Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์รายภูมิภาค 63

รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์รายภูมิภาค 63

Published by Takkey Chaiyasing, 2020-10-12 00:29:59

Description: รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์รายภูมิภาค 63

Search

Read the Text Version

36 รายงานสถานการณก ารคามนษุ ยร ายภูมิภาคและการจดั ระดับสถานการณก ารคา มนุษยจ งั หวดั (Grouping) (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจรญิ อบุ ลราชธาน)ี โครงการกจิ กรรม ผลการดําเนนิ งาน หนว� ยงานที่รบั ผดิ ชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๔. โครงการเครือขายชุมชน ✓ ๓๕๓ ๓๕๓ คน สาํ นกั งานพฒั นาสงั คมและความมน่ั คง รว มรณรงคป องกันการหลอกลวง คน ของมนุษยจ งั หวัดศรสี ะเกษ และลักลอบไปทาํ งานตา งประเทศ ๕.โครงการปอ งกนั การคามนุษย ✓ ๖๓ คน ๖๓ คน สาํ นักงานพฒั นาสังคมและความมนั่ คง ดานแรงงานตางดาว ของมนษุ ยจงั หวัดศรสี ะเกษ ๖.โครงการปองกันการคามนษุ ย ✓ ๑๘๐ คน ๑๘๐ คน สํานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา ใหกบั นักเรียนหญิง เขต ๒๘ ๗.จดั อบรมสรา งภูมิคมุ กัน ✓ ๑๓๐ คน ๑๓๐ คน สาํ นักงานวัฒนธรรมจังหวดั ศรีสะเกษ ทางสังคมในมติ ิวฒั นธรรม โครงการสรา งภูมิคุมกนั ทางสังคม ในมติ วิ ัฒนธรรม (Cultural Vaccine) จงั หวัดศรีสะเกษ ๘. โครงการรณรงคต อตา น ✓ ๑๒ คร้งั ๑๒ ครั้ง สํานักงานแรงงานจงั หวดั ศรสี ะเกษ การคา มนษุ ยด า นแรงงานจังหวัด ศรสี ะเกษ รายการสายตรงกบั พงษพ ัฒน อ.ส.ม.ท. ๙๕.๐ MHz ๙. ออกตรวจสถานบริการ ✓ ๗,๔๔๗ ๗,๔๔๗ - ฝา ยปกครองจังหวดั ศรสี ะเกษ รวมกับ คร้งั ครัง้ สาํ นักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคง ของมนุษยจ งั หวัดศรสี ะเกษ ตาํ รวจภธู ร จังหวัดศรสี ะเกษ วฒั นธรรมจงั หวดั สนง.เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ๑๐. ออกตรวจแรงงานตางดาวและ ✓ ๑๙ ครง้ั ๑๔ ครั้ง - สํานกั งานแรงงานจงั หวดั ศรีสะเกษ การคา มนษุ ยต ามสถานประกอบการ ๑๑. ออกตรวจในพน้ื ท่ี ๒๒ อําเภอ ✓ ๑๒,๘๕๕ ๑๒,๘๕๕ ตาํ รวจภธู รจงั หวดั ศรสี ะเกษ (ออกตรวจทกุ วนั ) คร้งั ครง้ั ๑๒. ต้ังจดุ ตรวจและออกตรวจ ✓ ๖๔๖ ๖๔๖ ตรวจคนเขาเมอื งจงั หวัด ศรสี ะเกษ ตามสถานบรกิ ารรานคาราโอเกะ คร้งั ครง้ั รีสอรท ตาง ๆ จังหวัดอาํ นาจเจรญิ ๑. จัดต้ังจดุ ตรวจจุดสกดั บริเวณ ✓ ✓ ๘ ครัง้ / ปกครองจงั หวัดอาํ นาจเจรญิ ดานชายแดนจดุ ผอนปรนบน ยักษคุ เดือน ตําบลชานุมาน อําเภอชานุมาน จงั หวัดอํานาจเจริญ

รายงานสถานการณก ารคามนุษยร ายภมู ิภาคและการจดั ระดับสถานการณการคามนษุ ยจังหวัด (Grouping) 37 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อบุ ลราชธาน)ี โครงการกจิ กรรม ผลการดําเนนิ งาน หน�วยงานที่รบั ผดิ ชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒. จัดระเบยี บสังคมแบบบรู ณาการ ✓ ✓ ๑๖ ครง้ั / ปกครองจังหวัดอํานาจเจริญ เดือน ๓. ประชมุ ชแี้ จง ประชาสัมพันธ ✓ ✓ ๕๖ ครงั้ / ปกครองจังหวดั อาํ นาจเจริญ รณรงคก ารแกไขปญ หาการคา มนษุ ย เดอื น ๔. โครงการยตุ ิธรรมเคล�อนที่ ✓ ✓ ✓ สนง.ยุติธรรมจงั หวัดอาํ นาจเจรญิ ๕. ยุติธรรมเคล�อนที่รวมกบั ✓ ✓ ✓ สนง.ยตุ ิธรรมจงั หวดั อํานาจเจริญ โครงการบาํ บัดทกุ ข บํารงุ สขุ สรางรอยยมิ้ ใหป ระชาชน ๖. โครงการนิเทศเสรมิ สรางความรู ✓ ✓ ✓ สนง.จงั หวดั อํานาจเจรญิ ความเขา ใจ ผูประกอบกิจการ ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร และวีดที ศั น พ.ศ. ๒๕๕๑ จังหวัดอํานาจเจริญ ๗. โครงการขบั เคล�อนกลไก ✓ ✓ ✓ สนง.แรงงานจงั หวดั อํานาจเจริญ เชงิ นโยบายในการปองกันและแกไข ปญหาการคามนุษยดานแรงงาน ไปสกู ารปฏิบตั ิ ๘. โครงการตรวจสอบ ✓ ✓ ✓ สนง.จดั หางานจงั หวัดอํานาจเจริญ การทํางานของคนตา งดาว ๙. การใหคาํ ปรกึ ษา ชแ้ี จง แนะนํา ✓ ✓ ✓ สนง.สวสั ดิการและคุมครองแรงงาน ตอบปญหาเกย่ี วกบั สิทธติ าม จงั หวัดอาํ นาจเจรญิ กฎหมายคมุ ครองแรงงาน ๑๐. สนบั สนนุ เทคนิคและวชิ าการ ✓ ✓ ✓ สนง.สวสั ดิการและคมุ ครองแรงงาน ดา นคมุ ครองแรงงาน แกแรงงาน จงั หวัดอาํ นาจเจรญิ นอกระบบ ๑๑. ตรวจคุม ครองแรงงาน ✓ ✓ ✓ สนง.สวสั ดกิ ารและคมุ ครองแรงงาน การใชแรงงานเด็ก แรงงานบงั คับ จังหวดั อํานาจเจรญิ และการคามนุษยดา นแรงงาน ๑๒. ออกหน�วยจังหวัดเคล�อนท่ี ✓ ✓ ✓ บานพักเดก็ และครอบครวั จังหวดั อาํ นาจเจริญ ๑๓. อบรมหลักสูตรการพัฒนา ✓ ✓ ✓ บา นพกั เดก็ และครอบครวั ศกั ยภาพพนกั งานเจา หนา ทตี่ าม จังหวดั อาํ นาจเจรญิ พ.ร.บ. ปอ งกนั และปราบปราม การคา มนุษย พ.ศ. 2551

38 รายงานสถานการณการคา มนุษยร ายภูมภิ าคและการจดั ระดบั สถานการณการคา มนุษยจ งั หวัด (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจริญ อบุ ลราชธาน)ี โครงการกจิ กรรม ผลการดาํ เนินงาน หน�วยงานทรี่ ับผดิ ชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๑๔. ประชุมเชิงปฏิบัติการชแ้ี จง ✓ ✓ ✓ บา นพักเด็กและครอบครวั แนวทางการดําเนนิ งาน จังหวัดอาํ นาจเจริญ ตามพระราชกาํ หนดแกไขเพมิ่ เตมิ พระราชบญั ญตั ิปอ งกันและ ปราบปรามการคา มนษุ ย พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๕. อบรมเพ�อสรา งความตระหนกั รู ✓ ✓ ✓ บานพกั เด็กและครอบครวั ใหแกเ จาหนาทีภ่ าครัฐและเอกชน ในการปอ งกันและแกไขปญหา จังหวัดอาํ นาจเจรญิ การคามนษุ ย ๑๖. ประชาสัมพันธง าน ✓ ✓ ✓ สนง.พมจ.อาํ นาจเจริญ ดานการปองกันและการคามนุษย ๑๗. โครงการฝกอบรมเผยแพร ✓ ✓ ✓ สนง.พมจ.อํานาจเจรญิ ความรูตาม พ.ร.บ.ปอ งกันและ ปราบปรามการคา มนษุ ย พ.ศ. ๒๕๕๑ จังหวัดอุบลราชธานี ๑. โครงการคมุ ครองคนหางาน ๒๐๐ คน ๒๐๐ คน ๒๐๐ คน สาํ นักงานจดั หางานจังหวดั อุบลราชธานี เชงิ รกุ ในพื้นท่เี สยี่ ง ๒. โครงการเครอื ขา ยชมุ ชนรวม ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ สาํ นกั งานจัดหางานจงั หวัดอุบลราชธานี รณรงคปอ งกนั การหลอกลวง คน คน คน และลกั ลอบไปทาํ งานตา งประเทศ ๓. โครงการเตรยี มความพรอม ๑๒๐ คน ๑๒๐ คน ๑๒๐ คน สํานกั งานจดั หางานจังหวัดอุบลราชธานี ใหคนหางานเพอ� ปอ งกันการตกเปน เหย�อการคา มนษุ ยด า นแรงงาน ในการไปทํางานตา งประเทศ ๔. การตรวจแรงงาน ๒๐ คร้ัง ๒๐ ครง้ั ๒๔ คร้งั สํานกั งานแรงงานจงั หวดั อุบลราชธานี ๕. โครงการสอ� สารสรา งความเขา ใจ ๒ ครัง้ ๒ ครัง้ ✓ ประชาสมั พันธจ งั หวดั อุบลราชธานี และความเช�อมัน่ ในการปองกัน และแกไขปญหาการคามนุษย ระดบั พนื้ ที่ชายแดนไทย - ลาว จังหวัดอบุ ลราชธานี

รายงานสถานการณการคา มนษุ ยรายภมู ิภาคและการจัดระดบั สถานการณก ารคามนุษยจังหวัด (Grouping) 39 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจรญิ อุบลราชธาน)ี โครงการกจิ กรรม ผลการดาํ เนนิ งาน หน�วยงานท่ีรบั ผิดชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๖. โครงการดาํ เนนิ งาน ๒๔๓ ๒๔๓ ๒๐๒ วฒั นธรรมจงั หวดั อบุ ลราชธานี ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร ราย ราย ราย และวีดทิ ัศน พ.ศ. ๒๕๕๑ กิจกรรม ตรวจตดิ ตามสถานประกอบการ ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร และวดี ทิ ัศน พ.ศ. ๒๕๕๑ ๗. โครงการ “พฒั นาความรว มมอื ๘๑ คร้ัง ๘๑ ครง้ั ✓ มลู นธิ ิพทิ ักษส ตรี ตามแนวชายแดนเพ�อปองกันการ เดนิ ทางขา มแดนท่ีไมปลอดภยั ” กจิ กรรมใหค วามรูและสมั ภาษณ คดั แยก แรงงานผลกั ดนั สญั ชาตลิ าว ในหองกกั ตรวจคนเขา เมือง จงั หวดั อุบลราชธานี ๘. กจิ กรรมรณรงคตอ ตาน ๒ คร้งั ๒ คร้งั ✓ มูลนิธพิ ิทกั ษสตรรี วมกบั มลู นธิ ิรกั ษไทย การคามนุษยแ ละการยา ยถิ่น ทป่ี ลอดภยั ๙. โครงการพฒั นาศกั ยภาพ ✓ ✓ ✓ ตรวจคนเขา เมืองจังหวัดอบุ ลราชธานี ขาราชการตํารวจ ตม.จว.อบุ ลฯ เชิงปฏิบตั ิการในการปองกัน ปราบปรามการคามนษุ ย ๑๐. การดําเนนิ งานดานการจับกมุ ✓ ✓ ✓ ตรวจคนเขาเมืองจงั หวดั อบุ ลราชธานี และผลกั ดนั แรงงานตางดา ว ๑๑. โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ ✓ ๒๓๔ ✓ ทท่ี ําการปกครอง อําเภอเข�องใน เพอ� กาํ หนดแนวทางปฏบิ ตั งิ านใหก บั คน จงั หวดั อบุ ลราชธานี พนักงานสอบสวนและเจาหนา ท่ี ทเี่ กยี่ วขอ งในการคมุ ครองชว ยเหลอื ผเู สียหายจากการคา มนษุ ยและ การดําเนนิ คดี ๑๒. โครงการการประชุมเชิงปฏิบัติ ✓ ๑๘๓ คน ✓ ที่ทาํ การปกครอง อําเภอโพธ์ิไทร การเพ�อกําหนดแนวทางการปฏิบัติ งานใหกับกํานัน ผูใหญบาน ผูชวย ผู ใหญบาน สารวัตรกํานัน แพทย ประจาํ ตําบล สมาชิก อส. เจา หนาที่ ตาํ รวจ เจา หนา ท่ี ตชด. ท่ี ๒๒๗ และ เจาหนาท่ีท่ีเกี่ยวของกับการปองกัน และปราบปรามการคา มนุษย

40 รายงานสถานการณก ารคามนุษยรายภูมภิ าคและการจัดระดับสถานการณการคามนุษยจังหวดั (Grouping) (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจรญิ อบุ ลราชธาน)ี โครงการกจิ กรรม ผลการดําเนนิ งาน หนว� ยงานทรี่ บั ผิดชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๑๓. โครงการอบรมใหค วามรู ✓ ✓ ✓ สาํ นักงานพัฒนาสงั คมและความมั่นคง เพ�อปอ งกันการถูกลอลวง ของมนษุ ยจ งั หวัดอบุ ลราชธานี ๑๔. โครงการอบรมเผยแพรความรู ✓ ✓ ✓ สาํ นักงานพัฒนาสงั คมและความม่นั คง พระราชบญั ญัติปอ งกันและปราบ ของมนษุ ยจังหวัดอบุ ลราชธานี ปรามการคามนุษย พ.ศ. ๒๕๕๑ แกผ นู าํ ชมุ ชนและประชาชนกลมุ เสยี่ ง ๑๕. โครงการใหความรกู บั หญิงไทย ✓ ๓๐๐ คน ✓ สํานักงานพฒั นาสงั คมและความมั่นคง เพ�อปอ งกันภยั ในตางประเทศ ของมนุษยจ ังหวดั อบุ ลราชธานี ๑๖. โครงการประชมุ เชิงปฏบิ ตั กิ าร ✓ ๓๐ คน ✓ สาํ นกั งานพัฒนาสงั คมและความมนั่ คง เพ�อพฒั นากลไกเครอื ขา ย ของมนษุ ยจ ังหวดั อบุ ลราชธานี ในการปอ งกนั และแกไขปญ หา การคามนุษย ๑๗. โครงการพฒั นาศักยภาพ ✓ ✓ ✓ สํานกั งานพฒั นาสังคมและความมั่นคง กลมุ เปา หมายเพ�อปองกัน ของมนษุ ยจ ังหวัดอบุ ลราชธานี การถูกลอลวง (ฝก อาชีพระยะส้ัน ๓๐ วนั ) ๑๘. กิจกรรมรณรงคต อตาน ✓ ✓ ✓ สํานกั งานพัฒนาสงั คมและความมน่ั คง การคา มนษุ ย ของมนุษยจ งั หวดั อุบลราชธานี ๔. ดา นการคมุ ครองชวยเหลือ (Protection) โครงการกจิ กรรม ผลการดาํ เนนิ งาน หนว� ยงานทผ่ี ูรบั ผิดชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ จงั หวดั นครพนม ๑. การคัดแยกผเู สียหาย ✓ ✓ ✓ เจาหนา ท่ตี ามพรบ.ปอ งกนั และปราบ ปรามการคามนษุ ย ๒. ชวยเหลอื คมุ ครอง เยยี วยา และตดิ ตามสทิ ธิประโยชน ✓ ✓ ✓ สนง.สวสั ดกิ ารและคุม ครองแรงงาน ดา นแรงงาน จงั หวดั นครพนม ๓. โครงการคมุ ครองคนหางาน ในพน้ื ที่เสย่ี ง ✓ ✓ ✓ สนง.จัดหางานจงั หวัด

รายงานสถานการณก ารคามนุษยรายภมู ภิ าคและการจัดระดับสถานการณการคา มนุษยจงั หวัด (Grouping) 41 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อาํ นาจเจรญิ อุบลราชธานี) โครงการกิจกรรม ผลการดาํ เนินงาน หนว� ยงานที่ผูร บั ผิดชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ จังหวดั มกุ ดาหาร ๑. ใหค วามคมุ ครองผเู สยี หายและ ✓ ✓ ✓ กองบงั คบั การตํารวจภธู ร พยานในคดีคา มนษุ ยต ามมาตรา จงั หวัดมกุ ดาหาร สํานักงานอัยการ การคุมครองพยานในคดีคามนษุ ย จงั หวดั มกุ ดาหารและสาํ นักงานพัฒนา ตามมาตราการคมุ ครองพยาน สังคมและความมนั่ คงของมนษุ ยจ งั หวดั ในคดีอาญาใหมคี วามปลอดภัย มุกดาหาร อยา งเปนระบบและมปี ระสทิ ธิภาพ รวมท้ังเรียกรอ งคา สินไหมทดแทน ตามพ.ร.บ.ปอ งกันและปราบปราม การคามนุษย พ.ศ. ๒๕๕๑ จงั หวัดสกลนคร ๑. การคดั แยกผเู สยี หาย ✓ ✓ ✓ บา นพักเดก็ และครอบครวั จงั หวดั จากการคามนษุ ย การถกู แสวงหา สกลนคร ประโยชนทางเพศ ในการคา ประเวณีเดก็ ๒. การประสานทมี สหวิชาชีพ ✓ ✓ ✓ สํานกั งานพัฒนาสังคมและความม่ันคง เพ�อดาํ เนนิ การสมั ภาษณ ของมนษุ ยจ งั หวดั สกลนคร คัดแยกเหย�อ จังหวดั ยโสธร ๑. ใหค วามคุม ครองผเู สยี หายและ ✓ ✓ ✓ กองบงั คบั การตาํ รวจภูธรจงั หวดั ยโสธร พยานในคดคี า มนุษยตามมาตรา การคุม ครองพยานในคดคี า มนุษย สาํ นักงานอัยการจงั หวัดยโสธรและ ตามมาตราการคุมครองพยาน ในคดีอาญาใหมคี วามปลอดภัย สํานักงานพฒั นาสังคมและความมัน่ คง ของมนษุ ยจงั หวัดยโสธร อยางเปน ระบบและมีประสิทธิภาพ รวมทง้ั เรียกรอ งคาสินไหมทดแทน ตาม พ.ร.บ.ปองกันและปราบปราม การคามนุษย พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒. การพัฒนาบุคลากรดา นการ ✓ ✓ ✓ กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความ ชวยเหลือเยียวยาและการขอรับเงนิ มนั่ คงของมนุษย ทดแทน

42 รายงานสถานการณการคา มนุษยร ายภูมภิ าคและการจดั ระดบั สถานการณการคามนษุ ยจ ังหวัด (Grouping) (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจริญ อุบลราชธาน)ี โครงการกิจกรรม ผลการดําเนินงาน หน�วยงานทีผ่ รู บั ผิดชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ จังหวดั ศรสี ะเกษ ๑. ดาํ เนนิ การคมุ ครองและชว ยเหลอื ✓ ✓ ✓ สาํ นกั งานพฒั นาสงั คมและความมั่นคง ผเู สยี หายจากการคามนษุ ย ของมนุษยจงั หวดั ศรีสะเกษ บานพกั เดก็ และครอบครัวจงั หวัดศรสี ะเกษ จงั หวดั อํานาจเจริญ ๑. มีศูนยดาํ รงธรรมอําเภอรบั แจง ✓ ✓ ✓ ขอ มลู ขา วสารการคามนษุ ย จงั หวดั อุบลราชธานี ๑. การใหค วามคมุ ครองชวยเหลือ ✓ ✓ ✓ ชุดปฏบิ ตั กิ ารพิเศษ “ดอกบัวงาม” ผูเสยี หายจากการคา มนษุ ย ซึ่งเปน กระทรวงมหาดไทย ผลจากปฏิบัติการ “ดอกบัวงาม” ทช่ี ดุ ปฏบิ ัตกิ ารพิเศษ ของกระทรวงมหาดไทย ๒. ลงพ้ืนทเี่ ยีย่ มใหกําลงั ใจและ ✓ ✓ ✓ ทมี สหวชิ าชีพ ชว ยเหลอื ครอบครัวของแรงงาน ประมงชาวอําเภอสริ นิ ธร ทเี่ ดินทาง ไปทํางานลงเรือประมงและปจ จุบัน ขาดการติดตอ จาํ นวน ๑ ราย ๓. กองบังคับการปราบปรามการ ✓ ✓ ✓ กองบงั คับการปราบปรามการคามนษุ ย คามนษุ ย ลงพ้นื ท่ีสอบขอเทจ็ จรงิ เพ�อสอบสวน กรณี แรงงานประมง ชาวจงั หวัดอุบลราชธานี ตกเปน ผูเสยี หายจากการคา มนษุ ย จํานวน ๓ ราย เพ�อพจิ ารณาชว ยเหลอื เขา สกู ระบวนการทางกฎหมาย ๕. ดานการพฒั นาความรว มมอื กบั ภาคีเครือขาย (Partnership) โครงการกจิ กรรม ผลการดําเนินงาน หน�วยงานทีผ่ รู บั ผิดชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ จังหวดั นครพนม ๑. บรู ณาการตรวจเพ�อการปองกนั ✓ ✓ ✓ หน�วยงานท่ีเก่ยี วขอ งในจงั หวดั นครพนม และปราบปรามการคา มนษุ ย

รายงานสถานการณการคามนษุ ยร ายภมู ิภาคและการจดั ระดบั สถานการณการคา มนุษยจังหวดั (Grouping) 43 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อาํ นาจเจริญ อบุ ลราชธานี) โครงการกิจกรรม ผลการดําเนนิ งาน หนว� ยงานทีผ่ ูร ับผดิ ชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ จงั หวัดมกุ ดาหาร ๑. บูรณาการตรวจสอบ ✓ ✓ ✓ สํานักงานแรงงานจงั หวดั มุกดาหาร สถานประกอบการ/นายจาง กลุมเส่ียงในพนื้ ทีต่ ามแผน การตรวจบูรณาการ จงั หวดั สกลนคร ๑. บูรณาการตรวจเพ�อการปอ งกนั ✓ ✓ ✓ หนว� ยงานทีเ่ กีย่ วขอ งในจงั หวดั สกลนคร และปราบปรามการคามนุษย จังหวัดยโสธร ๑. จดั ทาํ ทะเบยี นรายช�อ ✓ ✓ ✓ สํานกั งานแรงงานจังหวดั ยโสธร ภาคีเครอื ขา ย กองบงั คับการตาํ รวจภธู รจงั หวัดยโสธร จังหวดั ศรสี ะเกษ ๑. จดั ประชุม อบรม ตามภารกิจ ✓ ✓ ✓ สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคง งานปองกันและแกไขปญ หา ของมนุษยจงั หวดั ศรสี ะเกษ และคณะ การคา มนษุ ยในพนื้ ท่ี แบบบรู ณาการ อนกุ รรมการ ศปคม. จงั หวัดศรสี ะเกษ รวมกับหนว� ยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ๒. รณรงคป ระชาสมั พนั ธง านปอ งกนั ✓ ✓ ✓ สนง.พัฒนาสงั คมและความมั่นคง และแกไขปญหาการคามนษุ ย ในพน้ื ท่แี บบบูรณาการ ของมนุษยจังหวัดศรสี ะเกษ และ คณะอนกุ รรมการ ศปคม. จงั หวดั ศรสี ะเกษ จังหวัดอํานาจเจรญิ ๑. บูรณาการตรวจเพ�อการปอ งกนั ✓ ✓ ✓ หน�วยงานท่ีเกย่ี วของในจงั หวัด และปราบปรามการคามนษุ ย อาํ นาจเจรญิ จังหวัดอบุ ลราชธานี ๑. การประชมุ เสริมสรา งความ ✓ ✓ ✓ กองตอตา นการคามนุษยรวมกบั องคก าร เขมแข็งของเครอื ขายการทํางาน ความรวมมอื ระหวา งประเทศของญ่ีปนุ ดานการตอตานการคา มนุษย (JICA) ระหวา งจงั หวดั อุบลราชธานี และแขวงจาํ ปาสกั โดยมวี ตั ถปุ ระสงค เพ�อแลกเปล่ียนการทาํ งานระหวา ง ๒ ฝา ย และพฒั นาความรว มมือ ในการจัดกิจกรรมรว มกนั ในป ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐

44 รายงานสถานการณการคา มนุษยรายภมู ภิ าคและการจัดระดับสถานการณก ารคา มนุษยจ งั หวดั (Grouping) (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อุบลราชธาน)ี โครงการกิจกรรม ผลการดาํ เนนิ งาน หนว� ยงานท่ผี ูรับผิดชอบ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒. วนั ท่ี ๑๕ – ๑๖ กนั ยายน ๒๕๕๙ ✓ ✓ ✓ กองตอตานการคามนุษยร วมกับองคการ ณ โรงแรมอารยารีสอรท ความรว มมอื ระหวา งประเทศของญี่ปนุ อําเภอโขงเจียม กองตอ ตา น (JICA) การคา มนุษยรว มกบั องคการ ความรวมมอื ระหวา งประเทศ ของญ่ีปุน (JICA) จัดการประชุม เสรมิ สรา งความเขมแข็ง ของเครอื ขายการทาํ งาน ดานการตอตานการคา มนษุ ย ระหวางจงั หวัดอุบลราชธานี และแขวงจําปาสัก โดยเชิญ คณะทํางานของอําเภอสิรินธร และคณะทาํ งานของเมืองโพนทอง เขารว มประชุมเพ�อพัฒนาศักยภาพ คณะทาํ งานดานการตอตาน การคา มนษุ ย ซง่ึ นบั เปน เมอื งคูแฝดแรก ท่รี วมกันขับเคล�อนงานตอ ตาน การคามนษุ ย หมายเหตุ : ✓ หมายถึง มกี ารดําเนินงานแตไมทราบจาํ นวนกลุม เปา หมาย

รายงานสถานการณการคา มนุษยร ายภมู ภิ าคและการจัดระดบั สถานการณการคา มนษุ ยจ งั หวัด (Grouping) 45 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจรญิ อุบลราชธานี) ๔.๒ ทศิ ทางการดาํ เนนิ งานดา นการปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย ตามแผนปฏบิ ตั กิ ารปอ งกนั และแกไขปญ หาการคา มนุษย ประจาํ ปงบประมาณ ๒๕๖๓ ❖ จงั หวัดนครพนม  ดานการพฒั นากลไกเชิงนโยบายและการขบั เคลอ� น (๑) การจดั ประชุมคณะอนุกรรมการปองกันและปราบปรามการคา มนษุ ยจ ังหวัด จาํ นวน ๔ คร้งั (๒) การจัดทําแผนปฏบิ ตั กิ ารปอ งกนั และปราบปรามการคา มนุษยจงั หวดั นครพนม จํานวน ๑ แผน (๓) การจัดทํารายงานสถานการณป อ งกนั และปราบปรามการคามนุษย จํานวน ๑ เลม (๔) จัดประชมุ ศูนยปองกนั การคา มนุษยดานแรงงาน จาํ นวน ๑๒ ครั้ง  ดานการดําเนินคดี (๑) กิจกรรมการออกตรวจตดิ ตามสง เสรมิ ความประพฤตนิ ักเรียนและนกั ศกึ ษา (๒) ตรวจแรงงานในระบบ และนอกระบบ จํานวน ๕๕๐ คน (๓) ตรวจสถานประกอบกจิ การทเี่ สยี่ งตอ การใชแ รงงานเดก็ แรงงานบงั คบั แรงงานขดั หน้ี จาํ นวน ๑๐ แหง /๑๐๐ คน (๔) โครงการตรวจสถานประกอบกิจการรา นเกมรา นคาราโอเกะ จํานวน ๑๒ อาํ เภอ (๕) ตรวจสอบสถานท่ีสมุ เส่ียง รานคาราโอเกะ จาํ นวน ๑๒ อาํ เภอ (๖) ตรวจลาดตระเวนบริเวณชายแมน ้ําโขง (๗) โครงการตรวจสอบการทาํ งานของคนตา งดาว และสถานประกอบการ จาํ นวน ๘๐ แหง/๓๐๐ คน  ดา นการปองกนั (๑) อบรมเผยแพรค วามรเู กีย่ วกบั การคา มนษุ ยในพ้นื ท่จี งั หวัดนครพนม จํานวน ๒ รนุ ๗๐ คน (๒) กิจกรรมตอ ตา นการคามนุษยสภาเดก็ และเยาวชนจงั หวดั นครพนม จาํ นวน ๑๐๐ คน (๓) โครงการอบรมจดั ทําแผนปอ งกนั และปราบปรามการคามนษุ ย จาํ นวน ๕๐ คน (๔) แผนประชาสมั พันธการปองกันและปราบปรามการคามนุษย (๕) ผลิตและเผยแพรสกปุ ขาววทิ ยโุ ทรทศั น (๖) ผลิตและเผยแพรส กุปขาววิทยุกระจายเสยี ง (๗) สงเสริมและสนับสนุนสถานศึกษารวมกับเครือขายชุมชนในการปองกันปญหาพฤติกรรม และการ กระทาํ ผดิ ของเดก็ และเยาวชน สถานศึกษา ๙ แหง ๆ ละ ๕๐ คน รวม ๔๕๐ คน (๘) โครงการขับเคล�อนแผนงานการปองกันและแกไขปญ หาการคา มนษุ ย จํานวน ๖ อาํ เภอ (๙) รณรงคเ ผยแพรค วามรูใหแ กแ รงงานเด็ก จํานวน ๑๓๐ คน (๑๐) โครงการสง เสริมความรูเพ�อเตรยี มความพรอมเดก็ กอนเขาสตู ลาดแรงงาน จํานวน ๑๐๐ คน (๑๑) สนบั สนุนเทคนิควิชาการดานการคุมครองแรงงานนอกระบบ จาํ นวน ๑,๑๐๐ คน (๑๒) โครงการขบั เคล�อนกลไกเชงิ นโยบายในการปอ งกนั และแกไขปญ หาการคา มนุษยดา นแรงงาน ไปสูการปฏิบัติ (๑๓) จัดทาํ ส�อประชาสมั พันธสรา งการรับรูเ กยี่ วกบั การคา มนุษย จํานวน ๑๒ คร้งั (๑๔) โครงการพฒั นาสง เสรมิ ศกั ยภาพตรวจติดตามความประพฤตนิ กั เรยี นและนกั ศกึ ษาจํานวน ๖๐ คน (๑๕) กิจกรรมเดนิ รณรงคก ารตอ ตา นการคา มนุษย

46 รายงานสถานการณก ารคา มนุษยร ายภมู ิภาคและการจัดระดบั สถานการณการคามนษุ ยจ งั หวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อบุ ลราชธานี) (๑๖) โครงการเสริมสรา งแกนนํานกั ศึกษาเพ�อการปองกนั และเฝา ระวงั ปญ หาการคามนษุ ย (๑๗) การจดั ทาํ คมู อื การปฏบิ ตั งิ านและทาํ เนยี บผปู ฏบิ ตั งิ านของทมี สหวชิ าชพี และอบรมใหค วามรแู นวทาง การใชค ูมือ จาํ นวน ๔๐ คน (๑๘) โครงการปองกนั การคามนุษยด านแรงงานตางดา ว จํานวน ๑๐ คน (๑๙) โครงการเสรมิ สรา งศกั ยภาพเครอื ขา ยอาสาสมคั รปอ งกนั และแกไขปญ หาการคา มนษุ ยเ ชงิ บรู ณาการ (๒๐) โครงการอบรมเด็กและเยาวชนเพ�อปอ งกันและแกไขปญหาการคามนษุ ย จาํ นวน ๑๐๐ คน (๒๑) โครงการเผยแพรป ระชาสมั พนั ธเ พอ� การปอ งกนั และแกไขปญ หาของการคา มนษุ ย จาํ นวน ๑,๐๐๐ คน  ดานการคุมครองชวยเหลอื (๑) การคดั แยกผเู สยี หาย (๒) พัฒนาระบบการใหบ ริการศนู ยพ ่ึงได จํานวน ๖๐ คน (๓) พฒั นาศักยภาพผรู ับผิดชอบงานการใหบริการศูนยพ ่ึงได (OSCC) จาํ นวน ๖๐ คน (๔) รับพิจารณาวนิ จิ ฉัยคาํ รอ ง (ตามมาตรา ๑๒๓) จํานวน ๕๐ คน (๕) สงแบบแสดงสภาพการจางและสภาพการทํางานใหสถานประกอบกิจการท่ีมีลูกจางรวมกันต้ังแต ๑๐ คนขน้ึ ไป จาํ นวน ๑๐๐ แหง (๖) การสงเคราะหคุมครองดําเนินการตามภารกิจหน�วยงานสถานแรกรับภายใต พ.ร.บ.ปองกันและ ปราบปรามการคามนษุ ย พ.ศ. ๒๕๕๑ ทุกครง้ั ทีม่ คี ดี  ดานการพัฒนาความรว มมอื กับภาคเี ครือขา ย (๑) บรู ณาการตรวจเพ�อการปอ งปรามและปราบปรามการคา มนษุ ย จาํ นวน ๑๒ อําเภอ (๒) ตรวจบรู ณาการสถานประกอบการสมุ เสีย่ ง จํานวน ๓๐ แหง ❖ จังหวดั มุกดาหาร  ดานการพัฒนากลไกเชิงนโยบายและการขบั เคลอ� น (๑) จดั ทาํ รายงานสถานการณดา นการคามนษุ ยประจาํ ป จํานวน ๑ เลม (๒) การขบั เคล�อนงานปองกนั และปราบปรามการคา มนุษย โดยคณะอนกุ รรมการศนู ยก ารปองกนั และ ปราบปรามการคา มนษุ ยจังหวัดมกุ ดาหาร (๓) จดั ทาํ แผนปฏิบตั ิการของ ศปคม.จังหวดั ประจําป ๒๕๖๓ (๔) ประชาสมั พันธกองทุนปอ งกันและปราบปรามการคา มนษุ ย (๕) จัดทาํ แผนปฏบิ ัติการปอ งกันการบังคับใชแรงงานหรือบรกิ าร และการคามนษุ ยดานแรงงานจังหวดั มกุ ดาหาร ประจาํ ป พ.ศ. ๒๕๖๓ (๖) การขบั เคล�อน กํากบั ดูแล และตดิ ตามผลการดาํ เนนิ งานตามแผนปฏิบตั กิ ารฯ (๗) จดั สง เจา หนา ทเ่ี ขา รบั การอบรมและแตง ตงั้ เปน พนกั งานเจา หนา ทตี่ าม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปราม การคา มนษุ ย พ.ศ. ๒๕๕๑ และท่แี กไขเพม่ิ เติม (๘) พัฒนากลไกการรับแจงขอมูลเบาะแสการกระทําความผิดผานเครือขายศูนยดํารงธรรมจังหวัดและ อาํ เภอ โดยจดั เจา หนาท่เี ตรียมพรอ มเพ�อรบั แจง ความเดอื ดรอ นเบาะแสจากประชาชน (๙) จดั ชดุ เคลอ� นทเ่ี รว็ ในการรบั เรอ� งราวรอ งทกุ ขป ระจาํ ตาํ บลหมบู า นและประสานความรว มมอื ระหวา ง หน�วยงานทีเ่ ก่ยี วขอ งดําเนนิ การตามอาํ นาจหนา ที่

รายงานสถานการณการคามนุษยรายภูมภิ าคและการจัดระดับสถานการณก ารคามนษุ ยจังหวัด (Grouping) 47 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจรญิ อบุ ลราชธาน)ี (๑๐) พฒั นากลไกความรว มมอื ในการเฝา ระวงั และเบาะแสจากองคก รอาสาสมคั รภาคเอกชนในพนื้ ท่ี NGO รวมทง้ั แลกเปลี่ยนขอมูลขา วสารจากภาคเี ครอื ขายในพื้นที่ (๑๑) รายงานผลการดําเนินงานท่ีรวดเร็ว ถูกตองมีการจัดทําขอมูลอยางเปนระบบเช�อมโยงใหเห็นผล สมั ฤทธ์ิในการดําเนินการของประเทศไทยอยา งมเี อกภาพ (๑๒) รณรงคก ารแกไขปญ หาการคา มนษุ ยโดยใหห นว� ยงานองคก รทกุ ภาคสว นไดร วมพลงั แสดงเจตนารมณ และความมุงมั่นในการดําเนินการปองกันและปราบปรามการคามนุษยอยางตอเน�อง เพ�อสรางความตระหนักและ กระตนุ ใหข า ราชการเจา หนา ทแ่ี ละประชาชนเกดิ จติ สาํ นกึ ในการรว มกนั เฝา ระวงั ปอ งกนั และแกไขปญ หาการคา มนษุ ย (๑๓) ประชาสัมพันธและทําความเขาใจแสดงใหเห็นถึงการปฏิบัติหนาที่ประสบผลสําเร็จรวมถึงผลงาน ทแี่ สดงความพยายามและตงั้ ใจจรงิ ของประเทศไทยในการปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ยอ ยา งจรงิ จงั ตอ หนว� ยงาน ท่เี ก่ียวขอ งส�อตาง ๆ รวมทัง้ ประชาคมโลก  ดา นการดําเนินคดี (๑) สืบสวนปราบปรามการกระทําความผิดเก่ียวกับการคามนุษยเพ�อปราบปรามการกระทําความผิด เกีย่ วกบั การคา มนุษยในพ้นื ท่ี (๒) จัดพนักงานสอบสวนรับผิดชอบสอบสวนคดีคามนุษยรวมกับทีมสหวิชาชีพ เพ�อใหมีกระบวนการ วางแผนในการชว ยเหลอื (๓) จดั ชดุ ปฏบิ ัตกิ ารปราบปรามการกระทําความผดิ เก่ยี วกับการคามนษุ ย (๔) สืบสวนหาขาวในพื้นท่ีจังหวัดมุกดาหารเพ�อสกัดกั้นปราบปรามและจับกุมการกระทําความผิดท่ีอาจ จะเกิดขึ้นในพื้นท่ีรับผดิ ชอบ (๕) ดาํ เนินการเขา ทําการจับกุมเปาหมายใหมีผลการปฏบิ ัติบรรลุ วตั ถุประสงคต ามแผน/โครงการ (๗) แสวงหาความรว มมอื และการสนบั สนนุ จากประชาชนในพน้ื ที่ในการใหข อ มลู ขา วสารเกยี่ วกบั การกระทาํ ความผดิ และการตรวจสอบขอ เทจ็ จรงิ ตามคาํ รอ งเรยี นของประชาชนในพนื้ ที่ เพอ� ใหเ กดิ ผลการปราบปรามและทาํ ลาย เครือขา ยขบวนการคา มนษุ ยในเขตพ้นื ท่รี บั ผดิ ชอบ (๘) จดั ตง้ั ชดุ ปฏบิ ตั กิ ารพเิ ศษฝา ยปกครองจงั หวดั มกุ ดาหารดาํ เนนิ การปราบปรามการคา มนษุ ย อยา งเดด็ ขาด เพ�อใหไมม แี รงงานตา งดาวผิดกฎหมายถกู นํามาคามนษุ ยโดยเฉพาะแรงงานกลมุ เสยี่ ง (๙) ประสานหน�วยงานท่ีเกี่ยวของสืบสวนสอบสวนขยายผลถึงตัวการผูอยูเบ้ืองหลังขบวนการนําพา ที่แทจริงและเครือขายท่ีเก่ียวของทั้งหมดรวมท้ังขยายผลตอเน�องไปยังวัตถุสิ่งของท่ีใชการกระทําความผิดอาทิ รถยนตเ ปน ตน โดยสบื สวนจนถงึ ตน ทางและใหด าํ เนนิ คดตี ามกฎหมายใหถ งึ ทสี่ ดุ กบั ทกุ คนทมี่ สี ว นเกย่ี วขอ งกระทรวง มหาดไทยทราบจนกวาคดีจะถึงทสี่ ุด (๑๐) ติดตามผลการดาํ เนนิ คดีและรายงานความคบื หนา ใหก ระทรวงมหาดไทยทราบจนกวาคดีจะถึงที่สดุ  ดานการปอ งกนั (๑) โครงการอบรมเผยแพรความรเู กีย่ วกบั การคามนษุ ยใหแกกลมุ เปาหมายในพื้นท่ีจังหวดั จํานวน ๒ รนุ ๆ ละ ๗๐ คน รวม ๑๔๐ คน (๒) สนับสนุนสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเพ�อการตอตานการคามนุษยในกลุมเด็กและเยาวชนประจําป งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ จาํ นวน ๑๐๐ คน (๓) รณรงคแ ละประชาสมั พนั ธผ า นสอ� ทกุ ประเภท เพอ� ใหก ลมุ เปา หมายเขา ใจถงึ การเคลอ� นยา ยแรงงาน อยางปลอดภัยความเสี่ยงของการคามนุษยและใหความรวมมือในการเฝาระวังปญหาการคามนุษยสรางจิตสํานึก

48 รายงานสถานการณการคา มนษุ ยรายภูมภิ าคและการจัดระดบั สถานการณการคามนษุ ยจ ังหวัด (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจริญ อุบลราชธานี) และเจตคตใิ นเรอ� งสทิ ธมิ นษุ ยชนและกระบวนการตอ ตา นการคา มนษุ ยใหแ กภ าคเี ครอื ขา ย และนกั ธรุ กจิ การทอ งเทยี่ ว เสรมิ กลไกชุมชนใหเขม แขง็ ในการเฝา ระวังปญ หาการคา มนุษย การใหค วามชวยเหลือตดิ ตามบคุ คลสญู หาย (๔) โครงการจัดระเบียบขอทานใน ๗ อาํ เภอ (๕) โครงการตําบลตนแบบหว งใยไมทอดทง้ิ กนั จาํ นวน ๓๐ คน (๖) โครงการสถานีสวัสดิการ จํานวน ๗ อําเภอ (๗) การบูรณาการตรวจตดิ ตามสถานประกอบกิจการสถานบนั เทิง และสถานท่สี ุม เส่ียงตาง ๆ ในพนื้ ที่ จังหวดั มกุ ดาหาร จํานวน ๗ อําเภอ (๘) โครงการตรวจติดตามเพื่อจัดระเบียบและตรวจสอบอาคารสถานท่ีตั้งสถานประกอบกิจการ ตามพระราชบัญญตั ิภาพยนตรและวดี ทิ ศั น พ.ศ. ๒๕๕๑ ประจําปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ (๙) โครงการเสริมสรางความรูความเขาใจแกผูประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติภาพยนตรและ วีดทิ ัศน พ.ศ. ๒๕๕๑ จํานวน ๑๓๖ แหง (๑๐) โครงการทบทวนใหความรเู กยี่ วกบั ปญ หาการคา มนุษยแ กเจา หนา ท่ขี องรฐั และผูนาํ ชุมชน ตามแนว ชายแดนจังหวดั มกุ ดาหาร จาํ นวน ๑๑๔ คน (๑๑) โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสรางศักยภาพการปองกันปญหาการคามนุษย และสราง แกนนาํ เครอื ขา ยเด็กและเยาวชนเฝาระวังปญ หาการคามนุษยจังหวดั มุกดาหาร จํานวน ๘๐ คน (๑๒) จดั ทําส�อประชาสมั พันธ แผน พบั /โปสเตอรสรา งการรับรูเ กี่ยวกบั พ.ร.ก.ฯ ใหกบั ผูมสี ว นไดสวนเสีย (๑๓) “รณรงค ประชาสัมพันธผานชองทางอ�น เชน โซเซียลมีเดีย ผานการจัดรายการวิทยุ” “รอบรู เร�องแรงงาน” ทางคลน� วิทยุ สวท. เอฟเอม็ ๙๙.๒๕ เม็กกะเฮิรต (๑๔) บูรณาการออกตรวจสถานประกอบกิจการกลมุ เสย่ี ง (๑๕) โครงการประชาสัมพันธสรา งความรคู วามเขาใจใหป ระชาชนมีสวนรวมและตอ ตา นการคา มนษุ ย (๑๖) โครงการฝกอบรมความรทู างกฎหมายใหแ กประชาชนกลมุ ตา ง ๆ ดานการปองกันและปราบปราม การคามนษุ ยจังหวัดมกุ ดาหาร ประจําปง บประมาณ ๒๕๖๓ (๑๗) โครงการฝก อบรมพฒั นาศกั ยภาพ สมาชกิ กองอาสารกั ษาดนิ แดนเพอ� ปอ งกนั ปราบปรามการคา มนษุ ย ประจาํ ป พ.ศ. ๒๕๖๓ จาํ นวน ๘๐ คน (๑๘) โครงการประชาสัมพันธใหกับกํานัน ผูใหญบานและขอความรวมมือสวนราชการทุกภาคสวนและ แกไขปญหาการคา มนษุ ยในพ้ืนท่ี โดยการตรวจตรา ตรวจสอบ สอดสองและเฝาระวัง (๑๙) การสกัดก้ันการปองกันบริเวณแนวชายแดนและเสนทางเดินทางเขาพ้ืนที่ช้ันในโดยจัดตั้งดาน ตามเสน ทางตาง ๆ ท่คี าดวาขบวนการนาํ พาผหู ลบหนเี ขาเมอื ง การกาํ ชบั เจา หนาทปี่ ระจําดา นหรอื จดุ ตรวจ จดุ สกัด ทุกดา น/จดุ ปฏบิ ตั ิหนา ที่อยางจรงิ จงั และการจดั ต้ังชดุ ปฏิบัตกิ ารระดบั ตาํ บล (๒๐) อบรมใหค วามรเู ร�องการปอ งกันการคา มนุษย จาํ นวน ๓๔ เขต (๒๑) โครงการคุม ครองคนหางานเชิงรกุ ในพืน้ ท่เี สี่ยง จํานวน ๖๐ คน (๒๒)โครงการเผยแพรความรูเพ�อปอ งกนั การหลอกลวงคนหางาน จาํ นวน ๑๒,๑๐๐ คน (๒๓) โครงการตรวจสอบการทํางานของคนตางดา ว และสถานประกอบการ นายจาง ๓๐ แหง แรงงาน ตา งดา ว ๘๐ คน (๒๔) ตรวจสถานประกอบกจิ การทเ่ี สย่ี งตอ การใชแ รงงานเดก็ แรงงานบงั คบั แรงงานขดั หนี้ และการคา มนษุ ย ดานแรงงาน จาํ นวน ๔ แหง ๔๐ คน

รายงานสถานการณก ารคามนษุ ยร ายภมู ิภาคและการจดั ระดับสถานการณการคา มนษุ ยจ งั หวดั (Grouping) 49 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อุบลราชธาน)ี (๒๕) สง เสรมิ ความรสู ถานประกอบกจิ การดา นแนวปฏบิ ตั กิ ารใชแ รงงานทดี่ ี (GLP) เพอ� ไปใชในการบรหิ าร กจิ การ/ธรุ กจิ จํานวน ๔๕ แหง (๒๖) โครงการเสรมิ สรา งความเขม แข็งใหสตรีไทย-ลาว (แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว) ในการตอ ตาน การคา มนุษย จาํ นวน ๑๒๐ คน (๒๗)โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพกรรมการศูนยยุติธรรมชุมชนในการปองกันและชวยผูเสียหาย จากการคามนษุ ย จํานวน ๑๑๘ คน (๒๙) จดั ต้ังชุดปฏบิ ตั ิการพเิ ศษปอ งกันและปราบปรามการคามนุษยอําเภอดงหลวง (๓๐) การอบรมใหความรแู กกลุม เปา หมายตาม พ.ร.บ.ปอ งกันและปราบปรามการคา มนษุ ย พ.ศ. ๒๕๕๑ จัดงานวันรณรงคต อ ตานการคา มนุษย (๔๐) การอบรมหลกั สตู รพนกั งานเจา หนา ท่ตี าม พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามการคา มนษุ ย พ.ศ. ๒๕๕๑ การพัฒนาศกั ยภาพพนกั งานเจา หนา ที่ตาม พ.ร.บ.ปองกนั และปราบปรามการคา มนุษย พ.ศ. ๒๕๕๑ (๔๑) โครงการส�อสารประชาสัมพันธสรางการมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันและแกไขปญหา การคา มนษุ ย สนับสนนุ สภาเด็กและเยาวชนจัดกิจกรรมตอตา นการคามนษุ ย (๔๒) โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการกลุมเสี่ยงจากปญหาการคามนุษยและเสริมสรางภูมิคุมกันใหแกเด็ก และเยาวชนจังหวดั มุกดาหาร จํานวน ๑๕๐ คน (๔๓) โครงการอบรมเพอ� เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพคณะอนกุ รรมการศนู ยป ฏบิ ตั กิ ารปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย จงั หวัดมุกดาหารดา นขอ มูลในการปอ งกันและปราบปรามการคามนษุ ย จํานวน ๕๐ คน (๔๔) โครงการอบรมเทคนิคการสืบสวนสอบสวนคดีคา มนุษย จาํ นวน ๑๒๐ คน (๔๕) โครงการเสรมิ สรา งศกั ยภาพเครอื ขา ยเพอ� ปอ งกนั การคา มนษุ ยในพน้ื ทจี่ งั หวดั มกุ ดาหาร จาํ นวน ๓๐๐ คน  ดานการคมุ ครองชวยเหลือ (๑) การคัดแยกผตู กเปนเหย�อการคา มนุษย (๒) ใหคําปรึกษาปญหากฎหมาย (๓) ตดิ ตามเยยี่ มบา นและใหก ารดแู ลชว ยเหลอื ปจ จยั ขน้ั พน้ื ฐานแกค รอบครวั คนลาวทอี่ พยพเขา มาอาศยั อยูในเขตเทศบาลเมอื งมุกดาหาร จํานวน ๓๐ ครอบครวั (๔) สนับสนุนทุนการศึกษาสําหรับเด็กและเยาวชนท่ีอยูในครอบครัวคนลาวที่อพยพเขามาอาศัยอยูใน เขตเทศบาลเมอื งมกุ ดาหาร จํานวน ๓๐ คน (๕) การชว ยเหลือเยียวยาผเู สียหายจากการคา มนษุ ย - กรณีพบวาผูใดเปนเหย�อจากการคามนุษยใชอํานาจตามพระราชบัญญัติคนเขาเมืองอนุญาตให ผูเสยี หายพาํ นักอยูในประเทศไทยเปนการชั่วคราวเพ�อประโยชนในการดาํ เนนิ คดกี บั ขบวนการคามนษุ ย - สนับสนุนใหหน�วยงาน ท่ีทําหนาท่ีคุมครองพยานสามารถปฏิบัติหนาที่ในการคุมครองพยาน ตามพระราชบญั ญตั ิคุมครองพยานในคดอี าญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ไดอ ยางมปี ระสิทธิภาพ - สงเสริมสนบั สนนุ ใหม ีสถานทค่ี ุมครองพักพิงผเู สยี หายจากการคามนษุ ยต ามมาตรฐานสากล - สนับสนนุ ใหมกี ารบรกิ ารลา มเพ�อการคมุ ครองผเู สยี หายจากการคา มนุษย

50 รายงานสถานการณการคามนุษยรายภมู ิภาคและการจัดระดับสถานการณก ารคา มนษุ ยจ งั หวดั (Grouping) (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจรญิ อบุ ลราชธาน)ี  ดานการพัฒนาความรว มมอื กบั ภาคเี ครือขา ย (๑) ผลกั ดันใหม รี ะบบขอ มลู การคา มนษุ ยทงั้ ในระดบั ประเทศและระดบั จังหวัด - ผลการปฏบิ ตั งิ านตามแบบรายงานผลการดาํ เนนิ งานปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ยจ งั หวดั และระดับอําเภอ (๒) สรางความรวมมือใหเครือขายการแจงเบาะแสและเฝาระวังเร�องการคามนุษยอยางตอเน�องและ สม่าํ เสมอ (๓) การเพม่ิ ประสิทธิภาพดานการเขาถงึ เครือขา ยคา มนุษยในพ้นื ที่ - จัดทาํ บัญชรี ายช�อบุคคลทเี่ กี่ยวของกบั การคามนษุ ยในทางลับ เพ�อสบื สวนจบั กมุ ดาํ เนินคดีและ ขยายผลการดําเนินคดีไปสูตัวการนายทุนเครือขายกระบวนการการคามนุษย รวมท้ังประสานบังคับใชกฎหมายที่ เกย่ี วขอ งกับ การยึดทรพั ยเ ชนมาตรการดานภาษมี าตรการ ปองกันและปราบปรามการฟอกเงนิ เปน ตน - ประสานขอ มูลกับหน�วยงานท่ีเกีย่ วขอ งเพ�อใหท ราบเครอื ขา ยขบวนการคา มนษุ ยในพ้ืนที่ - ตรวจสอบขอ เทจ็ จรงิ และสบื สวนหาขา วตามขอ รอ งเรยี นและการแจง เบาะแสอยา งจงิ จงั ทกุ กรณี (๔) การเพ่มิ ประสิทธภิ าพในการบรหิ ารจดั การอยา งบรู ณาการ - ปฏบิ ตั ติ ามนโยบายการปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ยข องรฐั บาลอยา งเครง ครดั โดยกาํ ชบั เจา หนา ทท่ี กุ ระดบั ของหนว� ยงานสงั กดั กระทรวงมหาดไทยและองคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ ไมใหเ ขา ไปมสี ว นเกย่ี วขอ ง กับการแสวงหาผลประโยชนโดยมชิ อบเกี่ยวกับการคา มนษุ ย - บรู ณาการและประสานการปฏบิ ตั กิ ารปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ยก บั ทกุ ภาคสว น ทอ่ี ยูใน พนื้ ทท่ี ง้ั หนว� ยงานภาครฐั องคกรพัฒนาเอกชนภาคเอกชนและภาคประชาสงั คม รว มมอื กันทํางานเปน ทมี สหวิชาชพี เพ�อสนบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ นา ท่ีไดอ ยา งมีประสิทธิภาพบังเกดิ ผลสําเรจ็ อยา งเปน รปู ประธรรม - เจาหนาท่ีของรัฐหน�วยงานใดเขาไปมีสวนเกี่ยวของกับการแสวงหาประโยชนจากกระบวนการ การคามนษุ ยใหเ ปน หนา ที่ของผูบังคับบญั ชาทีจ่ ะตอ งตรวจสอบและลงโทษทางวินยั และใชม าตรการทางการบรหิ าร อยา งเดด็ ขาดโดยทนั ทหี ากพบวา ผบู งั คบั บญั ชาปลอ ยปละละเลยใหถ อื วา เปน ความบกพรอ งของผบู งั คบั บญั ชาดว ย (๕) ปรับปรุงทะเบียนเครอื ขา ย โดยขยายไปสฝู า ยปกครอง อาสาสมัคร และกลุมอ�น ๆ ในพน้ื ที่ เชน เครือขายเจา หนาที่ผูป ฏิบัตอิ าสาสมคั รแรงงาน (๖) สรา งชอ งทางการขา วเพอ� แจง เบาะแสเกย่ี วขอ งกบั การบงั คบั ใชแ รงงานหรอื บรกิ ารและการคา มนษุ ย ดา นแรงงานอาทิ กลมุ Line (๗) จดั ประชมุ หารอื รว มกบั ภาคเี ครอื ขา ยอยา งใกลช ดิ โดยเฉพาะ NGOs ในพนื้ ทเี่ พอ� หารอื ดา นการขา ว และมาตรการปองกันการบงั คบั ใชแรงงาน หรอื บรกิ ารและการคามนุษยดา นแรงงาน ❖ จังหวดั สกลนคร  ดานการพัฒนากลไกเชงิ นโยบายและการขบั เคลอ� น (๑) การประชุมเจาหนาที่ตํารวจเพ�อเรงรัดผลการจับกุมดําเนินคดีตาม พ.ร.บ.ปองกันและปราบปราม การคา มนษุ ย พ.ศ. ๒๕๕๑ (๒) โครงการพัฒนาระบบบรกิ ารศนู ยพงึ่ ไดจ ังหวัดสกลนคร (๓) จดั ประชมุ คณะอนกุ รรมการศูนยป ฏิบัตกิ ารปองกันและปราบปรามการคา มนุษยจังหวดั สกลนคร

รายงานสถานการณก ารคามนุษยร ายภูมภิ าคและการจดั ระดบั สถานการณก ารคา มนษุ ยจ งั หวัด (Grouping) 51 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจรญิ อุบลราชธาน)ี (๔) โครงการจัดทําแผนปฏบิ ตั กิ ารประจาํ ป ๒๕๖๒ – ๒๕๖๓ (๕) โครงการพฒั นาและปรบั ปรงุ กระบวนการทาํ งานของบคุ ลากรดา นเดก็ และเยาวชนในบา นพกั เดก็ และ ครอบครวั จังหวดั สกลนครเพ�อใหม ีความรคู วามเขาใจดานการปอ งกนั และปราบปรามการคา มนุษย (๖) โครงการการจัดระเบยี บคนขอทานคนไรท พ่ี ง่ึ (๗) โครงการพัฒนาศักยภาพคนขอทานคนไรท ีพ่ ึ่ง (๘) ตรวจแรงงานในระบบ นายจา ง ลกู จาง ท่ีอยูในสถานประกอบกิจการ จํานวน ๓๖๐ แหง ๕,๑๐๐ คน (๙) โครงการขบั เคล�อนนโยบายและแผนระดับชาตเิ พ�อขจัดการใชแ รงงานเดก็ ในรปู แบบทเ่ี ลวรา ย กจิ กรรมรณรงคเผยแพรความรเู ร�องการใชแ รงงานเด็ก จํานวน ๒๕๐ คน (๑๐) โครงการตรวจสอบการทํางานของคนตางดาว และสถานประกอบการบันเทิง และคาราโอเกะ นายจา ง/สถานประกอบการ ๔๐ แหง คนตา งดา ว ๑๑๐ คน (๑๑) โครงการตรวจสอบปราบปรามแรงงานตา งดา วในพน้ื ทจ่ี งั หวดั สกลนคร นายจา ง/สถานประกอบการ ๓๐ แหง คนตางดาว ๑๐๘ คน  ดานการดาํ เนินคดี (๑) สกดั กั้น สืบสวน หาขา วปราบปรามการกระทาํ ความผดิ ฐานคา มนษุ ย (๒) กรณมี กี ารกระทาํ ความผดิ ฐานคา มนษุ ยเ กดิ ขน้ึ มกี ารคดั แยกผเู สยี หายจากการคา มนษุ ย จากทมี สหวชิ าชพี ภายใน ๒๔ ชม. (๓) โครงการคมุ ครองคนหางานเชงิ รกุ ในพนื้ ทเี่ สยี่ ง (อ.วารชิ ภมู /ิ อ.สอ งดาว/อ.พรรณานคิ ม/ อ.วานรนวิ าส/ อ.บางมวง/อ.สวางแดนดิน) จํานวน ๒๔๐ คน  ดา นการปองกัน (๑) โครงการขบั เคล�อนแผนงานปองกันและแกไขปญ หาการคา มนษุ ยในบทบาทฝา ยปกครอง (๒) โครงการคุมครองและสรางภูมิคุมกันสําหรับเด็กและเยาวชน ในมิติความรุนแรงดานยาเสพติด/ เผยแพรข าวสาร (๓) โครงการเยาวชนไทยหวั ใจใสสะอาด/เผยแพรข าวสาร (๔) โครงการปองกันและแกไขปญ หาการคามนษุ ย/ ตั้งครรภในวัยรนุ /เผยแพรข าวสาร (๕) โครงการสงเสริมความเขม แขง็ สภาเดก็ และเยาวชน/เผยแพรข าวสาร (๖) ออกหนว� ยบรกิ ารตาม “โครงการจงั หวดั เคลอ� นที่ หนว� ยบาํ บดั ทกุ ข บาํ รงุ สขุ สรา งรอยยมิ้ ใหป ระชาชน จงั หวัดสกลนคร”/เผยแพรข าวสาร (๗) โครงการฝกอบรมเผยแพรความรู พ.ร.บ.ปองกนั และปราบปรามการคามนุษย พ.ศ.๒๕๕๑ จํานวน ๒๐๐ คน (๙) โครงการสนับสนนุ แกนนําเด็กและเยาวชนจังหวัดสกลนคร จดั กิจกรรมตอ ตา นการคา มนุษย (๑๐) โครงการคุมครองและสรางภูมิคุมกันสําหรับเด็กและเยาวชน ในมิติความรุนแรงดานยาเสพติด/ เผยแพรข า วสาร (๑๑) โครงการปองกันและแกไขปญหาการคา มนษุ ยด า นแรงงานเดก็ ในรูปแบบท่เี ลวราย กจิ กรรมตรวจ สถานประกอบกิจการทเ่ี ส่ยี งตอการใชแ รงงานเดก็ แรงงานบังคับ แรงงานขดั หน้ี และการคา มนนษุ ยด านแรงงาน (๑๒) โครงการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติ เพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กรูปแบบที่เลวร้าย กจิ กรรมรณรงคเผยแพรค วามรูเร�องการใชแ รงงานเดก็

52 รายงานสถานการณก ารคา มนุษยรายภมู ิภาคและการจัดระดบั สถานการณการคา มนุษยจงั หวดั (Grouping) (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจริญ อบุ ลราชธาน)ี (๑๓) การตรวจแรงงานในสถานประกอบกจิ การนายจา ง ลกู จา ง ในสถานประกอบกจิ การ จาํ นวน ๔๑๐ แหง ๕,๒๐๐ คน (๑๔) โครงการปอ งกนั และแกไขปญ หาการคา มนษุ ยด า นแรงงาน และการใชแ รงงานเดก็ ในรปู แบบทเ่ี ลวรา ย กิจกรรมตรวจสถานประกอบกิจการทเ่ี สยี่ งตอ การใชแรงงานเดก็ แรงงานบังคับ แรงงานขดั หน้ี และการคา มนษุ ย ดานแรงงานจาํ นวน ๑๕ แหง ๑๐๐ คน (๑๕) สง เสรมิ ความรสู ถานประกอบกจิ การดา นแนวปฏบิ ตั กิ ารใชแ รงงานทดี่ เี พอ� ไปใชในการบรหิ ารกจิ การ/ ธรุ กจิ จํานวน ๖๐ แหง (๑๖) โครงการประชมุ นายจา ง/เจา ของสถานประกอบการจงั หวัดสกลนคร จํานวน ๓๐๐ คน (๑๗) โครงการเผยแพรค วามรเู พ�อปอ งกันการหลอกลวงคนหางาน (๑๘) โครงการคุม ครองคนหางานเชงิ รกุ ในพ้นื ที่เสีย่ ง จาํ นวน ๒๔๐ คน (๑๙) โครงการเตรยี มความพรอ มใหค นแจง ความประสงคเ ดนิ ทางไปทาํ งานตา งประเทศประชาชน คนหางาน และผูสนใจทวั่ ไป จํานวน ๒๘๐ คน (๒๐) โครงการตรวจสอบปราบปรามแรงงานตางดาว นายจาง/สถานประกอบการ ๓๐ แหง แรงงาน ตา งดา ว ๑๐๘ คน (๒๑) โครงการอบรมครู นักเรียนในโรงเรียนเร�องรูเทาทันและการปองกันตัวเองไมใหเขาสูกระบวน การคา มนุษย รวมทัง้ กฎหมายตาง ๆ ทเี่ กย่ี วขอ ง จาํ นวน ๖๕ โรงเรียน (๒๒)กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ตานภัยการคามนุษย เปนแกนนําในการรณรงคและเผยแพรความรู เร�องการปอ งกันการคา มนุษยในสถานศกึ ษา จํานนว ๖๕ โรงเรียน (๒๓) โครงการอบรมครู นักเรียนในโรงเรียนการปองกันและปราบปรามการคามนุษย สพป.สกลนคร เขต ๒ รวม ๖๑ โรงเรยี น รวม ๒๔๔ คน (๒๔) โครงการอบรมใหค วามรกู ฎหมายเกี่ยวกบั การคา มนษุ ย  ดา นการคุมครองชวยเหลือ (๑) โครงการ/กจิ กรรม เสรมิ สรา งองคค วามรแู ละการปฏบิ ตั กิ ารใหค วามชว ยเหลอื ผเู สยี หายจากการคา มนษุ ย (๒) โครงการออกตรวจสถานบริการสถานประกอบการเพ�อปอ งกันและปราบปราบการคา มนุษย (๓) โครงการรวมปอ งกันและปราบปรามการคา มนษุ ย กลมุ เปา หมาย ไดแก ผปู ระกอบการรา นอาหาร รานคา รานเกมสห อพัก โรงงาน โรงแรม (๔) โครงการควบคุมอาชญากรรมประเภทประทษุ รา ยตอชีวติ รา งกาย (๕) โครงการปองกนั อาชญากรรมในท่สี าธารณะ (๖) โครงการพนื้ ท่ีปลอดภยั (๗) โครงการเสริมสรางศักยภาพเจาหนาที่ตํารวจ อบรม พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามการคามนุษย พ.ศ. ๒๕๕๑ (๘) โครงการปองกนั และปราบปรามการใชแรงงานคามนุษย จาํ นวน ๑๒๐ คน (๙) ประสานทมี สหวชิ าชพี และหนว� ยงานทเี่ กย่ี วขอ ง เพอ� ประชมุ วางแผนดาํ เนนิ การชว ยเหลอื และประสาน หนว� ยงานทเี่ กยี่ วของ (๑๐) การใหความชว ยเหลอื และคุมครองผเู สยี หายจากการคามนษุ ย ไดแ ก ท่ีพกั พงิ , อาหาร, การรกั ษา พยาบาลการบาํ บดั ฟน ฟทู างรา งกายและจติ ใจ, กศน.ใหก ารศกึ ษา, การฝก อบรม, การใหค วามชว ยเหลอื ทางกฎหมาย

รายงานสถานการณการคา มนุษยรายภมู ภิ าคและการจดั ระดับสถานการณก ารคามนษุ ยจ ังหวดั (Grouping) 53 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจริญ อุบลราชธาน)ี  ดา นการพฒั นาความรว มมือกับภาคีเครือขาย (๑) โครงการออกตรวจตามแผนบูรณาการปอ งกันและปราบปรามการคา มนษุ ยจังหวดั สกลนครรวมกับ ทมี สหวิชาชพี หน�วยงานและภาคีเครือขาย (๒) โครงการฝก อบรมชดุ ปฏบิ ตั กิ ารในการปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ยแ ละการรกั ษา ความสงบ เรียบรอ ยจังหวัดสกลนคร ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ จํานวน ๒๐๐ คน (๓) โครงการเผยแพรค วามรู พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย พ.ศ. ๒๕๕๑ และแกไขเพมิ่ เตมิ ใหแ กเจา ของ/ลกู จาง ในสถานประกอบการ หรอื สถานบนั เทิง จาํ นวน ๑๐๐ คน (๔) โครงการอบรมวิทยากรเพ�อการปองกันการคา มนุษย ประจําปง บประมาณ ๒๕๖๓ (๕) โครงการออกตรวจตามแผนบรู ณาการปอ งกันและปราบปรามการคา มนุษยจังหวัดสกลนครรวมกบั ทีมสหวิชาชพี หนว� ยงานและภาคีเครือขา ย ประจําปงบประมาณ ๒๕๖๓ (๖) ออกหนว� ยบรกิ ารตาม “โครงการจงั หวดั เคลอ� นที่ หนว� ยบาํ บดั ทกุ ขบ าํ รงุ สขุ สรา งรอยยมิ้ ใหป ระชาชน จังหวัดสกลนคร”/เผยแพรข าวสาร จํานวน ๑๘ อาํ เภอ (๗) โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบการใหความชวยเหลือ ปองกัน คุมครอง ฟนฟูเยียวยา ผเู สียหาย จาํ นวน ๔๐ คน (๘) โครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารพฒั นากลไกการเฝา ระวงั และการคมุ ครองคนขอทาน คนไรท พ่ี งึ่ ในชมุ ชน (๙) โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการจัดทําและพัฒนาฐานขอมูลการคุมครองคนขอทาน คนไรท่ีพึ่งระดับ จังหวดั (๑๐) โครงการอบรมสงเสรมิ ความรูเพ�อเตรียมความพรอมเดก็ กอ นเขา สูตลาดแรงงาน จาํ นวน ๑๐๐ คน (๑๑) โครงการเครอื ขา ยชมุ ชนรว มรณรงคป อ งกนั การหลอกลวง และลกั ลอบ ไปทาํ งานตา งประเทศ จาํ นวน ๑,๑๐๐ คน (๑๒) โครงการประชุมนายจาง/เจา ของสถานประกอบการจงั หวัดสกลนคร จาํ นวน ๑๘๐ คน (๑๓) โครงการพฒั นาเครอื ขา ยพนกั งานเจา หนา ทสี่ ง เสรมิ ความประพฤตนิ กั เรยี นและนกั ศกึ ษา การปราบปราม การคา มนุษยและคุมครองชว ยเหลอื ผูเสียหายจากการคามนุษย จาํ นวน ๑๐๐ คน ❖ จังหวดั ยโสธร  ดานการพัฒนากลไกเชงิ นโยบายและการขบั เคลอ� น (๑) โครงการจดั ทาํ แผนปฏบิ ตั กิ ารปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ยจ งั หวดั ดา นแรงงาน จาํ นวน ๑ แผน (๒) โครงการประชมุ จดั ทาํ แผนปฏบิ ตั กิ ารปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ยจ งั หวดั และเขยี นโครงการ เพ�อขอรับการสนบั สนนุ งบประมาณจากกองทนุ เพ�อการปองกนั และปราบปรามการคามนุษย ประจําป ๒๕๖๓ (๓) กจิ กรรมประชุมขับเคล�อนการปฏบิ ตั ขิ องศนู ยป ฏิบตั กิ ารคามนุษยด านแรงงานระดบั จังหวดั (๔) การประชุมคณะอนุกรรมการ ศูนยปฏิบัติการปองกันและปราบปรามการคามนุษยจังหวัดยโสธร จํานวน ๒ ครง้ั (๕) จดั ทาํ ฐานขอ มลู สถานบรกิ าร สถานประกอบการ และพน้ื ทเี่ สย่ี งตอ การกระทาํ ความผดิ ฐานคา มนษุ ย เพ�อเปนขอมูลในการสบื สวนจบั กมุ และติดตามความคืบหนาในการดําเนนิ คดี

54 รายงานสถานการณการคา มนษุ ยรายภูมิภาคและการจดั ระดบั สถานการณการคามนษุ ยจ ังหวดั (Grouping) (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจรญิ อุบลราชธานี)  ดานการดาํ เนินคดี (๑) การสบื สวน จบั กมุ ดาํ เนนิ คดคี วามผดิ ฐานคา มนษุ ย และประสานขอ มลู ระหวา งหนว� ยงาน ทเ่ี กย่ี วขอ ง มีการบังคบั ใชก ฎหมายอยา งเขมงวด (๒) กิจกรรมตรวจบูรณาการสถานประกอบการกลุมเสี่ยงตามแผนปฏิบัติการปองกันการคามนุษย ดานแรงงานจงั หวดั ยโสธร จํานวน ๑๐ ครั้ง (๓) โครงการตรวจแรงงานกลมุ เสยี่ งในสถานประกอบกจิ การทเี่ สยี่ งตอ การใชแ รงงานเดก็ แรงงานบงั คบั แรงงานขัดหนี้ และการคามนุษยดา นแรงงาน จาํ นวน ๑๒ ครง้ั /ป (๔) โครงการตรวจสอบการทาํ งานของคนตา งดา วในสถานประกอบการ ๒๘๐ แหง จํานวน ๔๓๑ คน (๕) โครงการตรวจสอบและปราบปรามแรงงานตา งดา ว ลงพน้ื ทตี่ รวจตราตามสถานประกอบการ ๘๐ แหง ๑๗๖ คน และมีการดาํ เนนิ คดี ๓ แหง จาํ นวน ๑๗ คน (๖) โครงการตรวจสอบสถานประกอบการ เรอ� ง หนคี้ า งชาํ ระ นายจา งแจง เขา ออกลา ชา และการนาํ สง คาจางตํ่ากวากฎหมายกําหนดและติดตามการใหความชวยเหลือ เยียวยา การเบิกสิทธิประโยชน ดานแรงงาน จํานวน ๑๒ ครง้ั /ป (๗) จัดใหม ีการแจง เหตุ แจงเบาะแส รอ งเรียน และรองทกุ ขเ ก่ียวกบั การคา มนุษย  ดานการปองกัน (๑) การจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ สถานทเ่ี สย่ี ง เชน สถานบรกิ าร ๑๑ แหง สถานประกอบการ ท่ีคลายสถานบริการ ๒๓ แหง โรงแรม ๑๐๕ แหง พน้ื ท่ีสาธารณะ /แหลง ทอ งเทย่ี ว /แหลง ชุมชน (๒) การตัง้ จดุ ตรวจ จุดสกัด ระดบั จงั หวดั ๑ ครัง้ /เดือน ระดับอาํ เภอ ๒ คร้ัง/เดอื น (๓) การรณรงคส รา งจติ สาํ นกึ ในการปอ งกนั และแกไขปญ หาการคา มนษุ ยในชมุ ชนและสถานประกอบการ ผานทางกลไกของรฐั ทกุ ประเภท ระดับจงั หวัด ๑ ครงั้ /เดอื น ระดับอาํ เภอ ๑ คร้ัง/เดือน (๔) กิจกรรมประชารฐั รว มใจสรา งหมูบา น/ชมุ ชนปลอดภัยยาเสพตดิ จาํ นวน ๙๐๘ หมบู า น (๕) กิจกรรมวนั ตอตา นยาเสพติดโลก และกิจกรรมการประกวดชมรมทบู นี ัมเบอรว นั (๖) โครงการแดร (D.A.R.E : Drug Abuse Resistance Education) ประเทศไทย กลุมเปาหมาย ไดร บั ความรูเ ก่ียวกบั ทักษะการดาํ เนนิ ชีวติ ยาเสพติดและอ�น ๆ ทเี่ ปนประโยชน (๗) โครงการตรวจติดตามสถานบริการและสถานประกอบการเพ�อปองกันการกระทํา พ.ร.บ.ปองกัน และปราบปรามการคา มนษุ ย (๘) กิจกรรมการใหคําปรึกษาทางกฎหมายโดยไมเ สยี คาใชจา ย (๙) โครงการจดั ทาํ ทะเบยี นแรงงานตา งดา ว จาํ นวน ๕๐๐ คน (๑๐) โครงการปอ งกนั การคามนุษย แรงงานตา งดา ว ๑๒๐ คน และนายจาง ๔๐ คน (๑๑) โครงการเครือขายชุมชนรวมรณรงคปองกันการหลอกลวงและลักลอบไปทํางานตางประเทศ จํานวน ๑,๑๕๐ คน (๑๒) โครงการเผยแพรความรูปอ งกนั การหลอกลวงคนหางาน จาํ นวน ๑๗,๐๐๐ คน (๑๓) โครงการคุม ครองคนหางานเชิงรกุ ในพืน้ ที่เสีย่ ง จาํ นวน ๒๔๐ คน (๑๔) โครงการตรวจสอบการทาํ งานของคนตางดา วและสถานประกอบการ จาํ นวน ๑๐๐ คน/๕๐ แหง (๑๕) โครงการอบรมปองกนั และแกไขปญ หาการตั้งครรภไมพ รอ มในวยั รุน จํานวน ๑๕๐ คน (๑๖) โครงการอบรมใหความรูเ พ�อพัฒนาครอบครวั อบอุนเขม แข็ง จาํ นวน ๓๐๐ คน

รายงานสถานการณการคา มนุษยร ายภมู ิภาคและการจดั ระดบั สถานการณก ารคามนุษยจงั หวดั (Grouping) 55 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจริญ อุบลราชธานี) (๑๗) โครงการพฒั นาคุณภาพชวี ติ เด็กและเยาวชนจงั หวดั ยโสธร (๑๘) โครงการอบรมปอ งกนั และแกไขปญหาความรนุ แรงตอ เด็ก สตรี และบุคคลในครอบครวั จาํ นวน ๒๕๐ คน (๑๙) โครงการอบรมรวมพลงั ประสานใจหว งใยคนพกิ าร เน�องในวันคนพกิ ารสากล (๒๐) โครงการอบรมเสริมสรางความรูและสรางแกนนําเครือขายเฝาระวังปญหาการคามนุษย จํานวน ๒๕๐ คน (๒๑) โครงการสถานีสวสั ดกิ าร (๒๒) โครงการจดั ระเบยี บขอทาน (๒๓) โครงการจังหวัดยโสธรกาวสูจังหวัดปลอดขอทาน และคนไรที่พึ่งไดรับการจัดสวัสดิการถวนหนา เพ�อลดปญ หาการคา มนษุ ย (๒๔) กจิ กรรมการรณรงคจ ดั ระเบยี บบคุ คลขอทานและการปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย โดยบรู ณาการ รวมกบั ภาคเี ครอื ขา ยทเี่ กี่ยวของ (๒๕) โครงการปอ งกนั และแกไขปญ หาการตง้ั ครรภในวยั รนุ กจิ กรรมเครอื ขา ยเดก็ และเยาวชน ผลติ สอ� สรา งสรรคในการปอ งกนั และแกไขปญ หาการตง้ั ครรภในวยั รุน DJ TEEN กิจกรรมการจดั สวสั ดิการสงั คมสาํ หรับ แมวยั รุน มิตดิ านเศรษฐกจิ (๒๖) โครงการสง เสรมิ ความเขม แขง็ สภาเดก็ และเยาวชน (ประเดน็ การปอ งกนั และแกไขปญ หาความรนุ แรง ตอเดก็ และเยาวชน) (๒๗) กจิ กรรมสงเสริมอาชีพแมวัยรนุ ในชมุ ชนยคุ ๔.๐ และการอบรมเลี้ยงดูเด็กใหม พี ัฒนาการสมวัย (๒๘) โครงการ “ถนนเด็กเดนิ เพลดิ เพลนิ วัฒนธรรม” (๒๙) โครงการคายพทุ ธบุตร (นกั เรยี นวิถีพุทธ) ณ วดั ปาสารธรรม (วดั บานดงบัง) (๓๐) โครงการคา ยทกั ษะชวี ติ ปลกุ พลงั KID พชิ ติ ปญ หา (โรงเรยี นศรฐี านกระจายศกึ ษา อ.ปา ตวิ้ จ.ยโสธร) (๓๑) โครงการคา ยนกั เรยี นแกนนาํ กจิ กรรมสรา งโอกาสทางการศกึ ษาและพฒั นาคนสสู งั คมแหง การเรยี นรู (๓๒) โครงการการปองกนั ปญหาการคา มนษุ ย (๓๓) โครงการสรา งภมู คิ มุ กนั ของสงั คมในมติ วิ ฒั นธรรมประจาํ ป กจิ กรรมอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร “การสรา ง แกนนาํ เพ�อขับเคล�อนสังคม” (๓๔) โครงการรา นเกมสขี าวเพ�อเยาวชน  ดานการคุมครองชว ยเหลือ (๑) ใหความคุมครองผูเสียหายและพยานในคดีคามนุษยตามมาตรการคุมครองพยานในคดีอาญา ใหม ีความปลอดภัยอยางเปน ระบบและมีประสิทธภิ าพ รวมทง้ั เรียกรอ งคา สนิ ไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. ปองกันและ ปราบปรามการคา มนุษย พ.ศ. ๒๕๕๑ (๒) โครงการชว ยเหลอื คมุ ครอง เยียวยาและตดิ ตามสทิ ธิประโยชน ดา นแรงงาน (๓) การพัฒนาบคุ ลากรดานการชว ยเหลือเยียวยาและการขอรบั เงินทดแทน  ดา นการพฒั นาความรวมมือกบั ภาคีเครอื ขา ย การจดั ทาํ ทะเบยี นรายชอ� ภาคเี ครอื ขา ยหนว� ยงานภาครฐั ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคประชาสงั คม ในพื้นที่ใหเปนปจจุบัน โดยเพ่ิม/ขยายจํานวนเครือขายในกลุมอ�น ๆ ตามท่ีเห็นสมควร และสงเสริม/สนับสนุน การจัดเวทหี รอื สรา งชอ งทางการแลกเปลย่ี นขอ มูล/ขาวสาร

56 รายงานสถานการณก ารคามนษุ ยร ายภมู ิภาคและการจัดระดบั สถานการณการคา มนุษยจังหวัด (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจรญิ อบุ ลราชธานี) ❖ จังหวัดศรสี ะเกษ  ดานการพัฒนากลไกเชงิ นโยบายและการขับเคลอ� น (๑) จัดประชุมคณะอนุกรรมการศูนยปฏิบัติการปองกันและปราบปรามการคามนุษยจังหวัดศรีสะเกษ จาํ นวน ๔ ครงั้ (๒) โครงการจัดทําแผนปฏิบัติการปองกันและปราบปรามการคามนุษย เพ�อการขอรับการสนับสนุน จากกองทุนเพ�อการปองกันและปราบปรามการคามนุษย (๓) จดั ทาํ รายงานสถานการณแ ละการดาํ เนนิ งานปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย (จาํ นวน ๑ เลม )  ดา นการดําเนนิ คดี (๑) ดําเนินการตรวจสถานประกอบการ โรงงาน สถานบรกิ าร รานคาราโอเกะ หอพัก โรงแรม รีสอรท สวนสาธารณะ และสถานท่ีสุมเสี่ยง เพ�อปองกันและปราบปรามการคามนุษย ทั้ง ๓๒ สภ. มีการตั้งจุดสกัดก้ัน การลักลอบขนแรงงานตา งดาวผิดกฎหมาย ๒๒ อําเภอ จํานวน ๑๘,๒๙๔ ครัง้ (๒) ดาํ เนนิ การตรวจสถานบรกิ าร สถานประกอบการโรงงาน เพอ� การปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย ๒๒ อําเภอ จาํ นวน ๗๔๐ คร้ัง  ดา นการปองกัน (๑) ดาํ เนนิ การต้ังจดุ ตรวจ/จดุ สกัดตรวจสถานบริการ โรงแรม รา นคา รานคาราโอเกะ รา นเกมส และ ใหความรูแกผ ูประกอบการ ๒๒ อาํ เภอ ๘,๗๓๘ ครงั้ (๒) ตรวจสถานบรกิ าร สถานประกอบกจิ การ โรงงาน เพ�อปองกันและปราบปรามปญหาการคามนษุ ย จาํ นวน ๑๒ ครั้ง (๓) ตรวจสถานบรกิ าร สถานประกอบกิจการ โรงงาน เพ�อปอ งกนั และปราบปรามปญหาการคา มนุษย จาํ นวน ๑๒ ครั้ง (๔) จัดโครงการเครือขายชุมชนรวมรณรงคปองกันการหลอกลวงและลักลอบไปทํางานตางประเทศ ๒ รุน ๑๐ คร้งั ๑,๑๐๔ คน (๕) ตรวจสถานบรกิ าร สถานประกอบกจิ การ โรงงาน เพ�อปอ งกนั และปราบปรามปญหาการคา มนุษย ตรวจแรงงาน/คดั กรองเบอ้ื งตน รบั คาํ รอง/คัดกรองเบ้อื งตน จาํ นวน ๑๒ ครง้ั (๖) ตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงแรม เพ�อปองกันและปราบปรามการคามนุษยและ สนับสนนุ การผลติ ขา วโทรทศั นแ ละเผยแพร ๓ ชองเผยแพรชองทางดงั นี้ ๑) สถานีวิทยแุ หง ประเทศไทย ๒) เว็บไซต สํานักงานประชาสมั พนั ธ ๓) กลมุ ไลนบคุ คล/วทิ ยุ จํานวน ๑๒ ครงั้ (๗) ตรวจสถานประกอบกิจการตามพระราชบญั ญตั ภิ าพยนตรแ ละวีดิทศั น พ.ศ. ๒๕๕๑ (๘) ปอ งกนั และคมุ ครองชว ยเหลอื ตามแผนการปฏบิ ตั งิ านปอ งกันและปราบปรามการคามนุษย (๙) โครงการสนับสนุนการจัดกิจกรรมตอตานการคามนุษยของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ จํานวน ๔๐๐ คน (๑๐) โครงการเผยแพรค วามรเู ก่ยี วกบั การคามนุษยใหแ กกลมุ เปา หมาย ๒ คร้งั ๑๔๐ คน (๑๑) ออกหน�วยบริการจังหวัดเคล�อนท่ี เพ�อรณรงคเผยแพรการปองกันและปราบปรามการคามนุษย จํานวน ๑๒ คร้ัง  ดานการคุมครองชวยเหลือ (๑) เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการคดั แยกผเู สยี หาย พฒั นาคมู อื การดาํ เนนิ งาน ปรบั ปรงุ มาตรฐานสถานคมุ ครอง พฒั นาศักยภาพเจา หนา ที/่ องคก รสง เสรมิ หนว� ยงานแบบครบวงจร

รายงานสถานการณการคามนุษยรายภูมภิ าคและการจัดระดบั สถานการณการคา มนษุ ยจังหวัด (Grouping) 57 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อาํ นาจเจรญิ อบุ ลราชธาน)ี (๒) จัดตง้ั สถานคุมครองของภาคเอกชน (๓) สง เสรมิ เครือขายจากตางประเทศ (๔) สง เสรมิ ใหชุมชนดแู ลผูเสยี หายหลังสงตัวกลับ (๕) พัฒนาระบบบริการลา มสรา งความปลอดภยั (๖) ชว ยเหลอื ใหผเู สียหาย ใหความรวมมือทางคดผี านกระบวนการคมุ ครอง (๗) ดาํ เนนิ การคมุ ครองและชวยเหลือผูเสียหายจากการคามนษุ ย (๘) คมุ ครองชว ยเหลอื ผทู ม่ี ารบั บรกิ ารในศนู ยพ งึ่ ไดข องหนว� ยบรกิ าร ในสงั กดั สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั (๙) คุมครองชวยเหลือเปน เงนิ สงเคราะหใหแกผูด อ ยโอกาส ผยู ากไร คนพิการและผูม ีรายไดน อ ย  ดา นการพฒั นาความรว มมอื กับภาคเี ครอื ขา ย (๑) จดั ทําแผนปฏิบตั ิการปองกันและปราบปรามการคา มนุษยป ระจําป ๒๕๖๒ – ๒๕๖๓ (๒) การบรู ณาการตรวจสถานทเ่ี ส่ยี งตอ การคามนษุ ย ❖ จังหวัดอาํ นาจเจรญิ  ดา นการพฒั นากลไกเชิงนโยบายและการขบั เคลอ� น (๑) ประชุมคณะอนุกรรมการปอ งกนั และปราบปรามการคามนุษย จาํ นวน ๔ ครัง้ (๒) การจัดทาํ แผนปฏิบตั ิการปองกันและปราบปรามการคามนุษย (๓) จดั ประชมุ เพอ� ขบั เคลอ� นและตดิ ตามการปฏบิ ตั งิ านของศนู ยป ฏบิ ตั กิ ารปอ งกนั การคา มนษุ ยด า นแรงงาน ระดับจงั หวัดและการจดั ทําแผนปฏบิ ัติการฯ ระดบั จงั หวดั ดานแรงงาน  ดานการดําเนินคดี (๑) การบงั คับใชก ฎหมายอยางเครง ครัด (๒) การตรวจแรงงานในพนื้ ท่กี ลุมเสย่ี ง  ดานการปองกนั (๑) สรางการรับรูใหกับแรงงานหรือสถานประกอบกิจการ และสงเสริมแนวปฏิบัติการใชแรงงานท่ีดี และมาตรฐานแรงงานไทยในสถานประกอบกจิ การ (๒) โครงการอบรมใหค วามรูในการปอ งกันและปราบปรามการคา มนษุ ยจงั หวัดอํานาจเจรญิ (๓) การตรวจพนื้ ท่ีกลุมเสีย่ ง เชน รานอาหาร รานเกมส สถานประกอบการ (๔) กจิ กรรมบรู ณาการตรวจตราสถานบริการ (๕) โครงการยตุ ิธรรมเคล�อนทสี่ าํ นกั งานยุตธิ รรมจังหวดั อาํ นาจเจริญ (๖) ขบั เคลอ� นมาตรการปอ งกนั อาชญากรรมในระดบั พน้ื ที่ กลมุ เปา หมาย ไดแ ก เครอื ขา ย ยตุ ธิ รรมชมุ ชน ผนู ําชุมชน ประชาชนทั่วไปท้งั ภาครัฐและภาคเอกชน (๗) โครงการขับเคล�อนกลไกเชิงนโยบายในการปองกันและแกไขปญหาการคามนุษยดานแรงงาน ไปสูการปฏิบัตจิ ังหวดั อาํ นาจเจริญประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ จํานวน ๑๑ ครั้ง ๓๓ แหง (๘) โครงการตรวจสอบการทํางานของคนตา งดา ว (๙) กจิ กรรมกาํ กบั ดแู ลใหส ถานประกอบการกจิ การปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและสนบั สนนุ ใหแ รงงาน มคี วามรู ตามกฎหมายคมุ ครองแรงงาน (๑๐) กิจกรรมออกตรวจนิเทศเสริมสรางความรูความเขาใจ ผูประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติ ภาพยนตรแ ละวดิ ีทศั น พ.ศ. ๒๕๕๑ การบงั คบั ใชกฎหมาย

58 รายงานสถานการณก ารคา มนษุ ยรายภูมภิ าคและการจดั ระดับสถานการณการคามนษุ ยจ งั หวดั (Grouping) (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อาํ นาจเจรญิ อบุ ลราชธาน)ี (๑๑) โครงการรา นเกมสขี าวตนแบบเพ�อเยาวชนจังหวดั อํานาจเจริญ ประจาํ ปง บประมาณ ๒๕๖๓ (๑๒) โครงการจดั ระเบยี บคนเรร อน ขอทาน (๑๓) โครงการเผยแพรความรูเ กี่ยวกับการคา มนษุ ยใหแกกลุมเปาหมายในพ้นื ที่ (๑๔) การสนบั สนนุ สภาเดก็ และเยาวชนจงั หวดั เพอ� ตอ ตา นการคา มนษุ ยในกลมุ เดก็ และเยาวชนระดบั พน้ื ท่ี  ดา นการคุม ครองชวยเหลอื (๑) ดาํ เนนิ การชว ยเหลอื คมุ ครองเยยี วยา และตดิ ตามสทิ ธปิ ระโยชนด า นแรงงาน ใหก บั ผทู ต่ี กเปน เหยอ� แรงงานบังคับหรือคามนษุ ยดานแรงงาน (๒) มาตรการคมุ ครองผเู สยี หายจากการคา มนษุ ยโดยการใหส ถานทพี่ กั พงิ ชว่ั คราวสาํ หรบั กลมุ เปา หมาย ทีป่ ระสบปญ หา ใหการชวยเหลอื คมุ ครองสวสั ดภิ าพ กระบวนการคุมครอง พ้ืนฟู เยยี วยากลมุ เปาหมาย เพ�อสง กลบั หรือคืนสสู งั คม  ดานการพฒั นาความรว มมอื กับภาคีเครือขา ย (๑) รณรงคป ระชาสมั พนั ธก ารแกไขปญ หาการคา มนษุ ย ผา นหวั หนา งานรฐั วสิ าหกจิ ผบู รหิ าร สถานศกึ ษา ผบู รหิ ารองคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ กาํ นนั ผูใหญบ า น ฯลฯ เพอ� ไปแจง ทาํ ความเขา ใจใหข า ราชการ พนกั งาน ลกู จา ง ประชาชนท่ัวไปไดทราบโดยทวั่ กัน รวมทั้งหวั หนาสว นราชการ (๒) โครงการตาํ บลตน แบบหว งใยไมท อดทง้ิ กัน เปา หมายเพ�อชมุ ชนเขม แข็ง คนในชุมชนสามารถดแู ล และพง่ึ พาตนเองได (๓) ทาํ เนยี บเครอื ขา ยการดาํ เนนิ งานดา นการปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย ไดแ ก บคุ ลากรภาครฐั เครือขาย อพม. ผูนําชมุ ชน กํานนั ผูใหญบา น และนกั เรียนนักศกึ ษา ❖ จงั หวดั อุบลราชธานี  ดานการพฒั นากลไกเชงิ นโยบายและการขับเคลอ� น (๑) การประชมุ คณะอนกุ รรมการศนู ยป ฏบิ ตั กิ ารปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ยจ งั หวดั จาํ นวน ๖ คร้ัง/ป (๒) การขับเคล�อนการปองกนั การคา มนษุ ยดา นแรงงานไปสูการปฏิบตั ิ - กจิ กรรมการออกตรวจภายใตชดุ ตรวจบูรณาการสถานประกอบการ ๓๐ แหง (๓) กจิ กรรมดา นการออกตรวจปอ งปราบ/ปราบปรามการคา มนษุ ย ๓๖ สถานี (๔) โครงการขบั เคลอ� นการปอ งกนั ปราบปรามการคา มนษุ ยข องศนู ยบ รู ณาการปอ งกนั และปราบปราม การคา มนุษยระดบั อําเภอ ๒๕ อาํ เภอ (๕) โครงการพฒั นาระบบฐานขอ มลู เกย่ี วกบั การขบั เคลอ� นงานดา นการปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย จาํ นวน ๔๐ คน  ดา นการดาํ เนินคดี (๑) โครงการ ๑ สถานี ๑ พนักงานสอบสวนผเู ชย่ี วชาญการสอบสวนคดีคา มนษุ ย ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๓ จํานวน ๓๖ สถานี ๙๒ คน (๒) โครงการพฒั นาศกั ยภาพของฝา ยปกครองในการปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย จาํ นวน ๑๑๐ คน

รายงานสถานการณก ารคา มนุษยรายภมู ภิ าคและการจดั ระดบั สถานการณการคามนษุ ยจ งั หวดั (Grouping) 59 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อบุ ลราชธานี)  ดานการปอ งกัน (๑) ภาคเี ครือขา ยรวมใจพนภยั ไมต กเปน ผเู สยี หายจากการคา มนษุ ย กลมุ เปา หมาย ไดแก อาสาสมคั ร แรงงาน เจาหนา ท่ีจาก อปท.ผอู ยูในวยั แรงงาน จาํ นวน ๒๕๐ คน (๒) โครงการเศรษฐกจิ สงั คมไทย มัน่ คง ม่งั คัง่ และยงั่ ยืน ไรเ หยอ� การคา มนษุ ย กลุม เปาหมาย ไดแ ก ประชาชนทว่ั ไป ผูนําชมุ ชน เชน กํานัน ผูใหญบ า น องคก รภาคเี ครือขาย นายจาง ส�อมวลชน หนว� ยงานภาครฐั (๓) ลอ มรวั้ ชมุ ชนใหป ลอดภยั อพม.อบุ ลราชธานรี ว มใจเฝา ระวงั ภยั จากขบวนการคา มนษุ ย จาํ นวน ๑,๐๐๐ คน (๔) โครงการสรา งภมู คิ มุ กนั เดก็ พน ภยั จากการคา มนษุ ย ตามแนวตะเขบ็ ชายแดน เดก็ ปฐมวยั ผปู กครอง ผูดแู ลเดก็ จาํ นวน ๓๐๐ คน (๕) โครงการพัฒนาศักยภาพ กํานัน ผูใหญบา น ในการเฝา ระวัง ปอ งกันและปราบปรามการคา มนษุ ย กลุมเปาหมาย กาํ นนั ผูใหญบ านในพ้นื ที่ จาํ นวน ๑๐๐ คน (๖) โครงการพัฒนาศักยภาพ กาํ นนั ผูใหญบ าน ในการเฝา ระวงั ปองกันและปราบปรามการคา มนุษย กลมุ เปาหมาย กาํ นัน ผูใหญบ า นในพนื้ ท่ี จํานวน ๑๐๐ คน (๗) โครงการสรา งเครอื ขา ยชมุ ชนเขม แขง็ ปราศจากการคา มนษุ ยในพนื้ ทรี่ มิ ฝง กลมุ เปา หมายเปน บคุ คล ที่อยูอาศัยในพื้นท่ี/หมูบานติดแมน้ําโขง ประกอบดวย ผูนําชุมชนอาสาสมัคร แกนนําเยาวชนและประชาชน จํานวน ๓๐๐ คน (๘) โครงการจัดตั้งเครือขายเฝาระวังและแจงขาวการปองกันการคามนุษย กลุมเปาหมาย หมูบาน ติดชายแดน ๕ หมบู านและแกนนาํ /ประชาชน ในหมบู านทีม่ พี ้ืนที่ติดชายแดน (๙) ประชารฐั รว มแรงรว มใจ ตอ ตา นการคา มนษุ ย กลม เปา หมาย ผนู าํ ชมุ ชน แกนนาํ เครอื ขา ย และประชาชน จํานวน ๑๔๐ คน (๑๐) โครงการพฒั นาแกนนาํ เพอ� เปน เครอื ขา ยในการแจง ขา วสารปอ งกนั การคา มนษุ ยในพน้ื ทอี่ าํ เภอชายแดน ผนู ําชุมชนและประชาชน ในพ้นื ท่อี ําเภอชายแดน จาํ นวน ๒๐๐ คน (๑๑) โครงการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพใหก บั ผปู ฏบิ ตั งิ านและพฒั นาศกั ยภาพเครอื ขา ยเฝา ระวงั เพอ� ปอ งกนั ปญ หา การคา มนษุ ยจ งั หวดั อบุ ลราชธานี ประจาํ ปง บประมาณ ๒๕๖๓ กลมุ เปา หมาย อาสาสมคั รแรงงาน หวั หนา สว นราชการ และเจา หนา ที่เก่ียวขอ ง จํานวน ๒๓๐ คน (๑๒) โครงการเสริมสรางศักยภาพแนวรวมชุมชนปองกันและปราบปรามการคามนุษย กลุมเปาหมาย เจาของหรือผูครอบครองเคหะสถาน สถานประกอบการ ผูนําชุมชน กํานัน ผูใหญบาน อาสาสมัครชุมชนและ ประชาชน จาํ นวน ๒๐๐ คน (๑๓) โครงการเพิม่ ประสิทธภิ าพบคุ ลากรในการปอ งกนั และแกไขปญ หาการคามนุษย กํานนั ผูใหญบาน ผนู าํ ชมุ ชนในพ้ืนทีอ่ ําเภอเมืองฯ จํานวน ๒๐๐ คน (๑๔) โครงการจัดทําทะเบียนคนตางดาวท่ีย�นขอใบอนุญาตทํางาน กลุมเปาหมาย คนตางดาวที่ย�น ขอจดทะเบียน จํานวน ๑,๕๒๖ คน/๑,๙๕๒ ครง้ั (๑๕) โครงการตรวจสอบการทํางานของคนตา งดาวและสถานประกอบการ กลุม เปาหมาย คนตางดาว ในสถานประกอบการ/สถานประกอบการ จาํ นวน ๒๒๐ คน / ๖๐ แหง (๑๖) โครงการเผยแพรค วามรเู พอ� ปอ งกนั การหลอกลวงคนหางานและคมุ ครอง กลมุ เปา หมาย คนหางาน เพ�อเดินทางไปทาํ งานตางประเทศ จาํ นวน ๘,๘๐๐ คน

60 รายงานสถานการณการคา มนุษยร ายภมู ภิ าคและการจัดระดับสถานการณการคามนุษยจ ังหวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อุบลราชธาน)ี (๑๗) โครงการคุมครองคนหางานเชงิ รุกในพ้ืนท่ีเส่ยี ง (เคาะประตบู าน) กลมุ เปา หมาย คนในวัยแรงงาน จาํ นวน ๓๓๐ คน (๑๘) โครงการเครือขายชุมชนรวมรณรงคปองกันการหลอกลวงและลักลอบไปทํางานตางประเทศ กลุมเปา หมาย เครือขายตาง ๆ จํานวน ๕๕๐ คน  ดานการคมุ ครองชวยเหลือ (Protection) (๑) โครงการประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารเพอ� ทบทวนระบบการใหค วามคมุ ครองชว ยเหลอื ผเู สยี หายจากการคา มนษุ ย และดําเนนิ คดขี องจงั หวัดอุบลราชธานี จํานวน ๕๐ คน (๒) แผนการใหความคุมครองชวยเหลอื ผเู สียหายจากการคา มนษุ ย (๓) โครงการประชมุ เพอ� พฒั นาศกั ยภาพทมี สหวชิ าชพี ดา นสทิ ธติ า ง ๆ ตามกฎหมายทผ่ี เู สยี หาย ควรไดร บั และเทคนิคการสรางความเช�อใจ จาํ นวน ๔๐ คน  ดา นการพฒั นาความรว มมือกับภาคเี ครือขาย (๑) โครงการพัฒนาศักยภาพทีมสหวิชาชีพ อําเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี - เมืองโพนทอง แขวงจาํ ปาสัก จํานวน ๕๐ คน (๒) โครงการขบั เคลอ� นสหวชิ าชพี อาํ เภอสริ นิ ธร-เมอื งโพนทอง แขวงจาํ ปาสกั สปป.ลาว จาํ นวน ๖๐ คน (๓) โครงการพัฒนาความรวมมือและสรางเครือขายการมีสวนรวมในการปองกันและแกไขปญหา การคามนษุ ยระหวางอําเภอบุณฑริก จงั หวัดอุบลราชธานี กับเมอื งสุขมุ า แขวงจาํ ปาสัก สาธารณรัฐประชาธปิ ไตย ประชาชนลาว จาํ นวน ๖๐ คน (๔) โครงการพัฒนาศกั ยภาพภาคเี ครือขายส�อมวลชน ไทย - ลาว เพ�อสรางความเขา ใจในการปองกัน การคา มนษุ ย ตามพื้นท่ชี ายแดนในประเทศตนทาง – ปลายทาง จาํ นวน ๗๐ คน (๕) โครงการพัฒนาความรวมมือในการขับเคล�อนงานดานการปองกันปราบปรามและแกไขปญหา การคามนุษยร ว มกับหนว� ยงาน MOU ๑๙ หนว� ยงาน จํานวน ๔๐ คน (๖) โครงการประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารขบั เคลอ� นงานปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ย ระหวา งอาํ เภอโขงเจยี ม - เมืองชะนะสมบูรณ จาํ นวน ๕๐ คน

รายงานสถานการณการคามนุษยรายภมู ภิ าคและการจดั ระดับสถานการณก ารคา มนษุ ยจังหวัด (Grouping) 61 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อาํ นาจเจรญิ อุบลราชธาน)ี สว นท่ี ๒ สถานการณก ารคามนษุ ยร ายจังหวดั และภมู ภิ าค พน้ื ทีจ่ ังหวัดในเขตรบั ผิดชอบของสํานักงานสงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ ๖ (จังหวดั นครพนม จงั หวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดยโสธร จงั หวดั ศรีสะเกษ) จงั หวดั อาํ นาจเจริญ และจังหวัดอบุ ลราชธานี) ๒.๑ ขอ มูลบรบิ ทของพ้นื ท่ี ● ขนาดพน้ื ท่ี ตารางท่ี ๑ แสดงขนาดพืน้ ทร่ี ายจังหวดั จังหวัด พื้นท่ี อนั ดับระดบั ภาค อนั ดับระดับ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื กลมุ จังหวัดฯ ตารางกโิ ลเมตร ไร ๔ นครพนม ๕,๕๒๘.๘๘ ๓,๔๗๔,๔๓๗ ๑๓ ๕ ๒ มกุ ดาหาร ๔,๓๓๙.๘๓ ๒,๗๑๒,๓๙๔ ๑๕ ๖ ๓ สกลนคร ๙,๖๐๕.๗๖ ๖,๐๐๓,๖๐๒ ๘ ๗ ๑ ยโสธร ๔,๑๖๑.๖๔ ๒,๖๐๑,๐๔๐ ๑๗ ศรีสะเกษ ๘,๘๓๙.๙๘ ๕,๕๒๔,๙๘๕ ๙ อาํ นาจเจริญ ๓,๑๖๑.๒๕ ๑,๙๗๕,๗๔๘ ๑๙ อุบลราชธานี ๑๕,๗๔๔.๘๔ ๙,๘๔๐,๕๒๖ ๒ รวม ๕๑,๓๘๒.๑๘ ๓๒,๑๓๒,๗๓๒ ทม่ี า : สํานกั ทะเบียนกรมการปกครอง ณ ธันวาคม ๒๕๖๒ จากตารางท่ี ๑ แสดงพน้ื ท่ีจังหวดั ในเขตรับผดิ ชอบของสํานักงานสง เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ ๖ พบวา จังหวัดทม่ี พี ้นื ท่ีใหญเ ปน อนั ดับ ๑ คอื จงั หวดั อุบลราชธานี จาํ นวน ๑๕,๗๔๔.๘๔ ตารางกโิ ลเมตร และจงั หวดั ทมี่ พี ืน้ ท่ี ขนาดเล็กที่สดุ คือจังหวดั อาํ นาจเจริญ จาํ นวน ๓,๑๖๑.๒๕ ตารางกโิ ลเมตร ๒.๒ ลกั ษณะภูมิประเทศและอาณาเขตตดิ ตอ พน้ื ทจี่ งั หวดั ในเขตรบั ผดิ ชอบของสาํ นกั งานสง เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ ๖ ประกอบดว ย ๒ กลมุ จงั หวดั ซง่ึ แบง ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการบรหิ ารงานจงั หวดั และกลมุ จงั หวดั แบบบรู ณาการ กระทรวงมหาดไทย คอื กลมุ จงั หวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนบน ๒ และกลมุ จงั หวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนลา ง ๒ มลี กั ษณะ ภูมปิ ระเทศและอาณาเขตติดตอ ดังน้ี ๑) กลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๒ ประกอบดวย จังหวัดนครพนม มุกดาหาร สกลนคร มีอาณาเขตติดตอกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีแมน้ําโขงเปนเสนกั้นพรมแดน

62 รายงานสถานการณการคา มนุษยร ายภมู ิภาคและการจัดระดับสถานการณก ารคามนษุ ยจ ังหวดั (Grouping) (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อาํ นาจเจริญ อุบลราชธานี) ทจ่ี งั หวดั นครพนมและมกุ ดาหาร มสี ะพานมติ รภาพเชอ� มระหวา งประเทศไทยและสาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว ทจ่ี งั หวดั มกุ ดาหารและนครพนม โดยมเี สน กนั้ พรมแดนตามแนวลาํ นา้ํ โขง ระยะทาง ๒๔๖ กโิ ลเมตร (จงั หวดั มกุ ดาหาร ระยะทาง ๗๒ กิโลเมตร และจงั หวดั นครพนม ระยะทาง ๑๗๔ กิโลเมตร) ซงึ่ สามารถเช�อมตอ ไปยังประเทศในกลุม อินโดจีนได กลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๒ ตั้งอยูประมาณ เสนรุงที่ ๑๖ องศา ๒๕ ลิปดา ถึง ๑๗ องศา ๒๕ ลปิ ดา เหนือ และเสนแวงท่ี ๑๐๔ องศา ๐๘ ลิปดา ถงึ ๑๐๔ องศา ๔๗ ลปิ ดา ตะวันออก มพี ้ืนที่ ประมาณ ๑๙,๔๗๔.๔๗ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๒,๑๙๐,๔๓๓ ไร ประกอบดว ย จงั หวัดนครพนม มีพ้ืนทีป่ ระมาณ ๕,๕๒๘.๘๘ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๓,๔๗๔,๔๓๗ ไร จังหวัดสกลนคร มีพื้นที่ประมาณ ๙,๖๐๕.๓๖ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๖,๐๐๓,๖๐๒ ไร จังหวัดมุกดาหาร มีพื้นท่ีประมาณ ๔,๓๓๙.๘๓ ตารางกิโลเมตร หรอื ประมาณ ๒,๗๑๒,๓๙๔ ไร อาณาเขตตดิ ตอ ดงั น้ี ทศิ เหนอื ติดตอ กบั สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) อาํ เภอเซกา และอาํ เภอบงึ โขงหลง จังหวดั บึงกาฬ ทิศตะวันออก ติดตอกับแมน้ําโขงตรงขามแขวงคํามวน บอลิคาไซย และสะหวันนะเขตสาธารณรัฐ ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว ทศิ ใต ตดิ ตอ กบั อาํ เภอเลงิ นกทา จงั หวดั ยโสธร อาํ เภอชานมุ าน จงั หวดั อาํ นาจเจรญิ และอาํ เภอหนองพอก อาํ เภอโพนทอง จงั หวดั รอยเอด็ ทิศตะวันตก ติดตอ กับจงั หวัดอดุ รธานี และจังหวัดกาฬสินธุ มลี ักษณะภมู ปิ ระเทศ ดงั นี้ จังหวัดนครพนม เปนที่ราบลุมมีที่ราบสูงและภูเขาอยูบางมีแมน้ําสายส้ัน ๆ เปนสาขายอย แยกจาก แมน าํ้ โขงมาหลอ เลยี้ งความอดุ มสมบรู ณภ ายในพนื้ ที่ พนื้ ทสี่ ว นใหญม แี มน าํ้ โขงไหลผา นนครพนม จงึ นบั วา เปน จงั หวดั ทม่ี แี หลง นาํ้ ทสี่ มบรู ณม ากดา นตะวนั ออกมแี มน าํ้ โขงทอดยาวกน้ั พรมแดนระหวา งประเทศไทยกบั ลาว และจงั หวดั นครพนม มจี ดุ ผา นแดนไปประเทศลาว รวม ๖ จุด เปนจดุ ผา นแดนถาวร ๒ จุด และ จุดผอนปรน ๔ จุด จดุ ผานแดนท่ีสําคัญ และเปน สากล คอื ดานสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แหงที่ ๓ ซึ่งเปนประตูไปสูอินโดจนี จังหวัดมุกดาหาร ทางทิศเหนือและทิศใตของจังหวัดเปนที่ราบสูง ทางทิศตะวันตกมีเทือกเขาภูพาน มีลักษณะเปน ปาไม บางแหง เปนปา ทึบ สว นทศิ ตะวันออกเปนทร่ี าบสลบั ปา ไม และมแี มน า้ํ โขงเปนเสนก้ันพรมแดน ระหวา งประเทศไทยกบั สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว มคี วามยาวประมาณ ๗๒ กม. มพี นื้ ทร่ี าบ รอ ยละ ๒๐ ของพื้นท่ีทั้งจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณมีพื้นท่ีปาไมประมาณ ๙๕๓,๓๐๐ ไร คิดเปนรอยละ ๓๕.๑๕ ของพน้ื ทีจ่ ังหวดั จงั หวดั สกลนคร โดยทวั่ ไปเปน ทรี่ าบสงู สงู กวา ระดบั นา้ํ ทะเลโดยเฉลยี่ ประมาณ ๑๗๒ เมตร ดา นทศิ เหนอื ของจงั หวดั (บรเิ วณอาํ เภอบา นมว ง อาํ เภอคาํ ตากลา อาํ เภอสวา งแดนดนิ อาํ เภออากาศอาํ นวย และอาํ เภอเจรญิ ศลิ ป) มลี กั ษณะภมู ิประเทศเปน ทร่ี าบลมุ ลอนคลน� ไมสมํา่ เสมอกัน ใชน้ําจากลาํ หว ยสาขาในการ ทาํ นา ทิศเหนือของอําเภอ อากาศอํานวยเปนที่ราบน้ําทวมถึง เน�องจากติดกับแมน้ําสงคราม ทําใหเหมาะแกการทํานากวาพื้นท่ีโดยรอบ แตพ น้ื ทสี่ ว นใหญเ ปน ปา ทาม ทขี่ น้ึ รมิ นาํ้ และปลอ ยรกรา งวา งเปลา สว นทางตอนใตม ลี กั ษณะเปน แอง กระทะขนาดใหญ เรยี กวา แอง สกลนคร จดุ ตา่ํ สดุ ของแอง คอื ทะเลสาบหนองหาน อาํ เภอเมอื งสกลนคร และหนองญาติ อาํ เภอเมอื งนครพนม นอกจากนย้ี งั มที วิ เขาภพู านทางดา นทศิ ตะวนั ตกและทศิ ใต บรเิ วณอาํ เภอภพู านและอาํ เภอกดุ บากมลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศ แบบภูเขาสงู สลับกบั ท่รี าบ ลูกคล�นทีอ่ ยูชว งกลางระหวางทวิ เขาภูพานในเขตจังหวดั กาฬสินธแุ ละจงั หวัดสกลนคร

รายงานสถานการณการคามนุษยร ายภูมิภาคและการจดั ระดบั สถานการณก ารคามนุษยจ ังหวัด (Grouping) 63 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจริญ อุบลราชธานี) ๒) กลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลาง ๒ ตั้งอยูในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลาง ของประเทศไทย ประกอบดว ยจังหวัด ๔ จงั หวดั ไดแ ก จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอาํ นาจเจริญ และ จงั หวดั อบุ ลราชธานี มขี นาดพนื้ ทีร่ วมกนั ทั้งสน้ิ ๓๑,๙๐๗.๗๔ ตารางกโิ ลเมตร หรือ ๑๙,๙๔๒,๓๓๖ ไร คิดเปน รอ ยละ ๑๘.๘๙ ของพน้ื ทภี่ าคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และรอ ยละ ๖.๒ ของพน้ื ทปี่ ระเทศไทยมอี าณาเขตตดิ ตอ กบั ประเทศเพอ� นบา น ระยะทางรวม ๖๐๑ กโิ ลเมตร ดงั น้ี จงั หวดั อบุ ลราชธานี มอี าณาเขตตดิ ตอ กบั สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว ระยะทาง ๓๖๑ กโิ ลเมตร มอี าณาเขตตดิ ตอ กับราชอาณาจกั รกัมพชู า ระยะทาง ๖๗ กิโลเมตร จงั หวดั ศรีสะเกษ มีอาณาเขตติดตอ กบั ราชอาณาจกั รกมั พชู า ระยะทาง ๑๓๕ กิโลเมตร จงั หวดั อาํ นาจเจรญิ มอี าณาเขตตดิ ตอ กบั สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว ระยะทาง ๓๘ กโิ ลเมตร อาณาเขตตดิ ตอ ทศิ เหนอื มีอาณาเขตตดิ ตอกบั จังหวดั มุกดาหาร ทิศตะวนั ออก มีอาณาเขตตดิ ตอ กบั สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและราชอาณาจกั รกัมพูชา ทิศตะวันตก มอี าณาเขตตดิ ตอ กับจงั หวดั รอ ยเอ็ดและสรุ ินทร ทศิ ใต มีอาณาเขตตดิ ตอ กบั ราชอาณาจักรกมั พชู า มลี กั ษณะภมู ิประเทศ ดังนี้ จงั หวดั ยโสธร พนื้ ทมี่ ลี กั ษณะลาดเอยี งจากทศิ ตะวนั ตกลงไปทางทศิ ตะวนั ออก พนื้ ทท่ี างตอนเหนอื สว นใหญ เปนท่ีราบสูงสลับกับพ้ืนท่ีแบบลูกคล�น มีสภาพเปนปาและมีแหลงน้ําขนาดกลาง ไดแก หวยลิงโจน หวยสะแบก ลาํ โพง ลาํ เซบาย สว นพนื้ ทท่ี างตอนกลางและตอนใต เปน ทร่ี าบลมุ ตาํ่ สลบั กบั สนั ดนิ รมิ นาํ้ มแี หลง นาํ้ ขนาดใหญ ไดแ ก แมนํ้าชี และขนาดกลาง ไดแก ลํานํ้ายัง ลําทวน ไหลผาน มีหนองบึง ลําหวย และแหลงน้ําขนาดเล็กอยูท่ัวไป ลักษณะดนิ สวนมากเปนดินทรายและดนิ เคม็ จังหวัดศรีสะเกษ มีพ้ืนท่ีสวนใหญเปนที่ราบสูงสลับทุงนามีภูเขาและปาไมอยูทางตอนใต และพื้นที่ จะคอ ย ๆ ลาดลงสูท ิศเหนอื และทศิ ตะวนั ตก ซง่ึ เตม็ ไปดวยหว ย คลอง หนอง บงึ ตา ง ๆ ตลอดระยะทางท่ลี ํานํ้ามลู และลํานาํ้ ชไี หลผา นสภาพดินรอยละ ๖๐ เปน ลกั ษณะดินรว นปนทรายที่มกี ารระบายนาํ้ ดีแตมคี วามอดุ มสมบูรณต ํ่า และมแี นวชายแดนตดิ กับประเทศกัมพชู า ประมาณ ๑๒๗ กม. (อาํ เภอกนั ทรลกั ษ ๗๖ กม. อําเภอขนุ หาญ ๑๘ กม. และอาํ เภอภสู งิ ห ๓๓ กม.) จงั หวดั อาํ นาจเจรญิ โดยทวั่ ไปเปน ทล่ี มุ มเี นนิ เขาเตยี้ ๆ ทอดยาวไปจรดจงั หวดั อบุ ลราชธานี ทอี่ าํ เภอชานมุ าน ต้งั อยูสูงจากระดับนํ้าทะเลปานกลาง เฉลีย่ ประมาณ ๖๘ เมตร (๒๒๗ ฟุต) สภาพดินโดยทั่วไป เปน ดินรว นปนทราย และดนิ ลกู รังบางสวน มีลํานํ้าสายใหญไหลผาน ไดแ ก ลาํ เซบก และลําเซบาย จงั หวดั อบุ ลราชธานี ตงั้ อยบู รเิ วณทเ่ี รยี กวา แอง โคราช (Korat basin) สงู จากระดับนํ้าทะเลปานกลาง เฉล่ีย ๖๘ เมตร (๒๒๗ ฟุต) ลักษณะโดยท่ัวไป เปนท่ีราบสูงตํ่าสลับกัน ลาดเอียงไปทางตะวันออก มีแมน้ํามูล ไหลผานกลางจังหวัด จากทศิ ตะวันตกมายงั ทิศตะวันออก ไหลลงสูแมน ํา้ โขงท่ีอาํ เภอโขงเจียม มลี ํานาํ้ สาํ คัญ ไดแก ลําเซบก ลําเซบาย ลําโดมใหญ ลําโดมนอย และมีภูเขาซับซอนหลายแหงบริเวณชายแดนทางตอนใตมีเทือกเขา ท่ีสาํ คญั คอื เทือกเขาบรรทัด และเทือกเขาพนมดงรกั ซึง่ กั้นอาณาเขตระหวางจงั หวดั อุบลราชธานี กับสาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพชู า

64 รายงานสถานการณก ารคา มนุษยร ายภมู ภิ าคและการจัดระดบั สถานการณการคา มนษุ ยจังหวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจริญ อบุ ลราชธานี) ภาพที่ ๑ แผนท่ีแสดงอาณาเขตของกลุมจังหวัดในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบของสํานักงานสงเสริมและ สนบั สนุนวชิ าการ ๖ ● ขอมูลการปกครอง ตารางท่ี ๒ แสดงจาํ นวนเขตการปกครองรายจงั หวดั (หนว� ย : แหง ) จงั หวัด อาํ เภอ ตําบล หมูบ า น อบจ. เทศบาล เทศบาล เทศบาล อบต. นคร เมือง ตาํ บล นครพนม ๑๒ ๙๙ ๑,๑๒๓ ๑ - ๑ ๒๒ ๘๑ มุกดาหาร ๗ ๕๓ ๕๒๖ ๑ - ๑ ๒๕ ๒๙ สกลนคร ๑๘ ๑๒๕ ๑,๕๒๐ ๑ ๑ - ๖๕ ๗๔ ยโสธร ๙ ๗๘ ๘๓๕ ๑ - ๑ ๒๓ ๖๓ ศรสี ะเกษ ๒๒ ๒๐๔ ๒,๖๓๓ ๑ - ๒ ๓๕ ๑๙๒ อาํ นาจเจรญิ ๗ ๕๖ ๖๕๓ ๑ - ๑ ๒๓ ๓๙ อบุ ลราชธานี ๒๕ ๒๑๖ ๒,๖๙๙ ๑ ๑ ๔ ๕๔ ๑๙๙ รวม ๑๐๐ ๘๓๑ ๙,๙๘๙ ๗ ๒ ๑๐ ๒๔๗ ๖๗๗ ที่มา : ระบบสถติ ทิ างทะเบยี นกรมการปกครอง ขอ มูล ณ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ จากตารางท่ี ๒ จงั หวดั ในเขตพน้ื ทรี่ บั ผดิ ชอบสาํ นกั งานสง เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ ๖ แบง การปกครอง สวนภูมิภาคออกเปน ๑๐๐ อําเภอ ๘๓๑ ตําบล ๙,๙๘๙ หมูบาน และการปกครองสวนทองถ่ินแบงออกเปน องคการบริหารสวนจังหวัด ๗ แหง เทศบาลนคร ๒ แหง เทศบาลเมือง ๑๐ แหง เทศบาลตําบล ๒๔๗ แหง

รายงานสถานการณการคามนษุ ยร ายภูมภิ าคและการจัดระดับสถานการณก ารคา มนุษยจังหวัด (Grouping) 65 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจรญิ อบุ ลราชธาน)ี องคการบริหารสวนตําบล ๖๗๗ แหง โดยมีรายละเอียดจังหวัดที่มีจํานวนพ้ืนที่ทางการปกครองมากท่ีสุด ไดแก จังหวัดอุบลราชธานี มีจํานวนทั้งสิ้น ๒๕ อําเภอ ๒๑๖ ตําบล ๒,๖๙๙ หมูบานและจังหวัดท่ีมีจํานวนพ้ืนที่ ทางการปกครองนอยที่สดุ ไดแก จงั หวดั มุกดาหาร ประกอบดว ย ๗ อาํ เภอ ๕๓ ตําบล ๕๒๖ หมูบา น ● ขอมลู ประชากร ตารางที่ ๓ แสดงจํานวนประชากรจาํ แนกตามเพศและความหนาแนน� รายจังหวดั (หน�วย : คน) จงั หวดั จํานวนประชากร พน้ื ท่ี ตร.กม ความหนาแนน� ชาย หญิง รวม คน/ตร.กม. นครพนม ๓๕๘,๗๒๐ ๓๖๐,๔๑๖ ๗๑๙,๑๓๖ ๕,๕๒๘.๘๘ ๑๓๐.๐๗ มกุ ดาหาร ๑๗๖,๗๐๘ ๑๗๖,๔๖๖ ๓๕๓,๑๗๔ ๔,๓๓๙.๘๓ ๘๑.๓๘ สกลนคร ๕๗๔,๓๔๒ ๕๗๙,๐๔๘ ๑,๑๕๓,๓๙๐ ๙,๖๐๕.๗๖ ๑๒๐.๐๗ ยโสธร ๒๖๘,๗๗๔ ๒๖๘,๕๒๕ ๕๓๗,๒๙๙ ๔,๑๖๑.๖๔ ๑๒๙.๑๑ ศรสี ะเกษ ๗๓๔,๔๐๕ ๗๓๘,๔๕๔ ๑,๔๗๒,๘๕๙ ๘,๘๓๙.๙๘ ๑๖๖.๖๑ อาํ นาจเจริญ ๑๘๘,๖๓๒ ๑๘๙,๘๐๖ ๓๗๘,๔๓๘ ๓,๑๖๑.๒๕ ๑๑๙.๗๑ อุบลราชธานี ๙๓๙,๐๕๔ ๙๓๙,๐๙๒ ๑,๘๗๘,๑๔๖ ๑๕,๗๔๔.๘๔ ๑๑๙.๒๙ รวม ๓,๒๔๐,๖๓๕ ๓,๒๕๑,๘๐๗ ๖,๔๙๒,๔๔๒ ๕๑,๓๘๒.๑๘ ๑๒๖.๓๖ ท่มี า : ระบบสถิติทางทะเบยี นกรมการปกครอง ขอ มลู ณ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ จากตารางที่ ๓ จํานวนประชากรจําแนกตามเพศและความหนาแน�นกลุมจังหวัดที่อยูในเขตรับผิดชอบ ของสํานกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ ๖ มีประชากรชาย ๓,๒๔๐,๖๓๕ คน ประชากรหญงิ ๓,๒๕๑,๘๐๗ คน รวมท้งั สิ้น ๖,๔๙๒,๔๔๒ คน โดยมีพืน้ ที่ ๕๑,๓๘๒.๑๘ ตร.กม. ความหนาแนน� ของประชากร ๑๒๖.๓๖ คน/ตร.กม. ซง่ึ จงั หวดั ทมี่ ีความหนาแนน� ของประชากรมากท่สี ดุ ๓ อันดบั แรกคือ จงั หวัดศรีสะเกษ อยูที่ ๑๖๖.๖๑ คน/ตร.กม. จงั หวัดนครพนม อยูท่ี ๑๓๐.๐๗ คน/ตร.กม. จงั หวดั อุบลราชธานี อยทู ี่ ๑๒๖.๓๖ คน/ตร.กม. ● ขอ มูลดา นแรงงาน ตารางที่ ๔ ภาวการณมงี านทําของประชากรรายจังหวดั (หน�วย : คน) กาํ ลงั แรงงานในปจจุบนั ผูที่ไมอยูในกําลงั แรงงาน จังหวัด ผูม ีงานทํา ผวู างงาน กาํ ลงั แรงงาน ทาํ งานบาน เรียนหนงั สือ อ�น ๆ ทีร่ อฤดูกาล นครพนม ๒๗๐,๕๒๑ ๖,๒๖๙ ๔,๕๒๖ ๔๑,๑๓๙ ๓๖,๒๙๔ ๘๓,๑๖๕ มกุ ดาหาร ๑๘๔,๕๔๕ ๙๕๖ ๒,๐๐๓ ๒๑,๗๔๘ ๒๓,๖๐๑ ๔๒,๕๕๐ สกลนคร ๓๗๖,๑๒๘ ๑,๑๕๔ ๘,๕๘๘ ๑๒๙,๐๓๗ ๖๕,๘๗๖ ๑๕๐,๐๐๑ ยโสธร ๒๗๒,๑๘๗ ๑,๗๘๐ ๘,๕๔๓ ๑๔,๙๖๒ ๓๑,๓๗๐ ๕๗,๘๗๑

66 รายงานสถานการณก ารคามนุษยร ายภูมิภาคและการจัดระดับสถานการณก ารคา มนษุ ยจ งั หวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจริญ อุบลราชธาน)ี กาํ ลังแรงงานในปจ จบุ นั ผูท ี่ไมอยูในกาํ ลงั แรงงาน จังหวัด ผูมงี านทํา ผูว า งงาน กําลงั แรงงาน ทาํ งานบา น เรียนหนงั สือ อ�น ๆ ทรี่ อฤดกู าล ศรสี ะเกษ ๕๓๕,๗๓๐ ๒,๔๗๘ ๙,๘๙๖ ๖๕,๓๔๐ ๗๓,๘๑๖ ๑๒๒,๔๐๖ อาํ นาจเจรญิ ๑๒๐,๖๓๔ ๑,๐๒๑ ๕,๔๑๒ ๒๖,๖๘๒ ๑๗,๖๔๐ ๔๘,๓๕๑ อบุ ลราชธานี ๘๖๗,๓๙๔ ๒,๕๐๔ ๑,๗๐๕ ๑๑๓,๕๕๓ ๑๔๘,๘๕๙ ๒๒๗,๓๒๘ รวม ๒,๖๒๗,๑๓๙ ๑๖,๑๖๒ ๔๐,๖๗๓ ๔๑๒,๔๖๑ ๓๙๗,๔๕๖ ๗๓๑,๖๗๒ ทม่ี า : ภาวการณท ํางานของประชากร ตารางสถิตริ ะดับจงั หวัด ไตรมาสท่ี ๑ (ม.ค.- มี.ค. ๖๒) สํานักงานสถติ ิแหง ชาติ ขอ มูล ณ มิถุนายน ๒๕๖๒ จากตารางท่ี ๔ แสดงภาวการณมีงานทําของประชากรรายจังหวัด พบวามีกําลังแรงงาน ทั้งหมด ๒,๖๘๓,๙๗๔ คน แบงเปนผูมีงานทํา จํานวน ๒,๖๒๗,๑๓๙ คน ผูวางงาน ๑๖,๑๖๒ คน และกําลังแรงงาน ทร่ี อฤดกู าล จาํ นวน ๔๐,๖๗๓ คน ผทู ่ีไมอ ยูในกาํ ลงั แรงงาน มที งั้ หมด ๑,๕๔๑,๕๘๙ คน แบง เปน ทาํ งานบา น ๔๑๒,๔๖๑ คน เรยี นหนงั สือ ๓๙๗,๔๕๖ คน อ�น ๆ ๗๓๑,๖๗๒ คน จังหวดั ทม่ี กี าํ ลงั แรงงานมากทีส่ ดุ ไดแ ก จงั หวัดอบุ ลราชธานี มีจํานวน ๘๗๑,๖๐๓ คน รองลงมาคือจังหวัดศรสี ะเกษมจี าํ นวน ๕๔๘,๑๐๔ คน ● ขอมลู ดา นเศรษฐกิจ ตารางท่ี ๕ แสดงจํานวนการขยายตวั ของผลติ ภณั ฑมวลรวมจังหวดั รายจงั หวัด พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๐ อตั ราการขยายตวั GPP (รอ ยละ) จังหวัด อตั ราขยายตวั ท่ีแทจรงิ ป ๒๕๕๙ ป ๒๕๖๐ นครพนม ๕.๕ ๐.๓ มกุ ดาหาร ๒.๒ ๗.๑ สกลนคร ๗.๑ -๐.๑ ยโสธร ๔.๖ -๒.๗ ศรสี ะเกษ ๓.๗ ๐.๙ อาํ นาจเจรญิ ๔.๐ ๕.๓ อบุ ลราชธานี ๔.๔ ๓.๖ ทม่ี า : ผลิตภณั ฑภ าคและจงั หวดั แบบปริมาณลูกโซ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ จากตารางท่ี ๕ การขยายตัวของผลิตภัณฑมวลรวมจังหวัดรายจังหวัด พบวา เม�อเปรียบเทียบอัตรา การขยายตัว GPP ป ๒๕๕๙ กับ ป ๒๕๖๐ พบวามี ๒ จังหวัดมีอัตรา GPP เพ่ิมข้ึนไดแก จังหวัดมุกดาหาร มกี ารขยายตวั ของ GPP เพมิ่ ขน้ึ จาก ๒.๒ เปน ๗.๑ และจงั หวดั อาํ นาจเจรญิ มกี ารขยายตวั ของ GPP เพมิ่ ขนึ้ จาก ๔.๐

รายงานสถานการณการคา มนุษยรายภูมภิ าคและการจัดระดบั สถานการณการคามนษุ ยจ งั หวัด (Grouping) 67 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อุบลราชธาน)ี เปน ๕.๓ สําหรับ ๔ จังหวัดมีอัตราการขยายตัว GPP ลดลง ไดแก จังหวัดนครพนม จาก ๕.๕ เปน ๐.๓ จงั หวัดสกลนคร จาก ๗.๑ เปน -๐.๑ จังหวดั ยโสธร จาก ๔.๖ เปน -๒.๗ จงั หวดั ศีรสะเกษ จาก ๓.๗ เปน ๐.๙ จงั หวัดอบุ ลราชธานี จาก ๔.๔ เปน ๓.๖ ตารางที่ ๖ แสดงผลิตภณั ฑจังหวัดตอหวั (GPP per capita) ป ๒๕๖๐ รายจงั หวดั (หนว� ย : บาท) จังหวดั บาทตอป ระดับประเทศ ๒๒๘,๓๙๘ นครพนม ๗๖,๐๐๐ มุกดาหาร ๗๔,๗๒๙ สกลนคร ๖๘,๘๘๗ ยโสธร ๕๔,๑๘๓ ศรสี ะเกษ ๖๗,๓๖๒ อาํ นาจเจริญ ๖๓,๘๖๐ อุบลราชธานี ๗๐,๕๕๑ ท่มี า : ผลติ ภัณฑภาคและจังหวดั แบบปริมาณลูกโซ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ สํานักงานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาติ สืบคน ขอ มูล ณ วนั ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๒ จากตารางที่ ๖ พบวา ผลติ ภณั ฑจ งั หวดั ตอ หวั (GPP per capita) ป ๒๕๖๐ จังหวดั นครพนมมีผลิตภัณฑ จังหวัดตอหัว มากท่ีสุดคือ ๗๖,๐๐๐ บาท รองลงมาจังหวัดมุกดาหารคือ ๗๔,๗๒๙ บาท จังหวัดอุบลราชธานี ๗๐,๕๕๑ บาท จังหวัดสกลนคร ๖๘,๘๘๗ บาท จงั หวดั ศรสี ะเกษ ๖๗,๓๖๒ บาท จังหวัดอํานาจเจริญ ๖๓,๘๖๐ บาท และจงั หวัดยโสธร ๕๔,๑๘๓ บาท ตามลาํ ดับ ตารางที่ ๗ แสดงรายไดโดยเฉลยี่ ตอเดอื นตอครวั เรือน พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐ รายจงั หวัด (หน�วย : บาท) จงั หวัด ๒๕๕๖ ๒๕๕๘ ๒๕๖๐ ระดับประเทศ ๒๕,๑๙๔ ๒๖,๙๑๕ ๒๖,๙๔๖ นครพนม ๑๔,๓๑๐ ๑๕,๘๐๔ ๑๕,๘๓๔ มุกดาหาร ๑๖,๔๙๔ ๒๒,๘๗๐ ๒๐,๔๔๐ สกลนคร ๑๖,๘๕๔ ๑๙,๒๘๑ ๑๗,๘๒๐ ยโสธร ๑๔,๔๑๘ ๑๙,๕๑๘ ๑๖,๗๕๒ ศรสี ะเกษ ๑๖,๒๐๗ ๑๘,๗๙๓ ๑๗,๔๘๕ อํานาจเจรญิ ๑๗,๒๗๓ ๒๑,๑๗๓ ๑๘,๒๓๑ อุบลราชธานี ๒๒,๓๔๔ ๒๐,๔๕๓ ๒๔,๓๘๐ ท่ีมา : การสํารวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สํานักงานสถิติแหงชาติ กระทรวงดิจิทัลเพ�อเศรษฐกิจ สืบคนขอมูล ณ วันที่ ๑๖ สงิ หาคม ๒๕๖๒

68 รายงานสถานการณก ารคา มนษุ ยร ายภูมภิ าคและการจดั ระดบั สถานการณการคามนุษยจ ังหวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อาํ นาจเจริญ อบุ ลราชธานี) จากตารางที่ ๗ พบวา รายไดโดยเฉลย่ี ตอ เดอื นตอ ครวั เรอื นของจงั หวดั พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐ เมอ� เปรยี บเทยี บ ป ๒๕๕๘ และ ป ๒๕๕๖๐ จังหวัดที่มีรายไดเฉลี่ยตอครัวเรือนลดลง คือ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอํานาจเจริญ สําหรับจังหวัดท่ีมีรายไดโดยเฉลี่ยตอเดือนตอครัวเรือน เพิ่มข้นึ คือ จงั หวดั นครพนม และจังหวดั อบุ ลราชธานี ๒.๒ สถานะและเสน ทางการคามนุษย ตารางที่ ๘ แสดงสถานะและเสน ทางของการคามนุษยรายจงั หวดั ป ๒๕๖๒ จงั หวดั สถานะและเสน ทางของการคามนุษยรายจังหวัด นครพนม ตน ทาง ทางผาน ปลายทาง มุกดาหาร ✓✓✓ สกลนคร ยโสธร ✓✓✓ ศรสี ะเกษ อํานาจเจรญิ ✓✓✓ อุบลราชธานี ✓-✓ ✓✓✓ ✓✓ - ✓✓✓ ❖ จงั หวดั นครพนม สภาพโดยทว่ั ไปของจงั หวดั นครพนมเปน ทรี่ าบลมุ มที รี่ าบสงู และภเู ขาอยบู า ง มแี มน า้ํ สายสนั้ ๆ เปน สาขายอ ย แยกจากแมน ้าํ โขงมาหลอ เล้ยี งความอุดมสมบรู ณภายในพ้ืนที่ พ้นื ที่สวนใหญมีแมน้าํ โขงไหลผาน นครพนมจึงนับวา เปน จงั หวดั ทม่ี แี หลง นาํ้ ทสี่ มบรู ณม าก ดา นตะวนั ออกมแี มน าํ้ โขงทอดยาวกน้ั พรมแดนระหวา งประเทศไทยกบั สปป.ลาว มจี ดุ ผานแดนไป สปป.ลาว รวม ๖ จุด เปน จดุ ผา นแดนถาวร ๒ จดุ และ จุดผอ นปรน ๔ จดุ จดุ ผา นแดนที่สาํ คญั และเปน สากล คอื ดา นสะพานมติ รภาพไทย - ลาว แหง ที่ ๓ ซงึ่ รฐั บาลไทย-ประเทศลาว รว มมอื กนั สรา งและเปน ประตู ไปสูอินโดจีน สถานการณด า นการคา มนษุ ยในจงั หวดั นครพนมไมม คี วามรนุ แรงเดน ชดั แตไ ดร บั ผลกระทบ จากอาชญากร ดานการคามนุษยบาง ในฐานะผตู กเปน เหยอ� และกลุมเสย่ี งตอการเปนเหย�อ เสนทางการคามนษุ ยจ งั หวดั นครพนม (๑) ใชว ธิ กี ารเดนิ ทางโดยนง่ั เรอื ขา มแมน า้ํ โขงมาขนึ้ ฝง ทจ่ี ดุ ผอ นปรนอาํ เภอเมอื งนครพนม อาํ เภอทา อเุ ทน อําเภอธาตุพนม อําเภอเมือง และอําเภอบานแพง จากน้ันเดินทางโดยรถรับจางเขาจังหวัด หรือมีนายหนา นาํ รถมารบั สง ไปยังจงั หวัดอน� (๒) ใชวิธีเดินทางโดยการน่ังเรือขามแมนํ้าโขง มายังฝงที่อยูตรงขามหมูบาน แลวลักลอบเขาเมือง เพ�อหางานทาํ และมีนายหนาหรอื ญาติพนี่ อ งมารับตอ ไปยงั กรงุ เทพฯ หรือจงั หวัดอ�น ❖ จังหวัดมกุ ดาหาร มแี นวเขตแดนขนานไปกบั แขวงสะหวนั นะเขต ประเทศลาว ตามลาํ แมน าํ้ โขง เปน ระยะทางประมาณ ๗๒ กโิ ลเมตร แขวงสะหวนั นะเขตเปน แขวงทมี่ ขี นาดใหญเ ปน อนั ดบั ๒ ของประเทศ ราษฎรป ระสบปญ หาในการประกอบอาชพี

รายงานสถานการณก ารคามนษุ ยร ายภูมิภาคและการจดั ระดบั สถานการณก ารคา มนุษยจังหวัด (Grouping) 69 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจรญิ อบุ ลราชธานี) ดานการเกษตรท่ีสามารถทําไดเพียงตามฤดูกาล ขาดการสงเสริมการลงทุนภายใน ประชาชนมีหลายเผาพันธุ มีการเคล�อนยายแรงงาน ทั้งถูกตองตามกฎหมายและไมถูกกฎหมายเขาประเทศไทย โดยใชจังหวัดมุกดาหาร เปนทางผานเขาสูกรุงเทพมหานครและจังหวัดอ�น ๆ เปนจํานวนมาก ทําใหเปนชองทางของขบวนการคามนุษย มกี ารประสานงานการจบั กมุ ขบวนการคา มนษุ ยไดบ า ง แตม กั จะเปน ลกู ขา ยไมส ามารถจบั กมุ ผเู ปน หวั หนา ขบวนการได ซึ่งลักษณะการคามนุษยที่เกิดขึ้น เปนลักษณะกลุมนายทุนหรือผูที่เขามาใชแรงงาน เปนผูชักชวนผูท่ีไมมีงานทํา การศกึ ษานอ ย วา งงานในฤดเู กบ็ เกย่ี ว ใน สปป.ลาว เขา มาแสวงหาโอกาสและรายไดในฝง ประเทศไทย โดยผชู กั ชวน จะอาํ นวยความสะดวกในการเดนิ ทางหาทพี่ กั และหางานใหท าํ กลมุ คนเหลา นจี้ ะแฝงเขา มาในรปู แบบของนกั ทอ งเทยี่ ว โดยใชพ าสปอรต ใชเวลาประมาณ ๓๐ วนั เม�อครบกําหนดก็จะตออายพุ าสปอรตเพ�อขออนญุ าตอยูในประเทศไทย ตอ บางสว นเขา มาลกั ลอบคา ประเวณี โดยแอบแฝงในรปู ของการประกอบอาชพี เชน นวดแผนไทย เดก็ เสริ ฟ รา นอาหาร รานคาราโอเกะ หรือคาเฟ เปน ตน เสนทางการคา มนุษยจงั หวดั มุกดาหาร (๑) ใชเ สน ทางการเดินทางโดยนัง่ เรอื ขามแมน ้าํ โขงมาข้นึ ฝงท่จี ุดผอ นปรนอาํ เภอเมือง อาํ เภอดอนตาล และอาํ เภอหวา นใหญ จากนนั้ เดนิ ทางโดยรถรบั จา งเขา จงั หวดั มกุ ดาหารหรอื มนี ายหนา เอารถมารบั ไปยงั จงั หวดั อน� ๆ (๒) ใชเสนทางโดยการน่ังเรือขามแมน้ําโขง มายังฝงที่อยูตรงขามหมูบาน โดยการลักลอบเขาเมือง เพ�อมาทํางานในจังหวดั มุกดาหาร โดยมีนายหนา มารอรบั หรือญาติ พน่ี อ งมารอรบั ไปทํางานในกรุงเทพฯ ❖ จงั หวดั สกลนคร มีขนาดของพืน้ ที่ใหญเปนอนั ดับ ๙ ของประเทศ และอันดบั ๘ ของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื หา งจาก สะพานมติ รภาพไทย-ลาว แหง ท่ี ๒ จงั หวัดมุกดาหาร ประมาณ ๑๒๐ กโิ ลเมตร และสะพานมิตรภาพ ไทย - ลาว แหง ที่ ๓ จงั หวดั นครพนม ประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ซงึ่ เปนเขตแดนระหวา งประเทศไทย กบั สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตย ประชาชนลาว และสถานการณป ญ หาการคา มนษุ ยในจงั หวดั สกลนคร มคี วามรนุ แรงไมม าก ผลทเี่ กดิ ในคดคี า มนษุ ย สวนใหญเกิดจากการแสวงหาประโยชนหญิงอายุตํ่ากวา ๑๘ ป การบังคับใชแรงงานหรือบริการ ซึ่งสงผลกระทบ ตอเด็กวัยรุนในพื้นท่ี เขาสูอาชีพการคาประเวณีโดยสมัครใจเปนการเส่ียงตอการเกิดปญหาคามนุษยในรูปแบบ การแสวงประโยชนทางเพศ ❖ จังหวัดยโสธร จังหวัดยโสธร เปนจังหวัดท่ีมีพ้ืนท่ีติดกับจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดมุกดาหารติดกับแขวงสะวันเขต สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว ดังนนั้ จึงมหี ญงิ สาวจากแขวงสะวันเขตเขามาทํางานอยทู ่ีรานคาราโอเกะ ในจังหวัดมุกดาหารและยโสธรจํานวนหน่ึง นอกจากนี้ ยังมีแรงงานที่เปนคนสัญชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ไดเขา มาทํางานคา ขายอยูในจงั หวดั ยโสธรอีกดวย และในป ๒๕๖๑ มีสถติ ิดานการดาํ เนนิ คดีเก่ียวกบั การคามนุษยแ ละมีผเู สียหายจากการคามนษุ ย จํานวน ๑ คดี ซง่ึ เปนการคา ประเวณี ซงึ่ เปนรูปแบบหน่งึ ของการคา มนษุ ยท เี่ ปน เดก็ วยั รนุ ทอี่ าจรบั อทิ ธพิ ลจากการเปลยี่ นแปลงไปจากในอดตี มผี ลมาจากความกา วหนา ทางเทคโนโลยี ภาวการณท าํ ใหท นั สมยั แนวคดิ เรอ� งทนุ นยิ มสง ผลตอ ความคดิ และพฤตกิ รรมของเดก็ วยั รนุ ตอ งการความสะดวกสบาย และอาจใชว ธิ กี ารใหไดม าซง่ึ เงนิ คา ใชจ า ยอยา งไมถ กู ตอ ง โดยอาจเขา สกู ระบวนการคา ประเวณี แตม รี ปู แบบทซ่ี บั ซอ น เชน ติดตอ ผา นนายหนา แชทผานโทรศัพทมอื ถือ เปน ตน

70 รายงานสถานการณก ารคามนุษยรายภูมิภาคและการจัดระดับสถานการณก ารคา มนษุ ยจ ังหวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจรญิ อุบลราชธาน)ี ❖ จงั หวัดศรีสะเกษ เปนจังหวัดท่ีตั้งอยูในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลาง เรียกวา อีสานใตมีพรมแดนติดตอประเทศ ดว ยลกั ษณะพนื้ ทท่ี ม่ี แี นวกน้ั ทเ่ี ปน แนวธรรมชาตแิ ละใกลช ดิ ทาํ ใหง า ยตอ การเดนิ ทางขา มแดน ดว ยเหตผุ ลเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื ง การปกครอง และคา จา งแรงงานทแี่ ตกตา งกนั ระหวา งสองประเทศ จงึ มแี นวโนม ในการอพยพแรงงาน จากประเทศเพอ� นบา น เขา สปู ระเทศไทยมากขน้ึ ไมว า จะเปน การเขา มาโดยถกู กฎหมาย การลกั ลอบเขา เมอื ง รวมทง้ั การลกั ลอบทาํ งานโดยไมม ีใบอนญุ าต จงั หวดั ศรสี ะเกษ ซง่ึ มพี นื้ ทช่ี ายแดนตดิ ตอ กบั ประเทศกมั พชู าถอื วา เปน ทางผา น มคี วามเส่ยี งในการลักลอบเขา เมอื งและเปน สาเหตใุ นการกระทําความผดิ ฐานคามนุษยต ามมา จังหวัดศรีสะเกษ มีสถานะเปนไดท้ัง ตนทาง ทางผาน และปลายทาง ของการคามนุษย กลาวคือ ชาวกมั พชู าทเ่ี ดนิ ทางเขา มาทาํ งานในจงั หวดั ศรสี ะเกษ หรอื ลกั ลอบเขา ไปทาํ งานทจี่ งั หวดั อน� ๆ เชน กรงุ เทพฯ จงั หวดั สมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีความเส่ียงในการถูกชักจูง หลอกลวง บังคับใชแรงงาน เพ�อแสวงหา ผลประโยชนโดยมชิ อบ เสน ทางการคา มนษุ ยจ ังหวัดศรีสะเกษ มชี อ งทางทส่ี ามารถสญั จรไปมาระหวา งประเทศไทยกบั ประเทศกมั พชู า (ชอ งทาง คอื ชอ งโพย ชอ งตาเกยี รติ ชองกุยมะดึก ชองคําผกา ชองกระบือ ชองตาเซ็ม ชองกําเปรี๊ยบ ชองจักแจร็ง ชองกกเนย ชองเชิงพระพุทธ ชองโดนตวล ชองแปดหลัก ชองตาเฒา ชอ งพระพะลยั ชองบันไดหัก (ผามออแี ดง) และชอ งสะงํา ซึ่งมีชอ งทาง ท่ีประกาศเปน จุดผา นแดนและจุดผอนปรน ๒ ชอ งทาง คอื (๑) จดุ ผอ นปรนเขาพระวิหาร ชายแดนอําเภอกนั ทรลักษ ปจจบุ นั ไมส ามารถเดนิ ทางไปมาได เนอ� งมา จากกัมพูชาไดป ด ประตทู ี่ดา นชายแดนแหง นมี้ าต้งั แตป  ๒๕๕๑ (๒) จดุ ผา นแดนถาวรชอ งสะงาํ ชายแดนอาํ เภอภสู งิ ห ปจ จบุ นั ยงั มกี ารสญั จรไปมาหาสกู นั ของประชาชน ทั้งสองประเทศอยูเปนประจาํ ทุกวนั ชอ งเขาทสี่ ามารถเดินทางไปมาหาสกู นั ไดร ะหวางไทยกบั กมั พูชา ทกี่ ารสญั จรไปมาหาสูกันและเปน ทร่ี ูจ ัก หลัก ๆ มีจํานวน ๓ ชองทาง ไดแก ๑) ดานชายแดนชองสะงํา อยูในพ้ืนท่ีชายแดนอําเภอภูสิงห ตรงขามกับ อาํ เภออลั ลองเวง จงั หวดั พระวหิ าร เปน ดา นชายแดนถาวรในการเดนิ ทางเขา -ออกระหวา งไทยกบั กมั พชู าเปน เสน ทาง ในการเดินทางไปสูจังหวัดอุดรมีชัยและจังหวัดเสียมราฐ ๒) ชองตาเฒา อยูในพ้ืนที่ชายแดนอําเภอกันทรลักษ ตรงขา มกบั จังหวัดพระวิหาร เปนชอ งเขาตามธรรมชาติทีส่ ามารถเดินทางสญั จรไดโดยทางเทา ตัง้ อยูในเขตอทุ ยาน แหงชาติเขาพระวิหาร อยูบริเวณชายแดนแนวเขตของไทยกับกัมพูชา เปนพื้นที่คอดก่ิวของเทือกเขาพนมดงรัก ที่สามารถเดินทางไปมาหาสูกันไดระหวางท้ังสองประเทศ แตขณะนี้ยังไมจัดเปนพ้ืนท่ีปลอดภัยจากทุนระเบิด ซึง่ ในปจ จุบันไดม กี ารเก็บกูกบั ระเบดิ ไปบา งแลว ๓) ชองพระพะลัย อยูในพืน้ ที่ชายแดนอําเภอขนุ หาญ ตรงขา มกบั อําเภอตระเปยงปราสาท จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เปนชองทางท่ีสามารถสัญจรไปมาได โดยทางเทา แตเน�องจากยังมีกับระเบิดหลงเหลือจากสงครามภายในประเทศกัมพูชาอยู จึงไมมีความปลอดภัยในการเดินทาง และปจ จบุ นั ประชาชนไดห นั มาใชเ สน ทางทจ่ี ดุ ผา นแดนถาวรชอ งสะงาํ ทอ่ี าํ เภอภสู งิ ห ซงึ่ มคี วามสะดวกและอยูใกลก บั ชองพระพะลัย จงึ ไมเ ปน ทนี่ ิยม ในการเดนิ ทางอกี ตอไป ❖ จงั หวัดอาํ นาจเจรญิ จงั หวัดอํานาจเจริญ จัดตัง้ ขน้ึ เม�อวนั ที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๓๖ โดยแยกออกจากจงั หวดั อบุ ลราชธานี จัดตั้ง เปน จงั หวดั ท่ี ๗๕ ของประเทศไทยมอี าณาเขตทศิ ตะวนั ออก : ตดิ เขตประเทศสาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว

รายงานสถานการณการคา มนษุ ยรายภมู ภิ าคและการจัดระดับสถานการณการคา มนษุ ยจ ังหวัด (Grouping) 71 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจรญิ อุบลราชธานี) ตามแนวฝง แมนา้ํ โขงดานอาํ เภอชานมุ าน เปนระยะทาง ๓๘ กิโลเมตร และจงั หวดั อบุ ลราชธานี ท่อี ําเภอเขมราฐ อําเภอกุดขาวปุน และอําเภอตระการพืชผล เสนทางการคามนุษยของจังหวัดอํานาจเจริญจึงมีสถานะเปนตนทาง และทางผาน เน�องจากสภาพการณของจังหวัดอํานาจเจริญมีพื้นท่ีติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทางแมน้ําโขง ทาํ ใหม ีประชากรจากประเทศเพ�อนบานใกลเ คียงลกั ลอบเดินทางเขามาเปน ทางผานไปสูจงั หวัดอ�น ๆ ในประเทศไทย ❖ จงั หวดั อบุ ลราชธานี มสี ภาพทางภมู ศิ าสตรท ม่ี แี นวพรมแดนตดิ กบั ประเทศเพอ� นบา น คอื สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว และประเทศกมั พชู า แตด ว ยแนวเขตทตี่ ดิ ตอ กบั ประเทศกมั พชู ามสี ภาพเปน ภเู ขา การเดนิ ทางไป-มา ทาํ ไดล าํ บากกวา แนวเขตที่ติดตอกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่มีพ้ืนดินและมีแมนํ้าโขงกั้น ทําใหงาย ตอการเดินทางไป-มาระหวางกัน ซ่ึงนอกจากจะมีการขามแดนทางดานสากลชองเม็ก-วังเตาแลว ตามแนวตะเข็บ ชายแดนยงั มดี า นประเพณอี กี เปน จาํ นวนมาก ประกอบกบั ความแตกตา งดา นทางเศรษฐกจิ ระหวา งจงั หวดั อบุ ลราชธานี และแขวงจาํ ปาสกั แหง สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว ทาํ ใหป ระชาชนลาวเขา มาทาํ งานในจงั หวดั อบุ ลราชธานี เปน จาํ นวนมาก นอกจากนย้ี งั มคี วามพยายามเดนิ ทางเขา ไปทาํ งานในจงั หวดั ตอนในของประเทศ เชน กรงุ เทพมหานคร เปนตน ดวยเหตุผลทางภูมิศาสตรและความแตกตางดานเศรษฐกิจดังกลาวทําใหประชาชนลาวจากแขวงจําปาสัก ถกู หลอกใหป ระกอบอาชพี ที่ไมต รงกบั ความตอ งการ และถกู บงั คบั ใชแ รงงานโดยไมจ า ยคา จา ง และบางสว นถกู บงั คบั คา ประเวณี จากสภาพชายแดนทเ่ี ปน ทง้ั แมน าํ้ และพนื้ ดนิ ตดิ กนั จงึ ยงั คงมแี รงงานจากประเทศเพอ� นบา นหลง่ั ไหลเขา มา ประเทศไทยทางจังหวัดอุบลราชธานีอยางตอเน�อง โดยใชเสนทางธรรมชาติ หรือดานประเพณี และเขา-ออก ทางดา นสากล เปน จาํ นวนมาก และบอ ยครง้ั ทแ่ี รงงานเหลา นนั้ กลายเปน ผเู สยี หายจากการคา มนษุ ย โดยถกู หลอกลวง นาํ ไปแสวงประโยชนในพนื้ ท่ีอน� ๆ เชน แรงงานผชู ายถกู หลอกไปบังคับใชแรงงาน ในกรงุ เทพมหานครและจงั หวัด ปรมิ ณฑล แรงงานผูหญิงถกู บังคบั ขายบริการหรือแสวงประโยชนท างเพศ

72 รายงานสถานการณการคา มนษุ ยรายภมู ภิ าคและการจดั ระดบั สถานการณการคามนษุ ยจงั หวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อาํ นาจเจรญิ อุบลราชธานี) ๒.๓ สถติ ิท่ีเกยี่ วของกับสถานการณการคา มนษุ ย ● จาํ นวนแรงงานตา งดาวท่ีไดร บั อนุญาตทํางาน พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ ตารางท่ี ๙ แสดงจาํ นวนคนตา งดา วท่ีไดรับอนุญาตทาํ งาน พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๒ จงั หวดั ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ (หน�วย : คน) ๒๕๖๒ นครพนม ๙๐๘ ๑,๕๒๒ ๒,๕๐๑ มุกดาหาร ๘๘๙ ๖๓๓ ๑,๓๕๘ ๒,๐๐๙ สกลนคร ๗๑๒ ๑,๒๑๐ ๔๓๖ ๑,๒๙๗ ยโสธร ๒๗๑ ๔๘๒ ๗๕๘ ๓,๖๘๕ ศรสี ะเกษ ๗๑๗ ๕๖๗ ๑๒,๐๔๔ อํานาจเจรญิ ๑๘๗ ๒๘๗ อบุ ลราชธานี ๓,๑๕๐ ๓,๑๔๕ รวม ๖,๘๓๔ ๗,๘๔๖ ที่มา : กรมการจดั หางาน กระทรวงแรงงาน ขอมลู ณ ธันวาคม ๒๕๖๒ จากกราฟและตารางท่ี ๙ แสดงจาํ นวนคนตางดา วท่ีไดรับอนญุ าตทาํ งาน พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๒ พบวา จาํ นวนแรงงานตา งดา วพน้ื ทจี่ งั หวดั ในเขตรบั ผดิ ชอบของ สสว.๖ มแี นวโนม ทเ่ี พม่ิ ขน้ึ โดยป ๒๕๖๐ มจี าํ นวน ๖,๘๓๔ คน ในป ๒๕๖๑ มีจํานวน ๗,๘๔๖ คน และในป ๒๕๖๒ มีจํานวน ๑๒,๐๔๔ คน ซึ่งในป ๒๕๖๒ จังหวัดท่ีมีจํานวน คนตางดา วที่ไดร ับอนุญาตทาํ งาน ๓ อนั ดับแรก ไดแ ก อันดับ ๑ จงั หวัดอบุ ลราชธานี จาํ นวน ๓,๖๘๕ คน อนั ดับ ๒ จังหวัดนครพนม จํานวน ๒,๕๐๑ คน อันดบั ๓ จงั หวดั สกลนคร จํานวน ๒,๐๐๙ คน

รายงานสถานการณก ารคา มนษุ ยรายภูมิภาคและการจัดระดับสถานการณการคามนษุ ยจังหวดั (Grouping) 73 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อาํ นาจเจริญ อุบลราชธาน)ี ● จํานวนโรงแรมพ้นื ทจี่ งั หวัดในเขตรับผิดชอบของ สสว.๖ ตารางท่ี ๑๐ แสดงจาํ นวนโรงแรม พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ รายจังหวดั (หนว� ย : แหง) จังหวัด ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ นครพนม ๑๙๘ ๑๑๒ ๑๒๕ มกุ ดาหาร ๑๔๗ ๑๐๓ ๑๔๗ สกลนคร ๒๕๒ ๗๐ ๒๕๒ ยโสธร ๙๒ ๑๐๑ ๙๒ ศรีสะเกษ ๑๑๙ ๖๓ ๑๐๒ อาํ นาจเจรญิ ๖๒ ๖๔ ๗๐ อุบลราชธานี ๔๒๗ ๑๘๓ ๔๒๗ รวม ๑,๒๙๗ ๖๙๖ ๑,๒๑๕ ทม่ี า : กรมโรงงานอตุ สาหกรรม กระทรวงอตุ สาหกรรม และสาํ นกั งานปกครองจงั หวดั ขอ มลู ณ เดอื นมนี าคม ๒๕๖๓ จากแผนภมู แิ ละตารางที่ ๑๐ แสดงจาํ นวนโรงแรมพ้นื ท่ีจังหวัดในเขตรบั ผิดชอบของ สสว.๖ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ เมอ� เปรยี บเทยี บขอ มลู ป ๒๕๖๑ และ ๒๕๖๒ พบวา สว นใหญม จี าํ นวนโรงแรมทเ่ี พมิ่ ขนึ้ ไดแ ก จงั หวดั นครพนม จังหวดั มุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดศรสี ะเกษ จงั หวัดอํานาจเจรญิ และจังหวดั อบุ ลราชธานี มีเพียง ๑ จังหวัด ทม่ี ีจํานวนโรงแรมลดลง ไดแก จงั หวัดยโสธร

74 รายงานสถานการณการคา มนุษยร ายภมู ภิ าคและการจัดระดับสถานการณการคา มนุษยจงั หวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจรญิ อบุ ลราชธาน)ี ● จาํ นวนสถานบริการพ้ืนทจี่ ังหวัดในเขตรบั ผดิ ชอบของ สสว.๖ ประจาํ ป พ.ศ. ๒๕๖๒ ตารางท่ี ๑๑ แสดงจํานวนสถานประกอบกิจการที่ขออนุญาตตามพระราชบัญญัติภาพยนตรและวีดิทัศน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประจาํ ป ๒๕๖๒ รายจงั หวัด จํานวนสถานประกอบกจิ การทขี่ ออนุญาตตามพระราชบญั ญตั ิภาพยนตรแ ละวีดทิ ัศน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประเภทสถานประกอบกิจการ จงั หวัด เกมการเลน คาราโอเกะ เชา/แลกเปล่ียน โรงภาพยนตร สถานท่ีอน� ๆ (แหง ) (แหง) (แหง ) (แหง) (แหง ) นครพนม ๒๕๒ ๑๕ ๘ ๒- มกุ ดาหาร ๓๗ ๔๔ ๑๘ ๕- สกลนคร ๒๑๘ ๒๓๘ ๕๒ ๖- ยโสธร ๑๑๔ ๕๕ ๔๗ ๗- ศรสี ะเกษ* -๕ - ๘- อํานาจเจริญ ๙๘ ๕๔ ๔๐ ๓- อุบลราชธานี ๕๑๒ ๒๖๕ ๑๘๑ ๒๘ - ทม่ี า : สาํ นกั งานวฒั นธรรมจังหวดั ณ มีนาคม ๒๕๖๓ จากตารางที่ ๑๑ แสดงจํานวนสถานประกอบกิจการที่ขออนุญาตตามพระราชบัญญัติภาพยนตรและ วดี ทิ ศั น พ.ศ. ๒๕๕๑ พบวา ประเภทสถานประกอบการจากมากไปหานอ ย ดงั น้ี ประเภทเกมการเลน ๓ อนั ดบั แรก คอื อันดับ ๑ จังหวัดอุบลราชธานี จํานวน ๕๑๒ แหง อันดับ ๒ จังหวัดนครพนม จํานวน ๒๕๒ แหง อันดับ ๓ จังหวัดสกลนคร จํานวน ๒๑๘ แหง ประเภทรานคาราโอเกะ ๓ อันดับแรกคือ อันดับ ๑ จังหวัดอุบลราชธานี จํานวน ๒๖๕ แหง อันดับ ๒ จังหวัดสกลนคร จํานวน ๒๓๘ แหง อันดับ ๓ จังหวัดยโสธร จํานวน ๕๗ แหง ประเภทรานเชา/แลกเปล่ียน ๓ อันดับแรก คือ อันดับ ๑ จังหวัดอุบลราชธานี จํานวน ๑๘๑ แหง อันดับ ๒ จงั หวดั ยโสธร จํานวน ๕๔ แหง อันดบั ๓ จังหวดั สกลนคร จาํ นวน ๕๒ แหง ประเภทโรงภาพยนตร ๓ อันดับแรก คือ อันดับ ๑ จังหวดั ศรีสะเกษ จํานวน ๘ แหง อนั ดบั ๒ จังหวัดยโสธร จาํ นวน ๗ แหง อนั ดับ ๓ จงั หวัดสกลนคร จาํ นวน ๖ แหง ๒.๔ จาํ นวนโรงงานพน้ื ท่ีจงั หวดั ในเขตรบั ผิดชอบของ สสว.๖ (หนว� ย : แหง) ๒๕๖๒ ตารางท่ี ๑๒ แสดงจาํ นวนโรงงาน พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ รายจังหวดั ๒๓ จงั หวัด ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๑๔ ๒๓ นครพนม ๓๗ ๒๖ ๒๒ มุกดาหาร ๒๐ ๑๑ สกลนคร ๔๐ ๒๐ ยโสธร ๒๕ ๒๐

รายงานสถานการณก ารคามนษุ ยรายภูมิภาคและการจดั ระดับสถานการณการคามนุษยจ ังหวัด (Grouping) 75 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อาํ นาจเจรญิ อุบลราชธานี) จงั หวดั ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ศรสี ะเกษ ๓๗ ๒๗ ๒๖ อํานาจเจรญิ ๑๔ ๑๓ ๑๒ อุบลราชธานี ๕๕ ๖๕ ๔๕ รวม ๒๒๘ ๑๘๒ ๑๖๕ ทม่ี า : ศนู ยขอ มลู ธรุ กิจอุตสาหกรรม ศนู ยเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส�อสาร กรมโรงงานอุตสาหกรรม ขอ มูล ณ ธันวาคม ๒๕๖๒ จากตารางที่ ๑๒ แสดงจํานวนโรงงานพ้ืนท่จี ังหวดั ในเขตรับผิดชอบของ สสว.๖ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ เม�อเปรียบเทียบขอมูลป ๒๕๖๑ และ ๒๕๖๒ พบวา จังหวัดท่ีมีจํานวนโรงงานเพ่ิมขึ้น ไดแก จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดยโสธร สําหรับจังหวัดที่มีจํานวนโรงงานลดลง ไดแก จังหวัดนครพนม จังหวัดศรีสะเกษ จงั หวัดอาํ นาจเจริญ และจงั หวดั อบุ ลราชธานี และเม�อเปรียบเทยี บขอมูล ๓ ป จํานวนโรงงานในพน้ื ที่ ๗ จงั หวัด ในเขตรับผดิ ชอบของ สสว. ๖ มีแนวโนมลดลง ● จาํ นวนผวู างงานในพืน้ ท่จี ังหวดั เขตรับผิดชอบของ สสว.๖ ตารางที่ ๑๓ แสดงจาํ นวนผูวางงาน พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๒ รายจงั หวัด (หนว� ย : คน) จังหวัด ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ นครพนม ๒,๗๕๔ ๕,๖๐๖ ๓,๖๙๕ มุกดาหาร ๑,๔๘๘ ๑,๔๑๑ ๔๗๔ สกลนคร ๓๘๘ ๒,๐๔๕ ๕๘๐ ยโสธร - ๑,๗๕๔ ๑,๗๘๐ ศรีสะเกษ ๒๒๒ ๑,๔๕๗ ๒,๖๐๕ อํานาจเจรญิ ๖๓๕ ๑๙๓ ๒๕๙ อุบลราชธานี ๕,๕๐๐ ๒๒๖ ๒,๖๗๕ รวม ๑๐,๙๘๗ ๑๒,๖๙๒ ๑๒,๐๖๘ ทีม่ า : สาํ นกั งานสถติ แิ หงชาติ กระทรวงดจิ ิทลั เพ�อเศรษฐกจิ และสังคม ไตรมาส ๔ (ต.ค.-ธ.ค. ๒๕๖๒) สืบคน เม�อวนั ท่ี ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๓ จากตารางท่ี ๑๓ แสดงจํานวนผูว า งงาน พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ พบวา ขอมลู ยอนหลงั ๓ ป จาํ นวนผูว างงาน มีแนวโนมเพ่ิมขึ้น โดยเม�อเทียบระหวางป พ.ศ. ๒๕๖๑ และ พ.ศ. ๒๕๖๒ จังหวัดท่ีมีจํานวนผูวางงานเพิ่มข้ึน อันดบั ๑ คือ จังหวัดอุบลราชธานี อนั ดบั ๒ คือ จังหวัดนครพนม อันดับ ๓ คอื จังหวดั สกลนคร

76 รายงานสถานการณก ารคา มนุษยร ายภมู ภิ าคและการจัดระดับสถานการณก ารคามนุษยจ ังหวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจรญิ อุบลราชธานี) ● จํานวนคดีการคามนุษยร ายจังหวัดในเขตรบั ผดิ ชอบของ สสว.๖ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ ทีม่ า : ระบบฐานขอมลู ของประเทศไทยดานการดําเนินคดีและการชว ยเหลือผเู สยี หายจากการคา มนุษย (E-AHT) เม�อวันท่ี ๑๙/๐๒/๒๕๖๓ ตารางที่ ๑๔ แสดงจํานวนคดกี ารคามนษุ ย พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ รายจังหวดั (เปรียบเทียบขอ มูลระหวาง รายงานจากพ้นื ท่ีกับฐานขอ มูลรายงาน E-AHT) (หนว� ย : คด)ี ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ รวมขอ มูล ๓ ป จังหวัด ขอ มูล E-AHT ขอ มลู E-AHT ขอ มูล E-AHT ขอมลู E-AHT พนื้ ที่ พืน้ ที่ พ้ืนที่ พืน้ ท่ี นครพนม ๐๑๑๐๓๔๔๕ มกุ ดาหาร ๐๐๐๐๑๑๑๑ สกลนคร ๒๒๕ ๕ ๐๒๗๙ ยโสธร ๐ ๐ ๑ ๑ ๑ ๑ ๒ ๒ ศรสี ะเกษ ๒๒๒๒๑ ๑ ๕ ๕ อํานาจเจริญ ๑ ๑๒๒๐ ๐ ๓๓ อุบลราชธานี ๕ ๕ ๔ ๑ ๐ ๐ ๙ ๖ รวม ๑๐ ๑๑ ๑๕ ๑๑ ๖ ๙ ๓๑ ๓๑ ทมี่ า : ระบบฐานขอมลู ของประเทศไทยดานการดําเนนิ คดีและการชวยเหลอื ผเู สยี หายจากการคา มนษุ ย (E-AHT) เม�อวันท่ี ๑๙/๐๒/๒๕๖๓ จากแผนภมู แิ ละตารางที่ ๑๔ แสดงจาํ นวนคดกี ารคา มนษุ ยร ายจงั หวดั พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ ในเขตรบั ผดิ ชอบ ของ สสว.๖ ยอ นหลงั ๓ ป (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒) เม�อเปรยี บเทียบป ๒๕๖๑ และ ๒๕๖๒ พบวา จังหวัดทม่ี ีคดี การคา มนษุ ยเ พม่ิ ขึ้น ไดแ ก จงั หวดั นครพนม เพม่ิ ขนึ้ จาก ๑ คดี เปน ๔ คดี เปน จงั หวดั มกุ ดาหาร เพ่มิ ขน้ึ จากไมม คี ดี เปน ๑ คดี สว นจงั หวดั ทมี่ คี ดกี ารคา มนษุ ยล ดลง ไดแ ก จงั หวดั สกลนคร ลดลงจาก ๕ คดี เปน ๒ คดี จงั หวดั ศรสี ะเกษ

รายงานสถานการณการคา มนุษยรายภูมภิ าคและการจดั ระดบั สถานการณการคา มนุษยจงั หวัด (Grouping) 77 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจริญ อบุ ลราชธาน)ี ลดลงจาก ๒ คดี เปน ๑ คดี จังหวัดอํานาจเจริญ ลดลงจาก ๒ คดี เปนไมมีคดี และจังหวัดอุบลราชธานี ลดลงจาก ๑ คดี เปน ไมมีคดี แตเม�อดใู นภาพรวม ๗ จังหวดั ในเขตรบั ผิดชอบของ สสว.๖ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ จะเห็นวา จํานวนคดกี ารคามนุษยม แี นวโนมลดลง ● จํานวนผูตอ งหาจากการคามนษุ ยรายจงั หวัดในเขตรับผิดชอบของ สสว.๖ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ ทมี่ า : ระบบฐานขอมลู ของประเทศไทยดา นการดาํ เนนิ คดีและการชว ยเหลอื ผเู สียหายจากการคามนษุ ย (E-AHT) เม�อวนั ที่ ๒๐/๐๒/๒๕๖๓ ตารางท่ี ๑๕ แสดงจํานวนผตู องหาจากการคามนษุ ย พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ รายจังหวดั (หน�วย : คน) ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ รวมขอมูล ๓ ป จงั หวดั ขอ มลู E-AHT ขอ มลู E-AHT ขอมลู E-AHT ขอมูล E-AHT พื้นที่ พ้ืนท่ี พ้นื ท่ี พน้ื ท่ี นครพนม ๒ ๒ ๑ ๐ ๓ ๖ ๖ ๒๐ มุกดาหาร ๐๐๐๐๑๑๑๓ สกลนคร ๗ ๔ ๗ ๙ ๓ ๓ ๑๗ ๕๐ ยโสธร ๐ ๐ ๑ ๑ ๒ ๒ ๓ ๙ ศรีสะเกษ ๒ ๒ ๓ ๓ ๑ ๑ ๖ ๑๘ อํานาจเจริญ ๒ ๒ ๔ ๔ ๐ ๐ ๖ ๑๘ อุบลราชธานี ๑๕ ๑๕ ๓ ๓ ๐ ๐ ๑๘ ๕๔ รวม ๒๘ ๒๕ ๑๙ ๒๐ ๑๐ ๑๓ ๕๗ ๑๗๒ ทมี่ า : ระบบฐานขอ มลู ของประเทศไทยดานการดําเนินคดีและการชวยเหลอื ผเู สียหาย จากการคามนษุ ย (E-AHT) เม�อวันท่ี ๒๐/๐๒/๒๕๖๓

78 รายงานสถานการณการคา มนษุ ยรายภมู ภิ าคและการจัดระดับสถานการณการคามนษุ ยจ ังหวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อุบลราชธาน)ี จากแผนภมู แิ ละตารางที่ ๑๕ แสดงจาํ นวนผตู อ งหาจากการคา มนษุ ยร ายจงั หวดั พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๒ พบวา จังหวดั ท่ีมีผตู องหาจากการคา มนษุ ยย อนหลัง ๓ ป (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒) มากทีส่ ุด ๓ อันดับแรก ไดแก อันดบั ๑ คือ จงั หวดั อบุ ลราชธานี จาํ นวน ๑๘ ราย รองลงมา คอื จงั หวดั สกลนคร จาํ นวน ๑๗ ราย และจงั หวดั นครพนม จาํ นวน ๖ ราย ● จาํ นวนผูเสยี หายจากการคา มนษุ ยรายจงั หวดั ในเขตรับผิดชอบของ สสว.๖ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ ท่มี า : ระบบฐานขอ มูลของประเทศไทยดานการดําเนินคดแี ละการชว ยเหลือผูเ สียหายจากการคามนษุ ย (E-AHT) เม�อวนั ท่ี ๑๙/๐๒/๒๕๖๓ ตารางที่ ๑๖ แสดงจํานวนผูเสยี หายจากการคามนุษย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๒ (เปรยี บเทียบขอ มลู ระหวาง รายงานจากพื้นทกี่ บั ฐานขอ มูลรายงาน E-AHT) (หน�วย : คน) ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ รวมขอ มูล ๓ ป จงั หวัด ขอมูล E-AHT ขอมลู E-AHT ขอ มลู E-AHT ขอมลู E-AHT พืน้ ท่ี พน้ื ท่ี พืน้ ท่ี พืน้ ที่ นครพนม ๐ ๒ ๒ ๐ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ มกุ ดาหาร ๐๐๐๐๑๑๑๑ สกลนคร ๔ ๔ ๖ ๖ ๒ ๒ ๑๒ ๑๒ ยโสธร ๐ ๐ ๑ ๑ ๑ ๑ ๒ ๒ ศรีสะเกษ ๒๒๒๒๑ ๑ ๕ ๕ อํานาจเจริญ ๒ ๒ ๓ ๓ ๐ ๐ ๕ ๕ อุบลราชธานี ๕ ๕ ๒ ๒ ๐ ๐ ๗ ๗ รวม ๑๓ ๑๕ ๑๖ ๑๔ ๑๔ ๑๕ ๔๓ ๔๔ ทีม่ า : ระบบฐานขอมลู ของประเทศไทยดานการดําเนินคดแี ละการชวยเหลือผูเสียหายจากการคา มนษุ ย (E-AHT) เม�อวันที่ ๒๐/๐๒/๒๕๖๓

รายงานสถานการณการคา มนุษยรายภูมภิ าคและการจดั ระดับสถานการณก ารคา มนุษยจังหวดั (Grouping) 79 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจริญ อุบลราชธาน)ี จากแผนภมู แิ ละตารางที่ ๑๖ แสดงจาํ นวนผเู สยี หายจากการคา มนษุ ยร ายจงั หวดั พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๒ พบวา จงั หวดั ทม่ี คี ดกี ารคา มนษุ ยในเขตรบั ผดิ ชอบของ สสว.๖ ยอ นหลงั ๓ ป (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒) มากทส่ี ดุ ๓ อนั ดบั แรก ไดแ ก อนั ดบั ๑ คอื จงั หวดั นครพนม และจงั หวดั สกลนคร จาํ นวน ๑๒ ราย รองลงมาจงั หวดั อบุ ลราชธานี จาํ นวน ๗ ราย ● สถิติผูเสยี หายคดีคา มนษุ ยแยกตามสญั ชาติ ตารางท่ี ๑๗ แสดงสถติ ผิ ูเสยี หายคดคี ามนษุ ยแยกตามสญั ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ รายจังหวัด (หน�วย : คน) จงั หวดั กัม ูพชา ีจน บาหเรน มาเลเ ีซย ยู ักนดา ลาว เกาห ีลใ ต เคนยา เ ีมยนมาร เวียดนาม แทนนซาเ ีนย ไทย ไ มทราบสัญชาติ ไ ร ัสญชาติ/โรงฮิงญา นครพนม ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐๒ ๐ ๐ มกุ ดาหาร ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ สกลนคร ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๑๐๐ ยโสธร ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ศรีสะเกษ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐๒ ๐ ๐ อํานาจเจริญ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๒ ๐ ๐ อบุ ลราชธานี ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๔ ๐ ๐ รวม ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๑๑ ๐ ๐ ทีม่ า : ระบบฐานขอมลู ของประเทศไทยดา นการดําเนินคดแี ละการชวยเหลือผูเสยี หายจากการคามนษุ ย (E-AHT) เม�อวนั ท่ี ๒๐ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๓ ตารางท่ี ๑๘ แสดงสถติ ิผูเสียหายคดีคามนุษยแยกตามสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ รายจังหวดั (หนว� ย : คน) จังหวดั กัมพูชา จีน บาหเรน มาเลเซีย ยูกันดา ลาว เกาห ีลใต เคนยา เมียนมา ร เ ีวยดนาม แทนนซาเ ีนย ไทย ไ มทราบ ัสญชา ิต ไ รสัญชาติ/โรง ิฮงญา นครพนม ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ มุกดาหาร ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ สกลนคร ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๑๕ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๖ ๐ ๐ ยโสธร ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๑๐๐

80 รายงานสถานการณก ารคามนษุ ยร ายภมู ิภาคและการจัดระดับสถานการณการคา มนุษยจงั หวดั (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจรญิ อุบลราชธานี) จังหวัด กัม ูพชา ีจน บาหเรน มาเลเ ีซย ยูกันดา ลาว เกาหลีใต เคนยา เ ีมยนมาร เวียดนาม แทนนซาเ ีนย ไทย ไ มทราบสัญชาติ ไรสัญชาติ/โรงฮิงญา ศรีสะเกษ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐๒ ๐ ๐ อาํ นาจเจรญิ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๓ ๐ ๐ อบุ ลราชธานี ๐ ๐ ๐ ๐ ๐๒ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ รวม ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๑๗ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๑๒ ๐ ๐ ทีม่ า : ระบบฐานขอมลู ของประเทศไทยดา นการดําเนนิ คดีและการชว ยเหลอื ผูเ สียหายจากการคา มนษุ ย (E-AHT) เม�อวันท่ี ๒๐ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๓ ตารางท่ี ๑๙ แสดงสถิตผิ เู สยี หายคดีคามนุษยแ ยกตามสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ รายจงั หวัด (หน�วย : คน) จังหวัด กัมพูชา ีจน บา หเรน มาเลเ ีซย ยูกันดา ลาว เกาห ีลใต เคนยา เมียนมา ร เ ีวยดนาม แทนนซาเนีย ไทย ไ มทราบ ัสญชา ิต ไ รสัญชาติ/โรง ิฮงญา นครพนม ๐ ๐ ๐ ๐ ๐๗ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ มุกดาหาร ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๑๐๐ สกลนคร ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ ยโสธร ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๑ ๐ ๐ ศรีสะเกษ ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๑๐๐ อาํ นาจเจริญ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ อุบลราชธานี ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ รวม ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๗ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๓ ๐ ๐ ทีม่ า : ระบบฐานขอมลู ของประเทศไทยดา นการดําเนินคดแี ละการชวยเหลือผเู สียหายจากการคา มนษุ ย (E-AHT) เม�อวันท่ี ๒๐/๐๒/๒๕๖๓ จากตารางที่ ๑๗ - ๑๙ แสดงสถิตผิ ูเ สยี หายคดีคามนุษยแยกตามสญั ชาติรายจังหวดั ในเขตรับผิดชอบ ของ สสว.๖ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ เมอ� เปรยี บเทยี บขอ มลู ๓ ปย อ นหลงั พบวา ผเู สยี หายจากคดกี ารคา มนษุ ยส ว นใหญ มสี ัญชาติลาว จาํ นวน ๒๔ คน และสญั ชาตไิ ทย จํานวน ๒๖ คน

รายงานสถานการณการคามนุษยรายภมู ภิ าคและการจดั ระดบั สถานการณก ารคา มนุษยจังหวดั (Grouping) 81 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อบุ ลราชธาน)ี สวนที่ ๓ บทวิเคราะหสถานการณการคามนุษย ในเขตรับผิดชอบของสํานักงานสงเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ ๖ (จงั หวัดนครพนม จังหวดั มกุ ดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดยโสธร จงั หวัดศรสี ะเกษ) จงั หวดั อาํ นาจเจริญ และจงั หวดั อุบลราชธานี) ๓.๑ การวเิ คราะหสถานการณการคา มนษุ ยระดับจงั หวดั และภมู ภิ าค จากการที่สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๖ ไดดําเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทํา รายงานสถานการณการคามนุษยรายภูมิภาคและการจัดระดับสถานการณการคามนุษยของจังหวัด (Grouping) ระหวา งวนั ท่ี ๒๖ - ๒๘ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๓ ณ โรงแรมพลอยพาเลช จงั หวดั มกุ ดาหาร ซง่ึ ผเู ขา รว มประชมุ ประกอบดว ย คณะอนกุ รรมการศนู ยป ฏบิ ัตกิ ารปอ งกนั และปราบปรามการคา มนุษยจังหวัด จากหนว� ยงานทีเ่ กยี่ วของในเขตพื้นที่ รบั ผดิ ชอบของสํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ ๖ ท้งั ๗ จงั หวดั (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อํานาจเจริญ อุบลราชธานี) ไดรวมกันวิเคราะห ในประเด็นสถานการณการคามนุษยในระดับจังหวัด รูปแบบการคามนุษยที่เกิดข้ึนในพ้ืนท่ีและเสนทางการคามนุษย ปจจัยที่ผลักดันใหเกิดปญหาการคามนุษย จุดแข็ง จดุ ออ น ในการขับเคล�อนงานระดบั จังหวดั ปญหา/อปุ สรรค ขอ เสนอแนะ สรุปไดด ังนี้ จังหวัด ตน ทาง สถานะการคามนษุ ย ปลายทาง ทางผา น นครพนม  มุกดาหาร สกลนคร  ยโสธร ศรสี ะเกษ  อํานาจเจริญ อุบลราชธานี -   -  ๑. สถานะการคามนุษยร ะดับจังหวัด สรุปไดดังนี้ ❖ จงั หวัดนครพนม มี ๓ สถานะ คอื (๑) เปนตนทาง เน�องจากมีราษฎรในพื้นท่ีถูกหลอกลวงโดยเฉพาะเด็กและสตรี ถูกหลอกลวง ผานนายหนาไปคาแรงงานในสถานประกอบการ คาบริการทางเพศ ถูกสงไปยังปลายทางภายในประเทศและ ตางประเทศ เชน ญ่ปี นุ ไตห วนั อนิ โดนเี ชยี ไดรบั การชว ยเหลือสง ตอกลบั มา (๒) เปน ทางผา น คอื เปน เสน ทางเชอ� มโยงระหวา งจงั หวดั อน� มพี รมแดนตดิ ลาํ นาํ้ โขง เปน ระยะทางยาว จึงเปนจุดลักลอบเขา เมืองกอนผา นไปยงั ปลายทาง จังหวดั มกุ ดาหาร จังหวดั สกลนคร เขา สกู รงุ เทพฯ และทีอ่ �น ๆ (๓) เปน ปลายทาง คอื เปน จงั หวดั ทมี่ กี ารเปด พรมแดนและเดนิ ทางไปมาหาสกู นั ระหวา งราษฎรไทย และราษฎรลาว มีการเขามาทํางานในภาคเกษตรและสถานประกอบการ เชน รานอาหาร รานคาราโอเกะ ซง่ึ มีการคาประเวณีแอบแฝง

82 รายงานสถานการณการคามนษุ ยร ายภมู ิภาคและการจดั ระดบั สถานการณก ารคามนุษยจ ังหวัด (Grouping) (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อุบลราชธานี) ❖ จังหวดั มกุ ดาหาร มี ๓ สถานะ กลา วคือ (๑) เปนตนทาง เน�องจากจังหวัดมุกดาหารมีแนวเขตติดกับประเทศลาวทําใหมีการหลอกลวงเด็ก และผูหญิงไปคา มนุษยย งั จังหวัดอ�นหรอื ประเทศอ�น ๆ (๒) เปนทางผาน คือ ราษฎรประสบปญหาในการประกอบอาชีพดานการเกษตรท่ีสามารถทําได เพียงตามฤดูกาล ขาดการสง เสรมิ การลงทนุ ภายใน ประชาชนมหี ลายเผา พนั ธุ มีการเคล�อนยา ยแรงงานทง้ั ถกู ตอ ง ตามกฎหมายและไมถูกกฎหมายจงึ มีกระบวนการสงเด็กและผหู ญงิ ไปคา มนุษยย งั จงั หวัดอน� หรือประเทศอ�น ๆ (๓) เปน ปลายทาง คือ มกี ารชกั ชวนและหลอกลวงผทู ่ีไมมงี านทาํ การศกึ ษานอย วางงาน ในฤดู เก็บเก่ียวใน สปป.ลาว เขามาแสวงหาโอกาสและรายไดในฝงประเทศไทย มกี ารนําเด็กและผหู ญงิ เขามาคา มนุษย หรือแสวงหาประโยชน ❖ จังหวดั สกลนคร มี ๓ สถานะคอื (๑) เปนตนทาง โดยประชาชนในพืน้ ท่ถี กู หลอกไปทํางานตา งประเทศในลักษณะ นวดแผนไทยและ มีการคาประเวณีโดยสมคั รใจอายตุ ่ํากวา ๑๘ ป (๒) เปนทางผาน โดยการนําแรงงานมาพัก กรณีสาวชาวลาวหรือชาวเวียดนาม เพ�อเดินทางตอ ไป ยังจงั หวดั อน� เชน อุดร/ขอนแกน และประเทศทส่ี าม เชน มาเลเซีย สิงคโปร (๓) เปน ปลายทาง โดยการทหี่ ญงิ ชาวลาวเขา มาทาํ งานบรกิ าร เชน รา นคาราโอเกะ การใชแ รงงาน เปน การเสยี่ งตอการถกู หลอกลวงจากกระบวนการคามนษุ ย ❖ จังหวัดยโสธร มี ๒ สถานะ คอื (๑) เปน ตน ทาง คอื มกี ารคามนุษยในรูปแบบการเปน นายหนา หลอกลวงและชกั ชวน เด็กวัยรุน เขา สูกระบวนการคา มนุษยในรปู แบบการคา ประเวณี (๒) เปนปลายทาง คือ เปนจังหวัดท่ีมีพื้นท่ีติดกับจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดมุกดาหาร ติดกับ แขวงสะวนั เขต สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว ดงั นัน้ จงึ มีหญิงสาวจากแขวงสะวนั เขตเขา มาทํางานอยทู ่ี รานคาราโอเกะในจังหวัด และถูกหลอกลวงเขา สูกระบวนการคา มนษุ ย ❖ จงั หวดั ศรสี ะเกษ มี ๓ สถานะ คือ (๑) เปน ตน ทาง คอื เปน จงั หวดั ทมี่ อี าณาเขตตดิ กบั ประเทศกมั พชู า และมจี ดุ ผา นแดนและจดุ ผอ นปรน ทางธรรมชาตทิ เี่ ปน ชอ งทางสญั จรระหวา งประเทศไทยกบั ประเทศกมั พชู า ซง่ึ ทาํ ใหม กี ารหลอกลวงประชาชนในพน้ื ที่ จังหวดั ศรีสะเกษไปสูกระบวนการคามนุษย (๒) เปนทางผาน คือ ชาวกัมพูชาที่เดินทางเขามาทํางานในจังหวัดศรีสะเกษ หรือลักลอบเขาไป ทาํ งานท่จี งั หวัดอ�น ๆ เชน กรุงเทพฯ จงั หวดั สมทุ รปราการ และจังหวดั สมทุ รสาคร (๓) เปนปลายทาง คอื เปนจังหวดั ที่มอี าณาเขตตดิ กับประเทศกมั พูชา เปน พน้ื ท่ีเส่ียงทีม่ ีการชกั จูง หลอกลวงเดก็ และผหู ญงิ เขาสกู ระบวนการคา มนษุ ย

รายงานสถานการณการคา มนษุ ยร ายภูมภิ าคและการจัดระดบั สถานการณก ารคามนษุ ยจงั หวดั (Grouping) 83 (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจริญ อบุ ลราชธานี) ❖ จงั หวดั อํานาจเจริญ มี ๒ สถานะ คอื (๑) เปน ตน ทาง คอื มพี น้ื ทท่ี ศิ ตะวนั ออกตดิ กบั สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาวทางแมน า้ํ โขง ทาํ ใหมีการหลอกลวงผูหญิง มาทาํ งานรานคาราโอเกะ และเขาสกู ระบวนการคามนษุ ย (๒) เปนทางผาน คือ สภาพการณของจังหวัดอํานาจเจริญมีพ้ืนที่ทิศตะวันออกติดกับสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวทางแมน้ําโขง ทําใหมีประชากรจากประเทศเพ�อนบานใกลเคียงลักลอบเดินทางเขามา เปน ทางผา นไปสูจ ังหวดั อ�น ๆ ในประเทศไทย ❖ จังหวัดอุบลราชธานี มี ๓ สถานะ คือ (๑) เปนตน ทาง คอื มสี ถานประกอบการขนาดเล็กและขนาดใหญกระจายทงั้ จงั หวัดและมีแรงงาน แฝงเยอะ มกี ารจา งแรงงานตา งดา ว มีโรงแรม หอพกั จาํ นวนมาก ซง่ึ เดก็ และเยาวชนอาจใชเ ปน สถานท่ีในการกระทาํ ความผดิ และยากตอการเขาตรวจคนของเจาหนา ที่ (๒) เปน ทางผา น คอื มสี ภาพทางภมู ศิ าสตรท ม่ี แี นวพรมแดนตดิ กบั ประเทศเพอ� นบา น คอื สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาวและประเทศกมั พชู า ทาํ ใหป ระชาชนลาวเขา มาทาํ งานในจงั หวดั อบุ ลราชธานเี ปน จาํ นวนมาก แรงงานผชู ายถกู หลอกไปบงั คบั ใชแ รงงานในกรงุ เทพมหานครและจงั หวดั ปรมิ ณฑล แรงงานผหู ญงิ ถกู บงั คบั ขายบรกิ าร หรอื แสวงประโยชนท างเพศ (๓) เปนปลายทาง คือ จากสภาพชายแดนท่ีเปนทั้งแมนํ้าและพื้นดินติดกัน จึงยังคงมีแรงงาน จากประเทศเพ�อนบานหลั่งไหลเขามาประเทศไทยทางจังหวัดอุบลราชธานีอยางตอเน�อง โดยใชเสนทางธรรมชาติ หรอื ดานประเพณี และเขา - ออก ทางดา นสากลเปนจาํ นวนมาก และบอยครง้ั ทแี่ รงงานเหลานัน้ กลายเปน ผเู สยี หาย จากการคา มนษุ ยโดยถกู หลอกลวงนําไปแสวงประโยชนในพ้ืนท่ี ๒. สถานการณค ามนษุ ยระดับภมู ิภาค สถานะการคามนุษยแบงเปน ๓ สถานะ คือ (ตน ทาง, ทางผา น, ปลายทาง) โดยเปนจงั หวดั ตนทาง หมายถงึ จังหวัดตนทางที่มีประชาชนในพ้ืนท่ีถูกหลอกลวงและตกเปนเหย�อขบวนการคามนุษย เชน การหลอกลวงไปบังคับ ใชแรงงานและคาประเวณตี างประเทศ จงั หวัดทางผา น หมายถงึ ขบวนการคา มนษุ ยเปนทางผานพาคนจากจงั หวัด ใกลเ คยี งไปยังจงั หวดั อ�น ๆ และเปนจังหวัดปลายทาง หมายถงึ การนําคนจากทอ่ี �นเขา มาพกั และแสวงหาประโยชน จากการคา ประเวณแี อบแฝงในสถานบรกิ าร/สถานประกอบการซงึ่ สถานการณค า มนษุ ยร ะดบั ภมู ภิ าค พบวา จงั หวดั ในเขตรบั ผดิ ชอบของสาํ นกั งานสง เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ ๖ จงั หวดั ทม่ี ี ๓ สถานะ (ตน ทาง, ทางผา น, ปลายทาง) ไดแก จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัด ทม่ี ี ๒ สถานะ ไดแก จังหวัดยโสธรเปน ตนทางและปลายทาง จงั หวัดอาํ นาจเจริญ เปน ตน ทางและทางผา น ท้ังน้ี เน�องจากสวนใหญเปนจังหวัดท่ีมีภูมิศาสตรติดชายแดนและปญหาความแตกตางดานเศรษฐกิจระหวางประเทศไทย และประเทศเพ�อนบาน จึงทําใหมีกระบวนการหลอกลวงประชาชนของกระบวนการคามนุษยในพื้นที่จังหวัดและ สง ตอไปยังจงั หวดั อ�น ๆ หรือตางประเทศ

84 รายงานสถานการณก ารคามนษุ ยรายภูมภิ าคและการจัดระดบั สถานการณก ารคามนษุ ยจ งั หวัด (Grouping) (นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรีสะเกษ อาํ นาจเจริญ อบุ ลราชธาน)ี ๓. รูปแบบและปจจยั ท่ผี ลักดันใหเกิดปญ หาการคา มนษุ ยรายจงั หวัด จงั หวัด รปู แบบการคามนษุ ย ปจ จยั ทผ่ี ลักดนั ใหเ กิดปญหาการคา มนุษย นครพนม การแสวงหาประโยชนท างเพศ และการคา ประเวณี ๑. ปญหาครอบครวั มกุ ดาหาร ๒. ความยากจน การคาประเวณี เดก็ อายตุ ํา่ กวา ๑๘ ป ๓. การรเู ทาไมถึงการณ ๑. ปญ หาเศรษฐกิจ สกลนคร การแสวงหาประโยชนทางเพศ ๒. ความยากจน และการคา ประเวณี ๓. ปญ หาครอบครวั ๔. ปญ หายาเสพติด ยโสธร การแสวงหาประโยชนท างเพศ ๕. การเคล�อนยายแรงงานตา งดาว ศรีสะเกษ และการคา ประเวณี การแสวงหาประโยชนท างเพศ เขา มาประเทศไทย และการคา ประเวณี ๑. เศรษฐกิจ ๒. คานิยม อาํ นาจเจริญ การแสวงหาประโยชนท างเพศ ๓. การศกึ ษา และการคา ประเวณี ๔. พน้ื ฐานครอบครวั ๑. ปญ หาครอบครัว อบุ ลราชธานี ๑. การแสวงหาประโชนท างเพศ ๒. คานิยม และการคา ประเวณี ๓. เศรษฐกิจ ๑. เศรษฐกิจ ๒. การบงั คบั ใชแ รงงาน ๒. การศกึ ษา ๓. วฒั นธรรม/คา นยิ ม ๔. ปญ หาครอบครวั ๑. ปญหาครอบครัว ๒. ความยากจน ๓. เศรษฐกจิ ๔. คา นยิ ม ๑. คาแรงสงู กวาประเทศเพ�อนบา น ๒. ภาวะเศรษฐกิจ ๓. ความยากจน ๔. การศกึ ษา ๕. ความกาวหนา ทางเทคโนโลยี ๖. ทศั นคตแิ ละคานิยม รปู แบบและปจจัยที่ผลักดันใหเกิดปญ หาการคามนุษยข องท้ัง ๗ จงั หวัด ในเขตรับผดิ ชอบของสาํ นกั งาน สงเสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ ๖ มรี ูปแบบการคา มนษุ ยท่ีสาํ คญั ๒ รปู แบบคอื (๑) การแสวงหาประโยชนทางเพศ และการคาประเวณี (๒) การบังคับใชแรงงาน และปจจัยท่ีผลักดันใหเกิดการคามนุษย ไดแก ปญหาครอบครัว ความยากจน ความกา วหนา ทางเทคโนโลยี การศึกษา ทศั นคตแิ ละคา นยิ มในวัตถุนยิ ม

รายงานสถานการณก ารคา มนษุ ยร ายภูมิภาคและการจดั ระดบั สถานการณการคา มนษุ ยจ ังหวัด (Grouping) 85 (นครพนม มกุ ดาหาร สกลนคร ยโสธร ศรสี ะเกษ อํานาจเจริญ อบุ ลราชธาน)ี ๓.๒ การวิเคราะหศกั ยภาพระดับจงั หวัดและภมู ิภาค (จุดแข็ง จุดออ น โอกาส อปุ สรรค) ❖ จังหวดั นครพนม จดุ แขง็ ๑. ทมี สหวชิ าชีพมีความเขม แขง็ ๒. มีแผนปฏบิ ตั กิ ารดานการปองกนั และแกไขปญหาการคามนษุ ยจ งั หวัด ๓. มกี ารติดตามผลการดําเนนิ งานทุกเดอื น ๔. ผูนําชุมชนทราบความเคล�อนไหวของกฎหมาย จดุ ออ น ๑. ผปู ฏิบัติงานท่ีมีบตั รประจําตวั ตาม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคา มนษุ ยมีจาํ นวนนอ ย ๒. เจาหนาท่ีในการลงตรวจสอบพื้นทที่ างชองทางธรรมชาติมีไมเ พียงพอ ๓. การรายงานสรปุ ผลไมมีรปู แบบทช่ี ดั เจน โอกาส ๑. มีกองทุนเพ�อการปอ งกันและปราบปรามการคามนษุ ยในการสนบั สนุนงบประมาณ ๒. การปองกันและปราบปรามการคามนุษยไดเ ขา บรรจุในยทุ ธศาสตรของจงั หวดั นครพนม (ยุทธศาสตรท ี่ ๕ การรกั ษาความม่นั คงชายแดน) ๓. ภาควิชาการ (ม.นครพนม) จัดทําขอมูลวิจัยการทํางานการปองกันและปราบปรามการคามนุษย เพ�อพฒั นาระบบการทํางาน อุปสรรค ๑. เจา หนา ทผ่ี ูป ฏิบตั งิ านเปล่ียนบคุ ลากรบอ ยจนทําใหขาดความตอเน�อง ๒. ไมมภี าคเอกชนเขามามสี ว นรว มในการขับเคล�อนงานคามนุษย ๓. ไมม ขี อ ตกลง หรือเวที ความมนั่ คงชายแดน ❖ จังหวัดมกุ ดาหาร จุดแขง็ ๑. ภาคเี ครอื ขาย หมบู า น ชมุ ชนมคี วามเขม แข็ง ๒. ภาคเี ครือขายในหมูบา น ชุมชนตามแนวชายแดนมีความเขมแขง็ ๓. เปนเขตพัฒนาเขตเศรษฐกจิ พิเศษมีการลงทนุ คา ขายผานจังหวัดมกุ ดาหาร และมีทรัพยากรทอ งเท่ยี ว ทีส่ มบรู ณ จุดออน ๑. ประชาชนสวนใหญมีฐานะยากจน ๒. แรงงานสว นใหญเ ปน แรงงานไรฝ มอื ๓. การจดั การดานาการตลาด การผลิตแปรรูป สนิ คาเกษตรสวนใหญไมมีประสิทธิภาพ ๔. การบูรณาการระหวางหน�วยงานยงั ไมเ ปน เอกภาพ ๕. ระบบการทํางานบางสว นยังขาดประสทิ ธภิ าพ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook