Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 009-ฐิติรัตน์-รายงาน

009-ฐิติรัตน์-รายงาน

Description: 009-ฐิติรัตน์-รายงาน

Search

Read the Text Version

รายงาน วชิ า คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี (รหสั วชิ า 20001-2001) เรื่อง ความร้เู บื้องตน้ เกีย่ วกับอินเทอรเ์ นต็ จัดทาโดย นางสาวฐติ ริ ัตน์ นกกาศกั ดิ์ รหสั ประจาตัวนักศึกษา 65201110009 ระดับชน้ั ปวช. 2/1 สาขาช่างซ่อมบารงุ เสนอ อาจารย์ นจิ ยา อนิ ทรป์ ระสทิ ธิ์ รายงานนเ้ี ปน็ สว่ นหน่ึงของวชิ า คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี รหสั วชิ า (รหสั วิชา 20001-2001) หลักสตู รประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 วทิ ยาลัยเทคนิคท่าหลวง จงั หวัดลพบรุ ี

รายงาน วชิ า คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี (รหสั วชิ า 20001-2001) เรื่อง ความร้เู บื้องตน้ เกีย่ วกับอินเทอรเ์ นต็ จัดทาโดย นางสาวฐติ ริ ัตน์ นกกาศกั ดิ์ รหสั ประจาตัวนักศึกษา 65201110009 ระดับชน้ั ปวช. 2/1 สาขาช่างซ่อมบารงุ เสนอ อาจารย์ นจิ ยา อนิ ทรป์ ระสทิ ธิ์ รายงานนเ้ี ปน็ สว่ นหน่ึงของวชิ า คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี รหสั วชิ า (รหสั วิชา 20001-2001) หลักสตู รประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 วทิ ยาลัยเทคนิคท่าหลวง จงั หวัดลพบรุ ี

ก คำนำ รายงานส่วนน้ีเป็นส่วนหน่ึงของวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืออาชีพ(20001-2001)เข้าใจ หลักการและกระบวนการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพการใช้ระบบปฏิบัติการ โปรแกรมสาเรจ็ รูปและอนิ เทอร์เน็ตเพื่องานอาชพี สามารถใชร้ ะบบปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ โปรแกรมสาเรจ็ รปู และเทคโนโลยีสารสนเทศตามลักษณะงานอาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรมและความรับผิดชอบในการใช้ คอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศในงานอาชีพ ผู้จดั ทา นางสาวฐิตริ ัตน์ นกกาศกั ด์ิ

สำรบญั ข เร่ือง หนา้ ความร้เู บอ้ื งต้นเก่ยี วกบั อนิ เทอร์เนต็ 1 อินเทอรเ์ น็ตประเทศไทย 2 การประยกุ ตใ์ ช้งานอนิ เทอร์เน็ต 3 ประโยชนอ์ นิ เทอรเ์ น็ต 4 โทษของอนิ เทอร์เนต็ 5 ประวตั ิของอนิ เทอรเ์ นต็ 7 ความสาคญั ของอินเทอรเ์ น็ต 14 หลักการทางานระบบอินเทอรเ์ น็ต 16 สรุป 17 บรรณานกุ รม 18

1 ความรเู้ บื้องตน้ เก่ียวกับอินเทอร์เน็ต ความหมายของอินเตอร์เนต็ อินเทอรเ์ นต็ ( Internet ) คือ เครอื ข่ายของคอมพวิ เตอรข์ นาดใหญ่ท่เี ชื่อมโยงเครือขา่ ยคอมพิวเตอรท์ ว่ั โลก เข้าดว้ ยกัน โดยอาศยั เครอื ขา่ ยโทรคมนาคมเป็นตวั เชือ่ มเครือขา่ ย ภายใต้มาตรฐานการเชอ่ื มโยงด้วย โปรโตคอลเดยี วกันคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เพอ่ื ให้ คอมพวิ เตอร์ทุกเครื่องในอินเทอรเ์ นต็ สามารถสอ่ื สารระหว่างกันได้ นบั ว่าเป็นเครอื ข่ายที่กว้างขวางที่สดุ ใน ปจั จบุ ัน เนื่องจากมผี ู้นยิ มใช้ โปรโตคอลอนิ เทอรเ์ น็ตจากทั่วโลกมากที่สดุ อินเทอร์เน็ตจึงมีรปู แบบคลา้ ยกับเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ระบบ WAN แต่มโี ครงสร้างการทางานทีแ่ ตกต่างกัน มากพอสมควร เน่อื งจากระบบ WAN เป็น เครอื ขา่ ยท่ถี กู สร้างโดยองคก์ รๆ เดียวหรอื กลุ่มองค์กร เพอ่ื วตั ถุประสงคด์ ้านใดด้านหนง่ึ และมผี ู้ดแู ลระบบทีร่ ับผดิ ชอบแน่นอน แตอ่ นิ เทอร์เน็ตจะเปน็ การเช่อื มโยงกัน ระหว่างคอมพิวเตอรน์ ับลา้ นๆ เครื่องแบบไม่ถาวรขนึ้ อยูก่ บั เวลานั้นๆ ว่าใครตอ้ งการเขา้ ส่รู ะบบอินเทอร์เนต็ บา้ ง ใครจะติดต่อสอื่ สารกบั ใครก็ได้ จึงทาใหร้ ะบบอนิ เทอรเ์ นต็ ไม่มผี ูใ้ ดรบั ผดิ ชอบหรอื ดูแลทัง้ ระบบ ความเปน็ มาของอนิ เทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ แตล่ ะระบบส่วนใหญ่จะแยกทางานกนั โดยอิสระ มีเพยี งระบบคอมพิวเตอร์ท่ตี ง้ั อยใู่ กลก้ นั เทา่ นน้ั ท่สี ามารถส่อื สารกันด้วย ความเรว็ ต่า จากปญั หาและอปุ สรรคในการสอื่ สารระหว่างเคร่ืองคอมพิวเตอรแ์ ละ ความตอ้ งการใน การแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสารกัน จงึ ทาใหเ้ กดิ โครงการอาร์พาเน็ต โครงการอารพ์ าเนต็ อยูใ่ นความควบคุมดแู ลของอาร์พา (Advanced Research Projects Agency หรอื ARPA) ซ่ึงเป็นหนว่ ยงานยอ่ ย ในสังกดั กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมรกิ า อาร์พาทาหนา้ ท่ี สนับสนนุ งาน วจิ ยั พ้นื ฐานทงั้ ทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โดยใหท้ ุนสนับสนนุ แก่หน่วยงานอ่นื ๆ เช่น มหาวทิ ยาลัย และบรษิ ัทเอกชนทที่ าการวิจัยและพฒั นา ในปี พ.ศ.2512 (ค.ศ.1969) โครงการอารพ์ าเน็ต ไดร้ ิเร่มิ ข้ึน โดยเช่อื มตอ่ เครอ่ื งคอมพวิ เตอรร์ ะหวา่ งสถาบัน 4 แห่ง คอื มหาวทิ ยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลสิ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนยี ซานตา บาร์บารา, มหาวิทยาลยั ยทู าห์ และสถาบนั วิจยั สแตนฟอร์ด ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์จากสถาบันท้ัง 4 แหง่ นเ้ี ปน็ เครื่องคอมพิวเตอร์ ต่างชนิดกนั และใช้ระบบปฎิบตั ิการ ท่ี แตกตา่ งกันตอ่ มาเครือขา่ ยอารพ์ าเน็ตได้รบั ความนยิ มอยา่ งมาก มหาวิทยาลัย และหน่วยงานของรัฐและ เอกชนต่าง ๆ ในสหรฐั อเมรกิ ารไดเ้ ขา้ รว่ มเช่ือมตอ่ กับเครอื ขา่ ยนี้เพ่ือประโยชน์ในการ ศกึ ษา อินเทอร์เนต็ ในประเทศไทย ประเทศไทยได้เรม่ิ ติดต่อกับอินเทอรเ์ นต็ ในปี พ.ศ. 2530 ในลักษณะการใช้บริการ จดหมายเล็กทรอนกิ ส์แบบ แลกเปล่ียนถงุ เมลเ์ ป็นคร้งั แรก โดยเร่มิ ท่มี หาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ (Prince of Songkla University) และสถาบันเทคโนโลยแี หง่ เอเชียหรือสถาบันเอไอที (AIT) ภายใตโ้ ครงการความ

2 รว่ มมือระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลยี (โครงการ IDP) ซ่ึงเปน็ การติดต่อเช่ือมโยงโดยสายโทรศพั ท์ จนกระท่ังปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ไดย้ นื่ ขอทอ่ี ยอู่ นิ เทอร์เน็ตในประเทศ ไทย โดยไดร้ บั ที่อย่อู นิ เทอร์เน็ต Sritrang.psu.th ซึ่งนบั เปน็ ที่อยอู่ ินเทอร์เนต็ แหง่ แรกของประเทศไทย ตอ่ มาปี พ.ศ. 2534 บรษิ ทั DEC (Thailand) จากัดได้ขอทอี่ ยูอ่ ินเทอรเ์ นต็ เพอ่ื ใชป้ ระโยชน์ภายในของบริษัท โดยได้รบั ทอี่ ยอู่ ินเทอร์เนต็ เป็น dect.co.th โดยทค่ี า “th” เปน็ สว่ นท่เี รยี กวา่ โดเมน (Domain) ซึง่ เปน็ ส่วนท่แี สดงโซน ของเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ ในประเทศไทย โดยยอ่ มาจากคาว่า Thailand กลา่ วได้ว่าการใชง้ านอินเทอร์เนต็ ชนดิ เต็มรปู แบบตลอด 24 ช่ัวโมง ในประเทศไทยเกิดขน้ึ เปน็ คร้งั แรกเมอ่ื เดอื น กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2535 โดยสถาบนั วิทยาบรกิ าร จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัยได้เชา่ วงจรสือ่ สาร ความเรว็ 9600 บติ ตอ่ วนิ าที จากการสือ่ สารแหง่ ประเทศไทยเพ่ือเชอ่ื มเข้าสอู่ นิ เทอรเ์ น็ตท่บี รษิ ัท ยูยเู น็ต เทคโนโลยี (UUNET Technologies) ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ใน ปีเดยี วกัน ได้มีหน่วยงานท่เี ชอื่ มต่อแบบออนไลนก์ ับเครือข่ายอินเทอรเ์ น็ตผ่าน จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั หลายแหง่ ดว้ ยกัน ไดแ้ ก่ สถาบันเทคโนโลยีแหง่ เอเชยี (AIT) มหาวทิ ยาลัย มหดิ ล สถาบันเทคโนโลยพี ระจอม เกล้า วทิ ยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ และมหาวทิ ยาลัยอัสสมั ชญั บริหารธรุ กิจ โดย เรียกเครอื ข่ายนว้ี า่ เครอื ข่าย “ไทยเน็ต” (THAInet) ซึ่งนับเป็นเครือขา่ ยทมี่ ี “ เกตเวย์ “ (Gateway) หรอื ประตสู ่เู ครอื ขา่ ยอินเทอร์เนต็ เปน็ แหง่ แรกของประเทศไทย (ปจั จุบันเครอื ขา่ ยไทยเนต็ ประกอบด้วย สถาบันการศกึ ษา 4 แหง่ เท่านัน้ สว่ นใหญย่ า้ ยการเชือ่ มโยงอินเทอรเ์ น็ตโดยผา่ นเนคเทค (NECTEC) หรอื ศูนย์ เทคโนโลยอี เิ ลก็ ทรอนิกส์และคอมพวิ เตอรแ์ หง่ ชาติ) ปี พ.ศ. 2535 เช่นกัน เป็นปเี รมิ่ ตน้ ของการจัดตงั้ กลุ่มจดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ พือ่ การศึกษาและวิจยั โดยมชี ่ือ วา่ \"เอ็นดบั เบิลยจู ี\" (NWG : NECTEC E-mail Working Group) โดยการดูแลของเนคเทค และไดจ้ ดั ตั้ง เครือขา่ ยชอ่ื วา่ \"ไทยสาร\" (ThaiSarn : Thai Social/Scientific Academic and Research Network) เพ่อื การติดต่อสอื่ สารและแลกเปลย่ี นข้อมลู ขา่ วสารระหว่างกัน โดยเร่มิ แรกประกอบดว้ ยสถาบันการศกึ ษา 8 แหง่ ปัจจุบันเครอื ขา่ ยไทยสารเชอื่ มโยงกบั สถาบันต่างๆ กว่า 30 แหง่ ท้ังสถาบนั การศกึ ษาและหนว่ ยงานของรัฐ อนิ เทอร์เน็ตในประเทศไทย ประเทศไทยได้เร่มิ ตดิ ต่อกับอนิ เทอรเ์ น็ตในปี พ.ศ. 2530 ในลกั ษณะการใชบ้ รกิ าร จดหมายเลก็ ทรอ นิกสแ์ บบแลกเปลยี่ นถงุ เมลเ์ ป็นครงั้ แรก โดยเร่ิมท่มี หาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (Prince of Songkla University) และสถาบนั เทคโนโลยแี หง่ เอเชียหรือสถาบนั เอไอที (AIT) ภายใตโ้ ครงการความรว่ มมือ ระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลยี (โครงการ IDP) ซ่ึงเป็นการติดต่อเชือ่ มโยงโดยสายโทรศพั ท์ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ ได้ยน่ื ขอทอี่ ยู่อนิ เทอร์เน็ตในประเทศไทย โดย ได้รบั ทอ่ี ยู่อินเทอร์เน็ต Sritrang.psu.th ซง่ึ นบั เปน็ ทีอ่ ย่อู นิ เทอร์เนต็ แหง่ แรกของประเทศไทย ต่อมาปี พ.ศ. 2534 บรษิ ทั DEC (Thailand) จากดั ไดข้ อท่ีอยอู่ นิ เทอรเ์ นต็ เพ่อื ใชป้ ระโยชน์ภายในของบรษิ ัท โดยได้รับ

3 ท่ีอยูอ่ ินเทอรเ์ นต็ เป็น dect.co.th โดยทคี่ า “th” เปน็ สว่ นที่เรยี กวา่ โดเมน (Domain) ซึ่งเป็นสว่ นท่ีแสดงโซน ของเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตในประเทศไทย โดยยอ่ มาจากคาว่าThailand กล่าวไดว้ ่าการใชง้ านอินเทอรเ์ นต็ ชนิดเต็ม รูปแบบตลอด 24 ชว่ั โมง ในประเทศไทยเกดิ ขนึ้ เป็นคร้งั แรกเม่อื เดือน กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2535 โดยสถาบันวิทยาบริการ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ได้เชา่ วงจรส่อื สาร ความเร็ว 9600 บติ ตอ่ วินาที จากการสือ่ สารแห่งประเทศไทยเพอื่ เช่ือมเขา้ สู่อินเทอรเ์ นต็ ที่บรษิ ทั ยยู เู น็ต เทคโนโลยี (UUNET Technologies) ประเทศสหรฐั อเมรกิ าในปเี ดยี วกัน ได้มีหน่วยงานทเี่ ชื่อมต่อแบบ ออนไลนก์ บั เครือข่ายอนิ เทอร์เน็ตผ่าน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลายแห่งด้วยกัน ได้แก่ สถาบนั เทคโนโลยี แหง่ เอเชีย (AIT) มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ วิทยาเขตเจ้าคณุ ทหารลาดกระบัง มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ โดยเรยี กเครอื ข่ายนี้ว่าเครอื ขา่ ย“ไทยเน็ต” (THAInet) ซงึ่ นบั เปน็ เครือขา่ ยทมี่ ี “ เกตเวย์ “ (Gateway) หรอื ประตสู ู่เครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ เป็นแหง่ แรก ของประเทศไทย (ปจั จบุ นั เครอื ขา่ ยไทยเน็ตประกอบด้วยสถาบนั การศกึ ษา 4 แหง่ เท่านนั้ ส่วนใหญ่ยา้ ยการ เช่ือมโยงอินเทอร์เนต็ โดยผ่านเนคเทค (NECTEC) หรือศนู ย์เทคโนโลยอี ิเล็กทรอนิกสแ์ ละคอมพิวเตอรแ์ ห่งชาต)ิ ปี พ.ศ. 2535 เช่นกนั เป็นปีเรม่ิ ต้นของการจัดตงั้ กล่มุ จดหมายอิเล็กทรอนกิ ส์เพ่ือการศึกษาและ วิจยั โดยมีชือ่ วา่ \"เอน็ ดบั เบิลยูจ\"ี (NWG : NECTEC E-mail Working Group) โดยการดแู ลของเนคเทค และได้จดั ต้ัง เครอื ขา่ ยชอื่ วา่ \"ไทยสาร\" (ThaiSarn : Thai Social/Scientific Academic and Research Network)เพือ่ การตดิ ตอ่ สื่อสารและแลกเปลีย่ นขอ้ มูลขา่ วสารระหว่างกัน โดยเริ่มแรกประกอบด้วยสถาบนั การศึกษา8 แห่ง ปัจจุบันเครอื ข่ายไทยสารเชอื่ มโยงกบั สถาบนั ตา่ งๆ กวา่ 30 แหง่ ทัง้ สถาบันการศึกษาและหนว่ ยงานของรฐั การประยุคใชง้ านอินเทอร์เน็ต เมอื่ เครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ เชอื่ มโยงเครอื ข่ายทวั่ โลกใหส้ ามารถตดิ ต่อถงึ กันไดห้ มดจนกลายเปน็ เครือข่ายของ โลก ดังนนั้ จึงมผี ู้ใช้งานบนเครอื ขา่ ยนจี้ านวนมาก การใชง้ านเหล่าน้ีเปน็ สง่ิ ท่กี าลังได้รบั การกลา่ วถึงกันทว่ั ไป เพราะการเช่ือมโยงเครอื ข่ายอินเทอรเ์ นต็ ทาให้โลกไร้พรมแดน ข้อมูลขา่ วสารต่างๆ สามารถสื่อสารถงึ กันได้ อยา่ งรวดเร็ว ตัวอย่างการใชง้ านบนอนิ เทอรเ์ นต็ ทจี่ ะกลา่ วตอ่ ไปนี้เป็นเพียงตวั อยา่ งที่ แพร่หลายและใชก้ นั มา มากเท่านน้ั ยงั มกี ารประยุกต์งานอ่ืนท่ีไดร้ บั การพฒั นาขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา การประยุคใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ เมือ่ เครือขา่ ยอินเทอร์เนต็ เชือ่ มโยงเครอื ข่ายทวั่ โลกให้สามารถตดิ ตอ่ ถงึ กันไดห้ มดจนกลายเป็นเครอื ขา่ ยของ โลก ดังนัน้ จงึ มผี ใู้ ชง้ านบนเครือข่ายนี้จานวนมาก การใชง้ านเหลา่ นเ้ี ป็นสิง่ ที่กาลังได้รับการกลา่ วถึงกนั ทวั่ ไป เพราะการเชือ่ มโยงเครอื ข่ายอินเทอรเ์ น็ตทาใหโ้ ลกไร้พรมแดน ข้อมลู ข่าวสารต่างๆ สามารถสื่อสารถงึ กนั ได้

4 อย่างรวดเร็ว ตัวอยา่ งการใชง้ านบนอนิ เทอรเ์ นต็ ท่จี ะกล่าวต่อไปนเ้ี ป็นเพยี งตัวอย่างที่ แพร่หลายและใชก้ ันมา มากเทา่ นัน้ ยังมกี ารประยกุ ตง์ านอืน่ ทีไ่ ด้รบั การพฒั นาข้นึ มาใหม่ตลอดเวลา 1. ไปรษณยี อ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ (Electronic Mail: E-mail) 2. การโอนย้ายแฟ้มขอ้ มูลระหว่างกนั (File Transfer Protocol: FTP) 3. การใชเ้ ครอื่ งคอมพิวเตอร์ในทหี่ า่ งไกล (telnet) 4. การเรียกค้นข้อมลู ข่าวสาร (search engine) 5. การอ่านจากกลมุ่ ข่าว (usenet) 6. การสนทนาบนเครอื ขา่ ย (chat) 7. การบรกิ ารสถานวี ิทยโุ ทรทศั น์บนเครือข่าย 8. การบริการบนอินเทอรเ์ น็ต ประโยชน์อินเทอร์เน็ต อินเตอรเ์ น็ตเปรียบเสมือนชุมชนเมอื งแหง่ ใหม่ของโลก เปน็ ชมุ ชนของคนทว่ั มุมโลก จงึ มบี ริการต่างๆเกดิ ขึน้ ใหมต่ ลอดเวลา 1.ไปรษณียอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์(Electronic mail=E-mail) ไปรษณียอ์ ิเล็กทรอนิกส์ หรอื E- mail เปน็ การสง่ จดหมายผ่านเครือข่ายอินเตอรเ์ น็ตโดยผูส้ ่งสสามารถสง่ ขอ้ ความไปยงั ที่ อยขู่ องผ้รู ับ ใน รปู แบบของอีเมล์ เมื่อผสู้ ง่ เขยี นจดหมาย แล้วสง่ ไปยังผูร้ ับ ผู้รับจะไดร้ ับจดหมายภายในเวลาไม่กี่วนิ าที แม้จะ อย่หู า่ งกนั คนละซีกโลกก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถส่งแฟม้ ข้อมูลหรอื ไฟลแ์ นบไปกับอีเมลไ์ ด้ดว้ ย 2.การขอเข้าระบบจากระยะไกลหรอื เทลเน็ต(Telnet) เป็น บริการอินเน็ตรปู แบบหนง่ึ โดยท่ีเราสามารถเขา้ ไปใช้ งานคอมพิวเตอรอ์ ีกเครือ่ ง หนง่ึ ที่อยูไ่ กล ๆไดด้ ว้ ยตนเอง เช่น ถ้าเราอยทู่ โ่ี รงเรียนทางานโดยใช้อินเตอร์เนต็ ของ โรงเรยี นแลว้ กลับไปท่ีบา้ น เรามคี อมพิวเตอร์ทบ่ี า้ นและต่ออนิ เตอร์เน็ตไว้เราสามารถเรยี กขอ้ มลู จากที่ โรงเรียนมาทาทบี่ ้านได้ เสมือนกับเราทางานทโี่ รงเรยี นนน่ั เอง 3.การโอนถา่ ยขอ้ มูล(File Transfer Protocol หรอื FTP) เป็น บริการอกี รูปแบบหนึ่งของ ระบบอินเตอรเ์ น็ต เราสามารถค้นหาและเรยี กขอ้ มูลจากแหล่งต่างๆมาเก็บไวใ้ นเคร่อื งของเราได้ ท้งั ข้อมลู ประเภทตวั หนังสอื รูปภาพและเสยี ง 4.การสบื ค้นข้อมลู (Gopher,Archie,World wide Web) หมาย ถงึ การใช้เครอื ข่าย อนิ เตอรเ์ นต็ ในการค้นหาข่าวสารท่มี ีอย่มู ากมายแล้วชว่ ยจัด เรียงข้อมลู ข่าวสารหวั ขอ้ อยา่ งมรี ะบบ เป็นเมนู ทาให้เราหาขอ้ มูลไดง้ า่ ยหรอื สะดวกมากขน้ึ 5.การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเหน็ (Usenet) เปน็ การใหบ้ ริการแลกเปลย่ี นขา่ วสาร

5 และแสดงความคิดเหน็ ทีผ่ ใู้ ชบ้ รกิ ารอนิ เตอร์ เนต็ ท่วั โลกสามารถพบปะกัน แสดงความคิดเหน็ ของตน โดยมกี าร จดั การผูใ้ ชเ้ ป็นกลุ่มข่าวหรือนวิ กรปุ๊ (Newgroup)แลก เปลย่ี นความคิดเหน็ กันเปน็ หวั ขอ้ ตา่ งๆ เชน่ เร่อื ง หนังสือ เรือ่ งการเล้ยี งสตั ว์ ต้นไม้ คอมพวิ เตอรแ์ ละการเมอื ง เป็นต้น ปจั จุบันมี Usenet มากกวา่ 15,000กลุ่ม นบั เปน็ เวทขี นาดใหญใ่ หท้ กุ คนจากทว่ั มมุ โลกแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งกว้างขวาง 6.การสื่อสารดว้ ยข้อความ(Chat,IRC-Internet Relay chat) เป็น การพดู คุยกนั ระหว่างผู้ใช้ อนิ เตอร์เนต็ โดยพมิ พ์ขอ้ ความตอบกัน ซึ่งเปน็ วิธกี ารส่อื สารทีไ่ ดัรบั ความนยิ มมากอกี วธิ หี น่งึ การสนทนากนั ผา่ นอินเตอรเ์ นต็ เปรียบเสมือนเรานั่งอยู่ในหอ้ งสนทนาเดยี วกัน แต่ละคนก็พิมพ์ขอ้ ความโต้ตอบกันไปมาไดใ้ น เวลาเดียวกนั แมจ้ ะอยู่คนละประเทศหรอื คนละซกี โลกก็ตาม 7.การซือ้ ขายสินค้าและบริการ(E-Commerce = Eletronic Commerce) เปน็ การจับจา่ ย ซอื้ - สนิ คา้ และบรกิ าร เชน่ ขายหนังสอื คอมพิวเตอร์ การทอ่ งเท่ียว เป็นตน้ ปจั จุบันมบี รษิ ัทใช้อินเตอรเ์ นต็ ใน การทาธรุ กิจและให้บรกิ ารลูกค้าตลอด24ช่วั โมง ในป2ี 540 การค้าขายบนอินเตอร์เนต็ มีมูลค่าสงู ถึง1แสนลา้ น บาท และจะเพิม่ เปน็ 1ลา้ นลา้ นบาทในอีก5ปขี ้างหน้า ซง่ึ เป็นโอกาสทางธรุ กจิ แบบใหมท่ ี่น่าสนใจและเปิดทาง ใหท้ กุ คนเข้ามาทาธรุ กิจไดโ้ ดยใช้ทรไู ม่มากนัก 8.การใหค้ วามบนั เทิง(Entertain) ใน อนิ เตอร์เน็ตมบี รกิ ารด้านความบันเทงิ ในทุกรปู แบบตา่ งๆ เชน่ เกมส์ เพลง รายการโทรทัศน์ รายการวทิ ยุ เป็นต้น เราสามารถเลือกใช้บริการเพื่อความบันเทิงได้ตลอด โทษของอนิ เทอร์เนต็ 1.โรคตดิ อินเทอเนต็ (Webaholic) การ เล่นอนิ เตอรเ์ น็ต ทาให้คณุ เสียงาน ผูใ้ ดเปน็ ผู้ท่ตี ดิ การพนัน การตดิ การพนันประเภทที่ถอนตัวไมข่ น้ึ มี ลักษณะคล้ายคลงึ กบั การติดอนิ เตอร์เนต็ เพราะทั้งสองอย่าง เกย่ี วขอ้ งกับการล้มเหลว ในการควบคุมความ ต้องการของตนเอง โดยไม่มสี ว่ นเก่ียวขอ้ งกบั สารเคมใี ด ๆ (อย่างสุรา หรือยาเสพตดิ ) ผู้ทีม่ อี าการอย่างนอ้ ย 4 อย่าง เป็นเวลานานอย่างน้อย 1 ปีถอื ได้ว่า มอี าการตดิ อนิ เตอร์เนต็ • รสู้ ึกหมกมุ่นกบั อินเตอร์เน็ต แม้ในเวลาทไ่ี มไ่ ด้ตอ่ กบั อินเตอรเ์ นต็ • มีความตอ้ งการใช้อนิ เตอรเ์ น็ตเป็นเวลานานข้ึน • ไมส่ ามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เนต็ ได้ • รสู้ ึกหงดุ หงดิ เมื่อตอ้ งใช้อนิ เตอร์เนต็ น้อยลงหรอื หยุดใช้ • ใชอ้ ินเตอร์เนต็ เปน็ วิธีในการหลกี เลย่ี งปญั หาหรือคิดวา่ การใช้อินเตอร์เน็ตทาให้ตนเองรู้สึกดขี ้ึน • หลอกคนในครอบครวั หรือเพือ่ น เร่อื งการใชอ้ นิ เตอร์เนต็ ของตัวเอง • การใช้อินเตอรเ์ นต็ ทาใหเ้ กิดการเส่ยี งต่อการสูญเสียงาน การเรียน และความสัมพันธ์ ยงั ใช้อินเตอร์เน็ต ถึงแมว้ า่ ต้องเสียค่าใชจ้ า่ ยมาก

6 • มอี าการผดิ ปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเม่อื เลิกใชอ้ ินเตอร์เนต็ • ใช้เวลาในการใช้อินเตอร์เนต็ นานกวา่ ท่ตี วั เองได้ตงั้ ใจไว้ มีผล กระทบตอ่ การเรยี น อาชพี สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของคนคนน้ัน ถึงแมว้ า่ การวิจัยท่ผี ่าน มาไดแ้ สดงใหเ้ ห็นว่า การตดิ เทคโนโลยอี ยา่ งเช่น การตดิ เลน่ เกมส์ สว่ นใหญจ่ ะเกิดขึ้นกบั เพศชายแตผ่ ลลพั ธ์ ข้างต้น แสดงให้เหน็ ว่า ผู้ทีต่ ิดอินเตอรเ์ น็ต ส่วนใหญเ่ ป็นเพศหญิง วัยกลางคนและไมม่ ีงานทา 2.เรื่องอณาจารผดิ ศลี ธรรม(Pornography/Indecent Content) เรอ่ื ง ของขอ้ มลู ต่างๆทม่ี เี นื้อหาไป ในทางขัดตอ่ ศีลธรรม ลามกอนาจาร หรอื รวมถึงภาพโป๊เปลอื ยต่างๆน้นั เป็น เรือ่ งท่มี ีมานานพอสมควรแล้วบน โลกอินเทอเน็ต แตไ่ ม่โจ่งแจง้ เน่ืองจากสมยั กอ่ นเป็นยคุ ท่ี WWW ยัง ไมพ่ ัฒนา มากนักทาให้ไมม่ ีภาพออกมา แต่ในปจั จบุ นั ภายเหลา่ นีเ้ ป็นทโ่ี จ่งแจ้งบนอนิ เทอเนต็ และส่ิงเหล่าน้ีสามารถ เข้าสู่เดก็ และเยาวชนไดง้ า่ ยโดย ผ้ปู กครองไมส่ ามารถทจ่ี ะใหค้ วามดูแลได้เตม็ ท่ี เพราะว่าอินเทอเน็ตนน้ั เป็นโลกทไี่ รพ้ รมแดนและเปดิ กวา้ งทา ให้ส่อื เหล่านี้ สามรถเผยแพรไ่ ปไดร้ วดเรว็ จนเรา ไม่สามารถจับกุมหรอื เอาผิดผู้ท่ที าสิง่ เหลา่ นข้ี ึน้ มาได้ 3.ไวรสั ม้าโทรจัน หนอนอนิ เตอรเ์ น็ต และระเบดิ เวลา ไวรสั : เปน็ โปรแกรมอสิ ระ ซึง่ จะสืบพันธโุ์ ดยการ จาลองตัวเองใหม้ ากขึน้ เรอื่ ย ๆ เพื่อทจี่ ะทาลายข้อมูล หรอื อาจทาให้เคร่อื งคอมพิวเตอร์ทางานช้าลงโดยการ แอบใช้สอยหนว่ ยความจาหรอื พน้ื ท่วี ่างบนดสิ ก์โดยพลการ มา้ โทรจัน : มา้ โทรจนั เป็นตานานนักรบท่ีซ่อนตัวอยู่ในมา้ ไม้ แล้วแอบเขา้ ไปในเมอื งจนกระทัง่ ยึดเมอื งได้ สาเรจ็ โปรแกรมน้กี ท็ างานคล้ายๆกัน คอื โปรแกรมนี้จะทาหน้าทไี่ มพ่ ึงประสงค์ มนั จะซ่อนตัวอย่ใู นโปรแกรมท่ี ไม่ไดร้ ับอนญุ าต มันมักจะทาในส่ิงท่ีเราไม่ตอ้ งการ และสิ่งท่มี ันทานั้น ไมม่ ีความจาเปน็ ต่อเราด้วย เทคนิคการค้นหาขอ้ มูลทางอินเตอร์เน็ต ระบบค้นหาขอ้ มูล (search engine) คือโปรแกรมที่ชว่ ยในการสบื คน้ ข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลอินเทอรเ์ นต็ โดยครอบคลมุ ท้ังขอ้ ความ รูปภาพ ภาค เคล่ือนไหว เพลง ซอฟต์แวร์ แผนท่ี ข้อมลู บุคคล กล่มุ ข่าว และอ่ืนๆ ซึง่ แตกตา่ งกนั ไป แลว้ แต่โปรแกรมหรือ ผใู้ หบ้ ริหารแตล่ ะราย ระบบค้นหาขอ้ มูลสว่ นใหญจ่ ะคน้ หาข้อมูลจากคาสาคัญท่ผี ใู้ ชป้ อ้ นเขา้ ไป จากนั้นก็จะ แสดงรายการผลลพั ธ์ทคี่ ดิ วา่ ผใู้ ชน้ า่ จะต้องขน้ึ มาในปัจจุบนั ระบบคน้ หาข้อมลู บางชนดิ เชน่ กเู กลิ (Google) จะบนั ทึกประวตั ิการคน้ หาและการเลอื กผลลพั ธ์ของผู้ใชไ้ ว้ด้วย และจะนาประวตั ิท่ีบันทกึ ไวน้ ้ันมา ชว่ ยกรองผลลพั ธใ์ นการค้นหาครัง้ ต่อไป ประเภทของ Search Engine 1. Keyword Index

7 เป็นการคน้ หาขอ้ มลู โดยการคน้ จากขอ้ ความในเวบ็ เพจท่ีไดผ้ ่านการสารวจมาแล้ว จะอา่ นขอ้ ความ ข้อมลู ประมาณ 200-300 ตวั อกั ษรแรกของเว็บเพจ วิธีการค้นหาของ Search Engine ประเภทน้ีจะใหค้ วามสาคัญ กบั การเรยี งลาดบั ข้อมูลกอ่ นหลงั การค้นหาข้อมลู โดยวิธีการเชน่ นจี้ ะมีความรวดเรว็ มาก แตม่ ีความละเอยี ด ในการจัดแยกหมวดหมู่ของข้อมูลคอ่ นข้างน้อย เน่อื งจากไมไ่ ดค้ านึงถงึ รายละเอียดของเนือ้ หาเทา่ ท่คี วร แต่ถ้า ต้องการแนวทางดา้ นกว้างของข้อมูล การคน้ หาแบบน้จี ะเหมาะสมทส่ี ุด เวบ็ ท่ีใหบ้ รกิ ารSearch Engine แบบ Keyword Index ได้แก่เว็บ http://www.google.com ประวตั ขิ องอนิ เทอรเ์ นต็ อนิ เทอรเ์ น็ตกาเนดิ ขน้ึ ครงั้ แรกในประเทศสหรฐั อเมรกิ า เมอ่ื พ.ศ. 2512 โดยองคก์ รทางทหาร ของ สหรฐั อเมริกา ชอื่ ว่า ย.ู เอส.ดีเฟนซ์ ดีพาร์ทนมนท์ ( U.S. Defence Department ) เปน็ ผู้คิดค้นระบบข้ึนมา มี วตั ถุประสงค์ คือ เพ่ือใหม้ ีระบบเครือข่ายที่ไมม่ ีวันตายแมจ้ ะมีสงคราม ระบบการส่อื สารถูกทาลาย หรือตัดขาด แต่ระบบเครอื ขา่ ยแบบน้ียังทางานได้ซงึ่ ระบบดงั กล่าวจะใชว้ ธิ ีการส่งขอ้ มูลในรูปของคลนื่ ไมโครเวฟ ฝ่ายวิจัย ขององค์กรจงึ ไดจ้ ดั ตง้ั ระบบเนต็ เวรกิ ข้ึนมา เรยี กวา่ ARPAnet ย่อมาจากคาวา่ Advance Research Project Agencynetซ่งึ ประสบความสาเรจ็ และได้รบั ความนยิ มในหม่ขู องหนว่ ยงานทหารองคก์ รรัฐบาลและ สถาบันการศกึ ษาต่างๆเปน็ อย่างมาก การเช่อื มต่อในภาพแรกแบบเดิม ถ้าระบบเครอื ขา่ ยถกู ตัดขาด ระบบก็จะเสียหายและทาให้การ เชอื่ มตอ่ ขาดออกจากกนั แตใ่ นเครือข่ายแบบใหม่ แมว้ ่าระบบเครือขา่ ยหนึ่งถกู ตัดขาด เครือข่ายก็ยงั ดาเนนิ ไป ได้ไมเ่ สียหาย เพราะโดยตวั ระบบกห็ าช่องทางอืน่ เชื่อมโยงกันจนได้ในระยะแรก เมอ่ื ARPAnet ประสบ ความสาเรจ็ ก็มีองคก์ รมหาวทิ ยาลัยตา่ งๆ ให้ความสนใจเขา้ มาร่วมในโครงขา่ ยมากข้ึน โดยเนน้ การรับส่ง จดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์ ( Electronic Mail ) ระหวา่ งกันเป็นหลัก ต่อมาก็ไดข้ ยายการบริการไปถงึ การสง่ แฟ้มขอ้ มลู ข่าวสารและสง่ ขา่ วสารความรูท้ ่ัวไป แต่ไม่ไดใ้ ช้ในเชงิ พาณชิ ย์เนน้ การให้บรกิ ารดา้ นวชิ าการเปน็ หลกั ปี พ.ศ. 2523 คนทวั่ ไปเรมิ่ สนใจอินเทอร์เนต็ มากข้ึน มีการนาอินเทอรเ์ นต็ มาใชใ้ นเชงิ พาณชิ ย์ มกี ารทาง ธุรกิจบนอนิ เทอรเ์ นต็ บริษทั ห้างร้านตา่ งๆ ก็เข้าร่วมเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ มากข้ึน อนิ เทอร์เน็ตในประเทศไทย ประเทศไทยได้เรม่ิ ตดิ ต่อกับอินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2530 ในลักษณะการใชบ้ รกิ าร จดหมายเล็ก ทรอนกิ สแ์ บบแลกเปล่ียนถงุ เมล์เปน็ ครั้งแรก โดยเริม่ ที่มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ (

8 Prince of Songkla University ) และสถาบันเทคโนโลยีแหง่ เอเชยี หรือสถาบันเอไอที ( AIT ) ภายใต้ โครงการความรว่ มมอื ระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย ( โครงการ IDP ) ซ่งึ เป็นการตดิ ต่อเชื่อมโยงโดย สายโทรศัพท์ จนกระทง่ั ปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ ได้ยนื่ ขอท่ีอยูอ่ ินเทอรเ์ นต็ ในประเทศไทย โดยไดร้ ับทอี่ ยู่อนิ เทอร์เนต็ Sritrang.psu.th ซึง่ นบั เป็นทอ่ี ยอู่ นิ เทอรเ์ น็ต แห่งแรกของประเทศไทย ตอ่ มาปี พ.ศ. 2534 บริษทั DEC ( Thailand ) จากัดได้ขอทอ่ี ยู่อนิ เทอร์เน็ตเพอ่ื ใช้ ประโยชน์ภายในของบรษิ ทั โดยได้รบั ท่ีอยอู่ ินเทอรเ์ นต็ เปน็ dect.co.th โดยทคี่ า “th” เปน็ สว่ นทเี่ รยี กวา่ โดเมน ( Domain ) ซ่ึงเป็นสว่ นทีแ่ สดงโซนของเครือขา่ ยอนิ เทอร์เนต็ ในประเทศไทย โดยยอ่ มาจากคาว่า Thailand ในประเทศไทยเกิดข้นึ เปน็ ครง้ั แรกเมอื่ เดอื น กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2535 กลา่ วไดว้ ่าการใช้งานอนิ เทอร์เนต็ ชนดิ เต็มรูปแบบตลอด 24 ชัว่ โมง ในประเทศไทยเกดิ ขนึ้ เปน็ คร้งั แรก เมือ่ เดอื น กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2535 โดยสถาบนั วทิ ยบริการ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั ไดเ้ ชา่ วงจรสื่อสาร ความเร็ว 9600 บติ ตอ่ วินาที จากการส่ือสารแหง่ ประเทศไทยเพือ่ เช่อื มเข้าสอู่ นิ เทอร์เนต็ ทีบ่ ริษัท ยยู ูเนต็ เทคโนโลยี ( UUNET Technologies ) ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ในปีเดียวกนั ไดม้ ีหนว่ ยงานทเ่ี ช่อื มต่อแบบออนไลน์กบั เครือข่ายอนิ เทอรเ์ น็ตผา่ นจฬุ าลงกรณ์ มหาวิทยาลยั หลายแห่งดว้ ยกัน ไดแ้ ก่ สถาบันเทคโนโลยแี ห่งเอเชีย ( AIT ) มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล สถาบัน เทคโนโลยพี ระจอมเกล้า วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลยั อัสสัมชัญ บริหารธรุ กจิ โดยเรียกเครอื ข่ายนว้ี า่ เครือขา่ ย “ไทยเน็ต” ( THAInet ) ซึ่งนับเปน็ เครอื ข่ายทีม่ ี “ เกตเวย์ “ (Gateway)หรอื ประตูสู่เครือข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ เปน็ แหง่ แรกของประเทศไทย ปจั จบุ ันได้มผี ้รู ู้จกั และใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตมากข้ึน มอี ัตราการเติบโตมากกว่า 100 % สมาชกิ ของอนิ เทอรเ์ น็ต ขยายจากอาจารยแ์ ละนิสิตนกั ศึกษาในระดับอดุ มศึกษาไปสู่ประชาชนทัว่ ไป ในยุคแหง่ สงั คมข่าวสารเชน่ ปจั จุบนั การสอื่ สารผ่านเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรย์ ง่ิ ทวคี วามสาคญั มาก ขึน้ เปน็ ลาดบั เครือขา่ คอมพวิ เตอรใ์ ห้แลกเปลย่ี นข่าวสารระหวา่ งกนั ได้โดยงา่ ย ในปจั จบุ นั มี เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่อื มโยงไปท่วั โลก ผใู้ ชใ้ นซีกโลกหนึ่งสามารถตดิ ต่อกบั ผใู้ ชใ้ นซีกโลกหนง่ึ ได้อย่างรวดเรว็ เครอื ข่าย คอมพิวเตอร์ทีร่ ูจ้ กั กนั ในช่ือของ \"อินเทอรเ์ นต็ \" (Internet) จัดว่าเปน็ เครอื ข่ายท่มี ีบทบาท สาคัญทีส่ ดุ ในยคุ ของสงั คมขา่ วสารปจั จบุ นั อนิ เทอรเ์ น็ตมขี อบขา่ ยครอบคลมุ พน้ื ทีแ่ ทบทกุ มุมโลกสมาชกิ ใน อนิ เทอรเ์ น็ตสามารถใชค้ อมพวิ เตอรท์ ี่ตัง้ อยู่ท่จี ดุ ใด ๆ เพอ่ื สง่ ขา่ วสารและขอ้ มลู ระหวา่ งกนั ได้บริการขอ้ มูลใน อินเทอร์เนต็ มีหลากรูปแบบและมผี นู้ ยิ มใชเ้ พิม่ มากข้นึ ทกุ วนั จากการคาดการณโ์ ดยประมาณแลว้

9 ปจั จุบนั มีเครอื ข่ายทว่ั โลกท่ีเชอื่ มเข้าเป็น อินเทอรเ์ น็ตราว 45,000 เครอื ข่าย จานวนคอมพิวเตอร์ในทกุ เครือขา่ ยรวมกนั คาดว่ามีประมาณ 4 ล้านเครอื่ ง หรอื หากประมาณจานวนผ้ใู ช้อนิ เทอร์เนต็ ทว่ั โลกคาดวา่ มี ประมาณ 25 ล้านคน และ มแี นวโนม้ เพ่ิมมากข้นึ เราจงึ กลา่ วได้ว่า อนิ เทอรเ์ นต็ เปน็ เครอื ข่ายมหมึ าท่ี ครอบคลุมพ้ืนที่กวา้ งขวาง ทสี่ ุด มกี ารขยายตวั สงู ท่สี ดุ และมสี มาชกิ มากท่สี ดุ เมอ่ื เทยี บกบั เครือข่ายอนื่ ท่ี ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน พัฒนาการของอินเทอรเ์ นต็ อนิ เทอรเ์ นต็ มิได้เป็นเครอื ข่ายทีเ่ กิดขน้ึ โดยเฉพาะเจาะจง หากแต่มี ประวตั ิความเปน็ มาและมกี ารพฒั นามาอย่างต่อเน่อื งนับต้ังแต่การเกิดของเครือข่ายอาร์พาเน็ต ในปี พ.ศ.2512 กอ่ นทจี่ ะก่อตวั เปน็ อนิ เทอรเ์ นต็ จนกระทง่ั ถงึ ทุกวนั นีอ้ นิ เทอร์เนต็ มพี ัฒนาการมา จากอาร์พาเนต็ ( ARPAnet ) ซ่งึ เปน็ เครือข่ายคอมพิวเตอรภ์ ายใต้ การรับผิดชอบของ อารพ์ า ( Advanced Research Projects Agency ) ในสังกดั กระทรวงกลาโหมของสหรฐั อเมริกาอารพ์ าเน็ต ในขน้ั ต้นเปน็ เพยี งเครือข่ายทดลองที่ตง้ั ขนึ้ เพื่อเปน็ การสนบั สนุนงานวิจยั ดา้ นการทหารและโดยเน้ือแทแ้ ลว้ อาร์พาเน็ตเปน็ ผลพวงมาจากการเมอื งโลกใน ยุคสงครามเยน็ ระหวา่ งค่าย คอมมิวนิสตแ์ ละค่ายเสรีประชาธปิ ไตย ยคุ สงครามเยน็ ในทศวรรษของปพี .ศ.2510 นบั เปน็ เวลาแหง่ ความตงึ เครียดเน่อื งจากภาวะ สงครามเยน็ ระหว่างประเทศในค่ายคอมมวิ นสิ ตแ์ ละคา่ ยเสรี ประชาธปิ ไตยสหรัฐอเมริกาซ่งึ เปน็ ประเทศผนู้ ากลุ่มเสรปี ระชาธปิ ไตยไดก้ อ่ ตั้งหอ้ งปฏิบัตกิ ารทดลองเพอื่ ค้นควา้ และพฒั นาเทคโนโลยอี ย่างเรง่ ด่วน โดยเฉพาะอย่างยง่ิ เทคโนโลยีด้านระบบคอมพิวเตอร์ชว่ งท้ายของ ทศวรรษ 2510 หอ้ งปฏิบตั กิ ารวจิ ยั ในสหรฐั ฯ และในมหาวทิ ยาลยั ใหญ่ ๆ ล้วนแล้วแตม่ คี อมพวิ เตอรท์ ี่ทนั สมยั ในยุคนัน้ ตดิ ต้งั อยู่ การเช่ือมตอ่ เข้าสู่อนิ เทอร์เน็ตของประเทศไทยมจี ดุ กาเนดิ มาจากเครือข่ายคอมพิวเตอรร์ ะหวา่ งมหาวิทยาลยั หรอื ที่เรียกว่า \"แคมปัสเนต็ เวอรก์ \" ( Campus Network ) เครอื ข่ายดงั กลา่ วไดร้ บั การสนบั สนุนจาก \"ศูนย์ เทคโนโลยีอิเลก็ ทรอนกิ ส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ\" ( NECTEC ) จนกระท่ังได้ เชื่อมเข้าสอู่ ินเทอรเ์ นต็ โดย สมบรู ณ์ในเดือนสงิ หาคม ปี พ.ศ. 2535 พฒั นาการ ประเทศไทยไดเ้ ร่ิมตดิ ต่อกับอนิ เทอรเ์ น็ตโดยใช้ E-mail ตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2530 โดยเริ่มที่ \"มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่\" เปน็ แหง่ แรก และสถาบัน เทคโนโลยีแหง่ เอเชีย ภายใต้ความร่วมมอื ระหว่างไทยและออสเตรเลยี ในช่วงเวลาตอ่ มา ในขณะนั้นยงั ไม่ได้มกี ารเชอื่ มต่อ แบบ On-line หากแต่เปน็ การแลกเปลี่ยนข่าวสาร ดว้ ย E- mail โดยใชร้ ะบบ MSHnet ละ UUCP โดยทางออสเตรเลียจะโทรศัพทเ์ ชือ่ มเข้ามาสรู่ ะบบวันละ 2 ครั้ง การทางานของอินเทอรเ์ นต็ การส่อื สารขอ้ มลู ดว้ ยคอมพิวเตอรจ์ ะมีโปรโตคอล (Protocol) ซง่ึ เปน็ ระเบยี บวธิ กี ารสอ่ื สารทเ่ี ปน็ มาตรฐานของการเช่ือมต่อกาหนดไว้ โปรโตคอลทเี่ ปน็ มาตรฐานสาหรบั การเช่อื มต่ออินเทอร์เนต็ คือ TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ทุกเคร่ืองทีเ่ ชอ่ื มต่อเข้ากับ เครือขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ จะต้องมหี มายเลขประจาเคร่ือง ท่ีเรยี กว่า IP Address เพ่อื เอาไว้อ้างองิ หรอื ติดตอ่ กับ

10 เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์อน่ื ๆ ในเครือข่าย ซ่ึง IP ในท่นี กี้ ค็ อื Internet Protocol ตวั เดียวกบั ใน TCP/IP นนั่ เอง IP address ถูกจดั เป็นตัวเลขชดุ หนง่ึ ขนาด 32 บติ ใน 1 ชดุ น้ีจะมตี ัวเลขถูกแบ่งออกเป็น 4 สว่ น ส่วนละ 8 บิต เทา่ ๆ กัน เวลาเขียนกแ็ ปลงใหเ้ ป็นเลขฐานสิบก่อนเพ่อื ความง่ายแล้วเขยี นโดยค่นั แต่ละส่วนดว้ ยจุด (.) ดงั นนั้ ใน ตวั เลขแตล่ ะส่วนน้จี ึงมคี า่ ได้ไม่เกิน 256 คอื ตง้ั แต่ 0 จนถงึ 255 เทา่ นน้ั เช่น IP address ของเครอ่ื ง คอมพิวเตอรข์ องสถาบนั ราชภัฎสวนดุสิต คอื 203.183.233.6 ซึง่ IP Address ชดุ นีจ้ ะใช้เป็นที่อยู่เพ่ือตดิ ตอ่ กบั เคร่อื งพวิ เตอรอ์ น่ื ๆ ในเครือขา่ ย เน่ืองจากการติดต่อสื่อสารกนั กันในระบบอินเทอรเ์ น็ตใช้โปรโตคอล TCP/IP เพือ่ ส่อื สารกัน โดยจะตอ้ งมี IP address ในการอา้ งอิงเสมอ แต่ IP address นถ้ี ึงแมจ้ ะจดั แบง่ เป็นสว่ นๆ แล้วกย็ งั มอี ปุ สรรคในการทีต่ อ้ ง จดจา ถ้าเครอื่ งทอี่ ย่ใู นเครอื ข่ายมีจานวนมากขึ้น การจดจาหมายเลข IP ดูจะเปน็ เรื่องยาก และอาจสบั สนจา ผดิ ได้ แนวทางแก้ปญั หาคือการตั้งชอ่ื หรอื ตัวอักษรข้ึนมาแทนที่ IP address บรกิ ารต่างๆ บนอนิ เทอรเ์ นต็ 1. เวิลดไ์ วดเ์ วบ็ (WWW) เวลิ ด์ไวดเ์ ว็บ หรอื เครือขา่ ยใยแมงมุม เหตุทเี่ รียกชอื่ น้เี พราะวา่ เป็น ลักษณะของการเชอื่ มโยงข้อมูล จากท่หี นึ่งไปยังอกี ท่ีหนงึ่ เร่อื ย ๆ เวลิ ดไ์ วด์เว็บ เปน็ บรกิ ารที่ได้รับความนิยม มากที่สุด ในการเรยี กดูเวบ็ ไซตต์ ้องอาศัยโปรแกรมเวบ็ เบราวเ์ ซอร์ (web browser) ในการดขู อ้ มลู เว็บ เบราว์เซอร์ท่ไี ดร้ ับความนิยมใชใ้ นปจั จบุ ัน เชน่ โปรแกรม Internet Explorer (IE) ,Netscape Navigator 2. จดหมายอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (Electronic Mail) การตดิ ตอ่ ส่ือสารโดยใช้อีเมลสามารถท าได้โดยสะดวก และ ประหยดั เวลา หลกั การท างานของอเี มลก็คลา้ ยกับการส่งจดหมายธรรมดา นัน้ คอื จะตอ้ งมที อ่ี ยทู่ ่รี ะบชุ ัดเจน ก็คือ อเี มลแอดเดรส (E-mail address) องคป์ ระกอบของ e-mail address ประกอบดว้ ย 1. ช่ือผู้ใช้ (User name) 2. ช่ือโดเมน Username@domain_nameการใชง้ านอีเมล สามารถแบง่ ได้ดังน้ี คือ 1. Corporate e-mail คอื อเี มล ที่หนว่ ยงานตา่ งๆสร้างขึน้ ให้กับพนักงานหรอื บคุ ลากรในองคก์ รนัน้ เช่น [email protected] คอื e-mail ของนักศกึ ษาของสถาบนั ราชภัฏสวนดสุ ติ เปน็ ต้น 2. Free e-mail คอื อเี มล ที่สามารถสมัครได้ฟรตี าม web mail ตา่ งๆ เชน่ Hotmail, Yahoo Mail, Thai Mail และ Chaiyo Mail 3. บรกิ ารโอนย้ายไฟล์ (File Transfer Protocol) เป็นบรกิ ารทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการโอนยา้ ยไฟลผ์ า่ นระบบ อนิ เทอร์เนต็ การโอนยา้ ยไฟล์สามารถแบ่งได้ดังน้ี คอื

11 1. การดาวน์โหลดไฟล์ (Download File ) การดาวนโ์ หลดไฟล์ คอื การรับขอ้ มูลเข้ามายงั เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ ของผใู้ ช้ ในปัจจบุ นั มหี ลายเวบ็ ไซต์ที่จดั ใหม้ กี ารดาวน์โหลดโปรแกรมไดฟ้ รีเชน่ www.download.com 2. การอพั โหลดไฟล์ (Upload File) การอพั โหลดไฟล์คือการน าไฟล์ข้อมูลจากเครื่องของผู้ใช้ไป เก็บไวใ้ นเครอ่ื งท่ใี หบ้ ริการ (Server) ผา่ นระบบอินเทอรเ์ นต็ เชน่ กรณีท่ีทาการสร้างเว็บไซต์ จะมกี ารอัพโหลด ไฟล์ไปเกบ็ ไว้ในเคร่อื งบริการเว็บไซต์ (Web server) ท่ีเราขอใช้บริการพ้ืนท่ี (web server) โปรแกรมที่ชว่ ยใน การอพั โหลดไฟลเ์ ชน่ FTP Commander 4. บรกิ ารสนทนาบนอนิ เทอร์เนต็ (Instant Message) สนทนาบนอนิ เทอรเ์ นต็ คือ การ สง่ ข้อความถงึ กันโดยทันทที นั ใด นอกจากน้ยี ังสามารถสง่ สัญลกั ษณต์ า่ งๆ อาทิ รปู ภาพ ไฟลข์ อ้ มลู ได้ด้วย การ สนทนาบนอินเทอรเ์ น็ตเปน็ โปรแกรมที่กาลงั ไดร้ บั ความนยิ มในปัจจุบัน โปรแกรมประเภทน้ี เชน่ โปรแกรม ICQ (I seek you) MSN Messenger, Yahoo Messenger เปน็ ตน้ 5. บรกิ ารค้นหาข้อมลู บนอินเทอรเ์ น็ต 1. Web directory คอื การค้นหาโดยการเลอื ก Directory ทจ่ี ัดเตรียมและแยกหมวดหม่ไู ว้ให้เรยี บร้อยแล้ว website ทใ่ี หบ้ ริการ web directory เชน่ www.yahoo.com, www.sanook.com 2. Search Engine คอื การค้นหาขอ้ มูลโดยใช้โปรแกรม Search โดยการเอาคาท่ีเราต้องการคน้ หาไป เทยี บกบั เวบ็ ไซต์ตา่ งๆ ว่ามีเวบ็ ไซตใ์ ดบ้างท่มี คี าท่ีเราตอ้ งการค้นหา website ท่ใี ห้บริการ search engine เชน่ www.yahoo.com, www.sanook.com, www.google.co.th, www.sansarn.com 3. Metasearch คอื การค้นหาขอ้ มลู แบบ Search engine แต่จะทาการสง่ คาทีต่ ้องการไปค้นหาในเวบ็ ไซต์ ท่ใี ห้บรกิ ารสบื ค้นข้อมลู อน่ื ๆ อีก ถ้าข้อมลู ทไี่ ด้มซี า้ กัน ก็จะแสดงเพียงรายการเดียว เวบ็ ไซตท์ ีใ่ หบ้ ริการ Metasearch เช่น www.search.com, www.thaifind.com 6. บรกิ ารกระดานข่าวหรือ เวบบอรด์ (Web board) เว็บบอร์ด เป็นศนู ย์กลางในการแสดงความคดิ เหน็ มี การตัง้ กระทู้ ถาม-ตอบ ในหัวขอ้ ทสี่ นใจ เวบ็ บอร์ดของไทยทเี่ ป็นทนี่ ยิ มและมคี นเขา้ ไปแสดงความคดิ เห็น มากมาย คือ เวบ็ บอรด์ ของพันธท์ พิ ย์ (www.pantip.com) 7. ห้องสนทนา (Chat Room) หอ้ งสนทนา คอื การสนทนาออนไลน์อีกประเภทหนึ่ง ทมี่ ีการส่งข้อความสั้นๆ ถึงกนั การเข้าไปสนทนาจาเป็นต้องเข้าไปในเวบ็ ไซตท์ ใี่ ห้บรกิ ารห้องสนทนาเช่น www.sanook.com www.pantip.com สื่ออินเตอร์เน็ตมีความสาคญั ต่อในชีวติ ประจาวนั มาก

12 เพราะอนิ เตอร์เนต็ มีความสะดวก สบาย และรวดเรว็ ในการใช้ ยคุ ของอินเทอรเ์ นต็ ในตลอดช่วง อนิ เตอร์เน็ตเปน็ ระบบเครอื ขา่ ยทม่ี กี ารพฒั นามาตอ่ เนอื่ งไมน่ ้อยกว่าสามสิบปแี ลว้ พฒั นาการของอินเตอรเ์ นต็ น้ัน สามารถแบง่ ได้เปน็ สามยคุ ดว้ ยกัน \"Internet 1.0\" ยคุ แรกเปน็ ยุคของการเชอ่ื มต่อเพือ่ การส่ือสารระหว่างบุคคล (Human-to-Human Communication) ในยคุ นีพ้ ฒั นาการของอนิ เตอร์เน็ตจะเปน็ เพือ่ การสื่อสารระหว่างบุคคลทใี่ ช้อุปกรณค์ อมพิวเตอรท์ ีเ่ ช่อื มตอ่ กับ อนิ เตอร์เน็ตเทคโนโลยที ี่สาคญั ที่พัฒนาใชง้ านกบั อนิ เตอร์เน็ตเพ่ือการส่ือสารในยคุ นไี้ ด้แก่ อีเมล (Email) และ ยูสเนต็ (UseNet) อเี มลเปน็ เทคโนโลยที ย่ี งั มีการใช้งานในปัจจบุ นั นอกจากการสือ่ สารระหว่างบคุ คลแล้วอีเมลไดม้ กี าร ประยุกต์ใช้เพือ่ การส่อื สารระหวา่ งบคุ คลกบั กลมุ่ บคุ คล (Human-to-Community Communication) ดว้ ย เทคโนโลยเี พอ่ื การนี้เรยี กว่า เมลลิง่ ลสิ ต์ (Mailing List) ซง่ึ กย็ งั มกี ารใช้งานอยูเ่ ช่นกัน ส่วน UseNet ไดร้ บั ความนิยมลดนอ้ ยลง แต่ก็ยังมีการใชง้ านอยู่อย่างสม่าเสมอจากผใู้ ชท้ ่ใี ชง้ านมาตงั้ แต่ ในอดตี ผใู้ หบ้ รกิ าร UseNet รายสาคญั ในปัจจุบนั คอื Google ภายใต้ช่ือ Google Groups น่นั เอง \"Internet 2.0\" ยุคตอ่ มาเป็น ยุคของการเช่ือมต่อเพือ่ ส่ือสารระหวา่ งบคุ คลกับคอมพวิ เตอร์ (Human-to- Computer Communication) เทคโนโลยีสาคญั ท่พี ัฒนาขนึ้ เพอื่ ใชง้ านอนิ เตอร์เน็ตในยุคนีไ้ ดแ้ ก่ เว็บ (Web หรอื World Wide Web) เว็บเปดิ โอกาสใหบ้ ุคคลสามารถเข้าใช้คอมพวิ เตอรเ์ พือ่ ทางานใดงานหนึ่งจาก ระยะไกลไดผ้ า่ นกระบวนการใช้งานทเ่ี ป็นมาตราฐานเดยี วกนั ก่อนหนา้ เทคโนโลยีเว็บ การใช้งานคอมพิวเตอรจ์ ากระยะไกลจะเปน็ การใชง้ าน “เคร่ืองคอมพวิ เตอร์” เพอื่ ทางาน ด้วยเทคโนโลยเี ว็บทาให้การใช้งานคอมพวิ เตอร์จากระยะไกลเปน็ การใชง้ าน “ระบบงาน” เพือ่ ทางาน อธิบายในรายละเอยี ดของความแตกตา่ งดังกล่าวจะไดว้ ่า ในอดีตผู้ใช้ต้องใชโ้ ปรแกรมจาลองหน้าจอเพ่ือ เขา้ ใช้เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์เครอื่ งใดเครอ่ื งหนึ่งแล้วใช้โปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอรน์ ้นั ทางาน ผ้ใู ชอ้ ินเตอรเ์ น็ต ยุคแรกๆ ของ ม.สงขลานครนิ ทร์จะจาไดว้ า่ ต้อง “telnet” มาใช้เครอ่ื ง “ratree.psu.ac.th” เพอื่ ใช้ “pine” ในการรับสง่ อีเมลเป็นต้น แตด่ ้วยเทคโนโลยีเวบ็ ผู้ใช้ท่ีตอ้ งการรบั ส่งอเี มลจะใช้โปรแกรม Web Browser เปดิ เวบ็ ที่ http://webmail.psu.ac.th/

13 นอกจากน้เี วบ็ ยังเปดิ โอกาสให้ผ้ใู ชไ้ ด้ใช้วิธกี ารใช้งานเดียวกันน้ัน (ผ่าน Web Browser) เพอ่ื ใช้ “ระบบงาน” อาทเิ ช่น “ระบบสารสนเทศบุคลากร ม.สงขลานครินทร”์ ที่ http://dss.psu.ac.th/ “ระบบ ธนาคารไทยพาณชิ ย”์ ที่ http://www.scbeasy.com ระบบสัง่ ซ้ือสินคา้ ท่ี http://amazon.com/ เปน็ ต้น สงั เกตว่าผู้ใช้ไม่จาเป็นต้องรู้ “ท่อี ยเู่ ครอื่ งคอมพิวเตอร”์ เพยี งแตร่ ู้ “ทอี่ ยขู่ องระบบงาน” เทา่ น้ัน แมว้ า่ ท่อี ยขู่ อง เคร่อื งจะแฝงอยู่ในท่อี ยขู่ องระบบงานแต่ก็ไม่ได้เป็นปัจจยั หลกั อาทิเช่นhttp://www.scb.co.th http://www.scbeasy.com ต่างเปน็ ทอี่ ยู่ของระบบงานท่อี าจอยใู่ นเครือ่ งเดยี วกัน อย่คู นละเครอื่ งแต่อยใู่ น ระบบเครอื ข่ายเดยี วกนั หรอื อยู่ตา่ งเครอื ขา่ ย ก็ไมม่ ีความจ าเปน็ ทผ่ี ้ใู ชจ้ ะต้องรู้ กลา่ วโดยสรปุ คือในมมุ มองเชิงแนวความคิด (Conceptual Prospective) แลว้ เวบ็ ทาใหก้ ารใชง้ าน อนิ เตอรเ์ น็ตเปลยี่ นจากการอยู่บนพนื้ ฐานของ “เคร่ือง” เปน็ “ระบบ” \"Internet 3.0 ยุคทส่ี ามของอนิ เตอร์เน็ตเปน็ ยคุ ทเี่ รากาลงั จะก้าวไปสู่เปน็ ยคุ ของการสอ่ื สารเพือ่ การเชอื่ มต่อ ระหว่างคอมพิวเตอร์กบั คอมพิวเตอร์ (Computer-to-Computer Communication) รายละเอยี ดในเชงิ แนวความคิดของยคุ นเ้ี ป็นเรอื่ งราวที่ต้องทาความเขา้ ใจกันมากทีเดียว เน่ืองจากยคุ นี้ “ยังมาไม่ถึง” และจะเปน็ ยคุ ทส่ี าคญั มากของการใช้งานอินเตอรเ์ น็ตเพื่อประโยชนแ์ กม่ นุษยชาตทิ ีเดียวเมอ่ื กลา่ วว่าเป็นการเชื่อมตอ่ ระหวา่ งคอมพวิ เตอร์กบั คอมพวิ เตอร์เป็นในยุคที่สาม ผ้อู า่ นอาจสงสยั วา่ คอมพิวเตอรก์ ็ตอ้ งเชอื่ มต่อกับ คอมพวิ เตอร์อย่แู ล้วเพ่ือใหเ้ กดิ อนิ เตอรเ์ นต็ ไม่ใชห่ รอื ทาไมพึ่งมาเชอ่ื มเอาในยคุ ท่สี าม? “การเชื่อมตอ่ ” ในบทความน้ีทก่ี ล่าวมาเปน็ การกล่าวถึงการเชอ่ื มต่อในระดับของสารสนเทศ (Information) ซง่ึ เป็นการเชื่อมตอ่ ในระดบั ทีส่ งู กวา่ ใน “การรับรคู้ วามหมาย” กว่าการเชื่อมต่อเพือ่ การสง่ ผ่าน ข้อมลู (Data Communication)ในยุคท่ีสามนี้จะเป็นยคุ ที่ “ระบบงาน” จะติดตอ่ ส่อื สารกันเพือ่ ใหส้ ารสนเทศ ซงึ่ กนั และกันเพอื่ ให้บริการแก่ผ้ใู ช้ กลา่ วคอื ในมุมมองเชงิ แนวความคิด (Conceptual Prospective) แล้ว ใน ยคุ น้ี “ระบบงาน” จะให้ “บรกิ าร” สารสนเทศของตนแก่ระบบงานอ่ืนๆ และใช้บรกิ ารสารสนเทศจาก ระบบงานอน่ื ๆ เพอ่ื ประกอบเป็นบริการของตนให้แกผ่ ้ใู ช้ \"Web 2.0\" จะเหน็ ไดว้ ่าในยคุ ท่สี ามนี้จะมีการกล่าวถงึ “บริการ” ระหว่างกนั และในการตดิ ต่อส่อื สารของข้อมลู ใน ระบบน้กี ย็ งั ผ่านเทคโนโลยพี ืน้ ฐานบางอยา่ งของเว็บ ดังนนั้ นกั การตลาดของหลายบรษิ ทั จงึ ใช้คาว่า “Web Services” แทนความหมายของยุคที่สามน้ี ในขณะน้ีศพั ทท์ เ่ี ปน็ ท่นี ยิ มอกี คาหน่งึ ทจี่ ะแทนความหมายของยคุ น้ี

14 คอื “Web 2.0” (ควรอา่ นวา่ Web Two Point Oh อยา่ อา่ นวา่ เวบ็ สองจดุ ศนู ย)์ ขอให้ผู้อ่านเข้าใจว่าศพั ท์ เหลา่ นี้เปน็ ศพั ท์กว้างๆ เพือ่ ความหมายเชิงการตลาดมากกวา่ ทจี่ ะมคี วามหมายเชิงเทคโนโลยใี นยคุ ที่สามของ อนิ เตอร์เนต็ น้ันถือได้วา่ เป็นยคุ ทส่ี องของเว็บ ความหมายของยคุ ที่สองของเว็บไดม้ ีผ้อู ธบิ ายไว้หลากหลาย แต่ ยคุ ท่สี องของเว็บจะอธิบายได้ชดั เจนตอ้ งอธบิ ายดว้ ยการนาสถานะของผูใ้ ชแ้ ละการเขา้ ถึงข้อมูลเป็นตัวตั้งใน คาอธิบายในสถานะของผใู้ ช้นนั้ ในยคุ แรกของเวบ็ จะเป็นยุค “เวบ็ เพอ่ื อ่านอยา่ งเดยี ว” (Read-Only Web) ใน ยคุ นผี้ ูอ้ ่านและผู้เขยี นจะแยกกันอย่างชัดเจน คนเขยี นจะมหี น้าที่เขียนสว่ นคนอา่ นจะมหี นา้ ท่อี า่ น ไมป่ ะปนกนั ส่วนในยคุ ทส่ี องจะเปน็ ยุค “เว็บเพอ่ื การอา่ นและเขียน” (Read-Write Web) ในยุคนผี้ ้อู ่านและผเู้ ขยี นจะเปน็ บคุ คลเดียวกัน ส่วนคาอธบิ ายว่าดว้ ยการเข้าถงึ ข้อมูลน้นั ในยคุ แรกเวบ็ จะมี “Site” เปน็ เวบ็ ไซต์ (Web Site) นนั่ คอื สารสนเทศจะมีทอ่ี ยู่ทีแ่ นน่ อน แต่ในยคุ ทส่ี องเว็บจะไมม่ ี “Site” อีกต่อไป สารสนเทศจะเกิดการแลกเปล่ยี นกนั โดยระบบงานเพื่อไปหาผ้ใู ช้ กล่าวอกี มมุ หนึ่งคอื ในยคุ แรกผใู้ ชต้ ้อง “ไปหา” สารสนเทศ แต่ยคุ ท่ีสอง สารสนเทศจะ “มาหา” ผู้ใชน้ นั่ เอง \"OutlookfromThailand\" ในขณะน้อี นิ เตอร์เนต็ กาลังกา้ วสู่ยุคทส่ี าม และเว็บซง่ึ เปน็ สว่ นหนึ่งของยุคของอินเตอร์เน็ตน้ันก็กาลัง กา้ วสยู่ คุ ทสี่ อง ความหวังของเราในฐานะนักพัฒนาซอฟทแ์ วรใ์ นประเทศไทยคือเราจะไดเ้ ปน็ ผสู้ ่งออก เทคโนโลยที ี่เปน็ สว่ นหนงึ่ ของยคุ ใหม่ทก่ี าลงั จะมาถึงน้ี นาพาประเทศไทยให้ปรากฎในแผนทโ่ี ลกว่าเราก็เปน็ หนึ่งใน “ผูใ้ ห”้ เทคโนโลยีแกช่ าวโลกเชน่ เดียวกนั ความสาคัญของอนิ เทอร์เน็ต ปัจจบุ ันอินเทอร์เนต็ มคี วามสาคญั ตอ่ ชวี ิตประจาวนั ของคนเรา หลายๆ ดา้ น ท้ังการศึกษา พาณชิ ย์ ธรุ กรรม วรรณกรรม และอ่นื ๆ ดังนี้ ดา้ นการศกึ ษา สามารถใชเ้ ปน็ แหลง่ คน้ ควา้ หาขอ้ มลู ไม่วา่ จะเป็นขอ้ มลู ทางวชิ าการ ขอ้ มูลดา้ นการบันเทงิ ด้าน การแพทย์ และอื่นๆ ทนี่ า่ สนใจ ระบบเครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ต จะทาหน้าทเ่ี สมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่

15 นักศึกษาในมหาวทิ ยาลัย สามารถใช้อนิ เทอร์เนต็ ตดิ ตอ่ กบั มหาวทิ ยาลัยอนื่ ๆ เพ่อื ค้นหาข้อมูลทก่ี าลัง ศกึ ษาอย่ไู ด้ ท้งั ทีข่ อ้ มลู ทเ่ี ปน็ ขอ้ ความ เสยี ง ภาพเคลอื่ นไหวต่างๆ เปน็ ตน้ ดา้ นธรุ กิจและการพาณิชย์ ค้นหาขอ้ มูลต่าง ๆ เพ่อื ชว่ ยในการตดั สินใจทางธรุ กจิ สามารถซื้อขายสนิ ค้า ผา่ นระบบเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ต ผใู้ ชท้ ี่เปน็ บรษิ ทั หรือองค์กรต่าง ๆ กส็ ามารถเปิดใหบ้ ริการ และสนบั สนนุ ลกู ค้าของตน ผ่านระบบ เครือขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็ ได้ เชน่ การใหค้ าแนะนา สอบถามปญั หาต่าง ๆ ให้แกล่ กู ค้า แจกจ่ายตวั โปรแกรมทดลองใช้ ( Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็นต้น ด้านการบนั เทิง การพักผอ่ นหยอ่ นใจ สันทนาการ เช่น การคน้ หาวารสารต่าง ๆ ผา่ นระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ท่ี เรียกว่า Magazine Online รวมทัง้ หนังสอื พมิ พ์และขา่ วสารอน่ื ๆ โดยมภี าพประกอบ ท่ี จอคอมพิวเตอร์เหมือนกบั วารสาร ตามรา้ นหนงั สอื ท่ัว ๆ ไป สามารถฟังวทิ ยุผ่านระบบเครือขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ ได้ สามารถดงึ ข้อมลู (Download) ภาพยนตร์ตัวอย่างทัง้ ภาพยนตร์ใหม่ และเกา่ มาดูได้ จากเหตุผลดังกล่าว พอจะสรุปไดว้ า่ อินเทอร์เนต็ มคี วามสาคัญ ในรปู แบบ ดังน้ี การประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศทท่ี นั สมยั การตดิ ต่อสื่อสารท่ีสะดวก และรวดเร็ว แหล่งรวบรวมขอ้ มลู แหล่งใหญ่ท่ีสดุ ของโลก

16 โดยสรปุ อนิ เทอร์เน็ต ได้นามาใช้เป็นเคร่ืองมือท่ีจาเป็นสาหรบั งานไอที ทาให้เกดิ ช่องทางในการเขา้ ถึงขอ้ มูลที่ รวดเรว็ ชว่ ยในการตัดสนิ ใจ และบริหารงานท้งั ระดบั บุคคลและองคก์ ร หลักการทางานของระบบอนิ เตอรเ์ น็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครอื่ งทเี่ ช่ือมตอ่ เข้ากับเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตจะตอ้ งมีหมายเลขประจาเครอื่ ง ท่ี เรยี กวา่ IP Address เพอื่ เอาไว้อา้ งอิงหรอื ตดิ ต่อกบั เครื่องคอมพิวเตอรอ์ ื่นๆ ในเครือขา่ ย ซงึ่ IP ในทน่ี ก้ี ค็ อื Internet Protocol ตัวเดยี วกบั ใน TCP/IP นั่นเอง IP address ถูกจดั เปน็ ตวั เลขชุดหนึ่งขนาด 32 บติ ใน 1 ชุดน้จี ะมตี วั เลขถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนละ 8 บิตเท่าๆ กนั เวลาเขียนก็แปลงให้เปน็ เลขฐานสบิ กอ่ นเพอื่ ความงา่ ยแล้วเขยี นโดยค่นั แตล่ ะส่วนดว้ ยจุด (.) ดงั น้นั ในตวั เลขแต่ละสว่ นนีจ้ งึ มีคา่ ไดไ้ ม่เกิน 256 คือ ต้ังแต่ 0 จนถงึ 255 เทา่ นน้ั เชน่ IP address ของเครอื่ งคอมพิวเตอรข์ องสถาบันราชภัฎสวนดสุ ิต คอื 203.183.233.6 ซ่งึ IP Address ชุดนจ้ี ะใช้เป็นที่อย่เู พอ่ื ติดตอ่ กบั เครื่องคอมพวิ เตอรอ์ นื่ ๆ ในเครอื ข่าย การใชง้ านอนิ เตอรเ์ น็ต (Internet) เบอ้ื งตน้ ความร้พู ืน้ ฐานของการใช้งาน อินเตอรเ์ น็ต (Internet)น้นั ประกอบด้วยการใชง้ านด้านการคน้ หา ข้อมลู และ ส่ือสารข้อมูล เป็นหลัก ในท่นี ี้ จะกลา่ วถึงการใช้งาน Browser ในการคน้ หาข้อมลู และสอื่ สาร ขอ้ มลู โดยการ ค้นหาข้อมลู จะกล่าวถึงการใชง้ าน Search Engine และการส่อื สารข้อมูลจะเป็นลกั ษณะของ การสอ่ื สาร ขอ้ มูลด้วย E-Mail องค์ประกอบและการทางานของอินเทอรเ์ น็ต รปู แบบการทางานของอนิ เทอรเ์ น็ตประกอบไปด้วย 3 ส่วน หลกั ๆ ดังน้ี 1. ผู้รอ้ งขอบริการ (Client) คอื เครื่องคอมพวิ เตอร์ของผู้ใช้งาน หรือ เครอ่ื งผรู้ อ้ งขอบริการที่มี อยู่บนเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ซง่ึ ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งเปน็ คอมพวิ เตอร์เสมอไป อาจจะอยูใ่ นรปู แบบของแทบ็ เลต็ (tablet) สมารท์ โฟน (smartphone) หรือ โน้ตบุก๊ (notebook) ท่ีทาการเชื่อมตอ่ ระบบเครือข่าย และ รอ้ ง ขอข้อมลู หรือ บรกิ ารต่าง ๆ บนเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ต ผ่านมาตรฐาน ขอ้ ตกลง ขอ้ กาหนด หรอื กฏ ระเบยี บท่ี ใชใ้ นการส่อื สารระหวา่ งเครอ่ื งผู้ร้องขอบริการกบั เครอ่ื งผู้ใหบ้ ริการ เชน่ เวบ็ ไซต์ (website) อีเมล (email) การถ่ายโอนไฟล์ (file transfer) ฐานขอ้ มลู (database) โปรแกรมประยกุ ต์ (application) มลั ติมีเดีย (multimedia) หรือ ไฟลเ์ อกสาร (document) เป็นตน้ 2. ผ้ใู ห้บริการ (Server) เป็นเคร่อื งคอมพวิ เตอร์แม่ ข่ายทเี่ ปดิ ใหบ้ รกิ ารตา่ ง ๆ บนเครอื ข่าย อินเทอรเ์ นต็ เพอื่ รองรบั การรอ้ งขอจากผรู้ ้องขอบรกิ าร รูปแบบการ ใหบ้ รกิ ารมีอยหู่ ลากหลาย เชน่ web server, mail server, file server, database server, multimedia server หรือ application server เปน็ ตน้ 3. เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ (computer network) เป็นรูปแบบ เครอื ขา่ ยท่เี ชือ่ มโยงระหวา่ งผูร้ ้อง ขอบรกิ ารและผใู้ หบ้ ริการ รูปแบบของเครือขา่ ย หรอื การเช่ือมตอ่ มีอยู่

17 หลากหลาย มที งั้ ที่เป็นการเชอื่ มต่อ เครอื ข่ายแบบใชส้ ายและการเช่อื มตอ่ เครือขา่ ยแบบไรส้ าย เช่น สญั ญาณ ไวไฟ เครือข่ายโทรศัพท์เคล่อื นที่ หรอื การเช่ือมตอ่ เครอื ข่ายภายในโดยใชส้ ายแลน เปน็ ตน้ สรปุ ในยคุ ทเ่ี ครอื ข่ายอินเทอร์เนต็ เข้ามามีบทบาทกบั ชีวิตประจาวนั เป็นอย่างมาก อนิ เทอรเ์ นต็ ใน ปจั จบุ นั มีการพฒั นาอย่างรวดเร็ว ท้ังเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทม่ี ปี ระสิทธภิ าพสงู ขนาดเลก็ ลง รองรับ ไฟล์ มัลตมิ เี ดยี ท่ีหลากหลายรูปแบบและมีขนาดใหญ่ สามารถประมวลผลไดร้ วดเรว็ มากย่งิ ขึ้น อนิ เทอร์เน็ตกลายเป็นเครือ่ งมอื ทสี่ าคญั ในการแสวงหาความรูค้ วามบนั เทิง การทาธรุ กรรม การ ประกอบธรุ กิจ รวมไปถึงการพบปะสนทนากับผอู้ ื่นผ่านโซเชียลมเี ดีย แตใ่ นทางตรงกนั ข้ามผู้ใช้งาน ควรมอง ถงึ โทษทแ่ี อบแฝงมากับการใช้งาน และ ขอ้ จากัดของอินเทอร์เน็ต เนอ่ื งจากการใช้งาน อนิ เทอร์เนต็ ในทางท่ี ผดิ อาจก่อใหเ้ กดิ ปัญหากบั สังคม เช่น ปญั หาอาชญากรรมทางคอมพวิ เตอรก์ าร หลอกลอ่ ลอ่ ลวง ลว้ งเอา ขอ้ มูล การเจตนาใหข้ อ้ มูลท่ผี ิด ปกปดิ ปดิ บัง ซอ่ นเรน้ ข้อมลู จริง การกลา่ ว รา้ ย ตฉิ ิน นินทา ยยุ ง ปลกุ ปน่ั ใหเ้ กิดความรุนแรง หรอื เกดิ ความเสยี หายกับบุคคลอืน่ การแจกจา่ ย ภาพหรือสื่อท่ไี มเ่ หมาะสม การค้าขาย สนิ ค้าทผ่ี ิดกฏหมาย การพนนั รวมไปถงึ การละเมดิ ทรพั ย์สนิ ทางปัญญา เช่น การคดั ลอกหนัง เพลง รายการโทรทศั น์เป็นตน้ พระราชบัญญัตวิ า่ ดว้ ยการกระทาผดิ ทางคอมพวิ เตอรใ์ นปัจจบุ นั มบี ทลงโทษตอ่ ผู้กระทาผิด ทางดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ ซึง่ อัตราโทษก็ ขน้ึ อยกู่ บั ความผิดท่ีผใู้ ช้งานกระทา เพราะฉะนัน้ การใช้งาน อนิ เทอรเ์ น็ตก็จะตอ้ งคานงึ ถงึ ผลที่ตามมา และ ควรใช้อย่างมวี ิจารณญาณ แบ่งเวลาในการใช้งาน ใชง้ าน อย่างถูกวธิ เี พอื่ ป้องกนั ปญั หา หรอื อาชญากรรมท่ีเกดิ จากคอมพิวเตอรแ์ ละอินเทอรเ์ น็ต ซึง่ ถือว่าเปน็ ภัย ใกล้ตวั ในปจั จุบัน

18 บรรณานุกรม https://comqa.nsru.ac.th/comqa/document/internet58.pdf สืบค้นเมอื วันที่ 12 เดือน มถิ นุ ายน พ.ศ 2566

19

20


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook