Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ is1 ม2

แผนการจัดการเรียนรู้ is1 ม2

Published by วิโรจน์ วรรณชัย, 2021-06-20 06:03:51

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ is1 ม2

Search

Read the Text Version

50 หมายถึงการอธิบายความคาดหมายล่วงหนา้ ที่คาดวา่ จะเกิดข้ึนสาหรับเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ท่ีสามารถสงั เกตได้ ตามความเชื่อของบุคคลใดบุคคล หน่ึงหรือกลุ่มใดกลุ่มหน่ึง ซ่ึงส่ิงที่คาดน้นั อาจจะเกิดข้ึนจริงหรือไม่กไ็ ด้ สมมติฐานจึงเป็น เครื่องมือที่จะนาไปสู่การคน้ หาความจริงในการศึกษาคน้ ควา้ ตวั อย่ำงกำรต้งั สมมติฐำน - เจา้ ของกิจการคำดว่ำปี น้ีร้านคา้ ของตนจะมีกาไรสุทธิไม่ต่ากวา่ 1,000,000 บาท - ตน้ หญา้ ท่ีไดร้ ับแสงแดดมำกจะเจริญงอกงามกว่ำตน้ หญา้ ที่ไดร้ ับแสงแดดนอ้ ย - ถ้ำแสงแดดมีส่วนเกี่ยวขอ้ งกบั การเจริญงอกงามของตน้ หญา้ ดงั น้ันตน้ หญา้ ท่ีไดร้ ับ แสงแดดจะเจริญงอกงาม - ถ้ำแสงแดดมีส่วนเกี่ยวขอ้ งกบั การเจริญงอกงามของตน้ หญา้ ดงั น้ันตน้ หญา้ ท่ีอยบู่ ริเวณ ท่ีมีแสงแดดนอ้ ยจะไมเ่ จริญงอกงามหรือตายไป - รัฐบาลประเมนิ ว่ำปี น้ีจะมีนกั ท่องเท่ียวจากต่างประเทศมาเที่ยวในประเทศไทย 6,000,000 คน - ผทู้ ี่สูบบุหร่ีเป็ นโรคมะเร็งปอดมำกกว่ำผทู้ ่ีไม่สูบบุหรี่ - ผทู้ ่ีไม่สูบบุหร่ีเป็ นมะเร็งปอดน้อยกว่ำผทู้ ี่สูบบุหรี่ - ถ้ำบุหร่ีมีส่วนเก่ียวขอ้ งกบั การเกิดโรคมะเร็งปอด ดงั น้ันผทู้ ่ีสูบบุหรี่จึงมีโอกาสเป็ น โรคมะเร็งปอดมากกวา่ ผทู้ ่ีไม่สูบบุหรี่ - ถ้ำโฮโมนมีผลต่อสีของปลาสวยงาม ดังน้ันปลาท่ีเล้ียงโดยใหโ้ ฮโมนจะมีสีเร็วกวา่ ปลา ท่ีเล้ียงโดยไมใ่ หโ้ ฮโมนในช่วงอายเุ ทา่ กนั - ผหู้ ญิงมีความสนใจในน้าหอมมำกกว่ำผชู้ าย - ความตอ้ งการใชเ้ ครื่องไฟฟ้าของบุคคลในชุมชนเมืองและชุมชนชนบทแตกต่ำงกนั - การใชเ้ ทคโนโลยที นั สมยั มคี วำมสัมพนั ธ์กบั ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ ทางานทำงบวก - ผปู้ กครองของนกั เรียนในประเทศไทยมกั ไม่นิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อต่างประเทศ kruwirot wannachai satreesiriket school

51 - การเล้ียงดูของมารดาน่าจะมคี วำมสัมพนั ธ์กบั ความฉลาดทางอารมณ์ของเด็ก - ปัจจุบนั ประชาชนในเมืองมีความสนใจประเพณีสงกรานต์มำกขนึ้ - คาดวา่ รายไดเ้ ฉล่ียต่อหวั ต่อเดือนของประชากรในจงั หวดั ศรีสะเกษเท่ำกบั 15,000 บาท - ครูประจาการมีความสามารถใชค้ อมพวิ เตอร์มำกกว่ำครูฝึกสอน - คา่ แรงในการทางานมีผลทาใหป้ ระสิทธิภาพการทางานดขี นึ้ - นกั เรียนท่ีไดร้ ับการอบรมเล้ียงดูดว้ ยวธิ ีการทีแ่ ตกต่ำงกนั จะมีวนิ ยั ในตนเองต่ำงกนั - ในอดีต และปัจจุบนั ผชู้ ายมีความสนใจในเพศเดียวกนั แตกต่ำงกนั - สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ มคี วำมสัมพนั ธ์ กบั ประสิทธิผลในการทางาน - ครูอาจารยเ์ พศชายมีความวติ กกงั วลในการทางานน้อยกว่ำครูอาจารยเ์ พศหญิง - นกั เรียนในกรุงเทพฯจะมีทศั นะคติทางวทิ ยาศาสตร์ดกี ว่ำนกั เรียนในชนบท ควำมแตกต่ำงของสมมตฐิ ำนกบั กำรพยำกรณ์ สมมติฐานเป็ นการทานายผลล่วงหนา้ โดยไม่ทราบความสัมพนั ธ์ระหวา่ งขอ้ มูล แตก่ าร พยากรณ์เป็นการทานายผลล่วงหนา้ โดยทราบความสัมพนั ธ์ระหวา่ งขอ้ มูล เช่น ครูวโิ รจนพ์ ูดวา่ “วนั น้ีคาด วา่ ฝนจะตก” เป็ นสมมติฐานของครูวโิ รจน์ ท่ีคาดการณ์ไวโ้ ดยใชค้ วามเชื่อส่วนตวั แตก่ รมอุตุฯ พยากรณ์วา่ “วนั น้ีมีเมฆมาก มีความช้ืนสูงและมีความกดอากาศต่ากาลงั แรง คาดวา่ จะมีฝนฟ้าคะนอง และพายกุ รรโชก แรง” ถือเป็นการพยากรณ์เพราะมีความสัมพนั ธ์ของขอ้ มูลต่างๆ ไม่วา่ จะเป็นอุณหภูมิ ความช้ืน ความกด อากาศ ฯ เป็นตน้ กำรต้ังสมมติฐำน คือการทานายผล การคาดเดาเหตุการณ์หรือการคิดคาตอบล่วงหนา้ อยา่ งมีเหตุผล โดยอาศยั หลกั การ ความรู้หรือประสบการณ์ที่มีอยู่ หลกั กำรต้ังสมมตฐิ ำน 1. สมมติฐานตอ้ งเป็ นขอ้ ความท่ีบอกความสัมพนั ธ์ระหวา่ งตวั แปรตน้ กบั ตวั แปรตาม ตวั อย่ำงกำรต้งั สมมตฐิ ำน อะไรมีผลต่อความเร็วรถ (ความเร็วรถข้ึนอยกู่ บั อะไรบา้ ง) สมมติวา่ เลือกขนาดของยางรถยนตเ์ ป็ นตวั แปรที่ตอ้ งการทดสอบ ก็อาจต้งั สมมติฐานไดว้ า่ “เม่ือ ขนาดของยางรถยนตใ์ หญข่ ้ึน ความเร็วของรถยนตจ์ ะลดลง” ตวั แปรตน้ คือ ขนาดของยางรถยนต์ ตวั แปรตาม คือ ความเร็วของรถยนต์ kruwirot wannachai satreesiriket school

52 2. ในสถานการณ์หน่ึงๆ อาจต้งั หน่ึงสมมติฐานหรือหลายสมมติฐานกไ็ ด้ สมมติฐานท่ีต้งั ข้ึนอาจเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงก็ได้ ดงั น้นั จึงจาเป็นตอ้ งมีการทดลองเพ่ือตรวจสอบวา่ สมมติฐานที่ต้งั น้นั เป็นจริงหรือไม, ซ่ึงจะทราบไดภ้ ายหลงั ทาการทดลองหาคาตอบแลว้ 3. การต้งั สมมติฐานท่ีดี ควรมีลกั ษณะ ดงั น้ี 1. เป็นสมมติฐานที่เขา้ ใจง่าย มกั ใชว้ ลีวา่ “ถา้ ............ดงั น้นั ..........” , มากกวา่ , นอ้ ยกวา่ ,สูงกวา่ , ต่ากวา่ , ดีข้ึน , ดีกวา่ , มีความแตกต่างกนั , เป็นไปในทิศทางเดียวกนั , มีความสัมพนั ธ์ กนั , มีความสัมพนั ธ์แบบผกผนั , มีอิทธิพลต่อ , ส่งผลต่อ , แปรผนั กบั , ฯลฯ 2. เป็นสมมติฐานที่แนะลู่ทางท่ีจะตรวจสอบได้ 3. เป็นสมมติฐานที่ตรวจสอบไดโ้ ดยการทดลอง 4. เป็นสมมติฐานที่สอดคลอ้ งและอยใู่ นขอบเขตขอ้ เทจ็ จริงที่ไดจ้ ากการสงั เกต และสมั พนั ธ์กบั ปัญหา 5. สมมติฐานท่ีเคยไดร้ ับการยอมรับอาจลม้ เลิกไดถ้ า้ มีขอ้ มูลจากการทดลองใหมๆ่ มาลบลา้ ง ตวั อย่ำงกำรต้งั สมมติฐำน ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ปัญหำ/คำถำม “ทาไมตน้ หญา้ บริเวณใตต้ น้ ไม้ จึงไม่งอกงามเท่าตน้ หญา้ ที่ อยกู่ ลางแจง้ ” ประเด็นปัญหำ “แสงแดดน่าจะมีส่วนเกี่ยวขอ้ งกบั การเจริญงอกงามของตน้ หญา้ ” สมมตฐิ ำน “ถา้ แสงแดดมีส่วนเกี่ยวขอ้ งกบั การเจริญงอกงามของตน้ หญา้ ดงั น้นั ตน้ หญา้ ใน บริเวณที่ไมไ่ ดร้ ับแสงแดดจะไมง่ อกงามหรือตายไป” หรือ “ถา้ แสงแดดมีส่วนเก่ียวขอ้ งกบั การเจริญงอกงามของตน้ หญา้ ดงั น้นั ตน้ หญา้ ในบริเวณที่ ไดร้ ับแสงแดดจะเจริญงอกงาม” ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ปัญหำ/คำถำม “ความเร็วของรถยนตข์ ้ึนอยกู่ บั ปัจจยั อะไรบา้ ง” ประเดน็ ปัญหำ “ขนาดของยางรถยนตม์ ีผลตอ่ ความเร็วของรถยนต”์ สมมติฐำน “เมื่อขนาดของยางรถยนตใ์ หญข่ ้ึนความเร็วของรถยนตจ์ ะลดลง” ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ปัญหำ/คำถำม “นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 ชอบอ่านหนงั สือประเภทใด” ประเด็นปัญหำ “พฤติกรรมการอ่านหนงั สือของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2” สมมตฐิ ำน “ถา้ นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 มีพฤติกรรมชอบเพอ้ ฝัน ดงั น้นั นกั เรียนช้นั kruwirot wannachai satreesiriket school

53 มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 ชอบอ่านหนงั สือนวนิยาย” ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ปัญหำ/คำถำม “ประชาชนในเมืองมีความสนใจประเพณีสงกรานตห์ รือไม่” ประเด็นปัญหำ “ความสนใจประเพณีสงกรานตข์ องประชากรที่อาศยั อยใู่ นเขตเมือง” สมมติฐำน “ปัจจุบนั ประชาชนในเขตเมืองสนใจประเพณีสงกรานตม์ ากข้ึน” ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ปัญหำ/คำถำม “ผลการเรียนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ของนกั เรียนช้นั ม.2โดยใชช้ ุด การสอนชุดมินิคอร์สกบั การสอนตามคู่มือครูของสสวท. อยา่ งไหนจะดีกวา่ กนั ” ประเดน็ ปัญหำ “การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 ท่ีเรียนโดยใชช้ ุดมินิคอร์สกบั เรียนตามคู่มือครูของสสวท.” สมมตฐิ ำน “ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ระหวา่ งกลุ่มทดลองที่เรียนโดยชุดการ สอนมินิคอร์สกบั กลุ่มที่เรียนโดยคู่มือครูของสสวท. มีความแตกตา่ งกนั ” ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ปัญหำ/คำถำม “นกั เรียนช้นั ม. 1 อา่ นคาที่ใชอ้ กั ษร ร ล ว ควบกล้า ไม่ชดั เจน ประเดน็ ปัญหำ “การสร้างแบบฝึกทกั ษะการอ่านคาท่ีใชอ้ กั ษร ร ล ว ควบกล้า สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1” สมมตฐิ ำน “กลุ่มตวั อยา่ งที่ไดร้ ับการฝึกทกั ษะจากแบบฝึกทกั ษะการอา่ นคาท่ีใชอ้ กั ษร ร ล ว ควบกล้า จะมีความสามารถในการอา่ นคาที่ใชอ้ กั ษร ร ล ว ควบกล้าไดด้ ีข้ึน” หมำยเหตุ การวจิ ยั เชิงสารวจไมต่ อ้ งต้งั สมมติฐานกไ็ ด้ ประโยชน์ของสมมติฐำน 1. ทาหนา้ ที่กาหนดทิศทางหรือแนวทางในการวจิ ยั 2. สมมติฐานตอ้ งตอบวตั ถุประสงคข์ องการวิจยั ไดอ้ ยา่ งครบถว้ น 3. สามารถทดสอบและวดั ไดด้ ว้ ยขอ้ มูลและวธิ ีการทางสถิติ kruwirot wannachai satreesiriket school

54 คำสั่ง ใหต้ อบคาถามดว้ ยลายมือท่ีอา่ นง่าย 1. ใหอ้ ธิบายความหมายของสมมติฐาน .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 2. การต้งั สมมติฐาน คืออะไร อธิบายใหช้ ดั เจน .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 3. การพยากรณ์ คืออะไรตา่ งจากสมมติฐานอยา่ งไร .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

55 4. ใหอ้ ธิบายหลกั ในการต้งั สมมติฐาน .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 5. สมมติฐานท่ีดีตอ้ งมีลกั ษณะอยา่ งไรอธิบายใหช้ ดั เจน พร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประกอบ 5 ตวั อยา่ ง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

56 คำส่ัง ใหต้ ้งั ขอ้ สงสัยและประเดน็ ปัญหาแลว้ นาเสนอหนา้ ช้นั เรียนเพ่ือรับการวพิ ากย์ คำถำม/ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ปัญหำ สมมตฐิ ำน ตวั อย่ำง ทาไมตน้ หญา้ ที่อยใู่ นร่มจึงไมค่ ่อยเจริญ ถา้ แสงแดดมีส่วนในความเจริญงอกงามของตน้ หญา้ งอกงามเทา่ กบั ตน้ หญา้ ท่ีอยกู่ ลางแจง้ ดงั น้นั ตน้ หญา้ ที่ไดร้ ับแสงแดดมากจะเจริญงอกงาม กวา่ ตน้ หญา้ ที่ไดร้ ับแสงแดดนอ้ ย 1............................................................................... .................................................................................. ................................................................................. .................................................................................. ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ .................................................................................. 2.............................................................................. .................................................................................. ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ ................................................................................. 3............................................................................... ................................................................................. ................................................................................. ................................................................................. ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ ................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

57 4............................................................................... ................................................................................... ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ ................................................................................... 5............................................................................... ................................................................................... ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ ................................................................................... 6............................................................................... ................................................................................... ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ ................................................................................... 7............................................................................... ................................................................................... ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ .................................................................................. 8............................................................................... ................................................................................... ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ .................................................................................. ................................................................................ ................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

58 เป็นข้นั ตอนสาคญั เมื่อเราสงั เกตพบปัญหา ความตอ้ งการ ความรู้ ความจริง วา่ มีเหตุการณ์หรือสภาพการณ์อยา่ งไร มีเหตุมีปัจจยั อะไรท่ีทาใหเ้ กิดเหตุการณ์ หรือสภาพการณ์ เช่นน้นั การต้งั ประเด็นปัญหาน้นั สาคญั กวา่ ปัญหา เพราะการต้งั ประเดน็ ปัญหาที่ดีและชดั เจนจะทาใหผ้ ูต้ ้งั ปัญหาเกิดความเขา้ ใจและมองเห็นช่องทางในการคน้ หาคาตอบ ตัวอย่ำงของกำรสังเกตทพี่ บประเดน็ ปัญหำ เราสังเกตพบวา่ ตน้ หญา้ ใตต้ น้ ไมใ้ หญห่ รือตน้ หญา้ ที่อยใู่ นท่ีร่มมกั จะไม่เจริญงอกงาม ส่วนตน้ หญา้ ในบริเวณใกลเ้ คียงกนั แตอ่ ยใู่ นท่ีแจง้ ที่ไดร้ ับแสงแดดจะเจริญงอกงามไดด้ ี นกั เรียนชายที่สนใจในการเล่นกีฬาก็อาจเกิดความสงสยั วา่ จะเตะฟุตบอลอยา่ งไรใหโ้ คง้ และมีความแรง นกั เรียนหญิงท่ีสนใจรักสวยรักงาม เมื่อเป็นสิว ก็อาจสงสยั วา่ สิวมีสาเหตุมาจากอะไร จะ ป้องกนั ไดอ้ ยา่ งไร แหล่งทม่ี ำของกำรต้ังประเดน็ ปัญหำ และกำรคดิ หัวข้อ 1. จากความช่างสงสัยของตนเอง 2. จากการสงั เกตสิ่งต่างๆรอบตวั 3. จากการพูดคุยกบั บุคคลอ่ืนๆ 4. จากงานอดิเรกของตนเอง 5. จากการไปเยยี่ มชม หรือไปเท่ียวตามสถานที่ตา่ งๆ 6. จากการอ่าน กำรต้ังประเด็นปัญหำ เมื่อคน้ พบประเด็นปัญหาท่ีสนใจจะหาคาตอบแลว้ ใหน้ ามากาหนดช่ือเร่ือง(การต้งั ประเด็นปัญหา) โดยชื่อเร่ือง(การต้งั ประเด็นปัญหา) จะตอ้ งมีองคป์ ระกอบท่ีสาคญั 2 ประการ คือ 1. วธิ ีกำรศึกษำ(วธิ ีกำรวจิ ัย) ในช่ือเร่ืองน้นั จะตอ้ งบอกถึงวธิ ีการที่จะใชใ้ นการศึกษา ประเดน็ ปัญหาน้นั ๆ โดยสามารถใชค้ าเหล่าน้ีในช่ือเรื่อง เช่น kruwirot wannachai satreesiriket school

59 - การสารวจ....................................................................... - การประเมิน........................................................................ - การศึกษา............................................................................. - การพฒั นา............................................................................ - การเปรียบเทียบ................................................................... - ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง.......................................................... 2. ตวั แปรหรือเครื่องมือ ตวั แปร แบง่ เป็ น 1. ตวั แปรตน้ คือส่ิงท่ีจะทาใหเ้ กิดสิ่งอ่ืนๆตามมา 2. ตวั แปรตาม คือส่ิงท่ีจะเปลี่ยนแปลงตามตวั แปรตน้ 3. ตวั แปรควบคุม คือสิ่งที่จะตอ้ งควบคุมในการทดลองหรือการศึกษา ตัวอย่ำง ประเดน็ ปัญหำ/ชื่อเรื่อง กำรศึกษำกำรเจริญเติบโตของต้นถั่วเหลืองที่ปลูก โดยใช้ดนิ วทิ ยำ ตวั แปรตน้ คือ ดินวทิ ยาศาสตร์ ตวั แปรตาม คือ การเจริญเติบโตของตน้ ถว่ั เหลือง ตวั แปรควบคุม คือ แสงแดด น้า การดูแล ฯลฯ ตัวอย่ำง กำรต้งั ช่ือเร่ือง/ประเด็นปัญหำ - การสารวจความพึงพอใจของนกั เรียนที่มีต่อการแลกคูปองของสหกรณ์สตรีสิริเกศ - การประเมินความสะอาดห้องเรียนจากกิจกรรม Big Cleaning Day - การศึกษาการทาโคมไฟจากกล่องนม - วธิ ีการลดสภาวะโลกร้อนของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2/…ในโรงเรียนสตริสิริเกศ - การสารวจพฤติกรรมการใชโ้ ทรศพั ทข์ องนกั เรียนโรงเรียนสตรีสิริเกศ - ผลกระทบที่เกิดจากการไม่ไดอ้ าศยั อยกู่ บั บิดา มารดาของนกั เรียน - การผลิตแชมพูสาหรับสุนขั จากใบนอ้ ยหน่า - การศึกษาสมุนไพรท่ีมีผลต่อการดบั กล่ินเทา้ - การเปรียบเทียบวธิ ีการบาบดั น้าเสียระหวา่ งการกรองดว้ ยผกั ตบชวากบั การบาบดั ดว้ ย EMท่ีมี ประสิทธิภาพมากท่ีสุด - การสารวจความเห็นเกี่ยวกบั การแข่งขนั กีฬาภายในของโรงเรียนสตรีสิริเกศ kruwirot wannachai satreesiriket school

60 ปี การศึกษา........... - การศึกษาความสดของดอกไมเ้ ม่ือปักไวใ้ นสารละลายตา่ งชนิดกนั - การสารวจการมีมารยาทในการใชห้ ้องสมุดของนกั เรียนโรงเรียนสตรีสิริเกศ ปี การศึกษา........ - การศึกษาปัญหาการติดเกมของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 ของโรงเรียนสตรีสิริเกศ - การผลิตน้ายาขดั รองเทา้ จากเปลือกส้ม - การสกดั สีจากวสั ดุธรรมชาติเพอื่ นามาใชแ้ ทนสีน้า - การศึกษาการใชเ้ วลาวา่ งของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1 โรงเรียนสตรีสิริเกศ ปี การศึกษา........ - การศึกษาปัญหาการติดเกมของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาตอนตน้ โรงเรียนสตรีสิริเกศ ปี การศึกษา.............. - การสารวจความพึงพอใจในการใช้ wifi ของนกั เรียนโรงเรียนสตรีสิริเกศ ปี การศึกษา............ - การสารวจพฤติกรรมการทาความสะอาดหอ้ งโฮมรูมของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรียน สตรีสิริเกศ ปี การศึกษา................... - การผลิตยากาจดั แมลงสาบดว้ ยปูนขาว - กาดกั จิ้งจกกวนใจ - ฯลฯ kruwirot wannachai satreesiriket school

61 คำสั่ง ใหต้ ้งั ขอ้ สงสัย/คาถาม/ขอ้ สงเกต และประเด็นปัญหาจานวน 3 เร่ือง แลว้ นาเสนอหนา้ ช้นั เรียนเพื่อรับ การวพิ ากย์ หวั ข้อ คำถำม/ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ สมมตฐิ ำน เร่ืองทจ่ี ะศึกษำ/ประเดน็ ปัญหำ ปัญหำ ผหู้ ญิงหรือผชู้ ายใชค้ รีมกนั ผหู้ ญิงใชค้ รีมกนั แดด แดดมากกวา่ กนั มากกวา่ ผชู้ าย -ผหู้ ญิง/ผชู้ ายท่ีมีอายตุ ่ากวา่ การใชค้ รีมกนั แดด ช่วงอายเุ ท่าไรที่ผหู้ ญิง/ 11 ปี เร่ิมใชค้ รีมกนั แดดเป็ น การศึกษาการใชค้ รีมกนั ผชู้ ายที่เริ่มใชค้ รีมกนั แดด คร้ังแรก แดดในเพศหญิงกบั เพศชาย เป็ นคร้ังแรก -ผหู้ ญิง/ผชู้ ายท่ีมีช่วงอายุ ระหวา่ ง 11 – 15 ปี เริ่มใชค้ รีม กนั แดดเป็ นคร้ังแรก -ผหู้ ญงิ /ผชู้ ายท่ีมีอายตุ ้งั แต่ 15 ปี ข้ึนไปเริ่มใชค้ รีมกนั แดดเป็ นคร้ังแรก kruwirot wannachai satreesiriket school

62 หวั ข้อ คำถำม/ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ สมมตฐิ ำน เรื่องทจี่ ะศึกษำ/ประเดน็ ปัญหำ ปัญหำ kruwirot wannachai satreesiriket school

63 หวั ข้อ คำถำม/ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ สมมตฐิ ำน เรื่องทจี่ ะศึกษำ/ประเดน็ ปัญหำ ปัญหำ kruwirot wannachai satreesiriket school

64 หวั ข้อ คำถำม/ข้อสงสัย/ข้อสังเกต/ สมมตฐิ ำน เรื่องทจี่ ะศึกษำ/ประเดน็ ปัญหำ ปัญหำ kruwirot wannachai satreesiriket school

65 คำสั่ง จากสถานการณ์ปัญหาครอบครัว ชุมชนของแต่ละกลุ่ม ใหว้ เิ คราะห์ปัญหาโดยใช้ Mind Mapping จากน้นั นาเสนอหนา้ ช้นั เรียนเพอ่ื รับการวพิ ากย์ ปัญหำในครอบครัว/ชุมชน ของฉัน kruwirot wannachai satreesiriket school

66 คำสั่ง ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มต้งั คาถาม สมมติฐาน ประเด็นปัญหาในเรื่องที่ใกลต้ วั ครอบครัวและชุมชน กลุ่มละ 4 เรื่อง จากน้นั นาเสนอหนา้ ช้นั เรียนเพ่ือรับการวพิ ากย์ เพ่ือคดั เลือกใหเ้ หลือเพยี งเร่ืองเดียว หัวข้อ คำถำม/ข้อสงสัย/ สมมติฐำน เรื่องทจี่ ะศึกษำ/ประเด็น ข้อสังเกต/ปัญหำ ปัญหำ kruwirot wannachai satreesiriket school

67 หวั ข้อ คำถำม/ข้อสงสัย/ สมมติฐำน เร่ืองทจี่ ะศึกษำ/ประเดน็ ข้อสังเกต/ปัญหำ ปัญหำ kruwirot wannachai satreesiriket school

68 หวั ข้อ คำถำม/ข้อสงสัย/ สมมติฐำน เร่ืองทจี่ ะศึกษำ/ประเดน็ ข้อสังเกต/ปัญหำ ปัญหำ kruwirot wannachai satreesiriket school

69 หวั ข้อ คำถำม/ข้อสงสัย/ สมมติฐำน เร่ืองทจี่ ะศึกษำ/ประเดน็ ข้อสังเกต/ปัญหำ ปัญหำ kruwirot wannachai satreesiriket school

70 เป็นการหาคาตอบเพ่อื พิสูจน์สมมติฐานที่ต้งั ไว้ ซ่ึงอาจไดค้ าตอบมา จากการทดลอง การรวบรวมขอ้ มูล (เอกสาร การสงั เกตปรากฏการณ์ การซกั ถามผรู้ ู้) กำรทดลอง เป็นกระบวนการปฏิบตั ิในการหาคาตอบหรือตรวจสอบสมมติฐานที่ต้งั ไว้ วา่ เป็นจริงหรือไม่ ประกอบดว้ ยกิจกรรม 3 กระบวนการไดแ้ ก่ 1. กำรออกแบบกำรทดลอง เป็นการวางแผนการทดลองก่อนลงมือปฏิบตั ิจริงโดยให้ สอดคลอ้ งกบั สมมติฐานท่ีต้งั ไว้ และควบคุมปัจจยั และตวั แปรตา่ งๆ ที่มีผลต่อการทดลอง 1.1 ตวั แปรตน้ หรือตวั แปรอิสระ (Independent Variable) คือส่ิงที่จะทาใหเ้ กิด สิ่งอ่ืนๆตามมา 1.2 ตวั แปรตาม (Dependent Variable) คือสิ่งท่ีจะเปลี่ยนแปลงตามตวั แปรตน้ 1.3 ตวั แปรควบคุม (Control Variable) คือส่ิงท่ีจะตอ้ งควบคุมในการทดลอง หรือการศึกษา ในการควบคุมปัจจยั ท่ีมีผลต่อการทดลอง จะตอ้ งแบง่ ชุดการทดลองออกเป็น 2 ชุด ดงั น้ี ชุดทดลอง หมายถึง ชุดที่เราใชศ้ ึกษาผลของตวั แปรตน้ ชุดควบคุม หมายถึง ชุดของการทดลองที่ใชเ้ ป็นมาตรฐานอา้ งอิง เพ่ือ เปรียบเทียบขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการทดลอง ซ่ึงชุดควบคุมน้ีจะมีตวั แปรต่างๆเหมือนกนั กบั ชุดทดลอง แตจ่ ะ แตกต่างจากชุดทดลองเพียง 1 ตวั แปรเท่าน้นั คือ ตวั แปรที่เราตอ้ งการจะตรวจสอบหรือตวั แปรอิสระ 2. กำรปฏบิ ตั ิกำรทดลอง เป็ นการลงมือปฏิบตั ิการทดลองจริง โดยจะดาเนินไปตาม ข้นั ตอนท่ีไดอ้ อกแบบไว้ และควรจะทาการทดลองซ้าๆหลายๆคร้ังเพ่ือใหแ้ น่ใจวา่ จะไดผ้ ลเช่นน้นั จริงๆ 3. กำรบันทกึ ผลกำรทดลอง(กำรรวบรวมข้อมูล) หมายถึงการจดบนั ทึกผลท่ีไดจ้ าก การทดลองซ่ึงขอ้ มูลท่ีไดน้ ้ีสามารถรวบรวมไวใ้ ชใ้ นการยนื ยนั วา่ สมมติฐานท่ีต้งั ไวถ้ ูกตอ้ งหรือไม่ ใน บางคร้ังขอ้ มูลอาจไดม้ าจากเอกสาร จากการสังเกตปรากฏการณ์ จากการสร้างขอ้ เทจ็ จริง จากผูร้ ู้ แลว้ นา ขอ้ มูลท่ีไดม้ าน้นั ไปแปรผล สรุป ดงั น้นั การรวบรวมขอ้ มูลจึงเป็นส่ิงจาเป็นในวธิ ีทางวทิ ยาศาสตร์ kruwirot wannachai satreesiriket school

71 ตวั อย่ำงของกำรศึกษำ/วจิ ัย คำถำม/ข้อค้นพบ ทาไมตน้ หญา้ ที่อยใู่ ตร้ ่มเงาของตน้ ไมใ้ หญ่จึงไม่เจริญงอกงาม เทา่ กบั ตน้ หญา้ ท่ีอยใู่ นละแวกเดียวกนั แต่อยกู่ ลางแจง้ ประเดน็ ปัญหำ แสงแดดมีส่วนทาให้ตน้ หญา้ เจริญงอกงาม สมมตฐิ ำน ถา้ แสงแดดมีส่วนทาใหต้ น้ หญา้ เจริญงอกงาม ดงั น้นั ตน้ หญา้ ท่ีไดร้ ับแสงแดดจะเจริญงอกงามกวา่ ตน้ หญา้ ที่ ไม่ไดร้ ับแสงแดด ตัวแปรต้น แสงแดด ตัวแปรตำม การเจริญเติบโตของตน้ หญา้ ตัวแปรควบคุม น้า , ชนิดของดินท่ีปลูก , ขนาดของตน้ หญา้ ออกแบบกำรทดลอง ในข้นั น้ีจะเป็ นการตรวจสอบวา่ สมมติฐานท่ีต้งั ไวน้ ้นั จะเป็นจริงหรือไม่ โดยทาการทดลอง ดงั น้ี นาตน้ หญา้ ชนิดเดียวกนั ขนาดเท่ากนั มา 2 กลุ่ม กลุ่มหน่ึงปลูกไว้ กลางแจง้ ส่วนอีกกลุ่มหน่ึงปลูกไวใ้ นท่ีใกลเ้ คียงกนั แต่มี สงั กะสีมาก้นั ไวไ้ ม่ใหโ้ ดนแสงแดด รดน้าเทา่ ๆกนั ท้งั สองกลุ่มเป็นเวลา 2 สปั ดาห์ สังเกตผล และจดบนั ทึก กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล นาขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการจดบนั ทึกเป็นเวลา 2 สัปดาห์ มา วเิ คราะห์ เช่น ความสูงเฉลี่ยของตน้ หญา้ ท้งั สองกลุ่ม , การนบั จานวนใบ , สีของใบ สรุปผล จะพบวา่ ตน้ หญา้ ท่ีอยกู่ ลางแจง้ จะเจริญงอกงามกวา่ (นนั่ คือสมมติฐานท่ีต้งั ไวเ้ ป็ นจริง) kruwirot wannachai satreesiriket school

72 คำสั่ง ใหต้ อบคาถามต่อไปน้ีดว้ ยลายมือท่ีอา่ นง่ายและเป็นระเบียบ 1. การตรวจสอบสมมติฐาน หมายถึง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 2. การทดลอง หมายถึง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 3. การทดลอง ประกอบดว้ ยกิจกรรม 3 กระบวนการ คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

73 4. ในการออกแบบการทดลอง จะมีตวั แปร 3 ชนิด คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 5. ชุดทดลอง หมายถึง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 6. ชุดควบคุม หมายถึง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 7. การบนั ทึกผลการทดลอง หมายถึง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

74 หลงั จากไดป้ ระเด็นปัญหา วตั ถุประสงค์ และสมมติฐานในการวจิ ยั แลว้ ข้นั ตอนท่ีสาคญั ตามมา คือ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล การตรวจสอบขอ้ มูล และการวเิ คราะห์ขอ้ มูล กำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล คือ การรวบรวมหลกั ฐานต่างๆ เพอ่ื นามาพิจารณา วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ แลว้ สรุปผลเป็นคาตอบเพ่ือตอบปัญหาการวิจยั วา่ เป็นไปตามสมมติฐานที่ต้งั ไวห้ รือไม่ วธิ ีการรวบรวมขอ้ มูลมี หลายอยา่ ง เช่น การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลโดยตรงจากผใู้ หข้ อ้ มูล การสังเกตการณ์ หรือใชห้ ลายวธิ ีรวมกนั ข้นั ตอนสำคัญของกำรรวบรวมข้อมูล การรวบรวมขอ้ มูลทางพฤติกรรมศาสตร์(ภาคสนาม) ได้ 6 ข้นั ตอน ตามท่ีบุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธ์ิ(2540) แบง่ ไว้ ดงั น้ี 1. กาหนดตวั แปรที่ตอ้ งการศึกษา ไดแ้ ก่ ตวั แปรตน้ , ตวั แปรตาม , ตวั แปรควบคุม ตวั แปรแตล่ ะตวั มีความหมายอยา่ งไร การวดั ตวั แปรแตล่ ะตวั วดั อยา่ งไร มีระดบั ของการวดั คืออะไร ตอ้ ง นิยามความหมายเชิงปฏิบตั ิการใหช้ ดั เจนใหส้ ามารถวดั ได้ 2. กาหนดขอ้ มูลหรือตวั ช้ีวดั จากตวั แปรที่ศึกษาจะตอ้ งระบุขอ้ มูลและลกั ษณะของ ขอ้ มูลท่ีตอ้ งการวา่ มีลกั ษณะอยา่ งไรที่ตรงกบั สภาพความเป็นจริง ควรสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์ ปัญหา และขอบเขตของการวจิ ยั 3. กาหนดแหล่งขอ้ มูล ตอ้ งการขอ้ มูลหรือรวบรวมขอ้ มูลมาจากท่ีไหนบา้ ง ผใู้ หข้ อ้ มูล เป็นใคร อยทู่ ่ีไหน เป็ นแหล่งขอ้ มูลปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ 4. เลือกวธิ ีรวบรวมขอ้ มูล ตอ้ งวางแผนในวธิ ีการเก็บรวบรวมขอ้ มูลอยา่ งรอบคอบ ท้งั ตอ้ งคานึงถึงขนาดของกลุ่มตวั อยา่ งท่ีเหมาะสม ซ่ึงวธิ ีการเก็บขอ้ มูลจาเป็นตอ้ งเลือกเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการเก็บ วา่ มีอะไร ถา้ มีแลว้ สามารถนาไปปรับปรุงแกไ้ ขใหเ้ หมาะสมกบั งานวจิ ยั ท่ีทาอยา่ งไร ถา้ ไมม่ ีกต็ อ้ งสร้าง เคร่ืองมือใหมข่ ้ึนมา ซ่ึงตอ้ งคานึงถึงหลกั ในการสร้างเครื่องมือที่ดี 5. นาเครื่องมือท่ีในการรวบรวมขอ้ มูลไปทดลองใช้ ในการใชเ้ ครื่องมือรวบรวม ขอ้ มูลไม่วา่ จะเป็นเคร่ืองมือที่มีอยแู่ ลว้ หรือเครื่องมือที่สร้างข้ึนมาเอง ควรมีการทดลองใชก้ บั กลุ่มท่ี ใกลเ้ คียงกบั กลุ่มตวั อยา่ งในจานวนไมม่ ากก่อน เพ่ือดูขอ้ บกพร่องต่างๆท่ีอาจเกิดข้ึนจากการนาเครื่องมือไป ทดลองใชแ้ ละผวู้ จิ ยั ตอ้ งนาขอ้ บกพร่องที่พบไปปรับปรุง แกไ้ ขเครื่องมือหรืออาจสร้างเคร่ืองมือใหม่เลย kruwirot wannachai satreesiriket school

75 เพอื่ ใหเ้ หมาะสมกบั งานวจิ ยั ท่ีทา ท้งั น้ีเพือ่ ใหเ้ กิดคุณภาพของเครื่องมือ ซ่ึงจะตอ้ งมีความเท่ียงตรง 6. ออกรวบรวมขอ้ มูล ข้นั ตอนน้ีเป็นการออกภาคสนาม ตอ้ งมีการวางแผนเป็นอยา่ งดี วา่ จะเก็บขอ้ มูลอยา่ งไร คนเดียวหรือหลายคน หลกั กำรสร้ำงเครื่องมือในกำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล การสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล มีหลกั การวา่ เครื่องมือตอ้ งมีความ เที่ยงตรง สามารถถามในประเด็นท่ีตอ้ งการถาม เขา้ ใจตรงกนั มีความเชื่อมน่ั ในการวดั (ไม่วา่ จะวดั ก่ีคร้ังกไ็ ด้ คาตอบเหมือนเดิม) วธิ ีกำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล (ประเภทของเคร่ืองมือ) มีหลายวธิ ีท่ีใชก้ นั มากในทางพฤติกรรมศาสตร์ ไดแ้ ก่ 1. แบบสัมภำษณ์ เป็นวธิ ีการหาขอ้ มูลดว้ ยการสนทนาอยา่ งมีจุดมุง่ หมาย กาหนด จุดประสงคไ์ วล้ ่วงหนา้ เป็นวธิ ีการที่ทาใหไ้ ดข้ อ้ มูลมาตรงตามความตอ้ งการ วธิ ีการสัมภาษณ์เป็นวธิ ีการที่ ใชใ้ นการวจิ ยั มาก รองจากการใชแ้ บบสอบถาม ๐ กำรสัมภำษณ์โดยตรง วธิ ีน้ีใชก้ นั มากในการสามะโนและการสารวจจากตวั อยา่ ง วธิ ี น้ีเหมาะสาหรับงานวจิ ยั ที่มีขอ้ คาถามเป็นจานวนมาก คาถามมีความซบั ซอ้ น มีคาศพั ทเ์ ฉพาะ และมีคาจากดั ความที่ตอ้ งการคาอธิบาย แต่เป็นวธิ ีท่ีเสียค่าใชจ้ า่ ยสูง ๐ กำรสัมภำษณ์ทำงโทรศัพท์ ในกรณีที่คาถามไม่มากและไมซ่ บั ซอ้ น ปริมาณคาถาม มีไม่มากนกั การสมั ภาษณ์ทางโทรศพั ทจ์ ะทาใหไ้ ดข้ อ้ มูลเร็วข้ึน แต่มีขอ้ เสียคือสมั ภาษณ์ไดเ้ ฉพาะหน่วย ตวั อยา่ งท่ีมีโทรศพั ทเ์ ท่าน้นั หรือผตู้ อบวางราคาญวางหูไปเลย 2. แบบสอบถำม เป็นชุดของขอ้ คาถามที่ผวู้ จิ ยั เตรียมไวใ้ ห้ผตู้ อบ เขียนคาตอบในเร่ือง ใดเรื่องหน่ึง หรือหลายเรื่องท่ีผวู้ จิ ยั สนใจศึกษา เช่น ประวตั ิการทางาน ความรู้สึกนึกคิด ทศั นคติ ความสนใจ หรือขอ้ เทจ็ จริงบางอยา่ ง แบบสอบถามเป็นท่ีนิยมใชม้ ากในการทาวจิ ยั เพราะประหยดั ไม่ยงุ่ ยากซบั ซอ้ น ๐ กำรตอบแบบสอบถำม เป็ นวธิ ีการรวบรวมขอ้ มูล โดยมอบแบบสอบถามพร้อมท้งั อธิบายวธิ ีการตอบ ตลอดจนคาอธิบายศพั ทต์ า่ งๆใหแ้ ก่หน่วยตวั อยา่ งล่วงหนา้ แลว้ ผวู้ ิจยั จะไปรับ แบบสอบถามตาม วนั เวลา ที่นดั หมายไว้ ถา้ การตอบแบบสอบถามไมถ่ ูกตอ้ งไมเ่ รียบร้อยก็ตอ้ งสอบถาม หรือสมั ภาษณ์เพ่ิมเติมจนกระทง่ั ไดข้ อ้ มูลตามท่ีตอ้ งการ ๐ กำรส่งแบบสอบถำมทำงไปรษณยี ์ วธิ ีน้ีเหมาะสาหรับการเก็บรวบรวมขอ้ มูลที่ไม่มี kruwirot wannachai satreesiriket school

76 ความสาคญั มากนกั เป็นขอ้ มูลง่ายๆท่ีไม่ซบั ซอ้ น ไม่มีศพั ทห์ รือคาจากดั ความที่ตอ้ งการคาอธิบาย จานวนขอ้ คาถามมีไม่มากนกั ขอ้ ดีคือเสียค่าใชจ้ า่ ยนอ้ ย แตม่ ีขอ้ เสียคือไดร้ ับแบบสอบถามกลบั คืนมานอ้ ย หรือผู้ บนั ทึกอาจเขา้ ใจขอ้ คาถามไม่ถูกตอ้ ง หรือบนั ทึกอยา่ งขาดความรับผดิ ชอบ และขอ้ จากดั อีกประการหน่ึงคือ วธิ ีน้ีเหมาะกบั หน่วยตวั อยา่ งที่อ่านออก เขียนไดเ้ ทา่ น้นั 3. แบบสังเกต เป็นเครื่องมือที่ใชใ้ นการรวบรวมขอ้ มูล โดยใชว้ ธิ ีการดู การฟัง การ สมั ผสั การดมกล่ิน การชิมรส โดยมากใชใ้ นการสงั เกตบุคลิกภาพของบุคคล สงั เกตท่าทาง ทกั ษะ ความสามารถ เช่นแบบสังเกตการณ์เรียนของนกั เรียนในวชิ า IS เป็นตน้ ๐ กำรนับและกำรวดั ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูลบางอยา่ งตอ้ งใชว้ ธิ ีนบั เช่น การสารวจ จานวนรถที่ผา่ นเขา้ ออกโรงเรียนสตรีสิริเกศในแตล่ ะวนั หรือจานวนนกั เรียนที่เขา้ ใชบ้ ริการร้านคา้ สหกรณ์ ในช่วงเวลาพกั กลางวนั เป็นตน้ ๐ กำรสังเกต วธิ ีน้ีใชใ้ นโครงการวจิ ยั ตา่ งๆทางวทิ ยาศาสตร์และทางสังคมศาสตร์ เช่น การสังเกตตาแหน่งของดวงดาวบนทอ้ งฟ้า การสงั เกตพฤติกรรมของคนในชุมชนท่ีมีต่อผปู้ ่ วยโรคเอดส์ เป็ นตน้ 4. แบบวดั เป็นเคร่ืองมือใชว้ ดั เจตคติ ความคิดเห็น ความเช่ือ ความตอ้ งการ แรงจูงใจ กิจนิสยั การบริโภค หรือความรู้สึกนึกคิดของบุคคลต่อสิ่งใดส่ิงหน่ึง คาตอบไม่มีผดิ หรือถูก มีขอ้ เสียคือ บางคร้ังอาจไดข้ อ้ มูลไม่ตรงตามความเป็นจริง เพราะผตู้ อบไม่ใหค้ วามร่วมมือ ไม่กลา้ เปิ ดเผยความรู้สึกที่ แทจ้ ริงเนื่องจากกลวั สงั คมไมย่ อมรับ เป็ นตน้ 5. แบบทดสอบ เป็นเคร่ืองมือท่ีใชว้ ดั พฤติกรรมดา้ นความจา ความเขา้ ใจและการ นาไปใช้ แบบทดสอบมี 2 ประเภท คือ แบบอตั นยั และ แบบปรนยั การใชต้ อ้ งพิจารณาวา่ เหมาะสมกบั เวลา ที่กาหนดเพียงใด จานวนผทู้ าการทดสอบมีมากนอ้ ยเพยี งใด การใหค้ ะแนนทาอยา่ งไร การแปลความหมาย ของคะแนนแปลอยา่ งไร 6. แบบตรวจสอบรำยกำร เป็ นแบบรายการท่ีแสดงข้นั ตอนการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ หรือพฤติกรรมท่ีผสู้ ังเกตบนั ทึก เมื่อเห็นวา่ พฤติกรรมตา่ งๆดงั รายการปรากฏข้ึน แบบตรวจสอบรายการจะ ทาใหผ้ สู้ งั เกตทราบวา่ การกระทาพฤติกรรมเกิดข้ึนตามรายการท่ีกาหนดไวห้ รือไม่ แต่ไม่ช่วยในการ พิจารณาถึงคุณภาพ หรือจานวนคร้ังของการกระทาพฤติกรรมน้นั ๆ kruwirot wannachai satreesiriket school

77 กำรตรวจสอบคุณภำพเคร่ืองมือทใี่ ช้ในกำรวจิ ัย ในการทาวจิ ยั แต่ละเร่ืองผวู้ จิ ยั อาจสร้างเคร่ืองมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั ดว้ ยตนเอง หรือสร้าง โดยอาศยั แนวคิดของผวู้ จิ ยั อื่นท่ีทาไวบ้ า้ งแลว้ ไมว่ า่ จะเป็ นแบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบสังเกต หรือ แบบสัมภาษณ์ จาเป็นตอ้ งตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือให้ดีเสียก่อนที่จะนาไปเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล โดยการ นาไปทดลองใชก้ บั กลุ่มตวั อยา่ งท่ีมีลกั ษณะใกลเ้ คียงกบั กลุ่มตวั อยา่ งที่แทจ้ ริง เพื่อนาขอ้ บกพร่องมา ปรับปรุงแกไ้ ขให้ดีที่สุด ลกั ษณะของเครื่องมือที่ดี คือ ตอ้ งมีความตรง(validity) ความเที่ยงหรือความเช่ือมน่ั (reliability) ความเป็ นปรนยั (objectivity) อานาจจาแนก(discrimination)และประสิทธิภาพ(efficiency) ควำมตรง(validity) หมายถึง ความสามารถของเคร่ืองมือในการวดั ส่ิงท่ีตอ้ งการวดั แบ่งออกเป็ น 1. ความตรงเชิงเน้ือหา (content validity) หมายถึงเคร่ืองมือมีความสามารถวดั ไดต้ รง เน้ือเรื่องที่ตอ้ งการวดั วดั ไดค้ รอบคลุมเน้ือหาท้งั หมด การตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหาทาได้ 2 แบบ ใช้ ตารางวิเคราะห์เน้ือหาและพฤติกรรมประกอบ หรือใหผ้ เู้ ชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เรื่องน้นั ๆเป็ นผพู้ ิจารณา ขอ้ ความหรือคาถามวา่ สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคท์ ี่ต้งั ไวห้ รือไม่ 2. ความตรงตามโครงสร้าง (construct validity) เป็นตวั บง่ ช้ีความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง ทฤษฏีกบั พฤติกรรมจริงที่แสดงออก การตรวจสอบความตรงตามโครงสร้างผตู้ รวจตอ้ งทราบแน่ชดั วา่ กรอบ โครงสร้างของการวจิ ยั เป็ นอยา่ งไร การหาความตรงตามเชิงโครงสร้างตอ้ งมีการวเิ คราะห์หาเหตุผลเก่ียวกบั กิจกรรม หรืองาน และกระบวนการท่ีเกี่ยวกบั โครงสร้างท่ีกาลงั วดั อยู่ และอธิบายไดว้ า่ เร่ืองท่ีวดั มี ความหมายอยา่ งไร 3. ความตรงตามสภาพท่ีเป็นจริง (concurrent validity) เป็ นความสามารถที่เครื่องมือ วดั ไดต้ รงตามความเป็นจริงของสิ่งท่ีวดั นนั่ คือวดั ไดอ้ ยา่ งไรความจริงเป็นอยา่ งน้นั 4. ความตรงตามคาทานาย เป็นความตรงของเคร่ืองมือท่ีใชว้ ดั ในปัจจุบนั ตรงตามสิ่งที่ จะเกิดข้ึนในอนาคต เช่น วดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนในขณะน้ีใชเ้ ป็นพ้นื ฐานในการทานายความสาเร็จใน อนาคต ความเที่ยงหรือความเช่ือมนั่ (reliability) หมายถึง ความคงเส้นคงวาของเครื่องมือใน การทดสอบ การวดั การสังเกต หรือการสมั ภาษณ์ การหาความเที่ยงหรือความเชื่อมนั่ หาไดห้ ลายวธิ ี แต่ท่ี นิยมมี 5 วธิ ี คือ 1. แบบสอบซ้า kruwirot wannachai satreesiriket school

78 2. แบบแบง่ คร่ึง 3. การหาความคงที่ภายในแบบ KR20 4. การหาความคงท่ีแบบ KR21 5. การหาคา่ สัมประสิทธ์ิแอลฟ่ า โดยวธิ ี Conbach’s alpha ควำมเป็ นปรนัย (Objectivity) หมายถึง เครื่องมือที่สามารถวดั ไดต้ รงตามสภาพท่ีเป็นจริง ไม่วา่ ใครตรวจก็จะไดค้ ะแนนเทา่ กนั หรือไมว่ า่ ใครจะเป็นผถู้ ูกวดั ผล กจ็ ะไดต้ ามความสามารถของบุคคลน้นั อำนำจจำแนก (Discrimination) คือ ความสามารถของเครื่องมือท่ีจะช้ีให้เห็นลกั ษณะความ แตกต่างหรือความเหมือนกนั ของตวั แปรหรือส่ิงท่ีวดั มาไดต้ ามลกั ษณะที่ตอ้ งการวดั และเป็นไปตามสภาพ ความเป็ นจริ ง ประสิทธิภำพ (Efficiency) เครื่องมือที่ดีตอ้ งมีประสิทธิภาพ หมายถึงมีความสะดวกในการใช้ ความสะดวกและเวลาในการสร้าง ถา้ เคร่ืองมือมี 2 ชุดวดั ตวั แปรเดียวกนั วดั ไดผ้ ลอยา่ งเดียวกนั แตช่ ุดหน่ึงใช้ เวลาในการสร้างนอ้ ยกวา่ ใชส้ ะดวกกวา่ นาไปปฏิบตั ิ/วเิ คราะห์ขอ้ มูลไดค้ ล่องกวา่ รวดเร็วกวา่ เครื่องมือชุด น้นั ยอ่ มมีประสิทธิภาพดีกวา่ ประชำกรและกล่มุ ตัวอย่ำง ประชำกร หมายถึงสิ่งมีชีวติ ชนิดเดียวกนั ท่ีอยรู่ วมกนั ณ สถานที่และเวลาหน่ึง กลุ่มตัวอย่ำง หมายถึง ตวั แทนของประชากร เน่ืองจากเพราะประชากรมีเป็ นจานวน มาก เราไม่สามารถทาการศึกษากบั ประชากรท้งั หมดได้ จึงตอ้ งศึกษาเป็นบางส่วนท่ีเป็นตวั แทนท่ีดีของ ประชากรน้นั ตวั อยา่ ง ประชากร : นกั เรียนโรงเรียนสตรีสิริเกศ ปี การศึกษา 2562 (หมายถึงนกั เรียนท้งั หมด ของโรงเรียนสตรีสิริเกศ) กลุ่มตวั อยา่ ง : นกั เรียนโรงเรียนสตรีสิริเกศ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2/4 ปี การศึกษา 2562 (หมายถึงนกั เรียนโรงเรียนสตรีสิริเกศเฉพาะช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2/4 เทา่ น้นั ) kruwirot wannachai satreesiriket school

79 เอกสำรอ้ำงองิ จรัส สุวรรณเวลา. เอกสำรประกอบกำรบรรยำยในกำรประชุมปฏิบตั ิกำร เร่ือง กระบวนกำรวจิ ัย ทำงวทิ ยำศำสตร์กำรแพทย์. กรุงเทพฯ. สถาบนั วจิ ยั วทิ ยาศาสตร์การแพทยจ์ ุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . ภิรมย์ กมลรัตน์กุล. หลกั เบื้องต้นในกำรทำวจิ ั ย. แพทยช์ นบท, 2531 : 8 : - 21 ภิรมย์ กมลรัตน์กลุ และคณะ. หลกั การทาวจิ ยั ใหส้ าเร็จ. กรุงเทพฯ. เทก็ ซ์แอนเจอร์นลั พบั ลิเคชนั่ จากดั , 2542 จุมพล สวสั ด์ิยากร. บรรณาธิการ. หลกั และวธิ ีกำรวจิ ัยทำงสังคมศำสตร์ กรุงเทพฯ. โรงพิมพ์ สุวรรณภูมิ, 2520 เทียนฉาย กิระนนั ท์ และจรัญ จนั ทลกั ขณา. “ความรู้พ้นื ฐานในการวจิ ยั ” หน่วยท่ี 1 ในเอกสำรกำร สอนชุดวชิ ำ 20302 สถิตวิ จิ ัยและกำรประเมนิ ผลกำรศึกษำ. นนทบุรี. มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, 2532. สุชาติ ประสิทธ์ิรัฐสินธุ์. “การวจิ ยั ทางสังคมศาสตร์” หน่วยท่ี 13 ในเอกสำรกำรสอนชุดวชิ ำ 10131 มนุษย์กบั สังคม. นนทบุรี. มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, 2532 วญั ญา วศิ าลาภรณ์. กำรวจิ ัยทำงกำรศึกษำ หลกั กำรและแนวปฏิบตั ิ. กรุงเทพฯ. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ. ประสานมิตร, 2531. kruwirot wannachai satreesiriket school

80 ( ตัวอย่ำง ) แบบสอบถำมควำมพงึ พอใจ/ไม่พงึ พอใจต่อกำรให้บริกำร สำนักงำน.......................................... ข้อชี้แจง กรุณาทาเครื่องหมาย ในขอ้ ท่ีตรงกบั ความเป็ นจริงและตรงกบั ความคิดเห็นของทา่ นมากที่สุด ตอนท่ี 1 ข้อมูลทวั่ ไปของผ้ตู อบแบบสอบถำม 1. เพศ  ชาย  หญิง 2. อำยุ  ต่ากวา่ 20 ปี  21 – 40 ปี  41 - 60 ปี  60 ปี ข้ึนไป 3. ระดับกำรศึกษำสูงสุด  ประถมศึกษา  มธั ยมศึกษาตอนตน้ /ปลาย  ปริญญาตรี  สูงกวา่ ปริญญาตรี 4. สถำนภำพของผู้มำรับบริกำร  เกษตรกร/องคก์ รเกษตรกร  ผปู้ ระกอบการ  ประชาชนผรู้ ับบริการ  องคก์ รชุมชน  อื่นๆ โปรดระบุ............................................................ ตอนที่ 2 พงึ พอใจ/ไม่พงึ พอใจต่อกำรให้บริกำร ระดบั ความพึงพอใจ ประเดน็ /ดา้ น พอใจมาก พอใจมาก พอใจ พอใจนอ้ ย ไม่พอใจ ท่ีสุด 1. ด้ำนเวลำ 1.1 การใหบ้ ริการเป็นไปตามระยะเวลา ท่ีกาหนด 1.2 ความรวดเร็วในการให้บริการ 2. ด้ำนข้นั ตอนกำรให้บริกำร 2.1 การติดป้ายประกาศหรือแจง้ ขอ้ มูล เก่ียวกบั ข้นั ตอนและระยะเวลาการ ใหบ้ ริการ kruwirot wannachai satreesiriket school

81 ระดบั ความพงึ พอใจ ประเดน็ /ดา้ น พอใจมาก พอใจมาก พอใจ พอใจนอ้ ย ไมพ่ อใจ ท่ีสุด 2.2 การจดั ลาดบั ข้นั ตอนใหบ้ ริการตามที่ ประกาศไว้ 2.3 การใหบ้ ริการตามลาดบั ก่อน หลงั เช่น มาก่อนตอ้ งไดร้ ับบริการก่อน 3. ด้ำนบุคลำกรทใ่ี ห้บริกำร 3.1 ความเหมาะสมในการแตง่ กายของผู้ ใหบ้ ริการ 3.2 ความเตม็ ใจและความพร้อมในการ ใหบ้ ริการอยา่ งสุภาพ 3.3 ความรู้ความสามารถ ในการให้ บริการ เช่น สามารถตอบคาถาม ช้ีแจง ขอ้ สงสัย ใหค้ าแนะนาได้ 3.4 ความซ่ือสตั ยส์ ุจริตในการปฏิบตั ิ หนา้ ที่ เช่น ไมข่ อส่ิงตอบแทน ไม่รับ สินบน ไมห่ าผลประโยชนใ์ นทางมิ ชอบ 3.5 การใหบ้ ริการเหมือนกนั ทุกรายโดย ไมเ่ ลือกปฏิบตั ิ 4. ด้ำนสิ่งอำนวยควำมสะดวก 4.1 ความชดั เจนของป้าย สญั ลกั ษณ์ ประชาสัมพนั ธ์ 4.2 จุดท่ีใหบ้ ริการมีความเหมาะสมและ เขา้ ถึงไดส้ ะดวก 4.3 ความเพียงพอของส่ิงอานวยความ สะดวก เช่น ท่ีนง่ั รอรับบริการ น้าด่ืม 4.4 ความสะดวกของสถานท่ีใหบ้ ริการ kruwirot wannachai satreesiriket school

82 ประเดน็ /ดา้ น พอใจมาก ระดบั ความพึงพอใจ ไม่พอใจ ที่สุด 5. ท่ำนมคี วำมพงึ พอใจ/ไม่พงึ พอใจต่อกำร พอใจมาก พอใจ พอใจนอ้ ย ให้บริกำรในภำพรวม อย่ใู นระดับใด ตอนที่ 3 ปัญหำ/ข้อเสนอแนะ ปัญหำ 1.................................................................................................................................... 2.................................................................................................................................... 3.................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

83 (ตวั อย่ำง) แบบสัมภำษณ์ภูมิปัญญำท้องถ่ิน รูปถ่าย 1. ช่ือ.........................................................สกุล............................................อาย.ุ .................ปี 2. อาชีพ......................................................สถานที่ประกอบอาชีพ........................................ 3. ท่ีอย.ู่ .................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... โทรศพั ท.์ ...................................................................................................................... 4. ภูมิปัญญาดา้ น...................................................................................................................... 5. ขอ้ คิดเห็นจากการสมั ภาษณ์ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ (ลงชื่อ)..................................................ผใู้ หข้ อ้ มูล (.................................................) ............../................./............... (ลงช่ือ)..................................................ผใู้ หข้ อ้ มูล (.................................................) ............../................./............... kruwirot wannachai satreesiriket school

84 คำส่ัง ใหต้ อบคาถามต่อไปน้ีดว้ ยลายมือท่ีอ่านง่ายและเป็นระเบียบ 1. ใหอ้ ธิบายความหมายของการเก็บรวบรวมขอ้ มูล .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 2. ใหอ้ ธิบายความหมายของเคร่ืองมือในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

85 3. ใหอ้ ธิบายประเภทของเคร่ืองมือในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ดงั น้ี แบบสอบถาม คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... แบบสัมภาษณ์ คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... แบบสงั เกต คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... . แบบวดั คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

86 แบบทดสอบ คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 4. ลกั ษณะของเครื่องมือในการวจิ ยั ที่ดี มีลกั ษณะอยา่ งไร .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ความตรง คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ความเท่ียงหรือความเช่ือมนั่ คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

87 ความเป็นปรนยั คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... อานาจจาแนก คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ประสิทธิภาพ คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 5. ประชากร หมายถึงอะไร ยกตวั อยา่ ง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 6. กลุ่มตวั อยา่ ง หมายถึงอะไร ยกตวั อยา่ ง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

88 คำส่ัง จากประเด็นศึกษาของกลุ่มตน ใหอ้ อกแบบประชากร กลุ่มตวั อยา่ งและเคร่ืองมือที่ใชใ้ นการศึกษา แลว้ นาเสนอหนา้ ช้นั เรียนเพ่ือรับการวพิ ากษ์ วธิ ีดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ ประชากร .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... กลุ่มตวั อยา่ ง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... เครื่องมือเก็บรวบรวมขอ้ มูล .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... kruwirot wannachai satreesiriket school

89 คำส่ัง จากประเด็นปัญหาของกลุ่มตนใหอ้ อกแบบ วางแผน ใชก้ ระบวนการรวบรวมขอ้ มูลอยา่ งมี ประสิทธิภาพ กำรวำงแผนกำรทำงำน (ID PLAN) เรื่อง...................................................................................................... กล่มุ ................................................................................................................................ สมำชิก 1……………………………………………ช้นั …..…….เลขท่ี………… 2…………………………………………….ช้นั ………..เลขท่ี…..…….. 3………………….…………………………ช้นั ……..…เลขที่……..….. 4………………………………………….…ช้นั ……..…เลขที่….….….. 5…………………………………..…………ช้นั ……..…เลขที่……...… ครูทป่ี รึกษำ ………………………………………………………………………....................... กลุ่มสาระการเรียนรู้…………………………………….………....…….. ครูผู้สอน …………………………………………………………………...................……... kruwirot wannachai satreesiriket school

90 ประเด็นปัญหำ ……………………………………………………………………………………………… วตั ถุประสงค์กำรศึกษำค้นคว้ำ ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… สมมตฐิ ำน ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… วธิ ีดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ ประชากร ……………………………………………………...............................................… กลุ่มตวั อยา่ ง ……………………………………………………………....................................... การเก็บรวบรวมขอ้ มูล ……………………………………………………………………………………..... ……………………………………………………………………………………..... เครื่องมือเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ……………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………… แหล่งเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… kruwirot wannachai satreesiriket school

91 ( ตวั อย่ำง ) ประเดน็ ปัญหำ: มีขยะเกลื่อนกลาดในโรงเรียนสตรีสิริเกศ วตั ถุประสงค์ของกำรศึกษำค้นคว้ำ: เพอื่ ศึกษาจิตสานึกในการทิง้ ขยะของนกั เรียนโรงเรียนสตริสิริเกศ สมมติฐำน : ถา้ นกั เรียนมีจิตสานึกทิ้งขยะในภาชนะที่ทางโรงเรียนจดั ให้ ปริมาณขยะท่ีเกล่ือนกลาดใน โรงเรียนจะลดลง วธิ ีกำรดำเนินกำรศึกษำค้นคว้ำ ประชำกร : นกั เรียนโรงเรียนสตรีสิริเกศ ปี การศึกษา 2562 กลุ่มตวั อย่ำง : นกั เรียนโรงเรียนสตรีสตรีสิริเกศ ปี การศึกษา 2562 ท่ีไดจ้ ากการสุ่มตวั อยา่ งแบบ อิสระจานวน 50 คน กำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล : 1. ศึกษาเรื่องจิตสานึกในการทิ้งขยะจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ 2. ออกแบบสารวจความคิดเห็นเร่ือง “จิตสานึกในการทิ้งขยะในโรงเรียน” โดยออกแบบประเมินค่า เป็น มากที่สุด(5) มาก(4) ปานกลาง(3) นอ้ ย(2) และนอ้ ยท่ีสุด(1) 3. นาแบบสารวจไปใหค้ รูที่ปรึกษาตรวจสอบความถูกตอ้ งดา้ นเน้ือหาและโครงสร้าง 4. นาเอาขอ้ เสนอแนะท่ีไดจ้ ากครูท่ีปรึกษามาปรับปรุงแกไ้ ขพิมพเ์ ป็นฉบบั จริง 5. นาแบบสารวจความคิดเห็นไปใหน้ กั เรียนที่เป็นกลุ่มตวั อยา่ งตอบ 6. นาขอ้ มูลมาสรุป เคร่ืองมือเกบ็ ข้อมูล : แบบสารวจความคิดเห็นเรื่อง“จิตสานึกในการทิ้งขยะในโรงเรียนสตรีสิริเกศ” แบบสอบถำม (ตวั อย่ำงข้อคำถำม) 1. ถา้ นกั เรียนนงั่ กินขนมที่บริเวณมา้ หินอ่อน เม่ือลุกข้ึนนกั เรียนจะเอาถุงขนมไปทิง้ ดว้ ย 2. ระหวา่ งท่ีเดินอยใู่ นบริเวณโรงเรียนแลว้ พบเศษกระดาษ นกั เรียนจะเกบ็ เศษกระดาษน้นั แลว้ เอา ไปทิง้ ลงถงั ขยะ 3. ทุกคร้ังที่ทิง้ ขยะนกั เรียนจะทิง้ ลงในถงั ขยะ 4. ถา้ นกั เรียนตอ้ งการจะทิง้ ขยะแลว้ พบวา่ ถงั ขยะเตม็ จนลน้ นกั เรียนกย็ งั ฝืนทิง้ ท้งั ๆท่ีถงั ขยะเตม็ 5. โรงเรียนปลูกฝังจิตสานึกที่ดีในการทิ้งขยะใหแ้ ก่นกั เรียน 6. ถา้ นกั เรียนมีขยะอยใู่ นมือแต่ยงั ไมเ่ จอถงั ขยะ นกั เรียนก็จะทิ้งขยะน้นั ทนั ที 7. การทาเวรของนกั เรียน จะทาเป็นประจาไม่เคยบกพร่อง kruwirot wannachai satreesiriket school

92 8. ในการทาเวรประจาวนั นกั เรียนจะมาโรงเรียนแต่เชา้ ตรู่เพ่อื ทาหนา้ ท่ีเวรประจาวนั 9. ในการทาเวรประจาวนั นกั เรียนจะกวาดขยะไปรวมกนั ไวท้ ่ีหลงั หอ้ งเรียน 10. ถา้ นกั เรียนพบวา่ เพ่ือนที่ตอ้ งทาเวรประจาวนั แต่ไม่ทาเวร นกั เรียนจะพดู ตกั เตือนเพื่อนใหท้ าเวร แหล่งเรียนรู้ กรมควบคุมมลพษิ . (2543).การจดั การขยะมูลฝอยชุมชนอยา่ งครบวงจร. กรุงเทพฯ :บริษทั เรโปร เฮาส์ จากดั . กรมควบคุมมลพิษ. การกาจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน. [ออนไลน์]. เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://www.pcd.go.th/ infoserv/waste_garbage.html. กรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดลอ้ ม. การรีไซเคิล. [ออนไลน์]. เขา้ ถึงไดจ้ าก:https://web.ku.ac.th/school net/snet6/envi4/recycle/re.htm. การคดั แยกขยะมูลฝอย. [ออนไลน์]. เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://www.lpn.co.th/th/press/viewitem.aspx?nid=12. kruwirot wannachai satreesiriket school

93 แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 2 ค้นคว้ำหำคำตอบ กำรศึกษำค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้ (IS1) รหสั วชิ ำ I20201 รำยวชิ ำเพม่ิ เตมิ ช้ันมัธยมศึกษำปี ที่ 2 ภำคเรียนที่ 1 จำนวน 1 หน่วยกติ เวลำ 12 ช่ัวโมง สำระสำคัญ การศึกษาคน้ ควา้ แสวงหาความรู้เกี่ยวกบั ประเดน็ ท่ีศึกษา จากแหล่งเรียนรู้ท่ีหลากหลาย การตรวจ สอบความน่าเชื่อถือของขอ้ มูล และการเลือกใชค้ า่ สถิติท่ีเหมาะสมในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล จะช่วยใหไ้ ดข้ อ้ มูล ท่ีมีคุณภาพ สำระกำรเรียนรู้ 1. การวจิ ยั เบ้ืองตน้ (การศึกษาคน้ ควา้ ) 2. แหล่งเรียนรู้และการอา้ งอิง 3. แนวคิด ทฤษฎีและงานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ ง 4. การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของขอ้ มูล 5. สถิติเบ้ืองตน้ (ค่ากลาง)ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล 6. สถิติเบ้ืองตน้ (ค่าร้อยละ)ในการวเิ คราะห์ขอ้ มล ผลกำรเรียนรู้ 4. ศึกษำค้นคว้ำแสวงหำควำมรู้เกยี่ วกบั ประเด็นทเ่ี ลือกจำกแหล่งเรียนรู้ทหี่ ลำกหลำย ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีความรู้ ความเขา้ ใจในการศึกษา คน้ ควา้ แสวงหาความรู้เก่ียวกบั ประเดน็ ที่เลือก จากแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ทกั ษะ/กระบวนกำร 1. สามารถ ศึกษา คน้ ควา้ แสวงหาความรู้เกี่ยวกบั ประเด็นที่เลือก จากแหล่งเรียนรู้ kruwirot wannachai satreesiriket school

94 ท่ีมีประสิทธิภาพ 2. กระบวนการกลุ่ม คุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ 1.ใฝ่ รู้ใฝ่ เรียน 2. มุ่งมนั่ ต้งั ใจทางาน สมรรถนะ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3. ความสามารถในการสื่อสาร ภำระงำน 1. ใบงานที่ 15 (งานกลุ่ม คร้ังท่ี 5) การวจิ ยั (การศึกษาคน้ ควา้ ) 2. ใบงานท่ี 16 แหล่งเรียนรู้ 3. ใบงานที่ 17 แนวคิด ทฤษฎีและงานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ ง 4. ใบงานที่ 18 (งานกล่ม คร้ังที่ 6) แนวคิด ทฤษฎีและงานวจิ ยั ที่เกี่ยวขอ้ ง 5. ตรวจสอบควำมน่ำเช่ือถือของแหล่งทมี่ ำของข้อมูล ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีความรู้ ความเขา้ ใจในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งท่ีมาของขอ้ มูล ทกั ษะ/กระบวนกำร 1. สามารถคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ความน่าเช่ือถือของขอ้ มูลได้ 2. กระบวนการกลุ่ม คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ 1. ใฝ่ รู้ใฝ่ เรียน 2. มุง่ มนั่ ต้งั ใจทางาน สมรรถนะ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3. ความสามารถในการส่ือสาร kruwirot wannachai satreesiriket school

95 ภำระงำน ใบงานที่ 19 การตรวจสอบความน่าเช่ือถือของขอ้ มูล 6.วเิ ครำะห์ข้อมูลด้วยสถิติทเ่ี หมำะสม ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีความรู้ ความเขา้ ใจในการวิเคราะห์ขอ้ มูลดว้ ยคา่ สถิติเบ้ืองตน้ ได้ ทกั ษะ/กระบวนกำร 1. สามารถวเิ คราะห์ขอ้ มูลดว้ ยคา่ สถิติเบ้ืองตน้ ท่ีเหมาะสมได้ 2. กระบวนการกลุ่ม คุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ 1. ใฝ่ รู้ใฝ่ เรียน 2. มุ่งมนั่ ต้งั ใจทางาน สมรรถนะ 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 3. ความสามารถในการสื่อสาร ภำระงำน 1. ใบงานที่ 20 สถิติเบ้ืองตน้ (คา่ กลาง)ที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล 2. ใบงานที่ 21 สถิติเบ้ืองตน้ (ค่าร้อยละ)ท่ีใชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล 3. ใบงานท่ี 22 (งานกลุ่ม คร้ังที่ 7) วเิ คราะห์ขอ้ มูลดว้ ยสถิติที่เหมาะสม สื่อกำรเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ส่ือกำรเรียนรู้ ใบเรียนรู้ 1. ใบเรียนรู้ที่ 6 เร่ืองการวจิ ยั เบ้ืองตน้ (การศึกษาคน้ ควา้ ) 2. ใบเรียนรู้ที่ 7 เร่ืองแหล่งเรียนรู้ และการอา้ งอิง 3. ใบเรียนรู้ที่ 8 เร่ืองทฤษฎี แนวคิด และงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง kruwirot wannachai satreesiriket school

96 4. ใบเรียนรู้ที่ 9 เรื่องการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของขอ้ มูล 5. ใบเรียนรู้ที่ 10 เร่ืองสถิติเบ้ืองตน้ (ค่ากลาง)ท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล 6. ใบเรียนรู้ที่ 11 เรื่องสถิติเบ้ืองตน้ (ค่าร้อยละ)ท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ใบงำน 1. ใบงานท่ี 15 (งานกลุ่ม คร้ังท่ี 5) เรื่องวจิ ยั เบ้ืองตน้ (การศึกษาคน้ ควา้ ) 2. ใบงานที่ 16 เรื่องแหล่งเรียนรู้ และการอา้ งอิง 3. ใบงานที่ 17 เร่ืองแนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง 4. ใบงานท่ี 18 (งานกลุ่ม คร้ังที่ 6) เร่ืองแนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ยั ที่เกี่ยวขอ้ ง 5. ใบงานท่ี 19 (งานกลุ่ม คร้ังที่ 7) เรื่องการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของขอ้ มูล 6. ใบงานท่ี 20 เรื่องสถิติเบ้ืองตน้ (คา่ กลาง)ท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล 7. ใบงานที่ 21 เร่ืองสถิติเบ้ืองตน้ (คา่ ร้อยละ)ที่ใชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล 8. ใบงานท่ี 22 (งานกลุ่ม คร้ังที่ 8) เร่ืองสถิติเบ้ืองตน้ ที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล แหล่งเรียนรู้ - หอ้ งสมุด , ผเู้ ชี่ยวชาญ , สถานที่สาคญั ตา่ งๆ - อินเตอร์เน็ต เช่น WWW.GOOGLE.COM , gg.gg/kruwirot-wannachai ฯลฯ กำรวดั ผล/ประเมินผล งำนบุคคล (ความรู้ ความเขา้ ใจ และคุณลกั ษณะที่พึงประสงค)์ - ตรวจผลงานจากการทาใบงานลาดบั ที่ 16 , 17 , 20 และ 21 - แบบประเมินคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ งำนกลุ่ม (การทางานกลุ่ม การแกป้ ัญหา) - การนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน - การตรวจผลงานจากการทาใบงานลาดบั ท่ี 15 , 18 , 19 และ 22 kruwirot wannachai satreesiriket school

97 กจิ กรรมกำรเรียนรู้ กจิ กรรมกำรเรียนรู้ชั่วโมงท่ี 21 – 22 เรื่องกำรวจิ ัยเบือ้ งต้น(กำรศึกษำค้นคว้ำ) ข้นั นำ สุ่มตวั แทนกลุ่ม 1 กลุ่ม ใหน้ าเสนอการวางแผนในการทางานของกลุ่มตน ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุป ข้นั สอน นกั เรียนเขา้ กลุ่มเดิม แตล่ ะกลุ่มศึกษาใบเรียนรู้ที่ 6 เร่ืองการวจิ ยั เบ้ืองตน้ (การศึกษาคน้ ควา้ ) และทาใบงานลาดบั ท่ี 15 (งานกลุ่ม คร้ังที่ 5) เร่ืองการวจิ ยั เบ้ืองตน้ (การศึกษาคน้ ควา้ ) โดยสมาชิกแตล่ ะกลุ่ม ร่วมแสดงความเห็น ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสืบคน้ ขอ้ มูลในการเขียนที่มา ความสาคญั และวตั ถุประสงคข์ อง การศึกษาคน้ ควา้ ของกลุ่มตน นาเสนอหนา้ ช้นั เรียนเพอื่ รับการวพิ ากษ์ ข้ันสรุป ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปและวพิ ากษ์ กจิ กรรมกำรเรียนรู้ชั่วโมงที่ 23 เร่ืองแหล่งเรียนรู้ ข้นั นำ สมมติวา่ ถา้ นกั เรียนตอ้ งการหาความรู้เรื่องโรคไขเ้ ลือดออก นกั เรียนจะทาอยา่ งไร ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปถึงแนวทางในการหาความรู้เรื่องโรคไขเ้ ลือดออก ข้นั สอน นกั เรียนแตล่ ะคนศึกษาใบเรียนรู้ท่ี 7 เร่ืองแหล่งเรียนรู้และการอา้ งอิง และทาใบงานท่ี 16 เร่ืองแหล่งเรียนรู้และการอา้ งอิง ข้นั สรุป ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุป และครูสุ่มนกั เรียน 2 – 3 คน ใหย้ กตวั อยา่ งในการหาความรู้ และการอา้ งอิง เร่ืองโรคไขเ้ ลือดออก kruwirot wannachai satreesiriket school

98 กจิ กรรมกำรเรียนรู้ชั่วโมงท่ี 24 เร่ืองแนวคดิ ทฤษฎแี ละงำนวจิ ัยทเี่ กยี่ วข้อง ข้นั นำ ยกตวั อยา่ งสถานการณ์ในปัจจุบนั เก่ียวกบั การระบาดของโรคไขเ้ ลือดออก แลว้ ใหน้ กั เรียน ใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถือคน้ หาสายพนั ธ์ของโรคไขเ้ ลือดออก ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปสายพนั ธ์ของโรคไขเ้ ลือดออก ข้นั สอน นกั เรียนแตล่ ะคนศึกษาใบเรียนรู้ที่ 8 เร่ืองแนวคิด ทฤษฎีและงานวจิ ยั ที่เกี่ยวขอ้ ง และทา ใบงานท่ี 17 เร่ืองแนวคิด ทฤษฎีและงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง ข้ันสรุป สุ่มนกั เรียน 2 – 3 คน ใหน้ าเสนอผลงานจากการทาใบงานที่ 17 ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปคาตอบ กจิ กรรมกำรเรียนรู้ช่ัวโมงท่ี 25 - 26 เร่ืองแนวคิด ทฤษฎีและงำนวจิ ัยทเี่ กยี่ วข้อง ข้นั นำ สุ่มตวั แทนกลุ่ม 2 -3 กลุ่ม ใหน้ าเสนอประเด็นท่ีกลุ่มตนตอ้ งการท่ีจะทาการศึกษา และใหพ้ จิ ารณาวา่ ในประเด็นดงั กล่าวมี Key Word อะไรบา้ ง ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุป ข้นั สอน นกั เรียนเขา้ กลุ่มเดิม แต่ละกลุ่มศึกษาใบงานลาดบั ที่ 18 (งานกลุ่ม คร้ังท่ี 6) เร่ืองแนวคิด ทฤษฎีและงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง โดยสมาชิกแตล่ ะกลุ่มร่วมแสดงความเห็น ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสืบคน้ ขอ้ มูล ในการเขียนแนวคิด ทฤษฎีและงานวจิ ยั ที่เกี่ยวขอ้ ง ตามประเด็นที่ตอ้ งการศึกษาของกลุ่มตน นาเสนอหนา้ ช้นั เรียนเพอ่ื รับการวพิ ากษ์ ข้ันสรุป ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปและวพิ ากษ์ kruwirot wannachai satreesiriket school

99 กจิ กรรมกำรเรียนรู้ช่ัวโมงท่ี 27 - 28 เรื่องกำรตรวจสอบควำมน่ำเช่ือถือของข้อมูล ข้นั นำ ยกตวั อยา่ งการนาเสนอขอ้ มูลที่ไมถ่ ูกตอ้ งหรือไมส่ มบูรณ์ แลว้ ถามถึงผลจากการใชข้ อ้ มูล ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุป ข้นั สอน นกั เรียนเขา้ กลุ่มเดิม แตล่ ะกลุ่มศึกษาใบเรียนรู้ลาดบั ที่ 9 เรื่องการตรวจสอบความน่าเช่ือ ถือของขอ้ มูล แลว้ ทาใบงานลาดบั ท่ี 19 (งานกลุ่ม คร้ังท่ี 7) เรื่องการตรวจสอบความน่าเช่ือถือของขอ้ มูล โดยสมาชิกแตล่ ะกลุ่มร่วมแสดงความเห็น ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสืบคน้ ขอ้ มูล และตรวจสอบความน่าเช่ือถือ ของขอ้ มูลท่ีได้ ตามประเด็นท่ีตอ้ งการศึกษาของกลุ่มตน นาเสนอหนา้ ช้นั เรียนเพ่อื รับการวพิ ากษ์ ข้นั สรุป ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปและวพิ ากษ์ กจิ กรรมกำรเรียนรู้ชั่วโมงที่ 29 เร่ืองสถติ ิเบือ้ งต้น(ค่ำกลำง)ทใี่ ช้ในกำรวเิ ครำะห์ข้อมูล ข้นั นำ เม่ือวนั ก่อน นกั เรียนใชเ้ งินไป 50 บาท เมื่อวานน้ีนกั เรียนใชเ้ งินไป 70 บาท และวนั น้ี นกั เรียนใชเ้ งินไป 90 บาท เฉลี่ยแลว้ นกั เรียนใชเ้ งินวนั ละก่ีบาท ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปคาตอบ ข้นั สอน นกั เรียนแต่ละคนศึกษาใบเรียนรู้ที่ 10 เร่ืองสถิติเบ้ืองตน้ (คา่ กลาง)ที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ ขอ้ มูล และทาใบงานท่ี 20 เร่ืองสถิติเบ้ืองตน้ (คา่ กลาง)ที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ข้นั สรุป สุ่มนกั เรียน 2 – 3 คน ใหน้ าเสนอผลงานจากการทาใบงานท่ี 20 ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุป kruwirot wannachai satreesiriket school


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook