รายงานผลการดาเนินงาน โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใชห้ ลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 วัดพุนารอ้ น หมู่ 4 บ้านพนุ ารอ้ น ตาบลดา่ นช้าง อาเภอดา่ นช้าง จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
คานา ด้วยหมู่บ้านพุน้าร้อน ต้าบลด่านช้าง อ้าเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี มีประชาชนสมคั รเข้าร่วมโครงการสรา้ งความปรองดองสมานฉนั ท์ โดยใช้หลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” ตามมติมหาเถรสมาคม/คสช./รัฐบาล และ ตามนโยบายของจังหวัด ในปัจจุบันมีผลเป็นท่ียินดี สมควรจัดท้ารายงานเพื่อแจ้ง ผู้เกี่ยวขอ้ งทราบตามลา้ ดบั และเป็นเกยี รติประวัตแิ กห่ มูบ่ ้านสบื ไป คณะกรรมการชุมชนบ้านพุน้ารอ้ น
สารบญั หนา้ ข้อมลู พน้ื ฐานของหมบู่ า้ น 1 โครงการและกิจกรรมทีห่ มูบ่ ้านดาเนินการ 9 รางวลั เกยี รตคิ ุณทห่ี มู่บ้านไดร้ ับในรอบ 3 ปี 23 กจิ กรรมส่งเสริมการรักษาศลี 5 ของหมู่บ้าน กจิ กรรมตา่ งๆตามภารกจิ ทง้ั 8 ด้าน 29 44
หลกั เกณฑ์และประเดน็ การตรวจเยย่ี มการดาเนนิ โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 หมู่บ้านพนุ ารอ้ น หมทู่ ่ี 4 ตาบลด่านช้าง อาเภอด่านช้าง จงั หวัดสุพรรณบุรี วันที่ 22 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 หมวดท่ี 1 ขอ้ มลู พืนฐานหมู่บ้าน ที่ รายการ ขอ้ มลู /กจิ กรรมหมู่บ้าน หมายเหตุ 1.1 ข้อมลู พน้ื ฐานหมบู่ า้ น ช่อื หมูบ่ า้ นพนุ ้าร้อน หมู่ท่ี 4 ตาบลด่านช้าง อาเภอด่าน ชา้ ง จงั หวดั สุพรรณบรุ ี มี ครอบครวั 412 หลังคาเรือน ประชากร 1,200 คน ผู้ใหญ่บ้าน นายชมุ นนั ทา วัดประจาหมูบ่ า้ น วดั พุน้าร้อน นามเจ้าอาวาสพระครูวิสิฐสุวรรณคณุ 1.2 กิจกรรมท่หี มูบ่ า้ น 1.กลุ่มวฒั นธรรมชุมชน ดาเนินการ 2.กลุ่มการเกษตร และนารวม 3.กลมุ่ ทอ่ งเทยี่ วและป่าไม้ 4.กลมุ่ การคา้ และผลติ ภัณฑ์ 5.กลุ่มสภาชมุ ชนบ้านพนุ ้ารอ้ น 1.3 รางวลั เกยี รติคณุ ที่ รางวลั เกียรตคิ ณุ ที่หมบู่ ้านพุน้ารอ้ น หมบู่ า้ นไดร้ ับในรอบ 3 ปี 1.4 ขอ้ มูลเกย่ี วกับคดีความ มี จานวน 6 คดี ในรอบ 3 ปี 1.5 ขอ้ มูลเกี่ยวกบั คดีความ มี จานวน 6 คดี ยาเสพติดในรอบ 3 ปี 1.6 ขอ้ มูลเก่ียวกับการ ไมม่ ี ทะเลาะววิ าทในรอบ 3 ปี 1.7 ข้อมูลเก่ียวกับ หมู่ 4 จานวน จานวน 7 คน สาธารณสุขในรอบ 3 ปี
หมวดที่ 2 กิจกรรมการส่งเสริมการรกั ษาศีล 5 ของหมู่บา้ น ท่ี รายการ ข้อมลู /กจิ กรรมหม่บู ้าน หมายเหตุ 2.1 กิจกรรมการรักษาศีล 1.การทากจิ กรรมวันสาคญั ต่างๆ ขอ้ ท่ี ๑ 2.การไถ่ชีวติ โค กระบือ 3.เขตอภยั ทาน 2.2 กจิ กรรมการรักษาศลี 1.การต้งั คณะการรักษาความปลอดภยั ในชมุ ชนในช่วง ขอ้ ที่ 2 สถานการณ์ เชอื้ ไวรัส Covid -19 2.กจิ กรรมสง่ เสริมอาชีพ / กลมุ่ เศรษฐกจิ พอเพยี ง 2.3 กจิ กรรมการรกั ษาศีล 1.กจิ กรรมสรา้ งความสมั พนั ธ์ในชมุ ชน ข้อที่ 3 2.4 กิจกรรมการรักษาศลี 1.กจิ กรรมปอ้ งกนั การทะเลาะววิ าทและแตกแยก ขอ้ ที่ 4 2.5 กจิ กรรมการรกั ษาศีล 1.กจิ กรรมการไมด่ ่ืมสรุ าเมรัย ของมึนเมาให้โทษ และเล่น ขอ้ ท่ี 5 การพนัน
หมวดท่ี 3 กจิ กรรมสง่ เสริม ท่ี รายการ ข้อมูล/กจิ กรรมหมบู่ า้ น หมายเหตุ 3.1 กจิ กรรมประเพณี 1.ปฏิทนิ วฒั นธรรมของชมุ ชนบา้ นพนุ ้ารอ้ น วัฒนธรรมทางพุทธ 3.2 ประเพณแี ละอตั ลกั ษณ์ 1.ประเพณีแบกบษุ บกหามพระพทุ ธรปู แห่ธงสงกรานต์ ท่ีโดดเดน่ ของหมูบ่ ้าน 2.ผ้าซิ่นตนี จก 3.3 บคุ คลตวั อยา่ งของ นายสรศักด์ิ มังคุด บุคคลตัวอยา่ งดา้ นเกษตรกรรม หมบู่ า้ น
หมวดที่ 4 กิจกรรมการบรู ณนาการกิจการคณะสงฆ์และการสรา้ งเครือข่าย ที่ รายการ ขอ้ มลู /กจิ กรรมหม่บู ้าน หมายเหตุ 4.1 การสง่ เสริมกจิ กรรม 1.กลมุ่ วัฒนธรรมชมุ ชน ของชมุ ชน 2.กลมุ่ การเกษตร และนารวม 3.กลุ่มท่องเท่ยี วและปา่ ไม้ 4.กลุ่มการคา้ และผลติ ภัณฑ์ 5.กลมุ่ สภาชมุ ชนบ้านพนุ า้ ร้อน 4.2 การส่งเสริมการศกึ ษา 1. ปา่ ชมุ ชน และการเรียนรู้ของ 2.พิพธิ ภัณฑ์ชมุ ชนบา้ นพนุ ้ารอ้ น ชุมชน 3.กลมุ่ ผา้ ทอตนี จกลายโบราณ 4.ศนู ย์เรยี นรูป้ ราชญ์ เพ่ือความมน่ั คงตามโครงการอัน เน่อื งมาจากพระราชดาริ 4.3 1.กิจกรรมการคัดแยกขยะ การจดั การ 2.ฝายชะลอนา้ หบุ เขาวงตามรอยพ่อ สิง่ แวดล้อม/ขยะ 4.4 ผลติ ภัณฑ์ชมุ ชน 1.ผ้าซ่ินตนี จก (otop)ทีส่ รา้ งรายได้ ใหก้ ับหม่บู า้ น 4.5 การจดั สวสั ดกิ ารสังคม 1.ตลาดประชารฐั หมบู่ า้ น 2.กองทนุ หมูบ่ ้าน 3.การทานารวม 4.6 การเสรมิ สรา้ ง หนว่ ยงานภาครัฐ เครือข่ายในพื้นที่ (ใน หน่วยงานภาคเอกชน รอบ 3 ป)ี 1.สภาชมุ ชนบ้านพุน้าร้อน 2.ป่าไม้ชุมชนบ้านพุน้าร้อน 3.กลุ่มวฒั นธรรมชุมชนบ้านพุนา้ ร้อน 4.กลุ่มการท่องเที่ยวชมุ ชนบ้านพุนา้ รอ้ น 5.กล่มุ การเกษตรชุมชนบา้ นพุนา้ ร้อน 6.กลมุ่ การค้าและผลิตภัณฑช์ ุมชนบา้ นพนุ ้าร้อน 7.อาสาสมัครปอ้ งกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร.) 8.อาสาสมัครสุขประจาหม่บู า้ (อสม.) 9.อาสาสมัครตารวจบา้ น(อส.ตร.) 10.ชดุ รักษาความปลอดภยั ประจาหมูบ่ า้ น(ชรบ.)
หมวดที่ 1 ข้อมลู พนื ฐานของหมู่บา้ น สภาพขอ้ มูลท่วั ไป ชุมชนบา้ นพุนา้ รอ้ นมีถิ่นฐานจากการบันทึกความเป็นมาของลาวครง่ั น้นั จากหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ พบว่าบรรพบุรุษได้อพยพมาจากอาณาจักรเวียงจนั ทร์ และหลวงพระบางพร้อมกับลาวกลุม่ อืน่ ๆได้อพยพเขา้ มาที่ประเทศไทยด้วยเหตผุ ลท่ที างการเมืองและเป็นเชลยศกึ ยามสงคราม อาศัยอยู่บรเิ วณ ภาคกลางของประเทศไทย ลาวครงั่ มักจะเรียกตนเองวา่ \"ลาวขี้คร่ัง\" หรอื \"ลาวคงั่ \" ความหมายของคาวา่ \"ลาว ครงั่ \" ยังไม่ทราบความหมาย ชุมชนพนุ ้ารอ้ นได้นบั เป็นลูกหลานของลาวค่ัง ชมุ ชนพุนา้ รอ้ น เปน็ หมบู่ ้าน ท่ี 4 ของ ตาบล ด่านช้าง อาเภอ ด่านชา้ ง จงั หวัด สพุ รรณบุรี และมพี ืน้ ทข่ี นาดใหญ่ จนสามารถ แยกไปเปน็ อีก 3 หมบู่ ้านได้แก่ 1.หมบู่ ้านหินลาด หมู่ ๑๕ 2.หมู่บ้านหนองแก หมู่ ๑๖ 3.หมู่บ้านโป่งข่อยสมอทอง หมู่ ๒๐ ซ่งึ มีผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว 7 คน คนท่ี 7 คนปจั จบุ นั คอื นายชุม นันทา ปจั จบุ ันมี ครอบครัว 412 หลังคาเรอื น ประชากร 1,200 คน แผนที่การเดนิ ทางมาบ้านพนุ ารอ้ น บอ่ พุนารอ้ น ใน บา้ นพนุ าร้อนสมัยอดตี
มคี าขวัญคือ มรดกป่าไม้ มากมายประเพณี หน่อไม้ดีเห็ดโคนหวาน แหลง่ ขวานหิน ถ่นิ ผ้าทอ บ่อนาร้อน
โครงสร้างชมุ ชนบา้ นพุนารอ้ น จากทที่ างวดั พนุ า้ ร้อนได้มแี นวคดิ ในการพัฒนาแบง่ โครงสร้างชมุ ชนออกเป็นชุมต่างๆเพื่อใหเ้ กิดการพัฒนาและ ทางานงานอย่างเป็นระบบเพ่ือการพฒั นาและเกิดความสามัคคีเป็นชุมชนที่เข้มแขง็ และกายเปน็ รางฐานให้กับ คนรุ่นตอ่ ไป โครงสรา้ งชุมชนบ้านพุนารอ้ น วัดพนุ ารอ้ น เปน็ ศูนยก์ ลางสนับสนุนสง่ เสริมในการพัฒนา สภาชมุ ชนบ้านพุนารอ้ น เป็นตวั ประสานรบั ฟังปัญหา ผใู้ หญ่ อาพร ยาสุวรรณ การท่องเท่ียวและปา่ ไม้ วัฒนธรรมฝา่ ยชาย วฒั นธรรมฝ่ายหญงิ ผูใ้ หญ่ ชุม นันทา อ่างเก็บน้าหบุ เขาวง ดนตรีการขบั รอ้ ง พิพธิ ภณั ฑช์ ุมชนบ้านพนุ ้ารอ้ น จติ อาสา การเกษตร อาสาสมัครพิทักษป์ ่า ผู้ใหญ่ ณรงค์ กองจาปา การคา้ และผลติ ภัณฑ์ ศูนย์เรยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพียง ผูช้ ่วย วิรัตน์ อุดมกจิ กลุ ผใู้ หญ่ ขวญั เรอื น คาพา ผา้ ทอตนี จก การทานารวม ตลาดประชารัฐ กลุ่มผลิตภณั ฑ์ โรงเรียนบา้ นพุนา้ ร้อน อนามยั บ้านพนุ า้ ร้อน เขา้ รว่ มกจิ กรรมตา่ งๆ/ได้รบั การสนับสนนุ
ดา้ นการประกอบอาชพี สว่ นใหญป่ ระกอบอาชีพเกษตรกร ค้าขาย รบั จ้างท่ัวไป สถาบันการศกึ ษาและสาธารณสขุ โรงเรยี นบ้านพนุ ้ารอ้ น โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพประจาตาบลบา้ นพนุ า้ รอ้ น ความปลอดภยั และทรพั ย์สิน อยู่ในพน้ื ทีด่ ูแลของสภ.ด่านชา้ ง และจดุ พักสายตรวจบา้ นเขาชอ่ งคับ การแตง่ กายของวัฒนธรรม ประเพณีแบกบษุ บก สภาพธรรมชาติในชมุ ชน แหลง่ นาตามธรรมชาติในชมุ ชน
ผลติ ภณั ฑท์ อ้ งถ่นิ ผลิตภัณฑ์ในชุมชนจดั ขายท่ีตลาดประชารฐั ผลติ ภัณฑ์ขนม ผา้ ซน่ิ จีนตก OTOP ของชุมชน การทาอฐิ มอญ เครอื่ งเงิน การทาไมก้ วาด
ประวตั ิวัดพนุ าร้อน เมื่อประมาณปี 2445 ได้มีวัดพุน้าร้อนได้ก่อต้ังขึ้น อยู่เลขท่ี 485 หมู่ 4 ตาบล ด่านช้าง อาเภอ ด่านช้าง จังหวัด สุพรรณบุรี ได้มีเจ้าอาวาสมาทั้งหมด 11 รูป รูปแรก คือ หลวงพ่อหม่อง และ รูปที่ 11 คือ พระครูวิสิฐสุวรรณคุณ วัดพุน้าร้อนได้จัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน และช่วยเหลือในการพัฒนาชุมชนอย่างยัง ยืน ด้วยมุ่งเน้น ศีล 5 รู้รักสามัคคีสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เป็นน้าหนี่งใจเดียวกันและ ปลูกฝังคาสอน ทางหลกั ธรรมศาสนาและอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมประเพณใี นท้องถิน่ พระอโุ บสถ ศาลาการเปรียญ หอวัฒนธรรม เมรุ
ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาอเนกประสงค์ วิหาร พิพธิ ภณั ฑช์ ุมชน
กุฎิพระสงฆ์ วิหาร หอ้ งนา ศาลาการเปรียญ
โครงการและกิจกรรมทห่ี มู่บ้านดาเนนิ การ ทางวัดพุน้าร้อนได้มีการประชุมปรกึ ษาหารือเร่ืองการวางโครงสร้างในการบริหารจดั การชุมชนเพอื่ การพัฒนา ชมุ ชนอย่างยังยืนและเกิดประโยชน์สงู สุดอย่างสุดจึงไดเ้ กิดการจดั ตัง้ กลุ่มต่างๆ ชมุ ชนบา้ นพุน้าร้อนได้แบ่ง โครงสรา้ งออกเปน็ แตล่ ะกลมุ่ เพื่อจะได้พัฒนาชมุ ชนและมกี ารดาเนินโครงการอยา่ งชดั เจนโดยช่วงแรกๆทางวดั พุน้าร้อนใหก้ ารสนบั สนุนงบประมาณ 1.กลุ่มวัฒนธรรมชมุ ชน 2.กลุม่ การเกษตร และนารวม 3.กลุม่ ท่องเที่ยวและป่าไม้ 4.กลมุ่ การคา้ และผลติ ภัณฑ์ 5.กลมุ่ สภาชมุ ชนบ้านพุนาร้อน
1.กลุ่มวฒั นธรรมชมุ ชน ปีพ.ศ 2556 พระครวู ิสฐิ สวุ รรณคุณ เจ้าอาวาสวัดพุนา้ ร้อนและ คณะกรรมการไดม้ ีการประชุมโดยมี ความคิดว่า หากชุมชนเราเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ย่อมมีเร่ืองดีและช่ัวเปรียบเป็นดาบสองคมเพราะฉะนั้น สมควรป้องกันความเสียหายที่จะเกิดข้ึน ในด้านวัฒนธรรม ประเพณี จารีต ท่ีดีงามของชุมชนให้ฝังลึกไว้ใน รากเงา้ ของวิถชี วี ติ ของชุมชนและเยาวชน ทาให้เกิดความภาคภูมิใจจึงให้มีการจัดการระบบวัฒนธรรมในทางที่ ดีขึ้น และได้มีการแต่งต้ังคณะกรรมการในทุกฝ่ายขึ้นเพ่ือพัฒนาและรักษาประเพณีท่ีดีงามไว้ ชุมชนพุน้าร้อน มีมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถ่ินของตนเอง ชาวชุมชนพุน้าร้อนได้เชิดชูคุณค่าและจิตวิญญาณ ของความเปน็ วถิ ชี ุมชน ตลอดสร้างความสามัคคี เออ้ื อาทร และมีความสมานฉนั ท์ จดุ ประสงค์ 1.เพ่อื ให้ประชาชนในชุมชุน ไดร้ ว่ มทากจิ กรรมวันสาคญั และเกดิ ความสามัคครี ะดบั ชุมชนและประเทศชาติ 2.เพอ่ื ให้ประชาชนในชุมชนุ นาความรู้จากการปฏบิ ัตมิ าใช้ในชวี ิตประจาวัน 3.เพ่ือใหป้ ระชาชนในชมุ ชุนสร้างจิตสานึกในการรกั ท้องถน่ิ 4.เพอ่ื สืบทอดเจตนารมณว์ ิถีชวี ิตสู่เยาวชน การแต่งกายชุดประจาท้องถ่ิน ประเพณแี บกบษุ บก
2.กลมุ่ การเกษตร และนารวม ทางวัดพุน้าร้อนจึงและคณะกรรมการชุมชนได้ทาการประชามติเพ่ือทาโครงการศูนย์เรียนรู้ปราชญ์ เพ่ือความม่ันคงตามโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ โดยใช้เงินจากรางวัลที่ชนะเลิศและเงินเปอร์เซ็นต์ จากการบริหารการทอ่ งเทย่ี วของชมุ ชน มาทาผาตกิ รรมทด่ี นิ จานวน 23 ไร่ และทาแผนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ ปราชญ์ เพ่ือความม่ันคงตามโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ โดยมุ่งหวังให้ศูนย์เรียนรู้เป็นโรงเรียน ของชุมชนในการทจ่ี ะทาแผนพฒั นาเป็นตวั นาร่องของชมุ ชนในพ้ืนท่แี ละชมุ ชนในบริเวณใกล้เคียง โดยสโลแกน ทาเอง กินเอง เหลือขาย เพื่อเป็นจุดมุ่งหมายของศูนย์การเรียนรู้ และในอนาคตทางชุมชนยังต้องการ ความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ท่ีจะช่วยกันผลักดันโครงการของชุมชนน้ี ให้ได้รับการบรรจุในโครงการ พระราชดาริ เพอ่ื ความม่ันคงของโครงการและเป็นการคมุ้ ครองป่าชมุ ชนให้มเี สถียรภาพมั่นคงในการดูแลรักษา ผืนป่า และโครงการต่างๆของชุมชนในการขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี ซึ่งจะเป็นผลในการช่วยรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและการสร้างเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นแหล่ง เรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านพุน้าร้อนและผู้ที่มีความสนใจในอนาคต ซ่ึงสอดคล้องกับ แผนพฒั นาประเทศไทย 4.0 โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจ การทาแปลงผกั สาธิต การเลียงไกไ่ ขอ่ ารมณด์ ี การรบั มอบเมล็ดพนั ธ์ผักพระราชทาน
การทานารวม เป็นการริเริม่ มาจากทางวัดพุนา้ ร้อนได้มกี ารใช้ทดี่ ินในวดั ทานาและให้พระภกิ ษสุ งฆ์มาลงมอื ทา เพราะทางวัดมแี นวคิดวา่ เนอื่ งจากอาหารเป็นสิ่งทีทุกคนต้องบริโภคโดยเฉพาะขา้ ว เน่ืองด้วยในชุมชนบา้ นพุ นา้ ร้อนเปน็ พน้ื ท่รี าบสงู จึงมีพื้นทีป่ ลกู ขา้ วค่อนขา้ งนอ้ ยชมุ ชนจงึ ต้องซ้ือจา่ ยอย่างเดยี วเป็นการเพ่ิมภาระ รายจ่าย และขา้ วท่เี ราบรโิ ภคกนั ท่ัวไปมักจะมสี ารพิษเจือปนเพราะเราไม่มคี ลังอาหารเป็นของชุมชน ชมุ ชนจงึ ต้องสร้างคลงั อาหารให้แกช่ ุมชนเองโดยเร่ิมการทานารวมจากทนี่ าของวัด 2 ไร่ และปัจจบุ นั ใช้เวลา 4 ปี มี พน้ื ทีเ่ พม่ิ ขึ้นมากถึง 80 ไร่ ซ่ึงในปจั จุบนั ยังมีกองทนุ ด้านอาหาร(ข้าว) 40 ตนั สาหรบั คนในชุมชนโดยเป็นการ สร้างความร่วมมือภายในชุมชนโดยไม่ใชง้ บประมาณของหนว่ ยงานใดเลยและยังมวี ธิ ีการปันผลสาหรับผู้ที่มามี ส่วนรว่ มในการทานาเป็นข้าวสารและนาไปจาหน่ายแบบเป็นการกู้ยืมและยังแบง่ 10 เปอรเ์ ซ็นต์ ใหผ้ ู้ปว่ ยตดิ เตยี ง คนชรา ภายในชุมชนบา้ นพนุ ้าร้อน จงึ เรยี กไดว้ ่า ทาเอง กนิ เอง ขายเอง แบ่งคนอื่นเอง การทานารวมในวดั พนุ าร้อนในชว่ งแรกจานวน 2 ไร่ การทานารวมในวัดพุนารอ้ นปัจจบุ ันจานวน 80 ไร่
3.กลมุ่ ท่องเทยี่ วและปา่ ไม้ ปพี .ศ. เหตุการณ์ ปี 2517 ได้มีการสมั ปทานตัดปา่ ไม้ และคนในชมุ ชนบุกรกุ พน้ื ที่ป่าตัดไมท้ าลายป่าและนาไปเผา เปน็ ถ่าน ปี 2533 ได้มีการสัมปทานโรงโม่หินข้นึ ที่ ชุมชนบา้ นหนิ ลาดและส่งผลกระทบมากมายต่อชุมชนท้ัง ด้านมลพษิ มลภาวะ โดยคนในชมุ ไม่ไดม้ สี ว่ น ปี 2539 เจา้ อาวาสวัดพุน้าร้อน ไดป้ รารภถึงการตดั ไม้ทาลายป่าโดยรู้เทา่ ไม่ถึงการณข์ องชมุ ชน โดยการเผาถ่านเป็นอารองจากการทาไร่ ทาให้ผนื ป่าถกู ทาลายอย่างชพี รวดเร็ว จนภเู ขา กลายเป็นเขาหวั โลน้ และเปน็ ชว่ งของการทาสัมปทานเหมืองหนิ แกรนติ ของบริษทั เอกชน หากไม่มีการดาเนนิ การยบั ยั้งและฟนื้ ฟูปา่ จะส่งผลกระทบใหญห่ ลวงต่อความเป็นอยูแ่ ละ การทากินของชาวบา้ น ทางวัดพนุ า้ ร้อนจึงมกี ารประชมุ ปรึกษาหารือระหวา่ งผู้นาชุมชน และหาวธิ ีการแก้ไข ซ่ึงแรกๆจะใชก้ ารดแู ลรว่ มกันแต่ไมเ่ ป็นระบบ ใช้จิตอาสาเป็นหลัก ปี 2543 ทางวดั พนุ ้าร้อนและคณะกรรมการไดน้ าข้อมูลโครงงานขอจดั ต้งั ป่าชมุ ชนบ้านพุนา้ ร้อน ปี 2547 มเี จา้ หนา้ ท่ปี ่าไม้มาศกึ ษาเอกสารเกา่ และแนะนาใหเ้ ขา้ โครงการหมู่บ้านปา่ ไม้ แผนใหม่ ตามแนวพระราชดาริ เฉลมิ พระเกยี รติ 72 พรรษา พระบรมราชินนี าทการดาเนินการ ประชมุ ประชาคมชาวบา้ นรว่ มกบั หนว่ ยงานที่เก่ียวข้อง ขอจัดตง้ั ปา่ ชุมชนบา้ นพุน้าร้อน เสนอกรมป่าไม้ตามขน้ั ตอน และไดร้ ับการอนุมตั จิ ากกรมปา่ ไมเ้ ม่ือวันที่ 27 กรกฎาคม 2547 มีพืน้ ท่ี 4,113 ไร่ ปี 2556 ทางคณะกรรมการป่าชมุ ชน จึงไดม้ าปรึกษากับเจา้ อาวาสที่จะจัดหารายได้เสรมิ ข้นึ เพื่อให้ อาสาสมัครอยู่ได้ และป่าอยูร่ อด จึงเสนอให้มีจดั ทาอาชีพเสริมระหวา่ งเข้าเวรดูแลปา่ ชุมชน โดยการให้เลีย้ งปลาในกระชงั เพ่อื สรา้ งรายได้ จงึ มีการระดมทนุ ทง้ั เงินและแรงงาน ภายในชมุ ชน แล้วมกี ารรวมกลมุ่ แล้วทาแพเล้ียงปลากระชงั ขึ้น แต่ไม่ประสบความสาเร็จ เทา่ ที่ควรเกิดภาวะขาดทุนเพราะขาดความรูผ้ อู้ านวยการการทอ่ งเที่ยวแห่งประเทศไทย นายวศิ รุต อนิ แหยม มาให้แนวคดิ ใหร้ เึ ร่ิมทาเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยการยกจุดเด่นของ
ชมุ ชนข้ึนมาและชมุ ชนจงึ มีแนวคิดท่จี ะพัฒนาปา่ ชุมชนใหเ้ ป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวระบบเชงิ นิเวศโดยเริ่มจากเจา้ อาวาสวดั บา้ นพุน้าร้อนและผ้นู าชุมชนได้ลงมือพฒั นาป่าชมุ ชนให้เปน็ แหลง่ ท่องเทย่ี วงบประมาณในการก่อตั้งคร้ังแรกมาจากทางวดั บ้านพุนา้ ร้อนท้งั หมดและ แรงงานมาจากคนในชมุ ชนโดยไม่มีคา่ ตอบแทนจงึ จะเห็นได้วา่ การท่ีจะมแี หล่งท่องเทย่ี ว ระบบเชงิ นิเวศชมุ ชนตอ้ งต่อสู้และแก้ปัญหาด้วยตนเองโดยมพี ระครูวสิ ิฐสวุ รรณคุณเปน็ จุด ศนู ย์กลางของชุมชน
พนื ทีป่ า่ ในอดีต พืนที่ปา่ ในปัจจุบนั คณะกรรมการป่าชุมชน การทาฝายในปา่ ชมุ ชน นักเรียนเข้าไปมสี ่วนร่วมในการอนุรกั ษ์ ป่า
การทอ่ งเทยี่ ว พพิ ิธภัณฑช์ ุมชนบา้ นพนุ ารอ้ น ทางวัดพุน้าร้อนได้มีวัตถุโบราณเป็นจานวนมากเนื่องด้วยพื้นท่ีชุมชนบ้านพุน้าร้อนและบริเวณ ใกล้เคยี งเปน็ แหลง่ โบราณคดีทม่ี อี ายุเกา่ แก่ ประมาณ 3000 – 4000 ปี ซึง่ มีชาวบา้ นพบเจอวัตถุโบราณเป็น จานวนมากและได้นาไปบริจาคให้กับ ทางวัดพุน้าร้อน ทางวัดพุน้าร้อน จึงได้เล็งเห็นความสาคัญ และได้ ประสานงานกบั กรมศิลปกรที่ 2 ของจงั หวัดสุพรรณบรุ ี ให้มาตรวจสอบข้อมูลและความเก่าแก่ของโบราณวัตถุ หลังจากน้ันทางวัดพุน้าร้อน ได้ทาการร้องขอไปยังหน่วยงานท้องถ่ินเป็นเวลา 4 ปี ถึงได้รับการอนุมัติ งบประมาณในการจดั สร้างพิพิธภัณฑเ์ ป็นเงินประมาณ 900,000 วตั ถุโบราณในพพิ ธิ ภณั ฑช์ มุ ชนบ้านพนุ ารอ้ น นักเรยี นมกี ารฝกึ เปน็ มคั คเุ ทศก์นอ้ ย
อา่ งเก็บนาหบุ เขาวง จากพัฒนาตอ่ ยอดของทางวัดพนุ ้าร้อนท่ีได้พฒั นาปา่ ชมุ ชนให้สมบรูณ์เป็นอีกส่วนหนึ่งของป่าชุมชนซึ่ง เหมาะกบั การพกั ผ่อนและสมั ผัสวิถชี ีวิตของชุมชนอยา่ งแทจ้ ริง พร้อมทากิจกรรมต่างๆเป็นการรับนักท่องเท่ียว ไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ โดยไม่ก่อให้เกิดการรบกวนหรือทาความเสียหายแก่ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ท้งั นค้ี วรศึกษากฏระเบียบของสถานที่กอ่ นเดนิ ทาง และทางวดั พุน้ารอ้ นไดเ้ สนอการจดั การบรหิ ารรายได้ของระบบท่องเทยี่ วจะถูกแบ่งออกเปน็ ดงั น้ี 65% สาหรับเจา้ หน้าที่ทม่ี าปฏิบตั ิงาน 18% บัญชกี องกลางสาหรบั ค่าใชจ้ า่ ยการบริหารจัดการภายในสถานท่ี 10% เปน็ บญั ชกี องกลางชมุ ชน สาหรบั สาธารณะประโยชนข์ อง 4 หม่บู ้าน 5% บญั ชีเงนิ ทนุ สารองจ่ายในการจดั การภายในสาหรับเปิดในปถี ัดไป 2% ใช้สนบั สนนุ วฒั นธรรมและประเพณขี องชมุ ชน บรรยากาศในอ่างเก็บนาหบุ เขาวง
4.กลมุ่ การค้าและผลติ ภณั ฑ์ ตลาดประชารัฐ ตลาดประชารัฐ เริ่มมาจากโครงการพัฒนาตาบลโดย คสช. ตาบลละ 5 ล้าน 4 หมู่บ้านรวมขอ โครงการสร้างโดยได้งบประมาณมาทั้งหมด 6.9 แสน และสบทบโดยทางวัดพุน้าร้อน มูลค่าการก่อสร้าง ทัง้ หมด 2.8 ล้าน และรับบริจาคจากชุมชนเป็นบางส่วนและได้ทาการเปิดวันที่ 3 สิงหาคม 2559 เน่ืองจาก ชุมชนบ้าน พุน้าร้อนมีการผลิตสินค้าภายในชุมชนแต่ไม่มีแหล่งจัดจาหน่ายสินค้าจึงจัดต้ังตลาดประชารัฐเพ่ือ เปน็ แหลง่ ค้าขายผลิตภัณฑข์ องชุมชน และอีกท้งั ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนใกล้เคียงเข้ามามีส่วนร่วมในการค้าขาย เพื่อเป็นการเพมิ่ รายได้ และเปน็ การหารายได้ให้กับชุมชน ทางวัดพุน้าร้อนจึงเล็งความสาคัญของตลาดประชา รฐั แมค่ ้าในตลาดประชารัฐ กลุ่มผลิตภณั ฑ์เตรียมสินค้ามาขาย สนิ คา้ จากทอ้ งถ่ิน
ผ้าซิ่นตนี จก ทางวัดพุน้าร้อนได้มีการรวมรวบและศึกษาผ้าซ่ินตีนจกซ่ึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมในชุมชนชุมชนบ้าน พุนา้ รอ้ นมีผลิตภณั ฑท์ ี่ข้ึนชื่อ คือ ลายผ้าซ่ินตีนจกของบรรพบุรุษท่ีมาอย่างยาวนานและมีความเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ ผ้าซิ่นตีนจกสีแดงเป็น เสมือนการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวคร่ังเลยก็ว่าได้ เพราะเดิมทีสแี ดงไดม้ าจากตัวครั่ง ท่ีเกาะอยู่ตามต้นไม้ในธรรมชาติแล้วนามาย้อมเป็นสีแดงของตีนซ่ิน จึงเป็น ท่ีมา ของคาว่า “ลาวครง่ั ”และไดม้ กี ารออกไปแสดงผลงานตา่ งๆ มากมายอีกทงั้ สรา้ งรายได้ ภาพการนาเสนอผลงานผา้ ซน่ิ ตนี จก ในสถานท่ี ต่างๆ
และได้มีการจดั ต้ังหอวัฒนธรรมคนไทยเชอ้ื สายลาวคร่งั เพ่ือเกบ็ ผลงานเพอ่ื เปน็ มรดกของผา้ ซน่ิ ตีนจกที่มาสบื เน่ืองมาจาก ปพี .ศ. เหตุการณ์ ปี 2534 ทางวดั พนุ ้าร้อนได้ผา้ ผืนแรกมาจากในงานทญี่ าติโยมมาถวายบงั สกุ ลุ ในงานศพของ ย่า แสน คาสรุ วิ ร ซงึ่ เสียชวี ิตอายุ 101 ปี ในขณะนัน้ และทางวดั พนุ ้าร้อนได้มีการเกบ็ สะสมมา เรื่อย ปี 2555 ทางวดั พุนา้ ร้อนได้มกี ารจดั ตัง้ กลุ่มทอผา้ ของชุมชุนโดยให้การสนับสนุนงบประมาณและความรู้ ในดา้ นการทอผ้าแก่สมาชิกในกลุ่มเพื่อเปน็ การอนรุ ักษ์ลายผ้าดง่ั เดิมของชุมชนมิให้สญู หาย และเปน็ การถา่ ยทอดให้กบั คนรุน่ หลัง อกี ท้งั ยังเป็นการสร้างรายไดใ้ ห้กบั ชมุ ชนบ้านพุน้ารอ้ น ปี 2557 จา้ นวนผา้ ทส่ี ะสมเร่ิมมจี ้านวนมากขนึ ทางวัดพนุ ้าร้อน จงึ มีแนวคดิ ที่จะสร้างสถานทเ่ี กบ็ สะสม ผ้าทอและเป็นสถานที่ใหส้ ามารถเข้าเยีย่ มชมไดจ้ ึงเกดิ แนวคิดในการสร้างหอวัฒนธรรมคนไทย เชอื สายลาวครง่ั ปี 2560 ไดเ้ ริม่ การเทโครงสรา้ งฐานลา่ ง โดยใช้งบประมาณ 800,000 บาท ซึง่ เปน็ เงนิ ท่ีไดม้ าจากการ ทอดกฐนิ และงบประมาณสว่ นตัวของ พระครูวิสิฐสุวรรณคุณ ปี 2562 ในวันที่ 21 เมษายน 2562 ได้มีการทอดผา้ ป่าสามัคคีขึ้น โดยมี คณุ บรรณสาร จนั ทร์สมศักดิ์ เลขาธิการสมาคมไทย-ลาวเพื่อมติ รภาพ เปน็ ผูป้ ระสานงาน ระหว่างไทย และ ลาว นางนาลี สี สุลดิ แมบ่ า้ นท่านทองลุน นายกฯสปป.ลาว จัดผ้าปา่ หาเงนิ มา 700,000 บาท มอบเป็นทุน ประเดมิ โดยมอบตัวแทน นายเหียม พรมจันทร์ ประธานสมาคมลาวไทยเพื่อมิตรภาพ และ ท่านเหวต เจ้าอาวาสวัดสีสะเกด เวยี งจนั ทน์ รองสังฆราชลาว ประธานฝา่ ยสงฆ์ และผู้ว่า ราชการจังหวดั สพุ รรณบรุ ี นายนิมติ วนั ไชยธนวงศ์ นายอาเภอ ดา่ น และมหี นว่ ยงานอน่ื ท่มี า ร่วม
การแสดงพนื บ้านของพน่ี ้องฝัง่ ลาว ท่านเหวต เจา้ อาวาสวดั สีสะเกด เวียงจันทน์ รองสังฆราชลาว ขบวนทอดผา้ ป่าสามคั คี ไทย ลาว พธิ ีทอดถวายผ้าปา่ สามัคคี ไทย ลาว ณ วัดพนุ าร้อน หอวัฒนธรรมคนไทยเชอื สายลาวคร่งั ปัจจุบันกาลงั ก่อสร้าง
5.กลุม่ สภาชมุ ชนบา้ นพนุ าร้อน ทางวัดพุน้าร้อนได้มกี ารวางระบบในการดูแลและบรหิ ารชุมชนขน้ึ มาทางสภาชมุ ชนจะมีหนา้ ที่ดูแล ประสานงาน รบั ฟังปญั หา สง่ เสรมิ สนับสนนุ กลมุ่ ตา่ งๆ โดยมีวดั พนุ า้ รอ้ นเป็นศูนย์กลางในการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ด้านตา่ งๆ สภาชมุ ชนสนับสนนุ งบประมาณหน่วยงานอ่นื ๆ การประชมุ กลุ่มตา่ งๆในชุมชน การประชมุ ปรึกษาหารือรว่ มกนั วางแผนในการทางานกจิ กรรมในชุมชน
รางวัลเกยี รติคุณท่ีหมบู่ ้านได้รบั ในรอบ 3 ปี รางวลั เกียรตคิ ณุ หมบู่ ้านพุนารอ้ น สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัลชนะเลศิ โครงการ คนรักษ์ป่า ปา่ รกั ชมุ ชน ประจาปี 2559 ระดับประเทศ ป่าชุมชนบา้ นพนุ ารอ้ น จดั ทาโดย กรมป่าไม้ ร่วมกับ บรษิ ทั ผลติ ไฟฟ้าราชบุรโี ฮลดงิ จากัด (มหาชน) ปพี .ศ. 2559
ประกาศเกยี รติคุณ รางวัล ลกู โลกสเี ขยี ว ครงั ท่ี 18 ได้รับจาก ดร. สุเมธ ตนั ตเิ วชกุล ประธานกรรมการ สถาบนั ลกู โลกสเี ขียว วันท่ี 28 สงิ หาคม พ.ศ. 2561 โล่เกยี รติยศ รางวัล ลูกโลกสีเขยี ว ครงั ที่ 18 ได้รับจาก ดร.สเุ มธ ตันตเิ วชกุล ประธานกรรมการ สถาบนั ลูกโลกสีเขยี ว วนั ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561
รางวลั ชุมชนทอ่ งเทยี่ วเชิงวฒั นธรรม ประจาปี 2561 ระดบั ดี ได้รบั จาก นายวรี ะ โรจนพ์ จนรัตน์ รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงวัฒนธรรม วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 รางวัล วัฒนคณุ ากร ไดร้ ับจาก นายวรี ะ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงวฒั นธรรม วนั ท่ี 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2561
รางวลั ศูนย์ท่องเที่ยว OTOP นวตั วิถตี น้ แบบ ภายใตโ้ ครงการไทยนยิ ม ย่งั ยนื ไดร้ บั จาก พลเอกอนพุ งษ์ เผ่าจินดา รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย วนั ที่ 23 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2561 เกยี รตบิ ตั ร เขา้ ร่วมโครงการชมุ นมท่องเทย่ี ว OTOP นวัตวิถี จังหวัดสพุ รรณบุรี ประจาปี 2561 ไดร้ บั จาก นายนมิ ิต วันไชยธนวงศ์ ผ้วู ่าราชการจงั หวดั สพุ รรณบุรี วันที่ 19 กนั ยายน พ.ศ. 2561
รางวัล สาขาการบริหารจดั การปา่ ไม้ จากกรมปา่ ไม้ 18กนั ยายน 2562 เหรยี ญอนุรักษ์มรดกไทย จากพระเทพรตั นราชสดุ า
ข้อมลู เกี่ยวกับคดีความของหมูบ่ า้ นในรอบ 3 ปี ท่ี รายการ ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ทมี่ าข้อมลู - - ผูน้ าชุมชน 1 ทะเลาะววิ าท - - - ผูน้ าชุมชน - - ผู้นาชมุ ชน 2 การพนนั - - - ผู้นาชุมชน 2 1 ผูน้ าชุมชน 3 ลกั ทรพั ย์ - 2 1 4 อาชญากรรม - 5 ยาเสพติด 3 รวม 3 จานวนข้อมูลเกี่ยวกบั ผูส้ ูงอายุ- ผู้พิการ ในชมุ ชน หมู่ 16 จานวน 13 คน หมู่ 20 จานวน 6 คน หมู่ 15 จานวน 7คน หมู่ 14 จานวน 6 คน หมู่ 4 จานวน จานวน 7 คน
กจิ กรรมส่งเสรมิ การรักษาศลี 5 ของหมบู่ า้ น กจิ กรรมสง่ เสริมใหป้ ระชาชนรกั ษาศีลขอ้ ท่ี ๑ ทางวดั พนุ ้าร้อนได้มกี ารเชญิ ชวนส่งเสรมิ การทากจิ กรรมสาคัญในวันสาคญั ทางศาสนาอยา่ งตอ่ เน่ือง และยึดรกั ษาประเพณีด้ังเดิมของท้องถ่นิ การตักบาตรเทโวโรหณะ การตาขนมจีนเพ่อื ความสามัคคี การทาบญุ บ่อพนุ าร้อน การเวยี นเทียน เขตอภยั ทานในวดั พนุ าร้อน ซงึ่ เพาะพนั ธป์ ลาไว้มากมาย การไถช่ วี ิตโค กระบือและให้ชาวบ้านนาไปเลยี ง
กิจกรรมส่งเสริมให้ประชาชนรกั ษาศลี ขอ้ ท่ี ๒ ทางวัดพุนา้ ร้อนไดส้ ่งเสรมิ ให้มีการตง้ั คณะการรักษาความปลอดภยั ในชุมชนในชว่ งสถานการณ์ เชอ้ื ไวรสั Covid -19 และยงั ให้การสนบั สนุนในดา้ นอาหารและนา้ ดมื่ กบั เจ้าหน้าท่ีมมี ารักษาความปลอดภยั ใน ชมุ ชนเพอื่ เป็นขวัญและกาลังในการทางานของชุมชน การทางานของเจา้ หนา้ ที่รักษาความปลอดภยั ในชุมชนในช่วงสถานการณ์ เชอื ไวรสั Covid -19 ทางวดั พุนาร้อนให้การสนบั สนุนอาหารและนาด่มื กบั เจา้ หนา้ ที่
กจิ กรรมส่งเสริมอาชพี / กลุ่มเศรษฐกิจพอเพยี ง ทางวัดพุนา้ ร้อนได้มกี ารสนบั สนุนในด้านงบประมาณและสถานทเี่ พ่ือให้คนในชมุ ชนได้มาฝกึ การทา อาชีพเพือ่ ให้มรี ายได้เพ่ิมและสามารถประกอบอาชีพได้จงึ ไดแ้ ละยังไดม้ ีการเชญิ ชวนคนในชุมชนให้แบ่งเปน็ กลมุ่ ตา่ งในการสร้างรายได้ดังน้ี กลุ่มเปลญวน กลมุ่ เล้ียงสัตว์ กลุ่มผา้ ทอตีนจก กลมุ่ เพาะเห็ด กลุม่ โรงอิฐ กลุ่มขนม กลมุ่ ร้านค้ารา้ นอาหาร กลุ่มหน่อไม้ดอง กลมุ่ ไม้กวาด กลุ่มทาเครื่องเงิน กลมุ่ พรมเชด็ เทา้ กลุ่มถนอมอาหาร กลุ่มสนิ ค้าเกษตรแปรรูป
ผลติ ภัณฑใ์ นชุมชนจดั ขายที่ตลาดประชารัฐ ผลติ ภณั ฑข์ นม ผา้ ซนิ่ จีนตก OTOP ของชุมชน การทาอิฐมอญ เครื่องเงิน การทาไมก้ วาด
การจัดแสดงเครอ่ื งเงนิ การจดั ตลาดพอเพยี งของโรงเรียนบา้ นพนุ ารอ้ น การทาเปลญวน ทางวดั พุนาร้อนจดั ประชมุ ปรกึ ษาหารือปัญหาแตล่ ะกลมุ่ อาชีพ ทางวัดพนุ ารอ้ นจดั เปน็ ศนู ย์กลางของการฝกึ อาชพี ตา่ งๆ
กจิ กรรมส่งเสริมให้ประชาชนรักษาศลี ข้อท่ี ๓ ส่งเสรมิ สัมพนั ธ์ในครอบครัว วัดพุนา้ ร้อนถือวา่ เป็นศนู ย์กลางของชมุ ชนในการจดั กจิ กรรมตา่ งๆซึ้งเป็นกจิ กรรมท่ที ารว่ มกนั ภายใน ครอบครัวหรือการร่วมกลุ่มครอบครัวเพ่ือส่งเสรมิ ความรักความผูกผันในสงั คมในครอบครวั มากขึ้น การทาบุญร่วมกันในชุมชน การรวมกลุ่มทาพธิ ีทางศาสนาในวันสาคัญ การแบกบษุ บกซึ่งเปน็ การแสดงออกถงึ ความสามัคคีในชุมชน การทาขนมจนี ร่วมกนั ทว่ี ดั พุนารอ้ น การประชมุ ร่วมกันระหวา่ งวัดและโรงเรยี น การประชุมปรกึ ษาหารือระหว่าง วัด และชุมชน
กจิ กรรมส่งเสรมิ ให้ประชาชนรกั ษาศลี ขอ้ ท่ี ๔ ป้องกันการทะเลาะวิวาทและแตกแยก ทางวดั พุน้าร้อนได้เปน็ ศูนย์กลางของชุมชนในการจดั กจิ กรรมตา่ งๆเพ่ือให้ชุมชนบา้ นพนุ ้าร้อนได้มีการ ทากิจกรรมต่างมากมายเพื่อสร้างความสามัคคใี นชุมชนรู้รกั และหวงแหนในวัฒนธรรมของตนเอง ช่วยกันดานาภายในวดั พุนารอ้ น ทางวัดพุนารอ้ นและชุมชนช่วยกันทานา ช่วยกนั ทาข้าวหลาม การแบกบุษบก การแสดงของแต่ละหมบู่ า้ นในชมุ ชน ให้การสนบั สนุนอาหารการกนิ ทกุ กิจกรรมในชุมชน
กจิ กรรมส่งเสริมใหป้ ระชาชนรักษาศีลข้อที่ ๕ การไมด่ ่ืมสุราเมรัย ของมึนเมาใหโ้ ทษ และเล่นการพนนั ทางวัดพนุ า้ ร้อนได้มกี ารหา้ มด่ืมสุราในวัด และไม่มีการเล่นการพนันทกุ ชนิดในวดั อยา่ งเด็ดขาดเพ่ือเปน็ แบบอย่างท่ดี ี และยังสนบั สนุนให้มกี ารเลน่ กีฬาเพอ่ื ต้าน ภยั ยาเสพติดภายในชมุ ชน การทาบญุ ในวันสาคญั ต่างๆ มอบหนงั สือสวดมนต์ใหน้ กั เรยี นไว้ฝึกสวด ทางวัดพนุ ารอ้ นประชุมบอกข้อห้าม ทางวดั พุนาร้อนให้งบประมาณ ห้ามดมื่ สรุ าในวดั และไม่มกี ารเลน่ การ สนบั สนุน พนนั ทุกชนิด ในการแขง่ กฬี าภายในชุมชน ทางวัดพนุ ารอ้ นไดส้ อนส่ังปลกู ฝงั เยาวชนให้เห็นโทษยาเสพตดิ
กจิ กรรมการส่งเสริมวถิ วี ฒั นธรรมชาวพทุ ธ กิจกรรมประเพณีวัฒนธรรมทางพุทธศาสนา จากแนวคิดริเริ่มของทางวดั พุนา้ ร้อนได้เห็นความสาคญั ของวัฒนธรรมชมุ ชนและตอ้ งการจะอนุรักษ์ให้สืบต่อไว้ จึงได้มีการรอื ฝืน ให้การสนับสนุนในเรือ่ งต่างๆจนกลับมา จนชมุ ชนพนุ า้ ร้อนมีมรดกทางวฒั นธรรมและภมู ิ ปญั ญาท้องถิน่ ของตนเอง ชาวชมุ ชนพนุ า้ รอ้ นไดเ้ ชิดชคู ุณค่าและจติ วญิ ญาณของความเป็นวิถชี ุมชน ตลอด สรา้ งความสามัคคี เอ้ืออาทร และมคี วามสมานฉนั ท์และมีการทาบุญตามวันสาคัญตา่ งๆตามประเพณี ตาม หลักศีล 5 ปฏทิ ินวัฒนธรรมของชมุ ชนบ้านพุนารอ้ น
งานบญุ ขนมจนี ประเพณสี งกานต์ การทาบญุ หมู่บ้าน การตกั บาตรเทโว
การสวดมนตข์ า้ มปีและเผาข้าวหลาม การลงแขกเกย่ี วขา้ ว การสวดมนต์ทย่ี อดเขาเจดีย์
ประเพณแี ละอตั ลักษณท์ ี่โดดเด่นของหมบู่ ้าน ประเพณแี บกบุษบกหามพระพุทธรปู แหธ่ งสงกรานต์ จากทางทว่ี ัดพุนา้ ร้อนได้มแี นวคิดอนุรักษแ์ ละต้องการสืบทอดประเพณีเกา่ แกข่ องลาวครั่งท่หี าชมได้ ยากในปัจจบุ นั ซ่ึงจดั กนั มาอย่างตอ่ เน่ืองในชว่ งเดือนเมษายนประจาทกุ ปีชาวบา้ นจะชว่ ยกันตกแต่งขบวนแห่ บุษบกหามพระ ชมขบวนแห่คนั ธงการประกวดเสาธงโดยมี วัฒนธรรมฝ่ายชายเป็นคนแบกบุษบกหาม พระพุทธรปู แห่ธงสงกรานต์ และวัฒนธรรมฝ่ายหญิงเปน็ นางราในขบวนพธิ ี และมกี ลุ่มนักดนตรีคอยขับรอ้ ง และยังมสี ่วนร่วมจากนักเรียนโรงเรียนบา้ นพนุ า้ ร้อนเขา้ มาร่วมประเพณีแบกบุษบกหามพระพุทธรปู แหธ่ ง สงกรานต์ ประเพณีแบกบษุ บกแบกบุษบกหามพระพทุ ธรปู แหธ่ งสงกรานต์ ผูว้ ่าราชการจังหวัดสพุ รรณบุรี นายนายนมิ ิต วันไชยธนวงศ์ ไดม้ าเขา้ รว่ มเปน็ แขกผมู้ เี กยี รตริ บั ชมขบวนประเพณแี บกบุษบก
ผ้าซิ่นตีนจก ปี 2555 ทางวัดพุนา้ ร้อนไดม้ กี ารจัดตงั้ กลุ่มทอผา้ ของชุมชนุ โดยใหก้ ารสนบั สนุนงบประมาณและความรใู้ น ดา้ นการทอผ้าแก่สมาชิกในกลุ่มเพือ่ เปน็ การอนรุ ักษ์ลายผ้าดัง่ เดิมของชมุ ชนมใิ หส้ ญู หายและเปน็ การถา่ ยทอด ใหก้ ับคนร่นุ หลัง อีกทั้งยังเปน็ การสรา้ งรายได้ให้กับชุมชนบ้านพนุ ้าร้อน ทางวดั พุน้าร้อนได้มีการรวมรวบและ ศึกษาผา้ ซิ่นตนี จกซ่ึงเปน็ มรดกทางวัฒนธรรมในชุมชนชุมชนบ้านพนุ ้าร้อนมีผลิตภณั ฑ์ท่ีขน้ึ ช่ือ คอื ลายผา้ ซนิ่ ตีนจกของบรรพบุรุษทีม่ าอยา่ งยาวนานและมีความเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะ ผา้ ซิน่ ตนี จกสแี ดงเปน็ เสมือน การเลา่ เรื่องประวตั ิศาสตร์ของกลมุ่ ชาตพิ นั ธุ์ลาวครงั่ เลยกว็ า่ ได้ เพราะเดมิ ทสี แี ดงไดม้ าจากตัวครงั่ ท่เี กาะอยู่ ตามตน้ ไมใ้ นธรรมชาติแล้วนามายอ้ มเปน็ สีแดงของตีนซนิ่ จึงเป็นที่มา ของคาวา่ “ลาวครั่ง”และได้มีการ ออกไปแสดงผลงานตา่ งๆมากมายอีกทั้งสร้างรายได้ การแสดงผลงานในสถานท่ตี า่ งๆ
การแสดงผลงานในสถานทีต่ ่างๆ ทางวัดพนุ า้ ร้อนสง่ เสรมิ สนับสนนุ ใหน้ ักเรยี นได้เขา้ ไปศึกษาการทอผา้
บคุ คลตวั อยา่ งของชมุ ชนบ้านพุนาร้อน นายสรศักดิ์ มังคุด บคุ คลตวั อยา่ งดา้ นเกษตรกรรม ได้มีการทาเกษตรผสมผสานมาใช้ในการดาเนินชวี ติ และประกอบอาชีพอีกทงั้ เปน็ แหล่งการเรยี นรู้ของ ชุมชน ผ้สู นใจ และ นักเรยี น เปน็ แหล่งเรียนรู้ในดา้ นเกษตรผสมผสานและ เศรษฐกิจพอเพียงใหก้ บั คณะครแู ละนักเรียน โรงเรียนบ้านพนุ ารอ้ น
Search