Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คลายปม ๒

คลายปม ๒

Description: คลายปม ๒

Search

Read the Text Version

๑๔ ​ถาม พระส​ งฆค​์ วรจ​ ะร​ บั ร​ค​ู้ วามเ​ปน็ ไ​ปข​ องบ​ า้ นเ​มอื ง​(​ก​ ารเมอื ง)​​ และ​ข​ า่ วสารท​ างโ​ลกห​ รอื ไ​ม​่พระม​ ส​ี ทิ ธว​ิ พิ ากษว​์ จิ ารณส​์ อนน​ กั การ​ เมือง​ท่​ีประพฤติ​นอก​ล่​ูนอก​ทาง​ได้​ไหม​เจ้าคะ​ ​ถ้า​นักการ​เมือง​ไม่​ พอใจ​คำส​ งั่ ส​ อน​มีส​ ิทธ​ิตัก​เตือนพ​ ระไ​ด้​หรือ​ไมเ่​จ้าคะ​ ​ตอบ​ ​อาตมาเ​ขา้ ใจว​ า่ ส​ ถาบนั ส​ งฆม​์ หี นา้ ท​ อ​ี่ ยา่ งห​ นงึ่ เ​ปน็ อ​ งคก์ ร​ ประสาน​ผูค้ น​ทุกช​ นชน้ั ใ​ นส​ ังคม​แ​ ละไ​ดท​้ ำห​ นา้ ท​ี่น้​มี าโ​ดย​ตลอด​ ใน​สังคม​ไทย​ ​ถ้า​ถูก​ต้อง​ตาม​หลัก​อุดมคติ​ ​เม่ือ​ใคร​เข้า​มา​ใน​วัด​ แล้ว​ย่อม​ไม่มี​คนรวย​คนจน​ ​คน​ช้ัน​นั้น​ช้ัน​น้ี​ ​ถ้า​มี​ก็​นับ​ว่า​ไม่​ถูก​ แล้ว​ ​ทันที​ท่ี​เรา​เดิน​เข้า​มา​ใน​เขต​วัด​ ​ต้อง​ถือว่า​เรา​ได้​ตาย​จาก ส​ ่งิ ​เหล่า​น้ัน​ชวั่ คราว​ต​ อนน​ เ​ี้ รา​เปน็ ​เพยี ง​ลกู ศ​ ษิ ย​พ์ ระ​​และ​พระจ​ ะ​ ต้อง​เป็น​ผู้​ที่​เป็นก​ลาง​ ​ยินดี​ต้อนรับ​ทุก​คน​ไม่​ว่า​เป็น​ใคร​ ​มา​จาก​ ไหน​ต​ ้องใ​ ห้การต​ อ้ นรับแ​ ละค​ วามเ​มตตาเ​สมอก​ นั ท​ ุกๆ​​คน​​น่​ีเปน็ ​ อุดมการณ์​หรือ​อุดมคติ​ ​ถึง​จะ​มี​ผิด​พลาด​บ้าง​โดย​ท่ัวไป​ ​อาตมา​ ว่า​คณะ​สงฆ์​ไทย​ได้​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ใน​เรื่อง​นี้​ค่อน​ข้าง​มาก​ ด​ ​จู าก​ประวตั ศิ าสตร​์ไทย​กไ็ ด​้ ไ​ม​ค่ อ่ ย​จะ​ม​คี วาม​ขดั แ​ ยง้ ​อนั ร​ นุ แรง​ ระหว่าง​ชนช้ัน​ต่างๆ​ ​ใน​สังคม​ ​ระบอบ​คอมมิวนิสต์​ไม่​สามารถ​ ครอบงำไ​ด้​​แสดงว​ า่ ​ใช้ได้​​และ​ได้​ผลใ​ นร​ ะดบั ห​ นึ่ง​ ​ นอกจาก​น้ัน​ ​พระ​ท่าน​ต้อง​เป็นก​ลาง​ใน​เรื่อง​การเมือง​ คนอ​ ยพ​ู่ รรคน​ นั้ เ​ขา้ ม​ าไ​ด​้ พ​ รรคน​ ก​ี้ เ​็ ขา้ ม​ าไ​ด​้ เ​อยี งซ​ า้ ยห​ รอื ซ​ า้ ยจ​ ดั ​ เขา้ ม​ าไ​ด​้ ข​ วาห​ รอื ข​ วาจ​ ดั ก​ เ​็ ขา้ ม​ าไ​ด​้ ท​ กุ ค​ นเ​ขา้ ว​ ดั ไ​ด​้ ค​ วามค​ ดิ เ​หน็ ​ ความเ​ชอ่ื ใ​ นเ​รอ่ื งร​ าวใ​ นส​ งั คมไ​มค​่ วรเ​ปน็ อ​ ปุ สรรค​ข​ อใ​ หเ​้ ขา้ ไปห​ า​ : 39

40 : ชยสาโร ภกิ ขุ พระ​ดว้ ยค​ วาม​เคารพแ​ ละค​ วาม​สำรวม​กายว​ าจาใ​ จ​​สนใจศ​ กึ ษา​ คำส​ ง่ั ส​ อนข​ องพ​ ระพทุ ธเจา้ ​อ​ ยา่ งน​ ถ​้ี อื วา่ ใ​ชไ้ ด​้ถ​ า้ ห​ ากพ​ ระพ​ ดู เ​รอ่ื ง​ การเมือง​โดย​เฉพาะ​ ​มัน​ก็​มี​ปัญหา​ได้​ใช่​ไหม​ ​ว่า​ผู้​ท่ี​ไม่​เห็น​ด้วย​ก็​ จะไ​มอ​่ ยากเ​ขา้ ว​ ดั ​ห​ รอื ถ​ า้ พ​ ระพ​ ดู เ​รอื่ งท​ างโ​ลกโ​ดยไ​มม่ ค​ี วามร​ พ​ู้ อ​ ผท​ู้ ม​่ี ค​ี วามร​ ใ​ู้ นเ​รอ่ื งน​ น้ั ๆ​ก​ จ​็ ะเ​สยี ศ​ รทั ธา​ไ​มใ่ ชว​่ า่ พ​ ระป​ ฏบิ ตั ธ​ิ รรม​ แลว้ จ​ ะร​ ท​ู้ กุ ส​ ง่ิ ท​ กุ อ​ ยา่ ง​เ​รอื่ งธ​ รุ กจิ เ​รอื่ งก​ ารง​ าน​อ​ าตมาย​ อมรบั ว​ า่ ​ สโ​ู้ ยมไ​มไ​่ ด​้ เ​พราะโ​ยมเ​รยี นร​ เ​ู้ รอ่ื งน​ ม​้ี าโ​ดยเ​ฉพาะ​อ​ าตมาก​ ​็ S​ nake​ Snake​ ​Fish​ ​Fish​ ​รู้​อยู่​บ้าง​นิด​หน่อย​แต่​ไม่​ถนัด​ไม่​เคย​เรียน​มา​ ก​็ต้อง​ถอ่ มต​ น​ไม่​กลา้ ​พูดม​ าก​ ​ ถา้ ​พระ​เรา​เข้า​ข้าง​พรรคการเมอื งพ​ รรคใ​ ดพ​ รรคห​ น่งึ ​ค​ นท​ ี่​ อย​ูพ่ รรคอ​ ่ืน​ก็​จะ​ไมพ​่ อใจ​​สมมตวิ​ ่า​สถาบัน​สงฆ​ส์ นบั ​สน​นุ พรรคๆ​ หน่งึ ​ห​ รือ​สีๆ​ห​ นง่ึ ​แ​ ลว้ ​พรรค​น้นั แ​ พ​้ ​อีก​พรรคห​ น่งึ ​ไดเ​้ ปน็ ​รัฐบาล​ พรรค​น้ี​จะ​ทำ​อย่างไร​กับ​พระ​ ​ถ้า​พระ​สอน​ชาว​บ้าน​ให้​ไป​เลือก​ต้ัง​ อีก​ฝ่าย​หน่ึง​ ​เมื่อ​เขา​ชนะ​เขา​ก็​ต้องหา​ทาง​จัดการ​กับ​พระ​ท่ี​ถือว่า​ เปน็ ศ​ ัตรท​ู างการ​เมอื ง​​สถาบันส​ งฆก์​ จ็​ ะม​ ​ีปัญหาแ​ นน่ อน​ ​ ใน​วัดเ​องก​ ต็​ อ้ งม​ ี​ปัญหา​เ​พราะ​เป็น​ไปไ​ดย​้ ากท​ ี่​พระท​ กุ ​รปู ​ จะ​มี​ความ​คิด​เห็น​เหมือน​กัน​ ​เจ้า​อาวาส​อาจ​จะ​ใช้​อำนาจ​บังคับ​ ให้​พระ​ใน​วัด​เข้า​กับ​พรรค​ที่​ท่าน​พอใจ​ ​สมมติ​ว่า​เจ้า​อาวาส​ชอบ​ พรรค​หนงึ่ ​​รองเ​จ้า​อาวาสช​ อบอ​ กี พ​ รรคห​ นึ่ง​​พระส​ งฆ​์ก็​เสียค​ วาม​ สามคั คเ​ี สยี แ​ ลว้ ​ว​ นุ่ วายไ​ปห​ มด​ห​ นา้ ทข​่ี องพ​ ระค​ อื ต​ อ้ งพ​ ดู เ​รอ่ื งศ​ ลี ​ เรอ่ื ง​ธรรม​ห​ ากจ​ ะ​วิเคราะหอ​์ ะไร​ก​ใ็ หว้​ เิ คราะห​์ใน​แงข่​ องศ​ ลี ธ​ รรม​ ถา้ ​มีน​โยบ​ ายอ​ ะไร​ที่ม​ ​ีผลกร​ ะท​ บ​ตอ่ ​ศีลธ​ รรม​พ​ ระเ​ราก​ พ็​ ูดไ​ด้​แ​ ต่​ พดู เ​ฉพาะใ​นเ​รอ่ื งท​ เ​่ี กยี่ วก​ บั ห​ ลกั ธ​ รรมโ​ดยเ​ฉพาะ​พ​ ระใ​หห​้ ลกั เ​ปน็ ​

กลางๆ​ใ​ ห้​โยมเ​ป็นผ​ ​ู้ประยกุ ต​ห์ ลักน​ น้ั ก​ บั เ​หตกุ ารณ์​ ​ ใน​โลก​ตะวัน​ตก​มี​ธรรมเนียม​หนึ่ง​ท่ี​อาตมา​สังเกต​แล้ว​ ชอบ​​คอื เ​วลาค​ นจ​ บ​ดอกเตอรเ์​ขียนจ​ ดหมายถ​ งึ ​หนังสือพิมพ​์หรอื เ​ขยี นบ​ ทความบ​ างอ​ ยา่ ง​ห​ ากเ​ขาแ​ สดงค​ วามค​ ดิ เ​หน็ ใ​ นเ​รอื่ งท​ เ​ี่ ขา​ ไม่​ถนัด​​หรือ​เรื่อง​ท่​ีเขา​ไม่​ได้​ศกึ ษา​มา​โดยตรง​​เช่น​​สมมติ​ว่า​เขา​ เปน็ ด​ อกเตอรท​์ างเ​ศรษฐศาสตร​์แ​ ลว้ อ​ อกค​ วามเ​หน็ เ​รอื่ งร​ฐั ศาสตร​์ เวลา​เซ็น​ช่ือ​เขา​จะ​ใส่​คำ​ว่า​ดอกเตอร์​อยู่​ใน​วงเล็บ​ ​เป็นการ​ แสดง​ให้​รู้​ว่า​เขา​ออก​ความ​คิด​เห็น​ใน​เร่ือง​ที่​ตัว​เอง​ไม่​ได้​เรียน​มา​ โดย​เฉพาะ​ค​ อื ​ไม่ใช่​วา่ เ​มื่อ​เป็น​ดอกเตอรแ​์ ลว้ ​​ความร​ จู้​ ะ​ต้องเ​ป็น​ ระดบั ด​ อกเตอร์ใ​ นท​ กุ เ​รอื่ ง​ไ​มใ่ ช่ว​ า่ เ​มอื่ เ​ราเ​ปน็ ค​ รบู าอ​ าจารย์ห​ รอื ​ เป็น​พระ​อริย​เจ้า​ ​ความ​รู้​ของ​เรา​ใน​ทุก​เร่ือง​จะ​ต้อง​เป็น​ความ​รู้​ใน​ ระดับ​อริยะ​ ​ ตอน​ศึกษา​พระพุทธ​ศาสนา​แรกๆ​ ​อาตมา​ชอบ​มาก​ท่ี​ พระพุทธ​องค์​ตรัส​เตือน​สาวก​ไม่​ให้​เชื่อ​อะไร​ง่าย​ ​แม้แต่​เป็น​ พระพุทธ​วัจนะ​ ​อาตมา​ว่า​คำ​สอน​ของ​พระพุทธ​ศาสนา​มี​คำ​ตอบ​ ต่อ​ราก​เหง้า​ปัญหา​มนุษย์​ ​สังคม​ไทย​จะ​ดี​ข้ึน​ถ้า​จริงใจ​ต่อ​ พระพุทธ​ศาสนา​มากกว่า​น้ี​ ​แต่​เรา​ต้อง​ชัดเจน​ใน​หน้าท่ี​ของ​ สงฆ์​ ​หน้าที่​ของ​คฤหัสถ์​ ​และ​ความ​สัมพันธ์​ท่ี​ถูก​ต้อง​จึง​จะ​ดี​ ท่ีสุด​ ​ บทบาทข​ องส​ งฆใ​์ นส​ งั คมต​ อ้ งเ​ปน็ กล​ าง​ไ​มเ​่ ขา้ ใ​ครอ​ อกใ​คร​ ต้องเ​ปน็ ​ที​่พง่ึ ​ของค​ นท​ ุกค​ น​​ไม​่ว่า​คนๆ​น​ ั้น​จะม​ ค​ี วามค​ ดิ เ​ห็น​ม​ ที​ ฐิ ​ิ มานะอ​ ยา่ งไร​จ​ ะย​ ากด​ ม​ี จ​ี น​ม​ ต​ี ำแหนง่ ห​ รอื ไ​มม่ ต​ี ำแหนง่ ​พ​ ระต​ อ้ ง​ เป็น​ท่​ีพ่ึงข​ อง​คน​ทกุ ​คน​​พทุ ธศ​ าสนาข​ องเ​รา​จึง​จะย​ ัง่ ยนื ​ ​ : 41



๑๕ ​ถาม ​ ​ตอน​ท่ี​ท่าน​อาจารย์​บวช​ใหม่ๆ​​หลวง​พ่อ​ชา​สอน​ท่าน​ด้วย​ ภาษา​อะไร​เจ้าคะ​ ต​ อบ ​ ​สว่ นม​ าก​ทา่ นท​ ำให้​เรา​ด​ู ​ถ้า​ใชภ​้ าษา​กใ็​ ช้​ภาษาอ​ สี าน​บ้าง​ ภาษา​ไทย​บ้าง​ ​ตอน​เริ่ม​ต้น​ท่าน​ใช้​ภาษา​ลาว​มากกว่า​ ​อาตมา​ก็​ เข้าใจ​บ้าง​ไม่​เข้าใจ​บ้าง​ ​แต่​ก็​ดี​เพราะ​ทำให้​เรา​ขยัน​เรียน​ภาษา​ ถ้า​หลวง​พ่อ​ชา​พูด​ภาษา​อังกฤษ​ได้​ดี​ ​อาตมา​อาจ​จะ​ไม่​ได้​เทศน์​ ภาษาไ​ทย​คลอ่ ง​เหมอื นท​ ุก​วันน​ ก​้ี ็ได้​แ​ ต่​ทจี​่ ริง​แลว้ ​​เน้อื หา​ในก​ าร​ ส่ือสารน​ ัน้ ​มี​สอง​ประเดน็ ​​หนึง่ ​​คือต​ วั ​เนอื้ หาท​ ่จี​ ะ​สอ่ื ​แ​ ละ​สอง​​คือ​ ความ​รู้สึก​ระหวา่ ง​ผสู​้ อ่ื ​กับ​ผรู้ ับ​​แม้​ผส​ู้ อ่ื ​จะ​มว​ี ชิ า​ความ​ร้มู าก​และ​ พูด​เก่ง​ ​แต่​ผู้​ฟัง​ไม่​เคารพ​ไม่​ศรัทธา​ไม่​เลื่อมใส​ ​ส่ิง​ที่​ฟัง​ถึง​จะ​ดี​มี​ ประโยชนม​์ กั จ​ ะเ​ขา้ หข​ู วาอ​ อกห​ ซ​ู า้ ย​ห​ รอื บ​ างค​ นอ​ าจจ​ ะเ​ขา้ หซ​ู า้ ย​ ออกห​ ข​ู วา​แ​ ลว้ ​แตใ่​ ครถ​ นดั ​ส​ รปุ ว​ ่า​เก็บ​ขอ้ มลู ไ​มอ่​ ยู่​เ​ขา้ แ​ ลว้ ​ออก​ เลย​ ​เพราะ​ผู้รับ​ไม่​ประทับ​ใจ​ใน​ตัวผู้​สอน​ ​ฉะนั้น​ ​ไม่​ว่า​พ่อ​แม่​จะ​ อบรมล​ กู ​ค​ รจ​ู ะอ​ บรมเ​ดก็ น​ กั เรยี น​อ​ าจารยจ​์ ะอ​ บรมศ​ ษิ ย​์ ก​ ารท​ จ​่ี ะ​ ให้​เกดิ ​ผล​ม​ ัน​สำคญั ท​ ง้ั ส​ องป​ ระเด็น​​การ​สื่อสารเ​หมอื นป​ ฏิกิริยา​ ทางเ​คม​ี ท​ กุ ฝ​ า่ ยต​ อ้ งพ​ รอ้ ม​ม​ นั ไ​มไ​่ ดข​้ น้ึ อ​ ยก​ู่ บั ส​ ง่ิ ท​ ท​่ี า่ นส​ อนอ​ ยา่ ง​ เดยี ว​ห​ ากข​ นึ้ อ​ ยก​ู่ บั ก​ ารส​ รา้ งค​ วามส​ มั พนั ธท​์ เ​ี่ ออื้ ต​ อ่ ก​ ารส​ อนใ​หไ​้ ด​้ ผล​ด้วย​ค​ ือ​ความ​ร้สู ึกศ​ รทั ธา​เชอ่ื ม​ น่ั น​ ้นั เ​อง​ ​ หลวง​พ่อ​ชา​ท่าน​สอน​ส่ิง​ใด​​แม้​จะ​เรื่อง​เล็ก​เรื่อง​น้อย​​เรา​ จะ​ไม่ม​ีวนั ​ลืม​​ท่านส​ อนส​ ง่ิ ​ใด​เ​รา​มค​ี วาม​เชอ่ื ม​ นั่ ว​ า่ ส​ ่ิง​นัน้ ​ออกม​ า​ : 43

44 : ชยสาโร ภกิ ขุ จาก​จิตใจ​อัน​บริสุทธิ์​ของ​ท่าน​ ​ไม่​ได้​ออก​จาก​ความ​ทรง​จำ​ ​ไม่ใช่​ สิ่ง​ท่ี​ท่าน​เรียน​มา​ ​แต่​มัน​เกิด​จาก​ความ​บริสุทธิ์​ภายใน​จิตใจ​ของ​ ท่าน​ ​ทำให้​เกิด​ผล​ดี​กับ​ลูก​ศิษย์​ลูก​หา​ ​ที่​จริง​แล้ว​สิ่ง​ท่ี​หลวง​พ่อ​ สอน​โ​ดยท​ วั่ ไปแ​ ลว้ ก​ ไ​็ มม่ อ​ี ะไรแ​ ตกต​ า่ งจ​ ากค​ รบู าอ​ าจารยอ​์ งคอ​์ นื่ ​ ก็​มี​อยู่​บาง​ส่วน​ที่​ท่าน​มี​สำนวน​ของ​ท่าน​เอง​ ​มี​ข้อคิด​บาง​อย่าง​ท่ี​ รู้สึก​ว่า​ลึก​ซ้ึง​ ​แต่​ส่วน​มาก​ส่ิง​ที่​ท่าน​สอน​ก็​ไม่ใช่​เรื่อง​แปลก​ใหม่​ที่​ เรา​ไม่​เคย​ได้ยิน​มา​ก่อน​ ​แต่​เม่ือ​ท่าน​พูด​ ​มัน​ไม่​เหมือน​คน​อ่ืน​พูด​ พดู ส​ ่งิ ​เดยี วกนั ​แต่​มัน​ไม่​เหมือนก​ ัน​ม​ นั ​ถึงใ​ จจ​ ริงๆ​ ๑๖ ​ถาม ​ ​เหตุ​ใด​คนใน​สมัย​พุทธกาล​จึง​สามารถ​บรรลุ​ธรรม​ได้​ง่าย​ เช่น​ ​นางงาม​เมือง​ที่​พระ​อาจารย์​เล่า​ให้​ฟัง​ ​ซ่ึง​มี​ความ​โลภ​ถึง​ ขนาด​ฆ่าค​ นไ​ด้​แ​ ตเ​่ มอ่ื ​ไดฟ้​ ัง​ธรรมเ​พียงค​ รั้ง​เดยี ว​ก็​สามารถ​บรรล​ุ พระ​โสดาบัน​ ​ตอบ ​ ​ถ้า​เรา​พิจารณา​ใน​แง่​ที่​ว่า​วัฏสงสาร​ยาวนาน​มาก​นับ ​ล้านๆ​ๆๆ​​ชาต​ิ ​ผท​ู้ ​ี่สั่งสมบ​ ารมี​มาห​ ลายๆ​​ชาติ​เ​ขาก​ ​็คงห​ วงั ​ว่าจ​ ะ​ ได้​เกิด​เป็น​มนุษย์​ใน​มัชฌิม​ประเทศ​ ​ใน​เวลา​ที่​องค์​สมเด็จ​พระ​ สัมมา​สัม​พุทธ​เจ้า​ทรง​พระชนม์​อยู่​ ​ถ้า​ได้​ก็​เรียก​ว่า​ถูก​รางวัล​ที่​ ​๑​ ฉะน้ัน​ ​พวก​ที่​เกิด​ใน​สมัย​พุทธกาล​แล้ว​บรรลุ​ธรรม​ง่าย​น้ัน​ ​จริงๆ​ แล้วไ​มใ่ ช​่ว่าง​ า่ ย​ม​ ัน​ยาก​อยู่​​เพียง​แต่​เรา​ไม​เ่ ห็น​ความย​ าก​เ​พราะ​ ว่า​ความ​ยาก​มัน​อยู่​ใน​ชา​ติ​ก่อนๆ​ ​ท่ี​ได้​ส่ังสม​ความ​ดี​ไว้​ ​หลวง​

พอ่ ​ชาท​ ่าน​เทียบ​กับล​ ูกโป่ง​ท​ า่ น​วา่ ​เอาเ​ขม็ เ​ลม่ ​นิดเ​ดียวจ​ ม้ิ ​​ทำไม​ มนั ท​ ำใหล้​ กู โปง่ ​แตกง​ ่าย​​เพราะ​ลกู โปง่ ม​ ันพ​ ร้อม​เ​มือ่ ฟ​ ังค​ ำส​ อน​ ของพ​ ระพทุ ธเจา้ ก​ เ​็ หมอื นก​ บั ล​ กู โปง่ ถ​ กู เ​ขม็ จ​ ม้ิ ​อ​ วชิ ชาร​ ะเบดิ ห​ าย​ ไป​เลย​ค​ ำ​สอน​ไมก่​ ่​คี ำ​กเ​็ หมือนเ​ข็ม​ ​ อย่างไรก​ ็ตาม​อ​ ยา่ ล​ มื ว​ ่า​ผท​ู้ ่ี​อยใู่​ นม​ ัชฌมิ ป​ ระเทศ​ในส​ มยั ​ นน้ั ​ทไ่ี​ม่​ศรัทธา​กม็​ จ​ี ำนวน​มาก​​ไมใ่ ช่​เพยี ง​แค่​ไมช​่ อบ​​ถงึ ​ขั้นด​ า่ ว​ า่ ​ ใส่​ร้าย​ก​็ยัง​ม​ี ​ที่เ​ราอ​ า่ นพ​ ระ​สูตรเ​ก่ยี ว​กับผ​ ทู้​ ​ีบ่ รรล​ุงา่ ยๆ​ก​ เ​็ หมอื น​ เรา​ด​ูเฉพาะ​​Highlight​​ตวั ​อยา่ ง​เดด็ ๆ​​เหมอื น​กีฬา​ยาวๆ​​แต่​เขา​ Highlight​ ​ให้​ดู​ฉาก​เด็ดๆ​ ​มัน​ดู​ต่ืน​เต้น​ดี​ ​แต่​เขา​ก็​ตัด​บาง​ส่วน​ท่ี​ ไมน​่ า่ ด​ อ​ู อก​เ​ราม​ กั ไดอ​้ า่ นป​ ระวตั ผ​ิ ท​ู้ บ​่ี รรลธ​ุ รรม​ไ​มไ​่ ดอ​้ า่ นป​ ระวตั ​ิ ของ​ผท้​ู ​ี่ไม่บ​ รรล​ุ ถ​ ้า​เราเ​จอ​หนงั สือช​ ่ือ​​พระ​อาจารย​์ ​ก.​​​ชีวิต​ทไี่​ม่​ดี​ ขึ้น​แ​ ละ​ขอ้ ว​ ัตร​ปฏบิ ัต​ทิ ไี​่ มไ​่ ดผ้​ ล​​คง​ไม่ม​ีใคร​คดิ อ​ ยาก​อ่าน​ ​ เร่ือง​น้ี​สอน​ว่า​อะไร​​เร่ือง​นี้​สอน​ว่า​เรา​เอง​ระลึก​ชาติ​ไม่​ได้​ เรา​ไม่รู้​หรอก​ว่า​บารมี​ของ​เรา​ถึง​ขั้น​ไหน​แล้ว​ ​เรา​อาจ​จะ​ทำ​มา​ หลาย​ภพ​หลาย​ชาติ​แล้ว​ ​เรา​อาจ​จะ​เป็น​ลูกโป่ง​กำลัง​รอ​เข็ม​จิ้ม​ ก็ได​้ ข​ ณะน​ ้​ียังเ​หลอื อ​ ย​อู่ กี ​ไม่ม​ าก​​เปรียบ​เทยี บ​กับก​ ารข​ ดุ ​อุโมงค์​ ขุดเ​ขา้ ​ไปๆ​​มนั ม​ ืดม​ าก​ต​ อ้ งท​ ะล​เุ ลยจ​ งึ ​จะ​สว่าง​ข​ ุดอ​ โุ มงค​์เข้าไป​ ยงิ่ ​ลึกก​ ็ย​ ิง่ ​มืด​​ระยะ​ทาง​ถงึ ที​ท่ ะลุห​ น่งึ พ​ ันเ​มตร​​แม​จ้ ะ​ขุด​ถึง​​๙๙๐​ เมตรแ​ ลว้ ​ม​ นั ก​ ย​็ งั ม​ ดื อ​ ย​ู่ห​ ลายค​ นอ​ าจจ​ ะท​ อ้ ว​ า่ บ​ ญุ ว​ าสนาเ​ราน​ อ้ ย​ เลกิ ป​ ฏบิ ตั ิ​ธรรมอ​ ยแู่​ บบ​ธรรมดา​จะด​ ​กี ว่า​ท​ ง้ั ๆ​​ท​ี่จริงๆ​​แลว้ ​เหลอื ​ อีกเ​พยี ง​๑​ ๐​เ​มตรก​ ​็จะท​ ะลุแ​ ล้ว​ ​ : 45

46 : ชยสาโร ภกิ ขุ ๑๗ ถ​ าม​ เ​ราจ​ ะฝ​ กึ ต​ วั เ​องอ​ ยา่ งไรท​ จ​ี่ ะไ​มใ​่ หเ​้ พง่ โ​ทษค​ นอ​ นื่ ​ใ​นเ​มอื่ ใ​น​ ความเ​ป็น​จรงิ ท​ กุ ​คน​ก็​ม​ขี อ้ ​บกพรอ่ ง​ทงั้ ​นัน้ ​​ถา้ ​เรา​เป็นห​ วั หน้าง​ าน​ เราไ​มไ​่ ปช​ โ​ี้ ทษห​ รอื ข​ อ้ บ​ กพรอ่ งข​ องผ​ ใ​ู้ ตบ​้ งั คบั บ​ ญั ชา​ก​ จ​็ ะท​ ำใหม​้ ​ี ผล​เสยี ก​ ับง​ าน​ ​ตอบ​ ​เรื่อง​นี้​เป็น​เร่ือง​ของ​ภาษา​ ​เร่ือง​ช้ี​โทษ​เพ่ง​โทษ​ ​มัน​คนละ​ เร่ือง​ก​ าร​เพง่ ​โทษ​ที่เ​ป็นก​ ิเลส​​หรือเ​ปน็ ​สงิ่ ท​ เ่ี​รา​ตอ้ งพ​ ยายามช​ ำระ​ นั้น​เป็น​เร่ือง​ของ​โทสะ​ ​เป็น​เร่ือง​ความ​เศร้า​หมอง​ใน​จิตใจ​ของ​ เรา​ ​การ​ที่​เรา​คอย​จะ​จับผิด​ใน​เร่ือง​เล็ก​เร่ือง​น้อย​ทำให้​จิตใจ​เรา​ ไมส​่ งบ​​การเ​พ่งโ​ทษ​ใน​ลกั ษณะ​นเ้ี​กิดจ​ าก​ความอ​ ยาก​ห​ รืออ​ ยาก​ ให้​เขา​เป็น​อย่าง​หน่ึง​ ​เขา​ก็​ไม่​เป็น​อย่าง​ท่ี​เรา​อยาก​ให้​เขา​เป็น​ สถานการณเ์​ป็นอ​ ยา่ ง​หนงึ่ ​​ซง่ึ ไ​ม่​เป็น​อย่าง​ท่เี​ราอ​ ยาก​ให้​เปน็ ​ ​ เราม​ ม​ี าตรฐานห​ รอื ม​ อ​ี ดุ มการณส​์ งู ​เ​ราจ​ งึ ไ​มพ​่ อใจก​ บั ผ​ คู้ น​ หรือ​ส่ิง​ท่ี​ไม่​ตรง​ตาม​ความ​คิด​หรือ​ความ​คาด​หวัง​ของ​เรา​ ​น่ี​ก็​เป็น​ เรอื่ งอ​ ารมณเ​์ ศรา้ ห​ มองอ​ ยใ​ู่ นจ​ ติ ใจ​ใ​นก​ ารท​ ำงาน​พ​ ระองคท​์ รง​ สอนใ​หเ​้ ราเ​ปน็ ผ​ ท​ู้ ส​่ี รา้ งค​ วามร​ สู้ กึ ท​ ด​ี่ ต​ี อ่ ห​ นา้ ทข​่ี องต​ น​ใ​หเ​้ ปน็ ​ ผู้​รัก​งาน​ ​เป็น​ผู้​ที่​มี​ความ​สุข​กับ​ตัว​งาน​​โดยไ​ม่ต​ ้อง​หวังส​ ุข​จาก​ ผลข​ องง​ าน​ห​ รอื ไ​มไ​่ ดม​้ องว​ า่ ง​ านเ​ปน็ แ​ คเ​่ งอ่ื นไขท​ เ​่ี ราจ​ ะไ​ดร​้ างวลั ​ ใน​สิ่ง​ท่ี​เรา​ต้องการ​ ​จะ​เป็น​เงิน​เป็น​ทอง​ ​จะ​เป็น​ชื่อ​เสียง​ ​หรือ​จะ​ เป็น​อะไร​ก็​แล้ว​แต่​ ​ใน​การ​ทำงาน​ด้วย​ความ​รัก​ด้วย​ความ​สนใจ​ ​เรา​ต้อง​มี​ความ​พากเพียร​พยายาม​อย่าง​สม่ำเสมอ​ ​ไม่​ทำ​ตาม​

อารมณ์​​และไ​มห​่ วั่น​ไหวต​ อ่ อ​ ปุ สรรคท​ ี​่เกิดข​ ึน้ ร​ ะหวา่ งก​ ารท​ ำงาน​ ทำด​ ว้ ย​จติ ใจท​ ี่​จดจ่ออ​ ยก​ู่ บั ง​ าน​ ​ มี​คุณธรรม​อีก​ข้อ​หนึ่ง​ท่ี​เรา​ขาด​ไม่​ได้​ ​คือ​ความ​คิด​ท่ี​ จะ​พัฒนา​งาน​ของ​เรา​อยู่​ตลอด​เวลา​ ​คอย​ทบทวน​ดู​ว่า​วิธี​การ​ ที่​กำลงั ​ใช​้อย่​ูได้​ผล​มาก​นอ้ ย​แค​่ไหน​​ม​ตี รง​ไหน​บา้ ง​ท​ี่เรา​สามารถ​ ปรับปรุง​แก้ไข​ ​น่ี​ก็​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​การ​ทำงาน​ให้​ดี​และ​เป็น​ส่ิง​ ท่ี​ควรจ​ ะ​มี​​ซึ่ง​ก​เ็ ป็นการ​คอยด​ ​ขู ้อบ​ กพร่องด​ ว้ ยเ​ช่นก​ นั ​​แตไ่​มไ​่ ดด​้ ู​ ด้วย​ความ​รู้สึก​ว่า​ไม่​น่า​เลย​ ​ไม่​ควร​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น​ ​ทำไม​เขา​ถึง​ เปน็ ​อยา่ ง​นั้น​​ จิตใจ​ที่​เพ่ง​พิจารณา​จะ​ดู​ว่าที่​เป็น​อย่าง​น้ี​เพราะ​มี​เหตุ​มี​ ปัจจัย​อะไร​บ้าง​ ​มี​ข้อ​บกพร่อง​อะไร​ ​เพราะ​ความ​เข้าใจ​ของ​คน​ ทำงาน​ไม่​เพียง​พอ​ ​เขา​มี​ความ​เข้าใจ​ผิด​บ้าง​หรือ​เปล่า​ ​มี​ปัญหา​ ในก​ ารส​ อ่ื สารห​ รอื เ​ปลา่ ​ม​ ป​ี ญั หาใ​นค​ วามส​ มั พนั ธร​์ ะหวา่ งผ​ ใู้ หญผ​่ ​ู้ นอ้ ยหร​ อื เ​ปลา่ ​ม​ ป​ี ญั หาเ​รอื่ งค​ วามท​ จุ รติ ห​ รอื เ​ปลา่ ​อ​ นั น​ เ​ี้ ราค​ อยด​ ​ู ดว้ ยจ​ ติ ใจท​ เ​่ี ปน็ กล​ าง​ไ​มใ่ ชด​่ ว้ ยจ​ ติ ใจท​ โ​่ี กรธไ​มพ​่ อใจ​ว​ า่ ไ​มน​่ า่ ​ จะเ​ป็น​อย่าง​นัน้ ​​ไม​่ควรจ​ ะ​เป็น​อย่างน​ ​้ี ห​ ากเ​ราม​ ก​ี ารฝ​ ืน​ความจ​ ริง​ อยใู่​ นใ​ จ​ค​ วาม​ไม​่พอใจก​ ับ​สง่ิ ​ทเ​่ี ป็น​อย​ู่ จ​ ติ ใจ​ไมเ​่ ปน็ กล​ าง​​จติ ใจ​ จะข​ าด​ความส​ ุขุมร​ อบคอบ​​เหตผุ ลก​ ​็จะ​ถกู ​อคตคิ​ รอบงำ​ ​ การ​ท่ี​เรา​จะ​ดู​ความ​บกพร่อง​ ​ดู​ความ​ผิด​พลาด​ทั้ง​ของ​ ตวั เ​องแ​ ละค​ นอ​ น่ื ​เ​พอื่ ค​ ดิ ท​ จ​่ี ะป​ รบั ปรงุ แ​ กไ้ ข​เ​ราส​ ามารถท​ ำไดโ​้ ดย​ ไม​ต่ ้องไ​ป​เพ่งโ​ทษใ​ นล​ ักษณะท​ ่​ีโกรธ​หรือไ​ม่พ​ อใจ​​ถ้า​เราต​ อ้ งการ​ ให้​คน​ท่ี​อยู่​ใต้​การ​บังคับ​บัญชา​ของ​เรา​เปล่ียน​ไป​ใน​ทาง​ท่ี​ดี​ เ​ราต​ อ้ งฉ​ ลาดเ​หมอื นก​ นั ​ถ​ า้ เ​ราม​ แ​ี ตว​่ า่ เ​ขา​บ​ างทก​ี ไ​็ มเ​่ กดิ ผ​ ลด​ เ​ี ทา่ ​ : 47

48 : ชยสาโร ภิกขุ ท่ี​ควร​ ​เขา​จะ​ไม่​ยอมรับ​เม่ือ​เขา​ผิด​พลาด​ ​แต่​ถ้า​เรา​รู้สึก​หวัง​ดี​ต่อ​ เขา​ ​หวัง​ดี​ต่อ​งาน​ ​ท่ี​เรา​ตัก​เตือน​เพราะ​หวัง​ดี​ต่อ​งาน​ ​ไม่ใช่​จะ​ไป​ กดข่ี​จะ​ไป​ข่มเหง​เขา​ ​เขา​จะ​ไม่​กลัว​และ​เขา​จะ​ยอมรับ​ใน​ความ ​ผิด​พลาด​ของ​เขา​ได้​ง่าย​ข้ึน​ ​แต่​ถ้า​เขา​รู้สึก​ว่า​เจ้า​นาย​โกรธ​ไม่​ พอใจ​และ​จะ​ดุ​ว่า​ ​บางที​เขา​ก็​จะ​ปิดบัง​อำพราง​ความ​ผิด​พลาด​ ของ​ตัว​เอง​ ​หรือ​ว่า​ไป​โทษ​คน​อื่น​หรือ​สิ่ง​อื่น​ ​ปัญหา​ก็​จะ​แก้ไข​ได้​ ยากข​ ึน้ ​ ​ เราจ​ ะเ​หน็ ไ​ดว​้ า่ ค​ ณุ ธรรม​กบั ก​ เิ ลสม​ นั จ​ ะม​ อ​ี ะไรค​ ลา้ ยๆ​ก​ นั ​ กิเลส​คือ​ความ​โกรธ​ ​หรือ​กิเลส​ฝ่าย​โทสะ​คือ​การ​เพ่ง​โทษ​บุคคล​ ​เพ่ง​โทษ​สิ่ง​แวดล้อม​ ​ส่วน​ปัญญา​เป็นการ​พิจารณา​โทษ​ใน​ วฏั สงสาร​​เพ่ง​โทษข​ องก​ ิเลส​ค​ อื จ​ ับผดิ ​ของก​ ิเลส​​มัน​ก็​เปน็ การ​ด​ู การเ​พง่ ข​ อ้ บ​ กพรอ่ งเ​หมอื นก​ นั ​แ​ ตถ​่ า้ เ​ปน็ ฝ​ า่ ยโ​ทสะจ​ ะไ​มไ​่ ดท​้ ำให​้ สงิ่ ใ​ดด​ ข​ี นึ้ ​ใ​นข​ ณะท​ ถ​ี่ า้ เ​ปน็ ฝ​ า่ ยป​ ญั ญาจ​ ะเ​ปน็ ส​ งิ่ ท​ จ​ี่ ะน​ ำไ​ปส​ ก​ู่ าร​ แก้ป​ ัญหา​ ​ อกี ​ขอ้ ห​ นง่ึ ท​ ี่​คลา้ ยก​ นั ​​คือ​ความโ​ลภก​ บั ​ศรทั ธา​​คนท​ ข​่ี โี​้ ลภ​ อยากไ​ดน​้ น่ั อ​ ยากไ​ดน​้ ​่ี จ​ ะม​ จ​ี ติ ใจท​ ม​่ี องแ​ ตส​่ ง่ิ ท​ ด​ี่ ​ี ม​ องแ​ ตแ​่ งม​่ มุ ท​ ด​่ี ​ี ของส​ งิ่ ท​ ต​ี่ วั เ​องก​ ำลงั ต​ อ้ งการ​ส​ ว่ นศ​ รทั ธาก​ เ​็ ปน็ การม​ องแ​ งม​่ มุ ท​ ด​่ี ​ี และส​ งิ่ ท​ ด​ี่ ข​ี องก​ ารป​ ฏบิ ตั ​ิ โ​ดยไ​มไ​่ ดไ​้ ปส​ นใจใ​ นค​ วามย​ ากล​ ำบาก​ จติ ใจม​ ุง่ ม​ น่ั ​อยากไ​ด้​เหมอื นก​ ัน​​เปน็ พ​ ลังจติ ​ท่ี​คล้ายก​ บั ค​ วามโ​ลภ​ ถ้า​ผู้​มี​โทสะ​จริต​ปฏิบัติ​ธรรม​ก็​สามารถ​เปล่ียน​กระแส​ของ​โทสะ​ ซงึ่ เ​ปน็ พ​ ลงั อ​ ยใ​ู่ นใ​ จไ​ปใ​ นแ​ นวทางท​ ด​่ี ไ​ี ด​้ ค​ นข​ โ​้ี กรธค​ นม​ โ​ี ทสะจ​ รติ ​ มกั จ​ ะก​ ลายเ​ปน็ ค​ นป​ ญั ญาจ​ รติ ไ​ดง​้ า่ ย​ใ​นข​ ณะเ​ดยี วกนั ค​ นท​ โ​่ี ลภะ​ ​ จรติ ​ร​ าคะจ​ ริต​​คน​ทีร่ ัก​สวยร​ กั ​งาม​ถ​ ้า​ปฏิบตั ​ธิ รรม​พ​ ลังน​ น้ั ​ที่เ​ดมิ ​

เป็น​ของอ​ กุศล​ก​็จะ​เปลยี่ นเ​ปน็ ศ​ รัทธา​นำไ​ปส​ ่​ูสมาธไิ​ด้​งา่ ย​​เพราะ​ จติ ใจจ​ ดจอ่ อ​ ย​ู่ทล​่ี ม​หายใจห​ รืออ​ ารมณก​์ รรมฐาน​​เหน็ แ​ ต่ว​ ่า​มันด​ี มัน​งาม​จึง​ไม่​สนใจ​อย่าง​อ่ืน​ ​น่ัน​ก็​เป็น​จิต​ท่ี​จะ​สงบ​ได้​เร็ว​ ​เพราะ​ ฉะนั้น​​กิเลส​นี่​ถ้าเ​รา​ฉลาดก​ ​็สามารถ​พลกิ ใ​ ห้เ​ปน็ ค​ ุณธรรมไ​ด​้ ​ ๑๘ ​ถาม ​ ​เม่ือ​มี​การ​เผย​แพร่​หนังสือ​ต่าง​ศาสนา​เล่ม​หน่ึง​​ชาว​พุทธ​ หลายค​ นร​ สู้ กึ ว​ า่ เ​ปน็ การก​ ระทำท​ ไ​่ี มถ​่ กู ต​ อ้ ง​ท​ เ​่ี อาเ​งนิ ม​ าสน​ บั ส​ นนุ ​ สื่อ​เพื่อ​เอา​คน​ไป​เข้า​ศาสนา​ ​ชาว​พุทธ​ควร​ทำ​อย่างไร​ที่​จะ​ทำให้​ ศาสนาแ​ ขง็ แ​ รง​ ​ตอบ​ ​ข้อคิด​ข้อ​แรก​คือ​ ​เรา​บ่น​แต่​ว่า​ศาสนา​อื่น​ใช้​เงิน​มหาศาล​ พดู เ​หมอื นก​ บั ช​ าวพ​ ทุ ธย​ ากจน​ไ​มม่ เ​ี งนิ ​ท​ จ​ี่ รงิ ศ​ าสนาพ​ ทุ ธเ​ราม​ เ​ี งนิ ​ ไมน​่ ้อย​แ​ ต​ไ่ ม่ค​ อ่ ยจ​ ะ​ยอมใ​ ช​้เทา่ นนั้ ​เอง​จ​ ะ​เกบ็ ​ไวใ้​ น​ธนาคารก​ ิน​ ดอกเบยี้ ​ฉ​ ะนนั้ ​อ​ ยท​ู่ ว​ี่ า่ เ​ราใ​ชท​้ นุ ข​ องเ​ราใ​หเ​้ กดิ ป​ ระโยชนม​์ ากกวา่ ​ น้ี​ไม่​ได้​หรือ​ ​ก็​ควร​จะ​รวม​พลัง​ของ​ชาว​พุทธ​ ​ให้​มี​การ​เผยแผ่​ทาง​ ทีวี​ ​หรือ​ทาง​สื่อ​มวล​ชน​อ่ืนๆ​ ​ใน​ทาง​ท่ี​น่า​ดู​น่า​สนใจ​มากกว่า​นี้​ สิ่ง​ที่​ปรากฏ​คือ​ป้ายสี​เหลือง​ท่ี​ติด​ไว้​ทั่ว​ประเทศไทย​ ​ใคร​เป็น​ผู้นำ​ ไป​ติด​ไว้​ใน​ที่​สูงๆ​ ​น้ัน​ ​ก็​คง​เป็น​ชาว​พุทธ​นั่นเอง​ ​ชาว​พุทธ​เป็น​ ผูร้ บั ​จ้าง​​เพราะ​ฉะนน้ั ​​ถา้ ​ชาว​พทุ ธเ​ราย​ งั ​รกั เ​งนิ ​ค่าจ​ า้ งล​ กั ษณะ​น​้ี มากกวา่ ร​ กั ศ​ าสนาข​ องต​ วั เ​องก​ ค​็ งจะช​ ว่ ยไ​มไ​่ ด​้ เ​ราต​ อ้ งป​ ลกู ฝ​ งั ใ​ ห​้ คน​มี​ความ​รู้สึก​กตัญญู​กตเวที​ต่อ​ศาสนา​ของ​ตัว​เอง​ให้​มากกว่า​น้ี​ ไมค​่ ิดเ​อาแต่​เงินแ​ ตท่​ อง​ : 49

50 : ชยสาโร ภกิ ขุ ​ มนั ​อย่​ูทก่​ี าร​ทำตวั ข​ อง​เรา​นแ่ี​ หละ​​เราศ​ ึกษา​เราป​ ฏิบัติเ​รา​ ได้​หลัก​ท่ี​ถูก​ต้อง​ ​แล้ว​เรา​ก็​เผยแผ่​ใน​วง​แคบๆ​ ​ของ​เรา​เท่า​ท่ี​เรา​ ทำได้​แ​ ต​่ใน​ระดบั ​ชาต​ิ ​เรา​ก็ค​ วร​จะ​ม​ีการล​ ็อบบบ​ี้ ้าง​​เช่น​ถา้ เ​ทยี บ​ กับ​ท่ี​อเมริกา​จ​ ะเ​หน็ ว​ า่ ช​ าว​คริสตน​์ ล​ี่ อ็ บบม​้ี าก​ท่สี ุด​​เราอ​ าจจ​ ะ​ไม่​ ต้องการ​ทำ​แบบ​เขา​ ​แต่​ต้อง​ยอมรับ​ว่า​ก่อน​เลือก​ตั้ง​มัน​เป็น​ช่วง​ ท่ี​นักการ​เมือง​พรรคการเมือง​ยินดี​รับ​ฟัง​ประชาชน​ ​เพราะ​ว่า​เขา​ ตอ้ งการเ​สยี งข​ องป​ ระชาชน​ท​ จ​ี่ รงิ ก​ เ​็ ปน็ ช​ ว่ งท​ ช​่ี าวพ​ ทุ ธซ​ ง่ึ เ​ปน็ พ​ ลงั ​ เงยี บใ​ นป​ ระเทศไทย​ควรจ​ ะใ​ ช​้พลงั บ​ อก​ว่า​เราจ​ ะ​เลอื กค​ ณุ ​นะ​​แต่​ ขอ​ให้​ทำ​ส่ิง​ที่​เป็น​ประโยชน์​ต่อ​ชาว​พุทธ​อย่างไร​บ้าง​ ​คือ​เรา​ต้อง​ เรียกร​ อ้ ง​เขาบ​ า้ ง​​เรือ่ งแ​ บบ​น​้ียงั ไ​มค่​ ่อย​เห็นม​ ี​ ​ ยก​ตัวอย่าง​ ​อาตมา​เพิ่ง​ไป​เยี่ยม​ชาว​พุทธ​ฝ่าย​เถรวาท​ที่​ มาเลเซยี ​ซ​ งึ่ ม​ จ​ี ำนวนน​ อ้ ยม​ าก​ส​ ว่ นม​ ากเ​ปน็ ช​ าวม​ าเลเซยี เ​ชอื้ ส​ าย​ จีน​ ​ท่ี​เปล่ียน​จาก​มหายาน​มา​เป็น​เถรวาท​ ​เปล่ียน​เพราะ​ศรัทธา​ เปล่ียน​เพราะ​ได้​ศึกษา​แล้ว​ว่า​ใช่​ ​ฉะนั้น​พวก​น้ี​จะ​เข้ม​แข็ง​มาก​ นา่ ​นับถือ​ท​ ีอ​่ าตมา​ไป​เยีย่ มม​ ​ีชมุ ชนช​ ือ่ ​นาล​ นั ท​ า​เ​ขา​ไป​เช่า​ทเ่​ี ปน็ ​ ศาลาป​ ฏบิ ัต​ิธรรม​ซ​ ึ่ง​เขาจ​ ะ​ม​ีกจิ กรรม​ทุก​๒​ -​๓​ ​ว​ ัน​ม​ อี​ บรมส​ มาธิ​ ฟงั เ​ทศน​์ม​ ส​ี นทนาธ​ รรม​บ​ นถ​ นนร​ อบๆ​ศ​ นู ย​์เ​ขาจ​ ะเ​ชา่ ห​ อ้ งแ​ ถวอ​ ย​ู่ ในบ​ รเิ วณน​ นั้ ​จ​ ะม​ บ​ี า้ นช​ ายล​ ว้ นบ​ า้ ง​ห​ ญงิ ล​ ว้ นบ​ า้ ง​พ​ วกน​ กั ศกึ ษา​ พวกท​ ท​่ี ำงานแ​ ลว้ ก​ จ​็ ะร​ ว่ มก​ นั ท​ ำวตั รเ​ชา้ ท​ ำวตั รเ​ยน็ ​แ​ ละไ​ปท​ ำก​ จิ ​ ข้าง​นอก​ด้วย​ ​วัน​ไหน​มี​กิจกรรม​ที่​ศูนย์​ก็​มา​ร่วม​กัน​ ​ที่​นั่น​จะ​เป็น​ ศูนย์กลาง​ ​พวก​เขา​มี​ศรัทธา​สูง​และ​เข้ม​แข็ง​มาก​ ​มี​ความ​จงรัก​ ภักดี​ค​ วาม​สนใจ​​และ​ความม​ ุ่ง​มน่ั ใ​ นค​ วาม​เป็นพ​ ทุ ธ​สงู ม​ าก​ ​ เมื่อ​เรา​เห็น​พฤติกรรม​เห็น​ศรัทธา​ความ​เข้ม​แข็ง​ของ​คน​

นับถือ​ศาสนา​ไหน​ ​เรา​ไม่​ควร​ด่วน​สรุป​ว่า​เป็น​เพราะ​ศาสนา​ เพราะเ​หตผุ ล​ทางส​ งั คมด​ ้วย​​เช่นท​ ่ีม​ าเลเซีย​น้ี​อ​ าจจ​ ะเ​ปน็ ​เพราะ​ เขา​รู้สึก​ว่า​เขา​เป็น​คน​กลุ่ม​น้อย​ท่ี​คน​กลุ่ม​ใหญ่​ไม่​สนับสนุน​ ​ที่​ กัวลาลัมเปอร์​ก่อน​จะ​ติด​ป้าย​องค์กร​พุทธ​ท่ี​หน้า​ศูนย์​ได้​ ​ต้อง​เอา​ เรื่องเ​ข้าอ​ ำเภอ​ผ่านก​ า​รพ​จิ าณา​ของท​ างการ​ใ​ ช้​เวลาเ​ปน็ ​เดอื น​น​ ​่ี แคจ​่ ะต​ ดิ ป​ า้ ยห​ นา้ ศ​ นู ยเ​์ ทา่ นน้ั เ​อง​เ​พราะช​ าวพ​ ทุ ธท​ น​่ี น่ั อ​ ยล​ู่ ำบาก​ ยิ่ง​ลำบาก​ก็​ยิ่ง​เห็น​คุณค่า​ของ​ศาสนา​ ​ของ​เรา​น่ี​อยู่​ใน​เมือง​ไทย ​ทุก​อย่าง​มัน​ง่าย​ ​ย่ิง​ง่าย​ก็​ย่ิง​ประมาท​ ​แต่​ถ้า​ถูก​บีบ​เม่ือ​ไหร่​ ​อาจ​ เร่มิ ​เห็น​คณุ ค่า​มากข​ ้ึน​ ​ ๑๙ ​ถาม ​ ใ​นบ​ ทส​ วดแ​ ผเ​่ มตตาข​ อ้ ความท​ ว​่ี า่ ​ข​ อส​ ตั วท​์ ง้ั ห​ ลายท​ ง้ั ป​ วง​ จง​อย่า​ได้​พราก​จาก​สมบัติ​อัน​ตน​ได้​แล้ว​ ​สมบัติ​ใน​ท่ี​นี้​หมาย​ถึง​ อะไร​ใ​ นเ​มอื่ ​ทกุ ส​ งิ่ ล​ ว้ นแ​ ต​่ไม่เ​ท่ียง​ ​ตอบ​ ​คำถาม​ดี​ ​เป็นการ​ตั้ง​ความ​หวัง​ ​เหมือน​กับ​เรา​จะ​เอาแต่​ ฝ่าย​เหตุผล​อย่าง​เดียว​นั้น​คง​ไม่​ต้อง​แผ่​อะไร​เลย​ ​ขอ​ให้​สรรพ​ สัตว์​ทั้ง​หลาย​มี​ความ​สุข​ ​ทุก​วัน​นก​อยู่​ได้​ด้วย​การ​กิน​ไส้เดือน​ ​ถ้า​ นก​มี​ความ​สุข​ไส้เดือน​ก็​เป็น​ทุกข์​ ​ถ้า​ไส้เดือน​เป็นสุข​นก​ก็​อด​ตาย​ ดงั น​ น้ั จ​ ะใ​หม​้ นั ส​ ขุ ท​ กุ ๆ​ฝ​ า่ ยค​ งไ​มไ​่ ด​้ ส​ ตั วม​์ นั ต​ อ้ งก​ นิ ซ​ ง่ึ ก​ นั แ​ ละก​ นั ​ จึง​จะ​เอา​ตัว​รอด​ ​แต่​มัน​เป็นการ​สร้าง​ความ​รู้สึก​ที่​ดี​ภายใน​จิตใจ​ ของ​เรา​ ​คำ​นี้​ที่​ว่า​ ​ขอ​สัตว์​ท้ัง​หลาย​ท้ัง​ปวง​จง​อย่า​ได้​พราก​จาก​ : 51

52 : ชยสาโร ภิกขุ สมบัติ​อัน​ตน​ได้​แล้ว​ ​อัน​น้ัน​ก็​เป็นการ​เจริญ​มุทิตา​จิต​ ​คือ​ ​สัพเพ​ สตั ต​ า​​สุข​ิตา​โ​หน​ต​ุ ​อะ​เวร​า​โ​หน​ตุ​​อัพ​ยาป​ ชั ฌา​โ​หนต​ ุ​​อะน​ ฆี า​ โ​หนต​ ​ุ ส​ ขุ ​ี อ​ ตั ต​ านง​ั ​ป​ ะร​ ห​ิ ะร​ นั ต​ ​ุ น​ น่ั ค​ อื เ​มตตา​ส​ พั เพ​ส​ ตั ต​ า​ส​ พั พะ​ ทุก​ขา​ ​ปะ​มุญ​จัน​ตุ​​น่ัน​คือ​กรุณา​ ​ขอ​ให้​สัตว์​ทั้ง​หลาย​จง​อย่า​ได้​ พรากจ​ ากส​ มบัติ​อัน​ตนไ​ด​แ้ ลว้ ​​เปน็ ​มุทิตา​​สตั ว์ท​ ้งั ​หลายท​ งั้ ​ปวง​ม​ี กรรมเ​ปน็ ​ของ​ของต​ น​​อนั น​ ้ันก​ เ​็ ปน็ อ​ ุเบกขา​ ​ บท​แผ่​เมตตา​ที่​จริง​มัน​เป็น​พรหม​วิหาร​ทั้ง​ ​๔​ ​ข้อ​ ​อัน​น้ัน​ เป็น​ความ​มุ่ง​หมาย​ที่​จะ​แก้​ความ​อิจฉา​พยาบาท​ ​คือ​ ​ถ้า​อิจฉา​ก็​ จะอ​ ยากใ​ หเ​้ ขาพ​ รากจ​ ากส​ มบตั ท​ิ เ​่ี ขาไ​ดแ​้ ลว้ ​ม​ ค​ี วามไ​มพ​่ อใจ​เ​รา​ แกด​้ ว้ ยค​ วามค​ ดิ ต​ รงข​ า้ ม​ข​ ออ​ ยา่ ใ​หเ​้ ขาต​ อ้ งพ​ ลดั พรากจ​ ากส​ มบตั ​ิ ไมว​่ า่ จ​ ะเ​ปน็ ว​ ตั ถ​ุ ห​ รอื จ​ ะเ​ปน็ อ​ ะไรก​ แ​็ ลว้ แ​ ต​่ ร​ ปู ธ​ รรมน​ ามธรรมอ​ นั ​ ไหนท​ ม​ี่ นั ดอ​ี นั ไ​หนท​ เ​ี่ ขาพ​ อใจ​ข​ อใ​หเ​้ ขาม​ ค​ี วามส​ ขุ ก​ บั ส​ งิ่ น​ นั้ น​ านๆ​ นน่ั ​ก็เ​ป็นการ​เจรญิ ​มุทติ าจ​ ติ ​​แต​่จะม​ องใ​ น​หลักข​ องไ​ตรลักษณ์​​ก​็ ใช่​ท​ กุ ​ส่งิ ​ทุก​อย่าง​มันไ​ม่​เที่ยง​ ​ ๒๐ ​ถาม ​ ​การท​ ำบุญค​ อื อ​ ะไร​ท​ ำท​ ำไม​​และ​ควร​ทำ​อยา่ งไร​​จงึ ​จะ​ได้​ บญุ ​และเ​ม่อื ​ไหร่​​(​What​,​W​ hy,​​H​ ow,​​W​ hen​?​)​ ​ตอบ​ ​คำ​ว่า​ ​บุญ​ ​ท่าน​แปล​ใน​คัมภีร์​ว่า​ ​เครื่อง​ชำระ​สันดาน​ เพราะฉ​ ะนน้ั เ​ราท​ ำ​อะไรก​ ต็ าม​​พูดอ​ ะไร​กต็ าม​ค​ ดิ ​อะไรก​ ็ตาม​ ทม​่ี ล​ี กั ษณะช​ ำระส​ นั ดาน​ก​ เ​็ รยี กว​ า่ บ​ ญุ ท​ งั้ น​ น้ั ​พ​ ระพทุ ธอ​ งคเ​์ คย​

ตรัสเ​ตือน​พระท​ ี่ม​ ่งุ ม​ ั่น​ในก​ าร​ปฏิบตั ​ิ ​ปฏบิ ตั ​ิเอา​จรงิ เ​อาจ​ งั ​เ​อาแต​่ พระ​นิพพาน​อย่าง​เดียว​ ​พระองค์​ตรัส​ว่า​ ​“​ท่าน​ทั้ง​หลาย​อย่า​ไป​ ดูถูก​บุญ​นะ​ ​บุญ​เป็น​ชื่อ​ของ​ความ​สุข​”​ ​บุญ​เป็น​ส่วน​ประกอบ​ ของช​ ีวิตท​ ี่ด​ ง​ี าม​​บญุ ​เกดิ ​ดว้ ยก​ ารใ​ ห้​ทาน​บ​ ุญเ​กิด​ดว้ ยก​ ารร​ ักษา​ ศีล​ ​บุญ​เกิด​ด้วย​การ​ภาวนา​ ​ใน​สังคม​ไทย​ส่วน​มาก​เรา​ใช้​คำ​ว่า​ ทำบญุ ​โ​ดยห​ มายถ​ งึ ก​ ารใ​หท​้ าน​โ​ดยเ​ฉพาะก​ ารถ​ วายป​ จั จยั ​๔​ ​แ​ ก​่ พระ​สงฆ์​ ​นั่น​เป็น​แค่​ส่วน​หน่ึง​ของ​การ​ทำบุญ​ ​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน​ ถ้า​เรา​ระมัดระวัง​กาย​วาจา​ ​ควบคุม​ให้​อยู่​ใน​ขอบเขต​ของ​ศีล​ ​๕​ เรียกว​ ่าเ​ป็นการท​ ำบญุ ​ศ​ ีล​๕​ ​ข​ อ้ ​ค​ อื บ​ ญุ ​๕​ ​​ประการ​​การง​ ด​เว้น​ จากก​ ารกร​ ะท​ ำห​ รอื ก​ ารพ​ ดู ท​ ไ​ี่ มด​่ ไ​ี มง​่ ามค​ อื ก​ ารท​ ำบญุ ​ก​ ารภ​ าวนา​ คอื ก​ ารท​ ำบญุ ​เ​พราะเ​ปน็ การช​ ำระส​ นั ดานโ​ดยตรง​เ​ปน็ การฝ​ กึ ใ​น​ การ​ละก​ เิ ลส​ฝ​ ึกใ​ นก​ าร​บำเพ็ญส​ ่งิ ด​ ง​ี าม​ทาง​ดา้ นจ​ ติ ใจ​​น่เ​ี รียก​วา่ ​ เป็น​บุญส​ งู สดุ ​ ​ พระพุทธ​องค์​เคย​ตรัส​ไว้​ว่า​ ​ผู้​ถวาย​ภัตตาหาร​แก่​องค์​ สมเด็จ​พระ​สัมมา​สัม​พุทธ​เจ้า​พร้อม​ด้วย​พระ​อรหันต์​สาวก​ ​๕๐๐​ องค์​ ​ยัง​ได้​บุญ​น้อย​กว่า​ผู้​ที่​ทำ​จิตใจ​ของ​ตน​สงบ​แน่ว​แน่​เพียง​ ​๑​ วินาที​ ​การ​ทำ​จิตใจ​ของ​เรา​ให้​สงบ​แน่ว​แน่​นี่​เป็น​บุญ​ขนาด​ไหน​ ลองค​ ดิ ด​ ​ู ฉ​ ะนนั้ ถ​ า้ เ​ราเ​ขา้ ใจบ​ ญุ ใ​นค​ วามห​ มายท​ ก​ี่ วา้ งข​ วางอ​ ยา่ ง​ นี้​​คำถาม​ว่า​เมื่อไร​​ก็​ตอบ​ได้​อยู่​ใน​ตัว​ว่า​ตลอด​เวลา​ต​ ้อง​ทำให้​ ชีวติ ข​ อง​เราเ​ปน็ ​บญุ ​ทุก​ลมห​ ายใจ​​ส่วนค​ ำถามว​ า่ ท​ ำไม​เ​พราะ​ ว่า​ถ้า​เรา​ไม่​ทำบุญ​ ​เรา​ก็​ทำบาป​ ​พุทธ​ศาสนา​ถือว่า​ทำบุญ​ดี​กว่า​ ทำบาป​​ทง้ั ด​ ้วยก​ าย​ด​ ว้ ยว​ าจา​​ด้วยใ​ จ​ ​ ส่วน​การ​ทำบุญ​ใน​ความ​หมาย​สามัญ​ ​เร่ือง​การ​เอา​ของ​ : 53

54 : ชยสาโร ภิกขุ ไป​ทำบุญ​ท่ี​วัด​ ​หรือ​ว่า​เอา​ภัตตาหาร​ไป​ถวาย​ ​หรือ​การ​ใส่​บาตร​ มี​หลัก​ว่า​ควร​จะ​ภาวนา​ให้​จิตใจ​เบิก​บาน​ก่อน​ท่ี​จะ​ถวาย​ ​ขณะ​ที่​ ถวาย​ ​และ​หลัง​จาก​ถวาย​แล้ว​ ​มัน​จึง​จะ​ได้​บุญ​เต็ม​ที่​ ​บาง​คน​จะ​ ไปท​ ำบญุ ท​ ว​ี่ ดั ​ต​ นื่ แ​ ตเ​่ ชา้ ร​ บี ท​ ำก​ บั ขา้ วแ​ ขง่ ก​ บั เ​วลา​ค​ อยด​ น​ู าฬกิ า​ อยู่​เร่ือย​ ​แล้ว​ก็​เครียด​ตั้งแต่​เช้า​ ​จิตใจ​ไม่​เบิก​บาน​เพราะ​บริหาร​ เวลาไ​มค​่ อ่ ยเ​ปน็ ​ต​ อ้ งร​ บี ๆ​ท​ ำ​อ​ นั น​ ก​้ี ย​็ งั ไ​มเ​่ สรจ็ ​อ​ นั น​ นั้ ก​ ย​็ งั ไ​มเ​่ สรจ็ ​ อาบ​นำ้ ก​ ย​็ งั ​ไม่​ได​อ้ าบ​ใ​ คร​เดนิ ​เขา้ ​มาก​ ็ไ​ลเ​่ ขา​ออก​จาก​ครัว​เ​ด๋ียว​ จะ​ไมท่ ัน​​เรยี ก​วา่ ​ทำบญุ ​ดว้ ยจ​ ติ ใจ​เศร้าห​ มองต​ ง้ั แตเ​่ ชา้ เ​ลย​ ​ นั่ง​รถ​ไป​วัด​อารมณ์​ยัง​ค้าง​อยู่​​อาจ​จะ​มี​ปาก​เสียง​กับ​สามี​ ก็ได้​ ​ไป​ถึง​วัด​แล้ว​เป็น​ยัง​ไง​ ​วาง​อาหาร​ของ​ฉัน​ไว้​ตรง​นี้​ ​มี​ความ ร​ สู้​ ึกข​ องๆ​​ฉนั ​ท่ี​ค่อนข​ า้ ง​จะ​รุนแรง​​ถา้ เ​ปน็ ​วัด​ท่​ีทำ​แบบถ​ วายร​ วม​ โยมก​ ​็จะค​ อย​มอง​ว่า​พระ​ท่านจ​ ะ​ตัก​ของฉ​ นั ม​ ากน​ ้อย​แคไ​่ หน​​เห็น​ พระ​ตัก​ของ​เพ่ือน​ ​โอ้​โห​ ​ตัก​เยอะ​เลย​ ​พอ​ถึง​ของ​ฉัน​ ​ตัก​นิด​เดียว​ แหมอ​ ุตส่าห์​ตน่ื ต​ ัง้ แต​ต่ ี​๓​ ​เ​ขา้ ​ครัว​​สงสารต​ ัวเ​อง​พ​ ระต​ ัก​นิดเ​ดยี ว​ ไม่​เห็น​ของ​เขา​จะ​อร่อย​กว่า​ของ​เรา​เลย​ ​การ​คิด​อย่าง​น้ี​เรียก​ว่า​ เปน็ การ​บน่ั ทอน​ตวั ​บญุ ​ ​ เรา​จะ​เห็น​ว่า​แม้แต่​การ​ใส่​บาตร​หรือ​การ​ถวาย​อาหาร ​ต้อง​มี​การ​ภาวนา​อยู่​ ​คือ​ต้อง​รักษา​จิตใจ​ให​้อยู​่ใน​ภาวะ​ที่​ปกติ​สุข​ เปน็ บ​ ุญเ​ป็น​กศุ ล​​ไม่ใช​่วา่ ​บุญ​มันเ​กดิ ​โดย​อัตโนมตั ​ิ ​มนั ต​ ้องม​ ​สี ่วน​ จาก​ตัว​เรา​ด้วย​ ​โดย​เฉพาะ​ต้อง​ฉลาด​ใน​การ​รักษา​จิตใจ​ไว้​ให้​อยู่​ ใน​ภาวะท​ ​่ีดที​ ี่​งาม​ ​ ถ้า​เรา​ต้ังใจ​ทำบุญ​อย่าง​ถูก​ต้อง​ ​จะ​มี​ความ​สุข​ง่าย​มาก​ และ​จะ​ไม่​คิด​เหมือน​ปุถุชน​ทั่วไป​ ​ใน​คัมภีร์​ท่าน​เปรียบ​เทียบ​

ความ​คิด​ระหว่าง​มนุษย์​แบบ​เทพ​บุตร​เทพธิดา​กับ​ความ​คิด​ของ​ มนษุ ย​์เหมอื น​เปรต​แ​ ต​ท่ ่านก​ ็​หมาย​ถงึ ม​ นษุ ยน์​ ่นั เอง​ท​ ่าน​บอกว​ ่า​ ถ้า​มนุษย์​แบบ​เปรต​ได้​ของดี​ ​ไม่​อยาก​แบ่ง​ให้​ใคร​ ​โดย​นึก​ว่า​ ​ให้​ เขา​แลว้ ​จะ​ไม่มี​อะไร​เหลอื ​ส​ ่วน​เทพ​​เขา​คิด​วา่ ​แบง่ ​ดแี ล้ว​​เพราะ​ ไมแ่​ บง่ ​แล้วไ​มร่ ู้​จะ​หา​อะไร​ให​้คน​ทก​่ี ำลงั ​เป็น​ทกุ ข์​ ​ ใชอ​้ ะไรค​ นเ​ดยี ว​ก​ นิ อ​ ะไรค​ นเ​ดยี ว​ไ​มม่ ค​ี วามส​ ขุ ​ถ​ า้ ไ​ดอ​้ ะไร​ ดีๆ​ม​ า​จ​ ะค​ ดิ ถึงค​ นท​ ี​เ่ รา​รัก​คน​ทเ่​ี รา​เคารพท​ นั ท​ี ว​ ่า​อยากจ​ ะ​แบ่ง​ ให​ท้ ่านบ​ ้าง​เ​รา​คิดว​ า่ ​.​.​​.​แหม.​​.​.​ถ​ า้ ​เรา​ใช​้คน​เดยี วเ​ราส​ ุข​คนเ​ดียว​ มัน​ไม​ค่ มุ้ ​ค่า​อ​ ยากจ​ ะ​เพ่ิม​ความส​ ุข​​ถา้ แ​ บ่งใ​ หเ้​ขาบ​ ้าง​กไ็ ด้​ความ​ สุข​๒​ ​​คน​​เพม่ิ ​ความ​สขุ ​๒​ ​​เทา่ ​ตวั ​ค​ ดิ ท​ าง​เศรษฐศาสตรแ​์ นว​พทุ ธ​ เรยี กว​ า่ ไ​ดก​้ ำไร​เ​พมิ่ ค​ วามส​ ขุ ท​ ไ​่ี ดจ​้ ากว​ ตั ถป​ุ รมิ าณเ​ดมิ ข​ นาดเ​ดมิ ​ แต่​ความ​สุข​ท่ี​เป็น​กำไร​เพิ่ม​มาก​ข้ึน​ ​เพราะ​แบ่ง​ปัน​กัน​ ​ไม่​ได้​กิน​ คน​เดียว​ ​ไม่​ได้​ใช้​คน​เดียว​ ​น่ี​ก็​คือ​ความ​คิด​ของ​คน​ท่ี​ชอบ​ทำบุญ​ เพราะ​ฉะน้นั ​ไมต​่ อ้ งถ​ าม​วา่ ท​ ำไม​​เพราะ​วา่ ไ​มท​่ ำไ​มไ​่ ด้​ ๒๑ ​ถาม​ ​ธรรมะก​ ับธ​ รุ กิจส​ ามารถเ​ดนิ ​ไป​คูก​่ นั ไ​ด​ห้ รือ​ไม่​ครับ​ ​ตอบ​ ​คฤหัสถ์​จะ​ทำ​ธุรกิจ​และ​จะ​ปฏิบัติ​ธรรม​คู่​กัน​ไป​ได้​หรือ​ไม่​ ก​ แ​็ ลว้ แ​ ตว​่ า่ ท​ ำธ​ รุ กจิ ป​ ระเภทใ​ด​ถา้ เ​ปน็ ธ​ รุ กจิ ค​ า้ อ​ าวธุ ​ธรุ กจิ ส​ ง่ เ​สรมิ กิเลส​ของ​ชาว​บ้าน​ ​ก็​จะ​มี​ส่วน​ท่ี​ไม่​ดี​อยู่​ตลอด​เวลา​ ​โดย​พื้น​ฐาน​ แล้ว​ ​การ​ทำ​ธุรกิจ​ไม่​ควร​ขาด​ธรรมะ​ระดับ​ศีล​ ​ต้อง​เป็น​ผู้​ซ่ือสัตย์​ : 55

56 : ชยสาโร ภิกขุ สจุ ริต​​เช่น​​ควรเ​สียภ​ าษ​ี เ​ราก​ ​็เสียภ​ าษ​ีใหเ้​ต็มอ​ ัตราไ​มโ​่ กงร​ ฐั บาล​ นั่น​เป็น​ศีล​ธรรม​ของ​นัก​ธุรกิจ​ ​จะ​รักษา​ได้​ต้อง​ใช้​สติ​และ​ปัญญา​ มากพ​ อ​สมควร​​กา้ ว​แรก​คอื ค​ วาม​ตอ้ งการ​ประสบ​ความส​ ำเรจ็ ใ​ น​ การท​ ำ​ธุรกิจ​โดยไ​ม​่ผดิ ศ​ ีล​​จะเ​ปน็ ​ไปไ​ด้​ไหม​​ถอื เ​ปน็ การท​ ้าทาย​ ​ แลว้ เ​ราต​ อ้ งเ​ปน็ ผ​ ม​ู้ เ​ี มตตาต​ อ่ ล​ กู น​ อ้ งท​ กุ ค​ น​พ​ ระพทุ ธอ​ งค​์ ตรสั ใ​นเ​รอ่ื งน​ ว​้ี า่ ​เ​จา้ น​ ายค​ วรจ​ ดั ง​ านใ​หเ​้ หมาะส​ มก​ บั ล​ กู น​ อ้ ง​ไ​มใ​่ ห​้ เขา​ทำงาน​หนัก​เกิน​ไป​ ​ให้​พอดี​กับ​กำลัง​ ​พอดี​กับ​ความ​สามารถ​ แลว้ ก​ ็ใ​ ห​้เงิน​เดือนใ​ ห​้พอด​ี ไ​ม​ก่ ด​เงิน​เดือนใ​ ห้​ต่ำท​ สี่ ุด​เ​พ่ือเ​ราห​ รอื ​ ผู้​ถือ​หุ้น​จะ​ได้​กำไร​มาก​ที่สุด​ ​ธรรมะ​คือ​ความ​ถูก​ต้อง​ ​ทำ​อย่างไร​ เราจ​ ึง​จะบ​ ริหาร​งาน​ให้ถ​ ูก​ต้องท​ ีส่ ุด​ ​ หลัก​การ​ปฏิบัติ​ต่อ​เพื่อน​ร่วม​งาน​ ​ต่อ​ลูก​น้อง​ ​หรือ​ เจ้า​นาย​​คือ​​พรหม​วิหาร​​๔ ท้ัง​เมตตา​​ท้ัง​กรุณา​​ท้ัง​มุทิตา​​ท้ัง​ อุเบกขา​ ​อุเบกขา​ก็​คือ​ความ​เป็นก​ลาง​ ​ไม่​ทำ​อะไร​ด้วย​ความ​ ลำเอียง​​การจ​ ดั สรร​ความ​สมั พนั ธต​์ า่ งๆ​ใ​ นบ​ รษิ ัทใ​ หย​้ ุตธิ รรม​​ให​้ ม​ีความเ​ป็นม​ ิตรต​ ่อก​ ัน​​การฝ​ ึกต​ นแ​ ละล​ กู น​ ้องใ​ หพ้​ ยายามส​ อ่ื สาร​ กัน​ด้วย​สัมมา​วาจา​ ​น่า​จะ​ถือว่า​เป็น​ส่วน​หน่ึง​ของ​การ​ปฏิบัติ​ ธรรม​ของ​นัก​ธรุ กจิ ​ ​ การ​ปฏิบัติ​ธรรม​ก็​คือ​ชีวิต​น่ันเอง​ ​บาง​คน​ถือว่า​ถ้า​เรา​ ซอื่ สตั ยส​์ จุ รติ ม​ าก​ก​ จ​็ ะเ​สยี เ​ปรยี บเ​ขา​แ​ ขง่ ขนั ก​ บั เ​ขาไ​มไ​่ ด​้ อ​ าตมา​ เอง​ก็​ยอมรับ​ว่า​มี​ประสบการณ์​น้อย​กว่า​ญาติโยม​ใน​เร่ือง​นี้​ ​แต่​ อาตมา​เชอื่ ​วา่ ​ผ​ู้ท่ี​ทำงาน​อยา่ ง​สะอาด​และ​ซ่ือสัตย​์ ถ​ ึง​จะ​ต้อง​เสยี ​ เปรียบ​ใน​บาง​เร่ือง​ ​ก็​จะ​ได้​เปรียบ​ใน​บาง​เรื่อง​เช่น​กัน​ ​เพราะ​จะ​ ได้​รับ​ความ​ไว้​วางใจ​จาก​ลูกค้า​จาก​บริษัท​ที่​รับ​เหมา​หรือ​อะไร​ก็​

แล้ว​แต​่ ​บริษัท​มีช่ือ​เสียงว​ ่า​สะอาดค​ ง​ไม่​ขาด​ลูกค้า​​เพราะ​ความ​ ไวว​้ างใจเ​ปรยี บ​เหมอื นน​ ำ้ มันห​ ล่อล​ น่ื ใ​ นก​ ารค​ ้าขาย​ ​ นกั ธ​ รุ กจิ ท​ ท​ี่ ำงานแ​ บบป​ ฏบิ ตั ธ​ิ รรม​ค​ อื ไ​มต​่ อ้ งเ​อาร​ วยม​ าก​ เอาแ​ บบ​รวยพ​ อ​เพียงไ​ด้​ไหม​​ไม​่ตอ้ งค​ ิดจ​ ะ​“​ร​ วยไ​มร่ เ​ู้ ร่อื ง​”​ข​ อใ​ ห้​ เป็น​ ​“​รวย​รู้​เร่ือง​”​ ​ได้​ไหม​ ​รวย​รู้​เร่ือง​ก็​คือ​หลัก​ของ​การ​แสวงหา​ โภคทรัพย์​อย่าง​ไม่​หลงใหล​ ​ไม่​เอา​เงิน​เอา​ทอง​เป็น​พระเจ้า​หรือ​ เป็น​สิ่ง​สูงสุด​ใน​ชีวิต​ ​จน​ไม่มี​เวลา​ให้​ครอบครัว​หรือ​สิ่ง​ดี​งาม​ ทุก​วัน​น้ี​อ้าง​กัน​ว่า​ ​สามี​ภรรยา​ไม่มี​เวลา​ให้​ลูก​หลาน​ ​ไม่มี​เวลา​ ปฏบิ ัตธ​ิ รรม​​ไมม่ เ​ี วลาเ​ขา้ ว​ ัด​เขา้ ว​ า​​ถ้า​เปน็ อ​ ยา่ ง​นี้​​เมือ่ ถ​ งึ เ​วลา​จะ​ จากโ​ลกน​ ไ​ี้ ป​อ​ รยิ ท​ รพั ยไ​์ มม่ น​ี เ​ี่ จง๊ เ​ลยน​ ะ​อ​ ะไรจ​ ะเ​ปน็ ก​ ำไรช​ วี ติ ใ​ น​ เวลา​นั้น​ใ​ น​เมื่อเ​งิน​ก​็มีแ​ ต่​ตวั เลข​ในบ​ ญั ชี​ธนาคารเ​ท่าน้นั ​​อาตมา​ วา่ อ​ ริยท​ รัพย​จ์ ะม​ ​คี ่าม​ ากกว่า​ ​ ทำ​ธรุ กจิ ก​ ​็ทำให​้พอด​ี ท​ ำ​ในท​ าง​ท​่สี อดคลอ้ งก​ ับ​หลัก​ธรรม​ ถ้าย​ ังท​ ำไ​มค​่ ่อยไ​ด้​​อยา่ งน​ อ้ ยท​ ี่สดุ อ​ ยา่ ไ​ปท​ ำธ​ รุ กิจท​ เ​่ี ป็นอ​ ปุ สรรค​ ต่อ​หลัก​ธรรม​ ​ถ้า​ทำได้​ก็​ให้​มัน​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​การ​ปฏิบัติ​ ​เป็น​ สัมมา​อาชีพ​ ​เป็น​หมอ​เป็น​พยาบาล​ช่วย​ดับ​ความ​ทุกข์​ของ​เพื่อน​ มนษุ ย​์ เ​รยี กว​ า่ ด​ ม​ี ากแ​ ลว้ ​เ​ปน็ ค​ รเ​ู ปน็ อ​ าจารยผ​์ ส​ู้ อนล​ กู ส​ อนห​ ลาน​ ใหเ​้ ปน็ ค​ นด​ ค​ี นฉ​ ลาดก​ ด​็ ม​ี ากๆ​แ​ ลว้ ​ก​ ารท​ ำธ​ รุ กจิ ไ​มเ​่ ปน็ บ​ ญุ ง​ า่ ยๆ​ ต้อง​ฝืน​ความ​เคยชิน​เก่า​ ​กลับ​จาก​ท่ี​ทำงาน​แล้ว​ ​รู้สึก​ภูมิใจ​กับ​ ความเ​พยี รว​ ัน​น้ี​​ก​็ใช้ได้​ : 57



๒๒ ถ​ าม​ ​เรา​จะ​ให้​คำ​อธิบาย​อย่างไร​แก่​ผู้​ที่​มี​ความ​เชื่อ​ว่าการ​เอา​ เวลา​ไป​ทำ​ประโยชน์​แก่​ส่วน​รวม​ ​ช่วย​เหลือ​ผู้​ที่​ตก​ทุกข์​ได้​ยาก​ ดีก​ วา่ ก​ าร​น่ัง​สมาธท​ิ ่ไี​ด้บ​ ุญ​อยู่​คนเ​ดียว​ ต​ อบ ​ ​เรา​ควร​ถือว่า​เป็น​คนละ​วาระ​ ​ไม่ใช่​ว่า​เรา​จะ​ต้อง​เลือก​ ระหวา่ งก​ าร​ฝกึ ​จติ ​​การ​พฒั นา​ตัว​เอง​แ​ ละก​ าร​ช่วยค​ น​อ่นื ​ช​ วี ิต​ท่ี​ สมบรู ณต​์ อ้ งม​ ก​ี ารส​ รา้ งท​ ง้ั ป​ ระโยชนต​์ นป​ ระโยชนท​์ า่ น​ พร​ อ​้ มๆ​ก​ นั ​ การท​ จ​่ี ะแ​ บง่ แ​ ยกเ​ปน็ ส​ องพ​ วกอ​ ยา่ งช​ ดั เจน​ว​ า่ พ​ วกห​ นงึ่ เ​อาแตน​่ งั่ ​ สมาธเ​ิ อาต​ วั ร​ อด​อ​ กี พ​ วกห​ นง่ึ เ​สยี ส​ ละเ​พอื่ ส​ ว่ นร​ วม​เ​ปน็ การส​ รา้ ง​ ภาพท​ ไ​่ี มน​่ า่ จ​ ะต​ รงต​ อ่ ค​ วามจ​ รงิ ​ค​ อื เ​ทา่ ท​ เ​่ี หน็ แ​ ลว้ ​ช​ าวพ​ ทุ ธท​ ส​ี่ นใจ​ การภ​ าวนา​ม​ กั จ​ ะม​ ค​ี วามห​ วงั ด​ ​ี แ​ ละค​ วามร​ บั ผ​ ดิ ช​ อบต​ อ่ ส​ ว่ นร​ วม​ คอ่ น​ขา้ งส​ งู ​อ​ าจจ​ ะ​สงู ก​ วา่ ​คนท​ ว่ั ไป​ดว้ ยซ​ ำ้ ​ ​ ไม่​ต้อง​เลือกห​ รอก​​ให​ร้ ู้จัก​กาลเทศะด​ ​กี วา่ ​​วา่ งๆ​​ฝึกจ​ ิต​ใน​ ทส​่ี งบ​ถ​ งึ เ​วลาท​ ำห​ นา้ ทต​่ี อ่ ส​ ว่ นร​ วมด​ ว้ ยค​ วามร​ อบคอบ​ค​ วามเ​ปน็ ก​ลาง​ค​ วาม​อดทนข​ องผ​ ทู้​ ี​ม่ ี​ธรรมะ​เปน็ ​ท​ี่พึ่ง​ภายใน​ ​ ขอ​สังเกต​ด้วย​ว่า​ส่วน​มาก​ ​ผู้​ท่ี​คิด​จะ​ช่วย​คน​อ่ืน​ทั้งๆ​ ​ที่​ จิตใจ​ตนเอง​ยัง​ไม่ม​ีหลักน​ ั้น​​ขอ้ แ​ รก​​มกั ช​ ว่ ยค​ น​อ่นื ​ไดไ้​ม่​นาน​หรือ​ ไม่​สม่ำเสมอ​ ​เพราะ​ว่า​จิตใจ​ไม่​ค่อย​ทน​ต่อ​การก​ระ​ทบ​กระเทือน​ เช่น​ ​ผู้​ท่ี​ลง​ไป​ปักษ์​ใต้​หลัง​เหตุ​กา​รณ์สึ​นา​มิ​ ​จิตใจ​ไม่​เข้ม​แข็ง​ ทำ​อะไรไ​ดไ​้ ม​่นาน​​จิต​เครียด​​หดหู่​ : 59

60 : ชยสาโร ภิกขุ ​ การท​ จ​่ี ะท​ ำงานช​ ว่ ยส​ งั คมอ​ ยา่ งต​ อ่ เ​นอ่ื ง​ส​ ง่ิ ท​ ส​ี่ ำคญั อ​ ยา่ ง​ หน่งึ ค​ ือ​จ​ ะต​ ้อง​ม​จี ิตใจท​ ​ี่เขม้ แ​ ข็ง​​ความเ​ขม้ ​แข็งฝ​ กึ ไ​ด้ไ​หม​ก​ ไ็ ด​ส้ ิ​ ดว้ ย​วธิ ขี​ อง​พระพทุ ธเจ้า​ข​ อ้ ​ทสี​่ อง​​เจตนา​ดมี​ กั ​จะไ​มพ​่ อ​ค​ ือห​ ลาย​ คนท​ ค​ี่ ดิ จ​ ะช​ ว่ ยค​ นอ​ นื่ ห​ รอื ช​ ว่ ยส​ ว่ นร​วม​ท​ ำงานไ​ปส​ กั ร​ะยะห​ นงึ่ เ​จอ​ ปัญหา​เ​นื่องจากว​ า่ ​ไมร่ จู​้ ัก​ตวั ​เอง​บ​ าง​คนห​ ลง​อำนาจ​ช​ อบ​บังคบั ​ คนอ​ น่ื ​​หรือ​แขง่ ขนั ก​ บั ​คน​อน่ื ​​ต้องการ​เดน่ ก​ วา่ เ​ขา​​เปน็ ตน้ ​เ​ช่ือม​ ่ัน​ ใน​ความค​ ิด​ของต​ นห​ รือท​ ฤษฎีท​ เ​่ี รียนม​ า​​อาจจ​ ะท​ ำให้เ​หตกุ ารณ​์ เลวล​ ง​กไ็ ด​้ ท​ ้ังๆ​​ท่​เี จตนา​ดี​ ​ สมยั ก​ อ่ น​ตอนอ​ ยอ​ู่ บุ ลฯ​เคยเ​หน็ บ​ อ่ ยเ​หมอื นก​ นั ​นกั ว​ ชิ าการ น​ ำโ​ครงการอ​ ะไรต​ อ่ อ​ ะไรม​ าย​ ดั เยยี ดใ​หช​้ าวบ​ า้ น​โ​ดยทไ​่ี มร่ เ​ู้ ทา่ ท​ นั ​ ชีวิตข​ องช​ าวบ​ ้านเ​ลย​​และ​ไม​่ประสบค​ วามส​ ำเรจ็ ใ​ น​ทสี่ ดุ ​ ​ การฝ​ กึ จ​ ติ ใ​หม​้ ส​ี ตร​ิ ตู้ วั ​ก​ ารฝ​ กึ ใ​หบ​้ รหิ ารอ​ ารมณต​์ วั เ​องเ​ปน็ ​ ชว่ ยใ​ หเ​้ ราเ​ขม้ แ​ ขง็ ​อ​ ดทนใ​ นก​ ารช​ ว่ ยค​ นอ​ นื่ ​เ​มอื่ เ​ราฝ​ กึ จ​ ติ ใ​ หช​้ ำระ​ กเิ ลสไ​ด​้บา้ ง​​สิง่ ​ท​่ดี ี​งามก​ ็​มีโ​อกาสจ​ ะผ​ ดุ ข​ ้ึนม​ า​​เม่ือจ​ ิตใจ​สงบม​ าก​ ข้ึน​ค​ วามเ​มตตา​กรณุ า​ยอ่ มจ​ ะเ​บิก​บานโ​ดยอ​ ัตโนมัติ​แ​ รงจ​ ูงใจ​ที่​ จะช​ ว่ ยค​ นอ​ นื่ โ​ดยไ​มห​่ วงั ผ​ ลป​ ระโยชนห​์ รอื ส​ งิ่ ต​ อบแ​ ทนใ​ดๆ​จ​ ะเ​กดิ ​ ข้ึนใ​ นจ​ ติ ใจ​ของน​ ัก​ปฏิบัต​เิ ป็น​ธรรมดา​ ​ ถ้า​ไม่​ฉลาด​ใน​วิถี​ของ​จิตใจ​ตัว​เอง​​จะ​ป้องกัน​กิเลส​ไม่​ได้​ ใน​มูลนิธิ​ต่างๆ​ ​ใน​กลุ่ม​พวก​ ​NGO​ ​ปัญหา​เพราะ​ทิฐิ​มานะ​ของ ​ผู้​ต้ังใจ​จะ​เสีย​สละ​เพื่อ​ส่วน​รวม​ก็​เยอะ​ ​ถ้า​เขา​แบ่ง​เวลา​เพ่ือ​ฝึก​ จิตใจ​สกั ห​ น่อย​หน่ึง​​ผลง​ านอ​ าจ​จะ​น่า​ประทับ​ใจ​กว่าน​ ​้ีก็ได้​ ทง้ั หมดน​ อ​้ี ยากจ​ ะส​ รปุ ว​ า่ ​ผ​ ท​ู้ จ​่ี ะช​ ว่ ยค​ นอ​ น่ื ไ​ดด​้ ต​ี อ้ งร​ จู้ กั ​ ช่วย​ตัว​เอง​ ​และ​การ​ช่วย​คน​อ่ืน​ย่อม​กลับ​มา​มี​ผล​ดี​ต่อ​การ​

ปฏิบัติ​ ​ฉะนั้น​ ​ก็​อยาก​จะ​ให้​เห็น​การ​ช่วย​เหลือ​ตัว​เอง​และ​ การช​ ว่ ย​เหลอื ค​ น​อ่นื ว​ า่ เ​ป็น​อนั ห​ นึ่ง​อนั ​เดยี วกัน​ไ​มต​่ ้องเ​ลือก​ อย่างใ​ด​อยา่ งห​ น่ึง​ ๒๓ ​ถาม ​ ​หาก​มี​ผู้​สร้าง​เวร​สร้าง​กรรม​กับ​เรา​ ​เรา​เดือด​ร้อน​แต่​เรา​ ทำใจ​ได้​​ไม่ต​ ้องการ​จอง​เวรแ​ ละใ​ ห​อ้ โหสิกรรม​ก​ ราบ​เรียน​ถาม​วา่ ​ ผส​ู้ รา้ งเ​วรย​ งั จ​ ะต​ อ้ งช​ ดใชก​้ รรมท​ เ​ี่ ขาท​ ำไ​ปใ​นร​ ะดบั ห​ นง่ึ ห​ รอื ไ​ม​่จ​ ะ​ มอ​ี ยั การท​ ค​ี่ อยด​ แู ลค​ วามย​ ตุ ธิ รรมใ​นเ​รอ่ื งน​ ห​้ี รอื ไ​ม​่ ท​ งั้ ท​ เ​ี่ ราซ​ ง่ึ เ​ปน็ ​ ฝา่ ยโ​จทก์​ไม​่เอา​ความ​แลว้ ​ ต​ อบ​ ​มค​ี นม​ าสร​ า้ งเ​วรส​ รา้ งก​ รรมก​ บั เ​รา​แ​ ตเ​่ ราใ​หอ​้ ภยั เ​ขา​เ​ราจ​ ะ​ ไมเ​่ ปน็ ​นายเวรน​ าง​เวรข​ อง​เขาต​ อ่ ​ไป​แ​ ต​่เขา​ยงั จ​ ะ​ตอ้ ง​ชดใช้​กรรม​ ไหม​.​.​.​ ​ก็​ใช่​สิ​ ​การ​ทำกรรม​มี​ผล​ทันที​ ​ความ​คิด​อาฆาต​พยาบาท​ จอง​เวร​น่ี​ทำให​้จิตใจ​ของ​เขา​เศร้า​หมอง​ ​ให้​หยาบ​คาย​ ​นั่น​แหละ​ คือผ​ ล​กรรมท​ ​ี่ปรากฏก​ ับ​เขา​ทนั ท​ี ​ เรอ่ื งน​ จ​ี้ ะช​ ดั ข​ น้ึ ใ​นเ​มอื่ เ​ราส​ ำนกึ ว​ า่ เ​ปา้ ห​ มายข​ องช​ วี ติ เ​ราค​ อื ​ อะไร​​ชาว​พุทธ​เรา​ควร​จะ​ถือ​ความ​เปน็ ​อิสระ​จาก​ทุกข​์ท้งั ​ปวง​เป็น​ เป้า​หมาย​สูงสุด​ใช่​ไหม​ ​ผู้​ท่ี​ทำ​สิ่ง​ใด​ทาง​กาย​ ​วาจา​ ​หรือ​ใจ​ ​ด้วย​ อำนาจข​ อง​กเิ ลสก​ ำลงั ​เบียดเบยี น​ตวั เ​องอ​ ยา่ ง​ย่ิง​​เพราะ​ถอยห​ ่าง​ ออก​ไป​จากค​ วามส​ ขุ ท​ ่แี ทจ​้ ริง​​นั้นค​ ือว​ ิบาก​ ​ส่วน​การ​รับ​โทษ​ทาง​โลก​ ​เช่น​ ​ถูก​ไล่​ออก​จาก​งาน​ ​ติด​คุก​ เสื่อม​จาก​ลาภ​ ​ยศ​ ​สรรเสริญ​ ​ฯลฯ​ ​น้ัน​ ​ต้อง​ขึ้น​อยู่​กับ​เหตุ​ปัจจัย​ : 61

62 : ชยสาโร ภิกขุ ทาง​สงั คม​มากกว่า​เ​ช่น​​ความ​ซอ่ื สตั ย​์ ​และ​ผล​ประโยชน​์ของผ​ ู้​มี​ อำนาจ​เ​ปน็ ตน้ ​ผ​ ท​ู้ ส​ี่ รา้ งก​ รรมส​ รา้ งเ​วรน​ นั้ ​ถ​ า้ ม​ องท​ างโ​ลกเ​ขาอ​ าจ​ จะ​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ ​อาจ​จะ​ร่ำ​จะ​รวย​มี​ตำแหน่ง​สูง​ ​ถึง​พร้อม​ ด้วย​กามคุณ​ทั้ง​ ​๕​ ​อัน​นี้​ ​นั่น​ก็​ไม่​ขัดข้อง​ไม่​เป็นไร​ ​มัน​เป็น​ไป​ได้​ แต่​ผล​กรรม​ของ​เขา​ก็​คือ​โอกาส​ท่ี​เขา​จะ​เจริญ​ใน​ธรรม​ ​โอกาส​ท่ี​ จะ​ปลอ่ ย​วาง​กเิ ลส​​โอกาส​ที่​จะ​กา้ วหนา้ ​ไป​ส​ู่มรรคผล​นพิ พาน​น้ัน​ ไมม่ ​ีซ​ งึ่ ส​ ำหรบั ผ​ ท​ู้ ต​่ี ง้ั ใจป​ ฏบิ ตั ​ิใ​ฝร​่ ใ​ู้ ฝด​่ ต​ี อ้ งการช​ วี ติ ด​ ง​ี าม​ต​ อ้ งการ​ จติ ใจท​ ส​ี่ ะอาดส​ วา่ งส​ งบ​ผ​ ลก​ รรมจ​ ากก​ ารส​ รา้ งเ​วรน​ นั้ น​ า่ ก​ ลวั ม​ าก​ ผท​ู้ ไ​่ี มส​่ นใจเ​รอ่ื งก​ ารพ​ ฒั นาช​ วี ติ อ​ าจจ​ ะเ​หน็ ว​ า่ การแ​ ลกก​ รรมด​ ว้ ย​ กาม​​เงิน​อ​ ำนาจ​​ค้มุ ​คา่ ​​เป็นส​ ิทธข​ิ องเ​ขา​เหมือน​กัน​ ​ อุปสรรค​ต่อก​ าร​พน้ ท​ กุ ขม​์ มี​ าก​อยแู่​ ลว้ ​ก​ าร​ทำบาปแ​ ตล่ ะ​ ครงั้ ค​ อื ​ทำให​บ้ นั ไดท​ ​ี่เรา​ต้องป​ ีนข​ น้ึ ​สงู ​ขน้ึ ไ​ป​อกี ข​ ้ัน​หน่ึง​ ๒๔ ​ถาม​ ​อยาก​ทราบ​วา่ การ​กนิ ​เนอ้ื ​สตั ว​น์ น้ั ​เปน็ การ​ทำบาป​ทาง​ออ้ ม​ หรอื ​ไม​ค่ ะ​​การง​ ด​เวน้ จ​ ากก​ าร​ทานเ​นอ้ื ​สตั วจ​์ ะไ​ด​บ้ ญุ ห​ รอื ไ​ม​เ่ จา้ คะ​ ​ตอบ​ ​เรื่อง​นี้​ถ้า​เถียง​ตาม​หลัก​เหตุผล​ก็​พูด​ได้​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน​นะ​ อาตมา​จึง​ขอ​ฝาก​ข้อคิด​เห็น​ให้​เอา​ไป​พิจารณา​ว่า​ ​พระ​วินัย​ของ​ สงฆล์​ ะเอยี ด​ออ่ น​มากท​ ​ีเดยี ว​ใ​ นพ​ ระป​ าฏิ​โมกข์​มี​๒​ ๒๗​ข​ ้อ​​นอก​ พระป​ าฏโ​ิ มกขย​์ งั ม​ อ​ี กี ห​ ลายพ​ นั ข​ อ้ ​ท​ กุ ส​ ง่ิ ท​ กุ อ​ ยา่ งท​ เ​่ี ปน็ บ​ าปกรรม​ ทาง​กาย​ทาง​วาจา​ ​พระพุทธ​องค์​ท่าน​บัญญัติ​สิกขาบท​เพื่อ​ห้าม​

หมด​​และ​พระพุทธ​องคเ​์ คยต​ รสั ไ​ว้ว​ ่า​ต​ ราบใ​ ดท​ ี่​พระธ​ รรมว​ นิ ัย​ไม​่ สมบูรณ์​จะ​ยัง​ไม่​ปรินิพพาน​ ​ที่​พระพุทธ​องค์​ทรง​ยอม​ปรินิพพาน​ เพราะ​คำ​สั่ง​สอน​ทั้ง​ใน​ด้าน​ธรรม​ซึ่ง​เก่ียว​กับ​โลก​ภายใน​ ​และ​ ดา้ นว​ ินัย​คอื ด​ า้ น​โลกภ​ ายนอกส​ มบูรณ์​บรบิ ูรณแ์​ ลว้ ​เ​พราะฉ​ ะนัน้ ​ ถ้า​การ​กิน​เนื้อ​สัตว์​เป็น​บาป​ ​พระพุทธ​องค์​ต้อง​ห้าม​แน่นอน​ ​แต่​ ปรากฏ​ว่า​ใน​พระ​วินัย​มี​แต่​ห้าม​พระ​ฉัน​เนื้อ​สัตว์​ใน​กรณี​ท่ี​ทราบ​ วา่ ผ​ ​ู้ถวายฆ​ ่าส​ ัตวเ​์ พื่อท​ า่ น​โดย​เฉพาะ​​เท่านน้ั ​ ​ เมื่อ​พระพุทธ​องค์​ทรง​สร้าง​สถาบัน​สงฆ์​เพื่อ​ผู้​ที่​มุ่ง​ม่ัน​ต่อ​ การ​บรรลุ​มรรคผล​นิพพาน​ ​ท่าน​ต้องการ​ป้องกัน​ไม่​ให้​พระ​สงฆ์​ ทำบาป​กรรม​แม้แต่​เล็ก​น้อย​ ​อาตมา​จึง​สรุป​ว่า​ ​ถ้า​การ​ฉัน​เนื้อ​ สตั วเ​์ ปน็ ​บาป​แม​้โดยท​ าง​อ้อม​พ​ ระพุทธอ​ งคค​์ งห​ ้ามไ​มใ​่ ห้​พระฉ​ ัน​ แต่​ก็​มี​หลัก​ฐาน​ชัดเจน​ใน​พระ​ไตรปิฎก​ ​ว่า​พระองค์​ไม่​ห้าม​ ​และ​ พระองค์​เอง​ทรง​เคย​รับ​เนื้อ​สัตว์​ใน​หลาย​กรณี​ ​อัน​นี้​มี​หลัก​ฐาน​ ชัดเจน​​อาตมา​เอง​ใช้​หลัก​วา่ ​ใน​เร่อื ง​ท​ี่การ​ถก​เถยี ง​ทาง​เหตผุ ล​ไม​่ สามารถ​เขา้ ถ​ งึ ​ความช​ ัดเจน​ได้​เ​ชื่อ​พระพทุ ธเจา้ ​ก่อน​ด​กี วา่ ​ ​อย่างไร​ก็ตาม​ ​ต้อง​ยอมรับ​ว่า​ระบบ​เศรษฐกิจ​ใน​สมัย​ ปจั จบุ นั ต​ า่ งก​ บั ใ​นส​ มยั พ​ ทุ ธกาลม​ าก​ท​ กุ ว​ นั น​ ก​ี้ ารเ​ลยี้ งส​ ตั วท​์ รมาน​ สัตว์​มากกว่า​สมัย​ก่อน​ ​ถึง​แม้ว่า​เรา​ทาน​เนื้อ​สัตว์​ไม่​บาป​ ​ไม่​ว่า​ โดยตรงห​ รอื อ​ อ้ ม​เ​ราย​ งั ค​ วรถ​ ามต​ วั เ​องว​ า่ เ​ราอ​ ยากร​ บั ผ​ ลข​ องก​ าร​ ทรมาน​สตั ว​์มากน​ ้อยแ​ ค​ไ่ หน​ ​ พระพทุ ธ​องค์​ตรัส​ไว้​วา่ ​​การ​ทรมาน​สัตว​์เป็น​บาป​ก​ าร​ฆ่า​ สัตว์​เป็น​บาป​ ​ฆ่า​เอง​เป็น​บาป​ ​ส่ัง​ให้​คน​อ่ืน​ฆ่า​เป็น​บาป​ ​ความ​ ยนิ ดี​ใน​การฆ​ า่ ​ของ​คนอ​ น่ื ก​ ​็เปน็ บ​ าป​ในร​ ะดับ​หนึ่ง​ก​ าร​ชี้ป​ ลาท​ ีย่​ งั ​ : 63

64 : ชยสาโร ภกิ ขุ มี​ชีวิต​อยู่​ใน​ร้าน​อาหาร​เป็น​บาป​อย่าง​ชัดเจน​ ​การ​ซื้อ​เนื้อ​สัตว์​ใน​ รา้ นไ​มบ​่ าป​แ​ ตก​่ ารพ​ จิ ารณาว​ า่ อ​ ะไรค​ วรอ​ ะไรไ​มค​่ วร​ไ​มไ​่ ดจ​้ บอ​ ย​ู่ ที​ก่ ฎแ​ ห่ง​กรรม​​เรา​ต้องไ​ปค​ ดิ อ​ ีก​ทว​ี ่า​​บาง​ส่งิ ​ถ​ งึ ​แม้วา่ จ​ ะไ​มเ่​ปน็ ​ บาปกรรม​โดยตรง​​อาจจ​ ะ​ไม​เ่ หมาะ​สม​ก็ได​้ ​ สมัย​นี้​การ​เล้ียง​สัตว์​ส่วน​ใหญ่​เป็น​ใน​รูป​แบบ​ของ​ อุตสาหกรรม​ที่​มอง​ข้าม​ความ​เป็น​ส่ิง​มี​ชีวิต​ของ​สัตว์​ ​มอง​สัตว์​ว่า​ สกั แ​ ตว​่ า่ เ​งอ่ื นไขใ​หเ​้ กดิ ก​ ำไร​ก​ ารเ​ลยี้ งส​ ตั วท​์ ผ​่ี ดิ ธ​ รรมชาตข​ิ องส​ ตั ว​์ แตเ​่ พมิ่ ก​ ำไรผ​ เ​ู้ ลย้ี งจ​ งึ ม​ ท​ี ว่ั ไป​ท​ ำใหส​้ ตั วเ​์ ปน็ โ​รคต​ า่ งๆ​ท​ ง้ั ท​ างก​ าย​ และใ​จ​ท​ รมานต​ ง้ั แตว​่ นั เ​กดิ จ​ นถงึ ว​ นั ต​ าย​อ​ าตมาย​ งั ร​ สู้ กึ เ​สยี ใจว​ า่ ​ ชาวพ​ ทุ ธใ​นเ​มอื งไ​ทยเ​ฉยเมยต​ อ่ ค​ วามท​ กุ ขข​์ องส​ ตั วเ​์ ลยี้ ง​ด​ เ​ู หมอื น​ กับ​ว่า​เรา​ได้​ปล่อย​ให้​มุม​มอง​ต่อ​สัตว์​จาก​ศาสนา​อื่น​ครอบงำ​โดย​ ไมค​่ อ่ ยร​ สู้ กึ ต​ วั ​ใ​นภ​ าคท​ ฤษฎ​ี เ​มตตาใ​นพ​ ทุ ธธ​ รรมก​ วา้ งก​ วา่ ค​ วาม​ รัก​ในค​ ำส​ อนอ​ ่นื ​​แต่​ในภ​ าคป​ ฏิบตั ​ิ ​เราม​ กั จ​ ะ​มองไ​มเ่​ห็น​เลย​ ​ คำถาม​อีก​ข้อ​หนึ่ง​ท่ี​ยัง​รอ​คำ​ตอบ​ท่ี​ทุก​ฝ่าย​ยอมรับ​ได้​​คือ​ วา่ การท​ านเ​นอื้ ส​ ตั วจ​์ ำเปน็ ต​ อ่ ส​ ขุ ภาพม​ ากน​ อ้ ยแ​ คไ​่ หน​ถ​ า้ จ​ ำเปน็ ​ ความน​ า่ ต​ ำหนน​ิ า่ จ​ ะล​ ดน​ อ้ ยล​ ง​แ​ ตถ​่ า้ ไ​มจ​่ ำเปน็ ​น​ า่ จ​ ะเ​พมิ่ ม​ ากข​ น้ึ ​ เรอ่ื งน​ ค​ี้ วามเ​หน็ ม​ ม​ี าก​แ​ ละเ​ราต​ อ้ งร​ ะวงั ไ​มใ​่ หเ​้ ชอ่ื ม​ นั่ ใ​ นค​ วามค​ ดิ ​ ของ​ตนเอง​มาก​เกนิ ​ไป​อ​ าตมา​ขอไ​ม​อ่ อก​ความ​เหน็ ​มาก​น​ อกจาก​ ชวน​ศึกษา​ว่า​ ​การ​แบ่ง​อาหาร​ออก​เป็น​หมวด​หมู่​ ​ซ่ึง​ให้​ความ​ สำคญั ​กับ​อาหาร​โปรตนี ​มาก​​กลาย​เปน็ ​ทฤษฎ​ีต้ังแต่​เม่ือไร​แ​ ละ​ รบั อ​ ทิ ธพิ ล​จากก​ ลุม่ ธ​ ุรกจิ ​อะไรบ​ า้ ง​​ไวใ้ จ​ไดไ้​หม​​ขอ​ฝากเ​ปน็ การ​ บา้ นก​ แ็​ ลว้ ​กัน​

​ทา้ ย​นอ​้ี าตมาข​ อเ​สรมิ ​วา่ ​เหตุผลท​ ด​ี่ ีท​ ส่ี ดุ ​ข​ อ้ คดิ ท​ ​ี่น่า​สนใจ​ ที่สุด​ใน​เร่ือง​นี​้ก​ค็ อื ​ท​ กุ ว​ ันน​ ้ี​เราป​ ลูกพ​ ืชใ​ หส้​ ัตวก​์ ิน​มากท​ ี​เดียว​​จะ​ ได้เ​น้ือ​สตั ว​์ ๑​ ​ก​ ิโลกรัม​ต้อง​ปลูกพ​ ืช​สิบห​ รือ​ยีส่ ิบ​กโิ ลกรัม​​ใน​โลก​ ปัจจุบัน​ท่ี​มี​คน​อด​อาหาร​และ​ขาด​อาหาร​เป็น​ร้อยๆ​ ​ล้าน​คน​ ​เรา​ กำลงั จ​ ดั การเ​กษตรใ​ นท​ างท​ ฟ​่ี มุ่ เฟอื ยม​ าก​ถ​ า้ เ​ราก​ นิ เ​นอื้ ส​ ตั วน​์ อ้ ย​ ลง​​ปลูกพ​ ชื ​ให​้คนก​ นิ ม​ าก​ขึ้น​​จะ​ไม​่ดกี​ วา่ ห​ รือ​ ๒๕ ​ถาม​ ท​ ำอ​ ยา่ งไรจ​ งึ จ​ ะส​ รา้ งน​ สิ ยั ใ​นก​ ารค​ ดิ ใ​หเ​้ ปน็ ค​ ดิ เ​ปน็ บ​ วกใ​ห​้ มากๆ​เ​พราะส​ บั สน​อย่เ​ู สม​ อๆ​​จน​กลายเ​ป็น​นิสยั ​ ​ตอบ​ ​หลวง​พ่อ​ชา​ท่าน​เคย​บอก​ว่า​ ​คน​เรา​อยาก​จะ​ได้​แต่​บวก​ กับ​คูณ​ ​เรื่อง​ลบ​เรื่อง​หาร​ไม่​เอา​ ​ถ้า​เป็น​อย่าง​นี้​ ​ท่าน​บอก​ว่า​ไม่มี​ ทาง​จบ​คณิตศาสตร์​ ​มอง​ชีวิต​เป็น​คณิตศาสตร์​ก็​มี​บวก​ ​มี​คูณ​ มลี​ บ​​มี​หาร​​มนั ​จึง​จะ​ครบว​ ชิ า​ของม​ นั ​เ​ม่ือเ​ราม​ องเ​รือ่ ง​ในแ​ งบ่​ วก​ กเ็​ป็น​ทาง​หน่ึง​เ​ป็นการ​มอง​ในแ​ ง่​ด​ี แ​ ต่​บางอ​ ยา่ ง​ถ้าเ​ราม​ องใ​ น​แง่​ ไมด​่ ​ี ก​ จ​็ ะเ​ปน็ ป​ ระโยชนเ​์ หมอื นก​ นั ​เ​ชน่ ใ​หร​้ จู้ กั ม​ องส​ ง่ิ ท​ เ​ี่ ราห​ ลงใหล​ สิ่ง​ท่ี​เรา​ชอบ​มากๆ​ ​ใน​ทาง​ลบ​บ้าง​ ​ย่ิง​ถ้า​หลงใหล​มากๆ​ ​ก็​ไม่ใช่​ แค​่ลบ​แ​ ต​่ให้​หารไ​ป​บ้าง​​ถ้า​มนั ล​ งท​ ่ต​ี ัวศ​ ูนยก​์ ​็ย่ิงด​ ี​อ​ ะไรค​ ูณ​ศนู ย​์ กเ็​ป็น​ศนู ย​ไ์ ป​ ​ สมัย​ก่อน​ฝร่ัง​ขาดตัว​ศูนย์​ ​ที่​หนึ่ง​ ​แล้ว​สอง​ ​สาม​ ​จนถึง​ ตวั เ​อก็ ซ​์ เ​อก็ ซค​์ อื ส​ บิ ​เ​อก็ ซว​์ นั ​เ​อก็ ซท​์ ​ู เ​อก็ ซท​์ ร​ี ไ​มม่ ต​ี วั ศ​ นู ย​์ อ​ าตมา​ : 65

66 : ชยสาโร ภกิ ขุ สงสัย​ว่า​อารยธรรม​ตะวัน​ตก​ขาดตัว​ศูนย์​เพราะ​ไม่รู้​จัก​ภาวนา​ หรือเ​ปลา่ ​ ​ ทาง​อินเดียม​ ​ีพวกโ​ยค​ที ​ี่นัง่ ส​ มาธิ​ตงั้ แต​โ่ บราณ​แ​ ละ​ก็​มตี​ วั ​ ศูนย์​มา​ต้ังแต่​ดึกดำบรรพ์​ ​แล้ว​ก็​เผย​แพร่​ตัว​ศูนย์​ไป​ถึง​อาหรับ​ ภาย​หลัง​นัก​วิทยาศาสตร์​ฝร่ัง​ใน​ยุค​มืด​ก็​เอา​วิทยาศาสตร์​และ​ วิทยาการ​ต่างๆ​​มา​จาก​พวก​อาหรับ​พ​ วก​อาหรับ​เอา​มา​จาก​ไหน​ ก็​เอา​มา​จาก​อินเดีย​ ​ฝรั่ง​จึง​ได้​ตัว​ศูนย์​ ​วิทยาศาสตร์​ของ​ฝรั่ง​จึง​ เจริญ​ ​ต่อ​มา​มี​การ​สร้าง​คอมพิวเตอร์​ ​คอมพิวเตอร์​ใช้​หลัก​อะไร​ ใช้​ศูนย์​กับ​หน่ึง​ ​เห็น​ไหม​ว่า​ถ้า​ไม่มี​เลข​ศูนย์​ก็​ไม่มี​คอมพิวเตอร์​ ถ้า​ไม่มี​ชาว​อินเดีย​นั่ง​สมาธิ​ ​เทคโนโลยี​ต่างๆ​ ​ใน​โลก​ปัจจุบัน​ เครอื่ งบ​ นิ ​โ​ทรศพั ท์​ค​ อมพวิ เตอร์ก​ จ​็ ะไ​มม่ เี​ลย​ท​ ม​ี่ น​ี ก​ี่ เ​็ พราะเ​ราน​ งั่ ​ สมาธิ​น​ ี่​คอื ท​ ฤษฎีข​ อง​อาตมา​ ​ เชญิ เ​อาท​ ฤษฎน​ี ไ​ี้ ปต​ อบค​ นท​ ช​่ี อบด​ ถู กู ว​ า่ น​ ง่ั ห​ ลบั ตาท​ ำไม​ อ้าว.​.​​.​ค​ ณุ ​มีร​ ถ​​ชอบใ​ ช้​รถยนต์​​ใช​้โทรศพั ท์​​ใช​้เคร่อื งบ​ ินไ​หม​​ทมี​่ ​ี ก็​เพราะ​พวก​ที่​น่ัง​สมาธิ​นั่น​แหละ​ ​คน​จึง​มี​ตัว​ศูนย์​เอา​ไป​ใช้​ ​มอง​ ทาง​บวกก​ ็​ดี​​แต​่มองใ​หเ​้ ปน็ ​ศนู ย์​ดี​ท่สี ดุ ​​มปี​ ระโยชนท์​ ้งั ​ทาง​โลก​ ทางธ​ รรม​ถ​ า้ ​ม​ีสติ​น่ม​ี ันจ​ ะ​อย่กู​ ลาง​เ​พราะส​ ตเ​ิ ราด​ ี​​จะ​โน้มไ​ปท​ าง​ ไหน​มัน​ก็​ยอม​ ​เหมือน​กับ​เนย​ที่​ออก​จาก​ตู้​เย็น​นาน​แล้ว​ ​เรา​จะ​ ทาข​ นมปังก​ ็ได้​​จะ​ทา​อะไรก​ ็ได้​​ทาไ​ด้​หมด​​เพราะม​ ัน​อ่อน​​มัน​มี​ ธรรมชาตท​ิ ี่​จะโ​น้มไ​ป​ในท​ างท​ เ่​ี ราก​ ำหนด​

๒๖ ​ ​ถาม​ ​เมื่อ​พระอ​ าจารยท​์ ​ี่ม​ีปัญญาส​ งู ๆ​เ​กดิ เ​ปลยี่ น​ไป​​มี​ลกั ษณะ​ แปลกๆ​ ​เรา​ควร​ทำความ​เข้าใจ​เร่ือง​นี้​อย่างไร​ ​หลวง​พ่อ​ชา​มี​ ปฏิกิริยาต​ ่อ​เร่ือง​พระท​ ีเ​่ สยี ​หายอ​ ย่างไร​บา้ ง​ ต​ อบ​ ​ท่ี​จริง​ถ้า​ปัญญา​สูง​จริง​ก็​ไม่มี​การ​แปรปรวน​เป็น​อย่าง​อื่น​ ถ้า​เป็น​ปัญญา​ของ​พระ​อริย​เจ้า​ก็​จะ​เสื่อม​ใน​ลักษณะ​ที่​เกิด​ความ​ เสยี ห​ ายไ​มไ​่ ด​้ ถ​ า้ เ​กดิ เ​สอื่ มแ​ สดงว​ า่ ไ​มใ่ ชข​่ องจ​ รงิ ​ป​ ญั ญาใ​นร​ ะดบั ​ พูด​ระดับ​อธิบาย​มัน​ก็​อย่าง​หนึ่ง​ ​แต่​อาจ​จะ​ไม่ใช่​ปัญญา​ของ​ผู้​รู้​ เหน็ ต​ ามค​ วามเ​ปน็ จ​ รงิ ​อ​ าตมาเ​ปรยี บเ​ทยี บอ​ ยา่ งน​ ​้ี ส​ มมตว​ิ า่ ค​ นๆ​ หน่ึง​เป็น​นกั ​ผจญ​ภยั ​เ​ดิน​ทาง​ไป​ใน​ประเทศ​หรอื ​ใน​ส่งิ ​แวดลอ้ ม​ที​่ แปลกป​ ระหลาด​ไ​ดป​้ ระสบการณห​์ ลายอ​ ยา่ ง​ไ​ดเ​้ หน็ ส​ งิ่ แ​ วดล​ อ้ ม​ แปลกๆ​ ​ซ่ึง​ใน​บ้าน​ของ​ตนเอง​ไม่มี​ ​เมื่อ​เขา​กลับ​ไป​ถึง​บ้าน​ ​เขา​ พยายามอ​ ธบิ าย​ใหค้​ นอ​ ่ืนฟ​ ัง​ว่า​เป็น​อยา่ งไร​​แต่พ​ ูด​ไมค​่ อ่ ย​เป็น​ก​ ็​ เลย​ใช​ว้ ิธีว​ าดร​ ปู ​​คิดว​ า่ ด​ ีก​ ว่า​พดู ​​แต่​วาด​รปู ก​ ​ไ็ มค​่ อ่ ย​เกง่ ​​คนด​ ูร​ ปู ​ แล้วก​ พ​็ อ​จะเ​ข้าใจ​​แตย​่ ังไ​มซ​่ ึ้ง​ ​ ทน​ี ค​้ี นๆ​น​ ม​้ี เ​ี พอ่ื นเ​ปน็ จ​ ติ รกร​เ​ขาก​ เ​็ ลา่ ใ​ หจ​้ ติ รกรฟ​ งั ว​ า่ เ​ปน็ ​ อย่าง​น้ัน​อย่าง​น้ี​ ​จิตรกร​ถาม​ว่า​แล้ว​มี​สี​อะไร​บ้าง​ ​เป็น​ลักษณะ​ อาการ​อย่างไร​บ้าง​ ​เขา​ก็​พูด​ตาม​ประสา​ของ​เขา​ ​จิตรกร​ก็​วาด​ รปู ​ตาม​จินตนาการ​ของต​ นด​ ้วย​ฝมี ือ​ด้วยพ​ รสวรรค​์ของ​เขา​​ดว้ ย​ ความ​สามารถ​ท่ี​เคย​เรียน​มา​ ​ปรากฏ​ว่า​สามารถ​วาด​รูป​ท่ี​น่า​ท่ึง​ เป็น​ที่​ซาบซ้ึง​ของ​คน​ท่ัวไป​มากกว่า​คน​ที่​เคย​ไป​เอง​ ​เพราะ​คน​ท่ี​ : 67

68 : ชยสาโร ภกิ ขุ เคยไ​ปท​ ง้ั พ​ ดู ไ​มเ​่ กง่ ว​ าดร​ ปู ไ​มเ​่ กง่ ​แ​ ตจ​่ ติ รกร​ไ​มเ​่ คยเ​หน็ เ​อง​แ​ ตพ​่ ดู ​ เกง่ เ​ขยี นเ​กง่ ว​ าดร​ ปู เ​กง่ ​เ​ขาไ​ดข​้ อ้ มลู จ​ ากค​ นท​ เ​่ี คยไ​ปแ​ ลว้ ​ส​ ามารถ​ สร้าง​ประโยชน์​กับ​คน​ท่ี​ยัง​ไม่​เคย​ไป​ ​ทำให้​คน​อ่ืนๆ​ ​เกิด​อยาก​ไป​ บ้าง​ ​หรือ​เกิด​ความ​เข้าใจ​ใน​ระดับ​ใด​ระดับ​หน่ึง​ว่า​ประเทศ​น้ัน​ เปน็ ​อย่างไร​ ​ ถ้าเ​รา​นึกเ​ปรยี บ​เทยี บ​กับ​นักป​ ฏิบตั ​ิ ผ​ ท้​ู ป​่ี ฏบิ ัตธิ​ รรมข​ นั้ ​สูง ​บาง​ท่าน​อาจ​จะ​อธิบาย​ไม่​เก่ง​มาก​ ​แต่​อาจ​จะ​มี​ลูก​ศิษย์​หรือ​มี​ เพ่ือน​ที่​มี​พรสวรรค์​ใน​การ​ใช้​ภาษา​มี​พรสวรรค์​ใน​การ​วาด​รูป​ กไ็ ด้ช​ อ่ื เ​สยี ง​ว่าม​ ​ปี ัญญาส​ งู ​​ท้งั ๆ​​ท​่ีจริง​แลว้ ไ​มเ่​คยไ​ป​สกั ​ท​ี ​ไดแ​้ ต​่ บรรยาย​ตอ่ เ​ท่าน้นั เ​อง​ป​ ญั ญา​นไ่​ี มใ่ ช​่ของจ​ ริง​​เสื่อมไ​ด​้ ​คน​นอ้ี​ าจ​ จะท​ ำความเ​สยี ​หายต​ ่างๆ​​ได​้ ​ ปัญญา​ท่ี​เกิด​จาก​การ​ได้ยิน​ได​้ฟัง​​ได้​จาก​การ​คิด​ปรุง​แต่ง​ จากก​ ารค​ าด​คะเนบ​ ้าง​จ​ าก​การ​ใช้​ความ​ฉลาดส​ ามญั ​ม​ นั ก​ ​ท็ ำให้​ เกิดป​ ระโยชนไ์​ดเ​้ หมือนก​ นั ​​แตข่​ ้อ​บกพรอ่ งข​ องม​ ันก​ ค็​ อื ​​มันไ​มไ​่ ด้​ หา้ ม​ความโ​ลภ​​ไมไ​่ ด้​หา้ มค​ วาม​โกรธ​​ไม​่ไดห้​ า้ มค​ วามห​ ลง​เ​พยี ง​ แตส​่ ามารถอ​ ธบิ ายไ​ดว​้ า่ การไ​มโ​่ ลภเ​ปน็ อ​ ยา่ งไร​ค​ วามไ​มโ​่ กรธเ​ปน็ ​ อยา่ งไร​ค​ วามไ​มห​่ ลงเ​ปน็ อ​ ยา่ งไร​เ​ราจ​ งึ ไ​มค​่ วรจ​ ะฝ​ ากศ​ รทั ธาข​ อง​ เราไ​ปอ​ ยท​ู่ ต​ี่ วั บ​ คุ คลม​ ากเ​กนิ ไ​ป​แ​ ตใ​่ หเ​้ ราเ​อาไ​วท​้ ต​ี่ วั ป​ ญั ญาห​ รอื ท​ ​่ี ตวั ธ​ รรมะ​ถ​ อื วา่ ผ​ ส​ู้ อนธ​ รรมะ​ท​ า่ นก​ เ​็ ปน็ แ​ คภ​่ าชนะข​ องธ​ รรมะ​ ภาชนะน​ นั้ ถ​ า้ เ​ปน็ ด​ นิ เ​หนยี วแ​ ตย​่ งั ไ​มไ​่ ดเ​้ ผา​ม​ นั ก​ ย​็ งั ไ​มแ​่ ขง็ แ​ รง​ม​ นั ​ ยงั เ​สอ่ื ม​ได​้ ​ตอ้ งเ​ผา​เสียก​ อ่ นม​ ันจ​ ึง​จะ​เปน็ ​ภาชนะ​ท่ีใ​ ช้ไดด้​ ​ี ​ ถา้ ​เรา​พิจารณา​เปน็ ​ท​ กุ ​เรอ่ื ง​ท่ี​เกิด​ข้นึ ​เรา​กไ็ ด้​กำไร​​ถา้ ​เรา​ เห็น​ผู้​ท่ี​ปฏิบัติ​ดี​ที่​เรา​เช่ือ​ว่า​เป็น​ผู้​มี​ปัญญา​แล้ว​เสื่อม​ ​ทำให้​เกิด​

ความเ​สียห​ าย​แก​่พระ​ศาสนา​เ​รา​ต้อง​เตือน​สตติ​ ัวเ​อง​​วา่ ผ​ ู้​ปฏบิ ตั ิ​ ขนาด​น​้ีก​ย็ ังเ​ส่ือม​ได​้ ​ยงั ​หลงไ​ด้​​นับป​ ระสา​อะไรก​ ับ​ตัวเ​รา​ซ่ึงย​ งั ​ไม่​ ถงึ ​ขน้ั น​ ั้น​​เรา​ตอ้ งท​ ำความเ​พยี ร​ของ​เรา​ใหถ้​ งึ ​ข้ัน​ที​จ่ ะพ​ น้ ​อนั ตราย​ ถงึ ​ขัน้ ​ทจี​่ ะเ​ส่ือมไ​มไ​่ ด้​ ​ ขา่ วอ​ อ้ื ฉ​ าวเ​ชน่ เ​รอื่ งพ​ ระก​ บั ผ​ ห​ู้ ญงิ ​ห​ รอื พ​ ระก​ บั เ​งนิ ก​ บั ท​ อง​ อะไรท​ ำนองน​ ้​ี ​เปน็ ส​ ิ่งท​ ค​ี่ นช​ อบอ​ า่ นช​ อบฟ​ ัง​​มันต​ น่ื เ​ต้นด​ ี​​เอาพ​ ระ​ เปน็ พ​ ระเอกล​ ะครน​ ำ้ เ​นา่ ​ค​ นช​ อบ​แ​ ตถ​่ งึ จ​ ะเ​ปน็ เ​รอื่ งท​ ก​่ี ระเทอื นใ​จ​ กต็ าม​ใ​ น​แง​่ผลก​ระ​ทบ​ตอ่ ​ตวั พระ​ศาสนา​​ที่​จริง​แล้ว​มัน​ก็​ไม่​มาก​ เพราะม​ นั เ​ป็น​เร่อื งค​ วาม​ชั่วเ​ฉพาะบ​ ุคคล​ ​ แต่​ถ้า​มี​พระ​สอน​ส่ิง​ท่ี​ผิด​จาก​พระ​ธรรม​วินัย​ ​หลอก​ลวง​ หรือ​ทำให้​คน​เกิด​มิจฉาทิฐิ​ ​นี่​เป็น​ความ​เสีย​หาย​มากกว่า​ ​ถึง​แม้​ จะ​เป็น​เร่ือง​ท่ี​ไม่​น่า​ตื่น​เต้น​เท่า​เร่ือง​พระ​กับ​สีกา​ ​แต่​มี​ผลก​ระ​ทบ​ ตอ่ ​พระศ​ าสนาม​ าก​กวา่ ​หลายๆ​เ​ทา่ ​​เพราะ​ถา้ เ​กิด​ความเ​ขา้ ใจ​ผิด​ ใน​หลกั ก​ ารส​ ำคัญข​ องพ​ ระพทุ ธ​ศาสนา​​และ​มก​ี าร​ปฏบิ ัต​ิผดิ ​​ผล ​เสีย​หาย​จะ​เกิด​ท้ัง​ต่อ​ชาว​พุทธ​ใน​ปัจจุบัน​และ​อนุชน​รุ่น​หลัง​ ซ่งึ ​ถอื วา่ เ​ป็น​ความเ​สยี ห​ าย​อย่าง​ยิง่ ​​การ​ศกึ ษาแ​ ละ​การ​ปฏบิ ตั ิ​ให้​ ได้​หลัก​ท่ี​ถูก​ต้อง​ ​แล้ว​รักษา​หลัก​นั้น​ไว้​ ​ปกป้อง​พระพุทธ​ศาสนา​ ของ​เราไ​ว​้ น​ บั ​เป็นบ​ ญุ แ​ ละเ​ป็น​หน้าทข่​ี องช​ าวพ​ ุทธ​ทุกค​ น​ ​ เร่ือง​ความ​เสีย​หาย​และ​ความ​ชั่ว​เฉพาะ​บุคคล​น้ี​ก็​มี​มา​ ตั้งแต่​สมัย​พุทธกาล​ ​และ​ต่อ​ไป​ก็​ยัง​ต้อง​มี​แน่นอน​ ​เพราะ​มัน​ เป็น​เรื่อง​ธรรมดา​ของ​ปุถุชน​ ​พระ​ส่วน​มาก​ก็​ยัง​เป็น​ปุถุชน​อยู่​ ​จึง​ มี​โอกาส​ท่ี​จะ​แพ้​กิเลส​ ​ย่ิง​ใน​กรณี​ท่ี​พระ​ไม่​ใช้​พระ​วินัย​เป็น​รั้ว​กัน​ ความ​ช่ัว​ ​กัน​อันตราย​ ​ก็​น่า​เป็น​ห่วง​ ​ถ้า​ไม่​เอ้ือเฟ้ือ​ต่อ​พระ​วินัย​ : 69

70 : ชยสาโร ภิกขุ ไม่​เคารพ​ต่อ​พุทธ​บัญญัติ​ ​เรียก​ว่า​กำลัง​เสี่ยง​กับ​อันตราย​มาก​ พระ​วินัย​จึง​เป็น​ส่ิง​ท่ี​ป้องกัน​ภัย​ต่างๆ​ ​และ​การ​ละเมิด​วินัย​ของ​ พระ​ภิกษุ​เป็น​สัญญาณ​เตือน​ภัย​แก่​ผู้​ที่​เก่ียวข้อง​ ​ไม่​ว่า​ใน​เชิง​ อาจารย์​เ​พื่อน​​หรอื ​​ศิษย์​ ๒๗ ถ​ าม​ ​ขอ​ได้​โปรด​ช้ีแนะ​แนวทาง​ปลูก​ฝัง​และ​พัฒนาการ​เป็น​ผู้​มี​ อารมณข์​ นั ​แ​ มแ้ ต​่ในผ​ ใู้ หญห​่ ากว่า​ยังไ​ม่​สายเ​กิน​ไป​​ศษิ ยเ​์ หน็ ว​ า่ ​ อารมณข​์ นั เ​มอื่ ถ​ กู ก​ าลเทศะแ​ ละอ​ ยใ​ู่ นร​ะดบั พ​ อป​ ระมาณ​สามารถ​ ชว่ ยผ​ ่อนค​ ลายค​ วาม​ตึงเครยี ดแ​ ละ​มค​ี วามส​ รา้ งสรรค​์ ต​ อบ ​ ​หลวง​พอ่ ​ชา​ท่าน​เคย​บอก​ว่า​ขบขัน​พอ​ประมาณ​คือ​สมณะ​ ไม่​ทราบ​จะ​ปลูก​ฝัง​ได้​หรือ​เปล่า​ ​ตอน​ท่ี​อาตมา​เรียน​หนังสือ​เคย​ ทำเ​ปน็ ​โครง​งาน​วจิ ยั เ​หมือนก​ ัน​​วเิ คราะห์ส​ ง่ิ ​ต่างๆ​​ท​ี่ทำใหค้​ น​เรา​ หัวเราะ​ ​ว่า​มี​หลัก​การ​อะไร​บ้าง​ ​ได้​ข้อ​สังเกต​ข้อ​หน่ึง​ว่า​ ​การ​เอา​ สองส​ ่งิ ​ทีไ่​ม่​นา่ ​จะเ​ข้า​กันม​ า​ใหเ้​ข้า​กนั ​จนไ​ด​้ ม​ กั ​ทำให​้หัวเราะ​​เช่น​ มี​ผู้ชาย​ตัว​ใหญ่​ดู​น่า​เกรง​ขาม​ ​แต่​พูด​ด้วย​เสียง​สูง​เหมือน​ผู้​หญิง​ หรือ​ความ​คาด​หวัง​ใน​เร่ือง​ใด​เรื่อง​หนึ่ง​ ​ถูก​พลิก​ให้​เป็น​อีก​แบบ​ หนึง่ ​หรือต​ รง​กนั ​ขา้ ม​ห​ รอื เ​อาเ​รอ่ื ง​สงู เ​ร่ือง​ตำ่ ม​ าป​ นก​ นั ​ ​ ให้​ลองท​ บทวนจ​ าก​โจก๊ ​ทต​่ี ัว​เอง​ชอบ​และร​ ูส้ กึ ว​ ่าต​ ลก​ล​ อง​ วิเคราะห์​ด้วย​ว่า​อะไร​คือ​กลไก​ ​อะไร​คือ​สิ่ง​ท่ี​ทำให้​เรา​หัวเราะ​ได้​ อาตมา​ว่า​หลัก​สำคัญ​ที่สุด​ก็​คือ​ ​ความ​ขัด​แย้ง​ ​สิ่ง​ที่​เข้า​กัน​โดยท่ี​ ไม​น่ ่าจ​ ะเ​ขา้ ก​ นั ​ได้​

​ส่ิง​ที่​ตลก​ขบขัน​ที่​เป็น​กุศล​ก็​มี​ ​ที่​เป็น​อกุศล​ก็​มี​ ​บางที​การ​ พดู ​ตลกเ​กิด​จากโ​ทสะ​ห​ รอื ​เปน็ ​อาการ​ของค​ วามก​ า้ วรา้ ว​บ​ าง​คน​ อาจ​จะ​กระตุ้น​ความ​ยึด​ม่ัน​ถือ​ม่ัน​บาง​อย่าง​ ​เช่น​ ​ความ​รังเกียจ​ ผิว​เ​ปน็ ต้น​ห​ รอื พ​ ูดเ​ร่อื งล​ ามก​​การ​พูด​ตลกด​ ้วยเ​อาก​ เิ ลส​คนเ​ป็น​ ท​ี่ต้งั ​มัน​งา่ ย​​ต้อง​ม​ีผฟู้​ งั ห​ ัวเราะ​อยู่เ​สมอ​​แต่น​ ัก​ปฏิบัต​ิ ​เราค​ วรจ​ ะ​ ถือว่า​เป็นการ​ส่ง​เสริม​อารมณ์​ขัน​ใน​ลักษณะ​ที่​เป็น​มิจฉา​วาจา​ ไ​ม่เ​หมาะ​สม​น​ ่า​เกลยี ด​​ผดิ ศ​ ีล​ ​ถ้า​จะ​พูด​ตลก​ให้​เพื่อน​ได้​ผ่อน​คลาย​ ​เรา​ต้อง​รู้จัก​เลือก​ส่ิง​ ที่​ไม่​ส่ง​เสริม​กิเลส​ใน​จิต​ของ​ผู้​ฟัง​ ​ซึ่ง​โยง​ไป​ถึง​การ​ทำ​หน้าท่ี​เป็น​ กัลยาณมิตร​ต่อ​คน​รอบ​ข้าง​ ​ถ้า​เรา​พูด​สิ่ง​ที่​เพ่ิม​ความ​ดูถูก​คน​อื่น​ เพราะเ​ชือ้ ​ชาต​ิ ​เพศ​​ศาสนา​ร​ ูปร​ ่าง​ส​ ติ​ปญั ญา​เ​ป็นต้น​เ​พียงเ​พอื่ ​ ใหเ​้ พอื่ น​ได้​หัวเราะ​​เรียก​วา่ ​ไม​่ค้มุ ​คา่ ​ ​โจ๊ก​ที่​ดี​ท่ี​สร้างสรรค์​คือ​โจ๊ก​ท่ี​ช่วย​ให้​เรา​ได้​เห็น​กิเลส​ ของ​ตน​ ​และ​หัวเราะ​ตัว​เอง​ ​ถ้า​มี​ใคร​ตัก​เตือน​เรื่อง​กิเลส​หรือ​ จุด​อ่อนข​อง​เรา​โดยตรง​เรา​อาจ​จะ​รับ​ไม่​ได้​ ​แต่​บางที​ถ้า​ครูบา​ อาจารย์​หรือ​กัลยาณมิตร​กล่าว​เชิง​ขบขัน​ ​เรา​อาจ​จะ​รับ​ได้​ ​เช่น​ จาก​ประสบการณ์​ของ​พระ​ฝร่ัง​หลาย​รูป​ ​หลวง​พ่อ​ชา​สามารถ​ พดู ​ให้​พวก​เรา​หัวเราะ​ตวั ​เอง​ได​้ ​คอื ​ไม่​กลุ้ม​ใจ​กบั ​กิเลส​ของ​ตวั ​เอง​ มาก​เกิน​ไป​ ​แต่​เห็น​โทษ​ของ​มัน​ชัด​ขึ้น​ ​ยก​ตัวอย่าง​เช่น​พระ​ที่​ไป​ ไหน​ชอบ​จับผิด​ ​หลวง​พ่อ​สอน​ท่าน​ว่า​เหมือน​มี​ข้ี​ใน​ย่าม​ ​ไป​ไหน​ บ่น​ว่าเ​หมน็ ​โ​ดยไ​ม​น่ กึ ​ว่า​กล่ินเ​กดิ ​จาก​ยา่ ม​ค​ อื ​ใจท​ ่าน​​ไม่ใชจ​่ าก​ สถานท​ ่ี​ต​ ลก​อยา่ ง​นผ​ี้ ฟ​ู้ งั ห​ วั เราะ​ดว้ ย​ม​ ​กี ำลังใ​ จ​ดว้ ย​​ถอื เ​ป็น​เรือ่ ง​ ขบขัน​ท่​ีเปน็ ​กุศล​ : 71

72 : ชยสาโร ภกิ ขุ ๒๘ ​ ​ถาม ​ ​ขอ​เรียน​ถาม​ว่า​ ​ใน​ปัจจุบัน​น้ี​มี​การ​เปิด​สำนัก​อบรม​ วิปัสสนา​กรรมฐาน​หลาย​แห่ง​ ​มี​การ​บรรยาย​ธรรม​โดย​พระ​และ​ ฝา่ ยฆ​ ราวาส​ศ​ ษิ ยจ​์ ะท​ ราบไ​ดอ​้ ยา่ งไรว​ า่ แ​ หง่ ใ​ดใ​หค​้ วามร​ต​ู้ รงต​ าม​ ทพ​่ี ระพทุ ธเจา้ ท​ รงส​ อน​โ​ปรดช​ แ้ี นะด​ ว้ ยเ​จา้ คะ่ ​แ​ ละจ​ ะม​ ใ​ี ครต​ รวจ​ สอบส​ ำนกั ​ตา่ งๆ​เ​หลา่ ​นว​้ี า่ ​ถกู ต​ ้อง​หรอื ไ​ม​่ ​ตอบ​ ​ปัญหา​เร่ือง​การ​ตรวจ​สอบ​ก็​น่า​จะ​อยู่​ท่ี​การ​ต้ัง​และ​การ​ รักษา​ความ​เป็นก​ลาง​ของ​องค์กร​ตรวจ​สอบ​ ​ตอน​นี้​ยัง​ไม่​เห็น​มี​ ใคร​ ​ อยา่ งไรก​ ต็ าม​ข​ อใ​หค​้ ำแ​ นะนำง​ า่ ยๆ​เ​รม่ิ ต​ น้ ข​ อแ​ นะนำใ​หด​้ ​ู ทา่ ทต​ี อ่ ศ​ ลี ​เ​รอ่ื งน​ ส​้ี ำคญั ม​ าก​ข​ อ้ แ​ รก​ส​ ำนกั ท​ ไ​ี่ ปน​ นั้ ย​ ำ้ ใ​นเ​รอื่ งข​ อง​ ศลี ไ​หม​ศ​ ลี ​๕​ ​ศ​ ลี ​๘​ ​เ​รอ่ื งน​ จ​ี้ ะเ​ปน็ เ​ครอ่ื งร​ บั ป​ ระกนั ค​ วามป​ ลอดภยั ​ ของ​ผู้​เก่ียวข้อง​ทุก​คน​ ​ข้อ​ที่​สอง​ ​เร่ือง​เงิน​ ​ถ้า​มี​การ​เรี่ย​ไร​มาก​ให้​ ระมัดระวัง​ ​อย่าง​เช่น​พอ​โยม​ไป​ครั้ง​หน่ึง​ ​กลับ​บ้าน​ก็​มี​โทรศัพท์​ ตามม​ าเ​ชญิ ก​ ลบั ม​ าอ​ กี ​เ​ชญิ บ​ รจิ าค​ก​ ารส​ อนว​ า่ ย​ ง่ิ บ​ รจิ าคม​ ากย​ ง่ิ ​ ได​บ้ ุญม​ าก​แ​ ละก​ ารท​ ่​ีผ้นู ำส​ ำนกั พ​ ยายาม​จะโ​ฆษณา​ตวั เ​อง​ก​ ​็ให้​ ระมดั ระวงั ​ถ​ า้ ท​ า่ นพ​ ดู ใ​นท​ างท​ ใ​่ี หส​้ นใจต​ วั ท​ า่ นม​ าก​แ​ ละอ​ ยากใ​ห​้ สรา้ งค​ วามส​ มั พนั ธ​ก์ ับต​ ัว​ทา่ นม​ าก​ต​ อ้ งร​ ะมดั ระวัง​​เช่น​​อาจารย์​ เจ้า​สำนัก​เห็น​คน​มี​ฐานะ​ดี​เข้า​มา​ ​ชอบ​บอก​ว่า​สงสัย​โยม​เคย​เป็น​ ลูก​ของ​หลวง​พ่อ​ใน​ชาติ​ก่อน​ ​ถ้า​อ้าง​เร่ือง​ชาติ​ก่อน​ ​เรื่อง​ความ​ สัมพนั ธ์ใ​ กล้​ชดิ ใ​ น​ชาตกิ​ อ่ น​​แบบ​นต้​ี ้อง​ระมัดระวัง​​ฟัง​หู​ไวห​้ ู​

​ การ​วางตัว​ของ​อาจารย์​ต่อ​ลูก​ศิษย์​ก็​สำคัญ​ ​ใน​กรณี​ของ​ สงฆ์​ ​โยม​คง​ทราบ​ว่า​ ​พระ​ไม่​ควร​พูด​กับ​โยม​ผู้​หญิง​สอง​ต่อ​สอง​ พระ​ท่ี​นา่ ไ​วใ้ จจ​ ะ​ไมช่​ วน​ไป​พบ​ไปค​ ุย​สว่ น​ตัว​​เพราะไ​มถ่​ ูก​ตอ้ ง​​ให้​ ระมัดระวัง​ ​ให้​ดู​เรื่อง​อำนาจ​ ​เรื่อง​ฐานะ​ ​เรื่อง​การ​โปรโมท​ตัว​เอง​ เรื่อง​เงิน​เรื่อง​ทอง​ ​เร่ือง​ศีล​ท่ัวไป​ ​และ​ความ​เป็น​อยู่​ ​เป็นต้น​ ​เรา​ ยัง​ไม่​ต้อง​ไป​ด​ูคำ​สอน​ ​เรา​สามารถ​ดู​ใน​ระดับ​น​ี้ได​้ก่อน​ ​ส่วน​เร่ือง​ แนวทาง​ของ​สำนัก​ท่ี​ควร​ระมัดระวัง​มาก​ ​คือ​ที่​บอก​ว่า​สำนัก​น้ี​ เท่านั้น​ท่ี​สอน​ถูก​ ​สำนัก​อ่ืน​ผิด​หมด​ ​แบบ​นี้​ให้​ระวัง​ที่สุด​เลย​ ​อัน​ นี้​เป็น​สัญญาณ​เตือน​ภัย​ ​สำนัก​ไหน​ท่ี​สอน​ให้​มี​เรา​มี​เขา​ ​เช่น​ว่า​ เป็นก​ลุ่ม​คน​ดี​ท่ี​กำลัง​ถูก​รังแก​ ​พวก​เขา​รังเกียจ​เรา​ ​พวก​เขา​จะ​ เบยี ดเบยี น​เรา​เ​รา​จึง​ตอ้ งช​ ่วย​เหลือซ​ ่ึง​กนั ​และก​ ัน​​เราเ​ป็น​ฝา่ ย​ถูก​ ต้อง​ส​้กู ับฝ​ า่ ยผ​ ดิ ​อ​ ยา่ งน​ ้​รี ะวัง​ ​สุดท้าย​ ​ถ้า​จะ​ให้​ถูก​ต้อง​จริงๆ​ ​ต้อง​ตรง​ตาม​หลัก​ อริยมรรค​ ​๘​ ​ผู้​ท่ี​อยาก​จะ​ตรวจ​สอบ​เอง​ต้อง​ศึกษา​เร่ือง​ อริยมรรค​​๘​ศ​ ีล​​สมาธ​ิ ​ปญั ญา​​ด​วู า่ ​ครบไ​หม​อ​ รยิ มรรค​๘​ ​​ทา่ น​ สอนค​ รบ​ทุก​องค์ไ​หม​น​ ่กี​ ็​เป็น​หลกั ต​ ายตัว​ ๒๙ ถ​ าม ​ ​กราบเ​รยี น​ถามท​ ่าน​อาจารย​์ ม​ จิ ฉา​สมาธ​ิ ​ตา่ ง​จากส​ ัมมา​ สมาธิอ​ ย่างไร​ ​ตอบ​ ​สมั มาส​ มาธใ​ิ นท​ างพ​ ทุ ธศ​ าสนาเ​ปน็ ส​ ว่ นห​ นง่ึ ข​ องอ​ รยิ มรรค​ มี​องค์​ ​๘​ ​มี​ความ​สัมพันธ์​เนื่อง​อาศัย​กัน​อย่าง​ใกล้​ชิด​กับ​ศีล​และ​ : 73

74 : ชยสาโร ภกิ ขุ ปัญญา​ ​สัมมา​สมาธิ​จะ​เกิด​ใน​จิตใจ​ของ​ผู้ทรง​ศีล​แล้ว​ย่อม​นำ​ไป​ สู่​ปัญญา​ ​สมาธิ​ท่ี​เกิด​ใน​จิตใจ​ของ​ผู้​ไม่​ทรง​ศีล​มัก​จะ​ไม่ใช่​สัมมา​ สมาธ​ิ แ​ ละเ​ปน็ ส​ มาธท​ิ ไ​่ี มน​่ ำไ​ปส​ ป​ู่ ญั ญา​เ​ราไ​มต​่ อ้ งแ​ ยกศ​ ลี ​ส​ มาธ​ิ ปัญญา​ ​มัน​ต้อง​อยู่​ด้วย​กัน​ ​ถ้า​เป็น​สมาธิ​ใน​ไตรสิกขา​ ​เรียก​ว่า​ สมั มา​สมาธ​ิ ส​ มาธ​นิ อกไ​ตรสิกขา​เ​ราไ​ม่​เรยี ก​วา่ ​สมั มาส​ มาธิ​ ​ ที่​วัด​ป่า​นานาชาติ​ ​ชาว​ต่าง​ชาติ​มา​เย่ียม​เยอะ​ ​บาง​คน​ บอก​ว่า​ไม่​ได้​สนใจ​พระพุทธ​ศาสนา​ ​สนใจ​แต่​สมาธิ​ ​สนใจ​ Meditation​ ​เขา​คิด​อยาก​ได้​วิธี​ระงับ​ความเครียด​อย่าง​เดียว​ เหมอื นป​ ฐมพยาบาล​อ​ าตมาม​ กั อ​ ธบิ ายใ​หเ​้ ขาฟ​ งั ว​ า่ อ​ ยา่ งน​ นั้ ก​ ไ็ ด​้ แตถ​่ ้าไ​ม่​สนใจพ​ ุทธศ​ าสนา​ไ​มม่ หี​ ลกั ​สัมมาท​ ฐิ ิ​ไ​มเ่​จริญต​ ามห​ ลกั ​ ศีล​สมาธิ​ปัญญา​ให้​ครบ​ถ้วน​ ​มัน​จะ​ไม่​เกิด​ผล​ดี​เท่า​ท่ี​ควร​ ​จะ​พัก​ จาก​ทุกข​์ไดช้​ ั่วคราว​​แตจ่​ ะ​ไมม่ ​ีทาง​พน้ ท​ ุกขโ​์ ดย​สนิ้ ​เชงิ ​ ​เครอ่ื ง​วัดห​ รือว​ า่ ​เครื่องต​ ัดสนิ ข​ ้อแ​ รก​ค​ ือค​ วามส​ ัมพันธก์​ บั ​ ศลี แ​ ละป​ ญั ญา​ส​ ำหรบั อ​ าการห​ รอื ภ​ าวะข​ องส​ มั มาส​ มาธ​ิจ​ ดุ เ​ดน่ ท​ ​่ี ตา่ งจ​ ากม​ จิ ฉาส​ มาธอ​ิ ยา่ งช​ ดั เจนท​ ส่ี ดุ ​ค​ อื ต​ วั ส​ ตน​ิ น่ั เอง​ถ​ า้ ห​ ากวา่ ​ มส​ี ต​ิ ​กเ​็ ปน็ ​สมั มาส​ มาธิ​ได​้ ​ถา้ ข​ าด​สตกิ​ เ​็ ป็นม​ ิจฉา​สมาธท​ิ ันท​ี ​ เราด​ จ​ู ากภ​ ายนอกน​ ด​ี่ ย​ู าก​บ​ างค​ นน​ ง่ั ต​ วั ต​ รงน​ ง่ั เ​ปน็ ช​ วั่ โมง​ ทำใหค้​ น​อ่นื ​เกดิ ​กเิ ลสเ​กดิ ค​ วาม​อจิ ฉา​บ​ าง​คนน​ ง่ั ​ดกุ ​ดิกๆ​ป​ วดข​ า​ ปวด​หลงั ​ฟ้งุ ซ่าน​​พอ​มอง​ไป​ท​ี่คน​น​้ี ​ดู​เขา​แลว้ ​นั่ง​คดิ ​ว่า​​เขา​คงจะ​ บรรล​ุเสยี แ​ ล้ว​​กไ​็ มแ่​ น่นอนห​ รอก​​เพราะ​ว่า​ถา้ ​เข้า​ภวงั คก​์ เ็​หมือน​ กับ​นอนห​ ลับ​เ​รียก​ว่า​หลบั ใน​​แบบ​นี้​นง่ั ​นิง่ ไ​ด้​นาน​เหมือนก​ นั ​ข​ ้าง​ นอกด​ ด​ู ี​ ​ เคย​มี​สามเณร​น้อย​ที่​วัด​ป่า​ท่ี​อุบล​​จะ​เข้า​ภวังค์​น่ิง​เหมือน​

ก้อน​หิน​เลย​ ​ไม่รู้​ตัว​ ​นิ่ง​ชั่วโมง​ ​๒​ ​ช่ัวโมง​ ​มี​อยู่​วัน​หน่ึง​น่ัง​นิ่ง​จน​ ดึก​ ​พระ​เณร​จะ​กลับ​กุฏิ​กัน​ ​สามเณร​ก็​ยัง​นั่ง​ขัด​สมาธิ​ตัว​แข็ง​อยู่​ ​เจ้า​อาวาส​จึง​ให้​พระ​ยก​สามเณร​น้อย​ข้ึน​เหมือน​ยก​พระพุทธ​รูป​ พา​ไป​ไว้​ที่​กุฏิ​ ​สามเณร​ลืมตา​ข้ึน​มา​ก็​อยู่​กุฏิ​แล้ว​ ​ไม่รู้​ว่า​มา​ได้​ ยัง​ไง​อ​ ยา่ ง​นี้​เรียก​ว่า​เป็น​มิจฉา​สมาธิ​​ไม่ใชส​่ มั มาส​ มาธ​ิ ​ เพราะ​ฉะนัน้ ​​ตวั ​สำคญั ค​ ือส​ ต​ิ ​รตู้ วั ​ส​ ติ​​สัมปชญั ญะ​​ต้อง​ รู้ตวั ​​ส่ิงท​ ี่​จะ​นำส​ มาธไิ​ปส​ ป​ู่ ัญญา​คืออ​ ะไร​​กค​็ ือส​ ตนิ​ ่ันเอง​ ​ ๓๐ ถ​ าม​ ​ดิฉัน​มีหน้า​ที่​ดูแล​คน​ป่วย​หนัก​ ​ขอก​ราบ​เรียน​ถาม​ว่า​คน​ ท่ี​เจ็บ​หนัก​สภาพ​จิต​ใน​ช่วง​ท่ี​กำลัง​จะ​สิ้นลม​มี​ความ​สำคัญ​ต่อ​ ภพ​ชาติ​ใหม่​มาก​เพียง​ใด​ ​จะ​มี​อิทธิพล​เหนือ​กว่า​การก​ระ​ทำ​ที่​ เขา​สะสม​มา​ตลอด​ชีวิต​หรือ​ไม่​ ​ขอ​ความ​กรุณา​ท่าน​อาจารย์​ช่วย​ อธบิ ายใ​ ห​้ดว้ ย​เจา้ ค่ะ​ ​ตอบ​ ​ก็​มี​ความ​สำคัญ​มาก​ ​เพราะ​สภาพ​จิตใจ​ใน​วาระ​สุดท้าย​ เป็น​ตัวนำ​ไป​สู่​ภพ​ชาติ​ใหม่​ ​ใน​ช่วง​นั้น​มัก​จะ​มี​ภาพ​นิมิต​เป็น​ สญั ญาจ​ ากอ​ ดตี เ​กดิ ข​ นึ้ ใ​ นจ​ ติ ใจ​ถ​ า้ ใ​ ครเ​คยเ​กบ็ ก​ ดอ​ ะไรท​ ไ​่ี มด​่ อ​ี ยู​่ ในใ​จ​ไ​มเ​่ คยป​ ลอ่ ยว​ าง​น​ มิ ติ จ​ ะร​ นุ แรงม​ ากจ​ นย​ ากท​ จ​ี่ ะค​ วบคมุ ส​ ต​ิ ได้​​เป็น​ทุกขก​์ ่อนแ​ ละ​หลังต​ าย​ ​ ผท​ู้ ไ​่ี มเ​่ คยฝ​ กึ ภ​ าวนา​ไ​มเ​่ คยไ​ดด​้ ภ​ู ายในใ​จข​ องต​ นเอง​ช​ อบ​ เก็บก​ ด​อะไร​ไวใ​้ นใ​ จ​เยอะๆ​​สิง่ ​ท​ต่ี นท​ ำ​แลว้ ร​ บั ​ไมไ​่ ด้​​หรอื ไ​มอ​่ ยาก​ : 75

76 : ชยสาโร ภกิ ขุ รับ​ ​เริ่ม​ต้น​อาจ​จะ​เป็นการ​ปิดบัง​ ​ไม่​ให้​คน​อื่น​ทราบ​ ​นานๆ​ ​เข้า​ กลาย​เป็น​ว่า​หลอก​ตัว​เอง​อีก​คน​ ​แต่​ช่วง​สุดท้าย​ของ​ชีวิต​ ​อะไร​ท่ี​ มัน​ซ่อนอ​ ยู่​ข้างใ​ น​​มนั ​กจ​็ ะด​ ิน้ อ​ อก​มา​​มผี​ ล​ต่ออ​ นาคต​ ​บาง​คน​คิด​ผิด​ ​ยึด​ม่ัน​ถือ​มั่น​ว่า​เป็น​คน​ไม่​ดี​ ​เพราะ​ความ ​ผิด​พลาด​ธร​รม​ดาๆ​ ​ใน​อดีต​ ​ปรุง​แต่ง​เรื่อง​เล็ก​เป็น​เรื่อง​ใหญ่​ จนกลาย​เป็น​เครื่อง​เศร้า​หมอง​ใน​ใจ​ใน​วาระ​สุดท้าย​ ​เป็นการ​ เบียดเบยี น​ตน​โดย​แท​้ ​ อยา่ งไรก​ ต็ าม​จ​ ติ ส​ ดุ ทา้ ยเ​ปน็ แ​ คป​่ จั จยั ห​ นงึ่ ใ​นก​ ารก​ ำหนด​ ชาต​ิหนา้ ​ของ​เรา​ ​ การก​ระ​ทำ​ใน​ชีวิต​ท่ี​ผ่าน​มา​ย่อม​มี​ผล​เหมือน​กัน​​เพียง​แต​่ ว่า​ภาวะ​จติ ใ​ น​วาระ​สุดทา้ ยจ​ ะ​ออกผ​ ล​กอ่ น​ผ​ ู​ท้ ่​ีมคี​ ณุ ธรรม​ม​ งุ่ ​มนั่ ​ ใน​ทาน​ใน​ศีล​ใน​ภาวนา​ตลอด​ชีวิต​ก็​ไม่​ต้อง​อยู่​นาน​ ​ผล​บุญ​ท่ี​เคย​ ทำไ​วก​้ ​จ็ ะน​ ำไ​ป​สภ​ู่ พภ​ มู ​ิทดี่​ ​ีทน​่ี า่ อ​ ยต่​ู ่อไ​ปใ​ น​ที่สุด​ ​ การ​ปฏิบัติ​ภาวนา​ของ​เรา​มี​ส่วน​สำคัญ​ใน​การ​ชำระ​จิต ใต้สำนึก​ ​สิ่ง​ที่​เรา​เคย​เก็บ​กด​ไว้​เรา​ก็​ใช้​การ​ภาว​นา​ค่อยๆ​ ​ชำระ​ ค่อยๆ​ ​ปล่อย​วาง​ความ​ยึด​ม่ัน​ถือ​มั่น​ใน​อัตตา​ตัว​ตน​และ​ความ ​ยึด​มั่น​ถือ​ม่ัน​ใน​สัญญา​เก่า​ให้​น้อย​ลง​ ​การ​ปฏิบัติ​ช่วย​ให้​เรา​ได้​ เตรียม​จิต​ให้​พร้อม​ท่ี​จะ​เผชิญ​หน้า​กับ​ความ​ตาย​ ​ตาม​รอย​ครูบา​ อาจารยท์​ ั้ง​หลาย​​เป็น​งาน​ทท่​ี กุ ​คนต​ อ้ งท​ ำ​เอง​ ​ สำหรับ​ผู้​ท่ี​มีหน้า​ท่ี​ดูแล​คนไข้​ผู้​ท่ี​อยู่​ใน​วาระ​สุดท้าย​ของ​ ชีวิต​ ​ส่ิง​สำคัญ​คือ​ ​การ​พยายาม​น้อม​จิต​ของ​ผู้​ใกล้​ตาย​น้ัน​ให้​คิด​ แต่​ใน​เรื่อง​ดี​เท่า​ที่​จะ​ทำได้​ ​ให้​ระลึก​อยู่​ใน​คุณ​งาม​ความ​ดี​ท่ี​เคย​ ทำไ​ว​้ ​และถ​ ้าเ​ขาย​ ัง​มี​อะไรอ​ ยใู่​ นใ​ จ​ย​ ัง​โกรธค​ น​น้นั ย​ ัง​เกลยี ดค​ นน​ ​้ี

ก็​พยายาม​ชกั ชวน​ให​้ให้​อภัย​​ควร​จะ​เป็น​เวลา​ทำ​เรอื่ ง​ตา่ งๆ​​ที่​ยัง​ ค้าง​อยู​ใ่ น​ใจใ​ ห้​หมดไ​ป​เ​ราเ​น้นใ​ น​เรอ่ื งก​ ารอ​ โหสกิ รรม​​ใน​กรณที​ ี​่ ผท​ู้ จ​ี่ ะจ​ ากไ​ปเ​ปน็ ญ​ าตผ​ิ ใู้ หญ​่ ถ​ า้ เ​ราร​ ว​ู้ า่ ท​ า่ นย​ งั ไ​มพ​่ อใจก​ บั ล​ กู ค​ น​ นนั้ ห​ ลานค​ นน​ ญ​ี้ าตค​ิ นน​ นั้ เ​พอื่ นค​ นน​ ​ี้ ถ​ า้ เ​ปน็ ไ​ปไ​ดก​้ ค​็ วรช​ กั ชวนใ​ห​้ ทา่ นไ​ดป​้ ลอ่ ยว​ างแ​ ละใ​ หอ​้ ภยั ​เ​พราะถ​ า้ เ​ราย​ งั ม​ อ​ี ะไรค​ า้ งค​ าใ​ จอ​ ย​ู่ มนั ​จะเ​ปน็ ​เหต​ุ ซ​ ึ่ง​ย่อมม​ ​ีผล​ ​ถ้า​เรา​ช่วย​ให้​คนไข้​ได้​ปล่อย​วาง​ก่อน​ตาย​ได้​ ​ปล่อย​วาง​ ความ​โกรธ​ ​ความ​โมโห​ ​ความ​เคียดแค้น​ ​และ​ความ​รู้สึก​ท่ี​เป็น​ อกศุ ล​ทั้ง​หลาย​​นัน่ ถ​ ือว่า​เปน็ การ​ตอบแทนบ​ ุญ​คุณ​ที่ย​ ิ่ง​ใหญ่​ ​ : 77



​คำถามเ​รอื่ งก​าร​ปฏบิ ัต​ิ ๓๑ ​ ถ​ าม​ ​มา​ปฏิบัติ​ธรรม​หลาย​คร้ัง​ ​แต่​ยัง​ไม่​ค่อย​ก้าวหน้า​ ​จึง​ขอ​ ความ​เมตตา​ท่าน​อาจารย์​ช่วย​บอก​เคล็ด​ลับ​การ​น่ัง​สมาธิ​และ ก​ ารเ​จรญิ ​สต​ใิ หอ้​ ยูก่​ บั ต​ ัวด​ ้วย​เจ้าคะ่ ​ ​ตอบ​ ​เคลด็ ​ลับ​ไมม่ ​ี ม​ แ​ี ตเ​่ คลด็ เ​ปดิ เ​ผย​ว​ า่ ​ตอ้ งท​ ำ​มาก​ขนึ้ ​เ​ราท​ ำ​ นอ้ ยไ​ป​ไ​มใ่ ชเ​่ รอื่ งเ​ขา้ ใจย​ ากอ​ ะไรเ​ลย​ถ​ า้ จ​ ติ ย​ งั ไ​มส​่ งบ​ส​ ตย​ิ งั ไ​มด​่ ​ี กท​็ ำใหม​้ ากเ​จรญิ ใ​ หม​้ าก​อ​ ยา่ เ​พง่ิ เ​ขา้ ใจว​ า่ ค​ วามต​ ดิ ขดั ห​ รอื ค​ วาม​ ไมก​่ า้ วหนา้ ข​ นึ้ อ​ ยก​ู่ บั เ​ทคนคิ ใ​นก​ ารป​ ฏบิ ตั ธ​ิ รรมเ​สมอไ​ป​ม​ กั จ​ ะอ​ ย​ู่ ทว่ี​ ิถีช​ ีวิตม​ ากกว่า​ถ​ ้า​วถิ ี​ชวี ิต​ของเ​รา​ยุ่งเหยงิ ​ไมเ​่ รียบ​งา่ ย​​ชวน​ให​้ ฟุ้งซ่าน​ ​ชวน​ให้​วิตก​กังวล​จน​เกิน​ไป​ ​การ​ปฏิบัติ​ก็​เป็น​ไป​ได้​ยาก​ ถึงจ​ ะ​อยใ่​ู กล้พ​ ระ​อรหันต​์ ​ถึง​จะ​รูเ​้ ทคนคิ ​​รู้​ทกุ ​ส่งิ ท​ ุก​อยา่ งก​ ต็ าม​ ​ความไ​ม่ก​ า้ วหน้า​ในร​ ะยะ​ยาว​เตือนใ​ ห​้เราม​ าด​ วู​ ่า​​ทกุ ​วันน​ ​ี้ เราอ​ ยู่​อย่างไร​เ​รา​ทำอ​ ะไรอ​ ยูท่​ ​ีไ่ ม่​สอดคล้องก​ ับห​ ลัก​ธรรม​​ดเ​ู รอ่ื ง​ ความร​ บั ผ​ ดิ ช​ อบต​ า่ งๆ​ก​ ารท​ ำงาน​เ​รอ่ื งค​ วามเ​ปน็ อ​ ยใ​ู่ นค​ รอบครวั ​ ให้​ดู​ตรง​นี้​ ​มี​อะไร​บ้าง​ไหม​ที่​เรา​จะ​ตัด​ให้​น้อย​ลง​ ​ทำให้​เรียบ​ง่าย​ มาก​ขึ้น​ ​บางที​ถ้า​ฐานะ​ทาง​เศรษฐกิจ​ม่ันคง​พอ​สมควร​ ​เรา​จะ​ใช้​ เวลา​ทำงาน​น้อย​ลง​ได้​ไหม​ ​หา​เวลา​ปฏิบัติ​ธรรม​มาก​ข้ึน​ได้​ไหม​ แตล่ ะค​ นม​ ค​ี วามเ​ปน็ อ​ ยไ​ู่ มเ​่ หมอื นก​ นั ​แ​ ตข​่ อใ​หเ​้ ราใ​หค​้ วามส​ ำคญั ​ กบั ​การป​ ฏิบัต​ิมากข​ ้นึ ​ : 79

80 : ชยสาโร ภิกขุ ​ การป​ ฏบิ ตั ไิ​ม่ใช่ง​ านอ​ ดเิ รก​ ม​ ันเ​ป็น​งานห​ ลักข​ อง​ชีวิต​ ขอแ​ นะนำว​ า่ ใ​นแ​ ตล่ ะว​ นั ใ​หต​้ ดั ช​ ว่ งใ​หส​้ นั้ ล​ ง​ค​ อื ก​ ารเ​จรญิ ส​ ต​ิ ใ​หม​้ ​ี ภาคเ​ชา้ ​​ภาค​บา่ ย​ภ​ าคเ​ยน็ ​ภ​ าค​กลางค​ ืน​เ​พ่ือ​เปน็ การ​ตงั้ ​ต้นใ​ หม​่ เป็น​ระ​ยะๆ​ ​บันทึก​ประสบการณ์​ใน​การ​ปฏิบัติ​ ​การ​แพ้​ ​การ​ชนะ​ ทบทวน​ด​ูว่าเ​ราม​ ัก​จะ​บกพร่อง​หรอื ผ​ ดิ พ​ ลาดใ​ น​เรอื่ งไ​หน​บ้าง​ ​ ไม่​ต้อง​เปิด​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ตลอด​เวลา​ ​ถ้า​ปิด​แล้ว​เปิด​ อีก​ที​ มัน​ก็​จะ​บอก​ว่า​ใคร​โทร​มา​ ​ไม่​ต้อง​คอย​เป็น​ห่วง​ว่า​อาจ​จะ ​มี​คน​สำคัญ​ติดต่อ​มา​ ​ให้​เรา​มี​บาง​เวลา​ที่​ปิด​โทรศัพท์​ไม่​ให้​ใคร​ ตดิ ตอ่ ไ​ด​้ เ​ชน่ ​เ​วลาท​ ำวตั รเ​ยน็ น​ งั่ ส​ มาธใ​ิ หป​้ ดิ เ​ครอ่ื งเ​ลย​ใ​ หท​้ กุ ค​ น​ ทราบ​ว่า​ช่วง​นี้​ไม่​สะดวก​รับ​โทรศัพท์​ ​ใน​ช่วง​ท่ี​เปิด​โทรศัพท์​ ​เม่ือ​ เสยี งโ​ทรศพั ทด​์ งั ข​ น้ึ ​ก​ ไ​็ มต​่ อ้ งร​ บี ร​ บั ท​ นั ท​ี ใ​หห​้ ายใจเ​ขา้ ห​ ายใจออก ลกึ ๆ ซ​ กั ​๓​ ​ค​ รัง้ ​​เปน็ ว​ ิธี​ตัง้ ส​ ตก​ิ ่อนพ​ ดู ​ต​ ัง้ ​สตว​ิ ่าเ​ราจ​ ะ​พดู แ​ ตเ​่ ร่ือง​ ท่ี​เป็น​จริง​เป็น​ประโยชน์​ ​พูด​ด้วยความ​หวัง​ดี​ ​พูด​อย่าง​อ่อน​โยน​ ตง้ั ​สต​ใิ ห​ด้ ​กี อ่ น​รบั ​โทรศพั ท​์ ​เปน็ การ​ลด​ความเครยี ด​และ​ลดโอกาส ท​ จี่​ ะพ​ ูด​เพอ้ เ​จ้อ​ ​ยุค​ดิจิตอล​เป็น​ยุค​ที่​เอื้อ​ต่อ​การ​พูด​เพ้อ​เจ้อ​ใน​วง​กว้าง​ข้ึน​ คุย​กับ​คนใน​ต่าง​ประเทศ​ได้​ง่าย​ ​พูด​เพ้อ​เจ้อ​ได้​ใน​ราคา​ถูก​ ​ส่ิง​ที่​ ชวน​ให้​เรา​หลง​ชวน​ให้​เรา​เสีย​เวลา​มี​มาก​ ​เรา​ต้องหา​กุศโลบาย​ ที่​เหมาะ​กับ​ตัว​เอง​เพื่อ​รับมือ​กับ​สภาวะ​สังคม​ปัจจุบัน​ ​ถ้า​อยู่​ใน​ สังคม​มี​งาน​มี​การ​ ​เรา​ต้อง​พยายาม​มี​สติ​ต่อ​เนื่อง​ตลอด​เวลา​ ​น่ัง​ รถ​ไป​ทำงาน​ถ้า​ไม่​ได้​เป็น​ผู้​ขับ​ ​ก็​ให้​สติ​อยู่​กับ​ตัว​อยู่​กับ​ลม​หายใจ​ หรือ​เปิด​ธรรมะ​ฟัง​ใน​รถ​ ​ไป​งาน​ศพ​ก็​ไม่​ต้อง​เอาแต่​พูด​กับ​คน​นั้น​ คุย​กับ​คน​น้ี​ ​ให้​ถาม​ตัว​เอง​ว่า​ไป​งาน​ศพ​เพื่อ​อะไร​ ​ไป​เพื่อ​แสดง​

ความเ​คารพแ​ ละค​ วามส​ ำนกึ ใ​ นบ​ ญุ ค​ ณุ ผ​ ท​ู้ ล​ี่ ว่ งล​ บั ไ​ป​ห​ รอื ไ​ปเ​พอ่ื ​ พบปะ​กับ​เพื่อน​ฝูง​ ​อาตมา​ว่า​ถ้า​ไป​เพียง​เพื่อ​สังคม​ก็​เป็นการ​ไม่​ เคารพ​ตอ่ ผ​ ท​ู้ ล​่ี ว่ งล​ บั เ​ทา่ ท​ ค​่ี วร​ไ​ปแ​ บบง​ มงาย​ไ​ปแ​ บบไ​มม่ จ​ี ดุ ห​ มาย​ จุด​ประสงค์​ที่​ชัดเจน​และ​ถูก​ต้อง​ ​ให้​มา​ดู​ว่า​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน​มี​ เร่ืองไ​หนท​ ​่ีจะท​ ำใหช้​ วี ติ ฟ​ ุ้งซา่ นว​ ุ่นวาย​​เราท​ ำใหม​้ ันล​ ดน​ ้อยล​ งไ​ด้​ ไหม​แ​ ตใ​่ น​ส่วน​ที่เ​ป็น​หนา้ ทท​ี่ ่​จี ำเปน็ ​ตอ้ งก​ ระทำ​เ​ราต​ ้องค​ ดิ ว​ ่าท​ ำ​ อยา่ งไรเ​รา​จึง​จะ​มีส​ ตใิ​ น​การ​ทำ​หนา้ ทนี่​ นั้ ใ​ ห้​มากท​ ีส่ ดุ ​ไ​มเ่​ผลอ​ ​ ๓๒ ​ถาม​ ​เดินจ​ งกรมอ​ ย่างไรท​ ี่ไ​ ด้ร​ ู้ตัวท​ ั่วพ​ ร้อม​ ต​ อบ​ ​การ​รู้ตัว​ทั่ว​พร้อม​ที่​เรียก​ว่า​สัมปชัญญะ​นั้น​ ​ไม่​ได้​อยู่​ท่ี​ วธิ ก​ี ารห​ รอื เ​ทคนคิ ใ​นก​ ารเ​ดนิ ​เ​ราอ​ ยใ​ู่ นย​ คุ ส​ มยั ท​ ศ​ี่ รทั ธาใ​นเ​ทคนคิ ​ ถือว่า​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​มัน​จะ​ดี​เพราะ​เทคนิค​ ​เทคนิค​อะไร​ก็ตาม​ จะ​เดิน​จงกรม​บริกรรม​ ​เดิน​ช้า​เดิน​เร็ว​ ​ก็​ไม่​ทำให้​พ้น​จาก​กิเลส​ ไมไ​่ ดเ​้ ลยี่ งป​ ญั หา​น​ กั ภ​ าวนาห​ ลายค​ นม​ กั ห​ วงั ว​ า่ จ​ ะม​ เ​ี ทคนคิ ว​ เิ ศษ​ ถา้ เ​จอเ​ทคนคิ ท​ ด​ี่ ห​ี รอื เ​หมาะ​ป​ ญั หาใ​นก​ ารภ​ าวนาท​ ง้ั ห​ ลายจ​ ะห​ าย​ ไป​ง่ายๆ​ม​ ัน​จะ​ราบ​เรียบ​สบาย​ไป​เลย​บ​ าง​เทคนคิ ​อาจ​จะ​เหมาะ​ กับ​เรา​มากกว่า​อย่าง​อื่น​ ​แต่​สุดท้าย​เรา​ยัง​จำเป็น​จะ​ต้อง​พบ​กับ​ กเิ ลสท​ ​่ีอย​ู่ใน​จิตใจต​ ัวเ​อง​​มัน​เป็นเ​รอ่ื ง​ธรรมดา​ ​นัก​ปฏิบัติ​ถึง​จุด​หนึ่ง​มัก​รู้สึก​ว่า​ไม่​ค่อย​ก้าวหน้า​ ​ชัก​สงสัย​ ชัก​ท้อแท้​ ​พอได้​ยิน​กิตติศัพท์​สำนัก​น้ัน​อาจารย์​องค์​นี้​ก็​ต่ืน​เต้น​ ไป​ฟัง​ ​ฟัง​แล้ว​มี​กำลัง​ใจ​ ​รู้สึก​ลึก​ซ้ึง​มากกว่า​ท่ี​กำลัง​ทำ​อยู่​ ​ก็​ลอง : 81

82 : ชยสาโร ภิกขุ ​วิธี​ใหม่​ดู​ ​ทำ​แรกๆ​ ​นี่​รู้สึก​ดี​ข้ึน​ ​ดี​มาก​เลย​ ​คิด​ว่า​ได้​แล้ว​ ​สำนัก​น้ี​ ใช​แ่ ลว้ ​​อาจารยอ​์ งคน​์ ​ี้ใช่​แลว้ ​​แตท​่ ำ​ไป​สกั ร​ ะยะ​หนงึ่ ​๓​ ​เ​ดือน​​๖​ เดอื น​​๑​ป​ ​ี ป​ ัญหา​เก่าๆ​​ก็​เริม่ ​ปรากฏเ​หมอื นเ​ดิม​ ​ถา้ ไ​มม่ ป​ี ญั ญาก​ จ​็ ะไ​ปห​ าอ​ าจารยใ​์ หม​่ ไ​ปห​ าส​ ำนกั ใ​หมอ​่ กี ​ ไป​อย่าง​นี้​เรื่อยๆ​ ​โดย​คิด​ว่า​จะ​มี​อาจารย์​องค์​ใด​องค์​หน่ึง​ที่​ท่าน​มี​ ปัญญา​ ​ที่​สามารถ​ให้​คำ​ช้ีแนะ​ท่ี​จะ​ขจัด​ปัญหา​ให้​หมด​ไป​ ​จะ​ได้​ เทคนิค​เหมือน​กุญแจ​ไข​ประตู​ออก​จาก​วัฏสงสาร​ได้​เลย​ ​มี​ความ​ หวงั ม​ าก​​แตค่​ ำส​ อนท​ ่ี​ถูกต​ ้องแ​ ม​้จะ​มหี​ ลาย​สำนวน​แ​ ตก​่ ​็ต้องเ​ขา้ ​ หลักเ​ดยี วกนั ​ ​ มนั ​อยู่​ทต​่ี ัวเ​รา​​ตวั ​เราต​ อ้ ง​ฉลาด​ใน​วิถี​จติ ข​ องต​ น​​ฉลาด​ ใน​ความ​เจริญ​ ​ฉลาด​ใน​ความ​เส่ือม​ ​ฉลาด​ใน​ส่ิง​ที่​ทำให้​มี​ กำลงั ใ​จ​ฉ​ ลาดใ​นส​ ง่ิ ท​ บ​ี่ น่ั ทอนก​ ำลงั ใ​จ​เ​ราต​ อ้ งส​ ง่ เ​สรมิ ส​ ง่ิ ท​ ม​่ี ​ี อปุ การค​ ณุ ต​ อ่ ก​ ารป​ ฏบิ ตั ​ิ แ​ ลว้ ​เราจ​ ะต​ อ้ งฉ​ ลาดใ​นก​ ารป​ อ้ งกนั ​ ส่ิง​ท่ี​บ่อน​ทำลาย​กำลัง​ใจ​ใน​การ​ปฏิบัติ​ ​ค่อย​เป็น​ค่อย​ไป​ ​ไม่​ ตอ้ งใจ​ร้อน​ ​ ใน​การเ​ดนิ ​เราเ​รียนร​ ู้​จาก​ประสบการณ​์ ล​ อง​ดวู​ า่ ว​ นั ​ไหนท​ ่ี​ เราร​ สู้ กึ ว​ า่ ด​ ​ี ม​ นั เ​ปน็ อ​ ยา่ งไร​เ​ราท​ ำอ​ ยา่ งไรบ​ า้ ง​เ​ราว​ างจ​ ติ อ​ ยา่ งไร​ วัน​ไหน​ท่ี​รู้สึก​ไม​่ค่อย​ได​้เรื่อง​ ​เป็น​เพราะ​อะไร​ ​ดู​ท่ี​ศีล​เรา​ด้วย​ ​ดู​ที่​ ส่ิง​แวดล้อม​ ​การ​ท่ี​เรา​คอย​พิจารณา​อย่าง​น้ี​จะ​ทำให้​เกิด​ปัญญา​ อย่าง​น้อย​เรา​จะ​เกิด​ความ​เชื่อ​มั่น​ใน​อานิสงส์​ของ​ศีล​ ​เรา​จะ​เห็น​ ชัด​ว่า​ส่ิง​ท่ี​จะ​ทำให้​สติสัมปชัญญะ​เรา​น้อย​ลง​ ​หรือ​ว่า​ทำให้​อ่อน​ ลง​ค​ ือ​การไ​ม​่รักษา​ศีล​ห​ รือก​ าร​ผิดศ​ ีล​​หรอื ผ​ ดิ ข​ ้อว​ ตั รป​ ฏบิ ัติ​​จะ​ ทำให้​จิตใจ​เรา​สงบ​ยาก​ ​ทำให้​จิต​ฟุ้งซ่าน​ ​ระงับ​ได้​ยาก​ ​จิตใจ​

กวัด​แกว่ง​อยู่​ตลอด​เวลา​ ​นี่​เป็น​ผล​จาก​การ​ผิด​ศีล​ ​เมื่อ​เรา​เห็น​ อย่าง​นี้​แล้ว​เรา​ก็​จะ​เกิด​ปัญญา​ ​เห็น​ความ​สำคัญ​ของ​การ​สำรวม​ กายว​ าจาใ​ ห​ม้ ากข​ น้ึ ​​เรยี กว​ า่ ​ไดก้​ ำไร​ ​ถา้ พ​ ดู ถ​ งึ เ​ทคนคิ ม​ นั ก​ ม​็ อ​ี ยบ​ู่ า้ ง​ถ​ า้ เ​ดนิ ค​ นเ​ดยี วก​ ห​็ าจ​ งั หวะ​ การ​เดนิ ​ทเ​่ี หมาะ​กบั ต​ วั เ​อง​ด​ ​จู งั หวะ​ทพ​่ี อดก​ี บั ​ตวั เ​อง​บ​ างค​ นช​ อบ​ เดนิ เ​รว็ ​ถ​ า้ ​เดนิ เ​รว็ ต​ อ้ งท​ าง​ยาว​หนอ่ ย​​บางค​ น​ชอบเ​ดนิ ช​ า้ ๆ​​ไมใ่ ช่​ วา่ ​ชา้ จ​ ะด​ ​กี วา่ ​เรว็ ​​หรอื เ​รว็ ​จะ​ด​กี วา่ ช​ า้ ​​แต​อ่ าจ​จะ​ถกู ​จรติ ม​ ากกวา่ ​ กัน​ก็ได้​ ​ถ้า​เรา​เดิน​จงกรม​กลับ​ไป​กลับ​มา​ ​ต้องหา​ความ​ยาว​ของ​ ทางท​ พ​่ี อด​ี ถ​ า้ ท​ างย​ าวเ​กนิ ไ​ปเ​ราจ​ ะเ​ผลอง​ า่ ย​ถ​ า้ ท​ างส​ น้ั เ​กนิ ไ​ปเ​รา​ จะร​ ำคาญ​กบั ​การก​ลบั ไ​ป​กลบั ม​ า​​ใหห้ าค​ วามพ​ อดใ​ี หก​้ บั ต​ วั เ​อง​ ​ พยายามพ​ จิ ารณาใ​หเ​้ กดิ ค​ วามพ​ อใจค​ วามย​ นิ ดใ​ี นก​ ารเ​ดนิ ​ จงกรม​ถ​ า้ ม​ เ​ี คลด็ ม​ นั ก​ อ​็ ยต​ู่ รงน​ ​ี้ ฉ​ นั ทะค​ อื เ​คลด็ ล​ บั ​ถ​ า้ เ​ราส​ ามารถ​ คิด​สามารถ​พิจารณา​ให้​เกิด​ความ​พอใจ​ใน​การ​ภาวนา​ ​กำลัง​ใจ​ จะว​ ิ่งม​ าเ​อง​ถ​ า้ ส​ ามารถ​รักษาก​ ำลังใ​ จ​นนั้ ไ​ว​้ ก​ ารภ​ าวนา​จะเ​จรญิ ​ ถ้า​เราม​ ​ีฉนั ทะ​แล้ว​เ​รื่องก​ าร​ดำรง​สต​ิ ​เรอื่ ง​การต​ ื่น​รอ​ู้ ย่างต​ อ่ เ​น่ือง​ จะง​ ่าย​ขึน้ ​มาก​ ๓๓ ​ถาม​ ผ​ มเ​รมิ่ ป​ ฏบิ ตั ไ​ิ ดไ​้ มน​่ าน​ย​ งั ไ​มช​่ ำนาญ​แ​ ตย​่ งั ไ​มเ​่ คยม​ ค​ี วาม​ รู้สึก​ผ่อน​คลาย​ ​ยัง​ไม่​เคย​ได้​รับ​ความ​สงบ​หรือ​ความ​สบาย​จาก​ การ​น่ัง​สมาธิ​ ​ขอ​พระ​อาจารย์​เมตตา​แนะนำ​ด้วย​ ​ว่า​ผม​ควร​ทำ​ อย่างไร​ : 83

84 : ชยสาโร ภิกขุ ต​ อบ​ ​หลวง​พ่อ​ชา​ท่าน​เคย​สอน​ลูก​ศิษย์​ว่า​ ​ความ​สบาย​และ​ ความไ​ม​่สบาย​มนั ​มี​๔​ ​​อยา่ ง​​ความไ​ม​่สบายท​ ่ีน​ ำ​ไป​สู่ค​ วาม​ไม่​ สบาย​ ​ความ​ไม่​สบาย​ท่ี​นำ​ไป​สู่​ความ​สบาย​ ​ความ​สบาย​ที่​นำ​ ไปส​ ​คู่ วาม​ไม​ส่ บาย​แ​ ละค​ วาม​สบาย​ท​นี่ ำ​ไป​ส​ู่ความส​ บาย​ ​ ความ​ไม่​สบาย​ที่​นำ​ไป​สู่​ความ​ไม่​สบาย​เป็น​อย่างไร​บ้าง​ ก็​โกรธ​คน​นั้น​โมโห​คน​นี้​ ​ด่า​คน​นั้น​ว่า​คน​นี้​ ​ขณะ​ที่​ด่า​ที่​ว่า​เขา​ก็​ ไม่​สบาย​อยู่​แล้ว​ ​และ​ยัง​มี​ผล​มี​วิบาก​ท่ี​ทำให้​ต้อง​ไม่​สบาย​อีก​ใน​ อนาคต​เ​ชน่ ​ตัว​เองต​ อ่ ว่าต​ ัวเ​องว​ า่ ท​ ำไมจ​ งึ ​ไป​โกรธ​เขา​ไ​มน่​ ่าเ​ลย​ มัน​นา่ เ​กลียด​​ทกุ ข์เ​พราะ​อาย​ท​ กุ ขเ​์ พราะ​ไมพ​่ อใจ​กบั ​ตัวเ​อง​แ​ ลว้ ​ ยัง​มี​ผล​สะท้อน​จาก​คน​ที่​เรา​ไป​ดุ​ไป​ว่า​ ​เขา​โกรธ​ ​เขา​น้อยใจ​ ​เขา​ แคน้ ใ​จ​เ​ปน็ ตน้ ​ท​ ำใหม​้ ป​ี ญั หาย​ ดื เ​ยอ้ื ต​ อ่ ไ​ป​เ​รยี กว​ า่ ค​ วามไ​มส​่ บาย​ ทน​ี่ ำไ​ป​สค​ู่ วามไ​ม​ส่ บาย​ ​ ทีนี้​ความ​ไม่​สบาย​ที่​นำ​ไป​สู่​ความ​สบาย​เป็น​อย่างไร​ ​เอา​ เร่ือง​ทาง​โลก​ก่อน​ ​ไป​ทำฟัน​ ​ทุก​วัน​น้ี​มัน​สบาย​กว่า​แต่​ก่อน​ ​สมัย​ กอ่ นไ​ปท​ ำฟนั น​ น​ี่ า่ ก​ ลวั ด​ ว้ ยท​ รมานด​ ว้ ย​แ​ ตเ​่ ราต​ อ้ งย​ อมท​ ำ​เ​พราะ​ รู้​ว่า​ถ้า​เรา​อดทน​ถอน​ฟัน​ท่ี​ผุ​แล้ว​ ​เรา​จะ​สบาย​ขึ้น​ ​เรา​จึง​ยอมรับ​ ความ​ไม​่สบาย​ในก​ าร​ถอนฟ​ ัน​​เพื่อค​ วาม​สบายต​ อ่ ไ​ป​ ​ ใน​การ​ปฏิบัติ​ธรรม​ ​เรา​ก็​จำเป็น​ต้อง​ฝืน​ความ​เคยชิน​ ​ฝืน​กิเลส​ ​พูด​ได้​เลย​ว่า​คน​ธรรมดา​ถ้า​ไม่​เครียด​เลย​ ​แสดง​ว่า​ยัง​ ไม่​ค่อย​ได้​ปฏิบัติ​เท่าไร​ ​จะ​ไม่​เครียด​ได้​อย่างไร​ ​ถ้า​เรา​กำลัง​ทวน​ กระแสท​ ี่​ไหล​เชยี่ วต​ งั้ ห​ ลายภ​ พห​ ลายช​ าต​ิแล้ว​ ​ ถ้า​เรา​เคย​ข้ี​เกียจ​ข้ี​คร้าน​แล้ว​พยายาม​ขยัน​ ​มัน​ก็​ต้อง ​เครียด​ใช่​ไหม​ ​ตัว​ข้ี​เกียจ​มัน​ไม่​ชอบ​ ​มัน​อ้าง​ว่า​เรา​เครียด​เพราะ

​ตื่น​เช้า​.​.​.​โอย​.​.​.​ ​มัน​เช้า​เกิน​ไป​ ​ตอน​จะ​นอน​มัน​ก็​เครียด​ว่า​จะ​ตื่น​ ไมท่ นั ​จ​ ะต​ อ้ งใ​ หต​้ รงต​ ามเ​วลาท​ กุ เ​ชา้ ม​ ดื ก​ เ​็ ครยี ด​บ​ างค​ นย​ งั ค​ ดิ ว​ า่ ​ ไปบ​ า้ งไ​มไ​่ ปบ​ า้ งจ​ ะไ​ดไ​้ มเ​่ ครยี ด​ถ​ า้ เ​ราก​ ลวั ค​ วามเครยี ดท​ เ​่ี กดิ จ​ าก​ การฝ​ ืนก​ ิเลส​ก​ าร​ปฏิบตั ิ​ของ​เรา​คงจะ​ไม​ค่ ่อย​ไดผ​้ ล​​ถา้ เ​รา​ต้อง​ทำ​ อะไรใ​ หม่ๆ​ท​ ​่ีเรา​ไม​เ่ คย​ทำม​ า​ก่อน​ก​ ็เ​ป็น​เร่อื งธ​ รรมดา​​ใน​สิง่ ​ท่​ีเรา​ ยงั ไ​มช​่ นิ ​ก​ ำลงั ส​ รา้ งค​ วามเ​คยชนิ ใ​หม​่ข​ ณะก​ ำลงั เ​ปลย่ี นพ​ ฤตกิ รรม​ เปล่ยี น​แนวค​ วาม​คิด​เ​ปล่ียน​ทศั นะอ​ ะไร​ก​แ็ ลว้ ​แต่​ช​ ว่ ง​ท​ี่เปลี่ยน​นี้​ จะ​เครียดน​ ิดๆ​​ก็​ไม่​เป็นไร​​อย่า​รังเกียจ​ความเครียด​​อย่า​ใจร้อน​ เดิน​ไปท​ ี​ละก​ ้าว​​ทีล​ ะ​กา้ ว​​คอยด​ ู​ไป​​แลว้ ​มันก​ ็จ​ ะด​ ขี​ ้นึ ​ ​ สว่ นค​ วามส​ บายท​ เ​่ี ปน็ ไ​ปเ​พอ่ื ค​ วามไ​มส​่ บาย​ขอย​ กต​ วั อยา่ ง ​การ​หลงใหล​ใน​ความ​สุข​ทาง​เนื้อ​หนัง​ ​ถึง​จะ​สุข​สบาย​แต่​ก็​ไม่ได้​ เรื่อง​ ​ถึง​เวลา​ตาย​ ​ก็​ตาย​เปล่าๆ​ ​ไม่​เคย​ได้​อะไร​ท่ี​เป็น​แก่น​สาร​ ไม่​เคย​ให้​อะไร​กับ​ชีวิต​ ​ให้​อะไร​กับ​ใคร​ก็​ด้วย​ความ​หวัง​หรือ​ ความต​ ้องการส​ งิ่ ต​ อบแทน​ไ​ม​เ่ คย​ใหอ้​ ะไรก​ บั ​สงั คม​​หา​แต่ค​ วาม​ สนกุ สนาน​พ​ อถ​ งึ ​เวลา​สุดท้ายข​ องช​ วี ติ ​​ถา้ ก​ ล้าค​ ิดจ​ ะ​มแ​ี ต​่ความ​ เสียดาย​เ​ปน็ ​ความ​สบาย​ทนี่​ ำ​ไป​สค่​ู วาม​ไมส่​ บายใ​ นท​ ี่สุด​​หากว่า​ ไมเ​่ กดิ ค​ วามเ​ดอื ดร​ อ้ นก​ อ่ นต​ าย​ห​ ลงั ต​ ายแ​ ลว้ น​ เ​่ี ดอื ดร​ อ้ นแ​ น​่ ต​ อน​ แข็ง​แรง​ถึง​จะ​ยัง​ไม่​เดือด​ร้อน​แล้ว​ ​คน​อ่ืน​ก็​เดือด​ร้อน​ ​คน​ท่ี​ชอบ​ พดู ​วา่ ฉ​ ัน​ไม​เ่ คย​เบียดเบยี นใ​ คร​ฉ​ ันไ​ปห​ าความส​ ุข​ก​็เปน็ ​เรือ่ งข​ อง​ ฉนั ​ไ​มเ​่ คยท​ ำใหใ​้ ครเ​ดอื ดร​ อ้ น​ค​ นร​ อบข​ า้ งฟ​ งั แ​ ลว้ ก​ ค​็ อ่ ยๆ​ส​ า่ ยห​ วั ​ อยา่ ง​น้​ี ไ​มเ่​ห็น​ด้วย​แต่ไ​ม่​กล้าบ​ อก​ ​ข้อ​ท่ี​ส่ี​ ​ความ​สบาย​ที่​เป็น​ไป​เพื่อ​ความ​สบาย​เป็น​อย่างไร​ ก็​คือ​ความ​สบาย​ที่​เกิด​จาก​การ​ทำคุณ​งาม​ความ​ดี​ ​การ​ทำบุญ​ : 85

86 : ชยสาโร ภกิ ขุ การ​เจริญ​สมาธิ​ให้​จิตใจ​สบาย​ ​เป็น​อิสระ​จาก​กิเลส​มาก​ขึ้น​ ​นี่​เป็น​ความ​สบาย​ท่ี​เป็น​ไป​เพื่อ​ความ​สบาย​ที่​ยิ่งๆ​ ​ขึ้น​ไป​ ​ฉะน้ัน​ เรื่อง​ความส​ บายค​ วาม​ไม​่สบายก​ ็​มี​ตา่ งๆ​​ไม​ว่ ่า​จะ​ใช้​เทคนิคอ​ ะไร​ ใน​การ​ภาวนา​ก็​แล้ว​แต่​ ​กุศโลบาย​เทคนิค​ต่างๆ​ ​ที่​เรา​ใช้​ใน​การ​ ทำความเ​พยี รท​ างจ​ ติ ​ม​ นั จ​ ะเ​หมอื นย​ าร​ กั ษาโ​รค​ค​ อื จ​ ะใ​ชไ้ ดอ​้ ยส​ู่ กั ​ ชว่ งร​ ะยะห​ นง่ึ ​แ​ ลว้ ม​ นั จ​ ะเ​รม่ิ ไ​มค​่ อ่ ยไ​ดผ​้ ลเ​หมอื นแ​ ตก​่ อ่ น​เ​หมอื น​ กบั ก​ เิ ลสม​ นั ด​ อื้ ยา​เ​พราะฉ​ ะนน้ั ต​ อ้ งค​ อยป​ รบั ค​ อยเ​ปลย่ี นอ​ ยเ​ู่ รอ่ื ยๆ​ จึง​จะท​ นั ​กเิ ลส​ก​ ิเลสม​ ัน​คลอ่ งแคลว่ ​เหลอื เ​กิน​​มัน​เคยชนิ ​เ​พราะ​ ฉะนนั้ เ​รา​จึง​ตอ้ ง​ฝึกใ​ ห​้สตขิ​ อง​เราค​ ล่องแคล่วย​ ิ่ง​กวา่ ก​ ิเลส​ ​ สรปุ ว​ า่ ถ​ า้ เ​บอ้ื งต​ น้ เ​ครยี ด​ย​ งั ไ​มต​่ อ้ งเ​ปน็ ห​ ว่ ง​ใ​หด​้ ๆู ​ไ​ปก​ อ่ น​ พอ​เริ่ม​ชิน​กับ​วิธี​การ​แล้ว​อาจ​จะ​รู้สึก​ไม่​ค่อย​เครียด​ก็ได้​ ​หรือ​ให้​ เราถ​ อื วา่ ม​ นั เ​ปน็ ย​ า​เ​หมอื นย​ าป​ ฏชิ วี นะห​ รอื ย​ าท​ เ​่ี ราใ​ชเ​้ ฉพาะก​ รณ​ี ที่​เรา​กำลัง​เผลอ​ ​กำลัง​ฟุ้ง​ซ่า​นมากๆ​ ​เมื่อ​จิต​เร่ิม​เย็น​ลง​ ​เรา​ก็​ไม่​ ตอ้ งใ​ ช้​วธิ กี​ าร​นัน้ ​ก็ได​้ ​สามารถใ​ ช​้วิธี​อยา่ งอ​ ่นื ​ที่​สบาย​กว่าไ​ด้​ ​ ๓๔ ถ​ าม ​ ​ปฏิบัต​ิอย่างไร​จึงจ​ ะ​เกิดป​ ัญญา​ ต​ อบ​ ​ปญั ญาเ​กดิ ข​ น้ึ แ​ ลว้ ​ไ​มม่ ป​ี ญั ญาใ​นเ​บอื้ งต​ น้ ก​ ไ​็ มถ​่ ามป​ ญั หา​ ขอ้ น​ ​้ี ย​ อมรบั พ​ ระพทุ ธ​พ​ ระธ​ รรม​พ​ ระส​ งฆ​์ เ​ปน็ ท​ พ​่ี ง่ึ ​เ​ชอื่ ใ​นก​ ฎแ​ หง่ ​ กรรมก​ ็ม​ ​ีปญั ญาบ​ า้ งอ​ ยูแ่​ ล้ว​​สิ่งท​ ้าทาย​กค​็ อื ​ปฏบิ ัตอ​ิ ยา่ งไรเ​ราจ​ ึง​ จะ​เกดิ ​ปัญญาย​ ่ิง​

​ พระพทุ ธ​องคเ์​คยต​ รัสไ​ว​้ว่า​​“​ไมม่ ​สี มาธก​ิ ไ็​มม่ ปี​ ญั ญา​”​​แต่​ ในบ​ ทเ​ดยี วกันพ​ ระองคต​์ รสั ว​ า่ ​​“​ไมม่ ป​ี ัญญาก​ ไ็​มม่ สี​ มาธ”ิ​​ถ​ า้ ไ​มม่ ี​ ปญั ญา​จ​ ติ ก​ ไ​็ มส​่ งบ​ห​ ากส​ งบ​กส​็ งบไ​มน​่ าน​ป​ ญั ญาม​ ห​ี ลาย​ระดบั ​ หลายป​ ระการ​ป​ ญั ญาใ​นเ​บอ้ื งต​ น้ อ​ าจเ​กดิ จ​ ากก​ ารค​ อยป​ ระเมนิ ผ​ ล​ ของก​ ารภ​ าวนา​เ​ชน่ ​เ​ราส​ งั เกตว​ า่ ว​ นั ไ​หนท​ เ​่ี ราพ​ ดู ค​ ยุ เ​รอ่ื งท​ างโ​ลก​ มาก​เกิน​ไป​ ​หรือ​ทะเลาะ​เบาะ​แว้ง​กับ​ใคร​ ​เป็นต้น​ ​การ​นั่ง​สมาธิ​ จะ​ฝืด​ ​วัน​ไหน​ที่​ศีล​เรา​ไม่​บริสุทธิ์​ ​เรา​ก็​ไม่​อยาก​น่ัง​ ​ถึง​น่ัง​ก็​จะ​ไม่​ ค่อย​ได้​อะไร​เ​ม่ือ​เหน็ ​เม่อื ​เขา้ ใจ​อย่าง​น​้ีแล้ว​ท​ ำให​้เรา​ระมัดระวงั ​ การก​ระ​ทำ​ทาง​กาย​ทาง​วาจา​ ​ปัญญา​เกิด​ขึ้น​เพราะ​เห็น​ความ​ สัมพันธ์​ระหว่าง​พฤติกรรม​กับ​ภาวะ​จิต​ ​แม้​จิตใจ​ยัง​ไม่​สงบ​ก็​ เกิด​ปัญญา​ได้​ ​คือ​เข้าใจ​ว่า​จิต​เรา​รับ​ผล​จาก​การก​ระ​ทำ​ใน​ชีวิต​ ประจำว​ ัน​อย่างไรบ​ า้ ง​ ​ถ้า​เรา​มุ่ง​มั่น​พัฒนา​จิต​ ​เรา​จะ​มอง​ข้าม​ความ​สำคัญ​ของ​ ศีล​ไม่​ได้​ ​นี่​ก็​คือ​ปัญญา​ ​แม้​การ​ต้ังใจ​ทำ​สมาธิ​ทุก​วัน​ ​จะ​ประสบ​ ความ​สำเร็จ​เพราะ​มี​ปัญญา​ ​ปัญญา​ที่​เห็น​ว่า​เป็นการ​ใช้​เวลา​ใน​ ชีวิต​ประจำ​วัน​ท่ี​คุ้ม​ค่า​ ​กิจ​หน้าท่ี​และ​ธุระ​ของ​เรา​จะ​มาก​หรือ​ไม่​ มาก​เ​รา​ก็​อา้ งว​ า่ ​ไม่ม​ีเวลา​ทำส​ มาธ​ิได​้อย​ู่เสมอ​​แต่ถ​ า้ ​เราเ​ห็น​เป็น​ ประโ​ยช​ นจ​์ รงิ ๆ​เ​ราก​ ห​็ าเ​วลาไ​ด​้ ค​ วามค​ ดิ ท​ จ​่ี ะเ​สยี ส​ ละบ​ างส​ ง่ิ บ​ าง​ อยา่ งเ​พอ่ื ม​ ​ีเวลาฝ​ กึ จ​ ติ ใจ​เรยี ก​ว่า​ปัญญา​เหมอื น​กนั ​ ​ พอเ​ราท​ ำส​ มาธอ​ิ ยา่ งส​ มำ่ เสมอแ​ ลว้ ​เ​ราจ​ ะไ​ดเ​้ ปรยี บเ​ทยี บ​ ระหวา่ งจ​ ติ ใจท​ ม​ี่ ส​ี ตอ​ิ ยใ​ู่ นป​ จั จบุ นั ​ไ​มค​่ ดิ ฟ​ งุ้ ซา่ นว​ นุ่ วายต​ า่ งๆ​แ​ ละ​ จติ ใจท​ ค​ี่ ดิ มาก​เ​กดิ ป​ ญั ญาว​ า่ จ​ ติ ใจท​ ไ​ี่ มว​่ นุ่ วายด​ ก​ี วา่ ​น​ ค​ี่ อื ป​ ญั ญา​ : 87

88 : ชยสาโร ภกิ ขุ และ​เป็น​ปัญญา​ท่ี​เกิด​จาก​ประสบการณ์​ตรง​ของ​เรา​ ​ไม่ใช่​แค่​ ทฤษฎ​ี ​ การ​ท่ี​จะ​น้อมนำ​จิตใจ​เรา​ไป​สู่​ความ​สงบ​ ​ให้​จิต​ดิ่ง​ลง​ไป​ ใน​อารมณ์​เดียว​นน้ั ​​มนั ​ตอ้ ง​ฉลาด​เ​พราะ​วา่ ​อุปสรรค​มี​มาก​ม​ าร​ ก็​มาก​ ​จิตใจ​มัก​เผลอ​ไป​คิด​เร่ือง​อดีต​เรื่อง​อนาคต​อยู่​เร่ือย​ ​ต้อง​มี​ อุบาย​ ​ต้อง​มี​วิธี​ท่ี​จะ​ให้​จิตใจ​ปล่อย​วาง​ความ​เพลิดเพลิน​ใน​เร่ือง​ อดีต​​เรอ่ื ง​อนาคต​​ความผ​ ูกพันก​ บั ส​ ่ิงน​ ัน้ ส​ งิ่ น​ ​้ี ค​ น​นั้นค​ นน​ ​ี้ ก​ าร​ที่​ จะ​ไม่​ให้​จิตใจ​ฟุ้งซ่าน​ ​และ​จะ​ไม่​ให้​จิตใจ​ง่วง​ ​แต่​มี​ความ​รู้​ความ​ ต่ืน​ความ​เบิก​บาน​ใน​ปัจจุบัน​​อัน​น้ี​จะ​บังคับ​จะ​บงการ​ไม​่ได​้ ​ต้อง​ ใช้​ความ​เพียร​ประกอบ​ด้วย​ปัญญา​ ​การ​ที่​ว่า​ทำ​อย่าง​น้ี​ ​กำหนด​ ลม​หายใจ​​เป็น​แค่​สมถะ​ม​ ันไ​มใ่ ช่​อยา่ ง​นน้ั ​​พระพุทธอ​ งค์​ไมเ​่ คย​ แยกเ​รอ่ื ง​สมถะว​ ปิ สั สนาข​ นาดน​ ้นั ​ ​ ในพ​ ระไ​ตรปฎิ กท​ แ​่ี ยกเ​รอื่ งส​ มถะเ​รอ่ื งว​ ปิ สั สนาน​ ​ี้ ต​ ลอดท​ ง้ั ​ ๔๕​เ​ลม่ ​ม​ เ​ี พยี ง​๒​ -​๓​ ​ห​ นา้ เ​ทา่ นนั้ ท​ พ​ี่ ระพทุ ธอ​ งคต​์ รสั อ​ ยา่ งน​ นั้ ​ค​ อื ​ การท​ ำจ​ ติ ใจใ​ หส​้ งบน​ ​ี้ ต​ อ้ งเ​ปน็ ค​ วามเ​พยี รท​ ป​่ี ระกอบด​ ว้ ยป​ ญั ญา​ ในข​ ณะ​เดยี วกนั ​จะเ​จรญิ ​ปญั ญาร​ ะดบั ​ละก​ เิ ลส​กต​็ อ้ งอ​ าศยั ค​ วาม​ ต้ังใจ​ม่ัน​ของ​สมาธิ​ ​อานิสงส์​ของ​สมาธิ​คือ​ ​ญาณ​ทัส​สนะ​ ​รู้​เห็น​ ตาม​ความ​เป็น​จริง​ ​จิตใจ​ท่ี​ยัง​ไม่​พ้น​จาก​นิวรณ์​ ​ไม่มี​สมรรถภาพ​ ไม​่สามารถท​ ​ี่จะพ​ จิ ารณา​อะไรต​ าม​ความ​เปน็ จ​ ริง​ได้​ ​ ใน​การ​ประพฤติ​ปฏิบัติ​ ​เป้า​แรก​คือ​การ​ฝึก​จิต​เรา​ให้​อยู่​ เหนือ​อำนาจ​ของ​นิวรณ์​ ​ปัญญา​ระดับ​ความ​คิด​พิจารณา​ ​เช่น​ ใน​เรื่อง​ความ​สัมพันธ์​ระหว่าง​กาย​ ​วาจา​ ​ใจ​ ​และ​ธรรมชาติ​ของ​ ความ​สุข​และ​ความ​ทุกข์​ ​เป็นต้น​ ​พร้อม​กับ​การ​เลือก​กุศโลบาย​ท่ี​


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook