วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มหาวิทิ ยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา วััตถุุประสงค์์ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ังั คม มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา มีวี ัตั ถุปุ ระสงค์เ์ พื่อ�่ ตีพี ิมิ พ์ผ์ ลงานวิชิ าการ ด้า้ นรับั ใช้ส้ ังั คม ทั้้ง� งานวิจิ ัยั และงานบริกิ ารวิชิ าการ เผยแพร่เ่ พื่อ่� พัฒั นาสังั คมและส่ง่ เสริมิ ให้น้ ักั วิชิ าการด้า้ นรับั ใช้ส้ ังั คม ในหน่่วยงานต่่าง ๆ ได้ม้ ีีแหล่ง่ นำ�ำ เสนอผลงานทางวิิชาการสู่ส�่ าธารณะ เจ้้าของ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา ที่ป่� รึึกษากองบรรณาธิิการ ผู้�้ ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.จัตั ตุุฤทธิ์�์ ทองปรอน รัักษาราชการแทนอธิกิ ารบดีี รองศาสตราจารย์ด์ ร.อุุเทน คำน่า่ น รองอธิิการบดีีฝ่่ายวิิจัยั และพััฒนาระบบอย่่างยั่�งยืืน กองบรรณาธิิการผู้้�ทรงคุุณวุุฒิภิ ายในและภายนอก ศาสตราจารย์์จักั รีี เส้น้ ทอง มหาวิิทยาลััยเชีียงใหม่่ ศาสตราจารย์์ ดร. อารี ี วิิบููลย์พ์ งศ์์ มหาวิทิ ยาลััยสงขลานคริินทร์์ ศาสตราจารย์์ ดร. ผดุงุ ศัักดิ์� รััตนเดโช มหาวิิทยาลััยธรรมศาสตร์์ รองศาสตราจารย์์ ดร.กาญจนา แก้ว้ เทพ สถาบันั คลัังสมองของชาติิ รองศาสตราจารย์์ ดร.อาวรณ์ ์ โอภาสพััฒนกิจิ มหาวิทิ ยาลัยั เชียี งใหม่่ รองศาสตราจารย์์ ดร.เศรษฐ์์ สััมภััสตะกุุล มหาวิทิ ยาลััยเชียี งใหม่่ รองศาสตราจารย์์ ดร.ธงชััย ฟองสมุุทร มหาวิิทยาลัยั เชีียงใหม่่ รองศาสตราจารย์์ ดร.พีีระพงศ์์ ทีฆี สกุลุ มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ รองศาสตราจารย์์ ดร.กิิตติิ บุญุ เลิิศนิิรัันดร์์ มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลสุวุ รรณภููมิิ รองศาสตราจารย์์ ดร.พรหทััย ตััณฑ์จ์ ิิตานนท์ ์ มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลล้า้ นนา รองศาสตราจารย์์ ดร.ชิิติิ ศรีีตนทิพิ ย์์ มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา รองศาสตราจารย์์ ดร.พานิชิ อินิ ต๊๊ะ มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา รองศาสตราจารย์์ ดร.สุุทัศั น์ ์ จุลุ ศรีไี กวัลั มหาวิทิ ยาลัยั เชีียงใหม่่ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.อำพรรณ พรมศิิริิ มหาวิทิ ยาลััยเชียี งใหม่่ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.ปฏิภิ าณ สุุทธิกิ ุลุ บุตุ ร มหาวิิทยาลััยแม่โ่ จ้้ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.พิสิ ิษิ ฏ์์ มณีโี ชติิ มหาวิทิ ยาลัยั นเรศวร ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.คมกฤตย์ ์ ชมสุวุ รรณ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีพี ระจอมเกล้้าธนบุุรีี ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.ไกรสิทิ ธิ์ �์ วสุเุ พ็ญ็ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีรี าชมงคลอีีสาน ผู้�้ ช่่วยศาสตราจารย์์ดวงพร อ่่อนหวาน มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลล้า้ นนา ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์ส์ ัันติ ิ ช่า่ งเจรจา มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์ร์ุ่�งนภา ช่า่ งเจรจา มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลล้า้ นนา ดร.สมคิดิ แก้้วทิิพย์ ์ มหาวิิทยาลัยั แม่่โจ้้ RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
คณะกรรมการกองบรรณาธิกิ ารวารสาร บรรณาธิิการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์เ์ กรียี งไกร ธารพรศรี ี รองบรรณาธิกิ าร ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์์นทีชี ัยั ผัสั ดีี รองบรรณาธิิการ ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.สุุรีีวรรณ ราชสม กรรมการ นายนริิศ กำแพงแก้้ว กรรมการ ว่า่ ที่่�ร้อ้ ยตรีีรัชั ต์พ์ งษ์์ หอชััยรััตน์ ์ กรรมการ นางสาวทิิน อ่่อนนวล กรรมการ นายคเชนทร์ ์ เครือื สาร กรรมการและเลขานุุการ นายพิษิ ณุ ุ พรมพราย กรรมการและผู้้�ช่่วยเลขานุุการ นายจัักร์์ริินทร์ ์ ชื่่น� สมบััติิ คณะกรรมการพิิจารณาบทความด้า้ นงานวิจิ ััยและบริิการวิชิ าการ พื้้�นที่่�เชีียงราย รองศาสตราจารย์์ ดร.สิริ ิิโฉม พิิเชษฐบุญุ เกีียรติ ิ กรรมการ นายปกรณ์์ เสรีีเผ่่าวงษ์ ์ กรรมการ ดร.ปภาวดี ี เนตรสุวุ รรณ กรรมการ พื้�น้ ที่�่น่่าน กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.เอกชััย ดวงใจ กรรมการ ดร.กิิจจาณััฏฐ์์ ตั้้ง� จิติ นุสุ รณ์์ พื้้น� ที่ล�่ ำปาง กรรมการ ดร. พวงทอง วังั ราษฎร์์ กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.กนกวรรณ เวชกามา พื้น�้ ที่่�ตาก กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.พรรณธิภิ า เพชรบุุญมีี กรรมการ ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.ยุธุ นา ศรีีอุุดม พื้้�นที่พ�่ ิษิ ณุโุ ลก กาวีวี งศ์ ์ กรรมการ ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์ก์ ฤษดา ทองฟััก กรรมการ ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์ส์ ุพุ รรัตั น์์ คณะวิิศวกรรมศาสตร์์ กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.พิินิจิ เนื่่อ� งภิิรมย์ ์ กรรมการ ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.ไกรลาศ ดอนชัยั คณะบริิหารธุรุ กิิจและศิิลปศาสตร์์ กรรมการ ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์์เสรฐสุุดา ปรีชี านนท์ ์ กรรมการ ดร.ลมััย ผััสดี ี คณะวิทิ ยาศาสตร์แ์ ละเทคโนโลยีีการเกษตร กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.ชิินานาฏ วิทิ ยาประภาการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
คณะศิลิ ปกรรมและสถาปััตยกรรมศาสตร์์ กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ไพโรจน์ ์ วรพจน์์พรชัยั กรรมการ นายภฤศพงศ์์ เพชรบุุล วิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีีและสหวิิทยาการ กรรมการ รองศาสตราจารย์์ ดร.พานิิช อิินต๊ะ๊ กรรมการ ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.สุรุ ีวี รรณ ราชสม สถาบัันวิิจััยเทคโนโลยีีเกษตร กรรมการ รองศาสตราจารย์์ ดร. ชิิติ ิ ศรีีตนทิพิ ย์ ์ กรรมการ ผู้้�ช่่วยศาสตาร์์จารย์์ ดร. ปริญิ ญาวดีี ศรีีตนทิพิ ย์ ์ กรรมการ ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตาร์์จารย์์ ดร. สัันติิ ช่่างเจรจา สถาบันั วิจิ ััยและพััฒนา กรรมการ ดร.ตะวันั วาทกิิจ กรรมการ ผศ.ดร.ธีรี ะศักั ดิ์ � สมศักั ดิ์ � คณะกรรมการฝ่า่ ยจัดั ทำ ผู้�้ ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.สุรุ ีวี รรณ ราชสม ประธานกรรมการ นายพิษิ ณุุ พรมพราย รองประธานกรรมการ นายเจษฎา สุภุ าพรเหมิินทร์์ กรรมการ นายวีรี วิิทย์ ์ ณ วรรณมา กรรมการ นางสาวรัตั นาภรณ์ ์ สารภี ี กรรมการ นางสาวเสงี่�ยม คืืนดี ี กรรมการ นางสาวหนึ่ง�่ ฤทัยั แสงใส กรรมการ นางสาวศลิษิ า เศวตนัันทน์ ์ กรรมการ ดร.สุุภรพรรณ คนเฉียี บ กรรมการ ผศ. ดร.จรรยวรรธน์์ ตัณั ฑ์เ์ จริญิ รัตั น์ ์ วุุฒิจิ ำนงค์์ กรรมการ นางสาววราภรณ์์ ต้้นใส กรรมการ นายจักั ร์ร์ ินิ ทร์์ ชื่่�นสมบัตั ิ ิ กรรมการและเลขานุกุ าร นางสาวสุธุ าสิินีี ผู้�อ้ ยู่่�สุขุ กรรมการและผู้�้ ช่่วยเลขานุกุ าร พิิมพ์ท์ ี่่� สถาบัันถ่า่ ยทอดเทคโนโลยีีสู่่�ชุมุ ชน มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา 98 หมู่� 8 ตำบลป่่าป้้อง อำเภอดอยสะเก็็ด จัังหวัดั เชียี งใหม่่ 50220 สำนักั งาน สถาบันั ถ่า่ ยทอดเทคโนโลยีสี ู่่�ชุุมชน มหาวิิทยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา 98 หมู่� 8 ตำบลป่า่ ป้้อง อำเภอดอยสะเก็ด็ จังั หวัดั เชียี งใหม่่ 50220 บทความทุกุ เรื่อ�่ งได้ร้ ับั การตรวจความถููกต้อ้ งทางวิชิ าการโดยผู้�ทรงคุณุ วุฒุ ิิ บทความละ 3 ท่า่ น ข้อ้ ความและบทความ ในวารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ังั คม มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา เป็น็ แนวคิดิ ของผู้�เขียี น มิใิ ช่ค่ วามคิดิ เห็น็ ของ คณะผู้�จััดทำ�ำ และมิิใช่่ความรัับผิิดชอบของกองบรรณาธิิการ และกองบรรณาธิิการไม่่สงวนสิิทธิ์�คััดลอก แต่่ให้้อ้้างอิิง ที่่�มา RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
บบทบทรรบณารธิกรารวณารสาารวธิชิากิ การารับรใชส้ ังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ปที ่ี 7 ฉบบั ที่ 1 วารสารวิชาการรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ฉบับนี้ได้เดินทางมาถึงปีที่ 7 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – มิถุนายน 2566 แล้ว โดยยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นพื้นที่เปิดทางวิชาการสำหรับ คณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ รวมถึงผู้ที่สนใจได้ใช้เป็นเวทีในการนำเสนอผลงานด้านบริการวิชาการรับใช้ สังคมที่มุ่งเน้นการนำเอาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน สังคมและชุมชนเป็นสำคัญ โดยฉบับนี้ได้นำเสนอบทความที่น่าสนใจทั้งด้านสังคม เศรษฐศาสตร์ การตลาด บัญชี เทคโนโลยีการเกษตร วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ รวมทั้งสิ้น 8 บทความ ประกอบไปด้วย บทความทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 4 บทความ ด้านบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ จำนวน 2 บทความ และ สถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ 2 บทความ ซึ่งบทความทั้งหมดได้ผ่านการตรวจสอบ การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะศาสตร์สาขาบทความละ 3 ท่าน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานทางวิชาการ ที่กองบรรณาธกิ ารใหค้ วามสำคัญอยา่ งมาก อันจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจใช้ในการศึกษาค้นควา้ อ้างอิง รวมถงึ นำไปใชเ้ ปน็ ฐานขอ้ มูลในการสรา้ งสรรคแ์ ละพัฒนาสงั คมในดา้ นตา่ งๆ ต่อไป กองบรรณาธิการวารสารวชิ าการรับใช้สงั คม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา หวังว่าวารสาร ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ทางวิชาการสำหรับผู้อ่านทุกท่าน และขอขอบคุณที่ท่านผู้อ่านได้ให้ความสนใจติดตาม วารสารวิชาการรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนามาอย่างต่อเนื่อง หากท่านใดสนใจ ประสงค์ส่งบทความเพื่อเผยแพร่ กองบรรณาธิการยินดีรับตีพิมพ์ โดยต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองจาก ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอก และหากท่านมีข้อเสนอแนะประการใด กองบรรณาธิการยินดีน้อมรับ คำแนะนำเพือ่ จะไดน้ ำไปปรับปรุงและพฒั นาคุณภาพวารสารใหม้ มี าตรฐานยงิ่ ขนึ้ ตอ่ ไป พบกันใหมฉ่ บบั หน้า กองบรรณาธกิ าร วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา ปีีที่่� 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
รายชื่่�อผู้้�ทรงคุณุ วุฒุ ิิผู้้�ประเมิินบทความ (Peer Review) ประจำ�ำ ฉบับั ปีที ี่่� 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566 รองศาสตราจารย์ส์ ุรุ ชััย กังั วล มหาวิิทยาลัยั แม่โ่ จ้้ รองศาสตราจารย์จ์ ำเนีียร บุุญมาก มหาวิทิ ยาลััยแม่โ่ จ้้ รองศาสตราจารย์ส์ ิิริิโฉม พิิเชษฐบุญุ เกียี รติิ มหาวิทิ ยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา รองศาสตราจารย์์เกชา คููหา มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา รองศาสตราจารย์์พิินิจิ เนื่่�องภิริ มย์์ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์กนกวรรณ เวชกามา มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีรี าชมงคลล้้านนา ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์กมลทิิพย คำใจ มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.ศุภุ ฤกษ์ ์ ธาราพิทิ ัักษ์ว์ งศ์ ์ มหาวิิทยาลัยั ราชภััฎเชีียงใหม่่ ผู้�้ ช่่วยศาสตราจารย์ไ์ กรสร ลักั ษณ์ศ์ ิิริ ิ มหาวิทิ ยาลัยั ราชภัฎั เชีียงใหม่่ ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์จ์ ุฑุ าทิิพย์์ เฉลิิมผล มหาวิิทยาลััยเชียี ใหม่่ ผู้�้ ช่่วยศาสตราจารย์์ธนกร สิิริสิ ุุคัันธา มหาวิทิ ยาลััยราชภัฎั ลำปาง ผู้�้ ช่ว่ ยศาสตราจารย์์มงคลกร ศรีวี ิชิ ััย มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา ผู้้�ช่ว่ ยศาสตราจารย์์พรรณนิิภา ดอกไม้้งาม มหาวิิทยาลััยแม่่ฟ้้าหลวง ดร.ณฐาพััชร์์ วรพงศ์์พััชร์์ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลพระนคร RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
สารบััญ หน้้า แนวทางการพััฒนาคุุณค่่างานหัตั ถกรรมสู่�่ มููลค่่างานหัตั ถศิิลป์์ด้้วยเศรษฐกิิจสร้า้ งสรรค์์ 1 และนวัตั กรรมบนฐานชุุมชน 11 25 กานต์์สิินีี วงศ์์เรืือน วรสิทิ ธิ์�์ ตันั ติินิิพันั ธ์์กุลุ และบวรศัักดิ์� เพชรานนท์์ 33 แนวทางการปรับั ปรุงุ ห้อ้ งน้ำำ�สาธารณะโดยใช้ก้ ารมีีส่่วนร่ว่ ม : 47 กรณีีศึึกษา วัดั พระธาตุุช่อ่ แฮ จังั หวัดั แพร่่ 57 65 พันั ธ์์ศักั ดิ์� ภัักดีี ปนวััฒน์์ สุุธิกิ ุุญชร และพิชิ ญาภา ธััมมิกิ ะกุลุ 73 ต้้นทุุนการผลิิตปุ๋๋ย� อินิ ทรียี ์์ของกลุ่่�มผู้้�ผลิิตปุ๋๋�ยชุุมชนบ้า้ นสัันกางปลา ตำำ�บลทรายมููล อำ�ำ เภอสัันกำำ�แพง จังั หวัดั เชียี งใหม่่ อดิิศัักดิ์� ฝนห่่าแก้ว้ และสุรุ ััตน์์ ยาสิทิ ธิ์� การประเมิินผลลัพั ธ์แ์ ละผลตอบแทนทางสัังคมจากการลงทุุนสำำ�หรับั งานบริกิ ารวิชิ าการชุุมชน : กรณีีศึึกษาการสร้า้ งองค์์ความรู้้�และยกระดัับทัักษะอาชีีพด้้านเทคโนโลยีีพลังั งานทดแทน เครือื ข่่ายบ้้านมั่่�นคงชนบท อำ�ำ เภอวังั น้ำำ�เย็็น จังั หวัดั สระแก้้ว ทอดเกีียรติิ แก้้วพวง ปิยิ ะพงษ์์ ยงเพชร พรรณี ี พิมิ พ์์โพธิ์์� จารุนุ ัันท์์ ไชยนาม ฉัตั รชัยั เสนขวััญแก้ว้ วุฒุ ิวิ ัฒั น์์ อนันั ต์์พุฒุ ิิเมธ และดรััสวิิน วงศ์์ปรเมษฐ์์ การถ่่ายทอดเทคโนโลยีีเตาเผาถ่่านแบบเคลื่่�อนย้้ายได้้ของกลุ่่�มเกษตรกร ในเขตจังั หวัดั เชีียงรายเพื่่�อสร้า้ งรายได้้จากการผลิิตถ่่านไม้้และน้ำำ�ส้้มควันั ไม้้ ภักั ดีี สิทิ ธิิฤทธิ์ก� วิิน ไพทููรย์์ ยศกาศ สมชาย แสงนวล และกิิตติพิ ล รัตั นพงศ์์ แนวทางการพััฒนาเศษเหลืือจากการปลููกกััญชา ไร่อ่ ารมณ์์ดีี ตำำ�บลดงมหาวันั อำ�ำ เภอเวียี งเชียี งรุ้้�ง จังั หวัดั เชียี งราย วิบิ ููลพร วุฒุ ิคิ ุณุ พงศ์ต์ ะวััน นันั ทศิริ ิิ มณีีรัตั น์ ์ ภาจัันทร์์คูู วััฒนพล อยู่ส�่ วัสั ดิ์� และนเรศ ใหญ่่วงศ์์ การออกแบบและพััฒนาถังั หมัักปุ๋๋ย� พลังั งานแสงอาทิิตย์์ รัชั นีวี รรณ หมั่่น� แสวง และสิิทธิิเดช วชิริ าศรีีศิริ ิกิ ุลุ การศึึกษาปัจั จัยั ส่่วนผสมของอิฐิ มอญที่่�มีีส่่วนผสมของเปลืือกหอยแครงเผา และถ่่านไม้้เพื่่�อการปรับั ปรุงุ กระบวนการเลี้้�ยงกุ้้�งก้้ามกราม ธรรมมา เจียี รธราวานิิช วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
แนวทางการพัฒนาคณุ คา งานหัตถกรรมสมู ูลคางานหัตถศิลปดว ยเศรษฐกิจสรางสรรค และนวตั กรรมบนฐานชมุ ชน Developing the value of Handicrafts to the value of Craftsmanship through the Community Based Creative Economy and Innovation กานตสินี วงศเ รอื น1*วรสิทธิ์ ตันตินิพนั ธก ลุ 2และบวรศกั ดิ์ เพชรานนท3 Ms. Kansinee Wongreun1* Dr. Worrasit Tantinipankul 2 and Mr. Bavornsak Petcharanonda3 1*,3นกั วิจัย ศนู ยส ง เสริมและสนับสนนุ มูลนิธิโครงการหลวงและโครงการพระราชดำริ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบรุ ี 2อาจารย คณะสถาปต ยกรรมศาสตรและการออกแบบ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกลาธนบรุ ี 1*,3Royal Project Foundation and King’s Recommended Project Supporting Center, King Mongkut’s University of Technology Thonburi 2School of Architecture and Design, King Mongkut’s University of Technology Thonburi *E-mail : [email protected], เบอรโทรศัพท 083-4753943, เบอรโทรสาร 053-218618 รับบทความ 1 มถิ ุนายน 2565; แกไขบทความ 25 พฤษภาคม 2566; ตอบรบั บทความ 8 มิถนุ ายน 2566 บทคดั ยอ การวิจัยเรือ่ ง “แนวทางการพฒั นาคณุ คางานหัตถกรรมสูม ูลคางานหัตถศลิ ปดวยนวตั กรรมชมุ ชนอยางยัง่ ยืน กรณีศึกษากลุมวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมจักสานใบคอ ตำบลเมืองกาย อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม” มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาและยกระดับงานหัตถกรรมทองถิ่นใหมีมูลคาสูงสุดทางเศรษฐกิจ พบปญหาไดแก 1) ผลิตภัณฑมีรูปแบบเดิม ๆ ขายราคาต่ำกวาตนทุนที่ผลิต ไมสรางแรงจูงใจใหกลุมลูกคา 2) ขาดแรงงานในการผลิต 3) ขาดทักษะฝมือที่ประณีต 4) วัตถุดิบไมเพียงพอตอการผลิตตลอดทั้งป 5) ไมทำบัญชี คิดตนทุนไมครอบคลุม และ 6) ขายผา นพอ คา คนกลาง ผูวจิ ัยจึงดำเนินการแกป ญหา ดังน้ี 1) ออกแบบและพัฒนาผลิตภณั ฑ Hight End Product 2) ฝกสมรรถนะการผลิตเนนความประณีตของชิ้นงาน เพื่อเพิ่มกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ 3) ฝกทักษะฝมือ แรงงานผูผลิต โดยถายทอดองคความรูจากผูเชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มจำนวนผูผลิต 4) สรางโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย ตากเสนคอ (ชุมชนตัดเสนคอในฤดูฝน) เพื่อเก็บรักษาคุณภาพวัตถุดิบที่ใชในการผลิต และลดปญหาเศษทิ้ง 5) อบรม ใหความรูการทำตนทุนวัตถุดิบที่คิดคาแรงในการผลิต 6) สรางเครือขายภาคีภายนอกชุมชน ไดแก ศูนยสงเสริม ศิลปาชีพระหวา งประเทศ (จำกัดมหาชน) และกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเพ่ิมชองทางในการขาย หลักการสำคัญในการ พัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ “หัตถกรรม” สู “หัตถศิลป” ควรใหความสำคัญกับการตอยอด และนำองคความรูไปใชใ น การสรางสรรคนวัตกรรมใหม ๆ และสรางโอกาสตอยอดเชิงพาณิชยอยางเปนรูปธรรม สรางการรับรู (Awareness) สรางความเขาใจ (Knowledge) สงเสริมใหเกิดการนำเอาไปใช (Usage) สืบสานและถายทอดองคความรูสูคนรุน ตอ ไป คำสำคัญ หัตถกรรม หัตถศลิ ป จกั สาน ตน คอ ผปู ระกอบการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 1 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
ABSTRACT The objective of this study was to develop and promote local handicrafts to the highest economic values. The major problems included 1) The price original product designs was lower than production costs, customers lacked motivation to shop, 2) lack of manpower, 3) lack of meticulous skills, 4) insufficient raw materials for production throughout the year, 5) lack of accurate and comprehensive accounting skills, and 6) dependence on middlemen. To solve these problems, the guidelines included: 1) Developing the High-End products design; 2) Practicing production performance, emphasizing the refinement of the workpiece to increase production efficiency; 3) Professional skills training by transferring knowledge from experts to increase production effectiveness; 4) Establishing Tak Sai Kho solar power plant to preserve the quality of raw materials and reduce waste; 5) Training on how to manage raw material production costs ; 6) Establishing a network outside the community to increase marketing channels. The key principle to developing product potential from \"handicraft\" to \"handicraft\" should pay attention to the extension and apply the knowledge to create new innovations and create opportunities for tangible commercial advancement. Create awareness, create understanding (Knowledge), promote its use (Usage), including inherit and transmit knowledge to the next generation. Keywords: Craftsman Craftsmanship Craft Kho Entrepreneur 1. บทนำ สิงหาคม) คนในชุมชนจำนวน 25 ครัวเรือน มีอาชีพ รัฐบาลโดยกระทรวง กรม ที่เกี่ยวของไดมี การ เสรมิ ดวยการตัดใบคอ เพื่อนำไปสานวัสดุมุงหลังคา ขาย ไพ (ผืน)ละ 18 บาท โดยชวงฤดูดังกลาวมียอดสั่งซื้อ สงเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนมาอยางตอเนื่อง หลังคาคตอเฉลี่ย 50,000 – 150,000 ไพ/ป มีรายได ซึ่งหากจะกลาวถึงงานโอทอป (OTOP) หลายคนก็คง จากการขายในคอ ประมาณ 900,000- 3,000,000 เคยไดไปงานดังกลาวมาแลว ผลิตภัณฑที่ผูประกอบการ บาท/ป ไดนำมาจำหนายสวนใหญเปนผลิตภัณฑที่มาจาก วิสาหกิจชุมชนตาง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งที่เปนผลิตภัณฑ พ.ศ. 2558 ชุมชนไดทำการจัดตั้งกลุมวิสาหกิจ เพอื่ การบริโภค เพือ่ การใชงาน หรอื เปนของตกแตง ซงึ่ มี จักสานหัตถกรรมใบกอตำบลเมืองกาย(รหัสจดทะเบียน ความหลากหลาย แตหากสังเกตจะพบวาผลิตภัณฑสวน 6-50-06-10/1-0042) มีสมาชิกกลุมจำนวน 20 คนอายุ ใหญ เปน ผลิตภัณฑท ีม่ วี ัตถุดิบมาจากในพนื้ ท่ีน้นั ๆ เฉลย่ี 40-65 ป สานกระต๊ิบขาวเหนียว และถาดปากพับ สง ขายตามคำสงั่ ซื้อของลกู คาภายนอกชมุ ชน ชุมชนบานกายนอย ตำบลเมืองกาย อำเภอแม แตง จังหวัดเชยี งใหม เปนกลุมคนพ้นื เมืองท่ีอาศัยอยูบน สถานการณป 2559 คณะทำงานไดลงพื้นท่ี พื้นที่สูง หอตั้งหมูบานไดประมาณ 300 ป มีประชากร รว มกบั เครือขา ยภาคีการดำเนินสนบั สนุนชมุ ชนโดยรอบ 185 คน จำนวน 67 ครัวเรือน อาชีพหลักคือ ศูนยพัฒนาโครงการหลวงมอนเงาะ จังหวัดเชียงใหม เกษตรกรรม พืชเศรษฐกิจของชุมชน ไดแก เมี่ยง ชา ดานการสงเสริมอาชีพนอกภาคเกษตร ตามยุทธศาสตร กาแฟ ฟกทองญี่ปุน และลิ้นจี่ อาชีพเสรมิ คือ หัตถกรรม การพัฒนาคณุ ภาพชีวติ และสรางความเขม็ แขง็ ในชุมชน จักสานคอ เพื่อใชในครัวเรือน และจำหนายยังชุมชน (ยุทธศาสตรม ูลนิธิโครงการหลวง ป 2559 – 2565) จาก ใกลเคียง ดวยชุมชนมีตนคอกระจายอยูในพื้นที่จึงเกิด การลงพื้นที่ พบวา กลุมหัตถกรรมฯ ไมสามารถดำเนิน การเรียนรูที่จะใชประโยชนจากตนคอ โดยนำใบคอ มา กิจการไดอยางเปนระบบ เนื่องจากขาดองคความรูดาน สานเปนวัสดุมุงหลังคา และนำเปลือกของกาน นำมาทำ ตา ง ๆ ดังน้ี ชิ้นงานหัตถกรรม ในชวงฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม-เดือน 2 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
1) ดานการออกแบบผลติ ภณั ฑ พบวา ผลิตภัณฑ โครงสรางกลุม ทำใหการดำเนินกิจกรรมของกลุมไมมี ของกลุมหัตถกรรมฯ ยังผลิตตามความเคยชินของผูผลติ ความตอเนอื่ งและเปนระบบ ไมม เี อกลักษณ ไมมคี วามหลากหลาย และรปู แบบแตละ ชนดิ ของผลติ ภัณฑไ มตรงตามความตองการของตลาดใน ดานการตลาดและบริการ สมาชิกกลุม ปจ จุบนั ดงั ภาพที่ 1 หัตกรรมฯ สวนใหญเปนผูสูงอายุ ปาลิดา (2560) ทำ การวิเคราะหหวงโซคุณคาสินคาหัตถกรรมจักสานจาก ใบคอและไมไผบานกายนอย จึงพบปญหาการเขาถึง ตลาด และการใชเทคโนโลยี เพื่อการขายสินคา ทำให ตองขายสินคาผานพอคาคนกลาง และมีรายไดไมคุมคา ตอการผลิต ภาพที่ 1 ผลติ ภณั ฑหัตถกรรมคอ (เดมิ ) 2. วธิ กี ารดำเนนิ งาน 2) ดานกระบวนการ พบวา กลุมหัตถกรรมฯ ไม การดำเนินงานครั้งนี้ มีขั้นตอนการดำเนินงาน สามารถผลิตสินคาไดตามจำนวนคำสั่งซื้อของลูกคาใน แตละเดือน เนื่องจากปจจัยขาดแรงงาน ผูผลิตเปน ดงั นีต้ อไปน้ี ผูสูงอายุ และมีแรงงานตอเนื่องเพียง 5 คน จากสมาชิก กลุม 20 คน 2.1 วิธกี ารดำเนินงาน 3) ขาดทักษะฝมือที่ประณีต พบวา สมาชิกสวน 1. ลงพื้นที่ เก็บรวบรวมและวิเคราะหขอมูลจาก ใหญท ำการผลติ ช้ินงานรูปแบบเดมิ ไมใ หความสำคัญกับ การเลอื กวตั ถุดิบทเ่ี หมาะสมตอชิน้ งาน เชน ขนาด ความ กลุมตัวอยาง โดยแบงการสัมภาษณเชิงลึกแบบเจาะจง หนา การเกบ็ รกั ษาคุณภาพวตั ถดุ บิ และไมค นุ ชนิ กบั การ 3 กลุมตัวอยางไดแก 1) สมาชิกกลุมวิสาหกิจจักสาน ผลิตชิน้ งานในรปู แบบอื่น ๆ ทห่ี ลากหลาย หัตถกรรมใบกอ ตำบลเมืองกาย อำเภอแมแตง จังหวัด 4) ดานวัตถุดิบ กลุมหัตถกรรมฯ ไมมีวัตถุดิบ เชียงใหม 2) กลุมหนวยงานภาครัฐและเอกชนที่ทำการ เพียงพอ คือ ไมมีเสนจากเปลือกกานคอ และ สนับสนุนกลุมหัตถกรรมฯ ในพื้นที่ ไดแก สถาบันวิจัย กระบวนการเก็บรักษาเสนคอไดเพียงพอตอการนำมา และพัฒนาพื้นที่สูง (องคการมหาชน) ศูนยพัฒนา ผลิต เนื่องจากชุมชนจะตัดกานคอเฉพาะในฤดูฝน โครงการหลวงมอนเงาะ และองคการบริหารสวนตำบล เทานั้น สงผลใหเสนคอที่จักไดไมสามารถตากแหง กวา เมืองกาย 3) กลุมผูนำภายในตำบลเมืองกาย เพื่อคนหา รอยละ 90 จักตัดทิ้งไป ไมสามารถนำมาทำงาน เปาหมายที่มาของปญหาที่เกิดขึ้น และเฟนหาผูนำการ หตั ถกรรมไดต ลอดทัง้ ป เปลีย่ นแปลงทม่ี าจากกลุมตวั อยาง 5) ดานการบริหารจัดการ กลุมหัตถกรรมฯ ไมมี การทำบญั ชี รายรบั -รายจา ย คดิ ตน ทนุ การผลิตทไี่ มรวม 2. สำรวจความตองการ และสังเกตทักษะการ คาแรง สงผลใหกลุมไมสามารถกำหนดราคาสินคาท่ี บริหารจัดการตนน้ำ – กลางน้ำ - ปลายน้ำ ของกลุม คุมคาตอการผลิต ไมมีการแบงหนาที่รับผิดชอบตาม วิสาหกิจจักสานหัตถกรรมใบกอ ตำบลเมืองกาย เพื่อ กำพหนดทิศทางและเปาหมายการพัฒนารวมกันกับ กลุม ตวั อยา ง 3. ทำการ SWOT เพื่อหาขอสรุปแนวทางการ พฒั นา และการเพมิ่ ศักยภาพกลุม ตวั อยาง 4. ทำการสำรวจภาคการตลาดและบริการ ตลาด สินคากลุมหัตถกรรมชุมชนภายในและภายนอกประเทศ และวเิ คราะหก ลมุ ลูกคา เฉาพะ 5. คืนขอมูลแกกลุมตัวอยางทั้ง 3 กลุม (ชุมชน ผูผลิต กลุมหนวยงานภาครัฐและเอกชน และกลุมผูนำ ภายในตำบล เพื่อหาขอสรุปเพื่อเปนแนวทางและบูรณา การรวมกันในการพฒั นากลมุ หัตถกรรมฯ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 3 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
6. พากลุมเปาหมายศกึ ษาดงู าน เพอื่ เปน การเปด ผูนำ และบุคลากรจากหนวยงานเครือขายภาคี โลกทัศน และหาแนวทางในการบริหารจัดการกลุม จำนวน 15 คน หัตถกรรมฯ จากกลุมวิสาหกิจจักสาน ภายในประเทศ 2.1.2 ระยะเวลา เชน ศูนยสงเสริมฝมือจักสานดวยไมไผ อำเภอพนัส นิคม จังหวัดชลบุรี ศูนยสงเสริม ศิลปาชีพระหวาง ในระหวางเดือนตุลาคม 2560 – เดือนธันวาคม ประเทศ (องคก รมหาชน) และการศึกษาดูงานหตั ถกรรม 2564 ทอ งถิ่นภายนอกประเทศ เชน ประเทศญป่ี นุ 3. ผลการดำเนนิ งาน 7. ออกแบบ และจัดทำผลิตภัณฑตนแบบ ผูวิจัย ไดใชพื้นที่ชุมชนบานกายนอย ตำบลเมือง รว มกบั กลมุ หตั ถกรรมฯ กาย อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม เปน พืน้ ท่ีปฏบิ ตั ิงาน ในชมุ ชนชนบท (Social Lab) ในการพัฒนาโจทยก จิ การ 8. ออกแบบเกณฑวัดสมรรถนะกลุมผูนำการ เพื่อสังคม ผานกลไกการสนับสนุนอาจารย นักวิชาการ เปลี่ยนในดานทักษะตาง ๆ เชน ทักษะดานบริหาร บุคลากร ศิษยเกา นักศึกษา บูรณาการกับการวิจัยการ จัดการ ทักษะดานงานหัตถกรรม ทักษะดานการตลาด เรียนการสอนโดยสอดคลองกับการพัฒนาประเทศ โดย ทักษะดานโลจีสติกส เพื่อเปนแนวทางในการออกแบบ การพัฒนากลุมหัตถกรรมจักสานคอ ชุมชนบานกาย พฒั นาทกั ษะกลมุ เปาหมายเฉพาะรายบุคคล นอย ปรากฏผลการดำเนนิ งานในป 2560 ดงั น้ี 9. สรา งเครอื ขา ยความรว มมอื ดานงานหตั ถกรรม ดานการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ พบวา อาทิ กลุมนักออกแบบ กลุมภาคการตลาด กลุม ผูวิจัยออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ “Hight End หนวยงานภาครัฐ และเอกชนที่มีโครงการสนับสนุนดาน Product” สามารถจำหนายได 100% และเหมาะกับ งานหัตถกรรมชุมชน และทำการสมัครเปนสมาชิก ศักยภาพผูผลิตและวัตถุดิบที่มีอยูในชุมชน กลุมบรรจุ เครอื ขา ย ภัณฑ เชน ปนโต กระเปาเป กลุมของตกแตง เชน โคม ระยา วสั ดตุ กแตงบาน เครือ่ งหอม ดังแสดงในภาพท่ี 2 10. จำหนายสินคาในรูปแบบออนไลน และออก งานจดั แสดงสนิ คาภายในประเทศ ภาพที่ 2 ปน โตคอ การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑนี้ พัฒนา 11. ออกแบบกลไกการบริหารจัดการกระจาย มาจากกระติ๊บขาวเหนียวซึ่งทางกลุมหัตถกรรมฯ จัก รายไดภ ายในกลุมหตั ถกรรมฯ สานสินคาชนิดน้ี เปนทุนเดิมสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน โดย Plural Designs รวมกับชุมชนผูผลิต ผลิตภัณฑน้ี 12. วางแผน สราง ควบคุม กลไกลการบริหาร สามารถสรางราคาสูงขึ้นกวา 10 เทา สามารถ จำหนาย จัดการผูมีสว นไดส ว นเสีย รวมกับกลุมหตั ถกรรม 390 – 1,500 บาท จากราคาจำหนายเดิม (เดิมชิ้นละ 30-70 บาท) และเขาเปนสมาชิกและจำหนายสินคาใน 13. จัดสรางศูนยเรียนรูดานหัตถกรรมครบวงจร เครือ ศูนยสงเสริมศิลปาชีพระหวางประเทศ (องคกร ในชุมชน เพื่อใหจำหนาย สาธิตผลิตภัณฑ และบริการ มหาชน) ตั้งแตป 2562 เปนตนมา ตาง ๆ ของกลมุ หตั ถกรรม 14. ติดตามและประเมินผล การสงเสริมกลุม หัตถกรรมฯ 15. บูรณาการรว มกับหนวยงานในพื้นท่ี เพือ่ การ วางแผนนโยบายการพัฒนาสัมมาชีพในพื้นที่อยาง ตอ เน่อื งของหนวยงานภาครัฐ และเอกชน 2.1.1 กลมุ ตวั อยาง กลุมเปาหมาย ไดแก สมาชิกกลุมวิสาหกิจ จักสานหัตถกรรมใบกอ ตำบลเมืองกาย อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม จำนวน 20 คน ชาวบานหมู 1 บานกายนอย ตำบลเมืองกาย อำเภอแมแตง จังหวัดเชียงใหม ที่ประกอบอาชีพตัดใบ คอ จำนวน 25 คน 4 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑนี้ พัฒนามา เปนตน ทำใหผูประกอบการที่ใชผลิตภัณฑจักสานท่ี จากตะกราเก็บชา ซึ่งคนในชุมชนนิยมสานตระกราเพื่อ ตกแตงภายในที่พัก สามารถเพิ่มชองทางรายไดดวยการ เปนภาชนะ เพื่อใชเปนเครื่องมือในภาคเกษตร โดย จัดกิจกรรมตาง (Event) และสามารถสรางเอกลักษณ นางสาวณัฐกานต สารคำ นักศึกษาคณะสถาปตยกรรม เฉพาะ เกิดการประชาสัมพันธตอไดอีกชองทางหนึ่ง ศาสตรและการออกแบบ มจธ. ออกแบบรวมกับกลุม ดงั แสดงในภาพที่ 5 หตั ถกรรมจกั สานทงุ ย๊วั ะ ดงั แสดงในภาพท่ี 3 ภาพที่ 3 กระเปาเป ภาพท่ี 5 วัสดตุ กแตงบาน การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑน ี้ พัฒนามา การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑนี้ พัฒนามา จากดอกตาว(ดอกตนลูกชิด) ออกแบบโดย Vassana จากแตะ/ตะแหลว (ภาชนะไมไผทรงสี่เหลี่ยม) งานจัก Designs เพื่อเปนการพัฒนาสมรรถนะกลุมผูผลิตใหมี สานดั้งเดิมของกลุมชาติพันธุลั๊วะ โดยนายภัทรนิธิ ความประณีต ผลิตชิ้นงานไดหลากหลาย สามารถสราง สุแปลน โดยการใชเปน เครือ่ งหอม มีกลน่ิ อโรมาท่มี าจาก มูลคาเพิ่ม 7,500-30,000 บาทตอชิ้นงาน ดังแสดงใน สารสกัดจากสมุนไพรทองถิ่น ดอกไมหอม ดังแสดงใน ภาพที่ 4 ภาพที่ 6 ภาพท่ี 4 โคมระยา ภาพท่ี 6 เครอื่ งหอม การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑนี้ พัฒนามา ดานกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ พบวา จากวัสดุที่มีอยูในทองถิ่น และออกแบบควบคูไปกับการ คณะทำงานไดพัฒนาสมรรถนะกลุมหัตถกรรมที่ทำ ตกแตงภายใน โดยใชต กแตงท่พี กั โฮมสเตยใ นพืน้ ทต่ี ำบล กจิ กรรมภายในกลุมอยางตอ เนือ่ ง 7 คน ดา นทักษะฝมือ เมืองกาย และเกิดการใชจัดกิจกรรมตาง ๆ เชน งาน ความประณีตของชิ้นงาน โดยการถายทอดองคความรู แตงงาน การจัดประชุมสัมมนาของหนวยงานราชการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 5 ปีที ี่�่ 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
จากผูเชี่ยวชาญ ดานการเปนวิทยากรและการถายทอด ภาพท่ี 8 ผลการตากเสนคอ ในโรงเรอื นและการนำมาใช ความรงู านหัตถกรรมจักสาน จำนวน 1 คน ดา นการเปน จักสานงานหตั ถกรรม ผูประกอบการ จำนวน 2 คน ดานการกระบวนการผลิต (การเตรียมวัตถุดิบ) จำนวน 3 คน ดานการตลาดและ ผลการตากเสนคอในโรงเรือนพลังงาน บรกิ าร จำนวน 2 คน รวมมสี มาชิกเขารว มกจิ กรรมกลุม แสงอาทิตย ทำใหกลุมหัตถกรรมฯ สามารถเก็บเสนคอ หตั ถกรรมฯ อยางตอเน่ือง จำนวน 15 คน ในชวงฤดูฝนไดเฉลี่ย จำนวน 20 กิโลกรัม(แหง)/เดือน คิดเปนมูลคา 5,000 บาท/เดือน ของการตัดกานคอทิ้ง ดานวัตถุดิบ ป 2562 คณะผูวิจัยไดจัดทำ ในแตละป และมีเสนคอกักตุนไวสำหรับสานผลิตภัณฑ โรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย เพื่อแกปญหาเศษทิ้งของ ไดต ลอดท้งั ป ดังแสดงในภาพท่ี 8 กานคอจากการตดั ใบคอ ขายในชุมชน โดยณชั ชา (2561) ไดทำการศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมในการตากเสนคอ ดานการตลาดและบริการ ดวยความรวมมือใน ในชวงฤดูฝน เพ่ือลดปริมาณการทิ้งเศษกานคอ 90% การอนุรักษณภูมิปญญาทองถิ่น จากนักออกแบบ และ ตอป และกระตุนใหเกิดรายไดเสริมจากการซื้อขายเสน บุคคลากรจากเครือขายศูนยสงเสริมศิลปาชีพระหวาง คอจักสาน กิโลกรัมละ 250 บาท (จากเดิมไมมีการจัก ประเทศ (จำกัดมหาชน) (ศศป. ) และกระทรวง เสนคอขายในพื้นที)่ วัฒนธรรม ภายใตโครงการ Cultural Product Of Thailand : CPOT ทำใหชุมชนมีชองทางในการขาย การออกแบบและสรางโรงเรือนอบแหงเสนจาก เพิ่มขึ้นจากการเปนสมาชิกของ ศศป. และโครงการ กานคอดวยพลังงานแสงอาทิตย คือ โรงเรือนที่มีขนาด COPT กวาง 3 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 2 เมตร โดยใช งบประมาณในการสรางโรงเรือนทั้งหมด จำนวน ผลการออกงานแสดงสินคาในเครือสมาชิก ศศป. 45,000 บาท ผลการสรางโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย ทำใหกลุมไดรับการพัฒนาทักษะฝมือดานงานหัตถศิลป ฯ เกิดการพัฒนาทักษะและสรางผูนำการเปลี่ยนแปลง จากชิ้นงานหัตถกรรม และเพิ่มชองทางในการจำหนาย จำนวน 2 คน ที่สามารถตากเสนคอในสภาวะที่ สินคากลุมหัตถกรรมที่มีมูลคาสูง ซึ่งมีรายไดเฉล่ีย เหมาะสมตอการนำเสนคอมากตากและเหมาะสมตอ จำนวน 40,000 -50,000 บาท (4 วัน) สำหรับการออก การนำมาขึ้นรปู ชนิ้ งาน/ผลิตภัณฑ ดังแสดงในภาพที่ 7 งาน Craft Bangkok ในแตล ะป ดงั แสดงในภาพที่ 9 ภาพท่ี 7 โรงเรอื นอบแหงพลงั งานแสงอาทติ ย ภาพท่ี 9 ออกงานแสดงสนิ คา ของสมาชกิ ศศป. 6 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
4. การนำไปใช ผลกระทบทางสังคม โครงการนี้สามารถเปน การพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ “หัตถกรรม” ทางเลือกในการประกอบอาชีพในชุมชนไดอยางนอย 2 อาชีพ ไดแก 1) อาชีพหัตถกรรมจักสาน “คอและไมไ ผ” สู “หัตถศิลป” ควรใหความสำคัญกับการตอยอด และ 2) ผูประกอบการชุมชน และเปนประโยชนในการสราง นำองคความรูไปใชในการสรางสรรคนวัตกรรมใหม ๆ งานภายในตำบลเมืองกาย สรางรายไดสามารถลดการ และสรางโอกาสตอยอดเชิงพาณฺชยอยางเปนรูปธรรม เคลื่อนยายถิ่นฐานเพื่อไปประกอบอาชีพตางถิ่นเพิ่มขึ้น สรางการรับรู(Awareness) สรางความเขาใจ อยางนอย 13 คน (เดิมมีสมาชิกที่ทำกิจกรรมตอเนื่อง (Knowledge) สงเสริมใหเกิดการนำเอาไปใช (Usage) จำนวน 7 คน) สามารถลดความเหลื่อมล้ำในการ สืบสานและถายทอดองคความรูสูคนรุนตอไป สามารถ เคลื่อนยายแรงงานขามถิ่น โดยการสงเสริมใหเกิด สรปุ ผลความสำเรจ็ ของการดำเนนิ งาน ดงั น้ี ผูประกอบการเยาวชนรุนใหม จำนวน 2 คน ซึ่งหนาที บริหารจัดการการตลาดของกลุมหัตถกรรมฯ ตลอดจน ผลผลิต (Output) ทวี่ ัดคา ไดโดยตรง ไดแกเ กิด1) ลดปญหาความยากจนดานสุขภาพใหแกกลุมผู หลักสูตรการสรางผูประกอบการ และการบริหารธุรกิจ เปราะบางในชุมชน ไดมีอาชีพ รายได สงเสริมการ ชุมชน 1 หลักสูตร 2) หลักสูตรการพัฒนาทักษะ บริหารสขุ ภาพใหแกก ลมุ ผสู งู วยั จำนวน 40 คน (ซึ่งเปน ความสามารถในดานภาคการตลาดและบริการ 1 สมาชิกในกลุมที่เกี่ยวของกับหัตถกรรมจักสานใบคอ หลักสูตร 3) หลักสูตรการพัฒนาทักษะงานหัตถกรรม และกานคอ ) แบบประณตี เพือ่ เพ่มิ มมูลคาผลิตภัณฑ 1 หลักสตู ร 5. อภปิ รายผล ผลพลอยได (Outcome) เกิดการบริการวิชาการ การสงเสริมและพัฒนาอาชีพใหแกชุมชนบน ในการรับใชสังคม ไดฝกปฏิบัติงานในภาคสนาม ของ บุคลากรทางการศึกษา อาจารยนักวิจัย นักศึกษาที่เขา พื้นที่สูง ตองมุงเนนการเพิ่มศักยภาพชุมชนบนพื้นฐาน รวมโครงการภายในมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 60 คน วิถีชีวิต และภูมิปญญาเดิม ทำการตอยอดองคความรู ภายนอกมหาวิทยาลัย จำนวน 10 คน จำนวนชาวบาน/ ดานการบริหารจดั การ โดยการสรา งความเขา ใจ และนำ ชุมชนทเี่ ขารว ม จำนวน 80 คน กระจายในพืน้ ท่ี ความรูทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี วิศวกรรม การคิด คำนวณ และมีนวัตกรรมการผสมผสานองคความรูดาน ผลกระทบทางเศรษฐกิจ กลุมหัตถกรรมฯ ตาง ๆ ที่ทันสมัย สามารถนำไปสูการพัฒนาทักษะ มีรายไดของกลุมหัตถกรรมฯ ชวงวางเวนจากการผลิต ความสามารถในดานการตลาดและบริการ ใหชุมชน ภาคเกษตร จำนวน 20 คน เฉลี่ยตอป 150,000 บาท โอกาสพัฒนาเปนผูประกอบการทีม่ ศี กั ยภาพเปน Smart (ป 2564 รายได 180,500 บาท , ป 2563 จำนวน Enterprises ที่เหมาะสมกับรากฐานการผลิตที่ควบคูไป 170,000 บาท ป 2562 จำนวน 150,750 บาท) รายได กับสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดลอมในชุมชนบนพื้นที่ เดิม ป 58-60 เฉลี่ย 45,000-65,000 บาท รวมตนทุน สูงไดอยางสมดุล และชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองไดใน การผลิต) ระยะยาว เกิดการจัดสรรรายไดสูชุมชน 70% (รายไดกลุม แนวคิดการทำงานรวมกับชุมชนที่สำคัญ ปยะวัติ ผูผลิต/ผูประกอบการชุมชน) 20% (จัดกิจกรรม (2559) กลาวถึงแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับการมีสวนรวม สาธารณะประโยชนใหชุมชน) 10% (คาบริหารจัดการ ของประชาชนในงานพัฒนา(อางในสถาบันวิจัยสังคม และคา ขนสง ) จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย,2547) ในกิจกรรมตาง ๆ เนน การมีสวนรวมในการวางแผน การดำเนินกิจกรรม การ ผลกระทบทางสิง่ แวดลอ ม ไดแก วัตถุดิบที่ใชใน ใชประโยชน การไดรับผลประโยชน และการมีสวนรวม การผลิตมาจากแหลงทรัพยากรที่มีอยูในชุมชน 100 % ประเมินผล ผูวิจัยไดแบงหลักการทำงานที่สราง ลดความสูญเสียที่อาจกระทบตอสิ่งแวดลอม ในการ กระบวนการมีสวนรวมที่เปดโอกาสใหชุมชนเขามามี ออกแบบผกลุมผลติ ภณั ฑ (Zero Waste) มีกระบวนการ บทบาทในการพัฒนาพื้นที่ ตั้งแตขั้นตอนแรก ไปจนถึง ผลติ ทกุ ขน้ั ตอนเปนมิตรกบั สง่ิ แวดลอ ม การปรับเปลี่ยนวิธีการตากแหงวัตถุติบจาก กระบวนการผิงไฟ หรือผึ่งลม เปลี่ยนเปนการตากใน โรงเรอื นพลงั งานแสงอาทติ ย วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 7 ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
ขั้นตอนสุดทาย สามารถแบงเปน 3 ขั้นตอนแนวคิด แผนการพัฒนาและยกระดับงานหัตถกรรมสูมูลคางาน สำคัญของกระบวนการทำวิจยั ดังภาพท่ี10 หัตถศลิ ป สามารถสรุปไดดังน้ี ภาพท่ี 10 แสดงวตั ถุประสงคทเ่ี ปนแนวคดิ สำคญั ของ 1. การศึกษาฐานทรัพยากร วัฒนธรรมและภูมิ กระบวนการวจิ ยั ปญญาทองถิ่น ในชุมชนพื้นที่อยางมีสวนรวม เพื่อทราบ ตนทุนการผลิต กำลังการผลิต เพื่อการพัฒนาฐานอาชีพ จากภาพที่ 10 ผูวิจัยใชเปนกรอบแนวคิดในการ เดมิ และสงเสรมิ การใชวัตถดุ ิบทีม่ าจากชมุ ชนเปน อันดับ ทำงาน 3 กรอบแนวคิด ไดแก มองคุณคา เพิ่มมูลคา แรก และการรักษาคุณภาพ สามารถอธิบายขั้นตอนตาง ๆ ดังน้ี 2. การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ โดยชัย รัตน (2548) กลาวถึงหลักการออกแบบที่สำคัญ ให ขั้นตอนแรก การลงภาคสนาม เพื่อสราง คำนึงถึงหลักฟงกชั่นการใชงานที่หลากหลาย เพื่อการ ความสัมพันธกับสมาชิกในชุมชน เพื่อสรางการเรียนรูที่ สื่อสารขอมูลสรางความเขาใจ และดึงดูดใจผูซื้อสินคา จะเขาใจชีวิตทางสังคม และคุณคาทางวัฒนธรรมของ หรือผลิตภัณฑ รวมทั้ง Wayne (2008) กลาวถึง ชุมชน ในทางกลับกันทีมผูวิจัยไดสนับสนุนใหชุมชน หลักการออกแบบหัตถกรรมที่ใชแนวคิดดานหัตถศิลป ตระหนักถึงคุณคาของงาน แรงงาน เวลา และโอกาส เพื่อเพิ่มมูลคาสูงสุดใหแกผลิตภัณฑ แตสิ่งสำคัญในการ ของชุมชน สิ่งเหลานี้เปนสวนสำคัญของเอกลักษณท่ี ออกแบบตองคำนึงถึงศักยภาพของผูผลิตที่มีความรูเดิม ชมุ ชนควรภาคภมู ใิ จ ประกอบดวย และทำการเพิ่มทักษะเฉพาะรายบุคคลให เหมาะสมตามทักษะที่สามารถรองรับได อาศัยองค ขั้นตอนที่สอง การเพิ่มมูลคา เพื่อพัฒนา ความรูท ีถ่ ูกตอ งและเหมาะสมกับผผู ลติ ดว ย ผลิตภัณฑและแกปญหา ผูวิจัยไดปรึกษาหารือ และ เสนอใหชุมชนนำความรูทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี 3. การพัฒนาและบริหารจัดการกลุมเพื่อพัฒนา และการจัดการธุรกิจที่เหมาะสมมาใชกับชุมชน แนวคิด ศักยภาพการผลติ สนิ คาและบริการ ใหมีประสิทธิภาพใน นี้สามารถชวยพัฒนาแลเพิ่มมูลคาของการผลิตสวนเกิน การผลิตรองรับอุปสงค อุปทาน ตลอดหวงโซอุปทาน ท่ไี มเ กิดมูลคา เพ่มิ ได การตง้ั ราคาขายสินคา คุม คากับตน ทนุ การผลติ ขั้นตอนสุดทาย การรักษาคุณภาพ ในสวน 4. การถายทอดเทคโนโลยีดานการตลาดและ ขั้นตอนนี้ ผูวิจัยไดรวมมือกับสมาชิกในชุมชน เพ่ือ บรกิ าร เพื่อการจำหนายสินคา และบรกิ ารท่ีเหมาะสมตอ พัฒนาวิธีการ และมุมมองเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ ชมุ ชนบนพนื้ ทส่ี งู ซึ่งเปนสาระสำคัญในการเปดโลกทัศน ของผลิตภัณฑใหม นอกจากนี้ผูวิจัยยังสนับสนุนให ในการเขาถึงสถานการณเปลี่ยนแปลงในทางเศรษฐกิจ ชุมชนอนุรักษวัฒนธรรมทองถิ่น ภูมิปญหา และ เพอ่ื การปรบั ตัวของกลมุ ผผู ลิต ทรัพยากรธรรมชาติ 5. การสรางแหลงเรียนรูดานการพัฒนาอาชีพ ภายใตกรอบแนวคิดนี้คณะทำงานไดนำมาเปน เฉพาะทางของชุมชนบนพื้นที่สูง เปนกลไกในการรักษา ปจจัยความาสำเร็จ ซึ่งสามารถเปนแนวทางในการวาง สืบสาน สรางความหวงแหน สรางความภาคภูมิใจ และ เปนแหลงถายทอดองคความรูสูคนรุนใหยังคงอยูคูกับ ทองถน่ิ ตอ ไป 6. การจัดสรรรายได และสวัสดิการสูชุมชนและ สังคม เปนกลไกลสำคัญอยางหนึ่งในการกระจายรายได ที่คำนึงถึงผูมีสวนไดสวนเสีย โดยสฤณี (2560) กลาวถึง การดึงใหผูมีสวนไดสวนเสียเขามามีสวนรวมมากที่สุด ตลอดหวงโซอุปทาน เพื่อสรางความรับผิดชอบตอ สาธารณะ และสอดแทรกการคำนึงถึงการใชทรัพยากร สวนรวมทมี่ ีการคืนกำไร/คืนตนทุนใหแกถ ิ่นอาศยั ดังน้ัน การสรางกลไก การหวงแหนภูมิปญญาทองถิ่น และการ รับผิดชอบตอการนำทรัพยากรมาใชประโยชนไดอยางมี 8 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
จิตสาธารณะ โดยสัดสวนในการแบงกำไรใหแกชุมชน ปยะวัติ บุญ-หลง และคณะ.2559.งานวิชาการเพื่อ เปนอีกแหลงรายไดอยางหนึ่งที่ไมไดมาจากเงินอุดหนุน สังคม:หลักการและวิธีการ.สถาบันคลังสมอง จากภาครัฐ ซึ่งจะนำไปสูการลดการพึ่งพา แตเขาสู ภาวการณพึ่งพิงภาครัฐ จนนำไปสูการพึ่งพาตนเองของ ของชาติ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ชุมชนไดใ นระยะยาว (สกว.)กรงุ เทพฯ:57-80. สฤณี อาชวานันทกุล.2560.คูมือการประเมินผลลัพธ 6. กิตติกรรมประกาศ ทางสังคมจากการลงทุน.สำนักงานกองทุน การพัฒนาคุณคางานหัตถกรรมสูมูลคางาน สนับสนนุ การวจิ ัย (สกว.).กรุงเทพฯ:45-48. หัตถศลิ ปดว ยเศรษฐกิจสรา งสรรคและนวตั กรรมบนฐาน Wayne C. Booth, Gregory G. Colomb, Joseph M. ชุมชน ดำเนินงานสำเร็จลุลวงไดอยางสมบูรณดวยความ กรุณาอยางยิ่งจากกลุมเปาหมายในพื้นที่ไดแก กลุม Williames. 2008. The Craft of Research. วิสาหกิจจักสานหัตถกรรมใบกอ และชาวบานหมู 1 บานกายนอย จังหวัดเชียงใหม ผูนำชุมชน ตลอดจน The university of Chicago press Chicago & หนวยงานภาครัฐที่เกี่ยวของ ในตำบลเมืองกาย อำเภอ London. แมแตง จังหวัดเชียงใหม ไดแก องการบริหารสวนตำบล ณัชชา ครุฑจันทร.2561.การศึกษาการใชโรงเรือน เมืองกาย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องคการ พลังงานแสงอาทติ ยใ นการตากเสนคอ เพอ่ื งาน มหาชน) ศูนยพัฒนาโครงการหลวงมอนเงาะ ศูนย หัตถกรรมของชุมชนบานกายนอย.ภาควิชา พัฒนาราษฎรพื้นที่สูง พัฒนาชุมชนอำเภอแมแตง สำนักงานเกษตรอำเภอแมแตง ที่ใหความอนุเคราะห วิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอม โจทยประเด็นปญหา และเปนสวนหนึ่งในการขับเคลื่อน เกลาธนบุร.ี กรงุ เทพฯ:15-30. กลุมเปา หมายใหเกดิ การพัฒนาชุมชนอยา งตอ เนือ่ ง และ ปาลิดา ฝกแคเล็ก.2560.การวิเคราะหหวงโซคุณคา เครือขายความรวมมือจากภายนอก อาทิ Plural สินคาหัตถกรรมจักสานจากใบคอและไมไผ Designs และ Vassana Designs ซึ่งเปนสวนในการ บานกายนอย.คณะบัณฑิตวิยาลัยการจัดการ ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑและทักษะฝมือชางใหแก กลุมหัตถกรรมฯ หนวยงานสนับสนุนภาคการตลาด และนวัตกรรม สาขาการจัดการโลจิสติกส SACIST และ COPT ตลอดจนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี และซัพพลายเชน.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระ ราชมงคลลานนา เชยี งใหม ซ่ึงเปน สว นหนง่ึ ในการบรู ณา จอมเกลา ธนบรุ ี.กรุงเทพฯ:3-18. การการเรียนการสอน เพื่อสรางนวัตกรรมการเรียนรู เพื่อสนับสนุนกลุมหัตถกรรมฯ ชุมชน สถาบันพัฒนา และฝกอบรมโรงงานตนแบบ ผูใหงบประมาณในการ สนับสนุนโครงการวิจัย ผูวิจัยจึงขอขอบคุณอยางสูงมา ณ โอกาสนี้ 7. บรรณานกุ รม ชัยรัตน อัศวางกูร.2548.ออกแบบใหโดนใจ คูมือการ ออกแบบบรรจุภัณฑสำหรับผูประกอบการและ นักออกแบบ.พิมพครั้งที่ 1.สำนักงานพัฒนา อ ุ ต ส า ห ก ร ร ม ส น ั บ ส น ุ น ก ร ม ก า ร ส ง เ ส ริ ม อุตสาหกรรม. กระทรวงอุตสาหกรรม.กรุงเทพฯ: 67-97. วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 9 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
10 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
แนวทางการปรับปรงุ หองน้ำสาธารณะโดยใชก ารมสี ว นรว ม : กรณีศึกษาวดั พระธาตุชอ แฮ จงั หวัดแพร Design Guidelines of Public Toilet by Using Participatory Design : A Case Study of Wat Phra That Cho Hae, Phrae Province พันธศ กั ด์ิ ภกั ดี1 ปนวฒั น สธุ กิ ญุ ชร2 และพชิ ญาภา ธมั มิกะกลุ 3* Punsak Pakdee1 Panawat Sutthikunchon2 and Phichayapa Tammikakul3* 1ผูชวยศาสตราจารย คณะสถาปต ยกรรมศาสตรแ ละการออกแบบส่งิ แวดลอ ม มหาวิทยาลยั แมโ จ 2อาจารย คณะสถาปต ยกรรมศาสตรและการออกแบบสิ่งแวดลอ ม มหาวิทยาลยั แมโจ 3อาจารย คณะสถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบส่งิ แวดลอม มหาวิทยาลยั แมโจ 1Asst.Prof, Faculty of Architecture and Environmental Design, Maejo University. 2Lecturer, Faculty of Architecture and Environmental Design, Maejo University. 3Lecturer, Faculty of Architecture and Environmental Design, Maejo University. E-mail:[email protected], เบอรโทรศัพท, 086-9399375 รับบทความ; 11 มกราคม 2566; แกไขบทความ 23 พฤษภาคม 2566 ; ตอบรบั บทความ 29 มิถนุ ายน 2566 บทคดั ยอ งานวจิ ยั ชิน้ นีเ้ ปน การศึกษาแนวทางการปรับปรงุ หอ งนำ้ สาธารณะ กรณศี กึ ษา วัดพระธาตุชอ แฮ จังหวัดแพร ปญ หาท่พี บคือหองน้ำอยูในสภาพทรดุ โทรม ไมป ลอดภยั และไมไ ดม าตรฐาน ซง่ึ หองนำ้ ถือเปน พืน้ ทจ่ี ำเปน และมกี ารใช งานอยูตลอดเวลา จึงตองปรับปรุงใหสะอาด ถูกสุขอนามัย และรองรับการใชงานสำหรับทุกคนเปนสำคัญ สอดคลอง กับนโยบายการพัฒนาหองน้ำสาธารณะไทยใหไดมาตรฐาน เพื่อลดการระบาดของโรค และสรางภาพลักษณที่ดีที่ กระทรวงสาธารณะสุขกำหนดไวเปนเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) มีเปาหมาย 3 ประการ คือ 1) สะอาด (Health) 2) พอเพียง (Accessibility) 3) ปลอดภัย (Safety) โดยนำกระบวนการออกแบบโดยยึด ผูใชง านเปน ศนู ยกลางและการออกแบบอยา งมสี วนรว มมาใช มีกระบวนการวจิ ยั ดงั นี้ คือ 1) สำรวจกายภาพหองน้ำใน ปจจุบัน 2) กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ระดมความคิดใหสอดคลองกับความตองการของผูใชงานในชุมชน ตามหลักการ ของการออกแบบสำหรับทุกคน (Universal Design) และเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) นำเสนอแบบรางเพื่อรวมตัดสินใจ 4) ปรับปรุงและพัฒนาการออกแบบหองน้ำ 5) นำเสนอและสรุปผลการออกแบบ เพื่อสงมอบแกชุมชน ซึ่งผลการวจิ ยั สรุปวาแบบที่ชุมชนตองการเลือกจากการนำขอดี และความเปนไปไดข องแบบราง มาพัฒนาเปนแบบสุดทาย และสงมอบใหกับชุมชนวัดพระธาตุชอแฮ เพื่อใชในการปรับปรุงหองน้ำเกาที่เสื่อมโทรมให สะอาดและถูกสุขอนามัยผานเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) ทั้งนี้นอกจากภาพลักษณและ การใชงานที่ดี ยังไดคำนึงถึงวัสดุที่ใช และงบประมาณเปนสำคัญดวยเชนกัน ผลลัพธจากกระบวนการออกแบบเชิง ปฏิบัติการ สรางความพึงพอใจตอผูใชงานในสองการบวนการคือ 1) ความพึงพอใจของผูมีสวนไดสวนเสียตอโครงการ และผลของการออกแบบ ซึ่งเปนเปาหมายสำคัญของหลักการออกแบบอยางมีสวนรวม ประกอบดวยพระสงฆ วัดพระธาตุชอแฮจำนวน 3 รูป กลุมผูสูงอายุในชุมชนกลุมประชาชนจำนวน 15 คน กลุมแมคาภายในวัดพระธาตุชอ แฮ จำนวน 15 รานคา และตัวแทนหนวนงานของรัฐในระดับทองถิ่น มีความพึงพอใจมากที่สุดตอโครงการ เนื่องจาก หากโครงการไดรับการกอสรางจะสามารถการแกปญหาของการใชหองน้ำปจจุบันและไดรับการสนับสนุนดานการ ออกแบบและงบประมาณการปรับปรุงไมเกิน 600,000 บาท (หกแสนบาทถวน) จากบริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัด 2) ความพึงพอใจของบริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัดในการบวนการออกแบบเชิงปฏิบัติการเพื่อออกแบบรางสูการพัฒนา แบบกอสราง รวมกับอาจารยผูสอนประจำ คณะสถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัย วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 11 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
แมโจ จำนวน 3 คน และนักศึกษา สาขาวิชาสถาปตยกรรมชั้นปที่ 4 รายวิชา สถ 432 การออกแบบสถาปตยกรรม ภายใน จำนวน 23 คน มีความพึงพอใจมาก ในการบวนการทำงาน เนื่องจากได นำขอดีของแบบรางจำนวน 5 แบบ นำไปใชพัฒนาเปนแบบกอสราง เพื่อแกปญหาใหตรงกับความตองการของผูใชและถูกตองตามหลักการของการ ออกแบบสำหรับทกุ คน (Universal Design) และเกณฑม าตรฐานหอ งน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) คำสำคัญ: หอ งน้ำสาธารณะ ศาสนสถาน การมสี ว นรวม การออกแบบเพ่อื คนทั้งมวล ABSTRACT The purpose of this study is to investigate the improvement of public toilets using of Wat Phra That Cho Hae in Phrae Province as an example. The toilets are unsafe and not up to standard, as they are a necessary space and are in constant use. Therefore, they need to be improved so that they are clean and hygienic and can be used by all. This is in line with the policy to improve public toilets in Thailand so that they meet standards. To reduce the spread of diseases and create a good image, the Ministry of Health has set a national standard for public toilets (HAS) including health, accessibility, and safety, by adopting the design process through user-centered and inclusive design. The research process included: 1) conducting a survey of existing toilets; 2) brainstorming ideas according tothe needs of users in the community; 3)presentating designs for mutual decision-making based on the principles of Universal Design and the National Standards for Public Toilets (HAS).; 4) improving and developing toilet designs; and 5) presenting,summarizing, and submitting the final designs to the community. The results of the survey showed that The users and stakeholders were most likely satisfied with the project because if the project is built, it can solve the problem of using the current bathroom, and the design and renovation budget of not more than 600.000 Baht by ONG Group Co., Ltd. 2) Satisfaction of ONG Group Co., Ltd. in the process of design workshops to develop designs for building designs. together with regular teachers Faculty of Architecture and Environmental Design Maejo University, 3 people, and 23 4th-year architecture students. In the work process, the advantages of 5 designs were used to develop a design model. To solve problems that meet the needs of users and comply with the principles of Design for All (Universal Design) and the National Standards for Public Toilets (HAS). Keywords: Public Toilet, Religious Place, Participatory Design, Universal Design 1. บทนำ กลาววา “ถามาเที่ยวจังหวัดแพร แตไมไดมา นมัสการ วัดถือเปนสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญของชาว พระธาตุชอแฮเหมือนไมไดมาจังหวัดแพร” (ปน บุตรี, 2565) ดังนั้นแลววัดพระธาตุชอแฮ จึงมีความสำคัญตอ พุทธ เปรียบดงั่ ศนู ยร วมจติ ใจของคนในชุมชนเพื่อพบปะ ชุมชนและผูมีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ทำใหมีผูมาใชงาน ทำบุญสรางกุศล สรางวัฒนธรรมอันดีงามรวมกันมา จำนวนมากประกอบดวยคนในชุมชนและนักทองเที่ยว อยางยาวนาน (พระครูธรรมนิเทศ อภิญาโณ และพระ จึงเกิดปญหาในเรื่องของหองน้ำ ไดแก ความสะอาด ครูสุนทร เจติยาภิวัฒน, 2559) วัดพระธาตุชอแฮ ความปลอดภัย การบำรุงรักษา และการออกแบบผิด จังหวัดแพร ถือเปนวัดศักดิ์สิทธิ์ เกาแก คูบาน คูเมือง หลักการ นอกจากนี้ยังพบวามีผูใชงานหองน้ำวัดจำนวน จังหวัดแพร เปนวัดพระธาตุประจำปเกิดของผูที่เกิดป มากแตไมมีระบบการทำความสะอาดท่ีดีและเพียงพอ ขาล ผูคนนิยมมานมัสการพระธาตุชอแฮ เพื่อเปนศิริ โดยมีลักษณะเปนการดูแลดวยจิตอาสา ทั้งท่ีหองน้ำวัด มงคลกับตนเองเมือ่ ไดม โี อกาสมาเยือนเมอื งแพร จนมีคำ 12 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
ควรไดรับการพัฒนาใหไดมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย 2. วิธีการดำเนินงาน เพื่อการลดการแพรระบาดของโรค และสะทอน การวิจัยในครั้งนี้ใชวิธีวิจัยเชิงออกแบบ (Design ภาพลักษณท่ีดีของวดั (กรมอนามยั , 2554) Research Methodology) โดยการนำกระบวนการ ทั้งนี้บริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัด ซึ่งเปนบริษัท ออกแบบโดยยึดผูใชเปนศูนยกลาง และการออกแบบ ดานการออกแบบสถาปต ยกรรมและอสงั หาริมทรัพย ได อยางมีสวนรวม มาปรับใช เพื่อเปนการออกแบบ เล็งเห็นถึงปญหาความทรุดโทรมของหองน้ำวัดพระธาตุ ปรับปรุงหองน้ำภายในวัดพระธาตุชอแฮ รองรับการใช ชอแฮ จึงไดขอความอนุเคราะหมายังคณะ งานาสำหรับบุคคลทุกกลุมในชุมชน และชวยออกแบบ สถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบสิ่งแวดลอม สภาพแวดลอม ที่สงเสริมสุขภาวะของชุมชน โดยมี มหาวิทยาลัยแมโจ เพื่อบูรณาการกับโครงการบริการ รายละเอยี ดของวิธีวจิ ยั ดังนี้ วิชาการ งานวิจัยและการเรียนการสอนของคณะ สถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบสิ่งแวดลอม 2.1 การสำรวจกายภาพ มหาวิทยาลัยแมโจ โดยไดนำกระบวนการออกแบบโดย การสำรวจกายภาพ หองน้ำวัดพระธาตุชอแฮ ยึดผูใชเปนศูนยกลาง (User-Centered Design) มาใช ซึ่งจะใหความสำคัญกับความตองการและความพึงพอใจ เปนการเก็บขอ มลู เชงิ พ้ืนที่ การลงพืน้ ทเี่ พ่ือสำรวจสภาพ ของผูใชงานเปนหลัก มีวิธีการวัดผลดวยความพึงพอใจ ของหองน้ำวัดพระธาตุชอแฮในปจจุบัน ตลอดจนสำรวจ ของผใู ช (User Experience) รวมกบั การออกแบบอยาง บริเวณใกลเคียง เชน พืชพรรณ การสัญจร และการใช มีสวนรวม (Participatory Design) ซึ่งเปนสิ่งสำคัญใน งาน เปนตน การสรางความพึงพอใจของผูใชงาน (Turan et al., 2016) ชวยลดชองวางระหวางนักออกแบบ และผูใชได 2.2 การรบั ฟง ความคดิ เหน็ และความตองการ ประกอบพิจารณา 1) ลักษณะทางกายภาพของผูใชที่มี ขั้นตอนนี้ถือเปนหัวใจสำคัญของกระบวนการ ผลตอรูปทรง ขนาด วัสดุที่เหมาะสมกับการใชงาน 2) จิตวิทยาในการตอบสนอง เชน ทัศนคติ ความรูสึกเชิง ออกแบบโดยยึดผูใชเปนศูนยกลางมาใช ซึ่งจะให บวกตอการใชงาน 3) วัฒนธรรมและประเพณี คือการ ความสำคัญกับความตองการและความพึงพอใจของ ออกแบบที่เขาถึงและเขาใจบริบทการใชงานของถิ่นที่ ผูใชงานเปนหลัก ผานการพูดคุยทำความเขาใจความ นั้น (Gould & Lewis, 1985) ทั้งนี้กระทรวงสาธารณะ ตองการ และการสังเกตุปฏิกิริยาของผูใช (Zeisel, สุขเองไดม ีนโยบายในการพัฒนาหอ งน้ำสาธารณะไทยให 2006) ประกอบดว ย ไดมาตราฐาน เพื่อลดการระบาดของโรค และสราง ภาพลักษณที่ดี มีเปาหมาย 3 ประการ คือ 1) สะอาด 2.2.1 กำหนดกลุม ของผูมสี วนไดสว นเสยี (Health) 2) พอเพียง (Accessibility) 3) ปลอดภัย ผูมีสวนไดสวนเสียเปนเปาหมายสำคัญของ (Safety) กำหนดเปนเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะ ระดับประเทศ (HAS) มาเปนขอกำหนดในการออกแบบ หลักการออกแบบอยางมีสวนรวม การศึกษาในครั้งนี้ได ดวยเชน กัน เลือกกลุมผูมีสวนไดสวนเสียที่ใหขอมูลจากกลุมผูใชงาน ในพื้นที่เปนหลัก ประกอบดวย พระสงฆวัดพระธาตุชอ งานวิจัยชิ้นนี้มีจุดมุงหมายสำคัญในการปรับปรุง แฮจำนวน 3 รูป กลุมผูสูงอายุในชุมชนกลุมประชาชน หองน้ำสาธารณะ กรณีศึกษา หองน้ำสาธารณะ วัดพระ จำนวน 15 คน กลุมแมคาภายในวัดพระธาตุชอแฮ ธาตุชอแฮ จังหวัดแพร ที่ตรงตามความตองการของ จำนวน 15 รานคา และตัวแทนหนวนงานของรัฐใน ชุมชนเปนสำคัญ โดยออกแบบตามหลักการออกแบบ ระดับทองถิ่น ซึ่งเปนการถายทอดความตองการผาน เพื่อทุกคน (Universal Design) และเกณฑมาตรฐาน องคกรเอกชนบริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัดผูสนับสนุนทุน หอ งน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) ทรัพยในการทำงาน สำหรับขั้นตอนของการออกแบบ และพัฒนาแบบ ประกอบดวย กลุมสถาปนิกตัวแทน บริษัท โอเอ็นจี กรุป จำนวน 3 คน อาจารยผูสอน ประจำ คณะสถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบ สิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยแมโจจำนวน 3 คน และ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 13 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
นักศึกษา สาขาวิชาสถาปตยกรรมชั้นปที่ 4 รายวิชา สถ ใหอาคารเสื่อมโทรมพังทลายจากรากตนไมและพืชที่ 432 การออกแบบสถาปต ยกรรมภายใน จำนวน 23 คน เตบิ โตไปเบยี ดตัวอาคารดงั ทีป่ รากฏในภาพท่ี 2 2.2.2 กจิ กรรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร ภาพที่ 2 หองนำ้ สาธารณะวดั พระธาตุชอ แฮ ออกแบบรางแนวคิดในการปรับปรุงหองน้ำ การจัดวางทางเขาอาคารหองน้ำไมเหมาะสมตอ ภายในวัดพระธาตุชอแฮ ผูออกแบบและผูใชถายทอด ผูใชและเอื้อการใชงานตอผูสูงอายุและคนพิการ ขอมูลที่เปน ประโยชนซึ่งกันและกันดว ยวิธีการสัมภาษณ เน่อื งจากเปน บันได มตี นไมขวางทางเขา การจดั เก็บวัสดุ เชิง การทำกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ การระดมความคิด และอุปกรณที่ไมเปนระเบียบ ทำใหเกิดอันตรายตอ และการสนทนากลุม (Barcellini et al., 2015) รวมกับ ผูใชบริการได ตลอดจนการจัดพื้นที่สำหรับพนักงานท่ี องคกรเอกชนบริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัดผูสนับสนุน ดแู ลหองน้ำไมเหมาะสม โครงการ ใหสอดคลองกับความตองการของผูใชงานใน 3.1.2 การใชงานภายใน ชุมชนและบริบท การพัฒนาแบบ และนำไปสูการสรุป ไมมีการแบงพื้นที่ใชงาน พื้นทางเดินชำรุด แบบท่ไี ดจากความตองการของผใู ชงาน เสียหาย และวัสดุเดิมที่ใชไมเหมาะสม ทางระบายน้ำ ออกจากพื้นหองน้ำไมถูกตองทำใหเกิดน้ำขังและเกิด 3) นำเสนอแบบราง ทำการออกแบบรางขั้นตน อุบัติเหตุตอผูใชได หองน้ำเดิมไมไดรับการวางแผนที่ดี เพ่อื รว มตดั สินใจ กำหนดรูปแบบทตี่ องการ พอ จึงทำใหการวางทอไมถูกตองและไมไดขนาดตาม เกณฑมาตรฐาน การจัดวางสุขภัณฑ เนื่องจากวาง 4) ปรับปรุงและพัฒนาการออกแบบปรับปรุง สุขภัณฑตามทอเดิมทำใหพื้นที่การใชงานมีความไม หอ งน้ำภายในวดั พระธาตุชอ แฮ สมดุล และชำรดุ เสียหาย ดังภาพท่ี 3 5) นำเสนอและสรุปผลการออกแบบเพื่อสงมอบ แกช มุ ชนตอ ไป 3. ผลการดำเนนิ งาน 3.1 การสำรวจกายภาพ หองน้ำวัดพระธาตุชอแฮ จังหวดั แพร ภาพท่ี 1 ตำแหนง หอ งน้ำสาธารณะวัดพระธาตชุ อ แฮ 3.1.1 กายภาพทวั่ ไป การมองเห็นจากภายนอก ตัวอาคารหองน้ำ คอนขางเกา สกปรก ชำรุด ทรุดโทรม และเสียหายเปน อยางมาก บริเวณรอบอาคารมีตนไมเปนจำนวนมากทำ 14 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
ภาพท่ี 3 การใชง านภายในหอ งนำ้ ภาพที่ 5 โครงสรางหลงั คาหอ งนำ้ ฝาเพดาน มีความเสียหาย เสื่อมสภาพ และมี ปญหาดานน้ำรั่วซึม เกิดความเสี่ยงอันตรายจากฝาถลม 3.1.3 แสงแดด รม เงาและมุมมอง มีการเจาะชองลม ซึ่งทำใหตัวอาคารมีอากาศที่ถายเท ตำแหนงที่ตั้งของตัวอาคารจะไดรับแดดจากทาง สะดวก และสามารถนำแสงธรรมชาติเขามาใชไดภายใน ตวั อาคารไดบางสว น ดงั ภาพท่ี 4 ทิศตะวันออกเฉียงเหนือในชวงเชา และชวงเที่ยงไป จนถึงเย็นจะไดรับแดดจากทางทิศใตและทิศตะวันตก บริเวณโดยรอบอาคารมีตนไมสามระดับคือระดับเล็ก ระดับกลาง และระดับใหญ มีความสูงอยูที่ประมาณ 4- 10 เมตร ทำใหหอ งนำ้ มีรมเงาตลอดทั้งวัน ดังภาพที่ 6 ภาพท่ี 4 ฝา เพดานและชอ งลมภายในหอ งนำ้ ภาพท่ี 6 มมุ มองโดยรอบอาคาร โครงหลังคาเปนโครงสรางเหล็กมีวัสดุมุงหลังคา คือกระเบื้องดินขอ ที่มีลักษณะเปนแผนสีเหลี่ยมปลาย 3.1.4 สรุปกายภาพเบื้องตนของหองน้ำใน ตัดตรงดานลางทำเปนปุมเพื่อเอาไวเกี่ยวกับระแนงท่ี ปจจุบันโดยเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะ รองรับกระเบื้องดินขอยังคงมีเอกลักษณเฉพาะตัว คือ ระดับประเทศ (HAS) เปนกระเบื้องหลังคาดินเผาขนาดเล็ก จะเห็นอยูตาม ภาคเหนอื เปนสวนใหญ ดงั ภาพท่ี 5 1) ความสะอาด ( Healthy : H ) พื้น ผนัง เพดาน อา งลางมอื โถสวม ท่ีกดโถสวม โถปสสาวะ ทก่ี ด โถปสสาวะไมสะอาด ภาชนะเก็บกักน้ำ ขันตักน้ำไม สามารถใชงานได ไมมีกระดาษชำระและสบูจัดเตรียมไว ให การระบายอากาศไมดีมีกลิ่นเหม็น สภาพทอระบาย สิ่งปฏิกูลและถังเก็บกักชำรุด ไมมีการจัดใหมีการทำ ความสะอาดและระบบการควบคมุ ตรวจตราเปนประจำ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 15 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
2) ความเพียงพอ (Accessibility : A) ไมมี ภาพที่ 7 กจิ กรรมเชงิ ปฏิบตั กิ ารลงพ้นื ที่ สวมนั่งราบสำหรับผูพิการ ผูสูงวัย หญิงตั้งครรภ และมี จำนวนหองสวมไมเ พยี งพอตอ ความตอ งการ 3.2.1 นำเสนอแบบรา ง ทำการออกแบบรางขั้นตน เพื่อเสนอตอผูมีสวน 3) ความปลอดภัย ( Safety : S) บริเวณที่ต้ัง สวมไมอยูที่ลับตา/เปลี่ยว แตจำเปนตองตัดแตงภูมิทัศน ไดสวนเสียและรวมตัดสินใจ กำหนดรูปแบบที่ตองการ และเพิ่มแสงไฟ ไมมีปายหรือสัญลักษณที่ชัดเจน ในการ โดยการพัฒนาแบบรางขั้นตนไดบูรณาการรวมกับเรียน แยกหองสวมสำหรับชาย – หญิง ไมปลอดภัยเนื่องจาก การสอนรายวิชา สถ 432 การออกแบบสถาปตยกรรม หองน้ำชายและหญิงสามารถเดินเชื่อมถึงกันได ประตู ภายใน เพื่อใหนักศึกษาไดเรียนรูจากประสบการณจริง ทจ่ี ับเปด – ปด และทีล่ ็อคดา นในชำรดุ จึงไดทำการแบงกลุม เพื่อพัฒนาแบบรางไดจำนวน ท้ังสิ้น 5 แบบ ดังน้ี จากขอสรุปดังกลาวพบวาหองน้ำวัดไมผาน เกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) 1) กลมุ ท่ี 1 “สุขใจ” จึงนำมาใชเปนเงื่อนไขในการปรับปรุงและพัฒนาแบบ แนวคดิ ในการออกแบบคือสภาวะนาสบายเขามา รวมกับการรับฟงความตองการของผูใชงานในขั้นตอน ผสมผสานกับการวิเคราะหอาคารเดิม โดยไดตั้งชื่อวา ตอ ไป “สุขใจ” เพื่อเปนการสื่อถึงรูปแบบการใชงานที่ เหมาะสมกับผูใชงานทุกชวง และคำนึงถึงโครงสรางเดิม 3.2 การรับฟงความคิดเหน็ และความตองการ เพื่อประหยัดคาใชจาย ปรับเปลี่ยนทางเขาหองน้ำ จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ โดยการลงพื้นที่ เพ่ือ สาธารณะใหม เพื่อความสะดวกและงายตอการเขาถึง ไดมีการเพิ่มทางลาดสำหรับคนพิการ และใชทางเขา สรางความคุนเคย การสัมภาษณ การระดมความคิด หลักทางเดยี ว ดังภาพท่ี 8 และการสนทนากลุม จากกลุมผูมีสวนไดสวนเสีย เบ้อื งตน สามารถสรปุ ความตองการไดดงั น้ี • ตองการหองน้ำที่มีการแบงการใชงานที่ชัดเจน สำหรับชายหญงิ และผพู กิ าร • ตองการหองน้ำสาธารณะที่ไดมาตรฐาน และ สามารถดูแลรักษาไดงา ย • ตองการใหลักษณะของตัวอาคารยังคงมีการ คำนึงถึงรูปแบบของสถาปตยกรรมพื้นถิ่น และบริบท โดยรอบ • คำนึงถึงการใชวัสดุ และงบประมาณประหยัด ยังคงเก็บโครงสรา งเดิมไว 16 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
“ถาไมรูจักทุกข จะรูจักสุขไดยังไง” โดยที่ไดนำหลักคิด การเจาะชองแสง และการเลือกวัสดุมาใชในการ ออกแบบ เพื่อใหไดร ูปแบบของหองนำ้ ที่เหมาะสมกบั คน ทุกวัย และเปนหองน้ำที่คำนึงถึงความสบายใจ และ สบายกายในการใชงาน ดังภาพที่ 10 ภาพท่ี 8 ทัศนยี ภาพการปรับปรงุ หอ งน้ำกลุมที่ 1 ทั้งนี้ในการพัฒนามีการแบงหองน้ำหญิง ชาย ภาพที่ 10 ทศั นยี ภาพการปรบั ปรงุ หอ งน้ำกลมุ ที่ 2 แยกออกจากกัน เพื่อความสะดวกตอการใชงาน การพัฒนาแปลนหองน้ำ ไดมีการเพิ่มทางลาด ปรับเปลี่ยนทางเขาของเขาน้ำเดิมโดยการเพิ่มทางลาด คนพิการทั้งสองฝง กอนจะเชื่อมเขาสูทางเขาตรงกลาง สำหรับคนพิการ และใชทางเขาหลักทางเดียว โดยจะ รว มกนั ซ่ึงจะเชื่อมพื้นทห่ี องน้ำชายและหญิงดว ยหอ งนำ้ แบงหองน้ำหญิง-ชาย และหองน้ำคนพิการ โดยเชื่อม สำหรับคนพิการตรงกลาง และในบริเวณดานหนา ดวยพื้นที่ลา งมือ ขอดี คือจัดพื้นที่ใหมีบริเวณทีน่ ั่งพักรอ หองน้ำมีการเพิ่มสวนเล็ก ๆ เพื่อสรางบรรยากาศใหดู ดานหนาหองน้ำคนพิการ ขอเสียคือ การแบงพื้นที่ ผอนคลายนาใชงาน และสัมพันธกับสภาพแวดลอม ดังกลาวทำใหจำเปนตองแยกอางลางมือรวมกันไวดาน ภายนอกมากย่งิ ขึน้ ดังภาพที่ 9 นอก ซง่ึ อาจจะไมเพียงพอตอ การใชง านได ดังภาพท่ี 11 ภาพท่ี 9 แปลนการปรับปรงุ หอ งนำ้ กลุม ท่ี 1 ภาพที่ 11 แปลนการปรับปรงุ หอ งนำ้ กลมุ ท่ี 2 2) กลุมที่ 2 “ปลดทกุ ข” แนวคิดในการออกแบบของกลุมที่ 2 คือการนำ คำวา “ปลดทุกข” มาใชในการออกแบบ โดยที่ ทุกข แปลวา สภาพที่ทนไดยาก ถาทนไดจะเขาไปปลดทุกข กันทำไม จึงออกแบบชองเปด ปลดล็อคพื้นที่ทึบ ระหวาง ปลดทุกขในหองน้ำ แคไดปลอยความทุกขออก ในพื้นที่ที่สบายใจก็สามมารถสรางความสุขได ดังคำวา วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 17 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
3) กลมุ ที่ 3 \"ความคงเดิม\" แนวคิดในการออกแบบไดรับแรงบันดาใจจาก โครงสรางไมข องเมืองแพรประยุกตใหเขากับรูปแบบเดิม ของตัวอาคาร เพื่อใหมีความเหมาะสมในดานของบริบท งบประมาณ และการใชงานจึงเกิดเปนแนวความคิดวา \"ความคงเดิม = ปจจุบัน\" นอกจากไดคิดเรื่องการ ไหลเวียนของอากาศเปนสำคัญ อาคารจึงตองการชอง ระบายอากาศ และไมทำฝาเพดานปดทึบเพื่อใหอากาศ ไหลเวียนไดดี ดังภาพที่ 12 ภาพที่ 13 แปลนการปรบั ปรงุ หอ งน้ำกลมุ ท่ี 3 4) กลมุ ที่ 4 “สัมผัสแหง ความสุข” แนวความคิดในการออกแบบเพื่อใหผูใชงานรูสึก มีความสุข ซึ่งประกอบไปดวย 5 มิติ คือ ตา หู ใจ อากาศ อุณหภูมิ โดยไมบิดเบือนคุณคาเดิม จุดเดนคือ โครงสรางเดิมและบริบทโดยรอบผสมผสานความ สวยงามดั้งเดิมและตนไมที่รมเงาแกพื้นที่โดยรอบ ออกแบบใหพืน้ ทภ่ี ายในและภายนอกเชื่อมตอกันเพ่ือลด ความทึบของอาคารและใชความความโปรงของวัสดุเปน ตัวประสานอาคารเขากับตนไม ซึ่งจะสงผลตอการรับรู ของผูใชงานผานหู ตา กลิ่น ความรูสึก ความนาสบาย ดังภาพท่ี 14 ภาพท่ี 12 ทัศนยี ภาพการปรบั ปรุงหอ งน้ำกลุมที่ 3 จากแปลนไดมีการปรับเปลี่ยนทางเขาหลักใหม ภาพที่ 14 ทศั นยี ภาพการปรบั ปรงุ หอ งนำ้ กลุมท่ี 4 ทั้งหมด ปรับเปลี่ยนเปนทางลาดสำหรับคนพิการรองรบั ทั้งผูสงู อายุและผูพ ิการที่ตองใชรถเขน็ เพิ่มบันใดทางขึ้น ไวทางอีกฝง รูปแบบการใชงานแบงเปนหองน้ำชาย- หญิง สองฝงในตอนยาวเพื่อชวยใหประหยัดพื้นที่มาก ที่สุดโดยเลือกจัดวางหองน้ำคนพิการอยูตรงกลาง มีการ เพิ่มการเจาะชองแสงจากชองแสงเดิมใหมากที่สุด เพื่อ นำแสงธรรมชาติเขามาใหอาคาร และชวยในเรื่องของ การหมุนเวียนของอากาศ การลดกลิ่นอับชื่นอยางถูก สุขลักษณะดว ยเชน กัน ดงั ภาพท่ี 13 จากแปลนไดมีการปรับเปลี่ยนทางเขาหลักใหม ทั้งหมดใหอยูในบริเวณกึ่งกลางหองน้ำ เพิ่มทางลาด สำหรับคนพกิ าร รปู แบบการใชงานแบงเปนหองน้ำชาย- 18 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
หญิง สองฝงโดยที่มีหองน้ำคนพิการอยูตรงกลาง แม จำนวน 5 หอง หองสวมชายจำนวน 4 หอง โถปสสาวะ หองน้ำชายจะไดจำนวนหองสวมเพียง 3 หอง แตปรับ 4 ชุด และหองเก็บของสำหรับแมบานแยกเปนสัดสวน พื้นท่ใี ชง านใหเพียงพอและกวางมากขน้ึ ดงั ภาพท่ี 15 ดงั ภาพท่ี 17 ภาพท่ี 15 แปลนการปรับปรงุ หอ งนำ้ กลมุ ท่ี 4 ภาพท่ี 17 แปลนการปรบั ปรงุ หอ งนำ้ กลุมที่ 5 5) กลมุ ท่ี 5 “หองน้ำเพ่อื ทกุ คน” จากการนำเสนอแบบรางในการพัฒนาหองน้ำทง้ั แนวคิดการทำหองน้ำ เพื่อวัด ชุมชน คำนึงถึง 5 กลุม ไดนำเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะ สิ่งแวดลอมและผูใชงานโดยออกแบบคำนึงถึงหลัก ระดับประเทศ (HAS) มาใชในการออกแบบ ซึ่ง Universal Design ความสะดวกในการเขาใชงานของ ประกอบดว ย ทุกคน มีการเปดชองลมอากาศถายเทชวยใหลมเขา ออกเปน การประหยดั พลงั งาน ใชการยกเพดานขึน้ สงู ใช 1) ความสะอาด (Healthy : H) พ้ืน ผนัง เพดาน บล็อกแกวเพือ่ ใหแสงธรรมชาตริ อดผา นได ดงั ภาพที่ 16 โถสวม ที่กดโถสวม โถปสสาวะ ที่กดโถปสสาวะ อาง ลางมือ กอกน้ำ กระจก มีถังรองรับมูลฝอยครบครันใน ภาพท่ี 16 ทัศนียภาพการปรบั ปรุงหอ งน้ำกลมุ ท่ี 5 สภาพดี มกี ารระบายอากาศดี จากแปลนไดมีการปรับเปลี่ยนทางเขาหลักใหม 2) ความเพียงพอ (Accessibility : A) จัดใหมี ทั้งหมดใหอยูในบริเวณกึ่งกลางหองน้ำ เพิ่มทางลาด สวมนั่งราบสำหรับผูพิการ ผูสูงวัย หญิงตั้งครรภและ สำหรับคนพิการคลายกลุมที่ 4 โดยรูปแบบการใชงาน ประชาชนทัว่ ไปอยางนอยหนึ่งที่ สวมสาธารณะพรอมใช แบงเปนหองน้ำชาย-หญิง สองฝงโดยที่มีหองน้ำคน งานตลอดเวลาทเี่ ปดใหบ ริการ พิการอยูตรงกลางซึง่ จะคำนึงถึงการใชประโยชนพื้นที่ให คุมคามากที่สุดเปน สำคญั จะประกอบดว ยหองสว มหญงิ 3) ความปลอดภัย (Safety : S) บริเวณที่ตั้งไม อยูที่ลับตา/เปลี่ยว กรณีที่มีหองสวมตั้งแต 2 หองขึ้นไป ใหแยกเปนหองสวมสำหรับชาย – หญิง โดยมีปายหรือ สัญลักษณที่ชัดเจน แสงสวางเพียงพอ สามารถมองเห็น ไดทวั่ บรเิ วณ โดยที่ทั้ง 5 กลุมมีขอดี-ขอเสียที่แตกตางกัน โดย ที่คำนึงถึงการใชงานที่เต็มประสิทธิภาพ และเกิด ประโยชนในการใชพื้นที่สูงสุด ถูกตองตามหลักการของ การออกแบบสำหรับทุกคน (Universal Design) และ เกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) และเลือกเก็บรักษาโครงสรางเดิมของอาคาร ซึ่งจะ สามารถชวยประหยัดงบประมาณใหไดมากที่สุด สามารถไดขอ สรุป ดังตารางที่ 1 วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 19 ปีที ี่�่ 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
สรปุ ผลการนำเสนอแบบรางครง้ั ท่ี 1 ตารางท่ี 1 สรุปผลการนำเสนอแบบรา งครั้งท่ี 1 กลมุ แนวความคดิ การใชงาน การระบายอากาศ การดูแลรักษา เกณฑ HAS ฝา เรียบ ระบาย ตอ งมีจดั การดแู ลตน ไม ผาน 1 มกี ารคำนึงถึงการ มีการจดั วางพื้นทีใ่ ช อากาศบรเิ วณ ผา น ระบายอากาศและ งานไดดี มา นงั่ ภายใน ผา น สภาพแวดลอ ม ทำใหเ สยี พน้ื ที่ ชายคา ผา น 2 มีการออกแบบ ประหยัดพนื้ ที่ แตใช ใชแสงจากดาน บน ดี แยกหองเกบ็ ของเปน ผาน พืน้ ทีโ่ ลง และน่งั พน้ื ท่ี รว มกันทำใหเกิด มกี ารถายเทอากาศ สดั สว น พักรวม ความอึดอดั ไดด ี 3 การนำของเกามา ทางเดนิ ไกล มจี ดุ อบั ใชแ สงจากดา น บน อา งลา งหนาไมเ หมาะกับ ตคี วาม แตย งั ไม สายตา การจัดพื้นท่ี มีการถา ยเทอากาศ หองนำ้ สาธารณะ ดูแล แสดงถงึ ความเปน คอ นขา งเปลืองมาก ไดดี รกั ษายาก ลานนา เสียพนื้ ท่ี 4 มกี ารคำนงึ ถงึ จดั พนื้ ที่และทางสญั จร มีการถายเทอากาศ เลอื กใชก ระจกแผนใหญ ประสาทสัมผัสเพื่อ ทำไดดี นา ใชงานกบั ไดด ี ทำใหด ูแลยาก ความสบายใจ คนทกุ วัย 5 การออกแบบ มีการจดั วางพื้นทีแ่ ละ ฝาเรียบ ระบาย ดแู ลรกั ษางาย คำนึงถงึ หลัก การใชงานไดด ี มีหอง อากาศบรเิ วณ Universal Design เกบ็ ของแยกสวน ชายคา จากตารางท่ี 1 การนำเสนอแบบรา งครงั้ ที่ 1 จาก 4. การนำไปใช 5 กลุม ไดมีการนำขอมูลจากการวิเคราะหพื้นที่ บริบท จากการนำเสนอตอผูมีสวนไดสวนเสียทั้ง 5 กลุม โดยรอบ และรูปแบบของอาคารเดิมมาใช ตลอดจนการ นำหลักเกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ นั้นตางมีขอดี และขอเสียที่แตกตางกันฃ เพื่อการพฒั นา (HAS) มาใชทั้งสิ้น ซึ่งทั้ง 5 กลุมไดเก็บรักษาโครงสราง แบบขั้นตอไป จึงไดขอสรุปวาทำนำขอดีของแตละกลุม อ า ค า ร เ ด ิ ม แ ล ะ ร ู ป ท ร ง ห ล ั ง ค า เ ด ิ ม ย ั ง ค ง ไ ว ซึ่ ง มาปรับใชใ นการพัฒนาแบบ ซ่ึงขัน้ ตอนตอ ไปจะเปนการ สถาปตยกรรมพื้นถิ่นในทองที่เมืองแพรรวมกับการนำ เลือกพัฒนาจากแบบของกลุมที่ 1 และ 5 เนื่องจากมี ความตอ งการของผูมสี วนไดสวนเสียมาเปนขอ กำหนดใน ความเหมาะสมมากทีส่ ดุ โดยนำขอ คดิ เหน็ และขอ ดีของ การออกแบบ แตล ะกลุมมาใชป ระกอบการออกแบบข้ันตอ ไปไดดงั นี้ การนำเสนอแบบรางทั้ง 5 กลุมไดจัดทำขึ้นใน 4.1 แนวความคิดในการออกแบบ รูปแบบการนำเสนอออนไลน โดยมีตัวแทนผูมีสวนได จากขอสรุปนำไปสูการพัฒนาแบบโดยใชแนวคิด สวนเสีย บริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัด และสถาปนิกได รวมฟงการนำเสนอ ตลอดจนใหขอคิดเห็น และเลือก ใจการสรางบรรยากาศทีดี เพราะสงผลใหผูใชงานที่มา แบบเพื่อนำไปพัฒนาชิ้นงานตอไป ภายใตการ ใชงานพื้นที่รูสึก สบายใจ และปลอดภัย ซึ่งผูใชงานจะ ควบคมุ ดูแลโดยอาจารยป ระจำรายวชิ า รับรูถึงบรรยากาศที่ดีผานประสาทสัมผัสนั้นคือประสาท สมั ผสั ทางหู ตา จมกู โดยคำนงึ ถึงความเปน สว นตวั ความ สะดวกสบายบริบทโดยรอบของตัวโครงการไมวาจะเปน ตนไม อุณหภูมิอากาศสภาพภูมิอากาศและตัวของ โครงสรางเกาที่ยังคงไว และมีการจัดการวางผังเปน 20 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
สัดสวนมากยิ่งขึ้นเพื่อใหผูใชบริการหองน้ำรูสึก บริบทโดยรอบเปนสำคัญ ทั้งนี้นอกจากภาพลักษณและ ผอนคลายผา นการรับรูข องตัวผูใชง าน ดังภาพท่ี 18 การใชงานแลว แบบหองน้ำยังไดคำนึงถึงวัสดุที่ใช และ งบประมาณไมเกิน 600,000 บาท (หกแสนบาทถวน) เปนสำคัญดวยเชนกัน ประการแรกคือการรักษา โครงสรางอาคารเดิมไวทั้งหมด เนื่องจากชวยประหยัด คาใชจายในสวนของโครงสรางอาคาร และยังคงรักษา รูปทรงหลังคาของสถาปตยกรรมรวมสมัย ตลอดจนการ เลือกวัสดุมุงหลังคา และโทนสีใกลเคียงกับอาคาร โดยรอบ เพื่อใหดูกลมกลืนไปกับบริบทเปนสำคัญ ดงั ภาพที่ 20 ภาพท่ี 18 แนวความคิดในการออกแบบ จากแปลน ตัวหองน้ำไดมีการเพิ่มทางลาดคน ภาพที่ 20 การระบายอากาศของตวั อาคาร พิการและใชทางเขาหลักทางเดียว โดยจะแบงหองน้ำ นอกจากนี้ตัวอาคารยังไดหยิบยกรูปแบบ หญิง-ชายแยกคนละฝง เชื่อมดวยหองน้ำสำหรับคน สถาปตยกรรมไทยรวมสมัยมาใชในการออกแบบเพราะ พิการและหอ งเกบ็ ของดา นหลัง ซง่ึ เปนการแบงพนื้ ทก่ี าร มคี วามเหมาะสมกบั ลักษณะภมู ิประเทศ จดั วางตำแหนง ใชงานไดเปนสัดสวน ไดจำนวนหองสวมเพิม่ มากขึ้นและ ชองเปด โดยคำนงึ ถึงการระบายอากาศ และการนำแสดง เกิดประโยชนสูงสุดเปนสำคัญ โดยตั้งใจออกแบบให ธรรมชาตเิ ขา สูต วั อาคาร เพอ่ื ใหหองนำ้ สาธารณะสะอาด พื้นที่ภายในและภายนอกเชื่อมตอกัน เพื่อลดความทึบ และถกู สุขอนามัย ดังภาพที่ 21 และ 22 ของตัวอาคาร และใชความความโปรงของวัสดุเปนตัว ประสานอาคารเขากับตนไม ซึ่งจะสงผลตอการรับรูของ ผูใชงานผานหู ตา กลิ่น ความรูสึก ความนาสบาย และ ปลอดภัย ดงั ภาพที่ 19 ภาพที่ 19 แปลนหอ งนำ้ กอน-หลังปรับปรุง ภาพท่ี 21 ทัศนียภาพนอกหอ งน้ำกอ น-หลังปรับปรงุ 4.2 นำเสนอและสรุปผลการออกแบบ จากการพัฒนาแบบโดยใชกระบวนการมีสวน รวมนั้นไดนำขอคิดเห็น และขอเสนอแนะที่ไดมาพัฒนา จนกระทัง่ ไดเปน แบบสุดทา ย เพือ่ สง มอบใหก บั ชุมชนวัด พระธาตุชอแฮ เพื่อใชในการปรับปรุงหองน้ำเกาที่เสื่อม โทรมใหสะอาดและถูกสุขอนามัย ตลอดจนคำถึงถึง วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 21 ปีีที่่� 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
ภาพท่ี 22 ทัศนียภาพในหองนำ้ กอ น-หลงั ปรบั ปรุง ผลลัพธจากกระบวนการออกแบบเชิงปฏิบัติการ สรา งความพึงพอใจตอผใู ชงานในสองการบวนการคอื 5. อภิปรายผล วัดถือเปนสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญของชาว 1) ความพึงพอใจของผูมีสวนไดสวนเสียตอ โครงการและผลของการออกแบบ ซึ่งเปนเปาหมาย พุทธ เปนดังศูนยรวมจิตใจของคนในชุมชนเพื่อพบปะ สำคัญของหลักการออกแบบอยางมีสวนรวม ประกอบ ทำบุญสรางกุศล สรางวัฒนธรรมอันดีงามรวมกัน ดังท่ี พระสงฆวัดพระธาตุชอแฮจำนวน 3 รูป กลุมผูสูงอายุใน วัดพระธาตุชอแฮเปนวัดสำคัญของจังหวัดแพร และเปน ชุมชนกลุมประชาชนจำนวน 15 คน กลุมแมคาภายใน ศูนยกลางของชุมชนและนักทองเที่ยวจำนวนมาก จึง วัดพระธาตุชอแฮ จำนวน 15 รานคา และตัวแทนหนวน เกิดปญหาเรือ่ งของหองนำ้ สาธารณะที่ผานการใชงานมา งานของรัฐในระดับทองถิ่น มีความพึงพอใจมากที่สุดตอ เปนระยะเวลานานทำใหอยูในสภาพทรุดโทรม ซึ่ง โครงการ เนื่องจากหากโครงการไดรับการกอสรางจะ หองน้ำถือเปนพื้นที่จำเปนและมีการใชงานอยู สามารถการแกปญหาของการใชหองน้ำปจจุบันและ ตลอดเวลา จึงตองปรับปรุงหองน้ำใหสะอาดถูก ไดรับการสนับสนุนดานการออกแบบและงบประมาณไม สุขอนามัย ปลอดภัย และเกิดประโยชนสูงสุดเปนสำคัญ เกิน 600,000 บาท (หกแสนบาทถวน) จากบริษัท สอดรับกับนโยบายในการพัฒนาหองน้ำสาธารณะไทย โอเอ็นจี กรปุ จำกดั ใหไดมาตราฐาน เพื่อลดการระบาดของโรค และสราง ภาพลักษณที่ดีท่ีกระทรวงสาธารณะสุขกำหนดไวเปน 2) ความพึงพอใจของบริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัด เกณฑมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) ในการบวนการออกแบบเชิงปฏิบัตกิ ารเพื่อออกแบบราง มีเปาหมาย 3 ประการ คือ 1) สะอาด (Health) 2) สูการพัฒนาแบบกอสราง รวมกับอาจารยผูสอนประจำ พอเพียง (Accessibility) 3) ปลอดภัย (Safety) คณะสถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบสิง่ แวดลอม มหาวิทยาลัยแมโจ จำนวน 3 คน และนักศึกษา ทั้งนี้บริษัท โอเอ็นจี กรุป จำกัด ไดเล็งเห็นถึง สาขาวิชาสถาปตยกรรมชั้นปที่ 4 รายวิชา สถ 432 ปญหาหองน้ำภายในวัดพระธาตุชอแฮ จึงไดขอความ การออกแบบสถาปตยกรรมภายใน จำนวน 23 คน มี อนุเคราะหมายังคณะสถาปตยกรรมศาสตรและการ ความพึงพอใจมาก ในการบวนการทำงาน เนื่องจากได ออกแบบสิ่งแวดลอม มหาวิทยาลัยแมโจ เพื่อทำการ นำขอดีของแบบรางจำนวน 5 แบบดังรายละเอียดตาม ออกแบบปรับปรุงหองน้ำวัดพระธาตุชอแฮ โดยยึดผูใช ตารางที่ 1 นำไปใชพัฒนาเปนแบบกอสราง เปนศูนยกลาง และการออกแบบอยางมีสวนรวมมาปรับ เพื่อแกปญหาใหตรงกับความตองการของผูใชและ ใช ใหตรงตามความตองการของชุมชนรวมกับการ ถูกตองตามหลักการของการออกแบบสำหรับทุกคน วิเคราะหศักยภาพของพื้นที่อาคารเดิมและความเปนไป (Universal Design) และเกณฑมาตรฐานหองน้ำ ไดในการออกแบบเปน สำคัญ สาธารณะระดบั ประเทศ (HAS) งานวิจัยชิ้นนี้ไดกอใหเกิดกระบวนการพัฒนา แบบรวมกับผูมีสวนไดสวนเสีย ไดเลือกนำขอดี ความเหมาะสมทางดานวัสดุและการใชงานอยางคุมคา ตามงบประมาณทก่ี ำหนดเปน ทตี่ ั้ง โดยแบบสดุ ทา ยไดส ง มอบใหกับชุมชนวัดพระธาตุชอแฮ เพื่อใชในการ ปรับปรุงหองน้ำเกาที่เสื่อมโทรมใหสะอาดและถูก สุขอนามัยมาตรฐานหองน้ำสาธารณะระดับประเทศ (HAS) เพ่อื พรอมเขารบั การประเมนิ ในอนาคตตอ ไป 22 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
5.1 ขอ เสนอแนะ 7. บรรณานกุ รม กระบวนการออกแบบอยางมีสวนรวม เปน Barcellini, F. et al. 2015. Designers’ and users’ กระบวนการที่ดีที่ทำใหไดผลลัพธตรงตามความตองการ roles in participatory design: What is ของชุมชน ขอจำกัดของกระบวนการดังกลาวคือการลง actually co- designed by participants? พนื้ ที่ทจี่ ำเปน ตองมกี ารวางแผนทด่ี ี ซึ่งการดำเนินงานอยู Journal of Applied Ergonomics. 50; 31- ในชวงการระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำใหตองมีการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบของกิจกรรมใหเหมาะสมกับ 40. มาตรการรักษาความปลอดภัยและลดทอนกิจกรรม Gould, J. D. and Lewis, C. 1985. “Designing for กระชับขั้นตอนการดำเนินงานใหไดมากที่สุดใน ระยะเวลาที่จำกดั ตอไป usability: Key principles and what designers think”.Communications of the นอกจากการมีสวนรวมในการออกแบบแลวสิ่งท่ี ACM. 28 (3). 300-311. สำคัญที่จะทำเกิดการดูแลรักษาโดยการมีสวนรวมจาก ทุกภาคสวนอยางยั่งยืนคือการติดตามและสรางระบบ Turan, S. Ö. , et al. 2 0 1 6 . User evaluation of การจัดการจากผูมีสวนไดสวนเสียทุกกลุม ไดแกวัด the urban park design implementation สนับสนุนเรื่องเงินทุนสวนหนึง่ ในการปรับปรุงพื้นที่ และ with participatory approach process. ใชเงินบริจาคในการดแู ลรักษาอยางตอเนื่อง กลุมรานคา Procedia Social and Behaviora ของทีร่ ะลึกในพื้นที่แบงหนาท่ีการดแู ลหองน้ำในพื้นทีใ่ ห Sciences. 216, 306 – 315. ชัดเจน กลุมผูสูงอายุและเยาวชนจัดกิจกรรมรวมกันใน การบำเพ็ญประโยชนลดปญหาชองวางของวัย ภาครัฐ Zeisel, J. 2 0 0 6 . Inquiry by Design : เขามาตรวจสอบ แนะนำดานสุขภาวะที่เหมาะสมตาม Environment / Behavior / Neuroscience รอบเวลาท่ีกำหนดไวเปนตน in Architecture, Interior, Landscapes and Planning. New York: Norton & การพัฒนาแบบกอสรางจากผลงานของนักศึกษา จำเปนตองมีการตรวจสอบและตรวจเช็ความถูกตอง Company. รายละเอียดแบบ รายการประกอบแบบ การแสดงแบบ กรมอนามัย, 2554. การพัฒนาสวมสาธารณะในวัด. และการประมาณราคาจากสำนักงานหรือสถาปนิก วชิ าชีพกอ นำไปใชจ รงิ สำนักอนามัยสิ่งแวดลอม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข. สำนักงานกิจการโรง 6. กิตตกิ รรมประกาศ บทความนี้เปนสวนหนึ่งของงานวิจัยเรื่องแนว พิมพ องคก ารสงเคราะหทหารผานศึก. ปน บุตรี, 2565. “พระธาตุชอแฮ” พระธาตุปขาล ทางการปรับปรุงหองน้ำสาธารณะ โดยใชหลักการการ ออกแบบเพื่อคนทุกคน กรณีศึกษาวัดพระธาตุชอแฮ สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคูเมืองแพร คนเกิดปเสือไหว จังหวัดแพร ดำเนินงานไดสำเร็จลุลวงดวยดีจากความ จะไดอานิสงสสูงลน. [ออนไลน] ไดจาก: รวมมือของชุมชนวัดพระธาตุชอแฮ นักศึกษาคณะ สถาปตยกรรมศาสตรและการออกแบบสิ่งแวดลอม https://mgronline.com/travel/detail/9650 มหาวิทยาลัยแมโจ คณะทีมวิจัย และเครือขายทุกภาค 000000168 สวนที่ไดใหความรวมมือในดานตาง ๆ ที่เปนประโยชน พระครูธรรมนิเทศ อภิญาโณ และพระครูสุนทรเจติ ตอการดำเนินงาน ทางผูวิจัยขอขอบคุณบริษัท โอเอ็นจี ยาภิวัฒน. 2559. “บทบาทของวัดในการ กรุป จำกัดที่ไดสนับสนุนทุนวิจัยในครั้งนี้ รหัส เสริมสรางใหเกิดสันติสุขในชุมชน.” วารสาร โครงการวิจยั บรษิ ทั โอเอน็ จี กรปุ จำกดั .-65-001 สันติศึกษาปริทรรศน มจร. ปที่ 4 ฉบับพิเศษ, 82-90. วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 23 ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
24 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
ตน ทนุ การผลติ ปยุ อนิ ทรียข องกลุมผผู ลติ ปุยชมุ ชนบานสนั กางปลา ตำบลทรายมลู อำเภอสนั กำแพง จงั หวดั เชียงใหม Cost of Organic Fertilizer Production of The Community Fertilizer Producers at Ban San Kang Pla, Sai Moon Sub-District, San Kamphaeng District, Chiang Mai Province อดิศักด์ิ ฝนหา แกว 1* และ สรุ ตั น ยาสิทธ์ิ2 Adisak Fonhakeaw1* and Surat Yasit2 1,2 อาจารยส าขาการบัญชี คณะบริหารธรุ กจิ และศิลปศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา นนา 128 ถนนหวยแกว อ.เมือง จ.เชียงใหม 1,2 Lecturer Faculty of Business Administration and Liberal Arts, Rajamangala University of Technology Lanna 128 Huay Kaew Road, Muang, Chiang Mai E-mail: [email protected], เบอรโทรศัพท 053-921444 ตอ 2407 รบั บทความ; 8 พฤศจิกายน 2565; แกไขบทความ 25 พฤษภาคม 2566 ; ตอบรบั บทความ 8 มถิ นุ ายน 2566 บทคัดยอ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อคำนวณตนทุนการผลิตปุยอินทรียของกลุมผูผลิตปุยชุมชนบานสันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม เก็บขอมูลการผลิตปุยจากการสัมภาษณกลุมผูผลิตปุยอินทรีย จำนวน 15 คนและทำการวิเคราะหขอมูลโดยใชตารางและรูปภาพประกอบการบรรยาย ผลการศึกษาพบวาตนทุน การผลิตรวมของปุยอินทรีย (1,000 กิโลกรัม) เทากับ 7,420 บาท หรือคิดเปน 7.42 บาทตอกิโลกรัม การจำหนา ยใน รูปแบบเดิมทางกลุมมกี ารจำหนายในรูปแบบเดยี วคือ 1 ถุง 20 กิโลกรัม จำหนายในราคา 99 บาท เมอื่ คำนวณตนทุน การผลติ ของปุยอนิ ทรีย (1 ถงุ : 20 กิโลกรัม) เทากับ 148.40 บาทตอ ถงุ มีผลขาดทนุ ข้นั ตนเทากบั 49.40 บาทตอ ถุง หลังจากการคำนวณตนทุนการผลิตตามทฤษฎเี กีย่ วกบั ตนทุน สงผลกระทบใหกลุมผูผลิตปุยอนิ ทรียชมุ ชนบานสันกาง ปลา นำขอ มูลตน ทนุ การผลิตไปปรบั กลยุทธในการกำหนดราคาขายเปน 1 ถุง 1 กิโลกรมั จำหนา ยในราคา 29 บาท มี ผลกำไรข้นั ตน เทากบั 21.58 บาทตอกโิ ลกรัม สง ผลใหส ามารถจำหนายปยุ อนิ ทรียไ ดเพมิ่ ขน้ึ และสามารถใชเปนขอ มูล สำหรับการปรับแผนกลยุทธในการผลิตปุยอนิ ทรีย เพื่อใหก ลมุ ธรุ กจิ มกี ำไรจากการดำเนนิ งานตอไป คำสำคญั : ตน ทนุ การผลติ , ปยุ อนิ ทรยี , บานสนั กางปลา ABSTRACT The objective of this research was to calculate the cost of organic fertilizer production by the community fertilizer producers of Ban San Kang Pla, Sai Moon Sub-district, San Kamphaeng District, Chiang Mai Province. The participants were 15 members of the community fertilizer producers of Ban San Kang Pla. The data were collected from interviews with groups of organic fertilizer producers, analyzed, and presented in tables and illustrations. The study found that the total production cost of organic fertilizer (1,000 kgs.) was 7,420 baht, the production cost of organic fertilizer was 148.40 baht per bag (20 kgs.), and the gross loss was 49.40 baht per bag. After calculating วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 25 ปีที ี่่� 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
the production cost according to the cost theory, the organic fertilizer producers in Ban San Kang Pla community was able to apply the production cost information to adjust the strategy to determine the selling price of 29 baht for 1 bag per 1 kilogram, with a gross profit of 21.58 baht per kilogram. As a result, the sale of organic fertilizers has increased. It can be used as information for strategic planning in organic fertilizer production to continueously gain profits from operations. Keywords : Cost of Production, Organic Fertilizer, Ban San Kang Pla 1. บทนำ จากการลงพื้นที่ชุมชนพบวา ตำบลทรายมูล ตามที่รัฐบาลมีแผนงานในการฟนฟูเศรษฐกิจ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม เปนหนึ่งในตำบลท่ี ปกครองโดยเทศบาลตำบลสันกำแพง ประกอบดวย 7 และสังคมที่ไดรับผลกระทบจากการแพรระบาดของ หมูบาน โดยในตำบลดังกลาวมีกลุมวิสาหกิจ กลุมการ COVID-19 ที่มุงเนนการรักษาระดับการจางงานของ ผลิตและผูประกอบการในชุมชนหลากหลาย แตยังคง ผูประกอบการและกระตุนเศรษฐกิจของประเทศ ขาดองคความรใู นหลาย ๆ ดา น โดยดา นการบญั ชีตน ทนุ ประกอบกับที่รัฐบาลไดกำหนดใหเศรษฐกิจชีวภาพ ถือเปนสวนหนึ่งที่ทางวิสาหกิจ กลุมการผลิตและ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio- ผูประกอบการในชุมชนมีความตองการในละดับแรกๆ Circular- Green Economy : BCG Economy) เ ป น นอกจากนั้นยังคงตองการการสงเสริมและพัฒนา ยุทธศาสตรช าตใิ นการพัฒนาเศรษฐกจิ ของประเทศ โดย ผลิตภณั ฑจากหนว ยงานภาครัฐทเี่ กีย่ วขอ ง ท้งั นีผ้ ูดำเนิน มีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและ โครงการไดกำหนดปยุ หมกั อนิ ทรียของชุมชนสนั กางปลา นวัตกรรม (อว.) เปนหนวยงานหลักในการขับเคลื่อน เปนผลิตภัณฑที่จะพัฒนาตามกรอบโครงการ U2T for ยุทธศาสตร BCG Economy เนื่องจาก อว. มีความ BCG ซึ่งชุมชนบานสันกางปลา หมู 6 ตำบลทรายมูล พรอมดานบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีองคความรู อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม มีผูนำกลุมและ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อใหสอดรับกับนโยบายการ สมาชิกกลุมผูผลิตปุยหมักอินทรียที่มีความเขมแข็ง มี ฟนฟูเศรษฐกิจและสังคมหลังสถานการณโควิดและ ความสามัคคีในกลุม และพรอมที่จะเรียนรูและพัฒนา ยุทธศาสตร BCG Economy สำนักปลัดกระทรวงการ ความสามารถ ซึ่งที่ผานมามีหนวยงานตางๆ เขามา อุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สงเสริมอาชีพ และใหความรูอยางตอเนื่อง โดยที่สมาชกิ จึงเสนอการดำเนินการ “โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กลุมมีความรูและความเชี่ยวชาญในการผลิตปุยอินทรีย และสังคมฐานรากหลังโควิดดวยเศรษฐกิจ BCG(U2T เพื่อการเพาะปลูกที่ปราศจากสารเคมี โดยการนำเศษ for BCG and Regional Development)” ซึ่งเปนการ ใบไม เศษวัชพชื เศษพชื ผักในชมุ ชนมาใชในการผลติ ทำ ดำเนินการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ดวยเศรษฐกิจ ใหผลผลิตทางเกษตรในชุมชนสวนใหญมีความปลอดภัย BCG ในพื้นที่ 7,435 ตำบล ครอบคลุม 77 จังหวัดท่ัว ปราศจากสารเคมี ทง้ั นกี้ ลุมผูผลติ ฯ จะรับเศษใบไม เศษ ประเทศ โดยเปนการนำองคความรูเทคโนโลยีและ วัชพืช เศษหญา แหงของแตล ะครวั เรือนในชุมชนมาหมกั นวัตกรรมของสถาบันอุดมศึกษาและหนวยงานตางๆ โดยใชวัตถุดิบหลักจำพวกกากน้ำตาล รำละเอียด และขี้ ภายใต อว. ไปขับเคลื่อนทั้งในภาคการผลิตและบริการ วัว เมื่อทำการผลิตปุยตามกระบวนการเรียบรอยก็จะนำ ในระดับพื้นที่ เพื่อใหเกิดการฟนตัวของเศรษฐกิจ เพ่ิม ออกจำหนายในชุมชน ซึ่งราคาขายปุยเฉลี่ยกิโลกรัมละ และรักษาระดับการจางงาน อาทิเชน การเกิดธุรกิจใหม 5 บาท ขนาดผลิตภัณฑที่จำหนายมีเพียงขนาดเดยี ว คือ การขยายตัวทางธุรกิจ การเติบโตของการลงทุน การ ขนาด 20 กิโลกรัม ที่ผานมาเคยผลิตและจำหนายปุย เพิ่มมูลคาสินคาและบริการ การเพิ่มการบริโภค เปนตน เพียง 4 รอบการผลิตถึงแมวาทางกลุมผูผลิตปุยหมัก (สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร อินทรยี ช มุ ชนบานสนั กางปลาจะมีความเชยี่ วชาญในการ วิจยั และนวตั กรรม, 2565) ผลิตดังกลาว แตผลิตภัณฑปุยอินทรียยังไมทราบถึง 26 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
ตนทุนผลิตภณั ฑ เมื่อจำหนายตอรอบการผลิตจึงทำใหม ี วัสดุ สน้ิ เปลืองโรงงาน คาแรงทางออม คาใชจ ายโรงงาน ยอดขายตำ่ กำไรนอ ย คา เส่ือมราคาโรงงานและเครอื่ งจกั ร ดังนั้นจึงมีความตองการใหทางกลุมการผลิต งานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วของ ทราบตนทุนผลิตภัณฑ เพื่อใชในการกำหนดราคาขายท่ี สิงหา คำมูลตาและคณะ (2562) ศึกษาการ เหมาะสม สงผลใหกลุมการผลิตมีรายไดเพิ่มขึ้น กำไร สูงขึ้น เกิดการขยายผลการเรียนรูไปยังกลุมตางๆ คือ ว ิ เ ค ร า ะ ห ต น ท ุ น แ ล ะ ผ ล ต อ บ แ ท น ข อ ง ป ุ ย ฮ ิ ว มั ส การทำใหคนในชุมชนมีงานทำหรอื อยากรวมกบั ทางกลุม กรณีศึกษากลุมวิสาหกิจฮิวมัสลานอินทรียแมเมาะบาน เกิดการสรางอาชีพ สรางงาน สรางรายได มีคุณภาพ นาสัก ตำบลนาสัก อำเภอแมเมาะ จังหวัดลำปาง พบวา ชีวิตที่ดี จากการผลิตและจำหนายผลิตภัณฑของชุมชน ปริมาณขาย ณ จุดคุมทุนของสินคา 3 ขนาด เปนไปตามกรอบ “แนวคิดเศรษฐกิจสรางสรรค” ที่เปน ประกอบดวยปุยขนาดจำนวน 242 กระสอบ ขนาด การสรางความมั่นคงในระดับครัวเรือนใหสามารถพึ่งพา มาตรฐาน จำนวน 242 บาท และแบบผงหยาบ จำนวน ตนเองได แลวกาวเขาสูการรวมตัวกันทำกิจกรรมตาง ๆ 339 กระสอบ ไมพบของเสียในกระบวนการผลิตมี เพื่อรวมมือกันอยา งสรางสรรค สรางความเขม แข็งใหแก อัตราสวนกำไรขั้นตนถัวเฉลี่ย 5 ปเทากับ 52.24% ชุมชน และสรางความเช่ือมโยงกับธุรกิจภาครัฐ อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนถัวเฉลี่ย 5 ปเทากับ ภาคเอกชนไปสรู ะดบั ประเทศตอ ไป 113.29% ใชระยะเวลาคืนทุนเทากับ 1 ป 6 เดือน 15 วัน มลู คา ปจจุบัน (NPV) โดยกำหนดตน ทุนเงินทนุ PVIF 2. แนวคดิ และทฤษฎีเกย่ี วกบั ตน ทุน 7% เทากบั 2,436,030.36 บาทและ PVIF 12% เทา กบั การบัญชีตนทุน (Cost Accounting) เปน 1,988,003.51 บาท และอัตราผลตอบแทนโครงการ ลงทุน (IRR) เทากับ 34.19% ตอป แสดงใหเห็นวา กระบวนการการบันทึกบัญชีสำหรับกิจการที่ดำเนินงาน กิจการมีความสามารถในนการทำกำไรขั้นตนและกำไร ผลิตสินคาและบริการ การบัญชีตนทุนถือเปนสวนหน่ึง ส ุ ท ธ ิ ไ ด ด ี แ ล ะ ม ี ผ ล ก า ร ด ำ เ น ิ น ง า ข อ ง ก ิ จ ก า ร มี ของการบัญชีการเงินที่เกี่ยวของกับการ รายงานทาง ประสิทธิภาพ สามารสรางผลตอบแทนกลับคืนจากเงิน การเงินเพื่อนำเสนอแกบุคคลภายนอก ในขณะเดียวกัน ลงทนุ ในระยะเวลาที่ส้นั การบัญชีตนทุนยังถือเปนสวนหนึ่ง ของการบัญชีเพื่อ การจัดการหรือการบัญชีบริหารที่เกี่ยวของกับการ วิภารัตน เครือแปง (2553) ไดศึกษาตนทุนและ วางแผนและตัดสินใจของฝายบริหาร การบัญชีนับเปน ผลตอบแทนในการผลิตปุยอินทรชีวภาพอัดเม็ด เคร่ืองมอื สำคญั ในทางเศรษฐกิจ กรณีศึกษา วิสาหกิจชุมชน กลุมผลิตปุยอินทรียชีวภาพ อัดเม็ด ตำบลบานกราง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก วัตถุดิบทางตรง (Direct Material) คือ สวน พบวาการศึกษาตนทุนในการผลิตปุยอินทรียชีวภาพ หนึ่งของตันทุนทางตรงที่เปนวัตถุดิบสำคัญที่ใช ในการ อัดเม็ดในกรณีที่รัฐบาลในการสนับสนุนดังนี้ อุปกรณใน ผลิตสินคา โดยถือเปนตนทุนสำคัญของสินคา วัตถุดิบ การผลิตปแรกเทากับ 104,400 บาท คาใชจายการผลิต ทางตรงมักจะผันแปรไปตามปริมาณการผลิตสินคาหรือ ในการผลิตดำเนินปแรกเทากับ 926,390.20 บาท กจิ กรรมการผลิตอยา งมสี าระสำคญั สำหรับคาใชจายในการลงทุนตั้งแตแรกจนถึงปที่ 5 เทากับ 108,800 บาท คาใชจายในการดำเนินงานต้งั แต คาแรงทางตรง (Direct Labor) คือ สวนหน่ึง ปแรกจนป 5 เทากับ 5,493,200.41 บาทและในกรณีที่ ข อ ง ต น ท ุ น ท า ง ต ร ง ท ี ่ เ ป น ค า แ ร ง ง า น ใ น ก า ร ผ ลิ ต กลุมไมไดรับการสนับสนุนจากรัฐบาล ดังนี้ ตนทุนการ สินคา โดยถอื เปน ตน ทุนสำคญั ของสินคา คา แรงทางตรง ซื้อที่ดิน การสรางอาหารและอุปกรณในการผลิตปแรก มกั จะผันแปรไปตามปรมิ าณการผลิตสนิ คา หรอื เทากับ 2,432,900 บาท คาใชจายในการดำเนินปแรก กิจกรรมการผลิตอยางมสี าระสำคญั เทากับ 1,178,390.20 บาท สำหรับคาใชจายในการ ลงทุนตั้งแตเริ่มแรกจนปที่ 5 เทากับ 2,437,200 บาท ค า ใ ช จ า ย ก า ร ผ ล ิ ต ( Manufacturing คาใชจายในการดำเนินงานตั้งแตปแรกจนถึงปที่ 5 Overhead) คือ คาใชจายโรงงานที่เกิดขึ้นทั้งหมดใน เทากับ 6,753,200.41 บาท ในดานผลตอบแทน การผลิตสินคา ยกเวนวัตถุดิบทางตรงและคาแรง ทางตรง คาใชจายการผลิต เชน วัตถุดิบทางออม คา วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 27 ปีที ี่่� 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
ในกรณีทีร่ ัฐบาลใหการสนับสนุน กลุมไดรับผลตอบแทน 3.วธิ ีการดำเนนิ งาน สุทธิในปแรกเทากับ 951,609.80 บาทและผลตอบแทน การวิจัยครั้งนี้งานวิจัยมีการเลือกกลุมประชากร สุทธิตั้งแตปแรกถึงปที่ 5 เทากับ 5,568,862.59 บาท มูลคาปจจุบัน (NPV) ของกระแสเงินสดรับสุทธิที่อัตรา คือ กลุมผูผลิตปุยอินทรียชุมชนบานสันกางปลา ตำบล ค ิ ด ล ด ( Discount Rate) ร อ ย ล ะ 6 เ ท า กั บ ทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม จำนวน 15 4,849,253.03 บาท มีระยะเวลาคืนทุน 1 เดือน 6 วัน คน โดยมีการดำเนินงานวจิ ยั ดงั นี้ และอตั ราผลตอบแทนท่ีแทจ ริง (IRR) มคี าเทา กบั รอ ยละ 989.17 ในกรณีที่รัฐบาลไมไดใหการสนับสนุน (1) บานสันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสัน ก ล ุ ม ไ ด ร ั บ ก า ร ต อ บ แ ท น ส ุ ท ธ ิ ใ น ป แ ร ก เ ท า กั บ กำแพง จังหวัดเชียงใหม โดยใหความรูเรื่อง 699,609.80 บาทและผลตอบแทนสุทธิตั้งแตปแรกถึงป การคำนวณตน ทนุ การผลติ ปยุ อินทรีย ที่ 5 เทากับ 4,308,799.59 บาท มีมูลคาปจ จุบัน (NPV) ของกระแสเงินสดรับสุทธิที่อัตราคิดลด (2) วิเคราะหขอมูลทั่วไป ขอมูลตนทุนโดยการใช (Discount Rate) รอยละ 6 เทากบั 2,134,813.35 บาท รปู ภาพ ตารางประกอบคำบรรยาย มีระยะเวลาคนทุน 2 ป 9 เดือน 20 วันและ อัตราผลตอบแทนที่แทจริง (IRR) มีคาเทากับ รอยละ 4. ผลการดำเนนิ งาน 32.14 ผูวิจยั ลงพน้ื ท่ชี มุ ชนบา นสนั กางปลา หมู 6 ตำบล สันทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม ดำเนินการสัมภาษณกลุมผูผลิตปุยอินทรียพบวา การ ผลิตปุยอินทรียมีกระบวนการผลิต ดังภาพที่ 1 ตนทุน การผลิตรวมและตนทุนการผลิตตอหนวย ดังตารางที่ 1 และการเปรียบเทียบรายได ตนทุนและกำไรขั้นตน ดัง ตารางท่ี 2 โดยมผี ลการดำเนนิ งานดงั น้ี 4.1 กระบวนการผลิตปุย อินทรยี ภาพท่ี 1 กระบวนการผลติ ปุย อนิ ทรยี ช มุ ชนบา นสันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสันกำแพง จงั หวดั เชยี งใหม 28 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบตนทุนการผลิตรวมและตนทุนตอหนวยของปุยอินทรียสำหรับรอบระยะเวลา 1 เดือน (หนว ย:บาท) รูปแบบการบรรจุ รายการตนทุน ปุยบรรจถุ ุง ปยุ บรรจถุ งุ 1 กโิ ลกรัม 20 กิโลกรัม วัตถดุ บิ ทางตรง: 450 450 มลู สัตว (30 กิโลกรมั X 15 บาท) 5,040 5,040 คา แรงงานทางตรง: 130 130 แรงงาน (2 คน X 6 วัน X 420 บาท) 120 120 1,650 1,650 คาใชจ ายการผลติ : 30 30 สวนผสมปุยอื่น เชน ฟอตเฟส, ไดโลไนท, ลำออนและกากนำ้ ตาล 7,420 7,420 คาสาธารณูปโภค คา เสื่อมราคา - อปุ กรณก ารผลติ คาบรรจภุ ัณฑ ตน ทนุ การผลิตรวม ตนทุนการผลติ ตอกิโลกรัม (7,420 / 1,000) 7.42 7.42 ตน ทนุ การผลิตตอถงุ (20 X 7.42) 148.40 จากตารางท่ี 1 พบวา ตน ทุนการผลิตรวมของปุย กำหนดกลยุทธในการกำหนดราคาดังน้ี ปุยอินทรีย อินทรียเทากับ 7,420 บาท ตนทุนการผลิตปุยอินทรีย แบบเดิม 1 ถุง บรรจุถุงละ 20 กิโลกรัม ราคาขายถุงละ ตอกิโลรัมเทากับ 7.42 บาท และตนทุนการผลิตปุย 99 บาท แบบใหมปุยอินทรีย 1 ถุง บรรจุถุงละ 1 อนิ ทรียแ บบ 20 กโิ ลกรัมเทา 148.40 บาท กิโลกรัม ราคาขายถงุ ละ 29 บาท โดยแสดงขอมลู รายได ตน ทุนการผลิต และกำไร (ขาดทุน) ขั้นตน ดังตารางที่ 2 จากกระบวนการผลิตดังกลาว ทำใหกลุมผูผลิต ปุยอินทรียชุมชนสันกางปลาไดพัฒนากระบวนการผลิต ตารางที่ 2 การเปรียบเทยี บรายได ตนทนุ และกำไรข้ันตน ของการผลิตปุยอินทรียต อ หนว ย (หนว ย:บาท) รายการ การตง้ั ราคาขายแบบเดิม การต้งั ราคาขายแบบใหม (1 ถงุ : 20 กโิ ลกรมั ) (1 ถงุ : 1 กโิ ลกรัม) รายได 99.00 29.00 ตน ทุนการผลติ 148.40 7.42 กำไร (ขาดทุน) ขัน้ ตน (49.80) 21.58 จากตารางที่ 2 พบวา การตั้งราคาขายแบบเดิม ปรบั กลยุทธใ นการกำหนดราคาแบบใหม กลุมผูผลิตปุย (1 ถุง : 20 กิโลกรัม) กำหนดราคาขาย 99 บาทตอถุง อินทรียบานสันกางปลาไดนำปุยอินทรียมาขายงานถนน ตนทุนการผลิต 148.40 บาทตอถุง ทำใหเกิดผลขาดทุน คนเดนิ กาดจาวเขนิ ในทุกวนั อาทติ ยของสัปดาห ซง่ึ ไดร ับ ขั้นตนเทากับ 49.80 บาทตอถุง สวนการตั้งราคาขาย ความสนใจจากผูมาเดนิ ตลาด ดงั ภาพท่ี 2 แบบใหม (1 ถุง : 1 กิโลกรัม) กำหนดราคาขาย 29 บาท ตอถุง ตนทุนการผลิต 7.42 บาทตอถุง ทำใหเกิดผล กำไรขั้นตนเทากับ 21.58 บาทตอถุง หลังจากไดทำการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 29 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
ภาพท่ี 2 การขายปุยอินทรยี ณ กาดจาวเขนิ ภาพที่ 3 การอบรมขยายองคค วามรไู ปสกู ลุมการผลติ บานสนั กางปลา ตำบลทรายมลู อำเภอสันกำแพง อน่ื ในบานสนั กางปลา ตำบลทรายมลู อำเภอสนั กำแพง จงั หวดั เชยี งใหม จังหวดั เชยี งใหม 5. การนำไปใช 6. อภปิ รายผล กลุมผูผลิตปุยอินทรียชุมชนสันกางปลาไดนำ ผลการศึกษาตนทุนการผลิตปุยของชุมชนบาน ขอมูลจากการพัฒนาการคำนวณตนทุนผลิตภัณฑมาใช สันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัด ปฎิบัติดังนี้ (1) ทราบขอมูลตนทุนผลิตภัณฑที่แทจริง เชียงใหมที่มีการบรรจุในปริมาณที่แตกตาง พบวา ของการผลิตปุยอินทรีย (2) นำขอมูลตนทุนไปตั้งราคา ตนทุนการผลิตรวม (1,000 กิโลกรัม) เทากับ 7,420 ขายไดอยางถูกตองเพื่อใหกลุมผูผลิตปุยมีกำไรจากการ บาท ตนทุนการผลิต (1 ถุง : 20 กิโลกรัม) เทากับ ดำเนินงาน (3) จาการวิเคราะหทำใหไดขอคนพบทำให 148.40 บาทตอถุง หรือคิดเปนตนทุนการผลิตเทากับ กำไรเพิ่มขึ้นนั้น มาจากการปรับกลยุทธการแบง 7.42 บาทตอกิโลกรัม ซึ่งไดมีความแตกตางของผลการ สวนยอยในการบรรจุภัณฑจาก 1 ถุง 20 กิโลกรัมเปน 1 ดำเนินงานระหวางการตนทุนการผลิตตอถุงและตนทุน ถงุ 1 กโิ ลกรัม ทำใหข ายไดงายขึ้น การผลิตตอกิโลกรัม โดยตนทุนการผลิตตอถุงมีผล ขาดทุนขั้นตนเทา กบั 49.40 บาทสวนตนทุนการผลิตตอ ทั้งนี้ กลุมผูผลิตปุยอินทรียยังมีการขยายองค กิโลกรัมมีผลกำไรขั้นตนเทากับ 21.58 บาท ทำใหกลุม ความรูในเรื่องของการคิดตนทุนปุยอินทรีย ดังภาพที่ 3 ผูผลิตปุยอินทรียไดขอมูลดังกลาวนำไปปรับใชในการ ไปยังกลุมผูผลิตรายอื่นไดในชุมชนบานกางปลา ตำบล วางแผนกลยุทธ ประเมินผลการดำเนินงาน การคิด ทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม หลายแหง ตนทุนผลิตภัณฑสอดคลองกับงานวิจัยของสิงหา คำมูล เชน กลุมผูผลิตกระเปาถัก กลุมผูผลิตเสื้อผาพื้นเมือง ตาและวิภารัตน เครือแปง ที่มีการวิเคราะหตนทุน เปน ตน วัตถุดิบทางตรง คาแรงงานทางตรงและคาใชจายการ ผลติ และการคิดกำไรขัน้ ตน ขอมูลตนทุนการผลิตปุยอินทรียที่ไดรับการ พัฒนาแลวไดมีการทดลองนำไปใชการผลิตและขายใน ระหวางเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2565 จึง สามารถเปนเครื่องมือของกลุมในการควบคุมการ ดำเนินงาน การวัดผลการดำเนินงาน และประเมินผล การบริหารใหเปนไปตามวัตถุประสงคไดอยางมี ประสิทธภิ าพ 30 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
7. กิตตกิ รรมประกาศ ทีมผูวิจัยขอบพระคุณชุมชนบานสันกางปลา ตำบลทรายมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม ที่ใหขอมูลสัมภาษณและทำใหรายงานวิจัยครั้งนี้ผานไป ไดด ว ยดี 8. บรรณานุกรม พรรณภิ า รอดวรรณะ 2560. การบัญชีตน ทุน หลักการ และกระบวนการ. พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพแหงจุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย. วัฒนา ศิวะเกื้อ และคณะ.2559. การบัญชีขั้นตน. พิมพ ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพแหง จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. วิภารัตน เครือแปง. 2553. ตนทุนและผลตอบแทนในการ ผลิตปุยอินทรียชีวภาพอัดเม็ด: กรณีศึกษา วสิ าหกจิ ชุมชน กลมุ ผลิตปยุ อนิ ทรียช ีวภาพอัดเม็ด ตำบลบานกราง อำเภอเมืองพิษณุโลก. รายงาน วจิ ัย: มหาวิทยาลยั เชยี งใหม สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม 2565. แนวทางการ ดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและ สังคมรากฐานหลังโควิดดวยเศรษฐกิจ BCG (U2T for BCG). กรงุ เทพฯ. สำนักงานแรงงานจังหวัดเชียงใหม. 2562. อัตราคาจางข้ัน ต่ำจังหวัดเชียงใหม. สืบคนเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565, จาก https://chiangmai.mol.go.th/อัตรา คา จา งขน้ั ต่ำ. สิงหา คำมูลตา. 2562. กาววิเคราะหตนทุนและ ผลตอบแทนของปุยฮิวมัส กรณีศึกษากลุมวิสหา กิจฮิวมัสลานาอินทรียแมบานนาสัก ตำบลนาสัก อำเภอแมเมาะ จังหวัดลำปาง, วารสารวิจัย เทคโนโลยีนวัตกรรม, ปที่ 3 ฉบับที่ 1 เลยจที่ 44 – 56. อนุรักษ ทองสุโขวงศ. 2556. การบัญชีตนทุน. ขอนแกน : โรงพิมพม หาวิทยาลยั ของแกน. วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 31 ปีีที่่� 7 ฉบัับที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
32 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
การประเมนิ ผลลัพธและผลตอบแทนทางสงั คมจากการลงทุนสำหรับงานบริการวชิ าการชมุ ชน : กรณีศึกษาการสรา งองคค วามรแู ละยกระดบั ทักษะอาชพี ดา นเทคโนโลยพี ลงั งานทดแทน เครอื ขา ยบา นมนั่ คงชนบท อำเภอวงั นำ้ เย็น จังหวดั สระแกว The Assessment of Outcomes and Social Returns from Investment for Community Academic Service: A Case Study of Building Knowledge and Upgrading Occupational Skills in Renewable Energy Technology, Baan Mun Kong Rural Network Wang Nam Yen District Sa Kaeo Province เทอดเกยี รติ แกว พวง1* ปย ะพงษ ยงเพชร2 พรรณี พมิ พโพธ3์ิ จารนุ ันท ไชยนาม4 ฉัตรชยั เสนขวญั แกว4 วฒุ วิ ัฒน อนันตพฒุ ิเมธ5 และดรัสวนิ วงศปรเมษฐ6 Teadkait Kaewpuang1* Piyaphong Yongphet2 Pannee Pimpo3 Jarunan Chainam4 Chatchai Seankuankeaw4 Vutthiwat Ananphutthimet5 and Drusawin Vongpramate6 1ดร. อาจารยน กั พัฒนาฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรมราชูปถมั ภ สระแกว 27000 2อาจารยน ักพัฒนาฯ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรมราชูปถมั ภ ปทุมธานี 13180 3อาจารย, สาขาวิชาการจัดการท่วั ไป มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎวไลยอลงกรณในพระบรมราชปู ถมั ภ สระแกว 27000 4อาจารย, สาขาวิชาการเกษตรศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณในพระบรมราชูปถมั ภ สระแกว 27000 5อาจารย, สาขาวิชารฐั ประศาสนศาตร มหาวทิ ยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณในพระบรมราชปู ถัมภ สระแกว 27000 6สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบรุ รี ัมย 31000 1Lectur Dr., Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage Sa Kaeo 27000, Thailand 2Lectur, Research and Development Institute, Valaya Alongkorn Rajabhat University under The Royal Patronage, Pathum Thani 13180, Thailand 3Lectur, General Management Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage Sa Kaeo 27000, Thailand 4Faculty of Agricultural Technology. Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage Sa Kaeo 27000, Thailand 5Lectur, Program in Public Administration. Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage Sa Kaeo 27000, Thailand 6Department of information Technology, Buriram Rajabhat University, 31000 E-mail [email protected], [email protected] 094-690-4909 รับบทความ; 16 พฤศจิกายน 2565; แกไขบทความ 25 พฤษภาคม 2566 ; ตอบรับบทความ 8 มิถุนายน 2566 บทคัดยอ งานวิจัยนี้เปนการประเมินโครงการเฉพาะกรณีที่เกิดจากการศึกษาออกแบบแผนแกไขปญหาและความ ตองการเฉพาะของพื้นที่ชุมชน มีจุดมุงหมายเพื่อประเมินผลลัพธและผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนสำหรับงาน บริการวิชาการแกสังคมของโครงการการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพดานเทคโนโลยีพลังงานทดแทน เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแกกลุมเครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว ของมหาวิทยาลัยราชภัฎ วไลยอลงกรณ ในพระบรมราชปู ถัมภ ผา นการดำเนินงานในพนื้ ท่อี ำเภอวงั น้ำเย็น จังหวัดสระแกว กลมุ ตวั อยาง ไดแก ผูเขารวมโครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพพลังงานแสงอาทิตย เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแกกลุม วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 33 ปีที ี่�่ 7 ฉบับั ที่่� 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
เครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว และการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Selection) เพื่อยกระดับทักษะอาชีพนวัตกรพลังงานแสงอาทิตย จำนวน 25 คน เพื่อประกอบอาชีพชางพลังงาน แสงอาทิตยใหมีรายไดจากการประกอบอาชีพ ดำเนินการศึกษาวิเคราะหและวางแผนการดำเนินโครงการฯ ดวย กระบวนการศึกษาและ สรา ง SOAR Framework การสนทนากลุม และการสัมภาษณเชิงลึกเปนรายบุคคล วิเคราะห ขอมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยการวิเคราะหวางแผนที่ผลลัพธ ประกอบดวย ปจจัยนำเขา (Input) กระบวนการ กิจกรรม (Activites) ผลผลิต (Output) และผลลัพธที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ (Outcome/Impact) และ วิเคราะหขอมูลการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนโครงการฯ (SROI) ดวยการคำนวณอัตราสวน ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน เปรียบเทียบกับมูลคาการลงทุนในงบประมาณโครงการฯ พบวา การวิเคราะห และวางแผนการดำเนินโครงการฯ ดวย SOAR Framework สงผลใหเกิดคณะทำงานขับเคลื่อนพลังงานทดแทน เกิด องคความรูดานพลังงานแสงอาทิตย เขาถึงแหลงงบประมาณ เกิดภาคีเครือขายความรวมมือ สรางผลกระทบทาง สังคม 3 ดาน คือ ดานเศรษฐกิจ ดานสังคม และดานสิ่งแวดลอม ผลการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน (SROI) พบวา โครงการฯ ที่ไดดำเนินการดวยการผานกระบวนการ SOAR Framework มีมูลคาผลลัพธสุทธิ 34,095 บาท อัตราสวนผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน 1 บาท ของโครงการฯ สามารถสรางประโยชนทางสังคม 1.17 บาท กอใหเกิดผลประโยชนห รือมลู คาทางการเงนิ ของสงั คมท่ไี ดร ับจะเพิม่ มากขน้ึ ตอไปในอนาคต คำสำคัญ: การประเมิน, ผลลัพธทางสังคม, ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน, พลังงานแสงอาทิตย, บริการวิชาการ ABSTRACT This research is a case-by-case assessment of a project that attempted to solve problems to meet specific needs of the local community. The aim was to assess the outcomes and social returns from the investment for academic service to the society, regardingthe knowledge building and upgrading professional skills project on renewable energy technology. for the research context took place at the rural stable home network Wang Nam Yen District Sa Kaeo Province of Valaya Alongkorn Rajabhat University under the royal patronage operates in Wang Nam Yen District Sa Kaeo Province. The research participants were 25 solar innovators, purposively selected from those who wanted to create knowledge and upgrade their professional skills in solar energy for accessing to funding for the Bann ManKong network. Wang Nam Yen District Sa Kaeo Province. Based on the SOAR Framework, quantitative and qualitative data were collected from group discussion and individual in-depth interviews. By analyzing the plan, the results consist of inputs, activities, outputs, and outcomes from the implementation of the project. The social return on investment (SROI) assessment data was created by calculating the social return on investment ratio. Compared with the investment value in the project budget, analyzing and planning project implementation with the SOAR Framework resulted in creating a working group to drive renewable energy—knowledge of solar energy access to budget sources. Establishing a cooperation network creates social impacts in 3 aspects: Economic, social, and environmental. The return on investment (SROI) evaluation revealed that the project implemented through the SOAR Framework process had a net result value of 34,095 34 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
Baht with social return 1.17 Baht per 1 Baht, leading to higher benefits or financial value to the society. Keywords Assessment, Social Impact, Social Returns on Investment, Solar cell energy, Academic service 1. บทนำ วัดประสิทธิภาพทางการเงิน การเรียนรูและโอกาสของ ตามยุทธศาสตรและพันธกิจของมหาวิทยาลัย การเจรญิ เติบโต (Stavros, 2013) ราชภัฎวไลยอลงกรณ ในพระบรมราชูปถมั ภ 20 ป พ.ศ. ภาพที่ 1 SOAR Elements ; The Thin Book of 2560 – 2579 ในการพัฒนามหาวิทยาลัยใหเกิดผล SOAR: Building Strengths-Based Strategy สัมฤทธิ์สูตนแบบแหงการผลิตครู พัฒนาศักยภาพมนษุ ย โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสราง (Stavros and Hinrichs 2009, p. 29) นวัตกรรมเพื่อพัฒนาทองถิ่น ใหเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง การประเมินผลลัพธทางสังคม (Social Impact ยั่งยืน (มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ ในพระบรม Assessment: SIA) เพื่อศึกษาคุณคาทางสังคมหรือการ ราชูปถมั ภ, กมุ ภาพนั ธ 2560) เปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดจากการดำเนินโครงการฯ เปนเครื่องมือที่สำคัญในการสรางการเรียนรูระหวาง จากยุทธศาสตรและพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่ ผูดำเนินโครงการฯ และผูมีสวนไดสวนเสีย อันเปนผลที่ มุงเนนการพัฒนาทอ งถนิ่ ซ่งึ เปนอกี หน่ึงความรบั ผดิ ชอบ เกิดขึ้นแกชุมชนภายหลังจากการดำเนินโครงการท่ี ตอสังคมของมหาวิทยาลัย “University Social สงผลลัพธดานเศรฐกิจ ดานสังคม และดานสิ่งแวดลอม Responsibility” (Vallaeys, 2011) เปนธรรมาภิบาล การประเมินผลลัพธทางสังคมเปนการประเมินผลของ ของมหาวิทยาลัยที่ตองมีบทบาทในการตอบสนอง กลยุทธที่ชวยใหทราบผลการดำเนินโครงการฯ ยังเปน สงเสริม และแกไขปญหาของชุมชนและสังคม ผานการ เครื่องมือสำคัญประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการ สนับสนุนของบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่มีความรูความ ดำเนินโครงการตอไป (Joyce & MacFarlane, 2002; เชี่ยวชาญที่หลากหลายในการดำเนินการบริการวิชาการ Vanclay, 2003 ; Archawananthakun, S. , & แกสังคม นำไปสูการพัฒนาชุมชนใหเกิดความยั่งยืน Yaemlaoar. 2014) การวัดผลลัพธผลตอบแทนทาง ภายในใตหลักความสมดุลแบบสามเสา (Three-pillar สังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: Approach) อันไดแก ผลลัพธดานเศรษฐกิจ ผลลัพธ SROI) ที่ไดจากการดำเนินโครงการฯ อันไดแก ผลลัพธ ดานสังคมและผลลัพธดานสิ่งแวดลอม เพื่อนำมาใช ดานเศรษฐกิจ ผลลัพธดานสังคมและผลลัพธดาน อธิบายความรับผิดชอบตอสังคมและเปนแบบฟอรม สิ่งแวดลอม โดยนำเอาผลลัพธทางสังคม (Social พื้นฐานในการประเมินความรับผิดชอบตอสังคมของ Impact) ทีไดมาประเมินคำนวณหามูลคาทางการเงิน มหาวทิ ยาลยั (Becker, 2001) (Monetized Value) แลวเปรียบเทียบกับมูลคาของ ตนทุนหรืองบประมาณที่ใชในการดำเนินโครงการฯ การใชกระบวนการ SOAR เปนแนวคิดเชิงกล ยุทธและการวางแผนสรางอนาคตผานการทำงาน รวมกัน สรางความเขาใจและความมุงมั่นในการพัฒนา มุงสูเปาหมายเดียวกันระหวางมหาวิทยาลัยและผูมีสวน ไดสวนเสีย (Stavros et al., 2009) ผานกรอบแนวคิด เชิงกลยุทธ การวางแผน และการเปนผูนำทั้งระบบเขาสู กระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธเพื่อความสำเร็จ ในอนาคต แสดงดังภาพที่ 1 ซึ่งการประเมินผลลัพธของ กระบวนการ SOAR มีเปาหมายที่สามารถวัดผลได การ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 35 ปีีที่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุุนายน 2566
เพื่อแสดงใหเห็นวาโครงการฯ สามารถสรางประโยชน เศรษฐกิจ (Economy Impact) ไดแก กอใหเกิดการลด ในอัตราสวนของผลกำไรตอตนทุนอยางไร เชน ตนทุนดานพลังงานของครัวเรือนและลดการใชไฟฟา อัตราสวน 2 : 1 แสดงวาลงทุน 5 บาท สรางมูลคาทาง อีกท้ังเกดิ การเรยี นรูการออมทรพั ย เพ่อื เปนเงนิ ออมของ สังคม 10 บาท เปน ตน ซ่ึงหลักการประเมนิ ผลตอบแทน ครัวเรือน การทำบัญชีรายรับรายจายครัวเรือน ทางสังคมจากการลงทุน ตองคำนึงถึงการเขามามีสวน ผลกระทบดานสิ่งแวดลอม (Environment Impact) รวมของผูมีสวนไดสวนเสีย โดยแสดงความคิดเห็น ไดแก การใชพลังงานสะอาดลดการใชเชื้อเพลิงจาก รวมกัน และกำหนดขอบเขตและผลการดำเนินการ ฟอสซิลในการผลิตกระแสไฟฟา ลดการปลอยแกส อยางเปนรูปธรรม (Olsen et al., 2005; Schlten, P. คารบอนไดรออกไซด ลดการเกิดภาวะเรือนกระจกและ et al. , 2006; and Archawananthakun, S. , & กอใหเกิดผลกระทบลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาลด Yaemlaoar. 2014) และเพื่อชวยในการประเมินความ ชองวางระหวางหนวยงานภาครัฐและภาคประชาชน คุมทุนของผลการดำเนินโครงการ (Rotheroe & สรางการเขาถึงแหลงทุนและงบประมาณของภาค Richards, 2007; Carleton Centre for Community ประชาชน หรอื พฒั นาเศรษฐกจิ ชมุ ชน เปนตน สง เหลานี้ Innovation, 2008; Sabina, 2010) ผลกระทบและผล ลวนเปนพนั ธกจิ หลักของมหาวิทยาลัย การเปลี่ยนแปลงทางดานเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดลอมของโครงการฯ มีมากนอยเพียงใด (ศิริชัย ดังนั้น การประเมินผลลัพธทางสังคม (Social กาญจนวาส,ี 2559) Impact Assessment) และการประเมินผลตอบแทน จากการลงทนุ (Social Return on Investment) ทีเ่ กดิ ทั้งน้ี ผลจากดำเนินการพัฒนาเชิงพื้นที่จังหวัด จากโครงการบริการวิชาการแกสังคมของสถาบัน สระแกวจำเปนตองมีการประเมินผลลัพธทางสังคม อุดมศึกษา มหาวิทยาลัย จึงมีความจำเปนอยางยิ่งตอ (Social Impact Assessment : SIA) เพ่ือแสดงใหเห็น การพัฒนางานดานบริการวิชาการแกสังคมและชุมชน ถึงการเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกิจ สงั คม และสิง่ แวดลอ ม ซึ่งจะชวยใหสถาบันอุดมศึกษไดทราบถึงคุณคาทาง ที่เกิดขึ้นกับชุมชนคนที่อาศัยอยูในชุมชนและสังคม สังคมท่ีเกิดขึ้นจาก การบริการวิชาการแกสังคมชวยให ที่เปนผลมาจากการดำเนินการพัฒนาดวยความรวมมือ ทราบคุณคาทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการบริการวิชาการ ทั่งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาควิชาการที่ แกชุมชนสงั คมในการประยกุ ตใชเทคโนโลยีดา นพลังงาน ดำเนินการการประเมินผลลัพธทางสังคม จะชวยสราง ทดแทน รวมถึงความคุมคา ของการลงทุนตอ งบประมาณ ความยั่งยืนตอมหาวิทยาลัย ดวยการยกระดับสราง ในการดำเนินโครงการฯ ทำใหทราบและเปนขอมูล ระบบการเก็บขอมูล ผลการดำเนินงาน ตลอดจนกลไก สำคัญในการใชงบประมาณแผน ดินใหเกิดประโยชนแ ละ ลการมีสวนรวมกับผูมีสวนไดสวนเสีย เพื่อนำไปสูการ เขาถึงประชาชนมาที่สุด เขามามีสวนรวมในการพัฒนา ปรับปรุงแผนนโยบายของมหาวิทยาลัยและสราง ชุมชนอยา งยัง่ ยืน (Yongphet et al., 2016: Yongphet ประโยชนมากกวาเดิมในอนาคต (Fongsri , P. 2010) et al., 2021) ของชุมชนอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด เพื่อตอบโจทยการพัฒนาเชิงพื้นที่อยางยั่งยืนและสราง สระแกว ทำใหรูและเขาใจกับความตองการของสังคม ภาพอนาคตการพัฒนาชุมชนแบบมีสวนรวม บรรลุพันธกิจมากนอยเพียงใด ปรับปรุงแกไข อันจะ (มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ ในพระบรม นำไปสูการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีคุณคาและ ราชูปถัมภ, 2564ก, มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ เหมาะสม ตลอดจนการพัฒนาสรางกลยุทธดานการ ในพระบรมราชูปถัมภ, 2564ข) ใหสังคมมุงดำเนินการ บริการวชิ าการแกสงั คมใหเหมาะสมกบั การเปลีย่ นแปลง สรางผลกระทบทางสังคม (Social Impact) ไดแก ของสถานการณ ในปจจุบันชุมชนและมหาวิทยาลัยให เกิดการรวมกลุมกันของกลุมเปาะบาง กลุมชางภายใน ตอบสนองตอ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการแขงขนั ชุมชน ประชาชนผูไดรับผลกระทบจากภัยแลง ของสังคมโลก (Wattanachaiyingchareun. D. 2010; กลุมเกษตรกรรมและประชาชนทั่วไป เกิดการรวมมือ Archawanan thakun, S., & Yaemlaoar. 2014 and เรียนรูทักษะดานการจัดทำเอกสาร กระบวนการ การ Joyce & Macfarlane, 2001) โครงการสรางเสริมองค ยืนเสนอโครงการฯ ตอหนวยงานราชการ การเกิดผูนำ ความรูพลังงานแสงอาทิตยเพื่อสงเสริมวิชาชีพแกชุมชน ดานการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชน ผลกระทบทาง การเลือกรูปแบบและการจัดการดานพลังงานชุมชนให 36 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
เหมาะสม (ศราพร ไกรยะปกษ, 2553) : นวัตกรดาน ดำเนินโครงการฯ และใหเห็นวาการลงทุนในการ พลังานแสงอาทิตย ไดดำเนินการในพื้นที่อำเภอ ดำเนินการดังกลาว สรางผลลัพธ อันเปนคุณคาหรือ วังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว ตั้งแตป พ.ศ. 2564 จนถึง ผลกระทบทางสังคมเชงิ บวกไดอ ยา งแทจ ริง และไดสราง ปจจุบัน มีผูเขารวมโครงการอบรมพลังงานแสงอาทิตย ประโยชนแกสังคมที่ที่คุมคาเปนที่ประจักษ ดวยเหตุน้ี เบื้องตน และจากการติดตามผลโครงการอยางตอเนื่อง การประเมินผลลัพธและผลตอบแทนทางสังคมจากการ สามารถยกระดับสูนวัตกรดานพลังงานแสงอาทิตย ลงทุนของโครงการฯ จึงมีความสำคัญอยางย่ิง จากการตอยอดเขารวมอบรมหลักสูตร การติดตั้งและ เพื่อตรวจสอบถึงคุณคาทางสังคมของโครงการฯ รวมถึง บำรุงรักษาระบบเซลลแสงอาทิตยของสำนักงานพัฒนา การใชขอมูลที่ไดจากการประเมินในการตัดสินใจ ฝมือแรงงานจังหวัดสระแกว พบวา ผูเขารวมโครงการ เกี่ยวของกับโครงการและการพัฒนางานบริการวิชาการ สามารถประกอบอาชีพและใหความรูรวมถึงการเขาถึง แกสังคมของมหาวิทยาลัย จากการศึกษาวิจัยนี้ครั้งนี้ แหลงทุน สนับสนุนงบประมาณนวัตกรรมและ มีวัตถุประสงคเพื่อประเมินผลลัพธและผลตอบแทนจาก เทคโนโลยีของกระทรวงพลังงาน สามารถใชงาน การลงทุนของโครงการฯ ในพืน้ ท่ีอำเภอวังนำ้ เย็นจังหวัด ดูแลรักษาเทคโนโลยีดังกลาวไดดวยตนเอง สงผลให สระแกว โดยใชกรณีศึกษาการสรางองคความรูและ สามารถลดภาระคาใชจายดานพลังงานเพื่อการเกษตร ยกระดบั ทกั ษะอาชพี พลงั งานแสงอาทติ ย เพ่อื การเขา ถึง และพลังงานในครัวเรือน อีกทั้งตอยอดในการับติดตั้ง แหลงทุนแกกลุมเครือขายบานมั่นคงชนบทและ พลังงานแสงอาทติ ยภายในพื้นทอี่ ำเภอวังนำ้ เย็น จังหวัด ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อำเภอวังน้ำเย็น สระแกว และไดจัดตั้งกลุมพลังงานทดแทนอำเภอ จังหวัดสระแกว วังน้ำเย็น เพื่อขับเคลื่อนดานพลังงานทดแทนเพื่อสราง โอกาสการเขาถึงแหลงทุนและงบประมาณของภาครัฐ 2. วธิ กี ารดำเนนิ งาน แกส มาชกิ เกษตรกรในพืน้ ทชี่ ุมชน กระบวนการวิจัยโดยเริ่มจากการประชุมเชิง จากการประเมินสถานการณที่เกิดขึ้นในพื้นที่พบ ปฎิบัติการผูวิจัยและคณะรวมกับเครือขายบานมั่นคง ชองวางที่เกิดระหวางหนวยงานภาครัฐและกลุม ชนบทอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว ดำเนิน ประชาชนและเกษตรกรพื้นที่อำเภอวังน้ำเย็น จากการ การศึกษาวิเคราะหและวางแผนการดำเนินโครงการฯ ขาดความรูทักษะการเขียนขอโครงการของกลุม ดวยกระบวนการศึกษาและ สราง SOAR Framework ประชาชนและเกษตรกร การจัดเก็บรวบรวมขอมูล สำหรับสง เสริม พัฒนาและแกไขปญหาเพอ่ื ยกระดบั องค เอกสาร รวมถึงกระบวนการ ขั้นตอนการยืนเอกสารตอ ความรู ทักษะอาชีพของผูเขารวมโครงการฯ เครือขาย หนวยงานภาครัฐ แตหลังจากผูวิจัยไดดำเนินการอบรม บานมั่นคงชนบท และการวัดผลลัพธผลตอบแทนทาง ถายทอดองคความรูทักษะการเก็บรวบรวมขอมูล สังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: ทักษะ การเขียนขอเสนอโครงการแลวนั้น พบการ SROI) จากการลงทุนโครงการสรางองคความรูและ เปลี่ยนแปลงสามารถไดรับการสนับสนุนงบประมาณ ยกระดับทกั ษะอาชพี พลงั งานแสงอาทติ ย เพ่อื การเขา ถึง เกิดองคความรูและทักษะดานพลังงานแสงอาทิตย แหลงทุนแกกลุมเครือขา ยบานมั่นคงชนบท อำเภอวงั นำ้ อีกทั้งเขาถึงงบประมาณจากกระทรวงพลังงาน และใช เย็น จังหวัดสระแกว เปนสวนหนึ่งของกระบวนการวิจัย ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพ และพัฒนารูปแบบการประเมินผลลัพธและผลตอบแทน ชีวิตจากประเมินผลการวิจัยการยกระดับคุณภาพชีวิต ทางสังคมจากการลงทุนของการบริการวิชาการแกสงั คม ดวยพลังงานแสงอาทิตยผานกระบวนการสรางนวัตกร ชุมชนเพื่อความมั่นคงและยังยืน (Teadkait, K. 2022) 2.1 วธิ ีการดำเนนิ งาน พบการเปลี่ยนแปลงดานนวัตกรและครัวเรือนตนแบบ มขี ้ันตอนการดำเนนิ การดังตอไปนี้ พลังงานแสงอาทิตยใ นพืน้ ท่อี ำเภอวังน้ำเยน็ แลว นั้น 2.1.1. การประชุมเชิงปฎิบัติการคณะผูวิจัย ดังนั้น เพื่อแสดงใหเห็นถึงคุณคาทางสังคมหรือ รวมกับเครือขายบานมั่นคงชนบทอำเภอวังน้ำเย็น ผลลัพธทางสังคมทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ จังหวัดสระแกวในการเก็บรวบรวมขอมูลสำหรับการ ตอผูที่มีสวนเกี่ยวของและผูมีสวนไดสวนเสียจากการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 37 ปีีที่�่ 7 ฉบับั ที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
ประเมินโครงการฯ ตามรูปแบบการประเมินที่ได 2.2 ขอบเขตของการศึกษา พฒั นาข้นึ ประชากร ไดแก ผูเขารวมกลุมโครงการฯ จำนวน 100 คน ประจำปงบประมาณ 2564 อำเภอ 2.1.2. กระบวนการเก็บรวบรวมขอมูลสามารถ วังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว กลุมตัวอยาง ไดแก ผูเขารวม แบง ออกเปน 2 ข้ันตอนดังนี้ โครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพ พลังงานแสงอาทิตย เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแกกลุม 2.1.2.1 ดำเนินการแบงกลุมสนทนา เครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด (Focus Group) กลุมละ 6 – 10 คน ตามกลุมอาชีพที่ สระแกว และการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive รวมกลุม ผูวิจัยเปนผูดำเนินการสนทนา (Moderator) Selection) เพื่อยกระดับทักษะอาชีพนวัตกรพลังงาน ในการตั้งประเด็น การสนทนา และคณะผูวิจัยเปน แสงอาทิตย จำนวน 25 คน เพื่อประกอบอาชีพชาง ผูบันทึกการสนทนาพรอมตั้งประเด็นเสริมในรวมการ พลังงานแสงอาทิตยใหมีรายไดจากการประกอบอาชีพ สนทนา โดยกรอบระยะเวลาในการเก็บขอมูลเพื่อใชในการ ประเมินผลของโครงการฯ ใชระยะเวลา 3 เดือน 2.1.2.2 ดำเนินการสัมภาษณเชิงลึก โดยเร่ิมต้ังแต 5 พฤษภาคม – 5 สิงหาคม 2564 (In-depth Interview) ลักษณะการสัมภาษณแบบกึ่ง โครงสราง โดยผูวิจัยกำหนดประเด็นการสัมภาษณตาม 3. ผลการดำเนินงาน กรอบการประเมินตามหลักความสมดุลสามเสาหลัก ผลจากการแตงตั้งคณะทำงานรวมระหวาง (Three-pillar Approach) อันไดแก ผลลัพธดาน เศรษฐกิจ ผลลัพธดานสังคม และผลลัพธดาน คณะผูวิจัยรวมกับคณะกรรมการเครือขายบานมั่นคง สิ่งแวดลอม โดยคณะผูวิจัยเปนผูดำเนินการสัมภาษณ ชนบทอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว ไดดำเนินการ ผใู หขอ มูล (Key Informants) รายบุคคล ประชุมวางแผนการดำเนินโครงการฯ โดยไดรวมกัน วิเคราะหปญหาและความตองการของสมาชิกกลุมบาน 2.1.3 รวมดำเนินการวิเคราะหขอมูลการ มั่นคงชนบทและเกษตรกรในพื้นที่ พบวา มีความ ประเมินผลลัพธทางสังคมจากการดำเนินโครงการฯ ตองการและปญหาเรื่องของพลังงานเชื้อเพลิงที่ในการ วิเคราะหเนื้อหา สรุปผลเปนแผนที่ผลลัพธ อันไดแก ทำเกษตรกรรมสงผลใหตนทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ซ่ึง ปจจัยนำเขา (Input) กระบวรการกิจกรรม (Activites) เปนปญหาสำคัญที่จำเปนตองแกไขเรงดวยจึงไดรวมกัน ผลผลิต (Output) และผลลัพธที่เกิดขึ้นจากการดำเนิน วิเคราะหดวย SOAR แบบมีสวนรวมในการหารูปแบบที่ โครงการฯ (Outcome/Impact) เหมาะสมในการแกไขปญหา ผลการวิเคราะหแบบท่ี สวนรวมแสดงในภาพที่ 2 ที่แสดงจุดแข็ง (Strengths) 2.1.4 รวมดำเนินการวิเคราะหขอมูลการ โอกาส (Opportunities) แรงบันดาลใจ (Aspirations) ประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนโครงการฯ และผลลัพธ (Results) พบวา มีความพรอมในการ (SROI) ดว ยการคำนวณอัตราสว นผลตอบแทนทางสังคม พัฒนา พบชองทางการแกไขปญหา การเขาถึงแหลง จากการลงทุน เปรียบเทียบกับมูลคาการลงทุนใน งบประมาณและการเปล่ียนแปลงที่ย่งั ยืนในอนาคต งบประมาณโครงการฯ ทุก 1 บาทที่ใขไปในการดำเนิน โครงการ 38 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
SOAR Analysis of Bann ManKong, Wang Nam Yen District, Sa Kaeo Province S O A R STRENGTHS OPPORTUNITIES ASPIRATIONS RESULTS • สถาบนั การเงินบา นบอลูกรงั กองทนุ ตําบล • สามารถเขาถึงแหลง ทุนของหนว ยงานภาครัฐ • สามารถแกไ ขปญ หา ความตอ งการของ • เกดิ นวัตกรพลงั งานแสงอาทติ ย กองทุนหมูบา น • การพัฒนายกระดบั องคค วามรวู ชิ าการ ประชาชน เกษตรกรและสมาชกิ บานมั่นคง • ยกระดบั พฒั นาทักษะฝมือพลังงาน • ยกระดบั พฒั นาทักษะอาชพี ทหี่ ลากหลาย ชนบทอาํ เภอวังนํ้าเยน็ จงั หวัดสระแกวได • เครือขายทดี่ นิ เครือขา ยบา นมนั่ คงชนบทและ • ภาคเี ครอื ขา ยทีห่ ลากหลายในทั้งและนอก แสงอาทติ ย คณะกรรมการบา นมนั่ คงชนบทอาํ เภอวังนํ้า • สรา งรายได และยกระดับคุณภาพชีวิตความ • องคค วามรูด านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เย็น จังหวัดสระแกว พน้ื ที่ เปนอยูที่ดีขึ้น • เขา ถึงงบประมาณสนับสนนุ นวัตกรรมและ • ชอ งทางการยกระดบั ผลิตภัณฑแ ละชอ งทาง • อาํ เภอวงั น้ําเย็นและองคก ารบรหิ ารสวนตําบล • เขา ถึงแหลงทุนงบประมาณของหนวยงาน เทคโนโลยขี องหนวยงานภาครฐั และเอกชน • สถาบนั พัฒนาองคก รชุมชน (องคการมหาชน) การตลาดหลากหลายระดับ ภาครัฐและเอกชน • ลดภาระคาใชจ า ยดานพลังงานในการทํา • มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎวไลยอลงกรณ ในพระ • เขา ถงึ นวตั กรรมและเทคโนโลยใี นปจ จบุ ัน เกษตรกรรมของผเู ขา รว มโครงการฯ บรมราชปู ถัมภ • เกิดกลมุ เครือขายดานพลงั งานทดแทนในพ่ื • สํานักงานพัฒนาฝมือจังหวัด สาํ นักงาน อําเภอวงั นํ้าเย็นจงั หวัดสระแกว พลงั งานจังหวัด สาํ นักงานพัฒนาความนั่ คง • เกิดภาคเี ครือขา ยความรว มมือระหวา งภาครฐั ของมนุษย ภาคเอกชนและภาควชิ าการในการขบั เคลื่อน พลังงานทดแทนในชมุ ชน ภาพที่ 2 ผลการวเิ คราะห SOAR แบบมสี วนรว มของบา นมั่นคงชนบท อำเภอวงั นำ้ เย็น จงั หวัดสระแกว ผลจาการวิเคราะหแ ละดำเนนิ กิจกรรมผานกระบวนการ ขึ้น มีองคความรู ทักษะอาชีพพลังงานแสงอาทิตย SOAR ที่รวมวิเคราะหวางแผนไดเปนผลสำเร็จ นำมาสู นำไปสูการดูแลระบบพลังงานแสงอาทิตยและประกอบ การศกึ ษาวเิ คราะหก ารประเมินผลลัพธและผลตอบแทน อาชีพชางโซลาเซลล เกิดการรวมกลุมแกไขปญหา ทางสังคมจากการลงทุนสำหรับงานบริการวิชาการแก รวมกันภายในชุมชน และเกิดความอบอุน ความภูมิใจ สังคมของโครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะ ของครอบครัวเครือขายบานมั่นคงชนบทอำเภอ อาชีพพลังงานแสงอาทิตย เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแก วังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว ผลลัพธดานสิ่งแวดลอม การ กลุมเครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด ใชพลังงานสะอาด ลดการปลอยคารบอนไดออกซจาก สระแกว อธบิ ายรายละเอยี ดในตารางที่ 1 ดังนี้ การเผาไหมของเครื่องยนตในการสูบน้ำเพื่อการเกษตร และขยายพืน้ ทส่ี ีเขยี วจากการใชพลังงานแสงอาทิตย ผลการวิเคราะหแผนที่ผลลัพธ ประกอบดวย ปจจัยนำเขา (Input) กิจกรรม (Activities) ผลผลิต ภายใตการดำเนินโครงการฯ จำเปนตองมีการ (Output) และ ผลลัพธ (Outcome/Impact) ของ วิเคราะห ประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน โครงการฯ ที่ทำการประเมินผลลัพธที่เกิดขึ้นจากการ (SROI) โครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะ ดำเนินโครงการฯ มี 3 ดาน อันไดแก ผลลัพธดาน อาชีพพลังงานแสงอาทิตย เพื่อการเขาถึงแหลงทุนแก เศรษฐกิจ การลดรายจายดานพลังงานในครัวเรือนและ กลุมเครือขายบานมั่นคงชนบท อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัด เกษตรกรรม เพิ่มรายไดจ ากการประกอบอาชพี และเพิม่ สระแกว เพื่อใหทราบถึงความคุมคาในการลงทุน กำลังการผลิตการแปรรูปผลิตภัณฑจากการเขาถึงและ แสดงผลรายละเอยี ดในตารางท่ี 2 ไ ด ร ั บ ก า ร ส น ั บ ส น ุ น น วั ต ก ร ร ม แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ผลลัพธดานสังคม การมีสุขภาพที่ดีและความเปนอยูที่ดี วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา 39 ปีที ี่�่ 7 ฉบัับที่�่ 1 มกราคม - มิิถุนุ ายน 2566
ตารางที่ 1 ผลการวิเคราะหแผนที่ผลลัพธทางสังคมของโครงการสรางองคความรูและยกระดับทักษะอาชีพพลังงาน แสงอาทิตย เพอ่ื การเขาถึงแหลง ทุนแกก ลุมเครอื ขา ยบา นมนั่ คงชนบท อำเภอวงั น้ำเย็น จังหวัดสระแกว ปจ จยั นำเขา กิจกรรม ผลผลิต ผลลพั ธ (Input) (Activities) (Output) (Outcome/Impact) - ผเู ขา รวม -ดำเนนิ การจัดตั้ง - จำนวนผผู า นการอบรม ผลลัพธด า นเศรษฐกิจ โครงการฯ คณะ กรรมการรวมกนั พนื้ ฐานพลงั งานแสงอาทิตย - ลดรายจายดานพลังงานในครัวเรือนและ สมาชกิ ผูมี ระหวางคณะผวู ิจยั และ ไมน อยกวารอยละ 80 เกษตรกรรม รายไดน อ ย คณะทำงานเครอื ขา ย - จำนวนผผู านการยกระดับ - เพิ่มรายไดจ ากการประกอบอาชีพ และเกษตรกร บา นม่นั คงชนบทอำเภอ ทกั ษะฝม ือสู นวัตกรพลัง - เพมิ่ กำลงั การผลิตการแปรรูปผลิตภัณฑ เครือ่ ขา ยบา น วงั นำ้ เย็น งานแสงอาทติ ยไดรบั การ ผลลัพธดานสังคม มน่ั คงชนบท - รวมศกึ ษาวิเคราะห รับรองและใบประกาศณยี - มีสขุ ภาพทีด่ แี ละความเปนอยทู ี่ดขี น้ึ อำเภอวงั นำ้ วางแผนดำเนนิ บตั รจากสำนกั งานฝมอื - มีองคความรู ทักษะอาชีพพลังงาน เย็น จังหวดั โครงการฯ แรงงานจงั หวดั สระแกว แสงอาทิตย นำไปสูการดูแลระบบพลังงาน สระแกว - จดั ต้ังกลุมขบั เคลอ่ื น จำนวน 20 คน แสงอาทติ ยและประกอบอาชพี ชา งโซลา เซลล จำนวน 100 พลงั งานในพ้ืนท่ี - การรวมกลุมประกอบ - เกิดการรวมกลุมแกไขปญหารวมกันภายใน คน - สรางภาคเี ครอื ขาย อาชีพและชวยเหลือดาน ชุมชน - งบประมาณ ภาครัฐและภาคเอกชน พลงั งานแสง อาทติ ยภายใน - เกิดความอบอุน ความภูมิใจของครอบครัว ดำเนนิ - อบรมพื้นที่พลังงาน กลุม บานมน่ั คงชนบทและ เครอื ขา ยบา นมั่นคงชนบทอำเภอวังน้ำเย็น โครงการ แสงอาทติ ย อำเภอวงั น้ำเย็น ผลลัพธดานส่ิงแวดลอ ม 30,000 บาท - อบรมยกระดับทักษะ - ชุมชนมีความ สมั พันธทด่ี ี - การใชพลงั งานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย ตอ กัน และมีความรว มมือ - ลดการปลอยคารบอนไดออกซจากการเผา รวมกับภาคีเครือขาย ระหวา งชุมชนและ ไ ห ม ข อ ง เ ค ร ื ่ อ ง ย น ต ใ น ก า ร ส ู บ น ้ ำ เ พ่ื อ สำนักงานฝมือแรงงาน มหาวิทยาลยั ราชภัฎ การเกษตร จังหวดั สระแกว วไลยอลงกรณ - การขยายพื้นที่สีเขียวจากการใชพลังงาน - ป ร ะ ส า น ง า น กั บ ในพระบรมราชูปถัมภ แสงอาทติ ย ประชาชน ผลลัพธดานเศรษฐกิจหรือมูลคาทางเศรษฐกิจ พบวา ผลลัพธทางสังคมดานเศรษฐกิจของโครงการฯ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ ที่เกิดขึ้นแกสังคม ไดแก รายไดจากการประกอบอาชีพ รายไดจากการเพ่มิ โดยคำนวณมูลคาทางเศรษฐกิจหรือมูลคาปจจุบัน กำลังการผลิตแปรรูปผลิตภัณฑ ลดรายจายดาน จากผลลัพธดานเศรษฐกิจดวยตัวแทนทางการเงินและ เชื้อเพลิงสำหรับประกอบอาชีพเกษตรกรรมและลด คำนวณมูลคาปจจุบันรวมหรือผลลัพธสุทธิโดยใชอัตรา คาใชจายภายในครัวเรือน สงผลตอคุณภาพชีวิตของ คิดลด (Discount Rate) ตามอัตราภาษีมูลคาเพิ่ม 7.00 ผเู ขารว มโครงการฯ ทีด่ ีข้นึ และยั่งยนื ตอ ไป 40 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol. 7 No. 1 January - June 2023
Search