Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รุ้จัก HIA

รุ้จัก HIA

Published by konmanbong_k3, 2021-10-19 07:35:28

Description: รุ้จัก HIA

Search

Read the Text Version

นักวชิ าการกล่มุ constructionism ไดก้ ล่าววา่ ผู้ เช่ียวชาญรู้ว่าอะไรบ้างที่เป็นอันตรายที่สามารถเกิดข้ึนได้จริง ซง่ึ พลเมอื งเป็นเพยี งการรบั รเู้ กีย่ วกับอนั ตรายเทา่ นัน้ สำ�หรบั ผู้เช่ียวชาญแล้วแทบไม่มีทางเลือกอ่ืนนอกจากต้องรวมเอาข้อ สังเกตที่ได้จากการวิจัยในพื้นท่ีจริงและการใช้ดุลพินิจเชิงค่า นิยม ทั้งน้ี Paul Slavic ก็ไดเ้ ขา้ รว่ มกบั นกั วชิ าการกลมุ่ น้ี โดย เหน็ ไดจ้ ากบทความเขาท่เี ขยี นขน้ึ ว่า การประเมินความเสย่ี งของ ผ้เู ช่ยี วชาญ “มีความเป็นนามธรรมโดยธรรมชาติ และเปน็ การ หลอมรวมเอาส่ิงต่อไปน้เี ข้าดว้ ยกนั คอื วทิ ยาศาสตร์และการใช้ ดุลพินิจซ่งึ มีปจั จยั ส�ำ คญั ได้แก่ จติ วิทยา สงั คม วฒั นธรรมและ การเมอื ง” ส�ำ หรบั Paul Slavic เองมคี วามคดิ ทส่ี รุปไดว้ ่า “ใน การถกเถยี งกันเรื่องมลพษิ ส่ิงแวดล้อม เราไม่ไดม้ องความ ขัดแย้งระหว่างพลเมืองและผู้เชี่ยวชาญแต่เป็นระหว่างผู้ เชี่ยวชาญสองกลมุ่ ” กรณีศึกษา ในระบอบประชาธิปไตยพลเมืองมีส่วนร่วมผ่านวิธีการ ต่างๆ ไดแ้ ก่ กระบวนการเลือกตัง้ กระบวนการจดั ท�ำ นโยบาย และผ่านกระบวนการ agenda-setting ในกระบวนการเลอื กต้ัง พลเมืองมสี ่วนร่วมด้วยการลงคะแนนเสียง และอื่นๆ เชน่ การ เขา้ รว่ มสมัครรับเลอื กตง้ั หรือการบรจิ าคเงนิ ในกระบวนการจัด ท�ำ นโยบาย พลเมอื งมีส่วนร่วมด้วยการลอ็ บบ้เี พ่อื เลอื กเจ้าหน้าท่ี รู้จัก เอช ไอ เอ 99

หนว่ ยงานดว้ ยการเขยี นจดหมาย การสนทนากับนกั การเมอื ง ให้ข้อมูลวชิ าการในเวทรี ับฟงั ความคิดเหน็ การลงลายมือชอ่ื ใน หนงั สือรอ้ งเรยี น การเข้าร่วมเดนิ ขบวนและการชมุ นมุ เรยี กรอ้ ง หรือประทว้ ง เปน็ ต้น ในกระบวนการ agenda-setting พลเมือง เขา้ ร่วมไดม้ ากขึ้น เชน่ พยายามแสดงออกใหท้ ราบถึงปญั หา ทางการเมอื งและเรยี กร้องใหร้ ฐั บาลแกไ้ ข ซ่งึ สามารถดำ�เนนิ การ ผ่านชอ่ งทางตา่ งๆ เช่น สื่อสารมวลชน ในสหรฐั อเมรกิ า องค์กรทเี่ รียกว่า The Natural Re- sources Defence Council (NRDC) เปน็ องคก์ รทจี่ ัดเปน็ องค์กรทไี่ ม่แสวงหาผลก�ำ ไร จัดเป็นกลุ่มพลังดา้ นสิ่งแวดล้อมมี พลเมืองอเมรกิ ันเป็นสมาชกิ มากกว่า 2 ลา้ นคน จดั เป็นองค์กร ทีม่ ีผลต่อนโยบายส่งิ แวดล้อมองค์กรหน่งึ ของอเมรกิ า ในต้น ปี 1989 NRDC ไดเ้ ผยแพรเ่ รื่องราวผ่านส่อื ท�ำ ให้ผู้บรโิ ภคเกดิ ความกลวั และมผี ลตอ่ อตุ สาหกรรมอาหาร ดว้ ยการเผยแพรว่ ่า นกั เรียนมโี อกาสเสีย่ งตอ่ การเป็นมะเร็งและภาวะความแปรปรวน ด้านประสาทสูงเนื่องจากได้รับสารปราบศัตรูพืชและสัตว์เข้าสู่ รา่ งกายในระดบั สูงจากการรบั ประทานผักและผลไม้ เรื่องราวได้ เผยแพร่ด้วยอารมณใ์ นรายการ CBS ’60 minutes’ ทเ่ี น้นสาร ชนดิ เดียวท่ีได้รับการจดทะเบยี นคือ สารเรง่ การเจรญิ เติบโต หรอื growth hormone ทชี่ อ่ื วา่ Alar สารชนดิ นี้ได้รับอนญุ าตใหใ้ ช้ ในแอปเปิล ดังนัน้ จึงมีโอกาสตกคา้ งในนำ�้ แอปเปลิ ซอสแอปเปิล 100 รู้จัก เอช ไอ เอ

และรวมถึงผลแอปเปลิ ดว้ ย ซ่งึ ล้วนเป็นอาหารทว่ั ไปส�ำ หรับเดก็ ประชาชนมีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยการปฏิเสธการซ้ือแอปเปิล และผลิตภัณฑต์ า่ งๆของแอปเปิล ภาวะกดดันจากประชาชนเกิด ขน้ึ อยา่ งกวา้ งขวางในหลายเมืองใหญ่ในอเมริกา หลายโรงเรียน ยกเลิกการใชแ้ อปเปลิ ส�ำ หรบั เป็นอาหารในโรงเรียน ในซุปเปอร์ มาร์เกตมีปา้ ยวา่ “No Alar’ หลงั จากนนั้ สามเดือนหนว่ ยงาน พิทกั ษ์สง่ิ แวดล้อมแห่งสหรฐั อเมรกิ า หรือ อีพเี อ ไดย้ กเลิกการใช้ สารนี้ในอาหารทกุ ชนดิ และจากนน้ั อีกหกเดอื นบริษัทกส็ มัครใจ ขอถอนการจดทะเบยี นสารนี้จากอเมรกิ า สถานการณส์ าร Alar ไดร้ บั โจมตจี ากนักวทิ ยาศาสตร์ จำ�นวนหนงึ่ เชน่ Joseph Rosen แหง่ Rutgers University กล่าวหาวา่ NRDC ใช้ข้อมลู ทางพษิ วิทยาทค่ี ลมุ เครอื และตคี วาม ผดิ พลาด ว่าผลติ ภัณฑ์จาก Alar มสี ารพิษและการประมาณ การการบริโภคแอปเปลิ ท่ผี ดิ พลาด และ ตงั้ อยบู่ นการใหภ้ าพใน อนาคตท่ีรนุ แรงเกินความเปน็ จริง ใน Congressional testimo- ny Frank Young จากหนว่ ยงานอาหารกลาง หรอื FDA ยนื ยัน วา่ “ยงั ไมม่ ีความเสย่ี งท่มี ีนยั สำ�คญั ในเวลาน้ี (ท่ชี นชาวอเมรกิ ัน ก�ำ ลงั เผชญิ อยู)่ ส�ำ หรับการบริโภคแอปเปลิ ” จอหน์ มัวร์ จาก อพี ีเอ กล่าวว่า “ประชาชนถูกทำ�ใหเ้ ชือ่ วา่ ....ลกู ๆของพวกเขาอยู่ ในความเสย่ี งต่อมะเร็งสูงเนือ่ งจากสาร Alar ตกค้างในแอปเปลิ และผลิตภัณฑ์จากแอปเปลิ เร่ืองนี้ไมเ่ ป็นความจรงิ ....” รู้จัก เอช ไอ เอ 101

นักวิทยาศาสตรจ์ าก National Food Processors Association ตำ�หนริ ายงานของ NRDC วา่ ข้อสรุปของรายงานไดร้ ับข้อเทจ็ จรงิ ที่ผดิ หรอื มีการใชว้ ธิ กี ารศกึ ษาท่ีผดิ พลาด ทสี่ ดุ แล้วผูแ้ ทน จากองคก์ ารอนามยั โลก และหน่วยงานอาหารและการเกษตร แหง่ สหประชาชาติ ไดศ้ ึกษาขอ้ มูลทางวทิ ยาศาสตรท์ ัง้ หมด และ ประกาศว่าสารชนิดน้ีมิได้เป็นสารก่อมะเร็งแม้แต่ในระดับสูงปาน กลาง จากสถานการณน์ ้ี แสดงให้เห็นถึงการแสดงออกของ กล่มุ สนใจ (interest group) เพ่อื กดดันสภาคองเกรส และ หน่วยงานให้จัดท�ำ นโยบายใหม่ ขณะทพี่ ลเมืองท่เี ช่ียวชาญดา้ น วิทยาศาสตร์ก็อยูข่ ้างพลเมือง แต่การถกเถียงกม็ ไิ ดม้ ีลกั ษณะที่ แยกกนั ระหว่างพลเมืองกับผู้เชี่ยวชาญ ในแรกเร่มิ NRDC ใช้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากนักวิทยาศาสตร์สังกัดรัฐบาลอเมริกัน แต่ต่อมากจ็ ัดท�ำ โดยประชาชนทีร่ ่วมกับ Slovic และคณะทไ่ี ด้ รับการแตง่ ตง้ั เปน็ ผู้เชี่ยวชาญ จากนนั้ ต่อมา เปน็ ประชาชนท่ี อยู่ นอก NRDC ซ่ึงกเ็ ปน็ ผู้เชี่ยวชาญในสาธารณะทน่ี ำ�เสนอโดย NRDC การประกาศของ NRDC เก่ยี วกับอันตรายของสารทีใ่ ช้ ต่อเด็กมาจากผลการศึกษาเป็นเวลาสองปีและเอกสารเผยแพร่ ทเ่ี รียกวา่ Intolerable Risk: Pesticides in Our Children’s Food 102 รู้จกั เอช ไอ เอ

ท่ีควรกล่าวถงึ กค็ อื NRDC เปน็ องค์กรของพลเมอื งท่ี ทำ�งานร่วมกับประชาชนทั่วไปเพ่ือให้มีผลต่อนโยบายส่ิงแวดล้อม เป็นองค์กรท่ีทำ�งานอย่างเป็นอิสระโดยเลือกเอาการศึกษาด้าน พิษวทิ ยา และตดั สนิ ใจวา่ จะตอ่ ตา้ นในมมุ มองส่วนไหน แต่องค์กร กเ็ ป็นวิทยาศาสตร์ เพราะไมไ่ ดส้ รปุ วา่ Alar เป็นอนั ตรายเพราะ Alar เป็น “ไม่รู้ หรอื unknown’ และ “กลัว” ไมไ่ ด้เผยแพร่ใน แงข่ องจริยธรรมที่วา่ Alar เปน็ ส่งิ ทเ่ี สยี่ งเพราะการแพรก่ ระจาย เป็นสง่ิ ท่ไี มต่ ัง้ ใจ ไม่เป็นทเี่ ปดิ เผย และไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ ได้นำ�เสนอในประเด็นของความเป็นธรรมและความเทา่ เทียม แต่ สิง่ ท่ี NRDC กระท�ำ ก็คือ พยายามอธิบายถึงความซับซอ้ นของ สถานการณ์ความจรงิ ทเี่ กดิ ข้นึ ดว้ ยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่ง Slovic และคณะท่ีเรยี กว่า “ผู้เช่ยี วชาญ” ไดศ้ กึ ษาในเดก็ กอ่ นวยั เรียน จ�ำ นวน 5,500-6200 คน ท่ีอาจจะได้รับสารตกคา้ งและมี โอกาสเป็นมะเร็ง และสรปุ ว่าการแพรก่ ระจายน้ันอันตราย นำ�มา ซง่ึ แรงกดดันต่อรัฐบาลในเวลาต่อมา เรื่องราวดังกล่าวนี้สะท้อนมุมมองจากผู้จัดทำ�นโยบาย กลาง วา่ พลเมืองเป็น “ผู้เช่ยี วชาญ” พลเมืองไม่ค่อยได้แสดง ความคิดเห็นเป็นรายบุคคลต่ออันตรายของสารมลพิษต่อรัฐบาล โดยตรง แตด่ ว้ ยการจดั ตง้ั กลุ่มข้นึ และจา้ งมืออาชีพเข้ามาท�ำ เพ่ือพวกเขา ดังเช่นกรณี NRDC บางครั้งกจ็ า้ งนักวทิ ยาศาสตร์ เพ่ือพฒั นาความรทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งกับความคิดของตัวเอง แม้ว่า รูจ้ กั เอช ไอ เอ 103

กลุ่มพลเมอื งไมส่ ามารถท�ำ งานวจิ ยั ได้ กม็ ีสว่ นในการทบทวน เอกสารต่างๆที่เก่ยี วข้อง ดังน้ัน เมอ่ื นักจัดทำ�นโยบายได้ยนิ เสยี งจากพลเมือง เมือ่ สมาชิกของกลุ่มพลเมอื งลอ็ บบี้นักจดั ท�ำ นโยบาย หรือกดดันผา่ นกล่มุ ทป่ี รกึ ษาและเวทีรบั ฟังความคดิ เหน็ สาธารณะ จึงขอเสนอแนะว่า นกั วิชาการสอื่ สารความเสี่ยงควร เปล่ียนความคดิ จากเดมิ ที่ว่า เมอื่ รฐั บาลรับฟงั เสยี งคัดคา้ นเกยี่ ว กับอันตรายของเทคโนโลยตี ่างๆ เป็นการน�ำ เสนอของสองฝา่ ยที่ ประกอบดว้ ยประชาชนทวั่ ๆไปและผูเ้ ชย่ี วชาญ แตค่ วรเปล่ยี น ความคิดเปน็ วา่ เป็นการนำ�เสนอจากผเู้ ชย่ี วชาญสองกลมุ่ จากข้อสมมตุ ิฐานเดิมท่วี า่ กลุ่มส่ิงแวดลอ้ มกระแสหลัก ไมม่ ีอทิ ธิพลตอ่ กลมุ่ รากหญ้า หรอื ไม่มสี มาชกิ จากประชาชน ทั่วไปจัดต้งั กลมุ่ ข้นึ น้ันไมถ่ กู ตอ้ งแลว้ จากประสบการณ์ของ NRDC ชี้ได้ว่าเป็นการส่อื สารที่ส่งผลต่อสาธารณะทย่ี ่ิงใหญ่นับแต่ การเผยแพร่ เร่อื ง Silent Spring เหตุผลส�ำ คัญท่ี NRDC เลือก เรือ่ งสารพิษ กค็ ือเปน็ ความรบั ผดิ ชอบตอ่ ความเชื่อสาธารณะ เกีย่ วกับความเสีย่ งดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ซ่งึ น่าเสยี ดายทีน่ กั วิจัย ด้านการรบั รู้ความเสย่ี งมองไม่เห็น ดงั น้ัน แทนที่จะเรม่ิ ต้นด้วย สมมุติฐานที่ว่าประชาชนคิดกว่าเทคโนโลยีมีความเสี่ยงเพราะเขา ไดย้ นิ วา่ ผู้เชยี่ วชาญกลา่ วเชน่ น้นั นักวิจัยควรเริ่มจากสมมตุ ฐิ าน ที่ว่าประชาชนคิดว่าเทคโนโลยีมีความเส่ียงเพราะเทคโนโลยีมี คุณลักษณะจ�ำ เพาะ นักวิจัยไม่เคยถามกล่มุ ตวั อยา่ งของพวกเขา 104 รู้จกั เอช ไอ เอ

เลยเก่ยี วกับแหลง่ ท่มี าของความคดิ เรอ่ื งความเส่ยี ง และยังไม่ เคยถามตวั เองวา่ ใคร หรือ อะไร ท่เี ปน็ ผกู้ ำ�หนดคณุ ลกั ษณะของ เทคโนโลยี สารของ NRDC ทีส่ ่ือออกไปมไิ ดเ้ ป็นการกลา่ วลอยๆ แตเ่ พยี งวา่ สารเคมีสงั เคราะห์มีอนั ตราย แต่นกั วิทยาศาสตร์ก็ คดิ เช่นนน้ั ด้วย สบื เน่อื งจากการศึกษาการรบั รู้ความเสยี่ งแนะ ว่า นักกจิ กรรมสิง่ แวดล้อมสามารถเล่ียงทจ่ี ะเน้นในเรอ่ื งทาง วทิ ยาศาสตร์ ดงั น้ันผทู้ ี่ต่อต้านเรือ่ งมลพิษกส็ ามารถเน้นในเร่อื ง คุณธรรมจริยธรรม ใช้เหตุผลท่ตี ้ังบนฐานทว่ี ่าการแพร่กระจาย ท�ำ ลายค่านิยมทางสังคม เชน่ การควบคมุ สว่ นบุคคล ความเป็น ธรรม ความสามคั คีในชมุ ชน และข้อมลู สาธารณะ อยา่ งไรก็ตาม กลมุ่ NRDC และกลุ่มกระแสหลักอื่นๆใช้เหตผุ ลทางวิทยาศาสตร์ เป็นพนื้ ฐานแรกเมอื่ ต้องพูดหรอื เขียนเกีย่ วกับความเสี่ยง โดย เฉพาะในหวั ข้อเรอ่ื งโรค โดยสรปุ ก็คอื เอกสารวชิ าการดา้ นการรับรคู้ วามเส่ียง เขา้ ใจไม่ถกู ต้อง เก่ยี วกบั ข้อขดั แยง้ เรือ่ งอันตรายของมลพิษสิง่ แวดล้อม เพราะนกั วิชาการละเลยองค์กรพลเมอื งวา่ เป็นแหล่ง ที่พลเมืองได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงซึ่งได้แสดงออกถึงความรู้ กบั ภาครัฐ พบว่าเอกสารวชิ าการได้แยกระหว่างประชาชนทว่ั ไป กบั ผ้เู ชย่ี วชาญ แตแ่ ทนทจ่ี ะเปน็ เชน่ นั้น กค็ วรคดิ วา่ ฝา่ ยหนึ่งคดิ เก่ียวกบั ความเสย่ี งในรปู แบบของคา่ นิยมทางสงั คม และอีกฝ่าย ร้จู กั เอช ไอ เอ 105

หน่ึงคิดในรูปแบบของข้อเทจ็ จริงทางวทิ ยาศาสตร์ ข้อแนะน�ำ ส�ำ หรบั นักสือ่ สารความเส่ียง ให้คาดเดา ว่าประชาชนท่ัวไปและผู้เชี่ยวชาญรับรู้ความเส่ียงแตกต่างกัน แนวทางนม้ี สี มมตุ ฐิ านว่าพลเมอื งไมเ่ อาใจใส่กับขอ้ มูล และจาก น้ันได้ก�ำ หนดเองว่าขอ้ มูลอะไรบา้ งท่คี วรนำ�มาบนโต๊ะ ดังนน้ั จึงเกิดเป็นปัญหาวา่ จะจัดการกับพลเมืองเช่นนี้อยา่ งไร และทำ� อย่างไรให้มอี ารมณท์ เ่ี ปน็ เหตุเป็นผล นกั สอื่ สารความเสย่ี งกโ็ ต้ ว่ากต็ ้องแสดงความจริงใจและอดทนกบั พลเมือง และยงั พบ ประเด็นสำ�คญั ทีว่ ่า เมอ่ื องค์กรพลเมอื งรอ้ งขอใหจ้ ัดพมิ พผ์ ลการ ศึกษาทต่ี อ่ ต้านข้อมลู ท่ฝี ่ายบรหิ ารนำ�เสนอ หรือ นำ�เสนอข้อมลู ใหม่ท่ีประชาชนได้ร่วมกับท่ีปรึกษาของตนเองจัดทำ�ขึ้นต่อหน่วย งานรัฐบาล ประเดน็ ของฝ่ายรัฐก็คือ จะรวมสองประเภทเหตผุ ลน้ี เข้ากันไดอ้ ย่างไร และจะท�ำ อยา่ งไรเมื่อผู้เช่ยี วชาญไม่เหน็ 106 ร้จู กั เอช ไอ เอ

เอชไอเอ ในประเทศไทย ร้จู กั เอช ไอ เอ

ร้จู กั เอช ไอ เอ

เอชไอเอ ในประเทศไทย กฎหมายประเทศไทย กำ�หนดใหใ้ ชก้ ารวเิ คราะห์ผลกระ ทบส่ิงแวดล้อมสำ�หรับโครงการพัฒนาบางประเภทที่คาดว่าจะ สง่ ผลกระทบต่อส่ิงแวดลอ้ มมาเปน็ เวลาไม่น้อยกว่า 3 ทศวรรษ โดยกำ�หนดไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิง แวดล้อม ตงั้ แตฉ่ บบั แรก พ.ศ. 2518 และฉบบั แกไ้ ข พ.ศ. 2535 ซึ่งยังคงมผี ลบงั คบั ใชใ้ นปัจจุบัน ทง้ั นี้ประเดน็ ด้านสุขภาพกเ็ ปน็ ประเด็นท่ีจำ�เป็นต้องพิจารณาร่วมกับประเด็นสิ่งแวดล้อมก็ตาม แต่กอ็ าจไม่เพยี งพอ ต่อมาไดร้ บั เอาแนวคิดการประเมินผลกระ ทบด้านสุขภาพ หรอื เอชไอเอ มาใช้อย่างเป็นทางการ เปน็ ทท่ี ราบกนั วา่ แนวคดิ การจดั ท�ำ เอชไอเอ ทใ่ี ชก้ นั ทัว่ ไป ประกอบดว้ ย 2 แนวทางดว้ ยกัน คอื แนวทางแรก จัดท�ำ การประเมิน ผลกระทบทางสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลกระทบทาง ส่ิงแวดล้อม เรียกวา่ environmental health impact assessment (EHIA) แนวทางนี้มีขอ้ เด่นท่ีมกี ฎหมายรองรบั ชัดเจน และ ท�ำ ให้ มีอำ�นาจในการอนุมัติหรือตัดสินใจมากกว่าและยังเป็นการลดความ ซ้�ำ ซ้อนในการดำ�เนินงาน แตก่ ็มขี ้อด้อยที่ท�ำ ใหก้ ารประเมินผลกระทบ ทางสขุ ภาพถกู นำ�ไปประยกุ ตใ์ ช้ไดใ้ นขอบเขตที่จ�ำ กดั และมกั เกี่ยว กับ ผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากการเปล่ียนแปลงส่ิงแวดล้อมทาง กายภาพ ชีวภาพเปน็ หลัก แนวทางทส่ี อง เป็นการพฒั นาจาก รู้จกั เอช ไอ เอ 109

แนวคิดนโยบายสาธารณะเพอ่ื สขุ ภาพ โดยถือว่ากระบวนการ ประเมินผลกระทบทางสุขภาพเป็นกระบวนการหน่ึงในการกล่ัน กรองนโยบายสาธารณะ ด�ำ เนินการด้วยกระบวนการเรียนรรู้ ่วม กนั ขอ้ เดน่ ของแนวทางน้ีคือ สามารถนำ�การประเมินผลกระทบ ทางสขุ ภาพไปใชไ้ ดใ้ นขอบเขตท่ีกวา้ งขวาง ตง้ั แต่ระดับนโยบาย รฐั จนถึงระดบั ท้องถน่ิ และใชไ้ ด้กบั ผลกระทบทางสขุ ภาพทีเ่ กดิ จากปจั จัยส่วนตวั บคุ คล และปจั จัยเรือ่ งสภาพแวดลอ้ ม เพราะ ไมจ่ �ำ เปน็ ต้องมีกฎหมายบญั ญตั ิไว้ แต่มจี ดุ ออ่ นคอื ไม่มอี �ำ นาจใน การตดั สินใจไดต้ ามกฎหมาย16 ทัง้ น้ี กรณขี องประเทศไทยมกี าร ดำ�เนินการท้งั สองรูปแบบ รูปแบบแรกรับผิดชอบโดยองคก์ าร อิสระด้านส่ิงแวดล้อมและสุขภาพซ่ึงกฎหมายกำ�หนดให้ใช้เฉพาะ โครงการที่อาจมีผลกระทบรุนแรงตามท่ีกฎหมายประกาศไว้ เท่านั้น ส่วนรปู แบบที่สองเป็นความรับผิดชอบของสำ�นักงาน สขุ ภาพแหง่ ชาติ กรณีของประเทศไทยกฎหมายอนุญาตให้มีการจัด ท�ำ การวเิ คราะหผ์ ลกระทบดา้ นสุขภาพได้ทง้ั สองรปู แบบ ซึ่ง บัญญตั ิไว้ในประกาศคณะกรรมการสุขภาพแหง่ ชาติ เร่อื ง หลกั เกณฑ์และวิธีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดจาก นโยบายสาธารณะ พ.ศ. 2552 โดยอาศยั รฐั ธรรมนญู แห่งราช อาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2550 มาตรา 67 วรรคสอง พระ ราชบัญญัติสุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 ไดร้ บั รองถงึ สิทธิและ 110 รจู้ กั เอช ไอ เอ

หนา้ ทีด่ า้ นสขุ ภาพ ปรากฏตามมาตรา ๕ ว่า บุคคลมสี ิทธใิ น การดำ�รงชีวิตในส่ิงแวดล้อมและสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อสุขภาพ รวมทั้งมีหน้าท่ีร่วมกับหน่วยงานของรัฐในการดำ�เนินการให้ เกดิ สงิ่ แวดล้อมและสภาพแวดลอ้ ม และมาตรา ๑๑ ว่า บุคคล หรือคณะบุคคล มสี ิทธริ ้องขอให้มกี ารประเมินและมีสทิ ธิรว่ ม ในกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากนโยบาย สาธารณะ รวมทัง้ มีสิทธิไดร้ ับร้ขู ้อมลู คำ�ช้ีแจง และเหตผุ ลจาก หน่วยงานของรัฐ ก่อนการอนญุ าตหรอื การดำ�เนนิ โครงการหรือ กิจกรรมใดที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของตนหรือของชุมชน และแสดงความเห็นของตนในเร่อื งดงั กลา่ ว ดงั นัน้ ประกาศเรอ่ื ง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพท่ีเกิดจาก นโยบายสาธารณะ พ.ศ.2552 ไดน้ ยิ าม คำ�วา่ “การประเมินผล กระทบดา้ นสุขภาพ หมายถึง “กระบวนการเรียนรรู้ ่วมกันของ สังคมในการวิเคราะห์และคาดการณ์ผลกระทบท้ังทางบวกและ ทางลบต่อสุขภาพของประชาชนที่อาจจะเกิดข้ึนจากนโยบาย โครงการ หรือ กจิ กรรม อย่างใดอยา่ งหนึ่งหรอื หลายอยา่ ง หาก ดำ�เนนิ การในช่วงเวลาและพื้นทีเ่ ดยี วกนั โดยมีการประยุกต์ใช้ เครื่องมือท่ีหลากหลายและมีกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนให้เกิดการตัดสินใจท่ีจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของ ประชาชนท้ังในระยะส้นั และระยะยาว” พรอ้ มทงั้ ระบถุ ึงหลัก การส�ำ คญั ของการประเมินผลกระทบด้านสขุ ภาพ ดังน้ี รู้จกั เอช ไอ เอ 111

(1) หลกั ประชาธปิ ไตย การประเมนิ ผลกระทบ ด้านสุขภาพต้องรับรองและส่งเสริมสิทธิของประชาชนในการมี ส่วนร่วมพัฒนานโยบายสาธารณะที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและ วถิ ีชีวิตของตน (2) หลกั ความเปน็ ธรรม การประเมนิ ผลกระ ทบด้านสุขภาพต้องพยายามลดความเหลื่อมลำ้�และความไม่เป็น ธรรมทางสุขภาพ โดยการศึกษาและวิเคราะห์ถงึ ผลกระทบดา้ น สุขภาพที่อาจจะเกดิ ขึน้ กบั ชมุ ชนและประชากรแตล่ ะกลมุ่ (3) หลักการใช้ข้อมูลหลักฐานอยา่ งเหมาะสม การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพต้องระบุและใช้ข้อมูลหลัก ฐานที่เป็นจริงอยา่ งดีท่สี ดุ โดยใชข้ อ้ มลู และเหตผุ ลเชิงประจักษ์ จากสาขาวชิ า และวธิ ีการท่หี ลากหลาย ทง้ั ข้อมลู หลกั ฐานเชิง คุณภาพและเชงิ ปริมาณ (4) หลักความเหมาะสมในทางปฏิบัติ การ ประเมินผลกระทบด้านสุขภาพต้องออกแบบให้เหมาะสมกับ เวลาและทรัพยากรท่มี ีอยู่ และขอ้ เสนอแนะจากการประเมินผลก ระทบด้านสุขภาพควรมุ่งให้เกิดการระดมทรัพยากรและความ รว่ มมือทางสังคม ภายใตบ้ ริบททเ่ี หมาะสมและเปน็ ไปได้ (5) หลักความรว่ มมือ การประเมนิ ผลกระทบ ด้านสุขภาพต้องส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน 112 รู้จกั เอช ไอ เอ

และภาคสว่ นตา่ งๆ ในสังคม เพ่ือสนับสนุนใหเ้ กดิ การพัฒนา นโยบายสาธารณะเพื่อสขุ ภาพ (6) หลกั การสขุ ภาวะองค์รวม การประเมนิ ผลก ระทบด้านสุขภาพต้องมองภาพรวมของปัจจัยทางสังคมและส่ิง แวดล้อมที่กำ�หนดสุขภาพหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชน และของประชาชนแบบเช่อื มโยงเป็นองค์รวม (7) หลักความยั่งยืน การประเมนิ ผลกระ ทบดา้ นสขุ ภาพต้องมุ่งเน้นใหเ้ กิดการพฒั นาท่ยี ั่งยนื ซ่ึงเป็น หวั ใจส�ำ คัญของสงั คมทีม่ สี ขุ ภาวะ และหลกั การป้องกันไวก้ อ่ น เพื่อป้องกันผลกระทบทางลบท่ีอาจจะเกิดข้ึนต่อสุขภาพของ ประชาชน โครงการหรอื กจิ กรรมการประเมนิ ผลกระทบด้านสุขภาพ ดว้ ยเหตทุ ป่ี ระกาศประกาศเรือ่ ง หลักเกณฑ์และวิธกี าร ประเมินผลกระทบดา้ นสขุ ภาพทีเ่ กดิ จากนโยบายสาธารณะ พ.ศ. 2552 มีกรอบแนวคดิ ว่า “เนอื่ งจากการประเมนิ ผลกระทบดา้ น สขุ ภาพเป็นกระบวนการเรยี นรรู้ ว่ มกันของสังคม เพอ่ื สนับสนุน ให้เกิดการตัดสินใจที่จะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชนท้ัง ในระยะส้ันและระยะยาว” ดงั นน้ั ภาคส่วนตา่ งๆ ของสงั คมจึง สามารถนำ�การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพไปประยุกต์ใช้ ได้อยา่ งกวา้ งขวาง ทงั้ สำ�หรบั นโยบายสรา้ งเสริมสุขภาพ และ รูจ้ กั เอช ไอ เอ 113

นโยบายทีอ่ าจสง่ ผลกระทบทางลบต่อสุขภาพ และทัง้ สำ�หรบั นโยบายหรอื กิจกรรมระดับชมุ ชนท้องถนิ่ ไปจนถึงนโยบาย สาธารณะระดบั ชาตหิ รอื ระหวา่ งประเทศ” ดงั นนั้ จงึ ก�ำ หนดราย ละเอยี ดประเภทโครงการและกิจกรรมเปน็ 3 ประเภท ดังนี้ ประเภทที่ 1 คอื โครงการหรอื กิจกรรมท่ีมปี ระเภท และขนาดตามประกาศโครงการหรือกิจกรรมที่อาจจะก่อให้ เกิดผลกระทบอยา่ งรุนแรง ท้งั ทางดา้ นคณุ ภาพสิง่ แวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสขุ ภาพ ตามมาตรา 67 รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2550 (ตามประกาศกระทรวง ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม วันท่ี 31 สงิ หาคม 2553 และ 29 พฤศจกิ ายน 2553) ประเภทที่ 2 นโยบายสาธารณะและการดำ�เนนิ กิจกรรมดา้ นการวางแผนพฒั นา ซ่งึ อาจสง่ ผลกระทบต่อสุขภาพ ของชุมชนอย่างรนุ แรงในอนาคต ควรท�ำ การประเมินผลกระทบ ด้านสุขภาพเพ่ือประกอบการตัดสินใจและการป้องกันผลกระทบ ทางลบตอ่ สุขภาพของประชาชน ตัวอย่าง เช่น การจดั ท�ำ และ ปรบั ปรงุ ผังเมอื ง ท่อี าจน�ำ มาสโู่ ครงการหรอื กจิ กรรมท่มี ผี ลกระ ทบต่อสุขภาพอย่างรนุ แรงในอนาคต การจดั ท�ำ แผนภมู ิภาค (เช่น แผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาภาค) การจดั ทำ�แผนโครงขา่ ย การคมนาคม การจัดทำ�แผนพฒั นากำ�ลงั การผลติ ไฟฟา้ เป็นตน้ 114 ร้จู ัก เอช ไอ เอ

ประเภทท่ี 3 กรณีทป่ี ระชาชนมคี วามหว่ งกังวลว่า นโยบาย หรอื การดำ�เนินโครงการ/กิจกรรมตามนโยบายใดซึ่ง อาจสง่ ผลกระทบต่อสขุ ภาพของตนเองและสาธารณชน ซง่ึ อยู่ นอกเหนือจากท่รี ะบุไว้ในประเภทที่ 2 ประชาชนยงั มสี ทิ ธใิ นการ ร้องขอให้มีการประเมนิ ผลกระทบด้านสขุ ภาพตามมาตรา 11 ของพระราชบญั ญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 โดยผ่านทาง คณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้าน สขุ ภาพ ไดอ้ กี ทางหนงึ่ ดว้ ย กระบวนการและขั้นตอนการประเมนิ ผลกระทบด้านสขุ ภาพ กำ�หนดไว้ แยกเป็น 4 กรณสี �ำ หรับแต่ละประเภททง้ั สาม ประเภทดังกล่าว และไดก้ �ำ หนดเพม่ิ เตมิ สำ�หรับกรณที ่ี 4 ไว้ คอื การประเมินผลกระทบดา้ นสขุ ภาพ ในฐานะกระบวนการเรียนรู้ ร่วมกันของสงั คมในระดับชมุ ชนหรือท้องถิน่ เพอื่ สนบั สนนุ ให้เกิด การตัดสินใจท่ีจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชนโดยไม่อยู่ใน 3 ประเภทขา้ งตน้ รู้จัก เอช ไอ เอ 115

กระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพกรณีโครงการ หรือกิจกรรมซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชน อย่างรุนแรง ตามประกาศประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เร่ือง หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการประเมินผลกระทบด้านสขุ ภาพท่ีเกดิ จากนโยบายสาธารณะ พ.ศ. 2552 ไดก้ ำ�หนดกระบวนการและ ขั้นตอนกรณีนไ้ี ว้ เป็นกรอบกว้างๆ ดงั นี้คอื (1) ใหป้ ระเมินร่วมกนั เปน็ ส่วนหนงึ่ ของการประเมินผลก ระทบสง่ิ แวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดล้อม (2) อย่างน้อยตอ้ งครอบคลุมปจั จัยทอ่ี าจสง่ ผลกระทบ ตอ่ สุขภาพตามภาคผนวกแนบทา้ ยประกาศฯ ได้แก่ • การเปล่ยี นแปลงสภาพและการใช้ทรพั ยากรธรรมชาติ • การผลติ ขนส่ง และการจัดเกบ็ วตั ถอุ ันตราย • การกำ�เนดิ และการปล่อยของเสยี และสิ่งคุกคามสขุ ภาพ • การรับสัมผสั ต่อมลพษิ และส่งิ คุกคามสขุ ภาพ • การเปลยี่ นแปลงและผลกระทบตอ่ อาชพี การจา้ งงาน และสภาพการทำ�งานในทอ้ งถ่นิ ท้ังทางบวกและทางลบ 116 รจู้ กั เอช ไอ เอ

• การเปลย่ี นแปลงและผลกระทบตอ่ ความสัมพันธ์ของ ประชาชนและชุมชน • การเปลย่ี นแปลงในพนื้ ท่ที ม่ี คี วามส�ำ คัญและมรดกทาง ศลิ ปวัฒนธรรม • ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงหรอื มีความรุนแรงเปน็ พเิ ศษ ต่อประชากรกล่มุ ใดกลุ่มหนึ่ง • ทรพั ยากรและความพร้อมของภาคสาธารณสขุ (3) หน่วยงานเจา้ ของโครงการหรอื กิจกรรม หรือหนว่ ย งานอนญุ าต จัดเวทกี �ำ หนดขอบเขตและแนวทางการประเมนิ ผลกระทบดา้ นสขุ ภาพโดยสาธารณะ หรอื public scoping และ เวทีทบทวนร่างรายงานการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบด้าน สุขภาพโดยสาธารณะ หรือ public review ต่อมามีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เรอ่ื ง ก�ำ หนดประเภท ขนาด และวิธปี ฏบิ ัติสำ�หรบั โครงการ หรือกจิ การทีอ่ าจกอ่ ให้เกดิ ผลกระทบตอ่ ชมุ ชนอย่างรุนแรง ทงั้ ทางดา้ นคุณภาพสิง่ แวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสขุ ภาพ ที่ ส่วนราชการ รฐั วิสาหกิจ หรอื เอกชนจะตอ้ งจัดทำ�รายงานการ วิเคราะหผ์ ลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม พ.ศ. 2552 (ประกาศ ณ วันที่ 29 ธนั วาคม 2552) โดยเพ่มิ เติมหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะ กรรมการสุขภาพแห่งชาติขา้ งตน้ ด้วย รู้จกั เอช ไอ เอ 117

ท้งั นี้ ตามประกาศดงั กลา่ ว เมอ่ื คณะกรรมการผชู้ ำ�นาญการ ได้ให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม สำ�หรับโครงการหรือกิจการท่ีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อยา่ งรนุ แรงแลว้ ให้สำ�นักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจัดส่งรายงานฉบับท่ีได้รับความเห็นชอบแล้วนั้น พร้อมท้งั ความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำ�นาญการฯ และสรปุ สาระสำ�คัญของมาตรการป้องกันและลดผลกระทบส่ิงแวดล้อม ใหอ้ งค์การอิสระใหค้ วามเห็นประกอบ ก่อนมกี ารดำ�เนนิ การหรอื การอนุญาตของหนว่ ยงานของรฐั ที่รบั ผิดชอบ ซึง่ องคก์ ารอสิ ระ ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพต้องพิจารณาให้ความเห็นประกอบ ให้แลว้ เสร็จภายในเวลา 60 วัน และน�ำ เสนอความเหน็ ต่อหน่วยงาน อนญุ าตตอ่ ไป ส�ำ หรับกรณีที่เปน็ โครงการของรฐั จะตอ้ งนำ�เสนอ ตอ่ ส�ำ นกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม การมีสว่ นร่วมของผมู้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสยี ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำ�หนดให้ผู้เกี่ยวข้องจัดรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรอื เปดิ โอกาสให้ผมู้ ีสว่ นไดส้ ่วนเสยี มีส่วนรว่ ม สรปุ ไดด้ ังนี้ 1. หน่วยงานเจา้ ของโครงการจัดเวทรี ับฟงั ความคิดเหน็ เพื่อกำ�หนดขอบเขตแนวทางการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม และสุขภาพ หรอื ท่ีเรยี กว่า public scoping เพอ่ื ใหป้ ระชาชน 118 รู้จัก เอช ไอ เอ

ผ้มู ีสว่ นได้เสีย และหนว่ ยงานท่เี กี่ยวขอ้ งไดเ้ ข้ามามีสว่ นรว่ มใน การนำ�เสนอประเด็นห่วงกังวลและแนวทางในการประเมินผลกระทบ สงิ่ แวดลอ้ มและสุขภาพ และเพือ่ ให้การประเมินผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม และสขุ ภาพเปน็ ไปอย่างครบถ้วน (ข้ันตอนน้เี รียกกนั ท่ัวไปว่า ค1) ทงั้ นี้ก�ำ หนดรายละเอยี ดต่างๆ เช่น ตอ้ งใชเ้ วลาการจัดเวทีไมน่ อ้ ย กวา่ 3 ช่ัวโมงและให้ผ้มู ีสว่ นได้สว่ นเสยี มีเวลาแสดงความเห็นไม่ น้อยครึ่งหนง่ึ เป็นตน้ การเปดิ เผยขอ้ มลู ก่อนการจัดเวที ผู้จัดตอ้ งเปิดเผย เอกสารรายละเอียดโครงการและร่างข้อเสนอการกำ�หนดขอบเขต และแนวทางการประเมินผลกระทบด้านสขุ ภาพ ผ่านช่องทาง สาธารณะไม่น้อยกวา่ 3 ช่องทาง การเปิดเผยผลการจดั เวที ผู้จดั ตอ้ งจดั ท�ำ รายงาน สรปุ ความคดิ เหน็ ของผ้มู สี ่วนเก่ยี วข้องและสาธารณชน พรอ้ มทัง้ คำ�ชแ้ี จง และน�ำ เสนอขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบ สงิ่ แวดลอ้ มและสุขภาพ เพอ่ื การดำ�เนนิ การประเมนิ ผลกระทบ สง่ิ แวดลอ้ มและสุขภาพ โดยส่งใหส้ ำ�นักงานนโยบายและแผน ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มเพื่อทราบ และสง่ ใหส้ �ำ นกั งาน คณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาตเิ พ่ือเผยแพรแ่ ก่สาธารณชนตอ่ ไป 2. เจา้ ของโครงการหรอื ผู้ท�ำ หนา้ ทป่ี ระเมินฯ จดั ให้มี กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ในขัน้ ตอนการประเมนิ และจดั ท�ำ รายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบฯ รู้จัก เอช ไอ เอ 119

เพอ่ื ใหเ้ กดิ การมสี ว่ นรว่ มและการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของประชาชน และผมู้ สี ว่ นได้เสยี อย่างรอบด้าน (ขั้นตอนน้ีเรยี กกันทั่วไปว่าค2) โดยผู้ดำ�เนินการตอ้ งเปิดเผยขอ้ เท็จจริงเกีย่ วกบั โครงการ และ เลอื กใชว้ ธิ กี ารรวบรวมขอ้ มลู ตามความเหมาะสม เชน่ การสมั ภาษณ์ การสนทนากลุ่มยอ่ ย การประชมุ ระดับผูแ้ ทนผ้มู ีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย เป็นต้น และรวบรวมข้อมลู ทัง้ ดา้ นบวกและดา้ นลบ และจะตอ้ งมี เป้าหมายและกำ�หนดประเด็นท่ีต้องการสำ�รวจหรือรับฟังความคิด เห็นอยา่ งชัดเจน เป็นต้น การเปดิ เผยขอ้ มลู กอ่ นการสำ�รวจ ขอ้ เทจ็ จรงิ ตา่ งๆ เกีย่ วกับโครงการ ทง้ั นจ้ี ะตอ้ งใหผ้ ้มู ีสว่ นได้สว่ นเสียสามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มูลเหล่านั้นได้โดยสะดวก การเปดิ เผยผลการสำ�รวจ จัดท�ำ สรปุ ผลการสำ�รวจ ความคดิ เหน็ และแสดงไว้ ท่ีสำ�นักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดลอ้ มจงั หวดั ส�ำ นกั งานสาธารณสขุ จังหวัด ทว่ี า่ การอำ�เภอ ส�ำ นกั งานสาธารณสขุ อำ�เภอ ทที่ ำ�การขององคก์ รปกครองส่วน ทอ้ งถนิ่ ก�ำ นัน ผูใ้ หญบ่ ้าน และสถานบรกิ ารสุขภาพของรฐั ใน พืน้ ท่ีซงึ่ เป็นท่ตี ้ังของโครงการหรอื กจิ การ ในจุดทป่ี ระชาชนหรือ ผมู้ ีสว่ นได้เสียเขา้ ถงึ และพบเหน็ ได้โดยงา่ ย ท้งั นจ้ี ะต้องแสดง รายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมฯ ในสถานทดี่ ังกลา่ ว ขา้ งต้นไว้เปน็ เวลาไมน่ ้อยกว่า 15 วัน 120 ร้จู กั เอช ไอ เอ

3. หน่วยงานเจ้าของโครงการหรือกิจการ จัดเวที ทบทวนร่างรายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบฯ (public review) เพ่อื ให้ประชาชน ผ้มู ีสว่ นไดส้ ่วนเสีย และหนว่ ยงานท่เี กี่ยวขอ้ ง ไดต้ รวจสอบความถูกตอ้ ง และความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่าง รายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม ฯ รวมถึงนำ�เสนอ ขอ้ มลู ข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเห็นเพ่มิ เติม ต่อรา่ งรายงานการ วเิ คราะห์ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม ฯ ดงั กลา่ ว (ขัน้ ตอนน้ีเรียกกนั ทวั่ ไปว่า ค3) นอกจากนี้ หลงั จากจัดเวทแี ล้วจะต้องจะตอ้ งเปิด ชอ่ งทางในการรบั ฟงั ความคิดเหน็ อยา่ งน้อย 2 ช่องทาง อย่างตอ่ เนือ่ งไม่น้อยกวา่ 15 วัน การเปดิ เผยข้อมลู ก่อนจัดเวที ต้องเปิดเผยรา่ ง รายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบสง่ิ แวดล้อม ฯ ฉบบั สมบูรณ์ เพอ่ื ให้ผู้มีส่วนเก่ียวข้องและสาธารณชนพิจารณาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วนั กอ่ นการจัดเวทผี ่านทางชอ่ งทางการสือ่ สารสาธารณะไม่ นอ้ ยกว่า 3 ชอ่ งทาง การเปิดเผยผลได้ หนว่ ยงานเจ้าของโครงการหรอื กิจการ จดั ทำ�รายงานสรปุ ความคดิ เหน็ ของประชาชนและผูม้ ี สว่ นได้เสีย พร้อมท้งั ความเห็นและคำ�ช้ีแจงของหนว่ ยงานเจ้าของ โครงการ หนว่ ยงานอนมุ ัติหนว่ ยงานอนญุ าต หรือหน่วยงานอนื่ ๆ ที่เกี่ยวข้องพร้อมส่งให้สำ�นักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ มเพอ่ื ทราบ และสง่ ให้สำ�นกั งานคณะ กรรมการสุขภาพแหง่ ชาติเพอื่ เผยแพร่แกส่ าธารณชนตอ่ ไป รู้จกั เอช ไอ เอ 121

4. การรบั ฟังความคดิ เห็นของประชาชนและผู้มีสว่ นได้ เสยี ของหนว่ ยงานอนมุ ัติหรอื หน่วยงานอนญุ าต ทง้ั นีห้ น่วยงาน อนุมัติ/อนุญาตจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนและผมู้ สี ่วนไดเ้ สีย ขน้ึ เพอ่ื ท�ำ หนา้ ที่จดั รบั ฟังความ คิดเหน็ ฯ ประกอบดว้ ยประธานหนง่ึ คนและกรรมการอีกไม่เกนิ สี่ คน มขี ้ันตอนสำ�คัญคือ เปดิ ใหผ้ ูม้ สี ่วนไดส้ ่วนเสยี ลงทะเบียนเขา้ รว่ มลว่ งหน้าเป็นเวลาไมน่ ้อยกว่า 5 วนั และจะต้องประกาศการ จดั รับฟงั ฯ ในหนงั สือพิมพเ์ พอ่ื เชญิ ชวนดว้ ย การเปิดเผยข้อมูลก่อนจัดการรบั ฟัง ปิดประกาศ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารท่ีเกี่ยวข้องกับโครงการหรือกิจการดัง กลา่ วโดยเปิดเผย ณ ส�ำ นกั งานของหน่วยงานของรัฐท่มี ีอำ�นาจใน การอนุมัตหิ รืออนญุ าตโครงการหรอื กจิ การน้ัน องคก์ รปกครอง สว่ นทอ้ งถิ่นท่โี ครงการหรอื กจิ การนน้ั ต้งั อยู่ และบนเวบ็ ไซตข์ อง หนว่ ยงานของรัฐที่ด�ำ เนนิ การรับฟังความคิดเหน็ ฯ โดยท้ังน้ีจะ ต้องดำ�เนินการล่วงหน้าก่อนเริ่มกระบวนการรับฟังความคิด เห็นฯ ดังกล่าวไม่นอ้ ยกวา่ 15 วัน การเปิดเผยผลที่ ได้ ใหค้ ณะกรรมการรบั ฟงั ความคดิ เห็นฯ เสนอรายงานการรบั ฟงั ความคิดเหน็ พร้อมทง้ั ค�ำ ช้แี จงของหนว่ ย งานท่ีเกย่ี วข้องเสนอต่อหนว่ ยงานของรัฐที่แตง่ ตง้ั ภายใน 15 วนั นับจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นฯส้ินสุดลงและให้ถือเป็น เอกสารที่เผยแพร่ต่อสาธารณะและเผยแพรบ่ นเว็บไซต์ดว้ ย 122 รู้จัก เอช ไอ เอ

การเปิดเผยขอ้ มลู การตดั สนิ ใจ หนว่ ยงานของรัฐซ่ึง เปน็ ผมู้ ีอ�ำ นาจในการอนมุ ัติหรอื อนญุ าต จะต้องจดั ท�ำ ค�ำ ชแ้ี จง เหตุผลในการตัดสินใจในโครงการหรือกิจการดังกล่าวในแต่ละ ประเดน็ เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร และเผยแพร่คำ�ชแ้ี จงเหตผุ ล ดงั กล่าวต่อสาธารณะและเผยแพรบ่ นเวบ็ ไซต์ด้วย องค์การอสิ ระดา้ นสิง่ แวดล้อมและสุขภาพ องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจัดตั้งขึ้นตาม ประกาศระเบียบสำ�นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงาน การให้ความเห็นขององค์การอิสระในโครงการหรือกิจกรรมท่ีอาจ ก่อให้เกดิ ผลกระทบตอ่ ชมุ ชนอยา่ งรนุ แรง พ.ศ. 2553 มีหน้าท่ี ให้ความเห็นประกอบโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิด ผลกระทบตอ่ ชมุ ชนอย่างรุนแรงตามมาตรา 67 วรรคสองของ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย (ฉบบั พทุ ธศกั ราช 2550) ซ่งึ มีผลต้ังแต่ 8 มิถุนายน 2553 คณะกรรมการองคก์ ารอสิ ระ ประกอบด้วยผ้แู ทน ขององค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและสถาบัน อดุ มศกึ ษาที่จดั การการศกึ ษาด้านสิ่งแวดลอ้ มหรอื ทรัพยากร ทรพั ยากรธรรมชาติหรือดา้ นสขุ ภาพ จ�ำ นวน 13 คน จากนน้ั ได้จัดตั้งสำ�นักงานองค์การอิสระด้านส่ิงแวดล้อมและสุขภาพข้ึน โดยมีเลขาธิการส�ำ นักงานทำ�หนา้ ทบี่ ริหารงานสงู สุด ทำ� รจู้ ัก เอช ไอ เอ 123

หนา้ ที่เป็นฝา่ ยเลขาให้กับคณะกรรมการฯ ส�ำ นักงานแบ่ง โครงสรา้ งเป็น 4 ส�ำ นัก คือ ส�ำ นักบริหารทั่วไป สำ�นกั วิชาการ สำ�นกั ข้อมลู และสารสนเทศ และส�ำ นักประชาสมั พนั ธแ์ ละสื่อสาร สาธารณะ ตามประกาศส�ำ นกั นายกรฐั มนตรวี า่ ด้วยการประสานงานฯ กำ�หนดให้กรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อมทำ�หน้าที่สนับสนุน ด้านงบประมาณ (องคก์ ารอิสระฯ ยังไมเ่ ปน็ หน่วยงานนติ ิบุคคล ตามกฎหมาย เน่อื งจากพระราชบญั ญัตกิ ารจัดต้ังองคก์ ารอสิ ระฯ ยังไม่สามารถประกาศใช้) ทง้ั นี้ อตั ราคา่ ตอบแทนตา่ งๆ เปน็ ไปตามมติคณะรัฐมนตรี โดยไดร้ ับงบประมาณสนับสนุนปีละ ประมาณ 30-35 ล้านบาท การใหค้ วามเห็นประกอบโครงการ เนอ่ื งจากตาม ประกาศสำ�นักนายกรัฐมนตรีฯกำ�หนดให้วิธีการให้ความเห็น ประกอบโครงการเป็นไปตามที่คณะกรรมการองค์การอิสระฯ กำ�หนด ดงั นน้ั คณะกรรมการองค์การอิสระฯ จึงกำ�หนด กระบวนการพิจารณาใหค้ วามเหน็ ประกอบโครงการ (โดยมีระยะ เวลาดำ�เนนิ การทั้งสิ้นภายใน 60 วัน) ดังน้ี • การประชาสัมพันธ์ พนื้ ท่โี ดยรอบสถานทีต่ ง้ั โครงการ (ภายในรัศมไี มเ่ กิน 5 กิโลเมตร) หรอื ท่ีเรยี กว่า public scoping (ก�ำ หนดผมู้ ีส่วนได้สว่ นเสีย) เผยแพรข่ อ้ มลู โครงการผา่ นชอ่ งทาง ตา่ งๆ 124 รู้จัก เอช ไอ เอ

• การรับฟงั ความคดิ เหน็ จากผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสีย มีการ จัดเวทตี ่างๆ ไดแ้ ก่ p การรับฟังความคิดเหน็ ในชมุ ชน 3-5 ครัง้ p การจดั ประชมุ เชิงปฏิบัติการทางเทคนคิ 1-2 ครงั้ p การจัดเวทรี บั ฟังความคดิ เหน็ ประกอบ โครงการ 1 ครง้ั • การรบั ฟังความคดิ เหน็ ผ่านช่องทางอนื่ ๆ ได้แก่ p ทางไปรษณีย์ p โทรสาร โทรศัพท์ p จดหมายอิเลคโทรนคิ ส์ หรอื email p กระดานสนทนาในเวบ็ ไซด์องคก์ ารฯ • คณะกรรมการฯ พจิ ารณาให้ความเห็น โดยแต่ละคน ให้ความเหน็ ของตนเอง มิได้จัดท�ำ ความเห็นรวมของ คณะกรรมการ จากนั้นจงึ สง่ ความเห็นไปยงั หน่วยงาน หน่วยงานอนุมตั ิ/อนญุ าตเพือ่ ใชป้ ระกอบการพิจารณา ตอ่ ไป และแจง้ ประธานคณะกรรมการประสานฯ เพอ่ื ทราบ • เผยแพร่ความเห็นประกอบโครงการทางเวบ็ ไซด ์ องค์การอิสระฯ รจู้ กั เอช ไอ เอ 125

ผลการด�ำ เนินงาน ตงั้ แต่ปงี บประมาณ 2554 จนถงึ ปัจจบุ ัน (เมษายน 2558) มโี ครงการท่ีองค์การอิสระฯ ให้ความเหน็ ประกอบ เรียบร้อยและส่งถงึ หนว่ ยงานอนมุ ตั ิ/อนุญาตแล้ว จ�ำ นวน 19 โครงการ แมว้ า่ เอชไอเอ ได้รับการยอมรบั ใหเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื หนง่ึ สำ�หรับการตัดสินใจด้านส่ิงแวดล้อมในประเทศไทยมาเป็นระยะ เวลาเกือบทศวรรษ แต่กย็ งั ไมม่ กี ารศึกษาอย่างเป็นทางการท่ี สามารถยืนยันถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลการใช้เคร่ืองมือ นี้ และสถานการณป์ ัจจบุ นั ปี 2558 นี้ ประเทศก�ำ ลังอยูใ่ น ระหวา่ งการยกรา่ งรัฐธรรมนญู ฉบับใหม่ และการปฏริ ปู ประเทศ ในหลายด้าน ซึง่ สภาปฏริ ูปแหง่ ชาติและหนว่ ยงานท่เี ก่ียวข้องอยู่ ในระหวา่ งการทบทวนเพื่อปรับปรงุ ระบบการวิเคราะห์ผลกระทบ สิง่ แวดล้อมของประเทศ ซึง่ รวมถึงการวิเคราะหผ์ ลกระทบดา้ น สขุ ภาพด้วย จงึ คาดกนั วา่ ระบบต่างๆเหลา่ น้จี ะเปลี่ยนแปลงไปใน ทศิ ทางทเ่ี หมาะสมมากข้นึ ในอนาคตอนั ใกล้ 126 รู้จกั เอช ไอ เอ

เอชไอเอ ในอเมรกิ า ร้จู กั เอช ไอ เอ

ร้จู กั เอช ไอ เอ

เอชไอเอ ในอเมรกิ า8 เอชไอเอ หรอื การวิเคราะหผ์ ลกระทบสขุ ภาพเติบโต อย่างมากในสหรัฐอเมริกาในช่วงที่ผา่ นมา โดยมีการใชใ้ นกิจการ ต่างๆ หลายสาขา ไดแ้ ก่ สาธารณสุข การวางแผน และการขนสง่ การใชท้ ่ดี ิน เป็นตน้ ได้รับการยอมรบั และพัฒนารปู แบบและ เทคนิคมากมาย นยิ าม “เอชไอเอ” ในอเมริกา คือ “การบูรณาการ กระบวนการ วธิ กี าร และเคร่อื งมือต่างๆที่ใชเ้ พอื่ ประกอบการ ตดั สนิ ใจในด้านนโยบาย โปรแกรม หรอื โครงการทีม่ แี นวโนม้ ที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรและการแพร่กระจาย ของผลกระทบในกลุ่มประชากร” จึงกลา่ วได้ว่า อเมรกิ ามีมุมมอง ว่า เอชไอเอ เปน็ เครือ่ งมอื อย่างหนงึ่ สำ�หรับการตดั สินใจนโยบาย สาธารณะ แม้ว่า เอชไอเอ ทมี่ กี ารใชอ้ ยา่ งกวา้ งขวางทั้งในยโุ รป อเมรกิ า และประเทศอนื่ ๆ ท่วั โลก มวี ิธกี ารคลา้ ยคลึงกัน แต่ ส�ำ หรับอเมริกานน้ั ได้เลง็ เห็นความสำ�คัญของ เอชไอเอ และเห็น ว่าควรมแี นวทางดำ�เนินการดังตอ่ ไปนี้ (1) เพ่ิมความตระหนักใน การใชใ้ หท้ ั่วทัง้ ประเทศ (2) จดั ทำ�เอกสารท่ีเหมาะสมกบั สภาพ แวดล้อมของอเมริกา (3) เพ่ิมการยอมรบั ทางการเมือง (4) เพอ่ื ใช้ เปน็ โมเดลสำ�หรบั การจดั ทำ� เอชไอเอ ในขัน้ ต่อไป (5) เพือ่ ใช้เป็น กรณศี ึกษาในหลกั สูตรฝึกอบรมการจดั ทำ� เอชไอเอ ใหม่อาจใช้ รู้จัก เอช ไอ เอ 129

ทรัพยากรน้อยลงถ้าผู้จัดทำ�สามารถทบทวนเอกสารและวิธีการ จากเอชไอเอ ที่มีลกั ษณะใกลเ้ คยี งกนั ทีไ่ ดจ้ ัดทำ�เสร็จสมบรู ณแ์ ล้ว การวจิ ัย เอชไอเอ ในอเมริกา จากการศกึ ษาเอชไอเอ ในอเมริกาจ�ำ นวน 27 กรณี ท่ีด�ำ เนินการเสร็จสนิ้ แลว้ ระหวา่ งปี 1999-2007 ซงึ่ ประกอบ ด้วย เอชไอเอที่จดั ทำ�ส�ำ หรบั งานด้านนโยบายและโครงการดา้ น ตา่ งๆ กระจายในหลายเมอื งในอเมรกิ า ไดแ้ ก่ นโยบายค่าจา้ ง โปรแกรมเดินไปโรงเรียนของนักเรียน การพัฒนาที่อยู่อาศัยและ การพฒั นาเชงิ พานชิ โปรแกรมหลังเลิกเรยี น การวางแผนการ ใช้ทดี่ ิน นโยบายการทำ�ฟาร์ม การขนสง่ สวนสาธารณะและทาง เดิน โรงงานผลติ กระแสไฟฟ้า นโยบายการให้เชา่ ที่ดนิ ส�ำ หรบั การ สำ�รวจน�ำ้ มัน และการชดเชยส�ำ หรับทอ่ี ยูอ่ าศยั และการทำ�ความ ร้อนในบ้าน ผู้จัดทำ�เอชไอเอ ประกอบไปดว้ ยทงั้ เจ้าหนา้ ทร่ี ัฐดา้ น สาธารณสขุ ระดับทอ้ งถ่ินและสว่ นกลาง สถาบนั การศกึ ษาด้าน สาธารณสขุ แพทย์ และสถาปตั ย์ รวมทั้งท่ีปรกึ ษาเอกชน ผู้มี อำ�นาจตัดสินใจมีทงั้ ท่ีเปน็ หน่วยงานระดบั เคาต้แี ละซติ ้ี เคาทซ์ ลิ (county และ city council) และหน่วยงานวางแผน หน่วยงาน ระดบั สเตทและท่เี กย่ี วข้องกับกฎหมาย หน่วยงานระดบั ฟิเดอรลั (federal agencies) และสภาคองเกรส 130 ร้จู ัก เอช ไอ เอ

ผลการศึกษา พบว่า เอชไอเอ สว่ นใหญ่ดำ�เนินการตาม ขั้นตอนทยี่ อมรบั กนั ท่ัวไป คือ การคัดกรอง (ผลกระทบสขุ ภาพ เก่ยี วขอ้ งกับอะไรบ้าง) ขั้นก�ำ หนดขอบเขต (scoping) เพื่อ ก�ำ หนดวา่ ผลกระทบจะตรวจสอบไดอ้ ยา่ งไรและกับใคร ขั้น ประเมินผลกระทบ ขัน้ การสอื่ สารผลลัพธ์ที่ได้และข้อเสนอแนะ ต่อผ้มู ีอ�ำ นาจตัดสินใจ และข้ันสดุ ท้ายคือ การประเมนิ ผลของ การน�ำ เอชไอเอ ไปใช้ในกระบวนการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมของชุมชนจัดเป็นองค์ประกอบท่ีสำ�คัญ ที่สุดในโครงการพัฒนาในซานฟรานซิสโกและการวางแผนเชิง พืน้ ที่ ชุมชนผูม้ สี ว่ นได้ส่วนเสียมสี ่วนรว่ มในการกำ�หนดและ ประเมนิ ผลกระทบ นอกจากนี้พบว่าขอ้ เสนอแนะของเอชไอเอ ต่อการดำ�เนินงานมที ้งั ทเี่ ห็นดว้ ยและไม่เห็นดว้ ย เชน่ โปรแกรม หลังเลกิ เรียนในแคลิฟฟอรเ์ นยี แนะวา่ นโยบายมแี นวโน้มท่ไี ม่ สามารถเขา้ ถึงกลมุ่ วยั รนุ่ ท่ีมีพฤติกรรมเส่ียง เปน็ ตน้ รายงานเอช ไอเอ ได้รับการเผยแพรผ่ า่ นสอื่ สารมวลชน เว็บไซด์ และน�ำ เสนอ อยา่ งเป็นทางการตอ่ ผ้ตู ดั สินใจ ผูร้ บั ผิดชอบจัดท�ำ เอชไอเอ น่าแปลกใจท่ีกรณีศกึ ษาทง้ั 27 กรณีน้ีเป็นการด�ำ เนนิ การโดยผู้ซงึ่ ส่วนใหญม่ ิไดผ้ ่านการฝกึ อบรมเกย่ี วกบั การจัดทำ� เอช ไอเอ ท้ังทเ่ี ป็นทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ และเอชไอเอ จำ�นวน มากในแคลฟิ ฟอรเ์ นยี ทไ่ี ด้รับการสนบั สนุนจากผนู้ ำ�ในชุมชน รูจ้ กั เอช ไอ เอ 131

ผูจ้ ัดท�ำ เอชไอเอ ทัง้ 27 กรณเี ป็นการท�ำ งานแบบอาสา สมัครทัง้ ที่ไดร้ บั และไม่ไดร้ บั ทนุ สนับสนนุ ซงึ่ ผ้มู สี ว่ นรว่ มการจัด ทำ�เหล่าน้ีมิได้ใส่ใจว่าประเด็นสุขภาพจะได้รับความสนใจจาก กระบวนการตดั สนิ ใจหรอื ไม่ ในอเมริกาพบวา่ การหาแหลง่ ทนุ ส�ำ หรบั เอชไอเอ นน้ั เป็นเรื่องยาก ทงั้ นีใ้ นรัฐแคลฟิ อรเ์ นยี และ แมรแ่ี ลนด์ไดผ้ ่านกฎหมายเพ่อื สนับสนนุ การจัดท�ำ เอชไอเอ ของ โครงการพัฒนาการการสรา้ ง (Build Development Proj- ect) และในรัฐวอชงิ ตันไดก้ �ำ หนดใหก้ ารจัดทำ�เอชไอเอ สำ�หรับ การสรา้ งสะพานสำ�คญั ๆทดแทนบนทางไฮเวย์ ต้องได้รับทนุ สนบั สนุน อีไอเอ และเอชไอเอ ขณะท่กี ารประเมนิ ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม (Environ- mental Impact Assessment: EIA) บางครงั้ ได้รวมเอาการ ประเมินความเสีย่ ง และหนว่ ยงานพิทักษส์ ิ่งแวดลอ้ ม (Environ- mental Protection Agency: EPA) จดั ทำ�ผลกระทบต่อสขุ ภาพ อย่างเป็นทางการในฐานะท่ีเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ต้นทุนและ ผลประโยชนต์ ามท่ีก�ำ หนดไวใ้ นกฎหมายการจดั ท�ำ เอชไอเอ ใน อเมรกิ า มิไดก้ ำ�หนดใหเ้ ป็นสงิ่ ทีจ่ ะตอ้ งดำ�เนินงานทุกคร้ัง ทัง้ น้ี แม้วา่ เอชไอเอ มิไดก้ ำ�หนดใหเ้ ป็นกรอบส่วนหน่ึงของการ วิเคราะห์ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งเปน็ ทางการก็ตาม แต่ใน กระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็กำ�หนดให้คำ�นึงถึง 132 ร้จู กั เอช ไอ เอ

ผลต่อสขุ ภาพประชาชนดว้ ย ดงั น้นั การรว่ มกนั ของเอชไอเอ และ อีไอเอ จึงอาจใหผ้ ลลพั ธท์ ด่ี ีกวา่ การจดั ท�ำ อีไอเอ อาจแบง่ ทุน ส่วนหน่ึงส�ำ หรบั การจัดท�ำ เอชไอเอ และทนุ สำ�หรบั การจดั การลด ผลกระทบทอี่ าจเกิดข้นึ ในแตล่ ะกรณี อีไอเอ ใหท้ ุนส�ำ หรบั เอช ไอเอ เพือ่ ใหจ้ ดั ใหม้ ีการพจิ ารณาเชิงลึกมากขึน้ ถงึ ประเดน็ สขุ ภาพ ที่ส�ำ คญั ๆ เอชไอเอ ในแคลฟิ อร์เนยี และอลาสกาไดบ้ ูรณาการไว้ ในอไี อเอ ตัวอย่างเช่น Trinity Plaza Project ไดป้ รบั กรอบให้ ครอบคลุมถงึ ผลกระทบต่อสุขภาพ ขัน้ ตอนและวิธีการ โดยท่วั ไป กรณศี ึกษาท้งั หมดมขี ้ันตอน 4-5 ขัน้ ตอน ตามแบบดงั้ เดมิ คอื ขน้ั คดั กรอง ขนั้ ก�ำ หนดขอบเขตหรือกรอบ ขั้นประเมิน และจัดท�ำ รายงานผล (screening, scoping, as- sessment and reporting) ซง่ึ ส่วนใหญ่ใชว้ ธิ กี ารคัดกรองอย่าง ไมเ่ ปน็ ทางการ อาจเนอ่ื งจากคิดวา่ เปน็ วิธีการทีด่ ี และปรากฏ วา่ ไมม่ ีเอชไอเอ ทมี่ ีการประเมินผลอย่างเป็นทางการ (formal evaluation) และเอชไอเอ ทั้ง 27 กรณี มไิ ดจ้ ัดท�ำ ข้ึนภายใต้ กฎหมาย ดงั นั้นจึงไม่มกี ารน�ำ ไปใชใ้ นกระบวนการตัดสนิ ใจอย่าง เปน็ ทางการ (ตามทีก่ ฎหมายกำ�หนด) เอชไอเอ บางกรณี ได้คาดการณก์ ารเปลยี่ นแปลงทาง สุขภาพในเชิงคุณภาพ โดยประมาณการจากการศกึ ษาแบบ สงั เกตการณ์ ตวั อย่างเช่น Florida Power Plan Project มี ร้จู กั เอช ไอ เอ 133

การประมาณการจำ�นวนวันของอายุขัยท่ีลดลงอันเน่ืองจากการ ปล่อยของเสียท่ีเกดิ ขน้ึ จากโครงการ โครงการ Buford Highway ประมาณการจำ�นวนที่ลดลงของผู้เดินถนนที่ได้รับบาดเจ็บอัน เน่ืองจากถนนท่ีมีคุณภาพดขี ้นึ และโครงการเดินไปโรงเรยี น ได้ คาดการณถ์ ึงการเปลีย่ นแปลงโดยเฉลย่ี ของ BMI ในเดก็ นกั เรียน ท่ีเขา้ ร่วมโครงการ ส่วนในดา้ นของผลทีเ่ ป็นเชิงปรมิ าณอาจเปน็ ประโยชน์สำ�หรับการวเิ คราะหต์ น้ ทนุ และผลประโยชน์ แมว้ ่าการ คิดผลประโยชนอ์ าจแตกต่างจากท่ีใชใ้ นการประเมิน เอชไอเอ เอชไอเอ ท่ีใช้วิธีการเชงิ ปรมิ าณด้านส่งิ แวดลอ้ ม เช่น เสยี ง คณุ ภาพอากาศ เป็นต้น ข้อมูลเหลา่ นี้ชว่ ยคาดคะเนผลก ระทบท่ีมีต่อสุขภาพได้โดยอาศัยงานวิจัยที่ผ่านมาเป็นพื้นฐาน ในการคาดคะเน ตัวอย่างเชน่ ระยะทางทเี่ ข้าถงึ สวนสาธารณะ สามารถอ้างอิงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงสวนสาธารณะ และกิจกรรมทางกายภาพ ในโครงการ Trinity Plaza Project ได้จัดทำ�โฟกัสกรุ๊ปกับกลุ่มผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ จากการตอ้ งโยกย้าย เอชไอเอ ส่วนมาก เปน็ การประเมนิ ที่อา้ งอิงจากผู้เชยี่ วชาญ และงานวจิ ัย เนอ่ื งจากไมม่ วี ธิ ีการคาดการณ์เชิงปรมิ าณหรอื ไมม่ ีขอ้ มลู ทเ่ี พยี งพอ เชน่ ไม่มโี มเดลทท่ี �ำ นายไดว้ ่า มีเดก็ ทีร่ ายได้ ครอบครัวต่ำ�จำ�นวนเท่าไรที่อาจได้รับผลกระทบด้วยอาการภูมิแพ้ อากาศ ถ้าโครงการจดั หาทอี่ ยู่อาศัยลดลง หรอื ความเสย่ี งจาก 134 รจู้ กั เอช ไอ เอ

ภาวะซึมเศร้าลดลงเท่าไรถ้ามีพ้ืนท่ีสีเขียวอยู่ในบริเวณที่อยู่อาศัย ดงั นนั้ ในขณะทจ่ี �ำ เป็นตอ้ งพฒั นาวิธีการคาดการณ์เชิงปริมาณ นักตัดสินใจต้องตระหนักว่าไม่สามารถคาดการณ์ผลกระทบต่อ สขุ ภาพไดอ้ ย่างแม่นยำ�เสมอไป และการตดิ ตามผลทางสุขภาพ ภายหลังจากการตัดสินใจแล้วก็สามารถช่วยปรับปรุงการตัดสิน ใจในลกั ษณะใกลเ้ คยี งทจี่ ะมีขึ้นในอนาคตได้ ผลลัพธ์ ผลลพั ธ์ของเอชไอเอ สามารถจดั แบ่งได้ ดงั นี้ (1) มีผลโดยตรงต่อการตดั สนิ ใจ (2) ไมม่ ีผลตอ่ การตัดสินใจแตส่ ามารถสร้างความตระหนกั เกี่ยวกับประเดน็ สขุ ภาพ (3) มีผลกระทบเพียงเลก็ น้อยเพราะการตดั สินใจน้นั ใหค้ วามสำ�คัญตอ่ สขุ ภาพแล้ว (4) ผู้ตัดสินใจละเลยหรอื ไมใ่ หค้ วามส�ำ คญั ประเดน็ ด้าน สขุ ภาพ พบว่าจากกรณีศึกษาท้ังหมดน้ีมีข้อมูลจำ�กัดท่ีแสดงให้ เห็นถงึ การนำ�เอาไปใช้ประโยชนใ์ นกระบวนการตดั สินใจ มีเพียง 2-3 กรณีเท่านั้น ที่สามารถเปล่ยี นแปลงนโยบายหรือโครงการอนั เป็นผลโดยตรงจากเอชไอเอ แตท่ พ่ี บได้โดยทว่ั ไป ก็คือ เอชไอเอ รจู้ ัก เอช ไอ เอ 135

ได้สร้างความตระหนักของผู้ตัดสินใจและอื่นๆเก่ียวกับประเด็น สุขภาพ และหากมีการเปล่ียนแปลงก็อาจเปน็ ผลจากความ ตระหนักทีเ่ พิ่มขนึ้ ก็เปน็ ได้ ผ้ทู ร่ี บั ผดิ ชอบจัดทำ�เอชไอเอ ซ่งึ มี ความสัมพันธก์ บั ผู้น�ำ ชมุ ชนทอ้ งถิน่ จากการทำ�งานร่วมกนั อาจ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่าผู้ซ่ึงไม่มีความสัมพันธ์ดังกล่าว ความสัมพันธ์อาจมีความสำ�คัญมากกว่าข้อมูลเชิงปริมาณท่ีปรากฏ อยู่ในรายงานเอชไอเอ เพราะอาจมีส่วนผลักดันให้เอชไอเอ ประสบความส�ำ เร็จ ดังนนั้ การผลกั ดนั ให้เอชไอเอ ประสบความ สำ�เร็จยงั จำ�เปน็ ตอ้ งใช้ความพยายามอกี มาก การจัดทำ�การประเมินผลกระทบสุขภาพก่อให้เกิดความ สนใจและแรงกระต้นุ ในบางสว่ นของประเทศได้ ดังเชน่ กิจกรรม ดา้ น เอชไอเอ ใน San Francisco Bay Area Region ทีไ่ ด้รวมเอา หนว่ ยงานสาธารณสุขท้องถ่นิ หนว่ ยงานสาธารณะและกองทุน เอกชน องค์กรพัฒนาเอกชนใหม้ ีสว่ นรว่ มใน การจดั ทำ� เอชไอเอ โครงการการประเมนิ วางแผนการใช้ท่ีดนิ และงานสนบั สนุนอนื่ ๆ ในรฐั อืน่ ๆมีการพฒั นาเวบ็ ไซด์ หลักสูตรฝึกอบรม เปน็ ตน้ การตัดสนิ ใจระดบั โครงการและนโยบายซ่ึงมีผลต่อสุขภาพ ชุมชนเกดิ ขึ้นทุกวันในสหรฐั อเมรกิ า เอชไอเอ ไดอ้ อกแบบข้ึนเพ่อื ใหไ้ ด้มาซงึ่ ขอ้ มลู เพื่อการตัดสนิ ใจท่ีดที ีส่ ดุ เพ่ือใหผ้ ตู้ ัดสนิ ใจทราบถงึ ผลกระทบที่อาจเกิดข้นึ กบั สุขภาพประชาชน เช่ือกนั ว่า เอชไอเอ เป็นวิธีการการระบุผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบาย 136 ร้จู ัก เอช ไอ เอ

โครงสรา้ งพ้นื ฐาน โดยใชก้ ารวิเคราะห์ทั้งเชงิ ปรมิ าณและคุณภาพ เพ่ือให้ได้มาซ่ึงผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่เหมาะสมต่อการตัดสินใจ นอกจากนี้การขาดข้อมูลเชิงปริมาณถือเป็นสิ่งปกติสำ�หรับการ จดั ท�ำ เอชไอเอ ดังน้ันผู้ท�ำ หน้าทแ่ี พทย์จำ�เปน็ ต้องแยกความ แตกต่างระหว่างมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยตามสายวิชาชีพแพทย์ และการใชค้ วามสามารถดา้ น เอชไอเอ เพอ่ื ให้ข้อเสนอแนะแกผ่ ู้ ตัดสินใจ ปรากฏวา่ ขอ้ เสนอแนะจากรายงานเอชไอเอ มีพนื้ ฐาน มาจากขอ้ มูลที่เปน็ เชงิ คณุ ภาพมากกวา่ ปริมาณ รจู้ ัก เอช ไอ เอ 137

ร้จู กั เอช ไอ เอ

การประเมนิ ผล เอชไอเอ รู้จัก เอช ไอ เอ

ร้จู กั เอช ไอ เอ

การประเมินผล เอชไอเอ เอชไอเอ ที่ด�ำ เนนิ การเสรจ็ สน้ิ แล้วและไดน้ �ำ ไปใช้ ประโยชนเ์ พอื่ การตดั สนิ ใจดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม ควรประเมินผลว่า เอชไอเอ เหล่านั้นเป็นอย่างไร ใช้ได้ตามที่ต้องการหรือไม่ มปี ระสทิ ธิภาพเพยี งใด ซึ่งสามารถใชผ้ ลทีไ่ ด้นมี้ าปรบั ปรงุ ระบบ เอชไอเอ ต่อไป แตก่ ารประเมนิ ลักษณะเชน่ น้อี าจยงั ไม่มหี รือมี แต่ไมไ่ ด้เผยแพร่ออกสู่สงั คมภายนอก เพยี งแตใ่ ช้อ้างองิ ภายใน หนว่ ยงานเท่าน้ัน ตรงข้ามกับประเทศตะวันตก ท้งั อเมรกิ าและ ประเทศแถบยุโรปทม่ี กี ารประเมนิ ผลอย่างเปน็ ระบบ การประเมินผลจะเป็นหาคำ�ตอบว่าเอชไอเอทำ�ให้มีการ ตดั สินใจทดี่ ขี นึ้ หรือไม่ ซง่ึ แตกต่างจากการประเมนิ วา่ การตดั สิน ใจนนั้ ๆมผี ลตอ่ ผลลัพธท์ างสขุ ภาพอยา่ งไร เป็นเร่ืองยากเชน่ กนั ท่ีจะหาหลักฐานยืนยันว่าเอชไอเอมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจ นอกจากนี้กระบวนการประเมินผลแสดงให้เห็นว่าการใช้เวลา จัดทำ�เอชไอเอและเน้ือหาที่ได้มีความเหมาะสมและมีผลต่อการ ตดั สินใจสุดทา้ ยอยา่ งไร อีกทั้งยังแสดงใหเ้ หน็ ว่าวิธกี ารทใี่ ชจ้ ัดท�ำ เอชไอเอนัน้ ใหผ้ ลทีถ่ ูกต้องหรอื ไม1่ 1 ผลการประเมินผล เอชไอเอ ในทน่ี ีข้ อน�ำ เสนอ การประเมนิ ผล เอชไอเอ ของประเทศ อเมริกา ซึง่ ด�ำ เนนิ การประเมนิ ผลโดย Center for Health and รู้จกั เอช ไอ เอ 140

Evaluation ใช้เวลาทง้ั ส้นิ 3 ปี เพอื่ ศึกษาวา่ เอชไอเอ ในอเมริกา มปี ัจจยั อะไรบ้างทที่ ำ�ใหป้ ระสบความส�ำ เร็จ การประเมนิ ผลใช้วิธี ผสมหลายวิธีท้ังการสัมภาษณ์ ผมู้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสียและผ้ตู ดั สนิ ใจ กรณีศกึ ษา เอชไอเอ จำ�นวน 23 กรณีใน พื้นที่ 16 รัฐ ซ่งึ เปน็ เอชไอเอ ทจ่ี ดั ท�ำ ขึน้ ระหว่างปี 2005-2013 และยังได้จัดทำ�การ สำ�รวจผ่านเวบ็ ไซด์ กับกลมุ่ ตัวอยา่ งผจู้ ดั ทำ�เอชไอเอ จำ�นวน 144 คน จากการทีก่ ารประเมนิ ผลครั้งน้ี ไดร้ ับข้อมูลจากผตู้ ดั สนิ ใจโดยตรง ท�ำ ให้ทราบว่า เอชไอเอ สามารถมีผลตอ่ การตดั สินใจ ในแง่ของการส่งเสริมสุขภาพในโครงการที่เก่ียวข้องกับสุขภาพ และนโยบายทอ่ี ย่นู อกขอบข่ายของภาคสุขภาพ นอกจากนี้ยัง มีส่วนก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงท่ีนอกเหนือจากเป้าหมายการ ตดั สนิ ใจ คอื ท�ำ ให้ผตู้ ดั สินใจตระหนกั ถงึ ผลของการตดั สินใจของ พวกเขาต่อสุขภาพของประชาชน และท�ำ ใหผ้ ้ตู ดั สนิ ใจเปิดโอกาส ให้สมาชิกชุมชนได้มีเสียงที่เข้มแข็งในการตัดสินใจที่ส่งผลกับ พวกเขาเอง ดงั นั้น ความส�ำ เรจ็ ของของเอชไอเอ ควรมาจากทัง้ ด้านผลกระทบต่อการตัดสินใจและผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมซ่ึง เปน็ ผลจากการตดั สนิ ใจน้นั ๆ เอชไอเอ บางฉบบั ด�ำ เนินการโดยผทู้ มี่ ปี ระสบการณ์ ดา้ น เอชไอเอ เพียงเล็กน้อยเท่านัน้ แต่กท็ �ำ งานร่วมกับผชู้ ่วย ทางวชิ าการ ทงั้ นเี้ สนอแนะใหผ้ ชู้ ่วยทางวิชาการเหล่านัน้ เน้น เร่อื งองค์ประกอบเอชไอเอให้มากขนึ้ เช่น การกระต้นุ ให้ผู้มสี ว่ น 142 รู้จัก เอช ไอ เอ

ไดส้ ่วนเสยี มีความผกู พันในทางท่ีมีผลตอ่ การทำ�เอชไอเอ สรา้ ง สัมพนั ธท์ ่ีดีกับผูต้ ดั สนิ ใจ การรวบรวมข้อมลู และใช้ขอ้ มูลจาก ท้องถ่นิ เปน็ ต้น การประเมินผล เอชไอเอ ครัง้ นี้ คณะศกึ ษาได้เสนอแนะ เก่ียวกบั แนวทางใหป้ ระสบความสำ�เรจ็ หลายอย่าง ตวั อย่างเชน่ u มีเวลาการดำ�เนนิ งานที่ยดื หยุ่น เพราะผจู้ ดั ทำ� เอชไอเอ ตอ้ งปรับให้สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลง ทางการเมืองและเง่ือนไขการตดั สนิ ใจ u พฒั นาให้ผู้มสี ว่ นได้ส่วนเสียในชุมชนผูกพนั กบั หลักเกณฑ์ตา่ งๆ u ทุนซึ่งสนับสนุนการมีส่วนรว่ มของชุมชน เช่น การฝึกอบรม และอาหารระหว่างการประชมุ u ความตอ้ งการและการสนับสนนุ การดำ�เนินการ ตามแผนงานซง่ึ เป็นสว่ นหนง่ึ ของรายงานเอชไอเอ ขณะเดียวกนั พงึ ระลึกวา่ แผนการจ�ำ เปน็ ตอ้ งขยาย ออกไปนอกเหนือจากระยะเวลาที่แหลง่ ทนุ กำ�หนดไว้ ผลการสำ�รวจจากเวบ็ ไซด์ การประเมินผล เอชไอเอ สามารถดำ�เนินการได้หลายวธิ ี ดังเชน่ ทกี่ ลา่ วมาแลว้ เป็นการประเมินทใี่ ชว้ ธิ ีการสัมภาษณ์ ตอ่ ไป นีเ้ ปน็ การนำ�เสนอการประเมนิ ด้วยการสำ�รวจจากเวบ็ ไซด์ รู้จกั เอช ไอ เอ 143

จากผตู้ อบแบบสำ�รวจ จ�ำ นวน 173 คน ปรากฏว่า มี ผตู้ อบจำ�นวน 144 คนท่ีจัดทำ� เอชไอเอ อย่างน้อย 1 ฉบบั ใน จำ�นวน 144 คนน้ี พบว่า เปน็ ผูท้ �ำ งานกับหนว่ ยงานรฐั 47% ท�ำ งานในสถาบนั การศึกษา 23% ทำ�งานในองค์กรไม่หวงั ผลกำ�ไร 20% องคก์ รหวังผลกำ�ไร 7% และอนื่ ๆ 2% ส�ำ หรบั ความคดิ เหน็ ทมี่ ีตอ่ การจัดท�ำ เอชไอเอ พบวา่ เกอื บรอ้ ยละ 90 ต้องการ ใหเ้ อชไอเอมผี ลตอ่ การตัดสินใจ เกือบรอ้ ยละ 70 มีความเห็น วา่ ควรรวมเอาวตั ถปุ ระสงคท์ ีเ่ กย่ี วกบั สุขภาพไวใ้ นการจัดทำ� แผน 64% เห็นว่าควรท�ำ เอชไอเอแบบสหสาขาวิชา และร้อยละ 33 ควรเพม่ิ ความเข้มเข็งดา้ นการตดั สินใจและสมรรถนะการจดั ทำ�เอชไอเอให้กับชุมชน และร้อยละ 8 รายงานว่าไดเ้ ปดิ โอกาส ให้กลุ่มประชากรที่อ่อนไหวหรือด้อยโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมใน การจัดท�ำ เอชไอเอ ท้ังนพี้ บว่า รอ้ ยละ 62 ตอบวา่ ไดร้ ับการตอบ สนองท่ดี จี ากผ้ตู ดั สนิ ใจ และเกือบ 90% มคี วามเห็นวา่ เอชไอเอ ท่ีเขาจัดท�ำ ขน้ึ ประสบความส�ำ เร็จ โดยมปี จั จัยความสำ�เรจ็ ไดแ้ ก่ มีผลตอ่ การตัดสนิ ใจ (19%) มีพนั ธมติ รการท�ำ งานมากข้นึ (35%) ปัจจยั ความสำ�เร็จ การประเมินผล เอชไอเอ จากการสมั ภาษณ์ พบปจั จัย ความส�ำ เร็จจากกรณีศึกษา จ�ำ นวน 23 กรณี ดงั น้ี 144 ร้จู ัก เอช ไอ เอ

(1) คดั กรองและเลอื กเป้าหมาย เอชไอเออย่างรอบคอบ เอชไอเอ จดั ท�ำ ข้ึน ณ จุดเรม่ิ ตน้ ของกระบวนการวางแผน ทีม งานควรจดั ท�ำ การส�ำ รวจและทำ�ใหป้ ระชาชนมสี ่วนรว่ ม (จ�ำ นวน 19 กรณี) (2) หาทีมงานทเี่ หมาะสมเพอื่ จัดท�ำ เอชไอเอ ทีมงาน จัดท�ำ เอชไอเอต้องการบคุ คลทีม่ สี มรรถนะอย่างนอ้ ย 3 ประการ คือ ผู้ท่ีสามารถประสานการอ�ำ นวยความสะดวก ผูท้ ่สี ามารถ ประสานดา้ นข้อมูล (กบั ผูเ้ ชี่ยวชาญเอชไอเอ) และผู้เชยี่ วชาญ ด้านเนือ้ หา (จำ�นวน15 กรณ)ี (3) ความผูกพันระหวา่ งผ้มู ีสว่ นไดเ้ สยี และผู้ตัดสนิ ใจ เช่น การแขง่ กนั ระหวา่ งการจดั ลำ�ดบั ความส�ำ คญั ของขอ้ เสนอแนะ จากผู้เขา้ ร่วมและผ้ดู ำ�เนนิ การ หน่วยงานผ้รู บั ผดิ ชอบต้องการ ใหง้ า่ ย ขณะท่ีนกั พัฒนาตอ้ งการให้มีต้นทุนทตี่ �่ำ และจะไมจ่ ัดให้ มีโครงสร้างพ้ืนฐานการสง่ เสริมสขุ ภาพ นอกจากผเู้ สยี ภาษียอม จา่ ยภาษี ภาคพลเมืองต้องการให้มีการจราจรท่ีช้า ซึ่งทำ�ให้ตอ้ ง มถี นนที่แคบ ขณะที่ผู้รับผิดชอบดา้ นการดบั เพลงิ ต้องการถนนที่ กวา้ งสำ�หรับรถบรรทกุ (จ�ำ นวน18 กรณ)ี (4) ให้ความเท่าเทยี มกับประชาชนกลมุ่ เปราะบาง จาก การประเมินผล พบว่าเอชไอเอ แตล่ ะฉบบั มกี ารดำ�เนนิ การเร่อื ง นแ้ี ตกตา่ งกันไป เชน่ ไมม่ ปี ระสบการณท์ ี่จะต้องค�ำ นึงถึงความ เทา่ เทยี มเนือ่ งจากเอชไอเอ บางเรอื่ งจดั ท�ำ ในพืน้ ทท่ี ่ีไม่ความ รู้จัก เอช ไอ เอ 145

แตกต่างกันท้งั ในด้านวฒั นธรรมและเศรษฐกจิ หรอื ไม่พบกลุ่ม ซึง่ เปราะบาง เป็นต้น (จำ�นวน 23 กรณ)ี (5) การเขา้ ถงึ ข้อมลู ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง เชน่ เป็นเรื่องยากที่จะ ได้ข้อมูลเก่ียวกับผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยในพ้ืนท่ีรอบๆโครงการ ซึง่ เปน็ เปา้ หมายทต่ี อ้ งเคลื่อนยา้ ย (จ�ำ นวน 8 กรณ)ี (6) ผ้ตู ดั สนิ ใจมีสว่ นรว่ มตลอดกระบวนการ คอื การได้ รับการสนับสนุนจากผู้ตัดสินใจทำ�ให้เอชไอเอสามารถเข้าไปใน แผนงานได้ง่ายข้นึ (เอชไอเอ เปน็ เสมอื นตัวเชื่อม) (จำ�นวน 10 กรณี) จากผลการประเมินข้างต้น สรปุ ไดว้ ่า เอชไอเอ สามารถมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจในภาคส่วนท่ี ไม่ เกย่ี วขอ้ งกบั สุขภาพ เอชไอเอ ยังมผี ลต่อการเปล่ียนแปลงนอก เหนอื จากเป้าหมายการตดั สินใจ และความสมั พันธ์ระหว่าง ผู้ตดั สินใจและผ้ทู ไี่ ด้รบั ผลจากการตัดสนิ ใจ และทำ�ใหส้ มาชกิ ชุมชนได้มีเสียงที่เข้มแข็งในการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบถึงตัวเขา เอง ปัจจัยท่ีอาจมสี ่วนเพ่ิมความส�ำ เรจ็ ของเอชไอเอ คอื (1) ความ ใส่ใจในการเลือกโครงการหรือนโยบายท่ีจะต้องจัดทำ�เอชไอเอ ดว้ ยทีมงานทเี่ หมาะสม (2) การมีสว่ นร่วมของผมู้ สี ่วนไดส้ ่วนเสยี ตอ่ การตัดสนิ ใจตลอดกระบวนการ (3) การจดั ท�ำ ทชี่ ัดเจน การ ใหข้ ้อเสนอแนะท่ีเป็นไปได้ในทางปฏบิ ตั ิ (4) การจัดทำ�ในเวลาที่ เหมาะสม (5) การรวบรวมสารเพอ่ื สือ่ กบั กล่มุ เปา้ หมายไดอ้ ยา่ ง เหมาะสม (6) การใช้วิธกี ารหลายวิธกี ารในการจัดทำ�เอชไอเอ ผล 146 รู้จกั เอช ไอ เอ

การศกึ ษาน้ีแนะวา่ เอชไอเอ เปน็ เครอื่ งมอื ท่มี ปี ระโยชนใ์ นการสง่ เสริมการสาธารณสุข เพราะสามารถมผี ลต่อการตดั สนิ ใจในภาค สว่ นที่อยู่นอกขอบขา่ ยสขุ ภาพ เพิ่มความเขม้ แข็งของความรว่ ม มอื จากภาคส่วนตา่ งๆ และเพิ่มความตระหนักต่อประเด็นสขุ ภาพ ให้กบั ผตู้ ดั สนิ ใจ11 รจู้ ัก เอช ไอ เอ 147

บรรณานุกรม 1. Aevai, J.L. (2007) Rethinking of Risk Communication: Lesson from the Decision Sciences, Tree Genetic and Genomes (2007) 3, pp. 173-185. 2. Birley, M. (2002) A Review of Trends in Health-impact As- sessment and the Nature of the Evidence Used, Environmental Management and Health, 3:1, pp. 21-38. 3. Bourcier E, Charbonneau D, Cahill C, Dannenberg AL. (2015) An Evaluation of Health Impact Assessments in the United States, 2011–2014. Prev Chronic Dis 2015;12:140376. DOI: http://dx.doi.org/10.5888/pcd12.140376. 4. Briggs, D. (2008) A Framework for Integrated Environmental Health Impact Assessment for Systemic Risks, Environmental Health, 2008, 7:16, p17. 5. Cameron C, et al. (2010) Facilitating Communities in Design- ing and Using Their Own Community Health Impact Assess- ment Tool, Environ Impact Asses Rev (2010), doi:10.1016/ jeiar.2010.03.001 7. Colw,B.L.and J.E.Fielding (2007) Health Impact Assessment: A Tool to help Policy Makers Understand Health beyond Health Care, Annual Review Public Health 2007, 28,pp.393-412 8. Dannenberg, A. (2008) Use of Health Impact Assessment in the U.S. 27 Case Studies, 1999-2007, American Journal Preview Medicine, 2008:34(3). 9. Forsyth, A., C. S. Slotterback and K. Krizek (2010) Health Impact Assessment (HIA) for Planner: What Tools Are Useful?, Journal of Planning Literature, February 4, 2010: p 15. 10. Harris-Roxas, B. and E. Harris (2011) Differing Forms, Differing Purposes: A Typology of Health Impact Assessment, Environmental Impact Assessment Review 31(2011), pp.396-403. 148 รจู้ กั เอช ไอ เอ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook