Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารวิชาการรับใช้สังคม มทร.ล้านนา ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2566)

วารสารวิชาการรับใช้สังคม มทร.ล้านนา ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2566)

Published by RMUTL Knowledge Book Store, 2023-07-24 07:45:29

Description: วารสารวิชาการรับใช้สังคม มทร.ล้านนา ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2566) นำเสนอจำนวน 8 บทความ ดังนี้


(1) แนวทางการพัฒนาคุณค่างานหัตถกรรมสู่มูลค่างานหัตถศิลป์ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และนวัตกรรมบนฐานชุมชน โดย กานต์สินี วงศ์เรือน วรสิทธิ์ ตันตินิพันธ์กุล และบวรศักดิ์ เพชรานนท์

(2) แนวทางการปรับปรุงห้องน้ำสาธารณะเมืองแพร่โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม กรณีศึกษา ห้องน้ำสาธารณะ วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ โดย พันธ์ศักดิ์ ภักดี ปนวัฒน์ สุธิกุญชร และพิชญาภา ธัมมิกะกุล

(3) ต้นทุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ของกลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยชุมชนบ้านสันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดย อดิศักดิ์ ฝนห่าแก้ว และสุรัตน์ ยาสิทธิ์

(4) การประเมินผลลัพธ์และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนสำหรับงานบริการวิชาการแก่ชุมชน : กรณีศึกษาการสร้างองค์ความรู้และยกระดับทักษะอาชีพด้านเทคโนโลยีพลังงานทดแทนเพื่อการเข้าถึงแหล่งทุนแก่กลุ่มเครือข่ายบ้านมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว โดย ทอดเกียรติ แก้วพวง ปิยะพงษ์ ยงเพชร พรรณี พิมพ์โพธิ์ จารุนันท์ ไชยนาม ฉัตรชัย เสนขวัญแก้ว วุฒิวัฒน์ อนันต์พุฒิเมธ และดรัสวิน วงศ์ป

Search

Read the Text Version

วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มหาวิทิ ยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา วััตถุุประสงค์์ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ังั คม มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา มีวี ัตั ถุปุ ระสงค์เ์ พื่อ�่ ตีพี ิมิ พ์ผ์ ลงานวิชิ าการ ด้า้ นรับั ใช้ส้ ังั คม ทั้้ง� งานวิจิ ัยั และงานบริกิ ารวิชิ าการ เผยแพร่เ่ พื่อ่� พัฒั นาสังั คมและส่ง่ เสริมิ ให้น้ ักั วิชิ าการด้า้ นรับั ใช้ส้ ังั คม ในหน่่วยงานต่่าง ๆ ได้ม้ ีีแหล่ง่ นำ�ำ เสนอผลงานทางวิิชาการสู่ส�่ าธารณะ เจ้้าของ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา ที่ป่� รึึกษากองบรรณาธิิการ ผู้�้ ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.จัตั ตุุฤทธิ์�์ ทองปรอน รัักษาราชการแทนอธิกิ ารบดีี รองศาสตราจารย์ด์ ร.อุุเทน คำน่า่ น รองอธิิการบดีีฝ่่ายวิิจัยั และพััฒนาระบบอย่่างยั่�งยืืน กองบรรณาธิิการผู้้�ทรงคุุณวุุฒิภิ ายในและภายนอก ศาสตราจารย์์จักั รีี เส้น้ ทอง มหาวิิทยาลััยเชีียงใหม่่ ศาสตราจารย์์ ดร. อารี ี วิิบููลย์พ์ งศ์์ มหาวิทิ ยาลััยสงขลานคริินทร์์ ศาสตราจารย์์ ดร. ผดุงุ ศัักดิ์� รััตนเดโช มหาวิิทยาลััยธรรมศาสตร์์ รองศาสตราจารย์์ ดร.กาญจนา แก้ว้ เทพ สถาบันั คลัังสมองของชาติิ รองศาสตราจารย์์ ดร.อาวรณ์ ์ โอภาสพััฒนกิจิ มหาวิทิ ยาลัยั เชียี งใหม่่ รองศาสตราจารย์์ ดร.เศรษฐ์์ สััมภััสตะกุุล มหาวิทิ ยาลััยเชียี งใหม่่ รองศาสตราจารย์์ ดร.ธงชััย ฟองสมุุทร มหาวิิทยาลัยั เชีียงใหม่่ รองศาสตราจารย์์ ดร.พีีระพงศ์์ ทีฆี สกุลุ มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ รองศาสตราจารย์์ ดร.กิิตติิ บุญุ เลิิศนิิรัันดร์์ มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลสุวุ รรณภููมิิ รองศาสตราจารย์์ ดร.พรหทััย ตััณฑ์จ์ ิิตานนท์ ์ มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลล้า้ นนา รองศาสตราจารย์์ ดร.ชิิติิ ศรีีตนทิพิ ย์์ มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา รองศาสตราจารย์์ ดร.พานิชิ อินิ ต๊๊ะ มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา รองศาสตราจารย์์ ดร.สุุทัศั น์ ์ จุลุ ศรีไี กวัลั มหาวิทิ ยาลัยั เชีียงใหม่่ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.อำพรรณ พรมศิิริิ มหาวิทิ ยาลััยเชียี งใหม่่ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.ปฏิภิ าณ สุุทธิกิ ุลุ บุตุ ร มหาวิิทยาลััยแม่โ่ จ้้ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.พิสิ ิษิ ฏ์์ มณีโี ชติิ มหาวิทิ ยาลัยั นเรศวร ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.คมกฤตย์ ์ ชมสุวุ รรณ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีพี ระจอมเกล้้าธนบุุรีี ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.ไกรสิทิ ธิ์ �์ วสุเุ พ็ญ็ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีรี าชมงคลอีีสาน ผู้�้ ช่่วยศาสตราจารย์์ดวงพร อ่่อนหวาน มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลล้า้ นนา ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์ส์ ัันติ ิ ช่า่ งเจรจา มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์ร์ุ่�งนภา ช่า่ งเจรจา มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลล้า้ นนา ดร.สมคิดิ แก้้วทิิพย์ ์ มหาวิิทยาลัยั แม่่โจ้้ RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

คณะกรรมการกองบรรณาธิกิ ารวารสาร บรรณาธิิการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์เ์ กรียี งไกร ธารพรศรี ี รองบรรณาธิกิ าร ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์์นทีชี ัยั ผัสั ดีี รองบรรณาธิิการ ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.สุุรีีวรรณ ราชสม กรรมการ นายนริิศ กำแพงแก้้ว กรรมการ ว่า่ ที่่�ร้อ้ ยตรีีรัชั ต์พ์ งษ์์ หอชััยรััตน์ ์ กรรมการ นางสาวทิิน อ่่อนนวล กรรมการ นายคเชนทร์ ์ เครือื สาร กรรมการและเลขานุุการ นายพิษิ ณุ ุ พรมพราย กรรมการและผู้้�ช่่วยเลขานุุการ นายจัักร์์ริินทร์ ์ ชื่่น� สมบััติิ คณะกรรมการพิิจารณาบทความด้า้ นงานวิจิ ััยและบริิการวิชิ าการ พื้้�นที่่�เชีียงราย รองศาสตราจารย์์ ดร.สิริ ิิโฉม พิิเชษฐบุญุ เกีียรติ ิ กรรมการ นายปกรณ์์ เสรีีเผ่่าวงษ์ ์ กรรมการ ดร.ปภาวดี ี เนตรสุวุ รรณ กรรมการ พื้�น้ ที่�่น่่าน กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.เอกชััย ดวงใจ กรรมการ ดร.กิิจจาณััฏฐ์์ ตั้้ง� จิติ นุสุ รณ์์ พื้้น� ที่ล�่ ำปาง กรรมการ ดร. พวงทอง วังั ราษฎร์์ กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.กนกวรรณ เวชกามา พื้น�้ ที่่�ตาก กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.พรรณธิภิ า เพชรบุุญมีี กรรมการ ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.ยุธุ นา ศรีีอุุดม พื้้�นที่พ�่ ิษิ ณุโุ ลก กาวีวี งศ์ ์ กรรมการ ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์ก์ ฤษดา ทองฟััก กรรมการ ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์ส์ ุพุ รรัตั น์์ คณะวิิศวกรรมศาสตร์์ กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.พิินิจิ เนื่่อ� งภิิรมย์ ์ กรรมการ ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.ไกรลาศ ดอนชัยั คณะบริิหารธุรุ กิิจและศิิลปศาสตร์์ กรรมการ ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์์เสรฐสุุดา ปรีชี านนท์ ์ กรรมการ ดร.ลมััย ผััสดี ี คณะวิทิ ยาศาสตร์แ์ ละเทคโนโลยีีการเกษตร กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.ชิินานาฏ วิทิ ยาประภาการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

คณะศิลิ ปกรรมและสถาปััตยกรรมศาสตร์์ กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ไพโรจน์ ์ วรพจน์์พรชัยั กรรมการ นายภฤศพงศ์์ เพชรบุุล วิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีีและสหวิิทยาการ กรรมการ รองศาสตราจารย์์ ดร.พานิิช อิินต๊ะ๊ กรรมการ ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.สุรุ ีวี รรณ ราชสม สถาบัันวิิจััยเทคโนโลยีีเกษตร กรรมการ รองศาสตราจารย์์ ดร. ชิิติ ิ ศรีีตนทิพิ ย์ ์ กรรมการ ผู้้�ช่่วยศาสตาร์์จารย์์ ดร. ปริญิ ญาวดีี ศรีีตนทิพิ ย์ ์ กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตาร์์จารย์์ ดร. สัันติิ ช่่างเจรจา สถาบันั วิจิ ััยและพััฒนา กรรมการ ดร.ตะวันั วาทกิิจ กรรมการ ผศ.ดร.ธีรี ะศักั ดิ์ � สมศักั ดิ์ � คณะกรรมการฝ่า่ ยจัดั ทำ ผู้�้ ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.สุรุ ีวี รรณ ราชสม ประธานกรรมการ นายพิษิ ณุุ พรมพราย รองประธานกรรมการ นายเจษฎา สุภุ าพรเหมิินทร์์ กรรมการ นายวีรี วิิทย์ ์ ณ วรรณมา กรรมการ นางสาวรัตั นาภรณ์ ์ สารภี ี กรรมการ นางสาวเสงี่�ยม คืืนดี ี กรรมการ นางสาวหนึ่ง�่ ฤทัยั แสงใส กรรมการ นางสาวศลิษิ า เศวตนัันทน์ ์ กรรมการ ดร.สุุภรพรรณ คนเฉียี บ กรรมการ ผศ. ดร.จรรยวรรธน์์ ตัณั ฑ์เ์ จริญิ รัตั น์ ์ วุุฒิจิ ำนงค์์ กรรมการ นางสาววราภรณ์์ ต้้นใส กรรมการ นายจักั ร์ร์ ินิ ทร์์ ชื่่�นสมบัตั ิ ิ กรรมการและเลขานุกุ าร นางสาวสุธุ าสิินีี ผู้�อ้ ยู่่�สุขุ กรรมการและผู้�้ ช่่วยเลขานุกุ าร พิิมพ์ท์ ี่่� สถาบัันถ่า่ ยทอดเทคโนโลยีีสู่่�ชุมุ ชน มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา 98 หมู่� 8 ตำบลป่่าป้้อง อำเภอดอยสะเก็็ด จัังหวัดั เชียี งใหม่่ 50220 สำนักั งาน สถาบันั ถ่า่ ยทอดเทคโนโลยีสี ู่่�ชุุมชน มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา 98 หมู่� 8 ตำบลป่า่ ป้้อง อำเภอดอยสะเก็ด็ จังั หวัดั เชียี งใหม่่ 50220 บทความทุกุ เรื่อ�่ งได้ร้ ับั การตรวจความถููกต้อ้ งทางวิชิ าการโดยผู้�ทรงคุณุ วุฒุ ิิ บทความละ 3 ท่า่ น ข้อ้ ความและบทความ ในวารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ังั คม มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา เป็น็ แนวคิดิ ของผู้�เขียี น มิใิ ช่ค่ วามคิดิ เห็น็ ของ คณะผู้�จััดทำ�ำ และมิิใช่่ความรัับผิิดชอบของกองบรรณาธิิการ และกองบรรณาธิิการไม่่สงวนสิิทธิ์�คััดลอก แต่่ให้้อ้้างอิิง ที่่�มา RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

บบทบทรรบณารธิกรารวณารสาารวธิชิากิ การารับรใชส้ ังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ปที ่ี 7 ฉบบั ที่ 1 วารสารวิชาการรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ฉบับนี้ได้เดินทางมาถึงปีที่ 7 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – มิถุนายน 2566 แล้ว โดยยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นพื้นที่เปิดทางวิชาการสำหรับ คณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ รวมถึงผู้ที่สนใจได้ใช้เป็นเวทีในการนำเสนอผลงานด้านบริการวิชาการรับใช้ สังคมที่มุ่งเน้นการนำเอาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน สังคมและชุมชนเป็นสำคัญ โดยฉบับนี้ได้นำเสนอบทความที่น่าสนใจทั้งด้านสังคม เศรษฐศาสตร์ การตลาด บัญชี เทคโนโลยีการเกษตร วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ รวมทั้งสิ้น 8 บทความ ประกอบไปด้วย บทความทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 4 บทความ ด้านบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ จำนวน 2 บทความ และ สถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ 2 บทความ ซึ่งบทความทั้งหมดได้ผ่านการตรวจสอบ การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะศาสตร์สาขาบทความละ 3 ท่าน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานทางวิชาการ ที่กองบรรณาธกิ ารใหค้ วามสำคัญอยา่ งมาก อันจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจใช้ในการศึกษาค้นควา้ อ้างอิง รวมถงึ นำไปใชเ้ ปน็ ฐานขอ้ มูลในการสรา้ งสรรคแ์ ละพัฒนาสงั คมในดา้ นตา่ งๆ ต่อไป กองบรรณาธิการวารสารวชิ าการรับใช้สงั คม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา หวังว่าวารสาร ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ทางวิชาการสำหรับผู้อ่านทุกท่าน และขอขอบคุณที่ท่านผู้อ่านได้ให้ความสนใจติดตาม วารสารวิชาการรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนามาอย่างต่อเนื่อง หากท่านใดสนใจ ประสงค์ส่งบทความเพื่อเผยแพร่ กองบรรณาธิการยินดีรับตีพิมพ์ โดยต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองจาก ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอก และหากท่านมีข้อเสนอแนะประการใด กองบรรณาธิการยินดีน้อมรับ คำแนะนำเพือ่ จะไดน้ ำไปปรับปรุงและพฒั นาคุณภาพวารสารใหม้ มี าตรฐานยงิ่ ขนึ้ ตอ่ ไป พบกันใหมฉ่ บบั หน้า กองบรรณาธกิ าร วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา ปีีที่่� 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

รายชื่่�อผู้้�ทรงคุณุ วุฒุ ิิผู้้�ประเมิินบทความ (Peer Review) ประจำ�ำ ฉบับั ปีที ี่่� 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566 รองศาสตราจารย์ส์ ุรุ ชััย กังั วล มหาวิิทยาลัยั แม่โ่ จ้้ รองศาสตราจารย์จ์ ำเนีียร บุุญมาก มหาวิทิ ยาลััยแม่โ่ จ้้ รองศาสตราจารย์ส์ ิิริิโฉม พิิเชษฐบุญุ เกียี รติิ มหาวิทิ ยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา รองศาสตราจารย์์เกชา คููหา มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา รองศาสตราจารย์์พิินิจิ เนื่่�องภิริ มย์์ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์กนกวรรณ เวชกามา มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีรี าชมงคลล้้านนา ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์กมลทิิพย คำใจ มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.ศุภุ ฤกษ์ ์ ธาราพิทิ ัักษ์ว์ งศ์ ์ มหาวิิทยาลัยั ราชภััฎเชีียงใหม่่ ผู้�้ ช่่วยศาสตราจารย์ไ์ กรสร ลักั ษณ์ศ์ ิิริ ิ มหาวิทิ ยาลัยั ราชภัฎั เชีียงใหม่่ ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์จ์ ุฑุ าทิิพย์์ เฉลิิมผล มหาวิิทยาลััยเชียี ใหม่่ ผู้�้ ช่่วยศาสตราจารย์์ธนกร สิิริสิ ุุคัันธา มหาวิทิ ยาลััยราชภัฎั ลำปาง ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์มงคลกร ศรีวี ิชิ ััย มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์พรรณนิิภา ดอกไม้้งาม มหาวิิทยาลััยแม่่ฟ้้าหลวง ดร.ณฐาพััชร์์ วรพงศ์์พััชร์์ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลพระนคร RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

สารบััญ หน้้า แนวทางการพััฒนาคุุณค่่างานหัตั ถกรรมสู่�่ มููลค่่างานหัตั ถศิิลป์์ด้้วยเศรษฐกิิจสร้า้ งสรรค์์ 1 และนวัตั กรรมบนฐานชุุมชน 11 25 กานต์์สิินีี วงศ์์เรืือน วรสิทิ ธิ์�์ ตันั ติินิิพันั ธ์์กุลุ และบวรศัักดิ์� เพชรานนท์์ 33 แนวทางการปรับั ปรุงุ ห้อ้ งน้ำำ�สาธารณะโดยใช้ก้ ารมีีส่่วนร่ว่ ม : 47 กรณีีศึึกษา วัดั พระธาตุุช่อ่ แฮ จังั หวัดั แพร่่ 57 65 พันั ธ์์ศักั ดิ์� ภัักดีี ปนวััฒน์์ สุุธิกิ ุุญชร และพิชิ ญาภา ธััมมิกิ ะกุลุ 73 ต้้นทุุนการผลิิตปุ๋๋ย� อินิ ทรียี ์์ของกลุ่่�มผู้้�ผลิิตปุ๋๋�ยชุุมชนบ้า้ นสัันกางปลา ตำำ�บลทรายมููล อำ�ำ เภอสัันกำำ�แพง จังั หวัดั เชียี งใหม่่ อดิิศัักดิ์� ฝนห่่าแก้ว้ และสุรุ ััตน์์ ยาสิทิ ธิ์� การประเมิินผลลัพั ธ์แ์ ละผลตอบแทนทางสัังคมจากการลงทุุนสำำ�หรับั งานบริกิ ารวิชิ าการชุุมชน : กรณีีศึึกษาการสร้า้ งองค์์ความรู้้�และยกระดัับทัักษะอาชีีพด้้านเทคโนโลยีีพลังั งานทดแทน เครือื ข่่ายบ้้านมั่่�นคงชนบท อำ�ำ เภอวังั น้ำำ�เย็็น จังั หวัดั สระแก้้ว ทอดเกีียรติิ แก้้วพวง ปิยิ ะพงษ์์ ยงเพชร พรรณี ี พิมิ พ์์โพธิ์์� จารุนุ ัันท์์ ไชยนาม ฉัตั รชัยั เสนขวััญแก้ว้ วุฒุ ิวิ ัฒั น์์ อนันั ต์์พุฒุ ิิเมธ และดรััสวิิน วงศ์์ปรเมษฐ์์ การถ่่ายทอดเทคโนโลยีีเตาเผาถ่่านแบบเคลื่่�อนย้้ายได้้ของกลุ่่�มเกษตรกร ในเขตจังั หวัดั เชีียงรายเพื่่�อสร้า้ งรายได้้จากการผลิิตถ่่านไม้้และน้ำำ�ส้้มควันั ไม้้ ภักั ดีี สิทิ ธิิฤทธิ์ก� วิิน ไพทููรย์์ ยศกาศ สมชาย แสงนวล และกิิตติพิ ล รัตั นพงศ์์ แนวทางการพััฒนาเศษเหลืือจากการปลููกกััญชา ไร่อ่ ารมณ์์ดีี ตำำ�บลดงมหาวันั อำ�ำ เภอเวียี งเชียี งรุ้้�ง จังั หวัดั เชียี งราย วิบิ ููลพร วุฒุ ิคิ ุณุ พงศ์ต์ ะวััน นันั ทศิริ ิิ มณีีรัตั น์ ์ ภาจัันทร์์คูู วััฒนพล อยู่ส�่ วัสั ดิ์� และนเรศ ใหญ่่วงศ์์ การออกแบบและพััฒนาถังั หมัักปุ๋๋ย� พลังั งานแสงอาทิิตย์์ รัชั นีวี รรณ หมั่่น� แสวง และสิิทธิิเดช วชิริ าศรีีศิริ ิกิ ุลุ การศึึกษาปัจั จัยั ส่่วนผสมของอิฐิ มอญที่่�มีีส่่วนผสมของเปลืือกหอยแครงเผา และถ่่านไม้้เพื่่�อการปรับั ปรุงุ กระบวนการเลี้้�ยงกุ้้�งก้้ามกราม ธรรมมา เจียี รธราวานิิช วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

แนวทางการพัฒนาคณุ คา งานหัตถกรรมสมู ูลคางานหัตถศิลปดว ยเศรษฐกิจสรางสรรค และนวตั กรรมบนฐานชมุ ชน Developing the value of Handicrafts to the value of Craftsmanship through the Community Based Creative Economy and Innovation กานตสินี วงศเ รอื น1*วรสิทธิ์ ตันตินิพนั ธก ลุ 2และบวรศกั ดิ์ เพชรานนท3 Ms. Kansinee Wongreun1* Dr. Worrasit Tantinipankul 2 and Mr. Bavornsak Petcharanonda3 1*,3นกั วิจัย ศนู ยส ง เสริมและสนับสนนุ มูลนิธิโครงการหลวงและโครงการพระราชดำริ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบรุ ี 2อาจารย คณะสถาปต ยกรรมศาสตรและการออกแบบ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกลาธนบรุ ี 1*,3Royal Project Foundation and King’s Recommended Project Supporting Center, King Mongkut’s University of Technology Thonburi 2School of Architecture and Design, King Mongkut’s University of Technology Thonburi *E-mail : [email protected], เบอรโทรศัพท 083-4753943, เบอรโทรสาร 053-218618 รับบทความ 1 มถิ ุนายน 2565; แกไขบทความ 25 พฤษภาคม 2566; ตอบรบั บทความ 8 มิถนุ ายน 2566 บทคดั ยอ การวิจัยเรือ่ ง “แนวทางการพฒั นาคณุ คางานหัตถกรรมสูม ูลคางานหัตถศลิ ปดวยนวตั กรรมชมุ ชนอยางยัง่ ยืน กรณีศึกษากลุมวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมจักสานใบคอ ตำบลเมืองกาย อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม” มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาและยกระดับงานหัตถกรรมทองถิ่นใหมีมูลคาสูงสุดทางเศรษฐกิจ พบปญหาไดแก 1) ผลิตภัณฑมีรูปแบบเดิม ๆ ขายราคาต่ำกวาตนทุนที่ผลิต ไมสรางแรงจูงใจใหกลุมลูกคา 2) ขาดแรงงานในการผลิต 3) ขาดทักษะฝมือที่ประณีต 4) วัตถุดิบไมเพียงพอตอการผลิตตลอดทั้งป 5) ไมทำบัญชี คิดตนทุนไมครอบคลุม และ 6) ขายผา นพอ คา คนกลาง ผูวจิ ัยจึงดำเนินการแกป ญหา ดังน้ี 1) ออกแบบและพัฒนาผลิตภณั ฑ Hight End Product 2) ฝกสมรรถนะการผลิตเนนความประณีตของชิ้นงาน เพื่อเพิ่มกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ 3) ฝกทักษะฝมือ แรงงานผูผลิต โดยถายทอดองคความรูจากผูเชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มจำนวนผูผลิต 4) สรางโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย ตากเสนคอ (ชุมชนตัดเสนคอในฤดูฝน) เพื่อเก็บรักษาคุณภาพวัตถุดิบที่ใชในการผลิต และลดปญหาเศษทิ้ง 5) อบรม ใหความรูการทำตนทุนวัตถุดิบที่คิดคาแรงในการผลิต 6) สรางเครือขายภาคีภายนอกชุมชน ไดแก ศูนยสงเสริม ศิลปาชีพระหวา งประเทศ (จำกัดมหาชน) และกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเพ่ิมชองทางในการขาย หลักการสำคัญในการ พัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ “หัตถกรรม” สู “หัตถศิลป” ควรใหความสำคัญกับการตอยอด และนำองคความรูไปใชใ น การสรางสรรคนวัตกรรมใหม ๆ และสรางโอกาสตอยอดเชิงพาณิชยอยางเปนรูปธรรม สรางการรับรู (Awareness) สรางความเขาใจ (Knowledge) สงเสริมใหเกิดการนำเอาไปใช (Usage) สืบสานและถายทอดองคความรูสูคนรุน ตอ ไป คำสำคัญ หัตถกรรม หัตถศลิ ป จกั สาน ตน คอ ผปู ระกอบการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 1 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

ABSTRACT The objective of this study was to develop and promote local handicrafts to the highest economic values. The major problems included 1) The price original product designs was lower than production costs, customers lacked motivation to shop, 2) lack of manpower, 3) lack of meticulous skills, 4) insufficient raw materials for production throughout the year, 5) lack of accurate and comprehensive accounting skills, and 6) dependence on middlemen. To solve these problems, the guidelines included: 1) Developing the High-End products design; 2) Practicing production performance, emphasizing the refinement of the workpiece to increase production efficiency; 3) Professional skills training by transferring knowledge from experts to increase production effectiveness; 4) Establishing Tak Sai Kho solar power plant to preserve the quality of raw materials and reduce waste; 5) Training on how to manage raw material production costs ; 6) Establishing a network outside the community to increase marketing channels. The key principle to developing product potential from \"handicraft\" to \"handicraft\" should pay attention to the extension and apply the knowledge to create new innovations and create opportunities for tangible commercial advancement. Create awareness, create understanding (Knowledge), promote its use (Usage), including inherit and transmit knowledge to the next generation. Keywords: Craftsman Craftsmanship Craft Kho Entrepreneur 1. บทนำ สิงหาคม) คนในชุมชนจำนวน 25 ครัวเรือน มีอาชีพ รัฐบาลโดยกระทรวง กรม ที่เกี่ยวของไดมี การ เสรมิ ดวยการตัดใบคอ เพื่อนำไปสานวัสดุมุงหลังคา ขาย ไพ (ผืน)ละ 18 บาท โดยชวงฤดูดังกลาวมียอดสั่งซื้อ สงเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนมาอยางตอเนื่อง หลังคาคตอเฉลี่ย 50,000 – 150,000 ไพ/ป มีรายได ซึ่งหากจะกลาวถึงงานโอทอป (OTOP) หลายคนก็คง จากการขายในคอ ประมาณ 900,000- 3,000,000 เคยไดไปงานดังกลาวมาแลว ผลิตภัณฑที่ผูประกอบการ บาท/ป ไดนำมาจำหนายสวนใหญเปนผลิตภัณฑที่มาจาก วิสาหกิจชุมชนตาง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งที่เปนผลิตภัณฑ พ.ศ. 2558 ชุมชนไดทำการจัดตั้งกลุมวิสาหกิจ เพอื่ การบริโภค เพือ่ การใชงาน หรอื เปนของตกแตง ซงึ่ มี จักสานหัตถกรรมใบกอตำบลเมืองกาย(รหัสจดทะเบียน ความหลากหลาย แตหากสังเกตจะพบวาผลิตภัณฑสวน 6-50-06-10/1-0042) มีสมาชิกกลุมจำนวน 20 คนอายุ ใหญ เปน ผลิตภัณฑท ีม่ วี ัตถุดิบมาจากในพนื้ ท่ีน้นั ๆ เฉลย่ี 40-65 ป สานกระต๊ิบขาวเหนียว และถาดปากพับ สง ขายตามคำสงั่ ซื้อของลกู คาภายนอกชมุ ชน ชุมชนบานกายนอย ตำบลเมืองกาย อำเภอแม แตง จังหวัดเชยี งใหม เปนกลุมคนพ้นื เมืองท่ีอาศัยอยูบน สถานการณป 2559 คณะทำงานไดลงพื้นท่ี พื้นที่สูง หอตั้งหมูบานไดประมาณ 300 ป มีประชากร รว มกบั เครือขา ยภาคีการดำเนินสนบั สนุนชมุ ชนโดยรอบ 185 คน จำนวน 67 ครัวเรือน อาชีพหลักคือ ศูนยพัฒนาโครงการหลวงมอนเงาะ จังหวัดเชียงใหม เกษตรกรรม พืชเศรษฐกิจของชุมชน ไดแก เมี่ยง ชา ดานการสงเสริมอาชีพนอกภาคเกษตร ตามยุทธศาสตร กาแฟ ฟกทองญี่ปุน และลิ้นจี่ อาชีพเสรมิ คือ หัตถกรรม การพัฒนาคณุ ภาพชีวติ และสรางความเขม็ แขง็ ในชุมชน จักสานคอ เพื่อใชในครัวเรือน และจำหนายยังชุมชน (ยุทธศาสตรม ูลนิธิโครงการหลวง ป 2559 – 2565) จาก ใกลเคียง ดวยชุมชนมีตนคอกระจายอยูในพื้นที่จึงเกิด การลงพื้นที่ พบวา กลุมหัตถกรรมฯ ไมสามารถดำเนิน การเรียนรูที่จะใชประโยชนจากตนคอ โดยนำใบคอ มา กิจการไดอยางเปนระบบ เนื่องจากขาดองคความรูดาน สานเปนวัสดุมุงหลังคา และนำเปลือกของกาน นำมาทำ ตา ง ๆ ดังน้ี ชิ้นงานหัตถกรรม ในชวงฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม-เดือน 2 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

1) ดานการออกแบบผลติ ภณั ฑ พบวา ผลิตภัณฑ โครงสรางกลุม ทำใหการดำเนินกิจกรรมของกลุมไมมี ของกลุมหัตถกรรมฯ ยังผลิตตามความเคยชินของผูผลติ ความตอเนอื่ งและเปนระบบ ไมม เี อกลักษณ ไมมคี วามหลากหลาย และรปู แบบแตละ ชนดิ ของผลติ ภัณฑไ มตรงตามความตองการของตลาดใน ดานการตลาดและบริการ สมาชิกกลุม ปจ จุบนั ดงั ภาพที่ 1 หัตกรรมฯ สวนใหญเปนผูสูงอายุ ปาลิดา (2560) ทำ การวิเคราะหหวงโซคุณคาสินคาหัตถกรรมจักสานจาก ใบคอและไมไผบานกายนอย จึงพบปญหาการเขาถึง ตลาด และการใชเทคโนโลยี เพื่อการขายสินคา ทำให ตองขายสินคาผานพอคาคนกลาง และมีรายไดไมคุมคา ตอการผลิต ภาพที่ 1 ผลติ ภณั ฑหัตถกรรมคอ (เดมิ ) 2. วธิ กี ารดำเนนิ งาน 2) ดานกระบวนการ พบวา กลุมหัตถกรรมฯ ไม การดำเนินงานครั้งนี้ มีขั้นตอนการดำเนินงาน สามารถผลิตสินคาไดตามจำนวนคำสั่งซื้อของลูกคาใน แตละเดือน เนื่องจากปจจัยขาดแรงงาน ผูผลิตเปน ดงั นีต้ อไปน้ี ผูสูงอายุ และมีแรงงานตอเนื่องเพียง 5 คน จากสมาชิก กลุม 20 คน 2.1 วิธกี ารดำเนินงาน 3) ขาดทักษะฝมือที่ประณีต พบวา สมาชิกสวน 1. ลงพื้นที่ เก็บรวบรวมและวิเคราะหขอมูลจาก ใหญท ำการผลติ ช้ินงานรูปแบบเดมิ ไมใ หความสำคัญกับ การเลอื กวตั ถุดิบทเ่ี หมาะสมตอชิน้ งาน เชน ขนาด ความ กลุมตัวอยาง โดยแบงการสัมภาษณเชิงลึกแบบเจาะจง หนา การเกบ็ รกั ษาคุณภาพวตั ถดุ บิ และไมค นุ ชนิ กบั การ 3 กลุมตัวอยางไดแก 1) สมาชิกกลุมวิสาหกิจจักสาน ผลิตชิน้ งานในรปู แบบอื่น ๆ ทห่ี ลากหลาย หัตถกรรมใบกอ ตำบลเมืองกาย อำเภอแมแตง จังหวัด 4) ดานวัตถุดิบ กลุมหัตถกรรมฯ ไมมีวัตถุดิบ เชียงใหม 2) กลุมหนวยงานภาครัฐและเอกชนที่ทำการ เพียงพอ คือ ไมมีเสนจากเปลือกกานคอ และ สนับสนุนกลุมหัตถกรรมฯ ในพื้นที่ ไดแก สถาบันวิจัย กระบวนการเก็บรักษาเสนคอไดเพียงพอตอการนำมา และพัฒนาพื้นที่สูง (องคการมหาชน) ศูนยพัฒนา ผลิต เนื่องจากชุมชนจะตัดกานคอเฉพาะในฤดูฝน โครงการหลวงมอนเงาะ และองคการบริหารสวนตำบล เทานั้น สงผลใหเสนคอที่จักไดไมสามารถตากแหง กวา เมืองกาย 3) กลุมผูนำภายในตำบลเมืองกาย เพื่อคนหา รอยละ 90 จักตัดทิ้งไป ไมสามารถนำมาทำงาน เปาหมายที่มาของปญหาที่เกิดขึ้น และเฟนหาผูนำการ หตั ถกรรมไดต ลอดทัง้ ป เปลีย่ นแปลงทม่ี าจากกลุมตวั อยาง 5) ดานการบริหารจัดการ กลุมหัตถกรรมฯ ไมมี การทำบญั ชี รายรบั -รายจา ย คดิ ตน ทนุ การผลิตทไี่ มรวม 2. สำรวจความตองการ และสังเกตทักษะการ คาแรง สงผลใหกลุมไมสามารถกำหนดราคาสินคาท่ี บริหารจัดการตนน้ำ – กลางน้ำ - ปลายน้ำ ของกลุม คุมคาตอการผลิต ไมมีการแบงหนาที่รับผิดชอบตาม วิสาหกิจจักสานหัตถกรรมใบกอ ตำบลเมืองกาย เพื่อ กำพหนดทิศทางและเปาหมายการพัฒนารวมกันกับ กลุม ตวั อยา ง 3. ทำการ SWOT เพื่อหาขอสรุปแนวทางการ พฒั นา และการเพมิ่ ศักยภาพกลุม ตวั อยาง 4. ทำการสำรวจภาคการตลาดและบริการ ตลาด สินคากลุมหัตถกรรมชุมชนภายในและภายนอกประเทศ และวเิ คราะหก ลมุ ลูกคา เฉาพะ 5. คืนขอมูลแกกลุมตัวอยางทั้ง 3 กลุม (ชุมชน ผูผลิต กลุมหนวยงานภาครัฐและเอกชน และกลุมผูนำ ภายในตำบล เพื่อหาขอสรุปเพื่อเปนแนวทางและบูรณา การรวมกันในการพฒั นากลมุ หัตถกรรมฯ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 3 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

6. พากลุมเปาหมายศกึ ษาดงู าน เพอื่ เปน การเปด ผูนำ และบุคลากรจากหนวยงานเครือขายภาคี โลกทัศน และหาแนวทางในการบริหารจัดการกลุม จำนวน 15 คน หัตถกรรมฯ จากกลุมวิสาหกิจจักสาน ภายในประเทศ 2.1.2 ระยะเวลา เชน ศูนยสงเสริมฝมือจักสานดวยไมไผ อำเภอพนัส นิคม จังหวัดชลบุรี ศูนยสงเสริม ศิลปาชีพระหวาง ในระหวางเดือนตุลาคม 2560 – เดือนธันวาคม ประเทศ (องคก รมหาชน) และการศึกษาดูงานหตั ถกรรม 2564 ทอ งถิ่นภายนอกประเทศ เชน ประเทศญป่ี นุ 3. ผลการดำเนนิ งาน 7. ออกแบบ และจัดทำผลิตภัณฑตนแบบ ผูวิจัย ไดใชพื้นที่ชุมชนบานกายนอย ตำบลเมือง รว มกบั กลมุ หตั ถกรรมฯ กาย อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม เปน พืน้ ท่ีปฏบิ ตั ิงาน ในชมุ ชนชนบท (Social Lab) ในการพัฒนาโจทยก จิ การ 8. ออกแบบเกณฑวัดสมรรถนะกลุมผูนำการ เพื่อสังคม ผานกลไกการสนับสนุนอาจารย นักวิชาการ เปลี่ยนในดานทักษะตาง ๆ เชน ทักษะดานบริหาร บุคลากร ศิษยเกา นักศึกษา บูรณาการกับการวิจัยการ จัดการ ทักษะดานงานหัตถกรรม ทักษะดานการตลาด เรียนการสอนโดยสอดคลองกับการพัฒนาประเทศ โดย ทักษะดานโลจีสติกส เพื่อเปนแนวทางในการออกแบบ การพัฒนากลุมหัตถกรรมจักสานคอ ชุมชนบานกาย พฒั นาทกั ษะกลมุ เปาหมายเฉพาะรายบุคคล นอย ปรากฏผลการดำเนนิ งานในป 2560 ดงั น้ี 9. สรา งเครอื ขา ยความรว มมอื ดานงานหตั ถกรรม ดานการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ พบวา อาทิ กลุมนักออกแบบ กลุมภาคการตลาด กลุม ผูวิจัยออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ “Hight End หนวยงานภาครัฐ และเอกชนที่มีโครงการสนับสนุนดาน Product” สามารถจำหนายได 100% และเหมาะกับ งานหัตถกรรมชุมชน และทำการสมัครเปนสมาชิก ศักยภาพผูผลิตและวัตถุดิบที่มีอยูในชุมชน กลุมบรรจุ เครอื ขา ย ภัณฑ เชน ปนโต กระเปาเป กลุมของตกแตง เชน โคม ระยา วสั ดตุ กแตงบาน เครือ่ งหอม ดังแสดงในภาพท่ี 2 10. จำหนายสินคาในรูปแบบออนไลน และออก งานจดั แสดงสนิ คาภายในประเทศ ภาพที่ 2 ปน โตคอ การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑนี้ พัฒนา 11. ออกแบบกลไกการบริหารจัดการกระจาย มาจากกระติ๊บขาวเหนียวซึ่งทางกลุมหัตถกรรมฯ จัก รายไดภ ายในกลุมหตั ถกรรมฯ สานสินคาชนิดน้ี เปนทุนเดิมสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน โดย Plural Designs รวมกับชุมชนผูผลิต ผลิตภัณฑน้ี 12. วางแผน สราง ควบคุม กลไกลการบริหาร สามารถสรางราคาสูงขึ้นกวา 10 เทา สามารถ จำหนาย จัดการผูมีสว นไดส ว นเสีย รวมกับกลุมหตั ถกรรม 390 – 1,500 บาท จากราคาจำหนายเดิม (เดิมชิ้นละ 30-70 บาท) และเขาเปนสมาชิกและจำหนายสินคาใน 13. จัดสรางศูนยเรียนรูดานหัตถกรรมครบวงจร เครือ ศูนยสงเสริมศิลปาชีพระหวางประเทศ (องคกร ในชุมชน เพื่อใหจำหนาย สาธิตผลิตภัณฑ และบริการ มหาชน) ตั้งแตป 2562 เปนตนมา ตาง ๆ ของกลมุ หตั ถกรรม 14. ติดตามและประเมินผล การสงเสริมกลุม หัตถกรรมฯ 15. บูรณาการรว มกับหนวยงานในพื้นท่ี เพือ่ การ วางแผนนโยบายการพัฒนาสัมมาชีพในพื้นที่อยาง ตอ เน่อื งของหนวยงานภาครัฐ และเอกชน 2.1.1 กลมุ ตวั อยาง กลุมเปาหมาย ไดแก สมาชิกกลุมวิสาหกิจ จักสานหัตถกรรมใบกอ ตำบลเมืองกาย อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม จำนวน 20 คน ชาวบานหมู 1 บานกายนอย ตำบลเมืองกาย อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม ที่ประกอบอาชีพตัดใบ คอ จำนวน 25 คน 4 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑนี้ พัฒนามา เปนตน ทำใหผูประกอบการที่ใชผลิตภัณฑจักสานท่ี จากตะกราเก็บชา ซึ่งคนในชุมชนนิยมสานตระกราเพื่อ ตกแตงภายในที่พัก สามารถเพิ่มชองทางรายไดดวยการ เปนภาชนะ เพื่อใชเปนเครื่องมือในภาคเกษตร โดย จัดกิจกรรมตาง (Event) และสามารถสรางเอกลักษณ นางสาวณัฐกานต สารคำ นักศึกษาคณะสถาปตยกรรม เฉพาะ เกิดการประชาสัมพันธตอไดอีกชองทางหนึ่ง ศาสตรและการออกแบบ มจธ. ออกแบบรวมกับกลุม ดงั แสดงในภาพที่ 5 หตั ถกรรมจกั สานทงุ ย๊วั ะ ดงั แสดงในภาพท่ี 3 ภาพที่ 3 กระเปาเป ภาพท่ี 5 วัสดตุ กแตงบาน การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑน ี้ พัฒนามา การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑนี้ พัฒนามา จากดอกตาว(ดอกตนลูกชิด) ออกแบบโดย Vassana จากแตะ/ตะแหลว (ภาชนะไมไผทรงสี่เหลี่ยม) งานจัก Designs เพื่อเปนการพัฒนาสมรรถนะกลุมผูผลิตใหมี สานดั้งเดิมของกลุมชาติพันธุลั๊วะ โดยนายภัทรนิธิ ความประณีต ผลิตชิ้นงานไดหลากหลาย สามารถสราง สุแปลน โดยการใชเปน เครือ่ งหอม มีกลน่ิ อโรมาท่มี าจาก มูลคาเพิ่ม 7,500-30,000 บาทตอชิ้นงาน ดังแสดงใน สารสกัดจากสมุนไพรทองถิ่น ดอกไมหอม ดังแสดงใน ภาพที่ 4 ภาพที่ 6 ภาพท่ี 4 โคมระยา ภาพท่ี 6 เครอื่ งหอม การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑนี้ พัฒนามา ดานกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ พบวา จากวัสดุที่มีอยูในทองถิ่น และออกแบบควบคูไปกับการ คณะทำงานไดพัฒนาสมรรถนะกลุมหัตถกรรมที่ทำ ตกแตงภายใน โดยใชต กแตงท่พี กั โฮมสเตยใ นพืน้ ทต่ี ำบล กจิ กรรมภายในกลุมอยางตอ เนือ่ ง 7 คน ดา นทักษะฝมือ เมืองกาย และเกิดการใชจัดกิจกรรมตาง ๆ เชน งาน ความประณีตของชิ้นงาน โดยการถายทอดองคความรู แตงงาน การจัดประชุมสัมมนาของหนวยงานราชการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 5 ปีที ี่�่ 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

จากผูเชี่ยวชาญ ดานการเปนวิทยากรและการถายทอด ภาพท่ี 8 ผลการตากเสนคอ ในโรงเรอื นและการนำมาใช ความรงู านหัตถกรรมจักสาน จำนวน 1 คน ดา นการเปน จักสานงานหตั ถกรรม ผูประกอบการ จำนวน 2 คน ดานการกระบวนการผลิต (การเตรียมวัตถุดิบ) จำนวน 3 คน ดานการตลาดและ ผลการตากเสนคอในโรงเรือนพลังงาน บรกิ าร จำนวน 2 คน รวมมสี มาชิกเขารว มกจิ กรรมกลุม แสงอาทิตย ทำใหกลุมหัตถกรรมฯ สามารถเก็บเสนคอ หตั ถกรรมฯ อยางตอเน่ือง จำนวน 15 คน ในชวงฤดูฝนไดเฉลี่ย จำนวน 20 กิโลกรัม(แหง)/เดือน คิดเปนมูลคา 5,000 บาท/เดือน ของการตัดกานคอทิ้ง ดานวัตถุดิบ ป 2562 คณะผูวิจัยไดจัดทำ ในแตละป และมีเสนคอกักตุนไวสำหรับสานผลิตภัณฑ โรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย เพื่อแกปญหาเศษทิ้งของ ไดต ลอดท้งั ป ดังแสดงในภาพท่ี 8 กานคอจากการตดั ใบคอ ขายในชุมชน โดยณชั ชา (2561) ไดทำการศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมในการตากเสนคอ ดานการตลาดและบริการ ดวยความรวมมือใน ในชวงฤดูฝน เพ่ือลดปริมาณการทิ้งเศษกานคอ 90% การอนุรักษณภูมิปญญาทองถิ่น จากนักออกแบบ และ ตอป และกระตุนใหเกิดรายไดเสริมจากการซื้อขายเสน บุคคลากรจากเครือขายศูนยสงเสริมศิลปาชีพระหวาง คอจักสาน กิโลกรัมละ 250 บาท (จากเดิมไมมีการจัก ประเทศ (จำกัดมหาชน) (ศศป. ) และกระทรวง เสนคอขายในพื้นที)่ วัฒนธรรม ภายใตโครงการ Cultural Product Of Thailand : CPOT ทำใหชุมชนมีชองทางในการขาย การออกแบบและสรางโรงเรือนอบแหงเสนจาก เพิ่มขึ้นจากการเปนสมาชิกของ ศศป. และโครงการ กานคอดวยพลังงานแสงอาทิตย คือ โรงเรือนที่มีขนาด COPT กวาง 3 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 2 เมตร โดยใช งบประมาณในการสรางโรงเรือนทั้งหมด จำนวน ผลการออกงานแสดงสินคาในเครือสมาชิก ศศป. 45,000 บาท ผลการสรางโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย ทำใหกลุมไดรับการพัฒนาทักษะฝมือดานงานหัตถศิลป ฯ เกิดการพัฒนาทักษะและสรางผูนำการเปลี่ยนแปลง จากชิ้นงานหัตถกรรม และเพิ่มชองทางในการจำหนาย จำนวน 2 คน ที่สามารถตากเสนคอในสภาวะที่ สินคากลุมหัตถกรรมที่มีมูลคาสูง ซึ่งมีรายไดเฉล่ีย เหมาะสมตอการนำเสนคอมากตากและเหมาะสมตอ จำนวน 40,000 -50,000 บาท (4 วัน) สำหรับการออก การนำมาขึ้นรปู ชนิ้ งาน/ผลิตภัณฑ ดังแสดงในภาพที่ 7 งาน Craft Bangkok ในแตล ะป ดงั แสดงในภาพที่ 9 ภาพท่ี 7 โรงเรอื นอบแหงพลงั งานแสงอาทติ ย ภาพท่ี 9 ออกงานแสดงสนิ คา ของสมาชกิ ศศป. 6 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

4. การนำไปใช ผลกระทบทางสังคม โครงการนี้สามารถเปน การพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ “หัตถกรรม” ทางเลือกในการประกอบอาชีพในชุมชนไดอยางนอย 2 อาชีพ ไดแก 1) อาชีพหัตถกรรมจักสาน “คอและไมไ ผ” สู “หัตถศิลป” ควรใหความสำคัญกับการตอยอด และ 2) ผูประกอบการชุมชน และเปนประโยชนในการสราง นำองคความรูไปใชในการสรางสรรคนวัตกรรมใหม ๆ งานภายในตำบลเมืองกาย สรางรายไดสามารถลดการ และสรางโอกาสตอยอดเชิงพาณฺชยอยางเปนรูปธรรม เคลื่อนยายถิ่นฐานเพื่อไปประกอบอาชีพตางถิ่นเพิ่มขึ้น สรางการรับรู(Awareness) สรางความเขาใจ อยางนอย 13 คน (เดิมมีสมาชิกที่ทำกิจกรรมตอเนื่อง (Knowledge) สงเสริมใหเกิดการนำเอาไปใช (Usage) จำนวน 7 คน) สามารถลดความเหลื่อมล้ำในการ สืบสานและถายทอดองคความรูสูคนรุนตอไป สามารถ เคลื่อนยายแรงงานขามถิ่น โดยการสงเสริมใหเกิด สรปุ ผลความสำเรจ็ ของการดำเนนิ งาน ดงั น้ี ผูประกอบการเยาวชนรุนใหม จำนวน 2 คน ซึ่งหนาที บริหารจัดการการตลาดของกลุมหัตถกรรมฯ ตลอดจน ผลผลิต (Output) ทวี่ ัดคา ไดโดยตรง ไดแกเ กิด1) ลดปญหาความยากจนดานสุขภาพใหแกกลุมผู หลักสูตรการสรางผูประกอบการ และการบริหารธุรกิจ เปราะบางในชุมชน ไดมีอาชีพ รายได สงเสริมการ ชุมชน 1 หลักสูตร 2) หลักสูตรการพัฒนาทักษะ บริหารสขุ ภาพใหแกก ลมุ ผสู งู วยั จำนวน 40 คน (ซึ่งเปน ความสามารถในดานภาคการตลาดและบริการ 1 สมาชิกในกลุมที่เกี่ยวของกับหัตถกรรมจักสานใบคอ หลักสูตร 3) หลักสูตรการพัฒนาทักษะงานหัตถกรรม และกานคอ ) แบบประณตี เพือ่ เพ่มิ มมูลคาผลิตภัณฑ 1 หลักสตู ร 5. อภปิ รายผล ผลพลอยได (Outcome) เกิดการบริการวิชาการ การสงเสริมและพัฒนาอาชีพใหแกชุมชนบน ในการรับใชสังคม ไดฝกปฏิบัติงานในภาคสนาม ของ บุคลากรทางการศึกษา อาจารยนักวิจัย นักศึกษาที่เขา พื้นที่สูง ตองมุงเนนการเพิ่มศักยภาพชุมชนบนพื้นฐาน รวมโครงการภายในมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 60 คน วิถีชีวิต และภูมิปญญาเดิม ทำการตอยอดองคความรู ภายนอกมหาวิทยาลัย จำนวน 10 คน จำนวนชาวบาน/ ดานการบริหารจดั การ โดยการสรา งความเขา ใจ และนำ ชุมชนทเี่ ขารว ม จำนวน 80 คน กระจายในพืน้ ท่ี ความรูทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี วิศวกรรม การคิด คำนวณ และมีนวัตกรรมการผสมผสานองคความรูดาน ผลกระทบทางเศรษฐกิจ กลุมหัตถกรรมฯ ตาง ๆ ที่ทันสมัย สามารถนำไปสูการพัฒนาทักษะ มีรายไดของกลุมหัตถกรรมฯ ชวงวางเวนจากการผลิต ความสามารถในดานการตลาดและบริการ ใหชุมชน ภาคเกษตร จำนวน 20 คน เฉลี่ยตอป 150,000 บาท โอกาสพัฒนาเปนผูประกอบการทีม่ ศี กั ยภาพเปน Smart (ป 2564 รายได 180,500 บาท , ป 2563 จำนวน Enterprises ที่เหมาะสมกับรากฐานการผลิตที่ควบคูไป 170,000 บาท ป 2562 จำนวน 150,750 บาท) รายได กับสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดลอมในชุมชนบนพื้นที่ เดิม ป 58-60 เฉลี่ย 45,000-65,000 บาท รวมตนทุน สูงไดอยางสมดุล และชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองไดใน การผลิต) ระยะยาว เกิดการจัดสรรรายไดสูชุมชน 70% (รายไดกลุม แนวคิดการทำงานรวมกับชุมชนที่สำคัญ ปยะวัติ ผูผลิต/ผูประกอบการชุมชน) 20% (จัดกิจกรรม (2559) กลาวถึงแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับการมีสวนรวม สาธารณะประโยชนใหชุมชน) 10% (คาบริหารจัดการ ของประชาชนในงานพัฒนา(อางในสถาบันวิจัยสังคม และคา ขนสง ) จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย,2547) ในกิจกรรมตาง ๆ เนน การมีสวนรวมในการวางแผน การดำเนินกิจกรรม การ ผลกระทบทางสิง่ แวดลอ ม ไดแก วัตถุดิบที่ใชใน ใชประโยชน การไดรับผลประโยชน และการมีสวนรวม การผลิตมาจากแหลงทรัพยากรที่มีอยูในชุมชน 100 % ประเมินผล ผูวิจัยไดแบงหลักการทำงานที่สราง ลดความสูญเสียที่อาจกระทบตอสิ่งแวดลอม ในการ กระบวนการมีสวนรวมที่เปดโอกาสใหชุมชนเขามามี ออกแบบผกลุมผลติ ภณั ฑ (Zero Waste) มีกระบวนการ บทบาทในการพัฒนาพื้นที่ ตั้งแตขั้นตอนแรก ไปจนถึง ผลติ ทกุ ขน้ั ตอนเปนมิตรกบั สง่ิ แวดลอ ม การปรับเปลี่ยนวิธีการตากแหงวัตถุติบจาก กระบวนการผิงไฟ หรือผึ่งลม เปลี่ยนเปนการตากใน โรงเรอื นพลงั งานแสงอาทติ ย วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 7 ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

ขั้นตอนสุดทาย สามารถแบงเปน 3 ขั้นตอนแนวคิด แผนการพัฒนาและยกระดับงานหัตถกรรมสูมูลคางาน สำคัญของกระบวนการทำวิจยั ดังภาพท่ี10 หัตถศลิ ป สามารถสรุปไดดังน้ี ภาพท่ี 10 แสดงวตั ถุประสงคทเ่ี ปนแนวคดิ สำคญั ของ 1. การศึกษาฐานทรัพยากร วัฒนธรรมและภูมิ กระบวนการวจิ ยั ปญญาทองถิ่น ในชุมชนพื้นที่อยางมีสวนรวม เพื่อทราบ ตนทุนการผลิต กำลังการผลิต เพื่อการพัฒนาฐานอาชีพ จากภาพที่ 10 ผูวิจัยใชเปนกรอบแนวคิดในการ เดมิ และสงเสรมิ การใชวัตถดุ ิบทีม่ าจากชมุ ชนเปน อันดับ ทำงาน 3 กรอบแนวคิด ไดแก มองคุณคา เพิ่มมูลคา แรก และการรักษาคุณภาพ สามารถอธิบายขั้นตอนตาง ๆ ดังน้ี 2. การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ โดยชัย รัตน (2548) กลาวถึงหลักการออกแบบที่สำคัญ ให ขั้นตอนแรก การลงภาคสนาม เพื่อสราง คำนึงถึงหลักฟงกชั่นการใชงานที่หลากหลาย เพื่อการ ความสัมพันธกับสมาชิกในชุมชน เพื่อสรางการเรียนรูที่ สื่อสารขอมูลสรางความเขาใจ และดึงดูดใจผูซื้อสินคา จะเขาใจชีวิตทางสังคม และคุณคาทางวัฒนธรรมของ หรือผลิตภัณฑ รวมทั้ง Wayne (2008) กลาวถึง ชุมชน ในทางกลับกันทีมผูวิจัยไดสนับสนุนใหชุมชน หลักการออกแบบหัตถกรรมที่ใชแนวคิดดานหัตถศิลป ตระหนักถึงคุณคาของงาน แรงงาน เวลา และโอกาส เพื่อเพิ่มมูลคาสูงสุดใหแกผลิตภัณฑ แตสิ่งสำคัญในการ ของชุมชน สิ่งเหลานี้เปนสวนสำคัญของเอกลักษณท่ี ออกแบบตองคำนึงถึงศักยภาพของผูผลิตที่มีความรูเดิม ชมุ ชนควรภาคภมู ใิ จ ประกอบดวย และทำการเพิ่มทักษะเฉพาะรายบุคคลให เหมาะสมตามทักษะที่สามารถรองรับได อาศัยองค ขั้นตอนที่สอง การเพิ่มมูลคา เพื่อพัฒนา ความรูท ีถ่ ูกตอ งและเหมาะสมกับผผู ลติ ดว ย ผลิตภัณฑและแกปญหา ผูวิจัยไดปรึกษาหารือ และ เสนอใหชุมชนนำความรูทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี 3. การพัฒนาและบริหารจัดการกลุมเพื่อพัฒนา และการจัดการธุรกิจที่เหมาะสมมาใชกับชุมชน แนวคิด ศักยภาพการผลติ สนิ คาและบริการ ใหมีประสิทธิภาพใน นี้สามารถชวยพัฒนาแลเพิ่มมูลคาของการผลิตสวนเกิน การผลิตรองรับอุปสงค อุปทาน ตลอดหวงโซอุปทาน ท่ไี มเ กิดมูลคา เพ่มิ ได การตง้ั ราคาขายสินคา คุม คากับตน ทนุ การผลติ ขั้นตอนสุดทาย การรักษาคุณภาพ ในสวน 4. การถายทอดเทคโนโลยีดานการตลาดและ ขั้นตอนนี้ ผูวิจัยไดรวมมือกับสมาชิกในชุมชน เพ่ือ บรกิ าร เพื่อการจำหนายสินคา และบรกิ ารท่ีเหมาะสมตอ พัฒนาวิธีการ และมุมมองเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ ชมุ ชนบนพนื้ ทส่ี งู ซึ่งเปนสาระสำคัญในการเปดโลกทัศน ของผลิตภัณฑใหม นอกจากนี้ผูวิจัยยังสนับสนุนให ในการเขาถึงสถานการณเปลี่ยนแปลงในทางเศรษฐกิจ ชุมชนอนุรักษวัฒนธรรมทองถิ่น ภูมิปญหา และ เพอ่ื การปรบั ตัวของกลมุ ผผู ลิต ทรัพยากรธรรมชาติ 5. การสรางแหลงเรียนรูดานการพัฒนาอาชีพ ภายใตกรอบแนวคิดนี้คณะทำงานไดนำมาเปน เฉพาะทางของชุมชนบนพื้นที่สูง เปนกลไกในการรักษา ปจจัยความาสำเร็จ ซึ่งสามารถเปนแนวทางในการวาง สืบสาน สรางความหวงแหน สรางความภาคภูมิใจ และ เปนแหลงถายทอดองคความรูสูคนรุนใหยังคงอยูคูกับ ทองถน่ิ ตอ ไป 6. การจัดสรรรายได และสวัสดิการสูชุมชนและ สังคม เปนกลไกลสำคัญอยางหนึ่งในการกระจายรายได ที่คำนึงถึงผูมีสวนไดสวนเสีย โดยสฤณี (2560) กลาวถึง การดึงใหผูมีสวนไดสวนเสียเขามามีสวนรวมมากที่สุด ตลอดหวงโซอุปทาน เพื่อสรางความรับผิดชอบตอ สาธารณะ และสอดแทรกการคำนึงถึงการใชทรัพยากร สวนรวมทมี่ ีการคืนกำไร/คืนตนทุนใหแกถ ิ่นอาศยั ดังน้ัน การสรางกลไก การหวงแหนภูมิปญญาทองถิ่น และการ รับผิดชอบตอการนำทรัพยากรมาใชประโยชนไดอยางมี 8 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

จิตสาธารณะ โดยสัดสวนในการแบงกำไรใหแกชุมชน ปยะวัติ บุญ-หลง และคณะ.2559.งานวิชาการเพื่อ เปนอีกแหลงรายไดอยางหนึ่งที่ไมไดมาจากเงินอุดหนุน สังคม:หลักการและวิธีการ.สถาบันคลังสมอง จากภาครัฐ ซึ่งจะนำไปสูการลดการพึ่งพา แตเขาสู ภาวการณพึ่งพิงภาครัฐ จนนำไปสูการพึ่งพาตนเองของ ของชาติ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ชุมชนไดใ นระยะยาว (สกว.)กรงุ เทพฯ:57-80. สฤณี อาชวานันทกุล.2560.คูมือการประเมินผลลัพธ 6. กิตติกรรมประกาศ ทางสังคมจากการลงทุน.สำนักงานกองทุน การพัฒนาคุณคางานหัตถกรรมสูมูลคางาน สนับสนนุ การวจิ ัย (สกว.).กรุงเทพฯ:45-48. หัตถศลิ ปดว ยเศรษฐกิจสรา งสรรคและนวตั กรรมบนฐาน Wayne C. Booth, Gregory G. Colomb, Joseph M. ชุมชน ดำเนินงานสำเร็จลุลวงไดอยางสมบูรณดวยความ กรุณาอยางยิ่งจากกลุมเปาหมายในพื้นที่ไดแก กลุม Williames. 2008. The Craft of Research. วิสาหกิจจักสานหัตถกรรมใบกอ และชาวบานหมู 1 บานกายนอย จังหวัดเชียงใหม ผูนำชุมชน ตลอดจน The university of Chicago press Chicago & หนวยงานภาครัฐที่เกี่ยวของ ในตำบลเมืองกาย อำเภอ London. แมแตง จังหวัดเชียงใหม ไดแก องการบริหารสวนตำบล ณัชชา ครุฑจันทร.2561.การศึกษาการใชโรงเรือน เมืองกาย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องคการ พลังงานแสงอาทติ ยใ นการตากเสนคอ เพอ่ื งาน มหาชน) ศูนยพัฒนาโครงการหลวงมอนเงาะ ศูนย หัตถกรรมของชุมชนบานกายนอย.ภาควิชา พัฒนาราษฎรพื้นที่สูง พัฒนาชุมชนอำเภอแมแตง สำนักงานเกษตรอำเภอแมแตง ที่ใหความอนุเคราะห วิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอม โจทยประเด็นปญหา และเปนสวนหนึ่งในการขับเคลื่อน เกลาธนบุร.ี กรงุ เทพฯ:15-30. กลุมเปา หมายใหเกดิ การพัฒนาชุมชนอยา งตอ เนือ่ ง และ ปาลิดา ฝกแคเล็ก.2560.การวิเคราะหหวงโซคุณคา เครือขายความรวมมือจากภายนอก อาทิ Plural สินคาหัตถกรรมจักสานจากใบคอและไมไผ Designs และ Vassana Designs ซึ่งเปนสวนในการ บานกายนอย.คณะบัณฑิตวิยาลัยการจัดการ ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑและทักษะฝมือชางใหแก กลุมหัตถกรรมฯ หนวยงานสนับสนุนภาคการตลาด และนวัตกรรม สาขาการจัดการโลจิสติกส SACIST และ COPT ตลอดจนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี และซัพพลายเชน.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระ ราชมงคลลานนา เชยี งใหม ซ่ึงเปน สว นหนง่ึ ในการบรู ณา จอมเกลา ธนบรุ ี.กรุงเทพฯ:3-18. การการเรียนการสอน เพื่อสรางนวัตกรรมการเรียนรู เพื่อสนับสนุนกลุมหัตถกรรมฯ ชุมชน สถาบันพัฒนา และฝกอบรมโรงงานตนแบบ ผูใหงบประมาณในการ สนับสนุนโครงการวิจัย ผูวิจัยจึงขอขอบคุณอยางสูงมา ณ โอกาสนี้ 7. บรรณานกุ รม ชัยรัตน อัศวางกูร.2548.ออกแบบใหโดนใจ คูมือการ ออกแบบบรรจุภัณฑสำหรับผูประกอบการและ นักออกแบบ.พิมพครั้งที่ 1.สำนักงานพัฒนา อ ุ ต ส า ห ก ร ร ม ส น ั บ ส น ุ น ก ร ม ก า ร ส  ง เ ส ริ ม อุตสาหกรรม. กระทรวงอุตสาหกรรม.กรุงเทพฯ: 67-97. วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 9 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

10 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

แนวทางการปรับปรงุ หองน้ำสาธารณะโดยใชก ารมสี ว นรว ม : กรณีศึกษาวดั พระธาตุชอ แฮ จงั หวัดแพร Design Guidelines of Public Toilet by Using Participatory Design : A Case Study of Wat Phra That Cho Hae, Phrae Province พันธศ กั ด์ิ ภกั ดี1 ปนวฒั น สธุ กิ ญุ ชร2 และพชิ ญาภา ธมั มิกะกลุ 3* Punsak Pakdee1 Panawat Sutthikunchon2 and Phichayapa Tammikakul3* 1ผูชวยศาสตราจารย คณะสถาปต ยกรรมศาสตรแ ละการออกแบบส่งิ แวดลอ ม มหาวิทยาลยั แมโ จ 2อาจารย คณะสถาปต ยกรรมศาสตรและการออกแบบสิ่งแวดลอ ม มหาวิทยาลยั แมโจ 3อาจารย คณะสถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบส่งิ แวดลอม มหาวิทยาลยั แมโจ 1Asst.Prof, Faculty of Architecture and Environmental Design, Maejo University. 2Lecturer, Faculty of Architecture and Environmental Design, Maejo University. 3Lecturer, Faculty of Architecture and Environmental Design, Maejo University. E-mail:[email protected], เบอรโทรศัพท, 086-9399375 รับบทความ; 11 มกราคม 2566; แกไขบทความ 23 พฤษภาคม 2566 ; ตอบรบั บทความ 29 มิถนุ ายน 2566 บทคดั ยอ งานวจิ ยั ชิน้ นีเ้ ปน การศึกษาแนวทางการปรับปรงุ หอ งนำ้ สาธารณะ กรณศี กึ ษา วัดพระธาตุชอ แฮ จังหวัดแพร ปญ หาท่พี บคือหองน้ำอยูในสภาพทรดุ โทรม ไมป ลอดภยั และไมไ ดม าตรฐาน ซง่ึ หองนำ้ ถือเปน พืน้ ทจ่ี ำเปน และมกี ารใช งานอยูตลอดเวลา จึงตองปรับปรุงใหสะอาด ถูกสุขอนามัย และรองรับการใชงานสำหรับทุกคนเปนสำคัญ สอดคลอง กับนโยบายการพัฒนาหองน้ำสาธารณะไทยใหไดมาตรฐาน เพื่อลดการระบาดของโรค และสรางภาพลักษณที่ดีที่ กระทรวงสาธารณะสุขกำหนดไวเปนเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) มีเปาหมาย 3 ประการ คือ 1) สะอาด (Health) 2) พอเพียง (Accessibility) 3) ปลอดภัย (Safety) โดยนำกระบวนการออกแบบโดยยึด ผูใชง านเปน ศนู ยกลางและการออกแบบอยา งมสี วนรว มมาใช มีกระบวนการวจิ ยั ดงั นี้ คือ 1) สำรวจกายภาพหองน้ำใน ปจจุบัน 2) กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ระดมความคิดใหสอดคลองกับความตองการของผูใชงานในชุมชน ตามหลักการ ของการออกแบบสำหรับทุกคน (Universal Design) และเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) นำเสนอแบบรางเพื่อรวมตัดสินใจ 4) ปรับปรุงและพัฒนาการออกแบบหองน้ำ 5) นำเสนอและสรุปผลการออกแบบ เพื่อสงมอบแกชุมชน ซึ่งผลการวจิ ยั สรุปวาแบบที่ชุมชนตองการเลือกจากการนำขอดี และความเปนไปไดข องแบบราง มาพัฒนาเปนแบบสุดทาย และสงมอบใหกับชุมชนวัดพระธาตุชอแฮ เพื่อใชในการปรับปรุงหองน้ำเกาที่เสื่อมโทรมให สะอาดและถูกสุขอนามัยผานเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) ทั้งนี้นอกจากภาพลักษณและ การใชงานที่ดี ยังไดคำนึงถึงวัสดุที่ใช และงบประมาณเปนสำคัญดวยเชนกัน ผลลัพธจากกระบวนการออกแบบเชิง ปฏิบัติการ สรางความพึงพอใจตอผูใชงานในสองการบวนการคือ 1) ความพึงพอใจของผูมีสวนไดสวนเสียตอโครงการ และผลของการออกแบบ ซึ่งเปนเปาหมายสำคัญของหลักการออกแบบอยางมีสวนรวม ประกอบดวยพระสงฆ วัดพระธาตุชอแฮจำนวน 3 รูป กลุมผูสูงอายุในชุมชนกลุมประชาชนจำนวน 15 คน กลุมแมคาภายในวัดพระธาตุชอ แฮ จำนวน 15 รานคา และตัวแทนหนวนงานของรัฐในระดับทองถิ่น มีความพึงพอใจมากที่สุดตอโครงการ เนื่องจาก หากโครงการไดรับการกอสรางจะสามารถการแกปญหาของการใชหองน้ำปจจุบันและไดรับการสนับสนุนดานการ ออกแบบและงบประมาณการปรับปรุงไมเกิน 600,000 บาท (หกแสนบาทถวน) จากบริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัด 2) ความพึงพอใจของบริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัดในการบวนการออกแบบเชิงปฏิบัติการเพื่อออกแบบรางสูการพัฒนา แบบกอสราง รวมกับอาจารยผูสอนประจำ คณะสถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัย วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 11 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

แมโจ จำนวน 3 คน และนักศึกษา สาขาวิชาสถาปตยกรรมชั้นปที่ 4 รายวิชา สถ 432 การออกแบบสถาปตยกรรม ภายใน จำนวน 23 คน มีความพึงพอใจมาก ในการบวนการทำงาน เนื่องจากได นำขอดีของแบบรางจำนวน 5 แบบ นำไปใชพัฒนาเปนแบบกอสราง เพื่อแกปญหาใหตรงกับความตองการของผูใชและถูกตองตามหลักการของการ ออกแบบสำหรับทกุ คน (Universal Design) และเกณฑม าตรฐานหอ งน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) คำสำคัญ: หอ งน้ำสาธารณะ ศาสนสถาน การมสี ว นรวม การออกแบบเพ่อื คนทั้งมวล ABSTRACT The purpose of this study is to investigate the improvement of public toilets using of Wat Phra That Cho Hae in Phrae Province as an example. The toilets are unsafe and not up to standard, as they are a necessary space and are in constant use. Therefore, they need to be improved so that they are clean and hygienic and can be used by all. This is in line with the policy to improve public toilets in Thailand so that they meet standards. To reduce the spread of diseases and create a good image, the Ministry of Health has set a national standard for public toilets (HAS) including health, accessibility, and safety, by adopting the design process through user-centered and inclusive design. The research process included: 1) conducting a survey of existing toilets; 2) brainstorming ideas according tothe needs of users in the community; 3)presentating designs for mutual decision-making based on the principles of Universal Design and the National Standards for Public Toilets (HAS).; 4) improving and developing toilet designs; and 5) presenting,summarizing, and submitting the final designs to the community. The results of the survey showed that The users and stakeholders were most likely satisfied with the project because if the project is built, it can solve the problem of using the current bathroom, and the design and renovation budget of not more than 600.000 Baht by ONG Group Co., Ltd. 2) Satisfaction of ONG Group Co., Ltd. in the process of design workshops to develop designs for building designs. together with regular teachers Faculty of Architecture and Environmental Design Maejo University, 3 people, and 23 4th-year architecture students. In the work process, the advantages of 5 designs were used to develop a design model. To solve problems that meet the needs of users and comply with the principles of Design for All (Universal Design) and the National Standards for Public Toilets (HAS). Keywords: Public Toilet, Religious Place, Participatory Design, Universal Design 1. บทนำ กลาววา “ถามาเที่ยวจังหวัดแพร แตไมไดมา นมัสการ วัดถือเปนสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญของชาว พระธาตุชอแฮเหมือนไมไดมาจังหวัดแพร” (ปน บุตรี, 2565) ดังนั้นแลววัดพระธาตุชอแฮ จึงมีความสำคัญตอ พุทธ เปรียบดงั่ ศนู ยร วมจติ ใจของคนในชุมชนเพื่อพบปะ ชุมชนและผูมีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ทำใหมีผูมาใชงาน ทำบุญสรางกุศล สรางวัฒนธรรมอันดีงามรวมกันมา จำนวนมากประกอบดวยคนในชุมชนและนักทองเที่ยว อยางยาวนาน (พระครูธรรมนิเทศ อภิญาโณ และพระ จึงเกิดปญหาในเรื่องของหองน้ำ ไดแก ความสะอาด ครูสุนทร เจติยาภิวัฒน, 2559) วัดพระธาตุชอแฮ ความปลอดภัย การบำรุงรักษา และการออกแบบผิด จังหวัดแพร ถือเปนวัดศักดิ์สิทธิ์ เกาแก คูบาน คูเมือง หลักการ นอกจากนี้ยังพบวามีผูใชงานหองน้ำวัดจำนวน จังหวัดแพร เปนวัดพระธาตุประจำปเกิดของผูที่เกิดป มากแตไมมีระบบการทำความสะอาดท่ีดีและเพียงพอ ขาล ผูคนนิยมมานมัสการพระธาตุชอแฮ เพื่อเปนศิริ โดยมีลักษณะเปนการดูแลดวยจิตอาสา ทั้งท่ีหองน้ำวัด มงคลกับตนเองเมือ่ ไดม โี อกาสมาเยือนเมอื งแพร จนมีคำ 12 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

ควรไดรับการพัฒนาใหไดมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย 2. วิธีการดำเนินงาน เพื่อการลดการแพรระบาดของโรค และสะทอน การวิจัยในครั้งนี้ใชวิธีวิจัยเชิงออกแบบ (Design ภาพลักษณท่ีดีของวดั (กรมอนามยั , 2554) Research Methodology) โดยการนำกระบวนการ ทั้งนี้บริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัด ซึ่งเปนบริษัท ออกแบบโดยยึดผูใชเปนศูนยกลาง และการออกแบบ ดานการออกแบบสถาปต ยกรรมและอสงั หาริมทรัพย ได อยางมีสวนรวม มาปรับใช เพื่อเปนการออกแบบ เล็งเห็นถึงปญหาความทรุดโทรมของหองน้ำวัดพระธาตุ ปรับปรุงหองน้ำภายในวัดพระธาตุชอแฮ รองรับการใช ชอแฮ จึงไดขอความอนุเคราะหมายังคณะ งานาสำหรับบุคคลทุกกลุมในชุมชน และชวยออกแบบ สถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบสิ่งแวดลอม สภาพแวดลอม ที่สงเสริมสุขภาวะของชุมชน โดยมี มหาวิทยาลัยแมโจ เพื่อบูรณาการกับโครงการบริการ รายละเอยี ดของวิธีวจิ ยั ดังนี้ วิชาการ งานวิจัยและการเรียนการสอนของคณะ สถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบสิ่งแวดลอม 2.1 การสำรวจกายภาพ มหาวิทยาลัยแมโจ โดยไดนำกระบวนการออกแบบโดย การสำรวจกายภาพ หองน้ำวัดพระธาตุชอแฮ ยึดผูใชเปนศูนยกลาง (User-Centered Design) มาใช ซึ่งจะใหความสำคัญกับความตองการและความพึงพอใจ เปนการเก็บขอ มลู เชงิ พ้ืนที่ การลงพืน้ ทเี่ พ่ือสำรวจสภาพ ของผูใชงานเปนหลัก มีวิธีการวัดผลดวยความพึงพอใจ ของหองน้ำวัดพระธาตุชอแฮในปจจุบัน ตลอดจนสำรวจ ของผใู ช (User Experience) รวมกบั การออกแบบอยาง บริเวณใกลเคียง เชน พืชพรรณ การสัญจร และการใช มีสวนรวม (Participatory Design) ซึ่งเปนสิ่งสำคัญใน งาน เปนตน การสรางความพึงพอใจของผูใชงาน (Turan et al., 2016) ชวยลดชองวางระหวางนักออกแบบ และผูใชได 2.2 การรบั ฟง ความคดิ เหน็ และความตองการ ประกอบพิจารณา 1) ลักษณะทางกายภาพของผูใชที่มี ขั้นตอนนี้ถือเปนหัวใจสำคัญของกระบวนการ ผลตอรูปทรง ขนาด วัสดุที่เหมาะสมกับการใชงาน 2) จิตวิทยาในการตอบสนอง เชน ทัศนคติ ความรูสึกเชิง ออกแบบโดยยึดผูใชเปนศูนยกลางมาใช ซึ่งจะให บวกตอการใชงาน 3) วัฒนธรรมและประเพณี คือการ ความสำคัญกับความตองการและความพึงพอใจของ ออกแบบที่เขาถึงและเขาใจบริบทการใชงานของถิ่นที่ ผูใชงานเปนหลัก ผานการพูดคุยทำความเขาใจความ นั้น (Gould & Lewis, 1985) ทั้งนี้กระทรวงสาธารณะ ตองการ และการสังเกตุปฏิกิริยาของผูใช (Zeisel, สุขเองไดม ีนโยบายในการพัฒนาหอ งน้ำสาธารณะไทยให 2006) ประกอบดว ย ไดมาตราฐาน เพื่อลดการระบาดของโรค และสราง ภาพลักษณที่ดี มีเปาหมาย 3 ประการ คือ 1) สะอาด 2.2.1 กำหนดกลุม ของผูมสี วนไดสว นเสยี (Health) 2) พอเพียง (Accessibility) 3) ปลอดภัย ผูมีสวนไดสวนเสียเปนเปาหมายสำคัญของ (Safety) กำหนดเปนเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะ ระดับประเทศ (HAS) มาเปนขอกำหนดในการออกแบบ หลักการออกแบบอยางมีสวนรวม การศึกษาในครั้งนี้ได ดวยเชน กัน เลือกกลุมผูมีสวนไดสวนเสียที่ใหขอมูลจากกลุมผูใชงาน ในพื้นที่เปนหลัก ประกอบดวย พระสงฆวัดพระธาตุชอ งานวิจัยชิ้นนี้มีจุดมุงหมายสำคัญในการปรับปรุง แฮจำนวน 3 รูป กลุมผูสูงอายุในชุมชนกลุมประชาชน หองน้ำสาธารณะ กรณีศึกษา หองน้ำสาธารณะ วัดพระ จำนวน 15 คน กลุมแมคาภายในวัดพระธาตุชอแฮ ธาตุชอแฮ จังหวัดแพร ที่ตรงตามความตองการของ จำนวน 15 รานคา และตัวแทนหนวนงานของรัฐใน ชุมชนเปนสำคัญ โดยออกแบบตามหลักการออกแบบ ระดับทองถิ่น ซึ่งเปนการถายทอดความตองการผาน เพื่อทุกคน (Universal Design) และเกณฑมาตรฐาน องคกรเอกชนบริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัดผูสนับสนุนทุน หอ งน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) ทรัพยในการทำงาน สำหรับขั้นตอนของการออกแบบ และพัฒนาแบบ ประกอบดวย กลุมสถาปนิกตัวแทน บริษัท โอเอ็นจี กรุป จำนวน 3 คน อาจารยผูสอน ประจำ คณะสถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบ สิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยแมโจจำนวน 3 คน และ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 13 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

นักศึกษา สาขาวิชาสถาปตยกรรมชั้นปที่ 4 รายวิชา สถ ใหอาคารเสื่อมโทรมพังทลายจากรากตนไมและพืชที่ 432 การออกแบบสถาปต ยกรรมภายใน จำนวน 23 คน เตบิ โตไปเบยี ดตัวอาคารดงั ทีป่ รากฏในภาพท่ี 2 2.2.2 กจิ กรรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร ภาพที่ 2 หองนำ้ สาธารณะวดั พระธาตุชอ แฮ ออกแบบรางแนวคิดในการปรับปรุงหองน้ำ การจัดวางทางเขาอาคารหองน้ำไมเหมาะสมตอ ภายในวัดพระธาตุชอแฮ ผูออกแบบและผูใชถายทอด ผูใชและเอื้อการใชงานตอผูสูงอายุและคนพิการ ขอมูลที่เปน ประโยชนซึ่งกันและกันดว ยวิธีการสัมภาษณ เน่อื งจากเปน บันได มตี นไมขวางทางเขา การจดั เก็บวัสดุ เชิง การทำกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ การระดมความคิด และอุปกรณที่ไมเปนระเบียบ ทำใหเกิดอันตรายตอ และการสนทนากลุม (Barcellini et al., 2015) รวมกับ ผูใชบริการได ตลอดจนการจัดพื้นที่สำหรับพนักงานท่ี องคกรเอกชนบริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัดผูสนับสนุน ดแู ลหองน้ำไมเหมาะสม โครงการ ใหสอดคลองกับความตองการของผูใชงานใน 3.1.2 การใชงานภายใน ชุมชนและบริบท การพัฒนาแบบ และนำไปสูการสรุป ไมมีการแบงพื้นที่ใชงาน พื้นทางเดินชำรุด แบบท่ไี ดจากความตองการของผใู ชงาน เสียหาย และวัสดุเดิมที่ใชไมเหมาะสม ทางระบายน้ำ ออกจากพื้นหองน้ำไมถูกตองทำใหเกิดน้ำขังและเกิด 3) นำเสนอแบบราง ทำการออกแบบรางขั้นตน อุบัติเหตุตอผูใชได หองน้ำเดิมไมไดรับการวางแผนที่ดี เพ่อื รว มตดั สินใจ กำหนดรูปแบบทตี่ องการ พอ จึงทำใหการวางทอไมถูกตองและไมไดขนาดตาม เกณฑมาตรฐาน การจัดวางสุขภัณฑ เนื่องจากวาง 4) ปรับปรุงและพัฒนาการออกแบบปรับปรุง สุขภัณฑตามทอเดิมทำใหพื้นที่การใชงานมีความไม หอ งน้ำภายในวดั พระธาตุชอ แฮ สมดุล และชำรดุ เสียหาย ดังภาพท่ี 3 5) นำเสนอและสรุปผลการออกแบบเพื่อสงมอบ แกช มุ ชนตอ ไป 3. ผลการดำเนนิ งาน 3.1 การสำรวจกายภาพ หองน้ำวัดพระธาตุชอแฮ จังหวดั แพร ภาพท่ี 1 ตำแหนง หอ งน้ำสาธารณะวัดพระธาตชุ อ แฮ 3.1.1 กายภาพทวั่ ไป การมองเห็นจากภายนอก ตัวอาคารหองน้ำ คอนขางเกา สกปรก ชำรุด ทรุดโทรม และเสียหายเปน อยางมาก บริเวณรอบอาคารมีตนไมเปนจำนวนมากทำ 14 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

ภาพท่ี 3 การใชง านภายในหอ งนำ้ ภาพที่ 5 โครงสรางหลงั คาหอ งนำ้ ฝาเพดาน มีความเสียหาย เสื่อมสภาพ และมี ปญหาดานน้ำรั่วซึม เกิดความเสี่ยงอันตรายจากฝาถลม 3.1.3 แสงแดด รม เงาและมุมมอง มีการเจาะชองลม ซึ่งทำใหตัวอาคารมีอากาศที่ถายเท ตำแหนงที่ตั้งของตัวอาคารจะไดรับแดดจากทาง สะดวก และสามารถนำแสงธรรมชาติเขามาใชไดภายใน ตวั อาคารไดบางสว น ดงั ภาพท่ี 4 ทิศตะวันออกเฉียงเหนือในชวงเชา และชวงเที่ยงไป จนถึงเย็นจะไดรับแดดจากทางทิศใตและทิศตะวันตก บริเวณโดยรอบอาคารมีตนไมสามระดับคือระดับเล็ก ระดับกลาง และระดับใหญ มีความสูงอยูที่ประมาณ 4- 10 เมตร ทำใหหอ งนำ้ มีรมเงาตลอดทั้งวัน ดังภาพที่ 6 ภาพท่ี 4 ฝา เพดานและชอ งลมภายในหอ งนำ้ ภาพท่ี 6 มมุ มองโดยรอบอาคาร โครงหลังคาเปนโครงสรางเหล็กมีวัสดุมุงหลังคา คือกระเบื้องดินขอ ที่มีลักษณะเปนแผนสีเหลี่ยมปลาย 3.1.4 สรุปกายภาพเบื้องตนของหองน้ำใน ตัดตรงดานลางทำเปนปุมเพื่อเอาไวเกี่ยวกับระแนงท่ี ปจจุบันโดยเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะ รองรับกระเบื้องดินขอยังคงมีเอกลักษณเฉพาะตัว คือ ระดับประเทศ (HAS) เปนกระเบื้องหลังคาดินเผาขนาดเล็ก จะเห็นอยูตาม ภาคเหนอื เปนสวนใหญ ดงั ภาพท่ี 5 1) ความสะอาด ( Healthy : H ) พื้น ผนัง เพดาน อา งลางมอื โถสวม ท่ีกดโถสวม โถปสสาวะ ทก่ี ด โถปสสาวะไมสะอาด ภาชนะเก็บกักน้ำ ขันตักน้ำไม สามารถใชงานได ไมมีกระดาษชำระและสบูจัดเตรียมไว ให การระบายอากาศไมดีมีกลิ่นเหม็น สภาพทอระบาย สิ่งปฏิกูลและถังเก็บกักชำรุด ไมมีการจัดใหมีการทำ ความสะอาดและระบบการควบคมุ ตรวจตราเปนประจำ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 15 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

2) ความเพียงพอ (Accessibility : A) ไมมี ภาพที่ 7 กจิ กรรมเชงิ ปฏิบตั กิ ารลงพ้นื ที่ สวมนั่งราบสำหรับผูพิการ ผูสูงวัย หญิงตั้งครรภ และมี จำนวนหองสวมไมเ พยี งพอตอ ความตอ งการ 3.2.1 นำเสนอแบบรา ง ทำการออกแบบรางขั้นตน เพื่อเสนอตอผูมีสวน 3) ความปลอดภัย ( Safety : S) บริเวณที่ต้ัง สวมไมอยูที่ลับตา/เปลี่ยว แตจำเปนตองตัดแตงภูมิทัศน ไดสวนเสียและรวมตัดสินใจ กำหนดรูปแบบที่ตองการ และเพิ่มแสงไฟ ไมมีปายหรือสัญลักษณที่ชัดเจน ในการ โดยการพัฒนาแบบรางขั้นตนไดบูรณาการรวมกับเรียน แยกหองสวมสำหรับชาย – หญิง ไมปลอดภัยเนื่องจาก การสอนรายวิชา สถ 432 การออกแบบสถาปตยกรรม หองน้ำชายและหญิงสามารถเดินเชื่อมถึงกันได ประตู ภายใน เพื่อใหนักศึกษาไดเรียนรูจากประสบการณจริง ทจ่ี ับเปด – ปด และทีล่ ็อคดา นในชำรดุ จึงไดทำการแบงกลุม เพื่อพัฒนาแบบรางไดจำนวน ท้ังสิ้น 5 แบบ ดังน้ี จากขอสรุปดังกลาวพบวาหองน้ำวัดไมผาน เกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) 1) กลมุ ท่ี 1 “สุขใจ” จึงนำมาใชเปนเงื่อนไขในการปรับปรุงและพัฒนาแบบ แนวคดิ ในการออกแบบคือสภาวะนาสบายเขามา รวมกับการรับฟงความตองการของผูใชงานในขั้นตอน ผสมผสานกับการวิเคราะหอาคารเดิม โดยไดตั้งชื่อวา ตอ ไป “สุขใจ” เพื่อเปนการสื่อถึงรูปแบบการใชงานที่ เหมาะสมกับผูใชงานทุกชวง และคำนึงถึงโครงสรางเดิม 3.2 การรับฟงความคิดเหน็ และความตองการ เพื่อประหยัดคาใชจาย ปรับเปลี่ยนทางเขาหองน้ำ จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ โดยการลงพื้นที่ เพ่ือ สาธารณะใหม เพื่อความสะดวกและงายตอการเขาถึง ไดมีการเพิ่มทางลาดสำหรับคนพิการ และใชทางเขา สรางความคุนเคย การสัมภาษณ การระดมความคิด หลักทางเดยี ว ดังภาพท่ี 8 และการสนทนากลุม จากกลุมผูมีสวนไดสวนเสีย เบ้อื งตน สามารถสรปุ ความตองการไดดงั น้ี • ตองการหองน้ำที่มีการแบงการใชงานที่ชัดเจน สำหรับชายหญงิ และผพู กิ าร • ตองการหองน้ำสาธารณะที่ไดมาตรฐาน และ สามารถดูแลรักษาไดงา ย • ตองการใหลักษณะของตัวอาคารยังคงมีการ คำนึงถึงรูปแบบของสถาปตยกรรมพื้นถิ่น และบริบท โดยรอบ • คำนึงถึงการใชวัสดุ และงบประมาณประหยัด ยังคงเก็บโครงสรา งเดิมไว 16 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

“ถาไมรูจักทุกข จะรูจักสุขไดยังไง” โดยที่ไดนำหลักคิด การเจาะชองแสง และการเลือกวัสดุมาใชในการ ออกแบบ เพื่อใหไดร ูปแบบของหองนำ้ ที่เหมาะสมกบั คน ทุกวัย และเปนหองน้ำที่คำนึงถึงความสบายใจ และ สบายกายในการใชงาน ดังภาพที่ 10 ภาพท่ี 8 ทัศนยี ภาพการปรับปรงุ หอ งน้ำกลุมที่ 1 ทั้งนี้ในการพัฒนามีการแบงหองน้ำหญิง ชาย ภาพที่ 10 ทศั นยี ภาพการปรบั ปรงุ หอ งน้ำกลมุ ที่ 2 แยกออกจากกัน เพื่อความสะดวกตอการใชงาน การพัฒนาแปลนหองน้ำ ไดมีการเพิ่มทางลาด ปรับเปลี่ยนทางเขาของเขาน้ำเดิมโดยการเพิ่มทางลาด คนพิการทั้งสองฝง กอนจะเชื่อมเขาสูทางเขาตรงกลาง สำหรับคนพิการ และใชทางเขาหลักทางเดียว โดยจะ รว มกนั ซ่ึงจะเชื่อมพื้นทห่ี องน้ำชายและหญิงดว ยหอ งนำ้ แบงหองน้ำหญิง-ชาย และหองน้ำคนพิการ โดยเชื่อม สำหรับคนพิการตรงกลาง และในบริเวณดานหนา ดวยพื้นที่ลา งมือ ขอดี คือจัดพื้นที่ใหมีบริเวณทีน่ ั่งพักรอ หองน้ำมีการเพิ่มสวนเล็ก ๆ เพื่อสรางบรรยากาศใหดู ดานหนาหองน้ำคนพิการ ขอเสียคือ การแบงพื้นที่ ผอนคลายนาใชงาน และสัมพันธกับสภาพแวดลอม ดังกลาวทำใหจำเปนตองแยกอางลางมือรวมกันไวดาน ภายนอกมากย่งิ ขึน้ ดังภาพที่ 9 นอก ซง่ึ อาจจะไมเพียงพอตอ การใชง านได ดังภาพท่ี 11 ภาพท่ี 9 แปลนการปรับปรงุ หอ งนำ้ กลุม ท่ี 1 ภาพที่ 11 แปลนการปรับปรงุ หอ งนำ้ กลมุ ท่ี 2 2) กลุมที่ 2 “ปลดทกุ ข” แนวคิดในการออกแบบของกลุมที่ 2 คือการนำ คำวา “ปลดทุกข” มาใชในการออกแบบ โดยที่ ทุกข แปลวา สภาพที่ทนไดยาก ถาทนไดจะเขาไปปลดทุกข กันทำไม จึงออกแบบชองเปด ปลดล็อคพื้นที่ทึบ ระหวาง ปลดทุกขในหองน้ำ แคไดปลอยความทุกขออก ในพื้นที่ที่สบายใจก็สามมารถสรางความสุขได ดังคำวา วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 17 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

3) กลมุ ที่ 3 \"ความคงเดิม\" แนวคิดในการออกแบบไดรับแรงบันดาใจจาก โครงสรางไมข องเมืองแพรประยุกตใหเขากับรูปแบบเดิม ของตัวอาคาร เพื่อใหมีความเหมาะสมในดานของบริบท งบประมาณ และการใชงานจึงเกิดเปนแนวความคิดวา \"ความคงเดิม = ปจจุบัน\" นอกจากไดคิดเรื่องการ ไหลเวียนของอากาศเปนสำคัญ อาคารจึงตองการชอง ระบายอากาศ และไมทำฝาเพดานปดทึบเพื่อใหอากาศ ไหลเวียนไดดี ดังภาพที่ 12 ภาพที่ 13 แปลนการปรบั ปรงุ หอ งน้ำกลมุ ท่ี 3 4) กลมุ ที่ 4 “สัมผัสแหง ความสุข” แนวความคิดในการออกแบบเพื่อใหผูใชงานรูสึก มีความสุข ซึ่งประกอบไปดวย 5 มิติ คือ ตา หู ใจ อากาศ อุณหภูมิ โดยไมบิดเบือนคุณคาเดิม จุดเดนคือ โครงสรางเดิมและบริบทโดยรอบผสมผสานความ สวยงามดั้งเดิมและตนไมที่รมเงาแกพื้นที่โดยรอบ ออกแบบใหพืน้ ทภ่ี ายในและภายนอกเชื่อมตอกันเพ่ือลด ความทึบของอาคารและใชความความโปรงของวัสดุเปน ตัวประสานอาคารเขากับตนไม ซึ่งจะสงผลตอการรับรู ของผูใชงานผานหู ตา กลิ่น ความรูสึก ความนาสบาย ดังภาพท่ี 14 ภาพท่ี 12 ทัศนยี ภาพการปรบั ปรุงหอ งน้ำกลุมที่ 3 จากแปลนไดมีการปรับเปลี่ยนทางเขาหลักใหม ภาพที่ 14 ทศั นยี ภาพการปรบั ปรงุ หอ งนำ้ กลุมท่ี 4 ทั้งหมด ปรับเปลี่ยนเปนทางลาดสำหรับคนพิการรองรบั ทั้งผูสงู อายุและผูพ ิการที่ตองใชรถเขน็ เพิ่มบันใดทางขึ้น ไวทางอีกฝง รูปแบบการใชงานแบงเปนหองน้ำชาย- หญิง สองฝงในตอนยาวเพื่อชวยใหประหยัดพื้นที่มาก ที่สุดโดยเลือกจัดวางหองน้ำคนพิการอยูตรงกลาง มีการ เพิ่มการเจาะชองแสงจากชองแสงเดิมใหมากที่สุด เพื่อ นำแสงธรรมชาติเขามาใหอาคาร และชวยในเรื่องของ การหมุนเวียนของอากาศ การลดกลิ่นอับชื่นอยางถูก สุขลักษณะดว ยเชน กัน ดงั ภาพท่ี 13 จากแปลนไดมีการปรับเปลี่ยนทางเขาหลักใหม ทั้งหมดใหอยูในบริเวณกึ่งกลางหองน้ำ เพิ่มทางลาด สำหรับคนพกิ าร รปู แบบการใชงานแบงเปนหองน้ำชาย- 18 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

หญิง สองฝงโดยที่มีหองน้ำคนพิการอยูตรงกลาง แม จำนวน 5 หอง หองสวมชายจำนวน 4 หอง โถปสสาวะ หองน้ำชายจะไดจำนวนหองสวมเพียง 3 หอง แตปรับ 4 ชุด และหองเก็บของสำหรับแมบานแยกเปนสัดสวน พื้นท่ใี ชง านใหเพียงพอและกวางมากขน้ึ ดงั ภาพท่ี 15 ดงั ภาพท่ี 17 ภาพท่ี 15 แปลนการปรับปรงุ หอ งนำ้ กลมุ ท่ี 4 ภาพท่ี 17 แปลนการปรบั ปรงุ หอ งนำ้ กลุมที่ 5 5) กลมุ ท่ี 5 “หองน้ำเพ่อื ทกุ คน” จากการนำเสนอแบบรางในการพัฒนาหองน้ำทง้ั แนวคิดการทำหองน้ำ เพื่อวัด ชุมชน คำนึงถึง 5 กลุม ไดนำเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะ สิ่งแวดลอมและผูใชงานโดยออกแบบคำนึงถึงหลัก ระดับประเทศ (HAS) มาใชในการออกแบบ ซึ่ง Universal Design ความสะดวกในการเขาใชงานของ ประกอบดว ย ทุกคน มีการเปดชองลมอากาศถายเทชวยใหลมเขา ออกเปน การประหยดั พลงั งาน ใชการยกเพดานขึน้ สงู ใช 1) ความสะอาด (Healthy : H) พ้ืน ผนัง เพดาน บล็อกแกวเพือ่ ใหแสงธรรมชาตริ อดผา นได ดงั ภาพที่ 16 โถสวม ที่กดโถสวม โถปสสาวะ ที่กดโถปสสาวะ อาง ลางมือ กอกน้ำ กระจก มีถังรองรับมูลฝอยครบครันใน ภาพท่ี 16 ทัศนียภาพการปรบั ปรุงหอ งน้ำกลมุ ท่ี 5 สภาพดี มกี ารระบายอากาศดี จากแปลนไดมีการปรับเปลี่ยนทางเขาหลักใหม 2) ความเพียงพอ (Accessibility : A) จัดใหมี ทั้งหมดใหอยูในบริเวณกึ่งกลางหองน้ำ เพิ่มทางลาด สวมนั่งราบสำหรับผูพิการ ผูสูงวัย หญิงตั้งครรภและ สำหรับคนพิการคลายกลุมที่ 4 โดยรูปแบบการใชงาน ประชาชนทัว่ ไปอยางนอยหนึ่งที่ สวมสาธารณะพรอมใช แบงเปนหองน้ำชาย-หญิง สองฝงโดยที่มีหองน้ำคน งานตลอดเวลาทเี่ ปดใหบ ริการ พิการอยูตรงกลางซึง่ จะคำนึงถึงการใชประโยชนพื้นที่ให คุมคามากที่สุดเปน สำคญั จะประกอบดว ยหองสว มหญงิ 3) ความปลอดภัย (Safety : S) บริเวณที่ตั้งไม อยูที่ลับตา/เปลี่ยว กรณีที่มีหองสวมตั้งแต 2 หองขึ้นไป ใหแยกเปนหองสวมสำหรับชาย – หญิง โดยมีปายหรือ สัญลักษณที่ชัดเจน แสงสวางเพียงพอ สามารถมองเห็น ไดทวั่ บรเิ วณ โดยที่ทั้ง 5 กลุมมีขอดี-ขอเสียที่แตกตางกัน โดย ที่คำนึงถึงการใชงานที่เต็มประสิทธิภาพ และเกิด ประโยชนในการใชพื้นที่สูงสุด ถูกตองตามหลักการของ การออกแบบสำหรับทุกคน (Universal Design) และ เกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) และเลือกเก็บรักษาโครงสรางเดิมของอาคาร ซึ่งจะ สามารถชวยประหยัดงบประมาณใหไดมากที่สุด สามารถไดขอ สรุป ดังตารางที่ 1 วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 19 ปีที ี่�่ 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

สรปุ ผลการนำเสนอแบบรางครง้ั ท่ี 1 ตารางท่ี 1 สรุปผลการนำเสนอแบบรา งครั้งท่ี 1 กลมุ แนวความคดิ การใชงาน การระบายอากาศ การดูแลรักษา เกณฑ HAS ฝา เรียบ ระบาย ตอ งมีจดั การดแู ลตน ไม ผาน 1 มกี ารคำนึงถึงการ มีการจดั วางพื้นทีใ่ ช อากาศบรเิ วณ ผา น ระบายอากาศและ งานไดดี มา นงั่ ภายใน ผา น สภาพแวดลอ ม ทำใหเ สยี พน้ื ที่ ชายคา ผา น 2 มีการออกแบบ ประหยัดพนื้ ที่ แตใช ใชแสงจากดาน บน ดี แยกหองเกบ็ ของเปน ผาน พืน้ ทีโ่ ลง และน่งั พน้ื ท่ี รว มกันทำใหเกิด มกี ารถายเทอากาศ สดั สว น พักรวม ความอึดอดั ไดด ี 3 การนำของเกามา ทางเดนิ ไกล มจี ดุ อบั ใชแ สงจากดา น บน อา งลา งหนาไมเ หมาะกับ ตคี วาม แตย งั ไม สายตา การจัดพื้นท่ี มีการถา ยเทอากาศ หองนำ้ สาธารณะ ดูแล แสดงถงึ ความเปน คอ นขา งเปลืองมาก ไดดี รกั ษายาก ลานนา เสียพนื้ ท่ี 4 มกี ารคำนงึ ถงึ จดั พนื้ ที่และทางสญั จร มีการถายเทอากาศ เลอื กใชก ระจกแผนใหญ ประสาทสัมผัสเพื่อ ทำไดดี นา ใชงานกบั ไดด ี ทำใหด ูแลยาก ความสบายใจ คนทกุ วัย 5 การออกแบบ มีการจดั วางพื้นทีแ่ ละ ฝาเรียบ ระบาย ดแู ลรกั ษางาย คำนึงถงึ หลัก การใชงานไดด ี มีหอง อากาศบรเิ วณ Universal Design เกบ็ ของแยกสวน ชายคา จากตารางท่ี 1 การนำเสนอแบบรา งครงั้ ที่ 1 จาก 4. การนำไปใช 5 กลุม ไดมีการนำขอมูลจากการวิเคราะหพื้นที่ บริบท จากการนำเสนอตอผูมีสวนไดสวนเสียทั้ง 5 กลุม โดยรอบ และรูปแบบของอาคารเดิมมาใช ตลอดจนการ นำหลักเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ นั้นตางมีขอดี และขอเสียที่แตกตางกันฃ เพื่อการพฒั นา (HAS) มาใชทั้งสิ้น ซึ่งทั้ง 5 กลุมไดเก็บรักษาโครงสราง แบบขั้นตอไป จึงไดขอสรุปวาทำนำขอดีของแตละกลุม อ า ค า ร เ ด ิ ม แ ล ะ ร ู ป ท ร ง ห ล ั ง ค า เ ด ิ ม ย ั ง ค ง ไ ว  ซึ่ ง มาปรับใชใ นการพัฒนาแบบ ซ่ึงขัน้ ตอนตอ ไปจะเปนการ สถาปตยกรรมพื้นถิ่นในทองที่เมืองแพรรวมกับการนำ เลือกพัฒนาจากแบบของกลุมที่ 1 และ 5 เนื่องจากมี ความตอ งการของผูมสี วนไดสวนเสียมาเปนขอ กำหนดใน ความเหมาะสมมากทีส่ ดุ โดยนำขอ คดิ เหน็ และขอ ดีของ การออกแบบ แตล ะกลุมมาใชป ระกอบการออกแบบข้ันตอ ไปไดดงั นี้ การนำเสนอแบบรางทั้ง 5 กลุมไดจัดทำขึ้นใน 4.1 แนวความคิดในการออกแบบ รูปแบบการนำเสนอออนไลน โดยมีตัวแทนผูมีสวนได จากขอสรุปนำไปสูการพัฒนาแบบโดยใชแนวคิด สวนเสีย บริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัด และสถาปนิกได รวมฟงการนำเสนอ ตลอดจนใหขอคิดเห็น และเลือก ใจการสรางบรรยากาศทีดี เพราะสงผลใหผูใชงานที่มา แบบเพื่อนำไปพัฒนาชิ้นงานตอไป ภายใตการ ใชงานพื้นที่รูสึก สบายใจ และปลอดภัย ซึ่งผูใชงานจะ ควบคมุ ดูแลโดยอาจารยป ระจำรายวชิ า รับรูถึงบรรยากาศที่ดีผานประสาทสัมผัสนั้นคือประสาท สมั ผสั ทางหู ตา จมกู โดยคำนงึ ถึงความเปน สว นตวั ความ สะดวกสบายบริบทโดยรอบของตัวโครงการไมวาจะเปน ตนไม อุณหภูมิอากาศสภาพภูมิอากาศและตัวของ โครงสรางเกาที่ยังคงไว และมีการจัดการวางผังเปน 20 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

สัดสวนมากยิ่งขึ้นเพื่อใหผูใชบริการหองน้ำรูสึก บริบทโดยรอบเปนสำคัญ ทั้งนี้นอกจากภาพลักษณและ ผอนคลายผา นการรับรูข องตัวผูใชง าน ดังภาพท่ี 18 การใชงานแลว แบบหองน้ำยังไดคำนึงถึงวัสดุที่ใช และ งบประมาณไมเกิน 600,000 บาท (หกแสนบาทถวน) เปนสำคัญดวยเชนกัน ประการแรกคือการรักษา โครงสรางอาคารเดิมไวทั้งหมด เนื่องจากชวยประหยัด คาใชจายในสวนของโครงสรางอาคาร และยังคงรักษา รูปทรงหลังคาของสถาปตยกรรมรวมสมัย ตลอดจนการ เลือกวัสดุมุงหลังคา และโทนสีใกลเคียงกับอาคาร โดยรอบ เพื่อใหดูกลมกลืนไปกับบริบทเปนสำคัญ ดงั ภาพที่ 20 ภาพท่ี 18 แนวความคิดในการออกแบบ จากแปลน ตัวหองน้ำไดมีการเพิ่มทางลาดคน ภาพที่ 20 การระบายอากาศของตวั อาคาร พิการและใชทางเขาหลักทางเดียว โดยจะแบงหองน้ำ นอกจากนี้ตัวอาคารยังไดหยิบยกรูปแบบ หญิง-ชายแยกคนละฝง เชื่อมดวยหองน้ำสำหรับคน สถาปตยกรรมไทยรวมสมัยมาใชในการออกแบบเพราะ พิการและหอ งเกบ็ ของดา นหลัง ซง่ึ เปนการแบงพนื้ ทก่ี าร มคี วามเหมาะสมกบั ลักษณะภมู ิประเทศ จดั วางตำแหนง ใชงานไดเปนสัดสวน ไดจำนวนหองสวมเพิม่ มากขึ้นและ ชองเปด โดยคำนงึ ถึงการระบายอากาศ และการนำแสดง เกิดประโยชนสูงสุดเปนสำคัญ โดยตั้งใจออกแบบให ธรรมชาตเิ ขา สูต วั อาคาร เพอ่ื ใหหองนำ้ สาธารณะสะอาด พื้นที่ภายในและภายนอกเชื่อมตอกัน เพื่อลดความทึบ และถกู สุขอนามัย ดังภาพที่ 21 และ 22 ของตัวอาคาร และใชความความโปรงของวัสดุเปนตัว ประสานอาคารเขากับตนไม ซึ่งจะสงผลตอการรับรูของ ผูใชงานผานหู ตา กลิ่น ความรูสึก ความนาสบาย และ ปลอดภัย ดงั ภาพที่ 19 ภาพที่ 19 แปลนหอ งนำ้ กอน-หลังปรับปรุง ภาพท่ี 21 ทัศนียภาพนอกหอ งน้ำกอ น-หลังปรับปรงุ 4.2 นำเสนอและสรุปผลการออกแบบ จากการพัฒนาแบบโดยใชกระบวนการมีสวน รวมนั้นไดนำขอคิดเห็น และขอเสนอแนะที่ไดมาพัฒนา จนกระทัง่ ไดเปน แบบสุดทา ย เพือ่ สง มอบใหก บั ชุมชนวัด พระธาตุชอแฮ เพื่อใชในการปรับปรุงหองน้ำเกาที่เสื่อม โทรมใหสะอาดและถูกสุขอนามัย ตลอดจนคำถึงถึง วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 21 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

ภาพท่ี 22 ทัศนียภาพในหองนำ้ กอ น-หลงั ปรบั ปรุง ผลลัพธจากกระบวนการออกแบบเชิงปฏิบัติการ สรา งความพึงพอใจตอผใู ชงานในสองการบวนการคอื 5. อภิปรายผล วัดถือเปนสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญของชาว 1) ความพึงพอใจของผูมีสวนไดสวนเสียตอ โครงการและผลของการออกแบบ ซึ่งเปนเปาหมาย พุทธ เปนดังศูนยรวมจิตใจของคนในชุมชนเพื่อพบปะ สำคัญของหลักการออกแบบอยางมีสวนรวม ประกอบ ทำบุญสรางกุศล สรางวัฒนธรรมอันดีงามรวมกัน ดังท่ี พระสงฆวัดพระธาตุชอแฮจำนวน 3 รูป กลุมผูสูงอายุใน วัดพระธาตุชอแฮเปนวัดสำคัญของจังหวัดแพร และเปน ชุมชนกลุมประชาชนจำนวน 15 คน กลุมแมคาภายใน ศูนยกลางของชุมชนและนักทองเที่ยวจำนวนมาก จึง วัดพระธาตุชอแฮ จำนวน 15 รานคา และตัวแทนหนวน เกิดปญหาเรือ่ งของหองนำ้ สาธารณะที่ผานการใชงานมา งานของรัฐในระดับทองถิ่น มีความพึงพอใจมากที่สุดตอ เปนระยะเวลานานทำใหอยูในสภาพทรุดโทรม ซึ่ง โครงการ เนื่องจากหากโครงการไดรับการกอสรางจะ หองน้ำถือเปนพื้นที่จำเปนและมีการใชงานอยู สามารถการแกปญหาของการใชหองน้ำปจจุบันและ ตลอดเวลา จึงตองปรับปรุงหองน้ำใหสะอาดถูก ไดรับการสนับสนุนดานการออกแบบและงบประมาณไม สุขอนามัย ปลอดภัย และเกิดประโยชนสูงสุดเปนสำคัญ เกิน 600,000 บาท (หกแสนบาทถวน) จากบริษัท สอดรับกับนโยบายในการพัฒนาหองน้ำสาธารณะไทย โอเอ็นจี กรปุ จำกดั ใหไดมาตราฐาน เพื่อลดการระบาดของโรค และสราง ภาพลักษณที่ดีท่ีกระทรวงสาธารณะสุขกำหนดไวเปน 2) ความพึงพอใจของบริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัด เกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) ในการบวนการออกแบบเชิงปฏิบัตกิ ารเพื่อออกแบบราง มีเปาหมาย 3 ประการ คือ 1) สะอาด (Health) 2) สูการพัฒนาแบบกอสราง รวมกับอาจารยผูสอนประจำ พอเพียง (Accessibility) 3) ปลอดภัย (Safety) คณะสถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบสิง่ แวดลอม มหาวิทยาลัยแมโจ จำนวน 3 คน และนักศึกษา ทั้งนี้บริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัด ไดเล็งเห็นถึง สาขาวิชาสถาปตยกรรมชั้นปที่ 4 รายวิชา สถ 432 ปญหาหองน้ำภายในวัดพระธาตุชอแฮ จึงไดขอความ การออกแบบสถาปตยกรรมภายใน จำนวน 23 คน มี อนุเคราะหมายังคณะสถาปตยกรรมศาสตรและการ ความพึงพอใจมาก ในการบวนการทำงาน เนื่องจากได ออกแบบสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยแมโจ เพื่อทำการ นำขอดีของแบบรางจำนวน 5 แบบดังรายละเอียดตาม ออกแบบปรับปรุงหองน้ำวัดพระธาตุชอแฮ โดยยึดผูใช ตารางที่ 1 นำไปใชพัฒนาเปนแบบกอสราง เปนศูนยกลาง และการออกแบบอยางมีสวนรวมมาปรับ เพื่อแกปญหาใหตรงกับความตองการของผูใชและ ใช ใหตรงตามความตองการของชุมชนรวมกับการ ถูกตองตามหลักการของการออกแบบสำหรับทุกคน วิเคราะหศักยภาพของพื้นที่อาคารเดิมและความเปนไป (Universal Design) และเกณฑมาตรฐานหองน้ำ ไดในการออกแบบเปน สำคัญ สาธารณะระดบั ประเทศ (HAS) งานวิจัยชิ้นนี้ไดกอใหเกิดกระบวนการพัฒนา แบบรวมกับผูมีสวนไดสวนเสีย ไดเลือกนำขอดี ความเหมาะสมทางดานวัสดุและการใชงานอยางคุมคา ตามงบประมาณทก่ี ำหนดเปน ทตี่ ั้ง โดยแบบสดุ ทา ยไดส ง มอบใหกับชุมชนวัดพระธาตุชอแฮ เพื่อใชในการ ปรับปรุงหองน้ำเกาที่เสื่อมโทรมใหสะอาดและถูก สุขอนามัยมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) เพ่อื พรอมเขารบั การประเมนิ ในอนาคตตอ ไป 22 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

5.1 ขอ เสนอแนะ 7. บรรณานกุ รม กระบวนการออกแบบอยางมีสวนรวม เปน Barcellini, F. et al. 2015. Designers’ and users’ กระบวนการที่ดีที่ทำใหไดผลลัพธตรงตามความตองการ roles in participatory design: What is ของชุมชน ขอจำกัดของกระบวนการดังกลาวคือการลง actually co- designed by participants? พนื้ ที่ทจี่ ำเปน ตองมกี ารวางแผนทด่ี ี ซึ่งการดำเนินงานอยู Journal of Applied Ergonomics. 50; 31- ในชวงการระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำใหตองมีการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบของกิจกรรมใหเหมาะสมกับ 40. มาตรการรักษาความปลอดภัยและลดทอนกิจกรรม Gould, J. D. and Lewis, C. 1985. “Designing for กระชับขั้นตอนการดำเนินงานใหไดมากที่สุดใน ระยะเวลาที่จำกดั ตอไป usability: Key principles and what designers think”.Communications of the นอกจากการมีสวนรวมในการออกแบบแลวสิ่งท่ี ACM. 28 (3). 300-311. สำคัญที่จะทำเกิดการดูแลรักษาโดยการมีสวนรวมจาก ทุกภาคสวนอยางยั่งยืนคือการติดตามและสรางระบบ Turan, S. Ö. , et al. 2 0 1 6 . User evaluation of การจัดการจากผูมีสวนไดสวนเสียทุกกลุม ไดแกวัด the urban park design implementation สนับสนุนเรื่องเงินทุนสวนหนึง่ ในการปรับปรุงพื้นที่ และ with participatory approach process. ใชเงินบริจาคในการดแู ลรักษาอยางตอเนื่อง กลุมรานคา Procedia Social and Behaviora ของทีร่ ะลึกในพื้นที่แบงหนาท่ีการดแู ลหองน้ำในพื้นทีใ่ ห Sciences. 216, 306 – 315. ชัดเจน กลุมผูสูงอายุและเยาวชนจัดกิจกรรมรวมกันใน การบำเพ็ญประโยชนลดปญหาชองวางของวัย ภาครัฐ Zeisel, J. 2 0 0 6 . Inquiry by Design : เขามาตรวจสอบ แนะนำดานสุขภาวะที่เหมาะสมตาม Environment / Behavior / Neuroscience รอบเวลาท่ีกำหนดไวเปนตน in Architecture, Interior, Landscapes and Planning. New York: Norton & การพัฒนาแบบกอสรางจากผลงานของนักศึกษา จำเปนตองมีการตรวจสอบและตรวจเช็ความถูกตอง Company. รายละเอียดแบบ รายการประกอบแบบ การแสดงแบบ กรมอนามัย, 2554. การพัฒนาสวมสาธารณะในวัด. และการประมาณราคาจากสำนักงานหรือสถาปนิก วชิ าชีพกอ นำไปใชจ รงิ สำนักอนามัยสิ่งแวดลอม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข. สำนักงานกิจการโรง 6. กิตตกิ รรมประกาศ บทความนี้เปนสวนหนึ่งของงานวิจัยเรื่องแนว พิมพ องคก ารสงเคราะหทหารผานศึก. ปน บุตรี, 2565. “พระธาตุชอแฮ” พระธาตุปขาล ทางการปรับปรุงหองน้ำสาธารณะ โดยใชหลักการการ ออกแบบเพื่อคนทุกคน กรณีศึกษาวัดพระธาตุชอแฮ สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคูเมืองแพร คนเกิดปเสือไหว จังหวัดแพร ดำเนินงานไดสำเร็จลุลวงดวยดีจากความ จะไดอานิสงสสูงลน. [ออนไลน] ไดจาก: รวมมือของชุมชนวัดพระธาตุชอแฮ นักศึกษาคณะ สถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบสิ่งแวดลอม https://mgronline.com/travel/detail/9650 มหาวิทยาลัยแมโจ คณะทีมวิจัย และเครือขายทุกภาค 000000168 สวนที่ไดใหความรวมมือในดานตาง ๆ ที่เปนประโยชน พระครูธรรมนิเทศ อภิญาโณ และพระครูสุนทรเจติ ตอการดำเนินงาน ทางผูวิจัยขอขอบคุณบริษัท โอเอ็นจี ยาภิวัฒน. 2559. “บทบาทของวัดในการ กรุป จำกัดที่ไดสนับสนุนทุนวิจัยในครั้งนี้ รหัส เสริมสรางใหเกิดสันติสุขในชุมชน.” วารสาร โครงการวิจยั บรษิ ทั โอเอน็ จี กรปุ จำกดั .-65-001 สันติศึกษาปริทรรศน มจร. ปที่ 4 ฉบับพิเศษ, 82-90. วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 23 ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

24 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

ตน ทนุ การผลติ ปยุ อนิ ทรียข องกลุมผผู ลติ ปุยชมุ ชนบานสนั กางปลา ตำบลทรายมลู อำเภอสนั กำแพง จงั หวดั เชียงใหม Cost of Organic Fertilizer Production of The Community Fertilizer Producers at Ban San Kang Pla, Sai Moon Sub-District, San Kamphaeng District, Chiang Mai Province อดิศักด์ิ ฝนหา แกว 1* และ สรุ ตั น ยาสิทธ์ิ2 Adisak Fonhakeaw1* and Surat Yasit2 1,2 อาจารยส าขาการบัญชี คณะบริหารธรุ กจิ และศิลปศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา นนา 128 ถนนหวยแกว อ.เมือง จ.เชียงใหม 1,2 Lecturer Faculty of Business Administration and Liberal Arts, Rajamangala University of Technology Lanna 128 Huay Kaew Road, Muang, Chiang Mai E-mail: [email protected], เบอรโทรศัพท 053-921444 ตอ 2407 รบั บทความ; 8 พฤศจิกายน 2565; แกไขบทความ 25 พฤษภาคม 2566 ; ตอบรบั บทความ 8 มถิ นุ ายน 2566 บทคัดยอ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อคำนวณตนทุนการผลิตปุยอินทรียของกลุมผูผลิตปุยชุมชนบานสันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม เก็บขอมูลการผลิตปุยจากการสัมภาษณกลุมผูผลิตปุยอินทรีย จำนวน 15 คนและทำการวิเคราะหขอมูลโดยใชตารางและรูปภาพประกอบการบรรยาย ผลการศึกษาพบวาตนทุน การผลิตรวมของปุยอินทรีย (1,000 กิโลกรัม) เทากับ 7,420 บาท หรือคิดเปน 7.42 บาทตอกิโลกรัม การจำหนา ยใน รูปแบบเดิมทางกลุมมกี ารจำหนายในรูปแบบเดยี วคือ 1 ถุง 20 กิโลกรัม จำหนายในราคา 99 บาท เมอื่ คำนวณตนทุน การผลติ ของปุยอนิ ทรีย (1 ถงุ : 20 กิโลกรัม) เทากับ 148.40 บาทตอ ถงุ มีผลขาดทนุ ข้นั ตนเทากบั 49.40 บาทตอ ถุง หลังจากการคำนวณตนทุนการผลิตตามทฤษฎเี กีย่ วกบั ตนทุน สงผลกระทบใหกลุมผูผลิตปุยอนิ ทรียชมุ ชนบานสันกาง ปลา นำขอ มูลตน ทนุ การผลิตไปปรบั กลยุทธในการกำหนดราคาขายเปน 1 ถุง 1 กิโลกรมั จำหนา ยในราคา 29 บาท มี ผลกำไรข้นั ตน เทากบั 21.58 บาทตอกโิ ลกรัม สง ผลใหส ามารถจำหนายปยุ อนิ ทรียไ ดเพมิ่ ขน้ึ และสามารถใชเปนขอ มูล สำหรับการปรับแผนกลยุทธในการผลิตปุยอนิ ทรีย เพื่อใหก ลมุ ธรุ กจิ มกี ำไรจากการดำเนนิ งานตอไป คำสำคญั : ตน ทนุ การผลติ , ปยุ อนิ ทรยี , บานสนั กางปลา ABSTRACT The objective of this research was to calculate the cost of organic fertilizer production by the community fertilizer producers of Ban San Kang Pla, Sai Moon Sub-district, San Kamphaeng District, Chiang Mai Province. The participants were 15 members of the community fertilizer producers of Ban San Kang Pla. The data were collected from interviews with groups of organic fertilizer producers, analyzed, and presented in tables and illustrations. The study found that the total production cost of organic fertilizer (1,000 kgs.) was 7,420 baht, the production cost of organic fertilizer was 148.40 baht per bag (20 kgs.), and the gross loss was 49.40 baht per bag. After calculating วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 25 ปีที ี่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

the production cost according to the cost theory, the organic fertilizer producers in Ban San Kang Pla community was able to apply the production cost information to adjust the strategy to determine the selling price of 29 baht for 1 bag per 1 kilogram, with a gross profit of 21.58 baht per kilogram. As a result, the sale of organic fertilizers has increased. It can be used as information for strategic planning in organic fertilizer production to continueously gain profits from operations. Keywords : Cost of Production, Organic Fertilizer, Ban San Kang Pla 1. บทนำ จากการลงพื้นที่ชุมชนพบวา ตำบลทรายมูล ตามที่รัฐบาลมีแผนงานในการฟนฟูเศรษฐกิจ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม เปนหนึ่งในตำบลท่ี ปกครองโดยเทศบาลตำบลสันกำแพง ประกอบดวย 7 และสังคมที่ไดรับผลกระทบจากการแพรระบาดของ หมูบาน โดยในตำบลดังกลาวมีกลุมวิสาหกิจ กลุมการ COVID-19 ที่มุงเนนการรักษาระดับการจางงานของ ผลิตและผูประกอบการในชุมชนหลากหลาย แตยังคง ผูประกอบการและกระตุนเศรษฐกิจของประเทศ ขาดองคความรใู นหลาย ๆ ดา น โดยดา นการบญั ชีตน ทนุ ประกอบกับที่รัฐบาลไดกำหนดใหเศรษฐกิจชีวภาพ ถือเปนสวนหนึ่งที่ทางวิสาหกิจ กลุมการผลิตและ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio- ผูประกอบการในชุมชนมีความตองการในละดับแรกๆ Circular- Green Economy : BCG Economy) เ ป น นอกจากนั้นยังคงตองการการสงเสริมและพัฒนา ยุทธศาสตรช าตใิ นการพัฒนาเศรษฐกจิ ของประเทศ โดย ผลิตภณั ฑจากหนว ยงานภาครัฐทเี่ กีย่ วขอ ง ท้งั นีผ้ ูดำเนิน มีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและ โครงการไดกำหนดปยุ หมกั อนิ ทรียของชุมชนสนั กางปลา นวัตกรรม (อว.) เปนหนวยงานหลักในการขับเคลื่อน เปนผลิตภัณฑที่จะพัฒนาตามกรอบโครงการ U2T for ยุทธศาสตร BCG Economy เนื่องจาก อว. มีความ BCG ซึ่งชุมชนบานสันกางปลา หมู 6 ตำบลทรายมูล พรอมดานบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีองคความรู อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม มีผูนำกลุมและ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อใหสอดรับกับนโยบายการ สมาชิกกลุมผูผลิตปุยหมักอินทรียที่มีความเขมแข็ง มี ฟนฟูเศรษฐกิจและสังคมหลังสถานการณโควิดและ ความสามัคคีในกลุม และพรอมที่จะเรียนรูและพัฒนา ยุทธศาสตร BCG Economy สำนักปลัดกระทรวงการ ความสามารถ ซึ่งที่ผานมามีหนวยงานตางๆ เขามา อุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สงเสริมอาชีพ และใหความรูอยางตอเนื่อง โดยที่สมาชกิ จึงเสนอการดำเนินการ “โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กลุมมีความรูและความเชี่ยวชาญในการผลิตปุยอินทรีย และสังคมฐานรากหลังโควิดดวยเศรษฐกิจ BCG(U2T เพื่อการเพาะปลูกที่ปราศจากสารเคมี โดยการนำเศษ for BCG and Regional Development)” ซึ่งเปนการ ใบไม เศษวัชพชื เศษพชื ผักในชมุ ชนมาใชในการผลติ ทำ ดำเนินการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ดวยเศรษฐกิจ ใหผลผลิตทางเกษตรในชุมชนสวนใหญมีความปลอดภัย BCG ในพื้นที่ 7,435 ตำบล ครอบคลุม 77 จังหวัดท่ัว ปราศจากสารเคมี ทง้ั นกี้ ลุมผูผลติ ฯ จะรับเศษใบไม เศษ ประเทศ โดยเปนการนำองคความรูเทคโนโลยีและ วัชพืช เศษหญา แหงของแตล ะครวั เรือนในชุมชนมาหมกั นวัตกรรมของสถาบันอุดมศึกษาและหนวยงานตางๆ โดยใชวัตถุดิบหลักจำพวกกากน้ำตาล รำละเอียด และขี้ ภายใต อว. ไปขับเคลื่อนทั้งในภาคการผลิตและบริการ วัว เมื่อทำการผลิตปุยตามกระบวนการเรียบรอยก็จะนำ ในระดับพื้นที่ เพื่อใหเกิดการฟนตัวของเศรษฐกิจ เพ่ิม ออกจำหนายในชุมชน ซึ่งราคาขายปุยเฉลี่ยกิโลกรัมละ และรักษาระดับการจางงาน อาทิเชน การเกิดธุรกิจใหม 5 บาท ขนาดผลิตภัณฑที่จำหนายมีเพียงขนาดเดยี ว คือ การขยายตัวทางธุรกิจ การเติบโตของการลงทุน การ ขนาด 20 กิโลกรัม ที่ผานมาเคยผลิตและจำหนายปุย เพิ่มมูลคาสินคาและบริการ การเพิ่มการบริโภค เปนตน เพียง 4 รอบการผลิตถึงแมวาทางกลุมผูผลิตปุยหมัก (สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร อินทรยี ช มุ ชนบานสนั กางปลาจะมีความเชยี่ วชาญในการ วิจยั และนวตั กรรม, 2565) ผลิตดังกลาว แตผลิตภัณฑปุยอินทรียยังไมทราบถึง 26 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

ตนทุนผลิตภณั ฑ เมื่อจำหนายตอรอบการผลิตจึงทำใหม ี วัสดุ สน้ิ เปลืองโรงงาน คาแรงทางออม คาใชจ ายโรงงาน ยอดขายตำ่ กำไรนอ ย คา เส่ือมราคาโรงงานและเครอื่ งจกั ร ดังนั้นจึงมีความตองการใหทางกลุมการผลิต งานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วของ ทราบตนทุนผลิตภัณฑ เพื่อใชในการกำหนดราคาขายท่ี สิงหา คำมูลตาและคณะ (2562) ศึกษาการ เหมาะสม สงผลใหกลุมการผลิตมีรายไดเพิ่มขึ้น กำไร สูงขึ้น เกิดการขยายผลการเรียนรูไปยังกลุมตางๆ คือ ว ิ เ ค ร า ะ ห  ต  น ท ุ น แ ล ะ ผ ล ต อ บ แ ท น ข อ ง ป ุ  ย ฮ ิ ว มั ส การทำใหคนในชุมชนมีงานทำหรอื อยากรวมกบั ทางกลุม กรณีศึกษากลุมวิสาหกิจฮิวมัสลานอินทรียแมเมาะบาน เกิดการสรางอาชีพ สรางงาน สรางรายได มีคุณภาพ นาสัก ตำบลนาสัก อำเภอแมเมาะ จังหวัดลำปาง พบวา ชีวิตที่ดี จากการผลิตและจำหนายผลิตภัณฑของชุมชน ปริมาณขาย ณ จุดคุมทุนของสินคา 3 ขนาด เปนไปตามกรอบ “แนวคิดเศรษฐกิจสรางสรรค” ที่เปน ประกอบดวยปุยขนาดจำนวน 242 กระสอบ ขนาด การสรางความมั่นคงในระดับครัวเรือนใหสามารถพึ่งพา มาตรฐาน จำนวน 242 บาท และแบบผงหยาบ จำนวน ตนเองได แลวกาวเขาสูการรวมตัวกันทำกิจกรรมตาง ๆ 339 กระสอบ ไมพบของเสียในกระบวนการผลิตมี เพื่อรวมมือกันอยา งสรางสรรค สรางความเขม แข็งใหแก อัตราสวนกำไรขั้นตนถัวเฉลี่ย 5 ปเทากับ 52.24% ชุมชน และสรางความเช่ือมโยงกับธุรกิจภาครัฐ อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนถัวเฉลี่ย 5 ปเทากับ ภาคเอกชนไปสรู ะดบั ประเทศตอ ไป 113.29% ใชระยะเวลาคืนทุนเทากับ 1 ป 6 เดือน 15 วัน มลู คา ปจจุบัน (NPV) โดยกำหนดตน ทุนเงินทนุ PVIF 2. แนวคดิ และทฤษฎีเกย่ี วกบั ตน ทุน 7% เทากบั 2,436,030.36 บาทและ PVIF 12% เทา กบั การบัญชีตนทุน (Cost Accounting) เปน 1,988,003.51 บาท และอัตราผลตอบแทนโครงการ ลงทุน (IRR) เทากับ 34.19% ตอป แสดงใหเห็นวา กระบวนการการบันทึกบัญชีสำหรับกิจการที่ดำเนินงาน กิจการมีความสามารถในนการทำกำไรขั้นตนและกำไร ผลิตสินคาและบริการ การบัญชีตนทุนถือเปนสวนหน่ึง ส ุ ท ธ ิ ไ ด  ด ี แ ล ะ ม ี ผ ล ก า ร ด ำ เ น ิ น ง า ข อ ง ก ิ จ ก า ร มี ของการบัญชีการเงินที่เกี่ยวของกับการ รายงานทาง ประสิทธิภาพ สามารสรางผลตอบแทนกลับคืนจากเงิน การเงินเพื่อนำเสนอแกบุคคลภายนอก ในขณะเดียวกัน ลงทนุ ในระยะเวลาที่ส้นั การบัญชีตนทุนยังถือเปนสวนหนึ่ง ของการบัญชีเพื่อ การจัดการหรือการบัญชีบริหารที่เกี่ยวของกับการ วิภารัตน เครือแปง (2553) ไดศึกษาตนทุนและ วางแผนและตัดสินใจของฝายบริหาร การบัญชีนับเปน ผลตอบแทนในการผลิตปุยอินทรชีวภาพอัดเม็ด เคร่ืองมอื สำคญั ในทางเศรษฐกิจ กรณีศึกษา วิสาหกิจชุมชน กลุมผลิตปุยอินทรียชีวภาพ อัดเม็ด ตำบลบานกราง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก วัตถุดิบทางตรง (Direct Material) คือ สวน พบวาการศึกษาตนทุนในการผลิตปุยอินทรียชีวภาพ หนึ่งของตันทุนทางตรงที่เปนวัตถุดิบสำคัญที่ใช ในการ อัดเม็ดในกรณีที่รัฐบาลในการสนับสนุนดังนี้ อุปกรณใน ผลิตสินคา โดยถือเปนตนทุนสำคัญของสินคา วัตถุดิบ การผลิตปแรกเทากับ 104,400 บาท คาใชจายการผลิต ทางตรงมักจะผันแปรไปตามปริมาณการผลิตสินคาหรือ ในการผลิตดำเนินปแรกเทากับ 926,390.20 บาท กจิ กรรมการผลิตอยา งมสี าระสำคญั สำหรับคาใชจายในการลงทุนตั้งแตแรกจนถึงปที่ 5 เทากับ 108,800 บาท คาใชจายในการดำเนินงานต้งั แต คาแรงทางตรง (Direct Labor) คือ สวนหน่ึง ปแรกจนป 5 เทากับ 5,493,200.41 บาทและในกรณีที่ ข อ ง ต  น ท ุ น ท า ง ต ร ง ท ี ่ เ ป  น ค  า แ ร ง ง า น ใ น ก า ร ผ ลิ ต กลุมไมไดรับการสนับสนุนจากรัฐบาล ดังนี้ ตนทุนการ สินคา โดยถอื เปน ตน ทุนสำคญั ของสินคา คา แรงทางตรง ซื้อที่ดิน การสรางอาหารและอุปกรณในการผลิตปแรก มกั จะผันแปรไปตามปรมิ าณการผลิตสนิ คา หรอื เทากับ 2,432,900 บาท คาใชจายในการดำเนินปแรก กิจกรรมการผลิตอยางมสี าระสำคญั เทากับ 1,178,390.20 บาท สำหรับคาใชจายในการ ลงทุนตั้งแตเริ่มแรกจนปที่ 5 เทากับ 2,437,200 บาท ค า ใ ช  จ  า ย ก า ร ผ ล ิ ต ( Manufacturing คาใชจายในการดำเนินงานตั้งแตปแรกจนถึงปที่ 5 Overhead) คือ คาใชจายโรงงานที่เกิดขึ้นทั้งหมดใน เทากับ 6,753,200.41 บาท ในดานผลตอบแทน การผลิตสินคา ยกเวนวัตถุดิบทางตรงและคาแรง ทางตรง คาใชจายการผลิต เชน วัตถุดิบทางออม คา วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 27 ปีที ี่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

ในกรณีทีร่ ัฐบาลใหการสนับสนุน กลุมไดรับผลตอบแทน 3.วธิ ีการดำเนนิ งาน สุทธิในปแรกเทากับ 951,609.80 บาทและผลตอบแทน การวิจัยครั้งนี้งานวิจัยมีการเลือกกลุมประชากร สุทธิตั้งแตปแรกถึงปที่ 5 เทากับ 5,568,862.59 บาท มูลคาปจจุบัน (NPV) ของกระแสเงินสดรับสุทธิที่อัตรา คือ กลุมผูผลิตปุยอินทรียชุมชนบานสันกางปลา ตำบล ค ิ ด ล ด ( Discount Rate) ร  อ ย ล ะ 6 เ ท  า กั บ ทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม จำนวน 15 4,849,253.03 บาท มีระยะเวลาคืนทุน 1 เดือน 6 วัน คน โดยมีการดำเนินงานวจิ ยั ดงั นี้ และอตั ราผลตอบแทนท่ีแทจ ริง (IRR) มคี าเทา กบั รอ ยละ 989.17 ในกรณีที่รัฐบาลไมไดใหการสนับสนุน (1) บานสันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสัน ก ล ุ  ม ไ ด  ร ั บ ก า ร ต อ บ แ ท น ส ุ ท ธ ิ ใ น ป  แ ร ก เ ท  า กั บ กำแพง จังหวัดเชียงใหม โดยใหความรูเรื่อง 699,609.80 บาทและผลตอบแทนสุทธิตั้งแตปแรกถึงป การคำนวณตน ทนุ การผลติ ปยุ อินทรีย ที่ 5 เทากับ 4,308,799.59 บาท มีมูลคาปจ จุบัน (NPV) ของกระแสเงินสดรับสุทธิที่อัตราคิดลด (2) วิเคราะหขอมูลทั่วไป ขอมูลตนทุนโดยการใช (Discount Rate) รอยละ 6 เทากบั 2,134,813.35 บาท รปู ภาพ ตารางประกอบคำบรรยาย มีระยะเวลาคนทุน 2 ป 9 เดือน 20 วันและ อัตราผลตอบแทนที่แทจริง (IRR) มีคาเทากับ รอยละ 4. ผลการดำเนนิ งาน 32.14 ผูวิจยั ลงพน้ื ท่ชี มุ ชนบา นสนั กางปลา หมู 6 ตำบล สันทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม ดำเนินการสัมภาษณกลุมผูผลิตปุยอินทรียพบวา การ ผลิตปุยอินทรียมีกระบวนการผลิต ดังภาพที่ 1 ตนทุน การผลิตรวมและตนทุนการผลิตตอหนวย ดังตารางที่ 1 และการเปรียบเทียบรายได ตนทุนและกำไรขั้นตน ดัง ตารางท่ี 2 โดยมผี ลการดำเนนิ งานดงั น้ี 4.1 กระบวนการผลิตปุย อินทรยี  ภาพท่ี 1 กระบวนการผลติ ปุย อนิ ทรยี ช มุ ชนบา นสันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสันกำแพง จงั หวดั เชยี งใหม 28 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบตนทุนการผลิตรวมและตนทุนตอหนวยของปุยอินทรียสำหรับรอบระยะเวลา 1 เดือน (หนว ย:บาท) รูปแบบการบรรจุ รายการตนทุน ปุยบรรจถุ ุง ปยุ บรรจถุ งุ 1 กโิ ลกรัม 20 กิโลกรัม วัตถดุ บิ ทางตรง: 450 450 มลู สัตว (30 กิโลกรมั X 15 บาท) 5,040 5,040 คา แรงงานทางตรง: 130 130 แรงงาน (2 คน X 6 วัน X 420 บาท) 120 120 1,650 1,650 คาใชจ ายการผลติ : 30 30 สวนผสมปุยอื่น เชน ฟอตเฟส, ไดโลไนท, ลำออนและกากนำ้ ตาล 7,420 7,420 คาสาธารณูปโภค คา เสื่อมราคา - อปุ กรณก ารผลติ คาบรรจภุ ัณฑ ตน ทนุ การผลิตรวม ตนทุนการผลติ ตอกิโลกรัม (7,420 / 1,000) 7.42 7.42 ตน ทนุ การผลิตตอถงุ (20 X 7.42) 148.40 จากตารางท่ี 1 พบวา ตน ทุนการผลิตรวมของปุย กำหนดกลยุทธในการกำหนดราคาดังน้ี ปุยอินทรีย อินทรียเทากับ 7,420 บาท ตนทุนการผลิตปุยอินทรีย แบบเดิม 1 ถุง บรรจุถุงละ 20 กิโลกรัม ราคาขายถุงละ ตอกิโลรัมเทากับ 7.42 บาท และตนทุนการผลิตปุย 99 บาท แบบใหมปุยอินทรีย 1 ถุง บรรจุถุงละ 1 อนิ ทรียแ บบ 20 กโิ ลกรัมเทา 148.40 บาท กิโลกรัม ราคาขายถงุ ละ 29 บาท โดยแสดงขอมลู รายได ตน ทุนการผลิต และกำไร (ขาดทุน) ขั้นตน ดังตารางที่ 2 จากกระบวนการผลิตดังกลาว ทำใหกลุมผูผลิต ปุยอินทรียชุมชนสันกางปลาไดพัฒนากระบวนการผลิต ตารางที่ 2 การเปรียบเทยี บรายได ตนทนุ และกำไรข้ันตน ของการผลิตปุยอินทรียต อ หนว ย (หนว ย:บาท) รายการ การตง้ั ราคาขายแบบเดิม การต้งั ราคาขายแบบใหม (1 ถงุ : 20 กโิ ลกรมั ) (1 ถงุ : 1 กโิ ลกรัม) รายได 99.00 29.00 ตน ทุนการผลติ 148.40 7.42 กำไร (ขาดทุน) ขัน้ ตน (49.80) 21.58 จากตารางที่ 2 พบวา การตั้งราคาขายแบบเดิม ปรบั กลยุทธใ นการกำหนดราคาแบบใหม กลุมผูผลิตปุย (1 ถุง : 20 กิโลกรัม) กำหนดราคาขาย 99 บาทตอถุง อินทรียบานสันกางปลาไดนำปุยอินทรียมาขายงานถนน ตนทุนการผลิต 148.40 บาทตอถุง ทำใหเกิดผลขาดทุน คนเดนิ กาดจาวเขนิ ในทุกวนั อาทติ ยของสัปดาห ซง่ึ ไดร ับ ขั้นตนเทากับ 49.80 บาทตอถุง สวนการตั้งราคาขาย ความสนใจจากผูมาเดนิ ตลาด ดงั ภาพท่ี 2 แบบใหม (1 ถุง : 1 กิโลกรัม) กำหนดราคาขาย 29 บาท ตอถุง ตนทุนการผลิต 7.42 บาทตอถุง ทำใหเกิดผล กำไรขั้นตนเทากับ 21.58 บาทตอถุง หลังจากไดทำการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 29 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

ภาพท่ี 2 การขายปุยอินทรยี  ณ กาดจาวเขนิ ภาพที่ 3 การอบรมขยายองคค วามรไู ปสกู ลุมการผลติ บานสนั กางปลา ตำบลทรายมลู อำเภอสันกำแพง อน่ื ในบานสนั กางปลา ตำบลทรายมลู อำเภอสนั กำแพง จงั หวดั เชยี งใหม จังหวดั เชยี งใหม 5. การนำไปใช 6. อภปิ รายผล กลุมผูผลิตปุยอินทรียชุมชนสันกางปลาไดนำ ผลการศึกษาตนทุนการผลิตปุยของชุมชนบาน ขอมูลจากการพัฒนาการคำนวณตนทุนผลิตภัณฑมาใช สันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัด ปฎิบัติดังนี้ (1) ทราบขอมูลตนทุนผลิตภัณฑที่แทจริง เชียงใหมที่มีการบรรจุในปริมาณที่แตกตาง พบวา ของการผลิตปุยอินทรีย (2) นำขอมูลตนทุนไปตั้งราคา ตนทุนการผลิตรวม (1,000 กิโลกรัม) เทากับ 7,420 ขายไดอยางถูกตองเพื่อใหกลุมผูผลิตปุยมีกำไรจากการ บาท ตนทุนการผลิต (1 ถุง : 20 กิโลกรัม) เทากับ ดำเนินงาน (3) จาการวิเคราะหทำใหไดขอคนพบทำให 148.40 บาทตอถุง หรือคิดเปนตนทุนการผลิตเทากับ กำไรเพิ่มขึ้นนั้น มาจากการปรับกลยุทธการแบง 7.42 บาทตอกิโลกรัม ซึ่งไดมีความแตกตางของผลการ สวนยอยในการบรรจุภัณฑจาก 1 ถุง 20 กิโลกรัมเปน 1 ดำเนินงานระหวางการตนทุนการผลิตตอถุงและตนทุน ถงุ 1 กโิ ลกรัม ทำใหข ายไดงายขึ้น การผลิตตอกิโลกรัม โดยตนทุนการผลิตตอถุงมีผล ขาดทุนขั้นตนเทา กบั 49.40 บาทสวนตนทุนการผลิตตอ ทั้งนี้ กลุมผูผลิตปุยอินทรียยังมีการขยายองค กิโลกรัมมีผลกำไรขั้นตนเทากับ 21.58 บาท ทำใหกลุม ความรูในเรื่องของการคิดตนทุนปุยอินทรีย ดังภาพที่ 3 ผูผลิตปุยอินทรียไดขอมูลดังกลาวนำไปปรับใชในการ ไปยังกลุมผูผลิตรายอื่นไดในชุมชนบานกางปลา ตำบล วางแผนกลยุทธ ประเมินผลการดำเนินงาน การคิด ทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม หลายแหง ตนทุนผลิตภัณฑสอดคลองกับงานวิจัยของสิงหา คำมูล เชน กลุมผูผลิตกระเปาถัก กลุมผูผลิตเสื้อผาพื้นเมือง ตาและวิภารัตน เครือแปง ที่มีการวิเคราะหตนทุน เปน ตน วัตถุดิบทางตรง คาแรงงานทางตรงและคาใชจายการ ผลติ และการคิดกำไรขัน้ ตน ขอมูลตนทุนการผลิตปุยอินทรียที่ไดรับการ พัฒนาแลวไดมีการทดลองนำไปใชการผลิตและขายใน ระหวางเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2565 จึง สามารถเปนเครื่องมือของกลุมในการควบคุมการ ดำเนินงาน การวัดผลการดำเนินงาน และประเมินผล การบริหารใหเปนไปตามวัตถุประสงคไดอยางมี ประสิทธภิ าพ 30 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

7. กิตตกิ รรมประกาศ ทีมผูวิจัยขอบพระคุณชุมชนบานสันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม ที่ใหขอมูลสัมภาษณและทำใหรายงานวิจัยครั้งนี้ผานไป ไดด ว ยดี 8. บรรณานุกรม พรรณภิ า รอดวรรณะ 2560. การบัญชีตน ทุน หลักการ และกระบวนการ. พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพแหงจุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย. วัฒนา ศิวะเกื้อ และคณะ.2559. การบัญชีขั้นตน. พิมพ ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพแหง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. วิภารัตน เครือแปง. 2553. ตนทุนและผลตอบแทนในการ ผลิตปุยอินทรียชีวภาพอัดเม็ด: กรณีศึกษา วสิ าหกจิ ชุมชน กลมุ ผลิตปยุ อนิ ทรียช ีวภาพอัดเม็ด ตำบลบานกราง อำเภอเมืองพิษณุโลก. รายงาน วจิ ัย: มหาวิทยาลยั เชยี งใหม สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม 2565. แนวทางการ ดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและ สังคมรากฐานหลังโควิดดวยเศรษฐกิจ BCG (U2T for BCG). กรงุ เทพฯ. สำนักงานแรงงานจังหวัดเชียงใหม. 2562. อัตราคาจางข้ัน ต่ำจังหวัดเชียงใหม. สืบคนเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565, จาก https://chiangmai.mol.go.th/อัตรา คา จา งขน้ั ต่ำ. สิงหา คำมูลตา. 2562. กาววิเคราะหตนทุนและ ผลตอบแทนของปุยฮิวมัส กรณีศึกษากลุมวิสหา กิจฮิวมัสลานาอินทรียแมบานนาสัก ตำบลนาสัก อำเภอแมเมาะ จังหวัดลำปาง, วารสารวิจัย เทคโนโลยีนวัตกรรม, ปที่ 3 ฉบับที่ 1 เลยจที่ 44 – 56. อนุรักษ ทองสุโขวงศ. 2556. การบัญชีตนทุน. ขอนแกน : โรงพิมพม หาวิทยาลยั ของแกน. วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 31 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

32 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

การประเมนิ ผลลัพธและผลตอบแทนทางสงั คมจากการลงทุนสำหรับงานบริการวชิ าการชมุ ชน : กรณีศึกษาการสรา งองคค วามรแู ละยกระดบั ทักษะอาชพี ดา นเทคโนโลยพี ลงั งานทดแทน เครอื ขา ยบา นมนั่ คงชนบท อำเภอวงั นำ้ เย็น จังหวดั สระแกว The Assessment of Outcomes and Social Returns from Investment for Community Academic Service: A Case Study of Building Knowledge and Upgrading Occupational Skills in Renewable Energy Technology, Baan Mun Kong Rural Network Wang Nam Yen District Sa Kaeo Province เทอดเกยี รติ แกว พวง1* ปย ะพงษ ยงเพชร2 พรรณี พมิ พโพธ3์ิ จารนุ ันท ไชยนาม4 ฉัตรชยั เสนขวญั แกว4 วฒุ วิ ัฒน อนันตพฒุ ิเมธ5 และดรัสวนิ วงศปรเมษฐ6 Teadkait Kaewpuang1* Piyaphong Yongphet2 Pannee Pimpo3 Jarunan Chainam4 Chatchai Seankuankeaw4 Vutthiwat Ananphutthimet5 and Drusawin Vongpramate6 1ดร. อาจารยน กั พัฒนาฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรมราชูปถมั ภ สระแกว 27000 2อาจารยน ักพัฒนาฯ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรมราชูปถมั ภ ปทุมธานี 13180 3อาจารย, สาขาวิชาการจัดการท่วั ไป มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎวไลยอลงกรณในพระบรมราชปู ถมั ภ สระแกว 27000 4อาจารย, สาขาวิชาการเกษตรศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณในพระบรมราชูปถมั ภ สระแกว 27000 5อาจารย, สาขาวิชารฐั ประศาสนศาตร มหาวทิ ยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณในพระบรมราชปู ถัมภ สระแกว 27000 6สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบรุ รี ัมย 31000 1Lectur Dr., Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage Sa Kaeo 27000, Thailand 2Lectur, Research and Development Institute, Valaya Alongkorn Rajabhat University under The Royal Patronage, Pathum Thani 13180, Thailand 3Lectur, General Management Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage Sa Kaeo 27000, Thailand 4Faculty of Agricultural Technology. Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage Sa Kaeo 27000, Thailand 5Lectur, Program in Public Administration. Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage Sa Kaeo 27000, Thailand 6Department of information Technology, Buriram Rajabhat University, 31000 E-mail [email protected], [email protected] 094-690-4909 รับบทความ; 16 พฤศจิกายน 2565; แกไขบทความ 25 พฤษภาคม 2566 ; ตอบรับบทความ 8 มิถุนายน 2566 บทคัดยอ งานวิจัยนี้เปนการประเมินโครงการเฉพาะกรณีที่เกิดจากการศึกษาออกแบบแผนแกไขปญหาและความ ตองการเฉพาะของพื้นที่ชุมชน มีจุดมุงหมายเพื่อประเมินผลลัพธและผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนสำหรับงาน บริการวิชาการแกสังคมของโครงการการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพดานเทคโนโลยีพลังงานทดแทน เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแกกลุมเครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว ของมหาวิทยาลัยราชภัฎ วไลยอลงกรณ ในพระบรมราชปู ถัมภ ผา นการดำเนินงานในพนื้ ท่อี ำเภอวงั น้ำเย็น จังหวัดสระแกว กลมุ ตวั อยาง ไดแก ผูเขารวมโครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพพลังงานแสงอาทิตย เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแกกลุม วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 33 ปีที ี่�่ 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

เครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว และการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Selection) เพื่อยกระดับทักษะอาชีพนวัตกรพลังงานแสงอาทิตย จำนวน 25 คน เพื่อประกอบอาชีพชางพลังงาน แสงอาทิตยใหมีรายไดจากการประกอบอาชีพ ดำเนินการศึกษาวิเคราะหและวางแผนการดำเนินโครงการฯ ดวย กระบวนการศึกษาและ สรา ง SOAR Framework การสนทนากลุม และการสัมภาษณเชิงลึกเปนรายบุคคล วิเคราะห ขอมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยการวิเคราะหวางแผนที่ผลลัพธ ประกอบดวย ปจจัยนำเขา (Input) กระบวนการ กิจกรรม (Activites) ผลผลิต (Output) และผลลัพธที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ (Outcome/Impact) และ วิเคราะหขอมูลการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนโครงการฯ (SROI) ดวยการคำนวณอัตราสวน ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน เปรียบเทียบกับมูลคาการลงทุนในงบประมาณโครงการฯ พบวา การวิเคราะห และวางแผนการดำเนินโครงการฯ ดวย SOAR Framework สงผลใหเกิดคณะทำงานขับเคลื่อนพลังงานทดแทน เกิด องคความรูดานพลังงานแสงอาทิตย เขาถึงแหลงงบประมาณ เกิดภาคีเครือขายความรวมมือ สรางผลกระทบทาง สังคม 3 ดาน คือ ดานเศรษฐกิจ ดานสังคม และดานสิ่งแวดลอม ผลการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน (SROI) พบวา โครงการฯ ที่ไดดำเนินการดวยการผานกระบวนการ SOAR Framework มีมูลคาผลลัพธสุทธิ 34,095 บาท อัตราสวนผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน 1 บาท ของโครงการฯ สามารถสรางประโยชนทางสังคม 1.17 บาท กอใหเกิดผลประโยชนห รือมลู คาทางการเงนิ ของสงั คมท่ไี ดร ับจะเพิม่ มากขน้ึ ตอไปในอนาคต คำสำคัญ: การประเมิน, ผลลัพธทางสังคม, ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน, พลังงานแสงอาทิตย, บริการวิชาการ ABSTRACT This research is a case-by-case assessment of a project that attempted to solve problems to meet specific needs of the local community. The aim was to assess the outcomes and social returns from the investment for academic service to the society, regardingthe knowledge building and upgrading professional skills project on renewable energy technology. for the research context took place at the rural stable home network Wang Nam Yen District Sa Kaeo Province of Valaya Alongkorn Rajabhat University under the royal patronage operates in Wang Nam Yen District Sa Kaeo Province. The research participants were 25 solar innovators, purposively selected from those who wanted to create knowledge and upgrade their professional skills in solar energy for accessing to funding for the Bann ManKong network. Wang Nam Yen District Sa Kaeo Province. Based on the SOAR Framework, quantitative and qualitative data were collected from group discussion and individual in-depth interviews. By analyzing the plan, the results consist of inputs, activities, outputs, and outcomes from the implementation of the project. The social return on investment (SROI) assessment data was created by calculating the social return on investment ratio. Compared with the investment value in the project budget, analyzing and planning project implementation with the SOAR Framework resulted in creating a working group to drive renewable energy—knowledge of solar energy access to budget sources. Establishing a cooperation network creates social impacts in 3 aspects: Economic, social, and environmental. The return on investment (SROI) evaluation revealed that the project implemented through the SOAR Framework process had a net result value of 34,095 34 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

Baht with social return 1.17 Baht per 1 Baht, leading to higher benefits or financial value to the society. Keywords Assessment, Social Impact, Social Returns on Investment, Solar cell energy, Academic service 1. บทนำ วัดประสิทธิภาพทางการเงิน การเรียนรูและโอกาสของ ตามยุทธศาสตรและพันธกิจของมหาวิทยาลัย การเจรญิ เติบโต (Stavros, 2013) ราชภัฎวไลยอลงกรณ ในพระบรมราชูปถมั ภ 20 ป พ.ศ. ภาพที่ 1 SOAR Elements ; The Thin Book of 2560 – 2579 ในการพัฒนามหาวิทยาลัยใหเกิดผล SOAR: Building Strengths-Based Strategy สัมฤทธิ์สูตนแบบแหงการผลิตครู พัฒนาศักยภาพมนษุ ย โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสราง (Stavros and Hinrichs 2009, p. 29) นวัตกรรมเพื่อพัฒนาทองถิ่น ใหเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง การประเมินผลลัพธทางสังคม (Social Impact ยั่งยืน (มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ ในพระบรม Assessment: SIA) เพื่อศึกษาคุณคาทางสังคมหรือการ ราชูปถมั ภ, กมุ ภาพนั ธ 2560) เปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดจากการดำเนินโครงการฯ เปนเครื่องมือที่สำคัญในการสรางการเรียนรูระหวาง จากยุทธศาสตรและพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่ ผูดำเนินโครงการฯ และผูมีสวนไดสวนเสีย อันเปนผลที่ มุงเนนการพัฒนาทอ งถนิ่ ซ่งึ เปนอกี หน่ึงความรบั ผดิ ชอบ เกิดขึ้นแกชุมชนภายหลังจากการดำเนินโครงการท่ี ตอสังคมของมหาวิทยาลัย “University Social สงผลลัพธดานเศรฐกิจ ดานสังคม และดานสิ่งแวดลอม Responsibility” (Vallaeys, 2011) เปนธรรมาภิบาล การประเมินผลลัพธทางสังคมเปนการประเมินผลของ ของมหาวิทยาลัยที่ตองมีบทบาทในการตอบสนอง กลยุทธที่ชวยใหทราบผลการดำเนินโครงการฯ ยังเปน สงเสริม และแกไขปญหาของชุมชนและสังคม ผานการ เครื่องมือสำคัญประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการ สนับสนุนของบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่มีความรูความ ดำเนินโครงการตอไป (Joyce & MacFarlane, 2002; เชี่ยวชาญที่หลากหลายในการดำเนินการบริการวิชาการ Vanclay, 2003 ; Archawananthakun, S. , & แกสังคม นำไปสูการพัฒนาชุมชนใหเกิดความยั่งยืน Yaemlaoar. 2014) การวัดผลลัพธผลตอบแทนทาง ภายในใตหลักความสมดุลแบบสามเสา (Three-pillar สังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: Approach) อันไดแก ผลลัพธดานเศรษฐกิจ ผลลัพธ SROI) ที่ไดจากการดำเนินโครงการฯ อันไดแก ผลลัพธ ดานสังคมและผลลัพธดานสิ่งแวดลอม เพื่อนำมาใช ดานเศรษฐกิจ ผลลัพธดานสังคมและผลลัพธดาน อธิบายความรับผิดชอบตอสังคมและเปนแบบฟอรม สิ่งแวดลอม โดยนำเอาผลลัพธทางสังคม (Social พื้นฐานในการประเมินความรับผิดชอบตอสังคมของ Impact) ทีไดมาประเมินคำนวณหามูลคาทางการเงิน มหาวทิ ยาลยั (Becker, 2001) (Monetized Value) แลวเปรียบเทียบกับมูลคาของ ตนทุนหรืองบประมาณที่ใชในการดำเนินโครงการฯ การใชกระบวนการ SOAR เปนแนวคิดเชิงกล ยุทธและการวางแผนสรางอนาคตผานการทำงาน รวมกัน สรางความเขาใจและความมุงมั่นในการพัฒนา มุงสูเปาหมายเดียวกันระหวางมหาวิทยาลัยและผูมีสวน ไดสวนเสีย (Stavros et al., 2009) ผานกรอบแนวคิด เชิงกลยุทธ การวางแผน และการเปนผูนำทั้งระบบเขาสู กระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธเพื่อความสำเร็จ ในอนาคต แสดงดังภาพที่ 1 ซึ่งการประเมินผลลัพธของ กระบวนการ SOAR มีเปาหมายที่สามารถวัดผลได การ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 35 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566

เพื่อแสดงใหเห็นวาโครงการฯ สามารถสรางประโยชน เศรษฐกิจ (Economy Impact) ไดแก กอใหเกิดการลด ในอัตราสวนของผลกำไรตอตนทุนอยางไร เชน ตนทุนดานพลังงานของครัวเรือนและลดการใชไฟฟา อัตราสวน 2 : 1 แสดงวาลงทุน 5 บาท สรางมูลคาทาง อีกท้ังเกดิ การเรยี นรูการออมทรพั ย เพ่อื เปนเงนิ ออมของ สังคม 10 บาท เปน ตน ซ่ึงหลักการประเมนิ ผลตอบแทน ครัวเรือน การทำบัญชีรายรับรายจายครัวเรือน ทางสังคมจากการลงทุน ตองคำนึงถึงการเขามามีสวน ผลกระทบดานสิ่งแวดลอม (Environment Impact) รวมของผูมีสวนไดสวนเสีย โดยแสดงความคิดเห็น ไดแก การใชพลังงานสะอาดลดการใชเชื้อเพลิงจาก รวมกัน และกำหนดขอบเขตและผลการดำเนินการ ฟอสซิลในการผลิตกระแสไฟฟา ลดการปลอยแกส อยางเปนรูปธรรม (Olsen et al., 2005; Schlten, P. คารบอนไดรออกไซด ลดการเกิดภาวะเรือนกระจกและ et al. , 2006; and Archawananthakun, S. , & กอใหเกิดผลกระทบลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาลด Yaemlaoar. 2014) และเพื่อชวยในการประเมินความ ชองวางระหวางหนวยงานภาครัฐและภาคประชาชน คุมทุนของผลการดำเนินโครงการ (Rotheroe & สรางการเขาถึงแหลงทุนและงบประมาณของภาค Richards, 2007; Carleton Centre for Community ประชาชน หรอื พฒั นาเศรษฐกจิ ชมุ ชน เปนตน สง เหลานี้ Innovation, 2008; Sabina, 2010) ผลกระทบและผล ลวนเปนพนั ธกจิ หลักของมหาวิทยาลัย การเปลี่ยนแปลงทางดานเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดลอมของโครงการฯ มีมากนอยเพียงใด (ศิริชัย ดังนั้น การประเมินผลลัพธทางสังคม (Social กาญจนวาส,ี 2559) Impact Assessment) และการประเมินผลตอบแทน จากการลงทนุ (Social Return on Investment) ทีเ่ กดิ ทั้งน้ี ผลจากดำเนินการพัฒนาเชิงพื้นที่จังหวัด จากโครงการบริการวิชาการแกสังคมของสถาบัน สระแกวจำเปนตองมีการประเมินผลลัพธทางสังคม อุดมศึกษา มหาวิทยาลัย จึงมีความจำเปนอยางยิ่งตอ (Social Impact Assessment : SIA) เพ่ือแสดงใหเห็น การพัฒนางานดานบริการวิชาการแกสังคมและชุมชน ถึงการเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกิจ สงั คม และสิง่ แวดลอ ม ซึ่งจะชวยใหสถาบันอุดมศึกษไดทราบถึงคุณคาทาง ที่เกิดขึ้นกับชุมชนคนที่อาศัยอยูในชุมชนและสังคม สังคมท่ีเกิดขึ้นจาก การบริการวิชาการแกสังคมชวยให ที่เปนผลมาจากการดำเนินการพัฒนาดวยความรวมมือ ทราบคุณคาทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการบริการวิชาการ ทั่งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาควิชาการที่ แกชุมชนสงั คมในการประยกุ ตใชเทคโนโลยีดา นพลังงาน ดำเนินการการประเมินผลลัพธทางสังคม จะชวยสราง ทดแทน รวมถึงความคุมคา ของการลงทุนตอ งบประมาณ ความยั่งยืนตอมหาวิทยาลัย ดวยการยกระดับสราง ในการดำเนินโครงการฯ ทำใหทราบและเปนขอมูล ระบบการเก็บขอมูล ผลการดำเนินงาน ตลอดจนกลไก สำคัญในการใชงบประมาณแผน ดินใหเกิดประโยชนแ ละ ลการมีสวนรวมกับผูมีสวนไดสวนเสีย เพื่อนำไปสูการ เขาถึงประชาชนมาที่สุด เขามามีสวนรวมในการพัฒนา ปรับปรุงแผนนโยบายของมหาวิทยาลัยและสราง ชุมชนอยา งยัง่ ยืน (Yongphet et al., 2016: Yongphet ประโยชนมากกวาเดิมในอนาคต (Fongsri , P. 2010) et al., 2021) ของชุมชนอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด เพื่อตอบโจทยการพัฒนาเชิงพื้นที่อยางยั่งยืนและสราง สระแกว ทำใหรูและเขาใจกับความตองการของสังคม ภาพอนาคตการพัฒนาชุมชนแบบมีสวนรวม บรรลุพันธกิจมากนอยเพียงใด ปรับปรุงแกไข อันจะ (มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรม นำไปสูการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีคุณคาและ ราชูปถัมภ, 2564ก, มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ เหมาะสม ตลอดจนการพัฒนาสรางกลยุทธดานการ ในพระบรมราชูปถัมภ, 2564ข) ใหสังคมมุงดำเนินการ บริการวชิ าการแกสงั คมใหเหมาะสมกบั การเปลีย่ นแปลง สรางผลกระทบทางสังคม (Social Impact) ไดแก ของสถานการณ ในปจจุบันชุมชนและมหาวิทยาลัยให เกิดการรวมกลุมกันของกลุมเปาะบาง กลุมชางภายใน ตอบสนองตอ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการแขงขนั ชุมชน ประชาชนผูไดรับผลกระทบจากภัยแลง ของสังคมโลก (Wattanachaiyingchareun. D. 2010; กลุมเกษตรกรรมและประชาชนทั่วไป เกิดการรวมมือ Archawanan thakun, S., & Yaemlaoar. 2014 and เรียนรูทักษะดานการจัดทำเอกสาร กระบวนการ การ Joyce & Macfarlane, 2001) โครงการสรางเสริมองค ยืนเสนอโครงการฯ ตอหนวยงานราชการ การเกิดผูนำ ความรูพลังงานแสงอาทิตยเพื่อสงเสริมวิชาชีพแกชุมชน ดานการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชน ผลกระทบทาง การเลือกรูปแบบและการจัดการดานพลังงานชุมชนให 36 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

เหมาะสม (ศราพร ไกรยะปกษ, 2553) : นวัตกรดาน ดำเนินโครงการฯ และใหเห็นวาการลงทุนในการ พลังานแสงอาทิตย ไดดำเนินการในพื้นที่อำเภอ ดำเนินการดังกลาว สรางผลลัพธ อันเปนคุณคาหรือ วังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว ตั้งแตป พ.ศ. 2564 จนถึง ผลกระทบทางสังคมเชงิ บวกไดอ ยา งแทจ ริง และไดสราง ปจจุบัน มีผูเขารวมโครงการอบรมพลังงานแสงอาทิตย ประโยชนแกสังคมที่ที่คุมคาเปนที่ประจักษ ดวยเหตุน้ี เบื้องตน และจากการติดตามผลโครงการอยางตอเนื่อง การประเมินผลลัพธและผลตอบแทนทางสังคมจากการ สามารถยกระดับสูนวัตกรดานพลังงานแสงอาทิตย ลงทุนของโครงการฯ จึงมีความสำคัญอยางย่ิง จากการตอยอดเขารวมอบรมหลักสูตร การติดตั้งและ เพื่อตรวจสอบถึงคุณคาทางสังคมของโครงการฯ รวมถึง บำรุงรักษาระบบเซลลแสงอาทิตยของสำนักงานพัฒนา การใชขอมูลที่ไดจากการประเมินในการตัดสินใจ ฝมือแรงงานจังหวัดสระแกว พบวา ผูเขารวมโครงการ เกี่ยวของกับโครงการและการพัฒนางานบริการวิชาการ สามารถประกอบอาชีพและใหความรูรวมถึงการเขาถึง แกสังคมของมหาวิทยาลัย จากการศึกษาวิจัยนี้ครั้งนี้ แหลงทุน สนับสนุนงบประมาณนวัตกรรมและ มีวัตถุประสงคเพื่อประเมินผลลัพธและผลตอบแทนจาก เทคโนโลยีของกระทรวงพลังงาน สามารถใชงาน การลงทุนของโครงการฯ ในพืน้ ท่ีอำเภอวังนำ้ เย็นจังหวัด ดูแลรักษาเทคโนโลยีดังกลาวไดดวยตนเอง สงผลให สระแกว โดยใชกรณีศึกษาการสรางองคความรูและ สามารถลดภาระคาใชจายดานพลังงานเพื่อการเกษตร ยกระดบั ทกั ษะอาชพี พลงั งานแสงอาทติ ย เพ่อื การเขา ถึง และพลังงานในครัวเรือน อีกทั้งตอยอดในการับติดตั้ง แหลงทุนแกกลุมเครือขายบานมั่นคงชนบทและ พลังงานแสงอาทติ ยภายในพื้นทอี่ ำเภอวังนำ้ เย็น จังหวัด ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อำเภอวังน้ำเย็น สระแกว และไดจัดตั้งกลุมพลังงานทดแทนอำเภอ จังหวัดสระแกว วังน้ำเย็น เพื่อขับเคลื่อนดานพลังงานทดแทนเพื่อสราง โอกาสการเขาถึงแหลงทุนและงบประมาณของภาครัฐ 2. วธิ กี ารดำเนนิ งาน แกส มาชกิ เกษตรกรในพืน้ ทชี่ ุมชน กระบวนการวิจัยโดยเริ่มจากการประชุมเชิง จากการประเมินสถานการณที่เกิดขึ้นในพื้นที่พบ ปฎิบัติการผูวิจัยและคณะรวมกับเครือขายบานมั่นคง ชองวางที่เกิดระหวางหนวยงานภาครัฐและกลุม ชนบทอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว ดำเนิน ประชาชนและเกษตรกรพื้นที่อำเภอวังน้ำเย็น จากการ การศึกษาวิเคราะหและวางแผนการดำเนินโครงการฯ ขาดความรูทักษะการเขียนขอโครงการของกลุม ดวยกระบวนการศึกษาและ สราง SOAR Framework ประชาชนและเกษตรกร การจัดเก็บรวบรวมขอมูล สำหรับสง เสริม พัฒนาและแกไขปญหาเพอ่ื ยกระดบั องค เอกสาร รวมถึงกระบวนการ ขั้นตอนการยืนเอกสารตอ ความรู ทักษะอาชีพของผูเขารวมโครงการฯ เครือขาย หนวยงานภาครัฐ แตหลังจากผูวิจัยไดดำเนินการอบรม บานมั่นคงชนบท และการวัดผลลัพธผลตอบแทนทาง ถายทอดองคความรูทักษะการเก็บรวบรวมขอมูล สังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: ทักษะ การเขียนขอเสนอโครงการแลวนั้น พบการ SROI) จากการลงทุนโครงการสรางองคความรูและ เปลี่ยนแปลงสามารถไดรับการสนับสนุนงบประมาณ ยกระดับทกั ษะอาชพี พลงั งานแสงอาทติ ย เพ่อื การเขา ถึง เกิดองคความรูและทักษะดานพลังงานแสงอาทิตย แหลงทุนแกกลุมเครือขา ยบานมั่นคงชนบท อำเภอวงั นำ้ อีกทั้งเขาถึงงบประมาณจากกระทรวงพลังงาน และใช เย็น จังหวัดสระแกว เปนสวนหนึ่งของกระบวนการวิจัย ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพ และพัฒนารูปแบบการประเมินผลลัพธและผลตอบแทน ชีวิตจากประเมินผลการวิจัยการยกระดับคุณภาพชีวิต ทางสังคมจากการลงทุนของการบริการวิชาการแกสงั คม ดวยพลังงานแสงอาทิตยผานกระบวนการสรางนวัตกร ชุมชนเพื่อความมั่นคงและยังยืน (Teadkait, K. 2022) 2.1 วธิ ีการดำเนนิ งาน พบการเปลี่ยนแปลงดานนวัตกรและครัวเรือนตนแบบ มขี ้ันตอนการดำเนนิ การดังตอไปนี้ พลังงานแสงอาทิตยใ นพืน้ ท่อี ำเภอวังน้ำเยน็ แลว นั้น 2.1.1. การประชุมเชิงปฎิบัติการคณะผูวิจัย ดังนั้น เพื่อแสดงใหเห็นถึงคุณคาทางสังคมหรือ รวมกับเครือขายบานมั่นคงชนบทอำเภอวังน้ำเย็น ผลลัพธทางสังคมทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ จังหวัดสระแกวในการเก็บรวบรวมขอมูลสำหรับการ ตอผูที่มีสวนเกี่ยวของและผูมีสวนไดสวนเสียจากการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 37 ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

ประเมินโครงการฯ ตามรูปแบบการประเมินที่ได 2.2 ขอบเขตของการศึกษา พฒั นาข้นึ ประชากร ไดแก ผูเขารวมกลุมโครงการฯ จำนวน 100 คน ประจำปงบประมาณ 2564 อำเภอ 2.1.2. กระบวนการเก็บรวบรวมขอมูลสามารถ วังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว กลุมตัวอยาง ไดแก ผูเขารวม แบง ออกเปน 2 ข้ันตอนดังนี้ โครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพ พลังงานแสงอาทิตย เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแกกลุม 2.1.2.1 ดำเนินการแบงกลุมสนทนา เครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด (Focus Group) กลุมละ 6 – 10 คน ตามกลุมอาชีพที่ สระแกว และการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive รวมกลุม ผูวิจัยเปนผูดำเนินการสนทนา (Moderator) Selection) เพื่อยกระดับทักษะอาชีพนวัตกรพลังงาน ในการตั้งประเด็น การสนทนา และคณะผูวิจัยเปน แสงอาทิตย จำนวน 25 คน เพื่อประกอบอาชีพชาง ผูบันทึกการสนทนาพรอมตั้งประเด็นเสริมในรวมการ พลังงานแสงอาทิตยใหมีรายไดจากการประกอบอาชีพ สนทนา โดยกรอบระยะเวลาในการเก็บขอมูลเพื่อใชในการ ประเมินผลของโครงการฯ ใชระยะเวลา 3 เดือน 2.1.2.2 ดำเนินการสัมภาษณเชิงลึก โดยเร่ิมต้ังแต 5 พฤษภาคม – 5 สิงหาคม 2564 (In-depth Interview) ลักษณะการสัมภาษณแบบกึ่ง โครงสราง โดยผูวิจัยกำหนดประเด็นการสัมภาษณตาม 3. ผลการดำเนินงาน กรอบการประเมินตามหลักความสมดุลสามเสาหลัก ผลจากการแตงตั้งคณะทำงานรวมระหวาง (Three-pillar Approach) อันไดแก ผลลัพธดาน เศรษฐกิจ ผลลัพธดานสังคม และผลลัพธดาน คณะผูวิจัยรวมกับคณะกรรมการเครือขายบานมั่นคง สิ่งแวดลอม โดยคณะผูวิจัยเปนผูดำเนินการสัมภาษณ ชนบทอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว ไดดำเนินการ ผใู หขอ มูล (Key Informants) รายบุคคล ประชุมวางแผนการดำเนินโครงการฯ โดยไดรวมกัน วิเคราะหปญหาและความตองการของสมาชิกกลุมบาน 2.1.3 รวมดำเนินการวิเคราะหขอมูลการ มั่นคงชนบทและเกษตรกรในพื้นที่ พบวา มีความ ประเมินผลลัพธทางสังคมจากการดำเนินโครงการฯ ตองการและปญหาเรื่องของพลังงานเชื้อเพลิงที่ในการ วิเคราะหเนื้อหา สรุปผลเปนแผนที่ผลลัพธ อันไดแก ทำเกษตรกรรมสงผลใหตนทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ซ่ึง ปจจัยนำเขา (Input) กระบวรการกิจกรรม (Activites) เปนปญหาสำคัญที่จำเปนตองแกไขเรงดวยจึงไดรวมกัน ผลผลิต (Output) และผลลัพธที่เกิดขึ้นจากการดำเนิน วิเคราะหดวย SOAR แบบมีสวนรวมในการหารูปแบบที่ โครงการฯ (Outcome/Impact) เหมาะสมในการแกไขปญหา ผลการวิเคราะหแบบท่ี สวนรวมแสดงในภาพที่ 2 ที่แสดงจุดแข็ง (Strengths) 2.1.4 รวมดำเนินการวิเคราะหขอมูลการ โอกาส (Opportunities) แรงบันดาลใจ (Aspirations) ประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนโครงการฯ และผลลัพธ (Results) พบวา มีความพรอมในการ (SROI) ดว ยการคำนวณอัตราสว นผลตอบแทนทางสังคม พัฒนา พบชองทางการแกไขปญหา การเขาถึงแหลง จากการลงทุน เปรียบเทียบกับมูลคาการลงทุนใน งบประมาณและการเปล่ียนแปลงที่ย่งั ยืนในอนาคต งบประมาณโครงการฯ ทุก 1 บาทที่ใขไปในการดำเนิน โครงการ 38 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023

SOAR Analysis of Bann ManKong, Wang Nam Yen District, Sa Kaeo Province S O A R STRENGTHS OPPORTUNITIES ASPIRATIONS RESULTS • สถาบนั การเงินบา นบอลูกรงั กองทนุ ตําบล • สามารถเขาถึงแหลง ทุนของหนว ยงานภาครัฐ • สามารถแกไ ขปญ หา ความตอ งการของ • เกดิ นวัตกรพลงั งานแสงอาทติ ย กองทุนหมูบา น • การพัฒนายกระดบั องคค วามรวู ชิ าการ ประชาชน เกษตรกรและสมาชกิ บานมั่นคง • ยกระดบั พฒั นาทักษะฝมือพลังงาน • ยกระดบั พฒั นาทักษะอาชพี ทหี่ ลากหลาย ชนบทอาํ เภอวังนํ้าเยน็ จงั หวัดสระแกวได • เครือขายทดี่ นิ เครือขา ยบา นมนั่ คงชนบทและ • ภาคเี ครอื ขา ยทีห่ ลากหลายในทั้งและนอก แสงอาทติ ย คณะกรรมการบา นมนั่ คงชนบทอาํ เภอวังนํ้า • สรา งรายได และยกระดับคุณภาพชีวิตความ • องคค วามรูด านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เย็น จังหวัดสระแกว พน้ื ที่ เปนอยูที่ดีขึ้น • เขา ถึงงบประมาณสนับสนนุ นวัตกรรมและ • ชอ งทางการยกระดบั ผลิตภัณฑแ ละชอ งทาง • อาํ เภอวงั น้ําเย็นและองคก ารบรหิ ารสวนตําบล • เขา ถึงแหลงทุนงบประมาณของหนวยงาน เทคโนโลยขี องหนวยงานภาครฐั และเอกชน • สถาบนั พัฒนาองคก รชุมชน (องคการมหาชน) การตลาดหลากหลายระดับ ภาครัฐและเอกชน • ลดภาระคาใชจ า ยดานพลังงานในการทํา • มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎวไลยอลงกรณ ในพระ • เขา ถงึ นวตั กรรมและเทคโนโลยใี นปจ จบุ ัน เกษตรกรรมของผเู ขา รว มโครงการฯ บรมราชปู ถัมภ • เกิดกลมุ เครือขายดานพลงั งานทดแทนในพ่ื • สํานักงานพัฒนาฝมือจังหวัด สาํ นักงาน อําเภอวงั นํ้าเย็นจงั หวัดสระแกว พลงั งานจังหวัด สาํ นักงานพัฒนาความนั่ คง • เกิดภาคเี ครือขา ยความรว มมือระหวา งภาครฐั ของมนุษย ภาคเอกชนและภาควชิ าการในการขบั เคลื่อน พลังงานทดแทนในชมุ ชน ภาพที่ 2 ผลการวเิ คราะห SOAR แบบมสี วนรว มของบา นมั่นคงชนบท อำเภอวงั นำ้ เย็น จงั หวัดสระแกว ผลจาการวิเคราะหแ ละดำเนนิ กิจกรรมผานกระบวนการ ขึ้น มีองคความรู ทักษะอาชีพพลังงานแสงอาทิตย SOAR ที่รวมวิเคราะหวางแผนไดเปนผลสำเร็จ นำมาสู นำไปสูการดูแลระบบพลังงานแสงอาทิตยและประกอบ การศกึ ษาวเิ คราะหก ารประเมินผลลัพธและผลตอบแทน อาชีพชางโซลาเซลล เกิดการรวมกลุมแกไขปญหา ทางสังคมจากการลงทุนสำหรับงานบริการวิชาการแก รวมกันภายในชุมชน และเกิดความอบอุน ความภูมิใจ สังคมของโครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะ ของครอบครัวเครือขายบานมั่นคงชนบทอำเภอ อาชีพพลังงานแสงอาทิตย เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแก วังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว ผลลัพธดานสิ่งแวดลอม การ กลุมเครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด ใชพลังงานสะอาด ลดการปลอยคารบอนไดออกซจาก สระแกว อธบิ ายรายละเอยี ดในตารางที่ 1 ดังนี้ การเผาไหมของเครื่องยนตในการสูบน้ำเพื่อการเกษตร และขยายพืน้ ทส่ี ีเขยี วจากการใชพลังงานแสงอาทิตย ผลการวิเคราะหแผนที่ผลลัพธ ประกอบดวย ปจจัยนำเขา (Input) กิจกรรม (Activities) ผลผลิต ภายใตการดำเนินโครงการฯ จำเปนตองมีการ (Output) และ ผลลัพธ (Outcome/Impact) ของ วิเคราะห ประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน โครงการฯ ที่ทำการประเมินผลลัพธที่เกิดขึ้นจากการ (SROI) โครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะ ดำเนินโครงการฯ มี 3 ดาน อันไดแก ผลลัพธดาน อาชีพพลังงานแสงอาทิตย เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแก เศรษฐกิจ การลดรายจายดานพลังงานในครัวเรือนและ กลุมเครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด เกษตรกรรม เพิ่มรายไดจ ากการประกอบอาชพี และเพิม่ สระแกว เพื่อใหทราบถึงความคุมคาในการลงทุน กำลังการผลิตการแปรรูปผลิตภัณฑจากการเขาถึงและ แสดงผลรายละเอยี ดในตารางท่ี 2 ไ ด  ร ั บ ก า ร ส น ั บ ส น ุ น น วั ต ก ร ร ม แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ผลลัพธดานสังคม การมีสุขภาพที่ดีและความเปนอยูที่ดี วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 39 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566

ตารางที่ 1 ผลการวิเคราะหแผนที่ผลลัพธทางสังคมของโครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพพลังงาน แสงอาทิตย เพอ่ื การเขาถึงแหลง ทุนแกก ลุมเครอื ขา ยบา นมนั่ คงชนบท อำเภอวงั น้ำเย็น จังหวัดสระแกว ปจ จยั นำเขา กิจกรรม ผลผลิต ผลลพั ธ (Input) (Activities) (Output) (Outcome/Impact) - ผเู ขา รวม -ดำเนนิ การจัดตั้ง - จำนวนผผู า นการอบรม ผลลัพธด า นเศรษฐกิจ โครงการฯ คณะ กรรมการรวมกนั พนื้ ฐานพลงั งานแสงอาทิตย - ลดรายจายดานพลังงานในครัวเรือนและ สมาชกิ ผูมี ระหวางคณะผวู ิจยั และ ไมน อยกวารอยละ 80 เกษตรกรรม รายไดน อ ย คณะทำงานเครอื ขา ย - จำนวนผผู านการยกระดับ - เพิ่มรายไดจ ากการประกอบอาชีพ และเกษตรกร บา นม่นั คงชนบทอำเภอ ทกั ษะฝม ือสู นวัตกรพลัง - เพมิ่ กำลงั การผลิตการแปรรูปผลิตภัณฑ เครือ่ ขา ยบา น วงั นำ้ เย็น งานแสงอาทติ ยไดรบั การ ผลลัพธดานสังคม มน่ั คงชนบท - รวมศกึ ษาวิเคราะห รับรองและใบประกาศณยี - มีสขุ ภาพทีด่ แี ละความเปนอยทู ี่ดขี น้ึ อำเภอวงั นำ้ วางแผนดำเนนิ บตั รจากสำนกั งานฝมอื - มีองคความรู ทักษะอาชีพพลังงาน เย็น จังหวดั โครงการฯ แรงงานจงั หวดั สระแกว แสงอาทิตย นำไปสูการดูแลระบบพลังงาน สระแกว - จดั ต้ังกลุมขบั เคลอ่ื น จำนวน 20 คน แสงอาทติ ยและประกอบอาชพี ชา งโซลา เซลล จำนวน 100 พลงั งานในพ้ืนท่ี - การรวมกลุมประกอบ - เกิดการรวมกลุมแกไขปญหารวมกันภายใน คน - สรางภาคเี ครอื ขาย อาชีพและชวยเหลือดาน ชุมชน - งบประมาณ ภาครัฐและภาคเอกชน พลงั งานแสง อาทติ ยภายใน - เกิดความอบอุน ความภูมิใจของครอบครัว ดำเนนิ - อบรมพื้นที่พลังงาน กลุม บานมน่ั คงชนบทและ เครอื ขา ยบา นมั่นคงชนบทอำเภอวังน้ำเย็น โครงการ แสงอาทติ ย อำเภอวงั น้ำเย็น ผลลัพธดานส่ิงแวดลอ ม 30,000 บาท - อบรมยกระดับทักษะ - ชุมชนมีความ สมั พันธทด่ี ี - การใชพลงั งานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย ตอ กัน และมีความรว มมือ - ลดการปลอยคารบอนไดออกซจากการเผา รวมกับภาคีเครือขาย ระหวา งชุมชนและ ไ ห ม  ข อ ง เ ค ร ื ่ อ ง ย น ต  ใ น ก า ร ส ู บ น ้ ำ เ พ่ื อ สำนักงานฝมือแรงงาน มหาวิทยาลยั ราชภัฎ การเกษตร จังหวดั สระแกว วไลยอลงกรณ - การขยายพื้นที่สีเขียวจากการใชพลังงาน - ป ร ะ ส า น ง า น กั บ ในพระบรมราชูปถัมภ แสงอาทติ ย ประชาชน ผลลัพธดานเศรษฐกิจหรือมูลคาทางเศรษฐกิจ พบวา ผลลัพธทางสังคมดานเศรษฐกิจของโครงการฯ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ ที่เกิดขึ้นแกสังคม ไดแก รายไดจากการประกอบอาชีพ รายไดจากการเพ่มิ โดยคำนวณมูลคาทางเศรษฐกิจหรือมูลคาปจจุบัน กำลังการผลิตแปรรูปผลิตภัณฑ ลดรายจายดาน จากผลลัพธดานเศรษฐกิจดวยตัวแทนทางการเงินและ เชื้อเพลิงสำหรับประกอบอาชีพเกษตรกรรมและลด คำนวณมูลคาปจจุบันรวมหรือผลลัพธสุทธิโดยใชอัตรา คาใชจายภายในครัวเรือน สงผลตอคุณภาพชีวิตของ คิดลด (Discount Rate) ตามอัตราภาษีมูลคาเพิ่ม 7.00 ผเู ขารว มโครงการฯ ทีด่ ีข้นึ และยั่งยนื ตอ ไป 40 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023