ ร ง ผ า น ก า ร จั ด ก า ร ส่ื อ ส า ร ประชาสัมพันธที่มีแผนงาน รูปแบบที่ชัดเจน สะทอนการบริหารที่มุงม่ันทําตามคํามั่นสัญญา อยางเปนระบบ รวดเร็ว นโยบายองคกรท่ีชัดเจนเหมาะสมกับภารกิจขององคกร ความชํานาญ ความเปนมืออาชีพ ดวยการพัฒนาความรู ทักษะท่ีตอเนื่อง สมํ่าเสมอ ภายใตบรรยากาศ สภาพ สิ่งแวดลอมท่ีสงเสริมการเปนผูนําในภารกิจหลัก มีทิศทางที่บงบอกคุณคาขององคกร ท่ีจะชวย หลอหลอมความเปนหน่ึงเดียวกันในดานจิตใจของพนักงานในองคกร พรอมกับภาพลักษณ ขององคกรในดานสังคม การที่องคกรสรางประโยชนตอชุมชนรอบขาง และสังคมอยางสม่ําเสมอ สามารถสรางความภูมใิ จใหกับพนกั งานในองคกร ขณะเดียวกัน การสรางจิตสํานึกและการมีสวนรวมดานส่ิงแวดลอมใหเกิดขึ้นแกประชาชนน้ัน คือการปลูกจิตสํานึกที่ดีกับประชาชน และผูประกอบการ ใหตระหนักเห็นคุณคาของ ทรัพยากรธ รรมชา ติและสิ่งแวดลอม รวมทั้งผลกระทบจากกา รกระทําที่สงผลตอ ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม รว มสรา งความรูส ึกรับผดิ ชอบ ตอปญหาที่เกิดขึ้น ใหคําแนะนํา วิธีการรักษาทรัพยากรธรรมชาติท่ีจําเปนและหายาก การศึกษา เรียนรู ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศวิทยา และความสมั พนั ธความเช่อื งโยงความอยูรอดระหวางมนุษยและสิ่งแวดลอม ฟนฟู ทรัพยากรธรรมชาติท่ีทดแทนไดใหก ลับมาเพมิ่ ข้ึน การใชอยางฉลาด ใชอยางประหยัด และฟนฟูธรรมชาติท่ีเสียหายหรือเสื่อมโทรมใหดีขึ้น ใชพลังงานอยางรูคุณคา แสวงหาแหลงพลังงานใหม ๆ ลดการเกิดขยะมูลฝอย หรือจัดการขยะ อยางมีประสิทธิภาพ วางแผนการการใชชีวิตอยางเรียบงาย ดวยการไมทําลายชีวิตอื่น ๆ ท่ีอยูใน ธรรมชาติทั้งทางตรงและทางออม ดํารงชีวิตและประกอบการท่ีเอื้อตอส่ิงแวดลอม สอดคลองกับ ธรรมชาติ ชวยเผยแพรจิตสํานึกไปยังครอบครัว ชุมชนและสังคมที่ตนอาศัยอยู ใหเห็นคุณคาและ ตระหนักถึงภัยพิบัติที่กําลังเกิดข้ึนตอธรรมชาติและสิ่งแวดลอม พรอมท้ังแนวทางในการแกไข ตามหลักการพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื เหลาน้ี นับเปนภารกิจของกระทรวง ที่จําเปนตองใชทั้งการส่ือสาร การประชาสัมพันธใหเกิด ความรวมมือจากประชาชน ท่ีตองอาศัยศรัทธา ทัศนคติ ความรูสึก ความจดจําตอภาพลักษณท่ีดี ของกระทรวง จึงทําใหการทํางานการส่ือสารภาพลักษณกระทรวงและการสรางจิตสํานึกและการมีสวน รวมดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ไมสามารถแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิงได เปนการทํางาน ท่ีมีความเกี่ยวของและเกี่ยวเน่ืองอยูดวยกัน และเปนงานท่ีทุกหนวยงานภายใตสังกัดกระทรวงตอง มสี วนรวมในการดําเนินงานทตี่ อ งเริ่มจากภายในองคก ร และขยายสภู ายนอกในทีส่ ดุ ดังนั้น การดําเนินงานตามแผนปฏิบัติการใหมีการทํางานส่ือสารภายในองคกรและการสื่อสาร จากในองคกรออกไปนอกองคกร ซ่ึงจะตองดําเนินงานควบคูกันไปเปนคูขนานกันอยางตอเนื่อง งานประชาสัมพันธภาพลักษณกระทรวงจึงจะปรากฏเห็นเปนภาพที่ชัดเจนภายใตกรอบการทํางานและ กรอบเวลาทไี่ ดกาํ หนดไว 25 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขับเคล่ือนงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม
1. แผนงานดา นภาพลักษณและการสื่อสารองคกร วตั ถุประสงค 1. เพื่อสรางภาพลักษณท ่ีดใี หกระทรวงเปนองคกรท่เี ปน มติ รกับทรพั ยากรธรรมชาติและ คํานึงถึงส่งิ แวดลอ มอยา งชัดเจน 2. เพอ่ื กาํ หนดทศิ ทางในการสื่อสารภาพลกั ษณ 3. เพ่ือสรา งอตั ลักษณองคก ร และคณุ ลักษณะของบุคลากรท่ตี องการ 4. เพอ่ื พัฒนาบุคลากรดานการสือ่ สารประชาสัมพนั ธ 5. เพอื่ ปลกู จิตสาํ นกึ ของบุคลากรใหเกดิ วัฒนธรรม คานิยมดา นทรพั ยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดลอ ม Image & Brand Management แนวทางการบริหารจดั การภาพลักษณอ งคก รท่ชี ัดเจนตอสาธารณชน ความสาํ คัญของอัตลักษณ อัตลักษณ = ลกั ษณะเฉพาะตัวของส่งิ ใดส่ิงหนงึ่ คุณลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งเปนตัวบงช้ีของลักษณะเฉพาะของตัวบุคล สังคม ชุมชน องคกรหรือ ประเทศนั้นๆ เชน เช้ือชาติ ภาษา วัฒนธรรมทองถ่ิน และศาสนา ฯลฯ ซ่ึงมีคุณลักษณะท่ีไมท่ัวไปหรือ สากลกับสังคม อ่ืนๆ กลา วคือ ลกั ษณะที่ไมเหมือนกับของคนอนื่ ๆ เพ่ือท่ีจะสรางอัตลักษณของแบรนด ตองเขาใจวาองคประกอบเร่ืองอัตลักษณของแบรนดน้ัน มอี งคประกอบอยูดวยกัน 2 สวนคือ แกนของแบรนด (Core Identity) และสวนขยายแกนของแบรนด (Extended Identity) ท้ังสองสวนนั้นเปนองคประกอบรวมกันที่ทําใหแบรนดใดแบรนดหนึ่ง มีคณุ ลักษณะท่เี ปน ตวั ของตวั เอง แตกตางจากแบรนดอ ื่นๆ แกนของแบรนดนั้นเปนสิ่งท่ีฝงลึกอยูในแบรนดๆ นั้นเปนความมุงมั่น จุดยืนในชีวิต ของแบรนด มีม่ันคงไมเปลี่ยนแปลง คือเวลาไมไดเปนตัวกําหนดวา ความมุงมั่นหรือจุดยืนที่ตั้งข้ึน นั้นจะส้ินสุดลงในเวลาใด หรือเม่ือใด แตจุดยืนน้ันจะอยูกับแบรนดตราบเทาท่ีแบรนดๆ นั้น ยังมใี หเห็นอยู 26 แผนปฏิบตั ิการดา นการประชาสัมพันธ เพอ่ื ขับเคล่ือนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม
ความสําคัญของภาพลกั ษณ การบริหารชื่อเสียงขององคกรนั้น เปนอีกหนึ่งยุทธศาสตรที่สําคัญขององคกรท้ังดาน ภาพลักษณและการดําเนินงานควบคูกัน ในขณะท่ีการเติบโตขององคกรจะสะทอนประสิทธิภาพ และ ความมั่นคง สว นภาพลกั ษณขององคกรก็จะสะทอ นถงึ ประสทิ ธผิ ลในการดําเนินงาน ไดเปน อยางดี นอกจากน้ีการประสบความสําเร็จในการดําเนินงานขององคกรยังข้ึนอยูกับภาพลักษณใน การดําเนนิ งานเปน สําคญั หากหนวยงานใดมภี าพลักษณใ นเชงิ ลบมีชือ่ เสยี งเสื่อมเสียประชาชนก็จะไมให ความไววางใจ ไมเช่ือถือ เกิดความระแวงสงสัยหรือเกลียดชังหนวยงานน้ันในท่ีสุด ผลท่ีตามมาก็คือ องคกรน้นั ๆ ยอ มประสบอุปสรรคเกดิ แรงตอ ตา นจากบุคคลภายนอกองคก ร ความสําคญั ของแบรนด การสรางแบรนดขององคกรที่ประสบความสําเร็จ มีปจจัยและองคประกอบท่ีสําคัญหลาย ประการ ไมวาจะเปนการกําหนดบุคลิกภาพ หรือการสรางคุณลักษณะใหเดนชัด เพ่ือใหเกิดการจดจําได งาย อาทิ การใช “สี” ท่ที ําใหกลุมเปา หมายนึกถงึ องคกรหรือบริการ การออกแบบ “ตราสัญลักษณ” (Logo) ที่มีเอกลักษณ โดนใจกลุมเปาหมาย การมอบ “บริการ” ท่ีมีความโดดเดนเฉพาะตัว “การส่ือสาร” ทีส่ ะทอนเรือ่ งราวที่ทําใหเ ขา ถงึ และรสู ึกไดวาเปนแบรนดเหลาน้นั เปน ตน แบรนดท ีด่ ี จะเกิดขนึ้ ไดอ ยูทีค่ วามรว มมือของทุกคน ทกุ สว นในองคกร แบรนดลมเหลว ...เพราะไมไดเ ลาเรือ่ งเดียวกนั การบริหารแบรนด มีสิ่งหนึ่งที่สําคัญ คือการสรางการรับรู (Perception) ใหกลุมเปาหมาย จดจํา และเขาใจในส่ิงท่ีองคกรตองการจะส่ือออกไป การรับรูจะเกิดข้ึนจากการวางแผนและการ ใชเ ครอ่ื งมือส่ือสารไดอยางมีประสิทธิภาพ ตัวอยางเชน ตราสัญลักษณที่กลุมเปาหมายรับรูวามีลักษณะ ท่ีโดดเดนอยางไร ซึ่งสวนเหลานี้พนักงานจําเปนตองเขามามีสวนรวม ทั้งในดานของการแสดงความ คิดเหน็ และเปน กลมุ เปาหมายกลมุ แรกๆ ในการสรา งการรบั รูโดยตรง หลายองคกรประสบกับความลมเหลวโดยสิ้นเชิงกับการบริหารแบรนด เพราะมุงสื่อสาร แตภายนอกองคกร ส่ือสารผาน Mass Media / เดินหนาสื่อความกับสาธารณชน โดยขาดความใสใจ ทจี่ ะสือ่ ความไปยังบุคลากร การสรางแบรนดจําเปนตองเร่ิมจากการสื่อสารภายในเพ่ือสรางความเขาใจ ท่ีชัดเจนตรงกนั ใหทุกคนสามารถเลา เรอ่ื งแบรนดไดเปน เรื่องเดียวกัน (อา งอิง 4) ขนั้ ตอนในการสรางแบรนด (อา งอิง 5) 1. กาํ หนด เปาหมายของแบรนด (Brand Purpose) 27 2. วางตําแหนงของแบรนด (Positioning) 3. สรางความแตกตางใหก ับแบรนด (Brand Differentiation) 4. สรางตัวตนของแบรนด (Brand Identity) 5. สรา งความเชือ่ ม่นั ใหก บั แบรนด (Brand Trust) 6. การทําความดขี องแบรนด (Brand Beneficence) แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสัมพนั ธ เพอื่ ขับเคล่อื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม
ขอ 1 -4 Philip Kotler เขียนหนังสือไวหลายเลม สวนขอ 5 และ 6 Kotler ไมไดเขียนไว แต Marketing Journal เพ่มิ ไวเพื่อใหเขาใจวา หากสรางแบรนดอยางเขาใจสุดทาย ผูบริโภคก็จะเช่ือในสิ่ง ท่ีคณุ พูดและทํา David Aaker ผูเชี่ยวชาญดานการสรางแบรนด แนะนําวาการสรางแบรนดไมควรหยุดอยูแค เปาหมายในการใชงาน (Functional Purpose) แตควรเพิ่มไปถึงเปาหมายที่ลึกข้ึน ซึ่งดานอารมณ (Emotional Purpose) และ การตอบแทนสังคมดวย (Social Benfit) ยกตัวอยาง เปาหมายดานการใชงานของการดื่มโคกชวยใหเราสดช่ืนและอรอย เปาหมาย ดา นอารมณค ือ การสรา งความสขุ หรอื ท่ชี ว งนี้ใชคาํ พดู วา “ดื่มด่ําทกุ ความรูสึก” ฉะน้ันโคกก็สามารถเลนกับพ้ืนที่ “ความสุข” ได ไมวาจะทําอะไรก็นึกถึงความสุขเขาไว ในขณะที่ Volvo ก็นึกถึง Safety ไวกอน เมื่อ Brand Purpose ชัดเจน Brand Identity ก็ชัดเจน ตามไปดว ย จึงสรุปไดวา“แบรนด” มีความสําคัญตอการดําเนินงานขององคกร เพื่อสรางการจดจําและ ภาพลักษณท ด่ี ตี อ องคก รอยางยง่ั ยืน ผลของการเกบ็ ขอ มูลดานภาพลกั ษณโ ดยสรุป Internal change แนวทางการสรา งภาพลกั ษณองคก รจากการเปลย่ี นแปลงภายใน สิ่งทสี่ ําคัญทีส่ ุดกค็ อื การส่อื สารแบรนดท ี่เปน พันธสญั ญาเดียวกัน ไมใชค วามหลากหลาย ตางคน ตางทํา ตางคนตา งเขา ใจ หรือมีแบบฉบับเปนแบรนดของตัวเอง หากการส่ือสารภายในยังไมชัดเจนแลว จะสรางความรบั รทู ่ีมีตอ แบรนด ภายนอกองคกรไดอยางไร การส่ือสารแบรนดภายในองคก รผานการสอื่ ความที่เปนเน้อื หา การจัดกิจกรรม ชองทาง วิธีการ ท่ีมีวัตถุประสงค มีการวัดผลท่ีมีเปาหมายชัดเจน เพ่ือสอดคลองกับทิศทางของแบรนด การแทรก เรื่องราวของแบรนดในกิจกรรมท่ีทําอยูแลว เชน การประชุม อบรม สัมมนา กิจกรรมท่ีองคกร ดําเนินการ หรือการสรางกิจกรรม ชองทางการส่ือสารขึ้นมาใหม ดวยการกําหนด Theme Idea ท่ีใช ความคิดสรางสรรค ของแตละฝายในองคกร ตามวัฒนธรรมของแตละองคกร อยางตอเน่ือง ภายใน ระยะเวลาทเ่ี หมาะสมอยางสมาํ่ เสมอ 28 แผนปฏิบัติการดา นการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขับเคลื่อนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม
การสรางความเขา ใจถงึ อัตลักษณของแบรนด (Brand Identity) สูพนักงานในองคกรใหได นับเปนความทาทายของผูท่ีเก่ียวของ ดวยเปนองคประกอบสําคัญในการบริหารแบรนดใหประสบ ความสําเร็จ แบรนดท่ีชัดเจนจะเปนส่ิงที่ชวยสรางความแตกตาง และความไดเปรียบทางการ ส่ือสาร โดยเปนตัวกลางเชื่อมโยงคณุ คา (Value) และเอกลักษณ (Uniqueness) บางอยางเพ่ิมเติมเขากับหนาที่ ใชสอยพ้นื ฐาน (Functional) ขององคกรนน้ั ๆ ใหเกดิ การรับรขู องกลุม เปา หมาย แบรนด ...ตอ งสอื่ สารขา งในอยา งเขม ขน หากองคกรสามารถสื่อความใหพนักงานมีความเขาใจท่ีชัดเจนเกี่ยวกับอัตลักษณของแบรนด มากเทาไร ก็ย่งิ ทาํ ใหแ บรนดน ั้นๆ มพี ลงั สามารถโนม นาวและสรา งความเชื่อมนั่ ใหก ับผูบริโภคไดมากขึ้น เทานั้น เปนภาระหนาที่และความรับผิดชอบขององคกร ท่ีจะตองมอบหมายใหมีการจัดการส่ือสาร แบรนดภายในองคกรใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะเปนสิ่งจําเปนและมีประโยชนตอการบริหารงาน ในทกุ ระดับ (อา งอิง 4) จากแนวคิดท่ีกลาวมาขางตนท้ังแนวทางการบริหารจัดการภาพลักษณองคกรท่ีชัดเจน ตอสาธารณชนและแนวทางการสรางภาพลักษณองคกรจากการเปลี่ยนแปลงภายใน สอดคลองกับผล จากการศึกษาของคณะท่ีปรกึ ษาดงั นี้ “ตอ งการเหน็ องคก รแหง นีม้ ีความเปน ผนู าํ ในการขับเคลอื่ นในประเด็นปญหาหรือเรื่องราวตางๆ ดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ทั้งในเร่ืองของการปกปกดูแลรักษา พัฒนาขยายผล หรือ แกปญหาตางๆ ท่ีมีผลกระทบกับประชาชนในทุกมิติ รวมไปถึงการเปนผูนําในการปรับเปล่ียนทัศนคติ มุมมอง ความคิด จิตสํานึก พฤติกรรม โดยเปนตัวอยางหรือเปนตนแบบใหกับประชาชน ในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสูสังคมท่ีเปนมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยมีผลการดําเนินงาน ในดา นตางๆ ทีไ่ ดร ับการยอมรับท้งั ในระดับประเทศและในระดบั โลก” ดังน้ัน จึงควรใหมีการปรับปรุงในการสรางภาพลักษณท่ีดีจากภายในองคกร (Internal change ) ควบคูไปกับการส่ือสารภายนอกในเชิงรุกที่ดีดวย (External Communications) ที่สอดคลองกับ สถานการณ รวมถึงการเรงพัฒนาปจจัยตางๆ ท่ีเก่ียวของกับการส่ือสาร และสรางภาพลักษณท่ีดี ตามตวั อยา ง แนวทางการส่ือสารแบรนด เบื้องตน ดงั นี้ 1. อตั ลักษณอ งคกร “ฉนั คือใคร-ใครคือฉนั ” Image & Corporate Identity 29 แผนปฏบิ ัติการดานการประชาสัมพนั ธ เพอ่ื ขบั เคลอ่ื นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม
“อัตลักษณ” คือคุณลักษณะเฉพาะตัว เปนตัวบงชี้ของลักษณะเฉพาะของตัวบุคล สังคม ชุมชน หรือประเทศน้ันๆ ซ่ึงมีลักษณะท่ีไมเหมือนกับคนอ่ืน การออกแบบอัตลักษณขององคกรจึงเปน หนาตางสาํ คญั ที่จะกําหนดหนาตาและทิศทางขององคกรนัน้ ๆ 1.1 ช่ือของกระทรวงท่ียาวและสัญลักษณที่ส่ือไมชัดเจนทําใหจดจํายาก ปรับไดโดย การใชช่ือรอง หรือสัญลักษณรองท่ีสอดคลองในกิจกรรมหรือชองทางประชาสัมพันธ เชน กระทรวง GREEN (ทส), ตราสัญลกั ษณทีม่ ีใบไมและทรัพยากรธรรมชาติ, ใชเปนหัวเอกสารขาว ประชาสัมพันธ, การแถลงขาว ส่ือประชาสัมพันธตางๆ ที่เผยแพรสาธารณะในเชิง ประชาสัมพนั ธ และสรา งการรบั รู ตวั อยาง กระทรวง Green 1.2 การเผยแพรช่ือ สัญลักษณของกระทรวง ใหมีการเผยแพรชื่อหนวยงาน ช่ือและตราสญั ลกั ษณก ระทรวง ทกุ ครงั้ ในกิจกรรมสาธารณะกบั ทุกหนว ยงานในสงั กัด 1.3 โทนสีในการส่ือสารเพ่อื สรางความจดจาํ สเี ขยี ว หมายถึง ธรรมชาติ ชีวติ มนษุ ยชาติ ธรรมชาติ ชวี ติ มนุษยชาติ การเริ่มตน ความสดช่ืน ความปลอดภัย อาหาร ความอุดม สมบูรณ ความเปนอมตะ การเจริญงอกงาม การเติบโต การดูแล ความเห็นอกเห็นใจ การควบคมุ ความสมดุลทางกายและใจ ความสัมพันธท ด่ี ี พลังของสีเขยี ว สีเขียวชวยกระตุนใหรูสึกสดช่ืน ลดความเหน็ดเหน่ือย คลายความตึงเครียด ความตน่ื ตระหนกและความวติ กกังวลลงไป อีกทั้งยังเปนสัญลักษณสากลของคําวา ‘ผาน’ หรือ ‘ไปได’ สีเขียวสามารถชวยผอนคลายสายตาและระบบประสาท สีเขียวเขมชวยในเรื่องการ มองเห็นและสมาธิ มีพลังชวยใหจิตสงบ ชวยพัฒนาอารมณและพฤติกรรม สื่อถึงเกียรติยศ ความรํ่ารวยและเงิน สเี ขยี วออ นนั้นจะชวยใหรูสกึ สดชน่ื สีชมพู หมายถึง ความรักความเอาใจใส และรกั ษส ิ่งแวดลอ ม ความนุมนวล ความออนโยน ความไรเดียงสา ความออนเยาว การดูแลเอาใจใส การทะนุถนอม ความเอื้อเฟอเผื่อแผ จิตใจดี ความหวาน ความบอบบาง ความรัก ความเอ็นดู หัวใจ มิตรภาพ เสนห สุขภาพทด่ี ี ความออ นไหวทางอารมณ พลังของสชี มพู สีชมพมู พี ลงั ในการรักษา โดยเฉพาะกับผูท ่มี ีปญหาทางอารมณ สีชมพูชวยใหจิตใจสงบ ผอนคลายและออนโยน สีชมพูชวยกระตุนใหรูสึกถึงความรัก ความชื่นชม และความนาทะนุ ถนอม สีชมพูจะดึงดูดความออนเยาว ความม่ันใจ ความกระปรี้กระเปรา และความสนุกสนาน สวนสีชมพูออนจะดึงดูดความออนหวาน ความสวยงาม ความเสนหาที่นุมนวล ความออนโยน และความรกั แบบไมม เี งือ่ นไข 30 แผนปฏบิ ัตกิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพื่อขบั เคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม
ตัวอยางเชน ธนาคารแตละแหงจะมีโทนสี โลโก และตัวอักษรท่ีเปนเอกลักษณ เม่ือชื่อของ ธนาคารยาวไปยากตอการจดจํา บางก็ใชชื่อยอ บางก็ใชช่ือของโลโก นอกจากน้ีเมื่อมีผลิตภัณฑใหม ธนาคารก็สรางสัญลักษณรองมาใช โดยอิงกับสัญลักษณหลัก ทําใหส่ือสารออกถึงภาพลักษณเฉพาะตัว ของธนาคารเม่อื ประชาชนเหน็ สามารถจดจาํ และบอกไดท นั ทวี าเปน เปนธนาคารใด 2. คา นิยมหลกั (Core Value) คานิยมหลักหมายถึง คุณลักษณะและบรรทัดฐานที่เปนลักษณะเฉพาะขององคกรน้ัน ๆ เพื่อเปนแนวทางในการประพฤติปฏิบัติของพนักงานในองคกร หากองคกรใดสามารถสรางคานิยมหลัก และถายทอดพฤติกรรมทีพ่ งึ ประสงคใหแกพนกั งานทุกคนใหปฏิบัติตามไดแลว องคกรนั้นก็ยอมสามารถ สรา งความแตกตางและการจดจาํ ใหแ กส าธารณชนไดเ ชน กนั ในท่ีนี้ คณะที่ปรึกษาไดจัดทําแนวทางการขับเคล่ือนคานิยมแบบ HAPPY GREEN การสรางวัฒนธรรมการทํางานท่ีมีเอกลักษณของพนักงานอยางมีความสุขทามกลางความสดช่ืน แจมใส เปนมิตรกับธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ทําใหงานนั้นราบรื่นประสบความสําเร็จ สงผล ใหประชาชนไดร บั ความความรสู ึกทดี่ ีนั้นไปดวย คุณลกั ษณะ ซงึ่ โดดเดน 5+5 ประการคอื H A PP Y HONESTY ACCOMPLISH PROACTIVE PROFESSIONEL YIELD ความซื่อสัตย กระตอื รอื รน มืออาชพี ใหเ กดิ ผลผลิต ทาํ ใหสาํ เรจ็ ผลทค่ี าดวา จะไดร ับ 1.การทํางานดวยความ 1. ผลกั ดันองคก รไปให 1. มคี วามคิดริเร่ิม 1.ทาํ งานอยางรวดเร็ว รว มมือ รวมใจ 1.การบรหิ ารจัดการทีด่ ี ถงึ จดุ หมาย 2. ทาํ งานอยา งมสี ติ และตอเน่ือง 2.ทํางานดวยความ สงผลใหงานสําเรจ็ 2.รักษาผลประโยชน ไมใ หเกดิ ขอผิดพลาด 2.ปรับปรงุ การทาํ งาน เขา ใจ และ ใหอ ภยั 2.รูจักแบงหนา ที่ตาม ขององคกร 3. สอื่ สารและ ของตัวเองเสมอ 3.การทํางานโดยไม ความสามารถของแตล ะ 3.ทํางานเปนทมี ประสานงานอยา งมี 3.พัฒนาการทาํ งาน มี เกี่ยงหนัก - เบา คนและใชค นใหถ กู กบั 4.สือ่ สารกนั อยา งมี ประสิทธิภาพ ไหวพรบิ และปฏภิ าณ 4.ชวยกนั ทาํ งานโดยมงุ งาน ประสทิ ธิภาพ 4. ทาํ งานอยา งตอเน่ือง 4.รจู กั แบง ความ ผลสาํ เร็จ 3.ทําใหเ กิดความอดทน 5.การทํางานทีไ่ ดผล จนสําเร็จ รบั ผดิ ชอบ 5.ปราศจากคอรปั ชน่ั และ เสียสละ เปนบวก 5. คาํ นงึ ถงึ ทมี งาน 5.การทาํ งานมงุ 6.พรอมใจทํางาน ดว ย 5.ประสานการทาํ งาน 6. ทํางานแบบมอื อาชีพ ผลสําเร็จ ความซอื่ สัตย อยางตอเนือ่ ง จน ประสบความสาํ เรจ็ 31 แผนปฏิบัติการดา นการประชาสมั พันธ เพ่ือขบั เคล่อื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม
G R EE N Goal RAPIDITY ENERGY ENDURANCE NEED เปาหมาย รวดเร็ว ทนั ที มพี ลัง ความอดทน ความจําเปน ผลทคี่ าดวาจะไดร บั 1. ทาํ งานแบบมี 1. ทาํ งานอยา งรวดเร็ว 1. มีพละกาํ ลังทาํ งาน 1. มคี วามอดทนไมเ ก่ียง 1. รูวาอะไรควรทาํ ไม เปา หมาย และตอ เน่ือง อยา งขะมกั เขมน หนกั - เบา ควรทํา 2. ตั้งใจทํางานใหบรรลุ 2. ปรบั ปรุงการทาํ งาน 2. มคี วามสามารถใน 2. ขยัน ยอมรับ และ ให 2. เรียงลําดับ เปาประสงค ของตนเองเสมอ การทํางาน อภัยกับผรู ว มงาน ความสาํ คัญกอนหลงั 3. ทาํ งานดวยความ 3. มไี หวพรบิ และ 3. มีพลงั งานในการ 3. ฝา ฟน อุปสรรค 3. ส่งิ ทีค่ วรปฏบิ ัติ หรือ มุงม่ัน ปฏิภาณ ทาํ งาน มุงม่นั สูผลสําเร็จ ควรแกไ ขอยา งไร 4. รูจักแบง ความ รบั ผิดชอบ 3. มหี นว ยงานกลางรบั ผิดชอบงานดา นภาพลกั ษณและการสอื่ สารภายนอกที่ชดั เจน ขอคนพบจากการศึกษาไมวาจะเปนผูบริหารหรือบุคลากรตางเห็นไปในทิศทางเดียวกันวา ควรมีหนวยงานกลางที่รับผิดชอบงานดานภาพลักษณและการส่ือสารของกระทรวงอยางชัดเจน เน่ืองจากปริมาณของภารกิจและขอมูลที่มีเปนจํานวนมาก รวมทั้งหนวยงานภายใตสังกัดคอนขางมาก งานดา นภาพลักษณแ ละสื่อสาร จงึ ตอ งมีหนวยงานที่ไดรับการแตงต้ังหรือมอบหมายใหทํางานในภารกิจ น้ีอยางเปน ทางการ (ปจจุบันมีคําส่ังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ท่ี 41/2560 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ พ.ศ. 2560 เรื่องการจัดต้ังสํานักงานโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานดานการประชาสัมพันธ โดยข้ึนตรงตอปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม) 4. การเรง พัฒนาบคุ ลากรและเตรยี มความพรอ มดานทรัพยากร 32 จัดอบรมและฝกทักษะทางดานกลยุทธก ารสือ่ สาร แบรนด ภาพลักษณองคก ร ใหกบั ผบู ริหารและพนักงานทเ่ี กยี่ วขอ ง 4 ดานคือ 1. ทักษะและความเขา ใจในงานส่ือสาร การประชาสัมพนั ธ และการรณรงค 2. เทรนดก ารสอ่ื สารของโลกและพฤตกิ รรมประชากร 3. การบรู ณาการส่ือหลักกับสื่อสมยั ใหม 4. การขยายขอบขายการสื่อสารและเครือขา ย ตัวอยา งหัวขอการอบรมดงั นี้ • การสรางภาพลกั ษณท ่ีดีจากขางในสูภายนอกองคก ร • ทักษะการสื่อสารกบั ส่ือมวลชน การสอื่ สารสาธารณะ • จับประเดน็ ใหเ ปน “ขาว” / เขยี นอยางไรใหโ ดนใจส่อื • กลยทุ ธการส่อื สารภายในองคกร • เทคนิคการบรู ณาการเครื่องมือการส่ือสารครบวงจร • การเขยี นเพ่ือสรา ง Content ใหเกดิ Impact ผา นสือ่ ออนไลน • นวตั กรรมการประชาสัมพนั ธเ ชิงกลยทุ ธผ านเครือขา ยสงั คมออนไลน • เทคนิคการเปน Social Media Manager ใหก บั องคก ร • กลยทุ ธการส่อื สารในภาวะวิกฤติ แผนปฏบิ ตั ิการดา นการประชาสัมพันธ เพ่ือขับเคล่ือนงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ ม
5. ปลกู จติ สํานกึ เรอ่ื งทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอมจากคนในองคก ร การสรางแบบอยางในการปฏิบัติตัวดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยาง เปนรปู ธรรม ซึง่ ขณะนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมไดประกาศเจตนารมณในการหาม นําถุงพลาสติกและโฟมเขาไปในอาคารสํานักงานทุกหนวยงานภายใตสังกัดกระทรวงแบบ 100 % โดยใหเ วลากบั บุคลากรไดปรับตัวเปนเวลา 6 เดอื น การปลูกจติ สํานกึ มาจากพฤติกรรมการดาํ เนินชีวติ อาทิ 5.1 ลดประมาณขยะ 5.2 ลดการใชพลาสติก 5.3 เลอื กใชผลิตภณั ฑทาํ ความสะอาดท่ีเปน มิตรกบั สิ่งแวดลอ ม 5.4 พกกลองพรอ มใสอาหารชอน+สอ ม แกวกาแฟ ขวดนํ้าเตมิ น้ําดมื่ ไวใ ชเ สมอ 5.5 ใชซ ้ําแทนการท้งิ 5.6 คดั แยกขยะรีไซเคิล 5.7 จัดสภาพแวดลอ มในการทาํ งาน ใหสง เสริมภาพลักษณด า นส่ิงแวดลอ มของ กระทรวงใหเ กิดความชดั เจน 5.8 ใชน ํา้ และไฟฟาอยางรคู ุณคา 5.9 ไมใ ชสนิ คาท่ีทาํ ลายทรัพยากรธรรมชาติ 5.10 ในลําดับตอไป กระทรวง ควรกําหนดระเบียบ แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ พฤติกรรมที่เปนมิตรกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมสําหรับผูที่จะมารับจางทํางาน ใหกับหนวยงานกระทรวง กรณีศึกษา สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ท่ีกําหนด ใหหนวยงานหรือบุคคลท่ีมารับจางทํางานใหกับ สสส. จะตองเปนสถานที่ ปลอดบุหรี่ มีการตดิ ปา ยประกาศ จดั สถานท่สี ําหรับสบู บุหรอ่ี ยางชัดเจน 33 แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสมั พันธ เพ่อื ขบั เคล่อื นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม
ขอ สรุปและเสนอแนะ แผนงานท่ี 1. แผนงานดานภาพลกั ษณแ ละการสื่อสารองคก ร แผนงานดานภาพลักษณและการสื่อสารองคกร ถูกจัดใหมีความสําคัญที่สุดเปนอันดับแรก เน่ืองจากการสรางภาพลักษณองคกรน้ันจะประสบความสําเร็จได จักตองดําเนินการจากภายในองคกร และเปนภารกิจท่จี ะตอ งดาํ เนนิ การอยางเรงดวนเปนเรื่องแรก หากสามารถสื่อสารและสรางภาพลักษณ จากคนภายในองคกรแลว ก็สามารถดําเนินงานตามแผนงานที่ 2-7 ไดโดยไมยากและสามารถประสบ ความสําเรจ็ ตามแผนงานที่ออกแบบไวใ นระยะเวลาท่ีกาํ หนด 34 แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคลื่อนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม
แผนการดาํ เนนิ งาน แผนงานที่ 1. แผนงานดานภาพลักษณแ ละการส่อื สารองคก ร ลาํ ดบั รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตวั ชวี้ ัด หนวยงาน รับผดิ ชอบ 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 1 อัตลักษณอ งคกร ความเหมาะสม ระยะเวลา 1.จัดหาผชู าํ นาญการเพื่อศกึ ษา สาํ รวจ ขั้นตอน การมี ประเมนิ หรือวิจยั ออกแบบ กาํ หนด สวนรว ม รปู แบบ อัตลกั ษณข ององคก ร ประสิทธิผลกอน 2.การสรางและส่ือสารอตั ลักษณภ ายใน และหลงั การ องคกร ดําเนนิ งาน 3.การส่ือสารอตั ลักษณอ งคก รสสู าธารณะ 2 การสรา งคา นยิ มหลัก ประสทิ ธิภาพ ของรูปแบบการ 1.การวิเคราะห ประมวลผล ระดมสมอง ดาํ เนินงาน การ สรปุ ผล นําเสนอ คา นิยมหลกั ขององคกร ตอบโจทยข องผล 2.การช้ีแจง เผยแพร คานยิ มหลักภายใน ทไ่ี ดร บั การรบั รู องคก ร และความจดจํา 3.การส่อื สารคานิยมหลักองคก รสู นําไปใชใ นการ สาธารณะ ดําเนนิ งาน 3 หนว ยงานกลางรบั ผิดชอบงาน ดา นภาพลักษณและการส่อื สาร ภายนอก 4 การเรง พฒั นาบคุ ลากร การจดั การ 1.ออกแบบและวางแผนหัวขอการ หลักสูตร เน้ือหา อบรม จัดทาํ หลักสตู ร สรรหา วทิ ยากร และ วิทยากร ประโยชนตอ 2.จัดการอบรมและติดตามผล การนําไปใช 5 ปลกู จิตสํานกึ เรื่อง การตดิ ตามผล ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ การ ส่ิงแวดลอมจากคนในองคกร เปลีย่ นแปลง 1.กจิ กรรมปลกู จิตสาํ นึกทสี่ ราง พฤตกิ รรม แบบอยา งฯ ใหกบั คนภายนอก แบบสอบถาม 2.กิจกรรมทรี่ ณรงคไ ปยงั ครอบครวั เปรียบเทียบ ของบุคลากร กอนและหลงั การดําเนนิ งาน 6 การบรหิ ารจดั การภาพลกั ษณ การวิจยั องคกรท่ีชดั เจนตอสาธารณชน ภาพลักษณ แบบสอบถาม 1.การสอ่ื สาร “อัตลกั ษณองคก ร” เปรยี บเทียบ 2.การสื่อสาร “สรางคา นิยมหลักของ กอ นและหลงั องคกร” การดําเนนิ งาน 3.การส่ือสารเร่ืองการพัฒนาบุคลากร 4.การสอ่ื สารเรอ่ื งการปลกู จิตสํานกึ ใหก ับบุคลาการและครอบครวั 5.การสือ่ สารระเบียบเกย่ี วกบั พฤติกรรมทเี่ ปนมิตรกบั ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม สําหรบั ผูทีม่ ารับจางทํางานใหกับ หนวยงานในกระทรวง 35 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสัมพันธ เพื่อขบั เคล่อื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม
2. แผนงานดานสอ่ื นวัตกรรม และส่ือใหม วตั ถปุ ระสงค 1. เพื่อการสรางชองทางส่ือของกระทรวง ท่บี รหิ ารจดั การและควบคุมได 2. เพ่ือสรางกองบรรณาธิการ มีหนาท่ีหลักในการผลิตเนื้อหาที่ไมไดมีแตเน้ือหาของกระทรวง เทาน้ัน แตผลิตประเด็นขาวความเคล่ือนไหวที่เก่ียวของกับทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ระดบั ประเทศ รวมท้งั ระดบั โลก 3. เพ่อื การบริหารจดั การ บรู ณาการส่ือเกาและสอื่ ใหม ใหเ ขาถึงกลมุ เปาหมาย 4. เพ่อื การสรา งสอ่ื บคุ คลใหเ ปนผนู าํ การเปลย่ี นแปลง 5. เพอ่ื สรางเครอื ขา ยส่อื ชวยในการกระจายขา วสาร “ส่ือสังคมออนไลน ไมไดเปนเพียงสื่อท่ีไดรับความนิยมเทานั้น กลาวไดวาเปนส่ือหลักของ การส่ือสารเพื่อสรางการรับรู และยังคงมีนวัตกรรมความกาวหนาอยางตอเนื่องอีกท้ังยังมีแนวโนมวา จะพัฒนาไปอีกมาก จึงเปนที่นาสนใจวาองคกรควรใหความสําคัญกับการเปล่ียนแปลงดังกลาว การใช สื่อสังคมออนไลนเพ่ือการประชาสัมพันธ นํามาซ่ึงช่ือเสียงภาพลักษณ สนับสนุนธุรกิจและกิจการ ขององคกรที่ไมใชเพียงแคมีแลว ใชแลว แตตองใชอยางมีประสิทธิภาพโดยคํานึงถึงประโยชนที่จะไดรับ จากการสื่อสารของผูมีสวนไดสวนเสีย สังคม ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม สื่อสังคมออนไลน เปน รปู แบบการสื่อสารทเี่ ขา ถงึ กลมุ เปา หมายทกุ ระดับ ทงั้ ในประเทศและเวทโี ลก” (อางองิ 6) นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัย 2018 Digital Yearbook (อางอิง 7) พบวา “ไทย” เสพติดเน็ต มากท่ีสดุ ในโลก“กรุงเทพ”เปนเมืองท่ีมีผูใช Facebook สูงสุด โดย“We Are Social” ดิจิทัลเอเยนซี่ และ “Hootsuite” ผูใหบริการระบบจัดการ Social Media และ Marketing Solutions ไดรวบรวม สถิติการใชงานอินเทอรเน็ตท่ัวโลก ฉายภาพการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคธุรกิจออนไลน และพฤติกรรม การใชอินเทอรเ น็ตในแตละประเทศ พบวามีผูใ ชง านอนิ เทอรเนต็ มากกวา 4,000 ลา นคนทว่ั โลก โดย 5 อันดับภาษาที่นิยมส่ือสารกันบน Facebook อันดับ 1 คืออังกฤษ รองลงมาคือ สเปน, ฮินด,ี อินโดนีเซยี , โปรตุกสี โดย “ไทย” ติดอนั ดับ 12 มจี ํานวนผใู ชง าน 52,000,000 คน ประเทศไทยมีประชากร 69.11 ลานคน (53% อยูในเขตเมือง) แบงเปนประชากรผูหญิง 51.3% และผูชาย 48.7% รายไดตอหัวประชากรไทย โดยเฉล่ียอยูที่ 16,946 ดอลลารสหรัฐตอคน ตอป มีอัตราการรูหนังสือของประชากรไทย คิดเปนสัดสวน 97% ของประชากรทั้งประเทศ มีผูใชงาน 36 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พนั ธ เพอ่ื ขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม
อินเทอรเ น็ต 57 ลานคน มีผูใ ชงาน Social Media มากถึง 51 ลานคน มีผูใชงานโทรศัพทมือถือ สูงถึง 93.61 ลานเลขหมาย มากกวาจํานวนประชากรทั้งประเทศ ในจํานวนผูใชงานอินเทอรเน็ตทั้งหมด มีผใู ช Social Media เปนประจําผา น Smart Device จาํ นวน 46 ลานคน ทําใหปจจุบันประเทศไทยเปนประเทศท่ีใชเวลาตอวันอยูกับอินเทอรเน็ตมากที่สุดในโลก รวมทุกอุปกรณเฉล่ียอยูที่ 9 ชั่วโมง 38 นาทีตอวัน และถาวัดเฉพาะการใชงานอินเทอรเน็ตบน สมารทโฟน “ไทย” ยังคงเปนประเทศท่ีใชเวลาทองเน็ตตอวันมากที่สุดในโลกเชนกันเฉลี่ยอยูที่ 4 ชั่วโมง 56 นาที นอกจากน้ีคนไทยยังใชเวลาในการเลน Social Media เฉล่ีย 3 ชั่วโมง 10 นาทีตอวัน และใชเวลาไปกับการดูทีวี (Broadcast, Streaming, Video On Demand) ไมต ํ่ากวา 4 ชั่วโมง 3 นาทตี อวัน สวนพฤติกรรมดูวิดีโอออนไลนของคนไทย พบวา 57% ดูวิดีโอออนไลนทุกวัน 27% ดูวิดีโอ ออนไลนทุกสัปดาห 9% ดูวิดีโอออนไลนทุกเดือน 3% ดูวิดีโอออนไลนนอยกวา 1 ครั้งตอเดือน และ 3% ไมเ คยดวู ิดีโอออนไลน ขณะท่ีพฤติกรรมของผูใชอินเทอรเน็ตตอการดู “ทีวี”พบวา 96% ชมผานเครื่องรับ โทรทัศน อีกหนึ่งขอมูลที่นาสนใจคือ มี 21% ท่ีดูคอนเทนต Online Streaming บนเคร่ืองรับ โทรทัศน แสดงใหเห็นวาปจจุบัน “Smart TV” เริ่มเจาะเขาไปอยูในครัวเรือนคนไทยมากขึ้น และ มี 40% ดคู อนเทนต Online Streaming ผานอุปกรณตางๆ เชน สมารท โฟน, แทบ็ เลต็ 10 แ อ ป พลิ เ ค ชั นใ ช ง าน สู ง สุ ดใ น ไ ทย อั น ดับ 1)LINE 2)Facebook 3)Facebook Messenger 4)Instagram 5)K-Mobile Banking 6)Joox Music 7)LAZADA 8)Twitter 9) WHOSCALL 10) My AIS ปดทายผลวิจัยสําหรับประเทศไทย ดวยการใช “สื่อโฆษณา” เพ่ือสราง Brand/Product Awareness ใหไดผล พบวาส่ือ 5 อันดับแรกท่ี “ทรงพลัง” ในการสรางการรับรูในแบรนดและสินคา- บรกิ าร คอื 1 สอื่ โทรทศั น 2 ส่อื ออนไลน 3 ส่ือส่งิ พิมพ 4 ส่ือในสโตร และ 5 โปสเตอร 37 แผนปฏิบัตกิ ารดา นการประชาสมั พันธ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม
สรปุ ไดวาแมสื่อออนไลนจะมาแรงแซงทางโคงทกุ สื่อ แตส่ือเกาก็ยังคงมีความสําคัญและทรง อิทธพิ ลตอผูบริโภคสาร เนอ่ื งจากยังคงมคี วามนาเชอื่ ถอื (ไมเปนขาวเท็จ) มากทส่ี ดุ โดยในปจจุบัน YouTube ยังคงเปนวิดีโอแพลตฟอรมชองทางเลือกอันดับ 1 ที่ผูใชงานจะ นึกถึงและเขาใชงาน โดยขอมูลจากการสํารวจยอดวิวคอนเทนต Re-Run พบวาผูชมเลือกชมผาน ชองทาง YouTube มากถึง 89% ของยอดวิวคอนเทนต Re-Run ท้ังหมด เม่ือเทียบกับวิดีโอ แพลตฟอรม อน่ื ๆ และจากการสํารวจของ YouTube ยังพบวา จากจํานวนผูใชอินเทอรเน็ตท้ังหมดในประเทศ ไทย ประมาณ 46 ลานคน มีผูใชในเมืองและนอกเมือง เปนสัดสวน 92-93% ท่ีใชงาน YouTube แสดงวาสถานทีอ่ ยูไมไ ดมผี ลตอ การใชงาน และมีสัดสวนมากถึง 75% เขาใชงานเปนประจําทุกวัน และ 62% ใชง านอยางสมํา่ เสมอ นอกจากนผ้ี ูใชงาน YouTube ยังสามารถแบง ตามกลมุ ไดดังนี้ 85% อายุ 16-24 ป 79% อายุ 25-34 ป และ 67% อายุ 35 ปข น้ึ ไป ซึ่งตัวเลขเหลาน้ีบอกวา YouTube เปนแพลตฟอรมวิดีโอที่คนไทย ไมวาจะอยูท่ีไหน ไมวา จะอายุเทา ไร กใ็ ชง าน YouTube กันเปนเรอ่ื งปกติ โดยผลสาํ รวจยังระบดุ ว ยวา 51% ดรู ายการ Re-Run พลาดการดรู ายการสาํ คญั , ละครยอดนิยม 33% เรยี นรสู ่งิ ใหม / 70% ฟง เพลง / 24% หาขอ มูลสินคา และบรกิ าร คนใช YouTube ระหวา งสปั ดาหเ ฉลย่ี 2.3 ชวั่ โมง และชวงสุดสัปดาหเพิม่ เปน 2.9 ชว่ั โมง เพ่ิมขน้ึ 30% 6 ใน 10 Top เพลงคือ เพลงลูกทุง แสดงวาเนอ้ื หาของไทยท่เี ปน Local ไดร บั ความนยิ มสงู คกุ ก้เี สีย่ งทาย Bnk48 ไดรับความนิยมสงู เผยแพร 4 เดอื น 90 ลานววิ และนา จะถึง 150 ลานวิวเรว็ ๆ นี้ 38 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสัมพันธ เพอื่ ขับเคล่ือนงานดานทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม
กรณีศึกษา : ความสําเร็จของการใช Social Media ของ SCB สรางคอนเทนตที่แตกตางใน แตละแพล็ทฟอรม (อา งองิ 8) สําหรับทุกแพลตฟอรมของ SCB ไมวาจะเปน Facebook LINE Instagram Youtube หรือ Twitter มียอดผูติดตามสูงที่สุดในบรรดาระบบธนาคารของไทย ท่ีสําคัญยังมียอดความผูกพัน (Engagement) ท่ีสูงมากอีกดวย สูงท้ังในแงของปริมาณและคุณภาพของโซเชียลมีเดีย แตทวา คอนเทนตของแตละแพล็ทฟอรม มีหนาตาและหนาท่ีท่ีแตกตางกัน โดยทาง SCB มีวิธีการจัดการกับ แพล็ทฟอรม ตางๆ ทีไ่ มเ หมอื นกนั • Facebook มียอดกดติดตาม 3.2 ลานคน วิธีการคือเลนกับอารมณ เชน สนุกตลก เศรา ซึ้ง เปน ตน โดยโพสตวนั ละ 3 คอนเทนต • LINE มีจํานวนเฟรนด 31.5 ลานคน จะเนนอะไรท่ีคอนขางส่ือกับกลุมท่ัวไป การสื่อสาร เฉพาะกลมุ จะใชไมไ ดก ับไลน และโพสตแคว นั ละครั้งเทา นัน้ • Twitter มีผูติดตาม 632,000 คน จะเปนเรื่องของการแจงขาวสาร ดวยขอความสั้นๆ หรือเรื่องราวดวนๆ จะใชไดดี ทวิตเตอรจะประมาณ 5-6 ทวิตตอ วนั • Youtube มียอด Subscriber 58,712 คน จะเปนเสมือนชอง TV และจะเนนเน้ือหา ท่ีมอี รรถรสมากข้นึ • Pantip จะเปนชองทางที่ทรงอิทธิพลมาก แตคนที่เขามาอานหรือมาโพสตถึงอาจจะไมใช คนท่ีเปนแฟนของแบรนดทีเดียวนกั • Instagram มียอดผูติดตาม 2.56 หม่ืนคน เปนเสมือนแม็กกาซีนของแบรนด ใชเพ่ือ ความเปน Lifestyle Branding สวยๆ ดเู พลนิ ไมเ นน ความหวอื หวา เนน ความสุนทรีย ตัวอยา งองคก รที่สรา งชองทางสื่อของตนเองและประสบความสาํ เร็จ 39 แผนปฏิบตั กิ ารดา นการประชาสมั พันธ เพื่อขบั เคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอม
แผนงานดา นสือ่ คอื การสรางชองทางสือ่ ท่ีควบคุมได การสรา งชอ งทางส่ือสารของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมที่ชัดเจน ท้ังส่ือหลัก และสื่อ Social Media อาทิ สถานีโทรทัศน website youtube line ฯลฯ ควบคูไปกับ การดําเนินงานแบบพันธมิตรกับสื่อหลัก (โทรทัศน วิทยุ หนังสือพิมพ) รวมทั้งการสรางความแข็งแรง การสรางกระแส การประชาสัมพนั ธเ พ่ือขับเคลือ่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมซึ่งจะตอง มีกองบรรณาธิการในการบริหารจัดการในการติดตาม วิเคราะห นําเสนอประเด็นเน้ือหา การนําเสนอ ตลอดเวลา ดวยการส่อื สารอยางมกี ลยุทธ ทีม่ ศี กั ยภาพบนทุกพน้ื ทีส่ ่อื นอกจากน้ียังตองมีการสรา งสื่อบุคคลและการสรา งเครือขา ยสื่อควบคูก นั ไปดวย สอ่ื บคุ คล 1. สรรหาสื่อบุคคลที่มีการใชชีวิตเปนมิตรกับธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ไมจําเปนตอง เปนผูมีชื่อเสียงเสมอไป นํามาเปนบุคคล หรือครอบครัวตนแบบ ถายทอดวิธีการ กระบวนการ การใชชีวิต เพื่อเปนตัวอยางใหเกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู หากเปนผูบริหารกระทรวงเองสวนหนึ่ง จะไดภ าพลักษณของกระทรวงมีความชัดเจนขึ้น 2. “ทูต Green/สีเขียว” คัดเลือก ดีเจ พิธีกร ดารา ท่ีมีความสนใจ ใสใจเรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เพื่อใหเปนตัวแทนในการสื่อสารเพ่ือสรางความตระหนก ใหประชาชนตระหนัก เกิดจิตสํานึก และเขามามีสวนรวมเร่ืองของการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอ มในท่สี ุด สรา งเครอื ขายส่ือ 1. สรางเครือขา ยส่ือระดบั ทองถ่ิน 1.1 สอ่ื มวลชนทองถน่ิ 1.2 สราง ทสม. ใหเ ปน ผูก ระจายขา ว 2. เพ่มิ พ้ืนท่ีการนาํ เสนอขา ว ดวยการสรา งเครือขา ยสื่อในหมวดอ่ืนๆ 40 แผนปฏิบัติการดานการประชาสมั พันธ เพื่อขับเคล่อื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม
ขอสรปุ และเสนอแนะ แผนงานท่ี 2. แผนงานดา นสือ่ นวัตกรรมและส่อื ใหม แผนงานดานสื่อ นวัตกรรมและสื่อใหมถูกจัดลําดับความสําคัญเปนอันดับที่ 2 เพ่ือการสราง ชองทางสื่อเปนของตนเอง เปนการบูรณาการส่ือเกาและส่ือใหม เปนการสื่อสารภาพลักษณท่ีดีไปยัง กลมุ เปาหมายท่ีตองการไดอ ยา งดที ่ีสุด “ปจ จุบนั นีไ้ มมีใครอานหนังสือพิมพและแมกระท่ังเปดเว็บไซต ทุกคนรอ รอมีคนแชร เขามา ใน LINE ใน Facebook ใน Twitter ใน Instagram หมดแลว มีคนชวยอาน ชวยกลน่ั กรองให เพราะฉะนั้นตอ งคิดวา เราจะใชประโยชนจาก Social Media ไดอ ยางไร จากการท่ีสื่อด้ังเดิมลดลงเปนท้ังอุปสรรคและโอกาสของนักประชาสัมพันธ อุปสรรค หมายถงึ เมอื่ จัดกจิ กรรมทเ่ี กยี่ วของกบั สือ่ มวลชนกล็ าํ บากใจในการเชิญส่อื ที่มีจาํ นวนลดนอยลง มาก แตเปนโอกาสก็คือ ไมตองเหน่ือยมากหากมีความสัมพันธท่ีดีกับสื่อมวลชน เราก็ สง Footage แบบ Taylor Made ใหก บั โทรทศั นทุกชอง หนงั สอื พิมพทกุ ฉบับ น่ีคือโอกาสของการสื่อสารองคกรยุคใหม ที่ไมตองพ่ึงนักขาวอีกตอไป ขณะเดียวกัน ก็เปน ผลพลอยได ขา วนั้นสามารถนําไปผลิตเพอ่ื ชอ งทางสือ่ ขององคกร” (อางอิง 1 ) สอดคลองกับผลจากการศกึ ษาวจิ ยั ในดานการใชส่อื สรปุ ไดวา ควรสรางชองทางการสื่อสารท่ีเหมาะสมครอบคลุมกลุมเปาหมายทุกกลุม โดยการเลือกใชสื่อ นั้นสามารถใชส ือ่ ไดหลากหลายทุกประเภททัง้ สอ่ื เกา เชน หนงั สือพิมพ วิทยุ โทรทัศน แผนพับ ฯลฯ ส่ือ สมัยใหมอ ยาง Social Media ตางๆ หรือสื่อทองถิน่ พืน้ บานเปนตน โดยจะตองคัดเลือกส่ือใหเหมาะสม กบั กลมุ เปา หมาย มีการออกแบบกิจกรรมหรอื เนอ้ื หาใหเหมาะสมกับกลุมผูรับสารและบริบทในเชิงพ้ืนที่ ในขณะเดียวกันก็จะตองวางแผนการทํางานเชิงรุกท้ังในระยะสั้นและในระยะยาวเพื่อสรางจิตสํานึก โดยจะตอ งดาํ เนนิ งานอยา งตอเนือ่ ง ดังนั้นการสรางชองทางส่ือเปนขององคกรเอง จึงเปนทางเลือกใหมที่จะทําการส่ือสาร การประชาสัมพันธเพื่อขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม ใหเ ขาถึงกลุม เปา หมายไดอ ยา งมน่ั คงและย่ังยนื 41 แผนปฏบิ ัติการดานการประชาสัมพนั ธ เพื่อขบั เคลือ่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม
แผนการดําเนนิ งาน แผนงานที่ 2. แผนงานดานสือ่ นวัตกรรมและส่อื ใหม ลาํ ดบั รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตวั ชว้ี ัด หนวยงาน รบั ผดิ ชอบ 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 1 การสรางชอ งทางสอ่ื การดาํ เนนิ การ ตามระยะเวลา / 1.จัดตัง้ กองบรรณาธกิ ารที่มีความ การออกแบบ เช่ยี วชาญทางดานการจดั การเน้ือหา ชอ งทางสื่อ / ในการบรหิ ารจดั การประเด็น เนื้อหา รูปแบบและ สถานีขา ว ทรัพยากรธรรมชาติและ เนือ้ หาของ สง่ิ แวดลอ ม รายการ / 2.จดั หาผูดําเนินการท่ีเชี่ยวชาญใน ประเด็นท่ี การออกแบบและสรา งชอ งทางสื่อ นําเสนอ / อาทิ สถานีโทรทัศน website จํานวนผูติดตาม youtube line ท่ีไมใช website รับชม และผล หลักขององคกร สะทอ นกลบั 3.การดําเนินงาน 2 สรรหาสื่อบุคคลท่มี ีการใชช วี ิตเปน การครอบคลุม มิตรกบั ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม ของรายช่อื 1.สํารวจรายช่ือสื่อบุคคลเปา หมาย ประสทิ ธิภาพ ใหค รอบคลุมผูนําความคิด และ ของการ จดั ทําบญั ชรี ายชื่อ ประสานงาน / 2.สรา ง-สง เสริมใหเปน บคุ คลหรอื ความตอเนอื่ ง ครอบครวั ตนแบบใชช ีวติ เปนมิตร และความ กบั ธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม เหมาะสมขอ กิจกรรม 3 “ทตู Green/สเี ขียว” เครือขาย 1.คัดเลือก ศลิ ปน ดีเจ พธิ ีกร ดารา การครอบคลุม บคุ คลในวงการบนั เทงิ ทม่ี ชี ่ือเสยี ง ของรายชื่อ ทง้ั บุคคลเบื้อหนา และเบอ้ื งหลงั ความรว มมือ และจดั ทําบญั ชีรายช่อื รปู แบบกิจกรรม 2.เปนตวั แทนในการสื่อสาร การ และการมสี วน อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ รว ม /การ ดําเนินงาน และ ผลสะทอนกลบั สงิ่ แวดลอม 3.จัดรูปแบบกจิ กรรมทเ่ี หมาะสม อาทิ การประชุมช้แี จง การมอบ รางวลั จัดกิจกรรมในพ้ืนท่ีตางๆ 4 สรา งเครือขา ยส่อื ระดบั ทองถน่ิ การครอบคลุม 1. สาํ รวจส่อื ทอ งถ่ิน จดั ทําบัญชี ของรายช่อื รายช่อื ความรวมมือ 2. อบรม ทสม. เกีย่ วกับการสื่อสาร รูปแบบกจิ กรรม และการประชาสมั พนั ธ และการ และการมีสว น สรา งความสมั พนั ธกบั ส่ือทองถิน่ รวม /การ 3. ขยายเครือขาย ดําเนินงาน และ ผลสะทอนกลับ 5 การเพ่ิมพนื้ ท่กี ารนําเสนอขา ว 42 แผนปฏิบตั ิการดานการประชาสัมพันธ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม
3. แผนงานดานเนื้อหา การบริหาร Content วตั ถปุ ระสงค 1. เพ่ือการสรางประเด็นใหเปนวาระแหงชาติ 2 บทบาทคือ ทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดลอ ม 2. เพ่ือสรางความ“ตระหนก”จากประเด็นเชิงลบใหเห็นผลรายของการทําลายทรัพยากร ธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เพ่ือใหเกิดความ“ตระหนัก”ในการใชชีวิตเปนมิตรตอธรรมชาติและ ส่งิ แวดลอ ม 3. เพ่ือสรางประเด็นเชิงบวกที่เปนองคความรู และนวัตกรรมดานทรัพยากรธรรมชาติและ สงิ่ แวดลอม 4. เพ่อื จัดทาํ ตารางปฏิทนิ การสอ่ื สารเชงิ รกุ ดวยภารกิจ บทบาทและหนาที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมมีจํานวนมาก โดยครอบคลุมทรัพยากรธรรมชาติท้ังหมดของประเทศ คือ ปาไม สัตว นํ้า ทะเล อากาศ มลพิษ ขยะ ทรัพยากรธรณี ฯลฯ หากนําเอาภารกิจ บทบาทและหนาที่น้ันมาเปนประเด็นนําในการส่ือสารเพ่ือ การสรางภาพลักษณ รวมทั้งการประชาสัมพันธเพื่อขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดลอมแลวไมส ามารถสรา งภาพลกั ษณ หรือสรา งจติ สาํ นึกเพอื่ การมสี ว นรวมแบบองกรวมได คณะท่ีปรึกษาจึงออกแบบแผนงานดานเน้ือหา เปนการบริหารจัดการประเด็น 3 สวน ตามบริบทของสังคมไทย ซ่ึงตอบโจทยยุทธศาสตรชาติ 20 ปท่ีวา “สรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิต ท่เี ปน มิตรตอ สิ่งแวดลอ ม” เรียงตามลาํ ดับดงั นี้ 43 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสัมพันธ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ ม
1. ตนเองและครอบครวั “กนิ อยูรคู ิดเปน มิตรกบั ธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม” ประเด็นท่ีผูคนสนใจมากที่สุดก็คือ สิ่งที่เก่ียวของกับตนเองและครอบครัว ก็คือพฤติกรรม ที่เก่ียวของกับชีวิตประจําวัน การทําใหตนเองและครอบครัวกินอ่ิมนอนหลับ สุขภาพรางกายแข็งแรง มีเงนิ ใช มคี วามสุข การจัดการส่ิงแวดลอมที่เกี่ยวของก็คือ ขยะในบาน การใชน้ํา การใชผลิตภัณฑอุปโภค ท่เี ปน มิตรกับธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม การบริโภคอาหารใหเ หลอื เปน ขยะนอยท่ีสุด การเพ่ิมโอโซนหรือ เพิ่มพืน้ ท่ีสเี ขียวของธรรมชาตภิ ายในบาน ฯลฯ 2. สังคม “คุณภาพทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มคือคณุ ภาพชีวิต” ประเด็นทางสังคม เกี่ยวของกับชีวิตมนุษยในอันดับถัดมา ก็คือความเปนอยู การมีอาชีพใน การทํามาหากิน เร่ืองของสังคมรอบๆ ตัว บาน ที่ทํางาน เมื่ออยูภายใตสังคมที่ดี ธรรมชาติท่ีดี สงิ่ แวดลอ มทดี่ ี สังคมก็เปนสขุ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมท่ีเกี่ยวของก็คือ การเลือกใชวัสดุ อุปกรณ สํานักงาน ผลิตภัณฑท่ีผลิตโดยไมทําลายทรัพยากรธรรมชาติ หรือจากผูผลิตท่ีคํานึงถึงการรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ขยะสํานักงาน การใชพลังงาน การใชวัสดุสิ้นเปลืองใหคุมคาท่ีสุด อาทิ กระดาษ การชว ยกนั รกั ษาสภาพแวดลอมสาธารณะ อาทิ ไมท้งิ ขยะในท่สี าธารณะ ฯลฯ 3. ประเทศ “คนไทยหวั ใจสีเขียว” ประเด็น คือ การจดั การทรัพยากรธรรมชาตใิ หเ กิดประโยชนส ูงสุด การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเกี่ยวท่ีของก็คือ การท่ีประชาชนมีสวนรวมกับ ภาครัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ มีจิตสาธารณะในการรวมมือกันอนุรักษ ทรพั ยากรธรรมชาติและและรกั ษาสงิ่ แวดลอ ม โดยนําเอาภารกิจของกระทรวงมาส่ือสารใหสอดคลองกับสถานการณ ประเด็นขับเคล่ือนและ ประเด็นชนี้ ําสังคม ดังน้ี 1. ประเดน็ ปญ หาดานขยะ เน้ือหา : นําเสนอขอมูลตัวเลขและสถานการณปญหาขยะประเภทตางๆ ของประเทศไทย ในปจจุบัน เปรียบเทียบขอมูลยอนหลังกับในอดีต หรือแนวโนมการเพ่ิมขึ้นของประเภทหรือชนิดตางๆ โดยนําขอมูลเหลาน้ีมาเปรียบเทียบหรืออางอิงกับประเทศเพ่ือนบาน กับประเทศที่ไดรับการยอมรับวา มปี ญหาขยะนอยหรือมรี ะบบการจัดการขยะที่ไดร บั การยอมรบั ในระดับสากล รวมไปถึงผลกระทบที่เกิด ขนึ้ กับประชาชนเพือ่ กระตนุ ใหเ กดิ ความตระหนักและเหน็ ความสาํ คัญ แนวทางการขับเคล่ือน : นําประเด็นปญหาตางๆ มาสรางเปนเรื่องราวที่มีความตอเนื่อง ผานการนําเสนอท่ีนาสนใจ โดยใชลักษณะของการเปรียบเทียบใหประชาชนไดรับรูขอมูล รับทราบ ปญหา รวมท้ังผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พรอมกับการพัฒนาพื้นท่ีตนแบบ ในการจัดการปญหาขยะในระดับครัวเรือน ชุมชน หมูบาน ตําบล อําเภอ หรือจังหวัด รวมไปถึง ภาคเอกชนที่มีความสามารถในการจัดการกับปญหาขยะ ท่ีจะเปนแรงบันดาลใจใหกับชุมชนหรือพื้นที่ อ่ืนๆ นําไปขยายผลได 44 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสัมพันธ เพอื่ ขับเคลอ่ื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม
2. ประเด็นดานทรัพยากรน้าํ เน้ือหา : นําเสนอขอมูลสถานการณนํ้าในประเทศไทยท้ังหมด และสถานการณและปญหา เรอ่ื งทรพั ยากรน้าํ ในนานาประเทศ ไมวาจะเปนจากแหลงนํ้าในธรรมชาติ แหลงน้ําจากใตดิน และแหลง นา้ํ จากแหลงกกั เก็บตา งๆ โดยใชต ัวเลขเชงิ เปรยี บเทยี บกบั ความจําเปนในการใชน้ําท้ังในดานการเกษตร และการอุปโภคบริโภค หรือในอุตสาหกรรม รวมไปถึงการนําเสนอเรื่องคุณภาพนํ้าจากแหลงตางๆ ท้ังแหลงนํ้าจากธรรมชาติตามปาเขา แมนํ้าลําคลอง รวมไปถึงทะเล เพื่อเช่ือมโยงกับเร่ืองของการ อนุรักษธรรมชาติ แนวทางการขับเคล่ือน : นําประเด็นปญหาตางๆ มาสรางเปนเรื่องราวท่ีมีความตอเน่ืองผาน การนําเสนอทน่ี าสนใจ มกี ารเปรียบเทยี บขอ มลู ยอ นหลงั และการคาดการณลว งหนา รวมไปถึงขอมูลกับ ประเทศเพือ่ นบา น และประชาคมโลก การนาํ เสนอขอมูลในเชิงพื้นท่ีๆ มีการระบบการบริหารจัดการนํ้า ท่ดี ี หรอื โครงการดีๆ ของภาครฐั ทตี่ อ งการใหนํ้าเปน ทรัพยากรสําคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยในมิติ ตางๆ เพ่ือใหประชาชนไดมองเห็นผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนในภายหนา แลวเกิดความตระหนักและ เห็นความสําคัญของการใชนํ้าอยางรูคุณคา ใชน้ําใหเกิดประโยชนสูงสุด และไมสรางผลกระทบ ทจ่ี ะสงผลตอ คุณภาพนาํ้ 3. ประเด็นดานทรัพยากรปาไมและธรรมชาติ เนื้อหา : นําเสนอขอมูลดานสถานการณปาไมและทรัพยากรธรรมชาติตางๆ ในปจจุบัน อาทิ พื้นที่ปา ไมใ นปจจุบัน พื้นท่ีของปาประเภทตางๆ มีการเปรียบเทียบการเพิ่มหรือลดจํานวนของปริมาณ ปาไม นําเสนอโครงการสําคัญท่ีดําเนินการในระดับพ้ืนที่ๆ สามารถสรางการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ขึ้น มีผลหรือตัวเลขชี้วัดท่ีชัดเจน รวมไปถึงการพัฒนาพื้นท่ีตนแบบใหคนสามารถอยูกับปาและ ใชประโยชนจากปาไดอยางยั่งยืนโดยมีการสํารวจและเก็บขอมูลเชิงสถิติที่ชัดเจน วาพื้นที่ปาแตละแหง จะสามารถสรางงานสรา งอาชพี และสรางรายไดใหก บั คนในชมุ ชนเพิม่ ขึน้ มากนอยแคไหนอยางไร รวมไป ถึงแนวทางการแกปญหาท้งั ในระดบั ชุมชนทอ งถ่ินทหี่ นว ยงานภาครฐั เขาไปหนุนเสริม ทางการขับเคล่ือน : นําประเด็นปญหาตางๆ ดานทรัพยากรปาไมและธรรมชาติมาสราง เปนเรื่องราวที่มีความตอเนอื่ งผานการนําเสนอท่ีนาสนใจ เช่ือมโยงเรื่องของปาไมเขากับปญหาตางๆ ใน ชีวิตประจําวันของคนในปจจุบัน เพื่อใหประชาชนหรือกลุมเปาหมายตระหนักและเห็นความสําคัญของ การดูแลรกั ษาปา เพราะปาจะสรางมูลคาใหกับชุมชนโดยรอบไดมากกวาการตัดไมไปขายหรือการตัดไม ทําลายปา รวมไปถงึ การนาํ เสนอโครงการตางๆ ที่ประสบความสําเร็จมองความเปลี่ยนแปลงท่ีชัดเจน มี ขอมูลสถิติเปรียบเทียบในดานตางๆ เพื่อสรางใหเกิดภาพลักษณท่ีดีในการทํางานรวมกับชุมชนทองถ่ิน ในการรวมกันอนุรกั ษปา ไม โดยไมจ าํ เปน ตองนําเสนอแตเ ร่ืองของการจับกมุ ผูกระทําความผดิ อยางเดยี ว 4. ประเดน็ เร่อื งภาวะโลกรอ นและกา ซเรอื นกระจก เนื้อหา : นําเสนอขอมูลที่อัพเดทเปนประจําและตอเน่ืองเกี่ยวกับสถานการณปญหาโลกรอน และกาซเรือนกระจก ใชขอมูลเชิงเปรียบเทียบ ตัวเลข สถิติ ความเปลี่ยนแปลงตางๆ ท้ังในเร่ือง ของอุณหภมู ใิ นเชงิ พืน้ ท่ี ลงลกึ ไปในระดับอําเภอ ตําบล ของแตละจังหวัดท้ังในประเทศและตางประเทศ รวมไปถึงแนวทางการถอดบทเรียนความสําเร็จของประเทศท่ีกอใหเกิดกาซเรือนกระจกนอยที่สุด และ สรางพ้ืนท่ีตนแบบทั้งในระดับชุมชน หมูบาน ที่มีกระบวนการหรือมีสวนรวมในการแกปญหาเหลานี้ อยา งย่ังยนื 45 แผนปฏบิ ตั ิการดา นการประชาสัมพันธ เพอื่ ขับเคลอ่ื นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม
แนวทางการขับเคลื่อน : นําประเด็นปญหาและขอมูลในดานตางๆ ของปญหาเร่ืองภาวะ โลกรอนและกาซเรือนกระจกมานําเสนอใหประชาชนไดเกิดการรับรูอยางตอเนื่องเปนประจํา เพื่อสราง การรบั รู สรางความตระหนักและนําไปสูการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมท้ังตัวบุคคลและในระดับองคกรหรือ หนวยงานในการชวยกันลดปญหา หรือมีการประกวดแขงขันเพ่ือใหรางวัลชุมชนหมูบาน หนวยงาน องคกรตางๆ ในการมีสวนรวมปองกนั และบรรเทาปญหาภาวะโลกรอ นและกาซเรือนกระจก หมายเหตุ : ท้ัง 4 ประเด็นหลักนั้น จะมุงเนนไปการนําเสนอขอมูล ตัวเลข สถิติ ตางๆ ในเชิงเปรียบเทียบทั้งในประเทศและตางประเทศ นําเสนอพื้นท่ีตนแบบ โมเดลการทํางานตางๆ ที่ ประสบความสําเร็จ ผานการนําเสนอขอมูล ขาวสาร เร่ืองราวตางๆ ดวยความคิดสรางสรรคใหเขาถึง ประชาชนแตล ะกลมุ อยา งทั่วถึง เพือ่ ใหป ระชาชนไดร ับรู รับทราบ เกดิ ความตระหนัก เกิดจิตสํานึก และ มีสวนรว มในแกปญ หาตางๆ โดยจะตองชี้ใหเห็นวา ประชาชนจะไดประโยชนอะไรและประเทศชาติจะได ประโยชนอะไรจากการทําในเรอ่ื งดังกลาว รวมไปถึงการนําขอมูลตางๆ ท่ีนาสนใจในแตละดานบูรณาการการนําไปใชรวมกับกระทรวง ทบวงกรมหรือหนวยงานอ่ืนๆ อาทิเชน กระทรวงวัฒนธรรม เพ่ือสอดแทรกในเรื่องของ การสรางจิตสํานกึ เขาไปในละคร หรือรว มกบั ภาคเอกชน เชน ผูผ ลติ ภาพยนตร เพลง ในการสรางสรรค ผลงานที่สอดแทรกเรื่องราวเหลานี้เขาไปในผลงาน หรือกําหนดเปนมาตรการทางกฎหมายรวมกับ กระทรวงตางๆ เชน การลดหยอนภาษี เพื่อสนับสนุนหรือสรางแรงจูงใจใหกับประชาชน องคกร ชุมชน หรือหนวยงานตางๆ ทจ่ี ะเขา มารวมกนั ขับเคลือ่ นในเรื่องตา งๆ ทัง้ 4 ประเด็นเปน ตน 46 แผนปฏบิ ตั กิ ารดานการประชาสัมพันธ เพอ่ื ขบั เคลอื่ นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม
ขอ สรปุ และเสนอแนะ แผนงานท่ี 3. แผนงานดานเน้ือหา การบรหิ าร Content ดังท่ีกลาวไวแลววา ภารกิจ บทบาทและหนาที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดลอมมีจํานวนมาก ผลจากการศึกษาวิจัยพบวา บุคลากรหนวยงานภายใตสังกัดกระทรวง มคี วามคาดหวังตอการประชาสมั พันธเ พ่ือขับเคลอื่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ในดาน การบรหิ ารจัดการเน้ือหาวา ควรใหร เู กี่ยวกับการอนุรักษท รพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอมใหก บั ประชาชน ทั้งเชิงบวก และเชิงลบควบคูกันไป รวมถึงขอกฎหมายตางๆ ท่ีเก่ียวของ ฯลฯ ผานการส่ือสารที่เขาใจงายและ เขาถึงประชาชนทุกกลุม โดยใชขอมูลขาวสารหรือเรื่องราว แหลงเรียนรูตางๆ หรือปญหา สงิ่ แวดลอ มใกลๆ ตวั มาสรางเปนเน้ือหาและการทํางานเชิงรุกอยางตอเนื่อง เพื่อกระตุกและกระตุน จิตสํานึกใหเ กดิ ความตระหนกั และนําไปสกู ารเปล่ยี นแปลงในดานจติ สํานกึ และพฤติกรรมของประชาชน ท่ีมีความเปนมิตรกับส่ิงแวดลอมมากขึ้น รวมทั้งการนําวิกฤติหรือกระแสดานส่ิงแวดลอมท้ังในประเทศ และตางประเทศมาสรางเปนโอกาสในการสื่อสารและประชาสัมพันธเพื่อสรางความตระหนัก ดานสิ่งแวดลอม รวมไปถึงการใชโอกาสทางสังคมหรือเทศกาลงานประเพณีตางๆ ในการส่ือสารเชิงรุก เพ่ือสรางการรบั รูใหก บั ประชาชน ดังน้ันการนําภารกิจหลักและเรงดวนมาลําดับความสําคัญ นําไปสรางเนื้อหาบริหารจัดการ ประเด็น 3 สวน ตามบริบทของสังคมไทย เพ่ือใหหนวยงานในสังกัดสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน ในการสื่อสาร การประชาสัมพันธผ านชอ งทางส่ือตางๆ เปนความสําคัญลาํ ดับถัดมา 47 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พันธ เพ่ือขบั เคลือ่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอม
Search