Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กาแฟบ้านกองกายรวมเล่ม

กาแฟบ้านกองกายรวมเล่ม

Published by รัญชิดา บุรพลธานี, 2023-08-22 02:26:29

Description: กาแฟบ้านกองกายรวมเล่ม

Search

Read the Text Version

กาแฟบ้านกองกาย เสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาโรช สอาดเอี่ยม จัดทำโดย นางสาวรัญชิดา บุรพลธานี รหัสนักศึกษา 6410540131061 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการศึกษาค้นคว้า รหัส GE4005 ภาคเรียนที่ 1/2566 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยวิทยาเขตล้านนา

รายงาน เร่อื ง กาแฟบ้านกองกาย เสนอ ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ สาโรช สอาดเอ่ยี ม จัดทำโดย นางสาวรญั ชิดา บรุ พลธานี นักศึกษาชั้นปีท่ี ๓/๒ รหัสนกั ศึกษา ๖๔๑๐๕๔๐๑๓๑๐๖๑ รายงานฉบบั นเี้ ปน็ ส่วนหนึง่ ของรายวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การศกึ ษาคน้ คว้า รหสั GE๔๐๐๕ หลักสตู รศึกษาศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าการสอนภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา ภาคการศึกษาท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖

ก คำนำ รายงานเรื่อง กาแฟบ้านกองกายฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ค้นคว้า รหัส GE๔๐๐๕ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับกาแฟบ้านกองกาย แนวทางการดูแลและพัฒนา กาแฟและส่งเสริมอาชพี การปลูกกาแฟใหม้ ั่นคงและมีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขึ้น ซึ่งรายงานฉบับนี้มีเนื้อหาทั้งหมด ดังต่อไปนี้ ประวัติกาแฟในประเทศไทย ประวัติกาแฟบ้านกองกาย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของกาแฟ การเลือกพันธุ์กาแฟที่ดี เทคนิคการปลูกและดูแลรักษากาแฟ แนวทางการ เพ่มิ ประสทิ ธภิ าพการผลติ ขอ้ มลู สภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสม ผู้จัดทำขอขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาโรช สอาดเอี่ยม อาจารย์ประจำรายวิชาที่ได้ให้คำแนะนำ การทำรายงานจนทำให้รายงานฉบับนี้สมบูรณ์ ทั้งในด้านแผนปฏิบัติศึกษาการทำรายงาน การเรียบเรียงเนื้อหา และขอขอบคุณผูม้ ีส่วนเกีย่ วข้องทุกฝา่ ยที่สนับสนุน ชว่ ยเหลอื และให้กำลงั ใจ จนผลงานประสบผลสำเร็จในครั้งนี้ หากคุณประโยชน์ใดที่พึงมีจากรายงานเล่มนี้ผู้เขียนขอน้อมบูชาแด่อาจารย์ทั้งหลายที่ถ่ายทอดวิทยาความรู้ สรา้ งสรรคต์ ำราวิชาการอันมสี ่วนช่วยให้ผูเ้ ขียนเรียบเรยี งรายงานเลม่ น้ีสำเร็จดว้ ยดี ผ้จู ดั ทำหวังวา่ ในรายงานฉบับนี้ ที่ได้เรียบเรียงมาจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจเป็นอย่างดี หากผิดพลาดประการใด ผู้เขียนกราบขอผู้รู้ช่วยแนะนำ ต่อไป รัญชิดา บรุ พลธานี ๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

สารบัญ ข คำนำ หน้า สารบญั ก ๑.ประวัติกาแฟในประเทศไทย ข ๒.ประวัตกิ าแฟบา้ นกองกาย ๑ ๓.ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ของกาแฟ ๒ ๔.การเลือกพนั ธกุ์ าแฟที่ดี ๒ ๕.เทคนิคการปลกู และดแู ลรกั ษากาแฟ ๕ ๖. วธิ กี ารดแู ลรกั ษาการหลงั จากการเก็บเก่ียวผลผลิตกาแฟ ๖ ๗.แนวทางการเพิม่ ประสิทธภิ าพการผลิต ๙ ๘.ขอ้ มูลสภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสม ๑๐ บรรณานกุ รม ๑๑ ๑๓

๑ ๑. ประวตั ิกาแฟในประเทศไทย คำว่า กาแฟ ปรากฎในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ของหมอบรัดเลย์ ตีพิมพ์เมื่อปีพ.ศ. 2416 ว่า “กาแฟ, ตน้ ไมอ้ ย่างหนง่ึ มาแต่เมอื งนอก เมด็ มันต้มนำ้ รอ้ นกนิ คล้ายใบชา”มบี นั ทกึ ว่าเมืองไทยปลูกกาแฟมาตั้งแต่ สมยั อยุธยา ทวา่ แพร่หลายจรงิ จัง นยิ มปลกู และนิยมด่ืมกล็ ่วงเขา้ มาสมยั รตั นโกสนิ ทร์ ใน พ.ศ. 2367 สมยั รชั กาลท่ี 3 ประเทศไทยเริ่มมีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศ เช่น อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ได้มีการนำต้นกาแฟมา ทดลองปลกู ในพระบรมมหาราชวัง และเพาะตน้ กาแฟแจกจา่ ยให้เสนาบดีไปปลูกกัน ในสมยั รัชกาลที่ 4สมเด็จพระ มหาประยูรวงศ์ ท่านมีสวนกาแฟ เมื่อคราวได้ต้อนรับเซอร์จอห์น เบาว์ริ่ง ท่านได้มอบกาแฟให้ท่านเซอร์ไปเป็น ตัวอย่างถึง 3 กระสอบ นอกจากนี้พ่อค้าชาวดัชท์หรือชาวอังกฤษจากแหลมมลายูอาจนำกาแฟเข้ามาแลกเปลี่ยน สินค้ากบั พอ่ ค้าชาวไทย จงึ มีการนำพันธกุ์ าแฟมาปลูกในพ้นื ทภ่ี าคใตจ้ ากบันทึกของพระสารศาสตร์พลขนั ธ์ (นายเจ รินี ชาวอิตาลี) กล่าวว่าประเทศไทยมีการนำกาแฟพันธุ์อาราบิก้าเข้ามาปลูกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2393 แล้ว แต่ประสบ ปัญหามาตลอด ต่อมาในระหว่างปี พ.ศ. 2515 – 2522 ได้มีการดำเนินโครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่นในเขต ภาคเหนือพบว่ากาแฟอาราบิก้ามีศักยภาพในการปลกู ทดแทนฝ่นิ ได้ ในปี พ.ศ. 2523 จึงมีการส่งเสรมิ ปลกู กาแฟอา ราบิก้าทดแทนฝิ่นจนถึงปัจจุบันกาแฟพันธุ์โรบัสต้าสันนิษฐานว่านำมาปลูกราว ปี พ.ศ. 2447 ชาวไทยอิสลามช่ือ นายตีหมุนเป็นผู้นำมาปลูกครั้งแรกที่ตำบลบ้านตะโหนด (ตำบลบ้านโหนดในปัจจุบัน) อำเภอสะบ้าย้อยจังหวัด สงขลา มีการสันนิษฐานแหล่งทีม่ าของเมล็ดพันธ์ุกาแฟแตกต่างกนั ออกไป 2 แหล่ง บางแหล่งวา่ นำมาจากประเทศ อินโดนีเซีย เพราะช่วงนั้นประเทศอินโดนีเซียกำลังตื่นตัวการปลูกกาแฟโรบัสต้าอีกแหล่งว่านำมาจากโอกาสไป แสวงบุญ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย กาแฟที่นำมาปรากฎว่าปลูกได้ผลดีพอสมควร จากนั้นได้มีการ ขยายพนั ธ์แุ ละมีการส่งเสริมการปลกู กาแฟโรบสั ต้าออกไปอยา่ งกวา้ งขวาง ในสมยั จอมพลประภาส จารุเสถยี ร เปน็ รัฐมนตรี ได้เล็งเหน็ ถึงความจำเปน็ และความสำคญั ของการปลูกและผลิตกาแฟขนึ้ เองในประเทศ เพื่อลดดุลการค้า ระหว่างประเทศ และมีนโยบายส่งเสริมเกษตรกรปลูกกาแฟใน 50 จังหวัด จนกระทั่งมีการปลูกแพร่กระจายใน หลายจังหวัดของภาคใต้ รวมทั้งภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยแหล่งปลูกกาแฟที่สำคัญของประเทศไทยในปัจจุบัน เกือบร้อยละ 80 ของพื้นที่ปลูกและผลผลิตรวมทั้งประเทศอยู่ในภาคใต้ เช่น จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ฯลฯ โดยปลูกกาแฟโรบัสต้า อีกประมาณร้อยละ 20 อยู่ในพื้นที่สูงเขตภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียง รายเชียงใหม่ แม่ฮอ่ งสอน น่าน ฯลฯ นิยมปลูกกาแฟอาราบิกา้ นอกจากนีย้ งั มีการปลูกในพ้นื ทภ่ี าคอ่นื บา้ ง เช่น ภาคตะวันตก ที่ จังหวัดกาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ ภาคตะวันออก ที่จังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ฯลฯ ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดนครราชสีมา เลย ฯลฯ ปัจจุบันผลผลิตในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการของ โรงงานแปรรูปในประเทศ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกาแฟโรบัสต้าส่วนวัฒนธรรมการด่ืม กาแฟ มีการเปิดร้านกาแฟแหง่ แรกในกรุงเทพฯ โดยชาวอเมริกันตัง้ อยู่ท่ีบริเวณส่ีกั๊กพระยาศรี ต่อมาได้มีร้านขาย

๒ ของชำชื่อ ตุงฮูสโตร์ ขายกาแฟยี่ห้อตุง ฮู ในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าให้ตั้งร้านกาแฟชื่อ นรสิงห์ ขึ้นบริเวณริม ถนนศรีอยุธยา ริมลานพระบรมรูปทรงม้า ต่อมามีการตัง้ รา้ นกาแฟขึ้นอีกหลายร้าน ที่มีชื่อเสียงจนถึงปัจจบุ นั เช่น ออนล็อกหยนุ่ เอยี๊ แซ เป็นตน้ หลังจากนนั้ มบี รษิ ทั ผู้ผลติ กาแฟค่ัวบด และกาแฟผงสำเร็จรปู เพ่ิมขน้ึ นอกจากนี้ยังมี ผลิตภัณฑ์กาแฟรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น กาแฟ 3:1 กาแฟพร้อมดื่ม กาแฟเพื่อสุขภาพและความงาม เป็น ต้น รวมทั้งมีร้านกาแฟเกิดขึ้นมากมาย เนื่องจากกระแสความนิยมบริโภคกาแฟสดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง เกือบ 10 ปีที่ผา่ นมา ๒. ประวัตกิ าแฟบา้ นกองกาย หมู่บ้านกองกาย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ถือเป็นหนึ่งในพื้นท่ีตน้ แบบการเปลี่ยนแปลง ที่เครือซีพีเลอื กเป็น พนื้ ทน่ี ำร่องในปี 2560 ในการพัฒนาภายใต้ แม่แจม่ โมเดล ปรบั เปล่ยี นพ้นื ทด่ี ว้ ยการปลกู พชื แบบผสมผสาน และมี จำนวนต้นไม้ทด่ี ูแลตลอดทงั้ โครงการจำนวน 40,102 ตน้ ในพ้ืนที่ 93 ไร่ ดงึ ศักยภาพของชุมชนออกมาและพัฒนา ของเกษตรกรในพื้นที่ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวคือ ข้าวโพด มาเป็นการปลูกกาแฟที่สามารถสร้างรายได้ พร้อมนำ องค์ความรู้และทักษะด้านบริหารจัดการตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยมีนักวิชาก าร ผเู้ ชี่ยวชาญจากเครือซีพีใหค้ ำปรกึ ษาแกเ่ กษตรกรในพื้นทอี่ ย่างต่อเน่ือง ทั้งนี้ ผลผลิตกาแฟฟื้นป่าบ้านกองกาย ได้ขยายผลต่อยอดสู่ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” มีการจัดการที่ดีตลอดห่วงโซ่ อุปทานเพื่อให้ได้กาแฟคุณภาพส่งมอบสู่ตลาด เพื่อสร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยเครือซีพีได้ทำหน้าที่เป็น ตลาดในการรับซื้อกาแฟเชอร์รี่สดส่งต่อมาที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่แจ่ม เพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟ คุณภาพภายในพ้ืนทีแ่ ละจัดจำหน่ายแก่ผูป้ ระกอบการต่อไป ซึ่งในอนาคต เครือซีพีและกลุ่มวิสาหกิจบ้านกองกาย มีความตั้งใจสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เกิดแบรนด์กาแฟชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมพร้อมขยายการรับรู้ในวงกว้างเพ่อื เป็นแนวทางสำหรบั เกษตรกรยุคใหมใ่ นชุมชน ใหค้ ดิ ค้นพฒั นาสนิ ค้าชุมชนอย่างต่อเน่ือง ไปจนถึงการสร้างโรงแปร รูปกาแฟพรอ้ มเคร่ืองจักรในการผลิตท่ีครบวงจรในพนื้ ทีอ่ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ๓. ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ของกาแฟ กาแฟจัดเป็นไม้ยืนต้น มีลักษณะเป็นไม้พุ่มเล็กไปจนถึงไม้พุ่มใหญ่ ลักษณะของต้น ใบ ยอด และดอกมีความ หลากหลายในพันธก์ุ าแฟแต่ละชนิด

๓ ลักษณะส่วนตา่ ง ๆ ของกาแฟ ●ราก กาแฟมีรากแกว้ (Tap root) ที่อว้ นสนั้ สว่ นมากยาวไม่เกิน 45 เซนตเิ มตร รากแขนงดง่ิ ทเ่ี กิดจากรากแก้ว (Axial root) มีจำนวนตั้งแต่ 4 – 8 ราก หยั่งลึกลงไปในดิน 2 - 3 เมตร จากรากแขนง (Lateral root) จะมีราก ฝอย (Feeder bearer root) และจากรากฝอยจะมรี ากสำหรบั ดูดอาหาร (Feeder roots) แตกออกมาจำนวนมาก ส่วนใหญ่ของรากชนิดนี้ แผ่กระจายลึกจากระดับผิวดินประมาณ 20 เซนติเมตร และรอบรัศมี 120 เซนติเมตร รอบๆ ตน้ กาแฟ ●ลำต้น ลำตน้ กาแฟมขี อ้ และปลอ้ ง ในขณะตน้ เล็กจะเห็นใบอยทู่ ่ขี ้อของลำตน้ เมือ่ ต้นโตใบจะรว่ งหลน่ ไป ทีโ่ คนใบ มีตาอยู่ 2 ชนิด คือ ตาบน และตาล่าง โดยปกติตาบนจะแตกกิ่งแขนงที่ 1 (primary branch) ออกมาจากลำต้น ลักษณะเป็นกิ่งนอนขนานกับพื้นดิน หรือห้อยต่ำลงดิน กิ่งแขนงที่ 1 สามารถแตกกิ่งแขนงที่ 2 (secondary branch) และกิ่งแขนงที่ 2 สามารถแตกเป็นกิ่งแขนงที่ 3 (tertiary branch) ได้อีก ในลักษณะเป็นคู่สลับเยื้องกัน บนลำต้นหรือกิ่งตั้ง แต่ละข้อของกิ่งแขนงเหล่านี้ มีกลุ่มตาดอกที่จะติดดอกออกผลต่อไป ส่วนตาล่าง(เกิดเป็นชุด) มักมีการแตกหน่อเป็นจำนวนมาก และเติบโตเป็นกิ่งตั้ง (sucker) ขึ้นไปเหมือนลำต้น ไม่ติดดอกผล แต่สามารถ แตกเป็นก่ิงแขนงที่ 1 2 และ 3 ซง่ึ สามารถให้ดอกผลได้เชน่ กนั ควรมีการปลดิ หน่อท้ิง หรือตัดแตง่ ก่ิงออกบ้าง เพ่ือ ไมใ่ หท้ รงพุ่มแนน่ ทึบจนเป็นที่สะสมของโรคแมลง ●กิ่ง ในแต่ละข้อของกิ่งนอนจะมีตาที่ให้กำเนิดดอก ประมาณ 6 ตา อยู่ที่โคนก้านใบ โดยตาจะแก่ไม่พร้อมกัน ตาที่อยู่โคนที่สุดเป็นตาที่อ่อนกว่า ส่วนตาที่อยู่ห่างออกไปทางปลายจะเป็นตาที่แก่กว่าตามลำดับ ตาทั้ง 6 ตา ใน ขอ้ นัน้ จะทยอยกนั บาน ทำใหผ้ ลกาแฟสกุ ไมพ่ รอ้ มกนั ตาดอกหนึง่ ตาจะสร้างดอกหลายดอกเปน็ กลุ่ม ทำให้เวลาติด ผลแล้ว เห็นชัดว่าผลกาแฟในแต่ละข้อจะติดกันเป็นกลุ่มๆ การออกดอกติดผลของกาแฟจะเกิดไล่จากโคนก่ิ งไปสู่ ปลายกิ่งเรื่อย ๆ โดยข้อที่ให้ผลแล้วจะไม่ให้ผลซ้ำอีก แต่บางครั้งพบว่าในขอ้ ที่ได้ติดดอกออกผลไปแลว้ ปีถัดมายงั เกดิ ดอกและติดผลได้อกี แต่ไม่มากเหมอื นปแี รก เนอื่ งจากตาดอกทัง้ 6 ตา ในปีแรกน้นั ไมไ่ ดผ้ ลิตดอกทกุ ตา ●ใบ ใบเกิดที่ขอ้ เรยี งตวั เปน็ คู่ตรงข้ามกนั ลกั ษณะเปน็ ใบเดีย่ ว รปู ไข่ หรอื รูปโล่ โคนใบและปลายใบเรียวแหลม ตรงกลางใบกวา้ ง ขอบใบเรียบ แผน่ ใบเปน็ คล่ืน เส้นกลางใบเห็นชัดเจน และมีเส้นแขนงเรียงขนานกันตลอดความ ยาวของใบ ใบแก่ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านใต้ใบสีเขียวอ่อน แต่ยอดอ่อนจะมีสีแดงหรือสีเขียว รวมทั้งขนาดของใบ ขึ้นอย่กู บั สายพนั ธ์ุ

๔ ●ดอก ดอกเกิดจากตาที่ 1 – 6 ในแต่ละซอกใบของกิง่ นอน โดยมากมักเกิดจากตาที่ 1 – 4 ก้านดอกสั้น จำนวน ดอกต่อช่อประมาณ 4 – 6 ดอก และ 1 ขอ้ จะมชี อ่ ดอกประมาณ 15 – 20 ชอ่ กลีบดอกจะมีสีขาวหรือครีม กล่ิน หอมคล้ายมะลิป่า เป็นดอกสมบูรณ์เพศที่มีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ดอกกาแฟแต่ละดอก ประกอบด้วย กลีบดอก 5 กลีบ และกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีเกสร 5 อัน รังไข่มี 2 ห้อง แต่ละห้องมีไข่ 1 ใบ ปกติเม่ือ เกิดตาดอกแล้ว จะพกั ตัวอย่รู ะยะหนึง่ เนอื่ งจากเป็นชว่ งแลง้ แต่เมือ่ ได้รับน้ำฝนตอนตน้ ฤดู ดอกจะเรม่ิ พัฒนา กา้ น ดอกยืดยาว กลีบดอกขยาย และบานพร้อมกัน ดอกกาแฟใช้เวลาบานต่อเนื่อง 8 – 12 วัน โดยดอกแต่ละดอกจะ บานประมาณ 2 วัน จึงเหี่ยว หลังจากนั้นกลีบดอกรวมทั้งส่วนอื่น ๆ จะร่วงหล่น เหลือแต่รังไข่ที่จะกลายเป็นผล กาแฟต่อไป ปกติกาแฟจะออกดอกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน แต่ถ้าอากาศชุ่มชื้นจะสามารถออกดอกได้ ตลอดทง้ั ปี ●ผล ผลมีลักษณะกลมรี ขนาดความยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร ก้านผลสั้น ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลือง ส้ม แดง หรือแดงเกือบดำ ขึ้นอยู่กับพันธุ์ของกาแฟ ผลกาแฟแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ได้แก่ (1) เปลือกผล (skin) (2) เน้ือ (pulp) มีสเี หลอื งอ่อน เมอื่ สุกมรี สหวานเลก็ น้อย (3) เปลือกเมลด็ หรอื กะลา (parchment) เปน็ ส่วนท่หี ้มุ เมล็ดไว้ โดยจะมีเมือก (mucilage) ห่อหุ้มผิวกะลา บนผิวนอกระหว่างเมล็ดกับกะลา จะมีเยื่อบาง ๆ หุ้มเมล็ดอยู่ เรียกว่าเยื่อหุ้มเมล็ด (silver skin) โดยปกติผลจะใช้เวลาเจริญเติบโตจนถึงระยะผลสุกเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ 6 – 11 เดือน ข้ึนอยกู่ ับพนั ธุ์ อุณหภูมิ และแหล่งปลกู ผลกาแฟบนต้นจะสุกไม่พร้อมกัน เนือ่ งจากตาดอกของแต่ละข้อแทง ช่อดอกไมพ่ ร้อมกนั และในแต่ละช่อดอกก็บานไมพ่ ร้อมกนั ●เมล็ด โดยปกติผลกาแฟแต่ละผลมี 2 เมล็ด ลักษณะเหมือนกันประกบกัน เมล็ดมีรูปร่างค่อนข้างกลมรี ยาว ประมาณ 8.5 – 12.5 มิลลิเมตร ด้านที่ประกบกันมีลักษณะแบน มีร่องตรงกลางตลอดแนวยาวของเมล็ด 1 ร่อง ด้านนอกโค้งนูนคล้ายหลังเต่า ส่วนของเมล็ดใน (endosperm) ถัดจากกะลาเข้าไป จะมีผนังบาง ๆ (silver skin) หุ้มไว้ มีคัพภะ (embryo) เล็ก ๆ ติดอยู่ใกล้ฐานของเมล็ด เมล็ดแห้งหลังจากสีเอากะลาออก เรียกว่า สารกาแฟ หรือเมล็ดกาแฟดิบ (Coffee Bean) เมื่อแห้งแล้วมีสีเขียวอมเทา ภาษาอังกฤษจึงมักเรียกว่า Green Coffee ซ่ึง เป็นสว่ นที่นำมาใชแ้ ปรรปู บรโิ ภค เมลด็ กาแฟประกอบดว้ ย น้ำ 12% โปรตีน13% ไขมนั 12% น้ำตาล 9% สารคาเฟอีน 1-1.5% กรดคาเฟทานิค 9% สารที่ละลายน้ำอื่นๆ 5% เซลลูโลสและสารประกอบของเซลลูโลส 35% และเถ้า 4% บางครั้งอาจมีการเจริญพัฒนาของเซลล์ผิดปกติหลังจากการผสมพันธุ์ ทำให้มีการสร้างเมล็ดที่ แตกต่างไปบา้ ง เช่น เมล็ดเด่ียวหรอื เมล็ดโทน (pea bean , peaberry) โดยผลตดิ เมลด็ เพยี งเมล็ดเดียว บางแหล่ง

๕ จัดเมล็ดกาแฟชนิดนี้อยู่ในประเภทคุณภาพพิเศษ โดยมีเหตุผลเชื่อว่า เป็นเมล็ดกาแฟที่มีการสะสมอาหารอย่าง เต็มที่ จะมีปริมาณ 10 – 15 % ของกาแฟทั้งหมด เมล็ดกาแฟหูช้าง (Elephant ears) เป็นเมล็ดขนาดใหญ่ แต่มี รอยแยกข้างบนโค้งนูน ทำให้แยกชิ้นส่วนออกจากกันได้ง่าย มีลักษณะคล้ายใบหูช้าง เมล็ดซีก ในหนึ่งผลมีเมล็ด ประกบกันอยู่ 3 เมล็ด เป็นเมล็ดที่ถูกแยกไว้รวมกับเมล็ดแตกหัก ที่มีคุณภาพและราคารองไปจากเมล็ดธรรมดา โดยทั่วไปผลสดกาแฟประมาณ 5 กิโลกรัม จะเปลี่ยนเป็นสารกาแฟได้ 1 กิโลกรัม อาจมากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นกับ พนั ธุ์ ความสมบรู ณ์ของเมลด็ และประสิทธภิ าพของกระบวนการผลิตสารกาแฟ ๔. การเลือกพนั ธกุ์ าแฟทีด่ ี คุณสมบัตขิ องพันธุก์ าแฟที่ดี ตน้ แขง็ แรง ไมอ่ ่อนแอ เจริญเตบิ โตดี และสม่ำเสมอ ต้านทานต่อโรคและแมลงศตั รกู าแฟ ใหผ้ ลผลติ เมลด็ กาแฟสูง โดยดูจาก ● แตล่ ะก่ิงหลกั มกี ง่ิ ให้ผลเป็นจำนวนมาก ● ก่งิ ใหผ้ ลมขี ้อถ่ี และมีจำนวนขอ้ มาก ● มจี ำนวนผลต่อขอ้ สูง ให้ผลผลิตเร็ว ภายใน 2 – 3 ปี หลงั จากปลูก เมลด็ กาแฟแหง้ มีขนาดไม่เลก็ จนเกินไป ดูจากขนาดและน้ำหนัก ● เมล็ดควรมีความกว้างไม่ต่ำกวา่ 5.0 มลิ ลิเมตร หรอื ขนาดตะแกรงเบอร์ 14 ● น้ำหนกั 100 เมล็ดแห้ง ที่ความชน้ื 12 % ไมต่ ่ำกว่า 15 กรัม เมลด็ กาแฟแหง้ นำไปค่ัวชงดม่ื ให้รสชาติดี ลักษณะของต้นกล้ากาแฟที่ดีก่อนนำไปปลกู 1. อายุ 6 – 14 เดือน หรอื มีความสงู อย่างนอ้ ย 20 เซนตเิ มตร 2. ต้นสมบูรณ์แข็งแรง ลำตน้ ต้ังตรง 3. ปราศจากโรคและแมลง 4. มีรากสมบูรณ์ ไมค่ ดงอ 5. มีลักษณะตรงตามพันธ์ุทตี่ อ้ งการผลิต หรอื ตามความต้องการของตลาด 6. มาจากแหล่งท่เี ช่ือถอื ได้ สามารถตรวจสอบแหล่งท่ีมาและประวัตขิ องตน้ พนั ธุไ์ ด้

๖ ๕. เทคนคิ การปลูกและดแู ลรักษากาแฟ 1.การเตรียมการก่อนปลูก 1.1 การเตรียมดนิ - กำจัดตอพืช ถางวัชพืช และปรับพน้ื ท่ี โดยไม่ตอ้ งโค่นไม้ใหญ่ - พ้ืนทล่ี าดเอยี ง ให้ทำแนวขั้นบันไดขวางแนวลาดเอียง ระยะหา่ งของขัน้ บนั ไดเท่ากบั ระยะระหว่างแถว 1.2 การเตรยี มพันธุ์ - พันธุ์ควรมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ กาแฟโรบัสต้าพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรได้แก่พันธุ์ชุมพร 1 พนั ธุ์ชุมพร 2 พันธชุ์ มุ พร 3 พันธุช์ ุมพร 84 - 4 และพันธุช์ มุ พร 84 - 5สว่ นกาแฟอารบิก้าพันธุ์รับรองของ กรมวชิ าการเกษตร ไดแ้ ก่ พันธเุ์ ชียงใหม่ 80 เกษตรกรสามารถคดั พนั ธุ์ดเี อง โดยพิจารณาจาก ตน้ แข็งแรง ต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูง (กิ่งให้ผลมีจำนวนมาก ข้อถี่จำนวนข้อมากจำนวนผลต่อข้อสูง) ให้ผลผลิตเรว็ ขนาดเมล็ดใหญ่ กลิน่ และรสชาตดิ ี - ต้นกล้าอายุที่เหมาะสม กาแฟอาราบิก้าควรมีอายุ8 – 12 เดือน ส่วนกาแฟโรบัสต้าควรใช้ต้นกล้า อายุ 6–14เดือน มใี บจรงิ 4–5 คู่ ความสูงอยา่ งนอ้ ย 20เซนตเิ มตรชำในถุงพลาสติก 2. การปลกู 2.1 วิธปี ลกู - ปลูกชว่ งตน้ ฝน วางกล้ากาแฟลงในหลมุ ปลูก ให้โคนตน้ เสมอปากหลมุ แล้วกลบดินสำหรบั กาแฟโรบสั ตา้ เปน็ พืชผสมข้าม ควรปลกู อย่างน้อย 3 สายพนั ธุโ์ ดยปลกู สลบั แถว - ปอ้ งกันการโยกของต้นกาแฟ โดยปักไม้ทำมุม 45 องศา กับพืน้ ดนิ ปลายไมผ้ กู ติดกบั ต้นกาแฟ - คลมุ รอบโคนต้นกาแฟดว้ ยหญ้าแห้ง หรือวสั ดอุ ่นื ใหห้ ่างจากโคนอยา่ งนอ้ ย 10เซนตเิ มตร 2.2 การเตรยี มดนิ - ทำหลุมขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยดินผสมปุ๋ยคอกหรือปุย๋ หมักท่ีย่อยสลายดแี ลว้ อัตรา 3 - 5 กิโลกรัม และหนิ ฟอสเฟต อตั รา 100 - 200 กรัมตอ่ หลมุ 2.3 ระยะปลกู - กาแฟโรบสั ต้า ใช้ระยะ 3 x 4 - 3 x 4 เมตร กาแฟอาราบิก้าใชร้ ะยะ 2 x 2 เมตร2.4 จำนวนตน้ ต่อไร่ - กาแฟโรบสั ต้า 100 – 180 ตน้ ต่อไร่ กาแฟอาราบิก้า 400 ต้นต่อไร่ 3.การดแู ลรกั ษา 3.1 การใสป่ ยุ๋

๗ - ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีปีที่ 1 – 2 ใส่ปุ๋ยอินทรีย์1- 2 กิโลกรัมต่อต้น ปีที่ 3เป็นต้นไป ใส่ 3 – 5 กิโลกรมั ตอ่ ตน้ - ปุ๋ยเคมีควรใส่เมื่อดินชื้น ควรให้ปริมาณน้อย แต่บ่อยครั้ง ปีที่ 1 และ 2 ใส่ปุ๋ย15-15-15 ผสมสูตร 46- 0-0 อัตรา 150 และ 50 กรัมต่อต้นต่อปตี ั้งแต่ปีที่ 3 ใส่ปยุ๋ สตู ร 12-12-17หรอื 13-13-21 อัตรา 600 กรัม ตอ่ ต้นตอ่ ปหี ลังเกบ็ เก่ียวและตดั แต่ง ใสป่ ยุ๋ สูตร 46-0-0อตั รา 100 กรมั ต่อต้นตอ่ ปี 3.2 การให้น้ำ - กาแฟปลกู ใหม่ หรอื ช่วงเร่ิมตดิ ผล 3 เดือนแรก หากไมม่ ีฝนตก ต้องให้น้ำช่วย 3.3 การควบคุมทรงพุ่ม - ตัดยอดกาแฟให้เหลือความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เลือกกิ่งหลักที่แข็งแรง 1 กิ่ง(กรณีควบคุมทรง พุ่มเป็นลำต้นเดียว) หรือ 3 - 5 กิ่ง (กรณีควบคุมทรงพุ่มเป็นหลายลำต้น)หมั่นตัดกิ่งแขนงหรือกิ่งที่ไร้ ประโยชนอ์ อก 4. การป้องกนั กำจดั ศัตรูพชื 4.1 โรคแอนแทรคโนส - สาเหตุเกิดจากเชื้อรา ลักษณะอาการ แผลเป็นจุดสีน้ำตาล เนื้อเยื่อกลางแผลตายจุดแผลแต่ละจุด เชอื่ มตอ่ กนั เป็นแผลใหญ่ ทำให้ใบเปลย่ี นเปน็ สเี หลอื งและร่วง ตาดอกเหีย่ วกงิ่ เหยี่ วแห้ง ผลกาแฟหยุดการ เจริญเติบโต และเปล่ยี นเป็นสีดำ ผลยังคงติดอยูบ่ นกงิ่ ระบาดรนุ แรงในสภาพอากาศแห้งแลง้ - ป้องกันกำจัด โดยการรักษาระดบั รม่ เงาใหเ้ หมาะสม คลุมโคนต้นเพื่อรกั ษาความชืน้ ในดินตัดแต่งกิ่ง ใบ และผลที่เป็นโรคเผาทำลายนอกแปลง บำรุงต้นกาแฟให้แข็งแรง หากระบาดรุนแรงใช้แมนโคเซบ (80% W.P.) อัตรา 48 กรมั ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5 - 7 วนั หรือใชค้ อปเปอร์ออกซีคลอไรด์(62% W.P.) อัตรา 80 กรมั ตอ่ น้ำ 20 ลิตร 4.2 โรคราสนิม - สาเหตเุ กดิ จากเชือ้ รา ลักษณะอาการใบเป็นจดุ สเี หลอื งเลก็ ๆ และขยายใหญ่ขึ้นเรอ่ื ยๆ สีของแผลจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นผงสีส้ม ใบร่วง ต้นโกร๋น กิ่งแห้งในเวลาต่อมา มักเกิดกับกาแฟอารา บิกา้ - ปอ้ งกนั กำจัด โดย ใชพ้ ันธ์กุ าแฟที่ต้านทานโรคราสนิม ได้แก่ พนั ธุ์คาติมอร์หากระบาด รนุ แรง ใชส้ ารป้องกนั กำจัดเชอ้ื รา เช่น บอร์โดซ์มิกซ์เจอร์0.5% คูปราวิท 85% W.P.อตั รา 50 กรมั ตอ่ น้ำ 20 ลติ ร 4.3 มอดเจาะผลกาแฟ

๘ - ลกั ษณะและการทำลาย เป็นแมลงปกี แขง็ สดี ำ ขนาด 1 มลิ ลิเมตร วางไข่ ขยายพนั ธ์ุและกัดกนิ อยู่ในผล กาแฟ และอาศัยอยใู่ นผลกาแฟสุกจนแหง้ ดำทีต่ ิดค้างบนกิ่งและผลที่หล่นใต้ต้น - ป้องกันกำจัด โดย เก็บผลกาแฟสุกหรือแห้งติดค้างบนกิ่ง หรือร่วงหล่นใต้ทรงพุ่มนำไปเผาทำลายนอก แปลง ตัดแต่งกิ่งให้โปรง่ หากระบาดรนุ แรง ใชค้ ลอรไ์ พริฟอส (40% E.C.) อตั รา35 มิลลิลติ รตน่ ำ้ 20 ลิตร พ่นทุก 15 วนั หรอื ไตรอะโซฟอส (40% E.C.) อตั รา 40 มิลลิลิตรตอ่ นำ้ 20 ลติ ร พ่นทุก 15 วัน 4.4 หนอนกาแฟสแี ดง - ลกั ษณะและการทำลาย ตวั หนอนสีนำ้ ตาลแดง เจาะกนิ เน้ือเย่ือทีก่ ง่ิ และลำต้น ทำใหก้ ิง่ หกั ยอดแห้ง - ป้องกันกำจัด โดยตรวจต้นและกิ่งกาแฟอย่างสม่ำเสมอ หากพบรอยหนอนเจาะทำลายให้ตัดนำกิ่งไป เผานอกแปลง รักษาบริเวณสวนให้สะอาด หลีกเลี่ยงการปลูกพืชอาศัย เช่น ชมพู่ลิ้นจี่ชบา ฯลฯ หาก ระบาดรุนแรง ใชค้ ลอรไ์ พรฟิ อส (40% E.C.) อัตรา 35 มลิ ลิลิตร ตอ่ นำ้ 20 ลติ รพ่นทกุ 15 วนั 5. การปฏบิ ัติก่อนและหลังการเกบ็ เก่ียว 5.1 การเก็บเกีย่ ว เก็บเมือ่ ผลกาแฟมสี ีส้ม ส้มแดง หรอื สเี หลอื ง ขนึ้ กับพันธท์ุ ยอยเก็บเก่ยี วประมาณ 2 - 4 ครง้ั 5.2 การคัดเลือกผลกาแฟ เทผลกาแฟในภาชนะบรรจุน้ำสะอาด คัดผลที่ลอยน้ำทิ้ง เพราะเป็นผลไม่ สมบูรณ์ 5.3 การทำสารกาแฟ ม2ี วธิ ดี งั น้ี - การสีเปยี ก มี4 ขนั้ ตอน ได้แก่ การปอกเปลอื ก การกำจัดเมือก การตากกาแฟกะลาการสีกาแฟกะลา - การสีแหง้ ม2ี ข้ันตอน ได้แก่ การตากผลกาแฟ และการสผี ลกาแฟ 5.4 การเก็บรกั ษา ความชน้ื เมลด็ กาแฟโรบสั ตา้ ไม่เกิน 13% กาแฟอาราบกิ า้ ไมเ่ กิน 12.5% บรรจุในภาชนะป่าน สะอาด ใหม่ ปราศจากกลิน่ 6. ขอ้ มูลอน่ื ๆ ตดั แต่งก่งิ อย่างสม่ำเสมอ และตดั ฟื้นต้น เม่อื ตน้ กาแฟอายุมาก ให้ผลผลิตลดลงจนไมค่ ุ้มกับค่าใช้จา่ ย

๙ ๖. วธิ ีการดแู ลรกั ษาการหลังจากการเก็บเก่ยี วผลผลติ กาแฟ รูปที่ ๑ : วิธีท่ี ๑ ตัดสว่ นทเ่ี ป็นก่ิงแขนงออก รูปท่ี ๒ : วิธที ี่ ๒ ตดั กง่ิ ทส่ี มั ผสั กับพ้นื ต้น รูปที่ ๓ : วธิ ที ี่ ๓ การคลุมโคลน รูปท่ี ๔ : วิธที ่ี ๔ การตัดยอด

๑๐ รปู ท่ี ๕ : วธิ ีที่ ๕ เก็บเมด็ ท่เี หลอื และเม็ดดำ ๗. แนวทางการเพ่ิมประสิทธภิ าพการผลิต 1.การตดั แต่งกิ่ง หลงั เก็บเกีย่ วผลผลติ ควรหมน่ั ตดั กง่ิ ที่ไร้ประโยชน์ให้หมด เช่น กงิ่ แห้ง กิง่ แขนง กิ่งแคระแกร็น กิ่งไม่ให้ผล รวมทั้งกิ่งย่อยที่แน่นทึบ เพื่อลดการระบาดของโรคแมลงและทำให้ได้ผลผลิตดก สมำ่ เสมอทกุ ปี 2.การตัดฟื้นต้น (การตดั ทำสาว) ควรตัดฟน้ื ต้นกาแฟ เมือ่ ต้นกาแฟอายุมาก ให้ผลผลิตลดลงจนไม่คุ้มกับ ค่าใช้จ่าย (ต้นสูงโคนต้นโล่ง ผลกระจุกกันเฉพาะที่ปลายกิ่ง) โดยใช้วิธีตัดหมดต้น หรือตัดแบบไว้กิ่งพี่เลี้ยง1 กิ่งที่ ระดับความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร หน้าตัดเอียง เพื่อไม่ให้น้ำขังบนตอ ทาปูนแดงหรือสีตรงรอยตัดเมื่อกาแฟ แตกกิ่งและทรงพุ่มใหม่ จึงค่อยตัดกิ่งพี่เลีย้ ง กาแฟที่ตัดฟื้นต้นจะเริ่มใหผ้ ลผลติ ในปีถัดไปและผลผลิตค่อยเพิ่มมาก ขึน้ จากเดมิ กอ่ นตัด 3.การปรับปรงุ บำรุงดินตามคา่ วเิ คราะห์ดนิ 3.1 การเก็บตวั อย่างดนิ เพือ่ ตรวจวิเคราะห์ เก็บตัวอยา่ งดนิ หลังการใส่ปยุ๋ และปูนอย่างน้อย 30 วัน โดยเก็บบรเิ วณทรงพมุ่ กาแฟให้กระจายทั่วทั้งแปลง ระดบั ความลึกไม่เกิน 30 เชนตเิ มตร 3.2 การใส่ปูนปรับสภาพดิน ส่วนใหญ่ดินปลูกกาแฟเป็นกรดจัด ทำให้รากกาแฟไม่สามารถดูดธาตอุ าหาร ในดนิ ไปใชไ้ ดเ้ ต็มที่ ควรใสป่ นู ปรับคา่ ความเป็นกรด โดยหวา่ นบางๆ ใหท้ ่ัวบรเิ วณทรงพมุ่ ปีละ 1 - 2 ครงั้

๑๑ ในขณะดินชื้น ก่อนใส่ปุ๋ยเคมีอย่างน้อยครึ่งเดือน ถ้าดินมีค่าแคลเซียมและแมกนีเซียมต่ำ ให้ใช้ปูนโดโล ไมต์ถ้ามีค่าแคลเซียมต่ำอย่างเดียว ให้ใช้ปูนขาว และถ้ามีค่าแมกนีเซียมต่ำอย่างเดียว ให้ใช้แมกนีเซียม ซลั เฟต 3.3 การใส่ปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยวตามคา่ วิเคราะห์ดิน ปุ๋ยเคมีเชิงเดีย่ วที่แนะนำ ได้แก่ ปุ๋ยยูเรีย 18-46-0 และ0- 0-60ใส่ตามคำแนะนำท่ไี ดจ้ ากคา่ วิเคราะห์ดิน เพ่ือให้ใสป่ ุ๋ยตรงตามความต้องการของพืชและลดต้นทุนค่า ปยุ๋ เคมี 4.การใชป้ ุ๋ยอินทรยี ์ร่วมกับปุย๋ เคมีใช้เปลือก แกลบกาแฟ และวสั ดเุ หลอื ใช้เพ่อื ผลิตเป็นปุ๋ยหมกั ลดตน้ ทุนการผลิต และปรับปรุงโครงสรา้ งดนิ ใหร้ ่วนซยุ เหมาะสมกับการเจรญิ เตบิ โตของต้นกาแฟ 5.การให้น้ำชว่ งฤดแู ล้งชว่ งกาแฟติดผลออ่ น และชว่ งผลขยายขนาด ซึ่งตรงกับช่วงแล้ง ควรให้น้ำชว่ ยเพื่อ ทำให้ผลกาแฟมีขนาดใหญ่ และนำ้ หนักดี ๘. ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมท่เี หมาะสมตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและใหผ้ ลผลติ ของกาแฟ สภาพแวดลอ้ ม ความเหมาะสม ข้อจำกดั 1.สภาพภูมอิ ากาศ - กาแฟอาราบิก้าชอบอากาศหนาวเยน็ อุณหภูมิที่ - ถ้าอุณหภูมิสูงเกินไป จะทำให้ เหมาะสมประมาณ 15 - 21 องศาเซลเซยี ส อัตราการสังเคราะห์แสงลดลง - กาแฟโรบัสต้าชอบอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิท่ี ใบเหลอื งและรว่ ง จงึ ควรบังรม่ เงาแก่ เหมาะสมประมาณ 25 - 32 องศาเซลเซียส กาแฟ - ถ้าอุณหภูมิต่ำเกินไป จะทำให้ เจริญเตบิ โตช้า ต้นแคระแกรน็ ติดผลน้อยควรคลุมดินด้วยวัสดุคลุม ดนิ การปลูกไม้บงั ลม 2. สภาพพื้นที่ - กาแฟอาราบิก้าควรปลูกในพื้นที่700 เมตร - ถ้าปลูกกาแฟอาราบิก้าในพื้นที่ที่มี เหนอื ระดับ นำ้ ทะเลข้ึนไป ระดับความสูงน้อยกว่าที่กำหนดไม่ - กาแฟโรบัสต้าปลูกได้ในพื้นที่ตั้ ง แต่ มากนกั อาจใช้การวางแปลงปลูกให้มี ระดบั นำ้ ทะเลถึง700เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ร่มเงาในตอนบ่าย การปลูกพืชบังร่ม - พื้นที่ปลูกมีความลาดเอียงไม่เกิน 30% ไม่มีน้ำ เพอ่ื ลดอณุ หภมู ิ ท่วมขงั - ถ้าปลูกในพื้นที่ลาดชันสูง ควรมี มาตรการในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เช่นการทำขั้นบันได การปลูกพืช

๑๒ ตามแนวระดับ การปลูกพืชคลุมดิน การทำร่องเพอื่ ระบายนำ้ ฯลฯ 3. สภาพดนิ - ดนิ ร่วน ระบายนำ้ ดมี ีอนิ ทรยี วตั ถุไม่ต่ำกวา่ 1% - ถ้าสภาพดินไม่เหมาะสม จะทำให้ 4. ธาตุอาหาร 5. สภาพน้ำ - ชั้นดินลกึ ไม่น้อยกวา่ 50 เซนติเมตร ต้นกาแฟเจริญเติบโตแข็งแรงไม่ดี - ค่าความเปน็ กรดดา่ ง (pH) ระหว่าง 5.5 - 6.5 เ ท ่ า ท ี ่ ค ว ร ก า ร ใ ช ้ ป ุ ๋ ย ไ ม ่ มี ประสิทธิภาพ ควรตรวจวิเคราะห์ดิน และปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสม กบั สภาพดิน - ต้นกาแฟต้องการธาตุอาหารสูงมาก ควรใส่ปุ๋ย - พืชจะตอบสนองต่อธาตุอาหารท่ีใส่ สม่ำเสมอ เมือ่ ดินมธี าตุนนั้ ไม่เพยี งพอ - ควรมีธาตุโปแตสเซียมสูง เพราะเป็นธาตุสำคัญ - ถ้าใส่ปุ๋ยตามที่ควรใส่แล้วพืชไม่ ในการตดิ ผลกาแฟ (ไม่น้อยกว่า 120 มลิ ลกิ รมั ต่อ ตอบสนอง แสดงว่า อาจขาดธาตุอ่นื กโิ ลกรัม) หรือรากพชื ดูดเอาไปใช้ไม่ได้เนื่องจาก pH ไม่ เหมาะสม หรือระบบรากกาแฟ เสยี หาย - ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยไม่ควรต่ำกว่า 1,500 - ถ้าปลกู ในแหล่งทม่ี ฝี นตกหนัก ควร มิลลิเมตรต่อปีและมีการกระจายของฝน 7 - 8 คำนงึ ถงึ การระบายนำ้ เดือน - ถ้าปลูกในแหล่งที่มนี ้ำฝนนอ้ ย ควร - มนี ำ้ เพียงพอสำหรบั ใชใ้ นฤดูแลง้ มีการป้องกันการสูญเสียความชื้นไป จากดินเช่น การปลูกไม้บังลม การ คลมุ โคนตน้

๑๓ บรรณานุกรม กรมส่งเสริมการเกษตร. (๒๕๕๗). การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาแฟ. สืบค้นเมื่อ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖. จาก https://esc.doae.go.th/ จัน ลั่นทุ่ง. (๒๕๖๔). เมล็ดแรกแห่งความภูมิใจ กาแฟเชอรี่ ของดีที่บ้านกองกาย เชียงใหม่. สืบค้นเมื่อ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖.จาก https://www.ejan.co/ejan-luntung/ ศุภนารถ เกตเุ จรญิ . (ม.ป.ป.) . กาแฟ. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั . สถาบันวจิ ัยพืชสวน กรมวชิ าการเกษตร. (๒๕๕๓). การจัดการความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ กาแฟครบวงจร. กรุงเทพฯ : หา้ งห้นุ ส่วนจำกัดรกั ษพ์ ิมพ.์ สำนักมาตรฐานสินคา้ เกษตร . (๒๕๕๓). การปฏิบัติทางการเกษตรทดี่ สี ำหรับกาแฟ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด องค์ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต. (ม.ป.ป.). ไม้ผลไม้ยืนต้น. สืบค้นเมื่อ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖. จาก https://shorturl.asia/3RHQ0


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook