การที่แยกต่างหาก (ไม่อยู่ภายใตข้ อ้ บังคบั ต้องมีการมีสว่ นร่วม) ซึ่งหมายความวา่ รายละเอียดของการพัฒนาแผน ประเด็นที่ ประชาชนให้ความสนใจต่างอยู่นอกเหนือกรอบของการประเมิน และการมีสว่ นร่วมของผมู้ ีสว่ นได้สว่ นเสีย ตวั อย่างในประเทศกำ�ลังพฒั นา เช่น ประเทศจนี หน่วย งานรัฐของจีนอาจยินดีให้มีการมีส่วนร่วมถ้าสามารถพัฒนา ข้อมลู ให้กับรัฐบาลเพื่อการตัดสนิ ใจ แตร่ ัฐบาลอาจไมเ่ ต็มใจ ให้ประชาชนมสี ่วนร่วมเพอื่ ใหม้ ีผลต่อการตดั สินใจ หรือ ใน กระบวนการประเมนิ ท้ังหมด การด�ำ เนนิ การ และประเมินขอ้ เสนอโครงการ อิทธิพลการมสี ว่ นร่วมทางอ้อม กรณีท่ีไม่สามารถจัดให้การมีส่วนร่วมมีอิทธิพลต่อการ ตดั สนิ ใจทางตรงได้ อาจจ�ำ เปน็ ต้องหาหนทางซ่งึ อาจเปน็ วธิ ีการ ทางออ้ ม ทางเลือกหนึ่งท่ีสามารถทำ�ให้สังคมมีผลต่อการประเมิน ไดแ้ ก่ การสง่ เสรมิ ให้เกิดการเรยี นร้ใู นสงั คม ท้ังทีเ่ ป็น กลมุ่ เจา้ หนา้ ที่รฐั กล่มุ ยอ่ ยตา่ งๆในสังคมท่มี ผี ลทางดา้ นการตลาด และกล่มุ พลเมอื ง ดงั เช่น กรณกี ารประเมิน อีไอเอ ทเ่ี ป็นไปตาม กฎหมายแห่งประเทศฟินแลนด์กำ�หนดให้มีข้อมูลและความรู้ จากการมีสว่ นรว่ มให้มผี ลทางออ้ ม น่ันคอื ผลจากการมีส่วนรว่ ม ไม่ได้มผี ลทางตรงตอ่ การประเมนิ โครงการ จดั ไดว้ า่ เปน็ สว่ นที่ รจู้ ัก เอช ไอ เอ 49
สำ�คญั ต่อระบบ อีไอเอของฟินแลนดเ์ พราะมีสว่ นกระตุ้นให้สังคม ตระหนักถึงสงิ่ แวดลอ้ มและผลกระทบของการพัฒนาต่อสขุ ภาพ การเปดิ ใจ (Dimensions of openness) แนวคิดของการมีส่วนร่วมอาจเป็นอุปสรรคที่สำ�คัญต่อ ประสิทธภิ าพการมีสว่ นรว่ ม จากเอกสารทเี่ ขียนถึงการมีส่วน ร่วม สิ่งหนงึ่ ท่ผี ิดกค็ ือ คดิ วา่ การมสี ่วนร่วมเป็นปจั จัยทีเ่ ปน็ อสิ ระ จาก เปา้ ประสงค์ เป้าหมาย และค่านิยม ไม่มสี ่วนเชอ่ื มโยงใดๆ กับกระบวนการที่ตอ้ งการไปใหบ้ รรลเุ ปา้ ประสงคท์ ่ีตงั้ ไว้ ดงั นั้น ในกรอบทเี่ ราเรยี กวา่ “มติ ิของการเปดิ ใจ หรือ dimension of openness” น้ี ก็ คือ ความพยายามในการขจดั อปุ สรรคดงั กล่าว ด้วยการพิจารณาประเด็นการมีส่วนร่วมในรูปแบบของการเปิด ใจในกระบวนการประเมินและการตดั สนิ ใจ มติ ิของการเปดิ ใจ ประกอบดว้ ย 5 มติ ิ ดงั นี้ • ขอบเขตของการมสี ว่ นรว่ ม (scope of participation) หมายถงึ ผซู้ ึง่ ไดร้ บั อนุญาตใหม้ ีส่วนรว่ มในกระบวนการ • การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู (access to information) หมายถงึ ขอ้ มูลที่เกย่ี วขอ้ งกับประเด็นทไ่ี ดจ้ ากการมสี ว่ นร่วม • เวลาของการเปดิ ใจ (timing of openness) หมายถงึ เวลาท่ผี เู้ ขา้ ร่วมไดร้ บั เชญิ หรอื อนุญาตให้เข้ามีสว่ นร่วม • ขอบเขตของการสนบั สนุน (scope of contribution) หมายถึง การสนับสนุนของผมู้ ีส่วนรว่ มคาดว่าจะให้ม ี 50 รจู้ กั เอช ไอ เอ
ผลต่อผลลัพธ์อะไรบ้าง เชน่ การสนบั สนนุ จากผมู้ สี ว่ น รว่ มไดม้ กี ารใหน้ ำ้�หนกั มากนอ้ ยเพยี งใด กรอบนีไ้ ม่ได้บอกวา่ การมีส่วนรว่ มจัดขนึ้ ไดอ้ ย่างไร แต่ เป็นการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องบนฐานของโมเดลการมี สว่ นร่วมและเทคนคิ ท่มี ีอยู่ กรอบน้ียังช่วยให้การมสี ่วนรว่ มมี ประสทิ ธภิ าพมากขึ้น แมว้ ่าการประเมินและการตัดสินใจมหี ลาย กระบวนการ แตก่ ส็ ามารถใช้กรอบนีไ้ ด้ เพียงแต่ตั้งคำ�ถามให้ เหมาะสมกับขอบเขตของกรอบ ได้แก่ นกั ตัดสนิ ใจรวมอยใู่ นการ ประเมนิ หรอื ไม่ จากน้นั ถ้าเปน็ การประเมนิ ก็ให้เน้นท่กี ารพฒั นา ความรู้ ส่วนการตดั สินใจเน้นทกี่ ารใชค้ วามรทู้ ไ่ี ด้ ในการมีส่วน รว่ มถือวา่ หนว่ ยงาน ผจู้ ดั การโครงการและผเู้ ชีย่ วชาญ ประชาชน ผู้มีสว่ นได้สว่ นเสยี องคก์ รพฒั นาเอกชน เปน็ ต้น ล้วนจัดวา่ เป็น ผ้มู สี ว่ นร่วมในการพฒั นาและการด�ำ เนินงานความรทู้ ้งั ส้ิน ผ้มู ี ส่วนร่วมที่แตกต่างกันย่อมมีบทบาทที่แตกต่างกันโดยธรรมชาติ ตามความสนใจ สมรรถนะ วิชาชพี บทบาทที่เป็นทางการ หรือ บทบาทตามกฎหมาย ทีส่ ัมพนั ธ์กับประเดน็ ท่ีดำ�เนินการ ระดับของการเปิดใจสามารถจัดการได้ตามเป้าประสงค์ และเป้าหมายทก่ี �ำ หนดไว้ และจำ�เป็นต้องจัดให้ประเด็นท่ี เกยี่ วข้องดังตอ่ ไปน้ีให้อยู่ในระดบั ท่เี หมาะสม คอื ประเดน็ ของ สถานการณ์ เนอ้ื หา และการปฏบิ ัติ ตัวอย่างเชน่ ขอ้ ก�ำ หนด ของกฎหมาย การรับร้ขู องประชาชน ทรพั ยากรทมี่ ี ข้อจ�ำ กดั รจู้ ัก เอช ไอ เอ 51
ด้านเวลา ความซบั ซอ้ นของกรณี เป็นต้น ระดับของการเปดิ ใจ สามารถปรับใหเ้ หมาะสมกบั กลมุ่ ของผมู้ ีสว่ นรว่ ม หรือปรับให้ เหมาะกับรายบคุ คล การจดั ท�ำ เอชไอเอ บางประเภท หรอื เพื่อบรรลุ วัตถปุ ระสงคบ์ างอย่าง ใหค้ วามส�ำ คญั กบั กระบวนการการมสี ่วน รว่ มจากประชาชนโดยเฉพาะกลมุ่ ผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสยี แมว้ ่าต้อง ใชท้ รพั ยากรและสรรพก�ำ ลงั มากเพยี งใด แตท่ ี่สุดแลว้ อาจคุม้ ค่า กับผลลัพธ์ท่ไี ดร้ ับ นั่นคอื คณุ ภาพการตัดสนิ ใจท่สี ูงเป็นท่ียอมรับ ในสงั คม แมว้ า่ ในสภาพความเป็นจริงแล้วยากท่ผี ดู้ �ำ เนินการจะ ประสบผลส�ำ เร็จไดเ้ ชน่ น้ัน 52 รจู้ กั เอช ไอ เอ
เอชไอเอ มีประสิทธภิ าพอยา่ งไร รูจ กั เอช ไอ เอ
ร้จู กั เอช ไอ เอ
เอชไอเอ มีประสทิ ธิภาพอย่างไร15 โลกปจั จุบันใช้ เอชไอเอ เป็นเครื่องมอื เพ่อื การตดั สนิ ใจในหลายสาขา รวมท้งั สงิ่ แวดลอ้ ม ในความเป็นจรงิ ปรากฏวา่ เอชไอเอ แต่ละฉบับตา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพทไ่ี มเ่ ทา่ กนั ด้วยปัจจัย ตา่ งๆกัน ในทางวชิ าการ จงึ มงี านวิจยั เกยี่ วกับประสิทธิภาพของ เอชไอเอ ที่ได้จัดท�ำ ขน้ึ และนำ�ไปใช้ในกิจกรรม โครงการ หรือ โปรแกรมต่างๆ ดงั เช่น ในบทความนี้ จะน�ำ เสนอถงึ ผลการศึกษา เกี่ยวกับประเด็นนใ้ี นสหภาพยุโรป ซงึ่ ได้น�ำ เสนอไวใ้ นเอกสาร เรือ่ ง ประสิทธิภาพการวิเคราะหผ์ ลกระทบด้านสขุ ภาพ กรอบ และข้อจ�ำ กัดของการสนบั สนนุ การตัดสินใจในสหภาพยโุ รป โดย หวังว่าจะเป็นแนวทางให้ผู้สนใจศึกษาประเด็นนี้และเป็นข้อมูล สำ�หรบั นักจัดท�ำ เอชไอเอ ในเมอื งไทย โครงการวิจัยประสิทธิภาพเอชไอเอ ดำ�เนนิ การโดยคณะ วจิ ัยจ�ำ นวน 27 คน จาก 19 ประเทศ เริ่มตน้ ในปี 2004 และ แลว้ เสร็จในปี 2007 มวี ัตถุประสงค์เพ่อื ท�ำ แผนทก่ี ารใช้ผลกระทบ สุขภาพ ประเมนิ ประสิทธภิ าพและอตั ลกั ษณ์การประเมิน และ วเิ คราะห์ปจั จยั ความสำ�เรจ็ การด�ำ เนนิ งาน ในโครงการนค้ี ณะผู้ วิจยั ไดน้ ยิ าม คำ�ว่า “ประสทิ ธภิ าพ” ว่า หมายถงึ ความสามารถ ที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจและทำ�ให้ผู้ตัดสินได้ตัดสินใจ อยา่ งเหมาะสม กรณีศกึ ษาจ�ำ นวน 17 กรณี จากในยโุ รป โดยเป็น ร้จู กั เอช ไอ เอ 55
โครงการจากหลายภาคส่วน ไดแ้ ก่ ขนสง่ คมนาคม การวางแผน เมือง เกษตรกรรม ส่งิ แวดลอ้ ม อุสาหกรรม โครงสร้างพืน้ ฐาน และอาหาร การศกึ ษาคร้งั นี้ ได้แบ่งประสิทธิภาพของ เอชไอเอ ออก เปน็ 4 ประเภท และ ปรากฏวา่ เอชไอเอ ทศ่ี กึ ษาทง้ั 17 กรณี สามารถแยกไดต้ ามประสิทธภิ าพ ดงั นี้ 1. ประสทิ ธภิ าพโดยตรง หมายถึงกรณที ี่เอชไอเอมีผลตอ่ การตดั สินใจ ได้แก่ เอชไอเอ โครงการปรบั ปรงุ สถานรี ถไฟใตด้ ิน King’s Cross ใน กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร มีประสิทธิภาพโดยตรงในรปู ของสุขภาพ มกี ารตดั สนิ ใจทีไ่ ม่อนุญาตใหม้ ีการก่อสร้างตลอด 24 ชวั่ โมงในอโุ มงค์ ในกรณีของประเทศฟนิ แลนด์ทำ�ให้มกี าร ปรับเปลี่ยนแผนการจราจรใหม่เนื่องจากปัญหาเสียงรบกวนและ เพือ่ ความปลอดภยั 2. ประสทิ ธภิ าพทว่ั ๆไป ผตู้ ดั สินใจไดน้ ำ�ผลจากเอชไอเอไปใช้อยา่ งเหมาะสม แต่ ไม่ได้มีผลทำ�ให้ต้องปรับเปลี่ยนการตัดสินใจไปจากข้อเสนอเดิม ดงั เช่น โครงการปรบั ปรุงสถานีรถไฟใต้ดิน King’s Cross ในกรุง ลอนดอน สหราชอาณาจกั ร โครงการพฒั นาพนื้ ท่อี ตุ สาหกรรม 56 รจู้ กั เอช ไอ เอ
เปน็ พืน้ ที่อยอู่ าศัย เนเธอรแ์ ลนด์ และ แผนปฏบิ ัติการด้าน คุณภาพอากาศ ระดับซติ เี้ คาทซ์ ลิ ไอรแ์ ลนดเ์ หนอื ทำ�ให้ผตู้ ดั สิน ใจตระหนักถงึ ความส�ำ คญั ของประเดน็ สขุ ภาพ จากการสัมภาษณ์ พบว่าทำ�ให้ผู้ตัดสินใจเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพกับ มาตรการเฉพาะ และสขุ ภาพกับประชากรได้ดมี ากข้นึ และยัง รูส้ กึ วา่ ยังมีผลตอ่ การตดั สนิ ใจด้านสขุ ภาพในอนาคตดว้ ย 3. ประสทิ ธิภาพเชิงโอกาส (Opportunistic ef- fectiveness) หมายถงึ เอชไอเอที่ “ดูเหมือนว่าม”ี ผลต่อการตัดสินใจ แต่ ในความเปน็ จรงิ แล้ว เอชไอเอ เป็นเพียงส่ิงกระตนุ้ เท่านน้ั เพราะ เป็นท่ีคาดหวังว่าจะทำ�ให้ได้ทางเลือกด้านนโยบายที่เหมาะสม มากกว่า ซ่งึ พบว่ายากท่จี ะหาไดจ้ ากกรณีศึกษาทงั้ 17 กรณี ทีเ่ ข้าข่ายประสิทธิภาพแบบน้ี แต่ก็มไิ ด้หมายความว่าจะไมม่ ี ประสทิ ธิภาพแบบนเี้ กดิ ขึ้น ดังเชน่ กรณีพน้ื ที่ฝังกลบขยะในเวลส์ สหราชอาณาจกั ร วิธีการมีส่วนรว่ มของเอชไอเอเพ่อื แกป้ ัญหา ความขัดแย้งที่มีมานานเป็นสิ่งท่ีสำ�คัญกว่าการที่ต้องมีการปรับ เปลี่ยนการตัดสินใจ 4. ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไมพ่ บว่ามีกรณีทเี่ ขา้ ข่ายไม่มี ประสทิ ธิภาพ รูจ้ กั เอช ไอ เอ 57
ระดบั ของประสทิ ธภิ าพ ผลลัพธ์ที่สำ�คัญอีกอย่างหนึ่งจากการวิจัยน้ีก็คือ ประสิทธภิ าพทพี่ บน้ันมีมากนอ้ ยเพียงใด หรอื มีระดบั ของผล ทีไ่ ดต้ อ่ การตัดสนิ ใจเพียงใด จากผลการประเมินการกอ่ สรา้ ง สนามบนิ Berlin Brandenburg International (BBI) ประเทศ เยอรมนี มผี ลอย่างมากมายตอ่ การพฒั นาสนามบิน โดยกำ�หนด ไม่ใหม้ กี ารบินในเวลากลางคืน ซึง่ สง่ ผลใหไ้ มม่ ีโอกาสได้รับนกั เดนิ ทางทีม่ าจากแฟรงเฟิร์ต มิวนิค และเวียนนา ไม่สามารถ เป็นจุดเช่อื มต่อการบินจากยุโรปตะวันออก ดังน้ันจงึ ทำ�ให้สนาม บินที่วางแผนไวอ้ าจมีขนาดใหญ่มากเกินไป โดยสรปุ แล้วจากการ วเิ คราะหก์ รณีศกึ ษาทง้ั 17 กรณี เอชไอเอท�ำ ให้ตอ้ งมีการปรบั เปลย่ี นแผนจากเดมิ แตไ่ มม่ ีโครงการใดท่จี ะต้องยกเลิกเนอื่ งจาก ผลของเอชไอเอ มิตขิ องประสทิ ธภิ าพ การวิจัยได้ศกึ ษาประสทิ ธิภาพในสามมติ ิด้วยกัน คอื ประสิทธภิ าพด้านสขุ ภาพ ประสิทธิภาพความเทา่ เทยี ม และ ประสิทธภิ าพชุมชน มิติท่สี ำ�คญั คือ เอชไอเอสว่ นมากพยายามหลีกเลีย่ ง ผลทางลบตอ่ สุขภาพและเสริมสรา้ งผลทางบวก แตก่ ารกระจาย ผลกระทบต่อสุขภาพและประสิทธิภาพด้านความเท่าเทียมก็มี 58 รจู้ ัก เอช ไอ เอ
บทบาทสำ�คญั ในบางกรณีศกึ ษา แตค่ วามเท่าเทียมไม่คอ่ ยมีผล ตอ่ การตัดสนิ ใจท่สี �ำ คัญๆ เชน่ การวางแผนการใชท้ ่ดี ินส�ำ หรับ พ้ืนทอ่ี ยอู่ าศัยของประเทศฟนิ แลนด์ ให้ความสนใจกับเรอื่ งของ เดก็ ในการวางแผนเมือง ดังนนั้ จึงมีการเสนอให้มีสนามเด็กเล่น แมว้ า่ จะต้องเพ่มิ คา่ ใชจ้ า่ ย และการตดั สินใจทีไ่ มอ่ นุญาตให้มกี าร ท�ำ งานตลอด 24 ชวั่ โมงในผลของเอชไอเอของโครงการปรับปรุง สถานีรถไฟใตด้ ิน King’s Cross ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ก็มองได้ว่าเปน็ ประสิทธิภาพในเชิงของความเท่าเทียม เพราะ ผู้ได้รับประโยชน์คือชุมชนท่ีอาศัยอยู่ใกล้บริเวณการก่อสร้าง นอกจากนี้ เอชไอเอ การเขม้ งวดกบั การสูบบุหร่ีในสถานทท่ี ำ�งาน ในประเทศสเปนก็ถอื ไดว้ า่ เปน็ ความเทา่ เทยี มด้านนโยบาย ด้านประสิทธภิ าพของชมุ ชน เนอ่ื งจากบทบาทชุมชน มีบทบาทสำ�คัญต่อการจดั ท�ำ เอชไอเอ ในด้านการมสี ว่ นรว่ ม ทมี่ เี ป้าหมาย เริ่มจากความโปรง่ ใสของการตัดสินใจไปจนถงึ การสร้างความเขม้ แขง็ ให้กับชุมชน จากการศึกษาพบตวั อยา่ ง จำ�นวนมากจากกรณศี ึกษา เช่น ในองั กฤษ พบว่าการมสี ่วนรว่ ม ของชุมชนมปี ระสิทธิภาพ คือ เอชไอเอ เร่ือง แผนปฏบิ ตั กิ าร คณุ ภาพอากาศของซติ เี้ คาซลิ (City Council’s Air Quality Ac- tion Plan) แสดงใหเ้ หน็ ถึงข้อเสนอแนะทไ่ี ด้จากการประชุมของ ชุมชนทป่ี รากฏในแผนปฏิบตั ิการ เอชไอเอในประเทศสเปน ก็พบวา่ ผลประโยชน์ของ รู้จัก เอช ไอ เอ 59
ชุมชนได้รับการพิจารณาอย่างเหมาะสมในกระบวนการตัดสินใจ มกี ารปรับเปลย่ี นการตดั สนิ ใจจากเดมิ นอกจากน้ี ผลประโยชน์ หรือความต้องการของลกู จ้าง ในเอชไอเอทีจ่ ดั ทำ�ข้ึนในประเทศ ไอรแ์ ลนด์ ได้เปดิ โอกาสให้ชมุ ชนมีสว่ นรว่ มตลอดกระบวนการ ด้วยการเข้ารว่ มใน steering group ดังนั้น ประเดน็ การมสี ว่ น ร่วมของชุมชนและการตัดสินใจย่อมทำ�ให้ได้มาซ่ึงข้อเสนอแนะท่ี มีคณุ ภาพ ในสาธารณรัฐไอรแ์ ลนด์ กลุ่มตวั อย่างที่สัมภาษณไ์ ด้เนน้ ถึงผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพทางบวกท่ีมีต่อองค์กรอันเน่ืองจาก กระบวนการจดั ท�ำ เอชไอเอ เช่น กลา่ ววา่ “การท�ำ งานร่วมกบั หนว่ ยงานอื่นและได้เรียนรวู้ า่ หนว่ ยงานอื่นทำ�งานอยา่ งไร นบั เปน็ ข้อมูลทด่ี แี ละเป็นผลดี ฉนั ไดต้ ระหนกั ถึงการส่งเสรมิ สุข ภาพในโรงเรียนและเราก็ทำ�งานทำ�นองเดียวกันเก่ียวกับความ ปลอดภัยบนถนน การขี่จกั รยานหรอื เดนิ ไปโรงเรยี น และถ้าส่งิ เหลา่ นไ้ี ด้ด�ำ เนนิ การรว่ มกัน กค็ งทำ�ให้เราไดม้ วี ธิ กี ารท�ำ งานท่ี ประสานงานกนั ไดม้ ากขึ้น” การปรบั ใชใ้ นระดบั สากล เอชไอเอ สามารถใชก้ ับโครงการท่หี ลากหลาย ในประเทศ ตา่ งๆ และยังมปี ระสทิ ธภิ าพในหลายระดับด้วย บางกรณอี าจซบั ซอ้ น เชน่ เอชไอเอระดับชาติทีม่ เี ปา้ หมายทั่วทัง้ ประเทศ และ 60 รู้จัก เอช ไอ เอ
แมว้ ่าเป็นการประเมินระดับชาติ แต่การด�ำ เนินการจดั ท�ำ เอชไอเอ กไ็ ด้พิจารณาผลกระทบระดับภมู ภิ าคหรือท้องถนิ่ ดว้ ย ข้อจ�ำ กัดของเอชไอเอ เอชไอเอมขี อ้ จำ�กัดสองประการคือ ประการแรก เน่อื งจากการตัดสินใจมลี ักษณะแบบพหุภาคี โดยธรรมชาติ แตล่ ะฝ่ายตา่ งมีวัตถปุ ระสงค์เบื้องตน้ ของตัวเอง ตัวอย่างเช่น วัตถุประสงคข์ องการขนส่ง เกษตรกรรมและสิง่ แวดลอ้ ม อาจเพื่อปรบั ปรงุ การเคล่ือนยา้ ย ท�ำ ให้อาหารมคี วามม่ันคง และ ปกป้องธรรมชาติ ดงั นั้นมติ ใิ นภาคส่วนเหล่านีจ้ ึงเป็นไปเพ่อื ตอบ สนองวตั ถุประสงค์เบ้ืองต้นมากกวา่ วัตถุประสงคข์ ้นั สอง เช่น สุขภาพ ในบางกรณี วตั ถุประสงคเ์ บอ้ื งตน้ และสุขภาพอาจไปดว้ ย กันได้และสนับสนุนซ่ึงกนั และกัน ตวั อย่างเชน่ มาตรการลด เสียงดงั รบกวนจะเพิม่ คา่ ใช้จา่ ยของถนนผา่ นเมือง แตก่ ็ปกปอ้ ง สุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยูใ่ กลถ้ นนเส้นใหม่ทผี่ า่ นเมอื ง ด้วยเหตทุ กี่ ารศกึ ษาน้ียงั พบว่า ไม่มีเอชไอเอใดที่สง่ ผลใหต้ อ้ งยกเลกิ โครงการ ซึง่ ยนื ยนั ว่า เอชไอเอมิไดต้ ง้ั ใจให้ เปน็ กลไกทขี่ ดั ขวางการด�ำ เนินงานโครงการ โปรแกรมและ นโยบายแต่อย่างใด แตช่ ่วยแสดงถึงความหมายของการตัดสนิ ใจทีโ่ ปรง่ ใส ดังนั้นจึงท�ำ ให้มีการตดั สินใจทเ่ี หมาะสมตอ่ สุขภาพ ร้จู ัก เอช ไอ เอ 61
อย่างไรก็ตามประโยชน์และความสูญเสียของการตัดสินใจอาจมีผล ตอ่ ประชาชนกลุ่มตา่ งๆทีไ่ มเ่ หมอื นกนั เช่น ในขณะทน่ี กั ท่องเทย่ี ว และนักธุรกิจได้ประโยชน์จากการเช่ือมต่อสายการบินตรงใหม่ๆจาก การขยายสนามบนิ ก็พบวา่ ผอู้ ยู่อาศัยในบริเวณน้นั ๆกลบั ไดร้ บั ผล จากเสียงรบกวน ในกรณที ่ีดที สี่ ดุ เอชไอเอชชว่ ยลดผลกระทบทาง ลบ ดังนั้นจึงจดั ได้ว่าเป็นเคร่อื งมอื ท่ีน�ำ มาซึ่ง พหภุ าคี สงั คมและ การประนีประนอมทางการเมอื ง โดยรวมๆแล้ว ได้ช่วยให้เกิดความ เหมาะสมของการตดั สนิ ใจ ประการทส่ี อง ข้อจ�ำ กัดที่มีตอ่ ประสิทธิภาพของเอชไอเอซ ซง่ึ อาจขัดขวางความตระหนกั ถงึ ศกั ยภาพทีม่ ีทง้ั หมด ข้อจำ�กดั นมี้ ี แนวโน้มทำ�ให้เกิดการเปล่ียนแปลงเนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงกับ สภาพแวดล้อมท่เี อชไอเอน้ันดำ�เนนิ การและจดั ทำ�ข้ึน ปจั จัยที่มผี ลตอ่ ประสทิ ธภิ าพของเอชไอเอ มปี ัจจยั ตา่ งๆ ท่ีมผี ลตอ่ เอชไอเอ เชน่ หากภาครฐั เห็นความสำ�คัญและให้การสนับสนุนให้จัดทำ�เอชไอเอสำ�หรับ นโยบายสาธารณะต่างๆ นอกจากน้ี แรงกดดันจากชมุ ชนและ สมรรถนะในการจัดการกับชุมชนมบี ทบาทสำ�คัญ เช่น กรณเี วลส์ พบว่า การมีสว่ นรว่ มและยทุ ธศาสตร์การสือ่ สารเปน็ เงือ่ นไขท่ี จำ�เป็นตอ้ งมกี ่อนท่ีจะทำ�ให้เกดิ การเปลีย่ นแปลงทางการเมือง 62 รจู้ ัก เอช ไอ เอ
หว้ งเวลาของการจดั ทำ� เอชไอเอ ก็มสี ่วนสำ�คัญ กลา่ วคือ ถ้าสัมพันธ์กับกระบวนการตัดสินใจก็ย่อมส่งผลให้เพ่ิมประสิทธิภาพ ของเอชไอเอ กล่าวคือ ถ้าไดผ้ ลลพั ธข์ องเอชไอเอชา้ ออกไป (ซ่ึง เกิดขน้ึ ได้ง่ายมาก) และถา้ การวิจัยเป็นเรอ่ื งยากอย่างคาดไมถ่ งึ ก็ อาจทำ�ใหไ้ มม่ ผี ลใหก้ บั กระบวนการตดั สินใจ และไม่มีอทิ ธิพลต่อ การตดั สินใจ (เพราะการตดั สินใจอาจรอผลเอชไอเอไม่ได)้ เนื้อหาทใ่ี ช้ศกึ ษาก็นับวา่ ส�ำ คญั คอื วัฒนธรรมทาง สาธารณสขุ ในประเทศนน้ั ๆ เชน่ แนวคิดสขุ ภาพซึ่งเป็นทยี่ อมรบั กันในกระบวนการวางแผนของภาคสว่ นอน่ื ๆ การใช้ เอชไอเอ ในยโุ รป เอชไอเอ เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปในบางประเทศในยโุ รป เทา่ น้นั จากเอชไอเอจ�ำ นวน 470 เรอ่ื งจาก 19 ประเทศที่ศกึ ษาใน โครงการวิจัยนี้ พบว่า มจี �ำ นวน 158 เรื่องเท่าน้นั ทีม่ ีขอ้ มลู สามารถ วิเคราะหไ์ ด้ เอชไอเอสว่ นใหญ่มาจากอังกฤษ ฟนิ แลนด์ เนเธอแลนด์ และเวลส์ สวีเดนเปน็ ประเทศท่ไี ดช้ ือ่ ว่ามีการจดั ท�ำ เอชไอเอจำ�นวน มาก แต่พบวา่ มีจ�ำ นวนน้อยทพ่ี บในฐานข้อมูล เนือ่ งจากสวีเดนไดใ้ ห้ นิยามระดับชาติเก่ียวกับนโยบายสาธารณสุขว่าเป็นเอชไอเอท่ีเฉพาะ ทงั้ ท่เี ปน็ แบบเน้นความเทา่ เทียมและการมีสว่ นรว่ ม ทง้ั นกี้ ารจดั ทำ� เอชไอเอ ไม่ไดม้ กี ารจัดทำ�เป็นเอกสารไว้ท้งั หมด โดยเฉพาะในบาง ประเทศ เชน่ สวเี ดน ฟินแลนดซ์ ่ึงก�ำ หนดใหม้ ีเอชไอเอในการ รจู้ กั เอช ไอ เอ 63
ตดั สินใจระดับทอ้ งถิ่นอย่างเป็นเร่ืองปกติทัว่ ไปอยแู่ ลว้ อยา่ งไร ก็ตาม เอชไอเอจัดไดว้ า่ เป็นเร่อื งท่ีได้รับความสนใจทงั้ ดา้ นการ วิจยั การน�ำ ไปใชอ้ ย่างจริงจัง จากการวจิ ยั ยงั เปน็ ทช่ี ัดเจนว่า มใิ ชท่ กุ ประเทศทม่ี ีความ กา้ วหน้าไปในทิศทางท่ดี ี ดงั เชน่ ประเทศเนเธอแลนดเ์ คยมกี าร ดำ�เนินการเรื่องเอชไอเออย่างเข้มแข็งและมีการดำ�เนินการใน ระดบั ประเทศ แตก่ ลับปรากฏว่า เอชไอเอไดร้ บั ความสนใจน้อย ลง และกลายเป็นการดำ�เนินการระดบั ท้องถ่นิ กา้ วตอ่ ไป ประการแรก คือการปรบั ปรุงใหเ้ หมาะสมกับหลกั ฐาน ทางวทิ ยาศาสตร์ รวมท้ังตอ้ งสอดคลอ้ งกบั แนวคิดพื้นฐานส�ำ คญั วา่ มวี ตั ถุประสงค์เพ่ือส่งเสรมิ สขุ ภาพประชากรใหด้ ขี ึน้ และมคี า่ นิยมสี่ประการทเ่ี ชือ่ ว่าสำ�คญั คือ (1) ประชาธปิ ไตย (2) ความ เทา่ เทยี ม (3) การพฒั นาอยา่ งยั่งยืนทง้ั ระยะส้นั และระยะยาว รวมถงึ ประสทิ ธิภาพทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม (4) จริยธรรมการ ใช้หลกั ฐาน ท้งั นี้ นกั ตดั สินใจจ�ำ เป็นตอ้ งท�ำ ให้เกดิ สมดุลระหว่าง วตั ถปุ ระสงคท์ างสขุ ภาพและวัตถปุ ระสงคโ์ ครงการ ประการท่สี อง คอื นำ�เสนอคณุ ประโยชน์ของเอชไอเอ ตอ่ นกั ตดั สนิ ใจในภาคสว่ นอ่นื ๆ นอกเหนอื จากการสาธารณสุข เพ่อื ใหม้ ีการบรู ณาการในกระบวนการตดั สนิ ใจให้มากขนึ้ 64 รจู้ ัก เอช ไอ เอ
ประการที่สาม คือ ประเทศต่างๆควรเร่ิมใชเ้ อชไอเอ เปน็ เครอ่ื งมือหนง่ึ ส�ำ หรบั การตดั สนิ ใจเนือ่ งจาก เอชไอเอเปน็ เครื่องมือสากลท่ีสามารถเป็นการดำ�เนินการพื้นฐานในทุกระดับ และเชอ่ื มโยงไปได้ทกุ ภาคส่วน ประการที่สี่ ควรค�ำ นึงถงึ ความเทา่ เทยี มในด้านตา่ งๆ ของเอชไอเอ เช่น การส่อื สารระหว่างภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการจัดท�ำ เอชไอเอ แล คณุ ภาพการคาดการณซ์ ่ึงเป็นผลทไ่ี ด้ จากเอชไอเอ ประการที่หา้ จ�ำ เป็นต้องเชอื่ มโยงการตัดสนิ ใจระดบั ตา่ งๆ ปัจจุบนั เอชไอเอมคี วามเข้มแขง็ ในระดับทอ้ งถนิ่ แต่ใน ความเป็นจริงการตัดสินใจอาจส่งผลกระทบทางสุขภาพได้ในทุก ระดบั จนถึงระดบั นานาชาติ รู้จกั เอช ไอ เอ 65
PATH และ CHIA : บทเรียนจากชมุ ชน ร้จู กั เอช ไอ เอ
PATH และ CHIA : บทเรียนจากชมุ ชน5 การมีส่วนร่วมของชุมชนจัดเป็นประเภทหน่ึงของการจัด ท�ำ เอชไอเอ ดงั เช่น วิธกี ารท่ีมชี ่อื เรียกสน้ั ๆวา่ PATH ซง่ึ มาจาก People Assessing Their Health ท่ืแปลว่า ประชาชนประเมิน สขุ ภาพของตวั เอง จดั เป็นกระบวนการซึง่ ใหช้ ุมชนเป็นพลังขบั เคลื่อนการประเมนิ ผลกระทบดา้ นสขุ ภาพ เพอ่ื สรา้ งขดี ความ สามารถของประชาชนให้มีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการตัดสินใจ ในสิง่ ซึ่งมผี ลกระทบต่อชมุ ชน PATH ยงั จดั ใหเ้ ป็นท้ังกระบวนการ ส่งเสริมสุขภาพเพื่อช่วยให้ประชาชนรู้จักดูแลสุขภาพของตัว เอง และเปน็ กระบวนการพฒั นาชุมชนซ่งึ ทำ�ให้ประชาชนมสี ่วน รว่ มในการตัดสินใจที่มผี ลตอ่ การกินดอี ยู่ดีของชุมชน PATH ทำ� หน้าท่ีในการอำ�นวยความสะดวกให้ชุมชนได้พัฒนาเครื่องมือ การประเมินสุขภาพของชมุ ชนเอง โดยเคร่ืองมือนี้จะเป็นส่งิ ซ่งึ สามารถสะทอ้ นลำ�ดับความสำ�คญั ของปจั จยั ต่างๆ ท่ีชมุ ชนเหน็ วา่ มีผลท�ำ ใหช้ ุมชนมีสขุ ภาพดี และใช้เปน็ เครื่องมือส�ำ หรบั การ ประเมินผลกระทบสุขภาพแบบน�ำ โดยชมุ ชน (Community-led Health impact Assessment: CHIA) เพือ่ หาผลกระทบทั้งทาง บวกและทางลบจากนโยบาย โปรแกรม โครงการหรือบริการ กระบวนการทีใ่ ช้สร้างสรรค์ CHIA ประกอบดว้ ย วธิ ีการเลา่ เรื่อง รูจ้ ัก เอช ไอ เอ 67
(story-telling) มพี นื้ ฐานจากคุณคา่ การเรียนรเู้ ชิงประสบการณ์ ของ David Kolb ในปี 1984 และมพี นื้ ฐานจากหลกั การการ ศกึ ษาผ้ใู หญ่ อยูบ่ นพน้ื ฐานความเช่อื ท่ีว่าประชาชนมีความรมู้ าก มายเกย่ี วสงิ่ ซ่ึงทำ�ให้พวกเขาและชุมชนมสี ุขภาพดี PATH เปน็ กระบวนการทเ่ี กดิ ขึ้นในชมุ ชน 3 ชมุ ชน ใน แควน้ โนวา สโกเทยี ประเทศแคนาดาในปี 1996 ในห้วงเวลา ท่ีแคนาดาต้องการปรับโครงสร้างให้มีการกระจายอำ�นาจด้าน สุขภาพ ต่อมาขยายไปยังชมุ ชนอ่นื ๆในแคนาดา ในปี 2003 ได้ เผยแพรไ่ ปยงั เจ้าหน้าท่ี อาสาสมัครและสมาชิก Association for Social and Health Advancement (ASHA) ซึง่ มีฐานที่ ตงั้ ท่เี บงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย และมกี ารปรับใช้ในหลาย ชุมชน ดังเช่น การใชเ้ ปน็ เคร่ืองมือวเิ คราะหผ์ ลกระทบสขุ ภาพ โดยชมุ ชน หรอื CHIA ในโครงการดา้ นการทอ่ งเท่ียวในแคนาดา เอชไอเอ การประเมินผลกระทบสขุ ภาพซึ่งนำ�โดยชุมขน การมสี ว่ นร่วมของชมุ ชนในการจดั ท�ำ เอชไอเอ ได้รับ ความสนใจมาเป็นเวลานานแล้ว เพอื่ ส่งเสริมให้ชุมชนมีสว่ นร่วม ในการตดั สินใจ นกั วิชาการบางคนใหข้ อ้ สังเกตวา่ แมว้ า่ เอชไอเอ เปน็ กระบวนการทางวิชาการขน้ั สูง ก็สามารถทำ�ให้งา่ ย และ เป็นกระบวนการทางปฏิบัติซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนในท้อง ถิน่ ได้รับขอ้ มลู และร่วมตดั สินใจเพ่ือนำ�ไปสกู่ ารเปลย่ี นแปลง ท่ีเป็นผลดีตอ่ สุขภาพ การประเมินผลกระทบสุขภาพโดยพลัง 68 รจู้ ัก เอช ไอ เอ
ขับเคล่ือนจากชุมชน หรอื CHIA (Community-led Health impact Assessment) มีรากฐานจากความคดิ ที่ว่าการพัฒนา นโยบายสาธารณะด้านสุขภาพควรด�ำ เนินการด้วยขอ้ มูล ขอ้ เท็จ จรงิ ดา้ นสุขภาพทชี่ ัดเจน และมีความเท่าเทียม โดยมีเป้าหมาย เพ่ือใหไ้ ด้รับการสนับสนนุ จากทุกฝ่าย CHIA ทีส่ ่งเสรมิ ผ่าน กระบวนการ PATH เปน็ ความพยายามให้ชมุ ชนได้พฒั นาเคร่ือง มือเฉพาะของตวั เอง และสร้างความเข้มแข็งใหช้ มุ ชนสามารถ ประเมนิ ผลกระทบด้วยตวั เอง มากกว่าการเปน็ เพียงทป่ี รกึ ษาดงั เช่นเอชไอเอแบบอืน่ ๆ ทั้งเครอ่ื งมือและกระบวนการประเมนิ จะ สะทอ้ นถึงค่านิยมของชมุ ชน ความเชอ่ื และวิสัยทศั นด์ ้านสุขภาพ ท่ีชมุ ชนต้องการ นโยบายหรือโปรแกรมส่วนใหญ่มักมีทั้งผลทางบวกและ ลบตอ่ ชุมชน ดังนน้ั การประเมนิ ผลกระทบสุขภาพโดยพลังขบั เคลือ่ นของชมุ ชนเอง ก็เช่นเดยี วกบั การทำ�เอชไอเอแบบดั้งเดมิ คือ ไมไ่ ด้เปน็ การศกึ ษาวา่ นโยบายถูกหรอื ผดิ แตเ่ อชไอเอจะ ช่วยก�ำ หนดว่า กจิ กรรมนัน้ ๆจะสามารถสร้างความเขม้ แขง็ หรอื ลดปัจจัยซึ่งชุมชนเห็นว่ามีความสำ�คัญต่อความเป็นอยู่โดยรวม ของเขาไดอ้ ยา่ งไร CHIA ไม่จำ�เป็นต้องเปน็ วิธกี ารทด่ี กี ว่าใน การประเมินผลกระทบสุขภาพ แต่เป็นวิธีหนง่ึ ที่ท�ำ ใหป้ ระเดน็ ที่ชุมชนกังวลได้นำ�มาถกกันในการจัดทำ�นโยบายสาธารณะ นอกจากน้ี กระบวนการ PATH ยงั น�ำ ไปสูก่ ารพัฒนาการมสี ว่ น ร้จู ัก เอช ไอ เอ 69
รว่ มของชมุ ชนในการจดั ทำ� CHIAT (Community-led Health impact Assessment Tool) และน่าสังเกตว่าทำ�ใหป้ ระชาชน เข้าใจเพ่ิมมากขึ้นเกี่ยวกับการความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทาง สังคมและสุขภาพ การบอกเล่าเรือ่ งราวและการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ต่างเชื่อมโยงกับประเพณีดั้งเดิมของการพัฒนา ความรู้ ความรู้ใหม่ๆทีไ่ ดร้ บั การพัฒนาจากกระบวนการ PATH ทำ�ให้สมาชิกชุมชนพัฒนาความสามารถและมีความตระหนักและ ทกั ษะทีส่ ามารถนำ�ไปใช้เพื่อการเปลีย่ นแปลงให้สขุ ภาพดขี ึน้ ได้ ขนั้ ตอน PATH กระบวนการ PATH เริ่มขนึ้ ด้วยการรวมตัวของกลมุ่ ขนาดเลก็ หนงึ่ กลุม่ หรือมากกว่า เพือ่ ตอบคำ�ถามวา่ “อะไร บ้างท่ีทำ�ใหช้ ุมชนของเรามสี ขุ ภาพดี หรือ รกั ษาใหช้ ุมชนของ เรามสี ุขภาพด”ี การรวมกลุ่มของประชาชนในชุมชนขนึ้ อยกู่ บั ธรรมชาติของชมุ ชนเอง ตวั อย่างเชน่ ยึดตามสภาพทางภูมิศาสตร์ โดยใหม้ ีผู้แทนจากสว่ นตา่ งๆในชมุ ชนเอง หรอื อาจรวมกันโดยให้ มปี ระสบการณ์ทีห่ ลากหลายในชมุ ชน จากน้ันผู้อำ�นวยความสะดวกจะช่วยให้สมาชิกกลุ่มเล่า เรอ่ื งราวจากประสบการณ์ชีวิตเกี่ยวกบั สขุ ภาพ รวมถงึ บริการ สุขภาพด้วย (อาจไม่มกี ไ็ ด)้ เมื่อทกุ คนเลา่ เรอ่ื งราวแล้ว กลมุ่ จึง เลอื กเร่อื งมา 1 เร่ืองเพื่อการตรวจสอบในขั้นตอ่ ไปซ่งึ เป็นการ 70 รจู้ กั เอช ไอ เอ
ปรบั ใช้เทคนิคทม่ี าจาก story-dialogue เพือ่ ค้นหาปจั จยั ทมี่ ี ผลต่อสขุ ภาพและการกินอยดู่ ี และค้นหาความสมั พันธ์ระหว่าง ปัจจยั ตา่ งๆดว้ ย ผอู้ ำ�นวยความสะดวกอาจถามเปน็ วงจรที่แสดง ไว้ ประสบการณท์ ี่เป็นรูปธรรม การสงั เกตทพ่ี บ และการก�ำ หนด แนวคิดอยา่ งย่อ ผ้อู ำ�นวยความสะดวกอาจชว่ ยกลมุ่ ตั้งคำ�ถาม ซ่ึงสะท้องเรอ่ื งราว และจดบนั ทกึ ความคดิ เหน็ ส�ำ คญั ไว้ส�ำ หรับใช้ ในขัน้ ตอนถัดไป ดังนี้ ภาพแสดง ค�ำ ถามในกระบวนการ PATH ขนั้ ตอนตอ่ ไป คือการออกแบบเครือ่ งมอื ประเมินผลกระทบ สุขภาพ (Community-led Health Impact Assessment Tool: CHIAT) เริ่มจากผูอ้ �ำ นวยความสะดวกชว่ ยกระตุน้ ให้ ร้จู กั เอช ไอ เอ 71
สมาชิกกลุ่มพูดทกุ อย่างออกมา ส�ำ หรบั ใชเ้ ป็นข้อมลู ในข้นั การ วิเคราะห์ผลกระทบสุขภาพ ดังเช่น “จะเกดิ อะไรขน้ึ ในชมุ ชน ถา้ วสิ ัยทัศนท์ ี่ประกาศไว้บรรลผุ ล” และ “คณุ จะทราบไดอ้ ยา่ งไร ว่าวิสัยทศั นไ์ ดก้ ลายเปน็ จรงิ แล้ว” กจิ กรรมเหล่านท้ี �ำ ให้ไดต้ วั ชี้ วัดซง่ึ สามารถคัดเลือก จัดล�ำ ดบั ความส�ำ คัญ และบรรจุไวใ้ น เครื่องมือ CHIAT ร่าง CHIAT จะตอ้ งมีการทดสอบโดยการน�ำ ไปทดลอง ใช้จริงๆ ทงั้ นเ้ี พ่อื ทดสอบวา่ ภาษาทใ่ี ช้น้นั สามารถส่อื ความหมาย ได้ตามทตี่ ้องการหรือไม่ ตัวช้วี ดั ทเ่ี ลอื กสมเหตสุ มผลหรอื ไม่ และ ตัวช้วี ัดครอบคลมุ ตามท่คี าดไวห้ รอื ไม่ จากนนั้ นำ�ผลจากการ ทดลองใชม้ าปรบั CHIAT ให้เหมาะสมย่งิ ขึน้ ทง้ั น้รี ะลกึ เสมอ วา่ การประเมิลผลกระทบสุขภาพก็เช่นเดยี วกบั เอชไอเออื่นๆ จะ ใช้ได้ผลดกี อ่ นการด�ำ เนนิ โครงการ หรอื โปรแกรม หรอื นโยบาย ใดๆ คำ�ถามทอี่ ่อนไหวในการจดั ทำ�เอชไอเอคอื คำ�ถามเก่ียว กับเวลา เพราะประชาชนต้องการขอ้ มลู เกยี่ วกับโครงการทมี่ าก เพียงพอต่อการประเมิน เพราะตอ้ งการใหข้ อ้ มูลขอ้ และคิดเหน็ ตา่ งๆทีช่ ุมชนใหไ้ ปจะมีผลตอ่ การตดั สินใจ บทเรียนท่ไี ด้รับ จากขั้นตอนการดำ�เนนิ การ PATH ขา้ งตน้ ย่อมเห็นวา่ ประกอบดว้ ย 2 กิจกรรมที่เชอื่ มโยงกัน กจิ กรรมแรก กระบวนการ 72 รจู้ ัก เอช ไอ เอ
PATH เป็นกระบวนการส่งเสริมสุขภาพและกระบวนการพัฒนา ชุมชนซึ่งใช้เทคนิคการศึกษาผู้ใหญ่เพื่อสร้างความตระหนัก ด้านปัจจัยสังคมต่อสุขภาพและเพื่อสร้างเครื่องมือการประเมิน สุขภาพโดยชมุ ชน หรือ CHIAT กจิ กรรมท่สี อง คอื การอำ�นวย ความสะดวกการใช้เครอ่ื งมือท่ชี มุ ชนพัฒนาขน้ึ ส�ำ หรับประเมิน ผลกระทบสขุ ภาพ เพอื่ ศึกษาผลทางบวกและทางลบอนั เนื่องจาก โครงการ โปรแกรมหรอื นโยบาย จากประสบการณพ์ บว่า กระบวนการพัฒนาเครื่องมือเป็นการสร้างความเข้มแข็งของ ชุมชนและการใช้เครื่องมือ CHIAT นบั วา่ เปน็ ประโยชน์ นอกจากนี้ การมีผู้ทำ�หน้าท่ีอำ�นวยความสะดวกจัดว่าเป็นเคร่ืองมือ สนบั สนุนทสี่ �ำ คญั ตอ่ ความสำ�เร็จของการมสี ว่ นร่วม ถงึ กระนั้น กระบวนการ PATH กเ็ ชน่ เดียวกับวิธีการพฒั นาชมุ ชนอืน่ ๆ ที่ ต้องการทุน การอ�ำ นวยความสะดวกที่มคี ุณภาพ และการ สนับสนุนทางการบริหารเพื่อให้สมาชิกชุมชนสามารถมีส่วนร่วม และพัฒนาภาวะผนู้ ำ�ดว้ ยตวั เอง รวมถึงพัฒนาทักษะการอ�ำ นวย ความสะดวก ทง้ั น้ีสามารถสรุปบทเรยี นที่สำ�คัญจากกจิ กรรมดัง กลา่ วได้ ดงั ต่อไปนี้ การพัฒนาเครอ่ี งมอื การประเมนิ สขุ ภาพโดยชมุ ชน หรอื - CHIAT กระบวนการ PATH เปน็ วธิ ีการท่ีมรี ากฐานจาก ประสบการณ์ชวี ติ ของประชาชน ท�ำ ใหส้ มาชิกชมุ ชนเข้าใจ รู้จัก เอช ไอ เอ 73
ถึงปัจจัยทางสังคมท่ีมีผลต่อสุขภาพและปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อ ประชาชน ชมุ ชนและประชากรไดอ้ ย่างไร และยงั ชว่ ยให้ชมุ ชน สามารถจัดล�ำ ดับความส�ำ คัญสำ�หรับชมุ ชนตัวเอง ด้วยเหตนุ ้เี อง จงึ ทำ�ใหไ้ ดป้ ระเด็นปัญหาและล�ำ ดบั ความสำ�คัญทตี่ า่ งๆกัน การ พฒั นา CHIAT ต้องมฐี านจากวิสัยทศั น์สขุ ภาพทกี่ ว้างและจำ�เป็น ต้องมาจากประชาชนในชมุ ชนรว่ มกนั พัฒนาขึน้ ดงั เช่นกรณกี าร พฒั นา CHIAT จากประสบการณ์ท่เี กดิ ในประเทศแคนาดา พบว่า กวา่ จะพฒั นาเคร่ืองมอื ไดส้ �ำ เร็จ ตอ้ งจดั โฟกัสกรุ๊ปในชุมชนถงึ 57 คร้ัง ดว้ ยวิธีการสนทนาแบบเล่าเรอ่ื ง ดังน้นั ชมุ ชนอาจไมจ่ ำ�เปน็ ตอ้ งพฒั นาเครื่องมอื ขึ้นมาใช้เองทุกชุมชน เพราะอาจเลอื กใช้ เทคนิคและความรู้จากกระบวนการที่ด�ำ เนนิ การโดยชุมชนอนื่ ก็ได้ การใช้ CHAIT สำ�หรบั การประเมนิ ผลกระทบสขุ ภาพชุมชน การใช้เครื่องมือการประเมินผลกระทบสุขภาพท่ีพัฒนา โดยชุมชนเองจัดเป็นการวัดความรู้ท้องถิ่นซึ่งสร้างความเข้มแข็ง แก่สมาชกิ ชุมชนเป็นอยา่ งมาก อย่างไรกต็ าม การประเมนิ ว่า เครื่องมอื ดงั กล่าวสามารถใช้ได้อย่างเหมาะสมหรอื ไม่ ผู้ประเมนิ จำ�เปน็ ต้องเชื่อในคณุ ค่าของความร้ทู ้องถิน่ ประสบการณก์ ารมีสว่ นรว่ มของชมุ ชน การประเมินผลกระทบสุขภาพชุมชนซึ่งดำ�เนินการโดย ชุมชนเอง กอ่ ให้เกดิ มมุ มองท่ีต่างๆกนั ทจี่ ะต้องเคารพซ่ึงกัน 74 รจู้ ัก เอช ไอ เอ
และกนั ท�ำ ให้หน่วยงานที่รบั ผิดชอบได้ข้อมลู ทหี่ ลากหลายเพือ่ การตัดสินใจ ดังเชน่ โครงการ Keppoch-Beaver Mountain recreation/tourism ที่ Antigonish ประเทศแคนาดา ซง่ึ เป็น โครงการขนาดใหญ่ ทำ�ให้เกดิ ความคดิ เห็นท้งั ทเี่ หน็ ดว้ ยและไม่ เห็นดว้ ย และแตล่ ะฝ่ายต่างจัดต้งั กลุ่มของตัวเองข้นึ หน่วยงาน รัฐบาลท้องถ่ินเห็นชอบให้จัดการประเมินผลกระทบสุขภาพข้ึน คดั เลอื กผู้แทนประชาชน จำ�นวน 14 คนจากทกุ ภาคสว่ นของ ชมุ ชนและจากท้ังฝา่ ยเหน็ ด้วยและไม่เห็นดว้ ย เพ่อื มสี ว่ นร่วมใน การประเมนิ โดยการใช้เคร่อื งมือ CHIAT ที่พฒั นาข้ึนโดยคณะ กรรมการสุขภาพชุมชนทอ้ งถิน่ ในปี 2002 ผลทไ่ี ด้รบั เป็นขอ้ มูล เพ่มิ เติมสำ�หรบั การตดั สนิ ใจ ประชาชนรูส้ ึกพึงพอใจดงั จะเห็นได้ จากคำ�พดู ต่อไปน้ี • ฉันคดิ ว่ากระบวนการนำ�ไปสูค่ วามสงบและการ สนทนากันไดอ้ ย่างเสรี • ประสบการณ์โดยรวมเป็นเหมอื นการให้การศกึ ษา และเกิดข้อมูลจำ�นวนมาก ขณะเดยี วกันการประเมนิ ผลกระทบสขุ ภาพชมุ ชนกท็ ำ�ให้มีความเขา้ ใจมากข้นึ เก่ยี วกับประเด็นปญั หาตา่ งๆ ฉันคิดว่าเปน็ เป็น ประสบการณ์ทด่ี มี าก และยนิ ดเี ขา้ ร่วมอีกถ้ามโี อกาส • ประชาชนได้รับการเคารพนับถือและเป็นกระบวนการ เรียนรสู้ ำ�หรบั ทกุ คน ร้จู ัก เอช ไอ เอ 75
การใช้การประเมินผลกระทบสุขภาพชุมชนเป็นกระบวน การท่ชี ่วยให้เสียงของชุมชนไดร้ บั การพจิ ารณาหรือ ไดย้ ินในทาง ทน่ี ับถือซึง่ กนั และกนั อย่างไรกต็ าม เนอ่ื งจากการพฒั นานโยบาย สาธารณะเก่ียวขอ้ งกับตวั แปรตา่ งๆจำ�นวนมาก ท�ำ ใหย้ ากต่อการ ตัดสินว่าการใช้การประเมินผลกระทบสุขภาพชุมชนมีผลต่อการ ตัดสินใจของหนว่ ยงานภาครฐั อย่างไร ดังเช่นท่ีนกั วชิ าการบาง คนใหข้ อ้ สงั เกตวา่ แมว้ ่าจะสามารถระบไุ ดค้ วามเชือ่ มโยงทาง ออ้ มระหวา่ การประเมินผลกระทบสขุ ภาพกบั การตัดสนิ ใจ แต่ก็ พบหลักฐานเพียงเล็กน้อยเท่าน้ันท่ีแสดงให้เห็นว่าการประเมิน ผลกระทบสุขภาพไดใ้ ห้ข้อมูลทางตรงตอ่ การตัดสินใจไดอ้ ยา่ งไร กระบวนการ PATH ท่สี รา้ งความตระหนักและการ ใช้เครื่องมือการประเมินผลกระทบสุขภาพมีความสำ�คัญต่อ กระบวนการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ อยา่ งไรกต็ าม จำ�เป็นตอ้ งท�ำ ให้ท้ัง สองกจิ กรรมนม้ี คี วามสมดลุ ในขณะที่อาจใช้เครอ่ื งมอื ทีม่ อี ย่แู ลว้ และปรบั ให้เหมาะสมกบั บริบทของชุมชน ซ่งึ กระบวนการที่ใช้ ทำ�ให้มีการแลกเปล่ยี นและวเิ คราะหเ์ รื่องราวร่วมกัน การพัฒนา วสิ ัยทศั นร์ ่วมของชุมชนทมี่ สี ุขภาพดี และความเข้าใจถึงปัจจัย ดา้ นสขุ ภาพเหลา่ น้ี ทำ�ใหม้ ผี ลตอ่ การสรา้ งความเป็นเจ้าของ ชุมชนรว่ มกันและสรา้ งความเขม้ แขง็ ให้ชมุ ชนด้วย ดงั น้ันผลทีไ่ ด้ ก็คอื การปรบั ใช้เคร่อื งมือท่ีมีอยูแ่ ลว้ อาจไม่ได้รับผลตอ่ ชมุ ชนเช่น เดยี วกับทใี่ ชก้ ระบวนการ PATH 76 รจู้ กั เอช ไอ เอ
เอชไอเอ แบบบูรณาการ ร้จู กั เอช ไอ เอ
เอชไอเอ แบบบูรณาการ4 เอชไอเอ พัฒนามาจากการประเมนิ ความเสย่ี ง ทเี่ ร่ิม พัฒนาขึ้นในทศวรรษ 1970 โดยระยะเรมิ่ แรกม่งุ เนน้ เฉพาะผล กระทบจากสารพษิ ทีม่ ีตอ่ สขุ ภาพประชาชน ตอ่ มาได้ขยายกรอบ และแนวคิดกว้างมากขึ้นและพัฒนารูปแบบการศึกษาเป็นแบบ สหสาขาวิชาการ และวิธีการประเมินแบบบูรณาการจงึ ได้รบั การยอมรับวา่ เป็นวธิ ีการประเมนิ ทม่ี ีประสทิ ธภิ าพวิธีหนึง่ เป็น เครื่องมอื ท่มี คี ณุ คา่ ส�ำ หรับการวิเคราะหป์ ระเดน็ สิง่ แวดลอ้ ม ได้ รับการยอมรับจาก European Environment Agency อย่างไร กต็ าม แมว้ ่าการประเมินเชงิ บูรณาการนี้ไดป้ รบั ใช้กับประเดน็ ส่ิงแวดลอ้ มต่างๆมากมายซึง่ สมั พันธ์กบั สุขภาพ แต่นา่ แปลกใจท่ี พบว่ามกี ารศกึ ษาทเี่ นน้ เรอ่ื งสขุ ภาพน้อย ด้วยเหตุน้ีจงึ ยงั จำ�เปน็ ต้องพัฒนามากขึ้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวิธีการการประเมินความ เสยี่ งสุขภาพด้านส่ิงแวดล้อม และนโยบายสาธารณะตา่ งๆ กรอบแนวคดิ เอชไอเอ แบบบูรณาการ เอชไอเอ แบบบูรณาการ จดั เป็นวิธกี ารประเมนิ สุขภาพ ที่สัมพันธ์กับผลกระทบด้านส่ิงแวดล้อมอันเน่ืองจากนโยบายและ การด�ำ เนนิ กจิ กรรมหรือโครงการตา่ งๆ ทั้งนผ้ี ลกระทบท่เี กดิ ขนึ้ ซับซอ้ น มีความเกย่ี วเนื่องซงึ่ กนั และกนั และพบวา่ มคี วามไม่ แน่นอนในสถานการณ์จรงิ จึงกล่าวไดว้ า่ นิยามภายใต้กรอบ 78 รจู้ กั เอช ไอ เอ
แบบบรู ณาการนี้ จัดวา่ เป็นนิยามท่ีกวา้ ง เพราะเปน็ นิยามท่ี รวมเอาส่งิ แวดล้อมและสขุ ภาพไว้ดว้ ยกนั เฉพาะสงิ่ แวดลอ้ ม มิได้หมายถึงเฉพาะเร่ืองสารอันตรายซึ่งเป็นประเด็นท่ีเน้นในการ ศกึ ษาความเสย่ี งมาแต่ด้ังเดิมเทา่ น้นั แต่รวมถึงประเด็นต่างๆทมี่ ี ผลตอ่ สขุ ภาพทง้ั ทางบวกและลบ สว่ นสุขภาพก็มไิ ด้หมายถงึ เรือ่ ง ของการเจบ็ ป่วยและความตายเทา่ นัน้ แตก่ วา้ งกวา่ นั้นโดยหมาย รวมถึงชวี ติ ความเป็นอยดู่ ้วย ดงั น้นั จงึ อาจเป็นไปไดท้ ี่ผลกระทบ ตอ่ สขุ ภาพอาจเน่อื งมาจากสภาพแวดล้อม หรอื เนือ่ งจากการใช้ ทรพั ยากรและเพ่ือใชบ้ รกิ ารจากสิ่งแวดลอ้ ม ทัง้ สิง่ แวดลอ้ มและ สขุ ภาพต่างเป็นผลจากพฤติกรรมและการรบั รู้ของมนษุ ย์ และ การด�ำ เนนิ ชีวติ ของมนษุ ย์ รวมถึงลักษณะทางประชากร เชน่ เพศ อายุ ลกั ษณะทางสังคม วัฒนธรรม ความเช่อื ทัศนคติ คา่ นยิ ม เปน็ ต้น ในทางกลับกนั ระบบสขุ ภาพและสิ่งแวดล้อมได้รับ อิทธพิ ลจากปัจจยั ต่างๆ มใิ ช่แต่นโยบายเทา่ นั้น แต่ยังรวมถงึ การพัฒนาดว้ ย เชน่ เทคโนโลยี การเปลยี่ นแปลงทางสงั คมและ เศรษฐกจิ ปจั จยั ภายนอกเหล่านีม้ ผี ลใหเ้ กิดการเปลีย่ นแปลง ภายในระบบ ตวั อย่างเช่น เปล่ียนสถานะทนุ ทางสงิ่ แวดลอ้ ม หรืออันตรายทางสิ่งแวดล้อมอันเนื่องจากการกระจายตัวของ ประชากร ลกั ษณะและพฤตกิ รรม เป็นต้น รจู้ กั เอช ไอ เอ 79
กระบวนการประเมนิ เอชไอเอแบบบรู ณาการ กระบวนการประเมนิ แบบบรู ณาการนี้ ค่อนขา้ งให้ความ สำ�คัญกบั ขนั้ ตอนแรกๆของกระบวนการ โดยแบง่ ข้ันตอนออก เปน็ 4 ข้นั ตอน ได้แก่ การกำ�หนดประเดน็ การออกแบบ การ ด�ำ เนนิ การและการประเมิน (issue-framing, design, execu- tion and appraisal) ขั้นตอนท่ี 1 การกำ�หนดประเด็น จดั เปน็ ขั้นตอนท่สี �ำ คัญ เนอ่ื งจากเป็นขนั้ ตอนทก่ี �ำ หนด ปัญหา (และวัตถปุ ระสงคข์ องการประเมนิ ) และก�ำ หนดขอบเขต ของการประเมนิ และทางเลอื กการจัดการ เปน็ การจัดท�ำ ขอบเขตของปัญหาว่าองค์ประกอบใดบ้างท่ีสำ�คัญและอะไรที่ไม่ สำ�คญั และเป็นการจัดท�ำ outline ของนโยบายท่คี วรได้รับการ พจิ ารณา หรอื อาจกล่าวไดว้ ่าขนั้ ตอนนีค้ อื การจดั ท�ำ โครงสร้าง ของโมเดลแนวคดิ (conceptual model) ของประเดน็ ปัญหา ท่ีตอ้ งการแก้ไข ทำ�ใหไ้ ดม้ าซ่งึ กรอบของการประเมนิ ขนั้ ตอนนี้ จงึ ตอ้ งการการมสี ่วนรว่ มท้งั นกั วทิ ยาศาสตร์ ผ้ใู ช้ผลการประเมนิ (เชน่ ผจู้ ดั ท�ำ นโยบาย) และผู้มสี ว่ นไดส้ ่วนเสียอืน่ ๆ จัดวา่ เปน็ ขั้นตอนท่ียากเพราะมีผู้เก่ียวข้องหลายฝ่ายซ่ึงต่างมีความเข้าใจท่ี แตกตา่ งกัน และต่างมีความกงั วลกบั ปญั หาที่แตกตา่ งกันออกไป มีเทคนิคหลายอย่างทสี่ ามารถนำ�มาใช้ไดส้ ำ�หรบั ข้นั ตอนน้ี เช่น 80 รจู้ กั เอช ไอ เอ
• การเลา่ เรอื่ งราวด้วยภาษาทีเ่ ข้าใจง่าย • Mindmaps ซงึ่ จัดวา่ เปน็ เทคนิคท่ียดื หยุ่นแสดงให้ เห็นถึงการรบั รู้สภาพปัญหาของประชาชนได้ • System diagrams ทำ�ใหเ้ ข้าใจสภาพปัญหาที่ซบั ซ้อน • Causal diagrams and directed acyclic graphs (DAGs) ซึ่งปจั จบุ นั นิยมใช้ในสาขาระบาดวิทยา ไมว่ ่าจะใชเ้ ทคนิคใดก็ตาม ขัน้ ตอนน้ีก็มใิ ชเ่ ปน็ ขัน้ ตอน ทงี่ า่ ยๆ เพราะต้องเกี่ยวข้องความซบั ซอ้ นตา่ งๆมากมาย องค์ ประกอบต่างๆเช่ือมโยงสัมพันธ์ซ่ึงกันและกันซ่ึงต้องวิเคราะห์ให้ เหน็ รว่ มกนั ดงั นนั้ จงึ จ�ำ เปน็ ต้องมีการกำ�หนดกฎหรอื ขอ้ ตกลง รว่ มกันก่อนเริ่มกระบวนการ ขน้ั ตอนท่ี 2 การออกแบบ (design) วตั ถปุ ระสงค์ของขัน้ ตอนนี้ คอื เพื่อเปลยี่ นโมเดลแนวคิด ในข้ันตอนแรกให้เปน็ รายละเอียดของการประเมนิ ตัวอย่างเชน่ การก�ำ หนดตวั แปรและความสมั พันธข์ องตวั แปร ผลกระทบทาง ตรง และกระทบทางอ้อม หรอื สูตร/โปรแกรมสำ�หรบั ใช้ค�ำ นวณ ในขน้ั การประเมนิ เปน็ ต้น ในการออกแบบน้ี ประกอบด้วย กิจกรรมสำ�คญั ได้แก่ • ระบสุ ถานการณ์ท่ีต้องการประเมนิ หรือ นโยบาย (policy scenarios) ซึ่งเป็นสิ่งสำ�คัญส�ำ หรับการประเมิน รูจ้ ัก เอช ไอ เอ 81
เป็นการเปรยี บเทยี บผลลัพธจ์ ากสถานการณห์ นึง่ กับ อีกสถานการณห์ น่งึ หรือกับสถานการณ์ทม่ี ากกวา่ หนง่ึ อาจเปน็ การเปรยี บเทยี บกรณีตา่ งๆทเ่ี กดิ ข้ึน • การให้น้ำ�หนักความสำ�คญั • รวบรวมข้อมูล • ประเมินขอ้ มูล • ทดสอบโมเดล • ข้นั ตอนการคัดกรอง (screening) ซ่ึงมีวตั ถุประสงค์ เพื่อหาวา่ การประเมินควรดำ�เนนิ การอยา่ งไร และการประเมินนัน้ ควรด�ำ เนินการหรอื ไม่ ทำ�ใหป้ ระหยัดเวลา งบประมาณ เพราะจะดำ�เนนิ การ เฉพาะประเด็นทีจ่ ำ�เปน็ และส�ำ คญั ขนั้ ตอนท่ี 3 การดำ�เนินงาน นบั เปน็ ขั้นตอนสำ�คัญ ประกอบดว้ ย ซนี ารโิ ออ้างองิ (reference scenarios) การจดั ท�ำ โมเดลและวเิ คราะห์ ทุนและผลกระทบทางส่งิ แวดล้อม ลกั ษณะ และการกระจายตัวของประชากร การเปิดเผยและการเข้าถงึ ข้อมลู การสนองตอบ/ค่านยิ มของคน ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ • สถานการณ์ทางเลอื ก (alternative scenarios) การ จดั ทำ�โมเดลและการวเิ คราะหห์ ัวข้อเช่นเดยี วกับ สถานการณอ์ า้ งอิง 82 รจู้ กั เอช ไอ เอ
• เปรยี บเทียบผลลพั ธ์ระหว่างสถานการณ์อา้ งองิ และ สถานการณ์ทางเลอื ก ผลลพั ธท์ ่ไี ด้จากขั้นตอนนีจ้ ะได้คือ ผลกระทบทางสุขภาพ ซ่ึงเปน็ วตั ถุประสงค์หลกั ขน้ั ตอนท่ี 4 การประเมิน จัดเปน็ ขั้นตอนสุดทา้ ย ไดแ้ ก่ การให้น้ำ�หนักและ ประเมินมาตรการผลลัพธ์ที่ได้จากสถานการณ์ต่างๆที่ได้คาด การณไ์ ว้ การจัดลำ�ดบั ความสำ�คญั การเขยี นรายงาน การประเมินผลกระทบสุขภาพแบบบูรณาการจัดได้ว่า เป็นการรวมเอาวิธีการสำ�คัญๆจากรูปแบบการประเมินความ เส่ียงแบบดง้ั เดิม และวิธีการแบบองค์รวม ได้แก่ HIA และ CRA ดังท่ีได้เน้นแล้วว่าวิธีการน้ีไม่ได้ตั้งใจให้เป็นวิธีการท่ีทดแทนวิธี การทีใ่ ชม้ ากอ่ นหน้านแี้ ต่อย่างใด แต่วธิ กี ารประเมนิ สุขภาพแบบ บูรณาการจำ�เป็นเมื่อต้องรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และ มคี วามทา้ ทายในทางปฏบิ ัติ รวมท้งั ตอ้ งการเงนิ ทุนส�ำ หรบั การ รวบรวมข้อมลู การจดั ทำ�โมเดล และการปรึกษาหารือกบั กลุ่ม ผู้มีสว่ นได้สว่ นเสีย และถา้ มีค่าใช้จา่ ยส�ำ หรับสงิ่ เหล่าน้ี ยอ่ ม หมายถงึ ประสิทธภิ าพของการตดั สินใจ การหาตวั อย่างใน ทางปฏิบตั ิเป็นไปได้ยาก ทำ�ได้เพยี งการประเมินผลโดย การ วเิ คราะห์ ต้นทนุ และผลประโยชน์ท่ีได้รับ รจู้ ัก เอช ไอ เอ 83
การสอ่ื สารความเสี่ยง HIA ร้จู ัก เอช ไอ เอ
การสื่อสารความเสีย่ ง1 เอชไอเอ พฒั นามาจากการรับรู้ความเสีย่ งของมนุษย์ โดยเชื่อว่ามนุษย์ย่อมมีปฏิกิริยาตอบสนองไปตามการรับรู้ถึง ความเสีย่ งที่มตี อ่ ตนเอง ชมุ ชน และสภาพแวดลอ้ มต่างๆ จงึ มนี ัก วิชาการจำ�นวนไม่น้อยให้ความสนใจศึกษาเรื่องความเส่ียงมาเป็น เวลานาน และแตกแขนงไปมากมาย โดยเฉพาะทีเ่ ก่ยี วกับการ สื่อสารความเส่ียง ซึง่ พบวา่ มีผลตอ่ การตดั สินใจ เพราะการตดั สนิ ใจมิไดข้ ึน้ กบั ข้อมูลแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ข้นึ กับกระบวนการ ส่อื สารความเสี่ยงสปู่ ระชาชนผู้ไดร้ ับผลกระทบด้วย ว่าส่งผลให้ เกดิ การรบั รอู้ ย่างไร การสอื่ สารความเส่ยี ง หมายรวมถึงกระบวนการระหว่าง ประชาชนดว้ ยกันเอง และระหวา่ งผู้เชยี่ วชาญและผซู้ ่ึงมไิ ด้เปน็ ผู้เชี่ยวชาญได้แลกเปล่ียนข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงซ่ึงกันและ กัน การแลกเปลี่ยนเหล่านเ้ี ก่ียวขอ้ งกบั การส่งผา่ นขอ้ มูลความ เส่ียง (หรอื risk message) จากผเู้ ชี่ยวชาญไปยงั ผทู้ ่ีไม่เชยี่ วชาญ เน้อื หาของความเสย่ี งเหลา่ นีโ้ ดยทว่ั ไปแล้วมาจาก (1) ข้อเทจ็ จริง หรือสมมตุ ฐิ านเกีย่ วกบั ระดบั ความเสี่ยงทีเ่ กดิ ขน้ึ ในระบบ (2) ความสำ�คัญหรือความหมายของความเสี่ยงท่ีสัมพันธ์กับประเด็น อนื่ ๆ หรอื (3) การตดั สนิ ใจ การกระท�ำ หรอื นโยบายเพือ่ จดั การ หรือควบคมุ ความเสีย่ ง รจู้ ัก เอช ไอ เอ 85
จากประสบการณ์กวา่ ห้าทศวรรษทผ่ี า่ นมา แสดงให้ เห็นวา่ คุณภาพการตดั สนิ ใจทตี่ ำ�่ มไิ ดม้ สี าเหตุจากการขาดขอ้ มลู ทีม่ คี ณุ ภาพเทา่ น้ัน แตจ่ ากงานวิจัยพบวา่ คณุ ภาพการตดั สนิ ใจสัมพันธ์อยา่ งสงู กบั กระบวนการสื่อสารความเสย่ี งท่ีส�ำ คญั 2 ประการคอื ประการแรก กระบวนการสื่อสารท�ำ ให้ประชาชน สามารถวิเคราะห์ไดอ้ ยา่ งงา่ ยๆ (ท้งั ทด่ี ว้ ยความตง้ั ใจหรือไม่ต้งั ใจ กต็ าม) ซึ่งย่อมส่งผลตอ่ การตดั สินใจ ประการทส่ี อง การตดั สิน ใจขึ้นอยู่กับการใช้ดุลพินิจสูงและเชื่อมโยงการนำ�เสนอข้อมูลท่ี สนับสนุนการตดั สินใจนน้ั ๆ การสื่อสารความเส่ยี งที่เนน้ การตัดสินใจ วิธีการสือ่ สารความเสี่ยง หรือ risk communication approach จริงๆแลว้ มนษุ ยเ์ รามีชดุ ความคิดและทศั นคติตอ่ ความเสี่ยงตา่ งๆอยู่แลว้ ในจิตใจ ดงั นน้ั การสอ่ื สารความเสีย่ งจงึ เป็นการทำ�ให้บุคคลใช้ดุลพินิจตัดสินใจด้วยชุดข้อมูลที่ทุกคนมีอยู่ แลว้ รว่ มกบั ขอ้ มูลใหม่ท่ไี ดร้ ับเพิ่ม และทสี่ ุดแล้ว แน่นอนวา่ จะ ทำ�ใหเ้ กิดพฤติกรรมการตอบสนองข้ึน อย่างไรกต็ าม วิธีการสอ่ื สารความเสย่ี งสามารถท�ำ ให้ บคุ คลมีความเขา้ ใจเก่ียวกับปัญหา การตัดสนิ ใจและอาจ ลบล้างอคติท่มี อี ย่ไู ด้ ท้ังนี้การท�ำ ให้การตัดสินใจมคี ณุ ภาพสูงขึน้ จำ�เป็นตอ้ งประกอบด้วย (1) ความตระหนักถงึ อคติตา่ งๆที่มผี ล 86 รจู้ ัก เอช ไอ เอ
ตอ่ การวเิ คราะห์ การใชด้ ุลพนิ จิ ตา่ งๆ เชน่ วธิ ีการใช้ผูแ้ ทน (rep- resentatives) ซงึ่ เปน็ รปู แบบทม่ี กั ใช้เมอื่ ต้องเผชญิ กับเร่อื งซบั ซอ้ น เชน่ กรณีชมุ ชนคัดเลอื กผูแ้ ทนท�ำ หน้าท่รี ับฟังข้อมลู จาก เจา้ ของโครงการ เป็นต้น (2) ความสมดลุ ของอารมณ์ความรูส้ ึก (balance affect-based response) เพ่ือกระตุ้นการวเิ คราะห์ ข้อมูลวิชาการโดยปราศจากอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามา เก่ียวขอ้ ง (3) ท�ำ ให้ข้อมูลหรอื ทางเลือกเป็นเรอ่ื งงา่ ยๆ เชน่ ลด การใชภ้ าษาวชิ าการ ท�ำ ใหข้ อ้ มลู ทางวิทยาศาสตร์สามารถเขา้ ใจ ไดง้ ่าย ประเดน็ ตา่ งๆเหลา่ น้จี �ำ เปน็ ตอ้ งตระหนกั ถึงเสมอตลอด กระบวนการส่ือสารเพ่ือการตัดสินใจควบคู่ไปกับการนำ�เสนอ ขอ้ มูลความเสย่ี ง ปรากฏว่าองค์ประกอบสำ�คญั ในการส่ือสาร ความเสีย่ งทีเ่ นน้ การตัดสินใจ (decision-focused risk com- munication) กค็ อื การทำ�ให้ผ้เู ขา้ ร่วมมกี ระบวนการคดิ อยา่ ง รอบคอบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่สัมพันธ์กับการจัดการความเส่ียง ด้านหน่ึงของกระบวนการน้ีก็คือควรช่วยให้ประชาชนให้ความ ส�ำ คัญกับคา่ นยิ ม (เช่น ความส�ำ คญั ของความยั่งยนื ) ซึ่งสามารถ แสดงออกด้วยความตัง้ ใจกระทำ�บางสิ่งบางอยา่ ง (เชน่ การลงมอื กระท�ำ เพ่ือสง่ เสริมความย่ังยืน) อีกด้านหนงึ่ ก็คอื ควรช่วยให้ ประชาชนแยกแยะระหว่างวิธกี ารและเปา้ หมาย (means and ends) ซง่ึ สามารถชว่ ยใหม้ คี วามคิดท่ชี ดั เจนเก่ยี วกับทางเลอื ก การจดั การความเสีย่ ง รจู้ ัก เอช ไอ เอ 87
ตัวอยา่ งเช่น ความพยายามในการจดั การความเสีย่ ง จำ�นวนมากทเี่ ก่ียวกับการเปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศท่เี น้นเร่ือง การคมนาคมและประสทิ ธิภาพการใชเ้ ชือ้ เพลิง เชน่ โครงการ ของหนว่ ยงานพทิ กั ษส์ ่งิ แวดลอ้ มแห่งสหรฐั อเมริกา (EPA: Envi- ronmental Protection Agency) ทีเ่ รยี กว่าการรณรงค์ “Live Green Go Yellow’ ซ่ึงมีวัตถปุ ระสงค์เพือ่ กระตนุ้ ใหเ้ กดิ การใช้ ยานพาหนะท่ีสามารถใช้เช้ือเพลงิ ทผี่ สมเอทเธอนอล การรณรงค์ มิไดเ้ นน้ ถึงการกระท�ำ เด่ียวๆ แตก่ ระตุ้นใหป้ ระชาชนคดิ ถึงความ แตกต่างระหว่างวัตถุประสงค์เชิงวิธีการและวัตถุประสงค์เชิงเป้า หมาย ในขณะทก่ี ารส่งเสริมการใชเ้ ชือ้ เพลงิ ให้มีประสิทธิภาพใน รถสว่ นตวั คนั หน่งึ เปน็ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ วิธีการ (means objec- tives) ส่วนวตั ถุประสงค์เชิงเป้าหมาย (ends objectives) ก็คือ การลดการปล่อยกรีนเฮ้าส์แก๊ซและลดความเร็วของการเกิดการ เปลีย่ นแปลงสภาพภมู ิอากาศ ทั้งน้สี ามารถใชก้ ารสอื่ สารหลาย วธิ ี เช่น ในรูปแบบของการนำ�เสนอข้อเท็จจริง การใชส้ ปอต ทางโทรทศั นแ์ ละวทิ ยุ สอ่ื สารเหล่าน้ีไมไ่ ด้เสนอทางเลือกเฉพาะ แต่เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนคิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์เชิงเป้า หมายมากกว่าการคิดถึงการกระท�ำ แบบเดีย่ วๆ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการ เลือกส่ิงซง่ึ มีผลตอ่ ตัวเอง และก�ำ หนดเป้าหมายของตวั เอง วา่ ต้องการบรรลอุ ะไร ทำ�ให้เกดิ ข้อคำ�ถามตอ่ มา “ประชาชน 88 รจู้ ัก เอช ไอ เอ
สามารถเลอื กทางเลอื กการจดั การความเสี่ยง “ที่ดีที่สุด” ได้ อย่างไร” ในบางกรณี เช่น กรณที ี่มีวตั ถุประสงคเ์ ดียว ทางเลือก ที่ดที ่สี ดุ อาจระบุได้ง่าย แต่ในหลายกรณไี ม่เปน็ เช่นน้นั เนือ่ งจาก มีวัตถปุ ระสงคท์ ่ีขัดแยง้ กัน (เช่น การลดต้นทนุ ให้ต�่ำ สดุ การเพ่ิม ความปลอดภัยสงู สดุ ฯลฯ) ดังนนั้ นักตัดสนิ ใจต้องตระหนกั ถึง ความจ�ำ เป็นของการรักษาความสมดลุ บางอยา่ งไว้ เช่น จำ�เป็น ต้องยกเลิกการกระทำ�บางอย่างเพื่อได้รับบางอย่างท่ีมีคุณค่าด้วย เชน่ กันแต่ด้วยเหตุผลท่แี ตกตา่ งกนั นักตัดสินใจส่วนมากต้องเผชิญกับการรักษาความสมดุล เน่ืองจากความขดั แยง้ ทางจติ วทิ ยา ด้วยเหตนุ ี้ การส่ือสารความ เส่ียงสามารถช่วยได้ในบางกรณีก็อาจทำ�ได้ง่ายๆด้วยการย้ำ�เตือน บ่อยๆถึงความจำ�เป็นของการรักษาความสมดลุ ส่วนในกรณีทซี่ บั ซ้อนมากขึ้น การสือ่ สารความเสีย่ งอาจเป็นแนวทางหรือเครอ่ื งมือ ทเ่ี ฉพาะแก่นกั ตัดสนิ ใจเกย่ี วกบั วา่ จะดำ�เนนิ การวเิ คราะหค์ วาม สมดุลไดอ้ ย่างไร เพื่อแสดงถึงประสิทธิภาพของการตัดสินใจที่ให้ความ สำ�คญั กับเทคนคิ การส่อื สารความเสย่ี ง ในทีน่ ี้ไดน้ ำ�เสนองานวิจยั ของ Arvai and Gregory (2003) ซึง่ ได้ศึกษาโดยมวี ัตถุประสงค์ เพ่ือให้ข้อมูลการตัดสินใจการทำ�ความสะอาดที่อยู่อาศัยของ ชมุ ชนทีต่ งั้ อย่ใู กล้กับบรเิ วณปนเปื้อนสารอนั ตราย 3 แหง่ ด้วยกนั งานวจิ ัยน้ีเป็นการเปรยี บเทยี บวิธีการส่อื สารความเสย่ี ง 2 วธิ ี โดย รูจ้ ัก เอช ไอ เอ 89
ท้ังสองวิธีเป็นไปเพื่อแจ้งข้อมูลให้แก่สมาชิกชุมชนเกี่ยวกับความ เสยี่ งจากบริเวณปนเปื้อนดังกลา่ ว วิธแี รก คอ่ นข้างเป็นวธิ กี ารแบบดั้งเดมิ ท่เี น้นการน�ำ เสนอข้อมูลทางเทคนิคจากการประเมินความเส่ียงและหาวิธีการ ปรับปรงุ จากความรู้ทางวิชาการท่ีมอี ยู่ เพอื่ ใหป้ ระชาชนสามารถ ตัดสนิ ใจไดจ้ ากรายละเอียดข้อมลู ทางวทิ ยาศาสตร์ทีน่ ำ�เสนอ วธิ ี การน้เี ปน็ วิธกี ารที่หนว่ ยงานพิทกั ษ์ส่งิ แวดลอ้ มแห่งสหรฐั อเมริกาใช้ วธิ ีที่สอง เป็นการใหข้ ้อมูลทางเทคนิคเชน่ กัน แตไ่ ดน้ ำ� เสนอเพ่ิมเติมเก่ียวกับข้อมูลที่เน้นการตัดสินใจซึ่งเป็นการพัฒนา ความสามารถของผู้มีส่วนร่วมที่มิใช่ผู้เช่ียวชาญเพื่อทำ�ให้เกิด ความสมดุลระหว่างวัตถุประสงค์ท่ีเป็นทางวิชาการและไม่เป็น วชิ าการ แม้ว่าท้ังสองวิธีการนี้จะนำ�เสนอข้อมูลทางวิชาการ เหมือนกนั ความต้ังใจท่ตี อ้ งการให้เปน็ การตดั สินใจท่ีอย่บู นฐาน คา่ นิยม (values-based decision) ท�ำ ให้ทง้ั สองวิธีนแี้ ตกตา่ งกัน มาก การวจิ ัยขอให้ผู้เขา้ ร่วมการสอื่ สารความเส่ียงท้ังสองวิธี ได้ตัดสินใจเก่ียวกับการจัดลำ�ดับความสำ�คัญการทำ�ความสะอาด บริเวณท่เี กดิ การปนเปอื้ นท้งั สามแห่ง ภายใต้เงื่อนไขของงบ ประมาณจำ�นวน 30 ล้านเหรยี ญอเมริกัน โดยผเู้ ขา้ รว่ มตอ้ งตอบ ค�ำ ถาม “self-rating’ ท้ังกอ่ นและภายหลงั การเข้ารว่ มการศึกษา 90 รจู้ ัก เอช ไอ เอ
ผลจากการศกึ ษาคร้ังน้ปี รากฏวา่ ประชาชนทีเ่ ข้ารว่ มวิธี การสอื่ สารความเสย่ี งเนน้ การตัดสินใจแบบค่านยิ ม หรือแบบท่ี สอง (เมื่อเปรยี บเทยี บกับผทู้ ี่เขา้ รว่ มแบบวิธดี ั้งเดมิ ) (1) รู้สกึ ไว้ วางใจหน่วยงานจัดการความเส่ียงซ่ึงเป็นผู้ให้ข้อมูลในระดับที่สูง กว่า (2) รู้สึกสบายใจสงู กวา่ กับการตัดสินใจสดุ ท้าย (3) พงึ พอใจ มากกว่าท่ีการตัดสินใจสุดท้ายได้สะท้อนถึงวัตถุประสงค์และ ความหว่ งใยของประชาชนท่เี ขา้ ร่วม ผลที่ไดจ้ ากการวจิ ยั ท่ีส�ำ คญั ท่สี ดุ กค็ ือ ในการตดั สนิ ใจที่ไม่มีความพยายามให้เกดิ การรกั ษา ความสมดุลนัน้ ประชาชนที่เข้ารว่ มในวิธกี ารส่ือสารแบบดั้งเดมิ มี แรงจูงใจสำ�หรับการตัดสินใจจากอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อบริเวณ ท่ีปนเป้ือน ในทางกลบั กัน ประชาชนที่เขา้ รว่ มในวธิ ีการท่ีสองมี แรงจูงใจสำ�หรับการตัดสินใจจากวัตถุประสงค์ที่พวกเขาต่างให้น้ำ� หนกั ผลการศึกษาที่ได้ยืนยันได้ถึงเหตุที่การสื่อสารความเส่ียง ที่เน้นการตัดสินใจกำ�ลังได้รับการยอมรับมากขึ้นในกลุ่มของการ ตัดสินใจนโยบายสาธารณะ รูจ้ ัก เอช ไอ เอ 91
ผ้เู ชีย่ วชาญพลเมอื ง HIA ร้จู กั เอช ไอ เอ
ผเู้ ชี่ยวชาญพลเมอื ง13 ประเทศไทยรวมถึงประเทศต่างๆ ทวั่ โลกต่างตอ้ งเผชิญ กับการต่อต้านจากประชาชนในหลายรูปแบบท่ีเก่ียวข้องกับ การพัฒนาและนโยบายของรัฐมากมาย ความขัดแย้งปรากฏให้ เหน็ ทัง้ ท่เี ป็นระดบั ท้องถนิ่ และความขดั แยง้ ท่ีขยายวงในระดับ ประเทศ ซงึ่ บางคร้งั นกั วชิ าการไดห้ ยิบยกประเดน็ ความสมดลุ ระหว่างส่ิงแวดล้อมกับการพัฒนาขึ้นในสังคมกระตุ้นให้สังคม ได้คิดและตดั สินหาความสมดลุ วา่ ควรเปน็ อยา่ งไร ตวั อย่างท่ี พบเหน็ ได้ทั่วไปในทกุ ประเทศ เชน่ การตอ่ ตา้ นไมเ่ หน็ ด้วยกับ การกอ่ สรา้ งโรงงานอตุ สาหกรรมในแหล่งชมุ ชนของตวั เอง ดว้ ย เกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากสารอันตรายต่างๆท่ีอาจปล่อย ออกจากโรงงานสสู่ ่งิ แวดล้อมภายนอก เป็นต้น ปรากฏการณ์ท่ี เกิดขึ้นเหล่านี้นักวิชาการมีความเห็นว่าเป็นความขัดแย้งระหว่าง ผเู้ ชี่ยวชาญและประชาชนทว่ั ไป โดยผู้เช่ยี วชาญมคี วามคดิ วา่ มลพษิ สงิ่ แวดลอ้ มท่ปี ลอ่ ยออกมามคี วามปลอดภัย แต่ประชา ชนทั่วๆไปต่างยืนยันว่าอันตราย ความคิดเหล่านี้ต่างเปน็ ท่ถี ก เถียงกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญและประชาชนท่ัวไปซึ่งเป็นงานวิจัย ที่เป็นท่ียอมรรับกันอย่างกว้างขวางศึกษาโดยกลุ่มนักวิจัยนำ�โดย Paul Slovic มาตงั้ แต่ชว่ งปลายทศวรรษ 1970 ทีม่ กี ารศกึ ษา เรื่อง “การรบั รคู้ วามเสยี่ ง” (risk perception) จากผลงานท่ีตี พิมพ์เผยแพร่จำ�นวนมากแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างกันของ ร้จู ัก เอช ไอ เอ 93
การคาดการณ์อัตราผู้เสียชีวิตระหว่างผู้เชี่ยวชาญและประชาชน ท่ัวไป และต่างใชเ้ หตุผลตา่ งๆเพ่อื ท�ำ ให้ความคดิ ของตนเอง สมเหตสุ มผล ผ้เู ชย่ี วชาญวิทยาศาสตร์ & ผู้เชี่ยวชาญพลเมือง งานวิจยั แรกๆ ออกแบบใหก้ ลมุ่ ประชาชนท่วั ไป 3 กลุ่ม คาดคะเนอัตราการเสยี ชีวิตจากเทคโนโลยสี มยั ใหมช่ นดิ ตา่ งๆ และเปรียบเทยี บกับกลมุ่ ผเู้ ชีย่ วชาญซงึ่ ผู้เก่ียวขอ้ งกบั การ ประเมนิ ความเสยี่ ง ผลการศึกษาปรากฏวา่ พลงั งานนิวเคลยี ร์ สารปอ้ งกนั และกำ�จดั ศัตรพู ืชและสัตว์ และเทคโนโลยอี ื่นๆ กลุ่ม ประชาชนท่ัวไปคาดคะเนอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าความเป็น จรงิ ท่ีเกดิ ขนึ้ ขณะทก่ี ลมุ่ เชี่ยวชาญมีการคาดคะเนท่ีแมน่ ย�ำ มากกว่า นกั วิจยั จึงไดต้ ้ังสมมุติฐานวา่ ประชาชนท่วั ไปคิดถึงสาร อันตรายโดยไม่ได้มีความเช่ือมโยงกับการเสียชีวิตท่ีคาดว่าจะเกิด ขึน้ แตเ่ ชื่อมโยงกบั คุณสมบตั ขิ องสารอันตราย ดงั น้นั ในงานวิจัย ต่อมาจึงได้พัฒนาแบบสอบถามท่ีประกอบไปด้วยรายการของ คุณสมบตั ิต่างๆท่ีคาดวา่ จะเป็นไปได้ ผลปรากฏว่า สารอันตราย ทป่ี ระชาชนทว่ั ไปคิดว่าเสยี่ ง กลบั ตอบวา่ “ไม่ทราบ หรือ un- known” (ไม่สงั เกตได้ ไม่คุ้นเคย มีผลชา้ และอื่นๆ) และ “กลัว” (ควบคมุ ไมไ่ ด้ ลดไม่ไดง้ ่ายๆ เป็นตน้ ) ในทางกลบั กัน สารอันตราย ท่ีประชาชนคดิ ว่าไมเ่ สย่ี งกลับรู้สึกความคุ้นเคยและควบคมุ ได้ 94 รจู้ กั เอช ไอ เอ
นกั วิจัยจงึ ไดข้ อ้ สรปุ รว่ มกนั วา่ ประชาชนท่ัวๆไปมิได้ ไมร่ ูถ้ ึงสิ่งซงึ่ เสยี่ ง “จรงิ ๆ” เมอื่ เทียบกับผเู้ ชย่ี วชาญก็พบวา่ ผู้ เชีย่ วชาญใชเ้ หตผุ ลมากกวา่ และกว้างขวางมากกวา่ ผเู้ ชย่ี วชาญ มิได้พจิ ารณาเฉพาะแตก่ ารลดการใช้ แตย่ ังมองกว้างไปถึง ประเด็นเชิงคุณภาพต่างๆ เช่น ความเป็นธรรม และความเท่า เทยี ม และยงั แสดงความกงั วลไปถงึ ต้นทนุ และประโยชนท์ ่ไี ด้รบั ดว้ ย คดิ ไปถงึ คนรุ่นตอ่ ไป และเก่ยี วกบั การด�ำ เนินชีวิตของบุคคล โดยสรปุ กลา่ วได้ว่าผเู้ ชยี่ วชาญไดใ้ ชค้ วามเชอื่ และค่านิยมมาใช้ ประกอบเหตผุ ลดว้ ย ในมุมมองดา้ นนโยบาย เหตุท่ีตอ้ งใหค้ วามสำ�คญั กบั การ ทปี่ ระชาชนได้รบั ร้ถู งึ บางส่งิ บางอยา่ งว่ามีความเสยี่ งนั้น ก็เพราะว่า ความคิดของประชาชนในฐานะพลเมืองควรมีผลต่อการตัดสินใจ ดา้ นการบริหารและนโยบายส่งิ แวดล้อม พลเมอื งย่อมตอ้ งการ ให้รัฐบาลให้ความสนใจต่อความคิดเห็นของพวกเขาเกี่ยวกับ ความอนั ตรายตา่ งๆ อนั เนอ่ื งจากการกำ�จดั ของเสียตา่ งๆจาก อตุ สาหกรรม โรงงานนวิ เคลยี ร์ เป็นต้น รฐั บาลกต็ อ้ งรบั ฟังความ คดิ เห็นเหล่าน้ี แตถ่ ้าเป็นผ้เู ชย่ี วชาญซ่งึ รัฐบาลกร็ ับฟังดว้ ยเชน่ กนั ไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั ความคิดของพลเมอื งที่คิดเก่ียวกับอันตราย ดงั นัน้ การรับรู้ความเส่ียงของพลเมืองจะมีผลต่อผู้ตัดสินใจได้ในทางใด บา้ ง และมากน้อยอย่างไร รจู้ ัก เอช ไอ เอ 95
ในเอกสารวิชาการด้านความเส่ียงได้นำ�เสนอคำ�ตอบ ไวส้ องค�ำ ตอบดว้ ยกัน ภายใตแ้ นวคดิ ของ “การสื่อสารความ เสย่ี ง” ส�ำ หรบั นกั วิชาการบางคน เช่ือวา่ ควรให้ความเคารพตอ่ ความพยายามของพลเมืองทีต่ อ้ งการใหเ้ กดิ ผลตอ่ รฐั บาล และ ผู้บริหารก็ควรนำ�เสนอความคิดของพลเมืองเกี่ยวกับความเส่ียง ต่อผเู้ ชีย่ วชาญ ดงั น้ัน เจา้ หน้าทห่ี น่วยงานกจ็ �ำ เป็นตอ้ งใหค้ วาม สนใจต่อพลเมอื ง เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจถึงสาเหตุท่เี ขามคี วามคิดเชน่ นน้ั เพื่อได้รับความไวว้ างใจ และเพือ่ ชว่ ยให้ผแู้ ทนหน่วยงาน ได้อธิบายข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และทางเทคนิคต่อพลเมืองได้ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ มุมมองนีส้ ะทอ้ นถึงความรอบคอบในการ กำ�หนดนโยบายสง่ิ แวดลอ้ มตา่ งๆ วา่ จะต้องต้งั อยู่บนพืน้ ฐานของ วิทยาศาสตร์ แตก่ ด็ เู หมือนว่าจะตอ้ งใสใ่ จมากขึน้ เกี่ยวกบั การลด การประทว้ งมากกว่าการลดมลพษิ สงิ่ แวดล้อม นักวชิ าการบาง คนต้งั คำ�ถามว่า “จะลดผลกระทบของการรับรคู้ วามเสี่ยง (ซง่ึ เขา คดิ วา่ เป็นเร่ืองท่เี ขา้ ใจกนั ผิด) ได้อยา่ งไร มากกว่าทจี่ ะต้งั คำ�ถาม วา่ จะลดความเสย่ี งนน้ั ๆได้อยา่ งไร” ค�ำ ตอบทสี่ อง กลา่ วไวว้ า่ พลเมอื งมีบางสงิ่ บางอยา่ งท่ี ต้องการเพิ่มให้กบั ผูต้ ัดสินใจ ในมุมมองน้ี เชือ่ วา่ การรับรู้ความ เสี่ยงของพลเมอื ง (แมว้ า่ จะมาจากเหตุผลจากผ้เู ชย่ี วชาญก็ตาม) ถือว่าเป็นสทิ ธิตามกฎหมาย ดงั นัน้ การส่ือสารความเสยี่ งจึงควร เป็นการส่อื สารแบบสองทาง โดยหน่วยงานเปน็ ผ้ใู หข้ ้อมูลทาง 96 รจู้ กั เอช ไอ เอ
เทคนคิ และพลเมืองใหค้ า่ นิยมทางสังคม ในคำ�พูดของ Peter Sandman “นักวิชาการเปน็ ผู้มคี วามเช่ยี วชาญเรื่องที่ว่ามีอะไร บ้างทอี่ ันตราย และอะไรบา้ งที่ไม่มอี ันตราย แตพ่ ลเมอื งเป็น ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญที่บอกได้ว่าอะไรบ้างท่ีทำ�ให้รู้สึกอันตราย หรือรู้สกึ กลัว และอะไรบ้างที่ไมร่ ้สู ึกอนั ตราย” การสื่อสารสองทาง มีหน่วยงานรัฐบาลจำ�นวนไม่น้อยที่ใช้การสื่อสารความ เส่ียงแบบสองทาง เชน่ U.S. Department of Health and Human Services’ Agency for Toxic Substances Disease Registry (ATSDR) ได้กล่าวกับนกั สอ่ื สารว่า “ประชาชนรู้สึก แคร์กับเร่อื งความไวว้ างใจ การไดร้ ับความเช่ือถอื ความสามารถ ความเป็นธรรม และการเอาใจใส่ มากกว่าเกย่ี วกบั สถิติและราย ละเอียดตา่ งๆ” EPA ได้กลา่ วว่า “ประชาชนเป็นผู้เช่ียวชาญในส่งิ ซง่ึ ทำ�ใหเ้ ขากลวั และสิง่ ซึง่ ท�ำ ใหเ้ ขารู้สกึ ไวว้ างใจ” New Jersey agency กลา่ ววา่ “คา่ นิยมและความรสู้ ึกของประชาชนเปน็ เรอ่ื ง ของความชอบตามกฎหมายในแง่ของประเด็นสุขภาพด้านส่ิง แวดล้อม และ....อาจส่อื สารถงึ ขอ้ มลู ทีม่ ีคุณค่า” เหล่าน้ีแสดงให้เห็นว่าการส่ือสารแบบสองทางเป็น เครื่องมอื ที่ดี แต่ไมม่ แี นวทางท่ชี ดั เจนวา่ เจา้ หนา้ ทีห่ น่วยงานควร กระทำ�อย่างไรหลังจากได้รับฟังเสยี งประชาชนแลว้ ดูเหมือนวา่ มี ทางเลอื ก 3 ทางเลอื ก กลา่ วคือ ทางที่ 1 เจ้าหน้าที่สามารถรับ ร้จู ัก เอช ไอ เอ 97
ฟงั ประชาชนอธิบายถงึ เหตผุ ลที่ประชาชนคดิ ว่าอนั ตราย แต่ก็ยงั สนับสนุนนโยบายส่ิงแวดล้อมตามที่ผู้เชี่ยวชาญคิดว่าไม่อันตราย ซึ่งเป็นทางเลือกแบบเดียวกับการสื่อสารทางเดียวและไม่ถือว่า การรับรคู้ วามเส่ียงของพลเมืองเปน็ สิ่งทีต่ ้องทำ�ตามกฎหมายและ เปน็ ส่งิ ท่ีมคี ุณคา่ ทางที่ 2 เจา้ หน้าทีส่ ามารถยอมรบั เหตผุ ล ของพลเมืองว่าอันตรายและยอมป้องกันภัยอันตรายที่อาจเกิด ขึน้ ขณะท่ผี ูเ้ ช่ียวชาญเช่ือว่าไม่อนั ตรายใดๆ เป็นทางเลอื กทีก่ าร ตัดสินใจทางสิ่งแวดล้อมควรอยู่บนฐานของสิ่งซ่ึงประชาชนเชื่อ แทนที่จะตัดสนิ ใจตามสง่ิ ทนี่ กั วิทยาศาสตร์รู้ ทางท่ี 3 เป็นทาง เลอื กทป่ี ระนปี ระนอม โดยไมไ่ ด้ปกปอ้ งใหก้ บั ประชาชนมากเทา่ ทีต่ ้องการแต่กม็ ิไดล้ ะเลยความร้ทู างวิทยาศาสตร์ทงั้ หมด นบั เป็น ทางเลือกทไ่ี มไ่ ดท้ ำ�ใหฝ้ ่ายใดฝ่ายหนง่ึ พอใจ ต่อมามีการเรียกร้องให้มีการจัดตั้งคณะทำ�งานท้อง ถิ่นโดยกลุ่มได้จัดต้ังข้ึนเพื่อต่อต้านการกำ�จัดของเสียหรือ อตุ สาหกรรมทป่ี ล่อยมลพิษ ความพยายามในลกั ษณะเช่นนเี้ กิด ขนึ้ ในสถานทม่ี ากมายหลายแหง่ ดังนัน้ จงึ ควรหันไปศกึ ษาเรอ่ื ง ราวทน่ี ักวิชาการได้เขียนเกย่ี วกับการมสี ว่ นร่วมของพลเมอื ง ซ่ึง จากเอกสารวิชาการแนะว่าความเข้าใจท่ีแตกต่างกันเรื่องการ สอื่ สารความเส่ียง และค�ำ ถามถงึ ความเที่ยงตรงของแนวคิดซง่ึ เป็นศนู ยก์ ลางของเอกสารรับรูค้ วามเส่ียงกค็ อื ความแตกตา่ ง ระหวา่ งพลเมืองกบั ผเู้ ชี่ยวชาญ 98 รู้จกั เอช ไอ เอ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153