ระบบประสาทและอวยั วะรับสมั ผสั (Nervous System and Sense Organ) รศ.ดร.ธนวรรณ พาณิชพฒั น์
ระบบประสาทและอวยั วะรับสมั ผสั (Nervous System and Sense Organ) Outline • ววิ ฒั นาการของระบบประสาท (Evolution of nervous system) • ส่วนประกอบของระบบประสาท (Components of nervous system) • ชนิดของเซลล์ประสาท (Types of neurons) • ระบบประสาทของสัตว์มกี ระดูกสันหลัง (Divisions of the vertebrate nervous system) • การทาํ งานของระบบประสาท (Mechanisms of nervous system) • กระแสประสาท (Nerve impulse) • การส่งกระแสประสาทระหว่างเซลล์ประสาท (Synapsis)
ระบบประสาทและอวยั วะรับสมั ผสั (Nervous System and Sense Organ) Outline (ต่อ) • สารส่ือประสาท(Neurotransmitter) • ระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system or CNS) • bโคrรaงinส)ร้างสมองและหน้าท่ี (Structure and function of • อวัยวะรับสัมผัส (Sense organ) • ผวิ หนัง (Skin) • อวัยวะสัมผัสรับการกระตุ้นทางเคมี (Chemoreceptor) • หู (ears) • ตา (eyes)
วิวฒั นาการของระบบประสาท(Evolution of nervous system) 1. กลมุ่ โปรโตซวั ( Protozoa) อยใู่ นอาณาจกั ร Protista เชน่ อะมีบา (ameba) พารามีเซยี ม (paramecium) ยกู ลีนา (euglena)พวกนีจ้ ะ ไมม่ ีเซลล์ประสาทโดยตรง แตจ่ ะมีเส้นใยประสานงาน ควบคมุ การโบกพดั ของซี เลยี 2. กลมุ่ ซีเลนเทอเรต ( Coelenterate)อยใู่ นไฟลมั ไนดาเรียหรือซีเลนเทอราตา เชน่ ไฮดรา(hydra) แมงกะพรุน (jelly fish) ปะการัง( coral) กลมุ่ นีจ้ ะมี เซลล์ประสาทแทรกอยรู่ ะหว่างเนือ้ เยอื่ ทว่ั ตวั โดยสานกนั เป็นร่างแห (nerve net) 3. กลมุ่ หนอนตวั แบน (Plantyhethemint) อยใู่ นไฟลมั Plantyhetheminthes เชน่ พยาธิตวั แบน (flat worm) พลานาเรีย มี เส้นประสาท 2 ข้างลาํ ตวั เร่ิมมีการรวมกลุ่มของเซลล์ประสาทเป็ นปมประสาท 2 ปมบริเวณหวั
4. กลมุ่ หนอนปล้อง( Annelid) อยใู่ นไฟลมั แอนเนลิดา ( Annelida) เช่น ไส้เดือนดิน ( earth worm) จะมีปมประสาทเป็นวงแหวน มี เส้นประสาทขนาดใหญ่ 2 เส้นยาวตลอดลําตวั (Ventral nerve cord) 5. กลมุ่ อาร์โทรปอด(Arthropod) อย่ใู นไฟลมั อาร์โทรโปดา (Arthropoda) เชน่ แมลง(insect) ก้งุ กงั ้ (crustecea) มปี ม ประสาทขนาดใหญ่อย่บู ริเวณหวั และปมอนื่ เรียงตอ่ เน่ืองกนั ลงมา ทํา หน้าท่ีคล้ายสมอง 6. กลมุ่ สตั ว์มีกระดกู สนั หลงั (Vertebrate) อยใู่ นไฟลมั คอร์ดาตา (Chordata) เชน่ มนษุ ย์(human) มีระบบประสาทเป็นทอ่ กลวงอยู่ ด้านบนของลําตวั สว่ นหน้าสดุ เป็นสมอง และสว่ นท่ีเหลอื เป็นไขสนั หลงั (brain and spinal cord)
ววิ ฒั นาการของระบบประสาท
โครงสร้างส่วนประกอบของระบบประสาท (Component of nervous system) ประกอบดว้ ย 1. เปเซปรลละล่ียส์ปนาทรแะปเสซลาลงทไลป์ป(nเรพะe่ือสrทาvําทหeปนรc้าะeทก่ีรlอlับบoแดล้rวะยnสง่eขu้อมroลู nโด)ยเปอ็นาเศซยัลกลร์ปะฏแิบสไตั ฟิงฟา้ นาทที่มเ่ี รีลียกั กษวณา่ ะกระแส ทม่ี ีนิว1เค.1ลียตสวั กเซลลมลใ์(หcญel่ แl ลbะoมdีออyร)์กมาเีลนกั ลษอณื่นๆะคทอ่ าํ นหขน้า้างทก่สี ลรม้างเสป็านรสสว่ ่อื นปขรอะงสไาซทโตปลาสซมึ หน้าท1่ีส.ง่ 2กเรดะนแไสดปรรตะ์ ส(dาทeไnปdยงัrตitวั eเซ)ลเปล็น์ แขนงใยประสาทสนั ้ ๆ จํานวนมากกวา่ หนง่ึ ทํา นํากระ1แ.3สปแรอะกสซาอทนอ(อaกxนoอnกต)เวั ปเ็ซนลแลข์นแงลปะรสะง่ สไปาทยยงั เาซวลยลืน่ ์ปจราะกสตาวั ทเซตลวั อล่ืน์ ทๆําหน้าท่ี 2. อเขเเรคซนยียลลต่ยูกื่อ้าาลวนมย์่าเทกขชเีเ่่อียอ่ยรง็งวือ่วเภขพไสมนึา้ียนั อยอปลีใอนรินกสะจหมสาอ่ อากหทงเ้แมุน(Nลสือ้ ะว่เeยไนขือ่uขสปอrนัรงoะหagสลxาlงั iทoaมnพีเ)ซมยลซีหงุ ลงึ่ ยนใ์ชดึ้ชาว้เเทาหปี่ชน็นนว่ นี่ยฉย์หวนป้มใุ้ วอหนงภ้เซกาชลนัยว่ ลตใยน์ปวัใหเมรซะ้กีสลสราลาะร์ปทแสรสอขี ะปยาสวคู่ราเะงปทสท็นาี่แจไทลขะะมบนัุ
เยอ่ื ไมอีลิน
ชนิดของเซลลป์ ระสาท (Types of neurons) ถ้าแยกจากแขนงประสาทท่ีย่ืนจากตวั เซลล์ แบง่ เป็น 3 ประเภท 1. เซลล์ประสาทขวั้ เดียว (unipolar neuron) พบท่ีปมรากของไขสนั หลงั จดั เป็นเซลล์ประสาทรับความรู้สกึ ที่มีเดนไดรต์ยาวกวา่ แอกซอน กระแสไฟฟ้ าไมเ่ คลื่อนท่ีผ่านตวั เซลล์ 2. เซลล์ประสาทแบบสองขวั้ (bipolar neuron) ตวั เซลล์มีแขนง 2 แขนง ย่ืนออกไป มีเดนไดรต์ยาวพอๆ กบั แอกซอน พบท่ีชนั้ เรตินาของลกู ตา เซลล์ รับกล่นิ ท่ีจมกู ต่มุ รับรสที่ลิน้ เป็นเซลล์ประสาทที่มีขนาดเลก็ ทําหน้าที่รับ ความรู้สกึ 3. เซลล์ประสาทแบบหลายขวั้ (multipolar neuron) ตวั เซลล์มีหลาย แขนงย่ืนออกไป มีแอกซอนแขนงเดียว ที่เหลือเป็นเดนไดรต์ พบท่ีสมองและ ไขสนั หลงั ทําหน้าท่ีนําคําสง่ั และประสานงาน
ถา้ แบ่งตามหนา้ ท่ีสามารถแบ่งเซลลป์ ระสาทออกเป็น 3 ประเภท 1. เซลล์ประสาทรับความรู้สกึ (sensory or afferent neuron) ทําหน้าที่นํากระแสประสาทจากหนว่ ยรับความรู้สกึ ไปยงั ระบบประสาท สว่ นกลาง 2. เซลล์ประสาทประสานงาน (association or intermediate neuron) มีหน้าท่ีนํากระแสประสาทจากเซลล์ประสาทรับความรู้สกึ สง่ ผ่านไปยงั เซลล์ประสาทนําคําสงั่ และตดิ ตอ่ ระหวา่ งสว่ นตา่ งๆของ ระบบประสาทสว่ นกลาง 3. เซลล์ประสาทนําคําสง่ั (moter or efferent neuron) ทํา หน้าท่ีนํากระแสประสาทจากระบบประสาทสว่ นกลาง ไปยงั หนว่ ย ปฏิบตั งิ าน เชน่ กล้ามเนือ้ และตอ่ มตา่ งๆ
ชนิดของเซลลป์ ระสาท (a) เซลลป์ ระสาทรับความรู้สึก (b) เซลลป์ ระสาทประสานงาน (c)เซลลป์ ระสาทนาํ คาํ สงั่
ระบบประสาทของสตั วม์ ีกระดูกสนั หลงั (Divisions of the vertebrate nervous system) • ระบบประสาท (Nervous system) เป็นระบบทีเ่ กี่ยวข้องกบั การสง่ั งาน การรับคาํ สงั่ การติดตอ่ ประสานงาน โดยการกระต้นุ จะผา่ นหน่วยรับความรู้สกึ (recepter) แล้วสง่ ผา่ นเซลล์ประสาทรับความรู้สกึ เข้าสศู่ นู ย์ประสาทในสมอง และไขสนั หลงั ทีเ่ รียกวา่ ระบบประสาทสว่ นกลาง(central nervous system or CNS) ซงึ่ ระบบประสาทสว่ นกลางจะชว่ ยรวบรวมข้อมลู ที่ สลบั ซบั ซ้อน รวมทงั ้ เร่ืองการเรียนรู้และความทรงจาํ แล้วสง่ สญั ญาณผา่ นเซลล์ ประสาทสง่ คาํ สงั่ (motor of efferent neuron)ไปสเู่ นือ้ เยื่อทีท่ ําหน้าที่ ตอบสนองหรือหน่วยปฏิบตั ิการ เชน่ กล้ามเนือ้ และตอ่ มตา่ งๆ ทงั้ เซลล์ประสาทรับ ความรู้สกึ และเซลล์ประสาทนําคําสง่ั (sensory or motor neurons)จะ ประกอบกนั เป็นระบบประสาทรอบนอก(peripheral nervous system or PNS)มีเส้นประสาทเช่ือมตอ่ กบั สมองและไขสนั หลงั ไปยงั สว่ นอน่ื ๆของ ร่างกาย
Nervous system Central Peripheral nervous nervous system system Brain Spinal Sensory Motor cord pathways pathways Voluntary (somatic) Autonomic nervous system nervous system ระบบประสาทของมนุษย์ Sympathetic Parasympathetic division division
ระบบประสาทรอบนอกเปรียบเทียบกบั ระบบประสาทส่วนกลาง (a)เสน้ ประสาทในร่างกายมนุษย์ (b) โครงสร้างของระบบประสาทของมนุษย์
การทาํ งานของระบบประสาท แยกได้ 2 ระบบ 1. ระบบประสาทท่ีทํางานภายใต้อํานาจจิตใจ (voluntary or somatic nervous system) หรือระบบประสาทกาย (voluntary or somatic nervous system)เซลล์ประสาท รับความรู้สกึ จะรับกระแสประสาทจากหน่วยรับความรู้สกึ (receptor) ผา่ นเข้าระบบประสาทสว่ นกลาง(CNS) แล้ว สง่ ไปยงั เซลล์ประสาทนําคาํ สง่ั ไปยงั หน่วยปฎบิ ตั งิ าน (effector) ซง่ึ เป็นกล้ามเนือ้ ลาย ระบบนีค้ วบคมุ การทํางาน ของกล้ามเนือ้ ลาย เพือ่ ให้เคลอื่ นไหวหรือทรงตวั ได้ตามท่ีต้องการ ให้กระทําหรือหยดุ กระทําได้ ทํางานอยภู่ ายใต้อาํ นาจจิตใจ
การทาํ งานของระบบประสาท (ต่อ) 2. ร(ครfกA่ะาiาวbงบรบuกทeบคtาําrมปุoยง)กราnป2าะนoรรสจเะทสmาะกํา้นททองiําทบาแcงน่บทีดาNข้ง่วาํนเอยงตปeงาเ็รนสrกนง้นvลขน2้ใoา้าอยปมมuปกรเกนะsรอนั ะเือ้าํภSสเเนรทพyาียาทรsตบจานtาจะeกํามมติ คลmตีกใ้าําําจาสม:แรAงั่เหหสน(Nรmรนือ้้ือาง่ หSงรทoสวัะ)ี่มใtบาจีเเoรบสปแส้็rนปนลื่อปรรnะปะะรอรeสบะวะาสrบยัสทvาปวาทอoะทรตมัภะuทโสาา่ีตนsคยาา่มทวใงนตับทกิคี่นั มุ บหภ1.นาริเรยีวะใณนบสไบขว่ ปสนนรั ใะหหสญลางั ่ททบํารซงิเมิวาณนพเาอร็เวกทขแตนึล้ กิะรบ่า(งนั้sกเyอาmยวตเpมื่น่อืตaถวัtกูhเกตeรรีะtยiตมc้นุพมsร้yอกั มทstทําeใงั้ หตm้ อ่อส)ว้แูยัมลวาะะจถาอกย s2ใเชห.y่ือ้อรsงวะtชยับe้าวบลmะงปภ)เรากะยมิดสใาอนจาาสทากวก่ พานบราใรงรหิเว่ าวญงซณแ่มิลทคพะําอซงแาามึเลนทเะซชตบา้ากิรลิเ(วงpณโaดกrยรaกะsเาบyรนทmเําหงpนาaน็บทtเhํมาใอ่ืeหถt้รกูi่าcกงกระาตย้นุสมงบกั ทํา
โครงสร้างและหนา้ ท่ีของระบบประสาทอตั โนมตั ิ
วงจรตอบสนองฉับพลนั (Reflex arc) เป็นการทาํ งานของระบบประสาทท่ีเป็นวงจรประกอบดว้ ย 5 หน่วย 1. หน่วยรับความรู้สกึ (receptor) ได้แก่ อวยั วะรับสมั ผสั ตา่ งๆ 2. เซลล์ประสาทรับความรู้สกึ (sensory neuron)จะรับกระแสประสาทแล้วสง่ กระแสประสาทเข้าสไู่ ขสนั หลงั 3. เซลล์ประสาทประสานงาน(association neuron or interneuron) เป็นเซลล์ประสาทประสานงานของสมองและไขสนั หลงั บริเวณนี ้axon ของ เซลล์ประสาทรับความรู้สกึ (sensory neuron) จะมาไซแนปส์ (synapse) กบั เดนไดรต์(dendrite) ของเซลล์ประสาทนําคาํ สง่ั (motor neuron) 4. เซลล์ประสาทนําคาํ สง่ั (motor neuron) สง่ คาํ สง่ั จากไขสนั หลงั ไปทางแอก ซอน (axon) เข้าสหู่ นว่ ยปฏบิ ตั ิการ(effector) 5. หนว่ ยปฏิบตั ิการ(effector) ได้แก่ กล้ามเนือ้ ลาย เรียบ และตอ่ มตา่ งๆ
ชนิดของเซลลป์ ระสาท
วงจรฉบั พลนั
การทาํ งานของระบบประสาทในการตอบสนองอยา่ ง ฉบั พลนั (reflex action) เป็นปฏิกิริยาของหน่วยปฏิบตั ิการ (effector) ที่ตอบสนองต่อส่ิงเร้าท่ีมากระตุน้ โดยไม่ผา่ น สมอง แต่ผา่ นไขสนั หลงั โดยตรง เกิดในเวลาส้นั ๆ ทาํ ให้ กลา้ มเน้ือหรือต่อมปฏิบตั ิการไดท้ นั ที เช่น ไอ จาม กระพริบตา การหลงั่ น้าํ นมเม่ือเดก็ ดดู นมแม่ การกระตุกมือหนีเมื่อโดนเปลว ไฟ การชกั เทา้ กลบั เม่ือเหยยี บตะปู
การทาํ งานของวงจรฉบั พลนั
การทํางานของกระแสประสาท (Nerve impulse) การนํากระแสประสาทเป็นกระบวนการที่มีการเปล่ียนแปลงทงั้ ทางไฟฟ้ าและเคมี (electrochemical reaction)ในการเคลื่อนที่ของกระแสประสาทภายในเซลล์ แตล่ ะเซลล์แบ่งเป็ น3 ขนั้ ตอน 1. เซลล์ประสาทอยู่ในสภาพพกั ตัว (resting membrane potential) ผนงั ชนั้ ในของเยื่อห้มุ เซลล์(membrane) มสี ภาพเป็นขวั้ ลบ (negative charge) อิ ออนท่ีมปี ระจลุ บภายในเซลล์มคี า่ มากกว่าอิออนท่ีมีประจบุ วกภายในเซลล์ โซเดียมอิออ นซง่ึ มปี ระจบุ วกถกู ปั๊มออกนอกเซลล์ และโพแทสเซียมอิออนท่ีมีประจบุ วก ถกู ป๊ัมเข้าใน เซลล์ โดยผ่านทาง sodium-potassium pump โพแทสเซียมอิออนมปี ริมาณ น้อยกวา่ ประจลุ บตา่ งๆ ของออิ อนท่ีปรากฏอยใู่ นเซลล์ ขณะนีเ้ยื่อห้มุ เซลล์ (membrane) อย่ใู นสภาพ polarization หรือสภาพ “มขี วั้ ” เนื่องจากความ ตา่ งศกั ย์ ของประจทุ ่ีเกิดขนึ ้ สามารถวดั คา่ ความตา่ งศกั ย์ของกระแสไฟฟ้ าท่ีเกิดขนึ ้ เป็น millivolt มีคา่ ความตา่ งศกั ย์ -70 mv. (ATP 1 โมเลกลุ ปั๊มโซเดยี ม 3 ออิ อนออกนอกเซลล์ ป๊ัมโพแทสเซียม 2 อิออนเข้าส่เู ซลล์)
กระแสประสาท (ต่อ) 2. เซลล์ประสาทได้รับการกระตุ้น (action potential) เยือ่ ห้มุ เซลล์ (plasma membrane)มีชอ่ งสําหรับการเข้า-ออกของโซเดียมและ โพแทสเซยี ม(sodium gates and potassium gates)เม่ือกระแส ประสาทถกู กระต้นุ ท่ีมากพอ แรงกระต้นุ ทาํ ให้ประตโู ซเดียมเปิด( sodium gates)และโซเดยี มอิออนไหลเข้าไปข้างในจํานวนมากอยา่ งรวดเร็ว ทาํ ให้คา่ ความตา่ งศกั ย์ระหว่างเยื่อห้มุ เซลล์(cell membrane)มีคา่ ความเป็นลบ ลดน้อยลง เป็นบวกมากขนึ ้ ถงึ ได้ความตา่ งศกั ย์ไฟฟ้ าเป็น +35 mv. เรียก กระบวนการนีว้ ่า การเปลยี่ นขวั ้ (depolarization) เกิดการเคลอ่ื นย้าย กระแสประสาทหรือคา่ ความตา่ งศกั ย์กระทํา(action potential) แรง กระต้นุ ทมี่ ากพอ(threshold) จะทาํ ให้การทํางานของโซเดียมโพแทสเซียม ป๊ัมทํางานไมท่ นั
กระแสประสาท (ต่อ) 3. สภาพลดลงของกระแสประสาท เมื่อความตา่ งศกั ย์มีคา่ สงู สดุ เยอื่ ห้มุ เซลล์ (membrane) จะปลอ่ ยโพแทสเซียมออิ อนออกนอกเซลล์ ทางประตู โพแทสเซยี ม(potassium gates) ทําให้สภาพภายในมีประจเุ ป็นลบ เหมือนเดมิ เรียกกระบวนการนีว้ า่ การคนื สสู่ ภาวะปกติ(repolarization) กระบวนการทน่ี ําเอาโซเดียมออกข้างนอก โพแทสเซยี มเข้าข้างใน เรียกวา่ sodium-potassium pump โดยวิธี active transport อาศยั พลงั งานจาก ATP * เซลล์ประสาททาํ งานตามกฎทเี่ รียกวา่ all-or-none law คือไม่มีความผนั แปรของความตา่ งศกั ย์ทเี่ กิดขนึ ้ เกิดแล้วเกิดตลอดในอตั ราสมํ่าเสมอ ไมส่ ญู หายระหว่างทาง และเม่ือกระต้นุ ให้แรงพอ (threshold) จงึ เกิดการ นํากระแสประสาท (action potential) โดยตลอด
การทาํ งานของกระแสประสาท
การส่งกระแสประสาทระหวา่ งเซลลป์ ระสาท(synapsis)แบบ เคมี การไซแนปส์(synapse) คอื การถา่ ยทอดกระแสประสาทจาก เซลล์ประสาทหนง่ึ ไปยงั เซลล์ประสาทอกี เซลล์หนง่ึ โดยทบ่ี ริเวณปลาย สดุ ของแอกซอน(axon)เรียกวา่ เซลล์สง่ (presynaptic) พบกบั เดนไดรต์ (dendrite or target cells) ของเซลล์ประสาทอีก ตวั หนงึ่ ท่เี รียกวา่ เซลล์รับ(postsynaptic)จะเป็นบริเวณที่มกี าร ควบคมุ ให้มีการสง่ ยบั ยงั ้ หรือเปลยี่ นแปลงลกั ษณะของกระแส ประสาทตอ่ ไป ชอ่ งระหวา่ งเซลล์สง่ และเซลล์รับเรียกวา่ ไซแนปส์ติก เคลฟ (synaptic cleft)กว้างประมาณ 20 นาโนเมตร
การไซแนปส์แบบเคมี
การส่งกระแสประสาทระหวา่ งเซลลป์ ระสาท (ต่อ) - โครงสร้างบริเวณที่มกี าร synapse บริเวณปลายสดุ ของแอกซอน( axon) ของเซลล์จะขยายใหญ่ ขนึ ้ เรียกว่า synaptic knob ภายในมถี งุ เลก็ ๆห่อห้มุ ด้วย เยื่อห้มุ เซลล์จํานวนมาก เรียกถงุ นีว้ า่ synaptic vesicle ภายในถงุ มสี ารเคมี เรียกว่า สารสอ่ื ประสาท (neurotransmitter) สารนีเ้มอื่ หลง่ั ออกมาทําให้เย่ือห้มุ เซลล์ของเซลล์รับมีคณุ สมบตั ิเปลยี่ นแปลง
การส่งกระแสประสาทระหวา่ งเซลลป์ ระสาท (ต่อ) - การเปล่ียนแปลงความตา่ งศกั ย์ไฟฟ้ าท่ี synapse เม่ือ(pภอคมcอวากีraายกeรlมใมะcsนตแาyiสาใ่usnนงปymศaรsnกัะpyaสยgnt์าทpaiทa่ีctptสpieแocง่ tsลมsik้)วcาtแnทเsปcตี่yosิlกดneybอใหafnอtท้ กpaแําสคtpจใาiลหงึtcรป้เiเซscคลไียyดมอ่ kมn้ เีย2หnอanลอิแopอาบ่ebนtนบuiี ้cทจแrลาําovกใะteหภปr้เsารaกะiยิดncตนกlsแูอeาmคกรลเเเชปคiเซt่ือลลtยีมีย่่ือeมกนนrบัเแsขป้าลมงา 1. แตศpลา่ักoงะยtศโ์ไeซกั ฟเnยดฟ์รยีt้ ะาiมหaทอวl่เีิอ่ารoอ้งานผrเซนไEหลงั Pลเลซเ์Sรขลับ้Pาลใ์)(จนEาโเซดกxลยเcดลปiิมt์รเaะป-ต็7tนo0โู กซrาmเดyรนยีvpําม.ปo(เsพรsoะิ่มtจdเsบปุ yi็วนunกm-เa5ข9p้าgไtmปiacvtทe.ําใsห)้คเวปาิ ดม
การส่งกระแสประสาทระหวา่ งเซลลป์ ระสาท (ต่อ) 2. ศักย์ไฟฟ้ าท่ยี บั ยัง้ เซลล์รับ(Inhibitory postsynaptic potential or IPSP) ประตคู ลอรีน(chloride gates) เปิ ด คลอรีนอิออนไหลเข้า เกิดสภาพ hyperpolarization เน่ืองจากภายในมปี ระจลุ บมาก ทําให้ประตโู พแทสเซียม (potassoum gates) เปิ ด โพแทสเซยี มอิออนไหลออก ทําให้ไม่ เกิดการเปล่ียนขวั้ (depolarization) ความตา่ งศกั ย์ภายในมี คา่ -75 mv.
การเปล่ียนแปลงความต่างศกั ยท์ ี่เซลลร์ ับ
สารสื่อประสาท (neurotransmitter) ปัจจบุ นั พบมากกวา่ 60 ชนิด แตท่ ี่ศกึ ษากนั แพร่หลายมีดงั นี ้ • อะซทิ ลิ โคลนี (acetyl choline) สร้างจาก nerve muscle junction และ เซลล์ประสาทสมองบางสว่ น จะถกู ยบั ยงั้ โดยเอนไซม์โคลนี เอสเตอเรส(cholinesterase) • นอร์อดั รีนาลนิ และอัดรีนอลนิ (noradrenalin and adrenalin) สร้างจาก autonomic system และ บางสว่ น ของสมองและไขสนั หลงั จะถกู ยบั ยงั้ อยา่ งช้าๆโดยเอนไซม์โมโนเอมีน ออกซเิ ดส (monoamine oxidase)
ระบบประสาทส่วนกลาง 1. ประกอบด้วยสมองและไขสนั หลงั 2. มเี ย่ือห้มุ สมอง 3 ชนั้ เรียกว่ามีนิงจิส (meninges) 3. มีของเหลวที่เรียกว่านํา้ เลีย้ งสมองและไขสนั หลงั (cerebrospinal fluid) อยรู่ ะหวา่ งชอ่ งวา่ งในสมองและไข สนั หลงั 4. เมื่อทําภาพตดั ขวางสมองพบเนือ้ เย่ือ 2 ชนั้ ชนั้ นอกสเี ทาเป็นที่รวม ของตวั เซลล์ประสาท จงึ เห็นสเี ทาของเย่ือห้มุ (protoplasm) ชนั้ ในสีขาว ประกอบด้วยเส้นประสาท ท่ีถกู ห้มุ ด้วยเยื่อไมอลี ิน จงึ เหน็ เป็นสีขาว 5. ไขสนั หลงั มีเนือ้ สขี าวที่ด้านนอก เนือ้ สเี ทาด้านใน เมือ่ มองจาก ภาพตดั ขวางจะมีลกั ษณะคล้ายผีเสือ้
สมอง (Brain) • อยภู่ ายในกะโหลกหอ่ ห้มุ อย่างดี • ประกอบด้วยเซลล์ประสาทและเซลล์พเี่ ลีย้ งท่ีเป็นเนือ้ เย่ือเก่ียวพนั • ในสตั ว์ชนั้ สงู มเี ซลล์ประสาทรวมกนั เป็นศนู ย์ความจํา ความคิด ความฉลาด • แบง่ เป็น 3 สว่ น คือ สมองสว่ นหน้า กลาง หลงั • สมองซกี ซ้ายควบคมุ การทํางานของอวยั วะทางขวา สมองซกี ขวา ควบคมุ การทํางานของอวยั วะทางซ้าย • รอยหยกั ท่ีเรียกวา่ “คลื่นสมอง” จะแสดงถงึ ความฉลาดของคน และสตั ว์
ไขสันหลงั (Spinal cord) • อยใู่ นโพรงของกระดกู สนั หลงั • มเี นือ้ เยื่อ 2 ชนั้ (ชนั้ นอกสขี าว ชนั้ ในสีเทา) ภายนอกเนือ้ สขี าวมีแอก ซอน หรือเดนไดรต์ (axon or dendrite) อยเู่ ป็นมดั ๆ เป็นทางสง่ ความรู้สกึ และปฏิกิริยาฉบั พลนั (reflex action) ตา่ งๆ • ชนั้ ด้านในมสี เี ทาลกั ษณะรูปคล้ายผีเสือ้ (butterfly shape) ประกอบไปด้วยตวั เซลล์ (cell body) และเดนไดรต์ (dendrite) จํานวนมาก
เส้นประสาท • เส้นประสาทสมอง (cranial nerve) แยกจากสมองออกมา เป็นคๆู่ มีทงั้ เซลล์ประสาทรับความรู้สกึ (sensory nerve) เซลล์ประสาทนําคําสงั่ (motor nerve) หรือทงั ้ สองแบบ (sensory nerve, motor nerve, mixed nerve) ในคนมีทงั ้ หมด 12 คู่ • เส้นประสาทไขสนั หลงั (spinal nerve) แยกออกจากไขสนั หลงั เป็นคๆู่ ในคนมี 31 คู่ ทกุ คเู่ ป็นเส้นประสาทผสม (mixed nerve)
ส่วนประกอบของสมองมนุษย์
โครงสร้างสมองและหนา้ ท่ี • ในมนษุ ย์สมองแบ่งเป็ น 3 สว่ น สมองส่วนหน้า ( forebrain or prosencephalon) จะเจริญดีที่สดุ แบ่งเป็น 1.ไดเอนเซฟาลอน(Diencephalon)เป็ นส่วนท่มี ีโครงสร้างซับซ้อน ท่สี ุด -ทาลามสั (Thalamus) เป็นศนู ย์กลางหลกั ในการรับ-ส่ง ความรู้สกึ ข้อมลู ระหว่างสมองและไขสนั หลงั - ไฮโปทาลามสั (Hypothalamus)เป็นศนู ย์ควบคมุ สงู สดุ ของระบบ ประสาทอตั โนมตั ิ ควบคุมการหล่ังฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง ควบคมุ อตั ราการเต้นของหวั ใจ ความดนั โลหติ อณุ หภมู ริ ่างกาย ความหิว และ พฤตกิ รรมทางเพศ
โครงสร้างสมองและหนา้ ท่ี (ต่อ) 2. ทเี ลนเซฟาลอน (Telencephalon or cerebrum) อยหู่ น้าสดุ ควบคมุ ความคดิ ความทรงจํา ความฉลาด การพดู แ-บซง่ีรเีบปร็นัล4คอพร์ูเทกซ์ (Cerebral cortex or gray matter) การพดูก. ฟรอนทลั (Frontal lobe) ควบคมุ การเคลอ่ื นที่ การใช้ภาษา ข. ออกซพิ ทิ ลั (Occipital lobe) รับและอา่ นข้อมลู การมองเห็น ค. พารัลทลั (Parietal lobe) รับความรู้สกึ สมั ผสั การรับรส ตา ง. เทมเพอรัล (Temporal lobe) ได้ยิน ดมกลิน่ เคล่ือนไหวลกู
ซีรีบรัล คอร์เทกซ์
ส่วนท่ีเหลือประกอบดว้ ย - อนิ เนอร์ซีรีบรัล (Inner cerebrum or white matter) ติดตอ่ แตล่ ะสว่ นของคอร์เทกซ์ (cortex) - ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ควบคมุ อารมณ์ ความจํา - คาร์ปัสคาร์โรซลั (Corpus callosum) ประสาน ระหวา่ งสมอง 2 ซกี คือด้านซ้ายและด้านขวา - เบซลิ แกงเกลยี (Basal ganglia) ควบคมุ การเคลื่อนไหว
โครงสร้างสมองและหนา้ ท่ี (ต่อ) สมองส่วนกลาง (Midbrain or Mesencephalon) ปฏกิ ิริยาฉบั พลนั รับความรู้สกึ ดวงตาและสมองสว่ นหน้า สมองส่วนท้าย (Hindbrain or Rhombencephalon) ประกอบด้วย หแลา- ยะเมไใขจดสดกนั ลุาหารลเอตงอั ้นบคขลวออบงงคหกมุวั าใกตจาารกท(าMํารงกาลeนนื dขกuอางlรรlaะอบาoเบจbปียรlนoะสไnอาgทจaอาตมtั aโน)มเตัชื่อิ เชม่นสมกอางร สว่ -นพซรีอีบนรสัล์ (คPอoรn์เทsก)ซท์ ํ(าcหeนr้าeทbี่เชrื่อaมlซcรี ีเoบrลtลeมั x()cerebellum) กบั ร่วม-กซนั รีขีเอบงลกลลมั ้าม(Cเนeือ้ rลeาbยใeนlกluารmเค)ล่อืคนวไบหควมุ การทรงตวั การทํางาน
อวยั วะรับสมั ผสั (Sense organ) หมายถึง อวยั วะสาํ หรับรับความรู้สึกต่างๆ ท่ี ถกู กระตุน้ จากส่ิงเร้า ประกอบดว้ ย เซลลป์ ระสาทรับความรู้สึกหน่ึงอนั หรือมากกวา่ เช่น ผวิ หนงั ตา จมูก และลิ้น หนว่ ยรับความรู้สกึ (receptor) เป็นตวั สร้างกระแสประสาท (nerve impulse) แบง่ เป็น 6 ชนิด 1. เคมี (chemoreceptor) ตอบสนองตอ่ สารที่มีองค์ประกอบทางเคมี 2.เกคลลไ่ือกน(ไmหวechanoreceptor) ตอบสนองตอ่ ความกดดนั ความสงู การ 3.เกคาลร่ือเคนลไหอ่ื วนสไว่หนวต(pา่ งrๆoขpองrรi่าoงcกeายptor) ตอบสนองตอ่ ตาํ แหนง่ และการ 4. อณุ หภมู ิ (thermoreceptor) ตอบสนองตอ่ ความร้อนและความเย็น 5. ความเจบ็ ปวด (pain receptor) ตอบสนองตอ่ ความเจ็บปวด 6. แสง (photoreceptor) ตอบสนองตอ่ พลงั งานแสง
อวยั วะรับความรู้สึก(sense organ) แบ่งเป็น 2 กลุม่ 1. รับความรู้สกึ แบบงา่ ย(somatic senses) รับความรู้สกึ ทวั่ ๆไป เชน่ ผิวหนงั 2. รับความรู้สกึ เฉพาะ(special senses) รับความรู้สกึ สําหรับ กล่นิ รส รับภาพ การได้ยิน
Search