Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore AR.PRAGUP

AR.PRAGUP

Published by ปนัดดา แก้วภิรมย์, 2020-03-07 22:00:28

Description: ilovepdf_merged

Search

Read the Text Version

นางยุพิน เศรษฐศกั ดาศิริ

ถอดบทเรียน หมู่บ้านเศรษฐกจิ พอเพียงตน้ แบบ ปี 2556 ระดับ “อยู่ดี กินดี” บา้ นสงเปลือย หมทู่ ี่ 4 ตาบลไฮหยอ่ ง อาเภอพงั โคน จังหวดั สกลนคร หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพยี งต้นแบบ ระดบั “อย่ดู ี กนิ ด”ี บ้านสงเปลอื ย หมูท่ ี่ ๔ ตาบลไฮหย่อง

อาเภอพงั โคน จังหวดั สกลนคร ********************************** จุดเปลยี่ นแปลงของหมู่บ้านสกู่ ารเป็นหมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพียงต้นแบบ ชาวบา้ นสงเปลือย มีการดารงชวี ิตทม่ี วี ถิ ชี ีวติ ถา่ ยทอดมาจาก บรรพบรุ ษุ มีความเปน็ อยอู่ ยา่ งพอเพียงอยแู่ ล้ว และมีความเชื่อม่นั มากขึน้ เมอ่ื ได้รับรูก้ ระแสพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ซ่งึ เป็นสจั ธรรม ของชวี ติ รวมท้งั ไดร้ ับการถา่ ยทอดจากหนว่ ยงานภาครฐั และองค์กรเอกชน ใน เร่อื งเก่ยี วกบั ความหมายของคาวา่ “เศรษฐกจิ พอเพียง” ซึง่ มคี วามหมายวา่ “เป็นการใชช้ ีวติ แบบพออยู่ พอ กิน ไม่ใชจ้ ่ายเกนิ ตัว รจู้ กั ประหยดั อดออม ไม่สร้างหนส้ี นิ ให้เกินความจาเป็น ไม่ฟุง้ เฟอ้ โดยสร้างภมู คิ ุม้ กนั ทาง เศรษฐกจิ ท่ดี ี มคี ุณภาพชวี ิตที่ดี มคี วามสุข ชมุ ชนมภี ูมคิ ้มุ กัน ทางสังคม ชมุ ชนมีความม่นั คงทางเศรษฐกจิ และ รจู้ กั แบง่ ปนั ทาให้สามารถสร้างความสขุ ให้แกต่ นเอง ครอบครวั หมู่บา้ น/ชุมชน รวมทงั้ ประเทศชาตติ อ่ ไป” และ ผูน้ าไดป้ ระชมุ เพ่อื ชี้แจงใหป้ ระชาชนในหมบู่ า้ น รวมทง้ั การไดไ้ ปศกึ ษา ดูงานแลว้ นามาสรปุ เพอื่ แลกเปล่ียนเรยี นรู้ และได้นามาเป็นแนวทางการดาเนนิ ชวี ิตแบบค่อยเปน็ ค่อยไป โดยชักชวน แนะนา และสรา้ งความเขา้ ใจในเร่อื ง ต่าง ๆ ดงั น้ี - รณรงคก์ ารปลูกพืชผกั สวนครวั - ใช้วัตถดุ ิบที่มีในชมุ ชนให้ไดป้ ระโยชนส์ ูงสดุ - ให้ความช่วยเหลอื ในดา้ นการพฒั นาคนใหร้ จู้ ักรกั และสามัคคีกนั เพอ่ื นาไปสกู่ ารพงึ่ พาตนเอง และชมุ ชนเขม้ แขง็ ตอ้ งเรมิ่ ปรบั เปลี่ยนต้งั แตต่ วั เองและผู้คนใกล้ตวั - ตัง้ กลุม่ องค์กรตา่ ง ๆ เชน่ กลุม่ อาชพี กลมุ่ ทางการเกษตร ใชป้ ระโยชน์ในพน้ื ทใี่ ห้มากท่ีสุด - นาความรูไ้ ปถ่ายทอดให้ชาวบ้านทราบและปฏบิ ัติใหเ้ ห็นเปน็ รูปธรรม - สอนใหค้ นร้จู กั ใช้ชวี ติ รว่ มกนั ทางานทุกอย่างรว่ มกนั ไมต่ ่างคนต่างทา ชว่ ยกนั คดิ แกไ้ ขปัญหา - นาความรทู้ ีไ่ ด้รบั เพมิ่ จากการปลูกพืชผกั ไปใชใ้ นการเรยี นรเู้ ศรษฐกจิ พอเพยี งในชุมชน - นาความรู้ทไี่ ด้รับมาเป็นแนวคดิ ในการใชท้ รพั ยากรหรอื ทนุ ในชมุ ชนใหไ้ ดป้ ระโยชน์มากทส่ี ดุ - เริ่มจากการถา่ ยทอดการเรียนรูท้ ่ไี ด้รบั จากการประชุมเพ่ือนาไปประยกุ ตใ์ ช้ตามเศรษฐกจิ พอเพียง ลดรายจ่าย เพม่ิ รายได้ - แนะนาใหค้ รัวเรือนและคนใกลเ้ คยี งจดั ทาบัญชคี รวั เรือน - มีระเบยี บวนิ ัยในการใช้จา่ ย โดยออมเงิน ๑ สว่ น ใชจ้ า่ ย ๓ ส่วน - การปลกู ผกั สวนครวั และมีการแนะนาใหใ้ ชป้ ุ๋ยชีวภาพ การแนะนา ใหป้ ลกู พืชผกั กินโดยไมใ่ ช้สารพิษ (ปยุ๋ เคม)ี และปลูกพชื ผักสวนครัวรั้วกินได้ -๒- - เลี้ยงสตั วต์ ามธรรมชาติ เช่น ไก่ โค กระบือ และ การปลอ่ ยปลาตาม แหลง่ ธรรมชาติ - ทาการเกษตรโดยใช้ปุ๋ยจากการผลิตเองตามธรรมชาติ - การจดั ทาบัญชรี ายรบั -รายจ่ายในครวั เรอื น ซงึ่ จะไดป้ รับปรงุ ความเป็นอย่แู ละประมาณตวั ใน การใชจ้ ่าย - ลดตน้ ทุนในการผลติ ใหต้ า่ ทส่ี ุด เพ่ือเพ่มิ รายไดใ้ หม้ ากขนึ้ อาทเิ ช่น ลดปุ๋ยเคมมี าใชป้ ๋ยุ หมัก/ ชีวภาพ/อนิ ทรยี แ์ ทน และหากมีพน้ื ทว่ี ่างข้างบ้าน จะปลกู พชื ผักสวนครวั เพ่อื การบรโิ ภค เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรดู เป็นต้น รวมทั้งการปลูกพชื หมุนเวียน

- การใหค้ วามร้แู กช่ ุมชนหมู่บ้านใหป้ ลกู ผัก เล้ยี งสตั ว์ไว้บริโภค โดยไมต่ อ้ งซ้ือ เพ่ือลดรายจ่าย - สร้างความเขม้ แขง็ ในชมุ ชน โดยให้ชมุ ชนรว่ มกันลด ละ เลิกอบายมุข ประหยดั และมัธยสั ถ์ รวมทัง้ เน้นการสบื สานทางวฒั นธรรม - การประชมุ ประชาชนในหมู่บ้าน เพ่ือใหข้ อ้ มูลเก่ียวกับแนวทางการดาเนนิ ชวี ติ ตามปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพยี ง เน้นการพงึ่ พาตนเอง และข้อตกลงร่วมกนั เพ่ือเริม่ ต้นในการดาเนนิ ชีวิต และการพฒั นาชมุ ชน - การร่วมกันพฒั นาแหลง่ นา้ และแหล่งน้าตามธรรมชาติ ปัจจัยท่ีสง่ ผลให้หมบู่ า้ นมสี ภาพความเปน็ เชน่ นเี้ นอ่ื งมาจากประชากรส่วนใหญป่ ระกอบอาชพี การเกษตร ปลกู พืชผกั และเลย้ี งสตั ว์ แต่เดมิ ทาการเกษตรโดยใชป้ ุย๋ เคมี และสารเคมเี ป็นหลักทาใหต้ ้นทุนในการ ผลติ สูง สง่ิ แวดล้อมเสียหาย เกษตรกรสว่ นใหญเ่ ปน็ หน้ี ดินเส่อื มคณุ ภาพในปจั จบุ นั เกษตรกร สว่ นหน่งึ ได้รวมกลมุ่ กนั ทาการเกษตรอนิ ทรยี ์ขน้ึ เพอ่ื ต้องการผลิตผกั อนามยั ปลอดสารพิษ ไวบ้ ริโภคในครวั เรอื น และจาหน่าย ตาม นโยบายของรัฐบาล และแผนยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาจงั หวดั สกลนคร โดยไดจ้ ดั ตง้ั กล่มุ เกษตรอนิ ทรียใ์ นหมบู่ ้านข้ึน โดยทุกครัวเรือนในหมบู่ ้านเขา้ รว่ มเป็นสมาชกิ สมาชกิ ทกุ ครวั เรอื นสามารถรวมตวั กนั แลว้ นาวัสดุมาผลิตปยุ๋ ชวี ภาพอดั เม็ด ทาให้เกษตรกรและครวั เรอื นยากจนทเี่ ข้าร่วมโครงการสามารถลดต้นทนุ ในการผลิต ลดปญั หา ดา้ นสุขภาพอนามยั จากการได้รบั สารพษิ จากสารเคมี ทาให้สภาพดนิ และสง่ิ แวดลอ้ มในชมุ ชนดขี ึน้ นอกจากการ ดาเนนิ การกจิ กรรมดงั กลา่ วของหมบู่ า้ นแล้ว หมบู่ ้านยงั สง่ เสริมใหม้ กี ารระดมทนุ และการออมของคนในชุมชนอกี ทางหนง่ึ ด้วย ส่งเสรมิ ใหห้ มบู่ ้านได้รับการคัดเลือกจากอาเภอเป็นตวั แทนในการคดั เลอื กหมบู่ ้าน“อยู่เยน็ เปน็ สขุ ” ศักยภาพของหมบู่ า้ น บ้านสงเปลอื ยมผี ู้นาทีม่ คี วามสามารถหลากหลายซงึ่ เปน็ ความรู้ภายใน ของบุคคล หลงั จากทม่ี ีการแลกเปลยี่ นเรียนรรู้ ว่ มกนั กส็ ามารถนาความรไู้ ปสกู่ ารปฏิบัตไิ ดจ้ รงิ เพราะหม่บู า้ นมจี ุด แข็งคอื ความรกั สามัคคเี ออื้ อารีต่อกัน อาศยั กนั เหมอื นญาตพิ ี่น้อง ส่วนจดุ ออ่ นของหมู่บา้ นคอื กจิ กรรมบางอย่าง ไมส่ ามารถดาเนนิ การไดต้ ลอดปี เชน่ การปลกู เหด็ และ การเลยี้ งจ้ิงหรดี และโอกาสของหมูบ่ า้ นท่ีสาคัญกค็ อื เปน็ จุดศกึ ษาดงู านและแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ทจี่ ะนาพาให้ชมุ ชนพฒั นาสคู่ วามยัง่ ยนื ได้ ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จังหวัดสกลนคร ได้จดั สรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์จงั หวดั กิจกรรมหมบู่ า้ นพฒั นาตามแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพยี งตน้ แบบ ระดับ อยู่ดี กนิ ดี ใหแ้ ก่ บ้านสงเปลือย หมทู่ ี่ ๔ ตาบลไฮหยอ่ ง อาเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร กาหนดดาเนนิ การ ๖ กิจกรรม ดงั น้ี - สร้างแกนนาหมูบ่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพียงตน้ แบบ -๓- - กิจกรรมสง่ เสรมิ ครอบครวั พัฒนาในหมบู่ า้ นเศรษฐกิจพอเพยี ง - กจิ กรรมการเรียนรตู้ นเองและกาหนดเปา้ หมายในการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ - กจิ กรรมสาธติ การดารงชวี ิตแบบพอเพยี ง - กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งระบบการบรหิ ารจดั การชมุ ชน - การจดั การความรกู้ ารดาเนินการและการเตรียมเป็นหมบู่ า้ นตน้ แบบ โดยมีตวั ช้วี ดั กจิ กรรมคอื ผา่ นเกณฑห์ มู่บ้านเศรษฐกจิ พอเพยี งของกระทรวงมหาดไทย จานวน ๑๐-๑๖ ตวั ช้ีวดั จากการดาเนนิ การอบรมโครงการหมบู่ า้ นพฒั นาตามแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพียงตน้ แบบ ให้แก่ บ้านสงเปลอื ย หมทู่ ี่ ๔ ตาบลไฮหยอ่ ง อาเภอพงั โคน จังหวดั สกลนคร ทาใหเ้ กดิ การเปล่ยี นแปลงขน้ึ ในหม่บู า้ น หลายดา้ น เช่น มกี ารร่วมกันทาความสะอาดหมู่บ้าน มกี จิ กรรมผลติ การทอผา้ การผลติ ปุ๋ยอินทรีย์ มกี ารปรบั แผน ชุมชน และใช้แผนเป็นเครื่องมือในการพฒั นาชุมชน มกี ารวางกฎระเบยี บของหมบู่ ้าน ส่งผลใหป้ ระชาชนใน

หมูบ่ า้ นมีความสามัคคี มคี วามเอื้ออารีตอ่ กนั ซง่ึ บรรลุตามเปา้ หมายของโครงการ ในการดาเนินงานตามโครงการ มขี ั้นตอน/กระบวนการดงั น้ีสรปุ ได้ดงั นี้ กอ่ นดาเนินการ การพจิ ารณาคัดเลอื กหมบู่ า้ น ต้องคดั เลอื กหมบู่ ้านท่ีมี ความพร้อมคือมผี ลการพฒั นาทด่ี ี คือมกี ลมุ่ องค์กรทเ่ี ข้มแขง็ เชน่ กองทนุ หมบู่ า้ น กลุ่มออมทรัพย์เพอ่ื การผลิต กลมุ่ อาชีพต่าง ๆ เพื่อเปน็ การแสดง ใหเ้ ห็นถงึ ความพรอ้ มทจี่ ะรบั การพัฒนา การพจิ ารณาคดั เลือกครวั เรอื นเป้าหมายกอ่ นทจี่ ะมกี ารคดั เลอื กครวั เรอื นเป้าหมายพฒั นากร ผปู้ ระสานงานตาบลตอ้ งเขา้ ไปประชุมกบั แกนนาชุมชนแบบไมเ่ ปน็ ทางการ เพอื่ ชแ้ี จงโครงการและการปฎิบตั ิ รว่ มกัน และเตรยี มพรอ้ มในการคัดเลือกครัวเรอื นเข้ารว่ มโครงการ ตอ้ งคดั เลอื กครวั เรือน ทีม่ คี วามพร้อมและ ความสมคั รใจโดยดาเนนิ การประชมุ ช้ีแจงรายละเอยี ดโครงการให้ครวั เรอื นในหมบู่ ้านได้รบั ทราบและบา้ นสง เปลือยก็ได้ประชมุ พจิ ารณาคดั เลือกครวั เรอื นเปา้ หมายทเ่ี ปน็ แกนนาในการพัฒนาหมบู่ า้ นและมีความสมคั รใจ เพอื่ ให้ครัวเรอื นเกดิ ความภมู ิใจและตัง้ ใจในการพัฒนาตนเอง การพิจารณาคัดเลอื กสถานท่ฝี กึ อบรม ตอ้ งมกี ารสารวจสถานทกี่ ่อนวา่ มีความเหมาะสมกบั กจิ กรรม หรือไม่ โดยให้กลมุ่ เปา้ หมายเลอื กสถานทีภ่ ายใต้กิจกรรมทรี่ บั ผดิ ชอบซง่ึ บ้านสงเปลือยได้เลอื กเอาศาลา อเนกประสงค์ (หลงั จากฝึกอบรมเสรจ็ ไดจ้ ัดทาเป็นศูนยเ์ รียนร้ชู ุมชน) ซ่งึ เป็นสถานที่มีอากาศปลอดโปรง่ เปน็ สถานทใ่ี นการฝึกอบรม การเตรยี ม วสั ด/ุ อปุ กรณ์ในการอบรม ต้องจดั เตรยี มโตะ๊ เก้าอ้ี เครื่องขยายเสยี ง โปรเจ็คเตอร์ โนต็ บุ๊ค กระดาษฟลิปชารต์ ปากกาเคมี ให้พร้อมกอ่ นดาเนินการ เพ่อื ใช้ประกอบในการฝกึ อบรม การเตรียมวิทยากร ตอ้ งศกึ ษาเนอ้ื หาหลกั สูตรวตั ถปุ ระสงค์และตวั ช้วี ดั ใหช้ ดั เจน แล้วจงึ -๔- ประชุมทีมงาน เพอื่ เปน็ การหาแนวทางการอบรมร่วมกนั และมอบหมายภารกจิ ใหผ้ ู้รบั ผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน เพื่อท่ี ผ้รู บั ผิดชอบจะได้เขา้ ใจในหนา้ ทส่ี ามารถปฏิบตั ิได้ ระหว่างดาเนินการ การรบั ลงทะเบียน เจ้าหนา้ ท่ีผรู้ บั ผดิ ชอบต้อง ตรวจสอบวสั ดุอปุ กรณใ์ ห้พรอ้ มและการจดั โตะ๊ ลงทะเบยี น ต้องเหมาะสม ทักทายเปน็ กันเองกบั ผเู้ ข้าอบรมเหมือนกับเป็นคนบา้ นเดียวกัน เพอื่ ใหเ้ กิดความคนุ้ เคย กล้า แสดงออกในการระดมความคิดเห็น การปฐมนเิ ทศ ต้องชแี้ จงใหเ้ หน็ ความสาคัญของโครงการ และการทากจิ กรรมร่วมกัน และ ใช้บัตรคาใหผ้ เู้ ข้าอบรมแสดงความคาดหวงั ในการเข้ารว่ มกจิ กรรม ในคร้ังน้ี การอบรม ต้องมสี ือ่ ทหี่ ลากหลาย ทงั้ วีดีทัศน์ เพือ่ ไมใ่ ห้เกิดความเบื่อหน่าย และมีการ แบง่ กลมุ่ เพื่อใหเ้ กิดการระดมความคดิ อยากหลากหลาย วิทยากรหลกั และวิทยากรผชู้ ่วย ตอ้ งมีทงั้ วิทยากรหลักและวทิ ยากรผ้ชู ว่ ย เพอ่ื เอือ้ อานวยความ สะดวกและเกบ็ ประเด็นข้อย่อย สาหรับเพมิ่ เตมิ ในสว่ นท่ีขาดหายไป การสรุปตอ้ งใหผ้ เู้ ข้าอบรมสรปุ เนือ้ หาที่ไดร้ บั เปน็ รายวิชาและให้วิทยากรเพม่ิ เตมิ ใหส้ มบรู ณ์ ก่อนทจี่ ะเริ่มเนอื้ หาวชิ าใหม่ หลงั ดาเนินการ

การตดิ ตามประเมินผล ตอ้ งมกี ารติดตามกลมุ่ เปา้ หมายว่ามกี ารเปล่ยี นแปลงไปในทางท่ีดีขึ้น หรอื ไม่ ชุมชนเกดิ ความพอใจหรอื ไม่ การรายงานผลการดาเนนิ งาน ตอ้ งรายงานผลการดาเนนิ งานให้ผบู้ ังคบั บัญชาทราบ เพ่ือหาแนวทางสนบั สนุนใหส้ มบรู ณ์ย่ิงขนึ้ การนาเสนอผลการดาเนินงาน ใหห้ มู่บ้านจัดเตรยี มผลการดาเนินงานนาเสนอให้สว่ น ราชการทเี่ กย่ี วข้องทราบ โดยเชญิ ทกุ ส่วนเข้าร่วมเพอ่ื รับฟงั ผลการพฒั นาจากผู้นาชุมชน และใหส้ ว่ นราชการได้ให้ ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เติม ในการพัฒนาหมบู่ า้ นพัฒนาหมู่บา้ นตามแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพยี งต้นแบบให้สมบรู ณ์ย่งิ ขึ้น ถอดองค์ความรู้ ต้องถอดองค์ความรเู้ พอื่ ใช้เปน็ แนวทางในการดาเนินงานฝึกอบรมตาม โครงการอ่ืนตอ่ ไป ขุมความรู้ การศึกษาข้อมลู ต้องมีขอ้ มลู ทช่ี ัดเจน เพอ่ื เลือกหมบู่ ้านเป้าหมายใหต้ รงตามภารกิจ การเตรยี มการ ต้องศกึ ษารายละเอียดของโครงการใหช้ ดั เจน วา่ โครงการมวี ตั ถุประสงค์ อะไร และวัดความสาเรจ็ อย่างไร การจัดแบ่งหนา้ ที่รบั ผดิ ชอบ ตอ้ งมอบหมายหน้าท่ตี ามความถนัดของแต่ละคน การประเมินผล ตอ้ งประเมนิ ผลทุกขนั้ ตอนเพือ่ ใหท้ ราบถงึ ปญั หา อุปสรรคในการ -๕- ดาเนินงานและ กาหนดรปู แบบในการดาเนนิ งานใหม่ ให้เหมาะสมยง่ิ ขนึ้ กระบวนการมีส่วนรว่ ม ตอ้ งใหผ้ มู้ สี ว่ นเก่ยี วข้อง ทกุ ระดบั มสี ว่ นรว่ มในการกาหนดแนว ทางการพัฒนาโดยยึดวัตถปุ ระสงค์และตวั ชีว้ ัดเปน็ หลกั ในการดาเนนิ งาน กลยทุ ธ์ในการทางาน การสรา้ งความสมั พันธก์ บั ชมุ ชน ตอ้ งเขา้ ไปพบปะกับชมุ ชนเป็นการสว่ นตวั และกาหนด ภารกจิ ทต่ี อ้ งทารว่ มกันใหไ้ ด้ อาจเป็นการพดู คุยกบั แกนนากบั คณะกรรมการกองทนุ หมู่บา้ น กระบวนการมสี ว่ นร่วม ตอ้ งใหผ้ มู้ สี ่วนเกีย่ วขอ้ งไดร้ ว่ มทกุ ขนั้ ตอน ตงั้ แตเ่ ร่ิมตน้ โครงการ ท้ังเตรยี มการกอ่ นอบรม ระหวา่ งอบรมและหลงั อบรม ปจั จยั แหง่ ความสาเร็จ การคดั เลือกหมู่บา้ นทมี่ ีความพร้อม การคัดเลือกครวั เรือนทมี่ ีความพรอ้ ม เสียสละ การเตรียมเนือ้ หาหลักสูตร การเตรยี มวิทยากร การหาเครือขา่ ยสนบั สนุน กฎระเบียบ/แนวคดิ /ทฤษฎีทเี่ ก่ยี วข้อง แนวคดิ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ซงึ่ ทุกภาคสว่ นดาเนนิ การและมุง่ หวังใหเ้ กิดเป็นรปู ธรรม หลกั การทางานพฒั นาชุมชน โดยยึดหลักกระบวนการมสี ว่ นร่วมของประชาชน หลกั การพฒั นาชุมชน ๕ ขนั้ ตอน สารวจขอ้ มลู วิเคราะห์ขอ้ มลู วางแผน ดาเนนิ การ และตดิ ตามประเมนิ ผล ตอ้ งนามาใช้ในการดาเนินงานทุกข้นั ตอน บทสรปุ

ในการดาเนินงานทกุ กิจกรรมเจ้าหนา้ ท่ีจาเปน็ จะต้องมกี ารศกึ ษาภารกจิ /กจิ กรรมให้ชัดเจนและมี การวางแผนการดาเนินงานโดยใหผ้ ้เู กย่ี วข้องมสี ่วนร่วมในการตัดสนิ ใจกจิ กรรมทีด่ าเนินการจึงจะประสบผลสาเรจ็ บรรลุวตั ถปุ ระสงคต์ ามโครงการ จากการจัดเวทปี ระชาคมหมู่บ้านสงเปลอื ย ผเู้ ขา้ รว่ มเวทีประชาคมได้ร่วมกนั คน้ หาปัญหา และความตอ้ งการตลอดจนแนวทางแกไ้ ข ดงั นี้ ปัญหาของชมุ ชน ปญั หาของชมุ ชนทส่ี าคัญคอื ภัยธรรมชาติ ไดแ้ ก่ อทุ กภัย เพราะพ้นื ที่เปน็ ทรี่ าบลมุ่ ส่งผลให้ ผลผลิตทางการเกษตรลดนอ้ ยลง การผลิตไม่คุ้มทุน ราคาพชื ผลตกต่า รายไดไ้ ม่เพียงพอกับรายจา่ ย ประชากร บางส่วนยงั ขาดความรู้ ด้านการประกอบอาชพี -๖- สาเหตขุ องปญั หา เกิดจากสภาพทางภมู ิศาสตร์ของหมบู่ ้านทเี่ ป็นท่รี าบลมุ่ ไมม่ แี หลง่ เกบ็ กักน้าขนาดใหญ่ แนวทางแก้ไขปญั หาและความต้องการ ๑. สง่ เสรมิ การเรยี นรู้ให้คนในชมุ ชนเรือ่ งเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๒. จดั หาแหลง่ ระบายนา้ ๓. ส่งเสรมิ การประกอบอาชีพเสรมิ ๔. ขุดลอกลาห้วยสาธารณเพอ่ื ใหส้ ามารถเก็บและระบายนา้ ได้ การขับเคลอ่ื นชมุ ชนสูช่ ุมชนเขม้ แข็งตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เปน็ ปรัชญาชีถ้ งึ แนวทางการดารงอยู่และปฏิบตั ิตนของประชาชนในทุก ระดับตั้งแตร่ ะดับครอบครวั ระดบั ชมุ ชนจนถึงระดบั รฐั ทงั้ ในการพัฒนาและบรหิ ารประเทศใหด้ าเนินไปในทาง สายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกจิ เพอื่ ให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอเพยี ง หมายถงึ ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล รวมถงึ ความจาเปน็ ทจ่ี ะต้องมี ระบบภมู ิคมุ้ กันในตวั ท่ีดีพอสมควรต่อการมผี ลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปล่ียนแปลงท้ังภายนอกและ ภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมดั ระวังอย่างยง่ิ ในการนาวชิ าการตา่ งๆ มา ใชใ้ นการวางแผน และการดาเนินการทุกข้นั ตอน และขณะเดียวกันจะตอ้ งเสรมิ สร้างพืน้ ฐานจติ ใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจา้ หน้าที่ของรัฐ นกั ทฤษฎแี ละนักธุรกจิ ในทกุ ระดบั ให้มสี านกึ ในคุณธรรม ความซ่ือสัตยส์ จุ ริต และใหม้ ี ความรอบรู้ท่เี หมาะสมดาเนินชวี ติ ด้วยความ อดทน ความเพยี ร มสี ติปญั ญา และความรอบคอบ เพื่อใหส้ มดลุ และพรอ้ มตอ่ การรองรับการเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเร็วและกวา้ งขวาง ท้ังดา้ นวตั ถุ สังคม ส่งิ แวดลอ้ ม และวฒั นธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ป็นอยา่ งดี รวมท้งั แนวทางการดาเนนิ กจิ กรรม ตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง เพ่ือใหเ้ ป็นรากฐานของชวี ติ ประชาชนในหมู่บา้ น โดยใช้หลักการพัฒนาแบบมสี ว่ น ร่วม ยดึ ประชาชนเปน็ ศูนย์กลางการพัฒนา การทางานรว่ มกนั การเรียนรจู้ ากการปฏิบตั ิ ซง่ึ ใช้เทคนิคการกระตุ้น ความคดิ สรา้ งจิตสานึก เร่มิ ตน้ ด้วยตวั ชว้ี ดั ๖x๒ เปน็ เป้าหมาย คือ ๑) ลดรายจ่าย ๒) เพมิ่ รายได้ ๓) ประหยัด

๔) การเรียนรู้ ๕) การอนรุ ักษส์ งิ่ แวดลอ้ มและใช้ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งยงั่ ยืน ๖) การเออื้ อารตี อ่ กนั และจากการสรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจ และแลกเปล่ียนเรยี นรู้ร่วมกนั แลว้ ทาให้คนใน ชมุ ชน/หมู่บา้ นตระหนกั และเลง็ เห็นถึงความสาคญั และดาเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง -๗- ซง่ึ เป็นแรงขับเคล่ือนชุมชนสชู่ ุมชนเขม้ แขง็ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ ๑. ด้านการลดรายจ่าย - ดาเนนิ การรณรงค/์ ประชาสมั พนั ธ์การลด ละ เลกิ อบายมขุ ในที่ประชมุ ประจาเดือนของ หมบู่ ้านทกุ เดอื น - รณรงค/์ สนับสนนุ การจดั ทาบญั ชรี บั -จ่ายของครวั เรือน โดยมคี รวั เรอื นนาร่องจานวน ๓๐ ครัวเรอื น และผู้นาชมุ ชนทกุ คนจดั ทาบญั ชรี ับ-จ่ายในครัวเรอื นเพ่ือเปน็ แบบอย่างแกป่ ระชาชนในหม่บู ้าน - ส่งเสรมิ การปลูกผกั สวนครัวทุกครัวเรือน โดยสนบั สนนุ เมล็ดพนั ธุ์ผัก กระถางยางรถยนต์ จานวน ๑๑๗ กระถาง และบรกิ ารตดั กระถางแกป่ ระชาชนในหมู่บ้านฟรี - เป็นแกนนาในการผลิตป๋ยุ ชวี ภาพอัดเม็ดใชใ้ นการประกอบอาชพี เพ่อื ลดต้นทนุ ในการผลิต จานวน ๒ ครัง้ ๒. ด้านการเพมิ่ รายได้ - เปน็ แกนนาในการจัดตงั้ กลุ่มเล้ยี งโค-กระบอื ตามโครงการธนาคารโค-กระบอื เพอื่ เกษตรกร ตามพระราชดาริ โดยไดร้ ับการสนบั สนนุ การดาเนินงานจากสานักงานปศุสตั ว์อาเภอพังโคน - รว่ มกับคณะกรรมการกลุม่ แมบ่ า้ นเกษตรกรบ้านสงเปลอื ยและคณะกรรมการกลุ่มทอผา้ จัดทาข้อมลู ปา้ ยทท่ี าการกล่มุ ฯ ปา้ ยประชาสมั พันธ์ จานวน ๒ คร้ัง - เข้าร่วมการฝกึ อบรมโครงการศูนยบ์ ริการสง่ เสรมิ เศรษฐกจิ ชุมชนครบวงจร ณ หอ้ งประชุม อาเภอพงั โคน จานวน ๓ คน ๑ วนั เพอ่ื เพม่ิ ทกั ษะด้านการบรหิ ารจดั การและช่องทางการจาหน่ายผลติ ภณั ฑ์ OTOP ๓. ดา้ นการประหยัด - รณรงค/์ ประชาสัมพนั ธ์ การเพิม่ สมาชกิ กลุ่มออมทรัพยเ์ พอ่ื การผลติ ทกุ เดือนในท่ปี ระชมุ ประจาเดอื น - จดั ประชาคมทบทวนระเบียบกล่มุ ออมทรพั ยเ์ พอ่ื การผลิตบา้ นสงเปลอื ย จานวน ๒ ครง้ั - จัดทาสรปุ ผลการดาเนินงาน ป้ายท่ที าการปา้ ยประชาสมั พนั ธ์กลุ่มออมทรพั ยเ์ พอื่ การผลติ จานวน ๑ ครงั้ ๔. ดา้ นการเรยี นรู้ - รณรงค์ ประชาสมั พันธ์ การน้อมนาปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการดารงชีวิต จานวน ๖ คร้ัง - จดั ต้งั ศนู ยเ์ รียนรู้ชมุ ชนบ้านสงเปลือย ๑ ศนู ย์ และจัดทาฐานเรียนรเู้ ศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๖ ฐาน - จัดทาข้อมูล ปา้ ยประชาสมั พนั ธ์ ในศูนย์เรยี นรูช้ มุ ชน จานวน ๖ ครั้ง

- จดั รวบรวมและบนั ทกึ ภูมปิ ญั ญา จานวน ๒ เรื่อง (การเลยี้ งกบและการปลูกเห็ด) -๗- ๕. ดา้ นการอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม - ดาเนนิ การจดั เวทปี ระชาคมหมบู่ ้านเพอื่ กาหนดกฎขอ้ บงั คบั ในการอนุรักษท์ รัพยากร ป่าไม้ และทรัพยากรน้า จานวน ๑ คร้งั - ดาเนนิ การจดั ทาฝายแมว้ เพื่อเกบ็ กกั น้าไว้ใช้ในฤดแู ล้ง - นายางรถยนต์เกา่ มาทากระถางปลกู ผกั สวนครวั และต้นไม้ ๖ ดา้ นการเอ้ืออารี - เป็นแกนนาประชาชนในหมบู่ ้านจัดกิจกรรมงานประเพณีตา่ งๆ ในช่วงเดือนมกราคม – เดอื นธนั วาคม ของทกุ ปี - ดาเนินการจดั ตง้ั กองทุนสวสั ดิการชุมชน บทสรปุ หมบู่ ้านสงเปลือย บ้านสงเปลอื ย หมทู่ ่ี ๕ ตาบลไฮหย่อง อาเภอพังโคน จงั หวดั สกลนคร เปน็ หม่บู า้ นเศรษฐกจิ พอเพยี งตน้ แบบ เน่อื งจากมปี ัจจัยทท่ี าใหส้ าเรจ็ ดงั ตอ่ ไปน้ี ปจั จัยท่ีทาใหเ้ กดิ ความสาเร็จ ๑.เปน็ ชุมชนทีด่ าเนนิ ชวี ติ โดยยึดหลกั ความพอประมาณ เดินทางสายกลาง ทีไ่ มฟ่ ุ่มเฟอื ย ฟงุ้ เฟ้อ หรือตระหน่ีจนเกินไป ไม่ลมุ่ หลงไปกับวตั ถนุ ยิ ม ดารงตนใหเ้ ป็นต้นแบบกบั คนรุ่นตอ่ ไป มองงานกวา้ งไกล รู้จัก มัธยสั ถ์ และมคี วามพอประมาณในการประกอบอาชีพ ๒. มกี ารจดั เวทีอย่างสมา่ เสมอ เพอื่ มองยอ้ นไปในอดตี จนคนื สปู่ จั จุบัน เพ่อื หาความผดิ พลาดวา่ เกดิ จากอะไร และหาความสาเรจ็ ว่าเกดิ จากอะไร และนาไปสูก่ ารวางแผนทสี่ อดคลอ้ งกบั วถิ ชี วี ิตของชุมชน ๓. เป็นชมุ ชนที่มีการสร้างเกราะป้องกันภยั อนั เกิดจากการเปลย่ี นแปลงมาดาเนินกจิ กรรมใน ครัวเรือนและชมุ ชน เชน่ การผลติ เมลด็ พันธุ์ใชเ้ อง การรวมกลมุ่ ผลติ ปยุ๋ อินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ นา้ หมักชวี ภาพ เพอื่ ใช้ ภายในชุมชน เพอ่ื ท่จี ะลดต้นทุนการผลติ การจัดตงั้ กลมุ่ ออมทรัพยเ์ พอื่ การผลิต การจัดสวัสดิการต่าง ๆ ใหช้ มุ ชน ๔. ชมุ ชนมีการรณรงคล์ ดรายจา่ ย โดยได้ปลกู ผกั สวนครัว การลดสรุ า การใชร้ ถยนต์ คนั เดยี วกนั หากไปทางเดยี วกัน และการสง่ เสรมิ การใชร้ ถจกั รยาน เพ่ือประหยดั พลงั งาน รวมทง้ั การลดการใช้ พลงั งาน อาทเิ ชน่ ใช้ฟืน ถา่ นในการประกอบอาหาร ๕. ชุมชนส่งเสริมการเพม่ิ รายได้ โดยมอี าชีพเสรมิ ซงึ่ ปลกู ผกั และเล้ียงโค ไก่ ปลา ไว้เพ่ือบรโิ ภคและหากผลผลติ เหลอื กจ็ ะจาหนา่ ย รวมท้ังการใชป้ ุ๋ยชีวภาพ การรวมกล่มุ เพ่อื จดั ตง้ั กลมุ่ อาชีพเลย้ี ง โค และการใช้เศษวัสดุตา่ ง ๆ เพอื่ สรา้ งสงิ่ ใหม่ (นวัตกรรม) เชน่ การจัดทาปุย๋ ชวี ภาพ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต โดยเริม่ จากการแจกจา่ ยใหค้ นในครัวเรือนและชมุ ชน ๖. รณรงคก์ ารประหยดั ให้กบั ครวั เรือนในชมุ ชน -๘- - การรวมกลุ่มริเริ่มการจัดตง้ั กลมุ่ ออมทรพั ยเ์ พือ่ การผลิต ซ่ึงมีกจิ กรรมการปล่อยเงินกู้ใหแ้ ก่ สมาชกิ กู้ โดยมอี ัตรา ดอกเบยี้ ตา่ - ดาเนินงานกองทนุ หมบู่ า้ น และกองทุนอน่ื ๆ

– รวมกลมุ่ แมบ่ ้านเพ่อื ดาเนนิ กจิ กรรมแปรรปู อาหาร - มีการบรู ณาการระหว่างกองทุน กทบ. และเงินบรจิ าคเงินสมทบกองทุน เพือ่ นาไปดาเนนิ กจิ กรรมของครวั เรือน ตามเวทีชาวบ้าน - สนบั สนนุ กลมุ่ อาชพี ตา่ ง ๆ ๗. ชมุ ชนส่งเสริมการเรยี นรู้ มกี ารถ่ายทอดความรู้หลงั จากแกนนาไปอบรมมาถา่ ยทอด ให้ ชาวบ้านรบั รู้ และมีการใช้ภมู ปิ ญั ญาของชาวบา้ น เชน่ การเรียนรเู้ รอื่ งการจัดทาปยุ๋ ชวี ภาพ การจัดทาบญั ชี ครวั เรือนทุกครวั เรือน จดั ตงั้ ศนู ยเ์ รยี นรเู้ ศรษฐกิจพอเพียง ๘. การอนุรกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ มและใชท้ รพั ยากรธรรมชาติอยา่ งยง่ั ยืน - เขตปา่ ชมุ ชน โดยมีการส่งเสรมิ และสนบั สนนุ ให้ชาวบ้านเปน็ ยามจาเป็น เพือ่ ปกปอ้ งและ ปอ้ งกันรักษาปา่ ชุมชน - ร่วมกันพัฒนาปลูกต้นไม้ในสถานทที่ ี่ว่างเปลา่ และท่ีสาธารณะ - ทาความสะอาดป่าในวันสาคญั ของชาติ ศาสนา - มีการปลกู ปา่ ทดแทน และจัดระเบยี บปา่ ชุมชน ๙. การเออ้ื อารตี อ่ กัน โดยสง่ เสรมิ ความสัมพนั ธ์กัน ดังนี้ - รวมกลมุ่ เพอ่ื อนรุ กั ษป์ ระเพณี วัฒนธรรมของตาบล - ลงแขกทางาน เพ่ือชว่ ยเหลอื กัน โดยไม่คดิ ค่าจ้าง / ค่าแรง - สง่ เสริมและสนบั สนุนเบยี้ ยงั ชพี ผสู้ ูงอายุ โดยขอรบั การสนับสนุน จาก อบต.ไฮหยอ่ ง - จดั สรรเงนิ ทุนการศึกษาใหก้ ับบุตรหลาน จากสวสั ดกิ ารกองทนุ หมบู่ ้าน (กทบ.) - จัดและรว่ มกจิ กรรมเก่ียวกบั ศาสนา การรกั ษาและคงเอกลักษณว์ ัฒนธรรมประเพณี เช่น การ ทาความดี การไหว้คนสงู อายุ ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ เป็นตน้ - ปลกู ฝงั ค่านิยมในการพง่ึ พาตนเอง และขยายความรสู้ ู่ชมุ ชน ๑๐. เปน็ ชุมชนท่ีรรู้ กั สามัคคี ทกุ ครอบครวั ในชุมชนมสี ่วนร่วม ในการดาเนินกจิ กรรมของชมุ ชน โดย ยึดหลกั การดาเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัว


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook