การออกแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอรใ์ หแ้ กภ่ าคอุตสาหกรรมวิสาหกจิ ชุมชน SMEs ไกรลาศ ดอนชัย การใชง้ านโปรแกรม SolidWorks 1. การสร้างเสน้ ร่าง (Sketch) มีคาสั่งทใี่ ช้ในการสรา้ งเส้นร่าง ได้แก่ Line, Circle, Rectan- gle, Polygon, Arc, Elipse, Spiine นอกจากนี้ยังมีคาส่งั ทใี่ ชแ้ กไ้ ขปรบั ปรุงเส้นรา่ งให้สมบูรณ์ ขนึ้ เชน่ Fillet, Chamfer, Mirror, Trime, Linear Sketch Pattern, Circular Sketch Pat- tern, Copy, Move อีกทง้ั ยงั มีคาสงั่ ที่ใช้กาหนดความสัมพนั ธ์ให้แกเ่ ส้นรา่ ง เพ่ือให้เส้นรา่ งท่ี สร้างขน้ึ มีความสัมพนั ธ์ระหว่างจดุ หรอื เส้น เช่น ความขนาน (Parallel) ความตง้ั ฉาก (Perpendicular) ความรว่ มศูนย์ (Concentric) 2. การสร้าง Part ด้วยคาสงั่ Extrude เปน็ การสร้าง ช้ินส่วนของช้ินงานด้วยคาส่ังต่างๆ ได้แก่ Extruded Bass/ Base เป็นคาสัง่ ใหเ้ สน้ ร่าง 2 มติ ิ มีความหนาขน้ึ ในทิศทางต้ัง ฉากหรอื ระนาบกับพืน้ ผิวนั้น และคาสงั่ Extruded Cut เป็น คาสัง่ ตดั เจาะช้ินงานตามรปู ร่างของเส้นรา่ งทีส่ รา้ งขึ้น 198องคค์ วามรู้ส่ภู าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
4. การสรา้ ง Part ดว้ ยคาสัง่ Swept คือ การ สร้างช้ินส่วนของชิ้นงานด้วยคาส่ังต่างๆ ได้แก่ Helix and Spiral คือคาสงั่ ให้วงกลมมลี กั ษณะ เป็นขดม้วนตามเส้นทาง และ คาส่ัง Swept Bass/Base คือคาสั่งสร้างความหนาตามหน้า ตดั ของเส้นร่าง 5. การสรา้ ง Part ดว้ ยคาสง่ั Loft คือ การสร้าง ชิ้นส่วนของช้ินงานด้วยคาสั่งต่างๆ ได้แก่ Plane คือ คาส่ังการสร้างระนาบใหม่เพ่ิมเติมจากระนาม มาตรฐาน และ คาส่ัง Lofted Bass/Base คือ คาส่งั การสรา้ งเนื้องานจากวัตถุท่ีหน้าตัดมีรูปหลง ไม่เหมือนกนั ฯลฯ 6. การประกอบช้นิ งาน มีคาสั่งท่ีใช้ในการประกอบ ช้ินงานตา่ งๆ ได้แก่ คาสั่ง Insert Components คือ การนาชิ้นงานเข้าสู่หน้าต่าง Assembly อีกคาส่ังคือ คาส่ัง Mate คือ การกาหนดความสัมพันธ์ระหว่าง ชิ้นงาน และ คาสั่ง Exploded View คือ คาสั่งเพ่ือ สร้างภาพประกอบแบบแยกช้นิ 199 องคค์ วามรูส้ ูภ่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การออกแบบด้วยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ให้แกภ่ าคอุตสาหกรรมวสิ าหกจิ ชมุ ชน SMEs ไกรลาศ ดอนชัย 7. การสร้าง Toolbox มีคาส่ังต่างๆ ได้แก่ Hole Wizard คือ คาส่ังท่ีใช้ในการเจาะรู ทา เกลียวใน และคาส่ัง Mate คือ การกาหนด ความสัมพันธ์ระหว่างชิ้นงาน และคาส่ัง Ex- ploded View คื อ ค า ส่ั ง เ พ่ื อ ส ร้ า ง ภาพประกอบแบบแยกช้นิ 8. การสร้างตารางรายการแบบในโหมด drawing มีคาส่ังที่ใช้ในการสร้าง ช้ินงาน ได้แก่ Note คือ คาสั่งสรา้ งตวั อักษร 9. การสร้างแบบสั่งงานในโหมด drawing มีคาสั่งที่ใช้ในการสร้างช้ินงาน ไดแ้ ก่ คาสง่ั Model View คอื การแทรกช้นิ งาน คาสั่ง Model Item คือการ กาหนดใหแ้ สดงการบอกขนาด คาสงั่ Centerline คอื การสร้างเส้นศูนย์กลาง คาส่ัง Section View คือการสร้างภาพตัดเต็ม คาสั่ง Broken-out Section คือการสร้างภาพตดั เฉพาะส่วน และ คาสง่ั Detail View คือ การขยายเฉพาะ ส่วน 200องคค์ วามร้สู ู่ภาคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
201 องคค์ วามรู้ส่ภู าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา
การออกแบบดว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอรใ์ หแ้ กภ่ าคอุตสาหกรรมวสิ าหกิจชุมชน SMEs ไกรลาศ ดอนชัย สอบถามขอ้ มลู เพมิ่ เติม ไกรลาศ ดอนชัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา เชียงใหม่ โทรศพั ท์ : 0-5392-1444 202องคค์ วามรู้สู่ภาคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
203 องคค์ วามรู้ส่ภู าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา
เทคโนโลยีเคร่ืองอดั ถุงพลาสตกิ และเทคนคิ การคัดแยกประเภทถงุ พลาสติก 204องคค์ วามรสู้ ภู่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
เทคโนโลยเี คร่ืองอัดถุงพลาสตกิ และเทคนิคการคดั แยกประเภทถงุ พลาสตกิ มงคลกร ศรีวิชยั ความเป็นมา จากปัญหาขยะมูลฝอยทีส่ ่งผลกระทบต่อสงิ่ แวดล้อมและตอ่ สขุ ภาพอนามัยของ ประชาชนโดยตรง ทาให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีความตระหนักในการบริหาร จัดการขยะมูลฝอย จากการศึกษาของ No More Baggage.Org ในปี 2555 ผลสารวจการใช้ถงุ พลาสติกทั่วโลกพบว่า มีการใชถ้ ุงพลาสติกถึง 5 แสนล้านถึง 1 ล้านล้านใบต่อปี หรือเฉลี่ยทุก 1 นาที จะมีการใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อย 1 ล้านใบ และจากการศึกษาของกรมส่งเสริมคณุ ภาพและสงิ่ แวดล้อม ในปี 2556 พบว่าคนหน่ึงคนใช้ถุงพลาสติกประมาณ 8 ใบ เมื่อเทียบกับจานวนประชากร ในประเทศไทยทีม่ จี านวนคนกว่า 60 ล้านคน แสดงว่าในหนง่ึ วัน ประเทศไทย มีการใชถ้ ุงพลาสตกิ จานวน 500 ล้านใบ/วัน อีกท้ังปัญหาถุงพลาสติกยังมีการ จดั การท่ไี ม่ดนี กั 205 องคค์ วามรู้สูภ่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
คณ ะ นั ก วิ จั ย จ า ก ค ณ ะ วิ ศ ว ก ร ร ม ศ า ส ต ร์ หัวหนา้ โครงการ ม ห า วิ ท ย า ลั ย เ ท ค โ น โ ล ยี ร า ช ม ง ค ล ล้ า น น า เชยี งราย จงึ คิดทจี่ ะนาถุงพลาสติกออกจากระบบ มงคลกร ศรีวิชัย โดยการคัดแยกและหาทางออกโดยการนาไปใช้ ประโยชน์ ทาให้เกิดประเด็นในการจัดโครงการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องอัดถุงพลาสติกและ เทคนิคการคัดแยกประเภทถุงพลาสติกสู่ชุมชน โดยนาองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะ ประเภท ของถุงพลาสติก และองค์ความรู้ต่างๆในการ จัดการถุงพลาสติกเพ่ือให้สามารถเพ่ิมรายได้ใน การขายถุงพลาสติกและนาพลาสติกออกจาก ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นการปลูกฝัง จิตสานกึ ให้กบั ประชาชนในชุมชนเขา้ มามีสว่ นร่วม ในการบริหารจัดการขยะมูลฝอย โดยการคัดแยก ขยะตามประเภท การส่งเสริมการรีไซเคิล การนา ขยะเปียกมาทาปุ๋ยหมักชีวภาพ โครงการในคร้ังนี้ จึงได้มุ่งเน้น ถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องอัด ถุ ง พ ล า ส ติ ก แ ล ะ เ ท ค นิ ค ก า ร คั ด แ ย ก ป ร ะ เ ภ ท ถุงพลาสติกสู่ชุมชน แสดงถึงความเช่ือมโยงของ การดาเนินธุรกิจได้ค่อนข้างชัดเจน พร้อมกันนี้ยัง สามารถแสดงให้เห็นได้ชัดเจนข้ึนว่า การจัดการ ขยะจากตน้ ทาง คือชุมชนเองนั้นจะส่งผลโดยตรง ต่อการลดลงของปริมาณขยะ วตั ถุประสงค์ เพ่ือถ่ายทอดองค์ความรกู้ ารจดั การขยะมลู ฝอยสชู่ มชน เพอ่ื ถ่ายทอดการคดั แยกประเภทของถงุ พลาสตกิ อยา่ งถกู ตอ้ ง เพอ่ื ถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องอัดถุงพลาสติกส่ชู ุมชน 206องคค์ วามรู้สู่ภาคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
แหล่งกาเนิดของขยะมลู ฝอย แหลง่ กาเนิดของขยะมลู ฝอยสามารถแบ่งได้ 5 ประเภท ดงั นี้ ขยะมูลฝอยจากเขตท่พี กั ชุมชน ไดแ้ ก่ ขยะมูลฝอยทีม่ าจากกิจวัตรประจาวัน ในการดารงชีวิตของประชาชนทั่วไป โดยสว่ นใหญม่ ากจากขยะครวั เรือน ขยะมูลฝอยจากเขตธุรกิจการค้า หรือ ตลาดสด ได้แก่ ขยะมูลฝอยที่เกิด จากกิจกรรมประเภทธรุ กิจการคา้ ตลาดสด ส่วนมากเป็นขยะ เศษถุงพลาสติก เศษผักผลไม้ ขยะมูลฝอยจากเขตสถานที่ราชการ สถานศึกษา โรงพยาบาล ได้แก่ ขยะ มูลฝอยท่ีเกิดจากกิจกรรมการบริหารของทางราชการ ส่วนใหญ่เป็นขยะพวก เศษกระดาษ และเศษพลาสติก ในกรณีที่เป็นขยะที่เกิดข้ึนในโรงพยาบาล จะ เป็นขยะมลู ฝอยจากกจิ กรรมการรักษาพยาบาล เช่น เศษสาลี ผ้าพันแผล เข็ม ฉดี ยา เป็นต้น ซง่ึ ส่วนใหญ่เปน็ ขยะตดิ เชอื้ ขยะมูลฝอยจากภาคเกษตรกรรม ได้แก่ บริเวณเขตการเกษตรกรรมท่ีมีการ เพาะปลกู ฟาร์มเล้ียงสัตว์ สว่ นใหญ่มักเปน็ ขยะอนิ ทรีย์ท่ีพร้อมย่อยสลาย เช่น ผัก ผลไม้ ส่ิงปฏิกลู จากสตั วเ์ ลี้ยง ขยะมูลฝอยจากภาคอตุ สาหกรรม ได้แก่ ท่ีเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรม ขยะมูลฝอย ท่ีเกิดข้ึนได้ทั้งจากบนการผลิตท้ังทางตรงและทางอ้อม ถึง แหล่งกาเนิดขยะมูลฝอย ซึ่งแหล่งกาเนินขยะมูลฝอยแต่ละประเภทมีลักษณะ หรอื องค์ประกอบแตกตา่ งกนั ไป 207 องคค์ วามร้สู ู่ภาคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา
เทคโนโลยเี คร่ืองอัดถุงพลาสติกและเทคนคิ การคดั แยกประเภทถุงพลาสตกิ มงคลกร ศรีวิชยั ประเภทของขยะมูลฝอย ประเภทของขยะมลู ฝอย สามารถแบง่ ได้ 4 ประเภท ขยะมลู ฝอยยอ่ ยสลายได้ ไดแ้ ก่ ขยะมลู ฝอยท่ยี อ่ ยสลายไดเ้ องตามธรรมชาตสิ ว่ นใหญเ่ ป็น ขยะมลู ฝอยอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร มลู สัตว์ เศษของพืชผกั ผลไม้ เปน็ ตน้ และพบวา่ มี ปริมาณมากทสี่ ดุ คอื 47% ของปริมาณขยะทง้ั หมด ขยะรีไซเคลิ ได้แก่ ขยะมลู ฝอยท่สี ามารถนากลบั มาใช้ใหม่หรือนามาสรา้ งผลิตภณั ฑใ์ หม่ เช่น แกว้ พลาสติก โลหะ อโลหะ เป็นตน้ พบว่ามปี ริมาณ 41% ของปริมาณขยะทัง้ หมด ขยะมลู ฝอยท่ัวไป ไดแ้ ก่ ขยะมลู ฝอยทีย่ ่อยสลายยากหรอื ย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติแต่ ไม่คมุ้ กบั ต้นทุ่นในการนากลับมาใชใ้ หมห่ รอื ทาผลิตภณั ฑใ์ หม่โดยการผ่านกรรมวิธีการผลิต ทางอตุ สาหกรรม เช่น กล่องบรรจุนม โฟม ซองบะหมี่กึ่งสาเรจ็ รปู และถุงขนม เปน็ ต้น พบวา่ มีปรมิ าณ 9% ของปรมิ าณขยะทง้ั หมด ขยะมูลฝอยอนั ตราย ไดแ้ ก่ ขยะมลู ฝอยทป่ี นเป้อื นหรือส่วนประกอบของสารดังตอ่ ไปนี้ สารระเบิดได้ สารไวไฟ สารออกไซด์ และสารเปอร์ออกไซด์ สารพิษ สารทีท่ าใหเ้ กดิ โรค สารกมั มนั ตรังสี สารทก่ี อ่ ใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุก์ รรม สารกัดกร่อน สารทก่ี ่อใหเ้ กดิ การระคายเคือง สารอืน่ ๆที่อาจก่อใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ คุณภาพสงิ่ แวดลอ้ มหรอื อาจก่อให้เกดิ อันตราย แก่บคุ คล เชน่ หลอดฟลอู อเรสเซนต์ หลอดไฟ ถา่ นไฟฉาย แบตเตอร์รม่ี อื ถอื ยา หมดอายุ และกระป๋องยาฆา่ แมลง โดยพบว่ามี 3% ของปรมิ าณขยะทั้งหมด 208องคค์ วามรู้สู่ภาคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา
ถงุ พลาสตกิ ถุงพลาสติก คือ (plastic bag) คือ ถุงที่ทาจากฟิมส์พลาสติก (plastic film) ขึ้นรูป ด้วยการปิดผนึกให้มีรูปร่างเป็นถุง มีช่องว่างภายในสาหรับบรรจุ ถุงพลาสติกเป็นบรรจุภณั ฑท์ ่ีใช้เพือ่ บรรจอุ าหารหลายประเภท เชน่ อาหารแห้ง (dried food) อาหารแชเ่ ยอื กแขง็ (frozen food) ผลติ ภัณฑ์เบเกอรี่ (bakery) เป็นต้น ฟิมส์พลาสติกท่ีใช้ผลิตถุงพลาสติก สาหรับบรรจุอาหารมีหลายชนิด เชน่ PP, LDPE, HDPE หรอื เปน็ วัสดเุ ช่อื มประสาน (laminate) ร้อยละ 4 ของผลพลอยได้ทั้งหมดจากกระบวนการกลั่นน้ามันหรือก๊าซ ธ ร ร ม ช า ติ คื อ “พ ล า ส ติ ก ”ต้ น ท า ง ข อ ง ถุ ง พ ล า ส ติ ก จึ ง ห ม า ย ถึ ง ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไปตรงกันข้ามกับปลายทางการใช้งานที่จะ กลายเป็นขยะซ่ึงไม่สูญสลายไปจากโลกโดยง่าย แม้จะมีน้าหนักเพียง 4 – 5 กรัม แต่มันสามารถแบกรับสัมภาระได้ 7 – 8 กิโลกรัม หรือราวๆ 2,000 เท่า ของน้าหนักตัวเอง ความบางกับน้าหนักเบาท่ีมาพร้อมความยืดหยุ่น ทนทาน และกนั น้าทาใหถ้ ุงพลาสติกหหู ้ิวซ่ึงผลติ ข้นึ และใชง้ านในท้องตลาดเป็นคร้ังแรก เมื่อ ราว 30 ปีที่แล้ว กลายเป็นผลิตภัณฑ์แห่งความสะดวกท่ีได้รับความนิยม อย่างรวดเร็ว เม่ือแรกปรากฏตัว ถุงพลาสติกเป็นทางเลือกท่ีเข้ามาทดแทนถุง กระดาษซ่ึงใช้งานกันแพร่หลายอยู่ในขณะนั้น โดยมีภาพบวกเร่ืองช่วยลดการ ตัดต้นไม้เพอื่ ผลติ ถุงกระดาษเป็นตัวกระตุ้นช้ันดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป พลาสติก กลับกลายเปน็ ตน้ เหตุของปญั หาสงิ่ แวดล้อมเสียเองจึงเกิดกระแสรณรงค์หิ้วถุง ผ้าในปัจจุบนั ในขณะที่ถุงกระดาษย่อยสลายได้ ถุงพลาสติกหูหิ้วกลับอยู่ยงคง กระพันหากฝังกลบมันจะนอนนิ่งใต้ ดินไปอีกหลายร้อยปี หากส่งเข้า เตาเผาขยะมันจะแปลงร่างเป็นสาร อันตรายที่ชื่อ“ไดออกซิน” หากโยน ทิ้งเกล่ือนกลาด นอกจาก จะก่อ มลพิษทางสายตา อุดตันทางระบาย 209 องคค์ วามรสู้ ภู่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
เทคโนโลยเี คร่อื งอัดถุงพลาสตกิ และเทคนคิ การคดั แยกประเภทถงุ พลาสตกิ มงคลกร ศรวี ชิ ยั ก้อนพลาสติก การแยกองคป์ ระกอบขยะมูลฝอยมาประยุกตใ์ ช้ โดยแบ่งพลาสติกออกเป็น 11 ประเภท สามารถวิเคราะห์ขอ้ มลู การหาประเภทของพลาสติก ได้ดงั น้ี 1. ประเภทเหนยี วขาว สามารถนาไปหลอมเป็นเม็ด พลาสตกิ เพือ่ นามาผลติ ถุงพลาสติกชนดิ เดมิ ได้ 2. ประเภทเหนียวสี สามารถนาไปหลอมเปน็ เม็ด พลาสติกเพ่อื นามาผลติ ถงุ พลาสตกิ ชนดิ เดมิ ไดแ้ ละยังสา มานามาผลติ เครื่องใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ที่เปน็ พลาสตกิ ได้ อีกดว้ ย 3. ประเภทหวิ้ ขาว สามารถนาไปหลอมเป็นเม็ดพลาสติก เพ่อื นามาผลติ ถงุ พลาสติกชนดิ เดิมได้ 4. ประเภทหว้ิ สี สามารถนาไปหลอมเปน็ เม็ดพลาสตกิ เพือ่ นามาผลิตถุงพลาสติกชนดิ เดมิ ได้ 5. ประเภทรอ้ นขาว สามารถนาไปหลอมเป็นเม็ดพลาสตกิ เพอ่ื นามาผลิตถงุ พลาสตกิ ชนดิ เดมิ ได้ 6. ประเภทรอ้ นสี สามารถนาไปหลอมเปน็ เม็ดพลาสตกิ เพอื่ นามาผลิตถงุ พลาสตกิ ชนิดเดมิ ได้ 210องคค์ วามรสู้ ู่ภาคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
7. สามารถนาไปหลอมเปน็ เม็ดพลาสตกิ เพือ่ นามาผลติ ถุงพลาสติกชนดิ เดิมไดแ้ ละยัง สามารถนามาผลติ เคร่อื งใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ท่ี เปน็ พลาสติก 8. สามารถหลอมเปน็ เมด็ พลาสตกิ เพอ่ื นามา ผลติ กระสอบได้ 9. สามารถนามาเข้ากระบวนการเผาเพ่ือผลิต น้ามันเชอ้ื เพลิง 10. สามารถนาไปขายและผลติ เปน็ วสั ดชุ นิด เดิมได้ 11. รอคัดแยกเพื่อนาไปขายตอ่ ไป 211 องคค์ วามรู้สภู่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา
เทคโนโลยเี ครอ่ื งอดั ถุงพลาสตกิ และเทคนคิ การคัดแยกประเภทถงุ พลาสตกิ มงคลกร ศรีวิชยั ผลกระทบทางส่งิ แวดล้อมจากพลาสตกิ ในอดีตที่ผ่านมาท้ังมนุษย์และสัตว์ได้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติของโลกเพื่อการ ดารงชีวิต และได้ทิ้งของเสีย การทิ้งของเสียจากมนุษย์ไม่ก่อให้เกิดปัญหา เนือ่ งจากปรมิ าณของเสียมีน้อยเมื่อเปรยี บเทียบกับพ้นื ท่ีท่ีมีอยู่ปัญหาในด้านการ ท้ิงของเสีย เร่ิมเกิดข้ึนเมื่อมนุษย์อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หมู่คณะและเมือง การทง้ิ ของเสียประเภทอาหารในเมือง การทิง้ ขยะลงบนถนน และพ้ืนท่ีว่างเปล่า ส่งผลใหพ้ ื้นทเ่ี หลา่ นี้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวันและหนูซ่ึงเป็นพาหะ นาโรค การขาดการวางแผนดา้ นสาธารณะสุข และการจัดการขยะมูลฝอยทาให้ เกิดการระบาดของโรคในศตวรรษท่ี 14 เรียกว่า Black Death ส่งผลให้ ประชาชนในทวีปยโุ รปเสยี ชีวติ ไปประมาณ 25%การศกึ ษาทางดา้ นสาธารณะสุข ทาให้ทราบว่าพาหะนาโรคมากจากหนู และแมลงวันท่ีอาศัยตามที่ทิ้งของเสีย ประมาณ 22 ชนิด ในศตวรรษท่ี 19 เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณะสุขได้ตระหนักถึง ความสาคัญของมาตรการทางด้านสาธารณสุขได้เร่ิมการจัดเก็บ และท้ิงขยะ ประเภทเศษอาหารแบบถกู สขุ ลกั ษณะเพื่อควบคุมกล่นิ หนู และแมลงวัน การท้ิง ขยะที่ไม่ถูกต้องยังมีผลต่อระบบนิเวศน์ ทางน้า และมลพิษทางอากาศ น้าชะ ขยะจากพ้ืนที่ฝังกลบขยะมูลฝอยท่ีดาเนินงานอย่างไม่ถูกหลักวิศวกรรมจะ ปนเปือ้ นแหลง่ น้าผิวดนิ และแหล่งน้าใตด้ นิ การจดั การขยะมูลฝอย 1) เก็บรวบรวม > เทกองไวก้ ลางแจ้ง จุดไฟเผา 2) เก็บรวบรวม > การฝงั กลบอยา่ งถกู หลักสุขาภิบาล 3) เกบ็ รวบรวม > โรงคดั แยกขยะและการหมกั ทาป๋ยุ 4) เก็บรวบรวม > โรงคดั แยกขยะ การผลิตกา๊ ซมเี ทนการหมักทาปุ๋ย 5) เก็บรวบรวม > การเผาในเตา 212องคค์ วามรู้สภู่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
215 องคค์ วามรู้ส่ภู าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา
เทคโนโลยเี คร่อื งอัดถงุ พลาสติกและเทคนคิ การคัดแยกประเภทถงุ พลาสตกิ มงคลกร ศรีวิชยั สอบถามขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ มงคลกร ศรีวิชยั คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา เชียงราย โทรศพั ท์ : 0-5372-3979 216องคค์ วามรู้สภู่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
217 องคค์ วามรู้ส่ภู าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา
การบรหิ ารจัดการสถาบันการเงิน ชมุ ชนสาหรับผู้บรหิ ารสถาบนั การเงนิ ชุมชน 218องคค์ วามรูส้ ูภ่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา
การบรหิ ารจดั การสถาบนั การเงินชมุ ชนสาหรบั ผู้บริหารสถาบนั การเงินชมุ ชน เสรฐสดุ า ปรชี านนท์ ความเป็นมา จากวิกฤติการณ์ต้มยากุ้งเมื่อปี พ.ศ.2540 ประเทศไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหลายประการ เกิดผลกระทบต่อเน่ืองถึงสภาวะการจ้างงานของประชาชนทั้งในเขตเมืองและชนบท ในช่วงเวลานั้น รัฐบาลตอ้ งปรับแผนพฒั นาประเทศในด้านต่างๆ เพ่ือแก้ไขปญั หาวิกฤตเิ ศรษฐกจิ ดงั กล่าว และได้มีการ น้อมนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว นอกจากน้ันรัฐบาลได้ออกนโยบายต่างๆ ที่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการ พัฒนาจากฐานรากหญา้ เป็นสาคญั ภายใต้แนวคิดในการส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการภายในชุมชน ซ่ึงหากมีการดาเนนิ การอย่างมีประสิทธิภาพจะส่งผลให้เกิดสวัสดิการชุมชนตามมาเพ่ือทาให้เกิดการ พัฒนาอย่างต่อเนือ่ ง โดยเฉพาะการจดั ตง้ั กองทนุ หมบู่ ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมา ผลการ ดาเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ต่อมา ในการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมอ่ื เดือนพฤศจกิ ายน 2559 ได้มีการเห็นชอบร่างแผนพัฒนาระบบการเงินภาค ประชาชนครั้งท่ี 2 ปี 2560-2565 เพ่อื เปน็ กรอบและแนวทางส่งเสริมและพัฒนาองค์กรการเงินระดับ ฐานราก หวงั สรา้ งความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการสร้างรายได้ในชุมชน การลดภาระทาง การเงิน และเปิดโอกาสให้ประชาชนรายได้นอ้ ยต่างจงั หวดั หา่ งไกลสามารถเขา้ ถึงบรกิ ารทางการเงินได้ อย่างท่ัวถึงและมคี ณุ ภาพผ่านการตงั้ สถาบนั การเงนิ ชุมชน 219 องคค์ วามรสู้ ภู่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา
จากการท่ีคณะผู้วิจัยได้มีประสบการณ์ในการทา หวั หนา้ โครงการ วิจัยท่ีสถาบันการเงินชุมชนบ้านหลวงและได้เข้า ร่วมประชมุ กบั ธนาคารออมสนิ ซ่งึ เป็นหนว่ ยงานที่ เสรฐสดุ า ปรชี านนท์ ได้รับมอบหมายใหด้ แู ลสถาบนั การเงินชุมชนส่วน ใหญ่มาอย่างต่อเน่ือง จึงทาให้ทราบว่าการ บรหิ ารจัดการของคณะกรรมการสถาบันการเงิน ยังมีจุดอ่อนในด้านการบริหารการเงิน และการ จัดทางบการเงินได้ที่เหมาะสม เน่ืองจาก คณะกรรมการฯส่วนใหญ่เป็นผู้ท่ีชุมชนมีความ เช่ือถือและไว้วางใจแต่ยังขาดความรู้ทางด้านน้ี ดังนั้นถา้ คณะกรรมการของสถาบันการเงินได้รับ ความรู้กจ็ ะสามารถบริหารจัดการการเงนิ ได้อย่าง มีประสิทธภิ าพ ส่งผลให้กับสถาบันการเงินชุมชน มีความมั่นคงและสามารถให้บริการได้อย่าง ครอบคลุมในระดับชุมชนหรือขยายไปสู่ระดับ ตาบลได้ ชุมชนจะสามารถนาเงินกาไรของ สถาบันการเงนิ ชมุ ชนไปสรา้ งระบบสวสั ดิการและ พัฒนาชุมชนในด้านต่างๆได้ สอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจะให้ประชาชน รายได้น้อยต่างจังหวัดห่างไกลสามารถเข้าถึง บริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึงโดยผ่านการตั้ง สถาบนั การเงินชมุ ชน วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อให้ความรู้ทางดา้ นการควบคุมภายใน การบริหารการเงิน แก่คณะกรรมการสถาบัน การเงนิ ชุมชน เพือ่ เปน็ แนวทางในการพัฒนาหลักสตู รสาหรบั ผบู้ รหิ ารสถาบันการเงนิ ชุมชน 120องคค์ วามรู้สภู่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา
องคค์ วามรูด้ า้ นการควบคุมภายใน เรม่ิ ต้นจากความสาคัญของการควบคุมภายใน โดยสถาบันการเงินชุมชนเป็นองค์กรที่ ไม่แสวงหากาไรทดี่ ูแลผลประโยชนข์ องประชาชนในวงกว้าง การดาเนินงานของสถาบัน จึงควรพึ่งพา “ระบบ” มากกวา่ ตัวบคุ คล ซง่ึ ในอดีตทผี่ ่านมาประสบปัญหาเกี่ยวกับการ ทางานไม่สอดคลอ้ งกับวัตถปุ ระสงคแ์ ละเป้าหมาย ซึง่ เกิดมาจากตัวบุคคล โดยก่อนที่จะ กล่าวถึงระบบการควบคุมภายใน ทีมงานได้อธิบายถึงความเสี่ยงขององค์กรซ่ึงความ เสย่ี งคือ โอกาสท่จี ะเกดิ เหตุการณ์ทสี่ ่งผลตอ่ การบรรลุเปา้ หมายขององคก์ รหรือขดั ขวาง ความสาเร็จขององค์กร โดยความเส่ียงในการดาเนินงานทางธุรกิจในปัจจุบันมี 4 ประเภทได้แก่ 1. ความเส่ียงที่ข้อมูลจะถูกบิดเบือน (Information Risk) เช่น การท่ีสถาบัน การเงินชุมชนไม่ได้จัดทาบัญชีหรืองบการเงิน รวมถึงการไม่สามารถนาข้อมูลมา วิเคราะห์เพอ่ื ใชใ้ นการดาเนนิ งานไดอ้ ยา่ งเหมาะสมดว้ ย 2. ความเสี่ยงท่ีการดาเนินงานจะขาดประสิทธิภาพประสิทธิในการดาเนินงาน (Operation Risk) คือ โอกาสท่ีสถาบันการเงินจะใช้ทรัพยากรในการดาเนินงาน ได้อยา่ งไม่ค้มุ คา่ ไม่มีประสิทธิผลหรือประสิทธิภาพ เช่น การท่ีสถาบันการรับฝาก เงนิ จากสมาชิกและปล่อยก้ใู นอัตราทตี่ า่ เกินไป ไมค่ รอบคลมุ หรือเพียงพอกับต้นทุน การดาเนินงานของสถาบัน หรือการทร่ี ะบบการบริหารหนี้ (การตดิ ตามทวงหนี้) จะ ไมม่ ีประสิทธิภาพ 3. ความเสี่ยงองค์กรจะดาเนนิ งานไมส่ อดคลอ้ งกบั ขอ้ กาหนดของกฎหมาย ระเบยี บ ข้อบังคับ (Compliance Risk) 4. ค วา มเ ส่ี ยง เ ชิง ก ลยุ ท ธ์ (Strategy Risk) คือความ เส่ียงท่ีวิธีการบริหารงานท่ี องคก์ รเลือกใช้จะไม่สามารถ ทาใหอ้ งค์กรบรรลุเป้าหมาย ตามท่ตี อ้ งการได้ 221 องคค์ วามรสู้ ่ภู าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
การบริหารจดั การสถาบนั การเงนิ ชมุ ชนสาหรบั ผู้บรหิ ารสถาบันการเงนิ ชมุ ชน เสรฐสดุ า ปรชี านนท์ เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงท่ีจะเกิดขึ้น องค์กรจาเป็นจะต้องมีระบบการ ควบคุมภายใน โดยระบบการควบคุมภายใน หมายถึง นโยบาย วิธีปฏิบัติ ขั้นตอน และกระบวนการปฏิบัติงานท่ีผู้บริหารและพนักงานขององค์กรร่วมกันจัดให้มีข้ึน เพอ่ื สรา้ งความม่ันใจอย่างสมเหตุสมผลว่า การดาเนินงานขององค์กรจะบรรลุผล สาเร็จตามวตั ถปุ ระสงค์ที่กาหนดไว้ ระบบการควบคมุ ภายในประกอบดว้ ย 1. การบรหิ ารภาพรวมของการควบคุมภายในระดับองค์กร และวัฒนธรรมการ ควบคุมภายในในองค์กร (หรือสภาพแวดล้อมของการควบคุมภายใน) คือ การทาให้ทุกคนในองคก์ รตระหนกั ถึงความสาคัญของการควบคุมภายใน การ กาหนดโครงสร้างองค์กรเพื่อการบริหารงานที่ชัดเจน และการกาหนดข้อ ปฏิบัติด้านจรยิ ธรรมของคนในองคก์ ร 2. การค้นหา ระบุ ความตระหนักในลักษณะของความเส่ียงภายในองค์กร คือ การที่องค์กรตอ้ งกาหนดเปา้ หมายการดาเนินงานให้ชัดเจน (เช่น ปีนี้ต้องการ กาไรเท่าใด) จากนั้นจึงระบุเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อการดาเนินงานตาม เปา้ หมาย และกาหนดว่าองคก์ รควรบริหารจดั การความเสีย่ งดงั กล่าวอยา่ งไร 3. การจดั กจิ กรรมการควบคุมภายในและการแบ่งหน้าท่ี ความรับผิดชอบ และ บทบาทของบคุ ลากร เป็นการกาหนดข้ันตอนการทางาน กิจกรรมที่เป็นการ ควบคมุ ในองค์กร 4. การสอ่ื สารและการบริหารสารสนเทศประกอบการตัดสินใจ เป็นการกาหนด ระบบการจดั ทาและนาเสนอรายงานผลการปฏิบัตงิ านขององค์กร 5. การจัดกิจกรรมการกากับ ติดตาม และแก้ไขประเด็นที่เป็นข้อบกพร่องและ จุดอ่อน คือการที่องค์กรควรทบทวนและประเมินขึ้นตอนการทางานของ ตนเองวา่ มจี ุดบกพรอ่ งจุดใดหรอื ไม่ และควรดาเนนิ การแก้ไขอยา่ งไร 222องคค์ วามรู้สภู่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
องค์ความร้เู กีย่ วกับการบญั ชี การบัญชี เป็นศิลปะของการรวบรวม บันทึก จาแนก และทาสรุปข้อมูลอันเก่ียวกับเหตุการณ์ทาง เศรษฐกจิ ในรูปตัวเงนิ ผลงานขั้นสุดทา้ ยของการบัญชีคอื การใหข้ ้อมูลทางการเงิน ซ่ึงเป็นประโยชน์ แกบ่ ุคคลหลายฝา่ ย และผู้ทีส่ นใจในแต่ละกจิ กรรม จากคาจากัดความของคาว่า “การบัญชี” สามารถอธิบายความหมายได้ดงั นี้ 1. ข้ันตอนของการเลือกและการเก็บรวบรวม คือการพิจารณาว่ารายการที่เกิดข้ึนเป็นรายการค้า หรือไม่ (เป็นเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจท่ีกิจการต้องนามาบันทึกหรือไม่) ต้องเก็บรวบรวมเอกสาร หลักฐานเพ่ือไวใ้ ช้ในการบนั ทกึ บญั ชี 2. การจดบันทึกและการวัดมูลค่า เป็นการนาข้อมูลเอกสารจากข้ันตอนแรกมาบันทึกรายการทาง บัญชหี รือรายการค้าและเหตุการณ์ ซึ่งจะตอ้ งเปน็ รายการหรอื เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วมาบันทึกลง ในสมดุ บญั ชี เรียกว่า “สมุดรายวัน” (Journal) การบันทึกจะมีการวัดมูลค่าเข้ามาเก่ียวข้อง การ วัดมูลค่า หมายถึง การแสดงมูลค่าของรายการน้ันๆ จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเป็นรายการ ประเภทไหน เช่น วัดด้วยราคาทุน (ราคา ณ วันที่ได้มา) หรือวัดด้วยราคายุติธรรม (ราคาที่ผู้ซื้อ และผ้ขู ายมีความเต็มใจในการซ้ือขายกนั ไม่มใี ครมีอานาจเหนอื ใคร) 3. การจัดหมวดหมู่ เพ่ือหายอดคงเหลือของทุกรายการโดยการแยกประเภทบัญชีเป็นสินทรัพย์ หน้ีสิน ทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย ในการจัดหมวดหมู่จะใช้สมุดบัญชีที่เรียกว่า “สมุดแยก ประเภท” (Ledger) 4. การสรุปผลและการรายงานข้อมูลทางการเงิน เมื่อมีการบันทึกบัญชีไประยะหน่ึง จะต้องนา รายการที่จัดหมวดหมู่มาสรุปผลดาเนินการและฐานะของกิจการโดยจัดทา “งบ การเงิน” (Financial Statement) ซ่ึงประกอบด้วย 5 ส่วนคือ งบกาไรขาดทุน งบแสดงฐานะ การเงิน งบแสดงการเปล่ียนแปลงในส่วนของผู้ถือหุ้น งบกระแสเงินสด หมายเหตุประกอบงบ การเงิน หลักการบัญชีคู่ (Double – Entry Concept) หมายถึง หลักการบันทึกผลกระทบของรายการ ค้าหนึ่งๆ ท่ีมีต่อสินทรัพย์ หน้ีสิน และส่วนของ เจ้าของ และเป็นการบันทึกรายการเดบิตและ เครดิตนน้ั ต้องให้จานวนเงนิ ที่บันทึกในบัญชีทั้ง 2 ดา้ นเท่ากันเสมอ 223 องคค์ วามร้สู ูภ่ าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
การบรหิ ารจดั การสถาบนั การเงนิ ชุมชนสาหรบั ผ้บู รหิ ารสถาบนั การเงนิ ชุมชน เสรฐสดุ า ปรชี านนท์ ซึ่งเรียกว่าระบบบัญชีคู่ ซึ่งตามระบบบัญชีคู่นั้นไม่จาเป็นที่จานวนรายการทั้ง 2 ด้านต้อง เทา่ กันเพียงแต่ยอดรวมของจานวนเงนิ ทั้งดา้ นเดบติ และเครดิตต้องเท่ากันเท่านั้น ประโยชน์ของข้อมูลทางการบัญชี ได้แก่ ทาให้ทราบถึงความก้าวหน้าของกิจการ และ ประสบการณใ์ นการดาเนนิ งานของผบู้ ริหาร ทราบถงึ ผลการดาเนนิ งานและฐานะการเงินของ กิจการ ทาให้ผู้บริหารและผู้เก่ียวข้องอ่ืนๆ ใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการวางแผนการควบคุม และตัดสนิ ใจ และทาใหฝ้ า่ ยบริหารทราบถึงข้อบกพร่องในการดาเนินงานท่ีผ่านมา เพื่อที่จะ เปน็ แนวทางในการปรับปรุงการดาเนินงานในอนาคต องคค์ วามรูด้ ้านการบริหารการเงนิ ประกอบด้วยองค์ความรู้การวิเคราะห์งบการเงิน การพิจารณาจัดหาเงินทุนท่ีสอดคล้องกับ การใช้เงนิ ทนุ การวิเคราะห์งบการเงิน หมายถึง กระบวนการหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับฐานะการเงินและผล การดาเนินงานของกิจการ โดยนาเครื่องมือหรือเทคนิคต่างๆ มาใช้วิเคราะห์ และจาแนก แยกแยะหาความสัมพันธ์ ระหว่างรายการต่างๆ แล้วนาข้อเท็จจริงจากการวิเคราะห์ มาใช้ ประกอบการตัดสินใจทางการเงนิ เทคนคิ ที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ ไดแ้ ก่ 1. การวเิ คราะห์แนวตั้ง/แนวดงิ่ ( Vertical Analysis) เปน็ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ รายการต่างๆ ในงบการเงินเดียวกัน ในรูป ร้อยละ 2. การวเิ คราะหอ์ ตั ราส่วนทางการเงิน (Financial Ratio Analysis) เปน็ การวิเคราะห์โดย นารายการต่างๆ ในงบการเงินทั้งงบดุลและงบกาไรขาดทุนต้ังแต่ 2 รายการข้ึนไปมา เทียบให้อยู่ในรูปของอัตราส่วน แล้วหาผลลัพธ์ให้อยู่ในรูปเท่า หรือร้อยละ ท้ังนี้ รายการที่นามาเปรียบเทียบกันจะต้องเป็นรายการที่มีความสัมพันธ์กัน ซ่ึงจะเป็น ประโยชน์ในการแปลความหมายและใช้เปรียบเทียบกับข้อมูลอ่ืนๆ ทาให้เข้าใจ สถานการณ์ทางการเงินและสภาพการดาเนนิ งานของสถาบนั การเงิน การพิจารณาจดั หาเงนิ ทนุ ท่ีสอดคลอ้ งกับการใชเ้ งินทุน เป็นการตัดสินใจเลือกแหล่งการเงินท่ี เป็นหนี้สนิ หรือทุน ปัจจัยต่าง ๆ ท่ีต้องคานึงถึงศักยภาพในการทากาไร (Potential profita- bility) ความเสยี่ งทางการเงิน (Financial risk) อานาจในการควบคุมสถาบันการเงิน (Voting control) 224องคค์ วามรูส้ ู่ภาคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
225 องคค์ วามรู้ส่ภู าคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา
การบรหิ ารจดั การสถาบนั การเงนิ ชุมชนสาหรบั ผู้บรหิ ารสถาบนั การเงนิ ชุมชน เสรฐสดุ า ปรชี านนท์ สอบถามขอ้ มลู เพม่ิ เติม เสรฐสดุ า ปรชี านนท์ คณะบริหารธรุ กจิ และศลิ ปศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา เชียงใหม่ โทรศัพท์ : 0-5392-1444 226องคค์ วามรู้สู่ภาคประชาชนและอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
Successful knowledge transfer involves neither computers nor documents but rather interactions between people. (Mason & Mitroff, 1973)
สถาบนั วจิ ยั และพฒั นา มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา 98 หมู่ 8 ตาบลป่าปอ้ ง อาเภอดอยสะเกด็ จงั หวัดเชยี งใหม่ ประเทศไทย 50220 โทรศพั ท์ : 0-5326-6516 #1011 โทรสาร : 0-5326-6522
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230