วารสวาารรสวิาิชราวกชิ าากรารัรับรใบชั ้ใ้สชังัส้ คงั มคมมหมาหวาิทิวทิยยาาลัลัยยั เเททคคโโนนโโลลยยีีรรี าาชชมมงงคคลลลลา้้ นา้ นนนาา วัตถุประสงค์ วารสารวิชาการรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มีวัตถุประสงค์เพ่ือตีพิมพ์ผลงาน วิชาการด้านรับใช้สังคม ทั้งงานวิจัยและงานบริการวิชาการ เผยแพร่เพื่อพัฒนาสังคมและส่งเสริมให้นักวิชาการ ด้านรบั ใชส้ ังคมในหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีแหล่งนาเสนอผลงานทางวิชาการสู่สาธารณะ เจ้าของ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ท่ปี รกึ ษากองบรรณาธกิ าร สง่าจิตร ผู้ปฏบิ ตั ิหน้าท่ีอธิการบดี รองศาสตราจารยศ์ ลี ศริ ิ ใจวงศษ์ า มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ดร.สรุ พล รองอธิการบดีฝา่ ยวจิ ัยและบรกิ ารวชิ าการ กองบรรณาธกิ ารผทู้ รงคณุ วฒุ ิภายในและภายนอก ศาสตราจารยเ์ กียรตคิ ณุ ดร.อารยี ์ วบิ ลู ย์พงศ์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์ ดร.จักรี เส้นทอง มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ ศาสตราจารย์ ดร.ผดงุ ศกั ดิ์ รัตนเดโช มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ศาสตราจารย์ ดร.พรี ะพงศ์ ทีฆสกลุ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา แกว้ เทพ สถาบันคลังสมองของชาติ รองศาสตราจารย์ ดร.อาวรณ์ โอภาสพัฒนกิจ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.เศรษฐ์ สมั ภัสตะกุล มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย ฟองสมทุ ร มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติ บญุ เลศิ นิรนั ดร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภมู ิ รองศาสตราจารย์ ดร.พรหทยั ตัณฑ์จิตานนท์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา รองศาสตราจารย์ ดร.ชติ ิ ศรีตนทิพย์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา รองศาสตราจารย์ ดร.พานชิ อินต๊ะ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา รองศาสตราจารย์ ดร.ร่งุ นภา ช่างเจรจา มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา รองศาสตราจารย์ สทุ ัศน์ จุลศรไี กวัล มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.อาพรรณ พรมศิริ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิภาณ สุทธิกุลบุตร มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.พิสษิ ฏ์ มณโี ชติ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.คมกฤตย์ ชมสวุ รรณ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบรุ ี ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ไกรสิทธิ์ วสเุ พญ็ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยด์ วงพร ออ่ นหวาน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ยุทธนา เขาสเุ มรุ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ันติ ชา่ งเจรจา มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ดร.สมคิด แก้วทิพย์ มหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้ RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
คณะกรรมการดาเนินงาน ธารพรศรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกรยี งไกร ผสั ดี ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์นทชี ัย บัวเจริญ นายวสิ ุทธิ์ ราชสม นางสาวสุรีวรรณ เขาสุเมรุ ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ยทุ ธนา ศรีตนทิพย์ รองศาสตราจารย์ ดร.ชติ ิ อนิ ต๊ะ รองศาสตราจารย์ ดร.พานิช ออ่ นหวาน ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ดวงพร วรพจน์พรชยั ผ้ชู ่วยศาสตราจารยไ์ พโรจน์ กาแพงแกว้ นายนรศิ หอชยั รตั น์ วา่ ทีร่ อ้ ยตรรี ชั ต์พงษ์ ศรีประเสรฐิ ว่าทรี่ อ้ ยตรีเกรยี งไกร พรมพราย นายพิษณุ คายอง นายวิษณลุ กั ษณ์ ช่นื สมบตั ิ นายจักร์รินทร์ อ่อนนวล นางสาวทนิ สารภี นางสาวรตั นาภรณ์ สภุ าพรเหมินทร์ นายเจษฎา ผอู้ ยสู่ ุข นางสาวสธุ าสนิ ี แสงใส นางสาวหนึง่ ฤทัย ตน้ ใส นางสาววราภรณ์ ณ วรรณมา นายวรี วิทย์ พิมพ์ท่ี สถาบนั ถา่ ยทอดเทคโนโลยีสูช่ มุ ชน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา 98 หมู่ 8 ตาบลป่าปอ้ ง อาเภอดอยสะเกด็ จังหวัดเชียงใหม่ 50220 สานักงาน สถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยสี ูช่ ุมชน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา 98 หมู่ 8 ตาบลปา่ ป้อง อาเภอดอยสะเก็ด จังหวดั เชยี งใหม่ 50220 แควิิตชณ่่ใา หะก้วคคผอ้ ูา้้าัดิด้า้ร�จรรัลงเบัดัหสออับททิ็นิงาำกคใทำ�รีขช่ว่้แแวบ�มอ้สาัติชลาทงมัง่ใาคะคคทหุกมณวมกุิ้อาิาใเะ้ารรชมืม่ง่ผอ่�ร่คทอหู้ัจบงิงุวกไาัดใดทเาว้ชทริร้มี่มิัท้ื่สอาบั ารยแังงักับไคาลาดลมผระัร้ิัตยมิดับมรเิใชกทวหชาอจคา่ครบคโววตนวิทขาราโมยอวลมราจงยถับีลูคกีรกู ัผยวอาต้เิาดชงอ้ทมชบมงคถทองรโูกคาบรนตงลณขโว้อลิลอชิ้าง้ายงทาธนิกีรกิากาอนางาชรงาวรโบมิช ดเงรายปแครก็ผ็ลนูณลา้ท้� ะแรลารกโน้าธงดอนวิกคยุงคานณุ ผิบริดาูท้วุรขฒุรแเริปองลิณขคง็นะ้ผุอณู้กาแ้�้คเธอนวขิวีิกงุฒีวยาบาคนมิ ขรริด แรไ้อมขลณิมค่ิะใอ่สชวาบง่ธาง่คผทิมกววู้คเาแขนาวรลียมสาไิะนมคิทมิบใิด่สธมินท์เ�งคิใหวัคว็ชัดา็นวน่รคลาขสสวมออาิทาใกรงนมธ์ิ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ังั คม มทร.ล้้านนา ปีีที่�่ 4 ฉบับั ที่่� 2 กรกฎาคม - ธันั วาคม 2563
บทบรรณาธิิการ วารสารวิิชาการรัับใช้้สัังคม มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีีราชมงคลล้้านนา ปีีที่่� 4 ฉบัับที่่� 2 เล่่มนี้้� มีีบทความนำ�ำ เสนอทั้้�งหมด 7 เรื่่�อง เป็็นบทความที่่�มาจากการวิิจััยและการบริิการวิิชาการของผู้้�ประพัันธ์์ ที่่�ได้้เข้้าไปดำ�ำ เนิินการช่่วยเหลืือชุุมชน สัังคม โดยบทความเริ่ม� ต้น้ เป็็นบทความของ พชรดนััย วัชั รธนพััฒน์ธ์ าดา ที่่�ได้้ทำำ�การศึึกษาปััจจััยพฤติิกรรมระดัับการมีีส่่วนร่่วมของประชาชน ต่่อการจััดทำ�ำ แผนยุุทธศาสตร์์การพััฒนา เทศบาลในจัังหวััดพิิษณุุโลกเพื่่�อศึึกษาถึึงปััจจััยและแนวทางที่่�จะส่่งผลให้้เกิิดการพััฒนาแบบมีีส่่วนร่่วมของ ประชาชนในพื้้น� ที่่� บทความต่่อมา เป็น็ การศึกึ ษาเกี่�ยวกับั การประเมินิ ผลตอบแทนทางสังั คมของกิจิ กรรมพัฒั นาศัักยภาพการ ตััดเย็็บขั้�นสููงสำ�ำ หรัับผู้้�ประกอบการทางวััฒนธรรม อ.แม่่แจ่่ม จ.เชีียงใหม่่ โดยผู้้�ประพัันธ์์ ศศิิพััชร์์ สัันกลกิิจ ที่่ท� ำ�ำ การศึกึ ษาวิจิ ัยั เพื่อ�่ การประเมินิ ผลลัพั ธ์ท์ างสังั คม ในรููปแบบของการคำ�ำ นวณผลตอบแทนทางสังั คม (Social Return on Investment: SROI) จากการดำำ�เนิินกิจิ กรรมการพัฒั นาศัักยภาพของผู้�้ ประกอบการทางวัฒั ธรรม ในพื้้�นที่่� เพื่�่อวััดผลกระทบที่่�เกิิดขึ้�นจากกิิจกรรม ให้้เห็็นในลัักษณะของผลตอบแทนที่่�ไม่่ใช่่ผลตอบแทน ทางการเงิิน บทความที่่�สาม เป็็นการวิิจััยเพื่่�อพััฒนาชาอู่�หลงของมููลนิิธิิโครงการหลวง โดยผู้�้ ประพัันธ์์ สามารถ สาลีี ที่่ท� ำ�ำ การศึกึ ษาวิจิ ััย เพื่อ�่ การพัฒั นาการผลิติ ชา ของมููลนิธิ ิิโครงการหลวง ให้เ้ กิิดความมีคี ุณุ ภาพ มาตรฐาน และ ก่อ่ เกิดิ ประโยชน์์ สำำ�หรัับการรัับซื้้�อวััตถุดุ ิบิ ชาจากเกษตรกร จากแนวทางการสร้า้ งเกณฑ์์มาตรฐานดังั กล่่าว บทความที่่�สี่� เกี่�ยวข้้องกัับการศึึกษาระบบระบายน้ำำ��ในชุุมชนป่่าห้้า ต.นางแล อ.เมืือง จ.เชีียงราย ของ มงคลกร ศรีวี ิชิ ัยั เพื่อ�่ นำำ�เสนอแนวทางการศึกึ ษาระบบระบายน้ำ��ำ เพื่อ�่ เป็น็ ข้อ้ มููลส่ง่ ต่อ่ ให้ช้ ุมุ ชน ใช้ป้ ระโยชน์จ์ าก แนวทางการพััฒนาระบบระบายน้ำ�ำ�ของชุุมชนดัังกล่่าว สำ�ำ หรัับการแก้้ปััญหาหรืือลดผลกระทบจากน้ำำ��ล้้นตลิ่่�ง เข้า้ ท่ว่ มบ้้านเรืือนในชุมุ ชนประสบภััย บทความถััดมา เป็็นบทความการศึึกษาวิิจััย เพื่�่อหาแนวทางการถ่่ายทอดเทคโนโลยีีการผลิิตสัับปะรดนอก ฤดููแบบมีสี ่่วนร่ว่ ม ของชุุมชน ต.บ้้านสา อ.แจ้ห้ ่ม่ จ.ลำ�ำ ปาง โดย รุ่�งนภา ช่่างเจรจา ที่่�ได้้ดำำ�เนินิ การศึกึ ษา หาวิธิ ีี กระบวนการดำำ�เนิินงาน เพื่อ�่ การถ่่ายถอดความรู้�แ้ ละการเรีียนรู้�แ้ บบมีีส่ว่ นร่ว่ มของคนในชุุมชน ที่่เ� หมาะสมต่อ่ กระบวนการผลิติ สับั ปะรดนอกฤดูู ให้ป้ ระชาชนได้เ้ กิดิ การพัฒั นาความรู้แ้� ละยกระดับั การผลิติ สับั ปะรดนอกฤดูู ได้้เกิดิ คุุณภาพมากยิ่�งขึ้น� บทความที่่�หก ความสััมพัันธ์์ระหว่่างพฤติิกรรมการใช้้สารเคมีีทางการเกษตรที่่�เหมาะสมกัับปััญหาสุุขภาพ ของเกษตรกรชาวไร่ป่ ลููกข้า้ วโพดเลี้ย� งสัตั ว์์ กรณีศี ึกึ ษา : ตำ�ำ บลป่า่ เซ่า่ อำ�ำ เภอเมืือง จังั หวัดั อุตุ รดิติ ถ์์ โดยผู้�้ ประพันั ธ์์ พิษิ ณุุ คุ้�มยงค์์ ที่่ม�ุ่�งทำำ�การศึกึ ษาพฤติกิ รรมการใช้ส้ ารเคมีขี องเกษตรกรชาวไร่ท่ ี่่ป� ลููกข้า้ วโพดเลี้ย� งสัตั ว์์ เพื่อ�่ นำำ�มา วิิเคราะห์์หาปััจจััยคุุกคามที่่�ส่่งผลต่่อปััญหาสุุขภาพของเกษตรกร รวมถึึงเพื่�่อหาแนวทางการส่่งเสริิมความรู้�้แก่่ เกษตรกรต่่อการใช้้สารเคมีีที่่เ� หมาะสม อัันจะส่ง่ ผลให้้คุุณภาพชีวี ิติ ที่่�ดีีขึ้น� บทความสุุดท้้าย เป็็นการศึึกษากระบวนการยกระดัับคุุณภาพผลิิตภััณฑ์์แบบมีีส่่วนร่่วมของชุุมชน ปกาเกอะญอ กรณีีบ้า้ นแม่ป่ อคีี จ.ตาก โดย สันั ติิ ช่่างเจรจา เป็น็ ผู้้�ประพันั ธ์์ โดยในบทความดัังกล่่าวนี้้� เป็็นการ ดำำ�เนินิ งานวิจิ ัยั ที่่ม�ุ่�งพัฒั นายกระดับั ผลิติ ภัณั ฑ์เ์ ชิงิ เอกลักั ษณ์ข์ องชุมุ ชนชาวปกาเกอะญอไปพร้อ้ มกับั การบ่ม่ เพาะ นัักวิิจััยชุมุ ชนให้้เกิิดขึ้น� โดยมุ่�งให้ก้ ารพััฒนาผลิติ ภัณั ฑ์์เป็็นการพััฒนาที่่�มีีความยั่�งยืืนแก่ช่ ุมุ ชนอย่่างแท้้จริิง กองบรรณาธิกิ ารวารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ังั คม มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนา หวังั ว่า่ วารสารฉบับั นี้้� จะเป็น็ ประโยชน์ท์ างวิชิ าการสำำ�หรับั ผู้้�อ่า่ นทุกุ ท่า่ น และขอขอบคุณุ ที่่ท� ่า่ นผู้�้ อ่า่ นได้ใ้ ห้ค้ วามสนใจติดิ ตามวารสาร วิชิ าการรับั ใช้ส้ ังั คม มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีรี าชมงคลล้า้ นนามาอย่า่ งต่อ่ เนื่อ�่ ง ถ้า้ ท่า่ นใดสนใจประสงค์ส์ ่ง่ บทความ เพื่�่อเผยแพร่่ กองบรรณาธิิการยิินดีีรัับตีีพิิมพ์์ โดยต้้องผ่่านการพิิจารณากลั่�นกรองจากผู้้�ทรงคุุณวุุฒิิทั้้�งภายใน และภายนอก และหากท่่านมีีข้้อเสนอแนะประการใด กองบรรณาธิิการยิินดีีน้้อมรัับคำ�ำ แนะนำำ�เพื่่�อจะได้้นำ�ำ ไป ปรับั ปรุงุ และพััฒนาคุุณภาพวารสารให้้มีมี าตรฐานยิ่ง� ขึ้�นต่อ่ ไป พบกัันใหม่่ฉบัับหน้้า กองบรรณาธิกิ าร RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
ปรราะรยจาำชำ�ยอื่ ฉผชืป่บ่อ�ูท้ัีทับผรู่ี้งท้�4ปคีรที ีณฉุ่ง่�บ4ควุบัุฒุณฉทผิบว่ีัุ2ูปับุ้ฒริทีเ่ะดผิ่�ูเ2้มอืป�้ นนิเรดบืะกอืเทมรนิคนิกวกฎบาราทมคกคมฏ(วPาา–eคมeมrธ(PนRั -วeeธาveัคันireมวRwาe2)ค5vปม6ieร32ะwจ5)า6ฉ3บบั รองศาสตราจารย์สุทศั น์ จลุ ศรไี กวัล มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.กัลยกร ขวัญมา มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น รองศาสตราจารย์ ดร.กลน่ิ ประทมุ ปญั ญาปงิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา รองศาสตราจารย์ ดร.สิรโิ ฉม พเิ ชษฐบญุ เกยี รติ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา รองศาสตราจารย์ ดร.พรหทยั ตณั ฑ์จติ านนท์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิภาณ สุทธกิ ุลบตุ ร มหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วสุธิดา นรุ ติ มนต์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภูมิ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.กนกกาญจน์ วชิ าศิลป์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.สุชญา วรามิตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ยุทธนา เขาสุเมรุ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ผชู้ ่วยศาสตราจารยเ์ สรฐสดุ า ปรชี านนท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้้านนา ปีที ี่่� 4 ฉบับั ที่�่ 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
สารบััญ หน้า้ 1 การมีีส่่วนร่่วมของประชาชนในการจััดทำ�ำ แผนยุทุ ธศาสตร์์การพััฒนา เทศบาลในจังั หวัดั พิิษณุุโลก 9 พชรดนััย วััชรธนพัฒั น์์ธาดา การประเมินิ ผลตอบแทนทางสัังคมของกิจิ กรรมพัฒั นาศักั ยภาพการตัดั เย็บ็ ขั้น� สููง 17 สำำ�หรัับผู้�ป้ ระกอบการทางวััฒนธรรม อำ�ำ เภอแม่่แจ่่ม จังั หวััดเชียี งใหม่่ ศศิิพััชร์์ สัันกลกิจิ , อนวััช จิติ ต์์ปรารพ, ภัทั ราวดีี ธงงาม, ณิชิ พัณั ณ์์ ปิิตินิ ิิยมโรจน์์ 27 การวิิจััยเพื่�อ่ พัฒั นาคุณุ ภาพชาอู่�หลงของมููลนิิธิิโครงการหลวง 35 สามารถ สาลีี, พิมิ ลพรรณ เลิศิ บัวั บาน, ตะชิิ มาลััยไพรวััลย์,์ วธััญญูู วรรณพรหม, วััชระ กิิตติวิ รเชฏฐ์์ 47 บััณฑิิตา บัวั มาสูงู , วรจักั ร์์ เมืืองใจ, จััตตุฤุ ทธิ์� ทองปรอน การศึึกษาระบบระบายน้ำำ��ในชุุมชนกรณีีศึกึ ษาชุมุ ชนป่า่ ห้า้ ตำ�ำ บลนางแล อำำ�เภอเมืือง จังั หวัดั เชีียงราย 59 มงคลกร ศรีีวิิชััย, ณิิศศา ปานาที,ี เอกชััย ธาราจำ�ำ รััสสุุข, พััชริินทร์์ ธิิยะจง การถ่่ายทอดเทคโนโลยีกี ารผลิิตสัับปะรดนอกฤดููแบบมีีส่่วนร่่วม รุ่�งนภา ช่่างเจรจา, สันั ติิ ช่่างเจรจา, นิอิ ร โฉมศรีี ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่่างพฤติกิ รรมการใช้้สารเคมีที างการเกษตรที่่เ� หมาะสมกับั ปัญั หาสุขุ ภาพของเกษตรกรชาวไร่่ข้า้ วโพด กรณีศี ึึกษา : ตำำ�บลป่า่ เซ่า่ อำ�ำ เภอเมืือง จังั หวััดอุุตรดิิตถ์์ พิษิ ณุุ คุ้้ม� ยงค์์, พิิษนุุ อภิสิ มาจารโยธินิ กระบวนการยกระดับั คุณุ ภาพผลิติ ภััณฑ์แ์ บบมีสี ่ว่ นร่ว่ มของชุมุ ชน ปกาเกอะญอ: กรณีศี ึึกษาบ้้านแม่่ปอคีี จังั หวััดตาก สันั ติิ ช่่างเจรจา, รุ่�งนภา ช่่างเจรจา, นิอิ ร โฉมศรีี RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
การมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการจัดทาแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา เทศบาลในจงั หวัดพษิ ณโุ ลก People’s participation in the formulation of strategic plan for municipal development in Phitsanulok Province พชรดนัย วชั รธนพัฒนธ์ าดา1* Pacharadanai Watcharathanaphattada1* 1ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. มหาวทิ ยาลัยพิษณโุ ลก 1Assistant professor Dr., Phitsanulok University. E-mail : [email protected], เบอรโ์ ทรศพั ท์ 081-9623327 บทคัดยอ่ การวจิ ัยครง้ั นีม้ ีวตั ถุประสงค์เพื่อ ศึกษาระดับปัจจยั พฤตกิ รรม ระดบั การมสี ว่ นร่วมของประชาชน และศกึ ษา วิ เ ค ร า ะ ห์ ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ข อ ง ปั จ จั ย พ ฤ ติ ก ร ร ม กั บ ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร จั ด ท า แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ตร์ การพัฒนาเทศบาลในจังหวัดพิษณุโลก เป็นการวิจัยเชิงสารวจ กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เขตเทศบาลในจังหวัดพิษณุโลก จานวน 396 ราย กาหนดสัดส่วนแล้วใช้การสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ สถิติที่ใช้ คอื คา่ เฉลีย่ ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธ์ิสหสมั พันธแ์ บบสเปยี ร์แมน ผลการวจิ ัยพบวา่ ประชาชนมคี วาม คิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยด้านพฤติกรรมในการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์เทศบาลภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅=3.61, SD.=.32) รายด้านอยู่ในระดับมากทั้ง 3 ด้าน คือด้านปัจจัยด้านพฤติกรรมของข้าราชการและพนักงานของเทศบาล (x̅=3.73, SD.=.57) ด้านพฤติกรรมของประชาชน (x̅=3.59, SD.=.55) และด้านพฤติกรรมของผู้นา (x̅=3.52, SD.=.33) ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทาแผนพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅=3.55, SD.=.23) ด้านการร่วมรับรู้ (x̅=3.71, SD.=.33) และด้านการร่วมปฏิบัติการหรือดาเนินงาน (x̅=3.64, SD.=.54) อยู่ในระดับมาก ส่วนด้านอื่น ๆ อยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยพฤติกรรมภาพรวมมีความสัมพันธ์ทิศทาง เดยี วกับการมีสว่ นรว่ มของประชาชนในการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาเทศบาลจงั หวัดพิษณโุ ลกอยา่ งมนี ัยสาคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 อยู่ในระดับต่า ( rS =.45) ด้านพฤติกรรมของข้าราชการและพนักงานของเทศบาล และปัจจัย ด้านพฤติกรรมอยู่ในระดับต่า ( rS =.48, .46) ส่วนปัจจัยด้านพฤติกรรมของผู้นามีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันขา้ ม กับการมีสว่ นร่วมของประชาชนในการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาเทศบาลจังหวัดพษิ ณโุ ลกอยา่ งมีนัยสาคัญทาง สถติ ิท่รี ะดบั .05 อยใู่ นระดับต่ามาก ( rS = -.10*) \\ คาสาคญั การมีสว่ นร่วม แผนยทุ ธศาสตร์การพัฒนา เทศบาล Abstract The purpose of this research were to study the level of behavioral factors and the level of public participation to analyze the relationship of behavioral factors with public participation in developing a municipal development strategy plan in Phitsanulok Province. This is a survey research. The sample consisted of 396 people aged 18 years and over in the municipal area of Phitsanulok Province. The determined by random sampling. The statistics used were standard deviation mean วารสารวิิชาการรับั ใช้ส้ ังั คม มทร.ล้้านนา 1 ปีีที่่� 4 ฉบับั ที่�่ 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
and the spearman correlation coefficient. The results are as follows, the public opinion on the behavioral factors in the development of the municipal strategic plan at high level (x̅=3.61, SD. =. 32), the behavioral factors of government officials and municipal employees (x̅=3.73, SD.=.57), people's behavior ( x̅ =3.59, SD.=.55) and behavior of leaders ( x̅ =3.52, SD.=.33). The public participated in the development of the overall municipal development strategy development plan at a high level (x̅= 3.55, SD. =. 23), and joint operations or operations (x̅=3.64, SD.=.54) is at a high level while other aspects were at a moderate level. The overall behavioral factors correlated with the participation of people in developing the Phitsanulok Province. The municipal development strategic plan with statistical significance at the low level of .01 ( rS =.45) in the behavior of government officials. The behavioral factors of the leaders were in the opposite direction with the participation of the people in the municipal development strategy plan in Phitsanulok Province. The statistically significant at the .05 level is very low ( rS = -.10 *) Keywords Participation, Strategic plan development, Municipal บทนา ภาครัฐได้เข้ามารับรู้ข้อมูลข่าวสาร มีโอกาสมาแสดง พระราชบัญญัติ กาหนดแผนและขั้นตอนการ ความคิดเห็น การร่วมแลกเปล่ียนข้อมูล ร่วมตัดสินใจ รบั ผลจากการตัดสนิ ใจ ให้การปรึกษาหารือ และรว่ มกัน ก ร ะ จ า ย อ า น า จ ใ ห้ แ ก่ อ ง ค์ ก ร ป ก ค ร อ ง ส่ ว น ท้ อ ง ถ่ิ น ประเมินผลการดาเนินการขององค์กรปกครองส่วน พ.ศ.2542 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับท่ี 2 พ.ศ.2549 ท้องถิ่น แนวทางการแก้ไขปัญหาชุมชน ร่วมออกแบบ ใ ห้ เ ท ศ บ า ล มี อ า น า จ แ ล ะ ห น้ า ท่ี ใ น ก า ร จั ด ท า แ ผ น อนาคตของชุมชนโดยคนในชุมชนเอง (กรมส่งเสริมการ ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นตนเอง (สานักส่งเสริม ปกครองท้องถ่ิน, 2562 : 13) การพัฒนาท้องถ่ินจะเกิด สร้างความเขม้ แข็งชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน, 2562 : ประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากนอ้ ยเพียงใดขึ้นอยู่กับ 21) เป็นแผนพัฒนาเ ศรษฐ กิจและสั ง คม โดยมี การพัฒนาท้องถ่ิน แบบประชาชนมีส่วนร่วมก็จะเกิด วัตถุประสงค์เป็นกรอบในการกาหนดทิศทางการพัฒนา การบรหิ ารงานแบบธรรมาภบิ าล (Good Governance) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้มุ่งไปสู่สภาพการณ์ ตรงตามความต้องการทาให้เกิดพลงั ความสาเร็จตามที่ อนั พึงประสงค์ไดอ้ ย่างเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง แกไ้ ข คาดหวังไว้ การพัฒนาท้องถิ่นก็จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปัญหา และตอบสนองความต้องการของประชาชนใน นาความเจริญมาสู่ประเทศชาติ ซึ่งเทศบาลมีอานาจ ท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง และบรรลุเป้าหมายทค่ี าดการณ์ ห น้ า ที่ ใ น ก า ร จั ด ร ะ บ บ ก า ร บ ริ ก า ร ส า ธ า ร ณ ะ เ พ่ื อ ไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนยุทธศาสตร์การ ประโยชน์ของ ประชาชนในท้องถ่ิน ของตนเอง ซ่ึง พัฒนามีความสาคัญต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประโยชน์ของการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา เนื่องจากแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็นแผนพัฒนาที่ สามารถจัดสรรทรัพยากรทางการบริหารเพื่อแก้ไข มุ่งไปสู่สภาพการณ์ที่ต้องการให้เกิดข้ึนในอนาคต เป็น ปัญหา และพัฒนาท้องถ่ิน ตอบสนองต่อความต้องการ กรอบในการกาหนดทิศทางการพฒั นาสอดคล้องกับการ ของประชาชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุด เป็นการแสดง เปล่ียนแปลง สามารถนาไปสู่การแก้ไขปัญหาและ ศักยภาพ ประสิทธิภาพ และภาพลักษณ์ท่ีดีขององค์กร สนองตอบความต้องการของประชาชนในท้องถ่ินได้ ปกครองส่วนท้องถ่ินสู่สาธารณชน (Department of อยา่ งแทจ้ ริง (สถาบันพระปกเกลา้ , 2562 : 18) local government, 2016) การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเรื่องสาคัญท่ี จากสภาพปัญหาและความสาคัญดังกล่าว รัฐธรรมนูญ 2560 ได้กาหนดไว้ชัดเจนเพื่อเป็นการเปิด ผู้วิจัยจึงสนใจท่ีจะศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของ โอกาสให้ประชาชนผู้มสี ่วนได้เสยี ในการดาเนินการของ 2 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
ประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลในจังหวัดพิษณุโลก วธิ ีการดาเนินงาน ต่อการมีส่วนร่วมในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การ 1. เปน็ การวิจัยเชิงสารวจ (Survey Research) พัฒนาเทศบาลและต้องการทราบว่ามีปัจจัยสาคัญ 2. ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง ใดบ้างที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ จัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาล เพ่ือจะนา 2.1 ประชากร คือ ประชากรทีม่ ีภมู ิลาเนาอยู่ใน ผลการวิจัยมาใช้เป็นข้อมูลในการกาหนดแนวทาง เขตของเทศบาลในเขตจังหวัดพิษณุโลก ท่ีมีอายุ18 ปี ปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพ่ือให้ประชาชนในเขต ข้ึนไป จานวน 19 เทศบาล รวมทั้งหมด 39,516 คน เทศบาลมีส่วนร่วมในการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์ (คณะกรรมการการเลือกตัง้ จังหวดั พษิ ณุโลก, 2562: 6) มากยิ่งข้ึน และสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนได้มีการ เรียนรู้เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองอย่างย่ังยืนซ่ึง 2.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพ่ือศึกษาระดับปัจจัย ประชาชนผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีภูมิลาเนาอยู่ในเขต พฤติกรรมและระดับการมสี ่วนร่วมของประชาชนในการ เทศบาลในเขตจังหวัดพิษณุโลก ด้วยการใช้สูตร จัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลในจังหวัด ของทาโร่ ยามาเน่ (Yamane, 1967) ณ ระดับความ พษิ ณโุ ลก 2. เพ่ือศกึ ษาวเิ คราะห์ความสัมพันธ์ของปจั จัย คลาดเคลื่อน .05 ได้จานวนกลุ่มตัวอย่าง 396 ราย พฤติกรรมกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทา กาหนดสัดส่วนในแต่ละเทศบาลแล้วใช้การสุ่มตัวอย่าง แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลในจังหวัดพิษณุโลก แบบบงั เอิญ จาแนกตามปัจจยั ดา้ นพฤติกรรมทม่ี ีความสมั พันธ์กบั การ 3. เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ มสี ว่ นรว่ มของประชาชน รวบรวมข้อมูลเพื่อการสารวจเป็นแบบสอบถาม มี สมมตฐิ านการวจิ ัย ขั้นตอนการสรา้ ง ดังนี้ ปัจจัยพฤติกรรม ด้านพฤติกรรมของประชาชน 3.1 ศึกษา เอกสาร และงานวิจัยทีเ่ ก่ียวกับความ ด้านพฤติกรรมของผู้นา ด้านพฤติกรรมของข้าราชการ ต้องการเขา้ ศึกษา และพนักงานของเทศบาลมีความสัมพันธ์กับการมีส่วน ร่วมของประชาชนในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การ 3.2 กาหนดกรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย พัฒนาเทศบาลในจงั หวดั พิษณโุ ลก 3.3 สรา้ งแบบสอบถาม โดยแบง่ เป็น กรอบแนวคดิ ในการวิจัย ตอนที่ 1 ความคิดเห็นเก่ียวกับปัจจัยด้าน พฤติกรรมท่ีมีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมในการ ตวั แปรตน้ ตัวแปรตาม จัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาล 3 ด้าน คือ ปัจจยั พฤตกิ รรม การมสี ่วนร่วมของประชาชน ด้านพฤติกรรมของประชาชน ด้านพฤติกรรมของผู้นา 1. พฤตกิ รรม ในการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์ และด้านพฤติกรรมของข้าราชการและพนักงานของ ประชาชน การพฒั นาเทศบาล เทศบาล 2. พฤตกิ รรมผนู้ า 1. การร่วมรับรู้ ตอนท่ี 2 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการ 3. พฤตกิ รรม 2. การร่วมคิดตัดสนิ ใจ พัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์เทศบาลแบ่งเป็น 4 ดา้ น คือ ข้าราชการและ 3. การรว่ มปฏบิ ัตดิ าเนนิ งาน ด้านการร่วมรับรู้ ด้านการร่วมคิดตัดสินใจ ด้านการร่วม พนักงานของ 4. การติดตามและ ปฏิบัติการหรือดาเนินงาน และด้านการติดตามและ เทศบาล ประเมินผล ประเมนิ ผล 3.4 นาแบบสอบถามท่ีปรับปรุงแล้วเสนอ ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดในการวิจยั ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่านตรวจสอบความถูกต้องความ เท่ียงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) และหาดัชนี ความสอดคลอ้ ง (IOC) ของแบบสอบถาม โดยเลอื กข้อที่ มีค่าดัชนีความสอดคลอ้ งตั้งแต่ .50 ข้ึนไป ซึ่งได้เลือกไว้ 50 ข้อ ปรับปรุงแก้ไขสานวนภาษาท่ีใช้ ตลอดจน ตรวจสอบเน้ือหาให้ครอบคลุมแลว้ นามาพิจารณาความ เหมาะสมของสานวนภาษาถ้อยคา และนาแบบสอบถาม ไปปรบั ปรุงแก้ไข วารสารวิิชาการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 3 ปีีที่่� 4 ฉบับั ที่่� 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
3.5 นาไปทดลองใช้ทดลองเพื่อวิเคราะห์ คะแนนเฉล่ีย 1.00 – 1.50 อยู่ในระดับน้อยทส่ี ุด หาคุณภาพ (Try out) กับประชากรท่ีไมใ่ ช่กลุ่มตัวอย่าง การแปลผลความหมายของค่าความสัมพันธ์ คือประชาชนที่มีภูมิลาเนาอยู่ในเขตของเทศบาลในเขต ระหว่างตัวแปรโดยพิจารณาค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ จังหวัดนครสวรรค์ ท่ีมีอายุ 18 ปีข้ึนไป หน่ึงต่อหน่ึง ใชเ้ กณฑ์ดงั นี้ (Hinkle D.E., 1998. p.118) จานวน 3 คน กลมุ่ เลก็ 10 คน และภาคสนาม 30 คน ค่า rS ระดับของความสมั พันธ์ 3.6 นาแบบสอบถามไปสอบถามประชากรที่ .90-1.00 สูงมาก ไม่ใช่เป็นกลุ่มตัวอย่างมาวิเคราะห์หาค่าความเช่ือม่ัน .70-.90 สงู (Reliability) ของแบบสอบถามโ ด ยใ ช้วิ ธี (Alpha .50-.70 ปานกลาง Coefficient) ข อ ง Cronbach (บุ ญ ชม ศรี ส ะ อ า ด , .30-.50 ต่า 2548) ไดค้ า่ ความเช่ือม่นั ท้ังฉบบั เทา่ กบั 0.91 .00-.30 ตา่ มาก 3.7 พิมพเ์ ปน็ แบบสอบถามฉบับสมบรู ณ์ ภาพท่ี 2 ขออนุญาตเกบ็ ข้อมลู กบั ปลัดเทศบาล 4. วิธีรวบรวมข้อมูลโดยแจกแบบสอบถามให้กับ ประชาชน จานวน 19 เทศบาล ตามสัดส่วนของแต่ละ ภาพท่ี 3 สงั เกตการจัดทาแผนยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นา เทศบาล จานวน 396 คน 5. วิธวี เิ คราะหข์ อ้ มลู โดยใช้โปรแกรมสาเร็จรปู สถิตทิ ่ีใช้ ไดแ้ ก่ 5.1 ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยด้าน พฤติกรรม 3 ด้าน คือ ด้านพฤติกรรมของประชาชน ด้านพฤติกรรมของผู้นา และด้านพฤติกรรมของ ขา้ ราชการและพนกั งานของเทศบาล และการมสี ่วนร่วม ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร พั ฒ น า ต า ม แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ เทศบาล 4 ด้าน คือ ด้านการร่วมรับรู้ ด้านการร่วมคิด ตัดสินใจ ด้านการร่วมปฏิบัติการหรือดาเนินงาน และ ด้านการติดตามและประเมินผล วิเคราะห์ค่าสถิติโดย การใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 5.2 ศึกษาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัย พฤติกรรมกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทา แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลในจังหวัดพิษณุโลก ใช้การวิเคราะห์สัมประสิทธ์ิสหสมั พันธ์แบบสเปียร์แมน (Spearman rank correlation coefficient) ( บุ ญ ชม ศรีสะอาด, 2548: 103) 6. การแปลผลการวิจัยของแบบสอบถามใช้เกณฑ์การ ประเมินผล ระดับปัจจัยพฤติกรรมและระดับการมี สว่ นร่วมของประชาชนในการจัดทาแผนยทุ ธศาสตร์การ พัฒนาเทศบาลในจังหวัดพิษณุโลก (สุวิมล ศิรกานนท์, 2557: 17) คะแนนเฉล่ีย 4.51 – 5.00 อยู่ในระดบั มากท่ีสุด คะแนนเฉลยี่ 3.51 – 4.50 อยู่ในระดับมาก คะแนนเฉล่ยี 2.51 – 3.50 อยใู่ นระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.51 – 2.50 อยูใ่ นระดับน้อย 4 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
ภาพที่ 4 ถา่ ยทอดผลงานวิจยั คนื สชู่ ุมชน ผลการวิจยั 1. ระดับปัจจัยพฤติกรรมและระดับการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา เทศบาล ในจังหวัดพษิ ณุโลก 1.1 การวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปจั จัยด้านพฤตกิ รรม 1.2 การวิเคราะห์ระดับการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา เทศบาลในจังหวดั พษิ ณุโลก 2. เปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ จัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลในจังหวัด พิษณุโลก จาแนกตามปัจจัยด้านพฤติกรรมท่ีมี ความสัมพันธ์กบั การมสี ่วนร่วมของประชาชน ตารางท่ี 1 ระดบั ปจั จัยพฤตกิ รรมในการจดั ทาแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาเทศบาลในจงั หวดั พิษณุโลก ดา้ น ปัจจัยพฤตกิ รรม Mean SD ระดบั 1 ดา้ นพฤติกรรมของประชาชน 3.59 .55 มาก 2 ด้านพฤติกรรมของผู้นา 3.52 .33 มาก 3 ดา้ นพฤตกิ รรมของข้าราชการและพนักงานของเทศบาล 3.73 .57 มาก 3.61 .32 มาก คา่ เฉลย่ี รวม จากตารางท่ี 1 พบว่า ปัจจัยพฤติกรรมในการ ไปหาน้อยคือปัจจัยด้านพฤติกรรมของข้าราชการและ จัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลในจังหวัด พนักงานของเทศบาล (x̅=3.73, SD.=.57) ด้าน พิษณุโลก ภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก (x̅=3.61, SD.=.32) พฤติกรรมของประชาชน (x̅=3.59, SD.=.55) และด้าน รายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทั้ง 3 ด้าน เรียงจากมาก พฤติกรรมของผนู้ า (x̅=3.52, SD.=.33) ตารางท่ี 2 ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตรเ์ ทศบาลในจังหวัดพษิ ณุโลก ดา้ น ปจั จัยพฤตกิ รรม Mean SD ระดบั 1 ดา้ นการรว่ มรับรู้ 3.71 .33 มาก 2 ดา้ นการรว่ มคิดตัดสนิ ใจ 3.43 .40 ปานกลาง 3 ดา้ นการร่วมปฏบิ ตั ิการหรอื ดาเนนิ งาน 3.64 .54 มาก 4 ด้านการติดตามและประเมินผล 3.41 .37 ปานกลาง 3.55 .23 มาก ค่าเฉล่ียรวม วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สังั คม มทร.ล้า้ นนา 5 ปีีที่�่ 4 ฉบัับที่่� 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
จากตารางท่ี 2 พบว่า ประชาชนมีส่วนร่วมใน ดาเนินงาน (x̅=3.64, SD.=.54) และอยู่ในร ะ ดั บ การจัดทาแผนยุทธศาสตร์เทศบาลในจังหวัดพิษณุโลก ปานกลาง 2 ด้าน คือด้านการร่วมคิดตัดสนิ ใจ (x̅=3.43, ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅=3.55, SD.=.23) รายด้าน SD.=.40) แ ล ะ ด้ า นก า ร ติ ด ต า ม แ ละ ปร ะ เมินผล พบว่าอยู่ในระดับมาก 2 ด้าน คือด้านการร่วมรับรู้ (x̅=3.41, SD.=.37) (x̅=3.71, SD.=.33) ด้านการร่วมป ฏิบั ติก า ร ห รื อ ตารางท่ี 3 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหวา่ งปจั จัยด้านพฤติกรรม กับการมีสว่ นร่วมของประชาชนในการจดั ทาแผน ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลในจังหวดั พษิ ณุโลก การมีส่วนรว่ มของประชาชนในการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาเทศบาล (รายด้าน) ปัจจัยพฤตกิ รรม การรว่ มรับรู้ การร่วมคิด การร่วมปฏบิ ัติ การติดตามและ รวม (รายด้าน) ( rS ) ตัดสินใจ ดาเนินงาน ประเมนิ ผล ( rS ) ( rS ) ( rS ) ( rS ) 1. พฤติกรรมประชาชน -.23** .17** .54** .45** .46** 2. พฤตกิ รรมผนู้ า -.29** -.03 .00 .10 -.10* 3. พฤตกิ รรมขา้ ราชการและ .04 .41** .24** .35** .48** พนักงานของเทศบาล รวม -.20** .27** .42** .44** .45** * มนี ัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ** มีนัยสาคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ 0.01 จากตารางที่ 3 พบวา่ ปจั จยั พฤติกรรมภาพรวม การนาไปใช้ มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ทิ ศ ท า ง เ ดี ย ว กั บ ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง 1 . น า เ ส น อ ใ น เ ว ที ก า ร ป ร ะ ชุ ม หั ว ห น้ า ส่ ว น ประชาชนในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา เทศบาลในจังหวัดพิษณุโลกอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ี ราชการจังหวัดพิษณุโลก ในหัวข้อกระบวนการในการ ระดับ .01 ในระดับต่า ( rS = .45) รายด้านพบว่าด้าน จั ด ท า แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พั ฒ น า จั ง ห วั ด พิ ษ ณุ โ ล ก พฤตกิ รรมของข้าราชการและพนักงานของเทศบาล และ โดยสรุปว่าการจัดทาแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด ปัจจัยด้านพฤติกรรมของประชาชนมีความสัมพันธ์กับ พิษณุโลก ต้องให้ประชาชนมามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร จั ด ท า แ ผ น ซ่ึงในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของเทศบาล ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พั ฒ น า เ ท ศ บ า ล เ ท ศ บ า ล ใ น จั ง ห วั ด ต้องนาผลการพัฒนาที่ผ่านมาประกอบการพิจารณา พิษณุโลก ในระดับต่า ( rS = .48, .46) ส่วนปัจจัยด้าน จดั ทา วิเคราะหป์ รับปรุง และทบทวนแผนงานโครงการ พฤติกรรมของผู้นามีความสัมพนั ธ์ในทิศทางตรงกันขา้ ม ตา่ ง ๆ ในปที ่ผี า่ นมา เพ่อื เป็นแผนยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา กั บ ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร จั ด ท า แ ผ น จังหวัดพิษณุโลกท่ีมีคุณภาพ เช่ือมโยงนโยบาย และ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พั ฒ น า เ ท ศ บ า ล เ ท ศ บ า ล ใ น จั ง ห วั ด ตรงกบั ความตอ้ งการของประชาชนในพื้นที่อยา่ งแท้จริง พษิ ณุโลก อยา่ งมีนยั สาคัญทางสถิติท่รี ะดับ .05 ในระดับ โดยดูศักยภาพ โอกาส ปัญหา และความต้องการของ ตา่ มาก ( rS = -.10*) ประชาชนในพื้นท่ี ซึ่งจะต้องมีความเชื่อมโยง และให้มี ความสอดคลอ้ งกัน จึงจะได้แผนพฒั นาจังหวัดพษิ ณุโลก ทีม่ ีคณุ ภาพ 6 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
2. นาเสนอผลงานวิจยั โดยคนื ขอ้ มลู ส่ชู มุ ชนใน ร ะ ดั บ ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร จั ด ท า เวทีการประชุมประจาเดือนของเทศบาลในจังหวัด แผนพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์เทศบาลในจังหวัด พษิ ณุโลก เพื่อให้เทศบาลได้เห็นขอ้ มลู ชุมชนของตนเอง พษิ ณโุ ลกอยู่ในระดบั มาก ท้ังน้เี ปน็ เพราะวา่ การคดั เลือก แนวทางการพัฒนาคณะกรรมการ สนับสนุนการจัดทา 3. จัดทาหนังสือเพ่ือเผยแพร่ผลการวิจยั ส่งให้ แผนพัฒนา จะสรุปยทุ ธศาสตร์จากแผนยุทธศาสตร์การ เทศบาลต่าง ๆ ในจงั หวดั พษิ ณโุ ลก โดยนาผลการวิจัยท่ี พัฒนา พร้อมท้ังข้อมูลที่เกี่ยวข้องปัญหาความต้องการ ได้รับมาปรับภาษาโดยใช้ภาษาท่ีเข้าใจง่ายและชัดเจน ของท้องถิ่นรวมทั้งสรุปยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด เพื่อให้ประชาชนในพ้ืนที่วิจัยและประชาชนท่ัวไปอ่าน อาเภอ และนโยบายของผู้บริหารท้องถ่ินเพื่อเสนอต่อ เพื่อความรู้ท่ีได้รับไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับชุมชนของ คณะกรรมการพฒั นาท้องถนิ่ ดังน้ันประชาชนมีส่วนร่วม ตนเองตอ่ ไป ในการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์เทศบาลในจังหวัด อภิปรายผล พิษณุโลก ภาพรวมจึงอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับ การวิจัยของสากล ภู่ขันเงิน (2558) ได้ศึกษาเรื่องการมี 1. ประชาชนมีความคิดเห็นเก่ียวกับปจั จัยด้าน ส่วนร่วมของประชาชนตาบลหนองใหญ่ ในการจัดทา พฤติกรรมท่ีมีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมในการ แผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตาบล พบว่า ด้านการ พัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์เทศบาลในจังหวดั พิษณุโลก รว่ มรบั รู้ และดา้ นการร่วมปฏบิ ตั อิ ยใู่ นระดบั มากเชน่ กัน ภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากทั้งหมด คือปัจจัย ดา้ นพฤตกิ รรมของข้าราชการและพนักงานของเทศบาล 2. ปัจจัยพฤติกรรมภาพรวมมีความสัมพันธ์ ด้านพฤติกรรมของประชาชน ด้านพฤติกรรมของผู้นา ทิศทางเดียวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ ท้ังน้ีเป็นเพราะว่าการเตรียมการจัดทาแผนยุทธศาสตร์ จัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลในจังหวัด เทศบาลหน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดทาแผนมีการเข้า พิษณุโลกอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 อยู่ใน พบผบู้ ริหารทอ้ งถ่นิ ชแี้ จงวัตถุประสงค์ ความสาคัญ และ ระดับต่า รายด้านพบว่าด้านพฤติกรรมของข้าราชการ ความจาเป็นในการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์เทศบาลเพ่ือให้ และพนักงานของเทศบาล และปจั จยั ดา้ นพฤตกิ รรมของ ผู้บริหารทราบถึงภารกิจที่จะต้องดาเนินการต่อไปและ ประชาชนมีความสัมพันธ์กับการ มีส่วนร่วมของ ดาเนนิ การเสนอโครงการจัดทาแผนยุทธศาสตรเ์ ทศบาล ประชาชนในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ผ่านปลัดเทศบาลให้อนุมัติโครงการดังกล่าวเป็นการ เทศบาลอยู่ในระดับต่า ส่วนปัจจัยด้านพฤติกรรมของ กาหนดทรัพยากรในการจัดทาแผน และกาหนดปฏิทิน ผู้นามีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับการมีส่วน การปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนดังน้ัน ประชาชนมีความ ร่วมของประชาชนในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การ คิดเห็นเกย่ี วกบั ปัจจัยดา้ นพฤตกิ รรมทมี่ คี วามสัมพันธ์กับ พฒั นาเทศบาลอย่างมีนัยสาคัญทางสถิตทิ ่ีระดับ .05 อยู่ ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร พั ฒ น า ต า ม แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ในระดับต่ามาก ท่ีเป็นเช่นน้ีเพราะ เทศบาลในเขต เทศบาลในจังหวัดพิษณโุ ลกภาพรวมจึงอยู่ในระดับมาก จั ง ห วั ด พิ ษ ณุ โ ล ก มี ก า ร ก า ร ว า ง แ ผ น ก า ร จั ด ท า แ ผ น ซ่ึงสอดคล้องกับ ผลการวิจัยของนุกุล วัฒนากร (2554) ยุทธศาสตร์การพฒั นาโดยมีการประชาคมเพ่อื เสนอแผน ศึกษาเร่ืองการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครอง ยุทธศาสตร์การพัฒนาของคณะผู้บริหารให้ชุมชน และ ท้องถิ่น ศึกษาเฉพาะกรณีองค์การบริหารส่วนตาบล หมู่บ้านรับทราบในการวางแผนยุทธศาสตร์มีการจัด บางรักน้อย อาเภอเมืองนนทบุรีจังหวัดนนทบุรี พบว่า ประชุม ของคณะผู้บริหารและคณะกรรมการตัวแทน ปัจจัยด้านพฤติกรรมของข้าราชการและพนักงานและ ชุมชน เพื่อเสนอสภาพปัญหาและความต้องการของ ด้านพฤติกรรมของประชาชน มีส่วนร่วมในการ ชุมชน แล้วนามากาหนดการวางแผนยุทธศาสตร์การ เตรียมการจัดทาแผนยุทธศาสตรอ์ ยใู่ นระดบั มากเชน่ กัน พัฒนาแต่ไม่คลอบคลุมทกุ พน้ื ท่ีจงึ ทาให้ความสัมพันธ์อยู่ ในระดับที่ต่า ถึงแม้จะเป็นไปในทิศทางเดียวกับการมี ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตามแผน สว่ นร่วมของประชาชนในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การ ยุทธศาสตร์เทศบาลในจังหวัดพิษณุโลกภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก ส่วนรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมาก คือด้าน การร่วมรบั รู้ และด้านการร่วมปฏบิ ตั ิการหรือดาเนินงาน วารสารวิิชาการรัับใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 7 ปีที ี่่� 4 ฉบับั ที่�่ 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
พัฒนาก็ตาม ซ่ึงสอดคล้องกับงานวิจัยของ กาไลทิพย์ คณะศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ เศรษฐ์วิชัย (2556) ที่ศึกษาเรื่องการมีส่วนร่วมของ มหาวิทยาลัยรามคาแหง ประชาชนในการจัดทาแผนแม่บทชุมชน ศึกษากรณี บุญชม ศรีสะอาด. 2548. วิธีการทางสถิติสาหรับ ตาบลท่าแค อาเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ผลการวิจัย การวิจัย. พมิ พค์ รัง้ ท่ี 6. กรงุ เทพฯ: สวุ ีรยิ าสาสน์. พบว่า พฤติกรรมของข้าราชการและพนักงานและ สถาบันพระปกเกล้า. 2562. การมีส่วนร่วมในการ พฤติกรรมของประชาชนมีความสัมพันธ์กับการมีส่วน จั ด ท า แ ผ น พั ฒ น า แ ล ะ ง บ ป ร ะ ม า ณ ส า ห รั บ ร่วมของประชาชน ในการจัดทาแผนแม่บทชุมชนอยู่ใน ทอ้ งถนิ่ . สถาบันพระปกเกลา้ . กรุงเทพฯ. ระดับต่า ส่วนพฤติกรรมของผนู้ ามีความสัมพนั ธ์กับการ สากล ภู่ขันเงิน. 2558. การมีส่วนร่วมของประชาชน มีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทาแผนแม่บทชุมชน ตาบลหนองใหญ่ ในการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์ อยา่ งมนี ัยสาคญั ทางสถิติทรี่ ะดับ .05 ก า ร พั ฒ นา อง ค์ก า ร บ ริห า ร ส่วนตาบ ล. บรรณานุกรม วิทยานิพนธ์ฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน. 2562. การจัดทา รามคาแหง สานกั งานสง่ เสริมสรา้ งความเข้มแขง็ ชมุ ชน. 2562. การ แผนพัฒนาทอ้ งถ่ิน แผนยุทธศาสตร์การพฒั นา ขับเคล่ือนกระบวนการแผนชุมชน. กรมการ แผนปฏิบัติการและการติดตามประเมินผล. พัฒนาชมุ ชน กรงุ เทพมหานคร. กรุงเทพฯ: สานักพมิ พ์สุภา. สุวิมล ศิรกานนท์. 2557. ระเบียบวิธีวิจัยทาง กาไลทิพย์เศรษฐ์วิชัย. 2556. การมีส่วนร่วมของ สังค มศ าสตร์และแนวทางสู่การปฏิบัติ. ประชาชนในการจัดทาแผนแมบ่ ทชุมชน ศกึ ษา กรุงเทพมหานคร: สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ กรณีตาบลท่าแค อาเภอเมือง จังหวัดพัทลุง. มหาวิทยาลัย. ภาคนิพนธ์คณะรัฐประศาสน วิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตร มหาบัณฑิต สาขา ศาสตร์. สถาบนั บัณฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ นโยบายและการวางแผน สังคม มหาวิทยาลัย Department of local government. 2016. Laws ทกั ษิณ relating to the administration of local คณะกรรมการการเลือกต้ังจังหวัดพิษณุโลก. 2562. public administration units. Bangkok: ข้อมลู ผมู้ สี ทิ ธ์เิ ลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร local printing. ปี 2562. เอกสารการประชมุ นายอาเภอ จังหวดั Hinkle, D.E. 1998. Applied Statistics for the พิษณุโลก. Behavioral Sciences. Boston: Houghton นุกลุ วฒั นากร. 2554. การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนใน Mifflin. การปกครองท้องถิ่น: ศึกษาเฉพาะกรณี Yamane, Taro. 1967. Statistic and Introductory องค์การบริหารส่วนตาบลบางรักน้อย อาเภอ Analysis. 2nd Ed. New York: Harper and เมืองนนทบุรีจังหวัดนนทบุรี. วิทยานิพนธ์ Row. 8 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
การประเมนิ ผลตอบแทนทางสังคมของกจิ กรรมพฒั นาศักยภาพการตัดเยบ็ ขนั้ สงู สาหรับ ผปู้ ระกอบการทางวัฒนธรรม อาเภอแม่แจม่ จงั หวัดเชียงใหม่ The Evaluation to Social Return on investment of Advanced Sewing Competency Development Activities for Cultural Entrepreneurs in Mae Chaem District, Chiang Mai Province ศศิพัชร์ สันกลกจิ 1* อนวชั จิตต์ปรารพ2 ภัทราวดี ธงงาม3 ณิชพณั ณ์ ปติ นิ ิยมโรจน์4 Sasipat Sunkolkit1*, Anawat Jitprarop2 Pataravadee Tongngam3 Nichaphan Pitiniyomroj4 1 อาจารย์ สาขาการบญั ชี คณะบรหิ ารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา 2 4 อาจารย์ สาขาบรหิ ารธรุ กิจ คณะบรหิ ารธรุ กจิ และศลิ ปศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา 3 อาจารย์ สาขาสถาปัตยกรรมภายใน คณะศลิ ปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา 1 2 4 Lecturer Faculty of Business Administration and Liberal Arts, Rajamangala University of Technology Lanna. 3 Lecturer Faculty of Arts and Architecture, Rajamangala University of Technology Lanna. *E-mail : [email protected], เบอร์โทรศัพท์ 053-921444 ตอ่ 2638 บทคดั ยอ่ การศึกษาวิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์ประเมินผลลัพธ์ทางสงั คม จากกิจกรรมพัฒนาศักยภาพการตัดเย็บข้ันสูง สาหรับผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมด้านสิ่งทอ อาเภอแม่แจม่ จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างจานวน 10 คน จัดเก็บ รวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ก่ึงโครงสร้างทันทีท่ีเสร็จส้ินการดาเนินกิจกรรม ผลการศึกษา พบว่า ในมุมมองของกลมุ่ ตัวอย่างแสดงใหเ้ ห็นว่าการดาเนินกิจกรรมดังกลา่ ว จะสามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคม ได้ 0.88 เท่าของเงินท่ีลงทุนในกิจกรรม กล่าวคือ ทุกค่าใช้จ่ายท่ีใช้ในกิจกรรมจานวน 1 บาท นอกจากจะสร้าง ผลตอบแทนทางการเงิน(ROI) จากสร้างรายได้เพ่ิมข้ึนแล้ว ยังสามารถให้ผลตอนแทนทางสังคม(SROI)ได้อีกคิดเป็น อตั ราร้อยละ 88 ของเงนิ ลงทนุ คาสาคญั ผลตอบแทนทางสงั คม ผูป้ ระกอบการทางวฒั นธรรม Abstract The aim of this research is to assess social outcomes. from the activity of advanced sewing potential development for textile cultural entrepreneurs in Mae Chaem District, Chiang Mai Province. The samples participated in the activity were 10 person the data was collected from questionnaires and semi-structured interviews immediately after the activity was completed. The study found that In view of the samples, the social return was 0.88 times of the money invested in the activity. That is to say, in every 1 baht of activity expansion, not only to develop sewing skills for entrepreneurs to generate financial returns in order to generate more income. but also provide a social return on investment (SROI) as a percentage of 88 percent of the investment. Keywords Social Return on Investment, Cultural entrepreneurship วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้า้ นนา 9 ปีที ี่่� 4 ฉบัับที่่� 2 กรกฎาคม - ธันั วาคม 2563
บทนา ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม ท่ี จ ะ ส ร้ า ง ผ ล ลั พ ธ์ เ ชิ ง บ ว ก ต่ อ ร ะ บ บ อาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีจานวน เศรษฐกิจ สังคม และส่ิงแวดล้อมในพ้ืนท่ีอาเภอแม่แจม่ จังหวัดเชียงใหม่ จึงจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพการ ประชากรประมาณรวม 60,180 คน (รายงานสถิติ ตัดเย็บข้ันสูงสาหรับผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม จานวนประชากรและบ้าน พ.ศ. 2561 จงั หวัดเชียงใหม่, อาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการพัฒนา กรมการปกครอง,2562) มีแหล่งทาเลที่ตั้งอยู่เขต เศรษฐกิจฐานวัฒนธรรมเชิงพ้ืนที่ เมืองแม่แจ่ม จังหวัด ระหว่างหุบเขา ภูมิศาสตร์มีความโดดเด่นด้านพ้ืนที่ เชียงใหม่ขน้ึ การตดั เย็บขัน้ สงู เป็นทกั ษะและเทคนิคการ ท่ามกลางความเป็นธรรมชาติ ประชากรส่วนใหญ่ ตัดเย็บท่ีสามารถการสร้างแบบตัด (Pattern) ลักษณะ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชพี หลกั มอี าชีพเสรมิ สามมิติ (3D) การโพ้งเก็บริมผ้าให้แน่น การทาซิป เป็นงานด้านหัตถกรรมภูมิปัญญาที่สืบทอดผ่านวิถีชีวิต กระเป๋าด้านในและด้านนอก จากผลิตภัณฑ์ผ้าตีนจก ของคนแม่แจ่มมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันนับระยะเวลา ของอาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ การออกแบบ 7 ปีให้หลังโดยประมาณ อาเภอแม่แจ่มถูกรบกวน กิจกรรมพัฒนาทักษะและถ่ายทอดองค์ความรู้เทคนิค (Disturb) จากการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาของ การตัดเย็บขั้นสงู ดังกลา่ ว จะสามารถช่วยลดเวลาในการ เทคโนโลยีที่ ส่งผลตอ่ วิถีชีวิตและการประกอบอาชพี ของ ผลิต เพ่ิมจานวนแรงงานในกระบวนการผลติ เพ่ือสร้าง คนในพื้นที่ กล่าวคือ เกษตรกรหันมาประกอบอาชีพ โอกาสการรับคาสั่งซื้อจากลูกค้า ยกระดับฝีมือแรงงาน แบบเกษตรเชิงเดี่ยวในสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ ทาง วัฒ นธรรม ใ นพื้ นท่ี โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดสาหรับเล้ียงสตั ว์ในรูปแบบ อาเภอแม่แจม่ จงั หวัดเชยี งใหม่ เกษตรพนั ธสญั ญา จากการลงพืน้ ท่ีสารวจเบ้อื งตน้ พบวา่ ชุมชนพบปัญหาการบุกรุกป่าจากการทาเกษตรกรรม การศึกษาครั้งนี้มีวตั ถปุ ระสงค์เพ่อื วัดผลกระทบ เ ก ษ ต ร ก ร เ อ ง ก็ ป ร ะ ส บ ปั ญ ห า ร า ค า ผ ล ผ ลิ ต ท า ง จากกิจกรรมดังกล่าว ด้วยการคานวณผลตอบแทนท่ี การเกษตรตกตา่ ปัจจัยดา้ นตน้ ทุนการผลิตสูงข้ึน อีกทัง้ ไม่ใช่ผลตอบแทนทางการเงินหรือที่เรียกว่าผลตอบแทน ภาระหนสี้ นิ ทีเ่ กดิ จากการทาการเกษตร ท า ง สั ง คม ( Social Return on Investment : SROI) ตามแนวทางการประเมินผลตอบแทนทางสังคม โชตกิ า สิ่งที่น่าสนใจของคนในพืน้ ท่ีอาเภอแม่แจม่ การ ภาษผี ล (2560) มีปราชญ์ ช่างฝีมือและกล่มุ วิสาหกิจท่ีทางานด้านศลิ ปะ วธิ ีการดาเนินงาน หัตถกรรมและงานฝมี อื เป็นอาชีพเสรมิ ผลิตภัณฑเ์ ปน็ ที่ ดา้ นการดาเนนิ งานของกิจกรรม ต้องการของตลาด แต่ผู้ประกอบการด้านวัฒนธรรม ส่ิงทอในพ้ืนที่ยังไม่สามารถยกระดับจากการสร้างงาน กิจกรรม “พัฒนาศักยภาพการตัดเย็บสาหรับ สร้างรายได้จากทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ได้อย่างเป็น ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมด้านส่ิงทอ” เป็นกิจกรรม รูปธรรม จากการลงพ้ืนท่ีสัมภาษณ์ผู้ประกอบการทาง สัมมนาเชิงปฏิบัติการเพ่ือพัฒนาความรู้ความเข้าใจและ วัฒนธรรมด้านสิ่งทอ พบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ทักษะด้านการตัดเย็บขั้นสูง (advance) ผู้ประกอบการ ข้อจากัดด้านกาลังคนหรือแรงงานในกระบวนการผลิต ส า ม า ร ถ ผ ลิ ต สิ น ค้ า ทั น ต่ อ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ข อ ง ต ล า ด ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่ทันต่อความต้องการของ มีมาตรฐาน อันนามาสู่การสร้างรายได้ที่เพ่ิมข้ึน พัฒนา ตลาด อีกทั้งแรงงานในกระบวนการผลิตบางส่วนยังไม่ ขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ สามารถผลิตสินค้าท่ีมีคุณภาพตามมาตรฐานของกลุ่ม ทางวัฒนธรรมในอุตสาหกรรมแฟชั่นของอาเภอแม่แจม่ วิสาหกิจ ส่งผลต่อการดาเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจ สสู่ ากลตอ่ ไป ชุมชน ทไี่ ม่สามารถตอบสนองความตอ้ งการของตลาดได้ ทันตอ่ เวลา เสยี โอกาสการสรา้ งจ้างงานและการกระจาย คณะวิจัยออกแบบกิจกรรมและหลักสูตรเพื่อ รายได้ให้กับสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือคนใน พัฒนาบุคลากรด้านการตัดเย็บ ออกเป็น 2 ส่วน ดังน้ี พ้นื ท่ี ส่วนแรก เป็นกิจกรรมการจัดสัมมนาและเสวนา เพ่ือ พัฒนาแนวคิดและความรู้ให้กับผู้ประกอบการทาง ม ห า วิ ท ย า ลั ย เ ท ค โ น โ ล ยี ร า ช ม ง ค ล ล้ า น น า วัฒนธรรมในธุรกิจด้านส่ิงทอ เกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นใน ร่วมกับสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตที่จะมีผลต่อการพัฒนา วจิ ยั และนวัตกรรม (สกสว.) เล็งเห็นความสาคญั ของทุน 10 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
แบบรูปแบบผลติ ภณั ฑ์ ตลอดจนความสาเรจ็ ของแบรนด์ ผลกระทบจากกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย อั น เ นื่ อ ง ม า จ า ก ก า ร พั ฒ น า รู ป แ บ บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ แ ล ะ ผลลัพธ์ท้ังที่เป็นผลตอบแทนทางการเงิน (ROI) คือ การตัดเย็บท่ีได้คุณภาพ ส่วนที่สอง จะเป็นการอบรม รายได้ท่ีเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ลดลง และผลลัพธ์ที่เป็น เชิงปฏิบัติการ ( Workshop) เป็นหลักสูตรอบรม ผลตอบแทนทางสังคม(SROI) การศึกษาครงั้ น้ีจะมุ่งเน้น เชิงปฏิบัติการพัฒนาตัดเย็บขั้นสูง (advance) สอน การประเมินผลตอบแทนทางสังคมที่ประเมินโดยผู้เข้า ต่อเน่ืองในภาคปฏิบัติการสอนตัดเย็บกระเป๋าและ อบรมท่ตี อบแบบสอบถาม โดยการวดั และประเมนิ ผลใน เทคนคิ พิเศษเพ่ือใหก้ ารตัดเย็บมคี ุณภาพ มิ ติ ด้ า น คว า ม รู้ ( Knowledge) มิ ติ ก า ร เ ผ ย แ พ ร่ ดา้ นการวดั และประเมินผลตอบแทนทางวังคม (Process) มติ ิการใชง้ าน (Application) โดย K หมายถึง ความรู้ความเชีย่ วชาญดา้ นงานฝีมือ ประเมิน การประเมินผลตอบแทนทางสงั คมของกิจกรรม โดยผู้รว่ มกิจกรรม กาหนดระดับคะแนน 1 – 5 (คะแนน พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม อาเภอ เตม็ 5) แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ดาเนินการวิเคราะห์และ ประเมินผลตอบแทนทางสังคม โดยลาดับดังนี้ K1 คอื ความร้กู ่อนการอบรม 1) กาหนดขอบเขตและวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย K2 คอื ความรู้หลงั การอบรม จึงกาหนดกลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการศึกษา ได้แก่ ความร้ทู ่ีเปล่ยี นแปลงไป (NK) = K2 – K1 สดั ส่วน ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมด้านส่ิงทอ 2) สร้างแผนท่ี ของความรู้ทเ่ี พ่มิ ข้ึน KR = NK/5 ผลกระทบ (impact mapping) 3) กาหนดตัวช้ีวัดและ P หมายถงึ การเผยแพรค่ วามรทู้ ่ไี ด้รับจากการอบรม จัดเก็บข้อมูล โดยเครอื่ งมือที่ใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล A หมายถึง การประยุกตใ์ ช้ความรูท้ ไี่ ด้รบั จากการอบรม ครงั้ นเ้ี ปน็ แบบสอบถามด้านความรทู้ ่ีได้รับจากการอบรม แนวทางการคานวณค่าผลตอบแทนทางสังคม ด้านการนาความรูไ้ ปเผยแพร่ และด้านการนาความรู้ไป ดังนี้ ประยกุ ตใ์ ช้ 4) นาผลการแปลงค่าทางการเงนิ มาคานวณ SROI = มติ ิด้านความรูท้ ี่ไดร้ ับ(K) + มติ ิด้านการเผยแพร่ SROI ความรู้(P) + มิติด้านการประยุกต์ใช้ความรู้(A) / คา่ ใชจ้ า่ ยของกิจกรรม นอกจากน้ี คณะวิจัยได้ดาเนินการจัดเก็บ ผลการดาเนนิ งาน รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ(Primary Data) จากการลงพน้ื ที่ สารวจข้อมูลพื้นฐาน สัมภาษณ์ผู้เข้าอบรม ใช้เครื่องมือ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นเพศหญิงทั้งหมด มีอายุ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ก่ึงโครงสร้าง รวมถึง เฉลี่ย อยู่ระหว่าง 31 - 40 ปี ส่วนใหญ่จบการศึกษา การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม เพื่อจัดเก็บข้อมูล ระดับประถมศึกษาคิ ด เป็ นร้ อยละ 62.5 ระดับ เกี่ยวกับบริบท สภาพแวดล้อมของกิจก ร ร ม ที่ ปริญญาตรีคิดเป็นร้อยละ 37.5 มีอาชีพหลักทาไร่ ทาการศึกษา และนามาใช้ในการวิเคราะห์ประเด็นที่ ทาสวนคิดเป็นร้อยละ 37.5 รองลงมาประกอบอาชีพ เก่ียวข้อง ข้อมูลทุติยภูมิ(Secondary Data) จัดเก็บ ค้าขาย ทาธุรกิจส่วนตัวเป็นผู้ประกอบการทาง ขอ้ มูลจากเอกสารวิชาการ บทความ หนงั สือ ข้อมูลจาก วฒั นธรรม คิดเป็นรอ้ ยละ 25 และ อยูร่ ะหว่างหางานทา เว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับบริบทอาเภอแม่แจ่ม กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 12.5 ผู้ตอบแบบสอบถามมีรายได้เฉล่ีย วิสาหกิจผลิตภัณฑ์ ผลตอบแทนทางสังคม และข้อมูล 12,625 บาทต่อเดือน มีรายจ่ายเฉล่ีย 11,625 บาทต่อ อื่น ๆ ท่ีเก่ียวข้อง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย เดือน และผู้ตอบแบบสอบถามเคยเข้าร่วมกิจกรรมที่มี อตั รารอ้ ยละ การวัดมลู คา่ ผลกระทบทางสังคมคร้งั น้ีจะ ลักษณะน้ีจากการอบรมและพัฒนาของการศึกษานอก เน้นเฉพาะขั้นตอนของความรู้ท่ีผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับ ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย (กศน.) และโครงการ เ น่ื อ ง จ า ก ยั ง ไ ม่ ถึ ง ข้ั น ต อ น ข อ ง ก า ร ข ย า ย ผ ล ก า ร ท า ประชารฐั กิจกรรม เพราะผลกระทบของกิจกรรมจะเกิดจาก ความรู้ท่ีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้และฝึกฝน ด้าน ผลการจัดสัมมนาและเสวนาเพื่อพฒั นาแนวคิด ผลกระทบทางออ้ มมองในมมุ มองของผู้มีส่วนได้สว่ นเสีย และองค์ความรู้ด้านการออกแบบให้ผู้ประกอบการทาง กับกิจกรรมดงั กล่าว วัฒนธรรมด้านสิ่งทอ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมจานวน 10 คน ระยะดาเนินกิจกรรม 1 วัน พบว่า ผลการตอบ วารสารวิิชาการรับั ใช้้สังั คม มทร.ล้า้ นนา 11 ปีีที่�่ 4 ฉบัับที่่� 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
แบบสอบถามก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรมย่อย ดังกล่าว มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสินจานวน 8 คน คิด เป็นร้อยละ 80 ของผู้เข้าอบรม ผู้ตอบแบบสอบถาม ทั้งหมด มีความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ทาง วฒั นธรรมเพ่ิมขึ้น ภาพท่ี 2 การจัดกจิ กรรมพฒั นาทักษะตัดเย็บขัน้ สงู ภาพท่ี 1 การจัดกจิ กรรมพัฒนาแนวคดิ การออกแบบ ที่ได้รับจัดสรรจากแหล่งทุน จานวน 35,000 บาท ผลการอบรมเชิงปฏิบัติการ(Workshop) การ ผลผลิตท่คี าดวา่ จะไดร้ บั เมือ่ สิ้นสุดโครงการ คือจานวนผู้ เข้าอบรมจานวน 10 คน และความรู้ท่ีผู้เข้าอบรมไดร้ บั การตัดเย็บข้ันสูง โดยวิทยากรในท้องถ่ิน ซ่ึงเป็นผู้มี ผ ล ลั พ ธ์ คื อ ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม ที่ เ ข้ า ร่ ว ม ประสบการณ์ด้านการตัดเย็บ เทคนิคการตัดเย็บข้ันสูง กิ จ ก ร ร ม มี ศั ก ย ภ า พ ด้ า น ก า ร ตั ด เ ย็ บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ท า ง ผลติ ภณั ฑท์ างวฒั นธรรมผ้าทอ อาทิ กระเป๋า จานวน 10 วัฒนธรรมสิ่งทอเพ่ิมมากขึ้น สามารถสร้างรายได้ลด คน ระยะเวลาดาเนินกจิ กรรม 5 วัน คา่ ใชจ้ ่าย และเกิดเครอื ขา่ ยกลุ่มวสิ าหกิจผู้ประกอบการ การวัดและประเมนิ ผลตอบแทนทางสงั คม ด้านวัฒนธรรม เกิดผลกระทบ สามารถแก้ไขปัญหาที่ การศึกษาวิจัยครั้งน้ีทาการวัดและประเมินผลตอบแทน เ กิ ด ข้ึ น ใ น ปั จ จุ บั น ด้ า น ก า ร ข า ด แ ค ล น แ ร ง ง า น ใ น ทางสังคม จากผลผลิต(Outputs) ผลลัพธ์(Outcomes) กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมได้ในที่สุด และผลกระทบ(Impact) ผา่ นแผนท่ีผลกระทบ(Impacts แสดงดังภาพที่ 3 Mapping) มุ่งเน้นการอธิบายกระบวนการสร้างความ การนาไปใช้ เปลี่ยนแปลงตามแนวคิดของทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง(Dana, 2012; Clark, เน่ืองจากผลลัพธ์ของกิจกรรมดังกล่าวเป็นการ 2008 ) กาหนดปัจจยั นาเขา้ คอื งบประมาณของกจิ กรรม เพิ่มองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะ(Skill) ทาให้ต้องใช้ ระยะเวลาในการประเมินผล คณะวิจัยจึงใช้การวัดและ ประเมินผลตอบแทนทางสังคมเป็นเครื่องมือในการวัด และประเมนิ ผลจากแบบสอบถามประเมนิ ผลองคค์ วามรู้ ก่อนและหลังการเข้ารับการอบรม การคาดการณ์ของ การเผยแพร่และประยกุ ต์ใชท้ ักษะทไี่ ดร้ ับการพฒั นา 12 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
ผลการจดั เกบ็ ขอ้ มลู จากแบบสอบถามแสดงให้ ออกแบบจากประสบการณ์หรือการลอกเลียนแบบ เห็นวา่ เมอื่ สน้ิ สุดการดาเนนิ กิจกรรม ผเู้ ข้าร่วมกจิ กรรมมี มีทักษะการทาซิปกระเป๋าในรูปแบบต่าง ๆ มีเทคนิค ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ทาง เฉพาะการใส่ช้ินงานผ้าตีนจกไม่ให้เห็นรอยตะเข็บ และ วัฒนธรรมเพิ่มข้ึน กล่าวคือ มีองค์ความรู้ด้านการ คาดการณ์วา่ จะสามารถนาองค์ความรู้ทีไ่ ดร้ ับไปเผยแพร่ ออกแบบผลิตภณั ฑ์จากผา้ ทอตีนจกให้มีความเป็นสากล และประยุกต์ใช้ได้เพิ่มข้ึนเมื่อเวลาผ่านไป ดังแสดง มากข้ึน อาทิ การออบแบบกระเป๋าโดยดูแนวโน้ ม ตารางที่ 1 (Trend) สภาวะความต้องการของตลาด จากเดิม ปัจจยั เข้า กจิ กรรม ผลผลติ ผลลพั ธ์ ผลกระทบ Input Activity Outputs Outcomes Impact 1.งบประมาณการ กิจกรรมพฒั นา 1.จานวนผเู้ ข้า 1.ผู้ประกอบการมี มีการสร้างงาน จัดฝกึ อบรม ศกั ยภาพการตัด อบรมและ ศกั ยภาพด้านการ สรา้ งรายได้ ของ 27,500 บาท ตัดเย็บ ผปู้ ระกอบการ เย็บสาหรับ จานวน 2.ผู้ประกอบการที่ ทางวฒั นธรรม ผู้ประกอบการทาง เครือข่าย เข้าร่วมกจิ กรรมมี วฒั นธรรมดา้ น 2.ความรู้ รายได้เพม่ิ ขน้ึ ส่ิงทอ ความสามารถ 3.เกดิ กลมุ่ ในการตัดเย็บ วิสาหกจิ สิง่ ทอ ผ้ปู ระกอบการ ทางวัฒนธรรม เพิ่มขึ้น ภาพท่ี 3 แสดงแผนทผี่ ลกระทบ (impact mapping) ของกจิ กรรม ตารางที่ 1 ขอ้ มลู เก่ียวกับองค์ความรทู้ ีไ่ ดร้ บั การเผยแพร่และการประยุกตใ์ ชอ้ งคค์ วามรู้ K ดา้ นความร้คู วามเขา้ ใจ P ด้านการนาความรู้ไปเผยแพร่ A การนาความรูไ้ ปประยุกต์ใช้ คนที่ Pre Post 3 เดอื น 6 เดือน 9 เดอื น 3 เดือน 6 เดือน 9 เดอื น 10 1 1 2 3 1 2 3 22 3 1 2 3 2 3 4 32 3 1 2 3 2 3 4 40 3 1 2 3 2 3 4 51 2 1 2 3 3 4 5 62 3 2 3 4 5 5 5 72 3 1 2 3 2 3 4 84 5 5 5 5 5 5 5 ผลการคานวณการแปลงค่าทางการเงินด้าน ค่าใช้จ่ายต่อคนเป็นเงิน 3,500 บาท สามารถแปลงค่า ความรู้ท่ีได้รับจากการอบรม พบว่า ค่าใช้จ่ายในการ ทางการเงินของความรู้ท่ีได้จากการเข้าร่วมกิจกรรม ด า เ นิ น กิ จ ก ร ร ม ร ว ม เ ป็ น เ งิ น 35,000 บ า ท ดงั แสดงในตารางท่ี 2 จานวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมจานวน 10 คน ดังนั้น วารสารวิิชาการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้า้ นนา 13 ปีที ี่่� 4 ฉบัับที่่� 2 กรกฎาคม - ธันั วาคม 2563
ตารางท่ี 2 แสดงการแปลงคา่ ทางการเงนิ ดา้ นความรู้ คา่ แปลงทางการเงนิ ของ = 700 ผู้เข้ารบั การ Pre Post ผลคะแนน ผลการประเมิน ความรจู้ ากการอบรม = 700 อบรม = 700 1 0 1 1 เกดิ ความรู้ (1/5) x 3,500 = 2,100 2 2 3 1 เกิดความรู้ (1/5) x 3,500 = 700 3 2 3 1 เกิดความรู้ (1/5) x 3,500 = 700 4 0 3 3 เกดิ ความรู้ (3/5) x 3,500 = 700 5 1 2 1 เกดิ ความรู้ (1/5) x 3,500 = 700 6 2 3 1 เกดิ ความรู้ (1/5) x 3,500 7,000 บาท 7 2 3 1 เกดิ ความรู้ (1/5) x 3,500 8 4 5 1 เกิดความรู้ (1/5) x 3,500 รวม ตารางท่ี 3 การแปลงค่าทางการเงนิ ด้านการเผยแพรค่ วามรู้ ผู้เขา้ รบั ค่าแปลงทางการ ผลการประเมิน คะแนน ค่าแปลงทางการเงนิ ของการ การอบรม เงนิ ของความรู้ที่ (เตม็ 5 คะแนน) เต็ม 3 นาความรู้ไปเผยแพร่ ได้รบั จากการอบรม คะแนน (คะแนน x K = P) (บาท) 3 เดือน 6 เดอื น 9 เดอื น 1.2 (1.2/2x700) = 420 1 700 1/5 2/5 3/5 1.2 (1.2/2x700) = 420 2 700 1/5 2/5 3/5 1.2 (1.2/2x700) = 420 3 700 1/5 2/5 3/5 1.2 1.2/2x2,100) = 1,260 4 2,100 1/5 2/5 3/5 1.2 (1.2/2x700) = 420 5 700 2/5 2/5 3/5 1.8 (1.2/2x700) = 630 6 700 2/5 3/5 4/5 1.2 (1.2/2x700) = 420 7 700 2/5 2/5 3/5 (1.2/2x700) = 1,050 8 700 2/5 2/5 5/5 3 รวม 5,040 บาท จากตารางท่ี 2 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ทางการเงินจากผู้ตอบแบบสอบถาม 8 คน คานวณโดย จานวน 10 คน ตอบแบบสอบถามจานวน 8 คน คิดค่า (5,040 x 10)/8 คดิ เปน็ เงนิ การนาความรู้ไปเผยแพร่ (P) แปลงทางการเงินความรู้ท่ีได้รับ (7,000x10)/8 เท่ากับ คิดเป็นมลู ค่า 6,300 บาท 8,750 บาท จากตารางท่ี 4 การนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ (A) จากตารางท่ี 3 แสดงประมาณการที่ผู้เข้าอบรม ของผู้เข้าอบรมคิดค่าแปลงทางการเงินจากผู้ตอบ คาดว่าจะสามารถนาความรู้ไปเผยแพร่และสามารถ แบบสอบถาม 8 คน ได้ (12,600 x 10)/8 เท่ากับ แปลงค่าทางการเงินได้ 5,040 บาท คิดค่าแปลง 15,750 บาท 14 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
ตารางท่ี 4 การแปลงคา่ ทางการเงินด้านการนาความรไู้ ปประยุกตใ์ ช้ คะแนน ค่าแปลงทางการเงนิ ของการ ผ้เู ข้ารบั คา่ แปลงทางการ ผลกระประเมนิ เตม็ 3 นาความรู้ไปเผยแพร่ การ เงนิ ของความร้ทู ่ี (เต็ม 5 คะแนน) คะแนน (คะแนน x K = P) อบรม ไดร้ บั จากการอบรม 3 เดอื น 6 เดือน 9 เดอื น 1.2 (1.2x700) = 840 (บาท) 1.2 1 700 1/5 2/5 3/5 1.2 (1.2x700) = 840 2 700 1/5 2/5 3/5 1.2 (1.2x700) = 840 3 700 1/5 2/5 3/5 1.2 (1.2x2,100) = 2,520 4 2,100 1/5 2/5 3/5 1.8 (1.2x700) = 840 5 700 2/5 2/5 3/5 1.2 (1.2x700) = 1,260 6 700 2/5 3/5 4/5 (1.2x700) = 840 7 700 2/5 2/5 3/5 3 (1.2x700) = 10,080 8 700 2/5 2/5 5/5 รวม 12,600 บาท การคานวณผลตอบแทนทางสงั คม SROI = 8,750 + 6,300 + 15,750 35,000 = 0.88 เทา่ ผลการคานวณผลตอบแทนทางสงั คมที่คาดว่า ภาพท่ี 2 การสมั ภาษณต์ ิดตามผลหลงั การอบรม จะได้รับจากกิจกรรมพัฒนาศักยภาพการตัดเย็บข้ันสูง ภาพที่ 3 เครือขา่ ยผูป้ ระกอบการทางวฒั นธรรม สาหรับผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมด้านสิ่งทอแสดง ผลตอบแทนทางสังคม( SROI) เท่ากับ 0.88 เท่า และผลงาน หมายความวา่ การดาเนนิ กจิ กรรมดงั กล่าวมีคา่ ใชจ้ ่าย 1 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคม ได้ 0.88 บาท ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ต อ บ แ ท น ท า ง สั ง ค ม ข อ ง กจิ กรรมพฒั นาศกั ยภาพผ้ปู ระกอบการทางวัฒนธรรม อาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งน้ีจะนาไปใช้เพื่อ เป็นแนวทางในการเปรียบเทียบ ผลตอบแทนทางสงั คม ของกิจกรรมเม่ือระยะเวลาผ่านในในแต่ละช่วงเวลา ว่า เป็นไปตามท่ีคาดการณ์ไว้หรือไม่ อยา่ งไร แตจ่ ากการลง พน้ื ทีต่ ิดตามสมั ภาษณ์ พบว่า ในชว่ งระยะเวลา 3 เดือน ผ่านไป กลุ่มตัวอย่างได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายด้านการ กระจายงาน สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ รวมถึงการแก้ไขปัญหาด้านการขาดแคลนแรงงาน ตัดเย็บ ทาให้ผู้ประกอบการเดิมสามารถรับคาส่ังซื้อได้ มากขน้ึ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้า้ นนา 15 ปีที ี่�่ 4 ฉบับั ที่่� 2 กรกฎาคม - ธันั วาคม 2563
อภปิ รายผล ถึงสัดส่วนความเป็นเจ้าของผลงาน (Attribution จากผลการศึกษากิจกรรมพัฒนาศักยภาพ Proportion) การกาหนดค่าตา่ ง ๆ เนื่องจากยังอยู่ใน ข้ันตอนของการวัดและประเมินผล ณ วันท่ีสิ้นสุด การตัดเย็บข้ันสูงสาหรับผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม กิจกรรม การวดั และประเมินผลตอบแทนทางสังคมของ ด้านสิ่งทอ อาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ท่ีวัดและ กิจกรรมดังกลา่ วยงั ตอ้ งใชร้ ะยะเวลาในการจดั เก็บข้อมูล ประเมินผลจากมุมมองของผู้เข้าอบรมมีความเห็นว่า เพ่ิมเติม อันอาจส่งผลกระทบการเปล่ียนแปลงของ เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมดังกล่าว ผู้เข้าอบรมมีความรู้เพ่ิมขึ้น คา่ ตอบแทนทางสังคมแต่ละชว่ งเวลา โดยความรู้ท่ีเพิ่มข้ึนนั้นสามารถแปลงค่าเป็นตัวเงินได้ บรรณานุกรม 8,750 บาท สามารถนาความรู้ที่ไปเผยแพร่ให้กับ โชติกา ภาษีผล.2560. การประเมินผลตอบแทนทาง ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมในกลมุ่ วสิ าหกจิ ของตนเอง ได้และคาดว่าจะแปลงค่าเป็นตัวเงินได้ 6,300 บาท อีก สังคม. ปีท่ี 45 ฉบับท่ี 4 ตุลาคม-ธันวาคม (หน้า ท้ังในระยะยาวคาดว่าองค์ความรู้ดังกล่าวจะสามารถ 343-353).วารสารครศุ าสตร์ นาไปประยุกต์ใช้ได้โดยคิดค่าแปลงทางเงินจานวน กรมการปกครอง.2562.รายงานสถิติจานวนประชากร 15,750 บาท และบ้าน พ.ศ. 2561 จังหวัดเชียงใหม่ . [ออนไลน์] ได้จาก: https://stat.bora.dopa. ผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ของกิจกรรม go.th ดังกล่าว เท่ากับ 0.88 เท่า สามารถอภิปรายผลได้ว่า Dana, H. T., & Clark, H. 2012. Intervention Logic การจัดกิจกรรมดังกล่าวนอกจากการให้ผลตอบแทน and Theories of Change: What are they. ทางการเงินในรปู ของรายไดท้ ่ีเพ่ิมขึ้นจากการตดั เย็บของ how to build them and how to use them. ผู้ประกอบการแล้ว การจ้างงานในชุมชนยังสามารถให้ Retrieved November 1 7 , 2 0 1 5 , from ผลตอบแทนทางสังคมในมุมมองของผู้เข้าร่วมกิจกรรม http://www.theory of change.org/library/ สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคมด้วยมีความคุ้มค่า presentations/. ของการลงทุน สามารถใช้เป็นแนวทางการคานวณ Clark, H., & Anderson, A. A. 2 0 0 8. Theories of ผลตอบแทนทางสังคมเพ่ือนาเสนอให้กับผู้มีส่วนได้ change and logic models: Telling them ส่วนเสีย สร้างการรับรู้ถึงผลกระทบเชิงบวกของ apart. Paper presented at the American โครงการ เพื่อเป็นแนวทางการบรรจุโครงการเกี่ยวกับ Evaluation Association Conference., oath. ศลิ ปะวฒั นธรรมในแผนงานของหน่วยงานระดบั ท้องถิ่น org.pk. ต่อไป อย่างไรก็ตาม การศึกษาครงั้ นีย้ ังไมไ่ ดพ้ จิ ารณา 16 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
การวิจยั เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพชาอู่หลงของมลู นิธโิ ครงการหลวง Research for Quality Development of Oolong Tea of the Royal Project Foundation สามารถ สาลี1* พมิ ลพรรณ เลิศบวั บาน1 ตะชิ มาลยั ไพรวลั ย์1 วธญั ญู วรรณพรหม1 วัชระ กิตตวิ รเชฏฐ์1 บัณฑิตา บัวมาสงู 2 วรจกั ร์ เมืองใจ3 และจัตตฤุ ทธ์ิ ทองปรอน4 Samart Salee1* Pimolpun Lertbuaban1 Tachi Malaipraiwan1 Wathanyu Wannaphrom1 Watchara Kittiworachate1 Banthita Buamasung2 Worrajak Maungjai3 and Jutturit Thongpron4 1 ส่วนสนบั สนนุ การดาเนินงานมลู นิธิโครงการหลวง มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา 3 วิทยาลัยเทคโนโลยแี ละสหวิทยาการ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา 2 มูลนธิ โิ ครงการหลวง 4 สาขาวชิ าวศิ วกรรมไฟฟา้ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ¹ Royal Project Foundation & King's Recommended Project Suporting Center of Rajamangala University of Technology Lanna 3 College of Integrated Science and Technology, Rajamangala University of Technology Lanna 2 Royal Project Foundation 4 Department of Electrical Engineering, Faculty of Engineering, Rajamangala University of Technology Lanna *E-mail : [email protected], เบอรโ์ ทรศพั ท์ 0988819791 บทคัดยอ่ การวิจัยเพือ่ พัฒนาคุณภาพชาอู่หลงของมูลนิธิโครงการหลวง โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือผลติ ชาใหม้ ีคณุ ภาพสงู และสร้างเกณฑ์มาตรฐานที่เหมาะสมสาหรับรับซ้ือวัตถุดิบชาจากเกษตรกร โดยกาหนดเกณฑ์การศึกษาคุณภาพชา เป็น 2 คุณลักษณะสาคัญ คือ (1) คุณลักษณะทางกายภาพ ได้แก่ ขนาดก้อนชา สี ลักษณะกากชา ตาหนิและ ส่ิงปลอมปน (2) คุณลักษณะทางประสาทสัมผัส ได้แก่ สี กลิ่น รสชาติ ความสมบูรณ์ของกากใบชา ผลจากการวจิ ัย พบว่าชาอู่หลงของมูลนิธิโครงการหลวง มีคุณลักษณะทางกายภาพและประสาทสัมผัส สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานท่ี กาหนด ได้คะแนน 79.10 คะแนน และ 73.15 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 ตามลาดับ สรุปผลการวิเคราะห์ คุณลักษณะทั้งสองปัจจัยได้ว่าชาอู่หลงของมูลนิธิโครงการหลวงมีลกั ษณะก้อนชาม้วนใบสีเขียวเข้มมันวาวสม่าเสมอ ส่วนใหญ่เป็นชาก้อนเล็ก และมีกอ้ นใหญป่ นเล็กน้อย ลักษณะกากใบชาหลงั ชงมีใบชาท่ีสมบูรณส์ งู มใี บมากกว่า 3 ใบ ขึ้นไป และก้านชาถัดจากใบท่ีสามยาวเกินกว่า 0.5 เซนติเมตร มีปริมาณต่า น้าชาอู่หลงที่นามาทดสอบมสี นี ้าชาเป็น สีเหลือง กล่ินน้าชามีความหอมชัดเจน นุ่ม มีรสชาติฝาด และหวานชุ่มคอหลังชิม ซึ่งการกาหนดมาตรฐานคุณภาพ ชาอู่หลงดงั กล่าวจะนาไปสกู่ ารพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูง (Premium product) เพือ่ เพิ่มมลู ค่าสนิ คา้ และสร้าง ความพึงพอใจแก่ผู้บริโภค สามารถยกระดับและนาไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีสร้างมูลค่าเพ่ิม และประยุกต์ใช้กับ ผลติ ภัณฑ์ชาประเภทอน่ื ๆได้ คาสาคญั ชาอูห่ ลง มลู นธิ โิ ครงการหลวง คณุ ลกั ษณะทางกายภาพ คณุ ลกั ษณะทางประสาทสมั ผสั Abstract Research for quality development of Oolong tea of the Royal Project Foundation aims to standardize a suitable criteria for purchasing the raw materials from the tea cultivator in order to produce high quality tea products. The criteria for the quality examination of Oolong tea were วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สังั คม มทร.ล้า้ นนา 17 ปีที ี่่� 4 ฉบัับที่่� 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
divided into two important characteristics: 1. Physical characteristic such as tea granule size, color, tea residue and contamination of foreign material. And 2. Sensory characteristics such as color, scent, taste and the intact leaf of the residues. The results of the research revealed that the quality of Oolong tea of the Royal Project Foundation exhibited higher than that of setting criteria in both of physical and sensory characteristics. The obtained scores of the quality were 79.10 and 73.15 points out of 100 respectively for physical and sensory characteristics. In summary form Royal Project Foundation's oolong tea has a uniformly shiny dark green leaf curl, small tea granules and has some big granules. The nature of the tea residue contains high intact tea leaves. There were few buds with three or more leaves after brewing, and leaf stalk after the third leaf was longer than 0.5 cm was also low amount. The Oolong brewed tea has yellow color and clear scent. It has mild astringent taste and sweetness after brewing. The standardization of oolong tea purchase criteria has an important in improve the quality of product to be high quality products (premium grade) effecting in value-added and customers satisfaction. The result can be used for upgrading, increasing value- added and can be applied to other types of tea products. Keywords Oolong tea, Royal Project Foundation, Physical feature, Sensory features บทนา อิสระที่เป็นสาเหตุของหลายโรค ลดระดับน้าตาลใน ช า อู่ ห ล ง ( Oolong tea) เ ป็ น ช า ท่ี ผ่ า น เลือด ลดการสะสมและ ควบคุมปริมาณไขมันในเลือด ต้านอาการอกั เสบและบวม กระบวนการหมักเพียงบางส่วน (Semi-fermented tea) ก่อนเพ่ือหยุดปฏิกิริยาของเอนไซม์ด้วยความร้อน การประเมินทางประสาทสัมผัส (Sensory กรรมวิธีการผลิตจะมีการผึ่งแดด (withering) ประมาณ Evaluation) เ ป็ นวิ ธี ก า ร ท า ง วิ ท ย า ศา ส ต ร์ โ ด ย 20-40 นาที ภายหลังผึ่งแดดใบชาจะถูกผึ่งในร่มอีกครง้ั ด า เ นิ น ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ แ ล ะ แ ป ล ผ ล ต อ บ ส น อ ง จ า ก พร้อมเขย่ากระตุ้นให้ชาต่ืนตัว การค่ัวเป็นกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ ที่เกิดจากการรับรู้ทางประสาทสัมผัส (การ ห มั ก ซึ่ ง ท า ใ ห้เ อ นไ ซม์ polyphenol oxidase เ ร่ ง มองเห็น การได้กล่ิน การสัมผัส การรับรส และการได้ ป ฏิ กิ ริ ย า oxidation แ ล ะ polymerization ข อ ง ยิน) โดยมกี ารตัดสนิ ท่ีตอ้ งอาศัยข้อมูลการวิเคราะห์และ polyphenols ทาให้เกิด dimers และสารประกอบ การแปลผลเป็นสาคญั (Stone and Sidel, 1993) เชิงซ้อนของ polyphenols สารประกอบที่เกิดข้ึนนี้ ทาให้ชาอู่หลงมีกลิ่นและสีที่แตกต่างไปจากชาเขียว การกาหนดคุณลักษณะที่ต้องการ โดยการใช้ น้าชาอหู่ ลงจะมสี ีเหลอื งอมเขียว และสนี า้ ตาลอมเขียว ป ร ะ ส า ท สั ม ผั ส ถื อ เ ป็ น เ ค รื่ อ ง มื อ ส า คั ญ ส า ห รั บ ใ ช้ วัดคุณลักษณะและการยอมรับผลิตภัณฑ์ โดยการตรวจ สถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (2557) วิเคราะห์ลักษณะและระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ได้กล่าวถึงชาอู่หลงว่า เป็นเคร่ืองด่ืมที่ได้รับความนิยม จะต้องอาศัยองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะ อย่างกว้างขวางมาเป็นระยะเวลานาน มีจุดเด่นตรงมี ผลิตภัณฑ์ ที่สอดคล้องกับคุณภาพและระดับความชอบ กลิ่นหอมละมุน ชุ่มคอ รสชาติเข้มกว่าชาเขียวแต่ฝาด ของผู้บรโิ ภค ดว้ ยคณุ สมบตั ิเฉพาะของชาอหู่ ลง งานวจิ ัย น้อยกว่าชาดา ชาอู่หลงในประเทศไทยน้ันนิยมผลติ จาก นี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์คุณภาพ กลุ่มพันธุ์ชาจีน นามาผ่านกระบวนการกึ่งหมัก ทาให้มี ชาอู่หลง ด้วยการประเมินคุณลกั ษณะทางกายภาพและ รสชาติ สี กลิ่น แตกต่างจากชาชนิดอ่ืน ๆ ผลการศกึ ษา ทางประสาทสัมผัสเพื่อพัฒนาคุณภาพและใช้เป็นคู่มือ ถึงผลดีต่อร่างกายมีหลายด้าน เช่น มีฤทธิ์ต้านอนุมูล 18 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
สาหรับรับซื้อวัตถุดิบเพ่ือผลิตผลิตภัณฑ์ชาอู่หลงท่ีมี ได้แก่ คุณลักษณะทางกายภาพ คุณลักษณะทาง คุณภาพดีของมลู นิธิโครงการหลวง ประสาทสัมผัส คุณลักษณะทางเคมี การปนเป้ือนและ วิธีการดาเนินงาน คุณลักษณะจุลินทรีย์ โดยการพิจารณาตามสัดส่วน คุณลักษณะที่มีน้าหนักบ่งช้ีถึงคุณภาพ และความ การกาหนดคุณลักษณะที่ต้องการ เป็นเกณฑ์ ตอ้ งการของผบู้ ริโภค มวี ธิ ีการเตรียมตัวอยา่ งและเกณฑ์ ด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชาอู่หลงน้ัน คณะวิจัยได้ มาตรฐาน เพอื่ วิเคราะห์คณุ ภาพผลิตภัณฑช์ าอ่หู ลง ดงั น้ี คานงึ ถึงผลกระทบท่ีมีสาเหตุมาจากการควบคุมคณุ ภาพ 2.ปจั จัยด้านคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงานชามูลนิธิโครงการหลวง 2.1 คุณลักษณะทางกายภาพ 4 แห่ง ไดแ้ ก่ โรงงานชาขุนแม่วาก (ศนู ย์พัฒนาโครงการ หลวงขุนวาง), โรงงานชาปงตอง (ศูนย์พัฒนาโครงการ ภาพที่ 2 ก้อนชาอหู่ ลงมลู นธิ ิโครงการหลวง หลวงม่อนเงาะ), โรงงานชาแม่ปูนหลวง (ศูนย์พัฒนา โครงการหลวงแม่ปูนหลวง) และโรงงานชาห้วยน้าขุ่น (ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้าขุ่น) ภายใต้ประเด็น สาคญั ของยทุ ธศาสตรช์ าแห่งชาติ ปี 2559-2563 ดังนี้ 1.การวิเคราะห์กลุม่ เปา้ มาย กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชาของมูลนิธิโครงการ หลวงมีความต้องการและต้ังใจในการมุ่งแก้ไขปัญหา คุณภาพชา และสร้างมาตรฐาน ร่วมกับคณะวิจัย เพื่อ ศึกษาแนวทางการควบคุมคุณภาพชาจากเกษตรกร ผู้ปลูกชาต้ังแต่ต้นน้า กลางน้า และปลายน้า โดย พิ จ า ร ณ า ปั จ จั ย ด้ า น คุ ณ ภ า พ จ า กแ ห ล่ ง ผ ลิ ต ช า ที่รับ ผลผลิตจากเกษตรกรผู้ปลูกชารายย่อย 36 ราย ของ ศนู ย์พัฒนาโครงการหลวงทง้ั 4 แห่ง (ภาพที่ 1) ภาพที่ 1 ประชมุ ศกึ ษาแนวทางการควบคมุ คณุ ภาพ ภาพท่ี 3 กากชาอู่หลงมูลนธิ ิโครงการหลวง ผลติ ภัณฑ์ชาอูห่ ลง ของมูลนิธิโครงการหลวง 2.1.1 ก้อนชา ลักษณะท่ัวไป ก้อนชาท่ีดี การกาหนดปัจจัยด้านคุณภาพร่วมกนั ระหวา่ ง ก้อนชาส่วนใหญจ่ ะต้องมลี ักษณะม้วนกลมใบสีเขียวเข้ม คณะวิจัยและกลุ่มงานแปรรูปผลิตชา มูลนิธิโครงการ มันวาวสม่าเสมอ หรือเป็นก้อนชาท่ีไม่มีก้านติดหรือ หลวง ที่ต้องมีการทดสอบ แบ่งออกเป็น 4 ปัจจัยสาคัญ มีก้านติดที่ไม่ยาวเกนิ ไป เมื่อกาก้อนชาจะรู้สกึ มีน้าหนัก (ภาพที่ 2) 2.1.2 กากชา ลักษณะของกากชาอู่หลงที่ได้ มาตรฐานเม่ือคล่ีใบชาออกมาจะต้องมี 1 ยอด มใี บอ่อน 2-3 ใบ ใบสมบูรณ์ขนาดใบใกล้เคียงกันมีสีเขียว อมเหลือง เม่ือสัมผัสด้วยมือจะต้องนิ่มและนุ่มซ่ึงแสดง วารสารวิิชาการรัับใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 19 ปีีที่่� 4 ฉบับั ที่�่ 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
ถึงใบอ่อน และก้านชาถัดจากใบที่สามยาวไม่เกิน 0.5 2.2.4 รสชาติน้าชา น้าชาอู่หลงที่ดีทั้งชาอู่หลง เซนตเิ มตร (ภาพที่ 3) เบอร์ 12 และชาอู่หลงก้านอ่อน รสชาติไม่ฝาด ไม่ขม 2.2 คณุ ลักษณะทางประสาทสัมผสั มีรสชมุ่ คอหรือรสออกหวานหลังชมิ 2.3 คณุ ลักษณะทางเคมี ลักษณะท่ัวไปใบและกากชา จะต้องแห้ง สะอาด ปราศจากส่ิงปลอมปนใด ๆ ใบส่วนใหญ่ม้วน กลุ่มตัวอย่างชาอู่หลงที่นามาทดสอบจะต้อง สม่าเสมอตลอดใบและแห้งกรอบ ใบชามีสีเขียวเข้ม ผ่านการส่งตรวจคุณลักษณะทางเคมีตามข้อกาหนด มันวาวตามธรรมชาติ มีกล่ินและรสชาติเฉพาะของ ดงั นี้ ชาอู่หลง การทดสอบคุณภาพชาด้วยวิธีทดสอบชิม (Cupping Test) โดยการรบั ร้ทู างประสาทสัมผัสของแต่ 2.3.1 ปริมาณความชื้น (Moisture content) ละคน การทดสอบคณุ ภาพมีหลายปัจจยั ได้แก่ น้อยกว่าร้อยละ 6 สัดส่วนโดยมวลเม่ืออบ แห้ง (กระทรวงอตุ สาหกรรม, 2556) 2.2.1 กากชา กากชาที่ดีและได้มาตรฐาน เมื่อ คลใ่ี บชาออกจะต้องมี 1 ยอด มีใบออ่ น 2-3 ใบ ขนาดใบ 2.3.2 ปริมาณสารโพลิฟินอลรวม (Total ใกลเ้ คยี งกันมสี เี ขียวอมเหลือง เมอื่ สัมผัสดว้ ยมอื จะอ่อน Polyphenol) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 12 สัดส่วนโดยมวล นม่ิ และนุม่ ไม่มใี บฉีกขาดหรอื ช้าปะปน เม่ืออบแหง้ (ธรี พงษ์ เทพกรณ์, 2550) 2.4 คุณลักษณะปนเปอื้ นจุลนิ ทรยี ์ 2.2.2 สีของน้าชา สีของน้าชาท่ีดีจะต้องเป็น สีเขียวอมเหลือง หรือเหลืองอาพัน (ภาพท่ี 4) ซึ่งสีของ กลุ่มตัวอยา่ งชาอู่หลงทจี่ ะนามาทดสอบจะต้อง น้าชามีความสาคัญเน่ืองจากสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ผ่านการส่งตรวจคุณลักษณะจุลินทรีย์ตามข้อกาหนด สามารถสร้างความประทับใจคร้ังแรกท่ีมองเห็น และ ดังนี้ นาไปสกู่ ารยอมรับของผู้บรโิ ภค 2.4.1 จานวนจุลินทรีย์ทั้งหมด (Total Viable ภาพท่ี 4 สนี า้ ชาอู่หลงมูลนธิ ิโครงการหลวง Plate Count) ต้องน้อยกว่า 1 × 104 โคโลนตี อ่ ตัวอย่าง 2.2.3 กล่ินน้าชา สาหรับชาอู่หลงกลิ่นน้าชาท่ีดี 1 กรัม จะต้องมีกล่ินเฉพาะ (Unique flavor) ชาอู่หลงเบอร์ 2.4.2 ยสี ต์และรา (Yeast and Molds) ตอ้ งไม่ 12 จะมกี ล่นิ หอมเหมือนนา้ นมวัว ส่วนชาอู่หลงก้านออ่ น พบในตัวอย่าง 1 กรัม จะหอมเหมือนดอกกล้วยไม้หรือน้าผ้ึง ไม่มีกลิ่นปุ๋ยเคมี 3.วธิ ีการเตรยี มตวั อย่าง กล่ินไหม้ หรอื กล่ินเหมน็ เขยี ว สุ่มตัวอย่างชาอู่หลงเบอร์ 12 ของมูลนิธิ โครงการหลวงทีผ่ ลติ ในปี พ.ศ. 2563 จานวน 5 ตวั อยา่ ง ตัวอย่างละ 1 กิโลกรัมใส่ภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อนามา ตรวจสอบและวเิ คราะห์คุณลักษณะ ดังนี้ - ตัวอย่างชาอู่หลง 100 กรัม สาหรับการ ทดสอบคุณลักษณะทางกายภาพ ได้แก่ ลักษณะทั่วไป ของกอ้ นชา และกากชา - ตัวอย่างชาอู่หลง 3 กรัม สาหรับการทดสอบ คุณลักษณะทางประสาทสัมผัส ได้แก่ ลักษณะกากชา สีนา้ ชา กลนิ่ น้าชาและกากชา และรสชาติน้าชา - ตัวอย่างชาอู่หลง 5 กรัม สาหรับการวเิ คราะห์ ความชื้นในตวั อยา่ งชาอหู่ ลง ตัวอย่างทเี่ หลือให้ผู้ที่มีสว่ นเกย่ี วข้องเก็บไว้เป็น หลกั ฐาน 20 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
4.เกณฑ์มาตรฐาน 4.1.2 ลกั ษณะกากชาท่ไี ดค้ ุณภาพ ใ ช้ วิ ธี ก า ร สั ม ภ า ษ ณ์ แ บ บ มี โ ค ร ง ส ร้ า ง ลกั ษณะกากชาอู่หลงที่ดีตามมาตรฐานการเก็บ ใบชาคือเมื่อสัมผัสใบจะอ่อนนุ่ม และเมื่อคล่ีใบชา (Structured interview) จากผู้เช่ียวชาญด้านก า ร ออกมาจะต้องมี 1 ยอด มีใบอ่อน 2-3 ใบ ใบสมบูรณ์ วิ เ ค ร า ะ ห์ คุ ณ ภ า พ ช า ข อ ง มู ล นิ ธิ โ ค ร ง ก า ร ห ล ว ง ขนาดใบใกล้เคียงกันมีสีเขียวอมเหลือง ส่วนใบชาที่มี ซึ่งประกอบด้วยนักวิจัยงานแปรรูปชามูลนิธิโครงการ คุณลักษณะไม่ดีจะเป็นใบแก่ซึ่งจะมีสีเหลือง ใบที่ไม่ได้ หลวง หัวหน้ากองทุน กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชา มาตรฐานการเก็บใบชา จะมียอดชาเล็กมาก หรือไม่มี ท่ีปรึกษางานแปรรูปชา จากประเทศใต้หวัน โดยมีการ ยอดชา มใี บมากกว่า 3 ใบขนึ้ ไป และก้านชาถดั จากใบท่ี กาหนดเกณฑด์ ้านคุณภาพ ดงั น้ี สามยาวเกินกวา่ 0.5 เซนตเิ มตร (ภาพท่ี 6) 4.1 คุณลักษณะทางกายภาพ 4.1.1 ลักษณะของกอ้ นชาทม่ี คี ณุ ภาพ ก้อนชาที่ดีจะมีลักษณะเป็นชาก้อนใหญ่ และ ชาก้อนเล็กท่ีม้วนใบกลมสม่าเสมอ และไม่มีก้านท่ีติด ก้อนชายาวเกินไป ส่วนลักษณะท่ีไม่ดีจะสังเกตได้จาก ก้อนชาเป็นแท่ง เป็นเกลียว หรือรูปร่างอย่างอื่น มีก้าน ปนอยู่ ก้อนชาเป็นสีเหลือง สีเขียวอ่อน สีน้าตาล หรือสี อยา่ งอืน่ ท่ีแสดงถึงใบไหมห้ รือมตี าหนิ และมีส่ิงปลอมปน เช่น ขน เส้นผม เศษไม้ ช้ินพลาสติก ก้อนกร วด ดนิ ทราย (ภาพที่ 5) ภาพที่ 6 ลักษณะกากใบชาอูห่ ลงที่ไดม้ าตรฐาน กอ้ นใหญ่ กอ้ นเลก็ กา้ น ใบ จากคุณลักษณะทางกายภาพทั้งลักษณะตาม เกณฑ์มาตรฐานของก้อนชา และกากชา ให้คะแนนตาม ชาใบไหม้/ตาหนิ ชาใบแก่ ส่งิ ปลอมปน สัดส่วนปริมาณที่แยกได้ของแต่ละคุณลักษณะย่อย รวมกันเป็น 100 คะแนน โดยมีเกณฑ์ตัดสินคะแนน แสดงในตารางที่ 1 ภาพที่ 5 ลกั ษณะก้อนชาที่คัดแยก ตารางที่ 1 เกณฑม์ าตรฐาน คุณลักษณะทางกายภาพของผลติ ภัณฑ์ชาอหู่ ลง รายการท่ี คณุ ลกั ษณะ คะแนนเตม็ คะแนนตา่ สดุ ที่ยอมรับได้ 65 1 ลักษณะทั่วไปของก้อนชา 100 65 2 ลกั ษณะท่ัวไปกากชาหลังชง 100 วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 21 ปีที ี่่� 4 ฉบัับที่่� 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
คุณลักษณะย่อยแต่ด้านของคุณลักษณะทาง เกณฑ์การให้คะแนนคุณลักษณะทางประสาท กายภาพของชาอู่หลง จะถูกกาหนดสัดส่วนคะแนน สัมผัสใช้วิธีการทดสอบคุณภาพชาด้วยวิธีทดสอบชิม ลักษณะย่อยไว้เท่ากัน (ตารางที่ 1) โดยท่ีผลิตภัณฑ์ (Cupping Test) ท่ีใช้การรับรู้ทางประสาทสัมผัสของ ชาอู่หลงจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานเมื่อได้คะแนนเฉล่ีย แต่ละคน การทดสอบคุณภาพมีหลายปัจจัย เช่น การดู ไมน่ ้อยกว่า 65 คะแนน ดม ชิม สัมผัสได้แก่ ลักษณะของกากชา สี กลิ่น รสชาติ ต่าง ๆ ที่ได้จากการชมิ น้าชา (ตารางที่ 2-5) 4.2 คณุ ลกั ษณะทางประสาทสัมผัส ตารางท่ี 2 เกณฑ์การใหค้ ะแนนลกั ษณะของกากชา (คะแนนเตม็ 20 คะแนน) คะแนน 1-4 5-8 9-12 13-16 17-20 คุณลกั ษณะ ใบฉกี ขาด ช้า มี ใบชาออ่ นเกนิ ไป ใบแกป่ ะปนเกนิ ใบชาสมบูรณแ์ ต่มี ขนาดใบใกลเ้ คียง ตาหนิจากแมลงกัด เก็บไมไ่ ดม้ าตรฐาน ร้อยละ 50 กา้ นปะปนอยเู่ กิน กนั ใบสมบูรณ์มี 1 และขอบใบแดง ร้อยละ 10 ยอด 2-3 ใบ ใบ เกินรอ้ ยละ 70 ออ่ นนมุ่ สเี ขียวอม เหลือง ตารางที่ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนนลักษณะสีของน้าชาอู่หลง (คะแนนเตม็ 20 คะแนน) คะแนน 1-4 5-8 9-12 13-16 17-20 น้าตาล ใส เหลืองอ่อน เหลอื ง เขียวอมเหลอื ง สนี าชา ตารางที่ 4 เกณฑ์การใหค้ ะแนนกลิ่นของน้าชาอหู่ ลง (คะแนนเต็ม 30 คะแนน) คะแนน 1-6 7-12 13-18 19-24 25-30 19-24 13-18 7-12 1-6 กลิ่นนาชา ไม่มี กล่นิ หอมกลิ่น หอมกลนิ่ หอมกล่นิ หอม กลนิ่ เกา่ กลน่ิ ชา กลน่ิ ปุ๋ย กลน่ิ เหมน็ ชาอ่อนๆ ชาชดั เจน ดอกไม้ กล่นิ ชา และกล่นิ ไหม้ คอก เขยี ว หรือกลิน่ หมัก เหม็นอบั หรือ นมวัว ปุย๋ เคมี ตารางท่ี 5 เกณฑ์การใหค้ ะแนนรสชาติของนา้ ชาอหู่ ลง (คะแนนเตม็ 30 คะแนน) คะแนน 1-6 7-12 13-18 19-24 25-30 19-24 13-18 7-12 1-6 รสชาตินาชา จดื รสชา ฝาดอ่อนๆ ฝาดเข้ม ไมฝ่ าด ฝาด ฝาด ฝาด ขม อ่อน และหวาน และหวาน หวานช่มุ คอ เลก็ นอ้ ย ชัดเจน และขม ชมุ่ คอ ชุ่มคอ และหอม และชมุ่ คอ และชมุ่ คอ หลงั ชมิ หลังชิม หลังชิม หลังชิม หลังชิม 22 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
ตารางท่ี 6 เกณฑ์คะแนนมาตรฐานของคณุ ลักษณะทางประสาทสัมผสั ของชาอู่หลง รายการท่ี คณุ ลกั ษณะ คะแนนเตม็ คะแนนตา่ สดุ ทย่ี อมรบั ได้ 1 ลกั ษณะของกากชา 20 13 2 สีของน้าชา 20 9 3 กลนิ่ น้าชา และกากชา 30 19 4 รสชาติน้าชา 30 19 ลักษณะโดยรวม 100 60 โดยคะแนนของคุณลักษณะย่อยด้านประสาท คณุ ลกั ษณะทม่ี ีคะแนนต่ากว่าเกณฑ์ เพอ่ื หาแนวทางการ สัมผัสของชาอู่หลง จะมีคาอธิบายการให้คะแนน ดัง ปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งงานวิจัยน้ีได้กาหนดเกณฑ์ ข้อมูลในตารางท่ี 2-5 และจะผ่านเกณฑ์ เม่ือได้คะแนน คะแนนต่าสุดของคุณลักษณะย่อยแต่ละด้านของชา ไมน่ ้อยกว่าเกณฑ์คะแนนมาตรฐาน (ตารางที่ 6) อู่หลง ทั้งทางกายภาพและทางประสาทสัมผัสไว้ชัดเจน ในการทดสอบแตล่ ะคร้ังจะกาหนดเกณฑ์การให้คะแนน ก า ร ตั ด สิ น ผ ล ค ะ แ น น ท่ี ไ ด้ จ า ก ก า ร ท ด ส อ บ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured คุณลักษณะทางประสาทสมั ผัส ใช้วิธีนาค่าท่ีได้จากการ interview) จากผู้เช่ียวชาญด้านการวิเคราะห์คุณภาพ ทดสอบในตารางท่ี 6 นามาหาคา่ เฉล่ีย และวเิ คราะห์ผล ชาของมูลนิธิโครงการหลวง โดยกาหนดให้สัดส่วน คะแนนโดยรวม ซ่ึงคะแนนตามเกณฑ์มาตรฐานต้องไม่ คะแนนรวมตามเกณฑม์ าตรฐานแสดงไวใ้ นตารางท่ี 7 ต่ากว่า 60 คะแนน หากคะแนนต่ากว่าให้พิจารณาถึง ตารางที่ 7 สัดส่วนคะแนนตามเกณฑ์มาตรฐาน คุณลักษณะทางกายภาพและคุณลักษณะทางประสาทสัมผัสของ ผลติ ภัณฑช์ าอ่หู ลง รายการท่ี คณุ ลกั ษณะ คะแนนเตม็ คะแนนต่าสดุ ท่ียอมรับได้ 1 คุณลกั ษณะทางกายภาพ 100 65 2 คุณลักษณะทางประสาทสมั ผสั 100 60 โดยท่ีผลิตภัณฑ์ชาอู่หลงจะผ่านเ ก ณ ฑ์ และได้ผลการวิเคราะห์คุณลักษณะทางกายภาพและ มาตรฐานท้ังสองเกณฑ์คุณลักษณะเม่ือได้คะแนนเฉล่ีย ทางประสาทสัมผัส ดงั น้ี ไม่น้อยกว่า 65 และ 60 คะแนน ตามลาดบั ผลการดาเนินงาน 1) คุณลักษณะทางกายภาพ ของก้อนชา หลังจากการทดสอบท้ัง 5 ตัวอย่าง โดยพิจารณา นาผลการวิเคราะห์คุณลักษณะทางกายภาพ คุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานของ ก้อนชา พบว่า และทางประสาทสัมผัสเพื่อสร้างคู่มือการวิเคราะห์ ตัวอย่างก้อนชาอู่หลงจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน และพัฒนาคุณภาพชาอู่หลงของมูลนิธิโครงการหลวง มีคะแนนเฉล่ียของชาก้อนเล็ก 63.20 คะแนน กอ้ นใหญ่ พบว่า ตัวอย่างชาอู่หลงมีความช้ืนเฉลี่ยร้อยละ 28.00 ค ะ แ น น ก้ า น ใ บ 3.40 ค ะ แ น น ใ บ แ ก่ 3.725 (สัดส่วนโดยมวล) อยู่ในเกณฑ์ตามมาตรฐาน 3.00 คะแนน และสิ่งปลอมปน 2.40 คะแนน ดังตาราง ที่ 8 วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 23 ปีีที่่� 4 ฉบับั ที่�่ 2 กรกฎาคม - ธันั วาคม 2563
ตารางที่ 8 ผลการทดสอบลักษณะทัว่ ไปของก้อนชาอู่หลง (หน่วย : คะแนน) ลาดบั ที่ ก้อนใหญ่ ก้อนเลก็ คณุ ลกั ษณะ ใบเหลอื ง/แก่ ส่ิงปลอมปน กา้ นใบ 2 1 26 65 5 2 2 2 28 64 3 3 3 3 3 27 65 2 3 2 2.40 4 28 62 4 3 5 31 60 3 4 เฉลี่ย 28.00 63.20 3.40 3.00 คุณลักษณะทางกายภาพของกากชาหลังชง อ่อนนุ่ม 30.20 คะแนน ลักษณะใบเก็บตามมาตรฐาน เม่ือพิจารณาคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานของกากแล้ว 38.80 คะแนน มีกากชาที่มีคุณลักษณะไม่ดี ใบแก่ พบว่า ตัวอย่างกากชาอู่หลงจากคะแนนเต็ม 100 13.80 คะแนน ใบเกินมาตรฐาน 10.80 คะแนน และ คะแนน มีคะแนนเฉล่ียกากชาที่มีคุณลักษณะดีที่มีใบ กา้ นใบยาว 8.40 คะแนน (ตารางที่ 9) ตารางท่ี 9 ผลการทดสอบลกั ษณะทางกายภาพของกากชาหลงั ชง (หนว่ ย : คะแนน) ลาดบั ท่ี กากใบชาท่ีมคี ณุ ลักษณะดี กากใบชาที่มีคณุ ลักษณะไมด่ ี ใบออ่ นนุ่ม ใบเก็บตามมาตรฐาน ใบแก่ ใบเกนิ มาตรฐาน กา้ นใบยาว 1 28 35 16 13 8 2 30 36 14 12 8 3 30 37 12 11 10 4 32 38 12 8 10 5 31 38 15 10 6 เฉลยี่ 30.20 36.80 13.80 10.80 8.40 ตารางที่ 10 ผลการวเิ คราะหค์ ณุ ภาพชาอ่หู ลง (หนว่ ย : คะแนน) คณุ ลกั ษณะ เกณฑก์ ารตดั สนิ คะแนนท่ยี อมรบั ได้ ผลการวิเคราะห์ 1. ทางกายภาพ 91.20 กอ้ นชา 100 65 67.00 กากชา 100 65 13.00 2. ทางประสาทสมั ผัส 14.60 - กากชา 20 13 23.25 - สนี า้ ชา 20 9 22.30 - กลิ่นนา้ ชา 30 19 - รสชาตินา้ ชา 30 19 24 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
ตารางที่ 11 ผลสรปุ การวเิ คราะหค์ ุณภาพทางกายภาพและประสาทสมั ผัสของชาอหู่ ลง (หน่วย : คะแนน) คณุ ลกั ษณะ เกณฑก์ ารตดั สนิ คะแนนทย่ี อมรบั ได้ ผลการวิเคราะห์ ผลการตดั สนิ 1. ทางกายภาพ 100 65 79.10 สงู กวา่ เกณฑม์ าตรฐาน 2. ทางประสาทสัมผสั 100 60 73.15 สงู กว่าเกณฑ์มาตรฐาน ผ ล ก า ร ท ด ส อ บ คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ก า ย ภ า พ ข อ ง ชาอู่หลงท่ีพิจารณาผลรวมของกากชา สีน้าชา กล่ินชา ก้อนชาอหู่ ลงจากตารางที่ 8 และกากชาอู่หลงจากตาราง และรสชาติชา ได้ผลคะแนนจากการวิเคราะห์ คิดเป็น ท่ี 9 เม่ือรวมเฉพาะชาอู่หลงท่ีได้มาตรฐาน นามา ร้อยละ 73.15 ซึ่งเม่ือเปรียบเทียบกับเกณฑ์การตัดสิน วิเคราะห์ผลคะแนนคุณลักษณะทางกายภาพตามเกณฑ์ แล้ว จดั วา่ สูงกวา่ เกณฑ์มาตรฐาน ที่กาหนดไว้จะได้คุณลักษณะทางกายภาพของกอ้ นและ บทสรุป กากชาอู่หลงมีคะแนนเฉล่ยี เท่ากับ 91.20 คะแนน และ 67.00 คะแนน ตามลาดบั สรุปลกั ษณะทางกายภาพ คอื ผลการศึกษาการวิเคราะห์คุณภาพเพ่ือพัฒนา ส่วนใหญ่เป็นชาก้อนเล็ก และมีก้อนใหญ่ปนเล็กน้อย คุณภาพชาอู่หลงของมูลนิธิโครงการหลวง โดยมี กากใบชาหลังชง มีใบมากกว่า 3 ใบข้ึนไป และก้านชา วัตถุประสงค์เพื่อกาหนดเกณฑ์มาตรฐานสาหรับใช้เป็น ถดั จากใบท่ีสามยาวเกนิ กวา่ 0.5 เซนติเมตร มจี านวนต่า คู่มือรับซื้อผลผลิตชาจากเกษตรกร การวิเคราะห์ ดงั ผลการวิเคราะห์คุณภาพชาอู่หลง (ตารางที่ 10) ผลิตภัณฑ์ชาอู่หลงของมูลนิธิโครงการหลวง ทาโดยการ กาหนดขั้นตอนการดาเนินงาน การวิเคราะห์คุณภาพ 2) ผลการทดสอบคุณลักษณะทางประสาท เกณฑ์การวิเคราะห์คุณภาพ เกณฑ์การให้คะแนน และ สัมผัส โดยผู้เช่ียวชาญด้านการวิเคราะหค์ ุณภาพชาของ การวิเคราะห์ผลคะแนน ผลการศึกษาพบว่าชาอู่หลง มูลนิธิโครงการหลวง จานวน 3 คน พบว่า มีคะแนน ของมูลนิธิโครงการหลวงมีลักษณะทางกายภาพ ได้ เฉลี่ยทางด้านกากชา 13.00 คะแนน สีน้าชา 14.60 คะแนน 79.10 คะแนน และคุณลักษณะทางประสาท คะแนน กลิ่นน้าชา 23.25 คะแนน และรสชาติน้าชา สัมผัสได้ 73.15 คะแนน ซึ่งคุณลักษณะทั้ง 2 ประเภท 22.30 คะแนน สรุปลักษณะทางประสาทสัมผัส คือ สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ได้กาหนดไว้ ผู้ใช้งานมีความ น้าชาอู่หลงที่นามาทดสอบมีสีน้าชาเป็นสีเหลือง กลิ่น พึงพอใจในรูปแบบการปฏิบัติงาน สามารถนาไปพฒั นา น้าชามีความหอมชัดเจน มีรสชาติฝาด นุ่ม และหวาน ต่อยอดและนาไปเป็นเกณฑ์กาหนด ควบคุม ผลิตภัณฑ์ ชุ่มคอหลังชิม ลักษณะกากชามีใบชาสมบูรณ์แต่มีก้าน ชาอู่หลงให้มีคุณภาพดีย่ิงขึ้น และสามารถเพิ่มมูลค่าให้ ปะปนอยไู่ ม่เกินรอ้ ยละ 10 สงู ขึ้นได้ อภิปรายผล เม่ือรวมผลคะแนนคุณลักษณะโดยรวมเพื่อ ตัดสินคุณภาพท้ังทางกายภาพและประสาทสัมผัสของ ผลิตภัณฑ์ชาอู่หลงของมูลนิธิโครงการหลวง ชาอหู่ ลง สามารถสรุปผลการวิเคราะหแ์ ละผลการตัดสิน เ ป็ นอี ก ห นึ่ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ท่ี ส นั บ ส นุ น ผ ลิ ต ผ ล ง า น ได้ดังตารางที่ 11 เกษตรกรรมในพ้ืนที่ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ผ้ปู ลกู ชาจนี สง่ วัตถุดิบชาจีนเข้าสโู่ รงงานแปรรูปชาท้งั 4 เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์มาตรฐานคุณลักษณะ แห่ง ได้แก่ โรงงานชาขุนแม่วาก (ศูนย์พัฒนาโครงการ ทางกายภาพและประสาทสัมผัสของชาอู่หลงมูลนิธิ หลวงขุนวาง) โรงงานชาปงตอง, (ศูนย์พัฒนาโครงการ โครงการหลวง ด้านคุณลักษณะทางกายภาพ ได้ผล หลวงม่อนเงาะ) โรงงานชาแม่ปูนหลวง (ศูนย์พัฒนา คะแนนจากการวิเคราะห์ลกั ษณะของก้อนชาและกากชา โครงการหลวงแม่ปูนหลวง) และโรงงานชาห้วยน้าขุ่น รวม คิดเป็นร้อยละ 79.10 ของกลุ่มตัวอย่างชาท้ังหมด 500 กรัม และด้านคุณลักษณะทางประสาทสัมผัสของ วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 25 ปีีที่�่ 4 ฉบัับที่�่ 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
(ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้าขุ่น) ทาการแปรรูป มูลนิธิโครงการหลวง และสามารถนาข้อมูลที่ได้มา เป็นชาอู่หลงและส่งต่อให้กับโรงงานแปรรูปและพัฒนา วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดข้ึน เพื่อหาแนวทางแก้ไขและ ผลิตภณั ฑ์ มลู นิธโิ ครงการหลวง เพือ่ ทาการคดั บรรจเุ ป็น พัฒนาได้ตรงจุด สามารถควบคุมมาตรฐาน สร้าง ผลิตภัณฑ์ชาอู่หลงพร้อมจาหน่ายต่อไป แต่เน่ืองด้วย มูลค่าเพิ่ม และยกระดับผลิตภัณฑช์ าอูห่ ลงให้มคี ุณภาพ คุณภาพของชาอู่หลงข้ึนอยู่กับหลายปัจจัย ดังเช่น ดี (Premium Product) ฤดูกาล ระดับความสูงของพื้นที่ปลูก การจัดการแปลง บรรณานุกรม การเก็บเก่ียว กระบวนการแปรรูป การเก็บรักษา และ สถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. 2557. จดหมาย การขนส่ง จึงทาให้คุณภาพของชาอู่หลงในแต่ละพ้ืนท่ี และแต่ละรอบการผลิตแตกต่างกันไป ดังน้ันการศึกษา ข่าวชา. ปีท่ี 4 ฉบับท่ี 14 ประจาเดือน มกราคม ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ คุ ณ ภ า พ ช า อู่ ห ล ง ท่ี เ ห ม า ะ ส ม จึ ง เ ป็ น – มีนาคม. สงิ่ สาคญั เพื่อเป็นเครอื่ งมอื สาหรบั การวิเคราะหค์ ณุ ภาพ Stone, H. and J.L. Sidel, 1993. Sensory Evaluation กาหนดมาตรฐานการรับซื้อผลผลิต กอ้ นชาโดยชาอู่หลง Practices (QDA). Pp. 15-21. In Hootman, ท่ีผ่านเกณฑ์มาตรฐานจะมีการรับซื้อตามราคาปกติ แต่ R.C. Manual on Descriptive Analysis ถ้าไมผ่ ่านเกณฑม์ าตรฐาน กลมุ่ แปรรูปผลติ ภัณฑ์ชาจะมี Testing for Sensory Evaluation. ASTM การกาหนดแนวทางและมาตรการการรบั ซื้อท่เี หมาะสม Manual Series: MNL 13, Baltimore. ต่อไป โดยท่ีการรับซื้อวัตถุดิบชาจากเกษตรกรนั้น ควร กระทรวงอุตสาหกรรม. 2556. ประกาศกระทรวง จ ะ มี เ ก ณ ฑ์ ก า ร รั บ ซื้ อ วั ต ถุ ดิ บ ก่ อ นก า ร แ ป ร รู ป อุตสาหกรรม ฉบับที่ 4553 (พ.ศ. 2556) เช่นเดียวกับการรับซื้อผลผลติ การเกษตรอืน่ ๆ เช่น ซ้ือ ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐาน ใบยาสูบหน้าโรงบ่ม ซื้อข้าวเปลือกหน้าโรงสี และรับซ้อื ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เร่ือง ลาไยกอ่ นอบแหง้ เปน็ ตน้ ซ่งึ การนาผลการศกึ ษาผลผลติ ย ก เ ลิ ก ม า ต ร ฐ า น ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ที่แปรรูปแล้ว นาไปกาหนดราคารับซือ้ จากเกษตรกรคง ชาใบ (ชาจีน) และกาหนด มาต รฐาน จะไม่ยุติธรรมกับผู้ปลูก เพราะว่าคุณภาพวัตถุดิบกับ ผลิตภณั ฑ์อตุ สาหกรรมชาจีน. คุณภาพหลังการแปรรูปอาจจะไม่สอดคล้องกัน ดังน้ัน ธีรพงษ์ เทพกรณ์. 2550. การศึกษาการเปลี่ยนแปลง การวิเคราะห์คุณสมบัติทางประสาทสัมผัสและทาง ช นิ ด แ ล ะป ริม า ณ สา ร ต้านอนุมูลอิสระ กายภาพใหม้ คี วามชดั เจนมากขึ้นน้ัน จะสนบั สนนุ ข้อมูล (โพลิฟินอล) ระหว่างกระบวนการผลิตชา ที่สามารถบ่งช้ีถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ต้ังแต่ต้นน้า เ ขี ย ว ช า อู่ ห ล ง ข อ ง จั ง ห วั ด เ ชี ย ง ร า ย , กลางน้า และปลายน้าในกระบวนการผลิตชาอู่หลง มหาวิทยาลัยแมฟ่ ้าหลวง, หน้า.27. 26 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
การศึกษาระบบระบายนา้ ในชมุ ชน กรณีศึกษาชมุ ชนปา่ ห้า ตา้ บลนางแล อา้ เภอเมือง จงั หวัดเชียงราย A Study Of the Drainage System in Community: Case Study of Pha-Ha Community Nang Lae SubDistrict Mueang District Chiang Rai Province มงคลกร ศรีวิชัย1* ณิศศา ปานาที2 เอกชัย ธาราจารสั สุข2 พัชรินทร์ ธยิ ะจง2 Mongkonkorn Srivichai1* Nissa Panatee2 Aekkachai Tarachamrussuk2 Patcharin Thiyajong2 1หัวหนา้ ศูนยว์ ศิ วกรรมสร้างสรรคเ์ พ่ือการพัฒนาที่ยงั่ ยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา 2นักศึกษา หลักสูตรวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา เชียงราย 1Director Center of Creative Engineering for Sustainable Development. Faculty of Engineering Rajamangala University of Technology Lanna. 2Sutdent Civil Engineering Program Faculty of Engineering Rajamangala University of Technology Lanna E-mail: [email protected]., เบอร์โทรศัพท์ 053-723979 บทคดั ยอ่ บทความน้นี าเสนอการศกึ ษาระบบระบายนา้ ในชุมชนปา่ ห้า ตาบลนางแล อาเภอเมอื ง จงั หวดั เชียงราย เพ่อื ศึกษาปัญหาและเปรียบเทียบอัตราการไหลนองสูงสุดกับประสิทธิภาพการระบายน้าที่หน้าตัดลาน้า โดยอาศัยข้อมลู น้าฝนสูงสุดของสถานีวัดน้าฝนจังหวัดเชียงราย ทฤษฎีชลศาสตร์ อุทกวิทยา และการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ จากการศึกษาพบว่าลาน้าบริเวณจุดพิจารณาท่ีเกดิ ปัญหา ไม่สามารถรับปริมาณน้าไหลนองสงู สดุ ที่จะเข้า พื้นท่ีได้ท้ังหมด 3 จุด คือ จุด M1-4, M11-2 และจุด M16-3 ซ่ึงมีประสิทธิภาพในการระบายน้าเท่ากับ 5.27, 0.91 และ 4.74 ลกู บาศก์เมตรตอ่ วินาที ตามลาดบั เนอ่ื งจากการระบายนา้ ออกน้อยกวา่ ปรมิ าณนา้ ท่เี ขา้ มา เม่อื เวลาผ่านไป จึงทาให้เกิดการเอ่อล้นตล่ิงเข้าท่วมพ้ืนที่ จากผลการศึกษาจึงแนะนาให้ทาการปรับปรุงโดยมีการออกแบบ พ้ืนท่ีหน้าตัดลาน้าใหม่ และในแต่ละจุดท่ีมีการเปลี่ยนหน้าตัดใหม่ จะมีประสิทธิภาพการระบายน้า เท่ากับ 10.50, 4.23 และ 9.32 ลกู บาศกเ์ มตรต่อวนิ าที ตามลาดบั ซึง่ สามารถรองรบั อตั ราน้าไหลนองสงู สดุ ทคี่ าบการเกดิ 10 ปี ทจี่ ะ มาเขา้ ส่พู น้ื ทีไ่ ดด้ ีย่งิ ขน้ึ คา้ ส้าคัญ ระบายนา้ น้าทว่ ม อทุ กวทิ ยา ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ ชุมชน ABSTRACT This paper present the study of the drainage system in community: the case study of Pha-Ha community Nang Lae subdistrict mueang district Chiangrai province. The purpose of this paper is study the problem and compare the maximum flow rate with the drainage efficiency at the river cross section by applying the date of the highest rainfall of rain gauging station in Chiangrai province, theory of hydraulics, hydrology, and applications of GIS. From the study, it was found that the river at the consideration point where the problem occurred, the maximum amount of water flow in to the area cannot be obtained at all 3 points, which were M1-4, M11-2 and M16-3, with the drainage efficiency of 5.27, 0.91 and 4.74 cm3/s, respectively. According to the drainage is less than the amount of inflow water, it caused the river bank to flood into the area. From the results of the study, it is recommended to make improvements by designing a new river cross-section. In additional วารสารวิชิ าการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 27 ปีีที่่� 4 ฉบัับที่�่ 2 กรกฎาคม - ธันั วาคม 2563
at each point of the replaced river cross-section the drainage efficiency was of 10.50, 4.23 and 9.32 cm3/s. respectively. The replaced river cross-section is able to be better supported the maximum water flow rate entering to the area at the 10-year return period. Keywords drainage system, flood, hydrology, GIS, community บทนา้ สมบุญ แซ่จิว, 2557) หรือแม้กระทั่งการศึกษา ปั จ จุ บั น โ ล ก ไ ด้ ป ร ะ ส บ ปั ญ ห า ส่ิ ง แ ว ด ล้ อ ม พัฒนาการของบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้าท่วมแบบ ปกติและรุนแรง ซึ่งจากท้ังหมดน้ีการไหลของน้าข้ึนอยู่ มากมาย โดยมีสาเหตุหลักมาจากการกระทาของมนุษย์ กับวัฏจักรของน้า โดยมีกระบวนการเกิดของน้าซ่ึงอาจ ซ่ึงภัยธรรมชาติต่าง ๆ มีแนวโน้มที่จะเกิดบ่อยคร้ังและ เร่ิมจากการมีแสงแดดส่องกระทบลาน้า ให้มีการระเหย รนุ แรงมากยิ่งขนึ้ ตัวอย่างหน่งึ ของภัยธรรมชาติทเี่ กิดขึ้น จับตัวกันเป็นก้อน กลายเป็นหยาดน้าฝน ซ่ึงบางส่วนมี ในประเทศไทย คือ มหาอุทกภัยปี พ.ศ.2554 ประเทศ การะเหย บางส่วนมีการซึม มีการคายน้าของพืช และ ไทยได้ประสบกับมหาอุทกภัยครัง้ ใหญ่ โดยมีฝนหนักถึง การเกิดน้าท่า กระบวนการเหล่าน้ีประกอบกันเป็น หนักมากต่อเนื่องในหลาย ๆ แห่ง (สถาบันสารสนเทศ \"วัฏจักรของอุทกวิทยา\" น้าจะหมุนเวียนอยู่ในวัฏจักร ทรัพยากรน้าและการเกษตร (องค์การมหาชน, 2562) โดยปรากฎอยู่ในรูปแบบและสถานะต่าง ๆ กัน วัฎจักร ชาฮีดา วิริยาทร และภัททา เกิดเรือง. 2560) แต่ยังมี ของอุทกวิทยาไม่มีจุดเร่ิมต้น ไม่มีจุดสิ้นสุด (กีรติ อีกหลายพื้นที่ ที่ไม่ใช่เมืองหลวงแต่เป็นพื้นที่ชุมชนก็ ลวี ัจนกุล, 2552) ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้าท่วมเช่นเดียวกั น (ชัยณรงค์ ลือโฮ้ง. 2557) การศึกษาครั้งน้ีจึงได้มี โดยพ้นื ทช่ี ุมชนบ้านปา่ หา้ ตาบลนางแล อาเภอ การศึกษา รวบรวมประเด็น และปัญหาน้าท่วมซง่ึ สง่ ผล เมอื ง จงั หวัดเชียงราย จะแบง่ พนื้ ทหี่ มบู่ า้ นแยกออกเป็น ก ร ะ ท บ กั บ ป ร ะ ชา ก ร เ ป็ นจ า นว นม า ก แ ล ะ ใ น ท้งั หมด 3 หมบู่ ้าน ไดแ้ กบ่ า้ นปา่ หา้ บ้านสันตน้ ขาม และ ขณะเดียวกันหลายๆพ้ืนที่ได้มีการพยายามหาแนว บ้านดาวดึงส์ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม ที่ดินส่วน ทางการแก้ไขปัญหาน้าท่วมขัง นา้ ทว่ มฉับพลนั ในชุมชน ใหญ่ใช้เป็นพื้นท่ีการเกษตร และพ้ืนที่ชุมชน ต้ังอยู่ใน อาทเิ ชน่ การนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการ เขตเมืองซ่ึงได้รับการพัฒนา ทาให้พ้ืนที่ที่เคยเป็นแหล่ง บริหารจัดการชุมชน โดยจัดทาระบบฐานข้อมูล รองรับน้าธรรมชาติ ท้ังน้าฝนและน้าทิ้งจากชุมชน ภูมิสารสนเทศ(GIS) เข้ามาช่วยในการจัดการระบบ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น การถมท่ีดินเพ่ือทาถนน ระบายน้าโดยข้อมูลภูมิสารสนเทศ (ศนิ ลิ้มทองสกุล, ก า ร เ ป ลี่ ย นแป ล ง พ้ื นที่ ท า ก า ร เ ก ษ ต ร เ ป็ นที่ อ ยู่ อ า ศั ย 2561. ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี , 2553 พรชัย ในขณะทีร่ ะบบระบายน้าเดิมตามธรรมชาติ ไมไ่ ด้ทาการ เอกศิริพงษ์ และสุเพชร จิรขจรกุล, 2557. เอกราช แก้ไขปรบั ปรุงใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพการพฒั นาที่เกิดขึ้น บุญเริง และคณะ, 2560) และในด้านวศิ วกรรมได้มีการ เมอื่ เกิดฝนตกลงมา บ ริ ห า ร จั ด ก า ร น้ า ห ล า ก แ ล ะ ก า ร ศึ ก ษ า แ บ บ จ า ล อ ง นา้ หลากเพ่อื บรรเทาอุทกกภัย หลายๆคนได้มีการศึกษา จ า ก ก า ร ส า ร ว จ ข้ อ มู ล จ า ก ค า บ อ ก เ ล่ า ข อ ง พฤติกรรมน้าหลาก ซึ่งพยายามที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ ผูส้ งู อายใุ นหมบู่ า้ นว่า ในอดตี ไม่มีการการเกิดเหตุการณ์ เหมาะสมกบั พื้นทน่ี ้นั ๆ ได้ โดยกระบวนการต่าง ๆ เช่น น้าท่วมขังในชุมชน แต่หลังการพัฒนาพ้ืนที่ จึงมี การประยุกต์ใช้แบบจาลองคณิตศาสตร์เพื่อบรรเทา เหตุการณ์น้าไหลเข้าท่วมพ้ืนที่ชุมชน ซึ่งประชาชนใน นา้ ทว่ ม การประเมินและการเพม่ิ ศักยภาพในการระบาย พ้ืนท่ีชุมชนป่าห้าได้รับผลผลกระทบจากปัญหาน้าท่วม น้า(ชัยยุทธ ชินณะราศี และคณะ, 2550 มงคลกร หลายครง้ั จึงมีการพดู คุยกับผปู้ ระสบภัยเพ่อื หาแนวทาง ศรีวิชัย และคณะ, 2555. วัชรินทร์ โกมลมาลย์, 2557. ในการลดกระทบจากปัญหาน้าล้นตลิงเขา้ ท่วมบ้านเรือน ในชมุ ชน ดงั แสดงในภาพที่ 2 28 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
ไหลออกจะมคี ่าเทา่ กับ การเปล่ยี นแปลงปริมาตรเก็บกัก ดังสมการที่ 1 I t Q t dS (1) dt ภาพท่ี 1 พื้นท่ศี กึ ษาและสภาพปัญหาการลุกลา้ ของ โดย ลานา้ I t คือ ปรมิ าณการไหลเขา้ ท่ีเวลา t Qt คอื ปริมาณการไหลออกทเี่ วลา t dS คอื อัตราการเปลยี่ นแปลงปริมาตรเกบ็ กัก S dt ทเี่ วลา t ภาพที่ 2 การลงพื้นทีส่ ารวจผลกระและการหาแนวทาง โดยการศึกษาเริ่มจาก การจัดเตรียมข้อมูล ลดผลกระทบนา้ ท่วม การกาหนดขอบเขตการประเมนิ การศกึ ษาระบบระบาย น้า ทาการศึกษาในพื้นที่ชุมชนบ้านป่าห้า ตาบลนางแล ซึ่งการศึกษาในครง้ั น้ีมีวัตถุประสงค์ เพ่อื ศึกษา อาเภอเมือง จังหวัดเชียงราย มีลักษณะภูมิประเทศเปน็ ระบบระบายน้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยการประยุกต์ใช้ พน้ื ทรี่ าบล่มุ ลาดเอยี งจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปทาง ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ภายในบริเวณเขตชุมชน ทิศตะวันออก ท่ดี นิ ส่วนใหญใ่ ช้เป็นพืน้ ทก่ี ารเกษตร และ วิเคราะห์ปริมาณนา้ หลากและเปรยี บเทยี บประสทิ ธภิ าพ พื้นที่ชุมชน ทั้งแบบดั้งเดิมและบ้านจัดสรร ส่วนท่ีเหลือ การไหลของระบบระบายน้าในบริเวณชุมชน และ เป็นพ้ืนที่ว่างและพื้นทม่ี ีหญ้าปกคลุม ลาน้าสาคัญท่ไี หล เสนอแนะแนวทางแก้ไขระบบระบายน้าในบริเวณเขต ผ่านพ้ืนที่ศึกษา ได้แก่ น้านางแล น้าแม่งาม และไหลลง ชมุ ชน สู่แม่น้ากก การคมนาคมมีถนนเช่ือมต่อถนนพหลโยธิน และทางหลวงชนบท ชร.5023 จะได้ขอบเขตพื้นที่รับน้า ภายในเขตพื้นที่ศึกษา และใช้โปรแกรม earth google หาขนาดของพ้ืนท่ีรับน้า และขนาดพื้นที่ของการใช้ ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งแบ่งการใช้ประโยชน์ท่ีดินออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ พนื้ ทถ่ี นน พ้ืนทก่ี ารเกษตร พนื้ ทหี่ ญ้า ปกคลมุ พนื้ ท่ีอยอู่ าศยั และพ้ืนทปี่ ่า วิธกี ารด้าเนนิ งาน ภาพท่ี 3 การแบ่งพน้ื ทก่ี ารคานวณพน้ื ที่รบั นา้ จ า ก แ น ว คิ ด เ บื้ อ ง ต้ น ต า ม ห ลั ก อุ ท ก วิ ท ย า วัฏจักรของน้า คือ การเกิดและหมนุ เวียนของนา้ ท่ีอยู่ใน โลก โดยน้าที่อยู่ในโลกจะไม่สูญหายไปไหน แต่จะ เปลี่ยนรูปอยู่ในสภาพต่าง ๆ วนเวียนอยู่ในวัฏจักรของ น้าอย่างไม่มีจุดเร่ิมต้น และจุดสิ้นสุด ซ่ึงก่อให้เกิด หลักการอนุรักษ์มวลน้า กล่าวคือ การไหลเข้าลบการ วารสารวิชิ าการรัับใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 29 ปีีที่่� 4 ฉบัับที่�่ 2 กรกฎาคม - ธันั วาคม 2563
การศึกษาคร้ังน้ีใช้กราฟความสัมพันธ์ระหว่าง ������������������������ = 0.278������������������������������������ (2) ความเข้มฝน-ช่วงเวลา-รอบปีการเกิดซ้า มีประโยชน์ใน การออกแบบท่อระบายน้า ท่อลอดถนน และโครงสร้าง โดยที่ ทางชลศาสตร์ต่าง ๆ ซึ่งมตี ัวอยา่ งกราฟความสมั พันธ์ของ ������������������������ = ปริมาณน้าหลากสูงสุด ของรอบปีการเกิดซ้าที่ จังหวัดเชียงราย ดังแสดงในรูปที่ 4 ซ่ึงจะเห็นได้ว่ารอบปี เลือก (ลกู บาศกเ์ มตร/วนิ าท)ี การเกิดซ้าเดียวกัน ความเข้มฝนจะมีแนวโน้มลดลงตาม ������������ = สัมประสิทธิ์การไหลนอง ชว่ งเวลาทฝี่ นตก ทั้งนีเ้ พราะคาว่าฝน หมายถึงปริมาณฝน ������������ = ความเข้มฝนในช่วงเวลา และรอบปีการเกิดซ้าท่ี (mm) ต่อหน่ึงหน่วยเวลา (hr) ซ่ึงมีการวัดข้อมูลฝนเป็น ออกแบบ (มิลลิเมตร/ช่วั โมง) เวลานาน ๆ แล้วนามาหาความเข้มฝน ตัวเลขของความ ������������ = ขนาดพ้ืนท่ีรบั นา้ (ตารางกโิ ลเมตร) เข้มฝนท่ีตกนาน ๆ จึงมีแนวโน้มลดลง ตามเวลาท่ีฝนตก และถ้าพิจารณาที่ช่วงเวลาท่ีฝนตกเท่ากัน จะเห็นได้ว่า ������������ = 1 ������������32������������12������������������������ (3) ความเข้มฝนมากข้นึ ตามรอบปีการเกดิ ซ้า ������������ โดยท่ี Q = อัตราการไหลสูงสุด ลบ.ม./วนิ าที n = สมั ประสิทธค์ิ วามขรุขระแมนนงิ่ S = ค่าความลาดชันการไหลทอ้ งนา้ R = รัศมชี ลศาสตร์ (Hydraulic Radius), เมตร ������������������������ = พนื้ ท่หี น้าตัดของทอ่ หรือทางน้าไหล, ตารางเมตร ภาพที่ 4 กราฟความเข้มฝน-ชว่ งเวลา-รอบปีการเกิดซ้า ผลการดา้ เนินงาน ของฝน ของจังหวดั เชยี งราย ผลการศึกษาพบว่า พ้ืนท่ีศึกษามีสภาพเป็น ข้ันตอนการคานวณหาปริมาณน้าหลากในพนื้ ที่ พื้นที่ราบ และมีลาน้าต่าง ๆ ไหลผ่านแต่ลาน้าไม่ และการคานวณอัตราการไหล การคานวณอัตราน้า สามารถระบายน้าออกจากพื้นท่ีได้ทัน ประกอบพื้นท่ี ไหลนองสูงสุดสาหรับพื้นที่รับน้าฝนที่ไม เกินกว า ได้รับการพัฒนาในขณะที่ระบบระบายน้าไม่ได้ทาการ 25 ตารางกิโลเมตร ใช สูตร Rational Formula ซึ่ง แก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพการพัฒนาพื้นท่ี คาสัมประสทิ ธ์ิการไหลนอง (C) สามารถแบ่งตามลักษณะ และเม่ือมีฝนตกก็จะมีน้าท่วมในพื้นที่ จากแบบสารวจ พ้ืนที่ผิวหรือลักษณะพ้ืนที่ใชสอย การคานวณปริมาณน้า ข้อมูลตาแหน่งจุดพิจารณา พบว่า ได้ข้อมูลตาแหน่งจุด หลากสูงสุดใช้วิธี Rational ดังสมการที่ 2 ส่วนการ พิจารณาทั้งหมด 16 จุด ซ่ึงอยู่ในขอบเขตหมู่ท่ี 1 บ้าน คานวณขนาดของท่อหรือรางระบายน้าที่จะสามารถ ป่าห้า จานวน 5 จุด ได้แก่ M1-1 ถึง M1-5 อยใู่ น ระบายน้าด้วยอัตราการไหลสูงสุดที่ออกแบบ (Q) การ ขอบเขตหมู่ที่ 16 บ้านสันต้นขาม 6 จุด ได้แก่ M16-1 ออกแบบขนาดท่อใช้สมการแมนนิ่ง (Manning’s ถึง M16-6 และอยู่ในขอบเขตหมู่ท่ี 11 บ้านดาวดึงส์ Formula (เสรี จันทรโยธา และชัยพันธุ์ รักวิจัย, 2552) ได้แก่ M11-1 ถึง M11-6 ดังแสดงในภาพท่ี 5 เพ่ือคานวณหาความจแุ ละขนาดทอ่ ดังสมการท่ี 3 การคานวณประสิทธิภาพการไหลสูงสุดที่จุด พิจารณา จะใช้วิธี สมการ Manning สมการท่ี 3 มา คานวณโดยท่ีใช้ ซึ่งตัวแปรต่าง ๆ ประกอบไปด้วย ค่า พ้ืนที่หน้าตัดลาน้า (A) ค่าสัมประสิทธิความขรุขระ (n) และค่าความลาดชันของลาน้า (S) หาได้จากการสารวจ ภาคสนาม ผลการคานวนเปรียบเทียบประสิทธิภาพการ ไหลสงู สดุ ต่ออตั รานา้ ไหลนองสงู สดุ แสดงตารางท่ี 2 30 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
ภาพท่ี 5 ผงั นา้ ในชุมชนปา่ หา้ ตาบลนางแล ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบอัตราน้าไหลนองสูงสุด และประสิทธิภาพอัตราการไหลสูงสุด ณ จุดพิจารณาจาก ภาพที่ 5 จุดที่ ประสิทธิภาพการไหลสงู สดุ Q อตั รานา้ ไหลนองสงู สดุ Q ความสามารถในการระบายน้า (ลบ.ม./วนิ าที) (ลบ.ม./วินาที) M1-1 2.373 1.810 รบั ได้ M1-2 5.646 1.810 รบั ได้ M1-3 10.410 8.559 รบั ได้ M1-4 5.275 7.133 รบั ไมไ่ ด้ M1-5 10.078 1.403 รบั ได้ M16-1 6.382 1.631 รบั ได้ M16-2 15.749 2.07 รับได้ M16-3 4.749 8.764 รับไมไ่ ด้ M16-4 15.723 11.539 รบั ได้ M16-5 12.337 4.511 รบั ได้ M16-6 20.185 2.107 รบั ได้ M11-1 16.619 12.285 รับได้ M11-2 0.919 3.206 รับไม่ได้ M11-3 14.928 6.400 รบั ได้ M11-4 130.539 7.321 รับได้ M11-5 130.539 12.285 รบั ได้ จากตารางท่ี 1 แสดงผลการเปรียบเทียบ สภาพระบบระบายน้าในปัจจบุ ัน ถึงการรองรับอัตราน้า ระหว่างปริมาณอัตราน้าไหลนองสงู สดุ กับประสทิ ธิภาพ ไหลนองสูงสุด กรณีการเกิดฝนในรอบการเกิดซ้า 10 ปี การไหลสูงสุดที่จุดพิจารณา เพ่ือจะทาการตรวจสอบ พบว่าจดุ ที่พิจารณาท้ังหมด 16 จดุ มจี านวนจุดพจิ ารณา วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สัังคม มทร.ล้า้ นนา 31 ปีีที่�่ 4 ฉบับั ที่�่ 2 กรกฎาคม - ธันั วาคม 2563
ที่ไม่สามารถรับอัตราน้าไหลนองสูงสุดได้อยู่ 3 จุด คือ เปลี่ยนไปหรือการเปล่ียนเป็นผิวดาดคอนกรีต เพื่อให้มี M1-4, M16-3 และ M11-2 ซ่ึงมีประสิทธิภาพการไหล ความเหมาะสมท่ีจะรองรับอัตราน้าไหลนองสูงสุดที่จะ สูงสุดน้อยกว่าอัตราน้าไหลนองสูงสุดที่เข้ามาท่ีจุด เกิดขึ้นได้ แต่เน่ืองจากการเปลี่ยนผิวการไหลของน้าให้ พิจารณา จึงอาจทาให้เกิดปริมาณน้าท่ีสูงขึ้นจนเกิด เป็นผิวดาดคอนกรีต ทาให้ยังพบปัญหาเดิมคือน้ายังไม่ น้าท่วม สามารถระบายออกได้ทัน ดังนั้นจึงเลือกใช้วิธีการ การน้าไปใช้ ป รั บ เ ป ล่ี ย น ข นา ด ห น้ า ตั ด ล า น้ า ใ ห ม่ เ พ่ื อ ใ ห้มี ประสทิ ธภิ าพสามารถระบายนา้ ออกได้ ดงั แสดงตารางที่ แนวทางการแก้ไขปัญหา คือ ทาการขยาย 2 ซง่ึ ผลการศึกษาครั้งนจี้ ะเป็นแนวทางในการของบเพื่อ เปลี่ยนขนาดหน้าตัดใหม่และทาการกาจัดวัชพืชออก พัฒนาพื้นที่ ซ่ึงจะเป็นกิจกรรมการคืนข้อมูลสู่ท้องถิ่น จ า ก ล า น้ า ท า ใ ห้ ค่ า สั ม ป ร ะ สิ ท ธิ์ ผิ ว ข รุ ข ร ะ แ ม น น่ิ ง และนาไปพัฒนาต่อไป ตารางที่ 2 การปรับปรุงพ้ืนทีห่ น้าตัดลาน้าเพือ่ เพิ่มประสทิ ธิภาพการระบาย จุดพจิ ารณา หน้าตัด หนา้ ตัดลา้ นา้ ท่ี อตั ราการไหล (อัตราน้าไหลนอง ลบ.ม./ว) ล้าน้าเดมิ อัตราการไหลเดิม ออกแบบ หลงั ออกแบบใหม่ M1-4 A=3.840 ตร.ม. A=5.805 ตร.ม. (7.133) n=0.035 n=0.030 Q=5.27 ลบ.ม./ว Q=10.50 ลบ.ม./ว A=1.050 ตร.ม. A=2.625 ตร.ม. M11-2 n=0.035 n=0.030 (3.206) Q=0.91 ลบ.ม./ว Q=4.32 ลบ.ม./ว A=5.550 ตร.ม. M16-3 A=3.700 ตร.ม. n=0.030 (8.764) n=0.035 Q=9.32 ลบ.ม./ว Q=4.74 ลบ.ม./ว อภปิ รายผล ปริมาณน้า ที่เกดิ จากฝนตกและนา้ จากลานา้ สาขาอ่ืน ๆ จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า ร ะ บ บ ร ะ บ า ย น้ า ใ น ชุ ม ช น ไหลผ่านเข้ามาในพื้นท่ีชุมชน แต่ลาน้าในพื้นที่สามารถ ระบายน้าออกไปได้อย่างช้า ๆ และเม่ือเวลาผ่านไปทา กรณศี กึ ษาที่ชุมชนบ้านป่าหา้ ตาบลนางแล อาเภอเมือง ให้ปริมาณน้ามีระดับสูงข้ึนเรื่อย ๆ จนเอ่อล้นตลิ่ง จังหวัดเชียงราย สรุปผลได้ว่าจากการสารวจโดยการ เข้าท่วมบ้านเรือน และพ้ืนที่การเกษตร ซ่ึงการประเมนิ ประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และการสารวจ ประสิทธิภาพการไหลสูงสุด โดยการคานวณปริมาณ ข้อมูลทางภาคสนาม พบว่าพ้ืนที่ศึกษามีพื้นที่รับน้า น้าหลากหรือปริมาณน้าไหลนองสูงสดุ จากวิธีเรชันแนล ท้ังหมด 2.617 ตารางกิโลเมตร ทิศทางการไหลของ และการคานวณค่าอัตราการไหลสูงสุดท่ีหน้าตัดจุดท่ี ลาน้าจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปสู่ทิศทางตะวันออก พิจารณาจากสมการแมนนิ่ง เพื่อนามาเปรียบเทียบและ ต้นน้ามาจากน้าตกนางแลและไหลลงสู่น้านางแล และ ประเมินประสิทธิภาพการไหลของระบบระบายน้าใน นา้ แม่งาม ซึง่ สภาพลาน้าในปัจจบุ นั มีตะกอนทับถม และ ชุมชน พบวา่ มีจุดพิจารณาที่ไมส่ ามารถระบายนา้ ออกได้ วัชพืชขึ้นปกคลุมเป็นอย่างมาก ทั้งยังถูกลุกล้าจากการ ทันคือ จุด M1-4, M11-2 และ M16-3 เนื่องจาก พัฒนาการใช้ประโยชน์ท่ีดิน เช่น การก่อสร้างถนนตัด พื้นที่หน้าตัดของลาน้าไม่เหมาะสมกับการรองรับการ ผ่านลาน้า หรือการถมท่ีดินเพื่อปลูกสร้างท่ีอยู่อาศัย เกิดฝนรอบการเกิดซ้าท่ี 10 ปีได้ แต่การศึกษาครั้งน้ี และในพ้ืนที่ ลาน้ามีขนาดหน้าตัดไม่เหมาะสมสาหรับ เป็นการหาแนวทางด้านวิศวกรรม ยังขาดการศึกษา การรองรับน้าไหลนองของคาบการเกิดซ้า เน่ืองจากมี ส่ิงกีดขวางลาน้า เช่น เศษวัสดุ เศษกิ่งไม้ วัชพืช เม่ือมี 32 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
ผลกระทบด้านเศรษฐศาสตร์ ในอนาคตจาเป็นต้องมี วิเคราะห์พื้นท่ีเสี่ยงภัยน้าท่วมในเขตเทศบาลนคร การศกึ ษาด้านนี้เพิ่มมากย่ิงข้นึ เชียงใหม่”. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 3, 3: 148-159. แนวทางการแก้ไข ผลการศึกษาคร้ังนี้จะนาไป มงคลกร ศรวี ชิ ยั , ยุพา ชดิ ทอง และเสรี ศภุ ราทิตย์. 2555. เสนอต่อผู้นาชุมชนท้องท่ีและองค์การปกครองส่วน “การศึกษามาตรการป้องกันและลดผลกระทบ ท้องถิ่น เพื่อนาเข้าแผนในการพฒั นาชุมชนต่อไป อีกทงั้ น้าท่วมในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี”. วารสาร ควรมีการพฒั นาระบบกกั เก็บนา้ เพ่ือตัดยอดน้า และเพิ่ม วิศวกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยรังสิต, เส้นทางน้า ให้สามารถแยกมาเก็บน้าไว้ในอ่างไม่ให้น้า 15 ,2: 40-49. เข้าสู่พ้ืนท่ีมากเกนิ ไป และวางแผนการปล่อยน้าออกมา วัชรินทร์ โกมลมาลย์. 2557. “การประเมนิ สมรรถนะการ ในช่วงเวลาท่ไี ม่เกิดฝนตกหนัก ควรจะมกี ารขุดลอกและ บ ริ ห า ร น้ า ข อ ง ส า นั ก ง า น ก า ร ร ะ บ า ย น้ า ใ น ขยายหน้าตัดลาน้าให้มีขนาดหน้าตัดท่ีเหมาะสม เพ่ือ กรุงเทพมหานคร”. วารสารวิจัยและพัฒนา รองรับปริมาณน้าไหลนองอีกทั้งควรมีการเปลี่ยนผิว วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. 9, 1: ลาน้าจากเดมิ ที่มีลกั ษณะเปน็ คลองดิน ใหเ้ ปน็ คลองดาด 112-119. คอนกรีต เพื่อลดปัญหาการเกิดวัชพืชปกคลุมและการ ศนิ ลิ้มทองสกุล. 2561. “ปัญหาและอุปสรรคการจดั การ กัดเซาะ และมกี ารกาจัดวชั พชื เศษวสั ดุ กิง่ ไม้ เศษดนิ ท่ี ระบายน้าฝนในบริบทเมืองท่ีมีการเติบโตทาง ทับถมกันเพ่ือไม่ให้กีดขวาง ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการ ก า ย ภ า พ ข อ ง ร ว ด เ ร็ ว ก ร ณี ศึ ก ษ า พื้ น ท่ี ระบายน้า คอยดูแลรักษา ตรวจสอบประสิทธิภาพของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน”. การระบายน้า เช่น การลงพื้นที่ทาความสะอาดลาน้า วารสารวิชาการ การออกแบบสภาพแวดลอ้ ม, 5, ก่อนการเกิดฤดูฝนของทุก ๆ ปี 1: 3-19. บรรณานุกรม ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี. 2553. “ระบบจัดการการระบาย กีรติ ลีวัจนกุล. 2552. อุทกวิยา. (พิมพ์ครั้งที่ 3). น้าชุมชนโดยระบบภูมิสารสนเทศ”. วารสาร วศิ วกรรม, 5, 2: 1-9. ปทมุ ธานี: สานกั พิมพ์SPEC. สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้าและการเกษตร (องค์การ ชัยณรงค์ ลือโฮ้ง. 2557. “การแก้ไขปัญหาการบริหาร มหาชน). 2555. บนั ทึกเหตกุ ารณน์ า้ ท่วม: บันทกึ เหตกุ ารณม์ หาอทุ กภยั ปี จัดการน้าท่วมของเทศบาลตาบลป่าแดด อาเภอ 2554 [อ อ น ไ ล น์ ] ไ ด้ จ า ก https://www. เมืองแพร่ จังหวัดแพร่.” วารสารมนุษยศาสตร์ thaiwater.net/current/flood54.html และสังคมศาสตร์, 2, 1; 73-79. สมบุญ แซ่จิว. 2557. “การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศ ชัยยุทธ ชินณะราศรี, วราภรณ์ นาคส้ัว, สุทัศน์ วีสกุล, ภูมิศาสตร์เพ่ือเพิ่มศักยภาพของระบบระบายน้า แ ล ะ Ole Mark. 2550. “ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ภายในตาบลดอนแก้ว อาเภอแม่ริม จังหวัด แบบจาลองคณิตศาสตร์เพื่อบรรเทาน้าท่วมใน เชียงใหม่”. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ พ้ืนที่ฝ่ังตะวันตกของกรุงเทพมหานคร . ” มหาบณั ฑิต. มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม.่ วิศวกรรมสาร ฉบับวิจัยและพัฒนา, 18, 3: 7-18. เสรี จันทรโยธา และชัยพันธุ์ รักวิจัย. 2552. ชลศาสตร์ ชาฮีดา วิริยาทร และภัททา เกิดเรือง. 2560. “ความ การไหลในทางนา้ เปดิ ขันพนื ฐาน. (พิมพค์ รงั้ ที่ 1.) เปราะบางต่อภัยธรรมชาติ ของครัว เ รื อน ก รุ ง เ ท พ ฯ : ส า นั ก พิ ม พ์ แ ห่ ง จุ ฬ าลงกรณ์ กรณีศึกษาจากเหตุการณ์น้าท่วมปี พ.ศ.2554 ใน มหาวทิ ยาลยั . ประเทศไทย”. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจยั และ เอกราช บุญเริง, กิ่งกาญจน์ สานวนเย็น, ขวัญณภิส พัฒนา, 9,18: 46-59. รัชตะวรรณ, ศิริพร จันทนสกุลวงศ์. 2560. “การ พรชัย เอกศิริพงษ์ และสุเพชร จิรขจรกุล. 2557. “การ ประยุกต์ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพ่ือการ วารสารวิชิ าการรับั ใช้้สังั คม มทร.ล้า้ นนา 33 ปีที ี่�่ 4 ฉบับั ที่่� 2 กรกฎาคม - ธันั วาคม 2563
จัดการปัญหาน้าท่วมของเทศบาลเมืองวาริน ชาราบโดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง; กรณีศึกษา 14 ชุ มชนที่ ได้ รั บผ ล กระทบจ า กปั ญหา น้ า ท่ ว ม . ” วารสารการบริหารทอ้ งถ่ิน, 10, 4: 25-39. 34 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารผลติ สับปะรดนอกฤดแู บบมสี ่วนรว่ ม Technology transfer of off-season pineapple production with participatory รงุ่ นภา ช่างเจรจา1 สันติ ช่างเจรจา2* นิอร โฉมศรี3 Rungnapa Changjeraja1 Sunti Changjeraja2* Nion Chomsri3 1รองศาสตราจารย์ ดร. สถาบนั วจิ ยั เทคโนโลยีเกษตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา 2*ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ สถาบันวจิ ัยเทคโนโลยีเกษตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา 3ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร. สถาบนั วจิ ัยเทคโนโลยีเกษตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา 1Assoc. Prof. Dr., Agricultural Technology Research Institute, Rajamangala University of Technology Lanna. 2*Asst. Prof., Agricultural Technology Research Institute, Rajamangala University of Technology Lanna. 3Asst. Prof. Dr., Agricultural Technology Research Institute, Rajamangala University of Technology Lanna. E-mail : [email protected], เบอรโ์ ทรศัพท์ 08-3203-4040 บทคัดยอ่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสบั ปะรดนอกฤดแู บบมสี ว่ นร่วม เปน็ ส่วนหนง่ึ ของโครงการกระบวนการขยาย ผลความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพ่ือยกระดับราคาสับปะรดของตาบลบ้านสา อาเภอแจ้ห่ม จังหวัดลาปาง มี วัตถุประสงค์เพื่อใช้ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพ่ือยกระดับราคาสับปะรด พบว่า การปฏิบัติการแบบมี ส่วนร่วมในการผลิตสับปะรดนอกฤดู สามารถสร้างการเรียนรู้เกิดทักษะให้กับตัวแทนของกลุ่มท่ีจะนาไปขยายผล จานวน 19 ราย เกิดองคค์ วามรู้สาหรับเกษตรกรนาไปใช้ขยายผลการจัดการผลิตให้เกิดประสทิ ธภิ าพจานวนมากกว่า 2 เรอื่ ง เชน่ การวางแผนการผลิตสับปะรดนอกฤดู การจัดการดนิ ป๋ยุ นา การควบคุมการออกดอก เป็นตน้ สามารถ พัฒนาสร้างอัตลักษณ์ผลผลิตสับปะรดบ้านสาบนคุณภาพมีมาตรฐานควา มปลอดภัยท่ีผู้บริโภคมีความพึงพอ ใจต่ อ ผลผลิต กระบวนการผลิตสับปะรดนอกฤดูสามารถยกระดับราคาสรา้ งมูลค่าสูงมากกวา่ 1 เทา่ ของราคาผลติ ในฤดูปกติ ในด้านความสาเร็จของการดาเนินงานภายใต้กิจกรรมจากการประเมินความพึงพอใจของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สับปะรดแปลงใหญ่บ้านสา กลุ่มเครือข่ายหน่วยงานมีความพึงพอใจในระดับสูงสุดแผนการดาเนินงานภายใต้กลไก การขับเคล่ือนงานของภาคีเครือข่ายในระดับอาเภอ ที่มีผู้นาของอาเภอได้ให้ความสนใจมีส่วนร่วมหนุนเสริม และ อานวยการประสานงานเชื่อมต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ ทาให้การดาเนินงานสามารถขับเคล่ือนตามแผนงานที่กาหนด โดยมีเปา้ หมายเพือ่ ให้เกษตรกรมกี ารพฒั นาความรยู้ กระดับอาชพี ให้เกดิ ความม่ันคงที่จะนาไปส่คู ุณภาพชีวิตท่ีดี กลไก การสนับสนุนการพัฒนาความรู้ให้กับเกษตรกรมีกระบวนการบูรณาการภายใต้โครงการฯ และหน่วยงานสนับสนุน ด้านการเกษตรที่เกิดการเชื่อมต่อและหนุนเสริม สอดคล้องกับเป้าหมายความต้องการของเกษตรกรโดยปรับ กระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับฐานความรู้ของเกษตรกรสร้างความเข้าใจและเข้าถึงความรู้ทางวิชาการและ เทคโนโลยีที่เหมาะสม สรา้ งบทเรยี นจากการปฏิบตั ิการทดลองในพืนทจี่ ริงใหเ้ กิดทักษะทีส่ อดคล้องกับบริบทเชิงพืนที่ สคู่ วามคดิ ในการแกไ้ ขปญั หาและสรา้ งสรรคอ์ าชพี ได้อยา่ งต่อเนอื่ ง คาสาคัญ การถา่ ยทอดเทคโนโลยี การผลิตสับปะรดนอกฤดู Abstract Technology transfer of off-season pineapple production with participatory, it is part of the science and technology knowledge expansion process project to increase the pineapple price of Ban Sa Subdistrict, Chae Hom District, Lampang Province. The objective is to apply science and วารสารวิิชาการรับั ใช้ส้ ัังคม มทร.ล้้านนา 35 ปีีที่่� 4 ฉบับั ที่่� 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
technology knowledge to increase the pineapple price. The result was found that participatory operation in off-season pineapple production is able to create learning and developing skills for 19 representatives of the group that will be expanded. The project create more than 2 knowledges for the farmers which are able to be used in production management for increasing the effectiveness of cultivation such as off-season pineapple production planning, soil management, fertilizers management, water management and flowering control, etc. Farmers can develop and produce the product identity of Ban Sa pineapple to meet the safety standard quality and consumers satisfaction. The off-season pineapple production process can increase the price, more than 1 times of the regular season's production price. The achievement of the project operating under the activity was assessed by the satisfaction form by the members of the Ban Sa pineapple community enterprise group., The result was found that the agency network group highly satisfied in the action plan under the mechanism of driving the network at the district level, with the supporting and facilitating of the district leaders in connection coordination to connect with other departments., This allowed the operation can drive the plan aiming to develop the farmers knowledge, enhance their career and create stability that will lead to a good quality of life. The mechanisms of knowledge development support for farmers have an integrated process under the project and connected and supported with the agricultural support agencies by adjusting the learning process in accordance with the farmers' knowledge base, creating understanding and accessing in a appropriate academic knowledge and technology. Creating lessons from practical experiments in the real situation creating the skills corresponding to the spatial context leading to solve the problem and continuously create a career. Keywords Technology transfer, off-season pineapple production บทนา เปน็ อาชพี มาเปน็ เวลานานไม่นอ้ ยกวา่ 100 ปี สานักงาน สบั ปะรดจัดเปน็ พชื เศรษฐกิจของประเทศไทยที่ เกษตรจังหวัดลาปาง รายงานข้อมูลปี 2562 พบว่า ลาปางมีพืนที่เพาะปลูกสับปะรด จานวน 24,240 ไร่ มีศักยภาพด้านการแปรรูปอาหารเป็นสินค้าส่งออกที่ พืนที่ให้ผลผลิตจานวน 16,525 ไร่ ผลผลิตเฉล่ีย 3,050 สรา้ งรายได้เข้าประเทศสูงมากกวา่ สองหมื่นล้านบาทต่อ กโิ ลกรมั /ไร่ ประมาณการผลผลติ จานวน 50,401.10 ตนั ปี สามารถสรา้ งอาชพี ใหก้ บั เกษตรกรกระจายในทุกภาค เพาะปลูกมากในเขตพืนท่ี 5 อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมือง ของประเทศ สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2562) ลาปาง อาเภอแจ้ห่ม อาเภอแม่เมาะ อาเภองาว และ รายงานว่า ประเทศไทยมีพืนที่ปลูกสับปะรดที่ให้ผลใน อาเภอเมืองปาน เฉพาะ อาเภอเมืองลาปางเพาะปลูก ระยะเก็บเก่ียวรวม 571,183 ไร่ เป็นพืนท่ีปลูกในเขต มาก คิดเป็นร้อยละ 88.31 ของพืนท่ีเพาะปลูกทังหมด ภาคกลางมากท่สี ุด จานวน 396,200 ไร่ จัดอยู่ในกลุ่ม 1 ผลผลติ ออกสู่ตลาดมากทสี่ ดุ ชว่ งเดือน มถิ ุนายน คิดเป็น ที่มีเป้าหมายการผลิตสับปะรดสาหรับส่งเข้าโรงงาน ร้ อ ย ล ะ ก า ร ผ ลิ ต สั บ ป ะ ร ด ข อ ง จั ง ห วั ด ล า ป า ง แปรรูป สว่ นสับปะรดทปี่ ลกู ในเขตพืนทภี่ าคเหนือมีพืนท่ี ใช้ต้นทุนการผลิต 3.97 บาท/กก. สัดส่วนการตลาด ให้ผลผลิต จานวน 120,443 ไร่ จัดอยู่ในกลุ่ม 2 มีพืนที่ สับปะรดของจังหวัดลาปาง ร้อยละ 80 จาหน่ายให้ ปลูกอยู่ห่างจากโรงงานแปรรูป โดยมีแหล่งปลูกสาคัญ กับโรงงาน ร้อยละ 19 จาหน่ายเพ่ือบริโภคสด และ ได้แก่ เชียงราย ลาปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สับปะรด ร้อยละ 1 แปรรูปเพ่ือจาหน่าย แต่ในช่วงปี 2559 - ลาปาง จัดเป็นพืชเชิงวัฒนธรรมของพืนที่มีการปลูกยึด 36 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
2560 สถานการณ์ด้านราคาสับปะรดท่ีเกษตรกร ต่าง ๆ และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องช่วยกันเชื่อมโยงตลาด จาหน่ายได้ ณ จุดรับซือในพืนท่ีจังหวัดลาปางในช่วง ภายในและต่างจังหวัด ซึ่งภายใต้แนวทางที่หลากหลาย เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2560 พบว่า สับปะรด ถ้าไม่มีระบบกลไกการพัฒนาบนเป้าหมายที่เป็นจุดยืน โรงงานราคากโิ ลกรัมละ 1.70-2.50 บาท และบริโภคผล ด้านการพัฒนาเชิงบูรณาการ ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมอาจ สดรบั ซือตามคุณภาพแยกเปน็ เกรดเนอื 1 ราคากโิ ลกรัม ทาให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง จาก ละ 4-5 บาท เกรดเนือ 2 ราคากิโลกรัมละ 2.00-2.50 แนวทางการพัฒนาระบบเกษตรของรัฐบาลที่เน้นการ บาท ซ่ึงราคาผลผลิตปี 2560 เม่ือเทียบกับปี 2559 รวมกลุ่มผลิตในรูปเกษตรแปลงใหญ่ต้องการให้มี ลดลงมากกว่า –50% เนื่องจากปัจจัยสภาพแวดล้อมที่ ประสิทธิภาพเชิงปริมาณและส่ิงท่ีต้องสอดคล้องกนั คือ เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตประกอบกับปัจจัยผลผลิต ประสิทธิผลเชิงคุณภาพภายใต้ความร่วมมือจากกลุ่ม สับปะรดมีราคาแพงส่งผลให้เกษตรกรตัดสนิ ใจเพิ่มพืนที่ เกษตรกรที่มีทักษะและแนวคิดด้านการพัฒนาถึงจะทา การปลูกเพิ่มขึนทาให้ปริมาณผลผลิตของทังประเทศท่ี ให้สามารถบรรลเุ ป้าหมายสู่ความย่ังยืน ในแนวทางการ ออกในฤดูกาลช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมมีมากกว่า พัฒนาสับปะรดของจังหวัดลาปางจาเป็นต้องมีฐานทุน ความต้องการของตลาดจนเกิดภาวะล้นตลาดเข้าสู่ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสบั ปะรดเชิงพืนที่บนทุนความร้ทู งั วงรอบของราคาตกตา่ ทส่ี ุดในรอบทุก ๆ 5 ปี จากภูมิปัญญาและวิชาการท่ีมาจากการค้นคว้าบนฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีจะสามารถบูรณาการ สถานการณ์ของปัญหาสับปะรด ปี 2560 จน ความรู้สาหรับจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับกลุ่มอาชีพที่ นาไปสู่ยุทธ์ศาสตร์สับปะรดของจังหวัดลาปาง 2561- เป็นเกษตรกรได้อย่างเหมาะสม สถาบันวิจัยเทคโนโลยี 2569 ด้านการผลิต การเพิ่มมูลค่าโดยการแปรรูป และ เกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มี การตลาดสับปะรดที่ประกอบด้วยแนวทางต่าง ๆ พืนฐานความรู้จากการวิจัยสับปะรดครบวงจรในพืนที่ ดังภาพท่ี 1 ของจงั หวดั ลาปางทีจ่ ะสามารถขยายผลความรสู้ นับสนุน การพัฒนาสับปะรดตามเป้าหมายของแผนการพัฒนา ของจงั หวัดลาปางตอ่ ไป ภาพที่ 1 ยุทธศาสตรส์ บั ปะรดของจงั หวัดลาปาง วธิ กี ารดาเนินงาน 2561 - 2569 กาหนดรายละเอียดของขนั ตอนการดาเนนิ งาน ดังนี ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ เ ก ษ ต ร ก ร ผู้ ป ลู ก สั บ ป ะ ร ด ผ ลิ ต 1. พืนท่ีดาเนินงาน ทาการพิจารณาเลอื กพนื ท่ี สับปะรดนอกฤดูให้มากขึน มีการวางแผนการกระจาย และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในจังหวัดลาปาง ผลผลิตไม่ให้กระจุกตัวในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ก า ห น ด ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ภ า ย ใ ต้ ก า ร ก า ห น ด ห ลั ก ใ น ก า ร (เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม) ส่งเสริมให้เกษตรกรแบ่ง พิจารณาเลือกพนื ท่ีดาเนินงานจากคณุ สมบตั ิพืนฐานของ สัดส่วนผลิตสับปะรดขายผลสดออกจาหน่ายมากขึน ผลผลิตสับปะรดมีคุณภาพท่ีเหมาะสมต่อตลาดบริโภค เ พ่ื อ ล ด จ า น ว น ใ น ก า ร ส่ ง เ ข้ า โ ร ง ง า น ผ ล ไ ม้ ก ร ะ ป๋ อ ง ผลสด ขนาดพืนท่ีไม่ใหญ่มากมีจานวนประชากรของ ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มการทาเกษตรแบบแปลง เกษตรกรผู้ผลิตในพืนท่ีไม่เกิน 100 ราย มีนาสาหรับใช้ ใหญ่ (สับปะรด) ในจงั หวดั ลาปาง สง่ เสริมการเพ่ิมมูลค่า ในการผลิตท่ีเพียงพอ โดยใช้พืนที่ดาเนินงานใน ผลผลิตสับปะรดโดยการแปรรูปในรูปแบบผลิตภัณฑ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสับปะรดแปลงใหญ่บ้านสา ตาบล บา้ นสา อาเภอแจ้หม่ จงั หวัดลาปาง 2. กรรมวิธีดาเนินงาน กาหนดกระบวนการ เรยี นรู้ 2 กจิ กรรม ไดแ้ ก่ วารสารวิชิ าการรัับใช้้สังั คม มทร.ล้้านนา 37 ปีีที่�่ 4 ฉบับั ที่่� 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
2.1) จดั เวทีแลกเปลีย่ นเรียนรสู้ ร้างความเข้าใจ ผลการดาเนินงาน และความร่วมมือของกลุ่มเกษตรกร ผู้นาชุมชน ก า ร ด า เ นิ น ง า น เ ร่ิ ม ต้ น จ า ก กิ จ ก ร ร ม ก า ร หน่วยงานที่เก่ียวข้องในชุมชน เช่น เทศบาลตาบล บ้านสา สานักงานเกษตรอาเภอแจ้หม่ สานกั งานเกษตร แลกเปลี่ยนเรยี นร้สู ร้างความเข้าใจและความร่วมมือของ จังหวัดลาปาง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา กลุ่มเกษตรกร ผู้นาชุมชนโดยจัดกิจกรรม ณ ศาลา ตามอัธยาศัยอาเภอแจ้ห่ม เป็นต้น จัดกิจกรรม อเนกประสงค์บ้านสามัคคี หมู่ท่ี 5 โดยมีเกษตรกรกลุ่ม บูรณาการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของชุมชน ใน วิสาหกิจชุมชนสับปะรดแปลงใหญ่บ้านสา โดยให้ผู้ร่วม การจัดการผลิตสับปะรดผลสด จัดทาฐานข้อมูลเชิงลึก กิจกรรมได้มีการวิเคราะห์รายละเอี ยดพื นฐาน ด้านต้นทนุ การผลิตท่ีแท้จริงโดยใช้กระบวนการทางการ องค์ความรู้จากการปฏิบัติการผลิตสับปะรดในตาบล วิเคราะห์ด้านการตลาด ตลอดจนองค์ประกอบของ บ้านสาโดยมีกระบวนการดาเนินงาน ดังนี ชุมชนทังในด้านทักษะพืนฐานในด้านการเกษตร สภาพ สังคมและสภาพแวดล้อมในชุมชน ทรัพยากรหรือ 1. พืนท่ีปลูก สบั ปะรดบา้ นสาปลูกมากในหมู่ที่ หนว่ ยงานภายในชุมชนหรือชุมชนใกล้เคียงที่จะสามารถ 5 และหมู่ที่ 10 เขต สปก. สภาพพืนที่ดอนสลับภูเขา หนุนเสรมิ ประสทิ ธภิ าพการเรียนรู้ นาขอ้ มูลมาวเิ คราะห์ อาศัยนาฝน เป็นพืนท่ีหลังเข่ือนก่ิวลมทาให้มีความชืน ประเมินผลและสรุปบทเรียน กาหนดเป้าหมายและ บรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญ โครงสร้างดิน วางแผนการดาเนินงานกิจกรรมการเรียนรู้/ถ่ายทอด ส่วนใหญ่เป็นดนิ ปนกรวดระบายนาดีมีคณุ สมบตั ทิ างเคมี เทคโนโลยี แนวทางการผลิตและการจาหน่ายผลผลิต เป็นกรดอ่อนๆทาให้สับปะรดมีคุณภาพทางด้านรสชาติ สับปะรดนอกฤดู หวานเนือฉ่าข้อจากัดทางด้านการผลิตท่ีสาคัญคือ ชว่ งฤดูแลง้ มกั ประสบปัญหาขาดนาและอากาศรอ้ น 2.2) สรา้ งกระบวนการเรียนรู้ การบม่ เพาะการ ผลิตสับปะรดนอกฤดู กระบวนการขยายผลความรู้เพื่อ 2. พันธส์ุ บั ปะรด พันธุท์ ี่ใช้ปลกู สว่ นใหญ่ที่นิยม เป้าหมายการยกระดับราคาของสับปะรดบ้านสาใน คอื พนั ธุ์ปัตตาเวีย เพราะเปน็ พันธทุ์ ีต่ ลาดมีความต้องการ ชอ่ งทางการผลิตสบั ปะรดผลสดเพอ่ื รองรับตลาดนอกฤดู ทังโรงงานอุตสาหกรรมและบริโภคผลสด สามารถ โดยใช้กิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ เจริญเติบโตได้ดีทนต่อสภาพแห้งแล้งและไม่มีการ แบบมีส่วนร่วมภายใต้กระบวนการมาตรฐานเกษตร ระบาดของโรค โครงสร้างต้นมีหนามน้อย ผลใหญ่ ปลอดภัย (GAP) สร้างทักษะและประสบการณก์ ารผลติ รสชาติหวานฉา่ นา สั บ ป ะ ร ด น อ ก ฤ ดู ใ น พื น ที่ จ ริ ง ข อ ง เ ก ษ ต ร ก ร โ ด ย ใ ห้ เกษตรกรมีส่วนร่วมในการทดลองเพ่อื ให้เกิดการเรียนรู้ 3. การปลูกและการดูแลรักษามีการไถและ และมีประสบการณ์ด้วยตัวเอง กาหนดรายละเอียดของ ปรับหน้าดินให้เรียบจัดแนวร่องระบายนาป้องกันนาขัง เทคโนโลยีการจัดการผลิตสับปะรดเชิงระบบ ที่มี กาหนดระยะปลกู โดยทั่วไปใชร้ ูปแบบแถวคู่ (30 x 30 x ประสิทธิภาพบนพืนฐานวิทยา ศาสตร์และ เทคโ นโ ล ยี 60 เซนติเมตร) จานวนต้นต่อไร่เฉลี่ย 4,000 - 6,000 อย่างเหมาะสมเกษตรกรสามารถเข้าถึงไดง้ า่ ย ตน้ การปลกู นิยมใช้เสียมขดุ ปลกู มีการปฏบิ ตั ดิ แู ลรกั ษา หลังปลูก 1-2 เดือน โดยใช้ปุ๋ยเคมีบารุงต้นทางดินใส่ 3. การติดตามและประเมินผล มีกลไกการ บริเวณโคนต้นและใส่ปุ๋ยครังท่ี 2 หลังปลูก 5-7 เดือน หนุนเสริมและให้คาปรึกษาของคณะดาเนินงานร่วมกับ และจะมีการใส่อีกครังในช่วงของการพัฒนาของผลซ่ึง การปฏิบัติการทดลองกับสมาชิกตัวแทนกลุ่มและมีการ การใส่ปุ๋ยสับปะรดของเกษตรกรจะแตกต่างกันไป ส่วน กระจายความรู้ให้เครือข่ายได้มีการติดตามข้อมูลอย่าง การใหน้ าสว่ นใหญ่เกษตรกรอาศัยนาฝนอยา่ งเดียว การ ต่อเนื่อง กาจดั วชั พชื นิยมใชส้ ารเคมีชนดิ ทีใ่ ชก้ าจดั เฉพาะในแปลง สั บ ป ะ ร ด โ ด ย ทั่ ว ไ ป มั ก จ ะ ใ ช้ ใ น ช่ ว ง ฤ ดู ฝ น ท่ี มี ก า ร เจรญิ เตบิ โตของวัชพืชท่ีหนาแนน่ ในแปลง 4. การบังคับดอกและห่อผล การปฏิบัติการ เพอ่ื ช่วยให้ต้นสับปะรดทม่ี ีความพรอ้ มหลังจากปลูกให้มี 38 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
การเจริญทางลาต้นใช้วิธีการนับอายุต้น สังเกตลักษณะ มีคาสาคัญของชุมชน “ถิ่นปลาสด สับปะรดหวานฉ่า ของขนาดลาต้นจานวนใบ โดยท่ัว ๆ ไปจะควบคุมการ ชาวบ้านเลิศน้าใจงาม นามสามัคคี” โดยมีความคิดเห็น ออกดอกของสับปะรดท่ีช่วงอายุ 1 ปีขึ้นไป กรรมวิธีใน ในการเลือกตัวแทนของสมาชิกกลุ่มเขา้ ร่วมขยายผลการ การหยอดนิยมใช้สารที่ปลดปล่อยแก๊สเอทธิลินนามา เรียนร้เู ชงิ ปฏบิ ัติการทดลองจัดการผลิตสับปะรดนอกฤดู เจือจางในรูปของสารละลายฉีดพ่นหรือหยอดลงบริเวณ โดยมีสมาชิกท่ีให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมจานวน ตรงกลางของยอดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 45 วัน 19 คน ต้นสับปะรดรดจะเกิดการพัฒนาตาดอกข้ึนเจริญและ พฒั นาเปน็ ผล หลงั จากผา่ นการพฒั นาของดอกจงึ เริ่มทา การออกแบบการผลิตสับปะรดนอกฤดูแบบมี การห่อผลเพ่ือป้องกันความร้อนจากแสงแดดท่ีจะทาให้ ส่วนร่วมของเครือข่ายหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในชุมชน ผวิ ผลไหมน้ ยิ มใชว้ ิธกี ารรวบใบมดั ร่วมสร้างกระบวนการเรียนรู้ภายใต้กลไกการมีส่วนร่วม ในการอานวยการ โดยมกี ารจัดกิจกรรมสรา้ งความเขา้ ใจ 4. การเก็บเกี่ยว อายุการเก็บเกี่ยวหลังบังคับ และความร่วมมือของกลุ่มแกนนาจากหน่วยงานของ ดอก ข้ึนอยู่กับความต้องการของตลาด ถ้าโรงงาน อ า เ ภ อ แ จ้ ห่ ม โ ด ย ใ ช้ เ ว ที เ ส ว น า ด า เ นิ น ง า น แปรรูปต้องการใช้ผลผลิตท่ียังไม่แก่จัด อายุประมาณ 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มเป้าหมายเครือข่ายในระดับ 4 เดือน แต่ตลาดบริโภคผลสดจะใช้ผลแก่อายุประมาณ อาเภอ ดาเนินงาน ณ สวนเกษตรอินทรีย์เพชรล้านนา 5 เดือนหรอื มตี าสเี หลอื งเกอื บท้งั ผล มีเครือข่ายเข้าร่วมจานวน 12 หน่วยงาน โดยนายปรีชา ส ม ชั ย น า ย อา เ ภ อ แ จ้ ห่ ม แ ล ะ คุ ณ ป ร ะ พั ฒ น์ 5. การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การจัดการ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตร เป็นประธาน เพื่อกระตุ้นให้สับปะรดมีการแตกหน่อใหม่ โดยจะทา มีสมาชิกเครือข่ายอ่ืน ๆ ประกอบด้วยส่วนราชการ เชน่ การตัดลาต้นเก่าท่ีให้ผลผลิตแล้วออกให้แปลงปลูกมี เกษตรอาเภอ ปศสุ ัตวอ์ าเภอ ประมงอาเภอ สาธารณสุข สภาพโปร่งช่วยให้เจริญเติบโตได้ง่ายข้ึนสาหรับเลือก อาเภอ ปลดั อาเภอ ป่าไม้อาเภอ กองทุนฟนื้ ฟแู ละพฒั นา หน่อสาหรับให้มีการพัฒนาในปีต่อไป ซ่ึงโดยท่ัวไปรอบ เกษตรกรจังหวัดลาปาง ท่องเที่ยวอาเภอ ผู้นาชุมชน การจัดการผลิตสับปะรดจะนิยมทาต่อเนื่อง 3 ปี และตัวแทนเกษตรกร มีการแลกเปล่ียนข้อคิดเห็นใน หลังจากนัน้ จึงจะเร่ิมปรับพื้นที่ไถแปลงปลกู หน่อใหม่ แนวทางของคณะดาเนินงานจาก สถาบันวิจัยเทคโนโลยี เกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ที่ได้มี การจัดการผลิตสับปะรดนอกฤดู โดยทั่วไป ก า ร น า เ ส น อ โ ค ร ง ก า ร ฯ โ ด ย ท่ี ป ร ะ ชุ ม สั บ ป ะ ร ด ใ น ฤ ดู ป ก ติ จ ะ ใ ห้ ผ ล ผ ลิ ต ม า ก ใ น ช่ ว ง เ ดื อ น เสนอแนวทางการขยายผลการพัฒนาโดยการยกระดับ มิถุนายน-สิงหาคม การผลิตสับปะรดนอกฤดูในพ้ืนที่ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ แ ป ร รู ป สั บ ป ะ ร ด บ้ า น ส า ท่ี มี ม า ต ร ฐ า น ของบ้านสายังมีเกษตรกรตัดสินใจทาค้อนข้างน้อย ท่ีสามารถขยายผลพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้านอ่ืน ๆ เนื่องจากมีข้อจากัดทางด้านการขาดน้าในช่วงฤดูแล้ง ข อ ง อ า เ ภ อ แ จ้ ห่ ม ห ลั ง จาก น้ัน ได้มี จั ดกิ จ กรรม และขาดความร้เู ทคนคิ การจดั การการผลิตสบั ปะรดนอก ในกลุ่มเป้าหมายระดับท้องถ่ิน ในเวทีการประชุม ฤดูโดยเฉพาะถ้าเป็นผลผลิตในช่วงฤดูหนาวสับปะรด อาเภอเคลื่อนท่ี ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนตาบล มักจะมีรสเปรี้ยว ด้านโอกาสของการผลิตสับปะรดนอก เมืองมาย โดยมีการนาเสนอแนวทางการดาเนินงาน ฤดขู องบา้ นสาจัดวา่ มีความเป็นไปได้เนอื่ งจากปจั จยั ของ ในวาระการประชุมของอาเภอร่วมช้ีแจงกับหน่วยงาน สภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเหมาะสม ถ้าสามารถจัดการ ท้องถ่ินในอาเภอแจ้ห่มมีนายปรีชา สมชัย นายอาเภอ น้าได้อย่างเพียงพอต่อการผลิต โครงสร้างทางกายภาพ แจ้ห่ม เป็นประธานการประชุม มผี นู้ าชมุ ชนระดบั ตาบล ของพ้ืนท่ีมีตลาดชุมชนท่ีมีชื่อสามารถรองรับผลผลิต และหมู่บ้านของทอ้ งถนิ่ เข้ารว่ มประชมุ จานวน 7 ตาบล สับปะรดนอกฤดูท่ีผลิตในพื้นท่ีได้ ภายในอาเภอมีแหล่ง ประกอบด้วย ตาบลบ้านสา ตาบล แจ้ห่ม ตาบล ท่องเท่ียวทางธรรมชาติที่สามารถใช้ผลผลิตในการ วิเชตนคร ตาบลแม่สุก ตาบลทุ่งผ้ึง ตาบลปงดอน และ เช่ือมโยงกับการท่องเท่ียว พ้ืนฐานชุมชนมีการ วางรากฐานเชงิ อัตลักษณโ์ ดยใชส้ บั ปะรดเป็นจุดขายโดย วารสารวิชิ าการรัับใช้ส้ ัังคม มทร.ล้า้ นนา 39 ปีที ี่่� 4 ฉบับั ที่่� 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
ตาบลเมืองมาย ตลอดจนมีสมาชิกเครือข่ายหน่วยงาน ตามเป้าหมายของตลาด โดยมีการออกแบบการจัดการ อื่น ๆ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เช่น เกษตร ผลิตท่ปี ระกอบดว้ ยขนั ตอน ดังนี อาเภอ ปศสุ ตั วอ์ าเภอ ประมงอาเภอ สาธารณสขุ อาเภอ ปลัดอาเภอ ป่าไม้อาเภอ วิทยาลัยการอาชีพแจ้ห่ม 1. จัดการพืนท่ี กาหนดขนาดพืนท่ีปลูกไม่เกิน โรงเรียนแจ้ห่ม และ กศน. ตลอดจนตัวแทนภาคเอกชน 1 ไร่/ราย กาหนดตาแหน่งพืนที่ที่มีความสะดวกต่อการ จาก บ.SCG โดยแนวทางการสนับสนุนมีขับเคล่ือนการ จัดการและสามารถบริหารจัดการนาเพื่อใช้ในการผลิต พัฒนาสับปะรดบ้านสาภายใต้กิจกรรมเชิงบูรณาการ ได้อย่างเพียงพอและเหมาะสมโดยใช้ระบบนาแบบ ร่วมกับแผนของหน่วยงานอ่ืน ๆ เช่น สานักงานเกษตร ประหยัด มีการไถและพรวนเตรยี มดิน 2 รอบ ยกแปลง จังหวัด สานักงานเกษตรอาเภอ สปก. ที่จะทาให้เกิด ปลูกคลุมด้วยพลาสติกช่วยรักษาความชืนในดินและ ประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอาชีพของ ปอ้ งกันวชั พชื ชุมชนร่วมกัน โดยเทศบาลตาบลบ้านสาเป็นหน่วยงาน ท้องถ่ินในพืนที่พร้อมหนุนเสริมและอานวยการในการ 2. การปลูกและดูแลรักษา คัดเลือกหน่อ จัดกิจกรรมร่วมกบั คณะดาเนนิ งานหน่วยงาน สบั ปะรดพนั ธ์ุปตั ตาเวียสาหรบั ใช้ปลูกเพือ่ เปา้ หมายนอก ฤดูใช้หน่อที่สมบูรณ์มีขนาดใหญ่ (นาหนักประมาณ กิ จ ก ร ร ม ก า ร บ่ ม เ พ า ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ก า ร ผ ลิ ต 3 กิโลกรัม) มีการจัดการควบคุมการผลติ ตามมาตรฐาน สับปะรดนอกฤดู ดาเนินงานภายใต้กระบวนการ GAP ให้ปุ๋ยแบบผสมผสานทังทางดินและทางใบโดย ฝึ ก อ บ ร ม เ ชิ ง ป ฏิ บั ติ ก า ร แ บ บ มี ส่ ว น ร่ ว ม ที่ มี ขั น ต อ น พิจารณาเลือกใช้ชนิดปุ๋ยท่ีมีสัดส่วนของธาตุอาหารที่ ประกอบดว้ ย ครบทังธาตุหลักและจุลธาตุมีการให้ท่ีสอดคล้องตาม ระยะของการเจริญเติบโตของสับปะรด ใหน้ าด้วยระบบ 1. การวางแผนการผลิต มีการใช้ปฏิทินการ นาหยด มกี ารวางแผนและขยายผลการปฏิบตั กิ ารจัดทา ผลิตสับปะรด (Season calendar) เป็นเคร่ืองมือการ แปลงสาธิตของสมาชิกตัวแทนจานวน 19 ราย ๆ ละ วิเคราะห์การจัดการผลิตของตัวแทนสมาชิกที่จะร่วม 1 ไร่ ในเดือนพฤษภาคม การปฏิบัติการผลิตสับปะรดนอกฤดูบนการกาหนด เป้าหมายผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของ 2. การจดั กระบวนการเรยี นรู้แบบมสี ว่ นร่วม ตลาด ซ่ึงสมาชิกมีความเห็นแนวทางของการผลิต จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ท่ีสอดคล้องกับ สับปะรดนอกฤดูคือ ให้มีผลผลิตตรงกับช่วงเทศกาล เ ป้ า ห ม า ย ก า ร ผ ลิ ต สั บ ป ะ ร ด น อ ก ฤ ดู ข อ ง บ้ า น ส า ท่ี สงกรานต์ (เดือนเมษายน) ที่จะมีการเดินทางของ ออกแบบไว้โดยใช้กิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ประชาชนหรือนักท่องเท่ียวในเส้นทางอาเภอแจห้ ม่ และ เป็นเคร่ืองมือ ประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาการเสริมสร้าง มีความตอ้ งการผลิตภัณฑ์ของฝากมากขึนและผลผลิตใน ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ใ ห้ ส ม า ชิ ก ไ ด้ เ ข้ า ถึ ง พื นฐ า นท าง ช่วงเวลาดังกล่าวจะมีรสชาติหวานกว่าในช่วงฤดูหนาว วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กาหนดพนื ทีก่ ารดาเนนิ งาน แต่แนวทางในการผลิตสับปะรดนอกฤดูในช่วงฤดูหนาว ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านสา หมู่ที่ 5 มีเนือหาการ ยังมีความน่าสนใจเน่ืองจากเป็นช่วงท่ีตรงกับเทศกาล เรียนรู้ประกอบดว้ ย ปีใหม่และมีการเดินทางของนักท่องเที่ยวจานวนมาก ความรู้พืนฐานในด้านดิน/ปุ๋ย/นา มีการใช้ชุด จาเป็นต้องมีการกาหนดแนวทางการดาเนินงานต่อไป วิเคราะห์ดินแบบรวดเร็วสาหรับสร้างทักษะในการ การวางแผนการจัดการผลิตที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ ประเมินคุณสมบัติของดินในแปลงปลูกสับปะรดที่ ฐานความรู้จากการทา SWOT ของสมาชิกท่ีได้ทาไว้ใน ประกอบด้วยข้อมูลเบืองต้น เช่น ค่าความเป็นกรด-ด่าง เบืองต้นวิเคราะห์แนวทางการขยายผลภูมิปัญญาสู่ ค่าปริมาณธาตุฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในดินท่ี แนวทางการจัดการผลิตสับปะรดนอกฤดูของบ้านสา สามารถใช้เป็นข้อมูลในการจัดการปุ๋ยให้มปี ระสิทธิภาพ ตังแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนเมษายน มากขนึ มกี ารขยายผลสูก่ ารเตรียมปุ๋ยสาหรับการทดลอง ในแปลงสาธิตของสมาชิก มีการเสริมความรู้ด้านการ ควบคุมการออกดอกของสับปะรดโดยประเมนิ ผลความรู้ 40 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
จากการปฏิบัติการของสมาชิกด้านการกระตุ้นการออก ปริมาณของแข็งทล่ี ะลายนาได้ เฉล่ีย 14-16 องศาบรกิ ซ์ ด อ ก ข อ ง สั บ ป ะ ร ด ท่ี มี ผ ล ลั พ ธ์ ด้ า น ค ว า ม ส า เ ร็ จ ยั ง มี ค่าปริมาณสารไนเตรตในผลต่ากว่า 30 มิลลิกรัม ข้อจากัดไม่เป็นไปตามความคาดหวัง มีการใช้ตัวอย่าง การจาหน่ายผลผลิตสับปะรดในลักษณะขายส่ง เฉลี่ย จริงของวัสดุร่วมให้ข้อเสนอแนะทาความเข้าใจถึง 10-15 บาท/กิโลกรัม การขายแบบตัดแต่งผล เฉลี่ย คุณสมบัติของสารควบคุมการเจริญเติบโตท่ีใช้กระตุ้น 30-50 บาท/กิโลกรัม โดยเม่ือเปรียบเทียบกับผลผลิต การออกดอกสับปะรดในรูปแบบสารละลายเอทธิฟอน สับปะรดนอกฤดูกับสับปะรดท่ีมีการจาหน่ายในการ เทคนิคการใช้สารที่ทาให้เกิดประสิทธิภาพทัง ระดับ บริโภคผลสดจากข้อมูลราคาเฉล่ียของรอบปีที่ผ่านมา ความเข้มข้นและมาตรฐานการผลิตสารท่ีแสดงไว้ใน ราคากโิ ลกรัมละ 4-5 บาท ซงึ่ มีความแตกตา่ งของมูลค่า ฉลากกากับผลิตภัณฑ์ วิธีการเตรียมสารและการเก็บ ผลผลติ สบั ปะรดนอกฤดูสูงมากกวา่ 1 เท่าของราคาผลิต รักษา ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้ เคร่ืองมือและ ในฤดูปกติ ภายใตก้ ระบวนการได้มีการประเมินผลความ อุปกรณ์ในเหมาะสม วิธีการใช้ที่มีความปลอดภัยต่อ พึงพอใจจากการสอบถามข้อมูลกับสมาชิกตัวแทนท่ีมี ผู้ผลิตและสภาพแวดล้อม ตลอดจนความสัมพันธ์ของ การปฏิบัติการ พบว่า ร้อยละ 100 มีความพึงพอใจ การใช้สารกระตุ้นการออกดอกกับระยะการพัฒนาของ กระบวนการดาเนินงาน ผู้บริโภคสับปะรด ร้อยละ 100 ต้ น สั บ ป ะ ร ด แ ล ะ ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ท่ี มี ผ ล ต่ อ ก า ร ใ ช้ ข อ ง ผู้ บ ริ โ ภ ค มี ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ คุ ณ ภ า พ ต่ อ ผ ล ผ ลิ ต สารกระตุ้นการออกดอก หลังมีการให้ความรู้ในเนือหา สับปะรด ตลอดจนเครือข่ายในระดับอาเภอและจงั หวดั แล้วเสร็จได้มอบหมายให้สมาชิกได้มีการ นาไป ร้ อ ย ล ะ 100 ข อ ง เ ครื อ ข่ าย มี คว าม พึงพอใจต่อ ปฏิบัติการทดลองในแปลงผลิตสับปะรดนอกฤดูเพ่ือให้ กระบวนการดาเนินงานของโครงการ ดังรายละเอียด สามารถได้ผลผลิตในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ตาม ของกจิ กรรมภาพท่ี 2 เป้าหมายท่ีกาหนดไว้ 3. การติดตามและประเมนิ ผล การติดตามและ ประเมินผลการปฏิบัติการแปลงผลิตสับปะรดนอกฤดู พบว่าสมาชิกทัง 19 ราย มีการดาเนินการปลูกตาม แผนการตงั แต่เดอื นพฤษภาคม หลงั ปลกู 1 เดอื น มีการ ใส่ปุ๋ยทางดินและพ่นทางใบ เพ่ือการพัฒนาทางลาต้น จานวน 2 ครัง มีระยะหา่ ง 1 เดอื น พรอ้ มให้นาในระบบ นาหยดต่อเน่ืองและที่ระยะการเจริญ 6 เดือนทาการ ปรับอัตราปุ๋ยให้กับต้นสับปะรดโดยพ่นทางใบก่อนทา การกระตุ้นการออกดอกด้วยสารเอทธิฟอนตามอัตรา และกรรมวิธีที่ได้รับการเสริมความรู้ผลลัพธ์ที่เกิดจาก การดาเนินงานการพัฒนาของดอกหลังจัดการกระตุ้น มากกวา่ รอ้ ยละ 70 สมาชกิ มีความพงึ พอใจกระบวนการ ร้อยละ 100 หลังจากสับปะรดมีการพัฒนาเข้าสู่ระยะ การเจริญและพัฒนาของผล หลังกลีบดอกโรยสมาชิกมี การจัดการพ่นปุ๋ยทางใบจานวน 2 ครัง ระยะหา่ ง 15 วนั ทาการมัดใบห่อผลและมีการให้นาอย่างต่อเน่ืองจนถึง เก็บเก่ียว การวิเคราะห์และประเมินคุณภาพผลผลิต สับปะรดนอกฤดูโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ พบว่า ด้านขนาดผลมีนาหนักเฉล่ีย 1-1.5 กิโลกรัม วารสารวิิชาการรัับใช้ส้ ังั คม มทร.ล้า้ นนา 41 ปีีที่�่ 4 ฉบัับที่่� 2 กรกฎาคม - ธัันวาคม 2563
42 RMUTL Journal Socially of Engaged Scholarship Vol.4 No. 2 July - December 2020
Search