-4- แผนการจดั การเรยี นรู้ฐานสมรรถนะ รหสั 20105-2002 วิชา วงจรไฟฟา้ กระแสตรง หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ พทุ ธศกั ราช 2562 ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม สาขาวิชาอเิ ลก็ ทรอนิกส์ นายสถาพร ธรรมโม ครูปะจาวชิ า แผนกวิชาอเิ ล็กทรอนิกส์ วทิ ยาลยั การอาชีพสอง สานกั งานคณะกรรมการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
- 4ก - คานา แผนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ รายวิชาวงจรไฟฟ้ากระแสตรง รหัสวิชา 20105-2002 แผนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะรายวิชานี้ จัดทาขึ้นโดยมีหน่วยการเรียนรู้ท้ังสิ้น 5 หน่วยการเรียนรู้ ประกอบไปด้วยหนว่ ยการเรียนรู้ หน่วยท่ี 1 แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้า หนว่ ยท่ี 2 ตัวตา้ นทาน ตัวเก็บประจแุ ละตัวเหนย่ี วนา หน่วยที่ 3 กฎของโอห์ม หน่วยท่ี 4 การต่อวงจรไฟฟ้า หน่วยที่ 5 การวิเคราะห์วงจรไฟฟา้ กระแสตรง จาก 5 หน่วยน้ี ได้ครอบคลุมการจัดการเรียนการสอนในระยะเวลา 18 สัปดาห์ โดยได้มีการ กาหนดการจัดสอบกลางภาคในสัปดาห์ท่ี 9 และการสอบปลายภาคในสัปดาห์ท่ี 18 ทั้งนี้ได้จัดการเรียนการ สอนโดยมุ่งสมรรถนะของผู้เรยี นเป็นสาคัญตามศักยภาพของผู้เรียนในแต่ละสาขาวิชา และมีการใช้เทคนิคการ จัดการเรยี นการสอนในศตวรรษท่ี 21 แผนการจัดการเรียนรู้นี้อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพกับผู้เรียนให้มากที่สุด หากมี ข้อบกพร่องประการใด ผู้จัดทาขอรับผิดชอบในการจัดการแก้ไขในโอกาสถัดไป นายสถาพร ธรรมโม ครผู สู้ อน
- 4ข - หนา้ สารบัญ ก ข เรื่อง 1 2 คานา 3 สารบัญ 5 จดุ ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะวชิ า และคาอธิบายรายวิชา 6 ตารางวิเคราะห์หลักสูตร 7 หน่วยการเรยี นรู้รายวิชา 16 กาหนดการเรียนรู้ 26 ตารางวเิ คราะหโ์ ครงสร้างเนอ้ื หาวชิ า 36 แผนการจัดการเรียนรหู้ น่วยที่ 1 46 แผนการจดั การเรยี นร้หู น่วยท่ี 2 แผนการจัดการเรียนรหู้ นว่ ยที่ 3 แผนการจดั การเรยี นรหู้ น่วยท่ี 4 แผนการจัดการเรียนร้หู นว่ ยท่ี 5
- 41 - จดุ ประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะวิชา และคาอธิบายรายวิชา รหัสวชิ า 20105-2002 รายวิชา วงจรไฟฟา้ กระแสตรง หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ พทุ ธศักราช 2562 ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม สาขาวชิ าอิเล็กทรอนกิ ส์ สาขางานอิเลก็ ทรอนิกส์ จดุ ประสงคร์ ายวิชา 1. เข้าใจกฎและทฤษฎีวงจรไฟฟ้ากระแสตรง 2. มที กั ษะในการคานวณคา่ ตา่ ง ๆ ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง 3. มที ักษะในการประกอบวงจร การใช้เคร่อื งมือวัดและทดสอบวงจรไฟฟา้ กระแสตรง 4. มเี จตคติที่ดีตอ่ วชิ าชีพ มีกจิ นิสยั ในการคน้ ควา้ เพ่มิ เติม ปฏิบัตงิ านด้วยความละเอยี ดรอบคอบ คานึงถึงความถูกต้องและปลอดภยั สมรรถนะประจาวิชา 1. แสดงความร้เู กย่ี วกับความสัมพนั ธข์ องค่าพรามิเตอร์ต่าง ๆ ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง 2. ประกอบและทดลองวงจรไฟฟ้ากระแสตรง คาอธบิ ายรายวิชา ศึกษา และปฏิบตั เิ ก่ียวกับแหลง่ กาเนิดไฟฟ้ากระแสดตรง แรงดันไฟฟา้ กระแสไฟฟา้ กาลังไฟฟา้ และพลังงานไฟฟฟา้ การอา่ นค่าตัวต้านทาน การตอ่ วงจรตัวต้านทานและเซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรม แบบขนาน และแบบผสม การคานวณหาค่าความต้านทาน กระแสไฟฟ้า แรงดนั ไฟฟ้าและกาลังไฟฟ้า โดยใช้กฎของโอหม์ วงจรแบ่งแรงดันและกระแสไฟฟา้ วงจรบรดิ จ์ กฎของเคอร์ชอฟฟ์ เมชเคอรเ์ รน ทฤษฏีของเทวินินและนอร์ตัน โนดโวลเตจ ทฤษฏีการวางซอ้ น การส่งถา่ ยกาลังไฟฟ้าสูงสุดในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง การประกอบวงจรและ วัดหาความสัมพันธข์ องแรงดันไฟฟา้ กระแสไฟฟ้า และความตา้ นทานตามทฤษฏวี งจรไฟฟา้ กระแสตรง
- 42 - ตารางวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหัสวิชา 20105-2002 รายวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี พุทธศักราช 2562 ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม สาขาวิชาอเิ ลก็ ทรอนิกส์ สาขางานอิเลก็ ทรอนกิ ส์ หนว่ ย ระดับพฤตกิ รรมท่ีพงึ ประสงค์ ท่ี ช่ือหน่วย พทุ ธพิสยั ทกั ษะพสิ ัย จติ พิสัย รวม 1234561234512345 1. แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้า 7 8 10 5 4 3 7 10 8 4 3 7 8 10 5 4 2. ตัวตา้ นทาน ตวั เกบ็ 7 8 10 5 4 3 7 8 10 4 3 7 8 10 5 4 ประจแุ ละตัวเหน่ียวนา 3. กฎของโอห์ม 7 8 10 6 4 3 7 8 10 4 3 7 8 10 5 4 7 8 10 6 4 3 7 8 10 6 3 7 8 10 5 4 4. การตอ่ วงจรไฟฟา้ 7 8 10 6 4 3 7 8 10 6 3 7 8 10 5 4 5. การวิเคราะห์วงจรไฟฟา้ กระแสตรง รวม 35 45 50 18 20 15 35 42 48 24 15 35 40 50 25 20 ลาดบั ความสาคัญ 3214563214532145 หมายเหตุ 1 = ความจา 2 = ความเข้าใจ ระดับพทุ ธพิสัย 3 = การนาไปใช้ 4 = การคดิ วิเคราะห์ 5 = การสังเคราะห์ 6 = ประเมนิ ค่า ระดับทักษะพสิ ัย 1 = การเลียนแบบ 2 = ทาตามแบบ 3 = ความถูกตอ้ งตามแบบ 4 = การกระทาอย่างต่อเน่ือง ระดบั จิตพสิ ัย 5 = การทาจนเคยชิน 1 = การเรยี นรู้ 2 = การตอบสนอง 3 = การสร้างคณุ ค่า 4 = การกระจัด 5 = การสรา้ งลักษณะนิสัย
- 43 - หนว่ ยการเรียนรรู้ ายวิชา รหัสวิชา 20105-2002 รายวชิ า วงจรไฟฟ้ากระแสตรง หลักสตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาอตุ สาหกรรม สาขาวิชาอิเล็กทรอนกิ ส์ สาขางานอเิ ล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ สมรรถนะรายหน่วย 1 แหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ 1. ดา้ นความรู้ 1.1 แหล่งกาเนิดไฟฟา้ 2 ตวั ตา้ นทาน ตัวเก็บประจุและตัว 1.2 ไฟฟา้ สถิต เหนีย่ วนา 1.3 ไฟฟา้ กระแส 1.4 ไฟฟ้ากระแสตรง 3 กฎของโอห์ม 2. ดา้ นทักษะ 2.1 สามารถต่อวงจรและทดสอบแหลง่ กาเนิดไฟฟา้ ได้ 3. รบั รู้ ตอบสนอง เห็นคุณค่า จัดระบบคุณค่า พฒั นา ลักษณะนิสัย ในเร่ืองแหล่งกาเนิดไฟฟา้ 4. น้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการ ปฏิบตั งิ าน 5. แสดงพฤตกิ รรม ลกั ษณะนิสยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ เจตคติท่ีดีงาน 1. ดา้ นความรู้ 1.1 คุณสมบัติ ชนิด หน่วยและการอา่ นค่าตัวตา้ นทาน 1.2 คุณสมบัติ ชนิด หนว่ ยและการอ่านค่าตวั เกบ็ ประจุ 1.3 คุณสมบตั ิ ชนิด หน่วยและการอ่านค่าตวั เหนีย่ วนา 2. ด้านทักษะ 2.1 สามารถสามารถตรวจสอบ และประยุกต์ใช้ตวั ต้านทาน ตัวเก็บประจุและตัวเหนี่ยวนาได้ 3. รบั รู้ ตอบสนอง เห็นคุณค่า จัดระบบคณุ ค่า พฒั นา ลักษณะนิสยั เรอ่ื งตัวต้านทาน ตวั เก็บประจุและตวั เหนยี่ วนาได้ 4. น้อมนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการ ปฏิบตั ิงาน 5. แสดงพฤตกิ รรม ลกั ษณะนิสยั คุณธรรม จริยธรรม และ เจตคตทิ ี่ดีงาน 1. ดา้ นความรู้ 1.1 การใชก้ ฎของโอห์ม 1.2 การคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า 1.3 การคานวณหาค่าแรงดนั ไฟฟ้า
หน่วยท่ี ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ -4- 4 การตอ่ วงจรไฟฟา้ สมรรถนะรายหน่วย 5 วิเคราะห์วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 2.-ด11า้.4น-ทกกั าษรคะานวณหาค่าความตา้ นทานไฟฟ้า 2.1 สามารถสามารถตรวจสอบ และประยกุ ต์ใช้กฎของ โอหม์ 3. รับรู้ ตอบสนอง เห็นคณุ ค่า จัดระบบคุณคา่ พฒั นา ลกั ษณะนิสยั เรอ่ื งกฎของโอห์ม 4. น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการ ปฏบิ ตั ิงาน 5. แสดงพฤตกิ รรม ลกั ษณะนิสัย คณุ ธรรม จริยธรรม และ เจตคตทิ ี่ดงี าน 1. ดา้ นความรู้ 1.1 คณุ สมบตั ขิ องวงจรไฟฟา้ แบบต่าง ๆ 1.2 การคานวณคา่ วงจรไฟฟา้ แบบต่าง ๆ 2. ด้านทกั ษะ 2.1 สามารถต่อวงจรและทดสอบวงจรไฟฟ้าแบบต่าง ๆ ได้ 3. รบั รู้ ตอบสนอง เหน็ คุณค่า จัดระบบคณุ คา่ พัฒนา ลักษณะนิสยั เร่ืองการต่อวงจรไฟฟา้ 4. น้อมนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการ ปฏบิ ตั ิงาน 5. แสดงพฤติกรรม ลกั ษณะนิสัย คณุ ธรรม จริยธรรม และ เจตคตทิ ่ีดีงาน 1. ดา้ นความรู้ 1.1 วงจรแบ่งแรงดันและกระแส 1.2 วงจรบริดจ์ 1.3 กฎของเคอรซ์ อฟ์ 1.4 ทฤษฏขี องเทวนิ นิ /นอรต์ นั 1.5 การคานวณเมซเคอรเ์ รนซ์ 1.6 โนดโวลเตจ 2. ดา้ นทกั ษะ 2.1 สามารถตอ่ วงจรและทดสอบวงจรไฟฟ้าได้ 3. รับรู้ ตอบสนอง เหน็ คณุ ค่า จดั ระบบคุณค่า พฒั นา ลกั ษณะนิสัย เร่ืองการคานวณวงจรไฟฟา้ 4. น้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการ ปฏบิ ัติงาน 5. แสดงพฤติกรรม ลกั ษณะนิสัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ เจตคตทิ ีด่ ีงาน
- 45 - กาหนดการเรยี นรู้ รหสั วิชา 20105-2002 รายวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชพี พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวชิ าอิเล็กทรอนิกส์ สาขางานอิเลก็ ทรอนิกส์ สปั ดาห์ หนว่ ย ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ ช่ัวโมงที่ เวลา ท่ี ท่ี (ช.ม.) 1 1 แหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ 1-4 4 1. แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้า 2. ไฟฟ้าสถิต 3. ไฟฟา้ กระแส 4. ไฟฟ้ากระแสตรง 2-4 2 ตวั ตา้ นทาน ตัวเก็บประจุและตัวเหน่ียวนา 5-16 12 17-32 16 1. คณุ สมบตั ิ ชนดิ หน่วยและการอ่านคา่ ตวั ต้านทาน 2. คุณสมบตั ิ ชนดิ หน่วยและการอ่านค่าตวั เกบ็ ประจุ 3. คุณสมบัติ ชนิด หนว่ ยและการอา่ นคา่ ตวั เหนีย่ วนา 5-8 3 กฎของโอห์ม 1. การใช้กฎของโอหม์ 2. การคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า 3. การคานวณหาคา่ แรงดันไฟฟ้า 4. การคานวณหาค่าความต้านทานไฟฟ้า 9-12 4 การต่อวงจรไฟฟา้ 33-48 16 1. คุณสมบตั ิของวงจรไฟฟา้ แบบต่าง ๆ 49-68 20 2. การคานวณคา่ วงจรไฟฟา้ แบบต่าง ๆ 69-72 4 13-17 5 วเิ คราะห์วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 72 1. วงจรแบง่ แรงดันและกระแส 2. วงจรบริดจ์ 3. กฎของเคอร์ซอฟ์ 4. ทฤษฏีของเทวนิ นิ /นอร์ตัน 5. การคานวณเมซเคอรเ์ รนซ์ 6. โนดโวลเตจ 18 สอบปลายภาคเรียน
- 46 - ตารางวิเคราะหโ์ ครงสรา้ งเนอื้ หาวิชา ความสอดคล้องกับจดุ ประสงคแ์ ละสมรรถนะรายวิชา รหัสวิชา 20105-2002 รายวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง หลักสูตร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ พทุ ธศักราช 2562 ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม สาขาวิชาอเิ ล็กทรอนกิ ส์ สาขางานอิเลก็ ทรอนกิ ส์ หนว่ ย หวั ข้อเนอื้ หา จานวน จุดประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะ ที่ คาบ 1234 รายวิชา 4 - 12 1 แหล่งกาเนิดไฟฟ้า - 1. แหล่งกาเนิดไฟฟา้ 12 2. ไฟฟา้ สถติ 3. ไฟฟ้ากระแส 16 4. ไฟฟ้ากระแสตรง 16 2 ตวั ต้านทาน ตวั เก็บประจุและตวั เหน่ียวนา 20 1. คุณสมบตั ิ ชนดิ หน่วยและการอา่ นคา่ ตวั ต้านทาน 2. คุณสมบตั ิ ชนิด หนว่ ยและการอา่ นคา่ ตวั เกบ็ ประจุ 3. คณุ สมบัติ ชนิด หน่วยและการอา่ นคา่ ตวั เหนีย่ วนา 3 กฎของโอห์ม 1. การใช้กฎของโอหม์ 2. การคานวณหาคา่ กระแสไฟฟ้า 3. การคานวณหาค่าแรงดันไฟฟ้า 4. การคานวณหาค่าความต้านทานไฟฟ้า 4 การตอ่ วงจรไฟฟ้า 1. คุณสมบตั ิของวงจรไฟฟ้าแบบตา่ ง ๆ 2. การคานวณค่าวงจรไฟฟ้าแบบต่าง ๆ 5 วิเคราะห์วงจรไฟฟา้ กระแสตรง 1. วงจรแบง่ แรงดนั และกระแส 2. วงจรบรดิ จ์ 3. กฎของเคอรซ์ อฟ์ 4. ทฤษฏขี องเทวนิ ิน/นอร์ตัน 5. การคานวณเมซเคอร์เรนซ์ 6. โนดโวลเตจ
- 47 - แผนการจดั การเรียนรู้ รหสั วชิ า 20105-2002 รายวิชา วงจรไฟฟา้ กระแสตรง หนว่ ยที่ 1 ชอื่ เรื่อง /งาน แหล่งกาเนิดไฟฟา้ เวลา 4 ชม. สัปดาห์ 1 1. หัวข้อเร่ือง /งาน แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ 2. สาระสาคัญ แหล่งกาเนิดไฟฟา้ คอื ตน้ กาเนดิ ของกาลังไฟฟา้ หรือแรงเคลอ่ื นไฟฟา้ ซึง่ มีวิธีการต่าง ๆ ที่จะ ทาให้กาเนิดไฟฟ้าขน้ึ มา เช่น กาเนดิ มาจากพลงั งานความร้อน พลังงานกล พลังงานแสง ปฏิกริ ิยาเคมี ไฟฟ้ากระแสเป็นไฟฟ้าที่นิยมใช้โดยท่ัวไป เซลล์ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ เซลล์ไฟฟ้าปฐมภูมิ และเซลทุติยภูมิ เซลล์ปฐามภูมิเป็นเซลล์ท่ีไม่สามารถนากลับมาประจุใช้ใหม่ได้ เช่น ถ่านไฟฉาย แต่ เซลลท์ ตุ ยิ ภมู ิสามารถนากลับมาประจใุ ชใ้ หม่ได้ เช่น แบตเตอรี่ กรดตะกวั่ แบตเตอรลี่ เิ ทยี ม เป็นต้น 3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 3.1 จดุ ประสงค์ทว่ั ไป 3.1.๑ เพือ่ ใหน้ ักเรยี นมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับชนิดของไฟฟ้า แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้า 3.1.2 เพอ่ื ให้นกั เรยี นมีทักษะการต่อวงจรและทดสอบแหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ 3.1.3 เพือ่ ใหน้ กั เรยี นมีคุณธรรม และบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม 3.2.๑ บอกแหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้าและชนดิ ของไฟฟ้าได้ 3.๒.2 สามารถสามารถต่อวงจรและทดสอบแหลง่ กาเนิดไฟฟา้ ได้ 3.2.3 นกั เรยี นมคี ณุ ธรรม และบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 4. สาระการเรยี นรู้ 4.1 แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้า 4.2 ไฟฟ้าสถิต 4.3 ไฟฟ้ากระแส 4.4 ไฟฟา้ กระแสตรง 5. กจิ กรรมการเรียนรู้ ( เน้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั ด้วยวธิ ีการสอน เทคนคิ การสอน กระบวนการสอนท่ี หลากหลายเหมาะสมกับรายวชิ า ) 5.1 การนาเขา้ สบู่ ทเรียน 5.1.1 ครูนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับแหล่งกาเนิดไฟฟ้า โดยครอบคลุมถึงเนื้อหาของการเรียนรู้ ในหน่วยที่ 1 ในแตล่ ะหวั ขอ้ น้นั จะมกี ารนาเสนอก่อนเขา้ สบู่ ทเรียนที่แตกต่างกนั ในแตล่ ะหวั ข้อ 5.1.2 ครูใช้คาถามนาในการระหว่างการแนะนาเข้าสู่บทเรียน เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการมีส่วน รว่ มในการนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
-- 48 -- 5.2 การเรยี นรู้ 5.2.1 ครูให้ผู้เรียนได้ศึกษาและเรียนรู้จากสื่อ ใบงาน และการทากิจกรรมในช้ันเรียน โดย เนน้ การทา กจิ กรรมการทาการเรยี นรู้แบบกลมุ่ 5.2.1 ครูและผู้เรียนรว่ มกันแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ในหัวขอ้ การเรียนรใู้ นหนว่ ยท่ี 1 5.3 การสรุป 5.3.1 ครูสรุปสาระการเรียนรู้ ในด้านของทฤษฎี และการปฏิบัติ พร้อมท้ังองค์ความรู้ท่ีได้ จากการเรยี นรใู้ นหน่วยท่ี 1 5.3.2 ครูสงั เกตพฤติกรรม ในระหว่างการจัดการเรียนรู้ในห้องเรยี น และผลสัมฤทธ์ิจากการ ทากจิ กรรมกลมุ่ ตลอดจนการมสี ่วนร่วมในการแสดงความคิดเหน็ ระหว่างเรียน ๖. ส่ือการเรียนรู้ 6.1 สือ่ สง่ิ พิมพ์ : เอกสารประกอบการเรียนรู้ในเร่ือง แหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ จากหนงั สือเรยี นวงจรไฟฟ้า กระแสดตรง รหสั วชิ า 20105 – 2002 6.2 ส่ือโสตทศั น์ : โปรแกรมนาเสนอข้อมูล (Power point) หวั ขอ้ แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้า 6.3 หุ่นจาลองหรือของจริง (ถ้าม)ี : บอร์ดทดลองวงจรไฟฟ้ากระแสตรง 6.4 อืน่ ๆ (ถา้ มี) : เรียนออนไลน์ (On-line) ผ่าน Google Classroom , Google Meet 7. การวดั ผลและประเมนิ ผล 7.1 วธิ ีการวัดผลประเมิน 7.1.1 กอ่ นเรยี น : แบบวดั ผลประเมนิ ผลความรู้ก่อนเรียน 7.1.2 ขณะเรียน : การสงั เกต และพฤติกรรมระหว่างการเรียน ๗.๑.๓ หลังเรยี น : ใบงาน แบบทดสอบเฉพาะหน่วย และแบบวัดผลประเมนิ ความรหู้ ลงั เรยี น 7.2 เครื่องมือในการวดั และประเมนิ ผล 7.2.1 แบบทดสอบ 7.2.2 ใบงาน 7.3 เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล 7.3.1แบบทดสอบหลังเรียนและแบบฝึกหัดท้ายหนว่ ยเรียนท่ี 1 แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้า เกณฑผ์ ่าน ทาถกู ต้อง 60 % ขน้ึ ไป 7.3.2 แบบประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านหน่วยที่ 1 แหลง่ กาเนิดไฟฟ้า เกณฑ์ผ่าน 60 % ขน้ึ ไป ๗.๓.๓ แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่ กบั การประเมินตามสภาพจรงิ ๘. กจิ กรรมเสนอแนะ /งานมอบหมาย (ถา้ มี) 8.1 กจิ กรรมเสนอแนะ - 8.2 งานมอบหมาย ใหน้ กั ศกึ ษาไปค้นคว้าทาความเข้าใจเรอื่ ง “การกาเนดิ ไฟฟ้ากระแสตรง” จากหนังสอื ตารา และอินเตอร์เน็ต
- 49 - ๙. เอกสารอา้ งอิง /บรรณานุกรมประจาหน่วย (หนังสอื ตาราหรือเอกสารประกอบการเรียนการสอบใน หน่วยน้นั ๆ หรือส่ือและแหล่งการเรียนรู้ในกรณคี น้ คว้าเพ่ิมเติม) 9.1 อดลุ ย์ กลั ยาแก้ว . วงจรไฟฟ้ากระแสตรง. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์สง่ เสรมิ อาชีวะ , ๒๕62. ๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ ๑๐.๑ ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๐.๒ ปัญหาและอปุ สรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๐.๓ แนวทางแกไ้ ข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๐.๔ ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ลงช่ือ ลงชอ่ื ….………………………... ……..……………………. …………………………… () () () รองผู้อานวยการฝา่ ยวิชาการ ครูผูส้ อน หัวหนา้ แผนก
--140-- ใบงานท่ี 1 เรื่อง แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ รหสั วชิ า 20105-2002 รายวชิ า วงจรไฟฟา้ กระแสตรง หลักสตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ พทุ ธศักราช 2562 ประเภทวิชาอตุ สาหกรรม สาขาวิชาอเิ ลก็ ทรอนิกส์ สาขางานอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ วตั ถุประสงค์ 1. ศึกษาแหล่งกาเนิดไฟฟา้ 2. สามารถวดั และทดสอบแหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าได้ เครอื่ งมือและอุปกรณ์ 1. เซลล์ถ่านไฟฉาย 3 กอ้ น 2. เซลล์แบตเตอรล่ี เิ ธ่ยี ม 3 กอ้ น ลาดบั ขัน้ การทดลอง 1. ตง้ั มลั ตมิ เิ ตอรส์ เกล 2.5 V DC วดั แรงดันของถา่ นไฟฉายทลี ะก้อนดังรูปที่ 1.1 อ่านค่าแรงดนั พรอ้ มบนั ทึกค่าแรงดันและสภาพของเซลลล์ งในตารางท่ี 1.1 เซลลถ์ า่ นไฟฉาย 1.5 V มัลติมเิ ตอร์ 5A สเกล 2.5 VDC +- รปู ท่ี 1.1 แสดงการวดั ทดสอบแรงดันของเซลลถ์ ่านไฟฉาย ตารางท่ี 1.1 เซลลท์ ี่ แรงดันที่วัดได้ สภาพ (V) เสอื่ ม/หมดสภาพ 1 2 เซลล์ถา่ นไฟฉายเสอ่ื มหมายถงึ ถา่ นไฟทว่ี ัดแรงดนั ได้ไม่ถงึ 1.5 V 3 เซลลถ์ ่านไฟฉายหมดสภาพหมายถึงถ่านไฟทว่ี ดั แรงดันได้ 0 V หมายเหตุ
--141-- 2. ต้งั มลั ติมิเตอรส์ เกล 10 V DCวัดแรงดนั ของเซลล์แบตเตอรล่ี เิ ธ่ยี มทลี ะก้อนดังรูปที่ 1.2 อา่ นค่าแรงดันพร้อมบนั ทึกค่าและสภาพของเซลลล์ งในตารางที่ 1.2 10 V 3.7V +- 3000mA รูปที่ 1.2 แสดงการวดั ทดสอบแรงดันของแบตเตอร่ลี เิ ทียม ตารางท่ี 1.2 เซลล์ท่ี แรงดันท่ีวัดได้ สภาพ (V) ประจุเตม็ / ประจใุ กล้หมด 1 2 3 หมายเหตุ ประจเุ ต็มหมายถึงเซลลท์ ม่ี ีแรงดนั อย่รู ะหวา่ ง 4 V-4.2 V สรุปและวจิ ารณ์ผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………….
- 4 - - 12 แบบประเมนิ การปฏิบัติงานแ รหสั วิชา....... 20105-2002......ช่อื วิชา......วงจรไฟฟ้ากระแสตรง.....หน ท่ี ข้นั เตรียม ขนั้ ปฏบิ ัตงิ า รายการประเมนิ ช่ือ-นามสกลุ ื้พนท่ีป ิฏ ับ ิตงาน วัส ุด/ ุอปกร ์ณ การแ ่ตงกาย การวางแผนปฏิ ับ ิตงาน การใช้เคร่ือง ืมอ หมายเหตุ การใหค้ ะแนนผลการปฏบิ ัติงาน 1 = ปรับปรงุ , 2 = พอใช้ , 3 การให้คะแนนระดับสมรรถนะ ๑ = ทาเลียนแบบ, ๒ = ทาตามแ คาอธิบายระดบั สมรรถนะการปฏิบตั ิงาน ระดบั ท่ี ๑ สามารถปฏิบัตงิ านใหส้ าเรจ็ ไดโ้ ดยการเลียนแบบ หรอื การปฏิบัติตามผู้อ่ืน ก ระดับท่ี ๒ สามารถปฏิบตั งิ านใหส้ าเร็จไดโ้ ดยศกึ ษาจากแบบ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ระดับท่ี ๓ สามารถปฏิบตั งิ านให้สาเร็จ และถูกตอ้ งไดโ้ ดยศึกษาจากแบบ ใบงาน ใบมอ ระดบั ที่ ๔ สามารถปฏบิ ตั งิ านตามระดับที่ ๓ ไดอ้ ย่างต่อเน่ือง ระดับที่ ๕ สามารถปฏิบตั ิงานตามระดับท่ี ๓ และ ๔ ให้เกิดความชานาญจนเคยชนิ เป็น
2- และสมรรถนะการปฏบิ ตั ิงาน นว่ ยท.ี่ .....1.......ชือ่ เรื่อง............แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้า................................... าน ผลผลติ กจิ นสิ ัย คะแนนระดับสมรรถนะ การเลือกใช้วัส ุด ลา ัดบข้ันการ สมรรถนะท่ี เสร็จตามเวลา เฉลย่ี ความ ูถก ้ตอง รวม ประสิทธิภาพ ความประ ีณต 1 2 3 45 การตรง ่ตอเวลา ความสะอาด ความปลอด ัภย ความเ ็ปนระเ ีบยบ รวมคะแนนการป ิฏ ับ ิตงาน = ดี แบบ, 3 = ทาถูกตอ้ งตามแบบ, ๔ = ทาอย่างต่อเนื่อง, ๕ = ทาจนเคยชินเป็นนสิ ยั การปฏิบตั ิตามตวั อย่างหรือสิ่งที่มีอย่แู ลว้ น โจทยก์ จิ กรรม และอื่นๆ อบหมายงาน โจทยก์ จิ กรรม และอ่ืนๆ นนิสยั
ขยัน - 4 - - 13 ประหยัด แบบประเมนิ ผลด้านจ ซื่อ ัสตย์ ความ ีมวิ ันยรหัสวชิ า....... 20105-2002......ช่อื วชิ า......วงจรไฟฟ้ากระแสตรง.....หน ุสขภาพลาดับ รายการประเมิน สะอาด ท่ี ชอื่ -สกุล หมายเหตุ การใหค้ ะแนน ๑ = ปรบั ปรงุ , ๒ = พอใช,้ ๓ = ดี
สามคั คี 3- มีน้าใจ จติ พิสัย (ภาคทฤษฏี) การประหยดั นว่ ยที่......1.......ชอ่ื เร่อื ง............แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ ................................... ความรบั ผิดชอบ มมี นุษยสมั พนั ธ์ รวม ความซอ่ื สัตย์สจุ รติ ความสนใจใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความคิดริเรมิ่ มีความอดทน รกั ส่ิงแวดลอ้ ม
คา ัศพท์/คา ินยาม - 4 - - 14 ขั้นตอน/วิธีการปฏิบั ิต แบบประเมินผลด้านพ ความคิดรวมยอดในเ ้นือเร่ือง การแปลความ/ตีความหมายรหัสวิชา....... 20105-2002......ชื่อวชิ า......วงจรไฟฟา้ กระแสตรง.....หน รายการประเมิน ความรคู้ วามจา ความเขา้ ใจ ท่ี ช่ือ - นามสกลุ หมายเหตุ การให้คะแนน ๑ = ปรบั ปรุง, ๒ = พอใช้, ๓ = ดี (รายละเอยี ดของการประเมนิ สามารถปรบั ข้อความให้เหมาะสมกบั รายวชิ า)
การขยายความ 4- การนาความรู้ ความเข้าใจ พุทธพิสัย (ภาคทฤษฏี) การนาวิธกี ารไปแก้ปญั หา น่วยท.่ี .....1.......ชื่อเรอ่ื ง............แหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ ................................... การแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ จ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การ การประเมนิ วเิ คราะหต์ ามความสาคญั วเิ คราะหต์ ามความสมั พันธ์ สงั เคราะห์ ค่า วิเคราะห์ตามหลักการปฏิบัติ การวางแผน/การออกแบบ รวม การนาสง่ิ ท่ีเรียนร้มู าผสมผสานสรา้ งสรรค์ส่งิ ใหม่(๓๐) ตัดสนิ ใจจากข้อเท็จจรงิ ตดั สนิ ใจจากเกณฑ์การยอมรับของสังคม
- 4 - - 15 แบบประเมนิ ผลคุณ รหัสวิชา....... 20105-2002......ชอ่ื วชิ า......วงจรไฟฟา้ กระแสตรง.....หน ลาดบั การประเมนิ คณุ ภาพของงาน ท่ี คณะทางาน ความ ัรบผิดชอบ ่ตอห ้นาที่ ้ัขนตอนการทางาน เวลา ความ ่รวม ืมอในการทางาน รวม มีการมอบหมายหน้า ่ีท ีมการวางแผน หมายเหตุ เกณฑ์การให้คะแนนการประเมนิ การทางานเปน็ กลมุ่ เกณฑ์การตัดสิน พฤติกรรม/ผลงาน อยู่ในเกณฑด์ ี ได้ ๓ คะแนน ชว่ งคะแนน ร ๒๑ – ๓๐ = พฤตกิ รรม/ผลงาน อยูใ่ นเกณฑป์ านกลาง ได้ ๒ คะแนน ๑๑ – ๒๐ = ๐ – ๑๐ = พฤติกรรม/ผลงาน อยู่ในเกณฑ์พอใช้ ได้ ๑ คะแนน พฤตกิ รรม/ผลงาน อยใู่ นเกณฑป์ รับปรงุ ได้ ๐ คะแนน
5- ณภาพผลงานกล่มุ น่วยท่.ี .....1.......ชอื่ เร่อื ง............แหล่งกาเนิดไฟฟา้ ................................... การประเมนิ การทางานเปน็ กลุ่ม มีการช่วยเหลือ ักนและ ักนในก ุ่ลม ความคิดเ ็หน ู้ผอ่ืน ใ ้ชห ัลกประชาธิปไตย ผลงานเสร็จทันตามกาหนดเวลา ความ ูถก ้ตองของผลงาน ความ ู้ร ความเ ้ขาใจในการทางาน อธิบายและตอบคาถาม การจัดเ ็กบวัส ุด อุปกร ์ณ เรียบร้อย รวม รวมทั้ง ้สิน นคุณภาพ ความร่วมมือในการทางาน ๔ คะแนน ๓ คะแนน ระดับคณุ ภาพ ทกุ คนมีส่วนรว่ มและให้ความร่วมมืออย่างเตม็ ท่ี ๒ คะแนน ดี 80% ของกล่มุ ที่มสี ว่ นร่วมและใหค้ วามร่วมมืออยา่ งเต็มท่ี ๑ คะแนน พอใช้ ๖0% ของกลุ่มที่มสี ่วนรว่ มและใหค้ วามร่วมมอื อยา่ งเตม็ ที่ ตอ้ งปรับปรงุ ๔0% ของกลุม่ ท่ีมสี ่วนร่วมและใหค้ วามรว่ มมืออยา่ งเตม็ ท่ี
-- 146- - แผนการจัดการเรียนรู้ รหสั วิชา 20105-2002 รายวชิ า วงจรไฟฟา้ กระแสตรง หน่วยท่ี 2 ช่อื เรื่อง /งาน ตวั ตา้ นทาน ตัวเก็บประจุและตวั เหน่ยี วนา เวลา 12 ชม. สปั ดาห์ 2-4 3. หัวข้อเร่อื ง /งาน ตัวตา้ นทาน ตวั เก็บประจุและตวั เหนย่ี วนา 4. สาระสาคญั ตัวต้านทาน เปน็ อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้า นยิ มนามาประกอบใน วงจรทางด้านไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ท่ัวไป ตัวอย่างเช่นวงจรเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ เครื่องขยายเสียง ตัวต้านทานท่ีมีรูปแบบและขนาดแตกต่างกันตามลักษณะของการใช้งาน นอกจากน้ียังแบ่งออกเป็น ชนดิ ค่าคงท่ีและชนดิ ปรบั คา่ ได้ ตัวเก็บประจุ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บประจุ และสามารถคายประจุนามา ประกอบในวงจรทางด้านไฟอิเล็กทรอนิกส์ท่ัวไป เช่น วงจรกรองกระแสด วงจรผ่านสัญญาณ วงจร สตารต์ เตอร์ วงจรถ่ายทอดสัญญาณ เป็นต้น ตัวเก็บประจุแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ แบบค่าคงท่ี แบบ เปลี่ยนแปลงคา่ ได้และแบบเลือกค่าได้ ตวั เกบ็ ประจเุ รียกอกี อย่างหนึ่งว่า คอนเดนเซอร์หรือเรยี กย่อ ๆ ว่า ตวั ซี หนว่ ยของตัวเก็บประจุ คือ ฟารดั ตัวเหน่ียวนา เป็นอุปกรณ์ ที่ใช้ในการเหนี่ยวนาไฟฟ้า โดยอาศัยหลักการ สนามแม่เหล็กตัดผ่านขดลวด จะทาให้เกิดการไหลของกระแสไฟฟ้าในขดลวด ซ่ึงจะทาให้เกิดการ เหน่ียวนาขึน้ ตัวเหนีย่ วนาแบ่งออกเป็น 2 ชนดิ คือ แบบค่าคงท่แี ละแบบปรบั คา่ ได้ตัวเหนี่ยวนาเรยี ก อกี อยา่ งหนึง่ ว่า อินดักเตอร์ หรอื เรยี กย่อ ๆ ว่า ตัวแอล เหนย่ี วของเหนยี่ วนา คอื เฮนรี่ 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 3.1 จดุ ประสงค์ท่วั ไป 3.1.๑ เพอ่ื ให้นักเรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับตัวต้านทาน ตวั เก็บประจุและตวั เหนีย่ วนา 3.1.2 เพื่อใหน้ ักเรยี นมีทักษะการต่อวงจรและทดสอบตวั ตา้ นทาน ตวั เกบ็ ประจุและตวั เหนยี่ วนา 3.1.3 เพื่อให้นกั เรยี นมคี ุณธรรม และบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม 3.2.๑ บอกตวั ตา้ นทาน ตวั เก็บประจแุ ละตัวเหน่ียวนาได้ 3.๒.2 สามารถสามารถต่อวงจรและทดสอบตวั ตา้ นทาน ตัวเก็บประจแุ ละตวั เหน่ียวนาได้ 3.2.3 นกั เรยี นมคี ณุ ธรรม และบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
-- 147- - 4. สาระการเรียนรู้ ตวั ต้านทาน ตวั เกบ็ ประจุและตัวเหน่ยี วนา ประกอบไปดว้ ยหวั ข้อหรือเนื้อหาสาระการเรียนรูใ้ นเร่อื ง ตอ่ ไปนี้ 4.1 ตวั ตา้ นทาน 4.2 ชนิดของตวั ตา้ นทาน 4.3 หน่วยของความตา้ นทาน 4.4 การอา่ นคา่ ความตา้ นทาน 4.5 หลกั การเบ้ืองตน้ ของตัวเก็บประจุ 4.6 ปัจจยั ทมี่ ผี ลต่อคา่ การเก็บประจุ 4.7 ชนดิ ของตวั เกบ็ ประจุ 4.8 หนว่ ยความจุ 4.9 การอา่ นค่าความจุ 4.10 การตรวจสอบตัวเก็บประจุ 4.11 หลกั การเบ้ืองตน้ ของตัวเหนยี่ วนา 4.12 หนว่ ยของการเหนีย่ วนา 4.13 ปัจจัยทีม่ ีผลตอ่ ความเหนยี่ วนา 4.14 ชนดิ ของตวั เหนยี่ วนา 4.15 การตรวจสอบตวั เหน่ยี วนา 4.16 การประยกุ ต์ใช้งานต่าง ๆ 5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ( เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สาคญั ดว้ ยวิธีการสอน เทคนคิ การสอน กระบวนการสอนที่ หลากหลายเหมาะสมกับรายวชิ า ) 5.1 การนาเข้าสูบ่ ทเรียน 5.1.1 ครูนาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุและตัวเหน่ียวนา โดยครอบคลุม ถงึ เนื้อหาของการเรียนรู้ในหน่วยที่ 1 ในแตล่ ะหัวข้อนั้นจะมีการนาเสนอก่อนเข้าสู่บทเรยี นที่แตกต่างกันในแต่ ละหวั ข้อ 5.1.2 ครูใช้คาถามนาในการระหว่างการแนะนาเข้าสู่บทเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการมีส่วน ร่วมในการนาเขา้ สบู่ ทเรยี น 5.2 การเรียนรู้ 5.2.1 ครูให้ผู้เรียนได้ศึกษาและเรียนรู้จากสื่อ ใบงาน และการทากิจกรรมในชั้นเรียน โดย เนน้ การทา กจิ กรรมการทาการเรียนรู้แบบกลุม่ 5.2.1 ครูและผูเ้ รียนร่วมกันแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ในหัวขอ้ การเรยี นรใู้ นหน่วยที่ 1 5.3 การสรปุ 5.3.1 ครูสรุปสาระการเรียนรู้ ในด้านของทฤษฎี และการปฏิบัติ พร้อมท้ังองค์ความรู้ท่ีได้ จากการเรียนรู้ในหน่วยท่ี 1 5.3.2 ครูสงั เกตพฤติกรรม ในระหว่างการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน และผลสมั ฤทธิ์จากการ ทากิจกรรมกล่มุ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการแสดงความคดิ เห็นระหว่างเรยี น
-- 148- - ๖. สอื่ การเรียนรู้ 6.1 ส่อื ส่งิ พมิ พ์ : เอกสารประกอบการเรยี นรู้ในเร่ือง ตัวต้านทาน ตวั เกบ็ ประจุและตวั เหน่ยี วนา จาก หนงั สอื เรียนวงจรไฟฟา้ กระแสดตรง รหสั วชิ า 20105 – 2002 6.2 สือ่ โสตทัศน์ : โปรแกรมนาเสนอข้อมูล (Power point) หัวข้อ ตัวต้านทาน ตัวเกบ็ ประจุและตวั เหนยี่ วนา 6.3 หุ่นจาลองหรอื ของจริง (ถา้ มี) : บอร์ดทดลองวงจรไฟฟ้ากระแสตรง 6.4 อืน่ ๆ (ถา้ ม)ี : เรยี นออนไลน์ (On-line) ผา่ น Google Classroom , Google Meet 7. การวดั ผลและประเมินผล 7.1 วธิ ีการวัดผลประเมิน 7.1.1 กอ่ นเรยี น : แบบวดั ผลประเมนิ ผลความร้กู ่อนเรียน 7.1.2 ขณะเรยี น : การสงั เกต และพฤติกรรมระหว่างการเรยี น ๗.๑.๓ หลังเรียน : ใบงาน แบบทดสอบเฉพาะหนว่ ย และแบบวดั ผลประเมนิ ความรูห้ ลังเรียน 7.2 เครื่องมือในการวดั และประเมนิ ผล 7.2.1 แบบทดสอบ 7.2.2 ใบงาน 7.3 เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล 7.3.1แบบทดสอบหลังเรยี นและแบบฝึกหดั ทา้ ยหนว่ ยเรียนท่ี 1 ตวั ต้านทาน ตวั เกบ็ ประจแุ ละ ตวั เหนีย่ วนา เกณฑผ์ ่านทาถกู ตอ้ ง 60 % ขึ้นไป 7.3.2 แบบประเมนิ ผลการปฏิบัติงานหนว่ ยที่ 1 ตวั ตา้ นทาน ตัวเก็บประจุและตวั เหน่ียวนา เกณฑผ์ า่ น 60 % ข้นึ ไป ๗.๓.๓ แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่ กับการประเมนิ ตามสภาพจรงิ ๘. กิจกรรมเสนอแนะ /งานมอบหมาย (ถ้ามี) 8.1 กิจกรรมเสนอแนะ - 8.2 งานมอบหมาย ให้นกั ศกึ ษาไปคน้ คว้าทาความเข้าใจเรื่อง “ตัวตา้ นทาน ตวั เกบ็ ประจุและตัวเหนี่ยวนา” จาก หนงั สือตาราและอินเตอร์เนต็ ๙. เอกสารอา้ งอิง /บรรณานกุ รมประจาหน่วย (หนงั สือตาราหรอื เอกสารประกอบการเรียนการสอบใน หน่วยนนั้ ๆ หรือส่ือและแหล่งการเรยี นรูใ้ นกรณีค้นควา้ เพม่ิ เติม) 9.1 อดลุ ย์ กลั ยาแกว้ . วงจรไฟฟา้ กระแสตรง. กรุงเทพมหานคร: ศูนยส์ ง่ เสริมอาชีวะ , ๒๕62.
-- 149- - ๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ ๑๐.๑ ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๐.๒ ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๐.๓ แนวทางแกไ้ ข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๐.๔ ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ลงชื่อ ลงชอื่ ….………………………... ……..……………………. …………………………… () () () รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ครูผูส้ อน หัวหน้าแผนก
-- 240- - ใบงานที่ 2.1 เร่อื ง ตวั ต้านทาน รหัสวชิ า 20105-2002 รายวิชา วงจรไฟฟ้ากระแสตรง หลักสูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี พทุ ธศักราช 2562 ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม สาขาวชิ าอิเลก็ ทรอนกิ ส์ สาขางานอเิ ล็กทรอนกิ ส์ วตั ถุประสงค์ 1. อ่านคา่ สีตัวต้านทานได้ 2. วัดค่าความตา้ นทานได้ 3. บอกหนา้ ท่กี ารทางานของตวั ตา้ นทานชนิดตา่ ง ๆ ได้ เครอ่ื งมือและอุปกรณ์ 1. ตัวต้านทานแบบคา่ คงท่ีชนิด 4 แถบสีค่าใดก็ได้ จานวน 5 ตัว 2. ตวั ต้านทานแบบคา่ คงทช่ี นิด 5 แถบสคี ่าใดก็ได้ จานวน 5 ตวั 3. ตัวต้านทานแบบปรบั คา่ ได้ , เปลี่ยนคา่ ได้ และชนดิ พิเศษ จานวน 3 ตัว 4. มลั ตมิ ิเตอร์ 1 เครอ่ื ง ลาดบั ขนั้ การทดลอง 1. นาตัวต้านทานแบบคา่ คงทีช่ นิด 4 แถบสี มาอา่ นคา่ และวดั ค่าความต้านทานด้วยมลั ตมิ ิเตอร์ แลว้ บนั ทกึ ผลลงในตารางท่ี 1 ลาดับที่ แถบสีท่ี 1-4 คา่ ที่อ่านได้ ค่าท่วี ดั ได้ คา่ ผดิ พลาด (Ω) (Ω) (%) 1 2 3 4 5 1. นาตัวต้านทานแบบค่าคงที่ชนดิ 5 แถบสี มาอ่านคา่ และวดั คา่ ความต้านทานดว้ ยมัลติมเิ ตอร์ แล้ว บนั ทึกผลลงในตารางที่ 2 ลาดับท่ี แถบสีท่ี 1-5 ค่าทอ่ี า่ นได้ คา่ ที่วัดได้ คา่ ผดิ พลาด (Ω) (Ω) (%) 1 2 3 4 5
-- 241- - 3. วาดรูปตวั ต้านทานแบบปรบั ค่าได้ เปลย่ี นค่าได้ และตัวต้านทานชนดิ พเิ ศษ พร้อมบอกหน้าทก่ี าร ใช้งานในลักษณะต่าง ๆ ตวั ที่ รูปร่าง หน้าทก่ี ารใช้งาน 1 ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... 2 ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... 3 ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... 4 ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... 5 ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... 6 ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... 7 ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... ...................................................................................................... สรุปและวิจารณ์ผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
- 4 - - 22 แบบประเมนิ การปฏิบัติงานแ รหสั วิชา....... 20105-2002......ชอื่ วิชา......วงจรไฟฟ้ากระแสตรง.....หนว่ ยท ท่ี ขั้นเตรียม ข้ันปฏิบตั ิงา รายการประเมิน ชือ่ -นามสกลุ ื้พนท่ีป ิฏ ับ ิตงาน วัส ุด/ ุอปกร ์ณ การแ ่ตงกาย การวางแผนปฏิ ับ ิตงาน การใช้เคร่ือง ืมอ หมายเหตุ การให้คะแนนผลการปฏิบตั ิงาน 1 = ปรับปรงุ , 2 = พอใช้ , 3 การให้คะแนนระดับสมรรถนะ ๑ = ทาเลียนแบบ, ๒ = ทาตามแ คาอธิบายระดับสมรรถนะการปฏบิ ตั งิ าน ระดับท่ี ๑ สามารถปฏิบัติงานใหส้ าเรจ็ ไดโ้ ดยการเลยี นแบบ หรือการปฏบิ ัตติ ามผู้อ่ืน ก ระดบั ที่ ๒ สามารถปฏบิ ตั ิงานให้สาเร็จไดโ้ ดยศกึ ษาจากแบบ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ระดบั ที่ ๓ สามารถปฏิบตั งิ านให้สาเร็จ และถกู ต้องไดโ้ ดยศึกษาจากแบบ ใบงาน ใบมอ ระดบั ที่ ๔ สามารถปฏิบตั ิงานตามระดบั ที่ ๓ ไดอ้ ย่างต่อเน่ือง ระดบั ที่ ๕ สามารถปฏิบตั งิ านตามระดบั ที่ ๓ และ ๔ ให้เกิดความชานาญจนเคยชนิ เป็น
2- และสมรรถนะการปฏิบตั ิงาน ท่.ี .....2.......ชือ่ เร่ือง......ตวั ต้านทาน ตวั เกบ็ ประจุและตวั เหนย่ี วนา...................... าน ผลผลิต กจิ นสิ ยั คะแนนระดับสมรรถนะ การเลือกใช้วัส ุด ลา ัดบข้ันการ สมรรถนะที่ เสร็จตามเวลา เฉลี่ย ความ ูถก ้ตอง รวม ประสิทธิภาพ ความประ ีณต 1 2 3 45 การตรง ่ตอเวลา ความสะอาด ความปลอด ัภย ความเ ็ปนระเ ีบยบ รวมคะแนนการป ิฏ ับ ิตงาน = ดี แบบ, 3 = ทาถูกต้องตามแบบ, ๔ = ทาอย่างต่อเน่ือง, ๕ = ทาจนเคยชินเป็นนิสยั การปฏิบตั ติ ามตัวอยา่ งหรือสิง่ ทม่ี ีอยแู่ ลว้ น โจทย์กจิ กรรม และอื่นๆ อบหมายงาน โจทยก์ จิ กรรม และอื่นๆ นนิสัย
ขยัน - 4 - - 23 ประหยัด แบบประเมนิ ผลด้านจ ซื่อ ัสตย์ ความ ีมวิ ันยรหัสวชิ า....... 20105-2002......ชอื่ วชิ า......วงจรไฟฟา้ กระแสตรง.....หนว่ ยท ุสขภาพลาดบั รายการประเมนิ สะอาด ที่ ช่อื -สกุล หมายเหตุ การใหค้ ะแนน ๑ = ปรับปรงุ , ๒ = พอใช้, ๓ = ดี
สามคั คี 3- มีน้าใจ จติ พิสัย (ภาคทฤษฏี) การประหยดั ท่ี......2.......ช่ือเรื่อง......ตวั ต้านทาน ตวั เกบ็ ประจุและตัวเหน่ยี วนา...................... ความรบั ผิดชอบ มมี นุษยสมั พนั ธ์ รวม ความซอ่ื สัตย์สจุ รติ ความสนใจใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความคิดริเรมิ่ มีความอดทน รกั ส่ิงแวดลอ้ ม
คา ัศพท์/คา ินยาม - 4 - - 24 ขั้นตอน/วิธีการปฏิบั ิต แบบประเมนิ ผลดา้ นพ ความคิดรวมยอดในเ ้นือเร่ือง การแปลความ/ตีความหมายรหัสวชิ า....... 20105-2002......ชอ่ื วชิ า......วงจรไฟฟ้ากระแสตรง.....หน่วยท รายการประเมิน ความรู้ความจา ความเขา้ ใจ ที่ ชอ่ื - นามสกลุ หมายเหตุ การใหค้ ะแนน ๑ = ปรับปรุง, ๒ = พอใช,้ ๓ = ดี (รายละเอียดของการประเมนิ สามารถปรับข้อความใหเ้ หมาะสมกบั รายวิชา)
การขยายความ 4- การนาความรู้ ความเข้าใจ พุทธพสิ ัย (ภาคทฤษฏี) การนาวิธกี ารไปแก้ปญั หา ที.่ .....2.......ชอื่ เร่ือง......ตวั ต้านทาน ตวั เกบ็ ประจุและตัวเหนย่ี วนา...................... การแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ จ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การ การประเมนิ วเิ คราะหต์ ามความสาคญั วเิ คราะหต์ ามความสมั พันธ์ สังเคราะห์ ค่า วิเคราะห์ตามหลักการปฏิบัติ การวางแผน/การออกแบบ รวม การนาสง่ิ ท่ีเรียนร้มู าผสมผสานสรา้ งสรรค์ส่งิ ใหม่(๓๐) ตัดสนิ ใจจากข้อเท็จจรงิ ตดั สนิ ใจจากเกณฑ์การยอมรับของสังคม
- 4 - - 25 แบบประเมนิ ผลคุณ รหสั วิชา....... 20105-2002......ชื่อวชิ า......วงจรไฟฟ้ากระแสตรง.....หนว่ ยท ลาดับ การประเมินคุณภาพของงาน ที่ คณะทางาน ความ ัรบผิดชอบ ่ตอห ้นาที่ ้ัขนตอนการทางาน เวลา ความ ่รวม ืมอในการทางาน รวม มีการมอบหมายหน้า ่ีท ีมการวางแผน หมายเหตุ เกณฑ์การให้คะแนนการประเมนิ การทางานเป็นกลุ่ม เกณฑ์การตดั สนิ พฤตกิ รรม/ผลงาน อยใู่ นเกณฑ์ดี ได้ ๓ คะแนน ชว่ งคะแนน ร ๒๑ – ๓๐ = พฤติกรรม/ผลงาน อยใู่ นเกณฑ์ปานกลาง ได้ ๒ คะแนน ๑๑ – ๒๐ = ๐ – ๑๐ = พฤติกรรม/ผลงาน อยู่ในเกณฑพ์ อใช้ ได้ ๑ คะแนน พฤตกิ รรม/ผลงาน อยูใ่ นเกณฑ์ปรบั ปรงุ ได้ ๐ คะแนน
5- ณภาพผลงานกลุ่ม ที่......2.......ชือ่ เร่อื ง......ตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุและตัวเหน่ยี วนา...................... การประเมินการทางานเปน็ กลมุ่ มีการช่วยเหลือ ักนและ ักนในก ุ่ลม ความคิดเ ็หน ู้ผอ่ืน ใ ้ชห ัลกประชาธิปไตย ผลงานเสร็จทันตามกาหนดเวลา ความ ูถก ้ตองของผลงาน ความ ู้ร ความเ ้ขาใจในการทางาน อธิบายและตอบคาถาม การจัดเ ็กบวัส ุด อุปกร ์ณ เรียบร้อย รวม รวมทั้ง ้สิน นคุณภาพ ความร่วมมือในการทางาน ๔ คะแนน ๓ คะแนน ระดบั คุณภาพ ทกุ คนมสี ว่ นรว่ มและใหค้ วามร่วมมืออยา่ งเตม็ ที่ ๒ คะแนน ดี 80% ของกล่มุ ที่มสี ว่ นร่วมและใหค้ วามรว่ มมืออยา่ งเตม็ ที่ ๑ คะแนน พอใช้ ๖0% ของกลุ่มทม่ี สี ่วนร่วมและใหค้ วามร่วมมืออย่างเต็มที่ ต้องปรับปรงุ ๔0% ของกล่มุ ท่ีมสี ่วนรว่ มและใหค้ วามร่วมมืออย่างเตม็ ท่ี
-- 246- - แผนการจดั การเรยี นรู้ รหัสวชิ า 20105-2002 รายวชิ า วงจรไฟฟ้ากระแสตรง หนว่ ยท่ี 3 ชื่อเร่อื ง /งาน กฎของโอห์ม เวลา 16 ชม. สัปดาห์ 5-8 5. หวั ข้อเร่ือง /งาน กฎของโอห์ม 6. สาระสาคญั ในวงจรไฟฟ้าใด ๆ จะประกอบด้วยส่วนสาคัญ 3 ส่วน คือ แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าตัวนา ไฟฟ้าและตัวต้านทานไฟฟ้า กฎของโอห์มคิดค้นความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้าใช้อักษรย่อ I แรงดันไฟฟา้ ใช้อักษรย่อ E หรอื V และความตา้ นทานไฟฟา้ ใชอ้ กั ษรย่อ R 3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 3.1 จดุ ประสงคท์ ว่ั ไป 3.1.๑ เพอ่ื ให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั กฎของโอหม์ 3.1.2 เพอื่ ใหน้ กั เรยี นมที ักษะการต่อวงจรและทดสอบกฎของโอห์ม 3.1.3 เพื่อใหน้ ักเรยี นมีคุณธรรม และบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม 3.2.๑ การใช้กฎของโอห์มได้ 3.๒.2 สามารถสามารถต่อวงจรและทดสอบกฎของโอห์มได้ 3.2.3 นกั เรยี นมคี ุณธรรม และบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 4. สาระการเรยี นรู้ กฎของโอห์ม ประกอบไปด้วยหวั ข้อหรือเน้ือหาสาระการเรียนรูใ้ นเรอ่ื งต่อไปน้ี 4.1.การใช้กฎของโอห์ม 4.2.การคานวณหาค่ากระแสไฟฟา้ 4.3.การคานวณหาคา่ แรงดันไฟฟา้ 4.4.การคานวณหาคา่ ความต้านทานไฟฟ้า 5. กิจกรรมการเรียนรู้ ( เน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ ดว้ ยวธิ ีการสอน เทคนคิ การสอน กระบวนการสอนที่ หลากหลายเหมาะสมกับรายวิชา ) 5.1 การนาเขา้ สูบ่ ทเรียน 5.1.1 ครูนาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกฎของโอห์ม โดยครอบคลุมถึงเน้ือหาของการเรียนรู้ใน หนว่ ยท่ี 1 ในแตล่ ะหัวข้อนั้นจะมีการนาเสนอกอ่ นเขา้ สูบ่ ทเรยี นที่แตกต่างกนั ในแต่ละหัวข้อ 5.1.2 ครูใช้คาถามนาในการระหว่างการแนะนาเข้าสู่บทเรียน เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการมีส่วน รว่ มในการนาเขา้ สูบ่ ทเรียน
-- 247- - 5.2 การเรียนรู้ 5.2.1 ครูให้ผู้เรียนได้ศึกษาและเรียนรู้จากสื่อ ใบงาน และการทากิจกรรมในช้ันเรียน โดย เนน้ การทา กิจกรรมการทาการเรียนรู้แบบกลุม่ 5.2.1 ครูและผู้เรียนรว่ มกันแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ในหวั ขอ้ การเรียนร้ใู นหนว่ ยที่ 1 5.3 การสรปุ 5.3.1 ครูสรุปสาระการเรียนรู้ ในด้านของทฤษฎี และการปฏิบัติ พร้อมทั้งองค์ความรู้ที่ได้ จากการเรียนรู้ในหนว่ ยท่ี 1 5.3.2 ครูสังเกตพฤติกรรม ในระหว่างการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน และผลสัมฤทธ์ิจากการ ทากจิ กรรมกล่มุ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการแสดงความคดิ เห็นระหว่างเรียน ๖. ส่อื การเรยี นรู้ 6.1 สอื่ สิ่งพิมพ์ : เอกสารประกอบการเรยี นร้ใู นเรื่อง กฎของโอหม์ จากหนงั สือเรียนวงจรไฟฟ้า กระแสดตรง รหัสวิชา 20105 – 2002 6.2 สื่อโสตทัศน์ : โปรแกรมนาเสนอข้อมลู (Power point) หัวขอ้ กฎของโอหม์ 6.3 ห่นุ จาลองหรอื ของจริง (ถ้ามี) : บอรด์ ทดลองวงจรไฟฟ้ากระแสตรง 6.4 อ่ืนๆ (ถา้ ม)ี : เรียนออนไลน์ (On-line) ผ่าน Google Classroom , Google Meet 7. การวดั ผลและประเมนิ ผล 7.1 วธิ ีการวัดผลประเมิน 7.1.1 กอ่ นเรียน : แบบวดั ผลประเมินผลความรู้ก่อนเรียน 7.1.2 ขณะเรยี น : การสังเกต และพฤติกรรมระหว่างการเรียน ๗.๑.๓ หลงั เรยี น : ใบงาน แบบทดสอบเฉพาะหน่วย และแบบวัดผลประเมินความร้หู ลังเรยี น 7.2 เคร่ืองมือในการวดั และประเมินผล 7.2.1 แบบทดสอบ 7.2.2 ใบงาน 7.3 เกณฑ์การวดั และประเมินผล 7.3.1แบบทดสอบหลงั เรียนและแบบฝึกหดั ท้ายหนว่ ยเรยี นที่ 1 กฎของโอห์ม เกณฑ์ผา่ นทา ถกู ต้อง 60 % ข้นึ ไป 7.3.2 แบบประเมินผลการปฏิบัตงิ านหน่วยท่ี 1 กฎของโอห์ม เกณฑผ์ า่ น 60 % ขึน้ ไป ๗.๓.๓ แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่ กบั การประเมินตามสภาพจริง ๘. กจิ กรรมเสนอแนะ /งานมอบหมาย (ถา้ มี) 8.1 กจิ กรรมเสนอแนะ - 8.2 งานมอบหมาย ใหน้ ักศึกษาไปค้นคว้าทาความเข้าใจเรอ่ื ง “กฎของโอหม์ ” จากหนงั สือตาราและอนิ เตอร์เนต็ ๙. เอกสารอ้างอิง /บรรณานุกรมประจาหน่วย (หนังสอื ตาราหรือเอกสารประกอบการเรียนการสอบใน หนว่ ยน้นั ๆ หรือส่ือและแหลง่ การเรียนรู้ในกรณีคน้ คว้าเพมิ่ เตมิ ) 9.1 อดุลย์ กลั ยาแกว้ . วงจรไฟฟ้ากระแสตรง. กรุงเทพมหานคร: ศนู ยส์ ่งเสริมอาชีวะ , ๒๕62.
-- 248- - ๑๐. บันทกึ หลังการจัดการเรียนรู้ ๑๐.๑ ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๐.๒ ปัญหาและอปุ สรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๐.๓ แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๐.๔ ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ลงชื่อ ลงชอื่ ….………………………... ……..……………………. …………………………… () () () รองผอู้ านวยการฝา่ ยวิชาการ ครูผูส้ อน หัวหนา้ แผนก
-- 249- - ใบงานท่ี 3 เร่ือง กฎของโอห์ม รหัสวิชา 20105-2002 รายวชิ า วงจรไฟฟ้ากระแสตรง หลักสูตร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ พทุ ธศักราช 2562 ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม สาขาวิชาอเิ ล็กทรอนิกส์ สาขางานอเิ ล็กทรอนิกส์ วตั ถปุ ระสงค์ 1. ศกึ ษาความสัมพันธ์ระหว่าง กระแสไฟฟ้า, แรงดนั ไฟฟ้า และความต้านทาน ในวงจรไฟฟ้า กระแสตรงตามกฎของโอห์ม 2. สามารถต่อวงจรไฟฟ้า, วัดหากระแสไฟฟ้า และแรงดนั ไฟฟ้า ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงตามกฎของ โอหม์ ได้ เคร่อื งมือและอุปกรณ์ 1 ชุด 1. ชดุ ฝกึ วงจรไฟฟ้ากระแสตรง 1 ตวั 2. มลั ตมิ ิเตอร์ ลาดับข้ันการทดลอง 1. จากวงจรรูปที่ 3.1 ใหค้ านวณหาคา่ กระแสไฟฟา้ และแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมทตี่ ัวต้านทาน บนั ทกึ ค่าทค่ี านวณได้ลงในตารางท่ี 3.1 ในช่องของค่าความตา้ นทาน 2.2 k +A - E 12 V R V 2.2 k รปู ท่ี 3.1 2. เปล่ียนค่าความต้านทานในวงจรรูปท่ี 3.1 ให้มีค่าเท่ากับ 1 k และ 470 ตามลาดับ แล้ว ทาการคานวณหาค่ากระแสไฟฟ้า และแรงดันไฟฟ้า บันทึกค่าท่ีคานวณได้ ลงในตารางที่ 3.1 ช่องความ ตา้ นทาน 1 k และ 470 ตามลาดบั 3. ต่อวงจรตามรูปที่ 3.1 แล้วตรวจสอบความถูกต้องของวงจรในขณะต่อวงจรต้องปิดแหล่งจ่าย ไฟฟ้ากอ่ น 4.เปิดสวิตชแ์ หลง่ จ่ายไฟฟ้าปรับคา่ แรงดันไฟตรงใหไ้ ดเ้ ท่ากับ 12 Vโดยใช้มัลติมิเตอรต์ รวจสอบความ ถูกตอ้ ง 5. ต้งั มลั ตมิ ิเตอรย์ า่ นวัด 25 mA วดั กระแสไฟฟ้าในวงจรอ่านคา่ กระแสจาก มลั ติมิเตอร์แลว้ บนั ทึก คา่ ทอ่ี ่านได้ลงในตารางท่ี 3.1 6 .ตั้งมลั ตมิ เิ ตอร์ย่านวดั 50 V วัดคา่ แรงดนั ไฟฟา้ ตกคร่อมตวั ตา้ นทานในวงจร อา่ นค่าแรงดนั ไฟฟ้า จากมลั ติมเิ ตอร์แล้วบันทึกคา่ ท่ีอา่ นไดล้ งในตารางที่ 3.1
-- 340- - 7. เปล่ียนค่าความต้านทานในวงจรเป็น 1 k และ 470 ตามลาดับ แล้วทาการทดลองซ้าข้อ 3, 4, 5, และ 6 บนั ทึกคา่ ลงในตารางท่ี 3.1 ค่าท่ไี ดจ้ ากการคานวณ ความตา้ นทาน 2.2 k 1 k 470 กระแส ( I ) mA แรงดันตกครอ่ ม ( VR ) V คา่ ท่ไี ดจ้ ากการทดลอง กระแส ( I ) mA V แรงดนั ตกครอ่ ม ( VR ) ตารางท่ี 3.1 หมายเหตุ 1. ผลการทดลองท่ไี ด้ ไม่ควรผิดพลาดเกนิ 10 % โดยสามารถคานวณไดจ้ ากสูตร % ความผิดพลาด = (ค่าท่วี ัดได้ – คา่ ทไี่ ดจ้ ากการคานวณ) 100 (คา่ ท่ไี ด้จากการคานวณ) 2. กรณีทผ่ี ิดพลาดมากกว่า 10 % ควรปรกึ ษาอาจารย์ทค่ี วบคมุ เพอ่ื แก้ไขข้อบกพร่อง 8. ต่อวงจรตามรปู ท่ี 3.2 โดยปดิ แหล่งจ่ายแรงดนั ไฟฟา้ ก่อน ย่านวัด 2.5 mA DC +A - E 3V R V 3.3 k รปู ที่ 3.2 9. เปิดสวติ ช์และปรบั แหล่งจา่ ยแรงดันไฟฟ้า E = 3 V 10. ต้ังมัลตมิ ิเตอร์ ยา่ นวัด 2.5 mA วัดและอา่ นค่ากระแสทีไ่ หลผา่ นตัวต้านทาน บนั ทึกค่าที่อ่านได้ ลงใน ตารางที่ 3.2 11. คอ่ ย ๆ เพ่ิมแรงดนั ไฟฟา้ E จาก 3 V เป็น 6 V, 9 V, และ 12 V ตามลาดับ อา่ นคา่ กระแส จากมัลติมิเตอร์ ท่ีแรงดนั คา่ ต่าง ๆ บันทึกค่าท่ีอา่ นไดล้ งใน ตารางท่ี 3.2 ตามลาดับ แรงดนั ไฟฟา้ E 3 6 9 12 V กระแสไฟฟา้ I mA ตารางท่ี 3.2
-- 341- - 11. จากวงจรรูปท่ี 3.1 จงแสดงวิธกี ารคานวณหาคา่ กระแสทไ่ี หลผา่ นตวั ต้านทานเม่ือคา่ ความ ต้านทานเปน็ 2.2 k , 1 k และ 470 ตามลาดับ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………................................................................. 12. จงสรุปผลการทดลองตาม ตารางที่ 3.1 และตารางที่ 3.2 โดยเปรยี บเทยี บกับการคานวณวา่ ผล การทดลอง มีความคลาดเคลือ่ นเพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………................................................................. สรปุ และวิจารณผ์ ลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………......................................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………......................................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………….........................................................................
- 4 - - 32 แบบประเมนิ การปฏิบตั ิงานแ รหสั วชิ า....... 20105-2002......ชอ่ื วชิ า......วงจรไฟฟา้ กระแสต ท่ี ขั้นเตรยี ม ขัน้ ปฏบิ ัติงา รายการประเมนิ ช่ือ-นามสกลุ ื้พนท่ีป ิฏ ับ ิตงาน วัส ุด/ ุอปกร ์ณ การแ ่ตงกาย การวางแผนปฏิ ับ ิตงาน การใช้เคร่ือง ืมอ หมายเหตุ การใหค้ ะแนนผลการปฏิบตั งิ าน 1 = ปรับปรุง , 2 = พอใช้ , 3 การใหค้ ะแนนระดบั สมรรถนะ ๑ = ทาเลยี นแบบ, ๒ = ทาตามแ คาอธิบายระดับสมรรถนะการปฏิบัตงิ าน ระดบั ที่ ๑ สามารถปฏบิ ัตงิ านให้สาเรจ็ ไดโ้ ดยการเลียนแบบ หรือการปฏบิ ัติตามผู้อื่น ก ระดับที่ ๒ สามารถปฏบิ ตั ิงานใหส้ าเร็จไดโ้ ดยศึกษาจากแบบ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ระดบั ท่ี ๓ สามารถปฏิบตั งิ านให้สาเร็จ และถกู ต้องได้โดยศึกษาจากแบบ ใบงาน ใบมอ ระดบั ท่ี ๔ สามารถปฏบิ ัติงานตามระดับท่ี ๓ ไดอ้ ย่างต่อเนื่อง ระดับที่ ๕ สามารถปฏิบตั งิ านตามระดบั ที่ ๓ และ ๔ ให้เกดิ ความชานาญจนเคยชินเป็น
2- และสมรรถนะการปฏบิ ตั ิงาน ตรง.....หน่วยท.่ี .....3.......ช่ือเร่ือง......กฎของโอห์ม...................... าน ผลผลติ กจิ นิสัย คะแนนระดบั สมรรถนะ การเลือกใช้วัส ุด ลา ัดบข้ันการ สมรรถนะท่ี เสร็จตามเวลา เฉล่ีย ความ ูถก ้ตอง รวม ประสิทธิภาพ ความประ ีณต 1 2 3 45 การตรง ่ตอเวลา ความสะอาด ความปลอด ัภย ความเ ็ปนระเ ีบยบ รวมคะแนนการป ิฏ ับ ิตงาน = ดี แบบ, 3 = ทาถกู ตอ้ งตามแบบ, ๔ = ทาอยา่ งตอ่ เนือ่ ง, ๕ = ทาจนเคยชนิ เป็นนิสยั การปฏบิ ตั ิตามตัวอย่างหรือสง่ิ ท่ีมีอยู่แล้ว น โจทย์กิจกรรม และอ่นื ๆ อบหมายงาน โจทย์กิจกรรม และอ่นื ๆ นนิสยั
ขยัน - 4 - - 33 ประหยัด แบบประเมนิ ผลด้านจ ซื่อ ัสตย์ ความ ีมวิ ันยรหัสวิชา....... 20105-2002......ช่ือวิชา......วงจรไฟฟา้ กระแสต ุสขภาพลาดับ รายการประเมนิ สะอาด ที่ ชือ่ -สกุล หมายเหตุ การใหค้ ะแนน ๑ = ปรับปรุง, ๒ = พอใช้, ๓ = ดี
สามคั คี 3- มีน้าใจ การประหยดั จติ พสิ ัย (ภาคทฤษฏี) ความรบั ผิดชอบ ตรง.....หนว่ ยที่......3.......ช่อื เรื่อง......กฎของโอห์ม...................... มมี นุษยสมั พนั ธ์ ความซอ่ื สัตย์สจุ รติ ความสนใจใฝ่รู้ ความรักสามัคคี ความคิดริเรมิ่ มีความอดทน รกั ส่ิงแวดลอ้ ม รวม
คา ัศพท์/คา ินยาม - 4 - - 34 ขั้นตอน/วิธีการปฏิบั ิต แบบประเมนิ ผลด้านพ ความคิดรวมยอดในเ ้นือเร่ือง การแปลความ/ตีความหมายรหัสวิชา....... 20105-2002......ช่อื วิชา......วงจรไฟฟ้ากระแสต รายการประเมิน ความรูค้ วามจา ความเข้าใจ ที่ ชอ่ื - นามสกลุ หมายเหตุ การใหค้ ะแนน ๑ = ปรบั ปรุง, ๒ = พอใช,้ ๓ = ดี (รายละเอยี ดของการประเมินสามารถปรบั ข้อความใหเ้ หมาะสมกับรายวิชา)
การขยายความ 4- การนาความรู้ ความเข้าใจ พุทธพสิ ัย (ภาคทฤษฏี) การนาวิธกี ารไปแก้ปญั หา ตรง.....หน่วยท.่ี .....3.......ชือ่ เรือ่ ง......กฎของโอห์ม...................... การแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ จ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การ การประเมนิ วเิ คราะหต์ ามความสาคญั วเิ คราะหต์ ามความสมั พันธ์ สังเคราะห์ ค่า วิเคราะห์ตามหลักการปฏิบัติ การวางแผน/การออกแบบ รวม การนาสง่ิ ท่ีเรียนร้มู าผสมผสานสรา้ งสรรค์ส่งิ ใหม่(๓๐) ตัดสนิ ใจจากข้อเท็จจรงิ ตดั สนิ ใจจากเกณฑ์การยอมรับของสังคม
- 4 - - 35 แบบประเมนิ ผลคณุ รหสั วิชา....... 20105-2002......ชอื่ วชิ า......วงจรไฟฟ้ากระแสต ลาดับ การประเมนิ คณุ ภาพของงาน ท่ี คณะทางาน ความ ัรบผิดชอบ ่ตอห ้นาที่ ้ัขนตอนการทางาน เวลา ความ ่รวม ืมอในการทางาน รวม มีการมอบหมายหน้า ่ีท ีมการวางแผน หมายเหตุ เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินการทางานเป็นกลุม่ เกณฑ์การตัดสนิ พฤติกรรม/ผลงาน อยู่ในเกณฑ์ดี ได้ ๓ คะแนน ชว่ งคะแนน ร ๒๑ – ๓๐ = พฤตกิ รรม/ผลงาน อยู่ในเกณฑป์ านกลาง ได้ ๒ คะแนน ๑๑ – ๒๐ = ๐ – ๑๐ = พฤติกรรม/ผลงาน อยู่ในเกณฑ์พอใช้ ได้ ๑ คะแนน พฤติกรรม/ผลงาน อยู่ในเกณฑป์ รบั ปรุง ได้ ๐ คะแนน
5- ณภาพผลงานกลมุ่ ตรง.....หนว่ ยท่ี......3.......ชอ่ื เร่อื ง......กฎของโอห์ม...................... การประเมินการทางานเปน็ กลมุ่ มีการช่วยเหลือ ักนและ ักนในก ุ่ลม ความคิดเ ็หน ู้ผอ่ืน ใ ้ชห ัลกประชาธิปไตย ผลงานเสร็จทันตามกาหนดเวลา ความ ูถก ้ตองของผลงาน ความ ู้ร ความเ ้ขาใจในการทางาน อธิบายและตอบคาถาม การจัดเ ็กบวัส ุด อุปกร ์ณ เรียบร้อย รวม รวมทั้ง ้สิน นคุณภาพ ความร่วมมอื ในการทางาน ๔ คะแนน ๓ คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ทกุ คนมสี ่วนร่วมและให้ความรว่ มมืออยา่ งเตม็ ที่ ๒ คะแนน ดี 80% ของกลมุ่ ทมี่ สี ว่ นร่วมและใหค้ วามรว่ มมอื อยา่ งเต็มที่ ๑ คะแนน พอใช้ ๖0% ของกลุ่มทม่ี สี ่วนร่วมและใหค้ วามรว่ มมืออย่างเต็มที่ ต้องปรบั ปรงุ ๔0% ของกลุ่มทม่ี สี ่วนร่วมและใหค้ วามรว่ มมอื อยา่ งเตม็ ท่ี
Search