Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารวิชาการรับใช้สังคม มทร.ล้านนา ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2566)

วารสารวิชาการรับใช้สังคม มทร.ล้านนา ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2566)

Published by RMUTL Knowledge Book Store, 2023-07-24 07:45:29

Description: วารสารวิชาการรับใช้สังคม มทร.ล้านนา ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2566) นำเสนอจำนวน 8 บทความ ดังนี้


(1) แนวทางการพัฒนาคุณค่างานหัตถกรรมสู่มูลค่างานหัตถศิลป์ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และนวัตกรรมบนฐานชุมชน โดย กานต์สินี วงศ์เรือน วรสิทธิ์ ตันตินิพันธ์กุล และบวรศักดิ์ เพชรานนท์

(2) แนวทางการปรับปรุงห้องน้ำสาธารณะเมืองแพร่โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม กรณีศึกษา ห้องน้ำสาธารณะ วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ โดย พันธ์ศักดิ์ ภักดี ปนวัฒน์ สุธิกุญชร และพิชญาภา ธัมมิกะกุล

(3) ต้นทุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ของกลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยชุมชนบ้านสันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดย อดิศักดิ์ ฝนห่าแก้ว และสุรัตน์ ยาสิทธิ์

(4) การประเมินผลลัพธ์และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนสำหรับงานบริการวิชาการแก่ชุมชน : กรณีศึกษาการสร้างองค์ความรู้และยกระดับทักษะอาชีพด้านเทคโนโลยีพลังงานทดแทนเพื่อการเข้าถึงแหล่งทุนแก่กลุ่มเครือข่ายบ้านมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว โดย ทอดเกียรติ แก้วพวง ปิยะพงษ์ ยงเพชร พรรณี พิมพ์โพธิ์ จารุนันท์ ไชยนาม ฉัตรชัย เสนขวัญแก้ว วุฒิวัฒน์ อนันต์พุฒิเมธ และดรัสวิน วงศ์ป

Search

Read the Text Version

ตารางที่ 2 การคำนวณคาแปลงทางการเงินของความรูที่เกิดจากโครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพ พลงั งานแสงอาทิตย เพอื่ การเขา ถึงแหลงทนุ แกกลุมเครือขายบานม่ันคงชนบท อำเภอวงั นำ้ เย็น จังหวดั สระแกว ผูรวม Pre Post ผลคะแนน ผลการประเมิน คาแปลงทางการเงนิ ของความรจู าก โครงการ (เตม็ 10 (เตม็ 10 (Post-pre) เกดิ ความรู การเขา รว มโครงการ (K) (บาท) คะแนน) คะแนน) เกดิ ความรู 1 10.00 เกดิ ความรู 300.00 2 0.00 10.00 9.00 เกิดความรู 270.00 3 1.00 10.00 5.00 เกดิ ความรู 150.00 4 5.00 10.00 6.00 เกิดความรู 180.00 5 3.00 9.00 6.00 เกดิ ความรู 180.00 6 2.00 8.00 5.00 เกดิ ความรู 150.00 7 1.00 6.00 4.00 ไมเกิดความรู 120.00 8 2.00 6.00 6.00 ไมเ กิดความรู 180.00 9 3.00 9.00 -1.00 รวม 10 2.00 1.00 0.00 - 1.00 1.00 - 1,530 บาท การคำนวณคาแปลงทางการเงินสามารถเก็บ จากกรวยประสบการณ (Cone of learning) (Eder ขอมลู ไดจ ำนวน 10 คน คิดเปน คาแปลง 1,530.00 บาท Dale, 1969) ที่แสดงการนำความรูจากการอบรมรวม ถาการอบรมโครงการฯ นี้มีผูเขารวม 100 คน คิดคา โครงการฯ ไปเผยแพรซึ่งเกิดการเรียนรูรอยละ 50 แปลงได (1,530.00 x 100)/10 = 15,300.00 บาท จากเนื้อหาประสบการณผานการไดยินและมองเห็น แสดงผลการคำนวณคาแปลงทางการเงินของความรูท่ี ดังน้นั การคำนวณคาแปลงทางการเงินของการนำความรู เกิดจากโครงการฯ ดังรายละเอยี ด ตารางท่ี 2 จากการอบรมไปเผยแพร ตารางที่ 3 การคำนวณคา แปลงทางการเงนิ ของการนำความรูจากการรว มโครงการฯ ไปเผยแผร ผูรว ม คาแปลงทางการเงินของ ผลการประเมิน รวมผลคะแนนเตม็ คาแปลงทางการเงนิ ของ โครงการ ความรูจากการเขารวม (เต็ม 10 คะแนน) 2564 1 คะแนน การนำความรไู ปเผยแพร โครงการ (K) (บาท) (คะแนน x K = P) (บาท) 1 300.00 10.00 1.00 150.00 2 270.00 8.00 0.80 108.00 3 150.00 8.00 0.80 60.00 4 180.00 8.00 0.80 72.00 5 180.00 10.00 1.00 90.00 6 150.00 9.00 0.90 67.50 7 120.00 8.00 0.80 48.00 8 180.00 8.00 0.80 72.00 รวม 667.50 บาท วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 41 ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

ผลการคำนวณคาแปลงทางการเงินของการนำ พบวา งบประมาณในการดำเนินโครงการฯ ความรูจากการอบรมไปเผยแพร สามารถเก็บขอมูลได เทากับ 30,000 บาท เทยี บกบั มลู คารวมเทา กับ 34,095 จำนวน 8 คน คิดเปนคาแปลง 667.50 บาท ถาการ บาท จากสูตร SROI = ผลตอบแทนที่เกิดขึ้น(ตอป)/ อบรมโครงการฯ นี้มีผูเขารวม 100 คน คิดคาแปลงได งบประมาณทล่ี งทนุ จะไดวา (667.50 x 100)/8 = 6,675.00 บาท แสดงผลการ SROI= (15,300.00+6,675.00+12,120.00)/30,000 คำนวณคาแปลงทางการเงินของความรูที่เกิดจาก SROI= 34,095/30,000, SROI = 1.17 โครงการฯ ดังรายละเอียด ตารางที่ 4 และผูเขารวม โครงการฯ สามารถคำนวณคาแปลงทางการเงินของการ ผลสรุปไดวาลงทุกๆ 1 บาท ที่ลงทุนใน ประยุกตใชความรูพัฒนาการมี ทักษะฝมือดานชาง โครงการฯ สามารถสรางประโยชนทางสังคมดวยมูลคา พลังงานแสงอาทิตย ซึ่งสามารถเก็บขอมูลไดจำนวน 10 และผลตอบแทนเทากับ 1.17 บาท จากการประเมิน คน คิดเปนคาแปลง 1,212.00 บาทถาการอบรม มูลคาทางสังคมทั้งผลลัพธที่เปนตัวเงินและไมใชตัวเงิน โครงการฯ นี้มีผูเขารวม 100 คน คิดคาแปลงได โดยวิธีการวัดมูลคาทางเศรษฐกิจของผลประโยชนทาง (1,212.00 x 100)/10 = 12,120.00 บาท แสดงดัง สังคมดว ยการตอบแทนดา นสังคมในเรอ่ื งตา งๆ ทเ่ี ปนตัว รายละเอียด ตารางที่ 4 ผลจากการศึกษาวิจัย วิเคราะห แปรเชิงคุณภาพที่มหาวิทยาลัยไดสรางขึ้นมาแปลงคา ผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ทุนที่ใชในการดำเนิน เปนตัวเงิน เพื่อประเมินมูลคาเพื่อชวยใหทราบถึงความ โครงการฯ รายป และสรุปรวม คุมทนุ ตารางท่ี 4 แสดงการคำนวณคาแปลงทางการเงนิ ชองการประยทุ ธใ ชจ ากการเขา รว มโครงการฯ ผูรว ม คา แปลงทางการเงินของ ผลการประเมนิ รวมผลคะแนนเตม็ คาแปลงทางการเงนิ ของ โครงการ (เตม็ 10 คะแนน) 2564 1 คะแนน ความรูจากการเขารว ม การประยกุ ตใชความรู โครงการ (K) (บาท) (คะแนน x K = A) (บาท) 1 300.00 9.00 0.90 270.00 2 270.00 7.00 0.70 189.00 3 150.00 8.00 0.80 120.00 4 180.00 7.00 0.70 126.00 5 180.00 9.00 0.90 162.00 6 150.00 7.00 0.70 105.00 7 120.00 8.00 0.80 96.00 8 180.00 8.00 0.80 144.00 รวม 1,212.00 บาท 4. การนำไปใช ยกระดับองคค วามรู เพ่ิมทักษะอาชพี ใหแ กตนเอง อีกท้งั ผลจากการศึกษาวิจัยผานการวิเคราะหและวาง เปนการสรางภาคีเครือขายความรวมมือระหวางภาค ประชาชนอันไดแก เกษตรกร สมาชิกโครงการบาน แผนการดำเนินโครงการฯ ดวย SOAR Framework มั่นคงชนบทอำเภอวังน้ำเย็น กองทุนหมูบาน กองทุน สงผลใหเกิดคณะทำงานขับเคลื่อนพลังงานทดแทนเชิง ตำบล เครือขายที่อยูอาศัยจังหวัดสระแกว ภาควิชาการ พื้นที่ที่เขมแข็ง เปนที่ปรึกษาใหคำแนะนำแกคนใน อันไดแก มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลอลงกรณ ในพระบรม ชุมชน เกษตรกรผูมีรายไดนอยและผูที่ขาดองคความรู ราชูปถัมภ และภาครัฐ ไดแก สำนักงานพลังงานจังหวัด ขาดโอกาสการเขาถึงแหลงงบประมาณสนับสนุน สระแกว สำนักงานพัฒนาฝมือแรงงานสระแกว หนวยงานภาครัฐและเอกชน เกิดเปนแหลงเรียนรูและ สำนักงานพัฒนาความมั่นคงของมนุษยจังหวัดสระแกว ถายทอดแนวคิดการพฒั นารว มของคนในชมุ ชนท่ี 42 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

สถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (องคการมหาชน) ทองถิ่น 5. อภิปรายผล อำเภอวงั น้ำเย็น เปนตน ผลจากการศึกษาแสดงถึงความรับผิดชอบตอ เกิดแรงขับเคลื่อนภายในชุมชนอยางยั่งยืน ส ั ง ค ม ข อ ง ม ห า ว ิ ท ย า ล ั ย “ University Social โครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพ Responsibility” ที่มหาวิทยาลัยจำเปนตองมีบทบาท พลังงานแสงอาทิตย เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแกกลุม ในการสรางการเปลี่ยนแปลง สงเสริมสนับสนุน แกไข เครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด ปญหาและความตองการทางสังคม โดยบุคลากรของ สระแกว ไดสรางผลกระทบทางสังคม 3 ดาน คือ ดาน มหาวิทยาลัยที่มีความรูความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ เศรษฐกิจ ไดแก การลดรายจายดานพลังงานใน ในการดำเนนิ กจิ กรรมบรกิ ารวชิ าการแกสงั คม กอใหเกิด ครัวเรือนและเกษตรกรรม เพิ่มกำลงั การผลิตการแปรรปู คุณคาและผลกระทางสังคมทั้งทางดานเศรษฐกิจ ดาน ผลิตภัณฑ และเพิ่มรายไดจากการประกอบอาชีพดาน สังคม รวมถึงการคำนึงถึงดานสิ่งแวดลอม จาก สังคม ไดแ ก การมสี ขุ ภาพท่ดี ีและความเปน อยูท่ดี ี มอี งค รายละเอียดดังกลาวสอดคลองกับแนวคดิ ของ Vallaeys ความรู ทักษะอาชพี พลงั งานแสงอาทติ ย นำไปสูก ารดแู ล (2011) ระบบพลังงานแสงอาทิตยและประกอบอาชีพชางโซลา เซลล เกิดการรวมกลุมแกไขปญหารวมกันภายในชุมชน ผลการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน เกิดความอบอุน ความภูมิใจของ ครอบครัวเครือขาย (SROI) พบวา โครงการฯ ที่ไดดำเนินการดวยการผาน บา นมัน่ คงชนบทอำเภอวงั นำ้ เยน็ ดานสง่ิ แวดลอ ม ไดแก กระบวนการ SOAR Framework มีมูลคาผลลัพธสุทธิ์ การใชพลังงานสะอาด ลดการปลอยคารบอนไดออกซ 34,095 บาท อัตราสวนผลตอบแทนทางสังคมจากการ จากการเผาไหมของเครื่องยนตในการสูบน้ำเพ่ือ ลงทุน จำนวน 1.17 เทา หมายความวา ทุกๆ การลงทนุ การเกษตร การขยายพื้นที่สีเขียวจากการใชพลังงาน 1 บาท ของโครงการฯ สามารถสรางประโยชนท างสงั คม แสงอาทติ ย 1.17 บาท แตผลดังกลาวยังไมรวมผลที่ไดจากการไดรับ การสนับสนุนงบประมาณจากหนวยงานภาครัฐที่ นอกจากนี้ไดมีโอกาสในการนำเสนอแนวคิดการ ประชาชนผูเขารวมโครงการฯ ไดรับ เชน รถเข็น ดำเนินงานตอคณะกรรมธิการคณะปฎิรูปคณะที่ 4 ตาม เคลื่อนที่ระบบสูบพลังงานแสงอาทิตย ตูอบพลังงาน ยุทธศาสตรชาตดิ า นที่ 4 การสรา งโอกาสและความเสมอ แสงอาทิตย และเตาประหยัดพลังงาน เปนตน แสดงดัง ภาคทางสังคม ที่แสดงผลลัพธของการสรางการ ภาพที่ 4 อีกทั้งยังกอใหเกิดภาคีเครือขายความรวมมือ เปลี่ยนแปลงในพื้นที่อยางเปนรูปธรรมในพื้นท่ีตำบล สรางความสัมพันธอันดีที่ประเมินคามิไดภายในชุมชน คลองหินปูน แสดงดงั ภาพท่ี 3 สังคม หนวยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผลประโยชน หรือมูลคาทางการเงินของสังคมที่ไดรับจะเพิ่มมากข้ึน ตอไปในอนาคต ภาพท่ี 3 คณะกรรมธิการคณะปฎริ ปู คณะท่ี 4 ตาม ยทุ ธศาสตรช าตดิ า นที่ 4 การสรา งโอกาสและความเสมอ ภาคทางสังคมตรวจตดิ ตามพื้นท่ีตำบลคลองหนิ ปูน วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 43 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

ภาพท่ี 4 กจิ กรรมนิทรรศการเครอื ขา ยพลงั งานทดแทน 7. บรรณานกุ รม และการสงมอบเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ก อ ง แ ผ น น โ ย บ า ย แ ล ะ แ ผ น ส ำ น ั ก อ ธ ิ ก า ร บ ดี ประจำปง บประมาณ 2564 มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ ในพระบรม ผลลัพธและผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน ราชูปถัมภ. 2560. แผนยุทธศาสตรระยะ 20 ป ในการดำเนินโครงการฯ นั้นเปนการคำนวณประเมิน พ.ศ. 2560 – 2579. เฉพาะขอมูลที่สามารถวัดคาได และเปนมูลคาที่ได ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรม ชว งเวลาทที่ ำการประเมนิ หรือมูลคาปจจุบนั เทาน้ัน ยังมี ราชูปถัมภ. 2564(ก). โครงการเสริมสราง มูลคาที่เกิดระหวางการดำเนินโครงการฯ และผล สมรรถนะภาคีเครือขายการวางแผนพัฒนาเชิง ตอเนื่องจากการดำเนินโครงการฯ ที่ไมสามารถวัดได พื้นที่ระดับตำบล. [พิมพครั้งที่ 1]. กรุงเทพฯ: และไมนำมาคำนวณประเมนิ มูลคา ดงั นั้นควรดำเนนิ การ บริษัท พี.เอส. กรุป (1954) จำกัด (สำนักงาน กำหนดวิธีการศึกษาการประเมินทั้งเชิงคุณภาพและเชิง ใหญ). ปรมิ าณทีเ่ กยี่ วขอ งกับการดำเนินโครงการฯ ในอนาคต มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรม ราชูปถัมภ. 2564(ข). คูมือการพัฒนาเชิงพื้นท่ี การประเมินผลผลลัพธและผลตอบแทนทาง ผานกระบวนการการมองภาพอนาคตชุมชน สังคมนี้ เปนเครื่องมือการจัดการที่มุงหวังใหเกิดการมี อยางยั่งยืน. [พิมพครั้งที่ 1]. กรุงเทพฯ: บริษัท สวนรวมและการเรียนรูรวมกันระหวางมหาวิทยาลัย พ.ี เอส. กรุป (1954) จำกัด (สำนักงานใหญ). ชุมชน หนวยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่รวมดำเนิน ศราพร ไกรยะปกษ. 2553. รูปแบบที่เหมาะสมในการ โครงการฯ เพื่อใหเกิดการพัฒนาอยางเปนรูปธรรมและ จัดการพลังงานชุมชน. วิทยานิพนธ ปริญญา ความย่ังยนื ตอ ไป วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการ สิ่งแวดลอม) คณะพัฒนาสังคมและ สิ่งแวดลอม 6. กติ ตกิ รรมประกาศ สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร ขอขอบพระคุณมหาวิทยาลัยราชภัฎวไลย ศิริชัย กาญจนวาสี. (2559) การวิจัยและพัฒนา การศึกษาไทย. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร อลงกรณ ในพระบรมราชูปถัมภ ที่สนับสนุนการทำวิจัย วิจัย ปท่ี 8 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม –ธันวาคม ครั้งน้ี ขอบคุณสถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (องคการ 2559). มหาชน) คณะกรรมการบานมั่นคงชุมชนบทและ Archawananthakun, S., & Yaemlaoar, P. (2014). ประชาชนตำบลทุงมหาเจริญ ตำบลคลองหินปูน Guide to Social Results and Returns คณะผูวิจัยทุกทานที่ใหความรวมมือจนงานวิจัยสำเร็จ Social Investment. Bangkok: Dan ลลุ ว งไปไดด ว ยดี Suthat Printing. Becker, H. A. ( 2 0 0 1 ) . Social impact assessment. European Journal of Operational Research, 128, 311–321. Carleton Centre for Community Innovation. ( 2008) . Social Return on investment Retrieved from https: / / carleton. ca/ 3ci / wp-content/uploads/Social- Return-on- Investment.pdf 44 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

Fongsri. P. ( 2 0 1 0 ) . Project Evaluation through community innovator creating process for stability and Techniques. Bangkok: Dan Suthat sustainability. RMUTL Journal Socially Printing. Joyce, S A., & MacFarlane. M. (2001). Social of Engaged Scholarship. 6(1). Pp 21-30. Vallaeys, F. ( 2 0 1 1 ) . University Social Impact Assessment inthe Mining Industry: Current Situation and Future Responsibility : A mature and Directions. London: Mining, Minerals and responsible definition. Higher education Sustainable Development. in the world 5. Olsen, S. , & Nicholls, J. ( 2 0 05). A framework Vanclay, F. (2003). International Principles for approaches to SROI analysis. for Social Impact Assessment: their Berkeley: University of California. evolution. Impact Assessment and Rotheroe, N and Richards, A. ( 2007) . “ Social Project Appraisal. return on investment and social Wattanachaiyingchareun. D. ( 2 0 1 0 ) . Social enterprise: Transparent accountability Impact Assessment. Phitsanulok: The for sustainable development” , Social Path of Wisdom. Enterprise jurnal. (1): 31-48. Yongphet, P. , Wang, D. , Maouche, C. , Bahizire, Schlten, P., Nicholls, J., Olsen, S., & Galimidi, G. M. , Ondokmai, P. , Dutsadeesong, W. , B. ( 2 0 0 6 ) . Social return on 2016. Guidelines for the Sustainability investment: a guide to SROI of Community Energy Management under the Sufficiency Economy analysis. Amstele Veen: Lenthe Philosophy. RMUTL Journal Socially of publishers. Stavros, J.M. and Hinrichs, G. (2009) Thin Book Engaged Scholarship. 2(1). pp 33-48. Yongphet, P. , Kwamkhunkoei, J. , Pakvilai, N. , of SOAR: Building Strengths- based Nakpibal, P., Yuduang, N., Phunphon, T., Strategy. Bend, OR: Thin Book 2 0 2 1 . Foresight for Sustainable Management of a Model Community Publishers. in Renewable Energy Through Stavros, J. ( 2013) The Generative Nature of Participatory Work Processes Between SOAR: Applications, results, and the the University and the Community. new SOAR Profile. AI Practitioner, 15 (3), The 7th International (Virtual) Workshop on UI GreenMetric World University 7–30. Rankings (IWGM 2021) Teadkait, K., Piyaphong Y. (2022) Quality-of-life enhancement with solar energy วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 45 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

46 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

การถา ยทอดเทคโนโลยีเตาเผาถา นแบบเคล่อื นยา ยไดข องกลมุ เกษตรกรในเขตจังหวัดเชยี งราย เพ่อื สรางรายไดจ ากการผลติ ถา นไมแ ละนำ้ สมควันไม Technology Transfer Movable Charcoal Kiln for Farmers in Chiang Rai Province to Create a Career Wood Charcoal and Wood Vinegar ภักดี สทิ ธฤิ ทธก์ิ วนิ 1* ไพทรู ย ยศกาศ1 สมชาย แสงนวล1 และกิตตพิ ล รตั นพงศ2 Pakdee Sittiritkawin1* Paitoon Yotkat1 Somchai Saengnuan1 and Kittipol Rattanaphong2 1อาจารย สาขาวชิ าวศิ วกรรมเครอ่ื งกล คณะวศิ วกรรมศาสตร วิทยาลยั เชียงราย ต.ปาออ ดอนชยั อ. เมอื ง จ.เชยี งราย.57000 2อาจารย สาขาวชิ าวศิ วกรรมเครอ่ื งกลและการผลิต คณะวิศวกรรมศาสตร วทิ ยาลยั เชียงราย ต.ปาออ ดอนชัย อ. เมือง จ.เชยี งราย.57000 1 Lecturer, Department of Mechanical Engineering, Faculty of Engineering, Chiang Rai College.199M.6 Paoordonchai, Muang District, Chiang Rai, Thailand 50700 2 Lecturer, Department of Mechanical Engineering and Production, Faculty of Engineering, Chiang Rai College.199M.6 Paoordonchai, Muang District, Chiang Rai, Thailand 50700 E-mail: [email protected], 0929963978 รบั บทความ; 10 กมุ ภาพนั ธ 2566; แกไ ขบทความ 9 มถิ ุนายน 2566 ; ตอบรับบทความ 29 มถิ ุนายน 2566 บทคดั ยอ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อ 1. ถายทอดเทคโนโลยีองคความรูในการสรางเตาเผาถานแบบเคล่ือนยายได ใหกับกลุมเกษตรกรในเขตจังหวัดเชียงราย 2. เพ่ิมรายไดจากการผลิตถานไมและน้ำสมควันไมเปนการจัดอบบรมเชิง ปฏิบัติการ โดยการคัดเลือกกลุมเกษตรกรจาก 6 ตำบลในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมีผูเขารวมท้ังหมดจำนวน 243 คน พิจารณาจากพื้นที่ท่ีปลูกลำไยและล้ินจ่ีเปนหลัก จากนั้นทำการอบรมในประเด็นการสรางเตาเผาถาน, ผลิตถานและ น้ำสมควันไมรวมถึงการทำการตลาดออนไลทผานโซเชียลเนต็ เวริ คซึ่งเกษตรกรท่ผี านการอบรมจะไดเตาเผาถานขนาด 200 ลิตรกลุมละ 6 ถัง เพ่ือนำเตาไปใชงานในพื้นที่ตนเอง เกษตรกรที่ไดเตาเผาตนแบบขนาด 200 ลิตรกลุมละ 6 ถัง สามารถผลิตถานไมไดโดยเฉลี่ย 18.03 กิโลกรัม/ครั้ง/ถัง และผลิตน้ำสมควันไมได 1.1 ลิตร/คร้ัง/ถัง มีคุณภาพตาม มาตรฐานสินคาชุมชนสามารถสรางรายไดรวมของทุกกลุมท้ังโครงการเปนจำนวนเงินทั้งหมดโดยประมาณ 84,460 บาท/เดือน หลังจากเสร็จสิ้นโครงการ ซึ่งกลุมเกษตรกรตำบลสันมะเค็ด อำเภอพาน สามารถสรางรายไดสูงสุดอยูที่ 33,500 บาท/เดอื น จากการขายผานชองทางออนไลทด วยการสรา งเพจขายถา นไมและน้ำสมควันไมบนเฟสบุค คำสำคัญ เตาเผาถาน ถานไม นำ้ สม ควนั ไม ABSTRACT The objectives of this research were 1) to transfer technology and knowledge in building a portable charcoal kiln to farmers in Chiang Rai Province 2) to increase income from the production of wood charcoal and wood vinegar through training workshop. There were 243 participants selected from the farmer groups in 6 sub-districts in Chiang Rai—given their who mainly plant longan and lychee. After that they were trained on the topic of a charcoal kiln วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 47 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

construction and producing charcoal and wood vinegar, as well as online marketing through social networks. Each group of trained farmers will be provided with six 200-liter charcoal kilns in order to use in their own area. The charcoal stove can produced charcoal of 18.03 kilograms/time/drum in average and produced the wood vinegar for 1.1 litre/time/drum, which met the community product standards. This project was able to generate total income for all groups of the entire project in the total amount of approximately 84,460 baht/month after the completion of the project. The farmer group in San Maket subdistrict, Phan district generated the highest income of 33,500 baht/month from selling charcoal and wood vinegar on Facebook. Keywords : Charcoal kiln, Wood charcoal, Wood vinegar 1. บทนำ 1.เตาเผา, 2.ชุดเก็บน้ำสมควันไม, และ 3. ปลองควัน ผล สืบเนื่องจากพ้ืนท่ีทางภาคเหนือมีการเพาะปลูก การทดลองผลิตถานจากไมทั่วไปพบวาเตาเผาใชเวลา ประมาณ 5 – 6 ชม.และผลิตถานไดประมาณ 15 - 20 ลำไยและล้ินจี่เปนจำนวนมากถือเปนพืชเศรษฐกิจที่ kg/คร้ัง และในสวนของการผลิตน้ำสมควันไมที่ผลิต สำคัญชนิดหน่ึงของประเทศ รวมไปถึงจังหวัดเชียงราย ออกมาไดพรอมกัน สามารถนำไปใชไลแมลงในแปลง ดวยเชนกันจากขอมูลรายงานสถิติจังหวัด (กรมพัฒนา เกษตรอินทรียเนื่องจากปลอดภัยตอสิ่งมีชีวิต ซ่ึงน้ำสม ท่ีดินกระทรวงเกษตรและสหกรณ, 2564) พบวาจังหวัด ควันไมมีคุณสมบัติเปนกรดอยูในชวง 1.6 - 2.5 ความ เชียงราย มีพื้นท่ีเพาะปลูกรวม 139,054 ไร พ้ืนท่ีใหผล ถวงจำเพาะมีคาอยูในชวง 1.02-1.09 (อรัญ ขวัญปาน ผลิต จำนวน 132,942 ไร ผลผลิตเฉลี่ย 498 กิโลกรัม/ไร และ ชนะกานต พงศาสนองกุล, 2555) และการนำ แตด ว ยพชื ทัง้ สองชนดิ ตองมกี ารตัดแตง กิง่ ทุกครั้งหลังการ สินคาเกษตรออกจำหนายเพื่อชวยเพิ่มรายไดใหกับ เก็บเกี่ยวเพื่อใหผลผลิตเพิ่มขึ้นในปถัดไป จึงทำใหมีกิ่งไม เกษตรกรมีความสำคัญเชนกันซ่ึงในปจจุบันพฤติกรรม จำนวนมากจากการตัดแตงก่ิง (กรมสงเสริมการเกษตร, การซื้อสินคาเกษตรของผูใชงานเครือขายสังคมออนไลน 2551) ซ่ึงเกษตรกรสามารถนำก่ิงไมเหลานั้นมาเพ่ิม กำลังไดรับความนยิ มของผูบริโภคโดยเฉพาะผานชองทาง มูลคาใหสูงข้ึนไดโดยการนำไปผลิตเปนถานไมคุณภาพดี Facebook (ปุณยวีร อิ่มแกว และ สรวัฒน วิศาลาภรณ. และยังไดน้ำสมควันไมไปใชประโยชน ซ่ึงท่ีผานมาพบวา 2560), (ภาณุวัฒน กองราช, 2554) ซ่ึงจะเปนการเพ่ิม การเผาถานดวยเตาเผาถานขนาด 200 ลิตรเปนท่ีนิยมใช ชอ งทางการตลาดไดอีกทางหน่งึ กันและมีตนแบบในงานวิจัยท่ีผานมาไดทำการพัฒนามา อยางตอเนื่องซึ่งเปนท่ีนิยมนำมาดัดแปลงเปนเตาเผาถาน กลุมเกษตรกรปลูกลำไยจากพ้ืนท่ี 6 ตำบลในเขต เพราะหาซ้ืออุปกรณงายมีขายตามทองตลาดท่ัวไปแบบ จังหวัดเชียงรายประกอบไปดวย ต.ปาออดอนชัย, ต.แม ตางๆ อยางเชน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ ลอย, ต.สันมะเค็ด, ต. เม็งราย, ต.ตับเตา และต.หวยชมภู พลังงาน (2562) ไดจัดทำโครงการพัฒนาการผลิตและ มีอาชีพเกษตรกรรมรายไดหลักมาจากการปลูกลำไยแต การใชเผาถานแบบถัง 200 ลิตร ไดถานประมาณ รอยละ ประสบปญหาราคาลำไยตกต่ำเน่ืองจากเม่ือถึงฤดูท่ีลำไย 20-22 ของน้ำหนกั ฟน ที่ใสเขาไปและไดน ้ำสมควันไมมาก ออกตลาดมีปริมาณลำไยออกพรอมกันจนเกิดสภาวะ ท่ี 3.5 ลิตร และธนัญชัย สาทะกลาง (2556) ไดศึกษา ลำไยลนตลาด ซึ่งป 2565 ราคาลำไยรูดรวง เกรด AA ท่ี พัฒนาเตาเผาถานแบบไรควันเพ่ือแกปญหาควันจากเตา เกษตรกรขายไดเฉลี่ยกิโลกรัมละ 11.55 บาท ลดลงจาก ดวยการติดตั้งครีบนำความรอนรูปส่ีเหลี่ยมผืนผาทำให ปที่ผานมาท่ีมีราคาเฉล่ียกิโลกรัม ละ 14.09 บาท หรือ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพเชิงความรอนและประหยัด ลดลงรอยละ 18.0 เนื่องมีปริมาณผลผลิตออกสูตลาด พลังงานไดเปนอยางดีโดยลดเวลาในการเผาถานลง ซึ่ง มากขึ้นและกระจุกตัว เกินกำลังการผลิตของโรงอบลำไย เตาเผาถานโดยทั่วไปมีสว นประกอบของเตามี 3 สว น คือ แหง นอกจากนั้นยังมีปญหาราคาปจจัยการผลิตท่ีสูง 48 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

อาทิ ราคาน้ำมัน ปุยเคมี และสารกำจัดศัตรูพืช 3. ผลการดำเนินงาน จะสงผลใหตนทุน ทำใหรายไดของเกษตรกรลดลงซึ่ง จากการจัดประชุมหารือรวมกับชุมชนมีความ รายไดเฉล่ียตอเดือนตอครัวเรือนของประชากรจังหวัดอยู 13,497 บาทซึ่งนอยท่ีสุดในประเทศไทย (สำนักงานสถิติ ตองการความรูดานการผลิตถานและน้ำสมควันไมท่ีเปน แหงชาติ,2565) เนื่องจากเกษตรกรโดยเฉพาะกลุมปลูก การปฏิบัติจริงและการทำการตลาดออนทไลทืผานเฟสบุค ลำไย หลังจากการเก็บเก่ียวจะไมมีรายไดทางอ่ืนซึ่งการ จึ ง น ำ ข อ มู ล ที่ ได ม า อ อ ก แ บ บ จั ด กิ จ ก ร ร ม อ บ ร ม เชิ ง สรา งรายไดเสริมจงึ เปน อีกทางเลอื กหน่งึ ทน่ี า สนใจ ป ฏิ บั ติ ก า ร ใ ห ค ว า ม รู ใ น ก า ร ถ า ย ท อ ด เท ค โ น โ ล ยี มี รายละเอยี ดดงั นี้ เพ่ือการใชประโยชนในเร่ืองการผลิตถานและ น้ำสมควันไมจากก่ิงตนไมท่ีตัดแตงตามฤดูกาลโดยใชเตา 1.จัดอบรมภาคทฤษฎี จำนวน 4 ชม./คร้ัง และจัด ถานท่ีเคลื่อนยายได โดยเฉพาะถานไมยังมีความตองการ อบรมภาคปฏิบตั จิ ำนวน 3 ชม./ครัง้ ของตลาดเปนจำนวนมากโดยที่ราคาถานปจจุบันอยูท่ี ประมาณกิโลกรัมละ 15 – 20 บาท จึงไดเกิดแนวคิดใน 2.เกษตรกรที่เขาดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการ การชว ยเหลือกลมุ เกษตรกรกลมุ ทีป่ ลูกลำไยใหมกี ารสรา ง เฉพาะในเขตจงั หวัดเชยี งราย รายไดเสริมจากทำสวนลำไยดังน้ันในการวิจัยคร้ังนี้มี วัตถุประสงคเพ่ือ การถายทอดเทคโนโลยีองคความรูการ 3.จัดเตรียมวัสดุอุปกรณสาธิตเชน อุปกรณทำเตา สรางเตาเผาถานขึ้นใชเองผลิตถานและน้ำสมควันไม วัสดุเผาถานในการดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการ 6 ชุด/ ออกจำหนายและเพิ่มรายไดจากการผลิตถานไมและ ครั้ง และมอบใหกลุมเปนตัวอยางกลุมละ 1 ชุด หลัง น้ำสมควันไมจากการอบรมใหความรูถึงชองทางการทำ ดำเนนิ การ ตลาดออนไลน 4.แบงกลุมผูเขาอบรมจำนวนกลุมละ 8 คน 2. วิธกี ารดำเนนิ งาน จำนวน 6 กลุม จำนวน 42 คน/คร้งั การวิจัยคร้ังน้ีเปนการถายทอดองคความรูที่ชุมชน 5.จัดทำแบบประเมินความรูและการประเมินความ มสี วนรวม โดยใชวิธีการดงั น้ี พึงพอใจหลงั การอบรมเชิงปฏิบตั ิการ 1. พิจารณาเลือกพื้นที่และกลุมเกษตรกรแบบ 6. ดำเนินขบวนการติดตามกลุมเกษตรกรทกุ กลมุ ท่ี เจ า ะ จ ง เฉ พ า ะ พ้ื น ท่ี ที่ มี ก า ร ป ลู ก ล ำ ไ ย ใ น เข ต จั ง ห วั ด เขา อบรมจำนวน 1 ครง้ั /กลุม หลงั อบรม 1 เดือน เชียงรายทั้งหมด 6 กลุมไดแก 1) ตำบลปาออดอนชัย 2) ตำบลแมลอย 3) ตำบลสันมะเค็ด 4) ตำบลเม็งราย 5) รายละเอียดในการจัดกิจกรรมอบรมใหความรูและ ตำบลตับเตา 6) ตำบลหว ยชมภู จำนวน 243 คน สอน เชิงป ฏิ บั ติ การด ำเนิ น อ บ รมใน เวลา 1 วัน กำหนดการประชมุ 1 คร้ังตอ 1 สถานท่ี ใชเวลาตง้ั 8.00 2. จัดประชุมแลกเปล่ียนเรียนรูสรางความเขาใจ – 16.00 น. ซึ่งใน 1 วนั จะจัดกิจกรรมแบง เปน 4 กิจกรรม และความรวมมือเพอ่ื นำขอมูลมาวิเคราะหประเมินผลและ ซงึ่ กจิ กรรมประกอบดวย สรุปบทเรียน กำหนดเปาหมายและวางแผนกิจกรรมการ ถายทอดเทคโนโลยีจากองคความรู และการจัดจำหนาย กิจกรรมท่ี 1 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เร่ือง ความรู ผลผลิตทีไ่ ดจ ากการเสร็จกจิ กรรม ท่ัวไปการสรางเตาเผาถานใชเวลา 3 ชม. 3. การติดตามและประเมินผล โดยใชเคร่อื งมือเปน 1) การบรรยาย หลักการทำงานเบ้ืองตน ข้ันตอน แบบสังเกต แบบสัมภาษณ แบบบันทึกและการสนทนา รายละเอยี ดการทำเตาเผาถาน กลุม 2) การแบงกลุมทำกิจกรรมกลุมละ 7 คน จำนวน 6 กลุม โดยสาธิตการทำเตาเผาโดยแตละกลุมจะได อุปกรณการทำกลุมละ 1 ชุดเมื่อประกอบเสร็จจะได เตาเผาถานท่ีพรอมใชงานดังภาพท่ี 1 จำนวนกลุมละ 1 ถงั อปุ กรณส าธิตจำนวน 6 ชดุ กิจกรรมที่ 2 อบรมเชิงปฏิบัติการผลิตถานและน้ำ สม ควันไมใ ชเวลา 2 ชม. 1) สาธิตการทำเตา การเผาถาน การเก็บน้ำสม ควนั ไม วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 49 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

2) การแบงกลุมทำกิจกรรมกลุมละ 5 คน จำนวน ภาพที่ 1 อุปกรณป ระกอบเตาเผาถา น 6 กลุม โดยสาธิตการทำถานโดยแตละกลุมจะไดวัสดุ อุปกรณการทำถานกลุมละ 1 ชุด นำมาทดลองกับเตาเผา จากการจัดกิจกรรมอบรมใหความรูและสอนเชิง ถานทที่ ำเสร็จในกิจกรรมท่ี 1 ปฏิบัติพรอมสงมอบเตาเผาถานใหกับชุมชนที่เขามารวม อบรมไปท้ังหมด 36 ตัว โดยมีการจัดอบรมท้ังหมด 6 ครั้ง กิจกรรมท่ี 3 อบรมเชิงปฏิบัติการขายผลิตภัณฑ มีการอบรม ณ.ที่ตั้งกลุมเกษตรกรดังแสดงขอมูลกลุมใน ผานชองทางออนไลนใชเวลา 1 ชม. เปนการบรรยาย ตารางท่ี 1 การอบรมแตละพ้ืนท่ี โดยมีจำนวนผูเขาการ วิธีการทำตลาดการขายของผานชองทาง online ในกลุม อบรมท้ังหมด 243 คน และภาพท่ี 2 เปนตัวอยางการ face book โดยมีเน้ือหาดานเทคนิคการทำการตลาดบน อบรมและมอบเตาเผาใหก บั กลมุ เกษตรกรทเ่ี ขามอบอบรม Facebook เกี่ยวกบั Facebook Page ในเบ้อื งตน เรอ่ื งนี้ ถือเปนเรื่องพ้ืนฐานท่ีสุดเกี่ยวกับการทำการตลาดผาน ตารางท่ี 1 รายละเอียดการเขาอบรมของกลุมเกษตรกร วิธีการซื้อโฆษณาบน Facebook การลงโฆษณาบนโดยใช เครื่องมอื โฆษณาของ Facebook จากตำบลตางๆในเขตจังหวดั เชียงราย จำนวน คร้ัง ว/ด/ป ผเู ขารว มอบรม กิจกรรมที่ 4 การประเมินติดตามหลังการอบรม เดอื นละ 1 ครั้ง เปนการประเมินผล 1 22/1/64 ตำบลปา ออดอนชัย 42 คน 2 12/2/64 ตำบลแมลอย 38 คน 1) ความรู ความเขา ใจ 3 25/2/64 ตำบลสนั มะเค็ด 45 คน 2) การนำความรูไปใชงานสามารถผลิตถาน น้ำสม 4 5/3/64 ตำบลเมง็ ราย 35 คน ควันไมและการนำผลิตภัณฑที่ไดไปจำหนายในระบบ 5 19/3/64 ตำบลตบั เตา 40 คน online 6 2/4/64 ตำบลหว ยชมภู 43 คน 3)ป ร ะ เมิ น ร า ย ไ ด ที่ เพ่ิ ม ขึ้ น จ า ก ก า ร จ ำ ห น า ย รวมผูเขาอบรมท้ังหมด 243 คน ผลิตภณั ฑ จากผลการประเมินความรคู วามเขาใจในการอบรม รายละเอยี ดอุปกรณ เชิงปฏิบัติการซ่ึงมีผูเขารวมการฝกอบรมฯทั้งหมดจำนวน อุปกรณส าธติ แสดงดังภาพที่ 1 มี รายละเอยี ดดงั น้ี 243 คน และมีผูตอบแบบสอบถามจำนวน 203 คน คิด 1) ถังนำ้ มนั 200 ลติ ร จำนวน 1 ถัง เปนรอยละ 83.53 ผลไดดังน้ี พบวาในประเด็นวิทยากร 2) ทอเหล็กขนาด 1 นิ้ว ยาว 1 เมตร จำนวน 3 ผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจวิทยากรอยูในระดับ มากท่ีสุด โดยพึงพอใจการถายทอดความรูของวิทยากรมี ทอ น ความชัดเจน และประเด็นความรูผูรวมสามารถนำความรู 3) ทอเหล็กขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 ซม. จำนวน 1 ไปใชอยูในระดับมากที่สุดโดยสามารถนำความรูที่ไดรับไป ประยุกตใชในการปฏิบัติงาน มีความม่ันใจและสามารถนำ ทอน ความรูทีไ่ ดรับไปใชไ ด และสุดทายคอื สามารถนำความรูไป 4) ฝาถังพรอ มเขม็ ขดั รัด จำนวน 1 ช้ิน 5) เหล็กแผนหนาขนาด 3 มม. ขนาด 10 ซม. X 20 ซม. จำนวน 1 ชนิ้ 6) ทอเหล็กขนาด 2 น้ิว ยาว 20 ซม.จำนวน 3 ทอ น 50 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

เผยแพร/ถายทอดได มีความพึงพอใจอยูในระดับมากท่ีสุด ตามลำดับ ภาพท่ี 2 กลมุ เกษตรกรจากตำบลตา งๆทเี่ ขาอบรม ภาพที่ 3 ถานไมจากเตาทเ่ี กษตรกรจัดเกบ็ ไวเ พอ่ื รอการ การประเมินความรูกอนและหลังการอบรมโดยใช บรรจุสง ขายและรูปแบบการบรรจลุ งถงุ เพอ่ื จดั สงใหลกู คา แบบทดสอบกอนการอบรม(Pre-Test)และแบบทดสอบ จากกลมุ เกษตรกรตำบลสันมะเคด็ อำเภอพาน หลงั การอบรม(Post-Test) พบวาคะแนนความรูกอนการ จงั หวดั เชยี งราย อบรม มีคาเฉลี่ย คือ 7.24 คะแนน โดยคะแนนความรู หลังการอบรม มีคาเฉลี่ย คือ 11.73 คะแนนจากคะแนน จากตารางที่ 2 การเก็บขอมูลการเผาถานไมจาก เต็ม 15 คะแนน และเม่ือทดสอบคะแนนความรูกอนและ เตาเผาถานท่ีออกแบบโดยใชถ ังเหล็กวางแบบแนวตั้งใชกิ่ง หลังการสัมมนาดวยคาทางสถิติทดสอบ t test = 13.57 ไมแหงขนาดเสนผาศูนยกลางไมเกิน 2-3 น้ิว น้ำหนักรวม สามารถสรุปไดวาคะแนนความรูหลังการอบรมสูงกวากอน 60 กิโลกรมั โดยจะเรียงแนวตั้งจากไมขนาดเล็กไปหาใหญ การอบรม และแตกตางกันอยา งมีนัยสำคญั ทางที่ 0.05 จนเต็มเตาเผาแลวใชฝาปดดานบน และเมื่อเริ่มเผาถานได ประมาณ 1 ชม. ผานไปก็จะเร่ิมสามารถเก็บน้ำสมควันไม จากภาพที่ 3 แสดงผลิตภัณฑน้ำสมควันไมและ ไดและหลังจากการเผาถานเสร็จเรียบรอยไปแลวโดยใช ถานท่ีไดเตาเผา จากกลุมเกษตรกรตำบลสันมะเค็ด เวลาประมาณ 6 ชม. พบวาปรมิ าณถานไมที่ไดจ ากเตาเผา อำเภอพาน ที่นำออกจำหนายโดยน้ำสมควันไมมีขนาด 1 มีน้ำหนักประมาณ 11.40 - 20 กิโลกรัม ไดน้ำสมควันไม ลิตร ราคาจำหนาย 100 บาท สวนถานไมมีจำหนาย ประมาณ 1.1 ลิตร และในระหวางเผามีปริมาณควันจาก ทั้งหมด 2 ขนาด ขนาดเล็ก 1 กิโลกรัม ราคา 16 บาท ปากปลองดานบนและทอระบายดานขางจำนวน 3 ปลอง ขนาดใหญกระสอบ 20 กิโลกรัม ราคา 200 บาท ซึ่ง เน่ืองจากการเผาไหมภายในสภาพแวดลอมในถังมีอากาศ นำ้ หนักของถานไมใ นกระสอบข้นึ อยกู ับชนิดของไมเชน ไม อยูในปริมาณนอยทำใหเผาไหมไมสมบูรณและในระหวาง ลำไยและไมล้ินจ่ีท่ีเกษตรกรนำมาเผาเปนถานจะมีน้ำหนัก ที่ไมถูกสลายตัวดวยความรอนภายในเน้ือไมเกิดกระบวน มาก การกำจัดน้ำและน้ำมันดินและสารประกอบอ่ืนๆ ออกไป และคงเหลือถานท่ีมีคารบอนสูงกวา 80 % และไมมี ความช้ืนหลงเหลืออยูซึ่งโดยทั่วไปปริมาณถานท่ีไดจาก การเผาไมมีเพียงประมาณ 25 % สวนท่ีเปนของเหลวที่ กล่ันตัวไดประมาณ 50 % และเปนกาซท่ีกล่ันตัวไมได อีก ประมาณ 25%จึงทำใหไดถานในปริมาณนอยลงเมื่อเทียบ กับน้ำหนักไมกอนเผา จากขอมูลในตารางท่ี 2 พบวา ปริมาณถานและน้ำสมควันไหมในแตละพ้ืนท่ีเก็บไดไม เทากันโดยสูงสุดอยูท่ีตำบลสันมะเค็คไดปริมาณถาน 22.3 กิโลกรัม/วัน/ถังและน้ำสมควันไมอยูที่ 1.2 ลิตร/วัน/ถัง จากการลงพื้นท่ีติดตามผลพบวาเกษตรกรมีความรูและมี ทักษะการเผาถานไมแบบด่ังเดิมอยูกอนแลวทำใหส ามารถ ใชงานถงั เผาถานทีไ่ ดรบั การอบรมไดอยา งดีประกอบกบั ไม สวนใหญที่นำมาเผาเปนกิ่งไมลำไยที่ไดจากการตัดแตงกิ่ง ประจำปเนื่องจากพ้ืนท่ีดังกลา วเปนพื้นท่ีสวนลำไยทั้งหมด วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 51 ปีที ี่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

จึงทำใหไดผลผลิตถานและน้ำสมควันไมสูงท่ีสุดกวาทุก กลุม ตารางท่ี 2 ปริมาณถานไมและน้ำสมควันไมในแตละกลุม เกษตรกรตามพ้ืนท่ตี างๆทีไ่ ดร บั เตาเผาถา น ปริมาณ ปรมิ าณ ถา น น้ำสม ลำดับ พืน้ ที่ (กิโลกรมั / ควันไม วนั /ถงั ) (ลติ ร/ วนั /ถงั ) ภาพท่ี 4 อณุ หภมู ภิ ายในเตาและอณุ หภมู ิ ที่ทางออกปลอ งควัน 1 ต ำ บ ล ป า อ อ ด อ น 16.3 0.6 ชยั สวนของน้ำสมควันไมท่ีไดจากการควบแนนจาก 2 ตำบลแมลอย 18.5 1.1 กระบวนการผลิตถานยังไมสามารถนำมาใชประโยชนได 3 ตำบลสันมะเคด็ 22.3 1.2 ทันที เน่ืองจากน้ำสมควันไมท่ีไดการขบวนการเปล่ียนไม 4 ตำบลเม็งราย 16.8 0.9 เปนถานไดเกิดขึ้นท่ีอุณหภูมิในเตาถึง 300 °C ทำให 5 ตำบลตับเตา 17.6 1 ลกิ นินจะเร่ิมสลายตัวมนี ้ำมันดินและสารระเหยปนออกมา 6 ตำบลหวยชมภู 16.7 0.7 ดวยน้ำมันดินที่ละลายน้ำไมไดจะนำไปใชประโยชนใน การเกษตรไมไดเพราะจะไปปดปากของใบพืชและเกาะติด และจากการทดสอบเตาเผาถานของชุมชนตำบล รากพืชทำใหพืชเติบโตชาหรือตายไดจึงตองปลอยใหตก แมลอย ไดผลการทดสอบดังภาพท่ี 4 แสดงชวงเวลากับ ตะกอนในถังทรงสูงท้ิงไวประมาณ 80 – 90 วัน จะทำให อุณหภูมิภายในเตาเผาและอุณหภูมิท่ีปลายปลองควัน น้ำสมควันไมจะตกตะกอนแบงเปน 3 ชั้น ชั้นบนสุดจะ พบวาชวงท่ี 1 เปนชวงที่เร่ิมทำการเผาใชเวลาประมาณ เปนน้ำมันใส ช้ันกลางเปนของเหลวใสสีชาหรือสีนำ้ ตาลมี 120 นาที อณุ หภูมทิ ่ีปากปลอ งประมาณ 30 - 53 °C และ กลิ่นควันไฟคือ น้ำสมควันไม และช้ันลางสุดเปนของเหลว ภายในเตาประมาณ 30 -148 °C การเผาถาน ชวงท่ี 2 ขนสีดำคือน้ำมันดิน (ฝายสงเสริมและเผยแพร สำนัก เปนชวงที่เริ่มเก็บน้ำสมควันไมเปนชวงหลังจากท่ีจุดไฟ สงเสริมและฝกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร, 2554) หนาเตาตองใหมีควันบาหรือควันสีสมๆ ออกมากอนซ่ึงจะ โดยนำ้ สม ควันไมท ี่ไดมีสเี หลอื งออนและนำ้ ตาลออ น ความ เกิดข้ึนหลังจากที่เวลาผานไปประมาณ 120 นาที ไปแลว เปนกรด-ดาง อยูประมาณ 3.1 ความถวงจำเพาะมีคาอยู ท้ังนี้การเก็บน้ำสมควันไมจะนับระยะเวลาการเก็บจากที่ ประมาณ 1.11 มีประสิทธิภาพตรงตามมาตรฐาน เริ่มตนเก็บออกไปประมาณ 120 – 270 นาที หรือ ผลิตภัณฑชุมชนน้ำสมควันไมดิบ มผช.659/2547 คา pH อุณหภูมิปากปลองประมาณ 55 – 85 °C อุณหภูมิในเตา ตองอยูระหวาง 2.8 - 3.7 ความถวงจำเพาะตองไมนอย ประมาณ 155 – 320 °C หรือสังเกตสีควันที่ปากปลอง กวา 1.005 จากนั้นเกษตรกรก็จะสามารถนำน้ำสมควันไม เริ่มเปล่ียนเปนสีน้ำเงินก็ใหหยุดเก็บสมควันไมได ชวงที่ 3 ทผี่ านการตกตะกอนเรยี บรอยแลว ไปใชป ระโยชนตอไป เปนชวงหยุดเก็บน้ำสมควันไมอุณหภูมิภายในเตาจะเริ่ม เพิ่มสูงข้ึนจาก 330 – 450 °C สวนอุณหภูมิท่ีปากปลองก็ ในสวนการตลาดออนไลทกลุมเกษตรกรสวนใหญ จะเพิ่มสูงข้ึนถึง 150 °C และเริ่มทำการปดเตาทำใหถาน ท้ัง 6 ตำบลยังขาดความรูทางการตลาดและชองทางการ เย็นตัวลงโดยใชเวลาทั้งหมดประมาณ 7 – 8 ชม. แลวจึง ขายสินคา มคี อ นขางจำกัดเนนการขายกันเองภายในชุมชน นำถานออกไปใชบรรจุถุงสงจำหนายหรือใชประโยชนอื่น เปนหลักผานรานคาภายในชุมชนหรืออาจเกิดจากการรับ ตอไปได ซอ้ื ในพืน้ ท่ีกันเอง แตย ังขาดการสงเสรมิ การขายและการ ประชาสัมพันธที่จะทำใหเปนท่ีรูจักมากขึ้น และจากการ ประชุมหารือกับกลุมในเรื่องการสงเสริมความรูดาน 52 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

การตลาดออนไลนใหกับกลุมเกษตรกรพบวาสมาชิกใน ในสวนของกลุมเกษตรกรบนพื้นที่สูง เกษตรกร กลุมเลือกชองทางการตลาดออนไลนท่ีเหมาะสมกับบริบท ตำบลตับเตาและตำบลหวยชมพู เปนชาวไทยภูเขาเปน การใชงานซึ่งสมาชิกสวนใหญมีความสนใจการตลาดผาน สวนใหญคอนขางประสบปญหาดานความพรอมอุปกรณ เพจเฟซบุคเนื่องจากเปนชองทางในการประชาสัมพันธที่มี สื่อสารที่รองรับระบบอินเตอรเน็ต และระบบอินเตอรเน็ต การใชงานเปนประจำท่ีใชสื่อสารและสามารถสรางพื้นท่ี ไมมีสัญญาณในบางพื้นที่ จึงไมประสบความสำเร็จในการ ขายไดงายไมยงุ ยากเขาถงึ กลมุ เปาหมายไดอยางรวดเร็วซ่งึ สรางเพจขายสินคาบนเฟสบุค เฟซบุคเปนส่ือโซเชียลมีเดียท่ีไดรับความนิยมในปจจุบัน เปนอยา งมากมีชอ งทางการตลาดผลิตภัณฑอ อนไลน จงึ ได 3. การนำไปใช มีการจัดอบรมการสรางชองทางการขายผลิตภัณฑผาน หลังจากการอบรมเกษตรกรครบทั้งหมด 6 กลุม ทางเฟชบุคและหลังจากการอบรมพบวาเกษตรกรทั้ง 6 ตำบลสามารถสรางเพจขายถานไมและน้ำสมควันไมบน และทุกกลุมไดรับมอบเตาเผาถานจำนวน 6 เตาตอกลุม เฟสบุคไดดังตัวอยางแสดงดังภาพท่ี 5 และเปนเพจของ จากการติดตามประเมินผลพบวาเกษตรกรสามารถเร่ิม กลุมเกษตรกร บานปากอ ปาออดอนชัย ท่ีสรางข้ึนมาเพ่ือ ดำเนินการเผาถานไดตั้งแตเดือน พฤษภาคม 2564 เปน เปนชองทางในการขายถานไมและน้ำสมควันไม รวมทั้งลง ตนไป เนื่องจากติดปญหาการหามเผาเพื่อลดปญหาฝุน ภาพการดำเนินกิจกรรมภายในกลมุ เพ่ือเพ่ิมความนาสนใจ ควัน PM 2.5 จากทางจังหวัดเชียงรายทำใหเกษตรกรมี ในการซ้ือขายสินคา ระยะเวลาการเก็บถานไมและน้ำสมควันไมคอยขางลาชา กวาแผน ดังน้ันการใชเตาเผาถานควรใชงานในชวงหลัง หลังจากกลุมเกษตรกรสามารถสรางเพจและนำ เก็บเกี่ยวลำไยต้ังแตเดือน ส.ค. – ก.พ. ของทุกปเพราะ สินคาข้ึนไปขายบนเฟสบุคก็ทำใหสินคาเปนท่ีรูจักมากขึ้น ชวงเดือน มี.ค.-พ.ค. เปนชวงงดเผา การใชงานเตาเผา ทำใหสรางยอดขายใหกับกลุมเพ่ิมมากขึ้นรอยละ 50 ถานในกลุมเกษตรกรมีการมีการหมุนเวียนใชเตากันภาย โดยเฉพาะกลุมเกษตรกรปาออดอนชัยและกลุมเกษตรกร ในกลุมจำนวนท้ัง 6 เตา/กลุม มีระยะเวลาเฉล่ียประมาณ ตำบลแมล อย มคี วามพรอมดา นเครือขายโทรศพั ทมือถือท่ี 1 เดือนตอครอบครัวซ่ึงเมื่อไดถานและน้ำสมควันไม จะมี มีสัญญาณชัดเชน แตยังตองใชเวลาในการปรับตัวกับการ การนำไปใชงานในลักษณะตางๆคอนขางแตกตางกันข้ึน ใชงานและการโตตอบผานชองทางเพจกับลูกคาท่ีสนใจใน อยูกับบริบทของแตละชุมชนน้ันเชน กลุมเกษตรกรท่ีทำ ตัวสินคาท่ีตองใชเวลาคอนขางนานในการตอบกลับซึ่งโดย เกษตรอินทรียก็จะมีการใชงานน้ำสมควันไมในปริมาณท่ี เฉลี่ยใชเวลาประมาณ 2-3 วัน ก็อาจทำใหสูญเสียโอกาส มากจนไมสามารถนำออกมาจำหนายไดเชนกลุมเกษตรกร ในการขาย ตำบลแมลอย ภาพท่ี 5 การสรา งเพจขายถา นไมและ น้ำสม ควันไมบ นเฟสบคุ ของกลุม บา นปา กอ ปา ออดอนชัย เชียงราย วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 53 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

ตารางท่ี 3 รายไดจากการจำหนายถานไมแ ละน้ำสมั ควันไมของกลมุ เกษตรกรไดผานการอบรม ถา นไม/เดอื น นำ้ สมควนั ไม/ เดอื น รวมสุทธิ จำนวน ราคา (บาท/เดือน) ลำดับ สถานท่ี จำนวน ราคา (ลติ ร) (บาท) 2,500 (กก.) (บาท) 10 90 15,400 100 90 33,500 1 เกษตรกรตำบลปาออดอนชัย อำเภอเมอื ง 100 16 250 95 9,300 2 เกษตรกรตำบลแมล อย อำเภอเทงิ 400 16 50 90 12,080 3 เกษตรกรตำบลสันมะเค็ด อำเภอพาน 650 15 60 100 11,680 4 เกษตรกรตำบลเมง็ ราย อำเภอพญาเมง็ ราย 300 16 80 100 84,460 5 เกษตรกรตำบลตบั เตา อำเภอเทิง 380 16 6 เกษตรตำบลหว ยชมภู อำเภอเมือง 230 16 รวมรายได เกษตรกรตำบลสันมะเค็ด เพราะตองนำไปใชใน แ ล ก เป ลี่ ย น กั บ ก ลุ ม จ า ก ต ำ บ ล ต า ง ๆ น ำ ไป พั ฒ น า เพิ่ ม พ้ืนท่ีเพาะปลูกของตัวเองเปนสวนใหญซึ่งชวยลดรายจาย ผลผลิต สวนปริมาณไมและชนิดของไมที่นำมาทำถานโดย ในครอบครัวไดดี ในสวนของถานไมเกษตรกรบางกลุมนำ ไมลำไยจะใหปริมาณถานมากท่ีสุด แตโดยทั่วไปแลว ผลิตภัณฑท่ีไดมาใชในครัวเรือนเพ่ือลดรายจายในครอบ เกษตรกรทั้งหมดสามารถผลิตอยูในเกณยมาตรฐานซ่ึงผล ครัวดวยเชนกัน จากขอมูลในตารางที่ 3 รายไดจากการ มีความใกลเคียงของ อรัญ ขวัญปาน, ชนะกานต พงศา จำหนายถานและน้ำสมควันไม พบวากลุมเกษตรกรตำบล สนองกุล (2555) และของ จิระพงษ คูหากาญจน (2550). ปาออดอนชัยมีรายได 2,500 บาท/เดือน และเกษตรกร คูมือผลิตถานผลิตถานและน้ำสมควัน และในสวนของ ตำบลเม็งรายมีรายได 9,300 บาท/เดือน จึงทำใหปริมาณ น้ำสมควันไมท่ีผลิตไดอยูที่ 1.1 ลิตร/ครั้ง ซ่ึงสอดคลอง ถานไมที่นำออกมาจำหนายไดนอยสงผลใหรายไดนอย ได หรือใกลเคียงในแงของปริมาณ และคุณ ภาพตาม แสดงดังตารางท่ี 3 แตในรายไดรวมมีเกษตรกรบางกลุม มาตรฐานสินคาชุมชน มาตรฐานผลิตภัณฑชุมชนน้ำสม สามารถผลิตไดปริมาณมากและสามารถนำออกมาจำ ควันไมดิบ(ผบ659/2547) เปนจำนวนเงินท้ังหมด หนายไดม าก เชน เกษตรกรตำบลแมล อยมีรายได 33,500 โดยประมาณ 84,460 บาท/เดือน ซ่ึงกลุมเกษตรกรตำบล บาท/เดือน และเกษตรกรตำบลสันมะเค็ดมีรายได สันมะเค็ด อำเภอพานสามารถสรางรายไดสูงสุดอยูท่ี 15,400 บาท/เดือน เนื่องจากในพื้นที่มีปริมาณไมลำไย 33,500 บาท/เดือน ทำใหมีรายไดเพ่ิมข้ึนเฉล่ียตอคน จากการตัดแตง กิง่ จำนวนมากกวา เพ่ิมขึ้น 930 บาท/เดือนเมื่อเทียบกับกอนหนาน้ีเกษตรกร จะไมมรี ายจากการทำสวนลำไย โดยขายผานชองทางออน 5. อภิปรายผล ไลทดวยการสรางเพจขายถานไมและน้ำสมควันไมบน จากการจัดกิจกรรมอบรมถายทอดเทคโนโลยี เฟสบุค เตาเผาถานแบบเคล่ือนยายไดใหกับกลุมเกษตรกรในเขต ซ่ึงการจะใหเพจเปนท่ีนาสนใจตองเรียนรูการ จังหวัดเชียงรายเพ่ือสรางอาชีพการผลิตถานไมและน้ำสม นำเขาขอมูลของกลุมฯใหมีกิจกรรมตอเน่ืองรวมถึงการ ควันไมดังท่ีไดกลาวมาแลว ในสวนการผลิตถานและน้ำสม จัดการเพจใหนาสนใจมากข้ึนและสามารถใชงานสื่อสาร ควันไมส รางรายไดเสริมใหเพิ่มขึน้ โดยถา นทผี่ ลติ ไดโดย กับผูบริโภคท่ีมีความสนใจในผลิตภัณฑไดสภาพทั่วไปของ การรวมกลุมของเกษตรกรผูผลิตเกิดจากความตองการ เฉล่ียอยูที่ 18.03 kg/ครั้ง แตก็พบวาละตำบลมี พัฒนาและปรับตัวใหเขากับสถานการณที่เปลี่ยนแปลงใน ปริมาณแตกตางกันขึ้นอยูกับหลายปจจัยเชน ปริมาณไม ตลาดการขายถานและน้ำสมควันไมท่ีการแขงขันการขาย ลำไย และความรูความเขาใจในการนำไปประยุกตไปใชซ่ึง ถานและน้ำสมควันไมมีแนวโนมที่สูงข้ึนอยางตอเนื่อง ป จ จั ย จ า ก ค ว า ม รู ค ว า ม ใจ ท า ง ค ณ ะ วิ จั ย ได ถ า ย ท อ ด 54 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

ในขณะท่ีเกษตรกรผูผลิตยังขาดความรูดานการใชงานสื่อ 6. กติ ติกรรมประกาศ online ใน ก ารต ลาด อีก ท้ั งตอ งป ระสบ กับ ป ญ ห า ขอขอบคุณเครื่อขายวิจัยภาคเหนือและสำนัก ส่ิงแวดลอมที่สงผลกระทบเกษตรกรโดยตรง และในสวน ของการติดตามประเมินดานความรูความเขาใจของผูเขาท่ี งานวจิ ัยแหงชาติใหทุนสนับสนุนในการทำวิจัยในครง้ั น้ี ผานการอบรมพบวาผูตอบแบบสอบ ถามมีความพึงพอใจ วิทยากรอยูในระดับมากที่สุดโดยพึงพอใจการถายทอด 7. บรรณานุกรม ความรูของวิทยากรมีความชัดเจนมากท่ีสุด ในสวนความรู กรมพฒั นาที่ดินกระทรวงเกษตรและสหกรณ. 2564. แนว ผูตอบแบบสอบถามสามารถนำความรูไปใช อยูในระดับ มากที่สุด โดยสามารถนำความรูท่ีไดรับไปประยุกตใชใน ท า ง ก า ร ส ง เส ริ ม ก า ร เก ษ ต ร ท่ี เห ม า ะ ส ม ต า ม การปฏิบัติงานมากท่ีสุดโดยพิจารณาจากปริมาณผลิตถาน ฐานขอ มูลแผนท่ีเกษตรเชิงรุก จงั หวัดเชียงราย. และน้ำสมควันไมของแตละกลุม รองลงมา คือ มีความ กรมสงเสริมการเกษตร. 2551.คูมือนักวิชาการสงเสริม มั่นใจและสามารถนำความรูที่ไดรับไปใชได และสุดทาย การเกษตรลำไย:กรงุ เทพ. คือ สามารถนำความรูไปเผยแพร/ถายทอดได มีความพึง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน. 2560. พอใจอยูในระดับมากที่สุดตามลำดับ คะแนนความรูกอน โครงการพัฒนาการผลิตและการใชเตาเผาถาน การอบรม มีคาเฉลี่ย คือ 7.24 คะแนน โดยคะแนนความรู แบบถัง 200 ลติ ร:กรงุ เทพ. หลังการอบรม มีคาเฉล่ีย คือ 11.73 คะแนนจากคะแนน โครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน. เต็ม 15 คะแนน และเม่ือทดสอบคะแนนความรูกอนและ 2558. สำนักงานสถติ แิ หงชาติ หลังการสัมมนาดว ยคาทางสถิติทดสอบ t - test = 13.57 จิระพงษ คูหากาญจน. 2550. คูมือการผลิตถานและ สามารถสรปุ ไดวาคะแนนความรหู ลังการอบรมสูงกวากอน น้ำสมควันไม. กรุงเทพฯ : เกษตรกรรมธรรมชาติ. การอบรม และแตกตา งกันอยา งมนี ัยสำคัญทางท่ี 0.05 เทคโนโลยีที่เหมาะสม. ธนัญชัย สาทะกลาง และรุงรพี โกแมน. 2556. การ ในการติดตามผลหลังการอบรมเพื่อใหกลุมตางๆ พัฒนาเตาเผาถานพรอมดวยระบบกาจัดควัน ดำเนินการตอไปเองไดอยางตอเนื่อง มีการจัดต้ังกลุมไลท แบบเผาซา. การประชุมวชิาการเครอื ขายพลังงาน ที่มีการรวมสมาชิกท่ีเขาอบรมทั้งหมดเพื่อตอบปญหาการ แหง ประเทศไทยครง้ั ท่ี 12 มหาวิทยาลยั แมโจ. ผลิตถาน น้ำสมควันไม หรือการขายผานชองทาง ออนท ปุณยวีร อ่ิมแกว และ สรวัฒน วิศาลาภรณ. 2560. ไล และแลกเปลี่ยนความรูกันเองภายในกลุม รวมไปถึงการ พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร ซ้ื อ สิ น ค า เก ษ ต ร ข อ ง ผู ใ ช ง า น ติดตามการทำงานของแตล ะกลุมตำบล เครือขายสังคมออนไลนและลักษณะเฉพาะของ ขอ เสนอแนะ เครือขายสังคมออนไลน. การประชุมวิชาการและ น ำเส น อ ผ ล งาน วิช าก ารระ ดั บ ช าติ UTCC 1. การที่เกษตรกรจะเพ่ิมรายไดจากการจำหนาย Academic Day คร้งั ที่ 2 กรุงเทพฯ. ถา นไมและน้ำสม ควนั ไมใหมากข้ึนจากเดมิ ตวั เกษตรกรเอง ฝายสงเสริมและเผยแพร สำนักสงเสริมและฝกอบรม จำเปนตองเพิ่มจำนวนเตาเผาถานใหมากขึ้นเพ่ือลด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร, 2554. การทำน้ำสม ระยะเวลาการรอคอยเตาเผาท่ีจะหมุนเวียนกลับมาถึงคิว ควนั ไม. ปท่ี 54 ฉบับที่ 2 ของตนเอง ภาณุวัฒน กองราช. 2554. การศึกษาพฤติกรรมการใช เครือขายสังคมออนไลนของวัยรุนในไประเทศ 2. เกษตรกรผูขายสินคาผานชองทางออนไลน ไทย: กรณีศึกษา Facebook. วิทยานิพนธวิทยา จะตองเนนใหความสำคัญกับคุณภาพสินคาท่ีเหมาะสมกับ ศาสตรมหาบัณฑติ . มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร. ราคาและการอัพเดทขา วสารใหเปนปจ จุบัน 3. ควรมีการคำนวณตนทุนการผลิตถานไมและ น้ำสมควันเพื่อจะไดทราบราคาจำหนาย กำไรตอ หนวย ใน การวจิ ัยคร้งั ตอไป วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 55 ปีที ี่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

มาตรฐานผลิตภัณฑผลิตภันฑชุมชน, 2547 มาตรฐาน ผ ลิตภั ณ ฑ ชุ ม ช น น้ ำสม ค วัน ไม ดิ บ . มผช. 659/2547. อรัญ ขวัญปาน, ชนะกานต พงศาสนองกุล. 2555. ประสิทธิภาพของน้ำสมควันไมจากเตาเผาถาน มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสนุ ันทา. 56 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

แนวทางการพัฒนาเศษเหลือจากการปลกู กัญชา ไรอารมณด ี ตําบลดงมหาวัน อาํ เภอเวยี งเชยี งรุง จงั หวัดเชียงราย Guidelines for Developing Agricultural Waste from Cannabis Cultivation in Aromdee Farm, Dongmahawan Subdistrict, Wiangchiangrung District, Chiangrai Province วบิ ลู พร วุฒคิ ณุ 1* พงศต ะวนั นนั ทศิร1ิ มณีรตั น ภาจนั ทรค ู2 วฒั นพล อยสู วสั ด2ิ์ และนเรศ ใหญว งศ2 Viboonporn Wutthikun1* Pongtawan nantasiri 1 Maneerat Pachankoo 2 Wattapon. Eusawat 2 and Naret Yaiwong 2 1 ผชู วยศาสตราจารย คณะเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม มหาวิทยาลยั ราชภฏั เชยี งราย 80 หมู 9 ตําบลบานดู อาํ เภอเมือง จงั หวดั เชยี งราย 57100 2 อาจารย คณะเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเชยี งราย 80 หมู 9 ตาํ บลบานดู อําเภอเมือง จังหวดั เชยี งราย 57100 1,2 Asst. Prof., Faculty of Industrial Technology, Chiang Rai Rajabhat University, 80 m.9 Phahonyothin Rd., Mueang, Chiang Rai, Thailand 57100 3-5 Lecturer, Faculty of Industrial Technology, Chiang Rai Rajabhat University, 80 m.9 Phahonyothin Rd., Mueang, Chiang Rai, Thailand 57100 E-mail, [email protected], 053776015 088-9642496 รับบทความ; 10 กุมภาพันธ 2566; แกไ ขบทความ 9 มถิ นุ ายน 2566 ; ตอบรบั บทความ 29 มถิ ุนายน 2566 บทคดั ยอ แนวทางการพัฒนาเศษเหลือจากการปลูกกัญชา ไรอารมณดี ตําบลดงมหาวัน อําเภอเวียงเชียงรุง จังหวัด เชียงราย มีวัตถุประสงคเพื่ออธิบายแนวทางการพัฒนาเศษเหลือจากการปลูกกัญชาโดยมีวิธีการดําเนินงาน คือ 1.การ สํารวจบริบทพื้นที่ (Survey) 2.การสนทนากลุม (Focus group) 3. ออกแบบกระบวนการ (Upcycle) 4. การถายทอด เทคโนโลยี (Technology transfer) และ 5. ประเมินผลลัพธหลังจากถายทอดเทคโนโลยี (Evaluate) ผลการสังเคราะห และประเมินศักยภาพรวมกันกับตัวแทนผูประกอบการ อาจารย เจาหนาที่ และผูเชี่ยวชาญ พบวาแนวทางการพัฒนาเศษ เหลือจากการปลูกกัญชานั้นไดแบงเปน 3 สวนดังนี้ 1.กานและลําตน โดยสวนของเปลือกตนกัญชาสามารถนํามาผลิตเปน เสนใย แกนตนกัญชาสามารถนํามาเปนสารเติมเต็มใหกับบล็อกชองลมสําหรับงานตกแตงที่ไมตองรับนํ้าหนักเพื่อลด ปริมาณของซีเมนตและลดนํ้าหนักของบล็อกชองลม 2. ใบสามารถทําเปนชาจากใบกัญชา 3. กิ่งกานที่เปนเศษเล็กๆ สามารถนํามาทําเปนปุยหมักที่ใชในไรเพื่อลดตนทุนคาใชจายคาปุยได และในการดําเนินงานในครั้งน้ีคณะนักวิจัยและ วิทยากรไดถา ยทอดองคค วามรูในเรือ่ งกระบวนการการทําเสน ใยจากเปลือกลําตนกัญชาใหกบั สมาชิกและกลมุ เครือขายไร อารมณดี โดยผลประเมินผลลัพธหลังจากถายทอดเทคโนโลยีพบวา สมาชิกและกลุมเครือขายไรอารมณดีมีความพึงพอใจ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 57 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

ในระดบั ดีจากการจัดโครงการครัง้ น้เี น่ืองจากทําใหท างกลุมสามารถมองเห็นแนวทางในการจดั การขยะของชุมชน สามารถ ลดการเผาขยะท่ีเกดิ จากเศษเหลอื ทางการเกษตร และยงั มองเหน็ ชองทางในการพัฒนาผลิตภัณฑใ หเกดิ รายไดกับชุมชนได ในอนาคต คาํ สําคัญ: อพั ไซเคิล เศษเหลือทง้ิ จากการปลกู กัญชา ตนกญั ชา Abstract Guidelines for developing agricultural waste from cannabis cultivation in Aromdee Farm, Dongmahawan Subdistrict, Wiangchiangrung District, Chiangrai Province aimed to explain the guidelines for developing wastes from cannabis cultivation by following working processes: 1. Survey, 2. Focus group, 3. Upcycle, 4. Technology transfer, and 5. Evaluate after technology transfer. The potential analysis and evaluation performed with the representatives of the producers, teachers, officers, and experts revealed that the guidelines for developing the agricultural waste from cannabis cultivation were divided into 3 parts as follows: 1. Branch and stem: the bark of cannabis trunk can be used for producing fiber, the core of the cannabis trunk can be used as filling for ventilation blocks in decorative work which does not need to support the weight in order to reduce the volume of cement and reduce the weight of ventilation blocks; 2. Leaf: cannabis leaf can be made as tea; and 3. Small twig: organic fertilizers can be produced from this part to be used in farms to reduce cost of fertilizer. For the processes of this research, the team of researchers and guest speakers transferred the knowledge about the processes of making fiber from barks of cannabis trunk to the members and Aromdee Farm network. The results of the evaluation after technology transfer showed that the members and the network of Aromdee Farm were satisfied at a good level with the organization of this project since this project helped the group recognize the guidelines for managing community waste by themselves, reduce burning of agricultural waste, and perceive the channel to develop the products to create community income in the future. Keywords: upcycle, agricultural waste from cannabis cultivation, cannabis tree 58 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

1. บทนาํ กระบวนการอัพไซเคิล (Upcycle) ไวคือกระบวนการ แปลงวัสดุเหลือใชหรือผลิตภัณฑที่ไมสามารถใชงานตาม แผนยุทธศาสตรการพัฒนาจังหวัดเชียงราย หนาที่เดิมใหเปนสิ่งใหมที่มีคุณภาพและมูลคาเพิ่มขึ้น โดย ยุทธศาสตรที่ 5 เรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ ใชการออกแบบเปนเครื่องมือที่สําคัญเนื่องจากธรรมชาติ สิ่งแวดลอมเนนใหสงเสริมการพัฒนาเพื่อการจัดการ งานออกแบบมักซุกซอนสิ่งไมสวยงามไวไมให มองเห็นโดย สิ่งแวดลอมอยางมีสวนรวมและมีประสิทธิภาพ มีโครงการ มีหลักการ 3 ประการ ดังนี้1) การใชประโยชนและเพ่ิม เพิ่มศักยภาพชุมชนคัดแยกขยะที่ตนทางและพัฒนาสาธิต มูลคา 2) หลักการใชพลังงานในการเปลี่ยนสภาพ และ3) เรียนรูการจัดการวัสดุเหลือใช โดยมีวัตถุประสงคเพื่อเพิ่ม ความสวยงาม ประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอย แกไขปญหา ขยะสะสมและรวบรวมขยะมูลฝอยไปกําจัดอยางถูกหลัก ไรอารมณดี ตําบลดงมหาวัน. อําเภอเวียงเชียงรุง วิชาการภายใตแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยจังหวัด จังหวัดเชียงราย เปนศูนยกลางของกลุมวิสาหกิจชุมชน เชียงราย แตทั้งนี้ปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนที่ถูกกลับ ของกลุมชาติพันธุที่ปลูกกัญชา โดยไรอารมณดีมีพื้นที่ใน การปลูกกัญชาประมาณ 300 กวาไร และเครือขายกลุม นํามาใชประโยชนกลับมีปริมาณลดลง แตทั้งนี้ปริมาณ วิสาหกิจเกษตรกรชาติพันธุเกือบ 2,000 กวาไร แต ณ. ขยะมูลฝอยชุมชนที่ถูกกลับนำมาใชประโยชนกลับมี ปจจุบันยังคงใชประโยชนจากตนกัญชาเฉพาะชอดอกและ ปริมาณลดลง เปนที่นาสังเกตวา ปริมาณขยะสะสมของ ใบเทานั้น ในสวนลาํ ตน ของตน กญั ชากลบั เปน วัสดเุ หลอื ทงิ้ จังหวัดก็ยังมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดิม (สำนักงานสถิติ ทางเกษตรยังไมไ ดน ํากลับมาใชง านใหเ ต็มประสิทธิภาพ จังหวัดเชียงราย,2559) อีกทั้งจากงานวิจัยของธงพล พรหมสาขา ณ สกลนครและอุนเรือน เล็กนอย (2563) ดวยเหตุผลดังกลาวคณะผูวิจัยจากคณะเทคโนโลยี พบวาการนำขยะหรือของเหลือใชมาผลิตเปนสินคา อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งเปน เพื่อจำหนาย ไมคอยประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อ หนวยงานทางการศึกษา ที่มีปรัชญา วิสัยทัศน เกี่ยวของ ผลิตแลวก็ขายไมคอยได เชน ในหมูบานมีการผลิต กบั การใหบ รกิ ารวิชาการเพือ่ การพัฒนาทองถ่ินอยางย่ังยืน หมวกจากกระปองน้ำอัดลมหรือกระปองเบียร แตไม เสริมสรางความเขมแข็งใหกับชุมชนและสังคม เพ่ือ ประสบความสำเรจ็ ทางการขาย ตอบสนองตอ ความตองการของชุมชนและสงั คม จึงมีความ สนใจที่จะศึกษากระบวนการพัฒนาวัสดุอัพไซเคิลเพื่อการ กระบวนการอัพไซเคิล กนกวรรณ สาโรจน, 2558 จัดการขยะชุมชนในจังหวัดเชียงราย ใหนําไปสูการพัฒนา ไดกลาวถึงไววา เปนคําประสมที่เกิดจากคําวา upgrade รูปแบบการจัดการขยะผานกระบวนการอัพไซเคิลที่ชุมชน รวมกับคําวาRecycling คือการนําเอาเศษวัสดุตาง ๆ ที่จะ สามารถจัดการขยะภายในชุมชนเองไดและสามารถนํา กลายเปนขยะแลวนํากลับมาทําเปนของใชใหม นํามาเพ่ิม กลับไปใชประโยชนซํ้าไดภายในชุมชนเพื่อเปนการสราง ความ สวยงาม ใสไ อเดีย ใหม ๆ โดยยงั ไมถ งึ กับตอ งนาํ ไปรี ความยั่งยืนในการพึ่งตัวเองและสนองตอบกับนโยบาย ไซเคิล อาจจะแคต ัดแลว นํามาประดิษฐเปน ของใชห รอื ของ จงั หวดั เชียงรายในการนาํ ขยะกลบั มาใชใหมไ ดอ กี ครงั้ ตกแตงบาน โดยการอัพไซเคิล สามารถแบงขอบเขตออก ได 2 กระบวนการ กระบวนการแรกคือ การยกระดับดวย การออกแบบกระบวนการที่ 2 ของการอัพไซเคิล คือ การ ยกระดับโดยการใชเทคนิค นอกจากนี้ กมลภรณ รุงแสง และ สุคตยุติ จารุนุช (2563) ใหคําจํากัดความ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 59 ปีที ี่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

2. วธิ ีการดําเนินงาน กลุมวิสาหกิจ วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ณ.ไรอารมณดี การศึกษาวิจัยในครั้งน้ีดําเนินการสํารวจบริบทไร ตําบลดงมหาวัน อําเภอเวียงเชียงรุง จังหวัดเชียงราย ดัง ภาพที่ 2 ไรอารมณดีเปนศูนยกลางของกลุมวิสาหกิจ อารมณดี การสนทนากลุม (Focus group) รับฟงปญหา ชุมชนของกลุมชาติพันธุท่ีปลูกกัญชา โดยไรอารมณดีมี จากผูนํากลุมวิสาหกิจชุมชน ประกอบไปดวยผูนําและ พนื้ ที่ในการปลกู กัญชาประมาณ 300 กวา ไร และเครือขาย ผูประสานงานไรอารมณด ี รวมกับอาจารยจากหลากหลาย กลุมวิสาหกิจเกษตรกรชาติพันธเกือบ 2,000 กวาไร นิยม ความเชี่ยวชาญ และเจาหนาที่ที่เกี่ยวของ เพื่อสังเคราะห ปลูกกญั ชาเพอ่ื เนน การเก็บชอดอกเทาน้ัน ใน 1 ปสามารถ และประเมินศักยภาพหาแนวทางการพัฒนาเศษเหลือทิ้ง ปลูกพืชชนิดนี้ได 2 รอบ ใชระยะเวลาในการปลูกตอรอบ จากการปลูกกัญชา จากนั้นนําขอมูลดังกลาวมาวิเคราะห คือ 6 เดือน ซึ่งในการปลูกแตละครั้งจะเหลือกิ่งกานและ และสัมภาษณผูเชี่ยวชาญเพื่อนํามาถายทอดใหเห็นแนว ลําตนท่ีเปนวัสดุที่เหลือใชทางการเกษตรเปนจํานวนมาก ทางการพัฒนาเศษเหลือทิ้งจากการปลูกกัญชา ใหกับกลุม พอสมควร วิธกี ารจัดการ ณ ปจ จบุ นั คือ รวบรวมกองทิ้งไว เครือขายไรอารมณดี และขั้นตอนสุดทายประเมินผลลัพธ และจดุ ไฟเผาหลังจากท่เี ศษวัสดุดงั กลา วแหง หลังจากถา ยทอดเทคโนโลยี ดังภาพท่ี 1 1. สำรวจบริบทพ้ืนที่ (Survey) 2.การสนทนากลมุ (Focus group) 3. ออกแบบกระบวนการ (Upcycle) 4. การถา ยทอดเทคโนโลยี (Technology ภาพท่ี 2 สํารวจไรอ ารมณด ี transfer) และจากการสนทนากลุม (Focus group) ดังภาพ 5. ประเมินผลลัพธห ลงั จากถา ยทอดเทคโนโลยี ที่ 3 ไดผลสรุปจากการสังเคราะหและประเมินศักยภาพ (Evaluate) รวมกันกับตัวแทนผูประกอบการ อาจารย เจาหนาที่ และ ผูเชี่ยวชาญพบวาแนวทางการพัฒนาการใชวัสดุเหลือท้ิง ภาพที่ 1 แผนผงั การดําเนนิ งานวิจัย ทางการเกษตรจากตน กัญชานั้น ไดแ บง เปน สว นดงั นคี้ ือ 3. ผลการดําเนินงาน ผลการดําเนินงานการสาํ รวจบริบทไรอารมณด ีและ รับฟงปญหาจากผูนํากลุมวิสาหกิจชุมชน โดยการ สัมภาษณ คุณมาไลลักษณ แสงเสรีธรรม ผูประสานงาน 60 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

ภาพที่ 3 การสนทนากลมุ (Focus group) ซึ่งในสวนของแกนตนกัญชาจะนํามาเปนสารเติม เต็มใหกับบล็อกชองลมสําหรับงานตกแตงที่ไมตองรับ 1.กานและลําตน สามารถนํามาใชประโยชนโดย นํ้าหนักเพื่อลดปริมาณของซีเมนตและลดนํ้าหนักของ สวนของเปลือกตนกัญชาสามารถนํามาผลิตเปนเสนใย บล็อกชองลม เนื่องจากแกนตนกัญชามีสีขาว นํ้าหนักเบา โดยในยุคแรกๆของกัญชาจัดเปนพืชที่ใชประโยชนหลัก ไมมีฝุน มีสมบัติในการดูดซับกลิ่น นํ้าไดดี ซึ่งใน จากงานดานสิ่งทอ ผลิตกระดาษ และใชประกอบเปน ตางประเทศนิยมนําไปผลิตเปนพลังงานชีวมวลในรูปแบบ เครื่องในพิธีการทางศาสนา อีกทั้งชาวเขาทางภาคเหนือมี ตางๆ และนําไปผลิตเปนวัสดุกอสรางเพื่อการตกแตง การใชเสนใยจากลําตนกัญชาและกัญชงมาตั้งแตโบราณ ภายในอาคาร (วันโชค เครือหงส และ ศตวรรษ หฤหรรษ เนื่องจากเสนใยที่ไดจากตนกัญชงและตนกัญชามีความ พงศ , 2563) ดังนนั้ ทางคณะผวู จิ ยั จงึ ไดท ําการทดลองโดย เหนียว เบาและเปนสีขาวมีความยืดหยุน แข็งแรงและ นําแกนกัญชามามาบดหยาบ บดละเอียด จากนั้นตากให ทนทานสงู (พพิ ฒั น นนทนาธรณ, 2564) แหง นําแกนกัญชา ปูนขาวไลม นํ้า ผสมใหเขากันใน อตั ราสว น 2 : 1 : 0.5 และนาํ ไปกดในแมพมิ พ ดงั ภาพที่ 5 หลังจากลอกเปลือกจากลําตนเพ่ือทําเสนใยแลวจะ โดยสูตรผสมในครง้ั นี้สามารถนําไปตอ ยอดผลติ วัสดสุ ําหรบั ยังคงเหลอื แกนตน กญั ชา ดงั ภาพที่ 4 งานตกแตง ภายในอาคารตอ ไปไดใ นอนาคต ภาพท่ี 4 ลกั ษณะเสนใยจากเปลอื กและสวนลาํ ตนกัญชา ภาพที่ 5 บล็อกชองลมไมรับนา้ํ หนักจากแกนกญั ชา วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 61 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

2. ใบ ในสวนของใบทางไรอารมณดีไดนํามาทํา มีกระบวนการในการทําเสนใยจากวัสดุเหลือทิ้ง เปนชาจากใบกัญชา ดังภาพท่ี 6 ทางการเกษตรสําหรับลาํ ตนกญั ชา ดังน้ี ขนั้ ตอนที่ 1 นําลําตนกญั ชาทเ่ี หลอื จากการตดั ชอ มาลอกเปลอื ก ดงั ภาพท่ี 8 ภาพที่ 6 ใบกัญชาเหลอื จากการเกบ็ ชอ ดอก 3. กิ่งกานที่เปนเศษเล็กๆ สามารถมาทําเปนปุย ภาพที่ 8 การลอกเปลือกลาํ ตน กัญชา หมักเพือ่ ที่กลุมชุมชนสามารถนําไปใชใ นไรก็จะสามารถลด ตน ทนุ คา ใชจา ยไดอ กี ทาง ข้ันตอนท่ี 2 นาํ เอาเปลอื กไปแชด ว ยนํ้าข้ีเถาเพื่อให เปลือกหลุดรอน และใหเสนใยนุมขึ้น เปนระยะเวลา 4. การถายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตเสนใย 5 – 10 วัน โดยประมาณ จุดสังเกตการใชงานจากการ จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรสําหรับลําตนกัญชา ใน สัมผัสถาเสนใยมีความนุมเทาที่เราตองการจึงนํามาลาง วันที่ 25-26 กุมภาพันธ 2566 ณ. ไรอารมณดี โดยมี ดว ยนํ้าเปลาและตากใหแ หง ดังภาพที่ 9 ผูเชี่ยวชาญทางดานเสนใย คือ คุณสุภารักษ รัตนมงคล ยทุ ธ เจา ของราน Rada Loom (ภาพท่ี 7 ) ภาพท่ี 9 การแชเสนใยดว ยนา้ํ ขเ้ี ถา ภาพที่ 7 การถา ยทอดเทคโนโลยกี ระบวนการผลติ เสน ใย จากลาํ ตน กญั ชา 62 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

ขั้นตอนที่ 3 หลังจากตากเสนใยใหแหงแลวนํา เสนใยมาตีใหขึ้นฟูตามที่ตองการ ยิ่งตียิ่งขึ้นฟู สิ่งที่ควร ระมัดระวังถาลักษณะที่มีการตําจะทําใหเสนใยแตกหักได ตีกบั แผงไมต ะปูจะดีกวา ดังภาพที่ 10 ภาพท่ี 11 การนําเสน ใยมาปนเพื่อขึ้นเกลียวเสนดาย ภาพท่ี 10 การตีเสนใยใหขึ้นฟู ภาพท่ี 12 เสน ดา ยจากตน กญั ชา ขั้นตอนที่ 4 นําเสนใยมาปนเพื่อเปนเกลียว โดยผลประเมินผลลัพธหลังจากถายทอดเทคโนโลยี เสนดา ย ดังภาพท่ี 11,12 จุดสังเกตลุ ักษณะของเสน ใยจาก พบวา สมาชิกและกลุมเครือขายไรอารมณดีมีความพึง ตนกัญชาจะมีลักษณะที่ไมเหมาะกับการทอเสื้อผาแต พอใจในระดบั ดี ในการจดั โครงการในครั้งนีเ้ พราะทางกลุม สามารถนํามาผลิตเปนกระเปาและรองเทาเนื่องจาก สามารถมองเห็นแนวทางในการจัดการขยะของชุมชนได ลักษณะเสนใยที่ไดจากลําตนกัญชาจะมีเนื้อสัมผัสหยาบ ดวยตนเองสามารถลดการเผาขยะที่เกิดจากเศษวัสดุทาง กวาใยกัญชงทปี่ ลูกเพื่อการนําเสน ใยมาทอผา สาํ หรบั นงุ หม การเกษตร และยังมองเห็นชองทางในการพัฒนา โดยเฉพาะ เนื่องจากดวยวิธีการปลูกและสายพันธุจะ ผลติ ภณั ฑใหเกิดรายไดกับชุมชนไดในอนาคต แตกตางกันโดยลักษณะของตนกัญชาจะมีการปลูกใหโต แบบแตกพมุ ทําใหมกี งิ่ กา นมากทาํ ใหม ีตาของก่ิงเยอะ ตอน 4. การนําไปใช ลอกเปลือกเพื่อทําเสนใยจะไดเสนใยที่สั้นและเปนปมและ ดานสิ่งแวดลอม เปนการจัดการขยะจากเศษวัสดุ กระบวนการลอกจะยากกวาลักษณะการปลูกแบบตนกัญ ชงสําหรบั งานสง่ิ ทอโดยเฉพาะทจี่ ะมีการปลูกแบบใหต น สงู ทางการเกษตรของลาํ ตน กญั ชา อีกทัง้ ยังเปน การลดปญหา ตงั้ ตรง การเผาขยะที่กอใหปญหามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะ เรื่องของฝุนควันที่เกิดขึ้นเปนประจําทุกป และยังคงสงผล กระทบตอสุขภาพของคนในจังหวัดเชียงรายอยางตอเนื่อง อีกดว ย วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 63 ปีที ี่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

ดานเศรษฐกิจ เปนการสรางมูลคาใหกับเศษวัสดุ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยการวิจัยครั้งนี้ผูว ิจยั ทางการเกษตรจากลาํ ตนกัญชาทําใหกลมุ วิสาหกิจสามารถ ขอกราบขอบพระคุณคณะและหนวยงาน อาจารย พัฒนาเปนผลิตภัณฑของชุมชนเพื่อเพิ่มรายไดไดอีกใน เจาหนา ท่ี นักศกึ ษา และเครือขายและสมาชกิ ไรอารมณที่ อนาคต อีกทั้งยังชวยลดปริมาณขยะลงได ลดคาใชจาย ใหก ารสนบั สนุน ทั้งขอ มลู และสถานที่ดาํ เนนิ งานมา ณ.ทีน่ ี้ ประหยัดงบประมาณในการจดั เกบ็ 7. บรรณานุกรม 5. อภิปรายผล บุษราภรณ มหัทธนชัย, ชนินทร มหัทธนชัย, จิตราภรณ แนวทางการพฒั นาเศษเหลอื จากการปลูกกญั ชา ไร ธาราพิทักษวงศ, ทิวาวัลย ตะการ และ เดือนฉาย อารมณดี ตําบลดงมหาวัน. อําเภอเวียงเชียงรุง จังหวัด ไชยบุตร. 2565. “การประยุกตใชเทคโนโลยีดิจิทลั เชียงราย มงุ หวังในการจัดการขยะของชมุ ชนไดดวยตนเอง เพื่อถายทอดองคความรูภูมิปญญาการผลิตผาทอ และมุงหวังใหกลุมชุมชนที่ปลูกพืชไรไดเล็งเห็นประโยชน ใยกัญชง”. วารสารวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี . หรือการใชประโยชนของวัสดุทางการเกษตรแบบเต็ม 5, 2: 71-85. ประสิทธิภาพ สอดคลองกับ ธงพล พรหมสาขา ณ ธงพล พรหมสาขา ณ สกลนคร และ อุนเรือน เล็กนอย. สกลนคร และ อุนเรือน เล็กนอย (2563) ที่ไดกลาวไววา 2563. การจัดการขยะของเทศบาลตําบลภายใต บริบทพื้นที่ที่เปนชนบทที่ในสวนของเทศบาลตําบลไมมีรถ แนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน. วารสารนาค ขยะ จําเปนจะตองมีการขับเคลื่อนแนวคิดขยะเหลือศูนย บ ุ ต ร ป ร ิ ท ร ร ศ น  ม ห า ว ิ ท ย า ล ั ย ร า ช ภั ฏ (Zero waste) ตองสงเสริมการใชทรัพยากรที่มีอยูและนํา นครศรธี รรมราช. 12, 2:46-52. ก ล ั บ ม า ใ ช  ใ ห ม  เ พ ื ่ อ เ ป  น ก า ร ใ ช  ท ร ั พ ย า ก ร อ ย  า ง มี ธีระพงษ สวางปญญางกูร. 2558. การผลิตปุยอินทรีย ประสิทธิภาพสูงสุด เชน การนําขยะรไี ซเคิลมาเปน วัตถุดบิ ปริมาณมากแบบไมพลิกกลับกอง วิธีวิศวกรรมแม หรือสวนประกอบสําหรับผลิตภัณฑหรือผลิตสินคาตางๆ โจ 1งบประมาณมหาวิทยาลัยแมโจ ป พ.ศ. 2558 เพื่อจําหนาย ซึ่งจะเปนการลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นให โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอินทรียจังหวัด เหลือนอยที่สุด เพื่อลดปริมาณใหเทศบาลตําบลที่จะตอง เชียงใหม . คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร จัดเก็บและจํากัดขยะ โดยการใชหลักการมีสวนรวมลด มหาวทิ ยาลยั แมโจ และคัดแยกขยะมูลฝอยที่ตนทางตามหลักการ 3R คือ ใช วันโชค เครือหงษ และ ศตวรรษ หฤหรรษพงศ. 2563. นอยลง ใชซํ้าและนํากลับมาใชใหม (Reduce Reuse สมบัติทางกล การนําความรอน และโครงสราง Recycle) จุลภาคของคอนกรีตผสมแกนกัญชง. วารสารวิจัย และพัฒนา มจธ. 43, 1: 91-102. 6. กิตติกรรมประกาศ วนารัตน กรอิสรานกุ ูล นวลวรรณ ทวยเจริญ และ สุญาดา การดําเนินงานการวิจัยครั้งนี้ไดรับทุนสนับสนุนให โสรธร. 2563. การพฒั นาแผนไมปารติเกลิ จากแกน กัญชงเพื่อเปนผนังตกแตงภายในอาคาร. ดําเนินงานภายใตโครงการวิจัยจากงบประมาณแผนดิน วารสารวิชาการพลังงานและสิ่งแวดลอมใน ประจําปงบประมาณ พ.ศ.2566 เรื่องกระบวนการพัฒนา อาคาร. 2, 2:78-96. วัสดุอพั ไซเคิลเพื่อการจัดการขยะชมุ ชนในจังหวัดเชยี งราย พิพัฒน นนทนาธรณ. 2564. เศรษฐกิจกัญชา: ที่มาและที่ ไป. วารสารสมาคมนกั วจิ ยั . 26, 2:102-112. 64 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

การออกแบบและพฒั นาถงั หมักปยุ๋ พลงั งานแสงอาทิตย์ Design and Development of Solar Powered Compost Bin รัชนีวรรณ หมั่นแสวง1* และสิทธเิ ดช วชริ าศรศี ิรกิ ลุ 2 Ratchaneewan Munsawaeng1* and Sitthidet Vachirasricirikul 2 1 นกั วชิ าการศกึ ษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั พะเยา 19 หมู่ 2 ตำบลแมก่ า อำเภอเมอื ง จังหวัดพะเยา 56000 2 อาจารย์ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั พะเยา 19 หมู่ 2 ตำบลแมก่ า อำเภอเมอื ง จงั หวดั พะเยา 56000 1 Educator School of engineering University of Phayao 19 Moo 2 Tambon Maeka Auphur Mueng Phayao 56000 Thailand 2 Lecturer School of engineering University of Phayao 19 Moo 2 Tambon Maeka Amphur Muang Phayao 56000 Thailand [email protected], 094 628 4739, 054 466 662 รับบทความ; 20 มนี าคม 2566; แก้ไขบทความ 26 มิถุนายน 2566 ; ตอบรบั บทความ 29 มิถุนายน 2566 บทคัดย่อ บทความนี้นำเสนอการออกแบบและพัฒนาถังหมักปุ๋ยพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้แก้ปัญหาการกำจัดเศษ อาหาร โดยการนำเศษอาหารไปผสมกับวัสดุเช่น ใบไม้ ขี้เลื่อย แกลบ และมูลสัตว์ นำไปปั่นตัดให้ละเอียดด้วยเอ็นตัด หญ้าที่ติดกับแกนหมุนทำให้ได้ดินที่มีสารอาหาร (ปุ๋ย) สามารถนำไปใช้การเพาะปลูกพืชได้ ใช้กระบวนการหมักแบบ ธรรมชาติ มีการเติมอากาศด้วยปั๊มเติมอากาศภายในถังให้หมุนเวียน ใช้มอเตอร์ในการหมุนแกนเหล็กที่มีแขนตัดเศษ วัสดุให้คลุกเคล้ากับอากาศ เพื่อให้จุลินทรีย์เติบโตได้ดีเร่งการย่อยสลาย มอเตอร์และปั๊มเติมอากาศทำงานด้วย พลังงานแสงอาทิตย์ ระยะเวลาในการทำงานของมอเตอร์และปัม๊ เติมอากาศ ครั้งละ 1 นาที จำนวน 10 ครั้งใน 1 วัน จากการทดสอบการทำงานถังหมักปุ๋ย สามารถใช้งานได้ตามเวลาที่ตั้งไว้ ได้ปุ๋ยภายใน 24 ชั่วโมงหลังการหมัก ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ยังเกิดการถ่ายทอดความรู้และติดตามผลการใช้งานในชุมชนเกิดการมีสว่ น ร่วมระหว่างชุมชนและมหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งชุมชนได้ประโยชน์และสามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนา หรือ ประยกุ ต์ใหส้ ามารถใช้งานไดอ้ ย่างหลากหลาย คำสำคัญ ถังหมกั ปุย๋ ปยุ๋ หมกั การกำจัดขยะอนิ ทรยี ์ พลังงานแสงอาทิตย์ ABSTRACT This paper proposes a design and a development of solar powered compost bin for solving the garbage disposal problem by mixing food scraps with materials such as leaves, sawdust, rice husks, and manure. There is using a lawn mover to mix them well with spindle. As the consequence, the nutrient soil (fertilizer) can be used for planting. The natural fermentation process is to add the air into the tank by the pump to make them flow. As well as, using the motor to rotate steel rod with arm to mix material with the air. The microorganisms grows well also accelerate decomposition. A motor and aeration pump can be performed by solar energy. The process period of the motor and the aeration pump is 1 minute per time for 10 times in a day. From the experimentation result, it can be used on time. The fertilizer process can complete within 24 hours after fermentation. The วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 65 ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

benefit is to reduce electricity costs. In addition, there is a transfer of knowledge and a follow-up of the use result in the community and also it makes participation between the community and the University of Phayao. Furthermore, the community benefit is to use this as a role model for developing or applying this for the various uses. Keywords : Compost bin, Fertilizer, Organic waste disposal, Solar energy 1. บทนำ วรพจน์ เฉลิมกลิ่น (2564, น.84) พบว่าวิธีการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ ผลิตปุ๋ยหมักระบบกองเติมอากาศ ทำให้มีจุลินทรีย์เพิม ข้ึนมาก ใช้ระยะเวลาในการหมัก 30 วนั ดำเนินโครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office) ท่ีมีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยด้าน กุลยา สาริชีวิน (2561, น.25) พบว่าระยะเวลา Green University และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี การเติมอากาศมีผลต่อการย่อยสลายของปุ๋ยหมัก ใช้ พ.ศ. 2561 – 2580 ดา้ นการสรา้ งการเติบโตบนคุณภาพ ระยะเวลาในการหมกั 60 วนั ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วิธีคิดและวิถีชีวิต การลดขยะ ข้อมูลจากสิทธิบัตร เลขที่ 7860 เรื่อง “เครื่อง เป็นศูนย์ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กำจัดขยะอนิ ทรียภ์ ายในครวั เรือนและกรรมวิธีการกำจดั แห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ยุทธศาสตร์ ขยะอินทรีย์” กล่าวว่า เป็นเครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ การพัฒนาประเทศที่กล่าวถึงการเติบโตที่เป็นมิตรกับ ภายในครัวเรือน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการ สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนคณะ อีกทั้ง กำจัดขยะอินทรีย์ ณ แหล่งกำเนิด ช่วยลดระยะเวลาใน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ยังมีพันธกิจ ด้านบริการวิชาการ การกำจดั ขยะ และพืน้ ท่ีในการกำจัดได้ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและสังคม เป็นพันธกิจที่ สำคัญสะท้อนถึงความตระหนักในการนำความรู้ทาง ขอ้ มูลจากสทิ ธบิ ัตร เลขที่ 16806 เรื่อง “ถงั หมัก วิชาการมาบูรณาการด้านการวิจัยสร้างประโยชน์ไปสู่ ขยะอินทรีย์แบบเติมอากาศ” กล่าวถึง ถังหมักขยะ ชมุ ชน จงึ ได้ประชุมร่วมกนั ระหวา่ ง อาจารย์ ครชู า่ ง ของ อินทรยี แ์ บบเตมิ อากาศ กระบวนการหมักหรือการกำจัด คณะวิศวกรรมศาสตร์ และแกนนำคนรุ่นใหมใ่ นชมุ ชนใน ขยะอินทรีย์ใช้เวลานาน ในกระบวนการนี้ยังใช้มอเตอร์ เขตพื้นที่ให้บริการของคณะวิศกวรรมศาสตร์ คือชุมชน ไฟฟ้ากระแสตรงในการกวนเศษอาหาร ซึ่งข้อเสียคือ เวียงลอ บ้านเวียงลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ช่วยกัน มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงมีกำลังไม่มาก และแกนจะใช้ คิดแก้ปัญหาขยะอินทรีย์ในครัวเรือน โดยการนำ สำหรับกวนคลุกเคล้าเศษขยะ ไม่สามารถตัดเศษอาหาร เทคโนโลยเี ข้ามาประยุกตใ์ ช้ให้เกิดประโยชน์ จงึ จัดสร้าง ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ได้ เครื่องทำงานนโดยการกวนไปเรื่อย ถังหมักปุ๋ยใช้ในการกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยวิธีการทำปุ๋ย ๆ จนกวา่ จะเปน็ ปุ๋ย ซ่งึ ใชร้ ะยะเวลานาน หมัก โดยอาศัยขบวนการทางชีววิทยาของจุลินทรีย์ใน การยอ่ ยสลายสารอินทรียท์ ่มี ีอยู่ในขยะแลว้ ได้ผลสุดท้าย วัตถปุ ระสงค์ของงานวจิ ัยนี้เพือ่ แก้ปญั หาจากท่ไี ด้ เป็นปุ๋ยที่มีแร่ธาตุ ความชื้นเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น และ ศึกษาค้นคว้า ลดเวลาการหมักขยะอินทรีย์ โดยการ สามารถใช้ในการปรับปรุงคุณภาพดินได้ เป็นวิธีที่ง่าย ส ร ้ า ง ถ ั ง ห ม ั ก ป ุ ๋ ย ที่ ท ำ ใ ห ้ ก ร ะ บ ว น ก า ร ห ม ั ก ป ุ ๋ ย ใ น และประหยัด สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการ ระยะเวลาที่สั้นลงโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และ ขยะในครัวเรือนหรือชุมชนได้ ได้ทำการสืบค้นงานวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรมและภูมิปัญญาชาวบ้าน และการประดษิ ฐ์ของเทคโนโลยีตา่ งท่เี ก่ยี วขอ้ ง ดงั น้ี ผสมผสาน ให้แก่ชุมชน และสร้างวิทยากรประจำศูนย์ เรียนรู้เกษตรชุมชนบ้านเวียงลอ ที่จะเป็นทั้งผู้รับการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อชุมชน และทอ้ งถน่ิ นำไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ไป 66 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

2. วิธีการดำเนนิ งาน ความเข้มของแสงอาทติย์มีผลต่อการทำงานของแผง ถังหมักปุ๋ยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดระยะเวลาใน เซลล์แสงอาทิตย์มปี ระสิทธิภาพดีกวา่ ชว่ งเวลาอืน่ การกำจัดขยะอินทรียในพื้นที่จำกัด ใช้หลักการหมัก สิ่งที่ต้องใช้ในระบบพลังงานจากแสงอาทิตย์ แบบธรรมชาติ เติมอากาศภายในถังให้หมุนเวียน โดยใช้ ประกอบด้วย ปั๊มเติมอากาศ และใช้มอเตอร์ในการหมุนแกน เหล็กที่มี แขนในการกวนและตัดเศษวัสดุให้มีขนาดเล็กคลุกเคล้า 1) แผงเซลล์แสงอาทิตย์ คำนวณหาขนาด กับอากาศ เพื่อให้จุลินทรีย์เติบโตได้ดีเร่งการย่อยสลาย ของแผง = ค่าการใชพ้ ลังงานรวม / 5 ชวั่ โมง (ปริมาณ พลังงานที่ใช้ในการขับมอเตอร์และป๊มเติมอากาศใช้ แสงอาทิตย์ท่นี า่ จะได้ใน 1 วนั ) พลังงานจากแสงอาทิตย์ = {500 W X 0.66 hr.} / 5 hr. ขัน้ ตอนการออกแบบและเลือกใช้อปุ กรณ์ = 66 Ah 1. เลือกใช้มอเตอร์กระแสสลับ ขนาด 86 วัตต์ ดังนั้น ขนาดของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ต้องใช้ คือ แรงดัน 220 โวลต์ ผู้วิจัยนำมอเตอร์เครื่องซักผ้ามา ขนาด 12 โวลต์ 66 วัตต์หรือมากกว่า ควรมีพลังงาน ดัดแปลงใช้งาน เนื่องจากกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า สำรองไว้ใช้ในกรณีที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ไม่สามารถ กระแสสลับมีมากกว่ามอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง แต่ต้อง ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ เช่น เวลาที่ฝนตกหรือไม่มี ใชง้ านรว่ มกบั แบตเตอร่ี และชุดแปลงแรงดนั ไฟฟา้ แสงอาทติ ย์ กค็ วรจะเพม่ิ ขนาดของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ 2. ออกแบบระบบพลังงานจากแสงอาทิตย์ จาก ผวู้ จิ ยั เลือกใช้ รุ่น CNSDPV160M 160W 5BB แรงดัน เงื่อนไขการทำงานของถังหมักปุ๋ย คือการเติมอากาศ เปิดวงจร (Voc) 22.90 โวลต์ กำลัง และหมุนแกนเหล็กโดยใช้มอเตอร์ในการขับ ครั้งละ 1 แรงดันไฟฟ้สูงสุด (Vmp) 19.33 โวลต์ กระแสลัดวงจร นาที จำนวน 10 ครั้งตอ่ วนั เรม่ิ ทำงานตงั้ แต่ 09.00 น.- (Isc) 8.87 แอมป์ กำลงั กระแสสงู สดุ (Imp) 8.28 แอปม์ 18.00 น. ห่างกันครั้งละ 60 นาที เป็นช่วงเวลาที่ผู้วิจัย 2) เคร่อื งควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้า (Charge กำหนดขึ้น เพื่อให้เครื่องทำงานตัดเศษวัสดุ และ Controller) เลือกใชข้ นาด 20 A คลกุ เคลา้ กบั อากาศ เพือ่ ให้จลุ ินทรีย์เติมโตได้ดี และการ 3) แบตเตอร่ี (Battery) ขนาดกระแส/ชั่วโมง กำหนดช่วงเวลาจะเป็นการควบคุมการใช้พลังงานจาก ของแบตเตอรสี่ ามารถคำนวณได้จาก แบตเตอรี่ให้การใช้งานทันต่อการชาร์จประจุของ Ah = {ค่าพลังงานรวม}/ [แรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่ X 0.6 แบตเตอร่ี (% การใช้งานกระแสไฟฟ้าที่อยู่ในแบตเตอรี่) X 0.85 พิจารณาภาระทางไฟฟ้า เลือกใช้ชุดแปลง (ประสทิ ธิภาพของ Inverter)] แรงดันไฟฟ้า (Inverter) ขนาด 500 วัตต์ เนื่องจาก = {500 W X 0.66 ชั่วโมง} / [12 โวลต์ X 0.6 X 0.85] ภาระทางไฟฟ้าทใ่ี ชง้ าน คือ 1) มอเตอรข์ นาด 220 โวลต์ = 53.92 Ah 86 วัตต์ และ 2) ปม๊ั เติมอากาศ 220 โวลต์ 80 วัตต์ เปน็ เพื่อใช้ในการเก็บพลังงานสำรอง เพิ่มขนาดกระแส/ ภาระทางไฟฟ้ากระแสสลับ กำลังไฟฟ้ารวม 166 วัตต์ ชั่วโมง เพิ่งขึ้นเป็น 2 เท่า ผู้วิจัยเลือกใช้ขนาด 12 โวลต์ เมื่อต่อใช้งานกับชุดแปลงแรงดันไฟฟ้า ต้องเผื่อขนาด 100 Ah กำลังไฟฟ้า ให้มากกว่าที่ใช้งานจำนวน 2 เท่า ได้กำลัง 4) ชุดแปลงแรงดันไฟฟ้า (Inverter) วัตต์ประมาณ 332 วัตต์ จึงเลือกใช้ ชุดแปลง พิจารณาภาระทางไฟฟ้า เลือกใช้ขนาด 500 วัตต์ ซึ่งใช้ แรงดนั ไฟฟ้า ขนาด 500 วตั ต์ กับแบตเตอรขี่ นาด 12 โวลต์ การคำนวณภาระทางไฟฟ้า ระยะเวลาการชาร์จ 5) เครื่องตั้งเวลาเปิดและเปิดการทำงานของ พลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 5 ชั่วโมง โดยเริ่มจากเวลา มอเตอรแ์ ละป๊ัมเติมอากาศ 09.00 น. - 14.00 น. ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วยเวลาที่ จากรูปที่ 1 ประกอบด้วย ฝาเปิดเพื่อนำขยะ/วัสดุเข้า และออก (1) แกนหมุนใบพัดกวนผสมพร้อมกับเอ็นตัด เศษขยะอินทรีย์ (2), มอเตอร์ (3), แท่นยึดมอเตอร์ (4), วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 67 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

กล่องวางปั๊มเติมอากาศและแบตเตอรี่ (5), เครื่องตั้ง โดยออกแบบให้การชาร์จแบตเตอรี่จากแผงพลังงาน เวลาเปิดและเปิดการทำงานของมอเตอร์และปั๊มเติม แสงอาทิตย์ สามารถทำงานได้เองตามเวลาท่ีตัง้ ขึ้น อากาศ (6), ขาตั้งเครื่องพร้อมล้อ (7) และแผงเซลล์ แสงอาทติ ย์ (8) รูปท่ี 2 ถงั หมกั ปุ๋ย รูปที่ 1 โครงสรา้ งถงั หมักปยุ๋ 3. ผลการดำเนนิ งาน หน้าที่ของส่วนประกอบถังหมัก ฝาเปิดเพื่อนำขยะ/วัสดุ ผลการดำเนินงานการทำงานอธิบายการทดสอบ เข้าและออก (1) โดยมีหน้าที่เป็นช่องนำขยะอินทรีย์ และเศษวัสดุเข้า และนำปุ๋ยหมักออก ทั้งยังป้องกันการ แบง่ เปน็ 3 ส่วน คอื 1) ทดสอบการชารจ์ กระแสจากแผง ฟุ้งกระจายของขยะอินทรีย์ และเศษวัสดุ โดยขณะท่ี เซลล์แสงอาทิตย์ 2) การทดสอบการใช้กระแส และ 3) เคร่อื งทำงานใบพัดและเอน็ ตดั เศษขยะ (2) สามารถกวน ทดสอบการทำงานของถงั หมักปยุ๋ ส่วนผสม และตัดวัสดุต่าง ๆ ซึ่งขับเคลื่อนการทำงาน โดยมอเตอร์ (3) ขนาด 86วัตต์ สามารถหมุนใบพัด 1) ทดสอบการชาร์จกระแสจากแผงเซลล์ พร้อมเอ็นตัดเศษขยะอินทรีย์ได้ 1450 รอบ/นาที วาง แสงอาทิตย์ ผลการทดสอบวัดค่าเฉลี่ยผลการวัดทาง บนแท่นยึดมอเตอร์ (4) ซึ่งจะลดการสะเทือนขณะ ไฟฟ้า ในแต่ละวันที่มีแสงจากดวงอาทิตย์ จะชาร์จ 1 ทำงาน และภายในกล่อง (5) มีปั๊มเติมอากาศ ขนาด 80 ชั่วโมง ได้กระแสเฉลี่ย เท่ากับ 3.68 แอมป์ คิดเป็น วัตต์ และ แบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ 100 แอมแปร์ กระแสทช่ี าร์จไดว้ นั ละ เท่ากับ 18.40 แอมป์ ชั่วโมง ทำงานตามเครื่องตั้งเวลาเปิดและเปิดการทำงาน ของมอเตอร์และปั๊มเติมอากาศ (6) ตัวเครื่องมีขาตั้ง 2) การทดสอบการใช้กระแส แบตเตอรี่เป็น เครอื่ งพรอ้ มล้อ (7) และมลี กั ษณะเฉพาะ คอื ใช้พลงั งาน อุปกรณ์สำหรับจัดเก็บไฟฟ้า สามารถประจุไฟฟ้าเข้าไป จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (8) ขนาด 12 โวลต์ 160 วัตต์ ใหม่ (recharge) ได้หลายครั้งและประสิทธิภาพจะไม่ เต็ม 100% จะอยู่ที่ประมาณ 80% เพราะมีการสูญเสยี พลังงานบางส่วนไปในรูปความร้อนและปฏิกิริยาเคมี จากการประจุหรือจา่ ยประจุ ตารางที่ 1 ผลการบันทึกค่ากระแสและแรงดัน ขณะที่ถังหมักปุ๋ยทำงาน สรุปได้ว่าแบตเตอรี่จ่าย กระแสไฟฟ้าไม่เกิน 70-80 % ของ Capacity เช่น 68 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

แบตเตอรี่ 12 โวลต์ ควรมี Cut-Off Discharge Voltage หรือข้ีเล่อื ย 4 ส่วน ข้อจำกดั ของถังหมกั ปุย๋ น้ี สามารถใส่ ประมาณ 10.2 โวลต์ ค่ากระแส และแรงดัน ขณะที่ถัง เศษอาหารได้ไม่เกิน 2 กิโลกรัม หมักตามกระบวนการ หมักปุ๋ยทำงานจำนวน 10 ครั้งต่อวัน ขนาดแรงดันท่ี ดังรปู ท่ี 2 ลดลงตามจำนวนการใช้งาน ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 ผลการบันทกึ ค่ากระแสและแรงดนั ขณะที่ เศษอาหาร ถังหมกั ปุ๋ย ปุ๋ย ถงั หมกั ปุย๋ ทำงาน รูปที่ 3 กระบวนการทำงานของถังหมักปยุ๋ ครง้ั ท่ี ขนาดแรงดัน (V) 1 12.92 รูปที่ 4 เศษอาหารและเศษวสั ดุ 2 12.89 3 12.81 4 12.80 5 12.78 6 12.76 7 12.72 8 12.48 9 12.47 10 12.40 คา่ แรงดนั ใชง้ านเฉล่ียต่อวนั 0.52 *แรงดนั แบตเตอร่ีเร่มิ ตน้ ท่ี 12.92 โวลต์ จากตารางที่ 1 เนื่องจากแรงดันเริ่มต้นท่ีทำการ รปู ที่ 5 ปุ๋ยทไ่ี ดจ้ ากการหมกั จากถังหมักปยุ๋ โดยใช้ ทดสอบวัดได้ เท่ากับ 12.92 โวลต์ และเมื่อทำการ พลังงานแสงอาทติ ย์ ภายใน 24 ชวั่ โมง ทดสอบการทำงาน จำนวน 10 ครั้ง ทำให้มีแรงดันครั้ง ล่าสุด เท่ากับ 12.40 โวลต์ สรุปได้ว่าในแต่ละวันจะใช้ 4. การนำไปใช้ แรงดันจากแบตเตอรี่ลดลงไปประมาณ 0.52 โวลต์ ติดตั้งและใช้งาน ณ ศูนย์เรียนรู้เกษตรชุมชน เนื่องจากแบตเตอรี่ประเภทชาร์จได้ทุกชนิด ไม่สามารถ ใช้งานแบตเตอรี่จนแบตเตอรี่มีแรงดันไฟต่ำกว่าจุดใช้ บ้านเวียงลอ ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา โดย งาน (cut off Voltage) สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้ในการ ผู้วิจัยได้รับมอบหมายจากคณะวิศวรรมศาสตร์ให้ ทดสอบขนาด 12 โวลต์ จะมีแรงดันไฟต่ำกว่าจุดใช้งาน เดินทางไปปฏิบัติงานเพื่อเป็นตัวกลางการถ่ายทอด ประมาณ 10.2 โวลต์ เมื่อแรงดันแบตเตอรี่จากการใช้ เทคโนโลยี นวัตกรรมและภูมิปัญญาชาวบ้านผสมผสาน งานถังหมักปุ๋ยลดลงวันละ 0.52 โวลต์ ทำให้สามารถใช้ งานถังหมักสร้างปุ๋ยโดยที่ไม่ทำการชาร์จแบตเตอรี่ได้ จำนวน 4 วัน 3) ทดสอบการทำงานของถังหมักปุ๋ย ผล การทดสอบโดยการนำเศษอาหารที่เหลือทิ้งภายใน ครัวเรือน ร้านค้า นำไปใส่ไว้ในถังหมัก สูตรการใส่เศษ วัสดุ คือ เศษอาหาร 1 ส่วน มูลสัตว์ 0.5 ส่วน แกลบ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 69 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

ให้แก่ชุมชน และสร้างวิทยากรประจำศูนย์เรียนรู้เกษตร ชุมชนบ้านเวียงลอ ที่จะเป็นทั้งผู้รับการถ่ายทอด เทคโนโลยีและผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อชุมชน และ ท้องถิ่นนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เข้าร่วมรับฟังการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีของถังหมักปุ๋ย จากการใช้งาน สามารถเร่งการย่อยสลายได้ปุ๋ยภายใน 24 ชั่วโมง เม่ือ ชุมชนใช้งานถังหมักปุ๋ยในระยะเวลา 3 เดือน ผู้วิจัยได้ เข้าไปติดตามผลการใช้งานพบว่า ปุ๋ยที่ได้ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง สามารถนำไปเป็นปุ๋ยให้พืช จากการทดลอง ใช้ปุ๋ยพืชสามารถเจริญเติบโตได้ เมื่อมีการเติมเศษ อาหารในถังหมักปุ๋ยทุกวัน จะได้ปุ๋ยทุกวันจนเหลือใช้ งานผู้นำไปใช้ประโยชน์จะทำการกองปุ๋ยรวมกันไว้ในท่ี อากาศถา่ ยเทเพือ่ เกบ็ ไวใ้ ช้งานต่อไป รปู ที่ 6 การสาธกิ ารใชง้ านถงั หมักปยุ๋ รปู ท่ี 7 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีนวตั กรรมและ ภูมิปัญญาชาวบา้ นผสมผสานใหแ้ ก่ชมุ ชนและสรา้ ง 70 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship วิทยากรประจำศูนย์เรยี นร้เู กษตรชมุ ชนบ้านเวียงลอ Vol. 7 No. 1 January - June 2023 5. อภิปรายผล ถังหมักปุ๋ยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดระยะเวลาใน การกำจัดขยะอินทรียในพื้นที่จำกัด จากวิธีการเดิมใช้ เวลาในการหมักเพื่อให้เศษอาหารวัสดุย่อยสลายโดย กระบวนการธรรมชาติใช้เวลาประมาณ 1 เดือน แต่ถัง หมักปุ๋ยนี้ใช้หลักการหมักแบบธรรมชาติในแบบเดียวกนั แต่เติมอากาศภายในถังให้หมุนเวียน โดยใช้ปั๊มเติม อากาศ และใช้มอเตอร์ในการหมุนแกน เหล็กที่มแี ขนใน การกวนและตัดเศษวัสดุ ให้คลุกเคล้ากับอากาศ เพื่อให้ จุลนิ ทรีย์เตบิ โตได้ดเี ร่งการย่อยสลาย ทำใหไ้ ดป้ ุ๋ยในเวลา 24 ชั่วโมง โดยพลังงานที่ใช้ในการขับมอเตอร์และป๊ม เติมอากาศ ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เนื่องจากถังหมัก ปุ๋ย ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ เป็นการใช้พลังงาน ทางเลือกซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้งาน หรือเพื่อ ประหยดั พลงั งาน และประหยดั เงิน เหมาะกบั ครวั เรอื น ร้านค้า การทำงานของถังหมักปุ๋ยต้องสัมพันธ์กับ ปรมิ าณท่ีไดจ้ ากแผงพลงั งานแสงอาทติ ย์ และแบตเตอรี่

6. กิตกรรมประกาศ ชาลสิ า เมธานภุ าพ. 2562. เปลีย่ นขยะอาหารให้เป็น คณะผู้วิจัยขอขอบคุณ คุณชนม์นิดา ไข่ทา ปุ๋ย เลือก 3 ถังหมักจัดการปัญหาหมักหมม ประจำบ้าน. [ออนไลน์] ได้จาก: หัวหน้าศูนย์เรียนรู้เกษตรชุมชนบ้านเวียงลอ ตำบลลอ https://www.greenery.org/articles/com อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ที่ให้ความอนุเคราะห์พื้นที่ใน posting-bins/ การทำวจิ ยั วรพจน์ เฉลิมกลิ่น. 2564. “การประยกุ ต์ใช้ระบบกอง 7. บรรณานกุ รม เติมอากาศเพื่อการผลิตปุ๋ยหมักจากเศษพืช กลุ ยา สารชิ ีวิน. 2561. “การทำปุ๋ยหมักจากของเสีย ภายในมหาวทิ ยาลยั มหิดล ศาลายา.” อินทรีย์โดยใช้ถังเติมอากาศ” วารสาร วิศวกรรมศาสตร์ ราชมงคลธัญบุรี.ปีที่ 16 ฉบับท่ี 2, 25-33. วารสารก้าวทันโลกวิทยาศาสตร์. ปีที่ 21 ฉบับท่ี 2, 84-97. Powertool. 2021. มอเตอร์และหลักการทำงาน ข อ ง ม อ เ ต อ ร์ . [ อ อ น ไ ล น ์ ] ไ ด ้ จ า ก : https://powertool.today/มอเตอร์ไฟฟ้า- คอื อะไร-และ/ ซันเนอรย์ เ่ี ทค. 2562. การประยกุ ตก์ ารใช้พลังงาน แ ส ง อ า ท ิ ต ย์ . [ อ อ น ไ ล น ์ ] ไ ด ้ จ า ก : https://www.sunnergytech.com/articl e/101/การประยุกต์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์- 2 FERN2. 2021. การคำนวณแบตเตอรใ่ี นระบบโซล่า เ ซ ล ล์ . [ อ อ น ไ ล น ์ ] ไ ด ้ จ า ก : https: / / thaia. net/ 2 0 2 1 / 0 8 / 1 0 / ก า ร คำนวณแบตเตอรี่ในระบ/ KACHA. 2021. อินเวอร์เตอร.์ [ออนไลน]์ ได้จาก: https://www.kachathailand.com/articl es/อินเวอรเ์ ตอร์-คอื อะไร-ม/ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 71 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

72 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

การศึกษาปจจัยสว นผสมของอฐิ มอญที่มสี ว นผสมของเปลือกหอยแครงเผา และถานไมเพอื่ การปรบั ปรงุ กระบวนการเล้ียงกงุ กา มกราม The study of mixed factors of brick with Ingredient of cockle burned and charcoal for giant freshwater prawn process ธรรมมา เจียรธราวานชิ 1* Thamma Jairtalawanich1* 1 ผชู ว ยศาสตราจารย ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลกรุงเทพ 1Assistant Professor, Department of Civil Engineering, Faculty of Engineering, Rajamangala University of Technology Krungthep Email: [email protected], เบอรโ ทรศัพท 02 287 9600 รับบทความ; 22 พฤษภาคม 2566; แกไขบทความ 26 มิถุนายน 2566 ; ตอบรบั บทความ 29 มถิ ุนายน 2566 บทคัดยอ การศึกษาปจจัยสวนผสมของอิฐมอญที่มีสวนผสมของเปลือกหอยแครงเผาและถานไมเพื่อการปรับปรุง กระบวนการเลี้ยงกุงกามกราม ภายใตโครงการแผนบูรณาการเรื่อง การบริหารจัดการขยะโดยชุมชนมีสวนรวมในการ สรางมูลคาเพ่ิมใหก ับวสั ดุเหลือใชสูผลิตภัณฑใหมทีเ่ ปนมิตรกับสิ่งแวดลอมเพือ่ พฒั นาชุมชนครัง้ นี้ มีวัตถุประสงคห ลักเพือ่ สรางมูลคาเพิ่มใหก ับวัสดุเหลือใชสูผลิตภัณฑใหมที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมเพื่อพัฒนาชมุ ชน และเพื่อเพิ่มมลู คาใหก ับวัสดุ เหลือใชหรือขยะเหลือทิ้งในชุมชนสูผลิตภัณฑใหมที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมและชวยพัฒนาชุมชนได โดยในงานวิจัยนี้มี ขอบเขตการศกึ ษา คือ การนำวสั ดเุ หลอื ใชห รือขยะเหลือท้งิ มาพฒั นาเปน สวนผสมในอฐิ มอญโดยใชถ า นไมแ ละเปลอื กหอย เพื่อทดสอบเพาะเลี้ยงกุงกามกราม ภายในชุมชนลาดหญา และ ชุมชนหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เทาน้ัน ในการสรางผลติ ภัณฑตนแบบอิฐมอญจากเศษขยะเหลอื ใช โดยการออกแบบการทดลองสัดสวนผสมของเปลอื กหอยแครง และเศษถา นไมใ สในอฐิ มอญตวั อยา งท้ัง 10 สตู รทแ่ี ตกตา งกนั ออกไป และทดสอบพิจารณาจากคณุ สมบตั ทิ างกายภาพและ คุณสมบัติทางกล พบวาอิฐมอญที่มีสัดสวนเปลือกหอยแครงและเศษถานไมที่เหมาะสมที่สุด คือ สูตรที่มีสัดสวนเปลือก หอยแครงรอยละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษถานไมรอยละ 5 (22.5 กรัม) และไดนำไปสรางบอทดสอบเลี้ยงกุงกามกราม เพ่ือศึกษาประสิทธิภาพของอิฐมอญในการเลี้ยงกุงกามกราม โดยการออกแบบบอทดสอบขนาดความกวาง 1 เมตร ความ ยาว 2 เมตร สูง 1 เมตร เปรียบเทียบกับอิฐมอญทั่วไป และรูปแบบการกอสรางแบบฉาบปูนและไมฉาบปูน ซี่งผลสรุป การศึกษาประสิทธิภาพของอิฐมอญตนแบบสามารถสรุปไดวา คา pH ของบออิฐมอญตนแบบใหคา pH อยูในชวงท่ี เหมาะสมตอการเลี้ยงกุงกามกรามมากที่สุด ซึ่งมีคาเฉลี่ยอยูที่ 7.87 คาที่เหมาะสมอยูระหวางคา 7.5 – 8.5 จากการ ทดสอบสมมติฐานความแปรปรวน พบวาประเภทของบอเพาะเลี้ยงและระยะเวลาในการวัดอัตราการเจริญเติบโตของกุง กามกรามของบอเพาะเลี้ยงดวยคาความยาวของลำตัว ใหคา P-value นอยกวานัยสำคัญที่ 0.05 จึงสรุปไดวาทั้งประเภท ของบอ เพาะเลยี้ งทงั้ 4 แบบและระยะเวลาเพาะเลยี้ งท่แี ตกตางกันมผี ลตออตั ราการเจรญิ เตบิ โตของกงุ กา มกรามทแี่ ตกตา ง กัน ท่ีระดับความเชื่อมั่นรอยละ 95 และเมื่อพิจารณาที่ความยาวเฉลี่ยของลำตัวกุงกามกรามของบออิฐมอญตนแบบไม ฉาบปูนใหคาดีที่สุด และบออิฐมอญฉาบปูนใหคาดีรองลงมา โดยมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยรอยละ 28.23 และ 21.96 ตามลำดบั นัน่ หมายความวา อิฐตน แบบทดสอบที่ทำมาจากการผสมสัดสวนเปลือกหอยแครงรอ ยละ 10 (45 กรัม) สัดสวน วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 73 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

เศษถานไมรอยละ 5 (22.5 กรัม) ใหประสิทธิภาพที่ดีตอการเพาะเลี้ยงกุงกามกรามสูงกวาอิฐมอญทั่วไปอยูถึงรอยละ 83.79 คำสำคญั : อิฐมอญ เปลือกหอยแครงเผา ถา นไม กุงกา มกราม ABSTARCT The study aimed to mixed factors of brick with Ingredient of cockle burned and charcoal for giant freshwater prawn process. This research was conducted under the community-based waste management project that involved community participation in creating value-added from waste materials to produce environmentally friendly products for community development. The main objectives were to generate value-added from waste materials and discarded waste in the community to develop new environmentally friendly products and to contribute to the development of the community. The scope of the study focused on utilizing waste materials or discarded waste to develop a composite component in bricks using cockle burned and charcoal. The study was conducted in two communities, namely Lad Ya and Nong Bua, in Mueang District, Kanchanaburi Province. In creating prototype products of bricks from waste materials, 10 different formulas were designed and tested by incorporating different proportions of cockle burned and charcoal into the bricks. The physical and mechanical properties were evaluated, and it was found that the most suitable proportion of clamshell and charcoal was 10% cockle burned (45 grams) and 5% charcoal (22.5 grams). The study further utilized the optimized bricks to construct a test pond for giant freshwater prawn to investigate their efficiency compared to standard bricks and different construction techniques (with or without plastering). The test pond had dimensions of 1 meter width, 2 meters length, and 1 meter height. The study concluded that the pH value of the prototype brick pond was within the suitable range for giant freshwater prawn, with an average pH value of 7.87. The ideal pH range for giant freshwater prawn is between 7.5 and 8.5. Based on the hypothesis testing, the study found that the pond type and the duration of measuring the growth rate of giant freshwater prawn had a significant effect, as indicated by a P-value less than the significant level of 0.05. Therefore, it can be concluded that both the pond type and the duration of rearing significantly affected the growth rate of giant freshwater prawn at a confidence level of 95%. When considering the average body length of giant freshwater prawn, the unpainted prototype brick pond showed the best results, followed by the plastered brick pond. The growth rates were 28.23% and 21.96%, respectively. In summary, the tested prototype bricks made from a mixture of 10% cockle burned (45 grams) and 5% charcoal (22.5 grams) exhibited superior performance in giant freshwater prawn compared to standard bricks. These findings demonstrate that the optimized bricks can achieve an 83.79% higher efficiency. Keywords: Brick, Cockle Burned, Charcoal, Giant Freshwater Prawn 74 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

1. บทนำ คอนกรีตบลอ็ กทั่วไป การวิจัยน้ีเปนการศึกษาสว นผสมทีม่ ี ดว ยปรมิ าณขยะทเี่ พมิ่ ขึ้นอยางรวดเร็วทุกวัน ทำให อัตราสวนน้ำตอปูนซีเมนตระหวาง 0.25 - 0.45 และ อัตราสวนวัสดุผสมตอ ปูนซีเมนตร ะหวาง 6.0 – 12.0 มวล กำลังความสามารถในการยอยขยายขยะหรือจัดการขยะมี รวมที่ใชเปน หินปูนที่มีขนาดเดี่ยวโดยมีขนาด 3/8 นิ้ว (10 ไมเพียงพอ เกิดเปนปญหาขยะลนเมือง ทำใหเกิดกรณี มิลลิเมตร) จากผลการวิจัยพบวาเมื่อพิจารณาจาก พิพาทเกี่ยวกับพื้นที่ในการฝงกลบขยะขึ้นบอยครั้ง หรือ คุณสมบัติดา นกําลังอัดหนวยน้ำหนักและราคาของ แมกระทั่งการจัดการที่ไมถูกตองตามหลักวิชาการอาจ คอนกรีตบล็อกพรุนสว นผสมที่เหมาะสําหรับนํามาผลิตเป สงผลกระทบอนั ใหญหลวงตามมา เชน กรณีไฟไหมบอขยะ นคอนกรีตบล็อกพรุนไดแ ก สวนผสมที่มีอัตราสวนปูนซี แพรกษา บริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัด เมนต : มวลรวมเทากับ 1 : 9.33 โดยน้ำหนัก (1 : 11 สมุทรปราการ สงผลใหเกิดผลกระทบทางดานมลพิษทาง โดยปรมิ าตร) อากาศเปนระยะเวลายาวนานและอาจสงผลกระทบตอ ระบบน้ำบาดาลจากการใชน้ำเพื่อเขาดับไฟ การเก็บกอง ธรรมมา เจียรธราวานิช และ สุวิมล เจียรธราวานิช ขยะอาจมีวัตถุมีพิษบางสวนที่เกิดจากการยอยสลายของ (2560) จากงานวิจัยเรื่อง การศึกษาคอนกรีตผสม ขยะอินทรียรวมกับขยะอันตราย ทำใหเกิดน้ำชะขยะและ ปูนซีเมนตเปลือกหอยแครง พบวา งานวิจัยนี้ไดนํา ปะปนเขาสวนแหลงน้ำธรรมชาติอยางเชนน้ำบาดาลได ปูนซีเมนตเปลือกหอยแครงซึ่งเปนเปลือกหอยแครงที่เปน ดังนั้นปญหามูลฝอย จึงเปนปญหาเรงดวนที่ทุกๆ ขยะนํากลับมาใชใหมกลับมาใชประโยชนในงานวัสดุ หนวยงานไมวาภาครัฐภาคเอกชนรวมทั้งภาคประชาชน กอสราง โดยผสมทดแทนปริมาณซีเมนตในการผสม ตองมีสวนรวมในการจัดการปญหาขยะมูลฝอยอยางเปน คอนกรีต การศึกษาไดแบงออกเปน 2 กรณีคือ ทดสอบ ระบบเพอ่ื ใหเกิดประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลสูงสุดในการ แรงอัด โดยใชมาตรฐาน ASTM C109 และทดสอบหา จดั การปญหาขยะมลู ฝอย ความชื้นโดยใชมาตรฐาน ASTM C127 โดยเปรียบเทียบ คาระหวางคอนกรีตธรรมดาทั่วไปกับคอนกรีตที่ทดแทน ณัฏวรินท ธุวะคำ และ วัชรี ฟนเฟอนหา (2562) ปูนซีเมนตดวยปูนซีเมนตเปลือกหอยแครง จากผลการวัด จากงานวิจัยเรื่อง การถายทอดผลงานวิจัย: การจัดการ คารอยละการดูดซึมน้ำของคอนกรีตพบวาคอนกรีตผสม เศษเหลือทางการเกษตรจากผลผลิตลำไยของชมุ ชน ตำบล ปูนซีเมนตเปลือกหอยแครงรอยละ 5 มีคาการดูดซึมนอย ขวงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม พบวา มี ที่สุดอยูที่รอยละ 7.14 ปริมาณสวนผสมของปูนซีเมนต วัตถุประสงคเพื่อถายทอดความรูที่เกิดจากงานวิจัยสู เปลือกหอยแครงมีคาแปรผกผันกับการดูดซึมน้ำของ เกษตรกรในรูปแบบการจัดอบรม เชิงปฏิบัติการ โดยการ คอนกรีต คอนกรีตทั่วไปมีคาการดูดซึมน้ำรอยละ 10.52 นำผลผลิตลำไยมาผลิตน้ำหมักชีวภาพซึ่งสามารถผลิตได จากการทดสอบกำลังแรงอัดของคอนกรีตทั่วไปและ งายและเปนวัสดุจากธรรมชาติเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ซ่ึง คอนกรีตผสมปูนซีเมนตเปลือกหอยแครงในอัตราสวนรอย เปนการเสริมสรางความเขมแข็งใหชุมชนอยางยั่งยืนและ ละ 5,10,15 ของปูนซีเมนตตามลำดับ เมื่อปูนซีเมนตถูก สนับสนุนใหเกิดการเรียนรู การพึ่งพาตนเอง ซึ่งจาก แทนดวยปูนซีเมนตเปลือกหอยแครงทั้ง 12 ตัวอยาง งานวิจัยดังกลาว ทำใหเกษตรกรสามารถพัฒนาผลผลิตได พบวาคอนกรีตผสมปูนซีเมนตเปลือกหอยแครงใน เพิ่มมากขึน้ จากความรูที่ไดรับจากงานวิจัยเปนการตอยอด อัตราสวนรอยละ 10 มีคาเฉลี่ยของกำลังอัด 19.60 นิว ผลผลิตตอไป ตัน/ตารางมิลลิเมตร โดยคาแรงอัดที่ใกลเคียงกับคอนกรีต มาตรฐานทวั่ ไป สนธยา ทองอรุณศรี และคณะ (2554) จาก งานวิจัยเร่ือง การพฒั นาคอนกรตี บลอ็ กพรุนสําหรบั อาคาร โดยการศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑที่เกิดจากการนำ ประหยัดพลังงาน พบวา นําคอนกรีตเบาชนิดไรทรายมา วัสดุเหลือใชและขยะเหลือทิ้งมาใชใหเกิดประโยชน จาก ผลิตเปนคอนกรีตบล็อกพรุนซึ่งมนี ้ำหนักนอยกวาคอนกรตี สถานการณที่เปนอยูภายในชุมชน โดยมีเศษขยะที่มี บลอ็ กทวั่ ไป มีคาการนําความรอนต่ำเพอื่ ชว ยลดความรอ น ปริมาณมากในชุมชนประเภทหนึ่งคือ เศษถานไม ซึ่งเมื่อ จากภายนอกที่เขา สูตัวอาคารและมีราคาใกลเ คียงกับ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 75 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

ผูวิจัยพิจารณาคุณสมบัติที่โดดเดนและสามารถนำมาใชให 2.1 การเตรียมวัตถุดิบจากเศษขยะเหลือใช เปนประโยชนกับชุมชนไดมากที่สุด คือ นำเศษถานไมและ เปลอื กหอยแครงเผาและเศษถาน เปลือกหอย มาใชเปนสวนผสมของอิฐมอญ เพราะจาก การศึกษาคุณสมบัติของถานไมจะชวยดูดซับกลิ่น ดูดซับ 2.2 ออกแบบการทดลองเพื่อหาอัตราสวนผสม ความรอ นและระบายอากาศไดดี สว นเปลือกหอยเผา จะมี ของวัตถดุ บิ ในอิฐมอญท่เี หมาะสมท่สี ุด คุณสมบัติในการชวยปรับคาความเปนกรด – เบส ของน้ำ และนำอิฐมอญมาทดสอบสรางบอสำหรับเลี้ยงกุง 2.3 สรา งอฐิ มอญตน แบบเพือ่ ทดสอบ กามกรามในชุมชน ศึกษาดูผลตอการเจริญเติบโตของกุง 2.4 ทดสอบคุณภาพเพื่อเลือกอัตราสวนผสมท่ี กามกราม เพื่อเปนการสรางมูลคาใหกับขยะเหลือทิ้งให เปน ประโยชนก บั เกษตรกรในชุมชนได เหมาะสมที่สุด ดวยการทดสอบคุณสมบัติ ทางกายภาพและคุณสมบัติทางกลตาม โดยมีวัตถุประสงคเพื่อสรางมูลคาเพิ่มใหกับวัสดุ มาตรฐาน ASTM (American Society for เหลือใชสูผลิตภัณฑใหมที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมเพ่ือ Testing and Materials) และ มอก. 77- พัฒนาชุมชน และเพื่อเพิ่มมูลคาใหกับวัสดุเหลือใชหรือ 2545 ขยะเหลือทิ้งในชุมชนสูผลิตภัณฑใหมที่เปนมิตรกับ 2.5 นำอิฐทดสอบเลี้ยงกุงกามกราม เพื่อ สงิ่ แวดลอมและชว ยพัฒนาชมุ ชนได เปรยี บเทยี บกบั อฐิ มอญทว่ั ไป อิฐผลิตภัณฑตนแบบ เปนการเพิ่มสวนผสมของ ซึ่งขอบเขตการศึกษาดานพื้นที่ การศึกษาครั้งน้ี เปลือกหอยแครงเผาและเศษถานไมลงในอิฐมอญ โดย ทำการศึกษาในชุมชนลาดหญา และ ชุมชนหนองบัว เปลือกหอยแครงเผามีแคลเซียมคารบอเนตซึ่งสามารถทำ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีสวนรวมและการ หนาที่เปนสารยึดเกาะและเพิ่มความแข็งแรงของอิฐ ยอมรับของสังคมในชมุ ชน และขอบเขตดานปจจัยที่ศกึ ษา ในทางกลบั กัน เศษถา นไมสามารถชว ยลดปรมิ าณน้ำทตี่ อ ง คือ การนำวัสดุเหลือใชหรือขยะเหลือทิ้งมาพัฒนาเปน ใชในกระบวนการผลิตอิฐ ซึ่งจะชวยปรับปรุงคุณภาพ สวนผสมในอิฐมอญโดยใชถานไมและเปลือกหอยเพ่ือ โดยรวมของอิฐ เมื่อเปลือกหอยแครงถูกเผา มันจะปลอย ทดสอบเพาะเลี้ยงกุงกามกราม ภายในชุมชนลาดหญา กาซคารบอนไดออกไซดและอื่นๆ กาซซึ่งสามารถสรางรู และ ชมุ ชนหนองบัว อำเภอเมอื ง จงั หวดั กาญจนบรุ ี เล็กๆ ในเปลือกหอยได รูพรนุ เหลา นี้สามารถทำหนาที่เปน วสั ดตุ วั เตมิ ซงึ่ ชวยลด ประโยชนที่ไดรับ คือ ไดผลิตภัณฑใหมที่เกิดจาก วัสดุเหลือใชหรือขยะเหลือทิ้งในชุมชน คือ อิฐมอญที่มี คุณสมบัติเหมาะสมกับการเลี้ยงกุงกามกราม ซึ่งเปน ประโยชนเ ชงิ พาณิชยใหก บั เกษตรกร 2. วธิ ีการดำเนนิ งาน ประชากรที่ใชในการศึกษาวิจัย ไดแก เกษตรกรผู เลี้ยงกุงกามกรามตัวอยางในชุมชนลาดหญา และชุมชน หนองบวั อำเภอเมอื ง จงั หวัดกาญจนบุรี การสรา งผลิตภณั ฑต น แบบ ประกอบดวยขั้นตอน 76 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

ตารางที่ 1 ออกแบบการทดลองท่ีอัตราสวนผสมของ ดังนั้น การตรวจสอบและรักษาระดับคา pH และ วัตถุดบิ ตา ง ๆ อุณหภูมิใหอยูในชวงที่เหมาะสมจึงเปนสิ่งสำคัญเพื่อให ตัวอยาง สัดสวนเปลือก สัดสวนเศษถาน แนใ จวา การเลี้ยงกุงมีสขุ ภาพดีและยั่งยนื หอย ไม 3. ผลการดำเนนิ งาน โดย โ ด ย โดย โ ด ย 3.1 การทดสอบอิฐมอญตน แบบ ร  อ ย น้ำหนัก ร  อ ย น้ำหนัก ละ (กรัม) ละ (กรัม) ดวยเครื่อง pH Meter เก็บคาอุณหภูมิของน้ำและ สตู รที่ 1 5 22.50 5 22.50 คา pH ดังภาพท่ี 1 และไดค า ดังตารางท่ี 2 สูตรที่ 2 5 22.50 10 45.00 ภาพท่ี 1 การวดั คา pH ของนำ้ สูตรที่ 3 5 22.50 15 67.50 ตารางท่ี 2 คา pH กบั อณุ หภูมนิ ำ้ ทแ่ี ชอ ฐิ มอญตัวอยาง สตู รที่ 4 5 22.50 20 90.00 ตวั อยาง คา pH สตู รที่ 5 5 22.50 25 112.50 คา ท่ีเหมาะสม 7.5 – 8.5 สตู รท่ี 6 10 45.00 5 22.50 สตู รที่ 1 7.05 สูตรท่ี 7 10 45.00 10 45.00 สูตรที่ 2 6.86 สูตรท่ี 3 6.73 สตู รท่ี 8 10 45.00 15 67.50 สตู รที่ 4 7.23 สตู รท่ี 5 6.77 สูตรที่ 9 10 45.00 20 90.00 สตู รท่ี 6* 7.87 สตู รที่ 10 10 45.00 25 112.50 สตู รท่ี 7 7.01 ปริมาณดินเหนียวที่ตองใชในการทำอิฐ ทำใหอิฐมีน้ำหนัก สูตรท่ี 8 7.00 เบาและทนทานขึ้น นอกจากนี้คุณสมบัติของคา pH และ อุณหภูมิเปนปจจัยสำคัญในการเลี้ยงกุง เนื่องจากมีผล สูตรท่ี 9 7.31 โดยตรงตอ การเจรญิ เตบิ โตและการอยูรอดของกุง ชวง pH สูตรท่ี 10 6.89 ท่เี หมาะสมที่สุดสำหรับการเล้ียงกุง อยรู ะหวาง 7.5 ถงึ 8.5 และชว งอุณหภมู ทิ เี่ หมาะสมคือระหวา ง 25°C ถึง 30°C ถา หากคา pH ต่ำเกินไป อาจทำใหกุงเครียดและถึงข้ัน เสียชีวิตได ในขณะที่คา pH สูงอาจทำใหแบคทีเรียที่เปน อันตรายตอการเติบโตได ในทางกลับกัน ถาอุณหภูมิต่ำ เกินไป จะทำใหกุงเจริญเติบโตและเมแทบอลิซึมของกุงได ชาลง และถาสูงเกินไปอาจทำใหออกซิเจนลดลงและทำให ระดับออกซเิ จนท่ลี ะลายในนำ้ ลดลง วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 77 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

สรุปผลจากตารางท่ี 2 การทดสอบคา pH ของน้ำ ถานไมนอยที่สุด โดยคุณสมบัติของเปลือกหอยจะชวยใน เมื่อเปรียบเทียบกับคาที่เหมาะสมในการเพราะเลี้ยงกุง การปรับสมดุลความเปนกรด-ดาง ซึ่งจะเพิ่มความเปนดาง กามกรามคือ คา pH ท่ี 7.5 – 8.5 พบวา สูตรท่ี 6 มคี า pH ใหมากขึ้น แสดงใหเห็นวาสวนผสมดังกลาวเหมาะสมที่สุด เทากับ 7.87 ซึ่งมีความเหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงกุง ในการทดลอง กามกราม จากผลการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพและ ซึ่งหากวิเคราะหในเชิงลึกจะพบวาสูตรที่ 6 มี คุณสมบัติทางกลของอิฐมอญตนแบบทั้ง 10 สูตร สูตรละ สวนผสมของเปลือกหอยรอยละ 10 และเศษถานไมรอย 3 ตัวอยาง ไดคาเฉลี่ยตาง ๆ เทียบกับคามาตรฐานหรือ ละ 5 ซึ่งเปนสูตรที่มีสัดสวนเปลือกหอยมากที่สุดและเศษ คา ท่ีเหมาะสม สรุปตามตารางที่ 3 ตารางที่ 3 สรปุ ผลการทดสอบคา เฉล่ยี คุณภาพของอิฐมอญตนแบบท้ัง 10 สตู ร สตู รละ 3 ตัวอยาง ตวั อยา ง รอ ยละสัดสว น คุณสมบตั ิทางกายภาพและคณุ สมบตั ิทางกล มาตรฐาน เ ป ล ื อ ก เ ศ ษ ความหนาแนน แรงอัด คา pH หอย ถานไม (g/mm³) (MPa.) 7.5-8.5 - - 0.0055 35 สูตรที่ 1 5 5  (0.0049)  (30)  (7.05)  (45)  (6.86) สูตรท่ี 2 5 10  (0.0049)  (20)  (6.73)  (10)  (7.23) สูตรท่ี 3 5 15  (0.0056)  (25)  (6.77)  (40)  (7.87) สตู รที่ 4 5 20  (0.0063) สตู รท่ี 5 5 25  (0.0049) สูตรที่ 6* 10 5  (0.0055) สตู รที่ 7 10 10  (0.0049)  (45)  (7.01) สูตรท่ี 8 10 15  (0.0064)  (45)  (7.00) สูตรที่ 9 10 20  (0.0058)  (35)  (7.31) สูตรที่ 10 10 25  (0.0051)  (45)  (6.89) จากการทดสอบอิฐมอญตัวอยางทั้ง 10 สูตร โดย โดยจะนำไปสรางบอทดสอบเลี้ยงกุงกามกรามเพื่อศึกษา พิจารณาจากคุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางกล ประสทิ ธภิ าพของอิฐมอญในการเลยี้ งกงุ กามกรามตอ ไป พบวาอิฐมอญที่มีสัดสวนเปลือกหอยแครงและเศษถานไม ที่เหมาะสมที่สุด คือ สูตรที่ 6 สัดสวนเปลือกหอยรอยละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษถานไมรอยละ 5 (22.5 กรัม) 78 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

ภาพที่ 2 การกอ อฐิ มอญบอ เพาะเลย้ี ง 3.2.2 การสรา งบอ ทดสอบ ผลิตอิฐมอญตนแบบเพื่อใชสรางบอเพาะเลี้ยงกุง 3.2 การสรางบอเพาะเลี้ยงเพื่อทดสอบประสิทธิภาพอิฐ กามกราม นำอิฐมอญทั่วไปสรางบอทดสอบแบบฉาบและ มอญตนแบบ ไมฉาบ และอิฐมอญตนแบบสรางบอทดสอบแบบฉาบและ ไมฉาบ เพอื่ เพาะเลย้ี งกุงกามกรามทั้ง 4 บอ ดังภาพที่ 2 จากการทดลองนำขยะมูลฝอยมาประยุกตใชเปน นำลูกกุงกามกรามขนาดเทา ๆ กันปลอยลงบอ สวนผสมของอิฐมอญตนแบบเพื่อนำมาเพาะเลี้ยงกุง ทดสอบทั้ง 4 บอ จำนวนบอละ 50 ตัว โดยทำการจด กามกราม ไดสัดสวนของการประยุกตใชคือ ใชสัดสวน บันทึกวันเวลา วดั ขนาดความยาวของลำตัวกงุ วัดอุณหภูมิ เปลือกหอยรอยละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษถานไมรอย น้ำ และคา pH กอนปลอยกุงลงบอ ดังภาพที่ 3 โดยจะทำ ละ 5 (22.5 กรัม) ผสมในการทำอฐิ มอญตนแบบเพ่ือนำมา การวัดคา pH และอุณหภูมิทุกสัปดาห ๆ ละ 1 ครั้ง เปน ทดลองเปนบอเลี้ยงกุงกามกราม ดูการเติบโตของกุง ระยะเวลา 3 เดือน และจะนำมาคำนวณอัตราการ กามกรามวาสามารถชวยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตไดดีขึน้ เจรญิ เตบิ โตเพอ่ื ดูประสทิ ธภิ าพของอฐิ มอญตน แบบ หรือไม ซ่งึ อฐิ มอญตน แบบทมี่ ีสวนผสมของเปลือกหอยและ เศษถานไม จะชวยในการรักษาสมดุลของคา pH ในน้ำ 3.2.1 การออกแบบการทดลองบอ เพาะเล้ยี ง และชวยในการระบายอากาศในบอเลี้ยงกุงกามกรามไดดี การออกแบบบอทดสอบขนาดความกวาง 1 เมตร จึงทำใหสภาพน้ำของการเพาะเลี้ยงมีความสมดุลคงที่ใน ความยาว 2 เมตร สูง 1 เมตร จำนวน 4 บอ ดงั นี้ แตละวนั 1. บอทส่ี รา งทีจ่ ากอิฐมอญทว่ั ไปฉาบปูน 2. บอทสี่ รางที่จากอฐิ มอญทว่ั ไปไมฉ าบปนู ภาพท่ี 3 นำกงุ กามกรามปลอ ยลงบอ ทดสอบ 3. บอ ทส่ี รางจากอิฐมอญตน แบบจากเศษขยะเหลอื ใชฉาบปูน 4. บอ ที่สรางจากอิฐมอญตน แบบจากเศษขยะเหลอื ใชไ มฉาบปูน วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 79 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

ตารางที่ 4 ความยาวเฉลี่ยของลำตัวกุงกามกรามของบอทดสอบเพาะเลี้ยงกุงกามกรามทั้ง 4 บอในระยะเวลา 12 สัปดาห (เซนตเิ มตร) สัปดาห 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 / บอ O1 7.17 7.27 7.34 7.38 7.47 7.65 7.61 7.73 7.83 7.94 8.03 8.09 O2 7.29 7.48 7.6 7.68 7.75 7.86 7.94 8.06 8.18 8.29 8.36 8.41 N1 7.15 7.33 7.49 7.65 7.79 7.92 8.04 8.17 8.32 8.47 8.63 8.72 N2 7.12 7.29 7.5 7.69 7.88 8.02 8.17 8.35 8.53 8.74 8.95 9.13 ความยาวเฉลย่ี ของลําตวั กงุ กา มกราม 9.5 O1 O2 N1 N2 9.13 ความยาวเฉล่ีย (cm.) 9 8.74 8.95 88..4279 8.5 77..87895 877...098226 887...109744 888...310576 8.53 8.63 8.72 8 7.47 7.65 7.61 7.73 88..3128 7.94 8.36 8.41 7.83 8.09 7.5 8.03 7 777...1212597 77..2349387 777...546394 77..66958 7.38 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 สัปดาห ภาพที่ 4 ความยาวเฉลี่ยของลำตวั กุงกามกรามของบอ ทดสอบเพาะเลี้ยงกงุ กามกรามทงั้ 4 บอ ในระยะเวลา 12 สปั ดาห 4. การนำไปใชประโยชน ของการเพาะเลี้ยงกุงกามกราม ซึ่งดูจากความยาวเฉลี่ยท่ี การประเมินผลลัพธการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึน เพิ่มขึ้นของตัวกุงทั้ง 50 ตัวในแตละบอเพาะเลี้ยง โดยการ เก็บขอมูลเปนเวลา 12 สปั ดาห ไดผ ลคา เฉลย่ี ดงั ตารางที่ 4 พบวาประสิทธิภาพอิฐมอญตนแบบจากเศษขยะเหลือใช และแสดงดังภาพท่ี 4 หลังจากที่นำลูกกุงกามกรามขนาดเทา ๆ กันปลอยลงบอ ทดสอบทั้ง 4 บอ การทดลองวัดคาอัตราการเจริญเติบโต การใหส ญั ลักษณแ ทนบอ ทดสอบทงั้ 4 บอ ดงั นี้ 80 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

1. บอที่สรางที่จากอิฐมอญทั่วไปฉาบปูน แทนดวย สมมติฐาน : ประเภทของบอเพาะเลี้ยงมีผลตออัตราการ O1 เจริญเติบโตของกุงกา มกรามแตกตางกนั หรอื ไม 2. บอที่สรางที่จากอิฐมอญทั่วไปไมฉาบปูนแทน สมมติฐาน H0 : µO1 = µO2 = µN1 = µN2 ดวย O2 H1 : µO1≠µO2 ≠µN1 ≠µN2 3. บอทส่ี รา งจากอิฐมอญตน แบบจากเศษขยะเหลอื อยา งนอย 1 คา ใชฉ าบปนู แทนดว ย N1 เม่อื µi = คาเฉลี่ยความยาวตัวกุง 4. บอท่ีสรา งจากอิฐมอญตน แบบจากเศษขยะเหลอื กา มกรามจากบอเลย้ี งประเภท i ใชไมฉ าบปนู แทนดว ย N2 โดย i = O1, O2, N1, N2 การตดั สินใจทรี่ ะดบั นัยสำคัญ α = 0.05 หลังจากนั้นทำการวิเคราะหความแตกตางของ สมมติฐาน : ระยะเวลาเพาะเลี้ยงมีผลตออัตราการ อัตราการเจริญเติบโตจากบอเลี้ยงทั้ง 4 แบบ วามีผลตอ อตั ราการเจริญเติบโตของกงุ กา มกรามที่แตกตา งกนั หรอื ไม เจรญิ เตบิ โตของกงุ กามกรามท่ีแตกตา งกันหรอื ไม โดยอัตราการเจริญเติบโตของการเพาะเลี้ยงกุงกามกราม สมมติฐาน H0 : µ1 = µ2 = µ3= µ4 = µ5 = … วัดจากความยาวที่เพ่ิมขึ้นของตัวกุง ทำการวิเคราะหความ แปรปรวนสองทาง Two Way Analysis of Variance = µ12 (Two Way ANOVA) โดยปจจัยแรกคือประเภทของบาอ H1 : µ1≠µ2 ≠µ3 ≠µ4≠µ5≠ … เพาะเลี้ยง และปจจัยที่สองคือชวงเวลาในการเพาะเลี้ยง วามีผลตออัตราการเจริญเติบโตของกุงกามกรามแตกตาง ≠µ12 อยางนอย 1 คา กนั หรือไม จึงตัง้ สมมตฐิ านหลักท่ปี ระเภทบอเพาะเล้ยี งทงั้ เม่ือ µi = ระยะเวลาในการเก็บขอมูล 4 แบบ ทร่ี ะดบั ความเช่อื ม่ันรอ ยละ 95 ไดดังนี้ จากกงุ กา มกราม โดย i = ระยะเวลาในการเก็บขอมูลราย สัปดาห การตดั สนิ ใจทร่ี ะดับนัยสำคัญ α = 0.05 ตารางที่ 5 การวิเคราะหความแปรปรวนอัตราการเจริญเติบโตกุงกามกรามของบอเพาะเลี้ยงทั้ง 4 แบบ ที่ระยะเวลาการ เกบ็ ขอ มูลแตกตา งกนั แหลง ขอมูล DF SS MS FP ประเภทบอ 3 1.5164 0.50546 20.39 0.000 ระยะเวลา 11 9.1605 0.83277 33.59 0.000 Error 33 0.8181 0.02479 Total 47 11.4950 ผลการทดสอบสมมติฐานอตั ราการเจรญิ เตบิ โตของ สรุปไดวาทั้งประเภทของบอเพาะเลี้ยงทั้ง 4 แบบและ บอเพาะเลี้ยงทั้ง 4 แบบ ไดผลดังตารางที่ 5 ซึ่งทั้ง ระยะเวลาเพาะเลี้ยงที่แตกตางกันมีผลตออัตราการ สมมติฐานดานประเภทของบอเพาะเลี้ยงและระยะเวลาใน เจริญเติบโตของกุงกามกรามที่แตกตางกัน ที่ระดับ การวัดอัตราการเจริญเติบโตของกุงกามกรามของบอ นยั สำคัญ 0.05 หรอื ท่ีระดบั ความเชอ่ื มน่ั รอยละ 95 เพาะเลี้ยงดว ยคาความยาวของลำตัว ใหคา P-value นอย กวานัยสำคัญที่ 0.05 จึงปฏิเสธสมมติฐานหลัก ดังนั้นจึง วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 81 ปีที ี่�่ 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

ตารางที่ 6 อัตราการเตบิ โตโดยเฉลย่ี ของกุง กามกราม มากท่สี ุด ซง่ึ มีคาเฉล่ยี อยทู ่ี 7.87 คาท่เี หมาะสมอยูระหวา ง บอ O1 บอ O2 บอ N1 บอ N2 คา 7.5 – 8.5 และหากพจิ ารณาท่ีความยาวเฉลีย่ ของลำตวั กุงกามกรามของบออิฐมอญตนแบบไมฉาบปูนใหคาดีที่สุด อัตราการ 12.83 15.36 21.96 28.23 และบออิฐมอญฉาบปูนใหคาดีรองลงมา โดยมีอัตราการ เติบโต เติบโตโดยเฉลี่ยรอยละ 28.23 และ 21.96 ตามลำดับ น่ัน เฉลย่ี (%) หมายความวา อิฐตนแบบทดสอบที่ทำมาจากการผสม สัดสวนเปลือกหอยแครงรอ ยละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษ ดังแสดงในตารางที่ 6 ความยาวเฉลี่ยของลำตัวกุง ถานไมรอยละ 5 (22.5 กรัม) ใหประสิทธิภาพที่ดีตอการ กามกรามของบออิฐมอญตนแบบไมฉาบปูนใหคาดีที่สุด เพาะเลี้ยงกุงกามกรามสูงกวาอิฐมอญทั่วไปอยูถึงรอยละ และบออิฐมอญฉาบปูนใหคาดีรองลงมา โดยมีอัตราการ 83.79 เติบโตโดยเฉลี่ยรอยละ 28.23 และ 21.96 ตามลำดับ น่ัน หมายความวาอิฐตนแบบทดสอบที่ทำมาจากการผสม แนวทางการติดตามและธำรงรักษาพัฒนาใหคงอยู สัดสวนเปลือกหอยแครงรอ ยละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษ พบวา จากการวิเคราะหผลการทดสอบประสิทธิภาพของ ถานไมรอยละ 5 (22.5 กรัม) ใหประสิทธิภาพที่ดีตอการ อิฐมอญตนแบบที่ทำมาจากเศษขยะเหลือใชแลวพบวา เพาะเลี้ยงกุงกามกรามสูงกวาอิฐมอญทั่วไปอยูถึงรอยละ ถึงแมวาคา pH ของบออิฐมอญตนแบบจะใหคา pH ที่อยู 83.79 ทำใหหลังจากที่ทำการถายทอดองคความรูใหกับ ในชวงที่เหมาะสมตอการเลี้ยงกุงกามกรามมากกวาอิฐ เกษตรกร และสามารถนำไปใชประโยชนเชงิ พาณชิ ยไ ด ทั่วไป และคาอัตราการเติบโต รวมท้ังประสทิ ธิภาพตอการ 5. อภปิ รายผล เพาะเลี้ยงกุงกามกรามจะดีกวาอิฐมอญทั่วไป ทำให หลังจากที่ทำการถายทอดองคความรูใหกับเกษตรกร และ การคาดการณสิ่งที่จะตามมาหลังการเปลี่ยนแปลง สามารถนำไปใชประโยชนเชิงพาณิชย ตามที่ไดขอมูลจาก ที่เกิดขึ้น คือไดผลิตภัณฑใหมที่เกิดจากวัสดุเหลือใชหรือ การทดสอบที่พบวาไดอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นจากเดิม ขยะเหลอื ทง้ิ ในชุมชน การสรา งผลิตภณั ฑต นแบบอฐิ มอญ แลว ทางผูวิจัยทำการคนควาหาวัสดุทดแทนที่เหมาะสม จากเศษขยะเหลือใช โดยการออกแบบการทดลองสัดสวน เพอ่ื เปนแนวทางในการศกึ ษาติดตามตอ ไป ผสมของเปลือกหอยแครงและเศษถานไมใสในอิฐมอญ ตัวอยางทั้ง 10 สูตรที่แตกตางกันออกไป และทดสอบ 6. กติ ตกิ รรมประกาศ พิจารณาจากคุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางกล งานวิจัยนี้ไดรับสนับสนุนทุนวิจัยโดยสำนักงาน พบวาอิฐมอญที่มีสัดสวนเปลือกหอยแครงและเศษถานไม ที่เหมาะสมที่สุด คือ สูตรที่มีสัดสวนเปลือกหอยแครงรอย คณะกรรมการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม ละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษถานไมร อยละ 5 (22.5 กรัม) (สกสว.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และไดนำไปสรางบอทดสอบเลี้ยงกุงกามกรามเพื่อศึกษา หนวยงานที่ใหทุนอุดหนุนการวิจัยจากเงินกองทุนสงเสริม ประสทิ ธิภาพของอิฐมอญในการเลี้ยงกุงกา มกราม โดยการ วิทยาศาสตร วิจัย และนวัตกรรม ภายใตแผนงาน ออกแบบบอทดสอบขนาดความกวาง 1 เมตร ความยาว 2 ยุทธศาสตรการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม งบประมาณป เมตร สูง 1 เมตร เปรียบเทียบกับอิฐมอญทั่วไป และ พ.ศ. 2563 และขอขอบคุณชุมชนลาดหญา และ ชุมชน รูปแบบการกอ สรา งแบบฉาบปูนและไมฉาบปูน หนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่คอยชวย อำนวยความสะดวกในการเก็บรวบรวมขอมูลในการ ผลสรุปการศึกษาประสิทธิภาพของอิฐมอญ ดำเนนิ งานวจิ ัย ตนแบบสามารถสรุปไดวา คา pH ของบออิฐมอญตนแบบ ใหคา pH อยูในชวงที่เหมาะสมตอการเลี้ยงกุงกามกราม 82 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

7. บรรณานุกรม กรมควบคุมมลพิษ. 2562. สรุปสถานการณมลพิษของ ประเทศไทย ป 2561. กรุงเทพฯ: หจก.ส.มงคล การพิมพ. ณัฏวรินท ธุวะคำ และ วัชรี ฟนเฟอนหา. 2562. “การ ถายทอดผลงานวิจัย: การจัดการเศษเหลือทาง การเกษตรจากผลผลิตลำไยของชุมชน ตำบลขวง เปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม.” วารสารวิชาการรับใชสังคม มทร.ลานนา. 3,1: 45- 54. ธรรมมา เจียรธราวานิช. 2556. การพัฒนาระบบสะสม ความรอนของคอนกรีตบล็อคในอาคารเก็บ พืชผลทางการเกษตร. โครงการวิจัยทุนสนับสนุน งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กรุงเทพ งบประมาณแผนดิน ป พ.ศ. 2556 มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลกรุงเทพ. ธรรมมา เจียรธราวานิช และ สวุ ิมล เจยี รธราวานิช. 2560. “การศึกษาคอนกรีตผสมปูนซีเมนตเปลือก หอยแครง.” การประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัย ลกั ษณวิจัย” ครง้ั ที่ 9. ไพบูลย แจมพงษ และศวิ พนั ธุ ชอู ินทร. 2560. การจดั การ ขยะมูลฝอย. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพแหง จุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย.สนธยา ทองอรุณศรี และ คณะ. 2554. “การพัฒนาคอนกรีตบล็อกพรุน สําหรับอาคารประหยัดพลังงาน.” วารสารวิชาการ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม. 7,2: 22-30. Goyal RK and Tiwari GN. 1999. “Performance of a reverse flat plate absorber cabinet dryer: a new concept.” Energy Convers Manage.40,4: 385–392. Koyuncu, T. 2006. “An investigation on the performance improvement of greenhouse- type agricultural dryers.” Renewable Energy.31,1 :1055–1071. วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 83 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

รูปแบบและแนวการเขียนบทความ เขียนบทความภาษาไทยความยาวไมเกิน 10 หนากระดาษ A4 พิมพดวยตัวอักษร TH Saraban PSK ขนาด 15 พอยต อาจมภี าพ ตาราง แผนภูมปิ ระกอบโดยท้งั หมดตองอยูในขอจํากัด 10 หนา ดงั กลา ว องคประกอบของบทความ ชื่อโครงการวิจัย การเขียนช่ือเรื่องใชภาษาไทยถูกตองตามหลักไวยากรณ กระชับสามารถสื่อจุดประสงคการวิจัย ชัดเจน ในกรณีที่มีภาษาอังกฤษใหทําเปนตัวพิมพใหญเฉพาะตัวแรกของคํานามและคุณศัพท เชน Vaginal Misoprostol in Previous Cesarean Section ที่เหลือทําเปนเล็กหมด รวมทั้ง คํากริยา คํากริยาวเิ ศษณ และคาํ ท่ไี มใชเปนคํานาํ เชน ตัวอยา ง ถา สงสยั ขอแนะนาํ ใหพิมพตัวใหญ เฉพาะตัวแรกของบรรทัดเทาน้ัน นอกน้ันทําตัวเล็ก เชน Vaginal misoprostol in previous cesarean section ไมแนะนาํ ใหใชตัวสัญลักษณตา ง ๆ ในการพมิ พช่ือเร่อื ง ชื่อผูดําเนินโครงการและผูรว มดําเนินโครงการ หนวยงาน บทคัดยอ  ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ใ ห ค ร บ ป ร ะ เ ด็ น Objective , Material and Method, Results, Conclusion เขยี น 10 – 15 บรรทดั ไมมหี วั ขอก็ได  ภาษาไทยใหมีขอความเหมือนภาษาอังกฤษ ความยาวไมควรเกิน 300 คํา โดยใหสรุป เนอื้ หาของบทความทงั้ หมดใหเขาใจท่ีมาของการทําวิจัย วตั ถปุ ระสงค วิธีดาํ เนินการวิจัย โดยยอ ผลการวิจัยวิธีการนาํ ไปใชประโยชน และไดผลลพั ธ อยางไร คําสําคัญ Keywords บทนํา  ชี้ใหเห็นความสาํ คัญของเรื่องท่ีทํา เขียนใหส้ัน กระชับ ไมเกนิ 15 20 บรรทัด  คนควาเพิ่มเติมวามีผูใดทํางานในลักษณะใกลเคียงแลวบาง ไดผลอยางไร  ระบุแนวทางการวิจัย/กระบวนการดําเนินการบริการวิชาการ จุดประสงค เขียน เปนความเรียงหรอื จัดลาํ ดับความสาํ คัญแลว จัดเรียงเปนหัวขอ (อาจกลาวถึงขอ 1. สภาพการณกอนการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้น) วิธีดําเนินงาน อธิบายวิธีดําเนินโครงการใหเห็นขั้นตอน กระบวนการระบุขอบเขตของการวิจัย วิธีเลือก กลุมตัวอยางใหชัดเจน ในลักษณะที่หากมีผูอ่ืนตองการทําวิจัยในลักษณะเดียวกันสามารถอาน 6 84 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

และนําไปปฏิบัติได (กลาวถึงขอ 2.การมีสวนรวมและการยอมรับของสังคมเปาหมาย 3.กระบวนการท่ีทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงท่ีดีข้ึน 4.ความรูความเชี่ยวชาญท่ีใชในการทําให เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นหรือใชองคความรูอ ะไรไปทําบาง) ผลการดําเนินงาน อธิบายผลที่เกิดจากโครงการโดยตรง ไมมีการแสดงความคิดเห็นในสวนน้ี อาจมีภาพประกอบ แผนภูมิตาราง (อาจอธิบายถึงขอ 2.การมีสวนรวมและการยอมรับของสังคมเปาหมาย ขอ 6.ผลลัพธการเปลีย่ นแปลงท่ีเกิดข้นึ จากการลงไปดาํ เนนิ โครงการ) การนาํ ไปใชประโยชน อธิบายใหเห็นวาผลงานดังกลาวไดนําไปใชประโยชนอยางไร ใครคือผูใช และมีกระบวนการ ผลักดัน ผลงานดังกลาวสูการใชประโยชนทั้งเชิงนโยบาย เชิงพาณิชย และเชิงสาธารณะอยางไร (อาจอธิบายถึงขอ 2.การมีสวนรวมและการยอมรับของสังคมเปาหมายและขอ 6.ผลลัพธการ เปลี่ยนแปลงท่ีเกิดขึ้นจากการลงไปดําเนินโครงการ) อภิปรายผล สรุปและอางอิงใหเห็นวาผลการดําเนินงานดังกลาวไดองคความรูใหม นวัตกรรมหรือทางเลือก ใหมใหแกพ้ืนท่ีอยางไร และอธิบายปรากฏการณท่ีเกิดข้ึนจากผลการดําเนินงานใหเปนรูปธรรม รวมทั้งเสนอและการทํางานในข้ันตอไป (อาจอธิบายขอ 5.การคาดการณส่ิงที่จะตามมา หลังจากการเปล่ียนแปลงน้ัน ขอ 7. แนวทางการติดตามและธํารงรักษาพัฒนาการท่ีเกิดข้ึน ใหคงอยูตอไป) บรรณานุกรม การรวบรวมรายการเอกสารท้ังหมดที่ผูเขียนไดใชอางองิ ในการเขียนผลงานนั้น ๆ จดั เรยี งรายการ ตามลําดับอักษรชื่อผูแตง ภายใตหัวขอ เอกสารอางอิง สําหรับผลงานวิชาการภาษาไทยหรือ Reference สําหรับผลงานวิชาการภาษาอังกฤษ โดยใชรูปแบบการเขียนเอกสารอางอิงแบบ APA (American Psychological Association) ตวั อยา งการเขียนเอกสารอา งอิงมีดงั นี้ หนังสือ ชอื่ ผแู ตง . ปที่พมิ พ . ชื่อเรอื่ ง. (ฉบับพิมพ). สถานที่พิมพ. ผูจัดพมิ พ : ตัวอยาง พรพิมลตรีโชติ .2542 .ชนกลุมนอยกับรัฐบาลพมา. กรงุ เทพฯสํานักงานกองทุนสนับสนุนการ : วิจัย. บทความ ช่ือผูแตง .ปท่ีพิมพ(บรรณาธิการ) . ช่ือบทความ . ในชื่อบรรณาธิการ., ช่ือเร่ืองที่ฉบับพิมพ. หนา. : สถานทีพ่ มิ พ (ปรากฏบทความผูจัดพมิ พ) ตวั อยา ง เสรี ลลี าภยั . 2542. เศรษฐกิจชาตินิยมในประเทศกาํ ลังพัฒนาและสถานการณในประเทศไทย. วคา่มู รอื สกาารรวเชิตารกยี ามรบรทับใคชว้สางั มคเมพอ่ื ตพี ิมพ์ 7 วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 85 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

ณรงค เพ็ชรประเสริฐ (บรรณาธิการ), 1999 จุดเปล่ียนแหงยคุ สมัย. 90141. กรุงเทพฯ: ศนู ยศ ึกษาเศรษฐศาสตร การเมอื ง คณะเศรษฐศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. บทความในวารสาร ชือ่ ผแู ตง. ปท่ีพิมพ. “ ชื่อบทความ.” ช่ือวารสาร. ปที่ (ลําดับท่ี), เลขหนาที่ปรากฏบทความ. ตัวอยาง พุทธชาด โปธิบาล และนานันท ตรงดี. 2541. “สถานะของภาษาตากใบในภาษาถิ่น”. วารสาร สงขลานครินทร ฉบบั สังคมศาสตรและมนุษยศาสตร. 4, 2: 167187. สาระสังเขปจากฐานขอมูล CDRow ช่ือผแู ตง. ปท่ีพมิ พ. ชอื่ บทความ (ซีดีรอม). ช่ือวารสาร, ปท่ี (ลําดับที่), เลขหนา ที่ปรากฏบทความ ในวารสาร, สาระสังเขปจาก: ชอ่ื ฐานขอ มูลและหมายเลขเอกสารเพื่อการสืบคน ตัวอยาง Preston, W. 1982. Poetry ideas in teaching literature and writing to foreign student (CDROM). TESOL quarterly, 16, 489502. Abstract from: Dialog File: ERIC Item: EJ274529 วทิ ยานิพนธ ชอ่ื ผูแตง. ปที่พิมพ. “ช่ือวิทยานิพนธ.” ระดับวิทยานิพนหรอื ปริญญานิพนธมหาวิทยาลัย. ตัวอยาง เบ็ญจรัช เวชวิรัช. 2541. “การศึกษาปจจัยที่มีผลกระทบตอมูลคาการใหสินเชื่อเพ่ือการสงออก และนําเขาของสถาบันการเงินไทย.” วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาเศรษฐศาสตรบัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร. แหลงสารสนเทศบนอนิ เตอรเน็ต ช่ือผูแตง. ปท่ีพิมพ. “ชื่อบทความ.” ช่ือวารสาร. ปที่หรือเลมท่ี, ฉบับที่ สืบคนเม่ือวันที่ เดือน ป, จากแหลง ท่ีอยูบนอินเตอรเน็ต ตัวอยาง Indick,W.2002. “Gender Differences in Moral Judgment: Is NonConsequential Reasoning a Factor?” Current Research in Social Psychology. 5,2 Retrieved November 11,2002, from http://www.uiowa.edu/grpproc/crisp/ crisp5.2htm การสง ตนฉบับ กองบรรณาธิการ “วารสารวิชาการรับใชส ังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลานนา” สส่ง่ ออีีเมลล์ข์ (้Eอ้ มmููลaมilา)ที่แ่� ฟrmมขuอtlม.jูลrsม.tาtท@่ี [email protected] โโงทส9งโ่ทททาา8ง่ี่อนนรรรบยหศสศคผทูัลาัพ9มัพลู่คิรท�8งัทิตว์8คส์าืห่ว:ต�อ:ม:มา00แ.ผ0มูป่8ล่่า5ร5่า5นะู3ป33สจต้ร222ัอ้ถะัดาํ666งาบบกบ666ลอบาัน555รป.ได12ถอ1ดา ้อ62า8ง้ทปี่ยยค่อ�์#ทสh์คตง1ะอtวอ0tเาดอpก31ม็เาํsด็2ท0รเ:ู้/ภ3ค�้ จ,/ส1โอj.โนถsเทดชeาโีอรยีลsบสัย.งยนัrสใาmีสหถระ่ูช่าuมเมุ:่กยt่ ช0็ด5lท.น0aอ5c2จด3.2ังtเ2หh0ท6วคัด6โน5เช2โียล2ยงีใสีหู่่�มชุมุ  ชน 886 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023