Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 2

หน่วยที่ 2

Published by 05ทิพวัลย์ คชรินทร์, 2023-06-13 08:16:08

Description: หน่วยที่ 2

Search

Read the Text Version

หน่วยที่ 2 ระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศ By Kru Tippawan Kotcharin









ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรม์ ีรายละเอียด ดังน 2.1.1 ความหมายของระบบเครือขา่ ย ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer เช่ือมต่อ เขา้ ดว้ ยกัน โดยอาศยั ช่องทางการส่ือสารข คอมพิวเตอร์ และ การใชท้ รพั ยากรของระบบรว่ มกนั ระบบเครือขา่ ย

นี้ Network) หมายถึง การนาเคร่ืองคอมพิวเตอรม์ า ขอ้ มูล เพ่ือแลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสารระหว่างเคร่ือง (Shared Resource) ในเครอื ขา่ ยนน้ั ยคอมพวิ เตอร์

1. คอมพวิ เตอรแ์ ม่ข่าย 2. ช่องทางการส่ือสาร 3. สถานีงาน (Workstation or Terminal) ช่องทางการส่ือสารโด

ดยใช้จานรับดาวเทยี ม

2.1.2 อุปกรณใ์ นเครือขา่ ย 1. การด์ เช่ือมต่อเครือข่าย (Network Interfac เช่ือมตอ่ สายสญั ญาณของเครอื ขา่ ย การด์ เชือ่ มต

ce Card: NIC) หมายถึง แผงวงจรสาหรบั ใชใ้ นการ ต่อเครือข่าย

2. โมเด็ม (Modem: Modulator Demodulator) (Digital) จากคอมพิวเตอรด์ า้ นผสู้ ง่ เพื่อสง่ ไปตามส คอมพิวเตอรด์ า้ นผรู้ บั การใชโ้ มเด็มในการติด

หมายถึง อปุ กรณส์ าหรบั การแปลงสญั ญาณดิจิทลั สายสญั ญาณขอ้ มลู แบบแอนะล็อก (Analog)เม่ือถึง ดต่อเครือขา่ ยระยะไกล

3. ฮบั (Hub) คือ อปุ กรณเ์ ชื่อมตอ่ ที่ใชเ้ ป็นจดุ รว ในการเช่ือมตอ่ ของเครอื ขา่ ยแบบดาว (Star) โดยปกต File Serverกบั Workstation ตา่ ง ๆ ฮับทใ่ี ชเ้ ป็ นจดุ เชื่อมต่อ

วมและแยกสายสญั ญาณ เพ่ือใหเ้ กิดความสะดวก ตใิ ชเ้ ป็นจดุ รวมการเชื่อมตอ่ สายสญั ญาณระหวา่ ง อและจุดแยกของสาย

4. ซอฟตแ์ วร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย หมายถ คอมพิวเตอร์ เพ่ือใหค้ อมพิวเตอรท์ ี่เช่ือมต่ออยกู่ บั เคร อยา่ งถกู ตอ้ งและมปี ระสิทธิภาพ ตวั อย่างซอฟตแ์ วรร์ ะบ

ถึง ซอฟตแ์ วรท์ ่ีทาหนา้ ที่จดั การระบบเครือข่ายของ รือขา่ ยสามารถติดต่อส่ือสาร แลกเปลี่ยนขอ้ มลู กนั ได้ บบปฏบิ ตั กิ ารเครือขา่ ย

2.1.3 โครงสร้างเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ (Topolog โครงสร้างเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรจ์ าแนกตาม 1. โครงสร้างเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ บบบัส ใชส้ ง่ ขอ้ มลู ภายในเครอื ขา่ ย เครอ่ื งคอมพิวเตอรแ์ ตล่ ะ เมื่อมีการสง่ ขอ้ มลู ระหวา่ งเครอื่ งคอมพิวเตอรห์ ลายเค โครงสร้างเครือขา่ ยค

gy) มลักษณะของการเชือ่ มต่อ ดงั นี้ (Bus Topology) ประกอบดว้ ย สายสง่ ขอ้ มลู หลกั ท่ี ะเคร่อื งจะเช่ือมตอ่ เขา้ กบั สายข้อมลู ผ่านจุดเชื่อมตอ่ ครอื่ งพรอ้ มกนั คอมพวิ เตอรแ์ บบบสั

2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอรแ์ บบวง เครอ่ื งคอมพิวเตอรโ์ ดยท่ีแต่ละการเช่ือมต่อจะมีลกั ษ เป็นวงกลมดว้ ยเช่นกนั ทศิ ทางการสง่ ขอ้ มลู จะเป็นทิศ โครงสร้างเครือข่ายคอม

งแหวน (Ring Topology) มีการเชื่อมตอ่ ระหว่าง ษณะเป็นวงกลม การสง่ ขอ้ มลู ภายในเครือข่ายนีก้ ็จะ ศทางเดียวกนั เสมอ จากเครอื่ งหนงึ่ จนถงึ ปลายทาง มพวิ เตอรแ์ บบวงแหวน

3. โครงสร้างเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ บบดาว ตอ้ งมีจุดศนู ยก์ ลางในการควบคุมการเชื่อมต่อคอม คอมพิวเตอรต์ า่ ง ๆ โครงสร้างเครือขา่ ยคอ

ว (Star Topology) ภายในเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรจ์ ะ มพิวเตอร์ หรือฮับ (Hub) การส่ือสารระหว่างเคร่ือง อมพวิ เตอรแ์ บบดาว

แบง่ ออกตามสภาพการเชือ่ มโยงได้เป็ น 4 ชนิด ค 1. เครือขา่ ยสว่ นบุคคล (Personal Area Net 2. เครือข่ายทอ้ งถนิ่ หรือเครือข่ายแลน (Loc 3. เครือข่ายระดับเมืองหรือเครือข่ายแมน ( 4. เครือข่ายระดับประเทศหรือเครือข่ายแว 2.1.4 ความหมายของอนิ เทอรเ์ น็ต อนิ เทอรเ์ น็ต (Internet) คือ เครอื ขา่ ยของคอมพ ท่วั โลกเขา้ ดว้ ยกนั โดยอาศยั เครอื ขา่ ยโทรคมนาคมเป ดว้ ยโปรโตคอลเดียวกัน คือ TCP/IP (Transmission คอมพิวเตอรท์ กุ เครอื่ งในอินเทอรเ์ นต็ สามารถส่ือสารร ในปัจจบุ นั เนอื่ งจากมีผนู้ ิยมใชโ้ ปรโตคอลอินเทอรเ์ นต็

คือ twork : PAN) cal Area Network : LAN) (Metropolitan Area Network : MAN) วน (Wide Area Network : WAN) พิวเตอรข์ นาดใหญ่ท่ีเชื่อมโยงเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ ป็นตวั เชื่อมเครอื ขา่ ย ภายใตม้ าตรฐานการเช่ือมโยง n Control Protocol/Internet Protocol) เพ่ือให้ ระหว่างกนั ได้ นบั ว่าเป็นเครอื ข่ายท่ีกวา้ งขวางท่ีสดุ ตจากท่วั โลกมากทส่ี ดุ

2.1.5 องคป์ ระกอบของระบบเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น ระบบเครือขา่ ย

น็ต ยอนิ เทอรเ์ น็ต

องคป์ ระกอบของระบบเครือขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ต มี 1. ระบบคอมพวิ เตอร์ (Computer System) 2. ตวั กลางและอุปกรณก์ ารสอ่ื สาร (Commu 3. มาตรฐานการควบคุมและการส่งผ่านขอ้ ม Protocal) 4. โปรแกรมสาหรับติดตอ่ อนิ เทอรเ์ น็ต (Inte 5. ผู้ใหบ้ ริการอินเทอรเ์ น็ตหรือไอเอสพี (IS 2.1.6 องคป์ ระกอบทใี่ ชใ้ นการเชื่อมต่ออนิ เทอร 1. เมนบอรด์ (Mainboard) 2. หน่วยความจาแรม (RAM) 3. จอภาพและการด์ แสดงผล 4. ระบบมัลตมิ ีเดยี 5. โมเดม็ (Modulator/Demodulator) 6. โปรแกรมสาหรับการใช้งานอินเทอรเ์ น็ต 7. การเลือกผู้ใหบ้ ริการอนิ เทอรเ์ น็ต (ISP)

5 ส่วน ดังนี้ unication Device) มูลบนเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ต (Control/Internet ernet Browser Program) SP: Internet Service Provider) รเ์ น็ต ต

เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง วิธีการปฏิบ ทาใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพในเรอ่ื งของความรวดเรว็ ความ สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอ้ มลู ดบิ ท ผา่ นการคานวณ การจดั เรยี ง การเปรยี บเทยี บ เป็นต การใชป้ ระโยชนจ์ ากเท

บตั ิท่ีมีการจดั ลาดบั อย่างมีรูปแบบและขน้ั ตอน เพื่อ มนา่ เชื่อถือ ความถกู ตอ้ ง เป็นตน้ ท่ีไดผ้ า่ นการประมวลผลจากคอมพิวเตอรม์ าแล้ว คือ ตน้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

ระบบสารสนเทศ (Information System: IS) ค เป็นกลมุ่ ของสว่ นประกอบพืน้ ฐานตา่ ง ๆ มีองคป์ ระก 2.3.1 สว่ นทนี่ าเขา้ (Input) คือ การรวบรวมและการจดั เตรยี มขอ้ มลู ดิบ ส่ว การโทรเขา้ เพื่อขอขอ้ มูล ในระบบสอบถามเบอรโ์ ใหบ้ รกิ ารของรา้ นคา้ เป็นตน้ 2.3.2 การประมวลผล (Processing) เก่ียวขอ้ งกับการเปลี่ยนแปลงขอ้ มูลใหอ้ ยู่ในรูป ประมวลผล เช่น การคานวณ การเปรยี บเทียบ การเล ใชใ้ นอนาคต

คอื ระบบเฉพาะเจาะจงชนิดหน่งึ ซึ่งอาจกลา่ วไดว้ า่ กอบ สาคญั 3 สว่ น คอื วนที่นาเขา้ นีส้ ามารถมีไดห้ ลายรูปแบบไมว่ ่าจะเป็น ทรศพั ท์ ขอ้ มูลท่ีลูกคา้ กรอกในแบบสอบถาม การ ปของส่วนแสดงผลท่ีมีประโยชน์ ตัวอย่างของการ ลือกทางเลือกในการปฏิบตั ิงานและการเก็บข้อมลู ไว้

2.3.3 ส่วนทแี่ สดงผล (Output) เกี่ยวขอ้ งกบั การผลิตสารสนเทศท่ีมีประโยชน์ ม เป็นเช็คทจ่ี า่ ยใหก้ บั พนกั งาน รายงานที่นาเสนอผบู้ ร ธนาคารหรอื กลมุ่ อนื่ ๆ กระบวนการของร

มกั จะอย่ใู นรูปของเอกสารหรอื รายงาน หรอื อาจจะ ริหารและสารสนเทศท่ีถกู ผลิตออกมาใหก้ บั ผถู้ ือหนุ้ ระบบสารสนเทศ

ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ (Com ประกอบดว้ ย 2.4.1 ฮารด์ แวร์ 2.4.2 ซอฟตแ์ วร์ 2.4.3 ข้อมูล 2.4.4 บุคคล 2.4.5 ขบวนการ 2.4.6 การสื่อสารขอ้ มูล การส่ือส

mputer–based Information Systems: CBIS สารขอ้ มูลและระบบสารสนเทศ

ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Managem เกี่ยวกับการจัดหาคนหรือขอ้ มูลที่สมั พันธ์กับขอ้ มูล สารสนเทศเพื่อการจดั การเพ่ือช่วยเหลอื กิจกรรมของล 2.5.1 ระบบยอ่ ยของระบบสารสนเทศเพอ่ื การจดั 1. ระบบปฏบิ ตั กิ ารทางธุรกิจ (Transaction Proc หรือเรียกว่า TPS หมายถึงระบบสารสนเทศ ดาเนินงานภายในองคก์ าร โดยใชเ้ ครอื่ งมอื ทางอเิ ลก็ ท 2. ระบบจดั ทารายงานสาหรับการจดั การ (Mana หรือเรียกว่า MRS หมายถึง ระบบสารสนเทศ จดั ระบบ และจดั ทารายงาน หรอื เอกสารสาหรบั ชว่ ย 3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Suppo หรือเรียกว่า DSS หมายถึงระบบสารสนเทศ เพ่ือจะชว่ ยในการตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาหรอื เลอื กโอกาส

ment Information Systems: MIS) เป็นระบบ ลเพื่อการดาเนินงานขององคก์ าร เช่น การใชร้ ะบบ ลกู จา้ ง เจา้ ของกิจการ ลกู คา้ ดการ cessing System) ศท่ีออกแบบและพัฒนาขึน้ เพื่อทางานเก่ียวกบั การ ทรอนกิ ส์ agement Report System) ศท่ีออกแบบและพฒั นาขนึ้ เพื่อรวบรวม ประมวลผล ยในการตดั สนิ ใจทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การบริหาร orting System) ศที่จดั หาหรอื จดั เตรียมขอ้ มลู สาคญั สาหรบั ผบู้ ริหาร สท่เี กิดขนึ้

4. ระบบสารสนเทศสานักงาน (Office Informatio หรือเรียกว่า OIS หมายถึงระบบสารสนเทศ สานกั งานมปี ระสทิ ธิภาพ โดยประกอบขนึ้ จากเทคโนโ การถกู ออกแบบมาใหป้ ฏิบตั ิงานรว่ มกนั 2.5.2 คุณสมบตั ิของระบบสารสนเทศเพอ่ื การจดั 1. ความสามารถในการจดั การข้อมูล (Data ปรบั ปรุง แกไ้ ข และจดั การขอ้ มลู เพื่อใหเ้ ป็นสารสนเท 2. ความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security ขององคก์ าร ถา้ สารสนเทศบางประเภทร่วั ไหลออกไป 3. ความยดื หยุ่น (Flexibility) สภาพแวดลอ้ มใน การคา้ ท่เี ปล่ียนแปลงรวดเรว็ 4. ความพอใจของผู้ใช้ (User Satisfaction) ระ มงุ่ หวงั ใหผ้ ใู้ ชส้ ามารถนามาประยกุ ตใ์ นงานหรอื เพ่ิมป

on System) ศที่ออกแบบและพัฒนาขึน้ เพื่อช่วยใหก้ ารทางานใน นโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีเคร่อื งใชส้ านกั งานท่ีมี ดการ a Manipulation) ระบบสารสนเทศท่ีดีตอ้ งสามารถ ทศท่ีพรอ้ มสาหรบั นาไปใชง้ านอย่างมีประสทิ ธิภาพ y) สารสนเทศเป็นทรพั ยากรที่สาคญั ท่ีสดุ ปัจจยั หนงึ่ ปสบู่ คุ คลภายนอกโดยเฉพาะคแู่ ขง่ ขนั นการดาเนนิ ธรุ กิจหรอื สถานการณก์ ารแขง่ ขนั ะบบสารสนเทศเพ่ือการจดั การพฒั นาขนึ้ โดยมคี วาม ประสทิ ธิภาพในการทางาน

2.5.3 ประโยชนข์ องระบบสารสนเทศเพอ่ื การจดั ก ปั จจุบันได้มีการนาเ ทคโนโ ลยีสารสนเทศ สารสนเทศเพ่ือการจดั การมีประโยชน์ ดงั นี้ 1. ชว่ ยใหผ้ ู้ใชส้ ามารถเข้าถึงสารสนเทศทต่ี 2. ช่วยใหผ้ ู้ใช้กาหนดเป้าหมายกลยุทธแ์ ละ 3. ช่วยใหผ้ ู้ใชส้ ามารถตรวจสอบผลการดาเ 4. ชว่ ยใหผ้ ู้ใช้ศึกษาและวิเคราะหส์ าเหตุขอ 5. ช่วยใหผ้ ู้ใชส้ ามารถวิเคราะหป์ ัญหาหรืออ 6. ชว่ ยลดค่าใชจ้ า่ ย

การ ศมาใช้งานด้านต่าง ๆ มากขึน้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ตอ้ งการไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและทนั ตอ่ เหตุการณ์ ะวางแผนปฏิบตั ิการ เนินงาน องปัญหา อุปสรรคทเี่ กิดขนึ้

การประยกุ ตใ์ ชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจ การศึกษา ดา้ นธุรกิจอุตสาหกรรม ดา้ นการแพทย์ ด สะดวกในการประกอบธุรกิจ 2.6.1 ประยุกตใ์ ช้ในงานด้านการศึกษา เทคโนโลยสี ารสนเทศทน่ี ามาใช้สาหรับการเ อยา่ งสอนดว้ ยส่ืออปุ กรณท์ ่ที นั สมยั หอ้ งเรียนสมยั ให เครอื่ งคอมพิวเตอร์ มรี ะบบการอา่ นขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอน 1. คอมพิวเตอรช์ ่วยสอนเป็ นการนาเทคโน ช่วย สอน ซง่ึ เรยี กกนั โดยท่วั ไปวา่ บทเรยี น CAI (Com 2. การนาโปรแกรมสาเร็จรูปมาประยุกตใ์ ช งาน ท่วั ไปท่ไี มไ่ ดเ้ ฉพาะเจาะจงวา่ จะนาไปใชใ้ นเรอื่ งใ

จบุ นั ไดม้ ีการนามาใชใ้ นหลายสาขาวิชาชีพ ทงั้ ในดา้ น ดา้ นวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เพ่ืออานวยความ เรียนการสอน เป็นการใชเ้ ทคโนโลยีสมยั ใหม่หลาย หม่ มีอปุ กรณว์ ิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector) มี นิกสแ์ บบตา่ ง ๆ นโลยี รวมกบั การออกแบบโปรแกรมการสอนมาใช้ mputer–Assisted Instruction) ช้ในการเรียนการสอน เป็นโปรแกรมสาหรบั การใช้ ใดเรอื่ งหนง่ึ เฉพาะซงึ่ มหี ลากหลาย ดงั นี้

(1) โปรแกรม Microsoft Word หน้าจอของโปรแกรมสาเ

เร็จรูป Microsoft Word

(2) โปรแกรม Microsoft Excel หน้าจอของโปรแกรมสา

าเร็จรูป Microsoft Excel

(3) โปรแกรม Microsoft Access หน้าจอของโปรแกรมสาเ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook