Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กระบวนการ ฝึกอบรมทักษะการรู้สารสนเทศ สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ของ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา

กระบวนการ ฝึกอบรมทักษะการรู้สารสนเทศ สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ของ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา

Published by local library, 2023-07-24 09:10:27

Description: คู่มือการปฏิบัติงาน จัดทำโดย นางสาวนิสาชล กาญจนพิชิต

Keywords: จดหมายเหตุ,สารสนเทศ,ฝึกอบรม,สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี,สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา

Search

Read the Text Version

1 คูมือการปฏิบตั งิ าน (Work Manual) กระบวนการ ฝึกอบรมทกั ษะการรสู้ ารสนเทศ สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ของ สานกั หอสมดุ มหาวิทยาลยั บูรพา โดย นางสาวนสิ าชล กาญจนพิชติ

สารบญั 2 1. วตั ถุประสงคของการจดั ทาคูมือ หน้า 2. ขอบเขต 3. คาจากัดความ 3 4. หนาทค่ี วามรับผดิ ชอบ 3 5. การตรวจเอกสาร 3 6. ผังกระบวนการปฏบิ ัติงาน (Work Flow) 6 7. ขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ าน 6 8. แนวทางในการปฏิบตั ิของบคุ ลากร 12 9. มาตรฐานคุณภาพงาน 14 10. ระบบติดตามประเมนิ ผล 18 11. เอกสารท่เี ก่ยี วข้องการการปฏิบัตงิ าน 18 12. แบบฟอรมทใ่ี ช 19 13. ปญหา/ ความเส่ยี งสาคัญที่พบในการปฏบิ ตั งิ านและแนวทางการแกไขปญหา 19 14. บรรณานุกรม 19 19 ภาคผนวก 21 ก. คมู ือการใช้ฐานข้อมลู 23 - คูมือการใช้ฐานข้อมูล ACM 32 - คมู ือการใชฐ้ านขอ้ มลู ACS 41 - คมู ือการใช้ฐานขอ้ มลู IEEE 61 ข. ตวั อยางคาถามและผลการทดสอบโปรแกรมแบบทดสอบออนไลน์ Kahoot ค. แบบฟอรม์ ทเ่ี ก่ียวข้อง 62 - แบบฟอร์มขอรับการอบรม 62 - แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ

3 คูมือการปฏิบัติงาน กระบวนการฝึกอบรมทกั ษะการรู้สารสนเทศสาขาวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี สำนักหอสมดุ มหำวิทยำลยั บูรพำ เปน็ หนว่ ยงำนท่ใี ห้บริกำรสำรสนเทศในทุกรูปแบบ เพอื่ สนบั สนุนและพัฒนำคณุ ภำพกำรเรียนกำรสอน กำรศึกษำคน้ คว้ำและกำรวจิ ยั ของนิสิต คณำจำรย์ และบุคลำกรของมหำวิทยำลัยบูรพำ กำรอบรมทักษะกำรสบื ค้นสำรสนเทศเป็นหนง่ึ ในบรกิ ำรหลกั ของ สำนักหอสมุดท่มี กี ำรพฒั นำรูปแบบกำรให้บริกำรมำเป็นลำดับ เริม่ ต้นจำกกำรแนะนำกำรใช้ห้องสมดุ ให้กับผเู้ ขำ้ มำใชบ้ รกิ ำรภำยในสำนักหอสมดุ พัฒนำมำเป็นกำรจัดบรกิ ำรแนะนำกำรใช้หอ้ งสมุดใหก้ บั นสิ ติ กำรอบรมกำรสืบค้นฐำนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จนกระทั่งปรับปรงุ มำเปน็ กำรฝึกอบรมทกั ษะกำรรู้สำรสนเทศ ในปจั จุบนั 1. วัตถปุ ระสงค 1.1 เพอื่ ใหสานักหอสมุดมีการจัดคูมอื การปฏิบตั งิ านทีช่ ัดเจนอยางเปนลายลักษณอักษร ที่แสดงถงึ รายละเอยี ดขั้นตอนการปฏบิ ัติงานของกจิ กรรม/กระบวนการตางๆ ของสานกั หอสมดุ และสรางมาตรฐาน การปฏบิ ตั ิงานฝกึ อบรมทักษะการสบื คน้ สารสนเทศท่ีมุงไปสูการบรหิ ารคุณภาพท่ัวทง้ั องคกรอยางมี ประสทิ ธภิ าพ เกิดผลงานทไี่ ดมาตรฐานเปนไปตามเปาหมาย ไดผลติ ผลหรือการบริการท่ีมคี ณุ ภาพ และบรรลุขอกาหนดที่สาคัญของกระบวนการ 1.2 เพื่อเปนหลกั ฐานแสดงวิธกี ารทางานทส่ี ามารถถายทอดใหกบั ผูเขามาปฏิบัตงิ านใหม พัฒนา การทางานให้เปนมืออาชีพ และใชประกอบการประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงานของบุคลากร รวมท้ังแสดงหรอื เผย แพรใหกับบุคคลภายนอก หรือผูใชบริการ ใหสามารถเขาใจและใชประโยชนจากกระบวนการทีม่ ีอยูเพื่อขอการ รับบรกิ ารที่ตรงกบั ความตองการ 1.3 เพื่อเปนแนวทางใหผูปฏิบัติงานในกระบวนการฝึกอบรมการรู้สารสนเทศสาขาวชิ าวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยสี ามารถฝกึ อบรมการรู้สารสนเทศสาขาวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยีได้อยางมปี ระสิทธภิ าพ ถายทอด เนอื้ หาได้สมบรู ณ์ครบถ้วน ผู้เขา้ รับการอบรมมีความเข้าใจและนาความรู้ไปใชใ้ นการสบื คน้ สารสนเทศไดอ้ ยาง มีประสิทธิภาพ 2. ขอบเขต คูมอื การปฏิบตั งิ านนี้ ครอบคลมุ การฝึกอบรมทักษะการรู้สารสนเทศ เริม่ ตงั้ แตเม่ือไดร้ บั คาขอ ฝึกอบรม บนั ทึกคาขอลงปฏิทินการอบรมและนาชมของสานักหอสมดุ มอบหมายวิทยากรผู้ดาเนินการอบรม ติดตอขอใชส้ ถานท่ใี นการอบรม ดาเนนิ การอบรม ประเมินผลการอบรม จนถึงสรุปผลการอบรม 3. คาํ จาํ กัดความ ทักษะการรสู้ ารสนเทศ หมายถงึ ความรคู้ วามสามารถ และความชานาญของบุคคลในการสบื คน้ สารสนเทศ ประเมนิ สารสนเทศทค่ี ้นมาได้ และใชส้ ารสนเทศอยางมปี ระสิทธภิ าพ การฝึกอบรม หมายถึง กระบวนการจดั การเรยี นรอู้ ยางเป็นระบบ เพื่อสร้างความรู้ ความสามารถ และทักษะ ใหผ้ เู้ ข้ารับการอบรมสามารถนาไปใช้ได้อยางมีประสิทธภิ าพ

4 ฐานขอ้ มูลออนไลน์ หมายถึง ฐานขอ้ มลู ท่ใี หบ้ ริการผานทางระบบเครือขายคอมพิวเตอร์และ ใหบ้ ริการผานทางอินเทอรเ์ น็ต ผู้จดั การฐานขอ้ มลู หรอื สานักพิมพ์สามารถปรบั ปรุงฐานข้อมูลให้ทนั สมยั และผูใ้ ช้ฐานข้อมูลสามารถเข้าถงึ ข้อมูลได้ตลอดเวลา สาขาวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี หมายถึง สาขาวิชาในคณะตางๆ ของมหาวทิ ยาลยั บูรพา ดงั น้ี คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร คณะเทคโนโลยีทางทะเล คณะภูมสิ ารสนเทศศาสตร์ คณะโลจิสตกิ ส์ คณะวิทยาการสารสนเทศ คณะวทิ ยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตรแ์ ละศิลปศาสตร์ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ และ คณะอญั มณี 4. หนาทค่ี วามรับผดิ ชอบ ในกระบวนการฝกึ อบรมการรู้สารสนเทศ สาขาวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยมี ีบคุ คลทม่ี ีความรับผดิ ชอบ และมคี วามเกย่ี วข้องกับกระบวนการนัน้ ๆ และความรบั ผดิ ชอบท่ีต้องดาเนินการในกระบวนการ ประกอบด้วย 1. ผู้อานวยการสานักหอสมุด มอบหมายการฝึกอบรมใหแ้ กฝ่ายบริการสารสนเทศ งานฝึกอบรม ตามบนั ทึกขอ้ ความที่มีการร้องขอจากคณะและหนวยงานในมหาวิทยาลยั บูรพา 2. ผ้ชู วยผ้อู านวยการฝา่ ยบริการสารสนเทศ จดั วทิ ยากรให้การอบรมตามเร่ืองท่ีไดร้ ับมอบหมายจาก ผอู้ านวยการสานกั หอสมดุ และทาหน้าท่สี รปุ ผลการประเมินการอบรมในแตละปีการศึกษา 3. บรรณารักษฝ์ กึ อบรมทาหน้าที่วทิ ยากรให้การอบรมตามเร่ืองทีได้รบั มอบหมายจากผู้ชวย ผอู้ านวยการฝ่ายบรกิ ารสารสนเทศ 4. บรรณารักษผ์ ้ทู าหน้าที่อบรม แจกและเกบ็ แบบประเมินการฝกึ อบรมทักษะการร้สู ารสนเทศ นาแบบประเมนิ ผลการอบรมมาคานวณคาเฉล่ีย และสงมอบใหผ้ ู้ชวยผู้อานวยการสานกั หอสมดุ 5. การตรวจเอกสาร 1. แนวคิดเก่ยี วกับการฝกึ อบรม การฝกึ อบรม หมายถึงกระบวนการท่เี ปน็ ระบบท่ีชวยเพ่มิ ความรู้ ความสามารถ และทกั ษะของ ผู้เข้ารบั การอบรม และนาไปใชใ้ นการปฏิบตั งิ านได้อยางมีประสทิ ธิภาพ (เพ็ชรี รปู ะวเิ ชตร์, 2553) องคป์ ระกอบในการฝกึ อบรมที่สาคญั ประกอบไปดว้ ย (พงศ์ประเสริฐ หกสวุ รรณ, 2552) 1.1. บุคคล/กลุมบคุ คล ครอบคลมุ ถงึ ผู้จดั การอบรม ผู้เข้ารบั การอบรม และผ้ทู เ่ี กี่ยวข้อง ผูจ้ ัดการอบรม จาเป็นท่จี ะต้องเรยี นรูเทคนคิ วธิ ีการในการเปน็ วิทยากรทีม่ ีมาตรฐาน มคี วามรู้ในเรื่องท่ีใหก้ ารอบรม มคี วามสามารถในการถายทอดเน้ือหาใหผ้ ู้รับการอบรมเกดิ ความเข้าใจ สามารถใช้เทคนิคสร้างแรงจูงใจใหผ้ ้เู ข้ารบั การอบรมติดตามเนอ้ื หาท่ีอบรมได้อยางมปี ระสิทธิภาพ โดยวทิ ยากรที่จะประสบความสาเร็จได้ต้องมีคุณสมบัตดิ ังตอไปนี้ (สมชาติ กิจยรรยง, 2555a) - มีบคุ ลิกภาพทดี่ ี การแตงกาย กิริยาทาทางดี มคี วามกระตอื รือร้น คลองตวั - ใช้สอื่ การสอนไดเ้ หมาะสมชวยเพม่ิ ความเขา้ ใจในการอบรม และนาสนใจให้ผ้เู ข้าอบรม อยากติดตามเน้ือหาตอไป - มคี วามสามารในการถายทอด เช่ือมโยงความรู้ โดยใช้รูปภาพ ตวั อักษร คาพูด ทาให้ผ้เู ขา้ อบรมเกดิ ความเข้าใจ และสนใจที่จะติดตามเนอ้ื หาจนจบการอบรม

5 - มีความเขา้ ใจผเู้ ข้ารบั การอบรม เขา้ ใจธรรมชาตขิ องผทู้ ี่เขา้ รับการอบรมวาเป็นอยางไร มพี ื้นฐานความรู้ในระดบั ใด มีความสนใจในเรื่องใด เช่ยี วชาญในเร่ืองใด มีความอดทนในการเรียนรู้มากน้อย เพยี งใด - มีอารมณ์ขัน ชวยผอนคลายบรรยากาศความเครงเครยี ดในการอบรม ชวยให้ผูเ้ ข้าอบรม ผอนคลายแตต้องมีสาระเนื้อหาครบถ้วน ผู้เขา้ รับการอบรม ผู้จัดการอบรมต้องทราบข้อมูลพ้นื ฐานของผเู้ ข้ารับการอบรมวา มีพ้ืน ฐานความรู้ในเร่อื งท่ีจะอบรมมากน้อยเพียงใด มีความรู้ ความสนใจในเรอื่ งใด อยูในชวงวัยใด มงี านในหน้าที่ รบั ผดิ ชอบอะไร หรือเรียนในสาขาใด โดยองคป์ ระกอบที่จะทาใหผ้ เู้ ข้าอบรมประสบความสาเรจ็ ไดแ้ ก - วทิ ยากร วธิ ีการอบรม การถายทอด ประสบการณ์ รวมถึงบุคลกิ ภาพของวิทยากร มีผลตอการเรยี นรู้ของผรู้ ับการอบรม - ความยากงายของเนื้อหา ต้องใช้เทคนิคในการถายทอดเนื้อหาให้เกิดความเข้าใจ - ความตัง้ ใจของผ้เู ขา้ รบั การอบรม ผู้เข้ารับการอบรมตอ้ งให้ความรวมมือกบั วิทยากรในการเรียนรู้ มสี มาธิในการอบรม (สมชาติ กจิ ยรรยง, 2555a) 1.2 เน้ือหาการฝึกอบรม กอนการอบรมควรมีการวางแผนการอบรม โดยกาหนด วตั ถุประสงค์ตามหัวข้อเร่อื งที่อบรม กาหนดขอบเขตของเน้ือหาทีจ่ ะนาเสนอ โดยกาหนดเปน็ ประเดน็ หลกั ไว้ และกาหนดหวั ข้อยอยในประเด็นหลัก จะทาให้การอบรมมเี น้อื หาครบถว้ น ไมตกหลน รวมถึงควรมบี นั ทึก ความจาในการอบรม เชน คาถามสาคัญที่ควรจะถามผูเ้ ข้ารับการอบรม เกร็ดเลก็ เกรด็ น้อยที่สาคัญ (ดาเอล, 2546) 1.3 กจิ กรรม วิธีการในการอบรม ชวยใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมประสบความสาเรจ็ ในการอบรม มากยงิ่ ขึ้น โดยมีเทคนิคในการจัดกจิ กรรมดังน้ี (สมชาติ กิจยรรยง, 2555b) - การใชส้ ่อื ในการอบรมทีเ่ หมาะสมกับรปู แบบและเน้อื หาของการอบรม เชน ใช้ รูปภาพอธิบายเน้ือหา ใชเ้ สียงเพลงในการนาเข้าสูบทเรียน ใช้ส่ือมัลติมเี ดยี ดึงดดู ความสนใจให้ติดตามเนื้อหา - ให้ผูเ้ ข้าอบรมมีสวนรวมในการเรียนรู้ โดยยดึ บทบาทตัวผูเ้ รยี นเป็นศูนยก์ ลาง เปิดโอกาสใหผ้ ู้เข้าอบรมไดแ้ ลกเปล่ยี นความรู้ แสดงความคิดเห็น หรอื หาข้อสรุป - สรา้ งบรรยากาศท่ีเปน็ กันเอง เชน ทกั ทายแนะนาตวั กอนเริม่ การอบรม - ให้อิสระในการคิดและปฏบิ ตั ิ โดยแนะแนวมากกวาใช้การสอน - ใช้วิธกี ารและเทคนคิ หลายอยาง เชน กิจกรรมละลายพฤตกิ รรม เกมเพื่อการ เรียนรู้ กิจกรรมกลุม - สามารถนาความร้จู ากการอบรมไปใช้ประโยชนไ์ ด้ทนั ที โดยเช่ือมโยงการอบรมให้ สมั พนั ธก์ ับสภาพของผู้เขา้ อบรม ปญั หาท่ีพบ หรือภารกจิ ของผู้เขา้ รบั การอบรม 1.4 เวลาในการอบรม การกาหนดระยะเวลาในแตละหัวข้อ ต้องกาหนดใหเ้ หมาะสมและ เพยี งพอที่จะให้ผูเ้ ข้ารบั การอบรมเกดิ การเรยี นรูเ้ น้ือหาวชิ า ทักษะ และสามารถปฏิบตั ิได้ ตามวัตถปุ ระสงค์ ที่ตง้ั ไว้ 1.5 สถานทจ่ี ดั อบรม รวมถงึ วัสดุ อุปกรณ์ในการอบรม (ดาเอล, 2546) หอ้ งฝึกอบรมต้องมีความสะดวกสบาย มีสภาพแวดล้อม และอปุ กรณด์ ังนี้ - ปอ้ งกนั เสียงรบกวนจากภายนอก - อุปกรณ์และการจัดสถานท่ีตอ้ งเสร็จเรยี บร้อยกอนการอบรม

6 - เก้าอ้ีและโต๊ะควรเปน็ แบบทน่ี ่ังแลว้ รสู้ กึ สบาย มีน้าหนักเบาหรอื มลี ้อเลื่อน เคลื่อนย้ายได้ - กระดานเขียน (White Board) ฉากฉายภาพ ไมโครโฟน ขาต้ัง คอมพวิ เตอร์ เครอ่ื งฉายภาพ LCD พร้อมสายตอพวง ควรเป็นอปุ กรณ์ที่ได้มาตรฐาน 1.6 งบประมาณ หมายถงึ คาใช้จายทต่ี ้องจายในการฝึกอบรมนน้ั ๆ ท้งั นีร้ วมคาใชจ้ ายต้ังแต กอนเริ่มโครงการ ระหวางดาเนินการและหลงั สน้ิ สุดโครงการ เชน คาสถานท่ีในการฝึกอบรม คาตอบแทน วิทยากร คาอาหาร เครื่องด่ืม อาหารวาง คาอุปกรณ์การฝึกอบรม คาใช้จายในการจดั ทาเอกสาร เป็นตน้ (สมชาติ กิจยรรยง และอรจรีย์ ณ ตะกว่ั ทงุ , 2550) 2. แนวคิดเกีย่ วกบั การรู้สารสนเทศ การรสู้ ารสนเทศ (Information literacy) หมายถึง ความรู้ความสามารถและทักษะ ของบุคคลในการเขา้ ถงึ สารสนเทศ ประเมินสารสนเทศที่ค้นมาได้ และใชส้ ารสนเทศอยางมปี ระสิทธิภาพ ทุกรปู แบบ ผรู้ สู้ ารสนเทศจะตอ้ งมีทกั ษะในด้านตางๆ เชน ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ การคิดอยางมวี จิ ารณญาณ ทักษะการใช้ภาษา ทกั ษะการใช้ห้องสมุด ทักษะการใชค้ อมพวิ เตอร์ เป็นตน้ โดยเฉพาะอยางย่งิ ผ้ทู ศี่ ึกษา ในระดับอดุ มศึกษาจาเป็นต้องมีความรเู้ กีย่ วกบั ทักษะการรู้สารสนเทศซ่งึ จาเปน็ สาหรับการเรียนการสอนใน ระดับอุดมศึกษาเปน็ อยางย่ิง (คณาจารย์ภาควชิ าบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ, 2548) ในปัจจบุ นั การเรยี นการสอนในระดับอุดมศึกษาไดม้ ุงเนน้ ผเู้ รยี นเปน็ ศูนย์กลาง (Student- centered learning) ซงึ่ แนวคดิ ทผี่ ู้เรียนเปน็ ผู้ปฏิบตั ิกจิ กรรมการคน้ คว้าหาความรดู้ ว้ ยตนเอง และมงุ ให้ ผเู้ รียนใช้กระบวนการสรา้ งความรู้ดว้ ยตนเองโดยผสู้ อนเปน็ ผู้ดูแลคอยชวยเหลอื ใหค้ าแนะนาเมื่อมปี ญั หา ซ่งึ แนวทางการจัดการเรยี นการสอนดังกลาวจะนาไปสูการเรียนร้ตู ลอดชีวติ แนวโนม้ ของการจัดการเรยี น การสอนในระดบั อดุ มศึกษายังมงุ เนน้ ในเร่ืองการเรยี นรโู้ ดยอาศยั ทรัพยากรเปน็ สาคญั โดยเน้นแหลงความรู้ที่ ผู้เรียนสามารถศึกษาหาความรดู้ ว้ ยตนเองและเรียนรไู้ ดต้ ลอดเวลา (สมาน ลอยฟ้า, 2544) การรสู้ ารสนเทศ จงึ ควรกาหนดเป็นมาตรฐานสาหรับนสิ ติ นักศึกษาในระดบั อดุ มศึกษา ดงั ที่สมาคมหอ้ งสมุดหอ้ งสมุดวทิ ยาลัย และวิจยั แหงสหรัฐอเมริกา (American Library Association, 1989) ได้กาหนดมาตรฐานความสามารถใน การรู้สารสนเทศและตัวบงช้ใี นระดบั อุดมศึกษา 5 มาตรฐาน เพอ่ื เป็นการประกันและรบั รองวานักศึกษาและ บัณฑติ ท่ีเป็นผลผลติ จากสถาบันการศึกษาจะเป็นผู้รูส้ ารสนเทศ ดังนี้ 1. ความสามารถในการตระหนกั วาเมอ่ื ใดจงึ จะต้องการสารสนเทศ 2. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ 3. ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ 4. ความสามารถในการประมวลผลสารสนเทศ 5. ความสามารถในการใช้และการส่ือสารสารสนเทศอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ จึงเป็นหน้าทีส่ าคัญของผ้สู อนหรอื ผูใ้ ห้การอบรมในมหาวทิ ยาลัยหรอื สถาบนั การศึกษา ระดับอดุ มศึกษาท่ีจะพฒั นานิสิต นักศกึ ษามีทักษะการรสู้ ารสนเทศและนาไปใขไ้ ด้อยางมีประสทิ ธิภาพ บทบาทและคณุ สมบตั ิของผู้ใหก้ ารอบรมเก่ียวกับการรู้สารสนเทศ บทบาทของผู้ให้การอบรมการรสู้ ารสนเทศในการสอนทักษะการเรียนรสู้ ารสนเทศมี ความหลากหลายตามหน้าที่และความรบั ผิดชอบไมวาจะเป็นในฐานะผ้พู ัฒนาบทเรียน ทั้งในด้านเน้อื หาและ

7 รูปแบบหรอื ในฐานะผ้สู อนโดยตรง ตลอดจนการเป็นผู้กาหนดนโยบายและมาตรฐานที่เก่ียวขอ้ งกบั การจดั การ เรียนการสอน บทบาทเหลานี้สะทอ้ นให้เห็นความสาคัญของผู้ปฏบิ ตั งิ านสารสนเทศในการพัฒนาทรพั ยากร มนษุ ย์ อยางไรก็ตามคุณสมบัตทิ ่ีสาคญั สาหรบั ผูป้ ฏิบัติงานเก่ียวกับสารสนเทศในอนาคตสามารถจาแนกไดด้ ังน้ี (ทรงพนั ธ์ เจิมประยงค์, 2547a) 1. ความรดู้ ้านผ้ใู ชแ้ ละการใชส้ ารสนเทศ ความรใู้ นด้านการศึกษาผู้ใช้สารสนเทศเปน็ สง่ิ สาคญั เบอื้ งตน้ ทผ่ี ู้ปฏิบัตงิ านสารสนเทศตอ้ งคานงึ ถงึ ไมวาจะเป็นการศึกษาพฤติกรรมและความต้องการ นอกจากนีค้ วามร้ดู ้านการใชส้ ารสนเทศยงั เปน็ ความรู้ทส่ี าคัญทว่ี ทิ ยากรผใู้ ห้การอบรมตอ้ งมเี พราะเปน็ ความรู้ พนื้ ฐานในเนื้อหาของการอบรม และความรู้ดังกลาวยังสามารถนาไปประเมินการใชส้ ารสนเทศ อันจะนาไปสู การประเมินเนอื้ หาและการอบรมทักษะการรู้สารสนเทศ 2. ความรแู้ ละทักษะในด้านการสบื คน้ สารสนเทศ เป็นทักษะทส่ี าคัญท่ีจะนาไปสู การตอบสนองความต้องการสารสนเทศได้ ผปู้ ฏบิ ัติงานเกี่ยวกับสารสนเทศตอ้ งมีความรแู้ ละความสามารถใน การพัฒนากลยุทธ์การสบื ค้นและการใชเ้ คร่ืองมือตางๆ ไดเ้ ป็นอยางดี 3. ความรู้และทักษะในดา้ นแหลงสารสนเทศ ความรใู้ นด้านแหลงสารสนเทศคือการรูจ้ ักใช้ แหลงไดอ้ ยางเหมาะสม เปน็ การรวมเอาทักษะในการเลอื ก ประเมิน และบูรณาการแหลงสารสนเทศตางๆ เพอ่ื นามาใชใ้ หเ้ หมาะกบั ความต้องการสารสนเทศ 4. ทกั ษะเทคโนโลยี การใชเ้ ทคโนโลยถี ือเป็นส่งิ ทหี่ ลีกเล่ียงไมได้ ในการปฏบิ ตั ิงาน สารสนเทศในปจั จบุ ัน ความก้าวหน้าอยางรวดเรว็ ของการพัฒนาทางดา้ นเทคโนโลยีทาให้ผปู้ ฏิบตั งิ านต้อง ตืน่ ตัวและยอมรบั การเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนได้ 5. ทกั ษะการสอนและการนาเสนอ ความแตกตางของผใู้ ช้ ชี้ให้เหน็ ถึงพ้ืนฐานพฤติกรรม และความต้องการของผู้ใชใ้ นความสามารถสาหรบั การเรยี นรทู้ ่ีแตกตางกนั ซึ่งสงผลตอการพฒั นา เนือ้ หาและ รูปแบบของการเรยี นการสอนทแ่ี ตกตางกนั ไปด้วย ในขณะทกี่ ารนาเสนอถือเป็นอีกทักษะทีค่ วบคูไปกบั ทกั ษะการสอนทชี่ วยใหก้ ารสอนน้นั ประสบผลสาเร็จมากย่ิงขนึ้ 6. ทกั ษะการวจิ ยั เพือ่ การประเมนิ ทักษะการวิจยั เพ่ือการประเมนิ เป็นทักษะที่ต้องแฝงไว้ ในทุกทักษะ คือ เปน็ การนาทักษะในการวจิ ัยไปศึกษาปจั จัยหรือตัวแปรตางๆ เพื่อนาผลที่ไดม้ าพฒั นา การเรยี นการอบรมทักษะการเรยี นรสู้ ารสนเทศได้ 7. การยอมรับการเปล่ียนแปลง ถือเป็นคุณสมบตั ิของผู้ปฏบิ ตั งิ านเกีย่ วกับสารสนเทศใน ยคุ ปัจจุบัน ท่ตี ้องเผชญิ กับการขับเคลอื่ นขององคค์ วามรู้ และการพฒั นาในดา้ นตางๆซึง่ คณุ ลกั ษณะของการ เป็นผูท้ ีม่ คี วามยืดหยนุ นน้ั สามารถทาให้การพฒั นาเปน็ ไปอยางรวดเรว็ 8. การเป็นผ้เู รียนรูต้ ลอดชวี ติ การพัฒนาทักษะการเรยี นร้สู ารสนเทศจะไมเกิดประสิทธิผล สูงสดุ หากผใู้ ห้การอบรมไมมีลกั ษณะของการเป็นผ้เู รยี นรู้ตลอดชีวิต คอื หากผู้ให้การอบรมไมตระหนักถึง ประโยชน์อันแทจ้ รงิ ท่ีเกิดขนึ้ จากการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ แลว้ อาจสงผลตอตัวเน้อื หาของการสอนตลอดจน ทัศนคติของผเู้ รยี นได้ ดงั นน้ั ทักษะทส่ี าคัญทส่ี ดุ สาหรบั การเปน็ ผู้ใหก้ ารอบรมทักษะการเรียนรสู้ ารสนเทศ คอื การเรยี นรู้และติดตามขาวสารอยางตอเน่ือง 3. แนวคิดในการพัฒนาการรู้สารสนเทศ การสอนการรู้สารสนเทศเปน็ บทบาทของผสู้ อนทต่ี อ้ งสงเสรมิ ให้ผเู้ รยี นเปน็ ผู้ท่ตี ้องเกดิ การรกั ทจ่ี ะ เรียนร้แู ละเกิดการศึกษาตลอดชีวติ ดว้ ยการพัฒนาทกั ษะการเรียนรสู้ ารสนเทศ โดยมีข้อควรพิจารณา

8 ดังตอไปนี้ (ทรงพันธ์ เจิมประยงค์, 2547b) 3.1 พัฒนาบคุ ลากรวชิ าชีพสารสนเทศศาสตรใ์ ห้มีลักษณะเปน็ “ผ้สู อน” มากขึน้ กลาวคือ บทบาทของนักสารสนเทศปัจจุบนั ยังคงเป็นผู้ทีม่ หี นา้ ทใ่ี ห้บรกิ ารตอบคาถามและพฒั นาทรพั ยากรสารสนเทศ ภายในสถาบันบริการสารสนเทศเปน็ หลัก การพฒั นาบทบาทของบคุ ลากรวชิ าชพี สารสนเทศศาสตร์ให้มี ลักษณะเป็นผูส้ อนมากขึ้น จะเปน็ การยกระดบั บทบาทของวิชาชีพใหไ้ ด้รบั การยอมรับในสังคมอีกทางหน่ึง 3.2 พฒั นามาตรฐานท่ีควรมีสาหรบั ผู้เรยี นในแตละระดับของการศึกษาทั้งในและนอกระบบ โรงเรยี น รวมไปถึงทักษะท่จี าเปน็ สาหรับการศึกษาอยางตอเน่อื ง ตัวอยางท่ีเห็นไดช้ ดั คือ มาตรฐานการเรียนรู้ สารสนเทศในระดับชาติ (National Information Literacy Competency) ในสหรัฐอเมริกาซง่ึ มาตรฐาน ในระดับชาติ จะเปน็ แนวทางทีส่ าคัญในการกาหนดมาตรฐานทักษะการเรียนรู้สารสนเทศในระดบั ยอยตอไป 3.3 ปลกู ฝังทกั ษะการเรียนรู้สารสนเทศตั้งแตการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน การปลูกฝงั ใหเ้ ยาวชน มที ักษะการเรยี นรู้สารสนเทศไปพร้อมๆ กับทกั ษะการเรียนรดู้ า้ นอนื่ ๆ จะชวยใหเ้ กิดสังคมแหงการเรยี นรู้ อยางแทจ้ รงิ ดงั จะเห็นได้จากผลการขาดทักษะการเรียนรู้สารสนเทศ ปัญหาการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) เปน็ ปัญหาทใ่ี นระบบการศึกษาโดยเฉพาะการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ไมได้ตระหนักถงึ เทาที่ควร นอกจากประเด็น ทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ปญั หาดงั กลาวยงั เป็นอปุ สรรคสาคัญตอการพฒั นาองค์ความรู้อีกด้วย 1.4 บรู ณาการหลักสูตรทกั ษะการเรยี นรูส้ ารสนเทศเขา้ ไปสูการเรียนการสอนในสาขาวิชา ตางๆ เน่อื งจากทักษะการเรียนรูส้ ารสนเทศเพยี งอยางเดยี ว จะชวยให้ผู้เรียนเกดิ ทักษะในการชวยเหลือตนเอง ในการศึกษาและแกไ้ ขปญั หาในเบอ้ื งต้น ดังนน้ั การบูรณาการหลักสตู รดังกลาว จะกอใหเ้ กิดการนาความรไู้ ปใช้ ประโยชนส์ งู สดุ 1.5. การสร้างเครอื ขายความรวมมอื ระหวางสถาบนั บรกิ ารสารสนเทศเพื่อพัฒนา หลกั สูตรทกั ษะการเรยี นรูส้ ารสนเทศถือเป็นปัจจยั สาคัญอกี ปัจจยั หนึ่งทก่ี อให้การพฒั นาหลกั สูตรอยางตอเน่ือง เพอ่ื ตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วของวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กจิ กรรมทใ่ี ชใ้ นกลุมความ รวมมอื ระหวางสถาบันเพื่อการพฒั นาหลกั สูตร อาจได้แก การจัดประชมุ ทางวชิ าการ การถามปญั หาและแก้ไข ปญั หา การพฒั นา Knowledge-Based System ในกลมุ สมาชิก เป็นต้น กจิ กรรมเหลานีจ้ ะกอให้เกดิ การ พฒั นาหลกั สตู รทักษะการรู้สารสนเทศอยางจริงจัง 1.6 ชุมชนทั้งภายในและภายนอกที่ของเขตการให้บริการของแตละสถาบนั ควรมสี วนรวมกบั การพฒั นาการรสู้ ารสนเทศของชุมชนหรอื หนวยงานน้นั ๆ 1.7 รปู แบบของการสอน การเรยี นการสอนทักษะการเรยี นรสู้ ารสนเทศในปัจจบุ ัน จะอยใู นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ แตสามารถจดั การเรียนการสอนไดใ้ นทุกรปู แบบตามสภาพแวดลอ้ มของแตละ สถาบันการศึกษา 4. การแบงกลมุ สาขาวิชา ตามทส่ี ภามหาวทิ ยาลยั บรู พา ในการประชุมครงั้ ท่ี 8/2557 เม่อื วนั ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ไดอ้ อก “ข้อบังคับมหาวทิ ยาลัยบูรพา” วาด้วยสภาวชิ าการ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2557 มคี วามตอน หนึ่งวาให้กาหนดกลมุ สาขาวิชาจานวน 3 กลุม ซ่งึ ในแตละกลุมสาขาวิชาจะประกอบดว้ ยสวนงานวิชาการตาม มาตรา 9 (3) แหงพระราชบัญญตั มิ หาวทิ ยาลยั บรู พา พ.ศ. 2550 ดังตอไปนี้ (1) กลุมสาขาวชิ ามนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ ประกอบดว้ ย คณะการจัดการและการทองเทย่ี ว คณะดนตรแี ละการแสดง คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ คณะรัฐศาสตรแ์ ละนิติศาสตร์ คณะวิทยาศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ วิทยาลยั การบริหารรฐั กจิ

9 วิทยาลัยนานาชาติ วทิ ยาลัยพาณชิ ยศาสตร์ และวิทยาลัยวทิ ยาการวิจยั และวิทยาการปัญญา (2) กลมุ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สขุ ภาพ ประกอบด้วย คณะการแพทยแ์ ผนไทยอภัยภูเบศร คณะพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะเภสชั ศาสตร์ คณะวทิ ยาศาสตรก์ ารกีฬา คณะสหเวชศาสตร์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ (3) กลุมสาขาวิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยีทางทะเล คณะภูมสิ ารสนเทศศาสตร์ คณะโลจิสติกส์ คณะวทิ ยาการสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละศิลปศาสตร์ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ และคณะอัญมณี (\"ขอ้ บงั คับมหาวิทยาลยั บรู พาวาด้วยสภาวิชาการ (ฉบับท่ี7),\" 2557)

6. ผังกระบวนการปฏิบัติงาน (Work Flow) ชือ่ กระบวนการ การจัดอบรมทักษะการรู้สารสนเทศ ขอ้ กาํ หนดสาํ คัญของกระบวนการ................................................................................ ตัวชี้วดั สาํ คญั ของกระบวนการ 1. จานวนคร้ัง (จานวนคน) ในการอบรม 2. ผลการป ท่ี ผงั กระบวนการ ระยะเวลา รายละเอีย 1 5 นาที เมื่อไดร้ ับเรื่องขอฝึกอบรม ต รบั เร่อื งฝึกอบรม ความครบถ้วนของเอกสารข 2 1. สาขาวชิ าของผู้เขา้ รบั 2. ระดับการศกึ ษาของผ ตรวจสอบและ 3. จานวนผู้ขอรบั การอบ บันทกึ เรือ่ งใน 4. วนั เวลา ทีข่ อรบั การอ ปฏทิ ินการอบรม 5 นาที 1. ตรวจสอบวัน เวลา ขอร ตารางอบรมจากหนา้ เวบ็ ไซ (www.lib.buu.ac.th เมนู ปฏทิ ินการอบรมและน เพอ่ื ไมให้วนั เวลาของเรือ่ งท

10 .............................................. ..................................................................................... ประเมนิ ความพึงพอใจของผเู้ ข้ารับการอบรม ยดงาน มาตรฐานคุณภาพ เอกสารทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ผู้รบั ผดิ ชอบ งาน ตอ้ งตรวจสอบ - รับเรอื่ งการอบรม - บันทกึ ขอ้ ความขอรับ บรรณารักษ์ ขอรับการอบรม ได้แก โดยมรี ายละเอยี ดใน บการอบรม การขอรบั การอบรม การอบรม ฝา่ ยบรกิ าร ผู้เขา้ รับการอบรม ครบถ้วน บรม - แบบฟอร์มขอรับการอบรม สารสนเทศ อบรม รบั การฝกึ อบรมกบั บนั ทึกข้อมลู ขอรับ - บนั ทึกขอ้ ความขอรบั บรรณารกั ษ์ ซต์ของสานกั หอสมุด การอบรมได้ถูกต้อง การอบรม ฝ่ายบริการ - ตารางการอบรมและนาชม สารสนเทศ ครบถ้วน ไมซา้ ซ้อน ของสานักหอสมุด นาชมของสานักหอสมดุ ) มหาวิทยาลยั บูรพา ทร่ี บั มาใหม

ที่ ผงั กระบวนการ ระยะเวลา รายละเอีย 3 30 นาที 1. พจิ ารณาคัดเลอื กบรร มอบหมายวทิ ยากร ผูด้ าเนนิ การอบรม วทิ ยากรอบรม โดยจดั วทิ อบรมทีเ่ ช่ยี วชาญในสาข ไมมชี อ่ื ในตารางอบรมใน 2. มอบหมายงานโดยแจ เอกสารขอรับการอบรม ปฏทิ นิ การอบรมและนา ที่เว็บไซต์ของสานักหอส (www.lib.buu.ac.th เมนู ปฏิทินการอบรมแ 4 5 นาที 1. แจ้งไปยังฝา่ ยโสตทศั ตดิ ตอ่ ขอใช้สถานที่ การอบรมในวัน เวลา ใด ในการอบรม โดยฝา่ ยโสตทศั นศึกษาส จากปฏทิ นิ การอบรมแล สานกั หอสมดุ ที่อยหู นา้ เ สานกั หอสมุด หากมจี าน อบรมไมเกนิ 40 คน ใช ถา้ มีจานวนเกนิ 40 คน CyberZoneII

11 ยดงาน มาตรฐานคณุ ภาพ เอกสารทเี่ กีย่ วข้อง ผู้รับผดิ ชอบ งาน รณารักษ์ทาหน้าท่ี - มอบหมายงานให้ - บนั ทกึ ข้อความขอรบั ผู้ชวย ทยากรผูใ้ หก้ าร ผ้อู านวยการ ขาวิชาทีอ่ บรมและ วทิ ยากรทีเ่ หมาะสม การอบรม สานักหอสมดุ นเวลาเดยี วกนั จ้งมอบหมายงานใน ในการอบรม - ตารางการอบรมและ มและลงบนั ทกึ ใน าชมสานกั หอสมดุ และตารางเวลา นาชมของสานักหอสมุด สมดุ ไมซ้อนทบั กบั การอบรมหรือ งานอ่นื และนาชมฯ) ศนศึกษาวามี - ประสานงานใช้ - ปฏิทินอบรมและนาชม บรรณารักษ์ ด จานวนเทาใด สถานท่ไี ด้ถูกต้อง สานักหอสมดุ ฝ่ายบรกิ าร สามารถตรวจสอบได้ ตามวัน เวลา และ สารสนเทศ ละนาชมของ จานวนของผู้เข้ารับ เวบ็ ไซต์ของ การอบรม นวนผ้ขู อรบั การ ชห้ ้อง CyberZone I นใช้หอ้ ง

ท่ี ผังกระบวนการ ระยะเวลา รายละเอยี 5 ดาเนนิ การอบรม 2 ชว่ั โมง 1. เร่ิมตน้ การอบรมด้วย ทกั ษะการรสู้ ารสนเทศ ความรู้จกั แนะนาตวั เพื่อ สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และบอกวัตถปุ ระสงค์ใน 2. ใหน้ สิ ิตทาแบบทดสอ 3. เข้าสบู ทเรยี นด้วยกา การสบื ค้นสารสนเทศ 4. แนะนาการสืบคน้ ฐาน การสบื คน้ ฐานข้อมลู สาข เทคโนโลยี ได้แก IEEE, นสิ ิตทาแบบทดสอบหลงั ความรู้หลงั อบรม 6. ให้นิสติ ทาแบบประเม หลังการอบรม 6 2 ชวั่ โมง 1. ตรวจแบบทดสอบกา ประเมนิ ผลการอบรม และหลังเรียน 2. นาแบบประเมนิ ความ คาเฉล่ยี ความพงึ พอใจใน ความพงึ พอใจโดยรวม

12 ยดงาน มาตรฐานคณุ ภาพ เอกสารท่ีเกยี่ วข้อง ผรู้ ับผดิ ชอบ งาน ยการทกั ทายทา บรรณารกั ษ์ อสรา้ งความคนุ้ เคย - ผู้เข้ารบั การอบรม - คูมือการใช้ฐานข้อมลู ผูท้ าหนา้ ที่ นการอบรม มผี ลคะแนนในการ อบรมใน อบกอนเรียน ทาแบบทดสอบ สาขา ารเแนะนาเทคนิค ถกู ต้องมากกวา วิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70 เทคโนโลยี นข้อมูล 4. แนะนา - ความพงึ พอใจใน ขาวิทยาศาสตร์ การรับการอบรม ACS, ACM 5. ให้ งอบรมเพ่ือประเมนิ มนิ ความพงึ พอใจ ารทดสอบกอนเรยี น เกบ็ แบบประเมนิ - แบบประเมินการ บรรณารกั ษ์ ความพงึ พอใจใน ฝึกอบรม ฝา่ ยบรกิ าร สารสนเทศ มพึงพอใจมาคานวณ การอบรมได้ นดา้ นตางๆ และ รอั ยละ 100

ท่ี ผงั กระบวนการ ระยะเวลา รายละเอีย 7 สรปุ ผลการอบรม 1 ช่ัวโมง 1. สรปุ ผลการเปรยี บเท กอนเรียนและหลงั เรยี น 2. สรุปผลการอบรมแตล ไว้สรุปผลรายปี

13 ยดงาน มาตรฐานคุณภาพ เอกสารท่เี กย่ี วข้อง ผรู้ ับผดิ ชอบ งาน ผูช้ วย ทยี บแบบทดสอบ ผลการประเมนิ - สรปุ ผลการอบรม ผู้อานวยการ ความพงึ พอใจ สานกั หอสมดุ ละครั้ง และรวบรวม โดยรวมอยูในระดบั มากทีส่ ดุ

14 7. ชัน้ ตอนการปฏบิ ตั งิ านฝึกอบรมการสบื คน้ สารสนเทศสาขาวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี รายละเอียดงาน ข้ันตอนการปฏิบัตงิ าน 1. รับเรอ่ื งฝึกอบรม เม่อื ไดร้ ับเร่ืองขอฝึกอบรมตรวจสอบความครบถว้ นของเอกสาร ขอรบั การอบรม ได้แก 1. สาขาวชิ าของผูเ้ ขา้ รับการอบรม สาหรับสาขาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยปี ระกอบไปด้วยคณะตางๆ ดงั น้ี - คณะเทคโนโลยีการเกษตร - คณะเทคโนโลยีทางทะเล - คณะภูมสิ ารสนเทศศาสตร์ - คณะโลจสิ ติกส์ - คณะวิทยาการสารสนเทศ - คณะวทิ ยาศาสตร์ - คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละศิลปะศาสตร์ - คณะวิศวกรรมศาสตร์ - คณะอัญมณี 2. ระดับการศกึ ษาของผเู้ ข้ารับการอบรม ประกอบไปด้วย - ปริญญาตรี - ปริญญาโท - ปรญิ ญาเอก 3. จานวนผขู้ อรบั การอบรม 4. วนั เวลา ที่ขอรบั การอบรม 2. ตรวจสอบและบันทึกเรื่องใน 1. ตรวจสอบวนั เวลา ขอรบั การฝกึ อบรมกบั ตารางอบรมจาก ปฏิทนิ การอบรม เวบ็ ไซตข์ องสานักหอสมดุ (www.lib.buu.ac.th เมนู ปฏทิ ินการอบรม และนาชมของสานกั หอสมดุ ) เพอ่ื ไมใหว้ นั เวลาของเรือ่ งท่รี ับมาใหม ซ้อนทบั กับเรื่องเดมิ ท่ีบันทกึ ในตาราง กรณเี วลาตรงกับเรอ่ื งเดิมบันทึกในตาราง ตดิ ตอประสานงานเพ่ือ ปรบั เปลี่ยนวนั เวลา เม่อื สรุปวนั เวลาทไี่ มซ้าซ้อนแลว้ 2. บันทกึ ลงปฏิทินการอบรมและนาชมสานกั หอสมุด 3. ติดตอยืนยนั การอบรมไปยงั ผู้ขอรบั การอบรม

15 รายละเอียดงาน ขั้นตอนการปฏบิ ัติงาน 3. มอบหมายวิทยากรผู้ดําเนนิ 1. ตรวจสอบวิทยากรผมู้ หี น้าทีอ่ บรมตามตารางเวลา โดยจัดวทิ ยากร การอบรม ผ้ใู ห้การอบรมทีเ่ ชี่ยวชาญในสาขาวิชาทอ่ี บรมและไมมชี ่ือในตาราง อบรมในเวลาเดียวกัน 2. มอบหมายงานโดยแจง้ มอบหมายงานในเอกสารขอรับการอบรม และลงบนั ทึกในปฏทิ นิ การอบรมและนาชมสานักหอสมุด ท่ีเวบ็ ไซต์ ของสานักหอสมดุ (www.lib.buu.ac.th เมนู ปฏิทินการอบรมและ นาํ ชมฯ) 4. ติดต่อขอใช้สถานทใี่ นการอบรม 1. แจ้งไปยังฝ่ายโสตทัศนศึกษาวามีการอบรมในวัน เวลา ใด จานวน เทาใด โดยฝา่ ยโสตทัศนศึกษาสามารถตรวจสอบไดจ้ ากปฏิทนิ การ อบรมและนาชมของสานักหอสมดุ ทีอ่ ยหู นา้ เวบ็ ไซต์ของสานักหอสมดุ หากมีจานวนผขู้ อรบั การอบรมไมเกนิ 40 คน ใช้หอ้ ง CyberZone I ถา้ มจี านวนเกนิ 40 คนใช้หอ้ ง CyberZoneII ดาเนินการอบรมทักษะ การร้สู ารสนเทศ สาขาวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี 5. ดาํ เนนิ การอบรมทกั ษะการรู้ 1. เรม่ิ ตน้ การอบรมดว้ ยการทักทายทาความรูจ้ ัก แนะนาตวั เพอ่ื สร้าง สารสนเทศ สาขาวทิ ยาศาสตร์ ความค้นุ เคย และบอกวตั ถปุ ระสงค์ในการอบรม เทคโนโลยี 2. ให้นสิ ิตทาแบบทดสอบกอนเรยี นเพือ่ ทราบพน้ื ฐานความร้กู อนเรยี น โดยใช้โปรแกรมตอบคาถามออนไลน์ (Kahoot) ซึ่งเป็นโปรแกรมท่ี ผทู้ าแบบทดสอบสามารถทราบคาตอบในแตละข้อและทราบผล คะแนนได้พร้อมกันทันที ทาให้เกดิ ความสนุกสนาน และสนใจตดิ ตาม บทเรยี นตอไป มีคาถามในแบบสอบถามทั้งหมดประมาณ 6 ข้อ เป็น เวลาประมาณไมเกิน 10 นาที โดยมรี างวลั ใหก้ ับผทู้ ี่ทาคะแนนสงู สุด ในการทาแบบทดสอบกอนเรียน 1 รางวัล คาถามของแบบทดสอบจะ เกยี่ วข้องกบั ฐานข้อมูลท่ีอบรม ตัวอยางคาถามในการอบรม เชน 1. ฐานข้อมูล IEEE มีขอ้ มลู ในสาขาใด ก. สาธารณสขุ ข. ฟสิ กิ ส์ ค. พยาบาลศาสตร์ ง. อัญมณี ตอบ ข. ฟิสิกส์ 2. การสืบค้นฐานขอ้ มลู IEEE จากเมนู Browse ไมมีเมนูใด ก. Book & e-books ข. Courses ค. Standards ง. Title 3. เข้าสบู ทเรียนดว้ ยการเแนะนาเทคนคิ การสืบคน้ สารสนเทศเพ่ือ สรา้ งพน้ื ฐานความรู้ ในการสืบค้นสารสนเทศ โดยมีเน้ือหาประกอบ ไปด้วย 3.1 การสบื คน้ การเตรียมคาสาคญั ในการสบื ค้นข้อมูล

16 รายละเอยี ดงาน ข้นั ตอนการปฏบิ ัตงิ าน 5. ดาํ เนนิ การอบรมทักษะการรู้ 3.2 การคดั กรองผลการสบื คน้ สารสนเทศ สาขาวิทยาศาสตร์ 3.2.2 โดยการใชเ้ ครอ่ื งหมายเพ่ือการสบื ค้น ได้แก เทคโนโลยี (ต่อ) “ ” หมายถงึ คน้ ตรงตามตวั ที่พิมพ์ ( ) หมายถึง ค้นตามลาดบั กอน หลัง ? หมายถงึ แทนท่ีตวั อักษรเพียง 1 ตวั เทานน้ั * หมายถงึ แทนทีต่ วั อักษรต้งั แต 0 ตวั อักษรข้นึ ไป 3.2.3 การสรา้ งเงือ่ นไขเพ่ือการสืบค้นโดยใช้ตัวเชอื่ ม AND OR NOT ดังตอไปนี้ AND คน้ หาทุกคา ตวั อยาง insulin AND diabetes ทัง้ insulin และ diabetes ตอ้ งพบอยู ในเรอ่ื งเดียวกนั OR คน้ หาอยางน้อยหนึง่ คา ตัวอยาง heart OR cardiac heart หรือ cardiac คาใดคาหน่ึงต้องการ ปรากฎอยใู นเร่ืองที่ค้นหา NOT ปฎิเสธการค้นหาคาหนึง่ เชน rabits NOT dogs rabits เปน็ คาแรกต้องปรากฏในบทความแตคาวา dogs ตอ้ งไมปรากฎอยูในเร่อื งที่คน้ หา 3.2.4 การคัดกรองผลการสืบค้น ด้วยการเพิ่มคียเ์ วิร์ด เลอื กหัวเรอ่ื งท่ีต้องการ กาหนดเขตข้อมลู กาหนดปที ี่พมิ พ์ กาหนดประเภทของสงิ่ พมิ พ์ 3.3 การวเิ คราะห์ผลการสืบคน้ ดว้ ยการจดั เรียงผลลัพธ์ - Relevance (จดั เรยี งตามความเก่ียวเนื่อง เกี่ยวขอ้ งกบั คียเ์ วริ ์ด) - Date publication (จดั เรยี งตามปีท่ีพมิ พ์) 3.4 การจัดการผลการสบื คน้ ไดแ้ ก การสัง่ พิมพ์ การบันทึกข้อมูล การสงอีเมล์ การนาข้อมูลบรรณานุกรมออก หลังการอบรมในหัวข้อน้ีมีการถามคาถามทบทวนความรทู้ ี่อบรม และมอบของรางวลั ใหเ้ พ่ือกระตุ้นความสนใจทจี่ ะอบรมในหัวขอ้ ตอไป

17 รายละเอียดงาน ขัน้ ตอนการปฏิบตั งิ าน 5. ดําเนนิ การอบรมทกั ษะการรู้ สารสนเทศ สาขาวิทยาศาสตร์ 4. แนะนาการสบื ค้นฐานข้อมูลสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ไดแ้ ก เทคโนโลยี (ตอ่ ) IEEE (สาหรับนิสิตคณะวศิ วกรรมศาสตร์, คณะวทิ ยาศาสตร์, คณะ วิทยาศาสตรแ์ ละศิลปศาสตร์, คณะโลจิสตกิ ส์, คณะภูมิสารสนเทศ) 6. ประเมินผลการอบรม ACS (สาหรบั นสิ ิตคณะวิทยาศาสตร์, คณะอญั มณี) 7. สรปุ ผลการอบรม ACM (สาหรบั นิสติ คณะวิทยาการสารสนเทศ) (ข้นั ตอนการสืบคน้ ฐานข้อมูล IEEE, ACS และ ACM สามารถดูได้ จาก ภาคผนวก) หลังการอบรมในหัวขอ้ นี้มกี ารถามคาถามทบทวนความรทู้ ่ีอบรมและ มอบของรางวัลให้ 5. ใหน้ ิสติ ทาแบบทดสอบหลังอบรมเพื่อประเมนิ ความรหู้ ลังอบรม โดยใข้คาถามชุดเดยี วกบั แบบทดสอบกอนอบรม และใช้โปรแกรม แบบทดสอบออนไลน์ Kahoot สร้างความสนกุ สนานให้กบั ผ้เู ขา้ อบรม และเปน็ ทาให้ผู้เขา้ อบรมประเมินความรขู้ องตนเองได้ทนั ทีหลงั การ อบรม (ดูตวั อย่างแบบทดสอบจากโปรแกรม Kahoot ทีใ่ ช้ในการอบรมได้ จาก ภาคผนวก) 6. ใหน้ ิสิตทาแบบประเมนิ ความพึงพอใจ 1. นาคะแนนจากผลการทดสอบโปรแกรม Kahoot หลังการอบรม มาบันทกึ วาคะแนนรวมของการอบรมมีผูต้ อบถูกทงั้ หมดคดิ เป็นกี่ เปอร์เซ็นต์ 2. นาแบบประเมนิ ความพึงพอใจมาคานวณคาเฉลยี่ ความพึงพอใจใน ดา้ นตางๆ และความพึงพอใจโดยรวม 1. นาคะแนนจากผลการทดสอบโปรแกรม Kahoot มาสรปุ วาผ้เู ข้ารบั การอบรมได้รับความรมู้ ากน้อยเพยี งใด 2. สรปุ ผลความพึงพอใจวาผูเ้ ข้ารบั การอบรมมีความพงึ พอใจอยใู น ระดบั ใด และรวบรวมไว้สรุปผลรายปี

18 8. แนวทางในการปฏิบตั ิของบุคลากร การปฏิบัตงิ านในกระบวนการฝึกอบรมทักษะการรู้สารสนเทศ บคุ ลากรทีป่ ฏิบตั หิ นา้ ทีค่ วร มอี งคค์ วามรูเ้ กย่ี วกับ ความต้องการสารสนเทศของผใู้ ชบ้ ริการประเภทตางๆ มที ักษะในการสืบคน้ สารสนเทศ มีความสามารถในการวเิ คราะห์และประเมินสารสนเทศวามีคณุ ภาพมากน้อยเพียงใด สามารถนาสารสนเทศฝง ไปใช้กับการปฏบิ ัติงานหรอื การเรียนการสอนที่เหมาะสมและมปี ระสทิ ธิภาพได้อยางไร รวมถึงตอ้ งมี ความสามารถในการถายทอดความรู้ใหก้ ับผู้เข้ารับการอบรมอยางมปี ระสิทธภิ าพ สามารถติดตอประสานงาน กับผู้เก่ยี วข้องในการอบรม และสามารถประเมนิ ผลการอบรมได้ นอกจากนีบ้ คุ คลากรที่ทาหนา้ ทีฝ่ ึกอบรมทกั ษะการรสู้ ารสนเทศยังควรมีการพัฒนาความรู้ เกย่ี วกบั การสืบคน้ ฐานขอ้ มูลออนไลน์ตางๆ อยางสมา่ เสมอ รวมถงึ พัฒนาความรู้เกยี่ วกับเทคนคิ การอบรม การนาเสนอ และการใชส้ ่ือการสอนตางๆ ใหม้ ีประสิทธิภาพอีกด้วย 9. มาตรฐานคุณภาพงาน ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิงาน มาตรฐานคุณภาพงาน 1. รับเรอ่ื งฝึกอบรม - รับเร่ืองการอบรมโดยมรี ายละเอยี ดการขออบรมครบถ้วน 2. ตรวจสอบและบนั ทึกเรอื่ ง บันทึกขอ้ มลู ขอรับการอบรมไดถ้ ูกต้อง ครบถว้ น ไมซ้าซ้อน ในปฏิทินการอบรม 3. มอบหมายวิทยากรผดู้ าํ เนนิ - มอบหมายงานให้วิทยากรท่ีเหมาะสมในการอบรม และตารางเวลา การอบรม ไมซ้อนทบั กับการอบรมหรืองานอ่นื 4. ตดิ ต่อขอใช้สถานท่ใี นการอบรม - ประสานงานใชส้ ถานที่ได้ถูกตอ้ งตามวัน เวลา และจานวนของ ผเู้ ข้ารับการอบรม 5. ดําเนินการอบรมทักษะการรู้ - ผเู้ ข้ารบั การอบรมมีผลคะแนนในการทาแบบทดสอบถูกตอ้ ง สารสนเทศ สาขาวิทยาศาสตร์ มากกวาร้อยละ 70 เทคโนโลยี - ความพึงพอใจในการรบั การอบรม 6. ประเมินผลการอบรม เกบ็ แบบประเมินความพงึ พอใจในการอบรมไดร้ ัอยละ 100 7. สรปุ ผลการอบรม ผลการประเมินความพึงพอใจโดยรวมอยูในระดับมากที่สดุ

19 10. ระบบติดตามประเมินผล บุคลากรผปู้ ฏิบัติงานฝึกอบรมทกั ษะการรสู้ ารสนเทศต้องสงผลประเมนิ ความพึงพอใจให้แก ผ้ชู วยผู้อานวยการฝา่ ยบริการสารสนเทศในการอบรมทกุ ครั้ง และผชู้ วยผอู้ านวยการฝา่ ยบริการสารสนเทศ ตอ้ งทาสรุปผลการประเมนิ ความพึงพอใจทักษะการรสู้ ารสนเทศในทุกปีการศึกษา ซงึ่ เป็นหลักฐานในการ ประกันคุณภาพการศึกษาของสานักหอสมดุ 11. เอกสารท่ีเกีย่ วของในการปฏิบัติงาน - คูมือการใช้ฐานขอ้ มูล IEEE - คูมือการใช้ฐานขอ้ มลู ACS, - คมู ือการใชฐ้ านขอ้ มูล ACM - แบบประเมนิ ความพึงพอใจ - แบบฟอรม์ ขอฝึกอบรมการสืบค้นสารสนเทศ 12. แบบฟอรมที่ใช - แบบประเมนิ ความพึงพอใจ - แบบฟอรม์ ขอฝึกอบรมการสืบคน้ สารสนเทศ 13. ปญหาสาคัญในการปฏบิ ัตงิ านและวธิ กี ารแกไข ข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ าน ปญั หา/ ความเส่ียงสําคัญ วิธแี กไ้ ขปัญหา/ ลดความเสี่ยง 1. รับเร่อื งฝึกอบรม ท่พี บในการปฏบิ ัติงาน 2. ตรวจสอบและบนั ทกึ เรอ่ื ง ขอ้ มูลเร่ืองฝกึ อบรมรบั มามามีไม ตรวจสอบทนั ทีท่ีได้รับเรอ่ื ง ในปฏทิ ินการอบรม ครบถว้ น ฝึกอบรม และตดิ ตอประสานงาน หนวยงานหรอื บคุ คลท่ีขอ ฝกึ อบรมทนั ทเี พื่อสอบถาม รายละเอียดที่ยังไมครบถว้ น มีเร่อื งฝึกอบรมซา้ ซ้อนกันในเวลา บันทึกข้อมูลลงในปฏิทิน เดยี วกัน การฝึกอบรมและนาชม สานักหอสมดุ ทันทีที่ได้รับข้อมูล หากเร่ืองขอรบั การอบรมในเวลา เดยี วกันจะได้ทราบและ ประสานงานเปลี่ยนแปลงเวลาที่ เหมาะสม

20 ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิงาน ปญั หา/ ความเส่ียงสําคญั วิธแี กไ้ ขปัญหา/ ลดความเสี่ยง 3. มอบหมายวิทยากรผดู้ ําเนนิ ที่พบในการปฏิบตั งิ าน การอบรม วทิ ยากรผูด้ าเนินการอบรม จดั ตารางเวลาตรวจสอบวา 4. ตดิ ต่อขอใช้สถานทีใ่ นการ อาจจะมงี านในเวลาทตี่ ้องอบรม วทิ ยากรท่ีจะมอบหมายให้ อบรม ฝกึ อบรมสามารถอบรมไดห้ รอื ไม และแจง้ วิทยากรลวงหน้าอยาง 5. ดําเนินการอบรมทักษะการรู้ นอ้ ย 1 วนั สารสนเทศ สาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หอ้ งทต่ี อ้ งการใชฝ้ กึ อบรมอาจไมวาง บนั ทึกขอ้ มูลการฝึกอบรมลงปฏทิ นิ 6. ประเมินผลการอบรม หรอื ซ้าซ้อนกับงานอ่ืนในเวลาเดยี วกนั การอบรมและนาชมสานักหอสมดุ ทนั ทีทไี่ ด้รบั เร่อื ง และตดิ ตอแจ้งไปยัง 7. สรุปผลการอบรม ฝ่ายโสตทัศนศึกษาทนั ทีทไี่ ด้รับเรอื่ ง หากหอ้ งไมวางในเวลาท่ีตอ้ งการใช้ จะ ได้ประสานงานหาหอ้ งฝกึ อบรมได้ ทันเวลา ผเู้ ขา้ อบรมอาจจะไมมสี มาธิ ไมสนใจ หาสือ่ ในการสอนและกิจกรรมจูงใจให้ ในการอบรมเพียงพอ ผู้เขา้ อบรมสนใจกับการอบรม เชน มี การตอบปญั หาชิงรางวัล มคี าถาม ทบทวนความรใู้ นการอบรมแตละ หวั ขอ้ ผเู้ ข้าอบรมอาจจะตอบขอ้ มลู แจง้ ใหผ้ ู้เขา้ รบั การอบรมตอบ ในแบบประเมนิ ไมครบถ้วน แบบสอบถามให้ครบถ้วน โดย แจกแบบประเมินหลงั การอบรม และแจ้งรายละเอียดทต่ี อ้ งตอบ ในแบบประเมิน --

21 14. บรรณานกุ รม American Library Association. (1989). President committee on information literacy final report. Retrieved from Chicago: ข้อบงั คับมหาวทิ ยาลัยบรู พาวาด้วยสภาวิชาการ (ฉบับท7ี่ ), 2557 18 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2557). คณาจารยภ์ าควิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนษุ ยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ. (2548). ทักษะการรู้สารสนเทศ. กรุงเทพ: ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนษุ ยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ. ดาเอล, คาร์รี เอ. ฟอน. (2546). วิทยากรมือโปร (พ. อ. จินดา อัคราวฒั นา, Trans.). กรงุ เทพ: เอก็ ซเปอรเ์ น็ท. ทรงพันธ์ เจมิ ประยงค.์ (2547a). ห้องสมุดกบั ทักษะการเรียนร้สู ารสนเทศ. วารสารห้องสมุด, 48(1), 22. ทรงพนั ธ์ เจมิ ประยงค.์ (2547b). ห้องสมดุ กับทักษะการเรียนร้สู ารสนเทศ. วารสารห้องสมุด, 48(1), 27-28. พงศ์ประเสริฐ หกสุวรรณ. (2552). เทคนิคการฝกึ อบรม. ชลบุร:ี โรงพิมพเ์ ทพเพ็ญวานิสย.์ เพ็ชรี รูปะวิเชตร.์ (2553). เทคนิคการจัดฝกึ อบรมและการประชุม. กรงุ เทพ: ดวงกมลพบั ลซิ ซ่ิง. สมชาติ กิจยรรยง. (2555a). เทคนคิ การเปน็ วิทยากรท่ปี ระสบความสาเรจ็ . กรุงเทพ: เอ็กซเปอรเ์ น็ท. สมชาติ กจิ ยรรยง. (2555b). เทคนิคการเปน็ วิยากรท่ปี ระสบความสาเรจ็ . กรงุ เทพ: เอ็กซเปอร์เน็ท. สมชาติ กจิ ยรรยง และอรจรยี ์ ณ ตะกั่วทุง. (2550). เทคนิคการจัดฝึกอบรมเพื่อพฒั นาบุคลากรอยาง มีประสทิ ธภิ าพ. กรงุ เทพ: สมาคมสงเสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญป่ี ่นุ ). สมาน ลอยฟ้า. (2544). การรู้สารสนเทศ: ทักษะท่จี าเปน็ สาหรับสงั คมสารสนเทศ. วารสารมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์, 19, 1-6.

22 ภาคผนวก

23 คู่มอื การอบรมการสบื ค้นฐานขอ้ มูล ACM Digital Library ACM Digital Library เป็นฐานขอ้ มูลด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนลยสี ารสนเทศ เนื้อหาของเอกสาร อยใู นรูป บรรณานุกรม สาระสังเขป และบทความฉบับเต็ม ให้ข้อมูลต้ังแต ค.ศ. 1985 - ปัจจบุ ัน 1. การสืบคน้ แบบ Browse 1.1 Browse The ACM Publications ดูจากรายการส่ิงพมิ พจ์ ากสานักพมิ พ์ ACM 1.2 Browse The Special Interest Groups ดจู ากเอกสารตามกลมุ หวั เร่อื งที่สนใจ 1.3 Browse The Conferences ดูจากการเอกสารการประชุมวิชาการ 1.4 Browse The Specail Collections ดูจากสิ่งพิมพ์พเิ ศษ 1.5 Browse The Hosted Content ดูจากเน้ือหาทฝ่ี ากไว้ 1.6 Browse all literature by type สง่ิ พิมพ์หลายประเภทจากฐานข้อมลู ทไี่ มมีฉบบั เตม็ 1.7 Browse all literature by Publisher ส่งิ พิมพ์จากสานักพมิ พต์ างๆ 1.8 Browse by the ACM Computing Classification System ระบบการจัดหมวดหมู คอมพวิ เตอรข์ อง ACM 2. การสืบค้นแบบ Quick Search 3 2 3. การสืบค้นแบบ Advance Search 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7

24 การสืบคน้ โดย Browse The ACM Publications 1. เลือกคลิกดูตามประเภทของเอกสารทต่ี ้องการ - Journals/Transaction ดูข้อมูลจากวารสาร - Magazine ดขู ้อมูลจากนติ ยสาร - Proceedings ดูผลงานวิชาการที่ได้นาเสนอในท่ปี ระชมุ วิชาการในระดับนานาชาติ - ACM Books ดหู นังสอื ของสมาคมคอมพวิ เตอร์นานาชาติ 2. คลิกเลือกวารสารที่ต้องการจากหนา้ จอแสดงรายการช่ือวารสารท้ังหมด 3. พิมพค์ าค้นในชอง Search within the ACM Journal และคลิก Search เพื่อสืบค้นเน้ือหาภายใน วารสารทง้ั หมด 1 3 2

25 4. เม่ือคลิกเลือกวารสารจะพบหนา้ จอแสดงข้อมูลของเอกสารฉบบั ท่เี ลือก คลิก Publication Archive จะแสดงวารสารทุกฉบับในช่ือเรื่องนัน้ 5. คลกิ เลือกฉบับทีต่ อ้ งการ 6. คลกิ Table of Content เพ่อื ดูเน้ือหาทั้งหมด 7. คลิก PDF เพอ่ื ดเู นอ้ื หาฉบับเตม็ 8. เมื่อตอ้ งการสงข้อมูลอา้ งอิงออกไปเก็บไวใ้ นรายการจัดการบรรณานกุ รม คลิก Endnote 9. เมอ่ื คลิก Endnote จะปรากฏหน้าตาง Export Formats ให้คลกิ download 4 5

26 6 7 8 9

27 การสืบคน้ โดย Browse The Special Interest Groups 1. คลิกท่ี Special Interest Group เพื่อดูเรอื่ งท่ีสนใจ 2. เลือกหวั ข้อท่สี นใจ 3. คลกิ Publication Archive และเลือกรายการทีต่ ้องการ 4. เลอื ก Table of content เพือ่ ดรู ายละเอียดของเนื้อหาท้ังหมด 5. เลือก PDF เพ่ือดูฉบับเต็ม 1 2

28 3 4 5

29 การสืบค้นแบบ Quick Search 1. พิมพค์ าค้นลงในชองวาง และคลิก Search 1 2. จากัดการสบื คน้ - Refine by People จากัดการสืบค้นจากบุคคล - Refine by Publication จากัดการสืบคน้ จากรายการอ้างอิง - Refine by Conference จากัดการสบื ค้นจากเอกสารการประชุมวชิ าการ - Refine by Publication Year จากัดการสบื ค้นจากปีท่ีพิมพ์ 2

30 การสบื คน้ แบบ Advance Search 1. คลิก Advacne Search เพอื่ เข้าสกู ารคน้ แบบซับซ้อน 2. เลอื กเขตคาคน้ - Title ชือ่ เร่อื ง - Author ผู้แตง - Abstract บทคดั ยอ - Publication Year ปที ่พี มิ พ์ - Full-text ฉบบั เตม็ - Author Affiliation หนวยงานผู้รบั ผิดชอบ - Author Keyword คาสาคัญของผู้แตง - Conference Location สถานทีจ่ ัดการประชุม - Conference Sponsor ผ้สู นบั สนุนการประชุม - Name (all roles) ช่ือ (ตามบทบาทความรับผิดชอบทง้ั หมด) - Publisher สานักพมิ พ์ - ISBN/ISSN เลขมาตรฐานหนงั สอื /เลขมาตรฐานวารสาร - DOI (หมายเลขประจาเอกสาร บทความ วารสาร หนงั สือ และทรัพยส์ ินทางปญั ญา ในรูป อิเล็กทรอนิกสต์ างๆ ท่ีอยูบนเวบ็ ไซต์) - Primary CCS หมวดหมูโปรแกรม CCS ช้ันตน้ - CCS โปรแกรม CCS 3. เลอื กคาเช่ือม - matches all ทุกคาต้องปรากฏในเอกสารเดียวกนั - matches any อยางนอ้ ยหนึ่งคาต้องปรากฏในเอกสารเดียวกนั - matches none คานีต้ ้องไมปรากฏอยูในเอกสาร 4. จากัดผลการสบื คน้ - Refine by People จากดั การสบื ค้นตามบุคคล - Refine by Publication จากดั การสืบคน้ ตามรายการทางบรรณานุกรม - Refine by Conferences จากดั การสบื ค้นตามการประชุม - Refine by Publication Year จากดั การสบื คน้ ตามปีที่พิมพ์ - Upcoming Conferences จากดั การสบื คน้ รายงานการประชมุ ทจ่ี ะเกิดขึ้น 5. Fulltext Available คลิก PDF เพอ่ื เปิดดูฉบบั เต็มในรูป PDF

31 1 2 3

32 4 5 ------------------------------------------------

33 คู่มอื การอบรมการสืบคน้ ฐานข้อมลู American Chemistry Society Journal ACS เป็นฐานขอ้ มูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์สาขาวชิ าเคมี โดยมีข้อมลู ตั้งแต ค.ศ. 1996 – ปัจจบุ ัน ให้ ขอ้ มลู ในรูปแบบรายการบรรณานกุ รม สาระสงั เขป และเอกสารฉบับเตม็ ในรปู แบบ HTML และ PDF 1. เมนู Search 1.1 คน้ ขอ้ มูลจากคาสาคัญ หรือ เลข DOI (หมายเลขประจาเอกสาร บทความ วารสาร หนังสอื และทรพั ยส์ ินทางปญั ญา ในรปู อิเลก็ ทรอนิกสต์ างๆ ท่อี ยบู นเวบ็ ไซต)์ 1.2 เลอื กเขตคาคน้ Title (ชอ่ื เร่อื ง), Author (ผูแ้ ตง), Abstract (บทคดั ยอ) 1.3 คลกิ Search เพื่อค้นหา 1 1.1 1.2 1.3 2. เมนู Citation 2 2.4 2.1 พมิ พ์ชอื่ วารสาร 2.1 2.2 ฉบับที่ 2.3 ปที ี่ 2.2 2.3 2.5 ฉบบั ที่

3. เมนู Subject 34 3.1 คนข้อมลู จากหัวข้อสาขาวชิ า 3 3.2 คลกิ เพื่อดสู าขาวิชายอย 3.1 3.2 4. เมนู Advance Search 4.1 คลกิ ไอคอน Advance 4.2 พิมพ์คาค้นลงในชองวาง 4.3 เลอื กเขตคาคน้ Anywhere (ทกุ เขตคาค้น), Title (ชื่อเรือ่ ง), Author (ผแู้ ตง), Abstract (บทคัดยอ), Figure/Table Caption (คาอธิบายรูปภาพ/ตาราง) 4.4 เลือกประเภทของเอกสาร Search within sources (จากช่อื เอกสาร) หรือ Search All sections (จากหัวเรอ่ื ง) 4.5 Access Type การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู เลือกแบบ All Content (เขา้ ถึงทกุ ข้อมูล) หรอื Open Access Content (ข้อมูลท่เี ปิดให้เขา้ ถึง) 4.6 Publication Date ปที พ่ี มิ พ์ 4.7 Ahead of Issue ค้นหาเฉพาะบทความของ ASAP แบบต้นฉบับท่ีไดร้ บั การตอบรับใหม 4.8 C&EN Archives Options ฉบับเกาที่อยูในคลังข้อมลู

4. เมนู Advance Search 35 4.1 4.3 4.2

4.4 36 4.5 4.6 4.7 4.8 5. การจัดการผลการสืบคน้ 5.1 Content Type จากดั ผลการสืบคน้ จากประเภทของเอกสาร 5.2 Author จากัดจากช่ือผแู้ ตง 5.3 Publication จากัดจากข้อมูลการตีพมิ พ์ (ช่ือวารสาร ปีท่ี ฉบับท่ี) 5.4 Manuscript Type จากัดจากประเภทของต้นฉบับ 5.5 Subjects จากัดจากหัวเรอ่ื งสาขาวิชา 5.6 Publication Date จากัดชวงเวลาที่พมิ พ์ 5.7 คลิก PDF หรอื Full Text HTML เพอ่ื ดูฉบบั เตม็ 6. การ Download Citation 6.1 เลอื กรายการท่ตี ้องการนาข้อมลู อ้างอิงไปใช้กบั โปรแกรมการจดั การบรรณานุกรม โดยใส เครอื่ งหมายถูกหนา้ รายการทตี่ ้องการ 6.2 คลิกเมนู Download Citation 6.3 ปรากฏหนา้ ตาง Download Citation เลอื ก Format ทต่ี อ้ งการสงออกบรรณานกุ รมไปยัง โปรแกรมการจัดการบรรณานุกรมใด

5. การจดั การผลการสบื ค้น 37 5.1 5.7 5.2 5.3 5.4 5.5 5.6

38 6. การ Download Citation 6.1 6.2 6.3

7. การคน้ หาดว้ ยวธิ ี Browse 39 7.1 Publication A-Z คน้ หาจากชือ่ วารสารเรยี งลาดบั A-Z 7.1 7.2 CAS Subjects ค้นหาจากหัวเรอื่ ง 7.3 Cover Gallery ค้นหาจากปกวารสาร ฉบบั เตม็ แบบ PDF File 7.2 7.3

40 ---------------------------------

41 คมู่ ือการอบรมการสืบคน้ ฐานขอ้ มูล IEEE / IET Electronic Library (IEL) ขน้ั ตอนที่ 1 แนะนาํ ให้ร้จู กั กับฐานข้อมลู IEEE / IET Electronic Library (IEL) ฐานขอ้ มูล IEL เป็นฐานข้อมูลทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ซึง่ รวบรวมขอ้ มูลจากสถาบนั IEEE (The Institute Electronical and Electronics Engineers) และ IET (The Institute of Engineering and Technology) มเี อกสารมากกวา 4 ล้านรายการ จากสงิ่ พิมพม์ ากกวา 12,000 รายช่อื ประเภทของเอกสาร มีทงั้ ท่ีเป็น วารสาร รายงานการประชมุ มาตรฐาน มเี นื้อหาตัง้ แต ค.ค. 1913 ถึง ปัจจบุ ัน เน้ือหา ครอบคลุมสาขาวิชาตอไปนี้ - Acoustics สวนศาสตร์ เป็นศาสตรท์ ีเ่ ก่ยี วข้องกบั การสร้าง ควบคุม สง รบั และผลกระทบของเสียง - Biomedical ชีวการแพทย์ เป็นศาสตรใ์ นการนาความรมู้ าพัฒนาซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ - Computing วศิ วกรรมคอมพวิ เตอร์ - Electronical วิศวกรรมอเิ ลก็ ทรอนิกส์ - Industrial วิศวกรรมอตุ สาหการ - info system วิศวกรรมระบบสารสนเทศ - Nuclear Science วิศวกรรมนิวเคลยี ร์ - Physics วิศวกรรมฟิสิกส์ - Remote sensing เทคโนโลยกี ารสารวจข้อมลู ระยะไกล - Storage - Web Applications การพัฒนาโปรแกรมบนเว็บไซต์ - Aerospace วิศวกรรมการบิน - Biometric เทคโนโลยีการยนื ยนั ตวั ตน ตรวจสอบบคุ คล - Cybernetrics การศึกษาเกย่ี วกบั ระบบและกระบวนการสือ่ สาร - Civil Engineering วิศวกรรมโยธา - Info Technology เทคโนโลยีสารสนเทศ - Optics เกี่ยวกบั แสง การมอง - Radiology รงั สวี ิทยา - Softwar วศิ วกรรมซอฟต์แวร์ - Transportation วศิ วกรรมขนสง - Wireless ศึกษาเกี่ยวกบั สัญญาณ Wireless

42 ขน้ั ตอนท่ี 2 การเข้าใช้ฐานข้อมูล IEL 1. เขา้ สเู ว็บไซตข์ องสานกั หอสมุด www.lib.buu.ac.th 2. คลิกทเ่ี มนู E-Databases 3. คลิกที่ ฐานขอ้ มูล IEEE / IET Electronic Library (IEL) 1 2 3

43 ขน้ั ตอนที่ 3 การสบื คน้ ขอ้ มูล 3.1 การสบื คน้ ดว้ ยวธิ ี Browse คลกิ เมนู Browse จะพบการการสบื ค้นด้วยการ Browse ใน หวั ข้อตางๆ ดังน้ี 1. Book & eBooks หนังสอื และหนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์ 2. Conference Publications รายงานการประชุม 3. Courses หลกั สูตรออนไลน์ 4. Journals & Magazine วารสารและนิตยสาร 5. Standards มาตรฐาน 6. Topics สาขาวิชา 3.1 3.2 3.3 3.2 การค้นแบบ Basic Search สามารถเลอื กเขตคาคน้ วาต้องการคน้ จาก Author (ผ้แู ตง) หรอื Publication (รายการอ้างองิ ได้แก ช่อื วารสาร ปที ี่ ฉบับที่ หน้าท่เี รมิ่ ต้น) 3.3 การคน้ แบบ Advance Search 1 2

44 การสืบค้น Book & eBooks ดว้ ยวธิ ี Browse 1. By Title คน้ หาจากขอื่ หนังสอื (คลิกเลือกตวั อกั ษร A – Z เพ่ือดูตวั อักษรข้ึนต้นชือ่ เร่ือง) 2. By Topic ค้นหาจากหวั ข้อ 3. By Publisher คน้ หาจากชอ่ื สานักพิมพ์ 4. Year จากัดผลการสบื คน้ ดว้ ยปที ี่พมิ พ์ (ต้ังแต 1999 – 2017) 5. Publisher จากัดผลการสบื ค้นดว้ ยสานักพมิ พ์ 6. Topic จากดั ผลการสบื คน้ ดว้ ยสาขาวิชา 7. Book Type จากดั ผลการสืบคน้ ด้วยประเภทของหนงั สือ 8. คลิก view more เพ่อื ดบู ทคัดยอและฉบับเต็มของหนงั สอื 9. บทคัดยอ 10.คลกิ Fulltext เพอื่ ดูฉบบั เต็ม 11.กรณีทีป่ รากฏเคร่อื งหมาย ไมสามารถเปดิ ดูเนื้อหาฉบบั เตม็ ไดเ้ น่ืองจากไมไดบ้ อกรับเลมน้ี จะ เปิดดูฉบบั เต็มได้ต้องมีสญั ลักษณ์ 12 3 4

45 การสบื คน้ Book & eBooks ด้วยวิธี Browse 5 6 8 7 9 11 10

46 การสืบค้น Conference Publications ดว้ ยวิธี Browse 1. By Title ค้นหาจากข่ือรายงานการประชมุ (คลิกเลือกตัวอักษร A – Z ทเ่ี ป็นตวั อักษรขึ้นต้นชอื่ รายงานการประชมุ ) 2. By Topic ค้นหาจากหวั ข้อ (รายงานการประชุมทม่ี ีเนื้อหาในหัวข้อท่ีค้นหา) 3. Year จากดั การสืบคน้ ด้วยปที ี่พมิ พ์ (ตั้งแต 1936 – 2017) 4. จากดั การสบื คน้ ด้วยสานักพิมพ์ 5. จากดั การสบื คน้ ดว้ ยหวั ข้อ 6. คลิก show Title History เพื่อดูรายงานการประชุมทีผ่ านมาทัง้ หมด 7. คลิกเร่ืองรายงานการประชมุ ครั้งทต่ี ้องการดูรายละเอียด 8. คลกิ PDF เพอื่ ดูข้อมูลฉบบั เต็ม 9. จากดั การสืบค้นดว้ ยชอ่ื ผ้แู ตง 10.รายงานการประชมุ ฉบบั เต็มในรูปแบบ PDF File 12 3 4 6 5