ตารางที่ 2 การคำนวณคาแปลงทางการเงินของความรูที่เกิดจากโครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพ พลงั งานแสงอาทิตย เพอื่ การเขา ถึงแหลงทนุ แกกลุมเครือขายบานม่ันคงชนบท อำเภอวงั นำ้ เย็น จังหวดั สระแกว ผูรวม Pre Post ผลคะแนน ผลการประเมิน คาแปลงทางการเงนิ ของความรจู าก โครงการ (เตม็ 10 (เตม็ 10 (Post-pre) เกดิ ความรู การเขา รว มโครงการ (K) (บาท) คะแนน) คะแนน) เกดิ ความรู 1 10.00 เกดิ ความรู 300.00 2 0.00 10.00 9.00 เกิดความรู 270.00 3 1.00 10.00 5.00 เกดิ ความรู 150.00 4 5.00 10.00 6.00 เกิดความรู 180.00 5 3.00 9.00 6.00 เกดิ ความรู 180.00 6 2.00 8.00 5.00 เกดิ ความรู 150.00 7 1.00 6.00 4.00 ไมเกิดความรู 120.00 8 2.00 6.00 6.00 ไมเ กิดความรู 180.00 9 3.00 9.00 -1.00 รวม 10 2.00 1.00 0.00 - 1.00 1.00 - 1,530 บาท การคำนวณคาแปลงทางการเงินสามารถเก็บ จากกรวยประสบการณ (Cone of learning) (Eder ขอมลู ไดจ ำนวน 10 คน คิดเปน คาแปลง 1,530.00 บาท Dale, 1969) ที่แสดงการนำความรูจากการอบรมรวม ถาการอบรมโครงการฯ นี้มีผูเขารวม 100 คน คิดคา โครงการฯ ไปเผยแพรซึ่งเกิดการเรียนรูรอยละ 50 แปลงได (1,530.00 x 100)/10 = 15,300.00 บาท จากเนื้อหาประสบการณผานการไดยินและมองเห็น แสดงผลการคำนวณคาแปลงทางการเงินของความรูท่ี ดังน้นั การคำนวณคาแปลงทางการเงินของการนำความรู เกิดจากโครงการฯ ดังรายละเอยี ด ตารางท่ี 2 จากการอบรมไปเผยแพร ตารางที่ 3 การคำนวณคา แปลงทางการเงนิ ของการนำความรูจากการรว มโครงการฯ ไปเผยแผร ผูรว ม คาแปลงทางการเงินของ ผลการประเมิน รวมผลคะแนนเตม็ คาแปลงทางการเงนิ ของ โครงการ ความรูจากการเขารวม (เต็ม 10 คะแนน) 2564 1 คะแนน การนำความรไู ปเผยแพร โครงการ (K) (บาท) (คะแนน x K = P) (บาท) 1 300.00 10.00 1.00 150.00 2 270.00 8.00 0.80 108.00 3 150.00 8.00 0.80 60.00 4 180.00 8.00 0.80 72.00 5 180.00 10.00 1.00 90.00 6 150.00 9.00 0.90 67.50 7 120.00 8.00 0.80 48.00 8 180.00 8.00 0.80 72.00 รวม 667.50 บาท วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 41 ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
ผลการคำนวณคาแปลงทางการเงินของการนำ พบวา งบประมาณในการดำเนินโครงการฯ ความรูจากการอบรมไปเผยแพร สามารถเก็บขอมูลได เทากับ 30,000 บาท เทยี บกบั มลู คารวมเทา กับ 34,095 จำนวน 8 คน คิดเปนคาแปลง 667.50 บาท ถาการ บาท จากสูตร SROI = ผลตอบแทนที่เกิดขึ้น(ตอป)/ อบรมโครงการฯ นี้มีผูเขารวม 100 คน คิดคาแปลงได งบประมาณทล่ี งทนุ จะไดวา (667.50 x 100)/8 = 6,675.00 บาท แสดงผลการ SROI= (15,300.00+6,675.00+12,120.00)/30,000 คำนวณคาแปลงทางการเงินของความรูที่เกิดจาก SROI= 34,095/30,000, SROI = 1.17 โครงการฯ ดังรายละเอียด ตารางที่ 4 และผูเขารวม โครงการฯ สามารถคำนวณคาแปลงทางการเงินของการ ผลสรุปไดวาลงทุกๆ 1 บาท ที่ลงทุนใน ประยุกตใชความรูพัฒนาการมี ทักษะฝมือดานชาง โครงการฯ สามารถสรางประโยชนทางสังคมดวยมูลคา พลังงานแสงอาทิตย ซึ่งสามารถเก็บขอมูลไดจำนวน 10 และผลตอบแทนเทากับ 1.17 บาท จากการประเมิน คน คิดเปนคาแปลง 1,212.00 บาทถาการอบรม มูลคาทางสังคมทั้งผลลัพธที่เปนตัวเงินและไมใชตัวเงิน โครงการฯ นี้มีผูเขารวม 100 คน คิดคาแปลงได โดยวิธีการวัดมูลคาทางเศรษฐกิจของผลประโยชนทาง (1,212.00 x 100)/10 = 12,120.00 บาท แสดงดัง สังคมดว ยการตอบแทนดา นสังคมในเรอ่ื งตา งๆ ทเ่ี ปนตัว รายละเอียด ตารางที่ 4 ผลจากการศึกษาวิจัย วิเคราะห แปรเชิงคุณภาพที่มหาวิทยาลัยไดสรางขึ้นมาแปลงคา ผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ทุนที่ใชในการดำเนิน เปนตัวเงิน เพื่อประเมินมูลคาเพื่อชวยใหทราบถึงความ โครงการฯ รายป และสรุปรวม คุมทนุ ตารางท่ี 4 แสดงการคำนวณคาแปลงทางการเงนิ ชองการประยทุ ธใ ชจ ากการเขา รว มโครงการฯ ผูรว ม คา แปลงทางการเงินของ ผลการประเมนิ รวมผลคะแนนเตม็ คาแปลงทางการเงนิ ของ โครงการ (เตม็ 10 คะแนน) 2564 1 คะแนน ความรูจากการเขารว ม การประยกุ ตใชความรู โครงการ (K) (บาท) (คะแนน x K = A) (บาท) 1 300.00 9.00 0.90 270.00 2 270.00 7.00 0.70 189.00 3 150.00 8.00 0.80 120.00 4 180.00 7.00 0.70 126.00 5 180.00 9.00 0.90 162.00 6 150.00 7.00 0.70 105.00 7 120.00 8.00 0.80 96.00 8 180.00 8.00 0.80 144.00 รวม 1,212.00 บาท 4. การนำไปใช ยกระดับองคค วามรู เพ่ิมทักษะอาชพี ใหแ กตนเอง อีกท้งั ผลจากการศึกษาวิจัยผานการวิเคราะหและวาง เปนการสรางภาคีเครือขายความรวมมือระหวางภาค ประชาชนอันไดแก เกษตรกร สมาชิกโครงการบาน แผนการดำเนินโครงการฯ ดวย SOAR Framework มั่นคงชนบทอำเภอวังน้ำเย็น กองทุนหมูบาน กองทุน สงผลใหเกิดคณะทำงานขับเคลื่อนพลังงานทดแทนเชิง ตำบล เครือขายที่อยูอาศัยจังหวัดสระแกว ภาควิชาการ พื้นที่ที่เขมแข็ง เปนที่ปรึกษาใหคำแนะนำแกคนใน อันไดแก มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลอลงกรณ ในพระบรม ชุมชน เกษตรกรผูมีรายไดนอยและผูที่ขาดองคความรู ราชูปถัมภ และภาครัฐ ไดแก สำนักงานพลังงานจังหวัด ขาดโอกาสการเขาถึงแหลงงบประมาณสนับสนุน สระแกว สำนักงานพัฒนาฝมือแรงงานสระแกว หนวยงานภาครัฐและเอกชน เกิดเปนแหลงเรียนรูและ สำนักงานพัฒนาความมั่นคงของมนุษยจังหวัดสระแกว ถายทอดแนวคิดการพฒั นารว มของคนในชมุ ชนท่ี 42 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
สถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (องคการมหาชน) ทองถิ่น 5. อภิปรายผล อำเภอวงั น้ำเย็น เปนตน ผลจากการศึกษาแสดงถึงความรับผิดชอบตอ เกิดแรงขับเคลื่อนภายในชุมชนอยางยั่งยืน ส ั ง ค ม ข อ ง ม ห า ว ิ ท ย า ล ั ย “ University Social โครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพ Responsibility” ที่มหาวิทยาลัยจำเปนตองมีบทบาท พลังงานแสงอาทิตย เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแกกลุม ในการสรางการเปลี่ยนแปลง สงเสริมสนับสนุน แกไข เครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด ปญหาและความตองการทางสังคม โดยบุคลากรของ สระแกว ไดสรางผลกระทบทางสังคม 3 ดาน คือ ดาน มหาวิทยาลัยที่มีความรูความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ เศรษฐกิจ ไดแก การลดรายจายดานพลังงานใน ในการดำเนนิ กจิ กรรมบรกิ ารวชิ าการแกสงั คม กอใหเกิด ครัวเรือนและเกษตรกรรม เพิ่มกำลงั การผลิตการแปรรปู คุณคาและผลกระทางสังคมทั้งทางดานเศรษฐกิจ ดาน ผลิตภัณฑ และเพิ่มรายไดจากการประกอบอาชีพดาน สังคม รวมถึงการคำนึงถึงดานสิ่งแวดลอม จาก สังคม ไดแ ก การมสี ขุ ภาพท่ดี ีและความเปน อยูท่ดี ี มอี งค รายละเอียดดังกลาวสอดคลองกับแนวคดิ ของ Vallaeys ความรู ทักษะอาชพี พลงั งานแสงอาทติ ย นำไปสูก ารดแู ล (2011) ระบบพลังงานแสงอาทิตยและประกอบอาชีพชางโซลา เซลล เกิดการรวมกลุมแกไขปญหารวมกันภายในชุมชน ผลการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน เกิดความอบอุน ความภูมิใจของ ครอบครัวเครือขาย (SROI) พบวา โครงการฯ ที่ไดดำเนินการดวยการผาน บา นมัน่ คงชนบทอำเภอวงั นำ้ เยน็ ดานสง่ิ แวดลอ ม ไดแก กระบวนการ SOAR Framework มีมูลคาผลลัพธสุทธิ์ การใชพลังงานสะอาด ลดการปลอยคารบอนไดออกซ 34,095 บาท อัตราสวนผลตอบแทนทางสังคมจากการ จากการเผาไหมของเครื่องยนตในการสูบน้ำเพ่ือ ลงทุน จำนวน 1.17 เทา หมายความวา ทุกๆ การลงทนุ การเกษตร การขยายพื้นที่สีเขียวจากการใชพลังงาน 1 บาท ของโครงการฯ สามารถสรางประโยชนท างสงั คม แสงอาทติ ย 1.17 บาท แตผลดังกลาวยังไมรวมผลที่ไดจากการไดรับ การสนับสนุนงบประมาณจากหนวยงานภาครัฐที่ นอกจากนี้ไดมีโอกาสในการนำเสนอแนวคิดการ ประชาชนผูเขารวมโครงการฯ ไดรับ เชน รถเข็น ดำเนินงานตอคณะกรรมธิการคณะปฎิรูปคณะที่ 4 ตาม เคลื่อนที่ระบบสูบพลังงานแสงอาทิตย ตูอบพลังงาน ยุทธศาสตรชาตดิ า นที่ 4 การสรา งโอกาสและความเสมอ แสงอาทิตย และเตาประหยัดพลังงาน เปนตน แสดงดัง ภาคทางสังคม ที่แสดงผลลัพธของการสรางการ ภาพที่ 4 อีกทั้งยังกอใหเกิดภาคีเครือขายความรวมมือ เปลี่ยนแปลงในพื้นที่อยางเปนรูปธรรมในพื้นท่ีตำบล สรางความสัมพันธอันดีที่ประเมินคามิไดภายในชุมชน คลองหินปูน แสดงดงั ภาพท่ี 3 สังคม หนวยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผลประโยชน หรือมูลคาทางการเงินของสังคมที่ไดรับจะเพิ่มมากข้ึน ตอไปในอนาคต ภาพท่ี 3 คณะกรรมธิการคณะปฎริ ปู คณะท่ี 4 ตาม ยทุ ธศาสตรช าตดิ า นที่ 4 การสรา งโอกาสและความเสมอ ภาคทางสังคมตรวจตดิ ตามพื้นท่ีตำบลคลองหนิ ปูน วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 43 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
ภาพท่ี 4 กจิ กรรมนิทรรศการเครอื ขา ยพลงั งานทดแทน 7. บรรณานกุ รม และการสงมอบเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ก อ ง แ ผ น น โ ย บ า ย แ ล ะ แ ผ น ส ำ น ั ก อ ธ ิ ก า ร บ ดี ประจำปง บประมาณ 2564 มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ ในพระบรม ผลลัพธและผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน ราชูปถัมภ. 2560. แผนยุทธศาสตรระยะ 20 ป ในการดำเนินโครงการฯ นั้นเปนการคำนวณประเมิน พ.ศ. 2560 – 2579. เฉพาะขอมูลที่สามารถวัดคาได และเปนมูลคาที่ได ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรม ชว งเวลาทที่ ำการประเมนิ หรือมูลคาปจจุบนั เทาน้ัน ยังมี ราชูปถัมภ. 2564(ก). โครงการเสริมสราง มูลคาที่เกิดระหวางการดำเนินโครงการฯ และผล สมรรถนะภาคีเครือขายการวางแผนพัฒนาเชิง ตอเนื่องจากการดำเนินโครงการฯ ที่ไมสามารถวัดได พื้นที่ระดับตำบล. [พิมพครั้งที่ 1]. กรุงเทพฯ: และไมนำมาคำนวณประเมนิ มูลคา ดงั นั้นควรดำเนนิ การ บริษัท พี.เอส. กรุป (1954) จำกัด (สำนักงาน กำหนดวิธีการศึกษาการประเมินทั้งเชิงคุณภาพและเชิง ใหญ). ปรมิ าณทีเ่ กยี่ วขอ งกับการดำเนินโครงการฯ ในอนาคต มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรม ราชูปถัมภ. 2564(ข). คูมือการพัฒนาเชิงพื้นท่ี การประเมินผลผลลัพธและผลตอบแทนทาง ผานกระบวนการการมองภาพอนาคตชุมชน สังคมนี้ เปนเครื่องมือการจัดการที่มุงหวังใหเกิดการมี อยางยั่งยืน. [พิมพครั้งที่ 1]. กรุงเทพฯ: บริษัท สวนรวมและการเรียนรูรวมกันระหวางมหาวิทยาลัย พ.ี เอส. กรุป (1954) จำกัด (สำนักงานใหญ). ชุมชน หนวยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่รวมดำเนิน ศราพร ไกรยะปกษ. 2553. รูปแบบที่เหมาะสมในการ โครงการฯ เพื่อใหเกิดการพัฒนาอยางเปนรูปธรรมและ จัดการพลังงานชุมชน. วิทยานิพนธ ปริญญา ความย่ังยนื ตอ ไป วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการ สิ่งแวดลอม) คณะพัฒนาสังคมและ สิ่งแวดลอม 6. กติ ตกิ รรมประกาศ สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร ขอขอบพระคุณมหาวิทยาลัยราชภัฎวไลย ศิริชัย กาญจนวาสี. (2559) การวิจัยและพัฒนา การศึกษาไทย. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร อลงกรณ ในพระบรมราชูปถัมภ ที่สนับสนุนการทำวิจัย วิจัย ปท่ี 8 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม –ธันวาคม ครั้งน้ี ขอบคุณสถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (องคการ 2559). มหาชน) คณะกรรมการบานมั่นคงชุมชนบทและ Archawananthakun, S., & Yaemlaoar, P. (2014). ประชาชนตำบลทุงมหาเจริญ ตำบลคลองหินปูน Guide to Social Results and Returns คณะผูวิจัยทุกทานที่ใหความรวมมือจนงานวิจัยสำเร็จ Social Investment. Bangkok: Dan ลลุ ว งไปไดด ว ยดี Suthat Printing. Becker, H. A. ( 2 0 0 1 ) . Social impact assessment. European Journal of Operational Research, 128, 311–321. Carleton Centre for Community Innovation. ( 2008) . Social Return on investment Retrieved from https: / / carleton. ca/ 3ci / wp-content/uploads/Social- Return-on- Investment.pdf 44 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
Fongsri. P. ( 2 0 1 0 ) . Project Evaluation through community innovator creating process for stability and Techniques. Bangkok: Dan Suthat sustainability. RMUTL Journal Socially Printing. Joyce, S A., & MacFarlane. M. (2001). Social of Engaged Scholarship. 6(1). Pp 21-30. Vallaeys, F. ( 2 0 1 1 ) . University Social Impact Assessment inthe Mining Industry: Current Situation and Future Responsibility : A mature and Directions. London: Mining, Minerals and responsible definition. Higher education Sustainable Development. in the world 5. Olsen, S. , & Nicholls, J. ( 2 0 05). A framework Vanclay, F. (2003). International Principles for approaches to SROI analysis. for Social Impact Assessment: their Berkeley: University of California. evolution. Impact Assessment and Rotheroe, N and Richards, A. ( 2007) . “ Social Project Appraisal. return on investment and social Wattanachaiyingchareun. D. ( 2 0 1 0 ) . Social enterprise: Transparent accountability Impact Assessment. Phitsanulok: The for sustainable development” , Social Path of Wisdom. Enterprise jurnal. (1): 31-48. Yongphet, P. , Wang, D. , Maouche, C. , Bahizire, Schlten, P., Nicholls, J., Olsen, S., & Galimidi, G. M. , Ondokmai, P. , Dutsadeesong, W. , B. ( 2 0 0 6 ) . Social return on 2016. Guidelines for the Sustainability investment: a guide to SROI of Community Energy Management under the Sufficiency Economy analysis. Amstele Veen: Lenthe Philosophy. RMUTL Journal Socially of publishers. Stavros, J.M. and Hinrichs, G. (2009) Thin Book Engaged Scholarship. 2(1). pp 33-48. Yongphet, P. , Kwamkhunkoei, J. , Pakvilai, N. , of SOAR: Building Strengths- based Nakpibal, P., Yuduang, N., Phunphon, T., Strategy. Bend, OR: Thin Book 2 0 2 1 . Foresight for Sustainable Management of a Model Community Publishers. in Renewable Energy Through Stavros, J. ( 2013) The Generative Nature of Participatory Work Processes Between SOAR: Applications, results, and the the University and the Community. new SOAR Profile. AI Practitioner, 15 (3), The 7th International (Virtual) Workshop on UI GreenMetric World University 7–30. Rankings (IWGM 2021) Teadkait, K., Piyaphong Y. (2022) Quality-of-life enhancement with solar energy วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 45 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
46 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
การถา ยทอดเทคโนโลยีเตาเผาถา นแบบเคล่อื นยา ยไดข องกลมุ เกษตรกรในเขตจังหวัดเชยี งราย เพ่อื สรางรายไดจ ากการผลติ ถา นไมแ ละนำ้ สมควันไม Technology Transfer Movable Charcoal Kiln for Farmers in Chiang Rai Province to Create a Career Wood Charcoal and Wood Vinegar ภักดี สทิ ธฤิ ทธก์ิ วนิ 1* ไพทรู ย ยศกาศ1 สมชาย แสงนวล1 และกิตตพิ ล รตั นพงศ2 Pakdee Sittiritkawin1* Paitoon Yotkat1 Somchai Saengnuan1 and Kittipol Rattanaphong2 1อาจารย สาขาวชิ าวศิ วกรรมเครอ่ื งกล คณะวศิ วกรรมศาสตร วิทยาลยั เชียงราย ต.ปาออ ดอนชยั อ. เมอื ง จ.เชยี งราย.57000 2อาจารย สาขาวชิ าวศิ วกรรมเครอ่ื งกลและการผลิต คณะวิศวกรรมศาสตร วทิ ยาลยั เชียงราย ต.ปาออ ดอนชัย อ. เมือง จ.เชยี งราย.57000 1 Lecturer, Department of Mechanical Engineering, Faculty of Engineering, Chiang Rai College.199M.6 Paoordonchai, Muang District, Chiang Rai, Thailand 50700 2 Lecturer, Department of Mechanical Engineering and Production, Faculty of Engineering, Chiang Rai College.199M.6 Paoordonchai, Muang District, Chiang Rai, Thailand 50700 E-mail: [email protected], 0929963978 รบั บทความ; 10 กมุ ภาพนั ธ 2566; แกไ ขบทความ 9 มถิ ุนายน 2566 ; ตอบรับบทความ 29 มถิ ุนายน 2566 บทคดั ยอ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อ 1. ถายทอดเทคโนโลยีองคความรูในการสรางเตาเผาถานแบบเคล่ือนยายได ใหกับกลุมเกษตรกรในเขตจังหวัดเชียงราย 2. เพ่ิมรายไดจากการผลิตถานไมและน้ำสมควันไมเปนการจัดอบบรมเชิง ปฏิบัติการ โดยการคัดเลือกกลุมเกษตรกรจาก 6 ตำบลในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมีผูเขารวมท้ังหมดจำนวน 243 คน พิจารณาจากพื้นที่ท่ีปลูกลำไยและล้ินจ่ีเปนหลัก จากนั้นทำการอบรมในประเด็นการสรางเตาเผาถาน, ผลิตถานและ น้ำสมควันไมรวมถึงการทำการตลาดออนไลทผานโซเชียลเนต็ เวริ คซึ่งเกษตรกรท่ผี านการอบรมจะไดเตาเผาถานขนาด 200 ลิตรกลุมละ 6 ถัง เพ่ือนำเตาไปใชงานในพื้นที่ตนเอง เกษตรกรที่ไดเตาเผาตนแบบขนาด 200 ลิตรกลุมละ 6 ถัง สามารถผลิตถานไมไดโดยเฉลี่ย 18.03 กิโลกรัม/ครั้ง/ถัง และผลิตน้ำสมควันไมได 1.1 ลิตร/คร้ัง/ถัง มีคุณภาพตาม มาตรฐานสินคาชุมชนสามารถสรางรายไดรวมของทุกกลุมท้ังโครงการเปนจำนวนเงินทั้งหมดโดยประมาณ 84,460 บาท/เดือน หลังจากเสร็จสิ้นโครงการ ซึ่งกลุมเกษตรกรตำบลสันมะเค็ด อำเภอพาน สามารถสรางรายไดสูงสุดอยูที่ 33,500 บาท/เดอื น จากการขายผานชองทางออนไลทด วยการสรา งเพจขายถา นไมและน้ำสมควันไมบนเฟสบุค คำสำคัญ เตาเผาถาน ถานไม นำ้ สม ควนั ไม ABSTRACT The objectives of this research were 1) to transfer technology and knowledge in building a portable charcoal kiln to farmers in Chiang Rai Province 2) to increase income from the production of wood charcoal and wood vinegar through training workshop. There were 243 participants selected from the farmer groups in 6 sub-districts in Chiang Rai—given their who mainly plant longan and lychee. After that they were trained on the topic of a charcoal kiln วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 47 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
construction and producing charcoal and wood vinegar, as well as online marketing through social networks. Each group of trained farmers will be provided with six 200-liter charcoal kilns in order to use in their own area. The charcoal stove can produced charcoal of 18.03 kilograms/time/drum in average and produced the wood vinegar for 1.1 litre/time/drum, which met the community product standards. This project was able to generate total income for all groups of the entire project in the total amount of approximately 84,460 baht/month after the completion of the project. The farmer group in San Maket subdistrict, Phan district generated the highest income of 33,500 baht/month from selling charcoal and wood vinegar on Facebook. Keywords : Charcoal kiln, Wood charcoal, Wood vinegar 1. บทนำ 1.เตาเผา, 2.ชุดเก็บน้ำสมควันไม, และ 3. ปลองควัน ผล สืบเนื่องจากพ้ืนท่ีทางภาคเหนือมีการเพาะปลูก การทดลองผลิตถานจากไมทั่วไปพบวาเตาเผาใชเวลา ประมาณ 5 – 6 ชม.และผลิตถานไดประมาณ 15 - 20 ลำไยและล้ินจี่เปนจำนวนมากถือเปนพืชเศรษฐกิจที่ kg/คร้ัง และในสวนของการผลิตน้ำสมควันไมที่ผลิต สำคัญชนิดหน่ึงของประเทศ รวมไปถึงจังหวัดเชียงราย ออกมาไดพรอมกัน สามารถนำไปใชไลแมลงในแปลง ดวยเชนกันจากขอมูลรายงานสถิติจังหวัด (กรมพัฒนา เกษตรอินทรียเนื่องจากปลอดภัยตอสิ่งมีชีวิต ซ่ึงน้ำสม ท่ีดินกระทรวงเกษตรและสหกรณ, 2564) พบวาจังหวัด ควันไมมีคุณสมบัติเปนกรดอยูในชวง 1.6 - 2.5 ความ เชียงราย มีพื้นท่ีเพาะปลูกรวม 139,054 ไร พ้ืนท่ีใหผล ถวงจำเพาะมีคาอยูในชวง 1.02-1.09 (อรัญ ขวัญปาน ผลิต จำนวน 132,942 ไร ผลผลิตเฉลี่ย 498 กิโลกรัม/ไร และ ชนะกานต พงศาสนองกุล, 2555) และการนำ แตด ว ยพชื ทัง้ สองชนดิ ตองมกี ารตัดแตง กิง่ ทุกครั้งหลังการ สินคาเกษตรออกจำหนายเพื่อชวยเพิ่มรายไดใหกับ เก็บเกี่ยวเพื่อใหผลผลิตเพิ่มขึ้นในปถัดไป จึงทำใหมีกิ่งไม เกษตรกรมีความสำคัญเชนกันซ่ึงในปจจุบันพฤติกรรม จำนวนมากจากการตัดแตงก่ิง (กรมสงเสริมการเกษตร, การซื้อสินคาเกษตรของผูใชงานเครือขายสังคมออนไลน 2551) ซ่ึงเกษตรกรสามารถนำก่ิงไมเหลานั้นมาเพ่ิม กำลังไดรับความนยิ มของผูบริโภคโดยเฉพาะผานชองทาง มูลคาใหสูงข้ึนไดโดยการนำไปผลิตเปนถานไมคุณภาพดี Facebook (ปุณยวีร อิ่มแกว และ สรวัฒน วิศาลาภรณ. และยังไดน้ำสมควันไมไปใชประโยชน ซ่ึงท่ีผานมาพบวา 2560), (ภาณุวัฒน กองราช, 2554) ซ่ึงจะเปนการเพ่ิม การเผาถานดวยเตาเผาถานขนาด 200 ลิตรเปนท่ีนิยมใช ชอ งทางการตลาดไดอีกทางหน่งึ กันและมีตนแบบในงานวิจัยท่ีผานมาไดทำการพัฒนามา อยางตอเนื่องซึ่งเปนท่ีนิยมนำมาดัดแปลงเปนเตาเผาถาน กลุมเกษตรกรปลูกลำไยจากพ้ืนท่ี 6 ตำบลในเขต เพราะหาซ้ืออุปกรณงายมีขายตามทองตลาดท่ัวไปแบบ จังหวัดเชียงรายประกอบไปดวย ต.ปาออดอนชัย, ต.แม ตางๆ อยางเชน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ ลอย, ต.สันมะเค็ด, ต. เม็งราย, ต.ตับเตา และต.หวยชมภู พลังงาน (2562) ไดจัดทำโครงการพัฒนาการผลิตและ มีอาชีพเกษตรกรรมรายไดหลักมาจากการปลูกลำไยแต การใชเผาถานแบบถัง 200 ลิตร ไดถานประมาณ รอยละ ประสบปญหาราคาลำไยตกต่ำเน่ืองจากเม่ือถึงฤดูท่ีลำไย 20-22 ของน้ำหนกั ฟน ที่ใสเขาไปและไดน ้ำสมควันไมมาก ออกตลาดมีปริมาณลำไยออกพรอมกันจนเกิดสภาวะ ท่ี 3.5 ลิตร และธนัญชัย สาทะกลาง (2556) ไดศึกษา ลำไยลนตลาด ซึ่งป 2565 ราคาลำไยรูดรวง เกรด AA ท่ี พัฒนาเตาเผาถานแบบไรควันเพ่ือแกปญหาควันจากเตา เกษตรกรขายไดเฉลี่ยกิโลกรัมละ 11.55 บาท ลดลงจาก ดวยการติดตั้งครีบนำความรอนรูปส่ีเหลี่ยมผืนผาทำให ปที่ผานมาท่ีมีราคาเฉล่ียกิโลกรัม ละ 14.09 บาท หรือ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพเชิงความรอนและประหยัด ลดลงรอยละ 18.0 เนื่องมีปริมาณผลผลิตออกสูตลาด พลังงานไดเปนอยางดีโดยลดเวลาในการเผาถานลง ซึ่ง มากขึ้นและกระจุกตัว เกินกำลังการผลิตของโรงอบลำไย เตาเผาถานโดยทั่วไปมีสว นประกอบของเตามี 3 สว น คือ แหง นอกจากนั้นยังมีปญหาราคาปจจัยการผลิตท่ีสูง 48 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
อาทิ ราคาน้ำมัน ปุยเคมี และสารกำจัดศัตรูพืช 3. ผลการดำเนินงาน จะสงผลใหตนทุน ทำใหรายไดของเกษตรกรลดลงซึ่ง จากการจัดประชุมหารือรวมกับชุมชนมีความ รายไดเฉล่ียตอเดือนตอครัวเรือนของประชากรจังหวัดอยู 13,497 บาทซึ่งนอยท่ีสุดในประเทศไทย (สำนักงานสถิติ ตองการความรูดานการผลิตถานและน้ำสมควันไมท่ีเปน แหงชาติ,2565) เนื่องจากเกษตรกรโดยเฉพาะกลุมปลูก การปฏิบัติจริงและการทำการตลาดออนทไลทืผานเฟสบุค ลำไย หลังจากการเก็บเก่ียวจะไมมีรายไดทางอ่ืนซึ่งการ จึ ง น ำ ข อ มู ล ที่ ได ม า อ อ ก แ บ บ จั ด กิ จ ก ร ร ม อ บ ร ม เชิ ง สรา งรายไดเสริมจงึ เปน อีกทางเลอื กหน่งึ ทน่ี า สนใจ ป ฏิ บั ติ ก า ร ใ ห ค ว า ม รู ใ น ก า ร ถ า ย ท อ ด เท ค โ น โ ล ยี มี รายละเอยี ดดงั นี้ เพ่ือการใชประโยชนในเร่ืองการผลิตถานและ น้ำสมควันไมจากก่ิงตนไมท่ีตัดแตงตามฤดูกาลโดยใชเตา 1.จัดอบรมภาคทฤษฎี จำนวน 4 ชม./คร้ัง และจัด ถานท่ีเคลื่อนยายได โดยเฉพาะถานไมยังมีความตองการ อบรมภาคปฏิบตั จิ ำนวน 3 ชม./ครัง้ ของตลาดเปนจำนวนมากโดยที่ราคาถานปจจุบันอยูท่ี ประมาณกิโลกรัมละ 15 – 20 บาท จึงไดเกิดแนวคิดใน 2.เกษตรกรที่เขาดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการ การชว ยเหลือกลมุ เกษตรกรกลมุ ทีป่ ลูกลำไยใหมกี ารสรา ง เฉพาะในเขตจงั หวัดเชยี งราย รายไดเสริมจากทำสวนลำไยดังน้ันในการวิจัยคร้ังนี้มี วัตถุประสงคเพ่ือ การถายทอดเทคโนโลยีองคความรูการ 3.จัดเตรียมวัสดุอุปกรณสาธิตเชน อุปกรณทำเตา สรางเตาเผาถานขึ้นใชเองผลิตถานและน้ำสมควันไม วัสดุเผาถานในการดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการ 6 ชุด/ ออกจำหนายและเพิ่มรายไดจากการผลิตถานไมและ ครั้ง และมอบใหกลุมเปนตัวอยางกลุมละ 1 ชุด หลัง น้ำสมควันไมจากการอบรมใหความรูถึงชองทางการทำ ดำเนนิ การ ตลาดออนไลน 4.แบงกลุมผูเขาอบรมจำนวนกลุมละ 8 คน 2. วิธกี ารดำเนนิ งาน จำนวน 6 กลุม จำนวน 42 คน/คร้งั การวิจัยคร้ังน้ีเปนการถายทอดองคความรูที่ชุมชน 5.จัดทำแบบประเมินความรูและการประเมินความ มสี วนรวม โดยใชวิธีการดงั น้ี พึงพอใจหลงั การอบรมเชิงปฏิบตั ิการ 1. พิจารณาเลือกพื้นที่และกลุมเกษตรกรแบบ 6. ดำเนินขบวนการติดตามกลุมเกษตรกรทกุ กลมุ ท่ี เจ า ะ จ ง เฉ พ า ะ พ้ื น ท่ี ที่ มี ก า ร ป ลู ก ล ำ ไ ย ใ น เข ต จั ง ห วั ด เขา อบรมจำนวน 1 ครง้ั /กลุม หลงั อบรม 1 เดือน เชียงรายทั้งหมด 6 กลุมไดแก 1) ตำบลปาออดอนชัย 2) ตำบลแมลอย 3) ตำบลสันมะเค็ด 4) ตำบลเม็งราย 5) รายละเอียดในการจัดกิจกรรมอบรมใหความรูและ ตำบลตับเตา 6) ตำบลหว ยชมภู จำนวน 243 คน สอน เชิงป ฏิ บั ติ การด ำเนิ น อ บ รมใน เวลา 1 วัน กำหนดการประชมุ 1 คร้ังตอ 1 สถานท่ี ใชเวลาตง้ั 8.00 2. จัดประชุมแลกเปล่ียนเรียนรูสรางความเขาใจ – 16.00 น. ซึ่งใน 1 วนั จะจัดกิจกรรมแบง เปน 4 กิจกรรม และความรวมมือเพอ่ื นำขอมูลมาวิเคราะหประเมินผลและ ซงึ่ กจิ กรรมประกอบดวย สรุปบทเรียน กำหนดเปาหมายและวางแผนกิจกรรมการ ถายทอดเทคโนโลยีจากองคความรู และการจัดจำหนาย กิจกรรมท่ี 1 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เร่ือง ความรู ผลผลิตทีไ่ ดจ ากการเสร็จกจิ กรรม ท่ัวไปการสรางเตาเผาถานใชเวลา 3 ชม. 3. การติดตามและประเมินผล โดยใชเคร่อื งมือเปน 1) การบรรยาย หลักการทำงานเบ้ืองตน ข้ันตอน แบบสังเกต แบบสัมภาษณ แบบบันทึกและการสนทนา รายละเอยี ดการทำเตาเผาถาน กลุม 2) การแบงกลุมทำกิจกรรมกลุมละ 7 คน จำนวน 6 กลุม โดยสาธิตการทำเตาเผาโดยแตละกลุมจะได อุปกรณการทำกลุมละ 1 ชุดเมื่อประกอบเสร็จจะได เตาเผาถานท่ีพรอมใชงานดังภาพท่ี 1 จำนวนกลุมละ 1 ถงั อปุ กรณส าธิตจำนวน 6 ชดุ กิจกรรมที่ 2 อบรมเชิงปฏิบัติการผลิตถานและน้ำ สม ควันไมใ ชเวลา 2 ชม. 1) สาธิตการทำเตา การเผาถาน การเก็บน้ำสม ควนั ไม วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 49 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
2) การแบงกลุมทำกิจกรรมกลุมละ 5 คน จำนวน ภาพที่ 1 อุปกรณป ระกอบเตาเผาถา น 6 กลุม โดยสาธิตการทำถานโดยแตละกลุมจะไดวัสดุ อุปกรณการทำถานกลุมละ 1 ชุด นำมาทดลองกับเตาเผา จากการจัดกิจกรรมอบรมใหความรูและสอนเชิง ถานทที่ ำเสร็จในกิจกรรมท่ี 1 ปฏิบัติพรอมสงมอบเตาเผาถานใหกับชุมชนที่เขามารวม อบรมไปท้ังหมด 36 ตัว โดยมีการจัดอบรมท้ังหมด 6 ครั้ง กิจกรรมท่ี 3 อบรมเชิงปฏิบัติการขายผลิตภัณฑ มีการอบรม ณ.ที่ตั้งกลุมเกษตรกรดังแสดงขอมูลกลุมใน ผานชองทางออนไลนใชเวลา 1 ชม. เปนการบรรยาย ตารางท่ี 1 การอบรมแตละพ้ืนท่ี โดยมีจำนวนผูเขาการ วิธีการทำตลาดการขายของผานชองทาง online ในกลุม อบรมท้ังหมด 243 คน และภาพท่ี 2 เปนตัวอยางการ face book โดยมีเน้ือหาดานเทคนิคการทำการตลาดบน อบรมและมอบเตาเผาใหก บั กลมุ เกษตรกรทเ่ี ขามอบอบรม Facebook เกี่ยวกบั Facebook Page ในเบ้อื งตน เรอ่ื งนี้ ถือเปนเรื่องพ้ืนฐานท่ีสุดเกี่ยวกับการทำการตลาดผาน ตารางท่ี 1 รายละเอียดการเขาอบรมของกลุมเกษตรกร วิธีการซื้อโฆษณาบน Facebook การลงโฆษณาบนโดยใช เครื่องมอื โฆษณาของ Facebook จากตำบลตางๆในเขตจังหวดั เชียงราย จำนวน คร้ัง ว/ด/ป ผเู ขารว มอบรม กิจกรรมที่ 4 การประเมินติดตามหลังการอบรม เดอื นละ 1 ครั้ง เปนการประเมินผล 1 22/1/64 ตำบลปา ออดอนชัย 42 คน 2 12/2/64 ตำบลแมลอย 38 คน 1) ความรู ความเขา ใจ 3 25/2/64 ตำบลสนั มะเค็ด 45 คน 2) การนำความรูไปใชงานสามารถผลิตถาน น้ำสม 4 5/3/64 ตำบลเมง็ ราย 35 คน ควันไมและการนำผลิตภัณฑที่ไดไปจำหนายในระบบ 5 19/3/64 ตำบลตบั เตา 40 คน online 6 2/4/64 ตำบลหว ยชมภู 43 คน 3)ป ร ะ เมิ น ร า ย ไ ด ที่ เพ่ิ ม ขึ้ น จ า ก ก า ร จ ำ ห น า ย รวมผูเขาอบรมท้ังหมด 243 คน ผลิตภณั ฑ จากผลการประเมินความรคู วามเขาใจในการอบรม รายละเอยี ดอุปกรณ เชิงปฏิบัติการซ่ึงมีผูเขารวมการฝกอบรมฯทั้งหมดจำนวน อุปกรณส าธติ แสดงดังภาพที่ 1 มี รายละเอยี ดดงั น้ี 243 คน และมีผูตอบแบบสอบถามจำนวน 203 คน คิด 1) ถังนำ้ มนั 200 ลติ ร จำนวน 1 ถัง เปนรอยละ 83.53 ผลไดดังน้ี พบวาในประเด็นวิทยากร 2) ทอเหล็กขนาด 1 นิ้ว ยาว 1 เมตร จำนวน 3 ผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจวิทยากรอยูในระดับ มากท่ีสุด โดยพึงพอใจการถายทอดความรูของวิทยากรมี ทอ น ความชัดเจน และประเด็นความรูผูรวมสามารถนำความรู 3) ทอเหล็กขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 ซม. จำนวน 1 ไปใชอยูในระดับมากที่สุดโดยสามารถนำความรูที่ไดรับไป ประยุกตใชในการปฏิบัติงาน มีความม่ันใจและสามารถนำ ทอน ความรูทีไ่ ดรับไปใชไ ด และสุดทายคอื สามารถนำความรูไป 4) ฝาถังพรอ มเขม็ ขดั รัด จำนวน 1 ช้ิน 5) เหล็กแผนหนาขนาด 3 มม. ขนาด 10 ซม. X 20 ซม. จำนวน 1 ชนิ้ 6) ทอเหล็กขนาด 2 น้ิว ยาว 20 ซม.จำนวน 3 ทอ น 50 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
เผยแพร/ถายทอดได มีความพึงพอใจอยูในระดับมากท่ีสุด ตามลำดับ ภาพท่ี 2 กลมุ เกษตรกรจากตำบลตา งๆทเี่ ขาอบรม ภาพที่ 3 ถานไมจากเตาทเ่ี กษตรกรจัดเกบ็ ไวเ พอ่ื รอการ การประเมินความรูกอนและหลังการอบรมโดยใช บรรจุสง ขายและรูปแบบการบรรจลุ งถงุ เพอ่ื จดั สงใหลกู คา แบบทดสอบกอนการอบรม(Pre-Test)และแบบทดสอบ จากกลมุ เกษตรกรตำบลสันมะเคด็ อำเภอพาน หลงั การอบรม(Post-Test) พบวาคะแนนความรูกอนการ จงั หวดั เชยี งราย อบรม มีคาเฉลี่ย คือ 7.24 คะแนน โดยคะแนนความรู หลังการอบรม มีคาเฉลี่ย คือ 11.73 คะแนนจากคะแนน จากตารางที่ 2 การเก็บขอมูลการเผาถานไมจาก เต็ม 15 คะแนน และเม่ือทดสอบคะแนนความรูกอนและ เตาเผาถานท่ีออกแบบโดยใชถ ังเหล็กวางแบบแนวตั้งใชกิ่ง หลังการสัมมนาดวยคาทางสถิติทดสอบ t test = 13.57 ไมแหงขนาดเสนผาศูนยกลางไมเกิน 2-3 น้ิว น้ำหนักรวม สามารถสรุปไดวาคะแนนความรูหลังการอบรมสูงกวากอน 60 กิโลกรมั โดยจะเรียงแนวตั้งจากไมขนาดเล็กไปหาใหญ การอบรม และแตกตางกันอยา งมีนัยสำคญั ทางที่ 0.05 จนเต็มเตาเผาแลวใชฝาปดดานบน และเมื่อเริ่มเผาถานได ประมาณ 1 ชม. ผานไปก็จะเร่ิมสามารถเก็บน้ำสมควันไม จากภาพที่ 3 แสดงผลิตภัณฑน้ำสมควันไมและ ไดและหลังจากการเผาถานเสร็จเรียบรอยไปแลวโดยใช ถานท่ีไดเตาเผา จากกลุมเกษตรกรตำบลสันมะเค็ด เวลาประมาณ 6 ชม. พบวาปรมิ าณถานไมที่ไดจ ากเตาเผา อำเภอพาน ที่นำออกจำหนายโดยน้ำสมควันไมมีขนาด 1 มีน้ำหนักประมาณ 11.40 - 20 กิโลกรัม ไดน้ำสมควันไม ลิตร ราคาจำหนาย 100 บาท สวนถานไมมีจำหนาย ประมาณ 1.1 ลิตร และในระหวางเผามีปริมาณควันจาก ทั้งหมด 2 ขนาด ขนาดเล็ก 1 กิโลกรัม ราคา 16 บาท ปากปลองดานบนและทอระบายดานขางจำนวน 3 ปลอง ขนาดใหญกระสอบ 20 กิโลกรัม ราคา 200 บาท ซึ่ง เน่ืองจากการเผาไหมภายในสภาพแวดลอมในถังมีอากาศ นำ้ หนักของถานไมใ นกระสอบข้นึ อยกู ับชนิดของไมเชน ไม อยูในปริมาณนอยทำใหเผาไหมไมสมบูรณและในระหวาง ลำไยและไมล้ินจ่ีท่ีเกษตรกรนำมาเผาเปนถานจะมีน้ำหนัก ที่ไมถูกสลายตัวดวยความรอนภายในเน้ือไมเกิดกระบวน มาก การกำจัดน้ำและน้ำมันดินและสารประกอบอ่ืนๆ ออกไป และคงเหลือถานท่ีมีคารบอนสูงกวา 80 % และไมมี ความช้ืนหลงเหลืออยูซึ่งโดยทั่วไปปริมาณถานท่ีไดจาก การเผาไมมีเพียงประมาณ 25 % สวนท่ีเปนของเหลวที่ กล่ันตัวไดประมาณ 50 % และเปนกาซท่ีกล่ันตัวไมได อีก ประมาณ 25%จึงทำใหไดถานในปริมาณนอยลงเมื่อเทียบ กับน้ำหนักไมกอนเผา จากขอมูลในตารางท่ี 2 พบวา ปริมาณถานและน้ำสมควันไหมในแตละพ้ืนท่ีเก็บไดไม เทากันโดยสูงสุดอยูท่ีตำบลสันมะเค็คไดปริมาณถาน 22.3 กิโลกรัม/วัน/ถังและน้ำสมควันไมอยูที่ 1.2 ลิตร/วัน/ถัง จากการลงพื้นท่ีติดตามผลพบวาเกษตรกรมีความรูและมี ทักษะการเผาถานไมแบบด่ังเดิมอยูกอนแลวทำใหส ามารถ ใชงานถงั เผาถานทีไ่ ดรบั การอบรมไดอยา งดีประกอบกบั ไม สวนใหญที่นำมาเผาเปนกิ่งไมลำไยที่ไดจากการตัดแตงกิ่ง ประจำปเนื่องจากพ้ืนท่ีดังกลา วเปนพื้นท่ีสวนลำไยทั้งหมด วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 51 ปีที ี่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
จึงทำใหไดผลผลิตถานและน้ำสมควันไมสูงท่ีสุดกวาทุก กลุม ตารางท่ี 2 ปริมาณถานไมและน้ำสมควันไมในแตละกลุม เกษตรกรตามพ้ืนท่ตี างๆทีไ่ ดร บั เตาเผาถา น ปริมาณ ปรมิ าณ ถา น น้ำสม ลำดับ พืน้ ที่ (กิโลกรมั / ควันไม วนั /ถงั ) (ลติ ร/ วนั /ถงั ) ภาพท่ี 4 อณุ หภมู ภิ ายในเตาและอณุ หภมู ิ ที่ทางออกปลอ งควัน 1 ต ำ บ ล ป า อ อ ด อ น 16.3 0.6 ชยั สวนของน้ำสมควันไมท่ีไดจากการควบแนนจาก 2 ตำบลแมลอย 18.5 1.1 กระบวนการผลิตถานยังไมสามารถนำมาใชประโยชนได 3 ตำบลสันมะเคด็ 22.3 1.2 ทันที เน่ืองจากน้ำสมควันไมท่ีไดการขบวนการเปล่ียนไม 4 ตำบลเม็งราย 16.8 0.9 เปนถานไดเกิดขึ้นท่ีอุณหภูมิในเตาถึง 300 °C ทำให 5 ตำบลตับเตา 17.6 1 ลกิ นินจะเร่ิมสลายตัวมนี ้ำมันดินและสารระเหยปนออกมา 6 ตำบลหวยชมภู 16.7 0.7 ดวยน้ำมันดินที่ละลายน้ำไมไดจะนำไปใชประโยชนใน การเกษตรไมไดเพราะจะไปปดปากของใบพืชและเกาะติด และจากการทดสอบเตาเผาถานของชุมชนตำบล รากพืชทำใหพืชเติบโตชาหรือตายไดจึงตองปลอยใหตก แมลอย ไดผลการทดสอบดังภาพท่ี 4 แสดงชวงเวลากับ ตะกอนในถังทรงสูงท้ิงไวประมาณ 80 – 90 วัน จะทำให อุณหภูมิภายในเตาเผาและอุณหภูมิท่ีปลายปลองควัน น้ำสมควันไมจะตกตะกอนแบงเปน 3 ชั้น ชั้นบนสุดจะ พบวาชวงท่ี 1 เปนชวงที่เร่ิมทำการเผาใชเวลาประมาณ เปนน้ำมันใส ช้ันกลางเปนของเหลวใสสีชาหรือสีนำ้ ตาลมี 120 นาที อณุ หภูมทิ ่ีปากปลอ งประมาณ 30 - 53 °C และ กลิ่นควันไฟคือ น้ำสมควันไม และช้ันลางสุดเปนของเหลว ภายในเตาประมาณ 30 -148 °C การเผาถาน ชวงท่ี 2 ขนสีดำคือน้ำมันดิน (ฝายสงเสริมและเผยแพร สำนัก เปนชวงที่เริ่มเก็บน้ำสมควันไมเปนชวงหลังจากท่ีจุดไฟ สงเสริมและฝกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร, 2554) หนาเตาตองใหมีควันบาหรือควันสีสมๆ ออกมากอนซ่ึงจะ โดยนำ้ สม ควันไมท ี่ไดมีสเี หลอื งออนและนำ้ ตาลออ น ความ เกิดข้ึนหลังจากที่เวลาผานไปประมาณ 120 นาที ไปแลว เปนกรด-ดาง อยูประมาณ 3.1 ความถวงจำเพาะมีคาอยู ท้ังนี้การเก็บน้ำสมควันไมจะนับระยะเวลาการเก็บจากที่ ประมาณ 1.11 มีประสิทธิภาพตรงตามมาตรฐาน เริ่มตนเก็บออกไปประมาณ 120 – 270 นาที หรือ ผลิตภัณฑชุมชนน้ำสมควันไมดิบ มผช.659/2547 คา pH อุณหภูมิปากปลองประมาณ 55 – 85 °C อุณหภูมิในเตา ตองอยูระหวาง 2.8 - 3.7 ความถวงจำเพาะตองไมนอย ประมาณ 155 – 320 °C หรือสังเกตสีควันที่ปากปลอง กวา 1.005 จากนั้นเกษตรกรก็จะสามารถนำน้ำสมควันไม เริ่มเปล่ียนเปนสีน้ำเงินก็ใหหยุดเก็บสมควันไมได ชวงที่ 3 ทผี่ านการตกตะกอนเรยี บรอยแลว ไปใชป ระโยชนตอไป เปนชวงหยุดเก็บน้ำสมควันไมอุณหภูมิภายในเตาจะเริ่ม เพิ่มสูงข้ึนจาก 330 – 450 °C สวนอุณหภูมิท่ีปากปลองก็ ในสวนการตลาดออนไลทกลุมเกษตรกรสวนใหญ จะเพิ่มสูงข้ึนถึง 150 °C และเริ่มทำการปดเตาทำใหถาน ท้ัง 6 ตำบลยังขาดความรูทางการตลาดและชองทางการ เย็นตัวลงโดยใชเวลาทั้งหมดประมาณ 7 – 8 ชม. แลวจึง ขายสินคา มคี อ นขางจำกัดเนนการขายกันเองภายในชุมชน นำถานออกไปใชบรรจุถุงสงจำหนายหรือใชประโยชนอื่น เปนหลักผานรานคาภายในชุมชนหรืออาจเกิดจากการรับ ตอไปได ซอ้ื ในพืน้ ท่ีกันเอง แตย ังขาดการสงเสรมิ การขายและการ ประชาสัมพันธที่จะทำใหเปนท่ีรูจักมากขึ้น และจากการ ประชุมหารือกับกลุมในเรื่องการสงเสริมความรูดาน 52 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
การตลาดออนไลนใหกับกลุมเกษตรกรพบวาสมาชิกใน ในสวนของกลุมเกษตรกรบนพื้นที่สูง เกษตรกร กลุมเลือกชองทางการตลาดออนไลนท่ีเหมาะสมกับบริบท ตำบลตับเตาและตำบลหวยชมพู เปนชาวไทยภูเขาเปน การใชงานซึ่งสมาชิกสวนใหญมีความสนใจการตลาดผาน สวนใหญคอนขางประสบปญหาดานความพรอมอุปกรณ เพจเฟซบุคเนื่องจากเปนชองทางในการประชาสัมพันธที่มี สื่อสารที่รองรับระบบอินเตอรเน็ต และระบบอินเตอรเน็ต การใชงานเปนประจำท่ีใชสื่อสารและสามารถสรางพื้นท่ี ไมมีสัญญาณในบางพื้นที่ จึงไมประสบความสำเร็จในการ ขายไดงายไมยงุ ยากเขาถงึ กลมุ เปาหมายไดอยางรวดเร็วซ่งึ สรางเพจขายสินคาบนเฟสบุค เฟซบุคเปนส่ือโซเชียลมีเดียท่ีไดรับความนิยมในปจจุบัน เปนอยา งมากมีชอ งทางการตลาดผลิตภัณฑอ อนไลน จงึ ได 3. การนำไปใช มีการจัดอบรมการสรางชองทางการขายผลิตภัณฑผาน หลังจากการอบรมเกษตรกรครบทั้งหมด 6 กลุม ทางเฟชบุคและหลังจากการอบรมพบวาเกษตรกรทั้ง 6 ตำบลสามารถสรางเพจขายถานไมและน้ำสมควันไมบน และทุกกลุมไดรับมอบเตาเผาถานจำนวน 6 เตาตอกลุม เฟสบุคไดดังตัวอยางแสดงดังภาพท่ี 5 และเปนเพจของ จากการติดตามประเมินผลพบวาเกษตรกรสามารถเร่ิม กลุมเกษตรกร บานปากอ ปาออดอนชัย ท่ีสรางข้ึนมาเพ่ือ ดำเนินการเผาถานไดตั้งแตเดือน พฤษภาคม 2564 เปน เปนชองทางในการขายถานไมและน้ำสมควันไม รวมทั้งลง ตนไป เนื่องจากติดปญหาการหามเผาเพื่อลดปญหาฝุน ภาพการดำเนินกิจกรรมภายในกลมุ เพ่ือเพ่ิมความนาสนใจ ควัน PM 2.5 จากทางจังหวัดเชียงรายทำใหเกษตรกรมี ในการซ้ือขายสินคา ระยะเวลาการเก็บถานไมและน้ำสมควันไมคอยขางลาชา กวาแผน ดังน้ันการใชเตาเผาถานควรใชงานในชวงหลัง หลังจากกลุมเกษตรกรสามารถสรางเพจและนำ เก็บเกี่ยวลำไยต้ังแตเดือน ส.ค. – ก.พ. ของทุกปเพราะ สินคาข้ึนไปขายบนเฟสบุคก็ทำใหสินคาเปนท่ีรูจักมากขึ้น ชวงเดือน มี.ค.-พ.ค. เปนชวงงดเผา การใชงานเตาเผา ทำใหสรางยอดขายใหกับกลุมเพ่ิมมากขึ้นรอยละ 50 ถานในกลุมเกษตรกรมีการมีการหมุนเวียนใชเตากันภาย โดยเฉพาะกลุมเกษตรกรปาออดอนชัยและกลุมเกษตรกร ในกลุมจำนวนท้ัง 6 เตา/กลุม มีระยะเวลาเฉล่ียประมาณ ตำบลแมล อย มคี วามพรอมดา นเครือขายโทรศพั ทมือถือท่ี 1 เดือนตอครอบครัวซ่ึงเมื่อไดถานและน้ำสมควันไม จะมี มีสัญญาณชัดเชน แตยังตองใชเวลาในการปรับตัวกับการ การนำไปใชงานในลักษณะตางๆคอนขางแตกตางกันข้ึน ใชงานและการโตตอบผานชองทางเพจกับลูกคาท่ีสนใจใน อยูกับบริบทของแตละชุมชนน้ันเชน กลุมเกษตรกรท่ีทำ ตัวสินคาท่ีตองใชเวลาคอนขางนานในการตอบกลับซึ่งโดย เกษตรอินทรียก็จะมีการใชงานน้ำสมควันไมในปริมาณท่ี เฉลี่ยใชเวลาประมาณ 2-3 วัน ก็อาจทำใหสูญเสียโอกาส มากจนไมสามารถนำออกมาจำหนายไดเชนกลุมเกษตรกร ในการขาย ตำบลแมลอย ภาพท่ี 5 การสรา งเพจขายถา นไมและ น้ำสม ควันไมบ นเฟสบคุ ของกลุม บา นปา กอ ปา ออดอนชัย เชียงราย วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 53 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
ตารางท่ี 3 รายไดจากการจำหนายถานไมแ ละน้ำสมั ควันไมของกลมุ เกษตรกรไดผานการอบรม ถา นไม/เดอื น นำ้ สมควนั ไม/ เดอื น รวมสุทธิ จำนวน ราคา (บาท/เดือน) ลำดับ สถานท่ี จำนวน ราคา (ลติ ร) (บาท) 2,500 (กก.) (บาท) 10 90 15,400 100 90 33,500 1 เกษตรกรตำบลปาออดอนชัย อำเภอเมอื ง 100 16 250 95 9,300 2 เกษตรกรตำบลแมล อย อำเภอเทงิ 400 16 50 90 12,080 3 เกษตรกรตำบลสันมะเค็ด อำเภอพาน 650 15 60 100 11,680 4 เกษตรกรตำบลเมง็ ราย อำเภอพญาเมง็ ราย 300 16 80 100 84,460 5 เกษตรกรตำบลตบั เตา อำเภอเทิง 380 16 6 เกษตรตำบลหว ยชมภู อำเภอเมือง 230 16 รวมรายได เกษตรกรตำบลสันมะเค็ด เพราะตองนำไปใชใน แ ล ก เป ลี่ ย น กั บ ก ลุ ม จ า ก ต ำ บ ล ต า ง ๆ น ำ ไป พั ฒ น า เพิ่ ม พ้ืนท่ีเพาะปลูกของตัวเองเปนสวนใหญซึ่งชวยลดรายจาย ผลผลิต สวนปริมาณไมและชนิดของไมที่นำมาทำถานโดย ในครอบครัวไดดี ในสวนของถานไมเกษตรกรบางกลุมนำ ไมลำไยจะใหปริมาณถานมากท่ีสุด แตโดยทั่วไปแลว ผลิตภัณฑท่ีไดมาใชในครัวเรือนเพ่ือลดรายจายในครอบ เกษตรกรทั้งหมดสามารถผลิตอยูในเกณยมาตรฐานซ่ึงผล ครัวดวยเชนกัน จากขอมูลในตารางที่ 3 รายไดจากการ มีความใกลเคียงของ อรัญ ขวัญปาน, ชนะกานต พงศา จำหนายถานและน้ำสมควันไม พบวากลุมเกษตรกรตำบล สนองกุล (2555) และของ จิระพงษ คูหากาญจน (2550). ปาออดอนชัยมีรายได 2,500 บาท/เดือน และเกษตรกร คูมือผลิตถานผลิตถานและน้ำสมควัน และในสวนของ ตำบลเม็งรายมีรายได 9,300 บาท/เดือน จึงทำใหปริมาณ น้ำสมควันไมท่ีผลิตไดอยูที่ 1.1 ลิตร/ครั้ง ซ่ึงสอดคลอง ถานไมที่นำออกมาจำหนายไดนอยสงผลใหรายไดนอย ได หรือใกลเคียงในแงของปริมาณ และคุณ ภาพตาม แสดงดังตารางท่ี 3 แตในรายไดรวมมีเกษตรกรบางกลุม มาตรฐานสินคาชุมชน มาตรฐานผลิตภัณฑชุมชนน้ำสม สามารถผลิตไดปริมาณมากและสามารถนำออกมาจำ ควันไมดิบ(ผบ659/2547) เปนจำนวนเงินท้ังหมด หนายไดม าก เชน เกษตรกรตำบลแมล อยมีรายได 33,500 โดยประมาณ 84,460 บาท/เดือน ซ่ึงกลุมเกษตรกรตำบล บาท/เดือน และเกษตรกรตำบลสันมะเค็ดมีรายได สันมะเค็ด อำเภอพานสามารถสรางรายไดสูงสุดอยูท่ี 15,400 บาท/เดือน เนื่องจากในพื้นที่มีปริมาณไมลำไย 33,500 บาท/เดือน ทำใหมีรายไดเพ่ิมข้ึนเฉล่ียตอคน จากการตัดแตง กิง่ จำนวนมากกวา เพ่ิมขึ้น 930 บาท/เดือนเมื่อเทียบกับกอนหนาน้ีเกษตรกร จะไมมรี ายจากการทำสวนลำไย โดยขายผานชองทางออน 5. อภิปรายผล ไลทดวยการสรางเพจขายถานไมและน้ำสมควันไมบน จากการจัดกิจกรรมอบรมถายทอดเทคโนโลยี เฟสบุค เตาเผาถานแบบเคล่ือนยายไดใหกับกลุมเกษตรกรในเขต ซ่ึงการจะใหเพจเปนท่ีนาสนใจตองเรียนรูการ จังหวัดเชียงรายเพ่ือสรางอาชีพการผลิตถานไมและน้ำสม นำเขาขอมูลของกลุมฯใหมีกิจกรรมตอเน่ืองรวมถึงการ ควันไมดังท่ีไดกลาวมาแลว ในสวนการผลิตถานและน้ำสม จัดการเพจใหนาสนใจมากข้ึนและสามารถใชงานสื่อสาร ควันไมส รางรายไดเสริมใหเพิ่มขึน้ โดยถา นทผี่ ลติ ไดโดย กับผูบริโภคท่ีมีความสนใจในผลิตภัณฑไดสภาพทั่วไปของ การรวมกลุมของเกษตรกรผูผลิตเกิดจากความตองการ เฉล่ียอยูที่ 18.03 kg/ครั้ง แตก็พบวาละตำบลมี พัฒนาและปรับตัวใหเขากับสถานการณที่เปลี่ยนแปลงใน ปริมาณแตกตางกันขึ้นอยูกับหลายปจจัยเชน ปริมาณไม ตลาดการขายถานและน้ำสมควันไมท่ีการแขงขันการขาย ลำไย และความรูความเขาใจในการนำไปประยุกตไปใชซ่ึง ถานและน้ำสมควันไมมีแนวโนมที่สูงข้ึนอยางตอเนื่อง ป จ จั ย จ า ก ค ว า ม รู ค ว า ม ใจ ท า ง ค ณ ะ วิ จั ย ได ถ า ย ท อ ด 54 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
ในขณะท่ีเกษตรกรผูผลิตยังขาดความรูดานการใชงานสื่อ 6. กติ ติกรรมประกาศ online ใน ก ารต ลาด อีก ท้ั งตอ งป ระสบ กับ ป ญ ห า ขอขอบคุณเครื่อขายวิจัยภาคเหนือและสำนัก ส่ิงแวดลอมที่สงผลกระทบเกษตรกรโดยตรง และในสวน ของการติดตามประเมินดานความรูความเขาใจของผูเขาท่ี งานวจิ ัยแหงชาติใหทุนสนับสนุนในการทำวิจัยในครง้ั น้ี ผานการอบรมพบวาผูตอบแบบสอบ ถามมีความพึงพอใจ วิทยากรอยูในระดับมากที่สุดโดยพึงพอใจการถายทอด 7. บรรณานุกรม ความรูของวิทยากรมีความชัดเจนมากท่ีสุด ในสวนความรู กรมพฒั นาที่ดินกระทรวงเกษตรและสหกรณ. 2564. แนว ผูตอบแบบสอบถามสามารถนำความรูไปใช อยูในระดับ มากที่สุด โดยสามารถนำความรูท่ีไดรับไปประยุกตใชใน ท า ง ก า ร ส ง เส ริ ม ก า ร เก ษ ต ร ท่ี เห ม า ะ ส ม ต า ม การปฏิบัติงานมากท่ีสุดโดยพิจารณาจากปริมาณผลิตถาน ฐานขอ มูลแผนท่ีเกษตรเชิงรุก จงั หวัดเชียงราย. และน้ำสมควันไมของแตละกลุม รองลงมา คือ มีความ กรมสงเสริมการเกษตร. 2551.คูมือนักวิชาการสงเสริม มั่นใจและสามารถนำความรูที่ไดรับไปใชได และสุดทาย การเกษตรลำไย:กรงุ เทพ. คือ สามารถนำความรูไปเผยแพร/ถายทอดได มีความพึง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน. 2560. พอใจอยูในระดับมากที่สุดตามลำดับ คะแนนความรูกอน โครงการพัฒนาการผลิตและการใชเตาเผาถาน การอบรม มีคาเฉลี่ย คือ 7.24 คะแนน โดยคะแนนความรู แบบถัง 200 ลติ ร:กรงุ เทพ. หลังการอบรม มีคาเฉล่ีย คือ 11.73 คะแนนจากคะแนน โครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน. เต็ม 15 คะแนน และเม่ือทดสอบคะแนนความรูกอนและ 2558. สำนักงานสถติ แิ หงชาติ หลังการสัมมนาดว ยคาทางสถิติทดสอบ t - test = 13.57 จิระพงษ คูหากาญจน. 2550. คูมือการผลิตถานและ สามารถสรปุ ไดวาคะแนนความรหู ลังการอบรมสูงกวากอน น้ำสมควันไม. กรุงเทพฯ : เกษตรกรรมธรรมชาติ. การอบรม และแตกตา งกันอยา งมนี ัยสำคัญทางท่ี 0.05 เทคโนโลยีที่เหมาะสม. ธนัญชัย สาทะกลาง และรุงรพี โกแมน. 2556. การ ในการติดตามผลหลังการอบรมเพื่อใหกลุมตางๆ พัฒนาเตาเผาถานพรอมดวยระบบกาจัดควัน ดำเนินการตอไปเองไดอยางตอเนื่อง มีการจัดต้ังกลุมไลท แบบเผาซา. การประชุมวชิาการเครอื ขายพลังงาน ที่มีการรวมสมาชิกท่ีเขาอบรมทั้งหมดเพื่อตอบปญหาการ แหง ประเทศไทยครง้ั ท่ี 12 มหาวิทยาลยั แมโจ. ผลิตถาน น้ำสมควันไม หรือการขายผานชองทาง ออนท ปุณยวีร อ่ิมแกว และ สรวัฒน วิศาลาภรณ. 2560. ไล และแลกเปลี่ยนความรูกันเองภายในกลุม รวมไปถึงการ พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร ซ้ื อ สิ น ค า เก ษ ต ร ข อ ง ผู ใ ช ง า น ติดตามการทำงานของแตล ะกลุมตำบล เครือขายสังคมออนไลนและลักษณะเฉพาะของ ขอ เสนอแนะ เครือขายสังคมออนไลน. การประชุมวิชาการและ น ำเส น อ ผ ล งาน วิช าก ารระ ดั บ ช าติ UTCC 1. การที่เกษตรกรจะเพ่ิมรายไดจากการจำหนาย Academic Day คร้งั ที่ 2 กรุงเทพฯ. ถา นไมและน้ำสม ควนั ไมใหมากข้ึนจากเดมิ ตวั เกษตรกรเอง ฝายสงเสริมและเผยแพร สำนักสงเสริมและฝกอบรม จำเปนตองเพิ่มจำนวนเตาเผาถานใหมากขึ้นเพ่ือลด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร, 2554. การทำน้ำสม ระยะเวลาการรอคอยเตาเผาท่ีจะหมุนเวียนกลับมาถึงคิว ควนั ไม. ปท่ี 54 ฉบับที่ 2 ของตนเอง ภาณุวัฒน กองราช. 2554. การศึกษาพฤติกรรมการใช เครือขายสังคมออนไลนของวัยรุนในไประเทศ 2. เกษตรกรผูขายสินคาผานชองทางออนไลน ไทย: กรณีศึกษา Facebook. วิทยานิพนธวิทยา จะตองเนนใหความสำคัญกับคุณภาพสินคาท่ีเหมาะสมกับ ศาสตรมหาบัณฑติ . มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร. ราคาและการอัพเดทขา วสารใหเปนปจ จุบัน 3. ควรมีการคำนวณตนทุนการผลิตถานไมและ น้ำสมควันเพื่อจะไดทราบราคาจำหนาย กำไรตอ หนวย ใน การวจิ ัยคร้งั ตอไป วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 55 ปีที ี่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
มาตรฐานผลิตภัณฑผลิตภันฑชุมชน, 2547 มาตรฐาน ผ ลิตภั ณ ฑ ชุ ม ช น น้ ำสม ค วัน ไม ดิ บ . มผช. 659/2547. อรัญ ขวัญปาน, ชนะกานต พงศาสนองกุล. 2555. ประสิทธิภาพของน้ำสมควันไมจากเตาเผาถาน มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสนุ ันทา. 56 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
แนวทางการพัฒนาเศษเหลือจากการปลกู กัญชา ไรอารมณด ี ตําบลดงมหาวัน อาํ เภอเวยี งเชยี งรุง จงั หวัดเชียงราย Guidelines for Developing Agricultural Waste from Cannabis Cultivation in Aromdee Farm, Dongmahawan Subdistrict, Wiangchiangrung District, Chiangrai Province วบิ ลู พร วุฒคิ ณุ 1* พงศต ะวนั นนั ทศิร1ิ มณีรตั น ภาจนั ทรค ู2 วฒั นพล อยสู วสั ด2ิ์ และนเรศ ใหญว งศ2 Viboonporn Wutthikun1* Pongtawan nantasiri 1 Maneerat Pachankoo 2 Wattapon. Eusawat 2 and Naret Yaiwong 2 1 ผชู วยศาสตราจารย คณะเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม มหาวิทยาลยั ราชภฏั เชยี งราย 80 หมู 9 ตําบลบานดู อาํ เภอเมือง จงั หวดั เชยี งราย 57100 2 อาจารย คณะเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเชยี งราย 80 หมู 9 ตาํ บลบานดู อําเภอเมือง จังหวดั เชยี งราย 57100 1,2 Asst. Prof., Faculty of Industrial Technology, Chiang Rai Rajabhat University, 80 m.9 Phahonyothin Rd., Mueang, Chiang Rai, Thailand 57100 3-5 Lecturer, Faculty of Industrial Technology, Chiang Rai Rajabhat University, 80 m.9 Phahonyothin Rd., Mueang, Chiang Rai, Thailand 57100 E-mail, [email protected], 053776015 088-9642496 รับบทความ; 10 กุมภาพันธ 2566; แกไ ขบทความ 9 มถิ นุ ายน 2566 ; ตอบรบั บทความ 29 มถิ ุนายน 2566 บทคดั ยอ แนวทางการพัฒนาเศษเหลือจากการปลูกกัญชา ไรอารมณดี ตําบลดงมหาวัน อําเภอเวียงเชียงรุง จังหวัด เชียงราย มีวัตถุประสงคเพื่ออธิบายแนวทางการพัฒนาเศษเหลือจากการปลูกกัญชาโดยมีวิธีการดําเนินงาน คือ 1.การ สํารวจบริบทพื้นที่ (Survey) 2.การสนทนากลุม (Focus group) 3. ออกแบบกระบวนการ (Upcycle) 4. การถายทอด เทคโนโลยี (Technology transfer) และ 5. ประเมินผลลัพธหลังจากถายทอดเทคโนโลยี (Evaluate) ผลการสังเคราะห และประเมินศักยภาพรวมกันกับตัวแทนผูประกอบการ อาจารย เจาหนาที่ และผูเชี่ยวชาญ พบวาแนวทางการพัฒนาเศษ เหลือจากการปลูกกัญชานั้นไดแบงเปน 3 สวนดังนี้ 1.กานและลําตน โดยสวนของเปลือกตนกัญชาสามารถนํามาผลิตเปน เสนใย แกนตนกัญชาสามารถนํามาเปนสารเติมเต็มใหกับบล็อกชองลมสําหรับงานตกแตงที่ไมตองรับนํ้าหนักเพื่อลด ปริมาณของซีเมนตและลดนํ้าหนักของบล็อกชองลม 2. ใบสามารถทําเปนชาจากใบกัญชา 3. กิ่งกานที่เปนเศษเล็กๆ สามารถนํามาทําเปนปุยหมักที่ใชในไรเพื่อลดตนทุนคาใชจายคาปุยได และในการดําเนินงานในครั้งน้ีคณะนักวิจัยและ วิทยากรไดถา ยทอดองคค วามรูในเรือ่ งกระบวนการการทําเสน ใยจากเปลือกลําตนกัญชาใหกบั สมาชิกและกลมุ เครือขายไร อารมณดี โดยผลประเมินผลลัพธหลังจากถายทอดเทคโนโลยีพบวา สมาชิกและกลุมเครือขายไรอารมณดีมีความพึงพอใจ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 57 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
ในระดบั ดีจากการจัดโครงการครัง้ น้เี น่ืองจากทําใหท างกลุมสามารถมองเห็นแนวทางในการจดั การขยะของชุมชน สามารถ ลดการเผาขยะท่ีเกดิ จากเศษเหลอื ทางการเกษตร และยงั มองเหน็ ชองทางในการพัฒนาผลิตภัณฑใ หเกดิ รายไดกับชุมชนได ในอนาคต คาํ สําคัญ: อพั ไซเคิล เศษเหลือทง้ิ จากการปลกู กัญชา ตนกญั ชา Abstract Guidelines for developing agricultural waste from cannabis cultivation in Aromdee Farm, Dongmahawan Subdistrict, Wiangchiangrung District, Chiangrai Province aimed to explain the guidelines for developing wastes from cannabis cultivation by following working processes: 1. Survey, 2. Focus group, 3. Upcycle, 4. Technology transfer, and 5. Evaluate after technology transfer. The potential analysis and evaluation performed with the representatives of the producers, teachers, officers, and experts revealed that the guidelines for developing the agricultural waste from cannabis cultivation were divided into 3 parts as follows: 1. Branch and stem: the bark of cannabis trunk can be used for producing fiber, the core of the cannabis trunk can be used as filling for ventilation blocks in decorative work which does not need to support the weight in order to reduce the volume of cement and reduce the weight of ventilation blocks; 2. Leaf: cannabis leaf can be made as tea; and 3. Small twig: organic fertilizers can be produced from this part to be used in farms to reduce cost of fertilizer. For the processes of this research, the team of researchers and guest speakers transferred the knowledge about the processes of making fiber from barks of cannabis trunk to the members and Aromdee Farm network. The results of the evaluation after technology transfer showed that the members and the network of Aromdee Farm were satisfied at a good level with the organization of this project since this project helped the group recognize the guidelines for managing community waste by themselves, reduce burning of agricultural waste, and perceive the channel to develop the products to create community income in the future. Keywords: upcycle, agricultural waste from cannabis cultivation, cannabis tree 58 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
1. บทนาํ กระบวนการอัพไซเคิล (Upcycle) ไวคือกระบวนการ แปลงวัสดุเหลือใชหรือผลิตภัณฑที่ไมสามารถใชงานตาม แผนยุทธศาสตรการพัฒนาจังหวัดเชียงราย หนาที่เดิมใหเปนสิ่งใหมที่มีคุณภาพและมูลคาเพิ่มขึ้น โดย ยุทธศาสตรที่ 5 เรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ ใชการออกแบบเปนเครื่องมือที่สําคัญเนื่องจากธรรมชาติ สิ่งแวดลอมเนนใหสงเสริมการพัฒนาเพื่อการจัดการ งานออกแบบมักซุกซอนสิ่งไมสวยงามไวไมให มองเห็นโดย สิ่งแวดลอมอยางมีสวนรวมและมีประสิทธิภาพ มีโครงการ มีหลักการ 3 ประการ ดังนี้1) การใชประโยชนและเพ่ิม เพิ่มศักยภาพชุมชนคัดแยกขยะที่ตนทางและพัฒนาสาธิต มูลคา 2) หลักการใชพลังงานในการเปลี่ยนสภาพ และ3) เรียนรูการจัดการวัสดุเหลือใช โดยมีวัตถุประสงคเพื่อเพิ่ม ความสวยงาม ประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอย แกไขปญหา ขยะสะสมและรวบรวมขยะมูลฝอยไปกําจัดอยางถูกหลัก ไรอารมณดี ตําบลดงมหาวัน. อําเภอเวียงเชียงรุง วิชาการภายใตแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยจังหวัด จังหวัดเชียงราย เปนศูนยกลางของกลุมวิสาหกิจชุมชน เชียงราย แตทั้งนี้ปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนที่ถูกกลับ ของกลุมชาติพันธุที่ปลูกกัญชา โดยไรอารมณดีมีพื้นที่ใน การปลูกกัญชาประมาณ 300 กวาไร และเครือขายกลุม นํามาใชประโยชนกลับมีปริมาณลดลง แตทั้งนี้ปริมาณ วิสาหกิจเกษตรกรชาติพันธุเกือบ 2,000 กวาไร แต ณ. ขยะมูลฝอยชุมชนที่ถูกกลับนำมาใชประโยชนกลับมี ปจจุบันยังคงใชประโยชนจากตนกัญชาเฉพาะชอดอกและ ปริมาณลดลง เปนที่นาสังเกตวา ปริมาณขยะสะสมของ ใบเทานั้น ในสวนลาํ ตน ของตน กญั ชากลบั เปน วัสดเุ หลอื ทงิ้ จังหวัดก็ยังมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดิม (สำนักงานสถิติ ทางเกษตรยังไมไ ดน ํากลับมาใชง านใหเ ต็มประสิทธิภาพ จังหวัดเชียงราย,2559) อีกทั้งจากงานวิจัยของธงพล พรหมสาขา ณ สกลนครและอุนเรือน เล็กนอย (2563) ดวยเหตุผลดังกลาวคณะผูวิจัยจากคณะเทคโนโลยี พบวาการนำขยะหรือของเหลือใชมาผลิตเปนสินคา อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งเปน เพื่อจำหนาย ไมคอยประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อ หนวยงานทางการศึกษา ที่มีปรัชญา วิสัยทัศน เกี่ยวของ ผลิตแลวก็ขายไมคอยได เชน ในหมูบานมีการผลิต กบั การใหบ รกิ ารวิชาการเพือ่ การพัฒนาทองถ่ินอยางย่ังยืน หมวกจากกระปองน้ำอัดลมหรือกระปองเบียร แตไม เสริมสรางความเขมแข็งใหกับชุมชนและสังคม เพ่ือ ประสบความสำเรจ็ ทางการขาย ตอบสนองตอ ความตองการของชุมชนและสงั คม จึงมีความ สนใจที่จะศึกษากระบวนการพัฒนาวัสดุอัพไซเคิลเพื่อการ กระบวนการอัพไซเคิล กนกวรรณ สาโรจน, 2558 จัดการขยะชุมชนในจังหวัดเชียงราย ใหนําไปสูการพัฒนา ไดกลาวถึงไววา เปนคําประสมที่เกิดจากคําวา upgrade รูปแบบการจัดการขยะผานกระบวนการอัพไซเคิลที่ชุมชน รวมกับคําวาRecycling คือการนําเอาเศษวัสดุตาง ๆ ที่จะ สามารถจัดการขยะภายในชุมชนเองไดและสามารถนํา กลายเปนขยะแลวนํากลับมาทําเปนของใชใหม นํามาเพ่ิม กลับไปใชประโยชนซํ้าไดภายในชุมชนเพื่อเปนการสราง ความ สวยงาม ใสไ อเดีย ใหม ๆ โดยยงั ไมถ งึ กับตอ งนาํ ไปรี ความยั่งยืนในการพึ่งตัวเองและสนองตอบกับนโยบาย ไซเคิล อาจจะแคต ัดแลว นํามาประดิษฐเปน ของใชห รอื ของ จงั หวดั เชียงรายในการนาํ ขยะกลบั มาใชใหมไ ดอ กี ครงั้ ตกแตงบาน โดยการอัพไซเคิล สามารถแบงขอบเขตออก ได 2 กระบวนการ กระบวนการแรกคือ การยกระดับดวย การออกแบบกระบวนการที่ 2 ของการอัพไซเคิล คือ การ ยกระดับโดยการใชเทคนิค นอกจากนี้ กมลภรณ รุงแสง และ สุคตยุติ จารุนุช (2563) ใหคําจํากัดความ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 59 ปีที ี่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
2. วธิ ีการดําเนินงาน กลุมวิสาหกิจ วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ณ.ไรอารมณดี การศึกษาวิจัยในครั้งน้ีดําเนินการสํารวจบริบทไร ตําบลดงมหาวัน อําเภอเวียงเชียงรุง จังหวัดเชียงราย ดัง ภาพที่ 2 ไรอารมณดีเปนศูนยกลางของกลุมวิสาหกิจ อารมณดี การสนทนากลุม (Focus group) รับฟงปญหา ชุมชนของกลุมชาติพันธุท่ีปลูกกัญชา โดยไรอารมณดีมี จากผูนํากลุมวิสาหกิจชุมชน ประกอบไปดวยผูนําและ พนื้ ที่ในการปลกู กัญชาประมาณ 300 กวา ไร และเครือขาย ผูประสานงานไรอารมณด ี รวมกับอาจารยจากหลากหลาย กลุมวิสาหกิจเกษตรกรชาติพันธเกือบ 2,000 กวาไร นิยม ความเชี่ยวชาญ และเจาหนาที่ที่เกี่ยวของ เพื่อสังเคราะห ปลูกกญั ชาเพอ่ื เนน การเก็บชอดอกเทาน้ัน ใน 1 ปสามารถ และประเมินศักยภาพหาแนวทางการพัฒนาเศษเหลือทิ้ง ปลูกพืชชนิดนี้ได 2 รอบ ใชระยะเวลาในการปลูกตอรอบ จากการปลูกกัญชา จากนั้นนําขอมูลดังกลาวมาวิเคราะห คือ 6 เดือน ซึ่งในการปลูกแตละครั้งจะเหลือกิ่งกานและ และสัมภาษณผูเชี่ยวชาญเพื่อนํามาถายทอดใหเห็นแนว ลําตนท่ีเปนวัสดุที่เหลือใชทางการเกษตรเปนจํานวนมาก ทางการพัฒนาเศษเหลือทิ้งจากการปลูกกัญชา ใหกับกลุม พอสมควร วิธกี ารจัดการ ณ ปจ จบุ นั คือ รวบรวมกองทิ้งไว เครือขายไรอารมณดี และขั้นตอนสุดทายประเมินผลลัพธ และจดุ ไฟเผาหลังจากท่เี ศษวัสดุดงั กลา วแหง หลังจากถา ยทอดเทคโนโลยี ดังภาพท่ี 1 1. สำรวจบริบทพ้ืนที่ (Survey) 2.การสนทนากลมุ (Focus group) 3. ออกแบบกระบวนการ (Upcycle) 4. การถา ยทอดเทคโนโลยี (Technology ภาพท่ี 2 สํารวจไรอ ารมณด ี transfer) และจากการสนทนากลุม (Focus group) ดังภาพ 5. ประเมินผลลัพธห ลงั จากถา ยทอดเทคโนโลยี ที่ 3 ไดผลสรุปจากการสังเคราะหและประเมินศักยภาพ (Evaluate) รวมกันกับตัวแทนผูประกอบการ อาจารย เจาหนาที่ และ ผูเชี่ยวชาญพบวาแนวทางการพัฒนาการใชวัสดุเหลือท้ิง ภาพที่ 1 แผนผงั การดําเนนิ งานวิจัย ทางการเกษตรจากตน กัญชานั้น ไดแ บง เปน สว นดงั นคี้ ือ 3. ผลการดําเนินงาน ผลการดําเนินงานการสาํ รวจบริบทไรอารมณด ีและ รับฟงปญหาจากผูนํากลุมวิสาหกิจชุมชน โดยการ สัมภาษณ คุณมาไลลักษณ แสงเสรีธรรม ผูประสานงาน 60 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
ภาพที่ 3 การสนทนากลมุ (Focus group) ซึ่งในสวนของแกนตนกัญชาจะนํามาเปนสารเติม เต็มใหกับบล็อกชองลมสําหรับงานตกแตงที่ไมตองรับ 1.กานและลําตน สามารถนํามาใชประโยชนโดย นํ้าหนักเพื่อลดปริมาณของซีเมนตและลดนํ้าหนักของ สวนของเปลือกตนกัญชาสามารถนํามาผลิตเปนเสนใย บล็อกชองลม เนื่องจากแกนตนกัญชามีสีขาว นํ้าหนักเบา โดยในยุคแรกๆของกัญชาจัดเปนพืชที่ใชประโยชนหลัก ไมมีฝุน มีสมบัติในการดูดซับกลิ่น นํ้าไดดี ซึ่งใน จากงานดานสิ่งทอ ผลิตกระดาษ และใชประกอบเปน ตางประเทศนิยมนําไปผลิตเปนพลังงานชีวมวลในรูปแบบ เครื่องในพิธีการทางศาสนา อีกทั้งชาวเขาทางภาคเหนือมี ตางๆ และนําไปผลิตเปนวัสดุกอสรางเพื่อการตกแตง การใชเสนใยจากลําตนกัญชาและกัญชงมาตั้งแตโบราณ ภายในอาคาร (วันโชค เครือหงส และ ศตวรรษ หฤหรรษ เนื่องจากเสนใยที่ไดจากตนกัญชงและตนกัญชามีความ พงศ , 2563) ดังนนั้ ทางคณะผวู จิ ยั จงึ ไดท ําการทดลองโดย เหนียว เบาและเปนสีขาวมีความยืดหยุน แข็งแรงและ นําแกนกัญชามามาบดหยาบ บดละเอียด จากนั้นตากให ทนทานสงู (พพิ ฒั น นนทนาธรณ, 2564) แหง นําแกนกัญชา ปูนขาวไลม นํ้า ผสมใหเขากันใน อตั ราสว น 2 : 1 : 0.5 และนาํ ไปกดในแมพมิ พ ดงั ภาพที่ 5 หลังจากลอกเปลือกจากลําตนเพ่ือทําเสนใยแลวจะ โดยสูตรผสมในครง้ั นี้สามารถนําไปตอ ยอดผลติ วัสดสุ ําหรบั ยังคงเหลอื แกนตน กญั ชา ดงั ภาพที่ 4 งานตกแตง ภายในอาคารตอ ไปไดใ นอนาคต ภาพท่ี 4 ลกั ษณะเสนใยจากเปลอื กและสวนลาํ ตนกัญชา ภาพที่ 5 บล็อกชองลมไมรับนา้ํ หนักจากแกนกญั ชา วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 61 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
2. ใบ ในสวนของใบทางไรอารมณดีไดนํามาทํา มีกระบวนการในการทําเสนใยจากวัสดุเหลือทิ้ง เปนชาจากใบกัญชา ดังภาพท่ี 6 ทางการเกษตรสําหรับลาํ ตนกญั ชา ดังน้ี ขนั้ ตอนที่ 1 นําลําตนกญั ชาทเ่ี หลอื จากการตดั ชอ มาลอกเปลอื ก ดงั ภาพท่ี 8 ภาพที่ 6 ใบกัญชาเหลอื จากการเกบ็ ชอ ดอก 3. กิ่งกานที่เปนเศษเล็กๆ สามารถมาทําเปนปุย ภาพที่ 8 การลอกเปลือกลาํ ตน กัญชา หมักเพือ่ ที่กลุมชุมชนสามารถนําไปใชใ นไรก็จะสามารถลด ตน ทนุ คา ใชจา ยไดอ กี ทาง ข้ันตอนท่ี 2 นาํ เอาเปลอื กไปแชด ว ยนํ้าข้ีเถาเพื่อให เปลือกหลุดรอน และใหเสนใยนุมขึ้น เปนระยะเวลา 4. การถายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตเสนใย 5 – 10 วัน โดยประมาณ จุดสังเกตการใชงานจากการ จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรสําหรับลําตนกัญชา ใน สัมผัสถาเสนใยมีความนุมเทาที่เราตองการจึงนํามาลาง วันที่ 25-26 กุมภาพันธ 2566 ณ. ไรอารมณดี โดยมี ดว ยนํ้าเปลาและตากใหแ หง ดังภาพที่ 9 ผูเชี่ยวชาญทางดานเสนใย คือ คุณสุภารักษ รัตนมงคล ยทุ ธ เจา ของราน Rada Loom (ภาพท่ี 7 ) ภาพท่ี 9 การแชเสนใยดว ยนา้ํ ขเ้ี ถา ภาพที่ 7 การถา ยทอดเทคโนโลยกี ระบวนการผลติ เสน ใย จากลาํ ตน กญั ชา 62 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
ขั้นตอนที่ 3 หลังจากตากเสนใยใหแหงแลวนํา เสนใยมาตีใหขึ้นฟูตามที่ตองการ ยิ่งตียิ่งขึ้นฟู สิ่งที่ควร ระมัดระวังถาลักษณะที่มีการตําจะทําใหเสนใยแตกหักได ตีกบั แผงไมต ะปูจะดีกวา ดังภาพที่ 10 ภาพท่ี 11 การนําเสน ใยมาปนเพื่อขึ้นเกลียวเสนดาย ภาพท่ี 10 การตีเสนใยใหขึ้นฟู ภาพท่ี 12 เสน ดา ยจากตน กญั ชา ขั้นตอนที่ 4 นําเสนใยมาปนเพื่อเปนเกลียว โดยผลประเมินผลลัพธหลังจากถายทอดเทคโนโลยี เสนดา ย ดังภาพท่ี 11,12 จุดสังเกตลุ ักษณะของเสน ใยจาก พบวา สมาชิกและกลุมเครือขายไรอารมณดีมีความพึง ตนกัญชาจะมีลักษณะที่ไมเหมาะกับการทอเสื้อผาแต พอใจในระดบั ดี ในการจดั โครงการในครั้งนีเ้ พราะทางกลุม สามารถนํามาผลิตเปนกระเปาและรองเทาเนื่องจาก สามารถมองเห็นแนวทางในการจัดการขยะของชุมชนได ลักษณะเสนใยที่ไดจากลําตนกัญชาจะมีเนื้อสัมผัสหยาบ ดวยตนเองสามารถลดการเผาขยะที่เกิดจากเศษวัสดุทาง กวาใยกัญชงทปี่ ลูกเพื่อการนําเสน ใยมาทอผา สาํ หรบั นงุ หม การเกษตร และยังมองเห็นชองทางในการพัฒนา โดยเฉพาะ เนื่องจากดวยวิธีการปลูกและสายพันธุจะ ผลติ ภณั ฑใหเกิดรายไดกับชุมชนไดในอนาคต แตกตางกันโดยลักษณะของตนกัญชาจะมีการปลูกใหโต แบบแตกพมุ ทําใหมกี งิ่ กา นมากทาํ ใหม ีตาของก่ิงเยอะ ตอน 4. การนําไปใช ลอกเปลือกเพื่อทําเสนใยจะไดเสนใยที่สั้นและเปนปมและ ดานสิ่งแวดลอม เปนการจัดการขยะจากเศษวัสดุ กระบวนการลอกจะยากกวาลักษณะการปลูกแบบตนกัญ ชงสําหรบั งานสง่ิ ทอโดยเฉพาะทจี่ ะมีการปลูกแบบใหต น สงู ทางการเกษตรของลาํ ตน กญั ชา อีกทัง้ ยังเปน การลดปญหา ตงั้ ตรง การเผาขยะที่กอใหปญหามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะ เรื่องของฝุนควันที่เกิดขึ้นเปนประจําทุกป และยังคงสงผล กระทบตอสุขภาพของคนในจังหวัดเชียงรายอยางตอเนื่อง อีกดว ย วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 63 ปีที ี่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
ดานเศรษฐกิจ เปนการสรางมูลคาใหกับเศษวัสดุ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยการวิจัยครั้งนี้ผูว ิจยั ทางการเกษตรจากลาํ ตนกัญชาทําใหกลมุ วิสาหกิจสามารถ ขอกราบขอบพระคุณคณะและหนวยงาน อาจารย พัฒนาเปนผลิตภัณฑของชุมชนเพื่อเพิ่มรายไดไดอีกใน เจาหนา ท่ี นักศกึ ษา และเครือขายและสมาชกิ ไรอารมณที่ อนาคต อีกทั้งยังชวยลดปริมาณขยะลงได ลดคาใชจาย ใหก ารสนบั สนุน ทั้งขอ มลู และสถานที่ดาํ เนนิ งานมา ณ.ทีน่ ี้ ประหยัดงบประมาณในการจดั เกบ็ 7. บรรณานุกรม 5. อภิปรายผล บุษราภรณ มหัทธนชัย, ชนินทร มหัทธนชัย, จิตราภรณ แนวทางการพฒั นาเศษเหลอื จากการปลูกกญั ชา ไร ธาราพิทักษวงศ, ทิวาวัลย ตะการ และ เดือนฉาย อารมณดี ตําบลดงมหาวัน. อําเภอเวียงเชียงรุง จังหวัด ไชยบุตร. 2565. “การประยุกตใชเทคโนโลยีดิจิทลั เชียงราย มงุ หวังในการจัดการขยะของชมุ ชนไดดวยตนเอง เพื่อถายทอดองคความรูภูมิปญญาการผลิตผาทอ และมุงหวังใหกลุมชุมชนที่ปลูกพืชไรไดเล็งเห็นประโยชน ใยกัญชง”. วารสารวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี . หรือการใชประโยชนของวัสดุทางการเกษตรแบบเต็ม 5, 2: 71-85. ประสิทธิภาพ สอดคลองกับ ธงพล พรหมสาขา ณ ธงพล พรหมสาขา ณ สกลนคร และ อุนเรือน เล็กนอย. สกลนคร และ อุนเรือน เล็กนอย (2563) ที่ไดกลาวไววา 2563. การจัดการขยะของเทศบาลตําบลภายใต บริบทพื้นที่ที่เปนชนบทที่ในสวนของเทศบาลตําบลไมมีรถ แนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน. วารสารนาค ขยะ จําเปนจะตองมีการขับเคลื่อนแนวคิดขยะเหลือศูนย บ ุ ต ร ป ร ิ ท ร ร ศ น ม ห า ว ิ ท ย า ล ั ย ร า ช ภั ฏ (Zero waste) ตองสงเสริมการใชทรัพยากรที่มีอยูและนํา นครศรธี รรมราช. 12, 2:46-52. ก ล ั บ ม า ใ ช ใ ห ม เ พ ื ่ อ เ ป น ก า ร ใ ช ท ร ั พ ย า ก ร อ ย า ง มี ธีระพงษ สวางปญญางกูร. 2558. การผลิตปุยอินทรีย ประสิทธิภาพสูงสุด เชน การนําขยะรไี ซเคิลมาเปน วัตถุดบิ ปริมาณมากแบบไมพลิกกลับกอง วิธีวิศวกรรมแม หรือสวนประกอบสําหรับผลิตภัณฑหรือผลิตสินคาตางๆ โจ 1งบประมาณมหาวิทยาลัยแมโจ ป พ.ศ. 2558 เพื่อจําหนาย ซึ่งจะเปนการลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นให โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอินทรียจังหวัด เหลือนอยที่สุด เพื่อลดปริมาณใหเทศบาลตําบลที่จะตอง เชียงใหม . คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร จัดเก็บและจํากัดขยะ โดยการใชหลักการมีสวนรวมลด มหาวทิ ยาลยั แมโจ และคัดแยกขยะมูลฝอยที่ตนทางตามหลักการ 3R คือ ใช วันโชค เครือหงษ และ ศตวรรษ หฤหรรษพงศ. 2563. นอยลง ใชซํ้าและนํากลับมาใชใหม (Reduce Reuse สมบัติทางกล การนําความรอน และโครงสราง Recycle) จุลภาคของคอนกรีตผสมแกนกัญชง. วารสารวิจัย และพัฒนา มจธ. 43, 1: 91-102. 6. กิตติกรรมประกาศ วนารัตน กรอิสรานกุ ูล นวลวรรณ ทวยเจริญ และ สุญาดา การดําเนินงานการวิจัยครั้งนี้ไดรับทุนสนับสนุนให โสรธร. 2563. การพฒั นาแผนไมปารติเกลิ จากแกน กัญชงเพื่อเปนผนังตกแตงภายในอาคาร. ดําเนินงานภายใตโครงการวิจัยจากงบประมาณแผนดิน วารสารวิชาการพลังงานและสิ่งแวดลอมใน ประจําปงบประมาณ พ.ศ.2566 เรื่องกระบวนการพัฒนา อาคาร. 2, 2:78-96. วัสดุอพั ไซเคิลเพื่อการจัดการขยะชมุ ชนในจังหวัดเชยี งราย พิพัฒน นนทนาธรณ. 2564. เศรษฐกิจกัญชา: ที่มาและที่ ไป. วารสารสมาคมนกั วจิ ยั . 26, 2:102-112. 64 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
การออกแบบและพฒั นาถงั หมักปยุ๋ พลงั งานแสงอาทิตย์ Design and Development of Solar Powered Compost Bin รัชนีวรรณ หมั่นแสวง1* และสิทธเิ ดช วชริ าศรศี ิรกิ ลุ 2 Ratchaneewan Munsawaeng1* and Sitthidet Vachirasricirikul 2 1 นกั วชิ าการศกึ ษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั พะเยา 19 หมู่ 2 ตำบลแมก่ า อำเภอเมอื ง จังหวัดพะเยา 56000 2 อาจารย์ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั พะเยา 19 หมู่ 2 ตำบลแมก่ า อำเภอเมอื ง จงั หวดั พะเยา 56000 1 Educator School of engineering University of Phayao 19 Moo 2 Tambon Maeka Auphur Mueng Phayao 56000 Thailand 2 Lecturer School of engineering University of Phayao 19 Moo 2 Tambon Maeka Amphur Muang Phayao 56000 Thailand [email protected], 094 628 4739, 054 466 662 รับบทความ; 20 มนี าคม 2566; แก้ไขบทความ 26 มิถุนายน 2566 ; ตอบรบั บทความ 29 มิถุนายน 2566 บทคัดย่อ บทความนี้นำเสนอการออกแบบและพัฒนาถังหมักปุ๋ยพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้แก้ปัญหาการกำจัดเศษ อาหาร โดยการนำเศษอาหารไปผสมกับวัสดุเช่น ใบไม้ ขี้เลื่อย แกลบ และมูลสัตว์ นำไปปั่นตัดให้ละเอียดด้วยเอ็นตัด หญ้าที่ติดกับแกนหมุนทำให้ได้ดินที่มีสารอาหาร (ปุ๋ย) สามารถนำไปใช้การเพาะปลูกพืชได้ ใช้กระบวนการหมักแบบ ธรรมชาติ มีการเติมอากาศด้วยปั๊มเติมอากาศภายในถังให้หมุนเวียน ใช้มอเตอร์ในการหมุนแกนเหล็กที่มีแขนตัดเศษ วัสดุให้คลุกเคล้ากับอากาศ เพื่อให้จุลินทรีย์เติบโตได้ดีเร่งการย่อยสลาย มอเตอร์และปั๊มเติมอากาศทำงานด้วย พลังงานแสงอาทิตย์ ระยะเวลาในการทำงานของมอเตอร์และปัม๊ เติมอากาศ ครั้งละ 1 นาที จำนวน 10 ครั้งใน 1 วัน จากการทดสอบการทำงานถังหมักปุ๋ย สามารถใช้งานได้ตามเวลาที่ตั้งไว้ ได้ปุ๋ยภายใน 24 ชั่วโมงหลังการหมัก ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ยังเกิดการถ่ายทอดความรู้และติดตามผลการใช้งานในชุมชนเกิดการมีสว่ น ร่วมระหว่างชุมชนและมหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งชุมชนได้ประโยชน์และสามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนา หรือ ประยกุ ต์ใหส้ ามารถใช้งานไดอ้ ย่างหลากหลาย คำสำคัญ ถังหมกั ปุย๋ ปยุ๋ หมกั การกำจัดขยะอนิ ทรยี ์ พลังงานแสงอาทิตย์ ABSTRACT This paper proposes a design and a development of solar powered compost bin for solving the garbage disposal problem by mixing food scraps with materials such as leaves, sawdust, rice husks, and manure. There is using a lawn mover to mix them well with spindle. As the consequence, the nutrient soil (fertilizer) can be used for planting. The natural fermentation process is to add the air into the tank by the pump to make them flow. As well as, using the motor to rotate steel rod with arm to mix material with the air. The microorganisms grows well also accelerate decomposition. A motor and aeration pump can be performed by solar energy. The process period of the motor and the aeration pump is 1 minute per time for 10 times in a day. From the experimentation result, it can be used on time. The fertilizer process can complete within 24 hours after fermentation. The วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 65 ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
benefit is to reduce electricity costs. In addition, there is a transfer of knowledge and a follow-up of the use result in the community and also it makes participation between the community and the University of Phayao. Furthermore, the community benefit is to use this as a role model for developing or applying this for the various uses. Keywords : Compost bin, Fertilizer, Organic waste disposal, Solar energy 1. บทนำ วรพจน์ เฉลิมกลิ่น (2564, น.84) พบว่าวิธีการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ ผลิตปุ๋ยหมักระบบกองเติมอากาศ ทำให้มีจุลินทรีย์เพิม ข้ึนมาก ใช้ระยะเวลาในการหมัก 30 วนั ดำเนินโครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office) ท่ีมีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยด้าน กุลยา สาริชีวิน (2561, น.25) พบว่าระยะเวลา Green University และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี การเติมอากาศมีผลต่อการย่อยสลายของปุ๋ยหมัก ใช้ พ.ศ. 2561 – 2580 ดา้ นการสรา้ งการเติบโตบนคุณภาพ ระยะเวลาในการหมกั 60 วนั ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วิธีคิดและวิถีชีวิต การลดขยะ ข้อมูลจากสิทธิบัตร เลขที่ 7860 เรื่อง “เครื่อง เป็นศูนย์ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กำจัดขยะอนิ ทรียภ์ ายในครวั เรือนและกรรมวิธีการกำจดั แห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ยุทธศาสตร์ ขยะอินทรีย์” กล่าวว่า เป็นเครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ การพัฒนาประเทศที่กล่าวถึงการเติบโตที่เป็นมิตรกับ ภายในครัวเรือน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการ สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนคณะ อีกทั้ง กำจัดขยะอินทรีย์ ณ แหล่งกำเนิด ช่วยลดระยะเวลาใน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ยังมีพันธกิจ ด้านบริการวิชาการ การกำจดั ขยะ และพืน้ ท่ีในการกำจัดได้ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและสังคม เป็นพันธกิจที่ สำคัญสะท้อนถึงความตระหนักในการนำความรู้ทาง ขอ้ มูลจากสทิ ธบิ ัตร เลขที่ 16806 เรื่อง “ถงั หมัก วิชาการมาบูรณาการด้านการวิจัยสร้างประโยชน์ไปสู่ ขยะอินทรีย์แบบเติมอากาศ” กล่าวถึง ถังหมักขยะ ชมุ ชน จงึ ได้ประชุมร่วมกนั ระหวา่ ง อาจารย์ ครชู า่ ง ของ อินทรยี แ์ บบเตมิ อากาศ กระบวนการหมักหรือการกำจัด คณะวิศวกรรมศาสตร์ และแกนนำคนรุ่นใหมใ่ นชมุ ชนใน ขยะอินทรีย์ใช้เวลานาน ในกระบวนการนี้ยังใช้มอเตอร์ เขตพื้นที่ให้บริการของคณะวิศกวรรมศาสตร์ คือชุมชน ไฟฟ้ากระแสตรงในการกวนเศษอาหาร ซึ่งข้อเสียคือ เวียงลอ บ้านเวียงลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ช่วยกัน มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงมีกำลังไม่มาก และแกนจะใช้ คิดแก้ปัญหาขยะอินทรีย์ในครัวเรือน โดยการนำ สำหรับกวนคลุกเคล้าเศษขยะ ไม่สามารถตัดเศษอาหาร เทคโนโลยเี ข้ามาประยุกตใ์ ช้ให้เกิดประโยชน์ จงึ จัดสร้าง ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ได้ เครื่องทำงานนโดยการกวนไปเรื่อย ถังหมักปุ๋ยใช้ในการกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยวิธีการทำปุ๋ย ๆ จนกวา่ จะเปน็ ปุ๋ย ซ่งึ ใชร้ ะยะเวลานาน หมัก โดยอาศัยขบวนการทางชีววิทยาของจุลินทรีย์ใน การยอ่ ยสลายสารอินทรียท์ ่มี ีอยู่ในขยะแลว้ ได้ผลสุดท้าย วัตถปุ ระสงค์ของงานวจิ ัยนี้เพือ่ แก้ปญั หาจากท่ไี ด้ เป็นปุ๋ยที่มีแร่ธาตุ ความชื้นเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น และ ศึกษาค้นคว้า ลดเวลาการหมักขยะอินทรีย์ โดยการ สามารถใช้ในการปรับปรุงคุณภาพดินได้ เป็นวิธีที่ง่าย ส ร ้ า ง ถ ั ง ห ม ั ก ป ุ ๋ ย ที่ ท ำ ใ ห ้ ก ร ะ บ ว น ก า ร ห ม ั ก ป ุ ๋ ย ใ น และประหยัด สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการ ระยะเวลาที่สั้นลงโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และ ขยะในครัวเรือนหรือชุมชนได้ ได้ทำการสืบค้นงานวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรมและภูมิปัญญาชาวบ้าน และการประดษิ ฐ์ของเทคโนโลยีตา่ งท่เี ก่ยี วขอ้ ง ดงั น้ี ผสมผสาน ให้แก่ชุมชน และสร้างวิทยากรประจำศูนย์ เรียนรู้เกษตรชุมชนบ้านเวียงลอ ที่จะเป็นทั้งผู้รับการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อชุมชน และทอ้ งถน่ิ นำไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ไป 66 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
2. วิธีการดำเนนิ งาน ความเข้มของแสงอาทติย์มีผลต่อการทำงานของแผง ถังหมักปุ๋ยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดระยะเวลาใน เซลล์แสงอาทิตย์มปี ระสิทธิภาพดีกวา่ ชว่ งเวลาอืน่ การกำจัดขยะอินทรียในพื้นที่จำกัด ใช้หลักการหมัก สิ่งที่ต้องใช้ในระบบพลังงานจากแสงอาทิตย์ แบบธรรมชาติ เติมอากาศภายในถังให้หมุนเวียน โดยใช้ ประกอบด้วย ปั๊มเติมอากาศ และใช้มอเตอร์ในการหมุนแกน เหล็กที่มี แขนในการกวนและตัดเศษวัสดุให้มีขนาดเล็กคลุกเคล้า 1) แผงเซลล์แสงอาทิตย์ คำนวณหาขนาด กับอากาศ เพื่อให้จุลินทรีย์เติบโตได้ดีเร่งการย่อยสลาย ของแผง = ค่าการใชพ้ ลังงานรวม / 5 ชวั่ โมง (ปริมาณ พลังงานที่ใช้ในการขับมอเตอร์และป๊มเติมอากาศใช้ แสงอาทิตย์ท่นี า่ จะได้ใน 1 วนั ) พลังงานจากแสงอาทิตย์ = {500 W X 0.66 hr.} / 5 hr. ขัน้ ตอนการออกแบบและเลือกใช้อปุ กรณ์ = 66 Ah 1. เลือกใช้มอเตอร์กระแสสลับ ขนาด 86 วัตต์ ดังนั้น ขนาดของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ต้องใช้ คือ แรงดัน 220 โวลต์ ผู้วิจัยนำมอเตอร์เครื่องซักผ้ามา ขนาด 12 โวลต์ 66 วัตต์หรือมากกว่า ควรมีพลังงาน ดัดแปลงใช้งาน เนื่องจากกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า สำรองไว้ใช้ในกรณีที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ไม่สามารถ กระแสสลับมีมากกว่ามอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง แต่ต้อง ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ เช่น เวลาที่ฝนตกหรือไม่มี ใชง้ านรว่ มกบั แบตเตอร่ี และชุดแปลงแรงดนั ไฟฟา้ แสงอาทติ ย์ กค็ วรจะเพม่ิ ขนาดของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ 2. ออกแบบระบบพลังงานจากแสงอาทิตย์ จาก ผวู้ จิ ยั เลือกใช้ รุ่น CNSDPV160M 160W 5BB แรงดัน เงื่อนไขการทำงานของถังหมักปุ๋ย คือการเติมอากาศ เปิดวงจร (Voc) 22.90 โวลต์ กำลัง และหมุนแกนเหล็กโดยใช้มอเตอร์ในการขับ ครั้งละ 1 แรงดันไฟฟ้สูงสุด (Vmp) 19.33 โวลต์ กระแสลัดวงจร นาที จำนวน 10 ครั้งตอ่ วนั เรม่ิ ทำงานตงั้ แต่ 09.00 น.- (Isc) 8.87 แอมป์ กำลงั กระแสสงู สดุ (Imp) 8.28 แอปม์ 18.00 น. ห่างกันครั้งละ 60 นาที เป็นช่วงเวลาที่ผู้วิจัย 2) เคร่อื งควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้า (Charge กำหนดขึ้น เพื่อให้เครื่องทำงานตัดเศษวัสดุ และ Controller) เลือกใชข้ นาด 20 A คลกุ เคลา้ กบั อากาศ เพือ่ ให้จลุ ินทรีย์เติมโตได้ดี และการ 3) แบตเตอร่ี (Battery) ขนาดกระแส/ชั่วโมง กำหนดช่วงเวลาจะเป็นการควบคุมการใช้พลังงานจาก ของแบตเตอรสี่ ามารถคำนวณได้จาก แบตเตอรี่ให้การใช้งานทันต่อการชาร์จประจุของ Ah = {ค่าพลังงานรวม}/ [แรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่ X 0.6 แบตเตอร่ี (% การใช้งานกระแสไฟฟ้าที่อยู่ในแบตเตอรี่) X 0.85 พิจารณาภาระทางไฟฟ้า เลือกใช้ชุดแปลง (ประสทิ ธิภาพของ Inverter)] แรงดันไฟฟ้า (Inverter) ขนาด 500 วัตต์ เนื่องจาก = {500 W X 0.66 ชั่วโมง} / [12 โวลต์ X 0.6 X 0.85] ภาระทางไฟฟ้าทใ่ี ชง้ าน คือ 1) มอเตอรข์ นาด 220 โวลต์ = 53.92 Ah 86 วัตต์ และ 2) ปม๊ั เติมอากาศ 220 โวลต์ 80 วัตต์ เปน็ เพื่อใช้ในการเก็บพลังงานสำรอง เพิ่มขนาดกระแส/ ภาระทางไฟฟ้ากระแสสลับ กำลังไฟฟ้ารวม 166 วัตต์ ชั่วโมง เพิ่งขึ้นเป็น 2 เท่า ผู้วิจัยเลือกใช้ขนาด 12 โวลต์ เมื่อต่อใช้งานกับชุดแปลงแรงดันไฟฟ้า ต้องเผื่อขนาด 100 Ah กำลังไฟฟ้า ให้มากกว่าที่ใช้งานจำนวน 2 เท่า ได้กำลัง 4) ชุดแปลงแรงดันไฟฟ้า (Inverter) วัตต์ประมาณ 332 วัตต์ จึงเลือกใช้ ชุดแปลง พิจารณาภาระทางไฟฟ้า เลือกใช้ขนาด 500 วัตต์ ซึ่งใช้ แรงดนั ไฟฟ้า ขนาด 500 วตั ต์ กับแบตเตอรขี่ นาด 12 โวลต์ การคำนวณภาระทางไฟฟ้า ระยะเวลาการชาร์จ 5) เครื่องตั้งเวลาเปิดและเปิดการทำงานของ พลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 5 ชั่วโมง โดยเริ่มจากเวลา มอเตอรแ์ ละป๊ัมเติมอากาศ 09.00 น. - 14.00 น. ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วยเวลาที่ จากรูปที่ 1 ประกอบด้วย ฝาเปิดเพื่อนำขยะ/วัสดุเข้า และออก (1) แกนหมุนใบพัดกวนผสมพร้อมกับเอ็นตัด เศษขยะอินทรีย์ (2), มอเตอร์ (3), แท่นยึดมอเตอร์ (4), วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 67 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
กล่องวางปั๊มเติมอากาศและแบตเตอรี่ (5), เครื่องตั้ง โดยออกแบบให้การชาร์จแบตเตอรี่จากแผงพลังงาน เวลาเปิดและเปิดการทำงานของมอเตอร์และปั๊มเติม แสงอาทิตย์ สามารถทำงานได้เองตามเวลาท่ีตัง้ ขึ้น อากาศ (6), ขาตั้งเครื่องพร้อมล้อ (7) และแผงเซลล์ แสงอาทติ ย์ (8) รูปท่ี 2 ถงั หมกั ปุ๋ย รูปที่ 1 โครงสรา้ งถงั หมักปยุ๋ 3. ผลการดำเนนิ งาน หน้าที่ของส่วนประกอบถังหมัก ฝาเปิดเพื่อนำขยะ/วัสดุ ผลการดำเนินงานการทำงานอธิบายการทดสอบ เข้าและออก (1) โดยมีหน้าที่เป็นช่องนำขยะอินทรีย์ และเศษวัสดุเข้า และนำปุ๋ยหมักออก ทั้งยังป้องกันการ แบง่ เปน็ 3 ส่วน คอื 1) ทดสอบการชารจ์ กระแสจากแผง ฟุ้งกระจายของขยะอินทรีย์ และเศษวัสดุ โดยขณะท่ี เซลล์แสงอาทิตย์ 2) การทดสอบการใช้กระแส และ 3) เคร่อื งทำงานใบพัดและเอน็ ตดั เศษขยะ (2) สามารถกวน ทดสอบการทำงานของถงั หมักปยุ๋ ส่วนผสม และตัดวัสดุต่าง ๆ ซึ่งขับเคลื่อนการทำงาน โดยมอเตอร์ (3) ขนาด 86วัตต์ สามารถหมุนใบพัด 1) ทดสอบการชาร์จกระแสจากแผงเซลล์ พร้อมเอ็นตัดเศษขยะอินทรีย์ได้ 1450 รอบ/นาที วาง แสงอาทิตย์ ผลการทดสอบวัดค่าเฉลี่ยผลการวัดทาง บนแท่นยึดมอเตอร์ (4) ซึ่งจะลดการสะเทือนขณะ ไฟฟ้า ในแต่ละวันที่มีแสงจากดวงอาทิตย์ จะชาร์จ 1 ทำงาน และภายในกล่อง (5) มีปั๊มเติมอากาศ ขนาด 80 ชั่วโมง ได้กระแสเฉลี่ย เท่ากับ 3.68 แอมป์ คิดเป็น วัตต์ และ แบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ 100 แอมแปร์ กระแสทช่ี าร์จไดว้ นั ละ เท่ากับ 18.40 แอมป์ ชั่วโมง ทำงานตามเครื่องตั้งเวลาเปิดและเปิดการทำงาน ของมอเตอร์และปั๊มเติมอากาศ (6) ตัวเครื่องมีขาตั้ง 2) การทดสอบการใช้กระแส แบตเตอรี่เป็น เครอื่ งพรอ้ มล้อ (7) และมลี กั ษณะเฉพาะ คอื ใช้พลงั งาน อุปกรณ์สำหรับจัดเก็บไฟฟ้า สามารถประจุไฟฟ้าเข้าไป จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (8) ขนาด 12 โวลต์ 160 วัตต์ ใหม่ (recharge) ได้หลายครั้งและประสิทธิภาพจะไม่ เต็ม 100% จะอยู่ที่ประมาณ 80% เพราะมีการสูญเสยี พลังงานบางส่วนไปในรูปความร้อนและปฏิกิริยาเคมี จากการประจุหรือจา่ ยประจุ ตารางที่ 1 ผลการบันทึกค่ากระแสและแรงดัน ขณะที่ถังหมักปุ๋ยทำงาน สรุปได้ว่าแบตเตอรี่จ่าย กระแสไฟฟ้าไม่เกิน 70-80 % ของ Capacity เช่น 68 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
แบตเตอรี่ 12 โวลต์ ควรมี Cut-Off Discharge Voltage หรือข้ีเล่อื ย 4 ส่วน ข้อจำกดั ของถังหมกั ปุย๋ น้ี สามารถใส่ ประมาณ 10.2 โวลต์ ค่ากระแส และแรงดัน ขณะที่ถัง เศษอาหารได้ไม่เกิน 2 กิโลกรัม หมักตามกระบวนการ หมักปุ๋ยทำงานจำนวน 10 ครั้งต่อวัน ขนาดแรงดันท่ี ดังรปู ท่ี 2 ลดลงตามจำนวนการใช้งาน ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 ผลการบันทกึ ค่ากระแสและแรงดนั ขณะที่ เศษอาหาร ถังหมกั ปุ๋ย ปุ๋ย ถงั หมกั ปุย๋ ทำงาน รูปที่ 3 กระบวนการทำงานของถังหมักปยุ๋ ครง้ั ท่ี ขนาดแรงดัน (V) 1 12.92 รูปที่ 4 เศษอาหารและเศษวสั ดุ 2 12.89 3 12.81 4 12.80 5 12.78 6 12.76 7 12.72 8 12.48 9 12.47 10 12.40 คา่ แรงดนั ใชง้ านเฉล่ียต่อวนั 0.52 *แรงดนั แบตเตอร่ีเร่มิ ตน้ ท่ี 12.92 โวลต์ จากตารางที่ 1 เนื่องจากแรงดันเริ่มต้นท่ีทำการ รปู ที่ 5 ปุ๋ยทไ่ี ดจ้ ากการหมกั จากถังหมักปยุ๋ โดยใช้ ทดสอบวัดได้ เท่ากับ 12.92 โวลต์ และเมื่อทำการ พลังงานแสงอาทติ ย์ ภายใน 24 ชวั่ โมง ทดสอบการทำงาน จำนวน 10 ครั้ง ทำให้มีแรงดันครั้ง ล่าสุด เท่ากับ 12.40 โวลต์ สรุปได้ว่าในแต่ละวันจะใช้ 4. การนำไปใช้ แรงดันจากแบตเตอรี่ลดลงไปประมาณ 0.52 โวลต์ ติดตั้งและใช้งาน ณ ศูนย์เรียนรู้เกษตรชุมชน เนื่องจากแบตเตอรี่ประเภทชาร์จได้ทุกชนิด ไม่สามารถ ใช้งานแบตเตอรี่จนแบตเตอรี่มีแรงดันไฟต่ำกว่าจุดใช้ บ้านเวียงลอ ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา โดย งาน (cut off Voltage) สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้ในการ ผู้วิจัยได้รับมอบหมายจากคณะวิศวรรมศาสตร์ให้ ทดสอบขนาด 12 โวลต์ จะมีแรงดันไฟต่ำกว่าจุดใช้งาน เดินทางไปปฏิบัติงานเพื่อเป็นตัวกลางการถ่ายทอด ประมาณ 10.2 โวลต์ เมื่อแรงดันแบตเตอรี่จากการใช้ เทคโนโลยี นวัตกรรมและภูมิปัญญาชาวบ้านผสมผสาน งานถังหมักปุ๋ยลดลงวันละ 0.52 โวลต์ ทำให้สามารถใช้ งานถังหมักสร้างปุ๋ยโดยที่ไม่ทำการชาร์จแบตเตอรี่ได้ จำนวน 4 วัน 3) ทดสอบการทำงานของถังหมักปุ๋ย ผล การทดสอบโดยการนำเศษอาหารที่เหลือทิ้งภายใน ครัวเรือน ร้านค้า นำไปใส่ไว้ในถังหมัก สูตรการใส่เศษ วัสดุ คือ เศษอาหาร 1 ส่วน มูลสัตว์ 0.5 ส่วน แกลบ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 69 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
ให้แก่ชุมชน และสร้างวิทยากรประจำศูนย์เรียนรู้เกษตร ชุมชนบ้านเวียงลอ ที่จะเป็นทั้งผู้รับการถ่ายทอด เทคโนโลยีและผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อชุมชน และ ท้องถิ่นนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เข้าร่วมรับฟังการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีของถังหมักปุ๋ย จากการใช้งาน สามารถเร่งการย่อยสลายได้ปุ๋ยภายใน 24 ชั่วโมง เม่ือ ชุมชนใช้งานถังหมักปุ๋ยในระยะเวลา 3 เดือน ผู้วิจัยได้ เข้าไปติดตามผลการใช้งานพบว่า ปุ๋ยที่ได้ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง สามารถนำไปเป็นปุ๋ยให้พืช จากการทดลอง ใช้ปุ๋ยพืชสามารถเจริญเติบโตได้ เมื่อมีการเติมเศษ อาหารในถังหมักปุ๋ยทุกวัน จะได้ปุ๋ยทุกวันจนเหลือใช้ งานผู้นำไปใช้ประโยชน์จะทำการกองปุ๋ยรวมกันไว้ในท่ี อากาศถา่ ยเทเพือ่ เกบ็ ไวใ้ ช้งานต่อไป รปู ที่ 6 การสาธกิ ารใชง้ านถงั หมักปยุ๋ รปู ท่ี 7 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีนวตั กรรมและ ภูมิปัญญาชาวบา้ นผสมผสานใหแ้ ก่ชมุ ชนและสรา้ ง 70 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship วิทยากรประจำศูนย์เรยี นร้เู กษตรชมุ ชนบ้านเวียงลอ Vol. 7 No. 1 January - June 2023 5. อภิปรายผล ถังหมักปุ๋ยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดระยะเวลาใน การกำจัดขยะอินทรียในพื้นที่จำกัด จากวิธีการเดิมใช้ เวลาในการหมักเพื่อให้เศษอาหารวัสดุย่อยสลายโดย กระบวนการธรรมชาติใช้เวลาประมาณ 1 เดือน แต่ถัง หมักปุ๋ยนี้ใช้หลักการหมักแบบธรรมชาติในแบบเดียวกนั แต่เติมอากาศภายในถังให้หมุนเวียน โดยใช้ปั๊มเติม อากาศ และใช้มอเตอร์ในการหมุนแกน เหล็กที่มแี ขนใน การกวนและตัดเศษวัสดุ ให้คลุกเคล้ากับอากาศ เพื่อให้ จุลนิ ทรีย์เตบิ โตได้ดเี ร่งการย่อยสลาย ทำใหไ้ ดป้ ุ๋ยในเวลา 24 ชั่วโมง โดยพลังงานที่ใช้ในการขับมอเตอร์และป๊ม เติมอากาศ ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เนื่องจากถังหมัก ปุ๋ย ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ เป็นการใช้พลังงาน ทางเลือกซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้งาน หรือเพื่อ ประหยดั พลงั งาน และประหยดั เงิน เหมาะกบั ครวั เรอื น ร้านค้า การทำงานของถังหมักปุ๋ยต้องสัมพันธ์กับ ปรมิ าณท่ีไดจ้ ากแผงพลงั งานแสงอาทติ ย์ และแบตเตอรี่
6. กิตกรรมประกาศ ชาลสิ า เมธานภุ าพ. 2562. เปลีย่ นขยะอาหารให้เป็น คณะผู้วิจัยขอขอบคุณ คุณชนม์นิดา ไข่ทา ปุ๋ย เลือก 3 ถังหมักจัดการปัญหาหมักหมม ประจำบ้าน. [ออนไลน์] ได้จาก: หัวหน้าศูนย์เรียนรู้เกษตรชุมชนบ้านเวียงลอ ตำบลลอ https://www.greenery.org/articles/com อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ที่ให้ความอนุเคราะห์พื้นที่ใน posting-bins/ การทำวจิ ยั วรพจน์ เฉลิมกลิ่น. 2564. “การประยกุ ต์ใช้ระบบกอง 7. บรรณานกุ รม เติมอากาศเพื่อการผลิตปุ๋ยหมักจากเศษพืช กลุ ยา สารชิ ีวิน. 2561. “การทำปุ๋ยหมักจากของเสีย ภายในมหาวทิ ยาลยั มหิดล ศาลายา.” อินทรีย์โดยใช้ถังเติมอากาศ” วารสาร วิศวกรรมศาสตร์ ราชมงคลธัญบุรี.ปีที่ 16 ฉบับท่ี 2, 25-33. วารสารก้าวทันโลกวิทยาศาสตร์. ปีที่ 21 ฉบับท่ี 2, 84-97. Powertool. 2021. มอเตอร์และหลักการทำงาน ข อ ง ม อ เ ต อ ร์ . [ อ อ น ไ ล น ์ ] ไ ด ้ จ า ก : https://powertool.today/มอเตอร์ไฟฟ้า- คอื อะไร-และ/ ซันเนอรย์ เ่ี ทค. 2562. การประยกุ ตก์ ารใช้พลังงาน แ ส ง อ า ท ิ ต ย์ . [ อ อ น ไ ล น ์ ] ไ ด ้ จ า ก : https://www.sunnergytech.com/articl e/101/การประยุกต์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์- 2 FERN2. 2021. การคำนวณแบตเตอรใ่ี นระบบโซล่า เ ซ ล ล์ . [ อ อ น ไ ล น ์ ] ไ ด ้ จ า ก : https: / / thaia. net/ 2 0 2 1 / 0 8 / 1 0 / ก า ร คำนวณแบตเตอรี่ในระบ/ KACHA. 2021. อินเวอร์เตอร.์ [ออนไลน]์ ได้จาก: https://www.kachathailand.com/articl es/อินเวอรเ์ ตอร์-คอื อะไร-ม/ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 71 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
72 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
การศึกษาปจจัยสว นผสมของอฐิ มอญที่มสี ว นผสมของเปลือกหอยแครงเผา และถานไมเพอื่ การปรบั ปรงุ กระบวนการเล้ียงกงุ กา มกราม The study of mixed factors of brick with Ingredient of cockle burned and charcoal for giant freshwater prawn process ธรรมมา เจียรธราวานชิ 1* Thamma Jairtalawanich1* 1 ผชู ว ยศาสตราจารย ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลกรุงเทพ 1Assistant Professor, Department of Civil Engineering, Faculty of Engineering, Rajamangala University of Technology Krungthep Email: [email protected], เบอรโ ทรศัพท 02 287 9600 รับบทความ; 22 พฤษภาคม 2566; แกไขบทความ 26 มิถุนายน 2566 ; ตอบรบั บทความ 29 มถิ ุนายน 2566 บทคัดยอ การศึกษาปจจัยสวนผสมของอิฐมอญที่มีสวนผสมของเปลือกหอยแครงเผาและถานไมเพื่อการปรับปรุง กระบวนการเลี้ยงกุงกามกราม ภายใตโครงการแผนบูรณาการเรื่อง การบริหารจัดการขยะโดยชุมชนมีสวนรวมในการ สรางมูลคาเพ่ิมใหก ับวสั ดุเหลือใชสูผลิตภัณฑใหมทีเ่ ปนมิตรกับสิ่งแวดลอมเพือ่ พฒั นาชุมชนครัง้ นี้ มีวัตถุประสงคห ลักเพือ่ สรางมูลคาเพิ่มใหก ับวัสดุเหลือใชสูผลิตภัณฑใหมที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมเพื่อพัฒนาชมุ ชน และเพื่อเพิ่มมลู คาใหก ับวัสดุ เหลือใชหรือขยะเหลือทิ้งในชุมชนสูผลิตภัณฑใหมที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมและชวยพัฒนาชุมชนได โดยในงานวิจัยนี้มี ขอบเขตการศกึ ษา คือ การนำวสั ดเุ หลอื ใชห รือขยะเหลือท้งิ มาพฒั นาเปน สวนผสมในอฐิ มอญโดยใชถ า นไมแ ละเปลอื กหอย เพื่อทดสอบเพาะเลี้ยงกุงกามกราม ภายในชุมชนลาดหญา และ ชุมชนหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เทาน้ัน ในการสรางผลติ ภัณฑตนแบบอิฐมอญจากเศษขยะเหลอื ใช โดยการออกแบบการทดลองสัดสวนผสมของเปลอื กหอยแครง และเศษถา นไมใ สในอฐิ มอญตวั อยา งท้ัง 10 สตู รทแ่ี ตกตา งกนั ออกไป และทดสอบพิจารณาจากคณุ สมบตั ทิ างกายภาพและ คุณสมบัติทางกล พบวาอิฐมอญที่มีสัดสวนเปลือกหอยแครงและเศษถานไมที่เหมาะสมที่สุด คือ สูตรที่มีสัดสวนเปลือก หอยแครงรอยละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษถานไมรอยละ 5 (22.5 กรัม) และไดนำไปสรางบอทดสอบเลี้ยงกุงกามกราม เพ่ือศึกษาประสิทธิภาพของอิฐมอญในการเลี้ยงกุงกามกราม โดยการออกแบบบอทดสอบขนาดความกวาง 1 เมตร ความ ยาว 2 เมตร สูง 1 เมตร เปรียบเทียบกับอิฐมอญทั่วไป และรูปแบบการกอสรางแบบฉาบปูนและไมฉาบปูน ซี่งผลสรุป การศึกษาประสิทธิภาพของอิฐมอญตนแบบสามารถสรุปไดวา คา pH ของบออิฐมอญตนแบบใหคา pH อยูในชวงท่ี เหมาะสมตอการเลี้ยงกุงกามกรามมากที่สุด ซึ่งมีคาเฉลี่ยอยูที่ 7.87 คาที่เหมาะสมอยูระหวางคา 7.5 – 8.5 จากการ ทดสอบสมมติฐานความแปรปรวน พบวาประเภทของบอเพาะเลี้ยงและระยะเวลาในการวัดอัตราการเจริญเติบโตของกุง กามกรามของบอเพาะเลี้ยงดวยคาความยาวของลำตัว ใหคา P-value นอยกวานัยสำคัญที่ 0.05 จึงสรุปไดวาทั้งประเภท ของบอ เพาะเลยี้ งทงั้ 4 แบบและระยะเวลาเพาะเลยี้ งท่แี ตกตางกันมผี ลตออตั ราการเจรญิ เตบิ โตของกงุ กา มกรามทแี่ ตกตา ง กัน ท่ีระดับความเชื่อมั่นรอยละ 95 และเมื่อพิจารณาที่ความยาวเฉลี่ยของลำตัวกุงกามกรามของบออิฐมอญตนแบบไม ฉาบปูนใหคาดีที่สุด และบออิฐมอญฉาบปูนใหคาดีรองลงมา โดยมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยรอยละ 28.23 และ 21.96 ตามลำดบั นัน่ หมายความวา อิฐตน แบบทดสอบที่ทำมาจากการผสมสัดสวนเปลือกหอยแครงรอ ยละ 10 (45 กรัม) สัดสวน วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 73 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
เศษถานไมรอยละ 5 (22.5 กรัม) ใหประสิทธิภาพที่ดีตอการเพาะเลี้ยงกุงกามกรามสูงกวาอิฐมอญทั่วไปอยูถึงรอยละ 83.79 คำสำคญั : อิฐมอญ เปลือกหอยแครงเผา ถา นไม กุงกา มกราม ABSTARCT The study aimed to mixed factors of brick with Ingredient of cockle burned and charcoal for giant freshwater prawn process. This research was conducted under the community-based waste management project that involved community participation in creating value-added from waste materials to produce environmentally friendly products for community development. The main objectives were to generate value-added from waste materials and discarded waste in the community to develop new environmentally friendly products and to contribute to the development of the community. The scope of the study focused on utilizing waste materials or discarded waste to develop a composite component in bricks using cockle burned and charcoal. The study was conducted in two communities, namely Lad Ya and Nong Bua, in Mueang District, Kanchanaburi Province. In creating prototype products of bricks from waste materials, 10 different formulas were designed and tested by incorporating different proportions of cockle burned and charcoal into the bricks. The physical and mechanical properties were evaluated, and it was found that the most suitable proportion of clamshell and charcoal was 10% cockle burned (45 grams) and 5% charcoal (22.5 grams). The study further utilized the optimized bricks to construct a test pond for giant freshwater prawn to investigate their efficiency compared to standard bricks and different construction techniques (with or without plastering). The test pond had dimensions of 1 meter width, 2 meters length, and 1 meter height. The study concluded that the pH value of the prototype brick pond was within the suitable range for giant freshwater prawn, with an average pH value of 7.87. The ideal pH range for giant freshwater prawn is between 7.5 and 8.5. Based on the hypothesis testing, the study found that the pond type and the duration of measuring the growth rate of giant freshwater prawn had a significant effect, as indicated by a P-value less than the significant level of 0.05. Therefore, it can be concluded that both the pond type and the duration of rearing significantly affected the growth rate of giant freshwater prawn at a confidence level of 95%. When considering the average body length of giant freshwater prawn, the unpainted prototype brick pond showed the best results, followed by the plastered brick pond. The growth rates were 28.23% and 21.96%, respectively. In summary, the tested prototype bricks made from a mixture of 10% cockle burned (45 grams) and 5% charcoal (22.5 grams) exhibited superior performance in giant freshwater prawn compared to standard bricks. These findings demonstrate that the optimized bricks can achieve an 83.79% higher efficiency. Keywords: Brick, Cockle Burned, Charcoal, Giant Freshwater Prawn 74 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
1. บทนำ คอนกรีตบลอ็ กทั่วไป การวิจัยน้ีเปนการศึกษาสว นผสมทีม่ ี ดว ยปรมิ าณขยะทเี่ พมิ่ ขึ้นอยางรวดเร็วทุกวัน ทำให อัตราสวนน้ำตอปูนซีเมนตระหวาง 0.25 - 0.45 และ อัตราสวนวัสดุผสมตอ ปูนซีเมนตร ะหวาง 6.0 – 12.0 มวล กำลังความสามารถในการยอยขยายขยะหรือจัดการขยะมี รวมที่ใชเปน หินปูนที่มีขนาดเดี่ยวโดยมีขนาด 3/8 นิ้ว (10 ไมเพียงพอ เกิดเปนปญหาขยะลนเมือง ทำใหเกิดกรณี มิลลิเมตร) จากผลการวิจัยพบวาเมื่อพิจารณาจาก พิพาทเกี่ยวกับพื้นที่ในการฝงกลบขยะขึ้นบอยครั้ง หรือ คุณสมบัติดา นกําลังอัดหนวยน้ำหนักและราคาของ แมกระทั่งการจัดการที่ไมถูกตองตามหลักวิชาการอาจ คอนกรีตบล็อกพรุนสว นผสมที่เหมาะสําหรับนํามาผลิตเป สงผลกระทบอนั ใหญหลวงตามมา เชน กรณีไฟไหมบอขยะ นคอนกรีตบล็อกพรุนไดแ ก สวนผสมที่มีอัตราสวนปูนซี แพรกษา บริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัด เมนต : มวลรวมเทากับ 1 : 9.33 โดยน้ำหนัก (1 : 11 สมุทรปราการ สงผลใหเกิดผลกระทบทางดานมลพิษทาง โดยปรมิ าตร) อากาศเปนระยะเวลายาวนานและอาจสงผลกระทบตอ ระบบน้ำบาดาลจากการใชน้ำเพื่อเขาดับไฟ การเก็บกอง ธรรมมา เจียรธราวานิช และ สุวิมล เจียรธราวานิช ขยะอาจมีวัตถุมีพิษบางสวนที่เกิดจากการยอยสลายของ (2560) จากงานวิจัยเรื่อง การศึกษาคอนกรีตผสม ขยะอินทรียรวมกับขยะอันตราย ทำใหเกิดน้ำชะขยะและ ปูนซีเมนตเปลือกหอยแครง พบวา งานวิจัยนี้ไดนํา ปะปนเขาสวนแหลงน้ำธรรมชาติอยางเชนน้ำบาดาลได ปูนซีเมนตเปลือกหอยแครงซึ่งเปนเปลือกหอยแครงที่เปน ดังนั้นปญหามูลฝอย จึงเปนปญหาเรงดวนที่ทุกๆ ขยะนํากลับมาใชใหมกลับมาใชประโยชนในงานวัสดุ หนวยงานไมวาภาครัฐภาคเอกชนรวมทั้งภาคประชาชน กอสราง โดยผสมทดแทนปริมาณซีเมนตในการผสม ตองมีสวนรวมในการจัดการปญหาขยะมูลฝอยอยางเปน คอนกรีต การศึกษาไดแบงออกเปน 2 กรณีคือ ทดสอบ ระบบเพอ่ื ใหเกิดประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลสูงสุดในการ แรงอัด โดยใชมาตรฐาน ASTM C109 และทดสอบหา จดั การปญหาขยะมลู ฝอย ความชื้นโดยใชมาตรฐาน ASTM C127 โดยเปรียบเทียบ คาระหวางคอนกรีตธรรมดาทั่วไปกับคอนกรีตที่ทดแทน ณัฏวรินท ธุวะคำ และ วัชรี ฟนเฟอนหา (2562) ปูนซีเมนตดวยปูนซีเมนตเปลือกหอยแครง จากผลการวัด จากงานวิจัยเรื่อง การถายทอดผลงานวิจัย: การจัดการ คารอยละการดูดซึมน้ำของคอนกรีตพบวาคอนกรีตผสม เศษเหลือทางการเกษตรจากผลผลิตลำไยของชมุ ชน ตำบล ปูนซีเมนตเปลือกหอยแครงรอยละ 5 มีคาการดูดซึมนอย ขวงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม พบวา มี ที่สุดอยูที่รอยละ 7.14 ปริมาณสวนผสมของปูนซีเมนต วัตถุประสงคเพื่อถายทอดความรูที่เกิดจากงานวิจัยสู เปลือกหอยแครงมีคาแปรผกผันกับการดูดซึมน้ำของ เกษตรกรในรูปแบบการจัดอบรม เชิงปฏิบัติการ โดยการ คอนกรีต คอนกรีตทั่วไปมีคาการดูดซึมน้ำรอยละ 10.52 นำผลผลิตลำไยมาผลิตน้ำหมักชีวภาพซึ่งสามารถผลิตได จากการทดสอบกำลังแรงอัดของคอนกรีตทั่วไปและ งายและเปนวัสดุจากธรรมชาติเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ซ่ึง คอนกรีตผสมปูนซีเมนตเปลือกหอยแครงในอัตราสวนรอย เปนการเสริมสรางความเขมแข็งใหชุมชนอยางยั่งยืนและ ละ 5,10,15 ของปูนซีเมนตตามลำดับ เมื่อปูนซีเมนตถูก สนับสนุนใหเกิดการเรียนรู การพึ่งพาตนเอง ซึ่งจาก แทนดวยปูนซีเมนตเปลือกหอยแครงทั้ง 12 ตัวอยาง งานวิจัยดังกลาว ทำใหเกษตรกรสามารถพัฒนาผลผลิตได พบวาคอนกรีตผสมปูนซีเมนตเปลือกหอยแครงใน เพิ่มมากขึน้ จากความรูที่ไดรับจากงานวิจัยเปนการตอยอด อัตราสวนรอยละ 10 มีคาเฉลี่ยของกำลังอัด 19.60 นิว ผลผลิตตอไป ตัน/ตารางมิลลิเมตร โดยคาแรงอัดที่ใกลเคียงกับคอนกรีต มาตรฐานทวั่ ไป สนธยา ทองอรุณศรี และคณะ (2554) จาก งานวิจัยเร่ือง การพฒั นาคอนกรตี บลอ็ กพรุนสําหรบั อาคาร โดยการศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑที่เกิดจากการนำ ประหยัดพลังงาน พบวา นําคอนกรีตเบาชนิดไรทรายมา วัสดุเหลือใชและขยะเหลือทิ้งมาใชใหเกิดประโยชน จาก ผลิตเปนคอนกรีตบล็อกพรุนซึ่งมนี ้ำหนักนอยกวาคอนกรตี สถานการณที่เปนอยูภายในชุมชน โดยมีเศษขยะที่มี บลอ็ กทวั่ ไป มีคาการนําความรอนต่ำเพอื่ ชว ยลดความรอ น ปริมาณมากในชุมชนประเภทหนึ่งคือ เศษถานไม ซึ่งเมื่อ จากภายนอกที่เขา สูตัวอาคารและมีราคาใกลเ คียงกับ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 75 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
ผูวิจัยพิจารณาคุณสมบัติที่โดดเดนและสามารถนำมาใชให 2.1 การเตรียมวัตถุดิบจากเศษขยะเหลือใช เปนประโยชนกับชุมชนไดมากที่สุด คือ นำเศษถานไมและ เปลอื กหอยแครงเผาและเศษถาน เปลือกหอย มาใชเปนสวนผสมของอิฐมอญ เพราะจาก การศึกษาคุณสมบัติของถานไมจะชวยดูดซับกลิ่น ดูดซับ 2.2 ออกแบบการทดลองเพื่อหาอัตราสวนผสม ความรอ นและระบายอากาศไดดี สว นเปลือกหอยเผา จะมี ของวัตถดุ บิ ในอิฐมอญท่เี หมาะสมท่สี ุด คุณสมบัติในการชวยปรับคาความเปนกรด – เบส ของน้ำ และนำอิฐมอญมาทดสอบสรางบอสำหรับเลี้ยงกุง 2.3 สรา งอฐิ มอญตน แบบเพือ่ ทดสอบ กามกรามในชุมชน ศึกษาดูผลตอการเจริญเติบโตของกุง 2.4 ทดสอบคุณภาพเพื่อเลือกอัตราสวนผสมท่ี กามกราม เพื่อเปนการสรางมูลคาใหกับขยะเหลือทิ้งให เปน ประโยชนก บั เกษตรกรในชุมชนได เหมาะสมที่สุด ดวยการทดสอบคุณสมบัติ ทางกายภาพและคุณสมบัติทางกลตาม โดยมีวัตถุประสงคเพื่อสรางมูลคาเพิ่มใหกับวัสดุ มาตรฐาน ASTM (American Society for เหลือใชสูผลิตภัณฑใหมที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมเพ่ือ Testing and Materials) และ มอก. 77- พัฒนาชุมชน และเพื่อเพิ่มมูลคาใหกับวัสดุเหลือใชหรือ 2545 ขยะเหลือทิ้งในชุมชนสูผลิตภัณฑใหมที่เปนมิตรกับ 2.5 นำอิฐทดสอบเลี้ยงกุงกามกราม เพื่อ สงิ่ แวดลอมและชว ยพัฒนาชมุ ชนได เปรยี บเทยี บกบั อฐิ มอญทว่ั ไป อิฐผลิตภัณฑตนแบบ เปนการเพิ่มสวนผสมของ ซึ่งขอบเขตการศึกษาดานพื้นที่ การศึกษาครั้งน้ี เปลือกหอยแครงเผาและเศษถานไมลงในอิฐมอญ โดย ทำการศึกษาในชุมชนลาดหญา และ ชุมชนหนองบัว เปลือกหอยแครงเผามีแคลเซียมคารบอเนตซึ่งสามารถทำ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีสวนรวมและการ หนาที่เปนสารยึดเกาะและเพิ่มความแข็งแรงของอิฐ ยอมรับของสังคมในชมุ ชน และขอบเขตดานปจจัยที่ศกึ ษา ในทางกลบั กัน เศษถา นไมสามารถชว ยลดปรมิ าณน้ำทตี่ อ ง คือ การนำวัสดุเหลือใชหรือขยะเหลือทิ้งมาพัฒนาเปน ใชในกระบวนการผลิตอิฐ ซึ่งจะชวยปรับปรุงคุณภาพ สวนผสมในอิฐมอญโดยใชถานไมและเปลือกหอยเพ่ือ โดยรวมของอิฐ เมื่อเปลือกหอยแครงถูกเผา มันจะปลอย ทดสอบเพาะเลี้ยงกุงกามกราม ภายในชุมชนลาดหญา กาซคารบอนไดออกไซดและอื่นๆ กาซซึ่งสามารถสรางรู และ ชมุ ชนหนองบัว อำเภอเมอื ง จงั หวดั กาญจนบรุ ี เล็กๆ ในเปลือกหอยได รูพรนุ เหลา นี้สามารถทำหนาที่เปน วสั ดตุ วั เตมิ ซงึ่ ชวยลด ประโยชนที่ไดรับ คือ ไดผลิตภัณฑใหมที่เกิดจาก วัสดุเหลือใชหรือขยะเหลือทิ้งในชุมชน คือ อิฐมอญที่มี คุณสมบัติเหมาะสมกับการเลี้ยงกุงกามกราม ซึ่งเปน ประโยชนเ ชงิ พาณิชยใหก บั เกษตรกร 2. วธิ ีการดำเนนิ งาน ประชากรที่ใชในการศึกษาวิจัย ไดแก เกษตรกรผู เลี้ยงกุงกามกรามตัวอยางในชุมชนลาดหญา และชุมชน หนองบวั อำเภอเมอื ง จงั หวัดกาญจนบุรี การสรา งผลิตภณั ฑต น แบบ ประกอบดวยขั้นตอน 76 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
ตารางที่ 1 ออกแบบการทดลองท่ีอัตราสวนผสมของ ดังนั้น การตรวจสอบและรักษาระดับคา pH และ วัตถุดบิ ตา ง ๆ อุณหภูมิใหอยูในชวงที่เหมาะสมจึงเปนสิ่งสำคัญเพื่อให ตัวอยาง สัดสวนเปลือก สัดสวนเศษถาน แนใ จวา การเลี้ยงกุงมีสขุ ภาพดีและยั่งยนื หอย ไม 3. ผลการดำเนนิ งาน โดย โ ด ย โดย โ ด ย 3.1 การทดสอบอิฐมอญตน แบบ ร อ ย น้ำหนัก ร อ ย น้ำหนัก ละ (กรัม) ละ (กรัม) ดวยเครื่อง pH Meter เก็บคาอุณหภูมิของน้ำและ สตู รที่ 1 5 22.50 5 22.50 คา pH ดังภาพท่ี 1 และไดค า ดังตารางท่ี 2 สูตรที่ 2 5 22.50 10 45.00 ภาพท่ี 1 การวดั คา pH ของนำ้ สูตรที่ 3 5 22.50 15 67.50 ตารางท่ี 2 คา pH กบั อณุ หภูมนิ ำ้ ทแ่ี ชอ ฐิ มอญตัวอยาง สตู รที่ 4 5 22.50 20 90.00 ตวั อยาง คา pH สตู รที่ 5 5 22.50 25 112.50 คา ท่ีเหมาะสม 7.5 – 8.5 สตู รท่ี 6 10 45.00 5 22.50 สตู รที่ 1 7.05 สูตรท่ี 7 10 45.00 10 45.00 สูตรที่ 2 6.86 สูตรท่ี 3 6.73 สตู รท่ี 8 10 45.00 15 67.50 สตู รที่ 4 7.23 สตู รท่ี 5 6.77 สูตรที่ 9 10 45.00 20 90.00 สตู รท่ี 6* 7.87 สตู รที่ 10 10 45.00 25 112.50 สตู รท่ี 7 7.01 ปริมาณดินเหนียวที่ตองใชในการทำอิฐ ทำใหอิฐมีน้ำหนัก สูตรท่ี 8 7.00 เบาและทนทานขึ้น นอกจากนี้คุณสมบัติของคา pH และ อุณหภูมิเปนปจจัยสำคัญในการเลี้ยงกุง เนื่องจากมีผล สูตรท่ี 9 7.31 โดยตรงตอ การเจรญิ เตบิ โตและการอยูรอดของกุง ชวง pH สูตรท่ี 10 6.89 ท่เี หมาะสมที่สุดสำหรับการเล้ียงกุง อยรู ะหวาง 7.5 ถงึ 8.5 และชว งอุณหภมู ทิ เี่ หมาะสมคือระหวา ง 25°C ถึง 30°C ถา หากคา pH ต่ำเกินไป อาจทำใหกุงเครียดและถึงข้ัน เสียชีวิตได ในขณะที่คา pH สูงอาจทำใหแบคทีเรียที่เปน อันตรายตอการเติบโตได ในทางกลับกัน ถาอุณหภูมิต่ำ เกินไป จะทำใหกุงเจริญเติบโตและเมแทบอลิซึมของกุงได ชาลง และถาสูงเกินไปอาจทำใหออกซิเจนลดลงและทำให ระดับออกซเิ จนท่ลี ะลายในนำ้ ลดลง วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 77 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
สรุปผลจากตารางท่ี 2 การทดสอบคา pH ของน้ำ ถานไมนอยที่สุด โดยคุณสมบัติของเปลือกหอยจะชวยใน เมื่อเปรียบเทียบกับคาที่เหมาะสมในการเพราะเลี้ยงกุง การปรับสมดุลความเปนกรด-ดาง ซึ่งจะเพิ่มความเปนดาง กามกรามคือ คา pH ท่ี 7.5 – 8.5 พบวา สูตรท่ี 6 มคี า pH ใหมากขึ้น แสดงใหเห็นวาสวนผสมดังกลาวเหมาะสมที่สุด เทากับ 7.87 ซึ่งมีความเหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงกุง ในการทดลอง กามกราม จากผลการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพและ ซึ่งหากวิเคราะหในเชิงลึกจะพบวาสูตรที่ 6 มี คุณสมบัติทางกลของอิฐมอญตนแบบทั้ง 10 สูตร สูตรละ สวนผสมของเปลือกหอยรอยละ 10 และเศษถานไมรอย 3 ตัวอยาง ไดคาเฉลี่ยตาง ๆ เทียบกับคามาตรฐานหรือ ละ 5 ซึ่งเปนสูตรที่มีสัดสวนเปลือกหอยมากที่สุดและเศษ คา ท่ีเหมาะสม สรุปตามตารางที่ 3 ตารางที่ 3 สรปุ ผลการทดสอบคา เฉล่ยี คุณภาพของอิฐมอญตนแบบท้ัง 10 สตู ร สตู รละ 3 ตัวอยาง ตวั อยา ง รอ ยละสัดสว น คุณสมบตั ิทางกายภาพและคณุ สมบตั ิทางกล มาตรฐาน เ ป ล ื อ ก เ ศ ษ ความหนาแนน แรงอัด คา pH หอย ถานไม (g/mm³) (MPa.) 7.5-8.5 - - 0.0055 35 สูตรที่ 1 5 5 (0.0049) (30) (7.05) (45) (6.86) สูตรท่ี 2 5 10 (0.0049) (20) (6.73) (10) (7.23) สูตรท่ี 3 5 15 (0.0056) (25) (6.77) (40) (7.87) สตู รที่ 4 5 20 (0.0063) สตู รท่ี 5 5 25 (0.0049) สูตรที่ 6* 10 5 (0.0055) สตู รที่ 7 10 10 (0.0049) (45) (7.01) สูตรท่ี 8 10 15 (0.0064) (45) (7.00) สูตรที่ 9 10 20 (0.0058) (35) (7.31) สูตรที่ 10 10 25 (0.0051) (45) (6.89) จากการทดสอบอิฐมอญตัวอยางทั้ง 10 สูตร โดย โดยจะนำไปสรางบอทดสอบเลี้ยงกุงกามกรามเพื่อศึกษา พิจารณาจากคุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางกล ประสทิ ธภิ าพของอิฐมอญในการเลยี้ งกงุ กามกรามตอ ไป พบวาอิฐมอญที่มีสัดสวนเปลือกหอยแครงและเศษถานไม ที่เหมาะสมที่สุด คือ สูตรที่ 6 สัดสวนเปลือกหอยรอยละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษถานไมรอยละ 5 (22.5 กรัม) 78 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
ภาพที่ 2 การกอ อฐิ มอญบอ เพาะเลย้ี ง 3.2.2 การสรา งบอ ทดสอบ ผลิตอิฐมอญตนแบบเพื่อใชสรางบอเพาะเลี้ยงกุง 3.2 การสรางบอเพาะเลี้ยงเพื่อทดสอบประสิทธิภาพอิฐ กามกราม นำอิฐมอญทั่วไปสรางบอทดสอบแบบฉาบและ มอญตนแบบ ไมฉาบ และอิฐมอญตนแบบสรางบอทดสอบแบบฉาบและ ไมฉาบ เพอื่ เพาะเลย้ี งกุงกามกรามทั้ง 4 บอ ดังภาพที่ 2 จากการทดลองนำขยะมูลฝอยมาประยุกตใชเปน นำลูกกุงกามกรามขนาดเทา ๆ กันปลอยลงบอ สวนผสมของอิฐมอญตนแบบเพื่อนำมาเพาะเลี้ยงกุง ทดสอบทั้ง 4 บอ จำนวนบอละ 50 ตัว โดยทำการจด กามกราม ไดสัดสวนของการประยุกตใชคือ ใชสัดสวน บันทึกวันเวลา วดั ขนาดความยาวของลำตัวกงุ วัดอุณหภูมิ เปลือกหอยรอยละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษถานไมรอย น้ำ และคา pH กอนปลอยกุงลงบอ ดังภาพที่ 3 โดยจะทำ ละ 5 (22.5 กรัม) ผสมในการทำอฐิ มอญตนแบบเพ่ือนำมา การวัดคา pH และอุณหภูมิทุกสัปดาห ๆ ละ 1 ครั้ง เปน ทดลองเปนบอเลี้ยงกุงกามกราม ดูการเติบโตของกุง ระยะเวลา 3 เดือน และจะนำมาคำนวณอัตราการ กามกรามวาสามารถชวยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตไดดีขึน้ เจรญิ เตบิ โตเพอ่ื ดูประสทิ ธภิ าพของอฐิ มอญตน แบบ หรือไม ซ่งึ อฐิ มอญตน แบบทมี่ ีสวนผสมของเปลือกหอยและ เศษถานไม จะชวยในการรักษาสมดุลของคา pH ในน้ำ 3.2.1 การออกแบบการทดลองบอ เพาะเล้ยี ง และชวยในการระบายอากาศในบอเลี้ยงกุงกามกรามไดดี การออกแบบบอทดสอบขนาดความกวาง 1 เมตร จึงทำใหสภาพน้ำของการเพาะเลี้ยงมีความสมดุลคงที่ใน ความยาว 2 เมตร สูง 1 เมตร จำนวน 4 บอ ดงั นี้ แตละวนั 1. บอทส่ี รา งทีจ่ ากอิฐมอญทว่ั ไปฉาบปูน 2. บอทสี่ รางที่จากอฐิ มอญทว่ั ไปไมฉ าบปนู ภาพท่ี 3 นำกงุ กามกรามปลอ ยลงบอ ทดสอบ 3. บอ ทส่ี รางจากอิฐมอญตน แบบจากเศษขยะเหลอื ใชฉาบปูน 4. บอ ที่สรางจากอิฐมอญตน แบบจากเศษขยะเหลอื ใชไ มฉาบปูน วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 79 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
ตารางที่ 4 ความยาวเฉลี่ยของลำตัวกุงกามกรามของบอทดสอบเพาะเลี้ยงกุงกามกรามทั้ง 4 บอในระยะเวลา 12 สัปดาห (เซนตเิ มตร) สัปดาห 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 / บอ O1 7.17 7.27 7.34 7.38 7.47 7.65 7.61 7.73 7.83 7.94 8.03 8.09 O2 7.29 7.48 7.6 7.68 7.75 7.86 7.94 8.06 8.18 8.29 8.36 8.41 N1 7.15 7.33 7.49 7.65 7.79 7.92 8.04 8.17 8.32 8.47 8.63 8.72 N2 7.12 7.29 7.5 7.69 7.88 8.02 8.17 8.35 8.53 8.74 8.95 9.13 ความยาวเฉลย่ี ของลําตวั กงุ กา มกราม 9.5 O1 O2 N1 N2 9.13 ความยาวเฉล่ีย (cm.) 9 8.74 8.95 88..4279 8.5 77..87895 877...098226 887...109744 888...310576 8.53 8.63 8.72 8 7.47 7.65 7.61 7.73 88..3128 7.94 8.36 8.41 7.83 8.09 7.5 8.03 7 777...1212597 77..2349387 777...546394 77..66958 7.38 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 สัปดาห ภาพที่ 4 ความยาวเฉลี่ยของลำตวั กุงกามกรามของบอ ทดสอบเพาะเลี้ยงกงุ กามกรามทงั้ 4 บอ ในระยะเวลา 12 สปั ดาห 4. การนำไปใชประโยชน ของการเพาะเลี้ยงกุงกามกราม ซึ่งดูจากความยาวเฉลี่ยท่ี การประเมินผลลัพธการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึน เพิ่มขึ้นของตัวกุงทั้ง 50 ตัวในแตละบอเพาะเลี้ยง โดยการ เก็บขอมูลเปนเวลา 12 สปั ดาห ไดผ ลคา เฉลย่ี ดงั ตารางที่ 4 พบวาประสิทธิภาพอิฐมอญตนแบบจากเศษขยะเหลือใช และแสดงดังภาพท่ี 4 หลังจากที่นำลูกกุงกามกรามขนาดเทา ๆ กันปลอยลงบอ ทดสอบทั้ง 4 บอ การทดลองวัดคาอัตราการเจริญเติบโต การใหส ญั ลักษณแ ทนบอ ทดสอบทงั้ 4 บอ ดงั นี้ 80 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
1. บอที่สรางที่จากอิฐมอญทั่วไปฉาบปูน แทนดวย สมมติฐาน : ประเภทของบอเพาะเลี้ยงมีผลตออัตราการ O1 เจริญเติบโตของกุงกา มกรามแตกตางกนั หรอื ไม 2. บอที่สรางที่จากอิฐมอญทั่วไปไมฉาบปูนแทน สมมติฐาน H0 : µO1 = µO2 = µN1 = µN2 ดวย O2 H1 : µO1≠µO2 ≠µN1 ≠µN2 3. บอทส่ี รา งจากอิฐมอญตน แบบจากเศษขยะเหลอื อยา งนอย 1 คา ใชฉ าบปนู แทนดว ย N1 เม่อื µi = คาเฉลี่ยความยาวตัวกุง 4. บอท่ีสรา งจากอิฐมอญตน แบบจากเศษขยะเหลอื กา มกรามจากบอเลย้ี งประเภท i ใชไมฉ าบปนู แทนดว ย N2 โดย i = O1, O2, N1, N2 การตดั สินใจทรี่ ะดบั นัยสำคัญ α = 0.05 หลังจากนั้นทำการวิเคราะหความแตกตางของ สมมติฐาน : ระยะเวลาเพาะเลี้ยงมีผลตออัตราการ อัตราการเจริญเติบโตจากบอเลี้ยงทั้ง 4 แบบ วามีผลตอ อตั ราการเจริญเติบโตของกงุ กา มกรามที่แตกตา งกนั หรอื ไม เจรญิ เตบิ โตของกงุ กามกรามท่ีแตกตา งกันหรอื ไม โดยอัตราการเจริญเติบโตของการเพาะเลี้ยงกุงกามกราม สมมติฐาน H0 : µ1 = µ2 = µ3= µ4 = µ5 = … วัดจากความยาวที่เพ่ิมขึ้นของตัวกุง ทำการวิเคราะหความ แปรปรวนสองทาง Two Way Analysis of Variance = µ12 (Two Way ANOVA) โดยปจจัยแรกคือประเภทของบาอ H1 : µ1≠µ2 ≠µ3 ≠µ4≠µ5≠ … เพาะเลี้ยง และปจจัยที่สองคือชวงเวลาในการเพาะเลี้ยง วามีผลตออัตราการเจริญเติบโตของกุงกามกรามแตกตาง ≠µ12 อยางนอย 1 คา กนั หรือไม จึงตัง้ สมมตฐิ านหลักท่ปี ระเภทบอเพาะเล้ยี งทงั้ เม่ือ µi = ระยะเวลาในการเก็บขอมูล 4 แบบ ทร่ี ะดบั ความเช่อื ม่ันรอ ยละ 95 ไดดังนี้ จากกงุ กา มกราม โดย i = ระยะเวลาในการเก็บขอมูลราย สัปดาห การตดั สนิ ใจทร่ี ะดับนัยสำคัญ α = 0.05 ตารางที่ 5 การวิเคราะหความแปรปรวนอัตราการเจริญเติบโตกุงกามกรามของบอเพาะเลี้ยงทั้ง 4 แบบ ที่ระยะเวลาการ เกบ็ ขอ มูลแตกตา งกนั แหลง ขอมูล DF SS MS FP ประเภทบอ 3 1.5164 0.50546 20.39 0.000 ระยะเวลา 11 9.1605 0.83277 33.59 0.000 Error 33 0.8181 0.02479 Total 47 11.4950 ผลการทดสอบสมมติฐานอตั ราการเจรญิ เตบิ โตของ สรุปไดวาทั้งประเภทของบอเพาะเลี้ยงทั้ง 4 แบบและ บอเพาะเลี้ยงทั้ง 4 แบบ ไดผลดังตารางที่ 5 ซึ่งทั้ง ระยะเวลาเพาะเลี้ยงที่แตกตางกันมีผลตออัตราการ สมมติฐานดานประเภทของบอเพาะเลี้ยงและระยะเวลาใน เจริญเติบโตของกุงกามกรามที่แตกตางกัน ที่ระดับ การวัดอัตราการเจริญเติบโตของกุงกามกรามของบอ นยั สำคัญ 0.05 หรอื ท่ีระดบั ความเชอ่ื มน่ั รอยละ 95 เพาะเลี้ยงดว ยคาความยาวของลำตัว ใหคา P-value นอย กวานัยสำคัญที่ 0.05 จึงปฏิเสธสมมติฐานหลัก ดังนั้นจึง วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 81 ปีที ี่�่ 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
ตารางที่ 6 อัตราการเตบิ โตโดยเฉลย่ี ของกุง กามกราม มากท่สี ุด ซง่ึ มีคาเฉล่ยี อยทู ่ี 7.87 คาท่เี หมาะสมอยูระหวา ง บอ O1 บอ O2 บอ N1 บอ N2 คา 7.5 – 8.5 และหากพจิ ารณาท่ีความยาวเฉลีย่ ของลำตวั กุงกามกรามของบออิฐมอญตนแบบไมฉาบปูนใหคาดีที่สุด อัตราการ 12.83 15.36 21.96 28.23 และบออิฐมอญฉาบปูนใหคาดีรองลงมา โดยมีอัตราการ เติบโต เติบโตโดยเฉลี่ยรอยละ 28.23 และ 21.96 ตามลำดับ น่ัน เฉลย่ี (%) หมายความวา อิฐตนแบบทดสอบที่ทำมาจากการผสม สัดสวนเปลือกหอยแครงรอ ยละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษ ดังแสดงในตารางที่ 6 ความยาวเฉลี่ยของลำตัวกุง ถานไมรอยละ 5 (22.5 กรัม) ใหประสิทธิภาพที่ดีตอการ กามกรามของบออิฐมอญตนแบบไมฉาบปูนใหคาดีที่สุด เพาะเลี้ยงกุงกามกรามสูงกวาอิฐมอญทั่วไปอยูถึงรอยละ และบออิฐมอญฉาบปูนใหคาดีรองลงมา โดยมีอัตราการ 83.79 เติบโตโดยเฉลี่ยรอยละ 28.23 และ 21.96 ตามลำดับ น่ัน หมายความวาอิฐตนแบบทดสอบที่ทำมาจากการผสม แนวทางการติดตามและธำรงรักษาพัฒนาใหคงอยู สัดสวนเปลือกหอยแครงรอ ยละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษ พบวา จากการวิเคราะหผลการทดสอบประสิทธิภาพของ ถานไมรอยละ 5 (22.5 กรัม) ใหประสิทธิภาพที่ดีตอการ อิฐมอญตนแบบที่ทำมาจากเศษขยะเหลือใชแลวพบวา เพาะเลี้ยงกุงกามกรามสูงกวาอิฐมอญทั่วไปอยูถึงรอยละ ถึงแมวาคา pH ของบออิฐมอญตนแบบจะใหคา pH ที่อยู 83.79 ทำใหหลังจากที่ทำการถายทอดองคความรูใหกับ ในชวงที่เหมาะสมตอการเลี้ยงกุงกามกรามมากกวาอิฐ เกษตรกร และสามารถนำไปใชประโยชนเชงิ พาณชิ ยไ ด ทั่วไป และคาอัตราการเติบโต รวมท้ังประสทิ ธิภาพตอการ 5. อภปิ รายผล เพาะเลี้ยงกุงกามกรามจะดีกวาอิฐมอญทั่วไป ทำให หลังจากที่ทำการถายทอดองคความรูใหกับเกษตรกร และ การคาดการณสิ่งที่จะตามมาหลังการเปลี่ยนแปลง สามารถนำไปใชประโยชนเชิงพาณิชย ตามที่ไดขอมูลจาก ที่เกิดขึ้น คือไดผลิตภัณฑใหมที่เกิดจากวัสดุเหลือใชหรือ การทดสอบที่พบวาไดอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นจากเดิม ขยะเหลอื ทง้ิ ในชุมชน การสรา งผลิตภณั ฑต นแบบอฐิ มอญ แลว ทางผูวิจัยทำการคนควาหาวัสดุทดแทนที่เหมาะสม จากเศษขยะเหลือใช โดยการออกแบบการทดลองสัดสวน เพอ่ื เปนแนวทางในการศกึ ษาติดตามตอ ไป ผสมของเปลือกหอยแครงและเศษถานไมใสในอิฐมอญ ตัวอยางทั้ง 10 สูตรที่แตกตางกันออกไป และทดสอบ 6. กติ ตกิ รรมประกาศ พิจารณาจากคุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางกล งานวิจัยนี้ไดรับสนับสนุนทุนวิจัยโดยสำนักงาน พบวาอิฐมอญที่มีสัดสวนเปลือกหอยแครงและเศษถานไม ที่เหมาะสมที่สุด คือ สูตรที่มีสัดสวนเปลือกหอยแครงรอย คณะกรรมการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม ละ 10 (45 กรัม) สัดสวนเศษถานไมร อยละ 5 (22.5 กรัม) (สกสว.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และไดนำไปสรางบอทดสอบเลี้ยงกุงกามกรามเพื่อศึกษา หนวยงานที่ใหทุนอุดหนุนการวิจัยจากเงินกองทุนสงเสริม ประสทิ ธิภาพของอิฐมอญในการเลี้ยงกุงกา มกราม โดยการ วิทยาศาสตร วิจัย และนวัตกรรม ภายใตแผนงาน ออกแบบบอทดสอบขนาดความกวาง 1 เมตร ความยาว 2 ยุทธศาสตรการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม งบประมาณป เมตร สูง 1 เมตร เปรียบเทียบกับอิฐมอญทั่วไป และ พ.ศ. 2563 และขอขอบคุณชุมชนลาดหญา และ ชุมชน รูปแบบการกอ สรา งแบบฉาบปูนและไมฉาบปูน หนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่คอยชวย อำนวยความสะดวกในการเก็บรวบรวมขอมูลในการ ผลสรุปการศึกษาประสิทธิภาพของอิฐมอญ ดำเนนิ งานวจิ ัย ตนแบบสามารถสรุปไดวา คา pH ของบออิฐมอญตนแบบ ใหคา pH อยูในชวงที่เหมาะสมตอการเลี้ยงกุงกามกราม 82 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
7. บรรณานุกรม กรมควบคุมมลพิษ. 2562. สรุปสถานการณมลพิษของ ประเทศไทย ป 2561. กรุงเทพฯ: หจก.ส.มงคล การพิมพ. ณัฏวรินท ธุวะคำ และ วัชรี ฟนเฟอนหา. 2562. “การ ถายทอดผลงานวิจัย: การจัดการเศษเหลือทาง การเกษตรจากผลผลิตลำไยของชุมชน ตำบลขวง เปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม.” วารสารวิชาการรับใชสังคม มทร.ลานนา. 3,1: 45- 54. ธรรมมา เจียรธราวานิช. 2556. การพัฒนาระบบสะสม ความรอนของคอนกรีตบล็อคในอาคารเก็บ พืชผลทางการเกษตร. โครงการวิจัยทุนสนับสนุน งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กรุงเทพ งบประมาณแผนดิน ป พ.ศ. 2556 มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลกรุงเทพ. ธรรมมา เจียรธราวานิช และ สวุ ิมล เจยี รธราวานิช. 2560. “การศึกษาคอนกรีตผสมปูนซีเมนตเปลือก หอยแครง.” การประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัย ลกั ษณวิจัย” ครง้ั ที่ 9. ไพบูลย แจมพงษ และศวิ พนั ธุ ชอู ินทร. 2560. การจดั การ ขยะมูลฝอย. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพแหง จุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย.สนธยา ทองอรุณศรี และ คณะ. 2554. “การพัฒนาคอนกรีตบล็อกพรุน สําหรับอาคารประหยัดพลังงาน.” วารสารวิชาการ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม. 7,2: 22-30. Goyal RK and Tiwari GN. 1999. “Performance of a reverse flat plate absorber cabinet dryer: a new concept.” Energy Convers Manage.40,4: 385–392. Koyuncu, T. 2006. “An investigation on the performance improvement of greenhouse- type agricultural dryers.” Renewable Energy.31,1 :1055–1071. วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 83 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
รูปแบบและแนวการเขียนบทความ เขียนบทความภาษาไทยความยาวไมเกิน 10 หนากระดาษ A4 พิมพดวยตัวอักษร TH Saraban PSK ขนาด 15 พอยต อาจมภี าพ ตาราง แผนภูมปิ ระกอบโดยท้งั หมดตองอยูในขอจํากัด 10 หนา ดงั กลา ว องคประกอบของบทความ ชื่อโครงการวิจัย การเขียนช่ือเรื่องใชภาษาไทยถูกตองตามหลักไวยากรณ กระชับสามารถสื่อจุดประสงคการวิจัย ชัดเจน ในกรณีที่มีภาษาอังกฤษใหทําเปนตัวพิมพใหญเฉพาะตัวแรกของคํานามและคุณศัพท เชน Vaginal Misoprostol in Previous Cesarean Section ที่เหลือทําเปนเล็กหมด รวมทั้ง คํากริยา คํากริยาวเิ ศษณ และคาํ ท่ไี มใชเปนคํานาํ เชน ตัวอยา ง ถา สงสยั ขอแนะนาํ ใหพิมพตัวใหญ เฉพาะตัวแรกของบรรทัดเทาน้ัน นอกน้ันทําตัวเล็ก เชน Vaginal misoprostol in previous cesarean section ไมแนะนาํ ใหใชตัวสัญลักษณตา ง ๆ ในการพมิ พช่ือเร่อื ง ชื่อผูดําเนินโครงการและผูรว มดําเนินโครงการ หนวยงาน บทคัดยอ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ใ ห ค ร บ ป ร ะ เ ด็ น Objective , Material and Method, Results, Conclusion เขยี น 10 – 15 บรรทดั ไมมหี วั ขอก็ได ภาษาไทยใหมีขอความเหมือนภาษาอังกฤษ ความยาวไมควรเกิน 300 คํา โดยใหสรุป เนอื้ หาของบทความทงั้ หมดใหเขาใจท่ีมาของการทําวิจัย วตั ถปุ ระสงค วิธีดาํ เนินการวิจัย โดยยอ ผลการวิจัยวิธีการนาํ ไปใชประโยชน และไดผลลพั ธ อยางไร คําสําคัญ Keywords บทนํา ชี้ใหเห็นความสาํ คัญของเรื่องท่ีทํา เขียนใหส้ัน กระชับ ไมเกนิ 15 20 บรรทัด คนควาเพิ่มเติมวามีผูใดทํางานในลักษณะใกลเคียงแลวบาง ไดผลอยางไร ระบุแนวทางการวิจัย/กระบวนการดําเนินการบริการวิชาการ จุดประสงค เขียน เปนความเรียงหรอื จัดลาํ ดับความสาํ คัญแลว จัดเรียงเปนหัวขอ (อาจกลาวถึงขอ 1. สภาพการณกอนการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้น) วิธีดําเนินงาน อธิบายวิธีดําเนินโครงการใหเห็นขั้นตอน กระบวนการระบุขอบเขตของการวิจัย วิธีเลือก กลุมตัวอยางใหชัดเจน ในลักษณะที่หากมีผูอ่ืนตองการทําวิจัยในลักษณะเดียวกันสามารถอาน 6 84 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
และนําไปปฏิบัติได (กลาวถึงขอ 2.การมีสวนรวมและการยอมรับของสังคมเปาหมาย 3.กระบวนการท่ีทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงท่ีดีข้ึน 4.ความรูความเชี่ยวชาญท่ีใชในการทําให เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นหรือใชองคความรูอ ะไรไปทําบาง) ผลการดําเนินงาน อธิบายผลที่เกิดจากโครงการโดยตรง ไมมีการแสดงความคิดเห็นในสวนน้ี อาจมีภาพประกอบ แผนภูมิตาราง (อาจอธิบายถึงขอ 2.การมีสวนรวมและการยอมรับของสังคมเปาหมาย ขอ 6.ผลลัพธการเปลีย่ นแปลงท่ีเกิดข้นึ จากการลงไปดาํ เนนิ โครงการ) การนาํ ไปใชประโยชน อธิบายใหเห็นวาผลงานดังกลาวไดนําไปใชประโยชนอยางไร ใครคือผูใช และมีกระบวนการ ผลักดัน ผลงานดังกลาวสูการใชประโยชนทั้งเชิงนโยบาย เชิงพาณิชย และเชิงสาธารณะอยางไร (อาจอธิบายถึงขอ 2.การมีสวนรวมและการยอมรับของสังคมเปาหมายและขอ 6.ผลลัพธการ เปลี่ยนแปลงท่ีเกิดขึ้นจากการลงไปดําเนินโครงการ) อภิปรายผล สรุปและอางอิงใหเห็นวาผลการดําเนินงานดังกลาวไดองคความรูใหม นวัตกรรมหรือทางเลือก ใหมใหแกพ้ืนท่ีอยางไร และอธิบายปรากฏการณท่ีเกิดข้ึนจากผลการดําเนินงานใหเปนรูปธรรม รวมทั้งเสนอและการทํางานในข้ันตอไป (อาจอธิบายขอ 5.การคาดการณส่ิงที่จะตามมา หลังจากการเปล่ียนแปลงน้ัน ขอ 7. แนวทางการติดตามและธํารงรักษาพัฒนาการท่ีเกิดข้ึน ใหคงอยูตอไป) บรรณานุกรม การรวบรวมรายการเอกสารท้ังหมดที่ผูเขียนไดใชอางองิ ในการเขียนผลงานนั้น ๆ จดั เรยี งรายการ ตามลําดับอักษรชื่อผูแตง ภายใตหัวขอ เอกสารอางอิง สําหรับผลงานวิชาการภาษาไทยหรือ Reference สําหรับผลงานวิชาการภาษาอังกฤษ โดยใชรูปแบบการเขียนเอกสารอางอิงแบบ APA (American Psychological Association) ตวั อยา งการเขียนเอกสารอา งอิงมีดงั นี้ หนังสือ ชอื่ ผแู ตง . ปที่พมิ พ . ชื่อเรอื่ ง. (ฉบับพิมพ). สถานที่พิมพ. ผูจัดพมิ พ : ตัวอยาง พรพิมลตรีโชติ .2542 .ชนกลุมนอยกับรัฐบาลพมา. กรงุ เทพฯสํานักงานกองทุนสนับสนุนการ : วิจัย. บทความ ช่ือผูแตง .ปท่ีพิมพ(บรรณาธิการ) . ช่ือบทความ . ในชื่อบรรณาธิการ., ช่ือเร่ืองที่ฉบับพิมพ. หนา. : สถานทีพ่ มิ พ (ปรากฏบทความผูจัดพมิ พ) ตวั อยา ง เสรี ลลี าภยั . 2542. เศรษฐกิจชาตินิยมในประเทศกาํ ลังพัฒนาและสถานการณในประเทศไทย. วคา่มู รอื สกาารรวเชิตารกยี ามรบรทับใคชว้สางั มคเมพอ่ื ตพี ิมพ์ 7 วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 85 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
ณรงค เพ็ชรประเสริฐ (บรรณาธิการ), 1999 จุดเปล่ียนแหงยคุ สมัย. 90141. กรุงเทพฯ: ศนู ยศ ึกษาเศรษฐศาสตร การเมอื ง คณะเศรษฐศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. บทความในวารสาร ชือ่ ผแู ตง. ปท่ีพิมพ. “ ชื่อบทความ.” ช่ือวารสาร. ปที่ (ลําดับท่ี), เลขหนาที่ปรากฏบทความ. ตัวอยาง พุทธชาด โปธิบาล และนานันท ตรงดี. 2541. “สถานะของภาษาตากใบในภาษาถิ่น”. วารสาร สงขลานครินทร ฉบบั สังคมศาสตรและมนุษยศาสตร. 4, 2: 167187. สาระสังเขปจากฐานขอมูล CDRow ช่ือผแู ตง. ปท่ีพมิ พ. ชอื่ บทความ (ซีดีรอม). ช่ือวารสาร, ปท่ี (ลําดับที่), เลขหนา ที่ปรากฏบทความ ในวารสาร, สาระสังเขปจาก: ชอ่ื ฐานขอ มูลและหมายเลขเอกสารเพื่อการสืบคน ตัวอยาง Preston, W. 1982. Poetry ideas in teaching literature and writing to foreign student (CDROM). TESOL quarterly, 16, 489502. Abstract from: Dialog File: ERIC Item: EJ274529 วทิ ยานิพนธ ชอ่ื ผูแตง. ปที่พิมพ. “ช่ือวิทยานิพนธ.” ระดับวิทยานิพนหรอื ปริญญานิพนธมหาวิทยาลัย. ตัวอยาง เบ็ญจรัช เวชวิรัช. 2541. “การศึกษาปจจัยที่มีผลกระทบตอมูลคาการใหสินเชื่อเพ่ือการสงออก และนําเขาของสถาบันการเงินไทย.” วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาเศรษฐศาสตรบัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร. แหลงสารสนเทศบนอนิ เตอรเน็ต ช่ือผูแตง. ปท่ีพิมพ. “ชื่อบทความ.” ช่ือวารสาร. ปที่หรือเลมท่ี, ฉบับที่ สืบคนเม่ือวันที่ เดือน ป, จากแหลง ท่ีอยูบนอินเตอรเน็ต ตัวอยาง Indick,W.2002. “Gender Differences in Moral Judgment: Is NonConsequential Reasoning a Factor?” Current Research in Social Psychology. 5,2 Retrieved November 11,2002, from http://www.uiowa.edu/grpproc/crisp/ crisp5.2htm การสง ตนฉบับ กองบรรณาธิการ “วารสารวิชาการรับใชส ังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลานนา” สส่ง่ ออีีเมลล์ข์ (้Eอ้ มmููลaมilา)ที่แ่� ฟrmมขuอtlม.jูลrsม.tาtท@่ี [email protected] โโงทส9งโ่ทททาา8ง่ี่อนนรรรบยหศสศคผทูัลาัพ9มัพลู่คิรท�8งัทิตว์8คส์าืห่ว:ต�อ:ม:มา00แ.ผ0มูป่8ล่่า5ร5่า5นะู3ป33สจต้ร222ัอ้ถะัดาํ666งาบบกบ666ลอบาัน555รป.ได12ถอ1ดา ้อ62า8ง้ทปี่ยยค่อ�์#ทสh์คตง1ะอtวอ0tเาดอpก31ม็เาํsด็2ท0รเ:ู้/ภ3ค�้ จ,/ส1โอj.โนถsเทดชeาโีอรยีลsบสัย.งยนัrสใาmีสหถระู่ช่าuมเมุ:่กยt่ ช0็ด5lท.น0aอ5c2จด3.2ังtเ2หh0ท6วคัด6โน5เช2โียล2ยงีใสีหู่่�มชุมุ ชน 886 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
Search