1. ชือ่ ผูร้ ับการประเมนิ นางสาววลิ าสินี คงสวสั ดิ์ 2. วัน เดอื น ปี เกดิ 1 มีนาคม พ.ศ. 2536 อายุ 27 ปี3. คุณวฒุ ิ การศกึ ษาบณั ฑติ (กศ.บ) วชิ าเอก วิทยาศาสตร์-ฟสิ ิกส์ มหาวิทยาลัยทกั ษิณ 4. ตาแหน่ง ครูผช๎ู ํวย ไดร้ บั เงินเดอื นตาแหน่งครผู ู้ชว่ ย 17,010 บาท สถานศึกษา โรงเรียนบ๎านเขาพระ สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษานราธวิ าส เขต 3 5. เร่ิมปฏิบัตหิ น้าท่ี วนั ที่ 1 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ตามคาสัง่ สานกั งานศกึ ษาธกิ ารจังหวดั นราธวิ าส ที่ 184 / 2562 ลงวนั ท่ี 8 พฤษภาคม 2562
ขอ้ มลู เก่ยี วกบั ประวตั กิ ารศกึ ษา
ขอ้ มลู เกี่ยวกบั การทางานระหวา่ งเตรียมความพรอ้ มและการพฒั นาอย่างเข้มของครผู ้ชู ว่ ย
ขอ้ มลู เกี่ยวกบั การทางานระหวา่ งเตรียมความพรอ้ มและการพฒั นาอย่างเข้มของครผู ้ชู ว่ ย
ตอนท่ี 2 ข้อมูลเกีย่ วกบั การปฏิบตั งิ าน 1. การปฏบิ ตั งิ านหนา้ ทส่ี อน (กลุ่มสาระการเรยี นรแู้ ละระดับชนั้ ) 1.1 ปีการศึกษา 2560 1.1.1 ปฏบิ ัติหน๎าท่สี อนในกลมํุ สาระการเรียนรูก๎ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี วิชาคอมพวิ เตอร์ ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4 จานวน 1 ช่วั โมง / สปั ดาห์ 1.1.2 ปฏิบตั หิ น๎าท่ีสอนในกลมุํ สาระการเรียนรู๎การงานอาชีพและเทคโนโลยี วชิ าคอมพวิ เตอร์ ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 จานวน 1 ชั่วโมง / สัปดาห์ 1.1.3 ปฏบิ ตั ิหนา๎ ทีส่ อนในกลุมํ สาระการเรยี นรูก๎ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชาคอมพวิ เตอร์ ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 1 ชั่วโมง / สัปดาห์ 1.1.4 ปฏิบตั ิหนา๎ ที่สอนในกลมํุ สาระการเรยี นรู๎ศิลปะ วชิ าดนตรี-นาฏศลิ ป์ ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 1 ช่ัวโมง / สัปดาห์
1.1.5 ปฏิบตั ิหน๎าที่สอนในกลุมํ สาระการเรียนรู๎ศิลปะ วิชาศิลปะ ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 1 ชั่วโมง / สปั ดาห์ 1.1.5 ปฏบิ ตั หิ นา๎ ทีส่ อนในกลํุมสาระการเรียนรู๎สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม วิชาหนา๎ ท่ี พลเมือง ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 จานวน 1 ชัว่ โมง / สปั ดาห์ 1.1.6 ปฏิบตั หิ นา๎ ทีส่ อนในกลํุมสาระการเรยี นร๎ศู ลิ ปะ วชิ าทศั นศลิ ป์ ระดับช้ันประถมศึกษา ปีที่ 2 จานวน 1 ชั่วโมง / สปั ดาห์ 1.1.7 ปฏบิ ัติหนา๎ ท่สี อนในกลํุมสาระการเรียนรศ๎ู ลิ ปะ วิชาดนตรี-นาฏศิลป์ ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 จานวน 1 ชัว่ โมง / สปั ดาห์ 1.2.5 ปฏิบัติหน๎าทส่ี อนในกลมุํ สาระการเรยี นรูส๎ ังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม วชิ าสงั คม ศึกษา ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 จานวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์
1.2 ปีการศกึ ษา 2561 1.2.1 ปฏิบตั หิ น๎าทส่ี อนในกลุมํ สาระการเรยี นรูว๎ ทิ ยาศาสตร์ วชิ าวิทยาศาสตร์ (สาระ เทคโนโลยี) ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 1 ชว่ั โมง / สัปดาห์ 1.2.2 ปฏบิ ตั ิหนา๎ ทส่ี อนในกลุํมสาระการเรยี นรู๎การงานอาชีพและเทคโนโลยี วชิ า คอมพิวเตอร์ ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 จานวน 1 ชวั่ โมง / สัปดาห์ 1.2.3 ปฏบิ ัตหิ น๎าทีส่ อนในกลํมุ สาระการเรียนรูก๎ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี วชิ า คอมพวิ เตอร์ ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 ชัว่ โมง / สัปดาห์ 1.2.4 ปฏบิ ตั หิ นา๎ ท่ีสอนในกลมํุ สาระการเรยี นรศ๎ู ิลปะ วิชาศิลปะ ระดับช้นั ประถมศึกษา ปีท่ี 2 จานวน 1 ชัว่ โมง / สปั ดาห์ 1.2.6 ปฏิบัติหน๎าทส่ี อนในกลุํมสาระการเรียนรส๎ู งั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม วิชา ประวัติศาสตร์ ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2 จานวน 1 ชั่วโมง / สัปดาห์
1.3 ปีการศึกษา 2562 1.3.1 ปฏบิ ตั ิหน๎าท่สี อนในกลํุมสาระการเรียนรวู๎ ิทยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ ระดับ ชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 1 จานวน 2 ชวั่ โมง / สปั ดาห์ 1.3.2 ปฏิบตั ิหน๎าทสี่ อนในกลํุมสาระการเรียนร๎วู ทิ ยาศาสตร์ วชิ าวิทยาการคานวณ ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 จานวน 1 ชั่วโมง / สปั ดาห์ 1.3.3 ปฏบิ ัติหน๎าทีส่ อนในกลํุมสาระการเรียนรว๎ู ิทยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2 จานวน 2 ช่วั โมง / สปั ดาห์1 ชั่วโมง / สปั ดาห์ 1.3.4 ปฏิบตั ิหน๎าท่ีสอนในกลํุมสาระการเรียนรว๎ู ทิ ยาศาสตร์ วชิ าวิทยาการคานวณ ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 จานวน 1 ชัว่ โมง / สัปดาห์ 1.3.5 ปฏบิ ตั ิหน๎าทส่ี อนในกลํมุ สาระการเรยี นรู๎สงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม วชิ าสังคม ศึกษา ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 จานวน 2 ชัว่ โมง / สปั ดาห์
1.3.6 ปฏบิ ัตหิ นา๎ ท่สี อนในกลุมํ สาระการเรียนรูส๎ ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม วิชา ประวตั ิศาสตร์ ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 จานวน 1 ช่วั โมง / สัปดาห์ 1.3.7 ปฏิบัติหน๎าที่สอนในกลํมุ สาระการเรยี นรวู๎ ิทยาศาสตร์ วิชาวทิ ยาการคานวณ ระดบั ชั้น ประถมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 1 ช่ัวโมง / สัปดาห์ 1.3.8 ปฏิบัตหิ น๎าท่สี อนในกลํมุ สาระการเรยี นรู๎วทิ ยาศาสตร์ วชิ าวิทยาการคานวณ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 จานวน 1 ช่วั โมง / สปั ดาห์
2. การปฏบิ ัติงานหน้าทอี่ ื่นท่ไี ดร้ ับมอบหมาย 2.1 ปฏิบตั หิ น๎าทค่ี รปู ระจาช้ัน ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 2.2 ปฏบิ ตั ิหนา๎ ทคี่ รูเวรประจาวนั พฤหัสบดี 2.3 ปฏบิ ัตหิ น๎าที่ ฝุายงานด๎านการบริหารงานวชิ าการ 2.4 ปฏิบัติหน๎าที่ ฝุายงานด๎านการบรหิ ารงานบุคคล
1. วนิ ัยและการรกั ษาวินยั 2. คุณธรรม จริยธรรม 3. จรรยาบรรณวชิ าชพี 4. การดารงชวี ติ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5. จติ วิญญาณความเปน็ ครู 6. จติ สานึกความรบั ผดิ ชอบในวชิ าชีพครู
1. วนิ ัยและการรกั ษาวนิ ยั
๑.๑ การแสดงออกทางอารมณ์กิริยา ทา่ ทาง และพดู ส่อื สารได้เหมาะสมกับกาลเทศะต่อผู้เรียน ขา๎ พเจ๎าปฏิบตั ติ นได๎อยํางถูกต๎องเหมาะสมกับความเป็นครู เป็นแบบอยํางท่ีดีของผ๎ูเรียน ในการพูดจา ไพเราะสุภาพถูกต๎องตามกาลเทศะ มีน้าเสียงท่ีดังฟังชัด ออกเสียงภาษาไทยได๎ชัดเจน เพราะคาพูดหรือน้าเสียง ในการสอ่ื สารนั้นจะมผี ลตํอความรูส๎ กึ นกึ คิดของนักเรียน และขา๎ พเจ๎าเป็นคนอารมณด์ ี มกี ิรยิ าทําทางที่ม่ันใจในตัวเอง ในการจัดการเรียนการสอน
๑.๒ การแสดงออกทางอารมณ์กริ ิยา ท่าทาง และพดู สื่อสารได้เหมาะสมกับกาลเทศะต่อ ผู้บงั คบั บัญชาเพ่ือนร่วมงาน ผู้ปกครอง และบคุ คลอ่นื ข๎าพเจ๎าประพฤติตนเป็นแบบอยํางท่ีดีตํอเพื่อนรํวมงาน และชุมชนเสมอ ในการพูดจาไพเราะสุภาพ ถูกต๎องตามกาลเทศะ ใช๎ภาษาในการส่อื สารอยาํ งถกู ต๎อง มีมนษุ ยสมั พันธท์ ี่ดี อารมณ์ดี ราํ เริง มกี ริ ยิ าทําทางที่มันใจ ในตนเองเป็นตวั ของตัวเอง และมีน้าใจเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผํตํอคนรอบข๎างโดยยึดหลักความจริงจัง จริงใจ และมีความ เป็นกัลยาณมติ รกบั ทกุ คน
๑.๓ การมเี จตคตเิ ชิงบวกกบั ประเทศชาติ ข๎าพเจ๎าประพฤติตนเป็นคนดีแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษตั ริย์ มที ศั นคติ คํานิยมท่ดี ตี อํ สังคม และปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมืองดใี ห๎ความสาคญั ในการชวํ ยเหลือสังคม
๑.๔ การปฏิบัตติ ามกฎ ระเบยี บ หลกั เกณฑ์ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับความเป็นข้าราชการ ขา๎ พเจา๎ ประพฤตติ นสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ด๎วยความบรสิ ุทธิใ์ จ โดยไปใช๎สิทธิเลอื กตงั้ นอกเขตเลอื กต้ังตามที่ลงทะเบยี นทางอินเทอร์เน็ตไว๎และเป็นเจ๎าหน๎าท่ีใน การออกใบรบั ใบสมัคร กรอกประวตั ิข๎อมลู ในวนั เปดิ รับสมคั รสมาชิกสภาผแ๎ู ทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบํงเขตเลือกต้ังท่ี ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส
๑.๕ การปฏิบัตติ ามกฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ทีเ่ กี่ยวข้องกับความเป็นขา้ ราชการครู ข๎าพเจา๎ ลงเวลาในการมาปฏิบัติราชการ กํอนเวลาที่กาหนดทุกครั้ง คือ เช๎า ลงเวลากํอน 07.45 น. เยน็ ลงเวลาหลงั 16.30 น. เพื่อดูแลนักเรยี นทาความสะอาดเขตพนื้ ท่ีและทากิจกรรมหนา๎ เสาธง ข๎าพเจ๎าการปฏบิ ตั ิการสอนโดยยดึ อุดมการณข์ องความเป็นครู ไวป๎ ระจาใจ คือ เต็มร๎ู เต็มใจ เต็มเวลา เตม็ คน เต็มพลงั และไมํเคยละทิง้ หรือทอดทิ้งคาบสอน ข๎าพเจ๎าปฏิบัติตนได๎อยํางถูกต๎องเหมาะสมกับความเป็นครู เป็นแบบอยํางที่ดี เชํน การพูดจาสุภาพ ไมํเลํนการพนัน ด่ืมสุรา สูบบุหร่ี และแตํงกายสุภาพเรียบร๎อยตามระเบียบของโรงเรียน ถูกต๎องตามกาลเทศะใน วันสาคญั ตาํ งๆ
๑.๖ การปฏิบัติตามกฎหมาย ข๎าพเจ๎ายึดมั่นในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ดว๎ ยความจริงใจ ข๎าพเจา๎ ยน่ื ภาษเี งินไดบ๎ ุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 91 เป็นประจาทกุ ปี ข๎าพเจ๎าปฏิบัติตามกฎจราจร โดยหยุดรถเม่ือไฟสัญญาณจราจรเป็นสีแดง คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกนริ ภัยทกุ ครง้ั เมื่อขับรถ และ มีใบขับขี ตํอทะเบียนรถตามกาหนดเวลา
2. คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
๒.๑ การปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ศาสนาที่นบั ถอื อยา่ งเครง่ ครดั ข๎าพเจ๎าหม่ันดูแลห้ิงพระในบ๎านโดยเปล่ียนน้าดอกไม๎ในแจกันบูชา สวดมนต์สวดมนต์ไหว๎พระกํอน นอนซึ่งจะชวํ ยใหเ๎ รามีสมาธิ จติ ใจสงบ ผอํ งใส ข๎าพเจ๎าเข๎ารํวมกิจกรรมวันสาคัญทางศาสนาเป็นประจา เชํน วัน พระ วันวิสาขบูชา การทอดกฐิน วันเข๎าพรรษา แสดงตนเป็นพุทธมามะกะ ปฏิบัติตนตาม หลักศีลธรรมของฆราวาส รวํ มเผยแผหํ ลกั ธรรมทางศาสนา
๒.๒ การเข้าร่วม ส่งเสรมิ สนบั สนุน ศาสนกิจของศาสนาท่ีนบั ถืออย่างสม่าเสมอ ข๎าพเจ๎าได๎ปฏิบัติศาสนกิจเข๎าวัดทาบุญอยํางสม่าเสมอ ในวันพระ วันสาคัญทางพระพุทธศาสนา โดยตอนเช๎าทาบุญตักบาตรที่วัด รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา ตอนค่ารํวมพิธีเวียนเทียน และในแตํละเดือนมีการ จัดทาแกงเวรถวายภตั ตาหารเช๎าและภัตตาหารเพลพระสงฆ์ ข๎าพเจ๎าเข๎ารํวมพิธีทาบุญโรงเรียน ประจาปีการศึกษา 2561 โดยได๎ถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ ข๎าพเจ๎ารํวมทาบุญทอดกฐินกับตัวแทนของชาวที่อาสามาเร่ียไรเงินไปทอดกฐินตามวัดตํางๆ ในนาม ของหมบํู า๎ นโคกโก
๒.๓ การเหน็ ความสาคัญ เขา้ รว่ ม สง่ เสริม สนบั สนุน เคารพกิจกรรม ทีแ่ สดงถงึ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ท้องถนิ่ หรอื ชมุ ชน ข๎าพเจ๎าและคณะครูโรงเรียนบ๎านเขาพระได๎เข๎ารํวมพิธีพระราชทานเพลิงศพพระครูสังฆสิทธิพิทักษ์ อดตี เจา๎ อาวาสวดั สังฆสทิ ธาราม ณ เมรชุ ว่ั คราว วดั สังฆสทิ ธาราม อาเภอตนั หยงมัส จงั หวดั นราธวิ าส ข๎าพเจ๎าและเครือญาติได๎เข๎ารํวมพิธีหม้ันโดยนาสินสอดทองหมั้นหรือของหมั้นไปมอบให๎แกํฝุายหญิง ตามขนบธรรมเนียมประเพณขี องคนไทย
๒.๔ การเหน็ ความสาคัญ เขา้ ร่วม สง่ เสรมิ สนบั สนนุ กจิ กรรมทแี่ สดงถงึ จารีต ประเพณี วัฒนธรรมของชาติ ข๎าพเจ๎าได๎สืบสานประเพณีไทยท่ีสาคัญในภาคใต๎ โดยได๎ไปวัดทาบุญในวันสารทเดือนสิบหรือท่ี ชาวบ๎านเรียกกันวําชิงเปรต เป็นความเชื่อประเพณีเก่ียวกับการรับ-สํงตายาย คติสอนแหํงความกตัญญูกตเวที และไดเ๎ ข๎ารวํ มประเพณีทอดกฐิน
๒.๕ การมีจิตบริการ และจติ สาธารณะ ขา๎ พเจา๎ ปฏิบตั หิ น๎าทด่ี ๎วยความมุงํ ม่ัน ท้ังในเวลาราชการและนอกเวลาราชการรักษาผลประโยชน์ของ หนํวยงาน มีความกระตือรือร๎นในการเข๎ารํวมกิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์ ให๎ความรํวมมือกิจกรรมตามประเพณี งานกุศล รักษาสาธารณสมบัติและสิ่งแวดล๎อม ให๎ความชํวยเหลือชุมชนเต็มท่ีตามท่ีจะสามารถทาได๎ เชํน การเข๎า รวํ มการบริจาคโลหติ การพฒั นาทาความสะอาดวดั และชมุ ชน ชํวยเหลือวดั และชุมชนตามงานเทศกาลตําง ๆ
๒.๖ การตอ่ ต้านการกระทาของบุคคลหรือกลุม่ บุคคลที่ส่งผลความม่ันคงของชาติหรือผลกระทบ เชงิ ลบต่อสังคมโดยรวม ขา๎ พเจา๎ คอยติดตามขําวสารให๎กาลงั ใจเจ๎าหน๎าท่ีกองกาลงั รักษาดนิ แดนท่ีเสียสละเป็นร้ัวของชาติในการ ทาหน๎าที่ปกปูองคนไทย แผํนดินไทย และให๎กาลังใจครอบครัวเหย่ือผ๎ูเสียชีวิตจากสถานการณ์ความไมํสงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต๎ ข๎าพเจ๎าคอยติดตามข๎อมูลขําวสารตํอต๎านการทุจริตคอรัปช่ันที่มีผลตํอความมั่นคง ของชาติ และเครือขาํ ยรณรงคท์ วงคืนความยุติธรรมในสงั คมเมอื่ ไมไํ ดร๎ บั ความเปน็ ธรรม
3. จรรยาบรรณวชิ าชพี
๓.๑ การพฒั นาวิชาชีพและบุคลิกภาพอย่างต่อเน่อื ง ข๎าพเจ๎าจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยเนน๎ ผลถาวรทีเ่ กดิ แกํผูเ๎ รียน เพอื่ ใหน๎ ักเรยี นไดล๎ งมอื ปฏิบัตจิ ริง ทาให๎การจัดการเรียนการสอนไมํนําเบ่ือ เข๎าใจงําย พัฒนาส่ือการเรียนการสอนให๎มีประสิทธิภาพอยํูเสมอ พัฒนา แผนการจัดการเรียนการสอนใหส๎ ามารถปฏิบัติไดเ๎ กดิ ผลจรงิ และไดเ๎ ข๎ารํวมการพฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา โดยยึดถือภารกิจและพื้นท่ีปฏิบัติงานเป็นฐาน ด๎วยระบบ TEPE Online ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ระหวําง วันที่ ๑๙ มถิ ุนายน – ๑๗ สงิ หาคม ๒๕๖๒ ซง่ึ ในระบบจะตอ๎ งเรยี นตามแผนการเรยี นตามหลักสูตร กระบวนการ เรียนรู๎แตํละแผนต๎องทดสอบกํอนเรียน ศึกษาเนื้อหาอยํางน๎อย 3 ช่ัวโมง ทดสอบหลังเรียน และทดสอบจบ การศึกษา
๓.๒ การมวี สิ ยั ทัศน์ รแู้ ละเข้าใจ สนใจ ตดิ ตามความเปลย่ี นแปลงด้านวิทยาการ เศรษฐกจิ สงั คม การเมอื งของไทย และนานาชาติในปัจจุบัน ขา๎ พเจา๎ มคี วามสนใจ ติดตาม ขอ๎ มูลขาํ วสารการศึกษา เศรษฐกจิ การเมอื ง สังคม กฬี า อาชญากรรม ขําวตาํ งประเทศ ไอที บันเทิง ผํานทางหลากหลายชํองทาง หรือทุกสื่อที่มี ทีวี วิทยุ อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และหนังสือพิมพ์ เพ่อื ให๎กา๎ วทันโลก
๓.๓ การไมอ่ าศยั วชิ าชีพแสวงหาผลประโยชน์ที่ไมถ่ ูกต้อง ข๎าพเจ๎าเอาใจใสํ มุํงมั่น ถํายทอดความรู๎หรือสํงเสริมการแสวงหาความร๎ูของผู๎เรียนอยํางเต็มที่ ซ่ึงมีการวัดและประเมินผลผ๎ูเรียนตามสภาพจริง โดยไมํบิดเบือนปิดบังหวังสิ่งตอบแทน ไมํมีการเรียกส่ิงตอบแทน จากนักเรยี น ไมํเบยี ดเบยี นเวลาของนักเรยี นไปหาผลประโยชน์สํวนตน ให๎ความเอาใจใสํชํวยเหลือผู๎เรียน คนรอบ ขา๎ งและให๎บริการเตม็ ความสามารถตามหลักวชิ าชีพอยาํ งสมา่ เสมอเทาํ เทยี มกัน
๓.๔ การมุง่ มน่ั ต่อการพัฒนาความรคู้ วามสามารถของผเู้ รียน ข๎าพเจ๎าไดส๎ ํงเสรมิ สนับสนุนการฝึกซ๎อมนักเรียนเข๎ารํวมแขํงขันทักษะวิชาการ สนับสนุนอานวยความ สะดวกเจ๎าหน๎าท่ีสาธารณสุขให๎ความรู๎เรื่องการดูแลความสะอาดของรํางกาย ชํองปากสาหรับเด็กๆ และได๎ เสริมสร๎างทักษะการเรียนร๎ูนอกห๎องเรียนโดยเปิดโอกาสให๎ผ๎ูเรียนไป ทัศนศึกษาซึ่งเป็นกิจกรรมท่ีผ๎ูเรียนได๎มีความร๎ู ความสามารถจากประสบการณต์ รง ทนั โลกทันเหตกุ ารณ์
๓.๕ การใหค้ วามสาคัญต่อการเข้าร่วมสง่ เสริม สนับสนุนกจิ กรรม ท่เี กยี่ วข้องกับวชิ าชีพครอู ย่างสม่าเสมอ ขา๎ พเจ๎าให๎ความสาคัญตอํ การเข๎ารํวมสํงเสริม สนับสนุนกจิ กรรมทเ่ี ก่ยี วขอ๎ งกบั วชิ าชพี ครอู ยํูเสมอ โดย เข๎ารํวมอบรมการพัฒนาครูผ๎ูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ช้ัน ป.๖ เข๎ารํวมการประชุมครูผู๎สอนเพื่อยกระดับคุณภาพ การศกึ ษา ระดับเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษา เข๎ารํวมพบกลมํุ พัฒนาครแู ละบคุ ลากรางการศึกษา โดยยึดถือภารกิจและพื้นท่ี ปฏิบตั ิงานเปน็ ฐานด๎วยระบบ TEPE Online เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนร๎ูพบกลํุม PLC สนับสนุน สํงเสริมฝึกซ๎อมและ ควบคุมนักเรียนเข๎ารํวมการแขํงขันทักษะทาวิชาการระดับศูนย์เครือขํายตันหยงมัส เป็นคณะกรรมการตัดสินการ แขํงขันทักษะวชิ าการคดิ เลขเร็ว ป. 1 – 6 ระดับศนู ยเ์ ครอื ขําย เป็นคณะกรรมการตดั สินการแขํงขันทกั ษะวิชาการ โครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภท ทดลอง ป. 4 – 6 ในงานศิลปหตั ถกรรมนกั เรียน ระดับเขตพื้นท่ี คร้ังท่ี 69 เข๎ารํวม ประชมุ การดาเนินงานเครอื ขํายสํงเสรมิ สุขภาพวัยเรียนโรงพยาบาลระแงะ
๓.๖ รกั เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลอื ส่งเสริม สนับสนุน ใหบ้ รกิ ารผู้เรียนทุกคนด้วยความ เสมอภาค ข๎าพเจา๎ รักและเมตตาศิษย์ โดยใหค๎ วามเอาใจใสํชํวยเหลือสงํ เสริมกาลังใจในการศึกษาเลาํ เรียนแกํศิษย์ โดยเทาํ เทยี ม ไมํแบํงแยกวาํ เปน็ ศิษยค์ นใด ไมลํ าเอยี ง ขา๎ พเจา๎ อบรมสั่งสอน ฝกึ ฝน สร๎างเสรมิ ความรู๎ ทักษะ และนสิ ยั ทด่ี งี ามให๎เกิดแกํศษิ ย์ทกุ คนอยํางเตม็ ความสามารถ ดว๎ ยความบริสุทธิใ์ จ ข๎าพเจา๎ ประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยํางท่ีดี แกํศิษย์ ทั้งกาย วาจา และจิตใจ ไมํกระทาตนเป็นปฏิปักษ์ตํอความความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสงั คม ขา๎ พเจา๎ ไมํลงโทษนกั เรียนดว๎ ยวิธที ่ีรุนแรงเกินกวําเหตุอันสมควร หรือเม่ือใดท่ีจะลงโทษก็ควรชี้แจงเหตุผล ใหน๎ กั เรียนได๎รับทราบกํอนการลงโทษ
๓.๗ การประพฤตปิ ฏบิ ัติตนเป็นที่ยอมรบั ของผเู้ รยี น ผบู้ ริหารเพ่ือนร่วมงานผู้ปกครอง และชุมชน ข๎ า พ เ จ๎ า ป ฏิ บั ติ ต น เ ป็ น แ บ บ อ ยํ า ง ท่ี ดี กั บ ผ๎ู เ รี ย น ทั้ ง ใ น เ ว ล า แ ล ะ น อ ก เ ว ล า ร า ช ก า ร ทั้งด๎านศีลธรรม วัฒนธรรม กิจนิสัย สุขนิสัยและอุปนิสัย ตลอดจนมีความเป็นประชาธิปไตยมองผลประโยชน์ของ นักเรยี นเป็นท่ีต้ัง ข๎าพเจ๎าเคารพเช่ือฟังคาแนะนา สั่งสอน ผ๎ูบังคับบัญชา ผ๎ูอาวุโส เพ่ือนรํวมงานโดยดาเนินนโยบายท่ี สอดคล๎องกับนโยบายสถานศึกษา และเป็นผู๎รํวมงานท่ีดีให๎ความชํวยเหลือผู๎รํวมงาน ตามความเหมาะสมควรแกํ โอกาส ขา๎ พเจา๎ รวํ มมอื กบั ผอ๎ู ื่นในสถานศกึ ษาอยาํ งสรา๎ งสรรค์และเต็มศักยภาพ เพื่อรํวมกันพัฒนาให๎นักเรียนมี ความรคู๎ วบคูกํ บั ความมคี ุณธรรม นาชอื่ เสยี งอนั ดีงามใหเ๎ กดิ แกํนักเรยี น คณะครู และสถานศกึ ษาใหม๎ ากทีส่ ุด
๓.๘ การไมป่ ฏบิ ตั ติ นทส่ี ง่ ผลเชงิ ลบต่อกายและใจของผู้เรียน ขา๎ พเจา๎ มคี วามรักและศรัทธาในวิชาชีพครู เป็นผ๎ูประพฤติปฏิบัติตนอยํูในระเบียบวินัยอยํางเครํงครัด ทกุ ประการ เป็นแบบอยํางที่ดกี บั ผูเ๎ รยี น ท้ังในเวลาและนอกเวลาราชการ ทั้งด๎านศีลธรรม วัฒนธรรม กิจนิสัย สุข นิสยั และอุปนสิ ยั พัฒนาใหผ๎ ๎ูเรยี นเรียนมีความร๎ูควบคํูกบั คุณธรรม เสรมิ สรา๎ งปลกู จิตสานกึ ท่ดี แี กผํ ูเ๎ รยี น และข๎าพเจ๎า เอาใจใสแํ ละให๎ความสนใจนกั เรยี นอยํางท่ัวถึง ให๎คาปรึกษา รับฟังปัญหาของนักเรียน ให๎ความชํวยเหลือนักเรียน อยาํ งเต็มความสามารถตามหลักวิชาชีพอยาํ งสม่าเสมอเทาํ เทยี มกนั
๓.๙ การทางานกับผู้อื่นไดโ้ ดยยดึ หลักความสามคั คี เกือ้ กลู ซง่ึ กันและกัน ข๎าพเจ๎าทางานรํวมกับผู๎อื่นด๎วยความเสียสละไมํเห็นแกํตัว ไมํเห็นแกํความสุขสบายสํวนตัว ทุํมเท แรงกาย แรงใจ เข๎ามารํวมกันทางานด๎วยความตั้งใจ ความสามัคคี ความร๎ูความสามารถ และความคิดที่ สร๎างสรรคท์ าใหง๎ านสาเร็จสมบูรณ์งดงามตามประสงค์ทุกอยําง พฤติกรรมการทางานรํวมกับผ๎ูอื่นความสามัคคีเป็น ส่ิงสาคัญท่ีทุกคนควรมี โดยความสามัคคีจะต๎องเริ่มจากการสร๎างสัมพันธ์ท่ีดี ความรักใครํปรองดองกันต๎องรู๎จัก ปรบั ตวั ใหเ๎ ขา๎ กบั ผ๎ูอน่ื ให๎อภัยซงึ่ กนั และกัน มคี วามประนปี ระนอมตอํ กันจึงจะชํวยใหส๎ ามารถทางานรํวมกับผูอ๎ ืน่ ไดด๎ ี
๓.๑๐ การใช้ความรคู้ วามสามารถท่มี ีอยู่ นาให้เกดิ ความเปลี่ยนแปลงในทางพฒั นาให้กับผูเ้ รียน โรงเรียนหรือชมุ ชนในด้านใดด้านหนงึ่ (ด้านการอนรุ ักษ์ศลิ ปวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญา และสิง่ แวดลอ้ ม) ข๎าพเจา๎ ใช๎ความรู๎ความสามรถทักษะโครงงาน วทิ ยาศาสตร์ สรา๎ งนวตั กรรมทนั ตสุขภาพเพ่ือพัฒนา นักเรียนไปแขํงขันงานมหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ เครือขํายโรงเรยี นเดก็ ไทยฟันดี ข๎าพเจ๎าเป็นแบบอยํางท่ีดีในการอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญาขนมไทยโดยนาความรู๎ท่ีได๎จาก มารดามาทาขนมสาคู ขนมเทียนไส๎เค็ม ไปวาง จาหนํายที่สหกรณห์ มบํู า๎ นและตามรา๎ นอาหาร
๓.11 การยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ ข๎าพเจ๎าแสดงความจงรักภักดีตํอสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยลงนามถวายพระพรชัยมงคลตํอเบื้อง หนา๎ พระบรมฉายาลกั ษณ์สมเดจ็ พระเจ๎าอยํหู วั มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู ข๎าพเจ๎าประพฤติตนสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขด๎วยความบริสุทธ์ิใจ โดยไปใช๎สิทธิเลือกต้ังนอกเขตเลือกต้ังตามที่ลงทะเบียนทางอินเทอร์เน็ตไว๎ ข๎าพเจ๎าเป็นเจ๎าหน๎าที่ออกใบรับใบสมัคร กรอกประวัติข๎อมูลในวันเปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู๎แทน ราษฎร (ส.ส.) แบบแบํงเขตเลือกตง้ั ทศ่ี าลากลางจงั หวดั นราธิวาส ข๎าพเจ๎าเปน็ ผ๎ชู ํวยเหลือการปฏิบตั ิงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ประจาเขตเลอื กตงั้ เขต ๓
4. การดารงชวี ิตตามปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๔.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ข๎าพเจ๎าพัฒนาตนเองให๎มีความรู๎ ความเข๎าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด๎วยการศึกษา คน๎ ควา๎ แสวงหาความรูจ๎ ากการอํานหนังสอื และศึกษาหาความรจู๎ ากอนิ เตอร์เน็ตบุคคลผ๎ูเป็นต๎นแบบด๎านการดาเนิน ชวี ิตตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง
๔.๒ มกี ารนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับประยุกต์ใช้กับการจัดการเรยี นรู้ในห้องเรียน ข๎าพเจ๎าอบรมสั่งสอนให๎นักเรียนร๎ูจักประหยัด เก็บออม ใช๎จํายเทําท่ีจาเป็นร๎ูจักพอประมาณตน พอใจในสงิ่ ทต่ี นมี รูจ๎ ักคณุ คําของส่งิ ของ และการร๎จู กั แบงํ ปัน โดยจะใหน๎ ักเรียนฝากเงนิ เป็นประจาทกุ วัน ขา๎ พเจา๎ ประดิษฐ์สอ่ื การจดั การเรยี นร๎วู ิชาคณิตศาสตรจ์ ากวัสดุเหลือใช๎ นามาใช๎ในการจัดการเรียนรู๎ใน หอ๎ งเรยี น
๔.๓ มีการนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปปรับประยุกต์ใช้กับภารกิจทไ่ี ด้รับมอบหมายอื่น ขา๎ พเจา๎ นาปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปปรบั ประยกุ ต์ใช๎นอกจากการจัดการเรียนรู๎ในห๎องเรียนแล๎ว ยังนามาประยกุ ตใ์ ชใ๎ นการแขงํ ขันนวตั กรรมทันตสขุ ภาพ โดยนาวัสดุที่เหลือใช๎มาตกแตํงประกอบฉากในการแขํงขัน และนาวสั ดทุ ี่เหลือใชโ๎ ดยไมตํ อ๎ งไปซอ้ื อยํางขวดนา้ ด่ืมพลาสติกมาทาภาชนะทเี่ กบ็ แปรงฟนั ยาสฟี นั ของนักเรยี น
๔.๔ มกี ารนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปปรบั ประยุกต์ใช้กับการดารงชีวติ ของตนเอง ข๎าพเจ๎าปฏิบัติตนใช๎ชีวิตตามปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยพออยูํ พอมี พอกิน พอใช๎ ร๎ูจักประมาณตน พอใจในส่ิงท่ีตนมี ใ น ด๎ า น ค ว า ม เ ป็ น อ ยํู ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ า วั น ข อ ง ข๎าพเจ๎าปลูกพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิดไว๎ ประกอบอาหาร ลดรายจํายในครัวเรือน นา ขวดน้าดื่ม ขวดน้ามันพลาสติกหรือขวดตํางๆ ทเ่ี หลอื ใช๎สะสมไว๎นาไปขายเพ่ือสร๎างรายได๎และ มีการวางแผนในการใชจ๎ ํายเงนิ ใช๎จํายเฉพาะส่ิง ท่ีจาเป็น ไมํฟุมเฟือย เป็นสมาชิกสหกรณ์ออม ทรัพย์ครูนราธิวาส เป็นสมาชิกออมทรัพย์ หมํูบ๎านโคกโก ซ่ึงจัดสรรเงินรายได๎เป็นสัดสํวน ท่ีเหมาะสม ไมํเดือดร๎อนตํอตนเอง ครอบครัว และเพ่อื นรํวมงาน
4.5 เปน็ แบบอยา่ งในการนาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปปรบั ประยุกตใ์ ช้กับภารกจิ ต่างๆ หรอื การดารงชีวติ ของตน ขา๎ พเจา๎ ปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอยาํ งในการใช๎ชีวติ ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยปลูกพืชผสมผสาน ท่ีสวน เชํน ลองกอง มังคุด ทุเรียน กล๎วย หมาก มะพร๎าวและยางพารา ทาให๎มีผลไม๎ตามฤดูกาล เป็นการลด รายจาํ ย สรา๎ งรายไดใ๎ นครัวเรอื น และ เม่อื มีเวลาวํางจะไปดูแลสวนโดยรดนา้ ใสํปยุ๋ ตน๎ ไม๎ กาจัดวัชพชื ศตั รูพชื
5. จติ วญิ ญาณความเป็นครู
๕.๑ การเขา้ สอนตรงเวลาและสอนเต็มเวลา ข๎าพเจ๎ามีการทางานท่ีตรงตํอเวลาในการปฏิบัติหน๎าท่ีราชการและอุทิศเวลาให๎ราชการอยํางเครํงครัด สม่าเสมอ เชํน การมาปฏิบัติงานตรงตามเวลาที่ทางโรงเรียนกาหนด เข๎าประชุมตามเวลาท่ีกาหนด มีการทางาน อยํางตํอเนื่องหลังจากเลยเวลาราชการไปแล๎ว ทางานวันเสาร์ – อาทิตย์ เตรียมการสอน เตรียมแผนการจัดการ เรียนรู๎ สื่อการสอนในชวํ งปดิ ภาคเรียน ติดตอํ ประสานงานกับผูป๎ กครองนกั เรยี นในกรณตี ํางๆ เข๎าห๎องสอนตรงตาม เวลา / สอนเต็มเวลา ไมํเบียดเบยี นเวลาของนกั เรียนไปหาผลประโยชน์สวํ นตน มกี ารเอาใจใสํถํายทอดความรู๎ หรือ สงํ เสริมการแสวงหาความร๎ูโดย ไมํบิดเบือนปิดบังหวังส่ิงตอบแทน ไมํมีการเรียกส่ิงตอบแทนจากนักเรียน และให๎ ความเอาใจใสํชํวยเหลือผู๎เรียน และให๎บริการเต็มความสามารถตามหลักวิชาชีพอยํางสม่าเสมอเทําเทียมกัน ได๎ พฒั นานวตั กรรม สื่อการสอนเพื่อพัฒนางานในหน๎าท่ีโดยเฉพาะสื่อการสอนวิชาคณิตศาสตร์ อุทิศเวลาเพ่ือพัฒนา นกั เรียนตามความจาเป็นและเหมาะสม ไมลํ ะทง้ิ ช้ันเรียนหรือขาดการสอน
๕.๒ การตระหนกั ในความรู้และทักษะท่ถี ูกต้อง รวมถงึ สิ่งท่ดี ีๆ ใหก้ บั ผเู้ รียน ข๎าพเจ๎าอบรมส่ังสอน ฝึกฝน สร๎างเสริม ความร๎ูและทักษะให๎กับนักเรียนอยํางเต็มความ สามารถโดยไมํบิดเบือนหรือปิดบังความร๎ู ติดตาม ขําวสาร ศึกษาหาความร๎จู ากอินเทอร์เน็ต เอกสาร ตารา วารสารและสื่อตําง ๆ อยํูเสมอมาปรับใช๎ให๎ เกิดประโยชน์แกํผ๎ูเรียน โดยจัดทาแผนการเรียนร๎ู เลือกใชว๎ ิธกี ารทหี่ ลากหลายในการสอนให๎เหมาะสม กบั สภาพของนกั เรียน ใช๎ส่ือการสอนที่ทันสมัยมาใช๎ ในกิจกรรมการเรียนการสอน สํงเสริมนิสัยรักการ อําน เอาใจใสํและให๎ความสนใจศิษย์อยํางท่ัวถึง และเทําเทียมกัน สอนเสริมให๎นักเรียนในเวลาวําง ของนักเรียนโดยคานึงถึงความแตกตํางระหวําง บุคคลของนกั เรยี น
๕.๓ การสรา้ งความเสมอภาคเป็นธรรมกบั ผู้เรยี นทุกคน ข๎าพเจ๎าอบรมสั่งสอน ฝึกฝน สร๎างเสริม ค ว า ม ร๎ู แ ล ะ ทั ก ษ ะ ใ ห๎ กั บ นั ก เ รี ย น โ ด ย ยึ ด ความเสมอภาค ความเทําเทยี มกนั และทั่วถึงในการ เรียนร๎ูของนักเรียนเป็นส่ิงสาคัญ ซ่ึงข๎าพเจ๎า ชํวยเหลือพัฒนาผ๎ูเรียนที่มีความต๎องการพิเศษ คือ นั ก เ รี ย น ที่ เ รี ย น ร๎ู ช๎ า ก วํ า เ พื่ อ น รํ ว ม ชั้ น โดยจะดูแลอาใจใสํเป็นกรณีพิเศษ ให๎ภาระงาน ชิ้นงานที่แตกตํางจากคนอื่น สํวนนักเรียนท่ีเรียนรู๎ ได๎เร็วจะสํงเสริมศักยภาพโดยให๎ภาระงาน ชิ้นงาน ท่ียากขึ้นซึ่งต๎องเหมาะสมกับความสามารถของ นักเรียนคนนั้นด๎วย และมีการคุยกับนักเรียนเพื่อ การหาแนวทางรํวมกันในการจัดการเรียนการสอน จึงทาใหน๎ กั เรียนทุกคนมสี วํ นรํวมในการทากิจกรรม
๕.๔ การรจู้ ักให้อภัย ปราศจากอคติ ชว่ ยเหลอื สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหผ้ ู้เรยี นประสบความสาเรจ็ ตามศักยภาพ ความสนใจ หรอื ความต้ังใจ ข๎าพเจ๎ารัก เมตตา เข๎าใจ และให๎อภัย นักเรียนเสมอเมื่อแสดงพฤติกรรมที่ไมํพึงประสงค์ มีความเป็นธรรม มีใจเป็นกลาง ไมํมีอคติลาเอียง ตอํ นกั เรยี นในการใหค๎ ะแนน การสงํ เสรมิ การเรยี นรู๎ ตามความถนัด ความชอบ การให๎ความชํวยเหลือ และการรับฟังความคิดเห็นของของนักเรียนทุกคน ข๎าพเจา๎ มีความมุํงม่ัน ต้ังใจท่ีจะสํงเสริมให๎นักเรียน ทุ ก ค น ป ร ะ ส บ ค ว า ม ส า เ ร็ จ ใ น ก า ร เ รี ย น และการดารงชีวิตตามศักยภาพของแตลํ ะคน
Search