Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สรุป หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ร่ายกายมนุษย์ เรื่องที่ 2 ระบบหายใจ

สรุป หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ร่ายกายมนุษย์ เรื่องที่ 2 ระบบหายใจ

Published by 28 sunisa mayi, 2023-06-18 07:01:38

Description: สรุป หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ร่ายกายมนุษย์ เรื่องที่ 2 ระบบหายใจ

Search

Read the Text Version

เรื่องท่ี 2 ระบบหายใจ

ระบบหายใจ มนุษย์ทุกคนต้องหายใจเพื่อมชี วี ิตอยู่ การหายใจเขา้ อากาศผา่ นไปตามอวัยวะของระบบหายใจตามลาดับ ดงั น้ี 1.จมูก (Nose) จมกู สว่ นนอกเปน็ ส่วนที่ยน่ื ออกมาจากตรงก่ึงกลางของใบหนา้ รปู รา่ งของจมูกมีลกั ษณะเปน็ รปู สามเหลี่ยม พรี ะมิด ฐานของรูปสามเหลย่ี มวางปะ ติดกับหนา้ ผากระหว่างตาสองขา้ ง สันจมูกหรือดง้ั จมูก มีรปู ร่างและขนาด ต่างๆ กนั ย่ืนต้งั แต่ฐานออกมาข้างนอกและลงข้างล่างมาสดุ ท่ีปลายจมูก อีกดา้ นหน่ึงของรปู สามเหลีย่ มหอ้ ยติดกบั ริมฝปี ากบนรูจมกู เปดิ ออกส่ภู ายนกทางดา้ นน้ี รูจมกู ทาหนา้ ท่ีเป็นทางผ่านของอากาศทีห่ ายใจเข้าไปยงั ช่องจมูกและ กรองฝุ่นละอองด้วย 2. หลอดคอ (Pharynx) เม่อื อากาศผ่านรูจมูกแลว้ ก็ผา่ นเข้าสู่หลอดคอ ซ่ึงเป็นหลอดตัง้ ตรงยาวประมาณยาวประมาณ 5 \" หลอดคอตดิ ต่อ ท้งั ชอ่ งปากและช่องจมูก จึงแบง่ เป็นหลอดคอส่วนจมกู กับ หลอดคอส่วนปาก โดยมีเพดานอ่อนเป็นตวั แยกสองส่วนน้ี ออกจากกัน โครงของหลอดคอประกอบดว้ ยกระดูกอ่อน 9 ชิ้นด้วยกนั ชนิ้ ท่ีใหญ่ทีสุด คือกระดูกธัยรอยด์ ท่ีเราเรียกว่า \"ลกู กระเดอื ก\" ในผชู้ ายเห็นไดช้ ดั กว่าผู้หญิง 3. หลอดเสยี ง (Larynx) เปน็ หลอดยาวประมาณ 4.5 cm ในผู้ชาย และ 3.5 cm ในผู้หญงิ หลอดเสียงเจรญิ เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ตามอายุ ในวยั เรมิ่ เป็นหน่มุ สาว หลอดเสยี งเจรญิ ขึน้ อยา่ งรวดเร็ว โดยเฉพาะในผู้ชาย เนื่องจากสายเสยี ง (Vocal cord) ซ่งึ อยู่ ภายในหลอดเสียงนี้ยาวและหนาขน้ึ อยา่ งรวดเร็วเกนิ ไป จึงทาให้เสยี งแตกพรา่ การเปลย่ี นแปลงนี้เกิดจากฮอรโ์ มน ของเพศชาย

4. หลอดลม (bronchus) เป็นสว่ นที่ต่ออกมาจากหลอดเสียง ยาวลงไปในทรวงอก ลักษณะรปู รา่ งของหลอดลมเปน็ หลอดกลมๆ ประกอบด้วยกระดูกอ่อนรปู วงแหวน หรือรูปตัว U ซึ่งมอี ยู่ 20 ช้ิน วางอยู่ทางดา้ นหลงั ของหลอดลม ช่องว่าง ระหว่างกระดูกอ่อน รูปตวั U ทว่ี างเรยี งตอ่ กนั มีเน้อื เย่ือและกลา้ มเน้ือเรียบมายึดติดกนั การที่หลอดลมมีกระดูก อ่อนจึงทาให้เปดิ อยู่ตลอดเวลา ไมม่ ีโอกาสทจ่ี ะแฟบเข้าหากันไดโ้ ดยแรงดันจากภายนอก จงึ รบั ประกนั ได้ว่าอากาศ เขา้ ไดต้ ลอดเวลา หลอดลม สว่ นท่ตี รงกับกระดูกสันหลังช่วงอกแตกแขนงออกเป็นหลอดลมแขนงใหญ่ (Bronchi) ข้างซา้ ยและขวา เมื่อเข้าสปู่ อดก็แตกแขนงเปน็ หลอดลมเล็กในปอดหรือทเ่ี รียกวา่ หลอดลมฝอย (Bronchiole) และ ไปสุดทถ่ี งุ ลม (Alveolus) ซ่งึ เปน็ การท่อี ากาศอยู่ ใกลก้ บั เลอื ดในปอดมากท่ีสุด จึงเป็นบรเิ วณแลกเปลี่ยนก๊าซ ออกซิเจนกบั คาร์บอนไดออกไซด์ 5. ปอด (Lung) ปอดมีอยสู่ องข้าง วางอยใู่ นทรวงอก มรี ปู ร่างคล้ายกรวย มีปลายหรอื ยอดชีข้ ้นึ ไปข้างบนและไปสวมพอดกี ับช่อง เปิดแคบๆ ของทรวงอก ซง่ึ ช่องเปดิ แคบๆ น้ปี ระกอบข้ึนดว้ ยซโ่ี ครงบนของกระดกู สันอกและกระดูกสนั หลัง ฐานของ ปอดแต่ละข้างจะใหญ่และวางแนบสนิทกบั กระบังลม ระหว่างปอด 2 ข้าง จะพบว่ามหี ัวใจอยู่ ปอดข้างขวาจะโตกว่า ปอดขา้ งซ้ายเลก็ น้อย และมีอยู่ 3 ก้อน สว่ นขา้ งซ้ายมี 2 ก้อน หน้าที่ของปอดคอื การนากา๊ ซ CO2 ออกจากเลือด และนาออกซิเจนเขา้ สู่เลือด ปอดจงึ มรี ูปร่างใหญ่ มี ลกั ษณะยดื หยนุ่ คล้ายฟองน้า 6. เยอ่ื หมุ้ ปอด (Pleura) เป็นเย่อื ที่บางและละเอยี ดออ่ น เปียกชนื้ และเปน็ มันล่นื ห้มุ ผวิ ภายนอกของปอด เยื่อหมุ้ น้ี ไมเ่ พยี งคลมุ ปอด เท่าน้นั ยังไปบผุ วิ หนงั ด้านในของทรวงอกอกี หรือกล่าวได้อกี อย่างหน่ึงว่า เยื่อหุ้มปอดซง่ึ มี 2 ชน้ั ระหว่าง 2 ชนั้ นม้ี ี ของเหลวอยู่นดิ หนอ่ ย เพือ่ ลดแรงเสียดสี ระหว่างเยือ่ ห้มุ มีโพรงว่าง เรยี กวา่ ช่องระหวา่ งเยือ่ หมุ้ ปอด

การหายใจเขา้ และหายใจออก การหายใจเข้าและหายใจออกเกิดจากการทางานของกล้ามเนื้อกะบังลมและกลา้ มยดึ กระดกู ซ่ีโครง การหายใจเขา้ กลา้ มเนอ้ื กะบังลมหดตัวและกลา้ มเนื้อยึดกระดูกซโ่ี ครงดงึ กระดูกซโี่ ครงให้ยกตัวข้ึน ปริมาตรของชอ่ งอกท่ีเพมิ่ ข้นึ ทาใหค้ วามดัน ในช่องอกลดลง สง่ ผลให้อากาศจากภายนอกเคลื่อนทเ่ี ขา้ สู่ปอด การหายใจออก กลา้ มเนอื้ กะบังลมคลายตวั จะยกตัวสงู ขึน้ เป็นจงั หวะเดยี วกับกระดูกซี่โครงลดต่าลง ทาให้ ปรมิ าตรในชอ่ งอกลดลง ความดัน เพ่ิมขึน้ มากกวา่ ความดันของอากาศภายนอก อากาศจงึ เคลื่อนที่ออกจากปอด แผนภูมิแสดงสัดส่วนของแกส๊ ชนิดต่าง ๆ ในลมหายใจเข้าและออก ความจุอากาศของปอด ความจุอากาศของปอดในแต่ละคนจะแตกต่างกนั ขึน้ อยู่กบั 1. เพศ เพศชายจะมีความจุปอดมากกว่าเพศหญิง 2. สภาพรา่ งกาย นกั กีฬามคี วามจขุ องปอดมากกว่าคนปกติ 3. อายุ ผู้สงู อายุจะมีความจปุ อดลดลง 4. โรคทเ่ี กดิ กับปอด โรคบางชนดิ เช่นถงุ ลมโปง่ พอง โรคมะเรง็ จะทาให้มคี วามจปุ อด ลดลง ปจั จยั ทีม่ ผี ลตอ่ การกาหนดอตั ราการหายใจเข้าและการหายใจออกทีส่ าคัญประการหนง่ึ คือ ความ เข้มข้นของแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด เชน่ ในขณะที่เรากลน้ั หายใจ ความเขม้ ขน้ ของแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ในเลือดจะสูงขึ้น ซึ่งความเขม้ ข้นที่เพมิ่ ขึน้ นจ้ี ะไปกระตุ้นการทางานของร่างกายให้เกดิ การ หายใจขึน้ จนได้ ในขณะที่นอนหลับรา่ งกายจะถูกกระตุน้ น้อยลง จึงทาให้การหายใจเปน็ ไปอย่างช้าความเข้มข้น ของแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ในเลือดที่มีมากเกนิ ไป เป็นอกี สาเหตุ หน่ึงท่ีทาให้เกิดอาการหาว ซง่ึ การหาวที่ เกดิ ขึ้นนัน้ กเ็ พื่อ เป็นการขับเอาแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ ท่สี ะสมอยู่มากเกนิ ไปออกจากรา่ งกาย